39
่
่
่
ึ
่
่
็
ทีกรมหลวงชุมพรฯทรงมุงมันพระทัยฝกหัดคนไทยเปนนายทหารเรือ ความมุงมันพระทัยนี้ท าให้
พระบาทสมเดจพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัวทรงมีพระราชด าริเห็นชอบ จึงโปรดเกล้าฯให้พระองค์
็
่
ด ารงต าแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษา ความมุงมันพระทัยท าให้พระองค์ทรงประสบความส าเร็จในการ
่
่
ิ
วางรากฐานกิจการทหารเรือของคนไทย เรื่องนี้ในหนังสือ อนุสรณ์พิธีเปดกระโจมไฟชุมพรเขตอุดม
ี
ี
ศักดิ์ มีรายละเอยดเพิ่มเติมจากพระนิพนธ์พระประวัตมาก โดยเล่าถึงวิธการปฏิรปการศึกษาของ
ู
ิ
่
โรงเรียนนายเรือตั้งแตทรงริเริมเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษา, ทรงรับสังให้สร้างสิ่งอ านวยการ
่
่
ฝกหัดนักเรียนนายเรือ ตลอดจนถึงการท าหน้าทีฝกหัดตาง ๆ แก่นักเรียนนายเรือด้วยพระองค์เอง
ึ
่
่
ึ
ทั้งก่อนและภายหลังการเปดโรงเรียนนายเรือ
ิ
ี่
่
่
ี
่
ื
กลุมทีสองคอ พระกรณยกิจหลังจากทรงออกจากราชการ ซึงมิได้เกยวข้องกับ
่
ี
การพัฒนาปรับปรงการศึกษาของโรงเรียนนายเรือ แตมุงยังการสร้างเกยรตยศชือเสียงแก่
่
ุ
ิ
่
กองทัพเรือแทน พระนิพนธ์พระประวัตเล่าเรื่องราวในช่วงหลังการออกจากราชการและการกลับ
ิ
เข้ารับราชการใหม่เพียงเล็กน้อย โดยเน้นเพียงเรื่องการซื้อเรือหลวงพระร่วง ขณะทีพระประวัตใน
่
ิ
หนังสือ อนุสรณ์พิธีเปดกระโจมไฟชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้อธบายเหตุทีทรงออกจากราชการใหม่
ิ
ิ
่
่
ิ
และเพิ่มเตมเรื่องราวพระชนม์ชีพช่วงออกจากราชการ เพือแสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงมีพระทัย
อุทิศพระองค์เพือประโยชน์ต่อชาตบ้านเมือง
่
ิ
่
พระประวัตเล่าว่า พระองค์ทรงออกจากราชการเนืองจากเรือตรี กรด บุนนาคดม
ิ
ุ
ื่
่
็
สุราเมาและพูดจาข่มขู่ราชการหากตนไม่ได้รับเงินพิเศษเพิ่ม เมือเรื่องทราบถึงพระบาทสมเดจพระ
มงกุฎเกล้าเจ้าอยูหัว พระองค์ก็ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า กรมหลวงชุมพรฯทรงอบรมสังสอน
่
่
็
็
ี
ู
นักเรียนทหารเรือไม่ดและก าเริบเปนพวกบอลเชวิคซึงเปนศัตรกับเจ้านาย จึงโปรดเกล้าฯ ให้กรม
่
หลวงชุมพรฯทรงออกจากราชการ หลังจากทรงออกจากราชการแล้ว พระองค์ก็ทรงประกอบอาชีพ
่
เปนหมอยาแผนไทยรักษาผู้คนโดยไม่คดคารักษาจนมีชือเสียงไปทัวทั้งเมือง เมือทรงทราบว่า
่
่
็
ิ
่
่
่
่
ื
็
สยามจะเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที 1 พระองค์ก็เสดจมาตรวจปนใหญทีป้อมพระจุลจอมเกล้าและ
่
่
ทรงมีรับสังให้ซ่อมแซมจนสามารถใช้การได้ และเมือถึงวันทีสยามประกาศสงครามและเกิดความ
่
่
วุ่นวายทีกระทรวงทหารเรือ พระองค์ก็เสด็จไปช่วยเหลือการจับกุมเรือสินค้าเยอรมันทีทอดสมอใน
่
ิ
แม่น ้าเจ้าพระยา โดยพระประวัตน าเสนอความพยายามของกองประวัตศาสตร์ทหารเรือในการ
ิ
ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้
ิ
กองประวัตศาสตร์ทหารเรือน าเสนอเรื่องการจับกุมเรือสินค้าเยอรมัน หรือ “การ
ู
จับเรือเชลย” ตามทีพระประวัตส่วนใหญเรียก โดยเล่าถึงความร้ความเข้าใจเรื่องนี้จ านวนสอง
่
ิ
่
ิ
กระแส กระแสหนึ่งมีต้นเรื่องมาจากจดหมายเล่าพระประวัตบางส่วนของนาวาตรี หลวงรักษาราช
40
ทรัพย์ (รักษ์ เอกะวิภาต) จดหมายเล่าเรื่องนี้ว่า กรมหลวงชุมพรฯทรงเสด็จมายังกระทรวงทหารเรือ
ี
และได้รับมอบหมายอ านาจจากเสนาบดกระทรวงทหารเรือให้ด าเนินการจับกุมเรือสินค้าเยอรมัน
ิ
พระองค์ทรงด าเนินการเลือกสรรทหารเรือในปฏิบัตการและก ากับจับกุมด้วยพระองค์เอง โดยทรง
่
็
่
ประทับและสังการบนเรือยนต์ หลวงรักษาราชทรัพย์ยืนยันข้อเท็จจริงนี้ในฐานะท่านเปนผู้อยูใน
เหตุการณ์นี้ด้วยตนเองและซื้อน ้าโซดาถวายพระองค์ด้วย
ิ
อกกระแสหนึ่งมีต้นเรื่องมาจากเกร็ดพระประวัตจากความทรงจ าของพลเรือตรี
ี
พระยาหาญกลางสมุทร (บุญมี พันธุมนาวิน) เกร็ดพระประวัตินี้เล่าว่า การจับกุมเรือสินค้าเยอรมัน
็
็
ครั้งนั้นเปนผลงานของพระยาหาญกลางสมุทร โดยท่านเปนผู้บังคับบัญชาปฏิบัตการจับกุมตาม
ิ
ค าสังลับของเสนาบดกระทรวงทหารเรือ ผลงานการจับเรือสินค้าครั้งนี้ท าให้พระยาหาญกลาง
่
ี
สมุทรน าความขึ้นกราบทูลพระบาทสมเดจพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูหัวโปรดเกล้าฯให้กรมหลวง
่
็
ชุมพรฯกลับเข้ารับราชการอีกครั้ง
ิ
่
กองประวัตศาสตร์ทหารเรือได้น าเสนอเรื่องนี้ทั้งสองกระแส แต่ให้น ้าหนักเชือถอ
ื
่
่
เรื่องของพระยาหาญกลางสมุทรมากกว่า เนืองจากมีเอกสารค าสังกระทรวงทหารเรือแตงตั้งให้
่
็
พระยาหาญกลางสมุทรเปนผู้บัญชาการจับเรือสินค้า และพลเรือเอก หม่อมเจ้าครรชิตพล อาภากร
พระโอรสของกรมหลวงชุมพรฯ ได้เล่าความทรงจ าของหม่อมช้อย หม่อมของกรมหลวงชุมพรฯและ
่
็
เปนมารดาของหม่อมเจ้าครรชิตพล ยืนยันว่า กรมหลวงชุมพรฯทรงประทับอยูทีวังในวันประกาศ
่
สงคราม ด้วยหลักฐานเอกสารราชการและความทรงจ าของสมาชิกในครอบครัวของพระองค์ ท า
1
ิ
ิ
็
ให้กองประวัตศาสตร์อธบายเรื่องของหลวงรักษาราชทรัพย์ว่า อาจเปนความเข้าใจผิดของท่านเอง
็
่
เนืองจากหลวงรักษาราชทรัพย์ได้เห็นพระองค์เสดจมารายงานพระองค์ทีกระทรวงทหารเรือ และ
่
ท่านเชือมันต่อพระปรีชาสามารถของพระองค์
่
่
หลังจากเรื่องพระชนม์ชีพช่วงออกจากราชการแล้ว พระประวัตฉบับนี้ได้
ิ
ิ
น าเสนอรายละเอียดเรื่องการซื้อเรือหลวงพระร่วง โดยอธบายถึงความส าคัญของเรือหลวงพระร่วง
ิ
ี
ในฐานะเกยรตยศของพระมหากษัตริย์และสิ่งแสดงความจงรักภักดีของราษฎรตอพระองค์, การตั้ง
่
่
ี
็
ราชนาวีสมาคม, การด าเนินการเรี่ยไรทรัพย์ ตลอดจนคุณสมบัตของเรือรบทจัดซื้อมาเปนเรือหลวง
ิ
่
ิ
พระร่วง เพือแสดงให้เห็นถึงความส าเร็จของกรมหลวงชุมพรฯในการสร้างเกยรตยศแก่กองทัพเรือไทย
ี
่
็
่
่
เนืองด้วยทรงเลือกสรรเรือรบทีทันสมัยทีสุด ณ เวลานั้นเท่าทีทรงสามารถจัดซื้อได้มาเปนก าลังรบ
่
แก่กองทัพเรือไทยและเปนเกยรติยศตอชาต ิ
่
ี
็
1 แหล่งเดิม. หน้า 58.
41
ี
นอกเหนือจากเรื่องราวพระชนม์ชีพและพระกรณยกิจของกรมหลวงชุมพรฯแล้ว
็
่
พระประวัติฉบับนี้ยังเปนพระประวัติฉบับแรกทีน าเอาเรื่องอิทธปาฏิหาริย์เหนือจริงเข้าเปนส่วนหนึ่ง
ิ
็
ื
ในพระประวัติ คอ เรื่องพระจริยวัตรเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์ เรื่องนี้มีต้นเรื่องมาจากจดหมายเล่า
พระประวัตบางส่วนของหลวงรักษาราชทรัพย์ แม้หลวงรักษาราชทรัพย์จะได้อธบายในเรื่องของ
ิ
ิ
ื
่
่
ื
ี
ั
ี
่
่
ิ
ทานแล้ววา ทานฟงเรองน้มาจากพลเรอตร พระยาก าแหงณรงค์ฤทธ์ (ห้อง หังสนาวน) และไม่มี
ิ
1
็
พยานหลักฐานอนยืนยันข้อเท็จจริงนี้ แตด้วยเหตุทีกองประวัตศาสตร์ทหารเรือน าเรื่องนี้เปนส่วน
่
ื
ิ
่
่
ิ
หนึ่งในข้อเท็จจริงเรื่องพระจริยวัตรของพระองค์และพระประวัตฉบับนี้ผ่านการตรวจสอบโดย
2
บุคคล 4 คน ได้แก่ 1. พลเรือเอก หม่อมเจ้าครรชิตพล อาภากร พระโอรสของกรมหลวงชุมพรฯ
2. หม่อมเจ้าหญง พูนพิศมัย พระธดาของสมเด็จฯ กรมพระยาด ารงราชานุภาพและทรงมีชือเสียง
ิ
ิ
่
จากพระนิพนธ์ด้านพุทธศาสนาและประวัตศาสตร์ 3. พลเรือตรี ทองรอด เมฆสุภะ อดตผู้ท าการ
ี
ิ
ิ
ี
แทนหัวหน้ากองประวัตศาสตร์ทหารเรือช่วงทศวรรษ 2480 และ 4. นาวาเอก หนู แจ่มผล อดต
่
ิ
ิ
หัวหน้ากองประวัตศาสตร์ทหารเรือเมือ พ.ศ. 2502-2503 ด้วยคุณสมบัตของบุคคลข้ามต้นสาม
็
ิ
ู
็
่
ท่านเปนบุคคลทีมีความร้ทางด้านประวัตศาสตร์และอีกหนึ่งท่านเปนสมาชิกในครอบครัวของกรม
็
่
หลวงชุมพรฯ รวมถึงพระประวัตฉบับนี้ผลิตโดยกองทัพเรืออันเปนองค์กรทีพระองค์ทรงงาน จึงท าให้
ิ
่
เรื่องราวของหลวงรักษาราชทรัพย์ได้รับการรับรองความถูกต้องเชือถอในฐานะข้อเท็จจริงหนึ่ง
ื
เกยวกับกรมหลวงชุมพรฯและได้รับการผลิตซ ้าในพระประวัติฉบับอน ๆ จวบจนปจจุบัน
ี่
ื
่
ั
ิ
พระประวัตในหนังสือ อนุสรณ์พิธีเปดกระโจมไฟชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จบลงด้วย
ิ
่
เรื่องราวการสิ้นพระชนม์ของกรมหลวงชุมพรฯ ซึงเล่าเรื่องตามพระนิพนธ์พระประวัตและให้
ิ
็
รายละเอียดเพิ่มเติมเล็กน้อยว่า กองทัพเรือได้จัดเรือหลวงเจนทะเลเปนพาหนะให้ทรงประทับเสด็จ
็
และกรมแพทย์ทหารเรือได้จัดแพทย์ประจ าพระองค์ถวายการดูแลรักษาพระองค์ในระหว่างการเสดจ
่
่
ลาพักราชการครั้งนั้นด้วย แตการสิ้นพระชนม์ก็เปนเหตุสุดวิสัยทีมิอาจป้องกันหรือแก้ไขได้
็
่
่
ิ
่
ท้ายทสุด พระประวัตก็ให้คุณคาตอพระองค์ในฐานะปูชนียบุคคลทีท าให้กองทัพเรือมีความเจริญ
ี
่
ิ
่
ั
่
็
่
ก้าวหน้าเปนทียอมรับในสายตาของนานาชาตในปจจุบัน เหล่าทหารเรือตางระลึกถึงพระองค์อยูเสมอ
ผ่านบทเพลงทหารเรือทีพระองค์ทรงนิพนธ์ และน ามาซึ่งการสร้างอนุสรณ์สถานกระโจมไฟแห่งนี้
่
ด้วยพระประวัตฉบับนี้เปนพระประวัตตลอดพระชนม์ชีพฉบับทางการฉบับที ่
ิ
ิ
็
ี
สองและได้เรียบเรียงเรื่องราวด้วยวิธการทางประวัตศาสตร์ทั้งการใช้หลักฐานและความพยายาม
ิ
ี
ี่
ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกยวกับพระองค์ รวมทั้งการเล่าเรื่องราวพระประวัติได้แสดงคุณค่าพระเกยรต ิ
1 แหล่งเดิม. หน้า 74.
2 แหล่งเดิม. หน้าค าของพระประวัติ
42
่
่
ิ
ื
็
คุณตอกองทัพเรือ พระประวัตฉบับนี้จึงได้รับความเชือถอถึงความถูกต้องแม่นย าและเปนแม่บท
ิ
การเล่าพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯโดยกองทัพเรือตลอดช่วงทศวรรษ 2500-2520 ทั้งในแง่
่
ื
ิ
ี
ิ
ิ
เนื้อหาและวิธการเล่าพระประวัต รวมถึงได้รับการอ้างองในพระประวัตโดยบุคคลอนภายนอกใน
ช่วงเวลาเดียวกันด้วย ท าให้กระแสความร้ความเข้าใจต่อกรมหลวงชุมพรฯส่วนหนึ่งในฐานะปูชนีย
ู
่
่
ั
บุคคลด้านกิจการทหารเรือเปนทีแพร่หลายทัวไปในสังคมจวบจนปจจุบัน
็
ั
ั
2.1.5 (พ.ศ. 2527) หนงสือ พระประวัติและพระกรณียกิจในสมัยรชกาลที่ 5
ของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชมพรเขตอุดมศักดิ์ รวบรวมจากเอกสาร
ุ
ราชการ
งานเขียนนี้เปนหนังสือเล่าพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯเฉพาะช่วงพระ
ิ
็
ี
่
่
ิ
ประสูตจนถึงการออกจากราชการใน พ.ศ. 2453 โดยมุงเล่าเรื่องพระกรณยกิจตาง ๆ ของพระองค์
ิ
่
่
ทีทรงมีตอกิจการทหารเรือ แม้จะมิใช่พระประวัตตลอดพระชนม์ชีพฉบับทางการโดยตรง แต ่
เรื่องราวพระประวัตฉบับนี้ได้เปลี่ยนแปลงเรื่องราวแม่บทบางส่วนและวิธการเล่าเรื่องพระประวัติใน
ิ
ี
ื
ช่วงเวลาตอมา ผู้เขียนพระประวัตคอ พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช อดตผู้บัญชาการทหารเรือ
ี
่
ิ
่
็
พ.ศ. 2526-2527 ท่านเขียนงานเขียนนี้เพือ “บ าเพ็ญวิทยาทาน...เปนอนุสรณ์แห่งชีวิตการ
1
ท างาน” รวมทั้งเปนการแสดงความกตัญญูต่อกรมหลวงชุมพรฯส่วนตัวของท่านเองด้วย
็
ี
พลเรือเอก ประพัฒน์ใช้วิธการทางประวัตศาสตร์อย่างเคร่งครัดในการเขียนพระ
ิ
ประวัตฉบับนี้ โดยใช้หลักฐานเอกสารตาง ๆ อ้างอิงและยืนยันข้อเท็จจริงในแต่ละเรื่องราวพระชนม์
ิ
่
่
ชีพของพระองค์ หลักฐานทีพลเรือเอก ประพัฒน์น ามาใช้ ได้แก่ เอกสารจดหมายเหตุราชการตาง ๆ
่
่
ิ
ตั้งแตรัชกาลที 5 จนถึงรัชกาลที 6 ทีส านักหอจดหมายเหตุแห่งชาตเก็บรักษาไว้, ราชกิจจา
่
่
่
นุเบกษา, เอกสารราชการของกองทัพเรือสมัยทีเปนกรมทหารเรือและกระทรวงทหารเรือ รวมถึง
่
็
่
หนังสือตาง ๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ การทีพลเรือเอก ประพัฒน์ใช้หลักฐานจ านวนมากที ่
่
ี่
่
ร่วมสมัยพระชนม์ชีพของกรมหลวงชุมพรฯและเกยวข้องกับองค์กรทีพระองค์ทรงงานท าให้งาน
่
เขียนพระประวัตฉบับนี้มีความน่าเชือถอในทางประวัติศาสตร์และได้รับการอ้างอิงในงานเขียนพระ
ื
ิ
ประวัติในสมัยหลังจวบจนปจจุบัน
ั
ิ
พระประวัตเล่าเรื่องราวพระชนม์ชีพใช้โครงเรื่องแม่บทก ากับการเล่าเรื่องตั้งแต ่
พระประสูตจนถึงการออกจากราชการใน พ.ศ. 2453 โดยเล่าเรื่องตามล าดับเรื่องในโครงเรื่อง
ิ
ิ
ู
แม่บท ได้แก่ พระประสูต, การศึกษาของพระองค์, การรับราชการ, การปฏิรปการศึกษาของ
ื
1 พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช. (2527). พระประวัติและพระกรณยกิจในสมัยรัชกาลที่ 5 ของพลเรอ
ี
เอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ รวบรวมจากเอกสารราชการ. หน้าค าปรารภ.
43
่
ื
ี
ิ
่
โรงเรียนนายเรือ และการออกจากราชการ แตพระประวัตฉบับนี้ได้เพิ่มเรื่องราวพระกรณยกิจอน
ของพระองค์นอกเหนือจากการปฏิรปการศึกษา เพือแสดงให้เห็นว่า บทบาทของกรมหลวงชุมพรฯ
ู
่
่
่
่
ทีทรงมีตอกิจการทหารเรือในทุกด้านมากกว่าแคเพียงการศึกษาของโรงเรียนนายเรือ และแสดงถึง
่
ความวิริยะอุตสาหะของพระองค์ทีทรงพยายามฝาฟนอุปสรรคให้กิจการทหารเรือของคนไทย
ั
่
่
สามารถตั้งขึ้นได้ส าเร็จ เนืองจากเจ้านายเชื้อพระวงศ์พระองค์อนไม่สามารถใส่ใจกิจการทหารเรือ
่
ื
ได้อย่างจริงจัง
พลเรือเอก ประพัฒน์ได้อธบายภาพรวมปญหาของกิจการทหารเรือช่วงแรกที ่
ิ
ั
กรมหลวงชุมพรฯทรงรับราชการไว้ว่า หน่วยงานต่าง ๆ เพียงมีความรับผิดชอบขึ้นตรงต่อกรมทหาร
็
่
ี
่
เรือ แตมิได้จัดเปนส่วนราชการ อกทั้งเจ้านายเชื้อพระวงศ์ทีด ารงต าแหน่งระดับสูงทางทหารตาง
่
ปฏิบัตหน้าทีในกรมทหารเรือได้ไม่เตมที เนืองจากด ารงต าแหน่งทั้งในกระทรวงกลาโหมและกรม
็
่
่
่
ิ
ั
ทหารเรือ รวมถึงเจ้านายบางพระองค์มีปญหาเรื่องสุขภาพ ท าให้กรมหลวงชุมพรฯต้องทรงรับภาระ
งานบริหารราชการกรมทหารเรือแทนบ่อยครั้ง ตัวอย่างหนึ่งเช่น เรื่องทรงรักษาการแทนเสนาบด ี
ิ
กระทรวงกลาโหม พลเรือเอกประพัฒน์ได้อ้างองเรื่องนี้จากลายพระหัตถ์กราบบังคมทูลลา
1
่
121/2412 เมือวันที 9 สิงหาคม ร.ศ. 119 (พ.ศ. 2443)
่
่
เรื่องเล่าว่า ช่วงแรกเมือทรงรับราชการในกรมทหารเรือ กรมหลวงชุมพรฯทรง
จ าเปนต้องปฏิบัตหน้าทีบังคับบัญชากรมทหารเรือแทนพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์
ิ
็
่
่
ศลปาคม ผู้บัญชาการทหารเรือ ณ ขณะนั้น เนืองจากกรมหลวงประจักษ์ฯเสดจไปตรวจราชการ
ิ
็
่
ทหารเรือ ณ จังหวัดชายทะเลฝงตะวันออกอย่างเร่งดวน และทรงรับสังให้กรมหลวงชุมพรฯดูแล
ั
่
่
่
็
ราชการกรมทหารเรือแทนพระองค์ พระบาทสมเดจพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัวไม่ทรงเห็นพ้องกับ
็
็
็
่
กรมหลวงประจักษ์ฯ เพราะทรงเห็นว่า กรมหลวงชุมพรฯยังทรง “เปนเดกพึงมาใหม่ จะเข้าไปเปน
2
หนังน่าไฟอยู” แตพระองค์ทรงได้รับลายพระหัตถ์แจ้งเรื่องลาไปตรวจราชการหลังจากกรมหลวง
่
่
ประจักษ์เสด็จออกไปแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงแก้ไขสถานการณ์ โดย
่
ให้พระศรีณรงค์วิไชย ราชปลัดทูลฉลองกระทรวงกลาโหม ท าหน้าทีถวายค าปรึกษาแดกรมหลวง
่
ชุมพรฯและรับผิดชอบราชการ ณ ช่วงเวลานั้น
ั
นอกจากปญหาเรื่องการจัดระเบียบส่วนราชการของกรมทหารเรือและการที ่
่
่
เจ้านายผู้ใหญทีด ารงต าแหน่งระดับสูงของกรมทหารเรือไม่สามารถปฏิบัตหน้าทีราชการได้เตมทีแล้ว
ิ
็
่
่
ั
พลเรือเอก ประพัฒน์ยังได้อธบายถึงปญหาภายในอน ๆ ทีท าให้การจัดการกิจการทหารเรือด าเนิน
ิ
่
่
ื
1 แหล่งเดิม. หน้า 71-72.
2 แหล่งเดิม. หน้า 72.
44
็
ไปได้อย่างล าบาก เช่น ความไม่เปนระเบียบของการเบิกจ่ายงบประมาณของกรมทหารเรือ และ
็
่
่
่
่
ความขัดแย้งระหว่างข้าราชการผู้ใหญกลุมหัวใหม่กับกลุมหัวเก่า เปนต้น จนกระทังสมเด็จพระเจ้า
บรมวงศ์เธอ กรมพระนครสวรรค์วรพินิตทรงด ารงต าแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารเรือและจัดการ
ระเบียบราชการ ปญหาภายในจึงลดน้อยลงไป
ั
ิ
อย่างไรก็ตาม แม้พระประวัตฉบับนี้มีเรื่องราวใหม่จ านวนมากทีมิได้ปรากฏใน
่
่
ิ
แม่บทพระประวัตและพยายามน าเสนอข้อเท็จจริงเกยวกับอุปสรรคทีกรมหลวงชุมพรฯทรงต้อง
ี่
ประสบตลอดการรับราชการช่วงแรก ซึงท าให้ภาพกรมหลวงชุมพรฯในงานเขียนนี้ปรากฏใน
่
็
ั
่
ู
ลักษณะเจ้านายชั้นผู้น้อยทีพยายามสร้างกิจการทหารเรือให้เปนรปร่างท่ามกลางปญหาต่าง ๆ แต ่
ื
่
่
ื
ิ
เรื่องราวส าคัญทีได้รับการถ่ายทอดไปยังพระประวัตฉบับอนคอ เรื่องประสบการณ์การศึกษาของ
กรมหลวงชุมพรฯทีประเทศอังกฤษ พลเรือเอก ประพัฒน์น าเสนอพระอัธยาศัยกับพระปรีชา
่
่
่
่
สามารถของพระองค์ในด้านการทหารเรือผ่านพระชนม์ชีพในช่วงทีทรงศึกษาอยูทีอังกฤษ
ิ
ขณะเดียวกัน ก็เน้นความส าคัญของวิชาทหารเรืออังกฤษด้วยการอธบายความยากล าบากในการ
ฝากพระองค์เข้าเรียนในโรงเรียนนายเรืออังกฤษ
พระประวัติเล่าว่า เมือกรมหลวงชุมพรฯทรงศึกษาอยูทีประเทศอังกฤษ พระองค์
่
่
่
็
ู
ทรงศึกษาในโรงเรียนกวดวิชาทหารเรือของมิสเตอร์ลิตเติลจอห์น (W.T. Littlejohn) ซึงเปนครใหญ ่
่
่
ี
ทีมีความเข้มงวดมากและโมโหร้าย โดยทรงมีผลการเรียนในระดับดและได้รับการยอมรับจาก
มิสเตอร์ลิตเติลจอห์น กระนั้น การฝากกรมหลวงชุมพรฯเข้าเรียนในโรงเรียนนายเรืออังกฤษประสบ
่
อุปสรรค เนืองจากโรงเรียนนายเรืออังกฤษ (HMS Britannia) หวงแหงความร้ทางทหารเรือของตน
1
ู
และไม่ยินยอมให้ชาวตางชาตเข้าศึกษา ราชการไทยจึงพยายามเจรจาขอให้กระทรวงทหารเรือ
่
ิ
ึ
อังกฤษผ่อนผันข้อบังคับ กระทรวงทหารเรือจึงยินยอมให้กรมหลวงชุมพรฯสามารถเข้ารับการฝกหัด
ี
บนเรือรบของราชนาวีอังกฤษได้ โดยมีเงือนไขว่า พระองค์ต้องทรงมีพระชนมายุ 16 ปเท่ากับนักเรียน
่
นายเรืออังกฤษทีส าเร็จการฝกทีโรงเรียนนายเรือ และทรงได้รับการแต่งตั้งเปนนักเรียนนายเรือไทยแล้ว
ึ
่
็
่
ิ
ราชการไทยจึงด าเนินการดังกล่าวอ้างองมาตรฐานการเข้าศึกษาในโรงเรียน
ึ
่
นายเรืออังกฤษ โดยแตงตั้งให้กรมหลวงชุมพรฯทรงเปนนักเรียนนายเรือไทยและรับการฝกหัดบนเรือ
็
พระทีนังมหาจักรีเมือพระองค์เสดจมาร่วมขบวนเสดจประพาสยุโรปของพระบาทสมเดจพระ
็
็
็
่
่
่
1 โรงเรียนนายเรืออังกฤษก่อตั้งขึ้นโดยใช้เรือรบหลวงชือ “บริตันเนีย” เปนเรือรบแบบใช้ใบสามเสา
่
็
่
ุ
จอดทอดสมอทีปากแม่น ้าดาร์ต และเมือเรือทรดโทรมลง ก็จะน าเรือใหม่มาทอดสมอเปนโรงเรียนนายเรือหลัง
่
็
่
ี
็
็
่
ใหม่ เปนประเพณทีกระท าจนถึง พ.ศ. 2448 เมือมีการสร้างโรงเรียนนายเรือบริตันเนียเปนอาคารขึ้น โรงเรียน
นายเรือทเปนเรือรบก็ยุติบทบาทของตนไป
ี
็
่
45
่
่
ึ
่
จุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัวใน พ.ศ. 2440 หลังจากทรงส าเร็จการฝกหัดบนเรือพระทีนังและผ่านการ
ึ
ทดสอบตามมาตรฐานของนักเรียนนายเรืออังกฤษ พระองค์ก็เสด็จขึ้นฝกหัดในฐานะนักเรียนท าการ
นายเรือ (Midshipman) บนเรือรบอังกฤษทีประจ าอยูในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทรงด าเนินพระชนม์ชีพ
่
่
ั
ฝาฟนความยากล าบากจากความเข้มงวดของผู้บัญชาการเรือและการกลันแกล้งจากนายทหารเรือ
่
่
ึ
ในระหว่างทรงฝกหัดบนเรือรบอังกฤษ กองเรืออังกฤษในทะเลเมดเตอร์เรเนียน
ิ
่
ึ
่
ต้องท าการปราบปรามเหตุจลาจลบนเกาะครีตและเรือรบทีกรมหลวงชุมพรฯทรงฝกหัดอยูต้องร่วม
็
่
การปราบปรามครั้งนี้ ท าให้พระองค์ต้องทรงร่วมปราบจลาจล โดยทรงรับหน้าทีเปนผู้บังคับบัญชา
่
็
ทหารทียกพลขึ้นบกและทรงเล่าถึงพระชนม์ชีพอย่างล าบากบนเกาะครีตเปนเวลา 3 เดอนแก่พล
ื
เรือตรี พระยาหาญกลางสมุทรว่า พระองค์ทรง “ต้องนอนกลางดินกินกลางทราย หนาวก็หนาว ใน
่
สนามรบต้องนอนกับศพทีตายใหม่ ๆ และบางคราวซ ้ายังอดอาหาร ต้องจับหอยทากมาทอดเสวย
่
่
็
1
่
กับหัวหอม ศพทีถูกยิงทีท้องนับว่าเหม็นร้ายกาจ ถึงว่าจะเปนศพทีตายใหม่ ๆ ก็ตาม” หลังจาก
ึ
ื
่
่
การปราบจลาจลบนเกาะครีตแล้ว กรมหลวงชุมพรฯก็เสด็จขึ้นฝกหัดบนเรือรบล าอน จนกระทังทรง
่
็
ื
สอบไล่วิชาการเรือระดับเรือเอกส าเร็จและทรงศึกษาทีวิทยาลัยทหารเรือทีกรีนิชตอเปนเวลา 4 เดอน
่
่
จึงทรงส าเร็จการศึกษาวิชาทหารเรือทีประเทศอังกฤษ
่
่
เรื่องราวประสบการณ์ของกรมหลวงชุมพรฯในการศึกษาวิชาทหารเรือทีประเทศ
อังกฤษข้างต้นนี้ได้น าเสนอพระปรีชาสามารถของพระองค์ด้านกิจการทหารเรืออยู่ระดับมาตรฐาน
ของชาตตะวันตกทีเปนมหาอ านาจทางทะเลและพระอัธยาศัยอันมุ่งมันฝาฟนความเข้มงวดในการ
็
ั
่
่
่
ิ
ฝกหัดนักเรียนนายเรือของอังกฤษ รวมถึงทรงมีประสบการณ์ในการรบจริง ท าให้พระองค์ทรงมี
ึ
่
็
็
ู
ึ
ภาพลักษณ์ความเปนมนุษย์ทีผ่านประสบการณ์ฝกฝนจนมีความร้ความช านาญจริง รวมทั้งเปนสิ่ง
่
ู
ยืนยันว่า ความร้ความทันสมัยทีกรมหลวงชุมพรฯทรงน ากลับมาสามารถสร้างความเจริญแก่
กองทัพเรือไทยเมือทรงปฏิรปการศึกษาของโรงเรียนนายเรือ
่
ู
่
ิ
พระประวัตฉบับนี้จบลงด้วยการแสวงหาข้อเท็จจริงเรื่องเหตุทีกรมหลวงชุมพรฯ
ออกจากราชการทหารเรือ โดยสอบทานจากหลักฐานเรื่องเล่าความทรงจ าของบุคคลและหลักฐาน
ุ
่
เอกสารราชการตาง ๆ พลเรือเอก ประพัฒน์วิเคราะห์และได้ข้อสรปว่า พระองค์ทรงต้องออกจาก
ราชการด้วยเหตุรับเคราะห์จากนายทหารเรือทีใช้ค าพูดก าเริบตอพระบาทสมเดจพระมงกุฎเกล้า
่
่
็
่
่
่
เจ้าอยูหัว ท้ายทีสุด พระประวัตฉบับนี้ให้คุณคาความส าคัญตอกรมหลวงชุมพรฯในฐานะพระบิดา
ิ
่
่
ี
ของทหารเรือไทย โดยพิจารณาถึงพระกรณยกิจทีจ าต้องทรงก่อร่างสร้างกองทัพเรือตั้งแตมิได้มี
่
1 พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช. (2527). พระประวัติและพระกรณยกิจในสมัยรัชกาลที่ 5 ของพลเรือเอก
ี
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ รวบรวมจากเอกสารราชการ. หน้า 31.
