ำ
ั
ั
ื
“...การรักษาความม่นคงของประเทศน้น มิใช่การป้องกันด้วยกาลังรบเพียงอย่างเดียว หากแต่มีการอ่น
ี
ั
ำ
ี
อีกหลายอย่างท่จะต้องปฏิบัติพร้อมกันไป ท่สาคัญคือการสร้างเสริมความปลอดภัยและความม่นคงในบ้านเมือง
ู
ึ
ให้ประชาชนอย่ร่วมกันได้ด้วยความผาสุกรมเย็น ซ่งจะทาให้เกิดความร้สึกอ่นใจ ม่นใจ ท่จะอยด้วยกัน
่
ั
ุ
ู
ู
ำ
่
ี
ิ
เป็นบานเมอง เป็นชาต และทาใหทุกคนเกดความสานกในชาต มีความเขาใจลึกซงวาจะปองกนรกษา
้
้
ั
ั
้
ึ
่
ำ
้
ิ
้
ื
ิ
ึ
ำ
ชาติบ้านเมืองไว้ เพราะเป็นที่ิอยู่ที่ทำากินอันประเสริฐสุด. ...”
พระบรมราโชวาท
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร วุฒิบัตร ประกาศนียบัตร และเข็มวิทยฐานะ
แก่ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้สำาเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
วิทยาลัยเสนาธิการทหาร วิทยาลัยการทัพบก วิทยาลัยการทัพเรือ วิทยาลัยการทัพอากาศ
โรงเรียนเสนาธิการทหารบก โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ และโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ
ประจำาปีการศึกษา ๒๕๕๙
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต
วันศุกร์ ที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๐
๕ ธันวาคม วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วนิจนิรันดร์
ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการราชนาวิกสภา
นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท เคารพ แหลมคม
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี จิรพล ว่องวิทย์
กรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี ชยุต นาเวศภูติกร
พลเรือตรี ดนัย สุวรรณหงษ์
พลเรือตรี โสภณ รัชตาภิรักษ์
พลเรือตรี สุรเนตร ไทยานนท์
พลเรือตรี อัตตะวีร์ ทักษรานุพงศ์
พลเรือตรี คมสัน กลิ่นสุคนธ์
พลเรือตรี อนุพงษ์ ทะประสพ ปกหน้า
พลเรือตรี สนทยา แสงบางมุด
พลเรือตรีหญิง วรารัตน์ สิงห์ขวา
พลเรือตรี นพดล ฐิตวัฒนะสกุล
พลเรือตรี ทรงฤทธิ์ ฉัตรเงิน
พลเรือตรี อรรณพ แจ่มศรีใส
กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา
นาวาเอก จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์
เหรัญญิกราชนาวิกสภา
เรือเอกหญิง ปาริชาติ เชื้อจิตรนุกูล
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา
พลเรือโท บัญชา บัวรอด
พลเรือโท คณาชาติ พลายเพ็ชร์
พลเรือโท สาธิต นาคสังข์ ปกหลัง
พลเรือตรี จักรชัย น้อยหัวหาด ข้อคิดเห็นในบทความท่นาลงนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นของผ้เขียน
ำ
ี
ู
พลเรือตรี สมชาย ศิพะโย มิใช่ข้อคิดเห็นหรือนโยบายของหน่วยงานใดของรัฐและมิได้ผูกพัน
ำ
ี
ู
บรรณาธิการ ต่อทางราชการแต่อย่างใด ได้นาเสนอไปตามท่ผ้เขียนให้ความคิดเห็น
ำ
ั
ื
ั
นาวาเอก จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ เท่าน้น การกล่าวถึงคาส่ง กฎ ระเบียบ เป็นเพียงข่าวสารเบ้องต้น
ผู้ช่วยบรรณาธิการ เพื่อประโยชน์แก่การค้นคว้า
นาวาเอกหญิง วรนันท์ สุริยกุล ณ อยุธยา ปกหน้า พระอณุเสาวรีย์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ประจำากองบรรณาธิการ ณ โรงเรียนสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ
นาวาเอก สุวิทย์ จันทร์เพ็ญศรี
นาวาเอก นิพนธ์ พลอยประไพ ปกหลัง นิตยสารนาวิกศาสตร์ e-book ๒๕๖๔
นาวาเอก ธาตรี ฟักศรีเมือง ออกแบบปก กองบรรณาธิการ
นาวาเอกหญิง แจ่มใส พันทวี พิมพ์ที่ บริษัท เปเปอร์ไรส์ จำากัด
นาวาโทหญิง ศรัญญา ศาสโนปถัมภ์ เจ้าของ ราชนาวิกสภา
นาวาโทหญิง สรารัตน์ จันกลิ่น สำานักงานราชนาวิกสภา
นาวาตรี ปัญญา ประเสริฐจินดา ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย
เรือเอกหญิง สุธิญา พูนเอียด กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒
เรือเอก วิทยา ภู่ประดิษฐ์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘
เรือตรี ชัยพันธ์ ไกรศิริ ส่งข้อมูล/ต้นฉบับได้ที่ [email protected]
นาวิกศาสตร์ 2
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓ อ่านบทความเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ WWW.RTNI.ORG และ
WWW.RTNI.NAVY.MI.TH
สารบัญ
คลังความรู้ คู่ราชนาวี
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ประจำ�เดือน ธันว�คม ๒๕๖๔
ลำ ดับเรื่อง ลำ ดับหน้า
บรรณาธิการแถลง ..........................................................................๐๖
เรื่องเล่าจากปก ...............................................................................๐๗
จากไซ่ง่อนถึงเตหะราน...วันที่อินทรีปีกหัก (ตอนที่๑) .....................๐๘
พันทิวา
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกับยุทธศาสตร์ทางเรือ ....................๒๒
พลเรือเอก โกมินทร์ โกมุทานนท์
มรดกในบทกลอน คำาสอน “เสด็จเตี่ย” ..........................................๔๐
นาวาเอก พิสุทธิ์ศักดิ์ ศรีชุมพล
วันกองทัพเรือครั้งแรก (ตอนจบ) ....................................................๕๑
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์
เรือรบไทย กับ เรือรบฝรั่งเศส ยิงกันที่เกาะช้าง
ตอน โหด มัน ฮา ............................................................................๖๙
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์
สำานวนชาวเรือ .................................................................................๗๘
เรื่องเล่าชาวเรือ ...............................................................................๘๐
เกร็ดความรู้ด้านศาสนพิธี ................................................................๘๑
ประทีปธรรม ....................................................................................๘๒
ข่าวนาวีรอบโลก ..............................................................................๘๓
ภาพกิจกรรมกองทัพเรือ ..................................................................๘๗
การฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี ..............................................๙๗
้
ำ
มาตรานา เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ .............................................๑๐๐
เวลาดวงอาทิตย์ และ ดวงจันทร์ ขึ้น-ตก
เดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ...............................................๑๐๔
ื
นาวิกศาสตร์ นิตยสารของกองทัพเรือ มีวัตถุประสงค์เพ่อเผยแพร ่
วิชาการและข่าวสารทหารเรือทั้งในและนอกประเทศ ตลอดจนวิทยาการอื่น ๆ นาวิกศาสตร์
ทั่วไป และเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ของกองทัพเรือ 3
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓
สวัสดีครับสมาชิกที่รักทุกท่าน นาวิกศาสตร์ฉบับเดือนธันวาคม ๒๕๖๔ นี้ เป็นฉบับส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่
ก้าวสู่ปี ๒๕๖๕ นาวิกศาสตร์ของเรามีการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาท�าเป็น E-book เพิ่มเติมขึ้นมา
ื
ื
ื
ี
และแบ่งบทความเป็นเร่อง ๆ ออกมาเป็น E-book ด้วย เพ่อง่ายต่อการเปิดอ่านเร่องบทความท่อยากอ่าน หรือสนใจครับ
และได้นาบทความด ๆ ท่ทรงคุณค่าท่เคยได้รับรางวัลบทความดีเด่น “พลเรือเอก กว สิงหะ” แต่ละปีมาเผยแพร่ทาเป็น
ี
ี
ี
ี
�
�
่
ี
้
ื
้
e-book และ upload PDF files ไวเพอใหสามารถ download ไดดวยท www.rtni.org และ www.rtni.navy.mi.th
้
่
้
หรือใน fanpage (facebook) “ราชนาวิกสภา กองบัญชาการ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ” นอกจากนั้น ในปกหลัง
�
ผมได้ทา QR code ของช้นวางหนังสือนาวิกศาสตร์ E-book ต้งแต่เดือน มกราคม ๒๕๖๔ จนถึงเล่มปัจจุบัน เพ่อให้สมาชิก
ื
ั
ั
ได้เข้าไปสแกน QR code เพื่ออ่านย้อนหลังได้ด้วยครับ
�
ี
�
ี
ด้วยในเดือนธันวาคม เป็นเดือนท่มีความสาคัญ ท่คนไทยทุกหมู่เหล่าสมควรราลึกถึง คือ วันท ๒๘ ธันวาคม
่
ี
ื
ถือเป็นวันสาคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทยอีกหน่งวัน เน่องจากเป็น “วันคล้ายวันปราบดาภิเษกสมเด็จพระเจ้าตากสิน
�
ึ
มหาราช” พระมหากษัตริย์ผู้กอบก้เอกราชจากพม่าให้แก่ประเทศไทย และเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรงธนบุร ี
ุ
ู
�
ึ
เพียงพระองค์เดียว หรืออีกช่อหน่งกาหนดเป็น “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” กองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์
ื
มีความภาคภูมิใจน�าเสนอบทความเรื่อง “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกับยุทธศาสตร์ทางเรือ” มาให้ท่านสมาชิก
ุ
ื
ื
ได้อ่านกัน บทความน้เขียนโดย พลเรอเอก โกมินทร์ โกมทานนท์ ผู้เขียนมีความมุ่งหมายเพ่อเทิดทูนพระเกียรต ิ
ี
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ทรงเป็นยอดนักรบไทย ที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้
ด้วยพระปรีชาสามารถด้านการทหาร การยุทธ โดยเฉพาะอย่างย่ง พระองค์ทรงใช้ยุทธศาสตร์ทางเรือในการกอบกู้
ิ
ี
ี
เอกราชกลับคืนมาได้ในระยะเวลาเพียง ๗ เดือน นอกจากน วันท ๑๙ ธันวาคม เป็นวันคล้ายวันประสูติของ
้
่
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด หรือ
ิ
์
ี
ื
ี
ี
�
“เสด็จเต่ย” จึงมีบทความท่ให้สาระความรู้ชวนอ่าน เร่อง “มรดกในบทกลอน คาสอนเสด็จเต่ย” เขียนโดย
นาวาเอก พิสุทธิ์ศักดิ์ ศรีชุมพล นักเขียนท่านนี้เคยได้รับรางวัลชมเชยบทความดีเด่น อันดับที่ ๒ จากรางวัลบทความ
ดีเด่น พลเรือเอก กว สิงหะ ในปี ๒๕๖๓ ท่ผ่านมา มาถึงบทความเร่องในฉบับน ผู้เขียนได้นาบทกลอน คาสอน ตลอดจน
ี
�
ื
ี
�
ี
้
บทเพลงพระนิพนธ์ของพระองค์ มาถ่ายทอดเป็นบทความให้เห็นถึงพระกรุณาของพระองค์ที่ทรงมีต่อทหารเรือ ดุจดั่ง
ี
ี
พ่อกับลูก จนได้รับการเทิดทูนขนานนามว่า “เสด็จเต่ย” และต่อด้วยบทความเชิงประวัติศาสตร์ท่น่าสนใจไม่แพ้กัน
�
การกาเนิดของหน่วยรบพิเศษ Delta Force ของสหรัฐอเมริกา และปฏิบัติการจู่โจมเข้าไปช่วยตัวประกันอเมริกัน
ี
ี
ท่กรุงเตหะราน คือบทความเร่อง “จากไซ่ง่อน ถึงเตหะราน...วันท่อินทรีปีกหัก (ตอนท่ ๑)” เขียนโดย พันทิวา และปิดท้ายด้วย
ื
ี
ี
ั
ั
สองบทความ คือเร่อง “วันกองทัพเรือคร้งแรก (ตอนจบ)” และ “เรือรบไทย กับ เรือรบฝร่งเศส ยิงกันท่เกาะช้าง ตอน โหด มัน ฮา”
ื
ี
เขียนโดย พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์ นักเขียนอาวุโสของนิตยสารนาวิกศาสตร์ ท่มีงานเขียนคุณภาพ
อย่างต่อเนื่องมายาวนาน ครับ
ในโอกาสท่ปีเก่า ๒๕๖๔ ผ่านพ้นไป และปีใหม่ ๒๕๖๕ ก้าวเข้ามา กองบรรณาธิการฯ ขออาราธนาคุณ
ี
ิ
ิ
ิ
พระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักด์สิทธ์ท้งหลายท่ทุกท่านเคารพนับถือ ดวงพระวิญญาณอันศักด์สิทธ์ของสมเด็จ
ี
ิ
ั
พระเจ้าตากสินมหาราช และพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวง
ั
ิ
ชมพรเขตอดมศกด อกทงเดชะพระบารมแหงองคพระบาทสมเดจพระเจาอยหว และสมเดจพระนางเจาฯ พระบรมราชน ี
้
ุ
ุ
ั
้
์
ู
่
ี
่
์
ิ
็
ี
็
้
ั
ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพรให้สมาชิกทุกท่าน และครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ สมหวัง
ในสิ่งที่พึงปรารถนาทุกประการ ครับ
“กยิรา เจ กยิราเถน” “จะท�าสิ่งไร ควรท�าจริง”
�
กองบรรณาธิการ
ปกหน้า : พระอนุเสาวรีย์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ปกหลัง : นิตยสารนาวิกศาสตร์ e-book ๒๕๖๔
ณ โรงเรียนสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ
เรื่องเล่าปกหน้า
�
น้อมราลึกในพระกรุณาของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพร
ิ
�
ี
เขตอุดมศักด์ “องค์บิดาของทหารเรือไทย”ท่ทรงมีต่อทหารเรือและประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า จึงกาหนด
ี
ึ
ให้วันท่ ๑๙ ธันวาคม ซ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติ โดยในรูปหน้าปกน้ เป็นรูปพระอนุสาวรีย์พระองค์ท่าน
ี
ี
ท่ประดิษฐานอยู่ ณ โรงเรียนส่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ ป้อมพระจุลจอมเกล้า ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์
ื
จ.สมุทรปราการ ซึ่งถูกสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๒ และได้ประกอบพิธีเปิดพระอนุสาวรีย์ฯ แห่งนี้ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน
ู
พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยฉลองพระองค์ของพระรปหล่อพระอนสาวรย์ฯ แห่งนี แตกต่างจากฉลองพระองค์
้
ี
ุ
ี
ื
ี
ื
ตามท่อ่น ๆ ท่จะนิยมสร้างพระอนุสาวรีย์พระองค์ท่านในฉลองพระองค์เคร่องแบบทหารเรือ หรือฉลองพระองค์
ั
ี
ชุด “หมอพร” แต่เน่องจากพระอนุสาวรีย์ฯ แห่งน้ ต้งอยู่ในตาบลที่แห่งเดียวกับพระบรมราชานุสาวรีย์
�
ื
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ป้อมพระจุลฯ จ.สมุทรปราการ ทางโรงเรียนสื่อสารฯ จึงได้ออกแบบ
ึ
ปั้นพระรูปหล่อกรมหลวงชุมพรฯ ซ่งเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ ๕
ี
ึ
ุ
ี
ให้สอดคล้องกับพระบรมราชานุสาวรย์ ฯ ในฉลองพระองค์แบบเดียวกัน ซ่งฉลองพระองค์จะยาวถึงพระชาน (เข่า)
ี
ั
ึ
และออกแบบให้พระพักตร์หันไปในทิศทางเดียวกัน ซ่งเป็นพระอนุสาวรีย์แห่งเดียวเท่าน้นในประเทศไทย ท่ทรงฉลอง
พระองค์ชุดนี้
เรื่องเล่าปกหลัง
เป็นการน�าปกหน้าของนิตยสารนาวิกศาสตร์ ตั้งแต่ฉบับ เดือนมกราคม ถึง เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔ มาเรียงกัน
พร้อมด้วย QR code ชั้นวางหนังสือนิตยสารนาวิกศาสตร์ แบบ e-book ไว้สแกน หากว่าสมาชิกท่านใด ยังไม่ได้รับ
หนังสือ ท�าหนังสือสูญหาย หรือไม่ทราบเก็บไว้ที่ใดแล้ว ก็สามารถที่จะเปิด e-book นาวิกศาสตร์ ย้อนหลังไปอ่าน
เล่มอื่น ๆ ของปีนี้ได้ทั้ง ๑๑ เล่ม
นาวิกศาสตร์ 7
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
จากไซ่ง่อนถึงเตหะราน...
วันที่อินทรีปีกหัก
ตอนที่ ๑
พันทิวา
�
ิ
่
�
้
ั
ั
ี
ี
�
ี
สงครามเวยดนามทาใหมหาอานาจอยางสหรฐอเมรกา นับจากบัดน้นเป็นต้นมา ผู้มอานาจเก่ยวข้อง
ั
ั
ั
�
ั
ิ
ิ
ั
ั
ต้องพบกบความปราชยอนปวดร้าว คนอเมรกนโดย กบการกาหนดนโยบายต่างประเทศของสหรฐอเมรกา
ิ
เฉพาะอย่างย่งผู้ท่อยู่ในกองทัพ หต้องหดหู่ใจกับภาพท ี ่ ได้ประกาศว่า ภาพเช่นน้จะต้องไม่เกิดข้นอีก
ี
ึ
ี
ี
ปรากฏให้พวกเขาเห็นในช่วงท่ไซ่ง่อนเมืองหลวงของ สงครามของกองทัพสหรัฐอเมริกาในดินแดน
เวียดนามใกล้แตก ทาให้ต้องมีการอพยพเจ้าหน้าท ่ ี อันห่างไกลจะเป็นเพียง “ฝันร้าย” ท่ไม่หวนกลับคืนมา
�
ี
ี
อเมริกัน และพลเรือนชาวเวียดนามท่ทางานเก่ยวข้อง แต่ฝ่ายทหารกลับมีความคิดไปอีกอย่าง พวกเขายอมรับ
ี
�
กับสถานทูต และหน่วยงานของอเมริกันออกจากเมืองหลวง ในนโยบายของฝ่ายการเมือง และตระหนักดีว่าภาพ
ื
ี
ี
ขณะท่กองทหารเวียดนามเหนือบีบวงล้อมเข้ามาทุกทิศ ความเข้มแข็งของกองทัพท่ได้ช่อว่าเป็น “มหาอานาจ”
�
ี
ทุกทาง ของโลกได้สูญเสียไปแล้ว และหนทางท่จะเรียกมันกลับ
ระหว่างวันที่ ๒๙ และ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๘ คืนมาก็คือการหาโอกาส “แก้ตัว”
ี
ปฏิบัติการสุดท้ายของกองทัพสหรัฐอเมริกาท่ม ี
ั
ื
่
ชอรหสว่า “ฟรีเควนท์ วินด์” (Frequent Wind)
ื
ได้อุบัติข้นในไซ่ง่อน เพ่ออพยพผู้คนออกจากสถานทต
ู
ึ
ขณะเดียวกันชาวเวียดนามใต้จานวนมากท่หวาดกลัว
�
ี
คอมมิวนิสต์ก็ได้หลบหนีออกนอกประเทศทางทะเล
ื
โดยใช้เรือทุกประเภทเป็นพาหนะมุ่งหน้าไปยงเรอรบ
ั
�
ู
ั
่
สหรฐอเมริกาทีลอยลาอย่นอกฝั่ง ซงจานวนผ้อพยพ
�
ู
ึ
่
มากมายถึงขนาดท่ทหารอเมริกันต้องช่วยกันเข็น
ี
ิ
เฮลิคอปเตอร์ท่อยู่บนดาดฟ้าท้งลงทะเล เพ่อให้มีท่ว่าง
ี
ี
ื
เพียงพอส�าหรับชาวเวียดนามเหล่านั้น นักศึกษา ประชาชนอิหร่านที่เกลียดชังสหรัฐอเมริกา เผาธงชาติ
และพระบรมฉายาลักษณ์ กษัตริย์ชาร์ลส์์ ของอิหร่าน
นาวิกศาสตร์ 8
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ี
ี
ั
ึ
ในสงครามคร้งหน้า ผลของมันจะต้องแตกต่าง ในท่สุดเหตุการณ์ร้ายแรงท่ไม่มีใครคาดฝันก็อุบัติข้น
ื
ั
จากส่งท่เคยปรากฏต่อสายตาของสาธารณชนเม่อคร้ง เม่อนักศึกษาหัวรุนแรงของอิหร่านบุกรุกเข้าไปในสถานทูต
ี
ื
ิ
�
ึ
สงครามเวียดนาม สหรัฐอเมริกาประจากรุงเตหะราน ซ่งเป็นเมืองหลวง
ี
ี
่
ี
ื
ั
่
ึ
ิ
่
ี
่
สปผานไป ในอกซกโลกหนงบนดนแดนตะวนออกกลาง เม่อวันท ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๓ เพ่อควบคุมตัว
ื
ี
ึ
�
ี
�
ึ
ความเปล่ยนแปลงบางอย่างอันนามาซ่งความ เจ้าหน้าทสถานทูตสหรัฐอเมริกันซ่งเป็นพลเรือนจานวน
ี
่
ิ
ี
ั
ตงเครยดได้บงเกดขนกษตรย์ชาร์ลส์ (Charles) ๑๖ คน
ิ
ึ
ั
ึ
้
ื
้
แห่งอิหร่านซ่งมีภาพของการเป็นผู้ปกครอง ข้อเรยกรองของการกระทาครงนนก็คอ สหรฐอเมริกา
ั
ึ
้
�
ั
้
ี
ั
ี
ี
ประเทศท่นิยมอเมริกัน ได้ถูกขับออกจากแผ่นดิน จะต้องส่งตัว กษัตริย์ชาร์ลส์ (Charles) ซ่งล้ภัยออกนอก
ึ
่
ี
ของพระองค์ขณะท อายะตุลลอฮ์ รูฮุลลอฮ์ โคมัยน ี ประเทศกลับสู่อิหร่านตามความต้องการของประชาชน
(Ayattollah Ruhollah Khomeini) ผู้นาทางศาสนา ซ่งส่วนใหญ่เคียดแค้นชิงชังอดีตกษัตริย์ของพวกเขา
ึ
�
�
เดินทางกลับประเทศ และถูกชูบทบาทในฐานะ และต้องการให้รัฐบาลใหม่ดาเนินคดีกับพระองค์ในข้อหา
�
ั
ั
ศูนย์รวมอานาจของอิหร่านคนใหม่ แต่ท้งหมดน้น คอร์รัปชัน
่
จะไม่มีผลกระทบต่อสหรัฐอเมริกาเลย หากว่า สถานการณดงกลาวไดกอใหเกดปญหา และผลกระทบ
ิ
้
่
ั
์
ั
้
อายะตุลลอฮ์ โคมัยนี จะมิได้เป็นผู้น�าที่มีความรู้สึกเป็น อย่างใหญ่หลวงต่อประธานาธิบดีจิมม คาร์เตอร์
ี
่
ปฏิปักษ์ต่อสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับประชาชนของเขา (Jimmy Carter) เพราะนบตงแต่ทอดต “พ่อค้าถว”
ั
ั
ี
ั
ี
่
้
�
เข้ารับตาแหน่งผู้นาสูงสุดของประเทศ เขาไม่เคยเผชิญ
�
ี
กับเหตุการณ์เช่นน้มาก่อน ภาพข่าวท่เผยแพร่ออกสู่
ี
ั
สาธารณชนสร้างความหวาดหว่นให้แก่คนอเมริกัน
ี
นับล้านคนท่ได้เห็นฝูงชนชาวอิหร่านออกมาโห่ร้องบนถนน
ขณะเผาธงชาติสหรัฐอเมริกา และรูปประธานาธิบด ี
โคมัยนี ผู้น�าทางจิตวิญญาณของอิหร่าน
ประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ อดีตผู้นาสหรัฐอเมริกาซ่งเคยเป็นนายทหารเรือ
�
ึ
ประจ�าการในเรือด�าน�้าหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒
นักศึกษาหัวรุนแรงปิดล้อมสถานทูตสหรัฐอเมริกาในเตหะราน ก่อนจะลาออกมาท�าธุรกิจ และเข้าสู่วงการการเมือง
นาวิกศาสตร์ 9
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ื
ี
ั
หลังจากน้นไม่นาน ปฏิกิริยาท่ตามมาก็คือ ความเห็น เม่อพิจารณาในแง่การเมืองภายในประเทศ เพราะหาก
ของกระแสสังคมท่ต้องการให้รัฐบาลของพวกตน มีตัวประกันเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว สถานภาพ
ี
ี
�
ั
�
ึ
กระทาการอย่างใดอย่างหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการใช้นโยบาย อันม่นคงของจิมม คาร์เตอร์ในฐานะผู้นาสูงสุด
ต่างประเทศท่แข็งกร้าวหรือปฏิบัติการทางทหาร เพ่อแก้ไข ก็จะสั่นคลอนลงในทันที
ื
ี
ั
วิกฤตการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์ต่อมา ดังน้น หนทางเดียวท่ควรกระทาในความเห็นของ
ี
�
�
ิ
�
ั
ิ
็
ึ
นกศกษาอหร่านกยอมปล่อยตวคนอเมรกัน “ผวดา” ฝ่ายทหารก็คือ การส่งกองกาลังจู่โจมไปยังสถานทูต
ั
ิ
และผู้หญิง รวม ๑๓ คน ออกจากสถานทูต คงเหลือเพียง สหรัฐอเมริกาประจากรุงเตหะราน ในการน้ภารกิจท่ม ี
ี
�
ี
ี
ตัวประกันท่เป็นชาวอเมริกัน “ผิวขาว” ล้วน ๆ ส่วนท่เหลือ ชีวิตตัวประกันเป็นเดิมพันจะถูกแบ่งออกเป็นสองเฟส
ี
ี
ื
ื
ไม่มีทีท่าว่าจะได้รับอิสรภาพเม่อใด ท่าทีอันเฉยเมย เฟสแรกคือ ปฏิบัติการท่มีช่อรหัสว่า “ไรท์ บราวน์”
ั
ี
ของรัฐบาลอิหร่าน ทาให้หลายฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาล เฟสท่สองจะเป็นข้นตอนช่วยเหลือในปฏิบัติการท ่ ี
�
ื
ื
�
สหรัฐอเมริกา ใช้กาลังทางทหารเพ่อตอบโต้แต่ใน มีช่อรหัส “อีเกิล คลอว์” (Operation Eagle Claw)
ี
่
ู
การปฏบัตจริง ผ้เกยวข้องต่างรู้ดีว่า การกระทาดงกล่าว ซ่งแนวคิดของปฏิบัติการดังกล่าว ต้องการให้หน่วยจู่โจม
ั
ึ
�
ิ
ิ
ี
ื
ไม่ใช่เร่องง่ายนัก เพราะนโยบายด้านต่างประเทศ และ ช่วยเหลือตัวประกันออกมาให้ได้ก่อนท่ฝ่ายอิหร่าน
�
ี
หลักปฏิบัติอันเป็นสากล กาหนดไว้อย่างชัดเจนว่า จะมีปฏิกริยาตอบโต้และท่สาคัญท่สุดก็คือ พลเรือน
�
ี
ื
ี
ื
เม่อมีกรณีพิพาทระหว่างประเทศจะต้องพยายาม ชาวอหร่านซงไม่ว่าจะเกยวข้อง หรอไม่เก่ยวข้องกบ
ั
ี
่
ึ
่
ิ
ี
แก้ไขความขัดแย้งด้วยวิถีทางที่สันติเสียก่อน เร่องน้ก็ตาม จะต้องไม่ได้รับบาดเจ็บ ล้มตายจาก
ื
ประธานาธิบดีจิมม คาร์เตอร์ จึงตัดสินใจ การจู่โจมของทหารอเมริกัน หน่วยท่ถูกพิจารณาว่า
ี
ี
พ่งองค์การสหประชาชาต โดยย่นข้อเรียกร้องขอให้ น่าจะสามารถปฏิบัติภารกิจอันยากลาบาก และ
ื
�
ึ
ิ
่
ี
ึ
�
ิ
ี
มการแทรกแซงทางเศรษฐกจ หรือการควาบาตร ซับซ้อนน้ได้ก็คือหน่วย “ปฏิบัติการพิเศษ” ซ่งในโลกน ี ้
ื
เพ่อบีบรัฐบาลอิหร่านให้ปล่อยตัวประกัน แต่
ความพยายามน้นก็ไร้ผล และเมื่อคาร์เตอร์หันไปใช้
ั
ี
การเจรจาโดยตรง โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าท่อิหร่าน
ี
ท่มีสายสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเป็น
ี
ผู้เกล้ยกล่อมผู้นานักศึกษาอิหร่าน แต่ก็ไม่ประสบ
�
ื
ผลสาเร็จเช่นเดิม เม่อถึงตอนน้นเร่มแน่ชัดแล้วว่า
ิ
�
ั
ี
ิ
ี
“ปฏิบัติการทางทหาร” คงจะเป็นส่งท่หลีกเล่ยงไม่ได้
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหม และผู้น�า
เหล่าทัพต่างกระตือรือร้นท่จะให้เปิดสงคราม
ี
“เต็มรูปแบบ” กับอิหร่านจากวิกฤตดังกล่าว แต่ฝ่าย
ี
ี
การเมือง และเจ้าหน้าท่ระดับสูงท่เป็นพลเรือนแม้จะ
ั
เห็นด้วยกับหนทางน้น แต่ภาพของสงครามเวียดนาม
่
ยังคงหลอกหลอนพวกเขาอยู่ เงอนไขของสถานการณ์
ื
ในตอนนนกคอ ประธานาธบดสหรฐอเมรกา
้
ั
ื
็
ั
ี
ิ
ิ
�
จะต้องอนุมัติให้ใช้กาลังทางทหาร “เต็มอัตราศึก”
ี
ิ
ในการช่วยตัวประกัน แต่น่นก็เป็นส่งท่เส่ยงเกินไป หนังสือที่บอกเล่ารายละเอียดปฏิบัติการ “อีเกิล คลอว์” (Eagle Claw)
ั
ี
นาวิกศาสตร์ 10
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ี
�
ั
ี
มีเพียงสองชาติเท่าน้นท่มีศักยภาพสูงพอท่จะดาเนินการได้
ึ
ชาติหน่งก็คือ อังกฤษ ส่วนอีกชาติหน่งก็คือ อิสราเอล
ึ
�
แต่การจะขอให้ทั้งสองประเทศส่งกาลังของตน
เข้ายุ่งเก่ยวกับวิกฤตการณ์ตัวประกันในอิหร่าน โอกาส
ี
ท่จะเจรจาสาเร็จคงจะเป็นไปได้น้อยกว่าการใช้กาลัง
�
ี
�
ของสหรัฐอเมริกาโดยตรง ปัญหาหลักท่เก่ยวข้อง
ี
ี
ั
กับการวางแผนก็คือ ในขณะน้น สหรัฐอเมริกา มีข้อมูล
ของฝ่ายอิหร่านน้อยมาก ถึงแม้ซีไอเอ (CIA) จะได้ชื่อว่า
เป็นหน่วยงานจารกรรมที่มีเครือข่ายครอบคลุมอยู่เกือบ
ั
ื
ท่วทุกมุมโลก แต่แทบไม่น่าเช่อว่าในประเทศอิหร่าน
ั
เวลาน้นกลับไม่ม “เอเจนต์” ของซีไอเอ (CIA) แฝงตัว
ี
อยู่แม้แต่คนเดียว
นอกจากน้รายละเอียดของแผนผัง และโครงสร้าง
ี
�
ของสถานทูต ก็ยังคงเป็นความลับดามืดสาหรับ พันเอก ชาร์ลส์ เบควิท (Col. Charles Beckwith)
�
ี
การวางแผน ข้อมูลส�าคัญ ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งทางทหาร ควรจะมีหน่วยปฏิบัติการพิเศษท่มีขีดความสามารถ
ี
รายละเอียดของสนามบิน สภาพภูมิประเทศหรือแม้ เช่นเดียวกับหน่วยเอสเอเอส (SAS) ของอังกฤษให้เร็วท่สุด
ื
�
ิ
จุดกักขังตัวประกันในสถานทูตเป็นเพียงความว่างเปล่า เม่อกลาโหมอนุมัต เบควิทได้นาแบบอย่างการฝึกมาจาก
ื
ที่สหรัฐอเมริกาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลยแม้แต่น้อย กองทัพอังกฤษ เพ่อสร้างนักรบอเมริกันให้กลายเป็น
ี
ิ
ุ
แต่ไม่ว่าจดเรมต้นจะย่งยากสกเพยงใด ฝ่ายทหาร “บุคลากรพิเศษ” ท่มีขีดความสามารถในทุกรูปแบบ
่
ุ
ี
ั
ั
ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะต้องจัดต้ง “หน่วยปฏิบัติการพิเศษ” แม้ยุทธวิธีบางอย่างของเอสเอเอส (SAS) จะแตกต่างจาก
ี
ั
ื
ข้น เพ่อภารกิจน้โดยเฉพาะ และน่นจึงเป็นท่มาของ หลักนิยมทางทหารของกองทัพสหรัฐอเมริกา แต่ เบควิท
ึ
ี
ี
ื
หน่วยเดลตา ฟอร์ซ (Delta Force) ซึ่งทุกคนรู้จักกันดี ก็ได้ปรับปรุงมัน เพ่อให้สอดคล้องกับยุทธวิธีท่ทหาร
ในปัจจุบัน อเมริกันคุ้นเคย
ใน พ.ศ. ๒๕๒๒ หน่วยเดลต้า ฟอร์ซ (Delta Force) เบควิทภาคภูมิใจในหน่วย “เดลตา ฟอร์ซ” ของเขามาก
่
ิ
ั
ู
ี
ื
ั
ั
้
ยังเป็นหน่วยใหม่ภายใต้การบังคับบัญชาของพันเอก และในฐานะผ้ทก่อตงมนมากบมอ เบควทปรารถนา
ชาร์ลส์ เบควิท (Col. Charles Beckwith) นายทหาร อย่างยิ่งที่จะมีโอกาสแสดงศักยภาพของเดลตา ฟอร์ซ
ั
ั
ี
ี
ผู้มีขีดความสามารถในการรบท่ดีท่สุดคนหน่งใน ให้โลกได้ประจักษ์สักคร้ง ไม่ว่าสถานการณ์น้นจะ
ึ
ประวัติศาสตร์ของกองทัพสหรัฐอเมริกา ยากเย็นเพียงใดก็ตาม วิกฤตการณ์ในอิหร่านจึงเป็น
ิ
ิ
ี
ั
เบควิทเป็นผู้ก่อต้งหน่วยเดลตา ฟอร์ซ หลังจาก ส่งท่เบควิทเฝ้ามองด้วยความ “กระหาย” เป็นอย่างย่ง
ี
ั
�
ื
ท่เขามีโอกาสได้ไปร่วมงานกับหน่วย “ปฏิบัติการ อย่างไรก็ตาม เน่องจากปฏิบัติการคร้งน้จาเป็น
ี
ึ
�
พิเศษทางอากาศ” หรือเอสเอเอส (Special Air จะต้องอาศัยการ “รบร่วม” ของหลายหน่วยกาลัง ซ่ง
ี
Service: SAS) ของกองทัพอังกฤษตามโปรแกรม เท่าท่ผ่านมายังไม่เคยมีการประสานงาน หรือปฏิบัติภารกิจ
ุ
้
ิ
ั
ั
้
ี
ั
แลกเปลี่ยนก�าลังพลระหว่างสองประเทศมหาอ�านาจ ร่วมกนมาก่อนนบตงแต่สงครามเวยดนามสนสดลง
ั
ั
ื
เม่อเบควิทกลับมาจากสหราชอาณาจักร เขาได้เสนอ ดังน้นจึงมีการประชุมวางแผนหลายคร้ง โดยม ี
ความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงว่า สหรัฐอเมริกา เบควิท แห่งหน่วยเดลตา ฟอร์ซ เป็นแกนน�า
นาวิกศาสตร์ 11
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ตัวประกันหลบหนีไปยังทะเลทรายท่อยู่ใกล้ท่สุด แล้วเดิน
ี
ี
ทางขึ้นเหนือมุ่งสู่ตุรกีซึ่งเป็นมิตรกับสหรัฐอเมริกา
ั
อย่างไรก็ตาม เม่อประเมินข้นตอนการปฏิบัติตาม
ื
ี
�
แผนต่าง ๆ ท่กาหนดไว้ ส่งท่พวกเขาพบก็คือความจริง
ี
ิ
ี
�
ี
ท่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าโอกาสท่ภารกิจจะสาเร็จลุล่วง
แทบจะไม่มีอยู่เลยเพราะอุปสรรคต่าง ๆ มีอยู่มากมาย
จนดูเหมือนว่าสถานทูตสหรัฐอเมริกาภายใต้การยึดครอง
ของนักศึกษาอิหร่านเป็นป้อมปราการ “มหาหิน”
ี
ี
ท่ไม่มีวันท่จะทะลุทะลวงเข้าไปได้ แต่หลังจากเวลา
ี
ผ่านไปอีกไม่ก่สัปดาห์ “ข่าวกรอง” ต่าง ๆ ก็หล่งไหล
ั
�
เข้ามาสู่ฝ่ายวางแผน ทาให้พวกเขาเร่มมีความหวัง
ิ
ื
ึ
ข้นมาอีกคร้ง หนทางเลือกในการปฏิบัติแคบลงเร่อย ๆ
ั
จนสุดท้ายก็เหลือเพียงหนทางเดียวคือ การใช้
พันเอก เบควิท ในวัยหนุ่ม “เฮลิคอปเตอร์” เป็นอากาศยานหลักในปฏิบัติการ
ึ
ในข้นตอนการวางแผน ทุกฝ่ายท่เก่ยวข้องได้นา ซ่งอากาศยานปีกหมุน หรือเฮลิคอปเตอร์ทางทหารก็ได้
ี
ี
�
ั
รายละเอียดมาประกอบการพิจารณาอย่างกว้างขวาง พิสูจน์คุณค่า และศักยภาพของมันให้ทุกคนได้ประจักษ์
“ยุทธวิธี” ในการบุกถูกนามาพิจารณาหลายหนทาง มาแล้วในสงครามเวียดนาม
�
ท้งการกระโดดร่ม การส่งเฮลิคอปเตอร์จู่โจมเข้าไป ปัญหาต่อไปก็คือ พวกเขาจะเลือกใช้เฮลิคอปเตอร์
ั
ี
่
�
�
ในเขตสถานทูต การใช้รถบรรทุกพุ่งชนประตู แต่ในท้าย แบบใด คาตอบอยู่ท “คุณสมบัติ” สาคัญของ
ท่สุดแล้ว การใช้เฮลิคอปเตอร์ ดูจะเป็นหนทาง เฮลิคอปเตอร์ที่จะรับหน้าที่ในภารกิจครั้งนี้
ี
็
ั
ื
ี
็
ี
ื
เลือกท่เหมาะสมกว่าวิธีอ่น ๆ ขณะเดียวกัน ก็มีผู้เสนอ ประเดนแรกท่พิจารณากคอ มนจะต้องเป็น
�
ี
ี
ิ
�
ื
ให้ใช้ “เครองบนลาเลยง” ขนาดใหญ่ปล่อย “พลร่ม” เฮลิคอปเตอร์ท่ม “รัศมีทาการ” ไกลเพียงพอ
่
ี
้
�
ั
ื
ลงในพ้นท่ด้านตะวันออกของกรุงเตหะราน แล้วใช้ และสามารถบรรทุกนาหนักได้มาก ในขณะน้นกองทัพ
ี
ี
พาหนะของชาวอิหร่านเท่าท่จะยึดได้เคล่อนตัวไปยัง สหรัฐอเมริกามีเฮลิคอปเตอร์แบบต่าง ๆ มากมาย
ื
ึ
�
สถานทูต อันเป็นพื้นที่เป้าหมาย ซ่งฝ่ายวางแผนได้นาคุณลักษณะของเฮลิคอปเตอร์
ื
ั
่
เมอช่วยเหลอตวประกนได้แล้ว หน่วยจ่โจมจะต้อง หลายแบบมาพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็น
ื
ั
ู
ั
ิ
เดนทางตอไปยงสนามบนนานาชาตเมหราบด (Mehrabad ซีเอช-47 ชินุค (CH-47 Chinook) หรือ เฮลิคอปเตอร์
์
ิ
ิ
่
ั
ื
ื
International Airport) ของอิหร่าน เพ่อรอเคร่องบิน ซีเอช-46 ซีไนท์ (CH-46 Sea Knight)
ี
ี
ี
ึ
ลาเลียงท่จะลงไปรับ ซ่งแผนน้ปรับแต่งมาจากแผนการ นอกจากน้ยังมีเฮลิคอปเตอร์ OK-53 (HH-53)
�
ี
บุกสนามบินเอนเท็บเบ (Entebbe Airport) และเฮลิคอปเตอร์ แบบ OK-53 ด (RH-53D) ของ
ั
ี
ั
่
ี
ั
ื
เพ่อชิงตัวประกันชาวอิสราเอลจากการควบคุมของ กองทพเรอ หรือทรู้จกกนในนาม “ซ สตัลเลียน”
ื
�
รัฐบาลอีด อามิน (Idi Armin) (ปฏิบัติการสาเร็จ (Sea Stallion) ซึ่งมีคุณลักษณะพิเศษที่สามารถพับเก็บ
ี
โดยหัวหน้าทีมจู่โจมของอิสราเอลเสียชีวิต เช่นเดียวกับ ใบพัดและหางได้
ี
�
ี
ตัวประกันท่ถูกย้ายไปโรงพยาบาล) แต่หากไม่สามารถ ซ สตัลเลียน จึงสามารถลาเลียงไปกับเรือบรรทุก
ื
ี
ิ
ู
ั
เดนทางไปยงสนามบนได้ หน่วยจ่โจมจะต้องนา เคร่องบินได้อย่างสะดวก และโดยปกติแล้ว ซ สตัลเลียน
�
ิ
นาวิกศาสตร์ 12
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ี
ี
เป็นเฮลิคอปเตอร์ท่ถูกใช้ในภารกิจกวาดทุ่นระเบิด ให้กับงานในความรับผิดชอบถึงขนาดท่เรียกว่า
ั
่
หากกองทัพสหรัฐอเมริกาน�ามันเดินทางไปกับเรือบรรทุก ในแต่ละคนเขามีเวลานอนพักผ่อนไม่ถึง ๔ ชวโมง
ื
ื
ี
้
�
เคร่องบิน ย่อมเป็นเร่องปกติท่จะไม่ถูกสงสัยจากฝ่ายตรง ด้วยซา ด้วยการเสียสละอย่างย่งยวดของเขา
ื
ิ
กันข้าม ในขณะน้น อาร์เอช-53 เป็นเฮลิคอปเตอร์ท่ม ี รายละเอียดต่าง ๆ ท่ได้มาช่วยให้ฝ่ายสหรัฐอเมริกา
ี
ี
ั
ี
ึ
ิ
ี
ขนาดใหญ่ท่สุดของกองทัพสหรัฐอเมริกา ซ่งเม่อเติม เร่มปะติดปะต่อเป็นโครงร่างท่เพียงพอต่อการ
ื
ื
�
้
นามันเช้อเพลิงเต็มถังจะบรรทุกผู้โดยสารได้ ๓๐ คน วางแผนโดยละเอียดได้ แต่กระน้นก็ตาม ทุกคน
ั
่
�
�
ื
แต่หากลดจานวนเช้อเพลิงให้ตากว่าเกณฑ์ก็จะสามารถ ที่เกี่ยวข้องต่างยอมรับว่าภารกิจครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก
บรรทุกผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นเป็น ๕๐ คน ซับซ้อนมาก
ื
้
�
ปัญหาต่อไปก็คือ ปริมาณของนามันเช้อเพลิง ในความเป็นจริง การช่วยเหลือตัวประกันของ
ท่จาเป็นต้องใช้ถึงแม้ว่า ซ สตลเลียน จะมีรศมีทาการไกล กองทัพสหรัฐอเมริกาใช่ว่าจะเป็นส่งแปลกใหม่ เพราะ
�
ิ
ั
ี
ั
�
ี
ื
�
ี
ี
กว่า เฮลิคอปเตอร์ ชนิดอ่น ๆ แต่มันก็ยังไม่ไกลพอท่จะทาให้ การช่วยเหลือตัวประกันคร้งล่าสุดท่พอจะนามาเปรียบเทียบ
�
ั
นักบินสามารถเดินทางจากอ่าวโอมาน ไปยังกรุงเตหะราน ได้ก็คือ การบุกช่วยเหลือเชลยอเมริกันท่ค่าย “ซอนเทย์”
ี
้
�
ื
ได้โดยไม่ต้องเติมนามันระหว่างทาง เน่องจากระยะทาง (Son Tay) ในดินแดนเวียดนามเหนือเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕
ั
ในภารกิจครั้งนี้ยาวไกลถึง ๙๐๐ ไมล์ ในคร้งน้นกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาเป็น
ั
ี
ดังน้น คาถามไม่อาจหลีกเล่ยงได้ก็คือ พวกเขาจะ “หน่วยหลัก” ที่รับผิดชอบภารกิจ แต่ปฏิบัติการบุกค่าย
ั
�
เติมน�้ามันได้อย่างไร จะเติมที่ไหน และจะเติมเมื่อไหร่ “ซอนเทย์” ก็ไม่ได้มีการวางแผนอย่าง“ซับซ้อน” เท่ากับ
้
ั
ู
่
ึ
แนวความคดหนงถกเสนอขนมา นนคอการส่งกา การเตรียมการบุกเตหะรานในครั้งนี้
�
ิ
ื
ึ
่
ี
ึ
ี
ลังหน่วยเดลตา ฟอร์ซ เข้ายึดสนามบินในกรุงเตหะราน ด้วยข้อมูลข่าวกรองท่ละเอียดมากข้น ในท่สุด
�
�
ได้เสียก่อน เพ่อตัดปัญหาในเร่องของการเติมนามันกลางทาง ฝ่ายสหรัฐอเมริกาก็สามารถสร้างโมเดล หรือแบบจาลอง
้
ื
ื
�
แต่วิธีการดังกล่าวจะเป็นการ “เปิดเผยตัว” และทาให้ฝ่าย ของสถานทูตในกรุงเตหะรานได้ส�าเร็จ
ั
ึ
�
�
อิหร่านรู้ว่ามีการจู่โจมเกิดข้น ซ่งหลังจากน้น “การปะทะ” พวกเขาสามารถกาหนดตาแหน่งห้องควบคุมตัวประกัน
ึ
ี
ี
ื
คงหลีกเล่ยงได้ยาก และหากมีการเสยชวิตของพลเรอน และรู้รูปแบบการวางตัวของห้องต่าง ๆ ถึงขนาดท่ว่า
ี
ี
ผลกระทบทางด้านต่างประเทศจะตามมาโดยไม่ต้องสงสัย สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดว่า ประตูแต่ละบานจะเปิดปิด
�
ทางด้านหน่วย “เดลตา ฟอร์ซ” ปัญหาสาคัญ ออกไปทางด้านใด
ี
ึ
ี
ประการหน่งสาหรับพวกเขาก็คือรายละเอียดของ แบบจาลองน้ถูกสร้างข้นท่สนามบินของกองทัพบก
�
ึ
�
ั
ื
ี
สถานทูตสหรัฐอเมริกา ซ่งเป็นพ้นท่เป้าหมาย รวมท้ง ในเขตแอริโซนา (Arisona) เพ่อให้หน่วยเดลตา ฟอร์ซ
ื
ึ
ั
ิ
ั
ั
ุ
ุ
จดทพวกอหร่านควบคมตวประกน ตลอดจนลกษณะ สามารถฝึกได้อย่างใกล้เคียงกับสถานที่จริงมากที่สุด
ี
่
ั
ั
ั
ิ
ภูมิประเทศรอบกรุงเตหะราน ตามแผนด้งเดิมของปฏิบัติการคร้งน้น เฮลคอปเตอร ์
ี
อย่างไรก็ตาม หลังจากเวลาผ่านไปอีกหลายวัน จะบินเข้าใกล้สถานทูตเท่าท่จะสามารถกระทาได้
�
หน่วยข่าวกรองก็เริ่มทยอยส่งข่าวสารมาเพ่มเติม เพ่อร่นระยะเวลาในการช่วยเหลือให้น้อยลง แต่เม่อ
ิ
ื
ื
ึ
ิ
ี
ี
ื
มากข้นเร่อย ๆ เจ้าหน้าท่ของหน่วยเดลตา ฟอร์ซ ท่รับผดชอบ ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดแล้ว พวกเขาก็พบ
ื
ื
ในเร่องน้ได้แก่ “วาเดล อิชิโมโต” นายทหารการข่าว ว่าแผนการน้ไม่น่าจะกระทาได้จริง เน่องจากฝ่าย
�
ี
ี
ื
ี
เช้อสายญ่ปุ่นผสมฮาวาย เข้ารับข้อมูลท่หล่งไหลเข้า อิหร่านได้เตรียมรับการโจมตีแบบน้อย่างเข้มแข็ง โดย
ั
ี
ี
ี
ื
ุ
ู
มาส่ศนย์ข่าวกรองโดยไม่ขาดสาย เอกสารทกแผ่น ในบริเวณพ้นท่โล่งรอบ ๆ เขตสถานทูตมีการใช้ “เสาไม้”
ู
และรูปภาพทุกรูปถูกตรวจสอบอย่างละเอียดโดย ขนาดยาวปักเป็นระยะ ๆ เพ่อป้องกันไม่ให้ เฮลิคอปเตอร์
ื
อิชิโมโต ชนิดไม่เห็นแก่เหน็ดเหน่อย อิชิโมโตทุ่มเท บินลงมาจอดได้
ื
นาวิกศาสตร์ 13
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ึ
ข้อมูลดังกล่าวได้มาจาก “ภาพถ่ายดาวเทียม” พลอากาศโท “กัส” ซ่งเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ
ึ
ื
และจากเคร่องบินจารกรรมเอสอาร์-71 (SR-71) กับแนวคิดดังกล่าวเกิด “ลางสังหรณ์” ข้นมาอย่าง
ึ
ื
หรือ “แบล็คเบิร์ด” (Black Bird) ขณะเดียวกัน กระทันหัน เม่อเขามองข้นไปบนท้องฟ้า และสังเกต
�
ก็มีผู้เสนอหนทางเลือกใหม่สาหรับการแก้ปัญหา เส้นทางบินของ “เฮอคิวลิส” ที่นักบินก�าลังรักษาอยู่
ื
�
�
้
�
นามันเช้อเพลิง คือการใช้ถุงขนาดใหญ่ทาด้วยยาง ท่านนายพลจึงตัดสินใจออกคาส่งด่วนให้นักบิน
ั
�
ื
ี
้
�
ิ
ี
ื
รูปร่างคล้าย “บอลลูน” เพ่อบรรจุนามันแล้วท้ง “เปล่ยนเข็ม” นาเคร่องออกห่างจากบริเวณท่หมู่
ี
่
ู
ลงไปยังจุดนัดพบท่อยู่กลางทะเลทราย (ในยุคน้น เฮลคอปเตอร์จอดรออย่ และสงการว่าการปล่อย
ั
ั
ิ
�
่
อเมริกันยังไม่สามารถพัฒนาเฮลิคอปเตอร์ให้เติมนามัน ร่มชชพทมถุงบรรจนามนเชอเพลงจะกระทาได้ก็ต่อเมอ
้
�
ุ
ู
ี
ิ
ื
้
�
ั
ื
่
ี
้
ี
กลางอากาศได้) ถุงบรรจุของเหลวดังกล่าวสามารถบรรจ ุ เส้นทางบินออกห่างจากบริเวณเป้าหมายแล้ว
ี
น�้ามันเชื้อเพลิงได้ถึง ๕๐๐ แกลลอน โดยจะมีปั๊ม และ นับเป็นเร่องอัศจรรย์อย่างย่งท่ความรู้สึก และลางสังหรณ์
ิ
ื
ื
กว้านติดอยู่ในตัว แต่ปัญหาก็ยังไม่หมดไป เพราะ ของท่านนายพลเป็นความจริง เพราะเม่อซี-130 ปล่อยร่ม
ึ
ื
อัตราความเร็วในการ “ปั๊มน�ามัน” ออกจากถุงเพ่อ ออกมา ได้บังเกิดข้อผิดพลาดข้น ท่ามกลางสายตา
้
ี
�
้
�
ื
ึ
ส่งเข้าถังใช้งานของอากาศยานยังช้าเกินไป ทาให้ นับร้อยคู่ท่จ้องมองถุงบรรจุถุงนามันเช้อเพลิงซ่งเกิด
ิ
่
ุ
�
ั
้
เฮลิคอปเตอร์ ต้องเสียเวลานานกว่าที่จะเติมน�้ามันเสร็จ อปสรรคร่มไม่กางถง ๑๐ ลก ทาให้ถงเหล่านนร่วงดง
ุ
ู
ึ
นอกจากนหากตาแหน่งท่ถุงบรรจนามนถกทงร่ม ลงสู่พ้นอย่างรวดเร็ว และเม่อถุงบรรจุนามันเช้อเพลิง
้
�
ื
ู
ื
ิ
ั
้
้
ี
ี
�
ื
�
้
ุ
ี
ลงมาคลาดเคล่อนจากเป้าหมายท่กาหนดไว้ หรือ ที่ปราศจาก “ร่มชูชีพ”กระแทกกับพื้น มันได้เกิดระเบิด
�
ื
เข้าไปติดค้างอยู่ในระหว่างก้อนหิน การเคล่อนย้าย ดังสนั่นพร้อมกับลูกไฟที่กระจายออกรอบทิศ
ื
ั
ออกมาจะกระทาได้ยากมาก เพราะในสภาวะปกต ิ หากนายพล “กัส” ไม่ส่งให้นักบินเปล่ยนเข็มใน
ี
�
ถุงบรรจุน�ามันขนาดใหญ่เช่นน้หากจะเคล่อนย้าย ช่วงสุดท้าย คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเฮลิคอปเตอร์ท้งหมด
ื
ั
ี
้
ี
จะต้องใช้คนกลิ้งถึง ๑๐ คน ท่จอดรออยู่ในสภาพเหมือนปฏิบัติการจริงจะต้องถูกทาลาย
�
ั
นอกจากข้อจากดท่กล่าวมาแล้ว การใช้ถงบรรจ ุ แหลกเป็นจุณอย่างแน่นอน ผลการทดสอบอันล้มเหลว
�
ุ
ี
�
้
นามันเช้อเพลิงแล้วท้งจากเคร่องบินลงสู่พ้นก็ยัง ทาให้เจ้าหน้าท่เทคนิคต้องกลับไปหาหนทางแก้ไข
ี
ื
ื
�
ิ
ื
ิ
ิ
ไม่เคยมการ “ปฏบัตจรง” มาก่อน ดงน้น เพ่อให้เกด ข้อผิดพลาด เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดกรณีดังกล่าวซ�้าอีก
ี
ิ
ื
ิ
ั
ั
ี
ั
ความแน่ใจว่าจะไม่มีข้อผิดพลาด โดยเฉพาะในกรณีท ่ ี กระน้นก็ตาม ความกังวลใจของผู้ท่เห็นเหตุการณ์
ั
ู
