The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มืองานสาธารณูปโภค

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ebook, 2022-12-03 06:16:51

คู่มืองานสาธารณูปโภค

คู่มืองานสาธารณูปโภค

 

คํานาํ

หนังสอื มาตรฐานงานสาธารณปู โภคฉบับปี พ.ศ. 2557 น้ีได้ปรังปรุง เพ่ิมเติมรายละเอยี ดเน้ือหา
เพ่ือให้งานสาธารณปู โภค ได้คุณภาพงานตามมาตรฐานและข้อกาํ หนดเพ่ิมข้ึน ท้งั ทางด้านวิศวกรรมและ
สถาปัตยกรรม ดังน้ันทางฝ่ ายควบคุมคุณภาพ จึงได้จัดทาํ หนังสอื ฉบับน้ีข้นึ โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือใช้เป็น
มาตรฐานและข้อกาํ หนดรายละเอียดของงานสาธารณูปโภคในการทาํ งานร่วมกันระหว่าง ฝ่ ายเจ้าหน้าท่ี
ควบคุมงานของบริษัทกบั ฝ่ ายผู้รับเหมางานก่อสร้าง และจะต้องยึดถอื หนังสอื มาตรฐานงานสาธารณปู โภค
ฉบับน้ีใช้เป็ นหลักเกณฑ์และเง่ือนไขเบ้ืองต้นในการปฏิบัติงาน เพ่ือให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานงานท่ี
กาํ หนดไว้ หากรายละเอยี ดในหนังสอื มาตรฐานงานสาธารณปู โภคฉบับน้ี มีรูปแบบ เน้ือหารายละเอยี ดไม่
ชัดเจน หรือมีความขดั แย้งกนั กบั แบบแปลนก่อสร้าง ให้ทาํ การสอบถามเพ่ือความแน่ชัดเสยี ก่อน ท้งั น้ีเพ่ือ
ช่วยให้งานท่อี อกมาได้คุณภาพตามมาตรฐานงานสาธารณปู โภคได้อย่างถูกต้องมากท่สี ดุ

สดุ ท้ายน้ี ทางฝ่ ายควบคุมคุณภาพ ของบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรช่ัน จาํ กดั (มหาชน) หวัง
ไว้ว่าหนังสือมาตรฐานงานสาธารณปู โภคฉบับน้ี จะเป็นประโยชน์อย่างย่ิงต่อการทาํ งานให้ได้คุณภาพงาน
ตามมาตรฐานงานก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทางบริษัทขอสงวนสิทธ์ิในการนําไปเผยแพร่ต่อ
บุคคลภายนอกโดยมิได้รับอนุญาต

ฝ่ ายควบคุมคุณภาพ
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรช่ัน จาํ กดั (มหาชน)

 

สารบญั หนา้

บทนาํ งานสาธารณปู โภค 0-1
- การเตรียมการและวางแผนงานก่อสร้าง 0-2
- มาตรฐานการกาํ หนดค่าระดบั อ้างองิ ดนิ ถมแปลง,ร้ัวบ้าน,ร้ัวโครงการ
และระดับถนนในโครงการ 1-1
2-1
งานที่ 3-1
1 . งานสาํ รวจและวางหมุดหลักเขต 3-6
2. งานถมผงั 3-11
3. งานถนนคอนกรีตเสริมเหลก็ 3-14
3.1 งานถมคนั ทาง 3-25
3.2 งานช้ันรองพ้ืนทาง 3-29
3.3 งานช้ันพ้ืนทาง 4-1
3.4 งานช้ันผวิ ทางคอนกรีตเสริมเหลก็ 5-1
3.5 งานซ่อมแซมผวิ พ้ืนคอนกรีตเสริมเหลก็ แตกร้าว 6-1
4. งานช้ันผวิ ทางลาดยางแอสฟัสตกิ คอนกรีต 7-1
5. งานท่อระบายนา้ํ 8-1
6. งานบ่อพัก 9-1
7. งานคนั หิน 10-1
8. งานทางเท้า 11-1
9. งานร้ัวโครงการ 12-1
10. งานระบบไฟฟ้ าโครงการ (ปักเสา-พาดสาย)
11. งานระบบไฟฟ้ าโครงการ (เดนิ สายไฟฟ้ าใต้ดนิ )
12. ประปาโครงการ

 

บทนาํ

งานสาธารณูปโภค

คาํ อธิบาย

งานสาธารณปู โภค คืองานก่อสร้างทางแนวราบ ท่ถี ูกสร้างข้นึ มาเพ่ือช่วยอาํ นวยความสะดวก

ในพ้ืนท่โี ครงการ ซ่ึงสามารถแยกลักษณะ หรือประเภทของงานออกเป็นหมวดหมู่ตามลักษณะของงานได้

ดังน้ี
1. งานสาํ รวจและวางหมุดหลกั เขต
2. งานถมผงั
3. งานถนนคอนกรีตเสริมเหลก็
4. งานระบายนา้ํ
5. งานคนั หิน
6. งานทางเท้า
7. งานร้ัวโครงการ
8. งานไฟฟ้ า
9. งานประปา

การเตรียมการและวางแผนงานก่อสรา้ ง

ก่อนท่จี ะเร่ิมงานสาธารณปู โภคประเภทต่างๆ ดงั กล่าวข้างต้น จะต้องเตรียมวางแผนการจดั
วางผงั โครงการ โดยกาํ หนดตาํ แหน่งส่งิ ปลูกสร้างช่ัวคราว และส่งิ อาํ นวยความสะดวกต่างๆ ตามความ
เหมาะสม เช่น สาํ นักงานสนาม ห้องนา้ํ ห้องส้วม ท่พี ักคนงาน โรงเกบ็ วสั ดุอปุ กรณ์ ประปา ไฟฟ้ า ร้ัวบริเวณ
ถนน ทางเดนิ ท่จี อดรถ ทางเข้า-ออกโครงการ ให้สอดคล้องกบั แผนการขาย รวมถงึ การวางแผนงานก่อสร้าง
ให้สอดคล้องกนั และหลีกเล่ียงหรือป้ องกนั ท่อี าจจะเกดิ ข้นึ ได้ โดยจะกล่าวในส่วนต่อไป

หมายเหตุ 1. ไฟฟ้ าช่ัวคราว ขนาด 200 แอมแปร์ 3 เฟส สาํ หรับโครงการขนาดเลก็
2. ประปาช่ัวคราว ขนาดเส้นผ่าศนู ย์กลาง 2 น้ิว
3. โทรศัพท์ 6-8 คู่สายข้นึ กบั ขนาดโครงการ

หน้าท่ี 0-1

มาตรฐานการกาํ หนดค่าระดับอา้ งอิงดนิ ถมแปลง,รัว้ บา้ น,รั้วโครงการ และระดับถนนใน
โครงการ

1. ระดับถนนในโครงการ มขี ้อกาํ หนดเบ้ืองต้นในการพิจารณา ดงั น้ี
 ระดับถนนในโครงการสงู กว่าระดบั ถนนหน้าโครงการท่ตี าํ แหน่งผวิ จราจรขอบคนั หิน ตาม
ข้อกาํ หนดดังน้ี

 ระดบั ถนนในโครงการต้องสงู กว่าระดบั นา้ํ คลองสาธารณะสงู สดุ อย่างน้อย 35 ซม.
หมายเหตุ ท้งั น้ ขี อ้ กาํ หนดในการพจิ ารณาค่าระดบั ถนนข้ ึนอยู่กบั ความเหมาะสมตามสภาพ
ของแต่ละโครงการ

หน้าท่ี 0-2

2. ค่าระดบั อ้างองิ ดินถมแปลง, ร้ัวบ้าน, ร้ัวโครงการ
 กาํ หนดระดบั ถนนในโครงการให้เป็นระดบั เดียวกนั และเป็นระดบั อ้างองิ +0.00 ท่ตี าํ แหน่งปลาย
SLOPE ถนนชิดขอบคนั หิน
 ค่าระดบั ดนิ ถมแปลงท่แี ล้วเสรจ็ หลังงานก่อสร้างเป็น +0.15 ม.
 ค่าระดบั หลังคานร้ัวบ้านและร้ัวโครงการเป็น +0.25 ม.
 ระดบั ดินถมแปลงท่สี ่งมอบของผู้รับเหมา แยกตามประเภทขนาดบ้านดงั น้ี
- บ้านเด่ียว เป็น + 0.10 ม. (ถมเผ่อื ทรดุ ตวั อกี 5 ซม.ระดบั ตรวจรับงานเป็น +0.15 ม.ตาม
สญั ญา)
- ทาวน์โฮม เป็น - 0.10 ม. (ถมเผ่อื ทรดุ ตวั อกี 5 ซม. ระดับตรวจรับงานเป็น - 0.05 ม.ตาม
สญั ญา)

ค่าระดบั ดนิ แปลงทีแ่ ล้วเสร็จหลงั
งานก่อสร้าง +0.15 ม.

หมายเหตุ : ค่าระดบั ดินถมแปลงบา้ นทีแ่ ลว้ เสร็จ(+0.15) เป็ นค่าระดบั เดียวกบั ดนิ รอบแปลงบา้ น
(ตามแบบแปลนก่อสรา้ งบา้ น)

หน้าท่ี 0-3

1. งานสาํ รวจและวางหมุดหลกั เขต

คาํ อธิบายและขอบเขตงาน

ก่อนเร่ิมงานก่อสร้างสาธารณปู โภคและสง่ิ ก่อสร้างใดๆ จะต้องทาํ การตรวจสอบขอบเขต
(ลักษณะรปู ร่าง) พ้ืนท่ขี องโครงการน้ัน ๆ ให้ถูกต้องตามเอกสารของกรมท่ดี ินของทางราชการเสยี ก่อน
โดยการทาํ งานสาํ รวจรังวัดเกบ็ ค่าพิกดั หมดุ หลักเขตให้ถูกต้อง รวมถงึ ทาํ การสาํ รวจพ้ืนท่ี Topographic
เพ่ือให้ทราบถงึ ค่าระดบั พ้ืนท่ี พิกดั ขอบเขต มติ ิ และตาํ แหน่งส่งิ ปลูกสร้างท่มี อี ยู่เดมิ ท้งั หมด และการ
สาํ รวจช้ันดนิ Soil Investigate เพ่ือให้ทราบถงึ สภาพวสั ดุในช้ันดิน ซ่ึงรายละเอยี ดข้อมูลเหล่าน้ีจะถูก
นาํ ไปใช้ในการออกแบบและวางแผนงานก่อสร้างต่อไป

มาตรฐานและขอ้ กาํ หนด

1. ตาํ แหน่งหมุดหลักเขตชัดเจนและถูกต้องตามโฉนดท่ดี นิ
2. ตาํ แหน่งต่าง ๆ ในงานก่อสร้างชัดเจนและถูกต้องตามท่กี าํ หนดไว้ในแบบก่อสร้าง
3. ระดับอ้างองิ ท่กี าํ หนดไว้เพ่ือการก่อสร้างจะต้องชัดเจนและถูกต้อง

วิธีการดาํ เนนิ งาน

1. ทาํ การสาํ รวจรังวดั เกบ็ ค่าพิกดั หมุดหลักเขตหน้าสนามนาํ มาเปรียบเทยี บกบั ค่าพิกดั จากกรม
ท่ดี ินเพ่ือตรวจสอบครอบท่ดี นิ แนวเขตข้างเคยี งว่าถูกต้องตามโฉนดท่ดี นิ จากน้ันวางเสาร้ัว
คอนกรีตยาว 2.0 เมตร ไว้ข้างหมุดหลักเขตเพ่ือเป็นจุดสงั เกต ในกรณที ่ที ่ดี นิ ร้ัวเดมิ ให้พ่นสี
สเปรย์ (สแี ดง) เป็นจุดสงั เกต

