The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางพัฒนาแหล่งผลิตเมล็ดไม้ป่า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jibjib44, 2020-06-10 00:44:47

แนวทางพัฒนาแหล่งผลิตเมล็ดไม้ป่า

แนวทางพัฒนาแหล่งผลิตเมล็ดไม้ป่า

กรมปา่ ไม้

แนวทาง
การพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธ์ุไมป้ า่

Guidelines for Seed Source
Development of Forest Tree Species

ส�ำนักวิจัยแกลผระู้จมพดัปัฒทา่ �ำไนมา้ การป่าไม้
www.forest.go.th

กรมปา่ ไม้ แนวทางการพฒั นาแหล่งเมลด็ พันธุไ์ ม้ปา่
การพฒั นาแหลง่ เมลด็ การกำ� หนด การจัดสรา้ ง
การปฏบิ ัติ ไมป้ ่า

ผเู้ รยี บเรยี ง ดร.สวุ รรณ ต้งั มติ รเจรญิ
นักวิชาการปา่ ไมช้ ำ� นาญการพิเศษ กล่มุ งานวนวฒั นวิจยั
สำ� นักวิจยั และพัฒนาการปา่ ไม้ กรมปา่ ไม ้
โทร 0-2561-4292 ตอ่ 5429
[email protected], [email protected]

ISBN : 978-974-7627-53-4
พมิ พค์ รัง้ ท่ี 1 ตลุ าคม 2550 จำ� นวน 1,000 เลม่
พิมพ์ครง้ั ที่ 2 ธันวาคม 2557 จ�ำนวน 1,500 เลม่

จำ� นวนหน้า 148 หนา้

พิมพท์ ่ี บรษิ ทั วีแคนโซลชู ั่น จำ� กัด
โทร. 087-933-3854

การอ้างอิง (Citation style)
สวุ รรณ ต้งั มติ รเจริญ. 2557. แนวทางการพัฒนาแหลง่ เมลด็ พันธไ์ุ มป้ า่ .
สำ� นกั วจิ ัยและพฒั นาการปา่ ไม้ กรมป่าไม้ กรงุ เทพฯ. 148 น.
Suwan Tangmitcharoen. 2014. Guidelines for Seed Source Development of Forest
Tree Species. Forest Research and Development Bureau, Royal Forest
Department. Bangkok. 148 p.

2 แนวทางการพฒั นาแหล่งเมลด็ พันธ์ุไมป้ ่า
สำ� นกั วจิ ัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้

กรมป่าไม้

ค�ำนำ� (พมิ พค์ รง้ั ท่ี 1)

ส�ำนักวิจัยการจัดการป่าไม้และผลิตผลป่าไม้ กรมป่าไม้ มีหน้าที่ศึกษา ค้นคว้า ทดลอง
วิจัย พฒั นาและถา่ ยทอดเทคโนโลยดี า้ นวนวฒั นวิจัย รวมถงึ การศกึ ษาวิจัย วิธีการและเทคนคิ ต่างๆ
ในการจัดการเมลด็ พนั ธุ์ไม้ป่าเพื่อให้การปลกู สรา้ งสวนปา่ ประสบผลส�ำเร็จ
เมลด็ พนั ธไุ์ ม้ เปน็ สงิ่ ส�ำคัญของการปลูกสรา้ งสวนปา่ ประเทศไทยยงั ขาดแคลนแหล่งผลติ
เมล็ดพันธุ์ไม้อีกมาก เพื่อให้การจัดเตรียมเมล็ดไม้เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ กรมป่าไม้
จงึ ไดจ้ ดั ทำ� เอกสารน้ี เพ่ือให้ผ้ปู ฏบิ ัติงานด้านเมลด็ ไม้ ดา้ นการปรับปรุงพนั ธ์ุไม้ป่า รวมท้งั เกษตรกร
และผู้สนใจที่ต้องการจัดสร้างแหล่งเมล็ดไม้ มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่ามาก
ข้ึน และท่ีส�ำคัญให้สามารถน�ำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่าได้อย่างถูกต้อง
และมีประสทิ ธภิ าพ
ส�ำนักวิจัยการจัดการป่าไม้และผลิตผลป่าไม้ กรมป่าไม้ หวังเป็นอย่างย่ิงว่าเอกสารเรื่อง
แนวทางการพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า จะช่วยส่งเสริมให้การวิจัยและจัดการเมล็ดพันธุ์ไม้ป่ามี
ความก้าวหน้าย่ิงข้ึน อันช่วยท�ำให้การปลูกสร้างสวนป่าทั้งของภาครัฐและเอกชนมีประสิทธิภาพ
และประสิทธิผล รวมท้ังนักวิชาการและนักวิจัยจะได้ใช้เป็นแนวทางและอ้างอิงในการศึกษาวิจัย
ต่อไป

นายวสิ ูตร สมนึก
ผู้อำ� นวยการสำ� นกั วจิ ยั การจดั การปา่ ไม้และผลติ ผลป่าไม้

แนวทางการพฒั นาแหลง่ เมลด็ พนั ธุ์ไม้ป่า 3
ส�ำนักวจิ ัยและพฒั นาการปา่ ไม้ กรมป่าไม้

กรมปา่ ไม้

ค�ำน�ำ (พมิ พค์ รง้ั ที่ 2 )


การปลกู สรา้ งสวนปา่ ในประเทศไทยสว่ นมากใชก้ ลา้ ไมท้ ผี่ ลติ จากเมลด็ แหลง่ ผลติ เมลด็ ไม้
จึงถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่เป็นตัวก�ำหนดลักษณะของต้นไม้ว่ามีคุณภาพดีตามต้องการหรือไม่
หรือกล่าวอีกนัยหน่ึงว่าเป็นส่ิงที่จะบ่งชี้ถึงความส�ำเร็จของการปลูกสร้างสวนป่าที่ด�ำเนินการโดย
ภาครัฐและภาคเอกชน ตามนโยบายของกรมป่าไม้ที่มุ่งเน้นให้เพิ่มพ้ืนท่ีป่าไม้ให้ได้ 40 เปอร์เซ็นต์
ของเนอ้ื ที่ประเทศไทย
กรมป่าไม้ โดยส�ำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ ได้ตระหนักถึงความส�ำคัญของเมล็ดไม้
จึงได้ด�ำเนินจัดสร้างสวนผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้สัก (teak clonal seed orchard) ขึ้นเป็นแห่งแรกใน
ประเทศไทย เม่ือปี พ.ศ.2508 ภายใต้โครงการปรับปรุงพันธุ์ไม้สัก ท่ีเป็นความร่วมมือกับรัฐบาล
ประเทศเดนมาร์ก ต่อมามีการจัดสร้างสวนผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้สกุลสนเขา และไม้โตเร็วต่างถิ่น ใน
สกุล ยูคาลปิ ตสั (eucalyptus) และอะเคเซีย (acacia) ตลอดจนมกี ารพฒั นาและปรับปรงุ พันธ์ุไม้
ดงั กล่าวอยา่ งตอ่ เนื่อง รวมถึงไมช้ นิดอน่ื ๆ อกี หลายชนิด นอกจากน้ีกรมปา่ ไมย้ ังไดด้ ำ� เนนิ การฟน้ื ฟู
และพัฒนาแปลงทดลองไม้ที่มีมูลค่าและคุณค่าทางเศรษฐกิจ อาทิเช่น พะยูง แดง ประดู่ป่า เป็น
แหลง่ ผลิตเมล็ดพันธด์ุ ี ตามกิจกรรมบำ� รุงแหล่งผลติ เมล็ด อายุเกิน 10 ปี ตงั้ แต่ปี พ.ศ.2551 โดยใน
ปี พ.ศ.2556 กรมปา่ ไมม้ ีแหลง่ ผลติ เมลด็ พันธ์ไุ ม้ที่มพี นั ธกุ รรมดี จ�ำนวนมากกวา่ 40 ชนิด รวมเนื้อท่ี
ทง้ั หมด 10,430 ไร่
ส�ำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้หวังเป็นอย่างย่ิงว่า หนังสือ แนวทางการพัฒนาแหล่ง
ผลิตเมล็ดพันธ์ไุ มป้ า่ ท่ีจดั พมิ พเ์ ป็นคร้ังท่ี 2 นี้ จะเปน็ องค์ความรู้ด้านแหล่งผลติ เมล็ดพันธุ์ไม้ป่าของ
นกั วชิ าการปา่ ไม้ นกั วจิ ยั ผเู้ กย่ี วขอ้ งกบั การผลติ กลา้ ไม้ และการสง่ เสรมิ การปลกู สรา้ งสวนปา่ รวมถงึ
ผ้สู นใจได้กว้างขวางยง่ิ ขึน้ ตลอดจนสามารถน�ำไปใช้เปน็ แนวทางในการพัฒนาแหลง่ ผลติ เมลด็ พันธุ์
ไม้ป่าได้อย่างถกู ต้องและมปี ระสิทธิภาพอย่างย่ังยืนต่อไป



(นายธติ ิ วิสารัตน)์
ผเู้ ช่ียวชาญเฉพาะดา้ นวจิ ยั การจัดการป่าไม้
รักษาราชการแทนผูอ้ ำ� นวยการสำ� นักวิจยั และพฒั นาการป่าไม้

4 แนวทางการพัฒนาแหลง่ เมล็ดพนั ธ์ุไมป้ า่
ส�ำนกั วิจัยและพัฒนาการปา่ ไม้ กรมปา่ ไม้

กรมป่าไม้

คำ� น�ำของผู้เรียบเรยี ง (พิมพค์ ร้งั ที่ 1)

หนังสือ แนวทางการพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า (Guidelines for Seed
Source Development of Forest Tree Species) ผู้เขียนเรียบเรียงจากการรวบรวมความรู้
และประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการท�ำงานวิจัยด้านเมล็ดไม้โครงการศูนย์เมล็ดพันธุ์ไม้ป่าอาเซียน-
แคนาดา (ASEAN-CANADA Forest Tree Seed Centre) และจากการเป็นเจา้ หน้าทีพ่ ัฒนาแหลง่
เมล็ดไม้ป่าตามโครงการอนุรักษ์และจัดการแหล่งพันธุกรรมไม้ป่า (Forest Genetic Resources
and Management Project - FORGENMAP) รวมทั้งจากการรวบรวมเอกสาร ผลงานทาง
วชิ าการ เอกสารประกอบการบรรยาย การฝกึ อบรมดูงานทั้งในและตา่ งประเทศที่เก่ยี วขอ้ ง
การพัฒนาแหลง่ เมลด็ พันธไ์ุ ม้ปา่ อนั ไดแ้ ก่ การกำ� หนด การจัดสรา้ งแหล่งและการปฏิบตั ิ
ต่อแหล่งนั้น นอกจากต้องมีความรู้ความเข้าใจทางวิชาการด้านเมล็ดและแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่าแล้ว
จ�ำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์ไม้ป่าและการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ป่าอีกด้วย
ดังน้ันบางตอนของเอกสารน้ีจึงได้สอดแทรกเนื้อหาและตัวอย่างของการปรับปรุงพันธุ์ไม้ป่าและ
การอนุรักษ์พันธุ์ไม้ป่าซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่าไว้ เนื้อหาในเอกสารนี้เน้น
ภาคปฏิบัติเป็นหลัก พร้อมยกตัวอย่างของการปฏิบัติงานในภาคสนาม อีกท้ังแก้ไข ปรับปรุง
เพ่ิมเติม บางส่วนท่ีเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้เข้าใจง่ายและสอดคล้องกับสภาพการณ์ของ
ประเทศไทย ในบทแรกชใี้ ห้เห็นถึงความสำ� คญั ของการพัฒนาแหลง่ เมลด็ พนั ธุไ์ ม้ปา่ และสรุปผลการ
ด�ำเนินงานพัฒนาแหล่งเมล็ดท่ีผ่านมา บทท่ีสองกล่าวถึง ความหมาย ลักษณะและการจ�ำแนกช้ัน
แหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า บทท่ีสามอธิบายถึงการก�ำหนดและจัดสร้างแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่าประเภท
ต่าง ๆ และบทท่สี ี่แนะนำ� การปฏิบตั ิตอ่ แหลง่ เมลด็ ท่ีจดั สรา้ งไว้ สำ� หรบั บทสุดทา้ ยเป็นการรวบรวม
ปัญหาและอุปสรรคจากประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน พร้อมข้อเสนอแนะในการพัฒนาแหล่ง
เมลด็ พันธไุ์ มป้ ่าในประเทศไทย
หนังสือน้ีจัดท�ำข้ึน เพ่ือให้ผู้ปฏิบัติงานด้านเมล็ดไม้ ด้านการปรับปรุงพันธุ์ไม้ป่า รวมท้ัง
เกษตรกร และผู้สนใจที่ต้องการจัดสร้างแหล่งเมล็ดไม้เป็นของตนเอง มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ
แหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่ามากข้ึน และท่ีส�ำคัญให้สามารถน�ำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาแหล่งเมล็ด
พันธุ์ไม้ป่าได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ สุดท้ายน้ีขอขอบคุณ ดร.บัณฑิต โพธิ์น้อย และ
นายวฑิ ูรย์ เหลอื งวิรยิ ะแสง ทกี่ รณุ าตรวจแก้ไขและใหค้ �ำแนะน�ำบางประการในเนื้อหาของหนงั สือ
คุณศกั ด์พิ ิชติ จุลฤกษ์ ทก่ี รุณาใหค้ �ำปรึกษาและแนะนำ� ในการจดั ทำ� รูปเล่ม และนายรตั นะ ไทยงาม
ท่ีสนบั สนุน ชว่ ยเหลือ ในการจัด พมิ พ์

(ดร.สุวรรณ ตั้งมติ รเจริญ)

แนวทางการพฒั นาแหล่งเมลด็ พนั ธุ์ไมป้ า่ 5
ส�ำนกั วิจยั และพัฒนาการป่าไม้ กรมปา่ ไม้

กรมป่าไม้

คำ� น�ำของผู้เรยี บเรียง (พิมพค์ ร้งั ที่ 2)

หนังสือน้ีจัดพิมพ์ข้ึนเป็นครั้งท่ี 2 โดยได้ปรับปรุงเน้ือหาให้มีความทันสมัย และเพ่ิมเติม
บางเน้ือหาที่เห็นว่ามีความส�ำคัญ นอกจากนี้ยังเพ่ิมเติมข้อมูลใหม่ที่ผู้เรียบเรียงได้ด�ำเนินงานด้าน
การพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ และในส่วนของแหล่งผลิตเมล็ดไม้ป่าอย่างต่อเน่ือง โดยเฉพาะกิจกรรม
พฒั นาศกั ยภาพงานวจิ ยั ดา้ นปา่ ไม้ การบำ� รงุ แหลง่ เมลด็ อายเุ กนิ 10 ปี ซง่ึ เปน็ การฟน้ื ฟแู ปลงทดลอง
เก่าท่ีหมดโครงการวิจัย หรือสิ้นสุดการศึกษาทดลองไปแล้ว ครอบคลุมเน้ือที่ 15,000 ไร่ ส�ำหรับ
ภาพถ่ายมีการเพ่ิมเตมิ บางรูปเทา่ ที่จ�ำเปน็ ส่วนใหญจ่ ะคงรูปภาพเดิมไว้ โดยเฉพาะแหล่งเมล็ดไมใ้ น
ป่าธรรมชาติที่เป็น ป่าอนุรักษ์ ไม้พันธ์ุชนิดต่างๆ เน่ืองจากเห็นว่าเป็นภาพจากการปฏิบัติงานของ
ผู้เขียนท่ีมีคุณค่า หลายภาพแสดงถึงความสมบูรณ์ สวยงามของต้นไม้และหมู่ไม้ ซึ่งหลายแห่งอาจ
เปน็ ภาพในอดีตไปแล้ว
ส�ำหรับกิจกรรมพัฒนาศักยภาพงานวิจัยด้านป่าไม้ เริ่มต้ังแต่ปี พ.ศ.2551 จนปัจจุบัน
ซึ่งถือว่าประสบความส�ำเร็จในการฟื้นฟูแปลงทดลองเก่าให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งในเชิงวัสดุ
พันธุกรรม และในเชิงวิชาการ โดยได้ด�ำเนินการคัดเลือกแม่ไม้ของไม้ชนิดต่างๆ มากกว่า
79 ชนิด และปรับปรงุ พฒั นาแปลงทดลองให้มีศักยภาพท่จี ะผลติ เมลด็ ไม้ป่าพันธ์ดุ ีได้ เชน่ พัฒนา
แปลงทดสอบลูกหลาน (progeny test) ให้เป็นสวนผลิตเมล็ด (seed orchard) ของไม้แดง
สนประดพิ ทั ธ์ สนคาริเบยี เป็นต้น ส�ำหรับประโยชนใ์ นเชิงวิชาการ ไดแ้ ก่ การเก็บข้อมูลสานต่องาน
วิจัยเดิม ใช้แปลงทดลองเป็นแปลงสาธิตเพื่อการศึกษาด้านการปลูกและด้านส่ิงแวดล้อม และในปี
2558 น้ี กรมป่าไม้ได้ให้ความส�ำคัญและสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมส�ำหรับด�ำเนินการต่อเนื่อง
ให้ครอบคลมุ พน้ื ท่รี วมเกือบ 25,000 ไร่
ดังได้กล่าวไว้ในตอนท้ายหนังสือว่า การพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่าให้ประสบความ
ส�ำเร็จ จ�ำเป็นต้องน�ำความรู้ทางด้านปรับปรุงพันธุ์ การอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมและการจัดการ
เมล็ดพันธุ์ไม้ป่ามาผนวก ประสานกัน เพ่ือให้เกิดการพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในแต่ละ
ทอ้ งที่ และทีส่ ำ� คญั ผู้เกยี่ วขอ้ งตอ้ งมีความม่งุ ม่นั ตงั้ ใจจริงในการใชค้ วามรนู้ ้นั มาประยกุ ตเ์ พ่ือใหก้ าร
พัฒนาแหลง่ มีประสิทธิภาพ ผู้เรยี บเรียงหวังเป็นอยา่ งยิ่งวา่ ผูท้ ีส่ นใจและเกี่ยวข้องกับงานเมลด็ ไม้
ปา่ และแหลง่ ผลติ เมลด็ จะไดร้ บั ความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั แหลง่ เมลด็ พนั ธไ์ุ มป้ า่ มากขน้ึ และนำ� ไปใช้
เป็นองค์ความรู้เพ่ือพัฒนางานด้านน้ี ตลอดจนใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า
ในประเทศไทยไดใ้ นอนาคต

(ดร.สุวรรณ ตงั้ มติ รเจริญ)

6 แนวทางการพัฒนาแหลง่ เมล็ดพนั ธุ์ไม้ป่า
สำ� นกั วิจยั และพัฒนาการปา่ ไม้ กรมป่าไม้

สารบัญ กรมปา่ ไม้

หนา้
ค�ำนำ� 3
สารบัญ 7
สารบญั ตาราง 10
สารบญั ภาพ 10

บทท่ี 1 บทน�ำ 13
14
1.1 ความสำ� คญั ของการพฒั นาแหลง่ เมลด็ พันธไ์ุ มป้ ่า 16
20
1.2 การดำ� เนนิ งานพฒั นาแหลง่ เมลด็ จากอดตี สูป่ จั จุบัน 21

1.3 วัตถุประสงคแ์ ละเน้ือหาของเอกสาร

เอกสารอา้ งองิ

บทท่ี 2 ความหมาย ลกั ษณะและการจำ� แนกชั้นแหลง่ เมลด็ พนั ธ์ุไม้ปา่ 23
2.1 ความหมาย และทีม่ าของแหลง่ เมล็ดพนั ธุ์ไม้ปา่ 24
• การก�ำหนดช่อื ถิน่ ก�ำเนดิ 26
2.2 ลกั ษณะแหล่งเมลด็ พนั ธไุ์ มป้ า่ ท่ีดี 28
2.3 การจำ� แนกช้นั แหล่งเมล็ดพันธุไ์ มป้ ่า 31
2.3.1 เขตเก็บเมลด็ (seed collection zone หรือ ecozone) 32
2.3.2 แหลง่ เมล็ดตรวจพสิ ูจน์ (identified stand) 32
2.3.3 แหลง่ เมล็ดคดั เลือก (selected stand) 33
2.3.4 แหลง่ ผลิตเมล็ดพนั ธุ์ (seed production area) 33
2.3.5 แหล่งเมล็ดพสิ จู น์ถ่ินก�ำเนิด (provenance seed stand) 34
2.3.6 สวนผลติ เมลด็ พันธ์ุ (seed orchard) 35

