The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ตำบลบางคู้

ตำบลบางคู้

คำนำ

การจัดทำ การสืบค้นข้อมูล ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง
จังหวัดลพบุรี เป็นการรวบรวมเนื้อหาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สถานที่สำคัญ บุคคลสำคัญ
ปราชญ์ภูมิปัญญาในด้านต่างๆ และงานประเพณีกิจกรรมสำคัญของตำบลบางคู้ ซึ่งทำให้คน
ในท้องถิ่นตระหนักถึงคุณค่า แก่นสาระและความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่นต่างๆ ส่งเสริม
สนับสนุนการจัดกิจกรรมตามประเพณีและวัฒนธรรมต่างๆ สร้างจิตสำนึกของความเป็นคน
ในท้องถิ่นที่จะต้องร่วมกันอนุรักษ์ภูมปิ ัญญาทีเ่ ป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น รวมทั้งสภาพวิถีชีวติ
และความเปน็ มาของชมุ ชนอนั จะสร้างความรูแ้ ละความภมู ิใจในชมุ ชนท้องถิ่น

สภาวัฒนธรรมตำบลบางคู้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลที่รวบรวมไว้ในหนังสือเล่มนี้
เป็นข้อมูลสำคัญของตำบลบางคู้ และเป็นประโยชน์ต่อ เด็ก เยาวชนรุ่นหลัง และประชาชน
ที่สนใจศึกษา คุณค่าการอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นของตำบลบางคู้
หากผิดพลาดประการใด ต้องขอ อภัย มา ณ โอกาสนี้

สภาวฒั นธรรมตำบลบางคู้
คณะผูจ้ ดั ทำ


สารบญั หนา้

ประวัตศิ าสตร์ท้องถ่ิน/ชุมชน ประวัตขิ องตำบลบางคู้ 1-2
สถานทีส่ ำคญั ของตำบลบางคู้ วัด/ศาสนสถานในตำบลบางคู้ 3-9
สถานทส่ี ำคัญของตำบลบางคู้ วดั รา้ งในตำบลบางคู้ 10 - 17
สถานท่สี ำคัญของตำบลบางคู้ โรงเรยี นในตำบลบางคู้ 18 - 22
แหลง่ น้ำสำคัญในตำบลบางคู้ 23 - 25
บุคคลสำคญั ในตำบลบางคู้ 26 - 33
ปราชญ/์ ผ้ทู รงภูมิปัญญาท้องถ่นิ 33 - 70
ประเพณีตามฤดกู าลและกจิ กรรมสำคัญตำบลบางคู้ 71 - 76
ภาคผนวก

- ภาพกิจกรรมการเก็บรวบรวมข้อมลู


ขอ้ มูล ความรู้ ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน
ตำบลบางคู้ อำเภอทา่ ว้งุ จงั หวัดลพบุรี

ประวตั ศิ าสตรท์ อ้ งถ่นิ /ชุมชน

ประวัติของตำบลบางคู้

ตำบลบางคู้ เป็นตำบลหนึ่งใน ๑๑ ตำบลของอำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำลพบุรี
สันนิฐานว่าผู้คนอพยพมาอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ประมาณ ๒๔๒ ปีมาแล้ว
โดยมาตั้งบ้านเรือนตามริมน้ำ โดยคำว่า “บางคู้” เป็นชื่อที่ตั้งตามลักษณะคลองที่คดเคี้ยวไปมา ตลิ่งสูง
หน้าน้ำหลากน้ำจะไหลเชี่ยวมาก ชาวบ้านเรียกคลองนี้ว่า คลองบางคู้ และได้เอาชื่อคลองน้ำบางคู้ที่มีความ
เว้าแหวง่ คลา้ ยเขากระบอื เปน็ ช่ือของตำบล โดยมแี มน่ ้ำลพบรุ ีไหลผา่ นแบ่งหม่บู า้ นของตำบลนเ้ี ป็นสองฝาก คือ
ฟากตะวันตกและฟากตะวันออก ในตำบลบางคู้มีคลองน้ำสองสาย คือคลองมะขามเทศ และคลองบางคู้
ชุมชนมีความอุดมสมบูรณ์ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว มีวิถีชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง มีความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องการ
ทำมาหากิน แตก่ ่อนใชก้ ารคมนาคมโดยทางเรือ ปจั จุบนั ใช้คมนาคมทางเรือน้อยลง

ที่ตั้ง/อาณาเขต

ตำบลบางคู้ ต้งั อย่หู ่างจากที่วา่ การอำเภอทา่ วงุ้ ประมาณ ๑ กิโลเมตร ซงึ่ มีแนวเขตการปกครอง ดังนี้

ทศิ เหนือ ตดิ ต่อกับ ตำบลบางลี่ อ.ทา่ ว้งุ จ.ลพบรุ ี

ทิศตะวนั ออก ติดต่อกบั ตำบลโพตลาดแก้ว อ.ท่าว้งุ จ.ลพบรุ ี

ทิศใต้ ติดตอ่ กบั ตำบลลาดสาล่ี อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบรุ ี

ทิศตะวนั ตก ติดต่อกบั ตำบลท่าวุ้งและเทศบาลตำบลท่าว้งุ จังหวัดลพบรุ ี

เนอ้ื ที่

ตำบลบางคู้ มเี นือ้ ท่ีโดยประมาณ ๑๙.๘๓ ตารางกิโลเมตร หรอื จำนวน ๑๒,๓๙๓.๗๕ ไร่

ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ/ภูมิอากาศ

สภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมขังในฤดูน้ำหลาก มีที่ดอนบางเล็กน้อยกระจัดกระจายอยู่
ทั่วไปตามหมู่บ้านเหมาะกับการทำเกษตรกรรมและทำสวนส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมไม่มีภูเขาหรือเนิน
เปน็ ที่ไร่ ท่สี วน มแี ม่น้ำลพบรุ ีไหลผา่ นกลางพื้นที่ตำบลบางคู้ ชลประทานท่วั ถึงทัง้ ตำบล อากาศร้อนชน้ื

ลกั ษณะการประกอบอาชีพของประชากรในชมุ ชน

เนื่องจากตำบลบางคู้เป็นที่ราบลุ่มน้ำขัง เกษตรกรทำนาเป็นอาชีพหลัก ป่าธรรมชาติไม่มี
จะมีเพียงแต่สภาพป่าเศรษฐกิจที่ปลูกไว้ใช้สอยในบริเวณพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ที่สาธารณะ และป่าเศรษฐกิจ
ที่ว่าเป็นป่าประเภทไม้ผลไม้ยืนต้น ผลผลิตที่ได้จะเอาไว้บริโภค และแจกจ่ายซื้อขายในหมู่บ้าน ตำบลบางคู้
ไม่มีการนำออกมาขายนอกพื้นที่เนื่องจากมีจำนวนเพียงเล็กน้อยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร
รบั ราชการ รบั จ้างและอาชีพอนื่ ๆ ไดแ้ ก่ ค้าขาย, ทำขนม ฯลฯ

-1-


คมนาคม

การคมนาคมของประชากรในตำบลบางคู้ สัญจรไปมาโดยการถนนคอนกรีตและถนนลาดยาง ที่ตัด
ผ่านกลางหมู่บ้านตลอดเส้นทางคือถนนปรีชาชนบาล ลพบุรี-สิงห์บุรี ทำให้การเดินทางของประชากรสะดวก
ปลอดภัยและรวดเรว็ โดยมีถนนสัญจรไปมา ดงั นี้

1. ถนนลพบรุ ี - สงิ หบ์ ุรี เป็นถนนลาดยาง ๔ เลน ผา่ นหมทู่ ี่ ๑,๔,๗,๑๐,๑๑,๑๕ ตำบลบางคู้
2. ถนนทา่ วุง้ - ลพบุรี เส้นนอกเปน็ ถนนคอนกรีต ตดั ผา่ นหมู่ท่ี ๑,๔,๗,๑๐,๑๑,๑๕ ตำบลบางคู้
3. ถนนท่าวุง้ - ลพบุรี ถนนคอนกรตี ตอนที่ ๑ ตดั ผ่านหมู่ที่ ๒,๓,๕,๖,๘,๙ ตำบลบางคู้
4. ถนนทา่ วุง้ - ลพบุรี ถนนลาดยาง ตอนท่ี ๒ ตดั ผ่านหมูท่ ่ี ๑๒,๑๓,๑๔ ตำบลบางคู้
5. ถนนบางคู้ - ลาดสาลี่ เป็นถนนลาดยาง ๒ เลน ตัดผา่ นหมู่ท่ี ๑๐,๙ ตำบลบางคู้
6. ถนนปรชี าชนบาล - ลาดยางตอนที่ ๑ ผา่ นหมู่ ๑,๔,๗,๑๐,

- คอกรีตตอนท่ี ๒ ผา่ นหมู่ ๑๑,๑๕
7. ถนนท่าวุง้ - บ้านเบิก เปน็ ถนนลาดยาง ๒ เลน ผ่านหมทู่ ่ี ๑,๒

สถานภาพทางสังคม

- ทอ่ี ยูอ่ าศัย สว่ นใหญม่ คี วามคงทนถาวร อยู่รวมกันเป็นชุมชน จะมกี ารพ่ึงพาอาศัยกันและ
อยกู่ ันอยา่ งครอบครวั

- คุณภาพชีวิต ประชากรส่วนใหญ่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ อีกทั้งมีแพทย์
จากโรงพยาบาลท่าวุง้ และอสม. ประจำหมู่บ้านของแตล่ ะหมู่บา้ นออกตรวจสุขภาพให้กับประชากรในแต่ละ
หมู่บ้านเป็นประจำทุกเดือน โดยในแต่ละหมู่บ้านจะแบ่งการดูและสุขภาพเป็นระแวก รวม ๙๕ ระแวก
ทง้ั ตำบลส่วนผสู้ ูงอายุจะได้รับการดแู ลเป็นพิเศษจากองค์การบรหิ ารสว่ นตำบลบางคูใ้ นการสงเคราะห์เบี้ยยังชพี

- กลุ่มต่าง ๆ ประชากรในตำบลบางคู้ส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการ
ผลิตของหมู่บ้าน และกลุ่มสัจจะกองทุนหมู่บ้านของแต่ละหมู่บ้าน กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มสวัสดิการตำบล
กลุ่มฌาปณกิจของหมู่บา้ น ฯลฯ

จำนวนหมู่บา้ นในตำบลบางคู้ มีท้ังสน้ิ 15 หมู่บ้าน ประกอบด้วย

1. บ้านไทรยอ้ ย หมู่ท่ี 1 2. บ้านไทรย้อย หมูท่ ี่ ๒

3. บา้ นท่าราบ หมู่ท่ี ๓ 4. บา้ นท่าราบ หมทู่ ่ี 4

5. บ้านทา่ ราบ หมู่ท่ี 5 6. บ้านคลองตะขบ หมทู่ ี่ 6

7. บา้ นท่าราบ หมทู่ ี่ 7 8. บา้ นบางคู้ หมทู่ ่ี 8

9. บา้ นบางคู้ หมทู่ ี่ 9 10.บา้ นบางคู้ หมู่ท่ี 10

11.บา้ นปากคลองบางคู้ หมทู่ ่ี 11 12.บา้ นปากคลองบางคู้ หมู่ที่ 12

13.บา้ นหม้อ หมู่ที่ 13 14.บ้านคลองโพธิ์ หมู่ที่ 14

15.บ้านหมอ้ หม่ทู ี่ 15

-2-


วัดท่าราบ สถานทีส่ ำคัญของตำบลบางคู้
วดั /ศาสนสถานในตำบลบางคู้

วัดท่าราบ ตั้งอยู่บ้านท่าราบ หมู่ที่ 1 ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัด

ลพบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 22 ไร่ 3 งาน
90 ตารางวา
อาณาเขต ทิศเหนอื จดถนนสาธารณะ

ทศิ ใต้ จดแมน่ ้ำลพบุรี
ทศิ ตะวันออก จดคลองชีหนอง
ทิศตะวนั ตก จดถนนของวัด
วัดท่าราบ ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2276 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2515
เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 60 เมตร มีธรณีสงฆ์ จำนวน 3 แปลง เนื้อที่ 73 ไร่ 72 ตารางวา
อาคารเสนาสนะ ประกอบดว้ ย
อโุ บสถ กวา้ ง 40 เมตร ยาว 60 เมตร สรา้ งเมอื่ พ.ศ. 2516 เป็นอาคารคอนกรีตเสรมิ เหล็ก
ศาลาการเปรยี ญ กวา้ ง 16 เมตร ยาว 30 เมตร เป็นอาคารไม้ ทรงไทยโบราณ สงู 1 ชั้น
หอสวดมนต์ กวา้ ง 10 เมตร ยาว 14.60 เมตร สรา้ งเมื่อ พ.ศ. 2533 เปน็ อาคารคอนกรตี เสรมิ เหล็ก
กฏุ ิสงฆ์ จำนวน 6 หลงั เป็นอาคารครง่ึ ตกึ คร่งึ ไม้ 5 หลัง อาคารคอนกรตี เสริมเหล็ก 1 หลัง
วิหาร กว้าง 3 เมตร ยาว 24.50 เมตร สรา้ งเมอื่ พ.ศ. 2517 เปน็ อาคารคอนกรตี เสรมิ เหล็ก
ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง 6 เมตร ยาว 14 เมตร สร้างเม่ือ พ.ศ. 2525เปน็ อาคารคอนกรีตเสรมิ เหลก็
ศาลาบำเพญ็ กุศล จำนวน 3 หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสรมิ 2 หลัง สรา้ งดว้ ยไม้ 1 หลงั
นอกจากนี้มี ปชู นียวัตถุ มพี ระประธานประจำอโุ บสถ ปางสะดงุ้ มาร ขนาดหนา้ ตักกวา้ ง 79 น้วิ
สงู 107 น้ิว พระประทานประจำศาลาการเปรยี ญ ปางประทานพร ขนาดหนา้ ตักกว้าง 36 นิ้ว สร้างเมื่อ
พ.ศ. 2500 ปชู นียวัตถอุ นื่ ๆ พระพธุ รูปชนิดและขนาดต่างๆ รวมกนั 30 องค์

