The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน ตุลาคม ๒๕๖๑

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-05-19 03:15:14

นาวิกศาสตร์ เดือน ตุลาคม ๒๕๖๑

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน ตุลาคม ๒๕๖๑




“…การทางานทุกอย่าง ย่อมต้องมีปัญหาข้อขัดข้องเกิดข้นบ้าง เป็นเร่องปรกติธรรมดา. แต่เมื่อ

เกิดข้นแล้ว จะต้องรีบปฏิบัติแก้ไข ไม่ปล่อยท้งไว้ให้เกิดความเสียหายแก่งานได้. ผู้ปฏิบัติบริหารงาน


จึงต้องเอาใจใส่ติดตามผลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด จักได้ทราบถึงปัญหาสาเหตุท่เกิดข้น และปฏิบัติแก้ไข

ได้ถูกต้องทันท่วงที. ...”



พระราโชวาท
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้ส�าเร็จการศึกษาจากสถาบันราชภัฏ
ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร

วันศุกร์ ที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๓๙ (ภาคบ่าย)

บรรณาธิการ แถลง



สวัสดีครับท่านสมาชิกฯ และผู้อ่านทุกท่าน





ผมขออนญาตรายงานตวเขาเปนบรรณาธการนตยสาร


นาวิกศาสตร์คนใหม่ครับ ซ่ง นาวาเอก จเร โฉมเฉลา
ได้รายงานตัวออกไปแล้ว ผมใคร่ขอขอบคุณท่าน
ท่ได้กรุณาวางแนวทางการดาเนินงาน สร้างทีมงาน





อีกท้งส่งมอบงานท่ต้องดาเนินการต่อ และปรับปรุง
นิตยสารนาวิกศาสตร์ให้ดีย่ง ๆ ข้นไป โดยผม


จะท�าหน้าที่รับผิดชอบตั้งแต่ฉบับนี้เป็นต้นไป


เร่มต้นปีงบประมาณใหม่ในเดือนตุลาคม แต่เน้อหาสาระต่าง ๆ ของนิตยสารนาวิกศาสตร์ท่จะดาเนินการต่อไปน้นยังคง





ไว้ซ่งความเป็นแบบแผนและเอกลักษณ์ ตามวัตถุประสงค์ของราชนาวิกสภาท่ได้สืบสานต่อเน่องกันมาอย่างยาวนาน

โดยผ่านการคัดกรองและพิจารณาจากคณะกรรมการราชนาวิกสภา ซ่ง พลเรือโท บัณฑิต จันทรโรจวงศ์

เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ เป็นนายกกรรมการฯ อันประกอบไปด้วย คณะกรรมการและท่ปรึกษาท่ล้วนเป็นผู้ท่มีประสบการณ์



ทางด้านบทความ และผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านประวัติศาสตร์ทางเรือ และความรู้ด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายอีกหลายท่าน














สาหรบในฉบับน มบทความท่น่าสนใจด้วยเนอหาท่หลากหลาย เช่น ประวตศาสตร์ของกองเรอยกพลขนบก

และยุทธบริการในด้านของเหตุผล แนวความคิด และข้นตอนการย้ายท่ต้งฯ จากพ้นท่บางนาไปยัง พ้นท่ใหม่










บริเวณฐานทัพเรือสัตหีบ ในเร่อง “การย้ายท่ต้งกองเรือยกพลข้นบกและยุทธบริการ” เขียนโดย











พลเรอตร ชาตชาย ทองสะอาด บทความทสงเสรมการศกษาเพมความร และความเปนมาเกยวกบเรอบรรทกเครองบน












“เรอบรรทุกเคร่องบน ทะเลจน อ่าวไทย มหาสมุทรอนเดียฯ” โดย นาวาเอก ภาณพนธุ์ รกษ์แก้ว






บทความท่กล่าวถึงยุทธศาสตร์ทางเรือและวิเคราะห์ความม่นคงทางทะเล ในเร่อง “กลุ่มประเทศ QUAD กับอาเซ่ยนฯ”








โดย นาวาโท ปัญญสร มีสมโสต นอกจากนนยังมบทความท่บอกเล่าถึงประวติศาสตร์ ในด้านของการรบ



และวีรบุรุษในสงครามในอดีต ด้วยเร่อง “จารึกไว้ในสงคราม เหรียญกล้าหาญจากสมรภูมิฝร่งเศส”


โดย พันทิวา และยังมีบทความข่าวสารท่ติดตามการพัฒนาความก้าวหน้าของกองทัพเรือประเทศต่าง ๆ ใน




“ข่าวนาวีรอบโลก” โดย นาวาเอก ธาตร ฟักศรีเมือง เป็นต้น ในปีงบประมาณใหม่น ผมใคร่ขอเชิญชวน



ท่านผู้อ่านท่ช่นชอบการถ่ายภาพ ได้มีส่วนร่วมในการนาเสนอภาพถ่ายของสถานท่ด้วยบรรยากาศ









ทสวยงามเพลนตาเชงท่องเทยว ในพนทหน่วยงานของกองทพเรอ ทสามารถให้บคคลภายนอกเข้าเยยมชม









หรือพักผ่อนได้กับคอลัมน์ “เขตทหารน่าเท่ยว Happy Work Place” โดยผมได้เปิดฤกษ์ด้วยภาพทะเล










ของอ่าวธรรมชาติยามอาทิตย์อัสดงกบเกาะช้างน้อย และป่าชายเลนอันอดมสมบูรณ์ในเขตพนทของฐานส่งกาลงบารง



ทหารเรือตราด ทัพเรือภาคท ๑ ซ่งเป็นหน่วยงานท่ผมดารงตาแหน่งเป็น ผู้บังคับการฐานส่งกาลังบารุงทหารเรือตราด






ทัพเรือภาคที่ ๑ ก่อนที่จะมารับหน้าที่บรรณาธิการนี้
ผมหวังเป็นอย่างย่งว่าท่านสมาชิกฯ และผู้อ่านทุกท่านจะได้รับทราบข่าวสารกิจกรรมของหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพเรือ

ได้รับสาระ ความรู้ และประวัติศาสตร์กับบทความต่าง ๆ จากนิตยสารนาวิกศาสตร์ฉบับนี้ไม่มากก็น้อย และท้ายสุดนี้








ผมขออวยพรให้ท่านสมาชิกฯ และผ้อ่านทกท่านจงมสขภาพร่างกายทแขงแรง พร้อมรับการเปลยนผ่านของอากาศ

จากฤดูฝนสู่ฤดูหนาวในช่วงนี้ด้วยครับ
น.อ.
(สมนึก กรอบค�า)
บรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์

สารบัญ



นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท บัณฑิตย์ จันทโรจวงศ์
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท โสภณ จงเรืองศรี
กรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี ไชยวุฒิ นาวิกาญจนะ
พลเรือตรี วิพันธุ์ ชมะโชติ ๑๒
พลเรือตรี วิชัย มนัสศิริวิทยา
พลเรือตรี วรพล ทองปรีชา
พลเรือตรี เบญญา นาวานุเคราะห์
พลเรือตรี สุทธินันท์ สมานรักษ์
พลเรือตรี กิตติคุณ นาคสุก
พลเรือตรี ปนต สุขนิจรัญ
พลเรือตรี สมชาติ สะตะ
พลเรือตรี สิทธิชัย ต่างใจ
พลเรือตรี กำาจร เจริญเกียรติ
พลเรือตรี สมเจตน์ คงรอด
กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา
นาวาเอก สมนึก กรอบคำา
เหรัญญิกราชนาวิกสภา บทความ
เรือเอก สุพจน์ บัวดิศ
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา
พลเรือโท สุพจน์ ภู่ระหงษ์ ๑๒ การย้ายที่ตั้งกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ
พลเรือโท กาญจน์ ดีอุบล
พลเรอโท พงษ์ศักดิ์ิ จุลกาญจน์ พลเรือตรี ชาติชาย ทองสะอาด



พลเรอตร บัญชา บัวรอด
พลเรอตรี อำานวย ทองรอด ๒๒ เรือบรรทุกเครื่องบิน ทะเลจีน อ่าวไทย มหาสมุทรอินเดีย

บรรณาธิการ - Aircraft Carriers that dominate today
นาวาเอก สมนึก กรอบคำา นาวาเอก ภาณุพันธ์ุ รักษ์แก้ว
ผู้ช่วยบรรณาธิการ
นาวาเอกหญิง ชไมพร วันเพ็ญ ๓๘ กลุ่มประเทศ QUAD กับอาเซียน
ประจำากองบรรณาธิการ ทิศทางความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาค
นาวาเอก วชิรพร วงศ์นครสว่าง

นาวาเอกหญง สีวิลา พิพัฒนนันท์ อินโด-แปซิฟิก
นาวาเอก ถุงเงิน จงรักชอบ นาวาโท ปัญญสิริ มีสมโสต
นาวาเอก สมริทธ์ งามสวย
นาวาเอก ธรรมนูญ วิเศษสิงห์ ๕๓ จารึกในสงคราม
นาวาเอก ธาตรี ฟักศรีเมือง
นาวาโทหญิง อรพรรณ นาคครุฑ “เหรียญกล้าหาญจากสมรภูมิฝรั่งเศล”
นาวาโทหญิง ศรุดา พันธุ์ศรี พันทิวา
เรือโท เกื้อกูล หาดแก้ว
เรือโท อัศฐวรรศ ปั่นจั่น
เรือตรีหญิง อภิธันย์ แก่นเสน
เรือตรีหญิง กฤตนัท เบญจฆรณีกุล
สำานักงานราชนาวิกสภา
ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย
กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒
๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘
s ส่งข้อมูล/ต้นฉบับได้ที่ [email protected]
s อ่านบทความเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ WWW.RTNI.ORG

คลังความรู้
คู่ราชนาวี





ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำาเดือน ตุลาคม ๒๕๖๑
คอลัมน์ประจำา

๒๒
๑ บรรณาธิการแถลง
๔ คุยกับกองบรรณาธิการ

๕ ภาพในอดีต
๖๕ ข่าวนาวีรอบโลก
๖๘ นานาสาระ
๗๐ A Mixed Bag of English
๗๒ พจนานุกรมศัพท์ชาวเรือ
๗๔ สุขภาพนาวี
๗๖ เกร็ดความรู้ด้านศาสนพิธี

๕๓ ๗๗ กฎหมายใกล้ตัว
๗๙ ภาพกิจกรรมกองทัพเรือ

๘๗ เขตทหารน่าเที่ยว Happy Work Place
๘๘ ประทีปธรรม
๘๙ การฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี
๙๑ มาตราน้ำา เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๑
เวลาดวงอาทิตย์ - ดวงจันทร์ ขึ้น - ตก
เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๑ - ธันวาคม ๒๕๖๑









ปกหน้าและปกหลัง พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว
ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ
ในปกหน้า พระราชดำารัส สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในปกหลัง เรื่องเล่าชาวเรือ

พิมพ์ที่ กองโรงพิมพ์ กรมสารบรรณทหารเรือ
เจ้าของ ราชนาวิกสภา
ผู้โฆษณา นาวาเอก สมนึก กรอบคำา
ผู้พิมพ์ นาวาเอก สมริทธ์ งามสวย








ข้อคิดเห็นในบทความที่นำาลงนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นของผู้เขียน มิใช่ข้อคิดเห็นหรือนโยบายของหน่วยงานใดของรัฐและมิได้ผูกพันต่อทางราชการแต่อย่างใด
ได้นำาเสนอไปตามที่ผู้เขียนให้ความคิดเห็นเท่านั้น การกล่าวถึงคำาสั่ง กฎ ระเบียบ เป็นเพียงข่าวสารเบื้องต้น เพื่อประโยชน์แก่การค้นคว้า

คุยกับกองบรรณาธิการฯ
















































สวัสดีค่ะท่านสมาชิกและผู้อ่านที่เคารพทุกท่าน กองบรรณาธิการฯ ขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับนายทหาร
ชั้นผู้ใหญ่ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ
โดยได้รับยศและตำแหน่งสูงขึ้น และเมื่อมีการเกษียณอายุราชการและโยกย้าย เก่าไป ใหม่มา จะต้องมีการรับส่งหน้าท ี่
ที่ต้องปฏิบัติกันตามระเบียบ ในวันที่ ๑ ตุลาคม ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นของปีงบประมาณ ในส่วนราชการ เมื่อพูดถึง “หน้าที่”
ทุกหน้าที่ล้วนมีความหมาย และการทำหน้าที่ต้องไม่เพียงทำเฉพาะหน้าที่ของตนเท่านั้น จงเข้าใจและทำในหน้าที่ของตน
และช่วยเหลือการงานของผู้อื่นด้วย ดังพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
รัชกาลที่ ๙ พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ความตอนหนึ่งว่า “ต่างคนต่างมีหน้าที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทำเฉพาะ
หน้าที่นั้น เพราะว่า ถ้าคนใดทำหน้าที่เฉพาะของตัวโดยไม่มองไม่แลคนอื่น งานก็ดำเนินไปไม่ได้ เพราะเหตุว่า งานทุกงาน

จะต้องพาดพิงกัน จะต้องเกี่ยวโยงกัน ฉะนั้น แต่ละคนจะต้องมีความรู้ถึงงานของผู้อื่น แล้วช่วยกันทำ” และนี่คือ
การประพฤติปฏิบัติตนที่เป็นประโยชน์และมีคุณค่ายิ่ง
ท้ายนี้...ไม่ว่าจะมีหน้าที่ใด ขอให้ทุกท่าน “จงทำงานให้สนุก และเป็นสุขเมื่อทำงาน ยิ้มรับด้วยใจเบิกบาน
จะพบพานแต่สิ่งดี” พบกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ








กองบรรณาธิการฯ

เรือตรีหญิง เบญจรัตน์ ดีกระจ่าง


















































วันที่ระลึกเรือดำน้ำ


ในวันที่ ๔ กันยายน ของทุกปี บรรดาทหารเรือไทยที่เคยประจำการในเรือดำน้ำ ได้ถือเอาวันนี้เป็นวันที่ระลึกเรือดำน้ำ
สำหรับสาเหตุที่ถือเอาวันนี้เป็นวันที่ระลึกเรือดำน้ำก็เนื่องมาจากในวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ.๒๔๘๐ เรือดำน้ำ ๒ ลำ
จากจำนวน ๔ ลำ ซึ่งสั่งต่อจาก บริษัทมิตซูบิซิ คือ เรือหลวงมัจฉานุ และ เรือหลวงวิรุณ ได้สร้างแล้วเสร็จ
ทางบริษัทก็พร้อมที่จะส่งมอบให้แก่ราชนาวีไทย ดังนั้นทหารที่ถูกจัดให้อยู่ประจำเรือทั้งสองลำนี้ จึงได้กระทำพิธีรับมอบ
และลงประจำเรือตั้งแต่วันนี้เป็นต้นมา
ถึงแม้กองทัพเรือจะปลดระวางประจำการเรือดำน้ำชุดนี้ไปแล้วก็ตาม แต่ในอดีตนั้นเรือดำน้ำเหล่านี้ได้เป็นเขี้ยวเล็บ

ที่เสริมสร้างกำลังรบทางทะเลของไทยให้เข้มแข็งจนเป็นที่กล่าวขวัญ และได้รับใช้ชาติอย่างสมบูรณ์ในกรณีพิพาทกับฝรั่งเศส
และในสงครามมหาเอเชียบูรพา


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำเดือน ตุลาคม ๒๕๖๑ ๕

ภาพจาก
หอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปิยมหาราชาร�าลึก

๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๑
ฉบัง ๑๖

พระองค์ทรงเป็นที่รัก พระนามประจักษ์

“ปิยมหาราชา”


สร้างบ้านแปลงเมืองนักหนา สุดพรรณนา

พระคุณล้นฟ้าเมืองไทย

ไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร วิเทโศบาย

มากมายทรงท�าบ�าเพ็ญ


น�าไทยให้ผ่านทุกข์เข็ญ ปรับปรุงจ�าเป็น

เปลี่ยนแปลงต่างต่างนานา

การศาลการศาสนา รถไฟประปา

ไฟฟ้ารถรางเรืองรอง


กระทรวงทบวงทั้งผอง ทรงไตร่ทรงตรอง

จนผุดจนผ่องอ�าไพ

โทรเลขไปรษณีย์เปลี่ยนไป รวดเร็วฉับไว

ยิ่งให้ส�านึกพระคุณ


เมตตาอารีการุญ ทรงฝักใฝ่บุญ

บ�าเพ็ญพระบารมี

ข้าพระพุทธเจ้าเหล่าราชนาวี จงรักภักดี

มิมีสุดสิ้นเสื่อมคลาย


อัญเชิญกุศลทั้งหลาย อีกบุญมากมาย

น้อมเกล้าถวายพระองค์

ขอพระทรงสถิตตรง พิมานด�ารง

เสวยสวรรค์นิรันดรเทอญ




ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า กองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์

(นาวาเอกธรรมนูญ วิเศษสิงห์ ร้อยกรอง)



ภูมิพลมหาราชาร�าลึก


เน่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพตร

๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๑

ฉบัง ๑๖


ถึงวันคล้ายวันสวรรคต รัฐได้ก�าหนด

บ�าเพ็ญพระราชกุศล

น้อมถวาย “พระภูมิพล” บุญบันดาลดล

ทั่วไทยพร้อมท�าบุญทาน

บ�าเพ็ญบุญให้โอฬาร อุฬาราการ


“เปตานะ ปูชา” เชิญ

ประชาแซ่ซ้องสรรเสริญ ร�าลึกเหลือเกิน

ทุกความดีงามพระองค์


“พ่อสอนพ่อสั่ง” ยังคง ปฏิบัติตรง

ตามค�าพ่อทุกประการ

เศรษฐกิจพอเพียงประทาน สร้างไทยสราญ

จนรู้รักสามัคคี

แก้มลิงกักน�้าอย่างดี ค�าสอนมากมี


น้อมน�าบ�าเพ็ญเพิ่มพูน

“ศาสตร์พระราชา” เกื้อกูล แม้โศกาดูร

ก็ยังสุขทั่วแดนไทย


“สองปี” พระพ่อเสด็จไป สวรรคาลัย

ดาวเรืองมิเคยโรยรา

ราชนาวีบูชา น้อมกุศลมา

ทักษิณานิจนิรันดร





ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า กองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์

(นาวาเอกธรรมนูญ วิเศษสิงห์ ร้อยกรอง)

ประวัติ
พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์
ผู้บัญชาการทหารเรือ


วัน เดือน ปี เกิด ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๓
บิดา นายบุญช่วย รุดดิษฐ์
มารดา นางบุญล้อม รุดดิษฐ์
การศึกษา โรงเรียนเตรียมทหาร (รุ่นที่ ๑๘)
โรงเรียนนายเรือ (รุ่นที่ ๗๕)

หลักสูตรต้นหนและนายทหารศูนย์ยุทธการ
หลักสูตรนายทหารการสื่อสาร
หลักสูตรนายทหารกวาดทุ่นระเบิด
หลักสูตรนายทหารพรรคนาวิน(รุ่นที่ ๒๗) โรงเรียนพรรคนาวิน สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง
หลักสูตรผู้บังคับการเรือและยุทธวิธีผิวน�้า
หลักสูตรเสนาธิการทหารเรือ โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง
วิทยาลัยการทัพเรือ สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย
การศึกษาทางทหารที่ส�าคัญ (ต่างประเทศ)

หลักสูตร MINE COUNTERMEASURE INTERNATIONAL OFFICER และ MINE WARFARE
ORIENTATION OFFICER ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา
หลักสูตร MARITIME SECURITY ณ เครือรัฐออสเตรเลีย

ต�าแหน่งที่ส�าคัญ
นายทหารประจ�าเรือ เรือหลวงถลาง กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ

ต้นหน เรือหลวงถลาง กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ
ต้นปืน เรือหลวงแม่กลอง กองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ
นายทหารสื่อสาร กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ
ผู้บังคับการเรือหลวงท่าดินแดง (ล�าแรก) กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ
ต้นเรือ เรือหลวงโพสามต้น กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ
นายทหารประจ�ากอง กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ
ผู้บังคับการเรือ เรือหลวงบางระจัน กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ
หัวหน้าแผนกวิจัยและพัฒนาหลักนิยมในการรบ กรมยุทธการทหารเรือ
นายธงรองผู้บัญชาการทหารเรือ

นายทหารฝ่ายเสนาธิการ ประจ�าผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ
ผู้บังคับการเรือ เรือหลวงเจ้าพระยา หมวดเรือที่ ๑ กองเรือฟริเกตที่ ๒ กองเรือยุทธการ
ผู้บังคับการเรือ เรือหลวงนเรศวร หมวดเรือที่ ๓ กองเรือฟริเกตที่ ๒ กองเรือยุทธการ
ผู้บังคับหมวดเรือที่ ๒ กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ
ผู้อ�านวยการกองการศึกษา กรมก�าลังพลทหารเรือ
เสนาธิการกองเรือฟริเกตที่ ๒ กองเรือยุทธการ
รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ ๓

รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ
ผู้บัญชาการกองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ
ผู้อ�านวยการศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ (อัตรา พลเรือโท)
ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ
เสนาธิการทหารเรือ
รองผู้บัญชาการทหารเรือ

เครื่องราชอสริยาภรณ์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้น ๑ ประถมาภรณ์ช้างเผือก
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้น ๑ ประถมาภรณ์มงกุฎไทย

กีฬา
กรีฑา




การย้ายท่ต้งกองเรือยกพลข้นบกและยุทธบริการ



โดย พลเรือตรี ชาติชาย ทองสะอาด






























กองบัญชาการ ๔ กองเรือ พื้นที่บางนา เมื่อเริ่มจัดตั้งปี พ.ศ. ๒๔๙๖


กล่าวน�า

วันศุกร์ที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้ถูกบันทึกไว้ และเพ่อให้มีการบันทึกข้อมูลประวัติหน่วยงานของ




ในประวัติศาสตร์หน้าหน่งของกองทัพเรือเน่องจาก กองทัพเรือไว้ในแหล่งท่สามารถสืบค้นได้เม่อเวลาผ่านไป








กองเรือยกพลข้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ เปนเวลานาน การนผูเขยนไดรบความกรณาดานขอมลประวต ิ










หรือเดิมคือ กองเรือบริการ ได้ย้ายท่ต้งจากพ้นท่บางนา ความเป็นมาของกองทัพเรือ กองเรือยุทธการ และกองบัญชาการ



หรือกองบัญชาการ ๔ กองเรือเดิม ซ่งอยู่มาเป็นเวลา ๔ กองเรือ จาก คุณคร พลเรือโท ทนง ศิริรังษ (อดีตผู้บัญชาการ


ถึง ๖๕ ปี ไปยังพ้นท่ใหม่บริเวณท่าเรือแหลมเทียน กองเรือยกพลข้นบกและบริการ) พลเรือตร กรีฑา พรรธนะแพทย์


ฐานทัพเรือสัตหีบ ถือเป็นกองเรือสุดท้ายของ ๔ กองเรือ และกองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์ ผู้เขียนจึงขอ



ทย้ายออกจากพนทบางนาต่อจากกองเรอตรวจอ่าว ขอบพระคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้





และกองเรือปราบเรือดานา (กองเรือฟริเกตในปัจจุบัน) ในด้านเนื้อหาของบทความนี้ ผู้เขียนจะเริ่มต้นด้วย