2. ในกรณที ่สี ภาพพ้ืนท่ไี ม่เอ้อื อาํ นวย เช่น พ้ืนท่เี ป็นนา้ํ ขงั ไม่สามารถวางหมุดหลกั เขตได้ ให้ทาํ
การสอบเขต และวางเสาร้ัวท่ตี าํ แหน่งหมุดหลักเขต เพ่ือเป็นจุดสงั เกตในการถมดนิ

3. ทาํ การสาํ รวจ Topographic ซ่ึงอย่างน้อยจะต้องมรี ายละเอยี ดดังน้ี คือ
สาํ รวจเพ่ือทาํ แผนท่ี Topographic Map แสดงรายละเอยี ด
3.1 ส่งิ ปลูกสร้างเดิม, หมุดหลักเขต, คลอง
3.2 ต้นไม้ขนาดต้งั แต่ 0.10 เมตร พร้อมระบุชนิด
3.3 ระบบสาธารณปู โภค เช่น เสาไฟ ให้ระบุขนาดเสา ระบบระบายนาํ้ ให้ระบุขนาด และระดับ
ของทอ่ และบ่อพัก, ระบบประปาให้ระบุขนาด และระดบั
3.4 ค่าระดบั เป็น Spot Elevation ท้งั พ้ืนท่ี เพ่ือประเมนิ งานถมดินโดยกาํ หนดให้ต่า EL. 0.00
อยู่ท่ถี นนตดิ กบั ฟุตบาทหน้าโครงการ (บริเวณประมาณก่งึ กลางพ้ืนท่)ี
3.5 ทาํ วงรอบโดยกาํ หนดค่า Co-Ordinate ค่า N ท่ี 5,000 - ค่า E ท่ี 1,000 และเปรียบเทยี บผงั
รวมโฉนดของกรมท่ดี นิ เพ่ือตรวจสอบความถูกต้อง

หน้าท่ี 1 - 1

3.6 วางหมุดอ้างองิ ไว้อย่างน้อย 3 จุด โดยฝงั หมุดทองเหลือง
3.7 เกบ็ ข้อมูลรปู ถ่าย
4. ทาํ การสาํ รวจช้ันดิน Soil Investigate ทาํ การสาํ รวจช้ันดนิ และประเมนิ การรับนาํ้ หนักของเสาเขม็
โดยจาํ นวนและความลึกของจุดท่จี ะทาํ การสาํ รวจจะกาํ หนดการเจาะสาํ รวจอย่างน้อย 1 หลุมต่อ
พ้ืนท่ี 25 ไร่
5. กาํ หนดตาํ แหน่ง Center Line (CL) ของถนนให้กบั งานถมดนิ
6. กาํ หนดตาํ แหน่ง Center Line (CL) ของถนนให้กบั งานถนน
7. ขออนุญาตรังวดั แบ่งแปลงอย่างเป็นทางการ โดยเจ้าหน้าท่กี รมท่ดี นิ โดยจุดแบ่งแปลงของแต่ละ
แปลง ให้วางหมุดเป็นเสาร้ัวคอนกรีตยาว 1.00 เมตร ฝงั ดนิ 0.50 เมตร
8. หมุดหลักเขตแบ่งแปลงเม่ือเจ้าหน้าท่กี รมท่ดี ินส่งมอบหลักเขตให้กบั ทางโครงการจะต้องเกบ็ ไว้
อย่างดีห้ามสญู หาย เม่อื สร้างร้ัวแบ่งแปลงเสรจ็ แล้วนาํ หมุดหลักเขตมาติดต้งั ให้ถูกต้องตรงตาม
เลขหลักเขตและตรงตามตาํ แหน่งของแปลง

รายการตรวจสอบ

1. ตรวจสอบจาํ นวนและตาํ แหน่งของหลักเขตท่ดี นิ รอบโครงการท้งั หมดให้ครบถ้วนถูกต้องตรง
ตามท่รี ะบไุ ว้ในโฉนด

2. ตรวจสอบสภาพของดนิ ถมในเร่ือง ขนาด ระดบั ความสงู ความเรียบของผวิ ดนิ ท่ถี มให้ถูกต้อง
3. กาํ หนดตาํ แหน่งและระดบั ของหมุด Control ท้งั หมดลงในแบบผงั และในสนาม

หมายเหตุ - ทางโครงการต้องทราบและรักษาตาํ แหน่งของหมุด Control ในแต่ละโครงการให้ดี

- เม่อื มีการกอ่ สร้างบริเวณใกล้เคยี ง หมุด Control ให้แจ้งทมี สาํ รวจย้าย หมุด Control มาไว้
ในบริเวณท่ใี ช้งานต่อไปได้

หน้าท่ี 1 - 2

2. งานถมผงั

คาํ อธิบายและขอบเขตงาน

งานน้ีประกอบด้วยการก่อสร้างของงานดินถมปรับระดับ และการกลบแต่งหลุมบ่อต่าง ๆ
โดยการจดั หา ทาํ การถม บดอดั และปรับเกล่ียวัสดุท่เี หมาะสมมีคุณสมบัติเป็นท่ยี อมรับจากแหล่งท่ไี ด้รับ
การเหน็ ชอบแล้วตามข้อกาํ หนดรายละเอยี ดการก่อสร้าง ให้ได้แนว ระดับ ความลาดชัน มิติ และรปู ตดั ท่ี
แสดงไว้ในแบบแปลนก่อสร้าง หรือตามท่วี ศิ วกรของโครงการกาํ หนด

มาตรฐานและขอ้ กาํ หนดวสั ดุ

วัสดุสาํ หรับดนิ ถมผงั จะต้องเป็นวัสดุเหมาะสมท่ไี ด้จากงานขดุ หรือตัดคันทาง งานวางท่อ
ระบายนา้ํ วัสดุส่วนท่เี หลือใช้จากงานขดุ ดนิ เพ่ืองานโครงสร้าง หรือวัสดุจากแหล่งอ่นื ท่ไี ด้รับการเหน็ ชอบ
ของวิศวกรของโครงการ

ชนดิ และลกั ษณะของวสั ดุทีน่ าํ มาถม
1. วัสดุจาํ พวก ดนิ ได้แก่ ดนิ แห้ง ดนิ เหนยี วและดนิ ลูกรัง ท่มี ีลักษณะของเน้ือดนิ ดงั น้ี
- สามารถเกาะตัวกนั หรือผนึกตวั เองเป็นรปู ร่างได้ (ไม่เป็นเลน - โคลน)
- ไม่มสี ่วนผสมของวัชพืช, เศษหญ้า, เศษไม้, ต้นไม้, ขยะ, หรือวสั ดุอ่นื ๆ
- ค่าความเคม็ ของดนิ จะพิจารณาจากค่าความเหน่ียวนาํ ไฟฟ้ าด้วยเคร่ืองมือ EC Meter เป็น
ตัววดั โดยมขี ้อกาํ หนดดังน้ี
- ค่าวดั ความเหน่ียวนาํ ไฟฟ้ า ต้องมีค่าไม่เกนิ 6 เดซิซีเมนต/์ เซนตเิ มตร (dS/cm) ท่ี
อณุ หภมู ิ 25 C และค่า PH ของดนิ ต้องอยู่ระหว่าง 5.5-8 สามารถนาํ มาใช้ได้
- ค่าวัดความเหน่ียวนาํ ไฟฟ้ ามากกว่า 6 เดซิซีเมนต/์ เซนตเิ มตร (dS/cm) ท่อี ณุ หภมู ิ
25 C ห้ามนาํ มาใช้
2. วัสดุจาํ พวก ทราย ท่มี ลี ักษณะดังน้ี
- ไม่มีส่วนผสมของวัชพืช, เศษหญ้า, เศษไม้, ต้นไม้, ขยะ หรือวัสดุอ่นื ๆ
- คุณสมบตั ขิ องวัสดุท่นี าํ มาถมเม่ือวดั ด้วยเคร่ือง Salinity Refractor Meter (เคร่ืองทดสอบ
ความเคม็ ) และเคร่ือง PH Meter จะต้องเป็นไปตามข้อกาํ หนดดังน้ี
- ค่าความเคม็ ของดนิ จะพิจารณาจากค่าความเหน่ียวนาํ ไฟฟ้ าด้วยเคร่ืองมือ EC Meter
เป็นตวั วดั โดยมีข้อกาํ หนดดังน้ี
- ค่าวัดความเหน่ียวนาํ ไฟฟ้ า ต้องมคี ่าไม่เกนิ 6 เดซิซีเมนต/์ เซนติเมตร (dS/cm) ท่ี
อณุ หภมู ิ 25 C และค่า PH ของดนิ ต้องอยู่ระหว่าง 5.5-8 สามารถนาํ มาใช้ได้
- ค่าวดั ความเหน่ียวนาํ ไฟฟ้ ามากกว่า 6 เดซิซีเมนต/์ เซนตเิ มตร (dS/cm) ท่อี ณุ หภมู ิ
25 C ห้ามนาํ มาใช้

หน้าท่ี 2 - 1

หมายเหตุ ก่อนเสนอราคาดนิ ถมเจ้าหน้าท่ี QC ต้องเข้าตรวจสอบค่าความเคม็ และค่า PH ท่บี ่อดนิ ของ
ผู้รับเหมาท่ปี ระมูลได้

วธิ ีการดาํ เนินงาน

1. ก่อนเร่ิมดาํ เนนิ การถมท่ี ต้องตรวจสอบหมุดหลักเขตว่าถูกต้องครบถ้วน และรับมอบก่อนเร่ิม
งาน

2. ผู้รับจ้างถมดนิ ต้องระวงั รักษาหมุดหลักเขตไม่ให้เสยี หาย หรือถูกทาํ ลาย และจะต้องส่งมอบ
หมุดหลักเขต พร้อมก่อนส่งมอบงวดสดุ ท้าย

3. กาํ หนดตาํ แหน่งหรือบริเวณพ้ืนท่ที ่จี ะถมดนิ (ผงั - ถนน) ให้ถูกต้อง
4. นาํ วสั ดุท่ไี ม่ต้องการเช่นวัชพืชจาํ พวกหญ้า ต้น ไม้ ขยะหรือวสั ดุอ่นื ๆออกจากบริเวณท่จี ะถมให้

หมด ในบริเวณท่จี ะถมน้ันต้องไม่มนี า้ํ ท่วมขงั และในกรณเี ป็นเลน-โคลน ต้องตักออกหรือตาก
แดดให้แห้งจงึ ทาํ การถมดินต่อได้
5. ตรวจสอบค่าระดบั ความลึกของดนิ เดมิ และกาํ หนดความสงู ของการถม ให้ถูกต้อง
6. นาํ วสั ดุท่มี ลี ักษณะตามข้อกาํ หนดมาถม ให้มคี วามสงู ตามท่กี าํ หนด
7. รถแทรคเตอร์ท่ใี ช้ต้องมีนา้ํ หนักและขนาดเท่ากบั หรือมากกว่า D4 ปรับระดบั บดอดั ผวิ หน้าของ
ดนิ ถมให้เรียบสม่าํ เสมอ และระดบั งานท่เี สรจ็ แล้วต้องสงู กว่าระดับท่กี าํ หนดไว้ในแบบ 5 ซม.
และทาํ การปรับเกล่ียหน้าดนิ ช้ันสดุ ท้ายให้เรียบด้วย D2
8. กรณที ่รี ะดับของดินถมแปลงสงู เกนิ กว่า 1.50 ม. ต้องปรับระดับบดอดั 2 คร้ัง โดยแบ่งคร่ึงหน่ึง
ของความสงู ท่จี ะถม

รายการตรวจสอบ

1. ตรวจสอบและถ่ายรปู หมุดหลักเขตท่ดี นิ ทุกหมุดและทาํ หลักพยานสาํ หรับหมุดหลกั เขตท่ดี ินทุก
หมุด

2. ตรวจสอบพ้ืนท่ตี ้องไม่มวี ชั พืชจาํ พวกหญ้า ต้นไม้ ขยะ หรือวสั ดุอ่นื ๆและไม่มีนา้ํ ทว่ มขงั ก่อนท่ี
จะเร่ิมทาํ การถม

