51
สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี น วิชาธรุ ิจและการเปน็ ผ้ปู ระกอบการ
2. รปู ภาพ
3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4. สอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ ส์, สือ่ PowerPoint
5 .แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
หลกั ฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเชค็ รายชื่อ
3. แผนจัดการเรยี นรู้
4. การตรวจประเมินผลงาน
การวัดผลและการประเมนิ ผล
วิธีวัดผล
1. สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกล่มุ
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
6. การสังเกตและประเมินพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยมและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครื่องมอื วัดผล
1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน)
4. แบบประเมนิ กิจกรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรียนรว่ มกนั
ประเมิน
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป)
3. เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ขนึ้ ไป)
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผา่ น คอื 50%
5. แบบประเมินผลการเรยี นร้มู เี กณฑผ์ า่ น 50%
6 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยกู่ บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.แนะนาํ ใหผ้ เู้ รยี นฝึกทักษะโดยทํากจิ กรรมใบงาน
2.อ่านทบทวนเนื้อหา
52
ใบงานท่ี 4.1
เรอื่ ง กรณศี ึกษารา้ นขนมปงั สังขยา
ชอ่ื -สกลุ ............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาชีแ้ จง อา่ นกรณีศึกษาดงั ต่อไปน้ี แลว้ สรปุ สาระสาํ คัญของความเป็นผู้ประกอบการทป่ี ระสบความสาํ เร็จ
ร้านขนมปังเปน็ ธุรกิจท่เี รม่ิ ต้นจากปูาเสรมิ สุขเปน็ ลกู จา้ งรา้ นขนมปังมากอ่ น 10 ปี ได้ลาออกมาเปิดรา้ นขาย
ของตนเอง ตอนแรกใช้รถเข็นขายเพราะมที ุนไม่พอ จงึ เพ่มิ สนิ คา้ ที่ขายให้มากขึ้น แต่มีปัญหาถูกเทศกจิ จบั หลายครั้ง
จงึ หาทาํ เลเปดิ ร้านขายแทนเมื่อปี 2540 บริเวณขา้ งหา้ งสรรพสนิ ค้าแหง่ หนึง่ โดยมอี าหารเพิม่ ขึน้ เรอื่ ยๆ เชน่ ขนมปงั
มหี น้าใหเ้ ลอื กหลายมากข้นึ สังขยา โรยนาํ้ ตาล ราดนม เปน็ ตน้ ตอนแรกกิจการไมค่ ่อยดนี กั เน่ืองจากเศรษฐกิจถดถอย
ตอ่ มาเรมิ่ มีช่ือเสยี งแพร่กระจายไปยังลกู คา้ ตา่ งๆ ในกรงุ เทพฯ เนือ่ งจากลกู คา้ มีการบอกกนั ปากตอ่ ปากกิจการจเึ ติบโต
ขน้ึ รวดเรว็ ต่อมาทางร้านกถ็ ูกเจา้ ของห้องเชา่ ขอคืนที่ จึงหาทาํ เลใหม่อีกคร้ัง และมรี า้ นเป็นของตนเองโดยกู้เงนิ จาก
ธนาคารมาซอื้ อาคารพาณิชย์ 4 ล้านบาท ในบรเิ วณใกล้เคยี งและตกแตง่ รา้ นให้มรี ูปลกั ษณใ์ หม่ ซึ่งมกี ารปฏิบตั ดิ ังน้ี
ปรับปรุงภาพลกั ษณ์ใหม่ให้ดีกว่าเดมิ เมื่อจะเปิดรา้ นจึงมีแนวคดิ ทจ่ี ะพัฒนา เปล่ียนแปลง ภาพลักษณข์ อง
กิจการให้ดขี น้ึ จงึ ตกแต่งร้านใหส้ มยั สะอาดตา หรหู รา ซ่งึ ได้ผลตอบรบั ทีด่ มี าก ในวนั เปิดรา้ นวนั แรกกม็ ลี ูกค้าจํานวน
มากเข้ามาในรา้ นจนเต็มรา้ นซ่ึงทําใหป้ ระทับใจให้กบั ผ้ปู ระกอบการเป็นอยา่ งมาก
ให้ความสาคัญกบั การพฒั นาสินค้า และควบคุมคุณภาพ รายการอาหารจะทําการปรับปรุงเพิ่มข้นึ เร่ือยๆ
และได้เพ่มิ เบเกอร่แี ละเคร่อื งดื่มเพิ่มเขา้ มา ในการพฒั นาสินค้าใหม่จะใช้วิธไี ปทดลองชมิ ทีร่ า้ นอ่ืนๆ ท่ีมชี อื่ เสยี ง แล้ว
นํามาปรบั ปรงุ รสชาตแิ ละราคาให้เหมาะสมกับรา้ น เพื่อให้รองรับตอ่ ความตอ้ งการของลกู ค้าได้ดีขนึ้ สาํ หรบั รายการ
อาหารทีข่ ายดีท่ีสุดในรา้ นกย็ ังคงเปน็ นมสดและสังขยา ซง่ึ ทางรา้ นมจี าํ หน่ายและสรา้ งช่ือเสียงให้กับรา้ นมานานแลว้
ทางดา้ นการผลิตมีการคดั เลอื กวตั ถุดิบท่มี คี ุณภาพอย่างเข้มงวด และทางร้านจะไม่ใสส่ ารกนั บูดในอาหาร โดยอาหารท่ี
จําหนา่ ยต้องผลิตใหม่ๆ สดๆ อยู่เสมอ และจะเข้าควบคุมการผลิตทกุ ข้นั ตอน
เนน้ ท่ีคณุ ภาพ ไม่เน้นปริมาณ จะเปดิ สาขาในกรุงเทพ 2-3 สาขาเทา่ นั้น เพราะไมต่ ้องการให้รูส้ กึ ว่าเหน็ รา้ น
จนเคยชิน แต่ต้องการใหล้ ูกค้าร้สู กึ ว่าต้องมากินให้ถึงท่ีจงึ จะคมุ้ คา่ และให้ความรสู้ ึกประทับใจกับลูกคา้ ได้ดกี ว่า
ทาแบบคอ่ ยเปน็ คอ่ ยไป ร้านไม่มนี โยบายทจี่ ะเปิดแฟรนไชส์ เนอื่ งจากไมพ่ รอ้ มเพราะต้องอาศัยการดแู ลการ
ควบคมุ คุณภาพและรสชาติมาตรฐาน โดยมีเทคนิคการทําธรุ กจิ ว่าจะทําอะไรต้องทําแบบค่อยเปน็ ค่อยไป เพ่ือให้มี
ความมนั่ คงจะได้ไม่มีปัญหา
การบรหิ ารบุคลากร ปูาเสริมสุขใช้ประสบการณ์ทท่ี ํางานเป็นลกู จ้างมา 10 ปี นํามาประยุกต์ใชใ้ นการ
บรหิ ารแบบครอบครัว เน้นใหท้ ุกคนมีความซ่อื สัตย์ รกั ษาความสะอาด ใหบ้ รกิ ารลกู ค้าด้วยความจริงใจและสนุกกับ
งานทที่ าํ
ปัจจัยความสาเรจ็ การทร่ี ้านปูาเสริมสขุ ดําเนนิ กิจการจนประสบความสําเร็จ นอกจากความอร่อยและ
คณุ ภาพการผลิตไว้ไดแ้ ล้วกค็ ือ สามารถสรา้ งตราสนิ ค้าใหอ้ ยู่ในใจของผู้บริโภคไดส้ าํ เร็จ ซึ่งตอ้ งใชเ้ วลามานานผนวก
กับความขยันอดทน มุมานะ ตั้งใจทาํ งานและไมย่ อ่ ทอ้ ต่ออปุ สรรค
53
ให้สรปุ สาระสาคัญว่าปจั จัยแห่งความสาเร็จของผ้ปู ระกอบการรายนีไ้ ด้แก่อะไรบา้ ง
.........................................................................................................................................................................
...แ...น...ว...ต...อ...บ.......ส...ร...ปุ ...ส...า..ร...ะ..ส...า..ค...ญั....ว...า่...ป...จั ..จ...ยั...แ...ห...ง่...ค...ว..า...ม...ส...า..เ..ร..จ็...ข...อ...ง..ผ....ปู้ ...ร..ะ..ก...อ...บ...ก...า...ร..ร...า..ย...น....ี้ไ..ด...แ้...ก...่.....
.................จ...า..ก...ค...ว...า...ม...น...ิย...ม...ใ..น...ก...า...ร..บ....ร..ิโ...ภ...ค...อ...า..ห...า...ร..ป...ร...ะ..เ..ภ...ท...ข...น...ม...ป...ัง...ส...ัง..ข...ย...า...ท...ม่ี ...ีม...า..ก...ข...้นึ.....ท...า...ใ...ห...้ ...
...ผ...ู้ป....ร..ะ..ก...อ...บ...ก...า...ร..ห...ล...า...ย...ร..า...ย...ใ..ห...ค้...ว...า...ม...ส..น....ใ..จ...เ..ป...ดิ ...ร..้า...น...ข...นึ้...ม...า...จ...า..น...ว...น...ม...า...ก....จ...งึ ..แ...ข...ง่...ข...นั...ก...นั....อ..ย...่า...ง...
...ร...ุน...แ...ร..ง....แ...ล...ะ..ก...็ม...ผี...ูท้....่ีล..ม้...เ..ล...ิก...ก...จิ ..ก...า...ร...ไ..ป...จ...า..น....ว..น...ม...า...ก....ส...ิง่..ท....่ีจ..ะ...ท...า...ใ..ห...ก้...ิจ...ก...า..ร...ส...า..ม...า...ร..ถ...ย...ืน....ห...ย...ดั ...อ...ยู่
...ไ...ด...ใ้ ..น....ธ..ุร...ก...ิจ....ใ...น...ก...ร..ณ.....ศี...ึก...ษ...า...น...้ี ...............................................................................................................
.................1.....ต...้อ...ง...ส..ร...้า..ง...ช...่ือ...เ..ส..ยี...ง....ภ...า...พ...ล...กั...ษ...ณ.....์ .แ...ล...ะ..ต...ร...า..ส...นิ...ค...้า...ใ..ห....ส้ ...า..ม...า..ร...ถ...ค...ร...อ...ง..ใ..จ...ข...อ...ง...ผ...บู้ ...ร..โิ...ภ..ค
2.มสี ูตรอาหารเฉพาะตวั ทอี่ ร่อยไม่เหมือนใคร
3.ควบคุมคณุ ภาพการผลิตทกุ ข้ันตอน เพ่ือให้รสชาตคิ งทไ่ี ดม้ าตรฐานถูกใจ
ลูกคา้ มาเป็นเวลานาน
4.ปรบั ปรงุ พฒั นาสนิ คา้ ใหม่ๆ อยูเ่ สมอ เพ่อื ให้สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของ
กลมุ่ ลกู ค้าเปา้ หมาย
5.มกี ารพฒั นารปู แบบของร้านให้ทนั สมัย ปรบั ปรงุ อุปกรณก์ ารผลิต บรรจภุ ณั ฑ์
ให้สวยงาม ใบงานที่ 4.4
6.มตี ราสัญลกั ษณร์เรา้ อ่ื นงเปกน็ ารขวอิเคงรตานะหเอ์ตนงเบองรเรพจอ่ื ุภเปณั น็ ผฑูป้ ์จระะมกอีตบรกาาสรัญลักษณร์ ้านตดิ อยู่
ชอ่ืท-าสใกหุล.ล้...กู...ค...า้..จ...ด...จ...า..ง...่า..ย.....แ...ล..ะ...ส...า..ม...า..ร...ถ...ส...ร..้า...ง..ภ...า...พ...ล...กั...ษ...ณ.....แ์ ..เลละขตทรี่...า..ส...ิน.ชคั้น.้า..ไ...ด...้ส..า...เ.ร...็จ........
7.สรา้ งความประทบั ใจในการบริการ พนักงานซื่อสตั ย์ สะอาด บรกิ ารลูกค้า
คาอชยีแ้ ่าจงงจใรหงิ้นใักจเรแียลนะเลสือนกกุธรุ กกับิจทงาต่ี นนเทองท่ี รากั และชอบมากทสี่ ุดมา 1 ประเภท โดยคาดว่าเม่ือจบการศึกษาแลว้ จะต้องทาํ
ให้ประสบความสาํ เรจ็ แล้วให้วเิ คราะห์ตนเองเพ่อื เปน็ ผ้ปู ระกอบการในธุรกิจนั้น
ชอื่ ธุรกิจ..................................................
การวเิ คราะห์ตนเองเพอื่ เปน็ ผปู้ ระกอบการ
จุดแข็ง จุดออ่ น
โอกาส อปุ สรรค
54
แผนการจดั การเรียนร้แู บบบูรณาการที่ 6 หน่วยที่ 5
วิชารหสั 20001-1003 ธุรกจิ และการเปน็ ผู้ประกอบการ สอนครงั้ ที่ 6 (16-18)
ชื่อหน่วย/เรือ่ ง การจัดหาและวางแผนทางการเงิน
จานวน 3 ช.ม.
