พระบรมราโชวาท
“...เปนความจริงอยู่โดยธรรมดา ที่บุคคลในสังคมนั้นย่อมมีอัชฌาสัยจิตใจแตกต่างเหลื่อมล้ำกัน
เปนหลายระดับ ขึ้นอยู่กับพื้นฐานภูมิธรรมของตน ๆ บางคนก็มีความคิดจิตใจสูง มีความประพฤติปฏิบัติดีงาม
่
ิ
็
่
ุ
ั้
เปนคณเปนประโยชนอยู่แลวเปนปรกต. แตบางคนกไม่สามารถจะทำเช่นนนได เพราะยังไม่เห็นคณคาของการ
ุ
ปฏิบัติดี. จึงมักก่อปัญหาใหเกิดแก่สังคม...”
พระบรมราโชวาท เพื่อเชิญไปอานในพิธีเปดการประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ ๑๖ ณ วัดคีรีวงศ
อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค วันเสาร ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๒๔
Editor’s talk
ี
ทานสมาชิกละผูຌอานทุกทาน༛
สวัสด
฿ น ด ือ น พ ฤ ษ ภ า ค ม ของทุกป༛
จะมีวันหยุดนักขัตฤกษຏคอนขຌางมาก༛ ริไมจาก༛
วันทีไ༛ํ༛คือวันรงงาน༛วันทีไ༛๑༛ปຓนวันฉัตรมงคล༛
วันทีไ༛ํ๏༛ปຓนวันพืชมงคล༛ละวันทีไ༛๎๐༛ปຓนวัน
วิสาขบูชา༛นิตยสารนาวิกศาสตรຏมีความตัๅง฿จทีไจะ
สืบคຌนขຌอมูลความปຓนมาของวันสำคัญตางโ༛พืไอมอบ
ปຓนกรใดความรูຌ฿หຌกทานสมาชิก༛ตอยางเรกใตาม༛
นืไองจากพืๅนทีไมีจำกัด༛จึงขอลือก฿หຌຌขຌอมูล฿นสวนของ
วน༛ฉัตรมงคล༛ซึไงปຓนวันทีไสำคัญยิไงตอปวงชน༛
ั
ชาวเทย༛ดังนีๅ༛วันฉัตรมงคล༛อานวา༛ฉัด༛-༛ตระ༛-༛มง༛-༛คน༛
มีความหมายตามพจนานุกรมวา༛พระราชพิธีฉลอง
พระศวตฉัตร༛ทำ฿นวันซึไงตรงกับวันบรมราชาภิษก༛
วันฉัตรมงคลปຓนวันทีไระลึก฿นการครบรอบปทีไ
พระบาทสมดใจพระจຌาอยูหัวภูมิพลอดุลยดช༛ทรงรับ
พระบรมราชาภิษกปຓนพระมหากษัตริยຏหง
ประทศเทยดยสมบูรณຏ༛ซึไงรัฐบาลเทยเดຌนຌอมกลຌา
จัดพระราชพิธีฯ༛ ถวายมืไอวันทีไ༛ ๑༛ พฤษภาคม༛ ༛
พุทธศักราช༛๎๐๕๏༛ละพระองคຏเดຌมีพระราชองการ
อันปຓนอมตะทีไวา༛ราจะครองผนดินดยธรรม༛
พืไอประยชนຏสุขหงมหาชนชาวสยาม༛หลาพสกนิกรชาวเทยเดຌถืออาวันทีไ༛๑༛พฤษภาคม༛ของทุกปปຓนวัน༛
ฉัตรมงคล༛นอกจากนัๅน༛฿นดือนพฤษภาคมมืไอ༛๕์༛ปทีไลຌว༛ขณะทีไ༛พลรืออก༛พระจຌาบรมวงศຏธอ༛พระองคຏจຌา
อาภากรกียรติวงศຏ༛กรมหลวงชุมพรขตอุดมศักดิ่༛องคຏบิดาของทหารรือเทย༛เดຌทรงพักผอนพืไอรักษาพระองคຏ༛
ทีไตำบลหาดทรายรี༛ปากนๅำชุมพร༛จังหวัดชุมพร༛ทรงถูกฝนประชวรปຓนพระรคเขຌหวัด฿หญ༛ละสิๅนพระชนมຏ༛
มืไอวลา༛ํํ๐์༛ของวันทีไ༛ํ๕༛พฤษภาคม༛พุทธศักราช༛๎๐๒๒༛ศิริพระชนมายุเดຌ༛๐๎༛ป༛๑༛ดือน༛ภายหลังกองทัพรือ
เดຌกำหนด฿หຌวันทีไ༛ํ๕༛พฤษภาคมของทุกป༛ปຓน༛วันอาภากร༛ทัๅงนีๅพืไอทิดพระกียรติละนຌอมรำลึกถึง༛
พระกรุณาธิคุณของพระองคຏทีไมีตอกองทัพรือ༛ดยเดຌกำหนดนวทางทัไวเป฿หຌหนวยตาง༛โ༛ปฏิบัติ༛เวຌ฿นระบียบ
ปฏิบัติประจำกองทัพรือทีไ༛๓༛ประกอบดຌวย༛พิธีบวงสรวง༛พิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ༛อานคำประกาศพระกียรติคุณ
หนຌาถวทหาร༛จัดนิทรรศการฉลิมพระกียรติหรือกิจกรรมอืไน༛โ༛ละพิธีบำพใญกุศลทักษิณานุประทาน༛สำหรับ
นิตยสารนาวิกศาสตรຏ฿นดือนนีๅ༛ขอรวมทิดพระกียรติดยอัญชิญพระฉายาลักษณຏของพระองคຏเวຌทีไปกหนຌาละ༛
ตราประจำพระองคຏเวຌทีไปกหลัง༛กับนำสนอบทความสัมภาษณຏพิศษ༛ประธานกรรมการมูลนิธิ༛ราชสกุลอาภากรฯ༛ ༛
รวมถึงบทความรืไอง༛กยิรา༛จ༛กยิราถน้༛จะทำสิไงเร༛ควรทำจริง༛ของคุณครู༛พลรือตรี༛กรีฑา༛พรรธนะพทยຏ༛
อดีตผูຌทรงคุณวุฒิกองทัพรือ༛ละทีไปรึกษามูลนิธิ༛ราชสกุลอาภากรฯ༛ซึไงเดຌอธิบายถึง༛การขียนคาถาพรຌอมคำปล
฿นตราประจำพระองคຏทีไถูกตຌองวาจะตຌองขียนอยางเร༛ขอชิญติดตามอานบทความตาง༛โ༛฿นฉบับดือนพฤษภาคมเดຌ
ตามอัธยาศัยตอเป....สวัสดีครับ༛
(วิฉณุ ถูปาอาง)
บรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร
ส า ร บ ั ญ
นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท บงสุช สิงหณรงค
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท กิตติธัช วิโรจนวงศ
กรรมการราชนาวิกสภา บทความ
พลเรือตรี ธนะกาญจน ใครครวญ
พลเรือตรี สุระพล ไทยพีระกุล
พลเรือตรี ขรรคชัย สมบูรณสุข ๘ ทหารมะรีนเกียรติภูมิที่น าภาคภูมิใจ
พลเรือตรี พิทักษ พิบูลทิพย พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศพิพัฒน
พลเรือตรี หมอมหลวง บวรลักษณ กมลาศน ๑๖ สถานการณเรือดำน้ำในภูมิภาคอาเซียน
พลเรือตรี ไชยยศ สุนทรนาค
พลเรือตรี พันเลิศ แกลวทนงค นาวาเอก กิตติพงษ จันทรสมบูรณ
พลเรือตรี ดนัยศักดิ์ กาญจนะวสิต ๒๓ บทความพิเศษ สัมภาษณ
พลเรือตรี ประพฤติพร อักษรมัต หม่อมราชวงศหญิง จิยากร เสสะเวช ประธานกรรมการ
พลเรือตรี เจริญศักดิ์ มารัตนะ “มูลนิธิ ราชสกุลอาภากร ใน พลเรือเอก พระเจาบรมวงศเธอ
พลเรือตรี สุธีพงศ แกวทับ
พลเรือตรี ประพจน สีลาเขต กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์” เน� องในโอกาส
กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา “วันอาภากร” พ.ศ.๒๕๕๖
นาวาเอก วิฉณุ ถูปาอาง กองบรรณาธิการ
เหรัญญิกราชนาวิกสภา
เรือเอก ไพโรจน เปรมปร ี ๒๘ งาน IO กับกองทัพเรือ
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา นาวาเอก วุฒิชัย สายเสถียร
พลเรือตรี พงศธร ชูแข ๓๙ กยิรา เจ กยิราเถนํ จะทำสิ งไร ควรทำจริง
พลเรือตรี ชอฉัตร กระเทศ
พลเรือตรี ภาณุ บุณยะวิโรจ พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย
นาวาเอก นพพงษ อุบลนุช ๔๔ หนึ งรอยปี การกำลังพลทหารเรือ
นาวาเอก วิพันธุ ชมะโชต ิ นาวาเอก กิตติพงศ ทิพยเสถียร
บรรณาธิการ
นาวาเอก วิฉณุ ถูปาอาง ๕๓ วินัยทหาร
ผูช่วยบรรณาธิการ ถ.ถุง
นาวาเอกหญิง ชัญญา ศิริพงษ ๕๓
ประจำกองบรรณาธิการ
นาวาเอก กองเกียรติ สัจวุฒ ิ
นาวาเอก ธาตรี ฟกศรีเมือง
นาวาเอก โกศล อินทรอุดม
นาวาเอก ธรรมนูญ วิเศษสิงห
นาวาโทหญิง ปานะรี คชโคตร
นาวาโทหญิง แสงแข โตษยานนท ๒๘
นาวาโทหญิง จิฑาพัชญ ราษฎรนิยม ๒๓
นาวาตรีหญิง กมลชนก ศิริสุนทร
เรือเอก ประมวล เผือกสงา
เรือเอก วรวุทย บุญชวยชอย
เรือตรีหญิง นิพัฒน เพชรศิร ิ
เรือตรีหญิง อาภาลัย เรืองศรี
ิ
ิ
สำนักงานราชนาวิกสภา ขอคดเห็นในบทความที่นำลงนตยสารนาวิกศาสตรเปนของ
ิ
ื
ั
ถนนอรุณอมรินทร บางกอกนอย กรุงเทพ ฯ ๑๐๗๐๐ ผูเขียน มิใช่ขอคดเห็นหรอนโยบายของหนวยงานใดของรฐและ
โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒, ๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘ มิไดผูกพันต่อทางราชการแต่อย่างใด ไดนำเสนอไปตามที่ผูเขียน
ึ
ั
ิ
▲ สงขอมูล/ตนฉบับไดที่ [email protected] ใหความคดเห็นเท่านน การกลาวถงคำสง กฎ ระเบียบ เปนเพียง
่
ั้
และ [email protected] ข่าวสารเบื้องตน เพื่อประโยชนแก่การคนควา…
▲ อานบทความเอกสารอิเล็กทรอนิกสไดที่ WWW.RTNI.ORG
ส า ร บ ั ญ ๑๙ พฤษภาคม
วันอาภากร
คอลัมนประจำ
๑ บรรณาธิการแถลง
๔ คุยกับกองบรรณาธิการ
๗ ภาพในอดีต
๖๑ ขาวนาวีรอบโลก
๖๖ นานาสาระ
๓๙ ๖๘ หนังสือนาอาน
๗๐ พจนานุกรมศัพทชาวเร�อ
๘ ๗๒ ประทีปธรรม
๗๓ ภาพกิจกรรมกองทัพเร�อ
๘๑ ตารางการปฏิบัติงานที่สำคัญของกองทัพเร�อ
๘๒ สุขภาพนาว ี
๘๔ สารพันสาระเพลง
๘๘ การฌาปนกิจสงเคราะห
๑๖ แหงราชนาว ี
๙๐ มาตราน้ำ เดือนมิถุนายน ๒๕๕๖
เวลาดวงอาทิตยข�้น - ตก
และดวงจันทร เดือนพฤษภาคม และ
เดือนมิถุนายน ๒๕๕๖
๙๖ นาวีพาเที่ยว
ปกหนา… พระฉายาลักษณ พลเร�อเอก พระเจาบรมวงศเธอ
พระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด ิ์
ปกหลัง… ตราประจำพระองค พลเร�อเอก พระเจาบรมวงศเธอ
พระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด ิ์
ในปกหนา… พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว
ในปกหลัง… นาวีพาเที่ยว ปอมผีเสื้อสมุทร จังหวัดสมุทรปราการ
จัดพิมพโดย… กองโรงพิมพ กรมสารบรรณทหารเร�อ
เจาของ… ราชนาว�กสภา
ผูโฆษณา… นาวาเอก ว�ฉณุ ถูปาอาง
ผูพิมพ… นาวาเอก กองเกียรติ สัจวุฒ ิ
§ÿ¬°—∫°Õß∫√√≥“∏‘°“√
༛ สวัสดีคะทานผูຌอานละสมาชิกทุกทาน༛ตามทีไหลายทานเดຌสอบถามวา༛นอกจากสมาชิกลຌวบุคคลภายนอก
สามารถสงภาพขຌาประกวดภาพถายทางทหาร༛Navy༛Photo༛Contest༛2013༛เดຌหรือเม༛กองบรรณาธิการฯ༛ขอรียน
฿หຌทราบวา༛ขณะนีๅ༛คณะกรรมการราชนาวิกสภาเดຌมีมติ฿หຌปรับกຌกติกาดย฿หຌบุคคลภายนอกสามารถสงภาพขຌา
รวมประกวดเดຌลຌว༛กองบรรณาธิการฯ༛จึงขอจຌงปรับกติกาการสงภาพขຌาประกวดตามครงการ༛ประกวด
ภาพถายทางทหาร༛(กีไยวกับกองทัพรือ)༛฿นหัวขຌอ༛Navy༛Photo༛Contest༛2013༛฿หม༛ดังนีๅ༛
༛ ํ.༛ปຂดอกาส฿หຌบุคคลทัไวเปสามารถสงภาพขຌารวมการประกวดเดຌ༛༛
๎.༛พิไมจำนวนรางวัลสำหรับบุคคลทัไวเป༛฿นการประกวด༛ชวง༛Photo༛of༛the༛Month༛฿หຌมีรางวัลทียบทากับ
ผูຌสมัครทีไปຓนสมาชิกนาวิกศาสตรຏดຌวย༛กลาวคือ༛มีรางวัลละ༛ํ,์์์.-༛บาท༛จำนวน༛ํ༛รางวัล༛ละรางวัลละ༛๑์์.-༛บาท
จำนวน༛๎༛รางวัล༛สวนรางวัล༛Photo༛of༛the༛Year༛ภาพของทัๅงสมาชิกละบุคคลภายนอกจะถูกนำมาตัดสินรวมกัน
มูลคารางวัลจะคงทาดิม༛(รางวัลทีไ༛ํ༛รางวัลละ༛ํ์,์์์.-༛บาท༛รางวัลทีไ༛๎༛รางวัลละ༛๑,์์์.-༛บาท༛รางวัลทีไ༛๏༛
รางวัลละ༛๏,์์์.-༛บาท༛รางวัลขวัญ฿จมหาชน༛๎༛รางวัล༛โ༛ละ༛ํ,์์์.-༛บาท)༛
༛ ๏.༛การสงภาพประกวดสามารถสงปຓนผนซีดี༛หรือสงทางจดหมายอิลใกทรอนิกสຏ༛(E༛-༛Mail)༛เดຌ༛(เมจำปຓน
ตຌองอัดขยายบนกระดาษ)༛༛༛
༛ นืไองจาก฿นดือนมษายน༛มีผูຌสงภาพขຌาประกวดพียง༛๑༛ภาพ༛จึงขอนำภาพทัๅง༛๑༛ภาพ༛มาพิจารณารวมกับ
ภาพทีไสงประกวด฿นดือนพฤษภาคม༛༛
༛ สุดทຌายนีๅ༛ขอชิญชวนผูຌทีไสน฿จ༛ขียนบทความสงมายังกองบรรณาธิการนาวิกศาสตรຏ༛ทัๅงบทความทีไปຓน༛
รืไองทัไว༛โ༛เป༛༛หรือบทความทางวิชาการ༛ทีไตຌองการถายทอด฿หຌปຓนวิทยาทาน༛บทความของทุกทานมีสิทธิ่ทีไจะเดຌ༛
รับคัดลือก฿หຌตีพิมพຏ฿นนาวิกศาสตรຏทากันทุกคน༛กองบรรณาธิการฯ༛หวังปຓนอยางยิไงวา༛จะมีนักขียนหนຌา฿หม༛
สงบทความขຌามาบຌางเมมากกในຌอย༛พบกัน฿หมดือนหนຌา༛สวัสดีคะ....༛༛༛༛༛
©—µ√¡ß§≈√”≈÷°
ı 情¿“§¡ Úııˆ
ç‡√“®–§√Õß·ºàπ¥‘π‚¥¬∏√√¡é æ√–√“™¥”√—
„π«—π©—µ√¡ß§≈°“≈ºà“π ¡—¬
ç‡æ◊ËÕª√–‚¬™πå ÿ¢·Ààß¡À“™πé §◊Õ‡ âπ™—¬
π“π‡æ’¬ß„¥¬—߉¥â‡ÀÁπ‰¡à‡«âπ«—π
çˆ˜é ¢«∫ªï∑’˧√Õß√“™¬å
‰∑¬∑—Èß™“µ‘ª√’¥‘χª√¡‡°…¡ —πµå
¥â«¬∑√߇ªìπ©—µ√™—¬ªÑÕß¿—¬æ≈—π
®÷ß ÿ¢°—π∑—Ë«Àπâ“¡“™â“π“π
¬“¡Ωπ·≈âßπÈ”∑à«¡∑√ß√à«¡™à«¬
¬“¡‡®Á∫ªÉ«¬∑√ßÀà«ßª«ß≈Ÿ°À≈“π
¬“¡¬“°®π™à«¬„Àâ‰∑¬ √“≠
æ√–√“™ª≥‘∏“π‡∑’ˬ߷∑⥟·≈‰∑¬
®“° ç Õß- ’Ë-‡°â“- “¡é §«“¡√–∫ÿ
∑√ß∫√√≈ÿº≈µ√ß ‘Èπ ß —¬
æ√–∫“√¡’§ÿâ¡æ“≈¡“π“π‰°≈
·µà‡¬“«å«—¬∏¬—ß∑√ßπ”æ“
©—µ√ªí¥‡ªÉ“∫√√‡∑“‡¢Á≠‡ªìπÕ—°‚¢
¥ÿ®√à¡‚æ∏‘Ï„∫„À≠à‰∑√„∫Àπ“
©—µ√π’Ȭ—߇ªìπ©—µ√™—¬‰∑¬‡√◊ËÕ¬¡“
™◊ËπÕÿ√“‚ ¡π— ©—µ√¡ß§≈
¥â«¬‡°≈ⓥ⫬°√–À¡àÕ¡¢Õ‡¥™–
°Õß∫√√≥“∏‘°“√ 𑵬 “√π“«‘°»“ µ√å
π“«“‡Õ° ∏√√¡πŸ≠ «‘‡»… ‘ßÀå √âÕ¬°√Õß
ภ า พ ใ น อ ด ีต
นาวาตรี สงวน เกลียวรุงสวัสดิ์ [email protected]
เรือหลวงเจนทะเล
เรือ
หลวงจนทะล༛ปຓนรือลำลียงทีไตอจากอูฮองกง༛มืไอ༛พ.ศ.๎๐๐๐༛ดิมชืไอ༛ทาจีน༛ปຓนรือลำลียง
ของยอรมัน༛฿นสงครามลกครัๅงทีไ༛ํ༛มืไอเทยประกาศสงครามกับยอรมันจึงยึดปຓนรือชลย༛ละ༛
฿หຌชืไอ฿หมวา༛รือหลวงจนทะล༛ขึๅนระวางประจำการมืไอ༛๎๎༛กรกฎาคม༛พ.ศ.๎๐๒์༛ตอมามืไอ༛พ.ศ.๎๐๓๔༛༛
เดຌปลีไยนชืไอปຓน༛รือหลวงคราม༛ขนาดของรือมีความยาว༛ํ๕๐༛ฟุต༛กวຌาง༛๎๓.๑༛ฟุต༛กินนๅำลึก༛๎.๓๑༛มตร༛ ༛ ༛
มีระวางขับนๅำ༛๐๐์༛ตัน༛อาวุธประจำรือปຓนปน༛๑๓༛มม.༛ํ༛กระบอก༛฿ชຌครืไองจักรเอนๅำ༛๏༛สูบ༛๎༛ครืไอง༛ ༛
มีกำลัง༛๏ํ์༛รงมຌา༛ปຓนรือ฿บจักรคู༛มีความรใวสูงสุด༛๔.๑์༛นอต༛ละมีทหารประจำรือทัๅงสิๅน༛๏๒༛นาย༛ ༛
ราชการสำคัญของรือหลวงจนทะล༛คือ༛มืไอวันทีไ༛๎์༛พฤษภาคม༛พ.ศ.๎๐๒๒༛เดຌปຓนรือชิญพระศพของ༛ ༛
พลรืออก༛พระจຌาบรมวงศຏธอ༛พระองคຏจຌาอาภากรกียรติวงศຏ༛กรมหลวงชุมพรขตอุดมศักดิ่༛จากจังหวัดชุมพร༛
ขຌามายังกรุงทพฯ༛ละมาพักถายพระศพลงรือหลวงพระรวงทีไบางนา༛ภายหลังจากทีไพระองคຏຏลาราชการ༛
เปพักรักษาพระองคຏอยูทีไหาดทรายรี༛จังหวัดชุมพร༛ลຌวสิๅนพระชนมຏ༛ณ༛ทีไนัๅน༛มืไอวันทีไ༛ํ๕༛พฤษภาคม༛พ.ศ.๎๐๒๒༛
รือหลวงจนทะลถูกปลดระวางประจำการ༛มืไอป༛พ.ศ.๎๑์๏༛
༛
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 7
ทหารมะรีนเกียรติภูมิที่น่าภาคภูมิใจ
ทหารมะรีนเกียรติภูมิที่น่าภาคภูมิใจ
พลเร�อเอก ทวีวุฒิ พงศพิพัฒน [email protected]
พลเร�อเอก ทวีวุฒิ พงศพิพัฒน
[email protected]
8 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
ท
หารรือพรรคนาวิกยธินตดิมมารียกวา༛༛
หารมะรีน༛(Marine)༛ทหารมะรีนตามความหมาย
ของตางประทศ༛ดยฉพาะอยางยิไงสหรัฐอมริกา༛
หมายถึง༛หลาทหารรือทีไปฏิบัติหนຌาทีไ฿นการรบอยาง
ทหารบก༛กองทัพรือหลายชาติเดຌคย฿ชຌทหารมะรีนลง
ประจำ฿นรือรบ༛ประจำตามปງอมคายของทหารรือ༛
ละตามฐานทัพรือทัๅง฿นประทศละนอกประทศ༛
ทหารมะรีนทีไ฿ชຌลงประจำ฿นรือรบสมัยรือ฿บ༛มีหนຌาทีไ
ยิงปน฿หญ༛ละมืไอรือขຌาทียบกันกใขึๅนตะลุมบอนรบ
กันดຌวยอาวุธสัๅน༛ชน༛ดาบ༛ขຌาฟຑนทงขຌาศึก༛พืไอ฿หຌ༛༛
อีกฝຆายหนึไงหมดกำลังตอสูຌตຌองยอมพຌ༛฿นสมัยรือกลเฟ
กใเดຌ฿ชຌทหารมะรีนลงประจำรือรบขนาด฿หญ༛มีหนຌาทีไ
ประจำปน฿หญรือ༛ละจัดปຓนกำลังสำหรับยกพลขึๅนบก༛
พืไอปฏิบัติการรบบนบก༛ ตามภาระหนຌาทีไของรือ༛ ༛
นัๅน༛โ༛ทหารมะรีนนีๅเดຌรับยกยอง฿นรืไองความครงครัด
฿นวินัย༛จึงเดຌ฿ชຌ฿หຌทำหนຌาทีไรักษาการณຏตามฐานทัพ༛
สถานอกอัครราชทูตของสหรัฐฯ༛฿นตางประทศละ
จัดปຓนหนวยดุริยางคຏสำหรับงานทีไปຓนกียรติยศ༛ ༛ ༛
ครืไองตงกายของทหารมะรีนตางประทศจึงดูสวยงาม
ละสงางามปຓนพิศษ༛฿นการจัดกำลังรบทางรือ฿นยุค
ปຑจจุบันนีๅ༛กใเดຌจัดกำลังทหารมะรีน฿หຌปຓนหนวยทีไมี
สมรรถภาพอยางสูง༛สำหรับ฿ชຌ฿นการยกพลขึๅนบก༛ ༛ ༛
ซึไงถือปຓนหนวยรกพืไอยึดหัวหาด༛ทำการบิกทาง༛༛
พืไอทีไจะเดຌสงกำลังกองทัพบกขึๅนปฏิบัติการ฿นยุทธ
บริวณนัๅน༛โ༛฿นภายหลัง༛จึงนับวาทหารมะรีนกใคือ
หนวยกลຌาตายซึไงตามประวัติศาสตรຏกใเดຌสดงวา༛ ༛ ༛
