พระบรมราโชวาท
“...การปฏิบัติงานทั้งใหญ่น้อย ทุกประเภท ทุกสาขา จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยส่วนความรู้สึก
นึกคิด เข้าประกอบเกื้อกูลด้วยเสมอ. ท่านทั้งหลายจะต้องทำการงานต่อไปอีกมากมายตลอดชีวิต
ขอให้พยายามขัดเกลานิสัยจิตใจให้เข้มแข็ง สุจริตเที่ยงตรง มีศรัทธาและคุณสมบัติของนักปฏิบัติงาน
พร้อมสมบูรณ์ แล้วท่านจะสามารถปฏิบัติภาระหน้าที่ทุกอย่าง ให้บรรลุผลสำเร็จได้อย่างดีเลิศ
สมความประสงค์...”
พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันเสาร์ ที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๓๖
บรรณาธิการ แถลง
สวัสดีครับ
ท่านสมาชิกฯ และผู้อ่านทุกท่าน ในเดือน
มิถุนายน ๒๕๕๙ รัฐบาลได้จัดกิจกรรม
เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ ๗๐ ปี ๙ มิถุนายน
๒๕๕๙ เพื่อให้คนในชาติได้แสดงความจงรักภักดีโดยพร้อมเพรียงกัน และร่วมจัด
กิจกรรมเผยแพร่พระเกียรติคุณไปยังนานาประเทศด้วย ทั้งนี้ สำนักงานปลัด
สำนักนายกรัฐมนตรีได้เผยแพร่ตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ
๗๐ ปี ๙ มิถุนายน ๒๕๕๙ แบบที่ ๒ ขอความร่วมมือจากส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมประดับธงตรา
สัญลักษณ์ฯ และขอเชิญชวนหน่วยงานและกำลังพลกองทัพเรือทุกท่านได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีในโอกาสมหามงคลนี้
สำหรับในฉบับเดือนมิถุนายนนี้ มีบทความที่สำคัญได้แก่ เรือหลวงกระบี่ : กว่าจะมีถึงวันนี้ ของ พลเรือเอก วีรวัฒน์
วงษ์ดนตรี ซึ่งได้กล่าวถึงความยากลำบากความอุตสาหะของผู้ที่เกี่ยวข้องและเบื้องหลังการสร้างเรือที่กองทัพเรือไทยเป็น
ผู้สร้างขึ้นเองและเป็นเรือที่มีความยาวถึง ๙๐.๕๐ เมตร เพื่อใช้เป็นบทเรียนในการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งในอนาคต
สำหรับบทความเรื่อง ไทยในมหาเอเชียบูรพา ๗๐ ปี ของการสิ้นสุดสงคราม ตอนที่ ๑ ของ พลเรือเอก กฤษฎา เฟื่องระบิล
เป็นบทความที่กล่าวถึงสถานการณ์ในห้วงระยะเวลาต่าง ๆ ทั้งสถานการณ์ขณะเกิดสงคราม และภายหลังการสิ้นสุดสงคราม
รวมทั้งได้กล่าวถึงการปฏิบัติการของเรือรบไทยเมื่อญี่ปุ่นกำลังบุกไทย การตัดสินใจของผู้นำไทยในขณะนั้น และบทความ
เรื่อง คลองไทย กับ สปช. ของ พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ท่านได้เขียนถึงการที่ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้า
โปรดกระหม่อมให้เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๗ ได้นำผลไปศึกษาโครงการสร้าง
คลองเชื่อมระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย ณ บริเวณภาคใต้ของประเทศไทยมาเสนอต่อท่านสมาชิกฯ
เพื่อทราบในการพิจารณาในหลายองค์ประกอบและปัจจัยที่สภาปฏิรูปแห่งชาติได้พิจารณา
ภายในเล่มยังมีบทความและคอลัมน์ประจำอื่น ๆ ที่น่าติดตามเช่นเคย พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีครับ....
น.อ.
(อารัญ เจียมอยู่)
บรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์
วันบริพัตร
๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๙
วันบริพัตรพร้อม มโนน้อมมาเนิ่นนาน
ชื่นชมพระเชี่ยวชาญ ทุกเชิงเชาวน์ พระช่ำชอง
ทรงศึกษาพร้อมสรรพ์ เยอรมัน ธ สนอง
นายร้อยอันเรืองรอง พระสำเร็จไม่โรยรา
พระเช่นหลักชัยชาติ ทรงผุดผาดดั่งภูผา
มั่งคงแต่ละครา รั้งตำแหน่งอยู่นานเนา
อภิรัฐมนตรี เสนาบดีไม่อับเฉา
วางฐาน ทร. เรา ทุ่มเทเอาอย่างเหลือเกิน
๑๗ ปีทรงปรับ ระเบียบสรรพน่าสรรเสริญ
ดุริยางค์จำเริญ ตั้งคลังแสงทหารเรือ
การแพทย์ สูทกรรม พระทรงทำไม่ขาดเหลือ
ปรับปรุงการเห่เรือ และสร้างเรือราชพิธี
พระบิดาเพลงไทยเดิม นิพนธ์เสริมสมศักดิ์ศรี
ทรงเตรียมเรื่องดนตรี จนโดดเด่นพระโด่งดัง
เถลิงศกเลิศล้น ทรงนิพนธ์แต่หนหลัง
เพลงไทยเพลงฝรั่ง ยังซาบซ่านผ่านเวลา
สนับสนุนการต่อตั้ง จัดที่นั่งร่วมปรึกษา
ราชนาวิกสภา จนก้าวหน้ามายาวนาน
ขอพระสถิตที่ พิมานศรีเกษมศานต์
ทร. ขอกราบกราน น้อมบูชาชั่วฟ้าดิน.
นาวาเอก ธรรมนูญ วิเศษสิงห์
ร้อยกรอง
คุยกับกองบรรณาธิการฯ
สวัสดีค่ะ ท่านสมาชิกฯ และผู้อ่านที่รักทุกท่าน คุยกับกองบรรณาธิการฯ พบกันเป็นประจำ สำหรับเดือนมิถุนายนนี้
มีวันสำคัญที่ปวงชนชาวไทยต่างน้อมใจรำลึกในพระเมตตาธิคุณและพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร
มหาอานันทมหิดล โดยถือเอาวันที่ ๙ มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันอานันทมหิดล” เนื่องจากเป็นวันเสด็จสวรรคต เมื่อ
วันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๙
และในเดือนมิถุนายนเป็นเดือนมหามงคลอีกวาระหนึ่งในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราช
สมบัติครบ ๗๐ ปี ซึ่งทุกหมู่เหล่าต่างร่วมแสดงความจงรักภักดีจัดกิจกรรมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็น
ที่เคารพสักการะ ในโอกาสนี้นิตยสารนาวิกศาสตร์ประจำเดือนนี้ ได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านลงพิมพ ์
บนปกนิตยสารนาวิกศาสตร์ พร้อมด้วยตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส
มหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ ๗๐ ปี ๙ มิถุนายน ๒๕๕๙ แบบที่ ๒ พร้อมความหมายตราสัญลักษณ์งาน
เฉลิมพระเกียรติฯ ลงพิมพ์บนปกหลัง ในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ รัฐบาลจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อให้คนในชาติได้แสดงออกถึงความตระหนัก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
พร้อมกับเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมใจกันร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และขอความร่วมมือจากส่วนราชการ
ภาคเอกชนและประชาชนร่วมประดับธงตราสัญลักษณ์ฯ ได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๐
ท้ายนี้ ขอทุกท่าน “จงพบแต่สิ่งดีงาม” พบกันใหม่ในเดือนต่อไปค่ะ
กองบรรณาธิการฯ
สารบัญ
นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท พิเชฐ ตานะเศรษฐ
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี บุญเรือง หอมขจร
กรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท รัตนะ วงษาโรจน์
พลเรือตรี ศาสตราจารย์มนต์ชัย กาทอง
พลเรือตรี สมหมาย วงษ์จันทร์
พลเรือตรี ทิวา ดาราเมือง
พลเรือตรี สมชาย ณ บางช้าง
พลเรือตรี สมประสงค์ นิลสมัย
พลเรือตรี อาทร เคลือบมาศ
พลเรือตรี โสภณ รัตนสุมาวงศ์
พลเรือตรี สุรวิทย์ อาษานอก
พลเรือตรี สุทธิไชย รังสิโรดม์โกมล
พลเรือตรี วินัย มณีพฤกษ์
พลเรือตรี ทรงวุฒิ บุญอินทร์
กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา
นาวาเอก อารัญ เจียมอยู่
เหรัญญิกราชนาวิกสภา
เรือเอก สานิตย์ ชัยมีเขียว
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา
พลเรือโท นฤดม ชวนะเสน
พลเรือโท เจียมศักดิ์ จันทร์เสนา
พลเรือตรี จักรกฤษณ์ เสขะนันทน์
นาวาเอก ธเนศ อินทรัมพรรย์
นาวาเอก ชวิช วงษ์รัตน์
บรรณาธิการ
นาวาเอก อารัญ เจียมอยู่
ผู้ช่วยบรรณาธิการ ๖
นาวาเอกหญิง ชัญญา ศิริพงษ์
ประจำกองบรรณาธิการ
นาวาเอก ทรงฤทธิ์ ฉัตรเงิน
นาวาเอก ธรรมนูญ วิเศษสิงห์ บทความ
นาวาเอก ธาตรี ฟักศรีเมือง
นาวาเอก โกศล อินทร์อุดม
นาวาโทหญิง ปานะรี คชโคตร ๖ เรือหลวงกระบี่ : กว่าจะมาถึงวันนี้
นาวาโทหญิง จิฑาพัชญ์ ราษฎร์นิยม พลเรือเอก วีรวัฒน์ วงษ์ดนตรี
นาวาโทหญิง ศรุดา พันธุ์ศรี ๒๔ ไทยในมหาเอเซียบูรพา ๗๐ ปี ของการสิ้นสุดสงคราม ตอนที่ ๑
นาวาตรีหญิง กมลชนก ศิริสุนทร พลเรือเอก กฤษฎา เฟื่องระบิล
เรือโทหญิง นิพัฒน์ เพชรศิริ
เรือโท เกื้อกูล หาดแก้ว ๔๑ ๘๔ ปี ..แห่งความภาคภูมิใจ ของ... “ฐานทัพเรือกรุงเทพ” ...
เรือตรี ขจรศักดิ์ กระทุ่มแก้ว ฐานทัพเรือกรุงเทพ
สำนักงานราชนาวิกสภา
ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย ๔๖ คลองไทย กับ สปช.
กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒ พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก
๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘
s ส่งข้อมูล/ต้นฉบับได้ที่ [email protected]
s อ่านบทความเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ WWW.RTNI.ORG
คลังความรู้
คู่ราชนาวี
คอลัมน์ประจำ
๑ บรรณาธิการแถลง
๔ คุยกับกองบรรณาธิการฯ
๕ ภาพในอดีต
๖๑ ข่าวนาวีรอบโลก
๖๔ นานาสาระ
๖๖ A Mixed Bag of English
๖๘ พจนานุกรมศัพท์ชาวเรือ
๒๔ ๗๐ สุขภาพนาวี
๗๒ เกร็ดความรู้ด้านศาสนพิธี
๗๓ ภาพกิจกรรมกองทัพเรือ
๘๑ ประทีปธรรม
๘๒ บันทึกไว้ในราชนาวี
๘๔ กฎหมายใกล้ตัว
๘๖ การฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี
๘๘ มาตราน้ำ เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๙
เวลาดวงอาทิตย์ - ดวงจันทร์ ขึ้น - ตก
๔๖ เดือนกรกฎาคม - สิงหาคม ๒๕๕๙
๙๓ เรื่องเล่าชาวเรือ
ปกหน้า พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙
ปกหลัง ตราสัญลักษณ์ งามเฉลิมพระเกียรติพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาศมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ครบ ๗๐ ปี
๙ มิถุนายน ๒๔๕๙ แบบที่ ๒
ในปกหน้า... พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในปกหลัง... ptt GLOBAL CHEMICAL
จัดพิมพ์โดย... กองโรงพิมพ์ กรมสารบรรณทหารเรือ
เจ้าของ... ราชนาวิกสภา
ผู้โฆษณา... นาวาเอก อารัญ เจียมอยู่
ข้อคิดเห็นในบทความที่นำลงนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นของผู้เขียน มิใช่ข้อคิดเห็นหรือนโยบายของหน่วยงานใดของรัฐและมิได้ผูกพันต่อทางราชการแต่อย่างใด
ได้นำเสนอไปตามที่ผู้เขียนให้ความคิดเห็นเท่านั้น การกล่าวถึงคำสั่ง กฎ ระเบียบ เป็นเพียงข่าวสารเบื้องต้น เพื่อประโยชน์แก่การค้นคว้า...
ภาพในอดีต
เรือโทหญิง ชุติมา ฤกษ์งาม
ในสมัยก่อนนั้นการสร้างป้อมไว้สำหรับป้องกันข้าศึกศัตรูมีอยู่ด้วยกัน ๓ แบบ คือ ป้อมบนกำแพงพระราชวัง
ป้อมรักษาเมืองทางบก และป้อมที่ใช้รักษาเมืองทางน้ำ สำหรับป้อมที่ใช้รักษาเมืองทางน้ำนั้น ปรากฏหลักฐานใน
พงศาวดารว่า ได้มีการสร้างป้อมขึ้นครั้งแรกในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตามคำกราบบังคมทูลของ
เจ้าพระยาสมุหนายกว่า “เมืองพิษณุโลกเป็นหัวเมืองใหญ่ฝ่ายเหนือ และที่ทางซึ่งจะรับราชศัตรู เมื่อจะมีมานั้น เห็นมิสู้
มั่นคงและจะขอพระราชทานให้ก่อป้อมใหญ่ไว้สำหรับเมือง อนึ่งฝ่ายข้างปากใต้เล่า ขอให้ก่อป้อมใหม่ไว้ ณ เมืองธนบุรี
ทั้งสองฟากน้ำและทำสายโซ่อันใหญ่ขึงขวางน้ำตลอดถึงกันทั้งสองฝั่งฟากสำหรับจะป้องกันอรินทรราชไพรีจะมีมาทาง
ทะเล...ฯลฯ” สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงเห็นชอบด้วย โปรดให้เจ้าพระยาวิชเยนทร์ เป็นแม่กองก่อป้อมจนแล้วเสร็จ
สำหรับป้อมรักษาเมืองทางน้ำนี้เท่าที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน คือ ป้อมวิชัยประสิทธิ์ บริเวณพระราชวังเดิม ธนบุรี ปัจจุบันอยู่ใน
ความดูแลรักษาของกองทัพเรือ
ไม่ว่าเราจะมีมาตรการการป้องกันการรุกรานของข้าศึกอย่างเข้มแข็งเพียงไรก็ตาม แต่ถ้าคนในชาติเดียวกันเกิดการ
ทะเลาะแตกความสามัคคีกันแล้ว ความเป็นไทยของเราก็จะถูกทำลายลงได้ ดังมีผู้กล่าวว่า ชาติที่เป็นคอมมิวนิสต์มีภูมิหลัง
มาจากความแตกแยก อดอยากยากแค้น แต่ชาติไทยของเราเป็นชาติที่อุดมสมบูรณ์เพียงแต่เราช่วยกันรักษาความสามัคคี
เท่านั้น ก็ไม่มีใครจะมาทำลายชาติไทยเราลงได้
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ ๕
เรือหลวงกระบี่ : กว่าจะมาถึงวันนี้
พลเรือเอก วีรวัฒน์ วงษ์ดนตรี
6 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
ใ นห้วงเวลา ๓ ถึง ๔ ปี ที่ผ่านมา เรือรบเข้าร่วมในพิธีนั้น กล่าวกันว่าเป็นพิธีสวนสนาม
ผู้อ่านเกือบทุกท่านคงทราบว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทางเรือที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของโลก ราชนาวีไทยได้ส่ง
พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯให้มีการแสดงโขน เรือหลวงกระบี่ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ที่กรมอู่ทหารเรือ
เรื่องรามเกียรติ์ ตอนต่าง ๆ ที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติ สร้างขึ้นเข้าร่วมในพิธีนี้ พลเรือตรี จุมพล ลุมพิกานนท์
(การแสดงนี้คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า โขนพระราชทาน) (ยศ ในขณะนั้น)เป็นผู้บังคับการหมู่เรือ เล่าว่า ทหารเรือ
เป็นประจำทุกปี ผู้ที่ได้เข้าชมเป็นติดอกติดใจ เกิดความสุข ทุกคนที่เข้าร่วมพิธีอันมีเกียรตินี้ มีความภาคภูมิใจมาก
ที่ได้เห็นการแสดงที่เป็นศิลปะชั้นสูงของประเทศ เพราะเรือหลวงกระบี่มีความสง่างาม มีขนาดเหมาะสม
ผู้เขียนเชื่อเป็นอย่างมากว่า ในบรรดาผู้เข้าชม สำหรับการแล่นในกระบวน ที่ประกอบด้วยเรือรบ
การแสดง โขนพระราชทานนั้น ส่วนใหญ่ไม่ทราบเลยว่า จากกองทัพเรือต่าง ๆ ที่เข้าร่วมในพิธี หลังจากเสร็จพิธีแล้ว
กว่าการแสดง จะปรากฏเป็นที่ชื่นชอบด้วยกล่าวมาแล้ว เรือหลวงกระบี่ได้เข้าเทียบท่าเพื่อให้คนไทยที่อาศัยอยู่
คณะผู้เตรียมการ และคณะผู้จัดการด้านต่าง ๆ ประสบกับ ในเมืองซิดนีย์ขึ้นเยี่ยมชม คนไทยทุกคนเมื่อทราบว่า
ความเหนื่อยยาก ต้องเอาชนะความลำบากทั้งที่ กองทัพเรือไทยเป็นผู้สร้างเรือลำนี้ขึ้นเอง ก็ทั้งแสดง
เป็นอุปสรรค และสิ่งที่จำเป็นที่ต้องดำเนินการ เริ่มตั้งแต่ ความประหลาดใจ และการให้ความชื่นชมมากยิ่งขึ้น
การตัดเย็บเสื้อผ้าชุดของผู้แสดงที่มีความวิจิตร เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่เคยทราบมาก่อนว่า
การสร้างหัวโขนนี้ต้องใช้ความชำนาญสูง การประดิษฐ์ กองทัพเรือไทยสามารถสร้างเรือรบขึ้นใช้เอง และยังเป็น
ท่าเต้นและท่ารำ การทำฉากให้ดูวิจิตรพิสดารน่าดู เรือที่มีความยาวถึง ๙๐.๕๐ เมตร อีกด้วย การที่
การซ้อม ผู้แสดงที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก การเตรียมการ กองทัพเรือพิจารณาจัดเรือหลวงกระบี่ไปเข้าในพิธี
ด้านเพลงที่ใช้ทั้งนักร้องและนักดนตรี ฯลฯ เมื่อนึก สวนสนามทางเรือที่กล่าวมานั้น เนื่องจากเรือหลวงกระบี่
พิจารณาเช่นนี้แล้ว จะยิ่งเห็นคุณค่าของการแสดงโขน เป็นเรือรบที่บริษัทเอกชนร่วมกับฝ่ายช่างของกองทัพเรือ
เป็นอย่างมาก สร้างขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา
ในปี พ.ศ.๒๕๕๔ นอกจากนี้เรือหลวงกระบี่ยังเป็น
เรือรบขนาดใหญ่ที่มีระบบอำนวยการรบที่ทันสมัย
การไปเข้าร่วมในพิธี ที่ชาวทหารเรือไทยเรียกว่า
“เป็นการไปอวดธง” ทำให้กองทัพเรือของประเทศอื่น
ที่เข้าร่วมในการสวนสนามประจักษ์ในความสามารถ
ของคนไทย ที่สามารถสร้างเรือขนาดใหญ่เช่นนี้
ในความคิดเห็นของผู้เขียน เรือรบลำนี้ มีขนาด
และรูปร่างสง่างามอย่างแท้จริง และยังมีสมรรถนะสูง
ตามที่พลเรือโท จุมพล ฯ ได้ระบุเอาไว้ ทหารเรือไทย
เรือหลวงกระบี่ในอ่าวเมือง SYDNEY AUSTRALIA
ทุกนายที่ได้เห็นเรือรบลำนี้ต่างก็ออกปากชื่นชม
เมื่อเดือน ตุลาคม ปี พ.ศ.๒๕๕๖ กองทัพเรือ แต่ผู้เขียนเองเชื่อว่าส่วนใหญ่แล้วเกือบไม่มีผู้ใดนึกถึง
ออสเตรเลียได้จัดให้มีการสวนสนามทางเรือนานาชาติ ความยากลำบาก และความอุตสาหะของผู้เกี่ยวข้องกับ
มีชื่อว่า International Fleet Review 2013 การสร้างเรือในโครงการนี้ ว่ามีมากเพียงใด เปรียบเสมือน
ในเมืองซิดนีย์ กองทัพเรือของประเทศต่าง ๆ ได้ส่ง ผู้ที่ชื่นชมกับโขนพระราชทานจะนึกไม่ถึง
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 7
ความยากลำบาก และความอุตสาหะของผู้เกี่ยวข้องกับ มาอีกที” แล้ววางหู การที่เจ้ากรมอู่ทหารเรือนิ่งคิดก่อน
การแสดงโขนที่สวยงาม สิ่งนี้จึงเป็นเหตุจูงใจให้นำเสนอ ที่จะตอบคำถามของผู้บัญชาการทหารเรือนั้น
ผลงานของผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างเรือหลวงกระบี่ ได้คิดถึงขนาดของเรือหลวงปัตตานี ที่เป็นเรือประเภท
ในบทความชิ้นนี้ ตรวจการณ์ไกลฝั่ง เพิ่งเดินทางกลับมาจากสาธารณรัฐ
ประชาชนจีน และนึกถึงพื้นที่ของกรมอู่ทหารเรือ
รับโทรศัพท์ ๓ แห่ง ซึ่งอาจจะสามารถใช้สำหรับสร้างเรือตรวจการณ์
บ่ายวันหนึ่งในช่วงปลายปี พ.ศ.๒๕๔๙ โทรศัพท์ ไกลฝั่งได้ คือ พื้นที่อู่ทหารเรือธนบุรีในกรุงเทพมหานคร
ั
ั
ุ
ในห้องทำงานเจ้ากรมอู่ทหารเรือดังขึ้น ขณะที่เจ้ากรมอู่ พื้นที่อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า จงหวดสมทรปราการ
ทหารเรือกำลังพิจารณาลงนามในเอกสารต่าง ๆ ในแฟ้ม และพื้นที่อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช ที่อำเภอสัตหีบ
หลาย ๆ แฟ้ม ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงาน ผู้ที่โทรศัพท์เข้ามา จังหวัดชลบุรี
คือนายทหารธุรการหน้าห้องของเจ้ากรมอู่ทหารเรือ เรือหลวงปัตตานีเป็นหนึ่งของเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง
แจ้งเจ้ากรมอู่ทหารเรือว่า “ผู้บัญชาการทหารเรือ ๒ ลำ ที่กองทัพเรือว่าจ้างให้อู่ต่อเรือในสาธารณรัฐ
อยู่ในสายค่ะ” เมื่อเจ้ากรมอู่ทหารเรือรับโทรศัพท์แล้ว ประชาชนจีนสร้างขึ้น เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ลำที่ ๒
ผู้บัญชาการทหารเรือได้กล่าวทักทายสั้น ๆ แล้ว ในชุดนี้ชื่อเรือหลวงนราธิวาส เรือทั้งสองลำมีรูปร่าง
ถามคำถามที่สำคัญมากสำหรับเจ้ากรมอู่ทหารเรือว่า และขีดความสามารถเหมือนกันทุกประการ กล่าวคือ
“กรมอู่ทหารเรือนี่สามารถต่อเรือ OPV ได้ไหม” (OPV มีระวางขับน้ำ ๑,๗๕๐ ตัน และมีความยาวประมาณ
เป็นคำย่อมาจาก Offshore Patrol Vehicle ๑๑๐ เมตร ใช้เวลาสร้าง ๒ ลำ รวมกันประมาณ ๓ ปี
ทหารเรือไทย แปลว่า เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง) เจ้ากรม เรือหลวงทั้งสองลำเดินทางกลับถึงประเทศไทย
อู่ทหารเรือนิ่งไปชั่วขณะ แล้วจึงตอบด้วยความมั่นใจว่า ในปี พ.ศ.๒๕๔๙
“ได้ครับ ได้แน่นอน” ท่านผู้บัญชาการทหารเรือ
พูดต่อไปว่า “แล้วจะให้ฝ่ายอำนวยการติดต่อให้ข้อมูล สร้างเรือที่ไหนจึงจะเหมาะสม
หลังจากการสนทนาระหว่างผู้บัญชาการทหารเรือ
และเจ้ากรมอู่ทหารเรือผ่านไปไม่นาน หน่วยงาน
ฝ่ายอำนวยการของกองทัพเรือก็ทยอยส่งข้อมูล
ความต้องการเกี่ยวกับคุณลักษณะของ เรือตรวจการณ์
ไกลฝั่งมาให้กรมอู่ทหารเรือ ข้อมูลที่ทยอยส่งมา
ในแต่ละครั้งมีรายละเอียดไม่มาก ผู้เกี่ยวข้องของ
กรมอู่ทหารเรือ จึงต้องนำข้อมูลมา วิเคราะห์และ
เริ่มการคำนวณสำหรับการออกแบบในระดับหลักการ
และปรับปรุงแบบไปตามความต้องการที่ทยอยเพิ่มเข้ามา
เป็นส่วน ๆ ในเวลาต่อมา หลังจากที่เริ่มมองเห็นภาพ
ในจินตนาการว่า เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ที่จะสร้างขึ้น
ใหม่นี้ มีขนาดและหน้าตาเป็นอย่างไร แต่คำถาม
ที่ต้องการข้อตกลงใจในลำดับแรก ก็คือ กรมอู่ทหารเรือ
เรือหลวงปัตตานี จะสร้างเรือลำนี้ที่ใด คณะผู้บริหารได้ทำการพิจารณา
8 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
โดยพิจารณาจากขนาดของ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ไม่เปิด ให้เรือรบผ่านอีกแล้ว เนื่องจากส่วนต่ำสุด
ชุดเรือหลวงปัตตานีที่เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ได้ทราบ ของสะพานพุทธยอดฟ้าสูงจากแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ
จาก พลเรือตรี วิทยา ละออจันทร์ อดีตประธาน ๗.๙๐ เมตร เท่านั้น เรือรบที่สร้างที่อู่ทหารเรือธนบุรี
กรรมการตรวจการจ้าง กล่าวคือเรือมีความยาว จึงต้องถอดโครงสร้างด้านบน (หรือ Superstructure)
ประมาณ ๑๑๐ เมตร ระวางขับน้ำ ๑,๗๕๐ ตัน มาเป็น ออก และกรมอู่ทหารเรือต้องทำให้ลำตัวเรือ ตั้งแต่ดาดฟ้า
จุดตั้งต้น สถานที่ที่เป็นตัวเลือก คือ อู่ทหารเรือธนบุรี Main Deck ลงไปจนถึงกระดูกงูเรือกินน้ำลึกให้มากที่สุด
กรุงเทพมหานคร อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า แล้วจูงส่วนนี้ของเรือไปประกอบกับ Superstucture
จังหวัดสมุทรปราการ และอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช ที่อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ
ที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ต่อจากนั้นจึงสร้างเรือต่อไปจนเสร็จที่นั่น โดยสรุปแล้ว
อู่ทหารเรือธนบุรี เป็นอู่เก่าแก่ ในอดีตเป็นที่ตั้ง การใช้อู่ทหารเรือธนบุรี เป็นสถานที่สร้างเรือตรวจการณ์
ของกองบังคับการอู่ทหารเรือด้วย พระบาทสมเด็จ ไกลฝั่ง จึงไม่เหมาะสม เรือรบที่ใหญ่ที่สุดที่เคยสร้างที่
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาเปิด อู่ทหารเรือ ธนบุรี ได้แก่ เรือหลวงล่องลม และเรือหลวง
อู่หลวงแห่งนี้เมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ.๒๔๓๓ ศรีราชา ที่มีระวางขับน้ำอยู่ในช่วง ๕๓๐ ถึง ๖๐๐ ตัน
(ชาวกรมอู่ทหารเรือถือเอาวันที่ ๙ มกราคม เป็นวัน
คล้ายวันสถาปนามาจนถึงปัจจุบัน) อู่ทหารเรือธนบุรี
มีอู่แห้ง ๒ อู่ ลักษณะของอู่แห้งทั้ง ๒ อู่ มีพื้นที่ใช้งาน
ที่ขอบอู่ทั้ง ๔ ด้านไม่มาก และนอกจากยังล้อมรอบด้วย
อาคารโรงงานหลายหลังที่มีอายุหลาย ๑๐ ปี รวมทั้ง
โบสถ์วัดวงศมูลวรวิหาร อู่แห้งหมายเลข ๑ เท่านั้น
ที่ใช้สร้างเรือได้ เพราะมีปั้นจั่น หรือ Crane สำหรับ
ยกอุปกรณ์หนัก อู่ทหารเรือธนบุรีเคยสร้างเรือรบ
ให้กองทัพเรือเป็นระยะ ๆ โครงการที่สำคัญ คือ
เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุด เรือ ต.๙๑ จำนวน ๙ ลำ
โครงการเรือตรวจการณ์ปราบเรือดำน้ำ ชุดเรือหลวง
คำรณสินธุ์และโครงการเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง
เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ชุดเรือ ต.๙๙๑
ซึ่งขณะนั้น เรือ ต.๙๙๑ กำลังอยู่ในระหว่างการสร้าง แผนผังอู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ (อธบ.อร.)