แนวคิด
บุคคลแต่ละคนย่อมมเี ปาู หมายในชีวิตแตกต่างกัน ดังน้นั จึงมีการวางแผนและการจดั การทางการเงนิ ท่ี
แตกตา่ งกันไปดว้ ย โดยตั้งเปาู หมายใหส้ อดคลอ้ งกับตนเองและส่งิ แวดล้อมท่ีเหมาะสม ซ่ึงการวางแผนทางการเงนิ เป็น
การจดั เตรียมขอ้ มูลต่าง ๆ ด้านการเงนิ ทค่ี าดว่าจะเกิดข้ึนในอนาคต แล้วนาํ มากาํ หนดเพื่อเป็นแนวทางในการ
ดําเนินงาน ประสานข้อมูลตา่ ง ๆ ให้สัมพนั ธ์กันและมีประสิทธผิ ลมากท่ีสุด
ผลการเรยี นรู้ที่คาดหวัง
1. แสดงความรู้เกี่ยวกบั การวางแผนทางการเงนิ
2. แสดงความรูเ้ กี่ยวกบั หลกั การวางแผนทางการเงนิ
3. แสดงความรเู้ กีย่ วกับการจัดการทางการเงิน
4. มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงคข์ องผ้สู ําเรจ็ การศึกษาสาํ นักงาน
คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตไดข้ ณะทาํ การสอนในเรื่อง
1 ความมีวินัย
2 ความซื่อสตั ย์สจุ ริต
3 ความเชอ่ื มัน่ ในตนเอง
4 ความสนใจใฝุรู้
5 การละเว้นส่งิ เสพติดและการพนัน
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ ก่ยี วกบั หลกั การวางแผนเปูาหมายชีวติ ด้วยวงจรควบคุมคุณภาพ ธุรกิจและการเปน็
ผ้ปู ระกอบการ หลักการจัดการทางการเงิน หลักการบรหิ ารงานคุณภาพและเพมิ่ ผลผลิตเบือ้ งต้น
และกฎหมายทเี่ ก่ียวข้อง
2.จัดทาํ แผนธุรกจิ อย่างงา่ ย
3.ประยุกตใ์ ช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการวางแผนและดาํ เนินงาน
4.ประยกุ ตใ์ ชห้ ลักการบริหารงานคุณภาพและเพิม่ ผลผลติ ในการวางแผนและดําเนนิ งาน
สาระการเรยี นรู้
1.การวางแผนทางการเงนิ
2.หลักการวางแผนทางการเงิน
3.การจัดการทางการเงิน
55
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรียน
1.ครูกล่าวถึงการวางแผนทางการเงนิ เป็นการจัดเตรียมข้อมลู ตา่ งๆ ทางด้านการเงินที่คาดวา่ จะเกิดขึ้นใน
อนาคตนํามากําหนดเพื่อเป็นแนวทางในการดําเนินงาน การประสานขอ้ มูลต่างๆ ให้มคี วามสัมพนั ธก์ ันอยา่ งต่อเน่อื ง
และคาดวา่ สิ่งทไี่ ดร้ ับจะมปี ระสทิ ธิผลมากที่สุด
2.ผู้เรยี นบอกวตั ถปุ ระสงคใ์ นการวางแผนการเงินของแตล่ ะคน
ข้นั สอน
3.ครอู ธบิ ายการวางแผนทางการเงิน พร้อมสอ่ื PowerPiont ซ่งึ หมายถึง การกาํ หนดการใช้จ่ายเงนิ ตา่ งๆ ให้
สอดคลอ้ งกบั แผนงานที่จดั ทําข้ึน และระบถุ ึงแหลง่ ทม่ี าของเงินและการใชไ้ ปของเงินในกิจกรรมต่างๆ
การวางแผนทางการเงนิ สามารถแบง่ ออกได้ 2 ลักษณะ ได้แก่
1) การวางแผนการเงนิ สว่ นบคุ คล
2) การวางแผนการเงนิ สําหรบั ธรุ กจิ
4.ครบู อกหลักการวางแผนทางการเงิน โดยการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรมและวิถีชีวิต ทาํ ให้มคี วาม
จําเป็นตอ้ งวางแผนการเงนิ อยา่ งรอบคอบ และไม่ประมาทในการใชช้ ีวิต ดงั นนั้ หลักในการวางแผนทางการเงนิ ท่ีมี
ประสทิ ธภิ าพมดี ังน้ี
1) การประเมินสถานการณ์ เปน็ การเก็บขอ้ มูลต่างๆ เก่ียวกบั ตนเองและส่งิ แวดล้อม เพราะจะชว่ ยให้สามารถ
ประเมินรายรบั -รายจา่ ยได้ นอกจากนยี้ งั สามารถประเมนิ สนิ ทรพั ยท์ ่มี ี เช่น เงนิ สด อาคารหรือท่ดี นิ รวมถึงหน้ีสิน
ต่างๆ เพอ่ื นําไปประมาณการและวางแผนทางการเงนิ ต่อไป
2) กาํ หนดเปูาหมาย คอื การวางแผนการเงิน โดยกาํ หนดใหอ้ ยใู่ นรูปของตัวเงนิ ระยะเวลาเท่าไรและเปูาหมาย
ท่เี ป็นไปได้ โดยให้สอดคลอ้ งกับรายรับ-รายจา่ ย และหนส้ี นิ ท่ีมอี ยู่ ท้งั น้ีการวางแผนการเงนิ
ควรแยกเป็นเปาู หมายระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว เพือ่ ให้ปฏิบัตติ ามเปาู หมายทีก่ าํ หนดไว้อย่างชัดเจน
3) การจัดทําแผนทางการเงิน การวางแผนทางการเงนิ นนั้ ควรจดั ทําแผนด้วยความละเอยี ดและรอบคอบ โดย
คํานงึ ถงึ บุคคลและทรัพยากรทเ่ี กยี่ วข้อง และจดั ลําดับความสําคัญว่าอะไรควรทาํ กอ่ นหรือหลงั เพือ่ ใหป้ ฏิบัติได้จรงิ
และถูกต้องตามแผนทก่ี ําหนดไว้
4) การนําแผนไปปฏิบัติ เป็นการทําตามแผนทกี่ าํ หนดไว้ โดยต้องมวี นิ ัยในการปฏิบัติอยา่ งเครง่ ครัด
5) การวัดผลและการปรบั ปรงุ แก้ไข เป็นสิ่งท่จี ะทําให้ทราบว่า แผนนน้ั สามารถปฏบิ ตั ไิ ด้จรงิ ตรงตามเปาู หมาย
หรอื ไม่ และสามารถนําผลที่ได้ไปพฒั นาและปรับปรงุ ผลการปฏบิ ัติในอนาคตได้
5.ครูอธิบายการจดั การทางการเงนิ หมายถึง การวางแผนการจัดระเบียบและการควบคมุ กํากับกจิ กรรม
ทางการเงิน เชน่ การจดั ซื้อและการใช้ประโยชนจ์ ากเงินทนุ ซึง่ ใช้หลกั ทว่ั ไปของทรพั ยากรทางการเงนิ ของธรุ กิจ
6. ครูบอกขอบเขตของการดําเนินธรุ กิจ มดี ังนี้
56
1) การตัดสินใจลงทุน เป็นสว่ นหนง่ึ ของการทํางานดา้ นการตดั สนิ ใจลงทุน และจะมคี วาม
สําคญั มากสําหรับธุรกิจท่มี ีเงนิ สดจํานวนมากในแต่ละเดอื นหรือไตรมาส แตเ่ ปน็ เงินสดแบบหมนุ เวียนเร็ว
การจดั การงานลงทนุ ระยะสัน้ จะมคี วามสําคญั อยา่ งมาก
2) การตัดสินใจทางการเงนิ จะเปน็ การดําเนินงานเกยี่ วกับการระดมเงนิ ทนุ จากแหลง่ ต่างๆ ซึง่ จะ
ขน้ึ อยู่กับการตัดสินใจเกย่ี วกบั ชนิดของแหลง่ เงินทุนทีม่ อี ยู่ และคา่ ใชจ้ ่ายทเ่ี ป็นตน้ ทนุ ของเงินทุนทีใ่ ช้ในการบริหาร
เช่น เงนิ กู้ระยะยาวหรือ ระยะสนั้ หรือ ผลตอบแทนจากการลงทนุ ทค่ี าดหวังที่จะไดร้ ับ เป็นต้น
3) การตัดสินใจเกีย่ วกบั ผลตอบแทน ฝาุ ยการเงินมีหนา้ ท่ตี ัดสนิ ใจเก่ียวกบั วธิ ีการกระจายการ
ลงทนุ และการบรหิ ารผลกาํ ไรท่ีเกิดขน้ึ จากเงนิ ลงทนุ เหล่านนั้ ซ่งึ กําไรสุทธิแบง่ ออกได้ 2 ลักษณะ
3.1 เงินปนั ผลท่จี า่ ยให้ผ้ถู ือหุน้ และอตั ราการจา่ ยเงนิ ปันผลต้องพิจารณาอยา่ งรอบคอบ
และเปน็ ธรรม
3.2 กําไรสะสม จะตอ้ งพจิ ารณาใหม้ ปี ริมาณทเี่ หมาะสม และเพียงพอสําหรบั การวางแผนการขยาย
งานในอนาคตของธุรกิจ โดยตอ้ งมกี ารพิจารณาร่วมกับฝาุ ยการตลาด ฝาุ ยการผลติ และผบู้ ริหารระดับสงู
7. ครอู ธบิ ายรายไดบ้ ุคคล หมายถงึ รายไดท้ ง้ั หมดทีค่ รัวเรือนไดร้ ับจากแหล่งต่างๆ ในรอบปี
ซงึ่ อาจจะไดม้ าจากเงินเดือน ค่าจา้ งแรงงาน รายไดจ้ ากงานส่วนตัว โบนสั ค่านายหน้า ดอกเบีย้ เงนิ ปนั ผล
ผลท่ีได้จากเงินออมและการลงทนุ การจาํ หน่ายสินทรัพย์ และรายไดอ้ ่ืน ๆ ซึ่งรวมท้งั หมดแล้วจะเป็น
รายไดจ้ ริงที่จะได้ ไม่ใช่รายไดท้ ค่ี าดวา่ จะได้ และเป็นรายไดก้ ่อนหกั ภาษีเงนิ ได้ ปจั จยั ทกี่ าํ หนดรายได้ของบคุ คล
1) อายุ มีความสมั พนั ธต์ ่อการหารายได้ของบคุ คล บุคคลท่ีสงู วยั และหนุม่ สาวเมอ่ื เร่ิมทํางานก็
จะมีรายไดไ้ มส่ งู มาก เมือ่ เทยี บกบั ผู้ทีอ่ ยู่ในวัยกลางคน ซึ่งมีอายุระหวา่ ง 35- 55 ปี โดยทัว่ ไปในวัยนจี้ ะมี
ความสามารถในการหารายไดส้ ูง เน่ืองจากอยู่ในวัยท่ีมีรา่ งกายแข็งแรงในการทํางาน
2) การศึกษา จะเป็นเครือ่ งกําหนดรายไดข้ องบคุ คล ผูท้ ่สี าํ เร็จการศกึ ษาสูงย่อมมีรายได้สงู กวา่
ผ้มู กี ารศกึ ษาตํ่าหรอื ไม่ไดร้ บั การศึกษา
3) อาชพี การเลือกอาชพี มคี วามสมั พนั ธก์ ับการศกึ ษาของบคุ คล อาชีพบางอยา่ งจะตอ้ งผ่านการ
ศกึ ษาเฉพาะด้าน เช่น แพทย์ นกั กฎหมาย สถาปนกิ วิศวกร เป็นต้น แต่บางอาชพี ถงึ แมจ้ ะไม่เรยี นมา
โดยตรง กน็ าํ ความร้มู าประยกุ ตใ์ ชท้ ํางานได้ เช่น ผูท้ ีเ่ รียนสงั คมศาสตร์ อาจจะประกอบอาชีพได้หลายอย่าง
ได้แก่ อาจารย์ พนักงาน พนกั งานของรฐั บาล รัฐวสิ าหกิจ ตลอดจนธรุ กจิ เอกชนตา่ งๆ
4) คณุ สมบตั ิเฉพาะตัว บุคคลแตล่ ะคนจะแตกต่างกนั โดยเฉพาะในสว่ นทีเ่ ป็นคุณสมบัตเิ ฉพาะตัว
เชน่ ความสามารถ (Abilities) ความชาํ นาญ (Skills) บุคลกิ ภาพ (Personality) แรงกระตนุ้ (Drive)
ทัศนคติ (Aptitudes) ขวญั และกาํ ลังใจ (Motivation) และคา่ นิยมตา่ งๆ (Value) ซงึ่ จะมอี ทิ ธิพลต่อการ
กําหนดระดบั รายได้ของบุคคลทัง้ สน้ิ
5) แหล่งรายไดต้ ่างๆ ของบุคคล การทํางานแตล่ ะอาชีพยอ่ มมผี ลตอบแทน ได้แก่ เงินเดอื น คา่ จา้ ง
และสวสั ดิการต่างๆ ในการพิจารณารายไดข้ องบคุ คล นอกจากจะคาํ นงึ ถงึ รายได้ท่ีเป็นตวั เงนิ แลว้ ยังต้อง
คํานึงถึงสวสั ดกิ ารหรือผลประโยชนอ์ ื่นๆ ทคี่ วรจะได้รบั ดว้ ย
8. ครูแสดงการวดั รายไดส้ ว่ นบคุ คล สามารถทาํ ได้ 2 วธิ ี ดงั นี้
1) วธิ ีการปรบั รายได้ประชาชาตใิ หเ้ ปน็ รายไดส้ ่วนบุคคล
2) วธิ กี ารวดั รายไดส้ ่วนบุคคลโดยตรง เป็นการวัดผลรวมของรายไดเ้ ฉพาะที่ครัวเรือนได้รบั รวม
กับเงินโอนที่ครัวเรือนได้รับในรอบปนี นั้ ๆ
57
9. ครสู าธิตการจดั ทํางบการเงินสว่ นบุคคล เป็นงบสรปุ ผลการใช้จ่ายเงิน และชว่ ยวางแผนทางการเงินใน
อนาคตซงึ่ ประกอบด้วย งบแสดงฐานะการเงิน งบรายไดร้ ายจ่ายและบนั ทึกต่างๆ เป็นรูปแบบที่ประชาชนทว่ั ไป
สามารถจัดทาํ เองได้งา่ ย โดยจะไมก่ ล่าวถงึ รายละเอียดทีส่ มบรู ณข์ องงบการเงินตามมาตรฐานการบัญชี
ฉบบั ท่ี 1 (ฉบับปรับปรุง 2552) งบการเงินสว่ นบคุ คลทีน่ าํ มาใช้บันทกึ รายการ มีดงั น้ี
1) งบรายไดแ้ ละรายจ่ายสว่ นบคุ คล (Income Statement)
2) งบแสดงฐานะการเงินส่วนบุคคล
58
3. การบันทกึ รายการทรัพย์สนิ ส่วนบคุ คล
4.บนั ทึกรายการเสียภาษี
5) บนั ทึกหลักฐานกรรมสทิ ธใิ์ นทรัพย์สนิ ไม่หมุนเวยี น
6) บันทกึ หลักฐานการประกันภยั
7) บนั ทึกหลักฐานการลงทนุ
8) บันทกึ หลกั ฐานสําคัญอื่นๆ
10. ครูอธิบายและสาธิตการทํางบประมาณ (Budgeting) คือ การวางแผนการที่คาดว่าจะตอ้ งจา่ ย โดยการคดิ
ลว่ งหนา้ และแสดงข้อมูลออกมาเปน็ ตัวเลขและอาจแสดงออกมาในรูปของตวั เงิน จาํ นวนชัว่ โมงในการทํางาน จาํ นวน
ผลิตภัณฑจ์ ํานวนชวั่ โมงเคร่ืองจกั ร ค่าสกึ หรอ ค่าโสหุย้ เปน็ ตน้
11. ครูสาธิตการทาํ งบประมาณสว่ นบุคคล (Personal Budgets) หมายถึง การวางแผนประมาณรายได้
รายจา่ ยลว่ งหน้า เพ่อื จดั สรรเงินทม่ี ีอยูอ่ ยา่ งจํากดั ให้ประสบความสําเรจ็ ตามเปูาหมาย โดยจัดทาํ งบประมาณรายได้
และคา่ ใช้จ่ายตามท่ีได้คาดการณ์ไว้ แล้วจึงนํามาประกอบเปน็ งบประมาณรายไดแ้ ละงบประมาณรายจา่ ย รายเดอื น
หรอื รายปี เพอ่ื ควบคมุ ค่าใช้จ่ายให้อยใู่ นกรอบของงบประมาณทไี่ ดก้ ําหนดกจ็ ะมเี งินเหลอื ใช้เงินส่วนนก้ี ็จะเปน็ เงนิ ออม
ในวันข้างหนา้
59
12. ครูสาธิตการทํางบประมาณรายจ่ายสว่ นบคุ คล
ข้นั สรปุ และการประยกุ ต์
13. ครูและผ้เู รียนสรปุ การวางแผนทางการเงิน หลักการวางแผนทางการเงิน และการจัดการทางการเงนิ
14. สรุปสาระสาํ คัญเพอื่ ให้เกิดการเรียนรู้และนําไปปฏบิ ตั ไิ ด้ และประเมนิ ผเู้ รยี นดงั น้ี
ชอื่ ผ้เู รียน ธรรมชาติของผเู้ รยี น วธิ กี ารเรียนรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วฒุ ภิ าวะ
1.
2.
3.
4.
5.
60
สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือเรยี น วิชาการเป็นผ้ปู ระกอบการ
2. รูปภาพ
3. กจิ กรรมการเรียนการสอน
4. ส่อื อเิ ล็กทรอนกิ ส,์ VDO, สือ่ PowerPoint
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้
หลักฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเช็ครายชื่อ
3. แผนจัดการเรียนรู้
4. การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวัดผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่
3. สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6. การสังเกตและประเมินพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เครือ่ งมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ (โดยผู้เรยี น)
4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้
6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียนร่วมกนั ประเมนิ
เกณฑ์การประเมินผล
1. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ข้นึ ไป)
3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ขึ้นไป)
4. กจิ กรรมใบงาน เกณฑผ์ า่ น คือ 50%
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้มเี กณฑผ์ า่ น 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู ับ
การประเมินตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.แนะนาํ ให้ผู้เรยี นทาํ กจิ กรรมใบงาน
2.อ่านและทบทวนเน้อื หา
61
แผนการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ี 7 หนว่ ยท่ี 5
วิชารหัส 2201-9001 วิชาการเปน็ ผู้ประกอบการ สอนคร้ังที่ 8 (15-16)
ชื่อหนว่ ย/เร่อื ง การจดั หาและการวางแผนทางการเงนิ
จานวน 3 ช.ม.
