The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ ปวส.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tha9864, 2021-05-21 05:14:54

ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ ปวส.

ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ ปวส.

101

แผนการจัดการเรียนรแู้ บบบูรณาการที่ 15 หนว่ ยที่ 8
สอนครงั้ ที่ 15 (43-45)
รหสั วชิ า 20001-1003 ธรุ กิจและการเป็นผูป้ ระกอบการ
จานวน 3 ช.ม.
ชือ่ หน่วย/เร่ือง หลกั เบอ้ื งตน้ ในการบรหิ ารงานคณุ ภาพ
และเพิ่มผลผลิตในองคก์ ร

แนวคดิ
การบริหารงานคุณภาพในองคก์ รเป็นกระบวนการบริหารงานที่ประกอบดว้ ยนโยบาย วัตถปุ ระสงค์ การวา

แผนงาน ระบบการบริหารจดั การ ระบบการตรวจสอบหรือการประเมินผล และการปรับปรุงอย่างต่อเนือ่ ง เพือ่
ตอบสนองความตอ้ งการของลกู คา้ พนกั งานและของสงั คม ทําให้เข้าใจเก่ียวกับหลักการบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพมิ่

ผลผลติ เบือ้ งตน้ และประยุกต์ใช้หลักการบริหารงานคุณภาพและเพิม่ ผลผลิต
ผลการเรียนรูท้ ค่ี าดหวัง

1. แสดงความรู้เก่ียวกบั การบริหารงานคุณภาพเบื้องต้น

2. แสดงความร้เู กี่ยวกบั การเพ่ิมผลผลติ เบ้อื งต้น
3. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ของผสู้ ําเร็จการศึกษา สํานกั งาน

คณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ที่ครสู ามารถสังเกตได้ขณะทาํ การสอนในเร่อื ง
1 ความมีวนิ ัย
2 ความซ่อื สัตย์สุจริต

3 ความเชือ่ มั่นในตนเอง
4 ความสนใจใฝรุ ู้

5 การละเว้นส่งิ เสพติดและการพนนั
สมรรถนะรายวิชา

1. แสดงความรูเ้ ก่ียวกับหลักการวางแผนเปูาหมายชีวิตดว้ ยวงจรควบคุมคุณภาพ ธุรกจิ และการเป็น

ผู้ประกอบการ หลกั การจัดการทางการเงิน หลกั การบรหิ ารงานคุณภาพและเพม่ิ ผลผลติ เบื้องตน้ และกฎหมายที่
เก่ียวขอ้ ง

2 .จัดทําแผนธุรกิจอยา่ งง่าย
3. ประยุกต์ใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในการวางแผนและดําเนนิ งาน
4. ประยุกต์ใช้หลักการบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพิ่มผลผลิตในการวางแผนและดาํ เนนิ งาน
สาระการเรยี นรู้
1.การบริหารงานคณุ ภาพเบอื้ งต้น

2.การเพ่มิ ผลผลติ เบื้องตน้
กจิ กรรมการเรียนรู้

ขน้ั นาเขา้ ส่บู ทเรียน

1. ครกู ลา่ วถึง “คุณภาพ” ตามพจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายถงึ ลักษณะเด่นของ
บคุ คลหรือสง่ิ ของ จากความหมายน้สี รปุ ได้ว่า คุณภาพ (Quality) หมายถึง การดาํ เนินงานท่ีมปี ระสทิ ธิภาพเป็นไป

ตามข้อกาํ หนดท่ีตอ้ งการ โดยสนิ ค้าหรือบริการนั้นต้องสร้างความพึงพอใจใหล้ กู คา้ และมีตน้ ทุน การผลติ ที่เหมาะสม
เชน่ คุณภาพของสนิ คา้ ได้แก่ รูปร่างสวยงาม เช่ือถือได้ ทนทาน เหมาะสมกบั การใช้งานและชื่อเสียงของสนิ ค้า สว่ น
คุณภาพการบรกิ าร ไดแ้ ก่ การสร้างความประทบั ใจใหล้ ูกคา้ ท่มี าใช้บรกิ าร เปน็ ตน้ แบ่งได้ดงั นี้

102

1) เหมาะสมกับมาตรฐาน 2) เหมาะสมกบั ประโยชนใ์ ชส้ อย
3) เหมาะสมกบั ต้นทุน 4) เหมาะสมกับความต้องการทีแ่ ฝงเร้น
2. ผ้เู รียนยกตัวอยา่ งธรุ กจิ ท่ไี ด้รบั คณุ ภาพ
ขนั้ สอน
3. ครูอธิบายการบริหารงานคุณภาพเบื้องตน้ โดยคณุ สมบตั ิของคณุ ภาพ สามารถพิจารณาได้ดงั นี้
3.1 คณุ ภาพของผลติ ภณั ฑ์ สามารถพิจารณาได้ดังนี้

a สมรรถนะ a ลกั ษณะเฉพาะ
a ความเช่อื ถอื ได้ a ความสอดคลอ้ งตามทีก่ ําหนด
a ความทนทาน a ความสามารถในการให้บรกิ าร
a ความสวยงาม a การรบั รู้คุณภาพ หรอื ชอ่ื เสียงของสินค้า
3.2 คณุ ภาพของงานบรกิ าร สามารถพิจารณาได้ดังน้ี
a ความเชือ่ ถอื ได้ a การตอบสนองความตอ้ งการ
a ความสามารถ a การเข้าถงึ ได้
a ความสุภาพ a การตดิ ตอ่ สอื่ สาร
a ความนา่ เช่ือถอื a ความปลอดภัย
a ความเข้าใจลูกค้า a สามารถรสู้ กึ ได้ในบรกิ าร
4. ครอู ธิบายเพม่ิ เติมการบริหารคุณภาพ (Quality Management) หมายถึง การบริหารงานที่เก่ียวกับ การ
จัดการทุกอย่างในองค์กรให้มีคุณภาพตามนโยบายคุณภาพขององค์กร รวมถึงโครงสร้างองค์กร ความรับผิดชอบ
วิธกี าร กระบวนการ กิจกรรม แผนงานและทรพั ยากรท่ีจะนํามาใชใ้ นองคก์ ร เพ่ือสร้างความมนั่ ใจว่าสินคา้ หรือบรกิ าร
ท่ีผลิตออกมาจะมีคุณภาพสอดคล้องกับข้อกําหนดและความต้องการของลูกค้า และให้มีผลตอบแทนตามเปูาหมาย
การลงทุนขององค์กร
5. ผ้เู รียนแสดงสญั ลักษณค์ ณุ ภาพ เช่น

6. ครูบอกหลักการพน้ื ฐานของการบรหิ ารงานคุณภาพทส่ี าํ คัญ ไดแ้ ก่
6.1 การให้ความสําคญั กบั ลูกค้า ธรุ กิจทกุ ประเภทจาํ เป็นตอ้ งทําความเขา้ ใจกับความตอ้ งการของลกู ค้า และ

ดาํ เนนิ การใหบ้ รรลคุ วามต้องการของลูกค้า รวมทงั้ พยายามทาํ ใหเ้ หนอื ความคาดหวงั ของลกู ค้า โดยมหี ลักการว่าอะไร
คอื สงิ่ ทล่ี กู ค้าต้องการและคาดหวัง ซง่ึ ตอ้ งตอบสนองสิ่งที่ลูกคา้ ต้องการใหด้ ีทสี่ ุด เชน่ การประกันสินคา้ การรอ้ งเรียน
เปน็ ตน้

