1.2 มวลรวมหยาบ
มวลส่วนท่คี ้างตะแกรงเบอร์ 4 จะกาํ หนดว่าเป็นมวลรวมหยาบ และต้องเป็นหินโม่ มวล
รวมหยาบต้องเป็นวัสดุท่สี ะอาด แขง็ แกร่ง ทนทาน ปราศจากวชั พืช ส่วนท่อี ่อนเปราะ ดนิ เหนียวและ
วสั ดุไม่พึงประสงคอ์ ่นื ๆ
มวลรวมหยาบต้องมรี ้อยละของส่วนสกึ หรอน้อยกว่า 35 เม่อื ทดสอบโดยวธิ กี ารทดลอง
ตาม AASHTO T 96 และเม่ือผ่านการทดสอบ 5 ข้นั ตอนของ Sodium Sulphate Soundness Test
ตามวิธี AASHTO T 104 จะต้องสญู เสยี นา้ํ หนักน้อยกว่า 9%
มวลรวมหยาบจะต้องมีค่า Flakiness Index และ Elongation Index น้อยกว่า 30% เม่ือ
ทดสอบตามวธิ ี BS 812 และเม่ือนาํ ไปทดสอบ Coating and Stripping โดยวธิ กี ารทดลองตาม
AASHTO T 182 จะต้องมพี ้ืนท่ผี วิ เคลือบแอสฟัลตไ์ ม่น้อยกว่า 95%
1.3 มวลรวมละเอยี ด
มวลส่วนท่ผี ่านตะแกรงเบอร์ 4 จะกาํ หนดว่าเป็นมวลรวมละเอยี ด มวลรวมละเอยี ดต้อง
เป็นทรายธรรมชาติ หิน ฝ่ นุ หรือส่วนผสมของวสั ดุสองชนิด ปราศจากวัชพืช ส่วนท่อี ่อนเปราะ ดนิ
เหนียว และวสั ดุไม่พึงประสงค์อ่นื ๆ
มวลรวมละเอยี ดต้องมีค่า Sand Equivalent มากกว่า 50% เม่อื ทดสอบโดยวิธกี ารทดลอง
ตาม AASHTO T 176
1.4 วัสดุอดั แทรก
วสั ดุอดั แทรกถ้าจาํ เป็นต้องใช้จะต้องเป็นซีเมนตป์ อร์ตแลนด์ หรือปูนขาว
1.5 สารผสมเพ่ิมแอสฟัลต์
สารผสมเพ่ิมเพ่ือเพ่ิมการยึดเกาะของวสั ดุแอสฟัลตต์ ่อเมด็ หินเพ่ือป้ องกนั การหลุดออก
เม่ือวศิ วกรของผู้ว่าจ้างกาํ หนดหรือเหน็ ควรให้ใช้ตามอตั ราส่วนท่กี าํ หนด สารผสมเพ่ิมจะต้อง
ผสมเข้ากนั ให้ท่วั กบั วสั ดุแอสฟัลต์ตามข้อแนะนาํ ของบริษัทผู้ผลิต หรือคาํ แนะนาํ ของวิศวกร
ของผู้ว่าจ้าง
หน้าท่ี 4 - 4
1.6 องคป์ ระกอบของส่วนผสม
ส่วนผสมของแอสฟัลติกคอนกรีตต้องประกอบด้วยมวลรวม และวัสดุอดั แทรกถ้าต้องใช้
ซ่ึงเคลือบด้วยแอสฟัลต์ซีเมนต์ มวลรวมท้งั หมดต้องมสี ่วนคละตามอตั ราพิกดั ท่กี าํ หนดใน
ตารางข้างล่าง รวมท้งั มสี ่วนคลาดเคล่ือนตามท่ยี อมให้ ในกรณที ่จี าํ เป็นวิศวกรของผู้ว่าจ้างอาจ
กาํ หนดส่วนคละของมวลรวมนอกเหนือไปจากอตั ราพิกดั ท่กี าํ หนดในตารางข้างล่าง
การเตรียมตวั อย่างในห้องทดลอง ให้เตรียมตามมาตรฐาน Marshall Method โดยบดอดั
ตวั อย่างด้านละ 75 คร้ัง ตวั อย่างจะต้องมคี ุณสมบตั ดิ ังน้ี
1. ค่า Marshall Stability, binder and wearing course: ไม่น้อยกว่า 1,500 ปอนด์
2. ค่า Marshall Flow (0.01 ins.) จะต้องไม่น้อยกว่า 8 และไม่เกนิ 16
อตั ราส่วน ค่า Marshall Stability (lb.) จะต้องไม่น้อยกว่า 125
ค่า Marshall Flow (.01 ins)
3. Air voids in Mix, binder course : 3-7%
4. Air voids in Mix, wearing course : 3-5%
5. Air voids in Mix, porous course : 19-21%
6. Voids filled with Asphalt, binder course : 55-80%
7. Voids filled with Asphalt, wearing course : 65-80%
8. Voids in Mineral Aggregate : 14.5-20%
a. Coefficient of Permeability, porous course : >0.01 cm/sec
หน้าท่ี 4 - 5
ตารางส่วนคละของมวลรวมท้งั หมด
รอ้ ยละทีผ่ ่านตะแกรง โดยน้าํ หนกั
ขนาดตะแกรง Wearing Binder
3/4”
1/2” 100 100
3/8”
เบอร์ 4 80-100 75-100
เบอร์ 8
เบอร์ 30 70-90 55-82
เบอร์ 50
50-70 35-57
เบอร์ 100
เบอร์ 200 35-50 23-40
ปริมาณแอสฟัลต์ท่ใี ช้ในการผสมเป็น
ร้อยละของ 18-29 10-26
นาํ้ หนักรวมของส่วนผสม
13-23 6-20
8-16 3-13
4-10 1-7
3.5-7.0 3.5-5.5
2. วสั ดุรองพ้ ืนแอสฟัลต์ (ASPHALTIC PRIME COAT)
จะต้องเป็นชนิด MC-70 ประกอบด้วย ส่วนเพ่ิม 2 - 3 % ของพาราฟิ น (Parafin) และต้อง
เป็นไปตามข้อกาํ หนดรายละเอยี ดการก่อสร้างของ AASHTO M82
3.วสั ดุแอสฟัลตย์ ดึ เกาะ (ASPHALTIC TACK COAT)
จะต้องเป็น 50% Emulsion RS-1 ตามข้อกาํ หนดของ AASHTO ในข้อกาํ หนด
รายละเอยี ดการก่อสร้างมาตรฐาน M140-70
หน้าท่ี 4 - 6
วธิ ีการดาํ เนินงาน
1. การเตรียมช้นั รองพ้ นื แอสฟัลต์ (ASPHALTIC PRIME COAT)
1.1 อุปกรณ์
ผู้รับจ้างจะต้องมอี ปุ กรณเ์ คร่ืองมือสาํ หรับการทดสอบ และการพ่นวสั ดุแอสฟัลต์ และสาํ หรับ
วสั ดุบลอตเตอร์ (Blotter Material) ในกรณที ่จี าํ เป็นต้องใช้
แอสฟัลต์เหลวจะถูกพ่นด้วยเคร่ืองพ่นวัสดุแอสฟัลตท์ ่มี คี วามจุ 4,000 ลิตรเป็นอย่างต่าํ เคร่ือง
พ่นจะอยู่ตดิ กบั ล้อยาง ซ่ึงมคี วามกว้างและจาํ นวนล้อซ่งึ จะทาํ ให้เกดิ นาํ้ หนักบรรทุกบนผวิ หน้าถนนไม่เกนิ
100 กโิ ลกรัมต่อความกว้างของล้อ 1 เซนติเมตร เคร่ืองพ่นวัสดุแอสฟัลต์ จะต้องผลิตโดยผู้ผลิตท่มี ี
ช่ือเสยี งและเช่ือถอื ได้
ถงั บรรจุแอสฟัลตต์ ้องมเี คร่ืองทาํ ความร้อน ซ่ึงสามารถให้ความร้อนแก่วัสดุแอสฟัลต์เหลวท้งั หมด
มอี ณุ หภมู ิสงู ถงึ 180 องศาเซลเซียส เคร่ืองทาํ ความร้อนจะต้องไม่ทาํ ให้เกดิ ความร้อนจัดเกนิ ไป ดังน้ัน
เปลวเพลิงจะต้องไม่สมั ผสั โดยตรงบนถงั ท่บี รรจุแอสฟัลตเ์ หลว ขณะให้ความร้อนแอสฟัลต์เหลวจะต้องถูก
หมุนเวยี นหรือถูกกวนตลอดเวลา ถงั จะต้องมีฉนวนเพ่ือป้ องกนั การลดลงของอณุ หภมู ิอย่างรวดเรว็ เม่ือถงั
บรรจุเตม็ และไม่ได้ให้ความร้อนอณุ หภมู ติ ้องลดลงต่าํ กว่า 2 องศาเซลเซียสต่อช่ัวโมง เคร่ืองวัดอณุ หภมู ิ
หรือเทอร์โมมิเตอร์ จะต้องตดิ ต้ังไว้กบั ถงั เพ่ือให้สามารถวัดและควบคุมอณุ หภมู ิของแอสฟัลต์ได้อย่าง
ต่อเน่ือง เทอร์โมมิเตอร์จะต้องตดิ ต้งั ไว้ตรงตาํ แหน่งท่สี ามารถวดั อณุ หภมู สิ งู สดุ ของถงั ได้ ถงั จะต้องมี
เคร่ืองมอื หรืออปุ กรณท์ ่สี ามารถแสดงวสั ดุท่บี รรจุในถงั ได้ ท่อท่ใี ช้สาํ หรับการเติมถงั จะต้องประกอบด้วย
แผ่นกรองท่สี ามารถใช้แทนกนั ได้ หรืออาจจะสบั เปล่ียนกนั ได้(Interchangeable Filter)
เคร่ืองพ่นจะต้องสามารถปรับเปล่ียนความกว้างของการพ่นแอสฟัลตไ์ ด้ในแต่ละคร้ังไม่เกนิ 20
เซนตเิ มตร ด้วยความกว้างท้งั หมด 4.5 เมตรเป็นอย่างต่าํ ทอ่ พ่น (Spraying Bar) จะต้องมหี ัวฉีด
(Nozzles) ท่สี ามารถพ่นวสั ดุแอสฟัลตไ์ ด้สม่าํ เสมอตลอดความกว้างของการพ่นและสามารถพ่นออกเป็น
รปู พัด (Fan-Shaped) บนผวิ ถนน เคร่ืองพ่นจะต้องมปี ๊ัมสาํ หรับบรรจุแอสฟัลตเ์ หลวซ่ึงถูกขบั โดยมอเตอร์
ท่แี ยกต่างหาก หรือความเรว็ ของป๊ัมต้องสอดคล้องกบั ความเรว็ ของเคร่ืองพ่น ป๊ัมจะต้องมเี คร่ืองช้ีท่แี สดง
ความสามารถของป๊ัมเป็นลิตรต่อนาที ทางด้านท่ดี ูดเข้า (Suction Side) ของป๊ัมจะต้องมแี ผ่นกรองท่ี
สามารถสบั เปล่ียนได้ง่าย จะต้องตดิ ต้งั เทอร์โมมเิ ตอร์เพ่ือแสดงอณุ หภมู ิของของเหลวทนั ทกี ่อนท่จี ะพ่น
ออกจาก Spraying Bar
เคร่ืองพ่นจะต้องประกอบไปด้วยเคร่ืองมือสาํ หรับวดั ความเรว็ ของการเคล่ือนท่ี (Tachometer) ใน
