The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือที่ระลึกเนื่องในวันกองทัพเรือ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-11-10 22:23:38

หนังสือที่ระลึกเนื่องในวันกองทัพเรือ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

หนังสือที่ระลึกเนื่องในวันกองทัพเรือ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

กองทัพเรือรับมอบเครื่องบ�ำบัดอำกำศ

ที่มีมลพิษและฝุ่นละอองขนำดเล็ก PM 2.5

จำกประธำนกรรมกำรบริหำรมูลนิธิรำชประชำนุเครำะห์

และประธำนเจำหน้ำที่บริหำร บรษัท พทีที โกลบอล เคมิคอล จ�ำกัด (มหำชน)




พลเรือเอก สมประสงค์ นลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) รับมอบเครื่องบ�าบัดอากาศที่มมลพิษ


และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จ�านวน ๑๔ เครื่อง จากพลเรือเอก พงษเทพ หนูเทพ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหาร








มูลนิธิราชประชานุเคราะหในพระบรมราชูปถมภ และ ดร.คงกระพน อินทรแจง ประธาน เจาหนาที่บริหาร บรษัท พีทีท โกลบอล


เคมิคอล จ�ากัด (มหาชน) ใหกับศูนยปฏิบัติการกองทัพเรือ ณ มูลนิธิราชประชานเคราะห ในพระบรมราชูปถัมภ เขตปอมปราบศัตรูพาย






กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๕
ส�าหรับความเป็นมาของเครื่องบ�าบัดอากาศ ฯ เริ่มต้นเมื่อพุทธศักราช ๒๕๖๓ โดยกองทัพเรือจดคณะท�างานจาก

กรมอู่ทหารเรือร่วมศึกษาและพัฒนาเครื่องบ�าบัดอากาศ ฯ ตั้งแต่ยังเป็นเครื่องต้นแบบ และมีการพัฒนาร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ
ภายใต้การดูแลจากมูลนิธิราชประชา ฯ อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน นับว่าเป็นเครื่อง รุ่นที่ ๓ โดยใช้หลักการบ�าบัดด้วยตัวกรอง

ื้

๓ ชั้น มีประสิทธิภาพในการบ�าบัดฝุน PM 2.5 รอยละ ๙๙.๒ มการ เพิ่มระบบฆาเชอโรคในอากาศดวยหลอดยูวีซี เพื่อตอบสนอง








ความตองการของประชาชนดานสุขอนามัย ในชวงสถานการณการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19)
ทั้งนี้กองทัพเรือได้น�าเครื่องบ�าบัดอากาศฯ ไปใช้ในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาจากมลพิษทางอากาศ
ึ้
ที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขน และเพื่อให้ประชาชนที่สนใจสามารถมารับแบบไปจดสร้าง อันเป็นการพึ่งพาตนเอง

ตามพระราชปณิธานในการพระราชทานความช่วยเหลืออย่างยั่งยืนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไป
49


พิธีรับ-ส่งหน้าที่ ผู้บัญชาการทหารเรือ




พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ รับมอบหน้าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ จาก พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย
ณ ท้องพระโรง พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕








































50


51


ประวัติ


พลเรือเอก เชงชาย ชมเชิงแพทย ์

ผูบัญชาการทหารเรือ




การศึกษา

ภายในประเทศ
• โรงเรียนเซนต์คาเบรียล รุ่นที่ ๕๐

• โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ ๒๒

• โรงเรียนนายเรือ รุ่นที่ ๗๙

• โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ รุ่นที่ ๕๕

• วิทยาลัยการทัพเรือ รุ่นที่ ๔๑
• หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ ๑๖

• วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ ๖๑

ต่างประเทศ
• SWO DH OPS SPEC INTL: Surface Warfare Off cer School, Rhode Island, USA

• Aircraft Carrier Staff Off cer Course: NAVSTA, Rota, Spain

• Building Maritime Share Awareness in Southeast Asia: USA





ประวัติกำรรับรำชกำร

• ผู้บังคับการเรือหลวงค�ารณสินธุ

• ผู้บังคับการเรือหลวงรัตนโกสินทร์

• ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือประจ�ากรุงวอชิงตัน
• ผู้อ�านวยการกองการฝึก กรมยุทธการทหารเรือ

• ผู้อ�านวยการกองนโยบายและยุทธศาสตร์ กรมยุทธการทหารเรือ

• เสนาธิการกองเรือด�าน�้า กองเรือยุทธการ
• รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ

• ผู้อ�านวยการส�านักกิจการความมั่นคง กรมยุทธการทหารเรือ

• รองเจ้ากรมสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ

• ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ และผู้อ�านวยการศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์

ของชาติทางทะเลภาค ๓
• รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

• ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ



52


53


นโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ประจ�าปีงบประมาณ ๒๕๖๖










พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย ผูบัญชาการทหารเรือ มอบนโยบายผบัญชาการทหารเรอ ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๖
แก่ก�าลังพลกองทัพเรือ รวมถึงถ่ายทอดสัญญาณไปยังห้องประชุมของหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพเรือ ทั้งที่อยู่ในประเทศไทย
และที่ประจ�าอยู่ส�านักงานในต่างประเทศ ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๕






































54


นโยบำยผู้บัญชำกำรทหำรเรือ ประจ�ำป งบประมำณ ๒๕๖๖





สานงานต อเนื่องตามนโยบายผู บัญชาการทหารเรือที่ผ านมา เพื่อให บรรลุเป าหมายตามวิสัยทัศน และยุทธศาสตร กองทัพเรือ
ตลอดจนรวมพลังขับเคลื่อนกองทัพเรือ ในการเร งพัฒนาให ก าวไปสู ความเป นสากล
มีความยั่งยืน และเป นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจตลอดไป






จากสภาวะแวดลอมดานความมั่นคงและสภาพปญหาของกองทัพเรือในปจจุบันมความซับซอน ในขณะเดียวกันกองทัพเรือ



ก็มีปัญหาสะสมบางประการ ซึ่งแม้ว่าผู้บริหารกองทัพเรือในอดีตจะพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ก็ยังมีข้อจ�ากัดบางประการ








ึ่
หรือสิ่งที่ไมคาดคิดวาจะเกิดขึน ซงสงผลกระทบตอการบรรลุวิสยทัศนของกองทัพเรอ ดังนั้นเพื่อเปนการวางรากฐานใหกองทพเรือ



ก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคงในทิศทางที่ถูกต้อง จึงน�ามาสู่การก�าหนดนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือประจ�าปีงบประมาณ ๒๕๖๖








ซึ่งเปนการด�าเนินงานตอเนื่องจากนโยบายผบัญชาการทหารเรือทานที่ผานมา ควบคูไปกับการเสริมสรางรากฐานที่มั่นคงของกองทัพเรือ
และเพื่อให้ก�าลังพลทุกนายได้ร่วมแรงร่วมใจขับเคลื่อนนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ของกองทัพเรือ
ที่ก�าหนดไว้คือเป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลที่มีบทบาทน�าในภูมิภาค และเป็นเลิศในการบริหารจัดการ


ส�าหรับนโยบายผูบญชาการทหารเรือประจ�าป ๒๕๖๖ ประกอบดวย นโยบายเรงดวน ๓ ดาน และนโยบายหลัก ๙ ดาน






โดยมีรายละเอียดดังนี้

นโยบายเรงดวน ดานที่ ๑ คอ การเสริมสรางความเขมแข็งของกองทัพเรือ ตามยุทธศาสตรกองทพเรือ จ�านวน ๕ ขอ








ประกอบด้วย
ข้อ ๑ การพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อาทิ การสนับสนุนการด�าเนินงานของศูนย์อ�านวยการใหญ่
จิตอาสาพระราชทาน โครงการตามแนวพระราชด�าริที่กองทัพเรือรับผิดชอบ การเตรียมการจัดท�าโครงการเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ข้อ ๒ การพัฒนากองทัพและเสริมสร้างกาลังรบให้เป็นไปตามทิศทางยุทธศาสตร์กองทัพเรือ อาทิ การปรับปรุง










โครงสรางการจดและแนวทางการปฏบัติงานของศูนยปฏิบติการกองทัพเรอ ใหสอดคลองกับแนวทางการใชก�าลังของกองทพเรือ
พุทธศักราช ๒๕๖๓ และการปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
ข้อ ๓ การพัฒนาการฝึกเพื่อเตรียมความพร้อมของก�าลังรบให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ อาทิ การด�ารงการฝึก

กองทัพเรือเพอเตรียมความพรอมของก�าลงรบและระบบอ�านวยการยุทธ รวมทงทดสอบแผนปองกันประเทศดานทิศตะวันออก
ั้

ื่



ในส่วนของกองทัพเรือ การสานต่อการพัฒนาการฝึกร่วมระหว่าง กองทัพเรือ กับ ศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติ
ทางทะเล (ศรชล.) และ หน่วยงานในเครือข่าย ศรชล. ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ
ทางมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ





ขอ ๔ การด�ารงความตอเนื่องในการพัฒนาระบบการท�าสงครามที่ใชเครือขายเปนศูนยกลาง โดยเพิ่มเติมการแลกเปลี่ยน

ขอมูลดาวเทียมและขอมูลภมิสารสนเทศรวมกับภาคเอกชน การฝกอบรมก�าลังพลและวางระบบการจัดการความรูใหมีความพรอม









ในการใชงานระบบควบคุม บังคับบัญชา และสั่งการ การศึกษาแนวทางการเชื่อมโยงขอมูลและภาพสถานการณ ระหวาง ศูนยปฏิบัติการ









กองทัพเรือ กับ ศูนยปฏิบัติการเหลาทพ และศูนยบัญชาการทางทหาร (ศบท.) การยกระดับขีดความสามารถดานสงครามไซเบอร ์

ทั้งเชิงรุกและเชิงรับรองรับภัยคกคามทางไซเบอร การเสริมสรางและบูรณาการขีดความสามารถดานกิจการอวกาศและดาวเทียม



ร่วมกับกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ การจัดท�าแนวทางการพัฒนาโครงการอากาศยานไร้คนขับของกองทัพเรือทั้งระบบ
ข้อ ๕ การส่งเสริมผลงานวิจัยและพัฒนาทางการทหาร ให้เป็นไปตามทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
(S - Curve 11) โดยการน�าผลงานวิจัยด้านยุทโธปกรณ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานมาทดลองใช้กับหน่วย การน�าผลงานวิจัย
ด้านยุทโธปกรณ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานมาทดลองใช้กับหน่วย การศึกษาและเตรียมการในการจดสร้างเรือฟริเกต


โดยอุตสาหกรรมต่อเรือภายในประเทศ การส่งเสรมการพัฒนาศูนย์นวัตกรรมทางเรือและทางทะเล ภายใต้โครงการ
เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
55


นโยบายเร่งด่วน ด้านที่ ๒ คือ การเสริมสร้างความร่วมมือกับกองทัพเรือมิตรประเทศเพื่อเพิ่มบทบาทน�าในภูมิภาค












ขอ ๑ การด�าเนินความสัมพันธและความรวมมอระหวางประเทศอยางสมดุล อาทิ การฟนฟความสัมพันธและความรวมมือ
กับกองทพเรือมิตรประเทศ การดารงความต่อเนื่องในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับกองทัพเรือ


การส่งเสริมให้ผู้บังคับหน่วยก�าลังระดับภูมิภาคได้มีการกระชับความร่วมมือกับผู้บังคับหน่วยก�าลังที่มีพื้นที่ปฏิบัติการติดต่อกัน
ทั้ง Online และ On site





ขอ ๒ การสงเสริมใหศูนยอ�านวยการรักษาผลประโยชนของชาติทางทะเล (ศรชล.) มีบทบาทนารวมกับหนวยยามฝง





(Coast Guard) หรือ หน่วยงานความมั่นคงทางทะเลในระดับภูมิภาคและประเทศรอบบ้าน โดยส่งเสริมให้ ศรชล. เข้าร่วม
กิจกรรมความร่วมมือของกองทัพเรือ กับ กองทัพเรือมิตรประเทศ

ี่



นโยบายเรงดวน ดานท ๓ คือการเสริมสรางการบรหารจัดการ เพื่อเรียกความเชอมั่น ศรัทธา ของประชาชน จ�านวน ๕ ขอ
ื่


ขอ ๑ การเพิ่มประสิทธิภาพและสรางความโปรงใส ในระบบการบริหารและการใชจายงบประมาณของกองทัพเรอ











ยกระดับมาตรฐานของกองทัพเรือในการด�าเนนการตามการประเมินดานคุณธรรมและความโปรงใส หรือ ITA ปรับปรงโครงสราง
การจัดหน่วยงานและระบบการบริหารก�าลังพล เพื่อรองรับการด�าเนินโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ขอ ๒ การพัฒนาระบบการบริหารจดการก�าลังพลใหมีมาตรฐาน โดยพัฒนาระบบการประเมินสมรรถนะ (Competency)


และผลการปฏิบัติงาน (Performance) ก�าลังพลให้มีมาตรฐาน การทบทวนและจัดท�าเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพการงาน
(Career Path) ของก�าลังพลให้สามารถน�ามาใช้ในการบริหารก�าลังพลได้อย่างเป็นรูปธรรมและเป็นที่ยอมรับ



ขอ ๓ การยกระดับคุณภาพชีวิตและสวัสดิการของก�าลงพลกองทัพเรือ โดยการพฒนาระบบการบริหารจัดการบานพัก

ข้าราชการให้มีประสิทธิภาพ ส�ารวจและจัดท�าโครงการระยะยาวส�าหรับการก่อสร้างและซ่อมแซมที่พักอาศัยของก�าลังพล

ตลอดจนด�าเนินโครงการและกิจกรรมที่เป็นการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้กบกาลังพล เช่น ร้านธงฟ้าราคาประหยัด

แก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับก�าลังพลกองทัพเรืออย่างยั่งยืน



ขอ ๔ การสงเสริมการตระหนักรภาวะโลกรอนและการใชทรัพยากรธรรมชาติอยางยั่งยืน รวมถึงการสงสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ









แบบองครวม (Bio - Circular - Green : BCG) และการสงเสริมเศรษฐกิจสีน�้าเงิน (Blue Economy) รวมถง การสนับสนุนหนวยงาน
ของกองทัพเรือ ศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และหน่วยงานที่เกยวข้องกับกิจกรรมทางทะเล
ี่
ได้ตระหนักรู้ถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล เช่น การลดขยะทะเลและชายฝั่ง
ขอ ๕ การเสริมสรางความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนที่มีตอกองทัพเรือ โดยการด�ารงความตอเนื่องในการด�าเนินการเชิงรุก




ในการแบ่งมอบความรับผิดชอบพื้นที่ต่าง ๆ ให้กับหน่วยงานของกองทัพเรือ อาทิ โครงการบ้าน วัด โรงเรียน (บวร)
และคลองสวยน�้าใส บูรณาการงานประชาสัมพันธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับภาคประชาชน รวมถึง การสนับสนุน
การเลือกตั้งที่จะจัดขึ้นในปี พุทธศักราช ๒๕๖๖ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามวิถีทางของประชาธิปไตย

56



สาหรับนโยบายหลัก ๙ ด้าน มาจากยุทธศาสตร์กองทัพเรือ พุทธศักราช ๒๕๖๐ - ๒๕๘๐ ซึ่งเป็นแผนแม่บท
การพัฒนากองทัพเรือด้านต่าง ๆ และนโยบายกองทัพเรือระยะ ๕ ปี พุทธศักราช ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐ ประกอบด้วย






ดานที ๑ การก�าหนดยุทธศาสตรและโครงสรางก�าลังรบ ๑.) ปรบปรุงโครงสรางและอัตราการจัดกองทัพเรือ เพื่อรองรับ
แผนแม่บทการปฏิรูปการบริหารจัดการ และการปรับปรุงโครงสร้างกลาโหม ระยะที่ ๒ พ.ศ.๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ และปรับปรุง
โครงสรางการจดและอัตราภายในกองทัพเรือ ตามแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพเรอตามยุทธศาสตรกองทัพเรอ






พ.ศ.๒๕๖๐ - ๒๕๘๐ ๒.) เสริมสรางขีดความสามารถทางฝงทะเลอันดามน เพื่อรองรับการปฏิบัติการสองฝงทะเล ตามยุทธศาสตร ์





กองทัพเรือ พ.ศ.๒๕๖๐ - ๒๕๘๐ ๓.) จัดหายุทโธปกรณ์ทดแทนและการปรับปรุงยุทโธปกรณ์ เพื่อด�ารงขีดความสามารถตามที่
ยุทธศาสตร์กองทัพเรือก�าหนด ๔.) การสร้างการรับรู้กับภาคประชาชนเกี่ยวกับยุทธศาสตร์กองทัพเรือ พ.ศ.๒๕๖๐ - ๒๖๘๐
๕.) เสริมสร้างขีดความสามารถสงครามใต้น�้ารองรับการมีเรือด�าน�้าเข้าประจ�าการ
ด้านที่ ๒ การก�าลังพล ๑.) พฒนาความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษตามความเหมาะสม เฉพาะในส่วนที่จ�าเป็น



ต่อการปฏิบัติงานของก�าลังพล เพื่อให้มความพร้อมในการฝึกการปฏิบัตการร่วม/ผสม และการสมมนาระดับนานาชาติ

เพื่อรองรับการพัฒนากองทัพเรือให้ก้าวไปสู่การเป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลที่มีบทบาทน�าในภูมิภาค ๒.) พัฒนาระบบ
การจัดการและการพัฒนาก�าลังพล เพื่อให้เป็นไปตามหลักขีดสมรรถนะหลักผลการปฏิบัติงาน และสอดคล้องกับแนวทาง
การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ โดยมีความทันสมัยตามเทคโนโลยีหรือสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ๓.) พัฒนาระบบ
การศึกษาของกองทัพเรอ เพื่อให้มีความเชื่อมโยงสอดคล้องกับความต้องการของกองทัพเรืออย่างแท้จริง บนพื้นฐานของ

การใช้งบประมาณให้เป็นไปอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ๔.) พัฒนาระบบงานก�าลังพลส�ารอง เพื่อให้สามารถปฏิบัติ
หน้าที่ทดแทนก�าลังพลประจ�าการปกติตามแนวทางที่กระทรวงกลาโหมก�าหนด ๕.) พัฒนาการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร


และสร้างค่านิยมที่ดี เพื่อให้ก�าลังพลมีพฤตกรรมที่สนับสนุนให้เกดระบบการพัฒนาองค์กรทสอดคล้องกบยุทธศาสตร์
ี่

และวิสัยทัศน์ของกองทัพเรือ ๖.) พัฒนาคุณภาพชีวิตก�าลังพลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ระดับคุณภาพชีวิตก�าลังพลสอดคล้อง
กับความต้องการของก�าลังพล
57


ด้านที่ ๓ การข่าว ๑.) พัฒนาระบบงานด้านการข่าว พัฒนาการบริหารก�าลังพลด้านการข่าวและ พัฒนาระบบงาน
รวบรวมและวิเคราะห์ข่าวกรองทางทะเลให้สามารถตอบสนองภารกิจของกองทัพเรือ โดยมีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
๒.) พัฒนาก�าลังพลด้านการข่าวให้มีขีดความสามารถด้านการรวบรวมข่าว วเคราะห์ข่าว และการต่อต้านการข่าวกรอง

ตลอดจนสามารถน�าเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการปฏิบัติงาน รวมทั้งสร้างผู้เชี่ยวชาญภาษาประเทศรอบบ้านและประเทศ
มหาอ�านาจที่ส�าคัญจนมีขีดความสามารถในการเป็นล่ามได้ ๓.) ส่งเสริมการน�าเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ให้สามารถปฏิบัติงาน
ด้านการข่าวกรอง การต่อต้านการข่าวกรอง และการถวายความปลอดภัย/การรักษาความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ั้
๔.) พัฒนาความร่วมมือด้านการข่าวในการแลกเปลี่ยนข่าวสารทั้งในและต่างประเทศ รวมทงการบูรณาการด้านการข่าว
กับหน่วยงานความมั่นคงภายใน และประชาคมข่าวกรองกองทัพเรือให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ๕.) เสริมสร้างการด�าเนินงาน



ดานการทูตทหารของกองทัพเรือ ในการเสริมสรางความสัมพันธและการมีบทบาทน�าดานความรวมมือและความมั่นคงในภูมิภาค


ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
ด้านที่ ๔ ยุทธการและการฝึก ๑.) พัฒนาการด�าเนินบทบาทด้านกิจการระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการเป็น
หน่วยงานความมั่นคงทางทะเลที่มีบทบาทน�าในภูมิภาค ตลอดจนด�ารงความสัมพันธ์และการปฏิบัติตามกรอบความร่วมมือ
ด้านความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาคและกองทัพเรือประเทศมหาอ�านาจอย่างสมดุล ๒.) เตรียมก�าลังส�าหรับปฏิบัติตามแนวทาง




การใชก�าลังและแผนปองกนประเทศของกองทพเรือ เพื่อใหกองทัพเรือมีก�าลังที่มีความพรอมสาหรับการปฏิบัติในการปองกน





ประเทศของกองทัพเรือ ทั้ง ๓ ด้าน รองรับภัยคุกคามตามสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงของยุทธศาสตร์กองทัพเรือ
ตามแนวทางการใช้ก�าลังของกองทัพเรือ พ.ศ.๒๕๖๓ ๓.) พัฒนาการฝึกให้มีความสอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคง
ทางทะเล และการปฏิบัติภารกิจตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือ พ.ศ.๒๕๖๐ - ๒๕๘๐ ตามแนวทางการใช้ก�าลังของกองทัพเรือ
พ.ศ.๒๕๖๓ ๔.) เตรียมการรองรับการย้ายสถานที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ และการปรับโครงสร้างและแนวทาง
การปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ พร้อมระบบศูนย์ยุทธการ ระบบงานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ และหน่วยใช้ก�าลัง
๕.) พัฒนาขีดความสามารถการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ เพื่อให้กองทัพเรือสามารถปฏิบัติภารกิจ
ได้อย่างต่อเนื่อง






ดานที ๕ การสงกาลังบ�ารุง ๑.) พฒนาขีดความสามารถของฐานทัพทาเรือและสถานีเรือตาง ๆ เพื่อใหการสงก�าลังบ�ารุง



ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการของกองทัพเรือ ๒.) พัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลด้านการส่งก�าลังบ�ารุงของกองทัพเรือ เพื่อให้ข้อมูล
ถูกต้อง รวดเร็ว และทันสมัย และตอบสนองต่อการปฏิบัติการทางทหาร ๓.) พัฒนาการฝึกด้านการส่งก�าลังบ�ารุง (Logistic
Exercise: LOGEX) เพื่อตอบสนองต่อการฝึกกองทัพเรือ ๔.) จัดท�าเอกสารแนวทางการจัดหายุทโธปกรณ์หลักให้ทันสมัย
๕.) เตรียมความพร้อมการน�ารถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในราชการ ๖.) ส่งเสริมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์

อุตสาหกรรมปองกันประเทศจากศนยการอุตสาหกรรมปองกันประเทศ และพลังงานทหาร (ศอพท.) กองบัญชาการกองทัพไทย



กองทัพบก และกองทัพอากาศ ให้มีความต่อเนื่อง

ด้านที่ ๖ การสื่อสารและสารสนเทศ ๑.) ด�ารงความพร้อมระบบควบคุมบงคับบัญชาสั่งการและสถานีตรวจการณ์
(C4ISR) ตามแนวความคิดของสงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Warfare: NCW) ๒.) พัฒนาการติดต่อ
สื่อสารสนับสนุนการควบคุมบังคับบัญชาเรือด�าน�้าของกองทัพเรือ ๓.) พัฒนาระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ รองรับการอ�านวย
การยุทธ์ของกองทัพเรือ ๔.) เสริมสร้างและพัฒนาขีดความสามารถด้านสงครามไซเบอร์ของกองทัพเรือ ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ


เพื่อรองรับภัยคุกคามทางไซเบอร ๕.) พฒนาขีดความสามารถดานเทคโนโลยีสารสนเทศสนับสนุนการปฏิบัตงานของกองทัพเรือ


58


ด้านที่ ๗ การกิจการพลเรือน ๑.) การจัดกิจกรรมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ ตลอดจนส่งเสริมและ


สนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาร โครงการจิตอาสา และสงเสริมการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย ์

ทรงเป็นประมุข ๒.) ด�าเนินการจัดตั้งเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อการสนับสนุนการปฏิบัติการของกองทัพเรือ ๓.) การสร้าง
การรับรู้และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของกองทัพเรือ ๔.) เสริมสร้างความร่วมมือการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อบูรณาการหน่วยงาน ภาครัฐเเละภาคเอกชนไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ๕.) พัฒนาขีดความสามารถ








และกลไกความรวมมือการบริหาร จดการภยพิบัติของกองทัพเรอ เพื่อใหการชวยเหลือประชาชนไดทันทวงทและมีประสทธิภาพ


๖.) จัดท�าระบบและพัฒนาระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านกิจการพลเรือน
ด้านที่ ๘ การวิจัยและพัฒนา โดย ก�ากับ ดูแล และบริหารงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารของกองทัพเรือที่มุ่งเน้นการ
ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ต่อยอดและ/หรือสร้างนวัตกรรมของผลงานวิจัยด้านยุทโธปกรณ์ทางทหาร ให้ตรงตามความต้องการ
ของกองทัพเรือและหน่วยผู้ใช้ มีมาตรฐาน น�าไปผลิตใช้ในราชการและส่งเสริม ในเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
(S - Curve 11) เพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างก�าลังรบหลักของกองทัพเรือ และการจัดหายุทโธปกรณ์หลัก/ส�าคัญ ส�าหรับการ
ด�ารงสภาพ เพิ่มประสิทธิภาพ และบรรจุในอัตราของหน่วย (ตามอัตราการจัดยุทโธปกรณ์/อัตราเฉพาะกิจ) ในการพึ่งพาตนเอง
ลดการน�าเข้าจากต่างประเทศ ผลิตใช้ในราชการ และสนับสนุนการพาณิชย์หรืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยร่วมมือกับ
หน่วยงานเครือข่ายการวิจัย สถาบันการศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน ตามแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพเรือ
และยุทธศาสตร์กองทัพเรือ พ.ศ.๒๕๖๐ - ๒๕๘๐
ด้านที่ ๙ การบริหารจัดการ ๑.) พัฒนาระบบบริหารจัดการของกองทัพเรือ แบบมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ตามยุทธศาสตร์
กองทัพเรือ พ.ศ.๒๕๖๐ - ๒๕๘๐ และสอดคล้องกับหลักการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐของกองทัพเรือ ๒.) พัฒนา
และบูรณาการระบบสารสนเทศด้านบริหารจัดการของกองทัพเรือ สนับสนุนการปฏิบัติงานที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์



และนโยบายในทุกระดับ สามารถติดตามและประเมินผลการด�าเนินงานวัดผลสัมฤทธิ์ดวยระบบดิจทัลได ๓.) พัฒนาการบริหาร

จัดการภายในกองทัพเรือให้มีมาตรฐานสากล เพื่อให้กองทัพเรือเป็นองค์กรสมรรถนะสูง มีวัฒนธรรมการท�างานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์
และผลประโยชน์ส่วนรวม ตอบสนองความต้องการของหน่วยเหนือและประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส อีกทั้ง
พร้อมปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง



ทั้งนี้ นโยบายผูบัญชาการทหารเรือไดมอบใหแกหนวยขึ้นตรงกองทัพเรือน�าไปขับเคลื่อน เพื่อมุงหวังใหบรรลุผลสัมฤทธิ์




เป็นรูปธรรม โดยอาศัยความร่วมแรงร่วมใจจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงก�าลังกองของทัพเรือทุกนายน�าไปปฏิบัติ โดยการมุ่งเน้น
การเป็นกองทัพเรือที่มีคุณธรรม ความซื่อสัตย์ สุจริตโปร่งใส ตรวจสอบได้ (Integrity and Transparency Organization)
เพื่อน�าไปสู่การเป็น “กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่น ศรัทธา และภาคภูมิใจ - The Trusted Navy”




