ท่ย้ายไปสัตหีบ และกองเรือทุ่นระเบิดท่ย้ายไปตาบล การกล่าวถึงเหตุผลของการย้ายท่ต้งกองเรือยกพลข้นบกฯ







แหลมฟ้าผ่า อาเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ จากน้นจะกล่าวถึง แนวคิดในการย้าย การเตรียมการย้ายท่ต้ง




การเขียนบทความน ผู้เขียนมีวัตถุประสงค์เพ่อให้ และองค์ประกอบสาคัญของการย้ายท่ต้ง หลังจากน้น









กาลังพลของกองทัพเรือและบุคคลภายนอกท่สนใจได้รับทราบ จะกล่าวถงขนการเคลอนย้าย และจบด้วยขนการทาให้















ข้อมลเกยวกบการย้ายทตงของกองเรอยกพลขนบกฯ ที่ตั้งใหม่มีความพร้อมในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง



12 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑

อาคารกองบัญชาการกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการเดิม พื้นที่บางนา

เหตุผลของการย้าย แนวคิดในการย้าย



กองทัพเรือได้อนุมัติหลักการเม่อเดือนมีนาคม พ.ศ. เม่อผู้เขียนได้รับหน้าท่ผู้บัญชาการกองเรือยกพล







๒๕๖๐ ให้กองเรือยกพลข้นบกฯ ย้ายท่ต้งจากพ้นท ่ ี ข้นบกฯ เม่อวันท ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ และต้อง












บางนาไปทตงแหงใหม่พนทท่าเรือแหลมเทียน ฐานทพเรอ ทาหน้าท่ย้ายท่ต้งหน่วยตามท่กองทัพเรืออนุมัต ก็ได้ร่วมกับ










สัตหีบ และให้ กองเรือล�าน�้า กองเรือยุทธการ ย้ายที่ตั้ง ฝายอานวยการของกองเรอรวบรวมและศกษา อนมติ สงการ







จากเขตบางกอกน้อยมาพ้นท่บางนาแทน เพ่อให้ และข้อมูลเก่ยวกับการย้ายท่ต้งของกองเรือยกพลข้นบกฯ








กองเรือยกพลข้นบกฯ มีท่ต้งอยู่ใกล้กับพ้นท่ปฏิบัติการ ท้งหมด และได้พิจารณาภารกิจและงานท่กองเรือ




มากย่งข้น เป็นการลดระยะเวลาในการเดินทางลง ยกพลข้นบกฯ ได้รับมอบท้งหมดแล้วเห็นว่า เน่องจาก











และเพ่อให้การควบคมบงคบบญชาเรือขนาดใหญ่ มีเรือนามันและเรือลากจูงของกองเรือยกพลข้นบกฯ











ของกองเรือยกพลข้นบกฯ ท่มีท่ต้งปกติอยู่ท่สัตหีบ จานวน ๔ ลา ต้องสนับสนุนการรับ-ส่งนามันเช้อเพลิง




มประสทธภาพมากย่งขน รวมทงเพ่อให้การปฏบติงาน และการเข้าเทียบ-ออกจากเทียบของเรือในพ้นท ่ ี










และการฝึกร่วมกับหน่วยท่เก่ยวข้องโดยเฉพาะ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ประกอบกับท่าเทียบเรือท ี ่

อย่างย่งการปฏิบัติการสะเทินนาสะเทินบก และการ ฐานทัพเรือสัตหีบมีขีดจากัดในการจอดเรือของเรือ




ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย กองเรือยุทธการในปัจจุบัน อีกท้งท่พักอาศัยท่สัตหีบ








(HA/DR) ทาได้สะดวกย่งข้น เช่น หน่วยบัญชาการ ท่สามารถรองรับกาลังพลของกองเรือยกพลข้นบกฯ

นาวกโยธิน กองการบนทหารเรือ กองการฝึก ในการย้ายท่ต้งมีจากัด กองเรือยกพลข้นบกฯ









กองเรือยุทธการ กองเรือตามประเภทอ่น ๆ กรมก่อสร้าง จึงได้กาหนดแนวคิดในการย้ายท่ต้งในปีงบประมาณ
และพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบ หน่วยบัญชาการต่อส้ ู ๒๕๖๑ น เป็นการย้ายกองบัญชาการเป็นหลัก





อากาศยานและรกษาฝง และหนวยขนตรงกองทพเรออน ๆ โดยคงท่ต้งปกติของเรือกองเรือยกพลข้นบกฯ










นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 13








(พ้นท่สัตหีบจานวน ๑๓ ลา พ้นท่บางนาจานวน ๑๕ ลา) ยกพลข้นบกฯ และโครงการพิพิธภัณฑ์ทหารเรือแห่งใหม่












และกาลังพลของเรือในปัจจุบันเอาไว้ก่อน และให้ม ี ท่ใช้พ้นท่กองเรือลานาฯ เดิม ซ่งการย้ายท่ต้งของกองเรือ


หน่วยควบคุมบังคับบัญชาและสนับสนุนเรือท่จอดอยู่ ยกพลข้นบกฯ มีผลโดยตรงต่อการย้ายท่ต้งของหน่วย



ท่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพ่อให้มีความเป็นไปได้ใน และการก่อสร้างของโครงการดังกล่าว รวมท้งพิจารณา


การดาเนินการ ซ่งกองทัพเรือได้อนุมัติให้ดาเนินการ ความก้าวหน้าของการก่อสร้างอาคารกองบัญชาการ










ตามแนวคิดในการย้ายน ท้งน้ผู้เขียนได้ต้งวัตถุประสงค์ กองเรือยกพลข้นบกฯ แห่งใหม่ เพ่อประกอบการ


เอาไว้อย่างแน่วแน่และชัดเจนว่า การย้ายท่ต้งกองเรือ วางแผนการย้ายจนได้แผนการย้ายท่ประกอบด้วย


ยกพลขนบกฯ ในครงนจะตองทาใหหนวยสามารถปฏบต ิ ๓ ข้นตอน ได้แก่ ข้นเตรียมการ (พฤศจกายน พ.ศ. ๒๕๖๐
















ภารกิจท่ได้รับมอบและสามารถดารงขีดความสามารถ - มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑) ขั้นการเคลื่อนย้าย (กรกฎาคม










ของหน่วยไว้ได้ รวมท้งสามารถพัฒนาหน่วยไปสู่ความเป็น พ.ศ. ๒๕๖๑) และขนการทาทตงใหม่ใหพร้อมปฏิบตงาน



“หน่วยกาลังรบทางเรือท่มีความพร้อมสูงสุดในการ อย่างต่อเนื่อง (สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑) ซ่งกองเรือยกพล

ปฏิบัติการสะเทินนาสะเทินบก ยุทธบริการ และ ข้นบกฯ ได้ใช้เป็นแผนงานหลักในการย้ายที่ตั้งให้เป็นไป






สนับสนุนการบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล” ตามวิสัยทัศน์ ตามกาหนด การน้ได้วิเคราะห์หาองค์ประกอบสาคัญท ี ่

ของหน่วยต่อไปได้ มีผลต่อความสาเร็จในการย้ายท่ต้ง และได้ดาเนินการ



การเตรียมการย้าย ให้องค์ประกอบสาคัญดังกล่าวเกิดข้นซ่งจะได้กล่าวใน





การย้ายท่ต้งหน่วยถือเป็นเร่องท่ยากมาก โดยเฉพาะ รายละเอียดต่อไป การวางแผนข้างต้นน้ถือเป็นหัวใจ





อย่างย่งหน่วยท่อยู่ในท่ต้งเดิมมาเป็นระยะเวลานาน ส�าคัญในการด�าเนินการย้ายที่ตั้งในครั้งนี้




ซ่งกองเรือยกพลข้นบกฯ จัดอยู่ในกลุ่มดังกล่าวด้วย ๒. การจัดองค์กร (Organizing) และ การจัดคนทางาน







เน่องจากกาลังพลส่วนใหญ่มีท่พักอาศัยอยู่ในพ้นท ี ่ (Staffing) แมหน่วยงานทางทหารจะมโครงสร้างองคกร


กรุงเทพฯ และปริมณฑล สมาชิกในครอบครัวทางานและ ที่มีฝ่ายต่าง ๆ รับผิดชอบงานครบถ้วนทุกสาขาแล้ว เช่น



ศึกษาเล่าเรียนอยู่ในพ้นท่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ทุกคน กาลังพล ข่าว ยุทธการ ส่งกาลังบารุง ส่อสาร งบประมาณ ฯลฯ










จึงต้องปรับตัวไปตามการย้ายท่ต้งหน่วยซ่งเป็นความ แต่การย้ายท่ต้งเป็นงานเฉพาะท่ต้องการคนท่มีความ



จาเป็นของทางราชการ รวมท้งการย้ายท่ต้งจาเป็นต้องม ี สามารถในหลายฝ่ายมาร่วมกันทางาน และระบบงานปกต ิ



ที่พักอาศัย ณ ที่ตั้งใหม่รองรับก�าลังพลที่จะย้ายมาอย่าง ไม่สามารถทาได้อย่างมีประสิทธิภาพ กองเรือยกพล



พอเพียง นอกจากน้นจะต้องมีสถานท่ปฏิบัติงานใหม่ท ี ่ ข้นบกฯ จึงได้ลงคาส่งแต่งต้งให้นายทหารสัญญาบัตร










พร้อมปฏบตภารกิจได้อย่างต่อเนองเมอหน่วยย้ายเข้า ของกองเรอเป็น คณะกรรมการเตรียมการและดาเนินการ



มาแล้ว ดังนั้น กองเรือยกพลขึ้นบกฯ จึงได้น�าหลักการ ย้ายท่ต้งข้นเพ่อทาหน้าท่ท้งการเตรียมการย้าย







บริหาร POSDCORB มาใช้ในการย้ายท่ต้งเพ่อให้การ และดาเนินการย้ายเพ่อให้เกิดความต่อเน่อง ซ่งถือเป็น











ด�าเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดังนี้ กลไกสาคัญในการขับเคล่อนการย้ายท่ต้งของกองเรือ
๑. การวางแผน (Planning) กองเรือยกพลข้นบกฯ ยกพลขึ้นบกฯ ในครั้งนี้




ได้ศึกษาข้อมูลการย้ายท่ต้งของหน่วยต่าง ๆ ท่ผ่านมา ๓. การอ�านวยการ (Directing) ในขั้นเตรียมการ

ได้แก่ กรมสรรพาวุธทหารเรือ และกรมอู่ทหารเรือ เกือบ ๘ เดือน กองเรือยกพลข้นบกฯ ได้จัดให้มีการประชุม



เพ่อประยุกต์ใช้เป็นแนวทางดาเนินการ และพิจารณา ติดตามความก้าวหน้าในการย้ายที่ต้งเป็นประจาทุก















แผนงานของหน่วยท่เก่ยวข้องกับการย้ายที่ต้ง ได้แก่ สปดาห (เวนชวงการฝกองคบคคลและยทธวธกองเรอใน






กองเรือลานาฯ ท่ต้องย้ายเข้ามาพ้นท่บางนาแทนกองเรือ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ การฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์
14 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๑ และการฝึกกองทัพเรือ ๖๑ เพิ่มเติม เช่น งบประมาณในการขนย้าย งบประมาณใน












ในเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๖๑) เพ่อส่งการ ติดตาม การจดหาครภณฑ์และปรบปรงเพมเตมสาหรบอาคาร
ความก้าวหน้าในการดาเนินการตามแผนงานของ กองบัญชาการแห่งใหม่ และงบประมาณในการปรับปรุง





คณะอนุกรรมการต่าง ๆ และเพ่อแก้ปัญหาในภาพรวม อาคาร ๑๐๐๗ กรมสรรพาวุธทหารเรือ พ้นท่บางนา เพ่อ


ของกองเรอและปัญหาของคณะอนกรรมการต่าง ๆ ทาให้ ใช้เป็นอาคารกองบังคับการหมวดเรือท ๒ กองเรือยกพล




การดาเนินการเป็นไปตามแผนงานการย้ายท่กาหนด ข้นบกฯ ซ่งได้รับความกรุณาจากผู้บังคับบัญชาและหน่วย







ซ่งการประชุมดังกล่าวถือเป็นเคร่องมือหน่งท่ม ี เก่ยวข้องเป็นอย่างดี ทาให้หน่วยมีความพร้อมในการย้าย



ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ที่ตั้งและการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น
๔. การประสานงาน (Coordinating) กองเรือ องค์ประกอบส�าคัญของการย้าย



ยกพลข้นบกฯ ได้จัดให้มีช่องทางการประสานงานท้ง การย้ายที่ต้งหน่วยจะสาเร็จหรือมีความสามารถ




ภายในคณะกรรมการเตรียมการฯ และภายนอกกบ กระทาได้ข้นอยู่กับองค์ประกอบสาคัญซ่งหน่วยจะต้อง


หน่วยท่เก่ยวข้อง เช่น กองเรือยุทธการในฐานะหน่วยเหนือ ท�าให้มีขึ้นและมีความพร้อมดังนี้










กรมยทธการทหารเรอและกรมส่งกาลงบารงทหารเรอ ๑. สถานท่ทางานแห่งใหม่ กองเรือยกพลข้นบกฯ


ในฐานะกรมฝ่ายอ�านวยการของกองทัพเรือที่รับผิดชอบ ได้รับอาคารกองบัญชาการแห่งใหม่และครุภัณฑ์ประจา �


เรองการย้ายทตงหน่วย สานกงานปลดบญชทหารเรอท ี ่ อาคาร พร้อมอาคารกองร้อยกองบัญชาการ และ












รับผิดชอบเรื่องงบประมาณ กรมช่างโยธาทหารเรือและ โรงเลยงโรงครัวตามกาหนด โดยทาการรับมอบเม่อ







กองช่างโยธา ฐานทัพเรือสัตหีบ ท่รับผิดชอบเร่องงาน วันท ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑ และได้ใช้อาคาร ๒

ก่อสร้างและแบบการก่อสร้าง และหน่วยเทคนิคอ่น ๆ กองบัญชาการ กองเรือยกพลขึ้นบกฯ เดิมที่บางนา เป็น



ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกองเรือยกพลขึ้นบกฯ ได้รับการสนับสนุน กองบังคับการหมวดเรือท ๒ กองเรือยกพลข้นบกฯ

และความร่วมมือเป็นอย่างดีย่งจากหน่วยงานดังกล่าว ชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เพื่อ





และถือเป็นปัจจัยภายนอกท่สาคัญท่ช่วยให้การย้าย ทาหน้าท่ควบคุมบังคับบัญชาเรือกองเรือยกพลข้นบกฯ


ที่ตั้งของกองเรือยกผลขึ้นบกฯส�าเร็จ ท่มีท่ต้งปกติในพ้นท่บางนา จึงนับว่ากองเรือยกพลข้นบกฯ






๕. การรายงาน (Reporting) กองเรอยกพลขนบกฯ มีความพร้อมในเร่องสถานท่ทางานสาหรับการย้าย






ได้จัดให้มีช่องทางการรายงานความก้าวหน้าในการ แต่จาเป็นต้องทาการตกแต่งและปรับปรุงอาคาร


ดาเนินการของคณะอนุกรรมการต่าง ๆ ท้งในการประชุม กองบัญชาการแห่งใหม่เพ่มเติมเพ่อให้มีความพร้อมใน






ประจาสัปดาห์และการรายงานทันท เพ่อให้ผู้บังคับบัญชา การปฏิบัติภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นต่อไป








ของกองเรือยกพลข้นบกฯ ทราบและส่งการ รวมท้งแก้ปัญหา ๒. ท่พักอาศัยกาลังพล เนองจากบ้านพักและ


ได้อย่างทันท่วงท นอกจากน้ยังมีการรายงานความก้าวหน้า อาคารพกของกาลงพลกองเรอยกพลขนบกฯ ในโครงการ







ในการย้ายท่ต้งหน่วยให้กองเรือยุทธการในฐานะหน่วยเหนือ ย้ายหน่วยซ่งประกอบด้วย บ้านพักผู้บังคับบัญชา จานวน



ได้รับทราบเป็นระยะ ๆ ๓ หลัง อาคาร SOQ นายนาวา จ�านวน ๑ หลัง และ
๖. การงบประมาณ (Budgeting) นอกจาก อาคารพัก ๖๔ ครอบครัว จ�านวน ๑ หลัง มีก�าหนดแล้ว

งบประมาณในการก่อสร้างอาคารกองบัญชาการแห่งใหม่ เสร็จในปลายปีงบประมาณ ๖๕ กองเรือยกพลข้นบกฯ จึงได้
และท่พักอาศัยท่สัตหีบ ท่อยู่ในโครงการย้ายหน่วยท่ทาง ขอรับการสนบสนุนท่พักอาศัยจากกองเรือยทธการ







ราชการจัดให้แล้ว กองเรือยกพลขึ้นบกฯ ได้เสนอขอรับ ต้งแต่เม่อกองเรือยกพลข้นบกฯ ย้ายท่ต้งมาในเดือน





การสนับสนุนงบประมาณเพ่อดาเนินการเร่องต่าง ๆ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงนับว่ากองเรือยกพลขึ้นบกฯ



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 15

อาคารกองบัญชาการกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการแห่งใหม่ ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ







































อาคารพัก ๖๔ ครอบครัวท่กองเรือยุทธการสนับสนุน


16 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑







มีความพร้อมเร่องท่พักอาศัยกาลังพลในเบ้องต้น แตจะตองม ี และประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเน่อง

การบริหารจัดการท่พักอาศัยให้สอดคล้องกับการบริหาร ดังเช่นที่บรรพบุรุษ คุณครู และรุ่นพี่ ได้สร้างกองเรือยกพล

ก�าลังพลต่อไป ขึ้นบกฯ นี้ให้มีความเข้มแข็งและมีเกียรติประวัติมาจนถึง



๓. การบรหารกาลงพล เน่องจากกาลังพลส่วนใหญ่ ทุกวันนี้ ซึ่งท�าให้ก�าลังพลมีขวัญก�าลังใจและความมุ่งมั่น




ของกองเรือยกพลข้นบกฯ มีท่พักอยู่ในกรุงเทพฯ และ ในการด�าเนินการมากยิ่งขึ้น นับเป็นปัจจัยส�าคัญที่ท�าให้





ปริมณฑล เป็นการยากท่จะให้กาลังพลท้งหมดอยู่ กาลังพลมีความเข้าใจและให้ความร่วมมือในเร่อง
ทางานกับกองเรือยกพลข้นบกฯ ตลอดไป แต่กาลังพล การย้ายที่ตั้งของหน่วยครั้งนี้






กองบัญชาการกองเรือยกพลข้นบกฯ ท้งหมดกว่า ๔. การดาเนินการด้านพัสด เน่องจากกองเรือ




๑๔๘ คน สมครใจทจะย้ายไปทางานทสตหบในช่วง ยกพลข้นบกฯ มีพัสดุในความรับผิดชอบหลายส่วน












การย้ายในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ น ซ่งกองเรือยกพล ท่ต้องดาเนินการ ได้แก่ การโอนพัสดุให้กองเรือลานา







ข้นบกฯ ต้องขอขอบคุณกาลังพลเหล่าน้เป็นอย่างมาก กองเรือยุทธการ การส่งคืน/จาหน่ายพัสดุท ่ ี






ท่ช่วยให้การย้ายกองบัญชาการในคร้งน้สาเร็จอีกคร้ง หมดความจาเป็น การขออนุมัติกาหนดอัตราและ






และเม่อย้ายไปสัตหีบแล้วทางกองเรือยกพลข้นบกฯ ข้นทะเบียนครุภัณฑ์ท่ได้รับการจัดหาใหม่ รวมทง




จะเปิดโอกาสให้กาลงพลปรบตัวและพิจารณาความ การดาเนินการเร่องศูนย์ต้นทุนในระบบ RTN ERP






ต้องการของตนในการทางานให้กองเรือยกพลข้นบกฯ อีกคร้ง อีกด้วย ซ่งท้งหมดต้องดาเนินการล่วงหน้าและใช้เวลา







โดยผู้ท่สามารถอยู่ทางานท่สัตหีบต่อไปได้ก็จะให้อยู่กับ ดาเนินการมากพอสมควร นอกจากน กองเรือยกพลข้นบกฯ







กองเรือยกพลขึ้นบกฯ ต่อไป ส่วนผู้ที่มีความจ�าเป็นทาง ยังมีสิ่งอานวยความสะดวกท่ต้องส่งมอบให้กองเรือลานา


ครอบครัวและต้องการย้ายกลับไปปฏิบัติงานหน่วยท ่ ี ได้แก่ หลักเทียบเรือ และโรงแปลงความถ่ไฟฟ้า ซ่ง




กรุงเทพฯ กองเรือยกพลข้นบกฯ จะเสนอย้ายบรรจุให้ เป็นขีดความสามารถด้านการส่งกาลังบารุงท่สาคัญของ





และจดหากาลงพลในพนทสตหบทดแทนต่อไป แต่ก ็ กองทัพเรือในพื้นที่บางนาให้เรียบร้อยอีกด้วย











จาเป็นต้องดาเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพ่อดารง ๕. การสอสารและสารสนเทศ เพ่อให้การติดต่อ












รกษาทกษะและขดความสามารถของกาลงพลทมความร ้ ู ส่อสารสาหรับการควบคุมบังคับบัญชา การปฏิบัติกิจท่ได้
ความสามารถในสายงานอาชีพคือการปฏิบัติการสะเทินนา � ้ รับมอบ และการปฏิบัติงานของหน่วย เป็นไปด้วยความ


สะเทินบกคงไว้ให้ได้ การบริหารก�าลังพลในการย้ายที่ตั้ง เรียบร้อยและมีความต่อเน่อง กองเรือยกพลข้นบกฯ







คร้งน้จาเป็นอย่างย่งท่ต้องมการส่อสารองค์กร ได้ด�าเนินการเรื่องต่าง ๆ ได้แก่ การส่งมอบหน้าที่สถานี




ให้กาลังพลทุกนายได้รับทราบข้อมูลเหตุผลความ ควบคุมข่ายเรือ กองทัพเรือในแม่นาเจ้าพระยาช่วงต้งแต่

จาเป็น แผนงานและข้นตอนการดาเนินการย้าย เพ่อ โรงเรียนนายเรือถึงบริษัท อู่กรุงเทพ จากัด และหน้าท ่ ี










เตรียมการท้งเร่องงานและเร่องครอบครัวล่วงหน้า โดย ศูนย์ข่าวในพ้นท่ให้กองเรือลานาฯ วางระบบส่อสารและ





กองเรือยกพลข้นบกฯ ได้จัดให้มีการประชุมกาลังพล สารสนเทศท่กองบัญชาการใหม่ และกองบังคับการหมวดเรือ









ท้งกองบัญชาการในข้นเตรียมการในห้วงเวลาท่เหมาะสม ท ๒ บางนา ให้พร้อมทาการติดต่อส่อสารในวันที ๒๐





จานวน ๒ คร้ง และมีการช้แจงในการแถวประจา กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ซงได้รบการสนบสนนจาก





สัปดาห์ของก�าลังพลอย่างสม�่าเสมอ โดยผู้เขียนในฐานะ กรมการส่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ และ


ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยได้ให้กาลังใจกับกาลังพล กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ เป็นอย่างดียิ่ง
ทุกคน และได้แสดงความมุ่งม่นต้งใจที่จะทาให้กองเรือ ขั้นการเคลื่อนย้าย




