The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ละครเรื่องสั้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-10-10 09:56:38

ละครเรื่องสั้น

ละครเรื่องสั้น

ละครเร่ืองส้ัน "อัศวนิ แห่งภูพระกาฬ"

คานา

ละครเรื่องส้นั เร่ืองน้ีเป็นส่วนหน่ึงของวิชา กฎหมายอาญา2 ภาคความผดิ รหัสวชิ า 0801221 ระดบั ช้นั
ปริญญาตรี โดยมจี ดุ ประสงคเ์ พ่ือนาเน้ือหาความรูท้ ไี่ ดจ้ ากการทารายงานเป็นรายบุคคลของสมาชิกในกลมุ่ มา
รวบรวมเป็นเร่ืองส้นั ทถ่ี า่ ยทอดในรูปแบบของการบอกเล่าเรื่องราว บอกเลา่ เหตุการณ์ตา่ งๆโดยใชต้ วั ละคร
เป็นตวั ดาเนินเรื่อง ซ่ึงเร่ืองท่คี ณะผูจ้ ดั ทารวบรวมเน้ือหาไวเ้ ป็นความผิดท่ีเกี่ยวกบั ทรพั ย์ ความผิดตอ่ เจา้
พนกั งาน ความผดิ เก่ยี วกบั ศาสนา ความผิดตอ่ ตาแหน่งหนา้ ท่ีราชการ มาเรียบเรียงและคิดเป็นเร่ืองส้ันเพอ่ื ให้
น่าสนใจมากข้ึน ท้งั น้ี ในละครเร่ืองส้ันน้ีมเี น้ือหาประกอบดว้ ยความรู้ท่เี ก่ียวกบั กฎหมายอาญา มีการอธิบายถงึ
ความผดิ ซ่ึงคณะผจู้ ดั ทาไดร้ วบรวมเน้ือหาจากรายงานของรายบุคคล เพ่อื ใหล้ ะครเรื่องส้นั เรื่องน้ีมเี น้ือหาท่ี
หลากหลายและน่าสนใจตามความมงุ่ หมายของคณะผจู้ ดั ทา

คณะผจู้ ดั ทาไดแ้ ต่งละครเร่ืองส้ันน้ีในการนาเสนอ เน่ืองมาจากเป็นเร่ืองที่น่าสนใจและตอ้ งการอยาก
ให้ผูท้ ี่สนใจศกึ ษาหาความรูเ้ พิม่ เตมิ ไดเ้ ขา้ ใจในส่วนของความผดิ ในเร่ืองต่างๆท่คี ณะผจู้ ดั ทาไดร้ วบรวมไว้
ของกฎหมายอาญา ตอ้ งขอขอบคุณอาจารยว์ ริ ตั น์ นาทิพเวทย์ ผใู้ ห้ความรู้และช้ีแนะแนวทางการจดั ทาละคร
เร่ืองส้นั เรื่องท่ีถูกตอ้ ง สุดทา้ ยน้ีผูจ้ ดั ทาหวงั เป็นอย่างยง่ิ วา่ ละครเร่ืองส้ันเร่ืองน้ีจะเป็นประโยชน์ใหก้ บั ผทู้ ศี่ ึกษา
ไม่มากกน็ อ้ ย

หากผิดพลาดประการใด กข็ ออภยั มา ณ ท่นี ้ีดว้ ย

คณะผจู้ ดั ทา

นางสาวกษมพร แสงเกตุ รหัสนิสิต 631081016
นายกษดิ ์เิ ดช ฤทธิเดช รหสั นิสิต 631081017
นางสาวชลดา โพชสาลี รหัสนิสิต 631081060
นางสาวตรีรตั น์ ไชยพรม รหัสนิสิต 631081094
นางสาวตุลยา สงั ขท์ อง รหัสนิสิต 631081095
นายธนวฒั น์ ชว่ ยอนนั ต์ รหัสนิสิต 631081111
นางสาวนสั รี แนะนวน รหัสนิสิต 631081144
นางสาวป่ าณิศา แสงทอง รหัสนิสิต 631081177
นางสาวปานทิพย์ มุสิกสินธ์ รหสั นิสิต 631081178
นางสาวปาริฉตั ร สงวนศิลป์ รหสั นิสิต 631081179