ในอู่แห้งหมายเลข ๑ ข้อจำกัดอีกประการหนึ่ง คือ
Crane มีกำลังยกของได้หนักเพียง ๔๐ ตัน แต่อุปสรรค
ที่สำคัญที่สุดของการใช้อู่ทหารเรือธนบุรีสร้างเรือก็คือ
สะพานพุทธยอดฟ้า สะพานนี้เปิดใช้งานในปี พ.ศ.๒๔๗๕
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในอดีต
เรือรบส่วนใหญ่มีที่จอดในแม่น้ำเจ้าพระยา เวลาเรือ
แล่นน้ำเข้าออก ทางราชการต้องเปิดสะพานพุทธยอดฟ้า
เพื่อให้เรือรบแล่นผ่าน ในปัจจุบันสะพานพุทธยอดฟ้า สะพานพระพุทธยอดฟ้า
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 9
ตัวเลือกลำดับต่อไปคืออู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า คือ เรือหลวงจักรีนฤเบศร และเรือหลวงสิมิลัน
กรมอู่ทหารเรือ จังหวัดสมุทรปราการ อู่ทหารเรือแห่งนี้ มีท่าเทียบเรือที่มีความยาวมากที่ปากอู่แห้งทั้ง ๒ ด้าน
ไม่มีอุปสรรคทางกายภาพเหมือนที่อู่ทหารเรือธนบุรีมี และมีปั้นจั่นที่ใช้ในอู่ซ่อมเรือหรือ Shipyard Crane
อุปสรรคมีเพียงประการเดียว และเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคในเวลานั้น จำนวน ๒ ชุด
คือเป็นอู่ทหารเรือที่เรือรบส่วนใหญ่เข้ามารับการซ่อมบำรุง และมีเรือรบเข้ารับการซ่อมบำรุงไม่มากเท่ากับอู่ทหารเรือ
พื้นที่ทุกตารางนิ้วของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า พระจุลจอมเกล้า เพราะว่ากรมอู่ทหารเรือวางแผนให้
ใช้สำหรับการซ่อมเรือรบอย่างเต็มประสิทธิภาพ อู่แห่งนี้รับผิดชอบซ่อมเรือหลวงขนาดใหญ่ของกองทัพเรือ
การที่จะเสียสละพื้นที่บางส่วนเพื่อการสร้าง ประมาณ ๒๐ ลำ เท่านั้น ดังนั้น อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งเป็นเวลานาน ๆ จึงเป็นการ กรมอู่ทหารเรือ จึงเป็นสถานที่ที่มีความเหมาะสมที่สุด
ไม่เหมาะสม เนื่องจากภารกิจหลักของกรมอู่ทหารเรือ สำหรับการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำใหม่ของ
คือการซ่อมเรือรบจะได้รับผลกระทบ เพราะว่าในภาพรวม กองทัพเรือ โดยที่กรมอู่ทหารเรือต้องมีการเตรียมการ
ของงานซ่อมเรือรบของกรมอู่ทหารเรือแล้ว อู่ทหารเรือ ที่เหมาะสม เนื่องจากจะต้องทำหน้าที่ซ่อมเรือรบ
พระจุลจอมเกล้าเป็นอู่ที่มีบทบาทสำคัญมากที่สุด ตามแผนที่วางไว้ ไม่ให้กระบวนการซ่อมเรือรบได้รับ
เจ้ากรมอู่ทหารเรือเคยกล่าวกับกำลังพลส่วนใหญ่ ผลกระทบจากโครงสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง
ของอู่ทหารเรือแห่งนี้ ในวาระที่สำคัญครั้งหนึ่งว่า ที่เพิ่มขึ้นมา และต้องจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับ
“ถ้าไม่มีอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ การสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งอีก เนื่องจากอู่ทหารเรือ
ก็หมดความหมาย” แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้มีหน้าที่ซ่อมแซมเรือรบ
เท่านั้น ในการประชุมนายทหารเรือระดับผู้บริหาร
ชั้นสูงของกรมอู่ทหารเรือ พลเรือตรี ขรรค์ชัย สมบูรณ์สุข
เจ้ากรมแผนการช่าง (ยศใน ขณะนั้น) ได้กล่าวว่า
“เรื่องนี้งานเทคนิคไม่ยาก แต่ยากที่การบริหารจัดการ”
แผนผังอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ (อจปร.อร.)
ดังนั้น จึงเหลือตัวเลือกสุดท้าย คืออู่ราชนาวี
มหิดลอดุลยเดช ที่จังหวัดชลบุรี หรือที่ชาวกรมอู่ทหารเรือ
เรียกสั้น ๆ ว่า “ออ รอ มอ” คำย่อที่เป็นทางการ คือ
อรม.อร. อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ
เป็นอู่ทหารเรือสร้างใหม่ที่สุด เริ่มเปิดใช้งานในปี
พ.ศ.๒๕๔๖ มีพื้นที่กว้างขวาง มีอู่แห้งขนาดใหญ่
สำหรับรองรับเรือรบขนาดใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือ แผนผังอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ (อรม.อร.)
10 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
ต้นปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๔๙ ในครั้งนั้น กรมอู่ทหารเรือ
มีความคิดไกลไปถึงการใช้น้ำมันไบโอดีเซล เป็นเชื้อเพลิง
ของเรือที่กำลังศึกษา แต่ต้องยกเลิกความคิดนั้นไป
เพราะผู้ผลิตเครื่องจักรใหญ่ ตราอักษรต่าง ๆ แจ้งว่า
เครื่องยนต์ของเขาไม่สามารถใช้น้ำมันไบโอดีเซล
อู่แห้งและท่าเทียบเรือของอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ
เป็นเชื้อเพลิงได้ การศึกษาในช่วงแรก พลเรือตรี
พงศ์สรร ถวิลประวัติ (ยศในขณะนั้น) หัวหน้าคณะทำงาน
ได้มุ่งความสนใจไปที่แบบของเรือที่สร้างแล้ว และ
มีใช้กันทั่วไปคือเรือชุด SIGMA 9113 ของบริษัท
Schelde Naval Shipbuilding ราชอาณาจักร
เนเธอร์แลนด์ และเรือชุด Meko 100 ของบริษัท
Thyssen Krupp Marine System สหพันธ์
สาธารณรัฐเยอรมนี เรือทั้ง ๒ แบบ มีความยาว
ประมาณ ๙๐ เมตร และกว้าง ๑๓ เมตร
ในขั้นแรก คณะผู้บริหารของกรมอู่ทหารเรือ
CRANE ของ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ
มีความเห็นจะใช้วิธีซื้อแบบที่ได้จากการออกแบบเบื้องต้น
การวางแผนของกองทัพเรือ หรือ Basic Design จากบริษัทที่กองทัพเรือคัดเลือก
กองทัพเรือได้ทำแผนความต้องการเรือตรวจการณ์ แล้วนำมาให้วิศวกรของกรมอู่ทหารเรือ ออกแบบ
ไกลฝั่ง เอาไว้จำนวนหนึ่ง เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ในรายละเอียด จะทำให้นักออกแบบของกรมอู่ทหารเรือ
ชุดเรือหลวงนราธิวาสจำนวน ๒ ลำนั้น เป็นจุดเริ่มต้น มีประสบการณ์การออกแบบรายละเอียดของเรือ
ของโครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ของกองทัพเรือ ขนาดใหญ่มากขึ้น การออกแบบรายละเอียดในลักษณะนี้
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุดเรือหลวงนราธิวาส ทำให้ อาจใช้เวลา ๑ ปี หรือมากกว่า ที่กล่าวนี้ หมายถึง
ข้อมูลความต้องการมีความชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม การทำงานแบบเต็มเวลา หรือ Full Time Designing
การที่กรมอู่ทหารเรือสามารถสร้างเรือรบที่มี คือ ต้องไม่ต้องทำงานอื่นนอกเหนือจากการออกแบบเรือ
ความยาวประมาณ ๖๐ เมตร (เรือหลวงล่องลม และ ผู้อ่านต้องใช้จินตนาการดูว่า ในเรือแต่ละลำมีชิ้นส่วน
เรือหลวงศรีราชา) ได้นั้น ทำให้กองทัพเรือมีความสนใจ และอุปกรณ์อยู่มากมายและอุปกรณ์ทุกชิ้น และชิ้นส่วน
ในขีดความสามารถของกรมอู่ทหารเรือ และอู่ต่อเรือ ของเรือเกือบทุกชิ้นต้องผ่านการวิเคราะห์และคำนวณ
ของเอกชน ที่อาจจะสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งได้ ออกแบบทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อนึกถึงจำนวนวิศวกรที่
การสร้างเรือขนาดใหญ่ขึ้นภายในประเทศจะนำมา กรมอู่ทหารเรือ มีอยู่แล้ว เวลา ๑ ปี นั้นน่าจะเป็นเรื่อง
ซึ่งประโยชน์นานาประการและถ้าสามารถควบคุม สุดวิสัยเอาทีเดียว
ฝีมือช่าง ให้ดำเนินการด้วยความประณีต และมีการ ต่อมากองทัพเรือได้แจ้งกรมอู่ทหารเรือให้ทราบว่า
ควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด เรือที่กองทัพเรือได้รับ กองทัพเรือจะเสนอโครงการสร้าง เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง
ก็จะมีคุณภาพ ไม่ด้อยกว่าเรือที่สร้างจากต่างประเทศ เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ
กองทัพเรือและกรมอู่ทหารเรือได้ร่วมกันศึกษาความ พระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา
เป็นไปได้ที่จะสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง มาตั้งแต่ ๘๔ พรรษา ในปี พ.ศ.๒๕๕๔ ดังนั้น เรือจะต้อง
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 11
เสร็จเรียบร้อย เพื่อให้กองทัพเรือนำขึ้นน้อมเกล้า จำหน่ายมาแล้ว เพียงแต่ต้องปรับปรุงแบบรายละเอียด
น้อมกระหม่อมถวายภายในเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ให้สอดคล้องกับความต้องการของกองทัพเรือจึงไม่ต้อง
ณ ขณะนั้น โครงการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ใช้เวลาดัดแปลงมาก ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ
ยังมิได้รับอนุมัติจากกระทรวงกลาโหม จึงเกิดความ แบบที่กองทัพเรือได้รับโดยหนทางเลือกที่ ๑ จะถือเป็น
ไม่ชัดเจนว่ากองทัพเรือจะเริ่มโครงการนี้ได้เมื่อไร ลิขสิทธิ์ของกองทัพเรือ ในขณะที่แบบที่ได้รับโดย
คณะทำงานของกรมอู่ทหารเรือตรวจดูแผน การทำงาน หนทางเลือกที่ ๒ ยังคงเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของแบบ
ตามวิธี Critical Path Method แล้วพบว่า งานสำคัญที่สุด ในที่สุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้อนุมัติ
(Critical Path) คือการสร้างลำตัวเรือ (Hull Structure) โครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง จำนวน ๑ ลำ
ที่ใช้เวลาถึง ๒ ปี ๙ เดือน เมื่อนับเวลาถอยมาจากเดือน ของกองทัพเรือเมื่อต้นปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๑
ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ถึงเวลาที่กำลังพิจารณากัน พบว่า และกองทัพเรือได้ตัดสินใจใช้ แนวทางเลือกที่ ๑
มีเวลาเหลืออีกไม่มาก กรมอู่ทหารเรือจึงปรับแนวทาง คือ กรมอู่ทหารเรือออกแบบขั้นต้น ต่อจากนี้ว่าจ้าง
การดำเนินการเสียใหม่ จากที่จะซื้อแบบเบื้องต้น เอกชนนำแบบของกรมอู่ทหารเรือไปศึกษา และสร้างแบบ
จากบริษัทเอกชน แล้วมาทำการออกแบบในรายละเอียด รายละเอียดที่สามารถนำไปสร้างเรือได้ ต่อไป
เพื่อให้ได้แบบที่ใช้สร้างเรือ (Construction Drawings)
มาเป็นการเสนอหนทางเลือกสองหนทาง ที่จะใช้เวลา การออกแบบเบื้องต้น
การทำงานทั้งหมดน้อยกว่าตามแผนเดิม และมีแบบ ความตั้งใจของกรมอู่ทหารเรือ คือ จะดำเนินการ
Construction Drawings พร้อมที่ทำ เริ่มต้นสร้างเรือ ตามเส้นทางการออกแบบที่ได้เคยปฏิบัติมาก่อน
ได้เร็ว ขึ้นคือ กล่าวคือ เมื่อทราบว่าเรือจะต้องนำไปใช้ในกิจอะไร
หนทางเลือกที่ ๑ กรมอู่ทหารเรือจัดทำแบบขั้นต้น เป็นหลัก ซึ่งจะทำให้ทราบจำนวนกำลังพล จำนวน
แล้วมอบให้ผู้รับจ้างที่กองทัพเรือจะคัดเลือก ในลำดับต่อไป วันที่เรือต้องออกทะเล รวมทั้งลักษณะการทำงาน
เป็นผู้สร้างแบบรายละเอียด (Construction Drawings) ของเครื่องจักรใหญ่ คณะออกแบบก็จะดำเนินการ
ส่วนพัสดุสำหรับการสร้างเรือทั้งหมด ให้ผู้รับจ้าง ไปจนถึงจุดที่ เรียกว่า “การออกแบบเบื้องต้น” หรือ
เป็นผู้ดำเนินการ Preliminary Design เมื่อการออกแบบในระดับนี้
หนทางเลือกที่ ๒ กองทัพเรือเลือกแบบเรือ เสร็จสิ้นลง จะทำให้ทราบอย่างคร่าว ๆ ว่า เรือมีรูปร่าง
รายละเอียดจากเอกชนที่กองทัพเรือคัดเลือก ส่วนพัสดุ อย่างไร รวมทั้ง ยังทราบรูปร่างใต้น้ำของเรือหรือ
สำหรับสร้างเรือทั้งหมดจะจัดหาโดยเจ้าหน้าที่ของ ที่เรียกว่า Hull Form และยังทราบว่าเรือควรมี
กองทัพเรือ ห้องผนึกน้ำอย่างไร รวมทั้งถ้ามีงบประมาณเตรียมไว้
ความแตกต่างของหนทางเลือกทั้ง ๒ นั้น สามารถส่งข้อมูลไปลาก ในอ่างลากเรือ (Towing
มีนัยสำคัญที่น่าจะได้กล่าวถึงในที่นี้ดังนี้ หนทางเลือก Tank) ที่เรียกว่า การทำ Model Test กรมอู่ทหารเรือ
ที่ ๑ มีโอกาสที่ได้แบบรายละเอียดสมบูรณ์จนสามารถ จะดำเนินการต่อไปจนได้ผลของการทำ Moder Test
สร้างเรือได้ช้ากว่าหนทางเลือกที่ ๒ เนื่องจากการนำ เพื่อนำผลลัพท์ในขั้นนี้ไปให้กองทัพเรือใช้ในการ
แบบเบื้องต้นจากกรมอู่ทหารเรือไปศึกษา วิเคราะห์ ประกวดราคา ให้อู่เอกชนนำผลการออกแบบเบื้องต้น
และคำนวณออกแบบนั้นต้องใช้เวลาไม่น้อย ในขณะที่ ของกรมอู่ทหารเรือไปออกแบบในรายละเอียด
หนทางเลือกที่ ๒ นั้น ผู้ได้รับการคัดเลือกอาจจะมี (Detailed Design) หลังจากมีการทำสัญญาสร้างเรือ
แบบของตนพร้อมอยู่แล้ว หรืออาจเคยมีแบบที่สร้างเรือ กับกองทัพแล้ว แบบที่ผลิตโดยใช้ข้อมูลการออกแบบ
12 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
ในรายละเอียดนี้ เรียกว่าแบบสร้างเรือ (Construction ระหว่างการศึกษา กรมอู่ทหารเรือได้รับข้อมูลว่า
Drawings) กรมอู่ทหารเรือจะได้นำมาใช้สร้าง กองทัพเรืออนุมัติให้เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งที่กรมอู่ทหารเรือ
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งต่อไป กำลังออกแบบเบื้องต้นนั้น มีสมรรถนะสูงกว่าเรือหลวง
ในระหว่างที่ยังอยู่ในขั้นเตรียมการ และรัฐมนตรี ปัตตานี เช่นการติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถี การมีความสามารถ
กลาโหมยังไม่อนุมัติโครงการจัดหาเรือ คณะนักออกแบบ รองรับเฮลิคอปเตอร์แบบ Sea Hawk ที่มีน้ำหนัก
ของกรมอู่ทหารเรือได้ดำเนินการออกแบบเบื้องต้น ๗ - ๑๐ ตัน เรือจึงต้องมีขนาดใหญ่ ด้วยเหตุผล
ล่วงหน้าไปแล้ว เพื่อเตรียมรับสถานการณ์กรณีที่ ทางการทรงตัว และต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรงพอที่จะ
กองทัพเรือเลือกหนทางเลือกที่ ๑ แต่การมิได้ราบเรียบ ได้รับ Load จากเฮลิคอปเตอร์ รวมทั้งเรือต้องมีระบบ
ไร้อุปสรรคดังที่กรมอู่ทหารเรือคิดเอาไว้ หลังจาก สนับสนุนอากาศยานเพื่อให้สามารถนำเฮลิคอปเตอร์
การเริ่มต้นติดต่อกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องของฝ่ายอำนวยการ แบบดังกล่าวไปทะเลด้วย โดยที่วิศวกรของอู่ทหารเรือ
ของกองทัพเรือ และฝ่ายกรมอู่ทหารเรือ จึงพบว่า ไม่มีประสบการณ์มาก่อนเลย แต่วิศวกรของกรมอู่
กองทัพเรือมีความต้องการเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ทหารเรือก็เอาชนะอุปสรรคนี้ได้
โดยคิดว่าคุณลักษณะเฉพาะของเรือลำนี้น่าจะไม่แตกต่าง งานออกแบบในส่วนนี้เกี่ยวข้องกับการออกแบบ
จากเรือหลวงปัตตานี และเรือหลวงนราธิวาส ในห้วงเวลา ด้านรูปร่างใต้น้ำ หรือ Hull Form ของเรือ และ
ที่เริ่มส่งข้อมูลมาให้กรมอู่ทหารเรือเริ่มศึกษานั้น ความแข็งแรง หรือ Strength ของตัวเรือ ผู้ที่มี
ยังไม่มีความไม่แน่นอนด้านงบประมาณ ในระหว่าง ส่วนทำงานเป็นหลัก คือ พลเรือตรี พงศ์สรร ถวิลประวัติ
การทำ Preliminary Design นั้น นักออกแบบของ (ยศในขณะนั้น) และนาวาเอก วิทยา พันธุ์โภคา โดยมี
กรมอู่ทหารเรือได้ศึกษาการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง พลเรือตรี มนต์ชัย วิมุกตานนท์ (ยศในขณะนั้น)
ที่ดำเนินการโดยอู่สร้างเรือของประเทศในยุโรป เช่น รองเจ้ากรมอู่ทหารเรือ เป็นที่ปรึกษาในด้านการวิเคราะห์
ฝรั่งเศส และเยอรมนี และพบว่าราคาของเรือตรวจการณ์ ความแข็งแรงของเรือ วิศวกรได้ตัดสินใจใช้ Hull Form
ไกลฝั่ง ที่มีระวางขับน้ำใกล้เคียงกับเรือหลวงปัตตานี ของเรือตรวจการณ์ชุดเรือหลวงหัวหินเป็นตัวตั้งต้น
มีราคาสูงกว่าราคาสร้างเรือที่ประเทศจีนมาก นอกจากนั้น เรือชุดนี้คณะวิจัย เรือตรวจการณ์ปืนของกรมอู่ทหารเรือ
เคยออกแบบเอาไว้และได้ส่งข้อมูลไปทำ Model Test
ที่สถาบัน WUXI แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (ต่อมา
เมื่อกองทัพเรือมีโครงการสร้างเรือตรวจการณ์ปืน
เฮลิคอปเตอร์แบบ S - 70 ต้นแบบของ SEA HAWK เรือหลวงหัวหิน
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 13
บริษัท เอเซียน มารีน เซอร์วิสส์ จำกัด เป็นผู้ชนะ
การประกวดราคา โดยได้นำผลการทำ Model Test
ของกรมอู่ทหารเรือไปออกแบบ Detailed Design
และสร้างเรือจำนวน ๒ ลำ ซึ่งกองทัพเรือเรียกว่าเรือรบ
ชุดนี้ว่า ชุดหัวหิน) การที่กองทัพเรือต้องการ เรือ
ตรวจการณ์ไกลฝั่งที่มีขนาดใหญ่กว่าเรือตรวจการณ์ปืน
คณะออกแบบจึงนำเอาแบบเรือตรวจการณ์ปืนชุด
หัวหินมาเพิ่มขนาดด้วยการเพิ่มความยาวอีก ๑๕%
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งที่ออกแบบจึงมีความยาว ๗๒ เมตร เรือหลวงจักรีนฤเบศร
และเชื่อว่ามีพื้นที่ภายใน มากพอเพียงสำหรับการ
ปฏิบัติงาน และความเป็นอยู่ของพลประจำเรือ ปัญหาอีกประการหนึ่งคือเรือรบไทยมักมีกำลังพล
ส่วนโจทย์อีกข้อหนึ่งที่กองทัพเรือต้องการ คือ เรือ ที่ประจำเรือมากกว่าเรือรบประเภทเดียวกันของชาติ
ต้องสามารถรองรับเฮลิคอปเตอร์ที่มีน้ำหนักประมาณ ตะวันตก ทั้ง ๆ ที่กองทัพเรือมีความต้องการระบบ
๗ ตัน เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับผู้ออกแบบเพราะว่า Monitoring and Control ในระดับเดียวและมี
การมีเฮลิคอปเตอร์มาจอดบริเวณท้ายเรือส่งผลกระทบ คุณภาพดีเหมือนเรือรบต่างประเทศ การที่ระบบ
๒ ประการ ประการแรกทำให้เกิดความเค้นที่เรียกว่า Monitoring and Control มีคุณภาพสูงจะช่วยลด
Bending Stress ที่ดาดฟ้าใกล้ท้ายเรือ อธิบายได้ด้วย จำนวนผู้ปฏิบัติในเรือลง งบประมาณที่เพิ่มขึ้นในการ
รูปคานที่ยื่นมี Support หลายจุด เมื่อมีน้ำหนัก จัดหา Monitoring and Control จะได้รับการชดเชย
กดที่ปลายจะเกิด Bending Stress มีค่าสูงที่บริเวณ ด้วยการลดจำนวนเครื่องอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวกับ
ค่อนมาทางจุดใกล้กับน้ำหนักกด ผลกระทบประการที่ ๒ ความเป็นอยู่ของกำลังพลประจำเรือ เช่น ขนาดของ