-3-


วัดวิหารขาว

วัดวิหารขาว ตั้งอยู่เลขที่ 1 บ้านวิหารขาว หมู่ที่ 1 ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี สังกัดคณะสงฆ์

มหานกิ าย มีท่ีดนิ ต้ังวัดเนอ้ื ที่ 24 ไร่ 1 งาน 11 ตารางวา
อาณาเขต ทศิ เหนอื จดทางหลวงหมายเลข 311

ทศิ ใต้ จดถนนปรชี าชนบาล
ทศิ ตะวนั ออก จดท่ีดนิ เอกชน
ทศิ ตะวันตก จดถนนปรชี าชนบาลและทต่ี ้งั โรงเรียน
วดั วิหารขาว ต้ังเมือ่ พ.ศ. 2456 โดยมีพระยาธรรมสารวิทย์ กบั นายเนน
ไดร้ ่วมกบั ชาวบา้ นจัดสร้างวดั นี้ขึ้น เน่อื งจากไดจ้ ดั สร้างวหิ ารฉาบด้วยปูนขาว เปน็ ที่
ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง จงึ ได้ใช้ชอื่ วัดวา่ “วิหารขาว” ไดร้ ับพระราช
วิสงุ คามสมี า เมือ่ วนั ท่ี 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2509 เขตวิสงุ คามสมี า กวา้ ง 7 เมตร
ยาว 18 เมตร มีธรณสี งฆ์ จำนวน 4 แปลง เนื้อที่ 24 ไร่ 1 งาน 11 ตารางวา
อุโบสถ กวา้ ง 7 เมตร ยาว 18 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2508 เปน็ อาคารคอนกรีตเสรมิ เหลก็
ศาลาการเปรยี ญ กวา้ ง 25 เมตร ยาว 32 เมตร สรา้ งเมื่อ พ.ศ. 2467 เป็นอาคารไม้
กุฏิสงฆ์ จำนวน 7 หลัง เปน็ อาคารไม้
หอสวดมนต์ กวา้ ง 6 เมตร ยาว 8 เมตร สร้างเมอื่ พ.ศ. 2498 เปน็ อาคารไม้
ปชู นยี วัตถุ มพี ระประธานประจำอโุ บสถ พระพุทธรปู หินทรายสมัยลพบรุ ี ชาวบ้านเรยี ก “หลวงพ่อนาค”

-4-


วดั ปากคลอง

วัดปากคลอง ตั้งอยู่เลขที่ 6 บ้านปากคลอง หมู่ที่ 10

ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี สังกัดคณะสงฆ์
มหานกิ าย มีทดี่ ินต้ังวัดเนือ้ ที่ 14 ไร่ 3 งาน 50 ตารางวา

อาณาเขต ทิศเหนือ จดถนนสาธารณะ

ทิศใต้ จดแมน่ ้ำลพบรุ ี
ทิศตะวนั ออก จดคลองคู้
ทิศตะวนั ตก จดถนนสาธารณะ
วัดปากคลอง ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2360 ได้รับพระราชทาน
วิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.2365 มีธรณีสงฆ์ จำนวน 1 แปลง
เนื้อท่ี 4 ไร่ 2 งาน 40 ตารางวา

อุโบสถ กว้าง 8.20 เมตร ยาว 19.30 เมตร เป็นอาคาร

คอนกรตี เสริมเหล็ก

ศาลาการเปรียญ กว้าง 13.5 เมตร ยาว 24.20 เมตร

สรา้ งเม่อื พ.ศ. 2470 เปน็ อาคารไม้ ทรงไทย
กุฏิสงฆ์ จำนวน 7 หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 5 หลัง
เปน็ อาคารคอนกรีตเสริมเหลก็ 2 หลัง
ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร สร้างเม่ือ
พ.ศ. 2550 เป็นอาคารคอนกรตี เสริมเหลก็

นอกจากนี้มี ฌาปนสถาน 1 หลัง หอระฆัง 1 หลัง
โรงครัว 1 หลัง ปูชนียวัตถุ มีพระประธานประจำอุโบสถ
ปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง 135 ซม. สูง 145 ซม.

-5-


วัดพยัคฆาราม (เสอื )

วัดพยัคฆาราม (เสือ) ตั้งอยู่เลขที่ 1 บ้านบางคู้-ไผ่ตะล่อม หมู่ที่ 9 ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัด

ลพบรุ ี สงั กดั คณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดนิ ตั้งวัดเนอ้ื ท่ี 24 ไร่ 1 งาน 52 ตารางวา
อาณาเขต ทศิ เหนอื จดแม่นำ้ ลพบุรี

ทศิ ใต้ จดทางสาธารณประโยชน์
ทศิ ตะวันออก จดทางสาธารณประโยชน์
ทิศตะวันตก จดทางหลวงชนบท
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ บริเวณพื้นที่ด้านหลังวัด
เป็นที่ตั้งวัดร้างมาก่อน สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา เมื่อบ้านเมืองสงบสุขดีแล้วประชาชนจึงไดจ้ ัดสร้างวดั
ขึ้นมาใหม่และได้ขยับขยายสถานที่มาสร้างให้ใกล้แม่น้ำลพบุรี เดิมเรียกว่า “วัดเสือ” คงจะหมายถึงนาม
ของพ่อเสือ ผู้ปกครองวัดในระยะเวลานั้น ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๐
ในราวปี พ.ศ. ๒๔๕๗ และ ๒๔๕๙ สมเด็จพระมหาสมณเจา้ กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส สมเด็จพระสงั ฆราชเจ้า
เสด็จมาตรวจการคณะสงฆ์ในมณฑลกรุงเก่า ได้มาประทับแรมที่วัดเสือ และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้เปลี่ยน
ชื่อวัดเป็น “วัดพยัคฆาราม” ในสมัยของพระครูสังวรโสภณ (สาย ติสสโร) เจ้าอาวาสวัดในขณะน้ัน
(พระครสู งั วรโสภณ มรณภาพเม่อื วันจนั ทร์ เดอื นยี่ ปจี อ พ.ศ.๒๔๘๙ สิรอิ ายุ ๙๒ ปี
"ลกั ษณะสถาปตั ยกรรม"
วัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบลุ่ม โดยทางด้านทิศเหนือของวัดติดกับแม่น้ำลพบุรี ทางด้านทิศ
ตะวันออกติดกับถนนสาธารณะที่แบ่งกั้นระหว่างวัดกับที่ดินของประชาชน เช่นเดียวกับทางด้านทิศใต้และทิศ
ตะวันตก วัดพยัคฆารามมีการจัดผังแบบวัดที่ไม่ได้กำหนดขอบเขตที่ชัดเจน สะท้อนถึงการจัดแผนผังแบบวั ด
ราษฎร์ เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานเป็นหลัก โดยใช้พื้นที่ว่างหรือแนวถนนภายในวัดเป็นสิ่งที่แบ่งขอบเขต
จากสภาพปัจจุบันพบว่าอาคารที่เป็นประธานหลักที่มีความสำคัญที่สุดของวัดคืออุโบสถ จะตั้งอยู่บริเวณกลาง
ของพ้นื ทีว่ ัด มีกำแพงแกว้ ลอ้ มรอบกำหนดพื้นท่ีอย่างชัดเจน ท้ังนีท้ างดา้ นทิศใต้ของอโุ บสถปรากฏวิหาร ๑ หลัง
ส่วนพื้นที่ทางด้านทิศเหนือของวัดที่ติดกับแม่น้ำลพบุรี ถือเป็นพื้นที่เขตสังฆาวาสของวัด โดยพื้นที่ทางด้านทิศ
ตะวันตกเฉียงเหนือเป็นที่ตั้งของกุฏิสงฆ์ ตลอดแนวตามแนวกำแพงวัดด้านทิศตะวันตก นอกจากนี้ยังมีเวจกุฏี
(ส้วมพระ) และหอระฆัง ปลูกสร้างอยู่ด้วย ในส่วนด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่ตั้งของศาลาการเปรียญ
และหอระฆังเก่า โครงสรา้ งก่ออฐิ ถอื ปูน บริเวณทางดา้ นทศิ เหนือของศาลาการเปรยี ญถัดออกไปเป็นศาลาท่าน้ำ
แม้ว่าพื้นที่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่มีศาลาการเปรียญสำหรับปฏิบัติศาสนกิจสำหรับพระสงฆ์
แต่ในปัจจุบันศาลาการเปรียญน้ีเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่ทางวัดและชาวบ้านใช้งานร่วมกัน ดังนั้นลักษณะการ
จัดแผนผังของวัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) จึงเป็นการแบ่งผังแบบขนาน โดยกำหนดให้ทางฝ่ังด้านทิศตะวันตกของ
วัดเป็นเขตสังฆาวาส ประกอบดว้ ยกุฏสิ งฆ์ เวจกฎุ ี(สว้ มพระ) หอระฆงั (หลงั ใหม่) สว่ นด้านทิศตะวันออกเป็นเขต
พุทธาวาส มีอุโบสถ วิหาร แต่ทั้งนี้ก็ยังมีอาคารที่ถือว่าเป็นอาคารในเขตสังฆาวาสแต่มีการใช้งานร่วมกัน อย่าง
ศาลาการเปรียญและหอระฆงั (หลงั เก่า) อยใู่ นพนื้ ท่ฝี งั่ ตะวนั ออก
ปจั จุบนั โบราณสถานได้รบั การบรู ณะแล้ว จากกรมศลิ ปากร สำนักศิลปากรท่ี ๔ ลพบรุ ี ในปงี บประมาณ ๒๕๖๒

-6-


อุโบสถ กว้าง 7.92 เมตร ยาว 22.41 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2335
เปน็ อาคารคอนกรตี เสรมิ เหลก็
ศาลาการเปรยี ญ กว้าง 14.40 เมตร ยาว 31 เมตร
สรา้ งเมื่อ พ.ศ. 2512 เปน็ อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยสงู 2 ช้นั
กฏุ ิสงฆ์ จำนวน 8 หลงั เปน็ อาคารคร่ึงตึกคร่ึงไม้
วหิ าร กวา้ ง 9.80 เมตร ยาว 14.90 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2457
ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน 2 หลัง
ศาลาท่าน้ำ จำนวน 1 หลัง
หอระฆัง จำนวน 1 หลัง

-7-


เวจกุฎี (ส้วมพระโบราณ)

เวจกุฎี (ส้วมพระโบราณ) สันนิฐานวา่ มอี ายกุ ว่าร้อยปี ปจั จบุ ันไดร้ ับการบรู ณะแลว้ จากกรมศลิ ปากรที่ 4 ลพบุรี

ในปงี บประมาณ 2562

-8-


เรือแหวด

เรือลำน้ี เป็นเรือแหวด 3 แจว ชาวบา้ นทวั่ ไปเรยี ก “อแี หวด” เปน็ เรอื ทม่ี ที น่ี ั่ง และมีเก๋งบงั
มิดชิด ส่วนหัวต่ำ ส่วนท้ายโตและสูง เป็นเรือสำหรับขุนนางผู้ใหญ่ และพระสงฆ์ที่มีสมณศักด์ิ
เรือลำนี้ได้บูรณะเมื่อ พ.ศ.2552 ในอดีตเรือลำนี้หลวงพ่อสาย ติสฺสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดพยัค
ฆารามและเจ้าคณะอำเภอใช้ตรวจการคณะสงฆ์ ในอำเภอท่าวุ้ง ในอดีตในสมัยรัชการที่ 5
ทรงครองราชย์ในครั้งนั้น องค์สมเด็จพระมหาสมณเจ้าวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
สงั ฆปรินายกทรงทอดพระเนตรในสมยั ตรวจการคณะสงฆ์

-9-


วดั ประดู่ สถานที่สำคญั ของตำบล
บางคู้วดั รา้ งในตำบลบางคู้

วัดประดู่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง

จังหวัดลพบุรี เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา
ตอนปลาย เป็นวัดซึ่งมีอายุมากกว่า 300 ปี การดูแล
โดยกรมศิลปากรที่ 4 จงั หวัดลพบุรี

-10-


วดั ใหญ่

วัดใหญ่ ตง้ั อยูห่ มทู่ ี่ 6 ตำบลบางคู้ อำเภอท่าว้งุ จังหวดั ลพบุรี เป็นวัดทส่ี รา้ งขึน้ ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์