แนวคิด
บคุ คลแต่ละคนย่อมมเี ปูาหมายในชีวิตแตกต่างกนั ดงั นนั้ จงึ มีการวางแผนและการจัดการทางการเงนิ ท่ี
แตกตา่ งกนั ไปดว้ ย โดยตงั้ เปาู หมายให้สอดคล้องกับตนเองและสิง่ แวดล้อมท่เี หมาะสม ซงึ่ การวางแผนทางการเงนิ เป็น
การจัดเตรียมขอ้ มูลต่าง ๆ ด้านการเงินท่ีคาดวา่ จะเกิดข้ึนในอนาคต แลว้ นํามากําหนดเพอ่ื เปน็ แนวทางในการ
ดําเนินงาน ประสานข้อมลู ต่าง ๆ ให้สัมพันธก์ นั และมีประสิทธิผลมากที่สุด
ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวัง
1. แสดงความรู้เกย่ี วกับการจัดการเงนิ สดและสนิ ทรัพย์สภาพคลอ่ ง
2. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยมและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องผ้สู าํ เร็จการศึกษา สํานักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครสู ามารถสงั เกตได้ขณะทาํ การสอนในเรือ่ ง
1 ความมวี ินยั
2 ความซอื่ สัตย์สจุ รติ
3 ความเชอ่ื มัน่ ในตนเอง
4 ความสนใจใฝุรู้
5 การละเว้นสิง่ เสพติดและการพนนั
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรเู้ กี่ยวกับหลักการวางแผนเปาู หมายชีวิตดว้ ยวงจรควบคุมคณุ ภาพ ธรุ กิจและการเปน็
ผปู้ ระกอบการ หลักการจดั การทางการเงนิ หลกั การบริหารงานคณุ ภาพและเพ่มิ ผลผลติ เบอ้ื งต้นและกฎหมายท่ี
เกย่ี วขอ้ ง
2. จัดทําแผนธรุ กิจอยา่ งงา่ ย
3. ประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการวางแผนและดาํ เนินงาน
4. ประยกุ ต์ใชห้ ลักการบริหารงานคุณภาพและเพ่ิมผลผลติ ในการวางแผนและดําเนินงาน
สาระการเรียนรู้
1. การจัดการเงินสดและสนิ ทรพั ยส์ ภาพคลอ่ ง
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน
1. ครอู ภปิ รายวา่ อยา่ งที่ทราบแล้ววา่ การจดั การทางการเงนิ เป็นการบรหิ ารทรพั ยากรทางการเงนิ ที่มีอยู่หรือ
ได้มาให้บรรลุจุดมุ่งหมายท่ีวางไว้ได้อย่างดีที่สุด คือให้ได้รับความมั่งค่ังสูงสุด จะนํามาซึ่งความสุขและความมี
เสถยี รภาพทางการเงินของบคุ คล
2. ครกู ล่าวถึงกลยทุ ธก์ ารบรหิ ารการเงินบุคคล หมายถึง การบริหารการเงินของบุคคลอย่างฉลาด ด้วยการ
นาํ หลักและวิธีการบริหารการเงินทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพมาใชใ้ นการตัดสนิ ใจจนทาํ ให้เกดิ ผลสําเรจ็ ตามเปูาหมายที่กําหนดไว้
ซึ่งครอบคลุมถึงเร่ืองการบริหารการเงินโดยทั่วไป รายได้และการบริหารรายได้ของบุคคลการบริหารรายจ่ายต่างๆ
ของบุคคล การบรหิ ารความเสย่ี งและการประกันความม่ันคงของบุคคลการบริหารด้านการลงทุนของบุคคล ตลอดจน
การวางแผนเพอ่ื เกษียณอายุ
62
ขน้ั สอน
3. ครอู ธบิ ายการจัดการทางการเงนิ ดว้ ยสือ่ PowerPoint โดยการจดั การเงนิ สด (Cash Management) คอื
การบรหิ ารทเ่ี ก่ียวกับประสทิ ธภิ าพในการเกบ็ รวบรวมเงนิ สด การจ่ายเงินสดและการลงทุน การจัดทาํ งบประมาณเงนิ
สดเปน็ เครอ่ื งมือในการจัดการเงินสด เพอื่ ใชพ้ ยากรณค์ วามตอ้ งการเงนิ สดในอนาคตและการควบคุมการดาํ เนนิ การ
ต่างๆ ใหเ้ ป็นไปตามงบประมาณ
4. ครูอธิบายสนิ ทรัพย์สภาพคลอ่ ง (Liquid Asset) คือ สินทรัพย์ในรูปของเงนิ สดและสินทรพั ย์อน่ื ท่ีมีสภาพ
ใกลเ้ คยี งเงนิ สด แตส่ ามารถเปลีย่ นเปน็ เงินสดได้งา่ ยภายในระยะเวลาไมเ่ กนิ 1 ปี เชน่ เงนิ ฝากกระแสรายวันเงินฝาก
ออมทรัพย์ และเงินลงทนุ ระยะสนั้ อนื่ ๆ บุคคลจําเปน็ ตอ้ งมสี ินทรพั ย์สภาพคล่องใหเ้ พียงพอต่อการใช้จา่ ยประจาํ วัน
เพือ่ จะได้ไมเ่ กิดปัญหาเงินขาดมอื ส่วนปัญหาทางการเงินมกั จะเกดิ ขนึ้ กบั ทุกครอบครัว
ถา้ ไมม่ กี ารเตรยี มพร้อมไว้ยอ่ มนาํ ความเดือดร้อนมาสสู่ มาชิกภายในครอบครัวได้ จงึ จาํ เป็นที่ทกุ ครอบครัว
ต้องมเี งินสดสาํ รองไว้จํานวนหนงึ่ เพราะจะทาํ ให้ทุกครอบครวั มคี วามเป็นอยทู่ ่ดี ี และสขุ สบายในอนาคต
5. ครูบอกประโยชน์ของการจัดการทางการเงิน มดี ังนี้
1) เพอ่ื ใหบ้ ุคคลมแี นวทางในการวางแผนทางการเงนิ ของตนเองและครอบครัวไดถ้ กู ตอ้ ง เช่น การหารายได้
การจัดหาแหล่งเงินสด การใช้จ่ายเงินสด และการเก็บรักษาเงินสด การลงทุน การรู้จักวางแผนปูองกันชีวิตและ
ทรพั ย์สินของตนจะนาํ มาซึง่ ความม่งั คง่ั มัน่ คงและความสขุ ของบุคคลและครอบครวั นั้น
2) ส่งเสรมิ ใหบ้ คุ คลได้ตระหนักถึงความสําคัญของการใช้จ่ายเงินอย่างถูกต้อง เช่น การใช้เงินเพื่อสุขภาพ
การใช้จ่ายเพื่อพักผ่อนหรอื ท่องเทีย่ ว ซ่ึงเป็นการช่วยเสริมสร้างคณุ ภาพชวี ิตให้มีความสุขสบายอย่างสมบูรณ์แบบและ
มโี อกาสใช้เงินทต่ี นหามาได้ตลอดชวี ิต ใหเ้ กดิ ผลคุ้มค่าอยา่ งแทจ้ รงิ
3) จะกอ่ ใหเ้ กิดบคุ ลากรที่มคี วามรู้ด้านการวางแผนการเงนิ ซง่ึ จะเปน็ ผมู้ ีความรู้ความสามารถใน
การวางแผนการเงินและการลงทุน โดยเฉพาะสามารถใหค้ ําแนะนาํ และชว่ ยวางแผนให้ลกู ค้าทต่ี อ้ งการลงทุน
ในสถาบนั การเงนิ ต่างๆ เชน่ ธนาคาร บรษิ ทั ประกันชวี ติ บรษิ ทั เงนิ ทุนหลกั ทรพั ย์ บริษัทจดั การลงทุน
ตลอดจนกิจการทดี่ แู ลรักษาผลประโยชน์ของลกู ค้า
4) เปน็ พ้นื ฐานความมน่ั คงให้กับเศรษฐกจิ และสังคมของประเทศ เม่ือการจัดการการเงินของ
ครวั เรอื นไดผ้ ลดีมีประสิทธภิ าพ ประชาชนมีเงินเหลอื ใช้ก็จะส่งผลให้เกดิ การออมและการลงทนุ ได้มาก
เม่ือประชาชนสว่ นใหญม่ ีความเป็นอยทู่ ี่ดีข้นึ ก็จะช่วยประหยัดค่าใชจ้ ่ายด้านสวสั ดกิ ารสังคมได้
6. ผ้เู รียนแสดงงบรายได้-รายจา่ ยส่วนบคุ คล ตามโจทย์ท่ีครูกําหนด
7. ผูเ้ รยี นเขยี นขอ้ มูลสว่ นตัวในรูปของงบแสดงฐานะการเงนิ สว่ นบคุ คล
8. ผู้เรียนวางแผนดา้ นการเงินของตนเองและครอบครัว
63
ขน้ั สรุปและการประยุกต์
9. ครูถามคําถามหรอื กาํ หนดปญั หาโดยให้ผู้เรยี นระดมสมองชว่ ยกันคิดหาคาํ ตอบแล้วอธิบายคาํ ตอบให้
เพ่ือนทุกคนในกลมุ่ ของตนเองเข้าใจ
10. ครใู ชว้ ิธีสุ่มผเู้ รียนทุกกลุ่มตอบคาํ ถามและอธิบายให้เพ่ือนฟังทัง้ ช้ันเรยี น
ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือเรียน วชิ าการเปน็ ผูป้ ระกอบการ
2. รูปภาพ
3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4. สื่ออิเล็กทรอนิกส,์ สอื่ VDO, สือ่ PowerPoint
5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
หลกั ฐาน
1. บนั ทึกการสอน
2. ใบเช็ครายชื่อ
3. แผนจดั การเรยี นรู้
4. การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. ประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุม่
3. สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เครอ่ื งมอื วดั ผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน)
4. แบบประเมินกจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้
6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรยี นรว่ มกนั
ประเมิน
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี ่องปรับปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกล่มุ คือ ปานกลาง (50 % ขึน้ ไป)
3. เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)
4. กจิ กรรมใบงาน เกณฑ์ผา่ น คอื 50%
5. แบบประเมินผลการเรยี นรมู้ ีเกณฑผ์ ่าน 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
64
กจิ กรรมเสนอแนะ
1. ฝึกทักษะโดยทํากิจกรรมใบงาน
2. อ่านและทบทวน
ใบงานท่ี 5.1
เรอ่ื ง งบรายได้-รายจ่าย
ชอื่ -สกลุ ............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาช้แี จง จงแสดงงบรายได้-รายจ่ายส่วนบุคคล ตามขอ้ มูลต่อไปนี้
คณุ สมหวังและคณุ สมหญงิ เป็นสามภี รรยากันและไม่มบี ุตร ซึ่งคุณสมหวังทํางานในโรงงานมรี ายไดจ้ ากเงินเดอื น
ปีละ 300,000 บาท สว่ นคุณสมหญงิ ทํางานเปน็ ลูกจ้างในบริษัทมีรายได้ปลี ะ 170,000 บาท ขณะที่คณุ สมหญิงมกี าร
ฝึกอบรมเป็นระยะเพอ่ื พัฒนาตนเอง ซง่ึ มีคา่ ใช้จา่ ยเกิดขึน้ ปีละ 30,000 บาท ทง้ั สองคนไดจ้ ดบันทึกรายได้และ
ค่าใช้จา่ ยในปี 2557 ดังน้ี
คา่ ผอ่ นบ้าน 20,000 บาท ค่าเบย้ี ประกันชวี ติ 48,000
คา่ ผอ่ นรถยนต์ 15,000 บาท บาท
ค่าอาหาร 60,000 บาท ค่าเบยี้ ประกนั รถยนต์ 12,000
ค่าใช้จา่ ยส่วนตวั อื่น ๆ 30,000 บาท บาท
ภาษีเงินได-้ คณุ ปญั ญา 50,000 บาท ค่าเครอื่ งนงุ่ หม่ 70,000
-คุณเหมือนฝัน 30,000 บาท บาท
ค่าท่องเที่ยว 50,000 บาท
ค่าใช้จ่ายอ่ืน ๆ 5,000
บาท
ใหท้ า จงแสดงงบรายได-้ รายจ่าย ในปี พ.ศ. 2557 ตามช่องวา่ งขา้ งลา่ งนี้
.............................................................................
...............................................................................
.................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
65
ใบงานที่ 5.2
เรอื่ ง งบแสดงฐานะการเงนิ
ชอื่ -สกลุ ............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนข้อมลู ส่วนตวั ในรูปของงบแสดงฐานะการเงนิ ส่วนบคุ คลดังต่อไปน้ี
นางรุ่งฤดีมเี งนิ สด 18,000 บาท เคร่ืองตกแต่งตรี าคาตลาดได้ 12,000 บาท เงินฝากธนาคาร 11,000 บาท
รถยนต์ 300,000 บาท กูเ้ งนิ จากนายมานะ 20,000 บาท และคา้ งชําระค่าไฟฟาู อกี 1,500 บาท จงแสดงฐานะ
การเงินของนางสาวร่งุ ฤดี
………………………………..
………………………………..
…………………………………….
สินทรพั ย์ หนี้สนิ และสว่ นของเจา้ ของ
....................................................................... ..................................................................
....................................................................... ..................................................................
....................................................................... ..................................................................
....................................................................... ..................................................................
....................................................................... ..................................................................
ขอ้ เสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
66
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการที่ 8 หนว่ ยท่ี 6
วชิ ารหัส 20001-1003 ธรุ กิจและการเป็นผูป้ ระกอบการ สอนคร้งั ท่ี 8 (22-24)
ชอ่ื หน่วย/เรื่อง กฎหมายท่เี กยี่ วกับธุรกิจและการเป็นผ้ปู ระกอบการ
จานวน 3 ช.ม.
แนวคิด
การประกอบธุรกิจน้ันส่ิงที่มีความสําคัญมากต่อผู้ประกอบการอีกอย่างหน่ึง ก็คือผู้ประกอบการควรจะมี
ความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการ เน่ืองจากต้องปฏิบัติตามข้อบังคับทางกฎหมายท่ี
ระบไุ วใ้ หป้ ฏิบตั ติ าม ซึ่งกฎหมายท่มี ีความเก่ียวขอ้ งโดยตรงน้ันมีหลายฉบับด้วยกัน เช่น กฎหมายแรงงาน เพราะเป็น
กฎหมายท่ีบญั ญัตถิ งึ สทิ ธแิ ละหน้าทขี่ องนายจ้าง ลูกจ้าง องคก์ ารของนายจา้ ง และองคก์ รของลกู จ้าง รวมทัง้ มาตรการ