การที่อากาศยานประเภทนี้ต้องบิน ขึ้น – ลง ณ จุด ห้องนอน ขนาดของห้องรับประทานอาหาร ขนาดของ
จอดท้ายเรือ ทำให้เกิด Stress อีกแบบหนึ่ง ณ บริเวณ เครื่องปรับอากาศ ขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เป็นต้น
ดาดฟ้าเฮลิคอปเตอร์เรียกว่า Impact Stress การที่จะ คณะนักออกแบบของกรมอู่ทหารเรือต้องทำงานหนัก
ประมาณ Stress ประเภทนี้ได้ จำเป็นต้องทราบ Factor ในการพิจารณาระบบดังกล่าวให้สอดคล้องกับ
ที่สำคัญ เรียกว่า Impact Factor ค่าของ Impact Factor ความต้องการของกองทัพเรือด้านกำลังพลประจำเรือ
ขึ้นกับลักษณะการบิน ขึ้น – ลง เจ้ากรมอู่ทหารเรือ
จึงแนะนำให้นักออกแบบนำโครงสร้างของดาดฟ้า
ของเรือหลวงจักรีนฤเบศร บริเวณที่รองรับเฮลิคอปเตอร์
มาศึกษา โดยให้หาความสัมพันธ์ระหว่าง Stiffness
ของโครงสร้างและน้ำหนักของเฮลิคอปเตอร์ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ที่กรมอู่ทหารเรือออกแบบ (ภาพด้านข้าง)
มาประยุกต์กับเรือลำนี้ คณะออกแบบได้นำดาดฟ้า
เรือหลวงจักรีนฤเบศรมาย่อให้เล็กลง โดยรักษาอัตราส่วน
ความยาวต่อความกว้างแล้วมาใช้เป็นโครงสร้าง
ของดาดฟ้าเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งที่กำลังออกแบบ
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ที่กรมอู่ทหารเรือออกแบบ (ภาพด้านบน)
14 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
การกราบบังคมทูลรายงานผลการออกแบบ เวลาล่วงเลยไปมาก คณะกรรมการที่มีหน้าที่ได้เปลี่ยน
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง แนวทางการจัดหาแบบ จากหนทางเลือกที่ ๑
บริษัท มาร์ซัน จำกัด เป็นผู้ชนะการประกวดราคา เป็นหนทางเลือกที่ ๒ คือให้บริษัทเอกชน เสนอแบบเรือ
การสร้างเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ๘๐ พรรษา คือได้เป็น ที่เคยสร้างใช้งานมาแล้วหรือที่นิยมเรียกกันในกองทัพเรือ
ผู้สร้างเรือ ต.๙๙๒ และ ต.๙๙๓ การประกอบพิธี ว่าเป็นเรือแบบ Well Proven โดยต้องส่งผลการทำ
ปล่อยเรือทั้ง ๒ นี้ ลงน้ำ กระทำที่บริษัท มาร์ซัน จำกัด Model Test ของเรือมากับเอกสารเสนอราคาด้วย
ในวันที่ ๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๐ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ด้วยเหตุผลที่กองทัพเรือจะได้แบบรายละเอียดพร้อมที่จะ
พ ร ะ บ ร ม ร า ชิ นี น า ถ เ ส ด็ จ พ ร ะ ร า ช ด ำ เ นิ น สร้างเรือ ได้เร็วกว่าการดำเนินการตามหนทางเลือกที่ ๑
เป็นองค์ประธานในพิธี และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ คือ ใช้แบบสร้างเรือที่กรมอู่ทหารเรือได้เสนอไว้
สยามบรมราชกุมารี โดยเสด็จพระราชดำเนินด้วย การประกวดราคา ต้องกระทำถึง ๓ ครั้ง ในที่สุด
ผู้บัญชาการทหารเรือและเจ้ากรมอู่ทหารเรือได้รับเชิญ ผลปรากฏว่า บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด เป็นผู้ชนะ
ให้เข้าเฝ้าฯ ด้วย และผู้บัญชาการทหารเรือมีบัญชาให้ การคัดเลือก โดยใช้แบบของบริษัท BAE System
เจ้ากรมอู่ทหารเรือ จัดทำป้ายนิทรรศการผลการออกแบบ Maritime แห่งสหราชอาณาจักร ที่ดัดแปลงมาจาก
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งในนิทรรศการที่ บริษัท มาร์ซัน จำกัด เรือชั้น River Class
จัดขึ้นให้ทอดพระเนตรด้วย เมื่อพิธีปล่อยเรือ ต.๙๙๒
และ ต.๙๙๓ ลงน้ำเสร็จแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ เรือชั้น RIVER CLASS และบริษัท BAE System
พระบรมราชินีนาถและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ Maritime
สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมา ในสหราชอาณาจักรก่อนปี พ.ศ.๒๕๕๑ มีบริษัท
ทอดพระเนตรนิทรรศการ โดยมีแผ่นป้ายนิทรรศการ ค้าอาวุธที่สำคัญและในเวลาต่อมามีความเกี่ยวพันกับ
ของกรมอู่ทหารเรือเป็นแผ่นสุดท้าย เจ้ากรมอู่ทหารเรือ เรือชั้น River Class อยู่ ๒ บริษัท บริษัทแรกคือ
เป็นผู้กราบบังคมทูลรายงาน ผลการออกแบบ Vosper Thornycroft (VT) ที่เป็นบริษัทสร้างเรือ
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง โดยกราบบังคมทูลในตอนท้ายว่า ที่มีชื่อเสียง มีผลงานการสร้างเรือรบให้ราชนาวีอังกฤษ
เรือลำนี้จะเป็นเรือรบลำใหญ่ที่สุดที่กองทัพเรือเคย มาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ผลงานการออกแบบ
สร้างขึ้นมาในอดีต ของ VT ในกองทัพเรือไทยปัจจุบัน คือเรือหลวง
ชุดเรือหลวงคำรณสินธุ์ (จำนวน ๓ ลำ)
การคัดเลือกแบบเรือ อีกบริษัทหนึ่งคือ บริษัท BAE System ซึ่งเป็น
เมื่อโครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง บริษัทค้าอาวุธเต็มรูปแบบขนาดใหญ่มากของ
ได้รับอนุมัติจากกระทรวงกลาโหมแล้ว กองทัพเรือ สหราชอาณาจักร และใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป
ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนโครงการ ปี พ.ศ.๒๕๕๑ ส่วนหนึ่งของ VT ได้เข้าร่วมกับ
ในระดับต่าง ๆ ในขณะนั้นยังคงยึดแนวทางการจัดหา ส่วนธุรกิจที่เกี่ยวกับการสร้างเรือรบ และกิจการ
แบบสร้างเรือ ตามหนทางเลือกที่ ๑ ที่กรมอู่ทหารเรือ ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธทางเรือของ BAE System
ได้เสนอเอาไว้ การประชุมในระดับต่าง ๆ ดำเนินไป ในลักษณะของกิจการร่วมค้าหรือ Joint Venture
จนถึงขั้นสามารถจัดทำเอกสารเชิญชวนให้บริษัทเอกชน ตั้งเป็นบริษัท BVT Surface Fleet ในปี พ.ศ.๒๕๕๒
นำไปพิจารณาหรือ TOR (Terms of Reference) BAE ซื้อกิจการทั้งหมดเป็นของตน แล้วเปลี่ยนชื่อ
ได้รับอนุมัติในเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ เนื่องจาก บริษัท BVT Surface Fleet เป็น BAE Systems
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 15
Surface Ship Ltd. ต่อมาถูกนำไปรวมกับ การสร้างเรือ : ปัญหา ความเหนื่อยยาก บทเรียน
บริษัท BAE Systems Submarine Solutions และความสำเร็จ
และเปลี่ยนชื่อเป็น BAE Systems Maritime การเตรียมความพร้อมของ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช
ในปี พ.ศ.๒๕๕๕ กรมอู่ทหารเรือ
ในโลกนี้มีเรือรบที่ได้ชื่อว่าเป็นเรือที่ดัดแปลง หลังจากที่กองทัพเรือเริ่มประสานกับกรมอู่ทหารเรือ
มาจากเรือชั้น River Class อยู่ทั้งสิ้นจำนวน ๘ ลำ เรื่องการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งที่อู่ราชนาวี
๓ ลำแรก เป็นเรือรบของราชนาวีสหราชอาณาจักร มหิดลอดุลยเดชนั้น ผู้เกี่ยวข้องในกรมอู่ทหารเรือเริ่มต้น
และเป็นเรือชั้น River Class ความยาว ๗๙.๕ เมตร วางแผนการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ
ขึ้นระวางประจำการในปี พ.ศ.๒๕๔๗ เรือชุดนี้ได้รับ รองรับการสร้างเรือตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๐
การออกแบบและสร้างขึ้นสำหรับคุ้มกันเรือประมง ลำที่ ๔ แล้ว แต่เนื่องจากความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับงบประมาณ
เป็นเรือที่พัฒนาจาก ๓ ลำแรก ให้มีความยาว ๘๑.๕ เมตร ที่จะได้รับ รวมทั้งความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการ
ขึ้นระวางประจำการในราชนาวีสหราชอาณาจักร เมื่อปี ที่จะสร้างเรือ ทำให้งบประมาณที่กรมอู่ทหารเรือ
พ.ศ.๒๕๕๐ ลำที่ ๕ คือ เรือหลวงกระบี่ในบทความนี้ ขอเอาไว้ สำหรับการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก
พลเรือตรี วิทยา ละออจันทร์ ผู้อำนวยการ อู่ราชนาวี ที่อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ได้รับน้อยลง
มหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ให้ข้อมูลว่า เนื่องจากกองทัพเรือต้องแบ่งงบประมาณไปให้หน่วย
เรือหลวงกระบี่ เป็นเรือที่พัฒนามากจากเรือชั้น เทคนิคอื่นที่มีแผนการใช้เงินชัดเจนกว่าและมีความจำเป็น
River Class เช่นเดียวกัน มีความยาว ๙๐.๕ เมตร ที่เห็นได้ชัดในเวลานั้น นอกจากนั้นกรมอู่ทหารเรือ
ส่วนลำที่ ๙ ๑๐ และ ๑๑ เป็นเรือชั้น Amazon Class ก็ยังไม่มีข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับวิธีการสร้างเรือ เมื่อการ
Corvette ของกองทัพเรือบราซิล ที่ Wikipedia สร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ได้เริ่มไปได้ระยะหนึ่งแล้ว
ให้ข้อมูลว่าเป็นเรือที่พัฒนามาจากเรือชั้น River Class จึงได้เริ่มตระหนักว่าควรต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวก
เรือ ๓ ลำนี้ มีความยาว ๙๐ เมตร ขึ้นระวางประจำการ สำหรับโครงการนี้ เพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่แล้ว จะช่วยทำให้
ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๕๕ – พ.ศ.๒๕๕๖ การสร้างดำเนินไปโดยมีปัญหาน้อยกว่าที่ประสบตลอด
โครงการ
จำนวนบุคลากรของ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช
กรมอู่ทหารเรือนั้น ได้รับการเตรียมเอาไว้สำหรับ
การซ่อมเรือหลวงขนาดใหญ่ที่กำหนดเอาไว้เป็นการเฉพาะ
ตามแผนการซ่อมเรือรบแต่ละปี เมื่อต้องรับภารกิจ
ให้สร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง เพิ่มขึ้นอีก อู่ราชนาวี
มหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ จึงต้องว่าจ้าง บริษัท
เอกชนเข้ามามีส่วนในการสร้างเรือตามโครงการนี้ด้วย
แต่กองทัพเรือก็ยังมีสิทธิกล่าวได้อย่างเต็มที่ว่าเป็น
ผู้สร้างเรือหลวงกระบี่ เพราะงานส่วนใหญ่ของการสร้าง
ดำเนินการโดยบุคลากรของกองทัพเรือ งานที่บริษัท
เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการนั้นก็อยู่ภายใต้
เรือชั้น RIVER CLASS ๓ ลำแรก การควบคุมของบุคลากรของกองทัพเรือ ถ้าการสร้าง
16 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
มีความถูกต้อง มีคุณภาพตามมาตรฐาน และระบบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ทุกระบบทำงานถูกต้องมีประสิทธิภาพ ก็จะส่งผลให้ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
สมรรถนะของเรือในภาพรวม สูงตามมาตรฐานและ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์เป็นองค์ประธาน
คุณลักษณะที่กองทัพเรือกำหนดเอาไว้ ในพิธี พิธีวางกระดูกงูเรืออาจจะถือได้ว่าการสร้างเรือ
งานที่ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ
ว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้ามีส่วนร่วมได้แก่ งานสร้างลำตัวเรือ
(ประกอบด้วย การสร้างลำตัวเรือทั้งลำ การสร้างดาดฟ้า ปัญหาเกี่ยวกับแบบสร้างเรือ
การสร้างห้องต่าง ๆ ภายในเรือ การทาสีเรือทั้งลำ ณ เวลานั้น ผู้ปฏิบัติงานในโครงการสร้างเรือของ
และการบุฉนวน) งานระบบการปรับอากาศ การติดตั้ง อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ได้ทราบว่า
ใบหางเสือ การสร้างแท่นเครื่องของเครื่องจักรทุกชนิด ปัญหาในการปฏิบัติได้อุบัติ ขึ้นแล้ว แม้ว่าเรือชั้น River
(Foundations) และงานระบบไฟฟ้าบางส่วน Class นี้เป็นเรือที่สร้างใช้งานแล้วในสหราชอาณาจักร
ส่วนงานที่สำเร็จได้ด้วยกำลังพลของ อู่ราชนาวี (หรือที่เรียก Design ในลักษณะนี้ว่า Well Proven)
มหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ได้แก่ การติดตั้งระบบ แต่อุปกรณ์หลักของเรือจากต่างประเทศนั้นมีหลายรายการ
ขับเคลื่อนเรือ (ประกอบด้วย เครื่องจักรใหญ่ เกียร์ ที่ไม่สอดคล้องกับคุณลักษณะที่ต้องการของกองทัพเรือ
เพลาใบจักร โยงโย่ และใบจักร) การติดตั้งเครื่องจักรช่วย ดังนั้นจึงมีแบบสร้างเรือ (Construction Drawings)
การเดินท่อสำหรับเครื่องจักรช่วยทั้งลำ งานระบบไฟฟ้า จำนวนไม่น้อยจะต้องจัดทำขึ้นใหม่ ผู้ชนะการประกวด
ส่วนใหญ่ งานระบบอิเล็กทรอนิกส์ งานระบบเครื่องถือท้าย ราคา จึงต้องออกแบบรายละเอียดและจัดทำแบบสร้างเรือ
รวมทั้งหางเสือเรืองานสร้างลำตัวเรือบางส่วน และงาน ที่ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้อง ตามหลักการที่ควรปฏิบัตินั้น
ด้านสรรพาวุธ ควรต้องหยุดการสร้างเรือจนกว่าแบบสร้างเรือชุดใหม่
จะได้รับการผลิตและแจกจ่ายแก่ผู้เกี่ยวข้องเสียก่อน
แต่เนื่องจากการลงนามในสัญญาได้ดำเนินการแล้ว
และกำหนดเวลาที่การสร้างเรือต้องเสร็จสมบูรณ์
ได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว “งานสร้างเรือจึงจำเป็นต้อง
ดำเนินควบคู่ไปกับการแก้ไขแบบสร้างเรือ”
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีวางกระดูกงูเรือ
พิธีวางกระดูกงูเรือ
เมื่อการสร้างเริ่มต้นไประยะหนึ่ง กองทัพเรือจึงได้
จัดให้พิธีวางกระดูกงูขึ้นในวันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๓ การใช้ CRANE ยกส่วนของเรือที่ขึ้นรูปแล้ว
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 17
การแก้ไขแบบสร้างเรือขนานไปกับการสร้างเรือ กำหนดการแน่นอน ปัญหาของการแก้ไขแบบส่งผลมา
ก่อให้เกิดปัญหาระหว่างการสร้างมากมาย ปัญหาที่กล่าว ถึงการจัดหาและนำส่งพัสดุทำให้เกิดความล่าช้า
ส่วนนี้ทำให้การสร้างเรือมีความเหนื่อยยากแก่ผู้ปฏิบัติงาน เพราะต้องรอการแก้ไขแบบและการออกแบบที่ขาดอยู่
เพิ่มขึ้นจากความยากลำบากอันเป็นธรรมชาติของงาน
ที่เกิดจากการสร้างเรือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่กรมอู่ทหารเรือ ปัญหาเกี่ยวกับการวางแผนและการกำกับการสร้าง
ไม่เคยสร้างมาก่อน (ซึ่งต้องเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา) ข้อจำกัดประการต่อไป คือ การกำกับการสร้าง
ปัญหาแรกที่เกิดจากการแก้ไขแบบขนานไปกับการสร้าง ให้เป็นไปตามแบบและแผนการทำงาน เมื่อแบบสร้างเรือ
ก็คือการเกิดปัญหาหน้างาน เนื่องจากแบบ ทำขึ้น มีปัญหาเสียแล้ว งานที่มีความซับซ้อนเพราะลำเรือ
ในเวลาอันสั้น ทำให้รายละเอียดของมิติต่าง ๆ รายการ มีขนาดใหญ่ก็ยิ่งทวีความยุ่งยากขึ้นอีกมาก ผู้มีบทบาท
พัสดุที่ต้องการ ตำแหน่งของการติดตั้งอุปกรณ์ ผิดพลาด สำคัญคือ นายทหารฝ่ายแผนงาน และนายทหาร
จนต้องมีการแก้ไขหน้างานไปเกือบทุกแห่ง มีงาน กำกับการสร้าง พลเรือตรี วิทยา ละออจันทร์ ผู้อำนวยการ
เป็นจำนวนมากที่ทำแล้วต้องรื้อออก แล้วทำใหม่ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ (อดีต Project
เพราะแบบไม่ชัดเจน บางครั้งมีความขัดแย้งกันเอง Manager โครงการ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง) ได้ให้ข้อมูลว่า
ปัญหาประการที่ ๒ คือ พัสดุที่สำคัญ บางรายการ บุคลากรในฝ่ายแผนมีงานประจำคือ การซ่อมเรือรบ
ไม่สามารถจัดหาได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ในแผนงาน อันเป็นกิจหลักของ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช
เนื่องจากต้องรอความชัดเจนของขนาดและมาตรฐาน กรมอู่ทหารเรือ อยู่แล้ว บุคลากรเหล่านี้ต้องเข้ารับงาน
จากการแก้ไขแบบสร้างเรือ ปัญหาประการที่ ๓ แผนในโครงการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งด้วย
เกิดจากแบบที่ผลิตไม่ทันเวลา ผู้สร้างต้องดำเนินการไปก่อน ส่วนนายทหารกำกับการสร้างเรือก็มีจำนวนจำกัด
โดยดูจากแบบเรียบเรียงทั่วไป (General Arrangement) เพราะจำนวนบุคลากรที่บรรจุนั้นคำนวณจาก Work
ที่มีอยู่ ในที่สุด อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ Load ของการซ่อมเรือตามภารกิจเท่านั้น ประกอบกับ
ต้องแก้ไขปัญหาการแก้ไขแบบ โดยระดมบุคลากร ขณะที่ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ
ที่มีขีดความสามารถ ของ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กำลังสร้าง เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งอยู่นั้น ได้มีโครงการ
กรมอู่ทหารเรือ เข้ามาทำออกแบบรายละเอียดขึ้นเอง ปรับปรุงเรือชุดเรือหลวงตากสิน - นเรศวร ขึ้น
เพื่อให้มีแบบทันกับงานสร้างเรือที่มีแผนและ โครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ที่ดำเนินการในพื้นที่
อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ สิ่งเหล่านี้
ส่งผลให้การวางแผนและการกำกับการสร้าง
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ไม่ได้ผลดี จนต้องโอนงานแผน
ไปให้ฝ่ายผลิต ในที่สุด พลเรือตรี วิทยาฯ ได้ให้ข้อมูลว่า
“การบูรณาการแผนรายวันเป็นเรื่องค่อนข้างซับซ้อน
เนื่องจากมีช่างหลายชุดลงปฏิบัติงานในเรือแต่ละวัน
ช่างแต่ละสาขาจะสนใจแต่แบบในระบบของตนเอง
เพื่อปฏิบัติไปแล้ว งานของตัวเองอาจขวางพื้นที่งาน
ของสาขาอื่นโดยไม่เจตนา” พลเรือตรี วิทยาฯ เสริมว่า
ต้องทำการแก้ปัญหารายวัน และนับวันปัญหาก็ซับซ้อน
การสร้างลำตัวส่วนหนึ่งของเรือ มากขึ้น ในขณะที่กำหนดการส่งมอบเรือก็ค่อย ๆ
18 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
ใกล้เข้ามา บรรยากาศในตอนนั้น มีความรู้สึก
เหมือนกับว่า การสร้างเรือลำนี้จะไม่มีวันเสร็จ การสร้าง