ถงดงกล่าวถกกระแสลมพดพาเข้าไปกระแทกกับ ในวันทดสอบคร้งแรก ยังคงรบกวนความเช่อม่นของพวกเขา
ุ
ั
ั
ื
ั
ิ
ื
ี
ี
ี
เฮลิคอปเตอร์ท่จอดรออยู่ เจ้าหน้าท่ทุกฝ่ายท่เก่ยวข้อง จนในท่สุดหลายคนก็มีความเห็นว่าการท้งร่มเพ่อปล่อย
ี
ี
จึงเห็นชอบให้มีการทดสอบในสภาพ “เหมือนจริง” ถุงบรรจุน�้ามันเชื้อเพลิงสู่พื้นไม่น่าจะได้ผล
่
ี
ั
ี
ั
ทุกประการ หลายสปดาห์ผ่านไป เจ้าหน้าทเตรยมร่มได้พฒนา
ึ
�
สองสัปดาห์ต่อมา เฮลิคอปเตอร์แบบอาร์เอช-53 ดี เทคนิคในการปล่อยร่มแบบใหม่ ซ่งทาให้ม่นใจได้ว่า
ั
บินลงจอดอยู่บนพ้นรอคอยการเข้ามาของเคร่องบินซี-130 ร่มชูชีพจะกางอย่างสมบูรณ์ในทุกสถานการณ์ จากน้น
ั
ื
ื
ู
ั
“เฮอคิวลิส” (C-130 Hercules) ซ่งจะเป็นผู้ปล่อยถุง กได้มการทดลองปล่อยร่มชชพในลกษณะดงกล่าว
ึ
ี
ี
ั
็
บรรจุน�้ามันเชื้อเพลิงจ�านวน ๑๒ ถุง หลายครั้ง ซ�้าแล้วซ�้าเล่า
ึ
ั
ั
ิ
้
ั
พนเอก เบควท และนายทหารชนนายพลของ ในระหว่างการทดสอบคร้งหน่งท่ค่าย “ฟอร์ตแบรกก์”
ี
กองทัพอากาศได้เข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ (Fort Bragg) เจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ซึ่งเคยท�าหน้าที่ควบคุม
ข้นตอนทดสอบคร้งสาคัญน้ด้วย แต่แล้วในช่วง การปฏบตภารกจทางอากาศให้กบเครองบินของซีไอเอ
ั
ั
่
ื
ิ
ิ
ิ
ั
ั
�
ี
เวลาสุดท้าย ขณะท่ซี-130 บินเข้าใกล้เป้าหมาย ในประเทศลาวระหว่างยุคสงครามเวียดนาม ได้ให้ข้อ
ี
นาวิกศาสตร์ 14
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ี
ี
แนะน�ากับ พันเอก เบควิท ว่า วิธีการส่งน�้ามันเชื้อเพลิง ตัวอย่างดินหรือทรายบริเวณท่จะใช้เป็นท่แลนดิง
ี
ี
ื
ลงสู่พ้นด้วยการปล่อยร่มเช่นน “เส่ยงเกินไป” และม ี กลับมาวิเคราะห์”
้
ั
ั
�
ื
โอกาสล้มเหลวได้ตลอดเวลา เขาระบุอย่างชดเจนว่า พันเอก เบควิท เห็นด้วยกับคาพูดน้น และเขาก็เช่อว่า
ี
�
ื
้
ื
ี
จากประสบการณ์ท่เคยพบ “กระแสลม” อันรุนแรง การใช้เคร่องบินเติมนามันร่อนลงสู่พ้น เป็นวิธีการท่ดีกว่า
ิ
้
จะพัดพาถุงบรรจุนามันเช้อเพลิง และร่มชูชีพให้ลอย การ “ท้งร่มชูชีพ” ลงมาพร้อมกับถุงบรรจุนามันเช้อเพลิง
ื
�
้
�
ื
่
ี
ั
ไปไกลจากเป้าหมายอย่างไม่อาจป้องกันได้ และน่น เขาจึงขออนุญาตส่งเจ้าหน้าทไปตรวจสอบสภาพ
จะท�าให้ความส�าเร็จของภารกิจนี้ไม่มีวันจะเกิดขึ้น ภูมิประเทศในอิหร่าน โดยขอให้กองทัพอากาศจัดเจ้าหน้าท ่ ี
ื
ี
ื
ึ
้
�
�
ท่ผ่านมาระบบการสนับสนุนนามันเช้อเพลิงในช่วง เทคนิคซ่งมีความชานาญเดินทางไปด้วยเพ่อให้ได้
สงครามเวียดนาม ซีไอเอ จะมอบหมายให้เคร่องบิน รายละเอียดครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด
ื
“อีซี-130” หรือเฮอคิวลิส ดัดแปลงให้ท�าหน้าที่บรรทุก อย่างไรกตามบางคนพยายามคดค้าน โดยระบุว่า
ั
็
้
�
เช้อเพลิง บินลงไปจอดส่งนามันทางภาคพ้นดิน แทนท่จะ ภารกิจท่เบควิทเสนอเป็นการเส่ยงต่อการถูก “ตรวจพบ”
ื
ี
ื
ี
ี
ี
้
ื
�
�
่
ใช้วิธีส่งนามันเช้อเพลิงจากทางอากาศอย่างเช่นท เบควิท ของฝ่ายอิหร่าน และอาจจะทาให้ศัตรูคาดเดาได้ว่า
พยายามจะทาในขณะน้น ข้อเสนอแนะนาของเจ้าหน้าท ่ ี สหรัฐอเมริกาวางแผนท่จะปฏิบัติการอย่างใดอย่างหน่ง ึ
�
�
ั
ี
ผู้นั้นท�าให้ พันเอก เบควิท ฉุกคิดถึงหนทางใหม่อีกครั้ง เพ่อช่วยเหลือตัวประกัน แต่ในท่สุดท่ประชุมก็อนุมัติให้
ี
ี
ื
ิ
เขาเร่มคิดว่าภูมิประเทศหลายแห่งในอิหร่านอาจจะ มีการส่งคนเข้าไปในอิหร่านได้ตามที่เบควิทเสนอ
้
�
สามารถนาเคร่องบินขนาดใหญ่อย่างซี-130 บรรทุกนามัน หน่วยข่าวกรองได้เลือก “จุดนัดพบ” ระหว่าง
ื
�
ื
ลงจอดได้ ถึงแม้ว่าก่อนหน้าท่จะเคยมีคนเสนอแนะ เคร่องบินเติมนามัน และฝูงเฮลิคอปเตอร์ท่จะเข้า
�
้
ี
ี
ี
ื
�
�
ึ
ื
ี
้
วิธีการน แต่เบควิทก็ไม่เคยเช่อว่า การนาเคร่องบิน ปฏิบัติการโดยพิจารณาตาบลท่แห่งหน่งในเขตทะเลทราย
ขนาดใหญ่ร่อนลงไปยังทะเลทรายในอิหร่านจะม ี DASHT-E-KAVIR ตาแหน่งดังกล่าว เป็นทะเลทรายอัน
�
ื
�
ความเป็นไปได้ก็ตาม แต่เม่อนาภาพถ่ายทางอากาศ อ้างว้างอยู่ห่างจากกรุงเตหะรานเมืองหลวงของอิหร่าน
ั
มาพิจารณาอีกคร้ง เบควิทก็พบว่า ลักษณะของภูมิประเทศ ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ ๒๖๐ ไมล์ และเป็น
ี
หลายแห่งน่าจะรับนาหนักขณะท่เคร่องบินซี-130 บริเวณท่ค่อนข้างสงบเงียบ เพราะชุมชนท่มีผู้พักอาศัยซ่ง ึ
ื
้
�
ี
ี
ั
ิ
้
ั
ื
ี
ร่อนลงจอดได้ โดยเฉพาะบริเวณท่มีความกว้างยาว อย่ใกล้กบบรเวณนนมากทสด กอย่ห่างออกไปอกเกอบ
็
ู
่
ุ
ี
ี
ู
เพียงพอใกล้เคียงกับรันเวย์ของสนามบิน ๙๐ ไมล์ มันจึงเป็นต�าบลที่ซึ่งมีความเหมาะสมมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายเสนาธิการของกองทัพอากาศ ในด้านความปลอดภัยจากการถูกตรวจพบ แต่อย่างไรก็ตาม
ื
ื
ยังคงมีความเห็นท่แตกต่างออกไป พวกเขาระบุว่าพ้นท ่ ี ทุกฝ่ายจะต้องรอผลการตรวจสภาพพ้นผิวของทะเลทราย
ี
ั
�
ในทะเลทรายมีความ “หยุ่นตัว” มากเกินไป และน่น ในตาแหน่งดังกล่าวให้แน่ใจเสียก่อนว่าสามารถรองรับ
จะทาให้มันไม่สามารถรองรับนามันอันมหาศาลของ การลงจอดของเครื่องบินขนาดใหญ่ได้
้
�
�
้
ี
เครื่องบินซี-130 ได้ บริเวณทะเลทรายท่กล่าวมาน ถูกกาหนดช่อรหัสว่า
ี
�
ื
โดยเฉพาะในภารกิจนี้ จะต้องใช้เครื่องบินอีซี-130 เดทเสิร์ท วัน (Desert One) ขณะที่การส�ารวจพื้นทราย
�
ึ
ซ่งถูกออกแบบมาสาหรับการบรรทุกเช้อเพลิงจานวน ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในปฏิบัติการ “ไรท์บราวน์” เริ่มเป็น
ื
�
ิ
ู
๓,๐๐๐ แกลลอน ซึ่งจะท�าให้ “แรงปะทะ” ขณะที่ล้อ รปเป็นร่าง การดาเนนการในอกขนตอนหนงทจะต้อง
่
่
�
ึ
ี
้
ี
ั
่
ึ
ิ
กระแทกพื้นบังเกิดขึ้นอย่างมหาศาล เร่งรัดให้มีข้อยุตก็คือการเฟ้นหา “บุคลากร” ซงจะมา
นายทหารคนหนึ่งกล่าวในที่ประชุมว่า ท�าหน้าที่นักบิน
ื
ั
ี
�
“มันเส่ยงเกินไปท่เราจะให้เคร่องบินร่อนลงไป ในคร้งแรกกาหนดไว้ว่าการช่วยเหลือตัวประกันจะ
ี
ู
ื
ี
้
้
�
โดยไม่ร้สภาพของพนทรายเบองล่าง ยกเว้นเสยแต่ว่า เป็นปฏิบัติการร่วมระหว่างกาลังของหลายเหล่าทัพ
ื
�
จะมีการส่งทีมสารวจไปตรวจสอบล่วงหน้า และนา ซึ่งทุกฝ่ายต้องการช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติเหมือน ๆ กัน
�
นาวิกศาสตร์ 15
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ื
ิ
่
แต่เมอเร่มหารือระหว่างผู้แทนหลายหน่วย กลับมีความเห็น นักบินทหารเรือจะต้องบินเฮลิคอปเตอร์ของพวกเขาโดย
หลายอย่างซึ่งเป็นข้อขัดแย้งกันเอง อาทิเช่น ปราศจาก “จุดสังเกต” ที่อยู่ทางภาคพื้นดิน และจะต้อง
�
ิ
ั
ี
ี
้
ั
ื
�
ิ
นกบนทหารเรือไม่เหมาะสมกับภารกิจน นกบน นาเคร่องลงจอดยังจุดท่กาหนดในเวลากลางคืนอันมืดมิด
ู
ั
่
ี
้
ั
ทหารอากาศมีความชานาญในการบินระยะทางไกลด้วย หลงการฝึกครงแล้วคร้งเล่าผ่านไป ผ้เกยวข้องของ
ั
�
่
�
ี
“เพดานบินตา” ขณะท่นักบินจากกองทัพบกมีความชานาญ หน่วยเดลตา ฟอร์ซ สรุปได้ว่า
�
�
ในการบินในทุกรูปแบบ และสามารถปรับยุทธวิธีได้ นักบินทหารเรือจานวนไม่เกิน ๒ นายเท่าน้นท ่ ี
ั
ี
อย่างหลากหลาย สามารถ “ทาได้” ตามมาตรฐานท่พวกเขาต้องการ
�
แต่ฝ่ายทหารเรืออ้างว่า อากาศยานท่จะนาไปใช้ แต่นนหมายถึงว่าจะต้องใช้เวลาฝึกฝนนกบิน ๒ นาย
�
ี
่
ั
ั
ี
ิ
ในภารกิจนี้เป็นของพวกตน ดังนั้น นักบิน “ทหารเรือ” ท่กล่าวมาให้มากย่งกว่าน้หลายเท่า นอกจากน้ยังมีนักบิน
ี
ี
จึงควรจะได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ปฏิบัติภารกิจดังกล่าว ทหารเรืออีกนายหนึ่งที่ “ปฏิเสธ” การบินเหนือพื้นที่ซึ่ง
�
ี
ี
ในท่สุดท่ประชุมก็ยอมจานนต่อเหตุผลข้างต้น มีการสู้รบ โดยระบุว่าเขาจะบินเฉพาะในภารกิจเหนือ
�
ี
ื
ี
และน่นจึงทาให้นักบินทหารเรือได้รับการคัดเลือก พ้นท่ซ่งม “ความปลอดภัย” สาหรับตนเองอย่างเพียง
ึ
�
ั
โดยพวกเขาถูกส่งตัวไปฝึกบินในระดับตากับหน่วย “เดลตา พอเท่านั้น
�
่
ั
ฟอร์ซ” ในพื้นที่เหนือทะเลทรายแอริโซนา นักบินผู้น้นจึงถูก “คัดออก” และถูกกักบริเวณไว้ใน
จริง ๆ แล้ว พันเอก เบควิท ต้องการใช้นักบินจาก ฐานทัพ เพื่อป้องกันไม่ให้ความลับรั่วไหล แต่การปฏิบัติ
“กองทัพอากาศ” มากกว่า เพราะเขาประทับใจจาก ของพวกเดลตา ฟอร์ซ ซ่งมีลักษณะเหยียดหยาม
ึ
ี
ผลงานการบินอย่างยอดเย่ยมระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือ ดูแคลนต่อนักบินทหารเรือผู้นั้น ท�าให้เพื่อนของพวกเขา
ตัวประกันท่ค่าย “ซอนเทย์” ในสงครามเวียดนาม (การบุก ไม่พอใจ และประท้วงด้วยการขอ “ถอนตัว” จากภารกิจ
ี
�
ี
ั
ประสบความสาเร็จแต่เชลยถูกย้ายออกไปก่อนหน้าน้น เดลตา ฟอร์ซ จึงเหลือนักบินทหารเรือท่ผ่านการฝึก
ึ
เพียงไม่กี่วัน) มาต้งแต่ต้นเพียงนายเดียว ปัญหาข้อขัดแย้งท่เกิดข้น
ี
ั
ื
ี
�
ี
ั
ี
แต่เม่อท่ประชุมมีมติเช่นน้น เบควิทก็ไม่อาจคัดค้านได้ ทาให้ผู้เก่ยวข้องทุกฝ่ายว่งวุ่นในการแก้ปัญหา ในท่สุด
ิ
ี
ตลอดเวลาท่เฝ้าดูการฝึกของนักบินทหารเรือ เบควิท พลโท “ฟิลิปส์ ชัทเตอร์” นายทหารนาวิกโยธิน
รู้สึกไม่สบายใจเพราะเขาเห็นว่านักบินนาวีเหล่าน้นยังม ี ซ่งเป็นหน่งในคณะเสนาธิการร่วมของกองทัพ
ึ
ึ
ั
ี
่
�
ความสามารถ “ตากว่าเกณฑ์” ในการใช้งานท่ซับซ้อน สหรัฐอเมริกาได้เสนอทางออกว่า
และยากล�าบาก ซึ่งเป็นสิ่งที่เดลตา ฟอร์ซ ต้องการ “พวกเดลตา ฟอร์ซ ควรจะใช้นักบินนาวิกโยธิน
ี
ิ
�
ุ
เวลาผ่านไปทกอย่างดาเนนไปตามกระบวนการ ในภารกิจน้”เพราะทหารนาวิกโยธินอยู่นอกเหนือจาก
ของมันไม่ว่าแต่ละคนจะมีความรู้สึกนึกคิดเช่นไร นักบิน กลุ่มท่มีความขัดแย้งกันมาต้งแต่ต้น อีกท้งประวัติการรบ
ี
ั
ั
ี
ทหารเรือเข้ารับการฝึก ๗ นาย แม้ว่าพวกเขาจะม ี ท่ผ่านมานักบินนาวิกโยธินฝีมือดีก็มีอยู่หลายนาย และ
ความมุ่งม่นต้งใจสักเพียงใดก็ตาม แต่ความเคยชิน บางคนเคยได้รับเหรียญกล้าหาญ “เมดัล ออฟ ออนเนอร์”
ั
ั
จากการบิน “เกาะกลุ่ม” ในลักษณะบินตรวจการณ์ (Medal of Honor) มาแล้วด้วยซ�้า
เพื่อค้นหา “ทุ่นระเบิด” ในทะเล ซึ่งแตกต่างจากภารกิจ ดังนั้น เมื่อได้รับการติดต่อจากหน่วยเดลตา ฟอร์ซ
ี
�
้
การบินช่วยเหลือตัวประกันในภารกิจคร้งน ทาให้ผลการฝึก กองทัพนาวิกโยธินจึงส่ง พันเอก “ชัค พิชแมน” เข้าไป
ั
ออกมาไม่น่าพอใจนัก ประสานกับหน่วยเดลตา ฟอร์ซ
ี
เจ้าหน้าท่ของหน่วยเดลตา ฟอร์ซ ยังพบด้วยว่า พันเอก พิชแมน เป็นนักรบเต็มตัว เขาเรียนรู้
�
นักบินทหารเรือส่วนใหญ่ไม่ชานาญการบินเกาะกลุ่ม ความต้องการของพวกเดลตา ฟอร์ซ ได้อย่างรวดเร็ว
ิ
“ชดกน” ในระดบตา ซงเป็น “หวใจหลก” ทต้องการ เขาเข้าใจภารกิจท่รอคอยอยู่ ขณะเดียวกันพวก
ั
่
ึ
�
ั
ี
่
ั
ั
ี
่
�
ี
ี
ิ
ั
เป็นอย่างย่งสาหรับภารกิจคร้งน และท่ยากท่สุดก็คือ เดลตา ฟอร์ซ ก็ประทับใจในความรอบรู้ และการปฏิบัติ
ี
้
นาวิกศาสตร์ 16
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
�
�
ี
ภารกิจการ “บินรบ” ตลอดจนยุทธวิธีท่พันเอก อาคารต่าง ๆ จากจานวนที่กาหนดไว้เดิมเพียงแค่ ๗๒ นาย
ิ
พิชแมนอธิบายให้ฟัง จงถกเพมเป็น ๑๒๐ นาย และปรบเปลยนจาก
่
ึ
ู
ี
่
ั
ึ
�
ในไม่ช้านักบินนาวิกโยธินกลุ่มหน่งก็ถูกส่งตัวไปรับ การจัดแบ่งชุดจู่โจมสองหมวด เป็นการแบ่งกาลังพล
ี
การฝึกร่วมกับหน่วยเดลตา ฟอร์ซ ท่ฐานทัพในแอริโซนา ออกเป็น ๓ ทีม คือ ทีมสีแดง ทีมสีน�้าเงิน และทีมสีขาว
ี
ั
ี
ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยด ท้งท่นักบินนาวิกโยธิน
เหล่าน้นต้องทาการบิน “เปล่ยนแบบ” ไปใช้เฮลิคอปเตอร์
ี
�
ั
ึ
แบบอาร์เอช-53 ด ซ่งพวกเขาไม่คุ้นเคยกับมันมาก่อน
ี
แต่การฝึกบินในเวลา “กลางคืน” ยังคงเป็นปัญหาหลัก
ี
ี
และเป็นการบินท่ยากท่สุด เพราะนักบินจะต้องบังคับ
เคร่องลัดเลาะไปตาม “ช่องเขา” ด้วยความเร็วสูง
ื
ื
เพ่อเล็ดลอดการตรวจจับของเรดาร์อิหร่าน อุปกรณ์
ี
ึ
ื
พิเศษซ่งเป็นเคร่องช่วยเพียงอย่างเดียวท่พวกเขาม ี
ี
ก็คือ “กล้องมองกลางคืน” แต่ในขณะท่สวมใส่
ี
นักบินจะไม่สามารถ “อ่านแผนท่” หรือมาตรวัด
บนหน้าปัดท่อยู่ในห้องนักบินของตนเองได้
ี
เพ่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ฝ่ายวางแผนได้เสนอ
ื
ิ
ึ
ให้เพ่ม “ผู้ช่วยนักบิน” อีกหน่งนาย นอกเหนือจากนักบิน
ท ๑ และนักบินท ๒ เพ่อให้ผู้ช่วยนักบินคนดังกล่าว
่
ี
ื
่
ี
ี
่
�
ี
ทาหน้าท “อ่านแผนท่” และมาตรวัด และคอยป้อนข้อมูล
ต่าง ๆ ให้กับนักบินท้งสอง แต่ พันเอก เบควิท ไม่เห็นด้วย
ั
กับแนวคิดนั้น เขากล่าวว่า
ึ
“หากเราเพ่มคนข้นไปบนเฮลิคอปเตอร์ แม้จะ ตัวประกันคนหนึ่งที่นักศึกษาอิหร่านน�าออกมาให้นักข่าวได้เห็น
ิ
แค่คนเดียว แต่เราก็จะต้องเพ่มจานวนเฮลิคอปเตอร์ กาลังพลทีมแดง จะบุกช่วยตัวประกันในท่พักด้าน
�
ิ
�
ี
ในภารกิจทั้งหมด ซึ่งจะท�าให้มีปัญหาตามมาอีก” ตะวนตกเฉียงใต้ซ่งจะรวมไปถงอาคารของเจ้าหน้าท ่ ี
ั
ึ
ึ
ิ
แนวคิดในการเพ่มนักบินผู้ช่วยพิเศษจึงถูกตัด ระดับสูงประจาสถานทูตกับร้านขายของ พร้อมกันน้น
ั
�
ออกไป แต่เหตุผลเหนืออื่นใดก็คือ หลังจากทบทวนแผน จะต้องยึดโรงปั่นไฟขนาดเล็กให้ได้ด้วยเช่นกัน
หน่วยเดลตา ฟอร์ซ พบว่าพวกเขาจ�าเป็นจะต้อง “ปรับ ส่วนทีมสีนาเงิน จะทาหน้าท่ช่วยตัวประกัน
�
�
้
ี
ิ
กาลังพล”เพ่มเติม ดังน้น หากจะมีนักบินเพ่มมาแม้แต่ ในอาคารสองหลังท่อยู่ใกล้กัน โดยอาคารหลังหน่งเป็น
ิ
ั
�
ี
ึ
ึ
�
เพียงหน่งนายก็จะ “มากเกินไป” สาหรับขีดความสามารถ หองทดลอง “กสกรรม” หรอห้องมาส รม ส่วนอกหลังหนง
้
ึ
่
ิ
ู
ี
ื
ึ
ในการบรรทุกของเฮลิคอปเตอร์ ซ่งเต็มพิกัดอยู่แล้ว คือตัวที่ท�าการสถานทูต
ิ
ั
�
�
้
ั
�
ในครงแรกเบควทกาหนดไว้ว่าจานวนกาลงพล สาหรับกาลังพลทีมสีขาว เป็นกาลังเพ่มเติมท่ ี
�
�
�
ิ
ท้งหมด รวมท้งนักบินจะอยู่ท่ตัวเลข ๗๒ นาย แต่จาก คัดเลือกมา ถูกกาหนดให้ทาหน้าท่สนบสนุนทมสีแดง และ
ั
ี
ั
ี
�
ั
�
ี
�
ี
“ข่าวกรอง” ท่ได้รับในภายหลัง ทาให้ทราบว่าตัว ทีมสีนาเงิน โดยจะทาหน้าท่ป้องกันถนนรอบ ๆ สถานทูต
�
้
�
ี
ประกันท่ถูกนักศึกษาอิหร่านจับไว้ถูกแยกควบคุมอยู่ตาม เม่อการปรับกาลังพล “คงท่” แล้ว ก็เป็นข้นตอน
ี
ื
ั
ี
�
ี
ื
อาคารต่าง ๆ ภายในสถานทูต ซ่งมีเน้อท่กว้างถึง ๒๗ ของการกาหนดจานวนเฮลิคอปเตอร์ในข้นแรก
ึ
�
ั
�
เอเคอร์ ดังนั้น การจู่โจมจึงต้องปรับก�าลังพลให้เพียงพอ ตัวเลขอยู่ท ๖ เคร่อง ซ่งผู้เก่ยวข้องพิจารณาแล้ว
ึ
ื
ี
ี
่
ต่อการกระจายของหน่วย เดลตา ฟอร์ซ ออกไปตาม เห็นว่าเพียงพอต่อการลาเลียงหน่วยเดลตา ฟอร์ซ
�
นาวิกศาสตร์ 17
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ี
ื
และตัวประกันท่จะได้รับการช่วยเหลอออกมา แต่ใน เอซี-130 ได้ไม่ยาก แต่ข้อจ�ากัดที่ส�าคัญที่สุดก็คือ การใช้
ึ
ั
ื
ิ
ื
ภายหลงเมอได้พจารณาถง “ข้อขดข้อง” หรอเหต ุ เอซี-130 ยิงสนับสนุนทางภาคพ้นดินอาจมีอันตราย
ั
ื
่
ึ
ี
ี
ไม่คาดฝันท่อาจเกิดข้นกับเฮลิคอปเตอร์ ฝ่ายวางแผน จาก “ลูกหลง” ท่พลาดไปโดนฝ่ายเดียวกันได้ หาก
�
ิ
จึงขอให้เพ่มจานวนเฮลิคอปเตอร์ เป็น ๘ เคร่อง สถานการณ์สับสน ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลใหญ่ที่ฝ่ายวางแผน
ื
ิ
ส่วนเฮลิคอปเตอร์ ตดอาวธ หรอกันชป (Gunship) ไม่ต้องการให้มีเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธร่วมปฏิบัติการ
ิ
ื
ุ
ึ
�
�
ี
ซ่งจะทาหน้าท่คุ้มกัน ทุกคนเห็นว่าไม่จาเป็น เพราะจุด ด้วยตั้งแต่ต้น
ึ
้
�
“เติมนามัน” ซ่งอยู่ในบริเวณเดทเสิร์ท วัน อยู่กลาง สัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม ๒๕๒๓ แผนการ
ี
ึ
ทะเลทรายอันโดดเด่ยว ซ่งคาดว่าน่าจะปลอดจาก “อีเกิล คลอว์” (Eagle Claw) ใกล้เสร็จสมบูรณ์ การฝึก
�
“ภัยคุกคาม” ทางภาคพ้นดินของข้าศึก จึงไม่มีความจาเป็น นักบินในความควบคุมของหน่วยเดลตา ฟอร์ซ เป็นไปด้วยด ี
ื
�
ั
ั
ั
ี
ท่จะต้องใช้เฮลิคอปเตอร์กันชิป (Gunship) แต่ท้งหมดน่นก็ยังไม่ทาให้เกิดความม่นใจเท่ากับการท ี ่
จากข่าวกรองที่ประเมินได้ อาวุธชนิดเดียวของฝ่าย ฝ่ายสหรัฐอเมริกาสามารถวางเครือข่าย “จารกรรม” ใน
อิหร่านที่น่าเกรงขามที่สุดก็คือ ปืนต่อสู้อากาศยานแบบ อิหร่านได้ส�าเร็จ
ิ
ZSU-23 ผลิตในรัสเซีย ซึ่งมีอัตราการยิงถึง ๖,๐๐๐ นัด ในเตหะรานมีสายลับชาวอหร่าน ๑ คน คอยรายงาน
ต่อนาท ปืนต่อสู้อากาศยานดังกล่าวมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ความเคล่อนไหวท่เกิดข้นในสถานทูตชนิดวันต่อวัน
ื
ึ
ี
ี
ลากล้อง ๒๓ มิลลิเมตร และเป็นปืนแบบ ๔ ลากล้อง การรายงานดังกล่าวนับเป็น “หัวใจสาคัญ” ของ
�
�
�
ึ
ซ่งมีอานุภาพร้ายแรง สามารถฉีกเฮลิคอปเตอร์ออกได้ การตัดสินใจในห้องบรรยายสรุปซ่งอยู่ไกลในอีกซีกโลกหน่ง
ึ
ึ
่
เป็นชิ้น ๆ หากบินเข้าไปอยู่ในวิถีการยิง รวมทั้งสามารถ โดยหลกการจารกรรม การทมสายลบคอยสบข่าว
ี
ี
ั
ื
ั
ปรับมุมยิงเป็นอาวุธ “วิถีราบ” ซ่งเป็นอันตรายต่อ ภายในใจกลางเป้าหมายแม้จะเพียง “คนเดียว”
ึ
หน่วยเดลตา ฟอร์ซ เช่นกัน จะมีค่ามากกว่าการใช้คนสืบข่าวภายนอกนับร้อย และที่
ี
ระบบอาวุธต่อสู้อากาศยานชนิดน้ถูกติดต้งอยู่บน วิเศษที่สุดก็คือ สายลับซึ่งท�างานให้กับสหรัฐอเมริกาผู้นี้
ั
้
่
“ยานเกราะเบา” และควบคุมการยิงด้วยเรดาร์ ฝ่าย มความสามารถพเศษในการสรางขายงานจารกรรมของตน
ิ
ี
่
ื
่
ี
ื
อหร่านสามารถเคลอนย้ายตาบลทหรอซ่อนพราง เพิ่มเติมได้อย่างกว้างขวาง
�
ิ
ึ
ิ
ุ
ี
ยานเกราะตดปืนฯ ได้ตลอดเวลา มนจงเป็นอาวธท่ม ี ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคม หน่วยเดลตา ฟอร์ซ
ั
ื
ี
อันตราย “มากที่สุด” ได้รับข่าวท่น่ายินดีว่า ผลการตรวจสอบสภาพพ้นผิวท ี ่
ี
�
หนทางเดียวท่จะทาลายเข้ยวเล็บของข้าศึกได้ก็คือ เดทเสิร์ท วัน (Desert One) ได้รับการยืนยันแล้วว่า
ี
�
ั
ื
้
การใช้เคร่องบิน เอซี-130 หรือ “สปุกกี” (AC-130 Spooky) สามารถรองรบ “นาหนัก” อนมหาศาลของเคร่องบิน
ื
ั
ซึ่งเป็นเครื่องบินติดอาวุธ ท�าหน้าที่สนับสนุน และคุ้มกัน เอซี-130 ได้ เดทเสิร์ท วัน จึงเหมาะสมกับการเลือกใช้
ี
่
ื
ฝ่ายวางแผนได้กาหนดจานวนเคร่องบินสปุกกีไว้ เป็นพ้นท “เติมนามัน” ให้กับเฮลิคอปเตอร์เบ้องหลัง
้
�
ื
ื
�
�
�
ี
๒ เคร่อง โดยเคร่องแรกจะทาหน้าท่คุ้มกันการบุก ข่าวน้นได้มาจาก “ทีมทดสอบ” ของสหรัฐอเมริกา
ั
ื
ื
ิ
ี
ด้วยการบินวนอยู่เหนือสถานทูต ส่วนเคร่องท่สอง ซ่งไปถึงท่น่นด้วยเคร่องบินท่ใช้ทางว่งข้นลง
ี
ึ
ื
ั
ื
ี
ึ
จะบินอยู่เหนือสนามบินแห่งชาติของอิหร่าน เตรียมพร้อม ระยะส้น ทีมทดสอบออกเดินทางจากอียิปต์
ั
�
สาหรับการโจมตีในทันทีท่ปืนต่อสู้อากาศยานของข้าศึก อย่างลับ ๆ บนเครื่องมีนักบิน ๒ นาย และทหารอากาศ
ี
เปิดเผยที่ตั้ง ยศนาวาอากาศตรี อีก ๑ นาย
ี
ิ
ั
ี
�
อย่างไรก็ตาม ส่งท่ไม่อาจมองข้ามได้ก็คือ สนามบิน ทมสารวจมภารกจในการนาตวอย่างหน และ
ิ
ิ
�
ี
ื
ของอิหร่านมีเคร่องบินเอฟ-4 “แฟนธอม” (F-4 Phantom) ดินทรายบริเวณเดทเสิร์ท วัน กลับมายังสหรัฐอเมริกา