46
ึ
่
ิ
็
ู
็
รากฐานใด ๆ ให้ขึ้นมาเปนรปเปนร่าง และต้องทรงฝกหัดผู้ทีจะปฏิบัตราชการในกิจการด้านนี้ทั้งใน
่
่
ิ
ู
แง่ความร้ความสามารถและในแง่ส านึกทีผู้ปฏิบัตราชการนี้พึงมี รวมทั้งความใส่พระทัยทีทรงมีตอ
่
่
็
กองทัพเรือและทหารเรือจึงท าให้พระองค์ทรงเปนทีเคารพรักใคร่และสมควรได้รับการเชิดชูเปน
็
ปูชนียบุคคล
่
แม้เรื่องราวส่วนใหญในพระประวัติโดยพลเรือเอก ประพัฒน์จะมิได้รับการผลิตซ ้า
ิ
่
ี
ิ
ในพระประวัตทีเขียนขึ้นภายหลัง แตด้วยวิธการน าเสนอพระประวัตด้วยวิธการทางประวัตศาสตร์
ิ
ี
่
อย่างเคร่งครัดและการยืนยันข้อเท็จจริงเรื่องพระปรีชาสามารถของกรมหลวงชุมพรฯด้าน
ิ
การศึกษาวิชาการทหารเรือ ท าให้งานเขียนพระประวัตฉบับนี้เปลี่ยนแปลงแม่บทการเล่าเรื่องราว
่
การศึกษาของพระองค์ทีประเทศอังกฤษ และจะน าไปสูการเปลี่ยนแปลงการเล่าพระประวัตฉบับ
ิ
่
่
ี่
่
่
่
ทางการในช่วงเวลาตอมาทีจะเริมตรวจสอบข้อเท็จจริงเกยวกับพระจริยวัตรตาง ๆ ของพระองค์
ิ
และปฏิเสธเรื่องราวอิทธปาฏิหาริย์เหนือจริง
2.2 งานเขียนเลาเร่องอิทธิปาฏหารย์เหนอจรง
ิ
ื
ิ
ื
ิ
่
งานเขียนพระประวัติประเภทนี้จะเน้นเล่าเกร็ดพระประวัตเรื่องเล่าลืออิทธปาฏิหาริย์เหนือ
ิ
ิ
ิ
จริง โดยอ้างองจากพระจริยวัตรของกรมหลวงชุมพรฯด้านเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์และเรื่องพระ
ชนม์ชีพช่วงออกจากราชการ เรื่องราวพระประวัตกลุ่มนี้ส่วนใหญมิได้ระบุเวลาทีชัดเจนและไม่เล่า
ิ
่
่
เรื่องไล่เรียงตามเวลา แต่จะถอเอาเรื่องความเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์ตอหลวงปูศุขกับเรื่องทีทรง
่
่
่
ื
ตั้งใจจะเปนหมอพรเปนจุดเริมต้นของเรื่องเล่าอทธปาฏิหาริย์อน ผู้วิจัยสามารถแยกเรื่องเล่าออก
่
ิ
็
ื
็
่
ิ
่
็
ได้เปนสองโครงเรื่อง ได้แก่ โครงเรื่องหลวงปูศุข และโครงเรื่องหมอพร
็
โครงเรื่องหลวงปูศุขเปนโครงเรื่องทีอธบายความเปนมาของเรื่องราวอทธปาฏิหาริย์ตาง ๆ
ิ
ิ
่
่
็
่
ิ
เชือมโยงกับพระจริยวัตรความเลื่อมใสศรัทธาของกรมหลวงชุมพรฯต่อหลวงปูศุข วัดมะขามเฒ่า จ.
่
่
ิ
ิ
่
ชัยนาท โดยอธบายว่า พระองค์ทรงได้รับวิชาไสยศาสตร์ของหลวงปูศุขมาและแสดงอิทธปาฏิหาริย์
ในเหตุการณ์ตาง ๆ ส่วนโครงเรื่องหมอพรเปนโครงเรื่องทีอธบายเรื่องราวปาฏิหาริย์การรักษาโรค
่
็
่
ิ
่
่
ของกรมหลวงชุมพรฯทีท าให้ผู้คนหายปวยได้อย่างอัศจรรย์
2.2.1 (พ.ศ. 2496) ชดเอกสารจดหมายเหตุของกองประวัติศาสตร์ กรม
ุ
ุ
ื
ื
ุ
ยทธศึกษาทหารเรอเร่อง พระราชประวัติกรมหลวงชมพรฯ บางส่วน
เอกสารชุดนี้เปนชุดเอกสารจดหมายเหตุทีเก็บรักษาอยูทีกองประวัตศาสตร์
็
่
่
่
ิ
ทหารเรือ ประกอบด้วย
1. จดหมายลายมือของนาวาตรี หลวงรักษาราชทรัพย์ (รักษ์ เอกะวิภาต) ที ่
เล่าพระประวัติของกรมหลวงชุมพรฯ
47
2. เอกสารลายมือของหลวงรักษาราชทรัพย์ทีแจ้งให้หัวหน้ากอง
่
ประวัติศาสตร์ทหารเรือแก้ไขค าและเรื่องของท่านตามความเหมาะสม
3. บันทึกข้อความของกองประวัตศาสตร์ทหารเรือในการตรวจสอบความ
ิ
ถูกต้องเรื่องเพลงพระนิพนธ์ของกรมหลวงชุมพรฯ
4. เอกสารตัวพิมพ์ดีดคัดลอกเนื้อความในจดหมายของหลวงรักษาราชทรัพย์
ในทีนี้ผู้วิจัยจะเน้นความส าคัญเพียงจดหมายลายมือของหลวงรักษาราชทรัพย์
่
็
่
เปนหลัก เนืองจากเปนเอกสารต้นเรื่องในชุดเอกสารนี้
็
็
จดหมายในชุดเอกสารนี้เปนจดหมายฉบับที 2 ของหลวงรักษาราชทรัพย์ ส่ง
่
ิ
่
มาถึงพลเรือจัตวา ยงยุทธ อาชวาคม หัวหน้ากองประวัตศาสตร์ทหารเรือ ณ เวลานั้น เมือวันที 15
่
่
่
ธันวาคม พ.ศ. 2496 เพือเล่าพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯตามทีพลเรือจัตวา ยงยุทธเขียนร้อง
ิ
ขอในวารสารนาวิกศาสตร์ ฉบับปที 36 เล่มที 9 ประจ าเดือนกันยายน พ.ศ. 2496 และหลวงรักษา
่
่
1
ี
ราชทรัพย์ทราบว่า กองทัพเรือก าลังด าเนินการสร้างพระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯขึ้นทีฐาน
่
่
ี
็
ิ
ทัพเรือสัตหีบ จึงมีความยินดเล่าพระประวัตของพระองค์ เพือน าไปเปนเรื่องราวประกอบพระ
็
อนุสาวรีย์นี้ โดยท่านจะเล่าพระประวัตเรื่องตาง ๆ จากความทรงจ าของท่าน จดหมายฉบับนี้เปน
่
ิ
งานเขียนชิ้นแรกทีเล่าถึงเรื่องราวพระจริยวัตรด้านเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์และเรื่องทรงเปนหมอพร
็
่
่
ื
ซึ่งทั้งสองเปนต้นเรื่องของเกร็ดพระประวัติในด้านนี้ทีจะปรากฏในงานเขียนอนจวบจนปจจุบัน
็
ั
่
เรื่องราวพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯในจดหมายฉบับนี้มีภาพรวมน าเสนอ
ิ
ี
่
ิ
พระเกยรตคุณของพระองค์ทีทรงมีต่อแวดวงทหารเรือไทย โดยมีเรื่องเล่าพระประวัติจ านวน 8 เรื่อง
่
ิ
ได้แก่ 1. อัตชีวประวัตส่วนตัวของท่านโดยย่อ 2. สถานทีประทับของกรมหลวงชุมพรฯก่อนหน้าวัง
นางเลิ้ง 3. พระจริยวัตรเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์ 4. การสืบราชการลับ 5. การตั้งกองทหารที ่
บางพระและกองทหารหัวเมือง 6. พระชนม์ชีพช่วงออกจากราชการ 7. การตั้งกิจการฌาปนกิจศพ
ทหารเรือ และ 8. บทเพลงทหารเรือทีพระองค์ทรงนิพนธ์ เรื่องราวพระประวัตข้างต้นนี้ส่วนใหญ ่
ิ
่
ได้รับการผลิตซ ้าในหนังสือ เกียรติประวัติกรมหลวงชุมพรเขตร์อุดมศักดิ์ เวทย์มนต์, ต ารายาจาก
ิ
็
่
คัมภีร์ของ (เจ้าพ่อ) ซึงเปนหนังสืออนุสรณ์งานศพหลวงรักษาราชทรัพย์ และพระประวัตฉบับ
่
่
ทางการในเวลาตอมา แต่ในทีนี้ผู้วิจัยจะทบทวนเฉพาะเรื่องพระจริยวัตรเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์
และเรื่องทรงเปนหมอพร ซึ่งอยู่ในเรื่องพระชนม์ชีพช่วงออกจากราชการ
็
1 ผู้วิจัยมิอาจทราบเนื้อความในวารสารได้โดยตรง เนืองด้วยข้อจ ากัดในการเข้าถึงเนื้อหาของวารสาร
่
่
ทีเก็บรักษาในแผนกวารสารนาวิกศาสตร์ ราชนาวิกสภา
48
หลวงรักษาราชทรัพย์เล่าเรื่องพระจริยวัตรเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์ว่า
ิ
่
ิ
หลังจากทีกรมหลวงชุมพรฯเสดจกลับมายังสยาม พระองค์ทรงประสบเหตุการณ์อทธปาฏิหาริย์
็
่
ด้วยพระองค์เองสองครั้ง ครั้งแรกเมือพระองค์ทรงลองความขลังของพระเครื่องทีทรงได้รับมาจาก
่
่
ี
่
พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิบูลพรรณรังษ โดยทรงน าไปผูกไว้ทีต้นไม้หน้าประตูใหญทางเข้า
กองทัพเรือ และรับสังให้นาวาเอก พระยานาวาพลพยุหรักษ์ (ลอย ชะลายนนาวิน) ใช้ปนไรเฟลยิงใส่
่
ื
ิ
ปนยิงไม่ออกสามนัด แตเมือหันปนยิงขึ้นฟ้ากลับยิงออกได้ พระองค์จึงทรงเริมเลื่อมใสศรัทธาไสย
ื
ื
่
่
่
ศาสตร์และพุทธศาสนา ครั้งทีสองเมือพระองค์ทอดพระเนตรเห็นหลวงปูศุข วัดมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท
่
่
่
็
่
ใช้อ านาจไสยศาสตร์เสกให้หัวหลีกล้วยกลายเปนกระตาย และเสกให้พลทหาร จ๊อก เปนจระเข้
็
็
่
พระองค์ก็ทรงเลื่อมใสศรัทธาและฝากตัวเปนศิษย์ของหลวงปูศุข
่
ิ
ในตอนท้ายของเรื่อง หลวงรักษาราชทรัพย์ได้อธบายเรื่องนี้ว่า ท่านมิได้อยูใน
่
ี
ั
ิ
ื
ิ
เหตุการณ์ข้างต้น หากแตฟงเรื่องนี้มาจากพลเรอตร พระยาก าแหงณรงค์ฤทธ์ (ห้อง หังสนาวน)
่
่
ิ
็
เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือผู้เปนลูกศษย์ต้นกุฏิทีได้รับการสังสอนจากกรมหลวงชุมพรฯอย่าง
่
ใกล้ชิด พ านักอาศัยอยูในเขตวังของพระองค์ และอยูร่วมเหตุการณ์ข้างต้น การอธบายนี้ท าให้
่
ิ
่
ื
็
่
่
ิ
ความรับผิดชอบในการชี้แจงข้อเท็จจริงตกอยูแกพระยากาจก าแพงณรงค์ฤทธ์ผู้เปนต้นเรองของ
็
่
เรื่องราว และเปนหน้าทีของพลเรือจัตวา ยงยุทธทีจะตรวจสอบข้อเท็จจริงนี้ ขณะทีหลวงรักษาราช
่
่
ทรัพย์อยู่ในฐานะผู้ถ่ายทอดเรื่องราวทีได้ยินได้ฟงมาเท่านั้น
ั
่
็
ส่วนเรื่องทรงเปนหมอพรนั้น หลวงรักษาราชทรัพย์เล่าจากความทรงจ าว่า
็
หลังจากกรมหลวงชุมพรฯทรงออกจากราชการ พระองค์ทรงตั้งพระทัยจะเปนหมอรักษาโรคให้แก่
ผู้คน โดยทรงศึกษาวิชาแพทย์แผนยาไทยจากพระยาพิษณุประสาทเวช (คง ถาวรเวช) และทรง
่
นิพนธ์สมุดข่อยต ารายานี้ไว้ด้วย พระองค์จะทรงผสมยาและทดลองกับสัตว์ตาง ๆ เมือทรงเห็นว่า
่
ี
่
ยาสามารถรักษาได้ผลด จึงทรงรับรักษาโรคให้แก่ผู้คนอย่างไม่เลือกหน้า โดยไม่คดคายาคารักษา
ิ
่
่
และทรงให้ผู้คนเรียกพระองค์ว่า หมอพร ผู้ทีมารับการรักษาจากพระองค์มีทั้งทีรักษาแล้วหายและ
่
่
่
่
รักษาแล้วปวยหนักจนเสียชีวิต แต่พระองค์ก็ทรงมีชือเสียงไปทัวทั้งเมือง
็
ทั้งในเรื่องพระจริยวัตรด้านเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์และเรื่องทรงเปนหมอพร
่
่
หลวงรักษาราชทรัพย์มิได้มีหลักฐานยืนยันข้อเท็จจริง แตเมือจดหมายฉบับนี้ได้รับการคัดลอกเก็บไว้
ิ
่
ิ
็
1
เปนหลักฐานทางประวัตศาสตร์ของกองประวัตศาสตร์ทหารเรือ และตอมาได้รับการตรวจสอบ
1 ในเอกสารลายมือของหลวงรักษาราชทรัพย์ทีแจ้งให้หัวหน้ากองประวัติศาสตร์เรื่องแก้ไขค าและเรื่อง
่
ของท่านตามความเหมาะสม มีลายมือดินสอเขียนโดยเจ้าหน้าทีในกองประวัติศาสตร์ทหารเรือว่า จดหมายของ
่
่
็
่
หลวงรักษาราชทรัพย์ได้ “คัดไว้ 2 ชุด เก็บไว้เปนประวัติศาสตร์ 1 ชุดตามต้นฉบับ สวนอีก 1 ชุดทีลงในนาวิก
49
ิ
็
ยืนยันในหนังสือ อนุสรณ์พิธีเปดกระโจมไฟฯ (พ.ศ. 2503) เรื่องราวทั้งสองเรื่องก็กลายเปน
่
ิ
ี่
ื
็
ข้อเท็จจริงหนึ่งเกยวกับพระองค์ ได้รับการผลิตซ ้าในงานเขียนพระประวัตอน และกลายเปน
็
่
ิ
ิ
่
ี่
่
ื
ิ
ค าอธบายความเปนมาของเรื่องราวอทธปาฏิหาริย์เหนือจริงเรื่องอนทีเกยวกับพระองค์ในเวลาตอมา
2.2.2 (พ.ศ. 2504) หนงสือ เจ้าพ่อกรมหลวงชมพรฯ โดยทานตะวัน
ั
ุ
งานเขียนนี้เปนพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯตลอดพระชนม์ชีพชิ้นแรกที ่
ิ
็
่
ิ
็
ผลิตโดยบุคคลภายนอกกองทัพเรือและเปนพระประวัตฉบับแรกทีเล่าถึงการทีพระองค์ทรงแสดง
่
ิ
พลังอทธปาฏิหาริย์เหนือจริง ผู้เขียนพระประวัตคอ สิงห์ ผูกพานิช โดยใช้นามแฝงว่า ทานตะวัน
ื
ิ
ิ
ิ
ี
งานเขียนตพิมพ์เผยแพร่ในฐานะบทความในหนังสือพิมพ์ประชาธปไตยก่อนจะได้รับการรวม
ิ
็
ตพิมพ์เปนหนังสือใน พ.ศ. 2504 สิงห์อธบายถึงความเปนมาของงานเขียนนี้ว่า เขาเปน
็
็
ี
ิ
ิ
นักหนังสือพิมพ์ประจ าส านักพิมพ์ประชาธปไตยและได้รับมอบหมายจากบรรณาธการให้เขียน
่
เรองพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯ เนองจากบรรณาธการมีความสนใจความศักด์สิทธ์ของ
ิ
ิ
ื
ื
่
ิ
ิ
่
พระองค์ทีแพร่หลายอยู่ในสังคม
ขณะเดยวกัน สิงห์อธบายความนาสนใจของเรองราวความศักด์สิทธ์ของกรม
ิ
ื
่
่
ิ
ิ
ี
่
ิ
ิ
หลวงชุมพรฯว่า ในช่วงทีสิงห์ก าลังรวบรวมเรื่องราวพระประวัต ได้เกิดเรื่องเล่าลืออทธปาฏิหาริย์
ิ
ี่
่
เกยวกับอุบัตเหตุทหารเรือกับประชาชนเสียชีวิตหมูในบริเวณฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี เมือวันที ่
ิ
่
่
20 มีนาคม พ.ศ. 2504 ทั้งทหารและประชาชนในพื้นทีเล่าลือกันว่า หลังจากกองทัพเรือสร้างศาล
เคารพบูชาพระองค์ทีแหลมปูเจ้า พระองค์เสดจเข้าร่างทหารเรือคนหนึ่งและทรงประสงค์ขอทหาร
่
็
่
่
ไปเฝ้าศาล แตไม่มีผู้ใดเชือ จึงทรงบันดาลให้เกิดอุบัตเหตุดังกล่าวขึ้น ผู้วิจัยจึงเห็นว่า เรื่องราว
ิ
่
ิ
็
อิทธปาฏิหาริย์เหนือจริงนี้เปนแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งให้สิงห์เขียนพระประวัติฉบับนี้ขึ้น
งานเขียนเล่าเรื่องราวพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯตลอดพระชนม์ชีพตั้งแต ่
ิ
พระประสูตจนถึงการสิ้นพระชนม์ตามโครงเรื่องแม่บทก ากับการเล่าพระประวัต และเพิ่มเกร็ดพระ
ิ
ิ
ประวัตหลายเรื่องแทรกเข้าไประหว่างพระประวัตแตละช่วง เช่น เรื่องงานอดิเรกของพระองค์, เรื่อง
ิ
ิ
่
่
ู
พระปรีชาสามารถตาง ๆ และเรื่องการวางแผนยุทธศาสตร์ทางทะเล เปนต้น แตเนืองด้วยรปแบบ
็
่
่
ิ
่
็
ของงานเขียนทีเดิมเปนบทความในหนังสือพิมพ์ เกร็ดพระประวัตเหล่านี้จึงมิได้ถูกจัดล าดับการเล่า
เรื่องตามเวลาของพระชนม์ชีพ และท าให้พระประวัตมีภาพรวมล าดับการเล่าเรื่องตามโครงเรื่อง
ิ
ศาสตร์นั้น ได้จัดการตรวจแก้อักษร, ส านวน และข้อความบางประการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพราะผู้เขียน ๆ มาใน
ท านองพูด” จึงยืนยันได้ว่า กองประวัติศาสตร์ทหารเรือได้พิจารณาจดหมายของหลวงรักษาราชทรัพย์ในฐานะ
หลักฐานทางประวัติศาสตร์แล้ว (ใน กองทัพเรือไทย. เอกสารกองประวัติศาสตร์ กรมยุทธการทหารเรือ 1.กปศ.
ยก.ทร.3.6.13 เรื่อง พระราชประวัติของกรมหลวงชุมพรฯ บางส่วน (2496 – 2497).
50
ิ
ื
แม่บทอย่างหลวม ๆ โดยไล่เรียงเรื่องดังนี้ คอ พระประสูต, การศึกษา, การปฏิรปการศึกษาของ
ู
่
ึ
โรงเรียนนายเรือ, การน านักเรียนนายเรือออกฝกภาคทะเลในตางประเทศ, การตั้งกองทหารที ่
บางพระ, การออกจากราชการ, พระชนม์ชีพช่วงออกจากราชการ, การจับเรือเชลย, การตั้งกิจการ
ฌาปนกิจทหารเรือ, การซื้อเรือหลวงพระร่วง, เกร็ดพระประวัติเรื่องต่าง ๆ และการสิ้นพระชนม์
เนืองจากงานเขียนนี้ใช้โครงเรื่องแม่บทก ากับการเล่าเรื่อง ท าให้เรื่องราวพระชนม์
่
่
ิ
ชีพของกรมหลวงชุมพรฯส่วนใหญคล้ายคลึงกับพระประวัตในหนังสือ อนุสรณ์พิธีเปดกระโจมไฟฯ
ิ
(พ.ศ. 2503) เช่น เรื่องพระชนม์ชีพวัยเยาว์ของพระองค์ งานเขียนนี้เล่าตามแม่บทว่า พระองค์ทรง
่
เติบโตในพระบรมมหาราชวังและทรงเข้าศึกษาในโรงเรียนพระต าหนักสวนกุหลาบจนกระทังทรง
่
ิ
่
โสกันต์ใน พ.ศ. 2436 แตได้เตมแตงรายละเอยดเพิ่มว่า หลังจากทรงโสกันต์แล้ว พระบาทสมเดจ
ี
็
็
สมเดจพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู “ทรงสังเกตอุปนิสัยใจคอของพระเจ้าลูกยาเธอแตละพระองค์ ว่า
่
่
็
่
็
ควรจะส่งองค์ใดไปศึกษาวิชาการแขนงใด...กทรงเห็นว่า เสดจในกรมหลวงชุมพรฯเหมาะทีจะทรง
็
1
็
เปนทหารเรือ” เปนต้น การเล่าพระประวัตตามแม่บทนี้เปนเครื่องยืนยันว่า เรื่องราวแม่บทได้
ิ
็
ู
็
่
กลายเปนความร้ความเข้าใจพื้นฐานของสังคมทีมีต่อกรมหลวงชุมพรฯแล้ว
ิ
ิ
ิ
ในส่วนของเรื่องราวอทธปาฏิหาริย์เหนือจริง พระประวัตนี้ได้น าเสนอเกร็ดพระ
ประวัตด้านนี้เปนจ านวนมากกวาทีปรากฏในงานเขียนพระประวัตฉบับกอนหน้า และเปนงานเขียน
็
่
ิ
ิ
็
่
่
่
แรกทีเล่าเรื่องราวทีพระองค์ทรงสร้างเหตุการณ์ปาฏิหาริย์เหนือจริงด้วยพระองค์เอง ทั้งนี้งานเขียน
่
่
่
ี่
เล่าเกร็ดพระประวัตด้านนี้กระจัดกระจายอยูในพระประวัตเรื่องอืนทีไม่เกยวข้อง ผู้วิจัยจึงจัดล าดับ
่
ิ
ิ
เกร็ดพระประวัตด้วยการพิจารณาโครงเรื่องและพบว่า เกร็ดพระประวัตด้านนี้แบ่งโครงเรื่องออกเปน
ิ
ิ
็
่
่
สองกลุม ได้แก่ โครงเรื่องหลวงปูศุข และโครงเรื่องหมอพร โดยมีเรื่องพระจริยวัตรด้านเลื่อมใส
็
่
ศรัทธาไสยศาสตร์กับเรื่องทรงเปนหมอพรเปนเรื่องล าดับแรกของแตละโครงเรื่องก่อนการเล่าถึงเรื่อง
็
ิ
ิ
่
อทธปาฏิหาริย์อนในกลุ่ม และจะอธบายความเปนมาของเรื่องอิทธปาฏิหาริย์อนเชือมโยงกับการที ่
ื
ิ
่
ื
ิ
็
่
พระองค์ทรงเปนศิษย์ของหลวงปูศุขและทรงศึกษาวิชาแพทย์แผนไทยจากพระยาพิษณุประสาทเวช
่
็
ิ
ิ
่
ในโครงเรื่องหลวงปูศุข เรื่องราวอทธปาฏิหาริย์เหนือจริงในพระประวัตฉบับนี้
ิ
เริมต้นด้วยการเล่าเรื่องพระจริยวัตรของกรมหลวงชุมพรฯด้านความเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์ ซึง
่
่
ิ
ผลิตซ ้าเรื่องพระจริยวัตรด้านความเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์ในหนังสือ อนุสรณ์พิธีเปดกระโจมไฟ
ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (พ.ศ. 2503) ตอมาจึงได้เล่าว่า หลังจากทีกรมหลวงชุมพรฯทรงเปนศษย์ของ
ิ
่
่
็
ิ
ื
ิ
่
่
หลวงปูศุขแล้ว พระองค์ทรงได้รับวชาไสยศาสตร์จากหลวงปูศุขและทรงแสดงพลังอทธฤทธ์เหนอ
ิ
ิ
ิ
่
ธรรมชาตในเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ เช่น เรื่องทรงใช้อาคมตะปูสามดอกน าเรือฝาอุปสรรคในทะเลได้
1 ทานตะวัน. (2504). เจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯ. หน้า 8-9.