เปน็ วดั เกา่ ท่ีมีอายมุ ากกวา่ 200 ปี และเปน็ วัดที่ประชาชนตำบลบางคู้ให้ความเล่ือมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก
มีวัตถุมงคลดัง พุทธคุณเด่น นามว่า เดี่ยวดำ เดี่ยวแดง และพระเนื้อชินต่างๆ ผู้เลื่อมใสศรัทธา เชื่อว่ามี
พุทธาคมเขม้ ขลัง โดยเฉพาะด้านแคล้วคลาด คงกระพนั ชาตรี ไดร้ บั การยกยอ่ งว่าเปน็ ขุนศกึ ของลพบุรี

เดี่ยวดำ เด่ยี วแดง
-11-


วดั พระนอน

วัดพระนอน ตงั้ อยหู่ มทู่ ่ี 6 ตำบลบางคู้ อำเภอ

ท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี สันนิฐานว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้น
ในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ยังไม่ได้รับการบูรณะ
ซ่อมแซม จึงยังคงสภาพเดิม ซึ่งพบพระนอนฝังอยู่
ใต้พื้นดิน เห็นแต่ศรีษะ มีผู้คนมากราบไหว้ ขอพร
ในเรื่องเสี่ยงโชค และมักจะได้รับตามประสงค์
เปน็ ความเชอื่ ของชาวบางคแู้ ละพ้นื ทใี่ กล้เคยี ง

-12-


วัดชอ่ มะกอก

วัดช่อมะกอก ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง

จังหวัดลพบุรี เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอน
ปลาย เป็นวัดที่ประชาชนใหค้ วามเคารพ สักการะบูชา มีบ่อ
น้ำเป็นบอ่ นำ้ ซมึ ไว้สำหรบั ใช้ในชว่ งฤดแู ล้ง ใช้สำหรบั อปุ โภค
บรโิ ภคในสมยั ก่อน และยงั คงมปี ระเพณปี ิดทองหลวงพ่อขาว
ในทุกปี ช่วงบุญเดือนสาม ยังยึดถือการบอกเล่าการขอพร
สิ่งศักดิ์สิทธ์ิให้ไดต้ ามประสงค์ และส่วนมากผู้ที่ขอก็จะได้รบั
พรตามต้องการ เรื่องที่ผู้คนมาขอพรส่วนใหญ่จะเป็น
การเกณฑ์ทหาร ซึ่งเป็นความเชื่อของคนในชุมชนบางคู้
และพน้ื ทใ่ี กลเ้ คยี ง

-13-


วดั สำเพง็

วัดสำเพ็ง ตงั้ อย่หู มู่ที่ 9 ตำบลบางคู้ อำเภอ

ท่าว้งุ จงั หวัดลพบรุ ี สนั นิฐานวา่ เป็นวดั ทส่ี ร้างข้ึน
ในสมัยกรงุ ศรีอยธุ ยาตอนปลาย เป็นท่ีพักอาศยั
สำหรบั พระภิกษุสงฆเ์ พ่อื จำพรรษา

-14-


วดั กฏุ ิ

วัดกุฎิ ตั้งอยู่หมู่ที่ 12 ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี

สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 23-24 หรือสมัย
กรุงศรีอยุทธยาตอนปลาย ประกอบด้วย วิหาร 2 หลัง ตั้งคู่สมมาตร์
บนฐานประทักษิณสูง 2 เมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว
ขนาด 17x20 เมตร สูงและหนา 50 เซนตเิ มตร ทก่ี ง่ึ กลางมซี ุ้มประตู
ทางเข้าทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก และเจดีย์ทางทิศ
ตะวันตก วิหารคู่ อิฐแบบด้านสั้น สลับยาว สอปูน วางผังตามแนวทิศ
เหนือ-ใต้ วิหารทั้งสองหลังมีขนาดใกล้เคียงกัน คือ วิหารหมายเลข 1
(ด้านทิศเหนือ) ขนาด 5.6 x 9.16 เมตร มีประตูในผนังทิศใต้
และวิหารหมายเลข 2 (ดา้ นทศิ ใต้) ขนาด 5.20x9.32 เมตร มีประตู
ในผนังทิศเหนือ โดยหันทางเข้าเข้าหากัน แต่ช่องประตูเหลื่อมกัน
ส่วนประกอบหน้าต่างก่อเป็นซุ้มโค้ง พบหลักฐานบนผนังทิศเหนือของ
วิหาร หมายเลข 1 สองบานฐานแอ่นโค้งสำเภา ก่อเป็นชุดฐานเขียง
ฐานบัวคว่ำรองรับผนังส่วนชุดรองรบั หลังคาเปน็ บัวแก้วอกไก่ บัวหงาย
และท้องไม้ตามลำดับ ปั้นปูนเป็นเสาติดผนัง(เสาหลอก) 4 ต้น
ประดับหัวเสาเป็นรูปบัวแวง ภายในวิหารทั้ง 2 หลัง มีฐานชุกชีขนาด
ใหญท่ างทิศตะวันตกเช่ือมต่อกบั แท่นพระขนาดเลก็ โดยรอบ

-15-


วดั กลาง

วัดกลาง ตั้งอยู่หมู่ที่ 12 ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง

จังหวัดลพบุรี สันนิษฐานว่าน่าจะมีความสัมพันธ์เป็น
วัดเดียวกันกับวัดกุฎิมีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่
23-24 หรือสมัยกรุงศรีอยุทธยาตอน ปลาย
ประกอบด้วย อุโบสถ 1 หลัง บนฐานลานประทักษณิ
ภายในกำแพงแก้ว ขนาด 16.65x24.20 เมตร
หนา 0.05 เมตร เหลือความสูงประมาณ 0.70 เมตร
หันหน้าไปทางทิศตะวันออก และมีช่องประตูทางเข้า
ขนาดกว้าง 0.90 เมตร มีท่อระบายน้ำดินเผาวาง
ขนานไปกับกำแพงแก้วด้านยาวทั้งสองด้าน อุโบสถ
เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 7.85x15.75
เมตร โครงสร้างแบบผนังรับน้ำหนัก ฐานทำเป็นฐาน
บัวลูกแก้วอกไก่ในลักษณะแอ่นโค้งสำเภา ด้านหน้า
และด้านหลังมีประตูทางเข้าด้านละ 1 ประตูยังคง
สภาพกรอบประตู้ไม้อยู่ ผนังด้านข้างทึบไม่มีช่องแสง
หรือหน้าต่าง มีเสาติดผนังแบ่งออกเป็น 5 ห้อง
ส่วนบนพังทลายลงมาทั้งหมด ภายในปูพ้ืนด้วยอิฐ
ดาดปูน มีพระพุทธรูปประดิษฐานบนฐานชุกชี
ขนาด 3.1x3.2 เมตร

-16-


วัดร้างทเี่ หลอื เพียงแตพ่ ื้นท่ดี นิ ไมพ่ บสิ่งกอ่ สรา้ งเนื่องจากไดผ้ พุ ังไปตามกาลเวลา

วัดขอ่ ย ต้ังอยู่หมู่ 3 ตำบลบางคู้ อำเภอทา่ วุง้ จังหวัดลพบรุ ี
วัดตะเคยี น ตั้งอยู่หมู่ 3 ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จังหวดั ลพบุรี
วดั ดอกไม้ ต้ังอย่หู มู่ 6 ตำบลบางคู้ อำเภอทา่ ว้งุ จังหวัดลพบุรี
วัดตานาค ตง้ั อยหู่ มู่ 8 ตำบลบางคู้ อำเภอทา่ ว้งุ จงั หวัดลพบุรี
วดั หอยโขง่ ต้งั อยหู่ มู่ 12 ตำบลบางคู้ อำเภอทา่ วุ้ง จงั หวัดลพบรุ ี
วัดไก่เต่ยี ตง้ั อยู่หมู่ 13 ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี
วดั ปีบ๊ ตงั้ อยูห่ มู่ 14 ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จงั หวัดลพบรุ ี

ศาลาบางคู้

ศาลาบางคู้

ตัง้ อยู่หมู่ที่ 15 ตำบลบางคู้ อำเภอทา่ วุ้ง จังหวดั ลพบุรี
เป็นสถานที่สำคัญของชาวบางคู้ โดยเมื่อปี พ.ศ. 2443
วันพุธที่ 3 ตุลาคม เวลา 11 ทุ่มเศษ หรือ ห้าทุ่ม
รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประทับเรือพระที่นั่งกลไฟออกจาก
พลับพลาที่ท้องพรหมมาศไปตามทุ่งและไปออกแม่น้ำถึง
ตำบลบางขันหมากเสด็จลงประทับเรือพระที่นั่งพาย
ประพาสตามทุ่งบางขันหมาก ทุ่งบางกระบือ และทุ่ง
โพตลาดแก้ว ประทับเสวยข้าวที่ ศาลาบางคู้ แล้วทรง
บริจาคพระราชทรัพย์พระราชทานแก่พระยาพิสุทธิ์
ธรรมธาดา ผู้ว่าราชการเมืองลพบุรี สำหรับปฏิสังขรณ์
ศาลาบางคู้ 40 บาท และศาลาแพ่ง หรือศาลา
ตาหลวง 20 บาท พระราชทานเงินแก่ราษฎรที่มา
เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จพลับพลา
เวลาเที่ยงเศษ

-17-


สถานที่สำคัญของตำบลบางคู้

โรงเรียนในตำบลบางคู้

ในพื้นที่ตำบลบางคู้ มีสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 2 แห่ง
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางคู้ จำนวน 1 แห่ง และศูนย์การศึกษานอกระบบและ
การศกึ ษาตามอัธยาศัยตำบลบางคู้ 1 แหง่

โรงเรยี นอนบุ าลท่าวงุ้

ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี สังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี
เขต ๑ เดิมชื่อ โรงเรียนวัดวิหารขาว ตั้งขึ้นเม่ือวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ นายอำเภอเป็นผูจ้ ดั ตั้ง
โดยใช้ศาลาการเปรียญของวัดวิหารขาว เป็นสถานที่เรียน เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นประถม ปีที่ ๑ - ๔
ทางราชการได้แต่งตั้งให้ นายไว เมืองอ่ำ มาดำรงตำแหน่ง ครูใหญ่คนแรก วันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๘
ยา้ ยทีเ่ รียนจากศาลาการเปรียญวัดวิหารขาวมาเรียนที่อาคารเรยี นใหม่ ซึ่งได้รบั งบประมาณจัดสร้างเป็นอาคาร
เรยี นสร้างบนพื้นที่ ๑๑ ไร่ ๑ งาน ๔๔ ตารางวา ซงึ่ คณะกรรมการศกึ ษาของโรงเรียนวัดวิหารขาว ร่วมกัน
จดั ตง้ั ให้ เพ่อื ประโยชน์ในการศึกษา ตอ่ มาพ้นื ท่ีของโรงเรียนถูกแบง่ เปน็ ทางหลวง หมายเลข ๓๑๑ สายสิงห์บุรี
- ลพบุรี (ถนนประชาธิปัตย์) จำนวน ๒ ไร่ ๖๔ ตารางวา เหลือเป็นเนื้อที่บริเวณโรงเรียน ๙ ไร่
๘๔ ตารางวา โฉนดที่ ๓๘๕ สารบญั เล่มท่ี ๔ หน้า ๘๕ เลขทะเบยี นที่ราชพสั ดุ ๒๘๘๐๖ สำหรับพื้นที่ท่ีถูก
ตัดขาดออกจากพน้ื ทโ่ี รงเรียน ปจั จุบนั เปน็ ทีป่ ลูกสรา้ งบ้านพักครู และอยูใ่ นความดูแลของโรงเรยี น โรงเรยี นวดั
วิหารขาว ได้เปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนอนุบาลท่าวุ้ง ตามนโยบายพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการศึกษา
เป็นโรงเรียนในเครือข่ายสหวิทยาเขตมหามงคล ของ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๑ โรงเรียนอนุบาลท่าวุ้ง เป็นโรงเรียนประถมศึกษาที่มีจำนวนนักเรียนมาก
ที่สุดในอำเภอท่าวุ้งตลอดมา แม้ปัจจุบันจะมีโรงเรียนขยายโอกาสเกิดขึ้น จำนวนนักเรียนก็ยังมีจำนวนมากอยู่
ในระดับที่น่าพึงพอใจ การจัดการเรียนการสอนเริ่มตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ ๖ จำนวน
นักเรียนในแต่ละปีการศึกษา ประมาณ ๒๗๒ - ๓๐๐ คน ปัจจุบันบริหารงานโดยนายวิชัย ม่วงจีน
ผู้อำนวยการโรงเรียนอนบุ าลทา่ วงุ้