103

6.2 ความเป็นผนู้ ํา ผูน้ าํ จะตอ้ งแสดงความม่งุ มั่นท่ีจะพฒั นาองคก์ รอย่างชดั เจน ต้องมีภาวะผู้นําและสร้าง
บรรยากาศในการทํางานทจี่ ะเอ้อื อํานวยให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการดาํ เนินงาน เพื่อให้บรรลผุ ลตามเปูาหมาย โดย
ภาวะผู้นาํ กค็ อื ความสามารถในการชักนาํ โน้มน้าวใหค้ นคล้อยตาม มีเปูาหมายท่ชี ดั เจนและสามารถนําคนให้ปฏบิ ัติ
กิจกรรมให้ลลุ ว่ งได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพและประสทิ ธิผล โดยมหี ลกั การเนน้ ให้ผนู้ ําองค์กรมภี าวะผนู้ ํา แสดงการเป็น
ผนู้ าํ ในการทาํ งาน

6.3 การมสี ว่ นรว่ มของบุคลากร การทบ่ี คุ ลากรมีส่วนร่วมในองคก์ ร จะทําให้ทุกคนไดใ้ ช้ความสามารถให้เกดิ
ประโยชนต์ อ่ สว่ นรวมมากทีส่ ดุ บุคลากรต้องเอาใจใส่ในงานท่ตี นได้รบั มอบหมายไว้ โดยมหี ลักการคอื เนน้ ทพ่ี นักงาน
ทกุ ฝุายจะต้องอาศยั ความรว่ มมอื ทกุ ระดบั และต้องมีการพฒั นาความสามารถอยา่ งสมํ่าเสมอ

6.4 กระบวนการดําเนินงาน หมายถงึ การนําเอาทรพั ยากรหรอื ปจั จยั การผลติ ปอู นเข้าส่รู ะบบการทาํ งาน
เพ่อื ให้บรรลเุ ปาู หมาย โดยมหี ลักการที่เนน้ ใหม้ องงาน กระบวนการและกิจกรรมตา่ งๆ ทก่ี ่อให้เกดิ มูลค่าเพ่ิมแก่สนิ คา้
หรอื เปน็ กระบวนการสนบั สนุน จะอยูใ่ นรูปของกระบวนการทีม่ ที ้ังปจั จยั นาํ เข้า (Input) และปจั จัยนําออก (ผลผลิต =
Output)

104
6.5 การบรหิ ารท่เี ปน็ ระบบ การจดั การกระบวนการตา่ งๆ อย่างเป็นระบบ จะชว่ ยใหอ้ งคก์ รบรรลุเปูาหมาย
อยา่ งมปี ระสิทธิผลและประสิทธภิ าพ โดยนํากระบวนการตา่ งๆ มาเรียงลาํ ดับและสัมพนั ธ์กนั ซึง่ จะกอ่ ให้เกดิ เปน็ ระบบ
โดยหลักการคอื การกาํ หนดระบบความสมั พันธข์ องปจั จยั และกระบวนการดาํ เนนิ งานเพ่ือใหอ้ งคก์ ตอบสนองความ
ตอ้ งการของลูกค้าไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ

6.6 การปรับปรุงอย่างตอ่ เนื่อง เป็นกระบวนการทเ่ี กดิ วงจรบรหิ ารงานระบบคุณภาพ PDCA ได้แก่ การ
วางแผนการดาํ เนินงาน การดําเนนิ งาน การปรบั ปรุงแกไ้ ข และการปรบั ปรุงอย่างตอ่ เนอ่ื ง ทาํ ใหเ้ พิ่มประสิทธภิ าพขึน้
ซึง่ ควรถอื เป็นเปูาหมายถาวรขององคก์ ร

6.7 การตดั สินใจบนพนื้ ฐานของความเปน็ จรงิ การตดั สนิ ใจที่ถกู ต้อง และเกดิ ประสิทธภิ าพต่อการบริหารงาน
ตอ้ งตง้ั อยู่บนพื้นฐานของความจริงทถ่ี กู ต้องและการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ท่ีเปน็ ระบบต้องมีข้อมูลหรอื ขอ้ เท็จจรงิ สนับสนุน
ซ่งึ ข้อมูลไดจ้ ากการเกบ็ และนํามาวเิ คราะหท์ างสถิติ เพื่อใช้เปน็ เครื่องมอื การตดั สินใจบนพืน้ ฐานของความเปน็ จรงิ
การตัดสินใจที่ถกู ตอ้ ง และเกิดประสทิ ธิภาพตอ่ การบรหิ ารงานตอ้ งตง้ั อย่บู นพ้นื ฐานของความจรงิ ท่ีถูกตอ้ งและการ
วิเคราะหข์ ้อมูลท่ีเปน็ ระบบตอ้ งมีขอ้ มลู หรือขอ้ เท็จจรงิ สนับสนุน ซง่ึ ขอ้ มูลไดจ้ ากการเกบ็ และนํามาวิเคราะห์ทางสถิติ
เพอื่ ใชเ้ ปน็ เครือ่ งมือ

6.8 ความสมั พนั ธ์กบั ผขู้ ายเพือ่ ประโยชน์รว่ มกนั การสร้างสมั พนั ธภาพกับผสู้ ่งมอบควรอย่บู นพ้ืนฐานของความ
เสมอภาคด้านผลประโยชน์ เพราะต่างตอ้ งพง่ึ พาซง่ึ กันและกัน ถ้าองค์กรและผู้สง่ มอบมคี วามเข้าใจ และมี
ความสมั พนั ธอ์ นั ดีต่อกัน ยอ่ มสง่ ผลให้เกิดประโยชนร์ ่วมกัน และจะชว่ ยเพ่ิมความสามารถในการสร้างคณุ ค่ารว่ มกัน
ของทง้ั สองฝาุ ย โดยมหี ลักการที่เน้นการได้รบั ผลประโยชน์รว่ มกันทุกฝุาย

105

7. ครูอธิบายการเพมิ่ ผลผลติ เบ้ืองตน้ โดยการเพ่ิมผลผลิต (Productivity) หมายถึง กระบวนการในการ
ปฏิบัติงานให้ไดผ้ ลผลิตซงึ่ อาจเป็นสินค้าหรอื บริการ หรืองานที่มคี ณุ ภาพตรงตามความต้องการของลูกคา้ ด้วยวธิ ีการ

ในการลดตน้ ทุนลดการสญู เสียทกุ รปู แบบ การใช้ทรพั ยากรอยา่ งคมุ้ ค่า การใช้เทคโนโลยที ่ีเหมาะสม การพัฒนา
ศักยภาพของคนและการใช้เทคนิควธิ ีการทํางานต่างๆ เขา้ มาชว่ ยประสิทธผิ ล (Efficiency) หมายถงึ ความสามารถ
การบรรลุจดุ มุ่งหมายโดยใช้ทรัพยากรต่ําสุด คอื ใชว้ ิธีการใหเ้ กดิ การจดั สรรทรัพยากรทส่ี ิน้ เปลอื งนอ้ ยท่ีสดุ โดยมี

เปาู หมายคอื ประสิทธิผล

ขั้นสรปุ และการประยุกต์

8. ครูและผู้เรยี นสรุปการบริหารงานคณุ ภาพเบอื้ งต้น และการเพมิ่ ผลผลติ เบือ้ งต้น
9. ครสู ังเกตพฤติกรรมกลุ่ม และร่วมกนั สรปุ เน้อื หาอีกคร้ังจากแผน่ ใส
10. ทําแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ และประเมนิ ตนเองจากแบบประเมินตนเอง พร้อมทํากิจกรรม
การจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้

11. ประเมินผูเ้ รยี นตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปนี้

ชอื่ ผ้เู รยี น ประสบการณ์พื้นฐานการเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

5.

สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียน วิชาธุรกิจและการเปน็ ผ้ปู ระกอบการ
2. รูปภาพ

3. กิจกรรมการเรยี นการสอน
4. สื่ออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ส่ือ VDO และส่ือ PowerPoint

5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
หลกั ฐาน

1. บันทกึ การสอน

2. ใบเชค็ รายชือ่
3. .แผนจดั การเรียนรู้

4. การตรวจประเมินผลงาน

106

การวดั ผลและการประเมินผล
วิธวี ดั ผล

1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
3. สังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
6. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

เคร่ืองมือวัดผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผเู้ รยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครแู ละผู้เรียร่วมกัน
ประเมิน

เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรับปรงุ
2. เกณฑ์ผา่ นการประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขึ้นไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
4. กจิ กรรมใบงาน เกณฑ์ผา่ น คือ 50%
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้มเี กณฑผ์ า่ น 50%
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนขึ้นอย่กู ับการประเมนิ
ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1. ทาํ แบบใบงาน
2. อ่านและทบทวนเนื้อหา

107

แผนการจดั การเรียนรู้แบบบรู ณาการที่ 16 หนว่ ยท่ี 8

2001-9001 การเปน็ ผูป้ ระกอบการ (Entrepreneurship) สอนคร้ังที่ 16 (46-48)

ชอ่ื หน่วย/เรือ่ ง หลักเบื้องตน้ ในการบรหิ ารงานคณุ ภาพ จานวน 3 ช.ม.
และเพิ่มผลผลิตในองค์กร

แนวคดิ
การบรหิ ารงานคุณภาพในองค์กรเปน็ กระบวนการบรหิ ารงานท่ปี ระกอบดว้ ยนโยบาย วตั ถปุ ระสงค์ การวา

แผนงาน ระบบการบรหิ ารจัดการ ระบบการตรวจสอบหรือการประเมนิ ผล และการปรับปรงุ อยา่ งตอ่ เนื่อง เพ่อื
ตอบสนองความตอ้ งการของลูกคา้ พนักงานและของสังคม ทําให้เขา้ ใจเกย่ี วกบั หลักการบริหารงานคุณภาพและเพ่ิม

ผลผลติ เบ้ืองตน้ และประยกุ ต์ใชห้ ลักการบรหิ ารงานคุณภาพและเพมิ่ ผลผลติ
ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวัง

1. ประยกุ ตใ์ ชห้ ลักการบริหารงานคุณภาพและเพ่ิมผลผลติ ในการวางแผนและดาํ เนินงาน

2. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผ้สู าํ เรจ็ การศกึ ษา สํานกั งาน
คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ท่ีครูสามารถสงั เกตได้ขณะทําการสอนในเรอื่ ง

1 ความมวี นิ ัย
2 ความซื่อสตั ย์สุจรติ
3 ความเช่ือมั่นในตนเอง

4 ความสนใจใฝุรู้
5 การละเวน้ ส่งิ เสพติดและการพนัน

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เกี่ยวกบั หลกั การวางแผนเปาู หมายชีวติ ดว้ ยวงจรควบคมุ คุณภาพ ธรุ กจิ และการเปน็

ผ้ปู ระกอบการ หลกั การจดั การทางการเงิน หลักการบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพิม่ ผลผลติ เบอ้ื งต้นและกฎหมายท่ี

เกี่ยวขอ้ ง
2. จดั ทําแผนธุรกิจอย่างง่าย

3. ประยุกตใ์ ช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการวางแผนและดาํ เนินงาน
4. ประยกุ ตใ์ ช้หลกั การบริหารงานคุณภาพและเพิ่มผลผลิตในการวางแผนและดาํ เนินงาน
สาระการเรียนรู้

1. การประยุกตใ์ ชห้ ลกั การบรหิ ารงานคุณภาพและเพิ่มผลผลติ
กิจกรรมการเรยี นรู้

ข้นั นาเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูกล่าวถึงการประยุกต์ใช้หลักการบริหารงานคุณภาพและเพิ่มผลผลิตในการวางแผนและดําเนินงาน
ควรจะอาศยั เทคนคิ และเครื่องมือพ้นื ฐานเพอื่ ช่วยในการเพม่ิ ผลผลิตในองคก์ ร

2. ผ้เู รยี นบอกกิจกรรมทมี่ ีการประยกุ ต์ใช้หลักการบริหารงานคณุ ภาพและเพ่ิมผลผลิต ได้แก่
2.1 กิจกรรมเพอื่ ความปลอดภยั หมายถึง กิจกรรมเสรมิ สร้างความรแู้ ละทัศนคติเกย่ี วกับความ

ปลอดภยั ในการทํางานให้กบั พนกั งาน
2.2 กิจกรรม 5 ส หมายถึง กจิ กรรมเพอ่ื สรา้ งความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยในสถานทท่ี ํางาน
2.3 วงจร PDCA คอื วงจรเพื่อการบรหิ ารและการปรบั ปรงุ งานอย่างต่อเนอื่ ง

2.4 กิจกรรมขอ้ เสนอแนะ คือ กิจกรรมท่ีเปิดโอกาสให้พนกั งานมีส่วนรว่ มในการเสนอความคิด
ใหม่ๆ ซึ่งสามารถปฏิบตั ิได้ และเปน็ ประโยชนต์ อ่ การปรับปรงุ งานที่ปฏบิ ัตอิ ยแู่ ล้วให้ดีขึ้น

108

2.5 กจิ กรรมกลุม่ ยอ่ ย (QCC = Quality Control Cycle) คือ กจิ กรรมเพ่ือการแก้ปญั หาและ
ปรับปรุงงานอยา่ งเป็นระบบ โดยการรวมกลุ่มของผปู้ ฏบิ ัติงานประมาณ 3-10 คน

ข้ันสอน
3. ครผู ู้สอนอธิบายการประยุกต์ใช้หลกั การบริหารงานคุณภาพและเพิม่ ผลผลติ
4. ครูอธิบายกจิ กรรมเพอื่ ความปลอดภยั (Safety Control Circles=SCC) หมายถึง การรว่ มกนั ทํากจิ กรรม
เพือ่ การค้นหาภัยอันตรายและแก้ไขปูองกันอุบตั เิ หตุ และการสร้างเสริมความปลอดภยั ในการทํางาน
5. ผ้เู รียนวางแผนและดําเนินงานโดยใช้กิจกรรม 5 ส

6. ครแู ละผเู้ รียนวางแผนและดาํ เนินงานโดยใชเ้ ทคนคิ PDCA คอื วงจรคุณภาพที่ใช้ในการบรหิ าร การวางแผน
และการปฏิบัตเิ พื่อให้เกดิ การปรบั ปรงุ การทํางานอยา่ งตอ่ เน่ือง ทาํ ใหท้ กุ คนรจู้ กั การวางแผนกอ่ นทจี่ ะนําไปปฏิบตั ิ เม่อื
ปฏบิ ัตแิ ล้ว ต้องมีการตรวจสอบหาขอ้ บกพรอ่ งเพอ่ื นาํ ไปปรับปรุงแก้ไขตอ่ ไป

7. ครูและผู้เรียนวางแผนและดําเนินงานกิจกรรมข้อเสนอแนะ (Suggest System) คือ การเปิดโอกาสให้
พนักงานทุกระดับมาร่วมกันในการบรหิ าร โดยนําเสนอความคิดเห็นของตนเองต่อฝุายบริหาร ซ่ึงมี 2 ลักษณะ คือ 1.
แนวคดิ หรือวธิ กี ารแก้ไขปญั หา และ 2. ชใ้ี ห้เห็นปัญหาหรอื จุดออ่ นของการทาํ งาน