หลาทหารมะรีนเดຌสดงความองอาจกลຌาหาญละ༛ ༛
ทำชืไอสียงปຓนกียรติประวัติ฿หຌกกองทัพรือของขา༛ ༛
มาลຌวอยางนาสรรสริญ༛
༛ สำหรับทหารมะรีนนัๅน༛สหรัฐฯ༛จะมีคำรียกขาน
อยางหนึไงวา༛Leather༛Neck༛(ภาษาเทย༛คือ༛พวกคอหนัง)༛
นืไองจาก฿นการรบกับขຌาศึกดยฉพาะอยางยิไง༛༛༛
มืไอสหรัฐฯ༛รบกับญีไปุຆน༛฿นสงครามลกครัๅงทีไ༛๎༛มืไอมี
การรบประชิดตัว༛ญีไปุຆนจะ฿ชຌดาบซามูเรฟຑนคอทหาร
สหรัฐฯ༛ดังนัๅนพืไอปຓนการปງองกันทหารนาวิกยธิน
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 9
สหรัฐฯ༛จึง฿ชຌหนังวัวพันรอบคอเวຌ༛นีไคือทีไมาของคำวา༛ สำหรับกรมสงนีๅถือวาปຓนหนวยกำลังทีไสำคัญทีไสุด
พวกคอหนัง༛หรือ༛Leather༛Neck༛ หนวยหนึไง༛พราะมีปนกลคตลิงกัน༛ประจำการอยู༛ ༛ ༛
༛ ตามประวัติการทหารของประทศเทย༛เดຌมีทหาร ดังประกาศ฿นราชกิจจานุบกษา༛ดังนีๅ༛༛༛༛༛༛༛༛ ༛
มะรีนมาลຌวตบราณ༛ ชน༛ คยมีทหารมะรีน฿น༛ ༛
กรมอรสุมพล༛(กรมอรสุมพล༛༛หมายถึง༛กรมรือกลเฟ
ขึๅน฿นบังคับบัญชาของทัๅงวังหนຌาละสมุหกลาหม༛༛༛ ༛
ตอมามืไอมีรือกลเฟพิไมมากขึๅนเดຌรียกชืไอ༛กรมรือกลเฟ
ทีไขึๅนกับ༛สมุหกลาหมสีย฿หมวา༛กรมอรสุมพล༛ ༛ ༛
ละคำวา༛อรสุมพล༛อานวา༛อร༛-༛ระ༛-༛สุม༛-༛พล༛คือ༛
กำลังเอนๅำ)༛ต฿นครัๅงนัๅนมีจำนวนเมมากนัก༛สวน฿หญ
จัดปຓนกองกียรติยศสำหรับรับสดใจ༛ ละคยจัด༛ ༛
ลงรือรบสำหรับปຓนกองกียรติยศ฿นวลาขึๅนบก༛༛༛ ปืนกลแคตลิงกัน (Gatling Gun)
ดังปรากฏ฿นประวัติศาสตรຏวา༛มืไอครัๅงมืองเทรบุรี༛
มืองกลันตัน༛ละมืองตรังกานู༛ปຓนมืองขึๅนของเทย༛ ประกาศรืไองปนคตลิงกัน༛
จຌามืองหลานีๅจะตຌองจัดสงตຌนเมຌงินตຌนเมຌทอง༛ ༛ ༛ ༛ ปนคตลิงกันปຓนอาวุธวิศษสำคัญยิไงนัก༛นาทีหนึไง
พรຌอมดຌวยครืไองราชบรรณาการขຌามาถวายพระบาท ยิงเดຌถึง༛๐์์༛นัด༛อาวุธสิไงนีๅผูຌดียวอาจตอสูຌขຌาศึกศัตรู
สมดใจพระจຌาอยูหัวปຓนระยะ༛ โ༛ เปมิ฿หຌขาดพืไอ เดຌถึงรຌอยคนพันคน༛ปนคตลิงกันนีๅนอกจากของหลวง
ปຓนการสดงวายังคงมีความจงรักภักดีอยู༛༛༛ สำหรับจะรักษาผนดินลຌว༛เม฿หຌผูຌหนึไงผูຌ฿ดมีเวຌสำหรับ
มืไอถึงคราวทีไจຌามืองประทศราชหลานีๅมีความดี วังสำหรับบຌาน༛
ความชอบหรือมีการปลีไยนตัวจຌามือง฿หม༛กใเดຌปรด ༛ นีไคือจุดริไมตຌนทีไจะบงยกกิจการทหาร฿หຌ༛༛
฿หຌมีขຌาหลวงกำกับทຌองตราสัญญาบัตรตงตัๅงพรຌอมดຌวย ปຓนทหารบกสวนหนึไงละทหารรืออีกสวนหนึไง༛ ༛
ครืไองยศออกเปพระราชทาน฿หຌกจຌามืองหลานีๅ༛ ༛ ดยดใดขาด༛ทหารกรมสงทีไ฿หຌปຓนทหารรือ༛(ฝຆายบก)༛
ดยรือรบหลวง༛฿นการนีๅกใมีทหารมะรีนลงรือเปดຌวย༛ นัๅน༛นับเดຌวาปຓนทหารรือหลามะรีน༛ดย฿หຌ༛นาวาอก
สำหรับปຓนกองกียรติยศ฿นวลาขึๅนบก༛ทำ฿หຌขຌา฿จวา หลวงชลยุทธยธินทรຏ༛(กัปตันริชลิว༛สัญชาติดนมารຏก༛
฿นสมัยกอน༛โ༛นัๅน༛ทหารประจำรือจำพวกกะลาสี༛ ตอมาคือ༛ พระยาชลยุทธยธินทรຏ༛ ผูຌบัญชาการ༛༛
(Sailor)༛นัๅนคงมีความชำนาญต฿นทางการรือ༛สวน฿น กรมทหารรือ)༛มีตำหนงปຓนอดยุตน༛(Adjutant༛คือ༛
รืไองระบียบถวดินตลอดจนทาอาวุธอยางทหารราบ༛ ปลัดกรม)༛หรือปลัดกรมสง༛มีหนຌาทีไควบคุมสัไงสอน
คงจะ฿ชຌการเมเดຌดี༛จึงตຌองจัดทหารมะรีนเปดຌวยสำหรับ ทหารกรมสง฿หຌรูຌหลักการ฿ชຌปนคตลิงกัน༛ ซึไง฿น༛༛
งานกียรติยศบบธรรมนียมฝรัไง༛ สมัยนัๅนถือวาปຓนอาวุธทีไมีอำนาจการยิงสูง༛ ตอมา༛
༛ ฿นสมัยตຌนรัชกาลทีไ༛๑༛ทางราชการเดຌสัไงอาวุธ༛ ༛ หลวงชลยุทธยธินทรຏ༛กใเดຌลืไอนปຓนคุณพระ฿นนามดิม༛
บบ฿หมมา฿ชຌราชการละ฿หຌกรมสงปຓนผูຌดูลรักษา༛ ละมีตำหนงปຓนผูຌบังคับการกรมทหารคตลิงกัน༛ ༛ ༛
ตอมาเดຌจัดตัๅงกองทหารขึๅน฿นกรมสงสำหรับ฿ชຌอาวุธทีไ มีนายทหารรือชาติดนมารຏกประจำอยู฿นกรมทหารนีๅ
สัไงขຌามา฿หม༛ชน༛ปนกลคตลิงกัน༛(Gatling༛Gun)༛༛ ༛ หลายคน༛ ชน༛ รຌอยท༛ ราสมูซน༛ (Lieutenant༛ H.༛
฿นระยะนีๅพระองคຏจຌาสายสนิทวงศຏ༛ปຓนผูຌบังคับการ Rasmussen)༛รຌอยท༛วาสคัม༛(Lieutenant༛Vaskam)༛
กรมสง༛ ตอมากใอนทหารกรมสงปຓนทหารรือ༛ รຌอยท༛วันสตรม༛(Lieutenant༛C.༛Wanstroem)༛༛༛
10 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
༛ ฿นคราวทีไจຌาพระยาสุรศักดิ่มนตรี༛(จิม༛สงชูต)༛
มืไอครัๅงปຓนจຌาหมืไนเวยวรนารถยกกองทัพเปปราบฮอ
ทางภาคหนือ༛ทางราชการเดຌสงกำลังทหารรือจำพวก
มะรีนสมทบเปดຌวยหมือนกัน༛มีรຌอยตรี༛ํ༛นาย༛พลทหาร༛
๎๐༛นาย༛พรຌอมดຌวยปนกลคตลิงกัน༛จำนวน༛๎༛กระบอก༛
༛ นอกจากนัๅน༛ ฿นป༛พ.ศ.๎๐๎๓༛มืไอพระวิภาค
ภูวดล༛จຌากรมผนทีไขึๅนเปทำผนทีไทางภาคหนือสมัย
ยกกองทัพเปปราบฮอ༛ทางราชการเดຌจัดทหารรือจำนวน༛
๏์༛คน༛฿นบังคับบัญชาของ༛รຌอยท༛ราสมูซน༛นายทหารรือ༛
สังกัดกรมสง༛(Lieutenant༛H.༛Rasmussen,༛Marine༛
พลเรือโท พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ ์ Infantry)༛ พืไอติดตามกองทำผนทีไ༛ พืไอ฿หຌความ
ปลอดภัย฿นการดินทางละปฏิบัติงาน฿นทຌองถิไนทีไมี
มืไอ฿กลຌหตุการณຏ฿น༛ร.ศ.ํํ๎༛ทางราชการเดຌจัดพิไม พวกกบฏฮอตัๅงอยู༛༛
กำลังทหารมะรีน฿นกรมสง฿หຌมีกำลังมากยิไงขึๅน༛ดย ༛ กรมทหารรือมืไอรกตัๅงนัๅนมีทหารมะรีนขึๅนอยู฿น
จัดปຓนกองปนกลคตลิงกัน༛๐༛กอง༛กองปน฿หญ༛ํ༛ สังกัดบงออกปຓน༛๎༛สวน༛คือ༛ฝຆายทหารราบสวนหนึไง
กอง༛ละกองทหารราบ༛๐༛กอง༛นับปຓนกำลังจัดเดຌ รียกวา༛Marine༛Infantry༛ละฝຆายทหารปน฿หญอีกสวนหนึไง
ประมาณทากับ༛ํ༛กรมทหารราบ฿นปຑจจุบัน༛ฉะนัๅน รียกวา༛Marine༛Artillery༛ทหารมะรีนฝຆายปน฿หญ༛༛
ควรจะตຌองนับวากรมทหารคตลิงกันนัๅน༛กใคือกรม นีๅ฿ชຌปຓนทหารประจำปງอมทางปากนๅำมีทัๅงนายทหาร
ทหารมะรีนบบ฿หมกรมรกของทหารรือ༛ซึไงฝรัไงรียก ฝรัไงละนายทหารเทยปຓนผูຌบังคับบัญชา༛ทหารมะรีน
วา༛Marine༛Force༛หรือจะรียกอยางสมัย฿หมวา༛กรม ฝຆายทหารราบ฿หຌประจำอยู฿นกรุงทพฯ༛ละตามสถานี
ทหารนาวิกยธิน༛฿นสังกัดกรมสง༛ดยมี༛นาวาอก༛ ༛ ༛ ทหารรือชายทะล༛ทหารมะรีน฿นระยะนีๅปຓนกองทหาร
พระชลยุทธยธินทรຏ༛ปຓนผูຌบังคับการ༛฿นสมัยนัๅนตຌองนับ ตามบบ฿หม༛ผิดกับกองมะรีนสมัยกอน༛มืไอครัๅงขึๅนอยู
วากรมทหารคตลิงกัน༛ปຓนกรมทีไมีชืไอสียงละปຓนกรม กับกรมอรสุมพล༛ซึไงปຓนกองทหารบบกาประกอบ
ทหารทีไพระบาทสมดใจพระจุลจอมกลຌาจຌาอยูหัว༛ ༛ ༛ ดຌวยพวกรามัญหรือพวกอาสามอญ༛(มอญปຓนชนชาติหนึไง
ทรงมีพระทัยสนับสนุน฿หຌปรับปรุงดຌวย༛
ซึไงอาศัยอยูปຓนกลุมกระจัดกระจายอยู฿นประทศพมา
ละประทศเทย༛ชนชาติมอญรียกตัวองวา༛มอญ༛ ༛
พมารียกชนชาติมอญวา༛ตะลง༛เทยรียกชนชาตมอญ
ิ
วา༛มอญ༛หรือตะลง༛฿นสมัยบราณชาวตะวันตกรียก
ชนชาติมอญวา༛ พกวน༛ ซึไงปຑจจุบันนีๅลิก฿ชຌเปลຌว༛༛༛
ชืไอรียกอีกชืไอหนึไงของชนชาติมอญซึไงปຓนทีไรูຌจักกันดี༛คือ
รามัญ)༛ ละพวกอาสาจาม༛ (ดิมปຓนชาวกาะ༛ ༛
มีลน-นีซีย༛(Melanesia)༛ลຌนกลຌารัชกาลทีไ༛๐༛ทรง฿ชຌ
ปຓนนายรือละลูกรืออัครราชวรดชซึไงปຓนรือรบ
หลวงลำรก༛ ละขึๅนทะบียนขกพวกนีๅปຓนอาสา༛༛
ทหารนาวิกโยธินสมัยรัชกาลที่ ๕ ที่ยกทัพไปปราบพวกฮ่อที่แคว้น จาม༛ขกพวกนีๅตอมาเดຌมาอาศัยอยูถวสีไยกมหานาค༛
หลวงพระบาง โดยมีปืนกลแคตลิงกันติดตั้งบนหลังช้าง
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 11
คลองบางกอกนຌอย༛ละอำภอบางปะหัน༛ตอมาเดຌชืไอวา༛ เปทรงจัดการตกตงปງอมทางปากนๅำจຌาพระยา฿หຌปຓน
ขกครัว)༛༛ ทีไมัไนคงขใงรง༛จนถึงสมัยทีไพระองคຏจຌาสายสนิทวงศຏ
༛ ดังนัๅน༛ จะหในเดຌวา฿นสมัยพระบาทสมดใจ༛༛ เดຌวาการกรมสง༛ กใเดຌทรงพระกรุณาปรดกลຌาฯ༛ ༛ ༛
พระจุลจอมกลຌาจຌาอยูหัว༛ เดຌหในความสำคัญของ ฿หຌยกกำลังพลทัๅงสำหรับปງอมตาง༛โ༛ทางปากนๅำเปขึๅน
ทหารมะรีน༛ซึไงปຓนกำลังฝຆายบกของกองทัพรือมาก༛ กับพระองคຏจຌาสายสนิทวงศຏ༛฿นระยะวลาทีไพระองคຏ
นืไองจากตอจากนัๅนทางราชการเดຌริไมจัดตัๅงรงรียน จຌาสายสนิทวงศຏทรงปกครองดูลกิจการฝຆายทหารรือ
ทหารมะรีนขึๅน༛ ดยจัดหาครูฝรัไงมาฝຄกหัดสัไงสอน༛ ༛ ༛ นัๅน༛เดຌจัดการตกตงปງอมทางปากนๅำ฿หຌขใงรงกวาตกอน༛
ริไมรกเดຌจัดตัๅงรงรียนนายสิบขึๅนกอนมืไอป༛ ดยมีการสัไงซืๅอทุนระบิด฿ตຌนๅำมาสำหรับ฿ชຌ฿นราชการ
พ.ศ.๎๐๏๐༛ลຌวกใเดຌจัดตัๅงรงรียนนายรຌอยทหารรือขึๅน ทหารรือปຓนครัๅงรก༛ทัๅงนีๅตำบลทีไจัดตัๅงคือ༛ชลบุรี༛บางพระ༛
อีกมืไอป༛พ.ศ.๎๐๐์༛ดยมี༛พันตรี༛อ.บุช༛(Major༛O.༛ บางละมุง༛กาะสมใด༛ระยอง༛จันทบุรี༛ขลุง༛ตราด༛กาะกง༛
Busch)༛หรือครู༛อ.บุช༛ปຓนผูຌบังคับการทัๅงสองรงรียน༛ จนถึงกาะสมใดนอก༛༛
ละมีรຌอยอก༛ลังก༛(Captain༛A.༛Lange)༛ปຓนผูຌชวย༛ ༛ การจัดตัๅงกองทหารตามหัวมืองชายทะล฿นระยะ
สรุปลຌวรงรียนทหารมะรีนเดຌกิดขึๅนกอนรงรียน฿ด༛โ༛ รกนัๅน༛ พืไอความมุงหมาย฿นการปราบปรามพวก༛༛
฿นกรมทหารรือ༛ดยรงรียนนีๅตัๅงอยูทีไขຌางวัดวงศมูลวิหาร༛ จรสลัด༛ตตอมากใจัดตัๅงปຓนกองทหารรักษาหัวมือง
฿นบริวณของกรมอูทหารรือ฿นปຑจจุบัน༛หลักสูตรของ ชายทะล༛พืไอตรียมรับหตุการณຏทางดຌานตะวันออก༛
รงรียนนายสิบละรงรียนนายรຌอยทหารรือ฿นครัๅงนัๅน༛ พราะ฿นสมัยนัๅนมหาอำนาจฝรัไงศสกำลังผอิทธิพลอยู
มีกำหนดวลารียนรงรียนละ༛๎༛ป༛ผูຌทีไสอบความรูຌ ละเดຌปຓน฿หญทางมืองญวนละมืองขมรลຌว༛༛༛
รงรียนนายสิบเดຌ༛จะเดຌรับยศปຓนนายสิบตรี༛ปฏิบัติหนຌาทีไ ทางชายทะลฝຑດงตะวันออกจึงถือปຓนตำบลยุทธศาสตรຏ
ราชการดีกใเดຌลืไอนปຓนนายสิบท༛นายสิบอก༛สำหรับ༛༛ ฿นวลานัๅน༛
ผูຌทีไจะขຌารงรียนนายรຌอยนัๅน༛ทางราชการคัดลือกอา
ิ
มาจากผูຌสำรใจการศึกษาจากรงรียนนายสบลว༛༛ ༛
ຌ
มืไอสำรใจการศึกษาจากรงรียนนายรຌอย༛จะเดຌรับยศ
ปຓนนายรຌอยตรี༛สวนรงรียนนายรือ༛ซึไงตัๅงขึๅนภายหลัง
นัๅน༛นักรียนนายรือสวน฿หญคัดลือกอามาจากพวกทีไ
สำรใจการศึกษาจากรงรียนนายสิบ༛เมรับพวกทีไสำรใจ ปืนเมาเซอร์
จากรงรียนนายรຌอย༛ซึไงปຓนผูຌมีอายุมากลຌว༛༛ ༛ นืไองจากสมัยกอนการคมนาคมเมสะดวก༛༛༛
༛ มืไอกลาวถึงการรบ฿นสมัย༛ร.ศ.ํํ๎༛ลຌว༛ทหารมะรีน༛ ༛ จึงมิเดຌจกงินดือนกทหารทุก༛ โ༛ ดือน༛ บางที༛ ༛ ༛
ของเทยทีไประจำปງอมพระจุลจอมกลຌา༛ละปງอมผีสืๅอสมุทร༛ ๏-๐༛ดือน༛จึงจะนำงินเปจกกันครัๅงหนึไง༛อาวุธปนลใก
กใเดຌคยสดงฝมือมาลຌว฿นการสูຌรบกับฝรัไงศส༛ ༛ ༛ ของทหารมะรีนมืไอรกริไมอยู฿นสังกัดกรมสง฿ชຌปน
ตนืไองจากการฝຄกหัด฿นสมัยนัๅนคงจะมีนຌอยเป༛รวมทัๅง มาตินีฮนรี༛༛พ.ศ.๎๐๏๏༛ปลีไยน฿ชຌปนมันลิคอรຏ༛ลຌว฿ชຌ
อาวุธของรายังดຌอยกวาฝรัไงศส༛ ผลของการสูຌรบ༛༛ ปนมาซอรຏ༛ตอมา฿นระยะหลังจึงเดຌ฿ชຌปนรัชกาล༛
จึงมิอาจทีไจะยับยัๅงรือฝรัไงศสมิ฿หຌลนฝຆาขຌาเปจนถึง ༛ กองทหารชายทะล฿นระยะริไมรก༛มีนายพันท༛
กรุงทพฯ༛เดຌ༛༛ พระจักรยานานุพิจารณຏ༛(ตรุศ)༛ปຓนผูຌบังคับการ༛จนถึงป༛
༛ ฿นรัชสมัยพระจุลจอมกลຌาจຌาอยูหัวชนกัน༛༛༛ พ.ศ.๎๐๐ํ༛นายพันตรี༛พระนรินทรรังสรรคຏ༛เดຌมาปຓน༛ ༛
เดຌปรดกลຌาฯ༛ ฿หຌกรมพระราชวังบวรวิเชยชาญ༛༛ ༛ ผูຌบังคับการ༛ตอมามืไอวันทีไ༛๏༛มีนาคม༛พ.ศ.๎๐๐๒༛༛༛
12 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
เดຌจัดตัๅงกรมทหารรือชายทะลขึๅน༛ ละ฿นวลานัๅน༛༛ ༛ ༛ กองทหารทีไขึๅนอยู฿นสังกัดกรมทหารรือชายทะล༛
พลรือตรี༛พระจຌาบรมวงศຏธอ༛พระองคຏจຌาอาภากร ฿นป༛พ.ศ.๎๐๑ํ༛ซึไงมี༛นาวาอก༛พระองคຏจຌาวุฒิเชย
กียรติวงศຏ༛กรมหมืไนชุมพรขตรอุดมศักดิ่༛รองผูຌบัญชาการ༛ ฉลิมลาภ༛ปຓนผูຌบัญชาการ༛ดังนีๅ༛
กรมทหารรือ༛ มีพระทัยอา฿จ฿ส฿นกิจการของ༛༛ ༛ ํ.༛༛༛ปງอมผลงเฟฟງา༛
กรมทหารทีไตัๅงขึๅน฿หมนีๅปຓนอยางมาก༛จนถึงกับเปทรง ༛ ๎.༛༛༛ปງอมผีสืๅอสมุทร༛
อำนวยการฝຄกทหารทีไบางพระดຌวยพระองคຏอง༛ทัๅงนีๅจะ ༛ ๏.༛༛༛ปງอมสือซอนลใบ༛
หในเดຌวาทางราชการทหารรือตดิมมาเดຌหในความ ༛ ๐.༛༛༛ปງอมพระจุลจอมกลຌา༛
สำคัญของทหารมะรีนวาจะตຌองปรับปรุง฿หຌมีสมรรถภาพ ༛ ๑.༛༛༛กองรงรียนพลทหารรือทีไ༛ํ༛สมุทรสงคราม༛
ั
ขຌมขใงอยางดียวกับทหารฝຆายรือดຌวยหมือนกน༛༛ ༛ ༛ ๒.༛༛༛กองรงรียนพลทหารรือทีไ༛๎༛สมุทรสาคร༛
฿นระยะรกทีไตัๅงกรมทหารรือชายทะลขึๅนนัๅน༛ทางกรม ༛ ๓.༛༛༛กองรงรียนพลทหารรือทีไ༛๏༛นครขืไอนขันธຏ༛
ทหารรือเดຌติดตอขอ༛พันท༛พระวิชิตเชยศักดาวุธ༛ ༛ ༛ ༛ ๔.༛༛༛กองรงรียนพลทหารรือทีไ༛๐༛สมุทรปราการ༛
นายทหารบก༛มาดำรงตำหนงผูຌบังคับการกรมทหารรือ ༛ ๕.༛༛༛กองรงรียนพลทหารรือทีไ༛๑༛บางพระ༛
ชายทะล༛ละลืไอนยศ฿หຌปຓนนาวาอก༛ ༛ ํ์.༛กองรงรียนพลทหารรือทีไ༛๒༛ระยอง༛
༛ ตอมาเดຌปรับปรุงการจัดกำลัง฿นกรมทหารรือ ༛ ํํ.༛กองรงรียนพลทหารรือทีไ༛๓༛จันทบุรี༛
ชายทะล༛(Coast༛Station)༛คือจัดกำลังทหารทีไบางพระ ༛ สำหรับกองรงรียนพลทหารรือทีไ༛๓༛ทีไจันทบุรีนัๅน༛
ปຓนอัตรา༛ํ༛กองพัน༛(กองรຌอยทีไ༛ํ-๐)༛กองรຌอยทีไ༛๑༛ เดຌยຌายทหารจากขลุงมาประจำอยูทีไจันทบุรี༛ พราะ༛༛
อยูทีไระยอง༛กองรຌอยทีไ༛๒༛อยูทีไกลง༛กองรຌอยทีไ༛๓༛༛ ༛ กองทหารฝรัไงศสเดຌยຌายออกจากจันทบุรีเปตัๅงทีไตราดลຌว༛
อยูทีไขลุง༛฿นกรุงทพฯ༛มีกำลังทหาร༛ํ༛กองพัน༛รียกวา༛ ละมืไอกองทหารฝรัไงศสเปตัๅงอยูทีไตราด༛กองทหารรือ
กองพันพาหนะ༛ ขึๅน฿นสังกัดกรมทหารรือฝຆายบก༛ ทีไตราดละทีไหลมงอบกใยุบลิกเป༛
(Bangkok༛ Naval༛ Station༛ and༛ Dockyard)༛༛༛ ༛ ป༛พ.ศ.๎๐๑๒༛พลรือตรี༛กรมหมืไนสิงหวิกรม
ํ๑༛มีนาคม༛พ.ศ.๎๐๐๕༛นาวาอก༛พระองคຏจຌาวุฒิเชย กรียงเกร༛เดຌยຌายเปดำรงตำหนงจຌากรมยุทธศึกษา
ฉลิมลาภ༛(พลรืออก༛กรมหลวงสิงหวิกรมกรียงเกร)༛ ทหารรือ༛ ละรัๅงตำหนงสนาธิการทหารรือ༛༛ ༛
ปຓนผูຌบัญชาการกรมทหารรือชายทะล༛ ละยຌาย༛༛ นาวาอก༛พระยาราชวังสรรคຏ༛(ติม༛บุณยรัตพันธຏ)༛ ༛ ༛
พระวิชิตเชยศักดาวุธ༛กลับเปรับราชการทางทหารบก มารัๅงตำหนงผูຌบัญชาการกรมทหารรือชายทะล༛ ༛ ༛
฿นตำหนงผูຌบัญชาการมณฑลทหารบกพิษณุลก༛ ༛ ༛ ฿นปนีๅเดຌยุบลิกปງอมผลงเฟฟງา༛ละปງอมสือซอนลใบ༛ ༛ ༛
เดຌอนปງอมละกองรงรียนพลทหารรือสมุทรสงคราม༛ คงมีปງอมหลืออยู༛๎༛ปງอม༛คือ༛ปງอมผีสืๅอสมุทรกับปງอม
กองรงรียนพลทหารรือสมุทรสาคร༛ซึไงขึๅนกับกรมรือกล พระจุลจอมกลຌา༛
ละปງอมมาอยู฿นสังกัดกรมทหารรือชายทะล༛฿นระยะนีๅ ༛ ํ๎༛ตุลาคม༛พ.ศ.๎๐๒๐༛นาวาอก༛พระนรนทร༛ ༛
เดຌ฿หຌกองทหารรือตามหัวมืองมีหนຌาทีไฝຄกทหาร฿หม บดินทรຏ༛(ฟຕน༛สิทธิสาริบุตร)༛รัๅงตำหนงผูຌบัญชาการ
ทัๅงหมดดຌวย༛รียกชืไอ฿หมวา༛กองรงรียนพลทหารรือ༛ ༛ กรมทหารรือชายทะล༛สืบทน༛พลรือตรี༛พระยา