-18-


โรงเรียนวัดปากคลองบางคู้

โรงเรียนวัดปากคลองบางคู้ ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุง้ จังหวัดลพบรุ ี สังกัดสำนกั งาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน กอ่ ตั้งเมอื่ ปี พ.ศ. ๒๔๗๔ โดยใช้ศาลาการเปรียญวดั ปากคลอง เปน็ ทีเ่ ปดิ ทำ
การสอน โดยขั้นแรกมีพระภิกษุในวัดเป็นผู้สอนรับเฉพาะเด็กชาย ซึ่งเป็นศิษย์วัดเท่านั้น ต่อมามีผู้สนใจที่จะ
ศึกษาเล่าเรียนมากขึ้นรวมทั้งเด็กหญิงด้วย พ.ศ. ๒๔๗๖ พระมหาเสาร์ ศีลธโร (เสาร์ ปานมาก) เจ้าอาวาส
วดั ปากคลอง มองเห็นความสำคัญของโรงเรยี น ประกอบกับมนี ักเรียนมาฝากเพิ่มมากขึ้น จึงรว่ มกับผู้ปกครอง
เด็กทำหนังสือถึงท่านนายอำเภอท่าวุ้ง คือ ขุนปรีชาธนบาล เพื่อขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนแห่งนี้ เป็นโรงเรียน
ประชาบาล ไดร้ บั อนุญาตจัดตงั้ เมอ่ื วันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๖ โดยใช้ช่ือโรงเรียนวา่ “โรงเรียนประชาบาล
ตำบลบางคู้ ๒ (วัดปากคลอง)” อาศัยศาลาการเปรียญวัดปากคลองเป็นสถานศึกษาเลา่ เรียน ทางราชการได้
ส่ง นายชั้น มีใบจน (พงษ์เพชรดา) มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่ และครูประจำชั้นสอนเพียงคนเดียว เริ่มเปิด
สอนชน้ั ป.๑ – ป.๓ มีนกั เรียนในสมัยนั้น ๖๑ คน เจ้าอาวาสวดั ปากคลองรว่ มกับผู้ปกครองได้บริจาคเงินเพ่ือ
ทำ โต๊ะ เก้าอี้นักเรียน โต๊ะ เก้าอี้ครู กระดานดำ กิจการของโรงเรียนเจริญกา้ วหน้าและมนี กั เรียนเพิม่ มากขน้ึ
เปน็ ลำดบั พ.ศ. ๒๔๙๕ ทางราชการได้มีคำส่ังเปล่ียนชื่อโรงเรียนใหม่ เพอ่ื ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพ
ท้องถิน่ จากเดิมมาเป็น “โรงเรยี นวดั ปากคลองบางคู้” สังกัดแผนกโรงเรยี น กองการประถมศึกษา กรมสามัญ
ศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๑๐ ทางราชการได้อนมุ ัติงบประมาณแผ่นดิน จำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาท
จัดสร้างอาคารเรียนแบบ ป.๑ฉ. ขนาด ๔ ห้องเรียน โดยอาศัยที่ดินของวัดปากคลอง ที่ตั้งของโรงเรียนใน
ปัจจุบันนี้ จำนวน ๑๐ ไร่ ๓ งาน ๕๕ ตารางวา เริ่มสร้างเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๐ สร้างเสร็จ
เรียบร้อย ประมาณเดือนตุลาคม ๒๕๑๐ และได้ทำพิธีฉลองเปิดอาคารเรียน เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ.
๒๕๑๑ โดยมี พล.ต.ต.สามารถ วายวานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในพิธี พ.ศ. ๒๕๑๕
ทางราชการได้ขยายการศึกษาภาคบังคับจากระดับประถมศึกษาตอนต้นถึงระดับประถมศึกษาตอนปลาย
( ป.๑ – ป.๗ ) โดยเปิดสอนชั้น ป.๕ ก่อนมีนักเรียนชั้น ป.๕ เริ่มแรก ๒๔ คน ทำให้ในปีการศึกษานี้มีนักเรียน
ทั้งสน้ิ ๒๖๖ คน ครู ๘ คน

-19-


พ.ศ. ๒๕๑๗ ทางราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวนทั้งสิ้น ๑๕๒ ,๕๐๐ บาท
กอ่ สร้างอาคารเรยี นหลงั ที่ ๒ แบบ ป.๑ ข ใตถ้ นุ สูง ขนาด ๔ ห้องเรียน ๑ หลัง ก่อสรา้ งเม่ือวันท่ี ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๗
บ้านพักครู ๑ หลงั จำนวนเงิน ๒๕,๐๐๐ บาท ในปีนี้ทางราชการได้บรรจนุ ักการภารโรง ๑ คน คือ นายฉตั ร สขุ สะอาด พ.ศ.
๒๕๒๐ โรงเรียนเปิดทำการสอนทั้งแตช่ ั้น ป.๑ – ป.๗ มีนักเรียนทัง้ สิน้ ๓๗๑ คน ครู ๑๕ คน ภารโรง ๑ คน มีหมายเลข
ประจำโรงเรียน ลบ.๔๐๙ พ.ศ. ๒๕๒๑ ทางราชการได้จัดสรรงบประมาณเป็นจำนวนเงิน ๒๘๐,๐๐๐ บาท ก่อสร้างอาคาร
เรียน หลังที่ ๓ แบบ ป.๑ฉ. ใต้ถุนสูง ขนาด ๔ ห้องเรียน และได้รับงบประมาณ ๑๒๕,๐๐๐ บาท ก่อสร้างโรงอาหาร ๑ หลัง
ส้วม ๒ หลัง ๖ ที่นั่ง ที่ปัสสาวะชาย ๒ ท่ี วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ ทางโรงเรียนได้โอนการศึกษาประชาบาล สังกัด
องค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี มาขึ้นกับสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียน
ก้าวหน้าข้ึนตามลำดับ วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๐ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัดลพบรุ ี ได้แต่งตัง้ ให้
นายปรีชา บญุ อนันต์ มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนวดั ปากคลองบางคู้ ปงี บประมาณ ๒๕๓๐ ทางราชการได้จัดสรร
งบประมาณก่อสร้างถึงน้ำซีเมนต์แบบสปช.ฝ.๓๓จำนวน ๓ ถัง เป็นเงิน ๓๕ ,๐๐๐ บาท ปีงบประมาณ ๒๕๓๑
ได้รับงบประมาณก่อสร้างเรือนเพาะชำ แบบ พ. ๑ จำนวน ๑ หลัง เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท และก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์
แบบ สปช.๒๐๓/๒๖ จำนวนเงิน ๓๔๕,๐๐๐ บาท เริ่มดำเนินการก่อสร้างยกเสาเอกเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒
สร้างเสร็จเมื่อวันที่๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๓ ทำพิธีเปิดฉลองอาคาร เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๓๔ วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.
๒๕๓๓ สำนักงานการประถมศึกษาจังหวดั ลพบุรี มีคำสัง่ ยุบเลิกล้มโรงเรียน วัดพยัคฆาราม และยกทรัพย์สินต่าง ๆ มารวมกบั
โรงเรียนวัดปากคลองบางคู้ และคุณมนูญ คุณจิตรา ไตรรัตน์ ผู้อุปการโรงเรียนได้ก่อสร้างหอกระจายข่าวเป็นเงิน ๙ ,๘๐๐
บาทก่อสร้างถังน้ำซีเมนต์พร้อมรางน้ำเป็นเงิน ๑๕,๐๐๐บาท วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ สำนักงานการประถมศึกษา
จังหวัดลพบุรี แต่งตั้งให้นายอำนวย เหมือนพันธ์ มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัดปากคลองบางคู้ วันที่ ๕
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙ นางศรีสุรางค์ เศรษฐีธร ข้าราชการบำนาญของโรงเรียนวัดปากคลองบางคู้ ได้บริจาคทรัพย์
จำนวนเงิน ๔๐,๙๙๙บาท สร้างศาลาเฉลิมพระเกียรตเิ นอื่ งในวโรกาสท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัวภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช
ทรงครองราชย์ครบ ๕๐ ปี มอบให้เป็นสมบัติของโรงเรียน ซึ่งก่อสร้างเสร็จในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ พ.ศ. ๒๕๔๐
โรงเรียนวัดปากคลองบางคู้ ได้เข้าในโครงการปฏิรปู การศึกษาของกระทรวงศกึ ษาธิการ เมื่อวันท่ี ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๐
ได้รับงบประมาณ จำนวน ๘๗,๐๑๐บาทเพื่อทำการปรับปรุงโรงเรียน โดยทาสีน้ำมัน ทั้งภายนอกและภายในอาคารเรียนทั้ง
๓ หลงั ซึง่ ทางโรงเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน ได้หางบประมาณเพิ่มเติมอกี ๑๒,๐๐๐บาท เพือ่ สมทบในการ
ปรบั ปรงุ อาคารเรยี นครงั้ น้ี วนั ที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ ทางโรงเรียนไดร้ ับงบประมาณตามโครงการปฏริ ูปการศึกษา โดย
นำมาปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์ งบประมาณ ๔๕,๐๐๐บาท ห้องปฏิบัติการทางภาษา งบประมาณ ๔๖,๖๐๐บาท และ
ปรบั ปรุงห้องวิทยาศาสตร์ งบประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท รวมเปน็ เงนิ ทงั้ ส้ิน ๑๓๑,๖๐๐ บาท การปรบั ปรงุ หอ้ งปฏิบตั กิ ารทงั้ ๓
ห้อง เสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ โรงเรียนวัดปากคลองบางคู้ ได้รับ
งบประมาณจำนวน ๒๒๖,๒๐๐บาท เพื่อซ่อมแซมอาคารเรียน ๓ หลัง รวมทั้งอาคารประกอบต่าง ๆ และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ
ท่ปี ระสบอุทกภยั เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ และ ๒๕๔๐ และแล้วเสร็จในวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐

-20-


ปีการศึกษา ๒๕๔๐ โรงเรียนเปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ๓ ขวบ ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ มีนักเรียน ๒๐๐ คน
ครู ๑๒ คน (โดยมีนายบำรุง สุระเวช ไปช่วยราชการที่ สปจ.ลพบุรี และมีนางปัญญานารถ กองแก้ว มาช่วยราชการจาก
สปจ.สระแกว้ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๒ โรงเรียนวัดปากคลองบางคู้ ได้รับงบประมาณ สร้างอาคารเรียน แบบ สปช.
๑๐๕/๒๙ จำนวนเงิน ๑,๕๔๒,๐๔๖บาท และสร้างส้วม แบบ สปช. ๖๐๑/๒๖จำนวน ๕๕,๕๐๐ บาท การก่อสร้างไดแ้ ล้วเสรจ็
ในวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๔๒ ปีงบประมาณ ๒๕๔๒ โรงเรียนวัดปากคลองบางคู้ ได้งบประมาณปรับปรุงสนามฟุตบอล
แบบ พ.๑ จำนวนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท วันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ โรงเรียนวัดปากคลองบางคู้ ได้รับงบประมาณ
ปี ๒๕๔๓ (งบเหลือจ่าย จากงบมิยาซาวา) ก่อสร้างส้วม แบบ สปช. ๖๐๑/๒๖ จำนวนเงิน ๕๐,๕๐๐บาท การก่อสร้างได้
แล้วเสร็จในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ วันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ โรงเรียนวัดปากคลองบางคู้ ได้รับงบประมาณ
สร้างถงั น้ำซีเมนต์ แบบ ฝ. ๓๓ พรอ้ มรางนำ้ ฝน จำนวนเงิน ๖๐,๐๐๐บาท การก่อสรา้ งแล้วเสร็จในวันท่ี ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๓
วันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๔โรงเรียนวัดปากคลองบางคู้ ได้รับงบประมาณสร้างลานกีฬาเอนกประสงค์ระดับตำบล คือ
สนามวอลเล่ย์บอล พร้อมอุปกรณ์ (จากกรมพลศึกษา) สนามบาสเกตบอล พร้อมอุปกรณ์ (จากการกีฬาแห่งประเทศไทย)
จำนวนเงิน ๙๙,๐๐๐ บาท ปีงบประมาณ ๒๕๔๔ โรงเรียนวัดปากคลองบางคู้ ได้รับสนบั สนุนงบประมาณก่อสร้างลานกฬี า
เอนกประสงค์ระดบั ตำบล ๒ รายการดังนี้

- สนามสนามวอลเลยบ์ อล พรอ้ มอุปกรณ์ (จากกรมพลศึกษา)
- สนามบาสเกตบอล พร้อมอปุ กรณ์ (จากการกีฬาแห่งประเทศไทย)
- ปกี ารศึกษา ๒๕๔๕ โรงเรียนวดั ปากคลองบางคู้ เปิดทำการสอนตั้งแตช่ ้ันอนบุ าลศึกษาปที ่ี ๑ ถึงชั้นประถมศึกษาปี
ที่ ๖ มีนักเรียน ๑๕๘ คนครู ๑๑ คนครูย้ายมาทำการสอนใหม่ ๓ คน นางฉวี วิเศษพานิช นางสมสุข ร้อยแสนศึก
และนายวนั ชัย อยู่สขุ นักการภารโง ๑ คน (ชนั้ อนุบาล ๓ ขวบ) จดั การเรยี นการสอนโดยองค์การบิหารสว่ นตำบลบางคู้
ปีการศึกษา ๒๕๔๖ โรงเรียนวัดปากคลองบางคู้ เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
มีนกั เรยี น ๑๕๑ คน
วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๖ นายวันชัยอยู่สุข ย้ายไปดำรงตำแหน่งโรงเรียนวัดถ้ำตะโก สพท.ลบ ๑
นางอรทัย นกยูงแดง ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนเมืองใหม่ สพป.ลบ๑ และนางพัชราภรณ์ วีระประสิทธิ์ ย้ายมาดำรง