สารบญั

บทที่ หน้า
1-5
1.ละครเร่ืองส้นั "อศั วินแห่งภูพระกาฬ" 6-79

2.เน้ือหากฎหมาย คาพพิ ากษาศาลฎีกา และบทสรุปเน้ือหาประกอบเร่ืองส้นั

2.1 นางสาวกษมพร แสงเกตุ รหัสนิสิต 631081016
2.2 นายกษิด์เิ ดช ฤทธิเดช รหสั นิสิต 631081017
2.3 นางสาวชลดา โพชสาลี รหสั นิสิต 631081060
2.4 นางสาวตรีรัตน์ ไชยพรม รหัสนิสิต 631081094
2.5 นางสาวตลุ ยา สังขท์ อง รหสั นิสิต 631081095
2.6 นายธนวฒั น์ ช่วยอนนั ต์ รหัสนิสิต 631081111
2.7 นางสาวนสั รี แนะนวน รหัสนิสิต 631081144
2.8 นางสาวป่ าณิศา แสงทอง รหัสนิสิต 631081177
2.9 นางสาวปานทิพย์ มสุ ิกสินธ์ รหัสนิสิต 631081178
2.10 นางสาวปาริฉัตร สงวนศิลป์ รหัสนิสิต 631081179

1

บทท่ี 1

ละครเร่ืองส้ัน "อศั วนิ แห่งภูพระกาฬ"

"ภูพระกาฬ" หมู่บา้ นเล็กๆเเห่งหน่ึงซ่ึงต้งั อยู่สุดเขตชายเเดนประเทศไทย ทีท่ ีห่ ่างไกลความเจริญ ท่ีท่ี
กฎหมายเขา้ ไมถ่ งึ เพราะสาเหตุน้ีทาใหห้ มู่บา้ นเเห่งน้ีชุกชุมไปดว้ ยกลุม่ โจรที่ชอบสร้างความวนุ่ วายเเละผูม้ ี
อิทธิพลท่เี หน็ เเกป่ ระโยชน์ส่วนตนมากกวา่ ประโยชน์ส่วนรวม

ร้อยตารวจตรีธนวฒั น์ ช่วยอนนั ต์ หรือหมวดบอล ตารวจหนุ่มผูพ้ ทิ กั ษส์ นั ตริ าษฎร์ พรอ้ มกบั ค่หู ู่ชื่อ
จา่ นิว ตารวจหนุ่มเพ่ือนซ้ี ท่ีไดร้ ับมอบหมายจากเบ้อื งบนให้เขา้ มาในหมู่บา้ น "ภพู ระกาฬ" เพือ่ ปราบความ
วุน่ วายทเ่ี กิดข้นึ เเละทาลายอานาจมดื ท่ีทาให้ประชาชนตอ้ งไดร้ ับความเดอื ดร้อน ท้งั คูเ่ ขา้ มาหมบู่ า้ นในฐานะผู้
ยา้ ยถนิ่ ฐานมาจากท่ีอื่น โดยเเฝงตวั เขา้ มาเป็นชาวบา้ นคอยสังเกตการณ์เพ่อื จบั ตาดู เสี่ยจง ผูม้ อี ิทธิพลใน
หมู่บา้ น เสี่ยจง คอื นกั ธุรกจิ ผรู้ ่ารวยจากการเอาเปรียบชาวบา้ น ทาเรื่องผดิ กฎหมาย เเตไ่ ม่มใี ครสามารถเอาผิด
ได้ เส่ียจงมลี กู นอ้ งมากมาย ซ่ึงลูกนอ้ งคนสนิททีเ่ ส่ียไวใ้ จ ชือ่ นายแทม ทุกคนในหมู่บา้ นตา่ งเกรงกลวั เสี่ยจง
เเมก้ ระทง่ั ตารวจในหมบู่ า้ นก็ไม่กลา้ ท่ีจะเอาผิดเส่ียจง เพราะดว้ ยอทิ ธิพลเเละความป่ าเถอ่ื นของเส่ียจง ทาใหไ้ ม่
มใี ครกลา้ ยุ่ง