59


60


การสนับสนØนนโยบายรั°บาล
การสนับสนØนนโยบายรั°บาล
การสนับสนØนนโยบายรั°บาล
การสนับสนØนนโยบายรั°บาล
การสนับสนØนนโยบายรั°บาล
การสนับสนØนนโยบายรั°บาล
ินáละพ
ินáละพ
ั²นาประเทศ
ั²นาประเทศ
ิหารราชการáผ่นด
ิหารราชการáผ่นด
บริหารราชการáผ่นดินáละพั²นาประเทศ
บร บร


































































61


ตรวจความพร้อมของศูนย์ฝึกจิตอาสา ภาค ๔ (พื้นที่กองทัพเรือ)

ณ ค่ายจุฬาภรณ์ จังหวัดนราธิวาส







พลเรอเอก สมประสงค นิลสมย ผบัญชาการทหารเรอ (ในขณะนัน) พรอมดวย พลโท เกรยงไกร ศรรักษ แมทัพภาคที่ ๔










ในฐานะผู้อ�านวยการศูนย์อ�านวยการจิตอาสาพระราชทานภาค ๔ นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส
และคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ เดินทางไปตรวจความเรียบร้อยและความพร้อมของศูนย์ฝึกจตอาสา ภาค ๔

(พื้นที่กองทัพเรือ) ณ ค่ายจุฬาภรณ์กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ�าเภอเมืองนราธิวาส
จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕



กองทพเรือได้รบมอบหมายให้เป็นหน่วยรับผิดชอบในการจัดตั้งศูนย์ฝึกจตอาสา ภาค ๔ (พื้นที่กองทัพเรอ)




และการจัดเตรยมความพรอมดานตาง ๆ อาทิ อาคารสถานที่และสิ่งอ�านวยความสะดวก รวมทั้งบคลากรในการจัดการฝกอบรม ฯ




เพื่อรองรับผู้เข้ารับการฝึกอบรม ฯ จาก ๑๔ จังหวัด ในพื้นที่ภาคใต้ ในการนี้ผู้บญชาการทหารเรือได้ตรวจเยี่ยมความพร้อม

ของอาคารพักผู้เข้ารับการฝึกอบรมฯ (ชาย) อาคารโรงอาหารอาคารกองบังคบการหลักสูตร ฯ อาคารฝึกอบรมฯอาคารที่พัก
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมฯ (หญิง) สถานีฝึกการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์วิกฤติ (CMS) สถานีฝึกทดสอบก�าลังใจและสถานีฝึก


กระโดดหอสูง ๓๔ ฟุต โดยผ้บญชาการทหารเรือสั่งการให้หน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือสนบสนนศูนย์ฝึกจิตอาสา ภาค ๔


อย่างเต็มก�าลังความสามารถ พร้อมทั้งเน้นยาให้ดูแลผู้เข้ารับการฝึกอบรมฯ ให้ได้รับความรู้ตามเป้าประสงค์




และมีความเปนอยที่ดี ทั้งนี้ไดมีการเปดการฝกอบรมหลักสูตรจิตอาสา ๙๐๔ “หลักสูตรพนฐาน” (ภาค) รุนที่ ๑ ประจ�าปี ๒๕๖๕

ื้




ระหว่างวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๕
62


กองทัพเรือรับการตรวจสอบการปฏิบัติราชการกองทัพเรือ


ในส่วนของกองเรือยุทธการ





จเรทหารทั่วไปตรวจสอบการปฏบัติราชการกองทัพเรือ ในสวนของกองเรอยุทธการ ณ กองบัญชาการกองเรือยุทธการ


เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ ๒๕๖๕ โดย พลเอก ค�ารณ เครือวิชฌยาจารย จเรทหารทั่วไป และคณะ เขาตรวจสอบการปฏิบัติราชการกองทัพเรือ

ในบทบาทหนาที่พิทักษรักษาเอกราชและความมั่นคงแหงราชอาณาจักรจากภัยคุกคามทั้งภายนอกและภายใน ในสวนของกองเรือยุทธการ





ณ กองบัญชาการกองเรือยุทธการ จังหวดชลบุรี มี พลเรือเอก สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ในขณะนั้น)

ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ มีการบรรยายสรปการปฏิบัติภารกิจของหน่วยและการด�าเนินงานภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาด


ของโรคติดเชื้อไวรสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) รวมทั้งปญหาขอขัดของและขอเสนอแนะตาง ๆ จากนั้น ผูบัญชาการกองเรือยุทธการ







ได้นาเยี่ยมชมการปฏิบัตงานของกองเรือฟรเกตที่ ๑ กองเรือยุทธการและหนวยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ


ทั้งนี้ การตรวจสอบการปฏิบัติราชการของจเรทหารทั่วไปเป็นการด�าเนินการตามอ�านาจหน้าที่ไว้ในพระราชบญญัต ิ


จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ซึ่งก�าหนดให้มการตรวจสอบการปฏิบติราชการของกระทรวงกลาโหม หรือ ตรวจสอบ

การปฏิบัติราชการอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายและรายงานผลต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ส�าหรับการตรวจสอบการปฏิบัติราชการของจเรทั่วไปในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก ๒ ประการ ได้แก่
๑. น�านโยบาย เจตนารมณ์ และข้อห่วงใยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาแจ้งให้หน่วยทราบ

๒. รบทราบปัญหา ข้อขัดข้อง ในการปฏิบัติภารกิจของหน่วยภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) รวมทั้งข้อเสนอแนะอื่น ๆ








63


กองทัพเรือจัดงานวันสถาปนาไทยอาสาป้องกันชาติ ประจ�าปี ๒๕๖๕





พลเรือเอก สมประสงค นิลสมัย ผูบัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) เปนประธานเปดงานเนื่องในวันสถาปนาไทยอาสา
ป้องกันชาติ ประจ�าปี ๒๕๖๕ โดยมี พลเรือเอก เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ เสนาธิการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ในฐานะผู้อ�านวยการ







ศูนยไทยอาสาปองกันชาติในทะเลใหการตอนรับ ณ ลานหนาอาคารสวนบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกนอย
กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๕

กองทัพเรือจัดกิจกรรมของเหลาไทยอาสาปองกันชาต ิ




ในทะเล เนื่องในวันสถาปนาไทยอาสาปองกันชาติเปนประจาทุกป ี

โดยมีวตถุประสงค์เพื่อราลึกและสดุดีวีรกรรมอันยิ่งใหญ่

ของบรรพชนรวมทังเป็นการรักษาฐานมวลชนที่เป็นสมาชิก


ไทยอาสาป้องกนชาติในทะเล และรวมพลังแสดงออกถึง
ความสามัคคีของสมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติ ที่เกิดจากการ

รวมตัวของกลุมชาวประมงตามทองถิ่นในพื้นที่จงหวัดชายทะเล





ทั้ง ๒๒ จังหวัด ใหมีทัศนคติที่ดี และใหความรวมมือกับทางราชการ การแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19)

และกองทพเรือ ในการป้องกนการกระท�าความผิดในทะเล ผานระบบออนไลน มีกิจกรรมหลักประกอบดวย การปฏิญาณตน





การป้องกันและปราบปรามโจรสลัดมุ่งเสรมสร้างความมั่นคง ของสมาชิกไทยอาสาในทะเล การรายงานกิจกรรมของ

ื่
ของชาติตลอดจนเพอเสริมสร้างและเผยแพร่วิชาการที่เกื้อกูล ศูนยไทยอาสาปองกันชาติในทะเลในทะเลเขตตาง ๆ การรับฟงสาร




แก่การประกอบอาชีพการประมงในทะเล รวมทั้ง สามารถ จากผูบัญชาการทหารเรอถึงสมาชิกไทยอาสาปองกันชาติในทะเล



ท�าการติดต่อสื่อสารและรายงานข่าวอันเป็นประโยชน์ต่อ และการกล่าวเปิดงานวันสถาปนาไทยอาสาป้องกันชาต ิ
ความมั่นคงของชาติให้แก่ทางราชการและกองทัพเรอได้อย่าง โดยผู้บญชาการทหารเรือ จากนั้นศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติ


มีประสิทธิภาพ ซึ่งการเปิดงานวันสถาปนา ๔ มีนาคม ๒๕๖๕ ในทะเลเขตตาง ๆ ไดแยกยายจัดกิจกรรมบ�าเพ็ญสาธารณประโยชน ์




ั้


ในครงนี้ เปนการจัดงานแบบแยกเขตแยกการปฏบัติเพื่อปองกัน แบบจิตอาสา แจกอุปกรณปองกัน และควบคุมการแพรระบาด



ของโรคติดเชอไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) ทั้งนี้


การจัดกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ประกอบด้วย พื้นที่ส่วนกลาง


ณ อาคารสวนบัญชาการกองทัพเรือ วังนันทอทยาน เขตทัพเรือ


ภาคที่ ๑ ณ บริเวณอนุสรณสถานยุทธนาวีที่เกาะชาง จังหวัด
ตราด เขตทัพเรือภาคที่ ๒ ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒
จังหวัดสงขลา และเขตทัพเรือภาคที่ ๓ ณ กองบัญชาการ
ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ ๓ จังหวัดพังงา
64


กองทัพเรือ-UTA ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการใช้ประโยชน์

“สนามบินอู่ตะเภา” กองทัพเรือ และ “สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา”

ตามโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกร่วมกัน




พลเรือเอก สมประสงค นิลสมัย ผูบัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ผูแทนกองทพเรือ และ นายคีรี กาญจนพาสน์





ประธานกรรมการบรหาร ผู้แทนบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จ�ากัด (UTA) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง






วาดวยการใชประโยชน “สนามบินอูตะเภา” กองทัพเรือ และ “สนามบินนานาชาติอูตะเภา” ตามโครงการพัฒนาสนามบินอูตะเภา

และเมืองการบินภาคตะวันออกร่วมกัน (Joint Use Agreement: JUA) โดยมี นายธาริศร์ อิสสระยั่งยืน รองเลขาธิการ

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพเศษภาคตะวันออก ร่วมลงนามเป็นพยานในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการใช้ประโยชน์
“สนามบินอูตะเภา” กองทัพเรือ และ “สนามบินนานาชาติอูตะเภา” ตามโครงการพัฒนาสนามบินอูตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก



ร่วมกัน (Joint Use Agreement : JUA) ณ อาคารราชนาวิกสภา กรมยุทธศึกษาทหารเรือ เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๕
การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกจะมี ๒ ทางวิ่ง โดยปัจจุบนทางวิ่งที่ ๑ กองทัพเรือ

เป็นผู้มีสิทธิใช้ประโยชน์ ในส่วนทางวิ่งที่ ๒ และทางขับที่เกี่ยวข้อง รัฐมีหน้าที่ด�าเนินการก่อสร้างเพื่อให้เอกชนร่วมลงทุน



ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และเอกชนมีหน้าทีพฒนาสนามบินอ่ตะเภาให้มีศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารได้ ๖๐ ล้านคนต่อปี


การลงนาม JUA ในครั้งนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพอบันทึกข้อตกลงการใช้ประโยชน์ทางวงที่ ๑ เพื่อให้กองทัพเรอซงมภารกิจ
ึ่

ื่

ึ่
ทางด้านความมั่นคง และเอกชนร่วมลงทุนซงมีหน้าทในการด�าเนินงานสนามบินเชิงพาณิชย์ สามารถร่วมกันใช้ประโยชน์
ี่

สนามบินอู่ตะเภาได้อย่างมีประสิทธภาพและปลอดภย โดยให้มีความสอดคล้องกับภารกิจและวัตถุประสงค์ของทั้งสองฝ่าย

การลงนาม JUA ระหว่างกองทัพเรือ และ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จ�ากัด จึงถือเป็นความส�าเร็จที่ส�าคัญ
อีกขั้นของการด�าเนินโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โดย สกพอ. ในฐานะคู่สัญญาฝ่ายรัฐ
ของโครงการฯ ตระหนักถงความส�าคัญและสนบสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อให้เป็นไปตาม


นโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน และนโยบายของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไปในอนาคต
65


การประชุมติดตามความก้าวหน้า

โครงการพัฒนาแหล่งน�้าลุ่มน�้าคลองบางไผ่






พลเรือเอก ภราดร พวงแกว ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ (ในขณะนั้น) ในฐานะประธานคณะกรรมการบรหารจัดการน้า
ในภาพรวมของกองทัพเรือ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง (กบน.ทร.) เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้า
















โครงการพัฒนาแหลงนาลุมนาคลองบางไผ และรับฟงผลการจัดท�าแผนพัฒนาแหลงนาลุมนาคลองบางไผ ณ หองประชุม UTP2
อาคารกองบังคับการ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา อ�าเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๕
จากนั้น ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือลงตรวจพื้นที่แก้มลิง คลองบางไผ่กับโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟู คลองบางไผ่

ช่วง ๓ ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ส�าหรับโครงการพัฒนาแหล่งน�าลุ่มน�าคลองบางไผ่เป็นโครงการที่กองทัพเรือ ร่วมกับ

ส�านักงานทรัพยากรน้าแห่งชาติและส�านักทรัพยากรน้าภาค ๖ ร่วมกันจัดท�าโครงการ ฯ













66


กองทัพเรือร่วมกับบริษัท ปตท. จ�ากัด (มหาชน)

จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ

โครงการติดตามผลการใช้งานน�้ามันเชื้อเพลิงและหล่อลื่น

ส�าหรับเรือของกองทัพเรือ ครั้งที่ ๔


กองทัพเรือ โดย กองเรอยุทธการ และ หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์

กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ผู้แทนบริษัท ปตท. จ�ากัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการติดตามผล





การใช้งานนามันเชอเพลิงและหลอลื่นสาหรับเรอของกองทัพเรือ ระหวาง กองทัพเรือกับบริษัท ปตท. จ�ากัด (มหาชน) ครั้งที่ ๔
ื้







โดยมี ผูบังคบบัญชาหวหนาหนวยขึ้นตรงกองเรือยุทธการ และคณะทางานของบรษัท ปตท. จ�ากัด (มหาชน) รวมเปนสักขีพยาน



ณ ห้องประชุม กองบัญชาการกองเรือยุทธการ (๑) เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๕
















67


ทัพเรือรวมใจสู้ภัย

เชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙


















กองทัพเรือเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลสนาม

เพื่อรองรับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19)