ตำแหน่งที่โรงเรียนวดั ปากคลองบางคู้ ปีการศึกษา ๒๕๔๗ โรงเรียนวัดปากคลองบางคู้ เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้น
อนุบาลศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ มีนักเรียน ๑๓๙ คน ครู ๘ คน นักการภารโรง ๑ คน
วนั ที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ นายอำนวย เหมือนพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดปากคลองบางคู้ และนางถนอม
เทีย่ งแท้ เขา้ โครงการเกษยี ณอายุราชการก่อนกำหนดแตง่ ตั้งให้นายมนัส ทองทา รักษาการแทนผู้อำนวยการ
โรงเรียนวดั ปากคลองบางคู้ ต้งั แต่ วันท่ี ๑ เมษายน ๒๕๔๗ และปจั จบุ ันบรหิ ารงานโดยนายมรงกต เอี่ยมบวั

-21-


ศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ เล็กองคก์ ารบริหารสว่ นตำบลบางคู้

ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางคู้ จัดกระบวนการ
เรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย อายุ 2 ขวบ ถึง 3 ขวบ 11 เดือน ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยของกรมส่งเสริม
การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหลักและบูรณาการกับหลักสูตรการเรียนรู้แบบไฮสโคป (High Scope)
จำนวนนักเรียนในแต่ละปีการศึกษา ประมาณ 70-80 คน บริหารงานโดยนายณรงค์ กล่อมเกลา
นายกองค์การบรหิ ารสว่ นตำบลบางคู้

ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลบางคู้

ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ศูนย์การศึกษานอกระบบตามอัทธยาศัยกลุ่มเป้าหมาย
พิเศษสถาบันส่งเสริมและการพัฒนาวัตกรรมการเรียนรู้ มีวัตถุประสงค์ คือปรับให้นักศึกษา กศน.สามารถ
เทียบเท่า ม.ปลายได้อย่างแท้จริง

-22-


โครงการแกม้ ลงิ หนองสมอใส

แหล่งน้ำสำคญั ในตำบลบางคู้

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับ
โครงการขุดลอกหนองสมอใสเป็นโครงการแก้มลิงของมูลนิธิชัย
พัฒนา ตามท่รี ้อยเอกสมพงษ์ โพธเิ์ จริญ ราษฎรอยบู่ า้ นเลขที่ 31
หมู่ที่ 11 ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ได้มีหนังสือ
ถึงสำนักราชเลขาธิการขอใ ห้นำความกราบบังคมทูล
ขอพระราชทานพระมหากรุณาในการดำเนินงานโครงการพัฒนา
หนองน้ำสมอใส อยู่ที่หมู่ 15 ตำบลบางคู้ ซึ่งเป็นหนองน้ำ
สาธารณะระหว่างตำบลบางลี่ ตำบลบางคู้ ตำบลโพตลาดแก้ว
อำเภอท่าวุ้ง และตำบลบางขันหมาก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
ให้เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เพื่อช่วยเหลือให้ราษฎรมีน้ำอุปโภค
บริโภค และเพื่อการเกษตร โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานพระราชานุมัติงบประมาณจากมูลนิธิชัยพัฒนา
ในการดำเนินงานโครงการแก้มลิงหนองสมอใส อำเภอท่าวุ้ง
จงั หวัดลพบรุ ี เม่อื วนั ท่ี ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑

-23-


โครงการแกม้ ลิงหนองน้ำพล

เมอื่ วนั อังคารที่ 18 มถิ ุนายน 2556 สมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราช
ดำเนินไปทอดพระเนตรผลการดำเนินงานโครงการ
แก้มลิงหนองสมอใส ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง
จังหวัดลพบุรี และทรงเยี่ยมกลุ่มผู้ใช้น้ำของโครงการ
ราษฎรบ้านบางคู้ และราษฎรบ้านบางลี่ ตำบลบางคู้
ณ ที่นั้น ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำริให้
กรมชลประทานพิจารณาช่วยเหลือราษฎรที่อยู่
ปลายคูส่งน้ำของโครงการแก้มลิงหนองสมอใส
ซึ่งปัจจุบันใช้น้ำจากหนองน้ำพล ให้มีน้ำใช้เพียงพอ
ต่อการทำการเกษตร โดยหนองน้ำพล อยู่ที่หมู่ 15
ตำบลบางคู้ เป็นหนองน้ำสาธารณประโยชน์ รับน้ำ
จากคลองระบายใหญ่ชัยนาท - ป่าสัก 3 และคลอง
5 วา ปัจจุบันมีสภาพตื้นเขิน ไม่มีอาคารบังคับน้ำ
ท ่ อ ร ั บ น ้ ำ เ ข ้ า ค ู ส ่ ง น ้ ำ ไ ม ่ ม ี บ า น ร ะ บ า ย ค ว บ คุ ม
จ ึ ง ไ ม ่ ส า ม า ร ถ เ ก ็ บ ก ั ก น้ ำ ไ ว ้ ใ ช ้ เ พ ื ่ อ ก า ร เ ก ษ ต ร
นอกจากนี้ได้พระราชทานพระราชดำริให้กรม
ช ล ป ร ะ ท า น แ ล ะ ห น ่ ว ย ง า น ท ี ่ เ ก ี ่ ย ว ข ้ อ ง ร ่ ว ม กั น
ด ำ เ น ิ น ก า ร จ ั ด ท ำ แ ผ น ก า ร บ ร ิ ห า ร จ ั ด ก า ร น้ ำ
ในพื้นที่โครงการแก้มลิงต่างๆในเขตจังหวัดลพบุรี
เพ่อื ใหเ้ กิดประโยชน์แก่ราษฎรอยา่ งสูงสุดฯ

-24-


แมน่ ้ำลพบรุ ี

ต้นน้ำของแม่น้ำลพบุรี อยู่ที่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี

ไหลทางตะวันออกผ่านอำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี อำเภอท่าวุ้ง และอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

กอ่ นไหลลงไปทางใต้เข้าเขตอำเภอบา้ นแพรก, อำเภอมหาราช, อำเภอบางปะหัน, อำเภอนครหลวง และไหลมา

บรรจบกบั แม่น้ำป่าสกั หน้าตำบลหวั รอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรอี ยุธยา ถึงจะมาบรรจบกับ

แม่น้ำเจา้ พระยาบริเวณหนา้ วัดพนัญเชิง ตำบลหอรตั นไชย อำเภอและจงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา รวมความยาว

ที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยาประมาณ 63 กิโลเมตร แต่เดิมแม่น้ำลพบุรีสายเก่าไหลไปรวมกับแม่น้ำ

เจ้าพระยาบริเวณวัดขุนยวนโดยมีลักษณะไหลโอบบริเวณเกาะเมืองด้านเหนือไปทางตะวันตก ครั้นได้มีการขุด

ลอกคลองเชื่อมระหว่างแม่น้ำลพบุรีกับแม่น้ำป่าสักที่อยู่ทางทิศตะวนั ออกบริเวณวัดตองปุ เรียกว่า "คูขื่อหน้า"

ทำให้กรงุ ศรีอยุธยามีสัณฐานเป็นเกาะ กลายเป็นคูเมืองทางเหนือของกรงุ ศรีอยุธยา อีกท้งั แม่น้ำลพบุรไี หลลงแม่

นำ้ ปา่ สักมากขนึ้ เพราะระยะทางใกล้กวา่ ส่วนแม่น้ำลพบุรีสายเดิมที่ไหลลงสแู่ ม่นำ้ เจ้าพระยาก็ต้ืนเขินและแคบ

ลงเรียกกันว่า "คลองเมือง" ซ่ึงมนุษย์ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำลพบุรีมาไม่น้อยกว่า 3,000 ปีแล้ว จนเป็นแหล่ง

ชุมชนที่พัฒนาเป็นบ้านเมืองแล้วเป็นรัฐ ได้แก่ รัฐทวารวดี, รัฐละโว้-อโยธยา ก่อนพัฒนาเป็นกรุงศรีอยุธยา

ในกาลตอ่ มา ในยคุ ทวารวดี สายนำ้ นเ้ี ป็นเส้นทางเชอ่ื มต่อกับคลองและสายน้ำไปยังเมืองบางไผ่ (อำเภอบ้านหมี่

จังหวัดลพบุร)ี , เมืองจันเสน (อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์), เมืองอู่ตะเภา (อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท)

ดังจะพบวัดเก่าสมัยอยุธยาเรียงรายตามลำน้ำอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้พระยาโบราณราชธานินทร์

(พร เดชะคุปต์) ไดส้ ันนิษฐานไวใ้ นหนังสือ "ระยะทางเสด็จพระราชดำเนินประพาสต้ังแตพ่ ระราชวังจันทรเกษม

ถึงจังหวัดลพบุรี" ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า "เส้นทางสายนี้คงเป็นแม่น้ำลพบุรี

สายเดิม และพระนางจามเทวเี ดินทางจากละโว้ ขึ้นไปครองเมอื งหริภญุ ไชย ผ่านตามเสน้ ทางนำ้ ท่ไี หลไปบรรจบ

กับแม่น้ำเจ้าพระยาแถบหลังอำเภอพยุหะคีรี" ในอดีตแม่น้ำลพบุรีมีความสำคัญในด้านการคมนาคมทางน้ำ

ที่จังหวัดลพบุรี มีการใช้ลำน้ำนี้เพื่อติดต่อค้าขายกับกรุงเทพมหานคร โดยมีท่าเรือสำหรับเดินทาง

ไปยงั กรงุ เทพฯ ที่ทา่ นำ้ ตรงขา้ มวดั พรหมาสตร์ นอกจากนีช้ าวบา้ นยังใช้เดนิ ทางไปตา่ งเมือง คือเมอื งสิงหบ์ รุ แี ละ

บ้านแพรก แต่ปัจจุบันผู้คนนิยมเดินทางด้วยรถยนต์ การสัญจรทางน้ำในแม่น้ำลพบุรีจึงหายไป แต่ก็ยังมี

ความสำคัญกับวิถีชีวิตของชาวบางคู้ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้ในครัวเรือน

การทำเกษตร เปน็ ต้น -25-


บคุ คลสำคญั ในตำบลบางคู้

เจ้าอาวาสอดีต จนถึงปัจจบุ ัน

วดั ทา่ ราบ

1. หลวงพ่อสนุ่
2. พระครปู ยิ ธรรมาภริ ม

วัดวิหารขาว

1. พระครวู ิทานธรรมกจิ
2. หลวงพอ่ สุน
3. หลวงพอ่ ชว่ ย
4. พระครูอดุ ม วิหารการ (พ.ศ.๒535-๒๕63)
5. พระอธิการราเชน ปิยธรรมโม (พ.ศ.๒563-๒๕61)

วัดปากคลอง

1. พระสมหุ ์สวุ รรณ
2. พระอธิการกลอ่ ง
3. พระอธิการกลบั
4. พระอธกิ ารเรือง
5. พระมหาเสาร์ (ถึง พ.ศ. ๒๔๘๘)
6. พระครูสังวรโสภณ (มาก โอภาโส) (พ.ศ.๒๔88-๒๕๒3)
7. พระครสู งั วรวหิ ารคุณ (ชะมด ธรี ธมฺโม) (พ.ศ.๒523-๒๕53)
8.พระประสิทธิ ปญั ญาภโล (พ.ศ.๒553-๒๕61)
9. พระปลดั สมชาย ธมมฺ จรี (พ.ศ.๒561-ปจั จุบัน

-26-


วัดพยัคฆราม (เสอื )

๑. หลวงพ่อเสอื
๒. หลวงพ่อพกุ
๓. พระครูสงั วรโสภณ "สาย" (ถึง พ.ศ. ๒๔๘๘) อดตี เจา้ คณะอำเภอท่าวุ้ง
๔. พระครวู มิ ลสังวรยตุ ิ "ผนั " (พ.ศ.๒๔๘๙-๒๔๙๓) อดตี เจ้าคณะอำเภอทา่ วงุ้
๕. พระครบู รรณสารสุนทร "บุญช"ู (พ.ศ.๒๔๙๕-๒๕๒๖) อดีตเจา้ คณะอำเภอทา่ วุง้
๖. พระครปู ระภัศร์ศลี คุณ "บรรจง" (พ.ศ.๒๕๒๗-๒๕๓๖) อดีตเจ้าคณะอำเภอทา่ วุ้ง
๗. พระปลัดสมพงษ์ วิสทุ ฺธสโี ล (ปัจจุบนั )