แนวทางการพฒั นาแหลง่ เมล็ดพันธ์ุไมป้ ่า 7
ส�ำนกั วจิ ัยและพฒั นาการป่าไม้ กรมปา่ ไม้

กรมป่าไม้ • แมไ่ ม้และการคัดเลือกแม่ไม้ 40
45
• แบบฟอร์มบันทึกทะเบียนประวัติแม่ไม ้ 46

เอกสารอา้ งองิ

บทท่ี 3 การกำ� หนดและการจัดสร้างแหลง่ เมลด็ พันธไุ์ มป้ ่า 51

3.1 การก�ำหนดแหล่งเมล็ดพันธ์ไุ ม้ป่า 52

3.1.1 ก�ำหนดและจัดล�ำดับความสำ� คัญของชนิดไม้ 52

3.1.2 รวบรวมขอ้ มูลแหล่งเมลด็ 54

3.1.3 สำ� รวจและจดบนั ทกึ รายละเอียดในภาคสนาม 57

• แบบฟอร์มการสำ� รวจเบ้ืองต้นแหล่งเมลด็ พนั ธุไ์ ม้ป่า (ไม้ยืนตน้ ) 58

• แบบฟอร์มการสำ� รวจเบอ้ื งต้นแหล่งเมล็ดพนั ธ์ุไม้ปา่ (ไผ่/หวาย) 60

3.2 การจดั สร้างแหลง่ เมลด็ พนั ธไุ์ ม้ปา่ 62

3.2.1 จดั สรา้ งจากปา่ ธรรมชาติหรือปา่ ปลูกท่มี ตี น้ ไม้อยู่เดมิ 63

3.2.2 จัดสรา้ งโดยเร่ิมตน้ ปลกู ใหม่ทง้ั หมด 71

1) การจัดสรา้ ง provenance seed stand 71

2) การจดั สรา้ ง seed orchard 71

เอกสารอา้ งอิง 86

บทท่ี 4 การปฏิบัตติ ่อแหลง่ เมลด็ พันธ์ไุ มป้ ่า 89
91
4.1 ปัจจยั ทีม่ ผี ลตอ่ ผลผลิตเมล็ดพันธไุ์ มป้ า่ 91
92
4.1.1 ปจั จัยภายใน 93
95
4.1.2 ปจั จยั ภายนอก 95

4.2 ปัจจัยและการปฏบิ ัติท่ีมผี ลตอ่ กระบวนการทางชวี วิทยาของพืช

4.2.1 การใช้สารเคมี

1) การใช้ฮอร์โมน

8 แนวทางการพัฒนาแหล่งเมล็ดพนั ธ์ุไม้ป่า
ส�ำนกั วิจยั และพฒั นาการป่าไม้ กรมป่าไม้

2) การใช้ปยุ๋ 95 กรมป่าไม้

4.2.2 การปฏิบตั ิทางกายภาพ 96

1) การตดั ท่ออาหารหรือการรัดทีเ่ ปลือกต้นหรอื ก่ิง 96

2) การควบคมุ ความชื้น 97

4.2.3 การจัดการเพื่อส่งเสริมการออกดอกผลและบ�ำรงุ รกั ษาแหล่งเมล็ด 98

1) การตดั ขยายระยะ 98

• การตัดขยายระยะควรทำ� เมือ่ ใด 98

• ตัดต้นไม้ออกเท่าไร 100

• การเลือกตัดต้นไมอ้ อก 102

2) การเคลอื่ นย้ายเรณู 103

2.1) การควบคมุ การผสมเกสร 103

2.2) การเสรมิ การถา่ ยเรณู 104

2.3) การทำ� แนวกนั ชนเพอ่ื ปอ้ งกันการผสมเกสรกับตน้ ไมท้ ีไ่ มต่ ้องการ 106

3) ควบคุมปอ้ งกันแมลงศตั รปู า่ ไม้ 106

4) การปอ้ งกันให้แหลง่ เมลด็ มีความปลอดภัย 108

เอกสารอา้ งอิง 109

บทท่ี 5 ปัญหา อปุ สรรค และขอ้ เสนอแนะ 115
117
5.1 ด้านวชิ าการและข้อมลู 118
118
5.2 ด้านการปฏิบัติงาน

เอกสารอ้างองิ

ภาคผนวก 1 ตัวอยา่ งชนดิ ไม้ทมี่ ศี ักยภาพในการผลิตเมลด็ พนั ธด์ุ ี 120
133
เกรด็ ความรู้ ค�ำวา่ สายพนั ธุ์ 134
147
ภาคผนวก 2 ศพั ทานกุ รม (Glossary)
9
ภาคผนวก 3 ดชั นี (Index)

แนวทางการพฒั นาแหล่งเมล็ดพันธ์ุไม้ปา่
สำ� นักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมปา่ ไม้

กรมป่าไม้

สารบญั ตาราง



หนา้

ตารางท่ี 1 แหล่งเมล็ดพนั ธุ์ไมป้ ่าทลี่ งทะเบียนในระบบจดั การข้อมลู เมลด็ ไม้

โดย FORGENMAP ระหว่างปี พ.ศ. 2541 - 2545 17

ตารางที่ 2 สรปุ การจดั สร้างแหล่งเมล็ดพันธุไ์ มป้ า่ ทปี่ ลูกข้ึนใหม่ ประเภท provenance

seed stand และ seed orchard เพ่ือเปน็ แหล่งผลติ เมล็ดพนั ธไ์ุ ม้ปา่

โดย FORGENMAP ระหวา่ งปี พ.ศ. 2541 – 2545 18

ตารางที่ 3 ชนิดไมท้ ่มี ีศกั ยภาพในการผลติ เมลด็ พันธ์ดุ ีจากแปลงผลติ เมล็ดพนั ธ์ุ 19

ตารางที่ 4 สรปุ ลกั ษณะทสี่ �ำคญั ของแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ปา่ ชน้ั คณุ ภาพตา่ ง ๆ 32

ตารางที่ 5 รายช่อื ชนิดไมท้ ี่กรมปา่ ไม้กำ� หนดให้ใช้สำ� หรบั การปลูกปา่ 53

ตารางที่ 6 ลกั ษณะการถา่ ยเรณูในรูปแบบต่างๆ 104

สารบัญภาพ
หน้า

ภาพที่ 1 เปรยี บเทียบลักษณะหมู่ไม้กระถนิ ณรงค์ทว่ั ไป 15

และหมู่ไม้ที่ผา่ นการปรบั ปรงุ พนั ธ์ุ 18
20
ภาพท่ี 2 สัดส่วนของแหลง่ ผลิตเมล็ดพนั ธไ์ุ ม้ปา่ ในแต่ละชน้ั คุณภาพ ที่ลงทะเบียน 25
28
โดย FORGENMAP ระหวา่ งปี 2541 - 2545 28
38
ภาพท่ี 3 ตวั อยา่ งแหล่งผลติ เมลด็ พันธ์ดุ ขี องยางนาและกระถินเทพา

ภาพที่ 4 ความหมายของถ่นิ กำ� เนิดและถนิ่ ก�ำเนิดดง้ั เดิม

ภาพที่ 5 วงจรการคดั เลอื กพันธุ์และผสมพนั ธุ์

ภาพท่ี 6 ลักษณะของแหลง่ เมลด็ พนั ธไ์ุ ม้ปา่ ท่ดี ี

ภาพที่ 7 ลักษณะท่ัวไปและท่มี าของแหล่งเมลด็ พนั ธ์ุไมป้ า่

10 แนวทางการพัฒนาแหลง่ เมล็ดพันธ์ุไม้ป่า
ส�ำนกั วิจัยและพฒั นาการป่าไม้ กรมป่าไม้

กรมปา่ ไม้

สารบัญภาพ

หนา้

ภาพท่ี 8 การคดั เลือกแมไ่ มโ้ ดยคัดเลอื กตามลักษณะการใช้ประโยชน ์ 43

ภาพท่ี 9 เขตพันธกุ รรมนเิ วศของไมส้ นสองใบในประเทศไทย 56

ภาพที่ 10 ตวั อยา่ งการจดั สรา้ งแหลง่ เมล็ดไม้จากป่าธรรมชาติ (จ�ำปีปา่ ):

แผนท่ีมาตราสว่ น 1: 50,000 66

ภาพที่ 11 ตัวอย่างการจดั สร้างแหลง่ เมลด็ ไมจ้ ากป่าธรรมชาติ (จ�ำปปี ่า):

แผนทมี่ าตราสว่ น 1:5,000 พรอ้ มการกำ� หนด seed tree 67

ภาพที่ 12 ตัวอยา่ งการจัดสร้างแหลง่ เมลด็ ไมจ้ ากป่าธรรมชาติ (จำ� ปปี า่ ): ตวั อยา่ ง

หน้าแรกของตารางบนั ทกึ รายละเอยี ดตน้ ไมแ้ ละ seed treeในพ้นื ท่ีสำ� รวจ 68

ภาพที่ 13 ตวั อย่างการจัดสรา้ งแหลง่ เมล็ดไม้จากป่าปลูก

(ยูคาลิปตัส คามาลดเู ลนซสิ ) 69

ภาพท่ี 14 ตัวอยา่ งการท�ำแนวเขตแหลง่ เมล็ดไม้ 70

ภาพที่ 15 ข้นั ตอนการจดั สร้างแหลง่ เมลด็ พสิ จู นถ์ ่นิ ก�ำเนดิ 72

ภาพที่ 16 ขนั้ ตอนการจดั สร้างสวนผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้ป่าแบบ seedling seed orchard 74

ภาพที่ 17 ขัน้ ตอนการจดั สรา้ งสวนผลติ เมล็ดพันธุไ์ ม้ป่าแบบ clonal seed orchard 75

ภาพที่ 18 ความสัมพันธ์ของปจั จยั และการปฏิบัตทิ ่ีมผี ลต่อกระบวนการทางชวี วิทยาของพชื 94

ภาพท่ี 19 การควนั่ ทล่ี �ำต้นแบบบาง โดยควน่ั เป็นสองแนวใหเ้ หลอื่ มล้�ำกัน 97

ภาพท่ี 20 การท�ำแนวกันชนเพือ่ ปอ้ งกันการผสมเกสรกับแหลง่ ทไี่ มต่ ้องการ 106

แนวทางการพัฒนาแหล่งเมล็ดพนั ธ์ุไมป้ า่ 11
ส�ำนกั วจิ ยั และพฒั นาการปา่ ไม้ กรมป่าไม้

กรมปา่ ไม้

Chapter1

แหลง่ เมลด็ ไมค้ ัดเลือกตะเคยี นทอง เขตรักษาพนั ธุส์ ตั วป์ า่ เวยี งลอ จ.พะเยา

12 แนวทางการพัฒนาแหลง่ เมลด็ พนั ธุ์ไม้ปา่
สำ� นักวจิ ัยและพัฒนาการปา่ ไม้ กรมปา่ ไม้

กรมป่าไม้Chapter1

บทที่ 1

Chapter1

บทนำ�
(Introduction)

กรมป่าไม้

บทท่ี 1

บทน�ำ (Introduction)

Chapter1 1.1 ความสำ� คญั ของการพฒั นาแหล่งเมล็ดพนั ธ์ุไมป้ ่า

การปลูกสร้างสวนป่าเป็นกิจกรรมที่ใช้เงินทุนสูง และใช้เวลานานหลายปีก่อนที่จะได้
ผลตอบแทน จึงจ�ำเป็นต้องเตรียมการและดูแลรักษาเป็นอย่างดี ท้ังก่อนและหลังการปลูก เพ่ือให้
ไดผ้ ลผลติ ทเ่ี รว็ และคมุ้ คา่ กบั การลงทนุ เมลด็ พนั ธเ์ุ ปน็ องคป์ ระกอบทส่ี ำ� คญั ประการหนง่ึ ทอ่ี าจบง่ ชี้
ถึงความส�ำเร็จของการปลูก เมล็ดพันธุ์ยังคงเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายส�ำหรับการปลูกป่าใน
ปัจจุบัน เน่ืองจากสามารถจัดหาได้ท่ัวไป จัดการง่าย สามารถรองรับการผลิตกล้าได้คราวละมากๆ
และทสี่ ำ� คัญราคาถูกเมือ่ เทียบกับวธิ อี ืน่
แม้ว่าในปัจจุบันจะมีวิทยาการในการขยายพันธุ์พืชได้หลายวิธี นอกเหนือจากการใช้เมล็ด
เชน่ การขยายพนั ธุแ์ บบไมอ่ าศัยเพศดว้ ยวธิ ตี า่ งๆ ท่ีมีขอ้ ไดเ้ ปรยี บในการผลิตกล้าไม้ทม่ี ลี กั ษณะทาง
พันธุกรรมเหมือนกับต้นพันธุ์ทุกประการได้เป็นจ�ำนวนมาก แต่ยังไม่เป็นท่ีนิยมเท่ากับการใช้เมล็ด
เน่ืองจากมีข้อจ�ำกัดอยู่หลายประการ เช่น การขยายพันธุ์โดยการเพาะเลี้ยงเน้ือเย่ือ ยังมีค่าใช้จ่าย
สูงและห้องปฏิบัติการท่ีสามารถรองรับการผลิตกล้าจ�ำนวนนั้นมีอยู่ไม่ก่ีแห่ง หรือแม้แต่การตัดช�ำ
ท่ีประสบความส�ำเร็จในการขยายพันธุ์ไม้ป่าได้หลายชนิด (ไม้บางชนิดยังไม่สามารถตัดช�ำได้) แต่ก็
เปน็ การยากและใช้เวลานานหากต้องการผลิตกลา้ ไม้จ�ำนวนมากๆ อกี ทงั้ ยงั ตอ้ งอาศยั ความชำ� นาญ
และความประณีตของผปู้ ฏิบตั ิในระดับหน่ึงด้วย
นอกจากนี้ การปลูกพืชที่เป็น clone หรือพืชสายพันธุ์เดียว ขาดความหลากหลาย ท�ำให้มี
ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือแมลงท�ำลาย อีกท้ังการปลูกโดย clone น้ันจะท�ำให้ไม่มีการพัฒนา
ทางดา้ นพันธกุ รรมและสงิ่ แวดลอ้ ม ในขณะทก่ี ารใช้เมลด็ ขยายพนั ธุจ์ ะช่วยลดความเส่ียงในการเกดิ
โรคหรอื แมลงระบาดอยา่ งรนุ แรง เนอื่ งจากเมลด็ ประกอบดว้ ยพันธุกรรมท่หี ลากหลาย และต้นไม้ท่ี
ปลกู โดยใชเ้ มล็ดจะมกี ารพัฒนาดา้ นพนั ธุกรรมและส่ิงแวดล้อมไปพร้อมๆ กันดว้ ย
อย่างไรก็ตาม การใช้เมล็ดปลูกป่าเพื่อหวังให้ได้ผลผลิตตามท่ีต้องการ จ�ำเป็นต้องพิจารณา
ที่มาของแหล่งเมล็ดพันธุ์น้ันด้วย เมื่อพิจารณาค�ำว่า “เมล็ดพันธุ์” ซ่ึงประกอบด้วยค�ำสองค�ำคือ
“เมล็ด” และ “พันธุ์” แสดงให้เห็นถึงความส�ำคัญของพันธุ์ท่ีติดไปกับเมล็ด เนื่องจากเมล็ดพันธุ์
เป็นส่วนขยายพันธุ์ของพืช ท�ำหน้าท่ีถ่ายทอดพันธุกรรมของลักษณะจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
ลักษณะตา่ งๆ ของเมล็ด ทั้งทางกายภาพ (ขนาด น้�ำหนัก ความถว่ งจ�ำเพาะ สี) และทางสรีระ (การ
สกุ แกเ่ มล็ด ความมชี วี ติ การงอก) รวมทัง้ ลักษณะตา่ งๆ ของต้นไม้ เชน่ การออกดอกออกผล ความ

14 แนวทางการพัฒนาแหลง่ เมล็ดพันธ์ุไม้ป่า
ส�ำนักวิจัยและพัฒนาการปา่ ไม้ กรมปา่ ไม้

กรมป่าไม้Chapter1

แข็งแรง ความเติบโต ล้วนถูกควบคุมด้วยพันธุกรรม หรือเรียกว่าเป็นลักษณะทางพันธุกรรม
(genotype) แมว้ า่ บางสว่ นอาจได้รับอทิ ธพิ ลรว่ มจากสภาพแวดล้อมดว้ ยก็ตาม ดงั นัน้ เมลด็ ที่ได้จาก
ต้นแม่ที่มีพันธุกรรมดี (มีลักษณะตามต้องการ) จึงมีโอกาสจะให้ผลผลิตมีลักษณะดีกว่าเมล็ดท่ีได้
จากต้นแม่ท่มี ีลกั ษณะเลว
แหล่งเมล็ด จึงเป็นพื้นฐานหรือเบ้ืองหลังของความส�ำเร็จของการปลูกสร้างสวนป่าท่ีมีความ
ส�ำคัญ เมล็ดท่ีได้จากแหล่งที่ดีหรือเหมาะสมกับพื้นท่ีปลูก จะให้ผลผลิตท่ีดีกว่า ตัวอย่างเช่น
กระถินณรงค์ที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์จะมีการเติบโตสูงกว่าและมีลักษณะรูปทรงล�ำต้นเปลาตรง
กว่าที่ไม่ได้ผ่านการปรับปรุงพันธุ์ (วิฑูรย์ และคณะ 2543) (ภาพท่ี 1) ส�ำหรับไม้สัก มีรายงานว่า
ผลสักจากแหล่งเมล็ดชั้นคุณภาพดีที่สุดที่เรียกว่า สวนผลิตเมล็ดพันธุ์ มีความมีชีวิตและจ�ำนวน
เมล็ดต่อผลมากกว่าผลสักจากแหล่งท่ัวไปที่เป็นป่าธรรมชาติ และเมื่อเพาะเป็นกล้าไม้ก็พบว่า กล้า
ไม้อายุ 3 เดือนจากสวนผลิตเมล็ดพันธุ์ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่ีคอรากมากกว่ากล้าไม้จากป่า
ธรรมชาติ (สุวรรณ และวัฒนชัย 2547) และหมู่ไม้ที่ได้จากเมล็ดที่เก็บจากแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ มี
การเติบโตและรูปทรงที่ดีกว่าที่เก็บจากแหล่งอ่ืนๆ ท่ีอยู่ในแปลงทดสอบถิ่นก�ำเนิดไม้สักนานาชาติ
(อา้ งตาม ไพรชั 2544) พรศกั ด์ิ และคณะ (2544) รายงานวา่ ถน่ิ กำ� เนดิ ของไมส้ นทะเลทเ่ี หมาะสม
ส�ำหรับปลูกบนดินทรายชายทะเล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่ ถิ่นก�ำเนิดจากประเทศไทย
(ทดสอบสามแหล่งคือ แหล่งจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตรังและระนอง) ไม่ใช่ถ่ินก�ำเนิดจากต่าง
ประเทศ ดงั กลา่ วมาน้ีเหน็ ไดว้ ่า การพจิ ารณาเลอื กใช้แหล่งเมลด็ มีความสำ� คญั ย่ิง

ภาพที่ 1 เปรยี บเทียบลกั ษณะหมูไ่ ม้กระถินณรงค์ทว่ั ไป (ก) และ (ข) หมูไ่ ม้ทผ่ี ่านการปรับปรุงพนั ธ์ุ
(แปลง progeny test รุ่นที่สอง อายุ 3.5 ปี) บริเวณสถานีวนวัฒนวิจัยประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
(ภาพโดย นายวิฑรู ย์ เหลอื งวิรยิ ะแสง)

แนวทางการพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ปา่ 15
ส�ำนักวิจยั และพัฒนาการปา่ ไม้ กรมป่าไม้