�
ี
ประจ�าอยู่ และ “แฟนธอม” ก็มีความคล่องตัวเหนือกว่า รวมท้งต้องทาหน้าท่บันทึกภาพบริเวณโดยรอบ
ั
ี
ี
�
และม “เข้ยวเล็บ” อันตรายท่จะสามารถจัดการกับ เพ่อให้แน่ใจว่ามีความเหมาะสมสาหรับการท ี ่
ื
ี
นาวิกศาสตร์ 18
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ื
ั
ี
ิ
ี
เคร่องบินขนาดใหญ่จะร่อนลงจอด นอกจากน ้ ี เป็นรูปเป็นร่างหมดแล้ว ส่งเดียวท่ผู้เก่ยวข้องท้งหมด
�
พวกเขายังตระเวนออกไปสังเกตความหนาแน่น รอคอยก็คือ “คาอนุมัติ” จากประธานาธิบดีจิมม คาร์เตอร์
ี
ของการจราจรบนถนนในบริเวณใกล้เคียงระหว่างท ี ่ ซ่งจะเป็นผู้ตัดสินใจข้นสุดท้ายว่า ปฏิบัติการคร้งสาคัญ
ั
�
ึ
ั
�
�
ทาการสารวจ พวกเขาพบรถยนต์หลายคัน แต่ก็ไม่ใช่ส่งที ่ ท่สุดในประวัติศาสตร์ของกองทัพสหรัฐอเมริกาจะ
ิ
ี
น่ากังวล เพราะในอิหร่านมักมีการส�ารวจทางภูมิศาสตร์ อุบัติขึ้นหรือไม่
เกิดขึ้นอยู่เสมอ และต่อไปนี้คือ “ข้อความ” บางตอนจากรายงาน
นอกจากการเก็บตัวอย่างหิน และดินทรายเพ่อมา ของฝ่ายทหารที่เสนอตรงต่อประธานาธิบดี
ื
ี
�
ี
วิเคราะห์แล้ว ทีมสารวจยังมีภารกิจอีกอย่างหนึ่งท่ต้อง “ปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันชาวอเมริกันท่ถูก
�
กระท�าก็คือ การเตรียม “ดวงไฟ” ส�าหรับส่องทางให้กับ คุมขังอยู่ในสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจากรุงเตหะราน
ื
เคร่องบิน โดยก่อนออกเดินทางจากอียิปต์ พวกเขาได้นา มีชื่อว่ารหัสว่า อีเกิล คลอว์ ทั้งนี้กองก�าลังจู่โจม ๓ ทีม
�
ดวงไฟจ�านวนมากขึ้นเครื่องไปด้วย จะออกเดินทางด้วยเครื่องบินซี-130 พร้อมกับเครื่องบิน
เม่อไปถึงบริเวณเดทเสิร์ท วัน พวกเขาได้เลือก ล�าเลียงน�้ามันอีซี-130 อีก ๓ เครื่อง”
ื
�
ั
“จุดลงจอด” ท่เหมาะสมสาหรับเคร่องบินซี-130 จากน้น เคร่องบินท้งหมดจะข้นจากฐานบินท่เกาะ “มาสิราห์”
ั
ื
ึ
ื
ี
ี
ื
ี
�
ื
ิ
ก็จะทาเคร่องหมายสาหรับ “ทางว่ง” ด้วยการ (Masirah) นอกฝั่งโอมานมุ่งสู่พ้นท่ซ่งมีช่อรหัสว่า
ึ
�
ื
วางดวงไฟเหล่าน้นเป็นระยะ ๆ ในการใช้งานจริง เดทเสิร์ท วัน ในเขตทะเลทรายของอิหร่าน เม่อเคร่องบิน
ั
ื
ื
ื
�
ดวงไฟดังกล่าวจะทางานด้วย“รีโมทคอนโทรล” ลาเลียงไปถึงท่หมาย นักบินจะนาเคร่องลงจอด
�
ี
�
ื
�
ื
�
ื
ื
จากเคร่องบินซี-130 เม่อนักบินนาเคร่องเข้าไปอยู่ในระยะ และรอให้เฮลิคอปเตอร์แบบอาร์เอช-35 จานวน ๘ เคร่อง
�
ึ
ื
ไม่เกิน ๓ ไมล์ ภารกิจในการติดตั้งดวงไฟบนทะเลทราย จากเรือบรรทุกเคร่องบินนิมิตซ์ ซ่งลอยลาอยู่ใน
�
ั
เป็นไปอย่างสมบูรณ์ ทาให้ฝ่ายวางแผนมีความม่นใจมาก อ่าวโอมานบินเข้าไปยังจุดนัดพบ
้
ึ
ื
ข้นว่า ปัญหาการเติมนามันให้กับเฮลิคอปเตอร์ไม่ใช่เร่อง หมู่บินเฮลิคอปเตอร์จะแบ่งก�าลังเป็น ๔ หมู่ ๆ ละ
�
่
ื
ื
่
ึ
ที่น่าหนักใจอีกแล้ว ๒ เครอง โดยเครองแรกจะไปถงทหมายภายใน
ี
่
นอกจากนี้ยังมีการปรับแผน “ขั้นสุดท้าย” เพื่อให้ ๓๐ นาที หลังจากเครื่องบินซี-130 เครื่องสุดท้ายลงจอด
้
ั
ปฏิบติการเป็นไปอย่างสมบรณ์ย่งขน โดยการเดินทาง ที่เดทเสิร์ท วัน เรียบร้อย เมื่อเฮลิคอปเตอร์ไปถึง นักบิน
ู
ิ
ึ
้
ของหน่วยเดลตา ฟอร์ซ ซ่งแต่เดิมกาหนดไว้ว่าจะ จะรับนามันจากเคร่องบินอีซี-130 และทีมปฏิบัติการ
�
�
ื
ึ
ลาเลยงโดยเฮลคอปเตอร์จากเรอบรรทกเคร่องบนนมตซ ์ จากหน่วยเดลตา ฟอร์ซ ๑๑๘ นาย ที่รอคอยกับเครื่อง
ิ
ุ
ื
ิ
ี
ื
ิ
�
ิ
(Nimitz Carrier) ก็จะเปล่ยนเป็นเดินทางไปกับเคร่องบิน บินซี-130 จะแบ่งกาลังกันข้นไปบนเฮลิคอปเตอร์แต่ละลา �
ึ
�
ี
ื
อีซี-130 ล�าที่จะไปส่งน�้ามันบริเวณเดทเสิร์ท วัน จุดส�าคัญของปฏิบัติการในขั้นตอนนี้ก็คือ จะต้องมี
สาหรับปัญหาในการเคล่อนย้ายกาลังพลจาก เฮลิคอปเตอร์ อาร์เอช-53 ด ไม่น้อยกว่า ๖ เคร่อง
ี
�
ื
ื
�
�
ึ
ี
�
ื
ึ
เดทเสิร์ท วัน ไปยังสถานทูตซ่งเป็นบริเวณเป้าหมาย เพ่อนาทีมหน่วยเดลตา ฟอร์ซ ไปยังตาบลท่ซ่ง
“สายลับ” ที่ท�างานให้กับสหรัฐอเมริกาในกรุงเตหะราน มีชื่อรหัสว่า “เดลตา ฮายด์ไซร์ท” (Delta Hidesight)
จะเป็นผู้แก้ปัญหาน ด้วยการจัดเตรียมพาหนะซ่งอาจ อยู่ในพิกัด ๓๕ องศา ๑๔ ลิบดาเหนือ ๕๒ องศา ๑๕
ี
้
ึ
เป็นรถกระบะหรือรถบรรทุกเข้าไปรับหน่วยจู่โจมท่จุด ลิบดาตะวันออก
ี
�
ื
ั
ื
้
ื
“เดลตา ฮายด์ไซร์ท” (Delta Hidesight) เพื่อเดินทาง ส่วนเคร่องบินซี-130 ท้ง ๔ เคร่อง เม่อเติมนามันให้กับ
ไปยังสถานทูตต่อไป เฮลิคอปเตอร์ และส่งทหารเดลตา ฟอร์ซ ลงหมดแล้ว
ี
ื
้
�
ิ
เม่อถึงตอนน ทุกส่งทุกอย่างถือว่า “พร้อมสมบูรณ์” ก็จะบินกลับฐานบินท่มาสิราห์ สาหรับเฮลิคอปเตอร์
ี
นาวิกศาสตร์ 19
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
�
�
ั
ซ่งลาเลียงหน่วยเดลตา ฟอร์ซ ไปยัง “เดลตา ฮายด์ไซร์ท” ท้งหมดจะนารถบรรทุกกลับไปยังเดลตา ฮายด์ไซร์ท
ึ
ื
�
ื
�
ิ
ี
่
หลังจากปล่อยผู้โดยสารลงจากเครองแล้ว จะบน เพ่อใช้เป็นพาหนะในการลาเลียงกาลังพลท่เหลือ
ี
่
ี
ื
ไปหลบพักเพ่อซ่อนพรางตนเองในบริเวณท่ห่างจาก ในขณะท พันเอก เบควิท จะเดินทางต่อไปกับรถ
เดลตา ฮายด์ไซร์ท ไปทางเหนือประมาณ ๕๐ ไมล์ สองคันแรก เพ่อตรวจสอบสถานการณ์คร้งสุดท้าย
ื
ั
ข้นตอนท้งหมดท่กล่าวมาจะต้องเสร็จเรียบร้อย รอบสถานทูต ก่อนจะกลับไปยังจุดรวมพลอีกครั้ง
ี
ั
ั
ื
ก่อนค�่า และหน่วยเดลตา ฟอร์ซ จะเริ่มปฏิบัติการจู่โจม เม่อถึงเวลาสองทุ่มคร่ง หน่วยเดลตา ฟอร์ซ
ึ
ในทันทีที่สิ้นแสงอาทิตย์ จะกระจายกาลังกันข้นรถบรรทุก โดยแบ่งออกเป็น
ึ
�
�
“เดลตา ฮายด์ไซร์ท” อยู่ห่างจากกรุงเตหะราน สามกลุ่ม คือ ทีมสีแดง ทีมสีขาว และทีมสีนาเงิน
้
ั
ี
�
ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ๖๕ ไมล์ กาลังพลท้งหมดจะ ถึงแม้ว่าแต่ละทีมจะถูกกาหนดหน้าท่แตกต่างกัน
�
ั
รอคอย “สายลับ” ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา แต่ในการเดินทางรถบรรทุกท้งหมดจะออกจากจุดเดลตา
ซึ่งจะเป็นผู้น�ารถยนต์ไปที่นั่น ๒ คัน โดยเป็นรถกระบะ ฮายด์ไซร์ท พร้อม ๆ กัน มุ่งหน้าสู่ทิศเหนือไปตามถนน
ั
ี
ดัทสัน และรถบัสย่ห้อ “โฟล์คสวาเกน” พาหนะท้ง “ดาร์มาแวน” (Darmawan) ผ่านจุดตรวจสองแห่งท ่ ี
�
สองคันดังกล่าวจะนา “พลขับ” และ “ล่าม” ของ “อีแวนเนกี” และ “เชอร์ลีฟาแบด”
ี
่
ี
ั
ิ
หน่วยเดลตา ฟอร์ซ จานวนรวมกันท้งส้น ๑๒ นาย หากมเจ้าหน้าทของอิรักตรวจพบการเข้ามาของ
�
ึ
้
ี
ี
�
พร้อมด้วย พันเอก เบควิท ซ่งเป็นผู้ควบคุมภารกิจ กองกาลังชุดน หน่วยเดลตา ฟอร์ซ ท่อยู่บนรถบรรทุก
ี
เดินทางไปยังบริเวณทซ่อนรถบรรทุก “เมอร์ซเดส” จะต้องรีบจับกุมฝ่ายตรงข้ามเป็นเชลยทันที การเดินทาง
่
ิ
อีก ๖ คัน ท่จอดรออยู่ในโรงนาแห่งหน่ง จากน้น ในช่วงต่อไปสามารถใช้วิธีการอ่นได้ตามความเหมาะสม
ื
ึ
ี
ั
โดยข้นอยู่กับข้อมูล “สถานการณ์” คร้งสุดท้าย
ึ
ั
จากการลาดตระเวนของพันเอก เบควิท และสายลับ
�
การจัดรูปขบวนเดินทางจะใช้รถ ๑ คัน ทาหน้าท่เป็น
ี
ื
“ส่วนล่วงหน้า” เพ่อตรวจการณ์ และคอยรายงาน
ความเคล่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม หากมีส่งผิดปกต ิ
ิ
ื
เกิดขึ้น
ระหว่างเวลาห้าทุ่มถึงเที่ยงคืน หน่วยเดลตา ฟอร์ซ
จะจัดกาลังพลเป็นทีมเล็ก ๆ และใช้รถกระบะดัทสัน
�
เป็นพาหนะเข้าไปจัดการกับ “ยาม” ท่หน้าประตูใหญ่
ี
บริเวณสถานทูต และในถนน “รูเซเวส” ด้วยปืนเก็บเสียง
�
�
ื
เม่อกาจัดยามได้แล้ว ทีมสีแดง ทีมสีขาว และทีมสีน้าเงิน
จะมุ่งตรงไปยังสถานทูต โดยใช้รถบรรทุกเป็นพาหนะ
ื
ว่งขนานในลักษณะสองแถว เม่อถึงถนนข้างสถานทูต
ิ
�
ั
พลขบจะนารถเข้าเทยบ และส่งทีมเดลตา ฟอร์ซ
ี
ปีนข้ามกาแพงโดยใช้บนได ทมเดลตา ฟอร์ซ ทมสแดง
ี
�
ั
ี
ี
่
ึ
ซงมกาลงพล ๔๐ นาย จะยดพนทด้านตะวนตก
ั
้
ื
ั
ึ
่
ี
�
ี
ก่อนจะเข้าช่วยเหลือตัวประกันในอาคารท่พัก และ
ี
แผนผังเส้นทางการจู่โจมจากเรือบรรทุกเครื่องบิน นิมิตซ์ ร้านขายของ จากนั้นจะถอนตัวไปยังโรงปั่นไฟฟ้า
นาวิกศาสตร์ 20
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ี
ทีมเดลตา ฟอร์ซ ทีมสีน�้าเงิน มีก�าลังพล ๔๐ นาย ออกไปยังสนามฟุตบอลท่อยู่ใกล้เคียงกัน หากมีคนป่วย
ี
ั
ั
่
้
ื
ึ
ั
�
ั
จะยดพนทด้านตะวนออก และช่วยตวประกนในอาคาร หรอ ผได้รบบาดเจ็บ หมอประจาทมเดลตา ฟอร์ซ จะเป็น
ี
ู
ื
้
ี
�
ี
ั
ท่ทาการสถานทูต รวมท้งตัวประกันท่อยู่ในโรงเรือน ผู้ดูแลให้ความช่วยเหลือขั้นต้น
ทดลอง “มาส รูม” คาดว่าปฏิบัติการน้จะใช้เวลาทั้งส้นหน่งช่วโมง
ี
ั
ึ
ิ
ึ
�
สาหรับทีมเดลตา ฟอร์ซ ทีมสีขาว ซ่งมีกาลังพล เวลาส่วนใหญ่จะใช้ในการ “ตรวจค้น” ตามอาคาร
�
ื
น้อยที่สุดเพียง ๑๓ นาย จะช่วยเหลือตัวประกันที่ส�าคัญ ทุกหลัง เพ่อให้แน่ใจว่าไม่มีตัวประกันชาวอเมริกัน
ื
และยึดถนนรูเซเวสไว้ พร้อมกับวางแนวป้องกัน เพอคุ้มกัน ติดค้างหลงเหลืออยู่
่
การถอนกาลังของทีมสีแดง และทีมสีน�าเงิน โดย ขณะที่หน่วยเดลตา ฟอร์ซ จู่โจมเข้าไปยังสถานทูต
้
�
ทีมเดลตา ฟอร์ซ ทีมสีขาว จะมีปืนกลหนักอยู่ในทีม หน่วยรบพิเศษ “เรนเจอร์” (Ranger) อีกทีมหนึ่งจะบุก
ื
๒ กระบอก เข้ายึดสนามบินเมห์ราบัด (Mehrabad Airport) เพ่อ
�
ื
ี
สาหรับการสนับสนุนทางอากาศ จะมีเคร่องบิน เตรียมใช้เป็นท่อพยพสาหรับหน่วยเดลตา ฟอร์ซ และตัว
�
ื
เอซี-130 “สปุกกี” ติดอาวุธสองเคร่อง บินวนอยู่ ประกันจากเตหะรานท่อยู่ห่างจากสนามบินไปทางเหนือ
ี
เหนือเมืองเตหะราน ประมาณ ๓๕ ไมล์
�
ี
“สปุกกี” จะทาหน้าท่ป้องกันการเสริมกาลัง เม่อทุกฝ่ายพร้อม และสนามบิน เมห์ราบัด อยู่ใน
ื
�
ื
ื
ของฝ่ายอิหร่าน และป้องกันไม่ให้เคร่องบินขับไล่ของ ความควบคุม เคร่องบินซี-141 สตาร์ลิฟเตอร์
ิ
ั
ั
กองทพอากาศอิหร่านขนจากสนามบนได้ เน่องจาก (C-141 Starlifter) จะบินลงมารับฝ่ายอเมริกาทงหมด
ื
้
ึ
้
เครื่องบินขับไล่ ถือเป็น “ภัยคุกคาม” ต่อเฮลิคอปเตอร์ ได้แก่ ตัวประกัน ทีมเดลตา ฟอร์ซ พลขับ สายลับ
�
�
ี
ของฝ่ายสหรัฐอเมริกาท่จอดอยู่ในตาแหน่งซ่อนพราง นักบินเฮลิคอปเตอร์ และล่าม สาหรับหน่วยเรนเจอร์
ื
กลางทะเลทราย จะถอนตัวเม่อเคร่องบินสตาร์ลิฟเตอร์บินกลับไปแล้ว
ื
ึ
�
สัญญาณการจู่โจมพร้อม ๆ กันคือ “เสียงระเบิด” โดยใช้เคร่องบินอีกลาหน่งเป็นพาหนะ การอพยพ
ื
ั
�
บริเวณกาแพงสถานทูต โดยทีมแดงจะเป็นผู้ใช้ระเบิดน้น จากสถานทูตไปยังสนามบิน หากมีเฮลิคอปเตอร์
ู
�
คาดว่าการระเบิดจะรุนแรงมาก และจะทาให้หน่วย ได้รับความเสียหาย จะใช้เฮลิคอปเตอร์ทอย่ใน
ี
่
�
รักษาความปลอดภัยของฝ่ายอิหร่าน “ตื่นตัว” ในทันที ขบวนเดียวกันทดแทน แต่ถ้าไม่สามารถกระทา
ื
แต่หน่วยเดลตา ฟอร์ซ จะ “ก�าจัด” ทุกคนที่ขัดขวาง การเคล่อนย้ายด้วยเฮลิคอปเตอร์ได้ตามแผน หน่วย
ื
เม่อช่วยเหลือตัวประกันได้แล้ว ทีมเดลตา ฟอร์ซ เดลตา ฟอร์ซ จะใช้พาหนะเท่าที่มีหนีไปทางทิศตะวันตก
จะนาทุกคนไปรวมตัวกันในสนามหญ้า เพ่อรอให้ เฉียงเหนือมุ่งสู่ชายแดน “ตุรกี”
ื
�
ั
เฮลิคอปเตอร์บินเข้ามารับ ท้งหมดน้คือ รายละเอียดของปฏิบัติการ
ี
ก่อนหน้าน้น เฮลิคอปเตอร์ อาร์เอช-53 ด จะบินวน “อีเกิล คลอว์” !
ี
ั
รออยู่ทางทิศเหนือของกรุงเตหะราน และจะเปลี่ยนเข็ม (ติดตามต่อฉบับหน้า)
ี
ื
เข้าไปยังท่หมายก็ต่อเม่อนายทหารปฏิบัติการทางอากาศ
ของทีมเดลตา ฟอร์ซ แจ้งให้ทราบ
ี
ในบริเวณสถานทูตจะม “เสาสูง” ต้งอยู่จานวนมาก
ั
�
ื
เพ่อป้องกันการบินเข้าไปของเฮลิคอปเตอร์ หากหน่วย
เดลตา ฟอร์ซ ไม่สามารถท�าลายสิ่งกีดขวางเหล่านั้นได้
ี
ื
การปฏิบัติจะเปล่ยนไปเป็นการนาตัวประกันเคล่อนย้าย
�
นาวิกศาสตร์ 21
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
กล่าวน�า
ึ
ี
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรืออีกพระนามหน่งท่คนไทยเรียกขานว่า “พระเจ้ากรุงธนบุรี” ทรงนับเป็น
พระมหากษัตริย์นักรบที่มีพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ต่อปวงชนชาวไทยตราบจนวันนี้ ด้วยพระปรีชาสามารถ
ื
ื
ุ
ั
ุ
่
่
ในด้านการทหาร โดยเฉพาะการทพระองค์ใช้ยุทธศาสตร์ทางเรอเพอบรรลวตถประสงค์ทางทหาร และทางการเมอง
ี
ื
ื
ี
ื
ั
ในการขับไล่ทหารอังวะออกจากเมืองธนบุร และกรุงศรีอยุธยา กอบกู้เอกราชกลับคนมาในเวลาเพียง ๗ เดอน (วนชนะศก
ึ
๖ พฤศจิกายน ๒๓๑๐) สร้างความเป็นปึกแผ่นให้บ้านเมืองดังเดิม (ปราบชุมนุมเจ้านครศรีธรรมราช พ.ศ. ๒๓๑๒) และ
ขยายพระราชอาณาเขตออกไปทางตะวันออก (ยกทัพเรือ และทัพบกไปตีกรุงกัมพูชา พ.ศ. ๒๓๑๔)
ี
บทความน้มีความมุ่งหมายเพ่อเทิดทูน และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในฐานะ “จอมทัพเรือ”
ื
ึ
ี
ิ
ผู้ย่งใหญ่พระองค์หน่งของไทยท่ทรงยกทัพเรือเป็นทัพหลวง และทัพบกไปตีเมืองฮาเตียน (พุทไธมาศ/บันทายมาศ)
และกรุงกัมพูชา (เมืองพุทไธเพชร/อุดงฤาชัย–ราชธานีของเขมรในขณะน้น) โดยผู้เขียนเรียบเรียงจากหนังสือประชุม
ั
ิ
่
ี
ื
่
ี
พงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่มท ๒ , ๓ และ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ประชุมพงศาวดารภาคท ๖๖ ประวัตการทหารเรอไทย
พ.ศ. ๒๕๐๘ ประวัตศาสตร์อยธยาจากพระราชพงศาวดาร พ.ศ. ๒๕๖๒ บันทึกความจริงแห่งราชอาณาจกร
ั
ิ
ุ
ด่ายนาม (เวียดนาม) บันทึกตระกูลหมัก และบันทึกแห่งซาดิงห์ (เวียดนาม) หนังสือ The Prince of Ha-Tien
(Nicholas Sellers, 1983) และ Ha-Tien or Banteay Meas in The Time of The Fall of Ayutthaya (Yumio
Sakurai, 1999) ฯลฯ
ี
�
ื
่
่
ั
ี
สาหรบเอกสาร/หนงสอทใช้ในการเรยบเรยงบทความนมความแตกต่างกนหลายทมา จงท�าให้รายชอบคคล/
ึ
้
ั
ี
ื
่
ี
ุ
ั
ี
ี
์
รายพระนาม และสถานที่อาจมีความลักลั่นกันบาง เชน ชื่อเมืองฮาเตียน/เฟองแถงห/บันทายมาศ/พุทไธมาศ/คันเคา/
้
่
ื
ื
เปียม เป็นช่อเมืองเดียวกัน สาหรับเจ้าเมืองน้น ญวนเรียกว่า หมักเทียนต ตรงกับภาษาจีนว่าหมอเทียนซ่อ เขมรเรียกว่า
ั
ื
ู
�
สมเด็จพระโสทัต ไทยเรียกว่า พระยาราชาเศรษฐี ฯลฯ เป็นต้น
การที่สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ทรงตัดสินพระทัยในการโจมตีเมืองฮาเตียน และกรุงกัมพูชานั้น มีประเด็นที่ชวน
�
ี
ี
ให้วิเคราะห์ว่า เหตุปัจจัยอะไรท่เป็นแรงผลักดัน และแนวโน้มท่ทาให้พระองค์ทรงพิเคราะห์ว่า เมืองฮาเตียน และ
กรุงกัมพูชาเป็นภัยคุกคามต่อราชบัลลังก์กรุงธนบุร และความม่นคงของราชอาณาจักรท่พระองค์ได้กอบกู้ข้นมาใหม่
ี
ี
ั
ึ
รวมทั้งสถานะของสยามในอุษาคเนย์อีกด้วย
นาวิกศาสตร์ 22
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ย้อนรอยอโยธยากับกรุงกัมพูชา
ในสมัยอยุธยาตอนต้นได้ขยายขอบเขตปริมณฑลอ�านาจไปทางตะวันออก จากข้อความใน จารึกขุนศรีไชยราช
มงคลเทพ และพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับปลีกหมายเลข ๒/ก ๑๐๔ ต้นฉบับของหอสมุดวชิรญาณ
ั
ี
ั
แสดงให้เห็นว่าสงครามคร้งน้เป็นการยกทัพไปตีเมืองพิมาย พนมรุ้ง จากน้นจึงยกทัพไปเมืองพระนครหลวง
(เมืองพระนครศรียโศธรปุระ ราชธานีของอาณาจักรขอม/กัมพูชาโบราณ) ดังปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงเก่า
ี
ี
่
ฉบับหลวงประเสริฐ กล่าวว่าเป็นปีท่สมเด็จพระบรมราชาธิราชท ๒ (เจ้าสามพระยา) ยกทัพไปตีเมืองพระนคร
สรุปเนื้อหาส�าคัญได้ว่า
“ศักราช ๗๙๓ กุนศก (พ.ศ. ๑๙๗๔) สมเด็จพระบรมราชาเจ้า เสด็จไปเอาเมืองนครหลวงได้ แลท่านจึงให้พระราชกุมารท่าน
ั
ิ
ั
ั
ั
พรนครอินทเจ้า เสวยราชสมบัต ณ เมืองนครหลวงน้น คร้งน้นท่านจึงให้พรญาแก้ว พรญาไทยแลรูปภาพท้งปวง
มายังพรณครศรีอยุธยา...”
ั
การล่มสลายของอาณาจักรเมืองพระนครในคร้งน ี ้
ิ
้
นบได้ว่าเป็นการสนสดหรอหมดยคเทวราชขอม
ุ
ื
ั
ุ
�
โดยสมบูรณ์ ทาให้บ้านเมืองตกอยู่ในความวุ่นวาย
แต่อยุธยาก็ปกครองอยู่ได้ไม่นาน (๑๕-๒๐ ปี) กลุ่ม
�
ราชวงศ์ และขุนนางกัมพูชามีเจ้าพญายาตเป็นผู้นา
พยายามแยกตัวเป็นอิสระ มีฐานกาลังอยู่ทางภาคใต้
�
ี
ของกัมพูชาท่เมืองจตุรมุข/จัตตุรมุข (กรุงพนมเปญ)
สามารถกลับมาชิงเมืองพระนครหลวงคืนได้ และ
ื
ั
ี
ู
่
ี
ต่อมาได้ย้ายราชธานไปอย่ทีเมองบาสาน (ศรสนธร) ที่มา : https://www.finearts.go.th/fad10/view/25214-
จัตุรมุข และละแวก ตามล�าดับ องค์ความรู้เรื่อง---จารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ
อย่างไรก็ตาม อยุธยากับกัมพูชายังคงมีการทาสงครามกันหลายคร้งจนถึง พ.ศ. ๒๑๓๖ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
�
ั
้
ี
ั
้
ู
ั
้
็
้
เสดจไปตเมองละแวกได และไดกวาดตอนผคนและราชวงศบางส่วนไปยงกรงศรอยุธยา แต่หลงจากรัชสมยของพระองค ์
ี
ื
์
ั
ุ
ื
ี
อทธพลของอยธยากเสอมลง กมพชากแยกตวเป็นอสระและย้ายเมองหลวงไปอย่ทเมองอดงฤาชย (อดงมชย)
ิ
ั
ู
่
ื
ิ
ิ
ั
ุ
็
ี
ุ
ู
ุ
ั
ื
็
ั
่
ึ
ึ
ี
ในสมัยน้การเมืองภายในกัมพูชาแตกแยกเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายหน่งสนับสนุนอยุธยา อีกฝ่ายหน่งสนับสนุนญวน เกิดความวุ่นวาย
มีสงครามแย่งชิงราชสมบัติหลายครั้ง และญวนได้เข้ามาแทรกแซงมากขึ้น
ในรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ กัมพูชายอมอ่อนน้อมต่อกรุงศรีอยุธยา ถวายต้นไม้เงินต้นไม้ทองทุกปี แต่ญวน
ยังมีอิทธิพลครอบง�าอยู่ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๒๘๐ พระเจ้าบรมโกศสามารถสนับสนุนพระศรีธรรมราชาธิราช กษัตริย์เขมร
ที่ลี้ภัยมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๒๕๗ กลับไปครองกรุงกัมพูชาได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตามยังคงมีสงครามแย่งชิงอานาจกันอยู่ รวมท้งการคุกคามจากญวนโดยตรง ใน พ.ศ. ๒๓๐๐
�
ั
พระอุไทยราชา (นักองค์ตน) ได้ราชสมบัติราชาภิเษกเป็นพระนารายณ์ราชารามาธิบด นักองค์นนท์ถวายนามพระรามราชา
ี
ี
เสด็จล้ภัยไปกรุงศรีอยุธยา (ปลายรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ) จนถึงกองทัพอังวะล้อมกรุงศรีอยุธยาได้เสด็จ
หนีออกมาก่อนกรุงแตก ไปสวามิภักด์กับพระเจ้าตากสินฯ ขณะเสด็จมุ่งหน้าไปทางหัวเมืองตะวันออกเพ่อรวบรวมกาลัง
ื
ิ
�
กลับมากอบกู้กรุงศรีอยุธยา
ั
ี
ื
ดังน้น เม่อพระเจ้าตากสินฯ ปราบดาภิเษกเป็นพระเจ้ากรุงธนบุรีแล้ว ทรงมีพระประสงค์ท่จะช่วยเหลือให้
พระรามราชาได้กลับไปครองกรุงกัมพูชา และเห็นเป็นโอกาสที่จะขยายขอบเขตพระราชอ�านาจออกไปทางตะวันออก
นาวิกศาสตร์ 23
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
รวมทั้งเป็นการเสาะแสวงหาทรัพยากรมนุษย์ และสินค้าที่มีความจ�าเป็นต่อกรุงธนบุรีอีกด้วย
ตามพระราชพงศาวดารกรุงกัมพูชาฉบับพระองค์นพรัตน์ ระบุว่า
�
“ใน พ.ศ. ๒๓๑๒ สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ได้ใช้ให้ข้าหลวงนาศุภอักษรมาทูลพระนารายณ์ราชารามาธิบด ี
ื
(พระอุไทยราชา-นักองค์ตน) ณ กรุงกัมพูชา ให้มีพระราชสาส์นพร้อมเคร่องราชบรรณาการดอกไม้เงิน ดอกไม้ทอง
ไปถวายแด่พระเจ้าตากสินฯ เพื่อเป็นทางพระราชไมตรีดุจกาลก่อน...”