หน่วยเมตรต่อนาที เคร่ืองวัดความเรว็ ต้องสามารถมองเหน็ ได้จากท่นี ่ังคนขบั
หน่วยส่งกาํ ลังและระบบป๊ัมแจกจ่ายต้องมคี วามสามารถไม่ต่าํ กว่า 950 ลิตรต่อนาที และจะต้อง
ตดิ ต้งั เคร่ืองมอื ท่มี ีท่อเล่ียงไปยงั ถงั แจกจ่ายได้ และจะต้องสามารถพ่นวัสดุแอสฟัลต์ได้ด้วยอตั ราการไหล
สม่าํ เสมอ และคงท่ไี ปยงั หัวฉีดด้วยความดันระหว่าง 2 ถงึ 3.5 กโิ ลกรัมต่อตารางเซนติเมตร
หน้าท่ี 4 - 7
เคร่ืองพ่นวสั ดุแอสฟัลตจ์ ะต้องสามารถพ่นวัสดุแอสฟัลตด์ ้วยอตั ราท่แี น่นอนต้ังแต่ 0.5 ถงึ 3.5
ลิตรต่อตารางเมตร ด้วยความดนั สม่าํ เสมอและมคี วามคลาดเคล่ือนจากอตั ราท่กี าํ หนดไม่เกนิ 0.1 ลิตรต่อ
ตารางเมตร
1.2 การพ่นวสั ดุแอสฟัลต์
รองพ้ืนแอสฟัลต์จะทาํ ได้เม่ือผวิ ถนนแห้งเทา่ น้ัน จะไม่ยอมให้ทาํ รองพ้ืนเป็นอนั ขาด เม่อื สภาพ
ภมู ิอากาศมดื มวั หรือฝนตก ก่อนพ่นวสั ดุแอสฟัลต์จะต้องกาํ จดั ฝ่ นุ และวัตถไุ ม่พึงประสงค์อ่นื ๆ ออกด้วย
การกวาดออกจากผวิ ของถนนด้วยรถกวาดฝ่ นุ (Power Broom) ก่อนท่จี ะทาํ การรองพ้ืน ถ้าเป็นความ
ต้องการของวิศวกรของผู้ว่าจ้าง ผวิ ของถนนควรฉีดด้วยนาํ้ เบาๆ แต่ไม่ถงึ กบั ทาํ ให้ผวิ ถนนอ่มิ ตวั อณุ หภมู ิ
ขณะพ่นของวสั ดุแอสฟัลตใ์ ห้อยู่ระหว่าง 500 ซ ถงึ 900 ซ
อตั ราการรองพ้ืนด้วยวัสดุแอสฟัลตเ์ หลวให้อยู่ระหว่าง 0.6 ถงึ 1.1 กโิ ลกรัมต่อตารางเมตร แต่
อตั ราท่แี น่นอนจะกาํ หนดโดยวิศวกรของผู้ว่าจ้าง
ผวิ รองพ้ืนจะต้องถูกปล่อยไว้โดยท่ไี ม่ถูกรบกวนอย่างน้อย 24 ช่ัวโมง และไม่ควรเปิ ดการจราจร
จนกว่าแอสฟัลตจ์ ะซึมผ่าน และบ่มตวั ได้เพียงพอท่จี ะไม่ตดิ ไปกบั ล้อของยวดยานท่วี ่งิ ผ่านได้ ผู้รับจ้างต้อง
ดูแลรักษารองพ้ืนจนกระทง่ั การทาํ ผวิ ช้ันต่อไป การทาํ รองพ้ืนต้องระวงั ไม่ให้จาํ นวนแอสฟัลต์มากกว่า
จาํ นวนท่กี าํ หนดไว้ พ้ืนท่ใี ดท่มี ีวัสดุรองพ้ืนมากเกนิ ไปต้องซับออกด้วยทรายสะอาดหรือใช้วิธคี ล้ายๆ กนั
พ้ืนท่ที ้งั หมดท่เี คร่ืองพ่นพ่นไปไม่ถงึ จะต้องทาํ การพ่นด้วยเคร่ืองพ่นด้วยมือ (Hand Spray) ท่ตี ่อจาก
เคร่ืองพ่น
ผวิ หน้าของสะพานและโครงสร้างอ่นื ท่อี ยู่ชิดตดิ กบั บริเวณพ้ืนท่ที ่กี าํ ลังพ่นแอสฟัลต์ จะต้องป้ องกนั
มใิ ห้เกดิ ความสกปรกและเปรอะเป้ื อนได้
ถ้าไม่สะดวกสาํ หรับการทาํ ทางอ้อมเพ่ือการจราจร การทาํ รองพ้ืนต้องทาํ ทลี ะคร่ึงของความกว้าง
ของผวิ ถนน ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมการจราจรให้เหมาะสม เพ่ือจะให้ยวดยานว่ิงผ่านไปได้โดยไม่ทาํ ความ
เสยี หายแก่ผวิ ถนนท่ที าํ รองพ้ืนไว้
2. การเตรียมช้นั แอสฟัลตย์ ดึ เกาะ (ASPHALTIC TACK COAT)
2.1 อุปกรณ์
เคร่ืองพ่นวสั ดุแอสฟัลตต์ ้องมีคุณสมบตั ติ ามท่ไี ด้กาํ หนดไว้ในบทท่ี 3.4 ของข้อกาํ หนดน้ี
2.2 การทําความสะอาดผวิ หนา้
ผวิ หน้าเตม็ ความกว้างท้งั หมดท่จี ะทาํ แอสฟัลต์พ่นทบั จะต้องทาํ ความสะอาดด้วยรถกวาดฝ่ นุ หรือ
เคร่ืองเป่ าฝ่ นุ เพ่ือขจัดส่งิ สกปรก เมด็ ทราย ฝ่ นุ และวสั ดุไม่พึงประสงค์ ถ้าต้องการกาํ จดั วัสดุท่เี หนียว
หน้าท่ี 4 - 8
อาจจะจาํ เป็นต้องใช้นาํ้ ร่วมกบั รถกวาดฝ่ นุ คร้ังหน่ึงหรือหลายคร้ัง เคร่ืองเป่ าฝ่ นุ ต้องใช้เป่ าฝ่ นุ ในรอยร้าว
ของผวิ ลาดยางออก พ้ืนผวิ ท่จี ะทาํ แอสฟัลตพ์ ่นทบั จะต้องแห้ง
2.3 การพ่นวสั ดุแอสฟัลต์
การพ่นวัสดุแอสฟัลต์ จะต้องดาํ เนินการด้วยเคร่ืองพ่นทบั ทนั ทที ่ผี วิ หน้าของพ้ืนท่ไี ด้ทาํ ความ
สะอาดดีแล้วในอตั รา 0.2 ลิตรต่อตารางเมตร หรือตามท่วี ศิ วกรของผู้ว่าจ้างกาํ หนด การทาํ แอสฟัลต์พ่น
ทบั จะดาํ เนินการขณะท่ผี วิ หน้าของพ้ืนท่แี ห้งเท่าน้ัน
วัสดุแอสฟัลตย์ ึดเกาะต้องพ่นอย่างสม่าํ เสมอบนผวิ ท่พี ่นปราศจากรอยร้ิวยาว (Streaking) ปริมาณ
ท่แี ตกต่างจากท่กี าํ หนดโดยวศิ วกรของผู้ว่าจ้างต้องไม่เกนิ +15% ปริมาณแอสฟัลตท์ ่แี ตกต่างไปจากอตั รา
กาํ หนดของวศิ วกรของผู้ว่าจ้าง จะต้องปรับปรงุ แก้ไขด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างจนเป็นท่พี ึงพอใจวศิ วกร
ของผู้ว่าจ้าง
ผวิ หน้าของโครงสร้างท่อี ยู่ชิดตดิ กบั บริเวณพ้ืนท่ที ่กี าํ ลังพ่นแอสฟัลต์ จะต้องป้ องกนั มิให้เกดิ ความ
สกปรกและเปรอะเป้ื อนได้ วสั ดุแอสฟัลตท์ ่เี หลือต้องไม่ปล่อยท้งิ ลงบ่อยมื หรือรางระบายนาํ้ วิศวกรของผู้
ว่าจ้างอาจจะส่งั ให้ใช้นา้ํ สะอาดลดความเข้มข้นของยาง Emulsion ลงเพ่ือควบคุมอตั ราการพ่นท่เี หมาะสม
ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง
การทาํ แอสฟัลต์ยึดเกาะกเ็ พ่ือประโยชน์ในการยดึ เกาะของช้ันผวิ หน้าของถนน ดังน้ัน ผู้รับจ้างต้อง
ป้ องกนั ช้ันแอสฟัลตย์ ดึ เกาะไม่ให้เสยี หายจนกว่าจะทาํ ผวิ หน้าของถนน
3. การเตรียมผวิ ทางแอสฟัสตกิ คอนกรีต
3.1 ขอ้ จํากดั ทางสภาพอากาศ
ส่วนผสมแอสฟัลตกิ คอนกรีตจะปูได้ต่อเม่อื ผวิ พ้ืนท่จี ะปูน้ันแห้ง ฝนไม่ตก และอยู่ในสภาพ
เรียบร้อย นอกเสยี จากว่า ในกรณที ่ฝี นตกฉับพลัน วิศวกรของผู้ว่าจ้างอาจยนิ ยอมให้ปูส่วนท่อี ยู่บนรถท่เี พ่ิง
ขนมาจากโรงงานผลติ กไ็ ด้หากสามารถปูได้ท่อี ณุ หภมู ทิ ่เี หมาะสม และผวิ ท่จี ะเทปราศจากแอ่งนาํ้ ความ
ยนิ ยอมดงั กล่าวจะไม่เป็นข้อลดหย่อนสาํ หรับคุณภาพ และความเรียบของผวิ ทาง
3.2 เครือ่ งมือสําหรบั การขนส่งและการปูแอสฟัลติกคอนกรีต
ก) รถบรรทุกสาํ หรับการขนส่งแอสฟัลติกคอนกรีตต้องมกี ระบะรถท่แี น่นหนา ไม่ร่ัว สะอาด และมีพ้ืน
กระบะเป็นโลหะเรียบซ่ึงได้รับการฉีดนาํ้ สบู่ หรือนา้ํ มันโซล่าบาง ๆ หรือนาํ้ ปูนขาว เพ่ือป้ องกนั ไม่ให้
แอสฟัลติกคอนกรีตผสมเกาะตดิ กบั พ้ืนกระบะ ปริมาณของเหลวท่ใี ช้พ่นน้ีจะต้องใช้ให้น้อยท่สี ดุ
พอเพียงเพ่ือไม่ให้แอสฟัลตกิ คอนกรีตผสมติดกระบะรถเท่าน้ัน หลังจากการบรรทุกรถแต่ละคันต้อง
คลุมด้วยผ้าใบหรือวัสดุอ่นื ท่เี หมาะสม ซ่ึงมขี นาดพอเพียงท่จี ะป้ องกนั มิให้ส่วนผสมถูกกบั อากาศ
รถบรรทุกคนั ใดท่ที าํ ให้แอสฟัลติกคอนกรีตเกดิ การแยกตัวเน่ืองจากระบบส่นั สะเทอื นของรถ หรือ
หน้าท่ี 4 - 9
ด้วยสาเหตอุ ่นื หรือนา้ํ มันร่ัวเป็นอย่างมาก หรือทาํ ให้เกดิ ความล่าช้าจนผดิ ปกติ ให้อยู่ในดุลยพินิจ
ของวิศวกรของผู้ว่าจ้างท่จี ะส่งั ให้หยุดงานจนกว่าจะแก้ไขให้เรียบร้อย
ข) เคร่ืองมือสาํ หรับปูและแต่งผวิ ต้องเป็นเคร่ืองปูด้วยเคร่ืองจกั รซ่ึงได้รับความเหน็ ชอบ ขบั เคล่ือน
ด้วยตนเอง สามารถท่จี ะปูและแต่งผวิ แอสฟัลติกคอนกรีตให้ได้แนว ความลาดชัน ระดบั มิติ และรปู
ตดั ท่ถี ูกต้อง
เคร่ืองปูต้องมกี ระบะใส่แอสฟัลติกคอนกรีตและเกลียวจ่ายชนิดกลับทาง เพ่ือให้สามารถปู
แอสฟัลติกคอนกรีตได้อย่างสม่าํ เสมอ
เคร่ืองปูต้องสามารถรักษาความลาดชันและขอบข้างได้โดยไม่ต้องใช้แบบข้าง เคร่ืองปูต้องมี
