The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติศาสตร์นิพนธ์ว่าด้วยพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-06-06 21:34:02

ประวัติศาสตร์นิพนธ์ว่าด้วยพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์

ประวัติศาสตร์นิพนธ์ว่าด้วยพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์

89






พระองค์ทรงมี เนืองจากตัวตนของพระองค์ในฐานะเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯมีคุณสมบัตทีไม่



สอดคล้องกับความร้ความเข้าใจพื้นฐานตอพระองค์ในฐานะผู้น าความทันสมัยจากตะวันตก



กลับมาสร้างความเจริญตอกองทัพเรือไทย หลวงรักษาราชทรัพย์จึงอาจเปนบุคคลแรกทีอธบาย


ตัวตนเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯให้กลมกลืนกับตัวตนทหารเรือนักปฏิรป รวมถึงได้รับความ

น่าเชือถอถึงความถูกต้องแม่นย าจากกองทัพเรือ ท าให้เรื่องนี้ได้รับการผลิตซ ้าและเปนค าอธบาย



เรื่องพระจริยวัตรด้านนี้ทียังด ารงจวบจนปจจุบัน


ส่วนแนวเรื่องแบบสุขนาฏกรรม (Comedy) ปรากฏในเกร็ดพระประวัตเรื่อง


ี่

อทธปาฏิหาริย์ส่วนใหญเกยวกับกรมหลวงชุมพรฯ แนวเรื่องนี้จะเชือมโยงกับเรื่องความสัมพันธ์



ระหว่างพระองค์กับหลวงปูศุขในฐานะศิษย์กับอาจารย์ โดยจะอธบายว่า เมือพระองค์ทรงเปนศิษย์






ของหลวงปูศุขแล้ว ทรงได้รับวิชาไสยศาสตร์จากหลวงปูและฝกหัดจนสามารถส าแดงให้ประจักษ์


ได้จริง ท าให้เกิดเรื่องเล่าลืออทธปาฏิหาริย์เกยวกับพระองค์ขึ้น เรื่องอิทธปาฏิหาริย์ส่วนใหญจึงจะ
ี่




เล่าในลักษณะทีพระองค์ทรงแสดงพลังอทธปาฏิหาริย์แก้ไขสถานการณ์ปญหา เพือยืนยันอ านาจ



ปาฏิหาริย์ของพระองค์




กลุมเรื่องในโครงเรื่องหมอพรเปนกลุมเรื่องทีอธบายเรื่องราวปาฏิหาริย์การ

รักษาของกรมหลวงชุมพรฯตอผู้คนในช่วงทรงออกจากราชการ โดยใช้แนวเรื่องกึ่งวีรคต-


สุขนาฏกรรม (Romantic-comedy) เล่าถึงความส าเร็จและปาฏิหาริย์ของพระองค์ในการรักษาโรค

ด้วยวิธแพทย์แผนไทย แม้ความส าเร็จของพระองค์เปนเพียงการรักษาผู้คนให้หายปาวและมิได้





น าไปสูการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทั้งในช่วงเวลาทีพระองค์ทรงเปนหมอพรอยู่และหลังจากทรงกลับเข้า


รับราชการ เปลี่ยนสถานะของพระองค์ให้กลายเปนผู้มีชือเสียงและได้รับการจดจ าทัวไปในสังคม





แม้หมอพรเปนเพียงบทบาทเพียงชัวคราวเท่านั้น กลุมเรื่องนี้เริมต้นด้วยการเล่าถึงการตัดสิน


พระทัยของพระองค์ทีจะทรงประกอบอาชีพเปนแพทย์ โดยทรงศึกษาวิชาแพทย์แผนไทยจากพระ
ยาพิษณุประสาทเวช (คง ถาวรเวช) หมอหลวง และทรงผสมยาทดลองกับสัตว์ชนิดตาง ๆ

จนกระทังเห็นว่า ยานั้นสามารถรักษาโรคของคนได้ จึงทรงให้การรักษาผู้คนทัวไปอย่างไม่เลือก








หน้า ผู้ทีรับการรักษาตางหายปวยได้อย่างน่าอัศจรรย์และมีชือเสียงเปนทีร้จักไปทัวทั้งกรงเทพฯ




ชือเสียงของพระองค์ด้านนี้มาจากเรื่องเล่าลือสองเรื่อง ได้แก่ เรื่องทรงรักษาวัณโรคแก่คู่สามีภรรยา


ทีส าเพ็ง และเรื่องทรงท าคลอดให้แก่นางละคร รวมทั้งทรงมีความร้เชียวชาญเรื่องยาสมุนไพรตาง ๆ





และนิพนธ์คัมภีร์ต ารายา ซึ่งเก็บรักษาไว้ทีศาลเคารพบูชาพระองค์ทีย่านนางเลิ้ง (ในปจจุบัน คัมภีร์

ฉบับนี้เก็บรักษาอยู่ทีพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ ต.ปากน ้า อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ)

90




เราเห็นได้ว่า แม้โครงเรื่องพระจริยวัตรด้านเลื่อมใสศรัทธาวิชาไสยศาสตร์และ
โครงเรื่องหมอพรมีลักษณะแนวเรื่องทีแตกต่างกัน แต่ทั้งสองโครงเรื่องน าเสนอข้อสรปแบบเดียวกัน



คือ แบบ Formist โครงเรื่องทั้งสองต่างพยายามน าเสนอถึงคุณสมบัตของกรมหลวงชุมพรฯในฐานะ




ผู้ใช้ศาสตร์ความร้นอกระบบความเปนสมัยใหม่ โดยแบ่งออกเปนสองส่วน ส่วนแรกคอพระปรีชา


สามารถในการใช้ศาสตร์นอกระบบความเปนสมัยใหม่ ซึงมาจากการทีพระองค์ทรงมีพระจริยวัตร





ทีเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์และเปนศษย์ของหลวงปูศุข และมาจากการทีทรงศึกษาวิชาแพทย์




แผนไทยและทรงทดลองผสมยาตาง ๆ จนมีความเชียวชาญ ส่วนทีสองคอ พระอัธยาศัยของ





พระองค์ พระอัธยาศัยเปนสิ่งทีขับเน้นคุณคาบทบาทของพระองค์ให้โดดเดนมากขึ้น เช่น ความ


โอบอ้อมอารีตอผู้คนอย่างไม่เลือกหน้า, ความรักใคร่ห่วงใยตอผู้อยูในอุปถัมภ์ของพระองค์ และ


ความมุงมันพระทัยทีจะทรงกระท าสิ่งใดให้ส าเร็จ เปนต้น คุณสมบัตทั้งสองส่วนนี้จะผสมผสาน




กลมกลืนภายในเรื่องราวหนึ่ง ๆ และขับเน้นความเปนวีรบุรษของกรมหลวงชุมพรฯในเรื่องราว


อิทธปาฏิหาริย์ให้โดดเด่นมากขึ้น เช่น เรื่องทรงแสดงวิชาคงกระพันชาตรี เมือกรมหลวงชุมพรฯทรง


ทราบว่า มหาดเล็กของพระองค์ก าลังถูกท าร้ายจากนักเลง กรีบเสดจไปช่วยเหลือทันทีและทรงใช้


พระวรกายรับคมดาบแทน เปนต้น


เมือพิจารณาถึงนัยยะอุดมการณ์ของการเปลี่ยนแปลงแล้ว ผู้วิจัยพบว่า เกร็ด


พระประวัตเรื่องอิทธปาฏิหาริย์ทั้งในโครงเรื่องพระจริยวัตรด้านเลื่อมใสศรัทธาวิชาไสยศาสตร์และ
ในโครงเรื่องหมอพรแสดงถึงนัยยะอุดมการณ์แบบ Anarchist กล่าวคอ เมือพิจารณาเกร็ดพระ



ประวัตในฐานะส่วนหนึ่งในเรื่องเล่าพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯตลอดพระชนม์ชีพ เกร็ดพระ





ประวัตอทธปาฏิหาริย์น าเสนอการย้อนกลับสูศาสตร์ความร้แบบจารีตของสังคมไทย ซึงย้อนแย้ง




กับเรื่องราวพระประวัตทีน าเสนอการพัฒนาไปสู่ความเปนสมัยใหม่ โดยส่วนหนึ่งน าเสนอผ่านการ


ทีกรมหลวงชุมพรฯทรงเลื่อมใสวิชาไสยศาสตร์ทันทีทีทรงประสบเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ และทรง








เชือมันอทธฤทธ์ผ้าประเจียดของหลวงปูศุขทจะสามารถช่วยให้นายยัง หาญทะเลปลอดภัยจาก




การถูกปลาฉลามกิน อกส่วนหนีงน าเสนอผ่านการทีพระองค์ทรงเลือกประกอบอาชีพแพทย์แผนไทย

และทรงใช้วิชาความร้ด้านนี้ช่วยเหลือผู้คน

การย้อนกลับสู่ความเปนจารีตของไทยนี้ด้านหนึ่งสะท้อนถึงบริบทการขยายตัว

ของความต้องการเครื่องรางของขลังตั้งแตหลังสงครามโลกครั้งที 2 เนืองจากการขยายตัวของ


อาชญากรรมทัวประเทศจากการแพร่หลายของอาวุธปนสงคราม, ความยากล าบากของประชาชน


หลังสงคราม รวมทั้งความล้มเหลวของรัฐในการบังคับใช้กฎหมายและรักษาระเบียบสังคม

91





1


อาชญากรรมดังกล่าวปฏิบัตการโดยอาชญากรทีใช้อาวุธสงครามทีมีความอันตรายสูง ซึงไม่เพียง



สร้างความยากล าบากและเสี่ยงอันตรายต่อเจ้าหน้าทีรัฐในการปฏิบัติหน้าทีปราบปราม แต่กระทบ

ตอความปลอดภัยของสาธารณชนทัวไปด้วย เมือรัฐไม่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตได้




สาธารณชนจึงจ าเปนต้องแสวงหาสิ่งพึ่งพิงอนทีสามารถให้คุ้มครองความปลอดภัยของตนจากการ



เสี่ยงภยันตราย ขณะเดยวกัน เจ้าหน้าทีรัฐก็ต้องใช้สิ่งพึงพิงทีจะสร้างขวัญก าลังใจและความ




เชือมันต่อความปลอดภัยในชีวิตของตนตลอดการปฏิบัติหน้าทีทีเสี่ยงภยันตราย




การขยายตัวของอาชญากรรมทีสูงขึ้นยังท าให้ผู้คนในสังคมได้เห็นถึงความ
เสื่อมทางศลธรรมกับทางความศรัทธาของพุทธศาสนิก และหวันวิตกว่า พุทธศาสนาอาจจะสูญ




สลายไปก่อนการมาถึงของพระศรีอริยเมตไตรยผู้ทีจะตรัสร้เปนพระพุทธเจ้าองค์สุดท้ายในปที ่





5,000 จึงน ามาซึงกระแสการรื้อฟนพุทธศาสนา (Buddhist revivalism) โดยเฉพาะเมือ



พระบาทสมเดจพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงผนวชเมือ พ.ศ. 2499 และรัฐบาลเริม






ด าเนินการก่อสร้างพุทธมณฑลขึ้นเปนปูชนียสถาน เพือเปนพุทธบูชาและเปนพุทธานุสรณยสถาน
เนืองในวโรกาสมหามงคลกาลทีพระพุทธศักราชเวียนมาบรรจบครบรอบ 2,500 ป ท าให้เกิดการผลิต



2

พระเครื่องขึ้นจ านวนมากทั้งจากรัฐและเกจิอาจารย์ท้องถินสนองความต้องการของผู้คนในสังคม


กระแสความต้องการสิงศักด์สิทธ์ทให้อ านาจการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวต







ี่


และการรื้อฟนพุทธศาสนาอาจท าให้มีการเพิ่มเตมค าอธบายเกยวกับกรมหลวงชุมพรฯ ซึงเปน


บุคคลศักด์สิทธ์ในยานนางเลิ้งทได้รับความนับถอศรัทธามาตั้งแตอยางน้อยในทศวรรษ 2480 โดย









ส่วนทีมีการเพิ่มเตมเข้ามาในช่วงทศวรรษ 2500 คอ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกรมหลวงชุมพรฯ

กับหลวงปูศุข วัดมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท โดยมองข้ามตัวตนความเปนสมัยใหม่ของพระองค์จาก


ี่





เรื่องราวพระประวัตทัวไป และเพิ่มเตมเรื่องราวอทธปาฏิหาริย์เกยวกับการทีพระองค์ทรงส าแดง




พลังอทธปาฏิหาริย์ตาง ๆ จากวิชาไสยศาสตร์ของหลวงปู ยืนยันความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่าง


พระองค์กับหลวงปูในฐานะศษย์กับอาจารย์ การอธบายนี้ได้เปลี่ยนแปลงสถานะของเจ้าพ่อกรม









หลวงชุมพรฯจากสิงศักด์สิทธ์ในลักษณะผีประจ าท้องถนให้กลายเปนสิงศักด์สิทธ์กงผีกงเทพท ่ ี






เชือมโยงกับพุทธศาสนา ขณะเดียวกัน กน าเสนออ านาจปาฏิหาริย์ในการคุ้มครองความปลอดภัย


ต่อชีวิต เพือสร้างความนิยมเลื่อมใสแก่ผู้คนในสังคมมากขึ้น


1 Chalong Soontravanich. (2005). The Regionalization of Local Buddhist Saints: Amulets
and Crime and Violence in Post WW II Thai Society. page 11.
2 Ibid. page 16.

92

























ภาพประกอบ 1 ภาพเหรียญพระรปกรมหลวงชุมพรฯด้านหน้าและหลังทีกองประวัติศาสตร์
ทหารเรือรวบรวมตีพิมพ์ในหนังสือ พิธเปดอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวง








ชุมพรเขตอุดมศักด์ วันพุธท 19 เมษายน พ.ศ. 2510 สถานทหารเรอสัตหบ (พ.ศ. 2510) น าเสนอ
ความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างกรมหลวงชุมพรฯกับหลวงปูศุขด้วยการพิมพ์พระฉายาลักษณ์ของ


พระองค์ไว้ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งพิมพ์เปนรปหลวงปูศุข





ทีมา: กองทัพเรือ. (2510). พิธีเปดอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวง

ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ วันพุธที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2510 สถานีทหารเรอสัตหีบ. หน้า 9.


ส่วนการย้อนกลับสูความเปนจารีตของไทยอกด้านหนึ่งสะท้อนถึงการปะทะ


ประสานของการแพทย์แผนไทยกับการแพทย์แบบตะวันตกในช่วงทศวรรษ 2490-2500 เนืองจาก

ความเจริญทางวิทยาศาสตร์การแพทย์และนโยบายของรัฐหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.
2475 การแพทย์แบบตะวันตกได้ขึ้นมามีบทบาทน าทางสังคมมากขึ้นในฐานะเครื่องมือของรัฐใน
1

การจัดระเบียบวินัยแก่พลเมืองของชาต ตอมาในช่วงทศวรรษ 2490 เมือรัฐบาลไทยกับ


สหรัฐอเมริการ่วมลงนามในความตกลงช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและวิชาการ ท าให้สหรัฐฯให้การ
สนับสนุนด้านการสาธารณสุขของประเทศไทยอย่างมาก โดยขยายบริการด้านแพทย์และการดูแล

สุขภาพไปยังหัวเมืองด้วยการสร้างโรงพยาบาลประจ าจังหวัดครบทุกจังหวัด และสนับสนุนความร้ ู










1 ดูรายละเอยดใน ทวีศักดิ์ เผอกสม. (2550). เชื้อโรค ร่างกาย และรัฐเวชกรรม: ประวัติศาสตร์

การแพทย์สมัยใหม่ในสังคมไทย.

93





1
กับเครื่องมือทันสมัยในการด านเนินงานปฏิบัตการป้องกันก าจัดโรค การขยายตัวของการแพทย์







สมัยใหม่สูท้องถินชนบทจึงน ามาซึงการเปรียบเทียบประสิทธภาพและความน่าเชือถอตอ
การแพทย์แผนไทยทีอยู่นอกระบบความเปนสมัยใหม่


เรื่องราวหมอพรด้านหนึ่งจึงอาจสะท้อนถึงความพยายามปรับตัวของการแพทย์

แผนไทยด้วยการน าเสนอสองประการ ประการแรกคือ การแสดงให้เห็นถึงความเปน “ศาสตร์” โดย


อธบายถึงการทีกรมหลวงชุมพรฯทรงต้องทดลองยาทีทรงผสมขึ้นกับสัตว์ชนิดตาง ๆ จนได้ยาที ่




สามารถรักษาโรคนั้นได้จริง ซึ่งเปนความพยายามอธบายศาสตร์แพทย์แผนไทยในเชิงวิทยาศาสตร์
การแพทย์ทีมีการทดลองประสิทธภาพของยารักษาโรค ประการตอมาคอ การแสดงประสิทธภาพ








ของการรักษาในลักษณะปาฏิหาริย์เหนือจริง โดยวิธการแรกคอ การแก้ไขค าอธบายใหม่จากเดิมที ่



หลวงรักษาราชทรัพย์ได้อธบายไว้ว่า มีทั้งผู้ปวยทีรักษาแล้วหายจากโรคและทีรักษาแล้วปวยหนัก






2
จนตาย แตก็ยังทรงมีชือเสียง งานเขียนพระประวัตในช่วงทศวรรษ 2500-2510 ได้แก้ไขใหม่เปน


ผู้ปวยทีรักษาหายจากโรคทุกคน ท าให้ทรงมีชือเสียง วิธการตอมาคอ การเพิ่มเรื่องราวเหตุการณ์


3



ปาฏิหาริย์อย่างน้อยสองเหตุการณ์ ได้แก่ เรื่องทรงรักษาชาวจีนทีย่านส าเพ็ง และเรื่องทรงท า


คลอดให้แก่นางละคร เพือยืนยันประสิทธภาพของการรักษาของศาสตร์แพทย์แผนไทยในลักษณะ

ความอัศจรรย์เหนือจริง วิธการท้ายสุดคอ การเผยแพร่ความร้ยาแผนไทย โดยบ่อยครั้งจะน าเสนอ


ในส่วนถัดมาจากการเล่าเรื่องปาฏิหาริย์การรักษาโรคของกรมหลวงชุมพรฯ โน้มน้าวให้ผู้อาน


เชือถอความร้แพทย์แผนไทยก่อน แล้วจึงน าเสนอสูตรผสมยา เพือแสดงให้เห็นว่า ศาสตร์



การแพทย์แผนไทยเปนองค์ความร้ทีทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เรื่องยาแผนไทยทีกล่าวถึงบ่อยครั้งใน






งานเขียนพระประวัตช่วงเวลานี้คอ เรื่องยาอายุวัฒนะ โดยเล่าถึงชีปะขาวผู้หนึ่งมาทูลบอก
ส่วนผสมยานี้ในลักษณะปริศนาแก่พระองค์ พระองค์ก็ทรงสามารถแก้ปริศนานี้ได้ส าเร็จ ทรงแจก
แจงส่วนผสมและวิธการท า รวมทั้งผสมยาชนิดนี้แจกจ่ายให้ผู้คนใกล้ชิดพระองค์

4
ี่


เราจะเห็นได้ว่า เกร็ดพระประวัตเรื่องราวอทธปาฏิหาริย์เกยวกับกรมหลวง

ชุมพรฯใช้โครงเรื่องและแนวเรื่องมากกว่าหนึ่งแนวในการน าเสนอตัวตนของพระองค์ในฐานะผู้ใช้


1 ชาติชาย มุกสง. (2556). รัฐ โภชนาการใหม่กับการเปล่ยนแปลงวิถีการกินในสังคมไทย
พ.ศ. 2482-2517. หน้า 107.
2 กองทัพเรือ. 1.กปศ.ยก.ทร.3.6.13 เอกสารกองประวัติศาสตร์ กรมยุทธการทหารเรือ เรื่องพระราช
ประวัติกรมหลวงชุมพรฯ บางส่วน (21 สิงหาคม 2496-18 มกราคม 2497).
3 หม่อมเจ้าหญง เริงจิตรแจรง อาภากร. (2516). เกร็ดพระประวัติพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ

กรมหลวงชุมพเขตรอุดมศักดิ์. หน้า 26.
4 แหล่งเดิม. หน้า 28-29.

94









ศาสตร์ความร้นอกระบบความเปนสมัยใหม่ โดยด้านหนึ่งเปนความพยายามทีจะอธบายถึง








ปรากฏการณ์ทพระองค์ทรงกลายเปนสิงศักด์สิทธ์ในการรับร้ของผู้คนในสังคมตั้งแตทศวรรษ 2480

ซึงย้อนแย้งกับความร้ความเข้าใจเดมตอตัวตนของพระองค์ในฐานะผู้น าความทันสมัยจาก



ตะวันตกกลับมาสร้างความเจริญแก่สยาม อกด้านหนึ่งเปนการตอบสนองตอบริบทกระแสความ











ต้องการพึงพาสิงศักด์สิทธ์ทเพิมข้นจากสถานการณ์ความรนแรงในสังคมไทยหลังสงครามโลกครัง ้


ที 2 จนถึงทศวรรษ 2500 รวมถึงกระแพร่หลายของการแพทย์สมัยใหม่จากความช่วยเหลือของ
สหรัฐฯตั้งแต่ทศวรรษ 2490-2520
ขณะเดยวกัน ผู้วิจัยขอตั้งข้อสังเกตว่า เกร็ดพระประวัตเรื่องราวอทธปาฏิหาริย์




ได้แสดงถึงคุณสมบัตส าคัญทีท าให้พระองค์ทรงเปนทียอมรับแพร่หลายในสังคมคอ ความเปนคน






นอกชนชั้น โดยหนึ่งในเรื่องราวทีแสดงคุณสมบัตนั้นคอ การทีพระองค์ทรงอุปถัมภ์ช่วยเหลือ







ราษฎรอย่างไม่เลือกหน้าด้วยการปลอมพระองค์เปนสามัญชนและให้ผู้คนทีไม่ร้จักพระองค์เรียก


พระองค์ว่า หมอพร แทนการเรียกพระนามและอสริยยศของพระองค์ ความเปนหมอพรจึงเปน


สภาวะทีท าให้พระองค์มิได้ทรงด ารงอยูในชนชั้นน าและอธบายถึงเหตุทีพระองค์ทรงได้รับการ



ยอมรับหมู่ผู้คนชนชั้นล่างของสังคมในเรื่องราวเกร็ดพระประวัต ิ
อีกสิ่งหนึ่งทีร่วมประกอบคุณสมบัตความเปนคนนอกชนชั้นคอ พระจริยวัตรทีทรง





ื่
โปรดดมน ้าจัณฑ์หรือสุรา พระจริยวัตรนี้กล่าวถึงครั้งแรกในเรื่อง “บันทึกความจ าทูนหม่อมทรงงาน”
จากหนังสือเรื่อง บันทึกความทรงจ าบางเร่องของหม่อมเจ้าหญิงประสงค์สม บรพัตรในสมเด็จเจ้าฟ้า



กรมพระนครสวรรค์วรพินิต (พ.ศ. 2499) โดยกล่าวถึงเหตุทีพระบาทสมเดจพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูหัว




โปรดเกล้าฯให้กรมหลวงชุมพรฯออกจากราชการว่า เมือ ร.ศ. 130 ขณะทีพระบาทสมเดจพระมงกุฎ


เกล้าเจ้าอยูหัวเสด็จประพาสทางทะเล นายทหารผู้หนึ่งเมาสุราและท าปนหลวงหาย จึงทรงกริ้ว ให้

ปลดนายทหารเรือผู้นั้นออกจากราชการและโปรดเกล้าฯให้กรมหลวงชุมพรฯออกจากราชการด้วย
1


เพราะ “ครก็เมาศษย์ก็เมา” ตอมาในหนังสือ อนุสรณ์พิธีเปดกระโจมไฟชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (พ.ศ.



2503) ได้ยืนยันพระจริยวัตรนี้จากเรื่องทีผู้คนเล่าถึงพระองค์ว่า พระองค์จะ “เสวยน ้าจัณฑ์เวลาเย็นที ่
2
วัง” และท้ายสุด พระจริยวัตรนี้ได้รับการย ้าผ่านเรื่องทรงแสดงวิชาคงกระพันชาตรีว่า พระองค์ทรง
3

ทราบเรื่องมหาดเล็กถูกนักเลงท าร้ายขณะทีทรงดมน ้าจัณฑ์อยู่ทีวัง

ื่



1 หม่อมเจ้าหญง ประสงค์สม บริพัตร. (2499). บันทึกความทรงจ าบางเร่องของหม่อมเจ้าหญง

ประสงค์สม บริพัตรในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต. หน้า 17.
2 กองทัพเรือ. (2503). เล่มเดิม. หน้า 77.
3 ทานตะวัน. (2504). เจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯ. หน้า 238.