และการแก้ไขดำเนินไปในแต่ละวัน ผู้เกี่ยวข้องในทุก ๆ
หน้าที่ต่างมีความรู้สึกว่า เวลาของแต่ละวันช่างยาวนาน
มาก ๆ ในตอนปลายของงานส่วนสร้างเรือ กรมอู่ทหารเรือ
ได้ส่งบุคลากรที่มีความชำนาญ มาช่วยแก้ไขงาน
และดำเนินการด้านงานระบบเครื่องจักรช่วย รวมทั้ง
งานอื่น ๆ ที่บุคลากรของกรมอู่ทหารเรือต้องดำเนินการเอง
ความยุ่งยากทั้งปวงจึงค่อย ๆ คลี่คลายลง
ติดตั้งปืนหัวเรือ
ปัญหาเกี่ยวกับฝีมือของช่างของบริษัทเอกชน
ในงานสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งนี้ อู่ราชนาวี
มหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ได้ว่าจ้างช่าง
หลายสาขาจากบริษัทเอกชน ได้แก่ ช่างเชื่อมประสาน
ช่างประกอบตัวเรือ ช่างท่อ ช่างระบบการปรับอากาศ
(หรือช่างแอร์) และช่างไฟฟ้า ช่างฝีมือที่ใช้งานมากที่สุด
คือช่างเชื่อมประสาน และช่างประกอบตัวเรือ
พลเรือตรี วิทยา ฯ ให้ข้อมูลว่า ปริมาณงานของช่าง
การนำ BLOCK มาประกอบเป็นลำเรือ
ทั้ง ๒ ประเภท ทั้งโครงการ คือ 300,000 Man - Hour
ปัญหาเกี่ยวกับสภาวะของดินฟ้าอากาศ จำนวนช่างที่ทำงานทั้งโครงการประมาณ ๑๑๐ คน
งานสร้างเรือ ตรวจการณ์ไกลฝั่งที่พื้นที่ อู่ราชนาวี และต้องทำงานตั้งแต่วันแรกของการสร้างเรือจนถึง
มหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ นั้น ต้องดำเนินการ วันส่งมอบเรือ ในตอนต้นของโครงการ อู่ราชนาวี
กลางแจ้งเกือบทั้งหมด การสร้างลำตัวเรือนั้นต้องเผชิญกับ มหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ได้กำหนดให้ช่างเชื่อม
สภาพ “ตากแดด ตากฝน” เนื่องจากโรงคลุมเรือ ประสานที่ทำงานในโครงการ ต้องสอบผ่านกระบวนการ
แบบเคลื่อนที่ได้มีจำนวนไม่พอ ความร้อนจากการ ทดสอบฝีมือช่างเชื่อม ในตอนแรกก็ได้ผลดี คือ ได้ช่าง
ถูกแดดเผาทำให้ประสิทธิภาพของช่างลดลง แม้ว่า ที่มีฝีมือมาทำงาน แต่ระยะเวลาต่อมามีปัญหาภายใน
จะใช้พัดลมเคลื่อนที่ (Blower) เข้าช่วยก็ตาม เกิดกับบริษัทเอกชนที่จัดหาช่างเชื่อมประสาน
ครั้นเวลาฝนตก นอกจากช่างต้องหยุดทำงานแล้ว มาทำงาน นอกจากนี้ บริษัทต่อเรือเอกชนที่เช่าที่ดิน
ยังทำให้มีน้ำฝนเข้าไปขังภายใน ทำให้มีงานทำความสะอาด ของ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือได้เปิด
เพิ่มเข้ามาอีก ชิ้นงานที่เปียกทำให้เกิดอันตรายกับงาน โครงการสร้างเรือน้ำมัน และให้ค่าแรงสูงกว่า ช่างที่มี
ที่ต้องใช้กระแสไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานเชื่อม ฝีมือต่างก็ออกไปรับจ้างในโครงการเรือน้ำมัน ที่อยู่ใน
ประสานแผ่นเหล็กเพื่อสร้างลำตัวเรือ บริเวณใกล้เคียงกัน ส่งผลให้ช่างเชื่อมประสานที่มีฝีมือลด
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 19
จำนวนลง เมื่องานเชื่อมประสานผ่านไป ขั้นต่อไป งานด้านการควบคุมคุณภาพ
เป็นการควบคุมคุณภาพของกรมอู่ทหารเรือ ซึ่งตรวจสอบ ในงานซ่อมเรือและงานสร้างเรือโดยทั่วไป
รอยเชื่อมประสาน (Welding Seam) โดยการฉายรังสี เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ควบคุมคุณภาพ (Quality Control)
เอ็กซ์ (X - Ray) สิ่งที่พบคือ รอยเชื่อมประสานทั้งลำมี หรือ QC เป็นเครื่องมือที่สำคัญของ Project Manager
ตำหนิที่ต้องแก้ไขมากมาย มากกว่าที่กรมอู่ทหารเรือ ในการตรวจสอบและยืนยันกับเจ้าของอู่เรือว่า ผลงาน
เคยตรวจพบในการสร้างเรือลำที่ผ่าน ๆ มา การแก้ไข ที่กำลังจะนำมาส่งมอบให้ลูกค้านั้นมีความถูกต้อง
ต้องทำการเซาะรอยเชื่อมที่มีตำหนิออก แล้วใช้ช่างฝีมือ และมีคุณภาพสูงตามสัญญาแล้ว สามารถส่งเรือให้
เชื่อมประสานใหม่ ช่างประกอบตัวเรือก็มีปัญหาคล้าย ลูกค้าได้ ในโครงการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งนี้
ช่างเชื่อมประสาน และแก้ไขปัญหายากกว่า เนื่องจาก ผู้ทำหน้าที่ QC คือ บุคลากรของกองควบคุมคุณภาพ
ช่างประกอบตัวเรือเป็นช่างที่มีความชำนาญเฉพาะทาง ของ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ผลงาน
คือ ต้องสามารถอ่านแบบสร้างเรือได้ จึงหาช่างที่มีฝีมือ ของ QC ที่โดดเด่น คืองานตรวจคุณภาพของงานเชื่อม
ได้ยากกว่า หากประกอบชิ้นส่วนตัวเรือผิด แม้ว่า ประสาน ร่วมวิเคราะห์และตัดสินคุณภาพของรอยเชื่อม
ช่างเชื่อมประสานจะมีฝีมือ ก็จะส่งผลให้ โครงสร้าง กับบริษัทเอกชน และมีส่วนผลักดันให้มีการแก้ไขตำหนิ
มีความแข็งแรงไม่พอ และโครงสร้างอาจเกิดการเสียรูป ในรอยเชื่อมประสานจนจบภารกิจ และโครงสร้าง
ช่างท่อก็เป็นช่างที่มีฝีมือเฉพาะทาง หากผลงาน ของเรือมีความปลอดภัย งาน QC อีกด้านคือการตรวจ
มีปัญหา ต้องถอดท่อที่ติดตั้งในเรือแล้วขึ้นมาแก้ไข คุณภาพของงานด้านไฟฟ้าซึ่งเป็นผลงานของบริษัท
นอกตัวเรือ ในช่วงปลายของงานท่อ กรมอู่ทหารเรือ เอกชนที่ได้มาตรฐาน เจ้าหน้าที่ QC ของ อู่ราชนาวี
ต้องส่งช่างที่มีฝีมือจากส่วนกลางมาช่วยแก้ไขปัญหา มหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือได้ตรวจคุณภาพงาน
จนลุล่วงไปได้ ไฟฟ้าได้ละเอียดมาก กล่าวคือ การควบคุมคุณภาพ
ด้านงานไฟฟ้า ทำได้ดีกว่าทุกโครงการของกรมอู่ทหารเรือ
ที่ผ่านมาในอดีต แต่งาน QC ด้านกลจักรกลับ
ไม่โดดเด่นเท่า เนื่องจากความสลับซับซ้อนของปัญหา
นานาประการที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ใบเตือนให้แก้ไข
งานที่ QC ส่งออกไปยังฝ่ายผลิต ไม่ได้รับความสนใจ
เท่าที่ควร เนื่องจากทุก ๆ ฝ่ายทุ่มเทกำลังความคิด
ความพยายามไปที่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ที่มีอยู่
เกือบทุกแห่งบนเรือ และมีอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่ง
การสร้างเรือสิ้นสุดลง
คุณภาพของงานที่กองทัพเรือดำเนินการเอง
ระบบแรกที่ควรกล่าวถึงคือระบบขับเคลื่อนเรือ
ประกอบด้วยเครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ทำให้เรือแล่นได้
คือ เครื่องจักรใหญ่ เกียร์ เพลาใบจักร ทั้งหมด
ดำเนินการโดยช่างฝีมือ ที่มากด้วยประสบการณ์ของ
การติดตั้งเพลาใบจักร กรมอู่ทหารเรือ ทำให้ผลงานอยู่เกณฑ์ดีมาก
20 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
ระบบเครื่องจักรช่วย แม้จะมีปัญหาเกี่ยวกับท่อ ความสำเร็จของโครงการ
และการจัดทำฐานแท่นอยู่บ้าง แต่ก็ได้รับการแก้ไข แม้ว่างานสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งจะเริ่มต้น
อย่างดี และด้วยธรรมชาติของเครื่องจักรช่วยทุกระบบ ด้วยความไม่พร้อมในหลาย ๆ ด้าน และแม้ว่า
ข้อบกพร่องต่าง ๆ จะปรากฏขึ้นในขั้นการทำ Setting ความไม่พร้อมที่กล่าวถึงได้นำมาซึ่งปัญหาด้านต่าง ๆ
to Work และการทดลองในทะเล ที่มีเจ้าหน้าที่เทคนิค แก่ผู้ปฏิบัติงานสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งของ
ของบริษัทผู้ผลิตมาร่วมดำเนินการและร่วมแก้ไข อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ในทุกระดับ
ข้อบกพร่องทุก ๆ ส่วนของเรือหลวงกระบี่จึงม ี ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ แต่ความมุ่งมั่นที่จะ
ความเรียบร้อย ดังจะกล่าวในลำดับต่อ ๆ ไป แก้ไขปัญหาและความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะความเหนื่อยยาก
ระบบไฟฟ้าเป็นอีกระบบที่บุคลากรของ อู่ราชนาวี ของการทำงานของบุคลากร ฝ่ายแผน ฝ่ายผลิต และ
มหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือดำเนินการเอง ฝ่ายออกแบบ ทำให้งานก้าวหน้าไป โดยไม่หยุดยั้ง
ระบบไฟฟ้าของเรือหลวงกระบี่ มีความแตกต่าง บุคลากรอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องกล่าวถึงคือเจ้าหน้าที่ QC
จากการออกแบบสำหรับ เรือ River Class ของ แม้จะมีจำนวนคนไม่มากแต่ก็เข้าตรวจผลงาน
สหราชอาณาจักร กองทัพเรือจึงได้ว่าจ้างให้บริษัทเอกชน แบบเกาะติด และไม่ละความพยายามที่จะป้องกัน
แก้ไขการออกแบบให้เป็นไปตามระบบไฟฟ้าที่ มิให้งานที่มีคุณภาพต่ำผ่านไปได้ ปัจจัยทั้งปวงที่กล่าวมา
กองทัพเรือใช้งาน ผลการแก้ไขแบบออกมาดีมาก ข้างต้นส่งผลให้ ผลงานโดยรวมของเรือลำนี้ที่ดูแล้ว
มีแบบ Construction Drawings ที่มีคุณภาพ เป็นผล ย่ำแย่ในตอนต้น ๆ ของโครงการ ค่อย ๆ กลับมา
ให้ผลงานสร้างระบบไฟฟ้าที่ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช เป็นผลงานที่มีคุณภาพ
กรมอู่ทหารเรือดำเนินการที่มีคุณภาพสูง
งานด้านสรรพาวุธ และงานอิเล็กทรอนิกส์
ที่ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพาวุธทหารเรือ
และกรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือมี่มีบุคลากรที่มี
คุณภาพ มีความชำนาญสูง ทำให้การดำเนินการติดตั้ง
อาวุธ และอุปกรณ์ด้านอิเล็กทรอนิกส์ทุกชิ้นกระทำได้
โดยไม่มีที่ติ
การทดลองวงหันระหว่างการทดลองในทะเล (Sea Trial)
วิกฤติคือโอกาส
พลเรือตรี วิทยา ละออจันทร์ ได้มองโลกในแง่ดี
ในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารกรมอู่ทหารเรือประจำปี
พ.ศ.๒๕๕๗ ว่าโครงการนี้แม้ว่ามีปัญหามากมาย
แต่ถ้ามองว่าวิกฤติการนำไปสู่โอกาสแล้ว บุคลากร
ของ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ
งานลำตัวเรือเสร็จตามเป้าหมาย ได้ประสบการณ์มากมาย ปัญหาเกี่ยวกับแบบ ทำให้
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 21
ผู้ออกแบบต้องแก้ไขออกแบบเพิ่มเติม จนงานสร้างเดิน เรือหลวงกระบี่ ในวันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๔
ต่อได้ งานที่ไม่มีแบบทำให้ฝ่ายสร้างได้ประสบการณ์ใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
การใช้ความรู้ที่มีอยู่เดิมตัดสินใจทำงานต่อ แม้ว่าบางส่วน ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ต้องกลับไปแก้ไขใหม่ ปัญหาเกี่ยวกับพัสดุทำให้ผู้รับผิด เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์เป็นองค์ประธาน
ชอบมีโอกาสได้ประสบการณ์ที่มีอยู่ควรรวมกับ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ได้ทำการ
ความรู้ทางวิศวกรรมเครื่องกลเรือ พิจารณาแก้ปัญหา ทดลองเรือหน้าท่าและทดลองเรือในทะเล เมื่อทำการ
จนสำเร็จปัญหาเกี่ยวกับช่างเชื่อม ทำให้เจ้าหน้าที่ QC แก้ไขข้อขัดข้องต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย กรมอู่ทหารเรือ
ใช้ประสบการณ์การแก้ไข รวมทั้งได้เรียนรู้ความสำเร็จที่ จึงได้ส่งมอบเรือหลวงกระบี่ให้แก่กองทัพเรือ เมื่อ
การแก้ไขตำหนิในรอยเชื่อม ทั้งลำ ทำให้เรือปลอดภัย ๒๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๖
จากสภาวะคลื่นลมแรง ระบบไฟฟ้าของเรือลำนี้
ที่มีความสมบูรณ์ในทุกด้านทำให้เจ้าหน้าที่ QC บททดสอบสำหรับเรือหลวงกระบี่
ได้เรียนรู้การทดสอบการทำงานด้าน QC ของระบบ นาวาตรี กำชัย เจริญพงศ์ชัย นายทหารที่เดินทาง
ไฟฟ้าของเรือทุก ๆ ลำ ที่กรมอู่ทหารเรือ ได้เคยสร้างมา ไปกับเรือหลวงกระบี่เพื่อเข้าร่วมในพิธี International
พลเรือตรี วิทยา ละออจันทร์ ได้มีข้อคิดเห็นด้าน Fleet Review 2013 ได้บรรยายบรรยากาศและ
“วิกฤติคือโอกาส” ในตอนท้ายว่า “หากทุกอย่าง กิจกรรมของเรือหลวงกระบี่ในห้วงเวลาดังกล่าวไว้ใน
เรียบร้อยเป็นไปตามแผน วิศวกรและช่างฝีมือของ วารสาร นาวิกศาสตร์ ฉบับประจำเดือนกุมภาพันธ์
กองทัพเรือแทบไม่ได้ทำอะไร นอกจากประกอบ พ.ศ.๒๕๕๗ ในตอนหนึ่งของภารกิจ เรือหลวงกระบี่
และติดตั้งไปตามแบบและพัสดุที่ส่งมา ขบวนการเรียนรู้ เข้าร่วมการฝึกในทะเลตอนใต้ของทวีปออสเตรเลีย
ชนิด Hands on Experience ในลักษณะที่ผ่านมา เรือต้องเผชิญกับคลื่นลมแรงขนาด Sea State 5
แทบจะไม่เกิดขึ้น ซึ่งการเรียนรู้ชนิดนี้ มีคุณค่ามากกว่า (ความสูงของคลื่นระหว่าง ๒.๕ – ๕ เมตร) อยู่หลายวัน
การต่อเรือแบบ Jigsaw มากนัก” เรือก็ผ่านมาได้อย่างปลอดภัย สิ่งนี้ต้องยกความดี
กองทัพเรือประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำ ให้บุคลากรของ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ
ทุกคน ผู้เขียนขอปรบมือให้อย่างจริงใจ
บทส่งท้าย
โครงการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง หรือ
เรือหลวงกระบี่ ที่ผ่านมานั้น ต้นเหตุประการสำคัญ
ของปัญหาต่าง ๆ คือ “การจัดการ” กล่าวคือ
เมื่อทราบว่า Construction Drawings ที่มีอยู่
ไม่ตรงกับเรือที่ต้องการสร้างอย่างสมบูรณ์ เรามิได้
ให้เวลาสำหรับการแก้ไขแบบสร้างเรือให้เรียบร้อย
หรือถ้ายังแก้ไม่ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็น ก็ควรต้องได้รับ
แบบที่ใช้ได้จริงเป็นจำนวนมาก แล้วจึงเริ่มโครงการ
ส่วนแบบที่เหลือก็ดำเนินการแก้ไขต่อไป โดยวางแผน
การทดลองความเร็ว ระหว่างการทดลองในทะเล (Sea Trial) ให้สอดคล้องกับงานในช่วงปลาย ๆ ของโครงการ
22 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
หากสามารถกระทำเช่นนี้ได้ ก็จะไม่เกิดความโกลาหล สิ่งที่ได้เรียนรู้จากโครงการสร้างเรือหลวงกระบี่
ดังที่ผ่านมา และงานที่ได้ก็จะมีความประณีตมากกว่า จะมีส่วนช่วยการปฏิบัติในโครงการที่ ๒ นี้ และ
งานที่ต้องตามแก้ข้อบกพร่องไปทุก ๆ วัน ขณะที่ผู้เขียน อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ คงจะได้รับ
กำลังเรียบร้อยบทความนี้ ได้ทราบว่า อู่ราชนาวี Construction Drawings ที่สมบูรณ์และทันสมัย
มหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ กำลังจะเริ่มสร้าง เรียบร้อยแล้ว
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง อีกลำหนึ่ง หวังเป็นอย่างมากว่า
บรรณานุกรม
หนังสือ
กองทัพเรือ. เรือหลวงกระบี่ เรือเฉลิมพระเกียรติตามแนวทางพอเพียง (หนังสือที่ระลึกในพิธีรับมอบ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งเฉลิมพระเกียรติ
๘๔ พรรษา) กรุงเทพฯ : ม.ป.ท. , ๒๕๕๖.
วารสาร
กำชัย เจริญพงศ์ชัย, นาวาตรี. “ความภาคภูมิใจแห่งราชนาวีไทย” , นาวิกศาสตร์. ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗, หน้า ๖๒ - ๗๐.
วิทยา ละออจันทร์, นาวาเอก. “เจตนารมณ์การต่อเรือแบบพึ่งพาตนเองของกองทัพเรือ”, กรมอู่ทหารเรือประจำปี ๒๕๕๗ , หน้า ๓๐ - ๕๑.
รายงานทางวิชาการ
พงศ์สรร ถวิลประวัติ, พลเรือตรีและวิทยา พันธุ์โภคา, นาวาเอก.” รายงานผลการออกแบบเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งเบื้องต้น.” เมษายน ๒๕๕๐.
อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช.” ปัญหาและ อุปสรรคในการสร้างเรือ” ม.ป.ป.
การสัมภาษณ์
ณัฐพล สาธร, นาวาเอก, นายช่างกองโรงงานเรือเหล็ก, อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช.สัมภาษณ์. ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗.
ธนดล สรรคณี, นาวาเอก, รองผู้อำนวยการกองแผนงานฝ่ายเรือ, กรมอู่ทหารเรือ. สัมภาษณ์.๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ และ ๑๙ มกราคม
พ.ศ.๒๕๕๙.
ประเสริฐ ไทยอ่อน, นาวาโท, อดีตนายทหารกำกับการซ่อมสร้าง,กองแผนและประมาณการช่าง อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช. สัมภาษณ์. ๒๑
มกราคม พ.ศ.๒๕๕๙.
พงศ์สรร ถวิลประวัติ, พลเรือโท, ผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยาลัยพาณิชย์นาวีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา.สัมภาษณ์. ๑๕
ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๘.
ภูริ ทรงโยธิน, นาวาเอก, หัวหน้าสำรวจและตรวจสอบ,กองแผนงานฝ่ายเรือ กรมอู่ทหารเรือ. สัมภาษณ์.๕ สิงหาคม ๒๕๕๓.
วิทยา ละออจันทร์, พลเรือตรี, ผู้อำนวยการอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช (อดีต Project Manager โครงการสร้างเรือหลวงกระบี่).สัมภาษณ์. ๑
กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๙.
สันติรัตน์ ธาระเขตต์, นาวาเอก, อดีตรองผู้อำนวยกองควบคุมคุณภาพ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช. สัมภาษณ์. ๒๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๙.
ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต
https://www.en.wikipedia.org/wiki/BAE_Systems_Maritime_-Naval_ships.
https://www.en.wikipedia.org/wiki/River_Class_patrol_vessel
https://www.en.wikipedia.org/wiki/VT_Group
https://en.wikipedia.org/wiki/Sikorsky_S-
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 23
พลเรือเอก กฤษฎา เฟื่องระบิล
ไทยในมหาเอเซียบูรพา ๗๐ ปี ของการสิ้นสุดสงคราม ตอนที่ ๑
ั
มหาเอเชียบรพาเป็นสงครามสมัยใหม่ระดบโลก การเกิดสงครามใหญ่ในยุโรป พ.ศ.๒๔๘๓ ทาให้ไทย
ู
ำ
ั
ี
ำ
ู
ท่ไทยได้ประสบเป็นคร้งแรก ผ้นาไทยและชาวไทย ประกาศตัวเป็นกลางทาสัญญาไม่รุกรานกันกับอังกฤษ
ำ
ี
ุ
ต้องเผชิญหน้ากับการรุกรานขนาดใหญ่หลายมิติจาก (๓๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๘๓) และญ่ป่น (๒๓ ธันวาคม พ.ศ.