ตวั ปรับระดับแนวต่อสาํ หรับการปรับและทาํ แนวต่อตามยาวของถนนระหว่างช่องจราจรให้เรียบ
ส่วนประกอบต้องสามารถปรับเพ่ือให้ได้รปู ตดั ตามท่กี าํ หนด และจะต้องได้รับการออกแบบและปรับ
ให้สามารถปูส่วนผสมให้ได้ความหนาหรือนา้ํ หนักต่อตารางเมตรตามท่ตี ้องการ
เคร่ืองปูต้องมีตัวรีดท่ปี รับได้ และเคร่ืองมือสาํ หรับทาํ ให้ตวั รีดร้อนจนได้อณุ หภมู ทิ ่ตี ้องการ
สาํ หรับการปทู ่ปี ราศจากรอยลากหรือรอยย่น
การรีดหมายรวมถงึ การตดั ตบ หรือวธิ กี ารปฏบิ ัติอย่างอ่นื ท่สี ามารถทาํ ให้ผวิ แอสฟัลตกิ คอ
นกรีตท่ปี ูแล้วมผี วิ สม่าํ เสมอ และลักษณะผวิ ท่ตี ้องการโดยไม่เกดิ รอยฉีก รอยครดู หรือร่อง
หากระหว่างก่อสร้างพบว่าการทาํ งานของเคร่ืองปูและแต่งผวิ ทาํ ให้ผวิ ทางท่ปี ูแล้วเป็นร่องล้อ
หรือรอยบุ๋ม หรือรปู ลักษณะอนั ไม่พึงประสงค์อ่นื ๆ เคร่ืองมือน้ันจะถูกส่งั ระงบั การใช้ และผู้รับจ้าง
จะต้องจดั หาเคร่ืองปูและแต่งผวิ ชุดอ่นื มาแทนท่โี ดยทนั ที
3.3 การเตรียมผวิ ทาง
หากมีจุดผดิ ปกตบิ นผวิ ทาง ซ่ึงจะมีผลทาํ ให้ช้ันของการปูแอสฟัลตกิ คอนกรีตหนาเกนิ 7.5
เซนตเิ มตร หลังการบดอดั จุดผดิ ปกติของผวิ ทางเหล่าน้ันจะต้องถูกปะแต่งด้วยแอสฟัลตกิ คอนกรีต
ตามท่วี ศิ วกรของผู้ว่าจ้างกาํ หนด และต้องกระทุ้งหรือบดทบั แอสฟัลตกิ คอนกรีตเหล่าน้ันให้ท่วั จนผวิ
กลมกลืนกบั บริเวณข้างเคียง ส่วนผสมของแอสฟัลติกคอนกรีตท่จี ะนาํ มาปะแต่งผวิ จะต้องมีส่วนผสม
เช่นเดยี วกบั ช้นั ท่จี ะนาํ มาปูทบั
ส่วนบริเวณคนั ถนนท่แี ตกหรือไม่ม่ันคง วสั ดุส่วนท่แี ตกหรือไม่ม่ันคงจะต้องเอาออกท้งิ ตามท่ี
วศิ วกรของผู้ว่าจ้างกาํ หนด และทดแทนด้วยส่วนผสมของแอสฟัลตกิ คอนกรีตท่จี ะนาํ มาปูในช้ันต่อไป
บดอดั ให้ได้ตามมาตรฐานและระดบั ของพ้ืนท่บี ริเวณใกล้เคียง
พ้ืนผวิ ท่จี ะปูแอสฟัลติกคอนกรีตจะต้องกวาดให้ท่วั และทาํ ความสะอาดจนปราศจากส่งิ สกปรก
และวสั ดุท่ไี ม่พึงประสงคอ์ อกทนั ทกี ่อนท่จี ะปูแอสฟัลตกิ คอนกรีต
ก่อนจะปูแอสฟัลติกคอนกรีต จะต้องทาํ ความสะอาดและอดุ รอยต่อตามยาวและตามขวางด้วย
ทรายผสมแอสฟัลต์ ตามท่วี ศิ วกรของผู้ว่าจ้างกาํ หนด รอยแตกจะต้องซ่อมแซมเช่นเดียวกนั ตามท่วี ศิ วกร
ของผู้ว่าจ้างระบุ
หน้าท่ี 4 - 10
3.4 การเตรียมวสั ดุแอสฟัลต์
แอสฟัลต์ซีเมนตจ์ ะต้องต้มให้ร้อนถงึ อณุ หภมู ิระหว่าง 147 องศาเซลเซียส ถงึ 163 องศาเซลเซียส
ผู้รับจ้างจะต้องเสนออณุ หภมู ิท่แี น่นอนของแอสฟัลตซ์ ีเมนตต์ ่อวศิ วกรของผู้ว่าจ้าง เพ่ือขอรับความ
เหน็ ชอบ
3.5 การเตรียมมวลรวม
มวลรวมจะต้องอบและเผาให้ร้อนถงึ อณุ หภมู ิระหว่าง 147 องศาเซลเซียส ถงึ 177 องศาเซลเซียส
ผู้รับจ้างจะต้องเสนออณุ หภมู ิท่แี น่นอนของมวลรวมต่อวิศวกรของผู้ว่าจ้าง เพ่ือขอรับความเหน็ ชอบ
ผวิ หน้าของมวลรวมจะต้องสะอาด และปราศจากเขม่าไฟ และนา้ํ มนั เช้ือเพลิงท่ยี ังเผาไหม้ไม่หมด
ทนั ทที ่เี ผามวลรวมแล้ว จะต้องร่อนแยกออกเป็นสามขนาดหรือมากกว่า และนาํ ไปใส่ในถงั ต่าง ๆ
มใิ ห้ปะปนกนั พร้อมท่จี ะนาํ ไปซ่อมและผสมกบั วัสดุแอสฟัลต์
3.6 การผสม
มวลรวมท่อี บแห้งและได้เตรียมไว้ตามท่กี ล่าวถงึ ข้างต้น จะต้องนาํ ไปผสมในโรงงานตามปริมาณท่ี
ต้องการสาํ หรับแต่ละขนาดเพ่ือให้ได้ตามสตู รผสมสาํ หรับส่วนผสมน้นั ๆ วัสดุแอสฟัลต์จะต้องช่ังหรือ
ตวง และนาํ เข้าไปในถงั ผสมตามจาํ นวนท่วี ิศวกรของผู้ว่าจ้างกาํ หนด จาํ นวนวสั ดุแอสฟัลตท์ ่เี หมาะสม
จะต้องพ่นไปยงั มวลรวม และวัสดุท้งั หมดจะถูกผสมให้ทว่ั ถงึ กนั เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วินาที หรือ
มากกว่าน้นั ถ้าจาํ เป็น เพ่ือท่จี ะให้ได้ส่วนผสมท่เี ป็นเน้ือเดียวกนั ซ่ึงทุกเมด็ ของมวลรวมจะต้องถูกเคลือบ
ด้วยแอสฟัลตอ์ ย่างสม่าํ เสมอ เวลาท้งั หมดท่ใี ช้ในการผสมจะถูกกาํ หนดโดยวศิ วกรของผู้ว่าจ้าง และ
ดาํ เนินการเน่อื งกนั ไปโดยไม่เปล่ียนแปลงด้วยการควบคุมของเคร่ืองมือท่เี หมาะสม
แอสฟัลตกิ คอนกรีตจะต้องมีอณุ หภมู ริ ะหว่าง 140 องศาเซลเซียส ถงึ 177 องศาเซลเซียส รวม
ความคลาดเคล่ือนท่ยี อมให้เม่ือปล่อยออกจากเคร่ืองผสม ผู้รับจ้างจะต้องเสนออณุ หภมู ทิ ่แี น่นอนต่อ
วิศวกรของผู้ว่าจ้างเพ่ือขอความเหน็ ชอบ
3.7 การขนส่งและลาํ เลยี งส่วนผสม
ส่วนผสมจะต้องลาํ เลียงจากโรงงานผสมไปยังจุดท่จี ะใช้งานในยานพาหนะ ยานพาหนะแต่ละคัน
จะต้องช่ังนา้ํ หนักหลังจากบรรทุกในแต่ละเท่ยี ว ท่โี รงงานผสม และจะต้องบันทกึ นาํ้ หนักท้งั หมด นาํ้ หนกั
รถ และนาํ้ หนักสทุ ธขิ องการบรรทุกแต่ละคร้ัง
หน้าท่ี 4 - 11
3.8 การปูและการตบแต่ง
เม่อื วัสดุผสมถงึ จุดท่จี ะปู จะต้องปูและแผ่แอสฟัลติกคอนกรีตตามความลาดชัน ระดับ และ
ลักษณะรปู ตดั ท่ตี ้องการ ไม่ว่าจะเป็นการปูเตม็ ความกว้างของถนน หรือบางส่วนตามความเหมาะสม การ
ปูจะต้องใช้เคร่ืองปูแอสฟัลติกคอนกรีตท่มี ีลักษณะตามท่กี าํ หนดไว้ ส่วนผสมแอสฟัลติกคอนกรีตจะต้อง
ปูบนพ้ืนผวิ ท่ไี ด้รับความเหน็ ชอบจากวิศวกรของผู้ว่าจ้าง และเม่อื วศิ วกรของผู้ว่าจ้างเหน็ ว่าสภาพอากาศ
เหมาะสม
หากไม่ได้ปูแอสฟัลตกิ คอนกรีตโดยตรงบนช้ันรองพ้ืนแอสฟัลต์ท่สี ะอาด ผู้รับจ้างจะต้องทาํ
แอสฟัลต์พ่นทบั บนพ้ืนผวิ ก่อนท่จี ะปูผวิ ทางแอสฟัลตกิ คอนกรีต
ในพ้ืนท่ซี ่ึงวศิ วกรของผู้ว่าจ้างเหน็ ว่าไม่เหมาะสมท่จี ะใช้เคร่ืองปู ให้เทส่วนผสมแอสฟัลติกคอนก
รีตลงบนแผ่นเหลก็ แล้วคราดแผ่และตบแต่งด้วยมือ ให้ได้นา้ํ หนักและความหนาสม่าํ เสมอตามท่ตี ้องการ
โดยไม่เกดิ การแยกตัวระหว่างมวลรวมหยาบและมวลรวมละเอยี ด
การปู การตบแต่ง และการบดอดั ของแอสฟัลติกคอนกรีตจะต้องทาํ ในเวลากลางวนั นอกจากว่าผู้
รับจ้างจะได้เตรียมแสงสว่างไว้อย่างพอเพียง
3.9 การบดอดั แอสฟัลติกคอนกรีต
ก) ทนั ทที ่ปี ูและแผ่ส่วนผสมจะต้องตรวจและปรับระดบั ผวิ ท่ไี ม่เสมอกนั แล้วบดอดั ให้ทว่ั และ
สม่าํ เสมอด้วยการบดทบั การบดทบั จะต้องดาํ เนนิ การทนั ทหี ลังการปูแต่ละช้ัน เม่ือวัสดุท่อี ยู่ใต้รถ
บดไม่เกดิ การเคล่ือนตัวเกนิ ควรหรือแตกร้าว
ข) โดยปกตเิ คร่ืองปูแอสฟัลตกิ คอนกรีต 1 เคร่ืองต้องใช้รถบดล้อเหลก็ สองล้อ 2 คันและรถบดล้อ
ยาง 1 คัน
รถบดทุกคนั ต้องเป็นแบบขบั เคล่ือนด้วยตวั เอง สามารถถอยหลังโดยไม่เกดิ การกระชาก
และมพี วงมาลัยรถ ติดเคร่ืองผ่อนแรง มถี งั ใส่นา้ํ ระบบฉีดนา้ํ ท่ลี ้อ และแปรงใยมะพร้าวสาํ หรับ
ปรับให้ผวิ ล้อเปี ยกโดยท่วั ถงึ รถบดทุกคนั ต้องมีสภาพท่ดี แี ละควบคุมการทาํ งานโดยพนักงานท่มี ี
ความสามารถและประสบการณ์
รถบดล้อเหลก็ สองล้อต้องมีนา้ํ หนักไม่น้อยกว่า 8 ตัน และรถบดล้อเหลก็ สองล้อคันท่บี ด
คร้ังสดุ ท้ายจะต้องมีล้อหน่ึงท่สี ามารถให้แรงบดทบั อย่างต่าํ 35 กโิ ลกรัมต่อเซนติเมตรของความ