ที่กําหนดให้นายจ้าง ลูกจ้างและองค์กรดังกล่าวปฏิบัติต่อกันและรัฐ ท้ังน้ีเพื่อให้การจ้างงาน และการใช้งาน การ
ประกอบกจิ การและความสัมพนั ธร์ ะหว่างนายจ้างและลกู จ้างเป็นไปโดยเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีกฎหมายฉบับอื่น ๆ
ทีเ่ กี่ยวข้องอกี
ผลการเรยี นรู้ท่คี าดหวัง
1. แสดงความรู้เกย่ี วกบั การจดทะเบียนจัดตงั้ ธุรกจิ ได้
2. แสดงความรู้เกย่ี วกับกฎหมายภาษตี ามประมวลรษั ฎากรได้
3. แสดงความร้เู กย่ี วกับกฎหมายอ่นื ๆ ที่เกี่ยวขอ้ งได้
4. แสดงความรูเ้ กี่ยวกบั การจดทะเบยี นสิทธิบตั รได้
5. มีการพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สําเร็จการศึกษา สํานักงาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทําการสอนในเรือ่ ง
1 ความมวี ินยั
2 ความซื่อสตั ย์สุจริต
3 ความเชอื่ มั่นในตนเอง
4 ความสนใจใฝุรู้
5 การละเว้นสงิ่ เสพตดิ และการพนนั
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรเู้ ก่ียวกับหลักการวางแผนเปาู หมายชีวติ ดว้ ยวงจรควบคุมคุณภาพ ธุรกิจและการเป็น
ผปู้ ระกอบการ หลักการจดั การทางการเงนิ หลกั การบริหารงานคณุ ภาพและเพิ่มผลผลิตเบื้องตน้ และกฎหมายที่
เกีย่ วข้อง
2. จดั ทาํ แผนธรุ กิจอย่างงา่ ย
3. ประยุกตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการวางแผนและดาํ เนนิ งาน
4. ประยกุ ตใ์ ช้หลกั การบริหารงานคณุ ภาพและเพ่มิ ผลผลติ ในการวางแผนและดําเนนิ งาน
สาระการเรยี นรู้
1. การจดทะเบยี นจัดตงั้ ธรุ กิจ
2. กฎหมายภาษีตามประมวลรัษฎากร
3. กฎหมายอน่ื ๆ ทเี่ ก่ยี วข้อง
4. การจดทะเบียนสทิ ธบิ ัตร
67
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น
1.ครูกลา่ วถงึ การประกอบกจิ การของรา้ นคา้ ปลีกทว่ั ไปท่ดี ําเนนิ โดยกจิ การเจา้ ของคนเดยี วทม่ี อี ย่ทู วั่ ไป
ของประเทศไทย จาํ เป็นต้องจดทะเบยี นพาณิชยต์ ามกฎหมายท่ีกรมพัฒนาธรุ กิจการคา้ กําหนด
2.ครูกลา่ วถงึ ผู้มีหนา้ ทจ่ี ดทะเบียนพาณชิ ย์ คอื บุคคลธรรมดาคนเดยี วหรือหลายคน (ห้างหุน้ ส่วน
สามญั ) หรือนติ ิบุคคล รวมท้งั นติ บิ ุคคลทตี่ ้ังขึน้ ตามกฎหมายตา่ งประเทศทม่ี าตง้ั สํานกั งานสาขาในประเทศไทย
ซ่ึงประกอบกิจการอันเป็นพาณิชยกจิ ตามทก่ี ระทรวงพาณชิ ย์กําหนด
ขั้นสอน
3.ครอู ธบิ ายการจดทะเบียนพาณิชยข์ องผู้ประกอบการโดยใช้ส่อื PowerPoint ประกอบ
4.ครูบอกข้ันตอนการจดทะเบียนจดั ตัง้ ธุรกจิ ดังน้ี
5.ครอู ธบิ ายถงึ ผปู้ ระกอบการดังตอ่ ไปนี้ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ดังนี้
1) ผูป้ ระกอบกจิ การโรงสีข้าวและโรงเลือ่ ยที่ใช้เครื่องจกั ร
2) ผปู้ ระกอบกจิ การขายสนิ ค้าไมว่ า่ อย่างใดๆ อยา่ งเดียวหรอื หลายอยา่ ง คิดรวมทัง้ ส้นิ ในวันหน่งึ ขายได้
เปน็ เงนิ ต้งั แต่ 20 บาทขึ้นไป หรือมีสนิ ค้าไวเ้ พือ่ ขายมคี ่ารวมทั้งสิน้ เปน็ เงินตั้งแต่ 500 บาทขนึ้ ไป
3) นายหนา้ หรอื ตวั แทนค้าต่างซง่ึ ทาํ การเกยี่ วกับสินคา้ ไม่ว่าอย่างใดๆ อยา่ งเดียวหรือ
หลายอย่างก็ตาม และสนิ คา้ นัน้ มีคา่ รวมท้ังส้ินในวันหนึง่ วันใดเป็นเงนิ ตัง้ แต่ 20 บาทขน้ึ ไป
4) ผู้ประกอบกจิ การหตั ถกรรมหรืออุตสาหกรรมไม่วา่ อยา่ งใดๆ อย่างเดยี วหรอื หลายอย่างกต็ าม
และขายสินค้าทีผ่ ลติ ได้ คดิ ราคารวมทั้งสนิ้ ในวนั หนง่ึ วันใดเปน็ เงินตงั้ แต่ 20 บาทขน้ึ ไป หรอื ในวนั หนงึ่ วันใดมี
สนิ คา้ ที่ผลติ ได้มีราคารวมท้ังสิน้ ต้ังแต่ 500 บาทข้ึนไป
5) ผูป้ ระกอบกิจการขนส่งทางทะเล การขนส่งโดยเรอื กลไฟหรอื เรอื ยนต์ประจาํ ทาง การขนส่ง
โดยรถไฟ การขนส่งโดยรถราง การขนส่งโดยรถยนตป์ ระจําทาง การขายทอดตลาด การรับซือ้ ขายท่ดี ิน
การให้กู้ยืมเงิน การรับแลกเปล่ียน หรอื ซอ้ื ขายเงินตราตา่ งประเทศ การซ้อื หรือขายต๋ัวเงิน การธนาคาร
การโพยกว๊ น การทําโรงรบั จาํ นาํ และการทําโรงแรม
6) ขาย ให้เช่า ผลิต หรอื รบั จา้ งผลิต แผน่ ซดี ี แถบบันทกึ วดี ทิ ัศน์ แผน่ วีดทิ ศั น์ ดีวีดี หรอื แผ่นวดี ิ
ทศั นร์ ะบบดจิ ทิ ัล เฉพาะท่ีเกย่ี วกับการบันเทงิ
7) ขายอัญมณี หรือเคร่ืองประดบั ซึ่งประดบั ดว้ ยอัญมณี
8) ซอ้ื ขายสนิ คา้ หรอื บริการโดยวธิ ีใช้ส่ืออเิ ล็กทรอนกิ ส์ผา่ นระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต บริการ
อนิ เทอร์เน็ต ให้เช่าพื้นทข่ี องเครือ่ งคอมพิวเตอรแ์ มข่ า่ ยบรกิ ารเปน็ ตลาดกลางในการซื้อขายสนิ ค้าหรอื บริการ โดย
วิธกี ารใชส้ ื่ออเิ ลก็ ทรอนกิ สผ์ ่านระบบเครอื ข่ายอนิ เทอร์เนต็
68
9) การใหบ้ ริการเคร่ืองคอมพิวเตอร์เพอ่ื ใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ต
10) การใหบ้ รกิ ารฟังเพลงและร้องเพลงโดยคาราโอเกะ
11) การใหบ้ ริการเคร่ืองเลน่ เกม
12) การให้บรกิ ารตู้เพลง
13) โรงงานแปรสภาพ แกะสลกั และหัตถกรรมจากงาชา้ ง การคา้ ปลีก การคา้ สง่ งาช้างและผลิตภัณฑจ์ าก
งาชา้ ง
6. ครูอธบิ ายกฎหมายภาษตี ามประมวลรัษฎากร ไดแ้ ก่
6.1 ภาษีเงินไดบ้ คุ คลธรรมดา คือ ภาษที ีจ่ ัดเก็บจากบุคคลทั่วไป หรอื จากหน่วยภาษที ี่มลี ักษณะ
พเิ ศษตามทก่ี ฎหมายกําหนดและมรี ายไดเ้ กดิ ข้นึ ตามเกณฑ์ทีก่ ําหนด โดยปกตจิ ดั เกบ็ เป็นรายปี รายได้ท่ีเกดิ ขึน้ ในปี
ใดๆ ผ้มู ีรายได้มหี นา้ ทต่ี อ้ งนําไปแสดงรายการตนเองตามแบบแสดงรายการภาษที ี่กาํ หนดภายในเดือนมกราคมถงึ
มนี าคมของปถี ัดไป สําหรบั ผู้มีเงนิ ได้บางกรณีกฎหมายยังกาํ หนดให้ยืน่ แบบฯ เสียภาษีตอนครง่ึ ปี สาํ หรบั รายได้ ท่ี
เกิดข้ึนจรงิ ในชว่ งคร่ึงปีแรก เพอ่ื เปน็ การบรรเทาภาระภาษีทตี่ ้องชาํ ระและเงนิ ได้บางกรณี กฎหมายกาํ หนดให้ ผู้จา่ ย
ทําหน้าทหี่ ักภาษี ณ ทจี่ ่ายจากเงินไดท้ ี่จ่ายบางส่วน เพอื่ ใหม้ ีการทยอยชําระภาษขี ณะท่มี เี งินไดเ้ กดิ ขนึ้ อกี ด้วย
6.2 ภาษีเงนิ ไดน้ ติ ิบุคคล โดยผ้มู หี น้าทเ่ี สยี ภาษเี งินไดน้ ติ ิบคุ คล ได้แก่ บริษัทหรือห้างห้นุ สว่ นนติ บิ คุ คลที่จด
ทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์รวมถึงนิตบิ ุคคลอน่ื ๆ ท่ไี ม่ได้จดทะเบยี นตามประมวลกฎหมายแพง่
และพาณชิ ย์
6.3 ภาษมี ูลค่าเพ่ิม ผู้ประกอบการที่ขายสนิ ค้าหรือใหบ้ รกิ ารในทางธรุ กจิ หรือวิชาชีพเปน็ ปกตธิ ุระ ไมว่ ่าจะ
ประกอบกจิ การในรปู ของบคุ คลธรรมดา คณะบคุ คลหรือหา้ งห้นุ สว่ นสามญั ที่มใิ ชน่ ติ ิบคุ คล หรอื นติ บิ คุ คลใดๆ หากมี
รายรบั จากการขายสินค้าหรือใหบ้ ริการเกนิ กวา่ 1.8 ล้านบาทตอ่ ปี ต้องย่นื คําขอจดทะเบียนภาษมี ลู ค่าเพ่ิมโดย
คํานวณภาษีท่ีต้องเสียจากภาษีขายหักดว้ ยภาษซี อ้ื
6.4 ภาษธี รุ กิจเฉพาะ เป็นภาษีตามประมวลรษั ฎากร ทจ่ี ัดเก็บจากการประกอบกจิ การเฉพาะอย่าง
แทนภาษีการค้าที่ถูกยกเลิก ภาษีธรุ กิจเฉพาะเรมิ่ ใชบ้ ังคบั ใน พ.ศ. 2535 พร้อมกันกับภาษมี ลู คา่ เพม่ิ
7. ครแู ละผู้เรยี นรว่ มกันอธบิ าย วิเคราะหภ์ าษากฎหมายอ่ืนๆ ทเี่ กี่ยวข้อง นอกจากการจดทะเบยี นจัดตงั้
ธุรกิจ และกฎหมายภาษีตามประมวลรษั ฎากรแล้ว ผปู้ ระกอบการจําเป็นต้องศึกษากฎหมายอนื่ ๆ ท่ีเก่ียวข้อง เชน่
ภาษเี งนิ ได้ ณ ที่จ่าย ภาษีปูาย อากรแสตมป์ รวมทง้ั การคมุ้ ครองทรัพย์สนิ ทางปัญญาตา่ งๆ อีกดว้ ย
8. ครอู ธบิ ายการจดทะเบียนสทิ ธบิ ัตร โดยสิทธบิ ตั ร คอื หนงั สอื สําคัญที่ออกใหเ้ พ่อื คุ้มครองการประดิษฐ์ หรือ
การออกแบบผลิตภัณฑ์การประดิษฐ์ คอื ผลงานสร้างสรรค์ เกีย่ วกบั การผลิตผลิตภณั ฑ์ ซงึ่ มี 2 ลกั ษณะ ดงั น้ี
69
8.1 ผลิตภัณฑ์ ไดแ้ ก่ สว่ นประกอบกนั เป็นสงิ่ ของเครอื่ งใช้ตา่ งๆ และส่วนผสมทางเคมี
8.2 กรรมวิธี ได้แก่ วิธกี ารผลิต การเกบ็ รกั ษา หรอื การใช้ผลติ ภณั ฑ์ การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ คอื ผลงาน
สรา้ งสรรค์เกยี่ วกบั ลักษณะของผลติ ภัณฑ์ เชน่ รูปรา่ ง ลวดลาย หรอื สี
โดยสิทธิบัตรการประดษิ ฐ์ มีอายุ 20 ปี นบั แต่วนั ยื่นขอรับสทิ ธบิ ัตรและสิทธบิ ัตรการออกแบบ
ผลติ ภัณฑ์ มอี ายุ 10 ปี นับแต่วนั ย่ืนขอ
ผ้ทู รงสิทธิบตั รตอ้ งชําระค่าธรรมเนียมรายปีตง้ั แตป่ ที ่ี 5 เปน็ ตน้ ไปโดยใหช้ ําระภายใน 60 วัน
หลังจากสนิ้ ปที ี่ 4 หากการออกสทิ ธิบตั รใชร้ ะยะเวลาเกนิ กว่า 4 ปี ใหช้ าํ ระค่าธรรมเนยี มรายปีภายใน 60
วนั นบั แตว่ นั ทีม่ ีการออกสิทธบิ ัตรให้
สถานทีย่ ืน่ คําขอ ส่วนบรหิ ารงานจดทะเบียน สํานกั สิทธบิ ตั ร กรมทรพั ย์สินทางปัญญาหรอื สาํ นักงาน
พาณชิ ย์จงั หวดั
9. ผเู้ รยี น Download แบบพิมพ์ (ทพ.) ที่ www.dbd.go.th แล้วนํามากรอกขอ้ มลู เพ่อื ฝึกทักษะในการจด
ทะเบียนพาณิชยข์ องผูป้ ระกอบการ ตามคาํ แนะนําของเอกสาร
10. ผูเ้ รยี นอา่ นกรณี “แพนดา้ พาโชค” แลว้ แสดงความคิดเห็นว่าเหตุการณน์ ้เี หมาะสมหรอื ไม่อยา่ งไรบา้ ง
ขน้ั สรปุ และการประยุกต์
11. ครูและผูเ้ รยี นสรปุ กฎหมายท่เี กย่ี วกบั การเปน็ ผปู้ ระกอบการ
12. ผู้เรียนแสดงตวั อย่างการคาํ นวณกฎหมายเกย่ี วกบั ภาษีอากร และแสดงตวั อย่างเกยี่ วกบั กฎหมายแรงงาน
และประกันสงั คม
สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี น วิชาการเป็นผูป้ ระกอบการ
2. รูปภาพ
3. กจิ กรรมการเรียนการสอน
4. สอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ ส์, ส่ือ VDO และสือ่ PowerPoint
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้
หลกั ฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเช็ครายชือ่
3. แผนจดั การเรียนรู้
4. การตรวจประเมนิ ผลงาน
70
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ัดผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
3. สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุม่
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้
6. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เคร่ืองมือวดั ผล
1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่ (โดยผู้เรียน)
4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้
6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี นร่วมกนั
ประเมนิ
เกณฑ์การประเมินผล
1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มีช่องปรับปรงุ
2. เกณฑ์ผา่ นการประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขึ้นไป)
3. เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. กจิ กรรมใบงาน เกณฑผ์ ่าน คอื 50%
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนร้มู ีเกณฑ์ผา่ น 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กบั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.แนะนาํ ให้ฝกึ ทกั ษะในกจิ กรรมใบงาน
2.อา่ นและทบทวนเน้ือหา
71
แผนการจดั การเรียนรู้แบบบูรณาการที่ 9 หนว่ ยท่ี 6
วชิ ารหัส 20001-1003 ธรุ กิจและการเปน็ ผูป้ ระกอบการ สอนครั้งที่ 9 (25-27)
ชือ่ หน่วย/เรอ่ื ง กฎหมายทเี่ กยี่ วกับธุรกจิ และการเป็นผู้ประกอบการ จานวน 3 ช.ม.