95





อย่างก็ตาม เมือค าอธบายเรื่องเหตุทีกรมหลวงชุมพรฯทรงออกจากราชการโดย




หม่อมเจ้าหญง ประสงค์สม ได้รับการผลิตซ ้าในงานเขียนพระประวัตโดยบุคคลทัวไปมากขึ้น


ื่


พระจริยวัตรทีทรงโปรดดมน ้าจัณฑ์ก็สร้างภาพลักษณ์แง่ลบตอพระองค์และแสดงถึงความไม่เปน
มืออาชีพในฐานะนายทหารเรือ พระจริยวัตรนี้จึงได้รับการกล่าวถึงในพระประวัตฉบับทางการ


น้อยลง กระนั้น พระจริยวัตรนี้ยังคงด ารงอยูในพิธกรรมบูชาเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯ โดยมีเหล้า




วิสก้เปนหนึ่งในเครื่องบูชาถวายแดพระองค์ พระจริยวัตรนี้จึงยังด ารงอยูในความทรงจ าของผู้คน



และเปนคุณสมบัตส่วนหนึ่งของความเปนคนนอกชนชั้นนี้ทีท าให้ตัวตนของพระองค์ในฐานะผู้ใช้




ศาสตร์ความร้นอกระบบสมัยใหม่ได้รับการจดจ าทัวไปมากกว่าความเปนทหารเรือ



3.2.2 โครงเร่องและแนวเร่องของพระประวัติในทศวรรษ 2510-2530
ในช่วงทศวรรษ 2510-2530 การเล่าเกร็ดพระประวัตเรื่องอทธปาฏิหาริย์





ี่
เกยวกับกรมหลวงชุมพรฯในงานเขียนพระประวัตฉบับทางการได้ยกเกร็ดพระประวัตทีผลิตขึ้น




ในช่วงก่อนหน้านี้จ านวนหนึ่งมาผลิตซ ้าอกครั้ง ตอกย ้ากระแสความร้ความเข้าใจตอตัวตนด้านนี้


ของพระองค์ภายใต้บริบททางประวัตศาสตร์ทีเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม บริบทใหม่ก็ได้


เปลี่ยนแปลงคุณคาอทธปาฏิหาริย์ของพระองค์ใหม่ จนกระะทังปลายทศวรรษ 2530 การเชิดชู


ี่

พระองค์ขึ้นเปนวีรบุรษแห่งชาติได้เริ่มปฏิเสธเรื่องราวอทธปาฏิหาริย์เหนือจริงเกยวกับพระองค์






เรื่องราวเกร็ดพระประวัตอทธปาฏิหาริย์ ณ ช่วงเวลานี้ส่วนใหญก่อน พ.ศ. 2536



มีส่วนหนึ่งทีผลิตซ ้าเรื่องทีเคยปรากฏในงานเขียนพระประวัตช่วงเวลาก่อนหน้าและอีกส่วนหนึ่งเปน





เรื่องราวใหม่ทีเพิ่มเติมเข้ามา เพือตอกย ้ากระแสความร้ความเข้าใจ กลุ่มเรื่องในโครงเรื่องพระจริย
วัตรด้านเลื่อมใสศรัทธาวิชาไสยศาสตร์ยังคงด าเนินเรื่องด้วยการเล่าถึงความเลื่อมใสศรัทธาของ




กรมหลวงชุมพรฯตอหลวงปูศุขเปนต้นเรื่องและเชือมโยงกับเรื่องราวอทธปาฏิหาริย์ทีพระองค์ทรง





ส าแดงวิชาไสยศาสตร์ของหลวงปูเช่นเดิม แต่มีการเพิ่มเติมเรื่องใหม่เข้ามาจ านวนสองกลุม


กลุ่มแรกเปนกลุ่มเล่าเรื่องอทธปาฏิหาริย์ช่วงทีกรมหลวงชุมพรฯยังทรงมีพระชนม์



ชีพ โดยมีเรื่องเล่าทีได้รับการผลิตซ ้าบ่อยครั้งจ านวนสี่เรื่อง ได้แก่ เรื่องหลวงปูศุขลงตะกรดสาม



กษัตริย์ให้กรมหลวงชุมพรฯ, เรื่องพระจริยวัตรท าพิธไหว้ครทุกป, เรื่องทรงเลื่อมใสเจ้าแม่เซียนโกว


และเรื่องอาวตากัน ทั้งสี่เรื่องนี้มีลักษณะแนวเรื่องแบบสุขนาฏกรรม (Comedy) โดยน าเสนอถึงการที ่

กรมหลวงชุมพรฯทรงได้รับเครองรางศักด์สิทธ์จากพระอาจารย์ของพระองค์, ความส าเร็จในการ








ประกอบพิธกรรมไหว้คร, การได้รับรปสลักเจ้าแม่เซียนโกวตามพระประสงค์ และการทีพระองค์ทรง
ได้รับการยอมรับจากตากันในฐานะศิษย์ร่วมอาจารย์เดียวกันตามล าดับ ขณะทีสามเรื่องแรกมิได้มี


ปมปญหาชัดเจนและน าเสนอเรื่องความเลื่อมใสของกรมหลวงชุมพรฯต่ออ านาจอิทธปาฏิหาริย์ มี


96






เพียงเรื่องอาวตากันทีมีปมปญหาชัดเจน โดยเรื่องราวน าเสนอการเผชิญหน้าระหว่างกรมหลวง

ชุมพรฯกับนาย “กัน” ผู้ใช้วิชาไสยศาสตร์ขัดขวางมิให้พระองค์ทรงล่าสัตว์บนเกาะแห่งหนึ่งในอาว


สัตหีบ พระองค์ทรงถูกนายกันท้าทายว่า พระองค์กับทหารเรือมิอาจสามารถฆ่าเขาได้ จึงทรงรับสัง
ให้ถ่วงนายกันลงทะเล แตพระองค์กับทหารเรือไม่สามารถฆ่านายกันได้ เมือนายกันทราบว่า



บุคคลเบื้องหน้าคอ กรมหลวงชุมพรฯ พระราชโอรสของพระมหากษัตริย์ และแนะน าตนเองใน






ฐานะศษย์ของหลวงปูศุข สถานการณ์ก็คลี่คลายลง โดยกรมหลวงชุมพรฯทรงมีความปตยินดทีได้



พบเจอกับศษย์ร่วมอาจารย์เดยวกัน จึงทรงประทานสิทธ์ในการท ามาหากนบนเกาะแหงน้แกนาย




กันเพียงผู้เดียว และเรื่องเล่าลือนี้ท าให้ทะเลบริเวณรอบเกาะแห่งนี้เรียกว่า “อ่าวตากัน”
1
กลุมหลังเปนกลุมเล่าเรื่องอิทธปาฏิหาริย์จากการบนบานร้องขอความช่วยเหลือ





จากเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯ เช่น เรื่องเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯทรงอ านวยการขายทีดน, เรื่องการตั้ง


ศาลกรมหลวงชุมพรฯแห่งแรกทีปากน ้าประแสร์, เรื่องเจ้าพ่อฯช่วยเดกชาวประมง, เรื่องเจ้าพ่อฯ

ทรงช่วยชีวิตพลเรือตรี ชินวัตร วงษ์เพ็ญศรี และเรื่องโชคลาภจากการสร้างพระอนุสาวรีย์ เปนต้น

เรื่องราวในกลุมนี้ส่วนใหญจะปรากฏเพียงในงานเขียนพระประวัตโดยบุคคลนอกกองทัพเรือชิ้นใด



ชิ้นหนึ่ง และมิได้ปรากฏในงานเขียนพระประวัตฉบับทางการ เรื่องราวในกลุ่มนี้เล่าเรื่องด้วยแนวเรื่อง


สุขนาฏกรรม (Comedy) โดยเล่าถึงเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ทีเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯทรงช่วยเหลือให้
สถานการณ์ความเดือดร้อนคลี่คลายลงไป หรือดลบันดาลให้ผู้บนบานร้องขอได้รับโชคลาภ


ถึงแม้เกร็ดพระประวัตทั้งสองกลุมนี้มีลักษณะการเล่าเรื่องแตกตางกัน แต ่


น าเสนอข้อสรปของเรื่องแบบ Formist เหมือนกัน โดยกลุมหนึ่งมุงตอกย ้าพระจริยวัตรด้านความ



เลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์ด้วยการยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างกรมหลวงชุมพรฯกับหลวงปูศุขผ่าน



การทหลวงปูศุขลงตะกรดสามกษัตริย์ถวายแด่พระองค์, การนิมนต์หลวงปูศุขมาร่วมพิธไหว้ครทาง









ไสยศาสตร์ทุกป และความปตยินดพระทัยทีได้พบกับศษย์ร่วมอาจารย์คนเดยวกัน รวมทั้งการเล่า


ถงความเลือมใสตออ านาจสิงศักด์สิทธ์อน ๆ ดังเช่นเรองทรงเลือมใสเจ้าแม่เซียนโกว ขณะเดยวกัน















อกกลุมหนึ่งมุงยืนยันพลังอทธปาฏิหาริย์ทีพระองค์ทรงมีด้วยการเล่าถึงการบนบานของผู้คนขอ



ความช่วยเหลือจากเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯในเรื่องเดือดร้อนต่าง ๆ


เมือผู้วิจัยพิจารณารายละเอยดของเรื่องราวอทธปาฏิหาริย์กลุมหลัง ก็



สังเกตเห็นว่า เรื่องราวจ านวนหนึ่งน าเสนอคุณสมบัตของเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯเพิ่มเตมจาก


คุณสมบัตเดิมทีปรากฏในเรื่องราวอทธปาฏิหาริย์ช่วงเวลาก่อนหน้า นันคอ คุณสมบัตเกยวกับดล







ี่



บันดาลโชคลาภความมังคัง โดยคุณสมบัตนี้ได้กล่าวถึงในงานเขียนพระประวัตอย่างน้อยสองชิ้น


1 แหล่งเดิม. หน้า 34-36.

97





ได้แก่ หนังสือ อนุสรณ์ งานพิธีประดิษฐานพระรูป พลเรอเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวง

ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ที่ศาลต าบลปากน ้าประแสร อ าเภอแกลง จังหวัดระยอง (พ.ศ. 2512) และ
หนังสือ พระประวัติและพระเกียรติคุณ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดม




ศักดิ์ (พ.ศ. 2534) ตัวอย่างเรื่องหนึ่งทีแสดงคุณสมบัตนี้คอ เรื่องการตั้งศาลกรมหลวงชุมพรฯแห่ง


แรกทีปากน ้าประแสร์ เรื่องนี้เล่าถึงการอธษฐานของนายหลอง ทรัพย์เจริญ อดตทหารเรือทีออก


จากราชการมาประกอบอาชีพชาวประมงทีปากน ้าประแสร์ ร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าพ่อกรม


หลวงชุมพรฯให้ทรงดลบันดาลช่วยเหลือในการประกอบอาชีพ คุณสมบัตดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้
บริบทการขยายตัวของเศรษฐกิจเมืองในช่วงทศวรรษ 2520-2530 และการถดถอยลงของ
เศรษฐกิจภาคการเกษตรช่วงปลายทศวรรษ 2520
การขยายตัวของเศรษฐกิจเมืองนี้ส่วนหนึ่งมาจากปจจัยภายในด้านประชากร

จากความส าเร็จในการคุมก าเนิด อัตราการเพิ่มประชากรได้ลดลงจากร้อยละ 3 ตอปในช่วง



1

ทศวรรษ 2490 เหลือเพียงร้อยละ 1 ต่อปในช่วงทศวรรษ 2530 ความส าเร็จนี้ท าให้คนร่นหนุ่มสาว
เข้าสูการท างานมากขึ้นขณะทีมีภาระการใช้จ่ายในการเลี้ยงครอบครัวน้อยลง ขณะเดยวกัน





เศรษฐกิจภาคการเกษตรประสบปญหาผลผลิตตกต าลงและวิกฤตการณ์ราคาน ้ามันสูงขึ้นใน
ทศวรรษ 2520 เนืองด้วยสถานการณ์สงครามอรัก-อหร่าน (พ.ศ. 2523-2531) อกส่วนหนึ่งมาจาก




ปจจัยภายนอกในด้านการลงทุนของญปุนทีไหลเข้าสูประเทศไทยตั้งแตทศวรรษ 2520 ปจจัย
ี่
2







เหล่านี้ประกอบกับเสถยรภาพทางการเมืองไทยทีมันคงมากขึ้นหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ.










2519 ท าให้คุณคาของสิงศักด์สิทธ์เปลียนแปลงไป แม้คุณคาในเรองการปกป้องคุ้มครองผู้นับถอ

จะยังคงด ารงอยู แตความหมายของความปลอดภัยได้รับการตความกว้างขวางขึ้น ไม่เพียงแตภัย







อันตรายตอชีวิตเท่านั้น หากแตรวมถึงความเสี่ยงตาง ๆ ในชีวิตประจ าวันของผู้คน เช่น การเรียน

การสอบ, การท าธุรกิจการค้า และความเจ็บปวย เปนต้น รวมถึงการมีคุณสมบัตในเรื่องส่งเสริม




โชคลาภ ดังนั้น เกร็ดพระประวัตเรื่องอทธปาฏิหาริย์ของกรมหลวงชุมพรฯ ณ ช่วงเวลานี้จึงปรากฏ

เรื่องราวส่วนหนึ่งทีน าเสนอคุณสมบัติในแง่การช่วยเหลือเก้อหนุนโชคลาภทางเศรษฐกิจ


ส่วนกลุมเรื่องในโครงเรื่องหมอพรก่อน พ.ศ. 2536 ก็ผลิตซ ้าการเล่าเรื่อง


ตามเดิมเช่นกัน โดยยังคงเล่าถึงเรื่องทรงเปนหมอพรเปนเรื่องราวแรกเริ่ม และมีเรื่องเล่าทีได้รับการ



ผลิตซ ้าบ่อยครั้งสี่เรื่อง ได้แก่ เรื่องทรงรักษาชาวจีนทีส าเพ็ง, เรื่องทรงท าคลอดนางละคร, เรื่องสูตรยา

อายุวัฒนะ และเรื่องคัมภีร์ต ารายาของพระองค์ เรื่องราวเกอบทั้งหมดยังคงเล่าเรื่องเช่นเดม มี


1 คริส เบเกอร์; และ ผาสุก พงษ์ไพจิตร. (2557). ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย. หน้า 300.
2 แหล่งเดิม. หน้า 301-302.

98







เพียงเรื่องคัมภีร์ต ายาทีได้รับการเพิ่มเตมมากขึ้นด้วยการให้รายละเอยดตัวอย่างยาแผนไทยที ่

เขียนในคัมภีร์ เรื่องราวส่วนใหญด าเนินแนวเรื่องแบบสุขนาฏกรรม (Comedy) น าเสนอ
ความส าเร็จในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บของกรมหลวงชุมพรฯในฐานะหมอพร และพระปรีชา
สามารถในด้านการแพทย์แผนไทยตามเกร็ดพระประวัติเรื่องนี้ทีได้ผลิตขึ้นในช่วงเวลาก่อนหน้า



แนวเรื่องของเกร็ดพระประวัตเรื่องนี้ได้น าเสนอข้อสรปแบบ Formist โดยมองว่า
ความส าเร็จในการประกอบอาชีพแพทย์แผนไทยมาจากพระปรีชาสามารถของกรมหลวงชุมพรฯใน

ความร้ด้านนี้และพระอัธยาศัยทีทรงมีน ้าพระทัยรักษาผู้คนอย่างไม่เลือกหน้า จนกระทังถึง




ทศวรรษ 2530 คุณคาเรื่องพระปรีชามารถและพระอัธยาศัยของพระองค์ได้รับการตความใหม่

ภายใต้กรอบทีกว้างขึ้นคือ คุณค่าการท าประโยชน์ต่อส่วนรวม ซึงเปนอุดมการณ์ใหม่ทีรัฐพยายาม






จะสร้างขึ้นเพือยกสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ให้สูงขึ้น กรอบคุณคานี้จึงได้ตความอธบาย

ความเปนหมอพรใหม่ในลักษณะพระหฤทัยเบื้องลึกทีจะทรงอุทิศพระองค์กระท าประโยชน์ตอ








ประเทศชาตแม้จะมิได้ทรงอยูในราชการ กรอบคุณคานี้เริมปรากฏในงานเขียนพระประวัตที ่




จัดพิมพ์โดยสมาคมส่งเสริมเอกลักษณ์แห่งชาติ โดยให้คุณค่าตอพระกรณยกิจทีทรงเปนหมอพรว่า


“พระองค์จึงทรงเปนนักสังคมสงเคราะห์อาสาสมัครทียิ่งใหญพระองค์หนึ่งของเมืองไทย ทีทรง


สงเคราะห์ประชาชนผู้ประสบความทุกข์ยากเดอดร้อน ด้วยพระเมตตากรณาอันสูงยิ่ง โดยไม่






ประสงค์ลาภยศและสิ่งตอบแทนแตประการใด” การให้คุณคากรอบใหญเช่นนี้ทั้งตอเรื่องราวพระ
1


กรณยกิจด้านกิจการทหารเรือและตอเรื่องราวหมอพรได้ท าให้ตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯมีความ

เปนวีรบุรษทีอุทิศพระองค์ต่อประโยชน์ส่วนรวมเช่นเดียวกับเชื้อพระวงศ์พระองค์อนในราชวงศ์





ทั้งกลุมเรื่องในโครงเรื่องพระจริยวัตรด้านเลื่อมใสศรัทธาวิชาไสยศาสตร์และ

กลุ่มเรื่องในโครงเรื่องหมอพรตางมีนัยยะอุดมการณ์แบบ Anarchist เช่นเดยวกันและตความด้วย





อุดมการณ์ใหม่ของชาต โดยมองว่า แม้ความทันสมัยจากตะวันตกเปนสิ่งทีสร้างความ




เจริญก้าวหน้าตอชาตบ้านเมือง แตองค์ความร้จารีตของไทยทั้งวิชาไสยศาสตร์และความร้แพทย์




แผนไทยมีคุณประโยชน์ตอสังคมอีกด้านหนึ่งทีทัดเทียมกับความร้แบบตะวันตก และมิอาจทดแทน

ด้วยความร้ความทันสมัยแบบตะวันตก

1 นันทวัน เพ็ชรวัฒนา; และ สมเกยรติ ศรีวิลัย. (2534). พระประวัติและพระเกียรติคุณ พลเรือเอก

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์. หน้า 16.

99





อย่างไรก็ตาม เมือกรมหลวงชุมพรฯจะได้รับการเชิดชูเปนวีรบุรษแห่งชาตด้วย





1
การเฉลิมพระเกยรตยศพระองค์เปน “พระบิดาของกองทัพเรือไทย” โดยกองทัพเรือใน พ.ศ. 2536

เรื่องราวเกร็ดพระประวัติของกรมหลวงชุมพรฯในงานเขียนฉบับทางการทั้งเรื่องอิทธปาฏิหาริย์และ



เรื่องหมอพรจะเริมมีการเปลี่ยนแปลงในการเล่าเรื่องและในรายละเอยด เพือขับเน้นคุณสมบัต ิ





ความเปนวีรบุรษด้านทหารเรือและการเปนผู้สร้างคุณประโยชน์ตอชาตมากขึ้น ขณะทีลด












คุณสมบัตความเปนสิงศักด์สิทธ์ลง ร่องรอยของการเปลียนแปลงน้เริมปรากฏครังแรกในเรอง “เกร็ด


พระประวัตเสดจในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์” จากหนังสือ อนุสรณ์ท่านหญิงเริง (พ.ศ. 2537)



กลุ่มเรื่องในโครงเรื่องพระจริยวัตรด้านเลื่อมใสศรัทธาวิชาไสยศาสตร์เปนส่วนที ่

มีการเปลี่ยนแปลงมากทีสุดทั้งแนวเรื่องและรายละเอยด งานเขียนพระประวัตนี้ใช้แนวเรื่องเย้ย




หยัน (Satire) เล่าเรื่องตรงข้ามกับความร้ความเข้าใจเดิมของผู้คนตอตัวตนเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพร




ฯทีสืบเนืองมาตั้งแตทศวรรษ 2500 พระประวัตได้น าเสนอความทรงจ าของหม่อมเจ้าหญง เริงจิตร

แจรง อาภากร พระธดาของกรมหลวงชุมพรฯ ว่า แม้ท่านหญงยืนยันความเลื่อมใสศรัทธาของกรม


หลวงชุมพรฯตอไสยศาสตร์และเคร่งครัดพุทธศาสนาอย่างมาก แตท่านหญงก็ไม่เคยประสบหรือ








เห็นอทธปาฏิหาริย์ใด ๆ จากพระองค์หรือจากเกจิอาจารย์รปใดทีพระองค์ทรงนับถอ ตัวอย่างเรื่อง



หนึ่งคอ เรื่องกรมหลวงชุมพรฯทรงพบหลวงปูศุขครั้งแรก หม่อมเจ้าหญง เริงจิตรแจรงเล่าว่า เมือ


เรือของกรมหลวงชุมพรฯจอดเทียบท่าหน้าวัดมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท ท่านหญงมิได้พบเห็น
อิทธปาฏิหาริย์ทีหลวงปูศุขเสกหัวปลีเปนกระตายตามเรื่องเล่าลือเดิม หากแตลูกศษย์วัดเปนผู้เล่า








ความขลังความศักด์สิทธ์ของหลวงปูศุข ท าให้กรมหลวงชุมพรฯทรงสนพระทัย จึงเสดจไปพูดคุย






กับหลวงปูและทรงขอเปนศิษย์เรียนวิชาอาคม
2
ส่วนกลุ่มเรื่องในโครงเรื่องหมอพรยังเล่าเรื่องยังคงใช้แนวเรื่องแบบสุขนาฏกรรม



(Comedy) เช่นเดม แตมีการเปลี่ยนมุมมองการน าเสนอและรายละเอยดของการเล่าเรื่องใหม่
เกร็ดพระประวัตมิได้น าเสนอถึงปาฏิหาริย์หรือความส าเร็จในการรักษาโรคของกรมหลวงชุมพรฯ


หากแตเล่าถึงพระหฤทัยของพระองค์ทีทรงมีพระประสงค์จะกระท าประโยชน์ตอสาธารณะ โดย



อธบายว่า หลังจากทีพระองค์ทรงด าเนินพระชนม์ชีพบนเรือใบอยูระยะหนึ่ง ทรงมีพระด าริไม่เห็น



ประโยชน์และมีเวลาว่างมากมาย จึงจะทรงเปนหมอรักษาผู้คนเปนการสร้างบุญกุศล เมือทรงเปน





1 พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์. (2537). นานไปเขาไม่ลืม... วันอาภากร. ใน อนุสรณท่านหญิงเริง.
หน้า 355.

2 หม่อมเจ้าหญง เริงจิตรแจรง อาภากร. (2537). เกร็ดพระประวัติเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดม
ศักดิ์. ใน อนุสรณ์ท่านหญิงเริง. หน้า 227.

100






หมอแล้ว พระองค์ทรงท าการรักษาแก่ผู้คนโดย “ไม่เลือกจะยากดมีจน แม้แตคนในส าเพ็ง บ้าน

กระจอกงอกง่อยก็ไปรักษา...ตอนเย็นเสดจไปรับลูกทีโรงเรียน เลยเสดจแวะเยียมคนไข้...จะมีคน







ตามไปรักษาเสมอ และไม่เคยคดคารักษา วังเจ้านายก็ตามไป...กุศลและใจทีท า ไม่เคยคดจะเอา
1

อะไร จึงรักษาได้ดี กุศลส่งให้รักษาให้หายเกอบทุกราย”


การเล่าเรื่องด้วยมุมมองนี้เปนไปตามบริบทของอุดมการณ์แห่งชาติทีรัฐสร้างขึ้น

ใหม่เพือยกสถานะสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องราวพระชนม์ชีพของกรมหลวงชุมพรฯจึงน าเสนอ




ข้อสรปแบบ Formist เพือขับเน้นคุณคาความหมายตอบทบาทของชนชั้นน าสอดคล้องตาม
อุดมการณ์ใหม่ โดยด้านหนึ่งด าเนินด้วยการเปลี่ยนมุมมองการน าเสนอเรื่องหมอพรใหม่ โดยการ



เล่าถึงความทุมเทพระทัยในการเปนหมอรักษาผู้คนข้างต้น เพือแสดงให้เห็นถึงพระหฤทัยของ

พระองค์ในฐานะตัวแทนของชนชั้นน าทีดทีมุงหวังสร้างประโยชน์สุขตอมวลชน อกด้านหนึ่งด้วย






การเริมปฏิเสธโดยนัยถึงเรื่องเล่าลือเกยวกับการทีกรมหลวงชุมพรฯทรงมีอ านาจอทธปาฏิหาริย์
ี่





ในช่วงทียังทรงมีพระชนม์ชีพทั้งหมด โดยมองว่า ประสบการณ์เชิงประจักษ์ของหม่อมเจ้าหญง เริง
จิตรแจรงเปนหลักฐานยืนยันข้อเท็จจริงเกยวกับกรมหลวงชุมพรฯในทุกเรื่อง คุณสมบัตความ
ี่


น่าเชือถอตอความทรงจ าของท่านหญงด้านหนึ่งมาจากความสัมพันธ์ระหว่างท่านหญงกับกรม






หลวงชุมพรฯ ซึงหม่อมราชวงศ์ อภิเดช อาภากร พระนัดดาของกรมหลวงชุมพรฯ ได้ยืนยันความ

น่าเชือถอของเรื่องราวพระประวัตทีท่านหญงเขียนขึ้นด้วยสถานะการเปนพระธดาทีมี







ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกรมหลวงชุมพรฯมากทีสุด และท่านหญงเขียนบันทึกความทรงจ านี้ตั้งแต ่


ช่วงทียังมีสุขภาพแข็งแรงและความจ าทีดมาก อกด้านหนึ่งมาจากความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่าง

2





ราชสกุลอาภากรกับกองทัพเรือ ทุกวันครบรอบการสิ้นพระชนม์แตละป ผู้บัญชาการทหารเรือจะ


เปนตัวแทนของกองทัพเรือไปร่วมงานบ าเพ็ญกุศลของราชสกุลอาภากรแดกรมหลวงชุมพรฯ ซึงมี

ร่องรอยปรากฏตั้งแตทศวรรษ 2510 และกองทัพเรือก็เปนผู้จัดพิมพ์หนังสืออนุสรณ์ระลึกถึงท่าน




หญงชิ้นนี้ โดยมีพลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์ เปนผู้เขียนและผู้เรียบเรียง และงานเขียนนี้ได้รับ

การสนับสนุนการจัดพิมพ์จากผู้บัญชาการทหารเรือถึงสองท่านคอ พลเรือเอก วิเชษฐ การณยวนิช

3
(พ.ศ. 2534-2536) และพลเรือเอก ประเจตน์ ศิริเดช (พ.ศ. 2536-2539)


1 แหล่งเดิม. หน้า 213, 215.
2 หม่อมราชวงศ์ อภิเดช อาภากร. (2537). เกร็ดพระประวัติเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์. ใน
อนุสรณ์ท่านหญิงเริง. หน้า 200.

