The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน สิงหาคม ๒๕๖๓

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-02-15 02:18:52

นาวิกศาสตร์ สิงหาคม ๒๕๖๓

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน สิงหาคม ๒๕๖๓













“...การทางานให้ไดย่งยืนและก้าวหน้าน้น ข้นอย่กบความรักความพอใจในงานยงกวาอน เพราะคนเรา
เมื่อมีความพอใจในงาน ก็จะมีใจผูกพันแน่วแน่อยู่ในงาน มีความพากเพียรอดทน และมีความเบิกบานยินดี
ในเมื่องานที่ทำาประสบผลสำาเร็จ. ...”
พระบรมราโชวาท เมื่อครั้งทรงดำารงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำาเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ
ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
วันจันทร์ ที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๐ (ภาคเช้า)


๑๒ สิงหาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา


สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ทรงพระเจริญ




ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ขอเดชะ


ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการราชนาวิกสภา


คลังความรู้


ค่ราชนาวี

นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท เคารพ แหลมคม
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี พีระ อดุลยาศักดิ์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ ประจำ�เดือน สิงห�คม ๒๕๖๓ กรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี วรพล ทองปรีชา
พลเรือตรี ธนรักษ์ เอี่ยวสานุรักษ์
๒๗ พลเรือตรี ก้องเกียรติ สัจวุฒิ
พลเรือตรี สุพพัต ยุทธวงศ์
พลเรือตรี กิตติคุณ นาคสุก
พลเรือตรี กตัญญู ศรีตังนันท์
พลเรือตรี ธีระยุทธ นอบน้อม
พลเรือตรี ทวี ทองประยูร
พลเรือตรี เอกสิทธิ์ รอดอยู่
พลเรือตรี กิตติศักดิ์ บุณย์เพิ่ม
พลเรือตรี สนทยา แสงบางมุด
พลเรือตรี ไชยา ภาตะนันท์
กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา
นาวาเอก ณฐพัฒน์ ซื่อมงคล
เหรัญญิกราชนาวิกสภา
เรือเอก สุขกิจ พลัง
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา
พลเรือโท สุพจน์ ภู่ระหงษ์
พลเรือโท ชนินทร์ ผดุงเกียรติ


พลเรอตร อำานวย ทองรอด

พลเรอตร บัญชา บัวรอด



คอลัมน์ประจำ� พลเรอตร สิทธิชัย ต่างใจ
บรรณาธิการ
นาวาเอก ณฐพัฒน์ ซื่อมงคล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ
๔ เรื่องเล่าจากปก นาวาเอกหญิง วรนันท์ สุริยกุล ณ อยุธยา
๕ บรรณาธิการแถลง ประจำากองบรรณาธิการ
นาวาเอก วชิรพร วงศ์นครสว่าง
๖ ภาพในอดีต นาวาเอก สมริทธ์ งามสวย
๖๙ สำานวนชาวเรือ นาวาเอก สุวิทย์ จันทร์เพ็ญศรี
นาวาเอก ธาตรี ฟักศรีเมือง
๗๐ เรื่องเล่าชาวเรือ นาวาเอก บุญมี กาโน
นาวาเอกหญิง แจ่มใส พันทวี
๗๑ ข่าวนาวีรอบโลก นาวาโทหญิง ศรุดา พันธุ์ศรี

๗๕ ภาพกิจกรรมกองทัพเรือ นาวาโทหญิง อรณัฐ โพธิ์ตาด
เรือเอก เกื้อกูล หาดแก้ว
๘๓ ใต้ร่มประดู่ ว่าที่ เรือเอกหญิง สุธิญา พูนเอียด
เรือโท อัศฐวรรศ ปั่นจั่น
๘๕ การฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี เรือโทหญิง อภิธันย์ แก่นเสน

๘๘ มาตราน้ำา เดือน ตุลาคม ๒๕๖๓ สำานักงานราชนาวิกสภา
เวลาดวงอาทิตย์ - ดวงจันทร์ ขึ้น - ตก ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย
กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒
เดือนกันยายน - ตุลาคม ๒๕๖๓ ๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘


นาวิกศาสตร์ นิตยสารของกองทัพเรือ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่วิชาการ และข่าวสารทหารเรือทั้งในและนอกประเทศ
ตลอดจนวิทยาการอื่น ๆ ทั่วไป และเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ของกองทัพเรือ
ส�รบัญ ๓๕


บทความ




๘ ก่อนจะมาเป็น “ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงทหารเรือ
โยทะกา”
กองอาชีวสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ




๒๗ ๑๖๗ วันของจเรทหารเรือพระองค์แรก ตอนที่ ๑
๐๕๐๘

๕๑

๓๕ เรื่องจริงจริงจากวิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒ ตอนที่ ๒
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์



๕๑ ฉากการรบสมมุติกรณีแย่งชิงหมู่เกาะสแปรตลีย์
ตอนที่ ๑
พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก






ปกหน้า พระนิเวศน์ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๕ (๒๙๒)
ปกหลัง พระรูปนายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
อาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด จเรทหารเรือ


พระองค์แรก ประดิษฐานอย ณ กรมจเรทหารเรือในปัจุบัน
ู่
ออกแบบปก พลเรือตรี กรีทา พรรธนะแพทย์

พิมพ์ที่ กองโรงพิมพ์ กรมสารบรรณทหารเรือ
เจ้าของ ราชนาวิกสภา
ผู้พิมพ์ นาวาเอก สมริทธ์ งามสวย




ข้อคิดเห็นในบทความที่นำาลงนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นของผู้เขียน มิใช่ข้อคิดเห็นหรือนโยบายของหน่วยงานใดของรัฐและมิได้ผูกพันต่อทางราชการแต่อย่างใด
ได้นำาเสนอไปตามที่ผู้เขียนให้ความคิดเห็นเท่านั้น การกล่าวถึงคำาสั่ง กฎ ระเบียบ เป็นเพียงข่าวสารเบื้องต้น เพื่อประโยชน์แก่การค้นคว้า


กองบรรณาธิการ





ปกหน้า - ปกหลัง : นายพลเรือตรี กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ จเรทหารเรือพระองค์แรก
























เริ่องเล่าจากปกหน้า - หลัง






พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลท ๖ เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัต เม่อวันท ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.

๒๔๕๓ หลังจากนั้นเพียง ๖ เดือน มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
ออกจากหน้าที่ราชการทหารเรือ ตั้งแต่วันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๔
วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๗ ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๑ ประเทศสยามได้เข้าสู่สงคราม โดยประกาศสงคราม
ต่อประเทศเยอรมนี และออสเตรีย - ฮังการี เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐
วันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐ กระทรวงทหารเรือได้จัดตั้ง กรมจเรทหารเรือ ขึ้นเป็นครั้งแรก
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายพลเรือตร กรมหม่นชุมพร


เขตรอุดมศักดิ์ ทรงกลับเข้ารับราชการกระทรวงทหารเรือในต�าแหน่ง จเรทหารเรือ เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐
นับว่า นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทรงเป็นจเรทหารเรือพระองค์แรก










สถานท่ต้งกรมจเรทหารเรือในคร้งแรก ได้ต้งอยู่ท่พระนิเวศน์ ซ่งเป็นท่ต้งศาลาว่าการกระทรวงทหารเรือในสมัยน้น
ภาพปกหน้า เป็นภาพพระนิเวศน์ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๕ ก่อนที่จะสร้างอาคารราชนาวิกสภา
หลังใหม่ ขึ้นมาบังพระนิเวศน์จนมิด พระนิเวศน์นี้ แต่เดิมเป็นพระนิเวศน์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
มหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งบรมราชจักรีวงศ์ เม่อคร้งยังเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก เป็นพระนิเวศน์ท่พระบาท



สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระราชทานวังที่ทรงหวงแหน แก่กรมทหารเรือ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๓
ภาพปกหลัง คือ พระรูปนายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพร
เขตอุดมศักด จเรทหารเรือพระองค์แรกประดิษฐาน ณ กรมจเรทหารเรือในปัจุบัน ท่ส่วนบัญชาการอาคาร ๕



พระราชวังเดิมชั้นนอก หลังป้อมวิไชยประสิทธิ์




จากจเรทหารเรือพระองค์แรก เปล่ยนมาเป็นเจ้ากรมจเรทหารเรือ จนถึงเจ้ากรมจเรทหารเรือในปัจุบันลาดับท ๕๔
คือ พลเรือตรี มนตรี รอดวิเศษ
วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐ เป็นวันสถาปนากรมจเรทหารเรือ
นาวิกศาสตร์ 4
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


บรรณาธิการ แถลง







นาวาเอก ณฐพัฒน์ ซื่อมงคล
[email protected]





สวัสดีครับท่านสมาชิก และผู้อ่านท่รักทุกท่าน เดือนสิงหาคมน้มีวันสาคัญย่งสาหรับพสกนิกรชาวไทย คือ


วันที่ ๑๒ สิงหาคม เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี
พันปีหลวง และเป็นวันแม่แห่งชาติ อีกด้วยครับ




สาหรับบทความในนิตยสารนาวิกศาสตร์ฉบับเดือนสิงหาคม ๒๕๖๓ น ยังคงมีบทความท่หลากหลาย ครบเคร่อง


ด้วยเน้อหา สาระ และให้ความเพลิดเพลินแก่ท่านสมาชิก และผู้อ่านเช่นเคยครับ เร่มด้วยบทความน่าสนใจจาก


กองอาชีวสงเคราะห์ เรอง “ก่อนจะมาเป็น “ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงโยทะกา”” เขยนโดย กองอาชีวสงเคราะห์


กรมสวัสดิการทหารเรือ และต่อด้วยบทความดี ๆ จากคุณครู พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์ ๒ เรื่องด้วยกันครับ



เร่องแรกคือเร่อง “๑๖๗ วันของจเรทหารเรือพระองค์แรก” และเร่อง “เร่องจริงจริงจากวิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒


(ตอนท่ ๒)” ครับ และปิดท้ายด้วยบทความเร่อง “ฉากการรบสมมุติกรณีแย่งชิงหมู่เกาะสแปรตลีย์ ตอนท่ ๑””












ทคุณคร พลเรอเอก ศภกร บรณดลก เป็นผ้เขยนซงท่านได้รบรางวัลบทความดีเด่น จากรางวัล พลเรอเอก



กวี สิงหะ ประจ�าปี ๒๕๖๒ นี้ครับ


ท้ายท่สุดน้กองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์ ขอฝากความห่วงใย และความปราถนาดีมายังท่านสมาชิก

และผู้อ่านที่รักทุกท่าน ขอให้ทุกท่านดูแลรักษาสุขภาพ ดารงชีวิตวิถีใหม่ โดยการหมนออกกาลังกาย สวมหน้ากาก



อนามัย รักษาระยะห่าง และหมั่นล้างมือครับ พบกันใหม่ฉบับหน้า โชคดี สวัสดีครับ


น.อ.พิพัทธ์ พุกงาม


เรือหลวงนเรศวร ลำ�ที่ ๑



ระวางขับน�้าเต็มที่ ๕,๕๓๓ ตัน
ความยาว ๑๔๗ เมตร กว้าง ๑๔.๔๗ เมตร
เครื่องยนต์ Turbine engine double Propeller
ก�าลัง ๔๐,๐๐๐ แรงม้า
ความเร็ว ๒๘ นอต
การติดตั้งอาวุธ
ปืนใหญ่ขนาด ๑๕๒ มิลลิเมตร จ�านวน ๖ กระบอก
ปืนใหญ่ขนาด ๗๖ มิลลิเมตร จ�านวน ๖ กระบอก

ปืนกลขนาด ๑๓.๒ มิลลิเมตร จ�านวน ๘ กระบอก



ปนยงจรวด จานวน ๖ กระบอก
บรรทุกเครื่องบินทะเล ๒ ล�า
เรือหลวงนเรศวร ลาท่ ๑ และเรือหลวงตากสิน


ล�าที่ ๑ เมื่อสร้างเสร็จ ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ขึ้น
กระทรวงการตางประเทศอตาลจงไดทาหนงสอแจงสถาน









ภาพการปล่อยเรือหลวงนเรศวร ล�าที่ ๑ ลงน�้า เอกอัครราชฑูตสยาม เม่อวันท่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔


เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๘๔


ว่ารัฐบาลอิตาลีมีความประสงค์จะนาเรือรบท้ง ๒ ลา

ในวันท่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๘๒ ได้มีพิธีวาง ของกองทัพเรือสยามมาใช้เป็นเรือลาดตระเวนและขนส่ง






กระดูกงู เรือหลวงนเรศวร ลาท่ ๑ เรือลาน้เป็นเรือ กาลังพล และอุปกรณ์ โดยเปล่ยนช่อเรือหลวงนเรศวร


ลาดตระเวนเบา ต่อที่อู่ต่อเรือ ซาน มาร์โค ดิ ตริเอสเต ล�าที่ ๑ เป็นเรือ Vesuvio และเรือหลวงตากสิน ล�าที่ ๑
(San Marco di Trieste) เมืองตริเอสเต ประเทศอิตาลี เป็นเรือ Etna มีการปรับปรุงและตรวจสอบโครงสร้าง



ต่อขึ้นพร้อมกับเรือหลวงตากสิน ล�าที่ ๑ ท่วไปของเรือดังกล่าว เพ่อติดต้งอุปกรณ์และอาวุธต่าง ๆ
คุณสมบัติของเรือตามสัญญา ส�าหรับน�าเข้าสู่สงครามเป็นการเร่งด่วน
ภาพลายเส้น เรือหลวงนเรศวร ล�าที่ ๑ และ เรือตากสิน ล�าที่ ๑ ตามสัญญาที่กองทัพสยามสั่งต่อเรือ
นาวิกศาสตร์ 6
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


ภาพลายเส้น เรือ Vesuvio และ เรือ Etna ที่กองทัพเรืออิตาลี ปรับปรุงใหม่


ระบบอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ติดตั้งใหม่ เฉียงเหนือของประเทศอิตาลี ใกล้พรมแดนประเทศ












ปืนใหญ่ขนาด ๑๓๕ มิลลิเมตร จ�านวน ๖ กระบอก สโลวาเนย) ซงทนเองเรอลาดตระเวนทง ๒ ลา ได้ถก



ปนใหญขนาด ๖๕ มลลเมตร จานวน ๑๐ กระบอก ระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรอับปางลง ในสภาพน่งแท่น





ปืนกลขนาด ๒๐ มิลลิเมตร จานวน ๑๒ กระบอก เกือบจมนา ต่อมาในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๔๙๑ เม่อ





ในวันที่ ๙ - ๑๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๘ ผู้บัญชาการ สงครามสนสุดลง ไดมการกทาลายเรอทงไปในทสด ตอมา







ู้


ท่าเรือชาวเยอรมันได้สั่งการให้เคล่อนย้ายเรือท้ง ๒ ลา ภายหลังรัฐบาลอิตาลีได้คืนเงินค่าจ้างในการสร้างเรือ



ไปยังคลอง Zaule Canale เมือง Trieste (ทางตะวันออก ให้กับประเทศไทย




สภาพของเรือลาดตระเวนทั้ง ๒ ล�า ที่คลอง Zaule Canale เมือง Trieste เมื่อ เดือนเมษายน พ.ศ.๒๔๘๘



นาวิกศาสตร์ 7
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


ก่อนจะมาเป็น“ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง






ทหารเรือโยทะกา”



กองอาชีวสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ
เ มื่อเอ่ยชื่อ “โยทะกา” ว่าหมายถึง หรือคืออะไร