วนั หน่ึง ลกู นอ้ งเสี่ยจง ชื่อนายองิ กบั นายน้า ไดค้ ดิ วางเเผนทจ่ี ะขโมยทรพั ยส์ ินของชาวบา้ น โดยนาย
อิง กบั นายน้า ไดเ้ ตรียมก่อเหตุตามเเผนทว่ี างไว้ โดยรอให้ชาวบา้ นผ่านมาทางซอยเปล่ยี ว ในเวลาไม่นานนาง
มายด์ไดเ้ ดนิ ผา่ นมา นายน้า จงึ เขา้ ไปหานางมายด์เเละสงั่ ใหน้ างมายด์ ส่งของมีค่ามาให้ ถา้ ไม่ส่งมาจะทาร้าย
ร่างกาย ซ่ึงการกระทาของนายน้า เป็นกรณีขู่เข็ญว่าจะใชก้ าลงั ประทุษร้ายเพ่อื ใหน้ างมายด์ยื่นใหซ้ ่ึงทรพั ยน์ ้นั
จึงทาให้นางมายด์ตอ้ งส่งทรพั ยใ์ ห้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 ดว้ ยความท่ีคึกคะนองเเละไม่เห็น
หวั ใคร ไม่เกรงกลวั กฎหมาย เพราะนายตนเองใหญ่ นายอิงเเละนายน้า ไมห่ ยุดเพียงเเค่น้นั ท้งั คไู่ ดก้ อ่ เหตไุ ป
ขโมยตบู้ ริจาคในวดั ตอนกลางคนื ซ่ึงการกระทาของนายอิงและนายน้ามีความผดิ ฐานลกั ทรพั ย์ ตามประมวล
กฎหมายอาญามาตรา 334 ประกอบมาตรา 335 ซ่ึงในขณะน้นั วดั ไดจ้ ดั งานข้นึ มีการทาพิธีสวดมนต์ มีของเขา้
มาขายในวดั ซ่ึงเพ่นพ่านไปดว้ ยชาวบา้ นทม่ี าร่วมงาน นายอิง จึงปลอมตวั โดยใส่วกิ ผมปลอม สวมเส้ือผา้
ขาดๆ ปลอมตวั เป็นคนบา้ ส่งเสียงโวยวาย สรา้ งความว่นุ วายในวดั เเละด่าพระสงฆ์ การกระทาของนายอิงเป็น
กรณีที่นายองิ ก่อให้เกดิ ความวุ่นวายในขณะทาพธิ ีกรรมทางศาสนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 207
เพอื่ เบีย่ งเบนความสนใจเพอ่ื ให้นายน้า ซ่ึงไดป้ ลอมตวั เป็นพระเขา้ ไปขโมยตบู้ ริจาคไดส้ ะดวก การกระทาของ