3. ตรวจสอบค่าความเคม็ และค่าความเป็นกรด-ด่างของวสั ดุท่บี ่อดิน โดยการเกบ็ ตัวอย่างดินให้ท่วั
บริเวณประมาณคร่ึงกโิ ลกรัม นาํ มาบดให้ละเอยี ดผสมกบั นาํ้ กล่ันท้งิ ไว้ 1 ช่ัวโมงแล้วนาํ อปุ กรณท์ ่ี
ใช้วดั ค่าความเคม็ และความเป็นกรด-ด่างมาวัดค่า ถ้าค่าท่ไี ด้เกนิ มาตรฐานกาํ หนดให้ทาํ การ
เปล่ียนบ่อดนิ ทาํ การตรวจสอบแบบท่กี ล่าวมาทุกบ่อจนกว่าจะได้ตามมาตรฐานของวัสดุ

4. ตรวจสอบการใช้เคร่ืองจกั รในการบดอดั
5. ตรวจสอบขนาด (กว้าง - ยาว) และระดบั ความสงู ถูกต้องตามท่กี าํ หนดหรือตามข้อตกลง

หน้าท่ี 2 - 2

6. ตรวจสอบค่าความเคม็ และค่าความเป็นกรด-ด่าง ดนิ ท่นี าํ มาถมในพ้ืนท่ชี ่วงเวลาเจ้าหน้าท่ี QC
เข้าประเมินงานถมผงั

7. ตรวจสอบหมดุ หลักเขตท่ดี นิ ทุกหมุดว่าอยู่ตรงตามตาํ แหน่งเดยี วในโฉนดหลังจากเสรจ็ งานถม
ผงั

หน้าท่ี 2 - 3

3. งานถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก

คาํ อธิบายและขอบเขตงาน

งานถนนคอนกรีตเสริมเหลก็ ทาํ หน้าท่รี ับนาํ้ หนักบรรทุกจากล้อยานพาหนะเป็นงาน
ก่อสร้างทางท่ปี ระกอบด้วยโครงสร้างทางรองรับผวิ ทางท่เี ป็นถนนคอนกรีตเสริมเหลก็ รวมถงึ รอยต่อ
ระหว่างแผ่นคอนกรีต ท่เี ป็นไปตามมาตรฐานและข้อกาํ หนดตามแบบแปลนก่อสร้าง หรือตามวศิ วกร
โครงการกาํ หนด

โครงสร้างของถนนคอนกรีตเสริมเหลก็ ประกอบไปด้วยวัสดุต่าง ๆ เป็นช้ัน ๆ ตาม
ลักษณะท่กี าํ หนดไว้ในแบบก่อสร้างซ่ึงมี ลักษณะดงั ต่อไปน้ี

โครงสร้างของถนน วสั ดุท่ใี ช้ ความหนา/ช้ัน บดอดั แน่น
1. ช้ันคนั ทาง ดนิ หรือทราย ไม่เกนิ 100 ซม.
90% standard proctor,
2. ช้ันรองพ้ืนทาง ดินลูกรัง ไม่น้อยกว่า 15 ซม. CBR > 3%
3. ช้ันพ้ืนทาง 95% modified proctor,
4. ช้ันผวิ ทาง หินคลุก ไม่น้อยกว่า 15 ซม. CBR > 25%
95% modified proctor,
ทรายหยาบ ไม่น้อยกว่า 5 ซม. CBR > 80%
คอนกรีตเสริมเหลก็ ไม่น้อยกว่า 15 ซม.

1. ช้นั คนั ทาง

- บริเวณพ้ืนท่ที ่จี ะทาํ การถม ต้องนาํ วสั ดุท่ไี ม่ต้องการออกให้หมด

- วัสดุท่นี าํ มาถม ต้องมีลักษณะตามท่กี าํ หนดในรายละเอยี ดวัสดุก่อสร้าง
- ความหนาของช้ันวัสดุ (ดนิ คันทาง) ต้องไม่เกนิ ช้ันละ 100 ซม.
- วสั ดุช้ันดนิ คันทางต้องมคี วามหนาแน่นไม่น้อยกว่า 90% ของความหนาแน่นแห้ง

(Standard Proctor) และต้องมีค่า CBR อย่างต่าํ 3% ทุกช้ัน

2. ช้นั รองพ้ นื ทาง

- ความหนาของช้ันวัสดุ (หินคลุก)ต้องไม่น้อยกว่า 15 ซม. แต่ไม่เกนิ 20 ซม.

- วสั ดุท่นี าํ มาถม ต้องมีลักษณะตามท่กี าํ หนดในรายละเอยี ดวัสดุก่อสร้าง
- ช้ันรองพ้ืนทางจะต้องมีความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 95% ของความหนาแน่นแห้ง

(Modified Proctor) และต้องมคี ่า CBR อย่างต่าํ 25%

หน้าท่ี 3 - 1

3. ช้นั พ้ นื ทาง

- ความหนาของช้ันวสั ดุ (หินคลุก)ต้องไม่น้อยกว่า 15 ซม. แต่ไม่เกนิ 20 ซม.
- วสั ดุท่นี าํ มาถม ต้องมลี ักษณะตามท่กี าํ หนดในรายละเอยี ดวสั ดุก่อสร้าง
- ช้ันพ้ืนทางจะต้องมคี วามหนาแน่นไม่น้อยกว่า 95% ของความหนาแน่นแห้ง

(Modified Proctor) และต้องมีค่า CBR อย่างต่าํ 80%

4. ช้นั ผิวทาง

- ความหนาของช้ันทรายปรับระดบั กาํ หนดให้หนาไม่น้อยกว่า 5 ซม.
- ความหนาของช้ันคอนกรีต ต้องหนาไม่น้อยกว่า 15 ซม.
- ช้ันคอนกรีตจะต้องสร้างเป็นแผง ๆ ตามขนาดท่แี สดงไว้ในแบบก่อสร้าง
- ความยาวอย่างมากท่สี ดุ ของแต่ละแผงคอื 6.00 เมตร
- ผวิ หน้าของผวิ ทาง ต้องมคี วามเรียบและได้ระดบั ตามท่กี าํ หนดในแบบก่อสร้าง
- ต้องอดุ รอยต่อต่าง ๆ ในลักษณะท่เี รียบร้อย
- กาํ ลังอดั ของคอนกรีต จะต้องไม่ต่าํ กว่า 240 ksc ท่ี 28 วนั ของรปู ทรงกระบอก
- ต้องทาํ การบ่มคอนกรีต ตามลักษณะท่ถี ูกต้องในเวลาท่กี าํ หนด
- ห้าม..การจราจร บนผวิ คอนกรีตหลังเทเสรจ็ แล้วไม่น้อยกว่า 21 วัน

หน้าท่ี 3 - 2

หน้าท่ี 3 - 3

หน้าท่ี 3 - 4

หน้าท่ี 3 - 5

วธิ ีทดสอบหาความแน่นแห้งของวสั ดุ

ข้ันตอนที่ 1 การหาค่า Control
1.ส่งตวั อยา่ งวสั ดุเขา้ ไปทดสอบท่ีหอ้ ง LAB ของหน่วยงานราชการเพื่อนาํ ค่าความแน่นแหง้ สูงสุดมาเป็นค่าอา้ งอิงในการทดสอบหนา้ งาน
นาํ ค่าที่ไดใ้ ส่ในตารางตรงช่องเบอร์(22)
2.นาํ ทรายท่ีจะใชท้ ดสอบมาหาน้าํ หนกั โดยการชงั่ น้าํ หนกั เปรียบเทียบกบั น้าํ ในปริมาตรที่เท่ากนั นาํ ค่าที่ไดใ้ ส่ในตารางตรงช่องเบอร์(11)
3.นาํ ตลบั เกบ็ ตวั อยา่ งมาชง่ั น้าํ หนกั นาํ ค่าท่ีไดใ้ ส่ในตารางตรงช่องเบอร์(17)
ข้ันตอนท่ี 1 การหาค่าทห่ี น้างาน
1.การหาน้าํ หนกั ทรายในปากกรวย
1.1 นาํ ภาชนะท่ีใส่ทรายและกรวยไปชง่ั น้าํ หนกั นาํ ค่าที่ไดใ้ ส่ในตารางตรงช่องเบอร์(1)
1.2 นาํ ภาชนะที่ใส่ทรายและกรวยที่ชงั่ น้าํ หนกั แลว้ ไปควา่ํ บนแผน่ ไมอ้ ดั ที่เรียบและสะอาด ใหท้ รายไหลจากภาชนะจนหยดุ แลว้ นาํ
ภาชนะและกรวยไปชงั่ น้าํ หนกั นาํ ค่าที่ไดใ้ ส่ในตารางตรงช่องเบอร์(2)
1.3 หาน้าํ หนกั ทรายในปากกรวย นาํ คา่ ช่องที่(1) ลบดว้ ยคา่ ช่องที่ (2) นาํ ค่าท่ีไดใ้ ส่ในตารางตรงช่องเบอร์(3)
2.การหาน้าํ หนกั วสั ดุในหลุม
2.1 กาํ หนดตาํ แหน่งท่ีหนา้ งานเพื่อนาํ อุปกรณ์ไปทดสอบ
2.2 ติดต้งั แพลตในตาํ แหน่งท่ีกาํ หนดแลว้ นาํ ฆอ้ นและส่ิวสกดั ลงไปวงกลมในแพลตดงั รูป

2.3 บริเวณหลุมในแพลตควรมีความลึก 5-10 ซม.นาํ ภาชนะมาเกบ็ ตวั อยา่ งวสั ดุ(หรือใชถ้ ุงพลาสติก)เกบ็ ออกมาท้งั หมดแลว้ นาํ ไปชง่ั น้าํ หนกั
นาํ คา่ ท่ีไดใ้ ส่ในตารางตรงช่องเบอร์(4)
ในกรณีใชถ้ ุงพลาสติกเกบ็ ตวั อยา่ งวสั ดุ คา่ ในตารางช่องเบอร์ (5)มคี ่าเป็ นศูนย์

2.4 หาน้าํ หนกั วสั ดุในหลุม นาํ ค่าช่องที่(4) ลบดว้ ยค่าช่องท่ี (5) นาํ ค่าท่ีไดใ้ ส่ในตารางตรงช่องเบอร์(6)

หน้าท่ี 3 - 6

3.การหาปริมาตรหลุม
3.1 นาํ ภาชนะที่ใส่ทรายและกรวยไปชง่ั น้าํ หนกั นาํ ค่าที่ไดใ้ ส่ในตารางตรงช่องเบอร์(7)
3.2 นาํ ภาชนะท่ีชงั่ น้าํ หนกั แลว้ ไปควา่ํ บนแพลตที่เตรียมไวใ้ หท้ รายไหลออกมาจากภาชนะจนกระทงั่ ทรายหยดุ ไหลแลว้ จึงนาํ ภาชนะไปชง่ั
อีกคร้ัง นาํ ค่าที่ไดใ้ ส่ในตารางตรงช่องเบอร์(8)

3.3 การหาน้าํ หนกั ทรายในปากหลุม+กรวย นาํ คา่ ช่องเบอร์(7)ลบดว้ ยคา่ ช่องเบอร์(8) นาํ ค่าที่ไดไ้ ปใส่ในตารางตรงช่องเบอร์(9)
3.4 หาน้าํ หนกั ทรายในหลุม นาํ ค่าช่องเบอร์(9)ลบดว้ ยค่าช่องเบอร์(3) นาํ ค่าที่ไดไ้ ปใส่ในตารางตรงช่องเบอร์(10)
3.5 การหาปริมาตรในหลุม นาํ คา่ ช่องเบอร์(10)หารดว้ ยค่าช่องเบอร์(11) นาํ ค่าท่ีไดไ้ ปใส่ในตารางตรงช่องเบอร์(12)
4. การหาความช้ืนของวสั ดุ
4.1 นาํ วสั ดุที่อยใู่ นภาชนะ(หรือถุงพลาสติก)มาแบ่งใส่ตลบั เกบ็ ตวั อยา่ งแลว้ นาํ ไปชง่ั น้าํ หนกั นาํ คา่ ที่ไดไ้ ปใส่ในตารางตรงช่องเบอร์(14)
4.2 นาํ วสั ดุในตลบั เกบ็ ตวั อยา่ งมาควั่ ไฟออ่ นๆประมาณ 3 นาทีแลว้ นาํ วสั ดุท่ีคว่ั แลว้ เกบ็ ไวใ้ นตลบั เกบ็ ตวั อยา่ งทิ้งไวใ้ หเ้ ยน็ ท่ีอุณหภูมิหอ้ ง
ประมาณ 10 นาทีแลว้ นาํ ไปชงั่ น้าํ หนกั นาํ คา่ ที่ไดไ้ ปใส่ในตารางตรงช่องเบอร์(15)