แต่พระนารายณ์ราชารามาธิบดีไม่ยอมถวายเคร่องราชบรรณาการฯ เป็นการตัดพระราชไมตรีของกรุงธนบุร ี
ื
ี
์
ิ
่
แสดงตนเป็นปฏิปักษ์กับพระเจ้าตากสินฯ โดยตรง จึงทรงมีพระราชด�ารัสให้พระยาอภัยรณฤทธ (รัชกาลท ๑) พระยาอนุชิตราชา
(กรมพระราชวังบวรในรัชกาลท ๑) ยกทัพมีกาลังพลสองพันคนไปทางเมืองนครราชสีมาทางหน่ง และให้
�
่
ี
ึ
ื
ึ
พระยาโกษาธิบดียกทัพมีกาลังพลอีกสองพันคนไปทางเมืองปราจีนบุรีอีกทัพหน่ง เพ่อไปตีเอาเมืองพุทไธเพชร
�
(อุดงฤาชัยราชธานีของกัมพูชา) ให้แก่พระรามราชา (นักองค์นนท์-องค์รามราชา)
ี
ื
ี
ื
ี
ขณะททัพสยามตีได้เมองพระตะบอง และเสียมราบ (เขมรออกเสยงเสยมเรียบ) ได้แล้ว มีข่าวลอว่าพระเจ้าตากสินฯ
่
เสด็จสวรรคตขณะยกทัพไปตีเมืองนครศรีธรรมราช ทัพไทยจึงถอยกลับกรุงธนบุรีพร้อมกับองค์รามราชา
จากทางสองแพร่งของกัมพูชาสู่ฮาเตียน/บันทายมาศ/พุทไธมาศ
อนุสาวรีย์หมักกื่ว ที่เมืองฮาเตียน เมืองฮาเตียน มีชื่อเดิมว่า เปียม ปรากฏในเอกสารไทยในชื่อ
ที่มา : https://worldhistoryconnected.press. บันทายมาศ หรือ พุทไธมาศ
uillinois.edu/17.3/images/Eng_image_1.jpg เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเกียนซาง ประเทศเวียดนาม
ี
เมืองฮาเตียน (Hà Tiên) น้ก่อต้งโดยหมักก่ว (Mạc Cửu) ชาวจีนกวางตุ้งอพยพมาจากเมืองจีนใน
ื
ั
พ.ศ. ๒๒๑๔ โดยได้รับพระบรมราชานุญาตจากกษัตริย์กัมพูชาให้สร้างเมืองใหม่ในบริเวณใกล้กับเมืองบันทายมาศ และ
เมืองท่าชื่อเฟืองแถงห์ คอยดูแลผลประโยชน์การค้าทางทะเลในแถบนี้ให้กัมพูชาด้วย
ในฐานะเจ้าเมืองหมักกื่ว ได้พัฒนาเฟืองแถงห์จนกลายเป็นเมืองท่าส�าคัญในอุษาคเนย์ และตระหนักดีว่าอ�านาจ
ของเขา และความอยู่รอดของเมืองนี้ขึ้นอยู่กับดุลอ�านาจระหว่างสยาม ตระกูลเหงียน (ญวน) และราชส�านักกัมพูชา
ึ
ึ
�
ึ
อย่างไรก็ตาม ทางออกหน่งก็คือ การดาเนินนโยบายเลือกพ่งพิงรัฐใดรัฐหน่งอย่างจริงจัง และประสานประโยชน์กับ
รัฐอื่นอย่างเหมาะสม ท�าให้สามารถปกครองตนเองแบบรัฐกึ่งอิสระ ไม่มีการแทรกแซงจากภายนอก
นาวิกศาสตร์ 24
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ื
ื
หลักฐานในเอกสารของฝ่ายเวียดนามชี้ว่า หมักก่วส่งเคร่องราชบรรณาการไปยังกรุงเว้ และได้รับการต้อนรับอย่างด ี
�
ึ
จาก “มิญเวือง” เจ้าตระกูลเหงียน ซ่งมีนโยบายจะขยายอิทธิพลเข้ามาในกัมพูชาอยู่แล้ว ได้พระราชทานราชทินนามตาแหน่ง
�
้
ั
ื
ขุนนางตราต้ง และช่อ “ฮาเตียน” ให้เมืองท่าเฟืองแถงห์ (ฮาเตียน ในภาษาเวียดนาม หมายถึง จิตวิญญาณแห่งลานา)
�
ต่อมาชื่อนี้ได้เข้ามาแทนค�าเขมรเดิมที่เรียกมาก่อนคือ “เมืองค�า” และ “เมืองเปียม”
นอกจากนี้แล้วยังมีหลักฐานไทย และเวียดนามยืนยันตรงกันว่า พระองค์เจ้าจุ้ย และพระองค์เจ้าศรีสังข์ ราชวงศ์
บ้านพลูหลวง ได้เสด็จหนีจากอยุธยาไปอยู่เมืองฮาเตียน หรือเมืองบันทายมาศอันเป็นเมืองท่มีคนไทยจานวนมาก
�
ี
หนีทัพอังวะไปรวมอยู่ โดยมีการบันทึกไว้ว่า
“เจ้าจุ่ย (เจ้าจุ้ย) และเจ้าสีซวาง (เจ้าศรีสังข์) รัชทายาทของกษัตริย์อยุธยาองค์สุดท้ายกับพระบรมวงศานุวงศ์
ผู้ติดตามอีกประมาณ ๑๐๐ คน เข้ามาลี้ภัยในฮาเตียนผ่านเส้นทางเลียบชายฝั่งทิศตะวันออกของอ่าวสยาม”
ั
ั
ึ
“แต่เจ้าศรีสังข์น้น บาทหลวงชาวฝร่งเศสพาหลบหนีจากฮาเตียนไปพ่งบารมีของพระนารายณ์ราชารามาธิบด ี
(นักองค์ตน) กษัตริย์เขมรที่เมืองพุทไธเพชร (บันทายเพชร-อุดงฤาชัย) ราชธานีของกัมพูชาในขณะนั้น”
ี
ี
ิ
ตามหลักฐานฯท่กล่าวถึงรัชทายาทของกษัตรย์อยุธยาองค์สุดท้าย หมายถึง พระราชวงศ์ท่ไม่ได้ถูกกวาดต้อน
ไปกรุงอังวะฯ หลังกรุงแตกคือ พระองค์เจ้าจุ้ย พระราชโอรสของเจ้าฟ้าอภัย ซ่งเป็นพระราชโอรสในพระเจ้าอยู่หัว
ึ
ท้ายสระ ส่วนพระองค์เจ้าศรีสังข์น้น เป็นพระ
ั
ราชโอรสกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (เจ้าฟ้ากุ้ง)
พระราชโอรสในพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
เจ้าเมืองฮาเตียนในขณะน้นคือ หมักเทียนต๋อ
ั
ื
รับต�าแหน่งสืบแทนบิดาคือ หมักกื่ว ใน พ.ศ. ๒๒๗๘
ได้ให้การต้อนรับพระองค์เจ้าจุ้ย และผู้ติดตาม
เป็นอย่างดี เจ้าเมืองนี้ ญวนเรียกว่าหมักเทียนตู/ตื๋อ
ื
ื
ภาษาจีนว่า หม่อเทียนซ่อ แต่มักใช้นาม “หม่อซ่อหลิน”
ในการติดต่อกับจีน ตาแหน่ งในทาเนียบของกัมพูชาเป็น
�
�
“สมเด็จพระโสร์ทศ”ส่วนตาแหน่งในสยาม
�
ื
ี
เป็นพระยาราชาเศรษฐ เน่องจากการท่ฮาเตียน ต้นฉบับสมุดไทย พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรีฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม)
ี
ื
ั
ส่งบรรณาการฯ ให้ท้งสยาม ญวน และเขมร เพ่อความอยู่รอดของตนแต่จะพ่งพิงญวนเป็นหลัก เม่อกรุงศรีอยุธยา
ื
ึ
เสียแก่ทัพอังวะฯ แล้ว หมักเทียนตื๋อ คิดจะขยายอ�านาจของตนเข้าไปในสยามอย่างน้อยก็เป็นบางส่วน ประกอบกับ
ั
มีเจ้านายช้นสูงแห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวงอยุธยามาอยู่ในอิทธิพลของตน ย่อมจะเป็นโอกาส และถือเอาเจ้านายน้นเป็น
ั
พระเจ้าแผ่นดินของสยามต่อไป
ิ
ด้วยเหตน้จงได้อาศยพระนามของพระองค์เจ้าจุ้ยมีหนังสือไปถวายพระเจ้ากรุงจีน รายงานเหตการณ์ท่เกดข้น
ึ
ี
ั
ุ
ุ
ึ
ี
ู
ในกรุงศรีอยุธยา พร้อมท้งกล่าวโทษพระเจ้าตากสนฯ ว่าไม่ใช่รชทายาทของราชวงศ์บ้านพลหลวง เป็นเพียงแม่ทพ
ั
ิ
ั
ั
และพื้นเพยังเป็นจีนอพยพ ได้ตั้งตัวเป็นกษัตริย์ซึ่งขัดกับธรรมเนียมจีนที่เน้นการสืบทอดราชบัลลังก์โดยสายเลือด
ื
ี
นอกจากน้ยังกล่าวด้วยว่าพระเจ้าตากสินฯ ไม่นับถือราชวงศ์ เพราะว่าเม่อไปตีเมืองพิมาย ได้จับกรมหม่นเทพพิพิธ
ื
ื
้
�
ี
ประหารเสียท่บางกอก (กรมหม่นเทพพิพิธ “ลูกพระสนม” ในพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ) ซายังยกทัพไปตีกรุงกัมพูชา
อีกด้วยแต่ไม่สาเร็จ พระเจ้าแผ่นดินเขมรได้สัญญาว่าจะให้การสนับสนุนเจ้าจุ้ย และเจ้าศรีสังข์เอากรุงศรีอยุธยา
�
กลับคืนมาฯ
นาวิกศาสตร์ 25
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรีฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ระบุว่าพระเจ้าตากสินฯ ทรงรู้จักเมืองฮาเตียนด ี
ี
�
โดยในช่วงกลาง พ.ศ. ๒๓๑๐ ขณะท่พระองค์รวบรวมกาลังอยู่ท่เมืองระยอง และจับตาดูท่าทีของพระยาจันทบุร ี
ี
�
ได้มีการเจรจาขอความร่วมมือกับผู้รั้งเมืองระยอง มีศุภอักษรไปขอกาลังจากเมืองฮาเตียนมากู้กรุงศรีอยุธยา
พระยาราชาเศรษฐีเจ้าเมือง (ราชทินนามนี้ปรากฏในรายนามขุนนางของอยุธยา) แจ้งว่าจะยกก�าลังมาช่วยได้เมื่อหมด
ฤดูมรสุมแล้ว
ั
ี
ื
การท่พระองค์เจ้าจุ้ยล้ภัยมาอยู่ท่เมืองฮาเตียนน้น บันทึกตระกูลหมัก รวมถึงหลักฐานเวียดนามช้นอ่นแสดงให้เห็นว่า
ี
ิ
ี
�
ี
ื
ี
�
หมักเทียนต๋อ เปล่ยนนโยบายทางการเมืองจากดุลอานาจของทุกฝ่าย เป็นเข้าไปแทรกแซงอานาจรัฐท่มีขนาดใหญ่กว่า
อย่างสยาม โดยมี “แผนลับ” จะเข้าโจมตีกรุงธนบุรี
การเปล่ยนนโยบายเช่นน้อาจจะมาจากความม่นใจของหมักเทียนต๋อ ท่มีบทบาทในการช่วยเหลือ
ี
ี
ี
ั
ื
ั
นักองค์สงวน กษัตริย์กัมพูชาให้กลับคืนสู่ราชบัลลังก์อีกคร้ง โดยเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างนักองค์สงวนกับ
�
ั
ราชสานักเหงียนใน พ.ศ. ๒๒๙๖ รวมท้งการยกทัพไปสนับสนุนนักองค์ตน (พระอุไทยราชา) ให้ข้นครองราชย์ หลังจาก
ึ
หลบหนีความวุ่นวายในกัมพูชามาพึ่งพิงที่เมืองฮาเตียน ดังนั้น จึงได้ด�าเนินการตามแผนที่วางไว้กล่าวคือ
�
ื
ี
ื
ใน พ.ศ. ๒๓๑๑ หมักเทียนต๋อ ทาทีเป็นส่งเรือบรรทุกข้าวสารมายังกรุงธนบุร เพ่อแก้ปัญหาการขาดแคลนข้าวสาร
ี
ี
้
ี
ึ
ซ่งเกิดข้นก่อนหน้าน แต่ท่จริงม “แผนลับ” ท่จะจับตัวพระเจ้าตากสินฯ ไว้ แล้วนาราชวงศ์บ้านพลูหลวงข้นครองบัลลังก์
�
ึ
ึ
ี
กรุงธนบุรีแทน ฮาเตียนจะได้มีอิทธิพลเหนือสยามในเวลาถัดมา
ทว่าแผนน้ล้มเหลว เพราะว่าพระเจ้าตากสินฯ ได้รับข่าวแจ้งเตือนล่วงหน้ามาจากคนของพระองค์ท่แฝงตัวอยู่
ี
ี
ั
ในเมืองฮาเตียน จึงทรงส่งให้จับลูกเรือท้งหมดขังคุกไว้ รวมท้งลูกเขยของหมักเทียนต๋อซ่งเป็นผู้ควบคุมเรือมา หลังจากน้น
ั
ึ
ื
ั
ั
ก็ประหารชีวิตทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ฮาเตียนยังคงปฏิบัติการเป็นปฏิปักษ์กับกรุงธนบุรีอย่างไม่ลดละ โดยพยายามขัดขวางเรือสาเภา
�
�
ี
�
ี
ท่นาข้าวมาขายให้สยาม เน่องจากเรือสาเภาท่เดินทางค้าขายทางตะวันออกของอ่าวสยาม ส่วนใหญ่มักแวะพัก
ื
ที่เมืองฮาเตียนเป็นประจ�า
บันทึกตระกูลหมักระบุว่า ใน พ.ศ. ๒๓๑๒ ฮาเตยน
ี
ื
ื
ั
ี
ั
ยกทพไปโจมตเมองจนทบรและเมองตราดด้วยเรอรบกว่า
ุ
ื
ี
�
๑๐๐ ลา โดยมีพระองค์เจ้าจุ้ยไปในกองทัพด้วย เพ่อเรียกร้อง
ื
ี
การสนับสนุนจากชาวสยามท่ยังคงจงรักภักดีต่อราชวงศ์
บ้านพลูหลวงอยู่ โดยหวังว่าจะให้เกิดกบฏต่อต้าน
พระเจ้าตากสินฯ กันเอง ในหลักฐานไทยไม่ได้กล่าวถึง
เหตุการณ์น แต่ไปปรากฏในพงศาวดารเขมร จ.ศ. ๑๒๑๗
้
ี
ให้รายละเอียดว่าใน พ.ศ. ๒๓๑๓ (พ.ศ.ของเขมรจะเร็วกว่า
ไทย ๑ ปี) หมักเทียนตื๋อได้น�าทัพด้วยตัวเอง
“สมเด็จพระโสทัต (หมักเทียนต๋อ) ผู้เป็นใหญ่ในเมืองเปียม เรือส�าเภาจีน ที่ใช้กันในยุคอยุธยา
ื
�
(ฮาเตียน) คิดตามอาเภอใจด้วยโลภเจตนาเหมือนตักกะแตน
เข้าดับเพลิงละเลิงใจ เกณฑ์ไพร่พลในแขวงเมืองบันทายมาศ เมืองตรัง ยกเป็นกองทัพไปจับคนเมืองทุ่งใหญ่ (ตราด)
เมืองจันทบุรีจึงยกพวกกองทัพไทยออกมาสู้รบชนะ แม่ทัพแม่กองสมเด็จพระโสทัตแตกหนีกระจัดกระจายถอยกลับ
มาเมืองเปียม”
นาวิกศาสตร์ 26
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
่
ี
ี
่
ิ
ี
ั
๋
ึ
ั
ั
ั
ื
ี
ั
่
ี
ุ
ื
ั
ื
ิ
ิ
ี
กองทพทรบมอกบกองทพของฮาเตยนทจนทบรและตราดคอ พระยาพพธเจ้าเมองจนทบร ซงเป็นคนจนแต้จว
ุ
ี
หรืออาจกล่าวได้ว่าการปะทะกันคร้งน้เป็นเร่องระหว่างจีนแต้จ๋วกับจีนกวางตุ้งโดยเปิดเผย รวมท้งส่งผลและแสดงการเป็น
ั
ั
ื
ิ
ปรปักษ์ระหว่างฮาเตียนกับกรุงธนบุรีชัดเจนมากยิ่งขึ้น
“ตราต�าแหน่งพิเศษ” คือ ตราโลโต ใช้ประทับพระราชสาส์นของพระเจ้ากรุงสยามที่มีไปถึงราชส�านักจีน
เป็นตราที่จักรพรรดิจีนพระราชทานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ู
ื
่
ิ
็
ั
้
ั
ี
็
ั
�
ิ
์
์
ุ
เหตการณดังกลาว เมอมองไปในระดบการเมืองภมภาคจะเหนความเก่ยวข้องกบมหาอานาจในขณะนนกคอ ราชวงศชง
ื
่
�
�
ึ
ื
ซ่งมีนัยสาคัญสาหรับพระเจ้าตากสินฯ เพราะนอกจากฮาเตียนจะเป็นก้างขวางคอเร่องการค้าแล้ว ยังเป็นภัยต่อ
พระราชบัลลังก์ และยังคอยขัดขวางความสัมพันธ์ทางการทูตกับราชวงศ์ชิงแบบไม่ลดละอีกด้วย อันเป็นสาเหต ุ
ี
ู
ุ
�
่
ี
ุ
ให้ข้าหลวงท่กวางตุ้งปฏิเสธคาขอของคณะทตจากกรงธนบรีทพระเจ้าตากสินฯ ส่งไปขอรับตรามหาโลโตคือ ตราประทับ
จากราชส�านักจีน ยอมรับว่าพระองค์เป็นกษัตริย์สยามจะท�าให้กรุงธนบุรีสามารถท�าการค้าขายจิ้มก้องแบบเดียวกับที่
อยุธยาเคยท�ามา เพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจในสยามใหม่ที่พระองค์เพิ่งจะกอบกู้ขึ้นมา ทั้งนี้ เพราะทางราชส�านักจีน
�
เช่อในรายงานเหตุการณ์ฯ ของหมักเทียนต๋อท่ส่งมาถวายพระเจ้าเฉินหลงก่อนหน้าน รวมท้งทาให้ทรงมีพระราชสาส์น
ี
ี
้
ั
ื
ื
มาต�าหนิพระเจ้ากรุงธนบุรีโดยตรง มีข้อความบางตอนดังนี้
�
่
ื
“กันเอินซ่อ (พระเจ้าตากสินฯ) เดิมเป็นคนตาต้อยในประเทศจีน ระหกระเหินไปอยู่แดนโพ้นทะเล ฐานะเป็น
ข้าทูลละอองของพระเจ้ากรุงสยาม บัดน ประเทศน้นระสาระสาย ถูกตีแตก เจ้าเหนือหัวหายสาบสูญ กลับบังอาจ
ั
่
้
�
ี
ั
ฉวยโอกาสทประเทศตกอยในอนตรายปนป่วนยงเหยง คดตงตนเปนใหญหวงไดรบตราต้งโดยมชอบ เพอเปนเครองมอ
่
ั
้
ิ
็
ั
่
ี
่
่
ื
ั
่
ู
ื
่
ั
็
่
ิ
้
ิ
ุ
ื
ั
ตั้งตนเหนือผู้อื่นมิได้ส�านึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพระเมตตาของเจ้านายเก่า อีกทั้งมิได้สืบหาองค์รัชทายาทเพื่อ
กอบกู้ชาติแลโจมตีอริศัตรู ถือว่าผิดคุณธรรม จริยธรรม”
สงครามฮาเตียนและกัมพูชา..การศึกเพื่อความมั่นคงของกรุงธนบุรี
ใน พ.ศ. ๒๓๑๔ พระเจ้าตากสินฯ ทรงสามารถจัดการความเรียบร้อยในลุ่มแม่นาเจ้าพระยา และทรงรวบรวม
้
�
ี
�
ั
ั
ิ
�
ุ
ุ
ี
ุ
ื
ี
ุ
ี
อานาจของกรงธนบรให้มสภาพเหมอนเดมในสมยกรงศรีอยธยา ประกอบกับท่าทของราชสานกจีนเปล่ยนแปลงไป
มีความเป็นมิตรมากขึ้น เนื่องจากพระองค์ได้ส่งเชลยอังวะระดับแม่ทัพนายกองไปยังเมืองกวางตุ้ง (จีนแพ้สงครามกับ
ี
�
ิ
ั
อังวะทางตอนใต้ของยูนนาน) และเร่มยอมรับว่าพระเจ้าตากสินฯ เป็นผู้มีอานาจแท้จริงในสยาม รวมท้งการท่ราชสานักจีน
�
ี
ั
วางเฉยต่อฮาเตียน ดังน้น พระเจ้าตากสินฯ จึงเห็นว่า ถึงเวลาแล้วท่จะทรงจัดการปัญหาท่ตกค้างในฮาเตียน และกัมพูชา
ี
ให้เรียบร้อย โดยทรงมีวัตถุประสงค์ท่สาคัญ ประการแรกคือ กาจัดอิทธิพลของหมักเทียนต๋อในเมืองฮาเตียน และ
ื
�
�
ี
ี
ั
ึ
เมืองใกล้เคียง ซ่งมีผลต่อการค้าขายตามเมืองท่าชายขอบอ่าวสยามของกรุงธนบุร อีกท้งยังเป็นการควบคุม
นาวิกศาสตร์ 27
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
จุดยุทธศาสตร์อันเป็นปากทางเข้าสู่กรุงกัมพูชาที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินได้สะดวกที่สุดจากทางทะเล และยุทธศาสตร์
ี
�
ื
�
การขยายอิทธิพลสยามเหนือดินแดนแถบน ย่อมดาเนินไปได้อย่างราบร่น ยังไม่นับว่านี่เป็นการกาจัดอิทธิพล
้
ึ
่
ิ
๋
ี
ี
ื
ี
ู
ุ
ุ
ี
ั
ู
ี
ิ
ี
ทางการค้าของชาวจนกวางต้งในฮาเตยน ค่แข่งของเมองจนทบรซงชาวจนแต้จวมอทธพลการค้าอย่ ประการท่สอง
ิ
�
เพ่อเป็นการฟื้นฟูอิทธิพลของราชสานักสยามเหนือราชสานักกัมพูชา เน่องด้วย พระนารายณ์ราชารามาธิบด ี
�
ื
ื
(นักองค์ตน-พระอุไทยราชา) ไม่ยอมถวายเคร่องราชบรรณาการฯ ให้พระองค์ในฐานะกษัตริย์สยามองค์ใหม่
ื
ั
ี
และทรงต้องการสถาปนาองค์รามราชา (นักองค์นนท์) ท่ได้เข้าถวายตัวกับพระองค์ต้งแต่เสด็จฯ ออกจากกรุงศรีอยุธยา
แล้วเป็นเจ้ากรุงกัมพูชา และอีกประการหนึ่ง เป็นยุทธศาสตร์ในการขยายขอบเขตปริมณฑลอ�านาจไปทางตะวันออก
และตะวันออกเฉียงเหนือ ปัจจุบันคือพื้นที่ปากแม่น�้าโขง คาบสมุทรอินโดจีนของเวียดนาม กัมพูชา และลาวทั้งหมด
รวมทั้งเป็นการเสาะแสวงหาทรัพยากรมนุษย์ (มีความส�าคัญมากในสมัยนั้น) และสินค้าในดินแดนเหล่านั้น
ยุทธศาสตร์ทางเรือและแผนการทัพ
จดหมายเหตุรายวันทัพสมัยกรุงธนบุรีคราวปราบเมืองพุทไธมาศ และเขมร เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๔ ให้รายละเอียดว่า
่
ี
ึ
ี
วันพฤหัสบด เดือน ๑๑ ข้น ๙ คา ปีเถาะ (จ.ศ. ๑๑๓๓ พ.ศ. ๒๓๑๔) พระเจ้าตากสินฯ โปรดฯ ให้พระยายมราช (รัชกาลท ๑)
่
�
เป็นแม่ทัพบก ถือพล ๑๐,๐๐๐ ยกไปทางเมืองปราจีน ให้ตีเอาเมืองปัตบอง (พระตะบอง) เมืองโพธิสัตว์ ตลอดจน
ไปถึงเมืองพุทไธเพชร (อุดงฤาชัย)
ครั้นถึงมหาพิไชยฤกษ์ วันอาทิตย์ เดือน ๑๑ แรม ๑๑ ค�่า ปีเถาะ พระเจ้าตากสิน ฯ ทรงเรือพระที่นั่งส�าเภาทอง
ั
พร้อมด้วยเรือท้าวพระยา ข้าทูลละอองธุลีพระบาท ไทย จีน ฝร่ง ฝ่ายทหาร พลเรือน ท้งปวง เรือรบ ๒๐๐ ลา
ั
�
เรือทะเล ๑๐๐ ลา พลทหาร ๑๕,๐๐๐ เศษ ให้พระพิชัยไอศวรรย์เป็นแม่ทัพหน้า แล้วยกพยุหยาตราพลนาวา
�
ทัพหลวงสรรพด้วยเคร่องศัสตราวุธ (องค์รามราชา-นักองค์นนท์ เสด็จไปในทัพหลวงด้วย) จากกรุงธนบุร ี
ื
ออกปากนาสมุทรปราการ ลัดเลาะไปตามชายฝั่งตะวันออกของอ่าวสยามได้ ๕ วัน ถึงเมืองจันทบูร (จันทบุรี) จึงโปรดให้
้
�
�
พระยาโกษาธิบดีแยกทัพบก ทัพเรือ ล่วงไปตีเมืองกระพงโสม (กาปงโสม) แล้วทัพหลวงก็เสด็จไปอีก ๖ วัน
ณ วัน พฤหัสบดี เดือน ๑๒ ขึ้น ๘ ค�่า (๑๔ พฤศจิกายน ๒๓๑๔) ถึงเมืองฮาเตียน/ปากน�้าเมืองพุทไธมาศ ประทับ
ณ ตึกจีนแห่งหนึ่งทางฝากตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง แล้วตั้งค่ายล้อมเมือง ณ จุดยุทธศาสตร์ที่ส�าคัญทางด้านตะวันตก
ตะวันออก เกาะในแม่น�้า และบนฝั่งแม่น�้าเซิงแทงห์ (Giang Thanh)
นาวิกศาสตร์ 28
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
การจัดกระบวนทัพเรือ
ั
ี
ยาตราไปยังเมืองฮาเตียน และกรุงกัมพูชา ตามระเบียบกองทัพเรือสมัยกรุงธนบุร ได้แบ่งเรือท้งหมดออกเป็น
๘ กองเรือ
กองทัพหน้า
กองที่ ๑ พระยาพิไชยไอศวรรย์ เป็นแม่ทัพ มีเรือ ๗๓ ล�า ก�าลังพล ๑,๖๘๖ คน
กองที่ ๒ พระยาพิพิธ เป็นแม่กอง มีเรือ ๕๐ ล�า ก�าลังพล ๑,๔๘๐ คน
กองที่ ๓ พระศรีราชเดโช เป็นแม่กอง มีเรือ ๒๗ ล�า ก�าลังพล ๙๗๔ คน
กองที่ ๔ พระท้ายน�้า เป็นแม่กอง มีเรือ ๔๓ ล�า ก�าลังพล ๑,๑๐๑ คน
ทัพหลวง
กองที่ ๕ เจ้าพระยาจักรี (หมุด) เป็นแม่ทัพหน้าของกองทัพหลวง มีเรือ ๑๓ ล�า ก�าลังพล ๖๘๙ คน
�
�
�
กองท ๖ พระยาโกษา เป็นแม่กอง มีเรือ ๓๔ ลา กาลังพล ๑,๗๐๕ คน (กองน้แยกไปตีเมืองกาปงโสม
ี
่
ี
และเมืองก�าปอด)
กองที่ ๗ พระยาทิพโกษา เป็นแม่กอง มีเรือ ๑๓ ล�า ก�าลังพล ๔๕๓ คน
กองที่ ๘ กองหลวง พระเจ้าตากสินฯ ทรงเป็นจอมทัพ ประทับในเรือพระที่นั่งส�าเภาทอง มีเรือทั้งหมด ๘๔ ล�า
ก�าลังพล ๒,๒๔๒ คน
เรือรบแต่ละล�ามีปืนหน้าเรือล�าละ ๑ กระบอก ปืนรายแคมล�าละ ๒ กระบอก ส่วนปืนคาบศิลา และปืนคาบชุด
�
จานวนตามกาลังของพลเรือ สาหรับเรือขนาดใหญ่คงใช้
�
�
ปืนใหญ่หน้าเรือกระสุน ๔-๕ น้ว (กินดินหน่งช่ง) และ
ั
ึ
ิ
เป็นเรือใช้เดินในแม่น�้าล�าคลองได้
นอกจากเรือรบหลวง แล้วยังมีเรือสาเภา เรือรบ
�
ิ
์
เชลยศักด (เรือท่ไม่ใช่ของหลวง) และเรือท่เกณฑ์มาจาก
ี
ี
หัวเมืองชายทะเลทางปักษ์ใต้ และทางฝั่งตะวันออก
สรุปรวมเป็นเรือทั้งหมด ๓๓๗ ล�า (เรือส�าเภา ๕๘ ล�า
เรือรบ และเรืออื่น ๆ ๒๗๙ ล�า) ปืนหน้าเรือ ๒๕๔ กระบอก
ปืนรายแคม ๕๑๔ กระบอก ปืนคาบศิลา ๒,๑๖๕ กระบอก ปืนคาบชุด และปืนคาบศิลา
ปืนคาบชุด ๕๖๗ กระบอก รวมปืนใหญ่ ปืนเล็ก ๓,๕๐๐ กระบอก ที่มา : https://www.siambusinessnews.com/wp-content/up-
ี
พระราชพงศาวดารกรุงธนบุร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) loads/2020/01/FB_IMG_1578632256539.jpg
บันทึกว่า
่
“วันพฤหัสบด เดือน ๑๒ ข้น ๘ คา เถิงปากนาพุทไธมาศ
�
ี
�
ึ
้
สถิต ณ ตึกจีนฝากตะวันตกเฉียงใต้ จึงได้มีหนังสือ
ื
พญาพิชัยไอศวรรย์กองทัพหน้า ให้ญวนมีช่อ (เชลยญวน)
็
ี
้
ั
่
ึ
ั
ิ
ซงจบได้มานน ถอเข้าไปเถงพญาราชาเศรษฐว่า สมเดจ
ื
พระพุทธเจ้าอยู่หัวยกกองทัพบก ทัพเรือมาน้ พระราชประสงค์
ี
จะเศกพระองค์รามราชาให้ครองกรงกมพชาธบด ี
ุ
ั
ู
ิ
แล้วจะเอาตัวเจ้าจุ้ย เจ้าเสสังข์ แลข้าหลวงชาวกรุง เรือรบสมัยอยุธยา
นาวิกศาสตร์ 29
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
้
็
็
ิ
ั
ื
ู
ึ
่
ั
ิ
ี
ซงไปอย่เมองใด ๆ จงสน ถ้าและพญาราชาเศรษฐมได้ภกดด้วย เหนว่าต้านทานได้ กให้แต่งการป้องกน
ี
�
�
เมืองจงสรรพ ถ้าเห็นว่าจะสู้มิได้ ก็ยังทรงพระกรุณาโปรดอยู่ ให้ออกมากราบถวายบังคมเราจะช่วยทานบารง
ุ
ุ
ิ
เถิงว่าแก่แล้วมามิได้ ก็ให้แต่งหุเอียบุตรออกมาถวายบังคมจงพลัน ถ้าช้าอยู่จะทรงพิโรธฆ่าเสียให้ส้น”
สภาพแวดล้อมทางยุทธการ
ที่มา : https://www.pcf45.com/sealords/hatien/hatien.html
วันเสาร์ เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๐ ค�่า (๑๖ พฤศจิกายน ๒๓๑๔) พระเจ้าตากสินฯ ทรงพระอุตสาหะเสด็จด้วยพระบาท
ื
ั
ื
ี
ั
ื
็
ยนอยู่ฟากตะวนออกตรงป้อมเมองฝั่งตะวันตก (แหลมเผ่าได๋อยู่ทางตะวนตกของเมองฮาเตยน) สามารถมองเหน
�
ี
ตัวเมืองได้ท้งหมด และเป็นจุดยุทธศาสตร์ท่สาคัญ จากหนังสือ The Prince of Ha-Tien (นิโคลัส เซลเลอร์)
ั
ั
�
้
ให้ภาพของตัวเมืองฮาเตียนว่า แบ่งเป็นสองส่วนค่นด้วยแม่นาเซิงแทงห์ ตัวเมืองฮาเตียนอยู่ด้านเหนือ
�
ด้านใต้เป็นตัวเมืองใหม่ กาแพงเมืองสร้างด้วยไม้ไผ่บางส่วนและกาแพงหิน กาแพงเมืองภายในทาด้วยหิน กว้าง ๒๐๐ เมตร
�
�
�
ยาว ๕๐๐ เมตร ก่อด้วยอิฐสีเทา น่าจะไม่ใช่กาแพงเมืองป้องกันทางทะเล โดยเฉพาะทางตะวันตกตรงแหลมเผ่าได๋
�
ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์คุมช่องทางเข้าออกปากแม่น�้าเซิงแทงห์ (เขมร เรียกว่า แม่น�้าขาม) กับอ่าวสยาม
ื
ิ
ั
เม่อพระยาราชาเศรษฐีไม่ออกมาอ่อนน้อม พระเจ้าตากสินฯ โปรดให้พระยาอภัยรณฤทธ์ไปต้งค่ายสกัดอยู่
ณ เชิงเขาฝ่ายทิศตะวันออก พระยาพิไชยไอศวรรย์และเรือรบอาสาหกเหล่า กองหน้านั้นให้รออยู่ท้ายเกาะหน้าเมือง
�
ฝ่ายตะวันออก เจ้าพระยาจักร (หมุด) พระยาทิพโกษา ทาค่ายน�า ๒ ฟาก ไว้หว่างกลาง กว้างประมาณ ๑๐ เส้น
้
ี
�
ึ
ั
ึ
้
จะได้ให้เรือรบซ่งมีปืนหน้าเรือกินดินช่งหน่ง คอยรบคุมปากแม่นาเซิงแทงห์ ไม่ให้เรือญวนหนีรอดไปได้ และลาดตระเวน
ตรวจดูก�าลังฝ่ายข้าศึกว่าเตรียมจัดการตั้งรับไว้อย่างไรด้วย
การวางแผนเข้าตีเมือง