2
นายน้าเป็นการกระทาทีเ่ หยียดหยามศาสนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 206 ขณะเกิดเหตมุ ีพลเมืองดี
เหน็ เหตกุ ารณท์ ้งั หมดจึงไดไ้ ปสถานีตารวจเพอื่ เเจง้ ความดาเนินคดเี เกน่ ายอิง เเละ นายน้า เจา้ พนกั งานทเ่ี ขา้ เวร
ในตอนน้นั ชื่อ ตารวจนสั ไดร้ ับเรื่องเเละเขา้ ไปยงั ทเี่ กดิ เหตุ ซ่งึ เมื่อนายองิ กบั นายน้า เห็นตารวจกว็ ่ิงเขา้ ไปใน
ป่ า ตารวจนสั เเละพลเมืองดจี งึ วิ่งตามไป เม่ือพลเมืองดีเหน็ นายองิ เเละนายน้า กไ็ ดช้ ้ีตวั ผรู้ ้าย ปรากฏว่าตารวจ
นสั ไดใ้ ชป้ ื นจอ่ พลเมืองดี เเละเขา้ ขา้ งผรู้ า้ ย ตารวจรู้วา่ นายองิ กบั นายน้าเป็นลกู นอ้ งของเส่ียจง จึงชว่ ยเพราะ
เกรงกลวั อานาจของเส่ียจง พลเมอื งดีไดร้ ้องขอชีวิตกบั ตารวจนสั ตารวจนสั จงึ ย่ืนขอ้ เสนอโดยส่งั ใหพ้ ลเมืองดี
ส่งทรพั ยส์ ินที่มีค่ามาให้ตนเเละหา้ มบอกเร่ืองน้ีกบั ใครเเลว้ ตนจะปล่อยตวั ไป การกระทาของตารวจนสั เป็น
กรณีท่ีเจา้ พนกั งานไดใ้ ชอ้ านาจหนา้ ท่ีขม่ ขืนใจให้พลเมืองดีมอบทรัพยส์ ินให้ ซ่ึงเป็นความผดิ ต่อตาแหน่ง
หนา้ ที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 145 พลเมืองดีกลวั จงึ ใหท้ รัพยส์ ินเเก่ตารวจนสั เม่ือตารวจนสั ปล่อย
ตวั พลเมอื งดีไป ตารวจนสั จึงพานายอิงเเละนายน้ากลบั ไปบา้ นของเสี่ยจง เมอื่ ถึงบา้ นของเส่ียจง ตารวจนสั ได้
เล่าเหตุการณเ์ เละการกระทาของ นายองิ เเละ นายน้า ใหเ้ สี่ยจงฟัง เส่ียจงหัวเราะชอบใจในการกระทาของ
ลูกนอ้ งของตน เเละรู้สึกพอใจกบั การกระทาของตารวจนสั เสี่ยจงไดย้ ืน่ เงินให้ตารวจนสั เเละบอกกบั
ตารวจนสั วา่ ถา้ เกดิ อะไรข้นึ อกี ขอให้ตารวจนสั ช่วยอยา่ งท่ีทาในวนั น้ี เเลว้ ตนจะตอบเเทนรางวลั อย่างงาม
ตารวจนสั ดีใจท่ีไดเ้ งินและทาการฝากเน้ือฝากตวั กบั เสี่ยจง การกระทาของตารวจนสั เป็นการรับเงินสินบน มี
ความผดิ ตามมาตรา 150

หมวดบอลเเละจา่ นิวที่ไดเ้ เฝงตวั เป็นชาวบา้ นไดท้ ราบเหตกุ ารณท์ เ่ี กิดข้นึ จากชาวบา้ น เหตุการณ์น้ี
ชาวบา้ นทุกคนรูด้ ีวา่ เป็นฝีมือใคร เเละไดพ้ ดู กนั ปากต่อปากว่าเป็นฝีมือของลูกนอ้ งเส่ียจง ซ่ึงเหตกุ ารณน์ ้ีไมใ่ ช่
เกิดข้ึนคร้ังเเรก เม่ือหมวดบอลเเละจ่านิวรู้ จงึ ตามสืบเเละตามเกบ็ หลกั ฐานจากทเ่ี กิดเหตเุ พอ่ื สืบเรื่องน้ีอยา่ ง
เงียบๆ เพอ่ื ไมใ่ ห้คนรา้ ยไหวตวั ทนั เเละไดท้ ราบวา่ เรื่องน้ีมีตารวจไดใ้ หค้ วามชว่ ยเหลือผูร้ ้าย จึงรวบรวม
หลกั ฐานท้งั หมด เเละส่งเรื่องเพอ่ื ดาเนินการทางวินยั เเก่ตารวจนสั ในขณะทีเ่ ร่ืองของตารวจนสั อยู่ในระหวา่ ง
การสอบสวนพสิ ูจน์ขอ้ เท็จจริง ตารวจนสั จึงโดนพกั งานชวั่ คราว