ทุกหง༛พราะมีหนຌาทีไฝຄกทหาร฿หมสำหรับจาย฿หຌก ราชวังสรรคຏ༛฿นปนีๅปງอมผีสืๅอสมุทรละปງอมพระจุล
หนวยตาง༛โ༛มืไอฝຄกทหาร฿หมเดຌ༛๏༛ดือนลຌวกใสงขຌา จอมกลຌา༛ ยกออกจากกรมทหารรือชายทะล༛༛ ༛
กรุงทพฯ༛พวกประจำรือสงเปทีไกองรือกลชัๅนทีไ༛๐༛ มีฐานะรวมกันปຓน༛กองปງอมทหารรือ༛ขึๅนตรงตอ
พวกมะรีนสงเปทีไกองพันพาหนะ༛ กระทรวงทหารรือ༛มี༛นาวาตรี༛หลวงรืองศักดิ่สาครขตตຏ༛
༛ ༛ (ชม༛วารุณประภา)༛ปຓนผูຌบังคับการกองปງอมทหารรือ༛
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 13
ทหารนาวิกโยธินแห่งราชนาวีไทย
ละเดຌอนกองรงรียนจารือ༛฿นสังกัดกรมยุทธศึกษา หนวยบัญชาการนาวิกยธิน฿นวลาตอมา༛༛
ทหารรือ༛ละอนกองรงรียนพลทหารรือกรุงทพฯ༛ ༛ นอกจากนัๅนมืไอวันทีไ༛๎๔༛มิถุนายน༛พ.ศ.๎๑์๎༛
฿นสังกัดกรมชุมพลทหารรือเปรวมอยู฿นสังกัด༛༛ พระบาทสมดใจพระจຌาอยูหัวภูมิพลอดุลยดช༛ ༛ ༛
กรมทหารรือชายทะล༛ ༛ ฿นรัชกาลปຑจจุบันเดຌทรงพระมหากรุณาธิคุณปรดกลຌาฯ༛
༛ ํ๒༛ ธันวาคม༛ พ.ศ.๎๐๒๒༛ ทางราชการเดຌ༛ ༛ ท ร ง พ ร ะ ร า ช น ิพ น ธ ຏ พ ล ง ม า ร ຏช ร า ช น า ว ิก ย ธ ิน ༛
ยุบลิกกรมทหารรือชายทะล༛ตอจากนัๅนกำลังทหาร พระราชทาน฿หຌกับทหารนาวิกยธิน༛ตามคำกราบบังคม
นาวิกยธินสวน฿หญอยู฿นสังกัดกองปງอมทหารรือ༛ละ ทูลขอพระราชทานของ༛พลรือตรี༛สนอง༛นิสาลักษณຏ༛༛༛
กองพันพาหนะทหารรือเปสังกัด༛กรมชุมพลทหารรือ༛ ผูຌบัญชาการกรมนาวิกยธิน฿นขณะนัๅน༛นอกจากนัๅน༛
༛ หลังจากเดຌมีการปลีไยนปลงระบอบการปกครอง พระองคຏเดຌกรุณาปรดกลຌาฯ༛฿หຌนาวิกยธินเปประพันธຏ
ประทศ༛฿นป༛พ.ศ.๎๐๓๑༛ลຌว༛กองทัพรือกใเดຌริไม นืๅอรຌองตอเป༛ซึไงพลงมารຏชราชนาวิกยธินนัๅนเดຌรับ
ปรับปรุงสมรรถภาพของหนวยนาวิกยธิน฿หຌขຌมขใงขึๅน การตงนืๅอรຌอง༛ดย༛รืออก༛จตุรงคຏ༛༛พันธຏคงชืไน༛ละ
อีกครัๅงละเดຌยຌายกำลังสวน฿หญของทหารนาวิกยธิน รืออก༛สุมิตร༛ชืไนมนุษยຏ༛(ยศ฿นขณะนัๅน)༛ละเดຌรับ
เปประจำอยูทีไฐานทัพรือสัตหีบ༛ ฿นระยะรกริไม༛ ༛ ขัดกลา༛ดย༛คุณมนรัตนຏ༛ศรีกรานนทຏ༛หมอมหลวง༛༛
มีอัตรา༛ ํ༛ กองพัน༛ ตอมากใเดຌจริญกຌาวหนຌาละ༛༛ ประพันธຏ༛ สนิทวงศຏ༛ หมอมหลวง༛ มณีรัตนຏ༛ บุนนาค༛ ༛ ༛
เดຌปรับปรุงขยายอัตรากำลังทหารนาวิกยธินรืไอยมา༛ ༛ ༛ พลรือตรี༛จวบ༛หงสกุล༛ละนาวาท༛ปรีชา༛ดิษยนันทนຏ༛
จนจัดตัๅงปຓนกรมนาวิกยธินขึๅนอยู฿นสังกัดมณฑล༛༛ ละทหารนาวิกยธินกใเดຌ฿ชຌพลงนีๅปຓนพลงประจำ
ทหารรือทีไ༛ ๎༛ ตอมามืไอกิดกรณีมนฮัตตัน༛ ༛ ༛ หนวยจนถึงทุกวันนีๅ༛
มืไอ༛ พ.ศ.๎๐๕๐༛ ทหารรือตกอยู฿นสภาพพตก༛ ༛ ฉะนัๅนจึงสรุปเดຌวา༛ทหารมะรีนหรือหลาทหาร
กรมนาวิกยธินถูกยุบ༛ดยหตุผลทางการมืองหลือ พรรคนาวิกยธินของกองทัพรือเทย༛ซึไงเดຌจัด฿หຌมีมาต
กำลังพียงลใกนຌอย༛พืไอปງองกันทีไตัๅง༛ตอมาบรรพบุรุษ༛ ༛ ༛ ดิมนัๅน༛ กองทัพรือกใเดຌถือวาปຓนหลาทหารทีไมี༛༛
ของทหารรือเดຌชวยกันกอตัๅงกรมนาวิกยธินขึๅนมา฿หม༛ ความสำคัญตลอดมา༛ ละเดຌคยมีจຌานาย༛ ละ༛ ༛
นืไองจากกำลังนาวิกยธินปຓนกำลังสำคัญ༛จึง฿ชຌหตุผล นายทหารชัๅนผูຌ฿หญคยปกครองบังคับบัญชามา༛ ༛ ༛
ทางการรบทนหตุผลทางการมือง༛กรมนาวิกยธิน༛༛ ชน༛พลรือท༛พระองคຏจຌาสายสนิทวงศຏ༛พลรือท༛༛༛
จึงเดຌกอตัๅงขึๅนมาจนถึง฿นยุคปຑจจุบันนีๅเดຌจริญกຌาวหนຌาเป กรมหมืไนปราบปรปຑกษຏ༛(มืไอครัๅงปຓนพระองคຏจຌาขจร
อีกปຓนอันมาก༛มีสมรรถภาพขຌมขใง༛เมนຌอยหนຌากวา༛ ༛ จรัสวงศຏ༛ทรงดำรงตำหนงรองผูຌบังคับการกรมสง)༛
กองทหารอืไน༛โ༛฿นสังกัดกองทัพรือ༛ละปลีไยนชืไอปຓน
14 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
พลเรือโท กรมหมื่นปราบปรปักษ์ พลเรือเอก กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร
พลเรือโท พระยาชลยุทธโยธินทร ์
(กัปตัน ริชลิว)
พลรือท༛พระยาชลยุทธยธินทรຏ༛ละ༛พลรืออก༛༛༛ นาวิกยธินทุกคน༛ ควรจะเดຌมีความภาคภูมิ฿จวา༛
กรมหลวงสิงหวิกรมกรียงเกร༛ตางเดຌคยปกครอง กรมนาวิกยธินหรือหนวยบัญชาการนาวิกยธินของรา
บังคับบัญชาทหารหลามะรีนมาลຌวดຌวยกันทัๅงนัๅน༛ละ นัๅน༛ปຓนกรมทหารทีไมีกียรติ༛ละมีความสำคัญเมยิไง
ผูຌบังคับบัญชาทหารมะรีนทีไกลาวพระนามละนามมา หยอนกวาทหารรือหลา฿ด༛โ༛฿นสังกัดกองทัพรือ༛ ༛
ลຌวนีๅ༛ภายหลังกใเดຌปຓนผูຌบัญชาการกรมทหารรือละ มาลຌวตหนหลังละขอ฿หຌดำรงกียรติยศชืไอสียง฿หຌ
สนาบดีกระทรวงทหารรือ༛ซึไงปຓนตำหนงผูຌบังคับ ประจักษຏ༛พืไอปຓนกำลังสำคัญของกองทัพรือ฿นการ
บัญชาชัๅนสูงสุดของทหารรือ༛นอกจากนัๅนพระบาท ปกปງองสถาบันชาติ༛ศาสนา༛พระมหากษัตริยຏ༛สืบตอเป༛
สมดใจพระจຌาอยูหัว༛ยังเดຌมีพระมหากรุณาธิคุณปรดกลຌาฯ༛ ༛
พระราชทานพลงมารຏชราชนาวิกยธิน฿หຌ༛ นับปຓน༛༛ อຌางอิง༛
พระมหากรุณาธิคุณอันยิไง฿หญตอทหารนาวิกยธินละ ํ.༛ประวัติการทหารรือ༛,พลรือตรี༛ชน༛༛ปຑจจุสานนทຏ༛.༛อรุณการพิมพຏ༛ ༛ ༛ ༛ ༛ ༛ ༛ ༛ ༛ ༛ ༛ ༛ ༛ ༛
กองทัพรืออยาง฿หญหลวง༛รวมทัๅง฿นอดีตกองทัพรือเดຌ พ.ศ.༛๎๑๐ํ
๎.http://www.reurnthai.com/index.php?topic=3462.2700;๏์༛
คยสงทหารนาวิกยธินเปปฏิบัติหนຌาทีไ฿นหลายสมรภูมิ༛ สิงหาคม༛๎๑๑๑
เมวาจะปຓนยุทธการสามชัย༛ ยุทธการบຌานกรุงชิง༛ ༛ ༛ ๏.http://www.online-english-thai-dictionary.com/deພni-
กองกำลังปງองกันชายดนดຌานจันทบุรี༛ตราด༛จนกระทัไง tion.aspx?data༛;༛๏ํ༛สิงหาคม༛๎๑๑๑
๐.༛www.panyathai.or.th/wiki/index.php/มอญ༛;༛๏ํ༛สิงหาคม༛๎๑๑๑
ถึงหนวยฉพาะกิจ༛นาวิกยธิน༛ภาค฿ตຌ༛(ฉก.นย.ภต.)༛ ๑.༛http://nitiwatnak.wordpress.com༛;༛๏ํ༛สิงหาคม༛๎๑๑๑
ละหนวยฉพาะกิจ༛นาวิกยธิน༛กองทัพรือ༛฿นปຑจจุบัน༛ ๒.http://www.navy.mi.th/civil/nanasara/nanasara_0005.
ซึไงทหารนาวิกยธินเดຌปฏิบัติงานดຌวยความสียสละ༛ htm;༛๏ํ༛สิงหาคม༛๎๑๑๑
อดทน༛ละประสบผลสำรใจ฿นทุกสมรภูมิ༛ดังนัๅนทหาร
“มืไอ น.ย.หยียบฝงพลัน หตุคับขันจักคลีไคลาย”
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 15
สถานการณเรือดำน้ำ
ในภูมิภาคอาเซียน
นาวาเอก กิตติพงษ จันทรสมบูรณ
เ ร ือ ดำนๅำนับปຓนอาวุธทีไทรงประสิทธิภาพ༛ ༛ ของลกยุคปຑจจุบันจะเมอืๅอ฿หຌกิดสงครามขนาด฿หญ༛
ถึงมຌสภาวะวดลຌอมทางการมืองละสังคม
฿นการดำรงขีดความสามารถดຌานกำลัง
อำนาจทางทะลทีไจะ฿ชຌ฿นการปกปງองรักษาอธิปเตย ละเมปຓนสงครามบใดสรใจ༛(Total༛warfare)༛ทีไตຌอง
ของประทศเม฿หຌถูกคุกคามเดຌ༛ดังนัๅนประทศตาง༛โ༛ ระดมกำลังทัๅงภาคทหารละพลรือนรวมทัๅง
รวมทัๅงสมาชิก฿นอาซียนทีไมีอาณาขตทางทะล༛ ทรัพยากรของชาติทัๅงปวงขຌาสูสมรภูมิ༛ ชน
ละตຌองพึไงพาการ฿ชຌทะลยอมรูຌสึกเดຌถึงความจำปຓน༛ สงครามลกครัๅงทีไ༛ํ༛หรือครัๅงทีไ༛๎༛อีกตอเป༛ทัๅงนีๅหาก
฿นการตรียมกำลังทางรือ฿หຌมีศักยภาพพรຌอมทีไจะรับมือ วิคราะหຏดຌวยองคຏประกอบละปຑจจัยตาง༛โ༛ตามขຌาง
กับภัยคุกคาม฿นทุกรูปบบ༛ดยฉพาะภัยคุกคามทาง ตຌนลຌว༛นวนຌมสงครามทางรือยุค฿หมจะปຓนการสูຌ
ทหารทีไถึงมຌจะมีผลวิคราะหຏจากบางสำนักวาจะลด กันบบขมขูมากกวาการ฿ชຌอาวุธจริง༛ หรือถึงมຌ
ความสำคัญลงนืไองจากทานหลานัๅนเดຌหในภัยรูป ความขัดยຌงจะรุนรงจนถึงขัๅน฿ชຌกำลัง༛กใปຓนเปอยาง
บบ฿หม༛โ༛กิดขึๅนมาก༛ต฿นมุมของนักการทหาร รวดรใว༛฿ชຌระยะวลาสัๅน฿นลักษณะสงครามจำกัด༛
ลຌว༛ ภัยคุกคามทางทหารยังคงมีอยูหาเดຌลดลงต (Limited༛war)༛ดังนัๅนการทีไประทศสามารถสรຌาง
อยางเร༛฿นทางกลับกันภัยคุกคามทางทหารยิไงมีความ กำลังรบของตน฿หຌมีศักยภาพดใดขาดหนือฝຆายตรง
รุนรงละปราะบางมากขึๅน༛พราะดຌวยปຑจจัยทีไกิด ขຌาม༛ หรือมีกองทัพ฿นลักษณะปຓน༛ Decisive༛
จากการมือง༛ศรษฐกิจละทคนลยีปຓนรงขับ฿หຌ military༛force ༛จะสงผล฿หຌประทศนัๅนสามารถลด
ํ
กิดสงครามละมีการ฿ชຌกำลังทางทหารเดຌทุกวลา༛༛ ความสียหายจากการถูกจมตีเดຌพราะสามารถปຓน
16 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
ฝຆายริไมการ฿ชຌกำลังทีไมีอำนาจการทำลายรุนรง༛ ༛ ฿นชวงสงครามลกครัๅงทีไ༛ ๎༛ มีรือผิวนๅำ༛
รวดรใว༛ละมนยำ༛ทัๅงนีๅอาวุธทีไจะสริม฿หຌกองทัพมี ของฝຆายพันธมิตรกือบ༛ ๏,์์์༛ ลำ༛ จมลงพราะ༛
๎
ศักยภาพลักษณะดังกลาวเดຌจะตຌองปຓนอาวุธทีไมีขีด ถูกรือดำนๅำยอรมนียิง ༛ หรือ฿นกรณีมืไอดือน༛
ความสามารถ฿นชิงขมขูมากทีไสุดหรือปຓนอาวุธชิง มีนาคม༛ พ.ศ.๎๑๑๏༛ รือรบกาหลี฿ตຌชืไอ༛
ยุทธศาสตรຏ༛(Strategic༛weapon)༛ซึไงนอกจากอาวุธ CHEONAN༛จมดยเมรูຌตัวมากอนขณะลาดตระวน
นิวคลียรຏลຌว༛รือดำนๅำกใปຓนอาวุธชิงยุทธศาสตรຏอีก อยู฿นทะล༛ อาณาขตของตน฿นทะลหลือง༛
ประภททีไมีทัๅงอำนาจดใดขาด฿นชิงรุกละชิงปງอง หตุการณຏนีๅมีลูกรือสียชีวิตถึง༛๐๒༛คน༛ จากการ
ปรามสูงมาก༛༛ สืบสวนของคณะตรวจสอบนานาชาติพบหลักฐาน༛
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 17
ซากศษชิๅนสวนของตอรຏปຂดของกาหลีหนือ฿ตຌทຌองทะล ประทศทีไริไมปຂดกมขงขันดຌานรือดำนๅำรุน฿หม༛
ละคณะสอบสวนสรุปยืนยันวาปຓนรือดำนๅำของ คือ༛สิงคปรຏ༛ตามมาดຌวยมาลซีย༛ละวียดนาม༛ทัๅงนีๅ
กาหลีหนือลอบยิงรือ༛CHEONAN༛ดຌวยตอรຏปຂด༛ เมรวมถึงอินดนีซียทีไมีรือดำนๅำอยูลຌวจำนวน༛๎༛ลำ༛
จนจมลง༛นอกจากขีดความสามารถของรือดำนๅำ฿น༛ ฿นสวนของประทศเทยคยมีรือดำนๅำขຌาประจำการ
การลาทำลายรือผิวนๅำทีไกลาวลຌว༛รือดำนๅำหนึไงลำ จำนวน༛๐༛ลำ༛ตปลดประจำการเปลຌวมืไอกวา༛๒์༛ป
สามารถยับยัๅงหรือจำกัดสรีภาพกองรือเดຌดยทีไ༛ ทีไลຌว༛฿นยุคปຑจจุบันประทศเทยกใปຓนประทศตຌน༛โ༛
รือดำนๅำเมจำปຓนตຌอง฿ชຌอาวุธลยกใเดຌ༛ดังนัๅนหาก ทีไกองทัพรือสดงจตนาชัดจนมาดยตลอดถึงความ
ตຌองการพัฒนากำลังอำนาจทางทะลอยางชาญฉลาด จำปຓน฿นการ฿ชຌรือดำนๅำ༛ตดຌวยปຑญหาดຌานศรษฐกิจทีไ
ยอมเมควรมองขຌามขีดความสามารถของรือดำนๅำ༛ เมอืๅออำนวยจึงทำ฿หຌครงการรือดำนๅำทีไกองทัพรือ
๓
ี
ซากเรือรบเกาหลใต้ Cheonan ที่ผลการสอบสวนพบว่าถูกเรือดำน้ำยิงด้วยตอร์ปิโดจม
ดຌวยหตุนีๅประทศตางโ༛฿นภูมิภาคอซียตะวันออก สนอยังเมคยเดຌรับการอนุมัติ༛ตความจำปຓน฿นการสรຌาง
ฉียง฿ตຌซึไงตางมีทะลทีไปຓนทัๅงพืๅนทีไผลประยชนຏของ ขีดความสามารถดຌานสงคราม฿ตຌนๅำนัๅนปຓนประดใน
ชาติละปຓนพืๅนทีไชนวนหงความขัดยຌงจึงปຓนอีก ความมัไนคงของชาติทีไประทศเทยจะตຌองดำนินการ
ภูมิภาคหนึไงทีไมีการจัดหารือดำนๅำจากคายตาง༛ โ༛ มืไอวลาละปຑจจัยดຌานตาง༛โ༛หมาะสม฿นอนาคต༛
จำนวนมาก༛ ดังนัๅนพืไอ฿หຌประทศเทยเดຌตระหนัก༛ สวนประทศอืไน༛โ༛ชน༛ฟຂลิปปຂนสຏ༛กใมีความพยายาม
ถึงภาพสถานการณຏความเมมัไนคงจากการ฿ชຌรือดำนๅำ อยางมากทีไจะจัดหาอาวุธชิงรุกอยางรือดำนๅำ
฿นอนาคตของประทศตาง༛โ༛฿นอาซียนชัดจนยิไงขึๅน༛ เวຌพืไอปกปງองอธิปเตยของประทศชนดียวกัน༛༛༛
ขຌอมูลตอเปนีๅจะปຓนขຌอมูลกีไยวกับการจัดหารือดำนๅำ
ของประทศ฿นอาซียน༛
18 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
ประเทศอินโดนีเซีย
༛ อินดนีซียมีรือดำนๅำจำนวน༛๎༛ลำ༛ปຓนรือจาก ชัๅน༛ HDW༛ 209༛ Type༛ 1400༛ จากบริษัท༛ DSME༛
ยอรมนีชัๅน༛209s༛Type1300༛ระวางขับนๅำ༛ํ,๏๕๑༛ตัน กาหลี฿ตຌจำนวน༛๏༛ลำ༛มูลคา༛ํ,์๓์༛ลຌานดอลลารຏ
ชืไอ༛KRI༛Cakra༛ละ༛KRI༛Nanggala༛ขຌาประจำการ༛ สหรัฐฯ༛หรือ༛ประมาณ༛๏์,์์์༛ลຌานบาท༛ดยรือ༛
มืไอ༛พ.ศ.๎๑๎๐༛ปຑจจุบันมีอายุราชการคอนขຌางมาก༛ สองลำรกสรຌางทีไกาหลี฿ตຌภาย฿ตຌความรวมมือกับบริษัท
ดยมืไอ༛พ.ศ.๎๑๐๕༛มีการปรับปรุง༛KRI༛Cakra༛ทีไ อูตอรือกิจการของรัฐ༛༛PT༛PAL༛คาดวาจะสงมอบ฿น༛
กาหลี฿ตຌครัๅงหนึไงลຌว༛ตอมาเดຌสงรือทัๅงสองกลับเป พ.ศ.๎๑๑๔༛ละ༛พ.ศ.๎๑๒ํ༛ตามลำดับ༛สวนรือลำทีไ
ซอมคืนสภาพทัๅงตัวรือ༛ระบบอาวุธ༛ละระบบดินรือ สาม༛อินดนีซียจะตอองดยอูตอรือ༛PT༛PAL༛ทีไมือง
ทีไ༛Daewoo༛Shipbuilding༛Marine༛Engineering༛ สุราบายา༛กาะชวา༛อินดนีซีย༛ทัๅงนีๅ༛รือชัๅน༛HDW༛209༛
(DSME)༛ ทีไกาหลี฿ตຌอีกครัๅงหนึไง༛ ดยรือ༛ KRI༛ Type༛1400༛มีระวางขับนๅำ༛ํ,๐์์༛ละ༛ํ,๒์์༛ตัน༛
Nanggala༛༛กลับมาถึงฐานทัพรือสุราบายามืไอตຌน ทีไผิวนๅำละขณะดำนๅำตามลำดับ༛ ความยาวรือ༛ ༛
ดือนกุมภาพันธຏ༛พ.ศ.๎๑๑๒༛ทีไผานมา༛นับปຓนวลากวา༛ ๒ํ.๏༛มตร༛พลประจำรือ༛๐์༛นาย༛มีอาวุธประกอบ
๐
๎༛ ป฿นการซอมทำ ༛ ทัๅงนีๅกองทัพรืออินดนีซีย༛ ดຌวยทอยิงตอรຏปຂด༛๔༛ทอ༛สำหรับตอรຏปຂด༛ํ๐༛ลูก༛
มีผนทีไจะจัดหารือดำนๅำชัๅน༛KILO༛จากรัสซีย༛ตกใ มีทุนระบิดละอาวุธนำวิถีทีไคาดวาจะปຓนฮารຏพูนหรือ
เมมีการตกลง฿จ༛ละมืไอ༛๎์༛ธันวาคม༛พ.ศ.๎๑๑๐༛เดຌ บรามอส ๑
หันเปทำสัญญาตอรือดำนๅำดีซลเฟฟງาทีไพัฒนาจากรือ
เรือดำน้ำเยอรมนีชั้น 206A submarine (http://www.primeportal.net/naval/ulrich_wrede/type_206a/)
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 19
ประเทศสิงคโปร Teluk༛Sepanggar༛รัฐ༛Sabah༛กาะบอรຏนียว༛มืไอ༛
๓
༛ ประทศสิงคปรຏจัดหารือดำนๅำชัๅน༛Challenger༛ กรกฎาคม༛พ.ศ.๎๑๑๏ ༛༛รือทัๅงสองเดຌรับการติดตัๅง
(หรือชัๅน༛Sjöbjörnen༛ดิม)༛จำนวน༛๐༛ลำ༛จากกองทัพรือ ตอรຏปຂดนำวิถีดຌวยสຌนลวดบบ༛Blackshark༛(wire-
สวีดนมาขຌาประจำการตัๅงต༛พ.ศ.๎๑๐๔༛รือชุดนีๅ༛ guided༛torpedoes)༛ละ༛จรวดตอตຌานรือผิวนๅำ
฿ชຌมาลຌว༛๎๔༛ป༛ตเดຌรับการปรับปรุงระบบอาวุธละ บบ༛༛Exocet༛SM-39
ระบบตรวจจับ༛ดยรือดำนๅำชัๅน༛Challenger༛ของ ༛ ทัๅงนีๅมีขาวทีไเมปຓนทางการวา༛ รือทัๅงสองลำ
สิงคปรຏมีระวางขับนๅำ༛ํ,ํ๏์༛ตัน༛ทีไผิวนๅำ༛ละ༛ํ,๎ํ์༛ตัน ประสบปຑญหา฿นหลาย༛โ༛ดຌานทำ฿หຌตຌองหยุดปฏิบัติการ༛
ขณะอยู฿ตຌนๅำ༛ความรใวขณะดำ༛๎์༛นอต༛กองทัพรือ พืไอ฿หຌทีมวิศวกรขຌากຌเขซอมทำอยางตอนืไอง༛
สิงคปรຏนำรือชุดรกนีๅมา฿ชຌปຓนรือสำหรับฝຄกละ รวมทัๅงจากการทีไมีรือดำนๅำขຌาประจำการทำ฿หຌ
สรຌางประสบการณຏ฿หຌกกำลังพลทัๅงการควบคุมละ มาลซียตຌองจายงบประมาณพืไอการบำรุงรักษารือ༛
การซอมบำรุง༛ละ฿น༛พ.ศ.๎๑๑๏༛สิงคปรຏรับรือดำนๅำ ทัๅงสองลำปละ༛ ๑์༛ ลຌานริงกิต༛ อีกทัๅงตຌองกอสรຌาง
ทีไมีศักยภาพสูงชัๅน༛ Vastergotland༛ จากสวีดน༛ ครงสรຌางพืๅนฐาน༛ สิไงอำนวยความสะดวก༛ ครืไอง