ยกพลขึ้นบกฯ เดินหน้าต่อไปได้อย่างมีขีดความสามารถ ในการย้ายกองบัญชาการกองเรือยกพลข้นบกฯ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 17

พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระรูป พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ กองบัญชาการ กองเรือยกพลขึ้นบกฯ แห่งใหม่ พื้นที่สัตหีบ



















มสงทต้องทาการขนย้ายได้แก่ สงศกดสทธและสงของ ในโอกาสย้ายท่ต้งคร้งน จึงได้จัดพิธีเชิญธงชัยเฉลิมพล




ดังนี้ ทางเรือโดยใช้เรือหลวงสุรินทร์ (เรือยกพลข้นบกขนาดใหญ่)
๑. สิ่งศักดิ์สิทธิ์และธงชัยเฉลิมพล กองเรือยกพล เป็นเรือเชิญธงชัยเฉลิมพลจากท่าเรือหน้ากองบัญชาการ
ขึ้นบกฯ มีพระพุทธรูปประจ�าหน่วย พระบรมรูปสมเด็จ เดิมบางนาไปฐานทัพเรือสัตหีบ ซ่งในการเดินเรือใน



พระเจ้าตากสินมหาราช และพระรูปพลเรือเอก พระเจ้า แม่นาเจ้าพระยาจะต้องผ่านสะพานภูมิพล ๒ และ
บรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวง สะพานกาญจนาภิเษก โดยต้องประสานหน่วยงาน
ชุมพรเขตอุดมศักด ซ่งกองเรือยกพลข้นบกฯ ทาการ ท่เก่ยวข้องทาการปิดการจราจรบนสะพานในช่วงท ี ่











อัญเชิญไปท่ต้งใหม่ทางบก ส่วนธงชัยเฉลิมพลของหน่วย เรือหลวงสุรินทร์ผ่าน ในวันท ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑

จ�านวน ๔ ธง ประกอบด้วย ธงปัจจุบัน และธงประจ�า เวลา ๐๙.๒๑ น. และ ๐๙.๓๔ น. ตามลาดับ


หน่วยเดิม ๓ ธง (กองเรือยกพลข้นบกและบริการ กองเรือ ได้แก่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยกรมทางหลวงชนบท



ยกพลข้นบก และกองเรือยุทธบริการ) ซ่งต้องประกอบ กองบัญชาการตารวจนครบาล และกองบังคับการตารวจภูธร




พธีให้เป็นไปตามระเบยบแบบแผนของทางราชการนน จังหวัดสมุทรปราการ กับหน่วยท่มีส่วนสนับสนุน



เพอให้เป็นเกยรตประวตของกองกองเรอยกพลขนบกฯ ในการประกอบพิธีเชิญธงชัยเฉลิมพล ได้แก่








18 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑

พิธีเชิญธงชัยเฉลิมพลขึ้นบนเรือหลวงสุรินทร์





































ธงชัยเฉลิมพลที่เชิญมาประดิษฐานบนเรือหลวงสุรินทร์



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 19

เรือหลวงสุรินทร์ขณะผ่านสะพานภูมิพล ๒





































เรือหลวงสุรินทร์ขณะผ่านริมฝั่งตัวเมืองสมุทรปราการ


20 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑








อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ ได้ให้ทกส่วนนาสงของทขนย้ายมาจากกองบญชาการ



(การซ่อมทาเรือหลวงสุรินทร์) กรมสรรพาวุธทหารเรือ เดิมท่บางนาเข้าท่กองบัญชาการใหม่ท่สัตหีบ และจัดสถานท ่ ี


(กองทหารเกียรติยศ) ฐานทัพเรือสัตหีบ (กองทหาร ทางานให้พร้อมท่จะปฏิบัติภารกิจในโอกาสแรก โดยจะต้อง








เกียรติยศวงโยธวาทิต ประดับธงชาติและระบายผ้า ไม่มช่วงเวลาทเป็นสญญากาศ การปฏบตภารกจ



ตกแต่งอาคารสถานท ท่จอดเรือของเรือหลวงสุรินทร์) ของกองเรือยกพลข้นบกฯ จะต้องเป็นไปอย่างต่อเน่อง





กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ (วงโยธวาทิต) ตลอดช่วงเวลาการย้ายท่ต้ง และในข้นน้ประมาณ ๑ เดือน


กรมช่างโยธาทหารเรือ (ประดับธงชาติและ ของเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ กองเรือยกพลขึ้นบกฯ ได้

ระบายผ้าตกแต่งอาคารสถานท่) โรงเรียนนายเรือ ทาการตกแต่งปรับปรุงเพ่มเติมอาคารกองบัญชาการ






(เคร่องประกอบเคร่องแบบกองทหารเกียรติยศ) กองเรือยกพลข้นบกฯ แห่งใหม่ในส่วนท่จาเป็นเพ่อให้


กรมการส่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ หน่วยมีความพร้อมสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างม ี



(การออกอากาศบทสัมภาษณ์ผู้บัญชาการกองเรือ ประสิทธิภาพต่อไป ซ่งถือเป็นการเสร็จส้นการย้ายท่ต้ง ั

ยกพลข้นบกฯ ทางสถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือ) ตามแผนงานการย้ายของหน่วย และหลังจากน้จะเป็น






กรมกจการพลเรอนทหารเรอ (การถ่ายทาสารคด ี เรื่องของการพัฒนาอาคารกองบัญชาการ กองเรือยกพล







ของทมสารคดกองทพเรอ) การท่าอากาศยานอู่ตะเภา ข้นบก กองเรือยุทธการ แห่งใหม่ให้มีความสมบูรณ์ย่งข้น




(บันไดเคร่องบินใช้กับเรือหลวงสุรินทร์ท่ท่าเรือ ตามห้วงเวลาและสภาพงบประมาณท่จะเอ้ออานวยต่อไป

แหลมเทียนฯ) กรมสารวัตรทหารเรือ (รถนาขบวน)

หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง บทสรุป


(แตรเด่ยว) ซ่งหน่วยดังกล่าวได้ให้การสนับสนุน การย้ายท่ต้งกองเรือยกพลข้นบกฯ เป็นไปตาม




เป็นอย่างดียิ่ง ท�าให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อนุมัติกองทัพเรือและเหตุผลความจาเป็น รวมท้ง



และสมพระเกียรติ กองเรือยกพลขึ้นบกฯ จึงขอขอบคุณ สภาวการณปัจจุบัน ซ่งกองเรือยกพลข้นบกฯ ได้วางแผน


มา ณ โอกาสนี้ เตรยมการ และดาเนินการย้ายกองบัญชาการจากพ้นท ่ ี





๒. ส่งของ กองเรือยกพลข้นบกฯ ได้รับการ บางนามายังพ้นท่ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ



สนับสนุนพัสดุหีบห่อส่งของจากกรมพลาธิการทหารเรือ เม่อวันท ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยได้รับการ


และได้รับการสนับสนุนรถบรรทุกและรถโดยสารจาก สนับสนุนจากกองทัพเรือและหน่วยงานท่เก่ยวข้องเป็น


กรมการขนส่งทหารเรือ จ�านวนรวม ๔๔ เที่ยว ท�าการ อย่างดีย่ง ทาให้การดาเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย







ลาเลียงกาลังพลและส่งของท่จาเป็นต้องนาไปใช้งานท ี ่ และสมเกียรติในโอกาสที่ยายออกจากพื้นที่บางนาซึ่งอยู่





กองบัญชาการใหม่ ระหว่างวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ถึงวันที่ มาเป็นเวลาถึง ๖๕ ปี จากน้ต่อไปเป็นหน้าท่ของกาลังพล




๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ รวมท้งได้รับการสนับสนุน กองเรือยกพลข้นบกฯ ทุกนายท่จะทาให้ท่ต้งใหม่พ้นท ี ่









รถเครื่องทุ่นแรงในการยกสิ่งของหนักจากกรมสรรพาวุธ สตหบเป็นหวใจในการควบคุมบังคบบัญชาและปฏบต ิ


ทหารเรือและฐานทัพเรือสัตหีบในการดาเนินการขนย้าย ภารกิจท่ได้รับมอบอย่างมีประสิทธิภาพและมีการพัฒนา




สิ่งของ ซึ่งการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างต่อเน่อง เพ่อให้กองเรือยกพลข้นบกฯ เป็นเคร่องมือ



ของกองทพเรอทมความพร้อมสงสดในการปฏบตการ











ข้นการทาท่ต้งใหม่ให้พร้อมปฏิบัติงานอย่างต่อเน่อง สะเทินน�้าสะเทินบก ยุทธบริการ และการสนับสนุนการ


เม่อย้ายเข้าท่ต้งใหม่ท่ฐานทัพเรือสัตหีบเม่อวันท ี ่ บรรเทาสาธารณภัยทางทะเลต่อไป





๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ แล้ว กองเรือยกพลขึ้นบกฯ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 21

นาวาเอก ภาณุพันธุ์ รักษ์แก้ว

“หมดสมัยเรือประจัญบาน ถึงเวลาเรือบรรทุกเครื่องบิน” - Jane’s War at Sea







เรือรบทรงอานาจในยุคเรือใบลาใหญ่ ติดต้งปืนใหญ่ คร้งท่ ๑ เม่อวันท่ ๓๑ พฤษภาคม – ๑ มิถุนายน

ลาละหลายสิบกระบอกจนถึง ๑๐๐ กระบอก แล่นเรือ ค.ศ. ๑๙๑๖ เรือประจัญบานและเรือลาดตระเวนหนัก

เข้าแถวเรียงตามกันเป็น Ships of the line ยิงประจันหน้า (Battle Cruisers) ของอังกฤษ ๒๘ ล�า แล่นเข้าแถวยิง




กบแถวเรือข้าศกแบบ “ใครด ใครอย่” ใครเก่งการนา กับเรือเยอรมนี ๒๒ ล�า เรือของทั้งสองฝ่ายเป็นเรือขนาด



กระบวนเรือเข้าตาบลท่แรกยุทธอย่างได้เปรียบ ใครเก่ง ใกล้ ๒๐,๐๐๐ ตัน และเกิน ๒๐,๐๐๐ ตัน ติดปืนใหญ่

การปืนยิงได้แม่นและเร็วกว่า ใครฝ่ายนั้นจะเป็นฝ่ายชนะ ขนาด ๑๓.๕ ถึง ๑๕ น้ว ลาละ ๘ ถึง ๑๒ กระบอก




ในการยุทธ เรือจาพวกน้เรียกกันว่า “เรือ (ใบ) พบกันและรบกันต้งแต่เวลาบ่าย ฝ่ายอังกฤษเสียหาย
ประจัญบาน” ซ่งเรือ H.M.S. Sovereign the Sea มากกว่า ส่วนทางเยอรมนีอาศัยความมืดล่าถอยกลับ



ของอังกฤษ เป็นเรือลาแรกท่ทางอู่เรือ Deptford สร้างข้น ฐานทพ นกประวตศาสตร์การยทธทางเรอชลงไปว่า














เป็นมาตรฐานใน ค.ศ. ๑๖๓๗ ท่นกต่อเรือชาวฝร่งเศส การยุทธเช่นน้จะไม่เกิดข้นอีกแล้ว ซ่งส่วนใหญ่เช่อว่า






และดัทช์ ก็ยังยกย่องชมเชย เรือมีความยาว ๑๗๐ ฟุต เรอประจญบานจะยงคงเป็นเรอทรงอานาจอย่ต่อไป





กว้าง ๔๘ ฟุต ระวางขับนา ๑,๖๓๗ ตัน มีดาดฟ้า แต่บางคนเห็นว่ากาเนิดของเคร่องบินท่หากนามาใช้กับ



๓ ช้น เสาใบ ๓ เสา ปืนใหญ่ ๑๒๐ กระบอกรายกราบ เรือน่าจะเป็นโฉมใหม่ของยุทธศาสตร์ทางเรือ

๓ ชั้น ซึ่งเรืออยู่ในประจ�าการเกือบ ๖๐ ปี ผ่านการยุทธ หน่วยบินทหารเรืออังกฤษ (Air Department)


หลายคร้ง จนเพลิงไหม้ไปใน ค.ศ. ๑๖๙๖ เป็นเรือใบ ได้รับการจัดต้งใน ค.ศ. ๑๙๐๘ ในกระทรวงทหารเรือ
ประจัญบานที่มีประวัติเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากล�าหนึ่ง (Admiralty) ท่นักบินใช้บอลลูนและเรือเหาะ ในปี


จากยุคเรือใบถึงเรือกลไฟ เรือท่ติดปืนใหญ่มาก ค.ศ. ๑๙๑๑ เริ่มบินกับเครื่องบิน เรือที่ใช้ข้ามช่องแคบ

กระบอกก็ยังเป็นเรือประจัญบานท่แล่นเข้าแถวยิงกัน อังกฤษ - ฝร่งเศส ๓ ลา ได้รับการดัดแปลงให้บรรทุก



ในการยุทธใหญ่เหมือนยุคเรือใบ โดยเฉพาะอย่างย่ง เคร่องบินทะเลได้แล้วและมีการทดลองบินท้งระเบิด



การยุทธท่จัตแลนด์ (Battle of Jutland) ในสงครามโลก ตรวจกระสุนตก และทาลายเรือดานา ต่อมาใน




ค.ศ. ๑๙๑๔ มีการจัดตั้งอากาศนาวีเมื่อเริ่มสงครามโลก





ในปลายปีน้นได้มีเคร่องบินเกือบ ๑๐๐ เคร่อง ท่ราวคร่งหน่ง ึ

เป็นเรือบินทะเล หน่วยบินทางานจากสถานีชายฝั่ง
๖ แห่ง ในการตรวจการณ์และรักษาฝั่ง มีเรือบินทะเลลง
ประจาเรือบรรทุกเคร่องบินท่ลาดตระเวนและตรวจ



กระสุนตกให้แก่กองเรือ แต่ด้วยปัจจัยเวลาและระยะทาง
การรบยุคเรือกลไฟในการยุทธที่จัตแลนด์ (ภาพจาก www.tes.com) ท�าให้ไม่มีเครื่องบินร่วมในการยุทธที่จัตแลนด์
22 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑




การใช้เรือบรรทุกเคร่องบิน ๖ ลา กับเคร่องบินราว ๔๒๐ เคร่อง

โจมตีกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา ที่เพิรล์ฮาเบอร์ เมื่อวันที่

๗ ธันวาคม ค.ศ. ๑๙๔๑ ตามท่ทราบกันอยู่ (Jane’s War
at Sea p.174 - 181)





ทะเลจีน อ่าวไทย มหาสมุทรอินเดีย

ภายหลังสงคราม กองทัพอากาศอังกฤษได้รับ
การจัดตั้งในเดือนเมษายน ค.ศ. ๑๙๑๘ ซึ่งได้งานบินไป
เกือบท้งหมดยกเว้นงานในทะเลและของกองเรือ ประจวบกับ

ทหารเรือขาดผู้นาด้านการบิน หน่วยบินทหารเรือเป็น



อากาศนาวีกองเรือ (Fleet Air Arm) ท่เคร่องบิน
ไม่ได้รับการพัฒนามากนัก ผิดกับกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา


และญ่ปุ่นท่มีกาลังทางอากาศของตนเองโดยยังไม่ม ี ship of the line ใครดี ใครอยู่ (ภาพจาก wikipedia.org)

กองทัพอากาศ เม่อสงครามใหญ่เร่มข้นในยุโรปจนเป็น



สงครามโลกครั้งที่สองนั้น ทหารเรืออังกฤษมีเรือบรรทุก หลังจากการโจมตีเพิรล์ฮาเบอร์ไม่ก่วัน เคร่องบิน












เคร่องบินอยู่ ๖ ลา กับเคร่องบินราว ๒๐๐ เคร่อง ในขณะท ี ่ ญปุ่นจากฐานบนในอินโดจนยงได้จมเรอประจัญบาน
ทหารเรือและนาวิกโยธินท่สหรัฐอเมริกา มีเคร่องบิน H.M.S.Princes Of Wales และเรือลาดตระเวนหนัก






มากกว่า ๒,๐๐๐ เคร่อง ซ่งสร้างเพ่มเติมอีกปีละ H.M.S.Repulse ของอังกฤษนอกฝั่งมลายู ท้งน ี ้

๓๕๐ เคร่อง ส่วนทหารเรือญ่ปุ่นมีเคร่องบินเกือบ ระหว่างสงครามในแปซิฟิก กองเรือบรรทุกเคร่องบิน







๑,๐๐๐ เคร่อง และเรือบรรทุกเคร่องบินประจาการ ๘ ลา สหรัฐอเมริกา กับญ่ปุ่นส่งเคร่องบินโจมตีซ่งกันและกัน






ทงน เครองบนสหรฐอเมรกาและญป่นยงสมรรถนะ ในการยุทธท่มิดเวย์ (Battle of Midway) และทะเลคอรัล












สูงกว่าเคร่องบินของอังกฤษอีกด้วย อย่างไรก็ตาม (Battle of Coral Sea) โดยเรือท้งสองฝ่ายไม่ได้พบกันเลย




ในคืนวันท่ ๑๑ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๙๔๐ และฝ่ายญ่ปุ่นเสียเรือกับเคร่องบิน เป็นจุดเปล่ยน

เครื่องบิน Swordfish ล�าตัวท�าด้วยไม้ ปีก ๒ ชั้น ติดอาวุธ ของสงคราม (Turning Point of war) ต่อมาในช่วง

ตอร์ปิโด ขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบิน HMS Illustrious ตอนปลายของสงครามเรือประจัญบานหนัก ๒ ลา
ของอังกฤษ จู่โจมตีกองเรืออิตาลีในอ่าวทารันโต (Harbor ชั้นยามาโต (Yamato) ติดปืนใหญ่ ๑๘.๑ นิ้ว ของญี่ปุ่น

of Taranto) ท�าความเสียหายหนักแก่เรือประจัญบาน ก็ถูกเคร่องบินและเรือของสหรัฐอเมริกาโจมตีจนจม
๓ ล�า ใน ๖ ล�า ที่จอดทอดสมอในอ่าวฐานทัพ โดยผู้รู้ จบฉากการยุทธของเรือประจัญบาน ซงภายหลังสงคราม





ให้ความเห็นว่าเป็นการโจมตีเพียงคร้งเดียวท่สร้างความ ประเทศท่มีเรือประจัญบานทยอยปลดเรือของตน และมีการ

เสียหายมากกว่าเม่อคร้งกองเรือเยอรมนีเสียหายใน ใช้บ้าง เช่น เรือฝร่งเศสระดมยิงฝั่งในกรณีแย่งคลองสุเอช



การยุทธท่จัตแลนด์เสียอีก และอากาศนาวีกลายเป็น คืนจากการยึดครองของอียิปต์ใน ค.ศ.๑๙๕๖ เรือของ








ปฏิบติการสาคญในนาวกานุภาพ ทหารเรอญปุ่นศกษา สหรัฐอเมริกาใช้ในการยกพลขึ้นบกที่อินชอนในสงคราม
วิเคราะห์การโจมตี ทางอากาศท่ทารันโตอย่างลึกซ้งนาไปส ู่ เกาหลีและใช้ในการสงครามเวียดนาม เรือประจัญบาน



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 23



รุ่นล่าสุด ๔ ลา ของสหรัฐอเมริกา (Missouri) ขนาด เรือบรรทุกเคร่องบิน USS Carl Vinson มีระวาง






๔๘,๐๐๐ ตัน อาวุธปืน ๑๖ น้ว ได้รับการติดต้งจรวด ขับนาเต็มท่ ๙๐,๙๔๔ ตัน บรรทุกเคร่องบินขับไล่/ โจมต ี


โทมาฮอร์ก เพ่อเสริมอานาจการรบผิวนาแต่แล้วก็ปลด ๕๐ เครื่อง เครื่องบินตรวจการณ์/ลาดตระเวน มากกว่า





ประจาการท้งหมดใน ค.ศ. ๑๙๙๕ จบส้นอายุขัย ๒๐ เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์โจมตีปราบเรือด�าน�้าเกือบ


ของเรือประจัญบานของโลก โดยเรือบรรทุกเคร่องบิน ๒๐ เคร่อง พร้อมด้วยอาวุธป้องกันเรือจานวนมาก

ได้กลายเป็นเรือทรงอานาจท่สุด “The most visible คนประจาเรอ ๓,๖๖๐ คน หน่วยบน ๒,๖๒๖ คน







sign of power projection” เป็นเรือที่ราคาแพงมาก รัศมีทาการของเรือไม่จากัด อันถือได้ว่าเรือเป็น
แต่อ่อนตัวต่อปฏิบัติการ “extremely expensive but กองทัพอากาศขนาดใหญ่เคล่อนท่ไปได้ท่วโลก




flexible operations” (World sea Power p.57) ทั้งนี้ การปรากฏตัวของเรือบรรทุกเคร่องบินใกล้คาบสมุทร
เห็นได้จากการสงครามฟอล์กแลนด์ใน ค.ศ. ๑๙๘๒ เกาหลีท�าให้ราคาหุ้น ราคาน�้ามัน และราคาทองของโลก
การส่งทหารนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา วิกฤตการณ์ ข้นลงวูบวาบ รวมท้งกลัวกันว่าจะเกิดสงครามใหญ่ในโลก


เลบานอนใน ค.ศ. ๑๙๘๓ และการบุกของสหรัฐอเมริกา ที่โดยคุณสมบัติ “อ่อนตัวต่อปฏิบัติการ” เรือ USS Carl

ที่เกรนาดา (Grenada) ใน ค.ศ. ๑๙๘๓ เป็นต้น และเมื่อ Vinson อาจกระทาการทางอากาศในแผ่นดินใหญ่











เรอบรรทุกเครองบนท่ใช้พลงงานนวเคลยร์ USS Carl ชายฝั่ง และในทะเลของเกาหลเหนอทการโจมต ี


Vinson พร้อมด้วยเรือบริวาร ได้แล่นเรือเข้าใกล้ อย่างแม่นยาต่อเป้าหมายท่ต้องการอาจหยุดย้ง


คาบสมุทรเกาหลีปลายเดือนเมษายน ค.ศ. ๒๐๑๗ ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือได้

ภายหลงจากทเกาหลเหนอได้ทดลองยิงขีปนาวุธ ๔ คร้ง ศักยภาพของเรือบรรทุกเคร่องบินท้งยาม







ในเดือนกุมภาพันธ์ก่อนหน้าน้ และมีท่าทีจะทดลองนิวเคลียร์ สงครามและยามสงบ จึงทาให้ชาติใด ๆ ก็อยากมีเรือ





ซ่งหากกระทาจริงจะเป็นการทดลองครงท ๖ โดยได้ ประเภทน แต่นอกจาก Extremely expensive





ทดลองมาแล้ว ๕ คร้งในเวลา ๑๑ ปีท่ผ่านมา (AFP, ดังกล่าวแล้ว เรือบรรทุกเคร่องบินยังเป็นเรือท่มีระบบ




๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๐) การข่าวกรองสหรัฐอเมริกา ซับซ้อนทับซับซ้อน (Complex system of systems)
คาดว่าเกาหลีเหนืออาจผลิตหวรบนวเคลยร์ได้ภายใน โครงการเรือบรรทุกเคร่องบินต้องการความมุ่งม่น






๒ ปีข้างหน้าท่หากสร้างขีปนาวุธข้ามทวปได้ด้วยจะเป็น อันหนักแน่นมีงบประมาณเป็นกอบเป็นกา และสร้าง


