The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือที่ระลึกเนื่องในวันกองทัพเรือ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-11-10 22:23:38

หนังสือที่ระลึกเนื่องในวันกองทัพเรือ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

หนังสือที่ระลึกเนื่องในวันกองทัพเรือ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕








จากนั้น เปนการฝกภาคทะเลเพื่อฝกปฏิบัติตามหลักยุทธวธ ในสาขาการปฏิบัติการทางเรือของแตละกองเรือ ฝกวางแผนรวม






ของฝายเสนาธิการรบ (Combat Staff) และน�าก�าลังเขามาบูรณาการการฝกของกองเรือที่เกี่ยวของ เพื่อทดสอบแผนการปฏบัติ



และแนวทางการปฏบัติการรวม รวมถง การอานวยการยุทธของการปฏิบัติในยุทธวิธีตามสาขาการรบตาง ๆ นับวาเปนตามแนวทาง





การปฏิบัติที่ครบถ้วน ตามนโยบายการฝึกและการเตรียมก�าลังที่ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการได้ให้ไว้ โดยมีคณะผู้ประเมินผล

การฝึกของกองการฝึกกองเรอยุทธการที่ได้ก�าหนดหัวข้อการฝึกและสถานการณ์รบที่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่จะเกดขึ้นจริง

ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการฝึกที่ว่า “รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น” ส่วนการประเมินผลการฝึก ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ

เป็นข้อบ่งชี้ที่ส�าคัญว่าความช�านาญในการปฏิบัติการต่าง ๆ อยู่ในระดับใด ต้องปรบปรุงแก้ไขสิ่งใด เพื่อให้ทุกภาคส่วน

ที่เข้าร่วมการฝึกได้น�าบทเรียนที่ปรับปรุง แก้ไข แนวทางการปฏบัติ และหลักนิยม ให้มีความ สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อสร้าง
ความมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
การฝึกครั้งนี้ผู้บญชาการกองเรือยุทธการได้ชื่นชมก�าลังพลทุกนายที่มความมุ่งมั่น ตั้งใจ ท�าการฝึกในหน้าที่


ที่ตนเองรับผิดชอบ และใหพึงระลกไวเสมอวา “กองเรือยุทธการ คอ รางกายและจตวิญญาณของกองทัพเรือ” การท�างานเปนทีม








เป็นสิ่งส�าคัญ ไม่ว่าจะเป็นผู้บังคับการเรือ หรือพลทหารคนสุดท้าย ถ้าขาดคนหนึ่งคนใดไป เรือหรือหน่วยนั้น ๆ จะไม่สามารถ









ปฏิบัติภารกิจที่ไดรับมอบหมายไดอยางสมบูรณ ใหภูมิใจ มุงมั่น เขมแข็ง อดทน ฝกฝนตนเองอยูเสมอ ใหมุงเนนองคบุคคลเปนส�าคัญ







ดวยการฝกที่ถูกตองตามหลักยทธวิธี และมีความจริงจังจะสรางใหก�าลังพลทุกนายเปนนักรบทางเรือที่มีความเชี่ยวชาญอยางมืออาชีพ






สามารถขับเคลื่อนหน่วยหรือเรือให้มีความเข้มแข็งและสามารถปฏิบัติในทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้เป็นผลส�าเร็จต่อไป
99


การฝึกของหมู่เรือฝึกช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ ๖๕







พลเรือเอก สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ในขณะนั้น) และคณะ เดนทางไปตรวจการฝึก
ของหมู่เรือฝึกช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ๖๕ บนเรือหลวงอ่างทองซึ่งออกเรือฝึกบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง
โดยรับฟังการบรรยายแผนการฝึกและชมการสาธิตการปฏิบัติการทางทหาร ร่วมกับเรือหลวงมกุฎราชกุมาร อากาศยาน





และชุดปฏิบัติการพิเศษ เพอเตรียมความพรอมของเรือ กาลังพลยุทโธปกรณและทมแพทยส�าหรับการออกไปชวยเหลือประชาชน
ื่


กรณีหากเกิดภัยพิบัติ โดยการไปตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ได้ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคตดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) อย่างเคร่งครัด เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๕





















100


กองทัพเรือร่วมการฝึกผสม SINGSIAM 2022




พลเรอเอก สุวน แจงยอดสุข ผูบัญชาการกองเรือยุทธการ (ในขณะนั้น) เดินทางไปรวมพิธีเปดการฝก SINGSIAM 22






และเฉลิมฉลองครบรอบการฝึกครั้งที่ ๒๐ ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๕ ในโอกาสนี้
ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการได้เข้าเยี่ยมค�านับ พลเรือตรี Saw Shi Tat ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ สาธารณรัฐสิงคโปร์
เยี่ยมชมเรือฟริเกต RSS Tenacious และเยี่ยมชม Information Fusion Centre (IFC) ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยทั้งสองฝ่าย










ไดยืนยันในความสัมพันธอันดีตอกันและจะมุงมั่นและด�ารงการฝก SINGSIAM ที่ไดท�าการฝกมาเปนเวลากวา ๔๐ ป อยางตอเนื่องตอไป






การฝกผสมสิงหสยามเริ่มตน เมื่อป ๒๕๒๘ การฝกในครั้งนี้ เรือฝายไทย ประกอบดวย เรือหลวงนเรศวรเเละเรือหลวงสายบุรี




เรือฝ่ายสิงคโปร์ ประกอบด้วย เรือ RSS Formidable เรือ RSS Valaint เเละเรือ RSS Fortitude การฝึกแบ่งออกเป็น ๒ ช่วง
คือการฝึกในท่าและการฝึกในทะเล โดยมีวัตถุประสงค์การฝึกเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์ความช�านาญให้แก่

ก�าลังพลที่เข้าร่วมการฝึก ฯ และพัฒนาการปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ เช่น การฝึกรบผิวน้า การฝึกป้องกันภัยทางอากาศ

และหัวข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในการปฏิบัติการทางเรอร่วมกนระหว่างกองทัพเรือ


ทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ก�าลังพลยังสามารถน�าความรู้และประสบการณ์ที่ได้รบในการฝึกร่วมมาพัฒนาศักยภาพ
ขีดความสามารถของตนเอง รวมทั้ง การใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น




101



กองทัพเรอรวมการฝกผสม


ASEAN - Russia Naval Exercise 2021 (ARNEX - 21)



กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคท ๓ จัดส่ง “หน่วยเรือฝึกผสม ASEAN - Russia ทัพเรือภาคที่ ๓” ร่วมการฝึกผสม







ระหวางกองทพเรือชาตอาเซียนและกองทัพเรือรัสเซย ภายใตรหสการฝก ASEAN - Russia Naval Exercise 2021 (ARNEX - 21)

ระหว่างวันที่ ๑ - ๓ ธนวาคม ๒๕๖๔ ในพื้นที่กลางทะเลตอนเหนือของเกาะสุมาตรา สาธารณรัฐอินโดนีเซย โดยมี

นาวาเอก พิชิต บรรจงกิจ รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ ๓ เป็นผู้บังคับหน่วยเรือฝึก ฯ
การฝึกผสม ARNEX - 21 มีสาธารณรัฐอินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพการฝึก มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ร่วมกัน

ระหว่างกองทัพเรือของประเทศสมาชิกอาเซยนและกองทัพเรือรัสเซีย ทั้งยังเป็นการเสรมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางทะเล



ในภมิภาคนี้ต่อไป ซึ่งการฝึกในปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่กลุ่มประเทศอาเซียนได้ส่งเรือรบเข้าร่วมการฝึกกับกองทพเรือรสเซีย

โดยมีเรือรบ ๘ ล�า จาก ๘ ประเทศ รวมการฝก ประกอบดวย ๑. เรือหลวงกระบี่ จากกองทัพเรือ ๒. เรือ AMIRAL PENTELEYEV



จากกองทพเรือรัสเซีย ๓. เรือ KRI I GUSTI NGURAH RAI จากกองทัพเรืออินโดนีเซีย ๔. เรอ KD LEKIU จากกองทัพเรือมาเลเซีย



๕. เรือ RSS VIGUOR จากกองทัพเรอสิงคโปร ๖. เรือ KDB DARUTTAQWA จากกองทพเรือบรูไน ๗. เรือ UMS KYAN SITTHA





จากกองทพเรือเมียนมา ๘. เรือ VPNS LY THAI TO จากกองทัพเรือเวียดนาม โดยมีหัวขอการฝกเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางเรือ
สาขาต่าง ๆ อาทิ การสื่อสารทางธงประมวล การสื่อสารทางโคมไฟทัศนสัญญาณ การแปรขบวน การรับ - ส่ง สิ่งของในทะเล







(เฉพาะการแลนขนาน) การปฏิบัติการรวมระหวางเรือและอากาศยาน และการคนหาและชวยเหลือผูประสบภยในทะเล เปนตน


การฝึกผสม ASEAN - Russia Naval Exercise 2021 (ARNEX - 21) เป็นความร่วมมือของกองทัพเรือในภูมิภาคอาเซียน
และกองทัพเรอรัสเซีย ในการป้องกันภยคุกคามต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในทะเลในภูมิภาค นับว่าเกิดประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน


ตลอดจนเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของกองทัพเรือ
102


หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธี

ในการฝึกบูรณาการ ประจ�าปีงบประมาณ ๒๕๖๕









หนวยบัญชาการตอสูอากาศยานและรักษาฝงฝกยิงอาวุธทางยุทธวิธี ในการฝกบูรณาการ ประจ�าปงบประมาณ ๒๕๖๕



ณ สนามฝึกยิงอาวุธหาดยาวทุ่งโปรง อ�าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔
โดย พลเรือตรี สรวุท ชวนะ ผ้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (ในขณะนั้น) ได้มอบ




แนวทางการฝึกว่า “รบอย่างไร ฝึกอย่างนัน” โดยเริ่มด�าเนินกลยุทธ์ตามยุทธวิธีในการเคลื่อนก�าลังจากจดรวมพลทางยุทธวธี
เขาต�าบลที่ตั้งยิง ท�าการฝกยิงแบบเรงดวน จากนั้น ท�าการถอนตัวออกทันทีเมื่อยิงจบ ซึ่งด�าเนินการฝกทั้งในสวนของปนรักษาฝง















ของกรมรกษาฝงที่ ๑ หนวยบัญชาการตอสูอากาศยานและรกษาฝง และการปองกันภัยทางอากาศของกรมตอสูอากาศยานที่ ๑






หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งและกรมต่อสู้อากาศยานที่ ๒ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
ด้วยอาวุธประจ�าหน่วย รวมทั้ง การฝึกการค้นหาเป้า รายงานเป้าการตรวจการณ์ต่าง ๆ ของศูนย์ต่อสู้อากาศยานและรักษา
ฝั่งประจ�าพื้นที่ ตลอดจนการฝึกการส่งกลับสายแพทย์ในการฝึกช่วยเหลือก�าลังพลประจ�าปืนที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิง
ขณะท�าการรบ และฝึกการสนับสนุนลูกปืนเพิ่มเติมให้กับหน่วยยิงตามค�าขอ ณ ต�าบลที่จ่าย ซึ่งนับเป็นครังแรก









ของหนวยบัญชาการตอสูอากาศยานและรักษาฝงที่ท�าการฝกในลักษณะนี้ ผลการฝกเปนไปดวยความเรียบรอย สรางความมั่นใจ






ให้กับก�าลังพล เมื่อต้องปฏิบัติการจริง ท�าให้หน่วยมีความพร้อมทังด้านองค์บุคคล องค์วัตถ และองค์ยุทธวธี ซึ่งท�าให้หน่วย
มีความพร้อมรบสูงสุด เป็นไปตามเจตนารมณ์และนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือที่ได้มอบให้ไว้
103


กองทัพเรือร่วมฝึกลาดตระเวนร่วมทางทะเล

กองทัพเรือ - กองทัพเรือสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ครั้งที่ ๔๕






กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ ๒ รวมฝกลาดตระเวนรวมทางทะเล กองทัพเรือ - กองทัพเรือสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
ครั้งที่ ๔๕ ณ บริเวณชายแดนทางทะเลระหว่างสองประเทศ (KC Line) ระหว่างวันที่ ๑๘ - ๒๐ เมษายน ๒๕๖๕









ั้
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสรางความรวมมอในการปองกันการกระท�าผดกฎหมายทางทะเล ทงยังเปนการเสรมสรางความเขาใจ
ในการปฏิบัติการรวมทางทะเลระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศ ส�าหรับการลาดตระเวนร่วมในครั้งนี้กองทัพเรือสาธารณรัฐ


สังคมนิยมเวยดนามได้จัดเรือตรวจการณ์ปืนจ�านวน ๒ ล�า ได้แก่ เรือ ๒๖๑ และ เรือ ๒๖๓ เข้าร่วมการฝึกฯ

ในส่วนของกองทัพเรือจัดเรือ จ�านวน ๒ ลา ได้แก่ เรือหลวงท้ายเหมืองและเรือหลวงสัตหีบ เข้าร่วมการฝึก ฯ





ี้
ทั้งน ในระหวางการลาดตระเวนรวมไดท�าการฝกทบทวนการปฏิบติการทางทะเลรวมกัน อาทิ การแลกเปลี่ยนขาวสาร


