๔๖
คำอธิบายรายวิชา ค ๒๒๒๐๑ คณิตศาสตร์เพม่ิ เติม ๓
รายวิชาเพ่มิ เติม กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ศกึ ษา วเิ คราะห์ อธิบาย ฝกึ ทักษะการแกป้ ญั หาในสาระต่อไปน้ี
กรณฑ์ที่สาม สมบัติของ ∛ เมื่อ การดำเนินการของจำนวนจริงซึ่งเกี่ยวกับกรณฑ์ที่สาม และ
การนำไปใช้
การประยุกต์ของพหนุ าม พหนุ าม การบวก การลบ พหุนาม การคูณและการหารพหนุ าม
การแยกตวั ประกอบของพหนุ าม การแยกตวั ประกอบของพหนุ ามดีกรีสูงกว่าสองที่มสี ัมประสิทธิเ์ ป็นจำนวน
เต็ม การแยกตัวประกอบของพหุนามที่มีสมั ประสิทธ์ิเปน็ จำนวนเตม็ โดยใช้ทฤษฎบี ทเศษเหลือ
โดยนำความรู้ ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ท่หี ลากหลายมาใช้แกป้ ญั หาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้อย่าง
เหมาะสม มีเหตุผลประกอบในการตดั สินใจ และสรุปผลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ใช้ภาษา และสญั ลกั ษณ์ทางคณติ ศาสตร์
ในการสื่อสาร สื่อความหมาย และนำเสนอได้อย่างถูกต้องชัดเจน เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์และนำ
ความรู้ หลกั การ ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปเชือ่ มโยงกบั ศาสตรอ์ ่นื ๆ และมคี วามคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์
เพื่อให้เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถทำงานอย่างมีระบบระเบียบ รอบ คอบ รับผิดชอบมี
วจิ ารณญาณ มคี วามเชื่อมนั่ ในตนเอง มีความซ่ือสัตยส์ จุ ริตมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ ม่งุ มั่นในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มีจิต
สาธารณะ พรอ้ มทงั้ ตระหนักในคุณคา่ และมีเจตคตทิ ีด่ ีต่อคณิตศาสตร์
ผลการเรยี นรู้
๑. บวก ลบ คูณ และหารจำนวนจรงิ ท่อี ยู่ในรปู ∛ เมือ่ ≥๐ และ ≥๐
๒. บวก ลบ พหนุ าม คูณและหารพหุนามได้
๓. แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสูงกว่าสองที่มีสัมประสิทธิ์เป็นจำนวนเต็มโดยอาศัยวิธีทำเป็นกำลังสอง
สมบูรณ์หรือใชท้ ฤษฎีเศษเหลอื ได้
๔. ตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้
๕. มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการ
นำเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ และมี
ความคิดริเรม่ิ สรา้ งสรรค์
รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๔๗
คำอธิบายรายวิชา ค ๒๒๒๐๒ คณติ ศาสตร์เพมิ่ เติม ๔
รายวิชาเพม่ิ เติม กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต
ศึกษา วเิ คราะห์ อธิบาย ฝึกทกั ษะการแกป้ ญั หาในสาระต่อไปน้ี
การนำไปใช้ของพื้นที่ผิวและปริมาตร การหาพื้นที่ผิวและปริมาตรของพีระมิด กรวย และทรงกลม
เปรียบเทียบหน่วยความจุ หรือหน่วยปริมาตรในระบบเดียวกันหรือต่างระบบ และเปรียบเทียบหน่วยความจุ หรือ
หน่วยปริมาตร คาดคะเนเกี่ยวกับการวัดในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ใช้ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ พื้นที่ผวิ
และปริมาตรในการแกป้ ัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ อธบิ ายลักษณะและสมบตั ขิ องพีระมิด กรวย และทรงกลม
การประยกุ ต์การแปลงทางเรขาคณติ การเลื่อนขนาน การสะทอ้ น และการหมนุ
โดยนำความรู้ ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ท่ีหลากหลายมาใชแ้ กป้ ัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม มเี หตุผลประกอบในการตัดสนิ ใจ และสรปุ ผลได้อยา่ งเหมาะสม ใชภ้ าษา และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์
ในการสื่อสาร สื่อความหมาย และนำเสนอได้อย่างถูกต้องชัดเจน เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์และนำ
ความรู้ หลักการ ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรไ์ ปเชื่อมโยงกับศาสตร์อืน่ ๆ และมคี วามคิดรเิ ริม่ สรา้ งสรรค์
เพื่อให้เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถทำงานอย่างมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับผิดชอบมี
วิจารณญาณ มีความเชือ่ ม่นั ในตนเอง มีความซ่อื สัตย์สจุ ริตมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มุง่ มั่นในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มีจิต
สาธารณะ พรอ้ มทงั้ ตระหนักในคุณคา่ และมีเจตคตทิ ดี่ ตี ่อคณิตศาสตร์
ผลการเรยี นรู้
๑. หาพื้นที่ผวิ และปริมาตรของพีระมิด กรวย และทรงกลมได้
๒. บอกภาพที่เกิดขึ้นจากการเลื่อนขนาน การสะท้อนและการหมุนรูปต้นแบบ และอธิบายวิธีการที่จะได้ภาพที่
ปรากฏเม่อื กำหนดรปู ต้นแบบและภาพน้ันให้ และนำไปใชไ้ ด้
๓. ตระหนักถึงความสมเหตสุ มผลของคำตอบท่ีได้
๔. มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และ
การนำเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเช่ือมโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตร์อ่นื ๆ และ
มคี วามคดิ ริเรม่ิ สร้างสรรค์
รวมทั้งหมด ๔ ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๔๘
คำอธบิ ายรายวชิ า ค ๒๓๒๐๑ คณิตศาสตร์เพิ่มเติม ๕
รายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๔๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
ศึกษา วิเคราะห์ อธิบาย ฝึกทกั ษะการแก้ปญั หาในสาระต่อไปนี้
โจทยป์ ญั หาระบบสมการ แก้โจทยป์ ญั หาระบบสมการเชิงเสน้ สองตัวแปร
การนำไปใชข้ องฟงั ก์ชันกำลังสอง การหาค่าและเขียนกราฟของฟังกช์ ันกำลังสอง
การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสูงกว่าสอง การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสูงกว่าสองที่มี
สมั ประสทิ ธิ์เปน็ จำนวนเตม็ การแยกตวั ประกอบของพหนุ ามทีม่ สี มั ประสิทธิเ์ ปน็ จำนวนเตม็ โดยใช้ทฤษฎบี ทเศษเหลอื
โดยนำความรู้ ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ทีห่ ลากหลายมาใชแ้ กป้ ัญหาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม มีเหตุผลประกอบในการตัดสนิ ใจ และสรุปผลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ใช้ภาษา และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์
ในการสื่อสาร สื่อความหมาย และนำเสนอได้อย่างถูกต้องชัดเจน เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์และนำ
ความรู้ หลักการ ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรไ์ ปเชอ่ื มโยงกบั ศาสตรอ์ ่ืน ๆ และมคี วามคดิ รเิ ริ่มสรา้ งสรรค์
เพื่อให้เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถทำงานอย่างมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับ ผิดชอบมี
วจิ ารณญาณ มีความเชอ่ื ม่นั ในตนเอง มีความซ่ือสตั ยส์ ุจริตมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน รกั ความเป็นไทย มีจิต
สาธารณะ พรอ้ มทงั้ ตระหนกั ในคณุ คา่ และมเี จตคติท่ีดตี ่อคณติ ศาสตร์
ผลการเรยี นรู้
๑. ใชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั สมการเชงิ เส้นสองตัวแปรในการแกโ้ จทยป์ ญั หา
๒. หาค่าของฟังกช์ ันกำลังสอง เขยี นกราฟและบอกลักษณะกราฟของฟังกช์ ันกำลังสองได้
๓. แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสูงกว่าสองที่มีสัมประสิทธิ์เป็นจำนวนเต็มโดยอาศัยวิธีทำเป็นกำลังสอง
สมบรู ณ์หรอื ใชท้ ฤษฎเี ศษเหลือได้
๔. ตระหนกั ถงึ ความสมเหตุสมผลของคำตอบท่ีได้
๕. มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการ
นำเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่นๆ และมี
ความคิดรเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์
รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๔๙
คำอธบิ ายรายวชิ า ค ๒๓๒๐๒ คณติ ศาสตรเ์ พ่มิ เติม ๖
รายวิชาเพ่ิมเติม กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต
ศกึ ษา วเิ คราะห์ อธิบาย ฝกึ ทักษะการแกป้ ญั หาในสาระตอ่ ไปนี้
โจทย์ปัญหาอสมการเชงิ เสน้ ตัวแปรเดยี ว การแกโ้ จทยป์ ญั หาเกยี่ วกับอสมการเชิงเสน้ ตวั แปรเดียว
การประยุกต์ของพื้นที่ผิว การหาพื้นที่ผิวของพรี ะมิด กรวย และทรงกลม ใช้ความรู้เกี่ยวกบั การหาพื้นทีผ่ วิ
ในการแก้ปัญหาในสถานการณต์ ่าง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม
การประยุกต์ของปริมาตร การหาปริมาตรของพีระมิด กรวย และทรงกลม เปรียบเทียบหน่วยความจุ หรือ
หน่วยปริมาตรในระบบเดียวกันหรือต่างระบบ ใช้ความรู้เกี่ยวกับปริมาตรในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
อย่างเหมาะสม
การประยุกตอ์ ัตราสว่ นตรโี กณมติ ิ การนำอัตราสว่ นตรีโกณมติ ิของมุม ไปใช้ในการคาดคะเนระยะทาง
และความสงู
โดยนำความรู้ ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตรท์ หี่ ลากหลายมาใชแ้ กป้ ญั หาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้อยา่ ง
เหมาะสม มีเหตุผลประกอบในการตดั สินใจ และสรุปผลได้อยา่ งเหมาะสม ใช้ภาษา และสัญลกั ษณ์ทาง
คณติ ศาสตร์ในการสื่อสาร ส่ือความหมาย และนำเสนอได้อยา่ งถูกต้องชดั เจน เชอื่ มโยงความรู้ต่าง ๆ ใน
คณติ ศาสตร์และนำความรู้ หลกั การ ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรไ์ ปเชื่อมโยงกบั ศาสตรอ์ ่นื ๆ และมีความคดิ
รเิ ร่มิ สร้างสรรค์
เพื่อให้เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถทำงานอย่างมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับผิดชอบมี
วจิ ารณญาณ มคี วามเช่อื มน่ั ในตนเอง มีความซือ่ สัตยส์ ุจริตมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย มีจิต
สาธารณะ พรอ้ มทง้ั ตระหนักในคณุ ค่าและมเี จตคตทิ ่ีดีต่อคณิตศาสตร์
ผลการเรียนรู้
๑. ใชค้ วามรู้เกีย่ วกับอสมการเชงิ เส้นตวั แปรเดยี วในการแกป้ ญั หา
๒. ใช้ความรู้เกย่ี วกบั พืน้ ท่ีผวิ ในการแก้ปญั หาในสถานการณต์ ่าง ๆ
๓. ใชค้ วามรู้เกี่ยวกบั ปริมาตรในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ
๔. ใช้ความรู้เรือ่ งอัตราส่วนตรโี กณมติ ิของมุม ในการคาดคะเนระยะทางและความสูง
๕. ตระหนักถึงความสมเหตสุ มผลของคำตอบท่ีได้
๖. มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการ
นำเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่นๆ และมี
ความคดิ รเิ ริม่ สรา้ งสรรค์
รวมทง้ั หมด ๖ ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๕๐
รายวิชาพืน้ ฐานและเพ่ิมเตมิ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น
รายวชิ าพืน้ ฐาน
ว ๒๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ 1 จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ว ๒๑๑๐๒ วทิ ยาศาสตร์ 2 จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกติ
ว ๒๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ 3 จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกติ
ว ๒๒๑๐๒ วทิ ยาศาสตร์ 4 จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต
ว ๒๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ 5 จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกิต
ว ๒๓๑๐๒ วิทยาศาสตร์ 6 จำนวน 60 ช่วั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ว ๒1๑๐3 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกติ
ว ๒2๑๐3 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 จำนวน 20 ชัว่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ
ว ๒3๑๐3 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 จำนวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ
ว ๒1๑๐4 วทิ ยาการคำนวน 1 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ว ๒2๑๐4 วทิ ยาการคำนวน 2 จำนวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หน่วยกิต
ว ๒3๑๐4 วทิ ยาการคำนวน 3 จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกิต
รายวชิ าเพิม่ เติม ของเลน่ เชงิ วทิ ยาศาสตร์ จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
ว ๒0๒๐๑ ปา่ ชายเลน จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ว ๒๐๒๐๒ เช้อื เพลิงเพื่อการคมนาคม จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ว ๒๐๒๐๓ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ว ๒๐๒๐๔ วิทยาศาสตร์กบั ความงาม จำนวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หน่วยกติ
ว ๒๐๒๐๕ เรมิ่ ต้นกบั โครงงานวทิ ยาศาสตร์ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ว ๒๐๒๐๖ พลังงานทดแทนกบั การใชป้ ระโยชน์ จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ
ว ๒๐๒๐7 พลเมอื งดิจิทัล
หลกั สูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๕๑
คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
หลักสูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๕๒
คำอธบิ ายรายวชิ า ว ๒๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๑
รายวชิ าพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต
ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับ สมบัติของสารบริสุทธิ์และสารผสม จุดเดือดจุดหลอมเหลว ความหนาแน่นของสาร
ความสัมพันธ์ระหว่างอะตอม ธาตุและสารประกอบโดยใช้แบบจำลองโครงสร้างอะตอม ลักษณะและโครงสร้างของ
เซลล์พชื และเซลล์สตั วโ์ ดยใช้กล้องจุลทรรศน์ การลำเลยี งสารเขา้ ออกเซลล์ กระบวนการแพร่และออสโมซสิ รูปแบบ
การสืบพันธุ์ของพืชดอก โครงสร้างของดอก การถ่ายละอองเรณู การปฏิสนธิ การเกิดผลและเมล็ด กระบวนการ
สงั เคราะห์ดว้ ยแสง ความสำคัญของธาตอุ าหาร และการลำเลยี งสารในไซเล็มและโฟลเอ็ม
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
อภิปราย และการสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารและเชือ่ มโยง
สิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ี
เหมาะสม
รหัสตวั ชี้วดั ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙, ม.๑/๑๐,
ว ๑.๒ ม.๑/๑๑, ม.๑/๑๒, ม.๑/๑๓, ม.๑/๑๔, ม.๑/๑๕, ม.๑/๑๖, ม.๑/๑๗, ม.๑/๑๘
ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙, ม.๑/๑๐
ว ๒.๑
รวมท้ังหมด ๒๘ ตัวชี้วดั
หลักสูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๕๓
คำอธบิ ายรายวิชา ว ๒๑๑๐๒ วทิ ยาศาสตร์ ๒
รายวชิ าพน้ื ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต
ศึกษาค้นควา้ เกี่ยวกบั ผลของความร้อนท่ีมีต่อการเปล่ยี นแปลงของสาร การจัดเรยี งตัวของสสารในสถานะต่าง
ๆ โดยใช้แบบจำลอง การสร้างแบบจำลองการหดตวั หรือขยายตัวของสสารจากการได้รบั หรือสูญเสยี ความร้อน การ
ถา่ ยโอนพลงั งานความร้อน ลมฟา้ อากาศรอบตัว การสร้างแบบจำลองอธบิ ายช้ันบรรยากาศ การพยากรณ์อากาศอย่าง
งา่ ย และมนษุ ย์กบั การเปล่ียนแปลงของลมฟ้าอากาศ
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
อภิปราย และการสรุป เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารและเชือ่ มโยง
สิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ี
เหมาะสม
รหัสตัวชี้วัด ม.๑/๑
ว ๒.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗
ว ๒.๓ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗
ว ๓.๒
รวมท้ังหมด ๑๕ ตัวชี้วัด
หลักสูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๕๔
คำอธบิ ายรายวชิ า ว ๒๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๓
รายวชิ าพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ
ศกึ ษาเก่ยี วกับ ระบบรา่ งกายมนุษย์ ระบบหายใจ ระบบขบั ถา่ ย ระบบหมนุ เวียนเลือด ระบบประสาท ระบบ
สืบพันธุ์ โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะ ตลอดจนการดูแลรักษาอวัยวะในระบบต่าง ๆ ศึกษาเกี่ยวกับสารละลาย
สภาพการละลายได้ของสาร ความเข้มข้นของสารละลาย การใช้สารละลายในชีวิตประจำวัน ศึกษาเกี่ยวกับแรงและ
การเคลื่อนที่ แรงดันในของเหลว แรงพยุง แรงเสียดทาน โมเมนต์ของแรง แรงในธรรมชาติ การเคลื่อนที่ ระยะทาง
การกระจัด อัตราเร็ว และความเรว็
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
อภิปราย และการสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารและเชือ่ มโยง
สิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่
เหมาะสม
รหสั ตัวชี้วัด ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘, ม.๒/๙,
ว ๑.๒ ม.๒/๑๐, ม.๒/๑๑, ม.๒/๑๒, ม.๒/๑๓, ม.๒/๑๔, ม.๒/๑๕, ม.๒/๑๖, ม.๒/๑๗
ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖
ว ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘, ม.๒/๙,
ว ๒.๒ ม.๒/๑๐, ม.๒/๑๑, ม.๒/๑๒, ม.๒/๑๓, ม.๒/๑๔, ม.๒/๑๕
รวมทั้งหมด ๓๕ ตัวช้ีวัด
หลกั สูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๕๕
คำอธบิ ายรายวิชา ว ๒๒๑๐๒ วิทยาศาสตร์ ๔
รายวิชาพนื้ ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๒ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต
ศึกษาเกี่ยวกับงานและพลังงาน งาน กำลัง เครื่องกลอย่างง่าย พลังงาน ประเภทของพลังงานกล กฎการ
อนุรักษ์พลังงาน ศึกษาการแยกสารผสม โดยการระเหยแห้ง การตกผลึก การกลั่นอย่างง่าย โครมาโทกราฟีแบบ
กระดาษ และการสกัดด้วยตัวทำละลาย การนำวิธีการแยกสารไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ศึกษาเกี่ยวกับ
โครงสร้างโลกและการเปลี่ยนแปลงบนผิวโลก เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ ถ่านหิน หินน้ำมัน ปิโตรเลียม พลังงาน
ทดแทน โครงสรา้ งของโลก การเปลี่ยนแปลงของโลก ทรัพยากรดิน กระบวนการเกิดดิน หนา้ ตดั ข้างของดิน ปัจจัยใน
การเกิดดิน สมบัติของดิน การปรับปรุงคุณภาพของดิน แหล่งน้ำ น้ำบนดิน น้ำใต้ดิน การใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ
และภัยธรรมชาตทิ ีเ่ กดิ บนผิวโลก
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
อภิปราย และการสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารและเชื่อมโยง
สิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ี
เหมาะสม
รหัสตัวช้ีวดั ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
ว ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖
ว ๒.๓ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘, ม.๒/๙, ม.๒/๑๐
ว ๓.๒
รวมทั้งหมด ๑๙ ตัวช้วี ัด
หลักสูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๕๖
คำอธิบายรายวชิ า ว ๒๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๕
รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษาเกี่ยวกับ ลักษณะทางพันธุกรรม โครโมโซม ดีเอ็นเอ และยีน การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การ
แบ่งเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ความผิดปกติทางพันธุกรรม การดัดแปรทางพันธุกรรม การเกิดคลื่น ส่วนประกอบของคล่ืน
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ประโยชน์และการป้องกันอันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การ
สะท้อนของแสงบนกระจกเงา กระจกเงาโค้ง การหักเหของแสง เมื่อผ่านตัวกลาง การเกิดภาพจากเลนส์บาง
ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับแสง และการทำงานของทัศนอุปกรณ์ การมองเห็นวัตถุ ความสว่างของแสงที่มีต่อดวงตา การ
โคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ การเกิดฤดู การเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทติ ย์ การเกิดข้างขึ้นข้างแรม น้ำขึ้น
น้ำลง เทคโนโลยอี วกาศ และโครงการสำรวจอวกาศ
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
อภิปราย และการสรุป เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารและเชื่อมโยง
สิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่
เหมาะสม
รหสั ตัวช้ีวัด ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘
ว ๑.๓ ม.๓/๑๐, ม.๓/๑๑, ม.๓/๑๒, ม.๓/๑๓, ม.๓/๑๔, ม.๓/๑๕, ม.๓/๑๖, ม.๓/๑๗, ม.๓/๑๘,
ว ๒.๓ ม.๓/๑๙, ม.๓/๒๐, ม.๓/๒๑
ม.๓/๑, ม๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔
ว ๓.๑
รวมทั้งหมด ๒๔ ตัวช้ีวดั
หลักสูตรโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๕๗
คำอธิบายรายวชิ า ว ๒๓๑๐๒ วทิ ยาศาสตร์ ๖
รายวชิ าพน้ื ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษาเกี่ยวกับระบบนิเวศ องค์ประกอบของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ การ
ถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ วัสดุในชีวิตประจำวัน สมบัติทางกายภาพและการใช้
ประโยชน์พอลิเมอร์ เซรามิก และวัสดุผสม ผลกระทบจากการใช้วัสดุประเภทพอลิเมอร์ เซรามิกและวัสดุผสม
ปฏิกริ ยิ าเคมี การเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี ประเภทของปฏิกิรยิ าเคมี ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวัน ศึกษา วิเคราะห์ ปริมาณ
ทางไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า ความต่างศักย์ ความสัมพันธ์ระหว่างกระแสไฟฟ้ากับความต่างศักย์ กฎของโอห์ม ความ
ต้านทาน ตัวต้านทาน การต่อตัวต้านทานแบบอนุกรมและแบบขนาน ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่างง่าย ไดโอด
ทรานซิสเตอร์ ตวั เกบ็ ประจุ วงจรรวม การตอ่ วงจรอิเล็กทรอนิกส์ พลังงานไฟฟ้าและกำลงั ไฟฟ้า การคำนวณค่าไฟฟ้า
วงจรไฟฟ้าในบา้ น อุปกรณ์ไฟฟ้าและเคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ ในบ้าน การใช้ไฟฟ้าอยา่ งประหยดั และปลอดภัย
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
อภิปราย และการสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารและเชื่อมโยง
สิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่
เหมาะสม
รหสั ตัวช้ีวัด ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖
ว ๑.๑ ม.๓/๙, ม.๓/๑๐, ม.๓/๑๑
ว ๑.๓ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘
ว ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙
ว ๒.๓
รวมทั้งหมด ๒๖ ตัวชี้วดั
หลกั สูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๕๘
คำอธบิ ายรายวชิ า ว 21103 การออกแบบและเทคโนโลยี 1
รายวชิ าพน้ื ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 2๐ ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษาความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การ
ทำงานของระบบทางเทคโนโลยี ประยุกต์ใชค้ วามรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบและเลือกข้อมูล
ที่จำเป็นเพื่อออกแบบวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันในด้านการเกษตรและอาหาร และสร้างชิ้นงานหรื อพัฒนา
วิธีการโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั้งเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือในการแก้ปัญหาได้อย่าง
ถูกตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภัย
รหัสตัวช้ีวดั
ว 4.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5
รวมท้ังหมด 5 ตัวช้ีวดั
หลักสูตรโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๕๙
คำอธิบายรายวชิ า ว 22103 การออกแบบและเทคโนโลยี 2
รายวชิ าพนื้ ฐาน กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 2๐ ช่วั โมง จำนวน 0.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษาสาเหตุหรือปจจัยที่ทำใหเกิดการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ตลอดจนคาดการณแนวโนมเทคโนโลยีใน
อนาคต เลือกใชเทคโนโลยีโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตอชีวิต สังคม และสิ่งแวดลอม ประยุกตใชความรูทักษะ
และทรัพยากร โดยวิเคราะห เปรียบเทียบและเลือกขอมูลที่จำเปนเพื่อออกแบบวิธกี ารแกปญหาในชมุ ชนหรอื ทองถิ่น
ในดานพลังงาน สิ่งแวดลอม การเกษตรและอาหาร และสรางชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการโดยใชกระบวนการออกแบบ
เชิงวศิ วกรรม รวมทัง้ เลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมอื ในการแกปญหาไดอยางถูกตองเหมาะสม และปลอดภยั
รหสั ตวั ชี้วดั
ว 4.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
รวมท้ังหมด 5 ตัวช้ีวดั
หลกั สูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๖๐
คำอธิบายรายวิชา ว 23103 การออกแบบและเทคโนโลยี 3
รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 2๐ ชัว่ โมง จำนวน 0.๕ หน่วยกติ
ศึกษาและวเิ คราะหส์ าเหตุหรือปัจจยั ที่ทำใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงเทคโนโลยี และความสมั พันธ์ของเทคโนโลยี
กับศาสตร์อื่น ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อสรุปกรอบของปัญหา
เปรยี บเทียบและเลือกข้อมลู ที่จำเปน็ โดยคำนงึ ถึงทรัพย์สนิ ทางปัญญา เพื่อออกแบบวธิ ีการแก้ปัญหาในงานอาชีพด้าน
การเกษตร อาหาร พลังงานและขนส่ง โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั้งเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์
เครื่องมอื กลไก ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์ในการแกป้ ญั หาได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภยั
รหสั ตัวชี้วัด
ว 4.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
รวมท้ังหมด 5 ตัวชี้วดั
หลกั สูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๖๑
คำอธิบายรายวิชา ว 21104 วิทยาการคำนวณ 1
รายวชิ าพนื้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 4๐ ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ศกึ ษาแนวคดิ เชงิ นามธรรม การคดั เลือกคณุ ลกั ษณะท่จี ำเป็นต่อการแกป้ ญั หา ข้ันตอนการแกป้ ญั หาการเขียน
รหัสลำลองและผังงาน การออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายที่มีการใช้งานตัวแปร เงื่อนไขและการวนซ้ำเพื่อ
แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ การรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิการประมวลผลข้อมูล การสร้างทางเลือกและ
ประเมินผลเพื่อตัดสินใจ ซอฟต์แวร์และบริการบนอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในการจัดการข้อมูลแนวทางการใช้งานเทคโนโลยี
สารสนเทศให้ปลอดภัย การจัดการอัตลักษณ์ การพิจารณาความเหมาะสมของเน้ือหา ข้อตกลงและข้อกำหนดการใช้
สื่อและแหล่งข้อมลู
นำแนวคิดเชิงนามธรรมและขั้นตอนการแก้ปัญหาไปประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือการแก้ปัญหาใน
ชีวิตจริง รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือกในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตระหนักถึงการใช้งาน
เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั เกิดประโยชนต์ ่อการเรียนรู้และไม่สรา้ งความเสยี หายให้แกผ่ ู้อืน่
รหสั ตัวชี้วดั
ว 4.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
รวมทั้งหมด 4 ตัวชี้วัด
หลกั สูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๖๒
คำอธิบายรายวิชา ว 22104 วทิ ยาการคำนวณ 2
รายวิชาพนื้ ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 4๐ ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ศึกษาแนวคิดเชิงคำนวณ การแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดเชิงคำนวณ การเขียนโปรแกรมที่มีการใช้ตรรกะและ
ฟังกช์ ัน องค์ประกอบและหลกั การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์ เทคโนโลยสี ื่อสาร แนวทางการปฏบิ ัตเิ ม่ือพบเน้ือหา
ที่ไม่เหมาะสม การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีความรับผิดชอบ วิธีการสร้างและกำหนดสิทธิความเป็นเจ้าของ
ผลงาน
นำแนวคดิ เชิงคำนวณไปประยุกตใ์ ช้ในการเขียนโปรแกรมหรือการแก้ปัญหาในชีวิตจริง สรา้ งและกำหนดสิทธิ์
การใชข้ ้อมลู ตระหนักถงึ ผลกระทบในการเผยแพร่ข้อมูล
รหัสตัวชี้วัด
ว 4.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
รวมท้ังหมด 4 ตัวชี้วัด
หลกั สูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๖๓
คำอธบิ ายรายวชิ า ว 23104 วิทยาการคำนวณ 3
รายวชิ าพ้นื ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 4๐ ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศึกษาขั้นตอนการพัฒนาแอปพลิเคชัน Internet of Things (IoT) การเขียนโปรแกรมเพื่อพัฒนา
แอปพลเิ คชนั ข้อมลู ปฐมภูมแิ ละทตุ ิยภมู กิ ารประมวลผลขอ้ มลู การสร้างทางเลอื กและประเมินผล
ซอฟต์แวร์หรือบรกิ ารบนอินเทอรเ์ น็ตท่ใี ชใ้ นการจัดการข้อมลู การประเมินการความน่าเชอ่ื ถือของข้อมูล
การสืบค้นหาแหล่งตน้ ตอของขอ้ มูล เหตุผลวิวัติ ผลกระทบจากข่าวสารที่ผดิ พลาด การร้เู ทา่ ทนั ส่อื กฎหมายท่ีเกยี่ วกับ
คอมพวิ เตอร์ การใช้ลขิ สทิ ธข์ิ อง ผอู้ นื่ โดยชอบธรรม
รวบรวมข้อมูลปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ ประมวลผล สร้างทางเลือก และนำเสนอการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ออกแบบและเขียนโปรแกรม เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีการบูรณาการกับวิชาอื่นอย่างสร้างสรรค์ใช้งานเทคโนโลยี
สารสนเทศ อยา่ งรู้เทา่ ทนั และมคี วามรับผิดชอบตอ่ สังคม
รหสั ตัวชี้วดั
ว 4.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
รวมท้ังหมด 4 ตัวช้ีวดั
หลกั สูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๖๔
คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
หลักสูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๖๕
คำอธิบายรายวชิ า ว ๒0๒๐๑ ของเล่นเชิงวิทยาศาสตร์
รายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑-2 เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ สร้างของเล่นอย่างง่ายตามแบบที่กำหนดไว้ ดัดแปลงหรือประดิษฐ์ของเล่นที่ใช้
เครื่องกลอย่างง่ายหรือหลักการทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อย่างง่าย และอธิบายการทำงานของของเล่นด้วย
หลกั การทางวิทยาศาสตร์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
อภิปราย และการสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารและเชื่อมโยง
สิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ี
เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. ต้ังคำถามเก่ยี วกบหลักการทางวิทยาศาสตร์ทส่ี ังเกตไดจ้ ากการเล่นของเลน่
๒. สงั เกตและอธบิ ายหลักการทำงานของเครื่องกลอย่างงา่ ย วงจรไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์อยา่ งง่ายท่ี
๓. ประกอบขึน้ ในการเลน่
๔. ตรวจสอบและแกไ้ ขข้อบกพร่องของเคร่ืองกลอย่างง่าย วงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกสอ์ ยา่ งง่ายท่ี
๕. ประกอบข้นึ ในของเล่นท่กี ำหนด
๖. ออกแบบและประดิษฐ์ของเล่นโดยใช้เครือ่ งกลอยา่ งงา่ ย และไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์อยา่ งง่าย
๗. มีเจตคตทิ ดี่ ีต่อหลักการทางวทิ ยาศาสตร์ในของเล่น
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๖๖
คำอธิบายรายวิชา ว ๒0๒๐2 ปา่ ชายเลน
รายวิชาเพ่มิ เติม กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี ๑-2 เวลา ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
การศึกษาค้นคว้า สำรวจ ทดลอง วิเคราะห์และอภิปราย แสดงเสนอแนวความคิดในรูปแบบหลากหลาย
วิเคราะห์สาเหตุผลกระทบต่อระบบนิเวศกับภาวะความสมดุลของระบบนิเวศ การเปลี่ยนแปลง หน้าท่ขี องส่งิ ชีวิต
ความหลากหลายทางกายภาพ ปัญหาสภาพแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถ่ิน ระดบั ประเทศ
และระดบั โลก ประชากรมนุษย์ และการพัฒนาที่ยัง่ ยนื เพือ่ ใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจในความสมั พันธ์ของสิ่งแวดล้อมท้ัง
ระบบ สามารถแกป้ ญั หา วางแผน เสนอแนวทางการแกป้ ญั หา และการจดั ทรัพยากรธรรมชาติ
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
อภิปราย และการสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารและเชือ่ มโยง
สิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่ านิยมท่ี
เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
๑. สบื ค้นขอ้ มลู อธบิ ายเกีย่ วกับสภาพส่ิงแวดล้อม และระบบนเิ วศปา่ ชายเลน
๒. สำรวจและอธบิ ายความสมั พันธ์กล่มุ สงิ่ มชี วี ิตกบั สิง่ แวดล้อมป่าชายเลน
๓. สำรวจสบื คน้ ขอ้ มลู อธบิ ายความสมั พันธ์ความหลากหลายทางกายภาพ-ชวี ภาพของพชื และสัตว์
๔. เขยี นแผนภาพอธิบายความสมั พนั ธก์ ารเกิดหว่ งโซ่อาหารและสายใยอาหารได้
๕. บอกความสำคัญและประโยชนท์ ไี่ ดร้ ับทัง้ ทางตรงและทางอ้อม
๖. สำรวจสืบคน้ ขอ้ มลู บอกลักษณะภาวะแวดล้อมเสอื่ มโทรมของปา่ ชายเลน
๗. นำเสนอแนวทางการจัดการฟน้ื ฟูสมดลุ ธรรมชาตปิ ่าชายเลน
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๖๗
คำอธิบายรายวชิ า ว ๒๐๒๐3 เช้ือเพลงิ เพ่ือการคมนาคม
รายวิชาเพม่ิ เติม กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๑-2 เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
ศกึ ษา วิเคราะห์ ทดลอง องค์ประกอบและประเภทของปิโตรเลียม หินต้นกำเนิดและแหลง่ กักเก็บปิโตรเลียม
การสำรวจและแหล่งปิโตรเลียม ผลกระทบและแนวทางแก้ไขที่เกิดจากการสำรวจและการผลิตปิโตรเลียม การแยก
ก๊าซธรรมชาติ การกลั่นน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์จากก๊าซธรรมชาติและจากการกลั่นน้ำมันดิบ และการใช้ประ โยชน์
ผลกระทบจากกระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียมและแนวทางแก้ไข สถานการณ์พลังงานของโลกและของ
ประเทศไทย การใช้พลังงานด้านการคมนาคมของประเทศไทย การกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ผลกระทบและแนว
ทางการแก้ไขผลจากการใช้เชื้อเพลงิ เพ่ือการคมนาคม เชอื้ เพลงิ ทเ่ี ป็นพลังงานทดแทน
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
อภิปราย และการสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารและเชื่อมโยง
สิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ี
เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