ภัยคุกคามต่อสหรัฐอเมริกา อย่างใหญ่หลวง ท้งน้เม่อ ความสามารถด้านเทคนิคและความชานาญงานอย่าง




เดอนสิงหาคม ค.ศ. ๒๐๑๖ เกาหลีเหนอได้ทดลองยง ิ ยิ่งยวด เรือบรรทุกเครื่องบินนั้นอลังการที่น้อยประเทศ


ขีปนาวุธระยะท�าการ ๕๐๐ กิโลเมตร จากเรือด�าน�้าเป็น จะมีได้ (Carrier are luxury few countries can afford)

ผลสาเร็จมาแล้วโดยผู้นาเกาหลีเห็นว่าเป็น “greatest มีไม่ก่ประเทศที่มีอู่เรือ นายช่างผู้เช่ยวชาญ และส่ง








success” (AFP, ๑๐ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๐) ซ่ง อานวยความสะดวกท่เก่ยวข้องจะสร้างเรือเหล่านี้ได้
สหรัฐอเมริกา เห็นว่าอันตรายจากเกาหลีเหนืออาจเกิด (Naval War College Review, Autumn 2015; p.66)


ขึ้นได้จริงในไม่ช้าและเป็นสถานการณ์ที่ พลเอก บราวน์ ดังน้น กองทัพเรือในโลกน้ มีกองทัพเรือท่ประจ�ำกำร


ผู้บัญชาการกาลังทางบกสหรัฐอเมริกาภูมิภาค เรือบรรทุกเคร่องบินและ/หรือเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์

แปซิฟิก (General Robert B. Brown, U.S. Army ๑๕ กองทัพ เท่ำนั้นเอง


Pacific (USARPAC) ออกอากาศทาง BBC เม่อวันท ่ ี ปัจจุบันสหรัฐอเมริกา นาวีมีเรือบรรทุกเคร่องบิน
๑๑ พฤษภาคม ค.ศ. ๒๐๑๗ ว่า “เส่ยงท่สุดในรอบ ๒๐ ล�า ที่เป็นเรือขนาดใหญ่กว่าเรือชาติอื่น ในจ�านวนนี้


๓๐ ปี ที่ผ่านมา” ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์จ�านวน ๑๑ ล�า และอีก
24 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑






๙ ลา เป็นเรือจักรใหญ่ไอนาระวางขับนาประมาณ เคร่องบินด้วยเหตุผลทางยุทธศาสตร์ ส่วนออสเตรเลีย

๖๐,๐๐๐ ตัน ที่รับ-ส่งเครื่องบินทางดิ่งเท่านั้น (STOVL: เคยมีเรือเก่าของอังกฤษ H.M.A.S. Melbourne


Short Takeoff Vertical Landing) ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส ซ่งขายให้แก่บริษัทแห่งหน่งของจีนไปใน ค.ศ. ๑๙๘๕

ชาติละ ๔ ลา ออสเตรเลีย อียิปต์ และอิตาลี ชาติละ ท่จะยุบเรือเป็นเศษเหล็กและไม่มีเรือใหม่ทดแทน








๒ ลา อนเดย รัสเซย เกาหลใต้ สเปน ไทย องกฤษ แต่อย่างใด (กองทัพเรือจีนได้นาเรือ Melbourne


และน้องใหม่จีน ชาติละ ๑ ล�า ทั้งนี้กองทัพเรือประเทศ มาศึกษาระบบต่าง ๆ ท่ใช้งานบนเรือบรรทุกเคร่องบิน
ต่าง ๆ กาลังจะประจาการเรือบรรทุกเคร่องบินใหม่





ในเร็ววันน้ท่อยู่ในระหว่างการต่อเรือ ได้แก่ จีน (Shandong)
อิตาลี (Trieste) อินเดีย (Vikrant) เกาหลีใต้ (Marado)
ตุรกี (Anadolu) อังกฤษ (Prince of Wales)
และสหรัฐอเมริกา (John F. Kennedy, Enterprise,


Tripoli) ในจานวนนเรอบรรทกเครองบนขนาดเลก








ท่สุดเป็นเรืออิตาลีและเรือไทยระวางขับนาประมาณ


๑๒,๐๐๐ ตัน


ประเทศท่เคยมีเรือบรรทุกเคร่องบินแล้วไม่ม ี



ได้แก่ ญ่ปุ่น ท่มีเป็นกองเรือใหญ่ทาการยุทธทางเรือกับ HMAS.Melbourne เรือครูของกองทัพเรือจีนในศาสตร์


กองเรือของสหรัฐอเมริกาในสงครามโลกคร้งท่สองแล้ว เรือบรรทุกเครื่องบิน


โดยรัฐธรรมนูญของญ่ปุ่นหลังสงครามกาหนดให้ไม่ม ี เพอเพ่มพูนองค์ความรู้ด้านน้ก่อนส่งไปแยกส่วนเป็น











เรือบรรทุกเคร่องบินอีก ท้งน้ญ่ปุ่นก็ได้อ้างต่อเรือบรรทุก เศษเหลก อ่านเพ่มเติมได้ในเร่อง “จาก VARYAG
เฮลคอปเตอรขนาดใหญ (Helicopter destroyer: DDH) ถึง SHILANG ทะเลดา ถึง ทะเลจีน” โดย นาวาโท ภาณุพันธ ุ์






ระวางขับน�้า ๒๗,๐๐๐ ตัน แต่สามารถดัดแปลงให้มีขีด รักษ์แก้ว นาวิกศาสตร์ ปีท่ ๙๕ เล่มท่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๕)




ความสามารถบรรทุกเคร่องบินข้น-ลงทางด่ง แบบ F-35B เป็นท่น่าสังเกตว่า เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ของญ่ปุ่นและ

จ�านวน ๑๒ เครื่องบิน V-22 Osprey จ�านวน ๘ เครื่อง อังกฤษชาติละลา ไม่ได้รับการจัดให้เป็นเรือบรรทุกเคร่อง


และเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือด�าน�้า/SAR จ�านวน ๘ เครื่อง บินทั้งท่มีขนาดโตกว่าเรือ Giuseppe Garibaldi ของ


ได้ ส่วนเยอรมนีในสงครามโลกมีเรือบรรทุกเคร่องบิน อิตาลี และเรือหลวงจักรีนฤเบศรของไทย ทั้งนี้เรือขนาด




๒ ลา ขนาด ๒๓,๐๐๐ ตัน แต่โดยขาดประสบการณ์สร้างเรือ เล็กท่หัวเรือยกสูงเป็น ski jump ให้เคร่องบินขบไล่โจมต ี





โดยเฉพาะอย่างย่งเคร่องส่งเคร่องบินจากดาดฟ้าเรือ ข้น-ลงทางด่งแล่นข้นสู่อากาศจากดาดฟ้าเรือได้แทนการ







สู่อากาศ (Catapults) และเคร่องยึดเคร่องบินขณะบินลง บินยกตัวข้นทางด่งอานวยให้มีเคร่องบินบรรทุกอาวุธ




















ประกอบกบขาดเครองบนทเหมาะสมกบเรอทาให้เรอ ได้หนกขนและมรศมทาการบนไกลขน ส่งผลให้เรอ


ไม่สมบูรณ์ เรือ Graf Zeppelin ได้ออกทะเลพร้อมกับ ท่มีดาดฟ้าตัวเรือเชิดข้นมีสมรรถนะในการโจมตีในขณะ





เรือประจัญบานบิสมาร์กในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. ๑๙๔๑ ท่เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ขาดสมรรถนะน้ ทงน ี ้









แต่ได้แยกตัวกลับฐานทัพ โดยเรือบิสมาร์กปฏิบัติการ เรอบรรทกเครองบนแบบหวเชดขนขนาด ๑๙,๕๐๐ ตน





เด่ยวในแอตแลนติกสามารถจมเรือลาดตระเวนสงคราม ของอังกฤษในสงครามฟอล์กแลนด์ทบรรทกเคร่องบน


H.M.S. Hood ของอังกฤษได้ก่อนท่ตนจะถูกจมโดยกองเรือ ข้น-ลงทางด่ง ได้แสดงศักยภาพความเป็นเรือบรรทุก



อังกฤษ ภายหลังสงครามโลกเยอรมนีเลิกมีเรือบรรทุก เครื่องบินอย่างสมบูรณ์
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 25

กองเรือประจัญบานบอลติกของรัสเซียแล่นเรือระยะทาง

คร่งโลกผ่านมหาสมุทรอินเดียเพ่อไปช่วยฐานทัพปอร์ต


อาเธอร์ของตนท่เอเชียตะวันออก ในการน้กองเรือรัสเซีย


ต้องรับกาลังบารุง ๔ แห่ง ในมหาสมุทรอินเดียท ่ ี



ในปัจจุบันน้รัสเซียตระหนักดีว่าต้องมีแหล่งพักพิง
ของตนบ้าง ในมหาสมุทร ภายหลังสงครามโลกครั้งที่
๒ ท่ประเทศราชท้งหลายได้รับเอกราชโดยถ้วนหน้า


ซ่งอังกฤษได้ถอนตัวจากมหาสมุทรอินเดียระหว่าง

ค.ศ. ๑๙๔๗-๑๙๖๗ โดยพยายามสร้างเสถียรภาพ
ในมหาสมุทรสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตต่างแข่งขันกัน


มีอานาจทางทะเล ซ่งสหรัฐอเมริกาต้งหลักได้ดีกว่าโดย

เครื่องบิน Swordfish ต้นแบบของญี่ปุ่นโจมตีอ่าวเพิรล์ฮาเบอร์
จัดต้งทัพเรือท่ ๕ ของตน ท่บาห์เรนและฐานทัพ




มหาสมุทรอินเดียเป็นมหาสมุทรท่มีขนาดเล็ก เกาะดิเอโกการ์เซียทางด้านใต้ของอินเดีย ส่วนโซเวียต




ท่สุดของโลก ช่อของมหาสมุทรมาจากช่อประเทศ หรือรัสเซียในปัจจุบันมีท่จอดเรือหลายแห่งในประเทศ

“อินเดีย” ท่บ้างเรียกกันว่าชมพูทวีปหรืออนุทวีป ขอบฝั่งแอฟริกา และท่เกาะเล็ก ๆ ในมหาสมุทร


โดยขอบฝั่งทะเลของอินเดียยาวกว่าขอบฝั่งของทะเลอ่น เป็นประเทศเกิดใหม่ตามเกาะในมหาสมุทร ต้งแต่

ริมมหาสมุทรฯ ทางตะวันออกถึงทะเลอันดามันอันอยู่ใน เกาะใหญ่อย่างมาดากาสคาร์ ไปจนถึงเกาะเล็ก ๆ อย่าง









เว้งอ่าวใหญ่เบงกอล เกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย มลดฟ ซเชลส์ มอรชส โคโมโรส์ รยเนยน ต่างเป็น

อยู่ในมหาสมุทรอินเดียขณะท่เกาะชวาอยู่ในแปซิฟิก ประเทศเล็ก ๆ ท่รักษาตัวและผลประโยชน์ของตน

ด้านใต้ของมหาสมุทรเป็นมหาสมุทรแอนตาร์คติก
อันหนาวเย็น ด้านตะวันตกเป็นทะเลอาหรับที่ด้านเหนือ
เป็นกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และด้านตะวันตก
จนทวีปแอฟริกา เกาะใหญ่ในมหาสมุทร ได้แก่ มาลากาซีย์
ใกล้แอฟริกาและศรีลังกาด้านใต้ของอินเดีย
ในระหว่างสงคราม ๗ ปี Seven Years War
ในยุโรปยุคนโปเลียนของฝร่งเศส ทหารเรือฝร่งเศส


กับอังกฤษแย่งกันยึดเกาะต่าง ๆ ด้านตะวันตกของ

มหาสมุทรอินเดียท่หลังจากการยุทธทางเรือท่ทราฟัลการ์

ระหว่างกองเรืออังกฤษของเนลสันกับกองเรือผสม HMS Invincible ในสงคราม Falkland
ฝร่งเศส-สเปน ใน ค.ศ. ๑๘๐๕ แล้ว อังกฤษ กับเครื่องบิน Sea Harrier





ครองทะเล ในมหาสมุทรอินเดียได้มากกว่าใครนาไปสู่ ยกท่ดินให้เจ้านายเก่ายังฝร่งเศส อังกฤษ เป็นท่พักพิง
การเป็นจักรภพอังกฤษที่ได้ “อินเดีย” เป็นเพชรเม็ดเอก หน่วยเรือของตนในมหาสมุทรอินเดียมากบ้างน้อยบ้าง

ของอาณานิคม ขณะที่ฝรั่งเศส ฮอลันดา และโปรตุเกส อินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษท่โดยหลัก
ได้ไปบ้างตามขอบฝั่งแอฟริกา อินโดจีน และอินโดนีเซีย ศาสนาพวกฮินดูเป็นอินเดีย พวกอิสลามเป็นปากีสถาน
สงครามญ่ปุ่น-รัสเซีย ค.ศ. ๑๙๐๔-๑๙๐๕ ตะวันตกและตะวันออก (บังกลาเทศในปัจจุบัน)

26 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑










กบพรมแดนทางบกทเหล่อมลาติดต่อกบจน ปัญหา ในการเสริมสร้างต่อจนเข้าประจาการในกองทัพเรือ

ชายแดนกับจีนทาให้เกิดการปะทะกันระหว่างทหาร อินเดีย ในเดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๙๖๑ ตั้งชื่อว่า Vikrant


อินเดียกับจีนอย่างยืดเยื้อตั้งแต่ ค.ศ. ๑๙๕๔ - ๑๙๖๒ ระวางขับนาเต็มท่ ๑๙,๕๐๐ ตัน มีเคร่องบินขับไล่/ท้ง ิ




ท่เกิดการรบใหญ่บริเวณแคว้นลาดัก (Ladakh) ระเบด Seahawk จานวน ๑๖ เครอง แล้วเครอง






โดยอินเดียเสียพื้นที่บางส่วนแก่จีนไป ส่วนกับปากีสถาน ปราบเรือดานาแบบ Breguet จานวน ๔ เคร่อง นับเป็นเรือ






ท่พรมแดนเช่อมต่อกันท้งทางมหาสมุทรและทางบก บรรทุกเครื่องบินล�าแรกของชาวเอเชียหลังสงครามโลก




มีปัญหาการแบ่งพ้นท่กันในหลายแคว้นโดยเฉพาะอย่างย่ง ิ การเลือกต้งท่วไปใน ค.ศ. ๑๙๗๐ ของปากสถาน



ท่รัฐซุนากัท ไฮเดอราบัด (Hyderabad) กาปูรทาละ ปรากฏผลว่าพรรคประชาชนปากีสถานชนะ ในปากีสถาน
(Khyber-Pakhtunkhwa) และแคชเมียร์ (Kashmir) ตะวันตกและพรรคอาวามิมีชัยในปากีสถานตะวันออก








ใน ค.ศ. ๑๙๔๗ อนเดยส่งกาลงทหารยึดซนากัท ซ่งท้งสองพรรคเป็นคู่แข่งทางการเมืองกัน ปัญหาเช้อชาต ิ


และไฮเดอราบัดเพราะกลัวว่าจะไปอยู่กับปากีสถาน ระหว่างชาวเบงกาลีกับปันจาบในปากสถานตะวนออก
ส่วนแคชเมียร์ที่คนส่วนใหญ่เป็นมุสลิม เกิดการจลาจล รวมท้งความยากจน ความเหล่อมลาทางเศรษฐกจและ






โดยท้งปากีสถานและอินเดียส่งทหารเข้าไปโดยอ้างว่า การปกครองท�าให้ผู้นาพรรคอาวามิ ประกาศเปล่ยน


ปราบจลาจลจนเกิดการรบใหญ่ท่ต่อมาอังกฤษและ ปากีสถานตะวันออกเป็นบังกลาเทศ ปลายเดือน




สหประชาชาติไกล่เกล่ยหยุดยิงในปลายเดือนกรกฎาคม มีนาคม ค.ศ. ๑๙๗๑ ซ่งปากีสถานตะวนตก

ค.ศ. ๑๙๔๘ โดยอินเดียยึดส่วนใหญ่ของแคชเมียร์ ได้ส่งทหาร ๓ กองพล ไปเสริมกาลังในภาคตะวันออก

ไว้ได้ ทั้งสองฝ่ายต่างแย่งคะแนนเสียงจากชาวแคชเมียร์ เกิดเป็นสงครามกลางเมืองท่โหดร้ายทารุณ ชาวปากีสถาน
ว่าจะอยู่กับใคร จนในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. ๑๙๖๕ ตะวันออกผู้เป็นท้งฮินดูและมุสลิมล้ภัยสงครามเข้าไป



เกิดการรบกันอีกท้งทางบกและทางทะเล โดยจีน ในอินเดยราว ๑๐ ล้านคน และคาดว่ามผ้เสยชวิต





สนับสนุนปากีสถานและโซเวียตสนับสนุนอินเดีย ในสงครามระหว่าง ๓ แสน ถึง ๑ ล้าน ๕ แสนคน
อย่างลับ ๆ การหยุดยิงใน ค.ศ. ๑๙๖๙ เป็นผลให้อินเดีย ผู้นาอินเดียได้ตระเวนรอบโลกเพ่อหาเสียงจากต่างชาต ิ


ครอบครองแคชเมียร์ราว ๙๐ เปอร์เซ็นต์ การรบทางเรือ ให้อินเดียระงับสงครามแล้วกองทัพอินเดียก็เคล่อนสู่

เกิดข้นเพียงเรือพิฆาตปากีสถานช่อ PNS Khaibar ปากีสถานตะวันออกต้นเดือนธันวาคม ค.ศ. ๒๕๗๑


(เรือเก่าช้น Battle ของอังกฤษช่อ H.M.S. Cadiz) โดยเกิดการรบที่แคชเมียร์และทางทะเลด้วย


ระดมยิงฝั่งเมืองดวาร์กา (Dwarka) ของอินเดีย การรบทางเรือด้านตะวันตกในทะเลอาหรับ

เพียงคร้งเดียว อินเดียใช้เรือลาดตระเวน INS Mysore เป็นเรือธง

การถอนตัวของอังกฤษจากมหาสมุทรอินเดีย ปฏิบัติการในทะเลซ่งได้เสียเรือฟริเกต INS Khukri








ทาให้อนเดยตระหนักว่าตนเองต้องมบทบาทใน ด้วยตอร์ปิโดจากเรอดานาปากีสถาน PNS Hangor
มหาสมุทรมากกว่าคนอ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีข้อพิพาท (เรือชั้น Daphné ของฝร่งเศส) ส่วนการรบในอ่าวเบงกอล






กับปากีสถานต้งแต่ท้งสองฝ่ายต่างได้รับเอกราชจาก เรือบรรทุกเคร่องบิน INS Vikrant เป็นเรือธงทาการ



องกฤษ ทงสองฝ่ายเรมต้นด้วยยทโธปกรณ์เก่าของ ปิดอ่าวปากีสถานตะวันออก ตัดเส้นทางส่งกาลังบารุง





อังกฤษ อินเดียเร่มแรกมีเรือลาดตระเวนช่อ INS Mysore ระหว่างปากีสถานตะวันตก-ตะวันออก ปากีสถาน


(ลาท่ ๑) อันเป็นเรืออังกฤษเป็นเรือหลักแล้วคิดมีเรือ ตะวนออก ยอมแพ้หลังจากอินเดียเคล่อนทัพเข้าใกล้






บรรทุกเคร่องบินก็ได้ เรือช่อ Hercules ท่เป็นสร้าง เพียง ๑๓ วัน และเป็นประเทศบังกลาเทศโดย

ไม่เสร็จของอังกฤษปลายสงครามโลก ใช้เวลา ๔ ปี สมบูรณ์
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 27

เป็นแกนน�า (Carrier battle group) เหมือนอย่างเรือ


บรรทุกเคร่องบินพลังงานนิวเคลียร์ (ลาแรกของโลก)
USS. Enterprise ของสหรัฐอเมริกา น�าหมู่เรือเข้าไปใน
อ่าวเบงกอลในขณะอินเดียรบกับปากีสถานตะวันออก



ใน ค.ศ. ๑๙๗๑ ดงกล่าวแล้ว โดยนยทสนบสนุน


ปากีสถานอยู่ในที่ หรือเหมือนอย่างครั้งที่เรือ USS. Carl


Vinson นากองเรือรบสหรัฐอเมริกา เย่ยมเยือนคาบสมุทร
เกาหลี ในเดือนเมษายน - พฤษภาคม ค.ศ. ๒๐๑๗

หลังจากท่เกาหลีเหนือทดลองยิงขีปนาวุธออกทะเล

เรือบรรทุกเครื่องบิน INS Vikrant หลายลูกติดกันอย่างไม่กลัวเปลือง ส่วนการท่กองเรือ

ร่วมรบเป็นเรือธงปิดอ่าวปากีสถานตะวันออก บรรทุกเคร่องบินสองฝ่ายรบกันอย่างในสงครามโลก

ไม่น่าจะเกิดข้นอีกแล้ว เรือ INS. Vikrant ถูกปลดประจาการ




การจมเรือ INS Khukri โดยเรือดานา PNS ไปก่อน ตามด้วยเรือ INS. Viraat ปลายปี ค.ศ. ๒๐๑๖
Hangor ของปากีสถาน ถือเป็นการปฏิบัติการเรือด�าน�้า เหลือเรือ INS. Vikramaditya อันเป็นเรือเก่า
คร้งแรกภายหลังสงครามโลกทาให้อินเดียเร่มต้ง ยุคสมัยสงครามเย็นของรัสเซีย ช่อเรือ Admiral






กองเรือด�าน�้าเป็นเรือ ชั้น Foxtrot จากสหภาพโซเวียต Gorshkov ทสร้างไว้ยงไม่เสร็จ แล้วอนเดยซอไว้ให้






จ�านวน ๘ ล�า โดยสร้างฐานทัพเรือด�าน�้าในอ่าวเบงกอล

ท่เมืองวิสาขะปัตนัม ในเวลาเดียวกันก็ได้ปรับปรุง
เรือบรรทุกเคร่องบิน INS. Vikrant ยกดาดฟ้าหัวสูง

ให้ใช้เครื่องบิน Sea Harrier ได้ อินเดียต้องการควบคุม


มหาสมุทรอินเดียโดยใช้เรือบรรทุกเคร่องบินเป็นแกนนา
ซ่งควรจะมี ๒ ลา การหาเรือเพ่มเติมได้เรือเก่าจากอังกฤษ



H.M.S. Hermes ท่เป็นเรือธงในสงครามฟอล์กแลนด์

เรือ Hermes เป็นเรือ ๑ ใน ๖ ล�า ของเรือชั้น Centaur


ของทหารเรืออังกฤษท่สร้างข้นหลังจบสงครามโลก



ระวางขับนาเต็มท่ ๒๘,๗๐๐ ตัน เรือเคยได้รับการ

ดัดแปลงเป็นเรือบรรทุกคอมมานโดคร้งหน่ง HMS Invincible ในสงคราม Falkland กับเครื่องบิน Sea Harrier

เป็นเรือปราบเรือดานาอีกคร้งหน่ง จนกระท่งปรับปรุง






เป็นเรือโจมตีบรรทุกเคร่องบิน Sea Harrier และ ทางรัสเซียสร้างต่อให้เสร็จท่กินเวลาอีก ๖ ปี และราคา