51
่
ู
่
อย่างปลอดภัย, เรื่องทรงสามารถล่วงร้สิ่งตาง ๆ ทีห่างไกลได้ และเรื่องทรงเสกใบมะขามเปนตัวตอ
็
่
็
ิ
ิ
เปนต้น เรื่องราวอทธปาฏิหาริย์ส่วนหนึ่งในงานเขียนนี้ได้รับการผลิตซ ้าในงานเขียนพระประวัต ิ
ฉบับอนภายหลัง ตัวอย่างหนึ่งในเรื่องเหล่านั้นคอ เรื่องทรงแสดงวิชาคงกระพันชาตรีช่วยชีวิต
ื
่
ื
ึ
มหาดเล็ก เรื่องนี้เล่าว่า กรมหลวงชุมพรฯทรงได้รับวิชาคงกระพันชาตรีจากหลวงปูศุขและฝกวิชานี้
่
่
จนช านาญ วันหนึ่งเมือพระองค์ทรงทราบว่า มหาดเล็กคนหนึ่งของพระองค์ก าลังถูกนักเลงท าร้าย
พระองค์จึงรีบเสดจโดยรถม้าพระทีนังไปยังทีเกิดเหตุ ทรงกระโดดลงจากรถม้าและใช้พระวรกาย
็
่
่
่
รับคมดาบของนักเลง โดยพระวรกายขของพระองค์มิได้รับบาดเจ็บ มีเพียงรอยบุบบู้บนพระ
1
ปฤษฎางค์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ิ
ส่วนในโครงเรื่องหมอพร เรื่องราวเกยวกับหมอพรในพระประวัตฉบับนี้เริมต้น
ี่
่
ิ
็
่
ด้วยการเล่าถึงเรื่องทรงเปนหมอพร โดยผลิตซ ้ามาจากงานเขียนพระประวัตก่อนหน้าเช่นกัน แตมี
ิ
ิ
การอธบายเรื่องราวความส าเร็จในการรักษาโรคของกรมหลวงชุมพรฯใหม่ เรื่องราวเดิมได้อธบาย
่
่
่
่
ว่า การรักษาโรคของพระองค์มีทั้งผู้ปวยทีมารับการรักษาแล้วหายและผู้ปวยทีมารับการรักษาแล้ว
ิ
ปวยหนักจนตาย แต่พระประวัติฉบับนี้ได้อธบายใหม่ว่า การรักษาโรคของกรมหลวงชุมพรฯประสบ
่
่
ความส าเร็จทุกครั้ง เนืองจากพระองค์จะทรงทดลองยาจนกว่าทรงเห็นว่า ยานั้นรักษาโรคได้
่
่
แน่นอน จึงจะทรงน าเอารักษาผู้คน ความส าเร็จนี้จึงท าให้พระองค์ทรงมีชือเสียงไปทัวทั้งเมือง และ
เกิดเรื่องเล่าลือถึงปาฏิหาริย์เรื่องพระองค์ทรงช่วยเหลือรักษาผู้คนสองเรื่องทีผลิตซ ้าในงานเขียน
่
พระประวัตฉบับอนภายหลัง ได้แก่ เรื่องทรงรักษาวัณโรคแก่สามีของครอบครัวหนึ่งทีส าเพ็ง และ
่
ื
ิ
่
เรื่องทรงท าคลอดแก่นางละคร
่
เรื่องทรงรักษาวัณโรคแก่สามีของครอบครัวหนึ่งทีส าเพ็งเล่าว่า หลังจากทีกรม
่
่
่
็
หลวงชุมพรฯทรงมีชือเสียงจากการรักษาโรค ครอบครัวหนึ่งในส าเพ็งมีสามีปวยเปนวัณโรครักษา
็
่
่
ไม่หาย เมือภรรยาของครอบครัวได้ทราบว่า กรมหลวงชุมพรฯทรงปลอมพระองค์เสดจมาทีส าเพ็ง
ี
่
็
จึงทูลร้องขอความช่วยเหลือ พระองค์เสดจไปทีบ้านและทรงรักษาวัณโรคด้วยวิธแพทย์แผนไทย
่
่
่
จากนั้นไม่นานสามีผู้นั้นก็หายปวยและต้องการถวายทรัพย์ทีตนเองมีเปนคารักษา แตพระองค์ไม่
่
็
ื
ทรงรับและให้สามีน าทรัพย์ไปท าสาธารณะประโยชน์อนแทน สามีจึงน าไปสร้างศาลาการเปรียญ
่
ให้วัดแห่งหนึ่ง
ส่วนเรื่องทรงท าคลอดแก่นางละครก็เล่าในลักษณะคล้ายคลึงกันว่า หลังจาก
่
กรมหลวงชุมพรฯทรงมีชือเสียงจากการรักษาโรค นางละครของคณะปรีดาลัยเกิดเจ็บท้องใกล้
คลอดในยามดึก และทราบถึงชือเสียงของหมอพร จึงรีบไปทูลขอความช่วยเหลือ พระองค์ตรัสว่า
่
1 แหล่งเดิม. หน้า 238-240.
52
ู
ี่
่
ทรงไม่มีความร้เกยวกับการท าคลอด แตมิอาจทรงทนการอ้อนวอนได้ จึงทรงท าคลอดให้ แม้
่
พระองค์ทรงไม่มีความร้เรื่องนี้ แตก็ทรงประสบความส าเร็จในการท าคลอดอย่างง่ายดายน่า
ู
่
อัศจรรย์ โดยทั้งแม่และลูกปลอดภัย ปาฏิหาริย์นี้ท าให้พระองค์ทรงมีชือเสียงมากขึ้น และหญงเจ็บ
ิ
็
ื
ท้องใกล้คลอดคนอนก็ปรารถนาจะให้พระองค์เปนหมอต าแย
่
ิ
่
ิ
แม้พระประวัตฉบับนี้มิใช่งานเขียนแรกทีเล่าเรื่องอทธปาฏิหาริย์เหนือจริง แตเปน
็
่
ิ
่
ิ
ิ
งานเขียนแรกทีเล่าถึงการแสดงอทธปาฏิหาริย์โดยกรมหลวงชุมพรฯเอง และแสดงถึงพระปรีชา
็
ู
สามารถในศาสตร์ความร้นอกระบบความเปนสมัยใหม่ ซึงตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์ของพระองค์ใน
่
็
ู
ฐานะนักปฏิรปสร้างความทันสมัยแก่กองทัพเรือ งานเขียนพระประวัตินี้จึงเปนงานเขียนแรกทีสะท้อน
่
่
ี
ถึงความร้ความเข้าใจของสังคม ณ เวลานั้นทีมีต่อกรมหลวงชุมพรฯและคุณสมบัติส าคัญอกด้านหนึ่ง
ู
่
็
ทีท าให้พระองค์ได้รับการจดจ าแพร่หลายในสาธารณะนอกเหนือจากความเปนทหารเรือนักปฏิรป
ู
ื
2.2.3 (พ.ศ. 2516) บทความเร่อง “พระประวัติ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรม
ั
ื
ุ
ั
หลวงชมพรเขตรอุดมศักดิ์” โดยส านกงานเลขานการกองทพเรอ
ุ
งานเขียนนี้เปนบทความพระประวัตตลอดพระชนม์ชีพฉบับทีสี่พร้อมด้วย
็
ิ
่
เรื่องราวเกร็ดพระประวัตต่าง ๆ ผู้เขียนพระประวัตคือ ส านักงานเลขานุการกองทัพเรือ ตพิมพ์ลงใน
ิ
ิ
ี
วารสาร นาวิกศาสตร์ ปที 56 ฉบับเดอนพฤษภาคม พ.ศ. 2516 เนืองด้วยครบรอบ 50 ปวัน
ี
ี
่
่
ื
สิ้นพระชนม์ของกรมหลวงชุมพรฯ งานเขียนนี้เปนงานเขียนพระประวัตฉบับทางการชิ้นทีสองทีน า
่
่
ิ
็
ิ
ิ
็
ิ
เรื่องเกร็ดพระประวัตอทธปาฏิหาริย์เข้าเปนส่วนหนึ่งในพระประวัตฉบับทางการ โดยน าเรื่อง
ิ
อทธปาฏิหาริย์ส่วนหนึ่งจากงานเขียนพระประวัตอย่างน้อยสองชิ้นทีผลิตโดยบุคคลภายนอก
ิ
ิ
่
ิ
ี
กองทัพเรือมาตพิมพ์รวมในบทความนี้ ได้แก่ หนังสือ เจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯ (พ.ศ. 2504) โดย
ื
ทานตะวัน และหนังสือ พระประวัติ พลเรอเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
(พ.ศ. 2512) โดยชัยมงคล อุดมทรัพย์
็
ิ
งานเขียนพระประวัตฉบับนี้ได้แบ่งการเล่าเรื่องออกเปนสองส่วน ได้แก่ ส่วนแรก
เปนพระประวัตทัวไปตลอดพระชนม์ชีพ ซึงผลิตซ ้าตามแม่บทพระประวัตทีสร้างขึ้นในทศวรรษ
่
็
่
่
ิ
ิ
2490 โดยเล่าเรื่องราวพระชนม์ชีพตั้งแตพระประสูตจนถึงการสิ้นพระชนม์ตามโครงเรื่องแม่บท
่
ิ
่
ส่วนทีสองเปนเกร็ดพระประวัตตาง ๆ ทีส านักงานเลขานุการกองทัพเรือรวบรวมมาตพิมพ์ โดย
่
ี
่
็
ิ
่
พิจารณาว่า แม้เรื่องราวเกร็ดพระประวัตบางเรื่องเปน “สิ่งทีเกินเลยความจริงไปบ้าง” แตก็เปน
็
ิ
็
่
1
็
เครื่องทียืนยันถึง “ความเลื่อมใสศรัทธาเปนทีนับถอกันอยู่ทัวไปในพระองค์ท่านเปนอย่างยิ่ง”
ื
็
่
่
่
1 ส านักเลขานุการกองทัพเรือ. (2516, พฤษภาคม). พระประวัติ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร
เขตรอุดมศักดิ์. ใน นาวิกศาสตร์. 56(5): 51.
53
ิ
ิ
เกร็ดพระประวัตเรื่องอทธปาฏิหาริย์ในบทความพระประวัตนี้มีล าดับเรื่องแบ่ง
ิ
ิ
ี
็
ิ
ออกเปนสองโครงเรื่องเช่นเดยวกับพระประวัตทีเขียนโดยบุคคลภายนอกกองทัพเรือ โดยมีโครง
่
่
เรื่องหลวงปูศุขกับโครงเรื่องหมอพรก ากับการเล่าเรื่อง โครงเรื่องหลวงปูศุขในบทความพระประวัต ิ
่
นี้เริมต้นด้วยการเล่าถึงพระจริยวัตรของกรมหลวงชุมพรฯด้านเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์ และจะ
่
ิ
ิ
ื
่
ิ
่
อธบายเรื่องราวอทธปาฏิหาริย์อนในฐานะเครื่องยืนยันความเลื่อมใสศรัทธาของพระองค์ตอวิชา
่
ิ
ี
ื
็
ิ
ิ
ไสยศาสตร์ และยนยันข้อเทจจริงทพระองค์ทรงมีอทธฤทธ์ปาฏิหาริย์จากการได้รับวชาไสยศาสตร์
ิ
จากหลวงปูศุข เรื่องราวอิทธปาฏิหาริย์อนในกลุมนี้ได้แก่ เรื่องทรงแสดงปาฏิหาริย์ย่อพระวรกายลง
่
ิ
ื
่
่
ไปอยูในขวดโหล, เรื่องทรงแสดงวิชาคงกระพันชาตรีช่วยชีวิตมหาดเล็ก, เรื่องทรงทดลองความขลัง
่
่
่
ของผ้าประเจียดจากหลวงปูศุข, เรื่องหลวงปูศุขลงตะกรดสามกษัตริย์ให้แก่พระองค์, เรื่องพระจริย
ุ
ี
ี
ู
วัตรท าพิธไหว้ครทางไสยศาสตร์ทุกป และเรื่องทรงท้าทายวิชาไสยศาสตร์ของตากัน
็
่
ส่วนโครงเรื่องหมอพรก็เริมต้นด้วยการเล่าถึงเรื่องทรงเปนหมอพร และอธบาย
ิ
เรื่องราวปาฏิหาริย์การรักษาโรคของพระองค์ในฐานะสิ่งยืนยันพลังปาฏิหาริย์ของพระองค์
เรื่องราวปาฏิหาริย์ของหมอพร ได้แก่ เรื่องทรงรักษาวัณโรคแก่สามีของครอบครัวหนึ่งทีส าเพ็ง และ
่
ส่วนเรื่องทรงท าคลอดแก่นางละคร
่
ิ
ิ
ื
การผลิตซ ้าเรื่องราวอทธปาฏิหาริย์จากงานเขียนพระประวัตโดยบุคคลอนลงใน
ิ
่
ิ
ื
็
บทความพระประวัติของกรมหลวงชุมพรฯนี้ถอเปนครั้งแรกทีน าเอาเรื่องราวอิทธปาฏิหาริย์เกยวกับ
ี่
็
ิ
พระองค์ทีเล่าลือในสังคมเข้าเปนส่วนหนึ่งในพระประวัตฉบับทางการ ขณะเดียวกัน การผลิตซ ้านี้
่
ิ
็
เปนส่วนหนึ่งของความพยายามของกองทัพเรือทีจะเขียนพระประวัตของพระองค์ร่วมกับประชาชน
่
่
็
เพือผลักดันให้กองทัพเรือได้รับการยอมรับในสังคม โดยพยายามสร้างให้กรมหลวงชุมพรฯขึ้นเปน
ุ
่
ิ
วีรบุรษทางวัฒนธรรมด้วยการน าเรื่องเล่าลือและคุณสมบัตทีประชาชนระลึกถึงกรมหลวงชุมพรฯ
ิ
เข้าเปนส่วนหนึ่งในตัวตนของพระองค์ นอกจากนี้ ในปเดยวกัน เรื่อง “เกร็ดพระประวัตพลเรือเอก
ี
็
ี
ิ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์” (พ.ศ. 2516) โดยหม่อมเจ้า เริงจิตรแจรง
อาภากร ในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพหม่อมเจ้า จารพัตรา ศุภชลาศัย ก็ได้พยายาม
ุ
ิ
ตอกย ้าความพยายามเขียนพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯร่วมกัน โดยผลิตซ ้าเรื่องราวเกร็ดพระ
ประวัตโดยส านักงานเลขานุการกองทัพเรือและเสริมเรื่องราวความทรงจ าของท่านในเกร็ดบางเรื่อง
ิ
่
ิ
ิ
เข้าไปด้วย ท าให้เรื่องราวเกร็ดพระประวัตอทธปาฏิหาริย์มิใช่เปนเรื่องเล่าลือทีแตงขึ้นอย่างไม่มีทีมา
ิ
่
่
็
หากแต่มีร่องรอยข้อเท็จจริงบางประการอยู่และได้รับการยอมรับจากสมาชิกในราชสกุลของพระองค์
54
2.2.4 (พ.ศ. 2537) เร่อง “เกร็ดพระประวัติพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
ื
ั
ุ
ุ
กรมหลวงชมพรเขตอุดมศักดิ์” ในหนงสือ อนสรณ์ท่านหญิงเริง โดยหม่อมราชวงศ์ อภิเดช
อาภากร
งานเขียนนี้เปนพระประวัตตลอดพระชนม์ชีพทีเรียบเรียงขึ้นจากเรื่องราวพระ
็
ิ
่
่
ประวัตทางการและความทรงจ าของหม่อมเจ้าหญง เริงจิตรแจรง อาภากร ตพิมพ์เนืองด้วยครบรอบ
ิ
ี
ิ
หนึ่งปการสิ้นชีวิตของท่านใน พ.ศ. 2537 ผู้เรียบเรียงพระประวัตคอ หม่อมราชวงศ์ อภิเดช อาภากร
ิ
ื
ี
ี
พระนัดดาของกรมหลวงชุมพรฯ ท่านน าเรื่องราวพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯมาตพิมพ์ประกอบ
ิ
่
็
ในหนังสืออนุสรณ์นี้เพือเปนประโยชน์แก่สาธารณชนผู้สนใจเรื่องราวของพระองค์ แม้งานเขียนนี้จะ
ิ
มิใช่งานศึกษาทางวิชาการด้วยวธการทางประวัตศาสตร์ แตหม่อมราชวงศ์ อภิเดช ก็พยายามแสดง
ี
่
ิ
ิ
ี่
ิ
ิ
ข้อเท็จจริงเกยวกับเรื่องราวอทธปาฏิหาริย์เหนือจริง โดยใช้เรื่องเล่าความทรงจ าของหม่อมเจ้าหญง
็
่
เริงจิตรแจรงยืนยัน เนืองจากท่านเปนพระธดาทีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกรมหลวงชุมพรฯมากทีสุด
่
่
ิ
ิ
งานเขียนนี้เล่าเรื่องราวพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯตามโครงเรื่องแม่บท
ตั้งแตพระประสูตจนถึงการสิ้นพระชนม์ แตจะแทรกเรื่องราวเกร็ดพระประวัตในแตละช่วงของเรื่อง
่
ิ
ิ
่
่
่
ิ
เกร็ดพระประวัตทั้งหมดจะมีเรื่องราวพื้นฐานมาจากเกร็ดพระประวัติทีเคยผลิตขึ้นในงานเขียนพระ
ประวัตฉบับก่อนหน้า และจะขยายความเรื่องราวมากขึ้นหรืออธบายเรื่องราวใหม่ด้วยความทรงจ า
ิ
ิ
ของหม่อมเจ้าหญง เริงจิตรแจรง การขยายเรื่องราวหรืออธบายเรื่องใหม่นี้ได้เปนความพยายามที ่
็
ิ
ิ
่
ช าระเรื่องราวพระประวัตใหม่ โดยเฉพาะเกร็ดพระประวัตอทธปาฏิหาริย์เหนือจริง เพือให้เรื่องราว
ิ
ิ
ิ
ิ
พระประวัตเปนข้อเท็จจริงทางประวัตศาสตร์และสอดคล้องกับการผลักดันกรมหลวงชุมพรฯจาก
็
ิ
ิ
ุ
ุ
วีรบุรษทางวัฒนธรรมให้กลายเปนวีรบุรษแห่งชาติ
็
ตัวอย่างหนึ่งคือ เรื่องพระชนม์ชีพช่วงออกจากราชการ พระประวัตฉบับก่อนหน้า
ิ
ได้เล่าว่า หลังจากกรมหลวงชุมพรฯทรงออกจากราชการ ทรงไปศึกษาวิชาแพทย์แผนไทยและรักษา
ผู้คนให้หายได้อย่างปาฏิหาริย์ ส่วนพระประวัตฉบับนี้ได้เล่าเรื่องพระชนม์ชีพช่วงออกจากราชการ
ิ
ใหม่ว่า ในช่วงแรกทีทรงออกจากราชการ พระองค์ทรงด าเนินพระชนม์ชีพบนเรือใบพร้อมครอบครัว
่
กับทหารเรือนอกราชการอยูระยะเวลาหนึ่งก่อนจะทรงเห็นว่า การด าเนินพระชนม์ชีพเช่นนี้ไม่ก่อเกิด
่
ประโยชน์ใด จึงทรงตั้งพระทัยจะเปนหมอรักษาผู้คน พระองค์ทรงเรียนทั้งวิชาแพทย์แผนไทยและแผน
็
ั
ปจจุบันจากพระอาจารย์หลายคนทั้งชาวไทยและชาวตะวันตก ทรงตั้งพระทัยอย่างจริงจังด้านนี้ โดย
ทรงซื้ออุปกรณ์วิทยาศาสตร์และสารเคมีตาง ๆ รวมทั้งเสดจไปหาสมุนไพรด้วยพระองค์เอง ท่านหญง
่
็
ิ
่
็
ก็เปนลูกมือช่วยพระองค์ในการผลิตยาและตามเสด็จไปรักษาผู้คนทั้งทีบ้านสามัญชนและวังเจ้านาย
่
ื
ิ
นอกจากเรื่องหมอพรแล้ว เรื่องราวอทธปาฏิหาริย์เหนือจริงอนก็ได้รับการ
ิ
อธบายใหม่ด้วยเช่นกัน เช่น เรื่องพระจริยวัตรด้านเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์ เรื่องราวเดิมได้เล่าถึง
ิ
55
่
่
่
ความเลื่อมใสศรัทธาของกรมหลวงชุมพรฯตอหลวงปูศุข วัดมะขามเฒ่า เนืองด้วยทรงประทับ
พระทัยปาฏิหาริย์วิชาไสยศาสตร์ทีหลวงปูแสดงตอหน้าพระพักตร์ แตเรื่องราวนี้ตามความทรงจ า
่
่
่
่
ิ
ของหม่อมเจ้าหญง เริงจิตรแจรงได้อธบายใหม่ว่า เหตุการณ์ปาฏิหาริย์ตามเรื่องราวเดมมิได้
ิ
ิ
เกิดขึ้น เมือเรือจอดทอดสมอทีวัดมะขามเฒ่า กรมหลวงชุมพรฯทรงได้ยินเด็กวัดเล่าถึงความขลัง
่
่
่
็
่
่
ของหลวงปูศุข จึงทรงสนพระทัยและเสดจลงจากเรือไปสนทนากับหลวงปู วันตอมาก็ทรงฝาก
ิ
ิ
็
พระองค์เปนศษย์เรียนวิชาไสยศาสตร์ ท่านหญงก็มีความสนใจอ านาจไสยศาสตร์ของหลวงปู จึง
่
ขอให้หลวงปูแสดงให้ท่านดู แตท่านหญงก็ถูกปฏิเสธว่า อ านาจไสยศาสตร์เปนสิ่งทีใช้เฉพาะยาม
็
่
่
ิ
่
จ าเปน แสดงให้ดูเล่น ๆ ไม่ได้ ขณะเดียวกัน เมือท่านหญงทูลขอให้กรมหลวงชุมพรฯทรงแสดงวิชา
ิ
็
่
ไสยศาสตร์ให้ดู ท่านก็ไม่เคยเห็นพระองค์ทรงแสดงให้เห็นซักครั้ง
่
ิ
ท้ายทีสุด งานเขียนพระประวัตฉบับนี้จบลงด้วยการอธบายการระลึกถึงกรม
ิ
่
่
หลวงชุมพรฯผ่านพื้นทีอนุสรณ์ความทรงจ าของพระองค์, บทเพลงพระนิพนธ์ และสื่อตาง ๆ โดย
่
ิ
ี
แสดงให้เห็นว่า พระเกยรตคุณของพระองค์ได้สร้างความเลื่อมใสศรัทธาทัวไปและความเคารพรัก
็
ั
ใคร่ในหมูทหารเรือ และในปจจุบัน กองทัพเรือได้ผลักดันให้พระองค์เปนวีรบุรษแห่งชาตอย่างเปน
ิ
ุ
็
่
ทางการด้วยการประกาศให้พระองค์ทรงเปน “พระบิดาแห่งทหารเรือไทย” และก าหนดให้ทุกวันที ่
็
ี
็
19 พฤษภาคมเปน “วันอาภากร” เพือเปนการเฉลิมพระเกยรติพระองค์ การสร้างกรมหลวงชุมพรฯ
็
่
่
ิ
ิ
็
ุ
ให้กลายเปนวีรบุรษแห่งชาตนี้ท าให้การเขียนพระประวัตฉบับทางการตอมาพยายามน าเสนอ
่
ตัวตนของพระองค์ด้วยข้อเท็จจริงทางประวัตศาสตร์มากขึ้น ขณะทีลดตัวตนความเปนวีรบุรษทาง
็
ุ
ิ
่
ิ
วัฒนธรรมลงและจะน าไปสูการปฏิเสธเรื่องราวอิทธปาฏิหาริย์เหนือจริงบางเรื่องในทศวรรษ 2540
3. สรปท้ายบท
ุ
่
่
งานเขียนพระประวัติของกรมหลวงชุมพรฯทีผลิตขึ้นตั้งแต พ.ศ. 2466-2536 แสดงให้ถึง
ิ
การเปลี่ยนแปลงการเล่าพระประวัตของพระองค์ ด้านหนึ่งพระประวัตแสดงถึงการเปลี่ยนแปลง
ิ
ิ
โครงเรื่องจากเรื่องราวตั้งต้นเดมใน พ.ศ. 2466 โดยมีการตั้งโครงเรื่องแม่บทก ากับการเล่าพระ
ิ
่
ประวัตตั้งแตทศวรรษ 2490 และน าเสนอเรื่องราวความส าเร็จของกรมหลวงชุมพรฯทั้งในเรื่อง
ิ
่
ี่
เกยวกับพระชนม์ชีพทัวไปและในเรื่องพระกรณยกิจด้วยการใช้วิธการทางประวัตศาสตร์เลือกสรร
ี
ี
หลักฐานทางประวัติศาสตร์และความทรงจ าของบุคคลใกล้ชิดพระองค์น าเสนอข้อเท็จจริงเกยวกับ
ี่
ทั้งสองเรื่อง ท าให้การน าเสนอเรื่องราวพระประวัติตลอดทศวรรษ 2500-2530 มุงแสดงถึงสองเรื่อง
่
ื
่
ู
ใหญส าคัญ เรื่องแรกคอ พระปรีชาสามารถด้านการทหารเรือ โดยจะเล่าเรื่องการปฏิรปการศึกษา
็
ของโรงเรียนนายเรือเปนเรื่องหลัก และต่อมาได้ขยายการเล่าเรื่องมากขึ้นด้วยการเพิ่มเรื่องราวใหม่
56
่
ี
ี่
ทีเกยวกับพระกรณยกิจด้านกิจการทหารเรือ เช่น การวางแผนยุทธศาสตร์ทางทะเล และการจัด
็
ระเบียบหน่วยงานทหารเรือ เปนต้น รวมถึงขยายความเรื่องการศึกษาวิชาการทหารเรือทีประเทศ
่
ื
่
อังกฤษ เพือแสดงพระปรีชาสามารถด้านนี้ของพระองค์ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ส่วนอกเรื่องหนึ่งคอ
ี
ื
็
พระอัธยาศัยทีท าให้พระองค์ทรงประสบความส าเร็จและเปนทีรักใคร่เคารพนับถอของผู้คนทั้งใน
่
่
่
่
่
หมูทหารเรือและผู้คนทัวไป ซึงเล่าผ่านความทรงจ าของสมาชิกในครอบครัวของพระองค์และ
่
นายทหารเรือร่วมสมัยพระชนม์ชีพทีมีโอกาสได้ใกล้ชิดพระองค์ เรื่องราวทั้งสองเรื่องนี้ได้น าไปสู ่
การสร้างตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯในฐานะทหารเรือนักปฏิรปผู้ประกอบด้วยคุณสมบัตตาง ๆ
ู
ิ
่
ของความเปนวีรบุรษและความเปนสมัยใหม่
็
็
ุ
ในช่วงเวลาเดยวกับการเล่าเรื่องราวน าเสนอตัวตนความเปนสมัยใหม่ของกรมหลวง
็
ี
ิ
ิ
ชุมพรฯ เรื่องราวอทธปาฏิหาริย์เหนือจริงเกยวกับกรมหลวงชุมพรฯก็ได้ปรากฏขึ้นในช่วงต้น
ี่
ทศวรรษ 2500-2510 จากความเลื่อมใสศรัทธาและการเล่าลือของผู้คนทัวไปในสังคม เรื่องราว
่
่
เหล่านี้มีโครงเรื่องอย่างหลวม ๆ ทีสร้างขึ้นจากเรื่องพระจริยวัตรความเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์
่
กับเรื่องพระชนม์ชีพช่วงออกจากราชการ และน าเสนอเรื่องราวทีพระองค์ทรงสามารถสร้าง
ปาฏิหาริย์ตาง ๆ ได้ เรื่องราวอิทธปาฏิหาริย์แสดงถึงความนยมเลือมใสของผู้คนตอความศักด์สิทธ์ ิ
่
่
ิ
ิ
่
ิ
่
่
็
ของพระองค์และเปนสิ่งทีผู้คนระลึกถึงพระองค์ ท าให้เมือกองทัพเรือประสงค์จะสร้างกรมหลวง
ุ
ชุมพรฯขึ้นเปนวีรบุรษทางวัฒนธรรมในช่วงทศวรรษ 2510-2520 กองทัพเรือจึงน าเอาเรื่องราว
็
ิ
ิ
ิ
็
อทธปาฏิหาริย์เข้าเปนส่วนหนึ่งในพระประวัต แสดงถึงการยอมรับการเขียนเรื่องราวพระประวัต ิ
่
่
่
่
จากมุมมองของผู้คนทัวไปทีระลึกถึงพระองค์แตกตางจากกองทัพเรือ จนกระทังปลายทศวรรษ
ุ
็
2520 ความพยายามผลักดันให้กรมหลวงชุมพรฯขึ้นเปนวีรบุรษแห่งชาตได้ท าให้การเขียนพระ
ิ
ประวัติฉบับทางการมีกฎเกณฑ์หรือกรอบการน าเสนอเฉพาะข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ และเริม
่
ปฏิเสธเรื่องเล่าลืออิทธปาฏิหาริย์เหนือจริง
ิ
เราจะเห็นได้ว่า การเล่าพระประวัติของกรมหลวงชุมพรฯมีโครงเรื่อง (การล าดับเหตุการณ์
ทางประวัตศาสตร์จากต้นจนจบ) ก ากับการเล่าเรื่องราวพระชนม์ชีพและการน าเสนอตัวตนของ
ิ
พระองค์ทั้งในเรื่องพระชนม์ชีพด้านทหารเรือและเรื่องอทธปาฏิหาริย์เหนือจริง การเปลี่ยนแปลง
ิ
ิ
่
โครงเรื่องย่อมส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนการน าเสนอตัวตนของพระองค์แตกตางจากเดิม รวมถึงการ
ิ
่
เลือกสรรเรื่องทีจะบรรจุในพระประวัตด้วย ดังนั้น ในบทต่อไปผู้วิจัยจะได้วิเคราะห์โครงเรื่องในงาน
