๑๔๖
คำอธิบายรายวชิ า ศ ๒๓๑๐๒ ศิลปะ ๖
รายวชิ าพน้ื ฐาน กลุม่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
ศึกษาการประยุกต์ใช้ทัศนธาตุ หลักการออกแบบงานทัศนศิลป์ การวิเคราะห์รูปแบบเนื้อหาและคุณค่างาน
ทัศนศิลป์ การใช้เทคนิควิธีการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ที่สื่อความหมาย อาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานทัศนศิลป์ การจัด
นทิ รรศการ ความแตกตา่ งของงานทัศนศิลป์ในแต่ละยุคสมยั ความแตกต่างของบทเพลง อิทธพิ ลของดนตรีบูรณาการ
ในกลุ่มสาระศิลปะ ปัจจัยที่ทำให้งานดนตรีเป็นที่ยอมรับ องค์ประกอบของนาฏศิลป์และการละครเลือกการแสดง
แนวคิดของการละครกับชีวิตจริง บทบาทและความสำคัญของนาฏศิลป์และการละครในชีวิตประจำวัน การอนุรักษ์
นาฏศลิ ป์
โดยใช้กระบวนการฝึกทักษะ ปฏิบัติการ การสาธิต การทำตามแบบอย่าง และการอภิปรายเพื่อให้ความรู้
ความคิด ความเข้าใจ สามารรถนำเสนอ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนำ
ความรไู้ ปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มจี ิตสุนทรยี ศาสตร์ คุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านยิ มที่พึงประสงค์
รหสั ตัวช้ีวัด
ศ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗
ศ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗
ศ๒.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒
ศ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓
รวมท้ังหมด ๑๙ ตวั ชี้วัด
หลกั สูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๑๔๗
รายวิชาพืน้ ฐานและเพ่มิ เติม กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้
รายวิชาพืน้ ฐาน
ง ๒๑๑๐๑ การงานอาชพี (งานบ้าน) จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกติ
ง ๒๑๑๐๒ การงานอาชพี (งานประดิษฐ)์ จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกติ
ง ๒๒๑๐1 การงานอาชพี (งานเกษตร) จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกติ
ง ๒3๑๐1 การงานอาชพี (งานช่าง) จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ
รายวชิ าเพมิ่ เติม งานผลติ ภัณฑจ์ ากวัสดุท้องถ่ิน จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
ง ๒0๒๐1 การจดั สวนถาด จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ
ง ๒๐๒๐๒ งานเกษตรนา่ รู้ จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ง ๒๐๒๐๓ งานชา่ งเช่อื ม จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ง ๒๐๒๐๔ งานธรุ กิจเพ่มิ เติม จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
ง ๒๐๒๐๕ งานไม้เบื้องตน้ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ง ๒๐๒๐๖ อาหารท้องถนิ่ ๑ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ง ๒๐๒๐๗ อาหารท้องถิ่น ๒ จำนวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกิต
ง ๒๐๒๐๘
หลักสูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๑๔๘
คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
หลกั สูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๔๙
คำอธิบายรายวชิ า ง ๒๑๑๐๑ การงานอาชีพ (งานบ้าน)
รายวิชาพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรียนรูก้ ารงานอาชีพ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
ศึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนกระบวนการทำงาน การจัดการงานบ้าน งานอาหาร งานประดิษฐ์ การทำงานโดยใช้
กระบวนการกลุ่มด้วยความเสียสละ ซึ่งมีการวางแผนเป็นขั้นตอน แบ่งงานตามความสามารถ ปฏิบัติตามหน้าที่ของ
ตนเอง พรอ้ มทงั้ ประเมินผล และปรับปรงุ งาน การแกป้ ญั หาในการทำงาน และแนวทางการเลือกอาชีพในอนาคต เจต
คตทิ ดี่ ตี อ่ การประกอบอาชพี และความสำคัญของการสรา้ งอาชพี
วิเคราะหข์ ั้นตอนกระบวนการทำงาน เลือกใชเ้ ครื่องมือ วสั ดุ อปุ กรณ์ อย่างสรา้ งสรรค์ และเหมาะสมกับงาน
โดยคำนึงถึงความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสังคม ใช้กระบวนการกลุ่มในการทำงานด้วยความ
เสียสละ สามารถตดั สินใจแกป้ ัญหาการทำงานอย่างมีเหตผุ ล มีกระบวนการตดั สินใจในการเลือกอาชีพ มีเจตคติท่ีดีต่อ
การประกอบอาชีพ ตลอดจนเห็นความสำคัญของการสร้างอาชีพ สามารถสร้างรายได้จากการประกอบอาชีพสุจริต
และเตรยี มความพร้อมในการเลือกอาชีพได้
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ เจตคติที่ดีในกระบวนการทำงาน และการประกอบอาชีพ เห็น
ความสำคัญของการสรา้ งอาชีพ ทำงานดว้ ยความเสยี สละ และการแก้ปญั หา อยา่ งมีเหตผุ ล
ตัวชี้วดั
ง ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
ง ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
รวมทั้งหมด ๖ ตวั ชวี้ ดั
หลกั สูตรโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๕๐
คำอธิบายรายวชิ า ง ๒๑๑๐๒ การงานอาชีพ (งานประดษิ ฐ์)
รายวิชาพ้ืนฐาน กลุม่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษา ค้นคว้า วางแผน การประดิษฐ์ของใช้ และ ของประดับตกแต่งจากวัสดุหรือเศษวัสดุในท้องถิ่น มี
ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและแหล่งเรียนรู้ในชุมชนได้อย่างเหมาะสมกับการ
นำไปใช้ มีการวางแผน เตรยี มและเลอื กใช้วัสดุให้เหมาะสมกับลักษณะของงานและ สภาพของท้องถ่นิ
โดยใชก้ ระบวนการสร้างความรู้ ความเขา้ ใจ การคิดวิเคราะห์ การปฏบิ ัติการการสบื คน้ การบันทึกขอ้ มูล
และการคดิ คำนวณ
เพื่อให้เกิดความรู้ความสามารถในการใชท้ ักษะการจัดการและการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธภิ าพ เห็น
คุณค่าของการประหยัดพลังงานทรัพยากรธรรมชาติ สามรถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ มีคุณธรรม
จรยิ ธรรม และ คา่ นิยมที่เหมาะสม
รหสั ตวั ช้ีวัด
ง ๑.๑ ม.๑ / ๑ ม.๑ / ๒ ม.๑ / ๓
รวมท้ังหมด ๓ ตัวช้ีวัด
หลักสูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๕๑
คำอธบิ ายรายวชิ า ง ๒๒๑๐๑ การงานอาชีพ (งานเกษตร)
รายวิชาพ้ืนฐาน กล่มุ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต
ศึกษา และรวบรวมข้อมูล ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเกษตร การปลูกพืช การจัดการผลผลิต การเลี้ยงสัตว์
โครงงานอาชพี การสรา้ งแปลงเกษตร
โดยใช้กระบวนการทำงาน กระบวนการกลุ่ม การจัดการแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติ ตาม
ข้ันตอนการปฏบิ ตั ิงาน อภิปรายและนำเสนอในช้ันเรยี น
เพอ่ื ให้มีความรคู้ วามเข้าใจเก่ียวกับการเกษตร การปลกู พืช การจดั การผลผลิต การเลย้ี งสตั ว์ โครงงานอาชีพ
การสรา้ งแปลงเกษตร มเี จตคติที่ดีตอ่ การทำงาน มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม สามารถนำความรู้ทีไ่ ด้มาใชใ้ นชีวติ ประจำวนั
รหสั ตัวช้ีวัด
ง ๑.๑ ม ๓/๑, ม ๓/๒ ม ๓/๓
ง ๔.๑ ม ๓/๑, ม ๓/๒ ม ๓/๓ ม ๓/๔
รวมท้ังหมด ๗ ตัวชี้วัด
หลกั สูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๕๒
คำอธิบายรายวิชา ง ๒๓๑๐๑ การงานอาชีพ (งานช่าง)
รายวิชาพืน้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นที่ 1 เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ศึกษา และรวบรวมข้อมูล การทำงานเพื่อการดำรงชีพ ความปลอดภัยในการทำงานและการปฐมพยาบาล
ผู้ประสบภัยจากการทำงาน งานช่างเบื้องต้น ศึกษาการใช้งานอุปกรณ์ เครื่องมือ การเตรียม การใช้ การเก็บรักษา
เคร่ืองมอื เคร่ืองใช้ และการอาชีพงานช่าง
โดยใช้กระบวนการทำงานกลุ่ม การแสวงหาความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ การสังเกต การฝึ กปฏิบัติ ตาม
ข้ันตอนแนวทางในการปฏบิ ตั งิ าน อภปิ รายและนำเสนอในชน้ั เรียน
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ การทำงานเพื่อการดำรงชีพ ความปลอดภัยในการทำงานและการปฐมพยาบาล
ผู้ประสบภัยจากการทำงาน งานช่างเบื้องต้น ศึกษาการใช้งานอุปกรณ์ เครื่องมือ การเตรียม การใช้ การเก็บรั กษา
เครอ่ื งมือเครอื่ งใช้ และการอาชพี งานชา่ ง มีเจตคตทิ ด่ี ีต่อการทำงาน และสามารถนำไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวนั
รหัสตวั ชี้วดั
ง ๑.๑ ม ๓/๑, ม ๓/๒, ม ๓/๓
ง ๔.๑ ม.๓/๑, ม ๓/๒, ม ๓/๓, ม.๓/๔
รวมท้ังหมด ๗ ตัวช้ีวดั
หลกั สูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๕๓
คำอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
กลุ่มสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ
หลกั สูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๕๔
คำอธิบายรายวชิ า ง ๒๐๒๐๑ งานผลิตภัณฑจ์ ากวสั ดทุ อ้ งถนิ่
รายวชิ าเพิม่ เติม กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๑–3 ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
ศึกษาชนิดและลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุท้องถิ่น การใช้เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ในการทำงาน สามารถ
ทำงานด้วยความปลอดภัย การออกแบบและสร้างผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น การเลือกใช้วัสดุอย่างเหมาะสม การ
ตกแต่งช้ินงานท่สี ำเร็จ การคดิ คำนวณราคาคา่ ใช้จ่าย กำหนดราคาขาย และการจดั จำหน่ายได้
มที กั ษะในการทำงานอย่างเปน็ ระบบ ทำงานร่วมกบั ผู้อน่ื บอกชนิดและลักษณะของผลติ ภัณฑ์จากวสั ดุท้องถิ่น
สามารถใช้เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ในการทำงาน ออกแบและสร้างผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น สามารถเลือกใช้วัสดุ
อย่างเหมาะสม การตกแต่งชิ้นงานที่สำเร็จ สามารถคิดคำนวณราคาค่าใช้จ่าย กำหนดราคาขาย และสามารถจัด
จำหน่ายได้
เพื่อให้นักเรียนมีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการทำงาน ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใช้
ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมในการทำงานอย่างค้มุ คา่ ถูกวธิ แี ละตดั สนิ ใจเลือกอาชพี ที่หลากหลาย
ผลการเรียนรู้
๑. บอกชนดิ และลักษณะของผลติ ภัณฑจ์ ากวัสดทุ ้องถ่ิน
๒. สามารถกำหนดและออกแบบผลิตภณั ฑ์จากวัสดุท้องถนิ่
๓. เลอื กใชเ้ คร่ืองมือและอปุ กรณ์ในการทำงาน
๔. สามารถปฏบิ ตั ิงานสรา้ งผลิตภัณฑจ์ ากวัสดุท้องถิน่ ไดต้ ามกระบวนการ
๕. ตกแต่งชน้ิ งานทีส่ ำเร็จได้
๖. สามารถคดิ คำนวณราคาค่าใช้จ่ายได้
รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๕๕
คำอธิบายรายวิชา ง ๒๐๒๐๒ การจัดสวนถาด
รายวชิ าเพมิ่ เติม กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๑–3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ศึกษาเกี่ยวกับความหมาย ประโยชน์ รูปแบบ แนวคิดของการจัดสวนถาด องค์ประกอบศิลป์ การใช้พันธ์ไม้
เครื่องมอื และอปุ กรณ์ในการจัดสวนถาด การบำรุงรกั ษา ดูแล สวนถาด การประมาณราคา
โดยใช้กระบวนการทำงานกระบวนการกลุม่ การแสวงหาความรู้จากแหล่งการเรียนรู้
เพ่อื ใหม้ ีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับความหมาย ประโยชน์ รูปแบบ แนวคิดของการจดั สวนถาด องค์ประกอบ
ศิลป์ การใชพ้ นั ธ์ไม้ เครอ่ื งมอื และอุปกรณ์ในการจัดสวนถาด การบำรงุ รักษา ดูแล สวนถาด การประมาณราคา มีเจต
คตทิ ่ีดตี อ่ การทำงาน สามารถนำไปประยุกต์ใชใ้ นการดำเนนิ ชีวติ ประจำวนั
ผลการเรยี นรู้
๑. นกั เรียนเห็นคุณค่าความสำคญั ของสวนถาด
๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกบั แนวคิดในการจดั สวนถาด
๓. นกั เรยี นสามารถใชอ้ งคป์ ระกอบของศลิ ป์มาจดั สวนถาด
๔. นักเรยี นสามารถเลือกใช้พนั ธไุ์ ม้ วัสดุ อปุ กรณ์และเครือ่ งมอื ในการจดั สวนถาด
๕. นกั เรียนสามารถจัดสวนถาดได้
รวมทง้ั หมด ๕ ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๑๕๖
คำอธิบายรายวิชา ง ๒๐๒๐๓ งานเกษตรน่ารู้
รายวชิ าเพ่ิมเติม กล่มุ สาระการเรียนร้กู ารงานอาชพี
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๑–3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา ๔๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
ศึกษาความหมาย ความสำคัญ และประโยชน์ของการผลิตพันธุ์ไม้ วัสดุอุปกรณ์ สถานเพาะชำการผลิต
พันธุ์ไม้ โดยวิธีการเพาะเมล็ด ปักชำ การตอน การต่อกิ่ง การทาบกิ่ง และการติดตา ข้อดีข้อเสียของการผลิต
พันธุ์ไม้ของแต่ละประเภท กระบวนการของการผลิตพันธุ์ไม้ การเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับวิธีการและชนิด
ของพืช การอนบุ าลกลา้ ไม้
โดยใช้กระบวนการการทำงานร่วมกัน ใช้ทกั ษะการแสวงหาความรู้ ลงมอื ปฏิบตั ิ และนำมาอภิปราย นำเสนอ
ในชนั้ เรียน