ขຌาประจำการพิไมอีก༛ ๎༛ ลำ༛ ฿นราคาประมาณ༛ อุปกรณຏสนับสนุน༛ ละศูนยຏฝຄกรือดำนๅำทีไตຌอง฿ชຌ༛
๔
ลำละ༛ํ์์༛ลຌานดอลลารຏสหรัฐฯ༛(๏,์์์༛ลຌานบาท)༛ งบประมาณ༛๒์์༛ลຌานริงกิต༛(ประมาณ༛๒,์์์༛ลຌานบาท)
ดยรือชุดนีๅมีการปรับปรุงพิไมทคนลยีระบบอากาศ ละกองทัพรือมาลซียกำลังสรຌางฐานทัพรือดำนๅำ༛
อิสระบบ༛ Stirling༛ AIP༛ (Air-independent༛ ทีไกาะ༛Langkawi༛รัฐ༛Kedah༛พืไอการ༛ปฏิบัติการ฿น
๒
propulsion) ༛ซึไงหลังจากทีไรือดำนๅำชุดนีๅเดຌรับการ มหาสมุทรอินดียอีกดຌวย༛༛
ปรับปรุงลຌว༛จะปຓนรือทีไมีขีดความสามารถหลบลีไยง
การตรวจจับทีไดีทีไสุดชุดหนึไงของลก༛นอกจากนีๅรือชุดนีๅ
ยังมีขีดความสามารถ฿นการดำอยู฿ตຌนๅำทีไมากกวา༛๓༛วัน༛
ดຌวยระบบอากาศอิสระ༛
ประเทศมาเลเซีย
༛ ประทศมาลซียปຓนอีกประทศทีไจัดหารือ༛
ดำนๅำดีซลเฟฟງาชัๅน༛ Scorpene༛ จำนวน༛ ๎༛ ลำ༛
จากอูตอรือ༛DCNS༛ประทศฝรัไงศส༛ละ༛อูตอรือ༛
Navantia༛ประทศสปนตัๅงตป༛พ.ศ.๎๑๐๑༛ดຌวย༛
งบประมาณกวา༛๐,๓๔์༛ลຌานริงกิตหรือกวา༛๐๓,๔์์༛ เรือดำน้ำดีเซลไฟฟ้าชั้น Scorpene กองทัพเรือมาเลเซีย
ลຌานบาท༛฿นครงการนีๅมาลซียเดຌรับรือดำนๅำชัๅน༛
Agosta༛ทีไปลดประจำการจากกองทัพรือฝรัไงศสพืไอ ประเทศเวียดนาม
ปຓนรือฝຄกกำลังพลทีไมือง༛Brest༛ละมืไอกันยายน༛ ༛ ประทศวียดนามนับปຓนอีกประทศหนึไง฿น༛
พ.ศ.๎๑๑๎༛รือดำนๅำลำรกชืไอ༛KD༛Tunku༛Abdul༛ อชียตะวันออกฉียง฿ตຌทีไมีการจัดหารือดำนๅำ༛
Rahman༛ตอดยบริษัท༛DCNS༛ของฝรัไงศสดินทาง เวຌ฿ชຌราชการ༛ปຑจจุบันวียดนามมีรือดำนๅำขนาดลใก༛
มาถึงฐานทัพรือ༛Port༛Klang༛༛สวนรือลำทีไสองชืไอ༛ (Midget༛submarine)༛ชัๅน༛Yugo༛จำนวน༛๎༛ลำ༛ทีไมี
KD༛Tun༛Razak༛ซึไงตอทีไสปนดินทางถึงฐานทัพรือ༛ ระวางขับนๅำพียง༛๕์༛ตัน༛ทีไผิวนๅำ༛ละ༛ํํ์༛ตันขณะดำ༛
20 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
การเดຌรือดำนๅำขนาดลใกทัๅงสองลำ฿นครัๅงนัๅน༛วียดนาม Security༛Dilemma༛ทีไการจัดหาอาวุธของประทศ
฿ชຌขຌาวสารลกมาจากกาหลีหนือ༛ละคาดวารือดำนๅำ หนึไงกใจะนำมาซึไงการกดดันอีกประทศหนึไง༛ ละ
ขนาดลใกของวียดนามนีๅเมมีอาวุธประจำรือ༛นอกจากนีๅ สถานการณຏจะขับคลืไอนเปสูวงจรการสรຌางสมดุลกัน
มืไอ༛ธันวาคม༛พ.ศ.๎๑๑๎༛เดຌมีการลงนาม฿นสัญญาซืๅอ อยางเมมีทีไสิๅนสุด༛จนกิดปຓนการขงขันทางอาวุธ༛
รือดำนๅำดีซลเฟฟງาชัๅน༛༛KILO༛จำนวน༛๒༛ลำ༛จากรัสซีย ละอาจจะนำมาซึไงความหวาดระวง༛เมเวຌนืๅอชืไอ฿จ༛
ปຓนงิน༛๏,๎์์༛ลຌานดอลลารຏสหรัฐฯ༛(ราคารือดำนๅำ༛ ซึไงกันละกัน༛สุมสีไยงทีไทำ฿หຌกิดการกระทบกระทัไง༛
๎,ํ์์༛ลຌานดอลลารຏสหรัฐฯ༛หรือ༛ประมาณ༛๒๏,์์์༛ กัน฿นทีไสุด༛༛༛
ลຌานบาท)༛ราคานีๅรวมคากอสรຌางครงสรຌางพืๅนฐาน༛ ༛ นอกจากนีๅรือดำนๅำปຓนรือทีไมีระบบตาง༛ โ༛
๕
สิไงอำนวยความสะดวก฿นการบำรุงรักษาละการขนสง ทีไซับซຌอนละตຌองอาศัยทคนลยี༛ ทักษะละ༛
การสัไงซืๅอรือดำนๅำดีซลเฟฟງาชัๅน༛KILO༛จำนวนถึง༛๒༛ลำ ฿ชຌงบประมาณทีไสูงทัๅง฿นดຌานการปฏิบัติการ༛ ༛
฿นครัๅงนีๅนับปຓนการซืๅอขายรือดำนๅำทีไมีมูลคาสูงมาก การบำรุงรักษาละซอมทำ༛ประทศทีไจะจัดหารือดำนๅำ
สำหรับรัสซีย༛ทัๅงนีๅหตุผลความจำปຓนทีไวียดนาม ตຌองพิจารณาความพรຌอมทัๅงองคຏบุคคล༛องคຏวัตถุ༛ละ
จำปຓนตຌองตัดสิน฿จจายงินจำนวนมากพืไอซืๅอรือดำนๅำนัๅน องคຏความรูຌ༛ดยฉพาะความรูຌทีไปຓนทคนลยีขัๅนสูง
มีสาหตุจากปຑญหาความขัดยຌงกับประทศจีน฿นพืๅนทีไ ของรือดำนๅำยุค฿หม༛ตຌองมีความพรຌอมทีไสูงมาก฿นการ
หลืไอมทับทางทะล฿นทะลจีน฿ตຌ༛ดยทัๅงสองประทศ ดูลรักษา༛ควรมีหนวยงานฉพาะรองรับทัๅงการรับการ
ตาง฿ชຌความกຌาวรຌาวละกำลังทางทหารขຌากຌปຑญหา༛ ถายทอดทคนลยี༛ละนำมาพัฒนา฿หຌกิดประยชนຏ
ຓ
จนกดปนการปะทะกนระหวางกำลังทางรือของทัๅงสอง ทัๅงกับการดูลรักษาละการประยุกตຏพัฒนาตอเป༛
ั
ิ
ประทศอยูนือง༛โ༛ละปຓนเปเดຌวาการพิจารณาจัดหา ฿หຌกิดประยชนຏปຓนตัวคูณทางศรษฐกิจ༛ หรือ
รือดำนๅำของวียดนามกใพราะหตุผลวารือดำนๅำ Economic༛multiplier༛฿หຌเดຌ༛ดังชนนวทางการ
ทานัๅนทีไจะสามารถพิไมกำลังอำนาจทางทะลของ จัดหาของอินดนีซียทีไรียนรูຌการสรຌางรือดำนๅำ༛
วียดนามพืไอรับมือกับมหาอำนาจ฿หมอยางจีนเดຌอยาง ละขอมาตอรืออง฿นประทศ༛ตหากประทศทีไเมมี
ดใดขาดมากทีไสุด༛༛ ความพรຌอมตฝนทีไจะมีรือดำนๅำมาประจำการ༛กใจะ
ทำ฿หຌการ฿ชຌรือดำนๅำมีประยชนຏคปຓนพียงสัญลักษณຏ༛
วิเคราะหสถานการณ ละตຌองบกภาระทีไสูง༛จน฿นทีไสุดกใจะเมสามารถดำรง
การทีไประทศตาง༛โ༛จัดหารือดำนๅำขຌาประจำการ ความพรຌอมของรือดำนๅำเดຌ༛ดังตัวอยางทีไกิดขึๅน฿นหลาย༛โ
จำนวนมากเดຌสงผลกระทบ฿หຌกิดความกดดัน༛ละ ประทศ༛ดยฉพาะรือดำนๅำ༛SAS༛Manthatisi༛ชัๅน༛
สรຌางความเมมีสถียรภาพ฿นภูมิภาคตาง༛โ༛อยางมาก༛ Type༛209/1400༛ของอฟริกา฿ตຌทีไเมสามารถ฿ชຌการเดຌ༛
ดยฉพาะหลายประทศ฿นอชียตะวันออกฉียง฿ตຌนัๅน༛ ทัๅง༛โ༛ทีไมีอายุการ฿ชຌงานพียง༛๑༛ป༛พราะเมเดຌรับการ
มืไอประทศสิงคปรຏริไมจัดหารือดำนๅำจากสวีดน༛ทัๅง ดูลรักษาทีไถูกตຌอง༛รวมทัๅงขาดกำลังพลประจำรือทีไมี
มาลซีย༛เทยละอินดนีซียตางกใรงวางผนทีไจะ༛ ขีดความสามารถ฿นการควบคุมรือ༛༛
จัดหารือดำนๅำขຌาประจำการ༛ถึงมຌจะเมมีประทศ฿ด ༛ ฿นสวนของกองทัพรือเทยมีการตรียมการ༛
ประกาศวาถูกคุกคามหรือมีความกดดันตามขຌางตຌน༛ต ดຌานรือดำนๅำมาปຓนวลานานพอสมควร༛ดย฿นอดีต༛
ความปຓนจริงทีไตละประทศจัดซืๅอรือดำนๅำคือ༛การ สมดใจพระบรมราชชนก༛(ร.ท.༛กรมขุนสงขลานครินทรຏ)༛
รักษาสมดุลทางกำลังอำนาจทางทะล༛ดยสถานการณຏ สมัยทรงรับราชการทหารรือเดຌทรงจัดทำ༛รายงานรืไอง༛
ลักษณะนีๅปຓนครืไองพิสูจนຏถึงผลกระทบจากทฤษฎี༛ รือ༛ส.༛พืไอ฿หຌประทศเทยเดຌจัดหารือดำนๅำ༛ละ฿น
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 21
วลา༛๎์༛ปตอมา༛ประทศเทยจึงเดຌรือดำนๅำมาประจำการ อยูดຌวย༛ ตการทีไ฿นขณะนัๅนมีพียงสองประทศ฿น
กับกองทัพรือ฿นชวงป༛พ.ศ.๎๐๔ํ༛-༛๎๐๕๐༛รือดำนๅำ ภูมิภาคนีๅทานัๅนทีไมีรือดำนๅำ༛คือประทศญีไปุຆนละ
ของประทศเทยชุดนีๅมีอยู༛๐༛ลำดຌวยกัน༛คือ༛รือหลวง ประทศเทย༛จึงทำ฿หຌสถานะของประทศเทยนับปຓน
มัจฉาณุ༛ รือหลวงวิรุณ༛ รือหลวงสินสมุทร༛ ละ༛ มหาอำนาจอันดับทีไสอง฿นอชีย༛จะปຓนรองกใพียงต
รือหลวงพลายชุมพล༛ซึไงตอทีไอูตอรือบริษัทมิตซูบิชิ༛ ญีไปุຆน༛ซึไงนับวาปຓนความภูมิ฿จทีไอนุชนรุนหลังควรมอบ฿หຌ
มืองกบ༛ประทศญีไปุຆน༛฿นขณะทีไประทศเทยมีรือดำนๅำ กบรรพบุรุษทีไสามารถนำประทศ฿หຌรอดพຌนจาก༛
ประจำการอยูนัๅน༛ประทศเทยเดຌรับความยำกรงจาก ภัยคุกคาม༛ลຌวยังสรຌางกียรติละศักดิ่ศรีละความนา
ประทศมหาอำนาจตาง༛โ༛อยางมาก༛ดย฿นชวงนัๅนนับปຓน กรงขามของประทศ฿หຌขึๅนสูประทศชัๅนนำของ༛
ชวงปลายของยุคลาอาณานิคม༛ละยังคงมีความกดดัน ภูมิภาคอชียเดຌอีกดຌวย༛อยางเรกใตามจากการทีไกำลังพล
จากอิทธิพลของประทศ฿นยุรปทีไขຌามาผอำนาจ฿น ยังเมคุຌนคยกับความซับซຌอนของทคนลยีรือดำนๅำ฿น
ภูมิภาคอชีย༛จากการทีไประทศเทยเดຌพัฒนากำลัง สมัยนัๅนทำ฿หຌมีขຌอจำกัด฿นการดูลรักษา༛ตลอดจนปຑญหา
อำนาจดຌานตาง༛โ༛ทัๅงศรษฐกิจ༛สังคม༛ละการทหาร༛ จากความยาก฿นการควบคุมรือดำนๅำ༛รวมถึงคา฿ชຌจายทีไสูง
ดยฉพาะ฿นยุคนัๅนกำลังทางรือนับปຓนครืไองมือ༛ กองทัพรือจึงจำปຓนตຌองปลดระวางมืไอ฿ชຌรือดำนๅำเป
ทีไสำคัญทีไประทศมหาอำนาจตางนำมา฿ชຌขมขู༛ เดຌพียงสิบปศษทานัๅน༛นับวาปຓนบทรียนทีไสำคัญอีก
ประทศลใก༛โ༛ บทหนึไงทีไกองทัพรือนำมา฿ชຌประกอบการพิจารณา
༛ การทีไประทศเทยมีกำลังทางรือทีไขຌมขใง༛ จัดหายุทธปกรณຏมาดยตลอด
สริมดຌวยการมีรือดำนๅำ༛ถึงมຌจะมีอาวุธประภทอืไน༛โ
๑. Colonel Gary E. Phillips, STRATEGIC BOMBING - A DECISIVE MILITARY FORCE? , School of
Advanced Military Studies : United States Army Command and General Staff College ,
(Kansas:1998), pp. 2 - 3.
๒. Crocker III, H. W. (2006). Don’t Tread on Me, New York: Crown Forum. p. 310. อางใน http://
en.wikipedia.org/wiki/U-boat.
ื
ู
ื
ื
้
ี
๓. เรอรบของเกาหลใต CHEONAN ที่คาดว่าถกเรอดำนำ “โยโน” เกาหลเหนอยิงตอรปโดจมขณะลาด
ี
ตระเวนอยู่ในทะเลอาณาเขตของตน ในทะเลเหลือง เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ทำใหมีลูกเรือเสียชีวิต ๔๖
คน อางตามรายงานของ The Joint Civilian-Military Investigation Group.
ั
๔. สำนกข่าว ANTARA อางใน http://www.antaranews.com/en/news/79681/ri-navys-submarine -
returning - from - s - korea - after - repair.
๕. หนังสือพิมพ Jakarta Post 22 December 2011.
๖. http://www.strategypage.com/htmw/htsub/articles/20051107.aspx
๗. http://www.straitstimes.com/BreakingNews/SEAsia/Story/STIStory_489394.html
๘. http://navaltoday.com/2011/03/30/malaysia-usd-16-51-million-to-maintain-submarines
๙. Russian Export Arm Magazine
22 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
๑๙ พฤษภาคม
“วันอาภากร”
สัมภาษณ หม่อมราชวงศหญิง จิยากร เสสะเวช
ประธานกรรมการ “มูลนิธิ ราชสกุลอาภากร ใน
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์”
เนื่องในโอกาส “วันอาภากร” พ.ศ.๒๕๕๖
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 23
༛อย༛พระนาม༛อาภากร༛ทหารรือ༛ ธรรมดา༛มຌบางครัๅงทรงเดຌรับภารกิจทีไยากลำบาก༛ละ
༛
༛ มืไอ ༛ ༛ ༛ ทุกนายตางกใทราบดีวาหมายถึง༛ มีความสีไยงตออันตรายอยาง฿หญหลวง༛ชน༛การปราบ
พลรืออก༛ พระจຌาบรมวงศຏธอ༛ พระองคຏจຌา จลาจลบนกาะครีตกใมิเดຌทรงยอทຌอหวาดกรงต
อาภากรกียรติวงศຏ༛กรมหลวงชุมพรขตอุดมศักดิ่༛ ประการ฿ด༛ ละกในับปຓนพระองคຏรกทีไทรงมี
(ตนราชสกุลอาภากร)༛ซึไงทหารรือ༛ตัๅงตอดีตจนถึง ประสบการณຏผานศึกชนนีๅ༛
ຌ
ปຑจจุบันตางกใคารพทิดทูนตลอดมา༛ละเมพียงต ༛ ภายหลังจากสำรใจการศึกษา༛ละเดຌสดใจกลับมา
ทหารรือทานัๅน༛มຌตประชาชนทัไวเปกใยังคารพ ถึงประทศเทยลຌว༛กใทรงทุมทนวพระดำริ฿นการ
สักการะพระองคຏตราบจนทุกวันนีๅ༛หัวมืองชายทะลทีไมีรือ กຌเขปรับปรุงการศึกษา༛ระบียบการ฿นรงรียนนายรือ༛
ประมงผานขຌาออกอยูปຓนประจำ༛มักจะตຌองมีการตัๅง ทัๅงฝຆายปกครองละฝຆายวิชาการ฿หຌทัดทียม
ศาลของพระองคຏทาน༛พืไอปຓนทีไสักการะขอพร฿นการ อารยประทศ༛พระองคຏทรงกำกับดูลอยาง฿กลຌชิด༛จน
ดินทาง฿หຌคลຌวคลาดปลอดภัย༛หรือมຌตตามจังหวัด สามารถผลิตนายทหารสัญญาบัตรชุดรกเดຌ༛มืไอวันทีไ༛ํ༛
ตาง༛โ༛กใยังมีศาลประดิษฐานรูปหลอของพระองคຏทาน มษายน༛พุทธศักราช༛๎๐๑์༛ละ฿นสมัยดียวกันนีๅ༛กใทรง
ประมาณ༛๏์์༛หงทัไวประทศ༛༛ นำนักรียนนายรือออกเปทำการฝຄกยังตางประทศ
༛ ༛ ปຓนการอวดธงครัๅงรก฿นประวัติศาสตรຏอันปຓนการสดง
ประวัติวันอาภากร ถึงศักดิ่ศรี༛ละกียรติภูมิหงความปຓนอกราชของชาติ
༛ ༛ พระองคຏจຌาอาภากรกียรติวงศຏ༛ปຓนพระนาม เทย฿หຌตางประทศเดຌรูຌจักดຌวย༛
ดิมของ༛พลรืออก༛พระจຌาบรมวงศຏธอ༛พระองคຏจຌา ༛ สำหรับพระกรณียกิจอืไนทีไสำคัญทีไพระองคຏทรง
อาภากรกียรติวงศຏ༛ กรมหลวงชุมพรขตอุดมศักดิ่༛ ༛ วางรากฐานเวຌยังมีอีกมากมายหลายดຌาน༛ชน༛การจัดตัๅง
(ตຌนราชสกุลอาภากร)༛ปຓนพระจຌาลูกยาธอ฿นพระบาท หนวยฝຄกพลทหารทีไบางพระ༛การจัดระบียบบริหาร
สมดใจพระจุลจอมกลຌาจຌาอยูหัว༛รัชกาลทีไ༛๑༛นับลำดับ ราชการกรมทหารรือขึๅน฿หม༛การจัดทำครงการสรຌาง
ราชสกุลวงศຏปຓนองคຏทีไ༛๎๔༛ประสูติ฿นพระบรมมหาราชวัง༛ กำลังทางรือ༛การปรับปรุงดຌานการศึกษาของทหารรือ༛
มืไอวันทีไ༛ํ๕༛ธันวาคม༛พุทธศักราช༛๎๐๎๏༛ละทรง ทรงปลูกฝຑงความรักชาติ฿หຌกับนักรียนนายรือ༛ละทรง
ปຓนพระจຌาลูกยาธอพระองคຏทีไ༛ํ༛฿นจຌาจอมมารดาหมด༛ จัดตัๅงกองดับพลิงของทหารรือ༛ จนกระทัไงวันทีไ
พระองคຏมีพระกนิษฐาละพระอนุชารวมพระมารดา༛ พระองคຏทรงออกจากราชการ༛มืไอวันทีไ༛ํ๐༛มษายน༛
๎༛༛พระองคຏ༛฿นปพุทธศักราช༛๎๐๏๒༛มืไอพระชนมายุเดຌ༛ พุทธศักราช༛๎๐๑๐༛รวมระยะวลาทีไสดใจ฿นกรมฯ༛ ༛
ํ๏༛พรรษา༛พระบาทสมดใจพระจุลจอมกลຌาจຌาอยูหัว༛ ทรงรับราชการครัๅงรก༛ํํ༛ป༛༛
เดຌทรงพระกรุณาปรดกลຌาฯ༛฿หຌสดใจ฿นกรมฯ༛สดใจเปทรง ༛ ดຌวยความจำปຓนทีไประทศเทยตຌองมีสวนรวม฿น
ศึกษาตอ༛ณ༛ประทศอังกฤษพรຌอมกับพระบาทสมดใจ สถานการณຏสงครามลกทำ฿หຌพระองคຏทรงกลับขຌามา
พระมงกุฎกลຌาจຌาอยูหัว༛รัชกาลทีไ༛๒༛ซึไง฿นขณะนัๅนทรง รับราชการปຓนครัๅงทีไ༛ ๎༛ มืไอวันทีไ༛ ํ༛ สิงหาคม༛
ดำรงพระอิสริยศักดิ่ปຓน༛สมดใจพระจຌาลูกยาธอจຌาฟງา༛ พุทธศักราช༛ ๎๐๒์༛ ตอยางเรกใตามความ༛
มหาวชิราวุธ༛กรมขุนทพทวาราวดี༛ ทีไทรงตรากตรำมาตลอดทำ฿หຌพระองคຏทรงลาราชการ༛
༛ ดຌวยปຓนพระราชประสงคຏของพระบรมราชชนก༛ ดຌวยทรงพระประชวรรคภาย฿นละตอมามืไอสดใจเป
จึงเดຌสดใจเปทรงศึกษาวิชาการทหารรือ༛ณ༛ประทศ ประทบรักษา༛ณ༛ชายทะลปากนๅำ༛จังหวัดชุมพร༛ขณะทีไ
ั
อังกฤษ༛ตลอดวลาทีไทรงศึกษาอยูกใเดຌทรง฿ชຌพระวิริยะ༛ สดใจ฿นกรมฯ༛ประทับอยูทีไจังหวัดชุมพรนีๅ༛กใกิดประชวร
อุตสาหะ༛ละทรงดำนินพระจริยาวัตร༛ชนประชาชน พระรคเขຌหวัด฿หญ༛นืไองจากถูกฝน༛ประชวรอยูพียง༛
24 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
ซ้าย ม.ร.ว.จิยากร เสสะเวช ประธานกรรมการ “มูลนิธิ ราชสกุลอาภากรฯ”
ขวา กองบรรณาธิการสัมภาษณ์ ม.ร.ว.จิยากร เสสะเวช ประธานกรรมการ
“มูลนิธิ ราชสกุลอาภากรฯ”
๏༛วัน༛กใสิๅนพระชนมຏลงทีไตำบลหาดทรายรี༛฿นวันทีไ༛ํ๕༛ ภาย฿นอยางปຓนทางการ༛
พฤษภาคม༛ พุทธศักราช༛ ๎๐๒๒༛ สิริพระชนมายุเดຌ༛ ༛ พลรืออก༛วิชษฐ༛การุณยวนิช༛ผูຌบัญชาการทหารรือ
๐๎༛ป༛๑༛ดือน༛นับปຓนความสูญสียอันหาทีไปรียบมิเดຌ༛ ฿นขณะนัๅน༛เดຌสัไงการ฿หຌกรมกำลังพลทหารรือ༛ละ༛
ยังความศรຌาสลดอยางทีไสุดมาสูทุกคน༛ กรมยุทธการทหารรือ༛รวมหารือกับหนวยกีไยวขຌอง฿นรืไอง
༛ การรำลึกถึงพระกียรติคุณของ༛ พลรืออก༛ การกำหนดวัน༛ํ๕༛พฤษภาคม༛ปຓน༛วันอาภากร༛฿นทีไสุด
พระจຌาบรมวงศຏธอ༛พระองคຏจຌาอาภากรกียรติวงศຏ หลังจากเดຌมีการหารือกันอยางละอียดรอบคอบลຌว༛