แนวคดิ
การประกอบธรุ กิจนนั้ สิ่งทม่ี คี วามสําคญั มากตอ่ ผู้ประกอบการอกี อย่างหนง่ึ กค็ ือผู้ประกอบการควรจะมี
ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่เก่ยี วข้องกบั ผ้ปู ระกอบการ เน่อื งจากต้องปฏิบตั ติ ามข้อบงั คับทางกฎหมายที่
ระบไุ ว้ให้ปฏิบตั ติ าม ซึ่งกฎหมายทม่ี ีความเกย่ี วขอ้ งโดยตรงนัน้ มีหลายฉบับด้วยกนั เช่น กฎหมายแรงงาน เพราะเปน็
กฎหมายทบ่ี ญั ญัตถิ ึงสทิ ธแิ ละหนา้ ที่ของนายจ้าง ลูกจา้ ง องคก์ ารของนายจ้าง และองคก์ รของลกู จ้าง รวมท้ังมาตรการ
ท่กี ําหนดให้นายจ้าง ลูกจา้ งและองคก์ รดงั กลา่ วปฏบิ ตั ิตอ่ กนั และรฐั ทง้ั นเ้ี พื่อใหก้ ารจ้างงาน และการใช้งาน การ
ประกอบกิจการและความสัมพันธ์ระหวา่ งนายจา้ งและลกู จา้ งเป็นไปโดยเหมาะสม นอกจากน้ยี ังมกี ฎหมายฉบบั อ่ืน ๆ
ท่เี กย่ี วข้องอีก
ผลการเรยี นรทู้ ่คี าดหวัง
1. .แสดงความรเู้ กี่ยวกับเคร่อื งหมายการคา้
2. แสดงความรูเ้ กี่ยวกับกฎหมายประกนั สงั คม
3. มีการพัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ของผสู้ ําเรจ็ การศกึ ษา สํานกั งาน
คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ท่ีครูสามารถสังเกตได้ขณะทําการสอนในเรอื่ ง
1 ความมีวนิ ยั
2 ความซอื่ สตั ย์สจุ รติ
3 ความเชือ่ มั่นในตนเอง
4 ความสนใจใฝุรู้
5 การละเวน้ สิ่งเสพตดิ และการพนนั
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เก่ยี วกบั หลกั การวางแผนเปาู หมายชีวิตดว้ ยวงจรควบคุมคุณภาพ ธุรกิจและการเป็น
ผ้ปู ระกอบการ หลักการจัดการทางการเงนิ หลกั การบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพิม่ ผลผลิตเบ้ืองตน้ และกฎหมายท่ี
เกยี่ วข้อง
2. จดั ทําแผนธรุ กิจอยา่ งงา่ ย
3. ประยกุ ต์ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการวางแผนและดําเนนิ งาน
4. ประยุกตใ์ ชห้ ลกั การบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพมิ่ ผลผลติ ในการวางแผนและดําเนินงาน
สาระการเรียนรู้
5. เคร่ืองหมายการคา้
6. กฎหมายประกันสงั คม
72
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ครูกล่าวถึงเคร่ืองหมายการค้า ซึ่งใช้หรือจะใช้เป็นท่ีหมายหรือเกี่ยวข้องกับสินค้า เพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้
เครื่องหมายของเจา้ ของเครอื่ งหมายนน้ั แตกตา่ งกับสนิ ค้าท่ใี ช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น ซ่ึงเครื่องหมายการค้า
อาจจะเป็นภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ ตรา ชื่อ คํา ข้อความ ตัวหนังสือ ตัวเลข ลายมือช่ือ กลุ่มของสี รูปร่าง
หรือรูปทรงของวัตถุ หรือสง่ิ เหล่านีอ้ ย่างใดอยา่ งหน่ึงหรือหลายอย่างรวมกัน
2. ผเู้ รยี นยกตัวอย่างเครื่องหมายการคา้
ขน้ั สอน
3. ครูอธบิ ายและแสดงตวั อย่างรปู ภาพเครื่องหมายการคา้ ให้ผูเ้ รียนดู โดยเครอ่ื งหมายการคา้ หมายถงึ
เครื่องหมายท่ใี ชห้ รือจะใชเ้ ปน็ ทห่ี มายหรือเกยี่ วข้องกับสนิ ค้าเพอ่ื แสดงวา่ สนิ ค้าท่ีใช้เครอ่ื งหมายของเจา้ ของ
เครื่องหมายนน้ั แตกต่างกับสินคา้ ที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบคุ คลอ่นื ซึ่งเครอ่ื งหมายการคา้ อาจจะเปน็ ภาพถ่าย
ภาพวาด ภาพประดษิ ฐ์ ตรา ชอ่ื คํา ข้อความตวั หนงั สอื ตวั เลข ลายมือชื่อ กลุ่มของสี รูปร่าง หรอื รปู ทรงของวัตถุ
หรือสงิ่ เหล่านอี้ ย่างใดหนงึ่ หรอื หลายอยา่ งรวมกัน
4. ครบู อกประเภทเคร่ืองหมายการค้ามี 3 ประเภท ไดแ้ ก่
1) เครอื่ งหมายบริการ หมายถึง เครอื่ งหมายที่ใช้หรือจะใชเ้ ป็นที่หมายหรอื เกีย่ วขอ้ งกบั บรกิ ารเพอื่ แสดงวา่
บริการทใ่ี ช้เครอื่ งหมายของเจ้าของบรกิ ารนั้นแตกต่างกับบรกิ ารที่ใช้เครือ่ งหมายบริการของบุคคลอ่ืน
2) เครอ่ื งหมายรบั รอง หมายถงึ เคร่ืองหมายท่ีเจา้ ของเคร่ืองหมายรับรองใชห้ รอื จะใช้เป็นทีห่ มายหรอื
เกยี่ วข้องกับสนิ คา้ หรอื บรกิ ารของบคุ คลอื่น เพื่อเป็นการรบั รอง แหล่งกาํ เนดิ ส่วนประกอบ/วธิ กี ารผลิตคณุ ภาพหรือ
คณุ ลักษณะสนิ คา้ นั้น หรอื เพ่อื รับรองภาพ คณุ ภาพ ชนิด หรอื คณุ ลักษณะอนื่ ใดของบรกิ ารน้ัน
3) เครอื่ งหมายรว่ ม หมายถึง เครอ่ื งหมายการค้าหรือเคร่ืองหมายบรกิ ารที่ใชห้ รือจะใช้โดยบรษิ ทั หรือ
วสิ าหกจิ ในกลมุ่ เดียวกัน หรือโดยสมาชกิ ของสมาคม สหกรณ์ สหภาพ สมาพนั ธ์ กลุ่มบุคคลหรือองค์กรอน่ื ใดของรัฐ
หรือเอกชน
5. ครูอธบิ ายกฎหมายประกนั สังคม คอื การสรา้ งหลักประกนั สงั คมในการดํารงชวี ติ ในกล่มุ ของสมาชกิ
ทมี่ ีรายได้และจา่ ยเงนิ สมทบเขา้ กองทุนประกนั สังคมเพื่อรบั ผดิ ชอบในการเฉลี่ยความเสย่ี งทอี่ าจจะเกดิ ข้นึ จากการ
เจ็บปวุ ยคลอดบุตร ทพุ พลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพและการว่างงานเพือ่ ให้ไดร้ ับการรักษาพยาบาล และมี
การทดแทนรายไดอ้ ยา่ งตอ่ เน่อื ง
6. ครอู ธบิ ายผ้ปู ระกนั ตน หมายถงึ ลูกจ้างที่มีอายุไมต่ ํา่ กว่า 15 ปีบรบิ ูรณ์ และไมเ่ กนิ 60 ปีบริบูรณ์ ในวนั เขา้
ทาํ งานและทํางานอยู่ในสถานประกอบการทมี่ ลี กู จ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจา้ งต้องแจ้งขึน้ ทะเบยี นลูกจา้ งเป็น
ผู้ประกนั ตนภายใน 30 วนั นบั แต่วนั ทรี่ ับลกู จา้ งเข้าทํางาน มฉิ ะนนั้ จะมีความผิดตอ้ งระวางโทษจําคกุ
ไมเ่ กนิ 6 เดือน หรอื ปรบั ไม่เกิน 20,000 บาท หรือท้งั จําทงั้ ปรบั
7. ครอู ธิบายเงินสมทบกองทุนประกนั สงั คม หมายถงึ เงินท่นี ายจา้ ง ลกู จ้าง จะต้องนาํ ส่งเขา้ กองทุน
ประกนั สังคมทกุ เดือน โดยคํานวณจากค่าจา้ งจรงิ ท่ีลกู จ้างได้รับ ตามบัญชีดังน้ี
73
8. ครบู อกสิทธิประโยชน์ ผู้ทที่ ํางานเป็นลกู จา้ งจะจา่ ยเงินสมทบในกองทุนประกนั สงั คมทกุ เดอื น ในกรณที ี่
นายจา้ งมีลกู จ้างตงั้ แต่ 1 คนขึ้นไป ตอ้ งมหี น้าท่ีขึ้นทะเบียนผู้ประกนั ตนใหค้ รบทกุ คนภายใน 30 วัน และส่งเงนิ สมทบ
ใหค้ รบทั้งสว่ นของนายจา้ งและลูกจ้าง ทาํ ให้ลกู จ้างได้รบั สทิ ธิประโยชนจ์ ากกองทุนประกนั สงั คมทต่ี น
ได้รว่ มจ่ายเงนิ สมทบ ซ่ึงในทน่ี ีจ้ ะเปน็ ผู้ประกนั ตนตามมาตรา 33 (ผปู้ ระกนั ตนตามมาตรา 33 หมายถึงใหล้ ูกจ้างอายุ
ไมต่ าํ่ กวา่ 50 ปบี ริบรู ณ์ และไมเ่ กิน 60 ปบี ริบรู ณ์ เป็นผู้ประกันตน ถา้ อายคุ รบ 60 ปีบรบิ ูรณ์แลว้ เปน็ ลกู จา้ งอย่ใู หถ้ อื
วา่ เปน็ ผ้ปู ระกันตนตอ่ ไป ซึง่ ความส้นิ สดุ ของผู้ประกันตนคือ (1) ตาย (2) สน้ิ สภาพการเป็นลูกจ้าง)
74
9. ผเู้ รยี นบอกหลักเกณฑ์และสิทธปิ ระโยชน์ในการรักษาพยาบาล
10. ผเู้ รียน Download แบบพมิ พ์ (ทพ.) ที่ www.dbd.go.th แลว้ นํามากรอกขอ้ มลู เพ่ือฝกึ ทกั ษะในการจด
ทะเบยี นพาณชิ ย์ของผปู้ ระกอบการ ตามคาํ แนะนาํ ของเอกสาร
11. ผู้เรียนบอกสทิ ธปิ ระโยชน์ท่ีไดร้ ับจากกองทุนประกันสังคม โดยยกตัวอย่างคํานวณจากฐานค่าจ้างทีล่ กู จ้าง
ไดร้ ับ เช่น การคาํ นวณเงนิ สมทบสาํ หรบั ผ้ปู ระกนั สงั คมทีม่ รี ายได้ 15,000 บาทต่อเดอื นขึ้นไป (อ้างอิงอัตราเงนิ สมทบ
ปี 2556 ตามประกาศกฎกระทรวง)
12. ผเู้ รยี นอา่ นกรณี “แพนดา้ พาโชค”แล้วแสดงความคดิ เห็นวา่ เหตุการณ์นีเ้ หมาะสมหรือไม่อยา่ งไรบา้ ง
ขน้ั สรุปและการประยกุ ต์
13. ครแู ละผู้เรียนสรุปเครือ่ งหมายการคา้ และกฎหมายประกนั สงั คม โดยการถามตอบ
14. ผู้เรียนแสดงตัวอยา่ งเครอื่ งหมายการค้า และการประกนั สังคม
ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี น วชิ าธรุ กจิ และการเปน็ ผ้ปู ระกอบการ
2. รปู ภาพ
3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4. สอื่ อิเลก็ ทรอนิกส,์ สอื่ VDO และส่ือ PowerPoint
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
หลักฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเช็ครายชอ่ื
3.แผนจัดการเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวัดผลและการประเมินผล
วธิ ีวัดผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
75
เครือ่ งมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ (โดยผเู้ รยี น)
4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี นรว่ มกัน
ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรบั ปรงุ
2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุม่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
4. กจิ กรรมใบงาน เกณฑผ์ ่าน คอื 50%
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรมู้ ีเกณฑผ์ ่าน 50%
6 แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขึ้นอยกู่ ับ
การประเมนิ ตามสภาพจริง
กิจกรรมเสนอแนะ
1.แนะนาํ ให้ฝึกทักษะในกจิ กรรมใบงาน
2.อ่านและทบทวนเนือ้ หา
ใบงานท่ี 6.1
เรือ่ ง การจดทะเบยี นพาณชิ ย์ของผู้ประกอบการ
ชือ่ -สกุล............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาช้ีแจง ให้ Download แบบพมิ พ์ (ทพ.) ท่ี www.dbd.go.th แล้วนํามากรอกข้อมลู เพื่อฝกึ ทกั ษะในการจด
ทะเบยี นพาณิชย์ของผู้ประกอบการ ตามคาํ แนะนําของเอกสาร
76
แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบูรณาการที่ 10 หนว่ ยที่ -
วิชารหสั 20001-1003 ธุรกิจและการเปน็ ผปู้ ระกอบการ
ช่อื หนว่ ย/เรื่อง ทบทวน/สอบกลางภาคเรียน สอนครง้ั ที่ 10 (28-30)
จานวน 3 ช.ม.
แนวคดิ
-
ผลการเรยี นรู้ท่ีคาดหวัง
1. ผ้เู รียนเกิดการเรยี นรเู้ นือ้ หาสาระ และนาํ ความคิดรวบยอดไปประยุกตใ์ ช้ต่อไป
2. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องผ้สู ําเรจ็ การศึกษา สํานักงาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ท่ีครสู ามารถสังเกตได้ขณะทําการสอนในเร่ือง
1 ความมวี นิ ยั
2 ความซอ่ื สัตย์สุจริต
3 ความเชื่อมน่ั ในตนเอง
4 ความสนใจใฝรุ ู้
5 การละเวน้ สิง่ เสพตดิ และการพนัน
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรูเ้ ก่ียวกับหลักการวางแผนเปูาหมายชวี ิตด้วยวงจรควบคมุ คุณภาพ ธรุ กจิ และการเป็น
ผ้ปู ระกอบการ หลักการจดั การทางการเงนิ หลกั การบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพิ่มผลผลิตเบอื้ งต้น
และกฎหมายทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
2.จดั ทําแผนธุรกิจอย่างงา่ ย
3.ประยกุ ตใ์ ชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการวางแผนและดาํ เนนิ งาน
4.ประยุกต์ใชห้ ลักการบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพ่ิมผลผลิตในการวางแผนและดําเนินงาน
สาระการเรยี นรู้
ทบทวน/สอบกลางภาคเรียน
77
แผนการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ี 11 หนว่ ยท่ี 7
วิชารหัส 20001-1003 ธุรกจิ และการเป็นผูป้ ระกอบการ สอนครัง้ ท่ี 11 (31-33)
ช่ือหนว่ ย/เร่อื ง รูปแบบแผนธุรกิจ จานวน 3 ช.ม.
แนวคิด
แผนธรุ กจิ เปน็ เครอื่ งมือของธุรกิจทผ่ี ้ปู ระกอบการสามารถใช้ในการกําหนดขั้นตอน และวางแผนการดาํ เนนิ
ธรุ กิจอยา่ งมีระบบ และมีประสิทธภิ าพ เพื่อให้บรรลุวสิ ัยทัศน์ พนั ธกิจและเปูาหมายตามที่กําหนดไว้ โดยแผนธรุ กิจท่ดี ี
น้ันควรจะมคี วามถกู ตอ้ ง ชดั เจนและกระชบั ครอบคลุมเนอ้ื หาทสี่ ําคัญ งา่ ยตอ่ การเข้าใจ และต้องมีความเปน็ ไปไดใ้ น
การนาํ ไปใช้ในการดาํ เนินธุรกจิ
ผลการเรยี นรูท้ ค่ี าดหวัง
1. อธบิ ายความหมายและความสําคัญของแผนธุรกจิ
2. แสดงความรู้เก่ียวกบั องคป์ ระกอบของแผนธุรกิจ
3. จดั ทําปกหนา้ สารบัญ และคาํ นาํ
4. จัดทําบทสรปุ ผบู้ รหิ าร
5. จดั ทําประวตั ิกจิ การ หรือภาพรวมของกิจการ
6. วเิ คราะห์สถานการณ์
7. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมคา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผู้สําเรจ็ การศกึ ษา สํานกั งาน
คณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ที่ครสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาํ การสอนในเรอ่ื ง
1 ความมวี นิ ัย
2 ความซือ่ สัตย์สุจริต
3 ความเชื่อมัน่ ในตนเอง
4 ความสนใจใฝรุ ู้
5 การละเวน้ สิง่ เสพตดิ และการพนนั
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เกย่ี วกบั หลักการวางแผนเปูาหมายชีวติ ด้วยวงจรควบคมุ คุณภาพ ธรุ กิจและการเปน็
ผูป้ ระกอบการ หลักการจัดการทางการเงิน หลกั การบริหารงานคณุ ภาพและเพ่มิ ผลผลติ เบ้ืองตน้ และกฎหมายท่ี
เก่ยี วข้อง
2. จดั ทําแผนธุรกิจอยา่ งง่าย
3. ประยกุ ต์ใช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการวางแผนและดําเนนิ งาน
4. ประยกุ ต์ใช้หลักการบรหิ ารงานคุณภาพและเพม่ิ ผลผลิตในการวางแผนและดําเนนิ งาน
สาระการเรยี นรู้
1.ความหมายและความสาํ คญั ของแผนธุรกิจ
2.องคป์ ระกอบของแผนธุรกจิ
3.ปกหนา้ สารบัญ และคาํ นํา
4.บทสรุปผบู้ รหิ าร
5.ประวตั กิ จิ การ หรือภาพรวมของกจิ การ
6.การวเิ คราะห์สถานการณ์
78
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน
1. ครูกลา่ วถงึ แผนธุรกจิ เปน็ แผนท่ีมีความสําคญั มากจะให้รายละเอยี ดเก่ียวกับการเร่มิ ต้นธรุ กจิ ทาํ ให้
ผู้ประกอบการมีเปูาหมายชัดเจน กําหนดแนวทางของความคดิ และชว่ ยให้ผู้ประกอบการมีความมน่ั คงตอ่ การใช้
ทรพั ยากร และนําไปสู่เปูาหมาย
2. ครอู ภปิ รายแผนธรุ กิจว่าเปน็ เครือ่ งมอื ทีแ่ สวงหาเงินทนุ จากผรู้ ่วมลงทุน จากกองทนุ ร่วมลงทนุ จาก
สถาบนั การเงนิ ต่างๆ
3. ผูเ้ รียนยกตัวอย่างให้รายละเอยี ดของกจิ กรรมตา่ งๆ ได้แก่ การจัดหาเงินทุน การพฒั นาผลติ ภณั ฑ์
การตลาดและอ่ืนๆ ในการบริหารกิจการ และใชเ้ พือ่ กาํ หนดการปฏบิ ตั ิงานท่ตี อ่ เนอ่ื งในอนาคตของกจิ การ
ขัน้ สอน
4. ครูอธิบายความหมายและความสําคญั ของแผนธุรกิจ โดยแผนธรุ กจิ (Business Plan) หมายถึง
เครอ่ื งมอื ทีผ่ ปู้ ระกอบการใชก้ ําหนดข้ันตอน และวางแผนการดาํ เนนิ ธุรกจิ อยา่ งมรี ะบบ และมีประสิทธิภาพ เพ่อื ให้
บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ตามที่กาํ หนดไว้ ได้แก่ กาํ ไรหรอื อืน่ ๆ ทค่ี าดหวังเอาไว้ สามารถใชเ้ ป็นเครือ่ งมอื ในการนาํ เสนอตอ่
หนุ้ ส่วน หรือสถาบนั การเงินตา่ งๆ เพ่ือประโยชนใ์ นการพิจารณาร่วมลงทนุ หรือการพิจารณาเงินกู้
5. ผูเ้ รียนบอกลักษณะของแผนธรุ กิจท่ีดีควรมีลกั ษณะดังนี้
1) มคี วามถกู ตอ้ ง ชดั เจนและกระชับ
2) ครอบคลุมเนอ้ื หาท่ีสําคญั
3) เนอ้ื หางา่ ยต่อการเขา้ ใจ
4) มคี วามเปน็ ไปได้จริงต่อการปฏิบัตติ ามแผน
6. ครูบอกองคป์ ระกอบของแผนธุรกิจ ผู้ประกอบการจะตอ้ งคาํ นงึ ถึง “แผนธุรกิจ” เปน็ อันดบั แรกซ่งึ จะเป็น
ประโยชนต์ อ่ การดําเนินงานในอนาคตของตนเอง สถาบันการเงิน และผ้ลู งทุนภายนอกที่จะเป็นแหลง่ เงินทุนให้แก่
กิจการได้ โดยแผนธุรกิจจะบอกใหท้ ราบวา่ ปัจจุบันธุรกิจอยตู่ รงไหน และในอนาคตจะเป็นอย่างไรบ้าง ตาม