หลายท่านคงคิดไปว่าหมายถึง ต้นไม้ชนิดหน่งเป็น








ไม้พม ใบเป็นใบเดยวคลายชงโค แตเลกกว่า โคนใบตรง

หรือมน ปลายใบเว้าเล็ก ดอกสีเหลืองทรงระฆังควา

ตะขอเกี่ยว คล้ายกับสมอเรือ










หรือเป็นตะขอเก่ยวคล้ายกับสมอเรือ แต่ถ้าถามคน



รถไฟจะตอบว่าโยทะกา คอ สถานรถไฟโยทะกา สถานีรถไฟโยทะกา ตั้งอยู่ที่อ�าเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี
ตั้งอยู่ที่ อ�าเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี แต่ถ้าถาม ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงทหารเรือโยทะกา
ชาวบ้านแถบลุ่มแม่นานครนายก หรือชาวบ้าน เป็นช่อหน่วยงานใหม่ของกองทัพเรือ ซ่งได้รับ




เมืองแปดริ้ว โยทะกาคงหมายถึง บ้านเรือน และกลุ่ม การอนุมัติให้ปรับโครงสร้างการจัด และอัตราจากศูนย์
ชาวบ้านท่ปลูกบ้าน ทานาเช่าท่ดินของทหารเรือ อยู่เขต เกษตรกรรมทหารเรือโยทะกา เป็น ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง







อาเภอองครักษ์ และอาเภอบางนาเปร้ยว แต่ถ้าถาม ทหารเรือโยทะกา ด้วยวัตถุประสงค์เป็นการสนับสนุนการ

ทหารเรือว่ารู้จักที่ดินโยทะกาไหม หลายท่านคงนั่งงง? แก้ไขปัญหาการบุกรุก และการร้องเรียนเก่ยวกับท่ดินของ


และคิดว่ามันเป็นท่ดินท่ไหนกัน แต่บางท่านคงรู้ว่าเป็น กองทัพเรือ หรืออีกนัยหน่งคือช่อใหม่แต่ภารกิจ และ





ท่ดินท่บรรพบุรุษของทหารเรือเราจัดหา และซ้อไว้เพ่อ ต�าบลที่ตั้งของหน่วยยังเป็นที่เดิม ตามอนุมัติกองทัพเรือ





เตรียมปลูกข้าว เป็นพ้นท่กว้างใหญ่รวมกันเกือบ ๖,๐๐๐ ไร่ ท้ายบันทึก กรมยุทธการทหารเรือ ท กห ๐๕๐๕.๑/๑๗๙


นาวิกศาสตร์ 8
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓








ลงวันท ๓๐ สงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒ เรอง การแก้อตรา ในขณะเดียวกันให้ฝึกทหารเกณฑ์ได้รู้เห็นวิธีสมัยใหม่


กองทัพเรือ พ.ศ.๒๕๐๑ อัตราเฉพาะกิจ หมายเลข ๕๒๐๐ ตลอดจนการใช้เคร่องจักรกลสมัยใหม่ด้วย โดยให้ต้งเบิก

กรมสวัสดิการทหารเรือ งบประมาณแผ่นดินได้ กองทัพเรือจึงได้จัดต้งองค์การ
ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงทหารเรือโยทะกา เป็นหน่วย ขึ้น ๓ องค์การ มีดังนี้




ข้นตรงกับกองอาชีวสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ ๑. อป. (องค์การประมง) มีหน้าท่จัดหาสัตว์นา




ต้งอยู่ท่ตาบลโยธะกา อาเภอบางนาเปร้ยว จังหวัด ท�าน�้าปลา กะปิ มีเรือ อป.ในระยะเริ่มต้น จ�านวน ๖ ล�า







ฉะเชิงเทรา มีพ้นท่รับผิดชอบ ๒ จังหวัด คือ พ้นท่อยู่ในเขต (สร้างที่ระยอง) มีส�านักงานใหญ่อยู่ที่กรมอุทกศาสตร์






อาเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายกส่วนหน่ง กับพ้นท่อยู่ใน ๒. อม. (องค์การป่าไม้) มีหน้าท่ทาฟืน เผาถ่าน
เขตอ�าเภอบางน�้าเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทราอีกส่วนหนึ่ง ท�าไม้ มีส�านักงานใหญ่อยู่ที่สัตหีบ


ก่อนท่จะเปล่ยนช่อมาเป็นศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง ๓. ออ. (องค์การอาหาร) มีหน้าท่ทานา ทาไร่





ทหารเรือโยทะกา บริเวณท่ดินบริเวณศูนย์เกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลาน�้าจืด มีส�านักงานใหญ่อยู่ที่โยทะกา


ทหารเรือโยทะกา หรือศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงทหารเรือ สาหรับ ออ. มีข้อลาบากอยู่มากในระยะเร่มต้น เพราะจะหา

โยทะกาในปัจจุบัน เป็นหมู่บ้านหรือสถานท่มีเขตติดต่อ ท่เหมาะสมและจานวนมากน้นยาก บังเอิญมีเจ้าของท่ดิน






๓ อ�าเภอ ของ ๓ จังหวัด มีเพียงสายน�้าเป็นเขตแดนกั้น แถวโยทะกาเสนอขายท่ดินเพราะต้องการนาเงินไปใช้

เทานั้น คือ ด้านเหนือ อ�าเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ในกิจการอ่น กองทัพเรือจึงได้แต่งต้งกรรมการไปจัดซ้อ





ด้านใต้อาเภอบางนาเปร้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ด้าน ในปี พ.ศ.๒๔๙๑ ได้ท่ดินมา ๔,๐๐๐ ไร่เศษ ตกลงราคากัน




ตะวนออกอ�าเภอบ้านสร้าง จงหวดปราจนบร ทดน ไรละ ๒๑ บาท กองทัพเรอมีความประสงค์จดหาทดน

















กองทพเรอบริเวณน้บรรพบุรุษทหารเรือจัดหาไว้ให้พวกเรา จานวน ๑๐,๐๐๐ ไร่ สาหรับไว้ทาผลิตผลทางเกษตร




ในปจจบนมีเร่องราวความเป็นมาคือ เมอปี พ.ศ.๒๔๘๐ อย่างอ่นในอนาคต อีก ๒ ปีต่อมา จึงได้ซ้อในบริเวณ








ต�าบลโยธะกา แยกมาจาก ต�าบลดอนเกาะกา และต�าบล ใกล้เคียงกันได้อีกประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ ในราคาประมาณ










หมอนทอง อาเภอบางนาเปร้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ไร่ละ ๒๔ บาท ซงท่ดินแห่งใหม่นคดว่าจะทาบ่อปลา

สมัยก่อนชาวบ้านเรียก “แม่น�้านครนายก” ว่า “แม่น�้า เสียส่วนหน่ง เพราะมีท่ลุ่มมากในขณะเดียวกัน








โยธะกา” เน่องจากมีต้นโยธะกาซ่งเป็นต้นไม้ชนิดหน่ง (พ.ศ.๒๔๙๓) มผ้เสนอขายท่ดินฝั่งตรงข้ามของแม่นา


ดอกสีชมพูฝักคล้ายกระถินขึ้นเรียงรายตามสองฝั่งแม่น�้า โยทะกาอีกจานวน ๓,๐๐๐ ไร่ แต่กองทัพเรือเห็นว่า

ปัจจุบันน้ต้นไม้ดงกล่าวสญหายไปหมดแล้ว ชาวบ้าน เท่าทมีอยแล้วจานวน ๖,๐๐๐ ไรน้น กนามาทาประโยชน์










ู่






จึงเรียกแม่นาโยธะกาว่า แม่นานครนายกตามช่อเดิม ไม่หมด และในระยะเร่มต้นน้ก็ยังได้ผลน้อย จึงให้



ส่วนช่อตาบลโยธะกาน้นเป็นช่อท่ใช้เรียกตามช่อแม่นา ระงับไว้







โยธะกาซึ่งไหลผ่านต�าบล การจัดหาที่ดิน
สาเหตุที่กองทัพเรือจัดหาที่ดิน พลเรือเอก สินธุ์ กมลนาวิน ผู้บัญชาการทหารเรือ



ประมาณปี พ.ศ.๒๔๘๙ หลังสงครามโลกคร้งท ๒ ในขณะนั้นท่านมีวิสัยทัศน์กว้างไกล จึงได้ดาเนินการ



ใกล้สิ้นสุดลง ทางกระทรวงกลาโหมเห็นว่า การสงคราม จัดซ้อท่ดินบริเวณศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือโยทะกา ม ี
ยังคงไม่เกิดขึ้นอีกนาน จึงได้ให้นโยบายหน่วยทหารใหม่ เนื้อที่ทั้งหมดจ�านวน ๕,๓๕๖ – ๐ – ๖๔ ไร่ แบ่งออก
โดยมีส่วนหน่งให้เตรียมการท่เรียกว่า “เล้ยงตัวเอง เป็น ๖ แปลง ติดต่อและต่อเน่องกัน โดยมีคลองหกวา









ในอนาคต” ให้แต่ละกองทัพจัดต้งหน่วยผลิตผลทาง แบ่งก้นออกเป็น ๒ พ้นท หรือ ๒ จังหวัด คือ จังหวัด
อาหาร ให้ช่วยเลี้ยงทหารได้บางส่วนในเวลาฉุกเฉิน และ นครนายก กับจังหวัดฉะเชิงเทรา
นาวิกศาสตร์ 9
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


แปลงที่ ๑ โฉนดเลขที่ ๕๙๑ จังหวัดนครนายก แปลงที่ ๒ โฉนดเลขที่ ๗๕๓ จังหวัดนครนายก

พื้นที่จังหวัดนครนายก สร้างคันก้นนาชลประทาน จึงได้จัดท่ดินใหม่โดยใช้คัน










เขตตาบลบางสมบรณ์ อาเภอองครกษ์ จงหวด กั้นรางรถไฟ เป็นเส้นแบ่งแต่ละแปลงออกเป็น ๔ แปลง
นครนายก เนื้อที่รวม ๑,๐๗๙ – ๐ – ๔๙ ไร่ กองทัพเรือ ใหม่ คือ











ซอมาจาก สานกงานทรพย์สนส่วนพระมหากษตรย์ แปลงท ๓ โฉนดเลขท ๒๗๕๖ เน้อท ๓๙ – ๐ – ๒๓ ไร่













เม่อวันท ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๓ ราคาไร่ละ ๒๔ บาท แปลงท ๔ โฉนดเลขท ๒๗๕๕ เน้อท ๑,๙๐๘ – ๑ – ๔๒ ไร่






เป็นเงิน ๒๒,๗๘๒.๒๐ บาท โฉนดเลขที่ ๗๕๓ เดิมเป็น แปลงท ๕ โฉนดเลขท ๓๐๕๔ เน้อท ๑,๐๐๐ – ๒ – ๘๘ ไร่


แปลงเดียวติดต่อกัน ต่อมามีคลองขุดตัดผ่าน จึงได้แบ่ง แปลงท ๖ โฉนดเลขท ๒๘๑๗ เน้อท ๑,๓๒๘ – ๓ – ๖๒ ไร่







แยกออกเป็น ๒ แปลง คือ ที่นา ๔,๐๐๐ ไร่ งวดแรกนั้น เป็นนาไม่สู้ดี มีลูกรัง



แปลงที่ ๑ โฉนดเลขที่ ๕๙๑ เนื้อที่ ๘๓ – ๑ – ๓๗ ไร่ ใต้ดินมากดินจึงเปร้ยว แต่ว่าทางการได้จัดทาค และติดต้ง








แปลงท ๒ โฉนดเลขท ๗๕๓ เน้อท ๙๙๕ – ๓ – ๑๒ ไร่ เคร่องสูบนาขนาดใหญ่ริมแม่นา และทางชลประทาน






พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ช่วยในการส่งนาจากประตูนาสมบูรณ์ ดินจึงค่อย ๆ












เขตตาบลโยธะกา อาเภอบางนาเปร้ยว จังหวัด ดข้นตามลาดับ ในบริเวณนาดังกล่าวนทาได้ท้งนาดา




ฉะเชิงเทรา เนื้อที่รวม ๔,๒๗๗ – ๐ – ๑๕ ไร่ กองทัพเรือ และนาหว่าน








ซ้อมาจาก นายชัยยุทธ์ กรรณสูต เม่อวันท ๑๘ พฤศจิกายน ในระยะเรมต้นทางการได้อนมติเงนซ้อเครองไถ






พ.ศ.๒๔๙๑ ราคาไร่ละ ๒๑ บาท เป็นเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท ขนาดใหญ่ ๒ คัน เคร่องเก่ยวข้าว ๑ คัน และเคร่อง

เป็นท่ดินติดต่อกันผืนเดียว รวม ๕ แปลง (โฉนดเลขท ี ่ นวด ๑ คัน พร้อมด้วยรถบรรทุกจานวนหน่งจาก



๒๗๕๕ ๒๗๕๖ ๒๘๑๗ ๓๐๕๓ และ ๓๐๕๕) ต่อมาได้ สัตหีบ ต่อมาได้จัดตั้งโรงสีใหญ่ที่สัตหีบ ๑ โรง โรงสีเล็ก
นาวิกศาสตร์ 10
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


แปลงที่ ๓ โฉนดเลขที่ ๒๗๕๖ จังหวัดฉะเชิงเทรา แปลงที่ ๔ โฉนดเลขที่ ๒๗๕๕ จังหวัดฉะเชิงเทรา



































แปลงที่ ๕ โฉนดเลขที่ ๓๐๕๔ จังหวัดฉะเชิงเทรา แปลงที่ ๖ โฉนดเลขที่ ๒๘๑๗ จังหวัดฉะเชิงเทรา


นาวิกศาสตร์ 11
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓







ทโยทะกา ๓ โรง ส่วนเงนหมนเวียนทางการในสมยน้น ปี พ.ศ.๒๕๑๑ กรมสวัสดิการทหารเรือ ได้เปลี่ยนแปลง



อนุมัติให้ไว้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ซ่งทางองค์การอาหาร นโยบายใหม่ กล่าวคือ ท่แผนกกสิกรรม (นา) ให้เลิกกิจการ
ต้องท�ารายได้มาชดเชยเป็นคราว ๆ ไป เล้ยงสัตว์ทุกชนิด โดยนาสัตว์เล้ยงบางส่วนไปดาเนินการ




เมอปี พ.ศ.๒๔๙๙ ทางราชการได้ยบเลกกจการ ท่แผนกกสิกรรม (ไร่) ปัจจุบันคือ ศูนย์เกษตรกรรม











องคการอาหาร กองทพเรอส่งโอนองค์การอาหาร จากกรม ทหารเรือบางพระ ส่วนท่เหลือนอกน้นให้จาหน่ายท้งหมด




พลาธิการทหารเรือ มาอยู่ในสังกัดของกรมสวัสดิการ และให้มีเพียงการทานาและปลูกพืชไร่เท่าน้น ในระหว่าง


ทหารเรือ โดยโอนทรพย์สนและหน้สินต่าง ๆ ทงหมด ปี พ.ศ.๒๕๑๑ – พ.ศ.๒๕๑๔ แผนกกสิกรรม (นา)




ให้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสวัสดิการทหารเรือ ได้ด�าเนินการดังนี้ คือ


เก็บเงินค่าบารุง หากไม่มีผู้เช่าทาก็ให้กรมสวัสดิการ ๑.) ปี พ.ศ.๒๕๑๑ – พ.ศ.๒๕๑๒ ได้ปรับปรุงดิน







ทหารเรอ พจารณาดาเนนการเลยงปลาโดยใชงบประมาณ โดยขนปูนมาร์ลใส่ในดินที่แปลงนาหมายเลข ๔ ทั้งหมด

ในส่วนของกรมสวัสดิการทหารเรือ นอกจากการทานาแล้ว ๒.) วางผังแปลงนาในแปลงหมายเลข ๔ แบ่งเป็น