8. ครูและผ้เู รยี นวางแผนและดําเนินงานโดยใช้เทคนิค QCC (Quality Control Cycle) หมายถึง การควบคุม
คณุ ภาพดว้ ยกจิ กรรมกลมุ่ โดยการควบคุมคุณภาพ คือ การบริหารงานด้านวัตถุดิบ กระบวนการผลิตและผลผลิต ให้
ได้คณุ ภาพตามความต้องการของลกู ค้า ผู้เกย่ี วข้องหรือขอ้ กําหนดตามมาตรฐานท่ีต้ังไว้ เพื่อปูองกันและลดปัญหาการ
สูญเสยี วัตถดุ ิบ ต้นทุนผลิต เวลาการทาํ งาน และผลผลติ

9. ครอู ธบิ าย และผู้เรียนวางแผนและดําเนินงานกิจกรรมการบริหารงานโดยยึดวัตถุประสงค์ Management
by Objective (MBO) เทคนิคการบริหารงานท่ีให้โอกาสสมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการกําหนดวัตถุประสงค์ของ
องค์กรและใหท้ ุกคนปฏบิ ัตงิ านโดยยึดวัตถุประสงคแ์ ละเปาู หมายขององคก์ รเปน็ หลัก

109

ข้ันสรปุ และการประยกุ ต์

10. ครสู รุปบทเรยี น โดยใช้ VDO และ PowerPoint และอภิปรายซักถามขอ้ สงสัย

11. ครแู ละผเู้ รียนสรุปการประยกุ ตใ์ ช้หลักการบรหิ ารงานคุณภาพและเพม่ิ ผลผลติ

12. ทํากิจกรรมต่อเน่ือง ตอบคําถามจากบทความในกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ และทําประสบการณ์การ

เรียนรู้ ซง่ึ ครูผู้สอนพจิ ารณาตามความเหมาะสม

13. ประเมินผเู้ รียนตามแบบฟอร์มตอ่ ไปน้ี

ช่ือผู้เรยี น ธรรมชาติของผู้เรียน วิธีการเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วุฒิภาวะ

1.

2.

3.

4.

5.

แบบประเมินประสบการณพ์ ้นื ฐานการเรียนรู้

ช่อื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พืน้ ฐานการเรยี นรู้ วิธกี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

5.

110

สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน วิชาธรุ กจิ และการเปน็ ผปู้ ระกอบการ
2. รปู ภาพ
3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4. สือ่ อิเล็กทรอนกิ ส์ สือ่ VDO และสื่อ PowerPoint
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้

หลักฐาน
1. บันทึกการสอน
2. ใบเช็ครายชอื่
3. แผนจัดการเรยี นรู้
4. การตรวจประเมนิ ผลงาน

การวัดผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวัดผล
1. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุม่
3. สังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
4 ตรวจกิจกรรมสง่ เสริมคุณธรรมนาํ ความรู้
5. ตรวจใบงาน
6. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
เครื่องมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผู้เรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมส่งเสริมคุณธรรมนําความรู้
5. แบบประเมินกจิ กรรมใบงาน
6. แบบประเมินผลการเรียนรู้
7. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี รว่ มกนั

ประเมิน
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ีช่องปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุม่ คือ ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
4. ตอบคําถามในกจิ กรรมสง่ เสริมคุณธรรมนาํ ความรู้จงึ จะถือวา่ ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมิน มีเกณฑ์ 4 ระดับ คอื 4= ดีมาก, 3 = ดี, 2 = พอใช้ , 1= ควรปรับปรงุ
5. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50%
6. แบบประเมินผลการเรียนรมู้ เี กณฑ์ผา่ น 50%
7 แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขน้ึ อยู่กบั การ

ประเมนิ ตามสภาพจรงิ

111

กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ทาํ กจิ กรรมใบงาน
2.อ่านและทบทวนเนือ้ หา

ใบงานท่ี 8.1
เรื่อง การใหบ้ ริการอยา่ งมคี ณุ ภาพ
ชอ่ื -สกลุ ............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาชแี้ จง ให้ผเู้ รียนอา่ นกรณีศึกษาเรอื่ งนโยบายของกจิ การไมช่ ดั เจน
การทาํ หนา้ ทใี่ ห้บรกิ ารลูกค้าตามนโยบายของบริษัทตามเปูาหมายทก่ี ําหนดไว้ ถือเป็นแรงกดดันใหก้ บั พนักงาน
ทใี่ ห้บรกิ ารลูกค้ามาก เพราะอาจจะขดั แยง้ กบั การให้บริการ ถา้ ให้บรกิ ารมากจนเกินไปก็จะทาํ ให้ต้นทุนสูงข้ึน แต่ถ้า
ใหบ้ ริการน้อยจนเกินไปก็จะทาํ ใหล้ ูกค้าไมพ่ อใจ เชน่
นโยบายของบรษิ ทั มกี ารเปลีย่ นของภายใน 7 วัน ถา้ ลูกคา้ จะเปลี่ยนเปน็ 8 หรือ 9 วนั จะได้หรือไม่
ลูกค้าตอ้ งมใี บเสร็จมาดว้ ยเท่านัน้ จึงจะเปลย่ี นได้ ถา้ ลกู คา้ จะส่งใบเสรจ็ ให้ภายหลังไดห้ รือไม่
ลกู ค้าไมส่ ะดวกรับของตอนเยน็ ขอเปน็ 3 ทมุ่ พนักงานควรจะรอส่งหรอื ไม่
ลกู ค้าคดิ ว่าของมตี าํ หนแิ ต่ไมร่ ู้เกดิ ตอนไหน พนกั งานจะตัดสินใจอย่างไรดี
คณุ สร้อยฟาู ทํางานเปน็ พนักงานให้บริการทด่ี ีของบรษิ ัทแหง่ หนง่ึ และลูกค้ากช็ อบมาก เพราะเหน็ ความสําคัญ
ในความตอ้ งการของลกู คา้ เปน็ ที่สุด แตก่ ไ็ ด้รับคําเตอื นจากหวั หนา้ งานบอ่ ยคร้ังวา่ อย่าใจดีกบั ลูกคา้ จนเกนิ ไป จึงทําให้
น้อยใจอยู่เสมอ ผ้เู รยี นคดิ ว่าคุณสร้อยฟูาควรจะทําอย่างไรเพอ่ื ให้เกดิ ความเหมาะสมและความพอดี

แนวทางทค่ี ณุ สรอ้ ยฟ้าควรจะปฏบิ ัติตอ่ ไป ไดแ้ ก่
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