องค์ประกอบดังนี้
1) ปกหนา้ สารบัญ และคํานํา
2) บทสรุปผ้บู รหิ าร
3) ประวตั ิกจิ การ หรือภาพรวมของกิจการ
4) การวิเคราะห์สถานการณ์
5) แผนการตลาด
6) แผนการบริหารจัดการและแผนการดาํ เนินงาน
7) แผนการผลติ
8) แผนการเงนิ
9) แผนฉกุ เฉิน
10) ภาคผนวก
7. ครูอธิบายและแสดงตวั อยา่ งของปกหนา้ สารบัญ และคาํ นํา
ปกหน้า เปน็ สง่ิ แรกทีผ่ ูอ้ า่ นแผนธุรกิจจะเหน็ จงึ ควรมีช่อื ของธรุ กิจรวมทงั้ ท่ีอยู่ หมายเลขโทรศัพท์
หมายเลขโทรสาร สญั ลกั ษณ์ของธรุ กิจ นอกจากนน้ั อาจจะมีช่ือที่อยูแ่ ละหมายเลขโทรศัพทข์ องผู้ประกอบการอยดู่ ว้ ย
เพอ่ื ความสะดวกในการติดต่อกลับ
สารบัญ มไี วเ้ พอ่ื ความสะดวกในการค้นหารายละเอียดของแผนธรุ กิจไดเ้ ร็วข้นึ ซึ่งจะมปี ระโยชน์
ในการเจรจาตอ่ รองกับบคุ คลภายนอก เพราะยนื ยนั ขอ้ มลู โดยอา้ งอิงเอกสารซงึ่ กนั และกันไดง้ ่ายข้ึน
79
คาํ นาํ เปน็ ส่วนทอ่ี ยู่ถดั จากหนา้ ปกใน ผู้เขียนรายงานแผนธรุ กิจจะเปน็ ผู้เขยี นเอง โดยกล่าวถึง
วตั ถุประสงค์และขอบเขต รวมถงึ ปัญหาอุปสรรคในการจดั ทาํ แผนธุรกิจตลอดจนคําขอบคุณผู้ท่ีให้ความชว่ ยเหลอื ใน
การรวบรวมข้อมลู หรอื การเขยี นแผนธรุ กจิ (ถา้ มี) โดยให้ลงท้ายด้วยชอ่ื ผู้จดั ทําแผนธรุ กิจและวันท่กี ํากบั
8. ผู้เรยี นฝึกเขยี นปกหนา้ สารบัญและคาํ นาํ
9. ครูอธิบายและยกตัวอย่างของบทสรุปผู้บริหาร ซึ่งเป็นส่วนท่ีมีความสําคัญที่สุด เพราะเป็นการสรุป
รายละเอยี ดสนั้ ๆ ของแผนธรุ กิจทงั้ หมดที่ได้ดาํ เนนิ การ และเป็นเอกสารทสี่ มบรู ณ์ ซงึ่ ชีใ้ ห้เหน็ วา่ มีโอกาสเกิดขึ้นจริงได้
สามารถใช้โอกาสในตลาดให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร ดังนั้น จึงมีความจําเป็นต้องเขียนให้เกิดความน่าเชื่อ มีความ
เป็นไปได้ “บทสรปุ ผูบ้ ริหาร” ควรเขียนให้สั้น และกะทัดรัด ถึงแม้ว่าบทสรุปผู้บริหารจะจัดไว้อันดับแรก แต่ให้เขียน
เปน็ อันดับสุดท้ายในการเขยี นแผนท้งั หมด ดังน้ี
1) แนวคดิ และขอบเขตของธุรกิจ
2) โอกาสของธรุ กจิ
3) กลมุ่ ตลาดเปูาหมาย
4) สภาวะการแขง่ ขัน
5) ความคมุ้ คา่ เชิงธุรกิจ (ผลกาํ ไร)
6) ทีมผู้บรหิ า
7) ขอ้ เสนอแนะ
10. ผู้เรยี นฝึกเขยี นบทสรุปผู้บริหาร
11. ครูอธบิ ายการเขียนประวตั ิกจิ การ หรือภาพรวมของกจิ การ โดยประวตั กิ ิจการ หรอื ภาพรวมของกจิ การ
(Company Profile) ให้ระบุขอ้ มูลเบอื้ งต้นเก่ียวกับประวัติความเป็นมาของการกอ่ ต้ัง ในด้านรูปแบบการจัดต้ังหรือจด
ทะเบยี น ตลอดจนแนวคิดและทม่ี าของการมองเห็นโอกาสทางการตลาด การคดิ คน้ และพัฒนาสนิ คา้ /บรกิ ารท่ี
ต้องการนําเสนอใหก้ ับลูกค้ากลุ่มเปูาหมายควรให้ขอ้ มลู เก่ียวกับเปูาหมายท่ีต้องการใหเ้ ป็นประโยชนใ์ นอนาคตและ
อ่ืนๆ ท่ีเก่ยี วข้อง เชน่ ผู้กอ่ ต้ังปที ี่ก่อตั้ง ทุนจดทะเบียน ทุนท่ชี าํ ระแล้ว และประวตั ิความเป็นมาของการดําเนินงาน
ต้งั แต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และกจิ กรรมทีเ่ กิดข้นึ เช่น เพม่ิ ทนุ ลงทุน ขยายธรุ กิจ เปน็ ตน้
12. ผู้เรยี นฝึกเขยี นประวัตกิ ิจการ หรอื ภาพรวมของกิจการ
3. ครูอธิบายความหมายการวเิ คราะหส์ ถานการณ์ โดยการวเิ คราะห์สถานการณ์ (Current Situation
Analysis) หรอื “SWOT ANALYSIS” คอื การวิเคราะหค์ วามเป็นไปไดข้ องธุรกิจ แบ่งออก 2 สว่ น ไดแ้ ก่
80
3.1 การวิเคราะห์สถานการณ์ภายใน (Internal Situation Analysis) เป็นการตรวจสอบ
ความสามารถ ความพร้อมของกจิ การด้านต่างๆ ที่เปน็ จดุ แข็ง (Strengths) และจุดอ่อน (Weaknesses)
เปน็ การศึกษาวิเคราะห์ปัจจยั ท่เี กิดข้ึนจากการกระทาํ กจิ การเอง ซ่งึ ก่อให้เกดิ ผลกระทบตอ่ การดาํ เนินงาน
ทัง้ ดา้ นบวกเรียกว่า “จดุ แข็ง” หรอื ดา้ นลบเรยี กว่า “จดุ อ่อน” เป็นปจั จยั ที่สามารถควบคมุ ได้ เนื่องจาก
ทราบปญั หาท่ีเกิดขึน้ อย่างดี หากมีการวางแผนบริหารจดั การที่เปน็ ระบบและมปี ระสิทธภิ าพ ก็สามารถ
เสริมสร้างความเขม้ แข็งของธรุ กิจได้
3.2 การวเิ คราะห์สถานการณ์ภายนอก เปน็ การประเมินสภาพแวดล้อมท่ีผู้ประกอบการไม่สามารถ
ควบคุมหรอื เปลี่ยนแปลงได้ ในลกั ษณะท่ีเปน็ โอกาส (Opportunities) หรืออปุ สรรค (Threats) ในปจั จุบนั
ผูป้ ระกอบการควรจะเรมิ่ วเิ คราะหป์ จั จัยภายนอกซึ่งเป็นปจั จัยท่ไี มส่ ามารถควบคุมได้ ได้แก่
3.2.1 กล่มุ ลกู ค้าเปาู หมายหรอื ตลาดเปูาหมาย (Target Group หรอื Market Group)
3.2.2 การแขง่ ขนั (Competition)
3.2.3 ค่านิยมทางวัฒนธรรมของสงั คม เชน่ การใช้สนิ ค้าท่มี ีย่หี อ้
3.2.4 เทคโนโลยี (Technology)
3.2.5 เศรษฐกจิ (Economic)
3.2.6 กฎหมาย กฎ และระเบยี บตา่ งๆ (Political & Legal)
3.2.7 กลุ่มผู้จําหน่ายวัตถดุ บิ กลมุ่ ผ้ผู ลติ (Suppliers)
เป็นการวิเคราะหป์ ัจจัยภายนอกท่ีส่งผลกระทบต่อธุรกิจทก่ี าํ ลังดําเนนิ งานอยู่ในด้านบวก
เรียกวา่ “โอกาส” และดา้ นลบเรยี กวา่ “อปุ สรรค” กิจการสามารถกําหนดกลยทุ ธเ์ พ่ือให้ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์
ความเปลี่ยนแปลงภายนอกทเี่ กดิ ขนึ้ ได้ เพื่อให้กจิ การสามารถดํารงอยูไ่ ด้อย่างมีประสิทธภิ าพไดแ้ ก่
81
13. ผ้เู รียนฝกึ วเิ คราะห์ SWOT ดงั น้ี
14. ครแู ละผเู้ รยี นสรปุ โดยการฝึกเขยี นการวเิ คราะห์สถานการณ์
ขน้ั สรุปและการประยุกต์
15. ครใู ช้คาํ ถามหรือกาํ หนดปัญหาโดยให้ผู้เรียนระดมสมองช่วยกันคดิ หาคําตอบแลว้ อธบิ ายคาํ ตอบใหเ้ พื่อน
ทกุ คนในกลุ่มของตนเองเขา้ ใจ
16. ครูและผเู้ รยี นสรุปโดยการฝึกเขยี น
1) ความหมายและความสําคัญของแผนธุรกิจ
2) องคป์ ระกอบของแผนธุรกจิ
3) ปกหน้า สารบญั และคํานํา
4) บทสรุปผู้บริหาร
5) ประวัตกิ ิจการ หรอื ภาพรวมของกิจการ
6) การวิเคราะหส์ ถานการณ์
17. ครใู ช้วธิ สี มุ่ ผู้เรยี นทุกกลุม่ ตอบคําถามและอธิบายใหเ้ พอ่ื นฟังทงั้ ช้นั เรียน
ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียน วิชาธรุ กิจและการเปน็ ผู้ประกอบการ
2. รปู ภาพ
3. กิจกรรมการเรียนการสอน
4. สอื่ อิเลก็ ทรอนกิ ส์, ส่อื VDO, สือ่ PowerPoint
หลกั ฐาน
1. บนั ทึกการสอน
2. ใบเช็ครายชอ่ื
3 .แผนจัดการเรียนรู้
4. การตรวจประเมนิ ผลงาน
82
การวัดผลและการประเมินผล
วธิ วี ดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่
3. สังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
เครื่องมอื วัดผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ (โดยผู้เรียน)
4. แบบประเมินกจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
5. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น
ร่วมกนั ประเมนิ
เกณฑ์การประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี ่องปรับปรงุ
2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ข้นึ ไป)
3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)
4. กจิ กรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50%
5. แบบประเมินผลการเรยี นรูม้ ีเกณฑผ์ ่าน 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนข้ึนอยกู่ ับ
การประเมินตามสภาพจริง
กจิ กรรมเสนอแนะ
1. ทํากิจกรรมใบงาน
2. อ่านและทบทวนเน้ือหา
83
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการท่ี 12 หน่วยท่ี 7
รหัสวชิ า 20001-1003 ธรุ กจิ และการเป็นผปู้ ระกอบการ สอนครั้งที่ 12 (34-36)
ชอื่ หน่วย/เรอ่ื ง รปู แบบแผนธุรกิจ (ตอ่ )
จานวน 3 ช.ม.
แนวคดิ
แผนธรุ กิจเป็นเครอ่ื งมอื ของธรุ กจิ ท่ีผปู้ ระกอบการสามารถใชใ้ นการกําหนดข้ันตอน และวางแผนการดําเนนิ
ธรุ กิจอย่างมรี ะบบ และมีประสทิ ธภิ าพ เพอ่ื ให้บรรลุวสิ ยั ทศั น์ พนั ธกิจและเปูาหมายตามท่กี ําหนดไว้ โดยแผนธุรกจิ ทดี่ ี
นน้ั ควรจะมคี วามถูกตอ้ ง ชดั เจนและกระชับ ครอบคลมุ เนอ้ื หาท่สี ําคญั ง่ายตอ่ การเข้าใจ และตอ้ งมคี วามเป็นไปได้ใน
การนาํ ไปใช้ในการดาํ เนนิ ธรุ กิจ
ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง
1. จดั ทําแผนการตลาด
2. มีการพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผู้สาํ เร็จการศกึ ษา สํานกั งาน
คณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ท่ีครสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาํ การสอนในเร่อื ง
1. ความมีวินัย
2. ความซอื่ สตั ย์สจุ รติ
3. ความเช่ือม่ันในตนเอง
4. ความสนใจใฝรุ ู้
5. การละเว้นส่ิงเสพติดและการพนัน
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรเู้ กีย่ วกับหลักการวางแผนเปูาหมายชีวิตด้วยวงจรควบคุมคุณภาพ ธุรกิจและการเปน็
ผู้ประกอบการ หลกั การจัดการทางการเงิน หลักการบริหารงานคณุ ภาพและเพ่ิมผลผลิตเบ้อื งตน้ และกฎหมายที่
เก่ียวข้อง
2. จดั ทาํ แผนธุรกิจอย่างงา่ ย
3. ประยกุ ตใ์ ช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการวางแผนและดาํ เนินงาน
4. ประยุกต์ใชห้ ลกั การบริหารงานคุณภาพและเพ่มิ ผลผลิตในการวางแผนและดําเนินงาน
สาระการเรยี นรู้
1. แผนการตลาด
กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูและผเู้ รียนทบทวนการเขยี นแผนธรุ กิจในเรอ่ื งตอ่ ไปน้ี
1) ความหมายและความสาํ คญั ของแผนธรุ กิจ
2) องคป์ ระกอบของแผนธรุ กิจ
3) ปกหนา้ สารบญั และคาํ นาํ
4) บทสรุปผบู้ รหิ าร
5) ประวัติกิจการ หรือภาพรวมของกิจการ
6) การวเิ คราะห์สถานการณ์
2.ส่มุ ผู้เรยี นบางคน ให้ออกมาเขียนหรอื อธบิ ายองคป์ ระกอบของแผนธรุ กจิ บางส่วน เช่น บทสรปุ ผู้บรหิ าร
ประวตั กิ จิ การ หรือภาพรวมของกจิ การ และการวิเคราะหส์ ถานการณ์
84
ขน้ั สอน
3. ครูอธิบายการเขียนแผนการตลาด โดยแผนการตลาด (Marketing Plan) คือ การกําหนดแนวทางและ
ทศิ ทางในการดาํ เนินงานทางการตลาดให้เปน็ ไปตามวัตถปุ ระสงค์ และสัมพนั ธก์ ับกลยุทธ์ทางการตลาดที่กําหนดไว้
โดยตรวจสอบและประเมนิ ผลกจิ กรรมทางการตลาดไว้ลว่ งหนา้ ได้ ส่ิงสาํ คญั ท่ีสุดในการทําธุรกิจคอื การมองดา้ น
การตลาด ผู้ประกอบการต้องมองให้ออกว่าผู้บริโภคตอ้ งการอะไร แลว้ ผลติ สนิ ค้าหรอื บริการเพอื่ สนองความตอ้ งการ
น้นั กําไรท่ีเกิดขนึ้ นน้ั คือผลงานจากการทําให้ผ้บู ริโภคไดร้ บั ความพึงพอใจสงู สุด
4. ผ้เู รียนเขยี นวสิ ยั ทศั น์ (Vision) ซง่ึ หมายถึง ภาพรวมของกจิ การท่ตี ้องการจะเปน็ ในอนาคต โดยมพี ื้นฐานอยู่
บนความเปน็ จริงในปจั จุบัน โดยจะนําเสนอจดุ มุง่ หมายของผู้ประกอบการเกี่ยวกบั การทําธรุ กิจ ซึ่งประกอบด้วย
จดุ มุ่งหมายทีเ่ ฉพาะเจาะจง สามารถวัดคา่ ได้ ดาํ เนินการให้บรรลุผลได้ เป็นเหตุเปน็ ผลและต้ังอยูบ่ นพนื้ ฐานของความ
เปน็ จรงิ และมกี รอบระยะเวลาเปน็ เครื่องกําหนด ดงั คาํ สุภาษิตทีว่ ่า “ฝันใหไ้ กล แลว้ ไปให้ถงึ ”
5. ครูอธบิ ายและให้ผู้เรยี นเขยี นพันธกิจ (Mission) หมายถงึ งานทต่ี อ้ งทําเพอ่ื ใหบ้ รรลวุ สิ ัยทศั นข์ องกจิ การ โดย
จะอธบิ ายความเป็นไปไดข้ องธุรกจิ /โครงการ ซง่ึ ครอบคลมุ 5 ประการ คือ
1) สินคา้ และบริการของกิจการคืออะไร
2) ลกู ค้าของกจิ การเป็นใคร
3) คุณค่าที่กิจการมอบใหแ้ ก่ลกู คา้ เปน็ อย่างไร
4) ขณะนีก้ ิจการเปน็ อย่างไร
5) ต่อไปกิจการควรจะเป็นอยา่ งไร
6. ครูอธิบายและให้ผูเ้ รียนเขียนเปูาหมาย (Goal) คอื การกาํ หนดผลลพั ธท์ ตี่ ้องการจากพันธกจิ ของกิจการ
โดยเขียนเปน็ ขอ้ ๆ แบ่งเป็นเปูาหมายระยะสัน้ (1 ปี) ระยะปานกลาง (3-5 ปี) และระยะยาว (5 ปขี ้ึนไป) ซ่งึ เปาู หมาย
แต่ละระยะเวลาควรสอดคลอ้ งกัน สามารถวัดผลไดแ้ ละระบเุ วลาทแี่ ล้วเสร็จอย่างชัดเจน
85
7. ผู้เรยี นเขียนแผนการตลาด โดยผูป้ ระกอบการตอ้ งทราบและเขา้ ใจเรือ่ งดงั ต่อไปนี้
1) เปาู หมายทางการตลาดที่ตอ้ งการคอื เรือ่ งอะไรบา้ ง
2) ใครคอื ลูกค้ากลุ่มเปูาหมาย
3) จะนาํ เสนอสินค้า/บรกิ ารอะไรให้กลุม่ เปาู หมาย ในราคาเท่าใด และวิธีการใด
4) จะสร้างและรกั ษาความพงึ พอใจใหก้ บั กลุม่ เปูาหมายได้ด้วยวธิ กี ารใดบ้าง
5) ถา้ สถานการณ์ไมเ่ ป็นไปตามท่ีคาดหวังไว้ จะแกไ้ ขอย่างไร
8. ผ้เู รยี นวางแผนดา้ นการตลาด “STP&4P’s” โดยมขี ัน้ ตอนดังนี้
1) การแบง่ สว่ นตลาด (Segmentation)
2) การกาํ หนดลกู ค้าเปาู หมายวา่ กลุ่มไหนท่ีจะเลอื ก (Targeting)
3) การสร้างภาพพจนใ์ นใจของลูกค้า (Positioning)
4) ส่วนประสมทางการตลาด (4 P’s) ได้แก่ สนิ ค้าหรอื บริการ (Product) ราคา (Price)
ช่องทางการจาํ หนา่ ย (Place) และการสง่ เสรมิ ทางการตลาด (Promotion)
5) ส่วนประสมทางการตลาดยุคใหม่ (4 C’s) เป็นการมองดา้ นความตอ้ งการของผู้บริโภคและควร
นาํ มาใช้ในแผนปฏบิ ัตกิ ารทางการตลาดดว้ ย ดงั น้ี
5.1 Consumer Need คอื ขายสนิ ค้าตามความต้องการของลูกค้า
5.2 Customer Benefits คือ ประโยชน์ท่ีลูกคา้ จะได้รบั
5.3 Convenience คอื เป็นสินคา้ ที่สะดวก
5.4 Communication คอื การรบั รขู้ า่ วสารสินคา้
ข้ันสรปุ และการประยุกต์
9. ครูใช้คาํ ถามหรอื กาํ หนดปญั หาโดยให้ผเู้ รยี นระดมสมองช่วยกนั คิดหาคาํ ตอบแลว้ อธบิ ายคําตอบใหเ้ พื่อนทกุ
คนในกลุ่มของตนเองเขา้ ใจ
10. ครใู ชว้ ธิ สี ุม่ ผ้เู รียนทกุ กล่มุ ตอบคาํ ถามและอธิบายใหเ้ พ่ือนฟังท้งั ชน้ั เรียน
สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือเรียน วชิ าการประกอบการ
2. รปู ภาพ
3. กจิ กรรมการเรียนการสอน
4. สอ่ิ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ส่อื VDO และสื่อ PowerPoint
5.แบบประเมินผลการเรียนรู้
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเช็ครายช่อื
3.แผนจัดการเรยี นรู้
4.การตรวจประเมินผลงาน
การวัดผลและการประเมินผล
วิธีวัดผล
1. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุม่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
4. ตรวจใบงาน
86
5. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู้
6. การสงั เกตและประเมินพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
เคร่อื งมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุม่ (โดยปผู้เรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียนรว่ มกนั
ประเมนิ
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไมม่ ีช่องปรับปรุง
2. เกณฑ์ผ่านการประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)
4. กจิ กรรมใบงาน เกณฑผ์ า่ น คอื 50%
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรมู้ ีเกณฑ์ผ่าน 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้นึ อยกู่ บั
การประเมินตามสภาพจริง
กจิ กรรมเสนอแนะ
1. ทาํ ใบงาน
2. อา่ นและทบทวนเนอ้ื หา
87
แผนการจัดการเรยี นรแู้ บบบูรณาการท่ี 13 หน่วยท่ี 7
รหัสวิชา 20001-1003 ธรุ กจิ และการเปน็ ผปู้ ระกอบการ สอนครงั้ ท่ี 13(37-39)
ช่อื หนว่ ย/เรือ่ ง รปู แบบแผนธุรกิจ
จานวน 3 ช.ม.