สายพันธุ์โอมิครอน




กองทัพเรือเตรยมความพร้อมโรงพยาบาลสนามเพือรองรับการแพร่ระบาดของโรคติดเชือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(COVID – 19) สายพันธุ์โอมิครอนที่แพร่ระบาดเป็นวงกว้าง โดยเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๕ พลเรือเอก สมประสงค นิลสมัย










ผูบัญชาการทหารเรอ (ในขณะนั้น) ไดสั่งการใหหนวยตาง ๆ ของกองทัพเรือที่เกี่ยวของดาเนินการเตรียมความพรอมของโรงพยาบาล
สถานพยาบาล และโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับการแพร่ระบาด ดังนี้







๑. ใหโรงพยาบาลสมเด็จพระปนเกลาและโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ กรมแพทยทหารเรือ เปนโรงพยาบาลหลัก







สามารถใหบริการตรวจทางหองปฏิบัติการ มีหอผูปวยวิกฤต หองแรงดันลบ หอผูปวยรวม และห้องแยก มีขีดความสามารถ
ในการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาตั้งแต่อาการเล็กน้อยจนถึงขั้นวิกฤติ
๒. จัดตั้งโรงพยาบาลสนามของกองทัพเรือ ๓ แห่ง ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วย จ�านวน ๑,๑๐๙ เตียง ประกอบด้วย
- โรงพยาบาลสนาม ศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (เกล็ดแก้ว) อ�าเภอสัตหีบ จังหวัด
ชลบุรี จ�านวน ๕๔๔ เตียง
- โรงพยาบาลสนาม ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ�าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
จ�านวน ๑๘๐ เตียง
- โรงพยาบาลสนาม สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๖ บ้านจันทเขลม จังหวัดจันทบุรี จ�านวน ๓๘๕ เตียง

ทั้งนี้ โรงพยาบาลสนามของกองทัพเรือทั้ง ๓ พื้นที่ อยูภายใตการบริหารจัดการและก�ากับดูแลของหนวยงานสาธารณสุข


จังหวัดในแต่ละพนที โดยที่ผ่านมาปิดการใช้งานชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ลดลงในช่วงปลายปี ๒๕๖๔

ื้
ซึ่งโรงพยาบาลสนาม ทั้ง ๓ พื้นที่ พร้อมให้การสนับสนุนสาธารณสุขจังหวัด ตั้งแต่วันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๕ เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ในส่วนของศูนย์พักคอย (Community Isolation: CI) ทางศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉินโควิด - ๑๙

กองทัพเรือไดสั่งการใหหนวยตาง ๆจัดตั้งศูนย CI ประจ�าหนวย เพอรองรับก�าลังพลในสงกัดที่ติดเชื้อ ฯ กลุมสีเขียว (อาการไมรุนแรง)










โดยมีหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรอและหน่วยเฉพาะกิจกองทัพเรือ ที่สามารถจัดตงศนย์ CI ประจ�าหน่วย จ�านวน ๑๕ หน่วย
ั้


ซึ่งหากตรวจพบก�าลังพลติดเชื้อที่ไมมีอาการหรือมีอาการไมรุนแรง กรมแพทยทหารเรือจะพิจารณาใหผูปวยดูแลรักษาตัวที่บาน







หรือศูนย์พักคอย (CI) เป็นหลัก
เนื่องจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว โดยปรากฏ กลุ่ม Cluster
ั้
ในหลายพื้นที่ ดังนน ก�าลังพลของกองทัพเรือได้เพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามมาตรการ DMHTT (D : Distancing
M : Mask wearing H : Hand washing T : Testing T : Thai Cha na) และมาตรการเกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่ศูนย์บริหาร


สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคตดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (ศบค.) และกระทรวงสาธารณสุข ก�าหนดอย่างเคร่งครด
ทั้งนี้ กองทัพเรือพร้อมสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดก�าลังความสามารถ




ทั้งนี้ ผูบัญชาการทหารเรือเนนย�้าใหขาราชการกองทัพเรือเพิ่มความระมัดระวังทั้งแกตนเองและสมาชิกในครอบครัว

โดยการปฏบัติตามมาตรการป้องกันโรคระบาดตามที่รฐบาลก�าหนด และมาตรการตามที่กองทัพเรือได้สั่งการ เพื่อเป็นการ


เตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
68


กรมแพทย์ทหารเรือเปิดบริการตรวจโควิดแบบ One Stop Service



พลเรือตรี ณัฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อ�านวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ


นาวาเอก ปิยะวัฒน์ วงษ์วานิช รองผู้อ�านวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ฝ่ายบรหาร

และ นาวาเอกหญิง วรัญญา คุมผาติ รองผูอ�านวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระปนเกลา กรมแพทยทหารเรือ ฝายการพยาบาล (ในขณะนั้น)






รับมอบงานโครงการอาคารชั่วคราว ห้องตรวจโรคแรงดันบวก ARI./PUI. Clinic จากบริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จ�ากัด


รวมกับ บริษัท ปนซิเมนตไทย (ทาหลวง) จ�ากัด โดยมี นายดุสิต ศุทธกิจ Co creation and operation development director



นายธวัชชัย ศรพนมธนากร CSC Director Metro และ นายดุสิต อนุกูลมีชัย Project Owner Manager เป็นผู้แทน
ส่งมอบงาน ฯ ณ อาคารชั่วคราว ห้องตรวจ ARI PUI Clinic โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ เขตธนบุรี
กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


ส�าหรับอาคารชั่วคราวหองตรวจ ARI PUI Clinic สรางขึ้น

เพื่อทดแทนการให้บรการผู้ป่วยโรคติดเชี้อทางเดินหายใจ
เดิมที่อย่บรเวณด้านหน้าของอาคารผู้ป่วยนอก เปิดให้บริการ



การตรวจรักษาผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจและคัดกรองผ้ป่วย
ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19)
แบบ One Stop Service ซึ่งห้องตรวจนี้ออกแบบมาเพื่อ
ให้บริการผู้ป่วยบริเวณด้านนอกอาคารหลัก (แยกจากส่วน
ที่ให้บริการด้านการรักษา) โดยมีการอ�านวยความสะดวก
และความปลอดภัยให้กับผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ
และผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง มีการไหลเวียน และการถ่ายเท
ของอากาศ มีพื้นที่กว้างขวางเหมาะส�าหรับการเว้นระยะห่าง


(Social Distancing) เปนการใหบริการแบบ One Stop Service


โดยผูปวยจะไดพบแพทย X-ray ตรวจหาเชี้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙


(COVID – 19) และรับยาในบริเวณเดียวกัน นอกจากนี้ ภายใน
ห้องท�างานของแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ยังมระบบ

Positive Pressure เพื่อเป็นการลดภาวะเสี่ยงต่อบุคลากร

และลดความเสี่ยงในการแพรกระจายเชื้อ โดยเริ่มเปดใหบริการ


อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๕


69


ศูนย์ปฏิบัติการป้องกัน

áละปราบปรามยาเสพติดกองทัพเรืิอ







































การเเถลงข่าวคดีจับนักค้ายาเสพติดรายใหญ่พร้อมเครือข่าย




กองทัพเรือ ร่วมกับ กองบัญชาการต�ารวจนครบาล และส�านักงานป้องกันเเละปราบปรามยาเสพติด เเถลงข่าว
คดีจับนักค้ายาเสพติดรายใหญ่พร้อมเครือข่าย รวมมูลค่าทรัพย์สิน ๑๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ณ กองบัญชาการต�ารวจนครบาล
เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๕
กองบัญชาการต�ารวจนครบาลได้มีการแถลงรายงานผลการปฏิบัติในการปิดล้อม ตรวจค้น เเละจับนักค้ายาเสพติด









รายส�าคัญ คือ นายวรวัฒน วงศพาห พรอมกับจับกุมผูตองหาตามหมายจับในคดีสมคบ สนับสนุน ชวยเหลือในการคายาเสพติด
อีกจ�านวน ๔ คน และสามารถตรวจยึดทรัพย์สินได้หลายรายการ ได้เเก่ เงินสด เงินฝากในบัญชี ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
โรงแรม รีสอร์ท ทองรูปพรรณ อาวุธปืน รถยนต์ รถจกรยานยนต์ เรือประเภทต่าง ๆ นกแก้ว ฯลฯ รวมมูลค่าทรัพย์สิน

ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ กองทัพเรือโดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือสั่งการให้ทัพเรือภาคที่ ๑ จัดชุดปฏิบัติการ
ลงพื้นที่หาข่าวเเละร่วมปฏิบัติการ ทั้งสิ้น ๔ ชุด จ�านวน ๑๒ นาย ปฏิบัติงานในส่วนของพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี






พื้นที่อ�าเภอหัวหินและอ�าเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ โดยมุงเนนการหาเบาะแสจุดจอดเรือที่เปนทรัพยสินของผูตองหา

และร่วมปฏิบัติการจับกุม จับยึด รวมไปถึงการเคลื่อนย้ายและเก็บรักษาของกลาง ซึ่งในความรับผิดชอบส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สิน
ที่เป็นเรือสปีดโบ๊ทและเจ็ตสกี

ั่
กองทัพเรือยังคงยืนหยัดและตั้งมนที่จะเป็นศัตรูของขบวนการค้ายาเสพติดและยงเตรียมพร้อมในการป้องกัน
เเละปราบปรามยาเสพติดอย่างเต็มก�าลังความสามารถต่อไป







70


กองทัพเรือแถลงข่าวกรณีสถานีเรือเขมราฐ
ตรวจยึดยาเสพติดให้โทษ ประเภท ๑ (ยาบ้า) จ�านวน ๑,๒๐๐,๐๐๐ เม็ด






กองทัพเรือ โดย หน่วยเรอรกษาความสงบเรียบร้อยตามล�าแม่นาโขงแถลงข่าวกรณีสถานีเรือเขมราฐ ตรวจยึด
ยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) จ�านวน ๑,๒๐๐,๐๐๐ เมด โดย พลเรือตรี สมบัติ จูถนอม ผู้บัญชาการหน่วยเรือ


รักษาความสงบเรียบร้อยตามล�าแม่น�าโขง (ในขณะนั้น) พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่และฝ่ายปกครองอ�าเภอเขมราฐ
ร่วมในการแถลงข่าว ฯ ณ กองบังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามล�าแม่น�้าโขง เขตอุบลราชธานี ต�าบลนาสนาม
อ�าเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕






ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๕ เจาหนาหนวยเรือรักษาความสงบเรียบรอยตามล�าแม่น�าโขง เขตอุบลราชธานี


สืบทราบว่าจะมีการล�าเลียงยาเสพติดข้ามแม่น�าโขงเข้ามาฝั่งไทยที่บริเวณริมฝั่งแม่น�าโขง บ้านอูบมุง หมู่ ๕ ต�าบลเขมราฐ





อ�าเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เจาหนาทจึงวางแผนสกัดจับกุมกระทั่งเวลา ๑๗.๑๐ น. เจาหนาที่ไดตรวจพบและยึดยาเสพติด


(ยาบ้า) จ�านวน ๖ กระสอบ ข้างในเป็นยาบ้าประมาณ ๑,๒๐๐,๐๐๐ เม็ด พร้อมด้วยเรือกีบเพลายาว จ�านวน ๑ ล�า โทรศัพท์
มือถือ จ�านวน ๒ เครื่อง รถจักรยานยนต์พร้อมพ่วงข้างไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จ�านวน ๑ คัน ส่วนกลุ่มคนที่ล�าเลียงยาเสพติด
มาสามารถหลบหนีไปได้ จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้น�าของกลางทงหมดไปที่กองบังคับการหน่วยเรอรักษาความสงบเรียบร้อย
ั้


ตามล�าแม่น้าโขง เขตอุบลราชธานี (เขมราฐ) เพื่อตรวจนับ และน�าของกลางทั้งหมดส่งสถานีต�ารวจภูธรเขมราฐ เพื่อด�าเนินการ
ตามกฏหมายต่อไป








71


ศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์


ของชาติทางทะเล (ศรชล.)

































ผู้บัญชาการทหารเรือเดินทางไปเป็นประธาน

ต้อนรับเรือสเปคตรัม ออฟ เดอะ ซีส์ (Spectrum of the seas)



พลเรือเอก เชงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อานวยการศูนย์อ�านวยการ



รักษาผลประโยชน์ของชาตทางทะเล (ศรชล.) ผู้แทน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรฐมนตรี/ผู้อ�านวยการ


ศูนย์อ�านวยการรกษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เดินทางไปเป็นประธานต้อนรับเรือสเปคตรัม ออฟ เดอะ ซีส์

(Spectrum of the seas) เรือส�าราญสัญชาติสหรัฐอเมริกาขนาดใหญ่ที่สดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่กลับมายัง
ประเทศไทยพร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวเป็นครั้งแรกหลังสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(COVID -19) ณ จุดทิ้งสมอ บริเวณอ่าวป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๕








โอกาสนี้ พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย พรอมคณะผูบรหาร ศรชล. ผูแทนสวนราชการ และ ผูประกอบการทองเที่ยว
ในจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวต้อนรับ กัปตัน Wu Hui Min และ Ms. Angie Stephen – Vice President of Royal Caribbean
International ความส�าคัญตอนหนึ่งว่า “รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งในโอกาสที่ได้ มาต้อนรับทุกท่านและนักท่องเที่ยวอย่างใจจริง






เปนที่ทราบโดยทั่วกันวา จังหวัดภูเกตเปนสถานที่ทองเที่ยวระดับ โลกและเปนจุดหมายหลักของนักทองเทยวทั่วโลก โดยเฉพาะ



อย่างยิ่งการท่องเที่ยวด้วยเรือส�าราญ เมื่อจังหวัดภูเก็ต ได้รับการบรรจุไว้ในเส้นทางเดินเรือส�าราญ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทย
ได้รับการยอมรับและมีความพร้อมในการต้อนรับ นักท่องเที่ยวคุณภาพจ�านวนมาก (Mass Quality Tourism) ให้กลับเข้ามา
ท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง”











72


ปัจจุบันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือส�าราญ ทั้งการพัฒนาท่าเรือแบบแวะพัก (Port of Call) และการพัฒนา
ึ่
ท่าเรือต้นทาง (Home Port) ได้ถูกบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซงนับเป็นการเพิ่มศักยภาพของไทย