การฝึกตราทางเป้า/การรายงานเป้า การฝึกธงสองมือสากล การฝึกโคมไฟบังคับทิศ การฝึกเปิดบรรณสาร CUES และการฝึก
ชวยเหลอผูประสบภัยทางทะเล (SAREX) ภารกิจลาดตระเวนรวมทางทะเล กองทัพเรือ - กองทัพเรือสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม




เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสองประเทศบนพื้นฐานของการรักษาความมั่นคงทางทะเล ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของการสงเสริม







ึ่

ความสัมพันธ ความรวมมอ และการเสริมสรางความไววางใจซงกันและกนระหวางกองทัพเรอทั้งสองประเทศ

104


กองทัพเรือท�าการลาดตระเวนร่วม

ระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรืออินเดีย ครั้งที่ ๓๓


กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ ๓ ท�าการลาดตระเวนร่วมระหว่าง กองทัพเรือ - กองทัพเรืออินเดีย ภายใต้รหัส
INDO – THAI CORPAT ครั้งที่ ๓๓ ณ พื้นที่รอยต่อเขตแดนทางทะเลของทั้งสองประเทศ ด้านฝั่งทะเลอันดามัน
ระหว่างวันที่ ๔ - ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕
โดยทัพเรือภาคที่ ๓ จัดเรือหลวงสายบุรีเข้าร่วมการลาดตระเวนทางทะเล พร้อมด้วยเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล
แบบที่ ๒ (Dornier – 228) เข้าร่วมการลาดตระเวนทางอากาศ ส่วนกองทัพเรืออินเดียจัดเรือ INSKARMUK (P64)
ซึ่งเป็นเรือคอร์เวต ชั้น KORA-CLASS เข้าร่วมในการลาดตระเวนทางทะเลและส่งเครองบิน Dornier-228 เข้าร่วม
ื่
การลาดตระเวนทางอากาศด้วยเช่นกัน
ส�าหรับการลาดตระเวนร่วมระหว่างกองทัพเรือและกองทัพเรืออินเดียเกิดขึ้นครั้งแรก ในปี ๒๕๔๘ โดยก�าหนดจัดขึ้น
ปีละ ๒ ครั้ง (ครั้งที่ ๑ อยู่ในห้วงเดือนพฤษภาคม และครั้งที่ ๒ อยู่ในห้วงเดือนพฤศจิกายน) ซึ่งได้มีการสลับกันเป็นเจ้าภาพ
ี่







ในแตละครั้ง ทงนี้ กองทัพเรือไดมอบหมายใหทัพเรือภาคท ๓ จัดก�าลังเขารวมการลาดตระเวนมาอยางตอเนื่องเปนประจ�าทุกป ี
ั้

โดยตลอดห้วงของการลาดตระเวนก�าลังทางเรือของทั้งสองประเทศ จะท�าการลาดตระเวนทั้งทางเรือและทางอากาศ



ในนานนาของตน ซึ่งมีการติดตอสื่อสารกันตลอดเวลา ทั้งนี้ไดมีการนัดพบที่จุดนัดพบตาง ๆ ตามแนวเขตแดนของทังสองประเทศ


�้
ในเวลาเช้าของแต่ละวันเพื่อท�าการฝึกร่วมกัน อาทิ การฝึกการติดต่อสื่อสารทางทัศนสัญญาณด้วยธงสองมือ (SEMAPHORE)
การฝึกการติดต่อสื่อสารโคมไฟบังคับทิศ (FLASHING EXCERCISE) การฝึก PHOTO EXERCISE และการฝึกการติดต่อ
สื่อสารระหว่างเรือกับอากาศยาน เป็นต้น โดยไม่มีการส่งก�าลังพลเยือนระหว่างเรือแต่อย่างใด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19)









105


กองทัพเรือร่วมการฝึกทางทะเล

Southeast Asia Cooperation and Training : SEACAT 2022





กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ ๓ จัดก�าลังสนับสนุนศูนย์อ�านวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค ๓

ในการฝึกทางทะเล Southeast Asia Cooperation and Training : SEACAT 2022 ในทะเลอันดามันและตอนใต้
ของเกาะภูเก็ต เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๕
การฝึก Southeast Asia Cooperation and Training : SEACAT เป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ของก�าลังพล
และส่งเสริมความร่วมมือของกองทัพเรือและหน่วยเรือยามฝั่ง (Coast Guard Maritime Security) ของกลุ่มประเทศ

เอเชยตะวันออกเฉียงใต้กับสหรัฐอเมริกา โดยมีวัตถุประสงค์เพือป้องกันการก่อการร้ายในทะเลอันดามันและในทะเล

ภูมิภาคอินโด - แปซิฟิค ส�าหรับการฝึกในครั้งนี้ได้สมมุติสถานการณ์ว่ามีผู้ก่อการร้ายใช้เรือสินค้าต่างชาติล�าเลียงวัตถุระเบิด
เข้ามาในน่านน�้าไทย คาดว่าจะน�ามาก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ดังนั้น ศูนย์อ�านวยการรกษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค ๓ จึงบูรณาการก�าลังออกค้นหาและตรวจค้นจับกุม
เรือดงกล่าวกลางทะเล มีก�าลังที่เข้าร่วมการฝึก ประกอบด้วย เรือหลวงแหลมสิงห์ ชุดตรวจค้นโดยชุดปฏิบัติการพิเศษ



กองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ ๓ เรือยาง จ�านวน ๒ ลา จากหน่วยรกษาความปลอดภัยทางทะเลกองทัพเรือ เกาะภูเก็ต





ี่
โดยทัพเรือภาคท ๓ เรือเจาทา ๑๓๐๑ จากกรมเจาทา และเรอต�ารวจน�้า ๗๐๖ จากต�ารวจน�้า โดยใชเรือสินคา SUNNY QUEEN


เป็นเรือสมมุติในการล�าเลียงสิ่งผิดกฎหมาย
















106


กองทัพเรือเป็นเจ้าภาพในการฝึกซ้อม

การค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย ประจ�าปี ๒๕๖๕


พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๑ ในฐานะประธานอนุกรรมการฝึกซ้อมการค้นหาและช่วยเหลือ










อากาศยานประสบภัย ประจาป ๒๕๖๕ ใหการตอนรับ นายอานนท เหลืองบริบรณ รองปลัดกระทรวงคมนาคม รวมสงเกตการณ ์
การฝึกซ้อมการค้นหา และช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย (Search and Rescue Exercise) หรือ SAREX ประจ�าปี ๒๕๖๕
บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ณ ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕

การฝกซอมในครงนี้เปนการบูรณาการการฝกซอมรวมกับหนวยงานในระบบการคนหาและชวยเหลืออากาศยานประสบภัย










ทั้งภาครัฐและเอกชน แบ่งการฝึกซ้อม ๓ ช่วง ดังนี้

ี่








ชวงที่ ๑ ระหวางวนท ๒ - ๓ สิงหาคม ๒๕๖๕ เปนการถายทอดองคความรูดานการคนหาและชวยเหลืออากาศยานประสบภัย

ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้รับความร่วมมือจากวทยากรจากกองทัพเรือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมเจ้าท่า

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และกองนาวิกเวชกิจ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ

ชวงท ๒ ระหวางวนที่ ๑๐ - ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕ เปนการถายทอดองคความรูดานการคนหาและชวยเหลืออากาศยานประสบภัย







ี่


โดยส�านักงานคณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย และการบรรยายการประเมินผลการฝึกซ้อม
การค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัยตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)
โดยสถาบันการบินพลเรือนและส�านักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย รวมถึง การฝึกซ้อมภาคทฤษฎ ณ ที่ตั้งหน่วย

และการฝกแกปญหาที่บังคบการ ประกอบดวย การฝกทดสอบการติดตอสื่อสาร การฝกทดสอบการท�างานของเครื่องสงสัญญาณ









ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านระบบดาวเทียม COSPAS - SARSAT และการฝึกทดสอบการประสานงานระหว่างศูนย์ควบคุม
ภารกิจการค้นหาและช่วยเหลือด้วยระบบดาวเทียม กับ ศูนย์ประสานงานค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย
และการประสานงานกับหน่วยค้นหาและช่วยเหลือ
ช่วงที่ ๓ ระหว่างวันที่ ๑๗ - ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ เป็นการฝึกซ้อมการปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยาน
ประสบภัยเต็มรูปแบบ (Full Training Exercise : FTX) การฝึกแก้ปัญหาบนโต๊ะแผนที่ (Table Top Exercise : TTX)
การสาธิตการฝึกซ้อมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัยและการจัดนทรรศการการฝึกซ้อมการค้นหาและช่วยเหลือ

อากาศยานประสบภัย โดยมีสถาบันการบินพลเรือนเป็นหน่วยประเมินผลในการฝึกซ้อม
107


การช่วยเหลือประชาชน


และบรรเทาสาธารณภัย





































พิธีรับมอบเรือพายพลาสติก

เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย

จาก บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จ�ากัด (มหาชน)



พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) รับมอบเรือพายพลาสติก จ�านวน ๕๕ ล�า

จาก นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าทีบรหาร บริษท พทที โกลบอล เคมิคอล จ�ากัด (มหาชน) และคณะ








เพื่อใหกองทัพเรือน�าไปใชประโยชนสาหรับชวยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่รับผิดชอบ ณ กองบัญชาการกองทัพเรือ

พระราชวังเดิม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๔
โอกาสนี้ คณะผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือถึงความร่วมมือระหว่าง กองทัพเรือ และ บริษัท พีทีที โกลบอล
เคมิคอล จ�ากัด (มหาชน) ส�าหรับเรือพายพลาสติกที่กองทัพเรือรับมอบในครั้งนี้ผลิตจากกระบวนการ Rotational Molding
จากพลาสติก LLDPE (Linear Low – Density Polyethylene Resin) มีความเหนียว และความยืดหยุน ทนตอแรงกระแทก


ไม่แตกเสียหายง่าย ทนทานต่อแรงขูดขีดและรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ท�าให้สามารถใช้งานในภารกิจการช่วยเหลือประชาชน
ในพื้นที่ประสบอุทกภัยเป็นอย่างดี และยังสามารถรีไซเคิลหลังจากช�ารุดหรือเลิกใช้งานได้อีกด้วย



















108


พิธีรับมอบผ้าห่มกันหนาวและปล่อยขบวนรถล�าเลียงผ้าห่มกันหนาว

มอบให้แก่ผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ต่าง ๆ ของกองทัพเรือ



พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) เป็นประธานในพิธีรับมอบผ้าห่มกันหนาว





จากผูใหการสนับสนุน ในกจกรรม “กองทัพเรือและพันธมิตร รวมใจบรรเทาภัยหนาว” ณ ลานทัศนาภิรมย หอประชุมกองทัพเรอ
เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔
ส�าหรบกิจกรรม “กองทพเรือและพันธมิตร รวมใจบรรเทาภัยหนาว” กองทัพเรือไดรับการสนับสนุน จาก บริษท พีทีที




โกลบอล เคมิคอล จ�ากัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จ�ากัด (มหาชน) ชมรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพเรือ (พสบ.ทร.)




ื้

และชมรมสันติสุข ไทย - อินเดีย จัดใหมีขึ้น เพอน�าผาหมกันหนาวไปชวยเหลือผูประสบภัยหนาวในพนที่รบผิดชอบของกองทัพเรือ

ื่
ึ่
บริเวณตามแนวชายแดนในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซงเป็นพื้นที่ประสบภัยหนาว
ื่
ที่ประชาชนส่วนใหญ่มีฐานะยากจนและยังขาดแคลนเครองให้ความอบอุ่นที่เพียงพอ โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าว
ด�าเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ ถึงปัจจุบัน ในปีนี้น�าผ้าห่มกันหนาวที่ได้รับมอบ จ�านวน ๗,๕๐๐ ผืน ส่งให้แก่
หน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ เพื่อล�าเลียงขึ้นขบวนรถเดินทางไปมอบให้แก่ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยต่าง ๆ ดังนี้
หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามล�าแม่น�าโขง จ�านวน ๖,๐๐๐ ผืน กองบัญชาการป้องกนชายแดนจันทบุรีและตราด


จ�านวน ๕๐๐ ผืน กรมการสื่อสารเทคโนโลยีและสารสนเทศทหารเรือ จ�านวน ๕๐๐ ผืน และกรมอุทกศาสตร์ จ�านวน ๕๐๐ ผืน











109


พิธีปล่อยขบวนรถล�าเลียงเรือท้องแบน

ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี




พลเรือเอก เถลิงศกดิ์ ศิริสวัสด เสนาธิการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ในฐานะเสนาธิการศนยบรรเทาสาธารณภย กองทัพเรือ



ิ์





เปนประธานในพิธีปลอยขบวนรถล�าเลียงเรือทองแบนชวยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จังหวัดปราจีนบุรี ณ กองบัญชาการ
กองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๔


ตามที่จังหวัดปราจีนบุรประสบอุทกภัยในพื้นที่อ�าเภอบานสราง ตั้งแตกลางเดือนตุลาคม ๒๕๖๔ สงผลใหเกิดน้าท่วม





เต็มพื้นที่บานเรือนประชาชนไดรับความเสียหาย เสนทางสัญจรถูกน�าทวมขังเปนอปสรรคตอการเดินทาง และยังคงประสบอุทกภัย









ต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากบริเวณที่เกิดอุทกภัยเป็นพื้นที่รองรับน้าจากจังหวัดสระแก้ว และทุกอ�าเภอของจังหวัดปราจีนบุรี