4.3 หาน้าํ หนกั น้าํ ในวสั ดุ นาํ ค่าช่องเบอร์(14)ลบดว้ ยคา่ ช่องเบอร์(15) นาํ คา่ ท่ีไดไ้ ปใส่ในตารางตรงช่องเบอร์(16)
4.4 หาน้าํ หนกั วสั ดุแหง้ นาํ ค่าช่องเบอร์(15)ลบดว้ ยคา่ ช่องเบอร์(17) นาํ ค่าที่ไดไ้ ปใส่ในตารางตรงช่องเบอร์(18)
4.5 หาเปอร์เซ็นตค์ วามช้ืน นาํ ค่าช่องเบอร์(16)หารดว้ ยคา่ ช่องเบอร์(18)คณู ดว้ ย 100 นาํ ค่าท่ีไดไ้ ปใส่ในตารางตรงช่องเบอร์(19)
5.การหาเปอร์เซ็นความแน่นของวสั ดุ
5.1 หาความหนาแน่นเปี ยก นาํ ค่าช่องเบอร์(6)หารดว้ ยค่าช่องเบอร์(12) นาํ คา่ ท่ีไดไ้ ปใส่ในตารางตรงช่องเบอร์(20)
5.2 หาความหนาแน่นแหง้ นาํ คา่ ช่องเบอร์(20)หารดว้ ย(1+( คา่ ช่องเบอร์ 19/100))นาํ คา่ ที่ไดไ้ ปใส่ในตารางตรงช่องเบอร์(21)
5.3 หาเปอร์เซ็นตค์ วามแน่น นาํ ค่าช่องเบอร์(21)หารดว้ ยค่าช่องเบอร์(22)คณู ดว้ ย 100 นาํ ค่าท่ีไดไ้ ปใส่ในตารางตรงช่องเบอร์(23)
จะไดค้ ่าเปอร์เซ็นตค์ วามแน่นแหง้ ของวสั ดุ

หน้าท่ี 3 - 7

FIELE DENSITY TEST SAND DONE METHOD

( AASHTO T191)

โครงการ.......ไลฟ์ บางกอก บเู ลอวาร์ด วงแหวน-พระราม 9.....................
บริษทั รับเหมา....พฤกษลดั ดา........................ ค่าความหนาแน่นแหง้ ของช้นั คนั ทางไมต่ ่าํ กวา่ 90% Standard proctor
วสั ดุที่ทดสอบ....ดินถม................................... คา่ ความหนาแน่นแหง้ ของช้นั รองพ้นื ทางไม่ต่าํ กวา่ 95% Modify proctor
บริเวณ....................ถนน.............................
เจา้ หนา้ ท่ีที่ทดสอบ......พทั ธโรจน.์ ................ วนั ท่ีทดสอบ…25/112/56..............

Station ที่ทดสอบ หลุม 1 หลุม 2 หลุม 3 หลุม 4 หลุม 5

CALIBRATION ทรายในกรวย g. 8010 7930 7975
g. 6280 6200 6245
(1) นน. ทรายในปากกรวย เริ่มตน้ g. 1730 1730 1730
(2) นน. ทรายในปากกรวย หลงั เท
(3) นน. ทรายในปากกรวย (1)-(2)

การหา นน. วสั ดุในหลุม g. 2545 2675 2815
g. 0 0 0
(4) นน. วสั ดุ + ภาชนะ g. 2545 2675 2815
(5) นน. ภาชนะ
(6) นน. วสั ดุในหลุม (4) - (5)

การหาปริมาตรหลมุ (7) - (8) g. 7760 7770 7675
(9) - (3) g. 4170 4215 4010
(7) นน. ทราย + กรวย ก่อนเท g. 3590 3555 3665
(8) นน. ทราย + กรวย หลงั เท (10) / (11) g. 1860 1825 1935
(9) นน. ทราย ในหลม + ปากกรวย t/m.3 1.306 1.306 1.306
(10) นน. ทราย Test ในหลุม CM.3 1424.196 1397.3966 1481.6233
(11) นน. Unit weight ของทราย
(12) ปริมาตรหลุม

หน้าท่ี 3 - 8

การหาความชื้นของวสั ดุ

เบอร์กระป๋ อง

(14) นน. วสั ดุเปี ยก + กระป๋ อง g. 254.6 263.6 247.6
g. 236 241.2 223.2
(15) นน. วสั ดุแหง้ + กระป๋ อง g. 18.6 22.4 24.4
g. 40.8 40.9 40.9
(16) นน. น้าํ ในทราย (14) - (15) g. 195.2 200.3 182.3

(17) นน. กระป๋ อง 9.5286885 11.183225 13.384531

(18) นน. วสั ดุแหง้ (15) - (17)

(19) เปอร์เซนตค์ วามช้ืน (16) / (18) * 100 %

การหาเปอร์เซนต์ความแน่น

(20) ความหนาแน่นเปี ยก (6) / (12) t/m.3 1.7869731 1.914274 1.8999432
t/m.3 1.6315115 1.7217291 1.6756635
(21) ความหนาแน่นแหง้ (20) / [1+(19)/100] t/m.3 1.812 1.812 1.812

(22) ความหนาแน่นแหง้ ในหอ้ ง LAB 90.039264 95.018164 92.475908

(23) % Compaction (21) / (22) * 100 %

หน้าท่ี 3 - 9

3.1 งานถมคนั ทาง

คาํ อธิบายและขอบเขตงาน

งานน้ีประกอบด้วยการก่อสร้างงานถมคนั ทาง เพ่ือรองรับช้ันรองพ้ืนทาง ช้ันพ้ืนทางและ
ช้ันผวิ ทาง โดยการจดั หา ทาํ การถม บดอดั และปรับเกล่ียวสั ดุท่เี หมาะสมมคี ุณสมบัตเิ ป็นท่ยี อมรับจาก
แหล่งท่ไี ด้รับการเหน็ ชอบแล้วตามข้อกาํ หนดรายละเอยี ดการก่อสร้าง ให้ได้แนว ระดบั ความลาดชัน มติ ิ
และรปู ตดั ท่แี สดงไว้ในแบบแปลนก่อสร้าง หรือตามท่วี ิศวกรของโครงการกาํ หนด

มาตรฐานและขอ้ กาํ หนดวสั ดุ

1. ทราย ลักษณะของทรายท่ใี ช้จะต้องมีคุณสมบัตดิ งั น้ี
1.1 วัสดุจะต้องเป็นทรายแม่นา้ํ หรือทรายบก ปราศจากรากไม้ ใบไม้ หญ้า ก้อนดนิ หรือส่งิ
ปฏกิ ูลอ่นื ๆซ่ึงนาํ มาจากแหล่งท่ไี ด้รับการเหน็ ชอบจากผู้ควบคุมงาน
1.2 ส่วนท่ผี ่านตะแกรงเบอร์ 200 ต้องไม่เกนิ 10% เม่ือทดสอบตามวธิ ขี อง AASHTO test
Method T 88

2. ดิน ลักษณะของดนิ ท่ใี ช้ในงานถมคนั ทาง จะต้องมคี ุณสมบตั ดิ งั น้ี
2.1 สามารถเกาะตัวกนั หรือผนกึ ตวั เองเป็นรปู ร่างได้ (ไม่เป็นเลน – โคลน)
2.2 ไม่มสี ่วนผสมของวัชพืช, เศษหญ้า, เศษไม้, ต้นไม้, ขยะ หรือวสั ดุอนิ ทรีย์ ซ่ึงเป็นสารผุพัง
ปนอยู่ อนั จะทาํ ให้เกดิ การยุบตวั เสยี หายในอนาคต

วธิ ีการดาํ เนินงาน

1. เร่ิมจากการกาํ หนดตาํ แหน่ง - ระดบั ของบริเวณท่จี ะถมให้ถูกต้องตามท่กี าํ หนดเสยี ก่อนแล้วจงึ
ทาํ การกรยุ แนวทางตามแนวท่ไี ด้กาํ หนดไว้ให้แล้วน้ัน

2. งานขดุ ตอได้แก่ การร้ือย้ายหน้าดนิ ตอไม้ และรากไม้ ซ่ึงจะต้องขดุ ให้ลึกอย่างน้อยประมาณ 10
ซ.ม. จากระดบั เดมิ และลึกไม่น้อยกว่า 40 ซม. จากช้นั ต่าํ สดุ ของช้ันหินคลุก หลุมท่เี กดิ จากการ
ขดุ ตอไม้หรือรากไม้ จะต้องถมกลับด้วยวสั ดุท่เี หมาะสม และบดอดั ให้แน่น คอนกรีตหรือส่งิ ท่ี
ก่อสร้างเป็นรากฐานของอาคาร จะต้องร้ือออกไปถงึ ความลึกอย่างน้อย 1.00 ม. จากระดบั ผวิ
ดินหรือลึกกว่าน้ัน ถ้ายังไม่พ้นจากโครงสร้างหรือทอ่ เมน

3. ก่อนถมคนั ทางถ้ามีหลุม แอ่ง หรือโพรงท่เี กดิ จากการถางป่ า ขดุ ตอ ต้องใช้วสั ดุท่เี หมาะสมกลบ
แล้วกระทุ้งให้แน่นสม่าํ เสมอเสยี ก่อน

4. การถมคนั ทางต้องให้ได้แนว ระดับลาด และขนาดตามแบบท่กี าํ หนด

หน้าท่ี 3 - 6

5. การถมคนั ทางให้ถมเป็นช้ันๆช้ันหน่ึงๆหนาไม่เกนิ 100 เซนติเมตร ทุกช้ันต้องบดอดั แน่นไม่
น้อยกว่า 90 %Standard Proctor ส่วนในบริเวณซ่ึงรถบดไม่สามารถเข้าทาํ การบดอดั ได้ ให้ถมดนิ
บดอดั ด้วยเคร่ืองกระทุ้งเป็นช้ันๆ แต่ละช้ันหนาไม่เกนิ 20 ซม. (ความหนาหลวมตัวก่อนบด
อดั ) และจะต้องบดอดั ให้ได้ความแน่นตามท่กี าํ หนด

6. วสั ดุท่จี ะทาํ การบดอดั แต่ละช้ันต้องนาํ มาผสมให้เข้ากนั ก่อน แล้วพรมนา้ํ ตามจาํ นวนท่ตี ้องการใช้
รถปาดเกล่ียให้มคี วามช้ืนสม่าํ เสมอก่อนทาํ การบดอดั

7. ระดับการบดอัดและปรับพ้ืนท่ขี องงานช้ันสุดท้าย กาํ หนดค่าระดับเฉล่ียตามเอกสารแนบท้าย
สญั ญา และเพ่ือเป็นการรับประกนั การทาํ งาน (การทรดุ ตัวของดิน) ให้ถมดินพร้อมบดอดั ให้ได้
ค่าระดับเฉล่ียของระดับส่งงานสูงกว่าระดับตามสัญญา 5 ซม. สาํ หรับถมดินถนนโดยเผ่ือท่ชี ้ัน
ลูกรัง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพ่ิมเติมจากผู้ว่าจ้าง