เกจอิ าจารย์ดังตำบลบางคู้

พระครูสังวรโสภณ (สาย ติสฺสโร) วัดพยัคฆาราม (เสือ) ต.บางคู้
อ.ท่าวุง้ จ.ลพบุรี

หลวงพ่อสาย เป็นหนึ่งในพระคณาจารย์ที่สมเด็จพระมหา
สมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชรูปที่ 10
แห่งกรุงรตั นโกสินทร์ ทรงยกยอ่ งขณะเสด็จมาตรวจทีเ่ มืองลพบุรีประวัติ
และพระเกียรติคุณของท่านปรากฏในหนังสือ ระยะทางสมเด็จพระมหา
สมณะเสด็จตรวจการณ์คณะสงฆ์ในมณฑลในกรุงเก่า ปีพุทธศักราช
๒๔๕๗ มีข้อความเกี่ยวกับหลวงพ่อและวัดเสือดังน้ี "วันที่ ๒๖ มีนาคม
เวลา ๑ ยามเศษ เสด็จขึ้นที่ประทับที่พระครูสายจัดกุฏขิ องท่านไว้ถวาย
พระครูสายวัดนี้ มีรูปสมบัติเป็นสง่า ทั้งมีมารยาทงามน่านับถือ
มชี าวบา้ น ชัน้ คฤหบดี มีวยั ผใู้ หญ่มาอยูช่ ่วยพระครรู ับเสด็จหลายคน

มิกิริยาอัธยาศัยอันเรียบร้อยน่าชม สมกับทั้งเจ้าวัดและลูกบ้าน" หลวงพ่อสาย ติสฺสโร ท่านเกิดเมื่อ เดือนมีนาคม
พ.ศ.๒๓๙๗ ที่บ้านโพตลาดแก้ว เป็นบุตรของนายปั้น และนางเกลี้ยง ปั้นสะอาด ได้อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ.๒๔๑๘
ณ วัดพยัคฆาราม มีหลวงพ่อพุก เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อก๋ง วัดเขาสมอคอน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ เมื่อพระ
อุปัชฌาย์พุก ได้มรณภาพแล้ว หลวงพ่อสายจึงได้สืบเป็นสมภารต่อมา หลวงพ่อได้พัฒนาและช่วยก่อสรา้ งเสนาสนะ
ท้ังภายในและภายนอกวัด อนึ่ง ขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ คณะศิษย์นำโดยพระปลัดเชื้อ และพระมหารื่น ได้ศรัทธา
ขออนุญาตหล่อรูปเหมอื นของท่านประดิษฐานไว้ ณ วัดพยัคฆาราม ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๖๗ ในปี พ.ศ.๒๔๖๒ หลวงพ่อ
สายได้ปลุกเสก และแจกเหรียญรูปไข่ขนาดเล็กให้ศิษยานุศิษย์เป็นครั้งแรก มีผู้ประจักษ์ในกิตติคุณกันเป็นจำนวน
มาก เหรียญรุ่นนี้มีราคาสูงถึงหลักแสน สภาพสวยถึงหลักหลายแสน นอกจากนี้ยังมีตะกรุด ผ้าประเจียด ระบุปี
พ.ศ.๒๔๘๒ พระพิมพ์สี่เหลี่ยมเล็กๆ ฯลฯ มีพุทธคุณครบทุกอย่างคือ เมตตา แคล้วคลาด และคงกระพัน
ท่านมรณภาพเมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๙ รวมสริ อิ ายุได้ ๘๑ ปี ๗๑ พรรษา

-27-


พระครูวิมลสังวรยุติ หรือ หลวงพ่อผัน วัดพยัคฆาราม (เสือ) ต.บางคู้
อ.ทา่ วุง้ จ.ลพบุรี

เกิดที่บ้านบางคู้ ต.บางคู้ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2410
โยมบิดาชื่อจั่น โยมมารดาชื่อสำลี ในวัยเด็กหลวงพ่อผันได้เรียนหนังสือ
ทวี่ ดั พยคั ฆาราม ตอ่ มาเมอ่ื มีอายคุ รบบวชจึงไดอ้ ปุ สมบทที่วดั พยคั ฆาราม
ในปี พ.ศ. 2431 เมื่อท่านได้บวชแล้วก็อยู่ศึกษาพระธรรมวินัย
อยู่ที่วัดพยัคฆาราม มาโดยตลอด ได้ศึกษาวิทยาคมกับหลวงพ่อสาย
ท่านเคร่งครัดในพระธรรมวินัย จนกระทั่งหลวงพ่อสาย มรณภาพ
ในปี พ.ศ. 2489 ชาวบ้านก็ได้นิมนต์ให้หลวงพ่อผัน เป็นเจ้าอาวาส
วัดสืบแทน ท่านได้ปกครองวัดด้วยความเมตตาธรรม ดูแลพระและ
ชาวบ้านด้วยพรหมวิหาร 4 เป็นทีร่ กั เคารพของชาวบ้านมาก
ท่านได้สร้างความเจริญต่อจากหลวงพ่อสาย ดูแลซ่อมแซมเสนาสนะภายในวัดให้คงสภาพสวยงามดังเดิม ในปี พ.ศ.
2482 หลวงพ่อผัน มีอายุครบ 6 รอบ (72 ปี) ชาวบ้านและศิษยานุศิษย์ได้ปรึกษาหารือกันว่าจะจัดงานทำบุญ
อายุครบ 6 รอบให้หลวงพ่อผัน และจะจัดสร้างเหรียญที่ระลึกขึ้น เพื่อแจกเป็นที่ระลึกจึงได้ขออนุญาตหลวงพ่อผัน
และได้ให้จ้างช่างทางกรุงเทพฯ ปั๊มเหรียญรูปอาร์ม (ชาวบ้านมักเรียกว่าเหรียญกระดุม) จำนวนประมาณ 500
เหรียญ เปน็ เขม็ กลดั ตดิ เสื้อ ประมาณ 50 อัน เป็นลกั ษณะแบบเดียวกับเหรยี ญ ซงึ่ เป็นรปู อารม์ เป็นรูปหลวงพ่อผัน
ครงึ่ องค์ มอี กั ขระ "นะ โม พทุ ธา ยะ" และอักษรไทยว่า "พระครูวมิ ลสงั วรยุติ" ดา้ นหลงั จะเปน็ แอง่ บุ๋มลึกลงไป
หลวงพ่อผันเคารพนับถือและสนิทกับหลวงพ่อเดมิ วัดหนองโพ ท่านจึงได้นำเหรียญนี้ไปขอให้หลวงพ่อเดมิ
ปลุกเสกเดี่ยวที่วัดหนองโพ แล้วจึงนำมาปลุกเสกต่อที่วัดพยัคฆาราม ในวันงานหลวงพ่อผันได้แจกให้แก่ ลูกศิษย์
และประชาชนที่มาร่วมในวันงานเป็นที่ระลึก หลวงพ่อผัน อยู่เป็นเจ้าอาวาสวัดพยัคฆาราม จนถึงปี พ.ศ. 2493
จงึ ได้มรณภาพ สิริอายุได้ 83 ปี พรรษาที่ 62 ยงั ความโศกเศรา้ แกช่ าวบ้านและลูกศิษย์เปน็ อย่างมาก

-28-


ผู้ใหญ่บา้ นตัง้ แตอ่ ดตี ถงึ ปจั จบุ ัน

ผู้ใหญ่บ้าน หม่ทู ่ี 1 -
ตงั้ แต่ พ.ศ. 2540 - 2548
1. นายสวงษ์ กลิง้ ฝอย ตั้งแต่ พ.ศ. 2548 - 2556
2. นายบญุ ส่ง อัคคีโรจน์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 - 2564
3. นายธงชยั ขำเลิศ ต้งั แต่ พ.ศ. 2564 - ปจั จบุ นั
4. นายณรงค์ พันธพ์ านิช
5. นายณัฏฐพร พนั ธ์พานชิ

ผู้ใหญบ่ ้าน หมูท่ ี่ 2

1. นายซงุ ธูปหอม -

2. นายประเสรฐิ นนท์งาม ต้งั แต่ พ.ศ. 2540 - 2545
3. นายสเุ ทพ แตงไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2545 - 2550
4. น.ส.อยู่เยน็ พูลหวัง ตัง้ แต่ พ.ศ. 2550 - 2555
5. น.ส.กาญจนเ์ กส พลมาลา ตง้ั แต่ พ.ศ. 2555 - ปจั จุบนั
6. นายกฤตมาส นนทง์ าม

ผใู้ หญบ่ ้าน หมู่ที่ 3 -
ต้ังแต่ พ.ศ. 2535 - 2553
1. นายชาติชาย ทองหยด ตัง้ แต่ พ.ศ. 2553 - 2558
2. นายยุทธศกั ด์ิ ทองหยด ตัง้ แต่ พ.ศ. 2558 - ปจั จุบนั
3. นางฤติมา พรหมแสงใส
4. นายยทุ ธศลิ ป์ วงษ์อุดม

ผใู้ หญบ่ ้าน หมู่ท่ี 4

1. นายบญุ เลิศ -

2. จ.ส.อ.บญุ เลิศ คงเจรญิ ต้งั แต่ พ.ศ. 2543 - 2548

3. เรืออากาศตรีวิเชียร เพง็ อินทร์ ตงั้ แต่ พ.ศ. 2548 - 2553

4. นายประทีป แป้นสกุล ตัง้ แต่ พ.ศ. 2553 - ปจั จุบนั

-29-


ผูใ้ หญบ่ า้ น หมทู่ ่ี 5 -
-
1. นายผอ่ น ปานพรหม ตัง้ แต่ พ.ศ. 2543 - 2548
2. นายกริด ขาวสะอาด ต้งั แต่ พ.ศ. 2548 - 2551
3. นายจรนิ ทร์ จนั ทรฤ์ กษ์ ตัง้ แต่ พ.ศ. 2551 - ปจั จุบนั
4. นางผอ่ งศรี พันธ์วงษ์
5. นางจุฑามาส ดอกบัว ตงั้ แต่ พ.ศ. 2539 - 2544
ต้งั แต่ พ.ศ. 2544 - 2545
ผู้ใหญบ่ า้ น หมทู่ ่ี 6 ตั้งแต่ พ.ศ. 2545 - 2550
ตั้งแต่ พ.ศ. 2550 - 2558
1. นายเฉลา จันทร์ฤกษ์ ต้งั แต่ พ.ศ. 2558 - 2562
2. นายณรงค์ สาสกุล ตัง้ แต่ พ.ศ. 2562 - ปจั จบุ นั
3. นางอไุ ร จันทร์ฤกษ์
4. นางชูศรี บุญยะสม -
5. นายจกั รพงษ์ อัมรักษ์ -
6. นายกมล อิม่ วงษ์ -
ต้งั แต่ พ.ศ. 2534 - 2552
ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 7 ตั้งแต่ พ.ศ. 2552 - 2553
ต้งั แต่ พ.ศ. 2553 - ปจั จบุ ัน
1. นายแพ คุม้ แกว้
2. นายฟอ้ น บุญมาก -
3. นายชำนาญ โพธิง์ าม -
4. นายวิชิต ทองทา ต้ังแต่ พ.ศ. 2535 - 2548
5. นายกฤษณะ ทองอารยี ์ ต้ังแต่ พ.ศ. 2548 - 2553
6. นางณชิ าพัฒน์ ชุ่มโตกลุ ต้งั แต่ พ.ศ. 2562 - ปจั จบุ ัน

ผู้ใหญบ่ า้ น หมทู่ ี่ 8

1. นายแบน เจริญสุข
2. นายเสนห่ ์ รม่ พดุ ตาน
3. นายชะโอด เดือนแจง้
4. นายโนรี ทองงาม
5. นางสาวรตั ตกิ าล ทองงาม

-30-


ผูใ้ หญ่บา้ น หมูท่ ่ี 9 -
-
1. นายลออ ถงึ เจริญ ต้ังแต่ พ.ศ. 2543 - 2544
2. นายเกษม นว่ มเจรญิ ต้ังแต่ พ.ศ. 2544 - 2549
3. นายปรีชา สุขใจ ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 - ปจั จบุ ัน
4. นางจรณู ศรี ศรีสกุล
5. นายชุมพล ขวญั มงคล -
-
ผู้ใหญบ่ า้ น หมู่ที่ 10 -
-
1. นายสำราญ จนั ทรเ์ พญ็ ตงั้ แต่ พ.ศ. 2549 - 2561
2. นายเฟ่อื ง พลอยวงษ์ ตง้ั แต่ พ.ศ. 2561 - ปจั จบุ ัน
3. นายบญุ เหลอื พรหมงาม
4. นายสนุ ทร ภานทุ ตั น์
5. นายบุญชู แหง่ เจรญิ

6. นางสาวนฤชา แหง่ เจริญ

ผใู้ หญ่บ้าน หมู่ท่ี 11 -
-
1. นายศริ ิ อยู่พลู
2. นายสาย ทองพูล ตั้งแต่ พ.ศ. 2543 - 2558
3. นายสมศกั ดิ์ แป้นสกุล ตง้ั แต่ พ.ศ. 2558 - ปจั จบุ นั
4. นายวเิ ชียร เสือสะอาด
5. นายธรรมนญู มว่ งโสรส

ผใู้ หญ่บ้าน หมูท่ ี่ 12 -

1. นายพนั ดีงาม -
2. นายเคลอื บ ออ่ นแตม้ -
3. นายประไพร บญุ สอด ตัง้ แต่ พ.ศ. 2525 - 2549
4. นายประดิษฐ์ แววทอง ตงั้ แต่ พ.ศ. 2559 - ปจั จบุ นั
5. นายไชยรตั น์ โตเจริญ