ในการนี้ กองอ�านวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบรี ได้ขอรับการสนับสนนเรือท้องแบนจากกองทัพเรือ

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน โดยเฉพาะความยากล�าบากในการสัญจร
กองทัพเรือ โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ จึงจัดเรือท้องแบน จ�านวน ๓๐ ล�า พร้อมรถบรรทุกเพื่อล�าเลียง
เข้าพื้นที่ ในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน ตามนโยบายของ พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย


ผูบัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ในฐานะผูอ�านวยการศูนยบรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ ที่สั่งการใหศูนยบรรเทาสาธารณภัย



ในทุกพื้นที่ จัดก�าลังพลและยุทโธปกรณ์ เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนทประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมา
ี่
ได้จัดรถครัวสนาม เพื่อแจกจ่ายอาหารปรุงสุกให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึง ให้การช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย





ั้
ใหออกมายังพนที่ปลอดภย พรอมทงเนนย�าใหศูนยบรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือในพนที่ตาง ๆ จัดเตรียมก�าลังพล ยานพาหนะ

ื้




และยุทโธปกรณ์ ให้การช่วยเหลอประชาชนที่ได้รบความเดือดร้อน รวมทง เตรียมแผนฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รบผลกระทบ

ั้


ื้
ในพื้นที่ ประกอบด้วย การส�ารวจความเสียหาย การท�าความสะอาดพนที่ให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตประจ�าวันได้ รวมถึง
การช่วยเหลืออื่น อาทิ ด้านการแพทย์ การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและยานพาหนะ การแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค
110


กองทัพเรือลงพื้นที่ตรวจสอบเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ฝั่งธนบุรี


ที่เดือดร้อนจากสถานการณ์น้าในแม่น�้าเจ้าพระยาเอ่อล้นสูง


พลเรือเอก เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ เสนาธิการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ในฐานะเสนาธิการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ

ี่






ลงพื้นที่ตรวจสอบเยี่ยมเยียนประชาชนในพืนที่ฝงธนบรทเดอดรอนจากสถานการณน�้าในแม่น�าเจาพระยาเออลนสูง พรอมกันนี้ไดสอบถาม















ความตองการในเรื่องการใหความชวยเหลือดานตาง ๆ โดยบูรณาการการชวยเหลือรวมกับหนวยงานของกรุงเทพมหานครและผูน�าชุมชน



ส่งก�าลังพลจิตอาสาพรอมก�าลังพลจากศูนยบรรเทาสาธารณภัย ฐานทัพเรือกรุงเทพเข้าท�าการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ








รวมทั้งจัดชุดชวยเหลือ และเฝาระวังนาทวมในพื้นที่ฝงธนบุรี จ�านวน ๑๕ ชุด ไดแก บริเวณทาเรือยายเผือก โรงเรียนประถมทวีธาภิเศก










เขตบางกอกใหญ ชุมชนบานบุซอยจรัญสนิทวงศ ๓๒ เขตบางกอกนอย บริเวณทาเปปซี่ถึงทาดินแดงจ�านวน ๓ ชด และชุมชนวัดสุวรรณ





ชุมชนเจริญนคร เขตคลองสานบริเวณสะพานกรุงธน จ�านวน ๒ ชุด ทาเรอวังหลังและทาเรือศิริราช จ�านวน ๒ ชุด ชุมชนวังพระองคเจาพรอม

ซอยจรญสนิทวงศ ๖๖/๑ชมชนวัดนอยใน ซอยชยพฤกษ ๒๒ ตลิ่งชน เมื่อวนที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔












นอกจากนี้ยงจัดชุดพร้อมรบสถานการณ์เพิมเติม จ�านวน ๒ ชุด พรอมชวยเหลือประชาชนในดานตาง ๆ เชน การวางแนว








กระสอบทรายปองกันนาทวม การขนยายของขึ้นที่สูง และการชวยท�าความสะอาดตามบานเรือน



ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือในฐานะผู้อ�านวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ ได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย


กองทัพเรือทุกพื้นที่ จัดก�าลังพลและยุทโธปกรณเรงใหความชวยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยอยางตอเนื่อง พรอมทั้งเนนยาใหศูนยบรรเทา

















สาธารณภัยกองทัพเรือ ในพื้นที่ตาง ๆ จัดเตรียมกาลังพล ยานพาหนะ และยุทโธปกรณชวยเหลือประชาชนที่ไดรับความเดอดรอน ทั้งยัง
ั้




เตรียมแผนฟนฟและเยียวยาผไดรับผลกระทบในพนที่ รวมทง การส�ารวจความเสียหาย ท�าความสะอาดพื้นที เพื่อใหประชาชนสามารถใช ้

ื้




ื่



ชีวิตประจ�าวันได รวมถึง การชวยเหลืออน อาทิ ดานการแพทย การซอมแซมทีอยูอาศัยและยานพาหนะ การแจกจายเครื่องอุปโภคบริโภค




111


กองทัพเรือจัดกิจกรรมเพื่อน้องผู้มีความหวัง ประจ�าปี ๒๕๖๕

ณ สถานสงเคราะห์บ้านครูบุญชูเพื่อบุคคลพิเศษ







กองทพเรือ โดย หนวยบัญชาการนาวิกโยธิน จัดก�าลังพลรวมกับจิตอาสาพระราชทานรวมกิจกรรมเพื่อนองผูมีความหวง








ประจาป ๒๕๖๕ โดยมีกจกรรมประกอบดวย ๑. กิจกรรมสันทนาการและมอบของรางวล ๒. กิจกรรมมอบเครื่องอุปโภคบรโภค






๓. กิจกรรมอาชาบ�าบัดส�าหรับเด็กพิเศษ ๔. กจกรรมตัดผมเคลื่อนที ๕. กิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวัน ณ อาคารพระบารมีปกเกลา






สถานสงเคราะหบานครูบญชูเพื่อบคคลพิเศษ ต�าบลพลตาหลวง อ�าเภอสตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวนที่ ๑๔ กมภาพันธ ๒๕๖๕



มูลนิธิบ้านครูบุญชูเพื่อบคคลพิเศษมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งมั่นพัฒนาการเด็กพการให้ใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีความสุข


ให้เด็กพิการเป็นที่ยอมรับในสังคม โดยมี ครูบุญชู ม่วงไหมทอง เป็นประธานมูลนิธิบ้านครูบุญชูเพื่อบุคคลพิเศษ ซึ่งในมูลนิธิฯ
มีครู จ�านวน ๗ คน พี่เลี้ยง จ�านวน ๑๓ คน และเด็กพิการ จ�านวน ๒๕๐ คน





112


กองทัพเรือมอบบ้านในโครงการสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้ ประจ�าปี ๒๕๖๕












กองทัพเรือ โดย กองบัญชาการปองกันชายแดนจันทบุรีและตราด มอบบานในโครงการสรางบานใหผูยากไร ประจ�าปี ๒๕๖๕





โดยมี พลเรือตรี อภิรักษ กลิ่นหมน รองผูบัญชาการปองกันชายแดนจันทบุรีและตราด (ในขณะนั้น) เปนประธานในพิธีมอบบาน

ในโครงการสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้ ประจ�าปี ๒๕๖๕ ให้แก่ นางยุพา เอกนิกรมี ณ บ้านเลขที่ ๒๒/๑ หมู่ที่ ๓ บ้านคลองแสง
ต�าบลด่านชุมพล อ�าเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕
หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด โดย ชุดควบคุมทหารพรานนาวกโยธินที่ ๑ จัดก�าลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์


ด�าเนินการก่อสร้าง ตั้งแต่วันที่ ๑๗ มกราคม ถึง ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ รวม ๒๒ วัน ซึ่งงบประมาณในการดาเนินการนั้น
ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ ๑ และประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันบริจาค






















113


ความมั่นคง ๓ จังหวัด

ชายแดนภาคใต้




































กองทัพเรือให้การต้อนรับคณะเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่เข้าร่วมโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง กองทัพเรือ ครั้งที่ ๓ ประจ�าปี ๒๕๖๕



พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ให้การต้อนรับคณะเยาวชนในพื้นที่

จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เข้าร่วมโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง กองทัพเรือ ครั้งที่ ๓ ประจ�าปี ๒๕๖๕ ในโอกาสเดินทางมา





ทัศนศึกษานอกสถานที่ดวยการเยี่ยมชมพระราชวงเดิม พรอมรับโอวาทจากผูบัญชาการทหารเรือ ณ ทองพระโรง พระราชวังเดิม

กองบัญชาการกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕
โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือให้โอวาทแก่เยาวชนทเข้าร่วมโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง โดยมีใจความส�าคัญว่า
ี่

โครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่งกองทัพเรือเป็นโครงการที่กองทัพเรอได้ด�าเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้น้อง ๆ เยาวชน

ที่มีภูมิล�าเนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เดินทางมาทัศนศึกษาสถานที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครและหนวยงานของกองทัพเรือ
อันเป็นการเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ ท�าให้ทุกคนได้รู้จักและมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของทหารเรือ ในการรักษา




ความสงบเรียบรอยและดูแลความปลอดภยใหแกประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใตเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเปนโอกาสอันดี


ที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่และเรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกัน กองทัพเรือหวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้อง ๆ เยาวชนทุกคนจะจดจ�าสิ่งด ๆ

ที่ได้พบเห็น ตลอดระยะเวลาของการเข้าร่วมโครงการนี้ ไว้ในความทรงจ�า มีความภาคภูมิใจทเกิดเป็นคนไทย รักชาติไทย
ี่


เป็นพลัง เป็นแรงบันดาลใจ ในการเติบโตขึ้นไปเป็นคนรุ่นใหม่ ทมีความรัก ความสามัคคี มีความจงรักภักดี เทิดทูนไว้
ซึ่งสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดไป











114


กองทัพเรือให้การต้อนรับคณะเยาวชน

“โครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง กองทัพเรือ ครั้งที่ ๔/๖๕”




พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ให้การต้อนรับคณะเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ



รวมใจไทยเป็นหนึ่ง กองทัพเรอ ครั้งที ๔/๖๕ ณ ท้องพระโรง พระราชวงเดิม กองบัญชาการกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่
กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๕


ี่


โครงการรวมใจไทยเปนหนึ่ง กองทัพเรอ ประจ�าปงบประมาณ ๒๕๖๕ จัดกิจกรรมระหวางวันท ๑๘ - ๒๕ มิถนายน

๒๕๖๕ มีเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม จ�านวน ๓๐ คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ในจังหวัดปัตตานี
จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส ได้เปิดโลกทัศน์แห่งการเรียนรู้และเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ โดยน้อมน�า
ี่

วิธีการแห่งศาสตร์พระราชา “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัต ซึ่งจะท�าให้เยาวชนทร่วมโครงการ
สามารถน�าประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม

















115


การวิจัยáละพั²นา








































พิธีเปิดงานนาวีวิจัย ๒๐๒๒

“วิจัย พัฒนา พึ่งพาตนเอง มุ่งสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ”


พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) เป็นประธานเปิดงานนาวีวิจัย ๒๐๒๒
“วิจัย พัฒนา พึ่งพาตนเอง มุ่งสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ” โดยมี พลเรือตรี สุชาติ นาคมอญ ผู้อ�านวยการส�านักงานวิจัย



และพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ ใหการตอนรับ ณ หองเจาพระยา หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ กรุงเทพมหานคร


เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๕
จากนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ประจ�าปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ด้านการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ของกองทัพเรือ ได้ก�าหนดให้มีการส่งเสริมระบบงานวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมทางการทหารของกองทัพเรือและรัฐวิสาหกิจ

ในก�ากับใหมีประสิทธิภาพ และมีความสอดคลองกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมปองกันประเทศ และทิศทางในการพัฒนาประเทศ


บนฐานนวัตกรรม โดยน�าผลการวิจัยเข้าสู่กระบวนการผลิตไว้ใช้ในราชการอย่างจริงจัง ส�านักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหาร







กองทัพเรือ ในฐานะที่เปนหนวยประสานงานและดาเนินงานโครงการวิจย จึงไดจดงาน “นาวีวิจัย ๒๒๐๒” ขึ้น โดยมวัตถุประสงค ์
ื่
เพอประกาศยกย่องเกียรติคุณนักวิจัย นักประดิษฐ์และคณะท�างาน ที่สร้างผลงานวิจยและผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์

กับกองทัพเรือ รวมทั้ง เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และการจัดนิทรรศการแสดงผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ ทั้งของกองทัพเรือ

เหล่าทพ และหน่วยงานวิจัยจากสถาบันต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทราบถึงทิศทางการวิจัยของกองทัพเรือในอนาคต

ที่ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือและเป็นการส่งเสรมให้ข้าราชการของกองทัพเรือมีความสนใจการด�าเนินการวิจัย
กันมากขึ้น อันจะเป็นการน�าพาไปสู่การวิจัยเพื่อพึ่งพาตนเองต่อไป