3 พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์. (2537). “เรารักท่านหญงเริง”. ใน อนุสรณ์ท่านหญิงเริง. หน้า 378.

101
















































ภาพประกอบ 2 พลเรือเอก จรญ เฉลิมเตียรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ
พลเรือเอก อนันต์ เนตรโรจน์ รองผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมงานพิธอุทิศส่วนกุศล

ของราชสกุลอาภากรถวายแด่กรมหลวงชุมพรฯเมือวันที 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2513


ณ สุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร กรงเทพฯ





ทีมา: พิธอุทิศส่วนกุศลถวายแด่ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดม

ศักด์. (2513, มิถุนายน). ใน กระดูกงู. 15(169): 26.


การขับเน้นคุณคายังด าเนินผ่านนัยยะอุดมการณ์แบบ Liberal ทีปรากฏในงาน


เขียนพระประวัตนี้ด้วย โดยให้คุณค่าตอเรื่องความเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์เพียงในฐานะพระจริย


วัตรของกรมหลวงชุมพรฯทีทรงมีความสนพระทัยตอสิ่งตาง ๆ เท่านั้น งานเขียนนี้จึงมิได้ผลิตซ ้า





เรื่องราวอทธปาฏิหาริย์ทีเล่าลืออยู่ในสังคม ขณะเดียวกัน ก็มิได้แก้ไขหรือพิจารณาเรื่องราวเหล่านั้น




ในฐานะความเข้าใจผิดแตอย่างใดอาจเนืองด้วยพลเรือตรี กรีฑามองว่า เรื่องราวอทธปาฏิหาริย์

102






เหล่านั้นเปนสิ่งทียืนยันความเลื่อมใสศรัทธาของผู้คนต่อพระองค์เช่นเดียวกับค าอธบายในบทความ

1
เรื่อง “พระประวัติ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักด์” (พ.ศ. 2516)



นอกจากเรื่องอทธปาฏิหาริย์แล้ว เรื่องหมอพรเองก็สะท้อนถึงนัยยะอุดมการณ์




แบบ Liberal เช่นกัน งานเขียนพระประวัตนี้อธบายคุณสมบัตความเปนแพทย์ของกรมหลวงชุมพรฯ
ใหม่ในลักษณะ “แพทย์แผนไทยสมัยใหม่” ซึงแตกตางจากความเปนแพทย์แผนไทยตามเรื่องราว



เดิม เรื่องราวเดมได้อธบายว่า พระองค์ทรงศึกษาแพทย์แผนไทยจากพระยาพิษณุประสาทเวช (คง



ถาวรเวช) เพียงผู้เดียว และทรงทดลองผสมยาทดลองกับสัตว์ตาง ๆ เมือยาได้ผลดี จึงน ามารักษา



ผู้คน เรื่องราวหมอพรใหม่นี้ได้ผลิตซ ้าเฉพาะเนื้อหาส่วนทีเขียนเพิ่มโดยหม่อมเจ้าหญง เริงจิตร



แจรงในหนังสือเรื่อง เกร็ดพระประวัติฯ (พ.ศ.2516) ซึงพยายามอธบายคุณสมบัตความเปนหมอ

พรใหม่ในลักษณะการผสมผสานระหว่างความเปนแพทย์แผนไทยทีใช้สมุนไพรในการรักษาโรคกับ



ความเปนวิทยาศาสตร์แบบตะวันตก โดยเล่าถึงวิธการทีพระองค์ทรงผลิตยารักษาโรคด้วยว่า กรม


หลวงชุมพรฯทรงมีอุปกรณ์สมัยใหม่ในการผลิตยา เช่น กล้องจุลทรรศน์, เครื่องกลันสมุนไพร และ




เครื่องจักรอัดยาเม็ด เปนต้น และทรงแต่งพระองค์อย่างหมอฝรัง สวมผ้ากันเป้อนในการปฏิบัติงาน
2


ในห้องทดลองของพระองค์ ความเปนแพทย์แผนไทยสมัยใหม่นี้ได้รับการอธบายความเปนมาว่า


พระองค์ทรงศึกษาวิชาแพทย์จากพระอาจารย์หลายท่าน ทรงมีพระยาพิษณุประสาทเวชเปนพระ
อาจารย์คนแรก และต่อมาก็ทรงศึกษาวิชาแพทย์จากพระอาจารย์อกหลายคน เช่น แพทย์ชาวอตา






เลียนชือ “โบโตนี”, แพทย์ชาวญปุนชือ “มิตตานี” รวมถึงพระภิกษชือ อาจารย์ปอต
3

ี่



ผู้วิจัยตั้งข้อสังเกตว่า ความเปนแพทย์แผนไทยสมัยใหม่นี้อาจได้รับอทธพลจาก


ความแพร่หลายมากขึ้นของการแพทย์แผนปจจุบันอันเนืองมาจากการผลักดันโครงการสาธารณสุข




มูลฐานโดยภาครัฐให้เปนวาระแห่งชาตตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2520-2530 จากความส าเร็จในโครงการ
ทดลองอาสาสมัครสาธารณสุขประจ าหมูบ้านทีด าเนินการในช่วงทศวรรษก่อน โครงการทดลองนี้ได้



สร้างผู้สื่อข่าวสาธารณสุข (ผสส.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจ าหมูบ้าน (อสม.) ขึ้นเปน


ตัวแทนของภาครัฐในการให้ข้อมูลข่าวสารการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานและการรักษาอาการเจ็บปวย

1 ส านักงานเลขานุการกองทัพเรือ. (2516, พฤษภาคม). พระประวัติ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวง
ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์. ใน นาวิกศาสตร์. 56(5): 51.

2 หม่อมเจ้าหญง เริงจิตรแจรง อาภากร. (2537). เกร็ดพระประวัติเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดม
ศักดิ์. ใน อนุสรณ์ท่านหญิงเริง. หน้า 213.
3 แหล่งเดิม.

103








1
แก่ประชาชนในท้องถินชนบทโดยคดคาบริการไม่แพง อาสาสมัครทั้งสองนี้เปนเครื่องมือส าคัญของ
รัฐในการเข้าไปจัดการสุขภาพของชาวบ้านชนบทตามความประสงค์ของรัฐส่วนกลาง ความส าเร็จ

ดังกล่าวนี้ท าให้เกิดโครงการสาธารณสุขมูลฐานขึ้น เพือสร้างอาสาสมัครทั้งสองเข้าไปจัดการ


สุขภาพของชาวบ้านชนบทตอเนืองตั้งแต่ทศวรรษ 2520 เมือสิ้นสุดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม



แห่งชาตฉบับที 7 (พ.ศ. 2535-2539) มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจ าหมู่บ้าน และศูนย์สาธารณสุข
มูลฐานชุมชนทัวประเทศไทย โดมมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจ าหมู่บ้านจ านวน 653,262 คน และ

2
มีศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชนจ านวน 64,832 แห่ง การจัดการด้านสาธารณสุขของรัฐส่วนกลาง

นี้จึงอาจเข้ามามีอทธพลตอมุมมองของผู้คนชนบทถึงความเหนือกว่าของการแพทย์แผนปจจุบัน






และท าให้คุณสมบัตความเปนแพทย์แผนไทยดั้งเดมและความอัศจรรย์ในการรักษาโรคของหมอพร

ต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับทัศนคตของผู้คนในสังคมดังกล่าว
เราจะเห็นได้ว่า เกร็ดพระประวัตเรื่องราวอทธปาฏิหาริย์ในช่วงทศวรรษ 2510-





2530 ส่วนใหญได้ตอกย ้าตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯในฐานะผู้ใช้ศาสตร์ความร้นอกระบบ

สมัยใหม่ โดยผลิตซ ้าเรื่องราวและขับเน้นคุณสมบัตของพระองค์ทีปรากฏในช่วงก่อนหน้าด้วยการ



เพิ่มเรื่องราวอทธปาฏิหาริย์ แตบริบทการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการปรับเปลี่ยนนโยบาย


ทางเศรษฐกิจออกจากภาคการเกษตรในช่วงทศวรรษ 2510-2520 ท าให้คุณสมบัตในการดล
บันดาลโชคลาภเข้ามาเปนส่วนหนึ่งของตัวตนด้านนี้


จนกระทังถึงทศวรรษ 2530 อุดมการณ์ใหม่ของชาตทีต้องการยกสถานะ


สถาบันพระมหากษัตริย์เปนสถาบันสูงสุดของสังคมไทยได้ก าหนดบทบาทของชนชั้นน าให้แสดงถึง





การอุทิศตนเพือประโยชน์ตอมวลชน คุณคาการอุทิศตนเพือประโยชน์ตอมวลชนจึงได้กลายเปน





กรอบคุณคาใหญทีก ากับการตความคุณคาตอทุกพระกรณยกิจของกรมหลวงชุมพรฯทั้งในเรื่อง





กิจการทหารเรือและเรื่องอทธปาฏิหาริย์ โดยเฉพาะเรื่องราวหมอพร ซึงเปนพระกรณยกิจทีทรง





กระท าประโยชน์ตอมวลชนโดยตรง ท าให้ตัวตนของหมอพรผู้ใช้ศาสตร์ความร้นอกระบบสมัยใหม่


ได้รับการตความใหม่ โดยเริมหันเหมุมมองจากความส าเร็จอย่างอัศจรรย์ในการรักษาโรคไปสู ่



1 ทวีทอง หงส์วิวัฒน์; และคณะ. (2524, ตุลาคม-ธันวาคม). วิเคราะห์โครงการสาธารณสุขมูลฐาน


ไทย. ใน สังคมศาสตร์การแพทย์. 3(3): 4-5. (อ้างองจาก ทวีศักดิ์ เผอกสม. (2550). เชื้อโรค ร่างกาย และรัฐเวช
กรรม: ประวัติศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ในสังคมไทย. หน้า 298.)
2 รัตติยา ศีลสารร่งเรือง. (2543). 20 ปของเส้นทางสูการมีสุขภาพดีถ้วนหน้าของประชาชน. หน้า



41-47. (อ้างองจาก ทวีศักดิ์ เผอกสม. (2550). เชื้อโรค ร่างกาย และรัฐเวชกรรม: ประวัติศาสตร์การแพทย์


สมัยใหม่ในสังคมไทย. หน้า 302.)

104







คุณประโยชน์ทีกรมหลวงชุมพรฯทรงกระท า และยกคุณคาการตั้งพระทัยอุทิศพระองค์เพือสร้าง





ประโยชน์ต่อผู้คนเปนคุณสมบัตหลักทีก ากับการอธบายคุณสมบัตอน ๆ ของพระองค์




ตอมามุมมองนี้ได้กลายเปนมุมมองกระแสหลักทีขับเน้นคุณสมบัตความเปน







วีรบุรษของพระองค์หลังจากทรงได้รับการเฉลิมพระเกยรตขึ้นเปน “พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย”



ใน พ.ศ. 2536 จวบจนถึงปจจุบัน การขับเน้นคุณสมบัตความเปนวีรบุรษทหารเรือกับการอุทิศตน



เพือประโยชน์ตอส่วนรวมกลายเปนประเดนหลักในการเล่าเรื่องราวพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯ





ท าให้การเล่าเรื่องราวเชิงอทธปาฏิหาริย์เหนือจริงเริมมิได้รับการยอมรับในการเขียนพระประวัต ิ





ฉบับทางการแม้กระแสความร้ความเข้าใจอยูยังด ารงอยูในสังคมและในงานเขียนพระประวัตโดย


บุคคลสาธารณะคนอนนอกกองทัพเรือกับราชสกุลอาภากร


4. สรปท้ายบท

งานเขียนพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯฉบับทางการได้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงการ


สร้างความหมายตอตัวตนของพระองค์ในแตละช่วงเวลา โดยแบ่งการเปลี่ยนแปลงโครงเรื่องการ



เล่าพระชนม์ชีพออกเปนสองด้าน ได้แก่ ด้านการเล่าเรื่องพระชนม์ชีพทัวไปและพระกรณยกิจด้าน
กิจการทหารเรือ และด้านการเล่าเรื่องอิทธปาฏิหาริย์เหนือจริง

การเล่าเรื่องด้านแรกได้มีการเปลี่ยนแปลงแนวเรื่องจากสุขนาฏกรรม (Comedy) ในงาน


เขียนพระประวัตช่วงก่อนทศวรรษ 2490 ไปสูแนวเรื่องวีรคต (Romance) ในช่วงหลังทศวรรษ


2490 ท าให้ตัวตนของพระองค์ในสองช่วงเวลาดังกล่าวถูกน าเสนอแตกตางกัน ตัวตนของพระองค์


ในฐานะเชื้อพระวงศ์แบบอย่างผู้น าความทันสมัยจากตะวันตกกลับมาสูสยามเพือสนองราชกิจของ

พระมหากษัตริย์ได้รับการผลักดันไปสูตัวตนใหม่คอ ทหารเรือนักปฏิรปผู้วางรากฐานกิจการ




ทหารเรือไทย โดยใช้ข้อสรปแบบ Formist อธบายความส าเร็จในพระกรณยกิจของพระองค์ด้วย


คุณสมบัตความเปนวีรบุรษทีพระองค์ทรงมี เช่น ความกล้าหาญริเริมกระท าสิ่งตาง ๆ ทีเปน











ประโยชน์ตอผู้อน, พระปรีชาสามารถด้านการทหารเรือ และความมุงมันกระท าสิ่งต่าง ๆ ให้ส าเร็จ

ดังพระประสงค์ เปนต้น และด าเนินเรื่องด้วยนัยยะอุดมการณ์แบบ Liberal-radical ด้วยการ



ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของความร้ความสามารถของคนไทยจากเดมไม่สามารถเดนเรือใน




ทะเลลึกได้ไปสูการมีความสามารถนั้นพร้อมประเพณวัฒนธรรมทหารเรือทีเปนสากลและได้รับการ

ยอมรับจากนานาชาตนับตั้งแตในช่วงทีกรมหลวงชุมพรฯทรงมีพระชนม์ชีพ รวมถึงการ



เปลี่ยนแปลงกิจการทหารเรือจากเดมทีมิได้มีรากฐานใดจากราชการในอดตกลายเปนองค์กร




ราชการสมัยใหม่ทีมีเกยรติยศ



105






การเปลี่ยนแปลงตัวตนนี้เกิดขึ้นภายใต้บริบททีกองทัพเรือพยายามฟนฟูขวัญก าลังใจ

ของบุคลากรองค์กรและตอรองสถานะของตนเองหลังความพ่ายแพ้ในเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน



พ.ศ. 2494 ขณะเดยวกัน กระแสการฟนฟูสถานะทางการเมืองของสถาบันพระมหากษัตริย์ทีเริม




เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 2490-2510 ได้เก้อหนุนผลักดันการเปลี่ยนแปลงตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯ

ข้างต้นเนืองด้วยพระองค์ทรงเปนเชื้อพระวงศ์พระองค์หนึ่งในราชวงศ์จักรี และการน าเสนอบทบาท

ของพระองค์ในการน าความทันสมัยกลับมาสร้างความเจริญให้ประเทศชาตรอดพ้นจากการตก

เปนอาณานิคมก็ช่วยตอกย ้าความส าคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้น

ส่วนด้านการเล่าเรื่องอทธปาฏิหาริย์เหนือจริงได้เริมปรากฏครั้งแรกใน พ.ศ. 2494 จาก



เรื่องเล่าความทรงจ าของนาวาตรี หลวงรักษาราชทรัพย์ โดยท่านใช้แนวเรื่องกึ่งสุขนาฏกรรม-เย้ยหยัน


(Comedic-satire) อธบายถึงปรากฏการณ์ทีกรมหลวงชุมพรฯทรงได้รับการระลึกถึงในฐานะสิ่ง




ศักด์สิทธ์ในทศวรรษกอนหน้า และใช้แนวเรองสุขนาฏกรรม (Comedy) เล่าเรื่องพระชนม์ชีพของ

พระองค์ในช่วงทีทรงออกจากราชการไปประกอบอาชีพแพทย์แผนไทย การน าเสนอเรื่องราวทั้ง


สองได้น าเสนอข้อสรปแบบ Formist อธบายปรากฏการณ์ทั้งสองด้วยคุณสมบัตของกรมหลวง




ชุมพรฯทีทรงมีพระจริยวัตรเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์ และน ้าพระทัยโอบอ้อมอารีตอผู้คนอย่างไม่

เลือกหน้า คุณสมบัตทั้งสองจึงท าให้พระองค์ทรงได้รับการเล่าลือในฐานะสิงศักด์สิทธ์ และสร้าง





ตัวตนการเปนผู้ใช้ศาสตร์ความร้นอกระบบความเปนสมัยใหม่ตรงข้ามกับตัวตนของกรมหลวง



ชุมพรฯได้แสดงในงานเขียนพระประวัตฉบับทางการ ขณะเดยวกัน ตัวตนการเปนผู้ใช้ศาสตร์



ความร้นอกระบบความเปนสมัยใหม่ได้แสดงนัยยะอุดมการณ์แบบ Anarchist สะท้อนถึงบริบทที ่


คุณคาศาสตร์ความร้จารีตในสังคมไทยได้รับการให้ความส าคัญในช่วงทศวรรษ 2590-2500 ด้าน

หนึ่งคอ กระแสความต้องการสิ่งพึงพิงทางจิตใจของผู้คนทีเผชิญภยันตรายจากความรนแรงของ





อาชญากรรมทีเพิ่มสูงขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที 2 เนืองด้วยการแพร่หลายของอาวุธปนสงคราม


และความล้มเหลวของรัฐส่วนกลางในการสร้างระเบียบกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างมี



ประสิทธภาพ รวมถึงความขัดแย้งระหว่างกลุมการเมืองทหารบก, ต ารวจ และทหารเรือ อกด้าน


หนึ่งคอ การปะทะประสานคุณค่าระหว่างความร้แพทย์แผนไทยกับความร้การแพทย์ปจจุบันทีเริม






มีความเจริญและแพร่หลายสูชนบทมากขึ้นตั้งแตสหรัฐฯให้ความช่วยเหลือด้านการสาธารณสุข
ของไทยตั้งแต่ทศวรรษ 2490
เมือถึงช่วงทศวรรษ 2520-2530 รัฐได้สร้างอุดมการณ์แห่งชาตชุดใหม่ขึ้น เพือ





ประนีประนอมกับกระแสการเรียกร้องประชาธปไตยทีเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 2510 และตอบสนอง
ตอการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทีเกิดขึ้นรวดเร็วจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในช่วงปลาย



106




ทศวรรษ 2510 ถึงทศวรรษ 2530 อุดมการณ์ใหม่นี้ได้พยายามยกสถานะของสถาบัน



พระมหากษัตริย์ขึ้นสู่จุดสูงสุดของสังคมไทยด้วยการนิยามคุณสมบัตของการเปนผู้ปกครองทีดที ่





สืบทอดตอเนืองจากประวัตศาสตร์ คุณสมบัตการเปนผู้อุทิศตนเพือประโยชน์สุขของมวลชน



กลายเปนคุณสมบัติหลักทีก าหนดคุณค่าของชนชั้นน าทั้งในปจจุบันและในอดีต




กรอบคุณคานี้จึงได้ก ากับการเล่าเรื่องราวพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯทั้งหมด โดย
ใช้แนวเรื่องวีรคต (Romance) กับสุขนาฏกรรม (Comedy) น าเสนอตัวตนของพระองค์ในฐานะ

ทหารเรือนักปฏิรป และตความพระกรณยกิจทั้งหมดของพระองค์ด้วยการน าเสนอข้อสรปแบบ





Formist และนัยยะอุดมการณ์แบบ Liberal อธบายการกระท าพระกรณยกจเหล่านั้นเนืองด้วยพระ






หฤทัยของพระองค์ทีทรงอุทิศเพือประโยชน์ตอประเทศชาติ ไม่เพียงแต่เฉพาะด้านกิจการทหารเรือ



แตรวมถึงด้านสาธารณะประโยชน์ตอมวลชนด้วย เรื่องราวการเปนแพทย์แผนไทยของพระองค์จึง





เริ่มได้รับการจัดกลุมใหม่ให้รวมกับพระกรณยกจอน ๆ ขณะทีเรื่องราวอทธปาฏิหาริย์เหนือจริงเริม




ถูกแยกออกจากงานเขียนพระประวัตฉบับทางการ โดยเฉพาะหลังจากกรมหลวงชุมพรฯทรงได้รับ

การเฉลิมพระเกยรตขึ้นเปน “พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย” ใน พ.ศ. 2536 ตัวตนของพระองค์ใน



ฐานะทหารเรือนักปฏิรปได้เริมกลายเปนตัวตนหลักในงานเขียนพระประวัตฉบับทางการ ขณะที ่








ตัวตนผู้ใช้ศาสตร์ความร้นอกระบบความเปนสมัยใหม่ยังคงด ารงอยูในความทรงจ าของผู้คนทัวไป
และงานเขียนพระประวัติโดยบุคคลอืน

จากการวิเคราะห์การเล่าเรื่องพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯโดยตลอดตั้งแต พ.ศ.