กรมหลวงชุมพรขตอุดมศักดิ่ทีไมีตอกองทัพรือดังปຓนทีไ พืไอปຓนการทิดทูนผยพรพระกียรติคุณละปຓนการ
ประจักษຏอยูลຌวนัๅนเดຌมีทหารรือหลายยุคหลายสมัยมี สดงออกซึไงความกตัญຐูกตวทีตอพลรืออก༛
นวคิดวานาจะกำหนดวันสำคัญ฿หຌพระองคຏทานสักวัน พระจຌาบรมวงศຏธอ༛พระองคຏจຌาอาภากรกียรติวงศຏ
หนึไง༛ละวันนัๅนนาจะปຓนวันคลຌายวันสิๅนพระชนมຏของ กรมหลวงชุมพรขตอุดมศักดิ่༛ กองทัพรือจึงขนาน
พระองคຏทานคือ༛วันทีไ༛ํ๕༛พฤษภาคม༛ของทุกป༛ชืไอ พระนามพระองคຏทานปຓนองคຏบิดาของทหารรือเทย༛
ของวันสำคัญนีๅกใควรจะ฿ชຌชืไอวา༛วันอาภากร༛นืไองดຌวย༛ ละกำหนด฿หຌวันทีไ༛ํ๕༛พฤษภาคม༛ของทุกปอันปຓน༛
อาภากร༛ปຓนพระนามดิมของพระองคຏทาน༛ดังชน༛ วันคลຌายวันสิๅนพระชนมຏของพระองคຏปຓน༛วันอาภากร༛
นาวาอก༛สวัสดิ่༛จันทนี༛เดຌปรารภเวຌ฿น༛นิทานชาวเร༛ ༛ ฿นดือนพฤษภาคม༛ป༛พ.ศ.๎๑๑๒༛นีๅ༛จะครบรอบ༛
฿นหนังสือนาวิกศาสตรຏ༛มืไอพุทธศักราช༛๎๑์๎༛วา༛ ๕์༛ ป༛ การจากเปของพระองคຏ༛ กองบรรณาธิการ
ทหารรือควรถืออาวันสิๅนพระชนมຏของสดใจ฿นกรม นิตยสารนาวิกศาตรຏ༛จึงเดຌขออนุญาตนำบทสัมภาษณຏ༛
หลวงชุมพรฯ༛ ปຓน༛ วันอาภากร༛ ปຓนตຌน༛ ละ หมอมราชวงศຏหญิง༛ จิยากร༛ สสะวช༛ ประธาน
นอกจากทหารรือลຌวยังมีประชาชนอีกปຓนจำนวน กรรมการ༛มูลนิธิ༛ราชสกุลอาภากร༛฿น༛พลรืออก༛
มากมายหลายจังหวัดทีไคารพนับถือ༛ละศรัทธา฿น พระจຌาบรมวงศຏธอ༛กรมหลวงชุมพรขตอุดมศักดิ่༛
พระองคຏทานดังจะหในเดຌจากจำนวนพระอนุสาวรียຏ༛ พืไอถายทอดรืไองราวของก ิ จ ก ร ร ม อ ั น ป ຓ น
พระรูป༛ละศาลทีไเดຌพิไมมากขึๅนทุกปจนทบจะตาม สาธารณประยชนຏ༛ ทีไมูลนิธิฯ༛ เดຌดำนินการตาม
นับกันเมถຌวน༛มืไอปຓนชนนีๅทหารรือนาจะกำหนดวัน จตนารมณຏของ༛สดใจตีไย༛พลรืออก༛พระจຌาบรม
สำคัญ฿หຌพระองคຏทานอยางปຓนทางการสักวันหนึไง༛ วงศຏธอ༛พระองคຏจຌาอาภากรกียรติวงศຏ༛กรมหลวง
༛ ฿นปพุทธศักราช༛ ๎๑๏๑༛ พลรือตรี༛ กรีฑา༛ ชุมพรขตอุดมศักดิ่༛
พรรธนะพทยຏ༛ ประจำกองบัญชาการกองทัพรือ༛ ༛ ༛
ชวยราชการกรมจรทหารรือ༛เดຌขียนหนังสือกราบ วัตถุประสงคในการก่อตั้งมูลนิธิ ราชสกุลอาภากรฯ
รียนผูຌบัญชาการทหารรือ༛ขอสนอความคิดหในวา༛ ༛ มูลนิธิฯ༛กอตัๅงดยราชสกุลละสายสัมพันธຏ฿น༛
ส ม ค ว ร ทีไกองทัพรือจะเดຌประกาศกำหนด฿หຌวันทีไ༛ ༛ พลรืออก༛พระจຌาบรมวงศຏธอ༛พระองคຏจຌาอาภากร
ํ๕༛พฤษภาคม༛ของทุกป༛ปຓน༛วันอาภากร༛ปຓนการ กียรติวงศຏ༛กรมหลวงชุมพรขตอุดมศักดิ่༛พืไอ฿หຌปຓน
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 25
ศูนยຏกลางของราชสกุลสำหรับบุคคลทัไวเปทีไจะมาติดตอ งานของมูลนิธิฯ ที่ต้องการประชาสัมพันธเปนพิเศษ
฿นรืไองทีไกีไยวกับพระองคຏ༛ ชนขอสรຌางพระรูป༛ ༛ ༛ ฿นปนีๅขอนำสนอ༛ ครงการจัดทำ༛ หนังสือ༛
ขออนุญาต฿ชຌพระนามปຓนชืไอสถานทีไชน༛หຌองสมุด༛ พระประวัติ༛พลรืออก༛พระจຌาบรมวงศຏธอ༛พระองคຏ
องคຏการบริหารสวนตำบล༛(อบต.)༛ฯลฯ༛ดยจะมีคณะ จຌาอาภากรกียรติวงศຏ༛กรมหลวงชุมพรขตอุดมศักดิ่༛
กรรมการตรวจสอบวาทีไจะขอเป฿ชຌนัๅนหมาะสมหรือ༛ ปງาหมายหลักของการจัดทำหนังสือลมนีๅ༛ คือพืไอ༛
สมพระกียรติหรือเม༛มีความปຓนเปเดຌของผลสำรใจ นำสนอพระประวัติ༛พระกรณียกิจ༛พระกียรติคุณตาง༛โ༛
ของสิไงทีไขอมาหรือเม༛อีกทัๅงมืไอมีผูຌบริจาคงินทาง ของพระองคຏตัๅงตยังทรงดำรงพระชนมชีพ༛ จนถึง
มูลนิธิฯ༛กใสามารถมอบ฿หຌปຓนสาธารณะกุศลเดຌมากมาย ปຑจจุบัน༛ดยการคຌนควຌารวบรวมขຌอมูล༛฿หຌครบถຌวน༛ ༛
หลายอยาง༛ชน༛มอบปຓนทุนการศึกษา฿หຌนักรียน༛ ถูกตຌอง༛ละรอบดຌานทีไสุด༛ทัๅงจากการสัมภาษณຏบุคคล
นายรือ༛/༛นักรียนจาทหารรือ༛ชวยหลือทางการ ตาง༛โ༛฿นหลายงมุม༛การบันทึกภาพทีไกีไยวขຌอง༛ควบคู
พทยຏ༛ ละบริจาค฿หຌมูลนิธิอืไน༛ โ༛ พืไอกิจกรรม เปกับการรวบรวมอกสารขຌอมูลทีไชืไอถือเดຌ฿นตละ༛
สาธารณประยชนຏตาง༛โ༛นอกจากหตุผลขຌางตຌนลຌว༛ ยุคสมัย༛พืไอนำมาประมวลปຓนนืๅอหาทีไอຌางอิงเดຌ༛༛
การตัๅงมูลนิธิฯ༛ยังปຓนทีไรวมของราชสกุล฿หຌปຓนปຄกผน༛ ༛ ทีมผูຌจัดทำเดຌดินทางเปกใบขຌอมูลถึงประทศ
ปຓนการชวยกันดูลสกุลนีๅตอเป฿นภายหนຌา༛ละดูรืไอง อังกฤษ༛ เดຌขຌาถึงขຌอมูลสวนพระองคຏทีไอนุญาต฿หຌ༛
การผยพรพระประวัติของพระองคຏทาน฿หຌถูกตຌองอีกดຌวย༛ สืบคຌนฉพาะบุคคลทีไปຓนครือญาติ༛เดຌทราบรืไองราว༛
༛ งานทีไผานมาของมูลนิธิฯ༛ลຌวนกีไยวขຌองกับสิไงทีไ พระประวัติขณะทรงศึกษาอยูประทศอังกฤษ༛ละการ
พระองคຏทานปรดปຓนหลัก༛ชน༛การจัดประกวดดนตรีเทย สดใจเปซืๅอรือหลวงพระรวง༛ทีไชัดจนขึๅน฿นหลายง༛
หงชาติ༛(จัดประกวดมา༛๑༛ครัๅงลຌว)༛การจัดงานดินวิไง༛ มุมรวมทัๅงกใบกีไยวขຌอมูลวดลຌอมหลายดຌาน༛ ชน༛
การสนับสนุนรงพยาบาลจัดซืๅอครืไองมือพทยຏ༛ การ บรรยากาศมืองชายทะลทีไ༛Brighton༛สถานทีไพำนัก
บริจาคงินละซืๅอรือชวยนๅำทวม฿หຌกองทัพรือ༛ปຓนตຌน༛ รกมืไอพระองคຏดินทางถึงประทศอังกฤษ༛หรือชีวิต
༛ การศึกษาทหารรือของพระองคຏ฿น༛Old༛Royal༛Naval༛
งานสำคัญของมูลนิธิฯ ในปนี้ มี ๒ เรื่อง คือ College༛ปຓนตຌน༛༛
༛ ครงการอาศรมหมอพรละอาคารรียนรูຌรืไอง ༛ หนังสือพระประวัติฯ༛ ลมนีๅจัดวาปຓนหนังสือ
พทยຏบูรณาการ༛ณ༛รงพยาบาลสมดใจพระปຂດนกลຌา༛ ประวัติศาสตรຏเทยอีกลมหนึไง༛ทีไถายทอดดยบุคคล༛
กรมพทยຏทหารรือ༛นืไองจากหในวาความชวยหลือ༛ ฿นชืๅอสายราชสกุลอาภากรตัวจริง༛ซึไงราเมสามารถ
กองทัพรือทางดຌานอืไนมีมากลຌว༛ตทางดຌานการพทย ຏ ทราบรืไองหลานีๅจากทีไอืไนเดຌอยางนนอน༛นับวาปຓน
ยังนຌอย༛ปนีๅมูลนิธิฯ༛จึงเดຌสงสริมดຌานการพทยຏ༛การพทยຏ หนังสืออຌางอิงทีไควรคาตอการกใบปຓนทีไระลึกหรือมอบ
บูรณาการผสมผสานทัๅงพทยຏผนปຑจจุบันละพทยຏ ปຓนของขวัญ༛ ดยจะจัดพิมพຏปຓนสองบบ༛ คือ༛ ༛
ทางลือกมีกำหนดลຌวสรใจธันวาคมนีๅ༛ ละงาน༛ ํ.༛จัดพิมพຏปຓนหนังสืออຌางอิง༛(ปกขใง)༛จัดพิมพຏฉพาะ
ชิๅนสำคัญอีกรืไอง༛คือ༛ ผูຌทีไสัไงจองทานัๅน༛จำหนายราคาลมละ༛๏,์์์.-༛บาท༛
༛ ครงการจัดทำหนังสือพระประวัติ༛ซึไงจะตางจากทีไ ละ༛๎.༛จัดพิมพຏปຓนฉบับประชาชน༛(ปกออน)༛นืๅอหา
ทหารรือทำเวຌพราะจะปຓนภาพรวมทัๅงหมด฿นชีวิตของ จะเมซับซຌอนหมือนฉบับอຌางอิง༛ จัดจำหนายราคา༛
พระองคຏ༛รวมทัๅงรืไองทีไผูຌคนยังเมรูຌพืไอ฿หຌปຓนหนังสือ ลมละ༛ ํ๕๕.-༛ บาท༛ ผูຌทีไสน฿จสามารถสัไงจองเดຌทีไ༛
สำหรับ฿ชຌอຌางอิงเดຌ༛ มูลนิธิ༛ราชสกุลอาภากรฯ༛ทร.์-๎๐๒๔-๎๒๕๒༛
์๔-๐๒๐๎-๑๑๓๓༛ซึไงรายเดຌทัๅงหมดจะถูกนำเป฿ชຌ༛
26 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
฿นครงการการกุศล༛ ทีไมูลนิธิ༛ ราชสกุลอาภากรฯ༛ ประธานกรรมการ༛มูลนิธิ༛ราชสกุลอาภากรฯ༛ทีไ
จะเดຌดำนินการตอเป༛พืไอขจรขจาย༛พระกียรติของ༛ กรุณา฿หຌสัมภาษณຏ฿นครัๅงนีๅ༛ทำ฿หຌเดຌทราบรืไองทีไปຓน
สดใจตีไย༛พลรืออก༛พระจຌาบรมวงศຏธอ༛พระองคຏ ประยชนຏตอพวกราชาวทหารรือ༛ละประชาชนทัไวเป
จຌาอาภากรกียรติวงศຏ༛กรมหลวงชุมพรขตอุดมศักดิ่༛ ทีไคารพรักละทิดทูน฿นพลรืออก༛พระจຌาบรม
องคຏบิดาของทหารรือเทย༛กองบรรณาธิการนาวิกศาสตรຏ༛ วงศຏธอ༛พระองคຏจຌาอาภากรกียรติวงศຏ༛กรมหลวง
ขอขอบพระคุณ༛หมอมราชวงศຏหญิง༛จิยากร༛สสะวช༛ ชุมพรขตอุดมศักดิ่༛ปຓนอยางยิไง༛
༛
༛
มูลนิธิ ราชสกุลอาภากรฯ
๙๐ ป อาภากรรําลึก วันอาภากร
(กรมหลวงชุมพรฯ ๑๙ พฤษภาคม ๒๔๖๖ - ๒๕๕๖)
เกาสิบทศวรรษผาน สูรัชกาลปจจุบัน ควรไทยรําลึกวัน อันประวัติศาสตรตรา
สยามรัฐแกวโกสินทร เกาแผนดินขัตติยา สืบทอดแลรักษา ดวยบุญญาพระบารมี
แตครั้งเฉลิมฉัตร รัชปญจวงศจักรี ภาระสยามมี คือหนาที่องคอาภาฯ
ลอยลําสูบริติช ภารกิจเพื่อพงษา นาวิกศาสตรนาวา สยามสงาราชนาวี
คราเปลี่ยนแผนดินไซร สยามสมัยแผนดินที่ ศัตรูแผนดินมี รับกระแสความเปลี่ยนแปลง
คลื่นลมตะวันตก พัดพาพกอุบายแฝง ลวงลํ้าแลสําแดง ซึ่งแสนยานุภาพพาล
สมเด็จจุลจอมเกลาฯ เจาอยูหัวตระหนักการณ ภาระสยามวาร คือภาระแหงพระองค
เจาชายเจาอาภาฯ โอรสารูประสงค สมเด็จปตุรงค เจตจํานงองคพระเยาว
พระชนมเพียงสิบสาม ตองแบกหามคันธงเสา สยามชาติของเรา ฝรั่งเราเขายึดเมือง
รอศอ หนึ่งหนึ่งสอง สยามผองนํ้าตาเนือง อาภาฯคับแคนเคือง สลักเรื่องที่อกตน
วิเชียรวิชาญศาสตร สยามราฐมิขัดสน พรั่งพรั่งยุทธพล ยุทธกลประจญพาล
เสริมขวัญความมั่นคง รณรงคอยางอาจหาญ สองผลอันไพศาล สูพสกทวยนาคร
สรางสรรควรรณกิจ บํารุงจิตในอักษร ประณีตวรรณาภรณ มรดกแหงแผนดิน
บรรพชนแหงสยาม กระเดื่องนามแกวกวินทร รังสรรควรรณศิลป จรรโลงจินตแหงวิญู
ทํานุพระศาสนา ปฎิการแลฟนฟู ผดุงธรรมะวิทู ศิษยพระครูมะขามเฒา
คราเปลี่ยนแผนดินอีก ธ ก็หลีกใชขลาดเขลา เหนือหัวฯไมใครเอา ใชงานเบาเปนหมอยา
ไทยเจ็กเรียกหมอพร ใชคะนองทรงสิกขา โสรงแดงแจงนัยนตา ธ รักษาคนมากมี
ลมบกมาอีกครั้ง ชาติแทบพังยุคทุกขี มงกุฎเกลาฯจึงมี เสาวนีย ธ ในกรม
อัญเชิญนาวาหลวง นาวีเลื่องชูธงสม เรื่องหลวงพระรวงคม ฝาคลื่นลมรับธงไทย
ธ ลับดาบของชาติ ใหองอาจทันสมัย ประเกียรติ์ก็เกริกไกล กําจรไปทั้งไกวัล
หนึ่งเกาพฤษภที่ พระสุรียมิทนขันธ แสงสูรยมิทานวัน กอนพลบคํ่าตะวันลา
ณ หาดทรายรีนี้ ธ ถึงที่สุดวัสสา องคชายองคอาภาฯ ธ จรลาคไลสรวง
รวบรวมจาก : หนังสือ “อาภากร” เทิดพระเกียรติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
วันที่ ๑๙ พฤษภาคมพ.ศ.๒๕๔๔
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 27
งาน IO (Information Operations)
กับกองทัพเร�อ
นาวาเอก วุฒิชัย สายเสถียร
ก ลาวนำ༛
ปຓนทีไทราบกันอยูดยทัไวเปลຌววาปຑจจุบัน༛ ༛ ขาวสารมาประยุกตຏ฿ชຌกับงานหรือภารกิจของกองทัพรือ
ปຓนลกยุคขຌอมูลขาวสาร༛ ดังนัๅน฿ครสามารถทีไจะ เดຌอยางตใมประสิทธิภาพ༛ จะมีการปฏิบัติอยูบຌาง༛༛
บริหารจัดการละ฿ชຌประยชนຏจากขຌอมูลขาวสาร༛༛ กใปຓนการปฏิบัติ฿นลักษณะทีไปຓนเปตามบทบาทหนຌาทีไ
เดຌอยางมีประสิทธิภาพ༛ยอมสามารถชิงความเดຌปรียบ ของหนวยงานทีไกำหนดเวຌปຓนภารกิจหลักของหนวย
ละตอบตຌฝຆายตรงขຌามเดຌทันวลา༛ซึไงขณะนีๅเมวาจะ ทานัๅน༛ตกใยังเมถือวาปຓนงาน༛IO༛ตามหลักการทีไควร
ปຓนการปฏิบัติภารกิจของหนวยงานดຌานความมัไนคงทัๅง จะปຓน༛การทีไผูຌขียนเดຌขียนบทความรืไองนีๅกใพราะเดຌมี
฿นภาวะปกติหรือ฿นภาวะวิกฤติ༛มຌกระทัไงองคຏกรตาง༛โ༛ อกาสขຌารวมการอบรมละสัมมนาชิงปฏิบัติการ༛
กใเดຌ฿ชຌการบริหารจัดการขຌอมูลขาวสาร฿นรูปบบตาง༛โ༛ รืไอง༛การปฏิบัติการขาวสารรวมพืไอความมัไนคง༛
พืไอประยชนຏตอการปฏิบัติภารกิจขององคຏกร༛ ༛ {Joint༛ information༛ Operations(JIOs)}༛ ของ༛
ชนดียวกัน༛ สถาบันวิชาการปງองกันประทศ༛ กองบัญชาการ
༛ การปฏิบัติการขาวสาร༛(Information༛Operations;༛ กองทัพเทย༛ขณะปฏิบัติราชการอยูทีไกรมขาวทหารรือ༛
IO)༛ อาจจะปຓนรืไอง฿หมสำหรับกองทัพรือตดย༛༛ จึงพบวากองทัพรือยังมิเดຌนำหลักการปฏิบัติการ༛༛
ขຌอทใจจริงลຌวหนวยงานอืไนเดຌมีการศึกษาละนำ༛ ༛ ขาวสารมาประยุกตຏ฿ชຌประยชนຏตอภารกิจของกองทัพรือ༛༛ ༛
องคຏความรูຌรืไอง༛IO༛มา฿ชຌสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ อยางตใมรูปบบ༛ ถึงมຌวาดยหลักการ༛ IO༛ ༛ ༛
ตาง༛โ༛ของหนวยกอนหนຌานีๅลຌว༛ ถึงมຌวาปຑจจุบัน นัๅนจะกีไยวขຌองกับการปฏิบัติทางการทหาร฿น
กองทัพรือจะเดຌริไมนำองคຏความรูຌรืไองนีๅบรรจุเวຌ฿น สถานการณຏวิกฤติหรือการทำสงครามกใตาม༛ตจริง༛โ༛ลຌว
หลักสูตร༛วิทยาลัยการทัพรือ༛ละ༛รงรียนสนาธิการ ฿นภาวะปกติหลักการ༛IO༛กใสามารถนำมาประยุกตຏ฿ชຌ༛༛
ทหารรือ༛ ลຌวกใตาม༛ ตกใยังปຓนพียงการริไมตຌน༛ ༛ ༛ กับสถานการณຏตาง༛ โ༛ เดຌ༛ ทัๅงนีๅนืไองจากราอาจ༛༛
ยังอาจจะเมสามารถนำหลักการของการปฏิบัติการ༛༛ จะยังเมมีความรูຌความขຌา฿จ฿นองคຏความรูຌรืไอง༛ IO༛༛༛
28 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
ทีไปຓนเป฿นนวทางดียวกัน༛ซึไงปຓนสาหตุประการหนึไง ความหมายทีไปรากฏ฿นสืไอรูปบบตาง༛โ༛หรือรืไองราว
ทีไทำ฿หຌยังเมกิดการริริไมพืไอ฿ชຌประยชนຏจาก༛IO༛อยาง การพรรณนาหตุการณຏตาง༛โ༛ทีไเดຌมาจากการตรวจการณຏ༛
ปຓนรูปธรรม༛ การรายงานตามสายงาน༛จากหลงขาวอืไน༛โ༛ซึไงมี
༛ ผูຌขียนมีความรูຌสึกวาคำถามสวน฿หญทีไมักจะเดຌยิน ความกีไยวขຌองกับรืไองทีไตຌองการหรือภารกิจทีไเดຌรับมอบ༛
อยูสมอวา༛ งาน༛ IO༛ ควรอยู฿นความรับผิดชอบ༛ ༛ ดยทีไยังมิเดຌผานการดำนินกรรมวิธีพืไอผลิตขาวกรอง༛
ของหนวยงาน฿ดละปຑจจุบันกองทัพรือมีหนวยงาน༛ ༛ ༛ ขาวกรอง༛ (Intelligence)༛ หมายถึง༛ ผลผลิต༛ ༛
ทีไรับผิดชอบอยูลຌวมิ฿ชหรือ༛ดังนัๅนพืไอ฿หຌกิดความ อันกิดจากการรวบรวมละดำนินกรรมวิธีตอขาวสาร༛
ชัดจน฿นประดในคำถามดังกลาว༛ ผูຌขียนขอนำ ༛ สารสนทศ༛(Information)༛หมายถึง༛ขาวสาร༛༛
ป ร ะ ส บ ก า ร ณ ຏทีไคยมีอกาสขຌารับการอบรมฯ༛༛༛ ทีไผานการประมวลผล༛การจัดการจนมีคุณภาพละ༛ ༛
มาถายทอดพืไอทีไอาจจะปຓนประยชนຏละทำ฿หຌกิด สารสนทศจะกิดขึๅนมืไอมีผูຌสงละผูຌรับ༛ซึไงทำ฿หຌกิด
นวความคิด฿นการขยายผลเปสูการปฏิบัติ༛ซึไงงาน༛IO༛ การสืไอสารของขຌอความละมีความขຌา฿จ฿นขຌอความ
นัๅนอาจจะถือวาปຓนอาวุธอยางหนึไงทีไสามารถสนับสนุน กิดขึๅน༛
การปฏิบัติการทางทหารเดຌทัๅง฿นยามสงบ༛(Peace)༛ ༛ ༛ ระบบสารสนทศ༛(Information༛System)༛หมายถึง༛
ยามวิกฤติ༛(Crisis)༛ละยามสงคราม༛(War)༛༛นอกจากนัๅน กระบวนการทีไมีการนำครืไองมือ༛สืไอ༛ละสิไงอำนวย
ยังกีไยวขຌองกับการปฏิบัติการ฿นทุกระดับ༛ตัๅงต฿น ความสะดวกมาชวย฿นการรวบรวม༛ดำนินกรรมวิธี༛
ระดับยุทธศาสตรຏ༛ยุทธการ༛ละยุทธวิธี༛งาน༛IO༛นัๅน༛ กใบรักษา༛สดงผล༛กระจายขาวสาร༛ละหมายรวมถึง
อาจจำปຓนตຌอง฿ชຌงบประมาณอยูบຌาง฿นสวนของ༛ ༛ ฮารຏดวรຏ/ซอฟตຏวรຏของคอมพิวตอรຏ༛ระบบการติดตอ
งานธุรการ༛ตกใเม฿ชปຑจจัยหลักทีไสำคัญ༛พียงตຌองการ สืไอสาร༛รวมทัๅงนวทางหรือระบียบปฏิบัติ฿นการ฿ชຌ
การขับคลืไอนทีไถูกตຌองรวมถึงความชัดจน༛༛ อุปกรณຏหลานัๅน༛
ของนยบาย༛ซึไงปຓนปຑญหาทีไมักพบดยทัไวเปวาผูຌบังคับ ༛ การปฏิบัติการขาวสาร༛(Information༛Operations)༛