๑. อธิบายความสำคญั และการกำเนิด ของปโิ ตรเลียม กา๊ ซธรรมชาติ ถา่ นหนิ และหนิ น้ำมัน
๒. อธิบายแหล่ง การสำรวจ และปริมาณสำรองของปิโตรเลียม และแก๊สธรรมชาติ
๓. อธิบายผลิตภณั ฑ์ปิโตรเลยี มและการนำไปใช้ประโยชน์
๔. อธบิ ายโครงสรา้ งราคาและวเิ คราะห์สถานการณก์ ารใช้นำ้ มนั เช้อื เพลงิ เพื่อการคมนาคม
๕. อธิบายประเภทและการใช้ประโยชน์จากเชอื้ เพลงิ ท่ีเปน็ พลงั งานทดแทน
๖. นำเสนอแนวทางการใช้ปิโตรเลยี ม และแก๊สธรรมชาตอิ ยา่ งประหยัดและถูกวธิ ี
รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๖๘
คำอธบิ ายรายวชิ า ว 20204 วทิ ยาศาสตรก์ บั ความงาม
รายวิชาเพ่มิ เติม กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ ๑-2 เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
ศึกษา วิเคราะห์ หลักการทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับความงาม โครงสร้างร่างกาย การดูแลผิวพรรณ
เครื่องสำอางในชีวิตประจำวันและเครื่องสำอางในท้องตลาด การใช้สมุนไพรในท้องถิ่นเพื่อความงามและสุขภาพ
เทคโนโลยเี พอ่ื ความงามและสุขภาพ แนวทางปฏิบัติเพือ่ ดแู ลความงามตามธรรมชาติทสี่ มวยั
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่รู้
มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมท่ี
เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. อธบิ ายความสำคัญของอาหารและปจั จัยทีม่ ผี ลตอ่ สขุ ภาพ
๒. อธบิ ายโครงสรา้ งทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั ความงาม ระบปุ ญั หาและแนวทางการแก้ปญั หาความงามในวัยรุ่น
๓. สบื ค้นข้อมลู เกี่ยวกบั เครอ่ื งสำอางและผลท่เี กิดจากการใช้เครอ่ื งสำอางในชวี ิตประจำวัน
๔. สำรวจและสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพร ภูมิปัญญาไทย และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับความงามและ
สุขภาพ รวมทั้งนำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
๕. สำรวจและสืบคน้ ข้อมลู เกีย่ วกับเคร่อื งสำอางท่มี ีจำหนา่ ยในท้องตลาด และนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
๖. แสดงพฤติกรรมที่สะท้อนว่ามีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันมีจิตวิทยา
ศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสมทเ่ี กย่ี วกบั ความงาม
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๖๙
คำอธบิ ายรายวชิ า ว ๒0๒๐5 เรมิ่ ต้นกบั โครงงานวทิ ยาศาสตร์
รายวชิ าเพม่ิ เติม กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๑-2 เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ศกึ ษา วิเคราะห์ ทำกิจกรรม สรา้ งแรงบันดาลใจในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ลกั ษณะสำคัญของโครงงาน
วิทยาศาสตรป์ ระเภทต่าง ๆ การเร่ิมตน้ ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ดว้ ยการต้ังคำถามและการสืบค้นข้อมูล การวางแผน
และการออกแบบโครงงานวิทยาศาสตร์ การเขียนเค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ การทำโครงงานวิทยาศาสตร์
การเขียนรายงาน และการนำเสนอโครงงานวทิ ยาศาสตร์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
อภิปราย และการสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารและเชือ่ มโยง
สิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ี
เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. ตง้ั คำถามจากสถานการณต์ ่างๆ ตามความสนใจ โดยมปี ระเด็นหรอื ตวั แปรท่ีสำคัญในการสำรวจ
ตรวจสอบหรือศกึ ษาไดอ้ ย่างครอบคลุมและเช่ือถือได้
๒. ออกแบบและวางแผนการสำรวจตรวจสอบ โดยมีการกำหนดและควบคุมตัวแปรต่างๆ กำหนดนยิ ามเชงิ
ปฏิบัติการ เลอื กวธิ ีการสำรวจตรวจสอบเชงิ ปรมิ าณ เชงิ คุณภาพที่ได้ผลเท่ียงตรงและปลอดภัย โดย ใช้
วัสดุและเครอื่ งมอื ที่เหมาะสม รวมถงึ จดั ทำเคา้ โครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ได้
๓. วเิ คราะห์และอธิบายผลการทดลองเชอ่ื มโยงกบั สมมติฐาน และสถานการณ์ในชีวติ ประจำวันได้
๔. ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ตามความสนใจ โดยมีขัน้ ตอนของกระบวนการวิทยาศาสตร์ ในการแก้ปัญหาและ
นำเสนอได้อยา่ งเหมาะสม
รวมทง้ั หมด 4 ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๗๐
คำอธิบายรายวิชา ว ๒0๒๐6 พลงั งานทดแทนกบั การใชป้ ระโยชน์
รายวิชาเพม่ิ เติม กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑-2 เวลา ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต
ศกึ ษา วเิ คราะห์ ทดลอง ตรวจสอบเกย่ี วกับพลงั งานแสงอาทติ ย์ พลงั งานลม พลังงานนำ้ พลังงานชวี มวล
และพลังงานนิวเคลียร์ เพ่ือให้มีความรคู้ วามเข้าใจในหลักการทางวิทยาศาสตร์ของพลงั งานดังกลา่ ว และการนำมาใช้
เป็นพลงั งานทดแทน และตระหนักในบทบาทและผลกระทบของพลังงานเหล่านน้ั ทมี่ ตี ่อมนษุ ย์และส่งิ แวดลอ้ ม
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
อภิปราย และการสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารและเชือ่ มโยง
สิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ี
เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
๑. ยกตวั อยา่ งและอธบิ ายความสำคัญของพลังงานทดแทน
๒. อธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์ในการนำพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวล
และพลังงานนิวเคลยี ร์ ไปใชป้ ระโยชน์
๓. อธิบายการใช้ประโยชน์ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวลและพลังงาน
นวิ เคลยี ร์ ในประเทศไทย
๔. อธิบายข้อดีและข้อจำกัดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์และแนวทางการพัฒนาของพลังงานแสงอาทิตย์
พลังงานลม พลงั งานนำ้ พลงั งานชวี มวลและพลงั งานนวิ เคลียร์
รวมทัง้ หมด ๔ ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๗๑
คำอธบิ ายรายวชิ า ว 20207 พลเมอื งดิจิทลั
รายวิชาเพมิ่ เติม กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-3 ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย ใช้สื่อและแหล่งข้อมูลตามข้อกำหนดและข้อตกลง มคี วามรับผิดชอบ
ต่อสังคม ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล วิเคราะห์สื่อและผลกระทบจากการให้ข่าวสารผิดเพื่อการใช้งานอย่าง
รู้เท่าทัน ปฏบิ ัติตามกฎหมายเกย่ี วกับคอมพิวเตอร์ แบง่ ปันข้อมูลอยา่ งปลอดภัย มีจรยิ ธรรม ประเมินความน่าเช่ือถือ
ของเว็บไซต์ ปกป้องตัวเองจากจากภัยคุมคามบนโลกอินเทอร์เน็ต ชาญฉลากในเรื่องการแบ่งปันข้อมูล สิ่งใดควร
แบ่งปัน สิ่งใดไม่ควรแบ่งปัน อ่อนโยนและให้เกียรติผู้อื่นในโลกอินเทอร์เน็ต และรู้จักขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ท่ี
ไว้ใจ
ผลการเรยี นรู้
๑. คิดวเิ คราะหแ์ ละประเมนิ เวบ็ ไซต์ อีเมล์ และเน้อื หาออนไลน์อื่นๆ
๒. ปกป้องตัวเองจากภัยคกุ คาม รวมถึงการกลัน่ แกล้งและกลโกงทางออนไลน์ได้
๓. ชาญฉลาดเร่ืองการแชร์: อะไร เม่ือไร อยา่ งไร และกบั ใคร
๔. ออ่ นโยนและให้เกยี รติผู้อื่นในโลกออนไลน์ รวมถึงเคารพความเปน็ สว่ นตวั ของผู้อ่ืน
๕. ขอความช่วยเหลอื จากผู้ปกครองหรือผ้ใู หญ่คนอน่ื ทีไ่ ว้ใจเมื่อเจอสถานการณท์ ซ่ี บั ซ้อน
รวมท้ังหมด ๕ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๗๒
รายวชิ าพนื้ ฐานและเพม่ิ เตมิ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น
รายวชิ าพน้ื ฐาน
ส ๒๑๑๐๑ สงั คมศึกษา 1 จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกติ
ส ๒๑๑๐๓ สังคมศึกษา ๒ จำนวน 60 ช่วั โมง 1.5 หน่วยกติ
ส ๒๒๑๐๑ สังคมศึกษา ๓ จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ส ๒๒๑๐๓ สังคมศึกษา ๔ จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกติ
ส ๒๓๑๐๑ สังคมศึกษา ๕ จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ส ๒๓๑๐๓ สงั คมศึกษา ๖ จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หน่วยกิต
ส ๒๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๑ จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกิต
ส ๒๑๑๐๔ ประวัติศาสตร์ ๒ จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกิต
ส ๒๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๓ จำนวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกติ
ส ๒๒๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร์ ๔ จำนวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกิต
ส ๒๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๕ จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต
ส ๒๓๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร์ ๖ จำนวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หน่วยกติ
รายวชิ าเพม่ิ เติม พทุ ธศาสนา ๑ จำนวน 40 ชัว่ โมง ส ๒๑๒๐๑
ส ๒๑๒๐๑ พุทธศาสนา ๒ จำนวน 40 ช่วั โมง ส ๒๑๒๐๓
ส ๒๑๒๐๓ พุทธศาสนา ๓ จำนวน 40 ชั่วโมง ส ๒๒๒๐๑
ส ๒๒๒๐๑ พทุ ธศาสนา ๔ จำนวน 40 ชว่ั โมง ส ๒๒๒๐๓
ส ๒๒๒๐๓ พทุ ธศาสนา ๕ จำนวน 40 ช่ัวโมง ส ๒๓๒๐๑
ส ๒๓๒๐๑ พทุ ธศาสนา ๖ จำนวน 40 ชว่ั โมง ส ๒๓๒๐๓
ส ๒๓๒๐๓ อสิ ลามศึกษา ๑ จำนวน 40 ชั่วโมง ส ๒๑๒๐๒
ส ๒๑๒๐๒ อสิ ลามศึกษา ๒ จำนวน 40 ชั่วโมง ส ๒๑๒๐๔
ส ๒๑๒๐๔ อิสลามศึกษา ๓ จำนวน 40 ชวั่ โมง ส ๒๒๒๐๒
ส ๒๒๒๐๒ อิสลามศึกษา ๔ จำนวน 40 ชั่วโมง ส ๒๒๒๐๔
ส ๒๒๒๐๔ อสิ ลามศึกษา ๕ จำนวน 40 ชัว่ โมง ส ๒๓๒๐๒
ส ๒๓๒๐๒ จำนวน 40 ชว่ั โมง
อสิ ลามศึกษา ๖ จำนวน 20 ชั่วโมง ส ๒๓๒๐๔
ส ๒๓๒๐๔ หน้าที่พลเมือง 1 จำนวน 20 ชว่ั โมง ส 20231
ส 20231 หน้าท่ีพลเมือง 2 จำนวน 20 ชวั่ โมง ส 20232
ส 20232 หน้าที่พลเมือง 3 จำนวน 20 ชวั่ โมง ส 20233
ส 20233 หนา้ ท่ีพลเมือง 4 จำนวน 20 ชว่ั โมง ส 20234
ส 20234 หน้าทพ่ี ลเมือง 5 จำนวน 20 ชว่ั โมง ส 20235
ส 20235 หน้าทพ่ี ลเมือง 6 ส 20236
ส 20236
หลักสูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๗๓
ส 20241 การป้องกนั การทุจริต 1 จำนวน 20 ชว่ั โมง ส 20241
ส 20242 การป้องกนั การทุจริต 2 จำนวน 20 ช่ัวโมง ส 20242
ส 20243 การปอ้ งกันการทจุ รติ 3 จำนวน 20 ชั่วโมง ส 20243
ส 20244 การปอ้ งกันการทจุ ริต 4 จำนวน 20 ชว่ั โมง ส 20244
ส 20245 การป้องกนั การทุจรติ 5 จำนวน 20 ช่วั โมง ส 20245
ส 20246 การปอ้ งกันการทุจริต 6 จำนวน 20 ชัว่ โมง ส 20246
หลกั สูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๗๔
คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
กลุ่มสาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
หลกั สูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๗๕
คำอธบิ ายรายวชิ า ส ๒๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ๑
รายวชิ าพ้ืนฐาน กลุม่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต
ศึกษาเกี่ยวกับประวัติของศาสดาและความสำคัญของศาสนาต่าง ๆ วิเคราะห์หลักธรรมคำสอนของศาสนา
และมีความรักความศรัทธาในหลักคำสอนของศาสนา ยึดหลักธรรมคำสอนของศาสนาไปใช้ในการดำเนิน
ชวี ติ ประจำวนั พัฒนาตนเองและครอบครวั ประพฤติปฏบิ ัติตนเป็นศาสนิกชนทีด่ ี เข้าร่วมในกิจกรรมทางศาสนา
ศกึ ษา วเิ คราะห์ บทบาทหน้าท่ขี องเยาวชนท่ีมีต่อสงั คมและประเทศชาติ เคารพสิทธิ เสรีภาพของตนเองและ