เฮลิคอปเตอร์ Sea king ภายหลังสงครามฟอล์กแลนด์ เกนคาดเป็น ๓ เท่า เป็นเรือระวางขับน�า ๔๔,๐๐๐ ตัน


เรือ Hermes ถูกขายแก่อินเดียโดยได้รับการปรับปรุงเรือ ซงเครองบน Mig-29 ท่ใช้บนเรือมักมีปัญหาเร่อง









แล้วส่งมอบให้กองทัพเรืออินเดียในเดือนพฤศจิกายน เครองยนต์ อนเดยได้สร้างเรอบรรทุกเครองบนเอง










ค.ศ. ๑๙๘๖ และได้ชื่อเรือใหม่เป็น INS. Viraat โดยปล่อยลงนาใน ค.ศ. ๒๐๐๙ และจะประจาการเรอใน



การใช้เรือบรรทุกเคร่องบินของอินเดียท่มีอยู่ ค.ศ. ๒๐๑๘ ให้ช่อเรือว่า INS. Vikrant ตามช่อเรือลาแรก





๒ ลา ก็เป็นลักษณะกองเรือรบท่มีเรือบรรทุกเคร่องบิน ท่ปลดไป ซ่งคาดว่าเรือจะพร้อมรบภายใน ค.ศ. ๒๐๒๓


28 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑








และกาลังเลือกแบบเคร่องบินทจะใช้กบเรอ โดยเหนว่า ขนาดใหญ่ไว้ ๓ ล�า ด้วยหลักการว่าเรือพร้อมใช้ ๒ ล�า
เครื่องขับไล่ Tejas ที่อินเดียสร้างเองหนักเกินไปที่จะใช้ และซ่อมบ�ารุง ๑ ล�า ซึ่งเรือทั้ง ๓ ล�า มีอายุมากขึ้นจนถึง
กับเรือ (Bloomberg View, ๒๗ เมษายน พ.ศ ๒๕๖๐) ต้นทศวรรษ ๑๙๖๐ ทหารเรืออังกฤษก็เสนอ “ข้างบน”




อนเห็นได้ว่าอก ๕ ปีข้างหน้า อินเดยจะมเรอบรรทก ขอสร้างเรือช้นใหม่หลังสงครามเป็นเรือขนาด ๕๐,๐๐๐ ตัน



เครื่องบิน ๒ ล�า และมีประสบการณ์ในการใช้เรือในการ (attack carriers – CVAs) ก็ได้รับอนุมัติให้สร้างได้ ๑ ล�า

สงครามอยู่บ้าง ให้ช่อเรือเสร็จสรรพว่า H.M.S. Queen Elizabeth



กาลังอานาจทางเรือของมหาอานาจตะวันตก แต่ด้วยแง่มุมทางการเมือง (Political Sensitivity)
ในยุคล่าอาณานิคมไหลผ่านมหาสมุทรอินเดียอ้อม ใน ค.ศ. ๑๙๖๖ “ข้างบน” ก็บอกว่าภายหลัง ค.ศ. ๑๙๗๐

คาบมหาสมุทรมลายู ผ่านปากอ่าวไทยไปทางตะวันออก อังกฤษจะไม่ใช้เรือบรรทุกเคร่องบินอีกต่อไป (Britain
เข้าสู่ทะเลจีน ทาให้ประเทศท้งหลายต้งแต่ตะวันออกกลาง




ทะเลอาหรับ อ่าวเบงกอล ทะเลอนดามน ช่องแคบ

มะละกา และทะเลจีน มีภาษาราชการเป็นภาษาอังกฤษ



ภาษาฝร่งเศส ภาษาดัตช์ และภาษาโปรตุเกส หมดท้งส้น
ยกเว้นประเทศไทย บางทีภูมิศาสตร์กายภาพ จากทะเล

อันดามันอ้อมคาบมหาสมุทรมลายูสู่ทะเลจีน อาจทาให ้


กระแสอานาจกาลังทางเรือไหลผ่านปากอ่าวไทยไปทาง
อินโดจีนเป็นผลให้ประเทศไทยรอดจากการเป็น
ประเทศราช โดยเป็นเค้กช้นสุดท้ายท่อังกฤษ


ทางตะวันตกกับฝร่งเศสทางตะวันออกคิดแบ่ง


ประเทศไทยเป็นสองช้น โดยมีแม่นาเจ้าพระยาเป็นเส้น



แบ่งเค้ก แต่พระสยามเทวาธิราชช่วยไว้ ดังน้น เม่อจบ เรือหลวงจักรีนฤเบศรเมื่อครั้งมี Harrier


สงครามโลกแล้วประเทศราชท้งหลายเป็นเอกราช และม ี บนดาดฟ้าบิน เดี๋ยวนี้ไม่มีเสียแล้ว








กองทัพเรอกน กองทพเรือไทยจึงเปนกองทพเรือทเกาแก ่ would no longer deploy aircraft carriers alter the






ทสดในภมภาคโดยมอ่าวไทยทมชอตามชอประเทศ ๑๙๗๐s.) แล้วระงับการสร้างเรือ CVA1 ที่เคยอนุมัติไว้













เปนถนกาเนด ซงกองทพเก่าแกจะมเรอบรรทุกเคร่องบน มิหนาซายังมีกรรมาธิการเฝ้าปรามการมีเรือบรรทุก










ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด เคร่องบินอีกด้วย - a carrier resurrection. (The

เรือบรรทุกเคร่องบินของทหารเรือไทย Encyclopedia of World Sea Power)

เรือหลวงจักรีนฤเบศร ขนาด ๑๒,๐๐๐ ตัน เป็นเรือรุ่นน้อง ขณะท่ทหารเรืออังกฤษเกาสมองงงอยู่


เรือทหารเรืออังกฤษ H.M.S. Invincible ขนาด ขณะโลกเร่มต้นสงครามเย็นอยู่น้น อิตาลีได้ปล่อยเรือ




๑๙,๕๐๐ ตัน ท่มีท่มาแบบเหตุการณ์พาไป กล่าวคือ บรรทุกเคร่องเฮลิคอปเตอร์ Andrea Dorias ขนาด

ในสงครามโลกคร้งท่ สอง อังกฤษมีและใช้เรือบรรทุก ๕,๕๐๐ ตัน และเรือ Vittorio Veneto ขนาด ๗,๕๐๐ ตัน





เคร่องบิน ๒ ขนาด ขนาดใหญ่ ๒๐,๐๐๐ กว่าตัน ลงนา ใน ค.ศ. ๑๙๕๘ และ ๑๙๖๕ ตามลาดบ





และขนาดเล็ก ๑๐,๐๐๐ กว่าตัน ภายหลังสงครามก ็ เพ่อใช้งานปราบเรือดานาและสนับสนุนการยกพลข้นบก



ได้ขายเรือให้แก่ผู้อยากมีเรือบรรทุกเคร่องบินกัน ทางสหรัฐอเมริกาท่มีเรือขนาดใหญ่ ๕๐,๐๐๐ –
เช่น อินเดีย บราซิล ออสเตรเลีย ซ้อไป เหลือเรือ ๙๐,๐๐๐ ตัน ท้งส้น คิดมีเรือขนาดราว ๑๐,๐๐๐ ตัน



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 29


เรียกว่า Sea Control Ship บรรทุกเฮลิคอปเตอร์เช่นกัน และอังกฤษ เป็นเรือขนาด ๑๖,๗๐๐ ตัน ช่อเรือ Príncipe




แต่ไม่ได้สร้างเรือตามท่คิด เปล่ยนเป็นสร้างเรือโจมต ี de Asturias บรรทุกเคร่อง Harrier และเคร่อง





สะเทินนาสะเทินบกแทนท่เรือบรรทุกท้งเฮลิคอปเตอร์ เฮลิคอปเตอร์ ๒๐ เคร่อง อันเป็นเรือต้นแบบเรือหลวง



และกาลังยกพลข้นบก เรือ LHD ระวางขับนาเต็มท ี ่ จักรีนฤเบศรของไทย พายุใต้ฝุ่นช่อเกย์ (Gay) ท่ก่อตัว



๔๐,๐๐๐ ตัน เรือ LPH ขนาด ๑๘,๐๐๐ ตัน เรือ LHA ในอ่าวไทยเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. ๑๙๘๙ ได้ทาความ

ขนาด ๓๙,๐๐๐ ตัน และเรือ LPD ขนาด ๑๖,๐๐๐ ตัน เสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่จังหวัดชุมพร ซ่งพายุเกย์ได้


ทหารเรืออังกฤษจึงคิดใหม่เป็นเรือ “ลาดตระเวน เคล่อนตัวสู่อ่าวเบงกอลเข้าหาชายฝั่งอินเดียท่รับ


ดาดฟ้าเรียบ” (Through Deck Cruiser) ที่จะบรรทุก ความเสียหายมากเช่นกัน ภัยพิบัติทางทะเลคร้งน้น



เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือด�านา ๖ เคร่อง เป็นเรือขนาด มีผลให้ “ข้างบน” ปรารภว่า “กองทัพเรือควรมีเรือใหญ่


๑๒,๕๐๐ ตน แต่การวจยชว่าบรรทกเครองบนได้ ไว้บรรเทาภัยทางทะเล” ช่วงเวลาน้นกาลังมีการต่อ











๙ เคร่อง จะมีประสิทธิผลกว่าจึงขยายแบบขอสร้าง เรือฟริเกตใหม่ ๖ ลา ชุดเรือหลวงเจ้าพระยา ชุดเรือหลวง

เป็นเรือขนาด ๑๙,๕๐๐ ตัน ท้งน้ หลีกเล่ยงคาว่า Carrier นเรศวร และเรือส่งกาลังบารุงได้แก่ เรือหลวงสิมิลัน








เพราะการเมืองจ้องอยู่ ซ่งเรือลาแรก คือ H.M.S. ขนาด ๒๒,๐๐๐ ตัน จากประเทศจีนทั้งหมด เพื่อร่วมกัน


Invincible ถูกปล่อยลงนาในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๗๓ เป็นกองเรือทะเลลึก (Blue Water Navy) ตามวิสัยทัศน์




ลาทสองและลาทสามทยอยลงนาตามลาดบ สมัยน้น ซ่งเรือเข้าประจาการระหว่าง ค.ศ. ๑๙๙๑ -













ขณะกาลังสร้างเรือทางทหารอากาศอังกฤษกาลังประจาการ ๑๙๙๕ และเรือใหญ่ท่รับอานิสงส์จากพายุไต้ฝุ่นก็เป็นเรือ




เคร่องบินข้น-ลงทางด่ง STOV/L Harrier ท่ทางทหารเรอ แบบสเปนท่มีเคร่อง Harrier แบบ AV-8A (S) และ




พัฒนาใช้กับเรือ (เครื่องล่างแข็งแรงขึ้น) เป็นเครื่อง Sea เฮลิคอปเตอร์ Sea Hawk แบบ S-70B ติดเรือมาดวย

Harrier แล้วสร้างหัวเรือเชิดขึ้น ๗ (ski jump) เพื่อช่วย จานวนหน่ง เรือหลวงจักรีนฤเบศร ขนาด ๑๒,๐๐๐ ตัน


ยกตัวเครื่องบินขณะขึ้นทางราบ เรือ H.M.S. Invincible ท่เล็กกว่าเรือต้นแบบของสเปนได้เข้าประจาการ


เข้าประจาการในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๘๐ ที่ไม่ถึง

๒ ปีต่อมา กาลังทหารอาร์เจนตินาก็ยึดหมู่เกาะฟอลก


แลนด์ของอังกฤษท่อยู่ห่างจากอังกฤษถึง ๘,๐๐๐ ไมล์

กองเรืออังกฤษที่มีเรือ H.M.S. Invincible ล�าใหญ่เอี่ยม



กับเรือบรรทุกเคร่องบินลาเก่า Hermes เป็นแกนนา
สามารถนาชัยมาได้ ท้งน้เคร่องบิน Sea harrier ความเร็ว




ตากว่าเสียงสามารถพันตู (Dog fight) กับเคร่องบิน



Super Étendard ความเร็วเหนือเสียงของทหารอากาศ
อาร์เจนตินาอย่างได้ผล (เป็นเคร่องจากฝร่งเศส)


ทางอาร์เจนตินาเสียเคร่องบินไป ๓๓ เคร่องท้งทางอากาศ



และภาคพื้นดิน ฝ่ายอังกฤษเสียเครื่องบิน Sea Harrier
จ�านวน ๑๐ เครื่อง ที่มิได้เป็นการสูญเสียทางอากาศเลย
สเปนมีเรือบรรทุกเคร่องบินเก่าจาก

สหรัฐอเมริกา ๑ ล�า ท่เม่อสร้างเรือทดแทนก็ได้เลือกสร้าง เรือในอ่าว Taranto ถูกโจมตีด้วยอากาศนาวี






เรอบรรทกเคร่องบนข้น-ลงทางด่งตามอย่างอิตาล ี


30 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑








เมอวนท ๒๐ มนาคม ค.ศ. ๑๙๙๗ โดยยทธศาสตร์ และอินเดียอยู่ไกลออกไป อ่าวไทยเป็นทะเลนาต้น




ทางเรือกองทัพเรือไทย ในช่วงเวลาน้นเห็นได้จากสาร ในขณะที่ทางอันดามันน�้าลึก การคมนาคมทางอ่าวไทย


ผู้บัญชาการทหารเรือเน่องในวันกองทัพเรือ ค.ศ. ๑๙๙๒ เป็นเส้นทางหลักทางทะเลของประเทศซ่งลักษณะ
(พ.ศ.๒๕๓๕) “...เสริมสร้างก�าลังรบ และขยายบทบาท กายภาพของอ่าวเป็นถุงท่มีหลายชาติอยู่ท่ปากถุง


ให้สามารถปฏิบัติการในทะเลลึกได้...” และเป็นทะเลนาต้นอันเป็นการท้าทายนักยุทธศาสตร์




ทางเรือชาวไทยเป็นย่งนัก เปรียบเสมือน
เยอรมนี ที่เกาะอังกฤษและเดนมาร์ก
บังทางออกทะเลเหนือ สวีเดนและ
นอร์เวย์บังทางออกทะเลบอลติก อันเป็น



ผลให้เยอรมนีใช้กาลังเรือดานาเป็น

หลักในการสงครามทางเรือของ

สงครามโลกท้งสองคร้ง ซ่งทางอ่าวไทย


จะกระท�าอย่างเยอรมนีได้ยากมาก
ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้า
ตากสินได้ยกทัพเรือจากธนบุรีไป
ตีเมืองนครศรีธรรมราชใน ค.ศ. ๑๗๖๙
(พ.ศ.๒๓๑๒) ไปตกรุงกัมพชา


ค.ศ. ๑๗๗๑ (พ.ศ.๒๓๑๔) ใน

CONOPS ในสงครามโลกครั้งที่ ๒ เปลี่ยนเป็นให้ความส�าคัญกับเรือบรรทุกเครื่องบิน รัชกาลท่ ๑ ไปตีไซ่ง่อน ค.ศ. ๑๗๘๔

(พ.ศ.๒๓๒๗) ในรัชกาลท่ ๓
ชัยภูมิปฏิบัติการของทหารเรือไทยแต่โบราณกาล ไปตีเมืองบันทายมาศ (ฮาเตียน) ของญวน ค.ศ. ๑๘๔๑
ก็คือ อ่าวไทยและทะเลอันดามัน ซึ่งอ่าวไทย มีลักษณะ (พ.ศ.๒๓๘๔) (ประวัติการทหารเรือไทย;
เป็นถุงท่ก้นถุงปากแม่นาเจ้าพระยา สัตหีบ - หัวหิน กว้าง พลเรือตรี แชน ปัจจุสานนท์) อันเป็นปฏิบัติการทางเรือ



๕๐ ไมล์ ส่วนกลางถุงกว้างออกไปแล้วแคบอีกระหว่าง ของไทยผ่านอ่าวไทยออกไป แต่เมอถงยคล่าอาณานคม










แหลมกาเมาหรือแหลมญวนกับเมืองโกตาบารูของ กาลงอานาจทางเรอชาวฝรงป้วนเปี้ยนอย่ปากอ่าวจนถง ึ




มาเลเซีย ที่กว้างราว ๒๐๐ ไมล์ แล้วกว้างมากขึ้นจนถึง รัชสมัยรัชกาลท่ ๕ ก็ได้เข้ามาในอ่าวไทย ท่สาคัญการปิดอ่าว




ปากอ่าวทไปชนทะเลจนใต้ อ่าวไทยมเนอทประมาณ โดยกองเรือตะวันออกไกลของฝร่งเศส ๒ คร้ง เพ่อ










๒๐๑,๖๔๔ ตารางกิโลเมตร ความลึกนาเฉล่ย ๓๐-๔๐ เมตร บีบบังคับให้ไทยยกดินแดนบางส่วนด้านอินโดจีน

ความลึกสุดเพียง ๘๕ เมตร ส่วนทางด้านอันดามัน แก่ฝรั่งเศสไป ในรัชกาลที่ ๘ ก�าลังทางเรือญี่ปุ่น อังกฤษ


ใกล้ชายฝั่งนาลก ๐ - ๒๐๐ เมตร ออกไปลก ๑๐๐๐- และสหรัฐอเมริกา เข้ามาปฏิบัติการในมหาสงครามเอเชีย


๒๐๐๐ เมตร (วันอุทกศาสตร์โลก นาวิกศาสตร์ มิถุนายน บูรพา ล้วนเป็นการเคลื่อนไหวและปรากฏการณ์ที่ก�าลัง
พ.ศ.๒๕๕๖) ซ่งจะเห็นได้ว่าจากก้นอ่าวไทยสู่ปากอ่าว อานาจทางทะเลไหลออกสู่ปากอ่าวในตอนแรกแล้วไหล






มีกัมพูชา เวียดนามและมาเลเซีย ขนาบอยู่สองข้าง เข้ามาในตอนหลังจนกระท่งน่ง ๆ อยู่ต้งแต่รัชกาลท่ ๙
สิงคโปร์และอินโดนีเซียอยู่ที่ปากอ่าว ส่วนด้านอันดามัน ถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ หลังจากมีเรือบรรทุกเครื่องบินกองเรือ
เป็นทะเลเปิดมพม่าและมาเลเซียอย่ใกล้ ๆ อินโดนเซย ฟริเกต และเรือส่งกาลังบารุง ทหารเรือไทยก็วาง






นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 31



ู่


ยุทธศาสตร์ที่จะปฏิบัติการในทะเลลึกได้ อันหมายความ หน่วยเรอเช่นน้สคาบสมุทรเกาหลีในเดอนเมษายนท่ผ่านมา

ได้ว่าจะกระท�าการออกไปนอกอ่าวไทยนั่นเอง ดังกล่าวแล้ว อันหมายความว่ายุทธศาสตร์ท่สามารถ








คณพ่อของผ้เขียนเคยเล่าให้ฟังว่า เราเคยม ี ปฏบตการในทะเลลกน้น ขำดก�ำลังอันเหมำะสมท่จะ










ระเบียบการต้งช่อเรือหลวงเม่อสงครามโลกจบใหม่ ๆ กระทำกำรซงหำกจดหำเครองบนโจมตประจำเรอ






กาหนดไว้ต้งแต่เรือประจัญบาน เรือบรรทุกเคร่องบิน มำทดแทนก็จะยังคงยุทธศำสตร์เดิมได้ ในปัจจุบน



เรือลาดตระเวน ลงไปจนถึงเรือเล็ก ๆ ตามชนิดเรือ นอกจากเคร่องบินข้น-ลงทางด่ง Sea Harrier ของนาวิกโยธิน



ในสงครามสาหรับเรือบรรทุกเคร่องบินว่าให้ช่อเรือ สหรฐอเมรกา แลว ยงมเครอง Yakovlev Yak-38 (VTOL)









ตามช่อนกในวรรณคดี เช่น สดายุ วายุพักตร์ เป็นต้น ของรัสเซียท่สมรรถนะพอกัน ท้งน้ เม่อเรือสะเทินนา






ซ่งท่านได้ไปสอบถาม กองประวัติศาสตร์ กรมยุทธศึกษา สะเทินบก เรือหลวงอ่างทองที่มีเฮลิคอปเตอร์ เรือยกพล






ทหารเรือ ก็ไม่พบว่ามีระเบียบเช่นน้น แต่พบว่าใน ขนบก ยานยนต์และทหารนาวกโยธน เข้าประจาการ

ค.ศ. ๑๙๓๕ (พ.ศ.๒๔๗๘) ทางรัฐบาลได้ต้งคณะ เมื่อ ๕ ปีที่แล้ว ซึ่งได้ท�างานบรรเทาภัยพิบัติ - disaster



กรรมการพิจารณาการต้งช่อเรือหลวง มีหม่อมเจ้า relief ซ่งทาคร้งสุดท้ายในเดือนมกราคม ค.ศ. ๒๐๑๗












วรรณไวทยากร ทรงเป็นประธาน นาวาตร หลวงชนะนาวน ท่นาท่วมจังหวัดนครศรีธรรมราชพร้อมกับนาเรือผลักดันนา
เป็นเลขานุการ มีหลวงวิจิตรวาทการ ฯลฯ เป็นกรรมการ ๒๐ ล�า ติดตัวไปด้วย อันประจักษ์ว่าเรืออย่างเรือหลวง

ประชุมกันท่กระทรวงการต่างประเทศมีขมวดตอนท้าย อ่างทองทางานอย่างน้ได้ผลย่งกว่าเรือท่บรรทุก




การต้งช่อเรือว่า - เรือท่มีหน้าท่พิเศษให้ต้งช่อเรือ เฮลิคอปเตอร์เพียงอย่างเดียวก็เป็นเร่องท่นักเลง










ตามความเหมาะสม โดยมิได้กล่าวถึงเรือบรรทุกเคร่องบิน ยุทธศาสตร์จะวางแผนกระทาการในอ่าวไทยและนอก




ท้งน้ท้งน้น เม่อกองทัพเรือควรมีเรือใหญ่ไว้บรรเทาภัย อ่าวไทยอย่างไรดี


พบตทางทะเลทเป็นเรอหลวงจกรนฤเบศร กอาจได้









ประกายมาจากเรืออังกฤษท่เดินทางคร่งโลกไปรบท ่ ี



ฟอล์กแลนด์ เป็นเรือทอาจออกไปกระทาการนอกอ่าวไทย

ในเขตทะเลลึกตามยุทธศาสตร์ที่วางเอาไว้
ในเดือนมกราคม ค.ศ. ๒๐๐๓ (พ.ศ.๒๕๔๖)

หลังจากเรือบรรทุกเคร่องบินลาเดียวของไทยเข้าประจาการ



เกดเหตุการณ์จลาจลเผาสถานทูตไทยและโรงแรม
ชาวไทยในกรุงพนมเปญของกัมพูชา เรือได้เป็นฐานบิน
ของเฮลิคอปเตอร์จากท้งสามเหล่าทัพไทยในการอพยพ

คนไทยท่ถูกคุกคามออกจากพนมเปญอย่างได้ผล และ ใน

เดือนธันวาคม ค.ศ. ๒๐๐๔ (พ.ศ.๒๕๔๗) เรือได้ไป เรือบรรทุกเครื่องบิน Type 001 กองทัพเรือจีนล�าแรก