2466-2536 เรื่องราวพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯเปนหนึ่งในเครื่องมือของกองทัพเรือในการ

ยกสถานะของตนให้ได้รับการยอมรับในสังคม ดังนั้น ผู้วิจัยจึงเห็นว่า ตัวตนของกองทัพเรือไทย



แฝงอยูภายใต้การเล่าเรื่องพระชนม์ชีพและพระเกยรตคุณของกรมหลวงชุมพรฯ การเปลี่ยนแปลง

การเล่าเรื่องราวพระประวัตจึงย่อมส่งผลตอตัวตนของกองทัพเรือด้วย ในบทตอไป ผู้วิจัยจะ



วิเคราะห์ถึงตัวตนของกองทัพเรือทีแฝงอยูในเรื่องราวพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯและความ



พยายามยกสถานะของกองทัพเรือด้วยการยกสถานะกรมหลวงชุมพรฯ ซึงเปนวีรบุรษทาง





วัฒนธรรมขึ้นสูการเปนวีรบุรษแห่งชาติ

บทที่ 4


การเปล่ยนสถานะของกรมหลวงชมพรฯจากวรบรษทางวฒนธรรมสู ่







วีรบุรษแห่งชาต: ตัวตนของกองทัพเรือในงานเขียนพระประวัติ

กรมหลวงชมพรฯและการยกสถานะของตนระหว่าง
พ.ศ. 2503-2536

ในบทก่อนหน้า ผู้วิจัยได้วิเคราะห์โครงเรื่องของงานเขียนพระประวัติกรมหลวงชุมพรฯใน


แตละช่วงเวลาและพบว่า การเปลี่ยนแปลงตัวตนของพระองค์มีจุดเปลี่ยนทีส าคัญเกิดขึ้นสอง



ช่วงเวลา ช่วงแรกในช่วงทศวรรษ 2500 อันเปนช่วงเวลาทีตัวตนของพระองค์ได้เปลี่ยนแปลงจาก

เชื้อพระวงศ์แบบอย่างผู้น าความทันสมัยจากตะวันตกกลับมาสูสยามเพือสนองราชกิจของ

พระมหากษัตริย์ได้กลายเปนทหารเรือนักปฏิรปผู้วางรากฐานกิจการทหารเรือไทยพร้อมกับตัวตน



การเปนผู้ใช้ศาสตร์ความร้นอกระบบความเปนสมัยใหม่ ช่วงหลังในทศวรรษ 2530 อันเปน




ช่วงเวลาทีอุดมการณ์แห่งชาตชุดใหม่เข้ามาก ากับการตความพระเกยรตคุณของพระองค์ในฐานะ






การกระท าคุณประโยชน์ตอประเทศชาตและประชาชน ท าให้การเล่าพระชนม์ชีพของกรมหลวง


ชุมพรฯมุงยังเรื่องราวเกร็ดพระประวัตมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงตัวตนของพระองค์ทั้งสองช่วงนี้

สะท้อนถึงบริบทของกองทัพเรือไทยทีประสงค์จะยกสถานะของตนให้ได้รับการยอมรับในสังคม



เพือต่อรองสถานะกับกองทัพเหล่าอนทีด ารงบทบาทน าทางการเมือง โดยเฉพาะกองทัพบก ในการ



สร้างการยอมรับนี้ กองทัพเรือจ าเปนต้องน าเสนอตัวตนใหม่ลบเลือนความทรงจ าทีกองทัพเรือเปน

ผู้ก่อการในเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน พ.ศ. 2494

ในบทนี้ ผู้วิจัยจะวิเคราะห์การน าเสนอตัวตนของกองทัพเรือไทยทีแฝงอยูในเรื่องราวพระ




ประวัตกรมหลวงชุมพรฯตั้งแตทศวรรษ 2500-2530 และความพยายามของกองทัพเรือทีจะยก
สถานะของตนให้เปนยอมรับแพร่หลายในสังคม เพือตอรองกับกองทัพแหล่าอนทีมีบทบาทหลัก









ในทางการเมือง โดยการสร้างประวัตศาสตร์ร่วมกับประชาชนท้องถินทีกองทัพเรือได้เข้าไป
ปฏิสัมพันธ์เมือกองทัพเรือเข้าไปมีส่วนร่วมในการสร้างกรมหลวงชุมพรฯเปนวีรบุรษทางวัฒนธรรม



ประจ าท้องถินนั้น และเมือบริบททางการเมืองเปลี่ยนแปลงไป กองทัพเรือก็ได้ปรับเปลี่ยนการ





น าเสนอตัวตนของพระองค์ใหม่ไปสู่ความเปนวีรบุรษแห่งชาตด้วยการยกสถานะของพระองค์ขึ้น



เปน “พระบิดาของกองทัพเรือไทย” ใน พ.ศ. 2536 พร้อมกับการริเริมสร้างพิธกรรมทีจะสร้าง





ความร้ความเข้าใจและความเปนอันหนึ่งภายในกองทัพเรือ ซึงจะน าไปสูการสร้างประวัตศาสตร์

ร่วมชุดใหม่กับประชาชนในอนาคต

108








1. ตัวตนของกองทพเรอในโครงเร่องพระประวัติกรมหลวงชมพรฯ



1.1 ตัวตนของกองทพเรอไทยในงานเขียนพระประวัติก่อนการสรางโครงเร่อง

แม่บทในทศวรรษ 2490

งานเขียนพระประวัตกรมหลวงชุมพรฯช่วงก่อนทศวรรษ 2490 ซึงได้แก่ พระนิพนธ์


พระประวัติกรมหลวงชุมพรฯโดยสมเด็จฯ กรมพระยาด ารงราชานุภาพ และงานเขียนทีผลิตซ ้าพระ
นิพนธ์นี้ ได้น าเสนอความเปลี่ยนแปลงของกิจการทหารเรือไทย เพือแสดงความส าเร็จในพระ





กรณยกิจของพระองค์ โดยอธบายภาพรวมทัวไปของกิจการทหารเรือทั้งก่อนและหลังการปรับปรง

โดยกรมหลวงชุมพรฯ และพิจารณาความส าเร็จในพระกรณยกิจจากการแก้ไขปญหาคนไทยไม่มี


ความสามารถในการเดนเรือ ท าให้ตัวตนของกิจการทหารเรือไทยเริมปรากฏในลักษณะราชการ

ทหารเรือสมัยใหม่ทีทัดเทียมกับชาติตะวันตก

ในการน าเสนอความเปลี่ยนแปลงกิจการทหารเรือไทย สมเดจฯ กรมพระยาด ารงราชา



นุภาพทรงน าเสนอภาพปญหาของกิจการทหารเรือในช่วงก่อนการปรับปรงโดยกรมหลวงชุมพรฯว่า


หน่วยงานส าหรับจัดการกิจการทหารเรือหรือเดนเรือกลไฟมิได้เคยมีมาแตอดต แตราชการอาศัย





จ้างชาวตางชาตเข้ามาปฏิบัตหน้าทีนี้แทนโดยตลอด เนืองจากคนไทยไม่มีความร้หรือ



ความสามารถในการเดนเรือ จนกระทังถึงรัชสมัยพระบาทสมเดจพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว







กิจการทหารเรือจึงได้ริเริมก่อรปร่างขึ้นด้วยการตั้งกรมทหารเรือ และมีโรงเรียนนายเรือเปนสถาบัน

ทีฝกหัดคนไทยให้มีความร้ด้านการทหารเรือเพือเข้ารับราชการด้านนี้





...ด้วยก่อนนั้นมาบรรดาเรือรบกลไฟ ยังต้องหาฝรังมาเปนผู้บังคับการ ชาวประเทศนี้ทีสามารถเดิร

เรือทเลได้มีแต่พวกอาสาจามบางคน ซึงพอจะเดิรเรือได้ในทเลอ่าวสยาม โดยอาศรัยความช านาญ

อย่างเดียว แม้เมือตั้งกรมทหารเรือขึ้นในรัชการที 5 แลได้ตั้งโรงเรียนส าหรับนายทหารเรือแล้ว การ


1
ฝกสอนให้นายทหารเรือไทยร้วิธการเดิรเรือทเลก็ยังไม่ส าเร็จประโยชน์ได้...




ขณะเดยวกัน สิ่งทีสมเดจฯ กรมพระยาด ารงราชานุภาพทรงน าเสนอนี้อาจสะท้อน





อีกแง่หนึ่งว่า กจการทหารเรือหรือการเดินเรือมิได้รับความส าคัญในสายตาของราชการไทยในอดต
จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเดจพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว ซึงทรงมีพระราชประสงค์ทีจะปฏิรป





ประเทศให้มีความทันสมัยให้มีความศวิไลซ์แบบตะวันตกในทุกด้าน กิจการทหารเรือไทยจึงได้รับ




ความสนใจเปนครั้งแรก โดยกรมหลวงชุมพรฯทรงด าเนินการปรับปรงการฝกหัดคนไทยให้มีความร้ ู


1 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด ารงราชานุภาพ. (2466). จดหมายเหตุเรื่องเซอเชมสบรก

เข้ามาท าสัญญาในรัชกาลที่ 3 เมื่อปจอ พ.ศ. 2393. หน้า 12.

109







ความสามารถเดินเรือทะเลได้ ความร้ความสามารถในการเดนเรือทะเลนี้เปนหลักวิชาเชิงศาสตร์
แบบตะวันตกตรงข้ามกับ “ความช านาญ” ของอาสาจาม ซึงเปนประสบการณ์คุ้นเคยการเดินเรือ







เฉพาะพื้นทีอาวไทย ท าให้กิจการทหารเรือสามารถ “มีรากหยังลงแล้ว จะเปนทีมันสืบไปในภาย
1

หน้า” และ “นายทหารเรือมีความร้ความช านาญ สามารถเปนผู้บังคับบัญชาแลเปนครได้เปน


ผลส าเร็จ ไม่ต้องใช้ชาวต่างประเทศเปนผู้บังคับบัญชา แลเปนครเหมือนแต่กาลก่อน”
2
ดังนั้น ตัวตนของกองทัพเรือไทยในงานเขียนพระประวัตกรมหลวงชุมพรฯช่วงก่อน




ทศวรรษ 2490 จึงปรากฏลักษณะการเปลี่ยนแปลงจากกิจการทีจ้างชาวตางชาตด าเนินงานเปน


หลักไปสู่ราชการทหารเรือของไทยทีเริมมีระเบียบแบบแผนความเจริญแบบตะวันตกและใช้ความร้ ู

หลักวิชาในการเดนเรือ กระนั้น เมือถึงช่วงปลายทศวรรษ 2490 ตัวตนนี้ของกองทัพเรือไม่อาจ


ตอบสนองต่อบริบทการสูญเสียสถานะทางการเมืองของกองทัพเรือหลังเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน
พ.ศ. 2494 ได้ กองทัพเรือจึงได้พยายามสร้างประวัติศาสตร์และตัวตนขึ้นใหม่ตอบโต้ต่อบริบทนี้
1.2 ตัวตนของกองทพเรอไทยในงานเขียนพระประวัติหลงการสรางโครงเร่อง





แม่บทในทศวรรษ 2490-2530
ความพ่ายแพ้ในเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน พ.ศ. 2494 และการลดทอน


แสนยานุภาพของกองทัพเรือโดยฝายรัฐบาลทีน าโดยกองทัพบกได้ท าให้กองทัพเรือสูญเสียสถานะ




ทางการเมืองของตน และขวัญก าลังใจของบุคลากรทีปฏิบัตหน้าทีในองค์กรตกต าลงเนืองด้วย


ความไม่มันคงในวิชาชีพและการมีภาพลักษณ์ตอสายตาของสังคมในฐานะผู้ก่อการกบฏ


กองทัพเรือจึงจ าเปนต้องสร้างตัวตนและความทรงจ าใหม่ขึ้น เพือฟนฟูขวัญก าลังใจของบุคลากร








และยกสถานะของตนเองให้เปนทียอมรับในสังคมตอรองกับกองทัพเหล่าอนทีมีบทบาทน าในทาง


การเมืองตั้งแตทศวรรษ 2500 ตัวตนใหม่ทีกองทัพเรือน าเสนอจึงปรากฏในลักษณะหน่วยงานทีมี


ความทันสมัยทัดเทียมกับกองทัพเรือของอารยประเทศ มีขนบประเพณเปนทียอมรับในระดับสากล






และสามารถเปนตัวแทนแสดงเกยรติภูมิของประเทศไทยตอสายตาของนานาชาต ิ
ในการน าเสนอตัวตนใหม่ข้างต้นนี้ กองทัพเรือได้ใช้เรื่องราวพระประวัตกรมหลวง


ชุมพรฯเล่าประวัตศาสตร์ของตนเอง โดยสร้างเรื่องราวแม่บทเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของ



กองทัพเรือในอดตไปสูความทันสมัยด้วยการปฏิรปกิจการทหารเรือของกรมหลวงชุมพรฯ งาน


เขียนพระประวัติกรมหลวงชุมพรฯได้น าเสนอภาพของกิจการทหารเรือไทยกอนการปฏิรปตามพระ

นิพนธ์พระประวัตโดยสมเดจฯ กรมพระยาด ารงราชานุภาพในลักษณะกิจการทีจ้างชาว



1 แหล่งเดิม. หน้า 13.
2 แหล่งเดิม. หน้า 15.

110










ตางประเทศด าเนินการเปนหลัก รวมถึงเปนกิจการทีไม่มีรากฐานมาแตอดตและมิเคยได้รับความ

ใส่ใจจากราชการ จนกระทังรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว พระองค์จึงทรงมี
1






พระบรมราโชบายทีจะฝกหัดคนไทยให้มีความร้ความสามารถในการเดนเรือ เพือเข้ารับราชการ

ทหารเรือแทนชาวตางประเทศ เนืองจาก “ชาวตางประเทศเปนผู้บังคับบัญชาการเรือและป้อมอยู ่




เปนอันมาก จึงไม่สู้จะมีความมันคงเท่าใดนัก”

2


ความไม่มันคงนี้ได้รับการอธบายด้วยมุมมองของกองทัพเรือทีมีตอการปฏิบัติหน้าที ่





ของชาวตางชาตในเหตุการณ์ ร.ศ. 112 ว่า “ชาวตางประเทศทีมารับราชการในประเทศไทยนั้น...


3



เขาท างานเพือคาจ้างเท่านั้น ไม่ได้มาท างานเพือช่วยป้องกันบ้านเมืองซึงไม่ใช่ของเขา” นอกจาก






เหตุการณ์ ร.ศ. 112 แล้ว นาวาเอก สวัสด์ จันทน ได้ย าถงความไม่มีประสิทธภาพของทหารเรอ

ชาวตางชาต โดยยกเหตุการณ์ช่วงทีกรมหลวงชุมพรฯทรงน าเรือหลวงพระร่วงกลับมาสยามใน


พ.ศ. 2463 ว่า






1 งานเขียนพระประวัติกรมหลวงชุมพรฯสวนใหญจะผลตซ ้าค าอธบายนี้จากพระนิพนธ์พระประวัติ
โดยสมเด็จฯ กรมพระยาด ารงราชานุภาพ จนกระทัง พ.ศ. 2527 พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัชได้ขยายประเด็น

เรื่องนี้ให้ชัดเจนมากขึ้นในเรื่องการรับราชการของกรมหลวงชุมพรฯก่อนทรงด ารงต าแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษา
โดยแสดงให้เห็นว่า กิจการทหารเรือไทยก่อนการปฏรปประสบความยากล าบากในการด าเนินงานอย่างมาก







เนืองจากไม่เคยมีรากฐานราชการจากอดีต อกทั้งเชื้อพระวงศ์ผู้ใหญไม่อาจใสใจปฏบัติงานกิจการทหารเรือได้


เต็มทีเนืองด้วยต้องด ารงต าแหน่งควบทั้งเสนาบดีกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารเรือ รวมถึงการขาด

แคลนความร้การทหารเรือสมัยใหม่ กรมหลวงชุมพรฯจึงทรงรับผดชอบภาระหน้าทีกิจการทหารเรือมากมายใน


ฐานะรองผู้บังคับบัญชากรมทหารเรือ

แม้พลเรือเอก ประพัฒน์จะอธบายว่า การจัดระเบียบราชการทหารเรือสวนใหญด าเนินส าเร็จ


หลังจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงเข้ามาด ารงต าแหน่งผู้บัญชาการกรม
ทหารเรือ แต่ด้วยการทีกรมหลวงชุมพรฯทรงงานระดับสูงมาก่อนหน้าและทรงเปนทีปรึกษาในการวางระเบียบ



ราชการทหารเรือร่วมกับกรมพระนครสวรรค์ฯ ท าให้งานเขียนพระประวัติกรมหลวงชุมพรฯในเวลาต่อมาได้



อธบายว่า พระองค์ทรงวางรากฐานทุกอย่างของกิจการทหารเรือ และกลายเปนความร้ความเข้าใจของสังคม


จวบจนปจจุบัน (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน พลเรือเอก ประพัฒน์. (2527). พระประวัติและพระกรณยกิจในสมัย

รัชกาลที่ 5 ของพลเรอเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ รวบรวมจากเอกสารราชการ.)
2 กรมยุทธการทหารเรือ. (2506, กรกฎาคม). บุคคลทีน่าสนใจ: พระประวัติ พลเรือเอก พระเจ้าบรม

วงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์. ใน นาวิกศาสตร์. 46(7): 203.
3 นาวาตรี ส าเนียง ฉายานนท์. (2499). ประวัติโรงเรียนนายเรือโดยสังเขป. หน้า 1.

111






คนอังกฤษทีเปนลูกเรือก็เก หลับยามเก่ง ทีเรือบางครั้งผิดตั้ง 40 ไมล์ ได้ความว่าเขาหลับไปตั้ง


ชัวโมง ๆ เอาพังงาผูกติดไว้กับเก้าอี้ ปล่อยให้เรือแล่นไปอย่างกับม้าอุปการ เพราะไม่มีนายควบคุม พอ





ตื่นขึ้นมาครั้งหนึ่งก็ถอท้ายให้ตรงเข็มทีสังไว้หนหนึ่ง นานเข้า ๆ ทีเรือจึงเฉไปจากแนวเดิมมาก ๆ อาศัย
แต่ว่าคุณหลวงพลสินธุ์ฯ [พลเรือเอก หลวงสินธุสงครามชัย (สินธุ์ กมลนาวิน) – ผู้วิจัย] วัดแดดหาทีเรือ

1
ทุกวัน จึงร้ว่าทีเรือผิด...




แม้เรองราวของนาวาเอก สวัสด์น้มิได้รับการผลิตซ าในงานเขยนพระประวัตกรม










หลวงชุมพรฯฉบับอน แตมุมมองแง่ลบตอการมีชาวตางชาตรับราชการทหารเรือก็ได้กลายเปน



ความร้ความเข้าใจกระแสหลักทีจะปรากฏในงานเขียนพระประวัตกรมหลวงชุมพรฯหลังทศวรรษ








2500 และอธบายสภาพปญหาของกิจการทหารเรือก่อนการปฏิรปในลักษณะปญหาทีมีความ



จ าเปนต้องได้รับการเร่งรัดแก้ไขว่า กิจการทหารเรือไทยแตเดมอยูในมือของชาวตางชาตและเปน





อันตรายตอความมันคงของประเทศ การปฏิรปการศึกษาของกรมหลวงชุมพรฯจึงเปนสิ่งทีเข้ามา








แก้ปญหานี้ถึงรากฐานคอ การทีคนไทยไม่มีความร้ความสามารถในการเดนเรือ โดยมีจุด




เปลี่ยนแปลงส าคัญทีน าไปสูการสร้างกองทัพเรือสมัยใหม่คอ การ “รศักราช” ของกรมหลวงชุมพรฯ


ซึงหมายถึงการสอบไล่นักเรียนนายเรือชั้นสูงสุดออกเข้ารับราชการทหารเรือและยุบนักเรียนนาย

เรือชั้นทีเหลือทั้งหมดมาเรียนด้วยหลักสูตรวิชาการทหารเรือใหม่
ความเปนสมัยใหม่ของกองทัพเรือไทยได้รับการขยายให้ชัดเจนมากขึ้นกว่าเรื่องราว

ทีปรากฏในพระนิพนธ์พระประวัตโดยสมเดจฯ กรมพระยาด ารงราชานุภาพ โดยให้รายละเอยด




การปฏิรปการศึกษาของโรงเรียนนายเรือเรื่องตาง ๆ เช่น ในเรื่องหลักสูตรการศึกษา กรมหลวง


ชุมพรฯทรงเพิ่มวิชาทีไม่เคยมีอยูในหลักสูตรเดม “เปนต้นว่า วิชาตรีโกณโนเมตรี แอลยิบร่า ยีโอเมตรี




2



การเรือ ดาราศาสตร์ แผนทีภาษาอังกฤษ ช่างกล และอน ๆ ทีทรงเห็นส าคัญ” , ในเรื่องระเบียบ

การปกครองนักเรียน พระองค์ทรงใช้ระเบียบแบบทหารเรือแทนระเบียบแบบทหารบกทีเคยปฏิบัต ิ



กันมา โดยแบ่งนักเรียนออกเปน 8 ตอนตามต าแหน่งบนล าเรือ และในเรื่องการฝกหัด พระองค์ทรง


ให้นักเรียนนายเรือทุกคนต้องฝกหัดการปนเสาและกางใบเรือจนช านาญ หากนักเรียนนายเรือช้า

หรือตดขัด พระองค์จะทรงให้เริมต้นการฝกใหม่ตั้งแตแรกจนกว่าจะคล่องแคล่ว ทั้งสามเรื่องนี้ได้



แสดงว่า การประกอบวิชาชีพทหารเรือไทยสมัยใหม่จ าเปนต้องใช้หลักวิชาความร้ในการปฏิบัต ิ



1 นาวาเอก สวัสดิ์ จันทน. (2502, ธนวาคม). นทานชาวไร่. ใน นาวิกศาสตร์. 42(12): ไม่ปรากฏเลขหน้า.





2 กองทัพเรือ. (2503). อนุสรณพิธเปดกระโจมไฟชุมพรเขตอุดมศักดิ์ 20 พฤศจิกายน 2503. หน้า 16.


112






หน้าทีและต้องฝกหัดทักษะตาง ๆ จนช านาญ รวมถึงมีระเบียบวินัยตลอดการประกอบอาชีพนี้


แตกต่างจากกิจการทหารเรือในอดีตและการปฏิบัตราชการทหารเรือของชาวตางชาติข้างต้น


งานเขียนพระประวัตยังได้แสดงสิ่งทีพิสูจน์ความเปนสมัยใหม่ของกองทัพเรือผ่าน


ความสามารถของนักเรียนนายเรือไทยในการเดนเรือในเรื่องกรมหลวงชุมพรฯทรงพานักเรียนนาย





เรือไปอวดธงทีตางประเทศเมือ พ.ศ. 2450 โดยน าเสนอว่า การเดนเรือครั้งนี้มีเพียงกรมหลวง



ชุมพรฯกับนักเรียนนายเรือคนไทยเท่านั้น และการเดนทางนี้มิใช่การเดนเรือในพื้นทีอาวไทย


หากแตไปยังทะเลตางประเทศถึงสิงค์โปร์และหมูเกาะอนเดยตะวันออก (ปจจุบันคอ ประเทศ






อนโดนีเซีย) การเดนทางนี้จึงเปนสิ่งแสดงความส าเร็จของกรมหลวงชุมพรฯทีทรงพระปรีชา




สามารถสร้างกองทัพเรือสมัยใหม่ขึ้นมาได้ นอกจากการแสดงความสามารถของนักเรียนนายเรือ
ไทยแล้ว การปฏิบัตธรรมเนียมการยิงสลุตเมือแล่นเรือเข้าท่าเรือตางชาตและการเยียมเยือนเรือรบ








กับผู้ปกครองเมืองเปนอกสิ่งทีน าเสนอถึงความเปนสมัยใหม่ของกองทัพเรือ โดยแสดงเห็นว่า




ทหารเรือไทยมีความร้ความเข้าใจธรรมเนียมปฏิบัติสากลทีทหารเรือของชาติอารยะปฏิบัตต่อกัน





ขณะเดยวกัน การเดนทางครั้งนี้ยังเปนการแสดงเกยรตยศของกองทัพเรือและ


เกยรตภูมิของชาตครั้งแรกอกด้วย โดยตความการแสดงธงราชนาวีประจ าเรือในฐานะเครื่องแสดง



เกยรตภูมิของกองทัพเรือไทยทีสามารถสร้างบุคลากรทีเดนเรือในทะเลได้โดยมิต้องพึงพา













ชาวตางชาต และแสดงเกยรตภูมิความเปนเอกราชของชาตไทย เนืองจาก “ย่อมทราบกันทัวไปว่า

ประเทศทีเปน “เอกราช” เท่านั้น จึงจะมี “ธงราชนาวี” ของตนเองได้ ฉะนั้น เรือหลวง (มีธงราชนาวี




ทุกล า) จึงเปนดุจประเทศเคลื่อนทีหรือรัฐลอยน ้า เมือไปปรากฏในประเทศสถานทีใด ๆ ก็เปน



1
ตัวแทนของประเทศนั้น ๆ”




การแสดงเกยรตภูมิของชาตไทยนี้เปนเกยรตยศและคุณประโยชน์หลักทีกองทัพเรือ





จะน าเสนอผ่านงานเขียนพระประวัตกรมหลวงชุมพรฯ เพือแสดงให้สาธารณชนเห็นว่า กองทัพเรือ


ไทยในปจจุบันยังคงเปนราชการส าคัญทีจะผลักดันสถานะของประเทศให้เปนทียอมรับในสายตา







ของตางชาต และด้วยความมุงหมายนี้ ท าให้พระกรณยกิจอนในด้านกิจการทหารเรือ




นอกเหนือจากการปฏิรปการศึกษาของโรงเรียนนายเรือจะได้รับการตความในฐานะการสร้าง

เกยรตยศของกองทัพเรือ หนึ่งในการน าเสนอเกยรตยศของกองทัพเรือคอ เรื่องเรือหลวงพระร่วง




แม้กรมหลวงชุมพรฯทรงเปนผู้บังคับเรือล านี้จากยุโรปกลับมาสยามด้วยพระองค์เอง แตเมือ



พระองค์ทรงได้รับการเชิดชูขึ้นเปนปูชนียบุคคลของกองทัพเรือไทยตั้งแต พ.ศ. 2503 พระองค์ได้






ทรงเปนเสมือนตัวแทนของกองทัพเรือในการสร้างเกยรตภูมิตอประเทศชาต การน าเรือหลวงพระร่วง


1 แหล่งเดิม. หน้า 48.