ในการเชอมโยงเสนทางเดินเรือส�าราญ เปดโอกาสใหนักทองเทยวไดสัมผัสความหลากหลายของ บรรยากาศและทะเลอันงดงาม







ึ่
ของไทยทั้งฝั่งทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ซงเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยว ในอีกรูปแบบหนึ่ง และเป็นที่นิยมของ
นักทองเที่ยวเรือส�าราญทั่วโลกการไดรับการสนับสนุนและความรวมมือกับ สายเรือส�าราญระดับโลกอยาง Royal Caribbean International







จึงนับเป็นสิ่งส�าคัญที่จะเสรมสร้างศักยภาพของ การท่องเที่ยวเรอสาราญในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉยงใต้

ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวให้มีความโดดเด่น และก้าวสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรือส�าราญที่ส�าคัญระดับโลก
ในฐานะที่ ศรชล. ปฏิบัติภารกิจตามที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
พุทธศักราช ๒๕๖๒ มาอย่างเข้มแข็ง ตระหนักดีว่าภารกิจพิทักษ์รักษาความมั่นคงทางทะเลนั้น จ�าเป็นต้อง พึ่งพิงความมั่นคง




ทางเศรษฐกิจสังคมควบคูไปดวย ดังนั้น ศรชล. จึงระดมสรรพก�าลังอยางเต็มที่ในการสนับสนุน การเสริมสรางการเติบโตทางเศรษฐกิจ
และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเล ด้วยการเปิดประตูทางทะเล ปลุก กระแสท่องเที่ยวทะเลไทยต้อนรับเรือส�าราญ
จากนานาชาติ ที่จะน�าพานักท่องเที่ยวเข้ามากระตุ้นการท่องเที่ยว ทีมี แนวโน้มจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ประมาณการว่า
ตลอดปี ๒๕๖๕ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยราว ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัว
ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงการอ�านวยความสะดวกต่าง ๆ ตามที่รัฐบาลได้ยกเลิกการตรวจสุขภาพก่อนเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย

ท�าให้อัตราเข้าพักโรงแรมต่าง ๆ เริ่มฟื้นตัว ตามจ�านวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงขอความร่วมมือร่วมใจจากทกฝ่าย
ร่วมกันท�างานเพื่อสนับสนุนและอ�านวย ความสะดวกในการท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทยอย่างเต็มก�าลังความสามารถ

ทั้งนี้ ศรชล. ยังคงก�าหนดมาตรการที่จดท�าเป็นขั้นตอนมาตรฐานส�าหรับการรับเรือสาราญขนาดใหญ่ หรือ



SOP for Cruise Ship ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทยทางฝั่งทะเลอันดามัน เพอบูรณาการการปฏิบัติของ ทุกภาคส่วน
ภายใต้แนวทางเดียวกันในการสร้างความมั่นใจต่อความปลอดภัยการท่องเที่ยวไทย










73


การประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล.

ประจ�าปีงบประมาณ ๒๕๖๕



พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ในฐานะรองผู้อ�านวยการศูนย์อ�านวยการ




รักษาผลประโยชนของชาตทางทะเล (ศรชล.) เปนประธานการประชุมคณะกรรมการบรหาร ศรชล. ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๕

และเปิดการปฐมนิเทศก�าลังพล ณ ห้องประชุมนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี พัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
คณะกรรมการบริหาร ศรชล. เป็นกลไกส�าคัญในการขับเคลื่อน ศรชล. ที่ยกระดับเป็นศูนย์อ�านวยการตามพระราช
บัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.๒๕๖๒ มีหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นหรือ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัด
ท�าแผนงาน โครงการ และงบประมาณ ให้ค�าปรึกษาในการปฏิบัติงานในหน้าที่และอ�านาจของ ศรชล. รวมทั้งวางระเบียบและ
ข้อบังคับที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ ของ ศรชล.
การประชมคณะกรรมการบริหาร ศรชล. ในครั้งนี้ มีวาระส�าคัญ คือ นโยบายการปฏิบัติงานของ ศรชล.

ประจ�าปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ที่มุ่งเน้นการพัฒนา ศรชล.ในทุกด้านเพื่อให้การปฏิบัติงานแบบบูรณาการและการพัฒนา ศรชล.



มีความเปนรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพื่อรองรับแผนปฏิบัติราชการ ๕ ป ในหวงป พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐ ประกอบด้วย



















74



๑. การจัดท�าแผนปฏิบัติการดานการรักษาผลประโยชน ์
ของชาติทางทะเลและแผนรองรับระดับ ๓ การขบเคลื่อน



ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป ใหมีความสอดคลองและรองรับสถานการณ ์


ทางทะเลในอนาคต
๒. การบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงาน
และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ
ื่

ทางทะเลเพอบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กระทาผิดอย่างเข้มงวด


และตอเนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งเรื่องการคามนุษยและการหลบหนี


เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
๓. เพิ่มมาตรฐานและความต่อเนื่องในการก�ากับ
ดูแลหน่วยงานในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
เข้มงวดการแก้ไขการท�าประมงผิดกฎหมายฯ ขาดการรายงาน
และไร้การควบคุม (IUU Fishing) และการปราบปราม
การค้ามนุษย์


๔. พัฒนาหลกปฏิบติประจาในการบูรณาการ

การอ�านวยการ และการประสานงาน ในการปฏิบัติงานร่วมกัน
ระหว่าง ศรชล. ส่วนกลางศรชล.ภาค และ ศรชล.จังหวัด
ให้สามารถขับเคลื่อนการป้องกันปราบปราม การกระท�าผิด
ในทะเล จัดการแก้ไขปัญหาการบรรเทาสาธารณภัยในทะเล
ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
๕. เร่งรัดพัฒนากลไกการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร

การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ระหว่างหน่วยงาน
ทางทะเลทั้งในและต่างประเทศ



๖. เร่งรัดการด�าเนินการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามแผน
งาน นโยบาย แนวทาง/คู่มือ/แผนเผชิญเหตุ และบริหารจัดการ
งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

๗. เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงาน



รวมกนของหนวยงานหลักใน ศรชล. เพื่อรองรับการเปลี่ยนผาน





ระหวางผูที่โยกยายและผูที่มารับหนาที่ใหม และด�ารงความพรอม



เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงาน เครือข่าย
และภาคประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


๘. เรงรัดด�าเนินการเกี่ยวกับการบรรจและจัดเตรียม

หลักสูตรการอบรม รองรบขาราชการพลเรือนใหม ใหมีความร ้ ู







ประสบการณและความเขาใจ ในการปฏบัติหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย



๙. สรางความตระหนักรูในความส�าคัญของผลประโยชน ์
ของชาติทางทะเลให้ประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานของรัฐ


ในพื้นที่จังหวัดชายทะเล ใหมความเขาใจและรวมมือในการรักษา


ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
๑๐. รวบรวมปัญหา อุปสรรค ข้อขดข้อง ในการ


ปฏบัติงานที่ผ่านมาและก�าหนดแนวทางในการแก้ปัญหา
ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน
75



การประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อานวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล



พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ในฐานะรองผู้อ�านวยการศูนย์อ�านวยการ

รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบรหารศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์
ของชาติทางทะเล ครั้งที่ ๓/๒๕๖๕ ณ ห้องแกรนด์ริเวอร์ไซด์ บอลรูม ชั้น ๑๐ โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ ไซด์ กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๕
ส�าหรับการประชุมครั้งนี้มีเรื่องที่ส�าคัญ ดังนี้


๑. การพิจารณาให้ศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเพิ่มประสิทธภาพการปฏิบติงาน





ของศนยควบคุมการแจงเรือเขาออก (PIPO) ไดแก การเพิ่มอัตราก�าลังพลโดยจัดก�าลังพลจากศูนยอ�านวยการรักษาผลประโยชน ์


ของชาติทางทะเลและต�ารวจน�้า การเพิ่มชุดตรวจประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ (Flying Inspection Team : Fit)

๒. ที่ประชุม ฯ รับทราบการก�าหนดมาตราการและหลักปฏบัติในการรับเรือท่องเที่ยวจากต่างประเทศ




ของศนยอ�านวยการรักษาผลประโยชนของชาติทางทะเล ภายใตศนยปฏิบัตการศูนยบริหารสถานการณโควด - ๑๙ (ศปก.ศบค.)






และการจัดท�าหลักสูตรการคุ้มครองแรงงานและปราบปรามการค้ามนุษย์ทางทะเลของศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์
ของชาติทางทะเล
๓. ที่ประชุม ฯ รับทราบก�าหนดการฝึกที่ส�าคัญของศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ดังนี้


๓.๑ การฝึกปฏิบัติการร่วมศูนย์อ�านวยการรกษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล บรณาการกับการฝึกกองทัพเรือ
ื่
ประจาป ๒๕๖๕ ในหัวขอการฝกการขจัดมลพิษทางน�้าเนองจากนามัน เพื่อน�าเสนอระบบกลไกการบูรณาการกับหนวยงานตาง ๆ

�้





ในการแก้ไขปัญหาการรั่วไหลของน�้ามันในทะเล และการฝึกค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล ซึ่งจัดการฝึก
บริเวณเกาะเสม็ด จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕



๓.๒ การฝึกปฏิบัตการร่วมศนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล บรณาการกับการฝึกบริหาร
วิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจ�าปี ๒๕๖๕ (C-MEX 2022) ในหัวข้อการต่อต้านการก่อการร้ายในทะเล และการฝึกตรวจค้นการ
ลักลอบขนอาวุธที่มีอานุภาพท�าลายล้างสูง (WMD) โดยจัดการฝึกในห้วงเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๕
๓.๓ การฝึกผสม SOUTHEAST ASIA COOPERATION AND TRAINING 2022 (SEACAT 2022) เพื่อเสริมสร้าง
ความร่วมมือในการรักษาความมั่นคงทางทะเล มุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามการกระท�าผิดในทะเล ภายใต้ขอบเขตของ
กฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายภายในของแต่ละประเทศ โดยจัดการฝึกในห้วงเดือนสิงหาคม ๒๕๖๕
๓.๔ การฝึกค้นหาและช่วยเหลือเรือโดยสารที่ประสบภัยทางทะเล (Passenger Ship Training) โดยในปีนี้ส�านักงาน
คณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย (สกชย) กระทรวงคมนาคม ขอให้ศูนย์อ�านวยการ
รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเป็นแกนกลางในการจัดการฝึก โดยจัดการฝึกในห้วงเดือนกันยายน ๒๕๖๕
76


เลขาธิการศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

ลงพื้นที่เพื่อติดตามการด�าเนินการตามนโยบาย

การยกระดับการปฏิบัติงานในการแก้ไขการท�าประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing)

และการปราบปรามการค้ามนุษย์ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร


ิ์


พลเรอเอก เถลิงศักด ศิริสวสดิ์ เสนาธิการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ในฐานะเลขาธิการศูนยอ�านวยการรักษาผลประโยชน ์

ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ลงพื้นที่เพื่อตดตามการด�าเนินการตามนโยบายการยกระดับการปฏิบัติงานของ ศรชล.

ในการแกไขการท�าประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) และการปราบปรามการคามนุษยในจังหวัดสมุทรสาคร ตามนโยบายของรัฐบาล



เพื่อแกไขปญหาดังกลาว เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๕ โดยมีคณะกรรมการบริหารจากหน่วยงานหลักของ ศรชล. และหน่วยงาน











ดานความมั่นคงตาง ๆ ไดแก กรมเจาทา กรมประมง กรมศุลกากรกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝง และกองบังคับการต�ารวจน้า

รวมถึง นายณรงค รักรอย ผูวาราชการจังหวัดสมุทรสาคร ในฐานะผูอ�านวยการ ศรชล. จังหวัดสมุทรสาคร เขารวมประชุมหารือ






ส�าหรับการติดตามการด�าเนินการตามนโยบาย ฯ ในครั้งนี้ มีเรื่องส�าคัญที่ต้องติดตาม ประกอบด้วย การด�าเนินการ
ตามนโยบายการปฏบตงานของ ศรชล. ประจ�าปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ที่ส�าคัญคือการด�ารงความต่อเนื่องในการก�ากับดูแล




หนวยงานที่ดูแลรกษาผลประโยชนของชาติทางทะเลและการแกไขการท�าประมงผิดกฎหมาย รวมถึง การปราบปรามการคามนษย ์





เพื่อยกระดับการรายงานสถานการณ์ด้านการค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาในส่วนของประเทศไทย
จากปีที่ผ่านมาให้ปรับระดับขึ้นจากระดับบัญชี ๒ กลุ่มประเทศเฝ้าระวัง (TIER2 WATCH LIST) ต่อไปโดยทางรัฐบาล
ึ่

ให้ความส�าคัญอย่างยิ่งกับการต่อต้านการค้ามนษย์ซงถือเป็นวาระแห่งชาติ นอกจากนี้ จะมีตัวแทนมูลนิธิความยุติธรรม

สิ่งแวดลอม (Environmental Justice Foundation: EJF) ซึ่งเปนองคกรเอกชน (NGO) โดยมีพันธกิจหลก คือ การรักษาสิ่งแวดลอม









และการคุมครองสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะประเดนการละเมดสิทธิแรงงาน การคามนุษย การท�าลายสิ่งแวดลอมของอุตสาหกรรม

ตลอดจนการต่อต้านการท�าประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) ร่วมสังเกตการณ์การติดตามการด�าเนินการตามนโยบาย ฯ
ของ ศรชล. ในครั้งนี้ด้วย




ในสวนของ ศรชล.จังหวัดสมทรสาคร ไดปฏิบัติงานตามนโยบาย ฯ อยางตอเนื่อง โดยบูรณาการหนวยงานที่เกี่ยวของ



ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครในการปฏิบัติงาน ซึ่งปีที่ผ่านมาได้ด�าเนินการงานส�าคัญ อาทิ การบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ื้

กับ ศรชล. ในพนที่ในการแกไขปญหาการกระท�าผิดกฎหมายภาคประมงทะเลและการปราบปรามการคามนุษย การบริหารจดการ




ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) ระลอกที่ ๒ ถึงปัจจุบัน การอานวยการ
ั้



และประสานงานในการตงจุดสกัดคัดกรองทางน�าตามสั่งการของศูนย์บรหารสถานการณ์โควด - ๑๙ (ศบค.) การอ�านวยการ
และประสานงานในโครงการรับซื้ออาหารทะเลจากกิจการภาคประมงทะเลจังหวัดสมุทรสาครของ ศรชล. เป็นต้น
ทั้งนี้ ศรชล. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะด�าเนินการตรวจสอบ เฝ้าระวังการประมงพาณิชย์ที่มีประสิทธิภาพ
เพื่อประกันความยั่งยืนของทะเล และการคุ้มครองแรงงานประมงตามแนวทางของสหประชาชาติต่อไป รวมทั้งพร้อมให้บริการ
และช่วยเหลือประชาชนในภาคทะเล
77


กองทัพเรือเข้าร่วมในปฏิบัติการ Maritime Together
กับหน่วยงานทางทะเลในพื้นที่






กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ ๒ สนับสนุนศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสงขลา จัดส่ง


เรือ ต.๑๑๕ เขารวมในกจกรรมการบูรณาการตรวจสอบภัยความมั่นคงในทะเลพื้นที่จงหวัดสงขลา “ปฏิบัติการ Maritime Together”


เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระท�าผิดกฎหมายในทะเล โดยมีเรือเข้าร่วมปฏิบัติการฯ จ�านวน ๗ ล�า ท�าการตรวจเยี่ยม
และตรวจค้นแบบ NEW NORMAL เรือประมงในพื้นที่อ�าเภอเทพา อ�าเภอจะนะ และอาเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

ระหว่างวันที่ ๑๐ - ๑๑ มกราคม ๒๕๖๕
ทั้งนี้ ปัจจุบันยังคงมีการกระท�าผิดกฎหมายในทะเลอยู่ทั่วไป ซึ่งในช่วงปลายเดือนมกราคม ๒๕๖๕ สหภาพยุโรป
ได้เดินทางมาตรวจการท�าประมงผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยเฉพาะการตรวจติดตามการท�างานและการบังคับใช้กฎหมาย
ของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ การบูรณาการตรวจการกระท�าผิดกฎหมายในทะเล ถือเป็นจุดเริ่มต้นการบูรณาการก�าลังทางเรือ
จากทุกหน่วยงานออกปฏิบัติการร่วมกัน เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามการกระท�าผิดกฎหมายในทะเล ซึ่งการปฏิบัติการ

ในครั้งนี้ได้เน้นย�าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง เน้นความปลอดภัยขององค์บุคคลและองค์วัตถุเป็นส�าคัญ

ปฏิบัติงานภายใต้กรอบของกฎหมายและหลีกเลี่ยงการสร้างปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
























78


พิธีท�าบุญเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา
ศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ๙ มีนาคม ๒๕๖๕


พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ในฐานะรองผู้อ�านวยการศูนย์อ�านวยการรักษา

ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เป็นประธานในพิธีท�าบุญเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์
ของชาติทางทะเลโดยมีข้าราชการจากส่วนต่าง ๆ ของศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ร่วมในพิธี
ซึ่งได้รับเมตตาจากพระราชปัญญารังสี เจ้าอาวาสวัดชิโนรสารามวรวิหารและเจ้าคณะเขตบางกอกใหญ่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
ณ วัดชิโนรสารามวรวิหาร แขวงบ้างช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๕
การจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในครั้งนี้มีรูปแบบการจัดงาน




ภายใตมาตรการปองกนการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) ในลักษณะ New Normal โดยมีวัตถุประสงค ์
เพื่อเป็นการระลึกถึงความส�าคัญและเกิดความภาคภูมิใจในการปฏิบัติภารกิจรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล รวมทั้ง

เพื่อเป็นการหลอมรวมจิตใจของกาลังพลภายในหน่วยงานและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้มีความรัก
ความสามัคคี ความเป็นน�าหนึ่งใจเดียวกัน อันเป็นแรงผลักดันให้การปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้

ยังจัดกิจกรรมบ�าเพ็ญสาธารณประโยชน์จิตอาสา “เราท�าความ ดี ด้วยหัวใจ” โดยจัดก�าลังพลจิตอาสาสังกัดศูนย์อ�านวยการ
รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลท�าความสะอาดบริเวณวัดชิโนรสารามวรวิหาร เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๕
ศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เป็นหน่วยงานภายในส�านักนายกรัฐมนตรี ภายใต้
การบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีโดยเป็นหน่วยราชการในรูปแบบเฉพาะ มีลักษณะเป็นการบูรณาการการปฏิบัติงาน
จาก ๗ หน่วยงานหลัก คือกองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมศุลกากร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กองบังคับการ


ต�ารวจนา และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ปัจจบันนับเป็นหน่วยงานหลักและเป็นกลไกส�าคัญของรัฐบาล


และรับผิดชอบการด�าเนินการที่มีเอกภาพ สามารถบูรณาการการปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์
ของชาติทางทะเลให้มีความมั่นคงและยั่งยืน ทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักรในเขตทางทะเลที่มีลักษณะที่หลากหลาย
และประเทศไทยมีอ�านาจอธิปไตยหรือสิทธิอธิปไตย รวมทั้ง สิทธิหน้าที่อื่นตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่ประเทศไทย
มีพันธกรณีจะต้องปฏิบัติตาม เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่มีอยู่อย่างมากมาย

















79


การประชุมหารือการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพ

การปฏิบัติงานของศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก





พลเรอเอก เถลิงศักด ศิริสวสดิ์ เสนาธการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ในฐานะเลขาธิการศูนยอ�านวยการรักษาผลประโยชน ์



ิ์






ของชาติทางทะเล เปนประธานการประชุมหารอการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัตงาน ของศนยควบคุมการแจงเรือเขาออก


(Port In Port Out Controlling Center: PIPO) โดยมี พลต�ารวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการต�ารวจแห่งชาติ
รศ.ดร.ธนพร ศรียางกูร ดร.อดิศร พร้อมเทพ และผู้แทนหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ฯ ณ ห้องประชุม
กองบัญชาการกองทัพเรือ ชั้น ๖ อาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๕
การประชุมหารือการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกในครั้งนี้ ส่งผล




ใหเกิดการยกระดับการปฏิบัติงานในการรกษาผลประโยชนของชาติทางทะเลการแกไขการทาประมงผิดกฎหมาย ฯ (IUU Fishing)

และการปราบปรามการค้ามนุษย์ให้ต่อเนื่องและเป็นมาตรฐาน เพื่อให้การรายงานสถานการณ์ด้านการค้ามนุษย์
ของกระทรวงการตางประเทศสหรัฐ ฯ (TIP Report) ในภาคกจกรรมทางทะเลของไทยจากระดับบัญช ๒ กลุมประเทศเฝาระวัง





หรือ Tier 2 Watch List เปนระดับบัญชี ๒ หรือ Tier 2 จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแหงชาติ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๕



เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๕ รองนายกรัฐมนตรี/ประธานคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ สั่งการให้ศูนยอานวยการ

รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดท�าแนวทางการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน






ของศนย PIPO และรายงานผลการปฏิบัตใหคณะกรรมการนโยบายการประมงแหงชาติทราบ ซึ่งที่ประชุม ฯ ไดก�าหนดแนวทาง
ในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของศูนย์ PIPO และร่วมพิจารณาร่างคณะท�างาน ฯ จ�านวน ๓ คณะ เพื่อให้แนวทาง
ิ่
การเพมประสิทธิภาพ ฯ ดังกลาวส�าเร็จอยางเปนรปธรรม รวมทั้ง ก�าหนดแนวทางปรับปรุงการปฏิบัติงานของศูนย์อ�านวยการ




รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เพื่อสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของศูนย์ PIPO
80


การตรวจเย่ยมศูนย์อานวยการปองกนและขจดมลพิษทางน�้าเนื่องจากน�ามัน กองทัพเรือ






เพื่อขจัดคราบน�้ามันที่รั่วไหลในทะเลระยองให้เร็วที่สุด

ิ์



พลเรือเอก เถลิงศกดิ์ ศิริสวัสด เสนาธิการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ตรวจเยี่ยมศูนยอ�านวยการปองกันและขจัดมลพิษทางน้า
เนื่องจากน�ามันกองทัพเรือ (ศอปน.ทร.) จากนั้น ได้ส�ารวจคราบน�ามันที่รั่วไหลในทะเลบริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด


เยี่ยมชมการปฏบัติงานขจัดคราบน�ามันของหนวยงานตาง ๆ และรับฟงการแกไขปญหาจาก บริษัท สตาร ปโตรเลียมรีไฟนนิ่ง










จ�ากัด (มหาชน) ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ ๑ อ�าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕

กองทัพเรือสั่งการให้ศนย์ปฏิบติการกองทัพเรือจดตั้ง “ศูนยอ�านวยการปองกันและขจัดมลพิษทางน้าเน่องจากนามัน








กองทัพเรือ” หรือ ศอปน.ทร. มีหน้าที่ในการอานวยการก�ากับการและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสั่งการให้





ทัพเรือภาคที่ ๑ จัดตั้งศูนย์ควบคมการปฏิบัติการในการป้องกันและขจดมลพิษทางน�้าเนื่องจากนามน ทัพเรือภาคที่ ๑


(ศคปน.ทรภ.๑) หรอ On Scene Commander เพื่อท�าหน้าที่ก�าหนดแผนและยุทธวิธีในการขจัดคราบน�ามัน ปฏิบัติการ






ป้องกันและขจัดมลพิษทางนาเนื่องจากนามันที่เกดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ ตลอดจนอ�านวยการประสานกับส่วนราชการ
และหน่วยงานภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งสั่งการหน่วยสนับสนุนต่าง ๆ โดยด�าเนินการขจัดมลพิษทางนาเนื่องจากนามัน




ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๕ จนเหตุการณ์คลี่คลาย
81


กองทัพเรือจัดก�าลังพลและยุทโธปกรณ์

สนับสนุนการขจัดคราบน�้ามัน บริเวณชาดหาดแม่ร�าพึง











เมื่อวนที่ ๑๔ กมภาพันธ ๒๕๖๕ ส�านักงานโฆษกกองทัพเรือ แถลงวาจากสถานการณนามันรัวไหลในทะเลจังหวัดระยอง

ในรอบที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เป็นต้นมา ส�าหรับสภาพน้ามันดิบที่อยู่ในกลางทะเลอยู่ในปริมาณที่เล็กน้อย
ทางบริษัทสตาร์ ปิโตรเลียมรีไฟน์นิ่ง จ�ากัด (มหาชน) หรือ SPRC สามารถควบคุมได้แล้ว ซึ่งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้า

จังหวัดระยอง ได้ติดตามความคืบหน้ากรณีน้ามันดิบรั่วไหล รอบที่ ๒ อย่างใกล้ชิด

ี่
ส�าหรับการปฏิบัตในส่วนของกองทัพเรอนั้น ทัพเรือภาคท ๑ น�าอากาศยานขึ้นส�ารวจพนที่บริเวณโดยรอบ
ื้


ชายหาดแม่ร�าพึง เกาะเสม็ดจังหวัดระยอง และพื้นที่บริเวณที่เรือวางบูมกั้นน้ามันดิบ ในเวลา ๐๗.๐๐ น.และ ๑๖.๐๐ น.
ยังไม่พบคราบนามันดังกล่าว และในเวลา ๑๕.๐๐ น.หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง จัดก�าลังพล ๔๐ นาย


สนับสนุนกิจกรรมท�าความสะอาดชายหาด Big Cleaning ณ ชายหาดแม่ร�าพึง ร่วมกับ ศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์



ของชาติทางทะเล จังหวัดระยอง บริษท SPRC จิตอาสา และประชาชนทั่วไป ทั้งนี้กองทัพเรือยังคงเตรยมพรอมในการสนับสนุน
ภารกิจขจัดคราบน้ามัน จนกว่าสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ
















82


กองทัพเรือร่วมด�าน�้าเก็บกู้ซากอวนขนาดใหญ่ติดแนวปะการัง






กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคท ๓ รวมด�านาเกบกูซากอวนขนาดใหญติดแนวปะการัง โดยเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕
ี่







ื้






ไดรับแจงขาวสารจากนกด�าน�าในพนที่จังหวัดภูเกต วาพบซากอวนขนาดใหญติดอยที่แนวปะการังออนบนซากเรือจม King Cruiser

วางตัวทอดยาวไปตามแนวล�าเรือ ซึ่งครั้งนี้นับเป็นการพบครั้งที่ ๒ ในรอบเดือนมกราคม ๒๕๖๕ ทัพเรือภาคที่ ๓ จึงวางแผน
ในการเก็บกู้อวนดังกล่าว ร่วมกับเรือ MV Mandarin Queen และนักด�าน้าในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต





จากนัน ในเชาวนที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๕ พลเรือตรี อาภากร อยูคงแกว รองผูบญชาการทพเรือภาคที่ ๓ (ในขณะนั้น)




น�าคณะนักด�าน�าของทัพเรือภาคที่ ๓ จ�านวน ๘ นาย เดนทางด้วยเรือ ต.๒๓๓ ไปยังจุดดังกล่าว พร้อมทั้งประสาน



กับเรือ MV Mandarin Queen ซึ่งเป็นเรือท่องเที่ยวด�าน้า ท�าการตัดตาอวนออกทีละนิดและปล่อยสัตว์น้าซึ่งติดที่ตาอวนออก

โดยพยายามไม่ให้กระทบปะการังตัวอ่อนที่ซากอวนพาดอยู่ ใช้เวลาปฏิบัติการกู้ซากอวนประมาณ ๓๐ นาที จึงเป็นผลส�าเร็จ
ี่

ึ้

สามารถน�าอวนขนมาสู่ผิวน�าได้ทั้งหมด นับเป็นความร่วมมือร่วมใจของทัพเรือภาคท ๓ และผู้ประกอบการด�าน้า

ี่
ในพื้นทฝั่งทะเลอนดามันที่ช่วยกันท�างานในครั้งนี้จนประสบผลส�าเร็จ และขอรณรงค์ให้ชาวประมงที่วางอวนในทะเล