กรมป่าไม้ นับเป็นความได้เปรียบของประเทศไทย ที่ต้ังอยู่ในเขตภูมิศาสตร์ที่ก่อให้เกิดความหลากหลาย
ของพืชพรรณสูง และยังคงมีทรัพยากรป่าไม้ท่ีมีความอุดมสมบูรณ์และหลากหลายทางธรรมชาติ
แม้ว่าบางส่วนได้ถูกท�ำลายไปบ้างแล้ว แต่แหล่งพันธุกรรมท่ีดีของไม้ป่าหลายชนิดยังคงปรากฏอยู่
ตามพ้ืนที่อนุรักษ์ทั่วประเทศ โดยภาพรวมถือว่ายังมีศักยภาพท่ีจะใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมเพื่อการ
พัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่าได้ ส�ำหรับการน�ำชนิดไม้ต่างประเทศเข้ามาปลูก (หากทราบข้อมูล
หรือทราบผลการศึกษาวิจัย) ควรคัดเลือกแหล่งหรือสายพันธุ์ท่ีดีก่อนน�ำเข้ามา และเม่ือน�ำเข้ามาก็
ควรศึกษาความเหมาะสมว่าไม้ชนิดนั้นสามารถปรับตัวเข้ากับพ้ืนที่ได้หรือไม่ (species trial) และ
พิจารณาว่าแหล่งใดสามารถปรับตัวเข้ากับพื้นที่ที่ปลูกได้ดีที่สุด (provenance test)
การพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า อันได้แก่ การก�ำหนด การจัดสร้างและการปฏิบัติต่อแหล่งเมล็ด
พันธุ์ไม้ป่า นอกจากท�ำให้ได้แหล่งเมล็ดท่ีดีแล้ว ยังส่งเสริมให้มีการใช้เมล็ดคุณภาพดีมากข้ึนและ
ท�ำให้ต้นทุนการผลิตเมล็ดลดลงด้วย เน่ืองจากรู้จุดเก็บเมล็ดที่แน่นอนและบางกรณีหมู่ไม้ข้ึนรวม
อยูใ่ นบรเิ วณเดยี วกนั

Chapter1 1.2 การดำ� เนนิ งานพัฒนาแหล่งเมล็ดจากอดีตสูป่ ัจจุบนั
การพฒั นาแหลง่ เมลด็ พนั ธไ์ุ มป้ า่ โดยกรมปา่ ไม้ กลา่ วไดว้ า่ เรม่ิ ดำ� เนนิ การตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2508 เมอ่ื
มสี ญั ญาตกลงรว่ มมอื ทางวชิ าการ ระหวา่ งรฐั บาลไทยกบั รฐั บาลเดนมารก์ ในโครงการปรบั ปรงุ พนั ธไ์ุ ม้
สกั (Teak Improvement Programme) โดยไดม้ กี ารจดั สรา้ งสวนผลติ เมลด็ พนั ธไ์ุ มส้ กั ขนึ้ เปน็ แหง่
แรกในประเทศไทยทบ่ี รเิ วณสถานผี ลติ เมลด็ พนั ธไ์ุ มป้ า่ แมก่ า จงั หวดั พะเยา ตอ่ จากนนั้ กไ็ ดม้ โี ครงการ
ปรบั ปรงุ พนั ธไ์ุ มส้ น (Pine Improvement Programme) และไมโ้ ตเรว็ อน่ื ๆ อกี
ในอดตี แมว้ า่ กรมปา่ ไมม้ หี นว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งและดำ� เนนิ การจดั สรา้ งแหลง่ เมลด็ พนั ธไ์ุ มห้ ลาย
หนว่ ยงาน เชน่ ฝา่ ยเพาะชำ� และศนู ยส์ ง่ เสรมิ การเพาะชำ� กลา้ ไม้ สงั กดั สำ� นกั สง่ เสรมิ การปลกู ปา่ สถานี
เพาะชำ� ในจงั หวดั ตา่ ง ๆ สงั กดั สำ� นกั งานปา่ ไมเ้ ขตทงั้ 21 เขต และหนว่ ยงานในสงั กดั สำ� นกั วชิ าการ
ปา่ ไม้ ไดแ้ ก่ โครงการศนู ยเ์ มลด็ พนั ธไ์ุ มป้ า่ อาเซยี น-แคนาดา (ASEAN-CANADA Forest Tree Seed
Centre) ระหวา่ งปี พ.ศ. 2524 - 2539 ซงึ่ เปน็ โครงการความชว่ ยเหลอื จากรฐั บาลแคนาดาทดี่ ำ� เนนิ
กจิ กรรมในมติ ติ า่ ง ๆ เกย่ี วขอ้ งกบั เทคโนโลยเี มลด็ ไม้ การวจิ ยั และการขยายพนั ธ์ุ แตก่ ไ็ มเ่ นน้ หนกั
ทางดา้ นการจดั การ การกำ� หนดและจดั สรา้ งแหลง่ เมลด็ ไม้ จนกระทงั่ ปี พ.ศ. 2539 สว่ นวนวฒั นวจิ ยั
ส�ำนักวิชาการป่าไม้ กรมป่าไม้ จึงได้ริเร่ิมงานพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ตามหลักวิชาการข้ึน พร้อมทั้ง
จดั สรรงบประมาณ เพอ่ื จดั สรา้ งแหลง่ เมลด็ พนั ธจ์ุ ากปา่ ธรรมชาตแิ ละสวนปา่ รวมทง้ั ปลกู สรา้ งสวนปา่
แบบสวนผลติ เมลด็ เพอื่ เปน็ แหลง่ ผลติ เมลด็ พนั ธไ์ุ มป้ า่ เพมิ่ เตมิ ขน้ึ อกี หลายชนดิ

16 แนวทางการพัฒนาแหลง่ เมลด็ พนั ธ์ุไม้ป่า
สำ� นกั วจิ ัยและพฒั นาการปา่ ไม้ กรมปา่ ไม้

อาจกล่าวได้ว่างานด้านแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและเป็นไปอย่างมีระบบกรมปา่ ไม้
อันเน่ืองมาจากผลการด�ำเนินงานของโครงการอนุรักษ์และจัดการแหล่งพันธุกรรมไม้ป่า (Forest
Genetic Resources and Management Project - FORGENMAP) ระหว่างปี พ.ศ 2540- 2545
ซ่ึงเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกรมป่าไม้และรัฐบาลเดนมาร์ก มีการก�ำหนดกลยุทธ์การ
บริหารและจัดการเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า ในส่วนของการพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า ได้มีการน�ำระบบ
จัดการข้อมูลเมล็ดไม้ (seed documentation system) ท่ีใช้เพ่ือการจัดเก็บข้อมูล ท�ำทะเบียน
แหล่งเมล็ดไม้ให้มีระบบ และสะดวกรวดเร็วในการค้นหา รวมทั้งมีการส�ำรวจและรวบรวมข้อมูล
แหลง่ เมลด็ จากทง้ั ในภาคสนามและจากแฟม้ ขอ้ มลู ของทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั แหลง่ เมลด็ ทม่ี อี ยตู่ ามทต่ี า่ ง ๆ
เขา้ ไวด้ ้วยกนั และมีการจดั สร้างแหลง่ เมลด็ พนั ธุ์ไมป้ า่ เพ่ิมเติมขน้ึ อกี หลายชนิดทัว่ ประเทศ ทงั้ แบบ
จัดสร้างจากป่าธรรมชาติหรือป่าปลูกที่มีต้นไม้อยู่เดิมและแบบเริ่มต้นปลูกใหม่ทั้งหมด โดยปฏิบัติ
งานร่วมกับหน่วยงานที่เป็นเครือข่ายจัดหาเมล็ดพันธุ์ไม้ ที่เรียกว่า seed procurement unit
(ตารางที่ 1 และ 2)

ตารางท่ี 1 แหล่งเมลด็ พันธุไ์ ม้ป่าทล่ี งทะเบยี นในระบบจดั การข้อมูลเมล็ดไม้ Chapter1
โดย FORGENMAP ระหวา่ งป ี พ.ศ. 2541 - 2545

ประเภทแหล่ง จำ� นวนแหล่ง พน้ื ที่ (ไร)่ จ�ำนวนชนิด

seed orchard 7 2,475 3

seed production 31 3,056 14
area

selected stand 35 6,219 13

identified stand 359 46,088 99

รวม 432 57,838 129 *

หทมี่มาาย เFหOตRุ :G*ENตMัวเAลขPแ(ส2ด00งจ2ำ�)นวนไมต้ ่างชนดิ กนั จงึ ไม่ใชค่ า่ ผลรวมตามปกติ

แนวทางการพฒั นาแหลง่ เมล็ดพนั ธ์ุไมป้ า่ 17
สำ� นกั วจิ ัยและพัฒนาการปา่ ไม้ กรมป่าไม้

กรมป่าไม้

ตารางที่ 2 สรปุ การจัดสรา้ งแหลง่ เมล็ดพนั ธไุ์ ม้ปา่ ท่ีปลูกขึ้นใหม่ ประเภท provenance seed
stand และ seed orchard เพ่อื เปน็ แหล่งผลิตเมลด็ พันธ์ไุ มป้ า่ โดย FORGENMAP ระหว่างปี

พ.ศ. 2541 - 2545

provenance seed orchard รวม
seed stand

จำ� นวนแหล่ง 10 13 23

จ�ำนวนชนดิ 7 8 13

พืน้ ที ่ (ไร่) 720 495 1,215

Chapter1 ทีม่ า : FORGENMAP (2002)

ความส�ำเร็จดังกล่าว เป็นการเร่ิมต้นท่ีดีของการพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่าในประเทศไทย
แต่การพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ยังมีความจ�ำเป็นต้องด�ำเนินการต่อไป เน่ืองจากแหล่งเมล็ดที่มีอยู่
ยังไมเ่ พยี งพอตอ่ ความตอ้ งการ ทงั้ ในแงข่ องปรมิ าณเมลด็ ทผี่ ลติ ไดโ้ ดยรวม จำ� นวนแหลง่ เมลด็ คณุ ภาพดี
และความหลากหลายของชนิดไม้ ดังท่ีปรากฏในรายงานของโครงการ FORGENMAP (FOR-
GENMAP, 2002) ว่าแหลง่ ผลิตเมลด็ พนั ธ์ุคุณภาพดี (ไดแ้ ก่ selected stand, seed production
area, provenance seed stand และ seed orchard) ที่มีอยจู่ ดั ว่าเป็นสัดสว่ นทตี่ ่ำ� มาก (20 %
- ภาพท่ี 2) ทงั้ นีห้ ลังจากโครงการ FORGENMAP สิ้นสดุ ลง การพฒั นาแหลง่ เมล็ดพนั ธุ์ไมป้ า่ ก็ได้รบั
ผลกระทบในการด�ำเนินงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจ�ำเป็นต้องพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ในพื้นที่
รบั ผดิ ชอบเอง

ภาพท่ี 2 สดั สว่ นของแหล่งผลิตเมล็ดพันธ์ุไมป้ ่าในแตล่ ะช้นั คณุ ภาพระหวา่ งปี พ.ศ.2541 - 2545

18 แนวทางการพฒั นาแหล่งเมล็ดพนั ธ์ุไมป้ ่า
สำ� นักวิจยั และพฒั นาการปา่ ไม้ กรมปา่ ไม้

การพัฒนาแหลง่ ผลิตเมลด็ ตามกจิ กรรมพฒั นาศักยภาพงานวจิ ัยดา้ นปา่ ไม้ กรมปา่ ไม้

การพัฒนาแหล่งผลิตเมล็ด มีการด�ำเนินงานสานต่ออย่างเป็นรูปธรรมอีกคร้ังในช่วงตั้งแต่
ปี พ.ศ. 2551 ตามกิจกรรมพัฒนาศักยภาพงานวิจัยด้านป่าไม้ โดยส�ำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้
กรมป่าไม้ ซ่ึงมีกิจกรรมส�ำคัญคือ กิจกรรมบ�ำรุงแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า อายุเกิน 10 ปี มีการ
ฟื้นฟู ปรับปรุงแปลงทดลองเก่าให้มีสภาพที่พร้อมใช้งาน และใช้ประโยชน์จากต้นไม้ในแปลงให้
เกิดประโยชน์ทัง้ ในเชิงวิชาการและวสั ดุพันธุกรรม โดยจดั ใหม้ กี จิ กรรมหลกั คอื คัดเลือกแม่ไม้ และ
ปรบั ปรงุ แปลงใหเ้ ปน็ แหลง่ ผลิตเมลด็ พันธ์ทุ ี่ดี
จวบจนปัจจุบัน (ปี พ.ศ. 2557) กิจกรรมบ�ำรุงแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า อายุเกิน 10 ปี ยัง
ด�ำเนินการอย่างต่อเน่ือง แปลงทดลองของไม้ชนิดต่างๆ ในปัจจุบันที่มีความพร้อมในการน�ำไป
ใช้ประโยชน์ได้ ไม้หลายชนิดได้รับการพัฒนา และมีจ�ำนวนต้นมากพอท่ีจะผลิตเมล็ด ให้บริการ
ประชาชนและผู้สนใจได้ โดยแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ดีของไม้ชนิดดังกล่าวอยู่ความดูแลของหน่วยงาน
ในสังกัดกลุ่มงานวนวัฒนวิจัย ส�ำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้ (ตารางท่ี 3 และ ภาค
ผนวก 1) สำ� หรบั ไมส้ กั มกี ารจดั สรา้ งสวนผลติ เมลด็ พนั ธใ์ุ นเนอื้ ทกี่ วา่ 6,000 ไร่ อายตุ น้ ไมอ้ ยใู่ นชว่ ง
ท่ีให้ผลผลิตได้ดี มีการประเมินอย่างคร่าวๆ ว่า ผลผลิตเมล็ดสักในสวนผลิตเมล็ด เฉพาะที่จังหวัด
พะเยาและขอนแก่นสามารถผลิตได้อย่างน้อย 3 ตันต่อปี ส�ำหรับยูคาลิปตัสยูโรฟิลลา มีการ
พฒั นาไปถึงสวนผลติ เมล็ดพันธ์ุ รนุ่ ที่ 3 แลว้ ดงั นี้ Chapter1

ตารางท่ี 3 ชนดิ ไม้ที่มศี กั ยภาพในการผลติ เมลด็ พนั ธด์ุ ีจากแปลงผลิตเมล็ดพนั ธใ์ุ นรปู แบบตา่ งๆ

ชนดิ ไม้ ประเภท จงั หวดั หนว่ ยงาน
สกั SO, SPA พะเยา เชยี งราย ลำ� ปาง สถานีวนวฒั นวจิ ยั แมก่ า เชยี งราย แมท่ ะ
ขอนแก่น จันทบุรี ดงลาน เขาสอยดาว
สนสองใบ SO เชียงใหม่ สถานวี นวัฒนวิจยั หว้ ยบง บอ่ แก้ว
สนสามใบ SO เชยี งใหม่ สถานีวนวฒั นวิจัยห้วยบง แมส่ ะนาม
สนประดิพทั ธ์ SO กาญจนบรุ ี สถานีวนวฒั นวจิ ัยลำ� เภา ลำ� ทราย
สนคาริเบีย SO, SPA เชยี งใหม่ สถานวี นวฒั นวจิ ยั แมส่ ะนาม หว้ ยบง บอ่ แกว้
อบุ ลราชธานี โขงเจยี ม
ยูคาลิปตสั SO ก�ำแพงเพชร ราชบุรี สถานวี นวฒั นวจิ ยั กำ� แพงเพชร ราชบรุ ี หว้ ยทา
คามาลดูเลนซสิ ศรสี ะเกษ
ยูคาลิปตัสยูโรฟลิ ลา SO สรุ ินทร์ สถานวี นวฒั นวจิ ยั ทา่ ตูม
ขอนแก่น ก�ำแพงเพชร ด งลาน ก�ำแพ งเพชร สุราษฎรธ์ านี
สรุ าษฎร์ธาน ี นครราชสีมา สถานวี นวฒั นวิจยั สะแกราช (หน่วยยอ่ ย)
ดงลาน ราชบรุ ี สุราษฎร์ธานี
กระถินณรงค์ SO นครราชสมี า ก�ำแพงเพชร สถานีวนวฒั นวิจัยสะแกราช กำ� แพงเพชร
ขอนแกน่ ราชบรุ ี สุราษฎรธ์ านี ดงลาน ราชบรุ ี สรุ าษฎร์ธานี
หมายเหต:ุ SO = seed orchard (สวนผลติ เมลด็ ), SPA = seed production area (แหลง่ ผลติ เมล็ด)

แนวทางการพัฒนาแหลง่ เมลด็ พนั ธ์ุไมป้ ่า 19
ส�ำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้

กรมปา่ ไม้ นอกเหนือจากไม้ในกลุ่มท่ีกล่าวข้างต้น ยังมีชนิดไม้อ่ืนท่ีได้รับการฟื้นฟูแปลงและพัฒนา ตาม
กิจกรรมพฒั นาศกั ยภาพงานวจิ ยั ดา้ นปา่ ไม้ กจิ กรรมหลัก พฒั นาศกั ยภาพงานวิจัยดา้ นปา่ ไมใ้ นการ
บำ� รุงแหล่งผลติ เมลด็ พันธไุ์ มป้ า่ อายุเกนิ 10 ปี โดยแปลงดังกล่าวมศี กั ยภาพที่จะน�ำไปใช้ประโยชน์
เป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ดีได้หากได้รับการจัดการท่ีดี โดยแปลงดังกล่าวเป็นแปลงแบบแหล่งผลิต
เมล็ด แหล่งเมล็ดพสิ จู น์ถิ่นก�ำเนิด และสวนผลิตเมลด็ พันธุ์
รวมชนดิ ไม้ทั้งสิ้นมากกว่า 40 ชนดิ ครอบคลุมพื้นที่ ประมาณ 10,430 ไร่ ได้แก่
ไมท้ ้องถ่นิ สกั พะยูง ประดู่ มะคา่ โมง แดง ตะเคียนทอง ยางนา ไข่เขยี ว สาธร
ยมหนิ * กันเกรา สตั บรรณ ซอ้ ยมหอม เลย่ี น สะเดา สนสองใบ สนสามใบ
ไผร่ วก หวาย โป่ง หวายกำ� พวน จันทรห์ อมพะยอม รัง
ไมต้ ่างถ่นิ ยคู าลปิ ตสั คามาลดเู ลนซิส ยคู าลิปตัสยโู รฟิลลา ยคู าลิปตสั โคเซยี นา
ยคู าลปิ ตสั ซิทิโอโดรา กระถนิ ณรงค์ กระถินเทพา กระถนิ ออลาโคคาปา
กระถนิ คลาสคิ าปา สนคาริบยี สนโอคาร์ปา สนสโุ ดสโตรบัส สนเทคูมานี
สนจนี สนประดพิ ัทธ์ มะฮอกกานี สะเดาเทียม (ภาพที่ 3)

Chapter1 * ปัจจบุ นั ยมหนิ มีชอื่ พฤกษศาสตร์พ้องกนั สองชื่อ คือ Chukrasia velutina และ C.tabularis



ภาพที่ 3 ตัวอยา่ งแหลง่ ผลิตเมล็ดพนั ธด์ุ ขี อง ยางนา อายุ 11 ปี เน้อื ที่ 200 ไร่เป็นแหล่งเมลด็ แบบ
provenance seed stand ทส่ี ถานวี นวัฒนวิจยั สรุ าษฎรธ์ านี (ขวา) กระถนิ เทพา อายุ 13 ปี
เนอ้ื ที่ 15 ไรเ่ ปน็ แหลง่ เมลด็ แบบ seed orchard ทสี่ ถานวี นวฒั นวจิ ยั สะแกราช จงั หวดั นครราชสมี า

1.3 วัตถุประสงคแ์ ละเนื้อหาของเอกสาร
เพอื่ ใหก้ ารพฒั นาแหลง่ เมลด็ พนั ธไ์ุ มป้ า่ ประสบความสำ� เรจ็ จำ� เปน็ ตอ้ งมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจทาง
ดา้ นเมลด็ ไม้ มคี วามรพู้ นื้ ฐานเกย่ี วกบั การปรบั ปรงุ พนั ธไ์ุ มป้ า่ และการอนรุ กั ษพ์ นั ธไ์ุ มป้ า่ เอกสารน้ี
กลา่ วถงึ ความหมายของแหลง่ เมลด็ พนั ธไ์ุ มป้ า่ การจดั สรา้ งและปฏบิ ตั ติ อ่ แหลง่ เมลด็ พนั ธไ์ุ มป้ า่ (โดย

20 แนวทางการพัฒนาแหล่งเมลด็ พนั ธุ์ไมป้ า่
สำ� นกั วจิ ัยและพัฒนาการปา่ ไม้ กรมป่าไม้