กว้างของล้อ
รถบดล้อยางต้องมนี าํ้ หนักไม่น้อยกว่า 10 ตนั และมจี าํ นวนล้อหน้าเรียบสาํ หรับงานบด
อดั ไม่น้อยกว่า 9 ล้อ โดยมขี นาดเทา่ กนั ทุกล้อ สามารถท่จี ะสบู ลมได้ถงึ 120 ปอนดต์ ่อตารางน้ิว
เม่ือใช้งานเคร่ืองมือวัดและปรับแรงลมของยางรถบดต้องมปี ระจาํ ท่หี น้างานตลอดเวลา โดยปกติ
การบดอดั ช้ันแอสฟัลตกิ คอนกรีตโดยใช้รถบดล้อยาง จะต้องให้ความดนั ท่ผี วิ สมั ผสั สงู สดุ เท่าท่ี
แอสฟัลตกิ คอนกรีตจะสามารถรองรับได้
หน้าท่ี 4 - 12
ค) การบดทบั ของแอสฟัลติกคอนกรีตจะต้องประกอบไปด้วย 6 ลักษณะ ดังน้ี
1. การบดทบั ต่อตามขวาง
2. การบดทบั ต่อตามยาว
3. การบดทบั ท่ขี อบ
4. การบดทบั คร้ังแรก
5. การบดทบั คร้ังท่สี อง
6. การบดทบั คร้ังสดุ ท้าย หรือลบรอย
การบดทบั คร้ังแรกของรอยต่อทุกชนิดและท่ขี อบ การบดทบั คร้ังแรกและการบดทบั คร้ังสดุ ท้าย
ต้องบดด้วยรถบดล้อเหลก็ สองล้อ การบดทบั คร้ังท่สี องต้องบดทบั ด้วยรถบดล้อยาง
การบดทบั จะต้องเร่ิมตามแนวยาวริมถนนแต่ละข้างเข้าหาศนู ยก์ ลางของผวิ ถนน ยกเว้นในโค้งท่ี
มีระยะยกต้องเร่ิมบดทบั จากด้านต่าํ เข้าหาด้านสงู เท่ยี วของการบดทบั ซ่ึงต่อเน่ืองกนั ตามยาวต้องให้
เหล่ือมกนั อย่างน้อยคร่ึงหน่ึงของความกว้างของรถบด และเท่ยี วของการบดทบั ตามยาวจะต้องไม่หยุด
ท่จี ุดเดียวกนั สาํ หรับการบดทบั คร้ังแรกล้อบดจะต้องอยู่ใกล้เคร่ืองปูแอสฟัลตกิ คอนกรีตให้มากท่สี ดุ
ความเรว็ ของรถบดล้อเหลก็ ต้องไม่เกนิ 5 กโิ ลเมตรต่อช่ัวโมง และต้องไม่เกนิ 7 กโิ ลเมตรต่อ
ช่ัวโมงสาํ หรับรถบดล้อยาง และต้องให้เคล่ือนท่ชี ้าโดยตลอดพอเพียงท่จี ะไม่ทาํ ให้แอสฟัลติกคอนกรีต
ท่ยี งั ร้อนอยู่เกดิ การเคล่ือนตวั การเคล่ือนตวั ของแอสฟัลติกคอนกรีตท่เี กดิ ข้นึ เน่ืองจากการเปล่ียน
ทศิ ทางของรถบดหรือสาเหตอุ ่นื ๆ จะต้องแก้ไขทนั ทดี ้วยคราด และเสริมแอสฟัลติกคอนกรีตใหม่ถ้า
จาํ เป็น การบดทบั ต้องระวังอย่าให้แนวและความลาดชันของขอบเกดิ การเคล่ือนตัว
การบดทบั ต้องบดอดั ต่อเน่อื งกนั ตลอด เพ่ือให้ได้การบดอดั ท่สี ม่าํ เสมอในขณะท่สี ภาพของแอส
ฟัลตกิ คอนกรีตเอ้อื อาํ นวยต่อการบดทบั และจนกว่าร่องรอยของการบดอดั จะหายไป
เพ่ือป้ องกนั ไม่ให้แอสฟัลตกิ คอนกรีตตดิ ล้อรถบด ล้อรถบดต้องฉีดนา้ํ ให้ชุ่มสม่าํ เสมอ แต่ไม่มาก
จนเกนิ ไป
เคร่ืองจกั รหนักหรือรถบด จะต้องไม่ให้จอดบนผวิ แอสฟัลตกิ คอนกรีตท่บี ดทบั แล้ว จนกว่าแอส
ฟัลติกคอนกรีตจะเยน็ หรืออยู่ตวั แล้ว
ผลิตภณั ฑป์ ิ โตรเลียมท่หี ยดหรือหกจากยานพาหนะ หรือเคร่ืองจักรของผู้รับจ้างบนส่วนใด ๆ
ของผวิ ทางในระหว่างก่อสร้างซ่ึงเป็นสาเหตุให้ผวิ ทางเสยี หาย ผู้รับจ้างจะต้องร้ือออกและจดั ทาํ ข้นึ ใหม่
โดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง
บริเวณขอบถนน บ่อพัก และโครงสร้างท่มี ีลักษณะคล้ายคลึงกนั ซ่ึงรถบดเข้าไม่ถงึ ให้
ดาํ เนนิ การบดอดั ให้ท่วั ด้วยเหลก็ กระทุ้งด้วยมือขณะท่ยี ังร้อน หรือเคร่ืองกระทุ้งซ่ึงให้ผลการบดอดั ท่ี
เทยี บเท่า เหลก็ กระทุ้งต้องมีนาํ้ หนักไม่น้อยกว่า 10 กโิ ลกรัม และมพี ้ืนท่กี ระทุ้งของผวิ หน้าไม่น้อยกว่า
250 ตารางเซนติเมตร
ผวิ หน้าของแอสฟัลตกิ คอนกรีตหลังจากบดอดั แล้วต้องเรียบ และได้ตามลาดตามขวาง และ
ความลาดชันภายในความคลาดเคล่ือนท่กี าํ หนด ส่วนผสมของแอสฟัลตกิ คอนกรีตใดท่รี ่วน และแตก
หน้าท่ี 4 - 13
ผสมกบั ส่งิ สกปรกหรือมีข้อบกพร่องอ่นื ใดจะต้องเอาออก และทดแทนด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตใหม่ท่ี
ยังร้อนอยู่ และต้องบดอดั ทนั ทเี พ่ือให้มีคุณภาพเทา่ เทยี มกบั บริเวณโดยรอบ พ้ืนท่ที ่มี ากกว่า 1,000
ตารางเซนตเิ มตรท่สี ่อลักษณะมวี ัสดุแอสฟัลต์มากหรือน้อยเกนิ ไป จะต้องเอาออกและทดแทนใหม่ จุด
ท่สี งู เกนิ ไป รอยต่อท่สี งู เกนิ ไป จุดท่เี ป็นแอ่ง และจุดท่เี ป็นรโู พรง ต้องแก้ไขตามท่วี ิศวกรของผู้ว่าจ้าง
กาํ หนด
การบดทบั ผวิ แอสฟัลตกิ คอนกรีตท่ปี ูแล้ว ต้องไม่ล่าช้า รถบดท่ใี ช้ทาํ การบดอดั คร้ังแรกต้องอยู่
ใกล้เคร่ืองปูตลอดเวลา และรถบดล้อยางอยู่ตามมา การบดอดั แอสฟัลติกคอนกรีตต้องควบคุม
อณุ หภมู ิดงั น้ี
รถบด อณุ หภูมิ (wearing & binder)
คร้ังแรก 120 – 135 องศาเซลเซียส
ล้อยาง 90 – 115 องศาเซลเซียส
คร้ังสดุ ท้าย ไม่ต่าํ กว่า 65 องศาเซลเซียส
แอสฟัลตกิ คอนกรีตต้องร้อนพอท่จี ะเคล่ือนตัวได้ ใต้ล้อรถบดคร้ังแรกและรถบดล้อยาง ถ้า
โรงงานแอสฟัลติกคอนกรีตเกดิ เหตขุ ดั ข้องข้นึ รถบดคร้ังแรกอาจจะบดทบั ให้เสรจ็ และย้ายออกไป
จากผวิ แอสฟัลติกคอนกรีตใหม่น้ัน เพ่ือให้รถบดล้อยางสามารถทาํ การบดอดั ให้แล้วเสรจ็ ภายใน
อณุ หภมู ิท่กี าํ หนด ผู้รับจ้างต้องมเี คร่ืองวัดอณุ หภมู ิอย่างน้อย 2 อนั ท่หี น้างานเพ่ือวดั อณุ หภมู ิของช้ัน
แอสฟัลตกิ คอนกรีต
3.10 รอยต่อ
รอยต่อท้งั ตามยาวและด้านข้างในช้ันท่ตี ่อเน่ืองกนั จะต้องเหล่ือมไม่ตรงกนั รอยต่อตามยาวจะต้อง
จัดให้ช้ันบนสดุ ต้องอยู่ท่เี ส้นแบ่งช่องจราจร รอยต่อด้านข้างต้องเหล่ือมกนั อย่างน้อย 50
เซนตเิ มตร และมีแนวตรง
รอยต่อตามยาวและตามขวางต้องทาํ ด้วยความระมัดระวงั เพ่ือให้เกดิ การจบั ตวั ท่ดี ี และจัดให้มี
รอยต่อท่นี า้ํ ไม่ร่ัวตลอดความลึกของช้ัน ห้ามมใิ ห้ปูแอสฟัลติกคอนกรีตตดิ กบั แอสฟัลตกิ คอนกรีต
ท่บี ดทบั แล้ว นอกเสยี จากว่าขอบข้างจะต้งั ได้ แนวด่ิง หรือตดั แต่งให้ได้แนวด่งิ รอยต่อน้ันจะต้อง
ใช้แปรงชุบแอสฟัลตร์ ้อนทาผวิ หน้าของขอบก่อนท่จี ะปูแอสฟัลตกิ คอนกรีตใหม่ต่อกบั ส่วนท่ไี ด้รับ
การบดทบั แล้ว
การปูแอสฟัลติกคอนกรีตต้องพยายามให้ปูต่อเน่ืองกนั ตลอดเวลา และรถบดจะผ่านขอบท่ไี ม่ได้
รับการป้ องกนั ของส่วนผสมท่เี พ่ิงเทใหม่ได้ต่อเม่ือได้รับความเหน็ ชอบจากวศิ วกรของผู้ว่าจ้าง
เทา่ น้ัน
หน้าท่ี 4 - 14
ผวิ สมั ผสั ทุกจุดของคันหิน รางต้ืน บ่อพักฯ ท่จี ะเทแอสฟัลติกคอนกรีตต่อเช่ือมต้องทาด้วย
แอสฟัลตร์ ้อนบาง ๆ อย่างสม่าํ เสมอ ก่อนท่จี ะปูแอสฟัลติกคอนกรีตประกบ และรอยต่อระหว่าง
โครงสร้างเหล่าน้ีกบั ส่วนผสมช้ันผวิ จะต้องกนั นา้ํ ได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ โดยการปู ตกแต่ง และบด
อดั อย่างเหมาะสม
3.11 การควบคุมและทดสอบ
ก) ผู้รับจ้างต้องจดั หาห้องทดลอง ท่มี พี ้ืนท่พี อเพียงและเคร่ืองมอื ทดลองท่ตี ้องการ สาํ หรับทาํ การเกบ็
ตวั อย่างและการทดลองดงั ต่อไปน้ี
1. เคร่ืองมอื วิเคราะห์ขนาดคละของมวลรวม และวสั ดุอดั แทรก
2. เคร่ืองมอื หา Flakiness และ Elongation Index ของมวลรวมหยาบ
3. เคร่ืองมือหาค่า Sand Equivalent
4. เคร่ืองมอื หาความถ่วงจาํ เพาะของมวลรวม