8. ผู้รับจ้าง จะต้องเป็ นผู้รับผิดชอบในการติดต่อส่วนราชการในการขออนุญาตถมดิน และ
ประสานงานส่วนราชการต่างๆตลอด ระยะเวลาในการถมดิน

9. การทดสอบการอดั แน่น ผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและจัดเตรียมแรงงาน อปุ กรณ์ เคร่ืองมือ
เคร่ืองใช้ และอ่นื ๆ ท่ใี ช้ในการทดสอบการอดั แน่น (ความแน่นสมั พัทธ)์ โดยทดสอบ 1 จุดต่อ
ระยะไม่เกนิ 100 เมตร ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ความแน่นสมั พัทธต์ ามท่กี าํ หนดไว้ ผู้รับจ้าง
จะต้องทาํ การบดอดั จนกระท่งั ได้ความแน่นสมั พัทธต์ ามท่กี าํ หนดไว้ในแบบหรือตามข้อกาํ หนดน้ี

รายการตรวจสอบ

1. ตาํ แหน่งหรือแนวของถนน ต้องถูกต้องตามท่กี าํ หนดไว้ในแบบก่อสร้าง
2. พ้ืนท่ที ่จี ะถมดนิ ต้องนาํ วสั ดุท่ไี ม่ต้องการออกให้หมด
3. วัสดุท่นี าํ มาถม ต้องมคี ุณสมบตั ิและลักษณะตามท่กี าํ หนดในมาตรฐานวัสดุ
4. การบดอดั ช้ันวัสดุคนั ทางจะต้องมคี วามแน่น 90% Standard Proctor และต้องมคี ่า CBR อย่าง

ต่าํ 3 % ค่าท่ไี ด้จากการทดสอบตาม AASHTO Test Method T 191
5. ผวิ ของช้ันสดุ ท้ายของคันทางจะต้องเรียบร้อย มีรปู แบบ ระดบั ความลาดโค้ง ความลาดชัน

และรปู ตดั ตามท่ี กาํ หนดไว้ในแบบก่อสร้าง จะคลาดเคล่ือน (สงู - ต่าํ ) จากระดบั ท่กี าํ หนดไม่
เกนิ 2 ซ.ม.

หน้าท่ี 3 - 7

รูปเครื่องมอื ทใี่ ชใ้ นการก่อสรา้ งงานดนิ

รถบดลอ้ เหล็ก

รถบดลอ้ ยาง

หน้าท่ี 3 - 8

รถแทรคเตอร์

รถแบค็ โฮ

หน้าท่ี 3 - 9

รถเกรดเดอร์

รถตกั ลอ้ ยาง

หน้าท่ี 3 - 10

3.2 งานช้นั รองพ้ นื ทาง

คาํ อธิบายและขอบเขตงาน

งานช้ันรองพ้ืนทางประกอบด้วยการก่อสร้างช้ันรองพ้ืนทางท่เี ป็นดนิ ลูกรังท่ไี ด้ตามขนาดท่ี
ต้องการ โดยถม เกล่ีย และบดอดั แน่นบนช้ันรองพ้ืนทางท่เี ตรียมไว้และยอมรับได้ ตามข้อกาํ หนด
รายละเอยี ดการก่อสร้าง ให้ได้รปู ร่างและระดับตามแบบแปลนก่อสร้าง หรือตามท่วี ศิ วกรของโครงการ
กาํ หนด

มาตรฐานและขอ้ กาํ หนดวสั ดุ

1. วสั ดุท่นี าํ มาใช้ ต้องมีคุณสมบตั ิและลักษณะตามรายละเอยี ดวสั ดุช้ันพ้ืนทาง

ตารางที่ 1 มาตรฐานส่วนคละดินลูกรงั

ขนาดตะแกรง เปอร์เซน็ ต์ผ่านตะแกรงโดย

มาตรฐาน นาํ้ หนัก
100
2” 75-95
1” 40-75
3/8” 30-60
เบอร์ 4

เบอร์ 10 20-45

เบอร์ 40 15-30

เบอร์ 200 5-20

2. ส่วนของดินลูกรังท่ผี ่านตะแกรงเบอร์ 40 จะต้องมคี ่า LIQUID LIMIT ไม่เกนิ 25 และมคี ่า
PLASTICITY INDEX ไม่เกนิ 6

3. ความหนา ความกว้าง ความลาดเอยี งของช้ันพ้ืนทางต้องถูกต้องตามท่กี าํ หนดไว้ในแบบก่อสร้าง

4. ผวิ ของช้ันพ้ืนทางท่กี ่อสร้างแล้วเสรจ็ ยอมให้คลาดเคล่อื นจากระดับท่กี าํ หนดในแบบก่อสร้างได้

ไม่เกนิ 1.5 ซม.
5. ช้ันพ้ืนทางบดอดั แน่นไม่น้อยกว่า 95% ของความหนาแน่นแห้ง ( Modified Proctor ) และต้อง

มคี ่า CBR อย่างต่าํ 25%

หน้าท่ี 3 - 11

วธิ ีการดาํ เนินงาน

1. การเตรียมพ้นื ที่
ตรวจสอบและปรับแต่งงานดนิ (คนั ทาง) ให้มลี ักษณะได้แนว ระดับ ความลาด

ชัน และอ่นื ๆ ดงั ท่แี สดงในแบบแปลนให้สมบูรณ์ ซ่ึงแม้ว่างานคนั ทางจะได้ผ่านการเหน็ ชอบ
จากผู้ควบคุมงานก่อนแล้ว กต็ ามแต่หากเกดิ ความเสยี หายหรือชาํ รดุ ผู้รับจ้างจะต้องจดั การ
ซ่อมแซมทาํ ให้สมบูรณก์ ่อนท่จี ะเกล่ียใส่วัสดุช้ันรองพ้ืนทาง

2. การบดอัดวสั ดุ
2.1 เกล่ียและทาํ การบดอดั วสั ดุช้ันรองพ้ืนทางความหนาไม่น้อยกว่า 15 ซม. (วัดเม่ือทาํ การ
บดอดั แน่นแล้ว)
2.2 นาํ วสั ดุช้ันรองพ้ืนทางลงบนช้ันคนั ทางแล้วพ่นนา้ํ ผสมคลุกเคล้าโดยให้มคี วามช้ืน
สม่าํ เสมอและใกล้เคยี งกบั Optimum Moisture Content จงึ เกล่ียแผ่บดอดั ทนั ทดี ้วยรถบด
ล้อยางหรือเคร่ืองจักรกลบดอดั ท่เี หมาะสม ให้มคี วามสม่าํ เสมอ
2.3 เม่อื เกล่ียเสรจ็ แล้ว จะต้องบดอดั ทนั ทดี ้วยเคร่ืองมือท่พี อเพียงและเหมาะสมกบั ชนิดของ
วสั ดุและต้องระมดั ระวงั มใิ ห้เกดิ การแยกตวั ระหว่างมวลหยาบและมวลละเอยี ดต้องบดอดั
ไม่น้อยกว่า 95 % Modified Proctor

รายการตรวจสอบ

1. ตรวจสอบตาํ แหน่ง,ระดับและค่าการบดอดั ของงานคันทางให้ถูกต้องตามท่กี าํ หนดไว้ในแบบ
ก่อสร้าง

2. ตรวจสอบและปรับแต่งงานดนิ คนั ทางให้มีลักษณะท่ถี ูกต้องตามมาตรฐานหรือตามท่กี าํ หนดไว้
ในแบบก่อสร้าง

3. วัสดุท่นี าํ มาใช้ ต้องมคี ุณสมบตั ิและลักษณะตามท่กี าํ หนดในมาตรฐานวสั ดุ
4. ผวิ ของช้ันรองพ้ืนทางท่กี ่อสร้างแล้วเสรจ็ ยอมให้คลาดเคล่ือนจากระดบั ท่กี าํ หนดให้ไม่เกนิ 1.5

ซม.หากช่วงใดท่มี รี ะดบั ผดิ ไปจากน้ีให้ตดั ส่วนท่เี กนิ ออก หรือขดุ คุ้ยออกหนาไม่น้อยกว่า 10
ซม. แล้วทาํ การบดอดั ใหม่ให้แน่นและได้ ระดบั สม่าํ เสมอตามท่กี าํ หนดไว้

หน้าท่ี 3 - 12

การทดสอบค่าการบดอัด

การทดสอบเพ่ือให้ได้ความหนาแน่นของการถมและบดอดั ดนิ วสั ดุอ่นื เพ่ือให้อยู่ในสภาพท่ดี ี โดย
ผู้ควบคุมงาน(ของผู้ว่าจ้าง)เป็นผู้เลือกสถานท่ปี ฏบิ ัตกิ ารทดสอบ

1.1 ความหนาแน่นสงู สดุ การทดสอบต้องใช้ตวั อย่าง 2 ส่วน ท่แี ยกกนั เพ่ือตดั สนิ หาความ
หนาแน่นสงู สดุ ในสภาพความช้ืนท่เี หมาะสม ผู้ควบคุมงาน(ของผู้ว่าจ้าง)เป็นผู้จัดการเลือก
ตาํ แหน่งทดสอบท่ตี ้องการ

1.2 การทดสอบการอดั แน่นผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบการอดั แน่น โดยทดสอบทุก
ระยะ 50 ม. ของความยาวถนนหากผลการทดสอบไม่ได้ตามน้ี ผู้รับจ้างต้องบดอดั ให้ได้ตามท่ี
กาํ หนดไว้

หน้าท่ี 3 - 13

3.3 งานช้นั พ้ นื ทาง

ความหมายและขอบเขตงาน

งานช้ันพ้ืนทางประกอบด้วยการก่อสร้างช้ันพ้ืนทางท่เี ป็นหินคลุกท่ไี ด้ตามขนาดท่ตี ้องการ
โดยถม เกล่ีย และบดอดั แน่นบนช้ันรองพ้ืนทางท่เี ตรียมไว้และยอมรับได้ ตามข้อกาํ หนดรายละเอยี ดการ
ก่อสร้าง ให้ได้รปู ร่างและระดับตามแบบแปลน หรือตามท่วี ิศวกรของโครงการกาํ หนด

มาตรฐานและขอ้ กาํ หนดวสั ดุ

1. วัสดุท่นี าํ มาใช้ ต้องมคี ุณสมบตั แิ ละลักษณะตามรายละเอยี ดวัสดุช้ันพ้ืนทาง

ตารางที่ 1 มาตรฐานส่วนคละหินคลกุ

ขนาดตะแกรง เปอร์เซน็ ตผ์ ่านตะแกรงโดย

มาตรฐาน นา้ํ หนัก
100
2” 75-95
1” 40-75
3/8” 30-60
เบอร์ 4

เบอร์ 10 20-45

เบอร์ 40 15-30

เบอร์ 200 5-20

2. ส่วนของหินคลุกท่ผี ่านตะแกรงเบอร์ 40 จะต้องมีค่า LIQUID LIMIT ไม่เกนิ 25 และมีค่า
PLASTICITY INDEX ไม่เกนิ 6

3. ความหนา ความกว้าง ความลาดเอยี งของช้ันพ้ืนทางต้องถูกต้องตามท่กี าํ หนดไว้ในแบบก่อสร้าง

4. ผวิ ของช้ันพ้ืนทางท่กี ่อสร้างแล้วเสรจ็ ยอมให้คลาดเคล่ือนจากระดบั ท่กี าํ หนดในแบบก่อสร้างได้

ไม่เกนิ 1.5 ซม.
5. ช้ันพ้ืนทางบดอดั แน่นไม่น้อยกว่า 95% ของความหนาแน่นแห้ง ( Modified Proctor ) และต้อง

มีค่า CBR อย่างต่าํ 80%

หน้าท่ี 3 - 14

วธิ ีการดาํ เนินงาน

1. การเตรียมพ้นื ที่
ตรวจสอบและปรับแต่งงานดินช้ันริงพ้ืนทาง ให้มลี ักษณะได้แนว ระดบั ความลาดชัน และ