เพื่อให้เกิดทักษะในการทำงาน มีความรู้ความเข้าใจในงานอาชีพ มีความรับผิดชอบ
ซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน มีค่านิยมในการเป็นผู้ผลิตมากกว่าผู้บริโภค มีทักษะในการจัดการและนำความรู้ไปใช้ใน
ชวี ิตประจำวันได้
ผลการเรียนรู้
๑. บอกความหมาย ความสำคัญ และประโยชน์ของการผลิตพันธุไ์ มไ้ ด้
๒. เปรยี บเทียบข้อดีข้อเสยี ของการผลิตพนั ธไ์ุ ม้แบบตา่ ง ๆได้
๓. บอกหลกั การ วิธีการและขั้นตอนการผลติ พนั ธุ์ไม้แบบตา่ ง ๆ
๔. ใช้ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการทำงานอยา่ งคุ้มค่าและถูกวิธี
๕. สามารถวเิ คราะหว์ างแผนและปฏิบตั ิงานได้ถกู ต้องเหมาะสม
๖. ทำงานในฐานะผู้นำ/ผ้ตู าม และสรา้ งสมั พนั ธภาพที่ดีในกลุม่
๗. สืบคน้ ขอ้ มูลเกีย่ วกับการทำงานจากแหลง่ ความรู้ตามวธิ ีท่ีหลากหลาย
๘. ใช้เทคโนโลยไี ด้อยา่ งเหมาะสม สอดคลอ้ งกับวิธีการผลติ พันธไ์ุ ม้
๙. มเี จตคติ แนวคดิ ท่ีดตี ่อการประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยใี นชวี ิตประจำวัน
๑๐.นำความรูท้ ี่ได้ไปปรบั ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั และเปน็ แนวทางในการประกอบอาชีพตอ่ ไปได้
รวมทั้งหมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๑๕๗
คำอธิบายรายวิชา ง ๒๐๒๐๔ งานช่างเชื่อม
รายวชิ าเพมิ่ เติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชพี
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๑–3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต
ศึกษา ความหมาย ความสำคัญ และประโยชน์ ของงานเชื่อมไฟฟ้า เรื่องความปลอดภัยในการทำงาน
เครื่องมอื และวัสดุอุปกรณ์ หลกั วิธกี ารเชื่อมไฟฟา้ เบ้อื งตน้ การเขยี นแบบ อา่ นแบบงานเช่อื มไฟฟ้า สญั ลักษณ์ เทคนิค
ในการเช่ือมไฟฟา้ การผลิตงานเชอ่ื มเหลก็ ดัด
วิเคราะห์ ข้อมูลความต้องการของตลาดกับงานเชื่อม ปฏิบัติหาข้อมูลงานเชื่อมไฟฟ้าเบื้องต้น ฝึกการเริ่มต้น
การอารค์ การเขยี นแบบอ่านแบบ การเช่ือมท่าราบ การใช้การดูแลรักษาเคร่ืองมือ การใช้เทคโนโลยีในการสืบค้นจด
บนั ทึกข้อมูลการปฏิบัตงิ าน ทำบัญชี รายรบั – รายจ่าย
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะ มีเจตคติ ที่ดีต่ออาชีพงานเชื่อมโลหะ ตระหนักในความสำคัญของการ
ทำงาน ทำงานอย่างมขี ั้นตอนและมีความรับผิดชอบ เหน็ คณุ ค่าและแนวทางใน การปฏบิ ัตงิ าน รวู้ ิธกี ารปรบั ปรุงแก้ไข
ข้อบกพร่อง รจู้ ักใชเ้ ทคโนโลยพี ฒั นาการทำงานให้เหมาะสมสอดคล้องกบั บรรทัดฐานของสังคม
ผลการเรียนรู้
๑. อธิบายความหมายความสำคัญของความปลอดภยั ได้
๒. อธบิ ายความหมายความสำคัญของเครอ่ื งเชื่อมไฟฟ้าแบบต่าง ๆได้
๓. นักเรยี นบอกความหมายความสำคญั และหลกั การเชื่อมโลหะได้
๔. มีความรแู้ ละเขา้ ใจเกีย่ วกบั กรรมวิธีการเชอื่ มโลหะ ด้วยลวดเช่ือมหุ้มฟลกั ซ์
๕. อธบิ ายและอา่ นสัญลกั ษณข์ องลวดเชอ่ื มได้ถูกต้อง
รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๕๘
คำอธบิ ายรายวชิ า ง ๒๐๒๐๕ งานธุรกจิ เพม่ิ เติม
รายวชิ าเพิม่ เติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชพี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑–3 ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ศึกษาธุรกิจในชีวิตประจำวัน อธิบายความหมาย ความสำคัญ วัตถุประสงค์ และประโยชน์ของธุรกิจได้งาน
สำนักงาน อธิบายความหมายและองค์ประกอบของการสื่อสาร อธิบายการใช้ภาษาสื่อสารที่ดีได้ การสื่อสารที่ดี
จำแนกเครื่องใช้สำนักงาน การขาย บอกความหมายของสินค้าและบริการได้ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจค้าส่ง
ความหมายพาณิชย์อิเลก็ ทรอนกิ ส์ อธบิ ายรปู แบบการซื้อสินค้าทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกสไ์ ด้ การจดั การ การประกอบ
อาชีพในรูปแบบธรุ กจิ
โดยใช้ทักษะการจัดการ ทักษะการตัดสินใจ ทักษะการแสวงหาความรู้ ทักษะการทำงานร่วมกัน ทักษะการ
สอ่ื สาร ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ และทักษะการใชอ้ ุปกรณ์ เครอื่ งมือ เพื่อใหม้ ีทกั ษะ ประสบการณ์
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ความหมาย ความสำคัญ วัตถุประสงค์ และประโยชน์ของธุรกิจได้งาน
สำนักงาน อธิบายความหมายและองค์ประกอบของการสื่อสาร อธิบายการใช้ภาษาสื่อสารที่ดีได้ การสื่อสารที่ดี
จำแนกเครื่องใช้สำนักงาน การขาย บอกความหมายของสินค้าและบริการได้ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจค้าส่ง
ความหมายพาณชิ ย์อเิ ลก็ ทรอนิกส์ อธบิ ายรปู แบบการซื้อสินค้าทางพาณชิ ยอ์ ิเลก็ ทรอนิกสไ์ ด้ การจดั การ การประกอบ
อาชพี ในรูปแบบธรุ กิจ
ผลการเรยี นรู้
๑. เพ่อื ให้มคี วามรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกจิ
๒. เพื่อใหม้ ีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั รูปแบบธุรกจิ
๓. เพอ่ื ใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับการประกอบธุรกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม
๔. เพื่อใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกับการขายพาณชิ ย์อิเลก็ ทรอนกิ ส์
๕. ผเู้ รียนสามารถใช้เป็นแนวทางการประกอบอาชพี
รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๑๕๙
คำอธิบายรายวิชา ง ๒๐๒๐๖ งานไมเ้ บอื้ งตน้
รายวชิ าเพ่มิ เติม กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑–3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ศึกษาเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ ในป่าเมืองไทย ความปลอดภัยในการปฏิบัติงานช่างไม้ เครื่องมือและวัสดุ
อุปกรณ์ในงานช่างไม้ ขัน้ ตอนการสร้างชิน้ งานไม้
โดยใช้กระบวนการทำงาน กระบวนการกลุ่ม การแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติ การ
ออกแบบ ทำตามแบบ ข้นั ตอนการปฏบิ ัตงิ าน
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรป่าไม้ ในป่าเมืองไทย ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
ช่างไม้ เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ในงานช่างไม้ ขั้นตอนการสร้างชิ้นงานไม้ สามารถนำความรู้ ที่ได้มาใช้ใน
ชีวติ ประจำวนั
ผลการเรียนรู้
๑. ผู้เรยี นมคี วามรู้เก่ยี วกับทรัพยากรปา่ ไม้
๒. ผู้เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกับความปลอดภยั ในงานช่างไม้
๓. ผู้เรยี นรูจ้ ักเครื่องมือ วัสดอุ ปุ กรณ์ในงานไม้
๔. ผ้เู รียนสามารถใชเ้ คร่ืองมือในงานไม้ไดอ้ ย่างถูกต้อง
๕. ผู้เรียนสามารถสรา้ งชิ้นงานได้
รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๖๐
ง ๒๐๒๐๗ อาหารท้องถิ่น ๑
รายวิชาเพม่ิ เติม กลุ่มสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ
จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑–3 ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
ศึกษาความหมายความสำคัญ ประวัติความเป็นมา ประโยชน์ของอาหารท้องถิ่น เข้าใจวิธีการ ขั้นตอน
กระบวนในการทำอาหารท้องถิ่นในแต่ละภาค การเตรียมเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาหาร วิธีการประกอบ
อาหารให้ถูกสุขลักษณะ ปฏิบัติการเลือกวัตถุดิบในการประกอบอาหารให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมของท้องถิ่นแต่ละ
ภาค การคำนวณค่าใช้จ่าย และการประเมินผลงานการทำอาหารท้องถ่ินในแต่ละภาค มีความรู้ความเข้าใจและมี
ทักษะในการทำอาหารท้องถิ่นแต่ละภาคที่ถูกต้อง สามารถทำอาหารท้องถิ่นแต่ละภาค และจำหน่ายได้ตามต้องการ
ของตลาดและทอ้ งถิ่น
โดยใชก้ ระบวนการสืบค้น สร้างความร้คู วามเขา้ ใจ อภิปราย การปฏบิ ตั ิ ทักษะในการทำงานรว่ มกนั
เพือ่ ให้ผเู้ รียนสามารถวเิ คราะห์ขอ้ มลู เพอื่ ตัดสินใจเลือกวางแผนปฏิบัตงิ านอาหารประจำภาค สามารถบันทึก
การปฏิบัติงาน ประเมินผล แก้ปัญหาและปรับปรุงการทำงานจนสำเร็จตามเป้าหมาย มีจิตสำนึกและใช้ทรัพยากร
อย่างประหยดั คมุ้ คา่ มีคุณธรรม จริยธรรมทดี่ ีงาม
ผลการเรียนรู้
๑. บอกความหมาย ความสำคญั ประวัติประโยชน์ ของอาหารทอ้ งถน่ิ
๒. มีความร้คู วามเข้าใจวิธกี าร ขั้นตอนกระบวนการทำอาหารทอ้ งถิ่นในแต่ละภาค
๓. อธิบายวสั ดุอปุ กรณ์ การดูแลรกั ษา เครื่องมือเครื่องใชใ้ นการทำอาหารท้องถิ่น
๔. อธบิ ายและสามารถทำอาหารท้องถน่ิ ได้อยา่ งน้อยภาคละ ๓ ชนดิ
๕. สามารถคำนวณค่าใชจ้ ่ายและประเมนิ ผลการทำอาหารท้องถิน่ แต่ละภาคได้
๖. สามารถทำอาหารท้องถ่นิ และจำหนา่ ยได้ตามตอ้ งการของตลาดและท้องถ่นิ ได้
รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๖๑
คำอธบิ ายรายวิชา ง ๒๐๒๐๘ อาหารทอ้ งถน่ิ ๒
รายวชิ าเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1-๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
ศึกษา อภิปรายลักษณะและหลักการประกอบอาหารท้องถิ่นอำเภอยะหริ่ง วางแผนประกอบอาหารท้องถ่ิน
อำเภอยะหริ่ง ปฏิบัติงานประกอบอาหารและบันทึกผลการปฏิบัติงาน ประเมินผลการปฏิบัติงาน และคำนวณ
คา่ ใช้จา่ ยในการปฏบิ ตั ิงาน
โดยใชก้ ระบวนการสบื คน้ สรา้ งความรคู้ วามเข้าใจ อภปิ ราย การปฏบิ ตั ิ ทกั ษะในการทำงานรว่ มกัน
สามารถวิเคราะหข์ อ้ มลู เพือ่ ตัดสนิ ใจเลอื กวางแผนปฏิบตั งิ านอาหารท้องถิ่นอำเภอยะหรงิ่ สามารถบนั ทกึ การ
ปฏิบัติงาน ประเมินผล แก้ปัญหาและปรับปรุงการทำงานจนสำเร็จตามเป้าหมาย มีจิตสำนึกและใช้ทรัพยากรอย่าง
ประหยัดคุ้มค่า มคี ณุ ธรรม จริยธรรมท่ีดีงาม
ผลการเรยี นรู้
๑. ความร้เู ร่อื งลักษณะและหลักการประกอบอาหารท้องถ่ินอำเภอยะหรงิ่
๒. วิเคราะห์ วางแผนปฏบิ ัตงิ านอาหารท้องถน่ิ อำเภอยะหร่งิ และบนั ทึกผลการปฏิบัตงิ าน
๓. ปฏบิ ตั กิ ารคำนวณคา่ ใชจ้ ่าย และประเมินผลการปฏบิ ตั ิงานเพื่อพฒั นางานใหม้ ีประสิทธภิ าพ
รวมทั้งหมด ๓ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๑๖๒
รายวิชาพื้นฐานและเพ่มิ เตมิ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้
รายวชิ าพนื้ ฐาน
อ ๒๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกติ
อ ๒๑๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๒ จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกติ
อ ๒๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หน่วยกิต
อ ๒๒๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๔ จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกติ
อ ๒๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกิต
อ ๒๓๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๖ จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกิต
รายวิชาเพิ่มเติม ภาษาองั กฤษอา่ น-เขียน ๑ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
อ ๒0๒๐๑ ภาษาอังกฤษอ่าน-เขยี น ๒ จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต
อ ๒๐๒๐๒ ภาษาองั กฤษอา่ น-เขียน ๓ จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
อ ๒๐๒๐๓ ภาษาองั กฤษฟัง-พดู 1 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต
อ ๒๐๒๐๔ ภาษาองั กฤษฟงั -พูด 2 จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
อ ๒๐๒๐๕ ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 3 จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ
อ ๒๐๒๐๖
หลกั สูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๑๖๓
คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
หลักสูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๑๖๔
คำอธิบายรายวิชา อ ๒๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑
รายวิชาพืน้ ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต
ศึกษาหลักการฟังและอ่านออกเสียง คำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจง นิทาน บทร้อยกรอง สนทนา
โต้ตอบ ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม เข้าใจสำนวนภาษา และโครงสร้าง ใช้ภาษาน้ำเสียง
และกริยาท่าทาง ในสถานการณ์จำลอง กับบุคคลตามโอกาส สถานที่ เหมาะสมกับวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา
อธิบายเรื่อง ขนบธรรมเนียมของเจ้าของภาษา เรียนรู้โครงสร้างประโยคที่ใช้ในการเขียนบรรยายเหตุการณ์ต่าง ๆ
ค้นควา้ สบื คน้ ข้อมลู จากสื่อและแหล่งเรยี นรู้ต่าง ๆ
โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์และการปฏิบัติ ด้านทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการ เขียน อย่างมี
มารยาทเพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถนำไปพัฒนากระบวนการเรยี นรู้