พระเจ้าตากสินฯ ทรงวางแผนเข้าตีเมืองฮาเตียนโดยใช้ทหารกองอาจารย์ (พวกคงกระพันชาตรีกล้าตาย)
ี
ื
�
่
�
ิ
ิ
จานวน ๑๑๑ คน บกนาในทศทางด้วยวธีการท่มพระกระแสรบสง และกาลังทหารทคัดเลอกอีก ๒,๔๐๐ คน เตรียมเข้าต ี
�
ุ
ี
ั
่
ั
ี
เวลาสองยามวันอาทิตย์ เดือน ๑๒ ข้น ๑๑ คา (๑๗ พฤศจิกายน ๒๓๑๔) และจะต้องกระทาให้สาเร็จเด็ดขาด
ึ
�
�
่
�
การจัดก�าลังทหารที่ขึ้นบกยกเข้าตีเมืองในครั้งนี้ ทหารกองอาจารย์อยู่ในกองหลวง ก�าลังทหารอีก ๒,๔๐๐ คน
เป็นทหารส่วนหนึ่งของทัพหน้าของพระยาพิชัยไอยศวรรย์ อันมีกองทหารอาสาหกเหล่าซึ่งเป็นทหารชั้นดีรวมอยู่ด้วย
มีพระศรีราชเดโช และพระท้ายน�้าเป็นผู้บังคับบัญชา ส่วนกองเจ้าพระยาจักรี (หมุด) กองพระยาทิพโกษา ท�าหน้าที่
อยู่ในเรือเป็นทัพหนุน และคอยสกัดจับข้าศึกที่แตกหนีออกมาทางทะเล ส่วนกองมหาดเล็กซึ่งอยู่ในกองหลวงแบ่งอยู่
นาวิกศาสตร์ 30
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ี
รักษาพระองค์ฯ ออกไปรบสมทบกับทัพหน้าบนบกบ้าง ดังจะเห็นได้จากข้อความในพงศาวดารฯ ท่มีพระราช
�
ดารัสแก่แม่ทัพนายกองภายหลังการรบแล้ว ส่วนกองพระยาพิพิธคงจัดไว้เป็นกองหนุนเหมือนกันในเวลาเข้าตีเมือง
ิ
้
�
ู
่
่
ิ
�
ู
้
ื
ู่
้
ื
และมไดกลาวไวว่าพระเจาตากสนฯ ทรงอานวยการรบอย่บนบกหรืออยในเรอ แต่เข้าใจว่าทรงอานวยการรบอย่ในเรอมากกวา
เพราะเป็นการสะดวกท่จะเสด็จไปท่ใด และมองเห็นสมรภูมิและภาพเหตุการณ์ได้ท่วไป (จากประวัติการทหารเรือไทย
ี
ี
ั
พ.ศ. ๒๕๐๘)
ิ
ิ
นิโคลัส เซลเลอร์ ได้ให้รายละเอียดเพ่มเติมว่า “สยามน่าจะโจมตีเมืองเป็น ๒ ระลอก เร่มด้วยการโจมต ี
ึ
ทางกาแพงเมืองก่อนแล้วสนับสนุนด้วยปืนใหญ่ และปืนไฟท่นาข้นไปบนเนินเขาโตเจินซ่งเป็นภูเขาลูกย่อม ๆ สูง ๓๐๐ เมตร
ี
�
�
ึ
จากระดับนาทะเลปานกลาง สามารถมองเห็นตัวเมืองได้คล้ายกับแหลมเผ่าได๋ซ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ท่สาคัญ”
�
�
ึ
ี
้
ทัพบก ทัพเรือพรักพร้อมกันหักเอาเมืองได้รุ่งเช้า ไพร่พลเมืองฮาเตียนแตกกระจัดกระจายหนีไป พระยาราชาเศรษฐ ี
(หมักเทียนตื๋อ) หนีลงเรือไปได้ จับตัวพระองค์เจ้าจุ้ย และเจ้าเมืองจันทบุรีคนเก่า (ซึ่งหลบหนีมาเมื่อพระเจ้าตากสินฯ
ตีเมืองจันทบุรี) ไปจ�าขังไว้
เวลาโมงเช้าเศษ พระเจ้าตากสินฯ เสด็จเข้ามาประทับที่จวน พระยาราชาเศรษฐีตรัสสั่งว่า “สัมฤทธิ์ราชการแล้ว
ั
ึ
ให้มีกฎหมายประกาศแก่นายทัพนายกองไทยจีนท้งปวง ซ่งจีนและญวนไพร่พลเมืองจะเดินทางไปมาค้าขาย
ี
ั
ตามถนนหนทางอย่าให้จับกุมโบยตีฆ่าฟันเป็นอันขาด ให้ต้งเกล้ยกล่อมทามาหากินตามภูมิลาเนาดังแต่ก่อน ถ้าผู้ใดมิฟัง
�
�
ั
บังอาจละเมิดพระราชกาหนดจงลงพระราชอาญาผู้น้นถึงชีวิต” (เป็นการอนุรักษ์ยุทธวินัยมิให้ทหารข่มเหงพลเมือง
�
ที่มิได้ตีโต้อันจะท�าให้พลเมืองมีความจงรักภักดีต่อไป)
ั
�
ึ
ี
ส่งหน่งท่ตรงกับหลักการสงครามสมัยใหม่ก็คือ การทา Lesson Learn หลังเสร็จยุทธการท่มีมาต้งแต่สมัย
ิ
ี
ั
พระเจ้าตากสินฯ กล่าวคือ หลังจากน้นทรงมีรับส่งสอบถามบรรดาแม่ทัพนายกองถึงวิธีปฏิบัติในเวลารบท้งฝ่ายเรือและ
ั
ั
ฝ่ายบก เพื่อจะได้ทรงทราบว่าใครท�าถูกท�าผิด จะได้เป็นบทเรียนไว้ส�าหรับการรบในคราวต่อไป เช่น
- มีรับสั่งถามเจ้าพระยาจักรี (หมุด) ว่า เมื่อญวนลงเรือหนีไปท�าไมจึงไม่ยิงปืน ในเวลานั้นเจ้าพระยาจักรี (หมุด)
ื
ื
�
กราบทูลว่า เพราะเรือรบในบังคับบัญชาของจม่นไวยวรนาถขวางหน้าอยู่ จึงเข้าพระทัยว่าจม่นไวยวรนาถทาการรบ
ไม่เข้มแข็ง รี ๆ รอ ๆ ไม่รีบเข้าตีเรือข้าศึก ท�าให้เกะกะไม่เป็นประโยชน์อันใดในการสู้รบ ควรจะต้องลงพระอาญาเฆี่ยน
คนละ ๓๐ ที แต่ให้ทุเลาไว้ก่อน และให้ท�าการแก้ตัวในการรบครั้งต่อไป
ู
ั
- มีรบส่งถามหวหน้ากองอาจารย์ว่า คุมทหารหักเข้าค่ายทางด้านไหน หัวหน้ากองอาจารย์ ๓ คน กราบทลไม่เหมือนกัน
ั
ั
ั
ี
ได้ความจริงว่าไม่เข้าตีตามท่รับส่งไว้ นับว่ามีความผิด จึงให้ลงพระอาญาเฆ่ยนคนละ ๕๐ ท ไพร่คนละ ๒๐ ท ี
ี
ี
ส่วนความชอบที่ตีค่ายได้นั้น ก็พระราชทานบ�าเหน็จรางวัลคนละ ๖ ชั่ง
นาวิกศาสตร์ 31
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
�
ี
ั
ดังน จะเห็นได้ว่าแม่ทัพน้นจะต้องมีความเด็ดขาด ผู้ใดจะขัดคาส่งมิได้ ผิดก็ต้องเป็นผิด ถูกก็ต้องเป็นถูก
ั
้
้
�
แสดงความเด็ดขาดชัดเจนไปเลย เพราะในราชการทัพนนจะอ่อนแอมิได้ ใครทาความดีก็ได้รับความชอบ ใครทาผิด
�
ั
ี
ื
ก็ต้องได้รับโทษเพ่อมิให้เป็นเย่ยงอย่าง และเป็นการผดุงวินัยอันเฉียบขาดของกองทัพ แล้วทรงพระกรุณาจัดแจงบ้านเมือง
ื
ั
ุ
่
�
้
ึ
ั
่
ู
ิ
็
ี
้
้
้
ิ
ิ
ี
ดงเกา จงพระราชทานตงพระยาพพธผชวยราชการโกษาธบดเปนพระยาราชาเศรษฐรังเมองปากนาพทไธมาศ (ฮาเตยน)
ี
จากความเป็นไปที่กล่าวมาข้างต้น บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าพระเจ้าตากสินฯ เป็น “ผู้น�าทหาร” ที่แท้จริง โดยทรงมี
คุณสมบัติครบถ้วน โดยเฉพาะความเข้มแข็ง เด็ดขาด กล้าตัดสินใจ รู้จักการอ่อนตัว ยืดหยุ่นตามสถานการณ์เช่นเดียวกับ
แม่ทัพผู้มีชื่อเสียงของโลกในยุคปัจจุบัน
วันจันทร์ เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๒ ค�่า (๑๘ พฤศจิกายน ๒๓๑๔) โปรดฯ ให้เจ้าพระยาจักรี (หมุด) เป็นแม่ทัพหน้า
ึ
ี
ทรงพระกรุณาพระราชทานเรือพระท่น่งรองลาหน่งให้เป็นเกียรติยศ ยกทัพจากเมืองฮาเตียนไปตีเมืองพุทไธเพชร
ั
�
้
(อุดงฤาชัย) ราชธานี กรุงกัมพูชาธิบดี ประกอบดวยกองเรือพระยาโกษา กองเรือพระมหาเทพ กองเรือจมื่นไวยวรนาถ
กองเรือองค์พระรามราชา รวม ๕ กอง จ�านวนเรือรบ ๙๗ ล�า นาย ไพร่ ๓,๓๐๗ คน สรรพด้วยปืนหน้าเรือ ปืนรายแคม
ั
เคร่องศัสตราวุธท้งปวงยกล่วงหน้าไปก่อน เดินทัพไปตามลานาเข้าสู่แม่นาโขง คร้นยกออกไปถึงปากนาโพรงกระสัง
้
ั
�
�
ื
้
้
�
�
พบเรือประเจียงญวน ๓ ล�า ได้รบกัน แลญวนนั้นแตกหนีไป โดดน�้าบ้าง ถูกปืนตายบ้าง จับได้ฟันเสียบ้าง แล้วยกเรือ
ขึ้นไปตามล�าน�้า เพื่อไปตีกรุงกัมพูชาธิบดีต่อไป
วันพุธ เดือน ๑๒ ข้น ๑๔ คา (๒๐ พฤศจิกายน ๒๓๑๔) เพลายาฆ้องคา ๕ บาท เป็นมหาพิชัยฤกษ์ พระเจ้าตากสินฯ
่
�
่
ึ
�
่
�
เสด็จยกทัพหลวง นาย ไพร่ ๕,๐๐๐ เศษ เรือรบ ๖๐ ล�า สรรพด้วยปืนหน้าเรือ ปืนรายแคม ปืนคาบศิลา ๒,๐๐๐
ั
ี
ึ
ื
และเคร่องศัสตราวุธท้งปวง ยกออกจากเมืองฮาเตียนโดยทางชลมารคข้นไปตีกรุงกัมพูชาธิบด ประทับแรมตามรายทาง
จากบ้านปลิงกุ บ้านแหลม ปากน�้าโพรงกะสัง และที่บ้านจีนริมน�้า จีนมาเฝ้ากราบทูลพระกรุณาว่า เจ้าเมืองกัมพูชา
หนีไปแล้ว จึงเสด็จไปประทับ ณ เกาะพนมเพ็ง (บริเวณเมืองพนมเปญ)
�
กองเรือพระยาโกษาธิบดีที่แยกมาจากกองทัพหลวงตีได้เมืองกัมพงโสมแล้วยกจะตีเอาเมืองกาปอด
ึ
พระยาปังกลิมา แขกจามเจ้าเมืองยอมอ่อนน้อมมิได้ต่อรบจึงพาตัวข้นมาเฝ้า ณ เกาะพนมเพ็ง จึงโปรดฯ
ให้พระยาปังกลิมากลับไปอยู่รั้งเมืองก�าปอดดังเก่า
หลังจากทรงพระกรุณาพระราชทานเรือแลข้าวปลาอาหารให้แก่พระสงฆ์ไทยท่สมัครจะเข้าไปเมืองธนบุรีแล้ว
ี
เสด็จฯ จากเกาะพนมเพ็งมาประทับอยู่ ณ ปากน�้าถวายพะแพฟากตะวันตก หนังสือเจ้าพระยาจักรี (หมุด) บอกมา
ั
ั
ทูลพระกรุณาเป็นใจความว่า เขมรประมาณ ๑,๐๐๐ เศษ ต้งค่าย ๒ ฟากคลอง คลองน้นผูกแพสกัดไว้ได้เข้ารบพุ่ง
ติดพันกันอยู่ รุ่งขึ้นวันพฤหัสบดี เดือน ๑๒ แรม ๑๔ ค�่า เพลาเช้าเสด็จออกโยธาทหารทั้งปวง ทรงพระกรุณาด�ารัส
ึ
ึ
ั
เหนือเกล้าฯ ส่งว่า บันดาจีนไทยท้งปวงซ่งได้เขมรเชลยไว้ ให้เอาข้นทูลเกล้าฯ ถวายจะพระราชทานให้เจ้าองค์รามราชา
ั
ซึ่งอยู่กินเมืองกัมพูชาธิบดี แลกองทัพเจ้าพระยายมราช (รัชกาลที่ ๑) พระยาโกษาให้อยู่ช่วยราชการองค์รามราชากว่า
ึ
ิ
ั
ี
สนบสนัดก่อน อน่งเจ้าพระยาจักร (หมุด) ซ่งไปตีครัว ณ ปาพนมน้นสัมฤทธ์ราชการแล้ว กลับคืนมายังทัพหลวงซ่งต้งอย ู่
ึ
ึ
ั
้
ณ ปากนาถวายพะแพ เพลาเช้า ๒ โมงเศษ เสด็จฯ ยกพลหยุหทัพเพ่อจะกลับคืนยังเมืองพุทไธมาศ/ฮาเตียน โดย
�
ื
เสด็จฯ มาประทับแรม ณ เกาะปากน�้าทางจะไปกัมพูชา คอยโยธาทหารมาพร้อมแล้วจึงทรงวิจารณ์จัดแจงแล้ว รุ่งขึ้น
เพลาเช้ายกออกจากเกาะล่องไปประทับอยู่ฟากตะวันตก ณ ปากสองแคว จะไปกัมพูชา จะไปปาสัก
ี
�
ึ
ั
อน่ง นายทัพนายกองซ่งทรงพระกรุณาให้ไปต้งอย ณ ปากนา แล้วจึงให้ไปเกล้ยกล่อมเมืองปาสัก มิได้ต้งอยู่ตามรับส่ง
ึ
ั
้
ู่
ั
ล่วงเข้าไปพบเรือญวนประมาณ ๕๐ ล�า รบกัน ลาดทัพถอยมาให้เสียพระสิริสวัสดิ์ (เสื่อมเสียพระเกียรติยศ) เสียคน
เสียเรือ ๑๑ ลา แล้วเสด็จฯ มาต้งค่ายอยู่ ณ ปากนาโพรงกระสัง บันดาเรือเชลยซ่งตีได้มาน้นให้ล่วงหน้าไปเมือง
ั
ึ
�
้
ั
�
นาวิกศาสตร์ 32
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
้
ั
ี
�
ึ
ึ
ึ
่
�
ั
พุทไธมาศก่อน คร้นรุ่งข้นวันเสาร์ เดือนอ้าย ข้นคาหน่ง ยกจากค่ายปากนาโพรงกระสัง ให้เจ้าพระยาจักร (หมุด) ต้งม่นอย ู่
ั
�
่
ื
ึ
ี
ั
้
บ้านจินจง แลนายทัพนายกองที่ลาดทัพมาแต่ปาสัก ให้สมทบอยู่ในกองน้ด้วย รุ่งข้นยกออกมาเพลาคา นาในคลองน้นต้น
�
เรือครัวจะไปนั้นมิได้ ทรงพระมหากรุณาให้ฝีพายทนายเลือก (นักมวยป้องกันพระองค์) ช่วยเข็นเรือ แล้วสั่งให้ทดน�้า
้
ิ
ี
ั
่
ทงกลางวนกลางคน เรอรบเรอเชลยใหญ่น้อยทงปวงผ่านไปได้ (สงนแสดงให้เหนถงพระปรชาสามารถในการอานวย
ื
ื
ั
ั
ื
้
้
็
ึ
ี
�
ั
ั
ิ
ื
่
่
ี
ื
ึ
่
ุ
่
ู
ี
ิ
้
ึ
่
้
ี
ื
ั
่
ั
การทพในฐานะผ้บญชาการพนทซงต้องตดสนใจแก้ไขปัญหาทเกดขน และเป็นผ้สงการในพนทเพอขจดอปสรรค
ู
้
ั
ต่อแผนหลักที่วางไว้) วันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๓ ค�่า เพลาบ่าย ๓ โมง ถึงเมืองพุทไธมาศ สั่งให้พระยาพิชัยไอศวรรย์
แต่งคนไปเอาข่าวราชการ ณ กรุงเทพมหานคร (กรุงธนบุรี) รุ่งข้นเพลาบ่าย ๔ โมงเศษ พระยาทิพโกษานาเอาจีนบุญเส็ง
ึ
�
หลวงสงขลา ซึ่งหนีไปนั้นมาทูลเกล้าฯ ถวาย จึงตรัสประภาษ ทั้งสองโทษถึงตาย ทรงพระกรุณาตามที่กราบทูลจะอยู่
ท�าราชการสนองพระเดชพระคุณต่อไป
วันพุธ เดือนอ้าย ขึ้น ๕ ค�่า เพลา ๒ ยามเศษ เจ้าพระยาจักรี (หมุด) พระยาอภัยรณฤทธิ์ บอกมาให้กราบทูล
พระกรุณาใจความว่า นายทัพนายกองซึ่งไปราชการเมืองปาสัก รบกับญวนเสียคนถูกปืนตายและเรือ ๘ ล�า นายและ
ึ
ู
�
้
ี
ไพร่รอดมาได้ ๑๘๖ คน ข้นบกเดนตามริมนามาถึงบ้านพระยาพิชัยสงคราม เขมรซ่งเกล้ยกล่อมไว้น้นรับเล้ยงดไว้
ึ
ิ
ั
ี
ว่าจะส่งเข้ามา อนึ่ง พระสงฆ์เขมร ๕ รูป ถือหนังสือพระยาอธิกวงศา เจ้าเมืองปาสัก และพระยาราชาสงคราม มาเถิง
ั
นายทัพนายกองท้งปวง ในใจความว่า จะสวามิภักด์สมัครเป็นข้าใต้ละอองฯ แลให้นายทัพนายกองช่วยทานุบารุง
�
�
ิ
ื
ิ
ึ
ิ
เอาเน้อความกราบทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ อย่าให้มีความผิดส่งหน่งส่งใดเลย พระหลวงขุน
ั
ั
ื
หม่นเขมรจะได้มีชีวิตสืบไป จะได้ทาการสงครามมิได้กลัวแก่ญวนเลย คร้นได้ทรงฟังหนังสือบอกน้นแล้ว จึงตรัสประภาษว่า
�
ึ
ั
เจ้าเมืองปาสักน้มีความชอบอยู่ ซ่งข้าทูลละอองฯ จะอาษาไปตีน้นให้ยกไว้ จึงทรงพระอักษรไปเถิงเจ้าพระยาจักร ี
ี
(หมุด) ในใจความว่า ข้าหลวงซ่งไปราชการเมืองปาสัก ญวนบังอาจตีแตกกระจัดกระจายหนีข้นบกได้น้น เจ้าเมืองปาสัก
ั
ึ
ึ
ู
และพระยาราชาสงคราม เขมรรับไว้เล้ยงด ให้กินแล้วแต่งคน เรือ เสบียงส่งมาน้น เป็นความชอบใหญ่หลวง
ั
ี
�
ี
ทรงพระกรุณาพระราชทานเส้อผ้าคนละสารับ เงินคนละช่ง แล้วให้เจ้าพระยาจักร (หมุด) หาลงมาพระราชทาน แล้วให้
ั
ื
ั
ห้ามนายทัพนายกองท้งปวงอย่าให้ไปตีเมืองปาสักเลย ให้พระยาอธิกวงศากินเมืองปาสักสืบไป ทรงพระกรุณาจะฝากฝัง
ั
่
ู
ิ
์
พระองครามราชา ซงครองกมพชาธบด ใหทาราชการยง ๆ ขนไป ถาพระยาทงสองจะใครไปถวายบงคมพระองครามราชา
้
ี
ั
่
้
ิ
ั
ึ
�
ึ
้
้
์
่
ั
ิ
ก็ให้ไป ถ้าใคร่จะมาถวายบังคมล้นเกล้าฯ ณ เมืองพุทไธมาศ ก็ให้พาตัวลงมา หนังสือแลส่งของพระราชทานน้น
ให้พระยาเดโช เขมร นายแกว่นถือไป (พนักงานมหาดไทย)
่
ี
วันพฤหัสบด เดือนอ้าย ข้น ๖ คา เพลาเช้า ทรงพระอักษร ๒ ฉบับ เป็นหนังสือพระยาโกษาธิบด ให้นายวิสูตร องไดฉาม
ึ
�
ี
�
ลักเกียด ไพร่ไทย ๕ ญวน ๕ ถือไปกรุงอนากก ในเร่องราวใจความฉบับหน่งว่า ให้เสนาบดีกราบบังคมทูลพระเจ้าอนากก
ึ
�
ื
ให้ว่าแก่ญวนลูกหนาย (เมืองซาดิงห์/ไซ่ง่อน) ให้ส่งเรือรบ ๘ ล�า นายและไพร่ ๑๐๐ เงิน ๑๐๐ ชั่ง ซึ่งญวนสกัดตีซึ่ง
ข้าหลวงราชการเมืองปาสัก โดยทางพระราชไมตรีแลไมตรีมิให้พิโรธแก่กัน
อนึ่ง ตรัสสั่งพระอาลักษณ์ ให้หมายบอกกรมนา จ่ายข้าวสาร ๓ เกวียน แลกัปปิยะ (เครื่องใช้สมควรแก่สมณะ)
ถวายพระสงฆ์ ๕๐ เณร ๕๐ รวม ๑๐๐ รูป ซึ่งจะได้รับพระราชทานฉัน กว่าจะไปเถิงเมืองธนบุรี
วันอาทิตย์ เดือนอ้าย ข้น ๙ คา เพลาบ่าย ๒ โมง ทรงพระอักษรดารัสส่งหลวงราชนิกุลให้ไปเถิงเจ้าพระยาจักร (หมุด)
ึ
�
ี
�
ั
่
เป็นใจความว่า กองทัพพระศรีพิพัฒ ซึ่งไปราชการเมืองปาสัก แตกญวนหนีมา เสียเรือรบ เรือไล่ นั้น ครั้นจะไม่เอาโทษ
ข้าราชการทั้งปวงก็จะดูเยี่ยงอย่างกันสืบไป ครั้นจะเอาโทษเล่า คนมากกว่า ๓๐๐ นั้น ทรงพระราชด�าริจะลงโทษให้
ก่อก�าแพงเมืองธนบุรี แลให้แต่งคนคุมผู้มีชื่อเป็นหมวดเป็นกองลงมา ณ เมืองพุทไธมาศ จะได้ให้มีนายประกันรับตัว
เข้าไปยังเมืองธนบุรี แลให้เจ้าพระยาจักรี (หมุด) แลกองทัพทั้งปวงกลับมา ณ เมืองพุทไธมาศ จะได้จัดแจงแต่งเรือรบ
นาวิกศาสตร์ 33
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ุ
ู
ื
ั
ื
ั
ิ
ื
ู่
ี
เรอไล่ให้พร้อมไว เพลาทมเศษเสด็จอย ณ พระตาหนกเมองพุทไธมาศ ขนวิสตรแลลาวมช่อ กบหนังสือบอกพระยาพชัย
ุ่
�
้
(ทองดี) และหนังสือเจ้าพระยาศรีธรรมมาธิราชเป็นหลายฉบับ ทรงหนังสือบอกในท่ามกลางราชบริษัทท้งปวง ในใจความ
ั
นั้นว่า พระยาพิชัย (ทองดี) ให้ขุนคลังไปสืบข่าวราชการพะม่า พระยาศรีสุริวงศ์ บอกเนื้อความว่าไปสอดแนมราชการ
ณ เมืองแพร่ เมืองน่าน พบนายจุด นายตน นายค�ามูน ให้การว่า มังมะยุง่วน เจ้าเมืองเชียงใหม่ (ขณะนั้นขึ้นกับพะม่า)
ให้กะเกณฑ์พลทหารเป็นหลายบ้านไปพร้อมกัน ณ เมืองเชียงใหม่ กับทัพเมืองเมาะตะมะ เป็น ๒ ทัพ จะยกไปเมืองใด
คนมากน้อยเท่าใดมิได้รู้ พระยาพิชัย (ทองดี) เกณฑ์คนเมืองลับแล เมืองฝาง เป็นกองหลวงได้คน ๔๐๐ ตระเตรียมไว้
ึ
อน่ง พระยากาญจนบุรีบอกเข้ามาว่า ได้แต่งคนออกไปตระเวณปลายด่านพบพะม่าแลมอญ จึงยกพวกพลทหาร
ื
ึ
ก้าวสะกัดยิงพะม่าตาย ๒ คน พะม่าแตกพ่ายไป จึงได้หมวก เส้อ ปืน แลละว้า (ชาวเขาเผ่าหน่งอยู่ทางตอนเหนือของสยาม)
ึ
ซ่งพะม่ากวาดเอาไปน้นคืนมาได้ ๗๐ คน ข่าวว่าราชการในเมืองเมาะตะมะสงบอยู่ แลหนังสือบอกราชการในเมือง
ั
ธนบุร คร้นทรงอ่านแล้วและทรงซักไซ้ไต่ถามลาวมีช่อ (เชลยชาวลาว) ด้วยภาษาลาว ก็แจ้งและอนุมานตามกระแส
ี
ื
ั
เนื้อความนั้น จึงตรัสแก่บริษัททั้งปวงว่าพะม่าจะยกมานั้นหามิได้
ื
ี
ความเป็นไปข้างต้นน ช้ให้เห็นว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ทรงให้ความสาคัญ เร่อง “ข่าวกรอง” โดยมีการรวบรวม
�
้
ี
สืบเสาะข้อมูลข่าวสารของฝ่ายตรงข้ามแล้วนามาวิเคราะห์ เพ่อประเมินภัยคุกคามเช่นเดียวกับหลักการทหารในปัจจุบัน
�
ื
วันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๑๑ ค�่า เพลาเช้าโมงเศษ พระยาโกษานอกราชการทัพบก ยกลงมาแต่กรุงกัมพูชาธิบดี
มาเฝ้ากราบทูลพระกรุณาในเนื้อความว่า เมื่อยกทัพลงมานั้น เขมรป่าพวกละ ๕๐๐ พวกละ ๖๐๐ คน ยกกันมาสกัด
ทาอันตราย กลางวันบ้าง เข้าตีปล้นกลางคืนบ้าง ได้รบกันเป็นสามารถ เขมรร้องว่ามึงแตกทัพญวนลงมาแล้วหรือ
�
แลกองทัพพระยาโกษา กองทัพเจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธร แลกองทัพขุนหมื่นข้าหลวงทั้งปวง ได้ไล่ตะลุมบอนฆ่าฟันเขมร
ล้มตายเป็นอันมาก ฝ่ายเขมรก็ต่อสู้ยิงกองทัพด้วยธนูหน้าไม้ ถูกไพร่ทหารในกองทัพ ๘๐ คนเศษ แต่จะได้อันตราย
ล้มตายแต่สักคนหนึ่งมิได้นั้น จึงทรงพระกรุณาตรัสแก่พระยาโกษาว่า เราคิดเอ็นดูว่าเขมรนี้มิได้แกล้วกล้าในสงคราม
เราจึงอดลดไว้ บัดนี้มาท�าร้ายแก่ไพร่กองทัพนั้น เห็นว่าแผ่นดินกัมพูชาธิบดียังมิสงบจะไว้ชีวิตมิได้ สั่งให้พระยาโกษา
ึ
เจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธร ยกกองทัพข้นไปปราบเขมรเหล่าร้ายให้สงบจงได้ อน่ง เพลาทุ่มเศษ ทรงแต่งกฎประกาศ
ึ
แก่ข้าทูลละอองฯ ฝ่ายทหาร พลเรือนไทยจีน ว่าทางจะไปญวนนั้นขัดสน แลได้มีศุภอักษรไปแก่ญวนแล้วถ้าเป็นไมตรี
ั
ี
ู
่
ื
ั
ื
ึ
็
้
ต่อแล้วกแล้วไป ถ้าดอดงอย่จะยกกองทพเรอไป แลให้พระยายมราช (รชกาลท ๑) พระยาโกษาอย่ช่วยราชการ
ู
ั
ื
พระองค์รามราชา ณ เมืองกัมพูชาธิบด กว่าเขมรจะราบคาบสงบแล้วจึงให้กลับไป เม่อจะกลับไปน้น ให้เกณฑ์กัน
ี
ต้งค่ายเป็นทอดไปกว่าจะถึงกรุงฯ อย่าให้เป็นเหตุการณ์อันตราย จะเอานายทัพนายกองเป็นโทษถึงตาย อน่งญวน
ึ
ั
เขมรอ่อนแก่การสงคราม จะตั้งค่ายก็ตั้งแค่ ๓ ด้าน จะรบเรือก็ลอยเรือยิง เรือใหญ่ช่องปืนยิงนั้นจ�าเพาะแต่ปากปืนนั้น
้
จะยักย้ายมิได้ ล้อรางไม่รวดเร็วอย่างกับเรือรบกรุงฯ ถ้าทแกล้วทหารบุกรุกเข้าไปญวนกระโดดนาหนีไป ได้เรือ
�
�
เคร่องศัสตราวุธเป็นหลายแห่ง หลายตาบล แลกองทัพพระศรีพิพัฒรบกับญวน ญวนลอยเรือรบยิงแต่ไกล มิได้ยกบุกรุก
ื
ี
ั
จงเสยคน ๑๐ คน เรือ ๖ ลา และพระอุทัยธรรมมิได้ช่วยกัน ลาดถอยเรือหนีมาให้เสยราชการนน จะเอาตัว
�
ึ
ี
้
�
�
ั
ี
ั
เป็นโทษตามโทษานุโทษแต่น้สืบไปเม่อหน้า นายทัพนายกองท้งปวงจะรบญวนน้นให้เข้าเป็นกอง ๑๐ ลาบ้าง ๕ ลาบ้าง
ื
ึ
�
ี
ให้ตีแต่เข้าไปให้ชิดได้แคมได้ข้าง ถึงจะยิงปืนช่องปืนจาเพาะแต่ปากบอก จะยกท้ายข้นมได้ ก็จะพ้นไป เสยทางปืน
ิ
แล้วญวนก็จะโดดน�้าหนี จะได้ชัยชนะมาทูลเกล้าฯ เป็นความชอบนัก แลนายทัพนายกองจะรบด้วยเรือรบญวน ผู้ใด
ั
ิ
ั
ั
ร้งรอย่อหย่อนอยู่ให้เสียราชศรีสวัสด์น้น ให้นายทัพผู้ใหญ่ตัดศีรษะเสียบ อย่าได้ดูเย่ยงอย่างกัน ญวนต้งค่ายรบเอา
ี
เรือรบ เรือล่อ อย่าให้บุกรุกเข้าไป ถ้าพอจะเอาเรือรบซ่อนไว้ได้ ก็ให้ซุ่มไว้ ให้แต่งกองออกล่อให้เสียกลแล้ว ก็ให้ตัดท้าย
ตัดกลางบุกรุกเข้าไป จึงจะได้ชัยชนะด้วยง่าย
นาวิกศาสตร์ 34
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
�
ึ
่
ี
ั
วันพุธ เดือนอ้าย ข้น ๑๒ คา เพลาบ่าย ๓ โมงเศษ ฯพฯ ลูกขุน (ข้าราชการช้นผู้ใหญ่) ณ ศาลาท่ประทับ
ื
ได้เอาหนังสือบอกของพระยายมราช (รชกาลท ๑) น้น กราบทูลพระกรณาในใจความน้นว่า วันจันทร์ เดอน ๑๒ ข้น ๕ คา
ั
่
�
ึ
ั
ั
ี
่
ุ
ั
ั
ยกกองทัพบกมาถึงบ้านปราสาทเอกไกลเมืองพระตะบองประมาณ ๑๕๐ เส้น ต้งค่ายม่นลงแล้ว แต่งให้พระหลวง
ขุนหม่น ทแกล้วทหารท้งปวง ๑,๐๐๐ เศษ ยกเข้าตีเมืองดูกาลัง รบกันเพลาบ่ายโมงจนเพลาคา เขมรยังรบพุ่งต้านทานอย ู่
�
่
ื
ั
�
คร้นเพลาประมาณ ๒ ทุ่มเศษ พระอนุชิตราชาและนายทัพนายกองท้งปวง จึงแต่งคนให้ข้ามนาวกหลังไปตีเขมร
้
ั
ั
�
ั
แตกพ่ายไป จึงยกมาต้งม่นอยู่ ณ บ้านปลงกะบ แล้วให้พระยากาแหงวิชิต ยกรบัตรทัพอยู่รักษาด่าน กองหลวง
ู
�
ั
ั
กองหน้า กองเกียกกาย กองยกรบัตรทัพ กับนายทัพนายกองท้งปวง ยกไปตีเขมรท่ค่ายส�านักระกา รบพุ่งกันแต่
ี
เพลาเช้า ๒ โมง จนเพลาบ่าย ๒ โมง ตะลุมบอนฟันแทงเขมรตายประมาณ ๑๐๐ คนเศษ เขมรแตกไป จับได้ ๒๗ คน
ได้ปืนแกว (ญวน) ๕๐ กระบอก ม้า และเครื่องศัสตราวุธเป็นอันมาก พระวิเศษถูกปืนตาย และทหารบาดเจ็บ ๑๔ คน
ตาย ๑ คน แลสืบข่าวได้ว่าเขมรตั้งค่ายรบ ณ บ้านตะพงปรัก ๒ ค่าย จึงให้ฟ้าทะละหะ และนายเงินน้องพระวิเศษ
ั
�
ทาราชการแทนพระวิเศษกองหน้าต่อไป ยกกองทัพเข้าตีเมืองโพธิสัตว์เขมรแตกหนีไป จึงต้งค่ายพักอยู่หาเสบียง
ณ เมืองโพธิสัตว์ ๓ วัน แต่งให้ทหารรักษาเมือง ๒๐๐ คน แล้วให้แยกข้นทางเมืองตะคร้อ เมืองขลุง เมืองลารอง
ึ
เมืองบริบูรณ์ ตัดตรงจะเข้าตีเมืองพุทไธเพชร คร้นถึงบ้านกาแรง จับเขมรได้ ให้การว่า กองทัพหลวงได้เมืองพุทไธเพชร
�
ั
ี
แล้วจึงยกรีบมาตามเสด็จฯ (พระยายมราช รัชกาลท ๑ เข้าพระทัยว่าพระเจ้าตากสินฯ เสด็จมากับทัพหลวง ความจริงแล้ว
่
เป็นทัพหน้าของเจ้าพระยาจักร (หมุด) ท่ตีเมืองพุทไธเพชรได้ก่อนแล้ว) พบพระองค์รามราชาบอกว่าเสด็จฯ
ี
ี
ั
ั
กลับไปเมืองฮาเตียน/พุทไธมาศแล้ว แลเมืองพุทไธเพชรน้น ข้าวปลาอาหารขัดสน จึงยกมาต้ง ณ เมืองโพธิสัตว์
เมืองปัตบอง (พระตะบอง) ข้าวปลาอาหาร ผู้คนค่อยม่งค่ง ให้ฟ้าทะละหะอยู่เกล้ยกล่อมจะได้ช่วยราชการไปกว่าจะสงบ
ี
ั
ั
ี
ั
ั
ั
คร้นได้ทรงฟังในหนังสือบอกน้นแล้ว จึงทรงฯ ตรัสส่งว่า ฟ้าทะละหะน้นให้อยู่เกล้ยกล่อม ณ เมืองโพธิสัตว์
ั
เมืองปัตบอง ที่ข้าวปลาอาหาร ผู้คนมาก และให้มีหนังสือไปเถิงพระองค์รามราชา ว่าได้ให้พระยายมราช (รัชกาลที่ ๑)