-31-


ผู้ใหญ่บา้ น หมูท่ ่ี 13 -
-
1. นายกรา่ ง บุญคูน -
2. นายแกว้ บญุ คูน ตัง้ แต่ พ.ศ. 2541 - 2548
3. ระเบียบ กล่อมเกลา ตัง้ แต่ พ.ศ. 2548 - 2553
4. นายณรงค์ กลอ่ มเกลา ตั้งแต่ พ.ศ. 2553 - ปจั จบุ นั
5. นายธนู แจง้ ประจักษ์
6. นายบุญสืบ ล้ีสกุล

ผูใ้ หญ่บา้ น หมูท่ ่ี 14 -
-
1. นายทองคำ อ่อนสำลี ตง้ั แต่ พ.ศ. 2549 - 2551
2. นายประสทิ ธ์ิ ลส้ี กุล ตั้งแต่ พ.ศ. 2539 - 2549
3. นายฉลอง คงศิริ ตัง้ แต่ พ.ศ. 2549 - 2561
4. นายมนสั บูรณ์ สรสิงห์ ตัง้ แต่ พ.ศ. 2561 - ปจั จบุ ัน
5. นางสุทธนิ ันท์ เกิดปว่ น
6. น.ส.กริ ณา ล่องลอย

ผูใ้ หญบ่ ้าน หมูท่ ่ี 15 -
-
1. นายสนุ ทร (ผู้ใหญ่ต๋)ี -
2. นายสวุ รรณ ขวญั กล่ำ ต้งั แต่ พ.ศ. 2538 - 2552
3. นายสว่าง จนั ทร์ฤกษ์
4. นายคนอง เอมถมยา

กำนัน ตั้งแต่อดีตจนถงึ ปจั จบุ ัน

1. นายเฟอ่ื ง พลอยวงษ์ กำนนั ตำบลบางคู้ -
-
2. นายชาติชาย ทองหยด กำนนั ตำบลบางคู้ ตง้ั แต่ พ.ศ.2535 – 2548
ตง้ั แต่ พ.ศ.2548 – จนถงึ ปจั จบุ นั
3. นายชะโอด เดอื นแจ้ง กำนันตำบลบางคู้

4. นายคนอง เอมถมยา กำนนั ตำบลบางคู้

-32-


นายกองค์การบรหิ ารส่วนตำบลบางคู้

1. นายสำอาง สีงาม นายกองค์การบริหารสว่ นตำบลบางคู้ ต้งั แต่ พ.ศ.2539 – 2552

2. นายณรงค์ กลอ่ มเกลา นายกองคก์ ารบริหารส่วนตำบลบางคู้ ตง้ั แต่ พ.ศ.2552 – จนถงึ ปัจจบุ ัน
-33-


ปราชญ/์ ผทู้ รงภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ

ดา้ นแพทย์แผนไทย

นายสนุ ทร นามสกุล นิ่มน้อม
เกิดวนั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2487 สถานทเ่ี กดิ บา้ นหมอ้ ปจั จุบันอายุ 78 ปี
บา้ นเลขที่ 14 หม่ทู ี่ 13 ตำบล บางคู้ อำเภอท่าวงุ้ จังหวัดลพบุรี รหัสไปรษณยี ์ 15150
โทรศัพท์มอื ถอื 081-286509

นายสุนทร นิ่มน้อม ได้เติบโตมาในครอบครัวที่ทำอาชีพเกษตรกรรม แต่เริ่มมีความสนใจ เรื่องแพทย์
แผนไทยต้งั แต่วยั เดก็ และมโี อกาสดีกว่าเด็กคนอืน่ เพราะเปน็ เด็กวัดอยใู่ กล้ตำราหมอท่ถี ูกบันทึกลงในใบลานแต่
โบร่ำโบราณที่วัด ถือเป็นคลังความรู้เรื่องตำรายา ตำราแพทย์จึงทำให้นายสุนทรมีโอกาสได้ศึกษาวิชาแพทย์
แผนไทยตั้งแต่ยังเด็ก หมอสุนทรบวชเรียนอายุ 21 ปี ณ วัดปากคลองบางคู้ ช่วงที่บวชเรียนได้รับความรู้
การใช้ยาสมุนไพรกับพระครูสังวรโสภณ (มาก โอภาโส) เจ้าคณะอำเภอท่าวุ้ง เจ้าอาวาสวัดปากคลองบางคู้
ท่านเป็นหมอรักษาโรคไข้ทับระดู โรคเลือด โดยนายสุนทรมีหน้าที่เก็บสมุนไพรบริเวณวัด จากการเป็นผู้ช่วย
ท่านเจา้ อาวาสทำให้ได้รับความรู้เพิ่มเตมิ และได้รบั การถ่ายทอดสูตรยารกั ษาโรคไขท้ ับระดูภายหลังจากท่ีได้รับ

ความรู้จากหลวงพ่อ นายสุนทรได้นำไปรักษากับผู้ป่วยจริง พบว่าผู้ป่วยดีขึ้น ทำให้หมอสุนทรเกิด

ความภมู ิใจ และเรม่ิ สนใจสมุนไพรและแพทย์แผนไทยจากนนั้ เป็นต้นมา

-34-


นายสุนทร นิ่มน้อมเริ่มเรียนเภสัชกรรมไทยและเวชกรรมไทยด้วยการเรียนแพทย์แผนไทยที่วัดชีป่าสิตาราม
จังหวัดลพบุรี เรียนกับหมอนคร เชากสิพันธุ์ ในสมัยก่อนเป็นหมออยู่ที่ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ ตอนเริ่มเรียน
นายสุนทรอายุเกือบ 40 ปี จนจบเภสัชกรรมแผนไทยในปี พ.ศ. 2533 และจบเวชกรรมแผนไทย
ในปี พ.ศ. 2539 โดยเรยี นรุ่นเดยี วกบั หมอเรวตั ิ (อดตี ผูบ้ ริหารวัดชีป่าสติ าราม ปจั จบุ นั ได้ถึงแก่กรรมแลว้ )
ได้เรยี น 3 เรื่องที่สำคญั คอื เรียนเภสชั เก่ียวกับยาสมุนไพร เรยี นเวชเกย่ี วกับสรีระวิทยา เรียนนวดเก่ียวกับการ
จับเส้น เมื่อเรียนจบได้มาช่วยงานนวดที่วัดชีป่าสิตารามก่อน ภายหลังภรรยาของนายสุนทรไปเรียนนวด
และได้ติดตามหมอสุนทรมานวดที่วัดชีป่าสิตารามด้วย เช่นกัน สองสามีภรรยาเดินทางโดยรถสองแถวที่ผ่าน
หน้าบ้านใช้เวลาในการเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงถึงวัดชีป่าสิตาราม การรักษาด้วยการนวดในขณะที่เรียนก็
รับรักษาคนไข้ไปด้วย มีคนไข้มาจับเส้นก็เห็นว่าหมอเก่งเรื่องจับเส้น จึงแนะนำให้ไปเรียน “ดึงหลัง”
กบั หมอแสวง ดษิ เสตะ จงั หวดั สิงห์บรุ ี มีความเชย่ี วชาญในการดึงหลัง รักษาคนเปน็ อมั พฤกษ์ อมั พาต แตข่ ึน้ อยู่
กับอาการของแต่ละคน บางคนเป็นมากเกินก็จะรักษาไม่ได้ หมอแสวงใช้วิธีจับเส้น เพื่อวินิจฉัยอาการว่าจะ
รักษาได้หรือไม่ นายสุนทร จึงฝากตัวเป็นลูกศิษย์หมอแสวง ด้วยมีพื้นฐานการจับเส้นมาอยู่แล้วจึงเรียนการดงึ
หลงั ได้เร็ว ไมไ่ ดห้ ยุดการเรียนรู้เพยี งเทา่ นน้ั แต่ยังมีการเรียนรู้เพ่มิ เติมอยา่ งต่อเนือ่ ง ทั้งเรียนเองจากตำรา เรยี น
จากประสบการณก์ ารรกั ษาคนไข้ จากการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้กับหมออืน่ ๆ

การถ่ายทอดความรู้ของหมอสนุ ทรให้ศษิ ย์ หมอสุนทรมคี วามต้องการท่ีจะถ่ายทอดความรู้ให้ลูกศิษย์ทุก
คน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลูกศิษย์เองว่ามีความสนใจที่จะรับการถ่ายทอดมากน้อยเพียงใด ผู้ที่สนใจที่จะรับการ
ถา่ ยทอดต้องมคี ณุ ธรรม จริยธรรม มจี ติ ใจแน่วแน่ ละเว้นจากกเิ ลสทั้งปวง คอื รกั โลภ โกรธ หลง

โดยนายสนุ ทรจะสอนเทคนิคการนวดในการรักษาของโรคพวกกล้ามเน้ือ การรักษาไหล่ติด โดยที่ไม่หวง
วิชา นอกจากนีห้ มอสุนทร ยังไดร้ บั เชิญเป็นวิทยากรในการให้ความรู้เรื่อง สมุนไพร, ความรูด้ ้านการแพทย์แผน
ไทยและการนวด จากหน่วยงานต่างๆ อาทิเช่น กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวง
สาธารณสุข, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี, โรงพยาบาล, สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอธั ยาศัย เป็นต้น โดยขัน้ ตอนและวิธกี ารถ่ายทอดน้ัน เริ่มจากการเรียนกายวภิ าคศาสตร์ เพื่อให้ผู้
ที่ต้องการศึกษานั้น ได้รู้ถึงอวัยวะ กล้ามเนื้อต่างๆ จากนั้นเร่ิมเรียนพื้นฐานการนวดในการแกอ้ าการต่างๆ โดย
สอดแทรกเทคนิคให้ลูกศษิ ย์เสมอ

นอกจากนี้นายสุนทร นิ่มน้อม ได้เป็นกรณีศึกษา เรื่อง ประสิทธผิ ลของหมอพื้นบ้านในการรักษาไหล่ตดิ
ทางคลินิกของสำนักงานการแพทย์พื้นบ้านไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
กระทรวงสาธารณสุข(ช่ือเดมิ ) ปี พ.ศ. 2557 เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าภูมิปัญญาพืน้ บา้ นไทยจากหมอพื้นบ้านเป็น
ทางเลือกหนึ่งในการรกั ษาและหมอสนุ ทรยังได้ศึกษาคน้ ควา้ การนำสมุนไพรต่างๆและท่หี าไดง้ า่ ยหรือสามารถ

-35-


ปลกู ได้เองมาจัดทำเป็นยาตำรบั เพื่อใชใ้ นการรักษาผปู้ ว่ ยทม่ี ารับการรักษาจากหมอสุนทร
ซงึ่ ตำรับยาของหมอสุนทร มดี ังนี้

1. ตำรับยาแกอ้ ัมพาต 2. ตำรับยาอนันตคุณใหญ่ 3. ตำรับยาประจโุ ลหิต
4. ตำรบั ยาบำรุงหัวใจ (ยาหอม หทัยวาต) 5. ตำรบั ยารักษามะเร็งตบั

เกียรติคุณ/และรางวัลตา่ งๆที่เคยไดร้ ับ เรยี งลำดับดังน้ี
8.1 วฒุ ิบตั ร ครฝู ึกนวดแผนไทย รุ่นที่ 1 ออกโดยกรมการแพทย์
8.2 ประกาศนียบัตร ได้สำเร็จหลักสูตรวิทยากรการนวดแผนไทย ตามโครงการการนวดแผนไทย

เพื่อบรรเทาผลกระทบทางสังคม จากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ปีงบประมาณ 2542 ออกโดยกระทรวง
สาธารณสุข

8.3 ประกาศเกียรติคุณภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดลพบุรี สาขา การแพทย์แผนไทย โดยสำนัก
ศลิ ปวัฒนธรรม สถาบนั ราชภฏั เทพสตรี

8.4 ประกาศเกียรติคุณ ที่ให้ความอนุเคราะห์ในการเป็นวิทยากรอบรมโครงการนวดแผนไทย
เรอ่ื งการนวดพน้ื บา้ น ออกโดยสำนักงานสาธารณสขุ อำเภอท่าวงุ้

8.5 เกียรตบิ ัตร ผูท้ รงคุณวุฒิ “ภมู ิปญั ญาอาวโุ ส” ด้านสาขาการแพทยแ์ ผนไทย งานชุมชนภูมิปัญญา
อาวุโสจงั หวดั ลพบุรี โดย เครือขา่ ยชมรมผสู้ ูงอายจุ ังหวดั ลพบุรี

8.6 เกียรติบัตร ได้รับคัดเลือกให้เป็นคนเก่งที่มีความสามารถพิเศษระดับตำบล ด้านแพทย์แผนไทย
ตำบลบางคู้ อำเภอทา่ วุ้ง จงั หวัดลพบรุ ี โดยจังหวัดลพบุรี

8.7 ประกาศนียบัตร ร่วมจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ณ ลาน
วัฒนธรรมงานมหกรรมสมนุ ไพรแห่งชาติ คร้งั ที่ 2 โดย กรมพฒั นาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

8.8 สัมฤทธิบัตร ได้สำเร็จการอบรม หลักสูตรเสริมศักยภาพครูแพทย์แผนไทย ประเภทการนวดไทย
ออกโดย กรมพฒั นาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