ยังได้ขยายกิจการเล้ยงสัตว์เพ่มอีกแขนงหน่ง กล่าวคือ แปลงย่อยแปลงละ ๕ ไร่ (จากเดิมเป็นนาผืนใหญ่) พร้อม

เล้ยงสุกร เป็ด ไก่ ห่าน และทดลองเล้ยงปลาชนิด ทั้งยกคันล้อมรอบเนื้อที่ ๖๐๐ ไร่เศษ


ต่าง ๆ เช่น ปลาสวาย ปลาสลิด ปลาหมอเทศ ปลานิล ๓.) ขุดคูส่งนาย่อยแยกจากคูวิจารณ์ เพ่อให้ส่ง


ปลาไน ปลาหมอตาล และปลาแรด ปี พ.ศ.๒๕๐๗ น�้าเข้านาได้ทั่วถึงทุกแปลงโดยไม่ต้องอาศัยน�้าฝน พร้อม




กรมสวสดการทหารเรอ ได้ขอให้กรมพัฒนาท่ดิน ทั้งขุดทางระบายน�้า รวม ๔ สาย ยาวประมาณ ๙๘ เส้น





ดาเนินการปรับปรุงท่ดินนา จานวน ๔๕ ไร่ ด้วยการใส่ปูน ๔.) ขุดลอกคูวิจารณ์ท่ต้นเขิน เพ่อทาให้การส่ง



มาร์ลและปุ๋ย เป็นตัวอย่างทดลอง เพื่อเพิ่มผลผลิต และ นาเข้าแปลงนาได้สะดวกย่งข้น ยาวประมาณ ๑๖ เส้นเศษ




เป็นตัวอย่างแก่ชาวนาในบริเวณใกล้เคียง ๕.) ทดลองปลูกพืชไร่ชนิดต่าง ๆ เพ่อหาพันธุ์พืช
ที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อน�ามาปลูกแทนข้าว

๖.) ทดลองปลูกข้าวพันธุ์ต่าง ๆ เพ่อหาพันธุ์ข้าว
ที่เหมาะสมกับพื้นที่
กรมพัฒนาท่ดินได้วางโครงการทดลอง ๕ ปี โดย



เร่มต้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๘ เป็นต้นมา ได้จัดส่งปูนมาร์ลและปุ๋ย



ให้มาใส่ในพ้นท่นาทดลองฟร พร้อมท้งได้จัดส่งเจ้า

หน้าท่มาดาเนินการ และตรวจสอบผลการปรับปรุงดิน ๗.) ขุดบ่อเล้ยงปลาในพ้นท่นาแปลงหมายเลข ๒






โดยตลอด แปลงทใช้ในการทดลองนนใช้แปลงนาทเคย เน้อท่ประมาณ ๗๔๐ ไร่ การปรบปรุงนาได้ดาเนินการ












ปลูกข้าวไม่ได้ผล รวมเป็นเนอททาการทดลองท้งส้น แล้วเสร็จไปแล้วประมาณ ๖๐๐ ไร่ (ซึ่งยังไม่ส�าเร็จตาม




๑๓๐ ไร่ ผลปรากฏว่าท่ดินท่เคยปลูกข้าวไม่ข้นเลยน้น ความมุ่งหมาย ในระหว่างท่ทาการปรับปรุงอยู่น้ต้องใช้







ข้าวขึ้นงอกงามดี และให้ผลผลิตสูงถึง ๒๖ ถังเศษต่อไร่ งบประมาณด�าเนินการเป็นจ�านวนมาก)
นาวิกศาสตร์ 12
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓






ปี พ.ศ.๒๕๑๔ กองทัพเรือได้เร่มเปล่ยนแปลงนโยบาย มีการข้นทะเบียนและทาหลักฐาน ให้ทาการขอข้น



โดยกรมส่งก�าลังบ�ารุงทหารเรือ ได้เสนอความเห็นว่า ทะเบียนท่ราชพัสดุโดยให้ ใช้แบบรายงานรับ – ส่ง




๑.) การทานาท่โยทะกาได้ผลไม่คุ้มค่า ควรให้ ท่ราชพัสดุข้นทะเบียน (แบบ ทร.๙) แล้วรายงานให้
กรมสวัสดิการทหารเรือ เลิกท�านา และด�าเนินการจัดหา กองทัพเรือทราบด้วย” และข้อ ๕ กาหนดว่า “ให้หน่วยปกครอง




ผลประโยชน์เก็บเงินมาชดใช้หนี้เก่า เพราะปรากฏว่าได้ ท่ดินส่งเอกสารสิทธ์ท่ดินฉบับตัวจริงให้กองทัพเรือ



ผลก�าไรไม่คุ้มทุน แม้จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังไม่คุ้มค่า เพ่อรวบรวมส่ง กรมส่งกาลังบารุงทหารเรือเก็บรักษาต่อไป ”

๒.) การเล้ยงปลา ควรให้ กรมสวสดการทหารเรอ การขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุได้หมายเลขแปลงดังนี้



พิจารณาหาผลประโยชน์โดยให้บุคคลภายนอกเช่าท�า ๑.) แปลงที่ ๑ โฉนดเลขที่ ๕๙๑ เนื้อที่ ๙๓ – ๑ –

๓.) การรักษาพ้นท่บริเวณโยทะกา ควรให้ผู้เช่า ๓๗ ไร่





นาเป็นผู้ดูแลสถานท่ด้วย โดย กรมสวสดการทหารเรอ ๒.) แปลงที่ ๒ โฉนดเลขที่ ๗๕๓ เนื้อที่ ๙๙๕ – ๓ –




จะจดเจาหนาทไปตรวจตามระยะเวลา หรอ กรมสวสดการ ๑๒ ไร่





ทหารเรือ จะจัดเจ้าหน้าท่ดูแลให้น้อยท่สุดเท่าท่จาเป็น ๓.) แปลงที่ ๓ โฉนดเลขที่ ๒๗๕๖ เนื้อที่ ๓๙ – ๐ –



ส่วนอาคารและส่งอานวยความสะดวกต่าง ๆ ควรให้ ๒๓ ไร่


เอกชนเช่าต่อไปด้วย ๔.) แปลงที่ ๔ โฉนดเลขที่ ๒๗๕๕ เนื้อที่ ๑,๙๐๘ –




กองทพเรอ พจารณาเหนชอบให้ดาเนนการตามท ่ ี ๑ – ๔๒ ไร่







กรมส่งกาลังบารุงทหารเรือเสนอ เม่อวันท ๑๑ กรกฎาคม ๕.) แปลงที่ ๕ โฉนดเลขที่ ๓๐๕๔ เนื้อที่ ๑,๐๐๐ –
พ.ศ.๒๕๑๕ ๒ – ๘๘ ไร่

ปี พ.ศ.๒๕๑๕ แผนกกสิกรรม (นา) ได้เลิกการทานา ๖.) แปลงที่ ๖ โฉนดเลขที่ ๒๘๑๗ เนื้อที่ ๑,๓๒๘ –
ตั้งแต่ฤดูกาลท�านาปี พ.ศ.๒๕๑๕ เป็นต้นมา และได้เปิด ๓ – ๖๒ ไร่
ให้เอกชนเข้ามาเช่าทานาท่วทุกแปลง ตามบันทึกการประชุม ที่ดินที่กองทัพเรือ จัดหามาทั้ง ๖ แปลงนี้ ต่อมามีส่วน







กรมสวัสดิการทหารเรือ เม่อวันท ๑๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๑๖ ราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถน โรงเรียน วด

รวมท้งบ่อปลาและยุ้งข้าว ดังน้นนับต้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๗ ขอใช้ประโยชน์หลายหน่วยงานด้วยกัน เช่น






กองทพเรือจงได้ให้ราษฎรเช่าทานาเต็มพนท่แทน ๑.) ปี พ.ศ.๒๕๐๓ ส่งมอบให้กรมชลประทานสราง






การท�านาเอง ในการเช่าท�านานั้นราษฎรได้ขอปลูกบ้าน ประตูระบายนาบางสมบูรณ์ คิดเป็นเน้อท่รวม ๓๑ – ๒ – ๐๓ ไร ่



ในลักษณะเป็นท่พักช่วคราว หรือท่เรียกว่าหัวไร่ปลายนา (จังหวัดนครนายก กว้าง ๖๘ เมตร ยาว ๓๐๐ เมตร





ซ่งต่อมาได้ปรับปรุงบ้านพักมาเป็นท่อย่อาศัยประเภท จังหวัดฉะเชิงเทรา กว้าง ๑๐๑ เมตร ยาว ๓๐๐ เมตร)
ถาวร มีบ้านเลขที่ดังเช่นปัจจุบัน ๒.) ป พ.ศ.๒๕๐๗ สรางโรงเรยนวดพลอยกระจางศร ี





การขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ ตามข้อบังคับทหาร ที่ ๑๒/๒๑๘๔๐ ปลูกสร้างโรงเรียน








ท่ดินทกองทพเรือจดซอทง ๒ พนท ถอว่าเป็น จ�านวน ๒ ครั้ง คือวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๐๗ และ









ท่ดินท่จัดซ้อด้วยเงินงบประมาณแผ่นดิน ในส่วนของ วันท ๑๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๑ รวมเน้อท ๑๐ – ๐ – ๘๖ ไร่





กองทัพเรือในขณะน้น จึงต้องปฏิบัติตามระเบียบ กองทัพเรือ ๓.) ปี พ.ศ.๒๕๑๔ สร้างสถานีอนามัยเนื้อที่ ๓ ไร่



ว่าด้วยการกาหนดหน้าท่และการปฏิบัติเก่ยวกับท่ดิน โดยมีเง่อนไขว่า หากกองทัพเรือมีความต้องการท่จะใช้





พ.ศ.๒๕๒๗ ข้อ ๖ กาหนดว่า “การข้นทะเบียน และทาหลัก ประโยชน์ทางราชการทหาร ในทดนทขอก่อสร้างสถาน ี







ฐานทะเบียนประวัติท่ราชพัสด ให้หน่วยปกครองท่ดิน อนามัยแห่งน้เม่อใด หรือทางจังหวัดเลิกใช้ท่ดินสาหรับ











ดาเนินการสารวจท่ราชพัสดุในความปกครอง หากยังมิได้ กิจการสถานีอนามัยเพ่อบาบัดโรคเม่อใด จะต้องส่งคืน


นาวิกศาสตร์ 13
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


ที่ดินนี้ให้แก่ กองทัพเรือ ๙.) ปี พ.ศ.๒๕๓๖ ให้จังหวัดนครนายก ใช้ก่อสร้าง




๔.) ปี พ.ศ.๒๕๑๘ ตัดถนนจากบริเวณประตูนา ถนนสายปราจีนบุร – อาเภอบ้านสร้าง – วัดสุนทรพิชิตตาราม –






บางสมบูรณ์ผ่านท่ดินกองทัพเรือ ถึงแม่นานครนายก อาเภอลาลูกกา – พหลโยธิน ผ่านท่ดินกองทัพเรือ เฉพาะ
ตรงข้ามสถานีรถไฟโยทะกา ขนาดกว้าง ๔ เมตร ยาว ช่วงปากคลองหกวากบอาเภอบ้านสร้าง เนอทประมาณ






๓๘๙ เมตร ๑๑ ไร่เศษ
๕.) ปี พ.ศ.๒๕๒๕ ให้อ�าเภอบางน�้าเปรี้ยว จังหวัด ๑๐.) ปี พ.ศ.๒๕๓๘ ให้กรมชลประทาน สร้างสถานี
ฉะเชิงเทรา สร้างถนนเช่อมต่อสะพานข้ามคลอง ๒๑ สูบนาบริเวณประตูระบายนาคลอง ๒๑ เน้อท ๑ ไร่











(เบ่ยงหลบประตูระบายนา) ท่ดินแปลงท ๖ ขนาด บริเวณที่ดินแปลงที่ ๕





กวาง ๘ เมตร ยาว ๕๐ เมตร รวมเน้อท ๔๐๐ ตารางเมตร ๑๑.) ปี พ.ศ.๒๕๔๑ ให้จังหวัดนครนายก ใช้เพ่อขยาย



๖.) ปี พ.ศ.๒๕๓๒ ส่งคืนท่ดินให้กรมธนารักษ์ การก่อสร้างถนนลาดยาง (เพิ่มเติม) สายบ้านหันตะเภา

เพื่อสร้างวัดพลอยกระจ่างศรี เนื้อที่ ๑๐ – ๓ – ๑๙ ไร่ ถึงจังหวัดนครนายก เนื้อที่ ๗ – ๓ – ๑๕ ไร่ (แปลงที่ ๑
๗.) ปี พ.ศ.๒๕๓๓ ให้อ�าเภอบางน�้าเปรี้ยว จังหวัด และแปลงที่ ๒)

ฉะเชิงเทรา สร้างถนนตัดผ่านท่ดิน กองทัพเรือ (ติดคลอง ๒๑) ๑๒.) ปี พ.ศ.๒๕๔๔ ให้จังหวัดนครนายก ใช้ก่อสร้าง
เนื้อที่ ๘,๓๐๙ ตารางวา หรือจ�านวน ๑๑ – ๓ – ๙ ไร่ ถนนลาดยาง สาย นย.๓๑๒๐ บ้านคลองขุด – บ้านท้องคุ้ง
บริเวณที่ดินแปลงที่ ๕ (กาญจนาภิเษก) เนื้อที่ ๖ – ๒ – ๙๐ ไร่ (แปลงที่ ๑)


๘.) ปี พ.ศ.๒๕๓๖ ส่งคืนท่ดินราชพัสด จังหวัด ๑๓.) ปี พ.ศ.๒๕๕๒ ชลประทานนครนายก ขอใช้พ้นท ี ่

นครนายก เพื่อมอบให้สภาต�าบลบางสมบูรณ์สร้างถนน บริเวณปลายคลองขุด ๑ – ๐ – ๗๒.๕ ไร่
เนื้อที่ ๓ – ๐ – ๕๗ ไร่ นอกจากหน่วยงานและองค์กรภายนอกมาขอใช้
นาวิกศาสตร์ 14
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓



ประโยชน์ในท่ดินแปลงบริเวณศูนย์เกษตรกรรมโยทะกาแล้ว เพื่อแปรสภาพข้าวเปลือกที่ผลิตได้เองส่วนหนึ่ง และอีก



หน่วยงานของกองทัพเรือ ยังได้มาใช้พ้นท่เพ่อความม่นคง ส่วนหนึ่งรับซื้อจากชาวนา ในบริเวณใกล้เคียง



ทางทหารอีกด้วย คือ วันท ๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๒ กองทัพเรืออนุมัต ิ

- กรมการส่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ กรมสวัสดิการทหารเรือว่าจ้าง บริษัท เบสท์บิลเตอร์


ใช้ประโยชน์ต้งสถานีส่อสารชายฝั่งหลักของกองทัพเรือ จากัด ก่อสร้างโรงสีข้าวขนาด ๗๐ ตัน/วัน พร้อมอาคาร


บริเวณท่ดินแปลงท ๔ เน้อท ๔๐๐ ไร่ ใช้เป็นสถาน ี โรงเรือน ประกอบด้วยโรงเก็บข้าวเปลือก อาคารท่ทาการ







รับ – ส่งวิทยุ และบริเวณที่ดินแปลง ๕ เนื้อที่ ๒๒๕ ไร่ พร้อมที่พักอาศัยเจ้าหน้าที่ ลานตากข้าวเปลือก รวมทั้ง


ใช้เป็นสถานีวิทยุหาทิศ ส่งอานวยความสะดวกและระบบสุขาภิบาล ในวงเงิน







- กองเรอลานา กองเรอยทธการ ใชประโยชน (เมอป ี จ�านวน ๒๒ ล้านบาท



พ.ศ.๒๕๔๙ กองทัพเรืออนุมัติ) โดยให้ใช้ที่ดินแปลงที่ ๓ วันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๒ พลเรือเอก กิตติ