บางช่วงได้สอดแทรกเน้ือหาและตัวอย่างของการปรับปรุงพันธุ์ไม้ป่าและการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ป่าซ่ึงกรมปา่ ไม้ Chapter1
เกย่ี วขอ้ งกบั การจดั สรา้ งแหลง่ เมลด็ ไมไ้ วด้ ว้ ย) เอกสารนม้ี วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ชว่ ยเพมิ่ ความรคู้ วามเขา้ ใจ
และใหข้ อ้ มลู ดา้ นแหลง่ เมลด็ พนั ธไ์ุ มป้ า่ แกผ่ ทู้ เี่ กย่ี วขอ้ ง โดยเฉพาะผทู้ อี่ าจมคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งปฏบิ ตั งิ าน
เกย่ี วกบั การพฒั นาหรอื จดั สรา้ งแหลง่ เมลด็ พนั ธไ์ุ มป้ า่ เพอ่ื ใชเ้ ปน็ แนวทางในการทำ� งาน อนั จะเปน็ การ
ชว่ ยพฒั นางานแหลง่ เมลด็ พนั ธไ์ุ มป้ า่ ของประเทศไทยมคี วามสมบรู ณย์ งิ่ ขนึ้

เอกสารอ้างอิง
พรศักด์ ิ มแี ก้ว บุญวงศ์ ไทยอตุ สา่ ห์ ศภุ สทิ ธ์ ชนุ เชาวฤทธ์ิ. 2544. การทดลองถิน่ ก�ำเนดิ
นานาชาตไิ ม้ สนทะเล : ลกั ษณะทางสณั ฐานวทิ ยา น. 298-309 ใน รายงานการ
สมั มนาทางวนวัฒนวทิ ยา คร้งั ท่ี 7 ประจ�ำปี 2544 วนวฒั นวิทยาเพ่อื พัฒนาสวนป่า
เศรษฐกจิ , สว่ นวนวฒั นวจิ ยั , ส�ำนักวชิ าการปา่ ไม,้ กรมปา่ ไม.้
ไพรชั ปิยะพนั ธ์.ุ 2544. ขอ้ สรุปและข้อเสนอแนะ. น. 159-179 ใน การปรับปรงุ พันธ์ุ
ไมส้ กั ในประเทศไทย. สว่ นวนวฒั นวิจัย, สำ� นักวิชาการปา่ ไม,้ กรมปา่ ไม้.
วิฑูรย์ เหลืองวริ ิยะแสง สรุ ชัย ปราณศิลป์ พรศักด์ิ มแี ก้ว และคงศกั ด์ิ ภิญโญภษู าฤกษ.์ 2543.
ลกั ษณะสายพนั ธร์ุ ่นุ ท่ีสองของการปรบั ปรุงพนั ธ์ุไมก้ ระถินณรงค์.
วารสารวชิ าการปา่ ไม.้ 2 (1):1-15.
สวุ รรณ ตัง้ มิตรเจรญิ และวัฒนชัย ตาเสน. 2547. เมลด็ และการเตบิ โต
ของกล้าไมส้ ักในป่าธรรมชาติและสวนผลิตเมล็ดพนั ธ.์ุ วารสารวนศาสตร์ 23 (2): 161-168.
FORGENMAP, 2002. Completion Report. Extension Period 2000-2002.
Forest Genetic Resources Conservation and Management Programme,
Forest Research Office, Royal Forest Department, Bangkok, Thailand.


แนวทางการพฒั นาแหล่งเมลด็ พนั ธุ์ไมป้ า่ 21
ส�ำนักวจิ ัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้

กรมปา่ ไม้

Chapter2

แหลง่ เมลด็ ตรวจพสิ จู น์ไมช้ ิงชัน บรเิ วณอุทยานแหง่ ชาตลิ านสาง จ.ตาก (ภาพโดย: Dr.Anders P.Pedersen)

22 แนวทางการพัฒนาแหลง่ เมล็ดพันธ์ุไมป้ ่า
สำ� นกั วิจัยและพัฒนาการปา่ ไม้ กรมปา่ ไม้

กรมป่าไม้Chapter1

บทที่ 2

Chapter2

คจ(Dำ�วeแาfนมinกหitชมioั้นาnแยหaลลnักdง่ เษมSณลe็ดeะแdพลSันะกoธาu์ุไรมrc้ปe่า
Classification)

กรมป่าไม้

บทท่ี 2

ความหมาย ลักษณะและการจ�ำแนกชน้ั แหล่งเมล็ดพนั ธ์ุไม้ป่า

(definition and seed source classification)

Chapter2 2.1 ความหมายและที่มาของแหล่งเมล็ดพันธุ์ (Definition and source of seed sources)
แหล่งเมล็ด หรือแหล่งที่มาของเมล็ดในความหมายท่ัวไปน้ัน อาจเป็นเพียงต้นไม้ต้นเดียวท่ี
เก็บเมล็ดมา หรือเป็นต้นไม้หลายต้นข้ึนอยู่รวมกัน (population) ทั้งในป่าธรรมชาติและสวนป่า
หรอื เปน็ ตน้ ไมท้ ข่ี นึ้ อยกู่ ระจายกนั ในลกั ษณะตา่ ง ๆ เชน่ ตน้ ไมข้ า้ งถนน เรอื กสวน ไรน่ า หรอื ในท่ี
สาธารณะ ชุมชนต่าง ๆ ต้นไม้ดังกล่าวเหล่าน้ี อาจเป็นแหล่งเมล็ดที่ดีและที่ไม่ดี แต่หากได้รับการ
คัดเลือก (ตามแต่วัตถุประสงค์ หรือตามความต้องการ) หรือ ได้รับการจัดการบางประการเพื่อ
ปรับปรุงให้มีคุณภาพดีขึ้นแล้ว บางแหล่งก็อาจถือเป็นแหล่งที่ดีได้ หรือ สามารถใช้เป็นแหล่งเมล็ด
ในเบื้องตน้ ไปก่อน ดังจะได้กล่าวตอ่ ไป
อย่างไรก็ตาม ค�ำว่า “แหล่งเมล็ด” ที่ใช้ค�ำภาษาอังกฤษว่า “seed source” อาจเป็นค�ำที่มี
ความหมายกว้างเกินไป โดยเฉพาะเม่ือเมล็ดมีการเคลื่อนย้ายเพื่อน�ำไปปลูกจากที่หน่ึงไปยังอีก
ท่ีหนึ่ง การใช้ค�ำว่า แหล่งเมล็ด เพียงค�ำเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะบ่งบอกถึงที่มาหรือประวัติของ
เมลด็ นั้นได้ ดังน้ันจึงได้มีการน�ำค�ำว่า “ถิ่นก�ำเนิด” (หรือ “แหล่ง”) ที่ใช้ค�ำภาษาอังกฤษว่า
“provenance” และค�ำว่า “ถ่ินก�ำเนิดดั้งเดิม” ที่ใช้ค�ำภาษาอังกฤษว่า “origin” มาใช้ โดยมีข้อ
แตกต่างกนั ดงั น้ี
ค�ำวา่ ถ่ินก�ำเนดิ หรือ แหลง่ หรอื provenance หมายถึง “หมไู่ ม้” ซ่ึงเกิดในท้องถ่ินนนั้ หรอื
“สถานท่”ี ท่เี ก็บเมลด็ มา ซงึ่ โดยทัว่ ไปใช้ในการระบุทีม่ าของแหล่งเมล็ดได้ทนั ที ตา่ งกบั ถนิ่ กำ� เนดิ
ดั้งเดิม (origin) ท่ีหมายถงึ สถานทที่ หี่ มูไ่ ม้ขน้ึ อยูม่ าแตเ่ ดิม มีการปรบั ตวั เขา้ กับสิ่งแวดล้อมหรือผ่าน
การคัดเลือกตามธรรมชาติมาแล้ว ซ่ึงหากต้องการระบุถ่ินก�ำเนิดด้ังเดิมนี้ ก็จะต้องมีการสืบค้นของ
หมไู่ มท้ ่ีเกบ็ เมลด็ มาเสยี กอ่ นว่าน�ำเมล็ดจากทใ่ี ดมาปลูก ทง้ั นหี้ ากมีการเกบ็ เมล็ดจากหมูไ่ มท้ ี่เป็นถิ่น
กำ� เนิดด้ังเดมิ อยูแ่ ล้ว เม่ือจะระบ ุ provenance กจ็ ะใช้ชอ่ื แหลง่ เดียวกัน ยกตัวอยา่ งเชน่ เมื่อเก็บ
เมล็ดยูคาลิปตัสจากแหล่ง petford ซึ่งเป็นถิ่นก�ำเนิดด้ังเดิม เมื่อต้องการระบุท่ีมาของแหล่งก็อาจ
ใชค้ ำ� ว่า petford origin หรือ petford provenance ได้ เมอื่ นำ� เมลด็ น้ไี ปปลกู ทีอ่ ินทขลิ จงั หวดั
เชยี งใหม่ และท่สี ะแกราช ก็เรียกหมู่ไมท้ ่เี ติบโตขน้ึ นว้ี า่ เปน็ intakin provenance และ sakaerat
provenance โดยทั้งสอง provenance มีถิ่นก�ำเนิดด้ังเดิมเดียวกันคือ petford เมื่อเก็บเมล็ด

24 แนวทางการพัฒนาแหล่งเมลด็ พันธ์ุไม้ปา่
ส�ำนักวจิ ยั และพัฒนาการปา่ ไม้ กรมป่าไม้

จากหมู่ไม ้ sakaerat provenance ไปปลกู ทีส่ ลยุ จังหวดั ชมุ พร ก็เรยี กหมไู่ มท้ ่ีเตบิ โตขน้ึ นีว้ า่ เปน็ กรมปา่ ไม้
sa-lui provenance และเรียกเมล็ดท่ีเก็บจากหมู่ไม้น้ีว่า sa-lui provenance โดยมีถ่ินก�ำเนิด
ด้ังเดิมเดียวกันคอื petford origin (ภาพท่ี 4)

● petford เมล็ดน�ีเกบ็ จากถ�ินกาํ เนดิ
เพดฟอร์ด ซ�ึงเป็ นถ�นิ
AUSTRALIA กาํ เนิดด�งั เดมิ

● intakin เมลด็ น�ีเกบ็ จากถนิ� กาํ เนิด Chapter2
THAILAND ● sakaerat ดอ�ินงั เทดมิขิลท�ีเพแตดม่ฟีถอิน� รก์ดาํ เนดิ
เมล็ดน�เี กบ็ จากถิ�นกาํ เนิด
สะแกราช แตม่ ีถ�ินกาํ เนิด
ด�งั เดมิ ที�เพดฟอร์ด

THAILAND เมลด็ น�เี กบ็ จากถนิ� กาํ เนดิ สลุย
●sa-Lui (ซ�ึงนาํ มาจากสะแกราช)
เแพตด่ถฟิน� อกราํ์ดเนเิดชด่น�งักเนดั มิ คือ

: เกบ็ เมลด็ จากแหลง่
: นาํ เมลด็ ไปปลกู

ภาพท่ี 4 ความหมายของถน่ิ กำ� เนิด (provenance) และถิน่ ก�ำเนิดดงั้ เดิม (origin) ทม่ี า : สวุ รรณ (2544)

แนวทางการพัฒนาแหล่งเมลด็ พนั ธ์ุไม้ปา่ 25
สำ� นักวิจยั และพัฒนาการป่าไม้ กรมปา่ ไม้

กรมป่าไม้ขอบเขตหรอื ลกั ษณะ (idea) ของ provenance
Barner (1975) เสนอแนวคดิ ว่า provenance มีลักษณะดงั นี้
- ประกอบด้วยหมไู่ มท้ ่ีสามารถจะเกดิ การผสมเกสรข้ามต้นได้ (potential interbreeding tree)
และมีพนั ธกุ รรมคลา้ ยคลึงกัน หรือมีพนั ธุกรรมตา่ งจาก provenance อื่น
- พื้นทม่ี ีขนาดใหญห่ รอื มีจ�ำนวนตน้ ไม้มากเพียงพอส�ำหรับการเกบ็ เมลด็ (seed collection) ให ้
บรรลุวตั ถุประสงคต์ ่าง ๆ
- สามารถกำ� หนดขอบเขต (boundaries) ได้ดว้ ยทางใดทางหนง่ึ

Chapter2

ท่ีมาของแหล่งเมล็ดพันธุ์ อีกประการหนึ่ง คือต้นไม้ในพื้นท่ีอนุรักษ์ ซึ่งอาจเป็นท้ังแบบการ
อนรุ กั ษ์ในถนิ่ กำ� เนดิ (in situ conservation) หรอื การอนุรกั ษน์ อกถิ่นก�ำเนิด (ex situ conser-

26 แนวทางการพฒั นาแหลง่ เมล็ดพนั ธุ์ไมป้ ่า
ส�ำนกั วจิ ัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมปา่ ไม้

vation) ส�ำหรับการอนุรักษ์นอกถ่ินก�ำเนิดเป็นการรวบรวมสายพันธุ์ต่าง ๆ มาปลูกรวมในพ้ืนท่ีกรมป่าไม้ Chapter2
เดียวกัน ถือเปน็ การสรา้ งฐานพนั ธกุ รรม (genetic base) ทด่ี ี และอาจมีการใชส้ �ำหรบั คัดเลือกพันธุ์
ในอนาคต การเก็บเมล็ดจากแปลงอนุรักษ์นอกถ่ินก�ำเนิด มีข้อดีคือ เข้าถึงหมู่ไม้ได้สะดวก ท�ำให้
เก็บเมล็ดได้ง่าย และเก็บได้คราวละมาก ๆ เนื่องจากเป็นสวนป่าท่ีมีการดูแลและจัดการแล้วเป็น
อย่างดี อีกทง้ั ยงั เปน็ การประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางอีกดว้ ย นอกจากน้ีตน้ ไม้ในพนื้ ท่ี
ปลูก ซ่ึงเกิดจากการสุ่มและคละเมล็ดอย่างดีจากตัวแทนของแหล่งต่าง ๆ มีโอกาสที่ก่อให้เกิดการ
ผสมข้ามพันธุ์มากกว่า แต่แปลงอนุรักษ์แบบน้ีก็มีข้อเสียคือมีฐานพันธุกรรมแคบ เนื่องจากเป็นการ
ปลูกที่ต้องสุ่มหรือคัดเลือกบางสายพันธุ์เท่านั้น ท�ำให้ไม่สามารถครอบคลุมสายพันธุ์ท้ังหมดแบบ
แปลงอนุรักษ์ในถ่ินก�ำเนิดได้ แต่ท่ีจัดว่าเป็นแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่าที่คุณภาพดีที่สุด คือแหล่งท่ีได้
จากกระบวนการปรับปรุงพันธุ์ โดยเฉพาะเมื่อพัฒนาไปสู่ข้ันที่เรียกว่า สวนผลิตเมล็ดพันธุ์ (ดูราย
ละเอียดความหมายและการจัดสร้างสวนผลิตเมล็ดพันธุ์ ในบทท่ี 2 ตอน 2.3 และบทท่ี 3 ตอน
3.2.2.2 ตามลำ� ดบั )
แหลง่ ที่มาของเมล็ดอีกแบบหนึง่ เรียกว่า “land race” ซงึ่ หมายถงึ หมไู่ ม้ (มกั หมายถงึ ไม้ตา่ ง
ถิน่ หรอื exotics) ท่ีปลูกข้ึนและไดม้ ีการปรบั ตัว และเกดิ การเปลยี่ นแปลงทางพนั ธุกรรมจนเขา้ กบั
สภาพแวดล้อมใหม่น้ัน ๆ ผ่านกระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติหรือการคัดเลือกโดยมนุษย์ใน
ช่วงชวี ติ (generations) เดยี วหรือมากกวา่ โดยหมไู่ มอ้ าจมลี กั ษณะดีหรอื ไมด่ กี ็ได้ ข้นึ อยู่กบั ความ
สามารถในการปรับตวั และแหลง่ ท่ีมาของเมล็ดทใี่ ชป้ ลูกตอนเรมิ่ แรก (Eldridge et al., 1997)
ส�ำหรบั แหล่งเมล็ดท่ีเป็นลูกผสมที่อาจเกดิ การผสมข้ามระหว่างชนดิ ไม้ (interspecific) เชน่ กระถนิ
เทพณรงค์ (ชื่ออย่างไม่เป็นทางการเม่ือเกิดการผสมระหว่างกระถินณรงค์และกระถินเทพา) ท่ีให้
ผลผลิตที่มีลักษณะดีเด่นกว่าพ่อแม่ (hybrid vigor) เช่น มีรูปทรงและล�ำต้นค่อนข้างตรง และ
เติบโตดี อย่างไรก็ตาม ต้นลูกผสมที่ได้ (F1 hybrid families) ไม่ควรน�ำเมล็ดไปขยายพันธุ์ต่อ
เพราะจะมีความผันแปรทางพันธุกรรมสูง โดยลักษณะดีที่เห็นในรุ่น F1 มักไม่ได้รับการถ่ายทอด
ไปสอู่ กี รนุ่ หนึ่ง (F2 ) หากต้องการขยายพนั ธุจ์ �ำเปน็ ต้องใชว้ ิธไี มอ่ าศยั เพศ เชน่ ปกั ช�ำหรอื เพาะเลีย้ ง
เนอื้ เยอื่ (ดรู ายละเอยี ดใน Eldridge et al., 1997)
การปรับปรุงพันธุ์เป็นวงจรของการคัดเลือกพันธุ์และผสมพันธุ์ โดยด�ำเนินการรวบรวม
สายพันธุ์จากธรรมชาติให้มากที่สุดเพื่อใช้เป็น base population แล้วแทรกเสริมสายพันธุ์ที่ดี
(infusion) คดั เลอื กสายพนั ธ์ุ (selection) ทเี่ หมาะสมกบั สภาพพนื้ ทต่ี า่ ง ๆ และสายพนั ธท์ุ ตี่ า้ นทาน
โรคและแมลงทำ� ลาย จดั สรา้ งเปน็ สวนผสมพนั ธ์ุ (breeding population) และสวนขยายพนั ธ์ุ (prop-
agation population) ในลกั ษณะสวนผลติ เมลด็ พนั ธเ์ุ พอ่ื ผลติ เมลด็ พนั ธค์ุ ณุ ภาพดที ส่ี ดุ (ภาพที่ 5)

แนวทางการพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ไมป้ ่า 27
ส�ำนกั วิจัยและพฒั นาการปา่ ไม้ กรมปา่ ไม้

กรมป่าไม้

Chapter2 ภาพท่ี 5 วงจรการคัดเลือกพนั ธแ์ุ ละผสมพนั ธ์ุ

2.2 ลักษณะแหลง่ เมล็ดพันธุ์ไมป้ ่าทด่ี ี (Characteristics of good seed sources)
แหล่งเมล็ดมีลักษณะแตกต่างกันไปตามแต่ท่ีมาของแหล่ง แต่หากมีความจ�ำเป็นต้องก�ำหนด
เป็นแหล่งเมล็ดไม้ หรือจ�ำเป็นต้องเก็บเมล็ดไม้แล้ว ควรพิจารณาความเหมาะสมว่าแหล่งนั้นๆ เข้า
ข่ายเป็นแหล่งท่ีมีลักษณะดีหรือไม่ อันได้แก่ ลักษณะภายนอกที่ปรากฏ (phenotypic appear-
ance) จ�ำนวนต้นและขนาดของแหล่ง (number of trees and size of seed source) ความ
สะดวกในการเข้าถึงแหล่ง (accessibility) และสถานภาพของแหล่ง (condition of the stand)
(ภาพที่ 6) ทงั้ นส้ี อดคลอ้ งกบั เกณฑใ์ นการกำ� หนดแหลง่ เมลด็ ไม้ (identification of seed sources)
ของ Lauridsen and Kirsten (1994) กลา่ วคือ ลกั ษณะแหลง่ เมล็ดที่ดี ควรมีลกั ษณะดังตอ่ ไปน้ี






ภาพที่ 6 ลักษณะของแหลง่ เมล็ดพันธุ์ไมป้ า่ ที่ดี

28 แนวทางการพฒั นาแหลง่ เมลด็ พันธุ์ไมป้ า่
ส�ำนักวจิ ัยและพฒั นาการป่าไม้ กรมป่าไม้

13

2.2.1 ต2้น.2ไ.1ม้มีลตัก้นษไมณ้มลีะดักษตี ณามะดคีตวาามมควตา้อมงตก้องากราร กรมปา่ ไม้