8.9 หนังสือรับรองการเปน็ ครูผรู้ ับมอบตวั ศษิ ย์ ได้รบั ขึ้นทะเบยี นเป็นครูผรู้ บั มอบตวั ศิษย์
สาขาการแพทยแ์ ผนไทย ประเภท การนวดไทย

8.10 ประกาศเกียรติคุณ เรื่อง ประสิทธิผลของหมอพื้นบ้านในการรักษาผู้ป่วยไหล่ติดด้วย
การนวดไทย โดย กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก

8.11 ประกาศนียบตั ร เขา้ ร่วมสมั มนา การพฒั นาแนวทางและทกั ษะการสอนการนวดสำหรับผู้พิการ
ทางสายตา ออกโดยกรมพัฒนาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

8.12 หนงั สอื สำคัญการเป็นสมาชิกสภาการแพทยแ์ ผนไทย ออกโดยสภาการแพทย์แผนไทย
8.13 เกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ ในฐานะหมอไทยดีเด่น ระดับภาค ประจำปี 2563 ออกโดยกรมการ
แพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

-36-


-37-


ด้านศลิ ปกรรม

นายแกล้ว นามสกลุ ศรีทอง
เกิดวันที่ 21 สงิ หาคม พ.ศ. 2490 สถานที่เกิด นครศรีธรรมราช ปัจจบุ นั อายุ 75 ปี
บา้ นเลขที่ 5 หมู่ที่ 9 ตำบล บางคู้ อำเภอทา่ ว้งุ จงั หวดั ลพบรุ ี รหัสไปรษณยี ์ 15150
โทรศัพท์มอื ถอื 089-0884640

อาจารย์แกล้ว ศรีทอง ในวัยเด็กได้อยู่กับครอบครัว พ่อแม่ประกอบอาชีพทำนาและรับจ้างทั่วไป
ชอบงานศิลปะ และวาดภาพที่สนใจ ครูอาจารยใ์ ห้การสนบั สนุน ทำให้มแี รงจงู ใจในการสรา้ งงานศิลป์ จนได้รับ
ราชการครูโรงเรียนราษฎ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2511-2517 และรับราชการครูธินบูรณะ โรงเรียนท่าวุ้งวิทยาคาร
ตั้งแต่ปี พ.ศ.2517-2550 ซึ่งในระหว่างที่ทำงานเป็นครูสอนหนังสือนั้น ยังได้มีจิตสาธารณะที่อยาก
จะเผยแพร่ศิลปะให้กับผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน จึงได้ทำการถ่ายทอดความรู้ในการวาดภาพ
การปั้น การแกะสลัก การทำบาติก เป็นต้น มีการสอนพิเศษให้เด็กในชุมชน รับเป็นวิทยากรหน่วยงานต่างๆ
จนได้รับรางวัล ครผู สู้ อนศลิ ปะดเี ดน่ ของจงั หวดั ลพบุรี และในการถ่ายทอดความรู้ของอาจารย์แกล้ว ศรีทอง นั้น
มขี ัน้ ตอนการถา่ ยทอดความรู้ ดงั น้ี

1. เตรียมการสอน
2. กระตุ้นการเรยี นรู้ นำเข้าสู่บทเรียน
3. สอนโดยการสาธติ ทำให้ดู
4. ติดตามและประเมินผล
5. แนะนำ เพมิ่ เตมิ พัฒนาให้กา้ วหนา้

-38-


-39-


-40-


สาขาภาษาและวรรณกรรม

นายชะโอด นามสกลุ ชศู รี
เกิดวนั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2486 สถานท่ีเกิด ลพบรุ ี ปัจจบุ ันอายุ 79 ปี
บ้านเลขที่ 78 หมทู่ ่ี 7 ตำบล บางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี รหสั ไปรษณยี ์ 15150 โทรศัพท์บา้ น –

โทรศัพท์มอื ถือ 064-9507228

ชีวิตในวัยเด็กมีครอบครัวเป็นลิเก ชื่อคณะสะอาดเทวราช และทำอาชีพอื่นช่วยครอบครัว เช่น หาผัก
หาปลา เมื่อคณะลิเกของครอบครัวมีงานเยอะ จึงได้ขอลาจากโรงเรียนวัดวิหารขาว ได้ออกมาช่วยครอบครัว
จนอายุ 25 ปี ได้มีการชักชวนจากน้องชายไปอยู่คณะลิเก หอมหวน 1 ได้ฝึกหัดลิเกและทำงานทั่วไป เช่น
คุมการแสดงลิเก เมื่ออาจารย์หอมหวนเล็งเห็นความสามารถจึงได้รับให้อยู่ในสังกัดคณะ และได้รับบทลิเก
เป็นพระเอกพ่อ เมื่อเล่นมาเป็นระยะเวลาช่วงหนึ่ง ได้รับบทเป็นดาวร้ายมีฉายาว่า “บัณฑิตศิษย์หอมหวล”
จนมาถงึ พ.ศ.2538 นอ้ งชายชือ่ บรรหารได้ตัง้ คณะลเิ ก ช่อื วา่ บรรหารศษิ ยห์ อมหวล และได้ไปอยกู่ ับน้องชาย
จนบรรหารเสียชีวิต จากนั้นได้ไปอยู่คณะบรรทูล ส. เทวราช เมื่ออายุมากขึ้นจึงได้ถ่ายทอดวิชาให้กับลูกๆ
หลานๆ และกลุ่มเด็กและเยาวชน เช่น การเป็นวิทยากรในการสอนลิเกให้กับเยาวชน และได้นำไปแสดงถวาย
ในโครงการ TO BE NUMBER ONE ณ ค่ายวชิราลงกรณ์ พลร่มป่าหวาย จังหวัดลพบุรี และวิทยากร
ให้หน่วยงานต่างๆ และได้รับเกียรติบัตร ได้นำลิเกร่วมแสดงและถ่ายทอดองค์ความรู้ โครงการสืบสาน
ดนตรไี ทย ร้อยใจเยาวชนคนลพบรุ ี นอ้ มรำลกึ องคอ์ ัครศลิ ปิน และในการถ่ายทอดความรู้ของนายชะโอด ชูศรี นั้น
มีขน้ั ตอนการถา่ ยทอดความรู้ ดังนี้

-41-


1. การถา่ ยทอดการแสดงลเิ ก โดยเริม่ จากการหดั รำ เชน่ การรำเสมอออก การเชิดเขา้
2. การนำบทมารอ้ ยเรยี ง และวางตัวละคร โดยเริม่ ฝึกรอ้ ง
3. เร่ิมหดั แสดงเพ่อื เขา้ เนอ้ื เรอื่ ง

-42-


-43-


ดา้ นภาษาและวรรณกรรม

นายประถม นามสกลุ ภานทุ ัต
เกดิ วันท่ี 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2482 สถานท่เี กิด ลพบุรี ปจั จบุ ันอายุ 83 ปี
บ้านเลขท่ี 11/1 หม่ทู ่ี 10 ตำบล บางคู้ อำเภอทา่ วุ้ง จงั หวัดลพบรุ ี รหัสไปรษณยี ์ 15150

โทรศพั ท์มือถือ 086-0767032

ลุงประถม ภานุทตั เกิดมาในครอบครวั ชาวนา ชว่ ยพอ่ แมท่ ำนา จนอายุ 18 ปี เรม่ิ ฝกึ หดั ลิเกกบั คุณครู
เอื้อน ชูศรี ลิเกคณะเทวราช จังหวัดอ่างทอง เริ่มจากเรื่องพระเวสสันดรชาดก ได้ครูพักรักจำในเรื่องการแสดง
ลิเก และได้ไปอยู่นครสวรรค์ 5 ปี ต่อด้วยจังหวัดนครปฐม ได้อยู่คณะลิเกประเสริฐพร ธรรมศาลา ได้รับบท
เป็นดาวร้าย ตั้งแต่นั้นมา จนถึง 2505 เปลี่ยนเป็นพระเอกพ่อ และได้หันมาสู่การเขียนบทกลอนใช้
ในคณะตนเอง เมอ่ื เกดิ ความชำนาญจึงมผี ู้ที่สนใจขอซื้อบทกลอนลิเก ซง่ึ ก็ไดร้ ับเขียนบทลิเกขายให้กับคณะลิเก
ตา่ งๆ เช่น คณะพรเทพพรทวี คณะชาติวฒั นศลิ ป์ และคณะปฐมศกั ดิ์เรืองศิลป์ เขียนบทขายมาแล้วมากกว่า
50 กว่าเรื่อง จนเป็นที่รู้จักในวงการลิเก และได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดลิเกดัง 6 คณะ จากพลเอก
อาทิตย์ กำลังเอก ณ วัดชีแวะ ซึ่งลุงประถม ภานุทัต พร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้ความสามารถของตน
ทีเ่ ป็นภมู ปิ ัญญาให้กับผู้ทสี่ นใจ โดยการถ่ายทอดความรมู้ วี ิธีการขั้นตอน ตามลำดบั นี้

1. การฝึกเขยี นร่างเนื้อเร่ืองโครงเรื่อง การเขียนกลอนเดย่ี ว กลอนคู่
2. การคิดชอ่ื ผ้แู สดงในเรอื่ ง
3. เรมิ่ เนือ้ เรอื่ ง
ลุงประถม ภานุทตั ยังกล่าวอีกวา่ การเขียนบทกลอนน้นั ตอ้ งใช้การจนิ ตนาการ และความคิดสร้างสรรค์
ในเน้อื เรอื่ งใหเ้ กิดความสนกุ สนานนา่ สนใจ จงึ จะทำให้เกดิ เสนห่ ์ในเนือ้ เรอ่ื ง

-44-


-45-


ดา้ นโภชนาการ

นางสมสนิท นามสกลุ ชืน่ ชมบุญ
เกิดวนั ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2504 สถานที่เกิด บ้านคลองตะขบ ปัจจบุ นั อายุ 61 ปี
บา้ นเลขท่ี 21 หมทู่ ี่ 6 ตำบล บางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จงั หวัดลพบุรี รหัสไปรษณีย์ 15150

โทรศัพท์มอื ถอื 083-8872659

คณุ ปา้ สมสนิท ชนื่ ชมบญุ ในวยั เดก็ ช่วยพ่อแม่ทำนามาตลอด เป็นลกู ชาวนา เป็นคนเรยี บร้อยกลับจาก
โรงเรียนจะต้องเข้าครัวทำกับข้าวทุกวัน นอกจากวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ จะต้องไปช่วยแม่ทำนาเกี่ยวข้าวหรือ
ใสข่ า้ วฟอ่ นเข้าบ้านกบั น้องชาย เมอ่ื โตขึน้ จงึ เป็นคนชอบทำกับข้าว โดยเฉพาะน้ำพริกต่างๆ โดยอาศัยครูพักรัก
จำจากคุณยาย ทำกินในครอบครัว ทำแบ่งปันคนอื่น จนทำให้เกิดคำชมในรสชาติของน้ำพริก จากนั้นจึงทำ
ออกจำหน่าย เป็นที่ติดใจของลูกค้ามาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งน้ำพริก คืออาหารคู่สำรับของครัวไทย ถือเป็น
วัฒนธรรมในการกินของคนไทย ที่ควรสืบสานและอนุรกั ษ์ให้คนรุน่ ใหม่หนั มารับประทานนำ้ พริก และคงความ
เปน็ เอกลกั ษณใ์ หอ้ ย่คู สู่ ำรับของครวั ไทยตลอดไป

นำ้ พริกแดง

-46-


วตั ถุดิบ
- กะปหิ ยาบ 1 กิโลกรัม - กะปลิ ะเอียด 2 ช้อนโตะ๊ - กระเทียม 2 ขีด - นำ้ ตาลป๊ีบ 1 กิโลกรมั
- มะขามเปยี ก ครง่ึ กิโลกรัม - พรกิ แห้งเม็ดกลาง 1 ขีด -พริกแห้งเม็ดเล็ก 1 ขดี - มะม่วงดบิ 3 ลูก

วิธีทำ
1. ปอกกระเทยี ม ล้างน้ำและผึ่งใหแ้ ห้ง จากนัน้ เด็กควั่ พริกและนำไปล้างน้ำผ่ึงให้แหง้ นำกระเทียมกบั

พริกแหง้ มาโขลกให้ละเอยี ดเขา้ ดว้ ยกนั และนำกะปิลงไปตำผสมใหเ้ ข้ากนั ตักพักไว้
2. นำมะขามเปียกมาค้ัน เค่ยี วไฟจนฟองยุบ และตักขน้ึ พักไว้
3. นำนำ้ ตาลป๊บี ขึน้ ต้งั ไฟเคีย่ ว ให้เป็นยางมะตูม
4. นำสว่ นผสมทัง้ หมดมาผสมคลุกเคลา้ ใหเ้ ขา้ กนั และชิมรสตามใจชอบ รสชาตทิ น่ี ยิ มจะมรี สเปร้ียว

หวาน เค็ม
5. นำมะมว่ งดิบมาขูดใหเ้ ป็นเส้น บีบนำ้ ออกใหห้ มดเพื่อป้องกนั การบดู จากน้นั คลุกเคลา้ ให้ทว่ั กบั

นำ้ พริก เปน็ อันเสรจ็ สิ้นการทำน้ำพริกแดง

-47-


Click to View FlipBook Version