ชวยกนเปนหูเปนตาและรวมกันอนุรกษทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งไมทงเศษอวนหรือขยะใด ๆ ลงในทะเล เพื่อใหทองทะเลไทย
ิ้




คงความสวยงามตลอดไป
83


พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ

การคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเล




พลเรอเอก เถลิงศักดิ์ ศริสวัสดิ์ เสนาธิการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ในฐานะเลขาธิการศูนยอ�านวยการรักษาผลประโยชน ์






ของชาติทางทะเล และ เรืออากาศเอก อจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาต รวมลงนามบันทึกความรวมมือ


การคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเล ณ ห้องรับรอง ชั้น ๒ อาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ
พื้นที่วังนันทอุทยาน เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๕





การลงนามความรวมมือการคุมครองสิทธิในการเขาถึงระบบการแพทยฉุกเฉินทางทะเลมีวัตถุประสงคเพื่อสนับสนุนการปฏบติ




การฉุกเฉินและบูรณาการความรวมมือระหวาง ศูนยอ�านวยการรักษาผลประโยชนของชาติทางทะเล และ สถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ








ซึ่งรวมมือกันด�าเนินการเกยวกบการปฏิบัติการฉุกเฉิน การคุมครอง สิทธิในการเขาถึงระบบการแพทยฉุกเฉินอยางทั่วถึงและเทาเทียม





มีคุณภาพมาตรฐาน รวมทั้งให้เกิดความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ผู้ปฏิบัติงาน ผู้โดยสารในยานพาหนะ
ผู้ป่วยฉุกเฉินที่เจ็บป่วยหรือได้รับ อุบัติเหตุทางทะเล หรือจ�าเป็นต้องใช้ระบบการล�าเลียงหรือขนส่งทางทะเล ให้ได้รับการบริการ
ด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่ดีมีคุณภาพ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน



ตามกฎหมายก�าหนด รวมทั้ง ก�าหนดขั้นตอนสนับสนุนการปฏิบัติการแพทย การปฏิบัติการอ�านวยการความรวมมือตามอ�านาจหนาที่



และความรับผิดชอบในการด�าเนินการ ใหเปนไปตามมาตรฐานที่กฎหมายก�าหนดและสอดคลองกบหนาท อ�านาจ ความรบผิดชอบ

ี่


ของศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล




84


พิธีลงนามความร่วมมือ

โครงการบริหารจัดการขยะพลาสติก ขยะติดเชื้อ พลังงานทดแทน

เพื่อสนับสนุนนกองทัพเรือและต่อยอดสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์








พลเรือเอก เถลิงศักดิ์ ศิรสวัสดิ์ เสนาธการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ร่วมเป็นพยานในพิธีลงนามความร่วมมือ



โครงการบริหารจัดการขยะพลาสติก ขยะติดเชอ พลังงานทดแทน เพือสนับสนุนนกองทัพเรือ และตอยอดสูการพัฒนาเชิงพาณิชย ์
ื้
ระหว่าง บริษัท อู่กรุงเทพ จ�ากัด กับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ห้องรับรอง ชั้น ๑ หอประชุมกองทัพเรือ
เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๔































85


พิธีเปิดศูนย์รับซื้อขยะรีไซเคิล กองเรือยุทธการ

ตามโครงการดงตาล ๔.๐ การบริหารจัดการขยะแบบยั่งยืน








กองทัพเรือ โดย กองเรือยุทธการ จัดพธีเปดศนยรับซื้อขยะรีไซเคิล กองเรอยุทธการ ตามโครงการดงตาล ๔.๐ การบริหาร


จัดการขยะแบบยั่งยืน ณ ศูนย์รับซื้อขยะรีไซเคิล กองเรือยุทธการ อ�าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๕




การบริหารจัดการขยะแบบยั่งยนเปนไปตามนโยบายผูบัญชาการกองเรือยุทธการ ซึ่งรองรับนโยบายของผบัญชาการทหารเรือ

ในการปรับปรุงสวัสดิการเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของก�าลังพลกองเรอยุทธการ โดยการดูแลให้ก�าลังพลที่พักอาศัยในหมู่บ้าน

กองเรือยุทธการให้มีสภาพแวดล้อมในการพักอาศัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นระบบ ซึ่งเริ่มจากการเสริมสร้างความรู้
ให้ผู้พักอาศัยในหมู่บ้าน ฯ ให้มีจิตส�านกในการคัดแยกขยะและทิ้งขยะให้ถูกวิธี เพื่อน�าไปสู่กระบวนการ 3R คือ

�้
ลดการเกิดขยะ (Reduce) น�ากลับมาใช้ซา (Reuse) และการหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) โดยการบริหาร
จัดการขยะแบบยั่งยืน ในโครงการดงตาล ๔.๐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Good Home And Good Health ในการดูแล
ด้านความเป็นอยู่ของก�าลังพล























86


พิธีเปิดธนาคารขยะรีไซเคิล (Recycle Bank)








กองทัพเรือ โดย ฐานทัพเรือสตหีบ จัดพิธเปดธนาคารขยะรีไซเคิลฐานทัพเรือสตหีบ (Recycle Bank) ณ ศูนยเกษตรกรรม


ฐานทัพเรือสัตหีบ อ�าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๕

โครงการธนาคารขยะรไซเคิล ฐานทัพเรือสัตหีบ (Recycle Bank) เป็นการปฏิบัตตามนโยบายของกองทัพเรือ









มีวัตถุประสงคเพื่อรณรงค สงเสริมสรางการรบรูใหกบก�าลังพลและครอบครัวไดเขาใจถึงการบริหารจัดการขยะหรือวัสดุที่ใชแลว




ประเภทต่าง ๆ และสามารถด�าเนินการคดแยกขยะอันตราย ขยะติดเชื้อให้ได้รับการกาจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ


ทั้งในสถานที่ท�างานและที่พักอาศัย รวมทั้งยังเป็นการสร้างรายได้ให้ครอบครัวของก�าลังพลอีกทางหนึ่ง













87


88


การพัฒนาองค์กรของกองทัพเรือ
การพัฒนาองค์กรของกองทัพเรือ
การพัฒนาองค์กรของกองทัพเรือ

ให้มีความเข้มแข็ง
ให้มีความเข้มแข็ง
ให้มีความเข้มแข็ง













































































89


ด�ารงความพร้อมรบ


























การฝึกกองทัพเรือ




ประจ�าปี ๒๕๖๕










พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกกองทัพเรือ
ประจ�าปี ๒๕๖๕ บนเรอหลวงอ่างทองซึ่งจอดเทียบท่าบริเวณท่าเรือแหลมเทยนการท่าเรือสัตหีบฐานทัพเรือสัตหีบ


อ�าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเรือเอก ธีรกุล กาญจนะ รองผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ในฐานะผู้อ�านวยการ

การฝกกองทัพเรือ ประจ�าปี ๒๕๖๕ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองอ�านวยการฝึก ฯ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ
ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
โอกาสนี้ผู้บัญชาการทหารเรือได้ชมการสาธิตการปฏิบัติการทางทหาร ประกอบด้วย การปฏิบัติการของกองก�าลัง



ทางเรือเฉพาะกจปฏิบัติการระยะไกล (หมวดเรือปฏิบัติการยุทธสะเทนน�้าสะเทินบก) ขั้นควบคุมทะเล ก่อนการยกพล

(การยิงตอร์ปิโด MK46 จากเรือด้วยลกตอร์ปิโดฝึก REXTORP) การปฏิบัติการพเศษ (การแทรกซึมเข้าสู่ทีหมาย)


การปฏิบัติการยุทธสะเทินน�้าสะเทินบก และการปฏิบัติการของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งในการโจมต ี
เรือผิวน�้า จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือชมการแสดงผลงานวิจัย Static Display ที่พัฒนา วิจัย และต่อยอด โดยส�านักงาน






วิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรอรวมกบหนวยตาง ๆ ของกองทัพเรอ โดยมีการจัดนิทรรศการแสดงผลการวิจัยทีนาสนใจ


อาทิ โครงการวิจัยระบบอากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเล (Maritime Aerial Reconnaissance Craft
Unmanned System – MARCUS Type A) โครงการวิจัยอากาศยานไร้คนขบเพื่อการลาดตระเวนทางทะเล แบบที่ ๒

(MARCUS - B : Maritime Aerial Reconnaissance Craft Unmanned System Type B) โครงการวิจัยระบบเฝ้าตรวจ
และรายงานเคลื่อนที่ส�าหรับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามล�าแม่น�้าโขง เขตหนองคาย













90


การฝึกกองทัพเรือ ประจ�าปี ๒๕๖๕ ท�าการฝึกในขั้นสถานการณ์ปกติ - ความขัดแย้งระดับต�่าเน้นกระบวนการ
จัดท�าแผนจนได้ค�าสั่งยุทธการเพื่อใช้ในการฝึกนอกจากนี้ยังมีการฝึกปฏิบัติด้านการรักษากฎหมายในทะเล รวมถึง การรักษา



ผลประโยชนของชาติทางทะเลอีกดวย ส�าหรับการฝกภาคสนาม/ภาคทะเล (FTX) เนนการทดสอบกระบวนการวางแผนทางทหาร


ทดสอบแนวทางการใช้ก�าลังของกองทัพเรือ รวมถึง การทดสอบขดความสามารถปฏิบัติการทางเรือสาขาต่างๆ โดยใช้



โครงสร้างจริงของหน่วยทุกระดับกองทัพเรือ เพื่อให้สอดคล้องกบแนวความคดการจัดฝึก “รบอย่างไร ฝึกอย่างนัน”

โดยมีหวข้อการฝึกที่ส�าคัญ อาทิ การป้องกันฐานทัพเรือและการควบคุมเรือการปฏิบัตการข่าวสาร การส่งก�าลังบารง








การปฏิบัติการสงครามไซเบอร และการบงคับใชกฎหมายในทะเลโดยเฉพาะอยางยิ่งการฝกทเกี่ยวของกับกระบวนการปฏิบัติงาน

ี่
ของศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เพื่อสร้างความชัดเจนในการปฏิบัติต่อหน่วยต่าง ๆ ที่เข้ามาสนธิก�าลัง
อาทิ แนวความคิดในการควบคุมเส้นทางเรือพาณิชย์ รวมทั้ง จัดให้มีการฝึกหัวข้อปฏิบัติการเรือด�าน�้า ส�าหรับเตรียมการรองรับ
เรือด�าน�้าที่จะเข้าประจ�าการ ส�าหรับการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล การฝึกภาคปฏิบัติของหน่วยก�าลังรบและการสนับสนุน
ของหน่วยที่เกี่ยวข้อง มีหวข้อการฝึกที่ส�าคัญคอการฝึกยิงตอร์ปิโดแบบ MK46 จากเรือหลวงสโขทัย ณ พื้นทอ่าวไทย


ี่

เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๕ และการฝึกสนธิก�าลังระหว่างหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินและหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยาน
และรักษาฝั่ง ในการด�าเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริงต่อเป้าเคลื่อนที่ได้ในทะเลบริเวณสนามยิงอาวุธทุ่งโปรง จังหวัดชลบุรี
โดยใช้ศูนย์อ�านวยการยิงร่วมกันซึ่งถือเป็นการฝึกครั้งแรกในระดับกองทัพเรือ


นอกจากนี้ ยังจดให้มีการฝึกปฏิบัติการให้ความช่วยเหลอด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย (HADR)



ด้วยกาลังทางเรือตามแนวทางการใช้กาลัง From The Sea ต่อด้วยการค้นหาและช่วยชีวตในพื้นที่การรบทางทะเล
(Combat Sea SAR) โดยท�าการฝึกในพื้นที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ โดยมีหน่วยที่เกี่ยวข้อง
และหน่วยราชการในพื้นที่ ร่วมชมการสาธิตการฝึกปฏิบัติการ เพื่อเป็นการสร้างความรับรู้ความเข้าใจในภารกิจการช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัยในทะเล
ทั้งนี้ กองทัพเรือได้จัดก�าลังพลจากกองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยาน
และรักษาฝั่ง ตลอดจนหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือเข้าร่วมการฝึก โดยมียุทโธปกรณ์ส�าคัญเข้าร่วมการฝึก อาทิ เรือหลวง



จักรีนฤเบศร เรอหลวงภูมพลอดุลยเดช เรือหลวงสายบุรี เรือหลวงอ่างทอง เรือหลวงสโขทัย เรือหลวงรัตนโกสนทร์

เรือหลวงตาปี เรือหลวงสงขลา เรือหลวงวังใน เรือตรวจการณ์ ก�าลังอากาศนาวี ปืนใหญ่และปืนต่อสู้อากาศยานแบบต่าง ๆ
รวมถึงอากาศยานจากกองทัพอากาศอีกจ�านวนหนึ่ง





91


ผู้บัญชาการทหารเรือตรวจเยี่ยมการฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธี

ของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
และการฝึกสนธิก�าลังด�าเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง

ในการฝึกกองทัพเรือ ประจ�าปี ๒๕๖๕






พลเรือเอก สมประสงค นิลสมัย ผูบัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) เดนทางไปตรวจเยี่ยมการฝกยิงอาวุธทางยุทธวิธี



ของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และการฝึกสนธิก�าลังด�าเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง ในการฝึกกองทัพเรือ
ประจาปี ๒๕๖๕ ณ สนามฝึกยิงอาวุธ หาดยาวทุ่งโปรง อ�าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีและสนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๖

บ้านจันทเขลม อ�าเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
การตรวจเยี่ยมการฝึกของผู้บัญชาการทหารเรือและคณะ มีจดประสงค์ส�าคัญเพื่อรับทราบรายละเอียดการปฏิบัติ




ในการฝกขีดความสามารถและความพรอมในการปฏิบัติการของหนวยตาง ๆ ที่เขารับการฝก อนน�าไปสูการพัฒนาความพรอม






ของหน่วยต่าง ๆ ในการป้องกันประเทศตามภารกิจของกองทัพเรือ รวมถึงเป็นการสร้างขวัญและก�าลังใจแก่ก�าลังพล
ที่เข้ารับการฝึกอีกด้วย

