113










กลับสูสยามจึงถอเปนการแสดงเกยรตยศของกองทัพเรือในการรับใช้ประเทศชาตและ
พระมหากษัตริย์ด้วยเช่นกัน โดยงานเขียนพระประวัตกรมหลวงชุมพรฯจ านวนหนึ่งจึงได้น าเสนอ

รายละเอยดของการจัดซื้อและงานฉลองสมโภชรับเรือรบล านี้ เพือน าเสนอถึงเกยรตยศของ




กองทัพเรือทีประสบความส าเร็จในการเสริมสร้างเกยรติภูมิแก่ประเทศและพระมหากษัตริย์มากขึ้น









เนืองด้วย “เปนครั้งแรกทีนายทหารเรือไทยสามารถเดนเรือทะเลได้ไกลถึงเพียงนี้ จึงถอเปนเกยรต ิ






ประวัตของราชนาวีไทย และเปนการปรากฏพระเกยรตคุณแห่งเสดจในกรมฯทีได้ทรงมอบไว้ให้
เปนมรดกตกทอดมา”

1

ท้ายทีสุด ความส าคัญของกองทัพเรือไทยจะได้รับการย ้าอีกครั้งในตอนท้ายของงาน


เขียนพระประวัตกรมหลวงชุมพรฯส่วนใหญ โดยอธบายถงพระเกยรติคุณ วิสัยทัศน์ และน ้าพระทัย







ของกรมหลวงชุมพรฯทีทรงมีตอกองทัพเรือด้านตาง ๆ โดยเฉพาะเรื่องศาสตร์ความร้สมัยใหม่ใน
การเดินเรือทะเล ซึงได้รับการเน้นความส าคัญด้วยการอธบายถงอันตรายจากความไม่แน่นอนของ










ท้องทะเลว่า “ผืนน ้าอันกว้างใหญไพศาล แตภายใต้น ้าเตมไปด้วยหินเปนตะปุมตะปาโขดโคกตาง ๆ



น ้าลึกบ้างต้นบ้าง เรือเมือเดนไปถ้าผิดร่องน ้าลึกแล้ว อาจเกยหินโสโครกได้เสมอ ภัยธรรมชาตใน


2


ทะเล คอคลื่น ลม ซึงจะเกิดขึ้นในนาทีใดก็ได้ ผู้เดนเรือได้ต้องประกอบด้วยหลักวิชานานาประการ”


พระเกยรตคุณของกรมหลวงชุมพรฯนี้ได้ท าให้กองทัพเรือไทยยุคปจจุบันมีความเจริญก้าวหน้า และ



สามารถเปนตัวแทนของประเทศแสดงเกยรตภูมิตอสายตานานาชาตได้อยางสมศักด์ศร ี







ตัวตนของกองทัพเรือไทยปจจุบันในงานเขียนพระประวัตกรมหลวงชุมพรฯหลัง

ทศวรรษ 2490-2530 มีลักษณะทีคล้ายคลึงกับตัวตนของกองทัพเรือก่อนทศวรรษ 2490 ใน


บางส่วน กล่าวคอ ตัวตนของกองทัพเรือน าเสนอผ่านการเปลี่ยนแปลงจากกิจการทีจ้าง





ชาวตางชาตด าเนินงานเปนหลักไปสูราชการทหารเรือของไทยทีมีความเจริญแบบตะวันตก แต ่



ตัวตนใหม่หลักทศวรรษ 2490 ได้เพิ่มเตมรายละเอยดและตอกย ้าความส าคัญมากขึ้นด้วยการ





น าเสนอความไม่มันคงของชาตอันเนืองมาจากกิจการทหารเรือทีอยูในมือของชาวตางชาตทีรับ




ราชการเพือผลประโยชน์ส่วนตน และความส าเร็จในการปฏิรปของกรมหลวงชุมพรฯได้ท าให้

กิจการทหารเรือเปนกิจการของคนไทยอย่างแท้จริงในลักษณะหน่วยราชการสมัยใหม่ของชาติไทย




ทีมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับกองทัพเรือของตางประเทศ มีขนบประเพณธรรมเนียมเปนที ่

ยอมรับในระดับสากล และสามารถเปนตัวแทนแสดงเกยรตภูมิของประเทศไทยตอสายตาของ





1 กรมยุทธการทหารเรือ. (2522, พฤษภาคม). หน้าต่างประวัติศาสตร์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์. ใน นาวิกศาสตร์. 62(5): ไม่ปรากฏเลขหน้า.
2 กองทัพเรือ. (2503). เล่มเดิม. หน้า 79.

114






นานาชาตได้ ตัวตนนี้เปนตัวตนทีกองทัพเรือน าเสนอตลอดช่วงเวลานี้ และสามารถเห็นได้จากค า




ประกาศเกยรตคุณเนืองในโอกาสวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์วันที 19 พฤษภาคม พ.ศ.



2535 ซึงสะท้อนว่า กองทัพเรือไทยมองตนเองในฐานะกิจการทีมีความก้าวหน้าทัดเทียมตางชาต ิ


และเปนทียอมรับในระดับสากลดังนี้


ทุกท่านคงได้เห็นแล้วว่า กองทัพเรือของเราเจริญก้าวหน้าจนสามารถกลาวได้ว่าทัดเทียม




นานาอารยประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉยงใต้ ชือเสียงและเกยรติภูมิของ



ราชนาวีไทยก็เปนทียอมรับกันทัวไป แต่กว่าทีเราจะมาถึงจุดแห่งความภูมิใจนี้ได้ บรรพบุรษชาวเรือ








ของเราต่างต้องทุมเทก าลังกาย ก าลังใจ ใช้ความสามารถอย่างใหญหลวง เพือทีจะฟนฝาอุปสรรคทั้ง

มวลนับตั้งแต่ พลเรอเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้ทรงก่อก าเนดกิจการ

1

ทหารเรือเปนต้นมา...

อย่างไรก็ตาม การน าเสนอตัวตนของกองทัพเรือนี้ผ่านงานเขียนพระประวัตกรม



หลวงชุมพรฯเพียงช่องทางเดยวมิอาจเพียงพอทีจะสร้างการยอมรับในสังคมวงกว้างได้ อกทั้ง



ตัวตนของกองทัพเรือข้างต้นมุงหมายสร้างขวัญก าลังแก่บุคลากรให้เชือมันตอความส าคัญของ



วิชาชีพนี้ในสังคมไทย ขณะทีสาธารณชนภายนอกอาจมิได้รับประโยชน์ใดจากตัวตนของ


กองทัพเรือนี้ กองทัพเรือจึงเห็นความจ าเปนทีจะต้องสร้างประวัตศาสตร์ร่วมกับประชาชนด้วยการ


ยอมรับนับถอกรมหลวงชุมพรฯร่วมกันขึ้นในฐานะวีรบุรษทางวัฒนธรรม




2. การยกสถานะของกองทพเรอด้วยการสรางกรมหลวงชมพรฯขึ้นเปนวีรบรษ





ทางวัฒนธรรม
การสร้างตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯในฐานะวีรบุรษทางวัฒนธรรมเปนความพยายาม







ของกองทัพเรือทีจะสร้างประวัตศาสตร์ของตนเองให้เปนทียอมรับตอผู้คนในสังคม ด้านหนึ่งเพือ


สร้างและตอกย ้าความทรงจ าใหม่แก่บุคลากรในกองทัพเรือ อกด้านหนึ่งเพือมุงหวังให้ผู้คนยอมรับ


ตัวตนของพระองค์ทีกองทัพเรือสร้างขึ้นและน าไปสูการสร้างความร้ความเข้าใจตอความส าคัญ







ของกองทัพเรือ เนืองจากพระองค์ทรงได้รับการเคารพนับถอแพร่หลายในหมูสาธารณชนทัวไป

กองทัพเรือจึงเชือว่า การท าให้สาธารณชนยอมรับตัวตนวีรบุรษทหารเรือและคุณประโยชน์ของกรม




1 พลเรือเอก วิเชษฐ การณยวนิช. (2535, พฤษภาคม). ค าประกาศเกยรติคุณ พลเรือเอก พระเจ้า

บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ในโอกาสวันคล้ายวันส้นพระชนม์ 19 พฤษภาคม 2535. ใน นาวิก

ศาสตร์. 75(5): ไม่ปรากฏเลขหน้า.

115




หลวงชุมพรฯในด้านกิจการทหารเรือได้ ย่อมท าให้สาธารณชนเห็นความส าคัญของกองทัพเรือใน







สังคมไทย กระนั้น สาธารณชนจะระลึกถงพระองค์ในฐานะสิงศักด์สิทธ์มากกวาวรบุรษทหารเรอ หาก


กองทัพเรือจะประสงค์ให้ผู้คนยอมรับตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯในฐานะวีรบุรษทหารเรือ กองทัพเรือ


จ าเปนต้องยอมรับสิ่งทีผู้คนในสังคมเชือถอด้วย วัตถุประสงค์ทั้งสองข้างต้นท าให้กองทัพเรือไทย


ยอมรับคุณสมบัตของกรมหลวงชุมพรฯในฐานะวีรบุรษทางวัฒนธรรม และด าเนินกิจกรรมเชิดชู





กรมหลวงชุมพรฯตาง ๆ สองประการ ได้แก่ การสร้างพื้นทีอนุสรณ์ระลึกถงกรมหลวงชุมพรฯภายใน
กองทัพเรือ และการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมเชิดชูบูชากรมหลวงชุมพรฯของประชาชน






2.1 การสรางพ้นที่อนสรณ์ระลกถงกรมหลวงชมพรฯภายในกองทพเรอ พ.ศ.


2503-2510


ในช่วงทศวรรษ 2500 ด้วยความประสงค์ของกองทัพเรือรทีจะสร้างประวัตศาสตร์
ของตนขึ้นใหม่ด้วยการเชิดชูกรมหลวงชุมพรฯขึ้นเปนปูชนียบุคคล กองทัพเรือจึงได้สร้างพื้นที ่



อนุสรณ์ระลึกถึงกรมหลวงชุมพรฯภายในพื้นทีของตนอย่างน้อยสี่แห่ง ซึงทั้งหมดอยูในพื้นอ าเภอ




สัตหีบ จ.ชลบุรี การสร้างพื้นทีอนุสรณ์ในทีนี้มิได้หมายถึงการสร้างพื้นทีอนุสรณ์ขึ้นมาใหม่เพียง

อย่างเดยว แตรวมถึงการปรับเปลี่ยนพื้นทีทีด ารงอยูเดมให้กลายเปนพื้นทีอนุสรณ์ด้วย เช่น การ











เปลี่ยนชือสถานทีนั้นให้เปนพระนามของกรมหลวงชุมพรฯ เปนต้น พื้นทีอนุสรณ์เหล่านี้ได้ให้

คุณค่าความหมายของสัตหีบในฐานะ “บ้าน” ของกองทัพเรือไทย

ผู้วิจัยสามารถไล่เรียงล าดับเวลาของการสร้างพื้นทีอนุสรณ์ต่าง ๆ ดังนี้

- (พ.ศ. 2503) สร้างกระโจมไฟชุมพรเขตอุดมศักด์กับศาลกรมหลวงชุมพรฯท ี ่

แหลมปูเจ้า อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี




- (พ.ศ. 2507) เปลี่ยนชือ “โรงพยาบาลสัตหีบ” เปน “โรงพยาบาลอาภากรเกยรตวงศ์”
- (พ.ศ. 2508) ทีตั้งหน่วยทหารนาวิกโยธน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับพระราชทาน


ชือ “ค่ายกรมหลวงชุมพร”

- (พ.ศ. 2510) สร้างพระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯทีหน้ากองบังคับการสถานี

ทหารเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี (ปจจุบันคือ กองบัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ)



เมือพิจารณาถึงบริบททีกองทัพเรือถูกขับออกจากพื้นทีบริเวณเมืองหลวงมาตั้งอยู ่

พื้นทีทุรกันดารและด าเนินชีวิตอย่างยากล าบากหลังเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน พ.ศ. 2494 พื้นที ่

อนุสรณ์ทั้งสี่แห่งนี้มีบทบาทในการสร้างความทรงจ าใหม่แก่บุคลากรภายในกองทัพเรือ โดย


เชือมโยงกับเรื่องราวพระด าริของกรมหลวงชุมพรฯทีทรงประสงค์จะให้สัตหีบเปนฐานทัพเรือ

เรื่องราวได้อธบายและตอกย ้าว่า สัตหีบเปนพื้นทีมรดกทีกรมหลวงชุมพรฯทรงเห็นความส าคัญทาง





ยุทธศาสตร์และทรงมีประสงค์จะให้ตั้งเปนฐานทัพเรือตั้งแต่พื้นทีนี้ยังมิได้รับความสนใจใด ๆ ดังนี้


116





อ่าวสัตหีบนี้ เสด็จในกรมฯทรงสนพระทัยมาก ถึงกับเอาแผนทีอ่าวมาทรงวางกะทีตั้งกอง




ทหาร ทีตั้งป้อม และอื่น ๆ ตลอดจนหามุมทีข้าศึกจะยิงมาจากทางภายนอกไว้เรียบร้อย ทางวาง
แผนการบนเรือเสอฯ [เรือหลวงเสอทะยานชล – ผู้วิจัย] ต่อหน้าผู้บังคับการและนายทหารตัวโปรด


ปรานของพระองค์ท่าน...โดยมุ่งพระทัยและลงความเห็นพร้อมเพรียงกันว่า อ่าวสัตหีบเปนเลิศกว่าอ่าว


ทั้งหลาย ทางฝงตะวันออก เพราะเปนทก าบังและซุ่มซ่อนดี เหมาะส าหรับตั้งเปนฐานทัพเรือในอนาคต





1



จึงคิดบ ารงและใช้เปนสถานีฝกหัดต่อมา




เรื่องราวความส าคัญของอาวสัตหีบนี้ท าให้พื้นทีนี้มีคุณคาความหมายในฐานะ






“บ้าน” ของกองทัพเรือไทยและเปนสถานทีอันมีเกยรตทีกรมหลวงชุมพรฯทรงประทานไว้ตั้งแตยัง
ทรงมีพระชนม์ชีพ ดังนั้น การย้ายกองทัพเรือมาตั้งยังสัตหีบจึงเปนเสมือนการ “กลับบ้าน” เพือลบ


เลือนความพ่ายแพ้จากเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตันและการถูกขับไล่ออกจากพื้นทีในเขตกรงเทพฯ


เรื่องราวความส าคัญของสัตหีบนี้ยังได้ถูกตอกย ้าผ่านอนุสรณ์สถานระลึกถึงกรม
หลวงชุมพรฯสองแหงคอ กระโจมไฟชุมพรเขตอุดมศักด์กับศาลกรมหลวงชุมพรฯ และพระ



อนุสาวรีย์หน้ากองบัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ
กระโจมไฟชุมพรเขตอุดมศักด์เปนทั้งเครื่องมือในการเดินเรือและสัญลักษณ์ตอกย ้า


ถึงความผูกพันทีกรมหลวงชุมพรฯทรงมีตอทหารเรือ กล่าวคอ กระโจมไฟเปนเครื่องหมายแสงไฟ




ช่วยอ านวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่การเดนเรือ โดยจะท างานในฐานะหลักเขตอ้างอิง


เพือบอกพื้นทีอันตรายหรือใช้อ้างองต าแหน่งของเรือบนแผนทีเดนเรือ การน าพระนามของกรม








หลวงชุมพรฯตั้งเปนชือของกระโจมไฟจึงเปนวิธตอกย ้าพระเกยรตคุณของกรมหลวงชุมพรฯทีทรง






ทรงมีตอกิจการทหารเรือและทรงประทานสัตหีบเปนสถานทีตั้งของกองทัพเรือ เนืองจากกระโจม





ไฟชุมพรเขตอุดมศักด์เปนสัญลักษณ์ทเหนได้ชัดเจนเมือเดนเรือผ่านเข้าออกสัตหีบ ทหารเรือทีพบ




เห็นกระโจมไฟนี้ก็จะสามารถระลึกถึงพระองค์ได้ อกทั้งการน าพระนามของพระองค์มาตั้งยังเปน


สาธารณสถานก็เปนการอุทิศคุณประโยชน์ของกระโจมไฟให้เปนบุญกุศลถวายแด่พระองค์




1 กองทัพเรือ. (2503). เล่มเดิม. หน้า 51-52.

117





































ภาพประกอบ 3 ภาพถ่ายศาลกรมหลวงชุมพรฯบนยอดเขาแหลมปูเจ้า อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

โดยพลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์ เมือ พ.ศ. 2533



ทีมา: พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์. (2537, พฤษภาคม). ภาพชุด “ศาลกรมหลวง
ชุมพรฯ”. ใน นาวิกศาสตร์. 77(5): 21.





ยิ่งไปกว่านั้น พื้นทีตั้งกระโจมไฟยังเปนทีตั้งของศาลกรมหลวงชุมพรฯด้วย ศาลแห่งนี้



เปนสิ่งทีแสดงให้เห็นว่า พระวิญญาณของพระองค์ได้ทรงสถิตอยู่ทีสัตหีบ และจะให้ความคุ้มครอง



แก่ทหารเรือทุกคน เนืองด้วยคุณสมบัตพระอัธยาศัยของพระองค์ทีทรงรักใคร่ทหารเรือประหนึ่ง







บิดากับบุตร นอกจากน้ ความศักด์สิทธ์ของศาลแหงน้ได้รับการตอกย ามากข้นเมือมีการเล่าวา



พระอัฐของกรมหลวงชุมพรฯได้เก็บรักษาไว้ในศาลแห่งนี้ เรื่องนี้ปรากฏครั้งแรกในบทความ “บุคคล






ทนาสนใจ: พระประวัต พลเรอเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักด์” ในวารสาร


นาวิกศาสตร์ ปที 46 ฉบับเดอนตุลาคม พ.ศ. 2506 โดยอ้างถึงค าบอกเล่าของนาวาเอก พระยาศรา



ภัยพิพัฒ (เลื่อน ศราภัยวานิช) นายทหารเรือทีได้เคยตดตามเสดจของกรมหลวงชุมพรฯไปยังสัตหีบ




และได้ยินพระองค์ทรงมีรับสังว่า “ถ้าฉันตาย ขอให้เอากระดูกของฉันมาไว้บนยอดเขาแหลมปูเฒ่า

118




1


นี้นะ” และงานเขียนพระประวัตในสมัยหลังก็มีการระบุถึงช่องเก็บพระอัฐของกรมหลวงชุมพรฯที ่
ศาลแห่งนี้ แม้พระอัฐของพระองค์จะถูกย้ายออกไปเมือ พ.ศ. 2546 แตพระอัฐนี้ได้ตอกย ้าถึงการ






ด ารงอยูของพระวิญญาณกรมหลวงชุมพรฯทีสัตหีบอย่างเปนรปธรรม และท าให้พื้นทีสัตหีบเปน




พื้นที “บ้าน” ของกองทัพเรือ




















ภาพประกอบ 4 ภาพในหนังสือ พระประวัติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าองภากร









เกยรตวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ เทดพระเกยรต และเผยแพร่พระเกยรตคุณเนองใน



"วันอาภากร" และครบรอบ 90 ป ของการสิ้นพระชนม์ (19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 - 19 พฤษภาคม

พ.ศ. 2556) ประกอบเรื่องการสร้างกระโจมไฟชุมพรเขตอุดมศักด์กับศาลกรมหลวงชุมพรฯบน
แหล่มปูเจ้า อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และอธบายถึงสถานทีเก็บพระอัฐของกรมหลวงชุมพรฯภายใน




ศาลเคารพบูชาพระองค์แห่งนี้


ทีมา: นาวาเอก (พิเศษ) ไชยา เต้ยมฉายพันธ์; นาวาโท สุริยะ ค าสอน; และ นาวาตรี

สุรพงษ์ สุขสงวน. (2556). พระประวัติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าองภากรเกียรติ

วงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เทิดพระเกยรติ และเผยแพรพระเกยรติคุณเนื่องใน "วัน


อาภากร" และครบรอบ 90 ป ของการสิ้นพระชนม์ (19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466-19 พฤษภาคม

พ.ศ. 2556). หน้า 381.


1 กรมยุทธการทหารเรือ. (2506, ตุลาคม). บุคคลทีน่าสนใจ: พระประวัติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์. ใน นาวิกศาสตร์. 46(10): 207.

119










อยางไรกตาม กระโจมไฟชุมพรเขตอุดมศักด์เปนพื้นทอนุสรณ์ทเข้าถงได้ยากล าบาก




เนืองจากต าแหน่งของกระโจมไฟตั้งอยูเปนเอกเทศแหลมปูเจ้าลึกเข้าไปในพื้นทีฐานทัพเรือสัตหีบ





และตั้งอยูสูงขึ้นบนเขา ท าให้เส้นทางถนนมีลักษณะไตขึ้นเขาและมีอันตรายจากความชันของ



เส้นทางแม้ในปจจุบัน ความอันตรายของเส้นทางนี้ได้สะท้อนผ่านเล่าลือเรื่องเล่าอทธปาฏิหาริย์


ของเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯด้วย คอ เรื่องอุบัตเหตุรถแทร็คเตอร์ตกเขา ซึงกล่าวถึงในหนังสือ เจ้า


พ่อกรมหลวงชุมพรฯ (พ.ศ. 2504) โดยสิงห์ ผูกพานิช สิงห์ได้แรงบันดาลใจเขียนพระประวัตกรม




ี่


หลวงชุมพรฯจากเรื่องเล่าลืออทธปาฏิหาริย์เกยวกับพระองค์และเรื่องนี้เปนเรื่องหนึ่งทีเขารับร้ช่วง


ทีเขียนพระประวัต โดยเล่าว่า ขณะทีทหารช่างก าลังขับรถแทร็คเตอร์ท าเส้นทางอ านวยความ


สะดวกในการขึ้นเขาแหลมปูเจ้า รถแทร็คเตอร์พลัดตกเขาลงเหวลึก แตทหารช่างผู้นั้นรอดชีวิตได้

1
ปลอดภัย เพราะเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯคุ้มครอง

อกทั้งตัวตนของพระองค์ ณ ศาลกรมหลวงชุมพรฯน าเสนอคุณสมบัตของพระองค์






ในด้านความเปนสิงศักด์สิทธ์มากกวาความเปนวรบุรษ เนองจากศาลออกแบบมาเพือสร้างพื้นท ่ ี
















ศักด์สิทธ์ตดตอสือสารส่วนบุคคลระหวางผู้เคารพเลือมใสกับพระองค์เทานั้น โดยมีพื้นทเพียง


เล็กน้อยภายในศาลเพียงให้ผู้คนกระท าพิธเคารพบูชาพระองค์ พื้นทีศาลกรมหลวงชุมพรฯจึงมี



ลักษณะเปนพื้นทีเชิงศาสนาให้ผู้เยียมเยือนตดตอร้องขอความช่วยเหลือจากอ านาจความ








ศักด์สิทธ์ของพระองค์มากกวามีวัตถุประสงค์เพือเผยแพร่พระเกยรตคุณของพระองค์ ความ
ยากล าบากในการเข้าถึงและวัตถุประสงค์ของพื้นทีอนุสรณ์นี้ทีขัดแย้งกับเป้าหมายของกองทัพเรือ


ทีจะสร้างความทรงจ าใหม่แก่บุคลากรจึงเปนเหตุปจจัยทีท าให้กองทัพเรือจ าเปนต้องสร้างพื้นที ่





อนุสรณ์ทีเข้าถึงได้สะดวกมากขึ้นและสนองตอบวัตถุประสงค์ นันคอ พระอนุสาวรีย์กรมหลวง




ชุมพรฯทีหน้ากองบัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ

พระอนุสาวรีย์แห่งนี้เปนพื้นทีอนุสรณ์ระลึกถึงกรมหลวงชุมพรฯทีเข้าถึงได้สะดวกกว่า






โดยตั้งอยูทีลานกว้างหน้าอาคารกองบัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ และได้กลายเปนพื้นทีหลักของ
กองทัพเรือในการระลึกถึงพระเกยรตคุณของพระองค์และความส าคัญของสัตหีบ โดยแสดงผ่าน



พระรปกรมหลวงชุมพรฯและค าจารึกทีฐานพระอนุสาวรีย์




ในด้านพระรปกรมหลวงชุมพรฯ พระรปจะมีภาพรวมสื่อถึงความเปนตัวแทนของ


กองทัพเรือและเชือมโยงกับเรื่องราวพระด าริของพระองค์ทีให้ความส าคัญกับสัตหีบ โดยมีฉลอง


พระองค์เครื่องแบบเต็มพระยศทหารเรือประดับเครื่องราชอสริยาภรณ์ตาง ๆ พร้อมสายโยงยศ ซึง

องค์ประกอบเครื่องแบบเหล่านี้เปนเครื่องบ่งชี้ถึงสถานะของพระองค์ในฐานะนายทหารเรือชั้น


1 ทานตะวัน. (2504). เจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯ. หน้า ฎ.