อ่นื ๆ ดงั ท่แี สดงในแบบแปลนให้สมบรู ณ์ ซ่ึงแม้ว่างานคันทางจะได้ผ่านการเหน็ ชอบจากผู้
ควบคุมงานกอ่ นแล้ว กต็ ามแต่หากเกดิ ความเสยี หายหรือชาํ รดุ ผู้รับจ้างจะต้องจดั การซ่อมแซม
ทาํ ให้สมบูรณก์ ่อนท่จี ะเกล่ียใส่วสั ดุช้ันรองพ้ืนทาง

2. การบดอัดวสั ดุ
2.1 เกล่ียและทาํ การบดอดั วัสดุช้ันพ้ืนทางความหนาไม่น้อยกว่า 15 ซม. (วัดเม่อื ทาํ การบดอดั
แน่นแล้ว)
2.2 นาํ วัสดุช้นั พ้ืนทางลงบนช้ันคนั ทางแล้วพ่นนา้ํ ผสมคลุกเคล้าโดยให้มีความช้ืนสม่าํ เสมอ
และใกล้เคียงกบั Optimum Moisture Content จงึ เกล่ียแผ่บดอดั ทนั ทดี ้วยรถบดล้อยาง
หรือเคร่ืองจักรกลบดอดั ท่เี หมาะสม ให้มีความสม่าํ เสมอ
2.3 เม่ือเกล่ียเสรจ็ แล้ว จะต้องบดอดั ทนั ทดี ้วยเคร่ืองมอื ท่พี อเพียงและเหมาะสมกบั ชนิดของ
วสั ดุและต้องระมดั ระวังมิให้เกดิ การแยกตวั ระหว่างมวลหยาบและมวลละเอยี ดต้องบดอดั
ไม่น้อยกว่า 95 % Modified Proctor

รายการตรวจสอบ

1. ตรวจสอบตาํ แหน่ง,ระดับและค่าการบดอดั ของงานคนั ทางให้ถูกต้องตามท่กี าํ หนดไว้ในแบบ
ก่อสร้าง

2. ตรวจสอบและปรับแต่งงานดนิ คนั ทางให้มลี ักษณะท่ถี ูกต้องตามมาตรฐานหรือตามท่กี าํ หนดไว้
ในแบบก่อสร้าง

3. วสั ดุท่นี าํ มาใช้ ต้องมีคุณสมบตั แิ ละลักษณะตามท่กี าํ หนดในมาตรฐานวัสดุ
4. ผวิ ของช้ันพ้ืนทางท่กี ่อสร้างแล้วเสรจ็ ยอมให้คลาดเคล่ือนจากระดบั ท่กี าํ หนดให้ไม่เกนิ 1.5 ซม.

หากช่วงใดท่มี รี ะดบั ผดิ ไปจากน้ีให้ตดั ส่วนท่เี กนิ ออก หรือขดุ คุ้ยออกหนาไม่น้อยกว่า 10 ซม.
แล้วทาํ การบดอดั ใหม่ให้แน่นและได้ ระดบั สม่าํ เสมอตามท่กี าํ หนดไว้

หน้าท่ี 3 - 15

การทดสอบค่าการบดอัด

การทดสอบเพ่ือให้ได้ความหนาแน่นของการถมและบดอดั ดิน วสั ดุอ่นื เพ่ือให้อยู่ในสภาพ
ท่ดี ี โดยผู้ควบคุมงาน(ของผู้ว่าจ้าง)เป็นผู้เลือกสถานท่ปี ฏบิ ัติการทดสอบ

1.1 ความหนาแน่นสงู สดุ การทดสอบต้องใช้ตัวอย่าง 2 ส่วน ท่แี ยกกนั เพ่ือตดั สนิ หาความ
หนาแน่นสงู สดุ ในสภาพความช้ืนท่เี หมาะสม ผู้ควบคุมงาน(ของผู้ว่าจ้าง)เป็นผู้จัดการเลือก
ตาํ แหน่งทดสอบท่ตี ้องการ

1.2 การทดสอบการอดั แน่นผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบการอดั แน่น โดยทดสอบทุก
ระยะ 50 ม. ของความยาวถนนหากผลการทดสอบไม่ได้ตามน้ี ผู้รับจ้างต้องบดอดั ให้ได้ตามท่ี
กาํ หนดไว้

หน้าท่ี 3 - 16

3.4 งานช้นั ผวิ ทางคอนกรีตเสริมเหล็ก

คาํ อธิบายและขอบเขตงาน

ผวิ ทางคอนกรีตเสริมเหลก็ เป็นโครงสร้างช้ันบนสดุ ท่จี ะรับนา้ํ หนักจากยานพาหนะต่างๆ
ประกอบด้วยการก่อสร้าง ผวิ ทางคอนกรีตเสริมเหลก็ บนช้ันพ้ืนทาง ท่ไี ด้เตรียมไว้และผ่านการเหน็ ชอบแล้ว
การก่อสร้างผวิ คอนกรีตเสริมเหลก็ จะประกอบไปด้วยงานคอนกรีต เส้นเหลก็ เสริม ไม้แบบคอนกรีต
รวมถงึ รอยต่อระหว่างแผ่นคอนกรีตเสริมเหลก็ และเป็นไปตามข้อกาํ หนดรายละเอยี ดการก่อสร้าง หรือ
ตามท่วี ิศวกรของโครงการกาํ หนด

มาตรฐานและขอ้ กาํ หนดวสั ดุ

1. ปูนซีเมนตป์ อร์ตแลนด์ท่ใี ช้ในงานผสมคอนกรีตโครงสร้างให้ใช้ปูนตราช้างของบมจ.
ปูนซีเมนต์ไทย

2. นา้ํ ท่ใี ช้ในการผสมคอนกรีต ต้องเป็นนา้ํ ประปาท่สี ะอาดเท่าน้ัน
3. ทรายและหินท่นี าํ มาผสม จะต้องมีความสะอาด ปราศจากสารอนิ ทรีย์ต่าง ๆ
4. วสั ดุมวลรวม ให้ใช้ตามท่รี ะบุในมาตรฐานงานก่อสร้าง หมวดงานโครงสร้าง
5. คอนกรีตผสมเสรจ็ ให้ใช้ของ CPAC, TPI, นครหลวงหรือน่าํ เฮง กาํ ลังอดั คอนกรีต 240 ksc.

(ทรงกระบอก)ท่อี ายุ 28 วัน
6. หากมีการใช้สารผสมเพ่ิม เช่นสารกนั นา้ํ , สารเร่งกาํ ลัง, สารหน่วงเวลา จะต้องได้รับความ

เหน็ ชอบจากผู้ควบคุมงานแล้วเทา่ น้ัน
7. เหลก็ WIREMASH ต้องมี มอก. เหลก็ เสริมคอนกรีตต้องมี มอก. เกรด SR24 หรือ SD30

ตามขนาดท่รี ะบุในแบบ

วธิ ีการดาํ เนินงาน

1. การเตรียมชนั้ พ้นื ทาง
ก่อนท่จี ะเร่ิมต้งั แบบหล่อ จะต้องตรวจสอบงานช้ันพ้ืนทาง ในเร่ืองการบดอดั

แนวและระดบั ว่าถูกต้องตามท่กี าํ หนดแล้ว จากน้ันจึงเร่ิมต้งั แบบหล่อ

2. การตัง้ แบบหล่อ
2.1 ต้ังแบบหล่อให้แขง็ แรง ตามแนวและระดับท่กี าํ หนดไว้ในแบบก่อสร้าง
2.2 แบบหล่อต้องเข้าแบบให้สนิท เพ่ือกนั นาํ้ ปูนร่ัว ผวิ ด้านในของแบบท่ถี ูกกบั คอนกรีต
ต้องเรียบและต้องล้างให้สะอาดก่อนลงมือเทคอนกรีต

หน้าท่ี 3 - 24.1

3. การเสริมเหล็ก
3.1 ระยะห่างของปลายเหลก็ เสริมกบั แบบหล่อ จะต้องจดั ให้เท่า ๆ กนั ท้งั สองด้าน
3.2 ปลายของเหลก็ เสริมจะต้องห่างจากรอยต่อเพ่ือขยาย หรือรอยต่อเพ่ือหดตามขวางหรือห่าง
จากขอบคอนกรีตข้างละ 5 ซ.ม.
3.3 เหลก็ เสริมเม่ือวางแล้วต้องระวังอย่าให้สกปรก โดยใช้ลูกปูนหรือโลหะหนุนให้เหลก็ อยู่ใน
ตาํ แหน่งท่กี าํ หนดไว้ และยดึ ให้แน่นไม่เกดิ การทรดุ ตวั ระหว่างเทคอนกรีต
3.4 การต่อทาบเหลก็ เสริม ต้องมรี ะยะทาบไม่น้อยกว่า 40 เทา่ ของ เส้นผ่านศนู ยก์ ลางเหลก็ แต่
ไม่น้อยกว่า 60 ซม. สาํ หรับเหลก็ กลม สว่ นเหลก็ ข้ออ้อยต้องมีระยะทาบไม่น้อยกว่า 30 เท่า
ของเส้นผ่านศนู ย์กลางแต่ไม่น้อยกว่า 30 ซม.
3.5 ตดิ ต้งั เหลก็ DOWEL BAR, TIE BAR ให้ม่ันคงแขง็ แรงตามท่กี าํ หนดไว้ในแบบ

4. การเทคอนกรีต
4.1 ค่อย ๆ เทคอนกรีตให้แผ่กระจายอย่างต่อเน่ือง ซ่งึ จะต้องระวงั ไม่ให้ตะแกรงเหลก็ เสริม
เปล่ียนตาํ แหน่งได้
4.2 จ้ีเน้ือคอนกรีตให้อดั แน่นอย่างท่วั ถงึ ด้วยเคร่ืองส่นั ชนิดจุ่มคอนกรีต
4.3 จากน้นั ตกแต่งผวิ หน้าของคอนกรีตจนเรียบและได้ระดับตามท่กี าํ หนด
4.4 เกบ็ เศษปูนท่ตี กหล่น และทาํ ความสะอาดรอยเป้ื อนบนแผ่นพ้ืนท่เี สรจ็ แล้วให้เรียบร้อยทนั ที

5. การตบแต่งผวิ ทาง
5.1 จะต้องแต่งผวิ หน้าคอนกรีตให้เรียบด้วยบรรทดั ตรงยาว ซ่ึงถ้าพบว่ามีบริเวณใดเป็นแอ่ง
หรือหลุมต้องเตมิ ให้เตม็ ด้วยคอนกรีตสดทนั ที และถ้าบริเวณใดสงู จะต้องตดั ลงให้เรียบ
จนกระทง่ั ผวิ ทางท้งั หมดเรียบและระดับ
5.2 ใช้แปลงลวดหรือไม้กวาดท่มี ชี ่วงกว้างไม่น้อยกว่า 0.5 ซม. ลากตามขวางซ่ึงจะต้องลากคร้ัง
เดียวเทา่ น้ันเพ่ือให้ผวิ หน้าคอนกรีตเป็นรอยร่องอย่างสม่าํ เสมอ โดยให้ลึกประมาณ 1 - 2
มม. ซ่ึงควรมีแปลงลวดอย่างน้อย 2 ชุดสาํ หรับหน้างาน ตลอดเวลา โดยให้ลากจากริมหน่ึง
ไปยงั ริมหน่ึงในแนวต้ังฉากกบั ศูนยก์ ลางของถนน