ผู้อื่น หลักการเจตนารมณ์โครงสร้างและสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันโดยสังเขป
บทบาทการถว่ งดลุ อำนาจอธิปไตยจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ความคลา้ ยคลึงและความแตกตา่ งระหว่างวัฒนธรรม
ไทยกับวัฒนธรรมของประเทศในภูมภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และวัฒนธรรมท่เี ปน็ ปจั จัยในการสรา้ งความสมั พันธ์
ที่ดี หรืออาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกัน ปฏิบัติตนเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ปฏิบัติตามกฎหมาย
คุ้มครองเด็ก กฎหมายการศึกษา กฎหมายคุมครองผู้บริโภค กฎหมายลิขสิทธ์ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่
เก่ยี วข้องกบั ตนเอง
เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ สามารนำไปปฏิบัติในการดำเนนิ ชวี ิต มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม มคี ุณลักษณะท่ี
พงึ ประสงคใ์ นดา้ นรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซอ่ื สัตย์สุจรติ มีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ รักความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ สามารถ
ดำเนินชีวติ อย่างสันติสุขในสงั คมไทยและสังคมโลก
โดยใชก้ ระบวนการคดิ กระบวนการสบื คน้ ข้อมูล กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการทางสงั คม กระบวนการ
กล่มุ กระบวนการเผชิญสถานการณแ์ ละแกป้ ัญหา
รหสั ตวั ชี้วัด
ส ๑.๑ ม. ๑/๑ ม. ๑/๒ ม. ๑/๓ ม. ๑/๔ ม. ๑/๕ ม.๑/๖ ม. ๑/๗ ม. ๑/๘ ม. ๑/๙ ม. ๑/๑๐
ม. ๑/๑๑
ส ๑.๒ ม. ๑/๑ ม. ๑/๒ ม. ๑/๓ ม. ๑/๔ ม. ๑/๕
ส ๒.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔
ส ๒.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓
รวมทั้งหมด ๒๓ ตัวชี้วัด
หลกั สูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๗๖
คำอธิบายรายวิชา ส ๒๑๑๐๓ สังคมศกึ ษา ๒
รายวิชาพ้นื ฐาน กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต
ศึกษา วิเคราะห์ ความหมายและความสำคัญของเศรษฐศาสตร์ ค่านิยมและพฤติกรรมการบริโภคของคน
ในสังคมซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศ ความเป็นมา หลักการและความ สำคัญของปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียงต่อสังคมไทย บทบาทหน้าทีแ่ ละความแตกต่างของสถาบันทางการเงินแต่ละประเภทและธนาคารกลาง การ
พึ่งพาอาศัยกัน และการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจในประเทศ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดอุปสงค์อุปทาน และ
กฎหมายเก่ียวกับทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา
เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ความเขา้ ใจ ระบบ และสถาบันทางเศรษฐกจิ ต่าง ๆ ความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจและความ
จำเป็นของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก สามารถบริหารทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้
ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการ
ดำรงชีวิตอย่างมคี ุณภาพ
ศกึ ษา วเิ คราะห์ เคร่อื งมอื ทางภมู ิศาสตร์ทแี่ สดงลักษณะทางกายภาพ และสังคมของประเทศไทย ทวีปเอเชยี
ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย เส้นแบ่งเวลาและเปรียบเทียบวัน เวลาของโลก วิเคราะห์ภัยพิบัติ และผลกระทบ ทวีป
เอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ทำเลที่ตั้ง กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสังคม ปัจจัยทางกายภาพและสังคมที่มี
ต่อการเลื่อนไหลของความคิด เทคโนโลยี สนิ ค้าและประชากร การเปล่ียนแปลงทางธรรมชาติ และความร่วมมอื ของ
ประเทศต่าง ๆ ทม่ี ีผลตอ่ สง่ิ แวดล้อมทางธรรมชาตขิ องทวีปเอเชยี ออสเตรเลีย และโอเชียเนยี
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการ
สร้างสรรค์วัฒนธรรม มจี ิตสำนกึ และมีสว่ นร่วมในการอนุรักษ์ ทรัพยากรและสงิ่ แวดล้อม เพอื่ การพัฒนาท่ยี ั่งยนื
โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชิญสถานการณแ์ ละแกป้ ญั หา กระบวนการกลุ่ม
รหัสตวั ชี้วัด
ส ๓.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม. ๑/๓
ส ๓.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม. ๑/๓ ม. ๑/๔
ส ๕.๑ ม.๑/๑ ม. ๑/๒ ม. ๑/๓
ส ๕.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม. ๑/๓ ม. ๑/๔
รวมท้ังหมด ๑๔ ตัวช้ีวัด
หลกั สูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๗๗
คำอธิบายรายวชิ า ส ๒๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา ๓
รายวชิ าพ้นื ฐาน กล่มุ สาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ
ศึกษาเรื่องการเผยแผ่พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ความสำคัญของ
พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือที่ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจอันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ความสำคัญของ
พระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือต่อสังคมไทยในฐานะที่เป็นรากฐานของวัฒนธรรม เอกลักษณ์ของชาติและ
มรดกของชาติ ศึกษาและอภิปรายความสำคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือกับการพัฒนาชุมชนและ
การจัดระเบียบสังคมศึกษาและวิเคราะห์พุทธประวัติ หรือประวัติศาสดาของศาสนาที่ตนนับถือ และปฏิบัติตนตาม
แบบอย่างการดำเนินชีวิตของศาสดาและสาวกของศาสนาที่ตนนับถือ ศึกษาโครงสร้างและสาระโดยสังเขปของ
พระไตรปิฎก หรือคัมภรี ข์ องศาสนาท่ีตนนับถือ ศึกษาธรรมคุณและหลกั ธรรมสำคัญของศาสนาทตี่ นนับถือ เข้าใจ
ความสำคญั ในหลกั ธรรมของศาสนาทต่ี นนับถอื โดยใชท้ ักษะการวเิ คราะห์
ศกึ ษาเรื่องการปฏิบตั ิตนอยา่ งเหมาะสมต่อบุคคลตา่ ง ๆ มารยาทของความเป็น ศาสนิกชนท่ดี ี คุณค่าของศา
สนพิธี คำสอนที่เกีย่ วเนือ่ งกับวนั สำคญั ทางศาสนา ของศาสนาทีต่ นนับถอื ทงั้ น้ีเพ่ือให้สามารถปฏบิ ตั ติ นได้ถูกต้อง เพ่อื
นำไปสู่การยอมรับและความเข้าใจซึ่งกันและกัน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว ชุมชนและประเทศ
กระบวนการในการตรากฎหมาย สถานภาพ บทบาท สทิ ธเิ สรีภาพ หน้าทีข่ องพลเมืองดีตามวถิ ีประชาธิปไตย บทบาท
ความสำคัญและความสัมพันธ์ของสถาบันทางสังคม ความคล้ายคลึง และความแตกต่างของวัฒนธรรมไทยและ
วฒั นธรรมของประเทศในภูมภิ าคเอเชยี เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจ และนำไปสู่ความเข้าใจอันดรี ะหว่างกัน
ศึกษาเหตุการณ์และการเปลี่ยนแปลงสำคัญของระบอบการปกครองของไทย การวเิ คราะหข์ อ้ มูลข่าวสารทาง
การเมอื งการปกครองท่ีมผี ลกระทบต่อสงั คมไทย สมัยปจั จุบนั เพื่อให้เกดิ ความร้คู วามเขา้ ใจและเกดิ ความตระหนักใน
ระบอบการปกครองประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ์เปน็ ประมุข
รหัสตัวชี้วัด
ส ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘, ม.๒/๙, ม.๒/๑๐, ม.๒/๑๑
ส ๑.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕
ส ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔
ส ๒.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒
รวมท้ังหมด ๒๒ ตัวช้ีวดั
หลกั สูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๗๘
คำอธบิ ายรายวชิ า ส ๒๒๑๐๓ สังคมศกึ ษา ๔
รายวชิ าพ้ืนฐาน กล่มุ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต
ศกึ ษาเร่ืองมาตราส่วน ทิศและสญั ลกั ษณ์ในแผนที่ วิเคราะห์และนำเสนอขอ้ มูลเก่ยี วกับลักษณะทางกายภาพ
และสังคมของทวีปยุโรปและแอฟริกา การเปลี่ยนแปลงประชากร เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม การอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของ
ส่งิ แวดล้อมในทวปี ยุโรปและแอฟรกิ า
ศึกษาความหมายและความสำคัญของการลงทุนและการออมต่อระบบเศรษฐกิจ หลักการผลิตสินค้าและ
บริการและปจั จัยทีม่ ีผลต่อการผลิตสินค้าและบรกิ าร หลักการและเป้าหมายของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง การรักษา
และคุม้ ครองสิทธปิ ระโยชน์ของผบู้ รโิ ภค
ศึกษาระบบเศรษฐกิจแบบต่าง ๆ หลกั การพ่งึ พาและการแข่งขนั ทางเศรษฐกิจ การกระจายทรพั ยากรในโลกท่ี
มผี ลตอ่ ความสมั พันธท์ างเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ
โดยใช้กระบวนการ คิด วิเคราะห์ การนำเสนอข้อมูล การสำรวจ การตีความ และการอภิปรายเพื่อให้
เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนำเสนอสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของ
การนำความรู้ไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจำวนั มเี หตุมผี ล คุณธรรมจรยิ ธรรมและคา่ นิยมท่เี หมาะสม
รหัสตวั ชี้วัด
ส ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔
ส ๓.๒ ม.๒/๑, ม๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔
ส ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
ส ๕.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔
รวมทั้งหมด ๑๕ ตัวช้ีวัด
หลกั สูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๗๙
คำอธบิ ายรายวิชา ส ๒๓๑๐๑ สังคมศึกษา ๕
รายวชิ าพน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต
ศึกษาเรื่อง การเผยแผ่พระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาทต่ี นนบั ถือสู่ประเทศตา่ ง ๆ ทว่ั โลก วเิ คราะห์
ความสำคัญของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ีตนนบั ถือในฐานะที่ช่วยสร้างสรรค์อารยธรรม และความสงบสุขแกโ่ ลก
อภปิ รายความสำคัญของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาท่ตี นนับถือกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและการพัฒนา
อยา่ งย่ังยืน วเิ คราะหพ์ ุทธประวัติจากพระพุทธรปู ปางต่าง ๆ หรือประวัตศิ าสดาทีต่ นนับถอื ตามท่ีกำหนด วเิ คราะห์
และประพฤติตนตามแบบอย่างการดำเนินชีวิตและขอ้ คดิ จากประวตั สิ าวก ชาดก เร่ืองเล่า และศาสนิกชนตัวอย่าง
ตามที่กำหนด อธิบายสังฆคณุ และข้อธรรมสำคัญในกรอบอริยสจั 4 หรือหลักธรรมของศาสนาทีต่ นนบั ถือตามที่
กำหนด เห็นคุณคา่ และวิเคราะห์การปฏบิ ัติตนตามหลักธรรมในการพัฒนาตนเพ่ือเตรยี มพรอ้ มสำหรบั การทำงานและ
การมคี รอบครัว เหน็ คุณคา่ ของการพัฒนาจิตเพือ่ การเรยี นรู้และดำเนินชีวติ ดว้ ยวธิ ีคิดแบบโยนิโสมนสกิ าร คือ วธิ คี ิด
แบบอริยสัจ และวธิ คี ดิ แบบสืบสาวเหตุปจั จัย หรือการพฒั นาจิตตามแนวทางของศาสนาทีต่ นนับถือ สวดมนต์ แผ่
เมตตา บริหารจติ และเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติหรือตามแนวทางของศาสนาทีต่ นนับถอื วิเคราะห์
พระพุทธศาสนาในการฝกึ ตนไมใ่ ห้ประมาท มงุ่ ประโยชนแ์ ละสันติภาพบุคคล สงั คมและโลก หรือแนวคดิ ของศาสนาท่ี
ตนนบั ถอื ตามที่กำหนด วเิ คราะห์หน้าท่แี ละบทบาทของสาวก และปฏบิ ัติตนต่อสาวกตามท่ีกำหนดได้ถูกต้อง ปฏบิ ตั ิ
ตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่าง ๆ ตามหลักศาสนาตามท่ีกำหนด ปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ของศาสนิกชนท่ดี ี ปฏิบัตติ นในศาสน
พธิ ี พธิ ีกรรมไดถ้ ูกต้อง อธิบายประวัตวิ นั สำคัญทางศาสนาตามทีก่ ำหนดและปฏิบตั ติ นได้ถกู ต้อง แสดงตนเปน็ พทุ ธ