5. เคร่ืองมอื หาความแน่นของการบดอดั แอสฟัลตกิ คอนกรีต (วิธขี อง Marshall)
6. เคร่ืองมอื หา Marshall Stability และ Flow
7. เคร่ืองมือหาความแน่นของการบดอดั แอสฟัลติกคอนกรีตท่บี ดอดั แล้ว
8. เคร่ืองมือสกดั หาปริมาณแอสฟัลต์
ข) ผู้รับจ้างต้องรับผดิ ชอบต่อการเกบ็ ตัวอย่างและการทดสอบ และต้องจดั หาพนักงานท่มี คี วาม
ชาํ นาญเพ่ือท่จี ะทาํ งานน้ีอย่างเพียงพอ วิศวกรของผู้ว่าจ้างบางคร้ังบางคราวอาจจะเกบ็ ตัวอย่างและ
ทดสอบเองกไ็ ด้
ค) ผู้รับจ้างจะต้องบันทกึ ผลการทดสอบท้งั หมด และรายงานให้วศิ วกรของผู้ว่าจ้างทราบตลอดเวลา
3.12 การทดสอบผวิ จราจร
ผวิ จราจรท่ปี ูด้วยแอสฟัลตกิ คอนกรีตแล้ว ต้องทดสอบด้วยแบบวดั ตามรปู โค้งหลังทาง
และบรรทดั ตรงขนาด 3 เมตร ซ่ึงจดั หาโดยผู้รับจ้าง วางต้งั ฉากและขนานกบั เส้นศนู ยก์ ลางของ
ถนน ผู้รับจ้างต้องจัดหาคนงานสาํ หรับทาํ การตรวจสอบทุกพ้ืนผวิ ท่วี ิศวกรของผู้ว่าจ้างกาํ หนด
แบบวดั ตามรปู โค้งหลังทางต้องตรงตามกบั รปู ตดั ท่แี สดงไว้ในแบบแปลน
ส่วนเบ่ียงเบนของผวิ จราจรจากแบบวดั ตามรปู โค้งหลังทาง และบรรทดั ตรง ระหว่าง 2 จุด
สมั ผสั กบั ผวิ ทางจะต้องไม่เกนิ 3.5 มิลลิเมตร
การทดสอบเพ่ือความสม่าํ เสมอของลาดตามขวางและตามยาว ต้องดาํ เนินการทนั ที
หลังจากการบดอดั คร้ังแรก และส่วนท่เี บ่ยี งเบนจากท่กี าํ หนด จะต้องแก้ไขโดยการเอาแอสฟัลติ
กคอนกรีตส่วนท่เี กนิ ออกหรือเพ่ิมแอสฟัลตกิ คอนกรีตถ้าจาํ เป็น แล้วให้ดาํ เนินการบดอดั ต่อไป
ตามท่กี าํ หนด เม่ือบดอดั คร้ังสดุ ท้ายแล้ว ความเรียบของผวิ ต้องทดสอบอกี คร้ังหน่ึงส่งิ ท่ผี ดิ ปกติ
หน้าท่ี 4 - 15
ของผวิ ท่เี กนิ จากข้อกาํ หนดดงั ท่กี ล่าวข้างต้น พ้ืนท่ที ่มี ขี ้อบกพร้องเกนิ กว่าท่กี าํ หนดไว้ และบริเวณ
ท่มี ีผวิ แอสฟัลตกิ คอนกรีตบกพร่อง หรือการบดอดั บกพร่องต้องแก้ไขตามท่วี ิศวกรของผู้ว่าจ้าง
กาํ หนดรวมถงึ การร้ือเอาออกและจัดทาํ ใหม่ทดแทนโดยค่าใช้จ่ายของ ผู้รับจ้างตามท่วี ิศวกรของผู้
ว่าจ้างกาํ หนด
3.13 การป้ องกนั ผวิ จราจร
ผวิ จราจรส่วนท่เี พ่ิงปูเสรจ็ ใหม่ ๆ ต้องป้ องกนั ไม่ให้ยานพาหนะทุกชนิดผ่านจนกว่าแอส
ฟัลตกิ คอนกรีตจะเยน็ ใกล้เคียงกบั อณุ หภมู ิโดยรอบ ซ่ึงโดยปกติจะไม่น้อยกว่า 16 ช่ัวโมงหลังจาก
บดอดั คร้ังสดุ ท้าย ยกเว้นในกรณไี ด้รับความเหน็ ชอบจากวศิ วกรของผู้ว่าจ้าง
รายการตรวจสอบ
1. ตรวจสอบวสั ดุแอสฟัสติกคอนกรีต ผวิ รองพ้ืนแอสฟัสต์ (Asphaltic Prime Coat) แอสฟัสตย์ ดึ เกาะ
(Asphaltic Tack Coat) เป็นไปตามข้อกาํ หนดท่รี ะบุไว้
2. สาํ หรับผวิ รองพ้ืนแอสฟัลต์ (Asphaltic Prime Coat) พ้ืนทางหรือโครงสร้างท่ไี ด้จดั เตรียมไว้กอ่ น
ลาดยางแอสฟัสติกคอรกรีตต้องสะอาด ไม่มีฝ่ นุ และผวิ ต้องแห้ง และหลังจากพ่นแอสฟัลตแ์ ล้ว
จะต้องถูกปล่อยไว้โดยท่ไี ม่ถูกรบกวนอย่างน้อย 24 ช่ัวโมง และไม่ควรเปิ ดการจราจรจนกว่า
แอสฟัลตจ์ ะซมึ ผ่าน และบ่มตัวได้เพียงพอท่จี ะไม่ตดิ ไปกบั ล้อของยวดยานท่วี ่ิงผ่านได้
3. สาํ หรับแอสฟัสตย์ ึดเกาะ (Asphaltic Tack Coat) ผวิ หน้าทาง จะต้องทาํ ความสะอาดไม่มีฝ่ นุ พ้ืนผวิ ท่ี
จะทาํ แอสฟัลต์พ่นทบั จะต้องแห้ง และวสั ดุแอสฟัลต์ยึดเกาะหลังจากพ่นแล้วต้องสม่าํ เสมอและ
ต้องป้ องกนั ช้นั แอสฟัลตย์ ดึ เกาะไม่ให้เสยี หายจนกว่าจะทาํ ผวิ หน้าของถนนต่อไป
4. ระดับ ความลาดเอยี งและความหนาของช้ันลาดยางแอสฟัสติกคอนกรีตถูกต้องตามรปู ตดั ท่แี สดง
ไว้ในแบบแปลน และตามท่วี ศิ วกรของผู้ว่าจ้างกาํ หนด
5. ผวิ จราจรท่ปี ูเสรจ็ ต้องไม่น้อยกว่า 16 ช่ัวโมง ถงึ ให้ยานพาหนะผ่านได้
หน้าท่ี 4 - 16
5. งานท่อระบายน้าํ
คาํ อธิบายและขอบเขตงาน
งานวางท่อระบายนาํ้ ประกอบด้วยการขดุ ดนิ วางท่อ เช่ือมท่อ และถมดินกลับคนื ให้ได้
แนว ระดบั และความลาดชัน ท่แี สดงไว้ในแบบแปลนก่อสร้าง และต้องวางแผนทาํ การก่อสร้างควบคู่ไปกบั
การก่อสร้างถนนคอนกรีต โดยในช่วงของงานช้ันรองพ้ืนทางบางส่วนของถนน จะต้องทาํ การก่อสร้างงาน
ท่อระบายนาํ้ และงานบ่อพักให้เสรจ็ เรียบร้อยซ่ึงเม่ืองานระบายนา้ํ เสรจ็ เรียบร้อยแล้ว จงึ ทาํ การก่อสร้างงาน
ถนนต่อไป
มาตรฐานและขอ้ กาํ หนดวสั ดุ
1. ท่อระบายนาํ้ ใช้ท่อคอนกรีตและท่อคอนกรีตเสริมเหลก็ ท่ไี ด้รับ มอก. ขนาดไม่เลก็ กว่าท่รี ะบุ
ในแบบ
2. ปูน, ทราย, นาํ้ , ตามมาตรฐานงานก่อสร้าง
วธิ ีการดาํ เนินงาน
1. การขุดร่องดิน
1.1 กาํ หนดตาํ แหน่งความกว้างแนวและระดบั ของร่องดนิ
1.2 ขดุ ให้ขอบดนิ ข้างท่อท้งั 2 ข้างห่างจากผวิ ท่อไม่น้อยกว่า 10 ซม. หรือมีความกว้าง
ตามรายละเอยี ดด้านล่าง
ตารางแสดงความกว้างของร่องดิน(เมตร)
ขนาดทอ่ (A) ความกว้างของร่องดนิ (B)
0.40 0.75
0.60 0.95
0.80 1.20
1.00 1.40
1.20 1.65
1.50 2.00
หน้าท่ี 5 - 1
รูปที่ 4.1 แสดงการถมทรายขา้ งและเหนอื ท่อระบายน้าํ
1.3 หากผู้รับเหมาขดุ ร่องดินกว้างกว่าท่กี าํ หนด ต้องถมข้างท่อโดยใช้ทรายท้งั หมด
เพ่ือความแขง็ แรงของแนวท่อท่วี าง
2. การวางท่อระบายน้าํ
2.1 ทอ่ ระบายนา้ํ ท่มี ขี นาด - ลักษณะตามท่กี าํ หนดมาวางในตาํ แหน่งหรือแนวท่ไี ด้ขดุ ไว้
ซ่ึงระดับสงู สดุ ของผวิ ทอ่ กาํ หนดไว้ดงั น้ี
- ระดบั หลังทอ่ ระบายนา้ํ ท่ถี นนเมน ต้องต่าํ จากระดับผวิ ถนนไม่น้อยกว่า 60 ซม.
- ระดบั หลังทอ่ ระบายนา้ํ ถนนซอย ต้องต่าํ จากระดบั ผวิ ถนนไม่น้อยกว่า 35 ซม
2.2 ทอ่ ระบายนาํ้ ท่เี ช่ือมต่อกบั บ่อพัก ต้องย่ืนเข้ามาในบ่อพัก 5-10 ซม.
3. การอดุ ยาแนวรอยต่อท่อ
3.1 ใช้ ปูนทราย ผสมในอตั ราส่วน 1 : 1
3.2 ลักษณะการอดุ รอยต่อ
- ขนาดท่อ เส้นผ่านศนู ยก์ ลาง เลก็ กว่า 60 ซม. ให้อดุ รอยต่อรอบนอกท้งั หมด
(ดงั รปู 4.2)
- ขนาดทอ่ ต้ังแต่เส้นผ่านศูนยก์ ลาง 80 ซม. ข้นึ ไปให้อดุ รอยต่อท้งั ภายในและ
ภายนอกคร่ึงท่อด้วยปูนทราย ผสมในอตั ราส่วน 1:1 (ดังรปู 4.2)
3.3 อดุ รอยเช่ือมของปลายท่อท่ตี ิดกบั บ่อพักโดยรอบให้เรียบร้อย
หน้าท่ี 5 - 2
4. การถมขา้ งท่อ
ใช้ทรายถม ถมข้างและเหนอื ท่อให้แน่น และจะต้องถมให้สงู กว่าระดบั หลังทอ่
ระบาย อย่างน้อย 10 ซม. พร้อมบดอดั โดยใช้ VIBRATOR COMPACTOR
5. รูปแบบการวางท่อระบายน้าํ โครงการ
เพ่ือเพ่ิมอตั ราการไหลของการระบายนา้ํ ในท่อ ทางบริษทั กาํ หนดรปู แบบการวาง
ท่อระบายนาํ้ โครงการเป็นแบบฟันปลา โดยมขี นาดและ Slope ท่อตามท่รี ะบุในแบบ โดยใช้
เป็นมาตรฐานสาํ หรับทุกโครงการ
หน้าท่ี 5 - 3
รายการตรวจสอบ
1. ตาํ แหน่งและแนวของการวางทอ่ ต้องถูกต้องตามท่กี าํ หนด (ในแบบก่อสร้าง)
2. ความลึกและความลาดเอยี งของทอ่ ต้องมลี ักษณะตามท่กี าํ หนด (ในแบบก่อสร้าง)
3. ต้องถมและบดอดั วสั ดุข้างท่อให้แน่น รวมท้งั ต้องถมให้สงู กว่าหลังท่อ 10 ซม.