เห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษ สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวนั มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนรักความเปน็ ไทย มี
จติ สาธารณะ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มที่เหมาะสม มุ่งม่นั ในการทำงาน มคี วามรับผิดชอบ
รหสั ตวั ชี้วัด
ต.๑.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔
ต.๑.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕
ต.๑.๓ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓
ต.๒.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓
ต.๒.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒
ต.๓.๑ ม.๑/๑
ต.๔.๑ ม.๑/๑
ต.๔.๒ ม.๑/๑
รวมท้ังหมด ๒๐ ตัวชี้วดั
หลักสูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๖๕
คำอธบิ ายรายวิชา อ ๒๑๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๒
รายวิชาพ้นื ฐาน กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต
ศกึ ษาหลักการฟังและอา่ นออกเสียง ขอ้ ความ บทความ อา่ นจบั ใจความสำคัญ วิเคราะหข์ ้อความ บทความ
สรปุ ความ และแสดงความคดิ เหน็ ในรูปแบบต่าง ๆ โดยใชภ้ าษา นำ้ เสยี ง และกรยิ าท่าทาง ในสถานการณ์จำลอง กับ
บุคคลตามโอกาส สถานที่ เหมาะสมกับวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา อธิบายเร่ือง ขนบธรรมเนียมประเพณีของ
เจ้าของภาษา เรียนรู้โครงสร้างประโยคที่ใช้ในการเขียนบรรยายเหตุการณ์ต่าง ๆ ค้นคว้า สืบค้นข้อมูลจากสื่อและ
แหล่งเรียนรตู้ ่าง ๆ
ใชก้ ระบวนการคดิ วิเคราะห์และการปฏิบตั ิ ดา้ นทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขยี น อยา่ งมมี ารยาท
เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถนำไปพฒั นากระบวนการเรยี นรู้
เห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษ สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวนั มีความใฝ่รู้ใฝ่เรยี นรักความเปน็ ไทย มี
จติ สาธารณะ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม มุง่ มน่ั ในการทำงาน มีความรบั ผิดชอบ
รหสั ตัวช้ีวัด
ต.๑.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔
ต.๑.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕
ต.๑.๓ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓
ต.๒.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓
ต.๒.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒
ต.๓.๑ ม.๑/๑
ต.๔.๑ ม.๑/๑
ต.๔.๒ ม.๑/๑
รวมทั้งหมด ๒๐ ตัวชว้ี ัด
หลกั สูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๑๖๖
คำอธบิ ายรายวิชา อ ๒๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓
รายวชิ าพนื้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ
ศึกษาหลักการใช้คำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายที่ฟังและอ่าน โดยใช้ภาษา กริยาท่าทาง
นำ้ เสียง เหมาะสมกับบุคคลและโอกาสตามมารยาทสังคม วิเคราะหเ์ รอื่ ง ข่าว เหตุการณ์ เพลง ถูกตอ้ งตามหลักการ
อา่ น ระบุ เขยี นส่ือทีไ่ ม่ใช่ความเรยี ง รูปแบบตา่ ง ๆ สัมพนั ธ์กับประโยคและข้อความท่ีฟงั หรอื อา่ น เลอื กระบหุ ัวเรือ่ ง
ใจความสำคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ
เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาและอธิบายความเหมือนของ
เจ้าของภาษากับของไทย สามารถนำไปใชอ้ ย่างเหมาะสม
ศึกษา สืบค้น รวบรวม และสรุปความรู้ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่นเป็นภาษาต่างประเทศ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันในการศึกษา
ต่อและประกอบอาชีพ ใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ และแสดงความคิดเห็นโดยใช้ทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน
เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถนำไปพัฒนา การเรียนการสอนให้บรรลุตามวัตถปุ ระสงค์
เห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษ สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ จริยธรรม
คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม มุ่งมั่นในการทำงาน เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ เป็น
ภาษาต่างประเทศ
รหสั ตวั ชี้วัด
ต.๑.๑ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓ ม.๒/๔
ต.๑.๒ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓ ม.๒/๔ ม.๒/๕
ต.๑.๓ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓
ต.๒.๑ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓
ต.๓.๑ ม.๒/๑
ต.๔.๑ ม.๒/๑
ต.๔.๒ ม.๒/๑
รวมท้ังหมด ๑๘ ตัวช้ีวดั
หลักสูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๖๗
คำอธบิ ายรายวิชา อ ๒๒๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๔
รายวิชาพนื้ ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต
ศึกษาหลักการใช้พจนานุกรม หลักการอ่านออกเสียง นิทาน เรื่องสั้น บทร้อยกรองสั้น ๆ ข้อความและ
ความหมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว ลมฟ้าอากาศ การศึกษา การเดินทางท่องเที่ยว การตีความ ถ่ายโอนข้อมูลให้
สัมพันธ์กับส่ือ ที่ไม่ใช่ความเรียง เช่น กราฟ แผนภูมิกราฟ โดยใช้โครงสร้างประโยคในการตอบรับและปฏเิ สธการให้
ความชว่ ยเหลือในสถานการณต์ ่าง ๆ การขอข้อมูลและใหข้ ้อมูล บรรยายและแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับเร่อื งราวที่ฟัง
หรืออา่ นโดยใช้ภาษานำ้ เสียง ท่าทางในสถานการณ์จรงิ เขา้ รว่ มกิจกรรมและเปรียบเทียบความแตกตา่ งทางภาษาและ
วัฒนธรรม สามารถใช้ภาษาเป็นเครื่องมือแสวงหาความรู้เพิ่มเติมและเชื่อมโยงกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นเผยแพร่
ประชาสมั พันธข์ ้อมูลของโรงเรยี นโดยค้นควา้ สบื คน้ ขอ้ มูลจากส่ือและแหลง่ เรยี นรู้ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ
สืบคัน ค้นคว้า รวบรวม และสรุปความรู้ข้อมูลต่าง ๆจากสื่อแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่นเป็นภาษาต่างประเทศ สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันใน
การศึกษาต่อและประกอบอาชพี
เห็นคุณค่าของภาษาองั กฤษ สามารถนำความรู้ไปใชใ้ นชีวิตประจำวัน ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ จริยธรรม
คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม มุ่งมั่นในการทำงาน เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆเป็น
ภาษาต่างประเทศ
รหสั ตัวชี้วัด ม.๒/๔
ต.๑.๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓ ม.๒/๔
ต.๑.๒ ม.๒/๓ ม.๒/๔ ม.๒/๕
ต.๑.๓ ม.๒/๑ ม.๒/๒
ต.๒.๑ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓
ต.๒.๒ ม.๒/๑ ม.๒/๒
ต.๓.๑ ม.๒/๑
ต.๔.๑ ม.๒/๑
ต.๔.๒ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓
รวมท้ังหมด ๒๐ ตัวช้ีวดั
หลักสูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๑๖๘
คำอธิบายรายวชิ า อ ๒๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕
รายวิชาพนื้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ
ศึกษาหลักการฟังและอ่านออกเสียงคำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจง คำอธิบาย ข้อความ ข่าว โฆษณา และ
บทร้อยกรองสัน้ ๆ สนทนาและเขียนโตต้ อบข้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง เรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัวสถานการณ์ ข่าว เรื่องที่อย่ใู น
ความสนใจของสังคม และสื่อสารอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ
ช่วยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการให้ความชว่ ยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม เลือกใชภ้ าษา นำ้ เสียง และ
กิริยาท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา อธิบาย เกี่ยวกับ
ชีวิต ความเป็นอยู่ขนบธรรมเนียม และประเพณี ของเจ้าของภาษา ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ ข้อเท็จจริงท่ี
เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น จากแหล่งเรียนรู้และนำเสนอด้วยการพูดและการเขียน ใช้ภาษาสื่อสารใน
สถานการณ์ต่าง ๆ ในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม และสรุปความรู้/ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรูต้ ่าง ๆใน
การศึกษาต่อและประกอบอาชีพ เผยแพร่/ ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียนชุมชน และท้องถิ่น เป็น
ภาษาต่างประเทศ
แสดงทักษะในการคิดวิเคราะห์และการปฏิบัติด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียนอย่างเหมาะสมและมีมารยาท
เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถนำไปพัฒนากระบวนการเรียนรู้
เห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษ สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวนั มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนรักความเป็นไทย มี
จริยธรรม คณุ ธรรม จติ สาธารณะ และคา่ นิยมท่ีเหมาะสม มุ่งม่นั ในการทำงาน มคี วามรบั ผิดชอบ
รหัสตวั ช้ีวดั
ต.๑.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓ ม.๓/๔
ต.๑.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓ ม.๓/๔ ม.๓/๕
ต.๑.๓ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓
ต.๒.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓
ต.๒.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒
ต.๓.๑ ม.๓/๑
ต.๔.๑ ม.๓/๑
ต.๔.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒
รวมท้ังหมด ๒๑ ตัวชว้ี ัด
หลกั สูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๖๙
คำอธิบายรายวิชา อ ๒๓๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๖
รายวิชาพน้ื ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาตา่ งประเทศ
ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต
ศกึ ษาหลกั การฟังและอ่านออกเสยี งข้อความ จบั ใจความสำคัญ แสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั เร่ืองท่ีฟังและอ่าน
จากสื่อตา่ งๆ พรอ้ มทงั้ ยกตัวอย่างประกอบ สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเก่ียวกับตนเอง ตามสถานการณ์ เรื่องที่อยู่
ในความสนใจของสังคม และสื่อสารอย่างเหมาะสม พูดและเขียนบรรยายความรู้สึก ความคิดเห็นของตนเอง แสดงความ
ต้องการ เสนอให้ความช่วยเหลือ ตอบรับหรือปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ พูดและเขียนเพื่อขอให้
ข้อมูลอธิบายเปรียบเทียบ เลือกใช้ภาษา น้ำเสียง กิริยาท่าทางเหมาะกับบุคคลโอกาส ตามมารยาทวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ และการลำดับคำ ตามโครงสร้าง
ประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย รวมทั้งความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิต ความเป็นอยู่
ขนบธรรมเนียม และประเพณี ของเจ้าของภาษา คน้ ควา้ ขอ้ มูล/ ขอ้ เท็จจริงท่ีเก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืนจาก
แหล่งเรียนรู้และนำเสนอ ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ ในการสืบค้นข้อมูลต่างๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้
ต่างๆในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพเผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียน แสดงทักษะในการคิด
วิเคราะห์และการปฏิบัติด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียนอย่างเหมาะสมและมีมารยาท เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ
สามารถนำไปพฒั นากระบวนการเรยี นรู้
เห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษ สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนรักความเปน็ ไทย มี
จริยธรรม คุณธรรม จติ สาธารณะ และค่านิยมท่ีเหมาะสม มงุ่ มนั่ ในการทำงาน มีความรับผิดชอบ
รหัสตัวช้ีวดั
ต ๑.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓ ม.๓/๔
ต ๑.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓ ม.๓/๔ ม.๓/๕
ต ๑.๓ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓
ต ๒.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓
ต ๒.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒
ต ๓.๑ ม.๓/๑
ต ๔.๑ ม.๓/๑
ต ๔.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒
รวมทั้งหมด ๒๑ ตัวช้ีวดั
หลักสูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๑๗๐
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
หลักสูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๗๑