มามกะหรือแสดงตนเปน็ ศาสนิกชนของศาสนาทต่ี นนับถือ นำเสนอแนวทางในการธำรงรักษาศาสนาทีต่ นนับถือ
ศึกษาเร่ือง อธบิ ายความแตกต่างของการกระทำความผดิ ระหวา่ งคดีอาญาและคดแี พง่ มสี ว่ นร่วมในการ
ปกป้องคุ้มครองผู้อืน่ ตามหลักสทิ ธมิ นุษยชน อนรุ ักษว์ ัฒนธรรมไทยและเลือกรับวัฒนธรรมสากลทเ่ี หมาะสม วิเคราะห์
ปัจจยั ท่กี ่อให้เกิดปัญหาความขดั แย้งในประเทศ และเสนอแนวคิดในการลดความขัดแยง้ เสนอแนวคดิ ในการดำรงชวี ิต
อย่างมีความสุขในประเทศและสังคมโลก อธบิ ายระบอบการปกครองแบบต่าง ๆ ท่ีใชใ้ นยคุ ปัจจบุ ัน วิเคราะห์
เปรยี บเทียบระบอบการปกครองของไทยกับประเทศอื่น ๆ ที่มีการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย วเิ คราะหร์ ฐั ธรรมนญู
ฉบับปจั จุบันในมาตราต่าง ๆ ทีเ่ ก่ียวข้องกบั การเลือกต้ัง การมสี ่วนร่วม และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ วิเคราะห์
ประเด็นปัญหาท่ีเปน็ อุปสรรคตอ่ การพัฒนาประชาธปิ ไตยและเสนอแนวทางแก้ไข
รหสั ตวั ชี้วดั ม. ๓/๑, ม.๓/๒ ม. ๓/๓ ,ม.๓/๔ ม.๓/๕ , ม.๓/๖ ม. ๓/๗ , ม.๓/๘ ม. ๓/๙ ,ม.๓/๑๐
ส ๑.๑ ม. ๓/๑, ม.๓/๒ ม. ๓/๓ ,ม.๓/๔ ม.๓/๕ , ม.๓/๖ ม. ๓/๗
ส ๑.๒ ม. ๓/๑, ม.๓/๒ ม. ๓/๓ ,ม.๓/๔ ม.๓/๕
ส ๒.๑ ม. ๓/๑, ม.๓/๒ ม. ๓/๓ ,ม.๓/๔
ส ๒.๒
รวมทั้งหมด ๒๖ ตวั ช้ีวัด
หลกั สูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๘๐
คำอธิบายรายวชิ า ส ๒๓๑๐๓ สังคมศึกษา ๖
รายวชิ าพื้นฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษาเรื่อง กลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาท้องถิ่นตามปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงกับระบบสหกรณ์ อธิบายบทบาทหน้าท่ี
ของรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจ แสดงความคิดเห็นต่อนโยบายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของรัฐที่มีต่อบุคคล กลุ่มคน
และประเทศ อภิปรายบทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ อภิปรายผลกระทบที่เกิด
จากภาวะเงินเฟ้อ เงินฝืด วิเคราะห์ผลเสียจากการว่างงานและแนวทางแก้ปัญหา วิเคราะห์สาเหตุและวิธีการกีดกัน
ทางการคา้ ในการค้าระหว่างประเทศ
ศึกษาเรื่อง วิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปอเมริกาใต้ โดยเลือกใช้แผนที่
เฉพาะเรื่องและเครื่องมือทางภูมิศาสตร์สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์สาเหตุการเกิดภัยพิบัติของทวีปอเมริกาเหนือ และทวีป
อเมริกาใต้ สำรวจและระบุทำเลที่ตั้งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปอเมริกาใต้
วิเคราะห์ปัจจัยทางกายภาพและปัจจัยทางสังคมที่มีผลต่อทำเลที่ตั้งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในทวีป
อเมรกิ าเหนือ และทวีปอเมริกาใต้ สบื ค้น อภิปรายประเด็นปัญหาจากปฏสิ ัมพนั ธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมทางกายภาพ
กับมนุษย์ที่เกิดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปอเมริกาใต้ วิเคราะห์แนวทางการจัดการภัยพิบัติและการจัดการ
ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปอเมริกาใต้อย่างยั่งยืน ระบุความร่วมมือระหว่างประเทศทีม่ ี
ผลต่อการจัดการทรพั ยากรและส่ิงแวดลอ้ ม
โดยใชว้ ิธกี ารสังเกต ตอบคำถามเชงิ วเิ คราะห์ เช่ือมโยงประสบการณ์เดิมสู่ประสบการณใ์ หม่
และใชก้ ระบวนการทางภูมศิ าสตร์ในการสรปุ ความรู้เป็นแผนภาพความคิด กระต้นุ ให้แสดงความคดิ เหน็
อยา่ งหลากหลาย เพอ่ื รว่ มกันหาแนวทางปฏบิ ตั ทิ ถ่ี ูกต้อง เหมาะสม สง่ เสริมการทำงานกลุ่มเพ่อื พัฒนาทักษะทางสังคม
นำไปส่กู ารยอมรบั และเห็นคณุ ค่าของตนเองและผอู้ ่นื
เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจและตระหนักถึงการปฏิบัติตนในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมประชาธิปไตย ปฏิบัติตน
ตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ มีแนวคิดที่เหมาะสมในการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง และมีความเข้าใจสภาพภูมิศาสตร์
รอบตัว เลือกใชแ้ ละอนุรกั ษส์ งิ่ แวดลอ้ มอย่างยงั่ ยืน
รหสั ตวั ชี้วดั
ส ๓/๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒ ม.๓/๓ ,
ส ๓.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒ ม.๓/๓ , ม.๓/๔, ม. ๓/๕ , ม.๓/๖
ส ๕.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒
ส ๕.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒ ม.๓/๓ , ม.๓/๔, ม.๓/๕
รวมท้ังหมด ๑๖ ตวั ชี้วัด
หลักสูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๘๑
คำอธบิ ายรายวิชา ส ๒๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๑
รายวิชาพ้นื ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศกึ ษา วิเคราะห์ ความสำคัญของเวลาในการศกึ ษาประวตั ิศาสตร์ ความสมั พันธ์และความ สำคญั ของอดีตที่
มีตอ่ ปจั จบุ ันและอนาคต ทมี่ าและตัวอย่างการใช้ศักราชในเอกสารประวัติศาสตร์ไทย วธิ ีการเทยี บศักราชแบบต่าง
ๆ การนำวิธีการทางประวัติศาสตร์ไปใช้ศึกษาเรื่องราวของประวัติศาสตร์ไทยที่มีอยู่ในท้อง ถิ่น และเหตุการณ์
สำคัญสมยั สโุ ขทยั ประวตั ศิ าสตร์ไทยสมัยก่อนสโุ ขทัยในดนิ แดนไทยโดยสังเขป รฐั โบราณและรัฐไทยในดนิ แดนไทย
โดยใช้กระบวนการ การคิดวิเคราะห์ การสืบค้นข้อมูล การปฏิบัติ กระบวนการกลุ่มการบวนการเรียนรู้
แบบบูรณกา กระบวนการแก้ปญั หา และวธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจถงึ ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัตสิ าสตร์ สามารถใช้วิธกี ารทาง
ประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทยพัฒนาการด้านต่าง ๆ
วัฒนธรรมไทย ภูมิปญั ญาไทย มคี ุณลกั ษณะอนั พ่งึ ประสงค์ด้านรักชาติ ศาสน์กษัตรยิ ์ ซื่อสัตย์สจุ ริต มวี นิ ัย ใฝ่
เรียนรู้ ม่งุ มน่ั ในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจติ สาธารณะ
รหัสตวั ช้ีวัด
ส.๔.๑ ม.๑/๑ , ม.๑/๒ , ม.๑/๓
ส.๔.๓ ม.๑/๑
รวมท้ังหมด ๖ ตัวช้ีวัด
หลักสูตรโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๘๒
คำอธิบายรายวชิ า ส ๒๑๑๐๔ ประวตั ิศาสตร์ ๒
รายวชิ าพ้นื ฐาน กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษา วิเคราะห์พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัยในด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและ
ความสัมพนั ธ์ระหว่างประเทศ วฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาไทยสมยั สโุ ขทยั ความเสอื่ มของอาณาจักรสโุ ขทัยที่ตั้งและสภาพ
ภูมิศาสตร์ที่มีผลตอ่ พัฒนาการทางประวัตศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศต่าง ๆในภูมิภาคเอเชยี
ตะวันออกเฉียงใต้ ความร่วมมือผ่านการรวมกลุ่มเป็นอาเซียนทีถ่ ือว่าเป็นพัฒนาการของภมู ิภาค ที่ตั้งและความสำคญั
ของเหล่าอารยธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อิทธิพลของ อารยธรรมโบราณในดินแดนไทยที่มีพัฒนาการ
ของสงั คมไทยสมัยปจั จุบนั
โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสบื ค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการ
เรียนรู้แบบบรู ณาการ กระบวนการการแก้ปญั หา และวิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจถึงความสำคัญของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการทาง
ประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย พัฒนาการด้านต่าง ๆ
วฒั นธรรมไทย ภูมศิ าสตรไ์ ทย มคี ณุ ลกั ษณะอนั พ่งึ ประสงค์ด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซื่อสัตย์
สุจรติ มวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ มุง่ ม่นั ในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ
รหสั ตวั ชี้วัด
ส ๔.๒ ม. ๑/๑ , ม. ๑/๒
ส ๔.๓ ม. ๑/๒ , ม. ๑/๓
รวมทั้งหมด ๔ ตัวชี้วัด
หลักสูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๘๓
คำอธบิ ายรายวิชา ส ๒๒๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๓
รายวิชาพืน้ ฐาน กล่มุ สาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
ศึกษาวิธีการประเมินความน่าเชื่อถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในลักษณะต่าง ๆ อย่างง่าย ๆ เช่น
การศึกษาภูมิหลังของผู้ทำ หรือผู้เกี่ยวข้อง สาเหตุการจัดทำหรือจัดสร้างหลักฐาน รูปลักษณ์ของหลักฐานทาง
ประวัตศิ าสตรว์ ่าเปน็ หลกั ฐานชัน้ ตน้ หรือหลักฐานชั้นรอง(โครงสรา้ ง สร้างขน้ึ เม่อื ไหร่ สร้างขึ้นทำไม เชื่อถือได้หรือไม่)
ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล/สารสนเทศที่อยู่ในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โดยสามารถวิเคราะห์แยกแยะความจริงกับ
ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏในหลักฐาน รวมทั้งแยกแยะข้อคิดเห็นกับข้อเท็จจริงจากข้อมูล
ตัวอย่างการประเมนิ ความน่าเช่ือถือของหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ไทยทีอ่ ยูใ่ นท้องถ่ิน ของตนเอง และหลักฐานสมัย
อยุธยา เข้าใจความสำคัญของการวิเคราะห์ตีความข้อมูลจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โดยใช้ทักษะการรวบรวม
ข้อมูล การวิเคราะห์ การตีความ การแยกแยะ การเปรียบเทียบ ทั้งนี้เพื่อให้ตระหนกั และเห็นคุณค่าความสำคัญของ
ประวัติศาสตร์ และวิธีการทางประวัติศาสตร์
ศึกษาวิเคราะห์พัฒนาการของอาณาจักรอยุธยาและธนบุรีในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับ การสถาปนาอาณาจักร
ปัจจัยที่มีผลต่อความเจริญรุ่งเรืองและมั่นคงของอาณาจักรอยุธยา พัฒนาการด้านการเมืองการปกครอง สังคม
เศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เหตุการณ์สำคัญในสมยั อยธุ ยาและธนบุรี เช่นการเสยี กรงุ ศรอี ยุธยาครั้งท่ี
๑ และการกู้เอกราช การเสียกรุงเสียอยุธยาครั้งที่ ๒ และการกู้เอกราช ศึกษาวิเคราะห์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย
สมัยอยุธยาและ เช่นการควบคุมกำลังคน ศิลปกรรมไทย วีรกรรมของบรรพบุรุษไทยสมัยอยุธยา และธนบุรี เช่น
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ สมเด็จพระศรีสุริโยทัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จ
พระเจา้ ตากสนิ มหาราช
โดยใช้ทักษะการรวบรวม การวิเคราะห์ การอ้างอิง การสังเคราะห์ การสรุป การตีความ ทั้งนี้เพื่อให้เข้า
ใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรมไทยและภูมิปัญญาไทย เห็นความพยายามของบรรพบุรุษที่ปกป้องชาติไทย
และสร้างสรรค์ความเจริญสืบตอ่ มาถงึ ปจั จุบนั
รหัสตวั ช้ีวัด
ส ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
ส ๔.๓ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
รวมทั้งหมด ๖ ตัวช้ีวัด
หลักสูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๘๔
คำอธบิ ายรายวชิ า ส ๒๒๑๐๔ ประวัติศาสตร์ ๔
รายวชิ าพ้ืนฐาน กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
ศึกษาปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่ส่งผลต่อพัฒนาการของภูมิภาคต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย(ยกเว้นเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้)พัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมิภาคเอเชีย ความสำคัญของแหล่งอารยธรรมโบราณและ
แหล่งมรดกโลกในภมู ิภาคเอเชีย และอิทธิพลของอารยธรรมโบราณทม่ี ตี ่อภมู ิภาคเอเชียในปัจจุบัน