เมล็ดท่ีไเดม้จลา็ดกทต่ีได้นจ้ไามก้ทตี่มน้ ีลไักมษท้ ี่มณีละกั ดษี ณมะีศดักี มยีศภกั ายพภทาพี่จทะผ่ีจะลผิตลติต้นตล้นูกลทูกที่มี่มีลีลักักษษณณะะดดีกกว่าเเมมลลด็ ็ดทที่เกี่เก็บ็บจาจกาก
ตน้ ไมต้ทน้ ี่มไลี มักท้ ษ่ีมณีลกัะษเลณวะหเลรวอื หไมรือ่ผไา่ มนผ่ ก่าานรกคาดัรคเลัดอืเลกือ ก แหแหลล่งเ่งมเมลลด็ ็ดทท่ีดดี คววรรมมีตตี ้นน้ ไไมมท้้ท่ีม่ีมีลลี ักักษษณณะะเดเ่นดเ่นฉเพฉาพะาซะ่ึงอซาง่ึ จ
อาจเปเป็น็นลลักกั ษษณะ ((trtariat)itท) ่ีใทชี่ใเ้ ปช็้เนปเก็นณเกฑณ์ในฑก์ใานรกคาัดรเลคือัดกเลแหือลก่งแเหมลล็ด่งทเมี่ดลี (็ดseทleี่ดcีti(osnecleritcetrioa)nทcวั่ rไiปteตriาaม)ควทาั่วมไป
ตามคตวอ้างมกตา้อรใงชกป้ารระใชโย้ปชรนะ์โซย่ึงชโนด์ยซทึ่งวั่ โไดปยมทกั วั่ หไมปามยกัถึงหตมน้ายไมถท้ึง่ีมตีรนู้ปไทมรท้ งี่มดีีรลูปําตทน้ รเงปดลี าลตำ� รตง้นมเีชปว่ ลงาทตี่เปร็นง cมlีชeaว่ rงที่
เปน็ cbloelearสูงboมlีกeารสเตูง ิบ โมตกี ดาี รทเต้งั นบิ ้ีสโต่ิงเดหี ล ท่าน้งั ้ีสนา้สี มิ่งาเรหถลใ่าชนเ้ ป้ีส็นาบมรารรทถดัใชฐ้เาปนน็ อบยา่รงรกทวดัา้ งฐๆานไอดย้ แา่ ตง่สกําวหา้ รงบั ๆชนไิดไ้ แมตท้ ่ี
ส�ำหรโับดชยนปกิดตไมิใช้ทป้ ี่โรดะยโปยกชนต์อิใชย้ป่างรอะ่ืนโทย่ีไชมนใ่ ์อชยเ่ น่า้ืองไอมื่น้ คทว่ีไามม่ใเชด่เนนทื้อ่ีตไอ้มง้ กคาวรอามาจเเดป่น็นทล่ีตกั ษ้อณงกะาอร่ืนอใาดจกเ็ไปด็นต้ าลมักแษตณ่ ะ
อน่ื ใดวกตั ไ็ ถดปุต้ ราะมสแงตค่วเ์ ฉัตพถาปุ ะรนะ้ันสๆงคย์เกฉตพวั าอะยนา่ ง้ันเชๆ่นยไกมตใ้ หวั อ้ยายง่ารงกั เช(รน่ กั ใไมหใ้ญห่ น้ย้าาํ เงกรลกั ้ียง(รแักกในหมญอ่)นต้ำ� อ้ เกงกลาีย้ รงผลแผกลนิตมนอ้าํ )
ตอ้ งกยาารงผปลริผมลาณติ มนา้�ำกยแาลงะปมรีคมิ ณุ าณภามพาดกี และมีคุณภาพด ี
ขแ ล ทลั้ากาง งะษสพซณเ2(ปไแูงนัับกbดลั.ะจrธซณ2ไแa้ะจกดุก้อn.กซยัฑา2cร้แนท่บัครhร์ใกาจตiซแนวมnง2่นเาตอ้ก้นgดต.กคม2เนกา้าณhำ�่ไว.กต2นมรจ aกาินรฑเbคสนม้ิ่งมนงiไ์ใ่ิดังเtขตปีจก่อื)นแ(ตเอิbนร�ำงสลกว้นงแงจนไrดอืําาลไaขหปราลลกวมาํnคอกระอต้ค้นมแัดcับมงคมน้ลวจีมเhลอีปเวลํะราก(�ำiตาัรืนอัจnsคจี่ยตtเกรกจวว�ำegวปา้นmครกพนัยขก็นเวhอดัทม้ปาsอ(ลรรaง็เstาานจrพักเมกbtaงตหลาํeษพาiียดiิบกgกัtรกmงณอ้าhด)ัโษอื นtเต2nหณสะพพสเse-ทปร�ำียะ3stิ่งื้นื็อหงsrนที่มแ)aพลทรี่ลม2ีควiกกัับืน-g้กี่แีัคด่า3าhษหษท่ากอรลลกtแณ่ณแีาัลตอ้nกัาตหรรมง่ะระษeกถลามทถเเsณง่า่กงกท่า่ีมsีขา่ยมยะยี่า)า่มีคนททขีเรวนขท่ากานอเขอก้ันอา่ตาดด้อาานดงริบดรทเลใ้งนทัแพถหใโมาาํ หาตต่างเตื่อญาพงยญพเกน้ไกพทปอ่ื มนงพ่่ัพไอัน(็น่า่ใธfอมดหอoมธลุกป่ใทrุกก้ปขรักkหรารiราอษรnะกง้ มรรงgะพมณามคมล)ร(านัhัดะณค�ำแาธe(เตทลดัhณrุกลiะเ้น่ีมetลรือaลืีrครอbกกัi(มiกt่าfมษlaoตiมกtคีณb่yาํีrคา)วkiะเวรlนiาคiกnถาtม่ืออ่มาy่gารยงนย))ยจแ่งุงุ่ขทคาตแยยา้กา่ออกลงามกสกนดกะี ่ิงูง
จ�ำนวนตจ้นาํ นไวมน้แตลน้ ะไขมนแ้ าลดะขนอางดแขหอลง่งแเหมลล่ง็ดเมมลีค็ดวมาีคมวสามัมสพัมันพธนั ์กธัน์กโนั ดโยดตยตรงรคงคือือ แหลลง่ ่งขขนนาาดดใหใหญญ่จะ่จมะี มี Chapter2

จ�ำนวนจตาํ ้นไวมน้มตาน้ กไกมมว้ ่ากแกหวลา่ ่งแขหนลาง่ ขดนเลาด็กเล(ก็ต้อ(ตงอ้เปงเรปียรีบยบเทเทียียบบกับชนิดไมแ้แลละะแแหหลลง่ ป่งประรเะภเทภเทดียเดวกียนัว)กมันี ) มี
หลกั เกหณลฑกั ก์เกวณ้างฑก์ๆวา้วงา่ ๆแวห่าลแง่ หเมล่ลงเ็ดมคล็ดวรคมวรตี มน้ ีตไน้มไท้ มี่ไท้มี่ไเปมน็เ่ ปเ็นคเรคือรืญอญาตาติกิกันนั ออยา่ งนอ้อยย2255ตน้ ตหน้ รืหอมรีพอื ้มนื ีพที่้ืนที่
มากกวม่าาก6ก0ว0่า 6ไ0ร0่ ไแรต่ แ่ในตใ่ทนาทงาปงปฏฏิบิบัตตัิ ิขนาดขขอองงแแหหลล่งค่งวครวพรจิ พาิจรณาราณใหาส้ ใอหด้สคอลดอ้ คงกลบั ้อปงรกิมับาปณรคิมวามณตคอ้ วงกาามร
ต้องการเมเมลด็ลทด็ ี่แทที่แจ้ ทริจ้งขรอิงขงชอนงชิดนไมดิ น้ ไม้ัน้นๆนั้ ดๆว้ ยดว้ ย
ผลทไี่ ด้จากการผสมพนั ธ์ุในสายพนั ธ์ุเดียวกัน:
การมีจ�ำกนารวมนีจตาํ น้ วไนมต้ทน้่ีพไอมเท้ห่ีพมอาเะหยมังาชะย่วงัยชใ่วหย้หใหมหู้่ไมู้่ หมูไ่ มท้ ่ีเกิดการผสมพนั ธุใ์ นสายพนั ธุ์เดียวกนั
มีองค์ปไมระม้ ีกองอคบ์ปโรคะรกงอสบรโ้คารงงทสารงา้ พงทันาธงุพกนรั รธมุกรทรี่ดมี มโี อกาสไดล้ กั ษณะของผลหรือกลา้ ไม้ ดงั น้ี
ลดโอกาทส่ีดกีลาดรโเอกกิดาสผสกามรพเกันิดธผุ์ใสนมสพานยั พธ์ุในั นธสุ์เดายียพวนักธนั ุ์ - ผลเปล่า (ไมม่ ีเมลด็ บรรจุอยูภ่ ายใน)

หรือเปน็ เดเีคยวรกือนั ญหารตือิกเปัน็นซเค่งึ รจือะญกา่อตใิกหนั ้เกซดิ่ึงกจะารเสื่อม - เมลด็ มลี กั ษณะผดิ ปกติ
ถอยทากง่อพใันหธเ้ กุกิดรกรามรเ(สin่ือbมrถeอeยdทiาnงgพนdั ธeุกpรrรeมssion) - กลา้ ไมไ้ มแ่ ข็งแรง
- ต้นไมเ้ ติบโตชา้ หรือออ่ นแอตอ่ สภาพแวดล้อม
(inbreeding depression) (ดดั แปลง จาก โกวทิ 2542)

สาํ หรับสวนผลิตเมล็ดพนั ธ์ุจะมีการออกแบบผงั การปลกู แบบสุ่มคละใหต้ น้ ไมท้ ่ีอยตู่ ิดกนั เป็น

ตน้ ต่างสายพนั ธ์ุกันเพอ่ื ป้องกนั การเกิดผสมพนั ธุ์ในสายแพนสำ�นวั นทธักาุ์เวงดิจกียยัาวแรลกพะนัพัฒฒั (นดนารูแาหากยลารลง่ ปเะม่าเลไอมด็ ีย้ พดกนักรธมา์ุไรปมจา่ ป้ ไดัม่าส้ ร้า2งส9วน

ผลิตเมลด็ พนั ธุ์ในบทที่ 3 ตอน 3.2.2.2)

Chapter2 กรมป่าไม้ ส�ำหรับสวนผลิตเมล็ดพันธุ์จะมีการออกแบบผังการปลูกแบบสุ่มคละให้ต้นไม้ที่อยู่ติดกัน
เป็นต้นต่างสายพันธุ์กันเพื่อป้องกันการเกิดผสมพันธุ์ในสายพันธุ์เดียวกัน (ดูรายละเอียดการจัด
สรา้ งสวนผลิตเมล็ดพันธใ์ุ นบทที่ 3 ตอน 3.2.2)
โดยทั่วไปกล่าวได้ว่า แหล่งขนาดใหญ่ดีกว่าแหล่งขนาดเล็ก แต่ในทางปฏิบัติเป็นการยากที่
จะก�ำหนดแหล่งขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในป่าธรรมชาติ เน่ืองจากข้อจ�ำกัดบางประการเช่น
ชนิดไม้ท่ีก�ำหนดเป็น ชนิดไม้หายาก หรือพ้ืนท่ีป่าเดิมถูกบุกรุกท�ำลาย จึงจ�ำเป็นต้องยอมรับและ
บันทึกข้อมูลหมู่ไม้จากแหล่งขนาดเล็กที่อาจประกอบด้วยต้นไม้เพียงไม่ก่ีต้น แต่ก็ยังไม่ควรถือเป็น
แหล่งเมล็ดที่แท้จริง เพราะเป็นเพียงการรักษาสายพันธุ์ (gene resource) เพื่อการอนุรักษ์ใน
อนาคต (ซงึ่ อาจเปน็ แบบการอนุรกั ษแ์ บบในถน่ิ หรือนอกถ่นิ กำ� เนดิ ก็ได้)

2.2.3 การเขา้ ถึงแหลง่ ไม่ยากล�ำบากจนเกนิ ไป
แหล่งเมล็ดควรเป็นบริเวณท่ีไม่ยากล�ำบากในการเดินทางไปถึงมากนัก เพ่ือความสะดวกใน
การจัดการ การปฏิบัตทิ ีอ่ าจต้องเข้าไปเก็บเมลด็ ซำ้� หลายคร้งั การขนย้ายเมลด็ หรอื การตรวจสอบ
การทำ� งาน อย่างไรกต็ ามสำ� หรบั ชนิดไมท้ ่หี ายากมากหรอื เป็นแหลง่ ท่ดี ีจริง ๆ แมจ้ ะอยหู่ า่ งไกลหรือ
ยากล�ำบากในการเดินทางก็จ�ำเป็นต้องด�ำเนินการให้เป็นแหล่งเมล็ดเช่นกัน แต่ทางท่ีดีควรใช้แหล่ง
เมล็ดนี้เป็นการช่ัวคราว โดยควรเก็บเมล็ดไปปลูกใหม่จัดสร้างแหล่งเมล็ดแบบเริ่มปลูกใหม่ (ดูราย
ละเอียดในบทท่ี 3 ตอน 3.2.2)
2.2.4 ต้นไม้มีอายอุ ยู่ในเกณฑ์ทีอ่ อกดอกออกผลแล้ว
ต้นไม้ควรมีอายุพอสมควร หรืออยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป อายุของต้นไม้
อาจมีผลต่อความสมบูรณ์แข็งแรงของเมล็ด ส�ำหรับป่าที่ปลูกเพื่อการผลิตเมล็ดโดยเฉพาะอย่าง
ย่ิง provenance seed stand และ seed orchard ต้องได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เน่ืองจาก
ความแปรผันในการออกดอกของสายพันธุ์ต่าง ๆ ท่ีท�ำให้มีการออกดอกไม่พร้อมกันก่อให้เกิดการ
ผสมเกสรในลักษณะท่ีไม่ต้องการ ซ่ึงจะเป็นผลเสียต่อปริมาณและคุณภาพของเมล็ดได้ ขอแนะน�ำ
ว่าโดยทั่วไปไม่ควรใช้หมู่ไม้น้ันเป็นแหล่งเมล็ดเมื่อออกดอกในปีแรก ควรรอให้มีอายุมากข้ึนและ
ออกดอกสมำ่� เสมอทัว่ ทง้ั แปลงในปถี ัดไป



30 แนวทางการพัฒนาแหล่งเมลด็ พันธุ์ไม้ป่า
ส�ำนักวจิ ยั และพฒั นาการป่าไม้ กรมป่าไม้

2.2.5 พืน้ ท่ีแหลง่ ควรมคี วามปลอดภยั หรอื ไมค่ วรถูกรบกวน กรมป่าไม้

แหลง่ เมล็ดควรมคี วามปลอดภยั หรอื อยูใ่ นวิสยั ทีส่ ามารถควบคุมหรือดแู ลได้ ไม่ควรเปน็ พนื้ ที่
ที่มีความเส่ียงต่อการถูกท�ำลายจากไฟป่า การลักลอบตัดไม้ และการบุกรุกพื้นท่ี หรือมีส่ิงรบกวน
ต่าง ๆ ที่จะมีผลต่อสุขภาพหรือการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติของต้นไม้ ในการคัดเลือกพื้นท่ีเพื่อจัด
สร้างเป็นแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า ควรเล่ียงพื้นท่ีที่มีความเส่ียงในลักษณะดังกล่าว แต่หากมีความ
จ�ำเปน็ ตอ้ งดำ� เนินการ ณ ทีแ่ ห่งนเ้ี นอื่ งจากไมม่ ที างเลือกที่ดกี ว่า ควรหาวธิ ปี ้องกนั ด้วยวิธตี ่าง ๆ (ดู
รายละเอยี ดในบทท่ี 4 ตอน 4.2.3)

2.3 การจำ� แนกชนั้ แหล่งเมล็ดพนั ธุ์ไมป้ ่า (Seed source classification) Chapter2
แหล่งเมล็ดมีอิทธิพลต่อคุณภาพเมล็ดไม้ เมล็ดจากแหล่งต่างกันจะมีพันธุกรรมที่ควบคุม
ลักษณะต่างกันอย่างมนี ยั สำ� คัญ ความแตกต่างดงั กล่าวเกิดจากปัจจยั หลายประการ เชน่ ถิน่ กำ� เนิด
สายพนั ธ์ุ การปรบั ปรงุ สายพนั ธ์ุ รวมทงั้ การพฒั นาและองคป์ ระกอบของแหลง่ เมลด็ (บณั ฑติ 2545)
การจ�ำแนกช้ันแหล่งเมล็ด เพ่ือจัดล�ำดับช้ันคุณภาพเมล็ด นอกจากจะช่วยให้สามารถเลือกใช้
เมล็ดจากแหล่งท่ีต้องการแล้ว ยังช่วยให้ได้เมล็ดเหมาะสมกับพ้ืนท่ีปลูก และได้เมล็ดที่ตอบสนอง
วัตถปุ ระสงคข์ องการปลูกไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
กรมป่าไม้ โดยโครงการอนุรักษ์และจัดการแหล่งพันธุกรรมไม้ป่า ได้เริ่มน�ำระบบการจ�ำแนก
ชั้นแหล่งเมล็ดเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า มาใช้ ตั้งแต่เร่ิมโครงการเมื่อปี พ.ศ. 2540 โดยใช้ระบบการจ�ำแนก
ตาม OECD (1974) และ Danish Forest Seed Center (DFSC) แตไ่ ดม้ ีการแกไ้ ข ปรับปรุงบาง
ส่วน เพ่ือให้เหมาะกับสภาพการป่าไม้ของประเทศไทย สามารถจ�ำแนกได้ตามลักษณะของต้นไม้
หรือหมู่ไม้ เป็น 6 ชัน้ คณุ ภาพ โดยจัดเรยี งจากคณุ ภาพต�่ำสุดไปสงู สดุ ตามลำ� ดับดงั นี้ เขตเก็บเมล็ด
(seed collection zone หรอื ecozone - SCZ) < แหลง่ เมลด็ ตรวจพิสจู น์ (identified stand
- IS) < แหล่งเมลด็ คัดเลอื ก (selected stand - SS) < แหล่งผลติ เมล็ดพนั ธ์ุ (seed production
area - SPA) < แหลง่ เมล็ดพสิ จู น์ถิ่นก�ำเนดิ (provenance seed stand - PSS) < สวนผลติ เมล็ด
พันธ์ุ (seed orchard - SO) (ภาพที่ 6)
ความหมายของแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า ทั้ง 6 ช้ันคุณภาพดังกล่าว แม้ว่ามีรายงานไว้บ้างแล้ว
(บัณฑิต 2545; สุวรรณ 2544; พิศาล วสุวานิช 2540) แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนนัก ในที่นี้จึงขอ
อธิบายให้มีความสมบูรณ์และเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้นตามความเหมาะสมกับการปฏิบัติงานจริง โดย
กล่าวครอบคลุมถึงความหมาย ที่มาและลักษณะท่ีส�ำคัญของหมู่ไม้ พร้อมเสนอเป็นตารางสรุป ดัง
รายละเอียดต่อไปนี้ (ตารางท่ี 4)

แนวทางการพฒั นาแหล่งเมลด็ พันธุ์ไมป้ ่า 31
ส�ำนักวิจยั และพฒั นาการป่าไม้ กรมป่าไม้

ความหมาย ที่มาและลกั ษณะที่สาํ คญั ของหมไู่ ม้ พร้อมเสนอเป็นตารางสรุป ดงั รายละเอียดต่อไปน้ี
(ตารางท่ี 4)

กรมปา่ ไม้

ตารางที่ ต4าสรารุปงทลี่กั 4ษ ณ สะรทปุ ี่สลํากั คษญั ณขอะทงแีส่ ห�ำลคง่ัญเมขลอ็ดงพแนัหธลุ์ไ่งมเมป้ ่ลาช็ด้ันพคนั ณุ ธภไุ์ มาพป้ ตา่ า่ชงัน้ ๆคุณภาพต่าง ๆ