116



ทั้งนี้ ในงานนาวีวิจัย ๒๐๒๒ ได้จัดให้มีพิธีมอบรางวัลประกาศยกย่องเกียรติคุณนักวิจัยของกองทัพเรือ ประจาปี
งบประมาณ ๒๕๖๕ โดย ผู้บัญชาการทหารเรือได้มอบรางวัลแก่ผลงานที่ได้รับการคัดเลือก จ�านวน ๖ ผลงาน จากผลงานทั้งสิ้น
๑๔ ผลงาน ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัล มีดังนี้
ผลงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารด้านยุทโธปกรณ์ จ�านวน ๒ ผลงาน ได้รับรางวัลดีเด่นทั้ง ๒ ผลงาน ได้แก่
- โครงการวิจัยระบบอากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเล (Maritime Aerial Reconnaissance Craft
Unmanned System : MARCUS)
- โครงการวิจัยระบบป้องกันเพรียงในท่อน�าน�้าทะเลส�าหรับเรือในกองทัพเรือ
ผลงานวิจัยด้านสิ่งประดิษฐ์ ทั้งหมด ๖ ผลงาน ได้รับรางวัลดีเด่น ๒ ผลงาน ได้แก่


- การวัดความดันในชองทองโดยใชนวัตกรรม IAH Pinklao และ Puncture Site Safety First (ล็อคกดตรงจุด หยุดเลือดออก)


ผลงานด้านหลักการ ทั้งหมด ๖ ผลงาน ได้รับรางวัลดีเด่น ๒ ผลงาน ได้แก่
- แอปพลิเคชันแนวทางและการบันทึกการช่วยฟื้นคืนชีพ (Application Guideline and Recorded CPR)
- ระบบแสดงผลท่อทางของเรือโดยใช้เทคโนโลยี ๓ มิติ


นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลงานวิจัยของภาครัฐอื่น ๆ ได้แก่ ส�านักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหาร
กองทัพบก (สวพ.ทบ.) ศูนย์วิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการบินและอวกาศ (ศวอ.ทอ.) สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ





องคการมหาชน (สทป.) รวมทั้ง ผลงานวิจัยของภาคเอกชนที่นาสนใจอีกหลายบริษัท ผลงานที่นามาจัดแสดง เชน โครงการเรือไฟฟา
แบบสะเทินน�้าสะเทินบก (EV Amphibious Boat) โครงการเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ๓ (Next-Generation of OPV)
หุนยนต EOD โครงการวิจัยฯ กลองเฝาตรวจและลาดตระเวน M – CAP และผลงานวิจัยอากาศยานไรนักบินเพื่อการลาดตระเวนทางทะเล





ในแบบต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีโครงการวิจัยน�าร่อง ๒ โครงการ ที่ด�าเนินการภายใต้ศูนย์วิจัยเกี่ยวกบอุตสาหกรรมทางทหาร

















117


การสวัสดิการáละพั²นา


คุณภาพชีวิตก�าลังพล









































ผู้บัญชาการทหารเรือตรวจพื้นที่บ้านพักส่วนกลางกองทัพเรือ พื้นที่บางนา





ี่
พลเรอเอก สมประสงค นิลสมัย ผูบัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) เดินทางไปตรวจพื้นทบานพักสวนกลางกองทัพเรือ





พื้นที่บางนา โดยมี พลเรือเอก ภราดร พวงแกว ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ (ในขณะนั้น) ในฐานะประธานคณะกรรมการ

บ้านพกข้าราชการในกองทัพเรือ และคณะกรรมการส�านักงานบ้านพัก ฯ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ
ณ บ้านพักส่วนกลางกองทัพเรือ พื้นที่บางนาเขตบางนา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
การตรวจพื้นที่ในครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้ตรวจสถานภาพและการจัดการระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ รวมถึง
ตรวจบอบ�าบัดน�้าเสีย โรงสูบน�้า รวมถึง ศูนยพักคอย (Community Isolation) พื้นที่บางนา เพื่อส�ารวจสภาพความเปนอยูที่พักอาศัย










ของกาลังพลกองทัพเรือ และรับฟงสภาพปญหาที่พักอาศัยในพื้นที่อาคารพกสวนกลางบางนา เพื่อน�าไปสูการแกไขปรับปรุงสภาพที่พัก


ของขาราชการกองทัพเรือใหมีความเปนอยูที่ดีขึ้น อันเปนไปตามนโยบายของผบัญชาการทหารเรือ ประจ�าปงบประมาณ ๒๕๖๕







ข้อที่ ๓ การยกระดับคุณภาพชีวิตและบ�ารุงขวัญก�าลังใจก�าลังพล






118


กองทัพเรือจัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีและมอบเงินรางวัลพิเศษ



แกนักกีฬาทีมชาติไทยสงกัดกองทัพเรอที่เขารวมการแขงขันกฬาซเกมส ครงที่ ๓๑





ั้


พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ในฐานะประธานกรรมการสวัสดิการกองทัพเรือ



เป็นประธานในพิธีเลี้ยงต้อนรับและแสดงความยินดกับนักกีฬา ผ้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ สังกัดกองทัพเรอ ณ ห้องชมชลธี
หอประชุมกองทพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ ในฐานะทีมชาติไทยที่เข้าร่วม

การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ ๓๑
ส�าหรับนักกีฬา ผู้ฝึกสอนและเจ้าหน้าที่ สังกัดกองทัพเรือเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ ๓๑
ระหว่างวนที่ ๑๒ - ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมนักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัล ดังนี้



เหรียญทอง จ�านวน ๑๐ เหรียญ เหรยญเงน จ�านวน ๑๐ เหรียญ เหรียญทองแดงจ�านวน ๗ เหรียญ โอกาสนี้







ผูบัญชาการทหารเรอไดกลาวแสดงความยินดีและขอบคุณนักกีฬา ผูเกี่ยวของ ผูฝกสอนและเจาหนาที่ทุกนาย ที่มสวนเกี่ยวของ







ในการแข่งขน พร้อมทั้งให้โอวาทแก่นักกีฬากองทัพเรือทีมชาติไทยที่ได้ท�าหน้าที่ตัวแทนของประเทศอย่างสุดความสามารถ




ในการแสดงออกถึงความเป็นนักสู้ที่มีนาใจเป็นนักกฬา ซึ่งถือได้ว่าเป็นความส�าเร็จที่มีคุณค่าและมีความส�าคัญไม่ยิ่งหย่อน
ไปกว่าผลของการแข่งขัน

119


งานซ่อมปรับปรุงอาคารสถานที่ปฏิบัติงาน

กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่พระราชวังเดิมและพื้นที่วังนันทอุทยาน





พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย ผูชวยผูบญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) หัวหนาคณะท�างานพิจารณาโครงสรางพื้นฐาน




รองรับการปฏิบัติงานและการพัฒนาคุณภาพชีวิตก�าลังพลกองทัพเรือ พร้อมด้วยฝ่ายเลขานการคณะท�างาน เดินทางไป



ี่

ื้
ตรวจติดตามงานซอมปรับปรุงอาคารและสถานทปฏิบัติงานกองบัญชาการกองทพเรือ พนที่พระราชวังเดิมและพื้นที่วงนันทอุทยาน
โดยมี พลเรือโท อ�านวย ทองรอด รองเสนาธิการทหารเรือ (สายงานข่าว) (ในขณะนั้น) หัวหน้าคณะท�างานพิจารณาปรับปรุง
ื้


และพัฒนาพื้นที่ปฏบัติงานพนที่พระราชวังเดิมและ พลเรือโท สุรนันท แสงรัตนกูล รองเสนาธิการทหารเรอ (สายงานสงก�าลังบ�ารุง)


(ในขณะนั้น) หัวหนาคณะท�างานพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาสถานทปฏิบัตงานกองทัพเรือ พื้นที่กรุงเทพมหานครและปรมณฑล



ี่
และพัฒนาพนที่ปฏิบัติงานกองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน พร้อมด้วย พลเรือตรี สุทิน หลายเจริญ
ื้
เจ้ากรมช่างโยธาทหารเรือ (ในขณะนั้น) และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ และน�าตรวจ ฯ เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๕
โดยในพื้นที่พระราชวังเดิมได้ตรวจติดตามความก้าวหน้างานซ่อมปรับปรุงอาคารและห้องรับรองอาคารกองบริการ
และงานซ่อมปรับปรุงห้องอาหารนายทหารสัญญาบัตรและนายทหารประทวน อาคารกองบริการ กรมพลาธิการทหารเรือ

ส่วนพื้นที่วังนันทอุทยานได้ตรวจติดตามความก้าวหน้างานปรับปรุงภมิทัศน์บริเวณด้านหลังป้อมรักษาการณ์ ห้องอาหาร

นายทหารสัญญาบัตรและนายทหารประทวน และห้องน�า ห้องรับรอง ชั้น ๒ ห้องจัดเลี้ยงนายทหารชั้นผู้ใหญ่
และนายทหารสัญญาบัตร ชั้น ๖



ในการนี้ผูชวยผูบัญชาการทหารเรือมอบหมายใหฝายเลขานุการคณะท�างาน ฯ ก�ากับ ติดตามงานซอมปรับปรุงอาคาร









และสถานที่ปฏบัติงาน ตลอดจนประสานหนวยและฝายอ�านวยการที่เกยวของ ในการชวยเหลือและแกไขปญหา เพื่อใหการซอม



ี่
ปรับปรุงอาคาร ฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถเปิดใช้งานได้ภายในก�าหนด สมดังเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารเรือ
120


พิธีเปิดโครงการ Good home and Good Health

ในการดูแลด้านความเป็นอยู่และสุขภาพของก�าลังพล





พลเรอเอก สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ในขณะนน) เป็นประธานในพิธเปิดโครงการ
ั้





Good home and Good Health เมื่อวนที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๕ โดยมี พลเรือโท ชัยณรงค บุณยรัตกลน เสนาธิการกองเรอยุทธการ







(ในขณะนั้น) และประธานโครงการ ฯ รายงานวัตถุประสงคของโครงการ การสรางความรวมมือกนระหวางหนวยงาน ประกอบดวย



โรงพยาบาลสมเดจพระนางเจาสิริกิติ์ กรมแพทยทหารเรือ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ มูลนิธิปันน้าใจสาธุ


อ�าเภอสัตหีบ สาธารณสุขอ�าเภอสตหีบ เทศบาลต�าบลเขตรอดมศักด อสม.ประจ�าหมู่บ้านเทศบาล ต�าบลเขตรอุดมศักดิ์

ิ์
ในการบูรณาการร่วมกันดูแลด้านความเป็นอยู่และสุขภาพของก�าลังพล
ตามนโยบายผูบัญชาการทหารเรือ ประจาปงบประมาณ ๒๕๖๕ ไดใหความส�าคัญตอก�าลังพลทุกนายรวมถึงครอบครัว









โดยก�าหนดนโยบายทวไปในเรื่องการยกระดับคุณภาพชีวิตและบ�ารงขวัญก�าลังใจก�าลังพลนัน ผู้บัญชาการกองเรอยุทธการ
ั่
ได้มอบนโยบายเร่งด่วนในการปฏิบัติงานภายใต้กรอบแนวคิด “ก้าวต่อไปอย่างมุ่งมั่น สู่ความส�าเร็จ และเป็นมืออาชีพ”








121





การเสรมสรางขวัญและก�าลังใจกาลังพล











































ผู้บัญชาการทหารเรือตรวจเยี่ยมกองเรือยØทธการ





พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยคณะนายทหารชั้นผ้ใหญ่ของกองทัพเรือ

เดนทางไปตรวจเยี่ยมกองเรือยุทธการ จงหวัดชลบุรี ณ ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหบ อ�าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบรี




เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๕
ผู้บัญชาการทหารเรือได้เดินทางถึงเรือหลวงนเรศวร ซึ่งจอดเทียบ ณ ท่าเรือแหลมเทยน ฐานทัพเรือสัตหีบ



โดยมี พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผ้บัญชาการกองเรอยุทธการ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่จากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ
ในสังกัดของกองเรือยุทธการ ให้การต้อนรับ พร้อมทงเรยนเชิญผู้บัญชาการทหารเรือขึ้นแท่นเพื่อรับการยิงสลุตคานับ


ั้
โดยเรือหลวงปิ่นเกล้า จ�านวน ๑๙ นัด






















122



ทั้งน ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการได้เชิญผู้บัญชาการทหารเรือเข้าห้องโถงนายทหารเพื่อลงนามในสมุดเยี่ยม

และรับมอบของที่ระลึก จากนั้นผู้บัญชาการทหารเรือได้ออกจากห้องโถงนายทหารไปยังบริเวณลานจอดอากาศยาน

ของเรือหลวงนเรศวร เพื่อให้โอวาทแก่ก�าลงพลในสังกัดกองเรือยุทธการ โดยมีใจความส�าคัญว่า “...ภารกิจในการรักษา

เอกราช อ�านาจ และสิทธิอธิปไตย รวมทั้ง การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอยู่ในความรบผิดชอบของกองทัพเรือ


ซึ่งกองเรือยุทธการ เปนหนวยก�าลังรบที่ส�าคัญของกองทัพเรือ ดังนั้นความพรอมของกองเรือยุทธการ คือ ความพรอมของกองทัพเรือ


และในปจจุบันความพรอมของกองเรอยุทธการ กคือ ความพรอมของ ศรชล. (ศนยอ�านวยการรักษาผลประโยชนของชาติทางทะเล)

















อีกดวย อนึ่งทามกลางสถานการณโลกที่ผันผวนและมีความขัดแยงอยางที่ไมอาจคลี่คลายในเวลาอันใกลนี้ ชาติตาง ๆ เรงพัฒนา