คำอธบิ ายรายวชิ า อ ๒0๒๐๑ ภาษาองั กฤษอ่าน-เขียน ๑
รายวิชาเพม่ิ เติม กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๑-3 ภาคเรยี นที่ ๑-2 เวลา ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต
อ่านออกเสียงให้ถูกต้องตามหลักการอา่ น เขา้ ใจ บอก หรอื อธิบาย ตีความบทความหรอื ข้อความส้ัน ๆ จาก
สื่อประเภทสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เช่น นิทาน เรื่องเล่า เรื่องสั้น เขียนประโยคอย่างง่ายด้วยการใช้ถ้อยคำหรือรูปแบบการ
เขียนตามโครงสรา้ งเขยี นบรรยาย หรอื ให้ข้อมูลเกีย่ วกบั ตนเอง และสื่อสงิ่ พมิ พห์ รอื จากขา่ วสารในชวี ิตประจำวนั
เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ และเห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นพื้นฐาน เห็นคุณค่าและ
ประโยชน์ของการเรียนภาษา เพื่อแสวงหาความรู้และเพลดิ เพลิน มีบรรยากาศที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนกล้าแสดงออก ใฝ่
เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม มุ่งมั่นในการทำงาน สามารถนำไปใช้ใน
ชวี ติ ประจำวัน
ผลการเรยี นรู้
๑. อ่านออกเสียง ใหถ้ กู ต้องตามหลกั การอา่ น
๒. เข้าใจ บอก อธบิ าย ตีความข้อความสนั้ ๆจากส่ือประเภทต่าง ๆ
๓. เขยี นประโยคง่าย ๆด้วยการใช้ถ้อยคำหรือรปู แบบการเขียนตามโครงสรา้ ง
๔. เขยี นบรรยายหรือให้ขอ้ มูลจากสอื่ สิ่งพิมพ์หรือขา่ วสารในชีวติ ประจำวัน
รวมทั้งหมด ๔ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๑๗๒
คำอธบิ ายรายวชิ า อ ๒0๒๐๒ ภาษาองั กฤษอา่ น-เขยี น ๒
รายวชิ าเพ่มิ เติม กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๑-3 ภาคเรยี นท่ี ๑-2 เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ฝึกอ่านออกเสียงคำ วลี ประโยคข้อความ บทอ่านสั้น ๆ ปฏิบัติตามคำสั่ง ขอร้อง คำแนะนำโดยใช้ภาษา
ท่าทางเพื่อสือ่ ความหมาย เขียน บอกและให้ข้อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ เรื่องราวตา่ ง ๆ ในชีวิตประจำวัน
หรือประสบการณส์ งิ่ ท่ีนา่ สนใจ นำเสนอบทความ บทกวี บทละครสั้น ๆ ข้อมลู จากสือ่ ต่าง ๆ
ใช้ภาษาในการสื่อความและแสวงหาความรู้จากการอ่านเขียนได้อย่างเหมาะสมโดยการใช้กระบวนการคิด
วิเคราะห์ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสืบค้น และกระบวนการสร้างความคิดรวบยอด มีนิสัย
รกั การอ่าน มีความคดิ ริเรมิ่ สรา้ งสรรค์
เห็นประโยชน์และคุณค่าในการร่วมกิจกรรมทางภาษา วัฒนธรรม ประเพณี วันสำคัญต่าง ๆ แสวงหา
ความรู้ และนำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้ดว้ ยวธิ กี ารและสอ่ื ท่หี ลากหลาย
ผลการเรยี นรู้
๑. อ่านออกเสยี งคำ วลี ประโยคขอ้ ความ บทอ่านสนั้ ๆ
๒. ปฏบิ ัติตามคำสง่ั คำขอร้อง คำแนะนำ โดยใช้ภาษาทา่ ทางสื่อความหมาย
๓. เขยี นขอ้ มูล บรรยาย อธบิ าย เปรียบเทยี บ เรอ่ื งราวตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจำวัน หรอื ประสบการณ์ ทนี่ า่ สนใจ
๔. นำเสนอบทความ บทกวี บทละครสั้น ๆ ขอ้ มลู จากส่ือต่าง ๆ
รวมทั้งหมด ๔ ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๗๓
คำอธบิ ายรายวิชา อ ๒0๒๐3 ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน ๓
รายวชิ าเพ่มิ เติม กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๑-3 ภาคเรยี นท่ี ๑-2 เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ศกึ ษาคำศัพท์ วลี สำนวน ประโยคอยา่ งงา่ ย ๆ ในข้อความรูปแบบต่าง ๆ โดยการอา่ นพรอ้ มกับทำความ
เข้าใจ ตคี วาม วเิ คราะหแ์ ละแสดงความคดิ เหน็ ต่อข้อความทีอ่ ่านอย่างงา่ ย เรียนรรู้ ูปแบบการเขยี น ฝกึ เขยี นประโยค
ข้อความท่หี ลากหลายไมซ่ บั ซ้อน กรอกข้อมลู นำเสนอขอ้ มูล เพ่อื ฝึกทักษะการเขียน เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหว่าง
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษาและวฒั นธรรมไทย ใช้ภาษาอังกฤษในการแสวงหาความรเู้ พิ่มเตมิ กับกลมุ่ สาระการเรียนรู้
อน่ื
แสดงทักษะในการคิดวิเคราะห์และการปฏิบัตดิ ้าน อ่าน และเขียนอยา่ งเหมาะสมและมีมารยาทเพ่ือให้เกิด
ความรู้ ความเข้าใจสามารถนำไปพัฒนาการเรียนรู้
เห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษสามารถนำความรู้ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั มีความใฝร่ ู้ใฝเ่ รียน รกั ความเปน็ ไทย มี
จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านิยม ทีเ่ หมาะสมความม่งุ ม่ันในการทำงาน มีความรับผดิ ชอบ
ผลการเรยี นรู้
๑. ฟงั บทสนทนาจากข้อความ บทความโดยใชท้ า่ ทาง นำ้ เสียงทเ่ี หมาะสมกบั เน้ือหาท่ีฟังได้
๒. ใชภ้ าษาอังกฤษในการตดิ ต่อสื่อสารตามสถานการณ์ต่าง ๆที่กำหนด ทง้ั ในสถานศึกษาและนอก
สถานศึกษาได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
๓. ใช้ คำศัพท์ สำนวน ไวยากรณต์ า่ ง ๆ เพ่ือการส่ือสารทง้ั ในการฟงั พดู การอา่ นและการเขยี นได้อยา่ ง
ถูกต้องและเหมาะสมกบั สถานการณ์ต่าง ๆทก่ี ำหนด
๔. แสดงบทบาทสมมติ ตามสถานการณ์ต่าง ๆที่กำหนดได้
๕. เข้าใจความแตกต่างระหวา่ งวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษาและของไทย
๖. ฟังและสนทนาโต้ตอบ ข้อมูลเก่ยี วกับตนเอง เรื่องต่าง ๆใกล้ตวั สถานการณใ์ นชีวติ ประจำวัน
๗. พดู แสดงความรสู้ ึก และความคิดเหน็ ของตนเองเกยี่ วกบั เรื่องตา่ ง ๆ
๘. ใช้ภาษา นำ้ เสยี ง และกริ ยิ าท่าทางทีเ่ หมาะสมในการสนทนา
รวมทั้งหมด ๘ ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๗๔
คำอธิบายรายวชิ า อ ๒0๒๐4 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด ๑
รายวชิ าเพ่ิมเติม กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑-3 ภาคเรียนที่ ๑-2 เวลา ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต
ศึกษาและพัฒนาด้านการฟังและพูดภาษาอังกฤษ เพื่อการติดต่อและสื่อสารในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การ
แนะนำตนเองต่อหน้าผู้อื่น แสดงความต้องการเสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธให้ความช่วยเหลือใน
สถานการณ์ต่าง ๆได้อย่างเหมาะสม การให้ข้อมูลและคำแนะนำตามโอกาส สถานการ ณ์และเหมาะสมกับ
ขนบธรรมเนียมประเพณีของเจ้าของภาษา การสนทนา การแสดงความรู้สึก การเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใน
ชีวิตประจำวัน โดยใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางที่เหมาะสมกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาท พูดบรรยาย
เกี่ยวกับ สญั ลักษณ์ ทิศทาง ชีวติ ความเปน็ อยู่ ประเพณี วัฒนธรรม นำมาเปรยี บเทียบและวิเคราะห์ความเหมือนและ
ความแตกต่างของเจ้าของภาษา มีทักษะการฟังและพูดสื่อความในรูปแบบต่าง ๆได้ โดยอาศัยการสืบค้น ข้อมูล
สนเทศ ผ่านระบบสารนเิ ทศเพือ่ บรู ณาการกับกลุม่ สาระอืน่
แสดงทักษะในการคิดวิเคราะห์และการปฏิบัติด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียนอย่างเหมาะสมและมีมารยาท
เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจสามารถนำไปพัฒนาการเรียนรู้
เห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษสามรถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน รักความเป็นไทย มี
จริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ ม ที่เหมาะสมความม่งุ มัน่ ในการทำงาน มีความรับผดิ ชอบ
ผลการเรยี นรู้
๑. ฟงั บทสนทนาจากข้อความ บทความโดยใชท้ า่ ทาง น้ำเสยี งที่เหมาะสมกบั เน้ือหาท่ีฟังได้
๒. ใชภ้ าษาอังกฤษในการตดิ ต่อสื่อสารตามสถานการณ์ต่าง ๆที่กำหนด ทง้ั ในสถานศึกษาและนอก
สถานศกึ ษาได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
๓. ใช้ คำศพั ท์ สำนวน ไวยากรณต์ า่ ง ๆ เพ่ือการส่ือสารทง้ั ในการฟัง พดู การอ่านและการเขยี นได้อย่าง
ถกู ต้องและเหมาะสมกบั สถานการณต์ ่าง ๆท่ีกำหนด
๔. แสดงบทบาทสมมติ ตามสถานการณต์ ่าง ๆท่ีกำหนดได้
๕. เขา้ ใจความแตกต่างระหวา่ งวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษาและของไทย
๖. ฟงั และสนทนาโตต้ อบ ข้อมลู เก่ียวกับตนเอง เร่ืองต่าง ๆใกลต้ ัวสถานการณ์ในชวี ิตประจำวัน
๗. พดู แสดงความรสู้ ึก และความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกบั เรื่องตา่ ง ๆ
๘. ใชภ้ าษา นำ้ เสยี ง และกิริยาท่าทางที่เหมาะสมในการสนทนา
รวมทั้งหมด ๘ ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๗๕
คำอธิบายรายวชิ า อ ๒0๒๐5 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด ๒
รายวิชาเพ่มิ เติม กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑-3 ภาคเรียนที่ ๑-2 เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต
ศึกษาและพัฒนาด้านการฟังและพูดภาษาอังกฤษ เพื่อการติดต่อและสื่อสารในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การ
แนะนำตนเองต่อหน้าผู้อื่น แสดงความต้องการเสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธให้ความช่วยเหลือใน
สถานการณ์ต่าง ๆได้อย่างเหมาะสม การให้ข้อมูลและคำแนะนำตามโอกาส สถานการณ์และเหมาะสมกับ
ขนบธรรมเนียมประเพณีของเจ้าของภาษา การสนทนา การแสดงความรู้สึก พูดแสดงความคิดเห็น การให้เหตุผล
ประกอบและการยกตัวอย่าง โดยใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางที่เหมาะสมกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาท
ชีวิตความเป็นอยู่ ประเพณี วัฒนธรรม นำมาเปรียบเทียบและวิเคราะห์ความเหมือนและความแตกต่างของเจ้าของ
ภาษา มีทกั ษะการฟังและพูดสอ่ื ความในรปู แบบต่าง ๆได้ โดยอาศยั การสบื คน้ ข้อมลู สนเทศ ผ่านระบบสารนิเทศเพื่อ
บูรณาการกับกลุ่มสาระอื่น ในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ อันจะนำไปสู่ความเข้าใจอันดีในโรงเรียน ชุมชน
และโลก
แสดงทักษะในการคิดวิเคราะห์และการปฏิบัติด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียนอย่างเหมาะสมและมีมารยาท
เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจสามารถนำไปพฒั นาการเรยี นรู้
ผลการเรียนรู้
๑ ฟังบทสนทนาจากข้อความ บทความโดยใช้ทา่ ทาง น้ำเสียงทเี่ หมาะสมกับเน้ือหาท่ีฟงั ได้
๒ ใช้ภาษาอังกฤษในการติดตอ่ สื่อสารตามสถานการณ์ต่าง ๆท่ีกำหนด ทัง้ ในสถานศึกษาและนอก
สถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๓ ใช้ คำศพั ท์ สำนวน ไวยากรณต์ ่าง ๆ เพื่อการส่อื สารทัง้ ในการฟัง พูด การอา่ นและการเขียนได้อย่าง
ถกู ต้องและเหมาะสมกบั สถานการณ์ตา่ ง ๆทีก่ ำหนด
๔ แสดงบทบาทสมมติ ตามสถานการณต์ ่าง ๆท่กี ำหนดได้
๕ เข้าใจความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษาและของไทย
๖ ฟงั และสนทนาโต้ตอบ ข้อมลู เกยี่ วกบั ตนเอง เรอ่ื งต่าง ๆใกล้ตัวสถานการณใ์ นชวี ติ ประจำวนั
๗ พดู แสดงความร้สู ึก และความคดิ เห็นของตนเองเก่ียวกับเร่ืองต่าง ๆ
๘ ใช้ภาษา นำ้ เสยี ง และกริ ยิ าท่าทางท่ีเหมาะสมในการสนทนา
รวมท้ังหมด ๘ ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๗๖
คำอธบิ ายรายวิชา อ ๒0๒๐6 ภาษาอังกฤษฟงั -พูด ๓
รายวิชาเพ่ิมเติม กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑-3 ภาคเรยี นท่ี ๑-2 เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ศึกษาและพัฒนาด้านการฟังและพูดภาษาอังกฤษ เพื่อการติดต่อและสื่อสารในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การ
แนะนำตนเองต่อหน้าผู้อื่น แสดงความต้องการเสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธให้ความช่วยเหลือใน
สถานการณ์ต่าง ๆได้อย่างเหมาะสม การให้ข้อมูลและคำแนะ คำชี้แจง คำอธิบายแก่บุคคลตามโอกาส และสถานการณ์
และเหมาะสมกับขนบธรรมเนียมประเพณีของเจ้าของภาษา การสนทนา การแสดงความรูส้ ึก พูดแสดงความคดิ เห็น การ
ให้เหตุผลประกอบและการยกตัวอย่าง โดยใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางที่เหมาะสมกับบุคคลและโอกาส ตาม
มารยาท ชีวิตความเป็นอยู่ ประเพณี วัฒนธรรม นำมาเปรียบเทียบและวิเคราะห์ความเหมือนและความแตกต่างของ
เจา้ ของภาษา มที กั ษะการฟงั และพูดสอ่ื ความในรูปแบบต่าง ๆได้ โดยอาศยั การสบื คน้ ข้อมูล สนเทศ ผ่านระบบสารนิเทศ
เพื่อบูรณาการกับกลุ่มสาระอื่น ในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ อันจะนำไปสู่ความเข้าใจอันดีในโรงเรียน ชุมชน
และโลก
แสดงทักษะในการคิดวิเคราะห์และการปฏิบัติด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียนอย่างเหมาะสมและมีมารยาท
เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจสามารถนำไปพัฒนาการเรียนรู้