บัญชาจะยังเมมีความชืไอละหในวาการปฏิบัติการ༛༛ หมายถึง༛การปฏิบัติทีไมุงสรຌางผลกระทบหรือสรຌางอิทธิพล
ขาวสารจะปຓนสิไงทีไสามารถทำ฿หຌบรรลุวัตถุประสงคຏ༛༛ ตอกระบวนการตัดสิน฿จ༛ขาวสาร༛ละระบบสารสนทศ
ทางทหารเดຌจริง༛บทความนีๅจะบงออกปຓน༛๎༛สวน༛ ༛ ༛ ของฝຆายตรงขຌามหรือกลุมปງาหมายอืไน༛โ༛รวมเปถึง༛ ༛
สวนรกจะกลาวถึง༛ หลักการปฏิบัติการขาวสาร༛ ༛ ༛ การปฏิบัติพืไอปງองกันขาวสาร༛ละระบบสารสนทศ
พืไอสรຌางความขຌา฿จ฿นขัๅนตຌนกอน༛สวนทีไสอง༛จะกลาว ของฝຆายรา༛
ถึงการนำหลักการ༛ IO༛ เปสูการปฏิบัติจริงหรือ༛ ༛ ༛ ༛ สงครามขาวสาร༛(Information༛Warfare)༛หมายถึง༛
การวางผนการปฏิบัติการขาวสาร༛นัไนอง༛ การปฏิบัติการขาวสารทีไกระทำ฿นหຌวงของความ༛༛
༛ ขัดยຌงหรือ฿นหຌวงสงคราม༛ ทัๅงนีๅพืไอบรรลุหรือ
คำนิยามศัพท สนับสนุนวัตถุประสงคຏฉพาะอยาง฿ดอยางหนึไง༛
༛ กอนอืไนตຌองมาทำความขຌา฿จกับคำศัพทຏทีไจะ฿ชຌ༛ ༛ ༛
฿นบทความนีๅละทีไกีไยวขຌองพืไอเม฿หຌกิดความสับสน༛ หลักการปฏิบัติการข่าวสาร
༛
༛
ซึไงมีคำนิยามศัพทຏทีไควรทราบ༛ดังนีๅ༛ ༛ การปฏิบัติการขาวสาร༛(Information༛Operations༛
༛ ขาว༛(News)༛หมายถึง༛รืไองราว༛การพรรณนา :༛IO)༛หากอธิบาย฿นความหมายของสาขาการปฏิบัติการ
หตุการณຏทีไกิดขึๅนผานสืไอตาง༛โ༛ ทางทหาร༛IO༛ปຓนหลักการพืไอ฿ชຌ฿นการบูรณาการ༛༛
༛ ขาวสาร༛(Information)༛หมายถึง༛ขຌอมูลซึไงมี༛༛ ขาวสาร฿นทุก༛โ༛ดຌาน༛พืไอปกปງอง༛สนับสนุน༛ละ༛༛
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 29
การพิไมอำนาจกำลังรบ༛ดยมีปງาหมายพืไอ฿หຌฝຆายรามี จุดมุ่งหมาย (END) ฿นความหมายของการปฏิบัติ༛
อำนาจ฿นการควบคุมสนามรบ฿นวลาละตำบลทีไ༛༛ การขาวสาร༛ คือการบรรลุวัตถุประสงคຏ༛ IO༛ พืไอทำ฿หຌ༛
ทีไตຌองการดຌวยอาวุธรวมทัๅงทรัพยากรทีไมีอยูอยางหมาะสม༛ กิดผลกระทบหรือสรຌางอิทธิพลตอกระบวนการ༛
IO༛ปຓนการปฏิบัติการอยางตอนืไอง฿นการรวบรวม༛ ตัดสิน฿จขาวสารระบบสารสนทศของฝຆายตรงขຌาม༛
ขຌอมูลขาวสารพืไอนำขຌากระบวนการ༛ ยกยะ หรือกลุมปງาหมายอืไน༛ โ༛ รวมเปถึงการปฏิบัติปງองกัน༛
วิคราะหຏ༛ละนำเปสูภาคการกำหนดปຓนผนการ ขาวสาร༛ละระบบสารสนทศของฝຆายรา༛วัตถุประสงคຏ༛
ปฏิบัติการขาวสาร༛พืไอสนับสนุน฿หຌกิดความเดຌปรียบ IO༛สามารถบงออกปຓนระดับตาง༛โ༛ดังนีๅ
฿นการปฏิบัติการทางทหารของฝຆายรา༛ ༛ ํ.༛วัตถุประสงคຏ༛IO༛ระดับยุทธศาสตรຏ༛พืไอทำ฿หຌ
༛ IO༛ ปຓนหลักการทีไออกปຓนอกสารอยางปຓน ฝຆายตรงขຌามตกลง฿จผิดพลาด฿นระดับผูຌนำ༛
ทางการ༛ดย༛กระทรวงกลาหมสหรัฐฯ༛฿นป༛ค.ศ.๎์์๒༛ ༛ ๎.༛วัตถุประสงคຏ༛IO༛ระดับยุทธการ༛พืไอทำ฿หຌมีผลตอ
(Joint༛Publication༛3༛-༛13,༛Information༛Operation,༛ การวางผน฿นระดับผูຌบังคับบัญชาพืๅนทีไ༛หรือ༛กลยุทธ
Feb༛2006)༛อยางเรกใตามหลักการของ༛ กระทรวง บริวณของฝຆายตรงขຌาม༛༛
กลาหมสหรัฐฯ༛ซึไงปຓนผูຌคิดนัๅน༛มืไอจะนำมา฿ชຌประยชน ຏ ༛ ๏.༛ วัตถุประสงคຏ༛IO༛ระดับยุทธวิธี༛พืไอทำ฿หຌมีผล
ควรตຌองประยุกตຏ฿ชຌ฿หຌหมาะสมกับสภาพวดลຌอมละ ตอการปฏิบัติ฿นระดับหนวยปฏิบัติการ฿นสนาม༛༛
ขีดความสามารถทางดຌานทคนลยีสารสนทศละ༛ ༛ ของฝຆายตรงขຌาม༛
การสืไอสาร༛ความพรຌอมของบุคลากร༛วัฒนธรรมองคຏกร วิธีการ (WAY) ฿นความหมายของการปฏิบัติการ༛
ของตละหนวยงาน༛กใจะสามารถทำ฿หຌกิดประสิทธิผล ขาวสาร༛ คือ༛ นวความคิด฿นการปฏิบัติการขาวสาร༛
สูงสุด༛ ซึไงจะประกอบดຌวยองคຏประกอบยอย༛ดังนีๅ
༛ ปຑจจัยทีไสำคัญตอความสำรใจ฿นการปฏิบัติการ༛༛ ༛ ํ.༛ การกำหนดกลุมปງาหมาย༛(Target)༛คือ༛การ
ขาวสาร༛คือ༛การทีไผูຌบังคับบัญชา༛ตຌองมีความชืไอละ พิจารณาปງาหมายทัๅงฝຆายตรงขຌามละฝຆายราทีไหในวา
ศรัทธาอยางทຌจริงกอนวา༛ การปฏิบัติการขาวสาร༛༛ จะมีผลกระทบหรือทีไกีไยวขຌองกับวัตถุประสงคຏ༛IO༛༛ ༛
ตຌองปຓนขีดความสามารถหลักอยางหนึไงของกองทัพ༛ ทีไกำหนด༛
ละผูຌบังคับบัญชาจะตຌองทำ฿หຌผูຌ฿ตຌบังคับบัญชามีความ ༛ ๎.༛ การกำหนดประดในหลัก༛ (Theme)༛ คือ༛༛ ༛
ขຌา฿จ฿นหลักการ༛IO༛เป฿นทิศทางดียวกัน༛ ความตຌองการ฿หຌฝຆายตรงขຌามหรือฝຆายรามีการปฏิบัติ
༛ ฿นลำดับตอเปจะกลาวถึงองคຏประกอบละ༛༛ หรือมีนวคิดหรือความชืไอปຓนเปตามทีไฝຆายราตຌองการ༛
วงรอบของการปฏิบัติการขาวสาร༛ดยจะขอทียบคียง ༛ ๏.༛ กำหนดสิไงทีไสืไอถึงกลุมปງาหมาย༛(Message)༛
กับกรอบนวความคิดการกำหนดยุทธศาสตรຏของฮนรี༛ ༛ ༛ คือ༛การชีๅจง༛การปฏิบัติ༛ทาที༛หรือนืๅอหาของขาวสาร༛༛༛
ซี༛บารຏทลใต༛(Henry༛C,༛Bartlett)༛ทีไนักการทหารสวน฿หญ ทีไตຌองการจะสงเปถึงกลุมปງาหมาย༛ ลຌวทำ฿หຌ༛ ༛
จะคุຌนคยกันดี༛บารຏทลใตกำหนดองคຏประกอบสำคัญ฿น กลุมปງาหมายตีความชืไอตามประดในหลักนัๅน༛
การประมินยุทธศาสตรຏทหารทีไประกอบดຌวย༛ ༛ ༛ ๐.༛ กำหนดครงการ/กิจกรรม༛(Activity)༛คือ༛༛ ༛
การกำหนดจุดมุงหมาย༛(END)༛วิธีการ༛(WAY)༛ละ การปฏิบัติทีไกำหนดขึๅนพืไอปຓนชองทางทีไจะนำ༛
ครืไองมือทีไ฿ชຌ༛(MEAN)༛นอกจากนัๅนจะกลาวถึงการ฿ชຌ Message༛เปสูกลุมปງาหมาย༛
ทฤษฎีระบบทีไมีการประมินผลยຌอนกลับ༛(FEED༛BACK)༛ เครื่องมือที่ใช้ (MEAN) ฿นความหมายของการ༛
มากีไยวขຌองดຌวย༛ดยจะนำมาอธิบาย฿นความหมายของ ปฏิบัติการขาวสาร༛คือ༛ครืไองมือตาง༛โ༛ของราทีไจะนำ
การปฏิบัติการขาวสารเดຌดังนีๅ༛ เป฿ชຌขับคลืไอนนวความคิด฿นการปฏิบัติการขาวสาร
30 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
฿หຌบรรลุวัตถุประสงคຏ༛IO༛สำหรับครืไองมือตาง༛โ༛ทีไ฿ชຌ฿น ༛ ๎.༛ ขีดความสามารถสนับสนุน༛ (Supporting༛
การปฏิบัติการขาวสาร༛หรือทีไรียกวา༛ขีดความสามารถ༛ Capabilities)༛บงออกปຓน༛๑༛สาขาปฏิบัติการดังนีๅ༛
(Capabilities)༛นัๅน༛สามารถบงออกปຓน༛๏༛กลุม༛ซึไงมืไอ ༛ ༛ ๎.ํ༛ การประกันขาวสาร༛ (Information༛
ริไมการปฏิบัติตามผนลຌวจะตຌองมีการประสานการ Assurance༛;༛IA)༛คือ༛การทำ฿หຌกิดความมัไน฿จ฿นการ฿ชຌ
ปฏิบัติกันอยางตอนืไองละสอดคลຌองกัน༛ประกอบดຌวย༛ ประยชนຏขาวสารของฝຆายรา༛ ซึไงตຌองมีมาตรการ
༛ ํ.༛ ขีดความสามารถหลัก༛(Core༛Capabilities)༛ ปງองกันชิงลึก༛ดย฿ชຌคน༛การปฏิบัติ༛ละทคนลยี༛
บงออกปຓน༛๑༛สาขาปฏิบัติการดังนีๅ༛ พืไอประกันถึงความสามารถ฿นการอยูรอดละบรรลุ
༛ ༛ ํ.ํ༛การปฏิบัติการจิตวิทยา༛(Psychology༛ ภารกิจของฝຆายรา༛
Operations༛;༛PSYOP)༛คือ༛การปลีไยนปลงจตคติ ༛ ༛ ๎.๎༛ การรักษาความปลอดภัยทางวัตถุ༛
อารมณຏ༛ ละความรูຌสึกของกลุมปງาหมายตามทีไ༛ ༛ (Physical༛Security)༛คือมาตรการดຌานวัตถุทีไปງองกัน
ฝຆายราตຌองการ༛พืไอสรຌางขวัญละกำลัง฿จ฿หຌฝຆายรา༛ บุคคล༛มิ฿หຌขຌาถึงยุทธภัณฑຏ༛สิไงอำนวยความสะดวก༛
ขณะดียวกันกใทำลายขวัญละลดประสิทธิภาพของ วัตถุละอกสารตาง༛ โ༛ ดยเมเดຌรับอนุญาต༛ ละ
กลุมปງาหมายหรือฝຆายตรงขຌาม༛ ปງองกันการจารกรรม༛การกอวินาศกรรมตอครืไองมือ༛༛
༛ ༛ ํ.๎༛การลวงทางทหาร༛(Military༛Deception:༛ ทีไบรรจุขาวสารละระบบสารสนทศของฝຆายรา༛
MILDEC)༛คือ༛การทำ฿หຌฝຆายตรงขຌามขຌา฿จผิด฿นขีด ༛ ༛ ๎.๏༛การจมตีทางวัตถุ༛(Physical༛Attack)༛
ความสามารถของฝຆายราหรือการปฏิบัติของฝຆายรา༛ คือการสรຌางความสับสน༛ความสียหาย༛หรือทำลายปม
นຌนการทำความสับสนตอระบบการรวบรวมขาวสาร การบังคับบัญชาละควบคุมของฝຆายตรงขຌาม༛พืไอ฿หຌมี
ของฝຆายตรงขຌาม༛ ผลกระทบตอกำลัง฿จของฝຆายตรงขຌาม༛
༛ ༛ ํ.๏༛การรักษาความปลอดภัย฿นการปฏิบัติการ༛ ༛ ༛ ๎.๐༛ การตอตຌานขาวกรอง༛ (Counter༛
(Operations༛Security༛;༛OPSEC)༛คือ༛การกำหนดวา Intelligence༛;༛CI)༛คือการปกปງองขาวสารละระบบ
ขาวสาร฿ดของฝຆายราทีไฝຆายตรงขຌามตຌองการ༛༛༛ สารสนทศของฝຆายรา༛จากการกระทำของฝຆายตรงขຌาม༛
จะตຌองขัดขวางมิ฿หຌฝຆายตรงขຌามรับขาวสารสำคัญนัๅน༛ ซึไงผลจากการวิคราะหຏการตอตຌานขาวกรอง༛จะทำ฿หຌ
༛ ༛ ํ.๐༛การสงครามอิลใกทรอนิกสຏ༛(Electronic༛ สามารถรูຌถึงวิธีทีไขຌาศึก฿ชຌ฿นการรวบรวมขาวสาร༛
Warfare༛;༛EW)༛คือ༛การจมตีทางอิลใกทรอนิกสຏ༛การ ༛ ༛ ๎.๑༛ภาพถายการรบ༛(Combat༛Camera༛;༛
ปງองกันทางอิลใกทรอนิกสຏละการสนับสนุน༛༛ COMCAM)༛คือภาพถายการรบ฿นยุทธบริวณของฝຆายรา༛
การทำสงครามอิลใกทรอนิกสຏ༛พืไอปรับ༛ทำลายหรือ฿ช ຌ ละฝຆายตรงขຌามหรือบุคคลปງาหมาย༛ ฿ชຌพืไอการ
ประยชนຏยานคลืไนมหลใกเฟฟງาของฝຆายตรงขຌาม༛ละ ประชาสัมพันธຏ༛༛การปฏิบัติการจิตวิทยา༛༛ละ฿ชຌ฿นการ
ปງองกันสรี฿นการ฿ชຌยานคลืไนมหลใกเฟฟງาของฝຆายรา วิคราะหຏประมินคาความสียหายจากการรบ༛รวมทัๅง
฿นหຌวงวลาดียวกัน༛ ปຓนหลักฐานสำหรับการตຌยຌงทีไอาจกิดขึๅนภายหลัง༛༛༛
༛ ༛ ํ.๑༛การปฏิบัติการครือขายคอมพิวตอรຏ༛ ตจะตຌองมีการปງองกันละการประกันขาวสารตอ
(Computer༛Network༛Operations༛;༛CNO)༛คือ༛การจมตี༛ ภาพถายทีไสำคัญดຌวย༛ ༛
ครือขายคอมพิวตอรຏ༛การปງองกันครือขายคอมพิวตอรຏ༛ ༛ ๏.༛ ขีดความสามารถทีไกีไยวขຌอง༛ (Related༛
ละการ฿ชຌประยชนຏจากครือขายคอมพิวตอรຏทีไ Capabilities)༛บงออกปຓน༛๏༛สาขาปฏิบัติการ༛ดังนีๅ༛
กีไยวขຌอง༛พืไอสนับสนุนตอการปฏิบัติการของฝຆายรา༛ ༛ ༛ ๏.ํ༛การประชาสัมพันธຏ༛(Public༛Affairs༛;༛PA)༛
༛ ༛ คือการกระจายขาวสาร฿หຌกลุมปງาหมายฝຆายราทราบ
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 31
วาฝຆายราเดຌทำอะเรเป༛พืไอปຓนการลดการเบี่ยงเบน ปງาหมายทีไวางเวຌหรือเม༛ซึไงดยปกติ฿นตละผนงาน/
หรือลังลของกลุมปງาหมายของฝຆายรา༛ซึไงอาจกลับเป กิจกรรม༛จะกำหนดตัวชีๅวัดผลสำรใจเวຌ༛สำหรับกณฑຏ
สนับสนุนฝຆายตรงขຌามเดຌ༛ การประมินผลของงาน༛IO༛นัๅน༛สามารถบงออกปຓน༛ ༛
༛ ༛ ๏.๎༛การปฏิบัติการกิจการพลรือน༛(Civil༛ การวัดผลการปฏิบัติ༛(Measures༛of༛Performance༛;༛
Military༛Operations༛;༛CMO)༛คือการสรຌาง฿หຌกิดการ MoPs)༛ ฿นชิงปริมาณ༛ หมายถึง༛ จำนวนกิจกรรม༛ ༛
รวมรงรวม฿จระหวางประชาชนกับทหาร༛ทำ฿หຌกิด ทีไสามารถปฏิบัติเดຌตามผน༛ละการวัดประสิทธิผล༛
การสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารหรือการปฏิบัติ (Measures༛of༛Effectiveness༛;༛MoEs)༛฿นชิงคุณภาพ༛
อืไน༛โ༛ หมายถึง༛ กิจกรรมทีไปฏิบัติลຌวทำ฿หຌกิดผลกระทบ༛ ༛ ༛
༛ ༛ ๏.๏༛กลาหมสนับสนุนตอการทูตสาธารณะ༛ (Effect༛Based༛Operations༛;༛EBO)༛ตอฝຆายตรงขຌาม
(Defense༛Support༛to༛Public༛Diplomacy༛;DSPD)༛ ตามประดในหลัก༛(Theme)༛ทีไราตຌองการหรือเม༛จาก
คือการกระจายขาวสารทีไปຂดผยของรัฐบาลสูนานาชาติ༛ นัๅนนำผลการประมินมาวิคราะหຏละปรับผน฿หຌปຓน
พืไอทำความขຌา฿จละมีอิทธิพลตอปງาหมาย༛ดย฿ชຌ เปตามสถานการณຏปຑจจุบันทีไปลีไยนปลงเป༛ซึไงวงรอบ
ชองทางทัๅง฿นละตางประทศ༛ ดังกลาวจะปຓนการปฏิบัติตอนืไองจนกวาจะเดຌผลลัพธຏ
༛ การประเมินผลย้อนกลับ (FEED BACK) สุดทຌายทีไตຌองการ༛ดยสรุปสามารถกำหนดปຓนผนภูมิ
ปຓนการตรวจสอบละประมินผลการปฏิบัติ༛༛ กระบวนการ/วงรอบงานปฏิบัติการขาวสาร༛ดังนีๅ༛
อยางตอนืไอง༛ดยตรวจสอบผลลัพธຏทีไเดຌวาตรงตาม༛ ༛
แผนภูมิแสดงกระบวนการปฏิบัติการข่าวสาร
32 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
༛ จากหลักการดยทัไวเปของ༛IO༛ทีไกลาวมาลຌวนัๅน༛ จังหวัดชายดน฿ตຌ༛ ปຑญหา฿นพืๅนทีไอຌางสิทธิทับซຌอน༛༛
สามารถตอบคำถามสำคัญตอประดในทีไวางาน༛ IO༛ ทางบกกับประทศพืไอนบຌาน༛ปຑญหาละวิกฤติการณຏ
ของกองทัพรือควร฿หຌหนวย฿ดรับผิดชอบ༛ ซึไงมืไอ ตาง༛โ༛ทีไกิดขึๅนภาย฿นประทศ༛ปຓนตຌน༛༛༛
พิจารณาจากสาขาปฏิบัติการตาง༛โ༛ทีไรารียกวาปຓน ༛
ขีดความสามารถลຌวนัๅน༛กใจะหในเดຌวามีความสอดคลຌอง การวางแผนการปฏิบัติการข่าวสาร
กับหนวยงาน฿ดบຌาง༛฿นความปຓนจริงหนวยหลานัๅน༛ ༛ ༛ สำหรับขัๅนตอนของการวางผน༛IO༛ทีไจะกลาวถึง༛ ༛
฿นภาวะปกติกใเดຌปฏิบัติหนຌาทีไตามภารกิจหลักของ ตอเปนีๅปຓนการสรุป฿หຌหในภาพรวมของการวางผน༛IO༛
ตนองอยูลຌว༛ตสิไงทีไมีความตกตางกันระหวางงานทีไ พอสังขป༛ ดยจะยกตัวอยางจากกรณีศึกษารืไอง
หนวยปฏิบัติตามภารกิจกับงาน༛ IO༛ กใคือ༛ งาน༛ IO༛ “การแกไขปัญหาความขัดแย้งของเขตแดนและ
้
ตຌองการผลลัพธຏของการปฏิบัติตอปງาหมายทีไชัดจน༛ ༛ ༛ ผลประโยชนในพื้นที่อ้างสทธทางบกระหว่าง
ิ
ิ
์
มีตัวชีๅวัด༛ละปຓนงานทีไมิเดຌทำพียงลำพังหนวยงานดียว༛ ༛ ไทย - กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์” มาประกอบการอธิบาย
IO༛ปຓนการประสานสอดคลຌองกัน฿นระดับของสาขา พืไอความขຌา฿จเดຌงายขึๅน༛ทัๅงนีๅผลสัมฤทธิ่ของงาน༛IO༛นัๅน༛
ปฏิบัติการตาง༛โ༛ซึไงจำปຓนตຌองมีการวางผนรวมกัน༛ ขึๅนอยูกับความสามารถของทีมทำงาน༛ IO༛ ทีไมี
สำหรับ฿นสวนของรูปบบการทำงานนัๅนสามารถ ประสิทธิภาพ༛สำหรับกระบวนการวางผน༛IO༛สามารถ
กระทำเดຌหลายวิธี༛ตผลสุดทຌายตຌองสามารถสนับสนุน บงออกปຓนขัๅนตอนดังนีๅ༛
ภารกิจหรือการปฏิบัติการทางทหาร༛รวมทัๅงกิจฉพาะ ༛ ํ.༛การวิคราะหຏสถานการณຏฉพาะ༛คือ༛การรับรูຌถึง
ตาง༛โ༛ของหนวยเดຌ༛งาน༛IO༛ตຌองการ฿ชຌบุคลากรทีไมี สภาพวดลຌอมของฝຆายตรงขຌามวาฝຆายตรงขຌาม༛༛
คุณลักษณะฉพาะบางประการ༛ ชน༛มีความขຌา฿จ༛༛ มีลักษณะทางกายภาพ༛บุคคล༛ละความรูຌสึกนึกคิด
หลักการ༛IO༛มีความคิดริริไม༛༛มีความมัไน฿จทีไจะสนอความคิด อยางเร༛ปຓนลักษณะดียวกันกับการตรียมสนามรบ
นอกกรอบ༛ ภูมิ฿จทีไเดຌทำงานนีๅ༛ ทุมทละสียสละ༛ ดຌานการขาว༛(Intelligence༛Preparation༛of༛the༛
พราะงาน༛IO༛ปຓนงานทีไตຌองติดตามประมินผลละ Battlespace༛;༛IPB)༛ซึไงมีความจำปຓนตຌองรูຌลวงหนຌา฿น
ปรับปลีไยนกลยุทธຏอยูตลอดวลาตามสถานการณຏ ระยะทีไยาวนานกวาการตรียมสนามรบดຌานการขาว
ฉพาะทีไปลีไยนปลงเป༛ดังนัๅนงาน༛IO༛จำปຓนตຌองจัด สำหรับการวางผนทางยุทธการดยทัไวเป༛
ทีมทำงาน༛ดยคัดลือกบุคลากรทีไมีคุณลักษณะฉพาะ
ขຌางตຌน༛สำหรับหนวยทีไควรจะปຓนหนวยรับผิดชอบ
หลักนัๅน༛จากการสอบถามขຌอมูลจากหนวยขຌางคียง༛༛༛
฿นสวนของกองบัญชาการกองทัพเทย༛ละ༛กองทัพบก༛
จะกำหนด฿หຌฝຆายยุทธการปຓนจຌาภาพหลักทัๅง฿นระดับ
ของฝຆายสนาธิการรวม༛ กองทัพ༛ ละหนวยทีไปຓน༛ ༛
กองกำลังฉพาะกิจ༛สำหรับ฿นสวนของกองทัพอากาศ༛