4. การอดุ ยาแนวรอยต่อทอ่ ต้องมีลักษณะตามท่กี าํ หนด (ในมาตรฐานงานก่อสร้าง)
รูปที่ 4.2 การอุดรอยต่อท่อ
รูปที่ 4.3 แบบขยายจุดต่อท่ออดุ รอยต่อดว้ ยปูนทราย
หน้าท่ี 5 - 4
6. งานบ่อพกั
คาํ อธิบายและขอบเขตงาน
การก่อสร้างบ่อพักจะประกอบด้วยงานขดุ ดนิ ปรับระดับดนิ งานบ่อพักพร้อมฝา และถม
แต่งวสั ดุท่เี หมาะสมกลับคนื ให้ได้แนว ระดับ ความลาดชัน รปู ร่างและขนาด ตามข้อกาํ หนดรายละเอยี ด
การก่อสร้างท่แี สดงไว้ในแบบแปลนก่อสร้าง บ่อพักทาํ หน้าท่รี องรับการระบายนา้ํ ภายในโครงการออกสู่
ภายนอกโครงการ โดยมีท่อระบายนา้ํ เป็นตัวเช่ือมต่อระหว่างบ่อพัก
มาตรฐานและขอ้ กาํ หนดวสั ดุ
1. คอนกรีต (ตัวบ่อและฝาบ่อ)
- ใช้คอนกรีตผสมเสรจ็ ท่มี ีค่ากาํ ลังอดั คอนกรีต 180 ksc. (ทรงกระบอกท่อี ายุ 28 วัน)
- หรือคอนกรีตผสม 1:2:4 (ตามมาตรฐานงานคอนกรีตโครงสร้าง)
- ปูน, ทราย, นา้ํ , หินใช้ตามมาตรฐานงานก่อสร้าง
2. เหลก็ เสริมคอนกรีต
- เป็นเหลก็ ท่มี ี มอก. รับรอง เกรด SR 24, SD 30.
- เป็นเหลก็ ท่บี ริษัทกาํ หนดให้ใช้เทา่ น้ัน
- ใช้ขนาดตามท่กี าํ หนดในแบบก่อสร้าง
วธิ ีการดาํ เนินงาน
1. กาํ หนดตาํ แหน่งของบ่อพักให้ถูกต้อง
2. ขดุ ดนิ ให้มคี วามกว้าง - ยาวและความลึก ตามลักษณะท่กี าํ หนด
3. ปรับแต่งดนิ ให้เรียบและมรี ะดับท่ถี ูกต้อง
4. ก่อสร้างบ่อพักให้มีขนาดและลักษณะตามท่กี าํ หนด
4.1 ปรับทรายหยาบรองพ้ืนหนา 10 ซม.
4.2 บ่อพักสาํ เรจ็ รปู
- นาํ บ่อพักตามขนาดท่ถี ูกต้องมาวางในตาํ แหน่งท่เี ตรียมไว้
4.3 บ่อพักหล่อในท่ี
- เทคอนกรีตหยาบ 5 ซม. ผูกเหลก็ และเทพ้ืนตัวบ่อให้มีความหนาท่กี าํ หนด
- ผูกเหลก็ เสริม (ข้างบ่อ) ตามลักษณะและขนาดท่กี าํ หนด
- ประกอบแบบหล่อ
- เทคอนกรีต 1:2:4 ตามมาตรฐานงานก่อสร้าง
5. ถอดแบบหล่อ และแต่งรอยต่อระหว่างตวั บ่อพักกบั ทอ่ ให้เรียบร้อย
6. ถมแต่งดนิ หรือวสั ดุท่เี หมาะสมข้างบ่อพักพร้อมบดอดั ให้แน่น
หน้าท่ี 6 - 1
6. นาํ ฝาบ่อท่หี ล่อแล้ว (ตามลักษณะ - ขนาดท่กี าํ หนด) มาปิ ดให้เรียบร้อย
รายการตรวจสอบ
1. วัสดุท่นี าํ มาใช้ต้องมลี ักษณะตามรายละเอยี ดวสั ดุก่อสร้าง
2. ขนาดและรปู ร่างของบ่อพักฯ ต้องถูกต้องตามท่กี าํ หนดไว้ในแบบกอ่ สร้าง
3. ตาํ แหน่งและระดับของบ่อพักฯ ต้องถกู ต้องตามท่กี าํ หนดไว้ในแบบก่อสร้าง
4. ลักษณะของคอนกรีตต้องไม่เป็นรพู รนุ หรือเป็นโพรง
5. ความเรียบร้อยของการยาแนวรอยต่อต่าง ๆ
6. ความเรียบร้อยของฝาบ่อ
7. การอดุ ตนั ของเส้นทอ่ บ่อพัก
ตารางขนาดบ่อพกั (เมตร )
ท่อระบายน้าํ ความกวา้ ง ความยาว ความหนาผนงั
ขนาด Øม.
บ่อพกั ( A ) บ่อพกั ( B ) บ่อพกั ( C )
0.40
0.60 0.80 0.80 0.10
0.80
1.00 1.00 1.00 0.10
1.20 1.20 1.00 0.10
1.40 1.00 0.10
1.60 1.00 0.10
หน้าท่ี 6 - 2
รูปที่ 5.1 แสดงขนาดขนาดท่อระบายน้าํ และขนาดบ่อพกั
รูปที่ 5.2 แสดงรูปตดั บ่อพกั สําหรบั ท่อ Dia. ขนาด 0.40 ม.
หน้าท่ี 6 - 3
รูปที่ 5.3 แสดงรูปตดั บ่อพกั สาํ หรบั ท่อ Dia. ขนาด 0.60 ม.
รูปที่ 5.4 แสดงรูปตดั บ่อพกั สําหรบั ท่อ Dia. ขนาด 0.80 ม.
หน้าท่ี 6 - 4
รูปที่ 5.5 แสดงรูปตดั บ่อพกั สาํ หรบั ท่อ Dia. ขนาด 1.00 ม.
รูปที่ 5.6 แสดงรูปตดั บ่อพกั สําหรบั ท่อ Dia. ขนาด 1.20 ม.
หน้าท่ี 6 - 5
รูปที่ 5.7 แสดงรูปฝาบ่อพกั ค.ส.ล. และฝาบ่อพกั รางวี
หน้าท่ี 6 - 6
รูปที่ 5.8 แบบขยายร่องระบายน้าํ รูปตวั วี
รูปที่ 5.9 แบบขยายเหลก็ ยกฝาบ่อพกั
หน้าท่ี 6 - 7
7. งานคนั หิน
คาํ อธิบายและขอบเขตงาน
งานน้ีประกอบด้วยการหล่อคนั หิน โดยก่อสร้างให้เป็นไปตามข้อกาํ หนดรายละเอยี ดการ
ก่อสร้าง ตามตาํ แหน่งท่กี าํ หนด แนว ระดบั รปู ร่างและขนาด ท่แี สดงไว้ในแบบแปลนก่อสร้าง ตดิ ต้งั อยู่
ขอบผวิ จราจร ซ่ึงจะแสดงถงึ ขอบเขตของผวิ จราจร และขอบเขตของทางเท้า
มาตรฐานและขอ้ กาํ หนดวสั ดุ
1. คอนกรีตผสมเสรจ็ หรือ คอนกรีต 1:2:4 ( ตามมาตรฐานงานโครงสร้าง)ท่มี คี ่ากาํ ลังอดั
คอนกรีต 180 ksc. (ทรงกระบอกท่อี ายุ 28 วัน)
2. ใช้เหลก็ เสริมมาตรฐาน มอก. ตามขนาดและลักษณะท่กี าํ หนดไว้ในแบบก่อสร้าง เกรด
SR24, SD 30.
3. แผงตะแกรงเหลก็ หล่อกนั ผงขยะ ตามแบบท่กี าํ หนด
วธิ ีการดาํ เนินงาน
1. กาํ หนดแนว - ตาํ แหน่งของคนั หิน
2. ตบแต่งช้ันหินคลุกให้แน่นและได้ระดับ พร้อมลงทรายหยาบ 5 ซม.
3. ประกอบแบบหล่อคอนกรีตตามลักษณะท่กี าํ หนดในแบบก่อสร้าง
4. ผูกเหลก็ ตามขนาดและลักษณะท่กี าํ หนดไว้
6. เทคอนกรีตและตบแต่งให้เรียบร้อย
รายการตรวจสอบ
1. การปรับทรายและหินคลุกใต้คันหิน
2. ตาํ แหน่งและแนวของคนั หิน
3. ขนาดเหลก็ และลักษณะการเสริมเหลก็
4. ขนาด - ลักษณะรปู ร่างของคันหิน
5. ตาํ แหน่งแผงกนั ขยะ
6. ความเรียบร้อยของเน้ือคอนกรีต
หน้าท่ี 7 - 1
รูปที่ 6.1 แบบขยายคนั หิน
รูปที่ 6.2 แบบขยายช่องระบายน้าํ (คนั หิน)
หน้าท่ี 7 - 2
8. งานทางเทา้
คาํ อธิบายและขอบเขตงาน
การก่อสร้างทางเท้าประกอบด้วยงานขดุ ปรับดนิ บดอดั ดนิ ปูวสั ดุทางเดนิ ให้เป็นไปตาม
ข้อกาํ หนดรายละเอยี ดตามแบบแปลนก่อสร้าง ทางเท้าจะก่อสร้างอยู่ระหว่าง ร้ัวบ้าน กบั ผวิ จราจร และมี
ความสงู เทา่ กบั คนั หินหรือรางวี ในการก่อสร้างทางเท้าน้ัน เป็นการดาํ เนินงานภายหลังจากท่ไี ด้ทาํ การ
ก่อสร้างคันหินและร้ัวเสรจ็ เรียบร้อยแล้ว
มาตรฐานและขอ้ กาํ หนดวสั ดุ
1. พ้ืนผวิ เป็นแผ่นคอนกรีตสาํ เรจ็ รปู , Paving Block , ปูหญ้า, หรือ วัสดุอ่นื ๆ
2. วัสดุรองพ้ืน แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่
- ชนิดท่ี 1 ได้แก่ ทรายหยาบ หรือ ทรายถม
- ชนิดท่ี 2 ได้แก่ ดนิ แห้ง
3. โครงสร้างของงาน ประกอบด้วยช้ันวัสดุ 3 ช้ันดังน้ี
- ช้ันบน หมายถงึ ผวิ ทางเท้า ได้แก่ Paving Block หรือท่กี าํ หนดไว้ในแบบผงั
- ช้ันท่ี 1 หมายถงึ รองพ้ืนช้ันท่ี 1 ได้แก่ ทราบหยาบ หรือ ทรายถม
- ช้ันท่ี 2 หมายถงึ รองพ้ืนช้ันท่ี 2 ได้แก่ ดนิ แห้ง
4. พลาสติกใสความหนาไม่น้อยกว่า 0.1 มม.
วธิ ีการดาํ เนินการ
1. บดอดั ดนิ แห้งให้ได้ระดบั และเรียบ
2. บดอดั ทรายถมให้มีความหนาไม่น้อยกว่า 3 ซม. โดยใช้นาํ้ ช่วยในการบดอดั ทรายให้แน่น
3. หากปูด้วย BLOCK ต่าง ๆ ต้องปูพลาสตกิ ใสก่อนเพ่ือกนั หญ้ามใิ ห้งอกข้นึ มาบนทางเท้า
4. ปูวสั ดุตามท่แี บบกาํ หนดโดยต้องมคี วามเรียบสม่าํ เสมอเท่ากนั ตลอดท้งั แนว
รายการตรวจสอบ
1. การบดอดั วัสดุรองพ้ืนในงานทางเท้า
- ใช้เคร่ืองจักรขนาดเลก็ บดอดั ช้ันดนิ แห้ง
- บดอดั ทรายถม (เหนือดินแห้ง) จนมีความหนา 3 ซม. โดยใช้นาํ้ ช่วยในการบดอดั ให้แน่น
ปูพลาสตกิ ใสเตม็ พ้ืนท่แี ล้วจงึ ปู BLOCK
2. ระดบั
- ความเรียบ ของทางเท้า ระดับผวิ ของทางเท้า ต้องมีความสงู เทา่ กบั คนั หิน
- ต้องมีความเรียบสม่าํ เสมอเทา่ กนั ตลอดท้งั แนว หรือ มคี วามลาดเอยี งท่ถี ูกต้อง
หน้าท่ี 8 - 1
9. งานร้วั โครงการ
คาํ อธิบายและขอบเขตงาน
งานก่อสร้างร้ัวโครงการประกอบด้วยงานเสาเขม็ งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหลก็ งาน
ผนังร้ัว และงานสี ให้เป็นไปตามข้อกาํ หนดรายละเอยี ดงานก่อสร้างในแบบแปลนก่อสร้าง โดยตาํ แหน่ง
แนวร้ัวจะว่งิ ตามขอบเขตโดยรอบโครงการ ตามโฉนดท่ดี ิน
มาตรฐานและขอ้ กาํ หนดวสั ดุ
- เสาเขม็ ตอกตามขนาดท่รี ะบใุ นแบบ
- คอนกรีตผสมเสรจ็ ให้ใช้ของ ซีแพค(CPAC),ทพี ีไอ(TPI),นครหลวง,หรือน่าํ เฮงเท่าน้นั และมี
ค่า Strength 180 ksc. (ทรงกระบอกท่อี ายุ 28 วัน)
- ใช้เหลก็ เสริมมาตรฐาน มอก. ตามขนาดและลักษณะท่กี าํ หนดไว้ในแบบก่อสร้าง เกรด
SR24, SD 30.