120








ผู้ใหญ และต าแหน่งของพระรปอยูสูงจากพื้นประมาณ 5 เมตร แสดงต าแหน่งแห่งทีของกรมหลวง


ชุมพรฯโดดเด่นเหนือบุคคลอืน ท าให้พระองค์ทรงเปนเสมือนตัวแทนของกองทัพเรือ พระพักตร์ของ



พระรปทีหันมองตรงไปทิศตะวันตกยังอาวสัตหีบสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของพระองค์ทีทรงเห็น



ความส าคัญของอาวสัตหีบตามเรื่องราวพระประวัต ขณะเดยวกัน พระอนุสาวรีย์มีค าจารึกทีฐาน




ของพระรปแสดงความส าคัญของกรมหลวงชุมพรฯด้วยว่า พระองค์ “ทรงเปนพระบุพพาจารย์ของ


1
ทหารเรือไทย ทรงสถาปนาสัตหีบเปนฐานทัพเรือ เมือพุทธศักราช 2465” ค าจารึกนี้จึงสื่อถึงพระ


เกยรตคุณทีพระองค์ทรงมีตอกิจการทหารเรือ ปลูกฝงให้บุคลากรในกองทัพเรือจดจ าพระองค์ใน




ฐานะครอาจารย์ผู้ริเริมอบรมบ่มเพาะสร้างบุคคลให้มีความร้ความสามารถเปนทหารเรืออาชีพ





และเปนผู้ริเริ่มท าให้สัตหีบเปนพื้นทีตั้งของทหารเรือ























ภาพประกอบ 5 พระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯทีสถานีทหารเรือสัตหีบ พ.ศ. 2510



ทีมา: กองทัพเรือ. (2510). พิธีเปดอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวง


ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ วันพุธที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2510. หน้า 15.


1 กองทัพเรือ. (2510). พิธเปดอนุสาวรย์ พลเรอเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์




วันพุธที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2510. หน้า 19.

121












พระอนุสาวรย์แหงน้ได้สร้างพื้นทศักด์สิทธ์ทกองทัพเรือจะให้ในการปลูกฝงความ


ทรงจ าใหม่ โดยใช้พื้นทีของพระอนุสาวรีย์เปนสถานทีจัดพิธระลึกถึงพระองค์ด้วยการแสดงความ






เคารพและวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระอนุสาวรีย์ทุกวันที 19 พฤษภาคมของทุกปอันเปนวันคล้าย



วันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เพือระลึกถึงพระเกยรตคุณของพระองค์ทีทรงมีตอกิจการทหารเรือ



ไทยและตระหนักถงความส าคัญของสัตหีบในฐานะมรดกทีพระองค์ทรงมีพระด าริเห็นความส าคัญ





และความเหมาะสมทีตั้งเปนฐานทัพเรือ รวมทั้งในวันเดยวกันนี้ กองทัพเรือยังได้ร่วมกับพระญาต ิ


ของกรมหลวงชุมพรฯประกอบพิธบ าเพ็ญกุศลถวายแดพระองค์ด้วย ณ สุสานหลวง วัดราชบพิธ
สถิตมหาสีมาราชราชวรวิหาร กรงเทพฯ

การสร้างพื้นทีอนุสรณ์และพิธการระลึกถึงกรมหลวงชุมพรฯข้างต้นเปนเชิดชู



พระองค์ขึ้นเปนปูชนียบุคคลอย่างเปนรปธรรมและตอกย ้าความทรงจ าเรื่องความส าเร็จกับพระ








เกยรตคุณของพระองค์ทีมีตอวิชาชีพทหารเรือ รวมถึงเรื่องพระด าริของพระองค์ทีจะให้สัตหีบเปน

ฐานทัพเรือ ท าให้บุคลากรมีความตระหนักร้ใหม่ว่า สัตหีบมิใช่สถานทีทีพวกเขาถูกเนรเทศจาก




ความพ่ายแพ้ในเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน หากแตเปนบ้านของกองทัพเรือทีกรมหลวงชุมพรฯทรง


มีวิสัยทัศน์รังสรรไว้ตั้งแตอดตแล้ว ขณะเดยวกัน การเชิดชูพระองค์ขึ้นเปนปูชนียบุคคลนี้ยังได้ท า





ให้พระองค์ทรงกลายเปนตัวแทนของวิชาชีพทหารเรือและกองทัพเรือไทยด้วย โดยเห็นได้จากการ


เยียมเยือนกองทัพเรือโดยบุคคลส าคัญภายนอก เมือกองทัพเรือจัดพิธต้อนรับบุคคลส าคัญทาง

ทหารทีเข้ามาเยียมเยือนหน่วยงานของตน กองทัพเรือจะจัดให้มีผู้เยียมเยือนเคารพสักการะพระ



อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯด้วยการวางพวงมาลาหน้าพระอนุสาวรีย์ ตัวอย่างเช่น เมือ พ.ศ. 2513

จอมพล ถนอม กิตตขจร ซึงด ารงต าแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ณ เวลานั้น เดนทางมาตรวจเยียม





ก าลังทางเรือและนาวิกโยธน ท่านต้องถวายการสักการะพระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯด้วยพวง
มาลาก่อน แล้วจึงเดนทางลงเรือตรวจการใกล้ฝง ต.91 ออกตรวจก าลังทางเรือและนาวิกโยธนตอไป





1
นอกจากบุคคลส าคัญทางทหารของไทยแล้ว กองทัพเรือก็จัดพิธเคารพสักการะพระอนุสาวรีย์ที ่



สถานีทหารเรือสัตหีบให้แก่บุคคลส าคัญทางทหารตางชาติทีเดินทางมาเยียมเยือนด้วยเช่นกัน


ขณะทีการสร้างความทรงจ าใหม่จากการสร้างพื้นทีอนุสรณ์ระลึกถึงกรมหลวงชุมพรฯ

ี่
ด าเนินอยู ความพยายามแก้ไขความทรงจ าเกยวกับเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน พ.ศ. 2494 ก็


ด าเนินไปพร้อมกัน ด้านหนึ่งคอ การละทีกล่าวถึงเหตุการณ์กบฏนั้น ดังเช่นในบทความ “วัฏของ


การทหารเรือไทย” โดยพลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช ในวารสาร นาวิกศาสตร์ ปที 53 ฉบับเดอน




1 ผบ.ทหารสูงสุด และคณะตรวจเยียมก าลังทางเรือและก าลังของนาวิกโยธนทีสัตหีบ. (2513,


กันยายน). ใน กระดูกงู. 15(171): 24.

122






พฤศจิกายน พ.ศ. 2513 เมือท่านได้อธบายถึงการชะงักของการพัฒนากองทัพเรือช่วงทศวรรษ

2490 ท่านละทีจะกล่าวถึงชือเหตุการณ์สาเหตุดังนี้ “เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นในวันที 29 มิถุนายน




1

พ.ศ. 2494 ท าให้การทหารเรือเกอบเข้าสภาพ “แพแตก” ไปชัวขณะ” อกด้านหนึ่งคือ การชี้ให้เห็น

ว่า การกบฏเกิดขึ้นจากความไม่พอใจของทหารเรือเพียงบางคนบางกลุม โดยปรากฏร่องรอยใน

บทความ “กองสัญญาณแตก” โดยเรือโท สวง เซ็นสาส์น ในวารสาร กระดูกงู ปที 21 ฉบับ 239

พ.ศ. 2519 ท่านได้เล่าเหตุการณ์ทีกองสัญญาณทหารเรือถูกโจมตจากทหารบกฝายรัฐบาลเนือง




ด้วยเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน และได้อธบายว่า เหตุการณ์กบฏแมนฮัตตันเกิดขึ้นจากทหารเรือ




เพียงบางคนบางกลุมเท่านั้น แตทหารเรือทีเหลือมิได้ร้เห็นกับกลุมก่อกบฏกลับถูกกล่าวหาเหมา


รวมเปนฝายกบฏไปทั้งหมด และถูกโจมตจากฝายทหารบก-ต ารวจก่อน รวมทั้งการตอบโต้ของ





ทหารเรือจ านวนหนึ่งกระท าไปเพือปกป้องเกยรตยศศักด์ศรของตนเอง ความพยายามแก้ไขความ
2





ทรงจ าเกยวกับเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตันนี้ได้คอย ๆ ท าให้เรื่องราวนี้เริมเลือนหายไปจากการรับร้ ู

ี่


ของบุคลากรทหารเรือ และการเล่าเรื่องประวัตศาสตร์การทหารเรือไทยฉบับทางการกลายเปนการ
เล่าเรื่องความต่อเนืองของความเจริญก้าวหน้าและคุณประโยชน์ของกิจการนี้

ในเวลาเดียวกัน การสร้างพระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯทีหน้ากองบัญชาการฐาน

ทัพเรือสัตหีบได้แสดงให้กองทัพเรือเห็นว่า ผู้คนในสังคมจะให้ความร่วมมือกับกองทัพเรือหาก

กองทัพเรือแสดงถึงการมีความเชือและความร้ความเข้าใจเกยวกับกรมหลวงชุมพรฯในลักษณะ

ี่


เดยวกับประชาชน ดังนั้น กองทัพเรือจึงอาจเชือว่า ตนเองจะมีบทบาทน าในการก าหนดสถานะ

ของตนมากขึ้นเมือสามารถแสดงให้ประชาชนเห็นถึงพระทัยของกรมหลวงชุมพรฯทีทรงให้

ความส าคัญต่อกิจการทหารเรือไทย โดยพยายามสร้างประวัตศาสตร์ร่วมกันกับประชาชนด้วยการ




น าเสนอเรื่องราวพระกรณยกิจและพระเกยรตคุณของพระองค์ทีทรงมีตอทหารเรือเพิ่มเตมเข้าไป



ในความร้ความเข้าใจของประชาชน ขณะเดยวกัน กองทัพเรือก็จะยอมรับความเลื่อมใสศรัทธาของ







ผู้คนตอพลังอทธปาฏิหาริย์ของกรมหลวงชุมพรฯ เพือโน้มน้าวให้ประชาชนเชือมันว่า กองทัพเรือ




มิได้ประสงค์จะปฏิเสธความเชือถอศรัทธาของประชาชน หรือบังคับให้ประชาชนมีความร้ความ
เข้าใจต่อกรมหลวงชุมพรฯแบบเดียวกับกองทัพเรือ


1 พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช. (2513, พฤศจิกายน). วัฏของการทหารเรือไทย. ใน นาวิกศาสตร์.
53(11): 9.
2
เรือโท สวง เซ็นสาส์น. (2519, พฤษภาคม). กองสัญญาณแตก. ใน กระดูกงู. 21(239): 27-30.

123





2.2 การเข้าไปมีสวนรวมในกิจกรรมเชิดชูบูชากรมหลวงชมพรฯของประชาชนใน


ทศวรรษ 2510-2530
ภายหลังจากการสร้างพระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯทีหน้ากองบัญชาการสถานี

ี่
ทหารเรือสัตหีบ พ.ศ. 2510 กองทัพเรือก็ได้ให้การสนับสนุนการสร้างอนุสรณ์สถานเกยวกับกรม
หลวงชุมพรฯโดยประชาชนด้วย ด้านหนึ่งกองทัพเรือได้รับประโยชน์จากการทีอนุสรณ์สถานเหล่านี้






เปนขวัญก าลังใจแก่ทหารเรือทีเดนทางมาปฏิบัตหน้าทีในบริเวณใกล้เคยงกับพื้นทีตั้งอนุสรณ์



สถาน ขณะเดยวกัน กองทัพเรือก็เห็นว่า การมีส่วนร่วมสร้างอนุสรณ์สถานกรมหลวงชุมพรฯกับ


ภาคประชาชนเปนส่วนหนึ่งของงานสร้างสาธารณประโยชน์ทีจะท าให้กองทัพเรือมีภาพลักษณ์ทีด ี

และสามารถผลักดันสถานะของตนให้ได้รับการยอมรับจากสังคมมากขึ้น เพราะกองทัพเรือได้มี
บทบาทหน้าทีด้านสาธารณประโยชน์ต่อประชาชนอยู่แล้ว


ดังเช่นในรายงานการพิจารณาความก้าวหน้ารอบป พ.ศ. 2512 เมือกองทัพเรือมี


กิจกรรมการฝกซ้อมภาคทะเล ก็ได้ช่วยเหลือเก้อกูลประชาชนในพื้นทีฝกซ้อมด้วย เช่น หมูเรือฝก









เดนทางไกลไปปฏิบัตราชการชายฝงตะวันตกของไทยได้แวะเยียมเยือนเมืองท่าในจังหวัด




ชายทะเล แจกจ่ายสิ่งของจ าเปนในการด ารงชีวิตประจ าวันแก่ประชาชนทีขาดแคลน และหมูเรือที ่





เดินทางฝกทักษณ 12 ทีจังหวัดปตตานีกับนราธวาสได้ช่วยเหลือเรือประมงทีหายไปในทะเลและ


พากลับเข้าฝงอย่างปลอดภัย นอกจากการช่วยเหลือประชาชนแล้ว กองทัพเรือก็ยังช่วยเหลือด้าน



ท านุบ ารงพุทธศาสนาเนืองด้วยกองทัพเรือได้อาศัยพื้นทีของวัดตั้งเปนสถานทีท าการของ






กองทัพเรือ โดยขอพระราชทานผ้าพระกฐนถวาย ณ วัดโมลีโลกยาราม กรงเทพฯ ตั้งแต พ.ศ.
2510 และบ ารงซ่อมแซมโบสถ์จนเสร็จสิ้น
1


การทกองทัพเรือเข้าไปมีส่วนร่วมในการสร้างพื้นทีอนุสรณ์ระลึกถึงกรมหลวงชุมพรฯ



จึงถอได้ว่า เปนส่วนหนึ่งในบทบาทหน้าทีของกองทัพเรือตอสังคม ในเวลาเดียวกัน กองทัพเรือก็ใช้




โอกาสนี้พยายามสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกับประชาชน โดยพยายามอธบายความสัมพันธ์ระหว่าง

กรมหลวงชุมพรฯ กองทัพเรือ และประชาชน พร้อมกันนี้ก็หยิบยกน าเสนอคุณสมบัตความเปน

วีรบุรษทหารเรือแก่ประชาชน เพือแสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงให้ความส าคัญแก่ทหารเรือกับ








กองทัพเรือมากเพียงใด ขณะเดยวกัน กยอมรับคุณสมบัตความเปนสิงศักด์สิทธ์จากความเชือ



ความศรัทธาของประชาชนด้วย เพือแสดงให้เห็นว่า กองทัพเรือกับประชาชนเคารพนับถอกรม

หลวงชุมพรฯในลักษณะเดียวกัน และโน้มน้าวประชาชนให้ยอมรับกองทัพเรือมากขึ้น


1 กองทัพเรือ. (2512, มกราคม). กองทัพเรือในรอบป 2512. ใน นาวิกศาสตร์. 53(1): ไม่ปรากฏเลขหน้า.

124




ในช่วงเวลาระหว่างทศวรรษ 2510-2530 กองทัพเรือเข้าไปมีส่วนร่วมในการสร้าง

อนุสรณ์สถานกรมหลวงชุมพรฯหลายแห่ง ซึ่งเท่าทีผู้วิจัยสามารถสืบค้นและก าหนดช่วงเวลาได้มีดังนี้
- (พ.ศ. 2512) ศาลเสดจพ่อกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักด์ ต.ปากน าประแสร์



อ.แกลง จ.ระยอง
- (พ.ศ. 2523) ศาลกรมหลวงชุมพรฯทีหาดทรายรี ต.หาดทรายรี อ.เมืองชุมพร

จ.ชุมพร

- (พ.ศ. 2529) พลับพลาทีประทับกรมหลวงชุมพรฯทีสะพานหิน อ.เมืองภูเก็ต


จ.ภูเก็ต

- (พ.ศ. 2530) พระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯทีสวนสาธารณะหนองตะเคยน


ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

- (พ.ศ. 2532-2533) พระอนุสาวรีย์และศาลกรมหลวงชุมพรฯทีสวนสองทะเล
แหลมสนอ่อน ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา


ผู้วิจัยจะขอเลือกวิเคราะห์พื้นทีอนุสรณ์สองแห่งได้แก่ ศาลเสดจพ่อกรมหลวงชุมพร





เขตรอุดมศักด์ ต.ปากน าประแสร์ จ.ระยอง และศาลกรมหลวงชุมพรฯทหาดทรายร จ.ชุมพร เปน






ตัวอย่าง เนืองจากสองแห่งนี้เปนพื้นทีอนุสรณ์ทีมีหนังสือทีระลึกร่วมสมัยช่วงเวลาทีก่อสร้าง





หลงเหลืออยู โดยพื้นทีปากน ้าประแสร์เปนแห่งแรกทีกองทัพเรือเข้าไปมีส่วนร่วมการสร้างอนุสรณ์กับ

ี่

ประชาชน และพื้นทีหาดทรายรีเกยวข้องกับพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯโดยตรงในฐานะสถานที ่



สิ้นพระชนม์ และได้รับความส าคัญจากบุคคลหลายกลุมทีมีความเลื่อมใสศรัทธาตอพระองค์

2.2.1 ศาลเสด็จพอกรมหลวงชมพรเขตรอุดมศักดิ์ ต.ปากน้าประแส อ.แกลง



จ.ระยอง


ศาลแห่งนี้เปนศาลเคารพบูชากรมหลวงชุมพรฯทีประชาชนในพื้นทีริเริ่มสร้างขึ้น


จากความเชือความศักด์สิทธ์ของพระองค์และเปนหนงในพื้นทสาธารณะภาคประชาชนแหงแรกท ี ่











กองทัพเรือเข้าไปมีบทบาทร่วม เพือสร้างประวัตศาสตร์ร่วมกับประชาชนในท้องถิน หนังสือ

อนุสรณ์ งานพิธีประดิษฐานพระรูป พลเรอเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
ที่ศาลต าบลปากน ้าประแสร อ าเภอแกลง จังหวัดระยอง (พ.ศ. 2512) ได้เล่าประวัตของศาลจาก


ค าบอกเล่าของผู้คนในต าบลนี้ว่า ศาลแห่งนี้แรกเริ่มสร้างโดยนายหลอง ทรัพย์เจริญ อดีตทหารเรือ

ทีปลดประจ าการมาประกอบอาชีพชาวประมง ได้บนบานอธษฐานขอให้เจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯ


ทรงดลบันดาลช่วยเหลือเรื่องการท ามาหากิน และจะสร้างศาลเคารพบูชาพระองค์ตอบแทน เมือเขามี



ฐานะดขึ้น กลับเจ็บปวยรนแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาได้ขอค าปรึกษาจากร่างทรงคนหนึ่ง จึงจ า


ได้ว่า ตนเองผิดค าบนบานตอเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯ เพราะไม่ได้สร้างศาลตามค าทีบนบาน เมือ


125






ได้ทราบเช่นนี้แล้ว นายหลองจึงได้สร้างศาลบูชาพระองค์ขึ้นทีแหลมเมือง ต.ปากน ้าประแส เมือ




พ.ศ. 2494 และสักการะบูชาเปนประจ า หลังจากนั้นไม่นานเขาก็หายจากอาการเจ็บปวยเปนปกต ศาล



แห่งนี้มีผู้คนในพื้นทีมาสักการะบูชาและประสบเหตุการณ์อภินิหารเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แตเมือมีปลวก

กัดกินส่วนประกอบทีเปนไม้ในศาลและแม่น ้ากัดเซาะดนทีตั้งศาล ก็ท าให้ศาลแห่งนี้พังลง ผู้คนที ่




เลื่อมใสศรัทธากรมหลวงชุมพรฯในจังหวัดระยองกับจังหวัดใกล้เคยงจึงรวบรวมทรัพย์บริจาคสร้าง



1
ศาลแห่งใหม่ขึ้นในพื้นทีใกล้กับทีตั้งศาลเดิมและสร้างเขือนกันน ้าเซาะดิน ซึ่งเสร็จสิ้นใน พ.ศ. 2511
กระนั้น ศาลยังไม่มีพระรปประดษฐาน ผู้แทนของคณะกรรมการสร้างศาลเสดจ



ในกรมหลวงชุมพรฯจึงได้มาแสดงความประสงค์กับหม่อมช้อย อาภากร หม่อมคนหนึ่งของกรม

หลวงชุมพรฯ และได้รับค าแนะน าให้ตดตอกับกองทัพเรือแทน เพราะกองทัพเรือเคยสร้างพระรป






กรมหลวงชุมพรฯ กองทัพเรือเห็นโอกาสทีจะสร้างภาพลักษณ์ทีดให้เปนทียอมรับตอประชาชน จึง



เข้ามามีบทบาทช่วยเหลือในการสร้างพระรปกรมหลวงชุมพรฯและการจัดพิธการประดษฐานพระ



รป เพือมุงหวังให้ “ศาลและพระรป...ช่วยอ านวยประโยชน์สุขแก่ประชาชนชาวไทยทัวหน้า และ





เปนก าลังขวัญส่วนหนึ่งในการป้องกันชาตไทยเมืองไทย” โดยมีพลเรือตรี ชินวัตร วงษ์เพ็ญศรี ผู้
2


บังคับการสถานีทหารเรือสัตหีบ ณ เวลานั้น เปนประธานคณะกรรมการด าเนินงาน และมี
คณะกรรมการสนับสนุนงานพิธนี้ประกอบด้วยบุคลากรทหารเรือจากสถานีทหารเรือสัตหีบทั้งหมด


ตั้งแตการก ากับดูแลงานพิธให้เปนไปอย่างเรียบร้อย, การก่อสร้างตกแตงสถานที และการ





ด าเนินงานพิธ ตลอดจนการเตรียมการปฐมพยาบาล, การจัดยานพาหนะขนส่ง และรักษาความ
3
ปลอดภัยในพื้นทีงานพิธ


งานพิธของศาลแห่งนี้เปนงานส าคัญทีประชาสัมพันธ์ให้รับร้กว้างขวางตั้งแต ่






การขอการสนับสนุนการหล่อพระรปจนถึงงานพิธประดษฐานพระรปในศาล โดยมีการบอกกล่าว


ขอการสนับสนุนด้วยกรรมการด าเนินงานเอง, การส่งหนังสือแจ้งขอการสนับสนุนถึงพระประยูร
ญาต ข้าราชการทหารและพลเรือน ตลอดจนประชาชนทัวไปแทบทุกจังหวัด และการขอให้


สื่อมวลชนประกาศแจ้งข่าว เมือถึงวันพิธประดษฐานพระรป 19 ธันวาคม พ.ศ. 2519 งานพิธก็จัด






ขึ้นเปนพิธส าคัญ โดยคณะกรรมการด าเนินการกราบบังคมทูลอัญเชิญพระบาทสมเดจพระ






ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกต์ พระบรมราชินนาถทรงพระกรณาโปรด



1 อนุสรณ งานพิธประดิษฐานพระรูป พลเรอเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

ที่ศาลต าบลปากน ้าประแสร์ อ าเภอแกลง จังหวัดระยอง วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2512. (2512). หน้า 73-74.
2 แหล่งเดิม. หน้า 45.
3 แหล่งเดิม. หน้า 54, 68-71.

126







เกล้าฯเสด็จพระราชด าเนินมาทรงประกอบพิธประดิษฐานพระรป ภายหลังจากงานพิธประดิษฐาน

พระรปแล้ว คณะกรรมการด าเนินงานกจัดให้มีงานมหรสพสมโภชทีบริเวณศาลกรมหลวงชุมพรฯนี้






อก 5 วัน 5 คนตั้งแตวันที 19-23 ธันวาคม พ.ศ. 2519 รวมถึงช่วยเหลือเรื่องการให้ข้อมูลพระ


ประวัตของกรมหลวงชุมพรฯและการจัดพิธของฝายกองทัพเรือให้แก่คณะกรรมการฝายประชาชน





ต าบลปากน ้าประแส เพือตพิมพ์เปนหนังสือทีระลึกถึงงานพิธนี้ ในปจจุบัน กองทัพเรือร่วมกับ





คณะกรรมการของท้องถินปากน ้าประแสจะจัดพิธเฉลิมฉลองการตั้งศาลในวันที 10-20 ธันวาคมของ



ทุกป โดยจัดพิธบวงสรวงพระวิญญาณของกรมหลวงชุมพรฯและงานมหรศพสมโภชน์เปนประจ า
1




















ภาพประกอบ 6 ภาพถ่ายศาลกรมหลวงชุมพรฯที ต.ปากน ้าประแส จ.ระยอง

โดยพลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์เมือ พ.ศ. 2536

ทีมา: พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์. (2537, พฤษภาคม). ภาพชุด “ศาลกรมหลวงชุมพรฯ”.


ใน นาวิกศาสตร์. 77(5): 26.






1 กระทรวงการท่องเทียวและกฬา. (2563). ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หมูบ้านปากน ้า


ประแส หมู 3 ต.ปากน ้ากระแส อ.แกลง จ.ระยอง 21170. สบค้นเมือ 4 พฤษภาคม 2563, จาก



https://thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/detail/itemid/3759.