แนวคิด
แผนธุรกิจเป็นเครื่องมือของธุรกิจท่ีผู้ประกอบการสามารถใช้ในการกําหนดข้ันตอน และวางแผนการดําเนิน
ธรุ กิจอย่างมีระบบ และมปี ระสิทธภิ าพ เพอื่ ใหบ้ รรลุวิสยั ทศั น์ พันธกจิ และเปูาหมายตามทกี่ าํ หนดไว้ โดยแผนธุรกิจท่ีดี
นน้ั ควรจะมีความถูกต้อง ชัดเจนและกระชับ ครอบคลมุ เน้อื หาท่ีสําคัญ ง่ายต่อการเข้าใจ และต้องมีความเป็นไปได้ใน
การนําไปใชใ้ นการดําเนนิ ธรุ กิจ
ผลการเรยี นร้ทู ่ีคาดหวัง
1. จัดทําแผนการบริหารจัดการและแผนการดาํ เนินงาน
2. จดั ทําแผนการผลติ
3. มกี ารพัฒนาคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สําเร็จการศึกษา สํานักงาน
คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ทีค่ รสู ามารถสงั เกตได้ขณะทาํ การสอนในเรื่อง
1 ความมวี นิ ยั
2 ความซ่อื สัตย์สจุ รติ
3 ความเชื่อม่ันในตนเอง
4 ความสนใจใฝุรู้
5 การละเวน้ ส่ิงเสพติดและการพนัน
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรูเ้ กย่ี วกบั หลักการวางแผนเปูาหมายชีวิตด้วยวงจรควบคุมคุณภาพ ธรุ กจิ และการเป็น
ผู้ประกอบการ หลกั การจดั การทางการเงิน หลกั การบรหิ ารงานคุณภาพและเพ่ิมผลผลิตเบื้องตน้ และกฎหมายที่
เกี่ยวขอ้ ง
2. จัดทําแผนธรุ กิจอย่างง่าย
3. ประยุกตใ์ ช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในการวางแผนและดําเนินงาน
4. ประยุกตใ์ ช้หลักการบริหารงานคณุ ภาพและเพ่ิมผลผลติ ในการวางแผนและดาํ เนนิ งาน
สาระการเรียนรู้
1. จดั ทําแผนการบริหารจัดการและแผนการดําเนินงาน
2. จดั ทําแผนการผลิต
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นาเข้าส่บู ทเรียน
1. ครูกล่าวถงึ แผนการบรหิ ารจดั การและแผนการดาํ เนนิ งาน ซึง่ เป็นการกําหนดโครงสรา้ งองค์กร
และผบู้ รหิ ารที่สอดคลอ้ งกับแผนการดาํ เนนิ ธรุ กจิ ดา้ นอนื่ ๆของกิจการ มีแผนดา้ นทรัพยากรบคุ คลท่ีดี
88
2. ครูอภิปรายถงึ องค์ประกอบของแผนการบริหารจัดการและแผนการดําเนินงาน ไดแ้ ก่
1) สถานที่ตงั้
2) รปู แบบธุรกิจ
3) โครงสรา้ งองค์กร และผังบริหาร
4) ทีมผู้บริหารและหลักการบริหารงาน
5) แผนดา้ นบุคลากร จาํ นวน เวลาทํางาน ค่าตอบแทน ความรู้ ความสามารถ ทักษะ
6) เครือ่ งมอื เคร่อื งจกั ร อปุ กรณ์ (ซ้อื เช่า หรือเชา่ ซอื้ )
ขั้นสอน
3. ครูอธิบายแผนการบริหารจัดการและแผนการดาํ เนนิ งาน โดยเปดิ สอื่ VDO และสื่อ PowerPoint ให้ผเู้ รยี น
ไดพ้ จิ ารณาแผนการบริหารจัดการและแผนการดําเนนิ งาน ประกอบด้วย
3.1 ทีมงานบริหาร ประกอบดว้ ยผ้จู ัดการ พนกั งาน ท่ีมสี ําคญั ต่อการดําเนินงาน และความสามารถ
ในดา้ นการบริหารท่ีนาํ ธุรกิจไปสู่ความสําเร็จ ทีมงานที่ดีควรมีผ้บู ริหารครบในแต่ละด้าน สาํ หรับธรุ กจิ ทเี่ ร่ิมต้น ทีมงาน
ผบู้ รหิ ารอาจประกอบไปด้วยคนจาํ นวนน้อย หรอื เพยี งคนเดยี วทาํ งานเกอื บทุกหน้าท่ีการเรมิ่ ตน้ ธุรกจิ ผู้บริหารจะเนน้
ดา้ นการตลาดในชว่ งกาํ ลงั กอ่ ต้ัง ทีมงานผู้บรหิ ารแบบหา้ งหุ้นสว่ น จะมีผ้ทู ่มี ีความแตกต่างกนั แต่ละด้าน จะเป็นการ
สร้างทมี งานที่ดีได้เชน่ เดียวกันหลายคน เชน่ พนักงานบญั ชีและการเงนิ ก็ควรจะเปน็ คนละคนกันเพ่อื ปูองกนั การ
ทุจรติ รายละเอียดทมี งานควรจะระบุถงึ
1.1 โครงสรา้ งองคก์ รและตาํ แหนง่ บรหิ ารหลักโดยระบุผรู้ บั ผดิ ชอบงานแต่ละด้าน
1.2 ผลตอบแทนท่ีให้แก่ผู้บรหิ ารท้งั ในรปู ของเงินเดอื น สว่ นแบ่งกาํ ไร และสวัสดิการ
1.3 ผ้รู ว่ มลงทุนที่ไม่ใชผ่ ู้บริหารและผลตอบแทนที่ให้
1.4 ที่ปรึกษาและบรกิ ารด้านวชิ าชีพท่ีตอ้ งการใช้
3.2 แผนผงั องค์กร (Organization Chart) อาจจะรวมอยู่ในประวตั ิกจิ การ หรอื ภาพรวมของกจิ การที่กลา่ ว
มาแล้วข้างต้นกไ็ ด้
3.3 กําหนดหนา้ ท่ีตา่ งๆ ของกรรมการตาํ แหนง่ ตา่ งๆ
3.4 แผนดาํ เนนิ งานขององค์กร เช่น การประชุม การอบรมพนกั งาน การศกึ ษาดูงาน เป็นตน้
3.5 สรปุ คา่ ใช้จา่ ยในการบรหิ ารจัดการ
4. ผเู้ รยี นเขยี นแผนปฏบิ ัติการ (Action Plan) คอื การกําหนดระยะเวลาของกิจกรรมทจี่ ะดาํ เนนิ การตามแผน
ธรุ กิจทว่ี างไว้ เพอื่ ตรวจสอบวา่ ไดป้ ฏิบตั ิตามระยะเวลาทก่ี ําหนดหรอื ไม่ เช่น
89
5. ครแู ละผเู้ รยี นอธิบายและเขยี นแผนการผลิต โดยการจดั ทําแผนธรุ กิจต้องคํานึงถึงกจิ กรรมทัง้ หมดที่
เกี่ยวกบั การเปลย่ี นแปลงวัตถุดิบเปน็ สนิ ค้าสาํ เร็จรูป แผนการผลิตตอ้ งเช่อื มโยงและสอดคลอ้ งกับแผนอน่ื ๆ เชน่
แผนการตลาด แผนการบริหารและจดั การบุคลากรและแผนการเงิน ในการวางแผนการผลิตต้องพิจารณาคุณภาพ
การออกแบบสินคา้ และบรกิ าร กระบวนการผลิต การออกแบบระบบงาน การวางแผนกําลังคน การจดั ส่งสินค้า สนิ คา้
คงคลงั กําหนดการผลติ และปฏิบตั ิการ การดูแลรักษาเครื่องจกั ร แผนการผลิตทีด่ ีจะต้องสะทอ้ นความสามารถของ
กิจการในการจดั การกระบวนการผลติ ใหม้ ปี ระสิทธภิ าพและประสทิ ธิผล เพอ่ื เพิ่มศกั ยภาพในการแข่งขันให้กบั ธรุ กิจ
โดยเนน้ การจดั การกระบวนการแปลงสภาพวตั ถดุ บิ และทรพั ยากรการผลติ ใหเ้ ปน็ ผลผลติ ซึ่งวตั ถุดบิ และทรพั ยากร
หมายถงึ ปรมิ าณวัตถุดบิ ที่ใช้ชวั่ โมงแรงงานที่ผลิตหรือค่าใช้จ่ายรวมของทรัพยากรทุกอยา่ งท่ใี ช้ ไดแ้ ก่ คา่ วตั ถุดิบ
คา่ แรงงาน เงินลงทุนและอนื่ ๆ ส่วนกระบวนการผลติ หมายถึง กระบวนการแปลงสภาพวัตถุดิบและทรัพยากรการ
ผลติ ให้เป็นผลผลติ และผลผลิต หมายถึงจํานวนหรือมูลค่าของสินค้าและบริการท่ีผลิตได้
6. ผู้เรยี นบอกขั้นตอนการผลิตสินคา้
8. ผเู้ รียนบอกวสั ดหุ รอื อปุ กรณท์ ี่ใชใ้ นการผลิต
90
ข้ันสรปุ และการประยกุ ต์
8. ครแู ละผูเ้ รยี นสรุปการเขยี นแผนการบริหารจดั การและแผนการดาํ เนนิ งาน และจัดทาํ แผนการผลิต
9. ทําแบบประเมินผลการเรียนรู และประเมินตนเองจากแบบประเมนิ ตนเอง รวมทง้ั กิจกรรมการจดั
ประสบการณ์การเรียนรู้
10.ประเมินผเู้ รียนตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปนี้
ชอื่ ผ้เู รยี น ประสบการณ์พืน้ ฐานการเรียนรู้ วธิ ีการเรียนรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1. หนังสอื เรียน วชิ าธุรกจิ และการเปน็ ผ้ปู ระกอบการ
2. รปู ภาพ
3. กิจกรรมการเรียนการสอน
4. ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ สือ่ VDO และส่อื PowerPoint
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
หลักฐาน
1. บนั ทึกการสอน
2. ใบเช็ครายชื่อ
3. แผนจัดการเรียนรู้
4. การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวัดผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ัดผล
1. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่
3. สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้
6. การสังเกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วัดผล
1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ (โดยผู้เรยี น)
4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
91
6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและผู้เรยี นรว่ มกัน
ประเมิน
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มีชอ่ งปรับปรงุ
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑผ์ ่าน คอื 50%
5. แบบประเมินผลการเรียนรมู้ ีเกณฑผ์ ่าน 50%
6 แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนขึน้ อยู่กบั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1. ทํากิจกรรมใบงาน
2. อ่านและทบทวนเนอื้ หา
92
แผนการจดั การเรียนรู้แบบบรู ณาการที่ 14 หนว่ ยที่ 7
รหสั วชิ า 20001-1003 ธรุ กิจและการเปน็ ผปู้ ระกอบการ สอนครง้ั ที่ 13(37-39)
ช่ือหน่วย/เรอ่ื ง รูปแบบแผนธุรกิจ
จานวน 3 ช.ม.