พระยาโกษาอยู่ช่วยราชการพระองค์รามราชา ถ้าราชการกรุงกัมพูชาธิบดีสงบแล้วจึงให้กองทัพกลับเข้าไปกรุงฯ
�
ึ
แลพระราชทานข้าว ๑๐๐ เกวียน ดินประสิว ๕ หาบ ดีบุก ๕ หาบ ไว้แก่พระองค์รามราชาสาหรับราชการ อน่ง ฟ้าทะละหะ
ครั้นสงบราชการแล้ว ให้คงที่เป็นฟ้าทะละหะท�าราชการทะนุบ�ารุงแผ่นดินกรุงกัมพูชาธิบดีสืบไป แล้วทรงพระกรุณา
ี
พระราชทานข้าวไว้สาหรับเมือง ให้พระองค์รามราชา ๑๐๐ เกวียน พระยาราชาเศรษฐ ๑๐๐ เกวียน ไว้เมืองพุทไธมาศ
�
ถ้าพระองค์รามราชาขัดสนก็ให้แต่งคนลงไปรับเอาต่อพระยาราชาเศรษฐี เมืองปากน�้าพุทไธมาศ (ฮาเตียน)
ึ
วันศุกร์ เดือนอ้าย ข้น ๑๔ คา เพลาเช้า เสด็จฯ ออกขุนนาง ณ ตาหนักเมืองพุทไธมาศ ตรัสส่งเจ้าพระยาสรประสิทธ์ว่า
�
ิ
�
่
ั
ณ วันเดือนอ้าย แรม ๓ ค�่า จะเสด็จกลับไปเมืองธนบุรี ให้ตั้งพิธีไปแต่วันนี้ ให้เป็นลมว่าว ลมตะวันออก กว่าจะเสด็จฯ
กลับไปเถิงเมืองธนบุรี อย่าให้เป็นเหตุการณ์แก่พิริยโยธาทั้งปวง
อน่ง เพลายาคาแล้ว ทรงพระอักษรส่งให้นายเล่ห์อาวุธ (มหาดเล็ก) ให้หมาดไทยหมายบอกข้าทูลละอองฯ
ึ
�
่
่
�
ฝ่ายทหาร พลเรือน ทแกล้วทหารทั้งปวงในใจความว่า จะเสด็จฯ กลับไปโดยทางชลมารคนั้น ให้ไปเป็นหมวดเป็นกอง
ี
อย่าให้พลัดหมวด พลัดกอง มีราชการจะได้หากันสะดวก แลฤดูน้เป็นเทศกาลลมว่าวพัดด้านข้างเรือ ลมตะวันออก
พัดข้างเรือ ห้ามอย่าให้ออกไปไกลฝั่ง ให้เลียบริมฝั่งไป ถ้าจะข้ามอ่าว ลมพัดข้างเรือนัก คลื่นใหญ่จะไปมิได้ ให้หยุดอยู่
กว่าคลื่นจะสงบราบก่อนจึงไป ให้ได้อ่าวอาศัยถ้าเห็นว่าลมเปล่าโปร่งดี ก็ให้ไปทั้งกลางวันกลางคืน อย่าให้หยุดอยู่ที่ใด
�
ี
ึ
ิ
ึ
ิ
ึ
ั
ท่หน่ง แลให้นายทัพนายกองกาชับว่ากล่าวกัน อย่าให้เป็นเหตุการณ์แต่ส่งหน่งส่งใดได้ อน่ง ลูกเรือน้นให้ดูโคม (สัญญาณไฟ)
นายเรือเป็นส�าคัญ ให้ไปเป็นหมวดเป็นกองกันตามรับสั่ง
นาวิกศาสตร์ 35
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ี
ี
ี
้
ความเป็นไปข้างต้นน ช้ให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพความเป็นชาวเรือของพระเจ้าตากสินฯ ท่ทรงวิเคราะห์คาดการณ์
สภาพท้องทะเล และฟ้าอากาศ ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงต่อการยาตราเรือจ�านวนมาก
วันเสาร์ เดือนอ้าย ข้น ๑๕ คา เพลาเช้าเสด็จฯ ทรงม้าพระท่น่งไปบาเพ็ญการกุศล ณ วัดญวน ให้สังฆการีธรรมการ
ึ
�
ั
่
ี
�
ี
ี
(เจ้าพนักงานผู้มีหน้าท่เก่ยวกับสงฆ์ในงานหลวง) นิมนต์พระสงฆ์ไทย จีน และญวน เป็นอันมาก มาพร้อมกัน ณ วัดญวน
แล้วสวดพระพุทธมนต์ตามภาษา ครั้นจบแล้วถวายไทยทาน แล้วตรัสประภาษให้โอวาทพระสงฆ์ญวนโดยภาษาญวน
พระสงฆ์จีนโดยภาษาจีน ในพระราชอธิบายว่าให้ตั้งอยู่ในสังวรศีล (ความส�ารวมเป็นศีลได้แก่สังวร ๕ อย่าง)
ึ
ี
รุ่งข้นเพลาบ่าย ๓ โมงเศษ พระยาพิษณุโลก เจ้าเมืองเชิงกะชุม พระยาโยธาภักด เจ้าเมืองมะลิกุน พระยาราวีโยธาธิบด ี
ี
�
ี
ื
เจ้าเมืองนครบุร พระยาจักร (หมุด) พามาเฝ้า ทรงพระกรุณาพระราชทานเส้อผ้าคนละสารับ พระราชทานปืนใหญ่ ๒ บอก
�
ี
ให้พระยาพิษณุโลกรักษาค่ายปากนาโพรงกระสัง ฝากไปพระองค์ราม ปืนใหญ่ ๕ บอก และให้พระยาจักร (หมุด)
้
�
ึ
มีหนังสือไปถึงพระองค์รามราชา ใจความว่า ทรงพระกรุณาพระราชทานปืนใหญ่ไว้สาหรับเมือง ๕ บอก และเมืองซ่งข้นแก่
ึ
ี
ี
ี
กัมพูชาธิบด อย่าเพ่อให้เรียกส่วยไรก่อน ด้วยว่ากองทัพมายาย ผู้คนยังขัดสนอยู่ แลให้โอบอ้อมเกล้ยกล่อมเอาไว้ใช้
�
่
�
้
โดยไมตร อย่าให้เสียนาใจได้ แล้วให้พระองค์รามราชาสืบดูหนทางจะไปเมืองอนากก เมืองลูกหนาย (เมืองซาดิงห์/
�
ี
ไซง่อน) ให้สรรพไว้
วันจันทร์ เดือนอ้าย แรม ๒ คา เพลายาฆ้องคาแล้วทุ่มเศษ พระองค์รามราชามีหนังสือบอกมากราบทูล
่
�
่
�
่
�
พระกรุณาใจความว่า พระองค์อุทัยราชา (นักองค์ตน) เจ้าเสสัง (พระองค์เจ้าศรีสังข์) หนีไปแคว้นเมืองญวนติดตาม
ไปไม่ได้ จึงยกทัพกลับมา แลให้ทหารไปเกลี้ยกล่อม พบกองทัพพระองค์อุทัยฯ ได้รบกันแตกหนีไป แลขัดสนด้วยปืน
�
ึ
จะขอปืนคาบศิลาซ่งเบิกไปสาหรับทัพ ๓๐ บอก จะขอใหม่ ๗๐ เป็น ๑๐๐ บอก จะได้เป็นกาลังราชการไป
�
ั
คร้นได้ทรงฟังหนังสือบอกน้น แล้วจึงส่งให้พระราชทานปืนคาบศิลา ๑๐๐ บอก แลจัดปืนคาบชุด ๑๒ บอก พระราชทาน
ั
ั
ี
ไปเป็น ๑๑๒ บอก แล้วทรงพระอักษรให้เจ้าพระยาจักร (หมุด) บอกไปเถิงพระองค์รามราชาใจความว่า ปืนใหญ่ ๕ บอก
ึ
ฝากพระยาพิษณุโลกข้นไปถึงพระองค์รามราชา แลพระราชทานปืนใหญ่พระยาพิษณุโลก ๒ บอก สาหรับรักษา
�
ค่ายปากน�้าโพรงกระสัง ถ้าช้าไปก็ให้พระองค์รามราชาแต่งคนลงมารับเอาต่อพระยาพิษณุโลก อนึ่ง ดีบุก ๕๐ หาบ
ดินประสิว ๕๐ หาบ ฝากพระยาโกษา (นอกราชการที่โปรดให้ไปอยู่ช่วยราชการ ณ กรุงกัมพูชาฯ) ไปพระราชทาน
ี
พระองค์รามราชา ถ้าขดสนด้วยลูกกระสุนดนประสว ทรงพระกรุณาพระราชทาน พระยาราชาเศรษฐไว้เป็นอันมาก
ั
ิ
ิ
ให้พระองค์รามราชาแต่งคนมายืมเอา อนึ่ง ข้าวเปลือก ๗๐ เกวียน มอบพระยาราชาเศรษฐีไว้ ถ้าพระองค์รามฯ ขัดสน
ด้วยอาหารก็ให้แต่งคน แต่งเกวียนลงไปรับเอา จะเสด็จอยู่ที่เมืองพุทไธมาศช้านักมิได้ ด้วยเจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช
แลข้าหลวง (ผู้รักษาพระนคร-กรุงธนบุรี) บอกหนังสือส่งคนข่าว ลาว ละว้า พะม่า หน้าด่านมา พะม่าเสียแก่ห้อ (ฮ่อ-จีน) แล้ว
ี
ึ
ื
แลพม่าแตกต่นมาหน้าด่าน จะเสด็จฯ พระดาเนินมายังกรุงธนบุร จะแต่งกองทัพข้นไปจัดแจงเมืองเชียงใหม่
�
เมืองมัตมะ และเมืองหงสา
วันอังคาร เดือนอ้าย แรม ๓ ค�่า ยกโยธาทัพหลวง จากเมืองพุทไธมาศกลับคืนพระนคร เสด็จฯ โดยทางชลมารค
มาในท้องทะเลหลวง คลื่นลมสงบ หาอันตรายมิได้ เสด็จฯ มา ๑๓ วัน วันจันทร์ เดือนอ้าย แรม ๑๓ ค�่า ถึงเมืองธนบุรี
ิ
(พระองค์เจ้าจุ้ยแลเจ้าเมืองจันทบุรีคนเก่า พร้อมพวกถูกประหารส้น ส่วนพระองค์เจ้าศรีสังข์น้น ตามพระราชพงศาวดาร
ั
กรุงกัมพูชา ฉบับพระองค์นพรัตน์ กล่าวว่า “ลุเดือน ๓ ในปีเถาะ (จ.ศ. ๑๑๓๓ พ.ศ. ๒๓๑๔ นี้ เจ้าเสสัง (ศรีสังข์)
ซึ่งเป็นเจ้านายไทยที่หนีมาจากกรุงศรีอยุธยา ครั้งเมื่อพม่ามาตีเมืองมาอยู่เมืองเขมรนั้นได้สิ้นพระชนม์ลง”)
นาวิกศาสตร์ 36
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
บทสรุป
�
ี
�
สยามสามารถกาจัดอิทธิพลของหมักเทียนต๋อไม่ให้มารบกวนการแผ่ปริมณฑลอานาจของธนบุร และความสัมพันธ์
ื
�
ี
กับราชสานักจีน ตลอดจนการสถาปนากษัตริย์กัมพูชาภายใต้การกากับของธนบุร แม้จะไม่มีอานาจเหนือกัมพูชา
�
�
้
ี
ั
ิ
�
ท้งหมดก็ตาม นอกจากน ยังเป็นการส้นสุดอานาจทางการเมืองของราชวงศ์บ้านพลูหลวงอยุธยาในอุษาคเนย์
และไม่เป็นอุปสรรคต่อการครองบัลลังก์กรุงธนบุรีอีกต่อไป
ี
ี
�
�
ั
�
้
สาหรับเรือท่ไปราชการทัพคร้งน มีจานวนมากประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ ลา คงจะเกณฑ์มาจากหัวเมืองปักษ์ใต้
(รวมท้งเรือท่รับส่งให้ต่อใหม่คราวยกทัพเรือไปตีเมืองนครศรีธรรมราช) และหัวเมืองตะวันออก รวมท้งสาเภาของขุนนาง
ั
ี
ั
ั
�
ข้าราชการ และลูกค้าจีนทั้งปวง ส่วนปืนเล็กปืนใหญ่นั้น ในพงศาวดารกล่าวว่า
ี
ิ
ื
ู
ื
ั
ั
�
ู
“แขกเมองตรงกาน และแขกเมองยกตรา (ปัตตาเวย/อนโดนเซย) นาเอาปืนคาบศลาเข้ามาทลเกล้าถวาย
ี
ิ
ี
ถึง ๒,๒๐๐ กระบอก เป็นพระราชลาภอันวิเศษ”
กับอีกคราวหนึ่ง กล่าวอย่างสั้น ๆ ว่า
“เมืองยักตราถวายปืนใหญ่ ๑๐๐ กระบอก”
ในจดหมายเหตุของฮอลันดามีกล่าวว่า “ฮอลันดาทางเมืองชวาได้จัดส่งปืนมาให้สยามตามท่ต้องการ
ี
ึ
ในสมัยกรุงธนบุร (น่าจะเป็นการค้าขาย)” ซ่งทางฝ่ายฮอลันดาคงจะเห็นแล้วว่าเป็นการทาบุญคุณกันไว้ ต่อไปภายหน้า
�
ี
จะได้เข้ามาค้าขายกับกรุงธนบุรีได้โดยสะดวก ท้งน นับว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ทรงดาเนินนโยบายทางการเมืองกับ
้
ี
�
ั
ั
ชาติตะวันตกได้เป็นอย่างด ซ่งแม้แผ่นดินกรุงธนบุรีเป็นราชธานีของไทยจะมีระยะเวลาไม่ยาวนานนัก แต่ตลอดห้วงเวลาน้น
ึ
ี
ไม่ปรากฏภัยคุกคามจากชาติตะวันตกเลยแม้แต่น้อย
ทั้งนี้ก็ด้วยพระปรีชาสามารถของพระเจ้าตากสินฯ ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แก่ปวงชนชาวไทย
นั่นเอง
ั
�
ี
ิ
นอกจากน้แล้วสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงมีพระปรีชาสามารถในการทาสงครามอย่างดีย่ง ท้งศาสตร์และ
ศิลป์ ดังเห็นได้จากทรงวางแผนการทัพในการพิชิตเมืองฮาเตียน และกรุงกัมพูชาอย่างเป็นระบบ โดยส่งกองทัพบก
ไปทางปราจีนบุร ส่วนพระองค์ยกทัพเรือเป็นทัพหลวงไปตีเมืองฮาเตียน และเมื่อกองเรือไปถึงเมืองจันทบุรีได้ทรงส่งให้
ี
ั
ื
�
กองเรือของพระยาโกษาแยกไปตีเมืองกาปงโสม และเมืองกาปอด เม่อทัพหลวงไปถึงเมืองฮาเตียนแล้วทรงสารวจ
�
�
ึ
ภูมิประเทศโดยเสด็จด้วยพระบาทยืนอยู่บนแหลมเผ่าได๋ ซ่งสามารถมองเห็นตัวเมืองได้ท้งหมด และเป็นจุดยุทธศาสตร์
ั
ั
สาคัญ จากนั้นทรงวางแผนเข้าตีเมืองอย่างเป็นระบบ หลังจากการรบแล้วทรงตรัสถามท้งกาลังทางบกและทางเรือ
�
�
ว่าได้ดาเนินการตามท่ได้ทรงรับส่งไว้หรือไม่ เพ่อเป็นบทเรียนในการรบคร้งต่อไป รวมท้งมีการลงโทษผู้ไม่ปฏิบัติตามรับส่ง
ั
ั
ั
ี
ื
ั
�
�
และปูนบาเหน็จให้ด้วยหลังจากทรงจัดการบ้านเมืองให้เรียบร้อยแล้วด้วยการออกกฎหมายประเทศ ไม่ให้ทหาร
ี
ี
�
ั
ทาอันตรายต่อพลเมืองผู้ไม่เก่ยวข้องกับการรบ แล้วทรงวางแผนข้นต่อไป โปรดให้เจ้าพระยาจักร (หมุด) เป็นแม่ทัพหน้า
ยกทัพไปตีเมืองพุทไธเพชร (อุดงฤาชัย) กองเรือขององครามราชารวมอยู่ดวย ยกล่วงหน้าไปก่อนทัพหลวง โดยเดินทัพ
์
้
ไปตามล�าน�้า ซึ่งจะเป็นการประสานสอดคล้องกับทัพบกที่ยกมาอีกทางหนึ่ง
�
ั
การดาเนินการทางด้านการทูตน้น พระองค์ทรงกระทาควบคู่กันไปด้วย เช่น มีศุภอักษรถึงเจ้าเมืองฮาเตียน
�
ั
�
ี
ื
ให้ออกมายอมแพ้ก่อนถึงจะเข้าตีเมือง รวมท้งเม่อได้เมืองพุทไธเพชรแล้ว ทรงให้มีศุภอักษรไปถึงเจ้าอนากก (ท่เมืองเว้)
เป็นทางพระราชไมตรีมิให้พิโรธแก่กัน ด้วยจะแบ่งแผ่นดินกัมพูชาเป็น ๒ ภาค
ในทางด้านยุทธศาสตร์แล้ว การท่ทรงขยายขอบเขตปริมณฑลอานาจมาทางตะวันออกน้น เป็นการป้องกันในเชิงลึก
ี
�
ั
ี
ื
ั
เพ่อไม่ให้ญวนใช้เขมรเป็นฐานในการบุกรุกสยามได้ รวมท้งการมีแผนท่จะกลับไปจัดการกับหัวเมืองเหนือ (ล้านนา)
ซึ่งพม่าใช้เป็นแหล่งสะสมเสบียง และก�าลังคนในการตีอยุธยามาแล้ว
นาวิกศาสตร์ 37
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
�
ี
ส่วนในทางยุทธวิธ พระองค์ทรงมีความรอบรู้เป็นอย่างดีในการใช้ปืนใหญ่เรือ และทรงแนะนาจุดอ่อนการใช้
�
ี
ปืนใหญ่ฝ่ายญวน นอกจากน้การเสด็จกลับกรุงธนบุรีโดยทางชลมารค ได้ทรงตรัสแนะนาวิธีการในการเดินเรือโดยละเอียด
ั
ี
ี
่
�
เพ่อมิให้เกิดเหตุการณ์แก่พิริยโยธาท้งปวง สาหรับกองทัพบกในส่วนท่ให้พระยายมราช (รัชกาลท ๑) และพระยาโกษา
ื
อยู่ช่วยราชการพระองค์รามราชาจนกว่าบ้านเมืองสงบแล้ว จึงให้กองทัพกลับไปกรุงธนบุรีน้น ทรงรับส่งถึงรายละเอียด
ั
ั
ในการถอนกองทัพเป็นขั้นเป็นตอน
ี
�
�
นอกจากน้ในด้านส่งกาลังบารุง ทรงจัดข้าวสาร กระสุนดินดา ตลอดจนยุทโธปกรณ์มอบให้เมืองฮาเตียน
�
องค์รามราชา และแม่ทัพที่รักษาเมืองอื่น ๆ อย่างเพียงพอ
เอกสารประกอบการเขียน
๑. กรมศิลปากร. ประชุมพงศาวดารภาคที่ ๖๖. (จดหมายรายวันทัพสมัยกรุงธนบุรี คราวปราบเมืองพุทธไธมาศและ
ั
์
ั
ั
ิ
เขมร พ.ศ. ๒๓๑๔) ในอนุสรณงานพระราชทานเพลงศพ นาวาตร หลวงจกรวธานสนทด (กมล อากาศวภาต). พ.ศ.๒๕๐๓.
ิ
ี
ิ
๒. แชน ปัจจุสานนท์, พลเรือตรี. ประวัติการทหารเรือไทย. พ.ศ. ๒๕๐๘.
๓. ด�ารงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. ต�านานเรือรบไทย. อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ
นาวาเอก พระประพิณพนยุทธ์ (พิณ พลชาติ). พระนคร: โรงพิมพ์พระจันทร์. ๒๔๙๖.
ั
ั
๔. พนจนทนมาศ (เจม). พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ: จดหมายรายวันทัพ, อภินิหารบรรพบุรุษ
ิ
ุ
และเอกสารอื่น. กรุงเทพฯ: ศรีปัญญา, ๒๕๕๑.
๕. สุเจน กรรพฤทธ์. ศึกชิง “กัมพูชา” และ “ฮาเตียน” ระหว่างราชสานักสยามและตระกูลเหงวียนช่วงปลาย
ิ
�
่
ี
ี
ี
คริสต์ศตวรรษท่ ๑๘ ถึงต้นคริสต์ศตวรรษท่ ๑๙. ใน วารสารประวัติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ฉบับท ๑ (ม.ค .- มิ.ย. ๒๕๖๑).
หน้า ๑๑๗ - ๑๗๕
ิ
๖. สานักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. ประชมพงศาวดารฉบบกาญจนาภเษก เล่ม ๒, ๓ และ
�
ั
ุ
๑๒. กรมศิลปากร, ๒๕๔๙
๗. Sellers, Nicholas. The Prince of Ha-Tien, (1983).
๘. Sakurai, Yumio. Ha-Tien or Banteay Meas in The Time of The Fall of Ayutthaya, (1999).
นาวิกศาสตร์ 38
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
นาวิกศาสตร์ 39
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
์
ุ
ิ
้
ี
่
ื
่
ั
้
จากเหตุการณ์รบทางเรือในวิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ เมอวนท ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๓๖ เหตการณสนสดดวยการท ่ ี
ุ
ี
ประเทศไทยต้องถูกปรับ และสูญเสียดินแดนบางส่วนไป นับว่าเป็นบทเรียนอันมีค่าสาหรับประเทศไทยท่จะต้องรีบเร่ง
�
ปรับปรุง และพัฒนาประเทศ เพ่อไม่ให้ประเทศมหาอานาจใช้เป็นข้ออ้างในการเข้ารุกรานประเทศไทย ดังน้น
ั
ื
�
ใน พ.ศ. ๒๔๓๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงส่งพระราชโอรสหลายพระองค์ไปศึกษาวิชา
�
ื
ด้านการปกครอง การทหารบก และการทหารเรือ ณ ประเทศในทวีปยุโรปเพ่อจะได้นาองค์ความรู้มาปรับปรุงพัฒนาประเทศ
ให้เจริญรุ่งเรืองทัดเทียมอารยประเทศ โดยได้ทรงส่งสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ไปศึกษา
ึ
�
ึ
ั
วิชาการทหารเรือ ณ ประเทศอังกฤษ ซ่งเป็นมหาอานาจทางทะเลประเทศหน่งในขณะน้น หลังจากพระองค์ได้จบ
การศึกษา พระองค์ได้รับราชการในกองทัพเรือ และได้ทรงวางรากฐานให้กองทัพเรือพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน เช่น
ี
�
�
ทรงให้กาเนิดแผนป้องกันประเทศทางทะเลฉบับแรกของประเทศไทยท่เรียกว่า “โครงการเสริมสร้างกาลังทางเรือ
ร.ศ. ๑๒๙” ประกอบด้วยแนวคิดในการใช้กาลังทางเรือ และความต้องการกาลังรบทางเรือซ่งก็คือแผนการทัพ (Campaign
�
ึ
�
Plan) ในการป้องกันประเทศทางทะเลฉบับแรกของประเทศไทย โดยวิสัยทัศน์ของพระองค์เป็นแนวคิดยุทธศาสตร์ทะเล
ี
�
(Maritime Strategy) คือ การมองเขตแดนทางทะเลเป็นเสมือนแผ่นดินท่ต้องมีอานาจอธิปไตย และการท่ประเทศต้อง
ี
รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเช่นเดียวกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางบก และความขัดแย้งระหว่างรัฐ
ี
ึ
�
ั
ื
สามารถขยายอานาจจากทะเลข้นสู่ฝั่ง และยึดครองพ้นท่ทางบกต่อไปได้ ด่งเช่น วิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ สงคราม
ฝร่งเศส-สยาม ซ่งฝร่งเศสใช้การทูตเเบบเรือปืน นาเรือละเมิดอธิปไตยของไทยโดยมีการสู้รบกันท่ป้อมพระจุลจอมเกล้า
ี
ึ
ั
�
ั
และฝรั่งเศสได้ท�าการปิดอ่าวไทยบริเวณเกาะสีชัง และเข้ายึดจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด กดดันจนท�าให้รัฐบาล
ไทยต้องยอมเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่นาโขง และการนาวิทยาการสมัยใหม่เข้ามาปรับใช้ในหลักสูตรการเรียนของโรงเรียน
�
�
้
ั
ั
นายเรือ โดยคร้งเม่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้แต่งต้งให้นายพลเรือตรี พระเจ้าลูกยาเธอ
ื
กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ท�าการในต�าแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ พระองค์
จึงได้ทรงวางหลักสูตรโรงเรียนนายเรือใหม่ ทรงรับหน้าท่เป็นครูในบางวิชาท่ทรงเช่ยวชาญ คือ ตรีโกณมิติ ดาราศาสตร์
ี
ี
ี
วิชาการเรือ และอุทกศาสตร์ เช่นเดียวกับนายทหารเรืออีกหลายท่าน ซึ่งต้องแบ่งเวลาท�างานมาช่วยกันสอนวิชาที่ตน
มีความช�านาญ การศึกษาในโรงเรียนนายเรือจึงก้าวหน้ายิ่งขึ้น
ภาพที่ ๑ เหตุการณ์รบทางเรือในวิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒
ที่มา http://www.navyhistory.navy.mi.th/index.php/today/detail/content_id/3133
นาวิกศาสตร์ 40
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ภาพที่ ๒ โรงเรียนนายเรือ
ใน พ.ศ. ๒๔๔๙ (ร.ศ. ๑๒๕) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จมาทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ
โดยใช้ช่อว่า “โรงเรียนนายเรือ ร.ศ. ๑๒๕” ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานลายพระราชหัตถเลขา ไว้ในบันทึก
ื
สมุดเยี่ยม โรงเรียนนายเรือไว้ว่า
ภาพที่ ๓ พระราชหัตถเลขาในบันทึกสมุดเยี่ยมโรงเรียนนายเรือ
“วันที่ ๒๐ พฤษจิกายน รศ ๑๒๕ เราจุฬาลงกรณ์ ปร ได้มาเปิดโรงเรียนนี้ มีความปลื้มใจซึ่งได้เหนการ
ทหารเรือมีรากหยั่งลงแล้ว จะเปนที่มั่นสืบไปในภายน่า”
ั
ี
ึ
ี
้
ี
ึ
่
ิ
โดยพระราชหัตถเลขานเอง วันท ๒๐ พฤศจกายน ซงเป็นวนท่รากฐานการทหารเรอได้หย่งลงแล้ว จงถือว่า
่
ั
ื
ี
่
ิ
์
ั
ุ
ุ
ื
ื
เป็นวนกองทพเรอสบมาจนถงทกวนน และจากการทพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชมพรเขตอดมศกด ทรงได้เป็น
ั
ั
ี
้
ั
ึ
ุ
ผู้วางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือในทุก ๆ ด้าน ดังนั้น ใน พ.ศ. ๒๕๔๔ กองทัพเรือได้มีประกาศกองทัพเรือ
ขนานพระนามพระองค์ว่า “องค์บิดาของทหารเรือไทย” และจากพระกรุณาของพระองค์ท่มีต่อทหารเรือ “ด่งพ่อกับลูก”
ั
ี
ี
พระองค์ทรงได้รับการเชิดชูในหมู่ทหารเรือเรียกขานพระองค์ว่า “เสด็จเต่ย” โดยหม่อมราชวงศ์ จิยากร อาภากร
เสสะเวช ประธานมูลนิธิราชสกุลอาภากร ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้อธิบาย
ไว้ถึงที่มาของค�าเรียก “เสด็จเตี่ย” ในงานครบรอบ ๑๔๐ ปี วันคล้ายวันประสูติของพระองค์ท่านไว้ว่า
นาวิกศาสตร์ 41
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
“พระองค์ท่านทรงให้ความเป็นกันเองกับทหารเรือทุกคน เพราะทรงเห็นว่าทหารเรือก็คือลูกหลานของพระองค์
ดังนั้น เพื่อให้ไม่เกิดความห่างไกลกันจึงทรงให้เรียกพระองค์ท่านว่า “เตี่ย” ซึ่งเป็นค�าจีนที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี และ
ึ
�
ี
�
ื
ทาให้เกิดความใกล้ชิดกันมากข้นค่ะ เม่อทหารเรือเรียกพระนามพระองค์ท่านว่าเต่ยก็จึงเติมคาว่าเสด็จนาหน้าด้วย
�
ต่อมาคนทั่วไปก็จึงเรียกพระนามพระองค์ว่า “เสด็จเตี่ย” ไปโดยปริยาย”
่
่
ี
ื
ั
ื
ั
ี
ู
ื
ี
ั
ิ
็
ู
ึ
ั
ั
่
และด้วยลกษณะนสยของพระองค์ท่านผ้เปรยบเสมอนพ่อ หรอเสดจเตยทรกเหล่าทหารเรอดงพ่อกบลก จงม ี
ั
เร่องเล่าถึงพระกรุณาต่อทหารเรือในทุกระดับช้น เช่น เร่องการจัดต้งกิจการฌาปนกิจกองทัพเรือ ตามจดหมาย
ื
ื
ั
หลวงรักษาราชทรัพย์ (รักษ์ เอกะวิภาต) ลง ๑๕ ธันวาคม ๒๔๙๖ ดังนี้
“พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เสด็จไปตรวจดู
ั
ิ
เรือราชพิธีท่โรงเก็บเรือคลองบางกอกน้อย คร้นเวลาเสด็จกลับผ่านมาทางหลังป่าช้าวัดระฆังโฆสิตาราม ถนนบ้านขม้น
ี
็
มงานเผาศพ เรอตรี แพ เสดจในกรมฯ เหนศพตงอยู่เชิงตะกอนอย่างสามญชนมทหารและญาติ ๑๐ กว่าคน
ั
ี
ี
็
้
ั
ื
ทรงพิจารณาอยู่รู้สึกเศร้าสลดพระทัยจึงสั่งห้ามยังไม่ให้เผา และทรงเขียนค�าสั่งด้วยดินสอลงบนกระดาษให้ เรือตรี เล่
คนใช้ของเสด็จในกรมฯ ไปให้เจ้าหน้าท่ต่าง ๆ มีใจความว่า ๑) ให้กองพันพาหนะจัดเต็นท์มากาง เอาเก้าอ้มาต้ง
ี
ี
ั
่
ี
้
ื
ื
่
ื
่
้
ื
ั
ื
ุ
�
ั
้
๒) ใหกองตงเครอง กรมพสด จดนารอนนาชา และเครองดมมาเลยง ๓) ใหนายทหาร และพลทหารในเรอรบ เรอชวยรบ
้
่
ั
้
้
�
้
ที่ไม่ได้อยู่เวรมาร่วมพิธีศพ ๔) ให้กองพันจัดทหาร และแตรเป็นกองเกียรติยศไปเป่า และเคารพศพเวลาเผา”
ั
วันน้นงานศพของ เรือตรี แพ จึงเป็นงานศพท่มีเกียรติยศ มีทหารไปร่วมงานเต็มวัด โดยมีเสด็จในกรมฯ
ี
ึ
ทรงเป็นประธานพระราชทานเพลิงศพ แล้วเสด็จกลับ ในวันต่อมาทรงอนุญาตให้ต้งแผนกการกุศลฌาปนกิจข้นใน
ั
ราชนาวิกสภาอีกแผนกหน่ง และโปรดเกล้าฯ ให้ต้งแผนกการกุศลฌาปนกิจ จึงถือได้ว่าการฌาปนกิจสงเคราะห์
ั
ึ
ั
แห่งราชนาวีกาเนิดข้นต้งแต่วันน้นเป็นต้นมา โดยเสด็จในกรมฯ ทรงเป็นสมาชิกหมายเลข ๑๕ ต่อมาได้มีการตรา
ั
�
ึ
กฎหมายเป็นพระราชบัญญัติฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๑๗ และปัจจุบันมีการแก้ไขเป็นพระราชบัญญัต ิ
การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๔๕
ภาพที่ ๔ “หมอพร”