เห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษสามรถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน รักค วามเป็นไทย มี
จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยม ท่เี หมาะสมความมงุ่ มัน่ ในการทำงาน มีความรับผดิ ชอบ
ผลการเรยี นรู้
๑. ฟังบทสนทนาจากข้อความ บทความโดยใชท้ า่ ทาง น้ำเสียงท่เี หมาะสมกับเน้ือหาทฟี่ ังได้
๒. ใชภ้ าษาองั กฤษในการตดิ ต่อสื่อสารตามสถานการณ์ต่าง ๆทกี่ ำหนด ท้งั ในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษาได้
อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
๓. ใช้ คำศัพท์ สำนวน ไวยากรณ์ต่าง ๆ เพือ่ การสือ่ สารทงั้ ในการฟงั พดู การอา่ นและการเขยี นได้อย่างถูกต้อง
และเหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆทีก่ ำหนด
๔. แสดงบทบาทสมมติ ตามสถานการณต์ า่ ง ๆทก่ี ำหนดได้
๕. เข้าใจความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาและของไทย
๖. ฟงั และสนทนาโต้ตอบ ข้อมูลเกีย่ วกบั ตนเอง เร่อื งต่าง ๆใกล้ตัวสถานการณใ์ นชวี ิตประจำวัน
๗. พูด แสดงความร้สู ึก และความคิดเหน็ ของตนเองเกี่ยวกับเรอ่ื งต่าง ๆ
๘. ใชภ้ าษา นำ้ เสยี ง และกริ ยิ าท่าทางทีเ่ หมาะสมในการสนทนา
รวมทั้งหมด ๘ ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๗๗
กจิ กรรมพฒั นำผู้เรียน
หลกั สูตรโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๗๘
กจิ กรรมพฒั นำผ้เู รียน
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความ
เปน็ มนุษย์ท่สี มบรู ณ์ ทัง้ ร่างกาย สติปญั ญา อารมณ์ และสงั คม เสริมสรา้ งให้เป็นผู้มีศีลธรรม จรยิ ธรรม มีระเบียบวินัย
ปลกู ฝงั และสร้างจติ สำนกึ ของการทำประโยชน์เพอื่ สังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยูร่ ว่ มกบั ผ้อู ่ืนในสังคมอย่างมี
ความสุข โรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ จัดกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน แบง่ เปน็ 3 ลักษณะดังนี้
1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมทีส่ ่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด
และความสนใจ โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ด้วยกระบวนการทางจิตวิทยา การแนะแนว ให้สอดคล้อง
ครอบคลุมด้านการศึกษา อาชีพส่วนตัวและสังคม กิจกรรมสำคัญในการพัฒนาได้แก่ กิจกรรมการรู้จัก เข้าใจ เห็น
คุณค่าในตนเองและผู้อื่น การปรับตัวและดำรงชีวิต การแสวงหาและใช้ข้อมูลสารสนเทศ การตัดสินใจและแก้ปัญห า
ผเู้ รยี นทกุ คนตอ้ งเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว 20 ชวั่ โมงต่อภาคเรยี น
แนวการจดั กจิ กรรมแนะแนว
1. โรงเรียนจัดกิจกรรมแนะแนว โดยให้ผู้เรียนได้ศึกษาเกี่ยวกับการค้นพบตัวเอง ตามความถนัด
ความสนใจ และรับความรู้ คำแนะนำจากครผู ู้สอนหรือ ทง้ั นคี้ ำนึงถึงวฒุ ภิ าวะและความแตกต่างระหว่างบคุ คล
2. กำหนดผลการเรียนรู้ คุณลักษณะ และความสามารถในการเข้าร่วมกิจกรรมและออกแบบ
แผนการดำเนนิ กจิ กรรมแนะแนวใหส้ อดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรดู้ งั กลา่ ว
3. จัดกิจกรรมให้มีความสอดคล้องกับผลการเรียนรู้อย่างหลากหลาย น่าสนใจโดยเน้นเวลาการเขา้
ร่วมกจิ กรรม พฤติกรรมการปฏิบัตแิ ละผลงานของผู้เรียน
4. การทำแบบประเมินด้านสติปัญญาและอารมณ์ เน้นการเรียนรู้ระหว่าง การพัฒนาโรงเรียนกับ
ชมุ ชน เชน่ การเย่ียมบ้านผู้เรียน กิจกรรมโฮมรูม การให้ความช่วยเหลือผเู้ รยี นอยา่ งเปน็ ระบบ
2. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้มีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี
ความรับผดิ ชอบ การทำงานร่วมกนั การรจู้ กั แก้ปัญหา การตดั สินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตผุ ล การชว่ ยเหลือแบ่งปัน
กัน การประนีประนอม โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ได้ปฏิบัติด้วย
ตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทำงาน เน้นการ
ทำงานเป็นกลุ่มตามความเหมาะสม และสอดคลอ้ งกับวฒุ ภิ าวะของผเู้ รียน ความสามารถ ความถนดั ความสนใจ และ
ทอ้ งถ่นิ กิจกรรมนักเรียนประกอบด้วย
2.1 กิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี ผู้เรียนทกุ คนตอ้ งเขา้ รว่ มกจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี 20 ช่วั โมงต่อภาค
เรยี น
แนวการจัดกจิ กรรมกจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี
1. โรงเรียนจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี โดยส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้มีระเบียบวินัย ความ
เป็นผนู้ ำ ผู้ตามทีด่ ี ความรบั ผดิ ชอบ การทำงานรว่ มกัน การรจู้ ักแกป้ ัญหา การตดั สินใจที่เหมาะสม ความมีเหตผุ ล การ
ช่วยเหลอื แบ่งปนั กัน ทั้งนี้คำนึงถงึ วฒุ ภิ าวะและความแตกต่างระหว่างบคุ คล
หลกั สูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๗๙
2. กำหนดผลการเรียนรู้ คุณลักษณะและความสามารถในการเข้าร่วมกิจกรรม และออกแบบ
แผนการดำเนินกจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี ใหส้ อดคลอ้ งกับผลการเรียนรู้ดงั กล่าว
3. จัดกจิ กรรมให้มีความสอดคล้องกบั ผลการเรียนรู้อย่างหลากหลายน่าสนใจ โดยเนน้ เวลาการเข้า
ร่วมกิจกรรม พฤตกิ รรมการปฏิบตั แิ ละผลงานของผู้เรียน
2.2 กิจกรรมชุมนุม ผู้เรียนทุกคนตอ้ งเข้าร่วมกจิ กรรมชมุ ชน ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 13 ชั่วโมงต่อ
ภาคเรยี น และภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 12 ชัว่ โมงต่อภาคเรยี น
แนวการจดั กิจกรรมชุมนุม
1. โรงเรียนจัดกิจกรรมชุมนุมโดยเน้นถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ผู้เรียนสามารถเลือกเรียน
ชุมนุมคนละ 1 กิจกรรม ได้ตามศักยภาพ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน กิจกรรมชุมนุม เช่น ภาษาไทย
คณติ ศาสตร์ คณติ ศาสตรป์ ระยุกต์ คอมพวิ เตอร์ เกษตร วทิ ยาศาสตร์ ส่ิงประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ หอ้ งสมุดวิทยาศาสตร์
Smart English ภาษาอังกฤษ จิตอาสา วอลเลย์บอล ฟุตบอล สังคมสิ่งแวดล้อม พระพุทธศาสนา แนะแนว ดนตรี
เป็นต้น
2. กำหนดผลการเรียนรู้ คุณลักษณะและความสามารถในการเข้าร่วมกิจกรรม และออกแบบ
แผนการดำเนนิ กิจกรรมให้สอดคลอ้ งกับผลการเรยี นรู้ดงั กลา่ ว
3. จัดกิจกรรมใหม้ ีความสอดคล้องกับผลการเรียนรู้อย่างหลากหลาย น่าสนใจ โดยเน้นเวลาการเขา้
ร่วมกจิ กรรม พฤติกรรมการปฏิบตั ิและผลงานของผเู้ รยี น
3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้ผู้เรียนได้ทำ
ประโยชน์ตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดี
งาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งทำประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคม กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ กิจกรรม
บำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม กิจกรรมดำรงรักษา กิจกรรมพัฒนา นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสังคม
ผู้เรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 7 ชั่วโมงต่อภาคเรียน
และภาคเรียนที่ 2 จำนวน 8 ชัว่ โมงตอ่ ภาคเรยี น
แนวการจดั กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์
1. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ให้ผู้เรียนได้เลือกเรียนตามความสนใจ และกิจกรรมท่ี
โรงเรยี นได้กำหนดข้นึ โดยสอดแทรกหรือบูรณาการใน กจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี กจิ กรรมชมุ นมุ กจิ กรรมแนะแนว
หรือในกลมุ่ สาระการเรียนรู้ 8 กลุม่ สาระ
2. ผู้เรียนสามารถทำกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์นอกเหนอื เวลาเรียนก็ได้ โดยจัดทำ
เป็นโครงการท่จี ะชว่ ยเหลือพฒั นาหรือจิตอาสารว่ มกบั ชมุ ชน
3. กำหนดผลการเรียนรู้ คุณลักษณะและความสามารถในการเข้าร่วมกิจกรรม และออกแบบ
แผนการดำเนินกจิ กรรมใหส้ อดคลอ้ งกับผลการเรยี นร้ดู งั กล่าว
หลกั สูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๘๐
แนวทางการประเมินผลกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
1. ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว และกิจกรรมนักเรียน โดยมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อย
กว่าร้อยละ 80 ของแต่ละกิจกรรม และปฏิบัติกิจกรรมดังกล่าวตามแนวทาง การจัดกิจกรรม จึงจะผ่านการประเมนิ
กจิ กรรมแนะแนว และกจิ กรรมนักเรียน
2. ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม 45
ชว่ั โมงตลอดปกี ารศกึ ษา
3. ครูผู้สอนหรือครผู ู้รบั ผิดชอบ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น จากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน
ของผู้เรียนด้วยวิธีการสังเกตพฤติกรรม การสัมภาษณ์ และประเมินด้วยวิธีการที่หลากหลายและใช้การประเมินตาม
สภาพจริง
เกณฑก์ ารจบหลักสูตรระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน้
1. ผ้เู รียนเรียนรายวชิ าพน้ื ฐานและเพม่ิ เตมิ โดยเปน็ รายวชิ าพน้ื ฐาน 66 หน่วยกิต
และรายวิชาเพ่ิมเตมิ ตามทีส่ ถานศึกษากำหนด
2. ผู้เรียนตอ้ งไดห้ น่วยกติ ตลอดหลกั สตู รไมน่ ้อยกว่า 77 หนว่ ยกิต
โดยเปน็ รายวิชาพ้ืนฐาน 66 หนว่ ยกติ และรายวชิ าเพิ่มเตมิ ไมน่ อ้ ยกวา่ 11 หน่วยกติ
3. ผู้เรยี นตอ้ งมผี ลการประเมินการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียน ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป
4. ผเู้ รียนตอ้ งมีผลการประเมิน คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ระดับ “ผ่าน” ข้ึนไป
5. ผู้เรยี นต้องเขา้ รว่ มกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน และได้รับการตัดสินผลการเรียน “ผา่ น” ทุกกิจกรรม
หลกั สูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๑๘๑
เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการเรยี น
หลกั สูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๘๒
ระเบยี บโรงเรียนสุวรรณไพบลู ย์
ว่าด้วยการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ ระดับมัธยมศกึ ษา พุทธศักราช 2561
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560)
---------------------------------------------
โดยที่โรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ ได้ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. 1239/2560
ลงวันที่ 8 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2560 เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) จงึ เป็นการสมควรท่ีจะกำหนดระเบียบโรงเรียนสุวรรณไพบลู ย์ วา่ ด้วยการ
วัดผลและประเมินผลการเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560) เพ่อื ให้สามารถดำเนินการได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ใหส้ อดคล้องกบั คำส่ังดงั กลา่ ว
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการ
กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและ
วิชาการ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พนื้ ฐาน จึงวางระเบียบไว้ดังตอ่ ไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ ระเบียบโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ ว่าด้วยการวัดผลและประเมินผลการ
เรยี น ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ”
ขอ้ 2 ระเบียบนีใ้ หใ้ ช้บงั คับตั้งแตป่ ีการศึกษา 2561 เปน็ ตน้ ไป
ขอ้ 3 ให้ยกเลิกระเบียบ ข้อบงั คบั ที่ขัดแย้งกบั ระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบน้แี ทน
ข้อ 4 ให้ใช้ระเบียบนี้ควบค่กู ับหลักสูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบลู ย์ พุทธศกั ราช 2561 ตามหลักสตู ร
แกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560)
ขอ้ 5 ให้ผ้บู ริหารสถานศกึ ษารักษาการให้เป็นไปตามระเบียบน้ี
หลักสูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๑๘๓
หมวด 1
หลักการดำเนนิ การวัดและประเมินผลการเรยี น
ข้อ 6 การวดั และการประเมินผลการเรยี นใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั การต่อไปน้ี
6.1 สถานศึกษาเป็นผู้รับผดิ ชอบการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยเปิดโอกาสให้ทุก
ฝา่ ยทเี่ กยี่ วขอ้ งมีสว่ นร่วม
6.2 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้/
ตัวชี้วัดตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ท่ีกำหนดในหลักสูตรและจัดให้มีการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ตลอดจนกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