โดยใช้ทักษะการสืบค้น การรวบรวมข้อมูล การสรุป การวิเคราะห์ ทั้งนี้เพื่อให้เข้าใจพัฒนาการของ
มนุษยชาติที่มีความเปลี่ยนแปลงจากอดีตจนถึงปัจจุบันและผลกระทบที่มีต่อสังคมโลก เข้าใจความแตกต่างทาง
วฒั นธรรม สามารถปรับตวั อยู่ร่วมกันในสังคมโลกได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
รหสั ตัวช้วี ดั
ส ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
ส ๔.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒
ส ๔.๓ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
รวมท้ังหมด ๘ ตัวชี้วดั
หลักสูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๘๕
คำอธบิ ายรายวชิ า ส ๒๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๕
รายวชิ าพื้นฐาน กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
ศกึ ษาและใช้วิธีการทางประวัตศิ าสตร์ ในการศึกษาวเิ คราะห์ เรอื่ งราวเหตกุ ารณ์สำคญั ทางประวัติศาสตร์ได้
อย่างมีเหตุผล และศึกษาเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว และท้องถิ่นของตนตามความสนใจ โดยจัดทำ
โครงงานประวตั ิศาสตร์
ศึกษาปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่มีผลต่อพัฒนาการของภูมิภาคต่าง ๆของโลก และพัฒนาการทางสังคม
เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมภิ าคต่าง ๆในโลกโดยสงั เขป (ยกเวน้ เอเชยี ) อิทธพิ ลของอารยธรรมตะวันตกที่มีต่อ
การพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของสังคมโดลกโดยสังเขป วิเคราะห์ผลของการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่ความ
ร่วมมือและความขัดแย้งในคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ เช่น สงครามโลกครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ สงครามเย็น องค์การความ
ร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนความพยายามในการขจัดปัญหาความขัดแย้ง โดยใช้ทักษะ การสังเกต การ
รวบรวมขอ้ มูล การสืบคน้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การสร้างความรูใ้ หม่ การใหเ้ หตผุ ล
เพื่อให้เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตถึงปัจจุบัน ทั้งด้านความสัมพันธ์และการเปลี่ยน แปลง
อยา่ งต่อเน่ือง ตระหนกั และเห็นความสำคญั ทจี่ ะอยูร่ ว่ มกนั อย่างสงบสุข
รหัสตวั ช้ีวัด
ส ๔.๑ ม. ๓/๑, ม.๓/๒
ส ๔.๒ ม. ๓/๑, ม.๓/๒
รวมทั้งหมด ๔ ตัวช้ีวดั
หลักสูตรโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๘๖
คำอธิบายรายวชิ า ส ๒๓๑๐๔ ประวัตศิ าสตร์ ๖
รายวิชาพ้ืนฐาน กลุม่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
ศกึ ษาวิเคราะห์ พัฒนาการทางประวตั ิศาสตร์ของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ในด้านต่าง ๆ เก่ยี วกบั การสถาปนา
กรุงเทพฯเป็นราชธานีไทย ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ บทบาท
ของพระมหากษัตริย์ไทยในราชวงศ์จักรีในการสร้าง สรรค์ความเจริญและความมั่นคงของชาติ พัฒนาการของไทย
ดา้ นการเมอื ง การปกครอง สงั คม เศรษฐกจิ และความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศตามช่วงสมัยต่าง ๆ
ศึกษาวิเคราะห์ สาเหตุปัจจัยและผลของเหตุการณ์สำคัญที่มีต่อการพัฒนาชาติไทย เช่น การทำ
สนธิสัญญาเบาว์ริ่ง ในรัชกาลที่ ๔ การปฏิรูปประเทศในสมัยรัชกาลที่ ๕ การเข้าร่วมสงคราม โลกครั้งที่ ๑ และ
ครั้งที่ ๒ ศึกษาวิเคราะห์บทบาทของไทยในสังคมโลกตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งวีรกรรม
ของบรรพบุรุษไทย และวิเคราะห์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ที่มีอิทธิพลต่อการพั ฒนาและ
สร้างสรรค์ชาติไทยจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศร
รามาธบิ ดี จักรีนฤบดนิ ทร สยามมนิ ทราธิราช บรมนาถบพิตร และสมเดจ็ พระนางเจา้ สิริกติ ิ์พระบรมราชินนี าถ
โดยใช้ทักษะ การรวบรวมข้อมูล การสืบค้น การเชื่อมโยง การวิเคราะห์ การอธิบาย การสรุปความ
ทั้งนี้เพื่อให้เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย เกิดความรักและความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาไทย
ตระหนักและเหน็ ความสำคัญในบรรพบุรษุ ไทยท่ีไดป้ กป้องและสร้างสรรคค์ วามเจรญิ ใหก้ ับประเทศชาติจนถึงทกุ วันนี้
รหสั ตัวช้ีวัด
ส ๔.๑ ม.๓/๒
ส ๔.๓ ม. ๓/๑ , ม. ๓/๒, ม. ๓/๓ , ม. ๓/๔
รวมทั้งหมด ๕ ตัวชี้วดั
หลักสูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๘๗
คำอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
กล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
หลักสูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๘๘
คำอธบิ ายรายวิชา ส ๒๑๒๐๑ พุทธศาสนา ๑
รายวิชาเพมิ่ เติม กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
ศึกษาเกย่ี วกับพุทธประวัตแิ ละความสำคัญของพระพทุ ธศาสนาเร่ืองการทำสังคายนาการเผยแผ่พุทธศาสนา
เข้าสู่ประเทศไทย ความสำคัญของพระพุทธศาสนาที่มีต่อสังคมไทยในฐานะเป็นศาสนาประจำชาติและสถาบันหลัก
ของสังคมไทย
วิเคราะห์เกย่ี วกบั หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเร่ืองพระรัตนตรยั พุทธคุณ ๙ อรยิ สจั ๔ทุกข์ สมทุ ยั นิโรธ
มรรค ศึกษาประวตั ิพทุ ธสาวก พุทธสาวิกา ชาวพทุ ธตัวอยา่ ง และเรอื่ งชาดกคืออัมพชาดก ตติ ตตริ ชาดก
ศึกษาวิธีการปฏิบัติการบริหารจิตและการเจริญปัญญา สวดมนต์แปล แผ่เมตตา และประโยชน์ของการ
บริหารจิต การเจริญปัญญา ตามหลักอานาปานสติ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันพัฒนาการเรียนรู้ด้วยวิธีคิดแบบ
โยนิโสมนสิการ ๒ วธิ ี คือวิธคี ิดแบบคุณคา่ แท้ คุณคา่ เทยี ม และความคิดแบบคณุ โทษและทางออก
โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ อธิบาย สร้างความตระหนัก ปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ความคิด ความ
เข้าใจและมีความรักความศรัทธาอย่างยิง่ ต่อพระรตั นตรัย รักการเรียนรู้ในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา สามารถนำ
สิ่งทเี่ รียนรไู้ ปใชใ้ นการตดั สนิ ใจเลอื กปฏิบัตใิ นส่งิ ท่ดี มี คี วามถูกต้อง มีความเหมาะสม เหน็ คณุ คา่ ของการนำความรู้ไปใช้
ในชวี ิตประจำวัน มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม ใช้ชีวิตอยา่ งมีคุณค่า
ผลการเรยี นรู้
๑. อธบิ ายการเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาเขา้ สู่ประเทศไทย
๒. วเิ คราะหค์ วามสำคญั ของพระพทุ ธศาสนาท่ีมีต่อสงั คมไทยรวมท้ังการพฒั นาตนและครอบครัว
๓. วเิ คราะห์พทุ ธประวัตติ ั้งแต่ประสูติจนถึงบำเพญ็ ทกุ รกริ ยิ า
๔. วิเคราะห์การประพฤติตนตามแบบอย่างการดำเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเล่า
และศาสนิกชนตวั อยา่ งตามที่กำหนด
๕. อธิบายพุทธคุณและข้อธรรมสำคัญในกรอบอริยสัจ ๔ เห็นคุณค่าและนำไปพัฒนาแก้ปัญหาของตนเอง
และครอบครัว
๖. เห็นคุณค่าของการพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และการดำเนินชีวิตด้วยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ คือวิธีคิด
แบบคุณคา่ แท-้ คุณค่าเทียม และวธิ ีคิดแบบคุณ-โทษและทางออก
๗. สวดมนต์แผ่เมตตา บรหิ ารจติ และเจริญปญั ญาดว้ ยอานาปนสติ
รวมทั้งหมด ๗ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๘๙
คำอธิบายรายวชิ า ส ๒๑๒๐๓ พทุ ธศาสนา ๒
รายวชิ าเพิม่ เติม กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต
ศึกษาวิเคราะห์หลักธรรมคำสอนของพุทธศาสนา ศึกษาบุคคลตัวอย่างท่ีมีอยู่ในท้องถิ่นเพื่อเป็นแบบอย่างใน
การดำรงชีวิต การเข้าร่วมพิธีกรรมทางพุทธศาสนา การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ มารยาทชาวพุทธ หน้าที่ชาวพุทธ
การปฏิบัติตนต่อพระภิกษุสงฆ์ การไปวัด การแต่งกาย การปฏิบัติตนในเขตวัด การเข้าพบพระภิกษุ การแสดงความ
เคารพ ศาสนพิธีเรอื่ งการจัดโต๊ะหมบู่ ชู า การจดุ ธูปเทียน คำอาราธนาต่าง ๆ การปฏบิ ตั ติ นเปน็ ชาวพทุ ธที่ดี
ศึกษาประวัติและความสำคัญในวันสำคญั ทางพุทธศาสนา และการปฏิบัติตนในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วัน
อาสาฬหบูชา วนั เขา้ พรรษา วนั ออกพรรษา วันธรรสวนะ มีความตระหนักในการอนุรักษศ์ าสนวัตถแุ ละศาสนสถานใน
ทอ้ งถ่ิน
โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ อธิบาย สร้างความตระหนัก เพื่อให้เกิดศรัทธาอย่างยิ่งต่อพุทธศาสนา
ประพฤติตนตามหลักธรรมคำสอนได้อย่างถูกต้องเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม และสามารถนำ
หลักธรรมไปเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้การทำงานอย่างงมีคุณค่าต่อชีวิตตนเองและส่วนรวม อยู่ร่วมกันในสังคมได้
อย่างมคี วามสขุ
ผลการเรียนรู้
๑. วเิ คราะห์การปฏิบตั ติ นตามหลกั ธรรมทางศาสนาและการดูแลรักษาส่งิ แวดล้อม
๒. วิเคราะห์เหตผุ ลความจำเป็นทีท่ ุกคนต้องศกึ ษาเรียนร้ศู าสนา
๓. ปฏบิ ัตติ นต่อศาสนิกชนอ่ืนในสถานการณต์ ่าง ๆได้อย่างเหมาะสม
๔. วเิ คราะหก์ ารกระทำของบุคคลทเ่ี ป็นแบบอย่างดา้ นศาสนสัมพนั ธ์และนำเสนอแนวทางปฏบิ ตั ติ นเอง
๕. บำเพ็ญประโยชน์ต่อศาสนสถานของพุทธศาสนา
๖. อธบิ ายจรยิ าวตั รของสาวกเพ่ือเปน็ แบบอยา่ งในการประพฤติปฏบิ ตั ิอยา่ งเหมาะสมต่อสาวกของพทุ ธศาสนา
๗. การปฏบิ ัติตนอยา่ งเหมาะสมต่อบคุ คลตา่ ง ๆตามหลกั พุทธศาสนา
๘. จดั พิธกี รรมและปฏิบตั ิตนในศาสนพิธี พธิ กี รรมได้ถกู ต้อง
๙. อธบิ ายประวตั คิ วามสำคัญและปฏบิ ตั ติ นในวันสำคัญทางพุทธศาสนา
รวมท้ังหมด ๙ ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๙๐
คำอธิบายรายวชิ า ส ๒๒๒๐๑ พุทธศาสนา ๓
รายวิชาเพมิ่ เติม กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต
ศึกษาและอภปิ ราย การเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาสู่ประเทศตา่ ง ๆทัว่ โลก ความสำคัญของพุทธศาสนาใน
ฐานะที่ช่วยสร้างสรรค์อารยธรรมและความสงบสุขให้โลก พระพุทธศาสนากับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ศึกษาพุทธประวัติจากพระพุทธรูปปางต่าง ๆ พุทธสาวก พุทธสาวิกา ชาดก พุทธศาสนิกชนตัวอย่าง ศึกษา
และวิเคราะห์หลักธรรม พระรัตนตรัย เรื่อง สังฆคุณ ๙ อริยสัจ ๔ ทุกข์ :ขันธ์ ๕ ไตรลักษณ์ , สมุทัย : หลักกรรม
วัฎฎะ๓ ปญั จธรรม ๓ นโิ รธ : อตั ถะ ๓ มรรค : มรรค ๘ ปญั ญา ๓ สปั ปุรสิ ธรรม ๗ บุญกิรยิ าวตั ถุ ๑๐ อุบาสถ
ธรรม ๗ มงคล ๓๘ และพทุ ธศาสนสุภาษิต
โดยใชก้ ระบวนการ ความรู้ความเข้าใจ การอภิปราย การวิเคราะห์ และการปฏบิ ัติ
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักในความสำคัญของพระพุทธศาสนา สามารถนำหลักธรรมใน
ศาสนาที่ตนนับถอื และคณุ ธรรมทีเ่ ปน็ แบบอยา่ งท่ีดี มาปฏบิ ตั ปิ ระยุกต์ใช้ในการดำรงชีวติ ไดถ้ ูก ตอ้ งเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. อธิบายการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาเข้าสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก
๒. วิเคราะห์ความสำคญั ของพระพุทธศาสนาท่ีชว่ ยสร้างสรรคอ์ ริยธรรม และความสงบสขุ แกโ่ ลก
๓. อภิปรายความสำคัญของพระพทุ ธศาสนากับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
๔. วิเคราะห์พทุ ธประวตั จิ ากพระพุทธรูปปางตา่ งๆ
๕. วิเคราะห์การประพฤติตนตามแบบอย่างการดำเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดกและศาสนิกชน
ตวั อยา่ งตามท่ีกำหนด
๖. อธิบายสังฆคณุ และหลักธรรมสำคญั ในกรอบอรยิ สจั ๔ ตามทีก่ ำหนด
๗. เหน็ คณุ ค่าและวเิ คราะห์การปฏบิ ัตติ นตามหลักธรรมในการพัฒนาตนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ การทำงาน
และการมีครอบครัว
รวมทั้งหมด ๗ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๙๑
คำอธบิ ายรายวชิ า ส ๒๒๒๐๓ พุทธศาสนา ๔
รายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ศึกษาหน้าที่ของพระภิกษุสงฆ์ในการปฏิบัติตามหลักพระธรรมและจริยวัตรอย่างเหมาะสม การปฏิบัติต่อ
พระภิกษุในงานศาสนพธิ ที ี่บ้าน การสนทนา การแต่งกาย การพูดกับพระภิกษตุ ามฐานะการเป็นศิษยท์ ีด่ ีตามหลัก
ทิศเบ้ืองขวาในทิศ ๖ ศึกษาการปฏบิ ัตหิ นา้ ทีช่ าวพทุ ธคามพุทธปณิธาน ๔ ในมหาปรนิ พิ พานสูตร วิธกี ารปฏบิ ตั ิตน
ในศาสนพิธี ทั้งงานมงคลและงานอวมงคล การฟังพระธรรมเทศนา การแต่งกายในศาสนพิธีที่วัด การงดเว้น
อบายมขุ การประพฤติปฏิบัตติ นในวันธรรมสวนะและเทศกาลสำคญั การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ประวตั ิวนั สำคญั
ทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ศึกษาเรยี นรู้เร่ืององค์ประกอบของพระพุทธศาสนา การรวมตวั ขององค์กรชาว
พุทธ ปลกู จติ สำนึกในดา้ นการบำรงุ รักษาวดั และพทุ ธสถานให้เกิดประโยชน์
ศึกษาวิธีปฏิบัติและฝึกการบริหารจิตและเจริญปัญญาตามหลักสติปัฎฐฐานเน้นอานาปานสติ นำวิธีการ
บริหารจิตและเจริญปัญญามาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยใช้กระบวนการ ความรู้ความเข้าใจ การอภิปราย การ
วิเคราะห์ และการปฏิบตั ิ
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ ในบทบาทหน้าที่ของพระสงฆ์ สามารถปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์และบุคคลต่าง ๆ
ตามหลกั ศาสนาไดถ้ ูกต้องเหมาะสม เปน็ ศาสนกิ ชนและพทุ ธมามกะท่ีดี ปฏิบัตติ นตามมารยาทชาวพุทธในศาสน
พิธีและพิธีกรรมในวันสำคัญทางศาสนาได้ถูกต้อง ศึกษาประวัติวันสำคัญทางพุทธศาสนาและการปฏิบัติตน การมี
จิตสำนึกในการบำรงุ รักษาพุทธสถาน การสวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจิต และการนำหลักการการบริหารจิตและ
เจรญิ ปัญญาด้วยอานาปานสติ มาใช้ในการดำเนนิ ชีวติ
ผลการเรียนรู้
๑. วเิ คราะหห์ น้าทแี่ ละบทบาทของพระสงฆ์และปฏิบัตติ นต่อพระสงฆ์ได้ถกู ต้อง
๒. สามารถปฏบิ ตั ิตนต่อบุคคลต่าง ๆตามหลักศาสนาไดเ้ หมาะสม
๓. สามารถปฏิบตั ิตนในศาสนพธิ ี พธิ ีกรรมได้ถูกต้องเหมาะสม
๔. อธิบายประวตั วิ ันสำคัญทางพุทธศาสนาและปฏบิ ัติตนได้ถูกต้อง
๕. แสดงตนเป็นพุทธมามกะและสามารถปฏิบตั ิหนา้ ท่ีของศาสนิกชนทด่ี ี
๖. เห็นคุณค่าของการพัฒนาจิต และสามารถนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้
รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๙๒
คำอธิบายรายวชิ า ส ๒๓๒๐๑ พุทธศาสนา ๕
รายวิชาเพิ่มเติม กล่มุ สาระการเรยี นรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
ศึกษาและอภิปราย การเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาสู่ประเทศต่าง ๆทั่วโลก ความสำคญั ของพุทธศาสนาใน
ฐานะที่ช่วยสร้างสรรค์อารยธรรมและความสงบสุขให้โลก พระพุทธศาสนากับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ศึกษาพุทธประวัติจากพระพุทธรูปปางต่าง ๆ พุทธสาวก พุทธสาวิกา ชาดก พุทธศาสนิกชนตัวอย่าง ศึกษา
และวิเคราะห์หลกั ธรรม พระรัตนตรัย เรื่อง สังฆคุณ ๙ อริยสัจ ๔ ทุกข์ :ขันธ์ ๕ ไตรลักษณ์ , สมุทัย : หลักกรรม
วัฎฎะ๓ ปัญจธรรม ๓ นิโรธ : อตั ถะ ๓ มรรค : มรรค ๘ ปัญญา ๓ สัปปุริสธรรม ๗ บุญกริ ิยาวตั ถุ ๑๐ อุบาสถ
ธรรม ๗ มงคล ๓๘ และพทุ ธศาสนสภุ าษิต
โดยใช้กระบวนการ ความร้คู วามเข้าใจ การอภิปราย การวิเคราะห์ และการปฏิบตั ิ
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักในความสำคัญของพระพุทธศาสนา สามารถนำหลักธรรมใน
ศาสนาที่ตนนบั ถอื และคุณธรรมที่เปน็ แบบอย่างที่ดี มาปฏิบัตปิ ระยกุ ต์ใชใ้ นการดำรงชวี ิตได้ถกู ตอ้ งเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเขา้ ส่ปู ระเทศตา่ ง ๆทวั่ โลก
2. วเิ คราะห์ความสำคญั ของพระพุทธศาสนาทีช่ ว่ ยสร้างสรรค์อริยธรรม และความสงบสขุ แก่โลก
3. อภิปรายความสำคัญของพระพุทธศาสนากบั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
4. วิเคราะห์พุทธประวตั จิ ากพระพุทธรูปปางต่าง ๆ
5. วิเคราะห์การประพฤติตนตามแบบอยา่ งการดำเนินชวี ิตและขอ้ คิดจากประวตั ิสาวก ชาดกและศาสนกิ ชน
ตวั อย่างตามท่ีกำหนด
6. อธบิ ายสังฆคุณและหลักธรรมสำคัญในกรอบอริยสัจ ๔ ตามที่กำหนด
7. เหน็ คุณค่าและวเิ คราะหก์ ารปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรมในการพัฒนาตนเพื่อเตรยี มพร้อมสำหรับการทำงาน
และการมคี รอบครัว
รวมทั้งหมด ๗ ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๙๓
คำอธิบายรายวชิ า ส ๒๓๒๐๓ พุทธศาสนา ๖
รายวชิ าเพม่ิ เติม กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ศึกษาหน้าที่ของพระภิกษุสงฆ์ในการปฏิบัติตามหลักพระธรรมและจริยวัตรอย่างเหมาะสม การปฏิบัติต่อ
พระภิกษุในงานศาสนพธิ ีที่บ้าน การสนทนา การแต่งกาย การพูดกับพระภิกษุตามฐานะการเป็นศิษยท์ ีด่ ีตามหลกั
ทิศเบื้องขวาในทิศ ๖ ศึกษาการปฏิบัติหน้าที่ชาวพุทธคามพุทธปณิธาน ๔ ในมหาปรินิพพานสูตร วิธีการปฏิบัติตน
ในศาสนพธิ ี ท้ังงานมงคลและงานอวมงคล การฟังพระธรรมเทศนา การแต่งกายในศาสนพธิ ีท่วี ัด การงดเว้นอบายมุข
การประพฤติปฏิบัติตนในวันธรรมสวนะและเทศกาลสำคัญ การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ประวัติวันสำคัญทาง
พระพุทธศาสนาในประเทศไทย ศึกษาเรียนรู้เรื่ององค์ประกอบของพระพุทธศาสนา การรวมตัวขององค์กรชาวพุทธ
ปลูกจิต สำนกึ ในดา้ นการบำรงุ รักษาวดั และพุทธสถานให้เกิดประโยชน์
ศึกษาวิธีปฏิบัติและฝึกการบริหารจิตและเจริญปัญญาตามหลักสติปัฎฐฐานเน้นอานาปานสติ นำวิธีการ
บริหารจิตและเจริญปัญญามาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยใช้กระบวนการ ความรู้ความเข้าใจ การอภิปราย การ
วเิ คราะห์ และการปฏบิ ตั ิ
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ ในบทบาทหน้าที่ของพระสงฆ์ สามารถปฏิบัติตนต่อพระสงฆแ์ ละบุคคลต่าง ๆ
ตามหลักศาสนาได้ถูกต้องเหมาะสม เปน็ ศาสนกิ ชนและพทุ ธมามกะท่ีดี ปฏบิ ัตติ นตามมารยาทชาวพุทธในศาสน
พิธีและพิธีกรรมในวันสำคัญทางศาสนาได้ถูกต้อง ศึกษาประวัติวันสำคัญทางพุทธศาสนาและการปฏิบัติตน การมี
จิตสำนึกในการบำรุง รักษาพุทธสถาน การสวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจิต และการนำหลักการการบริหารจิตและ
เจริญปญั ญาดว้ ยอานาปานสติ มาใชใ้ นการดำเนินชวี ติ
ผลการเรยี นรู้
๑. วเิ คราะหห์ นา้ ท่ีและบทบาทของพระสงฆ์และปฏบิ ตั ิตนต่อพระสงฆ์ได้ถูกต้อง
๒. สามารถปฏบิ ัติตนตอ่ บุคคลตา่ ง ๆตามหลกั ศาสนาไดเ้ หมาะสม
๓. สามารถปฏิบตั ติ นในศาสนพธิ ี พธิ กี รรมไดถ้ ูกต้องเหมาะสม
๔. อธิบายประวตั วิ ันสำคญั ทางพทุ ธศาสนาและปฏิบตั ิตนได้ถกู ต้อง
๕. แสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะและสามารถปฏิบัตหิ น้าทีข่ องศาสนิกชนทด่ี ี
๖. เหน็ คุณคา่ ของการพฒั นาจติ และสามารถนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวนั ได้
รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๙๔
คำอธบิ ายรายวิชา ส ๒๑๒๐๒ อสิ ลามศกึ ษา ๑
รายวิชาเพ่ิมเติม กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ศกึ ษา การศรัทธาต่ออัลลอฮฺ คณุ ลกั ษณะของอัลลออฮฺสบุ หานะฮุวะตะอาลา ประโยชน์ของเตาฮีด อรั -รูบบู ี
ยะฮฺ และบทลงโทษของชิรฺก สิ่งทีว่ าญิบ ฟัรดู ชัรฏฺ สุนนะฮฺ และสิ่งที่ทำใหเ้ สยี การละหมาด วิธีการละหมาดสนุ นะฮฺ
ตะรอวหี แฺ ละวติ รฺ คุณธรรมจรยิ ธรรมตามแบบอย่างของนบมี ุฮัมมดั (ซล.) การปฏิบตั ิตนตามระเบยี บวินัยของ
ครอบครวั และการตรงต่อเวลา
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ ความเขา้ ใจ กระบวนการปฏบิ ัติและกระบวนการสรา้ งนิสัย เพื่อใหเ้ กดิ
ความรู้ ความเขา้ ใจ เห็นคณุ ค่าและสามารถนำความรู้มาปฏบิ ตั ิในชวี ิตประจำวนั
ศกึ ษา หลกั การอา่ นอัล-กรุ ฺอาน ความหมาย ความสำคัญ ประวัตคิ วามเป็นมา ฝึกอ่าน หลกั คำสอนของอายะฮฺ
ต่อไปนี้ การอ่านและท่องจำสูเราะฮอัล-ลยั ลฺ และสูเราะฮอฺ ัช- ชมั สฺ
โดยใช้กระบวนการศึกษา คน้ คว้า ฝกึ ฝน เพอ่ื ให้สามารถอ่านอัล-กุรฺอานได้ถูกต้อง มีนิสัยรักการอา่ น มคี วามรู้
ความเข้าใจ สามารถปฏบิ ตั ติ นตามคำสอนในอลั -กุรฺอานได้อยา่ งถูกต้อง การวัดและประเมินผล ใชว้ ธิ ีการหลากหลาย
ตามสภาพเป็นจรงิ ตามมาตรฐานและตวั ชวี้ ดั ท่กี ำหนด
ผลการเรียนรู้
๑. มคี วามร้คู วามเข้าใจหลักการศรัทธาตอ่ อัลลอฮฺ คุณลักษณะของอัลลออฮฺสบุ หานะฮวุ ะตะอาลา
๒. มีความร้พู ้ืนฐานหลักการอา่ น ความหมาย ความสำคัญ ประวตั คิ วามเป็นมาของอลั -กุรฺอาน
๓. มีความรู้ความเข้าใจในเรอ่ื งการละหมาดสนุ นะฮฺ ตะรอวหี ฺและวิตฺร
๔. สามารถนำความร้เู ร่ืองวธิ กี ารละหมาดสุนนะฮฺ ตะรอวหี แฺ ละวติ รฺ มาปฏิบัติได้
๕. สามารถนำคุณธรรมจรยิ ธรรมตามแบบอยา่ งของนบีมฮุ ัมมัด (ซล.) มาปฏิบัตใิ นชีวติ ประจำวัน
๖. สามารถปฏบิ ตั ิตนตามระเบียบวนิ ัยของครอบครัว และการตรงต่อเวลา
๗. สามารถปฏิบตั ติ นตามคำสอนในอลั -กรุ อฺ านได้อยา่ งถกู ต้อง
รวมท้ังหมด ๗ ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๙๕
คำอธบิ ายรายวชิ า ส ๒๑๒๐๔ อสิ ลามศกึ ษา ๒
รายวิชาเพมิ่ เติม กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ศึกษา การปกปิดเอาเราะฮฺ ชวี ประวตั กิ อ่ นและหลังรบั วะหฺยู ของทา่ นนบีมุฮมั มดั ศ็อลลัลลอฮอุ ะลัยฮิ
วะสัลลัม ศาสนสถานทีส่ ำคัญ เหน็ คุณค่าและปฏิบัตติ นในการเป็นผู้นำ ผตู้ าม การรักษาระเบียบวินยั การตรงต่อเวลา
การร้จู กั ความพอเพียงและพอใจในสิ่งทตี่ นมตี ามทัศนะอสิ ลาม
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ ความเขา้ ใจ กระบวนการปฏิบัติและกระบวนการสรา้ งนิสัย เพอ่ื ให้เกิด
ความรู้ ความเขา้ ใจ เห็นคุณค่าและสามารถนำความรู้มาปฏิบตั ใิ นชวี ติ ประจำวัน
ศึกษา หลักการอา่ นอลั -กุรฺอาน หกุ ุมตัจญวีดทงั้ ๕ ความหมาย ความสำคญั ประวัติความเป็นมา ฝกึ อ่าน
หลกั คำสอนของอายะฮฺต่อไปนี้ การอ่านและท่องจำสเู ราะฮอลั -ซลิ ซาล และสูเราะฮฺอลั -อาดยิ าต
โดยใชก้ ระบวนการศึกษา ค้นคว้า ฝึกฝน เพ่อื ให้สามารถอ่านอลั -กุรอฺ านไดถ้ ูกต้อง มีนสิ ยั รกั การอ่าน มี
ความรู้ ความเข้าใจ สามารถปฏบิ ตั ติ นตามคำสอนในอลั -กุรอฺ านได้อย่างถูกต้อง
การวดั และประเมินผล ใชว้ ธิ ีการหลากหลายตามสภาพเป็นจริง ตามผลการเรยี นรู้
ผลการเรยี นรู้
๑. มคี วามร้คู วามเขา้ ใจหลักการอ่านอลั -กุรฺอาน หกุ มุ ตจั ญวดี ทงั้ ๕
๒. มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจสเู ราะฮอัล-ซิลซาล และสเู ราะฮฺอัล-อาดยิ าต
๓. สามารถอา่ นและทอ่ งสเู ราะฮอัล-ซลิ ซาล และสเู ราะฮฺอลั -อาดยิ าต
๔. สามารถปฏบิ ัติตนตามคำสอนในอัล-กุรอฺ านได้อย่างถกู ต้อง
๕. สามารถนำแบบอย่างของท่านนบมี ุฮัมมดั ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮวิ ะสัลลัม มาใช้ในชวี ติ ประจำวัน
๖. รู้จกั ความพอเพียงและพอใจในสิ่งทต่ี นมีตามทัศนะอิสลาม
รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)