ช้นั คุณภาพแหลง่ มีขอบเขต หมูไ่ มม้ ีลกั ษณะดี ประเภทป่ า

แนน่ อน และ ยงั ไม่ทดสอบ อยรู่ ะหวา่ ง หรือ ป่า เป็นป่า ป่าปลกู ใหม่

สาํ รวจแลว้ ทางสายพนั ธุ์ ทดสอบแลว้ ธรรมชาติ ปลกู เดมิ

เขตเกบ็ เมลด็    

แหลง่ เมลด็ ตรวจพิสูจน์    

แหลง่ เมลด็ คดั เลอื ก    

แหลง่ ผลติ เมลด็ พนั ธุ์    

แหลง่ เมลด็ พิสูจนถ์ ิ่นกาํ เนิด    

สวนผลิตเมลด็ พนั ธุ์   

Chapter2 2.3.1 เขตเก็บเมลด็ (seed collection zone หรือ ecozone - SCZ)
หมายถึง แหล่งเมล็ดท่ีหมู่ไม้อยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมท่ีคล้ายคลึงกัน มักมีลักษณะภายนอก
หรือพันธุกรรมคล้ายกัน ลักษณะของหมู่ไม้อยู่ในเกณฑ์ต่�ำกว่าหรือเท่ากับค่าเฉลี่ย และเป็นแหล่ง
เมล็ดไม้ท่ีไม่สามารถระบุขอบเขตและพ้ืนที่ของแหล่งเมล็ดท่ีชัดเจนได้ และยังไม่มีการส�ำรวจ โดย
สามารถให้เพียงข้อมูลหยาบ ๆ ได้ เช่น ระบุได้เพียงเขตเมล็ด หรือจังหวัดท่ีเก็บเมล็ดและต้องการ
การตรวจสอบหรือส�ำรวจในภาคสนามอีกครั้งหน่ึง ในทางปฏิบัติแหล่งเมล็ดประเภทนี้ คือแหล่ง
ที่ได้รับรายงานจากหน่วยงานต่าง ๆ ของกรมป่าไม้ หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์
พืช รวมท้ังแหล่งเมล็ดท่ีรวบรวมได้จากผลการปฏิบัติงาน บันทึก หรือรายงานของหน่วยงานหรือ
โครงการตา่ ง ๆ ท่เี ก่ียวขอ้ งกบั การส�ำรวจ คดั เลอื กพรรณไม้ชนดิ ต่าง ๆ
แหล่งเมล็ดประเภทน้ีแม้จัดว่ามีความส�ำคัญน้อย เน่ืองจากเป็นแหล่งท่ีถือว่ามีคุณภาพต่�ำสุด
และให้ข้อมูลรายละเอียดน้อย แต่จะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการส�ำรวจหาข้อมูลเพิ่มเติม และน�ำไป
สกู่ ารคดั เลอื กแหลง่ ทม่ี คี ณุ ภาพทด่ี กี วา่ ตอ่ ไป ทมี่ าของแหลง่ ประเภทนไ้ี ดแ้ ก่ ตน้ ไมข้ า้ งถนน เรอื กสวน
ไร่นา ทีส่ าธารณะ หมไู่ มข้ องป่าธรรมชาติ หรือปา่ ปลูกทั่วไป

2.3.2 แหลง่ เมลด็ ตรวจพสิ จู น์ (identified stand - IS)
หมายถึง แหลง่ เมล็ดที่หมไู่ มม้ ลี กั ษณะอยูใ่ นเกณฑเ์ ฉลี่ย หรือมลี ักษณะพอใช้ได้ และเปน็ แหล่ง
ท่ีมีขอบเขตพื้นท่ีท่ีแน่ชัด เป็นแหล่งท่ีได้มีการส�ำรวจ ประเมินและลงทะเบียนเป็นแหล่งเมล็ดไม้
แหล่งเมล็ดประเภทนี้ยังคงเป็นแหล่งเก็บเมล็ดไม้หลักของหน่วยเก็บเมล็ดไม้ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน

32 แนวทางการพัฒนาแหล่งเมลด็ พันธุ์ไมป้ ่า
ส�ำนักวิจัยและพัฒนาการปา่ ไม้ กรมปา่ ไม้

แหลง่ identified stand นี้สามารถปรบั เปลี่ยนเป็นแหลง่ ท่ีมคี ุณภาพสงู กวา่ คอื selected standกรมป่าไม้
ได้ เมือ่ ภายหลงั ได้มกี ารประเมิน ตรวจสอบและเปรยี บเทยี บภาพรวมของแหล่งเมล็ดไมอ้ ีกคร้ังหนง่ึ
แหล่งประเภทนี้ มีที่มาเช่นเดียวกับเขตเก็บเมล็ด คือเป็นหมู่ไม้ท่ีพบท่ัวไปทั้งที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ
หรือท่ีปลูกข้นึ ตามสถานท่ีตา่ ง ๆ

2.3.3 แหล่งเมล็ดคัดเลือก (selected stand - SS) Chapter2
หมายถงึ แหล่งเมลด็ ท้ังท่ีเปน็ ป่าปลกู และป่าธรรมชาติที่หมู่ไมม้ ีลักษณะดี หรือมีความเดน่ เปน็
พิเศษของลักษณะตน้ ไม้ตามทีต่ ้องการ
Organization for European Cooperation and Development - OECD (1974) อธิบาย
ความหมายของ selected stand ว่าคือ หมู่ไม้ในป่าที่มีคุณภาพเหนือกว่าส่วนเฉลี่ยที่ยอมรับ
สำ� หรับสภาพทางนิเวศวทิ ยาท่ีปรากฏทวั่ ๆ ไป เมื่อตดั สินโดยเง่อื นไขต่าง ๆ ในการคัดเลอื ก
แหล่งเมล็ดประเภทน้ีจัดว่ามีความส�ำคัญมากต่อการปลูกป่า โดยเฉพาะการปลูกป่าเชิง
เศรษฐกิจในอนาคต เพราะเป็นพื้นฐานของพันธุกรรมท่ีดี ที่ได้มาโดยการเสียค่าใช้จ่ายน้อยท่ีสุดใน
การจัดสร้าง และควรจะได้รับดแู ลรกั ษาเปน็ พิเศษไมใ่ ห้ตน้ ไมถ้ ูกท�ำลายไป
อยา่ งไรกต็ าม การนำ� เมลด็ จากแหลง่ เมลด็ คดั เลอื กนไี้ ปปลกู ควรคำ� นงึ ถงึ ความคลา้ ยคลงึ กนั ของ
พน้ื ทดี่ ว้ ย คอื สถานทปี่ ลกู ควรมสี ภาพทางนเิ วศวทิ ยาเหมอื นหรอื ใกลเ้ คยี งกบั แหลง่ เมลด็ มากทสี่ ดุ

2.3.4 แหลง่ ผลิตเมล็ดพนั ธุ์ (seed production area - SPA)
หมายถึง หมู่ไม้ท่ีมีลักษณะดีเด่นตามต้องการหรือท่ีเป็น selected stand ท้ังท่ีเป็นป่าปลูก
และป่าธรรมชาติท่ีได้รับการจัดการด้วยวิธีต่าง ๆ (การตัดขยายระยะเป็นวิธีหนึ่งที่ส�ำคัญ) เพ่ือให้มี
ผลผลิตเมล็ดเร็วขึ้นและมากข้ึนท้ังปริมาณและคุณภาพ เพ่ือให้เข้าถึงหมู่ไม้ได้ง่ายเพ่ือความสะดวก
ในการเก็บเมลด็ และเพื่อป้องกนั และรักษาหมไู่ ม้
หรอื อาจหมายถึง ป่าที่ปลูกขนึ้ (โดยใชเ้ มล็ดทีเ่ กบ็ จากตน้ แมท่ ่ีดี จ�ำนวนมากกว่า 25 ต้น) เพ่ือ
ใช้เป็นแหล่งส�ำหรับการเก็บเมล็ดอย่างเร่งด่วน บุญชุบ และสุขสันต์ (2540) กล่าวว่า แหล่งผลิต
เมลด็ พันธุ์ ควรมีต้นไม้ท่ีมีลักษณะดปี ระมาณ 16-32 ตน้ ตอ่ ไร่ หรอื มีพื้นทีม่ ากกว่า 25 ไร่
แหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ จัดว่าเป็นแหล่งประเภทแรก ท่ีเร่ิมมีการปฏิบัติต่อหมู่ไม้เพื่อให้ได้เมล็ด
พันธุ์ท่ีมีคุณภาพทางสายพันธุ์ท่ีดีข้ึนกว่าการเก็บจากแหล่งท้ังสามประเภทท่ีกล่าวไว้ข้างต้น วิเชียร
(2542) แปลความหมายของแหล่งประเภทน้ีจาก Zobel and Talbert (1984) ว่า คือพ้ืนท่ี
ธรรมชาติหรือสวนป่าของพรรณไม้ชนิดหน่ึงชนิดใดก็ได้ ที่มีปริมาณไม้เกือบเต็มสต็อก และมีอายุท่ี

แนวทางการพฒั นาแหล่งเมลด็ พนั ธุ์ไม้ป่า 33
ส�ำนกั วิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้

กรมปา่ ไม้ใหด้ อกใหผ้ ลแลว้ ไมล้ ักษณะเลวได้รบั การตดั โคน่ ออกไป (rogue or genetic thinning) เหลือไม้
ท่ีมีลักษณะดีไว้เพ่ือการผสมพันธุ์ เพื่อผลิตเมล็ดส�ำหรับการใช้ประโยชน์ต่อไป เพราะตามหลักการ
ทางพนั ธุศาสตรแ์ ล้วไมท้ ีม่ ีลักษณะดีมโี อกาสถา่ ยทอดลักษณะท่ีดไี ปยงั ลกู หลาน
แหล่งน้ีถือเป็นทางเลือกหนึ่งท่ีน่าสนใจ เม่ือจ�ำเป็นต้องใช้เมล็ดอย่างเร่งด่วน ในขณะที่การ
ปรบั ปรุงพนั ธุ์ของไมช้ นิดนน้ั ยังไมเ่ รม่ิ ด�ำเนนิ การ หรือยงั ไม่มคี วามก้าวหน้ามาก
Synder (1972) ให้คำ� จ�ำกัดความไว้ว่า seed production area คอื ป่าท่ีมีลกั ษณะดี ซ่ึงโดย
ท่ัวไปปรับปรุงให้ดีข้ึนและเปิดกว้างโดยตัดต้นไม้ท่ีไม่ต้องการออก แล้วจัดการให้ผลิตเมล็ดได้เร็ว
และจำ� นวนมาก

Chapter2 2.3.5 แหลง่ เมล็ดพิสูจน์ถน่ิ ก�ำเนิด (provenance seed stand - PSS)
หมายถึง แหล่งเมล็ดที่เป็นป่าปลูกท่ีทราบแหล่งก�ำเนิด และการปลูกนั้นมีวัตถุประสงค์หลัก
เพ่ือการผลิตเมล็ด แหล่งเมล็ดประเภทน้ีเกิดจากเมล็ดท่ีได้จากแหล่งท่ีดี (อาจมาจาก seed tree
ของ selected stand หรือ แหล่งที่ดีที่ทราบจากผลของการทดลองถ่นิ ก�ำเนิด) อยา่ งนอ้ ย 25 ต้น
แล้วเพาะเป็นกล้าไม้ ให้มีจ�ำนวนกล้าไม้จาก seed tree แต่ละต้นเท่า ๆ กัน แล้วปลูกแบบสุ่มให้
คละกันในแปลง ต้นไม้ใน provenance seed stand นั้นคาดว่าจะมีลักษณะภายนอก (phe-
notype) ดีตามลักษณะของหมู่ไม้ที่เก็บเมล็ดมา ทั้งน้ีพื้นที่ปลูกควรจะอยู่ใกล้ หรือมีสภาพทาง
นิเวศวทิ ยาใกล้เคียงกบั หม่ไู มท้ เ่ี กบ็ เมลด็ มากท่สี ุด
provenance seed stand นี้ แม้ว่ามีวัตถุประสงค์หลักตั้งแต่เร่ิมแรกเพ่ือการผลิตเมล็ด แต่
ก็สามารถใช้ประโยชน์ทางด้านการคัดเลือกต้นไม้คัด (plus tree selection) การเก็บเมล็ด และ
การอนรุ กั ษ์พันธแุ์ บบนอกถ่นิ ไดด้ ้วย ทั้งนแี้ ตกตา่ งจาก selected stand และ seed production
area คือ provenance seed stand มีการก�ำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะปลูกเพื่อการผลิตเมล็ด
(Pedersen, 1999) จงึ ท�ำให้เปน็ ขอ้ ได้เปรยี บในการจดั การต่าง ๆ ทจี่ ะท�ำใหก้ ารเก็บเมลด็ สะดวก
มีประสิทธิภาพยิ่งข้ึน ยกตัวอย่างเช่น การปลูกในพื้นที่ที่เข้าถึงง่าย และห่างไกลจากหมู่ไม่ท่ีไม่
ต้องการเพ่ือป้องกันการปนเปื้อนของเรณู หรือการเตรียมปัจจัยต่าง ๆ ท่ีจะท�ำให้มีผลผลิตเมล็ด
มากข้นึ ในอนาคต (ภาพท่ี 6)
Willan (1984) ใหค้ �ำจำ� กดั ความไวว้ า่ provenance seed stand คอื ปา่ ทีท่ ราบแหล่งกำ� เนดิ
ทก่ี �ำลังทดลองอยู่หรอื ได้ทำ� การทดลองถิ่นก�ำเนิด แล้วพบวา่ มีลกั ษณะดี
provenance seed stand เป็นค�ำท่ีนิยมใช้กันกว้างขวางโดยทั่วไป ซ่ึงอาจถือว่ามีความ
ใกล้เคียงหรือเหมือนกับ (โดยอนุโลม) ค�ำว่า “provenance resource stand” ท่ีใช้ในประเทศ

34 แนวทางการพัฒนาแหลง่ เมล็ดพันธ์ุไมป้ ่า
ส�ำนกั วจิ ยั และพัฒนาการปา่ ไม้ กรมปา่ ไม้

ออสเตรเลีย ที่ Nikles and Newton (1980) อธิบายว่าคือ ป่าปลูกท่ีทราบแหล่งก�ำเนิด และมี กรมปา่ ไม้
ฐานพันธุกรรมที่กว้าง (มีจ�ำนวนต้นไม้ที่ใช้เก็บเมล็ดซ่ึงแหล่งซ่ึงไม่เป็นเครือญาติกัน อย่างน้อย 20
ตน้ ) ซงึ่ มกี ารหมายและบนั ทึกแนวเขตในสนาม และใช้เปน็ แหล่งส�ำหรับการคดั เลือกแมไ่ ม้ การเกบ็
เมลด็ และการอนุรกั ษพ์ นั ธุ์

2.3.6 สวนผลติ เมลด็ พนั ธุ์ (seed orchard - SO) Chapter2
หมายถึง แหล่งเมล็ดท่ีเป็นป่าปลูกท่ีปลูกขึ้นจากการใช้วัสดุพันธุกรรมของสายพันธุ์ท่ีดีซึ่งคัด
เลือกไว้ (อาจมาจาก plus tree หรือ seed tree) และได้รับการจัดการด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อให้มี
ผลผลิตเมล็ดเร็วข้ึนและเป็นปริมาณมาก ทั้งน้ีการปลูกมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการผลิตเมล็ดพันธุ์
คุณภาพดีเช่นเดียวกับ provenance seed stand แตกต่างกันตรงท่ี seed orchard เป็นการ
รวบรวมสายพันธุ์จากหลาย ๆ แหล่งและมีการก�ำหนดแผนผังการปลูกที่ชัดเจนให้กับกล้าไม้ทุกต้น
ตามหลกั วิชาการปรบั ปรงุ พนั ธไ์ุ ม้ป่า

ประเภทของ seed orchard:
seed orchard สามารถจำ� แนกได้ตามลกั ษณะการขยายพนั ธุ์เป็น 2 ประเภท คอื
1. seed orchard ทีส่ ร้างจาก clone เรียกวา่ clonal seed orchard (CSO) เป็นปา่ ที่ปลกู
จากการขยายพันธุ์สายพันธุ์ที่คัดเลือกแล้วโดยไม่อาศัยเพศ เช่น การปักช�ำหรือการติดตา ในแต่ละ
กลุ่มของต้นกล้าท่ีปลูกนั้นมาจากต้นแม่เดียวกันจึงมีลักษณะทางสายพันธุ์เหมือนกัน กล้าไม้ท่ีเกิด
จากการขยายพันธุ์ลักษณะน้ีเรียกว่า clone ลักษณะแบบ CSO น้ีได้แก่ สวนผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้สัก
ทงั้ หมดของประเทศไทย* (ไพรชั 2544)
2. seed orchard ท่ีสรา้ งจากกลา้ ไม้ที่มาจากเมล็ด เรยี กว่า seedling seed orchard (SSO)
เป็นป่าท่ีปลูกจากการขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดที่ได้มาจากสายพันธุ์ท่ีผ่านการคัดเลือกแล้ว กล้าไม้ที่
เกดิ จากเมลด็ ของแมเ่ ดยี วกนั เรยี กวา่ family ในแตล่ ะ family จะมลี กั ษณะทางสายพนั ธท์ุ ต่ี อ้ งการเพยี งครงึ่
หน่ึงของต้นไม้เท่าน้ัน ส�ำหรับประเทศไทย seed orchard ประเภทน้ีเป็นแหล่งที่มีการจัดสร้าง
มากกว่าแบบ CSO และในเอกสารนี้กล่าวครอบคลุมถึงการสร้าง seed orchard ท้ังสองประเภท
ต้นไม้ใน seed orchard นั้น เป็นต้นไม้ท่ีคาดว่าจะมีลักษณะทางสายพันธุ์ดี (genetically su-
perior) ดตี ามลกั ษณะของ plus tree หรอื seed tree และคาดวา่ จะผลติ เมลด็ พนั ธท์ุ มี่ คี ณุ ภาพดี
เน่ืองจากในการปลูกได้มีการสุ่มคละกล้าไม้จากตัวแทนของสายพันธุ์หรือแหล่งต่าง ๆ ท�ำให้มี
โอกาสเกิดการผสมขา้ มพนั ธ์ุ * สงู

แนวทางการพัฒนาแหลง่ เมลด็ พนั ธ์ุไม้ปา่ 35
ส�ำนักวิจยั และพฒั นาการปา่ ไม้ กรมปา่ ไม้

Chapter2 ในการปลกู ไดม้ ีการสุ่มคละกลา้ ไมจ้ ากตวั แทนของสายพนั ธุ์หรือแหล่งต่าง ๆ ทาํ ใหม้ ีโอกาสเกิด การ
ผสมข้ามพันธ์ุ * สูง

กรมป่าไม้

หมายเหตุ * ไมป้ ่ าส่วนมากเป็ นไมท้ ่ีต้องการการผสมขา้ ม (outcrossing species) ในการสืบตอ่ พนั ธุ์ตามธรรมชาติ
(Sedgley and Griffin, 1989; Loveless, 1992) สาํ หรบั ประเทศไทยมรี ายงานผลการศึกษาวิจยั ทางพนั ธุกรรมของไมป้ ่ า
ทอ้ งถิ่นบางชนิดที่บ่งช้ีวา่ เป็ นไมท้ ี่ต้องการการผสมข้ามเชน่ กนั คือ ไมส้ ัก พะยงู และสนสามใบ (Kjaer and
Suangtho, 1995; Soonhuae et al., 1994; Boyle et al., 1992)



สวนผลิตเมล็ดพนั ธุ์น้ีจะตอ้ งไดร้ บั การทดสอบลูกหลาน (progeny test) โดยปลอ่ ยใหม้ ีการผสม