6.3 การประเมินผู้เรียนพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกต
พฤติกรรมการเรียนรู้ การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน ตามความ
เหมาะสมของแตล่ ะระดับและรปู แบบการศึกษา
6.4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอน
ต้องดำเนินการด้วยเทคนิควิธีการท่ีหลากหลาย เพื่อให้สามารถวัดและประเมินผลผู้เรียนได้อย่างรอบด้านท้ัง
ด้านความรู้ ความคิด กระบวนการ พฤติกรรมและเจตคติ เหมาะสมกับส่ิงทีต้องการวัดธรรมชาติวิชา และ
ระดบั ชั้นของผูเ้ รียน โดยต้องอยู่บนพน้ื ฐานความเทย่ี งตรง ยุติธรรม และเช่ือถือได้
6.5 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงพัฒนาผู้เรียน ตัดสินผล
การเรียน และนําผลไปใช้เป็นข้อมูลพ้ืนฐานสำหรับการวิจัยท่ีจะนําไปสู่การปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน
และวางแผนพฒั นาหลักสูตร
6.6 เปิดโอกาสใหผ้ ้เู รยี นและผมู้ สี ่วนเก่ียวข้องตรวจสอบผลการประเมนิ ผลการเรียนรู้
6.7 ให้สถานศึกษาจัดทำเอกสารหลักฐานการศึกษา เพ่ือเป็นหลักฐานการประเมินผลการ
เรยี นรู้รายงานผลการเรยี น แสดงวฒุ ิการศกึ ษาและรับรองผลการเรยี นของผเู้ รียน
ข้อ 7 การวัดและการประเมนิ ผลการเรียน จดั แบง่ ออกเป็น ๔ ระดับ คอื
7.1 การวัดและการประเมินผลการเรียนระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและการประเมนิ ผลการ
เรียนท่ีอยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนดำเนินการเปน็ ปกติ และสม่ำเสมอ ในการจัดการเรยี นการสอน
ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเอง หรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง
เพอ่ื นประเมินเพ่ือน ผู้ปกครองรว่ มประเมนิ ในกรณที ี่ไม่ผ่านตัวช้ีวัด ให้มีการสอนซอ่ มเสรมิ
7.2 การวัดและการประเมินผลการเรียนระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินผลท่ี
สถานศึกษา ดำเนินการเพื่อตัดสินผลการเรียนรู้เป็นรายภาค/รายปี ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และ
เขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกบการจัดการศึกษาของ
สถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมท้ั ง
สามารถนําผลการเรียนของผู้เรียนเปรียบเทยี บกับเกณฑร์ ะดับชาติ และเปน็ ข้อมูลและสารสนเทศเพ่ือปรับปรุง
หลักสตู รโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๑๘๔
นโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือการจัดทำแผนพัฒนา คุณภาพ
การศึกษาของโรงเรยี น
7.3 การประเมินผลระดับเขตพื้นท่ีการศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพการเรียนในระดับ
เขตพ้ืนที่การศึกษา ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน ในการพัฒนา
คณุ ภาพการศกึ ษาของเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา
7.4 การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติ ตามมาตรฐาน
การเรียนรู้ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน
ข้อ 8 ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่าง ๆ ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การ
เปล่ียนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ นอกจากน้ี ยัง
สามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งเรียนรู้อ่ืน ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา
สถาบนั การฝึกอบรมอาชีพ การจัดการศึกษาโดยครอบครัว
การเทียบโอนผลการเรยี น ให้เปน็ ไปตามประกาศหรอื แนวปฏบิ ตั ิของกระทรวงศึกษาธิการ
หมวด 2
วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล
ขอ้ 9 การประเมนิ ผลสาระการเรยี นร้เู พ่ือปรับปรุงการเรียน ใหถ้ ือปฏบิ ัตดิ ังนี้
9.1 แจ้งให้ผู้เรยี นทราบตัวชี้วดั ช้ันปี วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ เกณฑ์การผ่านตัวชี้วัดช้ัน
ปีและเกณฑข์ น้ั ต่ำของการผ่านรายวชิ า กอ่ นสอนรายวชิ าน้ัน
9.2 ประเมินผลก่อนเรียน เพื่อศึกษาความรู้พ้ืนฐานของผู้เรียนประเมินผลระหว่างเรียน
เพอื่ ตรวจสอบพัฒนาการของผูเ้ รียนวา่ บรรลตุ ามตัวช้ีวัดชั้นปี เพื่อจดั การสอนซ่อมเสรมิ และเพื่อนาํ คะแนนจาก
การวัดและประเมินผลไปรวมกับการวัดผลปลายปี โดยให้วัดและประเมินตามตัวช้ีวัดรายปี การวัดผลและ
ประเมินผลระหว่างเรียน โดยวัดและประเมินผลระหว่างเรียนเป็นระยะ ๆ โดยให้สถานศึกษาใช้ตัวชี้วัดใน
หลักสูตรเปน็ เปา้ หมายในการประเมนิ
9.3 วัดผลปลายปี / ปลายภาค เพ่ือตรวจสอบผลการเรียน ตดั สินแบบ ได้ – ตก ให้ใช้ระดับ
ผลการเรียน โดยวัดให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับตัวช้ีวัดช้ันปีและตัวชี้วัดช่วงชั้น ที่สำคัญตามที่หลักสูตร
สถานศึกษากำหนด
ข้อ 10 ใหม้ ีการวัดและการประเมินผลการเรยี นครอบคลุมมาตรฐานและตวั ช้ีวัด ทงั้ ๔ ดา้ น ดงั น้ี
10.1 การวัดและการประเมินผลสาระการเรยี นรู้ครบทง้ั ๘ กลุม่ สาระ
10.2 การวดั และการประเมินผลกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน
10.3 การวัดและการประเมนิ ผลคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ผู้เรียน
หลักสตู รโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๑๘๕
10.4 การวดั และการประเมนิ ผลการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และการเขยี น
การวัดและการประเมินผลการเรียน ให้อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและ
วิชาการเหน็ ชอบ เสนอผ้บู ริหารสถานศกึ ษาแต่งต้ัง
ข้อ 11 การวดั และการประเมนิ ผลการเรยี นในข้อ ๑๐ ใหด้ ำเนนิ การ ดงั นี้
11.1 การประเมินผลการเรียนใน ๘ กลุ่มสาระ ผู้เรียนต้องผ่านเกณฑ์ ได้รับระดับคุณภาพ
โดยใช้ตวั เลขแสดงระดบั ผลการเรยี นเป็น 8 ระดบั ดังนี้
4 หมายถึง ผลการการเรียนดเี ยย่ี ม ไดค้ ะแนนร้อยละ 80-100
3.5 หมายถึง ผลการการเรียนดมี าก ไดค้ ะแนนร้อยละ 75-79
3 หมายถึง ผลการการเรียนดี ได้คะแนนร้อยละ 70-74
2.5 หมายถึง ผลการการเรียนค่อนขา้ งดี ได้คะแนนร้อยละ 65-6
2 หมายถึง ผลการการเรยี นปานกลาง ไดค้ ะแนนร้อยละ 60-64
1.5 หมายถงึ ผลการการเรยี นพอใช้ ไดค้ ะแนนร้อยละ 55-59
1 หมายถงึ ผลการการเรียนผ่านเกณฑข์ ั้นตำ่ ได้คะแนนรอ้ ยละ 50-54
0 หมายถงึ ผลการการเรยี นต่ำกวา่ เกณฑ์ ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ 0-49
11.2 การวดั และการประเมินผลกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน เป็นการประเมนิ ความสามารถและ
พัฒนาการของผ้เู รยี น ในการเข้ารว่ มกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนในแตล่ ะภาคเรียน ตามเกณฑ์ของแตล่ ะกิจกรรม
และตดั สนิ ผลการประเมนิ เปน็ 2 ระดบั ดงั นี้
ผ (ผ่าน ) หมายถงึ ผเู้ รยี นมเี วลาเขา้ รว่ มกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น ปฏบิ ัติกิจกรรม
มผ (ไม่ผา่ น ) หมายถงึ และมผี ลงานตามเกณฑ์ทีส่ ถานศกึ ษากำหนด
ผู้เรียนมีเวลาเรยี นร่วมกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น ปฏิบตั ิกิจกรรม
และมผี ลงานไม่เป็นไปตามเกณฑท์ ่สี ถานศึกษากำหนด
11.3 การวัดและการประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เป็นการประเมิน
พัฒนาทางด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ตามคุณลักษณะท่ี
สถานศึกษากำหนด การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จะประเมินเป็นรายคุณลักษณะทุกภาคเรียน
และตดั สนิ ผลการประเมนิ เป็น 4 ระดับ ดังตอ่ ไปน้ี
ดีเย่ยี ม (๓ ) หมายถงึ ผู้เรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสัยและนำไปใช้ใน
ชีวิตประจำวันเพื่อประโยชน์สุขของตนเองและสังคมโดย
พิจารณาจากผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน ๕-๘
คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่า
ระดบั ดี
หลักสูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๑๘๖
ดี (๒) หมายถึง ผเู้ รยี นมคี ณุ ลกั ษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพอื่ ใหเ้ ป็นการ
ยอมรบั ของสังคม โดยพจิ ารณาจาก
๑. ได้ผลการประเมินระดับดีเย่ยี ม จำนวน ๑-๔คุณลักษณะและ
ไม่มีคณุ ลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมินต่ำกว่าระดับดี หรือ
๒. ได้รับการประเมินระดับดีท้ัง ๘ คณุ ลักษณะ หรือ
๓. ได้ผลการประเมนิ ตั้งแตร่ ะดบั ดีขึ้นไป จำนวน ๕-๗
คุณลกั ษณะ และมบี างคุณลักษณะไดผ้ ลการประเมนิ ระดบั
ผ่าน
ผ่าน (๑) หมายถงึ ผเู้ รียนรับรู้และปฏิบัตติ ามกฎเกณฑ์ และเงื่อนไขทีส่ ถานศกึ ษา
กำหนด โดยพิจารณาจาก
๑. ไดร้ บั การประเมินระดบั ผ่านท้งั ๘ คุณลกั ษณะ หรือ
๒. ได้ผลการประเมินตง้ั แต่ระดบั ดีขึ้นไป จำนวน ๑-๔
คณุ ลักษณะ และคุณลกั ษณะที่เหลือไดผ้ ลการประเมินระดับ
ผา่ น
ไมผ่ า่ น (๐) หมายถงึ ผู้เรียนรับร้แู ละปฏบิ ัติได้ไม่ครบตามเกณฑ์และเงื่อนไขที่
สถานศึกษากำหนด โดยพิจารณาจากผลการประเมนิ ระดับไม่
ผ่าน ตัง้ แต่ ๑ คณุ ลกั ษณะ
11.4 การวัดและการประเมินผล การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ผ่านช่วงชั้นเป็นการ
ประเมนิ ทกั ษะการคิดและการถ่ายทอดความคิดดว้ ยทักษะการอ่าน การคดิ วเิ คราะห์ และเขยี น ตามเง่ือนไข
และวิธีการท่ีสถานศกึ ษากำหนดและตดั สนิ ผลการประเมนิ เป็น 4 ระดบั ดงั ต่อไปนี้
ดีเยยี่ ม (3) หมายถึง มผี ลงานทีแ่ สดงถึงความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และ
เขยี นทมี่ ีคุณภาพดเี ลศิ อยเู่ สมอ
ดี (2) หมายถึง มผี ลงานทแ่ี สดงถึงความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์และ
เขยี นทมี่ ีคณุ ภาพเปน็ ที่ยอมรับ
ผ่าน (1) หมายถึง มีผลงานท่แี สดงถึงความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์และ
เขยี นที่มีคุณภาพเป็นท่ียอมรับ แต่ยังมีข้อบกพร่องบางประการ
ไมผ่ า่ น (0) หมายถงึ ไม่มผี ลงานท่ีแสดงถึงความสามารถในการอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละ
เขียน หรอื ถา้ มีผลงาน ผลงานน้นั ยงั มีข้อบกพร่องท่ีต้องได้รบั
การปรับปรงุ แก้ไขหลายประการ
หลักสตู รโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๘๗
11.5 การตัดสินผลการเรียนผ่านช่วงชั้น เป็นการนำผลการประเมินในข้อ 11.1 ถึง
11.4 มาประมวลสรุปเพ่ือตดั สนิ ให้ผู้เรยี นผา่ นช่วงช้นั ตา่ ง ๆ ตามเกณฑ์การตดั สินผลการเรยี นแตล่ ะช่วงชน้ั
หมวด 3
การตัดสินผลการเรยี น
ข้อ 12 หลักสูตรโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕61 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ได้กำหนดโครงสร้าง เวลาเรียน มาตรฐานการ
เรียนรู้ตัวชี้วัด การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ที่สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ มีคุณภาพเต็มตามศักยภาพ โรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ จึงกำหนด
หลักเกณฑก์ ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ เพอื่ ตัดสนั ผลการเรียนของผู้เรียน ใหถ้ อื ปฏิบัติ ดังนี้
12.1 การตัดสินผลการเรียน มีการตัดสินในการผ่านรายวิชากำหนดเป็นภาคเรียน
การเลื่อนชั้นปีกำหนดเป็นปีการศึกษา และการจบระดับชั้นกำหนดเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับ
มัธยมศึกษาตอนปลาย หลักเกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เพ่ือตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนใน
หลกั สตู รโรงเรียนสวุ รรณไพบลู ย์ พุทธศักราช ๒๕61 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช
๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) ใหถ้ อื ปฏิบัตดิ ังนี้
๑) ตัดสนิ ผลการเรยี นเปน็ รายวิชา ผเู้ รียนต้องมเี วลาเรยี นตลอดภาคเรียนไม่นอ้ ยกวา่ ร้อย
ละ ๘๐ ของเวลาเรียนท้ังหมดในรายวิชานนั้ ๆ
๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษา
กำหนด
๓) ผู้เรยี นต้องไดร้ ับการตดั สินผลการเรยี นทกุ รายวชิ า
๔) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผานตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา
กำหนดในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขยี น คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
12.2 การให้ระดบั ผลการเรียน
หลักสูตรโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕61 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) กำหนดหลกั เกณฑก์ ารให้ระดับผลการเรียน ดังน้ี
๑) การตัดสินผลการเรียนรายวิชาของกลุ่มสาระการเรยี นรู้ ให้ระดับผลการเรียน ๘