112

ใบงานที่ 8.2
เรอื่ ง การเพม่ิ ผลผลิต
ชือ่ -สกลุ ............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาช้ีแจง อ่านกรณศี ึกษาบรษิ ัท นา้ พริกไทย จากัด
คุณยนิ ดเี ป็นผู้จดั การของบริษทั น้าํ พรกิ ไทย จํากัด ตรา “นํา้ พรกิ ไทย” โดยมนี โยบายใหเ้ พมิ่ ปรมิ าณการผลิต
ตอ่ วนั ให้มากข้นึ เน่อื งจากมีคาํ ส่ังซ้ือเขา้ มาจํานวนมาก แต่บรษิ ทั ไมส่ ามารถตอบสนองต่อคําส่งั ซอ้ื ไดท้ งั้ หมด
คณะกรรมการให้เพิ่มการบรรจุภณั ฑใ์ ห้ได้ 20%ภายใน 2 สปั ดาห์ บรษิ ัทเป็นผู้ผลิตน้าํ พรกิ สําเร็จรูปรายยอ่ ยใน
ประเทศไทย ต้งั อย่ใู นกรงุ เทพฯ และขายนํา้ พริกโดยส่งไปจาํ หน่ายตามโมเดลิ เทรดตา่ งๆ เน่อื งจากการเจรญิ เตบิ โตของ
ตลาดนาํ้ พริกสําเร็จรูปในประเทศเป็นสินคา้ ทีอ่ ยใู่ นระดบั สินค้าคุณภาพสงู เปน็ ทต่ี อ้ งการของผบู้ ริโภคจาํ นวนมาก จึง
ทําใหไ้ ด้รับคําสั่งซ้ือจํานวนมาก จนในปัจจุบนั บริษทั พบว่าไมส่ ามารถตอบสนองตอ่ คําส่ังซือ้ ของลกู ค้าไดท้ ง้ั หมด ซ่งึ
นอกจากจะทาํ ให้บริษัทเสยี โอกาสทางการค้าแล้ว ยังทาํ ให้ขาดความนา่ เชอื่ ถือของบรษิ ทั ที่จะตอบสนองต่อตลาดลด
ตาํ่ ลงด้วย จะสง่ ผลต่อภาพลกั ษณแ์ ละช่อื เสียงของบริษทั ตอ่ โมเดิลเทรดตา่ งๆ
บรษิ ทั มีกระบวนการบรรจุโดยใช้เครื่องบรรจุอตั โนมตั ิ โดยนาํ เขา้ เครือ่ งบรรจจุ ากญีป่ ุนซงึ่ มีราคาแพงมาก โดย
นาํ วัตถุดบิ มาจากแหลง่ ผู้จดั จําหนา่ ยผ่านการล้าง ฆา่ เชอ้ื ตา่ ง ๆ ก่อนปอู นเข้าสู่เครอ่ื งอตั โนมัติ เมอื่ ถูกปูอนเข้าเครื่อง
อตั โนมตั แิ ลว้ และถกู ลําเลยี งตอ่ ไปผ่านขัน้ ตอนการฆา่ เชอ้ื ดว้ ยแสงยวู ีและถกู ลําเลยี งผ่านตอ่ ไปทขี่ น้ั ตอนการบรรจุลง
บรรจภุ ัณฑต์ อ่ ไป ปญั หาของกระบวนการผลิตและบรรจภุ ณั ฑ์คอื การเพ่ิมเติมรสชาติ สี กลิน่ รส จะส่งผลให้มโี อกาสสูง
มากท่นี า้ํ พริกสาํ เรจ็ รูปจะด้อยคณุ ภาพ จะถูกส่งไปขายให้ลกู คา้ และส่งผลต่อชอ่ื เสียงของบรษิ ัทมาก ปญั หาท่ีสําคัญอีก
ประการคอื กระบวนการบรรจภุ ณั ฑ์ของบรษิ ทั ไมส่ ามารถบรรจไุ ด้ตามความสามารถท่ีแท้จรงิ ของเครอ่ื งบรรจอุ ัตโนมตั ิ
กลา่ วคือตามข้อกาํ หนดของเคร่ืองบรรจุไข่ไก่อตั โนมัติ เม่อื ผู้จดั การให้เพมิ่ ผลผลิตต่อวันให้ได้ ซงึ่ ตามปกตเิ คร่ืองจักร
ต้องผลิตสนิ คา้ ได้ตามเปาู หมาย แตข่ อ้ มูลปจั จบุ ันพบวา่ ผลผลิตท่ไี ด้ยังไม่เป็นไปตามเปาู หมาย และบริษทั กาํ ลงั ประสบ
ปญั หาการส่งสินคา้ ไม่ทนั คําส่ังซ้ือของลูกคา้ ผู้จดั การทราบดวี า่ กระบวนการผลิตสามารถปรบั ปรงุ ได้ แต่ปัจจบุ ันยงั ไม่
ทราบว่าจะปรับปรงุ หรือพฒั นาจดุ ใดก่อน จากขอ้ มูลของฝาุ ยผลติ ทราบวา่ เคร่ืองจกั รอัตโนมัติก็เดนิ เครื่องอัตโนมตั ทิ ี่
ความเร็วท่ีตัง้ ไวต้ ลอดทงั้ 8 ชว่ั โมงแล้ว และมีการบํารุงรักษาเครอื่ งจกั รนอกเหนอื จากเวลาบรรจุ 8 ช่ัวโมง จงึ ไม่
สามารถเพ่ิมความเรว็ ในการเดินเครื่องได้ ผู้จดั การจงึ คิดวา่ ถ้าตอ้ งการเพิ่มผลผลิต แนวทางทงี่ ่ายทส่ี ุด คือ การ
กําหนดให้เคร่ืองอัตโนมัตินี้ทาํ งานลว่ งเวลานานข้ึนซง่ึ ก็สามารถทาํ ได้เลย แตก่ ก็ งั วลวา่ แนวทางแก้ไขปัญหาน้ีจะได้รับ
การยอมรับจากคณะกรรมการได้อยา่ งไร เพราะสาเหตุท่ีแท้จรงิ ของปญั หายงั ไมไ่ ดร้ บั แก้ไข ผู้จดั การจงึ ตดั สินใจให้
เจ้าหน้าที่ฝุายผลิตบนั ทกึ ภาพของเครอ่ื งจกั รอตั โนมตั ิตลอดทงั้ กระบวนการและนํามาเขา้ ที่ประชุมฝุายผลิต โดย
วางแผนจะให้เกิดการระดมสมองเพือ่ หวังว่าจะหามาตรการเพิ่มผลผลิตท่ดี แี ละนาํ ไปช้ีแจงกบั คณะกรรมการได้
จากกรณีศึกษานจ้ี งหาสาเหตุของปญั หาและแนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
จากกรณีศึกษาน้ี ผู้จัดการมีการตดั สินใจอย่างไร
...........................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................

113

แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบรู ณาการที่ 17 หน่วยที่ 9
สอนครง้ั ท่ี 17 (49-51)
รหัสวิชา 20001-1003 ธรุ กิจและการเป็นผูป้ ระกอบการ
จานวน 3 ช.ม.
ชือ่ หน่วย/เรอ่ื ง การประยุกต์ใชป้ รชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ในการเป็นผปู้ ระกอบการ

แนวคดิ
ผู้ประกอบการที่พอเพียงจะคํานึงถึงความม่ันคงและย่ังยืนของการดําเนินธุรกิจ มากกว่าการแสวงหา

ผลประโยชน์ ดงั น้ัน จึงต้องมีความรอบรใู้ นธุรกิจท่ีตนดําเนินงานอยู่และมีการศึกษาข้อมูลข่าวสารตลอดเวลา เพ่ือให้

สามารถทนั ตอ่ การเปล่ียนแปลงตา่ งๆ มคี วามรอบคอบในการตัดสินใจแต่ละครง้ั เพื่อปูองกันข้อบกพร่องเสียหายไม่ให้
เกดิ ขึ้น และมีความรอบคอบในการตัดสนิ ใจแต่ละคร้ังเพ่ือปูองกันข้อบกพร่องไม่ให้เกิดข้ึน และต้องมีคุณธรรม คือ มี

ความซ่ือสัตย์สุจริตในการประกอบอาชีพ ไม่ผลิตหรือซ้ือขายสินค้าที่ก่อโทษหรือสร้างปัญหาให้กับคนในสังคมและ
สง่ิ แวดลอ้ ม มีความขยนั หมั่นเพียร อดทนในการพัฒนาธุรกิจ ไม่ให้บกพร่องและก้าวหน้าไปอย่างต่อเน่ือง โดยมีการ
พัฒนาประสิทธิภาพ การผลิตปรับปรุงสินค้าและคุณภาพให้ทันกับความต้องการของตลาดและการเปล่ียนแปลงใน

เทคโนโลยี ขณะเดยี วกนั ต้องมีความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คมและสิง่ แวดลอ้ มทุกขัน้ ตอนของการดําเนินธุรกิจ

ผลการเรยี นรู้ท่คี าดหวัง
1. ประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งในการดําเนินธรุ กิจได้
2. เสนอแนะแนวทางการนําปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งไปใช้ในการดําเนินชวี ิตได้