ช่วยภัยจากสึนามิทางฝั่งทะเลอันดามันตามศักยภาพ ตงแต่โลกมเรอบรรทกเครองบนไม่เคยม ี















ของเฮลิคอปเตอร์ ส่วนเคร่องบิน Harrier ยังไม่มีบทบาท ปฏบตการเรอบรรทกเคร่องบน (Carrier Operations)
แต่อย่างใด ซ่งสิบปีให้หลังก็ปลดประจาการไปโดยยังไม่ม ี ในอ่าวไทยเลยมีแต่ระหว่างสนธิสัญญาป้องกันเอเชีย



เคร่องบินใหม่ทดแทน ทาให้เรือไม่มีเคร่องบินโจมต ี ตะวันออกเฉียงใต้ (SEATO) ภายหลังสงครามโลก



และไม่อาจจัดหน่วยเรือบรรทุกเคร่องบินโจมตี (a carrier และอังกฤษยังมีกองเรือภาคตะวันออกไกลอยู่ก็เคยส่ง
- led strike group) ได้เหมือนสหรัฐอเมริกา นาวีที่จัด เรือบรรทุกเคร่องบิน Bulwark เข้าเย่ยมสัตหีบและ


32 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑









เรือสหรัฐอเมริกา ได้เข้ามาอ่าวไทยหลายเท่ยว เพ่อบรรทุก จน เมอวนท ๒๕ กนยายน ค.ศ. ๒๐๑๒ เรอเป็นเรอ





เครื่องบินขับไล่ Bear Cat จ�านวน ๒๐๔ เครื่อง มาส่งให้ กองทัพเรือโซเวียต (รัสเซีย) ท่ปล่อยลงนาในอู่เรือของ

กองทพอากาศไทยตามโครงการชวยเหลอทางทหาร (ทอ ยูเครน ชื่อเรือ Varyag ใน ค.ศ. ๑๙๘๘ เป็นเรือขนาด




ปกัน, ธันวาคม ๒๕๕๙ ) กับเรือใหญ่ยักษ์ขนาดเกือบแสน ๖๕,๐๐๐ ตัน ที่บริษัทเอกชนจีนซื้อเรือไว ใน ค.ศ. ๑๙๙๘



ตัน ลูกเรือและส่วนการบินมากกว่า ๖,๐๐๐ คน มายัง ท่ ๓ ปี ต่อมาจึงได้ลากเรือมายงจนแล้วตกเป็นสมบต ิ





พทยาราวปีละลาอย่างมิตรไมตร แต่มีเรอ Minsk ของ ของทางการจีนซึ่งได้ใช้เวลาอีก ๑๐ ปี ในอู่เรือจีนในการ





รัสเซียขนาด ๔๐,๐๐๐ ตัน ท่มีเคร่องบินข้น- เสริมสร้างต่อให้เป็นเรือบรรทุกเคร่องบินตามมาตรฐาน






ลงทางด่งและเฮลิคอปเตอร์เต็มดาดฟ้าเรือได้เข้ามา ท้งน้ การท่เอกชนซ้อเรือมาในทีแรกออกจะมีเง่อนงา



ในอ่าวไทยลึกถึงระยองเม่อกลางปี ค.ศ. ๑๙๘๒ ท่ไม่เปิดเผย และแล้วในเดือนเมษายน ค.ศ. ๒๐๑๗




ในช่วงเวลาท่สหรัฐอเมริกาถอนตัวจากสงครามเวียดนาม จีนได้ปล่อยเรือลาท่สองท่สร้างเอง เรียกว่าเรือ “Type















ไมนานนกและเรมตนสงครามเยนของโลก ทงนทางรสเซย 001A ” ทจะมชอเรอวา Shandong (Bloomberg View,




ไม่ได้บอกกล่าวทางการไทย แถมส่งเคร่องบินข้น-ลง ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๐) โดยเรือ 001A จะมีแนวทาง



ดาดฟ้าเรือ อันยังเป็นปริศนาจนบัดน้ว่าเรือรบรัสเซีย การปฏิบัติงานของเรือบรรทุกเคร่องบินตามแบบ



เข้ามาทาไม ส่วนเรือบรรทุกเคร่องบินท่จะออกไปทางาน สหรัฐอเมริกา สามารถบรรทุกเคร่องบินได้ ๓๕ เคร่อง








จากอ่าวไทยก็มแต่เรอไทยชาติเดียวท่สดแต่อานุภาพ ไม่เหมือน Liaoning บรรทุกได้เพียง ๒๔ เคร่อง และจะม ี

ของเรือจะกระท�าอะไรได้บ้าง ความชันของปลายดาดฟ้าบิน (ski jumps) ๑๒ องศา
จีนเป็นชาติน้องใหม่ในเอเชียท่มีเรือบรรทุก ซ่งน้อยกว่า Liaoning ท่มีความชัน ๑๔ องศา สืบเน่องจาก




เคร่องบิน เม่อเรือช่อ Liaoning เข้าประจาการในกองทัพเรือ เทคโนโลยีการปล่อยเคร่องบินของสหภาพโซเวียต





ออกเรือแบบ Carrier Strike Group ไม่ได้มาง่าย
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 33

extreamly expensive but flexible projection


ยังไม่ใช้เคร่องส่ง Catapult เหมือนกับเรือบรรทุกเคร่องบิน chanics.com/military/navy-ships/a14408704/



สหรัฐอเมริกา ทาให้เคร่องบินบรรทุกอาวุธและ chinas-second-aircraft carrier-is-its-most-crucial-yet,





นามันเช้อเพลิงได้น้อยกว่า ท้งน้จีนวิเคราะห์ว่าการลดมุม ๑๒ ธันวาคม ค.ศ. ๒๐๑๗)

ชันจะช่วยให้เคร่องบินสามารถบรรทุกอาวุธและ แผ่นดินจีนใหญ่โตกว่าอินเดีย แต่ชายฝั่งทะเล


นามันเช้อเพลิงได้มากข้นในอนาคตอันใกล้ จีน ของจีนไม่ใช่ทะเลเปิดอย่างมหาสมุทรอินเดีย โดยทะเลเหลือง





จะประจาการเรือบรรทุกเคร่องบิน ๒ ลา และอนาคต ทางด้านเหนือมีคาบสมุทรเกาหลีและหมู่เกาะของ



อนไกล ๔ ลา (ไม่รวม Liaoning) โดยเป็น ๒ กองเรือบรรทุก ญ่ปุ่นบังอยู่ ทะเลจีนตะวันออกมีไต้หวันเป็นหอก
เครองบนรบ (carrier strike group) ในแปซิฟิกตะวันตก ข้างแคร่ ทะเลจีนใต้มีหมู่เกาะของฟิลิปปินส์บังทางออก



และ ๒ กองเรอในมหาสมุทรอินเดียหรอทะเลอน สู่มหาสมุทรแปซิฟิก ทางด้านใต้ท่จะไปยังมหาสมุทร

















นกยทธศาสตรหลายสานกคาดวาเรอบรรทกเครองบนจน อินเดีย เป็นฝั่งทะเลของเวียดนาม และเกาะบอร์เนียว
จะมีขนาดใหญ่ข้นและใช้ระบบปล่อยเคร่องบินแบบ อันเป็นท่ต้งมาเลเซียตะวันออก รวมท้งรัฐกาลิมันตันของ











electromagnetic aircraft launching system ซ่งถอด อนโดนเซยและบรไน ทจะต้องผ่านช่องแคบมะละกา

แบบมาจากเรือบรรทุกเคร่องบินสหรัฐอเมริกา USS อีกด้วย ดังน้น ทะเลของจีนจึงถูกล้อมจากหลายชาต ิ


Gerald R. Ford. (China’s Second Aircraft Carrier คล้ายอ่าวไทย และทะเลเหนือกับทะเลบอลติกของ
Is Its Most Crucial Yet, https://www.popularme- เยอรมนี
34 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑

เรือบรรทุกเครื่องบิน ก�าลังส�าคัญของจีนในยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ


โบราณกาลของจีนถูกรุกรานทางบกจนม ี คอมมิวนิสต์จีน (เหมา เจ๋อตุง) และจีนคณะชาต ิ



การสร้าง “กาแพงเมืองจีน” จากเหนือจรดใต้ของ (เจียง ไคเชก) ได้ช่วยกันรบขับไล่ทหารญ่ปุ่น แต่เม่อญ่ปุ่น



ประเทศดังท่ทราบกันอยู่ ในยุคเรือใบมีกองเรือใหญ่ของจีน แพ้สงคราม เหมา เจ๋อตุง ก็รบกับ เจียง ไคเชก เพ่อ
โดยนายพล เชงฮี ในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๕ ได้เดินเรือผ่าน ความเป็นใหญ่ จีนคณะชาติพ่ายแพ้หนีข้ามทะเลไปอยู่


มหาสมุทรอินเดียถึงตะวันออกกลางท่แสดงถึงความเก่ง เกาะไต้หวัน โดยฝ่ายคอมมิวนิสต์ไม่มีกาลังทางเรือ


ทางด้านการเรือ แต่ขาดด้านการปืน ในยุคเรือกลไฟ พอท่จะติดตามต่อไปได้แต่ก็ได้อานาจเป็นใหญ่

เรือรบชาติตะวันตกต้งแต่อังกฤษ โปรตุเกส ดัทช์ บนแผ่นดินใหญ่จีน การก่อต้งองค์การสหประชาชาต ิ


ตามมาด้วยเยอรมัน รัสเซีย ฝร่งเศส นอร์เวย์ สวีเดน ใน พ.ศ. ๒๔๘๙ จีนได้เป็นมนตรีถาวร ๑ ใน ๕

เบลเยยม และสหรัฐอเมริกา สดท้ายด้วยญ่ป่น เข้ามา ของคณะมนตรีความมั่นคงขององค์การฯ ในฐานะผู้ชนะ








บบบงคบจนใหทาสัญญาต่าง ๆ นานา เช่น เปิดเมืองท่า ในสงครามโลกด้วยผู้หนึ่ง




คาขาย ภาษีเกณฑต�่า สิทธินอกอาณาเขต ค้าฝิ่น เผยแพร่ ความยากแค้นในจีนทาให้ เหมา เจ๋อตุง

ศาสนา ฯลฯ จนถึงเสียดินแดนอย่างฝั่งซ้ายแม่นาอามูร์ ปิดประเทศและโดยความแตกต่างทางแนวความคิดลัทธ ิ

ให้รัสเซีย เสียคาบสมุทรเกาหลี ไต้หวัน และแหลมเลียวตุง คอมมิวนิสต์ จึงเป็นผลให้สหภาพโซเวียตทางด้านเหนือ

ให้ญี่ปุ่น ให้อังกฤษเช่าฮ่องกง ๙๙ ปี เป็นต้น ซึ่งถ้าจีน เป็นภัยคุกคามต่อจีนซ่งจีนเสริมสร้างกาลังทางบก




มีกาลงทางเรอเหมือนเพ่อนชาวเอเชียญี่ปุ่นก็คงไม่ถูกยายี เป็นสาคัญ การจัดต้งกองทัพเรือจีนก็มีช่อตามนัยปลดปล่อย






เช่นนั้น ประเทศว่า People’s Liberation Army Navy (PLAN)

ก่อนและระหว่างสงครามโลกคร้งท่ ๒ ญ่ปุ่น และมีนักยุทธศาสตร์เพียงไม่ก่คนทีกล่าวถึงยุทธศาสตร์








ไดสงทหารขามทะเลไปยดครองดนแดนชายทะเลของจน ทางทะเล ภายหลังอสัญกรรมของ เหมา เจ๋อตุง


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 35

UAV ลงบนเรือบรรทุกเครื่องบิน อนาคตไม่รู้ ก็ต้องเดินไป

ใน ค.ศ. ๑๙๘๐ แม้ภัยทางบกจากโซเวียตยังมีอยู่ ตองควบคมการใชทะเลจนอนเป็นเสนทางขนส่งทางทะเล






แต่เต้งเส่ยวผิงผู้สืบทอดอานาจต่อมา โดยนโยบาย ของจนไว้ให้ได้ ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๑๓





“ปฏรปและเปิดประเทศ” เป็นการเปล่ยนกระบวนท่า จีนประกาศเขต “บอกก่อนบินเข้ามา” (Air – Defense






ดานความมนคงและการป้องกันประเทศ ท่มองออกไป Identification Zone) ในทะเลจีนตะวันออกตามด้วย
ในทะเลจีนและเสริมสร้างก�าลังทางเรือใน ค.ศ. ๑๙๘๕ ทะเลจีนใต้และประกาศว่าเกาะแก่งส่วนมากในทะเลจีน

บริษัทเอกชนจีนได้ช้อเรือบรรทุกเคร่องบิน Melbourne เป็นของจนโดยอ้างประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ซ่งถูก



ของออสเตรเลียซ่งปรากฏว่านายช่างทหารเรือของจีน ประเทศตาง ๆ รอบทะเลจีนคัดค้าน เช่น ฟิลิปปินส์ได้ฟ้อง



ได้ชาแหระเรือหาข้อมูลทางเทคนิค โดยเก็บดาดฟ้าบินไว้ ต่อศาลโลก ท่กรุงเฮก เม่อเดือนมีนาคม ค.ศ.๒๐๑๔


ศึกษาอย่างถ่ถ้วน มีการตรวจสอบความเป็นไปได้ ในการท่จีนยึดครองเกาะแก่งราว ๙๐ เปอร์เซ็นต์


ในการมีเรือ และ ๓ ปี ต่อมามีหลักสูตรผูบังคับการเรือ ในทะเลจีนใต้ท่มีการถมปะการังสร้างท่ต้งแต่ทางทหาร







บรรทกเครองบน โดยโรงเรียนนายเรือกวางโจว (China’s ซ่ง ๒ ปี ต่อมาศาลวินิจฉัยว่าจีนกระทาผิดจริง แต่จีน



Aircraft Carrier Ambitions) ไม่รับค�าตัดสินของศาล เป็นต้น
การล่มสลายของสหภาพโซเวียตและเกิด การเสริมสร้างกาลังทางเรือของจีนก้าวหน้า


ประเทศใหม่ท่เคยเป็นบริวารโซเวียต ๓ ประเทศ รวดเร็วยิ่งขึ้น ผู้บัญชาการทหารเรือจีนเริ่มได้เป็นสมาชิก

มีพรมแดนติดจีนทาให้ภัยคุกคามทางบกคล่คลายลงมาก สภากลาโหมจีนใน ค.ศ. ๒๐๐๔ ซ่งแต่ก่อนมีแต่ทหารบก



ต้งแต่ ค.ศ. ๑๙๙๕ การชนกันในเดือนเมษายน สถาบันวิจัยทางทหารได้วิจัยว่า “การมีเรือบรรทุกเคร่องบิน

ค.ศ. ๒๐๐๑ ระหว่างเคร่องบินขับไล่ทหารเรือจีน J-8 เป็นความจาเป็นทางประวัติศาสตร์” (- an historical


กับเคร่องบินตรวจการณ์ทหารเรือสหรัฐอเมริกา EP-3 necessity) ท่ออกนัยทางชาตินิยม (China’s Sea


ทางใต้ของเกาะไฮนาน โดยนักบินจีนเสียชีวิตและเคร่องบิน Power) มีโครงการมีเรือบรรทุกเคร่องบินในเดอนมนาคม




กับลูกเรือ ๒๔ คน ของสหรัฐอเมริกา ต้องบินลงฉุกเฉิน ค.ศ. ๒๐๐๙ รัฐมนตรีกลาโหมจีน นายพล กวางไหล
ที่เกาะนั้น ท�าให้จีนส�านึกว่าทะเลจีนถูกโอบล้อมและจีน (Liang Guanglic) แถลงว่ากองทัพเรือจนเตรยมสรางเรอ




36 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑


บรรทุกเครื่องบินของจีนเอง คือ เรือล�าที่ ๒ ที่ปล่อยเรือ จะยังคงใช้ Sea Harrier AV8B ประจาการจนถึง




ลงนาแล้วตามท่กล่าวมา ซ่งตามยุทธศาสตร์ทางเรือจีน ค.ศ. ๒๐๒๕ หรือหากต้องการให้มีขีดสมรรถนะของเรือ
แบ่งเป็น ๓ กองเรือภูมิภาค โดยจีนอยากมีเรือบรรทุก บรรทุกเฮลิคอปเตอร์ท่สามารถช่วยเหลือในการทา





เคร่องบินอย่างน้อย ๑ ลา ต่อ ๑ กองเรือ แต่จะมีกันได้ก่ลา � Close Air Support (CAS) สนับสนุนก�าลังนาวิกโยธิน
ต้องคอยดูกันต่อไป (The Great Wall at Sea: p.198) ในระหว่างการยึดหัวหาดปฏิบัติการยกพลข้นบกก็ควร



เรือลาแรก เหลียวหนิง (Liaoning) เป็นเรือ ต้องเร่มมองหาเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบท่นาวิกโยธิน











บรรทกเคร่องบินขนาดกลางทบรรทุกเครองบนปีกนง สหรัฐอเมริกา หรือนาวีชาติอ่นมีใช้งานอยู่ในปัจจุบัน


๒๖ ล�า และปีกหมุน ๑๔ ล�า คละกันได้ราว ๔๐ เครื่อง เป็นต้น หรออากาศยานเทคโนโลยในอนาคตอย่าง
โดยมีคนประจ�าเรือ ๑,๙๖๐ นาย ก�าลังพลส่วนการบิน อากาศยานไร้คนขับแบบ Vertical Take off and Landing
๖๒๖ นาย ฝ่ายเสนาธิการ ๔๐ นาย เรือมีหมายเลข Unmanned Aerial Vehicle (VTOL-UAV)








๑๖ (CV 16) อนเป็นเลขสองตวทกองทัพเรอจน ท่มีขีดความสามารถในการข้น – ลง บนเรือบรรทุก
ถือเป็นเรือฝึก ในเดือนธันวาคม ค.ศ. ๒๐๑๓ เครื่องบิน มีสมรรถนะในการค้นหา ตรวจการณ์ และติด


เรือเหลียวหนิง ออกฝึกกองเรือเป็นคร้งแรกกับ เรือพิฆาต อาวุธโจมตีเรือผิวนา ได้หลายลูกน้นก็คงเป็นเร่องไม่ไกลตัว






เรือฟริเกต และเรือดานาในทะเลจีนใต้ การฝึกดูจะเน้น ท่เหล่านายทหารเรือรุ่นใหม่ต้องเร่มมองและคิดตาม









ที่การปฏิบัติการของหน่วยบินบนเรือ ซึ่งการที่จะปฏิบัติ ให้เทาทนกบการเปลยนแปลงของเทคโนโลยและรปแบบ
การเป็นกองเรือบรรทุกเคร่องบินรบแบบกองเรือ ยุทธวิธีการรบทางเรือท่ยังคงต้องใช้มีเรือบรรทุก







Carrier Strike Group น้น ต้องใช้เวลาอีกนาน เฮลคอปเตอร์ลาเดียวของไทยและของภูมภาคนให้เกด


เรือเหลียวหนิงกับเรือบริวารได้แล่นผ่านทะเลช่องไต้หวัน ประโยชน์สูงสุดและเป็นท่น่าเกรงขามแก่ประเทศ



เม่อต้นปี ค.ศ. ๒๐๑๗ ทาให้ไต้หวันบ่นไม่สบายใจ รอบบ้านไว้ด้วย

เป็นการแน่นอนท่เรือบรรทุกเคร่องบินของจีนทาให้สมดุล


กาลังทางเรือในแปซิฟิกตะวันตกผ่านอ่าวไทยสู่มหาสมุทร


อินเดียเปล่ยนไปและบอกความปรารถนาของจีนท่จะเป็น


มหาอานาจทางเรือระดับโลกอันสามารถแสดงกาลัง

ยังโพ้นทะเลได้
อินเดียและจีนท่ต่างมีเรือบรรทุกเคร่องบิน


ชาติละ ๒ ล�า คงถือว่าเรือเป็นก�าลังหลักของกองทัพเช่น

เดียวกับกองทัพเรือทรงอานาจในปัจจุบันและคงใช้เรือ


ทานองอังกฤษใช้ในสงครามฟอล์กแลนด์ ทานอง




สหรฐอเมรกาใช้ทคาบสมทรเกาหลเมอเกาหลเหนอ






ทดลองยิงขีปนาวุธระยะไกล ส่วนไทยที่มีเรืออยู่ล�าเดียว
และมีแต่เฮลิคอปเตอร์ก็ใช้เรือได้ตามสมรรถนะของ
เฮลิคอปเตอร์โดยปริยาย การที่เรือจะทรงอ�านาจเต็มตัว

ก็เพียงต้อง Back to Basic ให้เรือมีเคร่องบินโจมต ี
ข้น-ลง ทางด่ง ตามท่ออกแบบน่นเอง โดยเป็นท่น่าสังเกตว่า





นาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา และ กองทัพเรืออิตาล ี
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 37

กลุ่มประเทศ QUAD กับอาเซียน


ทิศทางความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาคอินโด - แปซิฟิก


ปัญญสิริ มีสมโสต ๑


บทน�ำ



การประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง นายโดนัลด์ วัตถุประสงค์ ของกำรฝึก RIMPAC” ท้งน จีนเคย

ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กับ นายคิม จอง อุน ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการฝึก RIMPAC น้มาก่อนในปี
ผู้นาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหล ี ค.ศ. ๒๐๑๔ และ ค.ศ. ๒๐๑๖ แต่เหตุผลที่สหรัฐอเมริกา

(เกาหลีเหนือ) ณ ประเทศสิงคโปร์ เม่อวันท ๑๒ มิถุนายน ไม่ได้เชิญจีนเข้าร่วมการฝึกในปี ค.ศ. ๒๐๑๘ อาจมีเหตุ







ค.ศ. ๒๐๑๘ ได้จัดข้นท่ามกลางการจับตามองของ มาจากการท่จีนได้มีการติดต้งจรวดพ้นสู่พ้นและพ้น






นานาชาต เป็นท่ทราบกันดีว่าการประชุมคร้งน ้ ี สู่อากาศท่หมู่เกาะสแปรตล (Spratly Islands) และม ี


มีจุดประสงค์หลักเพ่อเจรจาปลดอาวุธนวเคลียร์ของ การน�าเครื่องบินขับไล่ เสิ่นหยาง เจ - ๑๑ และ ซีอาน


รัฐบาลเปียงยาง และผลจากการหารือร่วมกันของผู้นา เจเอช - ๗ ลงจอดบนเกาะวูดดี้ (Woody Island) ซึ่งเป็น



ท้งสองชาติแสดงให้เห็นถึงทิศทางของการผ่อนคลาย เกาะท่ใหญ่ท่สุดของหมู่เกาะพาราเซล (Paracel Islands)


เก่ยวกับปัญหาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือซ่งม ี ในทะเลจีนใต้ ส�าหรับการฝึกผสมทางทะเล Rim of the

ความตึงเครียดสูงในปี ค.ศ. ๒๐๑๗ และในขณะท่ม ี Pacific Exercise (RIMPAC) มีสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพ
แรงผลักดันจากนานาชาติให้มีการกระชับสภาวะ โดยจัดข้นทุก ๆ ๒ ปี บริเวณน่านนาใกล้เกาะฮาวาย




แวดล้อมด้านความม่นคงในภูมิภาคอินโด - แปซิฟิกให้ไป โดยเชิญกองทัพเรือของประเทศในมหาสมุทรแปซิฟิก
ในทิศทางเชิงบวก ก็ยังคงมีการเผชิญหน้าระหว่าง เข้าร่วมการฝึก จนถือว่าเป็นการฝึกทางทะเลระหว่าง







สหรฐอเมรกาและจนทคาดว่าน่าจะเพมระดบความ ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนี้