แปลงท ๕ และแปลงท ๖ เพ่อจัดต้งหมวดเรือท ๒ นาคะเกศ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ยศและตาแหน่ง





สถานจดเกบเรอ และพนทฝกองคบคคลทางภาคพนดน ในขณะน้น) เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์โรงสีข้าว












และลานา รวมเน้อท ๒,๓๔๕ ไร ่ สวัสดิการทหารเรือ และก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์





- กรมสวัสดิการทหารเรือ เป็นหน่วยใช้ประโยชน์ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๓
เฉพาะแปลงที่ ๑ ถึง แปลงที่ ๔ (เฉพาะแปลงที่ ๓ แบ่งให้ วันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๓๓ พลเรือเอก สุนทร



กองเรือลานา กองเรือยุทธการ ใช้ประโยชน์ด้วยบางส่วน) พงศ์อนันต์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ (ยศและตาแหน่ง

ท้งน้กิจการเกษตรกรรมใช้ประโยชน์เพ่อเป็นการสวัสดิการ ในขณะน้น) เป็นประธานในพิธีเปิดโรงสีข้าวสวัสดิการ




ในแปลงท ๒ และแปลงท ๔ ในโครงการทานา และ ทหารเรือ








โครงการประมง วันท ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๐ ได้ดาเนินการ


ก่อสร้างอาคารเก็บข้าวเปลือก เพ่มข้นอีกหน่งหลัง


งบประมาณค่าก่อสร้าง จานวน ๔,๘๐๐,๐๐๐ บาท

ในเดือน ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๐ ได้ปรับปรุงเคร่องจักร
สีข้าวเพื่อเพิ่มก�าลังการผลิต งบประมาณการด�าเนินการ
จ�านวน ๘๘๘,๑๐๐ บาท


วตถประสงค์ เพ่อใช้เป็นแหล่งผลิตเสบียง ประเภท

ข้าวสาร ให้แก่หน่วยทหารของกองทัพเรือ ท้งในยามปกต ิ



และยามฉุกเฉิน นอกจากน้นยังจาหน่ายให้แก่ข้าราชการ

และลูกจ้างของกองทัพเรือในราคาถูก เพ่อเป็นสวัสดิการ
แก่ก�าลังพลของกองทัพเรือ


ขีดความสามารถ ได้ติดต้งเคร่องจักรสีข้าว ของ
โรงสีข้าวสวัสดิการทหารเรือ บริษัท ไรซ์ เอ็นจิเนียริ่ง ซัพพลาย จ�ากัด ซึ่งเป็นบริษัท


การจัดสร้างโรงสีข้าวสวัสดิการทหารเรือ ของคนไทย ท่ผลิตเคร่องจักรสีข้าวแบบใหม่ มีขนาดกาลัง

ประวัติความเป็นมา วันท ๒๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๑ การผลิต ๗๐ – ๙๐ ตัน/วัน


กองทัพเรืออนุมัติหลักการในการก่อสร้างโรงสีข้าว ขนาด การดาเนินงานท่ผ่านมา จัดซ้อข้าวเปลือกเพ่อนาเข้าส ี












กาลังผลิต ๗๐ ตัน/วัน ท่ศูนย์เกษตรกรรมโยทะกา แปรสภาพให้กบหน่วยต่าง ๆ ของกองทพเรอ ในพนท ่ ี
นาวิกศาสตร์ 15
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓







กรงเทพฯ และปรมณฑล พ้นท่สัตหีบ ระยอง จันทบุร ี จากท่ดินท่กองทัพเรือดูแลรับผิดชอบให้เกิดประโยชน์





และบริเวณใกล้เคียง นอกจากน้ยังจาหน่ายให้กับข้าราชการ มากท่สุด นอกจากน้ยังต้องการท่จะแนะนา ส่งเสริม พัฒนา







และครอบครัวทหารเรือ เพื่อเป็นสวัสดิการอีกด้วย อาชพทางด้านการเกษตรให้แก่กาลงพลของกองทพเรอ



การดาเนินการในปัจจุบันวันท ๑๓ กันยายน อีกด้วย เพ่อให้เป็นไปตามนโยบายดังกล่าว กองทัพเรือ





พ.ศ.๒๕๔๒ ได้เปล่ยนแนวทางให้การดาเนินการ จากการ จงไดจัดตั้งกิจการเกษตรกรรมข้นโดยให้มีการดาเนินการ



ซ้อข้าวเปลือกมาสีแปรสภาพเพ่อจาหน่ายเป็นข้าวสาร ในรูปแบบของคณะกรรมการบริหารกิจการเกษตรกรรม



เป็นการรับสีแปรสภาพข้าวเปลือกจากเอกชน ให้เต็มขีด ด้วยการแต่งต้งผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ
ความสามารถในการผลิต เป็นประธานคณะกรรมการ มีเจ้ากรมสวัสดิการทหารเรือ

ปี พ.ศ.๒๕๔๔ ได้ทาสัญญารับสีแปรสภาพข้าวเปลือก เป็นกรรมการและประธานอนุกรรม การดาเนินงาน




กับบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ฯ จานวน ๒,๐๐๐ ตัน/ปี กิจการเกษตรกรรม ท้งน้ได้จัดแบ่งงานออกเป็นฝ่ายต่าง ๆ

ในราคาตันละ ๕๐๐ บาท และเอกชนรายอ่นท่มีความสนใจ คือ สานักงานกิจการเกษตรกรรม ฝ่ายเกษตรกรรม


ปี พ.ศ.๒๕๔๕ – พ.ศ.๒๕๔๘ ให้เอกชนร่วมดาเนินการ ทหารเรือโยทะกา ฝ่ายเกษตรกรรมทหารเรือบางพระ

ลักษณะการใช้เป็นลานตากข้าวเปลือก ฝ่ายเกษตรกรรมทหารเรือป้อมพระจุลจอมเกล้า


ต้งแต่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๙ ถึงปัจจุบัน ได้ร่วม ฝ่ายโรงสีข้าว ฝ่ายจาหน่ายสินค้าเกษตร พร้อมกับ




ดาเนินการกับ บริษท ข้าว ซี.พี. จากัด ด้วยการนาข้าวสาร ได้มอบหมายภารกิจให้ศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือ

มาปรับปรุงคุณภาพเพ่อจาหน่ายให้กับข้าราชการ และ โยทะกา กองอาชีวสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ

ครอบครัวทหารเรือ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการผลิตสินค้าด้าน


การเกษตร โดยได้จัดทาโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการทานา
มีการปลูกข้าวท้งนาปีและนาปรัง โครงการปลูกพืช

มีการปลูกพืชแบบเชิงเด่ยว แบบผสมผสาน โครงการ



ประมง มีการเพาะขยายพันธุ์ปลานาจืดชนิดต่าง ๆ
โครงการประมงป่าชายเลน โครงการเลี้ยงสุกร โครงการ
เลี้ยงไก่ไข่ โครงการเลี้ยงโค
ประธานกรรมการสวัสดิการภายในกองทัพเรือ และ

ผู้บัญชาการทหารเรือได้กรุณาอนุมัต (เม่อวันท ๑๓



การดาเนินการด้านสวัสดิการ ฝ่ายเกษตรกรรม ทหารเรือ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๗) ให้ปรับกิจการต่าง ๆ ใหม่



โยทะกา โดยรวมกิจการต่าง ๆ ท่ดาเนินงานคล้ายคลึงกันไป
ปี พ.ศ.๒๕๔๐ กองทัพเรือมีนโยบายด้านการสวัสดิการ อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งกิจการเกษตรกรรม ปรับไปอยู่ใน
ในการจัดให้มีการผลิตสินค้าด้านเกษตรขน แล้วนามา กลุ่มของสวัสดิการร้านและบริการ (กิจการร้านค้า และ







จาหน่ายให้แก่กาลังพลของกองทัพเรือ ในราคาตากว่า บริการกองทัพเรือ) บริหารในรูปแบบคณะกรรมการ



ท้องตลาดเพ่อเป็นสวัสดิการ และลดค่าใช้จ่ายของกาลังพล โดยกองทัพเรือเป็นผู้แต่งต้ง มีเจ้ากรมสวัสดิการทหารเรือ




กองทพเรอในการท่จะต้องซ้อสินค้าจากภาคเอกชน เป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้อานวยการกรมอาชีว



ภายนอก ซ่งช่วงเวลาดังกล่าวประเทศไทยกาลงประสบ สงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ เป็นผู้จัดการกิจการ

ภาวะวิกฤติด้านเศรษฐกิจตกตา สินค้าอุปโภคบรโภค เกษตรกรรม ประกอบด้วย




มีราคาสูงกว่าปกต และต้องการให้มีการใช้ประโยชน์ - ส�านักงานกิจการ
นาวิกศาสตร์ 16
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


- ฝ่ายเกษตรกรรมทหารเรือโยทะกา บางส่วนเท่านั้น ส�าหรับกรมการสื่อสารและเทคโนโลยี


- ฝ่ายเกษตรกรรมทหารเรือบางพระ สารสนเทศทหารเรือใช้ประโยชน์แปลงท ๔ บางส่วน
- ฝ่ายเกษตรกรรมทหารเรือป้อมพระจุลจอมเกล้า แปลงที่ ๕ บางส่วน และกองเรือล�าน�้า กองเรือยุทธการ




- ฝ่ายร้านเกษตรนาวี ใช้ประโยชน์แปลงท ๓ บางส่วน แปลงท ๕ บางส่วน และ
วัตถุประสงค์ ผลิตและจัดหาสินค้าด้านการเกษตร แปลงที่ ๖










ท่มีคุณภาพดีได้มาตรฐาน จาหน่ายให้กับหน่วยต่าง ๆ ป พ.ศ.๒๕๕๗ กองทพเรอมีแผนการใชประโยชนทดน


ตลอดจนกาลังพลของกองทัพเรือ และครอบครัว ในราคา บริเวณศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือโยทะกา ตาบลโยธะกา


ถูกกว่าราคาท้องตลาดทั่วไป เพื่อเป็นการ สวัสดิการ อาเภอบางนาเปร้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ท่ดินราชพัสด ุ






วิสัยทัศน์ กิจการเกษตรกรรมจะเป็นแหล่งผลต แปลงหมายเลขทะเบียน ฉช.๖๑๑ – ฉช.๖๑๔ (แปลงท ๓





สนค้าเกษตรกรรมท่มคุณภาพด ราคาถก จาหน่าย ถงแปลงท ๖) เพอนามาใช้ประโยชน์ทางราชการทหาร









เป็นสวัสดิการให้กับก�าลังพลกองทัพเรือและครอบครัว เป็นท่ต้งกองบังคับการ หมวดเรือท ๒ กองเรือลานา





พันธกิจ กองเรือยุทธการ และที่ตั้งสถานีวิทยุหาทิศ (DF) ดังนั้น



๑. ดาเนินการผลิต และจดการสนค้าด้านการเกษตร เพ่อให้การเข้าใช้ประโยชน์ท่ดินดังกล่าวเป็นไปด้วย





มาจาหน่ายให้กับกาลังพลกองทัพเรือ และครอบครัว ความเรียบร้อย กองทัพเรือจึงขอยกเลิกสัญญาเช่าและ
เพื่อเป็นการสวัสดิการ การเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ท่ราชพัสด บริเวณ







๒. พัฒนางานด้านการเกษตรกรรมโดยการนาเทคโนโลย ี ศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือโยทะกา แปลงท ๑ ถึงแปลงท ๖




สมัยใหม่มาใช้ในการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทงหมด กองทพเรือได้มหนงสอแจ้งประสานธนารกษ์



๓. ปรับเปลี่ยนการทาการเกษตรแบบใช้สารเคม ี พื้นที่ฉะเชิงเทรา และนครนายก เพื่อให้แจ้งราษฎรที่เช่า


ไปเป็นการทาการเกษตรแบบอินทรีย์ และเกษตรผสมผสาน ที่ราชพัสดุ ทั้ง ๒ พื้นที่ ในการยกเลิกสัญญาเช่า และการ

ตามแนวทางของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ท่ดิน กองทัพเรือ บริเวณ

ศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือโยทะกา ท้ง ๖ แปลง เม่อราษฎร









ได้รบแจ้งเก่ยวกับการท่กองทัพเรือจะขอพนทคน เพอ





มาดาเนินงานด้านความม่นคงทางทหารดงกลาว แตราษฎร


ที่เช่าที่ราชพัสดุไม่ยอมออกจากพื้นที่ อ้างว่าไม่มีที่ท�ากิน
และไม่มีที่อยู่อาศัย
จากปัญหาเร่องท่ราษฎรไม่ยอมออกจากพ้นท ี ่





โดยอ้างว่าไม่มีท่ทากิน และไม่มีท่ดินเป็นของตนเองในการ


ดารงเล้ยงชีพน้น กองทัพเรือ โดยพลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์


ผู้บัญชาการทหารเรือ จึงมีแนวคิดที่จะช่วยเหลือราษฎร
เหล่านี้ด้วยการใช้หลักศาสตร์พระราชา ประกอบด้วย

ความพอเพยง และเพียงพอในวิถีชีวิตของตน และหลักการ




การใช้ประโยชน์ท่ดินบริเวณศูนย์เกษตรกรรม ใชพนทนอยแต่ให้ผลผลิตมากกว่า หรือใกล้เคียงกับใช้พ้นท ่ ี







ทหารเรอโยทะกา โดยทดินท่กรมสวัสดิการทหารเรือ จานวนมากทานา พร้อมท้งใช้แนวทางจาก ดร.วิวัฒน์




เป็นหน่วยใช้ประโยชน์และรับผิดชอบ จะมีเฉพาะใน ศัลยกาธร หรืออาจารย์ ยักษ์ ให้จัดทา ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง


แปลงที่ ๑ แปลงที่ ๒ แปลงที่ ๓ บางส่วน และแปลงที่ ๔ ทหารเรือโยทะกา
นาวิกศาสตร์ 17
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓







ตามท่กองทัพเรืออนุมัต เม่อวันท ๑๓ กันยายน พื้นที่ ๘๙ ไร่ มี ๑๑ ฐานเรียนรู้ ประกอบด้วย
พ.ศ.๒๕๖๒ ให้ปรับโครงสร้างจากศูนย์เกษตรกรรม ๑. ฐานไม้ดอกไม้ประดับ เพาะพันธุ์กล้าไม้ต่าง ๆ
ทหารเรือโยทะกา เป็นศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงทหารเรือ เพื่อจ�าหน่ายเป็นต้นกล้า ไม้ตัดใบ ไม้ตัดดอก





โยทะกา ซ่งได้รับมอบพ้นท่จากกิจการเกษตรกรรม ต้งแต่ ๒. ฐานปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ผลิตปุ๋ยหมัก นาหมัก

๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๓ เรียบร้อยแล้ว โดยในด้าน ดินผสม น�้าส้มควันไม้ มูลไส้เดือน
กาลังพลได้รับการพิจารณาบรรจุจากหน่วยบัญชาการ ๓. ฐานเมล่อนอนทรย์ปลอดสารพษ จะสร้าง




ต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งเป็นหลัก และกรมช่างโยธา โรงเรือนและปลูกเมล่อน



ทหารเรือแล้วบางส่วน ปัจจุบันม นาวาโท จิทัศน์ ทองเชียง ๔. ฐานพืชผลไม้ท้องถ่น ประกอบด้วยผลไม้ท้องถ่น


เป็นหัวหน้าศูนย์ฯ ดังกล่าว และมีแนวทางการดาเนินงาน ประจาภาคตะวันออก และท้องถ่นอ่น ๆ ท่สามารถ



โครงการของศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงทหารเรือโยทะกา ปลูกได้




กรมสวสดการทหารเรือ ได้กาหนดแนวทางการการพัฒนา ๕. ฐานโคกหนองนา โมเดล จะทาแปลงนาตัวอย่าง