ญ่ป่นและการปฏิบัติการทางทหารของสัมพันธมิตร ๒๔๘๓) เมื่อสถานการณ์ในเอเชียบูรพามีความคับขันขึ้น
ี
ุ
ี
์
ี
ำ
ด้วยยุทโธปกรณ อุตสาหกรรม การรบท่มีเทคโนโลยีสูง มีการตราพระราชบัญญัติกาหนดหน้าท่คนไทยในเวลา
ในขณะที่พื้นฐานของชาติยังเป็นเกษตรกรรม การที่ไทย รบขึ้นเมื่อ ๘ กันยายน พ.ศ.๒๔๘๔ และตามมาด้วยการ
เอาตัวรอดมาได้นับได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ปลุกเร้าของนายมั่น นายคง จากรายการประจำาวันของ
สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย ให้ประชาชนส้ตายหากม ี
ู
สภาพการณ์ก่อนเกิดสงคราม ข้าศึกบุกเข้ามาในประเทศไทย แต่ก็ไม่ได้มีการระบุแน่ชัด
ื
ึ
ั
้
่
ี
้
เม่อเร่มเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีในป พ.ศ.๒๔๘๑ วาขาศกคอใคร รฐบาลไดประกาศตงผ้บญชาการหนวย
ั
ื
้
ั
่
ิ
ู
พลตร ป. พิบูลสงคราม (ต่อมาเป็น จอมพล ใน
ี
ู
ำ
พ.ศ.๒๔๘๔) ได้นาประเทศเข้าส่ยุคของการปฏิรูป
ื
วัฒนธรรม เพ่อก้าวหน้าทันอารยประเทศ มีการปลุก
ำ
ำ
ื
ำ
คาขวัญว่า “ยุคมาลานาไทยไปเป็นมหาอานาจ เช่อ
ู
ำ
ผ้นาชาติพ้นภัย” และประกาศใช้รัฐนิยม เร่มด้วยการ
ิ
ื
ี
เปล่ยนช่อประเทศสยามเป็นประเทศไทย ให้ประชาชน
แสดงความเคารพเวลาได้ยินเสียงเพลงชาติและเพลง
สรรเสริญพระบารม ท้งมีการกาหนดข้อปฏิบัต เช่นให ้
ิ
ี
ั
ำ
ี
ำ
ใช้คาว่าสวัสด เพอทักทายปราศรัย สามีต้องยกย่องภริยา
่
ื
ให้หอมแก้มภริยาก่อนออกจากบ้านไปทางาน สรุปคือ
ำ
ปลุกกระแสชาตินิยมอย่างสูงสุด ภาพโฆษณา (โปสเตอร์) เรื่อง วัฒนธรรมไทย ด้านการแต่งกาย
แบบรัฐนิยม พ.ศ.๒๔๘๔
24 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
ุ
ี
ู
ั
ำ
ู
กาลังรบโดยต้ง จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นผ้บัญชาการ ญ่ป่นใช้การทูตเชิงข่มข่ (Coercive Diplomacy)
ำ
ื
ิ
ทหารสูงสุด ต้งแต่วันท ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๔ นาการปฏบัตการทางทหารขอผานไทยเมอ ๗ - ๘
่
ื
ี
่
ิ
ั
่
และต่อมาได้ประกาศแต่งต้ง จอมพล ป. พิบูลสงคราม ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔
ั
ี
่
ุ
์
ุ
พลเรือโท หลวงสินธ์สงครามชัย (สินธ กมลนาวิน) วันท ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ พันเอก โชลทซ ์
ี
พลอากาศตร หลวงอธึกเทวเดช (บุญเจียม (Scholtz) ทูตทหารเยอรมันประจำากรุงเทพฯ ได้เข้าพบ
ุ
โกมลมิศร์) เป็นแม่ทัพบก แม่ทัพเรือ และแม่ทัพอากาศ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เพ่อแจ้งให้ทราบว่า กองทัพญ่ป่น
ี
ื
ื
เมื่อ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้เคล่อนท่ม่งส่ทะเลจีนม่งไปยังอ่าวไทย คร้นเม่อจอมพล
ุ
ั
ื
ู
ุ
ี
ป. พิบูลสงคราม ได้ทราบเร่องแล้ว จึงได้รีบออกเดินทาง
ื
ิ
ไปอรญประเทศพรอมดวย พลโท จร วชตสงคราม
้
้
ั
ิ
ิ
เสนาธิการทหารบก และ พลตรี จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์
ี
ั
โดยมิได้มอบหมายส่งการหรือแจ้งให้ทราบว่าจะไปท่ใด
ั
ิ
้
ื
ั
่
่
ั
ื
ี
ื
่
่
ิ
้
ื
้
ั
กลบเมอใด กบทงมไดมเครองมอสอสารตดตอกนไดกบ
ั
กองบัญชาการทหารสูงสุด และทางคณะรัฐมนตรี
ี
่
ตอนกลางคืนของวันเสาร์ท ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔
เวลาประมาณ ๒๑.๐๐ น. นายทสุโบกามิ (Tsubokami)
เอกอัครราชทูตญ่ป่นประจาประเทศไทย พร้อมคณะ
ำ
ุ
ี
ี
ำ
ไดเดนทางเขาไปในทาเนยบรฐบาล (วงสวนกหลาบ
ั
ุ
้
้
ั
ิ
็
ซงเคยเปนวงของสมเดจพระบรมวงศเธอ เจาฟาอษฎางค ์
้
้
่
ั
็
์
ึ
ั
ุ
เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา) พร้อมแจ้งว่าญ่ป่น
ี
ได้ประกาศสงครามกับอังกฤษและสหรัฐอเมริกาแล้ว
ญี่ปุ่นเคลื่อนกำาลังเข้าสู่อินโดจีนมากขึ้น และได้รับคาส่งจากรัฐบาลญ่ป่นให้แจ้งต่อรัฐบาล
ำ
ี
ุ
ั
ก่อนวันท ๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔ เล็กน้อย ไทยว่า กองทัพญ่ป่นขอผ่านประเทศไทยไปตีมลายา
ี
ุ
่
ี
ทางราชการได้วางแผนท่จะต้านทานการบุกของกองทัพ
ี
ำ
อังกฤษ โดยดงกาลง “กองตารวจสนาม” กลับจาก
ำ
ั
ึ
ภารกิจเรียกร้องดินแดนในภาคอีสาน แล้วส่งไปช่วยท ี ่
ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อปิด “ช่องสิงขร” ที่พม่าเคยรุกไทย
มาก่อน ต่อมาเกรงว่าอังกฤษจะรุกขึ้นมาจากทางภาคใต้
ทหารอากาศจากกองบินน้อยที่ ๕ ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมี
นาวาอากาศตรี ม.ล. ประวาส ชุมสาย เป็นผู้บังคับการ
ี
กองบิน ถูกส่งไปยันใว้ท่นครศรีธรรมราช ตัวกองบินท ่ ี
ำ
์
ชายทะเลประจวบคีรีขันธ จึงไม่มีกาลังพล ในวันท ๗
ี
่
ำ
ี
ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔ พลตารวจตร อดุล อดุลเดชจรัส วังสวนกุหลาบเป็นทำาเนียบรัฐบาลของ
ี
รองนายกรัฐมนตร ได้ส่งโทรเลข เข้ารหัสให้ปรับแผน จอมพล ป. พิบูลสงคราม ในวันที่ญี่ปุ่นบุก ๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔
่
ต้านทานใหม เป็นหันมาต้านทาน “ข้าศึกตัวใหม่”
ด้านชายทะเลแทน
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 25
ทหารญี่ปุ่นหน่วยแรกที่บุกขึ้นฝั่งที่บางปู สมุทรปราการ
เมื่อ ๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔
ิ
ำ
ึ
จานวนประมาณ ๓๕ ลา ก็ได้เร่มยกพลข้นบกเกือบ
ำ
ทุกจุด ณ ตำาบลต่าง ๆ ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งที่บางปู ทหารญี่ปุ่นสามารถควบคุมตัว พลเรือโท
์
สินธ กมลนาวิน แม่ทัพเรือ ผ้บัญชาการทหารเรือ
ู
ุ
ไว้ได้ต้งแต่เม่อเวลา ๐๕.๐๐ น. ขณะท่ท่านกาลังเดิน
ี
ั
ื
ำ
ทางกลับจากสัตหีบเข้ากรุงเทพฯ ทางด้านบูรพา จังหวัด
ญี่ปุ่นส่งทหารขึ้นบุกตามจังหวัดชายทะเลทางใต้
ุ
ำ
ี
และเคลื่อนย้ายทหารรุกไทยผ่านจังหวัดพิบูลสงคราม พิบูลสงครามถูกยึด กาลังทหารบกของญ่ป่น มีรถรบ
ั
้
้
ั
ำ
่
ื
่
ื
ประมาณ ๑๐๐ คน พรอมดวยปนใหญ กาลงเคลอนท ่ ี
์
(มาเลเซียในปัจจุบัน) และสิงคโปร ขออย่าให้ไทยขัดขวาง เข้ามาทางสวายดอนแก้ว อีกประมาณ ๕๐๐ ถึง ๖๐๐ คัน
เขารับรองว่าจะเคารพอธิปไตยของไทย ขอให้ไทย กาลังเคล่อนท่ผ่านพระตะบองมายังมงคลบุร ท ี ่
ี
ื
ี
ำ
ั
ิ
ตกลงยนยอมภายในเวลา ๐๑.๐๐ น. ของวนอาทตย ์ วัฒนานคร เคร่องบินญ่ป่นจานวน ๑๗ เคร่อง กาลัง
ิ
ุ
ี
ำ
ำ
ื
ื
ำ
ี
ี
ท ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ เม่อ พลตารวจตร อดุล บนอยเหนอตวเมอง เครองบนสวนใหญอกจานวน
่
ื
่
ำ
ั
ื
ี
ู
ื
ื
่
ิ
่
่
ิ
ี
อดุลเดชจรัส รองนายกรัฐมนตร และอธิบดีกรมตารวจ หน่งท่ฐานทัพในอินโดจีนพร้อมจะข้นปฏิบัติการท้ง
ำ
ึ
ึ
ี
ิ
ั
ส่งราชการแทนนายกรัฐมนตรีทราบเช่นน้นก็ได้เรียก ระเบิดลงในกรุงเทพฯ ในขณะเดียวกัน ทหารและ
ั
ประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นการฉุกเฉิน เมื่อเวลา ๒๓.๐๐ น. ตารวจไทยได้ต่อต้านทหารญ่ป่น บางแห่งมียุวชน
ำ
ี
ุ
ในการประชม คณะรฐมนตร มมตขอยดเวลาตอบ ทหารเข้าร่วมรบด้วย บางแห่งทหารและยุวชนรบ
ื
ั
ี
ี
ิ
ุ
เป็น ๐๗.๐๐ น. เพ่อรอการตัดสินใจของจอมพล ป. อย่างกล้าหาญถึงข้นตะลุมบอน มีคนบาดเจ็บล้มตาย
ื
ั
ั
ี
ึ
พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตร ซ่งมีอานาจส่งทหาร เป็นอันมากทั้งสองฝ่าย
ำ
ั
่
ู
็
แตผเดยว ระหวางทรอ กมรายงานมายงคณะรัฐมนตรีว่า
้
ี
ี
่
ี
่
ี
ุ
ทหารญ่ป่นได้ข้นบกหลายแห่ง โดยญ่ป่นได้ใช้กองเรือ
ุ
ึ
ี
ำ
เฉพาะกิจซ่งประกอบด้วยเรือลาดตระเวน ๘ ลา
ึ
เรือพิฆาต ๒๐ ลา ทาการปิดอ่าวไทยไว้ท้งหมด ต้งแต ่
ั
ั
ำ
ำ
บางปูท่จังหวัดสมุทรปราการ คร่อมอ่าวไทยตลอด
ี
ั
ั
ชายฝ่งทะเลทางใต้ต้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ ์
ชุมพร สุราษฎร์ธาน นครศรีธรรมราช สงขลา จนถึง
ี
ี
ุ
ปัตตาน ขณะเดียวกันทหารจากเรือลาเลียงญ่ป่น
ี
ำ
ทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่สงขลา
26 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
ระหว่างการรอคอยการกลับมาของ จอมพล ป. กองเรือรบไทยอยู่ไหนเมื่อญี่ปุ่นกำาลังจะบุกไทย
ำ
พิบูลสงครามนั้น นายทสุโบกามิ ทูตญี่ปุ่นก็ได้ส่งโทรเลข กองทัพเรือได้ดาเนินการรักษาความเป็นกลางทาง
ำ
ั
ไปยังไซ่ง่อน (โฮจิมินซีต้ในปัจจุบัน) ให้กองกาลังทหาร ด้านทะเล และได้จัดต้ง “กองเรือตรวจอ่าว” ขึ้นเป็น
ี
ี
ื
่
ื
ระงับการปฏิบัติการทางอากาศและทางพ้นดินไว้ก่อน กองเรือเฉพาะกิจ เม่อวันท ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๔
กบได้รวมมอกบเจ้าหนาททหารไทยเดินทางไปทบางป ู ตามคำาสั่งกองทัพเรือที่ ลับเฉพาะ ๕/๘๔ โดยให้ นาวาเอก
ั
่
ี
้
ื
่
่
ี
ั
ู
ำ
ำ
ึ
ั
เพ่อยับย้งมิให้ทหารญ่ป่นยกพลข้นบกตามคาร้องของ ชลิต กุลกาม์ธร ผ้บังคับหมวดเรือใช้ตอร์ปิโด
ี
ื
ุ
้
ื
ื
ื
ู
ั
ั
็
รัฐบาลไทยในขณะน้น ญ่ป่นได้ประกาศสงครามกับ เปนผบงคบการกองเรอ ประกอบดวยเรอรบแบบเรอสลป
้
ุ
ุ
ั
ี
ุ
ั
องกฤษ และอเมรกาแลว และกาลงรบอยางดเดอดทวไป ๒ ลำา (ร.ล.ท่าจีน และ ร.ล.แม่กลอง) เรือตอร์ปิโดใหญ่
่
่
ำ
ิ
ื
้
ั
ั
ำ
ุ
ำ
ทั้งอาณาบริเวณแปซิฟิค และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ๔ ลา เรือวางท่นระเบิดและเรือลาเลียง (ไม่ปรากฏว่าม ี
เรือดำาน้าในวิกฤตสำาคัญ) ออกเรือจากกรุงเทพฯ เมื่อ ๒๑
ำ
พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๘๔ โดยมีภารกิจตรวจอ่าว
่
ี
ื
เพ่อรักษาความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด วันท
๒๖ พฤศจกายน พ.ศ.๒๔๘๔ กองเรอเดนทาง
ื
ิ
ิ
ไปนราธิวาส และเดินทางข้ามอ่าวไทยมาจอดเรือ
ี
ทีแหลมงอบ จังหวัดตราด ในวันท ๒๘ พฤศจิกายน
ี
่
่
พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้รับคำาสั่งจากกองทัพเรือให้ดับไฟเรือจอด
ี
่
และระวังเหตุการณ์โดยกวดขัน วันท ๒๙ พฤศจิกายน
พ.ศ. ๒๔๘๔ กองเรือออกเดินทางมาสัตหีบและจอดเรือ
ทหารญี่ปุ่นกำาลังยกพลขึ้นบกขึ้นฝั่งไทยที่สงขลา อย่ท่น่นจนถึง ๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔ ในตอนเย็น
ี
ั
ู
ทหารไทยภายใต้การบังคับบัญชาของ พันโท หลวงเสนาณรงค์
กำาลังยิงปืนต่อต้านการยกพลขึ้นบกของญี่ปุ่นที่นครศรีธรรมราช
นาวาเอก ชลิต กุลกำาม์ธร
(ต่อมาเป็นพลเรือตรี)
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 27
ำ
วันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ นาวาเอก ชลิต กุลกำาม์ธร เรือตอร์ปิโดใหญ่ส่วนเรือลาเลียงคือ เรือหลวงสีชัง
์
ุ
ได้ไปรายงานเหตุการณ์ต่อ พลเรือโท สินธ กมลนาวิน ให้แยกขบวนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เตรียมรับน้าจืดและ
ำ
่
ู
ั
ผ้บัญชาการทหารเรือ(หน่วยปกติ) และแม่ทัพเรือ เช้อเพลิงดีเซล ไว้รอการปฏิบัติต่อไปต้งแต
ื
ำ
(หน่วยกาลังรบ) ในขณะท่ท่านกาลังปฏิบัติงานท ่ ี นาวาเอก ชลิต กุลกำาม์ธร ได้รับข่าวข้าศึกบุกขึ้นสงขลา
ี
ำ
ิ
ื
บ้านพักดงตาล สถานีทหารเรือสัตหีบ เพ่อขออนุญาต แล้วก็ไม่ได้ข่าวอะไรเพ่มเติมอีกท่านจึงไม่ทราบ
ี
ำ
ำ
ุ
เดินทางกลับกรุงเทพฯ ตามคาส่งเดิมท่กาหนดไว ้ แน่ชัดว่า ไทยมีสัมพันธ์กับอังกฤษหรือญ่ป่น และ
ั
ี
ี
ู
ุ
ี
ในวันท ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ แต่แม่ทัพเรือ ร่วมมือกับญ่ป่นหรืออย่างไร ต่อมาผ้บังคับการเรือ
่
ำ
ี
ไม่อนุญาตให้เรือกลับกรุงเทพฯ ตามคำาสั่งเดิม เนื่องจาก ตอร์ปิโดใหญ่ท่กาลังลาดตระเวนตามแนวอ่าวรูปตัว ก
ี
ท่านรับฟังวิทยุจากต่างประเทศ เข้าใจว่าพร่งน้อาจม ี ด้านในสุดของอ่าวไทย ก็ถามมาทางวิทยุโทรเลขว่า
ุ
ำ
ี
ุ
เหตุการณ์สาคัญระหว่างญ่ป่นกับอเมริกาเกิดข้นได ้ ถ้าเรือรบอังกฤษเข้ามาจะให้ทาอย่างไร นาวาเอก ชลิต
ึ
ำ
ท่านจึงให นาวาเอก ชลิต กุลกาม์ธร เลือกท่จะ กุลกาม์ธร จึงส่งไปว่าถ้าเขาไม่ยิงเราก็อย่าเพ่งยิง
ำ
ั
ี
ำ
ิ
้
ึ
เดินทางไประยอง หรือเกาะสีชังแทน ซ่ง นาวาเอก ให้รายงานด่วนให้ทราบก่อน เวลา ๐๗.๐๐ น.
ชลิต กุลกาม์ธร ได้เลือกท่จะเดินทางไปเกาะสีชัง ของวนท ๘ ธนวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ นาวาเอก ชลต
ั
ิ
ำ
ี
ั
ี
่
ำ
เวลา ๐๓.๐๐ น. พนักงานวิทย ร.ล.แม่กลอง เรือธง กุลกาม์ธร วิทยุไปถามกองทัพเรือและกองเรือรบว่า
ุ
ของกองเรือตรวจอ่าว ได้มารายงานแจ้งข่าววิทยุดัก “จะรบกับใครกันแน่” ตอนน้ท่านบรรยายความร้สึกว่า
ู
ี
ี
รับฟังว่าม “ข้าศึก” บุกข้นโกตาบารูและสงขลาแล้ว “กองเรือท่ปฏิบัติการอย่ในทะเลในภาวะท่บ้านเมือง
ี
ึ
ี
ู
เวลา ๐๕.๐๐ น. ของวนท ๘ ธนวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ กาลังถูกอีกประเทศหน่งรุกรานและกองทัพเรือหรือ
ำ
ั
ึ
ี
ั
่
่
้
ั
ู
ู
้
ทานไดสงใหเรอตอร์ปิโดใหญ ภายใตการบังคับบญชา กองบัญชาการทหารสงสุด ไมใหข่าวแก่ผ้บงคบบัญชา
่
ื
้
่
่
ั
ั
ั
้
ของท่าน ๔ ลา คือ ร.ล.ระยอง ร.ล.สุราษฎร และ กองเรือเลย ทาให้มืดแปดด้านเหมือนถูกทอดท้งไว้ใน
ิ
ำ
์
ำ
ี
ร.ล.ปัตตาน ออกเรือไปปฏิบัติการลาดตระเวน ป้องกัน ทะเล” เวลา ๑๐.๐๐ น. ของวันท ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔
ี
่
ื
การยกพลข้นบกของข้าศึกใกล้กรุงเทพ คือแนวระหว่าง กองเรือเข้าจอดท่ศรีราชา เพ่อหาข่าวจากนายอาเภอ
ึ
ี
ำ
ื
่
ึ
่
ิ
ี
ำ
ก้นอ่าวศรีราชากับหัวหิน โดยมีเรือหลวงแม่กลอง ศรราชา ว่าอะไรเกดข้นในประเทศ เมอข้นฝงนายอาเภอ
ึ
ั
เรือธงกองเรือไปคอยสนับสนุนการปฏิบัติการของ ก็ไม่รู้อะไรเหมือนกัน ข่าวทางจังหวัดก็ไม่มี เงียบทุกด้าน
ี
มีแต่เสียงราษฎรท่เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ และ
รถประจำาทาง พูดกันว่า “กรุงเทพฯ ถูกญี่ปุ่นยึดแล้ว”
การตัดสินใจในยามหน้าสิ่วหน้าขวานของผู้นำาไทย
ก่อนเวลา ๐๖.๕๐ น. ของวันท ๘ ธันวาคม
ี
่
พ.ศ. ๒๔๘๔ เล็กน้อย คณะของนายกรัฐมนตรีไทย
ก็เดินทาง มาถึงทาเนียบรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม
ำ
ุ
ี
ุ
รีบผละออกจากการรุมล้อมของกล่มนายทหารญ่ป่นกว่า
๒๐ นาย วิ่งขึ้นบันไดทีละสองขั้นอย่างรีบร้อน ตรงเข้าสู่
ห้องประชุมคณะรัฐมนตรีทันที
ี
ำ
ในท่ประชุม พลตารวจตร อดุล อดุลเดชจรัส ได้แจ้ง
ี
พลเรือโท สินธุ์ กมลนาวิน เหตุการณ์ทางการทูต และการปฏิบัติการทางทหารของ
ผู้บัญชาการทหารเรือ
28 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
ี
ิ
ี
ุ
ญ่ป่นในไทยท่เพ่งเกิดข้นแก่จอมพล ป. พิบูลสงคราม
ึ
ี
ี
ำ
นายกรัฐมนตร คณะรัฐมนตรีได้ฟัง พลตารวจตร อดุล
อดุลเดชจรัส แถลงสถานการณ์โดยละเอียดอย่าง
เงียบกริบ ในท่สุด จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ให ้
ี
ความเห็นว่า กขอให้สงหยดยิงดีกว่า เวลา ๐๗.๓๐ น.