กองทัพอย่างก้าวกระโดด ท�าให้สมดลก�าลังรบเปลี่ยนแปลง จึงมีความจ�าเป็นที่กองทัพเรือจะต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถ
ของก�าลังทางเรือให้มีศักยภาพที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ ที่ผู้บัญชาการทหารเรือถือว่าเป็นนโยบายที่ส�าคัญ
ื่

ของกองทัพเรอในปนี้ และจะตองดาเนินการควบคูไปกบการพัฒนาระบบการฝก เพอใหการเตรียมความพรอมของกองเรือยุทธการ












ทั้งในระดับองค์บุคคล องค์วตถ และองค์ยุทธวิธี สามารถเชื่อมต่อกับการฝึกกองทัพเรือทีเป็นการฝึกในระดบยุทธศาสตร์
และยุทธการ ที่มุ่งสู่การใช้ก�าลังตามแผนป้องกันประเทศให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด...”
ในโอกาสนี้ผู้บัญชาการทหารเรือได้ขอให้กาลังพลกองเรือยุทธการทุกนาย ตระหนักถึงคุณค่าและภาคภูมิใจ

ในความเป็นชาวเรือที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อันส�าคัญของประเทศ รักษาระเบยบวินัยทหารที่ดี อนจะเป็นพื้นฐานไปสู่การปฏิบัติตน




ตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด ฝึกฝนให้มีความเชี่ยวชาญในการเดินเรือ และใช้ยุทโธปกรณ์ในระดับทสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้
ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะสมประสบการณ์ให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์อย่างมีสติ และเป็นไปในแนวทาง
ที่เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างแท้จริง
123


เยี่ยมบ�ารุงขวัญข้าราชการที่ได้รับบาดเจ็บพิการทุพพลภาพ

ในระหว่างการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่การสู้รบ
เนื่องในวันทหารผ่านศึก ประจ�าปี ๒๕๖๕






พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) พร้อมด้วย นางศิริรัตน์ นิลสมัย นายกสมาคม


ภริยาทหารเรือ (ในขณะนน) เยี่ยมบ�ารุงขวัญข้าราชการที่ได้รับบาดเจ็บพิการทุพพลภาพในระหว่างการปฏิบัติภารกิจ






ในพื้นที่การสูรบ เนื่องในวันทหารผานศึก ประจ�าป ๒๕๖๕ เพื่อเปนการราลึกถึงคณงามความดความกลาหาญและความเสียสละ


ของวีรกรรมทหารผ่านศึก เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๕


















124


เยี่ยมบ�ารุงขวัญแก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่
เนื่องในวันทหารผ่านศึก ประจ�าปี ๒๕๖๕



พลเรือเอก สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ในขณะนั้น) เยี่ยมบ�ารุงขวัญ นาวาโท บัญญัติ ฆารกุล



อดีตจาปน เรือ ล. ๑๒๓ เคยปฏบัติหนาที่ราชการที่หนวยเรือรักษาความสงบเรียบรอยตามลาแม่น�าโขง เขตหนองคาย ที่ไดรับบาดเจ็บ






ในระหว่างการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่การสู้รบ“วีรกรรมที่ดอนน้อย” เนื่องในวันทหารผ่านศึก ประจ�าปี ๒๕๖๕ เพื่อเป็นการ
ร�าลึกถึงคุณงามความดี ความกล้าหาญ และความเสียสละของวีรบุรุษทหารผ่านศึก เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕
ส�าหรับวีรกรรมที่ดอนน้อยนั้น เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๘ ผู้บังคับหมู่เรือ อ�าเภอศรีเชียงใหม่ ได้สั่งการให้
เรือ ล. ๑๒๓ น�าเรือออกท�าการลาดตระเวนสกัดกั้นเนื่องจากรับทราบข่าวจะมีการลักลอบขนอาวุธยุทโธปกรณ์สงคราม
และของหนีภาษีข้ามล�าแม่น้าโขงมาขึ้นฝั่งไทยในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อให้การสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

ขณะที่ก�าลังแล่นท�าการลาดตระเวนตามน�้าลงทางใต้ในเขตไทยบริเวณดอนน้อย บ้านท่ามะเฟือง ต�าบลโพนสา อ�าเภอท่าบ่อ
จังหวัดหนองคาย ทหารลาวได้ระดมยิงอย่างรุนแรงจากบนฝั่งบริเวณบ้านฮ่อมของลาว ทหารประจ�าเรือทุกนายได้ท�าการ

ยิงตอบโต้ด้วยอาวธที่มีอยู่อย่างสุดความสามารถตลอดเวลา จากเหตการณ์ครั้งนั้นท�าให้ พันจ่าตรี ปรัศน์ พงษ์สุวรรณ





พันจ่าเรือ เสียชีวิต จ่าเอก บัญญัต ฆารกล (ยศขณะนั้น) จ่าปืนเรอได้รับบาดเจ็บสาหส และกาลังพลได้รับบาดเจ็บ

อีกจ�านวน ๕ นาย วีรกรรมครั้งนี้นับว่าเป็นวีรกรรมที่ควรแก่การยกย่องสรรเสริญเป็นอย่างยิ่ง

















125


การเสริมสร้างความสัมพันธ์กับมิตรประเทศ































ผู้บัญชาการทหารเรือร่วมพิธีสวนสนามทางเรือนานาชาติ
(International Fleet Review :IFR) ๒๐๒๒


เนื่องในโอกาสครบรอบ ๗๐ ป ของกองก�าลังปองกันตนเองทางทะเลประเทศญี่ปุน


ณ เมืองโยโกÎามา ประเทศญี่ปุ่น

























พลเรือเอก เชงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรอ และคณะ ได้เข้าร่วมพิธีสวนสนามทางเรอนานาชาติ



(International Fleet Review : IFR) ๒๐๒๒ เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ตามค�าเชิญของผูบัญชาการกองกาลังปองกันตนเอง
ทางทะเลญี่ปุน เนื่องในโอกาสครบรอบ ๗๐ ปี ของกองก�าลังป้องกันตนเองทางทะเลประเทศญี่ปุ่น โดยมีเรือรบของกองก�าลัง


ั้

ป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น และกองทัพเรือชาติตาง ๆ อีก ๑๒ ประเทศ เขารวมสวนสนามทางเรือ จ�านวนทงสิ้น ๓๘ ล�า โดยม ี


นายกรัฐมนตรีญี่ปุนเปนประธานในพิธี ฯ บนเรือ JS Izumo (DDH-183) ในส่วนของกองทัพเรือได้ส่งเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช

เข้าร่วมการสวนสนาม ณ เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ในครั้งนี้ด้วย









126


ทั้งนี้ ในระหว่างการสวนสนามทางเรือฯ เจ้าภาพได้จัดให้มีการหารือระดับทวิภาคี เพอกระชับความสัมพันธ์


ระหว่างกองทัพเรือประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยในส่วนของ พลเรือเอก เชิงชายชมเชิงแพทย์ ได้มีการหารือกับ
ผู้บัญชาการทหารเรือประเทศต่าง ๆ ดังนี้
๑. พลเรือเอก Michael Gilday ผู้บัญชาการทหารเรือสหรัฐอเมริกา

๒. พลเรือโท Mark Hammond ผู้บัญชาการทหารเรือออสเตรเลีย
๓. พลเรือเอก Mohammad Shaheen Iqbal ผู้บัญชาการทหารเรือบังคลาเทศ
๔. พลเรือตรี Dato Seri Pahlawan Spry Bin Haji Serudi ผู้บัญชาการทหารเรือบรูไนดารุสซาราม








โดยการหารือเปนไปดวยมตรภาพของคูเจรจา ซึ่งแตละฝายจะไดน�าประเด็นที่ไดหารือรวมกันไปสูการปฏิบัติตอไป











































127


การประชุม Western Pacif c Naval Symposium (WPNS) ครั้งที่ ๑๘

พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และคณะ เข้าร่วมการประชุม Western Pacif c Naval







Symposium (WPNS) ครั้งที่ ๑๘ ทกองก�าลังปองกันตนเองทางทะเลญี่ปุนเปนเจาภาพ ระหวางวนที่ ๗ - ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕


ณ เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นมาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม ฯ


ส�าหรบผ้เข้าร่วมการประชมประกอบด้วย ผู้บัญชาการทหารเรือหรือผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือของชาติสมาชิก


และผ้สังเกตการณ์ จานวน ๒๘ ประเทศ ซึ่งการจดประชุม WPNS ครั้งนี้ จัดขึ้นพร้อมกับการสวนสนามทางเรือนานาชาติ


(International Fleet Review: IFR 2022) ในโอกาสครบรอบ ๗๐ ปี กองก�าลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น โดยกองทัพเรือ
จัดเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชเข้าร่วมการสวนสนามทางเรือ เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๕
ส�าหรับการประชุม WPNS นั้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากการประชุม The International Sea Power Symposium
(ISS) ครั้งที่ ๙ ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๐ โดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ผู้แทนระดับสูงของกองทัพเรือประเทศต่าง ๆ
จากทุกภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกได้มีโอกาสพบปะพูดคุยถึงปัญหา และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน
ี่


โดยการประชม WPNS จดเป็นลักษณะการประชุมทางวิชาการที่ไม่เกยวกับการเมืองทุกวงรอบ ๒ ปี ปัจจบัน


กรอบความรวมมือดานความมั่นคง WPNS มีวัตถุประสงคเพื่อแลกเปลี่ยนความรู ประสบการณ และความรวมมือกันอยางใกลชิด







ระหว่างกองทัพเรือประเทศสมาชิก อันจะน�าไปสู่การพัฒนาขีดความสามารถร่วมกนในการรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ






และน�ามาซึ่งความมั่นคงทางทะเลอยางยั่งยืนในภูมิภาคมหาสมุทรแปซิฟกตะวันตก รวมทั้งยังเปนการสงเสรมบทบาทที่เหมาะสม
ของกองทัพเรือไทยในเวทีระหว่างประเทศให้มีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
ในการนี้ ผูบัญชาการทหารเรือไดเจรจาแบบทวภาคีกับผูบัญชาการทหารเรือประเทศตาง ๆ ไดแก ผูบัญชาการทหารเรือ











สหราชอาณาจักร ผู้บัญชาการทหารเรือสิงคโปร์ ผู้บัญชาการทหารเรอปากสถาน ผู้บัญชาการทหารเรืออินเดย ผู้บัญชาการ
ทหารเรือฟิลิปปินส์ และผู้บัญชาการกองเรือสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก (The United States Pacif c Fleet (USPACFLT)
128


ผู้บัญชาการทหารเรือตรวจเยี่ยมเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช
ณ เมืองโยโกซูกะ ประเทศญี่ปุ่น





























พลเรือเอก เชงชาย ชมเชิงแพทย ผูบญชาการทหารเรือ พรอมคณะ เดนทางไปตรวจเยี่ยมบ�ารุงขวัญหนวยเรือสวนสนาม
ี่

ทางเรือนานาชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๗๐ ปี กองก�าลังป้องกนตนเองทางทะเลประเทศญปุ่น ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ

สวนสนามทางเรือนานาชาติ (International Fleet Review 2022) โดยมี พลเรือตรี โชคชัย เรืองแจม ผูบังคับหนวยเรือสวนสนามฯ


ให้การต้อนรับ ณ เมืองโยโกซูกะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕
ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กล่าวให้โอวาทโดยมีใจความส�าคัญตอนหนึ่งว่า
...“การไดมาปฏิบัติราชการในตางประเทศ นอกจากจะเปนการแสดงออกถึงศักยภาพของก�าลังรบทางเรือของประเทศแลว






ก�าลังพลทุกนายยังได้น�าพาเกยรติยศและศกดิ์ศรีของกองทัพเรือมาแสดงออกให้นานาอารยประเทศได้รับรู้ จึงขอให้
ก�าลังพลทุกนายพึงระลึกรักษาเกียรติยศนี้ไว้” ...