ระดับ พิจารณาตัดสินว่าผู้เรียนผ่านเกณฑ์สาระการเรียนรู้ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ให้ได้ระดับผลการ
เรยี น “๑” ถงึ “๔” เทา่ นั้น รายวชิ าท่ีจะนับหน่วยกิต จะตอ้ งได้ระดบั ผลการเรยี นต้ังแต่ ๑ ข้ึนไป
หลกั สตู รโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๑๘๘
๒) การตัดสินผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ ให้ระดับผลการประเมินเป็นผ่านและไม่ผ่าน กรณีท่ีผ่านให้ระดับผลการเรียนเป็น “ดีเย่ียม” “ ดี”
“ผ่าน”
๓) การตัดสินผลการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนต้องพิจารณาท้ังเวลาการเขา้ ร่วม
กจิ กรรม การปฏิบตั ิกิจกรรม และผลงานของผ้เู รียนตามเกณฑท์ ่ีสถานศึกษากำหนดและให้ผลการประเมินเป็น
“ผ่าน” และ “ไมผ่ ่าน”
การตัดสินผลการเรียนการผ่านช่วงชั้น (จบการศึกษาภาคบังคับ และจบหลักสูตรการศึกษาข้ัน
พืน้ ฐาน ) ผูเ้ รยี นต้องผา่ นเกณฑม์ าตรฐานครบทั้ง 4 เกณฑ์ ซ่งึ สะสมมาจากการประเมินผลการเรยี นปลายภาค
ถา้ ผเู้ รียนไมผ่ ่านชว่ งชนั้ ใหด้ ำเนินการสอนซ่อมเสรมิ แลว้ ทำการประเมนิ ผลจนผเู้ รียนสามารถผ่าน
เกณฑ์การประเมนิ ทีส่ ถานศกึ ษากำหนด
12.3 ผลการเรียนท่ีมเี งอื่ นไข ผลการเรยี นทีม่ ีเงื่อนไข ไดแ้ ก่ ไม่มสี ทิ ธ์ิเขา้ รับการประเมินผล
ปลายภาคในรายวิชา และรอการตดั สนิ ใหใ้ ชต้ วั อกั ษรระบเุ งื่อนไขแสดงผลการเรยี น ประกอบด้วย
1) ตัวอักษรแสดงผลการเรียนแตล่ ะรายวชิ าใน ๘ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
“มส” หมายถึง ไมม่ สี ทิ ธเิ ขา้ รับการประเมินผลปลายภาคเรียน โดยผูเ้ รยี นทมี่ ีเวลา
เรียนไม่ถึงร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนในแต่ละรายวิชาและไม่ได้รับการผ่อนผันให้เข้ารับการวัดผลปลายภาค
เรยี น
“ร” หมายถึง รอการตัดสินและยังตดั สินไม่ได้ โดยผูเ้ รยี นไม่มีขอ้ มูลผลการเรียน
รายวชิ าน้นั ครบถ้วน เช่น ไมไ่ ด้วดั ผลกลางภาคเรียน/ปลายภาคเรียน ไม่ไดส้ ่งงานท่ีมอบหมายให้ทำ ซ่ึงงาน
น้ันเป็นสว่ นหน่ึงของการตดั สนิ ผลการเรียน หรือมีเหตุสดุ วสิ ยั ที่ทำให้ประเมินผลการเรยี นไมไ่ ด้
2) ตวั อักษรแสดงผลการเขา้ ร่วมกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
“ผ” หมายถึง ผ่านเกณฑ์ท่ีสถานศกึ ษากำหนด
“มผ” หมายถงึ ไม่ผ่านเกณฑท์ ี่สถานศึกษากำาหนด
12.4 การเปลี่ยนผลการเรียน “๐” จัดให้มีการสอนซ่อมเสริมในมาตรฐานการเรียนรู้/
ตัวชี้วัดที่ผู้เรียนสอบไม่ผ่านก่อน แล้วจึงสอบแก้ตัวได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปี
การศกึ ษานน้ั
ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการสอบแก้ตัวตามระยะเวลาที่กำหนดไว้น้ี ให้อยู่ในดุลยพินิจของ
สถานศกึ ษาทจ่ี ะพิจารณาขยายเวลาออกไปอกี ไม่เกนิ ๑ ภาคเรยี น
ถ้าสอบแก้ตัว ๒ ครั้งแล้ว ยังได้ระดับผลการเรียน “๐” อีก ให้สถานศึกษาแต่งต้ัง
คณะกรรมการดำเนินการเกี่ยวกบั การเปล่ียนผลการเรียนของผู้เรียน โดยปฏิบตั ิดังน้ี
๑) ถ้าเป็นรายวชิ าพื้นฐาน ให้เรยี นซำ้ รายวิชานัน้
๒) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้เรียนซ้ำาหรือเปล่ียนรายวิชาเรียนใหม่ โดยให้อยูใน
ดลุ ยพินิจของสถานศึกษา
หลกั สูตรโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2563)
๑๘๙
รายวิชาใด ในกรณีท่ีเปล่ียนรายวิชาเรียนใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรียนแทน
12.5 การเปล่ยี นผลการเรยี น “ร” มี ๒ กรณี คอื
๑) มเี หตุสุดวิสยั ทำใหป้ ระเมินผลการเรยี นไม่ได้ เช่น เจบ็ ปว่ ย เม่อื ผ้เู รยี นไดเ้ ข้าสอบ
หรือ ส่งผลงานที่ติดค้างอยู่เสร็จเรียบร้อย หรือแก้ปัญหาเสร็จสิ้นแล้ว ให้ได้ระดับผลการเรียนตามปกติ
(ตง้ั แต่ ๐ - ๔)
๒) ถ้าสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ใช่เหตุสุดวิสัย เมื่อผู้เรียนได้เข้าสอบ หรือ
สง่ ผลงานทต่ี ิดคา้ งอยเู่ สรจ็ เรยี บร้อย หรือแกป้ ัญหาเสรจ็ สน้ิ แลว้ ใหไ้ ด้ระดับผลการเรียนไมเ่ กิน “๑”
การเปลี่ยนผลการเรียน “ร” ให้ดำเนินการแก้ไขตามสาเหตุให้เสร็จสิ้นภายในปกี ารศึกษานั้น
ถ้าผู้เรียนไม่มาดำเนินการแก้ “ร” ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ให้เรียนซ้ำรายวิชา ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ใน
ดลุ ยพินิจของสถานศกึ ษาทจี่ ะขยายเวลาการแก้ “ร” ออกไปอีกไม่เกนิ ๑ ภาคเรยี น ปฏิบตั ดิ งั น้ี
1) ถ้าเปน็ รายวชิ าพื้นฐาน ให้เรียนซ้ำรายวิชานน้ั
2) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ โดยให้อยูใน
ดุลยพนิ จิ ของสถานศกึ ษา
ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรียนแทน
รายวชิ าใด
12.6 การเปลีย่ นผลการเรยี น “มส” มี ๒ กรณี ดงั น้ี
1) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ ๘๐ แต่มีเวลา
เรียนไมน่ ้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของเวลาเรียนในวชิ านั้น ให้สถานศกึ ษาจัดใหเ้ รียนเพิ่มเติมโดยใช้ชั่วโมงสอนซ่อม
เสริม หรือใช้เวลาว่าง หรือใช้วันหยุด หรือมอบหมายงานให้ทำ จนมีเวลาเรียนครบตามที่กำหนดไว้สำหรับ
รายวชิ านั้น แลว้ จึงให้วัดผลปลายภาคเปน็ กรณพี ิเศษ
ผลการสอบแก้ “มส” ให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน “๑” การแก้ “มส” กรณีนี้ให้
กระทำให้เสร็จสิ้นในปกี ารศกึ ษาน้ัน
ถ้าผู้เรียนไม่มาดำเนินการแก้ “มส” ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้น้ีให้เรียนซ้ำ ยกเว้นมี
เหตุสุดวิสัย ให้อยูในดุลยพินิจของสถานศึกษาท่ีจะขยายเวลาการแก้ “มส” ออกไปอีกไม่เกิน ๑ ภาคเรียน แต่
เมอ่ื พน้ กำหนดน้ีแล้ว ใหป้ ฏบิ ัติดงั นี้
๑.๑ ถา้ เป็นรายวชิ าพ้ืนฐาน ใหเ้ รียนซ้ำรายวิชาน้ัน
๑.๒ ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ให้เรียนซ้ำหรือ
เปลย่ี นรายวิชาเรยี นใหม่
2) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรียนน้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของ
เวลาเรียนท้ังหมด ให้สถานศกึ ษาจัดให้เรียนซ้ำในรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพ่ิมเติม หรือเปลี่ยนรายวิชาใหม่
ได้ สำหรับรายวชิ าเพิ่มเตมิ เท่านั้น
ในกรณีท่ีเปล่ียนรายวิชาเรียนใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรียนแทน
รายวิชาใด
หลกั สตู รโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๙๐
การเรียนซ้ำรายวิชา ผู้เรียนที่ได้รับการสอนซ่อมเสริมและสอบแก้ตัว 2 ครั้งแล้วไม่ผ่าน
เกณฑก์ ารประเมิน ใหเ้ รยี นซำ้ รายวิชานน้ั ทง้ั น้ี ให้อยูใ่ นดุลยพนิ ิจของสถานศึกษาในการจัดใหเ้ รียนซ้ำในช่วงใด
ช่วงหนึ่งท่สี ถานศึกษาเห็นวา่ เหมาะสม เช่น พักกลางวัน วันหยุด ชัว่ โมงว่างหลงั เลกิ เรียน ภาคฤดูร้อน เป็นต้น
ในกรณีภาคเรียนท่ี ๒ หากผู้เรียนยังมีผลการเรียน “๐” “ร” “มส” ให้ดำเนินการให้เสร็จส้ิน
ก่อนเปิดเรียนปีการศึกษาถัดไป สถานศึกษาจะเปิดการเรียนการสอนในภาคฤดูร้อนเพ่ือแก้ไขผลการเรียนของ
ผู้เรียนได้ ทั้งน้ี หากสถานศึกษาไม่สามารถดำเนินการเปิดสอนภาคฤดูร้อนได้ให้สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา/
ต้นสังกัดจะเป็นผู้พิจารณาประสานให้มีการดำเนินการเรียนการสอน ในภาคฤดูร้อนเพ่ือแก้ไขผลการเรียนของ
ผู้เรยี น
12.7 การเปลย่ี นผลการเรยี น “มผ” ใหถ้ ือปฏบิ ตั ดิ ังน้ี
กรณีที่ผู้เรียนได้ผลการเรียน “มผ” ต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทำกิจกรรม เช่น กิจกรรมแนะ
แนว กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ อย่างใดอย่าง หนึ่งจนครบ
ตามเวลาทีก่ ำหนด หรือปฏิบัตกิ ิจกรรมเพือ่ พัฒนาคุณลักษณะท่ีตอ้ งปรับปรุง แก้ไข แล้วจึงเปล่ียนผลการเรียน
จาก “มผ” เป็น “ผ” ทั้งนี้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศกึ ษานั้น ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้อยูใ่ นดุลยพินิจ
ของสถานศึกษา
12.8 การเลื่อนชนั้ ผู้เรยี นจะไดร้ ับการตัดสนิ ผลการเรยี นทุกภาคเรียน และได้รับการเล่ือน
ชน้ั เมือ่ สิ้นปีการศึกษา ตอ้ งมีคณุ สมบัติตามเกณฑ์ ดงั น้ี
๑) รายวชิ าพ้นื ฐาน ไดร้ บั การตดั สินผลการเรยี นผ่านทุกรายวิชา
๒) รายวิชาเพมิ่ เตมิ ไดร้ ับการตัดสนิ ผลการเรียนผา่ นตามเกณฑ์ทสี่ ถานศกึ ษากำหนด
๓) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา
กำหนด ในการอ่าน คดิ วิเคราะหแ์ ละเขียน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคแ์ ละกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น
๔) ระดับผลการเรยี นเฉลี่ยในปีการศกึ ษานน้ั ควรได้ไม่ตำ่ กว่า ๑.๐๐
ทั้งน้ี รายวิชาใดท่ีไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน สถานศึกษาสามารถซ่อมเสริมผู้เรียนให้ได้รับการ
แก้ไขในภาคเรยี นถัดไป
12.9 การเรียนซ้ำชั้น ผู้เรียนที่ไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมากและมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหา
ต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น ให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้นได้ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะและ
ความร้คู วามสามารถของผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั
การเรยี นซำ้ ชัน้ มี ๒ ลกั ษณะ คือ
1) ผเู้ รียนมรี ะดับผลการเรียนเฉลี่ยในปกี ารศกึ ษานนั้ ต่ำกวา่ ๑.๐๐ และมีแนวโน้มว่า
จะเป็นปญั หาต่อการเรียนในระดับช้ันทสี่ งู ขนึ้
2) ผู้เรียนมีผลการเรียน ๐ , ร , มส เกินครึ่งหนึ่งของรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนในปี
การศึกษาน้ัน
ทั้งนี้ หากเกิดลักษณะใดลักษณะหนึ่ง หรือทั้ง ๒ ลักษณะ ให้สถานศึกษาแต่งต้ัง
คณะกรรมการพิจารณา หากเห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรก็ให้ซ้ำชั้น โดยยกเลิกผลการเรียนเดิมและให้ใช้ผล
หลักสูตรโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๙๑
การเรียนใหม่แทน หากพิจารณาแล้วไม่ต้องเรียนซ้ำชั้น ให้อยูในดุลยพินิจของสถานศึกษาในการแก้ไขผลการ
เรยี น
12.10 การสอนซ่อมเสริม การสอนซ่อมเสริมเป็นการสอนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง กรณีท่ี
ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ กระบวนการ หรือเจตคติ/คุณลักษณะ ไม่เป็นไปตามทีส่ ถานศกึ ษากำหนด ควรจัดการ
สอนซ่อมเสริมเป็นกรณีพิเศษนอกเหนือไปจากการสอนตามปกติ เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถบรรลุตาม
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ เป็นการให้โอกาสแก่ผู้เรียนได้เรียนรู้และพัฒนา โดยจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ที่หลากหลายและตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล การสอนซ่อมเสริมสามารถดำเนินการได้ใน
กรณี ดงั ตอ่ ไปน้ี
1) ผู้เรียนมีความรู้/ทักษะพื้นฐานไม่เพียงพอที่จะศึกษาในแต่ละรายวิชานั้น ควรจัดการ
สอนซ่อมเสรมิ ปรับความรู้/ทักษะพ้ืนฐาน
2) ผเู้ รยี นไม่สามารถแสดงความรู้ ทักษะ กระบวนการ หรือเจตคติ/คุณลักษณะท่ีกำหนด
ไว้ตามมาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ดั ในการประเมินผลระหวา่ งเรียน
3) ผ้เู รยี นได้ระดบั ผลการเรยี น “๐” ให้จดั การสอนซ่อมเสรมิ ก่อนสอบแกต้ วั
4) กรณีผู้เรียนมีผลการเรียนไม่ผ่าน สามารถจัดสอนซ่อมเสริมในภาคฤดูร้อน ทั้งนี้ให้อยู่
ในดุลยพินจิ ของสถานศึกษา
12.11 เกณฑก์ ารจบระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้
1) ผเู้ รียนเรียนรายวชิ าพน้ื ฐานและเพ่มิ เตมิ โดยเปน็ รายวิชาพืน้ ฐาน 66 หนว่ ยกิต และ
รายวิชาเพิม่ เตมิ ตามทสี่ ถานศึกษากำหนด
2) นักเรียนต้องได้หน่วยกิต ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชา
พ้ืนฐาน 66 หนว่ ยกติ และรายวิชาเพิ่มเติมไม่นอ้ ยกว่า 11 หนว่ ยกิต
3) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การ
ประเมินตามทส่ี ถานศึกษากำหนด
4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามทีส่ ถานศกึ ษากำหนด
5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามทีส่ ถานศึกษากำหนด
12.12 เกณฑก์ ารจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
1) ผูเ้ รียนเรยี นรายวชิ าพื้นฐานและเพิ่มเตมิ โดยเป็นรายวิชาพ้ืนฐาน 41 หน่วยกติ และ
รายวชิ าเพม่ิ เติมตามทส่ี ถานศึกษากำหนด
2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิต ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชา
พ้ืนฐาน 41 หนว่ ยกติ และรายวิชาเพิม่ เตมิ ไม่นอ้ ยกว่า 36 หนว่ ยกิต
3) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การ
ประเมินตามที่สถานศกึ ษากำหนด
หลกั สตู รโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๑๙๒