ิ
ิ
่
เขียนพระประวัต เพือแสดงให้เห็นว่า โครงเรื่องของพระประวัตในแตละช่วงเวลาส่งผลให้เกิดการ
่
น าเสนอตัวตนของพระองค์แตกตางกันอย่างไร
่
บทที่ 3
ื
ุ
โครงเร่องในพระประวัติของกรมหลวงชมพรฯ พ.ศ. 2466-2536: การน าเสนอ
็
ตัวตนของกรมหลวงชมพรฯในความเปนสมัยใหม่และนอกความเปนสมัยใหม่
็
ุ
ในบทก่อนหน้า ผู้วิจัยได้ทบทวนงานเขียนพระประวัติของกรมหลวงชุมพรฯและแสดงให้
ิ
เห็นว่า เรื่องเล่าในงานเขียนพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯตั้งแต พ.ศ. 2466-2536 มีการ
่
ิ
่
ิ
เปลี่ยนแปลงไปในแตละช่วงเวลาทั้งในเรื่องพระชนม์ชีพทัวไปและในเรื่องอทธปาฏิหาริย์ การ
่
่
เปลี่ยนแปลงการเล่าเรื่องนี้ท าให้ตัวตนของพระองค์ถูกน าเสนอแตกตางกัน ตัวตนของพระองค์ใน
็
เรื่องราวพระประวัตดั้งเดมทีมีเพียงหนึ่งเดียวได้ถูกแบ่งออกเปนสองกระแสความร้ทีอยูขั้วตรงข้าม
่
ิ
ู
่
ิ
่
็
็
กัน ตัวตนกระแสหนึ่งมีความเปนทางการ, เปนสมัยใหม่, ถอก าเนิดจากข้อเท็จจริงทาง
ื
ิ
ื
่
ี
ประวัตศาสตร์ และด ารงสัมพันธ์กับกองทัพเรือ ขณะทีตัวตนอกกระแสหนึ่งเปนความเชือถอศรัทธา,
่
็
ื
่
็
่
อยูนอกความเปนสมัยใหม่, ถอก าเนิดขึ้นจากเรื่องราวเล่าลือ และด ารงสัมพันธ์กับผู้คนทัวไปที ่
่
่
่
เลื่อมใสศรัทธาพระองค์ ตัวตนทั้งสองตางประกอบขึ้นด้วยคุณสมบัตตาง ๆ ทีสื่อสารผ่านเรื่องราว
ิ
พระประวัติของพระองค์และอยู่ภายใต้การก ากับของโครงเรื่องกับแนวเรื่อง
ิ
่
ส าหรับบทนี้ ผู้วิจัยจะวิเคราะห์โครงเรื่องในพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯ เพือท า
่
ความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงการน าเสนอตัวตนของพระองค์ทีแตกตางกันในแตละช่วงเวลา
่
่
ตั้งแต่ พ.ศ. 2466-2536
ื
ี
1. งานเขียนประเภทชีวประวัติกบการเล่าเร่องชวิต
ั
่
เมือผู้วิจัยศึกษาการเล่าเรื่องในงานเขียนพระประวัติของกรมหลวงชุมพรฯ ผู้วิจัยได้พบวา
่
ู
ิ
รปแบบประเภทของงานเขียนชีวประวัตมีส่วนส าคัญอย่างยิ่งในการก าหนดและก ากับการเล่า
เรื่องราวพระชนม์ชีพของกรมหลวงชุมพรฯ โดยก าหนดว่า เรื่องราวเรื่องใดจะได้รับการน าเสนอใน
ิ
งานเขียน และควรอธบายเรื่องราวเหล่านั้นในลักษณะใด รปแบบข้างต้นนี้เปนผลมาจาก
ู
็
พัฒนาการการเขียนชีวประวัตในโลกตะวันตกตั้งแตปลายพุทธศตวรรษที 22 (ปลายคริสต์ศตวรรษ
่
ิ
่
็
่
ที 17) โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ และเมือสยามพัฒนาประเทศไปสู่ความเปนสมัยใหม่ สยามก็
่
ี
รับเอารปแบบวิธการเขียนชีวประวัติมาประยุกต์ใช้ เพือเล่าชีวประวัติบุคคลในแบบของตนเอง
่
ู
่
ในโลกตะวันตก การเขียนประวัตบุคคลได้ปรากฏขึ้นมาตั้งแตก่อนสมัยใหม่แล้ว โดยเล่า
ิ
่
ิ
ิ
ประวัตของบุคคลในฐานะส่วนหนึ่งของประวัตศาสตร์ และมุงเน้นเพียงบุคคลส าคัญทาง
ุ
ิ
็
่
ประวัตศาสตร์ เช่น ผู้น าทางการเมือง, วีรบุรษนักรบ และนักบุญ เปนต้น จนกระทังในช่วงปลาย
58
่
ิ
่
่
ศตวรรษที 22 (ประมาณปลายคริสต์ศตวรรษที 17) แนวคดมนุษยนิยมทีแพร่หลายในสังคมยุโรป
ิ
ู
และความเจริญก้าวหน้าทางความร้จากการปฏิวัตวิทยาศาสตร์ได้น าไปสูความสนใจการศึกษา
่
่
ิ
การด าเนินชีวิตของมนุษย์ในฐานะปรากฏการณ์ทางธรรมชาตอย่างหนึ่งทีสามารถศึกษาวิเคราะห์
ื
่
ในเชิงประจักษ์ได้เช่นเดียวกับการศึกษาสิ่งมีชีวิตอน ๆ
่
ื
ความสนใจดังกล่าวได้น าไปสูการสร้างงานเขียนประเภทใหม่ขึ้นคอ ชีวประวัตบุคคล
ิ
ั
่
(Biography) โดยมีจุดเดนส าคัญคอ การน าเสนอชีวิตของมนุษย์ในเชิงปจเจกและใน “พื้นที ่
ื
่
ส่วนตัว” (the private realm) เพือสร้างความเข้าใจถึงชีวิตขของมนุษย์คนหนึ่ง ๆ ทุกแง่มุมและ
ิ
ิ
็
แยกออกจากประวัตศาสตร์เปนเอกเทศ จอห์น ไดรเดน (John Dryden) กวีชาวอังกฤษ ได้อธบาย
ิ
ิ
เปรียบเทียบความแตกตางระหว่างประวัตศาสตร์กับชีวประวัตไว้ว่า ประวัตศาสตร์มอง
ิ
่
ปรากฏการณ์ส าคัญขนาดใหญทีมีผู้คนจ านวนมากเข้ามามีส่วนร่วมและด าเนินกิจกรรมอย่าง
่
่
ิ
เปดเผย ขณะทีชีวประวัตให้ความส าคัญกับการกระท าตาง ๆ ทีไม่ส าคัญในชีวิตของปจเจกชน ใน
่
่
ั
ิ
่
่
ิ
่
ิ
ประวัตศาสตร์ เราเข้าไปศึกษาปรากฏการณ์ทีเกิดขึ้นในระดับของรัฐ แตในชีวประวัต เราเข้าไป
พื้นทีส่วนตัวของวีรชน มองดูความเปลือยเปล่าของเขาและท าความคุ้นเคยพฤตกรรมและบท
ิ
่
็
สนทนาทีส่วนตัวทีสุดของเขา เมือเอาค ายกย่องสรรเสริญออกไป เราจะสามารถเห็นวีรชนผู้นั้นเปน
่
่
่
่
ิ
่
เพียงมนุษย์ผู้น่าสงสารคนหนึ่งทีมีกิเลสและความเขลาในตนเองตามทีธรรมชาตได้สร้างเขาขึ้นมา
่
1
เฉกเช่นมนุษย์คนอน
ื
ค าอธบายของไดรเดนนี้ท าให้ผู้วิจัยเข้าใจว่า ในช่วงเวลาแรกทีงานเขียนประเภท
ิ
่
ชีวประวัติได้ปรากฏขึ้นเปนเอกเทศจากประวัติศาสตร์ ผู้เขียนงานเขียนประเภทนี้จะมุ่งน าเสนอชีวิต
็
ของบุคคลคนหนึ่งทุกแง่มุมในลักษณะคล้ายคลึงกับวิทยาศาสตร์ธรรมชาต โดยมุงหมายเข้าถึง
่
ิ
ิ
ความจริงแท้ของเจ้าของชีวประวัตนั้น กรอบโครงเรื่องชีวประวัตในช่วงเวลานี้จึงจะพยายาม
ิ
ื
ิ
ี่
น าเสนอเรื่องราวเกยวกับเจ้าของชีวประวัตตั้งแตเจ้าของชีวประวัตถอก าเนิดขึ้นบนโลกจนถึง
่
ิ
ี
สิ้นชีวิตลงประหนึ่งการเฝ้าสังเกตชีวิตของบุคคลนั้นตลอด และน าเสนอเรื่องทั้งในด้านดและไม่ดี
ิ
่
หนึ่งในผู้สร้างแบบแผนการเขียนชีวประวัตสมัยใหม่ทีได้รับการยอมรับมากทีสุดในประวัตศาสตร์
ิ
่
การเขียนชีวประวัติบุคคล คือ ซามูเอล จอห์นสัน (Samuel Johnson)
่
ิ
็
ิ
ิ
เขาเปนนักเขียนชีวประวัตคนหนึ่งทีได้รับอทธพลจากงานเขียน Parallel Lives โดยพลู
ิ
่
ตาร์ช (Plutarch) ผู้วางแบบแผนการเขียนประวัตบุคคลโดยให้ความส าคัญตอชีวิตของบุคคลทั้งใน
ิ
ิ
่
่
ิ
ด้านทีเปดเผยตอสาธารณะและด้านส่วนตัว อทธพลงานเขียนของพลูตาร์ชท าให้จอห์นสันมองว่า
็
ิ
งานเขียนชีวประวัตควรน าเสนอคุณลักษณะตามความเปนจริงของเจ้าของชีวประวัติอันมาจากการ
1 Barbara Caine. (2010). Biography and History. p. 27.
59
่
1
ส ารวจชีวิตประจ าวันในสังคมและในชีวิตส่วนตัวมากกว่าการแสดงภาพลักษณ์ตอสาธารณะ
่
่
่
กระนั้น ขณะทีพลูตาร์ชส ารวจชีวิตของบุคคลส าคัญเพือสะท้อนถึงอารยธรรมทีบุคคลนั้นด ารงอยู่
่
่
แตจอห์นสันกลับส ารวจเรื่องราวชีวิตประจ าวันของบุคคลทัวไปและความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของ
ื
่
่
ิ
ชีวประวัตกับบุคคลอนในสังคม โดยเชือว่า ชีวิตของเจ้าของชีวประวัตสามารถเปนบทเรียนชีวิตแก่
็
ิ
่
ผู้อนได้ ท าให้ความจริงทุกด้านของเจ้าของชีวประวัตไม่ว่าจะเปนด้านความส าเร็จหรือความ
็
ื
ิ
ี่
ล้มเหลวจะต้องถูกน าเสนออย่างตรงไปตรงมาในงานเขียน และการเข้าถึงความจริงเกยวกับ
2
็
เจ้าของชีวประวัติกลายเปนเกณฑ์ก าหนดคุณค่าของงานเขียนชีวประวัตินั้น
ิ
ิ
แนวคดและวิธการการเขียนชีวประวัตของจอห์นสันมีอทธพลอย่างมากในวงการเขียน
ิ
ี
ิ
็
่
ชีวประวัตของประเทศอังกฤษ และเปนหนึ่งในแบบแผนส าคัญของงานเขียนชีวประวัติจนเมือเข้าสู ่
ิ
่
่
ึ
่
ประมาณกลางพุทธศตวรรษที 24 ถงกลางพุทธศตวรรษที 25 (คริสต์ศตวรรษที 19) บริบทกระแส
่
ู
ุ
ี
ิ
ความรนแรงทางอารมณ์ความร้สึกหลังการปฏิวัตฝรังเศสส่งผลให้สังคมอังกฤษเกิดถกเถยงถึงการ
น าเสนอความออนแอและความล้มเหลวในชีวิตมนุษย์ ท าให้การเขียนชีวประวัตบุคคลอยูภายใต้
ิ
่
่
่
จารีตทีก ากับให้ผู้เขียนชีวประวัติต้องปฏิบัติตามอย่างระมัดระวังมิให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเจ้าของ
ิ
ิ
ชีวประวัตแม้จะสิ้นชีวิตไปแล้ว โดยเฉพาะประเดนทางศีลธรรม กรอบโครงเรื่องชีวประวัตบุคคลใน
็
ช่วงเวลานี้จึงจะมุงน าเสนอคุณงามความดมากกว่าความล้มเหลวในชีวิต ขณะเดยวกัน เรื่องราว
ี
ี
่
ออนไหวหรือหมิ่นเหม่ตอศลธรรมก็จะถูกละเว้นไม่กล่าวถึง ไม่ให้ความส าคัญ หรือปรับแตงแก้ไข
ี
่
่
่
ให้ผ่อนเบาลง
ี
่
็
่
อกทั้งชีวประวัตเริมปลีกตัวออกจากความเปนศาสตร์ทีน าเสนอความจริงเบื้องลึกของ
ิ
่
เจ้าของชีวประวัตไปสูความเปนวรรณกรรมมากขึ้น สาเหตุหนึ่งมาจากความต้องการบันทึกเรื่องราว
็
ิ
ื
่
่
่
่
ิ
ชีวิตของบุคคลทีขยายตัวจากบุคคลส าคัญในประวัตศาสตร์หรือมีชือเสียงไปยังคนกลุมอน ๆ ใน
่
สังคม ขณะทีนักเขียนชีวประวัตจ านวนหนึ่งอาจมิได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดคุ้นเคยกับเจ้าของ
ิ
็
่
ิ
ชีวประวัตหรือมีประสบการณ์รับร้เรื่องราวส่วนตัวของเจ้าของชีวประวัต หากแตเปนเพียงบุคคลที ่
ู
ิ
่
่
ิ
ถูกจ้างวานจากส านักพิมพ์หรือครอบครัวและเพือนของเจ้าของชีวประวัต เพือเขียนหนังสืออนุสรณ์
ิ
ิ
ระลึกถึงเจ้าของชีวประวัต ท าให้นักเขียนชีวประวัตเหล่านี้ต้องประกอบสร้างตัวตนของเจ้าของ
ชีวประวัตเพียงจากหลักฐานและค าบอกเล่าของผู้ใกล้ชิดเจ้าของชีวประวัตเท่านั้น รวมทั้งมิได้มี
ิ
ิ
อิสระในการน าเสนอความจริงของเจ้าของชีวประวัตทุกแง่มุมอย่างตรงไปตรงมา หากแต่อยู่ภายใต้
ิ
่
ข้อจ ากัดทางจารีต คุณคาทางสังคม และความคาดหวังของผู้ว่าจ้าง ข้อจ ากัดในการสะท้อนความ
1 Ibid. p. 30.
2 Ibid. p. 31.
60
ิ
ิ
่
จริงเกยวกับเจ้าของชีวประวัตข้างต้นท าให้งานเขียนชีวประวัตถูกให้คุณคาในฐานะวรรณกรรม
ี่
่
็
ิ
่
มากกว่าศาสตร์ทีน าเสนอความจริงของบุคคล และกลายเปนจารีตการเขียนชีวประวัตทียังคง
่
ปรากฏร่องรอยหลงเหลืออยู่ในการเขียนชีวประวัติสืบต่อเนืองมาถึงในปจจุบัน
ั
่
่
่
ู
เมือสยามรับความร้วิทยาการจากชาตตะวันตกตั้งแตพุทธศตวรรษที 24 และเกิดส านึก
ิ
่
ิ
่
ใหม่ทางประวัตศาสตร์ขึ้นในหมูชนชั้นน าสยาม ชนชั้นน าสยามก็เริมรับเอาวิธการและจารีตการ
ี
ิ
เขียนชีวประวัตสมัยใหม่แบบตะวันตก โดยเฉพาะจากอังกฤษ งานเขียนประวัตบุคคลจึง
ิ
็
ิ
เปลี่ยนแปลงจากการเขียนแบบพงศาวดารเปนการเขียนแบบชีวประวัตสมัยใหม่ตามอย่างอังกฤษ
็
งานเขียนประวัตบุคคลของไทยแบ่งออกได้เปนสองประเภท ได้แก่ งานเขียนประวัตวงศ์ตระกูล
ิ
ิ
และงานเขียนชีวประวัติบุคคล แม้งานเขียนทั้งสองประเภทจะมีลักษณะเนื้อหาใกล้เคียงกันคือ การ
่
่
่
ิ
่
เล่าเรื่องราวชีวิตและมีจุดเริมต้นเรื่องเริมจากตัวเจ้าของประวัต แตจุดมุงเน้นของเรื่องในงานเขียน
่
่
ื
่
ุ
ิ
ิ
ทั้งสองประเภทแตกตางกัน กล่าวคอ ขณะทีงานเขียนประวัตวงศ์ตระกูลจะมุงอธบายบรรพบุรษ
ิ
็
ิ
่
และความเปนมาของเจ้าของประวัต งานเขียนชีวประวัตจะมุงยังชีวิตเจ้าของประวัตและการ
ิ
กระท าของเจ้าของประวัติเปนหลัก
็
่
ิ
ส าหรับงานเขียนชีวประวัตของไทย ส่วนใหญจัดท าขึ้นเพือเปนอนุสรณ์ในงานศพ จึงจะ
่
็
จัดวางโครงเรื่องเล่าชีวิตตั้งแต่เกิดจนถึงสิ้นชีวิตแบบปจเจกชนในลักษณะมนุษยนิยม และเลือกมุง
่
ั
น าเสนอบทบาทของเจ้าของชีวประวัตทีกระท าตลอดชีวิตภายใต้จารีตทีจะให้คุณคาชีวิตเจ้าของ
่
่
่
ิ
็
ิ
ชีวประวัตเปนสิ่งน้อมน าให้ผู้อานระลึกถึงค าสอนทางพุทธศาสนา ตัวอย่างเช่น พระนิพนธ์เรื่อง
่
่
ิ
่
พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระป่นเกล้าเจ้าอยูหัว โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยูหัว
พระราชประวัตเริมต้นเล่าเรื่องทีพระประสูตและสิ้นสุดเรื่องทีการสวรรคต เล่าบทบาทของ
่
่
ิ
ิ
่
่
พระบาทสมเด็จพระปนเกล้าเจ้าอยู่หัวทีทรงกระท าตลอดพระชนม์ชีพโดยสังเขป และให้คุณค่าพระ
ิ่
่
็
ชนม์ชีพบั้นปลายเปนสิ่งน้อมน าให้ผู้อาน “จงปลงธรรมสังเวชเถิด ว่าสมบัตวิบัตทั้งปวงเปนความ
ิ
็
ิ
ทุกข์ส าหรับสงสารวัฏ ความตัดอาลัยและความก าหนัดในของทุกอย่างเพือออกจากทุกข์ทั้งปวง
่
เปนความดีแท้แล”
1
็
็
่
ิ
่
่
่
เมือสยามเริมพัฒนาไปสูความเปนรัฐชาตสมัยใหม่ตั้งแตช่วงทศวรรษ 2440 งานเขียน
่
่
ื
ิ
่
่
ิ
ชีวประวัตจ านวนหนึ่งได้เริมน าเสนอคุณคาใหม่ คอ การปฏิบัตหน้าทีสนองพระเดชพระคุณตอ
่
่
่
พระมหากษัตริย์ เพือริเริมจัดระเบียบทางสังคมใหม่ คุณคานี้ท าให้งานเขียนชีวประวัตมีการจัด
ิ
ิ
โครงเรื่องใหม่เน้นเล่าเรื่องชีวิตช่วงรับราชการ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของชีวประวัตกับ
1 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยูหัว. (2496). พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระป่ ินเกล้า
่
่
เจ้าอยูหัว. หน้า 5.
61
ี
พระมหากษัตริย์ และการพระราชทานตอบแทนความดความชอบ เช่น การได้รับเพิ่มเงิน
ี
่
พระราชทานเบ้ยหวัด, การได้รับโปรดเกล้าฯเลือนบรรดาศักด์ และการได้รับพระราชทาน
ิ
่
ิ
็
เครื่องราชอสริยาภรณ์ เปนต้น ขณะทีเรื่องราวสายตระกูลหรือครอบครัวจะถูกกล่าวถึงเพียง
่
เล็กน้อย รวมถึงชีวิตวัยเยาว์ของเจ้าของชีวประวัตด้วย ตอมาคุณคาการสร้างคุณประโยชน์ตอ
่
ิ
่
็
่
ิ
ี
่
็
ส่วนรวมเปนอกสิ่งหนึ่งทีถูกน าเสนอในงานเขียนชีวประวัตเมือสยามก าลังพัฒนาไปสู่ความเปนรัฐ
่
่
ิ
็
่
ชาตสมัยใหม่ เพือสร้างพลเมืองทีจะให้ความร่วมมือตอรัฐ และได้กลายเปนคุณคาของโครงเรื่อง
่
ิ
่
ิ
ชีวประวัตบุคคลแบบหนังสืออนุสรณ์งานศพทีแพร่หลายตลอดช่วงการสร้างรัฐชาตตั้งแตรัชสมัย
่
่
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูหัวจวบจนทศวรรษ 2490 โดยเฉพาะชีวประวัตของบุคคลที ่
ิ
ประกอบอาชีพข้าราชการ
เราจะเห็นได้ว่า พัฒนาการของงานเขียนชีวประวัตสมัยใหม่ในโลกตะวันตก โดยเฉพาะ
ิ
อังกฤษ ได้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงภาพรวมการเล่าเรื่องในงานเขียนประเภทนี้จากการเล่าชีวิต
่
ี
ทุกแง่มุมตามข้อเท็จจริงไปสู่การเลือกสรรเล่าเรื่องราวเพียงบางด้านเพือรักษาเกยรตของผู้สิ้นชีวิต
ิ
เมือชนชั้นน าสยามรับเอาความร้วิทยาการจากตะวันตกและเกิดส านึกทางประวัตศาสตร์สมัยใหม่
ู
่
ิ
ี
ิ
ขึ้น ชนชั้นน าสยามก็รับเอาวิธการเขียนชีวประวัตสมัยใหม่และประยุกต์เข้ากับบริบทของตนเอง
่
่
่
่
่
โครงเรื่องชีวประวัตสมัยใหม่ของไทยจึงเริมต้นวางอยูบนกรอบใหญทีจะน าเสนอคุณคาของชีวิต
ิ
็
่
็
่
มนุษย์เปนสิ่งน้อมน าไปสูค าสอนทางพุทธศาสนา จนกระทังสยามก้าวเข้าสู่การพัฒนาเปนรัฐสมัย
ิ
่
่
ใหม่ตั้งแตทศวรรษ 2440 งานเขียนชีวประวัตก็เริมปรากฏการเปลี่ยนแปลงโครงเรื่องใหม่ โดยวาง
อยูบนกรอบโครงเรื่องทีน าเสนอคุณคาการสร้างคุณประโยชน์เพือส่วนรวมและความจงรักภักดี
่
่
่
่
่
่
ิ
ดังนั้น งานเขียนพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯทีเริมปรากฏขึ้น ณ ช่วงเวลาร่วมสมัยกันนี้จึง
ปรากฏการจัดวางโครงเรื่องทีสัมพันธ์กับรปแบบงานเขียนประเภทนี้ทีได้ถูกวางรากฐานไว้ก่อนแล้ว
่
ู
่
ั
ื
ื
2. โครงเร่องกบการเล่าเร่องทางประวัติศาสตร์
ิ
ิ
ในการวิเคราะห์โครงเรื่องพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯ ผู้วิจัยจะใช้แนวคดเรื่องโครง
ิ
เรื่องจากทฤษฎีการเขียนประวัตศาสตร์ของเฮย์เดน ไวต์ (Hayden White) นักทฤษฎีและนัก
ิ
ิ
ปรัชญาประวัตศาสตร์เชิงวรรณกรรมวิจารณ์ ไวต์ได้วิพากษ์ความพยายามของนักประวัตศาสตร์ที ่
ิ
จะพัฒนางานสาขาวิชาของตนตามแนวคดของวิทยาศาสตร์กายภาพและได้มีข้อเสนอสาม
ู
ิ
ประการได้แก่ 1. งานเขียนทางประวัตศาสตร์เปนงานประพันธ์ทางวรรณกรรมรปแบบหนึ่ง มิได้
็
่
แตกตางจากงานวรรณกรรมแบบอน 2. วิธวิทยาทางประวัตศาสตร์เปนวิธการคดเชือมโยงแบบ
่
็
ี
ิ
ี
ิ
ื
่
โวหารภาพพจน์ (figurative thinking) ตความข้อเท็จจริงจากอดตให้เรื่องราวมีคุณคาความหมาย
ี
ี
่
62
ิ
ี
่
มิใช่วิธการวิเคราะห์ข้อมูลเพือสร้างสมมตฐานแบบวิทยาศาสตร์กายภาพ และ 3. กลวิธการ
ี
ิ
่
ิ
ประพันธ์เปนเครื่องมือส าคัญของการเขียนประวัตศาสตร์ ซึงนักประวัตศาสตร์มิควรลดทอน
็
่
ู
ี
องค์ประกอบนี้ลง หากแตควรเรียนร้เครื่องมือในการประพันธ์มากขึ้น เพือน าไปใช้ในการตความ
่
1
ข้อเท็จจริงและน าเสนอภาพแทนของอดีต
ผู้วิจัยจะใช้แนวคดของข้อเสนอแรกในการวิเคราะห์โครงเรื่องกับแนวเรื่องพระประวัต ใน
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ข้อเสนอแรก ไวต์ได้อธบายการท างานของนักประวัตศาสตร์ว่า นักประวัตศาสตร์มีการท างาน
็
็
คล้ายกับนักประพันธ์ โดยมีขั้นตอนการท างานแบ่งออกเปนสองส่วน ส่วนแรกเปนการเรียบเรียง
่
่
ู
่
ข้อเท็จจริงทีเกิดขึ้นในรปของเรื่องราวด้วยการก าหนดจุดเริมต้น จุดกึ่งกลาง และจุดสิ้นสุด เพือ
่
สร้างขอบเขตของเรื่องราวเหตุการณ์ทางประวัตศาสตร์ทีจะท าการศึกษา เช่นเดยวกับนักประพันธ์
ี
ิ
่
ทีสร้างจุดเริ่มต้น จุดตอนกลาง และจุดสิ้นสุด
ื
ี
ส่วนถัดมาคอ การตความเรื่องราวข้างต้นให้กลายเปนเรื่องเล่าทีมีความหมาย โดยสร้าง
่
็
่
็
ชุดค าอธบายให้กับเหตุการณ์ตาง ๆ ซึงแบ่งออกเปน 4 ระดับ ได้แก่ ระดับการสร้างโครงเรื่อง,
่
ิ
ี
ระดับการสร้างข้อถกเถยง, ระดับนัยยะทางอุดมการณ์ และระดับการมองเหตุการณ์ผ่านโวหาร
ความเปรียบ ในการศึกษาวิเคราะห์โครงเรื่องกับแนวเรื่องพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯ ผู้วิจัย
ิ
จะเลือกเพียงสามระดับแรก เนืองด้วยข้อจ ากัดทางความร้ของผู้วิจัยในการท าความเข้าใจการสร้าง
ู
่
ี
ิ
่
็
ค าอธบายในระดับการมองเหตุการณ์ผ่านโวหารความเปรียบ ซึงจ าเปนต้องใช้วิธการทาง
ภาษาศาสตร์ในการศึกษาวิเคราะห์ ผู้วิจัยจึงขอละการศึกษาวิเคราะห์เนืองด้วยมิได้มีความร้ ู
่
็
เพียงพอ ในการสร้างค าอธบายระดับตาง ๆ ไวต์ได้สร้างชุดค าอธบายแยกออกเปน 4 ประเภทย่อย
ิ
่
ิ
ไล่เรียงดังนี้
2
ระดับการสร้างโครงเรื่อง (emplotment) หมายถึงการจัดวางเหตุการณ์ทาง
็
ิ
่
่
ประวัตศาสตร์ทีจะศึกษาเข้าไปอยูในแนวเรื่อง 4 แนว ซึงจัดเปนคูตรงข้ามกันสองคู ได้แก่ วีรคติ
่
่
่
(Romance) กับเย้ยหยัน (Satire) และสุขนาฏกรรม (Comedy) กับโศกนาฏกรรม (Tragedy) แนว
ิ
่
เรื่องคูแรกเปนแนวเรื่องทีอธบายเรื่องราวอย่างสุดขั้ว กล่าวคอ แนวเรื่องวีรคตมองว่า มนุษย์
่
็
ื
ิ
สามารถเอาชนะก้าวข้ามอุปสรรค และปลดปล่อยตนเองออกจากการจองจ าของสถานการณ์และ
1 ตามไท ดิลกวิทยรัตน์. (2562, มกราคม-มิถุนายน). ทฤษฎีการเขียนประวัติศาสตร์ของเฮย์เดน ไวต์.
ใน วารสารประวัติศาสตร์ธรรมศาสตร์. 6(1): 132.
่
ิ
2 ผู้วิจัยอ้างอิงการอธบายทฤษฎีตามทีตามไทอธบายในเรื่อง “ทฤษฎีการเขียนประวัติศาสตร์ของเฮย์
ิ
เดน ไวต์” ตั้งแต่หน้า 139-142 (ใน ตามไท ดิลกวิทยรัตน์. (2562, มกราคม-มิถุนายน). ทฤษฎการเขียน
ี
ประวัติศาสตร์ของเฮย์เดน ไวต์. ใน วารสารประวัติศาสตร์ธรรมศาสตร์. 6(1).)