127





ี่

พื้นทีปากน ้าประแสมิได้เกยวข้องกับพระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯโดยตรง
แตเนืองจากชาวปากน ้าประแสมีความเลื่อมใสศรัทธาต่อกรมหลวงชุมพรฯและได้สร้างพระองค์ขึ้น








เปนวรบุรษทางวัฒนธรรมด้วยการสร้างศาลเคารพบูชาพระองค์ในฐานะสิงศักด์สิทธ์ เมือ

กองทัพเรือเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างพื้นทีอนุสรณ์ กองทัพเรือได้พยายามสร้างประวัตศาสตร์




ร่วมกับประชาชนด้วยการน าเสนอคุณสมบัตความเปนทหารเรือนักปฏิรปของกรมหลวงชุมพรฯ


เพือยกสถานะของตนเอง และสร้างสายความสัมพันธ์ระหว่างกรมหลวงชุมพรฯ กองทัพเรือ และ

ชาวปากน ้าประแสใหม่ผ่านการประดษฐานพระรปนี้ โดยด้านหนึ่งอธบายความสัมพันธ์เชือมโยง



ระหว่างกันทีมีมาแต่อดีตและการมีความเลื่อมใสศรัทธาต่อกรมหลวงชุมพรฯร่วมกัน ขณะทีอีกด้าน


หนึ่งก็ยอมรับความเชือความศรัทธาของชาวปากน ้าประแสต่อพระองค์ในเรื่องอิทธปาฏิหาริย์


ในการน าเสนอคุณสมบัตของกรมหลวงชุมพรฯ กองทัพเรือได้น าเรื่องราวพระ

ประวัตมาลงประกอบในหนังสือ อนุสรณ์งานพิธีประดิษฐานพระรูปฯ จังหวัดระยอง (พ.ศ. 2512)

โดยหยิบยกเรื่องราวแม่บทจากงานเขียนพระประวัตก่อนหน้า ด้านหนึ่งกองทัพเรือหยิบยกเรื่องราว



ขับเน้นคุณสมบัตความเปนทหารเรือนักปฏิรปด้วยการเล่าเรื่องการปฏิรปการศึกษาของโรงเรียน


นายเรือ น าเสนอความเจริญก้าวหน้าของกิจการทหารเรือ พร้อมแสดงคุณสมบัติทีท าให้ทหารเรือมี

ความเคารพรักใคร่ตอพระองค์ โดยเล่าเรื่องราวบางส่วนของพระกรณยกิจทีแสดงคุณสมบัตนั้น




เช่น เรื่องราวการฝกหัดนักเรียนนายเรือแสดงความทุมเทพระทัยฝกหัดนักเรียนนายเรือจนส าเร็จ




เปนทหารเรือได้อย่างแท้จริง, เรื่องราวการตั้งกองทหารทีบางพระแสดงความรักห่วงพระทัยตอ



ทหารเรือและการไม่ถอพระองค์ทีจะคลุกคลีใกล้ชิดสนิทสนมกับทหารเรือผู้น้อย และเรื่องการตั้ง










แผนกฌาปนกจทหารเรอแสดงพระทัยทจะให้ทหารเรอมีเกยรตยศศักด์ศรเช่นเดยวกับทหารเหล่าอน






อกด้านหนึ่งกองทัพเรือน าเสนอพระทัยของพระองค์ทีทรงมุงหวังสร้างคุณประโยชน์ตอชาต ิ


บ้านเมือง เช่น พระอัธยาศัยปลอมพระองค์เยียงสามัญชนเสดจไปสืบเรื่องราวตาง ๆ จากราษฎร



เพือทรงจะระงับเหตุร้ายได้ล่วงหน้า, การตั้งกองดับเพลิงเพือช่วยเหลือราษฎรดับเพลิงไหม้ใน


กรงเทพฯกับธนบุรี และเมือต้องทรงออกจากราชการ ก็ยังทรงมีพระทัยช่วยเหลือผู้คน โดยทรง

ประกอบอาชีพเปนหมอรักษาผู้คนอย่างไม่เลือกหน้า


อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือให้คุณคาคุณสมบัตด้านกิจการทหารเรือเปนด้าน







ส าคัญทีสุดและน าไปสูข้อสรปว่า พระเกยรตคุณด้านนี้ท าให้กองทัพเรือไทยสามารถลงหลักปก





ฐานลงได้ส าเร็จ และเปนทีเคารพนับถอในหมูทหารเรือ กองทัพเรือพยายามน าเสนอคุณคาของ


กรมหลวงชุมพรฯในด้านนี้เข้าไปประสานกับความร้ความเข้าใจเดมของชาวปากน ้าประแส แสดง


ถึงความส าคัญของกิจการทหารเรือในฐานะพระกรณยกิจทีพระองค์ทรงให้ความส าคัญมากทีสุด



128








เพือยกสถานะของตนเอง คุณคานี้ยังได้รับการตอกย ้าผ่านพิธการประดิษฐานพระรปและพยายาม
สร้างความทรงจ าใหม่แก่ชาวปากน ้าประแสด้วย




ในพิธการประดษฐานพระรปนี้ จอมพล ถนอม กิตตขจร ได้กราบบังคมทูลตอ






พระบาทสมเดจพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับสมเดจพระนางเจ้าสิริกต์ พระบรมราชินนาถ

อธบายความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างกรมหลวงชุมพรฯและกองทัพเรือไทยกับชาวปากน ้าประแสว่า
พระองค์ทรงเปนสัญลักษณ์ของทหารเรือ เนืองด้วยทรงสร้างความเจริญก้าวหน้าแก่กองทัพเรือและมี



ความเมตตากรณาตอทหารเรือดังบิดากับบุตร ท าให้ทหารเรือทั้งหลายตางมีความเคารพเทิดทูน






ระลึกถึงพระองค์ ทหารเรือจ านวนหนึ่งทีออกจากราชการมาด ารงชีพอยูทีปากน ้าประแสก็ยังคงมี

ความเลื่อมใสศรัทธาตอพระองค์ สร้างศาลเคารพบูชาพระองค์ขึ้น เมือศาลเก่าพังลง ประชาชนชาว





ปากน ้าประแสก็ร่วมกันสร้างขึ้นใหม่ แสดงถึงความเคารพนับถอพระองค์สืบตอเนืองมาถึงปจจุบัน

พลเรอเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทรงเปนองค์สัญญลักขณ์ของ


ทหารเรือ การทีกองทัพเรือได้เจริญก้าวหน้ามาจนปจจุบันนี้ก็ด้วยพระปรีชาสามารถ และวิริยะ



อุตสาหะของพระองค์ท่าน...พระจริยานุวัติทีทรงแสดงต่อทหารเรือทั้งหลายก็ทรงปฏบัติด้วยความ



เมตตากรณากรณาเยียงบิดากับบุตร...ซึงนับว่าบรรดานายทหารมีความเคารพรักและเทอดทูน




พระองค์ท่านเปนพระบดาของทหารเรืออีกด้วย แม้ว่าพระองค์ท่านจะส้นพระชนม์ล่วงมาเปนเวลานาน




ถึง 46 ปแล้วก็ตาม ทหารเรือทุกคนและประชาชนทัวไปยังระลึกถึงพระคุณของพระองค์ท่านอยู่ตลอด




มา โดยเฉพาะประชาชนชาวต าบลปากน ้าประแสร์ ซึงบรรดาผู้ชายสวนมากผานการเปนทหารเรือ
1
มาแล้ว ถึงกับสร้างศาล...ส าหรับเปนทเคารพสักการะเมือระลึกถึงพระองค์ท่าน เปนเวลาช้านานแล้ว






ค ากราบบังคมทูลนี้ได้ตอกย ้าคุณคาความส าคัญของกองทัพเรือในฐานะพระ

ี่

กรณยกิจส าคัญของกรมหลวงชุมพรฯ และพยายามเปลี่ยนแปลงความทรงจ าบางส่วนเกยวกับ
ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือกับชาวปากน ้าประแสใหม่ กล่าวคอ เมือเปรียบเทียบกับเรื่องเล่า


ประวัตการตั้งศาลกรมหลวงชุมพรฯโดยชาวบ้าน (เรื่องนายหลอง ทรัพย์เจริญบนบานเจ้าพ่อกรม


หลวงชุมพรฯ) แสดงถึงความเลื่อมใสศรัทธากรมหลวงชุมพรฯเริมต้นจากความเชือเชิงปจเจกที ่


ตอมาได้แพร่หลายเปนความเลื่อมใสของผู้คนในชุมชน ขณะทีค ากราบบังคมทูลได้น าเสนอเรื่อง




เล่าใหม่แสดงความสืบเนืองของความเลื่อมใสศรัทธาจากภายในกองทัพเรือออกมาสู่ชาวบ้าน โดย


1 อนุสรณงานพิธประดิษฐานพระรูปพลเรอเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ที่


ต าบลปากน ้าประแสร์ อ าเภอแกลง จังหวัดระยอง วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2512. (2512). หน้าค ากราบบังคมทูลของ




ฯพณฯ นายกรัฐมนตร ในพธประดิษฐานพระรปพลเรอเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์.


129






ให้คุณคาความหมายใหม่แก่ความเลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านตอกรมหลวงชุมพรฯว่า กองทัพเรือ




กับชาวปากน ้าประแสตางเคารพนับถอพระองค์จากพระเกยรตคุณและคุณสมบัตของพระองค์



แบบเดยวกัน คอ พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถ, พระทัยทีวิริยะอุตสาหะ และพระอัธยาศัย


เมตตากรณาตอทหารเรือ ท าให้กิจการทหารเรือไทยสามารถรกหลักปกฐานได้ส าเร็จ สร้างความ



เคารพเลื่อมใสแก่เหล่าทหารเรือ และกองทัพเรือได้ยกย่องเชิดชูพระองค์เปนปูชนียบุคคลของ


กองทัพเรือ ความเคารพเลื่อมใสนี้ก็ได้สืบทอดมาทีปากน ้าประแสเมือมีทหารเรือจ านวนหนึ่งออก

จากราชการมาตั้งรกรากทีแห่งนี้ และศาลเคารพบูชากรมหลวงชุมพรฯแห่งนี้คอเครื่องแสดงความ


เลื่อมใสศรัทธาตอพระองค์ทีสืบเนืองมาจากกองทัพเรือ ค ากราบบังคมทูลนี้จึงได้สร้าง


ความสัมพันธ์พวกพ้องระหว่างกองทัพเรือกับชาวปากน ้าประแสด้วยการมีประวัตศาสตร์ร่วมกัน


และเคารพบูชาวีรบุรษคนเดียวกัน

ขณะเดยวกัน กองทัพเรือก็ยอมรับความเชือความศรัทธาของประชาชนตอ


อิทธปาฏิหาริย์ของกรมหลวงชุมพรฯด้วย โดยน าเสนอเรื่องเล่าการประสบเหตุการณ์อิทธปาฏิหาริย์



ของพลเรือตรี ชินวัตร วงษ์เพ็ญศรี ผู้บัญชาการทหารเรือ ลงตพิมพ์ในหนังสือ อนุสรณ์ งานพิธี
ประดิษฐานพระรูปฯ (พ.ศ. 2512) พร้อมกับเรื่องเล่าอทธปาฏิหาริย์อนทีชาวปากน ้าประแสประสบ







ท่านเล่าถึงเหตุการณ์อภินิหารทีท่านได้รับการช่วยชีวิตจากกรมหลวงชุมพรฯในช่วงทีท่านพักรักษา





โรคมาเลเรียทีโรงพยาบาลอาภากรเกยรตวงศ์เมือสงครามโลกครั้งที 2 ขณะทีพลเรือตรี ชินวัตร

ก าลังเพ้อจากพิษไข้มาเลเรียและก าลังจะกระโดดจากระเบียงตึก พระองค์ทรงดลบันดาลภาพ
1







นิมิตรพาท่านลงมานังทีม้านังบริเวณทีนังพักรอตรวจคนไข้จนกระทังร่งเช้า การเล่าเรื่องราวนี้จึง
เปนการโน้มน้าวให้ชาวปากน ้าประแสเห็นว่า กองทัพเรือก็มีความเชือศรัทธาต่ออิทธปาฏิหาริย์ของ



กรมหลวงชุมพรฯเช่นเดียวกัน


เราจะเห็นได้ว่า แม้พื้นทีปากน ้าประแสจะมิได้เปนพื้นทีอนุสรณ์เกยวกับเรื่องราว

ี่


พระประวัตของกรมหลวงชุมพรฯโดยตรง แตพระองค์ก็ทรงเปนวีรบุรษทางวัฒนธรรมของพื้นทีแห่งนี้



ด้วยการสร้างประวัตศาสตร์ร่วมกันระหว่างกองทัพเรือกับชาวปากน ้าประแส โดยอธบาย



1 พลเรือตรี ชินวัตรได้เลาว่า ขณะทีท่านเพ้อไม่ได้สติและก าลังจะกระโดดจากระเบียงตึกลงมา


ข้างลาง เพราะ “เพ้อไปว่าจะเหาะไปเทียวทางด้านทะเล” ท่านได้ยินเสยงดนตรีแว่วมาจากบันได จึงได้คลานลง



บันไดและเห็นว่า ข้างลางก าลังจัดงานเนวีบอล “มีทหารเรือหลายท่านในเครื่องแบบราตรีสโมสรสมัยก่อนก าลัง






ลลาศกันอยู และได้เห็นภาพเสด็จในกรมฯทางเบื้องพระปฤษฎางค์แว่บหนึ่ง” จากนั้นท่านก็นังมึนงงอยูทีม้านัง




บริเวณนั้น จนกระทังร่งเช้านายแพทย์มาพบท่าน จึงได้ประคองท่านกลับไปทีห้องตามเดิม (ใน อนุสรณ์งานพิธี

ประดิษฐานพระรูปพลเรอเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ที่ต าบลปากน ้าประแสร์

อ าเภอแกลง จังหวัดระยอง วันศุกรที่ 19 ธันวาคม 2512. (2512). หน้า 41.)

130





ความสัมพันธ์พวกพ้องระหว่างกองทัพเรือกับชาวปากน ้าประแส ให้คุณคาความหมายแก่ความ

เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านให้สอดคล้องกับคุณค่าความหมายทีกองทัพเรือเชิดชูพระองค์ และการ


แสดงความเชือศรัทธาอ านาจอทธปาฏิหาริย์ของพระองค์เช่นเดยวกัน กรมหลวงชุมพรฯในฐานะ



วีรบุรษทางวัฒนธรรมจึงได้รับการสถาปนาอย่างมันคงพร้อมความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างกองทัพเรือ


กับชาวปากน ้าประแส ซึงสามารถเห็นได้จากภาพถ่ายศาลเมือ พ.ศ. 2536 โดยพลเรือตรี กรีฑา



พรรธนะแพทย์ข้างต้น ภาพถ่ายนี้แสดงฉากหลังพระรปกรมหลวงชุมพรฯทีประดับด้วยธงชาตไทย


ทางด้านซ้ายกับธงราชนาวีไทยทางด้านขวา และเครื่องหมายราชการของกองทัพเรือไทยรป

สมอเรือคล้องจักรใต้พระมหาพิชัยมงกุฎทีตดอยูทีหน้าจัวของศาล องค์ประกอบเหล่านี้เปนสิ่งบ่ง






บอกความสัมพันธ์ระหว่างกรมหลวงชุมพรฯ กองทัพเรือไทย และชาวปากน ้าประแสผู้เปนเจ้าของศาล


อกทั้งในเวลาตอมา กองทัพเรือได้เข้ามามีบทบาทในการจัดพิธบวงสรวงพระวิญญาณของกรม



หลวงชุมพรฯทีศาลแห่งนี้เปนประจ าทุกป ซึ่งได้ตอกย ้าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองมากขึ้นด้วย




2.2.2 ศาลกรมหลวงชมพรเขตอุดมศักดิ์ ต.หาดทรายร อ.เมืองชมพร

จ.ชมพร

ศาลแห่งนี้เปนศาลกรมหลวงชุมพรฯอกแห่งหนึ่งทีสร้างขึ้นจากความเลื่อมใส



ศรัทธาความศักด์สิทธ์ตอพระองค์โดยข้าราชการของการรถไฟแหงประเทศไทยกับคณะและ



ประชาชนชาวชุมพร จนกระทัง พ.ศ. 2523 เมือกองทัพเรือได้เข้ามามีบทบาทด้วยการน าเรือหลวง


ชุมพรมาประดิษฐานถวายแด่กรมหลวงชุมพรฯตามค าเรียกร้องของประชาชน และให้ความส าคัญ
ี่


ต่อพื้นทีนี้มากขึ้น เนืองด้วยพื้นทีหาดทรายรีเกยวข้องกับข้อเท็จจริงเรื่องพระชนม์ชีพของกรมหลวง

ชุมพรฯโดยตรง และประชาชนท้องถินชุมพรมีความเลื่อมใสศรัทธากรมหลวงชุมพรฯอยูก่อนแล้ว




กองทัพเรือจึงพยายามสร้างประวัตศาสตร์ร่วมกับประชาชนท้องถินและเผยแพร่เรื่องราวพระ
กรณยกิจของกรมหลวงชุมพรฯให้ประชาชนท้องถินเห็นความส าคัญของกองทัพเรือ



ในเรื่องความเปนมาของศาลกรมหลวงชุมพรฯแห่งนี้ พันเอก แสง จุละจาริตต์
อดตผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เล่าประวัตศาลแห่งนี้ครั้งแรกในหนังสือ ที่ระลึกงานสร้าง

1


พระรูปพลเรอเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ น าไปประดิษฐาน ณ หาด


ทรายรี จังหวัดชุมพร (พ.ศ. 2506) ว่า ศาลแรกเริมสร้างขึ้นโดยนายทหารเรือลูกศษย์ของพระองค์



กับผู้เลื่อมใสศรัทธา เนืองจากหาดทรายรีเปนสถานทีสิ้นพระชนม์ของพระองค์ โดยเปนศาลขนาด



เล็กตั้งอยูใต้ต้นหูกวางใกล้กับพื้นทีทีเคยเปนพระต าหนักของพระองค์เมือทรงลาพักตากอากาศใน






1 ในช่วงทีพันเอกสร้างศาลกรมหลวงชุมพรฯใน พ.ศ. 2502 ท่านยังด ารงยศพันตรีและมีต าแหน่งเปน
รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย

131







พ.ศ. 2466 แตศาลนี้ช ารดทรมโทรมลงจากการไม่มีผู้ดูแลและการเดินทางไปเคารพสักการะท าได้
ล าบาก จนกระทัง พ.ศ. 2502 พันเอก แสงกับคณะคนรถไฟ (ครฟ.) ได้เดนทางไปสักการะ ด้วย









ความเลือมใสความศักด์สิทธ์ของพระองค์และทรงเปนเชื้อพระวงศ์ผู้ใหญพระองค์หนงในราชวงศ์
จักรี ท่านกับคณะคนรถไฟจึงตัดสินใจสร้างศาลเคารพสักการะกรมหลวงชุมพรฯหลังใหม่ใน พ.ศ.
2502 และกลับมาซ่อมแซมศาลจากเหตุการณ์มหาวาตภัยแหลมตะลุมพุก พ.ศ. 2505 พร้อมหล่อ


พระรปมาประดษฐานทีศาลแห่งนี้ ตอมาใน พ.ศ. 2515 นายชวน พรพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด
1



ชุมพร ณ เวลานั้น ได้พิจารณาให้สร้างศาลกรมหลวงชุมพรฯอกแห่งบริเวณเชิงเขาใกล้กับศาลเดม


ของพันเอก แสง เพือให้ศาลมีความโดดเดนสง่างาม ศาลแห่งนี้ได้สร้างเสร็จใน พ.ศ. 2516 และมี

2
การประดิษฐานพระรปในอีก 2 ปต่อมา



กองทัพเรือได้เข้ามามีบทบาท ณ ศาลกรมหลวงชุมพรฯแห่งนี้เมือประชาชนจังหวัด


ชุมพรร้องขอเรือหลวงชุมพรน ามาประดษฐานทีศาล เพือเปนอนุสรณ์ระลึกถึงพระองค์ใน พ.ศ.





2518 เนืองจากเรือรบมีชือคล้องกับพระนาม เมือรัฐบาลได้อนุมัตให้ยกเรือหลวงชุมพรให้แก่



ประชาชนใน พ.ศ. 2522 กองทัพเรือจึงท าการตกแตงเรือหลวงชุมพรใหม่ด้วยการตดตั้งอาวุธ

ประจ าเรือกลับคนให้เรือมีรปลักษณ์เหมือนช่วงทียังมิได้ปลดระวาง นอกจากนี้ กองทัพเรือยัง



ประสานงานกับทางจังหวัดชุมพรทั้งในการหาทุนทรัพย์และการประดษฐานเรือบนหาดทรายรี จน
ในทีสุด เรือหลวงชุมพรสามารถประดษฐานทีหาดทรายรีใกล้กับศาลกรมหลวงชุมพรฯหลังเดมได้






ส าเร็จใน พ.ศ. 2523 และมีพิธการส่งมอบเรือให้แก่ประชาชนชาวจังหวัดชุมพรอย่างเปนทางการ

ตอมาใน พ.ศ. 2528 กองทัพเรือได้ร่วมกับจังหวัดชุมพรและการท่องเทียวแห่งประเทศไทยจัดงาน





เทิดพระเกยรตกรมหลวงชุมพรฯขึ้นทีหาดทรายรีครั้งแรกและเปนงานสมโภชน์เรือหลวงชุมพรที ่
3
น ามาถวายแด่พระองค์ด้วยพร้อมกัน

1 คนรถไฟ. (2507). ที่ระลกงานสร้างพระรูป พลเรอเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขต


อุดมศักดิ์. หน้า 20-21.
2 นาวาเอก (พิเศษ) ไชยา เตี้ยมฉายพันธ์; นาวาโท สุริยะ ค าสอน; และ นาวาตรี สุรพงษ์ สุขสงวน.
(2556). พระประวัติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าองภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดม
ศักดิ์ เทิดพระเกียรติ และเผยแพรพระเกียรติคุณเนื่องใน "วันอาภากร" และครบรอบ 90 ป ของการสิ้นพระชนม์


(19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 - 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556). หน้า 377.
3 หลังจากงานเทิดพระเกยรติกรมหลวงชุมพรฯใน พ.ศ. 2528 กองทัพเรือได้เข้ามาสนับสนุนการสร้าง




ศาลกรมหลวงชุมพรฯแห่งใหม่ทีหาดทรายรีในช่วง พ.ศ. 2532-2533 โดยพลเอก ชวลต กับคุณหญง พันธุ์เครือ

ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีและภริยา และมีงานเขียนทีระลึกการสร้างศาลครั้งนี้เก็บรักษาอยูในหอจดหมายเหตุ


แห่งชาติ แต่เนืองด้วยสถานการณ์การยับยั้งการแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ท าให้กรมศิลปากรมีประกาศ

132



































ภาพประกอบ 7 ภาพถ่ายศาลกรมหลวงชุมพรฯศาลล่างทีหาดทรายรี จ.ชุมพร


โดยพลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์เมือ พ.ศ. 2536

ทีมา: พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์. (2537, พฤษภาคม). ภาพชุด “ศาลกรมหลวง

ชุมพรฯ”. ใน นาวิกศาสตร์. 77(5): 33.