๓ ระยะ ๓ โครงการ ม ๑๖ กจกรรม และ ๑ กจกรรมพเศษ และเกษตรผสมผสาน ขนาดพื้นที่ ๓ ไร่ ๕ ไร่ และ ๙ ไร่



แผนงานพัฒนา ระยะที่ ๑ คือการจัดท�าโครงการ ๖. ฐานนาขาวัง ทานาข้าวร่วมกับการเล้ยงปลา

สร้างศนย์การเรยนร้เศรษฐกิจพอเพียงโยทะกา พนท ่ ี กะพงในนาข้าว












จ�านวน ๘๙ ไร่ จะด�าเนินการในพื้นที่แปลงที่ ๔ ที่จะได้ ๗. ฐานนาอนทรย ทานาโดยใชสารอนทรยชวภาพ


รับคืนจากกิจการเกษตรกรรม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่มีปัญหา ๘. ฐานคันนาทองค�า ปลูกพืชผักต่าง ๆ บนคันนา







เร่องการบกรุกท่ดิน สาหรับตาบลท่และพ้นท่ในการ ที่ยกให้กว้างขึ้น เป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่คันนา




จัดทาโครงการน ดร.วิวัฒน์ฯ ได้กรุณาให้คาแนะนาในการ ๙. ฐานสัตว์ปีก เลี้ยงไก่ไข่ ไก่พื้นเมือง ไก่สวยงาม






กาหนดตาบลท และจานวนเน้อท่การจัดทาโครงการด้วย หรือสัตว์ปีกอื่น ๆ







ทงน กรมสวสดการทหารเรอได้จดเจ้าหน้าทไปเข้ารบ ๑๐. ฐานเพาะพันธุ์ปลา เพ่อเพาะพันธุ์ลูกปลา









การฝึกอบรมเรียนรู้จากหน่วยงานในเครือข่ายของ ชนิดต่าง ๆ
ดร.วิวัฒน์ฯ มาประกอบแนวคิดในการจัดท�าครั้งนี้ ๑๑. ฐานสวนสมุนไพรหมอพร จะปลูกพืชสมุนไพร
โครงการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงโยทะกา ตามแนวทางของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
นาวิกศาสตร์ 18
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพร ใช้พ้นท จานวน ๒๐ ไร่ เพ่อทานาปรังเพียงอย่างเดียวใน ๑ ปี






เขตอุดมศักดิ์ แผนการดาเนินงาน และงบประมาณการจัดทา


โครงการสร้างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงโยทะกา
๑๑ ฐานเรียนรู้ มีงบประมาณ ๑๔ ล้านบาทเศษ
จะแบ่งการด�าเนินงานออกเป็น ๓ เฟส คือ
งานเฟส ๑ ก่อสร้างถนน ขุดหนอง ๒๕ ไร่ ปรับโคก




๓๙ ไร่ ขุดคลองทาคันดินรอบพ้นท ใช้งบประมาณ
๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท

งานเฟส ๒ จัดทาฐานเรียนรู้ต่าง ๆ จานวน ๑๑ ฐาน

และปรับภูมิทัศน์โดยรอบใช้งบประมาณ ๓,๘๔๘,๐๖๐ บาท
งานเฟส ๓ งานก่อสร้างอาคาร ส่งอานวยความ


สาหรับฐานเรียนรู้จะมุ่งเน้นในฐานโคก หนอง นา โมเดล สะดวก รวมท้งติดต้งระบบไฟฟ้า - ประปา ใช้งบประมาณ



จะท�าเป็นแปลงนาตัวอย่าง กับการท�าเกษตรผสมผสาน ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท
ในพื้นที่ ๓ ไร่ ๕ ไร่ และ ๙ ไร่ เพื่อให้เป็นตัวอย่าง ท้งน้กรมสวัสดิการทหารเรือได้เสนอ กองทัพเรือ


ในการปฏิบัติที่ได้ผลจริง ดังนี้ เพ่อขออนุมัติหลักการและตาบลท่จัดทาแผนพัฒนาพ้นท ี ่





พ้นท ๓ ไร่ สาหรับครอบครัวขนาดเล็ก ๑ ถึง ๓ คน ศูนย์เศรษฐกจพอเพียงทหารเรือโยทะกา โดยมีแบบผัง






สามารถเก็บผลผลิต และทาให้เกิดรายได้ใกล้เคียงเท่ากับ โครงการศูนย์การเรียนรู้ พื้นที่ ๘๙ ไร่ ซึ่งกรมช่างโยธา


ใช้พ้นท จานวน ๘ ไร่ เพ่อทานาปรังเพียงอย่างเดียวใน ๑ ปี ทหารเรือ ได้ด�าเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว







พ้นท ๕ ไร่ สาหรับครอบครัวขนาดกลาง ๓ ถึง ๕ คน สาหรบการดาเนนการเรมแรกในเดือนพฤษภาคม








สามารถเก็บผลผลิตและทาให้เกิดรายได้ใกล้เคียงเท่ากับ พ.ศ.๒๕๖๒ พลเรือตรี พินิจ ชื่นรุ่ง เจ้ากรมสวัสดิการ




ใช้พ้นท จานวน ๑๒ ไร่ เพ่อทานาปรังเพียงอย่างเดียวใน ๑ ปี ทหารเรือในขณะนนได้เข้าพบ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกาธร








พ้นท ๙ ไร่ สาหรับครอบครัวขนาดใหญ่ ๕ ถึง ๗ คน ขณะด�ารงต�าแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร


สามารถเก็บผลผลิตและทาให้เกิดรายได้ใกล้เคียงเท่ากับ และสหกรณ์ เพ่อขอคาแนะนาการพัฒนาศูนย์ฯ ดังกล่าว



นาวิกศาสตร์ 19
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓





พร้อมกับได้ไปศึกษาดูงาน หลายพ้นท อาทิเช่น ศูนย์ เจ้ากรมสวัสดิการทหารเรือ เป็นหัวหน้าคณะ ซึ่งได้รับ



กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จังหวัดชลบุรี ศูนย์กสิกรรม การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมกับให้คาแนะนาการจัดทา


ธรรมชาตมาบเออง กรงเทพฯ โครงการจดทาแปลงสาธต ศูนย์การเรียนรู้ ตามศาสตร์พระราชา จากอาจารย์






ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ศึกษาดูงาน เรส - คิว ฟาร์ม ครวญคานึง รุดดิษฐ์ และอาจารย์ ชวาลา ปาริยพันธ์ (รุดดิษฐ์)

กรุงเทพฯ ศึกษาดงานสวนเมล่อน บ้านสวนพิสิษฐ์ เมื่อวันอังคารที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๓

จังหวัดสมุทรสาคร ศึกษาดูงานศูนย์การศึกษาพัฒนาเขา ก่อนจะได้ดาเนินก า ร ก่อสร้างโครงการศูนย์

หินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ จังหวัดฉะเชิงเทรา การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงโยทะกา พลเรือตร ดุลยพัฒน์
รวมท้งผู้บัญชาการทหารเรือได้กรุณาแนะนาให้ไปศึกษา ลอยรัตน์ เจ้ากรมสวัสดิการทหารเรือ ได้ไปเป็นประธาน













ดงานทศนย์การเรยนร้เศรษฐกจพอเพยงบ้านทวบญ ประกอบพิธีบวงสรวงสกการะส่งศักด์สิทธ์ และกระทา





จังหวัดสมุทรปราการ โดยม พลเรือตร ดุลยพัฒน์ ลอยรัตน์ พธขุดดินจอบแรก ของโครงการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจ




นาวิกศาสตร์ 20
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓














พอเพียงโยทะกา ณ บรเวณสถานทกอสรางโครงการศนย ์ ต่อมาเมอวนอาทตย์ท ๑๔ มถนายน พ.ศ.๒๕๖๓




การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงโยทะกา ศูนย์เศรษฐกิจ เวลา ๑๐ นาฬิกา ๑๐ นาท พลเรือตร ดุลยพัฒน์ ลอยรัตน์
พอเพียงทหารเรือโยทะกา กองอาชีวสงเคราะห์ กรม เจ้ากรมสวัสดิการทหารเรือ พร้อมด้วย ดร.วิวัฒน์ฯ

สวัสดิการทหารเรือ ต�าบลโยธะกา อ�าเภอบางน�้าเปรี้ยว เปนประธานประกอบพธบรรจดนขดจอบแรก ของศนย ์









จังหวัดฉะเชิงเทรา เมอวันอังคารท ๒๖ พฤษภาคม การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงโยทะกา ในสังกัด ศูนย์




พ.ศ.๒๕๖๓ ตามเวลาปฐมฤกษ์เพื่อเป็นสิริมงคล เวลา เศรษฐกิจพอเพยงทหารเรอโยทะกา กองอาชวสงเคราะห ์



๑๐ นาฬิกา ๑๐ นาที ตาบลโยธะกา อาเภอบางนาเปร้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา




นาวิกศาสตร์ 21
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓




ณ ใต้ฐานองค์พระพลงแผ่นดน ภายในพระมหาธาต ุ ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก)

เจดีย์ ๒,๖๐๐ ปี พุทธชยันตีเฉลิมราช ศูนย์ปฏิบัติธรรม แผนงานพัฒนาระยะท่ ๒ คือ โครงการพันธุ์พืช








มาบเอ้อง อาเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุร ทงนเพอเป็น ๔ กิจกรรม กรมสวัสดิการทหารเรือจะดาเนินการ








การสร้างขวัญ และกาลังใจให้กบกาลงพลของศนย์ ในพ้นท่ท่ได้รับการส่งคืนจากกิจการเกษตรกรรม


เศรษฐกิจพอเพียงทหารเรือโยทะกา ให้การดาเนินการ ซ่งไม่มีปัญหาเร่อง การบุกรุกท่ดินจากราษฎร โดยม ี




ประสบความสาเร็จอย่างดีย่ง (ดินท่บรรจุในองค์พระ กิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้



พลังแผ่นดิน เป็นดินในพ้นท่กองทัพเรือแห่งแรก ร่วมกบ กิจกรรมที่ ๑ คือ กิจกรรมปลูกไม้ประเภทยืนต้น






ดินในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศ ทั้ง ๗๗ จังหวัด และดิน ในพ้นท่แปลงท ๒ บริเวณรอบคันบ่อปลาด้านนอก

นาวิกศาสตร์ 22
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓




คือรอบพื้นที่ทั้งหมด จ�านวน ๑๐ ชนิด ชนิดละ ๖๘ ต้น จากเดิม ท่กรมสวัสดิการทหารเรือดาเนินการอยู่แล้ว


(จานวน ๖๘ ต้นน เท่ากับจานวนพระชนมพรรษา ในปัจจุบัน



ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว) ประกอบด้วย กิจกรรมท่ ๔ คือ กิจกรรมพัฒนาสายพันธุ์ข้าว











ต้นพะยูง ต้นสักทอง ต้นประดู่แดง ต้นกันเกลา จะใช้พนท่แปลงท ๔ ในส่วนท่ไม่มผู้บกรก วธการ
ต้นพะยอม ต้นตะเคียนทอง ต้นยางนา ต้นมะค่าโมง ด�าเนินการคือ ด�าเนินการปลูกข้าวหลากหลายสายพันธุ์


ต้นชิงชัน และต้นสะเดา โดยจะขอรับพันธุ์ไม้จากหน่วย แบ่งพ้นท่เพาะปลูกออกเป็นแปลงย่อย เน้อท่ขนาด


งานราชการท่เก่ยวข้อง รวมกิจกรรมปลูกต้นไม้จะได้ แปลงละ ๑ ไร่ จ�านวน ๑๐ แปลง จะด�าเนินการเพาะ




ไม้ยืนต้นรวม จ�านวน ๖๘๐ ต้น และปรับปรุงพันธุ์ข้าว ๑๐ สายพันธุ์ ท้งน้จะร่วมกับ
กิจกรรมท่ ๒ คือ กิจกรรมปลูกไม้ดอกสีเหลือง ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ในการพัฒนา



ซ่งเป็นสีประจาวัน พระบรมราชสมภพของพระบาท และคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่เหมาะสม ส�าหรับปลูกในพื้นที่






สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะดาเนินการในพ้นท่แปลงท ๒ โครงการพนธ์สตว์นา มจานวน ๑๒ กจกรรม











บริเวณคันบ่อปลาภายในของพ้นท จานวน ๑๐ ชนิด ประกอบด้วย การเพาะพันธุ์ปลานาจืด ๑๐ ชนิด หรือ


ชนิดละ ๖๘ ต้น ประกอบด้วย ต้นบานบุรี ต้นราชพฤกษ์ ๑๐ กิจกรรม คือ กิจกรรมเพาะพันธุ์ปลาทับทิม ปลานิล
ต้นทองประกายแสด ต้นเหลืองปรีดียาธร ต้นทองอุไร ปลาดุก ปลาตะเพียน ปลาย่สก ปลาสวาย ปลาไน ปลาจีน




ต้นรวงผ้ง ต้นสุพรรณิการ์ ต้นนนทร ต้นโยทะกา ปลาหมอไทย และปลานวลจันทร์ สาหรับกิจกรรมท่ ๑๑

และต้นประดู่ รวมกิจกรรมปลูกต้นไม้ดอกสีเหลือง คือ กิจกรรมแจกจ่ายพันธุ์ปลาให้เกษตรกร หรือบุคคล


จ�านวน ๖๘๐ ต้น ผู้สนใจนาไปเล้ยงเพ่อบริโภค หรือนาไปเล้ยงเพ่อเป็น









กิจกรรมท่ ๓ คือ กิจกรรมปลูกเมล่อน ในพ้นท ี ่ รายได้เสรมให้กบครอบครว สาหรบการแจกจ่าย



แปลงท ๒ จะทาการขยายการปลูกเมล่อนเพ่มเติมข้นอีก พันธุ์ปลาน้จะกระทาในช่วงโอกาส หรือวันท่มีความสาคัญ








นาวิกศาสตร์ 23
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓




ต่าง ๆ และกิจกรรมที่ ๑๒ คือ กิจกรรมการฝึกอบรม กิจกรรมพิเศษ ในแผนพัฒนา ระยะท ๒ คือ กิจกรรม






แนะนาส่งเสรมอาชพการเลยงปลาให้กบกาลงพล ท่องเท่ยวเชิงเกษตร หรือเชิงนิเวศ จะจัดให้มีสถานที ่



กองทัพเรือ ทั้งข้าราชการและทหารกองประจ�าการที่จะ เข้าเยี่ยมชม ภายในพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ จัดกิจกรรมตกปลา






ครบกาหนดปลดประจาการ ปัจจุบันกรมสวัสดิการ และพาเท่ยวชมพ้นท่โดยใช้ยานพาหนะในท้องถ่น
ทหารเรือได้เปิดการฝึกอบรมหลักสูตรการเพาะขยาย เช่น รถแทรกเตอร์พ่วงลากอุปกรณ์ จัดสถานท่พักแรม

พันธุ์ปลา ให้แก่ข้าราชการช้นประทวนปีละ ๑ รุ่น กางเต็นท์นอน จัดกิจกรรมทางนาด้วยการล่องเรือ เพราะ




จ�านวน ๓๐ นาย และทหารกองประจ�าการปีละ ๑ รุ่น พ้นท่มีแม่นานครนายกไหลผ่าน ท้งน้จะได้ประสานกับ















จานวน ๖๐ นาย ทงนกรมสวสดการทหารเรอ จะไดเสนอ ศูนย์อานวยการการท่องเท่ยวกองทัพเรือ ในการพัฒนา

ขอเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรดังกล่าวในแต่ละปี เป็นแหล่งท่องเที่ยวของกองทัพเรือแห่งใหม่ต่อไป