หน้าท่ี 3 - 24.1

6. การถอดแบบหล่อ
6.1 ต้องไม่ร้ือแบบหล่อออกก่อนท่คี อนกรีตจะมอี ายุนับจากเทเสรจ็ 12 ชม.
6.2 ต้องร้ือแบบด้วยความระมัดระวงั เพ่ือป้ องกนั ความเสยี หายต่อแผงคอนกรีต
6.3 ทนั ทที ่แี บบหล่อร้ือออก ขอบท้งั สองข้างของรอยต่อ จะต้องมีสภาพของเน้ือคอนกรีตท่ี
เรียบร้อย เน้ือคอนกรีตท่เี ป็นโพรงรังผ้งึ ขนาดเลก็ น้อยจะต้องซ่อมด้วยมอร์ต้า (ปูนซีเมนต์
1 ส่วนและทรายละเอยี ด 2 ส่วนโดยนาํ้ หนัก) ซ่ึงต้องแจ้งผู้ควบคุมงานให้ทราบและอนุมัติ
ก่อนทาํ การซ่อมตามมาตรฐานงานซ่อมคอนกรีต สาํ หรับเน้ือคอนกรีตท่เี ป็นโพรงรังผ้งึ
ขนาดใหญ่ จะถอื ว่าเป็นข้อบกพร่องซ่ึงจะต้องร้ือออกท้งิ และก่อสร้างใหม่ โดยค่าใช้จ่าย
ของผู้รับจ้าง

7. การบ่มคอนกรีต
หลังจากท่ลี ากไม้กวาดและตกแต่งผวิ คอนกรีตเสรจ็ สมบูรณแ์ ล้ว 24 ช่ัวโมง ต้อง

ทาํ การบ่มแผงคอนกรีตเป็นเวลาต่อเน่ืองกนั ไม่น้อย กว่า 7 วนั ด้วยการใช้กระสอบ 2 ช้ัน
หรือผ้าฝ้ าย 2 ช้ัน หรือทราย 1 ช้ัน (หรือใช้นาํ้ ยาบ่มคอนกรีตตามกรรมวธิ ที ่ผี ู้ผลิตกาํ หนด
ไว้ ท้งั น้ีต้องได้รับความเหน็ ชอบจากผู้ควบคุมงานเสยี ก่อน) และฉีดนาํ้ ให้ชุ่มตลอดเวลา

8. การยาแนวรอยต่อ
8.1 หลังจากท่ไี ด้บ่มคอนกรีตจนครบอายุแล้ว จะต้องหยอดรอยต่อท้งั ตามแนวยาวและตามขวาง
ทนั ทดี ้วยยางมะตอย ตาม มอก. 479 หรือตามท่รี ะบใุ นแบบ
8.2 ก่อนหยอดรอยต่อจะต้องทาํ ความสะอาดให้ทว่ั และท้งิ ไว้ให้แห้งจากน้ันจงึ ยาแนวจะต้อง
ปฏบิ ตั แิ ละใช้ตามคาํ แนะนาํ ของผู้ผลิต ท้งั น้ีต้องแจ้งผู้ควบคุมงานให้ตรวจสอบงานก่อนจึง
ทาํ การหยอดรอยต่อได้และวสั ดุท่อี ดุ รอยต่อต้องไม่ มากจนไหลเย้มิ ข้นึ มาบนถนนหรือน้อย
เกนิ ไปจะไม่สามารถป้ องกนั นาํ้ ซึมได้

หน้าท่ี 3 - 24.1

9. รอยต่อระหว่างแผ่นคอนกรีต (Joint)
9.1 รอยต่อเพอื่ ขยายตัวตามขวาง (Expansion Joint)

- มีไว้เพ่ือให้ผวิ ถนนคอนกรีตขยายตัวได้โดยไม่แตกร้าว เน่ืองจากการหดตัวและขยายตัว
ของแผ่นคอนกรีต เม่ือได้รับอณุ หภมู ิแตกต่างกนั และจะต้องมีทุก ๆ ระยะ 60.0 ม.ตาม
แนวขวางของถนน โดยมคี วามกว้างของรอยต่อมากกว่า 2.0 ซม. ท้งั น้ีต้องตดั ขาดตลอด
ความหนาของถนนคอนกรีตน้ี

- ต้องใส่เหลก็ เสริม Dowel Bar ตามลักษณะท่กี าํ หนดไว้ในแบบ
- เหลก็ Dowel Bar ทาํ หน้าท่ถี ่ายนา้ํ หนักล้อรถระหว่างแผงคอนกรีตท่ตี ิดกนั
หมายเหตุ ปลายข้างหน่ึงของเหลก็ Dowel Bar จะต้องติดแน่นกบั คอนกรีต ส่วนปลายอกี ด้าน

หน่ึงจะต้องทายางมะตอยเพ่ือไม่ให้ตดิ แน่นกบั เน้ือคอนกรีตพร้อมใส่ปลอกพลาสตกิ ,
PVC หุ้มปลาย DOWEL

รูปที่ 5.1 แบบขยายเพกื่ ารขยายตวั ตามขวาง EXAPANSION JOINT

หน้าท่ี 3 - 24.1

9.2 รอยต่อเพอื่ การหดตามขวาง (Contraction Joint)

- มีไว้ทาํ หน้าท่บี งั คบั ให้รอบแตกในแผ่นคอนกรีต เกดิ ตรงจุดท่ตี ้องการ

- Contraction Joint ต้องห่างกนั ไม่เกนิ 6.00 ม. ตามขวางของแนวถนน
- รอยต่อเพ่ือหด ทาํ ได้โดยการใช้ใบเล่ือยตดั ภายใน 12 ช่ัวโมง นบั แต่เร่ิมเทคอนกรีต

ซ่ึง จะต้องเล่ือยตัดถงึ ระดบั ความลึกท่รี ะบุและหยอดวสั ดุอดุ รอยต่อให้เตม็

รูปที่ 5.2 แบบขยายรอยต่อเพอื่ การหดตามขวาง (CONTRACTION JOINT)

9.3 รอยต่อเพอื่ หยุดการก่อสรา้ งตามขวาง (Construction Joint)

- มีไว้ทาํ หน้าท่ตี ้องหยุดการเทคอนกรีตหลังจากส้นิ สดุ การทาํ งานในแต่ละวัน หรือในช่วงท่มี ีเหตุ
จาํ เป็นจะต้องหยุดการทาํ งาน เช่น บริเวณทางแยกเข้าซอยหรือเข้าบ้าน ซ่ึงจะต้องก่อสร้าง ให้เป็นไป
ตามรายละเอยี ดท่แี สดงไว้ในแบบแปลน

- Construction Joint จะต้องมีเหลก็ Dowel Bar เพ่ือยดึ แผงคอนกรีตท่อี ยู่ติดกนั ให้ช่วย
รับนา้ํ หนักล้อรถ

- การตดั รอยต่อน้ี จะต้องเล่ือยตัดถงึ ระดบั ความลึกท่รี ะบุและหยอดวัสดุอดุ รอยต่อให้
เตม็

หน้าท่ี 3 - 24.1

รูปที่ 5.3 แบบขยายรอยต่อเพอื่ หยดุ การก่อสรา้ งตามขวาง (CONSTRUCTION JOINT)
9.4 รอยต่อความยาว (Longitudinal Joint)
- ทาํ หน้าท่ปี ้ องกนั การแตกร้าวของผวิ ทางคอนกรีต เน่ืองมาจากแรงห่อตวั ขณะเดยี วกนั ก็
ใช้ในการแบ่งช่องจราจร ซ่ึงจะต้องก่อสร้างให้เป็นไปตามรายละเอยี ดท่แี สดงไว้ในแบบ
แปลน
- จะต้องมีเหลก็ ข้ออ้อยทาํ หน้าท่เี ป็น Tie Bar เพ่ือยดึ แผงคอนกรีตท่อี ยู่ติดกนั ให้ช่วยกนั
รับนาํ้ หนักล้อรถ
- การตดั รอยต่อน้ี ใช้เหมือนกบั วธิ กี ารของ Construction Joint

รูปที่ 5.4 แบบขยายรอยต่อความยาว (LONGITUDINAL JOINT)

หน้าท่ี 3 - 24.1

9.5 การป้ องกันถนนคอนกรีต

จะต้องจดั ต้งั แผงก้นั และบาํ รงุ รักษาตามความเหมาะสมเพ่ือแยกการจราจร

ออกไปจากแผงคอนกรีตท่เี พ่ิงก่อสร้างเสรจ็ ใหม่ ๆ จนกว่าจะมีอายุคอนกรีตครบ 21 วนั

หรือในกรณที ่ไี ด้รับ ความเหน็ ชอบจากผู้ควบคุมงาน จงึ จะเปิ ดใช้การได้ตามความเหมาะสม

9.6 ความคลาดเคลอื่ นทยี่ อมได้
ความหนาของพ้ืนถนนคอนกรีตท่หี ล่อเรียบร้อยแล้วจะมคี วามหนาน้อยกว่าแบบ

ได้ไม่เกนิ 5 มม. แต่เม่ือเฉล่ียจาก 10 จุด แล้วต้องหนาไม่น้อยกว่าท่กี าํ หนดในแบบ

รายการตรวจสอบ

1. ตาํ แหน่ง ระดับ ความลาดเอยี งและความหนาแน่นของช้ันพ้ืนทาง
2. ทรายหยาบต้องไม่น้อยกว่า 5 ซม.
3. ฉีดนา้ํ บนทรายหยาบให้ชุ่มก่อนเทคอนกรีต เพ่ือกนั การดูดนาํ้ จากคอนกรีต
4. กาํ ลังอดั คอนกรีตจะต้องไม่ต่าํ กว่า 240 กก./ตาราง ซม. (ทรงกระบอก) ท่ี 28 วัน
5. ความหนาของช้ันคอนกรีตต้องไม่น้อยกว่า 15 ซม.
6. ช้ันคอนกรีตจะต้องสร้างเป็นแผง ๆ ตามขนาดท่แี สดงไว้ในรปู แบบมาตรฐาน
7. ความยาวอย่างมากท่สี ดุ ของแต่ละแผงคือ 6.00 เมตร
8. เหลก็ ท่เี สริมในเน้ือคอนกรีตต้องมีขนาดและลักษณะตามท่กี าํ หนดไว้ในแบบกอ่ สร้าง
9. เหลก็ ท่เี สริมในเน้ือคอนกรีตจะต้องมีเหลก็ Dowel Bar หรือ Tie Bar ตดิ ต้งั ไว้ตาม

รอยต่อตามขนาดและลักษณะท่แี สดงไว้ในแบบมาตรฐาน
9.1 เหลก็ เดอื ย (Dowel Bar)
1) ใช้ขนาดตามท่กี าํ หนดไว้ในแบบก่อสร้าง
2) จะต้องเป็นเหลก็ เส้นกลมผวิ เรียบ ปราศจากครีบหรือเส้ยี น ใช้เกรด SR24
3) Dowel Bar ทุกเส้นต้องทาด้วยยางแอสฟัลต์ 1 ช้ัน (ทายาวคร่ึงหน่ึงของเหลก็ )
9.2 เหลก็ ยดึ (Tie Bar)
1) ใช้ขนาดตามท่กี าํ หนดไว้ในแบบก่อสร้าง

2) เป็นเหลก็ เส้นข้ออ้อย ปราศจากคราบนาํ้ มนั และฝ่ นุ ตลอดความยาวเหลก็ ใช้เกรด
SD30

10. วัสดุใส่รอยต่อ มีอยู่ 2 ชนิด คอื
10.1 วัสดุอดุ รอยต่อ เพ่ือการขยายตวั ต้องเป็นแผ่นเดียวกนั ตลอดความลึกและความกว้าง
ของทุกรอยต่อต้องเจาะรดู ้วยเหลก็ เดอื ยตามแบบท่กี าํ หนด
10.2 สารประกอบยาแนวรอยต่อต้องเป็นชนดิ ท่ยี ืดหยุ่นและจะต้องใช้ยาในขณะร้อน ซ่ึง
เป็นไปตามข้อกาํ หนดของ มอก. 479 หรือตามท่รี ะบุในแบบ

หน้าท่ี 3 - 24.1

10.3 ปลอกสาํ หรับเหลก็ เดอื ย จะต้องเป็นวสั ดุพลาสติก PVC โดยต้องคลมุ เหลก็ เดอื ยโดยท่ี
ปลายปลอกน้ีต้องห่างจากปลายเหลก็ เดอื ยเท่ากบั ความหนาของวสั ดุอดุ รอยต่อในข้อ
10.1