ต่อมาเมอื่ เรื่องถงึ หูเสี่ยจงวา่ ตารวจทเ่ี ป็นพรรคพวกของตนถกู จบั ได้ ตนคิดว่า พลเมอื งดคี นน้นั ไปเเจง้
ความกบั ตารวจ จงึ รู้สึกโกรธเเคน้ จงึ ส่งั ใหน้ ายแทม ลูกนอ้ งคนสนิทไปทาลายขา้ วของเพ่ือเป็นการสัง่ สอน
พลเมอื งดคี นน้นั เมือ่ นายแทมไดร้ ับคาส่ัง นายแทมจึงไดเ้ ขา้ ไปในไร่ของพลเมืองดี เเละทาการทาลาย
เคร่ืองจกั ร ซ่ึงเป็นเคร่ืองมอื ทามาหากินของพลเมอื งดที ไ่ี วใ้ ชท้ าอาหารเเปรรูปจนเสียหาย การกระทาของนาย
แทมเป็นกรณีทท่ี าให้พลเมืองดีเสียทรพั ยท์ ี่ใชป้ ระกอบอาชีพอาหารแปรรูป มีความผิดตามประมวลกฎหมาย

3
อาญามาตรา 358 ประกอบมาตรา 359 พลเมอื งดเี ห็นเหตุการณ์ทกุ อยา่ ง แต่ตนกลวั มากจึงไม่กลา้ ไปเเจง้ ความ
เพราะกลวั ว่าอาจจะเกดิ อนั ตรายกบั ตนเองเเละครอบครวั

ตารวจนสั ตารวจท่โี ดนส่งั พกั งานชว่ั คราว จากทีไ่ ดร้ ายไดห้ ลายทาง เเต่พอโดนสั่งพกั งาน รายไดก้ ็
ลดลงเเถมรายไดท้ ไี่ ดจ้ ากเสี่ยก็ไม่ไดอ้ กี ต่อไป ตารวจนสั จึงไดค้ ดิ หารายไดจ้ ากชาวบา้ นทีเ่ สพยาเสพติด
ตารวจนสั รู้ดีว่าบา้ นไหนเสพยาบา้ ง ตนจึงเขา้ ไปบา้ นของนายมิวเเละไดเ้ เสดงตนเป็นเจา้ พนกั งานโดนไดน้ า
รูปภาพท่ีตนสวมเคร่ืองเเบบเเลว้ ถา่ ยไวเ้ อามาใหน้ ายมิวดู เพื่อใหน้ ายมวิ เขา้ ใจวา่ ตนเป็นเจา้ พนกั งาน การ
กระทาของตารวจนสั เป็นกรณีทตี่ ารวจนัสไม่มสี ิทธิสวมเครื่องแบบและไมม่ ีสิทธิถ่ายรูปไว้ และตอ้ งการทจ่ี ะ
ให้นายมิวเขา้ ใจวา่ ตนเป็นเจา้ พนกั งาน มีความผดิ ตามประมวลกกฎหมายอาญามาตรา 146 จากน้นั ตารวจนสั จงึ
ไดเ้ ขา้ ตรวจคน้ บา้ นของนายมวิ เเละพบยาบา้ ตารวจนสั เลยกกั ขงั หน่วงเหนี่ยวนายมิว เเละขใู่ หน้ าเงนิ มาให้ตน
เเลว้ จะไม่ดาเนินคดี นายมวิ กลวั วา่ ตารวจจะดาเนินคดีตน จึงไดใ้ ห้เงินเเก่ตารวจนสั ไป ซ่ึงการกระทาของ
ตารวจนสั เป็นกรณีทเ่ี จา้ พนกั งานทโ่ี ดนพกั งานไมม่ สี ิทธิในหนา้ ทีโ่ ดยอา้ งว่าตนเป็นเจา้ พนกั งานมาทางาน
ตรวจคน้ โดยมีเจตนาจะไดม้ าซ่ึงเงนิ ของนายมิว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 145