ให้เพ่มมากข้น รวมท้งจะขยายหลักสูตรการฝึกอบรมน ี ้



ให้กับราษฎรในพ้นท่เพ่อให้มีความรู้ ความชานาญ



สามารถนาไปปฏิบัติจริงได้ เม่อได้รับการจัดสรรหรือแบ่ง



มอบท่ดินให้ใหม่ พร้อมกับสามารถท่จะเล้ยงปลาใน


นาข้าวได้ตามหลักของโคก หนอง นา โมเดล ซึ่งจะเป็น
การเพ่มรายได้ให้กับครอบครัว เป็นการใช้พ้นท่น้อยลง




แตไดรบผลตอบแทนสง สาหรับค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม




ให้กับราษฎรน้นจะประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่น


หรือหน่วยงานท่เก่ยวข้อง หรือภาคเอกชนเพ่อขอรับ



การสนับสนุนงบประมาณ ในการด�าเนินการดังกล่าว
นาวิกศาสตร์ 24
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓



แผนงานพัฒนาระยะที่ ๓ จะด�าเนินการในพื้นที่ นอกจากน้นยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ

ท่ได้รับคืนจากราษฎร ในลักษณะเช่นเดียวกันกับแผน กองทัพเรือ ๒๐ ปี ในด้านกิจการพลเรือน คือ ส่งเสริม






งานระยะที่ ๒ คือ จะขยายพื้นที่ด�าเนินการในโครงการ และสนบสนนการจดงาน หรอโครงการทเกยวกบ








ให้เพ่มข้น ท้งโครงการพันธุ์พืชและโครงการพันธุ์สัตว์นา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หว และเป็นไปตามยทธศาสตร์


ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ชาต ๒๐ปี โดยมีเป้าหมายเพ่อ






ผลท่คาดว่าจะได้รับของโครงการน คือจะเป็นศูนย์ ๑. เพิ่มและพัฒนาศักยภาพต้นทุนมนุษย์







เรียนรู้ด้านการเกษตรกรรมให้กับราษฎรในพ้นท หรือ ๒. ให้ความยุติธรรมและลดความเหล่อมลาทางสังคม











ราษฎรทวไปเพอนาไปประกอบเป็นอาชพหลก หรอ ๓. เสรมสรางความแขงแกรงทางเศรษฐกจ และเพม







อาชีพเสริม เป็นการนารูปแบบของฐานการเรียนรู้น ซ่งใช้ ขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน


พื้นที่น้อย แต่สามารถท�าให้ได้ผลผลิตหรือผลตอบแทน ๔. ส่งเสริมการเติบโตท่เป็นมิตรกับส่งแวดล้อม เพ่อ



ท่เทียบเท่ากับการใช้พ้นท่มาก รวมท้งให้กาลังพล การพัฒนาอย่างยั่งยืน




ของกองทพเรอได้เข้ามาเรียนร นาไปประยุกต์ใช้ในการ ๕. เสริมสร้างเสถียรภาพของชาติเพื่อการพัฒนา



ู้
ประกอบอาชีพเสริม โดยเป็นไปตามนโยบายของ ประเทศสู่ความมั่งคั่งและความยั่งยืน
ผู้บัญชาการทหารเรือ ๖. เพ่มประสิทธิภาพในการบริหารจดการภาครฐ



นาวิกศาสตร์ 25
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


และส่งเสริมธรรมาภิบาลและเป็นไปตามกระบวนทัศน์ ๑๒. ดาเนินการอย่างเร่งด่วน เพ่อแก้ปัญหาโลกร้อน



“การพฒนาท่ย่งยืน” ขององค์การสหประชาชาต ิ ๑๓. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ท่ย่งยืน ของระบบนิเวศ




จ�านวน ๑๕ ข้อ คือ บนบก
๑. ขจัดความยากจน ๑๔. ส่งเสริมสันติภาพ และการเข้าถึงระบบยุติธรรม
๒. ขจัดความอดอยาก สร้างความมั่นคงทางอาหาร อย่างเท่าเทียมกัน
๓. ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน ๑๕. สร้างความร่วมมือระดับสากล ต่อการพัฒนา
๔. ส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้ ที่ยั่งยืน



๕. จัดการนาอย่างย่งยืน และพร้อมใช้สาหรับทุกคน สรุปได้ว่า การพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง





๖. ให้ทุกคนเข้าถึงพลังงานท่ย่งยืน ได้ตามกาลังของตน ทหารเรือโยทะกา กองอาชีวสงเคราะห์ กรมสวัสดิการ
๗. ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ทหารเรือคร้งน เป็นไปตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ



๘. ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน และนวัตกรรม โดยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กองทัพเรือ ๒๐ ปี




๙. ลดความเหล่อมลาท้งภายใน และระหว่างประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และกรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนของ
๑๐. สร้างเมือง และการตั้งถิ่นฐานที่ปลอดภัย องค์การสหประชาชาต ซงจกบงเกดผลเป็นรปธรรม







๑๑. สร้างรูปแบบการผลิต และการบริโภคที่ยั่งยืน อย่างแท้จริง



“โครงการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงโยทะกาเกิดข้นจากดาริของ พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ท่ต้องการ




แก้ไขปัญหาการบุกรุกท่ดินของราษฎรในพ้นท่ ซ่งกรมสวัสดิการทหารเรือ ได้เพยรพยายามและม่งมนในการศกษารปแบบ ในแนวทาง














การดาเนนงานของศนย์เรยนร้ตามศาสตร์พระราชา จาก ดร.ววฒน์ฯ พร้อมกบได้ไปศกษาดงานตามศนย์การเรยนร้เศรษฐกจพอเพยง







ต่าง ๆ เพื่อน�ามาออกแบบ และด�าเนินการก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้ของกองทัพเรือที่เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น และวิถีชีวิตของราษฎร






















ในพนท ทงนโครงการศนย์การเรยนร้เศรษฐกจพอเพยงโยทะกา นบว่าเป็นความภาคภมใจของกรมสวสดการทหารเรอ ทได้รบความ
ไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา ให้เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินในพื้นที่ของกองทัพเรือได้อย่างยั่งยืนต่อไป”
พลเรือตรี ดุลยพัฒน์ ลอยรัตน์
เจ้ากรมสวัสดิการทหารเรือ
นาวิกศาสตร์ 26
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


๑๖๗ วัน ของจเรทหารเรือพระองค์แรก




โดย ๐๕๐๘ ตอนที่ ๑


วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐



เป็นวันสถาปนากรมจเรทหารเรือ





































อดีตเจ้ากรมจเรทหารเรือ และอดีตรองเจ้ากรมจเรทหารเรือกับ พลเรือตรี มนตรี รอดวิเศษ เจ้ากรมจเรทหารเรือปัจจุบัน
ล�าดับที่ ๕๔ ในวันคล้ายวันสถาปนากรมจเรทหารเรือ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒


พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖
๑. กล่าวน�า





นายพลเรือตรี กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ ทรงออกจากราชการ เม่อวันท่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๔ และ




ทรงกลับเข้ารับราชการเม่อวันท่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐ ในตาแหน่ง จเรทหารเรือ จนถึงวันท่ ๑๔ มกราคม
พ.ศ.๒๔๖๐ จึงย้ายไปด�ารงต�าแหน่ง เสนาธิการทหารเรือ เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๐
ทรงเป็นจเรทหารเรือพระองค์แรก
ทรงด�ารงต�าแหน่งจเรทหารเรือ ๑๖๗ วัน



๒. นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทรงออกจากราชการ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ร.ศ.๑๒๙
(พ.ศ.๒๔๕๓) หลังจากนั้นเพียง ๖ เดือน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ






ให้ นายพลเรอตร กรมหมนชมพรเขตรอดมศกด ผ้ช่วยเสนาบดกระทรวงทหารเรอ และเจ้ากรมยทธศกษาทหารเรอ









ออกจากหน้าที่ราชการประจ�า ตั้งแต่วันที่ ๑๔ เมษายน ร.ศ.๑๓๐ (พ.ศ.๒๔๕๔)






สาเหตุท่ทาให้กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ต้องทรงออกจากประจาการท้ง ๆ ท่มีพระชันษาเพียง ๓๐ ปีเศษ

มีสาเหตุมากมายหลายกรณีต่าง ๆ กัน จะไม่ขอกล่าวไว้ ณ ที่นี้
28
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
จเรทหารเรือพระองค์แรก

๓. ทรงกลับเข้ารับราชการ
วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ร.ศ.๑๓๓ (พ.ศ.๒๔๕๗ : ค.ศ.๑๙๑๔) ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๑ ประเทศสยามได้เข้าสู่




สงครามโลกคร้งท่ ๑ โดยประกาศสงครามต่อประเทศเยอรมนี และออสเตรีย - ฮังการี เม่อวันท่ ๒๒ กรกฎาคม
พ.ศ.๒๔๖๐
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายพลเรือตรี กรมหมื่น



ชุมพรเขตรอุดมศักด์ ทรงกลับเข้ารับราชการกระทรวงทหารเรือ ในตาแหน่ง จเรทหารเรือ เม่อวันท่ ๑ สิงหาคม

พ.ศ.๒๔๖๐ นับว่าทรงเป็นจเรทหารเรือพระองค์แรก รวมระยะเวลาท่พระองค์ทรงออกจากราชการทหารเรือไป เป็นเวลา

นานถึง ๖ ปีเศษ


การกลับเข้ารับราชการกระทรวงทหารเรือ ของนายพลเรือตรี กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ ในตาแหน่ง

จเรทหารเรือ มีความเป็นมาดังนี้
นาวิกศาสตร์ 29
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


วันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงมีพระราชหัตถเลขา

ท่ ๔/๑๘๐ ถึงนายพลเรือเอก สมเด็จเจ้าฟ้า กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ให้รับ
นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เข้ารับราชการเป็น จเรทหารเรือ
































ที่ ๔/๑๘๐
วันที่ ๒๗ กรกฎาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๐
ถึง สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต
ด้วยกรมหมื่นชุมพรมาหาว่าจะขอเข้ารับราชการในต�าแหน่งใดต�าแหน่งหนึ่ง
จึงเหนว่ากรมหมื่นชุมพรมีความรู้ในทางทหารเรือ พอท่จะรับราชการ




ในน่าท่จเรทหารเรือได้ เพราะฉน้นให้เธอรับกรมหม่นชุมพรไว้ให้รับราชการเปนจเรทหารเรือด้วยเถิด
จเรทหารเรือเป็นต�าแหน่งซึ่งว่างอยู่
และในขณะนั้น ยังไม่มีกรมจเรทหารเรือ


(กรมจเรทหารเรือตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐)
พลเรือตรี แชน ปัจจุสานนท์ ได้เขียนไว้ในหนังสือ “ประวัติการทหารเรือไทย” พ.ศ.๒๕๐๘ ว่า
“ในปี พ.ศ.๒๔๖๐ จัดตั้งกรมจเรทหารเรือขึ้น กิจกรรมของกรมนี้ มีไม่ใคร่มาก อาจกล่าวได้ว่า เป็นกรมส�าหรับ
พักพิงผู้ที่ยังหาต�าแหน่งไม่ได้”
* หมายเหตุ



คุณครูพลเรือตรี แชน ปัจจุสานนท์ ท่านหมายถึง เป็นเร่องท่เกิดข้นในสมัยของ นายพลเรือตรี กรมหม่นชุมพร

เขตรอุดมศักดิ์
30
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐ นายพลเรือเอก สมเด็จเจ้าฟ้า กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวง
ทหารเรือ ทรงตอบพระราชหัตถเลขา เรื่องให้กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์เข้ารับราชการเป็นจเรทหารเรือ ดังนี้











ที่ ๙/๒๔๖๐

๐๔๒๒๙ ศาลาว่าการกระทรวงทหารเรือ
แพนกบัญชีพล วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๖๐
ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม



พระราชหัตถ์เลขาท่ ๔/๑๘๐ ลงวันท่ ๒๗ เดือนน้ดาเนิรกระแสพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ว่า




ให้ข้าพระพุทธเจ้ารับนายพลเรือตรีพระเจ้าพ่ยาเธอ กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ เข้ารับราชการเป็นจเรทหารเรือ



ซ่งว่างอยู่ ทราบเกล้าฯ ทุกประการแล้ว พระเดชพระคุณเป็นล้นเกล้าฯ หาท่สุดมิได้ ได้รับใส่เกล้าฯ ไว้ส่งให้
เข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม เป็นต้นไป





ส่วนเงินเดือนของนายพลเรือตรีพระเจ้าพ่ยาเธอ กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ เม่อก่อนออกจากราชการคร้งน้ไป




เคยได้รับพระราชทาน เดือนละ ๑,๕๐๐ บาท กับเงินเพ่มค่าวิชาพิเศษตามกฎเสนาบดีท่คงใช้อยู่ในขณะน้นอิกเดือนละ
๒๐๐ บาท รวมเป็นเดือนละ ๑,๗๐๐ บาท แต่กฎเสนาบดีที่ก�าหนดให้จ่ายเงินเพิ่มค่าวิชาพิเศษอิกส่วนหนึ่ง นอกจาก
เงินเดือนน้น ยกเลิกแล้วต้งแต่วันท่ ๑๗ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๖ ผู้ท่ได้เคยรับพระราชทานเงินเพ่มค่าวิชาพิเศษมา






แต่ก่อน คงให้ได้รับพระราชทานเงินเดือนเล่อนข้นเป็นการชดใช้ แต่คงอยู่ในอัตราเงินเดือน นายพลเรือตรี ๗๐๐. ๘๐๐.