็
ุ
่
ั
คณะรัฐมนตรีมีมติเอกฉันท์ให้ฝ่ายไทยหยุดยิงและให ้
นายทหารไปแจ้งกองทัพ พลตำารวจตรี อดุล อดุลเดชจรัส (ต่อมาเป็น พลตำารวจเอก)
อธิบดีตำารวจ จากตำารวจอาชีพเพียงคนเดียว
ั
จากน้นจอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงได้ออกจาก ที่ได้รับพระราชทานยศ พลเรือเอก
ห้องประชุมไปเจรจากับเอกอัครราชทูต ทสุโบกามิ เวลา เกียรติยศของนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย ให้ท่านได้
ู
ุ
ี
๐๗.๔๕ น. เอกอัครราชทูตญ่ป่นได้แจ้ง ขอให้นายก ไปหารือกับคณะรัฐมนตรีของท่านเสียก่อน ได้พูดกันอย่นาน
ี
ญ่ป่นจึงได้ยอมให้จอมพล ป. พิบูลสงคราม ออกไปยัง
ุ
ี
้
ท่ประชุมคณะรัฐมนตรีได การประชุมคณะรัฐมนตร ี
เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ นายปรีดี พนมยงค์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ให้ความเห็นว่า เม่อเรา
ื
ึ
ี
จะไม่รบกับญ่ป่นแล้ว เราก็จะไม่รบกับอีกฝ่ายหน่งด้วย
ุ
ุ
คืออนุญาตให้ญ่ป่นผ่านไป โดยเราจะไม่ช่วยเหลืออะไร
ี
เลย โดยญ่ป่นต้องเคารพเอกราช และอธิปไตยของไทย
ุ
ี
ั
อย่างเคร่งครัด อีกท้งเป็นการตกลงเฉพาะในด้าน
ี
ื
จอมพล ป. พิบูลสงครามในเครื่องแบบนาวาเอก เมื่อเป็นรัฐมนตรี การทหาร ไม่เก่ยวกับ เร่องเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง
กระทรวงกลาโหมคร้งแรก พ.ศ.๒๔๗๗ ถ่ายกับนายประสงค์ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบกับข้อเสนอของนายปรีดี พนมยงค์
ั
ี
ำ
พิบูลสงคราม (ต่อมาเป็น พลเรือโท) บุตรชายคนโตท่กาลังจะไป จึงให้เจ้าหน้าท่ระดับสูงไปทาความเข้าใจกับญ่ป่นว่า
ี
ุ
ี
ำ
เรียนต่อการทหารเรือที่อังกฤษ (๑) ญ่ป่นจะต้องไม่ปลดอาวุธทหารไทย (๒) กองทัพ
ุ
ี
ั
ี
ุ
รัฐมนตรีตกลงยอมรับสถานะสงครามของไทย ๑ ใน ๔ ข้อ ญ่ป่นเพียงเดินทัพผ่านประเทศไทยเท่าน้น (๓) การตกลง
ี
ท่ญ่ป่นเสนอให้ไทยเลือกดังน (๑) เป็นพันธมิตรกัน ดังกล่าวเป็นการตกลงเฉพาะด้านการทหารเท่านั้น และ
ุ
้
ี
ี
ิ
ี
ทางทหาร ร่วมรุก และป้องกันประเทศไทยด้วยกัน (๒) (๔) ข้อตกลงน้ถือเป็นเด็ดขาด จะไม่มีการขอส่งใด
ี
ี
ให้ไทยร่วมในกติกาไตรภาค ระหว่าง เยอรมันน อิตาล ี เพิ่มเติมอีกในภายหลัง ต่อมาเมื่อเวลา ๑๘.๐๐ น. สถานี
่
ี
ี
่
่
ุ
ิ
็
ิ
่
และญี่ปุ่นที่ลงนามที่กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน วิทยุแหงประเทศไทย เปดเพลงชาตญปนแทนทจะเปน
พ.ศ.๒๔๘๓ (๓) ไทยอนุญาตให้ทหารญ่ป่นผ่าน เพลงชาติไทยในเวลาชักธงไทยลงจากยอดเสา
ี
ุ
์
ี
ี
ั
้
ประเทศไทยไปได (๔) ไทยกับญ่ป่นรับว่าจะป้องกัน ในเย็นวันน้นท่บ้านของนายปรีด พนมยงค รัฐมนตร ี
ุ
ี
ี
ุ
้
ั
ุ
ำ
่
่
่
ั
่
้
ั
ประเทศไทยรวมกนเทานน (ไมตองรวมรก) สาหรบ ว่าการกระทรวงการคลัง กล่มบุคคลท่ไม่เห็นด้วยกับ
ั
ำ
ฝ่ายญ่ป่นน้น ได้ให้ประกันว่า เอกราช อธิปไตย และ การกระทาของรัฐบาลได้ประชุมกันจัดต้งเป็นขบวนการ
ี
ั
ุ
ุ
ื
ุ
ุ
ี
เกียรติยศของประเทศไทยจะได้รับการเคารพ จอมพล ป. ต่อต้านญ่ป่น และให้ช่อย่อว่า “เอ๊กซ์โอกร๊ป” กล่มน ้ ี
ั
ี
พิบูลสงคราม จึงขอเวลาไปหารือในท่ประชุมคณะ ต่อมาได้พฒนาเป็น “ขบวนการเสรีไทย” หลังจากท ี่
ื
ุ
ี
ำ
ั
ุ
ี
รัฐมนตร ทางฝ่ายญ่ป่นจะไม่ยอมให้ท่านออกจากห้องน้นไป รัฐบาลไทยมีมติยอมให้ญ่ป่นเคล่อนกาลังพลผ่านไทยแล้ว
ี
ุ
ี
นายวณิช ปานะนนท์ ได้ขอร้องให้ฝ่ายญี่ปุ่น เคารพต่อ ทูตทหารบกญ่ป่นได้แจ้งให้ทราบว่าต้องเอาผ้าขาวไป
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 29
ี
ื
ิ
ปูตามยาว ท่สนามม้าราชตฤณมัย (นางเล้ง) เพ่อเป็น
สัญญาณว่ารัฐบาลไทยยอมให้กองทหารญ่ป่นผ่าน
ี
ุ
ำ
ี
ไปได้ก่อนเวลา ๐๘.๐๐ น. ถ้าหากพ้นกาหนดน้แล้วยัง
ุ
ี
ไม่ได้รับสัญญาณดังกล่าว กองทัพญ่ป่นทุกหน่วยจะถือว่า
ื
ุ
ี
ประเทศไทยเป็นศัตรูและให้บุกทันท ญ่ป่นมีเคร่องบิน
ี
๗๐๐ เครื่อง รอคำาสั่งอยู่ที่ไซ่ง่อน
ี
วันท ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ เม่อมีการตกลง
่
ื
ี
ี
ุ
ุ
ำ
ึ
ให้ทหารญ่ป่นผ่านแล้ว กองทหารญ่ป่นได้ลาเลียงข้น
่
ี
ี
ุ
ู
บกท่บางป โดยมีคนญ่ป่นเป็นแนวท ๕ ในกรุงเทพฯ ทหารญี่ปุ่นขณะเคลื่อนพลจากบางปูเข้ากรุงเทพฯ
ี
ั
ำ
้
่
ำ
่
แตงเครองแบบทหารประจาการนากาลงทหารขนบก
ำ
ึ
ื
้
ู
แลวบกเคลอนทมาทางดานพระโขนงตามแนวถนน กรุงเทพฯ จานวนมากได้มายืนชุมนุมอย่ตามถนนหนทาง
ำ
ี
่
ุ
ื
่
้
้
ำ
ื
ี
สุขุมวิท เม่อขบวนรถทหารญ่ป่นเข้ามาถึงช้นในของ ในกรุงเทพฯ นาตานองหน้า ด้วยความเจ็บใจท่เห็น
ุ
ี
ั
ี
ั
ุ
ี
ู
กรุงเทพฯ มีเด็กและผ้หญิงไปยืนตามส่แยกคอย ทหารญ่ป่นหล่งไหลเข้ามาในเมืองหลวงอย่างลอยนวล
์
์
หนังสือพิมพ วอชิงตันไทม เฮรัลด ฉบับวันท ๑๘ ธันวาคม
ี
์
่
ค.ศ. ๑๙๔๑ (พ.ศ. ๒๔๘๔) ลงข่าวว่า “ชาวไทยได้ทราบ
ำ
ข่าวการยอมจานนด้วยความตกใจ และร้องห่มร้องไห ้
ขณะยืนงงงันตามท้องถนนในกรุงเทพฯ”
นายปรีดี พนมยงค์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
โบกธงช้ทางให้ทหารญ่ป่นไปพักท่สนามกีฬาแห่งชาต ิ
ี
ุ
ี
ี
ฝ่ายประชาชนชาวไทยนั้น เมื่อทราบจากคำาแถลงการณ์
ี
ของรัฐบาลไทยยินยอมให้ทหารญ่ป่นเข้ามาในประเทศ
ุ
ู
ำ
หลังจากทหารและตารวจได้ต่อส้บาดเจ็บล้มตายไปเป็น
จำานวนมาก ต่างก็งุนงง ไม่เข้าใจดีนักว่า รัฐบาลยอมให้
ุ
ี
ญ่ป่นผ่านดินแดนไปได้อย่างไร เพราะตลอดเวลามีการ
ปลุกใจให้ชาวไทยทุกคนส้ข้าศึกอย่างสุดชีวิตหากมีใคร
ู
รุกราน ในตอนบ่ายของวันท ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ชาว
่
ี
30 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
ุ
ท่าทีแข็งกร้าวข้น ญ่ป่นกลับเป็นฝ่ายย่นเง่อนไขหนัก ๆ
ึ
ี
ื
ื
ิ
ู
ี
ให้ไทยปฏิบัต ดุจดังเป็นประเทศท่อย่ในความยึดครอง
ุ
ของญ่ป่นมากข้นตามลาดับ กล่าวคือ ให้หน่วยทหารไทย
ี
ึ
ำ
ื
ึ
อย่กับท ห้ามเคร่องบินข้นลงสนามบิน ห้ามเรือรบหรือ
่
ี
ู
เรือเดินสมุทรออกจากท่าเรือก่อนแจ้ง ห้ามการส่งวิทย ุ
ำ
ี
และโทรเลขเป็นรหัส และต้องส่งสาเนาให้ญ่ป่นทราบ
ุ
ประการต่อมาญ่ป่นเตรียมเข้าควบคุมสถานีรถไฟและ
ุ
ี
เตรียมการเดินขบวนรถเสียเอง รถบรรทุกสินค้าต่าง ๆ
ื
มารวมไว้ในกรุงเทพฯ เพ่อการลาเลียงทหารญ่ป่นต่อไป
ุ
ี
ำ
ำ
ี
กับให้รวมรถบรรทุกไว้ตามท้องท่อาเภอต่าง ๆ ห้าม
ำ
ยวดยานพาหนะเดินทางในเวลาค่าคืน นอกจากจะม ี
ปฏิกริยาญี่ปุ่นบุกจากสภาผู้แทนราษฎร ใบอนุญาตพิเศษ ห้ามฉายภาพยนต์และลงโฆษณาใด ๆ
ุ
่
ี
ั
รงขนวนท ๙ ธนวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ สภาผแทน เป็นภาษาอังกฤษ และในท่สุดให้โรงเรียนต่าง ๆ เลิกสอน
ี
้
ึ
่
ั
ู
้
ราษฎรได้เปิดประชุมเป็นการด่วนพิเศษ สมาชิกสภา ภาษาอังกฤษ ประการต่อมา ญี่ปุ่นถือว่าชนชาติอังกฤษ
ราษฎรส่วนข้างมากได้อภิปรายด้วยความไม่พอใจท ี ่ อเมริกา และฮอลันดาเป็นชนชาติศัตร ให้รัฐบาลไทย
ู
รัฐบาลยินยอมให้ญ่ป่นเดินทัพผ่าน และเสียใจท่รัฐบาลได ้ จัดการควบคุมเข้าค่ายกักกัน ทำาบัญชีรายชื่อส่งให้ญี่ปุ่น
ี
ุ
ี
ุ
ำ
เคยเสนอ ให้สภานี้อนุมัติ พระราชบัญญัติกำาหนดหน้าที่ เพ่อท่จะได้รับมอบเป็นเชลยศึกของญ่ป่นต่อไป ให้ทา
ี
ื
ี
ั
ื
ำ
ของคนไทยในเวลารบ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ให้ประชาชน บัญชีแสดงทรัพย์สินของชนชาติดงกล่าวเพ่อนาไปใช้จ่าย
่
ส้ตายเม่อมีข้าศึกบุก แต่รัฐบาลกลับมาเหยียบยากฎหมาย ในการทำาสงครามต่อไป
ำ
ู
ื
เสียเอง ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เสมือนเขียนกับมือแต่ลบ นอกจากน้นญ่ป่นได้เรียกร้องให้ยึดสถาน
ั
ุ
ี
ด้วยเท้า บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยความซึมเศร้า เอกอัครราชทูตอังกฤษ มาใช้เป็นกองบัญชาการกองทัพ
ญ่ป่นในประเทศไทย ซ่งข้อน้รัฐบาล ต้องโทรเลขประท้วง
ุ
ี
ี
ึ
ลักษณะท่าทีแข็งกร้าวขึ้นของญี่ปุ่น ไปยังรัฐบาลญี่ปุ่นที่โตเกียว เรื่องจึงถูกระงับไป
เม่อทหารญ่ป่นสามารถเข้ามาตรึงกาลังในกรุงเทพฯ
ำ
ี
ื
ุ
ได้ในวันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ญี่ปุ่นก็มีลักษณะ อำานาจอธิปไตยด้านการเงินของไทยเมื่อญี่ปุ่นบุก
ภายหลังได้เซ็นสัญญายอมให้ทหารญ่ป่นผ่านไทย
ี
ุ
ิ
ได้ไม่ก่วัน รัฐบาลญ่ป่นก็ได้เร่มเจรจาขอก้เงินจากไทย
ู
ี
ี
ุ
เป็นงวดแรก เพ่อจะนาไปใช้จ่ายในกิจการทหาร และคาดว่า
ำ
ื
ื
คงจะขอก้อีกเร่อย ๆ ซ่งนายปรีด พนมยงค รัฐมนตร ี
์
ี
ึ
ู
่
วาการกระทรวงการคลง ไดเสนอตอทประชมคณะ
ุ
่
ี
่
้
ั
ึ
รัฐมนตรีว่า ควรให้ญ่ป่นพิมพ์ธนบัตรของเขาข้นมาใช ้
ุ
ี
เองในกองทัพเรียกว่า Invasion Notes จะดีกว่า ทั้งนี้
ิ
ื
เพ่อว่าเม่อสงครามเสร็จส้นลงแล้ว เราจะได้ประกาศ
ื
ี
ยกเลิกธนบัตรเหล่าน แต่ในท่สุดนายกรัฐมนตรีคงยืนยันท ี ่
้
ี
ุ
จะให้กองทัพญ่ป่นยืมเงินบาทโดยพิมพ์ธนบัตรออกใช ้
ี
กองทัพญี่ปุ่นในพระนคร
ำ
ิ
เพ่มเติมตามความจาเป็น (ญ่ป่นได้ส่งทองคาแท่งมาให้ไทย
ำ
ี
ุ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 31
ิ
ของ พลโท โทโมยูก ยามาชิตะ เม่อข้นฝ่งประเทศไทย
ื
ั
ึ
ได้แล้วก็รุกฝ่าเข้าไปในมลายา (มาเลเซีย) ด้วยการ
ข่จักรยาน (ญ่ป่นขาดแคลนนำ้ามันและรถถัง) ส่วนของ
ี
ุ
ี
กองทัพที่ ๑๕ ภายใต้การบังคับบัญชาของ พลโท โชวริ
โจอิอิดะ ได้บุกเข้ายึดพม่า และตะลุยไปจนถึงพรมแดน
ประเทศอินเดียตรงรัฐอัสสัม
กองทหารรถถังอังกฤษบุกไทยที่เบตง
เมื่อเช้าวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔ รถถังอังกฤษ
บุกเข้ามาที่เบตง หรือสมัยก่อนเรียกว่า โกร๊ะ พร้อมด้วย
ทหารราบ ผู้บังคับกองตำารวจ ข้าราชการและประชาชน
ชาวไทยได้ต่อต้านกองทหารอังกฤษท่รุกเข้ามาโดยโค่น
ี
ต้นยางขวางถนน ในตอนเย็นทหารอังกฤษได้รุกถึงเบตง
ทหารญี่ปุ่นนำาประกาศของกองบัญชาการพันธมิตรไทย-ญี่ปุ่น
ไปปิดตามเสาไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ร้านค้าของคนจีนต่างเอาธงอังกฤษมาติดทั่วหน้า แต่คน
ไทยต้องอพยพหนีเข้าป่า เม่ออังกฤษเข้ามาแล้วคนจีน
ื
ิ
ำ
๘ ตันเศษด้วย - คำาแถลงของหลวงวิจิตรวาทการ) ต่อมา ได้บุกเข้าทาร้ายทรัพย์สินของทางราชการจนหมดส้น
ึ
ี
่
ี
ี
่
ไม่ก่วันก็มีการปรับคณะรัฐมนตรีใหม นายปรีด พนมยงค ์ ต่อมาอังกฤษได้รุกคืบมาจนถึงกิโลเมตรท ๓๕ ซ่งเป็น
ี
ี
ิ
ำ
ต้องพ้นจากตาแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถนนท่คดเค้ยว และอีกด้านเป็นภูเขาสูงชัน ก็เร่มปะทะ
ี
ึ
ำ
ุ
และได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์ กับทหารญ่ป่นซ่งนาเอารถถังมาประจันบาน แต่ก็ถูก
รถถังอังกฤษยิงเสียหายยับเยิน รบกัน ๓ วัน ๓ คืน
ยิงกันสน่นไหว ทหารนอนตายเกล่อนถนน ต่อมาญ่ป่น
ั
ื
ี
ุ
ึ
ได้ให้คนไทยข้นไปสอดแนมบนยอดเขาสูงและเสริม
ี
ี
ุ
ำ
กาลังเพ่ม จนในท่สุดญ่ป่นสามารถขับไล่อังกฤษกลับ
ิ
เข้าไปในมลายาและมุ่งเข้าสู่สิงคโปร์ได้
ธนบัตรจัดทาข้นเองใช้แก้ขัดช่วคราว เม่อ ๒๕ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๕
ั
ื
ำ
ึ
มีรูปดอกจันป้ายด้วยสีแดงเหมือนกระดาษกงเต๊กชาวบ้านจึงเรียก
กันว่า แบ๊งค์กงเต๊ก
การขยายอำานาจการรบของกองทัพญี่ปุ่น
ี
่
ุ
ึ
ี
่
ี
ทหารญป่นท่ยกพลข้นบกบุกไทย เมอวันท ๘ ธันวาคม
ื
่
พ.ศ. ๒๔๘๔ คือ กองพลท ๕ และกองพลรักษาพระองค์ใน ทหารญี่ปุ่นเคลื่อนทัพเข้าสู่มลายูด้วยจักรยาน
ี
่
สมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิฮิโรฮิโต ภายใต้การบังคับบัญชา
32 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
พ.ศ.๒๔๘๔ ได้มีการลงนามในกติกาสัมพันธไมตร ี
ี
ระหว่างไทยกับญ่ป่นซ่งเป็นความร่วมมือทางการเมือง
ึ
ุ
เศรษฐกิจ และการทหาร และมีพิธีสารลับผนวกท้าย
ุ
ให้ญ่ป่นช่วยไทยได้รับดินแดนคืน และให้ไทยช่วย
ี
ื
ุ
ญ่ป่นทาสงครามเพ่อ “สถาปนาระเบียบใหม่ในเอเซีย
ี
ำ
ตะวันออก” โดยมีพิธีลงนามกันในพระอุโบสถวัดพระ
ศรีรัตนศาสดารามต่อหน้าพระพุทธปฎิมากร พระแก้ว
ุ
ี
มรกต เพราะญ่ป่นต้องการให้รัฐบาลไทยเคารพสัญญา
้
ี
ู
็
นดวยนาใสใจจรงและสภาผแทนราษฎรไดเหนชอบเมอ
้
้
่
้
ื
้
ำ
ิ
วันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ในวันที่ ๒๔ ธันวาคม
พ.ศ. ๒๔๘๔ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เอกอัครราชทูตไทย
ำ
ประจากรุงวอชิงตัน แจ้งสหรัฐอเมริกา ประกาศแยกตน
ี
อย่างเด็ดขาดจากรัฐบาลท่กรุงเทพฯ โดยจะขอต่อส ู ้
ทหารอังกฤษยอมแพ้ทหารญี่ปุ่นที่สิงคโปร์ เพื่อเสรีภาพและเอกราชของประเทศไทย
ุ
ี
ี
การเปล่ยนแปลงจากสถานการณ์ยอมให้ญ่ป่นผ่าน
เป็นการทำากติกาสัมพันธไมตรีกับญี่ปุ่น
รัฐบาลได้ลงนามในข้อตกลงยินยอมให้ญ่ป่นเดินทัพ
ุ
ี
ั
ผ่านประเทศไทยไปทางภาคใต้ได้เพียงสองวัน คร้นถึง
วันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ญี่ปุ่นก็เริ่มบิดเบี้ยวและ
บีบบังคับรัฐบาลไทยหนักขึ้น ญี่ปุ่นพยายามบีบบังคับให้
จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีรับข้อเสนอใน
การร่วมมือทางทหารกับญี่ปุ่น เมื่อประชุมคณะรัฐมนตรี
ึ
ในวันร่งข้นจอมพล ป. พิบูลสงคราม แจ้งท่ประชุมว่า จอมพล ป. พิบูลสงคราม กับ เอกอัคราชทูต ทสุโบกามิ ในพิธ ี
ี
ุ
ุ
ี
ลงนามกติกาสัญญาไมตรีระหว่าง ไทย-ญ่ป่น ในอุโบสถ
ุ
ี
ญ่ป่นต้องการ Military Co-operation และเสริมว่า วัดพระแก้วมรกต เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔
ื
ี
ไทยไม่มีทางเลือกอ่น ในท่สุดรัฐมนตรีท้งหลายต่างก็เห็นว่า
ั
ี
ุ
ั
จาเป็นต้องโอนอ่อนผ่อนตาม ในระหว่างน้น ญ่ป่นได ้ สัญญาข้อตกลงทางทหารระหว่างไทยกับญ่ป่นเม่อปี
ื
ำ
ี
ุ
ี
บบบงคบใหรฐบาลสงกาลงทหารไปรวมรบกบทหารญปน พ.ศ. ๒๔๘๔-๒๔๘๕
ั
ั
่
ั
ุ
่
ี
่
ั
้
ั
่
ำ
ี
ซึ่งจอมพล ป. พิบูลสงครามก็ได้ตอบสนอง โดยสั่งให้ตั้ง ในวันท ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ จอมพล ป.