- วัสดุตกแต่งต่าง ๆ ยึดถอื ตามแบบ
วธิ ีการดาํ เนินงาน
1. ตรวจสอบระดบั , แนว, ตาํ แหน่งต่าง ๆ ให้ถูกต้องก่อนทาํ งาน
2. ร่นระยะตอกเขม็ ร้ัวโครงการเพ่ือให้ขอบบวั ท่อี ยู่ด้านนอกของร้ัวมแี นวด่ิงตรงกบั เส้นแนวเขต
หรือเข้ามาในเขต 5 ซม.
3. ในการร่นระยะให้ร่นตรงกลางของหมุดหลักเขตเข้ามา ทุกจุดของหมุดหลักเขต
4. ตอกเสาเขม็ หล่อฐานราก ตอม่อ เสา, คานให้ถูกต้องตามมาตรฐานงานคอนกรีต
5. ในการตัด Joint ให้ตดั ขาดจากกนั ในแนวด่ิงท้งั งานฐานรากและงานสถาปัตย์ ระยะตามท่ี
กาํ หนดไว้ในแบบ
6. ก่อ- ฉาบตกแต่งตามท่กี าํ หนดในแบบ
รายการตรวจสอบ
1. ร้ัวและส่งิ ก่อสร้างท่อี ยู่บนร้ัวต้องไม่ลา้ํ ออกจากเส้นแนวเขตโครงการ
2. ร้ัวต้องเป็นแนวตรงตามเส้นแนวเขตโครงการ
3. งานคอนกรีตถูกต้องตามมาตรฐานหมวดงานโครงสร้าง
4. ขนาด ระดบั ตาํ แหน่ง แนว และภาพละเอยี ดต่าง ๆ ถกู ต้องตามแบบ
5. ตรวจสอบการตัด Joint ให้ถกู ต้องตามท่กี าํ หนด
หน้าท่ี 9 - 1
10. งานระบบไฟฟ้ าโครงการ
( ปักเสา - พาดสายไฟฟ้ า )
คาํ อธิบายและขอบเขตงาน
ระบบไฟฟ้ าในโครงการ แบบปักเสา - พาดสายไฟฟ้ า เป็นการตดิ ต้ังแบบรับเมน
ไฟฟ้ าแรงสงู ทางอากาศ (Overhead) โดยมกี ารปักเสาพาดสาย เข้าท่ชี ุดหม้อแปลงของโครงการ ดาํ เนินการ
โดยการไฟฟ้ าฯ
มาตรฐานและขอ้ กาํ หนดวสั ดุ
สายไฟฟ้ าใช้สายหุ้มฉนวน (Space Aerial Cable : SAC) ตดิ ต้ังโดยใช้สเปเซอร์ (Space)
เป็นตัวจบั ยดึ สาย ระยะห่างต่าํ สดุ ตามแนวด่ิงของสายไฟฟ้ าเหนือพ้ืน ระบบแรงดนั 11-33 kV บริเวณทางท่ี
เป็นสญั จรสาํ หรับคนและรถยนตผ์ ่านต้องไม่น้อยกว่า 4.6 เมตร ทางสญั จรท่มี รี ถยนต์รถบรรทุกผ่านต้องไม่
น้อยกว่า 6.1 เมตร การปักเสาในกรณที ่มี กี ารติดต้งั สายยดึ โยง (Guy Wire) ต้องตดิ ต้งั Strain Insulator ตรง
ตาํ แหน่งท่สี งู จากพ้ืนไม่น้อยกว่า 2.4 ม. และต้องมีคุณสมบตั ทิ ้งั ทางกลและทางไฟฟ้ าเหมาะสมกบั สภาพ
ใชังาน
รปู ท่ี 10.1 แสดงรูปตัวอย่างงานเดินสายเมนไฟฟ้ าโครงการ แบบปักเสา-พาดสาย
หน้าท่ี 10 - 1
รปู ท่ี 10.2 แสดงรปู แบบการตดิ ต้งั สายยดึ โยง ( Guy Wire ) และ Strain Insulator
วธิ ีการดาํ เนินงาน
1. โครงการดาํ เนนิ การปักหมุดไม้เพ่ือให้การไฟฟ้ ามาปักเสาไฟฟ้ าตามตาํ แหน่งท่กี าํ หนดในแบบ
2. ใช้มาตฐานการตดิ ต้ังของการไฟฟ้ าฯ
รายการตรวจสอบ
1. ตาํ แหน่งของเสาไฟฟ้ าตรงกบั แนวเขตแบ่งแปลง
2. ห่างจากแนวเขตแบ่งแปลงบ้านไม่น้อยกว่า 0.60 ม.
3. ไม่มสี ายไฟฟ้ าพาดผ่านแปลงท่ดี นิ
4. ตาํ แหน่งตดิ ต้งั หม้อแปลงถูกต้องตามแบบ
หน้าท่ี 10 - 2
11. งานระบบไฟฟ้ าโครงการ
( เดนิ สายไฟฟ้ าใตด้ ิน )
11.1 งานเดินเมนไฟฟ้ าภายในโครงการ
คาํ อธิบายและขอบเขตงาน
งานระบบไฟฟ้ าใต้ดนิ ภายในโครงการ เป็นงานท่ตี ้องทาํ ไปพร้อมๆ กบั งานโครงสร้าง และงาน
ภมู สิ ถาปัตย์ โดยจะเป็นการเดนิ ท่อร้อยสายผ่านพ้ืนท่สี ่วนกลางในโครงการแล้วจงึ เข้าตวั บ้าน ดงั น้ันในทุกๆ
ข้นั ตอนของการทาํ งาน จาํ เป็นจะต้องมมี าตรฐานในการตรวจสอบคุณภาพในการประกอบ และติดต้ังวสั ดุ
อปุ กรณ์ ในงานระบบไฟฟ้ าใต้ดนิ และม่ันใจในความปลอดภัยในระหว่างการทาํ งานใช้งานในอนาคต โดย
จะต้องมีการทดสอบ และตรวจสอบคุณภาพ ตามลาํ ดบั งานท่ไี ด้กาํ หนดไว้ ซ่ึงขอบเขตงานประกอบไปด้วย
คุณสมบัติของ สายไฟ ,ท่อร้อยสายไฟ จุดต่อ , บ่อพักสาย ให้ได้มาตรฐานเดียวกนั ท้งั โครงการ
หมายเหต:ุ ผู้รับเหมางานไฟฟ้ าโครงการจดั เตรียมงานสาํ หรับระบส่อื สารอ่นื ๆ ดงั น้ี ระบบโทรศพั ท์
(จัดเตรียมเฉพาะทอ่ ) , CCTV(จัดเตรียมเฉพาะท่อ),PABX (จัดเตรียมท่อพร้อมร้อยสาย และ
อปุ กรณ)์ , Street Light (จัดเตรียมท่อพร้อมร้อยสาย และ อปุ กรณ)์
มาตรฐานและขอ้ กาํ หนดวสั ดุ
1. สายเมนไฟฟ้ าใต้ดนิ ต้องเป็นสายทองแดงหุ้มฉนวนชนิดท่เี หมาะสม มขี นาดเพียงพอท่จี ะรับโหลด
และตามท่แี บบก่อสร้างกาํ หนด นอกจากจะได้กาํ หนดไว้เป็นพิเศษ
2. สายท่โี ผล่ข้นึ ดินต้องมสี ่งิ ห่อหุ้มเช่นหัวงเู ห่า และส่วนท่โี ผล่เหนือพ้ืนต้องไม่น้อยกว่า 2.40 m
3. ทอ่ ร้อยสายไฟเป็นทอ่ โลหะหนา และทอ่ โลหะปานกลางหรือทอ่ อโลหะตามแบบท่กี าํ หนด
4. ช่องเดนิ สายซ่ึงความช้ืนสามารถผ่านเข้าไปได้ต้องอดุ ปลายด้านใดด้านหน่ึงหรือท้งั สองด้าน
5.หากทอ่ โลหะฝงั ดนิ ต้องมกี ารป้ องกนั การผุกร่อนโดยการเคลือบด้วยวัสดุท่ที นต่อการผุกร่อนเช่นสงั กะสี
แคดเมยี มหรือหุ้มด้วยคอนกรีต ห้ามใช้วัสดุท่ที าํ ให้เกดิ การกดั กร่อนกลบสายหรือท่อร้อยสาย
6. การเดินสายใต้ดินเข้าไปในอาคารต้องมีการป้ องกนั ฉนวนสายชาํ รดุ เน่ืองจากดนิ ทรดุ
7. ในการตดิ ต้ังบ่อพักสายหรือทอ่ ร้อยสายใต้ดนิ ให้พิจารณาระยะความลึกตามรปู ท่ี 11.1 และ รปู ท่ี 11.2
8. บ่อพักสายต้องสามารถเปิ ดออกเพ่ือทาํ การตรวจสอบและบาํ รงุ รักษาได้สะดวก หากจาํ เป็นต้องก่อสร้าง
บ่อพักใต้ผวิ จราจร ต้องมฝี าปิ ดท่อี อกแบบให้มีความแขง็ แรงเพียงพอต่อการรับนา้ํ หนัก ไม่น้อยกว่า
18 ตัน
หน้าท่ี 11 - 1
รปู ท่ี 11.1 แสดงการตดิ ต้งั ไฟฟ้ าใต้ดนิ ส่วนแรงต่าํ
หน้าท่ี 11 - 2
รปู ท่ี 11.2 แสดงการตดิ ต้งั ไฟฟ้ าใต้ดนิ ส่วนแรงสงู
วธิ ีการดาํ เนินการติดตัง้
1. ก่อนการขดุ ดนิ เพ่ือดาํ เนนิ การใดๆ ซ่ึงอาจทาํ ให้ถนนทางเท้า และ/หรือส่งิ ก่อสร้างเดิมในบริเวณ
ใกล้เคยี งทรดุ ต้องจดั ทาํ กาํ แพงดนิ ช่ัวคราวสาํ หรับป้ องกนั ดนิ พัง
2. เม่อื ขดุ ดินได้ขนาดและระดบั ท่กี าํ หนดแล้วหากมเี ลนให้โกยเลนออกถงึ ระดบั ดนิ แขง็ แล้วใส่ทราย
กระทุ้งแน่น หนาอย่างน้อย 0.10 เมตร จากน้ันจงึ เทคอนกรีตหยาบหนาอย่างน้อย 0.05 เมตร
(เว้น แต่ในแบบจะระบุเป็นอย่างอ่นื ) เม่อื คอนกรีตหยาบแขง็ ตวั แล้วจงึ ก่อสร้างส่วนอ่นื ต่อไป
3. ท่อร้อยสาย รางเดนิ สาย รางเคเบลิ กล่อง ตู้ และเคร่ืองประกอบการเดินทอ่ ต้องยดึ กบั ท่ใี ห้ม่นั คง
4. การเดนิ สายเมนร้อยท่อฝงั ดินโดยตรง ใช้สาํ หรับระบบไฟฟ้ าแรงต่าํ
4.1 ใช้สาย NYY หรือ XLPE ตามแบบกาํ หนด ร้อยในทอ่ HDPE ห้ามมกี ารต่อสาย
4.2 ต้องมี HAND HOLE ท่บี ริเวณจุดเล้ียวหรือทางแยกของสาย ตาํ แหน่งตามความเหมะสม
รปู แบบ HAND HOLE ตามมาตรฐานการไฟฟ้ าฯกาํ หนด
4.3 แนวของสายไฟและบ่อพักสายต้องมีระยะห่างจากระบบสาธารณปู โภคอ่นื ๆ ตามมาตรฐาน
กาํ หนด
5. การเดนิ สายเมนร้อยท่อ แบบเทคอนกรีตหุ้ม ใช้สาํ หรับระบบไฟฟ้ าแรงสงู
หน้าท่ี 11 - 3
5.1 การวางท่อร้อยสายใต้ดนิ ให้เป็นรปู แบบตามท่มี าตรฐานของการไฟฟ้ ากาํ หนด หรือตามแบบ
ของผู้ใช้งาน เม่อื จดั วางทอ่ ตามแบบแล้วจึงผูกเหลก็ ทาํ แบบไม้และเทคอนกรีตลงไป เม่ือ