63
่
เวลา ขณะทีแนวเรื่องเย้ยหยันจะมองว่า มนุษย์มิอาจเอาชนะชะตากรรมหรืออุปสรรคได้ ต้องตก
่
่
เปนเหยือของสถานการณ์และเวลา ส าหรับแนวเรื่องคูหลังทั้งสุขนาฏกรรมและโศกนาฏกรรมตาง
่
็
่
่
มองว่า มนุษย์ยังมีโอกาสทีจะหลุดพ้นออกจากชะตากรรมได้ชัวคราว โดยแนวเรื่องสุขนาฏกรรมจบลง
่
ด้วยชัยชนะของมนุษย์เหนืออุปสรรค ขณะทีแนวเรื่องโศกนาฏกรรมจบลงด้วยความพ่ายแพ้ แตจะ
่
ู
ชดเชยด้วยความตระหนักร้ถึงข้อจ ากัดของมนุษย์
ระดับการสร้างข้อถกเถยง (argument) หมายถึงการใช้หลักการอนุมานตามล าดับ
ี
่
ขั้นตอนเชือมโยงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ โดยแบ่งออกเปน 4 ประเภท ซึงจัดเปนคู่ตรงข้ามกัน
็
็
่
่
สองคู ได้แก่ Formist กับ Contextualist และ Organicist กับ Mechanist ในหลักการอธบายคูแรก
่
ิ
Formist จะมองว่า ปรากฏการณ์หรือวัตถุแห่งการศึกษานั้นมีลักษณะเฉพาะตัวหรือพึงเข้าใจได้
ื
่
็
่
โดยตัวสิ่งนั้นเอง โดยไม่จ าเปนต้องเชือมโยงกับสิ่งอนนอกเหนือจากปรากฏการณ์หรือวัตถุแห่ง
การศึกษา ส่วน Contextualist จะมองว่า การท าความเข้าใจปรากฏการณ์หรือวัตถุแห่งการศึกษา
่
ิ
ต้องเชือมโยงเข้ากับปรากฏการณ์อนหรือบริบทแวดล้อม ส่วนแนวการอธบายคูหลังจะมอง
่
ื
่
่
ปรากฏการณ์หรือวัตถุแห่งการศึกษาเปนเพียงส่วนย่อยของภาพใหญ โดย Organicist มองว่า
็
ปรากฏการณ์หรือวัตถุแห่งการศึกษาเปนส่วนหนึ่งขององคาพยพและด าเนินประสานกับ
็
่
่
ื
ปรากฏการณ์อน ๆ ขณะที Mechanist จะมองปรากฏการณ์หรือวัตถุแห่งการศึกษาในฐานะ
่
่
ื
่
ั
ฟนเฟองทีด าเนินอยูภายใต้กฎเกณฑ์ทีตายตัว
่
่
ระดับนัยยะทางอุดมการณ์ (ideological implication) เปนการให้คุณคาตอความ
็
เปลี่ยนแปลงทางประวัตศาสตร์ผ่านจุดยืนทางอุดมการณ์ โดยพิจารณาถึงภาวะอันพึงปรารถนา
ิ
(desirability) และจังหวะของการเปลี่ยนแปลงทีเหมาะสม (the optimum pace of change) นัยยะ
่
็
ทางอุดมการณ์นี้แบ่งออกเปน 4 แบบ ซึงจัดเปนคู่ตรงข้ามสองคู ได้แก่ Anarchist กับ Liberal และ
่
็
่
่
Radical กับ Conservative นัยยะคูแรกพิจารณาถึงภาวะอันพึงปรารถนา โดย Anarchist จะมอง
่
่
็
่
ว่า ภาวะอันพึงภาวะเปนสิ่งทีด ารงอยูในอดตอันไกลโพ้น ขณะที Liberal จะมองภาวะอันพึง
ี
่
ปรารถนาอยูในอนาคตทียังมองไม่เห็น ส่วนนัยยะคู่หลังจะพิจารณาถึงจังหวะของการเปลี่ยนแปลง
่
โดย Radical มองว่า ความเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็วและถอนรากถอนโคนเปนความจ าเปน ขณะที ่
็
็
Conservative จะว่า ความเปลี่ยนแปลงควรด าเนินอย่างค่อยเปนค่อยไปตามธรรมชาต ิ
็
ิ
เมือใช้ทฤษฎีการสร้างค าอธบายทั้งสามระดับข้างต้นนี้วิเคราะห์พระประวัตของกรม
ิ
่
ิ
หลวงชุมพรฯ ผู้วิจัยพบว่า เรื่องราวพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯฉบับทางการมีการ
่
่
เปลี่ยนแปลงการสร้างความหมายตอตัวตนของพระองค์ในแตละช่วงเวลา โดยมีการเปลี่ยนแปลง
ิ
โครงเรื่องจากสุขนาฏกรรม (Comedy) ในงานเขียนพระประวัตช่วงก่อนทศวรรษ 2490 ไปสูวีรคติ
่
64
่
(Romance) ในช่วงหลังทศวรรษ 2490 ทั้งในเรื่องราวพระชนม์ชีพทัวไปและในเรื่องราว
ิ
อทธปาฏิหาริย์ การเปลี่ยนแปลงโครงเรื่องนี้ท าให้ตัวตนของพระองค์ในสองช่วงเวลาดังกล่าวถูก
ิ
่
น าเสนอแตกตางกัน ตัวตนของพระองค์ในฐานะเชื้อพระวงศ์แบบอย่างผู้น าความทันสมัยจาก
่
ื
ตะวันตกกลับมาสูสยามเพือสนองราชกิจของพระมหากษัตริย์ได้รับการผลักดันไปสูฐานะใหม่คอ
่
่
ทหารเรือนักปฏิรปผู้วางรากฐานกิจการทหารเรือไทย
ู
อกทั้งการเปลี่ยนแปลงโครงเรื่องพระประวัตก็ให้คุณคาตอนัยยะความเปลี่ยนแปลง
่
ี
่
ิ
่
แตกตางกันจากจังหวะแบบ Liberal-conservative ในงานเขียนพระประวัตช่วงก่อนทศวรรษ
ิ
่
2490 ไปสู Liberal-radical ในงานเขียนหลังทศวรรษ 2490 กล่าวคือ พระประวัตช่วงก่อนทศวรรษ
ิ
2490 ได้มองความส าเร็จในพระกรณยกิจของกรมหลวงชุมพรฯในฐานะจุดเริมต้นหรือหน่อออน
่
่
ี
ั
ของกิจการทหารเรือไทยทียังต้องผ่านการฟูมฝกเตบโตอกตอไปในอนาคต ขณะทีพระประวัตช่วง
ิ
่
่
ี
ิ
่
่
่
หลังทศวรรษ 2490 มองความส าเร็จเดยวกันนี้ในฐานะมรดกอันยิ่งใหญทีท าให้เกิดกองทัพเรือใน
ี
ู
ปจจุบัน และผลลัพธ์ความส าเร็จจากการปฏิรปของพระองค์ท าให้คนไทยมีความร้ความสามารถใน
ู
ั
่
การเดินเรือในทะเลตั้งแต่ช่วงทีพระองค์ทรงมีพระชนม์ชีพ
ิ
่
ทั้งนี้งานเขียนพระประวัตทั้งในช่วงก่อนและหลังทศวรรษ 2490 ส่วนใหญจะน าเสนอ
ิ
ุ
็
ข้อสรปของเรื่องในลักษณะแบบ Formist เปนพื้นฐานกล่าวคอ พระประวัตจะสรปความส าเร็จใน
ุ
ื
พระกรณยกิจของกรมหลวงชุมพรฯมีสาเหตุส าคัญมาจากคุณสมบัตของพระองค์ทั้งในด้านพระ
ี
ิ
ู
่
ิ
็
่
ปรีชาสามารถและพระอัธยาศัย เนืองด้วยรปแบบของงานเขียนพระประวัตส่วนใหญเปนงานเขียน
ุ
็
ประเภทชีวประวัตบุคคลเชิงเชิดชูเกยรตยศ ท าให้ข้อสรปของเรื่องราวจะเปนการอธบายคุณสมบัต ิ
ิ
ี
ิ
ิ
่
ิ
ี
ของเจ้าของชีวประวัตทีท าให้เจ้าของชีวประวัตนั้นประสบความส าเร็จ ขณะเดยวกัน เรื่อง
ิ
ุ
อทธปาฏิหาริย์เหนือจริงเกยวกับกรมหลวงชุมพรฯก็มีข้อสรปของเรื่องคล้ายคลึงกัน คอ เรื่องราว
ื
ิ
ี่
ิ
ิ
ุ
ิ
พยายามสรปให้เหนวา พระองค์ทรงมีคุณสมบัตในฐานะสิงศักด์สิทธ์ จึงท าให้พระองค์ทรงมี
ิ
่
็
่
ิ
ิ
ิ
อทธฤทธ์บันดาลปาฏิหาริย์ได้
อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยเห็นว่า ทฤษฎีการสร้างความหมายของไวต์มิได้สามารถใช้วิเคราะห์
งานเขียนพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯได้อย่างตรงไปตรงมา เนืองจากทฤษฎีนี้เปนค าตอบที ่
่
็
ิ
ไวต์ประมวลขึ้นจากการวิเคราะห์งานเขียนทางประวัตศาสตร์แตละชิ้น เพือแสดงให้เห็นว่า งาน
่
่
ิ
เขียนทางประวัตศาสตร์ชิ้นนั้นมีลักษณะความเปนงานประพันธ์ทางวรรณกรรมมากกว่างาน
็
ิ
วิเคราะห์แบบวิทยาศาสตร์ แตผู้วิจัยได้น าทฤษฎีนี้มาใช้วิเคราะห์ตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯที ่
่
ปรากฏในการเล่าพระประวัตในแตละช่วงเวลา โดยมองว่า ตัวตนของพระองค์ได้ผ่านการประกอบ
ิ
่
่
ิ
สร้างขึ้นจากงานเขียนพระประวัตหลายชิ้นทีมีผู้เขียนพระประวัตแตกตางกันและมิได้เล่าเรื่องแบบ
่
ิ
65
ิ
เดียวกัน กล่าวคือ งานเขียนพระประวัตแต่ละชิ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ อาจมิได้มีล าดับเรื่องเหมือนกัน
่
่
่
และมีการเลือกเรื่องทีจะน าเสนอแตกตางกัน แตยังน าเสนอตัวตนของพระองค์ในลักษณะเดียวกัน
่
่
็
ผู้วิจัยจ าเปนต้องเรียงล าดับเรื่องขึ้นใหม่ด้วยการประมวลจากงานเขียนพระประวัตทีผลิตขึ้นในแตละ
ิ
ิ
่
ิ
ช่วงเวลา โดยใช้โครงเรื่องการเล่าพระประวัตตามเวลาตั้งแตการประสูตจนถึงการสิ้นพระชนม์เปน
็
่
่
เกณฑ์ เพือให้ผู้วิจัยสามารถวิเคราะห์ภาพรวมตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯทีงานเขียนพระประวัติ
ณ ช่วงเวลานั้น ๆ พยายามน าเสนอได้ชัดเจน
่
็
ทั้งนี้ด้วยเหตุทีล าดับเรื่องใหม่เปนสิ่งทีสร้างขึ้นโดยผู้วิจัยและน าเสนอภาพรวมการเล่า
่
เรื่องพระประวัต ขณะทีทฤษฎีของไวต์วางอยูบนการวิเคราะห์งานเขียนแตละชิ้นในรายละเอยด
่
่
ิ
ี
่
่
ล าดับเรื่องใหม่โดยผู้วิจัยย่อมส่งผลให้การวิเคราะห์ด้วยทฤษฎีของไวต์สร้างค าตอบทีอาจ
่
่
คลาดเคลื่อนจากตัวตนของพระองค์ทีงานเขียนพระประวัตแตละชิ้นน าเสนอ ซึงผู้วิจัยตระหนักถึง
ิ
่
ิ
ข้อจ ากัดนี้และจะใช้ทฤษฎีของไวต์อธบายการน าเสนอตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯในภาพรวมที ่
การเล่าเรื่องพระประวัติในช่วงเวลานั้น ๆ น าเสนอ
ื
ุ
3. โครงเร่องพระประวัติของกรมหลวงชมพรฯ พ.ศ. 2466-2536
ในส่วนนี้ ผู้วิจัยจะวิเคราะห์โครงเรื่อง (การล าดับเหตุการณ์และการก าหนดแนวเรื่อง) ใน
่
ิ
พระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯทีผลิตขึ้นในชาวงระหว่างพ.ศ. 2466-2536 โดยจะพิจารณาถึงการ
ิ
ื
็
สร้างและขับเน้นคุณสมบัตในตัวตนของพระองค์สองตัวตน คอ ตัวตนความเปนทหารเรือนักปฏิรป
ู
ู
็
ิ
และตัวตนผู้ใช้ศาสตร์ความร้นอกความเปนสมัยใหม่ คุณสมบัตในตัวตนแรกจะประกอบสร้างขึ้น
ี
จากเรื่องราวพระชนม์ชีพทัวไปและความส าเร็จในพระกรณยกิจด้านกิจการทหารเรือ ส่วนตัวตนผู้ใช้
่
ู
็
ศาสตร์ความร้นอกความเปนสมัยใหม่จะประกอบสร้างขึ้นจากเรื่องราวพระชนม์ชีพทีทรงเปนแพทย์
็
่
แผนไทย, พระจริยวัตรด้านเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์ และเรื่องราวอิทธปาฏิหาริย์เหนือจริงตาง ๆ
ิ
่
้
ิ
3.1 โครงเร่องพระประวัติเพ่อนาเสนอตัวตนทหารเรอนกปฏรูปสรางความทนสมัย
ื
ื
ั
ื
ั
ื
3.1.1 โครงเร่องกับแนวเร่องของพระประวัติก่อนการสรางโครงเร่องแม่บท
ื
้
ื
ในทศวรรษ 2490
งานเขียนพระประวัติทีผลิตขึ้น ณ ช่วงเวลานี้ได้แก่ พระนิพนธ์พระประวัตของกรม
ิ
่
หลวงชุมพรฯโดยสมเด็จ กรมพระยาด ารงราชานุภาพ และงานเขียนทีผลิตซ ้าพระนิพนธ์พระประวัติ
่
ี
จึงมีเรื่องราวและโครงเรื่องเพียงแนวเดยว คอ โครงเรื่องแบบสุขนาฏกรรม (Comedy) น าเสนอ
ื
66
่
ี
ความส าเร็จในพระกรณยกิจของกรมหลวงชุมพรฯทีทรงสามารถน าความทันสมัยจากตะวันตก
่
่
1
กลับมาสูสยามเพือสนองราชกิจของพระมหากษัตริย์ได้ เรื่องราวมีล าดับเรื่องดังนี้
1. กรมหลวงชุมพรฯประสูตขึ้นในฐานะพระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระ
ิ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว และมีพระชนม์ชีพวัยเยาว์อยู่ในพระบรมมหาราชวัง
่
จนกระทัง พ.ศ. 2436 พระองค์ทรงได้รับการโปรดเกล้าฯให้เสด็จไปศึกษาที ่
่
่
ประเทศอังกฤษ เมือถึงเวลาต้องทรงศึกษาวิชาเฉพาะ พระองค์ทรงเลือก
ศึกษาวิชาทหารเรือ
่
็
2. ในระหว่างทีทรงศึกษา พระองค์ทรงลาพักเรียนมาร่วมขบวนเสดจประพาส
ยุโรปทีศรีลังกาเมือ พ.ศ. 2440 และทรงแสดงพระปรีชาสามารถถอท้ายเรือ
่
่
ื
็
่
่
พระทีนังไปจนถึงยุโรป หลังจากเสดจถึงยุโรป พระองค์ทรงศึกษาวิชา
่
็
วิชาการทหารเรือตอจนส าเร็จการศึกษา ทรงเสดจกลับสูสยามใน พ.ศ.
่
2442 และรับราชการในกรมทหารเรือ
3. กรมหลวงชุมพรฯทรงมุงหมายทีจะฝกหัดคนไทยให้มีความร้ความสามารถ
ึ
ู
่
่
่
ในการเดนเรือในทะเลลึกได้ เนืองจากทีผ่านมาราชการไทยต้องจ้าง
ิ
่
ชาวตางชาตมาท าหน้าทีบังคับการเรือ แม้ราชการได้ตั้งโรงเรียนนายเรือ
่
ิ
่
แล้ว ก็ยังไม่ประสบความส าเร็จ
่
ึ
่
4. จนกระทังกรมหลวงชุมพรฯทรงเข้ารับราชการ พระองค์จึงทรงริเริมฝกหัด
่
็
นายทหารเรือไทย พระบาทสมเดจพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัวทรงมี
พระราชด าริเห็นชอบ จึงโปรดเกล้าฯให้กรมหลวงชุมพรฯด ารงต าแหน่ง
ึ
เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ พระองค์ทรงฝกหัดนายทหารเรือเรื่อยมา
่
่
จนกระทัง พ.ศ. 2449 เมือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัวเสดจ
็
่
ึ
ิ
มาเปดโรงเรียนนายเรือ ทรงพอพระราชหฤทัยการฝกหัดของกรมหลวง
่
ชุมพรฯและมีลายพระราชหัตเลขาชืนชมไว้ในสมุดเยียมของโรงเรียนนายเรือ
่
่
1 เนืองจากมีงานเขียนพระประวัติของกรมหลวงชุมพรฯจ านวนมากในแต่ละช่วงเวลาและผู้วิจัยพระ
ี
ประวัติแต่ละคนมีวิธการน าเสนอเรื่องราวพระชนม์ชีพของพระองค์แตกต่างกันแม้จะน าเสนอตัวตนของกรมหลวง
ชุมพรฯในลักษณะทีคล้ายคลึงกัน การพิจารณาล าดับเรื่องในแต่ละงานเขียนพระประวัติหรือเลือกวิเคราะห์เพียง
่
่
บางชิ้นงานจึงอาจไม่เหมาะสมต่อการวิเคราะห์ถึงตัวตนของพระองค์ทีได้รับการประกอบสร้างขึ้นจากงานเขียน
พระประวัติหลายชิ้นร่วมกัน ดังนั้น ผู้วิจัยจึงใช้ล าดับเรื่องนี้แสดงภาพรวมของการเล่าพระประวัติแต่ละช่วงเวลา
่
ตามทีผู้วิจัยประมวลขึ้นแทนการแสดงล าดับเรื่องตามงานเขียนพระประวัติ
67
่
็
5. ตอมาเมือถึงรัชสมัยพระบาทสมเดจพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูหัว กรมหลวง
่
่
็
ชุมพรฯทรงได้รับโปรดเกล้าฯเปนผู้ช่วยเสนาบดกระทรวงทหารเรือ แตทรง
่
ี
็
ด ารงต าแหน่งได้ไม่นาน ก็ประชวรและทรงขอลาพักราชการออกเปน
่
นายทหารกองหนุนชัวคราวจนกระทัง พ.ศ. 2460 จึงทรงกลับเข้ารับ
่
ราชการอีกครั้ง
6. หลังจากกรมหลวงชุมพรฯทรงกลับเข้ารับราชการ ราชนาวีสมาคมได้เรี่ยไร
่
่
เงินเพือจัดซื้อเรือรบถวายแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูหัว กรม
็
หลวงชุมพรฯทรงได้รับมอบหมายจากราชนาวีสมาคมให้เปนข้าหลวงพิเศษ
่
็
่
เสดจไปซื้อเรือหลวงพระร่วงทียุโรป เมือทรงซื้อเรือได้แล้ว พระองค์ทรง
็
บังคับการเรือกลับมายังสยามด้วยพระองค์เอง เปนความดีความชอบท าให้
็
่
พระองค์ทรงได้รับการเลื่อนพระอิสริยยศเปนกรมหลวงและตอมาทรงได้รับ
การแต่งตั้งให้ด ารงต าแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
7. กรมหลวงชุมพรฯทรงด ารงต าแหน่งไม่นาน ทรงประชวรกระเสาะกระแสะ
และทรงขอลาพักไปตากอากาศทีชายทะเลปากน ้าเมืองชุมพร ระหว่างที ่
่
่
่
็
ทรงอยูทีชายทะเล พระองค์ทรงถูกฝน ประชวรเปนไข้หวัดใหญ และ
่
็
สิ้นพระชนม์ พระบาทสมเดจพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูหัวโปรดเกล้าฯให้
่
อัญเชิญพระศพกลับมาบ าเพ็ญพระราชกุศลทีวัง เมือถึงวันพระราชทาน
่
่
ิ
เพลิงศพ พระองค์ทรงรับสังให้มีกระบวนแห่พระศพตามพระเกยรตยศทาง
ี
่
ี
ทหารเรือในระดับนายพลเรือเอกและกระบวนแห่พระศพตามพระเกยรต ิ
เชื้อพระวงศ์ผู้ใหญ ่
ล าดับเรื่องข้างต้นนี้จะเห็นว่า แนวเรื่องของพระประวัตเปนแนวเรื่องแบบ
็
ิ
ื
ึ
สุขนาฏกรรม (Comedy) โดยมีปมปญหาส าคัญของเรื่องคอ การฝกหัดให้คนไทยมีความร้ ู
ั
ี
ิ
ความสามารถเดนเรือในทะเลลึก เรื่องราวพระประวัตมิได้มองพระกรณยกิจของกรมหลวงชุมพรฯ
ิ
ั
ในฐานะสิ่งทีแก้ไขปมปญหาให้หมดไป หากแตเปนเพียงจุดเริมต้นของการแก้ไขปญหา สมเดจฯ
่
ั
็
่
็
่
ั
กรมพระยาด ารงราชานุภาพทรงอธบายการแก้ปญหานี้ผ่านลายพระราชหัตถเลขาของ
ิ
่
่
พระบาทสมเดจพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัวในสมุดเยียมเมือวันเปดโรงเรียนนายเรือว่า “เรา
็
่
ิ
จุฬาลงกรณ์ ป.ร. ได้มาเปดโรงเรียนนี้ มีความปลื้มใจซึงได้เห็นการทหารเรือมีรากหยังลงแล้ว
่
่
ิ
68
่
1
ั
จะเปนทีมันสืบไปในภายหน้า” ข้อความนี้จึงแสดงให้เห็นถึงการคลี่คลายปมปญหาของเรื่องลง
่
่
ี
่
ชัวคราวด้วยพระกรณยกิจของกรมหลวงชุมพรฯ ซึงทรงประสบส าเร็จอย่างราบรื่นและสร้างความ
พอพระราชหฤทัยแดพระมหากษัตริย์ ท าให้ทรงได้รับโปรดเกล้าฯให้ด ารงต าแหน่งส าคัญของ
่
่
่
ราชการทหารเรือ ท้ายทีสุด แม้เรื่องราวจะจบลงด้วยการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ แตพระองค์ก็
่
ทรงได้รับการปฏิบัติตอพระศพอย่างสมพระเกยรติด้วยการมีกระบวนแห่พระศพตามพระเกยรตยศ
ี
ี
ิ
่
ิ
่
่
ทั้งฝายทหารเรือและฝายเชื้อพระวงศ์ผู้ใหญ เรื่องราวพระประวัตของพระองค์จึงลงด้วยความสุขที ่
่
ั
พระองค์ทรงสามารถคลี่คลายปญหาได้ชัวคราว
ี
ุ
ิ
ขณะเดยวกัน พระนิพนธ์พระประวัตนี้ได้น าเสนอข้อสรปแบบกึ่ง Organicist-
ื
่
ิ
ั
formist กล่าวคอ พระประวัตได้อธบายปจจัยทีท าให้กรมหลวงชุมพรฯทรงประสบความส าเร็จใน
ิ
ื
พระกรณยกิจมาจากพระอัธยาศัยของพระองค์ “คอความซื่อตรงอย่างหนึ่ง ความกล้าหาญใน
ี
่
่
บรรดาการซึงทรงท า...ความสามารถซึงจะท าการอันทรงจ านงให้ส าเร็จดังพระสงค์อย่างหนึ่ง แล
่
ิ
่
ความโอบอ้อมอารี...อาศรัยพระคุณสมบัตดังกล่าวมานี้ จึงทรงสามารถท าราชการตาง ๆ ซึงได้รับ
่
่
ในหน้าทีให้ลุล่วงดังได้กล่าวมาข้างต้น” แตเมือพิจารณาถึงบทบาทของพระองค์ในเรื่องราวพระ
2
่
ประวัต พระองค์ทรงมีบทบาทสนองตอพระราชประสงค์ของพระมหากษัตริย์ในเรื่องตาง ๆ ทั้งใน
่
่
ิ
เรื่องการปรับปรงการศึกษาของโรงเรียนนายเรือและเรื่องการซื้อเรือหลวงพระร่วง กรมหลวงชุมพรฯ
ุ
่
็
ในพระนิพนธ์พระประวัตจึงทรงด ารงต าแหน่งแห่งทีเปนส่วนหนึ่งขององคาพยพทีน าโดย
่
ิ
พระมหากษัตริย์
โครงเรื่องและข้อสรปได้สะท้อนถึงบริบทความพยายามของชนชั้นน าในการจัด
ุ
ระเบียบทางสังคมขึ้นใหม่ในช่วงทศวรรษ 2450-2460 เนืองด้วยความวุนวายทางสังคมทีเกิดขึ้น
่
่
่
จากการเปลี่ยนผ่านสังคมของสยามไปสู่ความเปนสมัยใหม่ภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธราชย์
ิ
็
่
่
การปกครองทีรวมศูนย์อ านาจทีรัฐส่วนกลางต้องการให้ประชาชนยอมรับอ านาจและให้ความ
ั
่
ร่วมมือตอรัฐ ขณะเดยวกัน ภายในกลุ่มชนชั้นน าเองก็เกิดปญหาความขัดแย้งระหว่างกันจากการ
ี
็
แบ่งสรรทรัพยากรทีไม่เปนระเบียบและไม่เท่าเทียมกัน สมเดจฯ กรมพระยาด ารงราชานุภาพใน
3
็
่
็
ี
ฐานะเจ้านายชั้นสูงของราชวงศ์และเสนาบดกระทรวงมหาดไทยจึงทรงเห็นจ าเปนต้องจัด
1 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด ารงราชานุภาพ. (2466). จดหมายเหตุเรื่องเซอเชมสบรก
ุ
เข้ามาท าสัญญาในรัชกาลที่ 3 เมื่อปจอ พ.ศ. 2393. หน้า 13.
ี
2 แหล่งเดิม. หน้า 18.
3 สายชล สัตยานุรักษ์. (2546). สมเด็จฯ กรมพระยาด ารงราชานุภาพ: การสร้างอัตลักษณ ์
“เมืองไทย” และ “ชั้น” ของชาวสยาม. หน้า 7-15.
69
่
็
ความสัมพันธ์ทางอ านาจของผู้คนในสังคมขึ้นใหม่ พระองค์ทรงใช้พระนิพนธ์ตาง ๆ เปนเครื่องมือ
ู
เปลี่ยนแปลงการรับร้ตัวตนของผู้คนในสังคม โดยทรงโน้มน้าวให้ผู้คนตระหนักถงบทบาทตามชนชั้น
ึ
่
่
ของตน และให้คุณคาของชีวิตเน้นไปยังการท าประโยชน์ตอสังคมบ้านเมือง รวมถึงการมีความ
1
จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์
ความมุงหมายของสมเดจฯ กรมพระยาด ารงราชานุภาพท าให้พระนิพนธ์พระ
็
่
ประวัตกรมหลวงชุมพรฯสะท้อนถึงอุดมการณ์ของรัฐนอกเหนือผ่านการร าลึกถึงสิ่งทีกรมหลวง
ิ
่
็
่
ชุมพรฯได้ทรงกระท าไว้เมือครั้งยังมีพระชนม์ชีพ โดยมีเป้าหมายผู้อานทีเปนชนชั้นน าทีด ารง
่
่
่
ิ
ิ
ต าแหน่งราชการ พระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯในพระนิพนธ์พระประวัตจึงน าเสนอต าแหน่ง
่
่
่
แห่งทีของกรมหลวงชุมพรฯในฐานะองค์ประกอบย่อยขององคาพยพทีท าหน้าทีสนองตอบพระราช
ประสงค์ของพระมหากษัตริย์ทั้งในเรื่องการฝกหัดคนไทยให้มีความสามารถในการเดินเรือและเรื่อง
ึ
ิ
การซื้อเรือหลวงพระร่วง รวมทั้งน าเสนอคุณสมบัตของกรมหลวงชุมพรฯทีน าพระองค์ไปสู ่
่
ความส าเร็จ เพือโน้มน้าวให้ชนชั้นน ายึดถอเปนแบบอย่าง ตระหนักบทบาทหน้าทีในชนชั้นของตน
็
ื
่
่
มีความสามัคคเอ้ออาทรระหว่างกัน และปฏิบัตราชการด้วยความจงรักภักด เพือเก้อหนุนให้
ิ
่
ี
ี
ื
ื
ิ
ั
พระมหากษัตริย์สามารถน าพาประเทศชาตผ่านพ้นปญหาและรักษาระบอบสมบูรณาญาสิทธราชย์
ิ
ให้มันคงสืบไปได้
่
ี
ขณะเดยวกัน เมือพิจารณาถึงเป้าหมายปลายทางของการแก้ปมปญหาและ
ั
่
จังหวะอันเหมาะสม พระประวัตสะท้อนถึงนัยยะอุดมการณ์แบบ Liberal-conservative โดยมองว่า
ิ
่
ู
ื
่
่
็
สถานการณ์ทีด ารงอยูเดิมไม่เปนทีพึงปรารถนาคอ การทีคนไทยไม่มีความร้ความสามารถในการ
่
ิ
เดินเรือในทะเลลึกท าให้ราชการต้องจ้างชาวตางชาตท าหน้าทีแทน การฝกหัดให้คนไทยมีความร้ ู
ึ
่
่
ความสามารถในการเดนเรือได้อย่างชาวตางชาตจึงเปนภาวะพึงปรารถนาในอนาคตทีราชการไทย
ิ
่
่
ิ
็
ประสงค์จะไปให้ถึง กระนั้น ผลลัพธ์ของการแก้ไขปมปญหามิได้ปรากฏในพระประวัตฉบับนี้ อกทั้ง
ิ
ั
ี
ิ
ี
่
ิ
พระประวัตยังอธบายความส าเร็จในพระกรณยกจของกรมหลวงชุมพรฯเพียงในฐานะจุดเริมต้นของ
ิ
ั
ี
การคลี่คลายสถานการณ์ปญหา หมายความว่า ความส าเร็จในพระกรณยกิจได้สามารถคลี่คลาย
ั
ปมปญหาลงชัวคราวแล้ว ซึงได้สะท้อนมุมมองตอจังหวะทีเหมาะสมตอการแก้ปมปญหาเรื่องว่า
่
่
่
่
่
ั
่
มิใช่เรื่องเร่งด่วนตอการด าเนินการแก้ไขในทันที ดังนั้น นัยยะอุดมการณ์นี้บ่งชี้มุมมองของชนชั้นน า
่
ึ
ทีให้ความส าคัญตอการสร้างความทันสมัยแก่กิจการทหารเรือระดับหนึ่ง โดยมองว่า การฝกหัด
่
1 อรรถจักร สัตยานุรักษ์. (2556). ความหมายของตัวตน: พัฒนาการหนังสอแจกในงานศพ. ใน
ื
ประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม และการศึกษา: รวมบทความไทยศึกษาเพื่อระลกถึงศาสตราจารย์ อิฌิอิ โย
ึ
เนะโอะ. หน้า 202.