่
กองทัพเคล่อนท่เข้าประชิดพรมแดนของมณฑลยูนาน พิบูลสงคราม ได้ลงนามในหลักการร่วมยุทธระหว่างไทย-
ี
ื
ประเทศจีนทางเหนือ เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ญี่ปุ่น โดยมีเนื้อหาโดยสรุปว่า
ั
่
่
้
ุ
ี
(โดยตองตีเชียงตงกอน) และในเวลาใกล้เคียงกนญป่น กองทัพญี่ปุ่น ณ ประเทศไทย และกองทัพไทย จะ
ุ
ำ
ำ
ั
ก็ได้มาขอยกเลิกสัญญาความร่วมมือทางทหารอีกคร้ง ทาการร่วมยุทธต่อกองทัพข้าศึกในพม่า พร้อมกับทาการ
ื
และแจ้งความประสงค์จะขอเปล่ยนเป็นการทาสัญญา รักษาฝ่งทะเลทิศตะวันตกของประเทศทางภาคใต้เพ่อ
ำ
ั
ี
สัมพันธไมตรีไทย-ญี่ปุ่นแทน ครั้นถึงวันที่ ๒๑ ธันวาคม ป้องกันการชุมพลของกองทัพไทย กองทัพญี่ปุ่น
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 33
ำ
ุ
ี
กองทัพอากาศไทย และญ่ป่นต่างฝ่ายต่างทาการ กองทัพพายัพของไทยรุกรบเข้าพม่า
็
ี
ำ
ึ
่
่
ี
ั
ุ
ี
้
ุ
ยทธในดานของตน ถามความจาเปนกองทพอากาศญปน สงครามมหาเอเซียบูรพาเกิดข้นได้ไม่ก่วัน กอง
้
ึ
จะเข้าร่วมกำาลังกับกองทัพอากาศไทยด้วย ทหารไทย ซ่งก็คือ กองทัพพายัพ ภายใต้การบังคับบัญชา
้
ี
ำ
ราชนาวีไทยมีหน้าท่ครองน่านนาไทยประมาณ ของพลตรีหลวงเสรีเริงฤทธิ์ (จรูญ รัตนกุล) ก็เดินทางมา
ตั้งแต่เหนือแนวสัตหีบ - หัวหิน ขึ้นไป ถึงเชียงใหม่ด้วบขบวนรถไฟพิเศษหลายขบวนด้วยกัน
ื
เพ่อไปชายแดนด้านเหนือ คือท่อาเภอเชียงดาว อาเภอ
ำ
ำ
ี
ฝาง เตรียมเข้าตีทหารอังกฤษ ซึ่งขณะนั้นเป็นข้าศึก ทาง
ด้านเมืองหาง เมืองต่วน ในรัฐฉานของพม่า หลังจากท ี ่
้
ี
่
่
ู
่
ี
ุ
่
่
กองทหารไทยเขาสเชยงใหมไดไมนาน กองทหารญปน
้
ก็ตามขึ้นมา โดยขบวนรถพิเศษเช่นกัน มีทั้งยานพาหนะ
ำ
ั
รวมท้ง กองทหาร ม้า ลา ฬ่อ บรรทุกของจานวนมากมาย
วันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๕ กองพลที่ ๓ ของกองทัพ
พายัพ ซึ่งได้ยึดนครเชียงตุงไว้ตั้งแต่วันที่ ๒๖ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๔๘๕ ก็ทำาพิธีชักธงชาติไทยขึ้นเหนือนครเชียงตุง
ต่อมาในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๕ กองทัพไทย
ก็ได้ตีและยึดเมืองยอง ซ่งอย่ทางตะวันออกของเชียงตุง
ู
ึ
้
ห่าง ๘๐ กิโลเมตรได วันท ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๕
ี
่
ื
ู
ี
่
หลังจากการเจรจาหยุดยิงแล้ว ทหารไทยกับญ่ป่นก็เข้ามาทักทาย ได้เข้ายึดเมืองย ต่อมาเม่อวันท ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๕
ี
ุ
“อาริกาโต๊ะ (สวัสดี)” กันด้วยไมตรี เข้ายึดเมืองคาก
ทหารญี่ปุ่นเข้ามาทักทายบุรุษไปรษณีย์ โดยเข้าใจว่า เสนาธิการกองทัพพายัพวางแผนการรบร่วมกับญี่ปุ่น
เป็นตำารวจใหญ่
34 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
การโจมตีทางอากาศของฝ่ายสัมพันธมิตร เมื่อวันที่
ั
ี
ำ
ึ
๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๕ ซ่งทาให้พระท่น่งอนันตสมาคม
ึ
ู
ได้รับความเสียหาย และมีผ้เสียชีวิต ซ่งยังผลอันสาคัญ
ำ
่
ี
ท่ทาให้ไทย ประกาศสงครามต่อบริเตนใหญ (อังกฤษ)
ำ
และสหรัฐอเมริกา โดยมี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็น
่
ผรบสนองพระบรมราชโองการในวนท ๒๕ มกราคม
้
ั
ั
ู
ี
ื
พ.ศ. ๒๔๘๕ ในคาแถลงการณแจงประชาชนเรอง
้
์
ำ
่
การประกาศสงครามดังกล่าว รัฐบาลไทยอ้างเหตุผลท ี ่
อังกฤษ และสหรัฐอเมริกาทาการประทษร้ายประเทศไทย
ำ
ุ
ทหารไทยร่วมรบกับทหารญี่ปุ่นด้วยมิตรไมตรี โดยไทยได้ถูกโจมตีทางอากาศต้งแต ๘ มกราคม
ั
่
ี
พ.ศ. ๒๔๘๕ จนถึง วันท ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๕
่
ถึง ๒๑ คร้ง ท้งการโจมตีก็มิได้ปฏิบัติตามกฎหมาย
ั
ั
ระหว่างประเทศ โดยโจมตีบ้านเรือนราษฎรและใช้ปืนกล
ยิงผู้คนอย่างปราศจากศีลธรรม นายพึ่ง ศรีจันทร์ ต่อมา
เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรยายว่า
พิธีชักธงไทยขึ้นที่เชียงตุง เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๕
่
การประกาศสงครามของไทยตอองกฤษและ
ั
สหรัฐอเมริกา
อังกฤษส่งเครื่องบินแบบ Blenheim มาทิ้งระเบิด
กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกเมื่อเวลา ๐๒.๐๐ น. ของวันที่ ๙
ั
มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๕ นักเรียนนายเรือช้นปีท ๓ และ
ี
่
ชั้นปีที่ ๑ ที่โรงเรียนนายเรือพระราชวังเดิม จึงได้ร่วมกัน
ู
ปฏิบัติการยิงปืนต่อส้อากาศยานทุกกระบอกไป ๒ ชุด
ทางด้านตะวันออกเหนือโรงฝึกพลศึกษา (ตึกกรมการเงิน
ทหารเรือในปัจจุบัน) จากนั้นสัมพันธมิตรได้ส่งเครื่องบิน ภาพนี้ แสดงความเป็นนักเรียนนายเรือ พระราชวังเดิม
มาทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่อง สมัยสงครามได้ดีที่สุด
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 35
หลังการประกาศสงครามกับอังกฤษ และ
สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๕ แล้ว
ก็ได้มีข้อตกลงระหว่างแม่ทัพเรือไทย (พลเรือโท
สินธ กมลนาวิน) กับ พลเรือตร ชาดอง ทูตทหารเรือ
ี
ุ
์
ญ่ป่นประจากรุงเทพฯ โดยมีเน้อหาโดยสรุปคือ
ื
ำ
ุ
ี
การลาดตระเวนรักษาอ่าวไทยด้านเหนือ ของเส้นทาง
ระหว่างแหลมแชงค์มาคส (ปลายแหลมญวน) กับ
์
ี
ำ
อาเภอตากใบจังหวัดนราธิวาส เป็นหน้าท่ของกองทัพ
โรงเรียนสตรีสายปัญญา ถูกระเบิดพังเสียหาย มีป้ายปักประณาม
ุ
ุ
ี
ื
ว่า “ถูกระเบิดของอังกฤษ และอเมริกา ทาลาย เม่อวันท่ ี เรือไทยการควบคุม และค้มกันเรือต่าง ๆ ของญ่ป่น
ำ
้
ิ
ำ
ี
ุ
ี
ั
๑๙ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๗” ในน่านนาท่กล่าวมาแล้ว ญ่ป่นจะปฏิบัติการเองท้งส้น
“ทุกครั้งที่เครื่องบินสัมพันธมิตรเข้ามาทิ้งระเบิดใน
ื
ื
ึ
ี
ุ
กรุงเทพฯ เคร่องบินญ่ป่นและเคร่องบินไทยไม่ได้ข้นไป
ู
ขัดขวางต่อส้เลย ซ่งเป็นเคร่องแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ
ึ
ื
ของเคร่องบินสัมพันธมิตรว่าเหนือกว่าเคร่องบินญ่ป่น
ื
ุ
ื
ี
ื
ึ
และเคร่องบินไทยมาก ทหารได้ข้นไปต้งปืนต่อส ู ้
ั
ู
อากาศยานรักษาการณ์อย่บนหลังคาพระท่น่งอนันต
ั
ี
ั
สมาคม และได้ใช้ปืนน้นยิงเคร่องบินข้าศึก อันเป็นเหตุให ้
ื
ิ
่
ั
้
ิ
ิ
ื
ั
่
ี
่
ั
ั
่
เครองบนสมพนธมตรทงระเบดใสพระทนงอนนตสมาคม
ิ
ทำาให้พระที่นั่งเสียหาย และทหาร ๓ คนที่อยู่บนหลังคา
พระที่นั่งเสียชีวิต” ในปี พ.ศ.๒๔๘๕ กรุงเทพฯ แทบจะกลายเป็นเมืองร้าง
ในภาพเป็นถนนเจริญกรุง บริเวณซอยเซียงกง
้
ื
ื
ั
่
ี
ทาเนยบรฐบาลแหงใหม รฐบาลซอจาก พลเอก พลเรอเอก
ำ
ั
่
เจ้าพระยารามราฆพ (ม.ล. เพ้อ พ่งบุญ ณ อยุธยา) ในปี พ.ศ.๒๔๘๕
ึ
ื
ำ
พอย้ายเข้ามาก็ถูกน้าท่วม โปรดสังเกตที่ประตูขวาติดตราไก่ของ
พระที่นั่งอนันตสมาคมได้รับความเสียหายจากการทิ้งระเบิด
ของฝ่ายสัมพันธมิตร จอมพล ป. พิบูลสงคราม
36 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
ธนบัตร ๑,๐๐๐ บาท ปี พ.ศ.๒๔๘๕
(สมัยข้าวแกงจานละ ๕๐ สตางค์)
สภาพเศรษฐกิจสังคมไทยในปี พ.ศ. ๒๔๘๕
ในช่วงเวลาดังกล่าว กรุงเทพฯ สถานีรถไฟหัวลาโพง ทหารญี่ปุ่นขี่จักยานเที่ยววัดโพธิ์
ำ
์
ี
เขตถนนส่พระยา สุริวงศ และสีลม โรงไฟฟ้าวัดเลียบและ
ั
โรงไฟฟ้าสามเสน ถูกระเบิดเสียหายมากจนใช้การไม่ได ้ เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน กรุงเทพฯ ต้องเผชิญท้งภัย
้
้
่
ั
ำ
ั
ั
รถรางไฟฟ้าและนาประปาหยุดหมด มีการประกาศ สงครามและอุทกภัยคร้งใหญ นาท่วมท่วท้งกรุงเทพฯ
ำ
้
ั
ี
ุ
พรางไฟท่วประเทศ ยวชนทหารกลายเปนดาวใน ถนนหนทางท่วไปใช้การไม่ได ท่ลานพระบรมรูปทรงม้า
ั
็
้
ิ
ท้องถ่นท่ร่วมกับราชการในการซ้อมป้องกันภัยทาง นำาท่วมสูง ๑.๕๐ เมตร ต้องอาศัย เรือจ้าง และเรือบด
ี
อากาศ เรียกย่อว่า “ซ.ป.อ.บ้านเรือน” วัดวาอารามและ เป็นพาหนะ
่
ื
ั
ุ
ี
ำ
สถานท่ราชการทุกแห่ง พลบคาต้องพรางไฟ ไม่ให้แสง เร่องกระทบกระท่งระหว่างทหารญ่ป่นกับคนไทยก ็
ี
ุ
ี
ี
ึ
ู
เรืองออกนอกอาคาร จังหวัดจัดให้มีเวรยามตรวจ เกิดข้นอย่เนือง ๆ เพราะชาวไทย ยังเจ็บใจไม่หายท่ญ่ป่น
ี
่
้
ึ
ี
่
แสงไฟ และแนวท ๕ ทจะเขามาแทรกซม สถานท ี ่ นำากองทัพบุกเข้ามา ที่บ้านโป่ง เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม
ุ
ี
ี
หลายแห่งอย่ในความยึดครองของญ่ป่น โรงเรียนและ พ.ศ.๒๔๘๕ ทหารญ่ป่นบันดาลโทสะเณรท่วัดดอนตูม
ุ
ี
ู
ุ
ำ
ี
ี
ั
มหาวิทยาลัยต้องปิดการสอนช่วคราว มีการย้ายนักเรียน คนงานไทยท่รับจ้างทางานให้ทหารญ่ป่นเดือดดาลมาก
ำ
ุ
ี
ั
นายเรือไปเรียนท่สตหีบ (มณฑลทหารเรอท ๒) ในป ี จึงกราดเข้าต่อยเตะถีบถองญ่ป่นตามตารับไทย
ี
ื
ี
่
ำ
่
ู
็
้
ั
ี
่
ิ
ี
พ.ศ. ๒๔๘๕ นกเรียนและนสิตนักศึกษาทมีเวลาเรยน เกิดตะลุมบอนกัน ตารวจมาห้ามไม่อย่กเขารวมวงด้วย
มากกว่าร้อยละ ๖๐ สามารถเล่อนช้นหรือสาเร็จประโยค พอดีมีทหารญี่ปุ่นนั่งรถมาลงที่หน้าสถานีตำารวจ ตำารวจ
ื
ั
ำ
ุ
ี
ั
มัธยมศึกษาได้โดยไม่ต้องสอบ จึงมีการเรียกผู้สำาเร็จการ ท้งสถานีก็เฮโลลงมาช่วยคนไทยยิงทหารญ่ป่นตาย
ศึกษาประโยคมัธยมศึกษา (ม.๖) ในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ว่า
“๖ โตโจ” และสำาเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตว่า “ปริญญา
โตโจสงเคราะห์” ประชาชนต้องประสบความทุกข์ยาก
อย่างแสนสาหัสจากการต้องอพยพหนีภัยสงครามจน
ู
กรุงเทพฯ แทบจะกลายเป็นเมืองร้าง และต้องต่อส้กับ
ำ
สภาวะเศรษฐกิจตกต่า มีการพิมพ์ธนบัตรราคาต่าง ๆ
จนถึง ๑,๐๐๐ บาท ออกมาใช้เอง เครื่องอุปโภค บริโภค
ตลอดจนยารักษาโรค มีราคาแพงมาก คนป่วยตองตาย
้
เพราะไม่มียารักษา น้ามันเชื้อเพลิงขาดแคลน รถยนต์วิ่ง
ำ
ได้ด้วยการเผาถ่านในถังที่ติดตั้งไว้ท้ายรถและเอาไอร้อน
้
ำ
ั
ี
ไปเล่อนลูกสูบแทน ซาร้ายในปลายป พ.ศ. ๒๔๘๕ ต้งแต ่ พลโท อาเคโต๊ะ นากามูระ แม่ทัพญี่ปุ่น ประจำาประเทศไทย
ื
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 37
ผลกระทบต่อการเมืองไทยเมื่อญี่ปุ่นเริ่มเพลี่ยงพล้า
ำ
ุ
ื
ั
ิ
ี
ญ่ป่นประสบชัยชนะอย่างราบร่นจนกระท่งส้นป ี
พ.ศ. ๒๔๘๕ ฝ่ายสัมพันธมิตร ก็เร่มมีการตอบโต้อย่าง
ิ
รุนแรง และได้ตั้งกองบัญชาการทหารสูงสุดสัมพันธมิตร
ภาคพ้นเอเซียอาคเนย์ท่เมืองแคนด บนเกาะลังกา
ี
ื
ี
้
ภายใตการบงคบบญชาของนายพลเรอองกฤษ
ั
ั
ั
ั
ื
ช่อ พลเรือเอก (ต่อมาเป็นจอมพลเรือ) ลอร์ด หลุยส ์
ื
เมานต์แบตเทน
บันไซ บันไซ ข้ามา ข้าเห็น ข้าชนะ เมื่อสถานการณ์การสู้รบในยุโรป และในมหาสมุทร
(Veni, Vidi, Vici คำาเปล่งอุทานของ จูเลียส ซีซาร์ แปซิฟิคเปล่ยนแปลงไป รัฐบาลของจอมพล ป.
ี
เมื่อ ๔๗ ปี ก่อนคริิสต์ศักราช)
พิบูลสงคราม ก็เร่มเส่อมความนิยม และมีประชาชนแสดง
ื
ิ
์
หลายคน พันโท หม่อมเจ้า พิศิฐดิศพงษ์ ดิศกุล รองเจ้า ความร้สึกต่อต้านมากข้นในเดือนกุมภาพันธ พ.ศ. ๒๔๘๖
ึ
ู
กรมประสานงานพันธมิตรเองต้องทรงเข้าไประงับเหต ุ จอมพล ป. พิบูลสงครามก็ได้ยื่นใบลาออกจากตำาแหน่ง
ำ
ื
ู
ตลอดจนจัดให้มีพิธีเคารพศพทหารญี่ปุ่น นายกรัฐมนตร ซ่งเม่อผ้สาเร็จราชการได้ลงพระนาม
ี
ึ
และลงนามแล้วก็ได้มีประกาศออกทางวิทยุกระจายเสียง
ทหารญี่ปุ่นและแม่ทัพญี่ปุ่นประจำาประเทศไทย แห่งประเทศไทย ทาให้นายทหารผ้ใกล้ชิดจอมพล ป.
ำ
ู
ื
ี
การเคล่อนทัพผ่านไปของทหารญ่ป่น ก่อให้เกิด พิบูลสงคราม ไม่พอใจ ไปขอถอนใบลาออกคืน แล้วส่ง ั
ุ
ี
ำ
ช่องว่างสุญญากาศทางอานาจทางทหารของญ่ป่นใน ให้วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย แก้ข่าวว่าไม่เป็น
ุ
เมืองไทยและอินโดจีน กองบัญชาการทหารสูงสุดของ ความจริง สาเหตุของการถอนใบลาออกของจอมพล ป.
ี
ี
้
ั
ุ
ญ่ป่นท่กรุงโตเกียว จึงแต่งต้งให พลโท คาซูโมโตะ มาชิจิร ิ พิบูลสงคราม เน่องจากหากลาออกไปแล้ว ผ้มาเป็นนายก
ื
ู
ุ
ำ
ี
ุ
ี
ี
ุ
เป็นแม่ทัพญ่ป่นประจาอินโดจีน และต่อมา พลโท รัฐมนตรีคนใหม่อาจไม่เป็นท่ยอมรับของญ่ป่น ญ่ป่นอาจ
ี
ั
ี
ุ
อาเคโตะ นากามูระก็ได้รับการแต่งต้งเป็นแม่ทัพญ่ป่น เอาเรื่องถึงบ้านเมืองเสียหาย เลยขอถอนใบลา จอมพล
ประจาประเทศไทย และได้เดินทางโดยเคร่องบินมาถึง ป. พิบูลสงคราม อย่ต่อ แต่มีใจออกห่างญ่ป่นแบบเงียบ ๆ
ุ
ำ
ู
ี
ื
สนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๖
ุ
ี
หลังความพ่ายแพ้อย่างหมดท่าของญ่ป่นในยุทธนาวีท ่ ี
เกาะมิดเวย์ เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๕
ำ
ุ
ี
ำ
ี
สาหรับหน้าท่ของกองทัพญ่ป่นประจาประเทศไทย
ี
ุ
โดยสรุปก็คือ ดูแลทหารญ่ป่นและรักษาความสัมพันธ ์
ำ
ำ
กับไทย จึงมิใช่กองกาลังสาหรับการส้รบโดยตรง นายพล
ู
นากามูระได้พยายามสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนไทย
ู
ุ
ำ
ทุกระดับ ทาความร้จักมักค้นกับ จอมพล ป. พิบูลสงคราม
และนายปรีด พนมยงค ผ้สาเร็จราชการแทนพระองค แต ่
ี
ำ
์
์
ู
สาหรับ พลตารวจตร อดุล อดุลเดชจรัส อธิบดีตารวจน้น
ี
ำ
ั
ำ
ำ
ไม่เคยให้โอกาสแก่แม่ทัพญ่ป่นได้เข้าพบ และทาความ จอมพล ป. พิบูลสงคราม พลเอก ฮิเดกิ โตโจ และเอกอัคราชทูต
ำ
ุ
ี
รู้จักมักคุ้นด้วยเลย ทสุโบกามิ ในการต้อนรับอย่างเป็นทางการในเครื่องแบบเต็มยศ
38 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
การประชุมสัมพันธมิตรคร้งสาคัญสาหรับไทยท่ไคโร เม่อ
ี
ื
ำ
ำ
ั
พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๘๖ ที่ประชุมมติ ให้ไทยมีเอกราชอธิปไตย
ุ
ี
หลังสงครามแต่ทหารจีนขอมาปลดอาวุธทหารณ่ป่นในไทยเอง ใน
ภาพ เจียงไคเชค (จีน) รูสเวลท์ (สหรัฐ),เชอร์ชิลล์ (อังกฤษ) หาก
จีนเข้ามาปลดอาวุธในไทยสภาพการณ์อาจเปล่ยนไปจากปัจจุบัน
ี
อาจมีงิ้วกาชาด แทนคอนเสิิร์ตทหารอังกฤษ
แผนที่แสดงดินแดนที่นายพลโตโจ บอกกล่าวยกให้ไทย
เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๖
ั
ื
ุ
การเยอนกรงเทพของ พลเอก โตโจ นายกรฐมนตร ี
ญี่ปุ่นในระหว่างสงคราม
ในวันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ พลเอก ฮิเดกิ
โตโจ นายกรัฐมนตรีญ่ป่นได้เดินทางมาเยือนกรุงเทพ
ุ
ี
ิ
ิ
ื
ื
ด้วยเคร่องบินท้งระเบิดมิตซูบิช ชนิด ๒ เคร่องยนต ์ จอมพล ป. พิบูลสงครามกำาลังรับความเครพ โดยมีทูต ทสุโบกามิ
ั
ี
ซ่งเป็นเร่องท่เส่ยงมากในเวลาสงคราม (ก่อนหน้าน้น ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม แม่ทัพนากามูระ และพันเอก
ี
ื
ึ
โชลทซ์ (Scholt) ทูตทหารเยอรมันยืนอยู่ข้างหลัง
ในตอนเช้าของวันท ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๖ พลเรือเอก
่
ี
อิโชโรกุ ยามาโมโต แม่ทัพเรือญี่ปุ่นไปตรวจหน่วยทหาร ในโอกาสน้น พลเอกโตโจ ได้บอกกล่าวยกดิน
ั
และแนวรบในแปซิฟิกใต้ระหว่างหม่เกาะกัวดาลคะแนล แดนทางเหนือ คือ เชียงตุง และเมืองพานและดินแดน
ู
์
บูเกนวิสล นิวบริเตน แล้วถูกยิงตก) พลเอกโตโจ ได้พานัก ทางตอนใต้ในมลายู คือ ไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู และ
ำ
อยู่ในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ ๓ ถึง วันที่ ๕ กรกฎาคม ปะลิสให้แก่ประเทศไทย ต่อมาในวันท ๒๐ สิงหาคม
ี
่
พ.ศ. ๒๔๘๖ ซึ่ง นากามูระ กล่าวว่า ช่วงนั้นเป็นยุคทอง พ.ศ. ๒๔๘๖ จอมพล ป.พิบูลสงคราม กับนายทสุโบกามิ
ของความสัมพันธ์ไทยกับญี่ปุ่น เอกอัครราชทูตญ่ป่น ได้ทาพิธีลงนามในสัญญาว่าด้วย
ำ
ี
ุ
ำ
อาณาเขตประเทศไทย ทาให้ไทยได้ดินแดนท่พลเอก
ี
โตโจ กล่าวยกให้ด้วยวาจา หลังจากการลงนาม ได้ม ี
การสวนสนามท่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูม ฉลองการได ้
ี
ิ
ดินแดน หลังจากได้รับมอบดินแดนแล้ว กองทัพเรือ
ได้ส่งกาลังทหารนาวิกโยธินไปประจาท่กลันตันด้วย
ำ
ี
ำ
นอกจากนั้นพลเอก โตโจยังได้อนุมัติขายเครื่องบินขับไล่
ทันสมัยแบบ ฮายาบูซ่า Ki-43-II ให้แก่กองทัพอากาศ
ื
เคร่องบินขับใล่แบบ ฮายาบูซ่า ki-43-II มีสมรรถนะสูงสุดของ
ำ
ื
ื
ิ
ื
ไทยในการสกัดก้นเคร่องบินท้งระเบิดสัมพันธมิตร ในระยะ ด้วยจานวน ๒๔ เคร่อง เน่องจาก พลโท นากามูระ
ั
ำ
ปลายสงครามทหารอากาศเสรีไทยได้เป็นต้นหนนาเคร่องบิน ได้ร้องเรียนนายกรัฐมนตรี โตโจ ว่าถูกสัมพันธมิตรโจมตี
ื
สัมพันธมิตรมาทิ้งระเบิดที่ตั้งญี่ปุ่นเองเพื่อให้ผิดพลาดน้อยที่สุด หนักแต่ขาดอาวุธต่อสู้ (อ่านต่อฉบับหน้า)
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 39
๘๔ ปี ..แห่งความภาคภูมิใจ ของ...
“ฐานทัพเรือกรุงเทพ”...