11. ห้ามการจราจร บนผวิ คอนกรีต หลังเทเสรจ็ แล้วไม่น้อยกว่า 21 วนั
12. ระยะตัดรอยต่อ (joint) ถนนคอนกรีตในโครงการ
บริษัทกาํ หนดระยะตัดรอยต่อ (joint) ถนนคอนกรีตในโครงการ แบ่งตามขนาดความกว้างของถนน ดังน้ี

หน้าท่ี 3 - 24.1

3. 5 งานซ่อมแซมผวิ พ้ นื คอนกรีตเสริมเหล็กแตกรา้ ว

คาํ อธิบาย

การเกิดปัญหาการแตกรา้ วของถนนคอนกรีตเสริมเหล็กในหลายโครงการ เกิดจากหลายสาเหตุ
เช่น

1. อายุกาํ ลังอดั ของคอนกรีตยงั ไม่ได้กาํ ลังอดั ตามอายุของการรับนาํ้ หนักท่เี หมาะสมหรือเปิ ดให้ใช้
งานเรว็ เกนิ ไป แก้ไขโดยการเพ่ิมกาํ ลังอดั คอนกรีตให้มากข้นึ หรือใช้ Rapid Hardening เพ่ือให้
สามารถใช้งานได้เรว็ ข้นึ

2. เกดิ จากไม่มีช้ันทรายรองรับหรือมีในปริมาณท่นี ้อยเกนิ ไป ช้ันดนิ คนั ทางหรือพ้ืนทางอ่อนเกนิ ไป
แก้ไขโดยทาํ การบดอดั ช้ันวสั ดุให้แน่นโดยท่วั บริเวณ และถมดนิ ไหล่ทางเพ่ือป้ องกนั ทรายไหล
ออกเม่ือมีฝนตกขณะก่อสร้าง

3. การบ่มคอนกรีตไม่ดพี อ แก้ไขโดยทาํ การบ่มถนนภายหลังจากแขง็ ตวั แล้วโดยวธิ ขี งั นาํ้ หรือใช้
กระสอบคลุมแล้วรดนาํ้ เช้า-เยน็ ต่อเน่ืองกนั อย่างน้อย 72 ช่ัวโมง ฯลฯ

4. ไม่มกี ารกระจายแรงของขาคาํ้ ยนั ท่รี ับนา้ํ หนักรถเครนท่ใี ช้ในงานก่อสร้าง ทาํ ให้เกดิ การแตกร้าว
บริเวณตาํ แหน่งน้ันได้ แก้ไขได้โดยวางแผ่นเหลก็ รองรับคา้ํ ยนั ของรถเครนเพ่ือกระจายนา้ํ หนัก

หนา้ ท่ี 3 - 25

วธิ ีการซ่อมรอยแตก สามารถแยกตามประเภทของลกั ษณะการแตกไดด้ ังน้ ี
- รอยแตกตามมุมของแผ่นคอนกรีต

1. สกดั คอนกรีตส่วนท่ไี ม่แขง็ แรงออก
2. ปรับแต่งพ้ืนทางให้แน่นและเจาะรสู าํ หรับเหลก็ Dowel Bar
3. จดั วางแผ่นวัสดุอดุ รอยต่อเผ่อื ขยาย (joint filler) และฝงั เหลก็ Dowel Bar
4. เทคอนกรีตเป็น 2 ข้นั ตอน โดยข้นั แรกเทน้อยกว่าความหนาถนนปกตปิ ระมาณ 2 ซม. เม่อื ปาด

แต่งคอนกรีตจนได้ความแน่น ความเรียบ และระดับตามต้องการแล้ว ให้วางเหลก็ wire
mesh กดให้ติดกบั ผวิ หน้าของคอนกรีต แล้วจึงเทช้ันท่ี 2 ลงไปจนได้ความหนารวมเทา่ กบั ถนน
5. ใช้เล่ือยตดั รอยต่อตามแนวท่ฝี งั Dowel Bar และ Tie Bar ภายหลังจากเทคอนกรีต 4 - 24
ชม.และอดุ ด้วยวัสดุยาแนวรอยต่อ

หนา้ ที่ 3 - 26

- รอยแตกประเภท Hair Crack

รอยแตกประเภทน้ีจะมีขนาดเลก็ มาก ขนาดความกว้างรอยแตกไม่เกนิ 0.5 มม. จะมผี ลต่อ
ความแขง็ แรงของแผ่นพ้ืนคอนกรีตน้อยมาก การดําเนนิ การซ่อมรอยแตกประเภท Hair Crack
ยงั ไม่มคี วามจําเป็ นในกรณีของ Slab on Ground

แต่ถา้ มคี วามจําเป็ นตอ้ งซ่อมรอยแตกประเภทน้ ี มีวิธีการซ่อมตามข้นั ตอนดงั น้ ี
 สกดั รอยแตกให้กว้างประมาณ 1-2 ซม. ลึก 1-2 ซม.เป็นรปู ล่ิม (V Groove)ตลอดรอย
แตก
 ทาํ ความสะอาดร่อง และทา Epoxy Bonding
 นาํ Epoxy Mortar อดั ในร่องให้แน่นและบ่มตามข้อกาํ หนดของผู้ผลิต

หนา้ ที่ 3 - 27

- รอยแตกตามขวางและตามยาว

รอยแตกประเภทน้ีจะมีขนาดความกว้างต้งั แต่ 0.5 มม. ข้นึ ไป มีผลทาํ ให้ความแขง็ แรงของ
แผ่นคอนกรีตลดลงและเป็นแนวทางท่กี ่อให้เกดิ ความเสยี หายแก่โครงสร้างช้ันทางท่อี ยู่ภายใต้ได้
เพราะจะเป็นช่องทางท่นี า้ํ ฝนจะเข้าไปทาํ ให้กาํ ลังรับนา้ํ หนักของช้ันทางลดลง มีวธิ กี ารซ่อมตาม
ข้นั ตอนดังน้ี

 สกดั รอยแตกให้กว้างประมาณ 4-5 ซม. ลึก 4-5 ซม.เป็นรปู ล่ิม (V Groove)ตลอดรอย
แตก

 ทาํ ความสะอาดร่อง และทา Epoxy Bonding
 นาํ Epoxy Mortar อดั ในร่องให้แน่นและบ่มตามข้อกาํ หนดของผู้ผลิต

หนา้ ที่ 3 - 28

รอยบ่นิ บริเวณรอยต่อ

 สกดั คอนกรีตส่วนท่ไี ม่แขง็ แรงออก
 ทาํ ความสะอาดพ้ืนท่ี และทา Bonding Agent
 ใช้ Fine Concrete หรือ Epoxy Mortar เทปูทบั ลงบนพ้ืนท่ที ่เี ตรียมไว้
 ใช้เล่ือยตัดรอยต่อตามขวางและตามยาวแนวเดียวกบั รอยต่อเดมิ ภายหลังจากเทคอนกรีต 4

- 24 ชม.และอดุ ด้วยวัสดุยาแนวรอยต่อ

หนา้ ท่ี 3 - 29

4. งานช้นั ผวิ ทางลาดยางแอสฟัสติกคอนกรีต

คาํ อธิบายและขอบเขตงาน

- ผวิ ทางแอสฟัสติกคอนกรีต

งานน้ีประกอบด้วยการก่อสร้างผวิ ทางชนิดแอสฟัลตกิ คอนกรีต บนพ้ืนทางหรือโครงสร้างท่ไี ด้
จดั เตรียมไว้แล้วตามข้อกาํ หนดรายละเอยี ดการก่อสร้างน้ี และให้ได้แนว ระดบั ความลาดชัน มิติ และรปู
ตัดท่แี สดงไว้ในแบบแปลน และตามท่วี ศิ วกรของผู้ว่าจ้างกาํ หนด

ผวิ ทางจะประกอบด้วย แอสฟัลติกคอนกรีตหน่ึงหรือสองช้ัน ตามความหนาท่แี สดงไว้ในแบบ
แปลน ช้ันบนเรียกว่า Wearing Course ส่วนช้ันล่างเรียกว่า Binder Course สาํ หรับผวิ ทางช้ันเดียวให้
หมายถงึ ช้ัน Wearing Course

- รองพ้ นื แอสฟัสต์ (ASPHALTIC PRIME COAT)

งานน้ีประกอบด้วยการทาํ ความสะอาดพ้ืนผวิ ท่จี ะรองพ้ืน จดั หา และพ่นวัสดุแอสฟัลต์ ตามข้อกาํ หนด
รายละเอยี ดการก่อสร้าง บนพ้ืนท่ที ่กี าํ หนดในแบบแปลนหรือตามท่วี ิศวกรของผู้ว่าจ้างกาํ หนด

- แอสฟัลตย์ ดึ เกาะ (ASPHALTIC TACK COAT)
แอสฟัลต์ยึดเกาะโดยท่วั ไปควรทาํ ก่อนท่จี ะทาํ ผวิ ทางแอสฟัลติกคอนกรีตช้ันท่หี น่ึง หรือทาํ บนผวิ

ทางเดมิ หรือบนผวิ ทางลาดยางใหม่ ในกรณที ่เี ป็นผวิ ทางลาดยางใหม่ และการจราจรยังไม่เปิ ดใช้หรือยังไม่
มฝี ่ นุ เกาะ วศิ วกรของผู้ว่าจ้างอาจจะกาํ หนดว่า ช้ันแอสฟัลตย์ ดึ เกาะไม่จาํ เป็นต้องทาํ ก่อนท่จี ะทาํ ผวิ ทางแอส
ฟัลตกิ คอนกรีตใหม่กไ็ ด้

หน้าท่ี 4 - 1

รูปผวิ ทางแอสฟัสติกคอนกรีตปูทบั บนถนนคอนกรีต

รูปโครงสรา้ งทางแอสฟัสติกคอนกรีต

หน้าท่ี 4 - 2

มาตรฐานและขอ้ กาํ หนดวสั ดุ

1. วสั ดุแอสฟัลติกคอนกรีต

1.1 วสั ดุแอสฟัลต์
วัสดุแอสฟัลตจ์ ะต้องเป็นแอสฟัลต์ซีเมนตช์ นิด 60-70 Penetration มีคุณสมบัตติ าม

ตารางข้างล่างน้ี

ตาราง Properties of Asphalt Cement

Penetration Grade

Description 40-50 60-70 80-100 120-150 200-300

Min. Max. Min. Max. Min. Max. Min. Max. Min. Max.

Penetration at 25 C (77F) 100 g, 5 sec 40 50 60 70 80 100 120 150 200 300

Flash Point. Cleveland Open Cup, F 450 - 450 - 450 - 425 - 350 -

Ductility at 25C (77F)5 cm per min., 100 - 100 - 100 - 100 - - -

cm

Solubility in Trichloroethylene, percent 99 - 99 - 99 - 99 - 99 -

Thin-film Oven Test. 1/8 in (32 min)

163 C (325F) 5 hour

Loss on Heating, percent - 0.8 - 0.8 - 1.0 - 1.3 - 1.5

Penetration of residue,percent of 58 - 54 - 50 - 46 - 40 -

original

Ductility of residue at 25C (77F) 5

cm

per min., cm. - - 50 - 75 - 100 - 100 -

Spot Test [when and as specified

(See Note) with] :

-Standard Naphtha Solvent Negative for all grades
-Naphtha-xylene Solvent,percent Negative for all grades
xylene Negative for all grades

-Heptane-xylene Solvent,percent

xylene

Note: The use of the spot test is optional. When it is specified the Engineer shall indicate whether the standard naphtha
solvent, the naphtha-xylene solvent, or the heptane-xylene solvent will be sued in determining compliance with
the requirement, and also, in the case of the xylene solvents, the percentage of xylene to be used.

หน้าท่ี 4 - 3


Click to View FlipBook Version