เข้มข้นขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้ วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ค.ศ. ๒๐๑๘ สหรัฐอเมริกา
วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ค.ศ. ๒๐๑๘ โฆษกกระทรวง ได้ปฏิบัติการ Freedom of Navigation Operation
กลาโหมสหรฐอเมรกา แถลงว่าจะไม่เชญจนเข้าร่วม (FONOP) รอบ ๆ หมู่เกาะพาราเซล (Paracel) และเมื่อ






การฝึก “RIMPAC 2018” ด้วยเหตุผลว่า การที่รัฐบาล วนท ๕ มถนายน ค.ศ. ๒๐๑๘ สหรฐอเมรกาได้ส่ง








ปักก่งเพ่มแสนยานุภาพทางทหารอย่างต่อเน่อง เครื่องบินทิ้งระเบิด B - 52 จ�านวน ๒ ล�า บินเข้าใกล้
ในทะเลจีนใต้ เป็นสิ่งที่ “ไม่สอดคล้องกับหลักกำรและ หมู่เกาะสแปรตลี (Spratly Islands) ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาท
๑ นาวาโท ปัญญสิริ มีสมโสต, อาจารย์กองวิชาเสนาธิการกิจ ฝ่ายวิชาการ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
38 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑

ในทะเลจีนใต้ ถือเป็นการแสดงตนของสหรัฐอเมริกา ภายใต้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน



ในภูมิภาคอินเดียแปซิฟิกอย่างต่อเนื่องและทาให้ความ ยังมีตัวแสดงท่สาคัญด้านความม่นคงทางทะเลในภูมิภาค




สัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนตึงเครียดย่งข้น อินโด - แปซิฟิกในอนาคตประกอบด้วย ญ่ปุ่น สหรัฐอเมริกา
วันท ๒ มิถุนายน ค.ศ. ๒๐๑๘ ในระหว่างการประชุม ออสเตรเลีย และอินเดีย รวมสี่ประเทศที่เรียกว่า QUAD



ด้านความม่นคงและกลาโหมประจาปี Shangri La (The QUAD (Quadrilateral : ๔ ประเทศ) ) จึงต้องให้







Dialogue ทประเทศสงคโปร์ พลเอก เจมส์ แมตทส ความสนใจเก่ยวกับเครือข่ายดังกล่าวท่มีความสัมพันธ์กับ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา ได้กล่าว อาเซียนซ่งเป็นกลุ่มประเทศในภูมิภาคอีกด้วย ในวันท ี ่





โจมตีการส่งสมอิทธิพลทางทหารของจีนในทะเลจีนใต้ ๑๒ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๑๗ เกิดข้นหลังจากท่ผู้นา
ว่าเป็น “กำรคุกคำมและข่มขู่” ประเทศเพ่อนบ้าน ๔ ประเทศดังกล่าวได้พบกันในการประชุมสุดยอดเอเชีย

ท่กาลังมีข้อพิพาทกับจีนเร่องพ้นท่ทับซ้อนทางทะเล ตะวันออกคร้งท ๑๒ (East Asia Summit : EAS)









และยังกล่าวถึงยุทธศาสตร์โดยรวมของสหรัฐอเมริกา ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยทางด้านญ่ปุ่น และ
ในภูมิภาคที่สหรัฐอเมริกา เรียกว่า “อินโด - แปซิฟิก” ออสเตรเลีย ให้การสนับสนุนแนวคิดของสหรัฐอเมริกา
ซ่งหมายถึงการรวมมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทร ในการเคารพสิทธิการเดินเรือโดยเสรีภาพตามกฎหมาย


อินเดียเข้าเป็นภูมิภาคเดียวกัน ในขณะท่นโยบายของจีน สากล และมีเป้าหมายร่วมกันคือการทาให้ทะเลจีนใต้




ในทะเลจีนใต้มีจดยืนท่แตกต่างกับยทธศาสตร์ของ มีเสรีภาพสูงสุดสาหรับการเดินเรือท่ามกลางการขยาย

สหรัฐอเมริกาท่สนับสนุนการเปิดเสรีด้านการเดินเรือ อิทธิพลทางทหารของจีนในแถบนี้

ในบริเวณดังกล่าว














ภูมิภาคอินโด - แปซิฟิก (ที่มา : International Institute for Strategic Studies)


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 39




บทความน จะอธิบายเก่ยวกับลักษณะของความ กล่าวปาฐกถาของ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดี ระหว่าง








มนคงทางทะเลในภมิภาคอนโด - แปซฟิกและใช้เป็น การเยอนอินโดนีเซยเป็นทางการ เมอวนท ๒ ตลาคม










ข้อมูลสาหรับใช้เป็นแนวทางในการกาหนดทิศทางของ ค.ศ. ๒๐๑๓ ซ่งข้อริเร่มดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพ่อส่งเสริม
ความร่วมมือทางทะเล โดยในช่วงแรกจะนาเสนอแนวคิด ความรวมมอด้านตาง ๆ รวมถงด้านการลงทนระหว่างจีน







“นโยบำยหน่งแถบหน่งเส้นทำง (One Belt One กับประเทศในแถบภูมิภาคมหาสมุทรต่าง ๆ ได้แก่

Road : OBOR)” หรือ “เส้นทำงสำยไหมในศตวรรษ อาเซียน โอเชียเนีย แอฟริกาเหนือ แปซิฟิก รวมถึง






ท ๒๑” ท่มีจีนเป็นผู้นาเสนอนโยบาย จากน้นจะวิเคราะห์ มหาสมุทรอินเดีย นอกจากน ยังแถลงว่าจีนจะอาศัย

ความสัมพันธ์ของประเทศใน QUAD กับอาเซียนตาม การสนับสนุนของ “กองทุนควำมร่วมมือทำงทะเลจีน -


นโยบายด้านความม่นคงทางทะเลของแต่ละประเทศของ อำเซียน” ซ่งจัดต้งข้นเม่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๑๑






QUAD และในบทสรุป จะช้ให้เห็นถึงทิศทางของ ในการผลกดนโครงการน และจดตงธนาคารเพอการลงทุน










ความร่วมมือทางทะเลต้งแต่ลักษณะ ของการฝึกทาง โครงสร้างพ้นฐานแห่งเอเชีย (Asian Infrastructure
ทะเลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Investment Bank: AIIB) ด้วย

ในการประชุมสุดยอดว่าด้วย
การส่งเสริมปฏิสัมพันธ์และ

มาตรการสร้างความไว้เน้อเช่อใจ

ระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย
(Conference on Interaction and
Confidence - Building Measures
in Asia : CICA) คร้งท ๔



ณ นครเซ่ยงไฮ้ เม่อวันท ๒๑




พฤษภาคม ค.ศ. ๒๐๑๔ มีผู้น�าและ
ผู้แทนของ ๔๗ ประเทศ และองค์การ
ระหว่างประเทศเข้าร่วมประชุม


การประชุม CICA เป็นฟอร่มความม่นคง
ของเอเชีย ได้มีการริเร่มทัศนะ



ภาพเส้นทางการเดินเรือในภูมิภาคอินโด - แปซิฟิก เก่ยวกับความม่นคงในเอเชยท่ม ี


(ที่มา : Defence White Paper 2013, Australia Department of Defence)
ความม่นคงร่วมกันอย่างย่งยืน


๑. “One Belt and One Road” เส้นทำงสำยไหม โดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน มุ่งเน้นการเคารพ

ในศตวรรษที่ ๒๑ (Maritime Silk Road) ซ่งอธิปไตยของประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย พร้อมท้งแสวงหา

ประเด็นเร่อง เส้นทางสายไหมด้านเศรษฐกิจทาง ความก้าวหน้าในการพัฒนาร่วมกัน และสัญญาว่าจะร่วมกัน






ทะเลในศตวรรษท ๒๑ มีการพูดถึงเป็นคร้งแรกในการ ใช้ความพยายามท้งปวงเพ่อสร้างบรรยากาศความม่นคง

๒ “กองทุนความร่วมมือทางทะเลจีน - อาเซียน” หรือ China - ASEAN Maritime Cooperation Fund, กองทุนแบบให้เปล่าโดยรัฐบาลจีนสำาหรับ

โครงการความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าทางทะเล การเช่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเล และด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ทางทะเล มูลค่า ๓,๐๐๐ ล้านหยวน (ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท)
๓ ธนาคารเพ่อการลงทุนโครงสร้างพ้นฐานแห่งเอเชีย (AIIB), สถาบันการเงินระหว่างประเทศซ่งมีวัตถุประสงค์ให้ความสนับสนุนแก่การจัดทา ำ
















โครงสร้างพนฐานในภูมิภาคเอเชียแปซฟก การก่อตังธนาคารน้มาจากดาริของรฐบาลจีน เมอป ค.ศ. ๒๐๑๓ และรเร่มอยางเม่อเดือนตลาคม



ค.ศ. ๒๐๑๔
40 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑










ในเอเชย ทงน ในการแถลงข่าวหลงปิดประชม นายส ี ในศตวรรษท ๒๑ โดยมีแนวคิดในภาพรวมและกรอบ




จ้นผิง ประธานาธบดีจีน ได้กล่าวถึงผลท่ได้รบจาก ความร่วมมือของฝ่ายจีนในการจัดท�าริเริ่ม “Belt and

ท่ประชุม และเน้นว่าทุกประเทศต้องรับมือกับความ Road Initiative” อย่างเป็นระบบ โดยจีนยึดถือ

ท้าทายด้านความม่นคงท่สลับซับซ้อนอย่างม ี แนวทางของเส้นทางสายไหมโดยมีหลักการของ



ประสิทธิภาพ โดยจาเป็นต้องเลิกทัศนะเก่ยวกับความ “สันติภาพและความร่วมมือ การเปิดกว้าง การเรียนรู้


ม่นคงรูปแบบเก่า พร้อมกับริเร่มทัศนะเก่ยวกับความ ร่วมกัน และผลประโยชน์และผลลัพธ์ท่เป็นประโยชน์


ม่นคงในเอเชียรูปแบบใหม่จากการร่วมมือกัน และต้อง ร่วมกัน (Peace and cooperation, Openness and



สร้างสภาวะแวดล้อมด้านความม่นคงท่เปิดเผย inclusiveness, Mutual learning, Mutual benefit


เสมอภาค และโปร่งใส พร้อมท้งเดินบนหนทางความม่นคง and win - win results)” ยึดมั่นในหลักการของการ


ของเอเชียท่ร่วมกันสร้างร่วมกันแบ่งปันประโยชน์ท ่ ี มุ่งไปสู่การเติบโตร่วมกันผ่านการหารือและการทางาน

ทั้งทุกฝ่ายจะได้รับร่วมกัน ร่วมกันอย่างต่อเน่อง ขยายความร่วมมือของจีนและ
เม่อวันท ๒๘ มีนาคม ค.ศ. ๒๐๑๕ รัฐบาลจีนได้ ความสอดคล้องกับประเทศต่าง ๆ เพ่อนาไปสู่การปฏิบัต ิ





ประกาศวิสัยทัศน์ว่าด้วยการร่วมสร้างแนวเขตเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบ OBOR ได้อย่างเป็นรูปธรรม
บนเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเล





















“One Belt and One Road” เส้นทางเส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ ๒๑ (Maritime Silk Road)
(ที่มา : Asia Silk Road Consulting Group)



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 41



วันท ๒๐ มิถุนายน ค.ศ. ๒๐๑๗ คณะกรรมการ ๓. เส้นทางเศรษฐกิจทางทะเลที่เชื่อมโยงยุโรปผ่าน


การพัฒนาและการปฏิรูปแห่งชาต (NDRC) และสานัก ทางมหาสมุทรอาร์กติก

บริหารจัดการทางทะเลแห่งรัฐ (SOA) ของประเทศจีน ในขณะที่จีนก�าลังขยายแสนยานุภาพของกองทัพเรือ

ได้เผยแพร่ข้อเสนอ “วิสัยทัศน์เพ่อควำมร่วมมือทำง และการดาเนินกิจกรรมทางทหารอย่างมีนัยสาคัญแล้ว






ทะเลภำยใต้โครงกำรริเร่มหน่งแถบหน่งเส้นทำง จีนยังมีการก่อสร้างโครงสร้างพ้นฐานทางทะเลตาม
(OBOR)” ซึ่งแผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงและ ท่าเรือต่าง ๆ ในภูมิภาคอินโด - แปซิฟิกอย่างจริงจัง

เพ่มความร่วมมือทางทะเลภายในกลุ่มประเทศแถบเส้น จากรายงานล่าสุดเก่ยวกับ “เส้นทำงสำยไหมทำง



ทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษท ๒๑ โดยส่งเสรม ทะเลในศตวรรษท่ ๒๑” ของศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และ


ความร่วมมือ “Blue partnerships” และสร้างกลไก การต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (Center for Strategic

ทางทะเล “Blue engine” โดยมีเป้าหมายเพ่อการ and International Studies) ช้ให้เห็นว่ามีแนวโน้มท่จีน



ค้มครองสงแวดล้อมทางนเวศวทยา การตระหนกถง จะใช้ท่าเรือในเมองต่าง ๆ ใน ๔ ประเทศ คือ เมอง








การใช้ทะเลร่วมกันเพ่อการเช่อมโยงระหว่างกันทางทะเล Kyaukpyu (เมียนมาร์) เมือง Hambantota (ศรีลังกา)


การส่งเสรมการพฒนาเศรษฐกจทางทะเล การรกษา เมือง Gwadar (ปากีสถาน) และเมือง Chabahar




ความปลอดภัยในการใช้ทะเล การมุ่งเน้นการวิจัย (อิหร่าน) โดยจีนเห็นว่า เมือง Kyaukpyu ในเมียนมาร์
ทางทะเล การพัฒนาด้านการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เป็นกุญแจดอกสาคัญทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ












โดยเนนการมีสวนรวมภายใตการบรหารจดการทะเลทด ี ท่เช่อมโยงจีนและมหาสมุทรอินเดีย ทาให้หลายประเทศ


(สมุทราภิบาล : Ocean Governance) ส�าหรับเส้นทาง มความกงวลใจว่าจนจะนามาซงกจกรรมทางการค้า












เศรษฐกิจสีนาเงินท้ง ๓ เส้นทาง ท่จะเป็นส่วนสาคัญ และกิจกรรมทางการทหาร และเหนือส่งอ่นใดคือ
ของความร่วมมือทางทะเล ได้แก่ เมืองท่าดังกล่าวจะสามารถใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ต้อง



๑. เส้นทางเศรษฐกจทางทะเล จน - มหาสมทร อาศัยการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกาอีกต่อไป สาหรับ

อินเดีย - แอฟริกา - ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยเชื่อมโยง เมือง Hambantota ในศรีลังกา มีการสนับสนุนเงินทุน

ระเบียงเศรษฐกิจ จีน - คาบสมุทรอินโดจีน (China - ของจีนท่มีมูลค่าเกินขีดความสามารถในการชาระหน ้ ี

Indochina Peninsula Economic Corridor : CICPEC) ของศรีลังกา ซ่งจีนได้รับสิทธิในการเช่าท่าเรือเป็นระยะ

ไปทางตะวันตกจากทะเลจีนใต้จรดมหาสมุทรอินเดีย เวลา ๙๙ ปี และมีความเป็นไปได้ที่จีนจะใช้เงินซื้อท่าเรือ




และเชื่อมต่อกับระเบียงเศรษฐกิจจีน - ปากีสถาน (The ดงกลาวเพอใชเปนฐานทพเรอตอไปในอนาคต สวนเมอง







China - Pakistan Economic Corridor : CPEC) และ Gwadar ในปากีสถาน ถือเป็นศูนย์กลางหลักของเส้นทาง

ระเบียงเศรษฐกิจบังคลาเทศ - จีน - อินเดีย - เมียนมาร์ เศรษฐกิจระหว่างจีนและปากีสถาน ส่งท่น่าจับตามอง


(Bangladesh - China - India - Myanmar Economic คือ ท่าเรือน้มีการใช้ประโยชน์ท้งสองทางคือท้งเพ่อการ




Corridor : BCIM - EC) ทหารและพลเรือนควบคู่กัน (Dual - Use) รวมท้ง
๒. เส้นทางเศรษฐกิจทางทะเล จีน - โอเชียเนีย - มีศักยภาพเพียงพอท่จะขยายขนาดเพ่อปรับเปล่ยนไปใช้




มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ มุ่งลงทิศใต้จากทะเลจีนใต้ เพ่อการทหารโดยเฉพาะ สุดท้ายคือ เมือง Chabahar
สู่มหาสมุทรแปซิฟิก และ ในปากีสถาน เป็นศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ของเส้นทาง
๔ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ เมืองชิงต่าว : จีนเสนอ “เส้นทางเศรษฐกิจสีน�้าเงิน” เพื่อความร่วมมือทางทะเล
42 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑







เชอมโยงระหวางเหนอกบใต (North - South Corridor) เป็นการใช้ “สมุททำนุภำพ (Sea Power)” ทฤษฎีของ

อันเป็นเส้นทางเช่อมต่อระหว่างอินเดีย อิหร่านและ มาฮาน ในภูมิภาคอินโดแปซิฟิคอย่างชัดเจน
รัสเซีย และด้วยความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างจีน



กับปากีสถาน ทาให้จีนเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ท่สุด ๒. นโยบำยควำมม่นคงทำงทะเลของประเทศใน
ในอิหร่าน ด้วยเหตุผลข้างต้น ทาให้นานาชาติมีความเป็น QUAD



กังวลถึงการแผ่ขยายอิทธิพลของจีน เน่องจากจีน ต่อไป เป็นการนาเสนอนโยบายความม่นคงทางทะเล






จะสามารถใช้ทะเลแถบน้ได้โดยไม่ต้องพ่งเส้นทางทผ่าน ของแต่ละประเทศในกุล่ม QUAD โดยเฉพาะอย่างย่ง
คลองสุเอซเลย จากมุมมองด้านความร่วมมือในภูมิภาคอินโด - แปซิฟิก
กิจกรรมต่าง ๆ ทางทะเลของประเทศจีนในยุค โดยมีรายละเอียดดังนี้

ปัจจุบัน ถือเป็นการสะท้อนการดาเนินกิจกรรมตามหลัก
ทฤษฎีของมาฮาน (Alfred Thayer Mahan) ได้เป็นอย่างดี ญี่ปุ่น


“สมุททำนุภำพ (Sea power)” ทมาฮานนาเสนอไว้ รัฐบาลญ่ปุ่นประกาศแผนยุทธศาสตร์ความม่นคง



ได้กล่าวไว้ว่าผลประโยน์ของชาติทางทะเลจะมาจากการ แห่งชาติเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ค.ศ. ๒๐๑๓
โดยนักวิจารณ์การต่างประเทศ
ให้ความเห็นว่า แผนยุทธศาสตร์น ี ้
ว่าเป็นการโต้ตอบการขยาย
อิทธิพลของจีนด้วยวิธีการ
ทางการทหารมากกว่าการทูต
และได้สรุปอย่างตรงไปตรงมาว่า

สาระสาคัญของแนวคิด
สันติภาพเชิงรุก (“Proactive
Contribution to Peace”
หรือ “Proactive Pacifism”)
ของนายกรัฐมนตร ชินโซ อาเบะ

เมืองท่าที่สำาคัญบนเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ ๒๑ อาจเป็นการขยายบทบาททาง
(ที่มา : Center for Strategic and International Studies) การทหารของญ่ปุ่นไปในทิศทาง



ดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในทะเล โดยมีกาลังทางเรือ ที่ไม่สอดรับกับมาตราที่ ๙ ของรัฐธรรมนูญ และอาจจะ

ของกองทัพเป็นผู้คุ้มครองการทากิจกรรมต่าง ๆ เหล่าน้น นาไปสู่การแข่งขันสะสมอาวุธในภูมิภาคเอเชียตะวันออก





ท้งน ส่งท่จาเป็นในการเป็นฐานสนับสนุนกิจกรรม อย่างไรกตาม ตามแผนยุทธศาสตร์ของญ่ปุ่นฉบับน ้ ี





ดังกล่าวจะต้องประกอบด้วยฐานทัพและอาณานิคม ได้ยกระดับความสาคัญของ “มหำสมุทร” เป็นอันดับหน่ง



ในต่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพ่อขยายอิทธิพล กล่าวคือ เป็นการน�านโยบายในด้านความม่นคงแห่งชาต ิ



โดยการใช้อานาจทางทะเลเป็นเคร่องมือสาคัญ และหาก ทเกยวของกบทะเล อวกาศ โลกไซเบอร ความชวยเหลือ









พิจารณาโครงการ “เส้นทำงสำยไหมทำงทะเลใน เพ่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (Official Development






ศตวรรษท่ ๒๑” ทจนกาลงพยายามดาเนนการอย่โดย Assistance : ODA) และพลังงาน เพ่อใช้เป็นนโยบาย





อาศัยเครือข่ายของท่าเรือในต่างประเทศเช่นน ถือว่า พ้นฐานด้านความม่นคงแห่งชาติของญ่ปุ่น นอกจากน ้ ี





นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 43



ภายใต้หลักการ พื้นฐานของความมั่นคงของชาติญี่ปุ่นยัง เช่น จีน และรัสเซีย ท่กาลังพยายามจัดระเบียบโลก





แสดงให้เห็นว่าญ่ปุ่นจะดารงความเป็นรัฐทะเล (Oce- ข้นมาใหม่ท้งทางการทหารและเศรษฐกิจ ซ่งเช่อว่าจะส่ง


anic state ; Maritime nation) ท่มียึดถือในกติกา ผลกระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา นอกจากน้น




ระหว่างประเทศเพ่อให้การใช้ทะเลเป็น “ทะเลท่เปิดกว้ำง สหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่าจะเพ่มความร่วมมือกับ





และมีควำมมั่นคง (Open and Stable Seas)” บนพื้น ๓ ประเทศ ได้แก่ ญป่น ออสเตรเลีย และอนเดย

ฐานของกฎหมายทะเล ส�าหรับการด�ารงความมั่นคง ทาง ให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น และในวันที่ ๑๙ มกราคม


ทะเลตามแนวทางยุทธศาสตร์ด้านความม่นคงแห่งชาต ิ ค.ศ. ๒๐๑๘ หลังจากการประกาศยุทธศาสตร์ความม่นคง





ของญ่ปุ่น ได้กาหนดไว้ว่า “ในฐานะรัฐทางทะเล ญ่ปุ่นจะ แห่งชาต (NSS) ได้หน่งเดือน กระทรวงกลาโหม

แสดงบทบาทนาในการดารงเสรีและรักษาความปลอดภัย สหรัฐอเมริกาได้ออกเอกสารยุทธศาสตร์การป้องกัน




ในการเดินเรือและการเดินอากาศ รวมท้งดารงรักษาและ ประเทศ ซ่งเป็นเอกสารการปฏิรูปกระทรวงกลาโหม

การพัฒนาให้เป็น “ทะเลท่เปิดกว้างและ เพอกระชบความสมพนธ์กบพนธมตรและแสดงถึงความ









มีความมั่นคง” ซึ่งต้องสอดคล้องกับระเบียบปฏิบัติตาม จาเป็นในการเป็นประเทศหุ้นส่วนใหม่ ถือเป็นการเตรียมการ