ฐานทัพเรือกรุงเทพ
ฐ ในปี พ.ศ.๒๔๗๖ ได้มีการจัดหน่วยใหม่และ
านทัพเรือกรุงเทพ เป็นหน่วยงานหนึ่งของ
กองทัพเรือ อยู่ในส่วนกำลังรบ ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก ได้เปลี่ยนชื่อตำแหน่งจาก “ผู้บัญชาการสถานีทหารเรือ
เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๗๕ ตามประกาศ กรุงเทพ” เป็น “ผู้บังคับการสถานีทหารเรือกรุงเทพ”
จัดระเบียบป้องกันราชอาณาจักร (ราชกิจจานุเบกษา โดยยุบกองพาหนะทหารเรือและตั้งหมวดเรือเล็กแทน
แผนกกฤษฎีกา เล่ม ๔๙ พ.ศ.๒๔๗๕) ตั้งอยู่ในเขต และเพิ่มหมวดสารวัตรทหารเรือ เป็นหน่วยขึ้นตรง
พระราชนิเวศน์สถาน (ปัจจุบันคือ กองบังคับการ อีกหน่วยหนึ่งในปีต่อมา ในปี พ.ศ.๒๔๘๐ ได้มี
กรมพลาธิการทหารเรือ) เดิมมีชื่อว่า “สถานีทหารเรือ การเปลี่ยนแปลงการจัดหน่วยอีกครั้ง โดยได้ตั้งกองพัน
กรุงเทพ” โดยมี นาวาเอก พระประพิณพนยุทธ์ นาวิกโยธิน ๒ กองพัน โดยให้กองพันนาวิกโยธินที่ ๑
(พิณ พลชาติ) เป็น ผู้บัญชาการสถานีทหารเรือกรุงเทพ อยู่ที่กรุงเทพมหานคร และกองพันนาวิกโยธินที่ ๒
คนแรก มีหน้าที่ในขณะนั้นคือ การรักษาความปลอดภัย อยู่ที่สัตหีบ และโอนกองชุมพลทหารเรือไปสังกัด
และส่งกำลังบำรุงให้กับหน่วยกำลังรบและหน่วยงาน กรมเสนาธิการทหารเรือ
ต่าง ๆ ของกองทัพเรือ ในพื้นที่รับผิดชอบ มีการจัดหน่วย สถานีทหารเรือกรุงเทพถูกยุบเลิก ตาม
ประกอบด้วย ๕ หน่วย ได้แก่ กองบังคับการ กองอู่ พระราชกฤษฏีกาการจัดหน่วยย่อยในกระทรวง
ทหารเรือ กองพัสดุทหารเรือ กองชุมพลทหารเรือ และ กลาโหม (ฉบับที่ ๑๔) ซึ่งตราขึ้น ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน
กองเรือนจำทหารเรือ สถานีทหารเรือกรุงเทพได้รับ พ.ศ.๒๔๘๖ แล้วตั้งเป็นมณฑลทหารเรือที่ ๑ ขึ้นแทน
การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดหน่วยอยู่หลายครั้ง ตามพระราชกฤษฎีกา จัดวางระเบียบราชการกองทัพเรือ
ทั้งในด้านการขยายหน่วย ลดขนาดของหน่วย ตลอดจน ในกระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๔๙๑ โดยมีเขตมณฑล
การยุบหน่วยตามความจำเป็นของสถานการณ์และ ประกอบด้วยเขตจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร
เหตุการณ์ของบ้านเมืองในขณะนั้น และจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งไม่นานก็ถูกยุบเลิก
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 41
ตามพระราชกฤษฏีกา การจัดวางระเบียบราชการ ขึ้นตรงกองทัพเรือด้วยเช่นกัน
กองทัพเรือ ในกระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๔๙๔ อย่างไรก็ดี สถานีทหารเรือกรุงเทพ ได้ดำเนินการตามหน้าที่
้
ึ
ั
ทางราชการไดตระหนักถงความสำคญของหนวยงานบก รับผิดชอบเรื่อยมา จนกระทั่งวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๘
่
ของกองทัพเรือ ดังนั้น จึงได้จัดตั้งสถานีทหารเรือ ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ และกำหนด
กรุงเทพขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๑ หน้าที่ของส่วนราชการกองทัพเรือใหม่ โดยได้มี
ตามพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการและกำหนด การเปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยจาก “สถานีทหารเรือกรุงเทพ”
หน้าที่ของส่วนราชการกองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม เป็น “ฐานทัพเรือกรุงเทพ” และเปลี่ยนชื่อตำแหน่ง
พ.ศ.๒๕๐๑ มีการจัดหน่วยประกอบด้วย ๖ หน่วย ผู้บังคับหน่วยเป็น “ผู้บัญชาการฐานทัพเรือกรุงเทพ”
ได้แก่ กองบังคับการ (ขณะนั้นใช้อาคารชั้นล่างของ มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการฐานทัพ การป้องกัน
ตึกราชนาวิกสภา) กรมขนส่งทหารเรือ กองพันสารวัตร พื้นที่ การรักษาความสงบเรียบร้อย การรักษา
ทหารเรือ กองดุริยางค์ทหารเรือ เรือนจำทหารเรือ ความปลอดภัย ฐานที่ตั้งหน่วยทหารและพื้นที่
กรุงเทพ และป้อมพระจุลจอมเกล้า ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๐๕ ที่ได้รับมอบหมาย การกิจการพลเรือน การควบคุม
ได้ยกเลิกกองพันสารวัตรทหารเรือ โดยจัดตั้งกองพัน เรือพาณิชย์ การเรือนจำ การดุริยางค์ ตลอดจน
ทหารราบและกองพันสารวัตรนาวิกโยธินขึ้นแทน ให้การฝึกและศึกษาวิชาการด้านการฐานทัพ
ทั้งสองหน่วยนี้ สังกัดกรมนาวิกโยธิน การดุริยางค์และวิชาการอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
ในปี พ.ศ.๒๕๑๓ ได้ก่อสร้างอาคารกองบังคับการ มีการจัดหน่วยประกอบด้วย ๗ หน่วย ได้แก่
สถานีทหารเรือกรุงเทพ บริเวณริมเขื่อนสนามหน้า กองบัญชาการ ป้อมพระจุลจอมเกล้า กองขนส่ง
กองพันทหารราบที่ ๖ กรมนาวิกโยธิน (ปัจจุบันคือ กองกิจการพิเศษ สถานีสื่อสาร เรือนจำ กองดุริยางค์
หอประชุมกองทัพเรือ) เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทหารเรือ และมีกองรักษาความปลอดภัย กรมรักษา
๒ ชั้น ได้ย้ายเข้ามาปฏิบัติงานเมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ความปลอดภัย หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินเป็น
พ.ศ.๒๕๑๔ และทำพิธีเปิดอาคารอย่างเป็นทางการ หน่วยสมทบ และได้ใช้โครงสร้างการจัดหน่วยตาม
เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๔ โดยพลเรือเอก ข้างต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้
จรูญ เฉลิมเตียรณ ผู้บัญชาการทหารเรือในขณะนั้น
เป็นประธานในพิธี และต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๑๙ กองพัน
ทหารราบที่ ๖ กรมนาวิกโยธิน ได้แปรสภาพเป็น
กองรักษาความปลอดภัย สถานีทหารเรือกรุงเทพ
เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ
ได้เปลี่ยนแปลงไป จนบางครั้งกระทบต่อความมั่นคง
ของชาติ กองทัพเรือจึงได้มอบภารกิจในการปราบปราม
การกบฏ และการจลาจล ตลอดจนการรักษาความมั่นคง
ในเขตกรุงเทพมหานครและธนบุรี ตามที่กองทัพเรือ
ได้รับมอบหมายให้อีกด้วย ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๒๘
กรมการขนส่งทหารเรือ ได้แยกเป็นหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ
และในปี พ.ศ.๒๕๓๕ กองพันสารวัตร กรมนาวิกโยธิน อาคารกองบังคับการสถานีทหารเรือกรุงเทพ
ได้ตั้งเป็นกรมสารวัตรทหารเรือ และแยกเป็นหน่วย บริเวณริมเขื่อนสนามหน้ากองพันทหารราบที่ ๖ กรมนาวิกโยธิน
ตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๓ - พ.ศ.๒๕๓๕
42 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
ฐานทัพเรือกรุงเทพ ปัจจุบันตั้งอยู่ในพื้นที่ ของกองทัพเรือ มีการประสานการจัดกำลังและ
วังนันทอุทยาน สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัย การปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้า ภายนอกกองทัพเรือ
เจ้าอยู่หัว ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๘๗ กองทัพเรือ ๒. การรักษาความปลอดภัยที่ตั้งหน่วยทหาร
ได้ซื้อที่ดินบริเวณนี้จากสำนักงานทรัพย์สิน และการรักษาความสงบเรียบร้อย งานด้านการรักษา
ส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อใช้เป็นที่ตั้งของกองพันทหารราบ ความปลอดภัยที่ตั้งหน่วยทหารของกองทัพเรือ และ
ที่ ๔ กรมนาวิกโยธิน และกองพันต่อสู้อากาศยาน การรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่กรุงเทพและ
จนเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๔ หลังกรณีแมนฮัตตัน กองพัน ปริมณฑล เป็นงานในหน้าที่รับผิดชอบของฐานทัพเรือ
ทหารช่างที่ ๑ รักษาพระองค์ กองทัพบก (ช. พัน.๑ รอ.) กรุงเทพอีกหน้าที่หนึ่ง ซึ่งมีกองรักษาความปลอดภัย
ได้ย้ายเข้ามาใช้ประโยชน์เป็นที่ตั้งหน่วย จนกระทั่ง ฐานทัพเรือกรุงเทพ เป็นหน่วยปฏิบัติ โดยจัดกำลัง
เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๓๖ ได้มีพิธีส่งมอบ ไปปฏิบัติหน้าที่รักษาการณ์ ได้แก่ พื้นที่พระราชวังเดิม
พื้นที่วังนันทอุทยานคืนให้กองทัพเรือ โดยกองทัพเรือ วังนันทอุทยาน กรมอู่ทหารเรือ กรมแพทย์ทหารเรือ
มอบให้สถานีทหารเรือกรุงเทพ เข้ามาเป็นหน่วย กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ราชนาวีสโมสร ท่านิเวศน์
ใช้ประโยชน์เป็นหน่วยแรก โดยได้มีการสร้างอาคาร วรดิษฐ์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ สำนักงานวิจัย
กองบัญชาการใหม่และแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๙ และพัฒนากองทัพเรือ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ
โรงเรียนนายเรือ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า และพื้นที่
ป้อมพระจุลจอมเกล้า นอกจากนี้ยังต้องจัดเตรียมกำลัง
เพื่อปฏิบัติภารกิจในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามที่
ได้รับมอบหมายในกรณีที่เกิดสถานการณ์ไม่ปกติ
ภายในประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้จัดชุดประสานงานประจำ
พื้นที่กองทัพเรือ (ชปท.ทร.) จำนวน ๒ ชุด ในพื้นที่
อำเภอบางเสาธง และอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ
อาคารกองบัญชาการฐานทัพเรือกรุงเทพ ตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๓๙ - ปัจจุบัน โดยได้มีการฝึกเตรียมความพร้อมของกำลังพล
ณ พื้นที่วังนันทอุทยาน ทั้งในด้านการรักษาความปลอดภัยและการรักษา
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฐานทัพเรือกรุงเทพ ความสงบเรียบร้อยอย่างสม่ำเสมอ
ได้ปฏิบัติภารกิจที่สำคัญต่าง ๆ อย่างเต็มกำลัง ๓. การบรรเทาสาธารณภัย ฐานทัพเรือกรุงเทพ
ความสามารถมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ เช่น ได้รับมอบหมายให้จัดตั้งเป็นศูนย์บรรเทาสาธารณภัย
ั
๑. งานดานการถวายความปลอดภยและ ฐานทัพเรือกรุงเทพ (ศบภ.ฐท.กท.) ตามแผนแม่บท
้
การรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญในพื้นที่กองทัพเรือ บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ เพื่อช่วยเหลือประชาชน
ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ถือว่าเป็นภารกิจ ที่ประสบภัยพิบัติจากสาธารณภัยหรืออุบัติภัยในพื้นที่
ที่มีความสำคัญ โดยกองทัพเรือมอบให้ฐานทัพเรือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล หรือพื้นที่ที่ได้
กรุงเทพ จัดตั้งกองอำนวยการร่วม เพื่อถวายความปลอดภัย รับมอบหมาย ซึ่งนับเป็นภารกิจอีกด้านหนึ่งที่มีผลงาน
แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ โดดเด่นได้รับการยกย่องชมเชยว่าปฏิบัติงานได้อย่าง
พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้ง เข้มแข็ง ดีเยี่ยม และถือเป็นความอุ่นใจของประชาชน
รักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญที่เข้ามาในพื้นที่รับผิดชอบ ว่าจะได้รับความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 43
จากหน่วยงานของกองทัพเรืออย่างทันท่วงที ๖. การผลิตบุคคลากรและการให้บริการด้าน
การปฏิบัติสำคัญที่ผ่านมาได้แก่ การช่วยเหลือผู้ประสบ การดุริยางค์ มีการให้บริการด้านการดุริยางค์ต่าง ๆ
มหาอุทกภัย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๔ ตลอดจนการจัด อาทิ วงออร์เคสตร้า วงหัสดนตรี วงโยธวาทิต
รถดับเพลิงออกไปให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุ วงดนตรีไทย ฯลฯ เพื่อสนับสนุนภารกิจของกองทัพเรือ
เพลิงไหม้สถานที่ต่าง ๆ ในบริเวณใกล้เคียงเมื่อได้รับ ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ภายในและภายนอกกองทัพเรือ
แจ้งเหตุ รวมทั้งการฝึกซ้อมการดับเพลิงร่วมกับหน่วยงาน นอกจากนั้น กองดุริยางค์ทหารเรือ ยังได้ผลิตนักเรียน
ทั้งภายในและภายนอกกองทัพเรือ อยู่เป็นประจำ ได้แก่ ดุริยางค์ที่มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป และได้รับ
โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลธนบุรี เป็นต้น การรับรอง วุฒิการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขา
๔. การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ วิชาการดุริยางค์ ประเภทวิชาศิลปกรรม จากกระทรวง
และสภาวะแวดล้อมป่าชายเลน กองทัพเรือได้ ศึกษาธิการ
มอบหมายให้ดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม ๒ งาน ได้แก่ ๗. การสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่ทหาร
งานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในแม่น้ำเจ้าพระยา และงาน เป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยมี
ปลูกป่าชายเลนตามโครงการอนุรักษ์และพัฒนา แหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ ป้อมพระจุลจอมเกล้า
สภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งฐานทัพเรือ ซึ่งประกอบด้วย การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
กรุงเทพ ได้ดำเนินการในพื้นที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ที่เกี่ยวข้องกับความสำคัญ ของป้อมพระจุลจอมเกล้า
มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๕ จนถึงปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์เรือหลวงแม่กลอง อุทยานประวัติศาสตร์
ปลูกป่าชายเลนไปแล้วจำนวน ๑๗๕ ไร่ คิดเป็นจำนวน ทหารเรือ และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เกี่ยวกับการ
๑๔๐,๐๐๐ ต้น โดยการจัดเจ้าหน้าที่ดูแลและอนุรักษ์ ให้ความรู้และจัดกิจกรรมเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
สภาพแวดล้อมป่าชายเลน ให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญ ทรัพยากรธรรมชาติและป่าชายเลน นอกจากนี้ยังมี
ของทรัพยากรธรรมชาติป่าชายเลนให้กับผู้ที่เข้ามา ป้อมผีเสื้อสมุทร ซึ่งกำลังจะได้รับการปรับปรุงให้เป็น
ทัศนศึกษา รวมทั้งจัดกิจกรรมและสนับสนุนการ แหล่งท่องเที่ยวในอนาคต
ปลูกป่าชายเลนร่วมกับชุมชน สถานศึกษา หน่วยงาน ๘. การปกครองดูแลที่ดินกองทัพเรือ ฐานทัพเรือ
ภาครัฐและเอกชน กรุงเทพ ได้รับมอบหมายเป็นหน่วยปกครองที่ดิน
๕. การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพเรือ ใน ๓ พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ
ฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้รับมอบให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม ๑๘ จังหวัด เนื้อที่
ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดฐานทัพเรือกรุงเทพ ประมาณ ๑๖,๐๐๐ ไร่เศษ มีหน้าที่กำกับดูแล
(ศป.ปส.ฐท.กท.) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการป้องกัน ตรวจสอบ แก้ปัญหาการบุกรุกที่ดิน ร่วมกับหน่วยงาน
และแก้ไขปัญหายาเสพติดในที่ตั้งหน่วยทหารของ ของกองทัพเรือ ที่เป็นหน่วยใช้ประโยชน์ที่ดิน นับเป็น
กองทัพเรือ ตลอดจนอาคารที่พักอาศัยของกองทัพเรือ งานที่สำคัญยิ่งอีกงานหนึ่ง ทั้งนี้ได้มีการแก้ไขปัญหา
ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล โดยมีนโยบายที่สำคัญ ร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลัก
คือ ยาเสพติดต้องไม่มีในพื้นที่ ต้องปราบปรามและ รัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ควบคู่กันไป
จับกุมอย่างจริงจัง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ๙. การเรือนจำ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือกรุงเทพ
เรื่องยาเสพติดจะต้องถูกดำเนินการขั้นเด็ดขาด เป็นผู้บัญชาการเรือนจำ ฐานทัพเรือกรุงเทพ โดยตำแหน่ง
โดยหน่วยต่าง ๆ ได้จัดนายทหารประสานงานของ ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๔๕ ซึ่ง
หน่วยเพื่อดำเนินการในส่วนนี้ เป็นที่รู้จักในชื่อ “สมอแดง” มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ป้อม
44 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
พระจุลจอมเกล้า ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทร จากภารกิจหน้าที่ต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น
เจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ มีหน้าที่ในการควบคุม นับได้ว่าฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง
ผู้ต้องหาในสังกัดกระทรวงกลาโหมระหว่างการสอบสวน ในการสร้างความเชื่อมั่นของกองทัพเรือต่อประชาชน
ขัง จำขัง จำคุก และรับฝากข้าราชการ ทหารและ พิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ รักษาความสงบเรียบร้อย
ลูกจ้างและพนักงานราชการ ในสังกัดกองทัพเรือ ภายในบ้านเมือง บำบัดทุกข์บำรุงสุข อนุรักษ์และ
และกองทัพไทย ที่มีความผิดทางวินัยตามคำสั่งลงทัณฑ์ เสริมสร้างความสมดุลทางธรรมชาติและทรัพยากร
ของผู้บังคับบัญชาตามพระราชบัญญัติวินัยทหาร สืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามให้เกิดแก่
พ.ศ.๒๔๗๖ และความผิดอาญาตามคำสั่งของศาลทหาร ประชาชนภายในประเทศ
โดยได้ดำเนินการปกครอง อบรมผู้ต้องขังให้กลับตน
เป็นพลเมืองดี รวมทั้งมีการฝึกอาชีพ เพื่อสามารถ
ออกไปประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวได้ ไม่เป็นภาระ
ของสังคม
๑๐. การเข้าร่วมและสนับสนุนงานพระราชพิธี
เป็นการจัดกำลังพลเข้าร่วมหรือสนับสนุนในงาน
พระราชพิธีต่าง ๆ ที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมและ
ประเพณีอันดีงาม ในสถาบันชาติ ศาสนา และ
พระมหากษัตริย์ อาทิ เช่น พระราชพิธีพยุหยาตรา
ทางชลมารค พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
เป็นต้น ในวันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๙ นี้ ฐานทัพเรือ
๑๑. การจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ให้กับ กรุงเทพ จะครบรอบ ๘๔ ปี โดย พลเรือตรี สมประสงค์
ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งเป็นกิจกรรมตาม นิลสมัย ผู้บัญชาการฐานทัพเรือกรุงเทพ และกำลังพล
แนวทางการรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social ทุกนาย จะมุ่งมั่น ทุ่มเท และเสียสละ ในการปฏิบัติ
Responsibility : CSR) ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติ หน้าที่เพื่อตอบสนองภารกิจของกองทัพเรือ ภายใต้
สาธารณประโยชน์ หรือร่วมมือกับชุมชนและประชาชน วิสัยทัศน์ ว่า “ฐานทัพเรือ กรุงเทพ เป็นหน่วยกำลัง
ในพื้นที่รับผิดชอบรับผิดชอบ ในการพัฒนาสังคม ที่พร้อมปฏิบัติภารกิจด้วยความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
แหล่งชุมชน บ้าน วัด โรงเรียน ในด้านต่าง ๆ ให้มี และประสิทธิผล” ด้วยการทำงานที่ยึดหลัก
ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและมั่นคง “รักสามัคคี รู้หน้าที่ มีความรับผิดชอบ อยู่ในกรอบ
๑๒. สนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ตามนโยบาย คุณธรรม” และจะนำผลตอบรับจากการปฏิบัติงาน
ของรัฐบาล เป็นการจัดกำลังพลเข้าร่วมกิจกรรม ทั้งการติชมและข้อเสนอแนะ มาเป็นแรงขับเคลื่อนใน
ของรัฐบาลที่จัดขึ้น อาทิ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ การพัฒนาและเสริมสร้างให้ฐานทัพเรือกรุงเทพเป็น
“ปั่น เพื่อ แม่ Bike for Mom” กิจกรรม หน่วยงานของกองทัพเรือที่มีการปฏิบัติงานอย่างเป็น
เฉลิมพระเกียรติ “ปั่น เพื่อ พ่อ Bike for Dad” และ มาตรฐานและมีความเป็นมืออาชีพ ตามนโยบายของ
กิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและการช่วยเหลือประชาชน พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ ต่อไป
ลดภาระค่าครองชีพ “เปิดหน่วย ช่วยชาติ” เป็นต้น
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 45
คลองไทยกับ สปช.
พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก
“คลองไทย” เป็นชื่อที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติถวายคำแนะนำ
เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขุดคอคอดกระ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวได้กำหนดหน้าที่สำคัญ
วุฒิสภา พ.ศ.๒๕๔๘ ใช้เรียกคลองตามแนวเส้นทางใหม่ ให้กับ สปช. ไว้ ๒ ประการคือ การเสนอแนะ พิจารณา
เพื่อสร้างเชื่อมระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและ และให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ กับการเสนอแนว
มหาสมุทรอินเดีย ณ บริเวณภาคใต้ของประเทศไทย ความคิดการปฏิรูปประเทศตามด้านต่าง ๆ ซึ่ง
แทนแนว “คลองกระ” เดิม ที่มีแนวความยาวประมาณ ประกอบด้วย การเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน
๕๐ กิโลเมตร ระหว่างอำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น
และอำเภอสวี จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี ทั้งนี้ การศึกษา สังคม พลังงาน สื่อสารมวลชน สาธารณสุข
ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าว และสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและอื่น ๆ (ค่านิยม ศิลปะ
ได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อนำเสนอ วัฒนธรรม จริยธรรม การศาสนาและกีฬา)
ต่อไปยังรัฐบาลแล้วเมื่อ วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๘ ผู้เขียนได้รับความกรุณาจากกองทัพเรือให้เป็น
“สปช.” เป็นคำย่อของ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ผู้แทนเข้ารับการคัดสรร ผลปรากฏได้รับพระมหากรุณาธิคุณ
สภาฯ นี้ มีที่มาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เป็นสมาชิกสภาปฏิรูป
(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ที่ให้จัดตั้งขึ้น แห่งชาติ เมื่อ วันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๗ ทั้งนี้
โดยมีองค์ประกอบด้วย สมาชิกที่ได้จากการคัดสรร ในการดำเนินงาน ปฏิรูปด้านต่าง ๆ ตามหน้าที่ ผู้เขียน
จำนวนไม่เกิน ๒๕๐ คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ได้เข้าร่วมในคณะกรรมาธิการปฏิรูป ค่านิยม ศิลปะ
46 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา กับคณะกรรมาธิการ พื้นฐานและโลจิสติกส์ ในคณะกรรมาธิการดังกล่าวด้วย
ปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยว ซึ่งผลงานของคณะทำงานฯ ได้จัดทำเป็นเอกสาร
และบริการ หรือนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า คณะกรรมาธิการ รายงานตามแบบฟอร์มที่ สปช. กำหนดประกอบ
ปฏิรูปเศรษฐกิจรายสาขา (Real Sector in Economy) ในภาคผนวกของ เอกสารสภาปฏิรูปแห่งชาติ “วาระ
คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจรายสาขา พัฒนาที่ ๒ : แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและ
ได้กำหนดวิสัยทัศน์เศรษฐกิจและทิศทางยุทธศาสตร์ โลจิสติกส์” ซึ่งเสนอรัฐบาลไปแล้ว (รายละเอียดเพิ่มเติม
เพื่อรองรับวิสัยทัศน์และเป้าหมายของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ www.parliament.go.th แล้วหาคำว่า รายงาน
ที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง วาระปฏิรูปและวาระพัฒนาต่าง ๆ ที่ผ่านความเห็นชอบ
และยั่งยืน ภายในปี ๒๕๗๕ คือ “ภายในกำหนด จากสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้ว หรือดาวน์โหลดโดยตรง
ระยะเวลาดังกล่าว ประเทศไทยต้องเป็นประเทศ ได้ที่ http://www.parliament.go.th./ewtadmin/
ที่พัฒนาแล้ว (Developed Country) รายได้ประชากร ewt/parliament_parcy/ewt_news.php?nid=
(GDP per capita) อยู่ในเกณฑ์สูงหรือพ้นจากกับดัก 30546)
รายได้ปานกลาง โดยมียุทธศาสตร์หลัก คือ การเป็น จากการที่การขุดคลองกระ หรือการสร้างคลอง
ประเทศพาณิชย์ภูมิพัฒนา (Developed Trading เชื่อมระหว่าง ๒ มหาสมุทรทางด้านอ่าวไทยและ
Nation)” ทะเลอันดามันมักจะเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์
การดำเนินการของคณะกรรมาธิการฯ ชุดนี้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศตลอดจนเป็นประเด็น
ซึ่งมีวาระการทำงานประมาณ ๑ ปี ได้ผลิตผลงาน ที่กำลังอยู่ในความสนใจกล่าวขวัญ ถกเถียงในหมู่สังคม
เสนอแนะรัฐบาลในการปฏิรูปและพัฒนาเศรษฐกิจ เมืองไทยทั่วไปว่าควรจะขุด/สร้างดีหรือไม่ เพื่อเป็น
ภาคการผลิตของประเทศ เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์และ สาระความรู้ซึ่งอาจเป็นประโยชน์บ้าง ผู้เขียนจึงได้
เป้าหมายที่กำหนดตามที่กล่าวมาแล้ว ในเรื่องต่าง ๆ จัดทำบทความนี้ขึ้นโดยได้นำบางตอนของเอกสาร
คือ การปฏิรูปภาคการเกษตร การป้องกันการผูกขาด ผลงานที่กล่าวมาแล้ว มาเสนอต่อท่านผู้อ่านเพื่อทราบ
ทางการค้าและการแข่งขันที่เป็นธรรม การสร้างสังคม โดยมีรายละเอียดดังนี้
ผู้ประกอบการ การลงทุนในต่างประเทศของไทย “การศึกษาโครงการสร้างคลองเชื่อมระหว่าง
เศรษฐกิจดิจิตอล การท่องเที่ยว การเป็นศูนย์กลาง มหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย ณ บริเวณ
อาเซียน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ภาคใต้ของประเทศไทย”
และสุดท้าย คือ การปฏิรูปเศรษฐกิจไทยเพื่อเป็น
ประเทศที่พัฒนาแล้วภายในปี พ.ศ.๒๕๗๕ ๑. ที่มาและเหตุผล
สำหรับผู้เขียนนอกจากการร่วมประชุม พิจารณา ๑.๑ กว่าร้อยละเก้าสิบห้าของปริมาณสินค้าโลก
เสนอแนะ ให้ความเห็นชอบในเรื่องต่าง ๆ ที่ รวมทั้งน้ำมันดิบและก๊าซใช้การขนส่งทางทะเล
อนุกรรมาธิการฯ เสนอในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษา ในจำนวนนี้กว่าครึ่งของปริมาณสินค้าและพลังงาน
แล้วยังได้ปฏิบัติงานที่สำคัญอีก คือได้รับการแต่งตั้งให้ ดังกล่าว ใช้เส้นทางการค้าหรือ เส้นทางเดินเรือที่สำคัญ
เป็น รองประธานคนที่หนึ่งและหัวหน้าคณะทำงาน จากยุโรป และตะวันออกกลางมายังชาติในอาเซียน
“การศึกษาโครงการสร้างคลองเชื่อมระหว่างมหาสมุทร จีน เกาหลี และญี่ปุ่น รวมทั้งมุ่งไปยังสหรัฐอเมริกา
แปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย ณ บริเวณภาคใต้ของ จากมหาสมุทรอินเดียอ้อมทางใต้ของประเทศไทย
ประเทศไทย” ของคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปโครงสร้าง เข้าสู่มหาสมุทรแปซิฟิกไปยังตำบลที่ที่ต้องการ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ 47