70
่
็
็
ิ
นายทหารเรือให้มีความสามารถเดนเรือเปนเรื่องทีจ าเปน และกรมหลวงชุมพรฯได้ทรงท าให้เกิด
ั
็
“รากหยังลงแล้ว” แตการแก้ไขปมปญหานี้ก็มิใช่เปนเรื่องเร่งดวนทีจะต้องด าเนินให้ส าเร็จอย่าง
่
่
่
่
่
รวดเร็วเมือเทียบกับสถานการณ์ปญหาอน ๆ โดยเฉพาะปญหาความขัดแย้งในหมู่ชนชั้นน า
ื
ั
ั
่
่
ิ
่
จากการวิเคราะห์การสร้างคุณคาความหมายตอเรื่องเล่าพระประวัตของกรม
ิ
หลวงชุมพรฯ จะเห็นได้ว่า พระประวัตได้สร้างตัวตนของพระองค์ในฐานะเชื้อพระวงศ์แบบอย่าง
่
ผู้น าความทันสมัยจากตะวันตกกลับมาสูสยามเพือสนองพระราชประสงค์ของพระมหากษัตริย์
่
ื
็
ตัวตนนี้ถอก าเนิดขึ้นสนองตอบพระประสงค์ของสมเดจฯ กรมพระยาด ารงราชานุภาพในการจัด
ู
็
่
่
ระเบียบการรับร้ตัวตนและบทบาทของชนชั้นน าเมือสยามก าลังเปลี่ยนผ่านไปสูความเปนสมัยใหม่
่
ในช่วงทศวรรษ 2450-2460 พระประวัตจึงน าเสนอกรมหลวงชุมพรฯในฐานะแบบอย่างทีชนชั้นน า
ิ
พึงยึดถอและปฏิบัต เพือรักษาสถานะของชนชั้นน าและระบอบสมบูรณาญาสิทธราชย์ให้ด าเนิน
่
ิ
ื
ิ
็
่
เปลี่ยนผ่านไปสูความเปนสมัยใหม่ได้อย่างราบรื่น
้
3.1.2 โครงเร่องและแนวเร่องของพระประวัติหลงการสรางแม่บทพระ
ื
ื
ั
ประวัติในทศวรรษ 2490 จนถึง พ.ศ. 2527
การเสื่อมสถานะและอ านาจทางการเมืองของกองทัพเรือจากความพ่ายแพ้ใน
เหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน พ.ศ. 2494 ได้ท าให้เกิดความพยายามในการเขียนประวัตศาสตร์ของ
ิ
ู
่
ี
กองทัพเรือขึ้นใหม่ เพือเปลี่ยนแปลงการรับร้ตัวตนของกองทัพเรือในฐานะกบฏ ขณะเดยวกัน
่
่
้
กระแสการฟนฟูสถานะทางการเมืองของสถาบันพระมหากษัตริย์เพือตอต้านการขยายตัวของ
ื
่
ิ
แนวคดคอมมิวนิสต์ก็น ามาซึงการมองย้อนเรื่องราวบทบาทของชนชั้นน าในอดีตและให้คุณค่าพระ
ิ
่
่
่
เกยรตคุณทีสร้างความเจริญตอประเทศชาต เพือสร้างการรับร้ของผู้คนทีมีตอสถาบัน
่
ี
ู
ิ
่
พระมหากษัตริย์ใหม่ในฐานะศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวไทย บริบททั้งสองนี้ได้ท าให้เรื่องราว
แม่บทพระประวัตฉบับทางการน าเสนอตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯในฐานะปูชนียบุคคลส าคัญผู้
ิ
วางรากฐานความเจริญต่อกองทัพเรือไทยในปจจุบัน
ั
ิ
ู
ิ
เรื่องราวแม่บทพระประวัตนี้สร้างขึ้นจากเรื่องราวพระประวัตตามความร้ความ
เข้าใจทีด ารงอยู่ในสังคมก่อนทศวรรษ 2490 ซึ่งมาจากพระนิพนธ์พระประวัติโดยสมเด็จฯ กรมพระ
่
ิ
ยาด ารงราชานุภาพและการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวประวัตศาสตร์ของกองทัพเรือในช่วงทศวรรษ
2490 โดยมีงานเขียนส าคัญได้แก่ จดหมายของนาวาตรี หลวงรักษาราชทรัพย์ (รักษ์ เอกะวิภาต)
(พ.ศ. 2496), หนังสือประวัตโรงเรียนนายเรือ (พ.ศ. 2499) และเรื่องเล่าประสบการณ์ของนักเรียน
ิ
นายเรือในหนังสือ พระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ แล เกศากันต์ฯ กองประวัตศาสตร์ทหารเรือได้เรียบ
ิ
เรียงขึ้นเปนพระประวัติฉบับทางการฉบับทีสองในหนังสือ อนุสรณ์พิธีเปดกระโจมไฟชุมพรเขตอุดม
่
็
ิ
่
ี
ิ
่
ศักดิ์ (พ.ศ. 2503) แม้พระประวัตฉบับอนทีผลิตขึ้นในช่วงเวลานี้จะมีรายละเอยดการเล่าเรื่องหรือ
ื
71
่
่
่
ล าดับเรื่องแตกตางกันบ้าง แตงานเขียนพระประวัตส่วนใหญยังมีภาพรวมการเล่าเรื่องตามพระ
ิ
่
ประวัติฉบับทางการฉบับทีสอง งานเขียนพระประวัติส่วนใหญมีภาพรวมล าดับเรื่องดังนี้
่
1. กรมหลวงชุมพรฯประสูตขึ้นในฐานะพระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระ
ิ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว และมีพระชนม์ชีพวัยเยาว์อยู่ในพระบรมมหาราชวัง
่
่
จนกระทัง พ.ศ. 2436 พระองค์ทรงได้รับการโปรดเกล้าฯให้เสด็จไปศึกษาที ่
ประเทศอังกฤษ โดยทรงศึกษาวิชาการทหารเรือตามพระราชด าริของ
็
พระบาทสมเดจพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัวทีทอดพระเนตรเห็นความไม่
่
่
่
มันคงของประเทศชาติเนืองด้วยการให้ชาวตางชาติรับราชการทหารเรือ
่
่
่
็
2. ในระหว่างทีทรงศึกษา พระองค์ทรงลาพักเรียนมาร่วมขบวนเสดจประพาส
่
ยุโรปทีศรีลังกาเมือ พ.ศ. 2440 และทรงแสดงพระปรีชาสามารถถอท้ายเรือ
่
ื
่
็
่
พระทีนังไปจนถึงยุโรป หลังจากเสดจถึงยุโรป พระองค์ทรงศึกษาวิชา
่
่
็
วิชาการทหารเรือตอจนส าเร็จการศึกษา เสดจกลับสูสยามใน พ.ศ. 2442
่
่
และรับราชการในกรมทหารเรือ โดยทรงมีพระทัยมุงมันทีจะฝกหัดทหารเรือ
่
ึ
ิ
่
ู
ไทยให้มีความร้ความสามารถในการเดนเรือได้อย่างชาวตางประเทศ แต ่
ทรงยังไม่มีโอกาส
่
3. เมือนาวาเอก หม่อมเจ้า ไพชยนต์เทพ ออกจากต าแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษา
ทหารเรือใน พ.ศ. 2448 กรมหลวงชุมพรฯทรงได้รับโปรดเกล้าฯให้ด ารง
ื
ต าแหน่งแทน พระองค์ทรงถอโอกาสนี้ปฏิรปการศึกษาของโรงเรียนนายเรือ
ู
ู
ึ
ทั้งหมดใหม่ ทรงทุมเทพระทัยให้ความร้และฝกหัดทักษะแก่นักเรียนนาย
่
เรือด้วยพระองค์เอง จนกระทังนักเรียนนายเรือแสดงความสามารถในการ
่
จัดการเรือเปนทีประทับพระราชหฤทัยตอพระบาทสมเดจพระจุลจอมเกล้า
็
่
็
่
เจ้าอยู่หัวในวันเปดโรงเรียนนายเรือ
ิ
่
็
4. ใน พ.ศ. 2449 เมือกรมหลวงชุมพรฯเสดจไปตั้งกองทหารทีบางพระ ทรง
่
แสดงพระอัธยาศัยคลุกคลีใกล้ชิดและอุปถัมภ์เหล่าทหารเรือ ท าให้
ทหารเรือต่างเคารพรักใคร่พระองค์
ึ
5. เมือถึง พ.ศ. 2450 กรมหลวงชุมพรฯทรงน านักเรียนนายเรือออกฝกภาค
่
ทะเลในตางประเทศเปนครั้งแรก โดยให้นักเรียนนายเรือทั้งหมดเปนลูกเรือ
็
่
็
ิ
่
และไม่มีชาวตางชาตบนเรือเลย เปนการแสดงความสามารถครั้งแรกของ
็
คนไทยในการเดินเรือให้เปนทีประจักษ์ตอสายตาชาวต่างชาต ิ
่
่
็
72
่
ี
6. หลังจากทกรมหลวงชุมพรฯทรงได้รับการโปรดเกล้าฯให้ด ารงต าแหน่งรองผู้
บัญชาการทหารเรือ พระองค์เสดจไปอ านวยการฝกหัดทหารเรือในการใช้
็
ึ
่
็
่
ิ
่
ตอร์ปโดทีอ่าวสัตหีบ ในครั้งนั้นพระองค์ทรงมีพระด าริทีจะให้อาวแห่งนี้เปน
ฐานทัพเรือในอนาคต เนืองจากเปนพื้นทีทางยุทธศาสตร์ทีเหมาะสม
่
่
่
็
่
็
่
่
7. เมือเข้าสูรัชสมัยของพระบาทสมเดจพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูหัว กรมหลวง
ุ
ชุมพรฯทรงจ าต้องออกจากราชการโดยยังไม่มีข้อสรปเหตุผลชัดเจน ใน
ระหว่างทรงออกจากราชการ พระองค์ยังทรงมีพระทัยห่วงใยทหารเรือ เมือ
่
ทรงทราบว่า สยามจะประกาศสงครามกับเยอรมนี ทรงเสดจในตรวจป้อม
็
พระจุลจอมเกล้าและรับสังให้ซ่อมแซม เมือถึงวันประกาศสงคราม ก็เสดจ
่
่
็
มาช่วยเหลือ
8. หลังจากกรมหลวงชุมพรฯทรงกลับเข้ารับราชการใน พ.ศ. 2460 ราชนาวี
สมาคมได้เรี่ยไรเงินเพือจัดซื้อเรือรบถวายแดพระบาทสมเดจพระมงกุฎ
็
่
่
่
เกล้าเจ้าอยูหัว กรมหลวงชุมพรฯทรงได้รับมอบหมายจากราชนาวีสมาคม
็
็
่
ให้เปนข้าหลวงพิเศษเสดจไปซื้อเรือหลวงพระร่วงทียุโรป เนืองจาก
่
คณะกรรมการราชนาวีสมาคมมีความเห็นร่วมกันว่า พระองค์ทรงมีพระ
่
่
ปรีชาสามารถด้านการทหารเรือมากทีสุด เมือทรงซื้อเรือได้แล้ว พระองค์
ี
ทรงบังคับการเรือกลับมายังสยามด้วยพระองค์เอง เปนความดความชอบ
็
่
็
ท าให้พระองค์ทรงได้รับการเลื่อนพระอิสริยยศเปนกรมหลวงและตอมาทรง
ได้รับการแต่งตั้งให้ด ารงต าแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
็
9. กรมหลวงชุมพรฯทรงด ารงต าแหน่งนี้ไม่นาน ทรงประชวรเปนพระโรค
ภายในจึงทรงขอลาพักไปตากอากาศทีชายทะเลปากน ้าเมืองชุมพร
่
็
่
่
่
ระหว่างทีทรงอยูทีชายทะเล พระองค์ทรงถูกฝน ประชวรเปนไข้หวัดใหญ ่
่
็
และสิ้นพระชนม์ พระบาทสมเดจพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูหัวโปรดเกล้าฯให้
่
่
อัญเชิญพระศพกลับมาบ าเพ็ญพระราชกุศลทีวัง เมือถึงวันพระราชทาน
ี
เพลิงศพ พระองค์ทรงรับสังให้มีกระบวนแห่พระศพตามพระเกยรตยศทาง
่
ิ
ทหารเรือในระดับนายพลเรือเอกและกระบวนแห่พระศพตามพระเกยรต ิ
ี
เชื้อพระวงศ์ผู้ใหญ ่
ิ
่
10. พระเกยรตคุณของกรมหลวงชุมพรฯทีทรงมีพระปรีชาสามารถและความ
ี
็
่
มุ่งมันตั้งพระทัยท าให้กิจการทหารเรือของประเทศได้กลายเปนของคนไทย
73
ิ
ี
ั
และท าให้กองทัพเรือไทยในปจจุบันสามารถมีเกยรตภูมิเปนทียอมรับใน
่
็
่
สายตาของตางชาตด้วยการมีระเบียบประเพณและวิชาความร้ทัดเทียม
ี
ู
ิ
นานาชาต อกทั้งพระจริยวัตรและพระอัธยาศัยของพระองค์ท าให้ทหารเรือ
ี
ิ
ต่างเคารพรักใคร่และแสดงความระลึกถึงพระองค์เสมอ
ิ
่
ล าดับเรื่องราวพระประวัตข้างต้นนี้ได้แสดงให้เห็นว่า พระประวัตทีผลิตขึ้นใน
ิ
ื
ช่วงเวลานี้มีแนวเรื่องแบบวีรคต (Romance) โดยมีปมปญหาส าคัญของเรื่องคอ การฝกหัดให้คน
ึ
ิ
ั
ิ
ไทยมีความร้ความสามารถเดนเรือในทะเลลึก เพือแทนทีชาวตางชาตทีรับราชการในกิจการ
ู
ิ
่
่
่
่
ทหารเรือ ซึงแตกตางจากแนวเรื่องของพระประวัตในช่วงเวลาก่อนหน้าทีมีแนวเรื่องแบบ
ิ
่
่
่
สุขนาฏกรรม พระประวัตช่วงเวลานี้พิจารณาพระกรณยกิจของกรมหลวงชุมพรฯในฐานะสิ่งทีแก้ไข
ี
่
ิ
ปมปญหาได้อย่างสมบูรณ์ โดยตีความความส าเร็จนี้จากเรื่องการฝกหัดภาคทะเลของนักเรียนนาย
ั
ึ
่
่
ิ
เรือเมือ พ.ศ. 2450 ซึงใช้นักเรียนนายเรือไทยในการปฏิบัตหน้าทีบนเรือทั้งหมด และมองว่า การ
่
ู
ิ
่
็
ึ
ฝกภาคทะเลครั้งนี้เปนครั้งแรกทีนักเรียนนายเรือได้แสดงความร้ความสามารถเดนเรือในทะเล
ิ
่
่
1
อย่างเปนทีประจักษ์ตอสายตานานาชาต ความส าเร็จนี้มีทีมาจากพระปรีชาสามารถด้านการ
่
็
ทหารเรือกับความอุตสาหะของกรมหลวงชุมพรฯทีทรงลงทุนลงแรงปฏิรปเปลี่ยนแปลงการศึกษา
่
ู
ของโรงเรียนนายเรือใหม่ให้ทัดเทียมกับการศึกษาวิชาทหารเรือของตะวันตกด้วยตัวพระองค์เอง
่
ความส าเร็จนี้ยังได้เปลี่ยนแปลงสภาพของกิจการทหารเรือไทยจากกิจการทีชาวตางชาตเปนผู้
ิ
็
่
ขับเคลื่อนเพือผลประโยชน์ส่วนตนกลายเปนกิจการทีคนไทยด าเนินการเพือประโยชน์ของชาต ิ
่
่
็
่
่
บ้านเมือง เนืองด้วยการปฏิรปการศึกษาของโรงเรียนนายเรือท าให้มีนายทหารเรือไทยรับราชการ
ู
่
็
แทนทีชาวต่างชาติจนสามารถท าให้กิจการทหารเรือเปนของคนไทยได้สมบูรณ์
นอกจากความเปลี่ยนแปลงต่อกิจการทหารเรือแล้ว ตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯ
ในเรื่องราวพระประวัตก็เปลี่ยนแปลงจากเจ้านายเชื้อพระวงศ์พระองค์หนึ่งทีปฏิบัตราชการ
ิ
่
ิ
ู
ทหารเรือไปสู่นายทหารเรือนักปฏิรปผู้วางรากฐานทหารเรือไทย ความเปลี่ยนแปลงข้างต้นมาจาก
่
ิ
ข้อสรปแบบ Formist ทีพระประวัต ณ ช่วงเวลานี้สร้างขึ้น โดยน าเสนอตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯ
ุ
่
่
ิ
่
ใหม่ทีประกอบขึ้นด้วยคุณสมบัตตาง ๆ เช่น การมีพระปรีชาสามารถด้านการทหารเรือทีทันสมัย,
ิ
่
่
ความกล้าหาญในการริเริมกระท าสิ่งตาง ๆ และความไม่ถอพระองค์ โดยเฉพาะคุณสมบัตเรื่อง
ื
่
่
่
่
่
ความมุงมันตั้งพระทัยทีจะทรงท าสิ่งใดให้ส าเร็จ ซึงถูกน าเสนอผ่านการทีพระองค์ต้องทรง
็
ด าเนินการเรื่องตาง ๆ ด้วยตัวพระองค์เอง เช่น พระองค์ทรงเปนอาจารย์สอนวิชาจ านวนหนึ่งใน
่
โรงเรียน, ทรงรับสังให้สร้างสิ่งอ านวยการฝกหัดนักเรียนนายเรือ และทรงด าเนินการฝกหัดด้วย
ึ
่
ึ
1 กองทัพเรือ. (2503). อนุสรณ์พิธีเปดกระโจมไฟชุมพรเขตอุดมศักดิ์ 20 พฤศจิกายน 2503. หน้า 48.
ิ
74
่
็
ิ
ิ
็
ี
พระองค์เอง เปนต้น คุณสมบัตเหล่านี้เปนสิ่งทีจะอธบายความส าเร็จในพระกรณยกิจและสร้าง
ความเปลี่ยนแปลงต่อกิจการทหารเรือไทย
ในการน าเสนอตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯในฐานะวีรบุรษ นัยยะอุดมการณ์
ุ
่
่
ิ
ุ
็
ของการเปลี่ยนแปลงแบบ Liberal-radical ทีอยูในพระประวัตเปนสิ่งทีขับเน้นความเปนวีรบุรษ
็
่
ิ
ิ
ของพระองค์ให้โดดเด่นมากขึ้น พระประวัตในช่วงเวลานี้มองภาวะดั้งเดิมคือ การมีชาวตางชาตรับ
่
ิ
็
ิ
ราชการทหารเรือ เปนสิ่งไม่พึงปรารถนาและเปนอันตรายตอความมันคงของชาตด้วยการอธบาย
่
็
่
่
ว่า “ชาวตางประเทศทีมารับราชการในประเทศไทยเรานั้น จะหวังพึงเขาในคราวคับขันหาได้ไม่
่
่
่
่
่
่
เพราะเขามาท างานเพือคาจ้างเท่านั้น ไม่ได้มาท างานเพือช่วยป้องกันบ้านเมืองซึงไม่ใช่ของเขา”
1
ิ
ิ
็
่
่
็
การอธบายนี้ท าให้ภาวะการมีชาวตางชาตรับราชการทหารเรือเปนสิ่งทีจ าเปนต้องได้รับการแก้ไข
่
เร่งดวน และจังหวะของการแก้ไขปมปญหาต้องเกิดขึ้นทันทีแบบถอนรากถอนโคนด้วยการเอา
ั
ชาวต่างชาติออกจากราชการทหารเรือจนหมดสิ้น
ี
ู
พระประวัตนิยามถึงวิธการด าเนินการปฏิรปของกรมหลวงชุมพรฯว่า “การร ุ
ิ
ู
ศักราช” อันหมายถึงการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนนักเรียนนายเรือด้วยวิชาความร้ใหม่
2
็
ทั้งหมด โดยทรงจัดให้สอบไล่นักเรียนนายเรือชั้นสูงสุดออกเปนนายทหารเรือ และให้ยุบนักเรียน
นายเรือชั้นอนมาเรียนด้วยหลักสูตรใหม่และระเบียบการจัดการปกครองนักเรียนนายเรือใหม่
่
ื
ทั้งหมด วิธการปฏิรปของพระองค์และความอุตสาหะตั้งพระทัยทีจะให้พระกรณยกิจส าเร็จดังพระ
ี
่
ู
ี
ประสงค์ได้สร้างผลลัพธ์เปนทีพอพระราชหฤทัยของพระบาทสมเดจพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว
่
็
็
่
ิ
่
ู
และสามารถท าให้คนไทยมีความร้ความสามารถในการเดนเรือได้อย่างแท้จริงเมือทรงน านักเรียน
่
่
ึ
่
นายเรือออกฝกภาคทะเลในตางประเทศเมือ พ.ศ. 2450 ซึงใช้เวลานับตั้งแตทรงริเริมปฏิรปจนถึง
่
ู
่
การน านักเรียนออกฝกภาคทะเลนี้เพียง 2 ปเท่านั้น นัยยะของการแก้ปมปญหาจึงมองความส าเร็จ
ั
ึ
ี
่
่
ในพระกรณยกิจกรมหลวงชุมพรฯเปนสิ่งทีน ากิจการทหารเรือไทยไปสูเป้าหมายทพึงปรารถนาและ
ี
่
ี
็
ให้ผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว
การน าเสนอเรื่องราวพระประวัติ ณ ช่วงเวลานี้ได้พยายามขับเน้นคุณสมบัติตาง ๆ
่
ของกรมหลวงชุมพรฯในฐานะวีรบุรษ เพือตอบสนองต่อบริบททีกองทัพเรือสูญเสียสถานภาพทาง
ุ
่
่
การเมืองหลังความพ่ายแพ้ในเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน พ.ศ. 2494 กองทัพเรือในฐานะฝาย
่
สนับสนุนนายปรีด พนมยงค์ประสบความล้มเหลวในการพยายามยึดอ านาจการเมืองจากรัฐบาล
ี
1 พลเรือตรี ดาว เพชรชาติ. (2524, พฤศจิกายน). เทิดพระเกยรติพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรม
ี
หลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบดาแหงทหารเรอไทย. ใน นาวิกศาสตร์. 64(11): 1218.
่
ื
ิ
2 กองทัพเรือ. (2503). เล่มเดิม. หน้า 15.
75
่
่
่
ทหารฝายกองทัพบกกับฝายอนุรักษ์-กษัตริย์นิยม ความหวาดหวันตอแสนยานุภาพของกองทัพเรือ
่
็
่
ั
่
ี
ท าให้ฝายรัฐบาลลดทอนแสนยานุภาพของกองทัพเรือลงมิให้เปนปรปกษ์กับรัฐบาลได้อกตอไป
โดยยุบหรือโอนหน่วยงานทีรัฐบาลเห็นว่าไม่จ าเปนส าหรับกิจการกองทัพเรือ ย้ายทีตั้งหน่วยงาน
่
็
่
ของกองทัพเรือทีเหลืออยูออกจากเขตพระนครและธนบุรี รวมถึงมีค าสังพักราชการและปลด
่
่
่
่
นายทหารเรือจ านวนมากทีเกยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ซึงนายทหารเรือทีถูกปลดจะมิได้รับเบี้ยหวัด
่
ี่
่
บ านาญ นอกจากการโอนย้ายหน่วยงานและการปลดนายทหารเรือออกจากราชการจ านวนมาก
่
กองทัพเรือยังได้สูญเสียทรัพย์สินกว่า 5 ล้านบาท, เสียเรือรบสองล า, กรมอูทหารเรือเสียหายหนัก
1
็
จากไฟไหม้ และเชื้อเพลิงกับอาวุธสูญหายเปนจ านวนมาก
การลดทอนแสนยานุภาพของกองทัพเรือนี้ได้ท าให้กองทัพบกขึ้นมามีบทบาท
น าทางการเมืองตลอดตั้งแต่ทศวรรษ 2500 ด้านหนึ่งสามารถเห็นได้จากผู้น าการเมืองและผู้น าการ
ื
่
ี
่
ี
ึ
ี
่
ิ
รัฐประหารทเกดข้น ณ ช่วงเวลาน้มีทมาจากกองทัพบกเกอบทั้งหมด ได้แก จอมพล สฤษด์ ธนะรัชต์
ิ
ิ
ิ
(พ.ศ. 2502-2506), จอมพล ถนอม กตตขจร (พ.ศ. 2501, 2506-2516), พลเอก เกรยงศักด์ ชมะ
ิ
ี
ิ
นันทน์ (พ.ศ. 2520-2523) และพลเอก เปรม ตณสูลานนท์ (พ.ศ. 2523-2531) แม้มีช่วงระยะเวลา
ื
ระหว่าง พ.ศ. 2518-2520 ทีมีนายทหารเรือพยายามขึ้นมามีอ านาจทางการเมืองคอ พลเรือเอก
่
ู
่
ิ
่
สงัด ชลออยู (ด ารงต าแหน่งหัวหน้าคณะปฏิรปการปกครองแผ่นดน พ.ศ. 2519-2520) แตเขาก็ยัง
ึ
ี
ิ
่
่
ี
็
ื
ต้องแตงตั้งนายทหารจากกองทัพบก คอ พลเอก เกรยงศักด์ ชมะนันทน์ ข้นเปนนายกรัฐมนตรเพือ
ิ
ิ
่
่
ประสานประโยชน์ระหว่างกลุมตาง ๆ แทนตนเอง สิ่งนี้ได้ยืนยันว่า กองทัพบกมีอทธพลทาง
การเมืองมากกว่ากองทัพเรือ
ู
ี
อกด้านหนึ่ง ในการรับร้ของสังคมไทยตั้งแตทศวรรษ 2500 กองทัพบกได้แสดง
่
ภาพลักษณ์ของตนเองในฐานะผู้เสียสละปกป้องชาติไทยให้รอดพ้นจากภยันตราย หนึ่งในช่องทาง
ื
่
เผยแพร่ภาพลักษณ์นี้คอ บทเพลงปลุกใจทีกระจายเสียง ณ ช่วงทศวรรษ 2500-2520 เช่น เพลง
่
ทหารพระนเรศวร (พ.ศ. 2515), เพลงชายชาญทหารไทย (พ.ศ. 2516), เพลงแดทหารหาญใน
็
สมรภูมิ (พ.ศ. 2519) และเพลงจากยอดดอย (พ.ศ. 2522) เปนต้น เพลงปลุกใจเหล่านี้ต่างน าเสนอ
ความเสียสละของทหารบกทีต้องออกเดินทางไปยังพื้นทีห่างไกล เผชิญความยากล าบากตอสู้กับ
่
่
่
ศัตร เพือรักษาเอกราชของชาติ ขณะทีผู้คนในสังคมอาจมิได้ล่วงร้ถึงวีรกรรมของพวกเขา บทเพลง
่
ู
่
ู
่
ู
ปลุกในเหล่านี้โน้มน้าวให้ผู้คนมีความร้ความเข้าใจถึงความส าคัญและบทบาทหน้าทีของ
กองทัพบกในฐานะผู้เสียสละปกป้องชาต ิ
่
ื
1 ศุภการ สริไพศาล และ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์. (2559). กบฏแมนฮัตตัน. สบค้นเมือ 25 ธันวาคม
ิ
2560, จาก http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=กบฏแมนฮัตตัน
76
ด้านกองทัพเรือ การลดทอนแสนยานุภาพจากเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน
่
พ.ศ. 2494 ได้สร้างความไม่มันคงในวิชาชีพทหารเรือขึ้น บุคลากรของกองทัพเรือจ านวนมาก
ประสบความยากล าบากในการด าเนินชีวิตและการปฏิบัติหน้าที โดยสะท้อนผ่านการออกโครงการ
่
่
่
ิ
ิ
ส่งเสริมสวัสดการทหารเรือ พ.ศ. 2494 และระเบียบกองทัพเรือที 66 ว่าด้วยเงินทุนสวัสดการเพือ
ครอบครัวทหารเรือ พ.ศ. 2495 โดยพลเรือตรี หลวงยุทธศาสตร์โกศล (ประยูร ยุทธศาสตร์โกศล)
่
1
ื
เพือบรรเทาความเดอดร้อนของทหารเรือในเรื่องคาครองชีพสูงและรายได้ไม่เพียงพอ นอกจาก
่
่
ู
ความยากล าบากในการด ารงชีพแล้ว บุคลากรทหารเรือก็มีความร้สึกไม่มันคงในวิชาชีพของตน
ด้วย เพราะรัฐบาลด าเนินนโยบายลดแสนยานุภาพของกองทัพเรือกระชั้นชิดกับเหตุการณ์กบฏ ท า
ให้บุคลากรทหารเรือเกิดความระส ่าระส่ายถงสถานะไม่แน่นอนของตนเอง พลเรือตรี ประพัฒน์ จัน
ึ
่
่
ื
่
ทวิรัชเล่าถึงการกระชั้นชิดในการยึดพื้นทีของหน่วยงานทหารเรือว่า “เมือทหารหน่วยอนเข้ายึด
ิ
่
่
ครองทีท าการกองทัพเรือและกรมเสนาธการทหารเรือหลังจากเหตุการณ์ร้ายแรงวันที 29 มิถุนายน
่
ื
พ.ศ. 2494 แล้วนั้น ได้ท าให้เงินราชการ เอกสารราชการ และทรัพย์สินอน ๆ สูญหายไปมาก” อก
ี
2
่
่
่
่
่
ทั้งหน่วยงานทหารเรือทีเหลืออยูก็อยูห่างไกลจากเขตพระนครและอยูในพื้นทีทุรกันดาร ณ
่
็
ช่วงเวลานั้น เช่น สมุทรปราการและชลบุรี เปนต้น เมือประกอบกับความยากล าบากในการด าเนิน
ชีวิตและการปฏิบัตหน้าที ก็ย่อมท าให้ผู้คนภายนอกมองอาชีพทหารเรือเปนอาชีพทียากล าบาก
ิ
่
็
่
่
และไม่มีความมันคง
ื
้
็
่
ความระส าระส่ายในวิชาชีพทหารเรือท าให้กองทัพเรือจ าเปนต้องฟนฟูขวัญ
่
่
ก าลังใจและความเชือมันของบุคลากรตอวิชาชีพทหารเรือขึ้นใหม่ โดยเฉพาะการจัดการความทรง
่
็
จ าเกยวกับเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน พ.ศ. 2494 การเชิดชูปูชนียบุคคลในอดีตของกองทัพเรือเปน
ี่
ี
่
หนึ่งในวิธการทีกองทัพเรือใช้สร้างความทรงจ าร่วมใหม่ โดยแสดงให้บุคลากรในกองทัพเรือเห็นถึง
ความส าคัญของวิชาชีพนี้ทีมีมาแตอดตผ่านเรื่องราวชีวประวัตและบทบาทของบุคคลนั้นทีมีตอ
่
่
่
ี
ิ
่
่
่
ประเทศชาต เพือโน้มน้าวให้บุคลากรเชือมันว่า ประเทศยังคงต้องการวิชาชีพทหารเรือในสังคม
่
ิ
็
ภายใน พ.ศ. 2496 วารสาร นาวิกศาสตร์ ซึงเปนวารสารของราชนาวิกสภาโดยตรง ได้ตพิมพ์
ี
่
็
เรื่องราวชีวประวัตและบทบาทความส าคัญของบุคคลทีควรได้รับการเชิดชูเปนปูชนียบุคคลของ
ิ
่
1 พลเรือตรี หลวงเจียร กลการ. (2499). จอมพลเรือ หลวงยุทธศาสตร์โกศล เปนมิ่งมงคลของสวัสดิ
็
็
ื
ื
ภาพมวลทหารเรือ. ใน เร่องราวความเปนมาแต่หนหลังของจอมพลเรอ หลวงยุทธศาสตรโกศล ผู้บัญชาการ
ทหารเรือ. หน้า 136-139.