นอกจากพระกรุณาธิคุณที่มีต่อกองทัพเรือแล้ว พระกรุณาที่มีต่อประชาชนผู้ได้รับความเจ็บป่วย ผู้ยากจน และ
คนในทุกหมู่เหล่า ท�าให้พระองค์ได้รับความนับถือยกย่องในฐานะ “หมอพร” อีกด้วย โดยเสด็จในกรมฯ ได้ไปศึกษา
ั
วิชาแพทย์แผนโบราณจากหัวหน้าหมอหลวงแห่งราชสานัก และได้ออกรักษาประชาชนผู้ยากไร้โดยไม่คิดท้งค่ารักษา
�
ั
ื
และค่ายา โดยเปิดวังของพระองค์เป็นโรงพยาบาลเล็ก ๆ บางคร้งพระองค์ก็ทรงนุ่งโสร่งแดง ไม่ใส่เส้อ มีผ้าขาวม้า
ื
พาดบ่าออกรักษาคนไข้ ทรงตรวจโรคด้วยเคร่องมือสมัยใหม่มีการตรวจเลือด และใช้กล้องตรวจโรคแต่ให้ยาแพทย์แผนไทย
พระองค์ไม่ประสงค์ให้ใครเรียกว่า “เสด็จในกรมฯ” แต่โปรดให้เรียกว่า “หมอพร”
นาวิกศาสตร์ 42
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ิ
ื
ี
ตราบจนเม่อพระองค์ส้นพระชนม์เม่อวันท่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ กองทัพเรือไทยจึงได้ถือเอา
ื
วันที่ ๑๙ พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์เป็น “วันอาภากร”
ภาพที่ ๕ พระต�าหนัก พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จังหวัดระยอง
ู
ั
้
ี
ื
�
ู
ั
ั
ั
ั
ความศรทธาสกการะจากผ้คนมากมายไม่จากดอย่เพยงบรรดาทหารเรอเท่านน ประชาชนผ้ศรทธาในพระองค์
ู
ท่านจึงได้มีการรวบรวมปัจจัยจัดสร้างศาล และพระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากร
ิ
ั
ุ
ุ
เกยรตวงศ์ กรมหลวงชมพรเขตอดมศกด หลายร้อยแห่งท่วประเทศไทย คงเป็นหนึ่งในข้อบ่งช้ถึงความดีงาม
ิ
ั
ี
์
ี
แห่งพระชนม์ชีพอันทรงเคยดารงพระองค์ให้ประจักษ์ไว้เป็นแบบอย่าง และเป็นมรดกตกทอดถึง “ลูกทหารเรือ
�
ของพระองค์ทุกนาย” ให้ผูกพันกับประชาชน
“มรดกในบทกลอน ค�าสอนของเสด็จเตี่ย” บทกลอนในที่นี้ผู้เขียนหมายถึง ลายพระหัตถ์ พระด�าริ ตลอดจน
ี
พระนิพนธ์ร้อยกรอง และบทเพลงพระนิพนธ์ท่ได้ข้ามกาลเวลาส่งต่อให้เป็นมรดกของทหารเรือท่ต้องอัญเชิญไว้เหนือเกล้า
ี
เหนือกระหม่อม จารึกไว้ในดวงจิต หรือประทับไว้บนหน้าอก “เป็นลายสักมรดกในดวงจิต ร.ศ. ๑๑๒” ถึงความหมาย
ี
ั
ี
�
�
ในพระดาริ และคาสอนของเสด็จเต่ยกรมหลวงชุมพรฯ “องค์บิดาของทหารเรือไทย” ท่ได้ทรงรับส่งมอบให้เป็น
ึ
มรดกให้กับทหารเรือในทุกยุค ทุกสมัย เพ่อสืบต่อไว้ซ่งอุดมคติ และเจตนารมณ์ในการรักชาติ และรักษาแผ่นดินไทย
ื
ั
ิ
บ้านเกิดเมืองนอนน้ไว้ด้วยเลือดเน้อและชีวิต ซงหวงว่าทหารเรอทกนายจะปฏบตตนตามอย่างเสดจเตย
ื
ุ
ั
ิ
่
ี
ื
ี
ึ
่
็
“กรมหลวงชุมพรฯ” ในการปกป้องประเทศชาติ สถาบัน และประชาชนไว้ด้วยชีวิตสืบไปเช่นกัน
บทที่ ๑ มรดกจากลายพระหัตถ์ และพระด�ารัสของเสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ
พระคุณลักษณะของกรมหลวงชุมพรฯ โดย พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ
ได้แสดงความเห็นประกอบการค้นคว้าของท่านไว้ว่า “… ผมเข้าใจว่าลายพระหัตถ์ และพระดารัสของเสด็จในกรมหลวง
�
ชุมพรฯ ซึ่งผมได้อัญเชิญมาโดยคงรูป ถ้อยค�า ส�านวน และอักขระวิธีไว้ตามต้นฉบับนี้ คงจะท�าให้เพื่อนทหารเรือเข้าใจ
ั
ิ
แนวความคิดยุทธศาสตร์ของพระองค์ได้ชัดเจนโดยไม่ต้องอธิบายเพ่มเติมอีก เพราะสานวนของพระองค์ส้น ชัดเจน และ
�
เด็ดขาด ซึ่งผมรู้สึกว่าแม้ในสมัยนี้ก็จะหาผู้เสมอเหมือนพระองค์ได้ยาก”
บทความเรื่อง แง่คิดชีวิตงามตามแนวพระด�าริในกรมหลวงชุมพรฯ โดย นิธิ วติวุฒิพงศ์ และ ฑิตยา ชีชนะ
�
ี
็
ี
ได้วิเคราะห์แนวพระดาริของกรมหลวงชุมพรฯ ไว้ว่า “...ด้วยพระคุณลักษณะท่ทรงชัดเจน แน่วแน่ เดดเด่ยว และ
ี
�
�
ั
“ทาอะไร ทาจริง” ตามความหมายในพระคาถาประจาพระองค์” จึงอาจกล่าวได้ว่า ความทรงมุ่งม่นท่จะพัฒนา
�
นาวิกศาสตร์ 43
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ี
�
ั
สยามประเทศให้เจริญก้าวหน้าตามบทบาทหน้าท่ และขีดความสามารถท่จะกระทาได้น้น คงจะเป็นพระปณิธานท ่ ี
ี
ั
ั
พระองค์ทรงยึดม่นอยู่ในพระทัยเสมอมา ส่งผลให้พระกรณียกิจทุกอย่างท้งในและนอกราชการทหารเรือ
ล้วนผ่านการทรงไตร่ตรองถึงผลประโยชน์สูงสุดอันจะเกิดแก่สังคมวงกว้าง ขณะเดียวกันพระองค์ก็ทรงกล้าท่จะ
ี
แสดงความคิดเห็นอันแน่วแน่ต่อผู้บังคับบัญชา เพ่อทรงแสดงออกซ่งเจตจานงของพระองค์ ดังเช่น ลายพระหัตถ์
ึ
�
ื
กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ลงวันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๕ ระหว่างทรงอ�านวยการ
จัดตั้งหน่วยฝึกที่บางพระ เพื่อเรียกพลทหารจากจังหวัดชายทะเลภาคตะวันออกมารับการฝึก ความตอนหนึ่งว่า
“… มีทหารแล้วไม่สอนให้มีความรู้ ก็เลวกว่าไม่มีเลย …”
ั
ี
ื
หรืออีกคร้ง ระหว่างเสด็จไปทรงซ้อเรือหลวงพระร่วง ทรงมีลายพระหัตถ์ลงวันท่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๓ กราบทูล
จอมพลเรือ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ผู้ก�ากับราชการกระทรวงทหารเรือ ระหว่างประทับ ณ
โฮเต็ลรูเบนซ์ กรุงลอนดอน ความตอนหนึ่งว่า
“… การที่เดินทางผิด ให้โทษยิ่งกว่าไม่เดินเลย …”
�
ี
นอกจากพระอุปนิสัยเด็ดเด่ยว ไม่ทรงเกรงกลัวท่จะกราบทูลพระดาริต่อผู้บังคับบัญชาแล้ว พระดาริต่าง ๆ ของพระองค์
�
ี
ยังสะท้อนถึงแนวทางการด�ารงพระองค์ในแง่มุมอื่น ๆ อีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความมัธยัสถ์ ค�านึงถึงความคุ้มค่า
�
�
ั
คิดหาหนทางสร้างคุณประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรท่จากด (Force Multiplier) ดังเช่น พระดาริท่ประชุมสภา
ี
ี
บัญชาการกระทรวงทหารเรือ ครั้งที่ ๔ วันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๕
“… ในการที่กล่าวว่า คนไม่พอ ไม่พอนั้น หมายความว่า อัตราเท่าใดจะต้องได้คนเท่านั้นมิใช่หรือ อัตรานั้น
ั
ต้องเข้าใจว่าอุปมาเหมือนงบประมาณ เราต้งงบประมาณเงินไว้ใช้จ่าย ใช่ว่าจะต้องใช้จ่ายเงินให้หมดไปตามจานวน
�
�
น้นเม่อไหร่ … ฯลฯ … อัตราคนก็เช่นเดียวกัน เราไม่จาเปนต้องเกณฑ์คนให้เต็มจานวนตามอัตรา ถ้าจะเอาเต็มอัตรา
ื
�
ั
ที่จะไม่มีให้อยู่ จะเปลืองค่าใช้จ่ายอย่างอื่นอีกมาก … ฯลฯ … การเกณฑ์คนเข้ามามาก ๆ นั้นเปนการเดือดร้อน
แก่ไพร่บ้านพลเมืองโดยใช่เหตุ เวลาน้คนก็มากพออยู่แล้ว นอนกินอยู่เสมอ ต้องคิดถึง Economic Point
ี
หลักแห่งการประหยัดทรัพย์บ้าง …”
ี
ึ
ิ
ี
อีกมุมหน่งในพระดาริ แสดงถึงว่าพระองค์จะทรงมีพระอุปนิสัยเด็ดเด่ยว และชัดเจนในส่งท่ต้งพระทัยเพียงใด แต่ก ็
ั
�
ี
มิได้ทรงทะนงยึดม่นในองค์ความรู้เดิม ๆ ท่เคยทรงศึกษา แต่กลับทรงสนพระทัยท่จะแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ
ี
ั
และทรงกล้าที่จะแสดงออกถึงข้อบกพร่องของพระองค์เองโดยไม่ปิดบัง เช่น ในลายพระหัตถ์ลงวันที่ ๑๓ มกราคม
�
พ.ศ. ๒๔๖๒ กราบทูลเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ขออนุมัติเสด็จพระราชดาเนินไปต่างประเทศเพ่อจัดหาเรือรบ
ื
และทรงศึกษาความก้าวหน้าในวิทยาการทหารเรือเพิ่มเติม
“… โดยรู้สึกว่า มาบัดนี้เปนเสนาธิการทหารเรือเหมือนงมมืดแปดด้าน เฉพาะสรรพาวุธยุทธวิธีทางเรือตั้งแต่
ี
ี
ิ
ได้เร่มการมหาสงครามมาจนบัดน้ได้เปล่ยนแปลงมากมายเหลือท่จะพรรณนา ได้แต่สังเกตตามข่าวการต่อเรือ
ี
็
ี
�
ั
ี
ประจ�าสถานี เดาทางตามหลงว่า การรบทางทะเลเปล่ยนแปลงมาเปนดงน้นดังน้ แต่กเหมือนตาบอดจึงทาประโยชน ์
ั
ั
สนองพระเดชพระคุณได้โดยลาบากใจอย่างท่สุด จนแม้แต่จะแนะนาส่งใดสาหรับกระทรวงทหารเรือก็เปนอย่าง
�
�
ิ
ี
�
โบราณเสียโดยมาก ถ้ามิฉะนั้นเป็นการเดาทั้งสิ้น …”
นอกจากน้ยังมีลายพระหัตถ์ลงวันท่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
ี
ี
ี
ึ
ี
เจ้าอยู่หัว ช้แจงเหตุผลท่ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเสด็จไปทอดพระเนตรกิจการทหารเรือในต่างประเทศ ซ่ง
สะท้อนถึงพระคุณลักษณะในการทรงแสวงหาความรู้แบบ “เรียนรู้ตลอดชีวิต” รวมทั้ง พระจริยวัตร “กินอยู่ง่าย
ไม่ถือตัว” ของพระองค์ไว้อย่างแจ่มชัด
นาวิกศาสตร์ 44
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ึ
ี
ี
“… ด้วยความมืดมนของข้าพระพุทธเจ้าท่มิได้เห็นความเปล่ยนแปลงของยุทธวิธีการทางเรือซ่งในคราวน ี ้
ได้เปลี่ยนแปลงมากมาย ไม่อาจกราบบังคมทูลพระกรุณาให้ถูกต้องได้ … ถ้าแม้จะรับราชการสนองพระเดชพระคุณ
�
ในตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือต่อไป ก็จาเปนจะต้องขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสกราบถวายบังคมลาออก
�
ุ
้
ี
่
ี
ึ
ิ
�
ื
ื
่
�
ไปตรวจการเปลยนแปลงท่อบัติขนใหม่ เพอจะได้เป็นทางดารสาหรับวางระเบียบการในเบ้องหน้า ให้เหมาะกับ
�
พระราชประสงค์ และถูกยุทธนิยมทุกประการ กับท้งจะได้ไม่ให้เปลืองพระราชทรัพย์ ในเร่องการดาเนินการผิดทาง
ั
ื
และต้องย้อนกลับหาทางใหม่ …”
การทรงถือ “ประโยชน์ของประเทศชาติ” เป็นหลัก ยังได้สะท้อนผ่านลายพระหัตถ์กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉบับลงวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ เป็นช่วงเวลาทรงมีพระประชวร และประทับอยู่ที่
โรงพยาบาล ณ ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างทางเสด็จไปทรงซื้อเรือหลวงพระร่วง
ภาพที่ ๖ เรือหลวงพระร่วง
ที่มา ชุมพรภาพเก่าย้อนวันวาน
่
ี
“… ขาพระพทธเจาไดเคยไดยนอยมากถงคากลาววา มทาไมทหารบก ? มทาไมทหารเรอ ? ซอทาไมเรอ ? เปนการ
ู
้
ิ
ี
�
่
�
้
้
ื
ื
�
�
่
้
ื
้
ุ
ึ
น่าพิศวงจริงหนอท่มีบุคคลเช่นน้อยู่มาก ซาจะมากข้นอีกด้วย จะเปนการเเสดงว่าเลือดไทยจืดลงกระมัง การทามาหากิน
้
�
ี
ี
ึ
�
ั
�
การค้าขายก็ตกอยู่ในมือชาวต่างประเทศเกือบหมดหรือท้งหมดก็ว่าได้ ยังเหลือแต่การป้องกัน การทามาหากิน
ี
ต่อไปน้ดูถ้าจะกร่อยลงไปทุกทีโดยมีอุปสรรคต่าง ๆ ในท่สุดหากินก็จะไม่หา ป้องกันก็จะไม่ป้องกัน เลือดไทยจะสูญหรือ
ี
บางทีก็จะเปนได้ ถึงกรุงสยามคงเปนสยามอยู่ แต่สยามไม่ใช่เปนของคนไทย สูญพืช สูญพันธุ์เพราะหมดยาง
หมดทุน หมดมานะ หมดอุตสาหะ แม้มีอุปสรรคนิดหน่อยก็ทอดอาลัย หมดความพยายาม …… ถ้าบุคคลจาพวกใด
�
เปนเช่นนี้ จ�าพวกนั้นจ�าเปนต้องสูญหมด หมดทางไชยชนะ หมดชาติ …”
ี
่
่
ิ
ั
ี
่
ึ
์
ั
ื
ั
ั
้
ุ
็
ั
ี
้
่
ั
ซงเปนหลกฐานทสะทอนใหเราในปจจบนไดเหนวา สงทพระองคทรงยดมนถอม่นทจะพฒนาประเทศ และกจการ
่
ึ
่
ิ
่
็
้
ิ
ื
ั
ทหารเรอให้เจรญก้าวหน้าทดเทยมประเทศตะวนตกเพอป้องกนประเทศจากการรกรานของต่างชาต คงจะเป็นหวใจ
ิ
ั
ี
ั
่
ื
ุ
ั
ส�าคัญที่พระองค์ทรงยึดถือมาตลอดระยะเวลาแห่งพระชนม์ชีพนั่นเอง
บทที่ ๒ มรดกจากตราประจ�าพระองค์ และพระนิพนธ์ “กยิรา เจ กยิราเถน”
�
จากพระอัจฉริยภาพ และความสนใจในพุทธศาสนา ซ่งพระองค์เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า
ึ
ี
กรมหลวงชุมพรฯ ทรงได้นาพระคาถาจากพระบาลีในพระไตรปิฎกเล่ม ๑๕ ท่ว่า “กยิรา เจ กยิราเถน� ทฬฺหเมน�
�
�
ปรกฺกเม สิถิโล หิ ปริพฺพาโช ภิยฺโย อากิรเต รช” แปลว่า “ถ้าบุคคลจะพึงท�าความเพียร พึงท�าความเพียรนั้นจริง ๆ
นาวิกศาสตร์ 45
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ี
�
�
ิ
ี
ั
ั
พึงบากบ่นทาความเพียรน้นให้ม่น เพราะว่าการบรรพชาท่ปฏิบัติย่อหย่อน ย่งเร่ยรายโทษดุจธุลี” นามาเป็นตราประจา
�
ั
�
์
็
พระองค์ว่า “กยิรา เจ กยิราเถน จะท�าสิ่งไร ควรท�าจริง” และพระองคยังได้ทรงน�ามานิพนธ์เป็นโคลงเพื่อเปนคติให้
พระโอรส และพระธิดาของพระองค์ดวย ดังนี้
้
้
ท�างานท�าจริงเจา จงท�า Work while you work
้
่
ระหวางเลนควรจ�า เลนแท Play while you play
่
่
็
่
หนทางเชนนี้น�า เปนสุข That is the way
้
้
่
กอใหเกิดรื่นเริงแม นับถือ ทวีคูณ To be cheerful and gay
�
ิ
�
พระนิพนธ์ “จะทาส่งไร ควรทาจริง
กยิรา เจ กยิราเถน�” แสดงถึงคติพระนิสัยใน
พระองค์ว่า ทรงเป็นคนจริง มีสัจจะ มีความ
�
�
ิ
่
ต้งม่นว่าจะทาส่งไร ควรทาจริง คอมความมุ่งมัน
ื
ี
ั
ั
�
�
ั
ทุ่มเท ต้งใจในการทางานจนสุดความสามารถ ทาให้
ผลงานออกมาดีสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับ
ี
ั
้
ิ
่
ึ
ื
ประเทศชาติ ซงหลกการทรงงานนก็คอ หลกอิทธบาท
ั
๔ “หลักชัยในการปฏิบัติกรรมฐานในพุทธศาสนา
�
และองค์ประกอบความสาเร็จของทางโลกน่นเอง” “กยิรา เจ กยิราเถน – จะท�าสิ่งไร ควรท�าจริง”
ั
�
อิทธิบาท ๔ ประกอบด้วยแนวปฏิบัติ ๔ ข้อ ได้แก่ ภาพที่ ๗ ตราประจ�าพระองค์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา อันเป็นแนวทางสาหรับ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
�
�
�
การใช้ชีวิตให้ประสบความสาเร็จ โดยเฉพาะในการทางาน ที่มา: พระนิพนธเรื่อง “ยุทธศาสตรทะเล” ของ
์
์
ื
หากสามารถเช่อมโยงกระบวนการท้ง ๔ ข้อ ได้ผลสาเร็จ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งได้ทรงเรียบเรียงทูลเกล้าฯ ถวาย
�
ั
่
้
้
ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ดังนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว เมื่อวันที่
้
ฉันทะ การมีใจรัก ศรัทธา และเชื่อมั่นต่อสิ่งที่ท�า ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๖ ตอนจบพระนิพนธ์ได้ลงทายวา ่
�
“........จะท�าสิ่งไร ควรท�าจริง กยิรา เจ กยิราเถน”
Where there is the will, there is the way. ที่ใดมี
ความปรารถนาอันแรงกล้า ที่นั่นย่อมมีหนทางเสมอ การสร้างฉันทะ ที่ต้องพิจารณาแล้วว่ามีผลดีต่อตัวเอง ต่อผู้อื่น
ต่อสังคม และประเทศชาติด้วย หากพิจารณาแล้วว่าเกิดผลดีต่อทั้งหมดนี้ จึงมุ่งมั่นท�าด้วยความตั้งใจ หากทุกคนมุ่ง
มั่นท�างานด้วยความเชื่อมั่นศรัทธาที่ดี ย่อมเกิดผลส�าเร็จที่ดีต่อประเทศชาติ
วิริยะ ความเพียร ความมุ่งม่นทุ่มเท หมายถึง ความเพียรพยายามอย่างสูง ท่จะทาตามฉันทะ หรือศรัทธาของตัวเอง
ี
�
ั
วิริยะน้มาคู่กับความอดทนอดกล้น เป็นความรู้สึกไม่ย่อท้อต่อปัญหา และมีความหวังท่จะเอาชนะอุปสรรคท้งปวง
ี
ี
ั
ั
โดยมีศรัทธาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ น�าใจ และเตือนใจ ความวิริยะอุสาหะ จึงเป็นวิถีทางของบุคคลที่กล้าท้าทาย
ต่ออุปสรรคทั้งปวง เพื่อเป้าหมายคือความส�าเร็จนั่นเอง
จิตตะ ใจที่จดจ่อ และรับผิดชอบ เมื่อมีใจที่จดจ่อแล้วก็จะเกิดความรอบคอบตาม ที่ส�าคัญคือความรับผิดชอบ
เมื่อกระท�าการสิ่งใดด้วยจิตจดจ่อแล้ว ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ท�าด้วย จึงเรียกว่าเป็นผลส�าเร็จดี งามตามแบบอย่าง
ของคุณธรรม ตามหลักศาสนา และจริยธรรมของสังคม
ั
�
ิ
ิ
ี
วิมังสา การทบทวนปรับแก้ไขตัวเองให้ดีย่ง ส่งท่ทาอันเกิดจากการมีใจรักศรัทธา (ฉันทะ) แล้วทาด้วยความมุ่งม่น
�
(วิริยะ) อย่างใจจดใจจ่อและรับผิดชอบ (จิตตะ) โดยใช้วิจารณญาณอย่างรอบรู้และรอบคอบ สุดท้ายคือ วิมังสา คือ
นาวิกศาสตร์ 46
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
ิ
การทบทวนปรับแก้ไขตัวเองให้ดีย่ง เปรียบเทียบได้กับกระบวนการ Plan-Do-Check-Act หรือ PDCA วงจรบริหารงาน
ี
คุณภาพ อันประกอบไปด้วยการวางแผน-ปฏิบัติ-ตรวจสอบ-และปรับปรุง โดยเป็นกระบวนการท่ใช้ปรับปรุง
�
ื
การทางานขององค์กรอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายเพ่อพยายามแก้ปัญหาในทุกระดับ โดยปรับกลยุทธ์อยู่ตลอดเวลา
เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องอย่างยั่งยืนนั่นเอง
บทที่ ๓ มรดกจากบทเพลงพระนิพนธ์ “เพลงเดินหน้า”
เพลงเดินหน้า
… เกิดมาทั้งที มันก็ดีอยู่แต่เมื่อเป็น
อีกสามร้อยปี ก็ไม่มีใครจะเห็น
ใครจะนึกใครจะฝัน เขาก็ลืมกันเหมือนตัวเล็น
นานไปเขาก็ลืม ใครหรือจะยืมชีวิตให้เป็น
ใครจะเห็นก็เห็นแต่น�้าใจ
จ�าได้แต่ชื่อ ว่าตัวเราคือทหารเรือไทย
ตายแต่ตัว ชื่อยังฟุ้ง ทั่วทั้งกรุงก็ไม่ลืมได้
ทั้งเซาธ์ ทั้งเวสต์ ทั้งนอร์ธ ทั้งอีสต์
จะคิดถึงตัวเราใย จะต้องตายทุกคนไป
ส่วนตัวเราตาย ไว้ยืนแต่ชื่อ
ให้โลกทั้งหลายเขาลือ ว่าตัวเราคือทหารเรือไทย …
ื
คุณค่าในเชิงวรรณศิลป์จากความเห็นของ ผศ.ดร.รังสิพันธุ์ แข็งขัน ผู้วิจัยวิทยานิพนธ์เร่อง “การศึกษาบทเพลง
ทหารเรือในพระนิพนธ์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ กล่าวไว้ว่า
“… ถ้าเราจะพิจารณาในแง่สุนทรียภาพจากเพลงพระนิพนธ์ของท่าน จะเห็นว่ามีพระปรีชาสามารถในทางกวี หรือ
ในทางวรรณศิลป์ เช่น บทเพลง “เดินหน้า” มีท่อนหนึ่งที่น่าสนใจคือ “ดีเคยพบ ชั่วเคยเห็น จนเคยเป็น มีเคยได้”
ั
ี
�
�
ี
ถ้าเราพิจารณา ๔ วลีท่ว่าน้ น่คือการนาสานวนไทยท่ว่า “ช่วดีมีจน” มาใช้ร่วมกับวลีว่า “เคยพบเคยเห็นเคยเป็นเคยได้”
ี
ี
ี
ี
ี
ี
ี
ี
ี
หรือ “วันน้เคราะห์ดี พอถึงพรุ่งน้จะเป็นอย่างไร” คือท่บอกว่า “วันน้ยอ พรุ่งน้ด่า ไม่ใช่ข้ข้าข้ปากของใคร” ก็แปลได้ว่า
�
พระองค์ท่านอาจจะทรงนาหลักธรรมในการไม่ยึดติด และการปล่อยวาง เอามาประยุกต์ใช้ในการดาเนินพระชนม์ชีพ
�
ของท่าน และถ่ายทอดให้ผู้รับฟังไปพิจารณาในหลักธรรมข้อนี้ด้วย”
“เกิดมาทั้งที มันก็ดีอยู่แต่เมื่อเป็น อีกสามร้อยปี ก็ไม่มีใครจะเห็น” และ “ส่วนตัวเราตาย ไว้ยืนแต่ชื่อให้โลก
ทั้งหลายเขาลือ ว่าตัวเราคือทหารเรือไทย”
�
ั
ข้อความในบทเพลงน้มีความหมายท้งในแง่วรรณกรรม และหลักธรรมการทาความดีหากจะเปรียบเทียบแล้ว
ี
มีความสอดคล้องกับพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เม่อ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๐๖ ท่ว่า
ี
ื
“การท�าความดีคือ การปิดทองหลังพระ” ดังนี้
่
ิ
็
ี
่
ื
ั
้
ั
“การปิดทองหลงพระนน เมอถงคราวจาเป็นกต้องปิด ว่าทจรงแล้วคนโดยมากไม่ค่อยชอบปิดทอง
�
ึ
ี
ั
ุ
ั
็
ี
หลงพระกนนก เพราะนึกว่าไม่มใครเหน แต่ถ้าทกคนพากนปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มใครปิดทองหลงพระเลย
ั
ั
ั
พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้”
จึงสามารถสรุปได้ว่า “วรรณศิลป์สไตล์กรมหลวงชุมพรฯ” คือ การสอดแทรกแง่คิดคาสอนจากค่านิยม
�
นาวิกศาสตร์ 47
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔
อุดมคติที่พระองค์ทรงยึดถือเพื่อส่งต่อให้ทหารเรือ และผู้สนใจได้น�าไปพินิจพิเคราะห์ยึดเป็นแนวทางในการด�ารงชีวิต
และการปฏิบัติงานต่อไป
บทที่ ๔ มรดกจากบทเพลงพระนิพนธ์เพลง “ศีลแปดส�าหรับทหาร”
เพลง “ศีลแปดส�าหรับทหาร”
เกิดเป็นชายฝ่ายชลพลรบ ต้องรู้จบในหัวใจฝ่ายทหาร
มีแปดบทจดจ�าให้ช�านาญ จะเป็นการรู้สึกได้ฝึกตน
อันข้อความตามที่มีในบท โดยก�าหนดบทสอนสุนทรผล
ข้อหนึ่งต้องกล้าหาญจิตทานทน สู้ศึกจนชีวาตม์ขาดท�าลาย
แต่ไม่ควรหาญกล้าในท่าผิด กระท�าผิดกิจจริงสิ่งทั้งหลาย
ไม่ควรการหาญตนไปจนตาย เป็นน่าอายอดสูดูไม่ควร
สองข้อห้ามตามที่มีในบท มิได้ปดปกปิดท�าผิดผวน
ถึงท�าผิดไซร้สิ่งไม่ควร รับโดยด่วนเสียดีกว่าอย่าดื้อดึง
ข้อสามอย่าคิดจิตโลภละโมบมาก ถึงจนยากอย่างพึ่งคิดพินิจถึง
เราเป็นทหารชาญศึกนึกคะนึง หาแต่ซึ่งน�้านวลให้ควรการ
ข้อสี่ผู้มีคุณการุณรัก จงรู้จักคุณท่านหมั่นสมาน
กตัญญูต่อนายจนวายปราณ คิดหักหาญแต่ไพรีที่บีฑา
อีกบ้านเกิดเมืองนอนบิดรนี้ ส�าคัญที่ควรจะรักให้หนักหนา
ทั้งรู้จักรักชาติอาตมา คิดตั้งหน้าพรักพร้อมสามัคคี
ข้อห้าสาหดให้อดทน ถึงอับจนอย่าเป็นทุกข์ให้สุขี
ทั้งล�าบากยากแค้นแสนทวี ถึงโรคีป่วยไข้ไม่สบาย
เราเป็นทหารชาญศึกนึกประจญ มิได้บ่นออกปากว่ายากหลาย
กระท�าหน้าที่ให้ตลอดจนวอดวาย คงเป็นชายขึ้นชื่อให้ลือนาม
ข้อหกบ�าบัดระมัดจิต ประพฤติกิจสุภาพไม่หยาบหยาม
ทั้งกิริยาดีพร้อมละม่อมงาม ไม่ลวนลามประมาทชาติบุคคล
ข้อเจ็ดห้ามขาดอย่าอาจหาญ ประพฤติการผิดเช่นไม่เป็นผล
อันทรัพย์สินเงินทองใช่ของตน ของบุคคลหวงห้ามอย่าน�ามา
อย่าลักลอบของท่านเป็นการผิด ประพฤติกิจโจรกรรมท�ามิจฉา
อีกลูกเขาเมียเขาอย่าลอบรักอย่าลักพา เสพกามาผิดเล่ห์ประเพณี
ข้อที่แปดชี้แจงแสดงอรรถ มนุษย์สัตว์ได้ทุกข์ไม่สุขี
ให้มีจิตเมตตาคิดปรานี ไม่เลือกที่รักชังทั้งประมวญ
รวมแปดข้อเท่านี้มีก�าหนด ตามแบบบทที่คิดไม่ผิดผวน
ควรทหารทุกคนต้องบ่นจ�า ทุกเช้าค�่าให้ระลึกนึกถึงเอย
ื
ี
ี
ื
พระนิพนธ์บทน้ เน้อหาและการส่อสารท่ชัดเจนว่า มีพระประสงค์จะประทานข้อคิดเตือนใจบรรดาทหาร ผ่านทาง
ั
ั
ู
้
�
ั
ั
้
วรรณศลป์ตามสไตล์ของพระองค์ แต่ใครจะปฏเสธได้ว่าเนอหาสาระอนปรากฏอย่ทงหมดนนล้วนเป็นแง่งามสาหรบ
ิ
ิ
ื
้
การด�าเนินชีวิตของคนทุกสาขาอาชีพได้กระทั่งจนถึงทุกวันนี้
นาวิกศาสตร์ 48
ปีที่ ๑๐๔ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