คอนกรีต แขง็ ตัวจึงแกะแบบออกแล้วจงึ ฝงั กลบและซ่อมผวิ ดนิ ให้มสี ภาพดังเดิม
5.2 การต่อทอ่ ต้องป้ องกนั มิให้นาํ้ ปูนเข้าภายในทอ่ ทางข้อต่อ โดยใช้พลาสติก หรือวสั ดุอ่นื ท่ี
คุณภาพ ดกี ว่าตัดเป็นช้ินสวมทบั ท่รี อยข้อต่อกบั ทอ่ ให้แน่น และต้องอดุ ปลายทอ่ ให้แน่นก่อน
เทคอนกรีตทุกคร้ัง
5.3 ปลายทอ่ ท่อี ยู่ในบ่อพักให้อดุ ด้วยปล๊ักอดุ ไว้ตลอดเวลา เพ่ือป้ องกนั ไม่ให้มีส่งิ หน่ึงส่งิ ใดเข้า
ไปในทอ่
6. ให้จดั เตรียมงานวางทอ่ ร้อยสาย สาํ หรับงานโทรศพั ท์ หรืองานระบบอ่นื ๆเพ่ิมเตมิ ตามรปู ท่ี 11.1
และรปู ท่ี 11.2
หน้าท่ี 11 - 4
หมายเหตุ : ระยะเวลาการวางระบบไฟฟ้ าโครงการใต้ดิน ต้งั แต่ผู้รับเหมางานไฟฟ้ าใต้ดิน ทาํ บันทกึ ข้อตกลงเซน็ สญั ญา
ว่าจ้าง สามารติดต้งั อปุ กรณ์ พร้อมจ่ายไฟได้ใช้ระยะเวลาไม่เกนิ 90 วัน
หน้าท่ี 11 - 5
11.2 งานเดินสายเมนไฟฟ้ าเขา้ บา้ น
คาํ อธิบายและขอบเขตงาน
งานระบบไฟฟ้ าใต้ดนิ เป็นงานท่ตี ้องทาํ ไปพร้อมๆกบั ตวั บ้าน โดยจะเป็นการเดนิ สายผ่านเข้าตวั
บ้านภายในทอ่ เพ่ือความสวยงาม ดังน้ันในทุกๆข้นั ตอนของการทาํ งานจาํ เป็นจะต้องมมี าตรฐานในการ
ตรวจสอบคุณภาพในการประกอบและติดต้ังวัสดุอปุ กรณ์ ในงานระบบไฟฟ้ าใต้ดนิ และม่ันใจในความ
ปลอดภยั ในการใช้งานในอนาคต โดยจะต้องมกี ารทดสอบ และตรวจสอบคุณภาพ ตามลาํ ดบั งานท่ไี ด้
กาํ หนดไว้ ซ่ึงขอบเขตงานประกอบไปด้วยคุณสมบตั ขิ อง สายไฟ ,ทอ่ ร้อยสายไฟ จุดต่อ ให้ได้มาตรฐาน
เดียวกนั ท้งั โครงการ
มาตรฐานและขอ้ กาํ หนดวสั ดุ
1. สายเมนไฟฟ้ าใต้ดิน ต้องเป็นสายทองแดงหุ้มฉนวนชนิดท่เี หมาะสม มขี นาดเพียงพอท่จี ะรับโหลด
และตามท่แี บบก่อสร้างกาํ หนดนอกจากจะได้กาํ หนดไว้เป็นพิเศษ ห้ามใช้คละย่หี ้อในบ้านหลงั เดยี วกนั
2. สายไฟในช่องเดินสายแนวด่งิ ต้องมกี ารจับยึดท่ปี ลายบนของช่องเดินสายเพ่ือป้ องกนั ไม่ให้นาํ้ หนัก
ของสายไฟฟ้ าทาํ ให้ฉนวนของสายชาํ รดุ พร้อมท้งั อดุ ปลายท่อให้เรียบร้อย
3. การเดนิ สายใต้ดนิ เข้าไปในอาคารต้องมีการป้ องกนั ฉนวนสายชาํ รดุ เน่ืองจากดนิ ทรดุ
4. ช่องเดินสายซ่งึ ความช้ืนสามารถผ่านเข้าไปได้ต้องอดุ ปลายด้านใดด้านหน่ึงหรือท้งั สองด้าน
5. ท่อร้อยสายไฟเป็นท่อโลหะหนา(IMC) และทอ่ โลหะปานกลาง(EMT) หรือท่ออโลหะ(HDPE) ตามท่ี
แบบกาํ หนด
6. หากทอ่ โลหะฝงั ดนิ ต้องมีการป้ องกนั การผุกร่อนโดยการเคลือบด้วยวสั ดุท่ที นต่อการผุกร่อนเช่นสงั กะสี
แคดเมียมหรือหุ้มด้วยคอนกรีต ห้ามใช้วสั ดุท่ที าํ ให้เกดิ การกดั กร่อนกลบสายหรือทอ่ ร้อยสาย
7. ในการติดต้ังบ่อพักสายหรือท่อร้อยสายใต้ดนิ ให้พิจารณาระยะความลึกตามตาราง 11.1
8. บ่อพักสายต้องสามารถเปิ ดออกเพ่ือทาํ การตรวจสอบและบาํ รงุ รักษาได้สะดวก
ตารางท่ี 11.1 ความลึกในการตดิ ต้ังใต้ดนิ สาํ หรับระบบแรงต่าํ
หมายเหตุ : บริเวณท่มี ีรถยนต ผ านต องมคี วามลึกไม น อยกว า 0.60 ม.
หน้าท่ี 11 - 6
รปู ท่ี 11.3 ตวั อย่างการเดินสายใต้ดินร้อยในท่อโลหะหนา IMC
รปู ท่ี 11.4 ตัวอย่างการเดินสายใต้ดนิ ร้อยในทอ่ อโลหะ HDPE
ทรายบดอดั อยา่ งนอ้ ย 0.10 เมตร
จบั ยดึ ท่อ HDPE ใหเ้ ป็นระเบียบ
และเป็ นแนวตรง
ลึก > 0.45 เมตร กลบดว้ ยดินหรือทราย หา้ มใชว้ สั ดุ
ที่ทาํ ใหเ้ กิดความเสียหายกบั ท่อ
รปู ท่ี 11.5 แสดงการวางทอ่ HDPE
ความลึกวดั ท่ีเหนือท่อบนสุดตอ้ ง
ไม่นอ้ ยกวา่ 0.45 เมตร
หน้าท่ี 11 - 7
วธิ ีการดาํ เนินการติดตัง้
1. ก่อนการขดุ ดนิ เพ่ือดาํ เนินการใดๆ ซ่ึงอาจทาํ ให้ถนนทางเท้า และ/หรือส่งิ ก่อสร้างเดิมใน
บริเวณใกล้เคยี งทรดุ ต้องจดั ทาํ กาํ แพงดนิ ช่ัวคราวสาํ หรับป้ องกนั ดนิ พัง
2. เม่อื ขดุ ดินได้ขนาดและระดับท่กี าํ หนดแล้วหากมีเลนให้โกยเลนออกถงึ ระดับดนิ แขง็ แล้วใส่
ทรายกระทุ้งแน่น หนาอย่างน้อย 0.10 เมตร แล้วจงึ ทาํ การวางท่อร้อยสายต่อไป ตามรปู ท่1ี 1.5
3. การเดนิ สายเมนร้อยท่อฝงั ดินโดยตรงสาํ หรับเมนไฟฟ้ า จากมิเตอร์ไฟฟ้ าถงึ LOAD CENTER
ในบ้านใช้สาย NYY หรือ XLPE ตามท่แี บบกาํ หนด ร้อยในทอ่ ห้ามมีการต่อสาย ให้ม้วนสวยไว้
ในบ่อพักสาย 1 รอบ ตามรปู ท่ี 11.6 และ รปู ท่ี 11.7
4. ต้องมี HAND HOLE ท่บี ริเวณก่อนเข้าส่ตู ู้ LOAD CENTER ภายในบ้าน
5. ให้จัดเตรียมงานวางทอ่ สาํ หรับงานโทรศัพท์ หรืองานระบบอ่นื ๆเพ่ิมเติมตามแบบระบุ
รปู ท่ี 11.6 แสดงการเดินสายใต้ดินเข้าบ้าน
หน้าท่ี 11 - 8
จุดติดต้งั มิเตอร์ไฟฟ้ า จุดติดต้งั Circuit Breaker
มีช่องเปิ ด Sevice
ดา้ นหนา้ ดา้ นหลงั
รปู ท่ี 11.7 แสดงรปู แบบการตดิ ต้ังมิเตอร์บริเวณหน้าบ้าน
รายการตรวจสอบ
1. ทอ่ ร้อยสายไฟ สายไฟ และอปุ กรณต์ ่างๆ ใช้ผลิตภณั ฑ์ ขนาดและลักษณะตามข้อกาํ หนดและ
ในแบบก่อสร้าง ต้องเป็นไปตามหลักวชิ าการ และมาตรฐานของการใช้ไฟฟ้ านครหลวง
2. การเดนิ สายไฟต้องมีความเรียบร้อย ฉนวนของสายไฟต้องไม่มีการชาํ รดุ เสยี หายจากการ
ปฏบิ ตั ิงานและทาํ การ INSULATION RESISTANCE TEST ของสายไฟต้องมคี ่าไม่ต่าํ กว่า 100
MEGA OHMS พร้อมท้งั ตรวจสอบอปุ กรณป์ ้ องกนั สายต้องมีขนาดท่เี หมะสมและถูกต้องตาม
แบบกาํ หนด
3. การเข้าสายต้องมคี วามเรียบร้อย มี WIRE MARK ระบุตาํ แหน่ง CIRCUIT ถูกต้องตามแบบ
4. ตาํ แหน่งและระยะตดิ ต้งั ของบ่อพักสาย อยู่ในตาํ แหน่งท่สี ามารถปฏบิ ัติงานและซ่อมบาํ รงุ ได้
สะดวก ติดต้งั เรียบร้อย
5. การเดินระบบ Ground ต้องมคี วามต้านทานไม่เกนิ 5 OHM
6. ตรวจสอบรอยต่อทอ่ ต้องมกี ารป้ องกนั นาํ้ ร่ัวซึม ส่วนปลายทอ่ ท่อี ยู่ในบ่อพักสายต้องมกี าร
ป้ องกนั นา้ํ หรือส่งิ อ่นื ใดเข้าไปในทอ่ ตรวจสอบการอดุ ตนั ของท่อและระดบั ความลกึ ก่อนทาํ การ
กลบดนิ
หน้าท่ี 11 - 9
12. ประปาโครงการ
คาํ อธิบายและขอบเขตงาน
ระบบประปาในโครงการประกอบด้วยการวางท่อประปา การตดิ ต้ังประตเู ปิ ด - ปิ ดนาํ้
มาตรวดั นา้ํ ภายในโครงการโดยเป็นผู้รับเหมาท่มี ีการรับรองจากการประปา ดาํ เนินการตามแบบของการ
ประปา
มาตรฐานและขอ้ กาํ หนดวสั ดุ
- ใช้ตามท่กี ารประปาระบุหรือจดั หาให้
วธิ ีการดาํ เนินงาน
1. โครงการเคลียร์พ้ืนท่ใี ห้พร้อมในการขดุ แนววางท่อ
2. การขดุ แนววางทอ่ ต้องเป็นแนวท่ขี นานกบั ถนนและต้องไม่ลา้ํ เข้าไปในแนวเขตท่ดี นิ
3. ใช้ตามมาตรฐานของการประปา
รายการตรวจสอบ
1. แนวท่อประปาห่างจากเส้นแนวเขต 0.30 ม. ในแนวเส้นขนาน
2. ตรวจสอบจุดต่อเช่ือมเส้นท่อให้เช่ือมต่อกนั แนบสนทิ
3. ตรวจสอบตาํ แหน่งประตเู ปิ ด-ปิ ดนาํ้ ให้ตรงตามแบบ
4. ตรวจสอบตาํ แหน่งมาตรวัดนาํ้ ให้ตรงตามแบบ
หน้าท่ี 12 - 1