เก สรสกวนั นตผาลมิตธรเมรมลช็ดาพตันิ (ธoุ์pนeี้จnะpตo้อlliงnไaดti้รoับn)กหารือทโดดสยอกบารลคูกวหบลคามุ นกา(รpผrสoมgเeกnสyร (tceosntr)olโlดedยpปoลll่อinยaใtiหon้ม)ีการ
ผแสลมว้ เนกาสํ เรมกลัน็ดทตี่าไมด้ไธปรรปมลชูกาทตดิ ส(oอบpeเพnื่อpปoระllเiมnินaคtiา่oลnกั )ษหณระอื ทโาดงยพกนั าธรุ์ ค(gวeบnoคtุมypกicารvผalสuมe)เกแสละรค(ดั cเoลืnอกtrตoน้ llแeมd่
pทo่ีสllาiมnาaรtถioผสnม) พแนัลธ้วุ์กนบั �ำตเมน้ อล่ื็นดๆทแ่ีไดลว้ไปผลปิตลลูกูกทหดลสานอทบ่ีมีลเพกั ษื่อณประดะีตเมามินตคอ้ ่างลกัการษไณด้ะสท่วานงตพน้ ันแมธุ์ท่ (ี่ไgมe่สnาoมtาyรpถic
vผaลluิตeล)ูกหแลลาะนคทัด่ีดเีไลดือจ้ กะตถูก้นคแดั มอ่ทอี่สกา(มgeาnรeถtiผcสthมinพnันinธg)ุ์กสับําตห้นรับอ่ืนแปๆลงแทล่ีท้วาํ ผกลาริตทลดูกสหอลบาลนูกทห่ีมลีลานักนษ้ันณเะมดื่อีตาม
ตผ้อา่งนกกาารรไปดร้ ะสเ่วมนิ ตค้นา่ ทแามง่ทส่ีไามยพ่สนาั มธ์ุาแรลถว้ ผกลท็ ิตาํ ลใหูกค้หดัลเาลนือทกต่ีดน้ีไดท้จี่มะีลถกั ูกษคณัดะอดอีไกว้ แ(ลgeะสnาeมtiาcรถtพhฒiั nนnาinใหg)เ้ ปส็น�ำสหวรนับ
แผปลลิตงเทมล่ีท็ด�ำพกนัารธท์ุในดรสุ่นอตบอ่ ลๆูกหไปลไาดน้ น(a้ันdvaเมnc่ือeผd่าgนenกeาraรtปioรnะ)เดมงั ินนค้นั ่าจทะเาหงน็สไาดยว้พ่าันsธeeุ์แdลo้วrchกa็ทrd�ำใเปห็น้คแัดหเลลือ่งผกลติต้น
ทเ่ีมมีลล็ดักทษ่ีมณีคะณุ ดภีไวาพ้ แสลูงะซส่ึงาตมอ้ างรไถดพร้ บั ัฒกนาราดใหูแล้เปแ็นละสจวดันกผาลริตอยเมา่ งลด็ดีทพําันใหธมุ้์ในีครา่ ใุ่นชตจ้ ่อ่ายๆในไกปารไดดู้แ(ลaสdูงvsaenecdeodrchgaerdn
eทra่ีผtา่iนoกnา)รดตังรนวจั้นสจอะบเหท็นางไสดา้วย่าพนsั eธeุ์ขdองoprlcuhs tarerde หเรปือ็นsแeหedลt่งrผeeลแิตลเมะไลด็ดค้ทดั ่ีมเลีคือุณกภสาายพพสนัูงธซ์ุท่ึงี่ดตีค้องเงหไดลื้อรับไวก้ าร
ดใูแนลสแวลนะผจลัดิตกเมารลอด็ ยแ่าลงว้ ดนที้นั �ำนใหบั ้มวีค่าเ่าปใ็นชแ้จห่ายลใง่ นเมกลาด็ รทด่ีดแู ีทล่ีสสุดูงสsําeหeรdับกoาrรcปhลaูกrdสรท้า่ีผงสา่ นวนกปา่ราต(บรวุญจชสุบอบแลทะาสงุขสาย
พสันันธตุข์ ์อ25ง4p0)lus tree หรอื seed tree และได้คดั เลือกสายพนั ธุท์ ี่ดีคงเหลือไว้ในสวนผลิตเมลด็ แล้ว
แน แบน้ั บ บบนปeับeรxxวะ่าsปsโiเitยปรtuuะช็นgโนeแgยnข์eหชeอnนลcงe์ข่งoเsnอมcesงoeลersn็ดvdesaeทetdoiด่ี orroทีvncrachี่สดhtดุaว้iaorสยrddnำ� นหนดอรอว้ กบั กยจกจาาากรกใปใชชลผ้ ้ผกูลลิสติตเรมเา้ มลง็ดลสพด็วนพนั ปธนั ์ุคา่ธุณุค์ (บณุภญุาภพชาดบุพีแดลแแีว้ ลลยะ้วงัสถุขยืองัสเถปัน็ือนตเก์ป2า็นร5อก4น0ารรุ)กัอษน์ุรักษ์
ZobZeolbeelteat al.l.((119958) ไดใ้ หค้ าํ�ำจจาํ ำ� กกดั ัดคคววามามหหมมายาขยอขงอsงeesdeoerdchoardchวa่าrเdป็นวส่าวเนปป็น่ าสขวอนงปตน่า้ ขไอมงท้ ตี่ไ้นดไม้ มี ้
ทก่ีไาดร้มปีกราบั รปปรรุงับทปางรพุงนัทธาุกงรพรันมธแุกลรว้ รถมกู แแลย้วกอถอูกกแตย่างกหอาอกกเพต่อืางลหดากการถเพ่าย่ือลละดอกอางเรรถณ่าูจยาลกะแอหอลง่ เดรอ้ณยูทจางกแหล่ง
ดพ้อนัยธทุการงรพมันภธาุกยนรรอมกภแลาะยมนีกอากรแจดัลกะามรีกอายรา่ งจเัดขกม้ าขรน้ อเพยือ่ากงเาขร้มผลขิต้นผเพลทื่อ่ีสกมา่ราํ เผสลมิตอผจลาํ ทน่ีสวนมม่�ำเาสกมแลอะจเก�ำ็บนเมวนลด็มาก
และเกบ็ เมล็ดได้เรว็ ต้นไม้ทแี่ สดงออกทางพนั ธุ์ในลกั ษณะไม่ดจี ะถูกก�ำจดั ออกโดยใชข้ ้อมูลจากการ
ทดสอบลูกหลาน

36 แนวทางการพฒั นาแหล่งเมล็ดพนั ธุ์ไม้ป่า
สำ� นกั วจิ ยั และพัฒนาการปา่ ไม้ กรมป่าไม้

ลูกหลาน

OECD (1974) ไดใ้ หค้ ําจาํ กดั ความว่า seed orchard เป็นสวนป่ าที่ปลกู โดย clone หรือกลา้ ไมท้ ่ี

ไดค้ ดั เลือกแลว้ ท่ีปลกู แยกออกมา หรือจดั การเพอื่ หลีกเลี่ยงหรือลดการผสมพนั ธ์ุกบั แหลง่ ขา้ งนอก และ กรมป่าไม้

จดั กาOรEเพCื่อDผล(1ผ9ลิต7ท4ี่)สมได่าํ เ้ใสหม้คอ�ำจจาํ �ำนกวัดนคมวากามแลวะ่าเกsบ็ eเeมdลด็ oไมrc้ไhดa้งrา่ dย เป็นสวนป่าท่ีปลูกโดย clone หรือ
กล้าไม้ที่ได้คัดเลือกแล้วที่ปลูกแยกออกมา หรือจัดการเพ่ือหลีกเล่ียงหรือลดการผสมพันธุ์กับแหล่ง
ข้างนอก และจัดการเพอื่ ผลผลิตท่สี มำ่� เสมอจำ� นวนมากและเกบ็ เมล็ดไม้ได้งา่ ย

หมายเหตุ ชื่อช้นั แหลง่ เมลด็ พนั ธุ์ไมป้ ่ าท่ีใชอ้ ยูใ่ นปัจจุบันเป็ นคาํ ที่แปลท่ีใช้ต่อเนื่องกนั มา บางช่ือแปลโดย
นกั วิชาการป่ าไม้ สังกดั กรมป่ าไม้ เช่น ดร. อภิชาต ขาวสะอาด, คุณพิศาล วสุวานิช ตวั อย่างเช่น
seed production area ซ่ึงใช้วา่ “แหลง่ ผลติ เมลด็ พนั ธุ์” ให้แตกตา่ งจาก seed orchard ท่ีแปลวา่ “สวนผลิตเมลด็ พนั ธุ์”
อาจไมเ่ หมาะสม เน่ืองจากคาํ ว่า “แหลง่ ผลติ เมลด็ พนั ธุ์” มีความหมายกวา้ งและปัจจุบนั มแี หลง่ เมลด็ ประกอบด้วย
หลายช้นั แหลง่ เมลด็ พนั ธุ์ พิศาล (2540) แนะนาํ วา่ ควรใชค้ าํ แปลไทยของช้นั แหลง่ เมลด็ น้ีเป็ นการชวั่ คราว กอ่ นจะ
ได้มโี อกาสพิจารณากนั อกี ทีอยา่ งจริงจงั ท้งั น้ีรวมท้งั คาํ แปลภาษาไทยของแหลง่ เมลด็ พนั ธุ์อืน่ ๆ เชน่ เขตเกบ็ เมลด็ -
seed collection zone หรือ ecozone, แหลง่ เมลด็ ตรวจพิสูจน์- identified stand, แหลง่ เมลด็ คดั เลอื ก- selected stand,
แหลง่ เมลด็ พสิ ูจนถ์ ่ินกาํ เนิด - provenance seed stand)

Chapter2

สถานวี นวัฒนวิจัยอินทขิล จงั หวัดเชียงใหม่ (ภาพโดย: ดร.สมชาย นองเนอื ง)

แนวทางการพฒั นาแหล่งเมล็ดพันธ์ุไม้ป่า 37
ส�ำนักวจิ ัยและพฒั นาการป่าไม้ กรมป่าไม้

กรมป่าไม้ 21

ลักษณะหมู่ไม้ ช้ันคุณภาพแหล่ง ทมี่ าของแหล่ง

1. SEED COLLECTION ZONE ป่ าธรรมชาตหิ รือป่ าปลกู ทว่ั ไป
2. IDENTIFIED STAND

Chapter2 3. SELECTED STAND ป่ าธรรมชาตหิ รือป่ าปลูกท่วั ไป
ที่มีลกั ษณะดีตามตอ้ งการ

4. SEED PRODUCTION AREA ป่ าธรรมชาตหิ รือป่ าปลูกที่มีลกั ษณะดี
ตามตอ้ งการ หรือที่เป็ น SELECTED STAND
และมีการดาํ เนินการตา่ งๆ เพอ่ื การผลติ เมลด็

5. PROVENANCE SEED STAND ป่ าปลกู ที่สร้างข้นึ เพ่อื การผลิตเมลด็ โดยเฉพาะ
6. SEED ORCHARD หรือเพอ่ื การปรับปรุงพนั ธุ์

ภภาพาพทท่ี 7่ี 7 ลกั ษณะทวั่ ไไปปแแลละะททม่ี ่ีมาาขขอองงแแหหลลง่ ่งเมเมลล็ด็ดพพันนั ธธไุ์ ม์ุไม้ปป้่า่ตาตามามชชนั้ ้นัคุณคุณภภาพาพ

38 แนวทางการพัฒนาแหล่งเมลด็ พนั ธ์ุไมป้ ่า
ส�ำนักวิจยั และพฒั นาการปา่ ไม้ กรมป่าไม้

กรมป่าไม้

กจาากรสปำ� า่ รธวรจรมคชัดาเตลิอื บกรเิบวนัณทเขึกตลหักษา้ มณละ่าสแตัลวะป์ทา่ำ� ถแ้�ำผเนจผา้ รงั าตมน้ จsังeหeวdดั tสrุโeขeทใยั นการจดั สร้างแหลง่ เมลด็ ไมม้ ะคา่ โมง
Chapter2

เกหาลรือตเัดพขียยงาตย้นรเดะยยี ะวแเปพล่อื งพทัฒดนสาอเบปล็นูกสหวนลผานลไติ มเม้กลร็ดะพถินนั เธท์ุ พร่นุ าทอี่า1ยุ ข5ัน้ ตปน้ ี ตบัดรตเิ ว้นณไมส่ดถีขานอวีงสนาวยัฒพนันวธิจุ์เยั ดสียะวแกกันรใาหช้
จงั หวดั นครราชสีมา (ภาพโดย: นายวิฑูรย์ เหลอื งวิรยิ ะแสง)

แนวทางการพัฒนาแหลง่ เมล็ดพนั ธ์ุไม้ป่า 39
ส�ำนักวจิ ัยและพฒั นาการปา่ ไม้ กรมป่าไม้

Chapter2กรมปา่ ไม้แม่ไม้ และการคัดเลอื กแม่ไม้
ค�ำว่า “แม่ไม้” เป็นค�ำที่นิยมใช้กันท่ัวไป หมายถึงต้นไม้ที่มีลักษณะดีตามความต้องการ ตาม
หนังสือ ศัพท์ป่าไม้ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน กรุงเทพฯ พ.ศ. 2547 แปลเป็นค�ำภาษาอังกฤษว่า
mother tree แต่ในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะงานด้านการปรับปรุงพันธุ์ไม้ป่าและจัดการเมล็ดไม้มี
การใชค้ �ำวา่ plus tree และ seed tree ซ่งึ แปลตามศพั ทป์ ่าไม้ ฉบับราชบัณฑติ ยสถานวา่ “ตน้ ไม้
คดั ” และ “แม่ไมค้ ัดพันธ”์ุ ตามล�ำดับ โดย plus tree เป็นตน้ ไม้ท่ีมลี ักษณะดี ได้รับการคดั เลอื ก
ตามเกณฑ์ของการปรับปรุงพันธุ์ไม้ป่าซ่ึงมีการคัดเลือกและให้คะแนนเปรียบเทียบเป็นล�ำดับขั้น
อาจเก็บพันธ์โุ ดยเมล็ดหรือเกบ็ ก่ิง ท่อนพันธ์ุ หรอื ตา (ไมอ่ าศัยเพศ) กไ็ ด้ (แต่โดยท่ัวไปมกั เปน็ แบบ
ไม่อาศัยเพศ) อยา่ งไรกต็ าม plus tree น้ียงั ไม่ผ่านทางทดสอบทางพนั ธ์ุ แต่สามารถนำ� ไปใชใ้ นงาน
ปรับปรุงพันธุ์หรือผลิตเมล็ดพันธุ์ได้ ส�ำหรับค�ำว่า plus tree บางแหล่งอาจใช้ค�ำว่า select tree
หรอื superior tree กไ็ ด้
กล่าวได้ว่าการคัดเลือก plus tree ตามรูปแบบมาตรฐานทางวิชาการได้ปฏิบัติครั้งแรกกับการ
คัดเลือกไม้สัก ตามโครงการปรับปรุงพันธุ์ไม้สัก ซึ่ง อภิชาติ (2544) ได้กล่าวรายละเอียดไว้ชัดเจน
แต่ส�ำหรับ seed tree มักใช้กับต้นไม้ลักษณะดีท่ีคัดเลือกและเก็บเมล็ดไปเพ่ือวัตถุประสงค์ด้าน
การจดั การเมลด็ ไมป้ า่ ไดแ้ ก่ การขยายพนั ธ์ุ หรอื จดั สรา้ งเปน็ แหลง่ ผลติ เมลด็ พนั ธ์ุ ดงั ทก่ี ลา่ วไวข้ า้ งตน้
นอกจากคำ� วา่ plus tree และ seed tree ในการคดั เลือกแม่ไม้ มคี �ำทเ่ี ก่ียวขอ้ ง ดังน้ี
- candidate tree (ไม้ตวั แทน) หมายถึง ต้นไมท้ ไ่ี ด้รบั การพิจารณาคัดเลอื กเบื้องต้นไว้เพอ่ื การ
ให้คะแนนส�ำหรับการคดั เลือกจริงต่อไป โดยพจิ ารณาจากลกั ษณะภายนอก
- elite tree (ไม้คุณภาพ) หมายถึง แม่ไม้ที่คัดเลือกไว้และผ่านการทดสอบทางพันธุกรรมแล้ว
เช่น การทดสอบแม่ไม้ หรือการทดสอบลูกหลานแล้ว มีคุณค่าทางพันธุกรรมสูง เหมาะท่ีจะใช้เพ่ือ
ขยายพนั ธท์ุ ้งั แบบอาศยั เพศและไม่อาศัยเพศต่อไป
- comparison or check tree (ไมเ้ ปรยี บเทียบ) หมายถงึ ต้นไมท้ ข่ี ้นึ อยูร่ อบ candidate tree
เพอื่ ใช้เปรียบเทยี บลกั ษณะตา่ ง ๆ

วิธกี ารคดั เลือก plus tree ของไมส้ ักในอดตี (อภชิ าติ 2544)
ตน้ สกั ทม่ี ลี กั ษณะเหมาะสมทจ่ี ะใชเ้ ปน็ plus tree คอื มคี วามแขง็ แรง และมกี ารเตบิ โตดี ลำ� ตน้
กลม เปลาตรง เปลอื กแสดงลกั ษณะวา่ เสย้ี นตรง ลำ� ตน้ สะอาด ไมม่ ปี มุ่ ปม กง่ิ แขนง และพพู อน เรอื น
ยอดบาง กงิ่ แผข่ ยายดี ทำ� มมุ ใกลเ้ คยี งมมุ ฉากกบั ลำ� ตน้ กง่ิ มขี นาดปานกลางถงึ เลก็ เมอื่ เทยี บกบั ลำ� ตน้
ใหผ้ ลผลติ เมลด็ ปานกลางถงึ ดี ไมม่ โี รคและแมลงทำ� ลาย และเปน็ สกั ทองหรอื ลายดำ� สำ� หรบั การคดั
เลอื ก plus tree ในสวนปา่ และในปา่ ธรรมชาติ โดยดำ� เนนิ การแบง่ ออกเปน็ 3 ขน้ั ตอน โดยการดำ� เนนิ
การคดั เลอื กแมไ่ มใ้ นสวนปา่ มขี น้ั ตอนดงั นี้


40 แนวทางการพฒั นาแหลง่ เมล็ดพันธุ์ไม้ป่า
ส�ำนกั วิจัยและพฒั นาการปา่ ไม้ กรมปา่ ไม้

(1) ทำ� การคดั เลอื กไมต้ วั แทนรอบแรก (1st candidate tree selection) กรมป่าไม้

การคดั เลอื กรอบแรกนดี้ ำ� เนนิ การชว่ งเดอื นมนี าคม-เมษายน ซงึ่ ในชว่ งดงั กลา่ วตน้ สกั จะผลดั ใบ
หมดทง้ั ตน้ ทง้ั สวนปา่ ทำ� ใหส้ ามารถมองเหน็ รปู ทรงของลำ� ตน้ ทจ่ี ะทำ� การเปรยี บเทยี บและคดั เลอื กได้
อยา่ งชดั เจนมาก ทำ� ใหง้ า่ ยตอ่ การเปรยี บเทยี บและคดั เลอื กดว้ ยตาเปลา่ ในการดำ� เนนิ การคดั เลอื ก
ผคู้ ดั เลอื กจะตอ้ งมองหาไมท้ โี่ ตทสี่ ดุ และรปู รา่ งลกั ษณะดงี ามตามความตอ้ งการมากทส่ี ดุ แลว้ หมายคดั
เลอื กไว้ 1 ตน้ จากพน้ื ทสี่ ำ� รวจ 1 แปลง (40x40 เมตร) หรอื 1 ไร่ ตน้ ไมท้ ค่ี ดั เลอื กไวไ้ ดจ้ ะทำ� การหมาย
ดว้ ยสนี ำ้� มนั รอบตน้ 1 วง เพอื่ การคดั เลอื กในรอบตอ่ ไป

(2) การคดั เลอื กไมต้ วั แทนรอบสอง (2nd candidate tree selection)
หลังจากท่ีคัดเลือกตัวแทนแม่ไม้ในรอบแรกได้แล้วก็จ�ำน�ำเอาไม้ตัวแทนท่ีเลือกได้ในรอบแรก
ดงั กลา่ วมาทำ� การเปรยี บเทยี บเพอ่ื คดั เลอื กหาตวั แทนไมร้ อบ 2 โดยนำ� เอาตน้ ไมจ้ ากการคดั เลอื กใน
รอบแรกมาแบง่ เปน็ กลมุ่ ๆ ละ 5 ตน้ (ซง่ึ อยใู่ นแปลงคดั ในชน้ั นอ้ี าจดคู วามแตกตา่ งไดด้ ว้ ยตาเปลา่ ในกรณี
ทจี่ ำ� เปน็ อาจตอ้ งทำ� การวดั ขนาดความโตและความสงู เพอ่ื ประกอบการพจิ ารณา สว่ นความตรงและ
ลกั ษณะรปู ทรงของลำ� ตน้ สามารถทจ่ี ะเปรยี บเทยี บไดด้ ว้ ยตาเปลา่ แมไ่ มท้ ค่ี ดั เลอื กในรอบนจ้ี ะทำ� การ
หมายดว้ ยสนี ำ�้ มนั เพม่ิ ขนึ้ อกี 1 วง รวมเปน็ 2 วง เพอื่ การคดั เลอื กในรอบสดุ ทา้ ยตอ่ ไป ตวั แทนแมไ่ มท้ ่ี
คดั เลอื กไดใ้ นนจี้ ะมสี ดั สว่ นของการคดั เลอื ก (selection intensity) 1 ตน้ : 5 ไร่ หรอื ประมาณ 1:500
ตน้ นบั วา่ สงู พอประมาณ ในกรณจี ำ� เปน็ สามารถใชเ้ ปน็ แมไ่ ม้ (plus tree) ในการปรบั ปรงุ พนั ธไ์ุ มส้ กั Chapter2
ทตี่ อ้ งใชฐ้ านพนั ธกุ รรม (genetic base) แบบกวา้ ง ๆ ได้