จะจัดปຓนลักษณะทีมทำงานฉพาะซึไงจะ฿ชຌการ༛ ༛
ประสานการปฏิบัติกับหนวยงานดຌานยุทธการ༛การขาว༛
ละกิจการพลรือนปຓนหลัก༛ซึไง฿นปຑจจุบันกใเดຌมีการนำ
อาหลักการ༛IO༛มาประยุกตຏ฿ชຌกับสถานการณຏตาง༛โ༛ ༛ ༛
ทีไกิดขึๅนลຌว༛ชน༛ปຑญหาการกอความเมสงบ฿น༛ ๏༛ ทีมงาน IO ตรวจสอบสภาพแวดลอมของฝ่ายตรงขามในพื้นที่
เป้าหมายบริเวณปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 33
ประสานงานขอขอมูลข่าวสารจาก กองอำนวยการรักษาความมั นคงภายในราชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร
และ กองกำลังสุรนารี กองบัญชาการกองทัพภาคที่ ๒
༛ ๎.༛การวิคราะหຏภารกิจ༛คือ༛การประมินภารกิจ༛ ༛ ทัๅงฝຆายราละฝຆายตรงขຌาม༛
ทีไเดຌรับมอบพืไอกำหนดวัตถุประสงคຏละกิจของ༛ ༛ ༛ ༛༛-༛การประมินผล༛หมายถึง༛การวัดผลสำรใจของ
ผูຌบังคับบัญชา༛ประกอบดຌวยการกำหนดกิจของการ การปฏิบัติตาง༛โ༛฿นการปฏิบัติการขาวสารดຌวยกณฑຏ
ปฏิบัติการขาวสาร༛ขຌอจำกัดทีไกีไยวกับการปฏิบัติการ การวัดผลการปฏิบัติ༛(MoPs)༛ละการวัดประสิทธิผล༛
ขาวสาร༛วิคราะหຏขีดความสามารถการปฏิบัติการขาวสาร (MoEs)༛ดยมีตัวชีๅวัดทีไกำหนดเวຌ฿นตารางประสาน
ทีไมีอยูสำหรับภารกิจ༛กำหนดปງาหมายละรวบรวม สอดคลຌอง༛ พืไอประมินระดับความสำรใจของการ
ขຌอมูลปງาหมาย༛ ปฏิบัติการขาวสารอยางปຓนรูปธรรม༛
༛ ๏.༛การปฏิบัติ༛༛ประกอบดຌวย༛ ༛ ༛ ๏.๎༛ นวทางการปฏิบัติการขาวสาร༛ คือ༛ ༛ ༛
༛ ༛༛༛๏.ํ༛นวความคิด฿นการปฏิบัติ༛คือ༛การกำหนด การกำหนดทรัพยากร/ครืไองมือทีไ฿ชຌละองคຏประกอบ༛༛
ประดในตาง༛โ༛หลังจากการวิคราะหຏภารกิจ༛ดังนีๅ༛ ฿นประดในตาง༛โ༛ทีไจะนำเปกำหนดปຓนตารางประสาน
༛ ༛༛-༛จตนารมณຏ༛หมายถึง༛สิไงทีไผูຌบังคับบัญชาหรือ สอดคลຌอง༛IO༛ดังนีๅ༛
หนวยหนือตຌองการ฿หຌการปฏิบัติการขาวสาร༛สามารถ ༛ ༛༛-༛ขีดความสามารถการปฏิบัติการขาวสารทีไ฿ชຌ
สนับสนุนภารกิจหลักของหนวย༛ หรือสนับสนุนทีไกีไยวขຌอง༛(Capabilities)༛
༛ ༛༛-༛ผลลัพธຏสุดทຌายทีไตຌองการ༛หมายถึง༛ความสำรใจ ༛ ༛༛༛-༛การกำหนดประดในหลัก༛(Theme)༛
฿นการปฏิบัติการขาวสาร༛ พืไอสามารถสนับสนุน༛༛ ༛ ༛ ༛ -༛การกำหนดขຌอความ/การปฏิบัติทีไสืไอถึงปງาหมาย༛
การปฏิบัติภารกิจตามผนยุทธการของหนวยหนือ༛ (Message)༛
༛ ༛༛-༛วัตถุประสงคຏการปฏิบัติการขาวสาร༛หมายถึง༛ ༛ ༛༛-༛การกำหนดหนวย/บุคคลทีไกีไยวขຌองกับขีด༛ ༛
การทำ฿หຌฝຆายตรงขຌามหรือฝຆายรา༛ ปรับปลีไยน༛ ༛ ความสามารถหรือสนับสนุนละทีไกีไยวขຌอง༛
นวความคิดหรือสรຌางผลกระทบตอกระบวนการตัดสิน฿จ ༛ ༛༛-༛กำหนดหนวย/บุคคล/องคຏกร༛อืไน༛โ༛ทีไสามารถ
ของฝຆายตรงขຌาม༛ นำมามีสวนรวมบูรณาการทำงานดຌวย༛
༛ ༛༛ -༛ กลุมปງาหมาย༛ หมายถึง༛ พืๅนทีไปງาหมาย༛༛༛ ༛ ༛༛༛-༛กำหนดครงการ/กิจกรรม༛(Activity)༛
กลุมคนปງาหมาย༛สถานทีไ༛วัสดุ༛ละปຑจจัยวดลຌอม༛༛ ༛ ༛
34 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
๐.༛การกำหนดตารางประสานสอดคลຌอง༛IO༛(ยกตัวอยางจากกรณีศึกษา)
หมายหตุ༛การวางผนการปฏิบัติการขาวสาร༛จะตຌองพัฒนา༛(Theme,༛Message,༛Activity)༛เปตามหตุการณຏละ
สภาพวดลຌอมทีไปรับปลีไยนตลอดวลา༛ดยการผสมผสานองคຏประกอบละกิจกรรมอยางสอดคลຌองกับจตนารมณຏ
ของผูຌบังคับบัญชา༛
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 35
༛ ๑.༛ผนงานการปฏิบัติการขาวสาร༛
༛ ༛ ครงการ/กิจกรรม༛
༛ ༛ ༛ ๑.ํ༛ครงการ༛พิไมศักยภาพองคຏกรภาครัฐ༛(༛วัตถุประสงคຏ༛IO༛ทีไ༛ํ༛)༛
༛ ༛ ༛ ๑.๎༛ครงการ༛สานสัมพันธຏเทย༛-༛กัมพูชา༛(༛วัตถุประสงคຏ༛IO༛ทีไ༛๎༛)༛
༛
༛ ๒.༛ตารางกำหนดการ฿นการปฏิบัติ༛
36 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
༛ ๓.༛การรายงานผลการปฏิบัติการขาวสาร༛
༛ ༛ ༛ หนวย༛กองกำลังสุรนารี༛กอ.รมน.จ.สุรินทรຏ༛
༛ ༛ ༛ หຌวงวลา༛(มืไอปฏิบัติภารกิจสรใจสิๅน)༛
หมายหตุ༛ การรายงานผลฯ༛ ฿หຌหนวยปฏิบัตินำผลการปฏิบัติทีไกีไยวขຌองตามตารางประสานสอดคลຌอง༛ ༛
มารายงาน༛ดยจะตຌองประมินวากิดผลกระทบอยางเรตอปງาหมาย༛ปຓนเปตามวัตถุประสงคຏ༛IO༛ทีไตຌองการหรือเม༛
อยางเร༛ละควรจะตຌอง฿หຌขຌอสนอนะตอหนวยหนือ༛พืไอนำเปปຓนขຌอมูลสำหรับการปรับผนการปฏิบัติการ༛༛
ขาวสารตอเป༛
༛ ๔.༛คำนะนำ฿นการประสาน༛ บทส่งท้าย
༛ ༛ หนวยปฏิบัติตาง༛ โ༛ จัดทำรายละอียด฿หຌ ༛ การปฏิบัติการขาวสาร༛ถือวาปຓนสาขาปฏิบัติการ
สอดคลຌองกับนวทางการปฏิบัติตามผนทีไกำหนด༛ หนึไง฿นการปฏิบัติการทางทหาร༛ปຓนการริริไมทีไกิดขึๅน༛
༛ ๕.༛การสนับสนุน/ปຑจจัยหงความสำรใจ༛ นืไองจากสภาวะวดลຌอม฿นลกยุคปຑจจุบันทีไการพัฒนา
༛ ༛ การบริหารจัดการของหนวยปฏิบัติ฿นรืไอง ระบบขຌอมูลขาวสารมีความกຌาวหนຌาเปอยางรวดรใว༛༛༛
บุคลากร༛งบประมาณ༛ทรัพยากร༛ละการจัดการ༛ ༛ จนทำ฿หຌมีอิทธิพลตอการ฿ชຌชีวิตประจำวันละสังคม฿น
ทีไหมาะสมจะทำ฿หຌการปฏิบัติปຓนเปอยางมี ภาพกวຌาง༛เมวาจะปຓนหนวยงานดຌานความมัไนคงละ
ประสิทธิภาพละประสบผลสำรใจ༛ องคຏกรตาง༛โ༛มักจะสวงประยชนຏจากสิไงหลานีๅ༛฿นการ
༛ ํ์.༛การบังคับบัญชาละการสืไอสาร༛ กำหนด༛༛ ปฏิบัติตาง༛โ༛กองทัพรือจึงมิอาจจะปฏิสธความปຓนเป
ความรับผิดชอบปຓนระดับ༛ดังนีๅ༛ ของกระสขຌอมูลขาวสารนีๅเดຌ༛ถึงมຌวากองทัพรือจะ
༛ ༛ ํ์.ํ༛ระดับนยบาย༛(รัฐบาล༛กห.)༛ ดำรงความมุงมัไนทีไจะปฏิบัติหนຌาทีไตามภารกิจหนຌาทีไ
༛ ༛ ํ์.๎༛ระดับภูมิภาค༛(ทภ.๎༛สวนราชการ฿นพืๅนทีไ)༛ อยางตใมทีไลຌวกใตาม༛จนอาจจะกลาวเดຌวาปຓนหนวยงาน
༛ ༛ ํ์.๏༛ระดับทຌองถิไน༛(กองกำลังสุรนารี༛องคຏกร ทีไมีตຌนทุนทางสังคมคอนขຌางสูงหนวยงานหนึไง༛ ༛ ༛
ปกครองสวนทຌองถิไน)༛༛༛༛༛༛༛༛༛༛ ตอยางเรกใตามบางครัๅงการตัๅงรับตพียงอยางดียว༛
༛ สำหรับขัๅนตอนทีไกลาวถึงขຌางตຌนนัๅนปຓนพียง อาจจะเมพียงพอ฿นสภาวะการณຏละสภาพวดลຌอม
ตัวอยาง฿นการวางผน༛IO༛ซึไงปຓนกรอบอยางกวຌาง༛โ ฿นปຑจจุบันทีไมีความขัดยຌงกันอยางกวຌางขวางทัๅงภาย฿น
พืไอ฿ชຌปຓนนวทางทานัๅน༛฿นทางปฏิบัติหนวยสามารถ ประทศละระหวางประทศ༛มืไอวิคราะหຏดูลຌวความ
ทีไจะประยุกตຏ฿ชຌ฿หຌหมาะสมกับภารกิจละ༛༛ ขัดยຌงทีไกิดขึๅนลຌวนมีสาหตุมาจากนวความคิดทบ
สภาพวดลຌอมทีไตกตางกัน༛ ดยฉพาะอยางยิไง༛༛ ทัๅงสิๅน༛ ดังนัๅนหลักการของการปฏิบัติการขาวสาร༛༛ ༛
ครืไองมือตาง༛โ༛ทีไ฿ชຌ฿นการปฏิบัติการขาวสารทีไปຓน༛ ༛ ซึไงปຓนหลักการทีไ฿ชຌประยชนຏจากขาวสารละระบบ
ขีดความสามารถ༛ของหนวยนัๅน༛โ༛ สารสนทศอยางปຓนระบบ༛ พืไอปรับปลีไยนนว༛ ༛
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 37
ความคิดหรือทัศนคติของมนุษยຏ༛จึงปຓนสิไงทีไกองทัพรือ อยางปຓนระบบกใจะทำ฿หຌกลุมปງาหมายตาง༛โ༛ดย
สามารถทีไจะนำมาประยุกตຏ฿ชຌ฿หຌกิดประยชนຏพืไอ ฉพาะอยางยิไงฝຆายราองมีความขຌา฿จ฿นสถานการณຏ
สนับสนุนภารกิจหรืองานตาง༛โ༛ของกองทัพรือทัๅง฿น ละมีการรับรูຌขຌอมูลขาวสาร༛ขຌอทใจจริงกีไยวกับปຑญหาทีไ
ภาวะปกติละภาวะวิกฤติ༛นอกจากนัๅนยังจะสามารถ ปຓนเป฿นนวทางดียวกันกอน༛ซึไงจะทำ฿หຌกิดความปຓน
ตรียมการทีไจะรับมือกับปຑญหาตาง༛โ༛ทีไคาดวาจะกิด อกภาพของฝຆายรากอนทีไจะเปจรจาหรือชีๅจง༛ ༛
ขึๅน฿นอนาคตเดຌอีกดຌวย༛สิไงสำคัญทีไสุดทีไควรคำนึงถึงกใ ตอประชาคมลก༛พราะทาทีไผานมาประทศเทยกใมี
คือหลักการปฏิบัติการขาวสารควรจะตຌองถูกนำมา฿ชຌ฿น ประสบการณຏจากกรณีปຑญหาปราสาทขาพระวิหาร༛ ༛
ลักษณะชิงรุกมากกวาการตัๅงรับ༛กลาวคือรามักจะ มาลຌว༛ละสำหรับ฿นรืไองของพืๅนทีไอຌางสิทธิทับซຌอนทาง
กำหนดมาตรการกຌเขหรือตຌตอบกใตอมืไอ ก ิด ทะลกับประทศพืไอนบຌานนัๅน༛ดยทัไวเปลຌวผูຌทีไจะ฿หຌ
หตุการณຏทีไมีผลกระทบกับหนวยขึๅนลຌว༛ซึไงบางครัๅง ขຌอมูลขาวสารเดຌดีทีไสุดกใคือกองทัพรือ༛อยางเรกใตาม
อาจเมสามารถกຌเขผลกระทบทีไกิดขึๅนเดຌ༛ดังนัๅนรา ขอสรุปวา༛งาน༛IO༛กับกองทัพรือทีไกลาวมานัๅนมิ฿ชปຓน
ควรจะตຌองมองเป฿นอนาคตวาหนวยจะตຌองผชิญกับ รืไอง฿หมสียทัๅงหมด༛ตปຓนพียงการบริหารจัดการ༛ ༛
สถานการณຏ฿ดบຌางทีไจะมีผลกระทบตอภารกิจ༛จำปຓน ขีดความสามารถตาง༛โ༛ของกองทัพรือ༛ทีไมีอยูอยาง
จะตຌอง฿ชຌการปฏิบัติการขาวสาร฿นการสนับสนุนภารกิจ หมาะสมละปຓนระบบ༛ดยฉพาะรืไองบุคลากรของ༛
ตาง༛โ༛ตนิไนอยางเร༛ยกตัวอยางทีไขຌา฿จเดຌงาย༛โ༛ชน༛ กองทัพรือ༛ซึไงผูຌขียนมีความชืไอวามีศักยภาพพียงพอทีไ
การทีไกองทัพรือมีความจำปຓนจะตຌองจัดหายุทธปกรณຏ จะทำงาน฿นลักษณะนีๅเดຌอยางมีประสิทธิภาพละ
ทีไ฿ชຌงบประมาณสูงมา฿ชຌราชการนัๅน༛฿นการดำนินการ สามารถริไมปฏิบัติเดຌตัๅงต฿นภาวะปกติ༛༛༛
อาจจะมีหลายขัๅนตอนซึไง฿นบางขัๅนตอนอำนาจ฿นการ ༛ ฿นสุดทຌายผูຌขียนหวังวาบทความนีๅจะปຓน༛ ༛
ตัดสิน฿จขึๅนอยูกับผูຌบังคับบัญชาทีไอยูหนือขึๅนเป༛ราจึง องคຏความรูຌหนึไงทีไจะปຓนประยชนຏตอผูຌอานเดຌเมมาก༛ ༛
ตຌองมาวิคราะหຏวากลุมปງาหมายทีไกีไยวขຌอง༛(Target)༛ กในຌอย༛ละขอขอบคุณ༛ครู༛อาจารยຏ༛ทีไเดຌ฿หຌความรูຌละ
กับการจัดหายุทธปกรณຏนัๅนมี฿ครบຌาง༛ทำอยางเรทีไจะ คำนะนำ฿นการขียนบทความ༛ ตลอดจนผูຌจัดทำ
฿หຌกลุมปງาหมายนัๅนขຌา฿จละหในความสำคัญ༛ อกสารตาง༛โ༛ทีไปຓนองคຏความรูຌ฿นรืไองการปฏิบัติการ
(Theme)༛พืไอจะเดຌ฿หຌการสนับสนุน༛อะเรคือสิไงทีไจะสืไอ༛ ขาวสารทีไผูຌขียนนำมา฿ชຌอຌางอิง฿นบทความนีๅ༛
(Message)༛เปถึงกลุมปງาหมาย༛ละควรจะ฿ชຌครืไองมือ༛ ༛
(Mean)༛หรือทีไรียกวาขีดความสามารถ༛(Capabilities)༛ ༛
อะเรบຌาง༛ทีไจะสงผานสิไงทีไจะสืไอเปถึงกลุมปງาหมาย༛ อกสารอຌางอิง༛
ละสิไงสำคัญคือจังหวะละวลาทีไควรปฏิบัติ༛พืไอ฿หຌ -༛༛คูมือการปฏิบัติการขาวสาร༛สถาบันจิตวิทยาความมัไนคง༛สปท.บก.ทท.༛༛
สามารถ฿ชຌครืไองมือหรือทรัพยากรทีไมีอยูอยางหมาะสม༛ -༛༛หลักนิยมกองทัพเทย༛สำหรับการปฎิบัติการขาวสารรวม༛พ.ศ.༛๎๑๑ํ༛༛
คุຌมคา༛ละกิดความสอดคลຌองกับผลลัพธຏสุดทຌายหรือ -༛อกสารประกอบการบรรยายหลักสูตร༛การปฏิบัติการขาวสารรวมพืไอ
บรรลุภารกิจ฿นหຌวงวลาทีไตຌองการ༛ (End)༛ หรือ༛༛ ༛ ความมัไนคง༛สถาบันจิตวิทยาความมัไนคง༛สปท.บก.ทท.(ขสม.สจว.༛รุนทีไ༛ํ)༛
อีกตัวอยางหนึไง฿นกรณีกีไยวกับรืไองของขตดนละ ของ༛น.อ.สมจิตร༛กຌวนาค༛ละ༛น.อ.ประภาส༛สอน฿จดี༛༛ ༛
ผลประยชนຏ฿นพืๅนทีไอຌางสิทธิทับซຌอนทางทะลกับ -༛Joint༛Publication༛3-13༛,༛Information༛Operations༛,༛Feb༛2006༛,༛
ประทศพืไอนบຌานทีไมีนวนຌมจะกิดปຓนปຑญหาขึๅนเดຌ U.S.༛Department༛of༛Defense༛༛
฿นอนาคต༛ซึไงรืไองดังกลาวจะมีผลกระทบกับกองทัพรือ༛ -༛บทความรืไอง༛การปฏิบัติการขาวสาร༛ของ༛พ.อ.รศ.ดร.༛ศรษฐพงศຏ༛มะลิสุวรรณ༛
อยางหลีกลีไยงเมเดຌ༛ดังนัๅนหากนำหลักการ༛IO༛มา฿ชຌ (༛www.vcharkan.com)
38 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
กยิรา เจ กยิราเถนํ
จะทำสิ่งไร ควรทำจริง
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ี่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 39
น เดຌ อ าน หนังสื อทีไขียน กีไยว กับ༛ ขียนติดกันเปหมดปຓน༛
ผมนสดใจ฿นกรมหลวงชุมพรฯ༛มาหลายลม༛ กยิราจกยิราถน้༛
สังกตหในวามีผูຌขียนขຌอความ༛กยิรา༛จ༛กยิราถน้༛ ยกปຓน༛๎༛วรรค༛คือปຓน༛
ละมีขຌอความ༛จะทำสิไงเร༛ควรทำจริง༛ผิดผก༛ กยิราจ༛กยิราถน้༛
ตกตางกันเป༛จึงขอขียนรืไองนีๅขึๅนมาพืไอจะเดຌขียน฿หຌ มีบางหงยกปຓน༛๏༛วรรคหมือนกัน༛ตปຓน༛
ถูกตຌองหมือน༛โ༛กัน༛ กยิราจ༛กยิรา༛ถน้༛
༛ นาวาอก༛ทองยຌอย༛สงสินชัย༛อดีตผูຌอำนวยการ ซึไงเมถูกหลักการขียนภาษาบาลี༛
กองอนุศาสนาจารยຏ༛ กรมยุทธศึกษาทหารรือ༛ ༛
ปรียญธรรม༛๕༛ประยค༛ทานเดຌขียนเวຌ฿นนิตยสาร ༛ นาวาอก༛ทองยຌอย༛ทานเดຌ฿หຌความหในตอเปอีกวา༛
นาวิกศาสตรຏ༛ ฉบับดือน༛ พฤษภาคม༛ ๎๑๐๑༛ ༛ ༛ ༛ การทีไยกหรือเมยกขຌอความวา༛กยิรา༛จ༛
รืไอง༛ทีไมาของคาถา฿นตราประจำพระองคຏ༛อธิบาย กยิราถน้༛฿นตราประจำพระองคຏนัๅนอาจปຓนพราะ
ถึงขຌอความ༛กยิรา༛จ༛กยิราถน้༛มี฿จความสำคัญ สาหตุ༛๎༛ประการ༛คือ༛
ดังนีๅ༛༛ ༛ ประการรก༛ตราประจำพระองคຏทีไมีพืๅนทีไจำกัด
༛ ༛ รียกขຌอความ༛กยิรา༛จ༛กยิราถน้༛นีๅวา༛ หรือพืๅนทีไบังคับเมสามารถยกคำ฿หຌตรงกับหลัก༛ ༛ ༛ ༛
คาถา༛อานวา༛กะ༛ยิ༛รา༛จ༛กะ༛ยิ༛รา༛ถ༛นัง༛ ภาษาเดຌทุกคำ༛
༛ ༛ ปຓนวรรคหนึไงของคาถาภาษาบาลีซึไงมีตใม༛โ༛ ༛ ประการทีไสองคือ༛ ชางผูຌประดิษฐຏตราประจำ
๐༛วรรค༛(อันทีไจริงทานรียกวาบาท)༛ พระองคຏ༛เมสันทัดภาษาบาลี༛
ขຌอความตใม༛โ༛ทัๅง༛๐༛บาท༛มีดังนีๅ༛ ༛ สรุปเดຌวา༛ คาถาประจำพระองคຏภาษาบาลี༛
༛ ทีไถูกตຌอง༛ตຌองขียนวา༛
༛กยิรา༛จ༛กยิราถน้༛༛༛༛༛༛ทฬ ༛ฺหมน้༛ปรก༛ฺกม༛ ༛
༛สิถิล༛หิ༛ปริ༛༛ฺพพาช༛༛༛สว༛༛༛ภิยฺย༛อากิรต༛รช้༛ กยิรา༛จ༛กยิราถน้༛
༛ ༛ ༛ ༛
༛ ༛ คาถานีๅปຓนพระพุทธพจนຏนมีปรากฏ฿น༛ ༛ ตอเปจะขอกลาวถึงคำปลของคาถาภาษาบาลี༛ทีไ
พระเตรปຂฎก༛ เม฿ชถຌอยคำทีไ฿ครคนหนึไงตงขึๅน฿น༛ กรมหลวงชุมพรฯ༛ทรงปลปຓนภาษาเทยบຌาง༛พระองคຏ
ภายหลัง༛ ทรงปลเวຌวา༛
༛ ༛ ขຌอความนีๅองคຏบิดาของทหารรือเทยมิเดຌทรง ༛
คิดขึๅนอง༛ หากตวาปຓนถຌอยคำทีไหยิบยกมาจาก༛ ༛ จะทำสิไงเร༛ควรทำจริง༛
พระเตรปຂฎก༛ ༛ ༛
༛ ༛ ภาษาบาลีนิยมขียนยกปຓนคำ༛ โ༛ คาถา ༛ ปรากฏวามีผูຌขียนคำปล༛ จะทำสิไงเร༛
ประจำพระองคຏ༛จึงตຌองยกปຓนคำ༛โ༛คือตຌองขียนวา༛ ควรทำจริง༛ผิดผกตกตางกันเปชนกัน༛รวบรวมเวຌ
กยิรา༛จ༛กยิราถน้༛ เดຌ༛ดังนีๅ༛
༛ ༛ ฿นคาถาประจำพระองคຏทาทีไปรากฏมักขียน ༛
ตาง༛โ༛กัน༛ ༛
40 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
༛
จะทำสิไง฿ดควรทำจริง༛
จะทำสิไงเร༛ควรทำ฿หຌจริง༛
ทำสิไงเร༛ควรทำจริง༛
จะทำสิไงเร༛฿หຌทำจริง༛
ทำสิไงเร༛ควรทำ฿หຌจริง༛
จะทำสิไงเร༛ตຌองทำจริง༛
༛ ถຌาผูຌขียน༛ขียนขຌอความดังกลาวขຌางตຌนลຌว
บอกวาปຓนคำปลของผูຌขียนอง༛ กใสุดลຌวต༛ ตงปຓนภาษาเทยลຌวปลปຓนภาษาอังกฤษดຌวย༛ดังนีๅ༛
ผูຌขียน༛ ตถຌาขียนลຌวอຌางวาปຓนคำปลของ༛ ༛ ༛ ทำงานทำจริงจຌา༛ จงทำ༛
กรมหลวงชุมพรฯ༛กใตຌองขอบอกวา༛ผิด༛คำปล༛ ༛ ระหวางลนควรจำ༛ ลนทຌ༛
ทีไถูกตຌองของกรมหลวงชุมพรฯ༛คือ༛ ༛ หนทางชนนีๅนำ༛ ༛ ปຓนสุข༛
༛ ༛ กอ฿หຌกิดรืไนริงมຌ༛ ༛ นับถือ༛ทวีคูณ༛