แนวคดิ
แผนธรุ กจิ เปน็ เครื่องมือของธรุ กจิ ที่ผูป้ ระกอบการสามารถใช้ในการกําหนดขนั้ ตอน และวางแผนการดาํ เนิน
ธรุ กจิ อย่างมีระบบ และมีประสทิ ธภิ าพ เพอ่ื ให้บรรลวุ สิ ยั ทศั น์ พันธกิจและเปูาหมายตามทีก่ าํ หนดไว้ โดยแผนธรุ กจิ ท่ดี ี
นนั้ ควรจะมีความถกู ต้อง ชดั เจนและกระชบั ครอบคลุมเน้ือหาทสี่ ําคัญ งา่ ยตอ่ การเข้าใจ และตอ้ งมคี วามเป็นไปได้ใน
การนาํ ไปใช้ในการดําเนนิ ธรุ กจิ
ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวัง
1. จดั ทําแผนการบรหิ ารจัดการและแผนการดาํ เนนิ งาน
2. จดั ทําแผนการผลติ
3. .มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ของผสู้ ําเรจ็ การศกึ ษา สาํ นักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ที่ครูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทําการสอนในเรือ่ ง
1 ความมวี ินยั
2 ความซ่ือสัตย์สุจรติ
3 ความเชอื่ มน่ั ในตนเอง
4 ความสนใจใฝุรู้
5 การละเวน้ สิง่ เสพตดิ และการพนัน
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรูเ้ กยี่ วกับหลกั การวางแผนเปาู หมายชีวติ ด้วยวงจรควบคุมคุณภาพ ธรุ กจิ และการเปน็
ผูป้ ระกอบการ หลกั การจดั การทางการเงิน หลกั การบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพ่มิ ผลผลิตเบ้ืองตน้ และกฎหมายท่ี
เกี่ยวขอ้ ง
2. จดั ทําแผนธรุ กิจอยา่ งง่าย
3. ประยุกต์ใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการวางแผนและดาํ เนินงาน
4. ประยกุ ตใ์ ชห้ ลักการบริหารงานคุณภาพและเพมิ่ ผลผลิตในการวางแผนและดาํ เนนิ งาน
สาระการเรยี นรู้
1. จัดทําแผนการเงนิ
2. จัดทําแผนฉุกเฉิน
3. แสดงความร้เู กยี่ วกับภาคผนวก
4. .มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงคข์ องผ้สู ําเร็จการศึกษา สํานกั งาน
คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ท่ีครสู ามารถสังเกตได้ขณะทําการสอนในเรื่อง
1 ความมีวินยั
2 ความซอ่ื สัตย์สุจรติ
3 ความเช่ือมัน่ ในตนเอง
4 ความสนใจใฝุรู้
5 การละเว้นสงิ่ เสพตดิ และการพนัน
93
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความร้เู กย่ี วกบั หลักการวางแผนเปาู หมายชีวิตด้วยวงจรควบคุมคุณภาพ ธุรกจิ และการเป็น
ผูป้ ระกอบการ หลกั การจัดการทางการเงนิ หลักการบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพ่มิ ผลผลติ เบอื้ งต้นและกฎหมายที่
เกีย่ วขอ้ ง
2. จดั ทําแผนธรุ กจิ อย่างง่าย
3. ประยกุ ต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการวางแผนและดาํ เนนิ งาน
4. ประยุกตใ์ ช้หลกั การบริหารงานคณุ ภาพและเพ่มิ ผลผลติ ในการวางแผนและดาํ เนินงาน
สาระการเรียนรู้
1. แผนการเงนิ
2. .แผนฉกุ เฉิน
3. ภาคผนวก
กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนาเขา้ สู่บทเรียน
1 . ครูกลา่ วถงึ เงินลงทนุ และตน้ ทุนในการผลิตสินคา้ หรือบริการนั้นจะแตกต่างกนั ไปตามขนาดและรูปแบบของ
การลงทุน ซงึ่ สว่ นใหญ่จะอยูใ่ นลกั ษณะใกล้เคยี งกนั เชน่ คา่ สินทรพั ย์ ค่าอุปกรณ์ เป็นตน้
2. ครูอภิปรายถึงองคป์ ระกอบของแผนการเงิน ไดแ้ ก่
ขั้นสอน
3. ครอู ธิบายและแสดงการเขยี นแผนการเงิน โดยเงินลงทนุ และตน้ ทนุ ในการผลิตสนิ ค้าหรอื บริการน้นั จะ
แตกตา่ งกันไปตามขนาดและรูปแบบของการลงทุน ซงึ่ ส่วนใหญจ่ ะอยู่ในลักษณะใกลเ้ คียงกัน ไดแ้ ก่
1) ลงทุนในสินทรัพย์ถาวรประมาณ 90% ไดแ้ ก่
1.1 คา่ กอ่ สรา้ ง ค่าออกแบบและตกแต่งสถานท่ี
1.2 คา่ วางระบบตา่ งๆ (ไฟฟูา น้ําประปา โทรศัพท์ ระบบเกบ็ เงนิ )
1.3 คา่ อปุ กรณ์
94
2) เงินทนุ หมนุ เวียนเพื่อเป็นคา่ ใชจ้ ่ายเริม่ ต้นประมาณ 10% ได้แก่
2.1 ค่าวตั ถดุ ิบสินค้า 2.2 คา่ บรรจภุ ณั ฑ์
2.3 คา่ จ้างพนกั งาน 2.4 ค่าเช่าพื้นท่ี
2.5 ค่านา้ํ คา่ ไฟฟูา 2.6 คา่ ใช้จ่ายในการขายและการบริหาร
โดยมีรายละเอยี ดท่ีจะต้องกาํ หนดขนึ้ เพื่อการคาํ นวณดงั นี้
1) ยอดขายสินคา้ หรือบริการที่คาดว่าจะจําหน่ายได้
2) การก่อสรา้ งและตกแตง่ รา้ นใหม้ ีอายใุ ชง้ านได้ 10 ปี (คดิ คา่ เสอื่ มแบบคงท่ี)
3) อุปกรณใ์ ห้มีอายุใชง้ านได้ 5 ปี (วธิ คี งท่ี)
4) ค่าวางระบบต่างๆ ตัดเป็นคา่ ใชจ้ ่ายในระยะยาวเวลา 5 ปี
4. ครูอธบิ ายและแสดงการทาํ งบประมาณการลงทนุ
การกําหนดราคาขายสินค้าและบรกิ าร จะถูกกาํ หนดขึ้นจากตน้ ทนุ บวกดว้ ยกําไรท่ผี ู้ประกอบการตอ้ งการ แต่
สว่ นใหญ่แล้ว การตัง้ ราคาของผปู้ ระกอบการจะตอ้ งคาํ นึงถงึ ราคาขายของผปู้ ระกอบการรายอืน่ ๆ ในกลุ่มลูกค้า
เปาู หมายเดียวกันที่มีในตลาดด้วย ในการจัดทาํ แผนธรุ กิจนนั้ กิจการต้องทราบว่าต้องใช้เงินลงทนุ จาํ นวนเท่าไร จะได้
แหล่งเงินทุนมาจากไหน เพอ่ื ใชใ้ นการดําเนินกจิ การให้สาํ เรจ็ ตามวัตถุประสงคท์ ี่กําหนดไว้
5. ครอู ธิบายและสาธิตงบการเงิน โดยรายงานทางการเงินอาจสรุปเป็นงบการเงนิ ทค่ี รอบคลมุ การดําเนนิ
กจิ กรรมของกิจการในรอบระยะเวลาหนึง่ เพอื่ ให้ทราบวา่ ท่ีผา่ นมานั้นกจิ การมีฐานะทางการเงิน และมผี ลการ
ดําเนินงานอย่างไรบา้ ง ซง่ึ ผูป้ ระกอบการควรมคี วามรู้ และความเข้าใจเกีย่ วกับการวางแผนการเงนิ ประกอบดว้ ย
1) งบแสดงฐานะการเงนิ เปน็ รายงานท่แี สดงถึงฐานะของกิจการ ณ วันใดวนั หนงึ่ ว่ามสี นิ ทรพั ย์ หนสี้ ินและส่วน
ของเจ้าของ (ทุน) อยู่ในขณะนน้ั จาํ นวนเทา่ ใด ดังตวั อย่างตอ่ ไปนี้
95
2) งบกาํ ไรขาดทนุ เปน็ งบท่ีแสดงถงึ ผลการดําเนนิ งานของกิจการโดยแสดงรายได้ คา่ ใช้จา่ ยและกาํ ไรสทุ ธหิ รอื
ขาดทุนสุทธิ ในช่วงระยะเวลาหนงึ่ ดงั ตัวอย่างแบบฟอร์มดงั นี้
11. ครอู ธิบายและให้ผูเ้ รยี นเขยี นแผนฉุกเฉนิ หมายถึง สว่ นท่แี สดงใหเ้ หน็ ถงึ แผนสํารองของกจิ การ หาก
แผนทวี่ างไว้ไมป่ ระสบความสําเรจ็ หรือเกดิ เหตุการณท์ ่ีไมค่ าดฝนั เกดิ ขนึ้ เช่น เกดิ ภัยธรรมชาติ การประท้วงหยุดงาน
การถูกปฏิเสธการรับสินค้าจากตลาด ฯลฯ ซ่ึงทาํ ใหเ้ กิดผลเสียตอ่ กจิ การ ในแผนฉุกเฉินจึงควรระบุไว้ลว่ งหนา้ ว่าจะมี
แผนสํารองเม่อื เกดิ ส่ิงทีไ่ ม่คาดฝนั ตอ่ ธุรกิจอยา่ งไร เพื่อเรียกความเชอื่ ม่ันใหก้ บั ผูร้ ว่ มทุนและสถาบันการเงนิ ได้ เชน่
96
ยอดขาย/เกบ็ เงนิ จากลกู หนี้ไม่ได้ ทําให้ขาดสภาพคล่อง และธนาคารไมป่ ลอ่ ยเงินกู้
คู่แข่งตัดราคาหรือจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การขายอยา่ งต่อเนื่องระยะยาว
มีคแู่ ขง่ รายใหม่ที่ใหญ่กว่า ทนั สมยั กวา่ ราคาถกู กวา่ เขา้ ส่อู ุตสาหกรรม
สนิ ค้าถกู ลอกเลยี นแบบและขายในราคาที่ถูกต้อง
สนิ คา้ ผลิตไม่ทันตามคาํ ส่ังซอื้ เน่ืองจากขาดแคลนวตั ถดุ บิ
สนิ ค้าผลติ มากจนเกินไป ทําให้มีสนิ ค้าในคลงั เหลือมาก
ตน้ ทนุ การผลิต/การจัดการสูงกวา่ ที่คาดไว้
เกิดการชะงักการเติบโตของท้ังอุตสาหกรรม
6. ครูอธิบายภาคผนวก เปน็ สว่ นท่ีเพมิ่ เตมิ อนื่ ๆ สามารถชว่ ยใหแ้ ผนธรุ กิจมีความสมบรู ณ์มากข้ึน (ถา้ ม)ี แต่
บางกิจการ อาจจะมีหรอื ไม่มีกไ็ ด้สําหรบั หวั ขอ้ น้ี เช่น รูปภาพ ขอ้ มลู ประกอบทีเ่ กีย่ วข้อง หรือข้อมูลในอดตี ที่ผ่านมา
เปน็ ตน้ บอกแหลง่ ทีม่ าของขอ้ มลู และสาํ เนาเอกสารตา่ งๆ พรอ้ มรับรองสําเนาถกู ต้องโดยผู้มอี ํานาจลงนาม และ
ประทับตรา (ถ้ามี)
7. ผ้เู รยี นเขียนแผนธุรกิจ โดยศึกษาจากเน้อื หาท่ีกลา่ วมาข้างต้น
ขน้ั สรุปและการประยุกต์
8. ครแู ละผู้เรยี นสรุปการเขยี นแผนธุรกจิ
9. ทําแบบประเมินผลการเรียนรู และประเมนิ ตนเองจากแบบประเมนิ ตนเอง รวมท้งั กิจกรรมการจดั
ประสบการณก์ ารเรียนรู้
10. ประเมนิ ผู้เรยี นตามแบบฟอร์มต่อไปนี้
ช่อื ผู้เรียน ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรียน วชิ าธรุ กจิ และการเป็นผปู้ ระกอบการ
2.รูปภาพ
3.กิจกรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ สื่อ VDO และสือ่ PowerPoint
5.แบบประเมินผลการเรยี นรู้
หลกั ฐาน
1.บนั ทึกการสอน
2.ใบเช็ครายช่อื
3.แผนจัดการเรียนรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
97
การวัดผลและการประเมินผล
วธิ ีวดั ผล
1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอ่ื งมอื วดั ผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุม่ (โดยครู)
3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผเู้ รยี น)
4. แบบประเมินกจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรียนรว่ มกนั
ประเมนิ
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีชอ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50 % ขึน้ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑผ์ า่ น คือ 50%
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้มเี กณฑ์ผ่าน 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยูก่ ับ
การประเมินตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.ทํากิจกรรมใบงาน
2.อา่ นและทบทวนเนื้อหา
98
ใบงานท่ี 7.1
เรื่อง แนวคดิ ธรุ กิจ
ชอ่ื -สกุล............................................................................................เลขท่.ี ........ช้นั ..........................
คาช้ีแจง ให้เขยี นแนวคดิ ธรุ กิจมาประมาณ 3 กจิ การ (บางส่วน)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบงานที่ 7.2
เร่อื ง โอกาสของธุรกจิ
ชื่อ-สกลุ ............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาชี้แจง ให้ลองเขียนโอกาสของธุรกิจมาประมาณ 5 ข้อ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
ใบงานท่ี 7.3
เรือ่ ง ตลาดเปาู หมาย
ชอ่ื -สกลุ ............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาช้ีแจง ใหล้ องเขียนกลมุ่ ตลาดเปูาหมายในธุรกิจมาประมาณ 3 ธรุ กิจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
99
ใบงานท่ี 7.4
เรือ่ ง ข้อได้เปรียบและขอ้ เสยี เปรยี บในการแข่งขนั ของธุรกจิ
ช่อื -สกุล............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาชีแ้ จง ให้เขยี นขอ้ ได้เปรียบและขอ้ เสียเปรยี บของธรุ กิจ โดยเลอื กธรุ กิจทต่ี นเองรักและชอบมา 1 ธุรกิจ
ขอ้ ไดเ้ ปรียบ: ลองพจิ ารณาดวู ่าธุรกิจมจี ุดเดน่ (เม่ือเปรยี บเทยี บกบั คูแ่ ข่ง) ในด้านใด เชน่ สนิ ค้าหรือบริการมี
อะไรพิเศษ สามารถดงึ ดดู ใจลกู ค้า ความสามารถและความชํานาญของลกู จ้าง เทคนคิ ในขบวนการขาย ทตี่ ้ังของธุรกิจ
อย่ใู นจดุ ไดเ้ ปรยี บอยา่ งไร เป็นตน้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสียเปรียบ: ลองคน้ หาวา่ ธรุ กิจ มีขอ้ เสียใดบ้าง เชน่ ขอ้ เสียด้านการเงนิ ตําแหน่งท่ตี ้งั คุณภาพสินค้า การ
บริการ การสง่ มอบไมต่ รงเวลา สนิ ค้าท่นี าํ มาจาํ หน่ายไมม่ กี ารพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นต้น
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
ใบงานที่ 7.5
เรอื่ ง โครงสรา้ งองค์กรและทมี ผบู้ ริหารในธุรกจิ
ชือ่ -สกลุ ............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาชแ้ี จง ให้เขียนโครงสรา้ งองค์กร และหน้าทค่ี วามรับผดิ ชอบของทีมผบู้ รหิ ารในธรุ กิจ (เลือกธุรกจิ ทีต่ นเองรกั
และชอบมา 1 ธุรกจิ )
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
100
ใบงานที่ 7.6
เรอื่ ง แผนธุรกิจ
ชอื่ -สกุล............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาชแ้ี จง ใหจ้ ัดทาํ แผนธรุ กิจ ดงั รายละเอียดต่อไปน้ี
1. แบง่ กลมุ่ ประมาณ 5-6 คน เพอ่ื ระดมความคดิ เห็นและแลกเปลย่ี นความรรู้ ะหวา่ งกนั เพ่ือจัดทําแผนธรุ กจิ
ของกจิ การ
2. แต่ละกลุม่ ตัดสินใจเลอื กจัดทาํ แผนธุรกิจกลมุ่ ละ 1 กิจการ โดยเป็นธุรกจิ ที่สนใจ มีความรกั และชอบใน
อาชพี น้ัน แล้วศกึ ษาองคป์ ระกอบต่อไปน้เี พอื่ จดั ทําแผนธรุ กิจ
1) ปกหนา้ สารบญั และคํานํา
2) บทสรปุ ผบู้ รหิ าร
3) ประวตั ิกจิ การ หรือภาพรวมของกิจการ
4) การวเิ คราะหส์ ถานการณ์
5) แผนการตลาด
6) แผนการบริหารจดั การและแผนการดาํ เนินงาน
7) แผนการผลติ
8) แผนการเงิน
9) แผนฉุกเฉนิ
10) ภาคผนวก
3. จดั ทําเอกสารประกอบการนําเสนอและพรอ้ มส่งเพ่อื ประเมินผล โดยจัดทําใหเ้ หมาะสมกับสภาพการเรียน
การสอนท่แี ท้จรงิ
4. เปิดโอกาสให้ผเู้ รยี นคนอื่น ๆ ได้เสนอแนะแนวทาง/ข้อคดิ เห็นเพือ่ นาํ ไปสกู่ ารเรียนร้โู ดยมุง่ เน้นการนาํ ไป
ประยกุ ตใ์ ช้อย่างแทจ้ รงิ ในธุรกจิ ในปัจจุบนั
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เตม็ 10 คะแนน
ความถูกต้องและสมบูรณข์ องเนือ้ หาตามหลักสูตร 10 คะแนน
ความตรงต่อเวลา 5 คะแนน
การนาํ เสนอหน้าชั้นเรียน 5 คะแนน
แนวคดิ /สร้างสรรค์ 10 คะแนน
รวม 30 คะแนน
ข้อเสนอแนะ………………………………………………………………………………………..…………….
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
**หมายเหตุ ใบงานนค้ี วรจะมอบหมายและช้แี จงให้ผู้เรยี นล่วงหนา้ กอ่ นทจ่ี ะศึกษาเนอื้ หา