2 พลเรือตรี ประพัฒน์ จันทวิรัช. (2519). อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลเรือเอก สินธุ์ กมล
นาวิน. หน้า 125.
77
1
็
กองทัพเรือถึงสองคน ได้แก่ สมเดจพระเจ้าตากสินมหาราช และกรมหลวงชุมพรฯ โดยเล่าเรื่อง
ี่
่
พระประวัติและบทบาทความส าคัญของทั้งสองพระองค์ทีเกยวข้องกับทหารเรือ
ี
่
ื
้
็
ขณะเดยวกัน บริบทการฟนฟูสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึงเปนส่วน
หนึ่งของนโยบายตอต้านการคุกคามของลัทธคอมมิวนิสต์และการกลับสู่อ านาจของกลุ่มอนุรักษ์-
ิ
่
กษัตริย์นิยม ได้ตอกย ้าคุณคาเรื่องบทบาทของพระมหากษัตริย์กับเชื้อพระวงศ์ราชวงศ์จักรีในการ
่
ั
ปกปกษ์รักษาเอกราชของชาตไทย โดยเฉพาะคุณประโยชน์ยิ่งใหญของพระบาทสมเดจพระ
ิ
็
่
่
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแลเชื้อพระวงศ์ร่วมสมัยพระองค์ทีทรงแสดงพระปรีชาสามารถและวิสัยทัศน์
สร้างความทันสมัยน าพาประเทศให้รอดพ้นจากการตกเปนอาณานิคมของมหาอ านาจชาต ิ
็
ิ
่
ตะวันตก คุณประโยชน์นี้ส่วนหนึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านงานศึกษาทางประวัตศาสตร์ทีเล่าเรื่อง
่
ู
่
ิ
็
เกยวกับภัยคุกคามของจักรวรรดนิยมตะวันตกและการปฏิรปประเทศไปสูความเปนสมัยใหม่ซึง
ี่
ผลิตขึ้นในช่วงทศวรรษ 2500-2520 เช่น วิทยานิพนธ์เรื่อง การแก้ไขสนธิสัญญาว่าด้วยสิทธิสภาพ
นอกอาณาเขตกับประเทศมหาอ านาจในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูหัว (พ.ศ.
่
่
2502) โดยทรงศรี อาจอรณ ได้มีข้อสรปว่า ชนชั้นน าไทยมิได้มีความไว้วางใจตอชาวตางชาต ิ
ุ
ุ
่
็
็
ตะวันตก แตจ าเปนต้องท าสนธสัญญาทีไม่เปนธรรม เพือหลีกเลี่ยงการตกเปนอาณานิคมเฉก
่
่
็
ิ
่
่
เช่นเดียวกับประเทศเพือนบ้าน เมือกระแสจักรวรรดนิยมได้ผ่อนเบาลง ราชการไทยก็ได้พยายาม
ิ
่
ิ
ด าเนินการแก้ไขสนธสัญญาทีไม่เปนธรรมต่อประเทศไทยและประสบความส าเร็จขึ้นได้ เพราะพระ
็
่
่
ปรีชาสามารถของพระบาทสมเดจพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัวกับพระบาทสมเดจพระมงกุฎเกล้า
็
็
็
เจ้าอยูหัว ตลอดจนการด าเนินงานของคณะเสนาบดของทั้งสองพระองค์อันมีสมเดจพระเจ้าบรม
่
ี
วงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการเปนก าลังส าคัญ และวิทยานิพนธ์เรื่อง บทบาทของประเทศ
็
2
มหาอ านาจตะวันตกในการสร้างทางรถไฟของประเทศไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
่
เจ้าอยูหัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูหัว (พ.ศ. 2517) โดยสมใจ ไพโรจน์ธระรัชต์ ได้
่
ี
เสนอภาพการครอบง ากิจการรถไฟไทยโดยมหาอ านาจตางชาตทีเข้ามาแข่งขันแก่งแย่งผลประโยชน์
่
ิ
่
ั
ในประเทศไทย ราชการไทยตระหนักถึงปญหานี้และได้ด าเนินการแก้ไขด้วยวิธตาง ๆ จนสามารถ
ี
่
ิ
3
็
ท าให้อิทธพลของต่างชาติหมดสิ้นไปจากกิจการรถไฟไทย เปนต้น
1 กรมยุทธการทหารเรือ. (2496). “ตากสิน” จอมทัพเรือ. ใน นาวิกศาสตร์. 36(8). และ กรมยุทธการ
ทหารเรือ. (2496). กรมหลวงชุมพรฯผู้สร้างทหารเรือไทย. ใน นาวิกศาสตร์. 36(9).
2 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2535). รวมบทคัดย่อวิทยานิพนธ์ประวัติศาสตร์
พ.ศ. 2488-2534. หน้า 3.
3 แหล่งเดิม. หน้า 18-19.
78
อีกส่วนหนึ่งถูกน าเสนอผ่านกระแสการสร้างปูชนียบุคคล “พระบิดา” ของหน่วย
่
่
่
่
่
ราชการตาง ๆ ตั้งแตทศวรรษ 2500 โดยมีการให้คุณคาตอเชื้อพระวงศ์ทีมีบทบาทในการสร้าง
ความทันสมัยแก่ประเทศไทยในฐานะ “พระบิดา” และการสร้างอนุสาวรีย์หลายแห่งในทศวรรษ
ิ
ี
็
2500-2510 เช่น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระก าแพงเพชรอัครโยธนทรงได้รับเฉลิมพระเกยรติเปน
“พระบิดาแห่งการรถไฟไทย” และทรงมีพระอนุสาวรีย์อยู่ทีหน้าตึกบัญชาการรถไฟแห่งประเทศไทย
่
ี
ิ
่
เมือ พ.ศ. 2500, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรดเรกฤทธ์ทรงได้รับการเฉลิมพระเกยรตเปน
็
ี
ิ
ิ
ิ
พระบิดาแห่งกฎหมายไทยโดยคณะกรรมการเนตบัณฑิตยสภา และทรงมีพระอนุสาวรีย์แห่งแรกที ่
สนามหญ้าหน้ากระทรวงยุติธรรมเมือ พ.ศ. 2507 พร้อมการก าหนดให้วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ
่
ิ
่
พระองค์วันที 7 สิงหาคมของทุกปเปน “วันรพี” เพือระลึกถึงพระเกยรตคุณของพระองค์ และพระ
ี
ี
็
่
ี
ิ
็
เจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถทรงได้รับการเฉลิมพระเกยรตเปน “พระบิดาแห่งการ
ี
่
ิ
ิ
็
พาณชย์ไทย” โดยข้าราชการกระทรวงพาณชย์ เนืองด้วยทรงเปนเสนาบดกระทรวงพาณชย์คนแรก
ิ
1
็
่
และทรงมีพระอนุสาวรีย์แห่งแรกทีหน้าอาคารท าการกระทรวงพาณชย์เมือ พ.ศ. 2515 เปนต้น
ิ
่
่
บริบทข้างต้นประกอบกับความประสงค์ของกองทัพเรือทีจะเชิดชูปูชนียบุคคล
ขององค์กรเปนขวัญก าลังใจของบุคลากรและปดรอยแผลจากเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน ตัวตน
ิ
็
่
ุ
ของกรมหลวงชุมพรฯจึงเริ่มต้นได้รับการน าเสนอในลักษณะวีรบุรษผู้สร้างทหารเรือ เพือตอบสนอง
ต่อบริบทปญหาการสูญเสียสถานภาพทางการเมืองของกองทัพเรือในทศวรรษ 2490 และต้องการ
ั
ี
่
ผลักดันสถานะของตนให้ได้รับการยอมรับในสังคมอกครั้งภายใต้สถานการณ์ทีกองทัพบกมี
็
ู
บทบาทน าทางการเมืองและกระแสการรับร้หลักในสังคมตั้งแต่ทศวรรษ 2500 เปนต้นไป อย่างไรก็
ุ
็
ตาม กองทัพเรือมิได้น าเสนอความเปนวีรบุรษของกรมหลวงชุมพรฯเพียงเฉพาะด้านการเปน
็
ื
ู
่
่
่
็
ิ
ทหารเรอเทานั้น หากแตยังได้ยอมรับความเปนสิงศักด์สิทธ์จากกระแสความร้ความเข้าใจของผู้คน
ิ
ในสังคมด้วย ซึ่งในประเด็นนี้ ผู้วิจัยจะวิเคราะห์ในส่วนต่อไป
3.1.3 โครงเร่องในพระประวัติกรมหลวงชมพรฯ ที่ผลตขึ้นระหว่าง
ิ
ื
ุ
พ.ศ. 2528-2536
ิ
การเชิดชูกรมหลวงชุมพรฯและการเล่าพระประวัตในช่วงเวลาก่อนหน้าได้สร้าง
ื
ี
ตัวตนของพระองค์ขึ้นสองตัวตน ตัวตนหนึ่งคอ ตัวตนทหารเรือนักปฏิรปผู้สร้างทหารเรือไทย อก
ู
ื
ตัวตนหนึ่งคอ ผู้ใช้ศาสตร์ความร้นอกระบบความเปนสมัยใหม่ กองทัพเรือประสบความส าเร็จใน
ู
็
การสร้างการยอมรับพวกตนตอสังคมท้องถินหลายแห่งผ่านการแสดงความเคารพนับถอกรมหลวง
ื
่
่
ุ
ุ
่
ั
ชุมพรฯในฐานะวีรบุรษทางวัฒนธรรม แต่สถานะวีรบุรษทางวัฒนธรรมก็ได้เริมสร้างปญหาใหม่ขึ้น
ี
1 ดูรายละเอียดใน ปราโมทย์ ทัศนาสุวรรณ. (2525). พระพุทธรูปและอนุสาวรย์ส าคัญทั่วประเทศไทย.
79
ุ
่
็
ิ
เมือกองทัพเรือประสงค์จะเชิดชูกรมหลวงชุมพรฯขึ้นเปนวีรบุรษทางประวัตศาสตร์ในช่วงทศวรรษ
่
็
2530 กล่าวคือ ผู้คนในสังคมตางระลึกกรมหลวงชุมพรฯในสถานะนี้มากกว่าการเปนบุคคลส าคัญ
่
ิ
ทางประวัตศาสตร์ ขณะทีการเกิดขึ้นของชนชั้นกลางกลุมใหม่ทีมีการศึกษาระดับอุดมศึกษาตั้งแต ่
่
่
ทศวรรษ 2510-2530 และก าลังขึ้นมามีบทบาททางการเมืองมากขึ้นจากการขยายตัวทาง
เศรษฐกิจในช่วงทศวรรษ 2520-2540 รวมทั้งความพยายามของชนชั้นน าในการตอบโต้การ
เปลี่ยนแปลงทางสังคมจากกระแสโลกาภิวัฒน์ ตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯในฐานะทหารเรือ
ู
นักปฏิรปได้รับการขยายความมากขึ้นครอบคลุมถึงระเบียบการจัดการราชการทหารเรือ และขับเน้น
พระกรณยกิจการสร้างคุณประโยชน์ตอสังคมส่วนรวม พระกรณยกิจในและนอกกิจการทหารเรือ
่
ี
ี
ิ
่
จึงได้รับการเน้นให้โดดเด่นมากขึ้นและได้รับการอธบายในลักษณะการมุ่งประโยชน์ตอส่วนรวม
ิ
ิ
่
่
พระประวัตทีผลิตในช่วงเวลานี้ส่วนใหญจะมิได้เล่าพระประวัตตลอดพระชนม์ชีพ
่
่
ี
ิ
ี
่
แตมีจะเน้นเล่าเกร็ดพระประวัตรายละเอยดเรื่องตาง ๆ เพือแสดงพระเกยรตคุณของกรมหลวง
ิ
ชุมพรฯให้เด่นชัด โดยมีภาพรวมล าดับเรื่องดังนี้
1. กรมหลวงชุมพรฯประสูตขึ้นในฐานะพระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระ
ิ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว และมีพระชนม์ชีพวัยเยาว์อยู่ในพระบรมมหาราชวัง
่
จนกระทัง พ.ศ. 2436 พระองค์ทรงได้รับการโปรดเกล้าฯให้เสด็จไปศึกษาที ่
่
ประเทศอังกฤษ โดยทรงศึกษาวิชาการทหารเรือตามพระราชด าริของ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
2. ในช่วงทีทรงศึกษาวิชาการทหารเรือทีประเทศอังกฤษ พระองค์ต้องทรงมี
่
่
ความวิริยะอุตสาหะและพระปรีชาสามารถฝาฟนความล าบากและความ
่
ั
เข้มงวดในการเรียนและการฝกหัดบนเรือรบของอังกฤษจนกระทังทรงประสบ
ึ
่
ความส าเร็จในการศึกษาด้วยคะแนนระดับสูงตามมาตรฐานของอังกฤษ
็
3. กรมหลวงชุมพรฯเสดจกลับสูสยามใน พ.ศ. 2442 และรับราชการในกรม
่
ึ
่
่
่
ทหารเรือ โดยทรงมีพระทัยมุงมันทีจะฝกหัดทหารเรือไทยให้มีความร้ ู
ความสามารถในการเดินเรือได้อย่างชาวตางประเทศ แต่เนืองด้วยพระองค์
่
่
็
่
ยังทรงมีพระชนมายุน้อยและราชการทหารเรือเปนหน่วยราชการใหม่ทีเพิ่ง
่
ริเริมจัดตั้งขึ้น เชื้อพระวงศ์ผู้ใหญในกรมทหารเรือมีภาระหน้าทีมากมาย
่
่
ี
จากการด ารงต าแหน่งทั้งเสนาบดกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการ
ทหารเรือพร้อมกัน พระองค์จึงทรงต้องอยูใต้บังคับบัญชาของเชื้อพระวงศ์
่
่
ผู้ใหญและได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติราชการระดับสูงบ่อยครั้ง
80
4. หลังจากนาวาเอก หม่อมเจ้า ไพชยนต์เทพ ออกจากต าแหน่งเจ้ากรมยุทธ
ศึกษาทหารเรือใน พ.ศ. 2448 กรมหลวงชุมพรฯทรงได้รับโปรดเกล้าฯให้ด ารง
ต าแหน่งแทน พระองค์ทรงริเริมปฏิรปการศึกษาของโรงเรียนนายเรือทั้งหมด
่
ู
่
็
่
ิ
เนืองจากกิจการทหารเรือเปนสิ่งใหม่ทีมิเคยมีระเบียบการปฏิบัตเปน
็
หลักเกณฑ์มาก่อน พระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการเรียนการสอน,
่
ระเบียบการบริหารจัดการภายใน และสร้างสิ่งอ านวยการฝกหัด จนกระทัง
ึ
่
็
พ.ศ. 2449 เมือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัวเสดจมาเปดโรงเรียน
ิ
่
ึ
นายเรือ พระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยการฝกหัดของกรมหลวงชุมพรฯ
ึ
่
5. เมือถึง พ.ศ. 2450 กรมหลวงชุมพรฯทรงน านักเรียนนายเรือไปฝกหัด
ปฏิบัตการในทะเล เพือให้นักเรียนเรียนร้ประสบการณ์การปฏิบัตงานใน
ิ
ู
่
ิ
็
ิ
ทะเลจริงและเปนการแสดงให้นานาชาตเห็นความเปนเอกราชของชาตด้วย
็
ิ
การอวดธงนาวี
่
่
ึ
6. ในช่วงทีทรงรับราชการ กรมหลวงชุมพรฯทรงตั้งกองดับเพลิงขึ้นเพือฝกหัด
็
ให้นักเรียนนายเรือช่วยเหลือประชาชนในการดับเพลิง กองดับเพลิงนี้เปน
กองดับเพลิงเพียงแห่งเดียวในพื้นทีกรงเทพฯและธนบุรี
่
ุ
่
7. เมือถึง พ.ศ. 2454 กรมหลวงชุมพรฯกราบบังคมทูลขอออกจากราชการ
่
และทรงใช้พระชนม์ชีพอยูบนเรือใบอยูขณะหนึ่ง แตได้ทรงเปลี่ยนพระทัย
่
่
ิ
่
และมุงจะท าประโยชน์เพือชาต ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยทรง
่
่
ประกอบอาชีพเปนแพทย์แผนไทยออกรักษาผู้คน จนกระทัง พ.ศ. 2460 จึง
็
ทรงกลับเข้ารับราชการอีกครั้ง
8. เมือทรงกลับเข้ารับราชการอกครั้ง กรมหลวงชุมพรฯทรงตั้งแผนกการกุศล
่
ี
ฌาปนกิจทหารเรือขึ้นหลังจากทรงทอดพระเนตรเห็นการจัดศพทหารเรือ
ี
ิ
่
ี
เยียงสามัญชน พระองค์จึงทรงให้มีการท าพิธศพทหารเรือให้สมเกยรตขึ้น
ิ
เพือให้ทหารเรอมีเกยรตยศศักด์ศร ี
ี
ิ
่
ื
9. ใน พ.ศ. 2463 กรมหลวงชุมพรฯทรงได้รับมอบหมายเปนข้าหลวงพิเศษ
็
่
็
เสดจไปซื้อเรือหลวงพระร่วงทียุโรป เมือพระองค์ทรงซื้อเรือได้แล้ว ทรง
่
ิ
็
บังคับการเรือกลับมายังสยามด้วยพระองค์เอง เปนการสร้างเกยรตภูมิ
ี
ให้แก่กองทัพเรือไทย
81
10. ในช่วงทีทรงด ารงต าแหน่งเสนาธการทหารเรือ พระองค์ทอดพระเนตรเห็น
ิ
่
อ่าวสัตหีบและทรงมีพระด าริเห็นว่า พื้นทีนี้มีความเหมาะสมแก่การตั้งเปน
็
่
ฐานทัพเรือ จึงทรงกราบบังคมทูลขอพระราชทานพื้นทีบริเวณนั้น
่
็
่
พระบาทสมเดจพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูหัวโปรดเกล้าฯพระราชทานให้ใน
พ.ศ. 2465 กรมหลวงชุมพรฯทรงก ากับการก่อสร้างด้วยพระองค์ แต ่
พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์ไปก่อนทีจะได้ทอดพระเนตรเห็นความส าเร็จนี้
่
่
11. เมือกรมหลวงชุมพรฯทรงขึ้นด ารงต าแหน่งเสนาบดกระทรวงทหารเรือใน
ี
็
พ.ศ. 2466 พระองค์ประชวรเปนโรคภายใน จึงทรงขอออกจากราชการไป
พักตากอากาศทีหาดทรายรี จ.ชุมพร พระองค์ทรงเอาพระทัยใส่จังหวัดนี้
่
มาก เนืองจากชือจังหวัดตรงกับพระนามของพระองค์ ทรงตั้งพระทัยจะท า
่
่
็
สวน แตในระหว่างพระองค์ทรงพักผ่อน ทรงถูกฝนประชวรเปนไข้หวัดใหญ ่
่
อยู่ 3 วัน จึงสิ้นพระชนม์
ิ
12. พระเกยรตคุณของกรมหลวงชุมพรฯตลอดพระชนม์ชีพได้สร้างคุณประโยชน์
ี
ิ
่
ตอประเทศชาตและกองทัพเรือ ประชาชนและทหารเรือตางระลึกและมีการ
่
่
สร้างพื้นทีอนุสรณ์ระลึกถึงพระองค์อยู่ในทุกภาคของประเทศไทย
ล าดับเรื่องข้างต้นนี้ได้แสดงให้เห็นว่า ภาพรวมการเล่าพระประวัตของกรมหลวง
ิ
ชุมพรฯ ณ ช่วงเวลานี้มีแนวเรื่องแบบวีรคต (Romance) เช่นเดยวกับแนวเรื่องของการเล่าพระประวัต ิ
ิ
ี
่
ิ
ั
่
ั
ในช่วงเวลาก่อนหน้า แตปมปญหาของเรื่องได้เริมเปลี่ยนไป แนวเรื่องเดมในช่วงก่อนจะมีปมปญหา
ู
ื
ส าคัญของเรื่องคอ การฝกหัดให้คนไทยมีความร้ความสามารถเดนเรือในทะเลลึก เพือแทนที ่
่
ิ
ึ
่
่
ิ
ชาวตางชาตทีรับราชการในกิจการทหารเรือ แตพระประวัตในช่วงเวลานี้จะมองปมปญหาในฐานะ
ั
ิ
่
เป้าหมายเชิงคุณค่ามากขึ้น กล่าวคอ พระประวัตช่วงเวลานี้จะมองการท าคุณประโยชน์เพือส่วนรวม
ิ
ื
่
่
่
เปนเป้าหมายทีกรมหลวงชุมพรฯทรงมุงหมายจะไปให้ถึง และการบรรลุเป้าหมายนี้ได้ยกสถานะของ
็
่
พระองค์ขึ้นเปนบุคคลส าคัญของชาตเช่นเดยวกับเชื้อพระวงศ์พระองค์อนทีได้รับการเชิดชูในสังคม
่
ื
็
ี
ิ
็
่
่
คุณคาเป้าหมายนี้เปนสิ่งทีเกิดขึ้นจากกระบวนการผลักดันให้สถาบัน
็
พระมหากษัตริย์เปนสถาบันสูงสุดของสังคมไทยในช่วงทศวรรษ 2520-2530 กระบวนการนี้ได้
ตอบสนองต่อบริบทสองประการ ประการแรกคอ การตอบสนองนโยบายทางการเมืองในการกวาด
ื
่
ล้างอิทธพลของคอมมิวนิสต์ทียังหลงเหลืออยู่ในสังคม อีกประการหนึ่งคือ การตอบโต้กระแสความ
ิ
เปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างรวดเร็วอันเกิดขึ้นจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงทศวรรษ
่
2520-2540 กลุ่มอนุรักษ์นิยมหวันวิตกว่า การเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากกระแสโลกาภิวัตน์จะท า
82
่
่
ให้อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยส่งผลกระทบตอสถานภาพของพวกเขา โดยเฉพาะเรื่องคุณคา
่
ี
ี
ี
ความดงามจากความสามัคค ความเปนน ้าหนึ่งใจเดยวกัน และการท าคุณประโยชน์ตอส่วนรวม
็
ื
ิ
ิ
ภาครัฐจึงได้พยายามสร้างอุดมการณ์ของชาตชุดใหม่ขึ้นคอ “ชาต ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ
็
็
ิ
ประชาธปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปนประมุข” โดยยกสถาบันพระมหากษัตริย์เปนสถาบัน
่
ิ
ิ
่
่
ิ
่
สูงสุดของชาตทียึดเหนียวจิตใจของชาวไทยและความตอเนืองของประวัตศาสตร์ชาตไทย
ขณะเดียวกัน อุดมการณ์ของชาตนี้ก็ได้นิยามคุณค่าของพระมหากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ให้ผูกพัน
ิ
่
กับคุณความดแบบพุทธศาสนา และต้องมีบทบาทท าคุณประโยชน์ตอปวงประชาชน เนืองด้วย
ี
่
อุดมการณ์แห่งชาติก าหนดคุณค่า “ความดี” เปนคุณสมบัติทีส าคัญของผู้ปกครองประเทศ
่
็
1
อุดมการณ์ของชาตข้างต้นท าให้การเล่าเรื่องราวพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯ
ิ
ิ
่
็
จ าเปนต้องน าเสนอว่า พระองค์ทรงกระท าคุณประโยชน์ตอสังคมในวงกว้างอย่างไรบ้าง งานเขียน
่
พระประวัตส่วนใหญในช่วงเวลานี้จึงเน้นเล่าเกร็ดพระประวัตตาง ๆ ทั้งด้านกจการทหารเรือและใน
ิ
ิ
ิ
่
่
ด้านสาธารณะส่วนรวม เพือแสดงให้เห็นว่า กรมหลวงชุมพรฯทรงกระท าคุณประโยชน์ต่าง ๆ มากกว่า
่
็
่
เพียงในด้านกิจการทหารเรือ และสิ่งนี้ท าให้พระองค์ทรงเปนทีจดจ าในหมูผู้คนทัวไป เรื่องราวเกร็ด
่
่
ิ
พระประวัตเหล่านี้ส่วนใหญจะหยิบยกมาจากงานเขียนพระประวัตในช่วงเวลาก่อนหน้า แตน ามา
ิ
่
ิ
่
อธบายเพิ่มเติมหรือแก้ไขตความใหม่ให้สอดคล้องกับคุณค่าการสร้างคุณประโยชน์ตอส่วนรวม
ี
ู
ในด้านกิจการทหารเรือ พระประวัตยังคงให้ความส าคัญตอเรื่องราวการปฏิรป
่
ิ
ิ
ิ
็
การศึกษาของโรงเรียนนายเรือเปนเรื่องส าคัญและอธบายเรื่องนี้ด้วยแนวเรื่องวีรคต (Romance)
ิ
่
็
โดยเล่าเรื่องนี้เปนสิ่งทีท าให้นายทหารเรือไทยมีความร้ความสามารถในการเดนเรือ และสามารถ
ู
เข้ารับราชการเปนผู้บังคับการเรือแทนทีชาวตางชาตทีรับราชการทหารเรืออยูได้จนหมดสิ้น
่
่
่
ิ
่
็
่
ิ
ี
่
เช่นเดยวกับพระประวัตในช่วงเวลาก่อนหน้า แตมีการแก้ไขเรื่องราวใหม่เพือน าเสนอกรมหลวง
่
ื
ชุมพรฯในลักษณะผู้ริเริมก่อร่างสร้างกิจการทหารเรือตั้งแตต้น เรื่องราวหนึ่งคอ เรื่องการตั้ง
่
โรงเรียนนายเรือ
เรื่องนี้ในพระประวัตช่วงก่อนทศวรรษ 2490 จะอธบายว่า ราชการได้ริเริมตั้ง
่
ิ
ิ
่
โรงเรียนนายเรือเพือฝกหัดนายทหารเรือไทยแล้วตั้งแต่ก่อนกรมหลวงชุมพรฯทรงเข้ารับราชการ แต ่
ึ
ิ
็
ี
สมเดจฯ กรมพระยาด ารงราชานุภาพมิได้ทรงอธบายรายละเอยดสภาพของโรงเรียนนายเรือ
จนกระทังงานเขียนพระประวัตในช่วงหลังทศวรรษ 2490 จึงได้มีการอธบายสภาพของโรงเรียน
่
ิ
ิ
1 Office of His Majesty’s Principal Private Secretary. (1987). A Memoir of His Majesty King
Bhumibol Adulyadej of Thailand. page 7. (ใน คริส เบเกอร์; และ ผาสุก พงษ์ไพจิตร. (2557). ประวัติศาสตร์
ไทยร่วมสมัย. หน้า 359.)