92





ส�าหรับการฝกยิงอาวุธทางยุทธวิธีของหนวยบัญชาการตอสูอากาศยานและรักษาฝง เปนการฝกยิงอาวุธตอเปาหมายในทะเล









ซึ่งในปนี้ไดจัดใหมีการสนธิก�าลังระหวางยุทโธปกรณของหนวยบัญชาการตอสูอากาศยานและรักษาฝงและหนวยบัญชาการนาวิกโยธิน









มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความพร้อมรบและขีดความสามารถขององค์วัตถุและองค์ยุทธวิธี ในการใช้อาวุธประจ�าหน่วย








เพื่อเพิ่มความช�านาญใหกับก�าลังพลในการใชอาวุธและสามารถแกไขขอขดของตาง ๆ ในขณะปฏิบัติภารกิจได อีกทั้งเพื่อทดสอบ
การปฏิบัติการร่วมกันในการใช้อาวุธต่อเป้าหมายในทะเล โดยจัดก�าลังเข้ารับการฝึกประกอบด้วย กองพันต่อสู้อากาศยานที่ ๑


กองพนต่อสู้อากาศยานที่ ๒ กองพนรักษาฝั่งศูนย์ต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกครั้งนี้ ได้แก่
ปืนต่อสู้อากาศยาน ขนาด ๓๗ มม. ปืนต่อสู้อากาศยาน ขนาด ๔๐/๗๐ มม. ปืนใหญ่กระสุนวิถีโค้ง ขนาด ๑๕๕ มม.
ปืนใหญ่กระสุนวิถีราบ ขนาด ๑๓๐ มม. ในส่วนของการสนธิก�าลังด�าเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา



ความรูความสามารถของก�าลังพลสวนตาง ๆ ทางยุทธวิธีในสงครามตามแบบ และเพื่อเปนการทดสอบความพรอมรบของหนวย



ระดับกรม กองพัน หน่วยขึ้นตรงกองพลนาวิกโยธินให้เกิดความคุ้นเคย รวมทั้ง เพิ่มประสบการณ์ในการจัดท�าแผนการฝึก
ปัญหาที่บังคับการ การด�าเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง การควบคุมบังคับบัญชา การประสานการยิงสนับสนุนอากาศ - พื้นดิน
การติดต่อสื่อสาร การต่อต้านข่าวกรองของข้าศึก และการประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วย
ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้ชมการตีโต้ตอบและการส่งกลับสายแพทย์ ก่อนท�าการยิงอาวุธด้วยกระสุนจริง
(ปนตอสูอากาศยานขนาด ๔๐/๖๐, เครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติ ๔๐ มม., MK ๑๙, ปนกลหนักขนาด .๕๐ นิ้ว, ปนกล เอ็ม ๖๐)














รวมกบผูบังคบบัญชาระดบสูงของกองทัพเรอ รวมถึง การฝกการยิงฉากปองกันที่มั่นขั้นสุดทาย โดยก�าลังที่เขารวมการฝกในครั้งนี้



จัดจากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิและหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อาทิ ยานเกราะล้อยางแบบ BTR – 3E1







รถฮัมวี่ติดจรวดตอสูรถถัง แบบ TOW 2A RF ปนตอสูอากาศยาน ขนาด ๔๐/๖๐ มม. ปนใหญเบากระสุนวิถีโคง ขนาด ๑๐๕ มม.

ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง ขนาด ๑๕๕ มม. และ ปืนใหญ่สนาม ขนาด ๑๕๕ มม.
93


ผู้บัญชาการทหารสูงสุดตรวจเยี่ยมการฝึกและสังเกตการณ์

การบูรณาการร่วมระหว่างการฝึกกองทัพเรือ ประจ�าปี ๒๕๖๕
กับการฝึกปฏิบัติการร่วมศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

ประจ�าปี ๒๕๖๕



พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เดินทางไปตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การบูรณาการร่วม
ระหว่างการฝึกกองทัพเรือ ประจ�าปี ๒๕๖๕ กับการฝึกปฏิบัติการร่วมศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

ประจ�าปี ๒๕๖๕ โดยมี พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บญชาการทหารเรือ (ในขณะนน) ในฐานะรองผู้อานวยการ
ั้

ศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕




เวลา ๐๙.๓๐ น. ผูบัญชาการทหารสูงสุด ผูบัญชาการทหารเรือ และผูแทนสวนราชการในศูนยอ�านวยการรักษาผลประโยชน ์

ของชาติทางทะเล เดินทางมาถึงเรือหลวงอางทอง จากนั้น เยี่ยมชมการฝกขจดมลพิษทางนาเนื่องจากน�ามันในทะเล (Oil Spill)






และการฝึกค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล (SeaSAR) ร่วมกับหน่วยงานในศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์
ของชาติทางทะเล พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการในทะเลและโรงพยาบาลสนามบนเรือหลวงอ่างทอง

















๗๐
94




ตอมา เวลา ๑๑.๐๐น. ผูบัญชาการทหารสูงสุด ผบัญชาการทหารเรือ และคณะ เดินทางตอไปยังเกาะเสม็ดโดยเรือระบายพล






ขนาดกลาง (Landing Craft Mechanized : LCM) เพื่อตรวจเยี่ยมการฝกใหความชวยเหลือดานมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัต ิ

ประกอบด้วย ชุดปฏิบัติการเคมี ชีวภาพ และรังสี ณ ท่าเรืออ่าวกลาง ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์บนบก (Incident Command
System : ICC) ณ สนามฟุตบอล องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง
การฝึกในปีนี้กองทัพเรือจัดให้มีการฝึกปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ (HADR)
และการฝึกขจัดมลพิษทางน�้าเนื่องจากน�้ามันในทะเล (Oil Spill) ด้วยก�าลังทางเรือตามแนวคิด From The Sea การค้นหา




และชวยชีวิตในพื้นที่การรบทางทะเล (Combat Sea SAR) โดยบูรณาการความรวมมือและการระดมสรรพก�าลังจากหนวยงานตาง ๆ



ได้แก่ กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมศุลกากร กรมทรพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กองบงคับการตารวจน�้า
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดระยอง บริษัทเอกชน หน่วยกู้ภัย
และสมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน�้ามัน
























95


การฝึกยิงตอร์ปิโด MK46
ในการฝึกภาคทะเลของการฝึกกองทัพเรือ ประจ�าปี ๒๕๖๕






พลเรือเอก ธีรกุล กาญจนะ รองผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ในฐานะผู้อ�านวยการการฝึกกองทัพเรือ
ประจ�าปี ๒๕๖๕ เดินทางไปสังเกตการณ์การฝึกยิงตอร์ปิโด MK46 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (FTX)
การฝึกกองทัพเรือ ประจ�าปี ๒๕๖๕ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศรท�าการฝึกยิง โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ
ร่วมสังเกตการณ์ ณ บริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนล่าง เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๕


การฝึกยิงตอร์ปิโด MK46 ในการฝึกกองทัพเรือ ประจ�าปี ๒๕๖๕ มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบระบบควบคมการยง






และศักยภาพของลกตอรปโด ทดสอบความพรอมของหนวยยิง รวมถึง เพิมพูนประสบการณและความช�านาญในการยิงตอรปโด



ของก�าลังพลประจ�าเรือ โดยการจัดก�าลังทางเรือที่ร่วมการฝึกแบ่งตามหน้าที่รับผิดชอบของแต่ละหมู่เรือ ได้แก่ หมู่เรือคุ้มกัน



และยิงตอรปโด ประกอบดวย เรือหลวงภูมพลอดุลยเดช เรือหลวงสุโขทัย เรือหลวงสายบุรี เรือหลวงมกุฎราชกุมาร และเฮลิคอปเตอร ์


ปราบเรือด�าน�า แบบที่ ๑ (S - 70 B) หรือซฮอว์ค โดยมีเรือหลวงสโขทัยเป็นเรือยิงหลักและเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช


เป็นเรือยิงส�ารอง หมู่เรือตรวจสอบและรกษาความปลอดภัยสนามยิง ประกอบด้วย เรอหลวงตาปี เรือหลวงคลองใหญ่


และเรือตรวจการณ์ชายฝั่ง จ�านวน ๒ ลา หมู่เรือปล่อยเป้า ประกอบด้วย เรือหลวงอ่างทอง และ เรือ ต.๒๓๕ หมูเรือตรวจ


พื้นทสนามยิง ประกอบดวย เรือหลวงบางระจันและเรือหลวงหนองสาหราย





การยิงในครั้งนี้ใชสนามฝกในพนที่อาวไทยตอนลาง ระยะหางจากเกาะพะงันไปทางทิศตะวันออก ประมาณ ๔๖ กิโลเมตร


ื้


ท�าการยิงในระยะ ๒,๗๐๐ หลา (๒.๕ กิโลเมตร) ที่ความลึก ๕๓ เมตร โดยเป้าฝึกเป็นเป้าใต้น�าจ�าลองเดมที่กรมโรงงาน


ฐานทัพเรือสัตหีบ จัดสร้างขึ้นส�าหรับใช้ในการฝึกยิงตอร์ปิโด เมื่อปีงบประมาณ ๒๕๖๔ และได้น�าHYDROPHONE
จ�าลองแบบการดักรับสัญญาณเสียงใต้น�าในลักษณะเดียวกับการท�างานของโซโนบุย ซึ่งกรมการสื่อสารและเทคโนโลยี

สารสนเทศทหารเรือน�ามาใช้ในการถ่ายทอดสัญญาณเสียงและระบบแสดงภาพใต้น้า เพื่อติดตามการเคลื่อนที่และการชนเป้า

ของลูกตอร์ปิโดแบบ Real Time โดยสามารถแสดงภาพและเสียง ความถี่ในขณะที่ตอร์ปิโดเริ่มท�างานจนถึงชนเป้า
96


การฝึกกองทัพเรือ ประจ�าปี ๒๕๖๕ (การฝึก ทร.๖๕) ท�าการฝึกในขั้นสถานการณ์ปกติ - ความขัดแย้งระดับต�่า
ด�าเนนการฝึกในกระบวนการวางแผนทางทหารเพื่อการจัดท�าค�าสั่งยุทธการ รวมถึง การฝึกด้านการรักษาผลประโยชน์

ของชาติทางทะเล การฝึกปฏิบัติการช่วยเหลือและบรรเทาภัยพิบัติ ตลอดจนการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (FTX)
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบแผนป้องกันประเทศ ตลอดจนทดสอบกระบวนการวางแผนทางทหารและแนวทางการใช้ก�าลัง



ี่
ื่






การอานวยการยุทธตามแผนทใชในการฝก รวมถึง เพอทดสอบขดความสามารถปฏิบติการทางเรือสาขาตาง ๆ โดยใชโครงสรางจรง

ของหน่วยทุกระดับของกองทัพเรือให้สอดคล้องกับแนวความคิดการจัดฝึก “รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น” ในส่วนของการฝึก
ปัญหาที่บังคับการ (CPX) เป็นการฝึกกระบวนการวางแผนทางทหารในขั้นสถานการณ์ปกติจนถึงขั้นความขัดแย้งระดับต�่า
โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการจัดท�าค�าสั่งยุทธการเพื่อน�าไปใช้ในการอ�านวยการยุทธ์ มีประเด็นส�าคัญที่เกี่ยวข้อง อาทิ การป้องกัน
ฐานทัพเรือและการควบคุมเรือ การปฏิบัติการข่าวสาร การส่งก�าลังบ�ารุง การปฏิบัติการสงครามไซเบอร์และการบังคับใช้
กฎหมายในทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝึกการปฏิบัติของศูนย์อานวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)

เพื่อสร้างแนวทางที่ชัดเจนด้านการสนธิก�าลังในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล อาทิ แนวความคิดในการควบคุม






เสนทางเรือพาณิชย รวมทั้งจัดใหมีการฝกหัวขอการปฏิบัติการเรือด�าน�้าส�าหรับเตรียมการรองรับเรือด�าน�้าที่จะเขาประจ�าการ
โดยท�าการฝึกรวม ๓ สัปดาห์















97


การฝึกยุทธวิธีร่วมกองเรือ (ภาคทะเล)

ในการฝึกองค์บุคคลและยุทธวิธีกองเรือ ประจ�าปีงบประมาณ ๒๕๖๕






พลเรือเอก สุวน แจงยอดสุข ผูบัญชาการกองเรือยุทธการ (ในขณะนั้น) ตรวจเยี่ยมการฝกยุทธวิธีรวมกองเรือ (ภาคทะเล)










ในการฝกองคบุคคลและยทธวิธีกองเรือ ประจาปงบประมาณ ๒๕๖๕ บนเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ในระหวางวันที่ ๘ - ๙ ธันวาคม ๒๕๖๔
ซึ่งมีการฝึกที่ส�าคัญ อาทิ การปฏิบัติการร่วมของเรือและอากาศยาน การแปรกระบวน การรับส่งสิ่งของในทะเล การป้องกัน
ความเสียหายภายในเรือ การตรวจจับเป้าใต้น�้า การปราบเรือด�าน�้าต่อเป้าที่ใช้ ในการฝึกปราบเรือด�าน�้า (EMATT) การต่อต้าน
การก่อการร้าย การแบ่งฝ่ายฝึกประลองยุทธ์ เป็นต้น






การฝกองคบุคคลและยุทธวิธีกองเรือประจ�าป เปนการฝกที่มีความส�าคัญตอการเสริมสรางความช�านาญและความเชี่ยวชาญ

ในการปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ ระดับยุทธวิธี หรือระดับ Basic Tactics ตั้งแต่ภาวะปกติ เพื่อเตรียมความพร้อม
ด้านองค์บุคคล องค์วตถุ และองค์ยุทธวิธี ให้ก�าลังทางเรือมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย

รวมทั้ง การใช้ก�าลังตามแผนป้องกันประเทศในภาวะสงคราม หรือ Ready to Combat โดยผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ
ได้ติดตามการฝึกองค์บุคคล และยุทธวิธีกองเรือมาโดยตลอด ตั้งแต่ในห้วงต้นของการฝึก ซึ่งเป็นการอบรมในห้องเรียน
เพื่อทบทวนหลักการ หลักปฏิบัติ และหลักยุทธวิธี ให้เข้าใจอย่างท่องแท้

















98


Click to View FlipBook Version