3. แสดงความรเู้ กย่ี วกบั การทําบญั ชีครวั เรือนได้
4. แสดงความรูเ้ ก่ยี วกบั ภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ ไทยได้
5. มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ของผสู้ ําเรจ็ การศึกษา สาํ นกั งาน

คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะทาํ การสอนในเร่อื ง
1. ความมีวนิ ยั

2. ความซือ่ สัตย์สจุ ริต
3. ความเช่อื มั่นในตนเอง
4. ความสนใจใฝุรู้

5. การละเว้นสงิ่ เสพติดและการพนนั

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรูเ้ กยี่ วกบั หลกั การวางแผนเปาู หมายชีวติ ด้วยวงจรควบคมุ คุณภาพ ธุรกจิ และการเปน็

ผู้ประกอบการ หลกั การจัดการทางการเงนิ หลักการบริหารงานคณุ ภาพและเพ่มิ ผลผลิตเบื้องตน้ และกฎหมายท่ี

เก่ียวขอ้ ง
2. จัดทาํ แผนธุรกิจอยา่ งง่าย

3. ประยุกตใ์ ชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการวางแผนและดาํ เนินงาน
4. ประยกุ ต์ใชห้ ลกั การบริหารงานคณุ ภาพและเพม่ิ ผลผลิตในการวางแผนและดาํ เนินงาน

114

สาระการเรยี นรู้
1. การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดําเนินธรุ กิจ
2. แนวทางการนาํ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้ในการดําเนินชีวติ
3. การทาํ บญั ชีครัวเรอื น
4. ภมู ิปัญญาท้องถน่ิ ไทย

กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นาเข้าสูบ่ ทเรียน
1. ครูกล่าวถงึ เศรษฐกิจพอเพยี ง เป็นปรชั ญาท่ชี ้ีถึงการดํารงและปฏิบตั ิตนของประชาชนในทกุ ระดบั ต้งั แต่

ระดบั บุคคล ระดับครอบครัว ระดบั ชุมชนจนถงึ ระดับรฐั ทั้งในการพฒั นาและการบริหารประเทศให้ดําเนนิ ไปบนทาง
สายกลาง โดยเฉพาะการพฒั นาเศรษฐกิจเพ่อื ให้ก้าวทนั ตอ่ โลกยุคโลกาภิวตั น์ ซ่ึงเป็นเศรษฐกจิ
ของทกุ คนและทุกอาชพี ซง่ึ การนําไปปฏิบตั ิก็ตอ้ งเหมาะสมกับอาชพี ของตนเองดว้ ย

2. ครูแนะนาํ ใหผ้ ู้เรยี นทเี่ ปน็ ผปู้ ระกอบการจึงควรจะดาํ เนนิ ธรุ กจิ แบบเศรษฐกิจพอเพียง ซงึ่ เปน็ แนวความคิดท่ี
มากกว่าการมุง่ เนน้ ธรุ กิจและสังคม เพราะเปน็ แนวความคิดท่ีคํานงึ ถงึ ความมีสาํ นึกในคุณธรรม ความซือ่ สตั ยส์ ุจริต
ความรอบคอบ ใหเ้ กดิ ความสมดุลและพรอ้ มต่อการรองรับการเปล่ียนแปลง ทั้งดา้ นวัตถุ สงั คม ส่ิงแวดล้อมและ
วัฒนธรรมจากโลกภายนอก

ขนั้ สอน
3. ครูอธิบายการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดําเนินธุรกิจสามารถพจิ ารณาไดด้ งั ตอ่ ไปน้ี
1) พจิ ารณาจากความสามารถในการพึง่ ตนเอง ท่เี น้นความสมดุลทัง้ 3 คุณลกั ษณะ คอื พอประมาณ มีเหตุ
มีผลและมีภมู ิคุ้มกัน มาประกอบการตดั สินใจเรื่องต่างๆ อย่างเป็นขัน้ เป็นตอน รอบคอบ ระมดั ระวัง พจิ ารณาถงึ ความ
พอดี พอเหมาะ พอควรและพรอ้ มรับการเปลย่ี นแปลงทค่ี รอบคลมุ ทัง้ 5 ประการ คือ
1.1 ด้านจติ ใจ มีจิตใจเข้มแข็ง ฝกึ ฝนตนเองได้ มีจติ สาํ นกึ ที่ดี เออื้ อาทร ประนีประนอมและนกึ ถงึ ประโยชน์
ส่วนรวมเปน็ หลกั
1.2 ด้านสงั คม มีความช่วยเหลือเก้ือกูลกนั รรู้ กั สามัคคี สรา้ งความเขม้ แข็งให้ครอบครัวและชุมชน รจู้ ักผนกึ
กาํ ลัง มกี ระบวนการเรียนรู้ท่เี กิดจากรากฐานที่มน่ั คงแข็งแรง
1.3 ดา้ นเศรษฐกจิ ดํารงชีวิตอยูอ่ ย่างพอดี พอมี พอกนิ สมควรตามอัตภาพ และฐานะของตนประกอบอาชพี
สจุ ริต (สมั มาอาชวี ะ) ด้วยความขยนั หมั่นเพียร อดทนใชช้ วี ิตเรียบง่าย โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผ้อู ่ืน มรี ายได้
สมดุลกบั รายจา่ ย รจู้ ักการใช้จ่ายของตนเองและครอบครวั อยา่ งมเี หตผุ ลเท่าท่จี ําเปน็ ประหยัด รู้จกั การเก็บออมเงิน
และแบ่งปนั ผู้อนื่
1.4 ด้านเทคโนโลยี รู้จักใชเ้ ทคโนโลยีที่เหมาะสม สอดคลอ้ งกบั ความต้องการและภมู นิ ิเวศ พฒั นาเทคโนโลยี
จากภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่ินมาใชใ้ ห้เกิดประโยชนต์ อ่ ตนเองและสงั คม
1.5 ดา้ นทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม รู้จักใชแ้ ละจัดการอย่างฉลาดและรอบคอบสามารถเลือกใช้
ทรพั ยากรท่ีมอี ยู่ใหเ้ กดิ ความย่งั ยืนสงู สดุ
2) พิจารณาความรู้คู่คุณธรรม มกี ารศกึ ษาเรียนร้แู ละพฒั นาตนเองอย่างตอ่ เนอื่ ง (ทง้ั ทฤษฎแี ละการปฏบิ ัติ
จริง) ในวิชาการตา่ งๆ ทเ่ี กี่ยวกับการดํารงชีวิต โดยใชส้ ติปญั ญาในการตดั สนิ ใจตา่ งๆ อย่างรอบรู้ รอบคอบ และมี
เหตผุ ลท่จี ะนําความรตู้ ่างๆ มาปรับใช้อย่างมีขน้ั ตอนและระมดั ระวงั ในการปฏิบตั ิ มคี วามตระหนักในคุณธรรม มี
ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ มคี วามเพยี รความอดทน และใช้สติปญั ญาอย่างชาญฉลาดในการดําเนินชีวิตบนทางสายกลาง
4. ครอู ธบิ ายการประยกุ ตใ์ ชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในการวางแผนและดาํ เนินงานพอประมาณ มี
เหตผุ ล สร้างภูมิคมุ้ กนั และมบี ทบาทในการช่วยเหลอื กนั ภายในประเทศ การบรหิ ารจดั การด้วยความพอเพียงนน้ั
จะต้องเร่มิ ท่เี ปูาหมาย ไดแ้ ก่

115

1) ความสามารถในการบริหารงาน โดยตอ้ งสอดคล้องกับโลกภายนอกโดยไมข่ ยายตวั เกินกว่ากําลงั ที่มอี ยู่
หรอื ต้องมีประสิทธผิ ลในทางการตลาดหรอื การตามทนั กับการเปล่ียนแปลงท่ีเกดิ ขนึ้ ซึ่งต้องมสี ตแิ ละความรู้