ี่







รวมทั้งไดกลาวขอบคุณผูบังคับหนวยเรือสวนสนามฯ ผูบงคับการเรือ และก�าลังพลทุกนาย ทเขารวมกิจกรรมในครั้งนี้
และขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ






129


ผู้บัญชาการทหารเรือประชุมแนะน�าตัวผ่านระบบ Virtual Conference

กับผู้บัญชาการทหารเรือสิงคโปร์



พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ประชุมแนะน�าตัวผ่านระบบ Virtual Conference กับ

พลเรือตรี Aaron Beng Yao Cheng ผู้บัญชาการทหารเรือสิงคโปร์ โดยมี พลเรือโท ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เจ้ากรมข่าวทหารเรือ
พันเอก Goh Han Thong ผู้ช่วยทูตทหารสิงคโปร์ ประจ�ากรุงเทพมหานคร และ พันโท (กองทัพอากาศ) Lee Choon Hian






รองผูชวยทูตทหารสิงคโปร ประจ�ากรุงเทพมหานคร เขารวมการประชุม ณ หองประชุม กองบัญชาการกองทัพเรอ พระราชวังเดิม

เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๕

ั้
ในการประชุมผู้บัญชาการทหารเรือได้กล่าวแนะนาตนเองในโอกาสรับต�าแหน่งใหม่ โดยกองทัพเรือทงสองฝ่าย

ได้ให้ความมั่นใจในการดาเนินความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล การเชื่อมความสัมพันธ์ของกองทัพเรือทั้งสองประเทศ
และความร่วมมือด้านการฝึกต่าง ๆ ที่มีมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ที่ดีต่อกัน


























130


ผู้บัญชาการทหารเรือรับเยี่ยมจากเอกอัครราชทูต

เครือรัฐออสเตรเลียประจ�าประเทศไทย



พลเรือเอก เชงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ รับเยี่ยมจาก นางสาว แอนเจลา เจน แม็กดอนัลด์

(H.E.Dr. Angela Jane Macdonald) เอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลีย ประจ�าประเทศไทย เพื่อแนะน�าตัวอย่างเป็นทางการ

ี่
เนื่องในโอกาสทเข้ารับหน้าที่ใหม่ เมื่อ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕ โดยมี พลเรือโท อภชัย สมพลกรัง รองเสนาธิการทหารเรือ

(สายงานข่าว) พลเรือโท วิจิตร ตันประภา เจ้ากรมก�าลังพลทหารเรือ พลเรือโท ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เจ้ากรมข่าวทหารเรือ

พลเรือโท นเรศ วงศ์ตระกูล เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ พลเรือโท ไพศาล ชะโนภาษ เจ้ากรมส่งก�าลังบารุงทหารเรือ
และ พลเรือตรี อนุวัต ดาผิวดี เลขานุการกองทัพเรือ ร่วมรับเยี่ยมฯ ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม
เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

































131


ผู้บัญชาการทหารเรือเดินทางเยือนราชอาณาจักรกัมพูชาอย่างเป็นทางการ


พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรอ (ในขณะนั้น) เดินทางไปเยือนราชอาณาจักรกัมพูชา

อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ ๑๐ - ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๕
โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้เข้าเยี่ยมค�านับ สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงกลาโหมกัมพูชา พลเอก วงศ์ ปิเซน ผู้บัญชาการทหารเรือกมพูชา พลเรือเอก เตีย วินห์ ผู้บัญชาการทหารเรือ

กัมพูชา ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกมพูชา โดยทั้งสองฝ่ายได้ให้ความมั่นใจในความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่ดีตอกัน

รวมถึงความมุ่งมั่นในการยับยั้งการแพรกระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID -19) ของทงสองประเทศ

ั้




โดยมีประเด็นส�าคัญที่ได้ร่วมท�าการหารือในครั้งนี้ ประกอบด้วย ๑. การเสริมสรางความรวมมือระหวางหนวยก�าลัง
ในพื้นที่ของทั้งสองฝ่ายให้มีการเยี่ยมเยือนหารือหรือมีการ VDO Teleconference (VTC) ระหว่างกัน ๒. เรื่องความมั่นคง
ตามแนวชายแดน หน่วยก�าลังในพื้นที่ให้ด�าเนินการแก้ไขปัญหาทันที ๓. ร่วมมือกันในการตรวจและดูแลประชาชนที่เดินทาง



ไปมาระหวางกน โดยเฉพาะการลดการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) ๔. ความรวมมือดานการ


แลกเปลี่ยนการศกษาของก�าลังพลให้ยังคงมีต่อไป






























132


การประชุม Indo - Pacif c Sea Power Conference 2022

ณ นครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย



พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) เข้าร่วมการประชุม Indo - Pacif c



Sea Power Conference 2022 ณ นครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย ตามค�าเชญของกองทพเรือเครอรัฐออสเตรเลีย








ระหวางวันที่ ๑๐ - ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๕โดยมีผูแทนประเทศตาง ๆ กวา ๖๐ ประเทศ เขารวมการประชุม และมีผูบัญชาการทหารเรือ

มากกว่า ๔๐ ประเทศ เข้าร่วมการประชมด้วยตนเอง รวมถึงผู้บัญชาการทหารเรือในอาเซียน ๕ ประเทศ ประกอบด้วย
เนอการาบรูไนดารุซซาลาม มาเลเซีย สาธารณรัฐสิงคโปร์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และไทย

การประชมครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองของกองทัพเรือประเทศต่าง ๆ ที่มีต่อสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคง

ในภูมิภาคอินโด - แปซิฟิกและยังเป็นโอกาสที่กองทัพเรือได้แสดงบทบาทที่ส�าคัญ ในการมุ่งเสริมสร้างความร่วมมอ
ด้านความมั่นคงทางทะเลในระดับภูมิภาคและเป็นการเสรมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของกองทัพเรือในเวทีระดับนานาชาติ



รวมถง กระชับความสัมพันธ์และริเริ่มความร่วมมือใหม่ ๆ กบประเทศต่าง ๆ ทั้งในด้านการพัฒนาก�าลังพล ด้านการศึกษา
การฝึกการปฏิบัติการร่วม/ผสม การส่งก�าลังบ�ารุง และการเยี่ยมเยือนเมืองท่าของเรือรบ
ในการนี้ผูบัญชาการทหารเรือไดหารือทวิภาคีกับผูบัญชาการทหารเรือเนอการาบรูไนดารุซซาลาม สาธารณรัฐสิงคโปร ์




ญี่ปุน สหราชอาณาจักร และเครือรัฐออสเตรเลีย รวมทั้งผูบัญชาการกองก�าลังทางเรือ ๓ ประเทศ ไดแก ผูบัญชาการกองก�าลังทางเรือ




สหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก ผู้บัญชาการกองก�าลังร่วมฝรั่งเศสภาคพื้นเอเซีย - แปซิฟิก และผู้บัญชาการกองเรือออสเตรเลีย
(Indo-Pacif c Endeavour) โดยผูบัญชาการทหารเรือไดแลกเปลี่ยนมุมมองระดับยุทธศาสตรและแนวความคิดดานความมั่นคง






ทางทะเลในภูมิภาคอินโด - แปซิฟิก ในระหว่างการหารือและได้รับข้อมลส�าคญที่สามารถใช้ในการก�าหนดยุทธศาสตร์
และท่าทีของกองทัพเรือ ตามสภาวะแวดล้อมทางด้านความมั่นคงทางทะเลที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน




นอกจากนั้น ผูบัญชาการทหารเรอและผูบัญชาการทหารเรือบรูไนไดเห็นชอบรวมกันในเบื้องตนใหมีการจัดการประชม




Navy to Navy Staff Talks ระหวางกองทัพเรือและกองทัพเรือเนอการาบรูไนดารุซซาลามในโอกาสแรกเพื่อกระชบความสมพันธ ์



และยกระดับความร่วมมือระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งกองทัพเรือได้หารือความเป็นได้ในการริเริ่ม
จัดขบวนเดินทางของเรือรบในประเทศอาเซยน ในลักษณะ Group Sail ระหวางการเดินทางไปเขารวมการฝกผสมพหุภาคีตาง ๆ








โดยเรมจากกองทัพเรือเนอการาบรูไนดารซซาลามเปนชาติแรก และจะเชิญกองทัพเรือในประเทศอาเซียนเขารวมในโอกาสตอไป



ิ่
133


ผู้บัญชาการทหารเรือเดินทางเยือนกองทัพเรือสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ

ในฐานะแขกของกองทัพเรือสิงคโปร์




พลเรอเอก สมประสงค นิลสมัย ผูบญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) เดนทางไปเยือนกองทัพเรือสิงคโปรอยางเปนทางการ






ตามค�าเชิญของกองทัพเรือสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ ๗ - ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕





โดยเมอวันที่ ๗ มิถนายน ๒๕๖๕ ผูบญชาการทหารเรือเขารับฟงการบรรยายสรุปในเรองการพฒนากองทพเรือสิงคโปร ์

ื่

ื่





และสนทนาเกี่ยวกบเทคโนโลยในการทหารเรือสมยใหม ตอมา เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ ผูบัญชาการทหารเรือเขาเยี่ยมคานับ



พลเรือตรี Aaron Beng Yao Cheng ผู้บัญชาการทหารเรือสิงคโปร์ อย่างเป็นทางการ จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือสิงคโปร์
น�าผู้บัญชาการทหารเรือเข้าเยี่ยมค�านับ Dr.Ng Eng Hen รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ และ พลโท Melvyn Ong
ผู้บัญชาการทหารสูงสุดสิงคโปร์
ทั้งนี้ การเข้าพบรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและผู้น�าของกองทัพสิงคโปร์ในครั้งน ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับ
ี้






การขยายความรวมมือระหวางกันโดยเฉพาะในดานที่แตละฝายมีความเชี่ยวชาญ รวมถึงมีแนวความคิด จัดใหมีกิจกรรมการฝก

การแลกเปลี่ยนบุคลากร การประชุมหารือทวิภาคี รวมถึง การสนับสนุนในเรื่องต่าง ๆ ให้มากยิ่งขึ้น หลังจากกิจกรรมดังกล่าว
ลดน้อยลงในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) เพื่อด�ารงและเสริมสร้างความสัมพันธ์
ระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อไป
ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือเข้าเยี่ยมค�านับ นายชุติณธร คงศักดิ์ เอกอัครราชทูตไทยประจ�าประเทศสิงคโปร์
ณ ท�าเนียบเอกอัครราชทูตไทยประจาประเทศสิงคโปร์ และได้สนทนาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นระหว่างกองทัพเรือ

และกองทัพเรือสิงคโปร์ ที่สามารถส่งเสริมความสัมพันธ์ในภาพรวมระหว่างไทยและสิงคโปร์อีกทางหนึ่ง
134


ผู้บัญชาการทหารเรือเดินทางเยือนกองทัพเรือมาเลเซียอย่างเป็นทางการ

ในฐานะแขกของกองทัพเรือมาเลเซีย






พลเรือเอก สมประสงค นิลสมัย ผูบัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) เดินทางไปเยือนกองทัพเรือมาเลเซียอยางเปนทางการ

ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ตามค�าเชิญของ พลเรือเอก Tan Sri Mohd Reza ผู้บัญชาการทหารเรือมาเลเซีย
ระหว่างวันที่ ๙ - ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๕
เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ ผู้บัญชาการทหารเรือตรวจแถวกองทหารเกียรติยศที่หน้ากระทรวงกลาโหมมาเลเซีย
จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือมาเลเซียน�าผู้บัญชาการทหารเรือเข้าเยี่ยมค�านับ พลอากาศเอก Tan Sri Affendi Buang

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย และ Dato SriIkmal Hisham รฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย

และเข้าเยี่ยมค�านับ พลเรือเอก Tan Sri Mohd Reza ผู้บัญชาการทหารเรือมาเลเซีย

การเข้าพบรัฐมนตรช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้น�าของกองทัพมาเลเซียในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยน







ความคิดเห็นถึงสถานการณทางทะเลที่มีปญหาในดานตาง ๆ ทคลายคลึงกน เนื่องจากมีพรมแดนทั้งทางบกและทางทะเลติดกัน

จึงจ�าเป็นต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้น นอกจากนี้ได้หารือเกี่ยวกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ต่อกันทีดีอยู่แล้ว

ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยมีแนวความคิดจัดให้มีกิจกรรมการฝึกการแลกเปลี่ยนบุคลากร การประชมหารือทวิภาคี รวมถง


ึ้

การสนับสนุนในเรื่องต่าง ๆ ให้มากยิ่งขน หลังจากที่กจกรรมดงกล่าวลดน้อยลงในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ

ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19)










135


ั้
การประชุม Western Pacif c Naval Symposium (WPNS) ครงที่ ๑๗


พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ร่วมการประชุม Western Pacif c
Naval Symposium (WPNS) ครั้งที่ ๑๗ ในรูปแบบการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีกองทัพเรือฟิลิปปินส์


เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ฯ ณ ห้องประชมกองบัญชาการกองทัพเรือ ๑ กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวงเดิม
เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ ๒๖ - ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๔
ส�าหรับการประชุม WPNS นั้น เป็นผลสืบเนื่องจากการประชุม The International Sea Power Symposium (ISS)







ครั้งที่ ๙ ทจดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๐ โดยมวัตถุประสงค์เพอให้ผู้แทนระดับสูงของกองทัพเรอประเทศต่าง ๆ


จากภูมภาคแปซฟิกตะวันตกได้มโอกาสพบปะพูดคุยถึงปัญหาและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกน โดยการประชุม WPNS







จัดเปนลักษณะการประชุมทางวิชาการที่ไมเกี่ยวกับการเมือง จัดขึ้นทุกวงรอบ ๒ ป ปจจุบันกรอบความรวมมือดานความมั่นคง WPNS

มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างกองทัพเรือประเทศสมาชิก
อันน�าไปสู่การพัฒนาขีดความสามารถในการรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบร่วมกัน และน�ามาซึ่งความมั่นคงทางทะเล
อย่างยั่งยืนในภูมิภาคมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก การจัดประชุม WPNS ในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๑๗ กองทัพเรือเข้าร่วมในฐานะ
ประเทศสมาชิก ซึ่งที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบรับรองเอกสารในกรอบความร่วมมือ WPNS รวมทั้ง กองทัพเรือได้รับเกียรติ
จากกองทัพเรือประเทศสมาชิกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชม Naval Medicine Seminar ในปี ๒๕๗๐ และเป็นเจ้าภาพ

จัดการประชม WPNS Workshop ในปี ๒๕๗๒ ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงการได้รบความไว้วางใจของกองทัพเรือในภมิภาค





แปซิฟิกตะวันตก และแสดงถึงศักยภาพความพร้อมของกองทพเรือ ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดบนานาชาติ

สอดคล้องกับวสยทัศน์การมีบทบาทน�าในภูมิภาคของกองทัพเรือเป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ

ดังค�าปณิธานที่ว่า “รวมใจภักดิ์ รักษ์ชาติ ราษฎร์ศรัทธา”
ปัจจุบัน WPNS ประกอบด้วย สมาชิก ๒๑ ประเทศ ได้แก่ เครือรัฐออสเตรเลีย เนการาบรูไนดารุสซาลาม แคนาดา


ราชอาณาจกรกมพชา สาธารณรัฐชิลี สาธารณรัฐประชาชนจน สาธารณรัฐฝรั่งเศส สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย


ปาปัวนิวกินี สาธารณรัฐเปรู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐสิงคโปร์ ราชอาณาจักรไทย
ราชอาณาจักรตองกา สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวยดนาม และนิวซีแลนด์ มีประเทศสังเกตการณ์ ๘ ประเทศ

ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ สาธารณรัฐอินเดีย สหรัฐเม็กซิโก สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน สาธารณรัฐโคลอมเบีย
ศรีลังกา สหราชอาณาจักร และสาธารณรัฐเอกวาดอร์
136


การประชุมผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียน ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย







พลเรือเอก สมประสงค นิลสมัย ผบัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) และคณะ เขารวมการประชุมผูบัญชาการทหารเรืออาเซียน

ครั้งที่ ๑๖ ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ ๒๑ - ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๕ ตามค�าเชิญของกองทัพเรืออินโดนีเซีย





เจาภาพในการประชุมไดมีการบรรยายสถานการณความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาค ซึ่งจากสถิติเห็นไดชัดวาภัยคุกคามทางทะเล

มีจ�านวนมากขึ้น รวมถึงมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บัญชาการทหารเรือประเทศต่าง ๆ ซึ่งในภาพรวมเหนว่า







กองทัพเรืออาเซียนควรมความรวมมือกันมากขึ้น เพื่อสรางความเปนอันหนึ่งอนเดียวกัน ในการนี้มีการรายงานผลการปฏิบติตาง ๆ

ในรอบปี รวมถึงมีการแต่งตั้งคณะท�างานจัดท�า Road Map กองทัพเรืออาเซียนในวงรอบ ๘ ปี (พ.ศ.๒๕๖๗ - ๒๕๗๕)
เพื่อสร้างความมั่นคงแข็งแรงของกองทัพเรืออาเซียนในอนาคตอย่างต่อเนื่อง

การประชุมในครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารเรอได้น�าเสนอมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายจากภัยคุกคามทางทะเล



ื่


และอิทธิพลของประเทศตาง ๆ ตออาเซยน และเนนย�าการสรางความเขมแข็งในกรอบของการไวเนื้อเชอใจกัน (Mutual Thrust)





บนผลประโยชน์ร่วมกน (Mutual Benef t) และการยอมรับนับถอซื่งกันและกัน (Mutual Respect) และเน้นย�้าว่า
“จะไม่มีชาติใดปลอดภัย หากมีชาติใดชาติหนึ่งไม่ปลอดภัย”


ึ่





ในโอกาสเดียวกันนี้ผูบัญชาการทหารเรอไดหารือทวิภาคกบผูบัญชาการทหารเรือประเทศตาง ๆ อีกดวย ซงในภาพรวม

ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ นี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้หารือทวิภาคกบผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียนครบทุกประเทศแล้ว



ั้
โดยในภาพรวมกองทัพเรืออาเซียนเห็นพ้องต้องกันในการขยายความร่วมมอระหว่างกันในทุกระดับ ทงเรื่องการเยี่ยมเยือน
ของผูบังคับบัญชาระดับสูง การเยี่ยมเยือนของเรือรบ การฝก รวมถึง การปฏิสัมพันธของก�าลังพลในทุกระดับเพื่อสรางความแข็งแกรง ่




ให้กับกองทัพเรืออาเซียนต่อไป
137


การประชุมองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย ครั้งที่ ๑๓๘















พลเรอเอก เชงชาย ชมเชิงแพทย ผูชวยผบัญชาการทหารเรอ (ในขณะนั้น) ในฐานะกรรมการองคกรรวมไทย - มาเลเซีย

เข้าร่วมการประชุมองค์กรร่วมไทย - มาเลเซย ครั้งที่ ๑๓๘ ณ ส�านักงานองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย กรุงกัวลาลัมเปอร์
ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๕
การประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งแรกหลังจากที่ไทยและมาเลเซียได้ผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ อันเนื่องมา
จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) มีประธานร่วมฝ่ายมาเลเซียเป็นประธานการประชุม
ประธานร่วมฝ่ายไทยและกรรมการจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมประชุม ฯ โดยที่ประชุมได้รับทราบรายงานความก้าวหน้า
การด�าเนินงานด้านต่าง ๆ ของฝ่ายบริหาร ได้แก่ การรายงานด้านความปลอดภัย การเสนอโครงการวิจัย การรับทราบผล
การตรวจสอบบัญชี ทั้งนี้ ในปี ๒๕๖๔ องค์ร่วม ฯ ได้น�าส่งค่าภาคหลวงส่วนที่ก�าไรและรายได้อื่น ๆ ให้กระทรวงการคลัง
เพื่อเป็นรายได้ของประเทศประมาณ ๑๑,๓๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท



























138


การประชุมองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย ครั้งที่ ๑๓๙










พลเรอเอก เชงชาย ชมเชงแพทย ผูชวยผูบัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) ในฐานะกรรมการองคกรรวมไทย - มาเลเซีย










เขารวมการประชุมองคกรรวมไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ ๑๓๙ โดยม ดร.คุรุจิต นาครทรรพ ประธานรวมฝายไทย เปนประธานการประชุม

พร้อมด้วยประธานร่วมฝ่ายมาเลเซีย และสมาชิกองค์กรร่วม ฯ จากทั้งสองประเทศเข้าร่วมการประชม ณ โรงแรมคาเปลล่า

เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๕


โดยที่ประชมได้รบทราบรายงานความก้าวหน้าของการด�าเนินการด้านต่าง ๆ ในห้วงครึ่งปีแรกของปี ๒๕๖๕
ของฝ่ายบริหาร อาทิ การด�าเนินการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยสิ่งแวดล้อม การพัฒนา และการผลิตปิโตรเลียม





การเจาะหลุมส�ารวจและประเมินผล การบรหารจัดการความเสี่ยง และการรายงานรายไดจากการขายปโตเลยมในหวงครึ่งปแรก


จ�านวน ๓๗๖.๒๕ ลานเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ ที่ประชุม ฯ ไดพิจารณาใหความเห็นชอบแผนการพัฒนาแหลงปโตรเลียมในหวงตอไป







พื้นที่พัฒนารวม ไทย - มาเลเซีย (Malaysia - Thailand Joint Development Area) มีพื้นที่ประมาณ ๗,๒๕๐ ตารางกิโลเมตร





ตั้งอยูบริเวณอาวไทยตอนลาง ซึ่งประเทศไทยและประเทศมาเลเซียบรรลุขอตกลงบันทึกความเขาใจ ระหวางราชอาณาจักรไทย

และมาเลเซีย เกี่ยวกับการจัดตั้งองค์กรร่วมเพื่อแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในพื้นดินใต้ทะเล ภายในพื้นที่ดังกล่าว




ในป ๒๕๒๒ เปนผลใหมีการจดตั้งองคกรรวม ไทย - มาเลเซีย (Malaysia-Thailand Joint Authority, MTJA) ขึ้นในป ๒๕๓๕







โดยมีที่ตังส�านักงานอยู ณ กรุงกัวลาลัมเปอร ประเทศมาเลเซีย ทั้งน ตั้งแตเริ่มการผลิตองคกรรวม ฯ มีรายไดจากการขายปโตรเลียม


ี้


ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ๒๕๖๕ จ�านวน ๓๓.๖๕ พันล้านเหรียญสหรัฐ
139


กิจกรรมส�าคัญอื่น ๆ






















การกีฬา



































กิจกรรม “เดิน - วิ่ง เทิดพระเกียรติ ๙๙ ปี วันอาภากร”



พลเรือเอก ธีรกุล กาญจนะ รองผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) และ หม่อมราชวงศ์จิยากร อาภากร เสสะเวช

ิ์


ประธานกรรมการมูลนิธิราชสกุลอาภากร ในพลเรือเอก พระเจาบรมวงศเธอ กรมหลวงชมพรเขตอุดมศักด รวมกันเปนประธาน



ในพิธีเปิดกิจกรรม “เดิน - วิ่ง เทิดพระเกียรติ ๙๙ ปี วันอาภากร” โดยมี ราชสกุลอาภากร ผูบังคับบัญชาระดับสูง ตลอดจน
ก�าลังพลกองทพเรือและประชาชนผสนใจเขารวมกิจกรรมเปนจ�านวนมาก ณ หนวยบัญชาการนาวิกโยธน ค่ายกรมหลวงชุมพร








อ�าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๕


การจดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพือเทิดพระเกียรติ พลเรือเอก พระเจาบรมวงศเธอ พระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ ์







กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทั้งยังสงเสรมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและสุขภาพของก�าลังพลกองทัพเรือ รวมทั้ง ประชาชน


ที่เขารวมการแขงขัน พรอมน�ารายไดสมทบทุนโครงการกอสรางอาคารปรุงยาหมอพร ณ ต�าหนัก พลเรือเอก พระเจาบรมวงศเธอ







พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และสวนสมุนไพรหมอพร ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ด�าเนินการ
ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) อย่างเคร่งครัด
140


งานแถลงข่าวโครงการแข่งขันเดิน - วิ่งการกุศล

“Run for Health, Run to Help 2022”


พลเรือเอก สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ในขณะนั้น) ผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมกับ
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช
เป็นประธานแถลงข่าวการจัดแข่งขันเดิน - วิ่งการกุศล “Run for Health, Run to Help 2022” ชิงถ้วยรางวัลมูลนิธิ
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชประจ�าปี ๒๕๖๕ ในโอกาสของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด�าเนินงานครบรอบปีที่ ๔๔
โดยมี นายแพทย์ณรงค์ อภิกลวาณิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ ๖ นายนิติ วิวัฒน์วานิช







รองผวาราชการจังหวดชลบุรี นายแพทยวันชัย สัตยาวฒิพงศ กรรมการ และผูชวยเลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยพราช







และ พลเรือตรี ชยวัฒน คุมทิม รองผูบญชาการหนวยบัญชาการนาวิกโยธิน รวมแถลงขาว ฯ ณ อาคารราชนาวิกสภา กองทัพเรือ





เขตบางกองน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๔






มูลนิธโรงพยาบาลสมเด็จพระยพราชร่วมกบกองทัพเรือจัดกิจกรรมแข่งขนเดิน - วิ่งการกุศล ชงถ้วยรางวล


“มูลนิธิโรงพยาบาลสมเดจพระยุพราช” สร้างแรงจูงใจและกระตุ้นให้ประชาชนรกสุขภาพและออกก�าลังกาย เพื่อให้คนไทย
สุขภาพดีห่างไกลโรค ซึ่งจดการแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ ประกอบด้วย การแข่งขัน ๓ ประเภท


ไดแก ๑. Funrun ๕ กิโลเมตร ๒. Mini Marathon ๑๐.๕ กิโลเมตร ๓. Half Marathon ๒๑ กิโลเมตร บนเสนทางหาดเตยงาม




อ่าวนาวิกโยธินกองทัพเรือ อ�าเภอสัตหีบ จงหวัดชลบุรี ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทชนะอันดับ ๑ - ๓ ชาย - หญิง ในประเภท

Mini Marathon และ Half Marathon จะได้รับถ้วยรางวัล ทั้งนี้ ผู้เข้าแข่งขันที่เข้าถึงเส้นชัยจะได้รับเหรียญรางวัลทุกคน
141


วันกองทัพไทย












































พิธีกระท�าสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล

เนื่องในวันกองทัพไทยประจ�าปี ๒๕๖๕



พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) เป็นประธานในพิธกระท�าสัตย์ปฏิญาณตน

ต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจ�าปี ๒๕๖๕ ในส่วนของกองทัพเรือ พื้นที่สัตหีบ ณ ลานสวนสนาม
หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อ�าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๕
วันกองทัพไทยจัดขึ้นเพื่อนอมร�าลึกถึง สมเดจพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงกระท�ายุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชาของเมียนมา



�่
เมื่อวันจันทร์ แรม ๒ คา เดือนยี่ ปีมะโรง จุลศักราช ๙๕๔ ด้วยพระปรีชาสามารถและความกลาหาญเด็ดเดี่ยวของพระองค ์








สามารถเอาชนะขาศึกดวยพระองคเอง ในขณะที่ตกอยูในวงลอมของขาศึกเพียงล�าพัง ถือเปนชัยชนะที่ยิ่งใหญในประวัติศาสตรชาติไทย

ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๘ มกราคม คณะรัฐมนตรีจึงเห็นชอบให้วันที่ ๑๘ มกราคม ของทุกปี เป็นวันกองทัพไทย

















142



ส�าหรับพิธีกระท�าสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลมพลจัดขึ้นเพื่อให้ทหารใหม่กระท�าสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล





ี่



อันถือเปนเครื่องหมายแทนองคพระมหากษัตริย ผูทรงเปนจอมทพไทยทเสมือนหนึ่งเสด็จพระราชดาเนินมาประทับเปนหลักชัย