จะทำสิไงเร༛ควรทำจริง༛ ༛ ༛ ༛༛༛Work༛༛while༛༛you༛༛work༛
༛ ༛ ༛༛ ༛ ༛༛༛Play༛༛while༛༛you༛༛play༛
༛ ดังมีหลักฐานปรากฏอยู฿นพระนิพนธຏรืไอง༛ ༛ ༛ ༛༛༛That༛༛is༛༛the༛༛way༛
ยุทธศาสตรຏทะล༛ทีไกรมหลวงชุมพรขตอุดมศักดิ่༛ ༛༛༛༛ ༛ ༛༛༛To༛༛be༛༛cheerful༛༛and༛༛gay༛
ทรงรียบรียง༛ ทูลกลຌาฯ༛ ถวายพระบาทสมดใจ ༛
พระมงกุฎกลຌาจຌาอยูหัว༛ มืไอวันทีไ༛ ํ༛ มษายน༛ ༛ ༛ ทุกสิไงทีไทำนัๅน༛ ༛ ควรตรอง༛
พ.ศ.๎๐๑๒༛༛ตอนจบลงทຌายวา༛ ༛ ดยนสุดทำนอง༛ ༛ ทีไรูຌ༛
༛ ༛ สิไง฿ดทำปຓนลอง༛ ༛ ครึไง༛ครึไง༛༛
........จะทำสิไงเร༛ควรทำจริง༛ ༛ สิไงนัๅนเมควรกูຌ༛ ༛ กอ฿หຌ༛ปຓนจริง༛
กยิรา༛จ༛กยิถน้༛ ༛ ༛ ༛༛༛All༛༛that༛༛you༛༛do༛
༛ ༛ ༛ ༛༛༛Do༛༛with༛༛your༛༛might༛
༛ (หมายหตุ༛อกสารตຌนฉบับพิมพຏตกคำวา༛รา༛เป ༛ ༛ ༛༛༛Things༛༛done༛༛by༛half༛
ทีไถูกตຌองคือ༛กยิราถน้༛ดูหลักฐานเดຌจากหนังสือ༛ ༛ ༛ ༛༛༛Are༛༛never༛༛done༛༛right༛
อาภากร༛ทิดพระกียรติ༛พลรืออก༛พระจຌาบรม ༛
วงศຏธอ༛ กรมหลวงชุมพรขตอุดมศักดิ่༛ ทຌายลม༛ สรุปลຌว༛ถຌาจะขียนถึงคาถาประจำพระองคຏทีไปຓนภาษา
รืไอง༛ ยุทธศาสตรຏทะล༛ หนຌา༛ ๐๓༛ คัดสำนา༛ บาลีละคำปลทีไปຓนภาษาเทยของกรมหลวงชุมพรฯ༛
จากอกสารรัชกาลทีไ༛๒༛฿นหอจดหมายหตุหงชาติ༛ ลຌวจะตຌองขียนวา༛
ฟງม༛ก.๎์.ํ/๎์)༛ ༛
༛ นอกจากกรมหลวงชุมพรฯ༛ จะทรงปลคาถา กยิรา༛จ༛กยิราถน้༛
ประจำพระองคຏภาษาบาลีปຓนภาษาเทยลຌว༛พระองคຏยัง จะทำสิไงเร༛ควรทำจริง༛
ทรงตงคลงทีไปຓนคติ฿หຌพระอรสละพระธิดาทองจำ༛
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ี่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 41
ตราประจำพระองค
ตราประจำพระองค พลรืออก༛พระจຌาบรมวงศຏธอ༛ ทะบียนธง༛ปຓนรูป༛พระอาทิตยຏทรงรถทียม༛
พระองคຏจຌาอาภากรกียรติวงศຏ༛ กรมหลวงชุมพร༛ ดຌวยราชสีหຏ༛มีทพบุตรปຓนสารถี༛ซึไงตางกับตรานีๅ༛
ขตอุดมศักดิ่ขຌา฿จวาทรงนำมาจากตรา฿น༛ธงประจำ ตรงทีไ฿นตรานีๅ༛เมมีสารถี༛(จากหนังสือ༛อาภากร༛
นายสือปຆาชัๅนสัญญาบัตร༛ ซึไงพระองคຏเดຌรับ ทิดพระกียรติ༛ พลรืออกพระจຌาบรมวงศຏธอ༛
พระราชทาน༛ มืไอทรงดำรงยศปຓน༛ นายหมูอก༛ พระองคຏจຌาอาภากรกียรติวงศຏ༛กรมหลวงชุมพรขต
฿นกองสือปຆา༛มืไอวันทีไ༛๎๎༛กรกฎาคม༛ร.ศ.༛ํ๏์༛ อุดมศักดิ่༛รืไอง༛พระประวัติละพระกรณียกิจของ༛
(พ.ศ.๎๐๑๐)༛ พลรืออก༛พระจຌาบรมวงศຏธอ༛พระองคຏจຌาอาภากร
༛ ลักษณะของธงทีไกลาวเวຌ฿น༛สมุดทะบียฬธง༛ กียรติวงศຏ༛กรมหลวงชุมพรขตอุดมศักดิ่༛฿นระหวาง
(อกสารรัชกาลทีไ༛๒༛฿นหอจดหมายหตุหงชาติฟງม༛ ทีไทรงออกจากประจำการ༛ํ๏༛มษายน༛พ.ศ.๎๐๑๐༛-༛
บ.ํ๒/ํ์)༛วา༛พืๅนธงสีดงชาด༛ลาย฿นธงปຓนรูป༛ ํ༛ สิงหาคม༛ พ.ศ.๎๐๒์༛ รวบรวมจากอกสาร༛
สุริยมณฑล༛ อยู฿นวงกลมขอบสีหลือง༛ มีอักษร༛ ราชการดย༛ พลรืออก༛ ประพัฒนຏ༛ จันทวิรัช)༛
ดຌานบนวา༛กยิรา༛จ༛กยิราถน้༛รูปทีไขียน฿นสมุด༛ ปຑจจุบัน฿ชຌปຓนตราประจำราชสกุลอาภากร༛
42 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
ตราประจำพระองคຏ༛ทีไปรากฏอยู฿นตำรายา༛พระคัมภีรຏอติสาระวรรค༛บราณะกรรมลปຑจจุบันนะกรรม༛
ของกรมหมืไนชุมพรขตรอุดมศักดิ่༛
เอกสารประกอบการเขียน
༛นิตยสารนาวิกศาสตรຏ༛พฤษภาคม༛พ.ศ.๎๑๐๑༛ ༛ ༛ หนังสือ༛ พระบิดาของกองทัพรือเทย༛
รืไอง༛ทีไมาของคาถา฿นตราประจำพระองคຏ༛ดย༛ ทีไระลึก฿นพิธีปຂดพระอนุสาวรียຏ༛ พลรืออก༛
นาวาอก༛ทองยຌอย༛༛สงสินชัย༛ พระจຌาบรมวงศຏธอ༛พระองคຏจຌาอาภากรกียรติวงศຏ༛
༛ ༛หนังสือ༛อนุสรณຏ฿นงานฌาปนกิจศพ༛หมอมมีๅยน༛ กรมหลวงชุมพรขตอุดมศักดิ่༛ณ༛วังนันทอุทยาน༛ถนน
อาภากร༛ ณ༛ อยุธยา༛ ณ༛ มรุวัดมกุฎกษัตริยาราม༛ อิสรภาพ༛ ขวงบຌานชางหลอ༛ ขตบางกอกนຌอย༛
วันทีไ༛ํ๒༛ธันวาคม༛พ.ศ.๎๑๎๓༛ กรุงทพมหานคร༛วันพุธทีไ༛ํ๕༛พฤษภาคม༛พ.ศ.๎๑๐๎༛
༛ ༛หนังสือ༛อาภากร༛ทิดพระกียรติ༛พลรืออก༛ ༛ ༛รืไอง༛กรใดลใก༛โ༛นຌอย༛โ༛ทีไมีความหมายมาก
พระจຌาบรมวงศຏธอ༛กรมหลวงชุมพรขตอุดมศักดิ่༛ กีไยวกับ༛ กรมหลวงชุมพรฯ༛ ดย༛ พลรือตรี༛ กรีฑา༛ ༛
วันทีไ༛ ํ๕༛ พฤษภาคม༛ พุทธศักราช༛ ๎๑๐๐༛ พรรธนะพทยຏ༛รวบรวม༛
พลรืออก༛ประสริฐ༛༛บุญทรง༛ผูຌบัญชาการทหารรือ༛ ༛
༛
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ี่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 43
พระราชนิเวศน์ อาคารส่วนบัญชาการ ๑ พระราชวังเดิม
หนึ่งรอยป
การกำลังพลทหารเร�อ
นาวาเอก กิตติพงศ ทิพยเสถียร
༛ งานดຌานกำลังพลหรือการบริหารจัดการคน༛ อาจถูกนำเป฿ชຌ฿นทางทีไผิดเดຌ༛
ปຓนงานทีไกำนิดขึๅนมาพรຌอม༛ โ༛ กับกองทัพรือ༛ ༛ ༛ ༛ ༛ ༛ เมคยลืม༛ภาพ฿นวันวาน༛วาคยพบ฿ครมากมาย༛
หากนับกันจริง༛โ༛ลຌว༛คงมากกวา༛ํ์์༛ป༛งานกำลังพล คยหัวราะรຌองเหຌ༛เมลืมวารานีๅมาจากเหน༛ความ༛
ปຓนงานทีไมีความสำคัญอยางยิไง༛ดยฉพาะกับหนวยงาน ทรงจำทีไดีวันวาน༛จะทอสานปຓนวัน฿หม༛บนหนทางกຌาวเป༛
ทางทหาร༛พราะเมวายุทธปกรณຏจะทันสมัยพียง฿ด เมลืมวารานีๅ༛มีทีไมา༛
กใตาม༛ หากขาดกำลังพลทีไมีความรูຌความสามารถ༛ ༛ สียงพลงบทหนึไง༛ววมา฿นชวงยในวันหนึไงของ
มีจิตวิญญาณความปຓนทหารอาชีพ༛ละมีคุณธรรม ตຌนดือนมกราคม༛พ.ศ.๎๑๑๒༛ขณะทีไผูຌคนริไมทยอย
จริยธรรมปຓนผูຌ฿ชຌงานลຌวเซรຌ༛ยุทธปกรณຏหลานัๅน༛ ดินลงจากอาคารกากหลังหนึไง฿นบริวณพระราชวังดิม
จะเมสามารถ฿ชຌงานเดຌอยางตใมประสิทธิภาพ༛หรือ༛ ผานกองอกสารละครุภัณฑຏตาง༛โ༛ทีไมัดกใบเวຌตามทางดิน
อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน
44 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
หนຌาหຌองตาง༛โ༛฿นตัวตึกปรียบสมือนสัญญาณตือนวา กองยุทธศาสตรຏ༛ ซึไงดิมปຓนผนก༛ ๑༛ ขึๅนปຓน༛
อีกเมกีไวันชาวกรมกำลังพลทหารรือกวา༛๎์์༛ชีวิต༛ กรมยุทธศาสตรຏทหารรือ༛ละ฿หຌผนก༛ทีไ༛ํ༛ขึๅนตรงตอ
กำลังจะยຌายถิไนฐานกันอีกครัๅงหนึไง༛ กรมยุทธศาสตรຏทหารรือ༛รูปการจัด฿นป༛พ.ศ.๎๐๒๐༛
༛ จากพระราชนิวศนຏสูพระราชวังดิมละ༛ ปຓนดังนีๅ༛
วังนันทอุทยาน༛ปຓนทีไมาของการปຓนกรมสามวังของ
กรมกำลังพลทหารรือ
วังที่หนึ่ง “พระราชนิเวศน” กรมเสนาธิการทหารเรือ
༛ กรมกำลังพลทหารรือ༛ตดิมมิเดຌมีฐานะปຓน༛
หนวยงานระดับกรม༛ตปຓนหนวยงานระดับผนก༛ กรมยุทธศาสตรทหารเรือ กรมยุทธศกษาทหารเรอ
ึ
ื
฿นกรมสนาธิการทหารรือ༛ซึไงขึๅนตรงตอกระทรวงทหารรือ - แผนกที่ ๑ (กำลังพล)
ดยจัดตัๅงขึๅนมืไอวันทีไ༛ ํ༛ มษายน༛ พ.ศ.๎๐๑๒༛ - แผนกที่ ๒ (การขาว)
ຏ
มีทีไทำการอยู฿นพระราชนิวศน (ปຑจจุบันปຓนทีไตัๅง - แผนกที่ ๓ (ยุทธการ)
ของกองรือลำนๅำ༛กองรือยุทธการ)༛กรมสนาธิการ༛ - แผนกที่ ๔ (แนวหลัง)
- แผนกที่ ๕ (แผนกตำรา)
ทหารรือ༛฿นขณะนัๅนมีรูปบบการจัดสวนงานบงปຓน༛ - แผนกที่ ๖ (กองวิทยุโทรเลข
๐༛ผนก༛เดຌก༛ผนก༛ํ༛(กำลังพล)༛ผนก༛๎༛(การขาว) ทหารเรือ)
ผนก༛๏༛(ยุทธการ)༛ละผนก༛๐༛(นวหลัง)༛ - แผนกที่ ๗ (ราชนาวิกสภา)
༛༛༛༛༛มຌ฿นระยะตอจากนัๅนมา༛การจัดสวนราชการ฿น
ิ
กรมสนาธการทหารรือ༛กระทรวงทหารรือ༛จะเดຌ
ปลีไยนปลงเปบຌางกใตาม༛ตยังคงมีผนก༛ํ༛(กำลังพล)
ขึๅนตรงตอกรมสนาธิการทหารรือรืไอยมา༛จน฿นป༛ ༛ ฿นป༛พ.ศ.๎๐๒๑༛༛พ.ศ.๎๐๒๓༛༛พ.ศ.๎๐๒๔༛ละ༛
พ.ศ.๎๐๒๐༛เดຌมีการปลีไยนปลงการจัดสวนราชการ༛ พ.ศ.๎๐๒๕༛เดຌมีการกຌเขการจัดสวนราชการ฿นกรม
฿นกรมสนาธิการทหารรือขึๅน฿หม༛ ดยเดຌสถาปนา༛ สนาธิการทหารรือรืไอยมาจนถึงวันทีไ༛ํ༛พฤศจิกายน༛
พ.ศ.๎๐๓๐༛เดຌยุบกระทรวงทหารรือปຓน༛༛༛กรมทหารรือ༛
เปขึๅนการบังคับบัญชากับกระทรวงกลาหม༛ตผนก༛
ํ༛กใยังคงปຓนหนวยขึๅนตรง༛กรมยุทธศาสตรຏทหารรือ
ตามดิม༛ละมืไอเดຌมีการปลีไยนปลงการปกครองมาปຓน
ระบอบประชาธิปเตย฿นวันทีไ༛๎๐༛มิถุนายน༛พ.ศ.๎๐๓๑༛
การจัดสวนราชการ฿นกรมทหารรือ༛เดຌปลีไยนปลงเป
บຌางดยเดຌยุบกรมยุทธศาสตรຏทหารรือ༛ละเดຌยຌาย
ผนก༛ํ༛มาปຓนหนวยขึๅนตรงกรมสนาธิการทหารรือ
จากนัๅนเดຌมีการปลีไยนชืไอจาก กรมทหารรือ ปຓน
กองทัพรือ༛มืไอวันทีไ༛๏์༛พฤศจิกายน༛พ.ศ.๎๐๓๒༛༛༛
ที่ทำการของแผนก ๑ ในบริเวณพระราชนิเวศน ์
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 45
ที่ทำการแห่งแรกของ แผนก ๑ ในบริเวณพระราชวังเดิม
วังที่สอง “พระราชวังเดิม”
ชวงประมาณป༛พ.ศ.๎๐๔๓༛กรมสนาธิการทหารรือ
เดຌยຌายทีไตัๅงจากพระราชนิวศนຏมายังสถานทีไทำงาน༛
หง฿หม฿นพระราชวังดิม༛(ทีไทำการของกรมสืไอสาร
ทหารรือ฿นปຑจจุบัน)༛༛
༛ จวบจนป༛ พ.ศ.๎๐๕๒༛ เดຌมีพระราชกฤษฎีกา༛
จัดวางระบียบราชการ฿นกองทัพรือขึๅน฿หม༛ดยบง
หนຌาทีไราชการ฿นกองทัพรือ༛ ออกปຓน༛ ๑༛ สวน༛ ที่ทำการกรมกำลังพลทหารเรือ พ.ศ.๒๕๐๐ - ๒๕๐๒
คือ༛ สวนอำนวยการ༛ สวนกำลังรบ༛ สวนบริการ༛
สวนการศึกษา༛ละสวนกิจการพิศษ༛กรมสนาธิการ
ทหารรือ༛ปຓนสวนอำนวยการ༛มีหนวยขึๅนตรงอยู༛๐༛กรม
คือ༛กรมกำลังพล༛กรมธุรการ༛༛กรมยุทธการ༛ละกรมสง
กำลังบำรุง༛฿นขณะนัๅน༛กรมกำลังพลทหารรือ༛มีหนวย
ขึๅนตรง༛๏༛กอง༛คือ༛กองการกำลังพล༛กองสมียนตรา༛ละ
กองทะบียนพล༛ตอมา฿นป༛พ.ศ.๎๐๕๔༛เดຌมีพระราช
กฤษฎีกาจัดระบียบราชการกองทัพรือขึๅน฿หม༛฿หຌมีผล
บังคับ฿ชຌตัๅงต༛วันทีไ༛ํ༛มกราคม༛พ.ศ.๎๐๕๔༛ปຓนผล฿หຌ
กรมสนาธิการทหารรือเดຌถูกยุบลิกเป༛กรมกำลังพล ที่ทำการกรมกำลังพลทหารเรือ พ.ศ.๒๕๐๒ - ๒๕๕๖
ทหารรือจึงปຓนกรมหนึไง฿นสวนบัญชาการ༛ขึๅนตรงตอ
กองทัพรือ ดิมชัๅนลาง༛(อาคารกรมสารบรรณทหารรือ฿นปຑจจุบัน)༛ ༛
มืไอวันทีไ༛ํ๎༛ธันวาคม༛พ.ศ.๎๑์์༛กรมกำลังพล ละเดຌยຌายทีไทำการอีกครัๅงเปอยูทีไอาคารสวน
ทหารรือ༛ เดຌยຌายทีไตัๅงอีกครัๅงหนึไง༛ ดยเดຌยຌาย༛ ༛ ༛ ༛ ༛ ༛ ༛ ༛ ༛ ༛ บัญชาการ༛ํ༛฿นบริวณพระราชวังดิมชัๅนนอก༛มืไอ
ทีไทำการเปอยูทีไอาคารกรมยุทธศึกษาทหารรือ༛ ดือนมีนาคม༛พ.ศ.๎๑์๎༛༛
46 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
วังที่สาม “วังนันทอุทยาน”
༛ จากการทีไอาคารสวน฿หญทีไปຓนทีไตัๅงของ༛
หนวยงานตาง༛โ༛฿นบริวณพระราชวังดิม༛มีอายุกวา༛
๒์༛ป༛༛ละพืๅนทีไคอนขຌางออัด༛กองทัพรือจึงเดຌ༛
อนุมัติ฿หຌสรຌางอาคารกองบัญชาการกองทัพรือ༛พืๅนทีไ༛
วังนันทอุทยาน༛ ดย༛ พลรืออก༛ กำธร༛ พุมหิรัญ༛
ผูຌบัญชาการทหารรือ฿นขณะนัๅน༛ เดຌปຓนประธาน༛ พิธีอัญเชิญพระพุทธรูป ฯ จากอาคารส่วนบัญชาการ ๑
วางศิลาฤกษຏ༛มืไอวันทีไ༛๕༛พฤศจิกายน༛พ.ศ.๎๑๑๎༛
วลา༛ํ์์๕༛༛ตัวอาคารสามารถปຂด฿ชຌราชการเดຌ฿น༛
วันทีไ༛๔༛มกราคม༛พ.ศ.๎๑๑๒༛ทัๅงนีๅกรมกำลังพลทหารรือ
เดຌยຌายขຌามาปฏิบัติราชการ฿นอาคารหงนีๅ༛มืไอวันทีไ༛ํ์༛
มกราคม༛พ.ศ.๎๑๑๒༛อันปຓนทีไมาของตำนานกรมสามวัง
ด ย เ ด ຌ ป ร ะ ก อ บ พ ิ ธ ี อ ั ญ ช ิ ญ พ ร ะ พ ุ ท ธ ร ู ป ป ร ะ จ ำ ༛
หนวยงาน༛ ธงชาติ༛ ละพระบรมฉายาลักษณຏ༛
จากทีไทำการดิม༛ (อาคารสวนบัญชาการ༛ ํ༛ พืๅนทีไ
พระราชวังดิม)༛เปยังอาคารกองบัญชาการกองทัพรือ༛
พืๅนทีไ༛วังนันทอุทยาน༛ชัๅน༛ํ༛ซึไงปຓนทีไทำการหง฿หม༛
฿นวลา༛์๓์์༛-༛์๔๏์༛༛
ผู้บังคับบัญชากล่าวบูชาพระรัตนตรัย ณ ที่ทำการแห่งใหม่
อาคารกองบัญชาการ กองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 47
พัฒนางานดานกำลังพลของกองทัพเรือ
༛ กรมกำลังพลทหารรือ༛เดຌพัฒนาระบบการบริหาร
กำลังพลอยางตอนืไอง༛ จากนวคิดทีไมองคนปຓน༛
ปຑจจัยการผลิตชนิดหนึไง฿นระดับดียวกับครืไองจักร༛
(Machine)༛༛วัสดุ༛(Material)༛ละงินทุน༛(Money)༛
ดยมุงนຌน฿นดຌานการบริหารพืไอ฿หຌคนสรຌางผลผลิต฿หຌ
องคຏกรอยางตใมทีไ༛ซึไงปຓนนวคิด฿นยุคของการบริหาร
งานบุคคล༛(Personnel༛Management)༛฿หຌปຓนระบบ
การบริหารทรัพยากรมนุษยຏ༛(Human༛Resource༛
Management)༛ทีไมองวาคนปຓนทรัพยากรทีไสำคัญ༛ ༛
มีสวนเดຌสวนสียตอความสำรใจขององคຏกร༛ควรจะมี
ปຑจจัยตาง༛โ༛พิไมมากขึๅน༛ชน༛ความผาสุก༛ความพึง
พอ฿จ༛ ความผูกพันตอองคຏกร༛༛ ละความมุงมัไน฿น༛
การทำงาน༛༛ควบคูเปกับการทำงานอยางมีอุดมคติ༛
สียสละ༛༛ทุมท༛มีความรับผิดชอบ༛ละมีจิตวิญญาณ
ความปຓนทหารอาชีพ༛ เดຌริไมพัฒนาระบบฐานขຌอมูลกำลังพล฿นป༛พ.ศ.๎๑๏๑
༛ ทัๅงนีๅ༛ กรมกำลังพลทหารรือ༛ เดຌนำวงรอบ༛ ดยริไม฿ชຌงานปรกรม༛Fox༛Base༛บนระบบปฏิบัติ
การบริหารกำลังพลของกองทัพรือ༛๑༛ขัๅนตอน༛คือ༛ การ༛ Dos༛ ทีไสดงขຌอมูลปຓนตัวอักษร༛ จนถึงป༛
การกำหนดความตຌองการละการจัดหากำลังพล༛ พ.ศ.๎๑๐๐༛ เดຌริไม฿ชຌระบบ༛ Visual༛ Fox༛ Pro༛
การ฿ชຌละการควบคุมกำลังพล༛การพัฒนากำลังพล༛ ทีไสามารถ฿ชຌงานบนระบบปฏิบัติการวินดวຏ༛ดยพิไมขีด
การอนุรักษຏกำลังพล༛ละการพຌนราชการ༛༛ซึไงนับวามี ความสามารถ฿นการสดงผลขຌอมูลละการจัดการ༛
รายละอียดทีไครอบคลุม฿นทุก༛โ༛ดຌาน༛ทัๅง฿นมิติของการ สารสนทศ༛ ชนสามารถดูรูปถายของกำลังพลเดຌ༛
บริหารงานบุคคล༛ละการบริหารทรัพยากรมนุษยຏ༛ ซึไงชวยอำนวยความสะดวก฿นการพิจารณาของผูຌบังคับ
มาพิจารณารวมกับนวคิดตามระบบบริหารจัดการ บัญชามากขึๅน༛จนถึงป༛พ.ศ.๎๑๐๕༛เดຌมีการพัฒนา༛
ภาครัฐนว฿หม༛ละกณฑຏการพัฒนาคุณภาพการ จนปຓนระบบสนับสนุนขຌอมูลการบริหารทรัพยากรบุคคล
บริหารจัดการภาครัฐมาจัดทำปຓนผนกลยุทธຏการ (Human༛Resource༛Management༛Information༛
บริหารทรัพยากรบุคคลกองทัพรือตามนวทาง Support༛System)༛หรือ༛HRMISS༛ทีไมีระบบงานยอย
HR Scorecard ༛นับปຓนกຌาวหนึไง฿นการยกระดับงาน ตาง༛โ༛ครอบคลุมทุกสาขาของงานกำลังพล༛ชนงาน
ดຌานกำลังพลของกองทัพรือ฿หຌขึๅนสูความปຓนมาตรฐาน ยຌายบรรจุ༛༛งานจัดทำบำหนใจประจำป༛งานงินพิไม
฿นระดับสากล༛ ละชวย฿หຌกองทัพรือมีกำลังพล༛ พิศษ༛งานครืไองราชอิสริยาภรณຏ༛งานทะบียนละ
ทีไมีคุณภาพ༛ มีคุณสมบัติตามคานิยมทีไกองทัพรือ ประวัติ༛งานการกำลังพลสำรอง༛ปຓนตຌน༛ทำ฿หຌการปฏิบัติ
กำหนด༛ละมีความพรຌอม฿นการปฏิบัติราชการทัๅงทาง งานมีความรวดรใวละถูกตຌองมากขึๅน༛รวมทัๅงผูຌบังคับ
รางกายละจิต฿จ༛อันจะสงผล฿หຌกองทัพรือปຓนกองทัพ บัญชาทุกระดับชัๅนละผูຌปฏิบัติงานดຌานกำลังพล༛
รือชัๅนนำ฿นภูมิภาค༛༛ สามารถรียกดูขຌอมูลละสารสนทศสำหรับ฿ชຌประกอบ
༛ สำหรับดຌานระบบทคนลยีสารสนทศนัๅน༛ การพิจารณาดำนินงานดຌานกำลังพล฿นทุกรูปบบ
48 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