หลักนิติธรรม รวมถึงการแก้ปัญหาความขัดแย้งบนพ้นฐาน รบมอตอการท่จนและรสเซยมีทาทีทาทายต่อสหรฐอเมรกา
ของกฎหมายระหว่างประเทศด้วยวิธีการทางการทูต และชาติพันธมิตรอันจะส่งผลให้ระเบียบของสังคม
อย่างสันติวิธี โดยญ่ปุ่นต้งใจท่จะท�างานใกล้ชิดกับ ระหว่างประเทศมความสนคลอน โดยเฉพาะอย่างยง










ประเทศเทศต่าง ๆ โดยปราศจากการใช้กาลัง” โดยท่ผ่านมา ในประเด็นของการเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วน ในเอกสาร





ญป่นได้ส่งเสรมความร่วมมอด้านความมนคงทางทะเล ดังกล่าวได้ให้ความสาคัญของภูมิภาคอินโด - แปซิฟิก





กับแต่ละประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น การ เป็นอันดับแรก และจัดลาดับความสาคัญรองลงมาคือ
จดตงกองกาลงร่วมกบนานาชาตในการปราบโจรสลดใน NATO ตะวันออกกลาง และประเทศในซีกโลกตะวันตก








อ่าวเอเดนอย่างเป็นรูปธรรม ตามล�าดับ

สาหรบประเดนทเกยวกับภมภาคอนโด - แปซฟิก










สหรัฐอเมริกำ กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาเคยมีการประกาศ


เม่อวันท ๑๘ ธันวาคม ค.ศ. ๒๐๑๗ รัฐบาล “ยทธศำสตร์ควำมมนคงทำงทะเลในภมภำคเอเชย -








ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศ “ยุทธศาสตร์ แปซิฟิก (Asia - Pacific Maritime Security Strategy)”
ความม่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National ไว้เม่อวันท ๒๑ สิงหาคม ค.ศ. ๒๐๑๕ ถือเป็นการ




Security Strategy of the United States of ตอบสนองต่อผลกระทบท่เกิดข้นจากการก้าวเข้ามาม ี



America : NSS)” ฉบับใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อรับมือ บทบาทของจีนในภูมิภาคน โดยมีการกาหนดวัตถุประสงค์






กบภยคกคามทสหรฐอเมรกากาลงเผชญ ซงความทาทาย ๓ ข้อ และความพยายามอีก ๔ ประการ คือ วัตถุประสงค์









ท่สหรัฐอเมริกาให้ความสาคัญคือมหาอานาจใหม่ของโลก ๓ ข้อ ประกอบด้วย



๕ Prime Minister Abe advocated the “Three Principles of the Rule of Law at Sea” at the Shangri - La Dialogue in May 2014,
(1) making and clarifying claims based on international law
(2) not using force or coercion in trying to drive their claims
(3) seeking to settle disputes by peaceful means, eastasiawatch.in.th.
๖ Asia - Pacific Maritime Security Strategy, United States Department of Defense.
44 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑

๑. การคุ้มครองเสรีภาพในการใช้ทะเล ๕ ปีถัด ประกอบด้วย (๑) สร้างความเข้มแข็งของการ
๒. การระงับยับยั้งความขัดแย้งและการบีบบังคับ มีส่วนร่วมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (๒) บูรณการของ




๓. การส่งเสรมให้ปฏบตตามกฎหมายระหว่าง นโยบายและกลยุทธ์เกี่ยวกับโลกไซเบอร์ (๓) สร้างความ

ประเทศและหลักนิติธรรม ร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ



และความพยายามอีก ๔ ประการ ประกอบด้วย เม่อวันท ๒๕ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๒๐๑๖ รัฐบาล
๑. เสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารของ ออสเตรเลียประกาศใช้ “สมุดปกขำวกลำโหม (2016


สหรัฐอเมริกาในพื้นที่ปฏิบัติการทางทะเล Defence White Paper)” ซ่งถือเป็นฉบับท ๗





๒. การเสริมสร้างศักยภาพของพันธมิตรและ ของออสเตรเลย สมดปกขาวดงกลาว คาดการณวาสงคม



ประเทศหุ้นส่วน โลกจะเผชิญความสลับซับซ้อนและความท้าทายใหม่ ๆ

๓. การใช้ประโยชน์จากการทูตทางทหารเพ่อลด ท่หลากหลายรูปแบบ ดังน้นเพ่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาต ิ



ความเสี่ยงและสร้างความโปร่งใส ทางยุทธศาสตร์ของออสเตรเลีย รัฐบาลจึงให้ความสาคัญ


๔. สนับสนุนการพัฒนาองค์การความม่นคง กับการจัดระเบียบระหว่างประเทศด้วยการปฏิบัติตาม


ในภูมิภาคท่เปิดกว้างและมีประสิทธิภาพ ท้งน สหรัฐอเมริกา กฎกติกาและความมีเสถียรภาพในภูมิภาคท้งด้าน



มุ่งเน้นการปฏิรูปการแสดงตนในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก นอกจากน ี ้

โดยพยายามแสดงให้นานาชาติเห็นว่าจะใช้ขีดความสามารถ ยังให้ความสาคัญต่อความปลอดภัยและความเข้มแข็ง
และทรัพยากรที่ดีที่สุดเพื่อภารกิจดังกล่าว ของออสเตรเลียและเส้นทางการเดินเรือ รวมท้ง

ความปลอดภัยในพ้นท่รอบข้างด้วย สาหรับเป้าหมาย



ออสเตรเลีย ทางยุทธศาสตร์ในการป้องกันประเทศ ประกอบด้วย



ออสเตรเลียประกาศ “ยุทธศาสตร์ความม่นคง ๑. การระงบยบยง ปฏิเสธ และเอาชนะต่อการโจมต ี













แห่งชาติ (Strong and Secure : A Strategy for ดวยอาวธหรอภยคกคามทเปนภยตอผลประโยชนแหงชาต ิ

Australia’s National Security)” เป็นคร้งแรกในเดือน ของออสเตรเลีย


มกราคม ค.ศ. ๒๐๑๓ ในยทธศาสตรดงกลาว ไดชใหเหน ๒. การมีส่วนร่วมทางทหารท่เสริมสร้างความเข้มแข็ง















ถงความสาคญของการตอบสนองต่อการเปลยนแปลง และก่อให้เกิดความปลอดภัยโดยอาศัยความม่นคง
ทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ในภูมิภาคเอเชีย ทางทะเลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโดยรัฐบาล

โดยออสเตรเลียได้กาหนดเป้าหมายด้านความม่นคง ของประเทศในแถบแปซิฟิกใต้


ของประเทศไว้ ๔ เป้าหมาย และได้นาเสนอนโยบาย ๓. การมีส่วนร่วมทางทหารในการดาเนินการร่วมกัน


ท่สาคัญท่สุดสาหรับห้าปีถัดไปอีก ๓ ประเด็น คือ ท่ก่อให้เกิดผลประโยชน์แห่งชาติภายใต้ระเบียบปฏิบัต ิ




ส�าหรับเป้าหมายของความมั่นคงแห่งชาติ ประกอบด้วย สากลและเป็นไปตามกฎกติกาต่าง ๆ


๑. ดารงความปลอดภัยและความเป็นปึกแผ่นของ นอกจากน ออสเตรเลยยงไดประกาศ “นโยบายดาน





ประชาชนในชาติ นโยบายต่างประเทศ (2017 Foreign Policy White
๒. การเสริมสร้างและปกป้องอ�านาจอธิปไตย Paper) ฉบับปี ค.ศ. ๒๐๑๗ เป็นครั้งแรกในรอบ ๑๔ ปี
๓. ปกป้องสินทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐานและองค์กร ในวันท่ ๒๓ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๑๗ โดยมีวัตถุประสงค์

ต่าง ๆ และ พื้นฐานของการน�าแนวคิดเกี่ยวกับ “อินโด - แปซิฟิก”


๔. ส่งเสรมสภาวะแวดล้อมระหว่างประเทศท ี ่ มาเป็นนโยบายเช่นเดียวกับ ญ่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา


พึงประสงค์ และในส่วนของนโยบายท่สาคัญท่สุดสาหรับ ประกอบด้วย


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 45






๑. เพ่อใช้เป็นกรอบในการรักษาให้อินโด-แปซิฟิก (Century of the Seas)” ท้งน เน่องจากสภาวะแวดล้อม
เป็นพื้นที่เปิดที่มีความปลอดภัยและมีความเจริญรุ่งเรือง ด้านความม่นคงทางทะเลของอินเดียได้เปล่ยนแปลงไป







๒. เพ่มโอกาสให้แก่บริษัทและแรงงานในออสเตรเลีย และประเมินว่าจะเกดความไม่ม่นคงเพ่มมากขน



สามารถต่อสู้กับลัทธิปกป้องทางการค้า (Trade protec- และอินเดียยังระบุไว้อย่างชัดเจนว่าจะเป็นผู้นาเก่ยวกับ

tionism) และพลเมืองสามารถแสวงหาประโยชน์จากการ กิจการทางทะเลโดยเฉพาะอย่างย่งในภูมิภาคของ
แข่งขันทางเศรษฐกิจท่เปิดกว้าง โดยผ่านการดาเนินการ มหาสมุทรอินเดีย




ตามนโยบายภาครัฐ จุดร่วมของเอกสารท่เก่ยวข้องกับนโยบายด้าน
๓. เพ่อรักษาความม่นคงปลอดภัยและเสรีภาพ ความม่นคงทางทะเลของประเทศสมาชก QUAD




ในการดารงชีวิตของชาวออสเตรเลียให้ปราศจาก ต่างให้ความสาคัญต่อกฎหมายและระเบียบปฏิบัต ิ




ภัยคุกคามอย่างเช่น การก่อการร้าย รวมท้งความจาเป็นในการสร้างความร่วมมือท่เข้มแข็ง



๔. เพ่อส่งเสริมสังคมโลกให้เกิดความร่วมมือ และการมีท่าทีในการเป็นผู้นาในภูมิภาคน ภายใต้


ที่เข้มแข็ง และอยู่บนพื้นฐานของกฎระเบียบที่เป็นธรรม นโยบายดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความชัดเจนเก่ยวกับ


เพื่อให้เป็นการเคารพสิทธิของทุกประเทศ นโยบายความม่นคงทางทะเลของประเทศใน QUAD



๕. เพอขยายการช่วยเหลอและสนับสนุนเพอใหเกิด และหากพิจารณาคู่พันธมิตรท่มีความแนบแน่นสูง





ความมั่นคงและความมั่งคั่งในภูมิภาคแปซิฟิก อย่างเช่นญ่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา พบว่าท้งสองประเทศ

ต่างก็พยายามท่จะเปิดยุทธศาสตร์ในอนาคตอันใกล้

อินเดีย โดยมุ่งเม้นไปที่ภูมิภาคอินโด - แปซิฟิกอย่างมีนัยส�าคัญ
อินเดียระบุว่าเป็นรัฐทางทะเลคร้งแรกในรายงาน ในการประชุมสุดยอดระหว่างนายชิโซ อาเบะ

ของกระทรวงกลาโหมประจาปี ค.ศ. ๒๐๑๔ ถึง ค.ศ. นายกรัฐมนตรีญ่ปุ่นกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบด ี




๒๐๑๕ (Annual Report 2014 - 2015) และจะส่งเสริม สหรัฐอเมริกา เม่อวันท ๖ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๑๗












การมสวนรวมอยางสรางสรรคกบประเทศหนสวนทางทะเล ผ้นาทงสองประเทศเหนพ้องกนเกยวกบยทธศาสตร์










นอกจากน ในเดือนตุลาคม ค.ศ. ๒๐๑๕ อินเดียยังประกาศ “อินโด - แปซิฟิก ท่เสรีและเปิดกว้ำง (Free and



“ยุทธศาสตร์ความม่นคงทางทะเลของอินเดีย (Ensuring Open Indo - Pacific)” โดยยืนยันว่าจะรักษาระเบียบ

Secure Seas : India’s Maritime Security Strategy ปฏิบัติทางทะเลท่เปิดกว้างและเสรีตามหลักกฎหมาย










: IMSS - 2015)” และเป็นคร้งแรกท่อินเดียใช้คาว่า อนจะเป็นรากฐานของความมนคงและความมงคง

“อินโด - แปซิฟิก” ในเอกสารของราชการ อย่างไรก็ตาม ของประชาคมระหว่างประเทศ ยุทธศาสตร์น้มุ่งเน้น
ในรายงานของกระทรวงกลาโหมอินเดียเม่อปี ค.ศ. ไปท่ประชากรจานวนมหาศาลและพลวัตทางเศรษฐกิจ






๒๐๐๗ อินเดียเคยหัวข้อ “เสรีภำพในกำรใช้ทะเล ท่เกิดข้นจากการเช่อมโยงกันของสองมหาสมุทร คือ
(Freedom to Use the Seas)” แต่ในคร้งน ี ้ มหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย โดยการท�าให้

ใช้ช่อหัวข้อว่า “กำรรักษำควำมปลอดภัยแห่งท้องทะเล หลักนิติธรรมของกฎหมายในภูมิภาคเกิดความศักด์สิทธ ์ ิ


(Ensuring Secure Seas)” ซึ่งถือเป็นการแสดงออก และมีวัตถุประสงค์หลักในการรักษาสภาวะแวดล้อม
ในวลีที่มีความแข็งกร้าวมากยิ่งขึ้น ด้านความม่นคงซ่งเป็นส่งจาเป็นสาหรับความม่งค่ง










นอกจากน ในรายงานประจาปีของกระทรวงกลาโหม ของประเทศต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม แนวคิดน้เป็นกรอบ

ล่าสุด (Annual Report 2016 - 2017) ได้มีการกล่าว ทางยุทธศาสตร์ที่สหรัฐอเมริกาต้องการเข้ามามีส่วนร่วม


ถึงศตวรรษท ๒๑ ว่าเป็น “ศตวรรษแห่งท้องทะเล กับประเทศในภูมิภาคอินโด - แปซิฟิก
46 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑





นอกจากน้น ผู้นาท้งสองเห็นพ้องกันว่าญ่ปุ่นและ ๓. QUAD และ ASEAN
สหรัฐอเมริกาจะทาหน้าท่เป็นผู้นาให้แก่ประเทศในแถบ ในด้านความม่นคงทางทะเลในภูมิภาคอินโด -







อินโด - แปซิฟิก ให้มีเสรีและเปิดกว้างและเพ่อรักษาสันติภาพ แปซิฟิก ได้มีการทาข้อตกลงเพ่อกระชับความสัมพันธ์
และความเจริญรุ่งเรืองท่วท้งภูมิภาค โดยกาหนดมาตรการ ระหว่างประเทศ QUAD กับประเทศสมาชิกในอาเซียน



ของสามเสาหลักร่วมกัน คือ ซ่งถือเป็นเป็นความพิเศษอย่างท่ไม่เคยมีมาก่อนในช่วง


๑. การสร้างค่านิยมและความแพร่หลายในการ หลายปีที่ผ่านมา
บังคับใช้กฎหมายตามหลักนิติธรรม และการเดินเรือ
โดยเสรี สหรัฐอเมริกำและอำเซียน : ปฏิญญำซันนีแลนด์ (Sun-


๒. การแสวงหาความมงค่งทางเศรษฐกจโดยการ nylands Declaration)


พัฒนาความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน สหรัฐอเมริกาและอาเซียนได้เสริมความสัมพันธ์

๓. การสร้างระบบเพ่อสันติภาพและความม่นคง ในฐานะค่เจรจาตงแต่ปี ค.ศ. ๑๙๗๗ ต่อมาในเดอน





เช่น การสนับสนุนการสร้างขีดความสามารถในการ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๑๑ ประธานาธิบดี บารัค โอบามา
บังคับใช้กฎหมายท่เก่ยวข้องกับการใช้ทะเลเหตุการณ์ ได้ออกนโยบาย Pivot to Asia หรือ นโยบายปักหมุด





ต่าง ๆ ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความส�าคัญของภูมิภาค เอเชีย ซ่งคาว่า “ปักหมด” อาจสร้างความกังวลใจให้แก่




“อินโด - แปซิฟิก” ท่กาลังโดดเด่นมากข้นในยุคปัจจุบัน ประเทศในแถบเอเชียท่มีความรู้สึกเหมือนโดนเพ่งเล็ง






ท้งการท่กองเรือสหรัฐอเมริกาท่มีพ้นท่รับผิดชอบ อยู่ตลอดเวลาจากประเทศมหาอานาจ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา

ในมหาสมุทรแปซิฟิกได้เปล่ยนช่อเป็น “กองเรืออินโด จึงเปล่ยนช่อนโยบายน้ใหม่เป็น Rebalancing Asia







- แปซิฟิก” เม่อวันท ๓๐ พฤษภาคม ค.ศ. ๒๐๑๘ หรือนโยบายปรับดุลเอเชียแทนการกาหนดนโยบายดังกล่าว

นอกจากน้น ในการประชุม Shangri - La Dialogue แสดงให้เหนว่าสหรฐอเมรกามความกงวลต่อการเข้ามา







เม่อวันท ๒ มิถุนายน ค.ศ. ๒๐๑๘ ก็ได้กล่าวถึง ของจีนในพื้นที่ทะเลจีนใต้ ต่อมาในช่วงวันที่ ๑๕ - ๑๖


ความส�าคัญของ “อินโด - แปซิฟิก” โดยในการกล่าว กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๒๐๑๖ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา




สุนทรพจน์สาคัญของ นายนเรนทรา โมท นายกรฐมนตร ี นายกรัฐมนตรีร่วมกับผู้นาอาเซียน และ นายบารัค


อินเดียใช้คาว่า “อินโด - แปซิฟิก” จานวน ๑๑ คร้ง โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ร่วมการประชุม


ในขณะท นายเจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สุดยอดอาเซียน - สหรัฐอเมริกา สมัยพิเศษ ณ รัฐแคลิฟอร์เนีย


กลาโหมสหรัฐอเมริกา ก็ยังให้ความส�าคัญกับ “อินโด - โดยร่วมรับปฏิญญาซันนีแลนด์ (Sunnylands Declaration)




แปซิฟิก” โดยพูดคาน้ถึง ๑๘ คร้ง ในการกล่าว ยาเจตนารมณ์ในการสนับสนุนและเสริมสร้างความเป็น

สุนทรพจน์ในโอกาสเดียวกัน ณ ปัจจุบัน ค�าว่า “อินโด หุ้นส่วนระหว่างอาเซียนและสหรัฐอเมริกา มีสาระสาคัญ

- แปซิฟิก” กลายเป็นคาท่ใช้ร่วมกันในนานาชาต ิ ยืนยันในการสนับสนุนและเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วน


เก่ยวกับความม่นคงทางทะเล โดยมีประเทศในกลุ่ม เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน โดยให้ความสาคัญต่อการ



QUAD เป็นตวแสดงหลักท่มีบทบาทสาคัญในภูมิภาค เคารพในอิสรภาพ อธิปไตย และความเสมอภาคของ





อินโด - แปซิฟิก ซ่งในอนาคตอันใกล้เราอาจจะได้เห็น ทุกประเทศ ยึดม่นอย่างแน่วแน่ในกฎระเบียบในภูมิภาค


ภาพทิศทางของการเสริมสร้างความสัมพันธ์แบบมีส่วนร่วม และระหว่างประเทศ เชิดชและปกป้องสทธิและเอกสิทธ ิ ์
เพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา ของทุกรัฐ แก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ และยืนยันสิทธิ
๗ Joint Statement of the ASEAN - U.S. Special Leaders’ Summit : Sunnylands Declaration, 15 - 16 February 2016.
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑ 47

ในการเดินเรือและการบินผ่านอย่างเสร ตามท่บัญญัต ิ


ในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายทะเล
และพันธสัญญาต่อการไม่ใช้ก�าลังทางทหาร เป็นต้น












การประชุมสุดยอดอาเซียน - ญี่ปุ่น ครั้งที่ ๒๐
ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๑๗
การประชุมสุดยอดอาเซียน - สหรัฐอเมริกา สมัยพิเศษ Sunnylands สหรัฐอเมริกา
ระหว่างวันที่ ๑๕ - ๑๖ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๒๐๑๖ (ที่มา : The ASEAN Secretariat)
(ที่มา : The United States Studies Centre at the University of Sydney)
อินเดียและอำเซียน : ปฏิญญำเดลี (Delhi Declara-

ญ่ปุ่นและอำเซียน : วิสัยทัศน์เก่ยวกับควำมร่วมมือด้ำน tion)




มิตรภำพระหว่ำงญ่ปุ่น - อำเซียน (Implementation เม่อวันท ๒๕ - ๒๖ มกราคม ค.ศ. ๒๐๑๘

Plan of the Vision Statement on ASEAN - พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วม
Japan Friendship and Cooperation) การประชุมสุดยอดอาเซียน - อินเดีย ในโอกาสครบรอบ









เม่อวันท ๖ สิงหาคม ค.ศ. ๒๐๑๗ ญ่ปุ่นและอาเซียน ๒๕ ปี ความสมพนธ์อาเซยน - อนเดย ณ กรงนวเดล ี











ได้ประกาศ “วสัยทัศน์เกยวกบความร่วมมือด้านมิตรภาพ โดยทีประชมได้รบรองปฏิญญาเดล (Delhi Declaration)



ระหว่างญ่ปุ่น - อาเซียนฉบับปรับปรุงใหม่ (Revised ซ่งเป็นเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมท่มีสาระสาคัญ

Implementation Plan of the Vision Statement ในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับอินเดีย



on ASEAN - Japan Friendship and Cooperation ในทุกมิต ท้งด้านการเมืองและความม่นคง เศรษฐกิจ


: Shared Vision, Shared Identity, Shared Future) ” สังคมและวัฒนธรรม การผลักดันความเช่อมโยงระหว่างกัน
โดยอ้างอิง “ปฏิญญาว่าด้วยอาเซียน ค.ศ. ๒๐๒๕ : มุ่งหน้า และลดช่องว่างด้านการพัฒนา โดยมุ่งขยายความสัมพันธ์
ไปด้วยกัน (the ASEAN 2025 : Forging Ahead ในลักษณะมองไปข้างหน้าอย่างเบ็ดเสร็จ ปฏิญญาเดล ี
Together)” เป็นหลัก และประกาศการแก้ไขข้อพิพาท เป็นการแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองร่วมกันในการ

ด้วยวิธีสันติวิธ การเสริมสร้างความเข้มแข็งในการเจรจา เสริมสร้างความสัมพันธ์หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของ

และด้านความร่วมมือ การเสริมสร้างความเข้มแข็ง อาเซียนและอินเดียเพ่อผลประโยชน์ร่วมกันในทุกมิต ิ

ในการสนับสนุนในประเด็นต่าง ๆ โดยใช้หลักกฎหมาย ของด้านการเมือง ความม่นคง เศรษฐกิจ สังคม -



ระหว่างประเทศในฐานะคู่เจรจา เพ่อสันติภาพ ความม่นคง วัฒนธรรม และความร่วมมือเพ่อการพัฒนา ตามแนวทาง

และความมั่งคั่งในชีวิตของพลเมืองในอาเซียน ของแผนปฏิบัติการเพ่อความเป็นหุ้นส่วนอาเซียน -
๘ Revised Implementation Plan of the Vision Statement on ASEAN - Japan Friendship and Cooperation : Shared Vision, Shared Identity,
Shared Future, 6 August 2017, Manila
๙ Delhi Declaration of The ASEAN - India Commemorative Summit to Mark The 25th Anniversary of ASEAN - India Dialogue Relations,
New Delhi, India, 25 January 2018.
48 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๑


Click to View FlipBook Version