ี่
อยูทามกลางเหลาทหาร ทั้งยังเปนเครื่องหมายของสามสถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย ททหารจักตองรักษาไว ้






เพื่อประโยชนสุขแหงประเทศชาติและประชาชน โดยทหารใหมทุกนายตองผานการเขารวมพิธี จึงถือวาเปนทหารอยางสมบูรณครบถวน









และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ โดยยึดมั่นในอุดมการณ์ของทหารมืออาชีพ มีความรัก ความสามัคคี พร้อมอุทิศตนเพื่อปกป้องอธิปไตย
และผลประโยชน์ของส่วนรวม เทิดทูนและจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยิ่งชีพ





ในส่วนของกองทัพเรอได้จัดพธีกระท�าสตย์ปฏิญาณตนต่อธงชยเฉลิมพลและสวนสนามเป็นประจาทุกปี







ณ ลานอเนกประสงค หนวยบัญชาการตอสูอากาศยานและรกษาฝง อาเภอสัตหบ จังหวัดชลบุรี โดยจัดก�าลังพลจากหนวยตาง ๆ




ของกองทัพเรือเข้าร่วมสวนสนาม แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19)

ท�าให้ในปีนี้ กองทัพเรือปรับรูปแบบการจัดงานใหมีความเหมาะสมในรูปแบบ NEW NORMAL โดยลดขั้นตอนคือการสวนสนาม


และจ�านวนผูรวมงานลง แต่ยังคงไว้ซึ่งพิธีการส�าคัญ พร้อมทั้งแยกพื้นที่การจัดงานเพื่องดการเคลื่อนย้ายก�าลังพล โดยแยกพื้นที่


การประกอบพิธ ๒ พื้นที่ ไดแก พนที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีทหารใหมเขารวมพิธ ฯ จานวน ๓๓๖ นาย และพื้นทีสัตหีบ





ื้


มีทหารใหม่เข้าร่วมพิธี ฯ จ�านวน ๒๓๖ นาย
143


วันอาภากร














































กองทัพเรือจัดกิจกรรมวัน “อาภากร”

น้อมร�าลึกพระกรุณาคุณองค์บิดาของทหารเรือไทย

ในวาระ ๙๙ ปี แห่งการสิ้นพระชนม์



พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ

พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย
เนื่องในวันอาภากร โดยมี นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ ราชสกุลอาภากร สมาคมภริยาทหารเรือ ตลอดจนผู้แทน
หน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ร่วมพิธี ฯ ณ พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ






พระองคเจาอาภากรเกยรติวงศ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกดิ์ หนากองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกนอย

กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๕

เวลาต่อมา ผู้บัญชาการทหารเรือและผู้ร่วมพิธ ได้ร่วมในพิธีบ�าเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวาย
ิ์
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด เนื่องในวันอาภากร
ณ วิหารน้อย ภายในสุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร













144


พิธีวางศิลาฤกษ์กระโจมไฟเทิดพระเกียรติ

พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ

พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์





พลเรือเอก สมประสงค นิลสมัย ผูบัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) เปนประธานในพิธีวางศิลาฤกษกระโจมไฟ เทิดพระเกียรติ



พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม
ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นาวาตรี ภากร ศุภชลาศัย ผู้แทนราชสกุลอาภากร พลเรือเอก จุมพล ลุมพิกานนท์ ประธานมูลนิธิ





กรมหลวงชุมพรหาดทรายร คณะนายทหารชั้นผูใหญของกองทัพเรอ รวมพิธ ฯ ณ พระตาหนักศาลกรมหลวงชมพร หาดทรายรี



จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๕
ปีนี้เป็นปีที่ ๙๙ ที่ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
สิ้นพระชนม์ กองทัพเรือร่วมกับจังหวัดชุมพร และมูลนิธิกรมหลวงชุมพรหาดทรายรี จัดพิธีบวงสรวง พิธีวางพวงมาลา


ถวายสกการะ พิธีบ�าเพญกุศลถวายทักษิณานุประทาน พธีเปดพระรูปใตตนหูกวาง และพิธีวางศิลาฤกษกระโจมไฟเทิดพระเกียรติ









พลเรือเอก พระเจาบรมวงศเธอ พระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ การยิงสลุตถวายสักการะ ๑๙ นัด


จากกองทหารเกียรติยศ และการยิงสลุตจากเรือหลวงเจ้าพระยา ๑๙ นัด นอกจากนี้ กองทัพเรือ จงหวัดชุมพร และมูลนิธิ



กรมหลวงชมพรหาดทรายรี ได้จัดให้มีการราถวายสักการะ การแสดงราถวายสักการะโดยประชาชนและนักเรียน
จากจังหวัดชุมพร การแสดงอาวธประกอบดนตรี (Fancy Drill) โดยนักเรียนจ่าทหารเรือโรงเรียนชุมพลทหารเรือ

และการร่วมร้องเพลงดอกประดู่ เพลงเดินหน้า และเพลงดาบของชาติ ซึ่งเป็นเพลงทีพระองค์ท่านประพันธ์ เพื่อเป็นการ

น้อมร�าลึกถึงพระองค์ท่าน











145


รางวัล “พลเรือเอก กวี สิงหะ”













































พิธีมอบรางวัล
“พลเรือเอก กวี สิงหะ” ประจ�าปี ๒๕๖๔




พลเรือเอก สมประสงค นลสมัย ผบัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) เปนประธานในพิธีมอบรางวัล “พลเรือเอก กวี สิงหะ”





ประจ�าปี ๒๕๖๔ ณ ห้องวุฒิไชยเฉลิมลาภชั้น ๒ อาคารราชนาวิกสภา เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๕



รางวล “พลเรอเอก กวี สิงหะ” เริ่มขึ้นตั้งแตป ๒๕๓๘ โดย คณหญิงกมลนารี สิงหะ และทายาท พลเรอเอก กวี สิงหะ



มีความประสงค์จะมอบรางวัลให้กับนักเขียนบทความที่ลงพิมพ์เผยแพร่ในนิตยสารนาวิกศาสตร์ และได้รับการคัดเลือก
ให้เป็นบทความดีเด่นประจ�าปี เพื่อเป็นการระลึกถึง “พลเรือเอก กวี สิงหะ” อดีตผู้บัญชาการทหารเรือและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง



กลาโหม ซึ่งจะน�าบทความที่ได้รับการคดเลือกเป็นบทความดเด่นลงพิมพ์เผยแพร่ในนาวิกศาสตร์ฉบับประจ�าเดอนพฤษภาคม
ซึ่งเป็นเดือนเกิดและเดือนที่ถึงแก่อนิจกรรมของ พลเรือเอก กวี สิงหะ



ี่
ส�าหรบบทความทไดรับรางวัล “พลเรอเอก กวี สิงหะ”
ประจ�าปี ๒๕๖๔ มีดังนี้
๑. รางวัลบทความดีเด่น เรื่อง “สร้างเหล็กในคน” โดย



นาวาเอก ถุงเงิน จงรักชอบ เรื่องนี้ผูเขียน ไดถายทอดประสบการณ ์
ในการสร้างเหล็กในคนของหลักสูตรนักเรียนจ่าทหารเรือ
และการสร้างเหล็กในคนในการฝึกภาคทะเล หลักสูตร

ี่

นักเรียนนายเรือรวมทั้งประสบการณในการรับราชการทผานมา
146


๒. รางวัลชมเชยอันดับที่ ๑ เรื่อง “ผู้บังคับการเรือมือใหม่”


โดย นาวาเอก วีรุตม ฉายะจินดา บทความนี้ ผูเขียนมีแรงบันดาลใจ
ที่ได้สอบผ่านการคัดเลือกเป็นผู้บังคับการเรือ จึงถ่ายทอด







ประสบการณหนาที่ผูบังคับการเรือใหกับผูที่จะเปนผูบังคับการเรือ

ครั้งแรกในชีวิต ตั้งแตการเตรียมการจนถึงการปฏิบัติงานในทะเล
เพื่อน�าไปปรับใช้ต่อไป



๓. รางวัลชมเชยอันดบที่ ๒ เรือง “บทเรียนการกลับมาของ
USS. John S. McCain (THE BIG BAD JOHN IS BACK!!)”
โดย นาวาเอก ภาณุพันธุ์ รักษ์แก้ว บทความนี้ถ่ายทอดการสรุป

บทเรียนของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาจากกรณีการเกิดอุบัติเหตุ
ของเรือรบ USS. John S. McCain ซึ่งท�าให้ก�าลังพลสูญหาย






๑๐ นาย กองทัพเรือสหรฐอเมริกาไมไดลงโทษแตผูบงคับการเรือ
หรือผู้ปฏิบัติงานที่ผิดพลาดเท่านั้น แต่มองที่ระบบและศึกษา



หาสาเหตุที่เกิดขึ้นอยางถองแท รวมทั้งยอมรับในการแกไขปรับปรุง

เพื่อให้ก�าลังพลประจ�าเรือและยุทโธปกรณ์มีความปลอดภัย

๔. รางวัลชมเชยอนดับที่ ๓ เรื่อง “บทเรียนจากเหตุการณ์
อุบัติเหตุเรือด�าน�า KRI Nanggala ของอินโดนีเซีย” เขียนโดย



นาวาโท สุระ บรรจงจิตร บทความนี้เกี่ยวกับเหตุการณอบัติเหตุ



เรอด�านา KRI Nanggala ของกองทัพเรืออินโดนีเซีย นับเปนอุบัติเหตุ




เรือด�านารายแรงครั้งแรกที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต ้


กองทัพเรือ ควรใหความส�าคัญเปนอันดับแรกในการสรางความรวมมอ






กับตางประเทศที่มีขีดความสามารถในการชวยเหลือกูภัยเรือด�าน�้า
โดยควรมีความรวมมือ มากกวา ๑ ประเทศ รวมถึงการเตรียมการอื่น ๆ


ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับความร่วมมือ
๕. รางวัลนักเขียนหนาใหม เรื่อง “พัฒนาการของสงครามทุนระเบิด



แบบย่อยง่ายตามไทม์ไลน์ของประวัติศาสตร์จากอดีตสู่ปัจจุบัน
และมุ่งไปยังอนาคต” โดย นาวาโท ธารไชยยันต์ ตันติอ�านวย
บทความนี้เขียนถึงการสงครามทุ่นระเบิดมีความสลับซับซ้อน
และมีความเฉพาะทางสูง พัฒนาการของสงครามทุ่นระเบิด
มีการเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีของโลกตั้งแต่ยุคโบราณ
หรือยุคเริ่มต้น ยุคสงครามโลกครั้งที่ ๑ ยุคสงครามโลกครั้งที่ ๒



ยุคปจจุบนหรอยุคดิจิตอลใชเทคโนโลยีคอมพิวเตอรสรางโปรแกรม



การจุดระเบิด และในอนาคตเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทุ่นระเบิด
จะมีฐานข้อมูลจะสามารถประมวลผลได้แม่นย�ามากยิ่งขึ้นด้วย
147


กองทัพเรือ ร่วมกับ สภากาชาดไทย จัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๔๘ ปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ “๙๐ พรรษา
สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ราชนาวีถวายพระพรชัยมงคล” บรรเลงโดยวงดุริยางค์ราชนาวี ร่วมด้วยศิลปินรับเชิญ

เพื่อหารายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายทูลเกล้าถวาย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


โดยเสด็จพระราชกุศลบ�ารุงสภากาชาดไทย อันเปนการสนองในพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย เพื่อให้การช่วยเหลือรักษาพยาบาลเพื่อนมนุษย์ผู้เจ็บป่วยทั้งมวล

ึ่
ให้ได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข อีกทั้งเป็นการเผยแพร่ดนตรีแนวคลาสสิกให้เป็นที่แพร่หลายในหม่ประชาชนชาวไทย ซงได้จัด
การแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ตั้งแต่ปี ๒๕๐๔ เป็นต้นมา และจัดแสดงเป็นประจ�าทุกปี มีเว้นบ้างตามสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออ�านวย
ในช่วงสามปีที่ผ่านมาแม้ว่าเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) กองทัพเรือ
ยังคงมุ่งมั่นสนองพระราชปณิธาน ในการเผยแพร่ดนตรีแนวคลาสสิกและหารายได้บ�ารุงสภากาชาดไทย โดยจัดการแสดง





ในรูปแบบการ Live สด ผานทาง สื่อออนไลน ในปนี้สถานการณการแพรระบาดตาง ๆ คลี่คลายลง การจัดการแสดงกาชาดคอนเสิรต


จึงจัดการแสดงอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง ซึ่งได้รับเกียรติจากศิลปินรับเชิญ อาทิ เรือตรี สันติ ลุนเผ่ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะ
การแสดง ร่วมด้วย วิชญาณี เปียกลิ่น หรือ แก้ม เดอะสตาร์ โดม ปกรณ์ ลัม อิสริยา คูประเสริฐ และ ศรัณย์ คุ้งบรรพต โดยมี
นาวาเอก พฤทธิธร สุมิตร ผู้บังคับกองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ เป็นผู้อ�านวยการดนตรี นาวาเอก ศุภกร แตงน้อย
เป็นผู้อ�านวยเพลง (ภาคแรก) และ เรือโท กฤษฎา อยู่บรรยงค์ เป็นผู้อ�านวยเพลง (ภาคหลัง)























148


Click to View FlipBook Version