(3) การคดั เลอื กรอบสดุ ทา้ ย (plus tree selection) : เมอื่ หาตวั แทนแมไ่ มร้ อบสองไดแ้ ลว้
ก็จะได้ท�ำการคัดเลือกหาแม่ไม้ (plus tree) ต่อไป โดยท�ำการเปรียบเทียบระหว่างแม่ไม้ที่ได้คัด
เลอื กไวใ้ นรอบทสี่ อง จำ� นวน 2 ตน้ (ทอ่ี ยใู่ นแปลงใกลเ้ คยี งกนั ) แลว้ เลอื กเอาตน้ ทด่ี กี วา่ ไว้ ในการคดั
เลอื กรอบสดุ ทา้ ยนี้ ตน้ ไมท้ ท่ี ำ� การเปรยี บเทยี บจะตอ้ งทำ� การวดั ความโต (diameter) และความสงู เพอ่ื
ใชท้ ำ� ไม้ (commercial height) โดยจะทำ� การวดั จากโคนตน้ ถงึ ปลาย (forking) สว่ นลกั ษณะอนื่ ๆ เชน่
ความตรง (stems traightness) ลกั ษณะของกง่ิ และพมุ่ เรอื นยอด (branching habit) ลกั ษณะของ
เนอื้ ไม้ (wood color and density) (เจาะดว้ ยเครอ่ื งมอื วดั ความหนาแนน่ เนอ้ื ไมแ้ ละถากดสู ขี อง
เนอ้ื ไม)้ และแมไ่ มท้ เี่ ลอื กไดก้ จ็ ะไดท้ ำ� การหมายสนี ำ�้ มนั เพมิ่ ขน้ึ เปน็ 3 วง แมไ่ ม้ (plus tree) ทคี่ ดั
เลอื กไดจ้ ะมสี ดั สว่ นในการคดั เลอื ก (selection intensity) 1 ตน้ : 10 ไร่ หรอื ประมาณ 1:1000 ตน้
ซง่ึ นบั วา่ เปน็ สดั สว่ นทค่ี อ่ นขา้ งจะสงู มาก
ส�ำหรับการคัดเลือกจากป่าธรรมชาติ เริ่มจากคัดเลือกกลุ่มไม้ซึ่งประกอบด้วยต้นท่ีลักษณะดี
(plus stands) โดยไมจ่ ำ� กดั ขนาดของกลมุ่ แตต่ อ้ งมจี ำ� นวน candidate trees และ comparison
trees เพยี งพอ เมอ่ื คดั เลอื กกลมุ่ แลว้ จงึ คดั เลอื กตน้ ไมค้ ดั ในกลมุ่ ตอ่ ไป หากกลมุ่ มขี นาดเลก็ ควรเลอื ก
ตน้ ไมค้ ดั เพยี งตน้ เดยี ว หรอื ระยะหา่ งระหวา่ งตน้ ไมค้ ดั ควรมากกวา่ 200 เมตร เพอ่ื ปอ้ งกนั การเปน็ เครอื ญาตกิ นั

แนวทางการพัฒนาแหล่งเมลด็ พนั ธ์ุไมป้ ่า 41
สำ� นกั วจิ ัยและพฒั นาการป่าไม้ กรมป่าไม้

กรมป่าไม้แปลงสวนผลติ เมล็ดพันธไุ์ มป้ ่าของไม้กระถินเทพาท่ีประเทศอินโดนเี ซีย

Chapter2

แสดงตวั อยา่ งการคัดเลอื ก plus tree จากตน้ ไม้ทงั้ หมดในแปลง(ซ่งึ คือ seed tree) เพือ่ น�ำไปขยายพนั ธ์ุ
แบบไมอ่ าศัยเพศส�ำหรบั การปรับปรุงพนั ธใุ์ นรอบต่อไป
การส�ำรวจคัดเลือกแม่ไม้ ถือเป็นขั้นตอนแรกที่จะน�ำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์จาก
การคดั เลอื กตน้ ไม้ทมี่ ลี กั ษณะดี ไปเกบ็ รวมรวมเพอื่ การวิจยั อนรุ กั ษ์ และพัฒนาพนั ธ์ุ จดั สร้างเปน็
แหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ดี ขยายพันธุ์สู่ประชาชน กรมป่าไม้ได้มีกิจกรรมการคัดเลือกแม่ไม้ของไม้
มาต้ังแต่ปี พ.ศ. 2508 โดยเน้นไม้เศรษฐกิจที่ส�ำคัญ คือ ไม้สัก และไม้สน ส�ำหรับไม้สักได้มีการ
คดั เลอื กแมไ่ มอ้ ยา่ งเขม้ ขน้ ทางวชิ าการตามโครงการปรบั ปรงุ พนั ธไ์ุ มส้ กั ซงึ่ เปน็ โครงการความรว่ มมอื
ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลเดนมาร์ก มีการส�ำรวจและคัดเลือกแม่ไม้และแหล่งพันธุกรรมของ
ไมส้ ัก ในจงั หวัด ล�ำปาง พะเยา แพร่ สุโขทยั ตาก แมฮ่ ่องสอน เชยี งใหม่ โดยพิจารณาจากลกั ษณะ
ภายนอกที่ปรากฏ ซ่ึงได้มีการก�ำหนดลักษณะของแม่ไม้ท่ีดีไว้ดังน้ี คือ เติบโตเร็ว มีล�ำต้นเปลาตรง
ปราศจากก่ิงก้านสาขาขนาดใหญ่ มีเน้ือไม้สวยงามตามความนิยมของตลาด มีความต้านทานโรค
และแมลงทำ� ลายสงู

42 แนวทางการพฒั นาแหล่งเมล็ดพนั ธุ์ไมป้ า่
สำ� นักวจิ ยั และพัฒนาการปา่ ไม้ กรมปา่ ไม้

ต่อมาได้มีการคัดเลือกแม่ไม้ชนิดอ่ืนเพ่ิมเติมในหลายโอกาส และหลายวาระอย่างต่อเนื่อง กรมป่าไม้ Chapter2
จากการจัดสร้างสวนรวมพันธุ์ โครงการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ และกิจกรรมพัฒนาศักยภาพงานวิจัย
ด้านป่าไม้ จวบจนปัจจุบันมีแม่ไม้จ�ำนวนมากกว่า 4,700 ต้น จาก 79 ชนิด เพ่ือเป็นแหล่งของ
พันธุกรรมที่ดีส�ำหรับการพัฒนาพันธุ์ในอนาคต กลุ่มไม้ท่ีจัดว่ามีแม่ไม้อยู่เป็นจ�ำนวนมากได้แก่ สัก
(733 แมไ่ ม้) สนคารเิ บีย (460 แม่ไม)้ ยูคาลิปตสั คามาลดเู ลนซิส (448 แมไ่ ม)้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าลักษณะเปลาตรงและเติบโตเร็วจะเป็นเกณฑ์มาตรฐานท่ัวไปท่ีใช้คัดเลือก
แม่ไม้ส�ำหรับการปลูกสร้างสวนป่าเชิงเศรษฐกิจ ยังมีไม้บางชนิดที่ใช้เกณฑ์ในการคัดเลือกแม่ไม้ที่
แตกต่างไป ตามแต่วัตถุประสงค์ของการใช้ประโยชน์ ตัวอย่างเช่น รักใหญ่ต้องการต้นที่มีปริมาณ
น้�ำยางมากและน้�ำยางมีคุณภาพดี มะขามป้อมท่ีต้องการต้นท่ีผลใหญ่ ดก ผลมีเนื้อมากแต่เมล็ด
เล็ก หรือไม้พะยูงที่จะต้องมีการพิจารณาปริมาณของแก่นด้วยเน่ืองจากเป็นปัจจัยส�ำคัญท่ีตลาดไม้
ต้องการ เปน็ ตน้ (ภาพที่ 8)
ส�ำหรับแบบฟอร์มการคัดเลือกแม่ไม้ในปัจจุบัน ได้มีการปรับปรุงจากแบบฟอร์มมาตรฐาน
ของการคัดเลอื กแมไ่ ม้สักในอดตี ซงึ่ เป็นแบบท่มี ีความละเอยี ดสงู ซบั ซอ้ น หลายประเด็นยากต่อการ
ท�ำความเข้าใจและปฏิบัติ ให้เป็นรูปแบบท่ีเจ้าหน้าท่ีเข้าใจได้ง่าย และสามารถปฏิบัติงานในภาค
สนามได้เอง (ดูหนา้ 45)


ภาพที่ 8 การคัดเลือกแม่ไม้ตามลักษณะการใช้ประโยชน์ (ซ้าย) เจาะหาปริมาณแก่นไม้พะยูงในป่า
ธรรมชาตใิ นภาคตะวันออกเฉียงเหนอื -ภาพโดย นายสชุ าติ นิม่ พิลา (ขวา) การกรดี ล�ำตน้ รักใหญ่คัดเลือก
ตกติ้นตใหิบ้นรำ้�รยพาชงามา กในป่าเบญจพรรณ บรเิ วณสถานวี นวฒั นวิจยั แมห่ วด จงั หวัดล�ำปาง -ภาพโดย นางแกว้ นภา

แนวทางการพฒั นาแหลง่ เมล็ดพันธ์ุไม้ป่า 43
ส�ำนกั วิจยั และพฒั นาการปา่ ไม้ กรมปา่ ไม้

Chapter2กรมปา่ ไม้ขอ้ แนะนำ� ในการเก็บเมลด็ จากแม่ไม้
เมื่อคัดเลือกแม่ไม้และบันทึกทะเบียนแล้ว ข้ันตอนต่อไปก็เป็นการน�ำไปขยายพันธุ์ ส�ำหรับ
การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศอาจไม่มีข้อพึงระวังมากนักเน่ืองจากเป็นการถ่ายทอดลักษณะทาง
พันธุ์จากต้นแม่สู่ต้นท่ีขยายพันธุ์โดยตรงไม่มีอิทธิพลจากปัจจัยแวดล้อม แต่การขยายพันธุ์แบบ
อาศยั เพศ หรอื การขยายพนั ธดุ์ ว้ ยเมลด็ มีอทิ ธพิ ลของตน้ พ่อ (pollen donor) หรือตน้ ท่ถี ่ายเรณูให้
แก่ต้นแม่ซึ่งอาจก่อให้เกิดการผสมพันธุ์ในตัวเอง (self pollination) หรือในสายพันธุ์เดียวกันหรือ
เฉพาะในกลุม่ (inbreed) ซึ่งเป็นภาวะไมพ่ ึงประสงค์ส�ำหรบั ไม้ป่าท่ัวไป จงึ มีข้อแนะนำ� ดังนี้
- ควรหลีกเลยี่ งการเก็บเมลด็ จากแม่ไมท้ ีก่ ระจายอย่โู ดดเด่ียว (isolated tree) หรือจากกลุ่ม
ประชากรขนาดเล็ก เพือ่ ไมใ่ ห้เกดิ การผสมพันธุใ์ นสายพันธเุ์ ดียวกนั หรือเฉพาะในกลมุ่
- หลีกเล่ยี งการเก็บเมล็ดในพน้ื ที่ หรือปที ีม่ ีผลผลิตออกดอกนอ้ ย เพราะจะมีความเส่ยี งต่อการ
ผสมตัวเอง
- ควรเก็บเมล็ดในช่วงกลางฤดูให้ผลผลิตเมล็ดเพื่อเพ่ิมโอกาสให้ได้เมล็ดท่ีมีการผสมแบบข้าม
ตน้ นอกจากนี้เมลด็ ทเ่ี กบ็ ในช่วงปลายฤดูมักมีโอกาสถูกท�ำลายดว้ ยโรค-แมลงสูง
- ควรเก็บเมล็ดจากแม่ไม้ไม่น้อยกว่า 25 ต้น และส�ำหรับแม่ไม้ในป่าธรรมชาติแต่ละต้นควร
ห่างกันมากกว่า 100 เมตร เพ่ือให้เมล็ดมีความหลากหลายทางสายพันธุ์และหลีกเล่ียงการผสมใน
สายพันธุ์หรอื กลุ่มเดยี วกนั

44 แนวทางการพฒั นาแหล่งเมลด็ พนั ธุ์ไมป้ ่า
สำ� นกั วจิ ัยและพัฒนาการปา่ ไม้ กรมป่าไม้

ทะเบียนประวัติแม่ไม้ กรมป่าไม้

ภาพถา่ ยแม่ไม้

Chapter2

แนวทางการพฒั นาแหลง่ เมลด็ พันธ์ุไม้ปา่ 45
สำ� นักวจิ ยั และพฒั นาการปา่ ไม้ กรมป่าไม้

กรมป่าไม้ เอกสารอ้างองิ

โกวทิ ฉายสรุ ียศ์ รี. 2542. การสร้างและจดั การสวนผลติ เมล็ด. เอกสารประกอบการบรรยาย
การฝกึ อบรมเชงิ ปฏบิ ัติการ หลักสูตร การจัดสรา้ งและจดั การแหลง่ พันธกุ รรมไม้ปา่ .
โครงการอนุรกั ษแ์ ละจดั การแหล่งพันธกุ รรมไมป้ ่า (FORGENMAP). สำ� นกั วิชาการปา่ ไม,้
กรมป่าไม้.
บณั ฑติ โพธนิ์ อ้ ย. 2545. คุณภาพเมล็ดไมแ้ ละการพฒั นาแหลง่ เมล็ดไม.้ เอกสารเผยแพรท่ าง
วนวฒั นวทิ ยา ประจำ� ปี 2545 เลม่ ที่ 2 ส่วนวนวัฒนวจิ ัย, สำ� นกั วิชาการปา่ ไม,้ กรมป่าไม้.
บญุ ชบุ บญุ ทวี และสขุ สันต์ สายวา. 2540. การจดั หาเมล็ดพนั ธไุ์ มเ้ พอื่ การปลูกปา่ ในประเทศไทย.
สว่ นวนวัฒนวิจยั , สำ� นกั วิชาการป่าไม้, กรมป่าไม้. 54 น.
พิศาล วสวุ านชิ 2540. การจัดการเมล็ดพนั ธ์ไุ ม้ (แนวความคดิ และการวางแผนเก็บเมลด็ ไม้).
สว่ นวนวัฒนวจิ ัย, สำ� นักวชิ าการป่าไม้, กรมปา่ ไม.้
ไพรชั ปยิ ะพันธุ์. 2544. การคัดเลอื กแม่ไมส้ กั น. 32-55 ใน การปรบั ปรงุ พันธ์ุไม้สักใน
ประเทศไทย. ส่วนวนวัฒนวิจยั , ส�ำนักวชิ าการปา่ ไม้, กรมป่าไม้.
วิเชยี ร สุมันตกุล. 2542. หลกั การปรับปรุงพันธ์ไุ มป้ ่าเบอื้ งต้น. เอกสารสง่ เสริมเผยแพรท่ าง
Chapter2 วนวฒั นวทิ ยา ปที ่ี 1 เลม่ ท่ี 2. ส่วนวนวฒั นวิจยั , สำ� นกั วชิ าการป่าไม,้ กรมป่าไม.้ 95 น.
วิฑูรย์ เหลืองวริ ิยะแสง. 2544. การปรบั ปรุงพันธไ์ุ มอ้ ะเคเซยี เพือ่ การปลูกปา่ เศรษฐกจิ .
น. 1-10 ใน รายงานการสมั มนาทางวนวัฒนวิทยา ครงั้ ที่ 7 ประจำ� ปี 2544
วนวฒั นวิทยาเพื่อ พัฒนาสวนป่าเศรษฐกิจ, ส่วนวนวฒั นวิจัย, ส�ำนกั วิชาการป่าไม้,
กรมปา่ ไม.้
สุวรรณ ต้ังมิตรเจริญ. 2544. แหลง่ เมล็ดพันธุไ์ ม้ปา่ การส�ำรวจ การจดั ชน้ั คุณภาพ
และการจดั สร้างแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ปา่ . เอกสารประกอบการบรรยายสำ� หรับการ
ฝึกอบรมเชิงปฏิบัตกิ าร หลกั สตู รคุณภาพเมล็ดไม้การจดั หา และการพัฒนาแหล่งเมล็ด
พันธ์ุไมป้ า่ . โครงการอนุรักษ์และจัดการแหลง่ พันธุกรรมไม้ปา่ (FORGENMAP).
สำ� นักวชิ าการป่าไม้, กรมป่าไม.้ 20 น.
อภชิ าติ ขาวสะอาด 2544. การคดั เลือกแม่ไมเ้ พ่ือการปรับปรุงพันธไุ์ ม้สัก. น. 3/1-3/13
ในคู่มอื การปรบั ปรุงพนั ธ์ุไม้สกั . โรงพิมพม์ ่ิงเมือง อ�ำเภอเมือง, จังหวัดเชียงใหม่.
ประสทิ ธิ์ เพียรอนรุ กั ษ.์ 2538. วเิ คราะห์สวนผลิตเมลด็ พันธไ์ุ ม้สกั ในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์
ปริญญาโท. มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ. 165 น.
Barner, H. 1975. Identification of sources for procurement of forest reproductive

46 แนวทางการพฒั นาแหลง่ เมลด็ พันธุ์ไมป้ า่
สำ� นกั วิจัยและพฒั นาการปา่ ไม้ กรมปา่ ไม้

กรมป่าไม้Chapter2

material. In: Report on FAO/DANIDA Training course on Forest seed collection
and handling. Vol.2, FAO, Rome.
Boyle, T.J.B., Liengsiri, C., and Piewluang, C. 1992. Genetic studies in a tropical
pine-Pinus kesiya III. The mating system in four populations from northern
Thailand. Journal of Tropical Forest Science. 4(1): 37-44.
Eldridge, K., Davidson, J., Hardwood, C., and Wyk, G.V. 1997. Eucalypt
domestication and Breeding. Oxford University Press, Oxford. 288 p.
Kjaer, E.D. and Suangtho, V. 1995. Outcrossing rate of teak (Tectona grandis L.).
Silvae Genetica. 44: 175-177.
Lauridsen, E.B. and Kirsten, O. 1994. Identification, establishment and
management of seedSources. Lecture note B-2. February, 1994. Danida Forest
Seed Centre,Denmark 30 p.
Loveless, M.D. 1992. Isozyme variation in tropical trees: patterns of genetic
organization. New Forests. 6: 67-94.
Nikles, D.G. and Newton, R.S., 1980 Inventory and use of provenance
resource stands of Pinus caribaea var. hondulensis in Queensland. IUFRO joint
symposium and workshop, Brazil.
OECD, 1974. OECD Scheme for the control of forest reproductive material moving in
International trade. OECD, Paris.
Pedersen, A. 1999. Seed source.guideline and definition. Background paper no.2.
Forest Genetic Resources Conservation and Management Project. Chiangmai.
Sedgley, M. and Griffin, A.R. 1989. Sexual reproduction of tree crops. Academic
Press. London.
Soonhuae, P., Piewluang, P., and Boyle, T. 1994. Population Genetics of Dalbergia
cochinchinensis Pierre and Implications for Genetic Conservation. Technical
Publication No. 18, ASEAN Forest Tree Seed Centre Project,
Muak-Lek, Saraburi, Thailand.
Synder, E.B. 1972. Glossary for forest tree improvement workers. U.S. Dept.
of Agriculture, Forest Service.

แนวทางการพฒั นาแหล่งเมลด็ พันธุ์ไม้ปา่ 47
สำ� นักวจิ ัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้

กรมป่าไม้Willan, R.L. 1984. Provenance Seed Stands and Provenance Conservation
Technical Note No. 14, Danida Forest Seed Centre.
Zobel, B.J. and Talbert, J.T. 1984. Applied Forest Tree Improvement.
New York: John Wiley & Sons, Inc.
Zobel, B.J., Barder, J., Brown, C.L., and Perry, T.O. 1958. Seed Orchard - Their
concept and management. J For. 56 (11): 815-825.



Chapter2

48 แนวทางการพัฒนาแหล่งเมลด็ พันธ์ุไมป้ า่
สำ� นักวิจยั และพฒั นาการปา่ ไม้ กรมปา่ ไม้


Click to View FlipBook Version