๙๐๐. นายพลเรอโท ๑๑๐๐. ๑๓๐๐. ๑๖๐๐. นายพลเรอเอก ๒๐๐๐. ๒๔๐๐. ๒๘๐๐. อย่างเดยวเท่านัน










ส่วนเงนเดอนของนายพลเรอตรพระเจ้าพยาเธอ กรมหมนชมพรเขตรอดมศกด จเรทหารเรอต่อไปน สดแล้วแต่











จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานกระแสพระบรมราชโองการยังเกล้ายังกระหม่อม
ไว้เชิญไปให้กระทรวงพระคลังมหาสมบัติทราบเกล้าฯ
ควรมิควรสุดแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า
บริพัตร ขอเดชะ
นายพลเรือเอก เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
นาวิกศาสตร์ 31
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


32
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


นายพลเรือเอก สมเด็จเจ้าฟ้า กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต
เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ

นาวิกศาสตร์ 33
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


๔. นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรฯ พึ่งจะเฃ้ารับราชการใหม่










































วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทาน พระราชกระแส




ให้รับเงินเดือนนายพลโทชั้น ๒ ไปก่อน



ก็พอ,เพราะพึ่งจะเฃ้ารับราชการใหม่อีก


(ลายพระราชหัตถเลขารัชกาลที่ ๖ )





*เงินเดือนนายพลโทชั้น ๒ คือ
อัตราเงินเดือนนายพลเรือโท ๑,๓๐๐ บาท

(จบตอนที่ ๑)

34
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


เรื่องจริงจริงจากวิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒





ตอนที่ ๒ พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์



วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ร.ศ.๑๑๒ รบ

ระหว่างการเดินทางในค�่าคืนวันนั้น ท้องฟ้าปิด ฝนตกหนัก เรือรบฝรั่งเศสทั้ง ๒ ล�า มองเห็นกันไม่ค่อยถนัดนัก



ต้องคอยดูไฟเรือเดินอย่างระมัดระวังเพ่อไม่ให้พลาดกัน เรือต้องเดินหน้าเต็มตัวเพ่อเข้าในแม่นาเจ้าพระยาให้ได้ก่อน

เวลาน�้าลด
ตอนเช้าอากาศดีขึ้น ทหารประจ�าสถานีรบตลอดเวลา


ม.เดอแวลล์ เสนาบดีกระทรวงต่างประเทศฝร่งเศสได้มีโทรเลขจากกรุงปารีสไปยัง ม.ปาวีราชทูตฝร่งเศส
โทรเลขฉบับนี้มาถึง ม.ปาวีตั้งแต่ตอนเช้าของวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ร.ศ.๑๑๒ (ซึ่งในขณะนั้นเรือรบฝรั่งเศส ๒ ล�า
อยู่ในระหว่างการเดินทาง เวลาประมาณ ๑๗๐๐ จึงมาถึงสันดอนปากน�้าเจ้าพระยา และได้เกิดการสู้รบขึ้นที่ปากน�้า
เจ้าพระยาในตอนค�่า) โทรเลขมีความว่า
“ราชทูตสยาม (พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์) ได้มาแจ้งความเเก่ข้าพเจ้า (ม.เดอแวลล์) อย่างเดียวกับที่ท่าน (ม.ปาวี)

ได้บอกมาตามโทรเลขลงวันท ๑๑ เดือนน พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ ได้แจ้งแก่เราอีกว่าให้รัฐบาลฝร่งเศสได้ทราบ




เสียด้วยว่าได้วางลูกตอร์ปิโด (ทุ่นระเบิด) ไว้ในร่องน�้า”
“ขอให้ท่าน (ม.ปาวี) ทูลแก่กรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการว่า เราไม่ยอมให้สยามคัดค้านแต่อย่างใด และเราสงวนไว้
ซึ่งสิทธิอันชอบของเราที่มีอยู่ตามข้อ ๑๕ เเห่งสัญญาทางพระราชไมตรี ค.ศ.๑๘๕๖”




“จงบอกกองเรือฝร่งเศสทราบว่า รัฐบาลฝร่งเศสจะยับย้งไม่ให้เรือลาใดข้ามสันดอนเข้าไปก่อนในเวลาน ถ้าแม้ว่า


ประเทศหนึ่ง ๆ มีเรือรบเกิน ๑ ล�าในแม่น�้าเเล้ว เราก็จะไม่เปลี่ยนแผนความคิด”
“อนึ่งให้บอกไปยังนายพลเรือ ฮูมานน์ ฝ่ายเรายังสงวนสิทธิ์ที่เรามีอยู่ตามข้อ ๑๕ แห่งสัญญาพระราชไมตรี ค.ศ.
๑๘๕๖ ที่ท�าไว้กับรัฐบาลสยามอย่างเด็ดขาด”






ในวันท ๑๓ กรกฎาคม น ฝ่ายสยามได้เตรียมการรับเสด็จอาร์ชดยุกออสเตรียน ซ่งกาหนดว่าจะมาถึงปากนา


เจ้าพระยาในวันนี้ จึงได้จัดส่งเรือมกุฎราชกุมาร และเรือนฤเบนทร์บุตรีออกไปรับเจ้าชายที่ปากน�้า เรือมกุฎราชกุมาร
ออกไปจอดคอยอยู่ที่นอกสันดอน ภายหลังทราบว่าเจ้าชายออสเตรียนยังเสด็จมาไม่ถึง


และในตอนเย็นวันนี้ ราชทูตฝร่งเศสก็ได้เเจ้งให้ทราบด้วยเหมือนกันว่า เรือรบฝร่งเศส ๒ ลาจะเข้ามาถึงสันดอน

โดยตกลงว่าจะจอดอยู่เพียงที่สันดอนก่อน

แต่เพ่อความไม่ประมาท นายพลเรือจัตวา พระยาชลยุทธโยธินทร์ ซ่งมีหน้าท่เป็นผู้อานวยการป้องกันปากนา





เจ้าพระยาได้ออกไปที่สันดอนแต่ตอนเช้า ได้สั่งให้เรือมกุฎราชกุมารเข้ามาจอดภายในแนวป้องกันที่ปากน�้า
วันนี้ฝ่ายสยามได้จมเรือโป๊ะที่แนวป้องกันอีกหนึ่งล�า และได้วางตอร์ปิโด (ทุ่นระเบิด) อย่างฉุกเฉินทั้งหมดเพียง
๑๖ ลูกเท่านั้น
36
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


ตอร์ปิโด กับ ทุ่นระเบิด




เพ่อไม่ให้เกิดความสับสน และเพ่อให้มีความชัดเจนของคาว่าตอร์ปิโด กับคาว่า ทุ่นระเบิด ในบทความเร่องน ี ้

จึงขอบอกว่าตอร์ปิโด ก็คือ ทุ่นระเบิด และ ทุ่นระเบิด ก็คือ ตอร์ปิโด ดังนั้นจึงขอเล่าให้ฟังดังต่อไปนี้
คุณครูพลเรือตรี แชน ปัจจุสานนท์ ท่านเล่าเอาไว้ในหนังสือ “ประวัติการทหารเรือไทย”พ.ศ.๒๕๐๘ ว่า





“ทางราชการทหารเรือไทย เคยส่งทุ่นระเบิดใต้นามาใช้ราชการเม่อคร้งพระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ เป็นผู้บังคับการ









กรมแสง ท่นระเบดใต้นาสมัยน้นบางทีก็เรียกว่าตอร์ปิโด เป็นท่นระเบิดท่วางทอดอยู่ใต้นา บังคับการยิงจากสถาน ี

บนฝั่ง เม่อมีเรือข้าศึกเเล่นผ่านเข้ามาในสนามทุ่นระเบิดตรงกับทุ่นระเบิดลูกใดท่วางทอดไว้ ก็บังคับให้ทุ่นระเบิดลูกนั้น







ระเบิดข้น ได้มีการใช้ทุ่นระเบิดป้องกันปากนาเจ้าพระยาเม่อคราวทาการสู้รบกับฝร่งเศสสมัย ร.ศ.๑๑๒ ในการวางทุ่น
ระเบิดครั้งนี้ มีเวลาวางได้เพียง ๔ สถานี เป็นจ�านวนทุ่นระเบิดทั้งหมด ๑๖ ลูกเท่านั้น และวางระเบิดเสร็จก่อนท�าการ

สู้รบกับฝร่งเศสเพียงวันเดียว ท้งน้เน่องจากได้รับดินระเบิดท่มาจากสิงคโปร์ในเวลากระช้นชิด เจ้าหน้าท่ไม่มีเวลาบรรจ ุ







ดินระเบิด และวางทุ่นระเบิดให้ได้จานวนมากกว่าน ในการสู้รบกับฝร่งเศสคร้งน ฝ่ายไทยได้ยิงทุ่นระเบิดเพียงลูกเดียว








และก็ไม่ได้ผลสมความมุ่งหมาย เพราะทุ่นระเบิดน้นห่างจากเรือรบฝร่งเศส (เรือแองคองสตังต์) ประมาณ ๓๐ - ๔๐ หลา
จึงไม่สามารถจะท�าอันตรายแก่เรือนั้นได้”


“ต่อมากองทัพไทยได้ปรับปรุงกิจการฝ่ายทุ่นระเบิดให้เป็นหลักฐานเม่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๔๐ ได้แต่งต้งให้
นาวาตร เซอเรนเซน (Lieutenant Commander Sorensen) นายทหารชาติเดนมาร์ก เป็นผู้บังคับการ ซ่งในสมัยน้น








กองทัพเรือไทยยังไม่มีเรือพิฆาตฯ และเรือตอร์ปิโด ลูกตอร์ปิโดชนิดท่ว่งไปใต้นาด้วยกาลังลมอัดน้นมีใช้ในกองทัพเรือไทย

เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๑ ซึ่งเป็นปีที่เรือพิฆาตฯ เสือทยานชล เเละเรือตอร์ปิโดที่ ๑-๒-๓ สร้างจากญี่ปุ่นเดินทาง
มาถึงกรุงเทพฯ
ร�าจวน นภีตะภัฎ ได้อธิบายไว้ใน “พจนานุกรม อภิธานศัพท์การเรือ พ.ศ.๒๕๔๒” เกี่ยวกับค�าว่า “TORPEDO”
Torpedo (๑) คือ ปลาไฟฟ้า ปลาที่ฆ่าเหยื่อโดยการปล่อยกระเเสไฟฟ้าใส่เหยื่อเมื่อสัมผัส ปลาชนิดนี้มีขนาด
หนักตั้งแต่ ๒๐ - ๑๐๐ ปอนด์ กระแสไฟฟ้าแรงพอที่จะท�าให้คนตายได้
Torpedo (๒) คือ ทุ่นระเบิดใต้น�้า

Torpedo (๓) คือ อาวุธท่ปล่อยออกจากเรือรบ สามารถควบคุมระดับลึก และทิศทางสู่เรือของข้าศึกได้ จะระเบิด
เมื่อชน หรือครูดไปกับเรือของข้าศึก
Torpedo Boat คือ เรือใช้ตอร์ปิโด เรือรบขนาดเล็ก ความเร็วสูง มีอาวุธหลักคือตอร์ปิโด
Torpedo Catcher คือ เรือพิฆาตตอร์ปิโด เรือเร็วที่ใช้ท�าหน้าที่โจมตี และท�าลายเรือใช้ตอร์ปิโด
Torpedo Gunboat คือ เรือปืนที่ติดอาวุธตอร์ปิโด ด้วย
นาวิกศาสตร์ 37
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


มนต์ชัย ราบรื่นทวีสุข ประธานชมรมเพื่อนทหารเรือ ได้เขียนเล่าไว้โดยละเอียดชัดเจนในหนังสือ “ศิลปวัฒนธรรม”





ปีท ๒๘ ฉบับท ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๐ เร่อง “การเตรียมการของฝ่ายสยามในวิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒” มีใจความ
อย่างย่อ ๆ ว่า
นับตั้งแต่ปี ๒๔๑๙ สยามเพิ่งจะเริ่มรู้จักกับ ทุ่นระเบิด โดยยังเรียกชื่อกันว่า ตอร์ปิโด (Torpedo) หมายถึง อาวุธ






ใต้นา เม่อวันท ๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๑๙ มีพิธีคล้องช้างท่อยุธยา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เสด็จทอดพระเนตร ในการนี้ผู้บังคับการเรือรบอเมริกัน “อะชิวลอต” (Ashuelot) ได้น�าตอร์ปิโด ถวายทอดพระเนตร


ฝ่ายสยามเห็น และเรียกว่าเหล็กใส่ดินดาได้มีการสาธิตถวายทอดพระเนตรในท้องนาใกล้วัดชุมพลนิกายาราม

พวกเรือรบเอาตอร์ปิโด บรรจุดินด�า ๑๒๐ ปอนด์ ทอดทิ้งลงในใต้บวบแพไม้ไผ่ใหญ่ประมาณ ๓ วาเศษ พวกเรือรบก็
หมุนไฟฟ้า (ปั่น Magneto) ที่จุดล่ามลงไปใต้น�้า แพนั้นก็ปะทุแตก น�้าพลุ่งขึ้นมา ไม้ไผ่แตกเป็นซีก กระจายไปหมด
“ตอร์ปิโดนี้ส�าหรับจุดให้เรือก�าปั่นรบที่เป็นเหล็กฤาเป็นไม้ให้แตกท�าลายเสีย เมื่อเวลาเข้าต่อรบกับข้าศึก”

นับแต่ได้ทอดพระเนตรการสาธิต ทุ่นระเบิด ของทหารเรืออเมริกันเม่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๔๑๙ เเล้วม ี
พระราชด�าริที่จะจัดหามาใช้โดยเฉพาะการป้องกันปากน�้าเจ้าพระยา






จากพระราชดาริในการท่จะใช้ทุ่นระเบิด จนกระท่งถึงวันท ๑๓ กรกฎาคม ร.ศ.๑๑๒ (พ.ศ.๒๔๓๖) จึงได้นา
ตอร์ปิโด (ทุ่นระเบิด) มาใช้ในการสู้รบกับเรือฝรั่งเศสดังกล่าว
































ทุ่นระเบิด ที่เรียกว่าตอร์ปิโด ตอร์ปิโดชนิดที่วิ่งไปใต้น�้า ด้วยก�าลังลมอัด
(ทุ่นระเบิดในบังคับ) สามารถควบคุมระดับน�้าลึก และทิศทางสู่เรือข้าศึกได้

38
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


เรือรบของฝรั่งเศส ๒ ล�า

เวลา ๑๖๐๐ เรือรบของฝรั่งเศสก็เห็นชายฝั่งของสยาม
เวลา ๑๗๐๐ เรือมกุฎราชกุมารเข้าประจ�าภายในแนวป้องกันอยู่ทางช่องเรือเดินฝั่งตะวันตก โดยมีเรือนฤเบนทร์

บุตร และเรือทูลกระหม่อมจอดอยู่ถัดไปทางฝั่งเดียวกันตรงแหลมฟ้าผ่า ทางฝั่งตะวันออกของช่องเรือเดินมีเรือ
ู่




มูรธาวสิตสวัสด์จอดอย กับมีเรือหาญหักศัตรูจอดอยู่ทางฝั่งเดียวกันอีกลาหน่ง รวมเรือรบฝ่ายสยามท่คอยต้านทานอย ู่
ภายในแนวป้องกันรวม ๕ ล�าด้วยกัน เรือที่จะท�าการต่อสู้ต้านทานเรือรบฝรั่งเศสอย่างจริงจัง ก็คือเรือมกุฏราชกุมาร
นายนาวาโท กูลด์แบร์ก (Commander Vilhelm P.P Guldberg) เป็นผู้บังคับการเรือ และเรือมูรธาวสิตสวัสด นายเรือเอก


คริสต์มาส (Lieutenant Walther Christmas) เป็นผู้บังคับการเรือ ส่วนเรืออีก ๓ ล�านั้นเป็นเรือขนาดย่อม ให้จอดอยู่





กับท เม่อเรือรบฝร่งเศสผ่านเข้ามาก็ให้ร่วมทาการยิงต้านทานด้วย นอกแนวป้องกันออกไปมีตอร์ปิโด (สนามทุ่นระเบิด)



บังคับการยิงจากเรือทุ่นระเบิดซ่งจอดอยู่ทางฝั่งตะวันตกใกล้เรือทุ่นไฟ ท่แหลมลาพูรายมีสถานีโทรเลขสาหรับรายงาน

เหตุการณ์ต่าง ๆ เข้าไปยังกรุงเทพฯ
นาวิกศาสตร์ 39
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


เรือพระที่นั่งมหาจักรี






























เรือมกุฎราชกุมาร

40
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓



เรอมูรธาวสิตสวัสด ิ ์






































เรือทูลกระหม่อม



นาวิกศาสตร์ 41
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


เรืออรรคราชวรเดช



































ปืนของเรือหาญหักศัตรู ที่ใช้สู้รบกับเรือรบฝรั่งเศส ในการรบที่ปากน�้าเจ้าพระยา เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ร.ศ.๑๑๒
ตั้งไว้เป็นอนุสรณ์วิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒ ที่วงเวียนหน้ากองบัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ

42
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓







ขณะน้ทุกส่งทุกอย่าง ทางฝ่ายสยามได้จัดเตรียมไว้พร้อมเเล้วเพ่อรับฝร่งเศส หากเรือรบฝร่งเศสขืนเเล่นเข้ามา


ทางฝ่ายสยามจะยอมไม่ได้เป็นอันขาด ตามท่ได้แจ้งให้ราชทูตฝร่งเศสได้ทราบล่วงหน้าไว้แล้ว นายพลเรือจัตวา
พระยาชลยุทธโยธินทร์ (Commodore du Plessis de Richellieu : Deputy Superintendent Royal Navy)