พื้นทีหาดทรายรีแรกเริมได้รับการจดจ าจากชาวชุมพรทั้งในฐานะพื้นทีบรรจุ



ความสถานททกรมหลวงชุมพรฯสิ้นพระชนม์และในฐานะพื้นทศักด์สิทธ์ทพระวญญาณของ










พระองค์ยังคงสถิตอยู โดยหนังสือ ที่ระลึกงานสร้างพระรูปฯ จังหวัดชุมพร (พ.ศ. 2506) ได้อธบาย









ความเชือความศรัทธาของชาวชุมพรว่า พื้นทีหาดทรายรีเปนพื้นทีศักด์สิทธ์ทพระวญญาณของกรม




หลวงชุมพรฯยังคงสถิตอยู เนืองจากพระองค์ทรงให้ความส าคัญตอสถานทีนี้ในฐานะสถานที ่


พักผ่อนประจ าในยามทีทรงว่างจากราชการ ภายหลังการสิ้นพระชนม์ ทหารเรือและผู้ทีเลื่อมใส







ปดให้บริการหอจดหมายเหตุแห่งชาติเปนการชัวคราวตั้งแต่วันที 3 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ตาม
พระราชก าหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉน พ.ศ. 2548 ผู้วิจัยจึงไม่สามารถเข้าไปสบค้นหลักฐาน



ข้างต้นได้ และจะศึกษาวิเคราะห์จากหลักฐานเท่าทีสามารถสืบค้นมาได้

133






พระองค์ได้เดนทางมาเคารพสักการะด้วยการสร้างศาลเคารพบูชาพระองค์ทีใต้ต้นหูกวางใกล้กับ

1


ต าแหน่งทีเคยเปนทีตั้งพระต าหนัก
ความศักด์สิทธ์น้ได้รับการตอกย ามากข้นด้วยการสร้างศาลหลังใหม่โดยคณะ





คนรถไฟและเรื่องเล่าการประสบเหตุการณ์อทธปาฏิหาริย์ของคณะคนรถไฟ ซึงประสบปญหาภัย




ธรรมชาตระหว่างการด าเนินการก่อสร้างศาลหลังใหม่เมือ พ.ศ. 2502 และได้พบกับนายเสือ คน



ทรงส่วนพระองค์ของเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯ นายเสือได้บอกฤกษ์ยามวันเวลาในการออกเรือ เมือ
2

คณะคนรถไฟได้ออกเรือตามวันเวลาทีได้รับมา ก็สามารถเดินทางมาถึงหาดทรายรีได้อย่างราบรื่น





ตอมาใน พ.ศ. 2506 คณะคนรถไฟได้ประสบเหตุการณ์อทธปาฏิหาริย์อกครั้ง คอ กรมหลวง

ชุมพรฯทรงประทับทรงเข้าร่างนายสุรัติ รัตนอุดม ผู้ช่วยช่างชั้น 3 แขวงสารวัตรบ ารงทางชุมพร เพือ





ตรัสถามจุดประสงค์ทีคณะคนรถไฟเดนทางมาทีศาลทีหาดทรายรี เมือได้ทรงทราบว่า คณะคน




รถไฟจะมาซ่อมบ ารงรักษาศาลและจะหล่อพระรปพระองค์มาประดษฐานทีศาลแห่งนี้ ก็ทรงพอ

3

พระทัยและเสด็จออกจากร่างนายสุรัต



เมือกองทัพเรือเข้ามาร่วมสร้างพื้นทีอนุสรณ์ทีหาดทรายรีด้วยการน าเรือหลวง


ชุมพรเข้ามาประดษฐาน กองทัพเรือได้พยายามสร้างประวัตศาสตร์ร่วมกับประชาชนชาวชุมพร


ด้วยวิธการทีคล้ายคลึงกับทีปากน ้าประแส นันคอ การน าเสนอพระเกยรตคุณกับคุณสมบัตของ









กรมหลวงชุมพรฯทีท าให้ทรงเปนทีเคารพนับถอในหมูทหารเรือผ่านเรื่องราวพระประวัต และการ





อธบายความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือกับประชาชนท้องถินใหม่



ในการน าเสนอพระเกยรตคุณกับคุณสมบัติของกรมหลวงชุมพรฯ กองทัพเรือมุง



น าเสนอคุณสมบัตและพระเกยรตคุณเกยวข้องกับกิจการทหารเรือเปนหลักผ่านงานเขียนพระ
ี่

ประวัตสองชิ้น ได้แก่ หนังสือ อนุสรณ์การมอบเรือหลวงชุมพร ณ หาดทรายรี จังหวัดชุมพร 27

กันยายน 2523 (พ.ศ. 2523) และหนังสือ พระประวัติโดยสังเขป นายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (พ.ศ. 2528) โดยผลิตซ ้าเรื่องราวแม่บทจากงานเขียนพระประวัตที ่



ผลิตขึ้นก่อนหน้า และขับเน้นคุณสมบัตความเปนทหารเรือนักปฏิรป คุณสมบัตทีได้รับการขับเน้น






มากทีสุดคอ ความทุมเทพระทัยพัฒนาความก้าวหน้าให้แก่กิจการทหารเรือไทย ซึงน าเสนอผ่าน




เรื่องราวการปฏิรปการศึกษาของโรงเรียนนายเรือ, การขอพระราชทานพระราชวังเดมมาตั้งเปน

1 คนรถไฟ. (2506). ที่ระลกงานสร้างพระรูปพลเรอเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดม


ศักดิ์ น าไปประดิษฐาน ณ หาดทรายล จังหวัดชุมพร. หน้า 20

2 แหล่งเดิม. หน้า 22.
3 แหล่งเดิม. หน้า 25-26.

134







โรงเรียนนายเรือ, การฝกหัดนักเรียนนายเรือด้านตาง ๆ, การปรับปรงแก้ไขระเบียบราชการ
ทหารเรือ และการขอพระราชทานพื้นทีสัตหีบให้เปนทีตั้งฐานทัพเรือในอนาคต รวมถึงเกร็ดพระ



ประวัติเรื่องการตั้งแผนกฌาปนกิจทหารเรือ
กองทัพเรือเลือกน าเสนอคุณสมบัตนี้ประสานความร้ความเข้าใจกับชาวชุมพร


เพือโน้มน้าวให้ชาวชุมพรเห็นถึงความส าคัญของกองทัพเรือผ่านคุณสมบัตทีทรงมุงมันพระทัย









สร้างความเจริญแก่กจการทหารเรือและเรื่องราวความส าเร็จในพระกรณยกจด้านนี้ รวมถึงมุงหวัง



ให้ชาวชุมพรยกย่องเชิดชูพระองค์ด้วยความร้ความเข้าใจเดียวกับกองทัพเรือ ตอมาคุณสมบัตกับ




พระเกยรตคุณของพระองค์ในฐานะทหารเรือนักปฏิรปก็ได้รับการตอกย ้ามากขึ้นเมือกองทัพเรือมี


ส่วนร่วมในการจัดงานเทิดพระเกยรตกรมหลวงชุมพรฯทีหาดทรายรี พ.ศ. 2528 โดยจัดแสดง


นิทรรศการพระประวัตและสิ่งของเครื่องใช้ของกรมหลวงชุมพรฯ เรื่องราวพระประวัตทีเผยแพร่ใน


ครั้งนี้ก็ได้ตอกย ้าความส าคัญของกองทัพเรือมากขึ้นด้วยเรื่องราวการศึกษาวิชาการทหารเรือของ
พระองค์ทีประเทศอังกฤษ ซึ่งได้เรียบเรียงขึ้นจากงานเขียนพระประวัติกรมหลวงชุมพรฯโดยพลเรือ

เอก ประพัฒน์ จันทวิรัชในช่วงเวลาเดียวกัน เรื่องราวนี้น าเสนอความพยายามผลักดันของราชการ
ไทยทีจะให้พระองค์ได้ทรงศึกษาวิชาการทหารเรือทีประเทศอังกฤษและความทุมเทพระทัยใน



1
การศึกษาวิชาทหารเรือ ทั้งสองประเดนนี้ได้ขับเน้นความส าคัญของการสร้างความเจริญแก่


กิจการทหารเรือไทยให้มีความก้าวหน้า และอธบายความส าคัญของกองทัพเรือไทยในปจจุบัน

พร้อมกันนี้กองทัพเรือก็พยายามสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างตนเองกับ
ประชาชนชาวชุมพรผ่านพิธการมอบเรือหลวงชุมพรว่า กองทัพเรือกับชาวชุมพรมีความสัมพันธ์แน่น

แฟ้นระหว่างกันมาเปนเวลานานเนืองจากตางนับถอกรมหลวงชุมพรฯเหมือนกันและมีปฏิสัมพันธ์







กันมาโดยตลอด เมือชาวชุมพรประสงค์จะขอเรือหลวงชุมพรมาประดิษฐาน เพือเปนเกยรตประวัต ิ


และอนุสรณ์แด่พระองค์ กองทัพเรือจึงมีความยินดีและด าเนินการมอบเรือตามความประสงค์

ตามปกติทหารเรือมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับชาวจังหวัดชุมพรมานาน เปรียบเสมือนญาติพีน้องอัน



สนิท โดยมีความเคารพนับถอ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบดา


ของกองทัพเรือไทยเช่นเดียวกัน ปหนึ่ง ๆ จะมีทหารเรือผานมาแวะเยียมชาวจังหวัดชุมพรหลายครั้ง

ได้รับการต้อนรับด้วยอัธยาศัยไมตรีอันดีงามมาโดยตลอด ทหารเรือทุกคนจึงซาบซึ้งในน ้าใจของชาว
จังหวัดชุมพรทุกคน ดังนั้นเมือชาวจังหวัดมีความประสงค์จะขอเรือล านี้มาประดิษฐาน ณ บริเวณศาล


1 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน งานเทิดพระเกียรติ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตร
อุดมศักดิ์ 16-22 พฤษภาคม 2528 ณ บริเวณหาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร. (2528).

135




...เพือเปนเกยรติประวัติและเปนอนุสรณ์แด่พระองค์ท่าน...กองทัพเรือจึงมีความยินดีมอบเรือหลวง




1
ชุมพรให้แก่จังหวัดชุมพร...

ค ากล่าวข้างต้นนี้ยังได้แสดงให้เห็นว่า กองทัพเรือมุงหวังให้เรือหลวงชุมพรเปน


สื่อกลางความสัมพันธ์อันดระหว่างตนเองกับชาวชุมพรฯ และเปนอนุสรณ์ทีจะถ่ายทอดพระเกยรต ิ





คุณของกรมหลวงชุมพรฯทีทรงมีตอกองทัพเรือ ให้ชาวชุมพรเห็นความส าคัญของกองทัพเรือ เพือ




ยกสถานะของกองทัพเรือให้เปนทียอมรับในสังคม

เราจะเห็นได้ว่า พื้นทีหาดทรายรีเปนพื้นทีบรรจุความทรงจ าทั้งเรื่องข้อเท็จจริง








ในฐานะสถานทสิ้นพระชนม์ของกรมหลวงชุมพรฯและเรองความศรัทธาความศักด์สิทธ์จากความ




เชือการด ารงอยูของพระวิญญาณ รวมทั้งกรมหลวงชุมพรฯทรงได้รับการสร้างเปนวีรบุรษทาง


วัฒนธรรมมาก่อนหน้า เมือกองทัพเรือประสงค์จะสร้างประวัตศาสตร์ร่วมกับชาวชุมพร กองทัพได้ใช้






วิธการคล้ายคลึงกับทีด าเนินการทีปากน ้าประแส นันคอ การน าเสนอคุณสมบัติความเปนทหารเรือ

นักปฏิรปกับพระเกยรตคุณของกรมหลวงชุมพรฯ สร้างความร้ความเข้าใจร่วมกับชาวบ้าน เพือให้




ชาวบ้านยกย่องเชิดชูพระองค์ด้วยมุมมองเดียวกับกองทัพเรือ และเห็นความส าคัญของกองทัพเรือ



ในฐานะพระกรณยกิจทีพระองค์ทรงทุมเทให้สร้างขึ้นจนส าเร็จ ขณะเดียวกัน กอธบายความผูกพัน








ระหว่างกองทัพเรือกับชาวชุมพรทีด าเนินตอเนืองมาตลอดตั้งแตอดต เพือแสดงความเปนพวกพ้อง

เดยวกัน วิธการข้างต้นนี้ท าให้กรมหลวงชุมพรฯได้รับการสถาปนาขึ้นเปนวีรบุรษทางวัฒนธรรม





อย่างมันคงพร้อมความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือกับชาวชุมพร


การทีกองทัพเรือเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างกรมหลวงชุมพรฯขึ้นเปนวีรบุรษทาง



วัฒนธรรมของประชาชนท้องถินทั้งสองแห่งนี้เปนความพยายามของกองทัพเรือทีจะสร้าง





ประวัตศาสตร์ร่วมกับท้องถินผ่านการนับถอวีรบุรษคนเดียวกัน คอ กรมหลวงชุมพรฯ เราจะเห็นได้



ว่า ท้องถินทั้งสองแห่งได้ริเริ่มสร้างกรมหลวงชุมพรฯขึ้นเปนวีรบุรษทางวัฒนธรรมตั้งแต่แรก ขณะที ่



กองทัพเรือเข้ามามีส่วนสนับสนุนความเชือความศรัทธาของประชาชนท้องถินตามการเรียกร้อง ใน



โอกาสนี้กองทัพเรือหยิบยกคุณสมบัตกับพระเกยรตคุณของกรมหลวงชุมพรฯด้านความเปน


ทหารเรือนักปฏิรปน าเสนอแก่ประชาชน สร้างความร้ความเข้าใจร่วมกันในเรื่องความส าคัญของ

กรมหลวงชุมพรฯต่อกองทัพเรือ โดยมุ่งหวังทีจะให้ประชาชนเห็นคุณค่าของกองทัพเรือและยอมรับ



ในฐานะราชการส าคัญของชาต ขณะเดยวกัน กองทัพเรือก็ผูกสัมพันธ์กับประชาชนท้องถินใหม่


1 อนุสรณ์การมอบเรือหลวงชุมพร ณ หาดทรายรี จังหวัดชุมพร 27 กันยายน 2523. (2523). หน้าค า
กล่าวของประธานในพิธมอบเรือหลวงชุมพรให้จังหวัดชุมพร


136










ด้วยการอธบายถึงสายสัมพันธ์กองทัพเรือกับประชาชนท้องถินมีมาแตอดต เพือสร้างความเปน



พวกพ้องเดยวกัน และโน้มน้าวให้ประชาชนมองกองทัพเรือในแง่ด อกทั้งได้ยอมรับเรื่องราว


อทธปาฏิหาริย์ตาง ๆ เกยวกับกรมหลวงชุมพรฯ โดยมีทัศนคตมองว่า แม้เรื่องราวอทธปาฏิหาริย์

ี่



1


เหล่านี้จะเกินจริง แต่ก็เปนเครื่องสะท้อนถึงความเลื่อมใสศรัทธาทีผู้คนมีต่อพระองค์
อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยได้ตั้งข้อสังเกตว่า กองทัพเรือร่วมน าเสนอเรื่องราวอิทธปาฏิหาริย์



ี่


เกยวกับกรมหลวงชุมพรฯในงานเขียนอนุสรณ์งานพิธประดษฐานพระรปทีปากน ้าประแส พ.ศ.
2512 เพือแสดงถึงการยอมรับความเชือความศรัทธาของชาวปากน ้าประแสทีมีตอพระองค์ และ





สร้างน ้าหนักการโน้มน้าวมากขึ้น แตในงานเขียนอนุสรณ์การมอบเรือหลวงชุมพร พ.ศ. 2523 และ

งานเขียนทีระลึกงานเทิดพระเกยรตกรมหลวงชุมพรฯ พ.ศ. 2528 กองทัพเรือมิได้น าเสนอเรื่อง












อทธปาฏิหาริย์ใด ๆ ทั้งทพื้นทหาดทรายรได้รับการจดจ าในฐานะพื้นทศักด์สิทธ์ตามความเชือของ





ชาวชุมพร เมือพิจารณาถึงบริบททีรัฐส่วนกลางก าลังสร้างอุดมการณ์ของชาตขึ้นใหม่ตั้งแตช่วง




ปลายทศวรรษ 2520 และให้คุณคาตอสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะสถาบันทีสร้างประโยชน์สุข




ต่อสังคม จึงเปนไปได้ว่า กองทัพเรือเลือกน าเสนอคุณสมบัตและพระเกยรตคุณของกรมหลวงชุมพร
ฯให้สอดคล้องกับอุดมการณ์ของชาต เพือจะเริมเชิดชูพระองค์ขึ้นสู่สถานะใหม่คอ วีรบุรษแห่งชาติ







หรือ “พระบิดาของกองทัพเรือไทย” อันเปนพระเกยรติยศทีรับร้แพร่หลายในสังคมไทย









3. การเชดชูกรมหลวงชมพรฯขึ้นเปน “พระบดาของกองทพเรอไทย” ทศวรรษ 2530
ภายใต้บริบทการเมืองใหม่ทีรัฐส่วนกลางสร้างขึ้นเพือยกสถาบันพระมหากษัตริย์ให้


ได้รับการยอมรับในสังคมวงกว้างและสร้างความมันคงแก่สถาบัน กองทัพเรือได้สร้างกรมหลวง


ชุมพรฯให้สอดคล้องบริบทน้และผลักดันให้พระองค์ขึ้นเปน “พระบิดาของกองทัพเรือไทย” ใน พ.ศ.



2536 ทหารเรือได้ใช้ค าว่า “พระบิดา” เปรียบเปรยคุณคาของพระองค์อย่างไม่เปนทางการมา

ตั้งแต่ทศวรรษ 2500 และมิได้มีความหมายตายตัว เช่น เปรียบเปรยพระอัธยาศัยทีทรงรักใคร่คลุก
คลีใกล้ชิดกับทหารเรือผู้น้อยประดุจบิดากับบุตร หรือเปรียบเปรยพระกรณยกิจของพระองค์ทีทรง





ประสบความส าเร็จในการฝกหัดทหารเรือไทยให้มีความร้ความสามารถในการเดนเรือได้เปนครั้ง

แรก เปนต้น จนกระทังใกล้ทศวรรษ 2530 นิยามความหมายของ “พระบิดา” เริมได้รับการนิยาม



ชัดเจนถึงการเปนผู้วางรากฐานกองทัพเรือไทย และได้นิยามชัดเจนเมือกองทัพเรือประกาศเฉลิม


พระเกยรตยศพระองค์ขึ้นเปน “พระบิดาของกองทัพเรือไทย” ใน พ.ศ. 2536 โดยให้ความหมายว่า




1 ส านักงานเลขานุการกองทัพเรือ. (2516, พฤษภาคม). พระประวัติ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวง
ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์. ใน นาวิกศาสตร์. 56(5): 51.

137






พระองค์ “ทรงริเริมวางรากฐานกิจการทหารเรือให้มีความเข้มแข็ง มันคง มีสมรรถภาพ ท าให้
1



กิจการกองทัพเรือมีความเจริญก้าวหน้าเปนทีประจักษ์ทัวไปมาจนทุกวันนี้”

ในการสร้างกรมหลวงชุมพรฯและผลักดันพระองค์ข้างต้น กองทัพเรือได้ใช้วิธการสอง


ประการทีด าเนินไปพร้อมกัน ได้แก่ การเลือกสรรน าเสนอคุณสมบัตของพระองค์ และการสร้าง
ี่

อนุสรณ์สถานระลึกถึงพระองค์เพือถ่ายทอดความร้ความเข้าใจเกยวกับพระองค์

3.1 การปะทะแข่งขันในการเชิดชูวีรบุรษผูก่อตั้งกองทพเรอไทยก่อนทศวรรษ 2530





ในการผลักดันให้กรมหลวงชุมพรฯทรงสามารถขึ้นเปน “พระบิดาของกองทัพเรือ” ได้นั้น

กองทัพเรือเริมสร้างและตอกย ้าการรับร้ตัวตนของพระองค์ในฐานะทหารเรือนักปฏิรปทั้งภายใน


กองทัพเรือเองและต่อสังคม กองทัพเรือจึงด าเนินการเลือกสรรคุณสมบัติของกรมหลวงชุมพรฯทีจะ



น าเสนอตอทั้งภายในกองทัพเรือและในสังคม เพือสร้างความร้ความเข้าใจร่วมกันถึงความส าคัญ




และพระเกยรตคุณของพระองค์ทีทรงมีตอกองทัพเรือ รวมถึงให้สอดคล้องกับบริบททางการเมือง

ณ ช่วงเวลานี้

บริบทการสร้างอุดมการณ์ของชาตขึ้นใหม่เข้ามาก ากับบทบาทและคุณคาของ




สถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะสถาบันทีสร้างคุณประโยชน์ตอประเทศชาตตอเนืองมานับตั้งแต ่


อดต ท าให้กรมหลวงชุมพรฯในฐานะเชื้อพระวงศ์แห่งราชวงศ์จักรีจ าเปนต้องได้รับการให้คุณคา



ใหม่สอดคล้องกับอุดมการณ์นี้ งานเขียนพระประวัตกรมหลวงชุมพรฯโดยกองทัพเรือและงานเขียน

ทีกองทัพเรือมีส่วนร่วมผลิตในช่วงทศวรรษ 2530 จึงพยายามขับเน้นคุณสมบัติความเปนทหารเรือ





นักปฏิรป เช่น พระปรีชาสามารถด้านทหารเรือ, ความมุงมันตั้งพระทัยสร้างความเจริญแก่
ทหารเรือ, ความรักใคร่ห่วงใยทหารเรือ และความรักชาติ พร้อมกันนี้ก็น าเสนอพระทัยของพระองค์
ทีทรงมุ่งหวังสร้างประโยชน์ต่อมวลชนด้วย




วิธการขับเน้นคุณสมบัตทีน ามาใช้ในงานเขียนพระประวัตโดยกองทัพเรือช่วงเวลานี้

มีอย่างน้อยสามประการ ประการแรกคอ การผลิตซ ้าเรื่องราวพระกรณยกิจด้านกิจการทหารเรือ


จากงานเขียนพระประวัตก่อนหน้า โดยด้านหนึ่งน าเสนอเรื่องราวแม่บทความเปลี่ยนแปลงของ






กิจการทหารเรือไทยจากกิจการทีชาวตางชาตเปนผู้ด าเนินการไปสูกิจการทีด าเนินการโดย


นายทหารเรือไทย และอธบายถึงพระปรีชาสามารถกับพระเกยรตคุณของกรมหลวงชุมพรฯทีทรง



วางรากฐานกิจการทหารเรือหลายด้าน และท าให้กิจการทหารเรือไทยมีความเจริญก้าวหน้า


1 พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์. (2537). นานไปเขาไม่ลืม...วันอาภากร. ใน อนุสรณท่านหญิงเริง.
หน้า 355.

138










ทัดเทียมนานาชาต เพือแสดงพระเกยรตคุณทีทรงมีตอกองทัพเรือไทยและสะท้อนถึงความส าคัญ
ของกองทัพเรือทีมีต่อประเทศชาต ิ

ตัวอย่างเช่น ในบทความเรื่อง “เกร็ดพระประวัติพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรม


หลวงชุมพรเขตรอุดมศักด์” โดยกองบรรณาธการวารสารนาวกศาสตร์ ตพิมพ์ลงในวารสาร นาวิก





ศาสตร์ ปที 74 ฉบับเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2534 ได้ยกเรื่องราวพระกรณยกิจด้านทหารเรือขึ้นเปน

หัวเรื่องเฉพาะและน าเสนอเรื่องราวแม่บทความเปลี่ยนแปลงของกิจการทหารเรือไทยจากกิจการที ่




จ าเปนต้องจ้างชาวตางชาตไปสูกิจการทีด าเนินการโดยนายทหารเรือไทย โดยอธบายเหตุแห่ง



ความส าเร็จนี้มาจากการปฏิรปของกรมหลวงชุมพรฯที “พระองค์ได้ทรงวางระเบียบแบบแผนต่าง ๆ

ของทหารเรือ ปรับปรงวิชาการฝายทหารเรือ และวิชาช่างกลให้เจริญมากขึ้น และทรงจัดการศึกษา



ทางยุทธศาสตร์ และยุทธวิธกระบวนรบ จนนายทหารเรือไทยมีความร้ความช านาญสามารถเปน



ผู้บังคับบัญชาทหารและเปนครได้” อกทั้งพระองค์ทรงแสดงวิสัยทัศน์เลือกสัตหีบเปนทีตั้งฐาน

1




ทัพเรือ และขอพระราชทานพื้นทีนี้จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปรีชาสามารถ

ของพระองค์ด้านวิสัยทัศน์นี้เปนทีประจักษ์เมือสหรัฐอเมริกาได้เลือกสัตหีบเปนฐานส่งก าลังบ ารง





และขอสร้างสนามบินทอู่ตะเภา


นอกจากความส าเร็จในด้านพระกรณยกิจแล้ว พระอัธยาศัยของกรมหลวงชุมพรฯที ่
ทรงมีตอทหารเรือก็ได้รับการขับเน้นด้วย พระอัธยาศัยทีได้รับการหยิบยกขึ้นมาคอ ความรักใคร่




ห่วงใยทีทรงมีตอทหารเรือ และการไม่ถอพระองค์อยูเหนือกว่าทหารเรือผู้อน โดยส่วนหนึ่งผลิตซ ้า






หรือขยายความจากเรื่องราวพระประวัตบางเรื่องทีเคยเผยแพร่ในงานเขียนก่อนหน้า เช่น เรื่องการ



ตั้งแผนกฌาปนกจทหารเรอน าเสนอพระด าริททรงให้ความส าคัญตอศักด์ศรของทหารเรอทควร








ได้รับเท่าเทียมกับกองทัพเหล่าอน โดยทรงตั้งแผนกฌาปนกิจนี้ขึ้นและบริจาคเงินสนับสนุนเพือจัด









พิธศพแก่ทหารเรือทีเสียชีวิตให้ได้รับการยกย่องเกยรตยศ และเรื่องการฝกหัดทหารเรือทีบางพระ




น าเสนอพระอัธยาศัยของพระองค์ทีไม่ทรงถอพระองค์ โดยทรงโปรดให้ชาวบ้านบางพระปฏิบัตตอ





พระองค์เช่นเดียวกับทหารเรือคนอน เมือทรงรับข้าวห่อจากชาวบ้าน ก็ทรงน ามารวมกับข้าวห่ออน ๆ

ทีทหารเรือได้รับมา และเลือกหยิบด้วยพระองค์เอง รวมทั้งพระองค์ทรงแสดงความเปนกันเองกับ


1 กองบรรณาธการวารสารนาวิกศาสตร์. (2534, พฤษภาคม). เกร็ดพระประวัติพลเรือเอก พระเจ้า

บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์. ใน นาวิกศาสตร์. 74(5): 6.


Click to View FlipBook Version