4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามที่สถานศกึ ษากำหนด
5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามทีส่ ถานศกึ ษากำหนด
หมวด 4
การเทียบโอนผลการเรียน
ข้อ 13 การเทียบโอนผลการเรียน การเทียบโอนผลการเรียน เป็นการนำผลการเรียนซึ่งเป็น
ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ของผู้เรียนที่เกิดจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และ
การศึกษาตามอัธยาศยั มาประเมินเปน็ สว่ นหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรใดหลักสูตรหนงึ่
แนวการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนให้เป็นไปตามระเบียบสถานศึกษาว่าด้วยการเทียบ
โอนผลการเรยี น ดงั นี้
13.1 ผู้ขอเทียบโอนต้องขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียนของสถานศึกษา ทั้งนี้โดยผู้ขอเทียบโอน
จะตอ้ งไม่เป็นผทู้ ี่กำลังศกึ ษาอยู่ในระบบโดยสถานศึกษาดงั กลา่ วดำเนินการเทียบโอนผลการเรยี น ในภาคเรียน
แรกทข่ี น้ึ ทะเบียนเป็นนกั เรยี น ยกเว้นกรณมี เี หตจุ ำเปน็
13.2 จำนวนสาระการเรยี นรู้ รายวชิ า จำนวนหน่วยกิตที่จะรับเทยี บโอน และอายุของผล
การเรยี นท่ีจะนำมาเทียบโอน ใหอ้ ยใู่ นดลุ พนิ จิ ของคณะกรรมการบริหารหลกั สูตรและวิชาการของสถานศึกษา
ทง้ั น้ีเมือ่ เทยี บโอนแลว้ ต้องมีเวลาเรียนอยใู่ นสถานศึกษาที่จะรับเทยี บโอนไมน่ อ้ ยกวา่ 1 ภาคเรยี น
13.3 การเทียบโอนผลการเรียนให้ดำเนินการในรูปของคณะกรรมการการเทียบโอนผลการ
เรียนจำนวนไมน่ ้อยกวา่ 3 คนแตไ่ ม่เกนิ 5 คน
ขอ้ 14 การเทยี บโอน ให้ดำเนินการดังนี้
14.1 การเทียบระดับการศกึ ษา หมายถงึ การนำผลการเรียน ความรู้และประสบการณ์ท่ไี ด้
จากการศึกษาตามอธั ยาศยั และการศึกษานอกระบบ ไม่แบง่ ระดบั มาประเมนิ เพื่อเทยี บเทา่ การศกึ ษาระดับ
ใดระดับหน่งึ มี แนวทางการเทยี บระดับการศึกษาดังน้ี
๑) ผขู้ อเทียบระดับการศึกษาจะตอ้ งไม่เปน็ ผู้ท่ีกำลงั ศึกษาอยู่ในสถานศึกษาในระบบ
หรอื สถานศึกษานอกระบบท่ีจดั การศกึ ษาเป็นระบบเดียวกันกับการศึกษาในระบบ และเปน็ ผสู้ ำเร็จการศกึ ษา
ตามหลักสตู รของกระทรวงศึกษาธกิ าร ในระดับที่ตำ่ กวา่ ระดบั การศึกษาทขี่ อเทยี บ 1 ระดบั ผ้ไู มเ่ คยมีวุฒิ
การศึกษาใดๆ จะขอเทยี บระดบั การศึกษาได้ไม่เกนิ ระดบั ประถมศึกษา
๒) ให้สถานศึกษาซึ่งเปน็ ท่ที ำการเทยี บระดับการศึกษา ดำเนนิ การเทียบระดับดว้ ย
การประเมนิ ความรูค้ วามสามารถ และประสบการณ์ของผู้ขอเทียบระดบั ด้วยวิธีการท่ีหลากหลายทั้งดว้ ยการ
หลักสตู รโรงเรยี นสุวรรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๙๓
ทดสอบ การประเมินแฟม้ ผลงาน การสังเกตพฤติกรรมตา่ งๆ ให้ครอบคลมุ คุณลกั ษณะของผเู้ รยี นท้ังด้าน
พุทธิพิสยั จิตพสิ ัย และทักษะพิสัย ตามเกณฑ์มาตรฐานของหลักสตู รท่ีขอเทียบระดับ
๓) ผูผ้ า่ นการประเมินจะไดร้ ับหลกั ฐานแสดงผลการประเมินเทียบระดบั ความรู้และ
ใบประกาศนียบัตรรับรองระดับความรู้ของกระทรวงศึกษาธิการ
14.2 การเทยี บโอนผลการเรียน หมายถงึ การนำผลการเรียนซ่งึ เปน็ ความรู้ทักษะ และ
ประสบการณ์ของผ้เู รยี นทีเ่ กิดจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย และผล
การศึกษา จากตา่ งสถานศึกษามาประเมนิ เป็นสว่ นหนง่ึ ของการศกึ ษา ตามหลกั สูตรใดหลักสูตรหน่ึงทก่ี ำลงั
ศึกษา มีแนวการดำเนินการดังน้ี
๑) คณะกรรมการบริหารหลกั สูตรและวิชาการของสถานศกึ ษากำหนดจำนวน
รายวชิ า จำนวนหนว่ ยกิต ทสี่ ถานศกึ ษาจำกัดใหผ้ ู้เรยี นสามารถขอเทียบโอนได้ในการศึกษาตามหลกั สตู รของ
สถานศึกษาแตล่ ะช่วงช้ัน ทงั้ นี้ผู้เรียนจะตอ้ งเหลือรายวชิ าท่จี ะต้องศึกษาในสถานศึกษาอีกอย่างน้อย 1 ภาค
เรยี น พร้อมกบั การกำหนดแนวทางและวิธกี ารเทียบโอนท้ังกรณีเทยี บโอนผลการเรียนเดมิ ทผ่ี ู้เรยี นศึกษากอ่ น
เขา้ ศกึ ษาในสถานศึกษา และกรณเี ทยี บโอนผลการเรียนท่ผี ู้เรียนขออนุญาตไปศึกษาตา่ งสถานศึกษา จะต้อง
จดั ทำเป็นระเบยี บการเทยี บโอนผลการเรียนของสถานศกึ ษาใหส้ อดคล้องกบั กฎกระทรวงว่าดว้ ยการเทียบโอน
ผลการเรยี นดว้ ย
๒) สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการเทยี บโอนผลการเรยี นของ
สถานศกึ ษาใหป้ ฏิบัตหิ น้าที่กำหนดสาระ จดั สร้างเคร่อื งมอื สำหรับการเทยี บโอนผลการเรียน และ
ดำเนินการเทยี บโอนผลการเรียน
กรณีการเทียบโอนผลการเรยี นเดิม ทเ่ี รยี นศกึ ษามาก่อนเขา้ ศึกษาในสถานศึกษาให้
ดำเนินการดังนี้
1. ให้ดำเนนิ การให้เสรจ็ ในภาคเรียนแรกท่ผี ูเ้ รยี นเขา้ ศกึ ษาในสถานศึกษา
2. ให้เทยี บโอนผลการเรยี นเป็นรายวิชา
3. ผ้เู รียนยน่ื คำร้องเป็นลายลักษณอ์ กั ษรขอเทยี บความรตู้ ามรายวชิ าในหลกั สูตรของ
สถานศกึ ษา ตามจำนวนรายวชิ าทสี่ ถานศกึ ษากำหนดไวใ้ นระเบียบการเทียบโอนผลการเรยี นของสถานศึกษา
ใหผ้ ูเ้ รยี นย่ืนคำร้อง พร้อมเอกสารหลกั สตู รท่ีนำมาขอเทยี บ และเอกสารการศึกษาทีไ่ ด้รับมา (ถ้าผู้เรียนมี)
4. คณะกรรมการดำเนินการเทยี บโอนผลการเรียนพิจารณาหลักสูตรและหลกั ฐาน
เอกสารเดิมของผ้เู รยี น เพอ่ื เปรียบเทียบหลกั สตู รที่เรียนมากบั หลกั สตู รของสถานศึกษาในรายวชิ าทขี่ อเทยี บ
ถ้ามจี ดุ ประสงคแ์ ละเนอื้ หาสาระตรงกนั ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ให้รับเทยี บโอนได้ และใหไ้ ด้ระดับผลการ
เรยี นตามที่ได้มาในกรณีทผ่ี ู้เรยี นยา้ ยสถานศกึ ษา แต่ถา้ เป็นกรณเี ทียบโอนผลการเรียนจากสถานศึกษาต่าง
ระบบ ให้คณะกรรมการดำเนนิ การเทยี บโอนพิจารณาว่าควรยอมรบั ผลการเรยี นเดิมหรอื ไม่ ถ้าไมย่ อมรบั ก็
ตอ้ งประเมินให้ใหม่ด้วยวิธกี ารตา่ งๆ ที่เหมาะสม
5. คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรยี น จดั ใหม้ กี ารประเมินความรู้
ความสามารถ และประสบการณ์ของผู้เรียนใหม่ ตามตัวช้ีวัดของรายวชิ าทผี่ เู้ รียนขอเทียบในกรณที ผี่ ู้เรียนไม่มี
เอกสาร หลักฐานการศึกษาเดิมมาแสดง หรือหลักสูตรท่ผี ู้เรียนนำมาขอเทยี บโอนมีความสอดคล้องกบั ตวั ชี้วดั
หลกั สูตรโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563)
๑๙๔
และเนื้อหาสาระของหลักสูตรทีข่ อเทยี บไม่ถึงร้อยละ 60 ผเู้ รยี นท่ีผา่ นการประเมนิ จะไดร้ ับการเทียบโอนผล
การเรียนได้ โดยไดร้ ะดับผลการเรียนตามท่ีประเมินได้ ส่วนผู้ท่ีไมผ่ า่ นการประเมินจะไม่ได้รับการเทียบโอนผล
การเรยี น
กรณผี ูเ้ รยี นขออนญุ าตไปศกึ ษารายวชิ าใดรายวชิ าหนึ่ง ตา่ งสถานศึกษาหรือขอศึกษาดว้ ย
ตนเองใหด้ ำเนินการดังน้ี
1. ให้ดำเนนิ การโดยผู้เรียนย่นื คำรอ้ งไปศกึ ษาตา่ งสถานทห่ี รือต่างรูปแบบตอ่
คณะกรรมการเทยี บโอนผลการเรยี น ซ่ึงจะพิจารณาผลการเรียนและความจำเปน็ ของผู้เรียนตามระเบียบการ
จัดการศกึ ษา 3 รูปแบบ ของสถานศกึ ษาที่จะจัดการศึกษาในระบบ
2. รายวชิ าทีผ่ เู้ รยี นขอไปศึกษาต่างสถานท่ี หรือต่างรูปแบบต้องมีจดุ ประสงค์และ
เนื้อหาสาระสอดคล้องกบั รายวชิ าในหลกั สตู รของสถานศึกษาทจี่ ะนำมาเทียบโอนไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 60
3. กรณีผู้เรียนขอไปศกึ ษาตา่ งสถานศกึ ษาหรือระบบท่ีมีสถานศึกษาจดั การเรียนการ
สอนแนน่ อน ถ้าเหน็ ควรอนุญาตให้ไปเรียนได้ให้มีการประสานงาน เรอ่ื งการจัดการเรียนการสอน การ
ประเมินผล และการรบั โอนผลการเรยี นกอ่ น เมื่อไดต้ กลงรว่ มกันเรียบรอ้ ยแลว้ จงึ จะอนุญาตเมอ่ื ศึกษาสำเรจ็
ให้รบั โอนผลการเรยี นได้ทนั ที
4. กรณีผเู้ รยี นขออนุญาตศึกษาด้วยตนเอง หรือศึกษาในสถานศึกษาท่ีไมส่ ามารถ
ตดิ ตอ่ ประสานได้ ถา้ คณะกรรมการพิจารณาความจำเป็นแล้ว เหน็ ควรอนญุ าต เมื่อผเู้ รียนมารายงานผลการ
เรยี น ใหค้ ณะกรรมการดำเนินการเทยี บโอนผลการเรยี นทำการเทียบโอนผลการเรยี นให้ผเู้ รียน เช่นเดียวกนั
กรณีการเทยี บโอนผลการเรียนเดมิ ที่ผู้เรยี นศึกษามาก่อนเข้าศกึ ษาในสถานศึกษา
5. คณะกรรมการดำเนินการเทยี บโอนผลการเรียน รายงานผลการเทยี บโอนให้
คณะกรรมการบริหารหลกั สูตรและวชิ าการของสถานศึกษาใหค้ วามเห็นชอบ และเสนอผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา
อนมุ ัตผิ ลการเทยี บโอนผลการเรยี น
หมวด 5
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา
ขอ้ 15 ใหส้ ถานศึกษาจดั ให้มีเอกสารการประเมนิ ผลการเรยี นตา่ ง ๆ ดังน้ี
15.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน (Transcript) (ปพ.1) เป็นเอกสารบันทึกผลการเรียนของ
ผเู้ รียนตามสาระการเรียนรกู้ ล่มุ วิชาและกจิ กรรมต่าง ๆ ท่ีไดเ้ รยี นในแต่ละช่วงช้ันของหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน
เพื่อให้เป็นหลักฐานแสดงสถานภาพและความสำเร็จในการศึกษาของผู้เรียนแต่ละคน ใช้เป็นหลกั ฐานในการสมัคร
เขา้ ศกึ ษาต่อ สมัครทำงานหรือดำเนินการในเรื่องอ่นื ทเี่ ก่ยี วข้อง
15.2 หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา (ใบประกาศนียบัตร) (ปพ.2) เป็นเอกสารที่สถานศึกษา
ออกให้กับผู้สำเร็จการศึกษาและรับรองวุฒิการศึกษาของผู้เรียน ให้ผู้เรียนนำไปใช้เป็นหลักฐานแสดงระดับวุฒิ
การศึกษาของตน
หลักสูตรโรงเรยี นสวุ รรณไพบูลย์ พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)
๑๙๕
15.3 แบบรายงานผู้สำเรจ็ การศกึ ษา (ปพ.3) เป็นแบบรายงานรายชื่อและข้อมลู ของผู้สำเรจ็
การศึกษาภาคบังคับตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบยืนยันและรับรอง
ความสำเร็จและวุฒิการศกึ ษาของผ้สู ำเรจ็ การศึกษาแต่ละคน ตอ่ เขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาและกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
15.4 แบบแสดงผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ปพ.4) เป็นเอกสารรายงาน
พัฒนาการด้านคุณลักษณะของผู้เรียนเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่
สถานศึกษากำหนดขึ้นเพื่อพัฒนาผู้เรียนเป็นพิเศษ เพื่อการแก้ปัญหาหรือสร้างเอกลักษณ์ให้ผู้เรียนตามวิสัยทัศน์
ของสถานศึกษา เป็นการรายงานผลการประเมินที่แสดงถึงสภาพหรือระดับคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม หรือ
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในแตล่ ะชว่ งชั้น สถานศกึ ษาต้องจัดทำเอกสารนใี้ ห้ผู้เรียนทกุ ๆ คน ควบคู่กับ
ระเบียนแสดงผลการเรียนของผู้เรียนเพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานแสดงคุ ณลักษณะของผู้เรียนเพื่อประกอบในการ
สมัครศกึ ษาตอ่ หรือสมคั รทำงาน
15.5 แบบแสดงผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน (ปพ.5) เป็นเอกสารสำหรับผู้สอนใช้
บันทึกเวลาเรียน ข้อมูลผลการวัดและประเมินผลการเรียน ข้อมูลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
แต่ละคนที่เรียนในห้องเรียนกลุ่มเดียวกัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ปรับปรุง แก้ไข
ส่งเสริมและตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน รวมทั้งใช้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบยืนยัน สภาพการเรียน การมี
ส่วนรว่ มในกิจกรรมต่าง ๆ และผลสมั ฤทธข์ิ องผเู้ รียนแตล่ ะคน
15.6 แบบรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล (ปพ.6) เป็นเอกสารสำหรับ
บันทกึ ข้อมูลเกย่ี วกบั ผลการเรียน พัฒนาการในดา้ นตา่ ง ๆและข้อมูลอ่ืน ๆ ของผเู้ รยี น
15.7 ใบรับรองผลการศึกษา (ปพ.7) เป็นเอกสารที่สถานศึกษาออกให้ผู้เรียนเป็นการเฉพาะ
กิจเพื่อรับรองสถานภาพทางการศึกษาของผู้เรียนเป็นการชั่วคราว ทั้งกรณีผู้เรียนยังไม่สำเร็จการศึกษาและสำเร็จ
การศึกษาแล้ว
15.8 ระเบียนสะสม (ปพ.8) เป็นเอกสารสำหรับบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและผลงาน
ด้านตา่ ง ๆ ของผู้เรยี นท้ังทสี่ ถานศึกษาและทีบ่ า้ น เพอ่ื ประโยชนใ์ นการแนะแนวผเู้ รียนในทุก ๆ ดา้ น
15.9 สมุดบันทึกผลการเรียน (ปพ.9) เป็นสมุดบันทึกผลการเรียนรู้ที่สถานศึกษาจัดทำข้ึน
เพื่อบันทึกรายการรายวิชาต่าง ๆ ที่ผู้เรียนจะต้องเรียนในแต่ละช่วงชั้น ตามโครงสร้างหลักสูตรของสถานศึกษา
พรอ้ มด้วยผลการประเมินผลการเรียนของแต่ละรายวชิ า และสถานศกึ ษา ออกให้ผู้เรียนสำหรับใช้ศึกษาและนำไป
แสดงให้บุคคลหรือหน่วยงานที่สนใจได้ทราบโครงสร้างหลักสูตรและรายละเอียดของรายวิชาต่าง ๆ ของ
สถานศึกษา พร้อมด้วยผลการเรียนของผู้เรียนจากการเรียนแต่ละรายวิชา กรณีที่ผู้เรียนย้ายสถานศึกษาข้อมูลใน
สมดุ บนั ทกึ ผลการเรยี นรู้จะเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้เป็นขอ้ มูลในการเทียบโอนผลการเรียนจากสถานศึกษาเดิม
ไปเป็นผลการเรียนตามหลักสตู รของสถานศกึ ษาใหม่
หลักสูตรโรงเรียนสวุ รรณไพบูลย์ พุทธศักราช ๒๕6๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2563)