ได้อานวยการป้องกันอยู่ท่ป้อมพระจุลจอมเกล้า และได้ส่งแก่ผู้บังคับการเรือทุกลาว่าในกรณีท่จะต้องเกิดการสู้รบกันข้น
เม่อป้อมพระจุลจอมเกล้าทาการยิงไปเป็นนัดท่ ๔ แล้ว เรือฝร่งเศสยังไม่หยุด ก็ให้เรือเร่มทาการยิงร่วมกับป้อม






ได้ทีเดียว




ภายนอกแม่นาเจ้าพระยา มีเรือนาร่องอยู่ลาหน่ง ใช้เป็นท่พักของพวกน�าร่อง กับเรือ อรรคราชวรเดช* (Akarat)


เป็นเรือจักรข้างเก่า ๆ ล�าหนึ่ง เป็นเรือที่กัปตันวิล (Captain J.R.Vil) เจ้าพนักงานเจ้าท่าสยามประจ�าอยู่


เวลา ๑๗๐๐ หมู่เรือรบฝร่งเศสมาถึงสันดอนได้หยุดเรือโดยไปทอดสมออยู่ใกล้ ๆ กับเรือนาร่อง เรือโบตจาก
เรืออรรคราชวรเดชได้น�ากัปตันวิลขึ้นไปบนเรือแองคองสตังต์ กัปตันวิลมีประมวลสัญญาณติดตัวไปด้วย เพื่อส่งไปยัง
ประภาคารที่สันดอน แล้วส่งต่อไปยังปากน�้า เพื่อให้ทราบเหตุการณ์ภายนอกแม่น�้าได้
กัปตันวิลพนักงานเจ้าท่าสยามได้แสดงคาส่ง และคาขอร้องมิให้เรือรบฝร่งเศสข้ามสันดอนเข้ามา และมิยอมบอก










อัตรานาท่สันดอนให้ฝ่ายฝร่งเศสทราบ แต่ได้รับคาตอบจากฝ่ายฝร่งเศสว่า “เรือรบฝร่งเศสจะเข้าไปกรุงเทพฯ”

กัปตันวิลจึงกลับไปเรืออรรคราชวรเดช














แต่เเรกผ้บงคบการเรอแองคองสตงต์นกว่ากปตนวลเป็นชาวเดนมาร์กประจาอย่ในกองทพเรอสยาม กเเสดง
ความสุภาพด้วย แต่เมื่อครั้นกัปตันวิลลงไปจากเรือ จึงรู้ว่ากัปตันวิลเป็นชาวเยอรมันที่เคยท�าการสู้รบกับฝรั่งเศสในปี
ค.ศ.๑๘๗๐ - ค.ศ.๑๘๗๑ ก็เลยเอาปืนยิงไล่ส่งไปเลย

ในเวลาน้มีเรือลาดตระเวนอังกฤษช่อปาลลาส (Pallas) จอดอยู่ท่บริเวณน้นด้วย เม่อเรือรบฝร่งเศสเข้ามาถึงสยาม





มิสเตอร์แจคสันน�าร่องชาติอังกฤษ ซึ่งอยู่ที่เรือน�าร่องได้ขึ้นไปบนเรือเซย์















ตามทกรมทหารเรอของสยามได้ให้เรอกลไฟลาใหญ่ชอเรอสตรมาทสถานทตฝรงเศส เพอให้ ม.ปาวออกไปพบ







กบเรอแองคองสตงต์ในตอนเยนทปากแม่นาเจ้าพระยา จะได้พยายามให้ทางเรอรบฝรงเศสเชอ ไม่ให้เดนทางเข้ามา









คงให้จอดทอดสมออยู่ท่นอกสันดอน เรือสตรูได้เข้าเทียบเรือแองคองสตังต์ โดย ม.ปาว ให้นายเรือโทนายทหาร


ประจาเรือลูแตงคนหน่ง เอาถุงไปรษณีย์ถุงใหญ่มาให้ด้วย (โดยท ม.ปาว ไม่ได้มาเอง) นายทหารประจาเรือลูแตง






จะมาติดต่อกับผู้บังคับการเรือแองคองสตังต์ ว่ากระไรไม่มีใครรู้
นายนาวาเอก แองกัส แมคเคลาด์ (Angus Macleod) ผู้บังคับการเรือปาลลาสของอังกฤษ ได้ส่งนายเรือเอก
เอดเวิร์ดส์ (Edwards) นายทหารฝ่ายพลาธิการข้นไปบนเรือแองคองสตังต์ เพ่อแจ้งให้ทราบว่า ราชทูตฝร่งเศสจะม ี







คาสั่งมาให้เรือรบฝร่งเศสจอดทอดสมออยู่ท่นอกสันดอนก่อน แต่ทหารเรือฝร่งเศสประจาเรือลูแตงท่มากับเรือสตร ู






กลับบอกว่าไม่ทราบอะไรเลย และก็ไม่ได้รับคาส่งอะไรด้วย จึงเกิดการสับสนไม่แน่ชัดข้น และเป็นข้อท่ชวนให้สงสัย
อยู่มาก และจะด้วยเหตุผลใดไม่ปรากฏ ผู้บังคับการเรือแองคองสตังต์ไม่ยอมฟังเสียงห้ามปรามใด ๆ ที่จะมิให้เรือรบ
ฝรั่งเศสเดินทางเข้าไป
*เรืออรรคราชวรเดช (ROYAL SOVEREIGN or AKARAT WARADET) เป็นเรือท่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์

(ช่วง บุนนาค/เจ้าคุณกลาโหม/นาวาสถาปนิกคนเเรกของประเทศไทย) ต่อขึ้น เดิมชื่อบรมราชวรฤทธิ์
นาวิกศาสตร์ 43
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓






ดังน้นผู้ท่ข้นไปบนเรือแองคองสตังต์ต่างก็พากันกลับ มิสเตอร์แจคสันนาร่องสยามยังคงอยู่ในเรือเซย์ มิได้กลับไป
ยังเรือน�าร่อง ม.จิเกล กัปตันเรือเซย์ได้ขึ้นไปบนเรือแองคองสตังต์ ท�าหน้าที่น�าร่องตามที่ได้ตกลงกันไว้ ต้นเรือเรือเซย์
ท�าหน้าที่เป็นกัปตันเรือเซย์แทน ม.จิเกล เรือสตรูออกจากเทียบเดินทางเข้ากรุงเทพฯ


ขณะนี้น�้าที่สันดอนก�าลังจะขึ้น นายนาวาโท โบรี ผูบังคับการเรือแองคองสตังต ไดกลาวไวแลวที่จะเดินทางเขาไป





ในแม่น�้าให้จงได้ จึงได้จัดเรือกลไฟเล็กของเรือแองคองสตังต์ออกไปหยั่งน�้าล่วงหน้าที่บริเวณโป๊ะจับปลา
ส่วนกัปตันวิลนั้น เมื่อกลับไปถึงเรืออรรคราชวรเดชแล้ว ก็ได้ชักธงสัญญานประมวลให้ทางป้อมพระจุลจอมเกล้า
ทราบ “เตรียมพร้อม”
ทางเรือเเองคองสตังต์ก็ไม่ยอมให้เสียเวลา เพราะจะได้เวลาน�้าลดเสียก่อน จะผ่านสันดอนไม่ได้ และตามสัญญา
ทางพระราชไมตรี ค.ศ.๑๘๕๖ ก็ระบุชัดเจนแล้วว่ามีสิทธิ์ที่จะเข้าไปจนถึงปากน�้าได้




นายนาวาโท โบร ผู้บังคับการเรือแองคองสตังต์ จึงส่งออกเรือทันท เรือเซย์นาหน้า ตามด้วยเรือเเองคองสตังต์ และ
เรือโคแมต เดินหน้าเต็มตัว ระยะห่างระหว่างล�า ๔๐๐ เมตร มีเรือสินค้าอังกฤษ ๓ ล�า แล่นออกมาสวนทางกับเรือรบ
ฝรั่งเศส อากาศตอนนั้น ครึ้มฝน มีเมฆทางขอบฟ้าทิศตะวันออก ลมอ่อน ๆ ทะเลมีคลื่นเล็กน้อย ดวงอาทิตย์ก�าลังจะ
ลับขอบฟ้า
เวลา ๑๘๐๕ เรือรบฝรั่งเศสผ่านสันดอนปากน�้าเจ้าพระยา ระดับน�้าที่สันดอนขึ้นสูง ๑๔ ฟุต
ท้ง ๆ ท่ได้มีโทรเลขไปยังรัฐบาลฝร่งเศสท่กรุงปารีสแล้ว และก็ได้ตอบทางโทรเลขรับรองตกลงว่าจะส่งเลิกการ



















ทจะส่งเรอรบเข้ามาในแม่นาอกนนแล้ว ม.ปาวี ราชทตฝรงเศสประจากรงเทพฯ กได้ตกลงยอมไม่ให้เรอรบฝรงเศส



เข้ามา และได้ขอเรือกลไฟให้นายทหารเรือออกไปห้ามแล้ว แต่เรือรบฝรั่งเศสทั้ง ๒ ล�า ยังดื้อด้าน แล่นเลยข้ามสันดอน
เข้ามาจนได้ เป็นเหตุให้เกิดการสู้รบกันขึ้นที่ปากน�้าเจ้าพระยาในตอนเย็นวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ร.ศ.๑๑๒ จนได้
เวลา ๑๘๑๕ ฝนหยุดตก จึงได้เห็นเรือรบฝรั่งเศสทั้ง ๒ ล�า เรือเซย์แล่นน�าหน้าเข้ามาในสันดอนแล้ว และผ่าน
ประภาคาร

เวลา ๑๘๓๐ เรือรบฝรงเศสแล่นมาถึงทุ่นดา (Turning buoy/เครองหมายทางเรือในสันดอน) ซงเป็นจุดเลยว








ของร่องน�้า
เวลา ๑๘๔๕ เมื่อเรือรบฝรั่งเศสล่วงล�้าเข้ามา ป้อมพระจุลจอมเกล้าจึงเริ่มยิงด้วยนัดดินเปล่าไม่มีกระสุน (blank
cartridge) ไป ๒ นัด เป็นการเตือนเรือรบฝรั่งเศสกลับไปเสีย ไม่ให้ล่วงล�้าเข้ามา แต่เรือรบฝรั่งเศสไม่สนใจต่อเสียงปืน

ยังคงแล่นเร่อยเข้ามาอย่างเดิม ป้อมพระจุลจอมเกล้าจึงยิงนัดท ๓ ให้กระสุนข้ามหัวเรือลาหน้าไป และต่อมาก็ยิง






นัดท ๔ ให้กระสุนข้ามหัวเรือเช่นกัน เรือฝร่งเศสลาหน้าทาท่าว่าจะหยุด และหันกลับออกไป แต่ในไม่ช้าก็แล่นมา



ตามเข็มเดิมอีก พร้อมกับชักธงชาติฝรั่งเศสขึ้นที่ยอดเสา ทุกเสา และที่เสากาฟฟ์ด้วย เป็นการประจ�าสถานีรบ หันปืน
ไปทางป้อมพระจุลจอมเกล้า ถอดปล่องลมออก ปิดช่องแสงสว่างทั้งหมด เตรียมพร้อมที่จะยิงตอบ เรือแองคองสตังต์

แล่นมุ่งหน้าตรงมายังเรือทุ่นไฟ ทางป้อมพระจุลจอมเกล้าจึงทาการยิงเรือรบฝร่งเศสด้วยปืนทุกกระบอก โดยเล็งยิง

หมายถูกเป้าเลยทีเดียว
ทางป้อมพระจุลจอมเกล้า ก็ตลบไปด้วยแสงไฟ และควันปืน แม้ว่าเรือรบฝรั่งเศสจะอยู่ห่างถึง ๔,๐๐๐ เมตร แต่ก็
นับว่ายิงได้ตรงเป้าดีมาก แต่เรือรบฝร่งเศสก็ยังไม่ทาการยิงตอบโต้โดยทันทีเพราะเห็นว่าระยะยังไกลอยู่ และปืน


ป้อมพระจุลจอมเกล้า เป็นปืนชนิดผลุบโผล่อยู่ในหลุม จะยิงกระสุนปรายในระยะนี้คงจะไม่ได้ผลจริงจัง จึงแล่นเรียง



ตามกันมาด้วยความเร็ว ๑๐ นอต กระสุนปืนจากป้อมพระจุลจอมเกล้าได้กระทบนาแตกกระจายอยู่รอบ ๆ เรือฝร่งเศส
เฉียดไปมา
44
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


เรือเซย์ถูกยิง เกยตื้นที่แหลมล�าพูราย



ต่อมาสักครู่ เรือเซย์ซ่งแล่นนาหน้าก็ถูกกระสุนปืนเข้านัดหน่ง จึงได้เบนหัวเรือไปทางซ้าย นาร่องของเรือเซย์

เเสดงความกลัวไม่ยอมท�าหน้าที่น�าร่องให้อีกต่อไป ต้องการจะทอดสมอเเละเพื่อไม่ให้เรือจม จึงจ�าต้องแล่นไปเกยตื้น
อยู่บนเลนที่เเหลมล�าพูราย (ปัจจุบัน คือ บริเวณบ้านหัวล�าพู ต�าบลบางปู) น�้ารั่วเข้าเรืออุดไม่อยู่
นาวิกศาสตร์ 45
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


ภาพประวัติศาสตร์
ปืนเสือหมอบที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ก�าลังยิง
พลเรือตรี แชน ปัจจุสานนท์ ถ่ายภาพ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๕

ปืนผลุบโผล่ ปืนเสือหมอบ


ฝ่ายฝรั่งเศสได้กล่าวถึงปืนที่ป้อมพระจุลจอมเกล้าไว้ว่า
“ปืนเหล่านี้เมื่อยิงจึงโผล่ขึ้น ครั้นยิงเเล้วก็ผลุบลงไปในหลุม ซึ่งมีเกราะก�าบังไว้อย่างเเข็งแรง”




“ปืนผลุบโผล่” หรือปืนทโผล่ข้นมายิงแล้วผลุบลงไป ดังกล่าวน คือปืนท่คนไทยเราเรียกว่า ปืนเสือหมอบ น่นเอง



เป็นปืนท่สร้างไว้ในหลุม เวลายิงปืนก็จะยกตัวข้น ปากกระบอกปืนพ้นปากหลุม เม่อยิงไปแล้วจะลดตัวลงมาอยู่ในหลุม



ตามเดิม จึงเรียกว่า ปืนเสือหมอบ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Disappearing Gun หรือ Disappearing Carriage ที่
ป้อมพระจุลจอมเกล้ามี ๗ กระบอก ที่ป้อมผีเสื้อสมุทรมี ๓ กระบอก
ปืนเสือหมอบเป็นปืนท่สร้างข้นระหว่างพุทธศักราช ๒๔๒๘ - ๒๔๒๙ โดยบริษัท Sir W.G.Armstrong ตัวปืนใหญ่


หมุนได้รอบตัว ความกว้างปากกระบอกปืน ๖ น้ว เป็นปืนแบบบรรจุท้าย (Breech Loading/breech แปลว่า

ท้ายล�ากล้องปืน) นับว่าเป็นปืนใหญ่ที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้น ได้ติดตั้งปืนเสือหมอบที่ป้อมพระจุลจอมเกล้าที่เพิ่งสร้าง
เสร็จไม่ถึงเดือน ก็ได้ใช้ยิงต่อสู้กับเรือรบฝรั่งเศสเป็นครั้งแรกในวิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒

46
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


ปืนเสือหมอบ เวลายิง ปืนจะยกสูงขึ้น ปากกระบอกปืนพ้นปากหลุม




































ปืนเสือหมอบ ขณะท�าการยิง

นาวิกศาสตร์ 47
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


เมื่อยิงไปแล้ว ปืนจะลดลงมาอยู่ในหลุมปืน





































บริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าในปัจจุบัน ซ้ายสุดคือหลุมปืนเสือหมอบ ๗ หลุม

48
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓


Click to View FlipBook Version