2) ตอ้ งแสวงหาความรกู้ บั สรา้ งความเข้มแขง็ หรือเพ่ิมความขยนั ขนั แขง็ ในการทาํ งานโดยมกี ารตดิ ตามเทคนคิ
วทิ ยาการ แล้วร้จู ักเลือกใช้เทคโนโลยแี ละเอามาประยกุ ต์ใช้เพื่อประโยชนใ์ นการผลติ และการทํางานให้มีประสิทธภิ าพ
ดขี ้นึ หรอื กค็ ือการเพ่มิ ผลผลติ อย่างมีประสิทธิภาพ

3) การมีเปาู หมายด้านคุณภาพชวี ติ คือการรจู้ ักใชจ้ ่ายบริโภคตามความจาํ เปน็ และอย่างมีเหตผุ ลเพ่อื ชวี ติ ทอี่ ยู่
ดมี ีสุข ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า มีการเรยี นรู้ โดยมีความสุขสมดุลทง้ั กายและใจพร้อมกบั มีการออมเพื่อความปลอดภัยดว้ ย

5. ครูและผเู้ รียนบอกแนวทางการนาํ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้ในการดาํ เนินชวี ิต โดยการดําเนินชวี ิตของ
แต่ละบคุ คลยอ่ มต้องอาศัยหลกั และแนวคดิ เพอื่ ให้การดําเนนิ ชีวติ เป็นไปอยา่ งราบรื่น ซงึ่ อาจจะได้รบั การปลกู ฝังมา
จากสถาบนั ครอบครัว (ปูุ ยา่ ตา ยาย พ่อ แม)่ สถาบันการศึกษา สถาบนั ทางสังคม เป็นตน้

6. ครอู ธบิ ายและแสดงการทําบญั ชีครัวเรอื น โดยการทาํ บญั ชีครัวเรือน คือ การจดบันทกึ ข้อมูลเกี่ยวกับเงือ่ นไข
ปัจจยั ในการดาํ รงชีวิตของตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน และประเทศ ขอ้ มลู ที่ไดจ้ ากการบันทึกจะเปน็ ตัวบง่ ชอ้ี ดีต ปจั จบุ นั
และอนาคตของชวี ติ สามารถนําข้อมูลอดีตมาบอกปัจจุบันและอนาคตได้ ขอ้ มูลทไี่ ด้ทีบ่ ันทกึ ไว้ จะเป็นประโยชน์ตอ่
การวางแผนชีวิตและกจิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ครอบครัว ชมุ ชน และประเทศได้

7. ครูอธบิ ายรปู แบบการบันทกึ การทํางานหรอื ทาํ บญั ชีรายรับ-รายจา่ ย อาจแตกตา่ งกันไปข้นึ อยกู่ บั สภาพความ
เปน็ อยขู่ องแตล่ ะบคุ คล ทงั้ น้ไี มไ่ ดก้ ําหนดรปู แบบทตี่ ายตัว ใหย้ ดื หยุ่นได้ตามสภาพความเปน็ อยู่ทเี่ หมาะสมและการใช้
งานนน้ั ซึ่งอาจบันทกึ ในรูปแบบและหัวข้อตอ่ ไปนี้

1) การบนั ทกึ เก่ียวกบั การใชเ้ คร่ืองมือและวสั ดอุ ุปกรณ์ เพื่อจะไดท้ ราบว่าในการทาํ งานจําเป็นตอ้ งใช้
เครอื่ งมืออะไรบา้ ง จํานวนเท่าใด ถา้ จําเป็นจะตอ้ งซ้อื จะเสยี คา่ ใช้จา่ ยมากนอ้ ยเพยี งใด

2) การบนั ทกึ การปฏิบตั ิงาน เป็นการบันทกึ ขอ้ มลู ในการปฏิบัตงิ าน เพอื่ จะไดท้ ราบวา่ การปฏิบัตงิ านในแต่ละ
วันหรือแตล่ ะสัปดาหม์ ีงานอะไรบ้าง มปี ญั หาในการดาํ เนนิ งานอยา่ งไร และไดแ้ กป้ ญั หาน้ันอยา่ งไรควรมีการลงชอื่
ผู้ปฏิบตั งิ านด้วย

3) การบนั ทกึ บญั ชีรายรบั -รายจ่าย มคี วามสําคัญมาก เนื่องจากเป็นแหลง่ ข้อมูลท่ตี อ้ งการใช้
ในการกําหนดรายได้-รายจา่ ย การจดั ทาํ แผนงบประมาณและอื่นๆ ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง

116

8. ครอู ธบิ ายภมู ปิ ัญญาท้องถิ่นไทย โดยภูมิปญั ญาทอ้ งถิ่นไทย (Wisdom) คอื ความรู้ความชํานาญ วธิ ีการหรือ
เทคโนโลยีที่มกี ารสืบทอดตอ่ กนั มาจากอดีตสู่ปัจจุบนั รวมท้ังงานสร้างสรรคข์ องกลมุ่ คนในชมุ ชนบนพื้นฐานวฒั นธรรม
และสรา้ งสรรค์ขึ้นเพือ่ ประโยชน์ของกล่มุ โดยสะท้อนความคดิ และความคาดหวังของชมุ ชนน้นั ด้วยเปน็ การแสดงออก
ซ่ึงเอกลกั ษณท์ างสงั คมและวัฒนธรรม มาตรฐานและคุณค่าของชุมชน อาจใช้ภาษาหรอื ไม่ใชภ้ าษาหรือผสมผสาน
ระหวา่ งใชภ้ าษาและไม่ใชภ้ าษาเปน็ สื่อ

9. ครบู อกประเภทของภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ ไทย เปน็ องคค์ วามรูข้ องกลมุ่ บุคคลในท้องถ่ิน รวมถงึ งาน
ศลิ ปวัฒนธรรมพืน้ บ้านท่มี ีอยใู่ นทุกภาคของประเทศ ภูมิปัญญาทอ้ งถนิ่ สามารถแบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท

1) ภูมิปญั ญาประเภทองคค์ วามรู้ของกลุม่ บคุ คลท้องถ่นิ เชน่ การผลิตอาหารและเครอื่ งดม่ื การผลิต
ผลิตภัณฑ์จากสมนุ ไพร การผลิตผลิตภัณฑ์จากวัสดเุ หลือใช้ และการผลิตผลิตภณั ฑ์จากไม้ หนิ โลหะ แก้ว เซรามิก ดนิ
เผา เคร่ืองหนัง เป็นตน้

2) ภมู ปิ ญั ญาประเภทงานศลิ ปวฒั นธรรมพนื้ บ้าน เชน่ เรอ่ื งเลา่ พน้ื บ้าน กวนี พิ นธพ์ ืน้ บา้ น ปรศิ นาพ้ืนบ้าน
เพลงพ้นื บา้ น ดนตรพี น้ื บา้ น ละครพน้ื บ้าน จติ รกรรมพ้นื บ้าน ประตมิ ากรรมพน้ื บา้ น หตั ถกรรมพืน้ บา้ น เคร่อื งแตง่
กายพ้ืนบ้าน เปน็ ต้น

117

ขนั้ สรปุ และการประเมินผล

10. ครูและผู้เรยี นสรปุ การประยุกต์ใชป้ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการเปน็ ผู้ประกอบการ

11. สรุปเน้อื หาในหน่วยการเรียนอกี ครง้ั โดยวิธถี าม–ตอบและซกั ถามขอ้ สงสัย ผเู้ รยี นทาํ แบบประเมนิ ผลการ

เรียนรู้ และแบบประเมนิ ตนเอง

ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรุง

รายการประเมนิ =9-10 =7-8 =5-6 =ตํ่ากวา่ 5 คะแนน

คะแนน

1.การกลา่ วนํา แนะนาํ ตวั และเพ่ือนร่วมงาน

2.จดุ ประสงค์ในการทาํ งาน แหล่งข้อมลู วิธีการ

ทํางาน

3.ออกเสียง ชดั เจน ถกู ตอ้ ง

4.นํา้ เสยี งเหมาะสม

5.ตวั อยา่ งประกอบมสี อื่ ชดั เจน

6.ลาํ ดบั ความคิดได้ดี

7.ทา่ ทางเหมาะสม

แบบประเมนิ ประสบการณพ์ ื้นฐานการเรียนรู้

ชื่อผู้เรียน ประสบการณ์พืน้ ฐานการเรยี นรู้ วธิ ีการเรยี นรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

5.

สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสอื เรียน วิชาธุรกจิ และการเปน็ ผปู้ ระกอบการ

2. รปู ภาพ
3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน

4. ส่อื อิเล็กทรอนิกส์ สอ่ื VDO และสื่อ PowerPoint
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้
หลักฐาน

1. บนั ทึกการสอน
2 .ใบเช็ครายชอื่

3. แผนจดั การเรียนรู้
4. การตรวจประเมินผลงาน

118

การวัดผลและการประเมนิ ผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
3. สังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่
4 ตรวจกจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนําความรู้
5. ตรวจใบงาน
6. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู้
7. การสังเกตและประเมนิ พฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
เครื่องมอื วดั ผล
1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุม่ (โดยผู้เรียน)
4. แบบประเมินกิจกรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาํ ความรู้
5. แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
6. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
7. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี นร่วมกัน

ประเมิน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มชี ่องปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)
4. ตอบคาํ ถามในกจิ กรรมสง่ เสรมิ คุณธรรมนําความรู้จึงจะถอื วา่ ผ่าน
เกณฑ์การประเมนิ มีเกณฑ์ 4 ระดับ คือ 4= ดีมาก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรับปรงุ
5. กจิ กรรมใบงาน เกณฑ์ผา่ น คือ 50%
6. แบบประเมนิ ผลการเรียนรูม้ ีเกณฑผ์ ่าน 50%
7 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนข้ึนอย่กู ับการ

ประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กิจกรรมเสนอแนะ
1.ทําใบงาน
2.อา่ นและทบทวนเนือ้ หา

119

ใบงานท่ี 9.1
เรือ่ ง การประยกุ ตใ์ ช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการวางแผนและดําเนินงาน

ช่อื -สกลุ ............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาช้ีแจง นกั เรียนสามารถนําหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้ในการวางแผนและดําเนนิ งานของธรุ กิจ

ได้อยา่ งไรบ้าง
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ใบงานที่ 9.2
เร่ือง การวางแผนและการดาเนินงานท่สี อดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ชอ่ื -สกุล............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาชแ้ี จง ใหเ้ ลือกประกอบธรุ กิจมา 1 ชนดิ โดยใหว้ างแผนและดําเนนิ งานใหส้ อดคลอ้ งกบั ปรชั ญา
เศรษฐกิจพอเพยี ง ตามตารางข้างนี้

การวางแผนและการดาเนนิ งานที่สอดคลอ้ งกบั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ความพอประมาณ

ความมเี หตุผล

การมภี ูมคิ ุ้มกนั ในตวั ท่ีดี

เง่อื นไขความรู้

เง่อื นไขคณุ ธรรม

120

แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบูรณาการท่ี 18 หนว่ ยท่ี -
รหสั วิชา 20001-1003 ธรุ กจิ และการเป็นผู้ประกอบการ สอนครัง้ ที่ 18(52-54)
ช่อื หนว่ ย/เรอ่ื ง ทบทวน/สอบปลายภาคเรียน
จานวน 3 ช.ม.

แนวคดิ
จากการท่ีผูเ้ รียนได้ศึกษาวิชาน้ี จะได้รับความรู้ความเข้าใจ และเกิดทักษะการฝึกปฏิบัติกิจกรรมการเรียนโดย

เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ให้ผู้เรียนฝึกคิด เพ่ือให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (แก้ไข
ปรบั ปรงุ เพิ่มเตมิ พ.ศ. 2545) โดยยึดหลักการนําไปใช้ให้เกิดไปประโยชน์ในการพัฒนาสังคม พร้อมทั้งนําหลักคุณธรรม
จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องผสู้ ําเร็จการศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มา
ประยกุ ต์ใชก้ บั กิจกรรมการเรียนอย่างเหมาะสม

ผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวัง
1. นําเรื่องท่ีทบทวนตามเนื้อหาวิชาไปใช้ประโยชนไ์ ด้
2. แจ้งคะแนนระหว่างภาคเรยี นให้ผเู้ รยี น
3. แก้ปัญหาการเรยี นของผู้เรยี นได้
4. ผู้เรียนนําความรู้ทศี่ กึ ษามาไปสอบปลายภาคเรียนได้
5. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผ้สู ําเรจ็ การศึกษาสาํ นักงาน

คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทําการสอนในเรอ่ื ง
1 ความมวี ินัย
2 ความซือ่ สัตย์สุจริต
3 ความเชื่อมั่นในตนเอง
4 ความสนใจใฝุรู้
5 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เก่ียวกับหลกั การวางแผนเปาู หมายชีวิตด้วยวงจรควบคมุ คุณภาพ ธุรกจิ และการเปน็

ผูป้ ระกอบการ หลักการจดั การทางการเงนิ หลกั การบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพิม่ ผลผลิตเบอื้ งต้นและกฎหมายท่ี
เกย่ี วขอ้ ง

2. จดั ทําแผนธรุ กิจอยา่ งง่าย
3. ประยกุ ต์ใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการวางแผนและดําเนนิ งาน
4. ประยกุ ตใ์ ช้หลกั การบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพ่ิมผลผลิตในการวางแผนและดําเนินงาน
สาระการเรียนรู้
1. ทบทวนเน้อื หาวิชาท่ไี ด้ศกึ ษามาแบบย่อ
2. รวบรวมคะแนนระหวา่ งภาคเรยี น
3. ปญั หาการเรียนของผู้เรยี น
4. สอบปลายภาคเรยี น

121

กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ครูแจ้งให้ผู้เรียนทราบคะแนนระหว่างภาค และกลางภาค จุดประสงค์ที่ผุ้เรียนยังไม่ได้ปฏิบัติ หรือไม่

ผ่าน หรอื ไม่ได้สอบ ให้ผเู้ รียนดําเนินการโดยพบครผู ูส้ อนกําหนดวนั เวลาที่จะปฏิบัตหิ รอื สอบ หรือเรยี นเพ่ิมเติม
2. ผเู้ รียนรบั ทราบจดุ ประสงคก์ ารสอบปลายภาควา่ จะมกี ารสอบเรื่องใดบ้าง ผุ้เรยี นไมเ่ ขา้ ใจเรื่องใดกใ็ ห้

ซกั ถาม
3. ครแู ละผู้เรยี นร่วมกันทบทวนบทเรียนทผ่ี า่ นมาโดยสรปุ

สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1. ขอ้ มลู การเก็บคะแนนของผู้เรียน
2. จดุ ประสงค์การสอบปลายภาค

หลกั ฐาน
1. ใบเช็ครายชื่อเขา้ หอ้ งเรยี น และเข้าหอ้ งสอบ
2. ข้อสอบ
3. เอกสารในการสอบต่าง ๆ

การวดั ผลและการประเมนิ ผล
เป็นไปตามเกณท์ ีไ่ ดแ้ จ้งไวใ้ นแผนการจดั การเรยี นรู้สัปดาห์ที่ 1-18

กิจกรรมเสนอแนะ
แจง้ การประเมนิ ผลนักเรียนทตี่ ิด ขร, มส


Click to View FlipBook Version