83
ิ
ี
่
่
ื
ิ
ึ
ื
ื
ี
ี
นายเรอวา เดมทการเรยนการสอนนักเรยนนายเรอจัดข้นบนเรอหลวงมูรธาวสิตสวัสด์ เมือมี
่
นักเรียนนายเรือมากขึ้นก็ได้ย้ายขึ้นมาบนบก แตไม่มีหลักแหล่งแน่นอนจนถึง พ.ศ. 2445
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชวังเดิมให้จัดตั้งเปนโรงเรียนนายเรือ
็
ิ
ิ
งานเขียนพระประวัต ณ ช่วงเวลานี้ได้อธบายเพิ่มเติมว่า กรมหลวงชุมพรฯทรงเปนผู้กราบบังคมทูล
็
่
็
ิ
่
ขอพระราชทานพระราชวังเดมตอพระบาทสมเดจพระจุลจอมจอมเกล้า เมือประกอบกับเรื่องราว
ี
ื
่
่
่
พระกรณยกิจอนทีพระองค์ทรงริเริมขึ้นครั้งแรกในกองทัพเรือ ค าอธบายนี้ได้กลายเปน
็
ิ
่
องค์ประกอบทียกสถานะของพระองค์ขึ้นสู่การเปนวีรบุรษผู้สร้างกิจการทหารเรือ
ุ
็
ู
ิ
นอกจากเรื่องการปฏิรปการศึกษาของโรงเรียนนายเรือแล้ว พระประวัตได้ใช้
ี
ิ
แนวเรื่องกึ่งวีรคต-สุขนาฏกรรม (Comedic-romance) ในการเล่าความส าเร็จในพระกรณยกิจ
่
็
ปลีกย่อยอนในด้านนี้จ านวนหนึ่ง เพือสะท้อนความใส่พระทัยของพระองค์ตอความเปนไปของ
่
ื
่
่
ิ
ี
กิจการทหารเรือในทุกด้าน ทั้งนี้เรื่องราวพระกรณยกจเหล่านี้มิได้มีปมปญหาทีชัดเจน แต่จะเล่าถึง
ั
ิ
่
การริเริมผลักดันกิจการทหารเรือให้มีความเจริญมากขึ้น และอธบายเหตุแห่งความส าเร็จนั้นมา
จากพระปรีชาสามารถและพระอัธยาศัยของพระองค์ ท าให้พระองค์ทรงได้รับความร่วมมือหรือ
ความเห็นชอบจากพระมหากษัตริย์ในการผลักดันให้พระกรณยกิจให้ประสบความส าเร็จ ตัวอย่าง
ี
็
เรื่องหนึ่งคือ เรื่องพระด าริการตั้งสัตหีบเปนฐานทัพเรือ
ิ
เรื่องราวนี้ได้รับกล่าวอย่างสั้น ๆ ครั้งแรกในหนังสือ อนุสรณ์พิธีเปดกระโจมไฟ
่
ึ
่
่
ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (พ.ศ. 2503) ว่า ในช่วงทีพระองค์ทรงน านักเรียนไปฝกหัดใช้ตอร์ปโดทีอาวสัต
ิ
่
็
่
หีบ พระองค์ทรงมีพระด าริเห็นความเหมาะสมของอาวแห่งนี้และตั้งพระทัยทีจะให้ตั้งเปนฐาน
1
ิ
ทัพเรือ ต่อมาในบทความ “เกร็ดพระประวัต พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตร
อุดมศักด์” ในวารสาร นาวิกศาสตร์ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2534 ได้ขยายความเรื่องนี้มากขึ้น โดย
ิ
ิ
อธบายถึงคุณสมบัตความเหมาะสมของอาวสัตหีบด้วยเรื่องเล่าความทรงจ าของหม่อมเจ้าหญง
ิ
่
ิ
่
็
เริงจิตรแจรง อาภากรว่า “เสดจพ่อรับสังว่าต าบลสัตหีบเหมาะสมทุกอย่างส าหรับตั้งเปนฐาน
็
่
ทัพเรือ เพราะในอาวกว้างใหญ น ้าลึกจอดเรือได้ทั้งหมดกองเรือ...มีเกาะน้อยใหญล้อมรอบใช้บัง
่
่
2
คลื่นลมได้อย่างด เรือภายนอกแล่นผ่านมองไม่เห็นข้างใน คล้ายเปนม่านกั้นบังตา” พระองค์จึง
ี
็
่
ี
ทรงกราบทูลขอพระราชทานพื้นทีบริเวณสัตหีบ โดยทรงชี้แจงรายละเอยดข้อดข้อด้อยตาง ๆ
ี
่
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีพระด าริทีจะให้พื้นทีตรงนั้นเปนฐานะทัพเรือตั้งแต ่
็
่
่
1 กองทัพเรือ. (2503). เล่มเดิม. หน้า 51-52.
ิ
2 กองบรรณาธการวารสารนาวิกศาสตร์. (2534, พฤษภาคม). เกร็ดพระประวัติ พลเรือเอก พระเจ้า
บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์. ใน นาวิกศาสตร์. 75(5): 6.
84
แรกอยู่แล้ว จึงโปรดเกล้าฯพระราชทานให้แก่กองทัพเรือใน พ.ศ. 2465 พระด ารินี้แสดงถึงวิสัยทัศน์
่
่
ทางยุทธศาสตร์ของพระองค์ทีทอดพระเนตรเห็นการณ์ไกลตอความเหมาะสมของพื้นทีนี้ และ
่
ุ
่
่
่
็
ตอมาวิสัยทัศน์นี้ได้รับการยืนยันด้วยการทีสหรัฐฯใช้พื้นทีสัตหีบเปนฐานส่งก าลังบ ารงและสร้าง
1
่
สนามบินทีอู่ตะเภา
ส่วนด้านกิจการสาธารณะส่วนรวม พระประวัตได้ใช้แนวเรื่องกึ่งสุขนาฏกรรม-
ิ
ี
วีรคต (Romantic-comedy) ในการเล่าและตความเกร็ดพระประวัตส่วนหนึ่งในฐานะการสร้าง
ิ
ิ
คุณประโยชน์ตอสังคม การสร้างคุณประโยชน์นี้เกิดขึ้นจากพระทัยของพระองค์ทีทรงมุงหมายจะ
่
่
่
่
่
สร้างประโยชน์ตอส่วนรวม ท าให้พระองค์ทรงได้รับการชืนชมและจดจ าจวบจนปจจุบัน เกร็ดพระ
ั
ั
็
ประวัตด้านนี้ก็มิได้มีปมปญหาทีชัดเจน และมองการสร้างคุณประโยชน์ตอส่วนรวมเปนเป้าหมาย
่
ิ
่
ั
่
่
แตการสร้างคุณประโยชน์นี้เปนเพียงการแก้ไขสถานการณ์ปญหาทีด ารงอยูชัวขณะหนึ่งเท่านั้น
่
็
่
่
มิได้น าไปสูการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
ิ
หนึ่งในเรื่องราวเกร็ดพระประวัตดังกล่าวคอ เรื่องการตั้งกองดับเพลิง เรื่องนี้
ื
เผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือ อนุสรณ์พิธีเปดกระโจมไฟชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (พ.ศ. 2503) โดยเล่าว่า
ิ
่
่
ดั้งเดมหน้าทีการดับเพลิงอยูในความรับผิดชอบของกรมเรือกลและป้อม แตการท างานดับเพลิง
ิ
่
็
ของกรมนี้ไม่เปนระเบียบ มารยาท และจะขโมยสิ่งของของประชาชน กรมหลวงชุมพรฯจึงทรงตั้ง
ึ
กองดับเพลิงนี้ขึ้นเพือฝกหัดนักเรียนนายเรือให้มีความกล้าหาญและคล่องแคล่วว่องไว รวมถึง
่
ิ
ช่วยเหลือประชาชนดับไฟ ทุกครั้งทีเกิดเหตุไฟไหม้ กองดับเพลิงจะรีบตั้งแถวและเดนทางไป
่
ดับเพลิงทันที โดยพระองค์ทรงก ากับการท างานของนักเรียนนายเรือ ต่อมาเรื่อง เกร็ดพระประวัติฯ
2
ในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพหม่อมเจ้า จารพัตรา ศุภชลาศัย ได้อธบายเพิ่มเตม
ิ
ุ
ิ
และยืนยันความมุงมันพระทัยในการด าเนินงานดับเพลิงว่า กองดับเพลิงของกรมหลวงชุมพรฯเปน
่
่
็
เพียงกองเดยวในเขตกรงเทพฯและธนบุรี กรมหลวงชุมพรฯทรงตั้งกองดับเพลิงขึ้น เพือฝกนักเรียน
่
ึ
ุ
ี
่
นายเรือให้ช่วยเหลือราษฎรดับเพลิง พระองค์ทรงมีพระทัยกระตอรือร้นเมือเกิดเหตุเพลิงไหม้มาก
ื
ทรงจะลุกขึ้นแตงพระองค์เสดจไปบัญชาการการดับเพลิงทันที แตครั้งหนึ่งพระองค์ทรงประสบ
็
่
่
ิ
ื
3
ิ
อุบัตเหตุพลาดตกจากก าแพง และทรงประชวรอยูเดอนหนึ่ง งานเขียนพระประวัตในช่วง พ.ศ.
่
1 แหล่งเดิม. หน้า 6-7.
2 กองทัพเรือ. (2503). เล่มเดิม. หน้า 23-24.
ิ
3 หม่อมเจ้าหญง เริงจิตรแจรง อาภากร. (2516). เกร็ดพระประวัติพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์. หน้า 11.
85
่
่
ิ
ี
2527-2536 ได้ผลิตซ ้าเรื่องราวข้างต้นและให้คุณคาเรื่องนี้ในฐานะพระเกยรตคุณเรื่องหนึ่งทีทรง
สร้างคุณประโยชน์ต่อส่วนรวม
1
เนืองด้วยอุดมการณ์ของชาตข้างต้นทีเข้ามาก ากับแนวเรื่องการเขียนพระ
่
่
ิ
ุ
ิ
ประวัตให้น าเสนอคุณคาของกรมหลวงชุมพรฯ ท าให้พระประวัต ณ ช่วงเวลานี้น าเสนอข้อสรป
ิ
่
ิ
แบบ Formist โดยมองเหตุแห่งความส าเร็จในพระกรณยกจของกรมหลวงชุมพรฯมาจากพระปรีชา
ี
ุ
็
่
ุ
ี
สามารถและพระอัธยาศัยของพระองค์ แม้ข้อสรปนี้จะเปนแบบเดยวกับข้อสรปทีปรากฏในงาน
ิ
ิ
่
เขียนพระประวัตช่วงเวลาก่อนหน้า แตคุณสมบัตเรื่องพระปรีชาสามารถและพระอัธยาศัยของ
่
พระองค์จะได้รับการอธบายภายใต้คุณคาเรื่องพระทัยทีจะสร้างประโยชน์ตอส่วนรวม กล่าวคอ
ิ
ื
่
่
่
่
่
่
็
งานเขียนพระประวัต ณ ช่วงเวลานี้พิจารณาคุณคานี้เปนคุณคากรอบใหญทีก ากับให้พระองค์ทรง
ิ
่
่
ี
่
ี
่
ตั้งพระทัยทีจะกระท าพระกรณยกิจตาง ๆ โดยน าเสนอทางตรงผ่านการตความให้คุณคาตอพระ
่
่
ี
กรณยกิจ และน าเสนอทางอ้อมผ่านจ านวนพระกรณยกิจทีทรงกระท าในช่วงทีทรงมีพระชนม์ชีพ,
ี
่
่
ิ
ขอบเขตของพระกรณยกิจทีทรงกระท า, พระด าริเรื่องตาง ๆ รวมถึงพระจริยวัตรทีทรงปฏิบัตตอ
ี
่
่
ุ
ุ
่
็
ิ
พระโอรสและพระธดาของพระองค์ การน าเสนอข้อสรปเช่นนี้ได้ตอกย ้าคุณคาความเปนวีรบุรษ
่
ี
ของพระองค์ในฐานะแก่นแท้ภายในพระทัยของพระองค์และน าไปสูการตความพระจริยวัตรและ
็
่
พระด าริตาง ๆ ภายใต้ฐานความคดว่า พระองค์จะทรงกระท าสิ่งตาง ๆ เพือเปนประโยชน์ตอผู้อน
่
่
ื
่
ิ
่
เสมอไม่ว่าจะเปนครอบครัวของพระองค์, เหล่าทหารเรือ หรือสาธารณชนชาวไทย
็
่
่
เมือพิจารณาถึงการบรรลุเป้าหมายการท าคุณประโยชน์ตอส่วนรวมแล้ว งาน
ื
เขียนพระประวัต ณ ช่วงเวลานี้จะมีภาพรวมนัยยะอุดมการณ์สองแบบคอ แบบ Liberal-radical
ิ
และแบบ Liberal นัยยะแบบแรกถูกใช้ในการน าเสนอพระกรณยกิจด้านกิจการทหารเรือ โดย
ี
น าเสนอให้เห็นว่า กรมหลวงชุมพรฯทรงประสบความส าเร็จในการสร้างคุณประโยชน์ตอกิจการ
่
่
ทหารเรือไทยในทุกด้านทั้งในเรื่องการฝกหัดบุคลากรทหารเรือและเรื่องการริเริมสร้าง
ึ
ความก้าวหน้าแก่ราชการทหารเรือ เช่น การตั้งโรงเรียนนายช่างและแผนกฌาปนกิจทหารเรือ
รวมถึงทรงแสดงวิสัยทัศน์เลือกพื้นทีสัตหีบเปนทีตั้งของฐานทัพเรือ ท าให้กิจการทหารเรือไทยที ่
่
็
่
1 เรื่องการตั้งกองดับเพลงได้รับการผลิตซ ้าในงานเขียนพระประวัติช่วง พ.ศ. 2527-2536 อย่างน้อย
ิ
สามชิ้น ได้แก่ หนังสือ พระประวัติและพระเกียรติคุณ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดม
ศักดิ์ (พ.ศ. 2534), บทความเรื่อง “เกร็ดพระประวัติพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดม
ศักดิ์” ในวารสาร นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2534 และเรื่อง “เกร็ดพระประวัติพลเรือเอก พระเจ้า
ื
บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์” ในหนังสอ อนุสรณ์ท่านหญิงเริง (พ.ศ. 2536)
86
ู
ิ
็
ี
่
ิ
่
่
่
็
มิได้มีรากฐานใดมาแตเดมก่อรปร่างขึ้นมาเปนราชการทีทันสมัย มีเกยรตภูมิเปนทียอมรับตอ
สายตานานาชาติ และด ารงอยู่มาถึงปจจุบัน
ั
ส่วนนัยยะแบบหลังถูกใช้ในการน าเสนอพระกรณยกิจสร้างคุณประโยชน์ตอ
่
ี
่
สาธารณชน โดยน าเสนอให้เห็นว่า กรมหลวงชุมพรฯทรงสร้างคุณประโยชน์ตอสังคมส่วนรวม ท า
่
ให้สถานการณ์ปญหาทีด ารงอยูคลี่คลายลง แตคุณประโยชน์ทีพระองค์ทรงกระท ามิได้น าไปสู่การ
ั
่
่
่
ิ
ี
เปลี่ยนแปลงใดอย่างชัดเจน เช่น เรื่องการตั้งกองดับเพลิง กรมหลวงชุมพรฯทรงมีพระเกยรตคุณที ่
ื
่
ทรงช่วยเหลือประชาชนจากความเดอดร้อนเรื่องเพลิงไหม้ แตกองดับเพลิงทหารเรือของพระองค์
ิ
มิได้สร้างความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในสังคมไทย และพระประวัตก็มิได้อธบายต่อไปว่า กองดับเพลิง
ิ
็
ทหารเรือเปนเช่นไรหลังจากนั้น เปนต้น
็
็
เราจะเห็นได้ว่า งานเขียนพระประวัต ณ ช่วง พ.ศ. 2527-2536 ขยายความเปน
ิ
่
ุ
่
่
วีรบุรษของกรมหลวงชุมพรฯมากขึ้น เพือตอบสนองตอบริบททีรัฐพยายามสร้างอุดมการณ์ของ
ิ
ชาตใหม่ขึ้นด้วยการยกสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์อยูสูงสุดของสังคมไทยทั้งในฐานะ
่
่
็
เครื่องยึดเหนียวสร้างความเปนหนึ่งเดียวของคนไทยและเอกลักษณ์ของชาติ การยกสถานะนี้ท าให้
พระมหากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ในราชวงศ์จักรีต้องมีบทบาทหน้าทีอุทิศพระองค์สร้าง
่
่
คุณประโยชน์ตอสังคมไทยวงกว้าง เพือธ ารงไว้ซึงคุณคาความดงามตามหลักพุทธศาสนา บทบาท
ี
่
่
่
่
่
่
ั
หน้าทีนี้มิได้จ ากัดอยูเพียงสถาบันพระมหากษัตริย์ในปจจุบัน หากแตย้อนกลับไปยังสถาบัน
ิ
ี
พระมหากษัตริย์ในอดตด้วย แม้เรื่องราวพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯยังคงน าเสนอตัวตนของ
ู
่
ู
่
พระองค์ในฐานะทหารเรือนักปฏิรปสืบเนืองจากกระแสความร้ความเข้าใจเดิมทีผ่านมา แตคุณคา
่
่
่
่
ิ
่
่
็
การท าคุณประโยชน์ตอส่วนรวมกลายเปนคุณคากรอบใหญทีก ากับการอธบายพระกรณยกิจทุกเรื่อง
ี
็
ุ
ของพระองค์ และยกสถานะของพระองค์ขึ้นเปนวีรบุรษแห่งชาติผู้สร้างคุณประโยชน์ตอส่วนรวม
่
้
ื
ื
3.2 โครงเร่องพระประวัติเพ่อนาเสนอตัวตนผูใช้ศาสตร์ความรู้นอกความเปน
็
สมัยใหม่
ื
3.2.1 โครงเร่องและแนวเร่องของพระประวัติในทศวรรษ 2500-2510
ื
่
ขณะทีการเล่าเรื่องพระประวัตส่วนหนึ่งได้น าเสนอตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯ
ิ
่
ในฐานะผู้น าความเปนสมัยใหม่ มีการเล่าเรื่องอกส่วนหนึ่งทีน าเสนอตัวตนของพระองค์ในฐานะ
ี
็
ี
ผู้ใช้ศาสตร์วิชานอกระบบความเปนสมัยใหม่ด้วย โดยพยายามน าเสนอผ่านพระจริยวัตรอกด้าน
็
่
ิ
ิ
หนึ่งทีทรงเลื่อมใสอทธปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาตและทรงใช้ภูมิความร้ในการรักษาโรคแบบจารีต
ู
ิ
ิ
เรื่องราวพระประวัตทีน าเสนอตัวตนของพระองค์ข้างต้นเริมปรากฏขึ้นในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ
่
่
2490 โดยมีงานเขียนพระประวัตโดยนาวาตรี หลวงรักษาราชทรัพย์ (รักษ์ เอกะวิภาต) นายทหาร
ิ
ิ
่
ู
็
เรือยกกระบัตร เปนจุดเริ่มต้นในฐานะงานเขียนชิ้นแรกทีพยายามอธบายกระแสความร้ความเข้าใจ
87
ี
่
ู
ื
่
ิ
่
ิ
่
ื
ตอกรมหลวงชุมพรฯในฐานะสิงศักด์สิทธ์หรอทร้จักทัวไปคอ “เจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯ” และเล่า
่
พระชนม์ชีพช่วงทีทรงออกจากราชการระหว่าง พ.ศ. 2454-2460 โดยหลวงรักษาราชทรัพย์เล่าถึง
เรื่องพระจริยวัตรของพระองค์ด้านเลื่อมใสศรัทธาวิชาไสยศาสตร์ของหลวงปูศุข วัดมะขามเฒ่า จ.
่
ชัยนาท และเรื่องพระองค์ทรงเปนหมอพร ทั้งสองเรื่องนี้เปนแกนเรื่องราวแม่บททีสร้างโครงเรื่อง
็
็
่
่
่
ี่
หลวม ๆ เชือมโยงเกร็ดพระประวัตเรื่องเล่าลือตาง ๆ เกยวกับพระองค์ เพือแสดงตัวตนผู้ใช้ศาสตร์
ิ
่
่
่
ู
ความร้นอกความเปนสมัยใหม่ ผู้วิจัยแบ่งออกเปนสองกลุมเรื่อง ได้แก่ กลุมเรื่องในโครงเรื่อง
็
็
่
่
พระจริยวัตรด้านเลื่อมใสศรัทธาวิชาไสยศาสตร์ และกลุมเรื่องในโครงเรื่องหมอพร เนืองจากสอง
ิ
เรื่องนี้เล่าหรืออธบายแยกออกจาก
กลุมเรื่องในโครงเรื่องพระจริยวัตรด้านเลื่อมใสศรัทธาวิชาไสยศาสตร์เปนกลุม
่
็
่
ิ
่
เรื่องทีเล่าเรื่องราวอทธปาฏิหาริย์เกยวกับกรมหลวงชุมพรฯ โดยมีเรื่องพระจริยวัตรความเลื่อมใส
ี่
ิ
ิ
็
่
่
ศรัทธาของพระองค์ตอหลวงปูศุขเปนต้นเรื่อง และอธบายว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์กับ
หลวงปูศุขในฐานะศษย์กับอาจารย์ท าให้พระองค์ทรงได้รับวิชาไสยศาสตร์หรือสิ่งรางของขลังจาก
่
ิ
หลวงปูศุข ทรงมีพลังอทธฤทธ์เหนอธรรมชาต และเกดเรองเล่าลือทพระองค์ทรงแสดงพลังนั้นใน
ื
่
่
ิ
่
ื
ิ
ี
ิ
ิ
ิ
เหตุการณ์ตาง ๆ เช่น เรื่องทรงมีวิชาคงกระพันชาตรี, เรื่องทรงแสดงวิชาไสยศาสตร์ย่อพระวรกาย
่
ลงไปอยูในขวดโหลตอหน้าหม่อมของพระองค์ และเรองทรงให้นายยัง หาญทะเลทดลองอทธฤทธ์ ิ
ิ
ิ
่
ื
่
่
็
่
ผ้าประเจียดของหลวงปูศุข เปนต้น
กลุ่มเรื่องในโครงเรื่องนี้จะมีแนวเรื่องสองแบบได้แก่ แบบกึ่งสุขนาฏกรรม-เย้ยหยัน
(Comedic-satire) และแบบสุขนาฏกรรม (Comedy) แนวเรื่องแบบแรกนั้นปรากฏในเรื่องพระจริย
่
่
ิ
วัตรความเลื่อมใสศรัทธาของกรมหลวงชุมพรฯต่อหลวงปูศุข เพืออธบายถึงเหตุทีกรมหลวงชุมพรฯ
่
เริมมีความเลื่อมใสศรัทธาพุทธศาสนาและไสยศาสตร์ทั้งทีทรงศึกษาความร้ความทันสมัยจาก
่
่
ู
่
่
ตะวันตก เรื่องราวมิได้มีปมปญหาทีชัดเจน เนืองจากเกร็ดพระประวัตนี้ได้อธบายว่า เมือพระองค์
ั
่
ิ
ิ
ื
ิ
ทรงประสบเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ทั้งเรื่องปนไรเฟลไม่สามารถยิงพระเครื่องได้และเรื่องพลัง
่
ปาฏิหาริย์ของหลวงปูศุขทีสามารถเสกหัวปลีเปนกระต่ายและเสกพลทหารจ๊อกเปนจระเข้ พระองค์
็
่
็
่
ิ
็
ทรงมีความเลื่อมใสวิชาไสยศาสตร์และฝากพระองค์เปนศษย์ของหลวงปูศุข โดยมิทรงแสดงความ
่
ขัดแย้งต่อความคิดความเชือเดิมของพระองค์ ประหนึ่งว่า ความร้ความทันสมัยจากตะวันตกมิอาจ
ู
ู
ิ
่
่
เข้ามาทดแทนศาสตร์ความร้ดั้งเดมทีด ารงอยูเดมในสังคมไทยได้ทุกด้าน และพลังอทธปาฏิหาริย์
ิ
ิ
ิ
ู
อันเปนองค์ความร้นอกระบบสมัยใหม่มีความเหนือกว่า ดังจะเห็นได้จากการอธบายถึงพลัง
็
ิ
ิ
ื
ปาฏิหาริย์ของพระเครื่องท าให้ปนไรเฟลไม่สามารถท างานได้ และท าให้กรมหลวงชุมพรฯทรง
เลื่อมใสแม้พระองค์ทรงเปนเจ้านายเชื้อพระวงศ์ทีได้รับการศึกษาทีทันสมัยจากตางประเทศก็ตาม
่
็
่
่
88
แนวเรื่องแบบกึ่งสุขนาฏกรรม-เย้ยหยัน (Comedic-satire) นี้เปนความพยายาม
็
่
่
่
ของหลวงรักษาราชทรัพย์ทีจะอธบายปรากฏการณ์ทีกรมหลวงชุมพรฯได้รับการระลึกถึงทัวไปใน
ิ
่
สังคมไทยตั้งแตทศวรรษ 2470-2480 ในฐานะเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯ การระลึกถึงนี้มาจาก
ชือเสียงเรื่องอิทธปาฏิหาริย์ของศาลเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯทีย่านนางเลิ้ง กรงเทพฯ โดยมีร่องรอย
ิ
่
ุ
่
่
่
ปรากฏขึ้นครั้งแรกอย่างน้อยในหนังสือพิมพ์ หลักเมือง เมือวันที 10 มีนาคม พ.ศ. 2484 หนังสือพิมพ์
ได้พาดหัวข่าวว่า “เจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรพอพระทัยได้ดนแดน” และมีเนื้อความเล่าปรากฏการณ์
ิ
่
เสียงประหลาดดังขึ้นทีศาลกรมหลวงชุมพรฯ โดยเล่าย้อนถึงเรื่องราวเสียงดังสนันหวันไหวจากศาล
่
่
ิ
ื
่
่
กรมหลวงชุมพรฯทีเกิดขึ้นเมือเดอนมกราคมและค าอธบายจากผู้คุ้นเคยศาลแห่งนี้ว่า เสียงนี้เกิดขึ้น
ื
่
เพราะเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯคงไม่พอพระทัยทีทหารฝายไทยหยุดรบ ตอมาในเดอนมีนาคมนี้
่
่
่
ี
หลังจากมีข่าวทีฝรังเศสยืนยอมตกลงกรณพิพาทเรื่องดนแดนไทยกับอนโดจีน เกิดเสียงหัวเราะ
ิ
ิ
่
ิ
ิ
็
ประหลาดกับเสียงฝเท้าคนเดนดังมาจากศาลกรมหลวงชุมพรฯ และมีผู้อธบายว่า เสียงหัวเราะนี้เปน
ี
่
่
1
อิทธปาฏิหาริย์ของเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯทีทรง “ดีพระทัยทีไทยเราได้ดนแดนคนเปนแน่”
ื
ิ
ิ
นอกจากข่าวหนังสือพิมพ์หลักเมืองแล้ว ใน พ.ศ. 2493 พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ
ิ
ิ
พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร ทรงมีลายพระหัตถ์ประทานมาถึงครอบครัวเล่าเรื่องอทธปาฏิหาริย์
่
่
จากการบนบานศาลกรมหลวงชุมพรฯทีนางเลิ้งเพืออ านวยความปลอดภัยในการเดินทางทางทะเล
และทรงขอให้นางทองแถม ประยูรโต พระชายาคนหนึ่งของพระองค์ ไปแก้บนแทนพระองค์ โดย
ลายพระหัตถ์เล่าว่า
ุ
พร่งนี้เรือจะแวะเกาะโอกนาวาฐานทัพเรืออเมริกันเพือรับเสบียง เนืองจากเรือเราต้องเดินช้า
่
ี
่
็
ี
กว่าปกติเพราะต้องคอยเรือสชังซึ่งเปนเรือเก่าแล่นช้ามาก และโดนคลื่นลมแรงมาก...วันเดียวตามทาง
่
ี
ิ
เจอไต้ฝุนหลายหนแต่เราบนกรมหลวงชุมพรหายเงียบไปทุกท ศักดิ์สทธ์มาก แกช่วยเอาเหล้าไปแก้บน
ิ
2
่
ทีศาลทีวังท่านแทนเราด้วย
่
่
หลักฐานทั้งสองนี้เปนร่องรอยทีแสดงให้เห็นว่า ผู้คนทัวไปในสังคมจะระลึกถึง
็
่
่
ิ
กรมหลวงชุมพรฯในฐานะสิงศักด์สิทธ์ทมีอ านาจดลบันดาลปาฏิหาริย์ตาง ๆ ได้ และตลอด
่
ิ
่
ี
ช่วงเวลาทศวรรษ 2470-2490 อาจจะยังมิได้มีการอธบายความเปนมาของอ านาจอิทธปาฏิหาริย์ที ่
็
ิ
ิ
1 เจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรพอพระทัยได้ดินแดน. (2484, 10 มีนาคม). หลักเมือง. หน้า 1,8.
2 พลเอก หม่อมเจ้า เฉลมศึก ยุคล. (2534). อนุสรณ์งานพระราชทานเพลงพระศพพลตรี พระเจ้า
ิ
ิ
วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร. หน้า 150.