ในเวลาต่อมา นายอิงและนายน้า ไดส้ ร้างปัญหาให้ชาวบา้ นเป็นว่าเลน่ ทาตวั อนั ธพาลไปทวั่ เขา้ บอ่ น
เลน่ การพนนั จนติดหน้ีแลว้ โดนขูฆ่ ่า ท้งั คู่จึงไดค้ ดิ วธิ ีหาเงินเพอ่ื ไปชดใชห้ น้ีการพนนั ก่อนหนา้ น้ีนายอิงไดย้ มื
รถยนตข์ องญาติตนมาใช้ เมื่อนึกข้ึนไดว้ ่าตนมรี ถยนตท์ ่ยี ืมมาจากญาติ นายอิงจึงต้งั ใจทีจ่ ะไม่นารถไปคนื ญาติ
ของตน เเตก่ ลบั นาไปรถน้นั ขายต่อ เพอ่ื นาเงนิ มาใชห้ น้ีการพนนั การกระทาของนายองิ เป็นกรณียกั ยอกทรพั ย์
จากญาติไปเป็นของตน มีความผดิ ฐานยกั ยอกทรพั ย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 ประกอบมาตรา
334 เงนิ ท่ไี ดจ้ ากการขายรถไมเ่ พียงพอต่อการใชห้ น้ี ทาใหน้ ายองิ ตอ้ งหาเงินเพม่ิ โดยการไปว่งิ ราวชาวบา้ นท่ี
เดินตามขา้ งถนนโดยดงึ สร้อยคอทองคาของชาวบา้ นไปซ่ึงหนา้ เเละนาทองน้นั ไปใชห้ น้ีการพนนั ซ่ึงการ
กระทาของนายงิ เป็นกรณีท่นี ายองิ ไดล้ กั ทรัพยโ์ ดยฉกฉวยซ่ึงหนา้ จงึ มคี วามผดิ ฐานวงิ่ ราวทรัพย์ ตามประมวล
กฎหมายอาญามาตรา 336 ส่วนนายน้าไดไ้ ปหานางฟิลม์ ซ่ึงเป็นอดีตคนรกั ของตน เมอ่ื นายน้า เหน็ นางฟิลม์
นายน้าจงึ ไดใ้ ชม้ ีดจ้ไี ปท่คี อนางฟิลม์ เพ่ือให้นางฟิลม์ ส่งกระเป๋ าให้ตน เเละขู่ว่าถา้ นางฟิลม์ ไมใ่ หก้ ระเป๋ าตน
ตนจะปาดคอนางฟิลม์ เเละขู่อีกว่าจะปล่อยคลปิ ท่ีตนไดถ้ ่ายไวต้ อนมเี พศสมั พนั ธ์กบั นางฟิลม์ เป็ยความผิดใน
กรณีทน่ี ายน้าขจู่ ะทาอนั ตรายต่อชีวติ ของนางฟิลม์ และทาให้เสียช่ือเสียง มคี วามผิดฐานกรรโชกทรพั ยต์ าม
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 337 ประกอบมาตรา 334 จงึ ทาให้นางฟิลม์ กลวั เลยส่งกระเป๋ าให้นายน้าไป เมือ่
นายน้าไดก้ ระเป๋ ามา นายน้าจึงนาเงินเเละของมีคา่ ท้งั หมดไปใชห้ น้ี ซ่ึงเหตกุ ารณ์ท่ีเกดิ ข้ึนทาให้ชาวบา้ นรู้สึก
หวาดกลวั เป็นอยา่ งยงิ่

4
ในช่วงเวลาทเี่ กดิ ความวุ่นวายข้ึนในหม่บู า้ น "ภพู ระกาฬ" หมวดบอลเเละจา่ นิวไม่เคยนิ่งนอนใจ ท้งั
สองพยายามสืบเรื่องราวทเี่ กดิ ข้นึ เม่ือทราบวา่ เร่ืองราวทเ่ี กิดข้นึ ท้งั หมดเก่ียวขอ้ งกบั เสี่ยจงและลูกนอ้ ง ท้งั สอง
จงึ พยายามรวบรวมพยานหลกั ฐานเพ่ือเอาผดิ เสี่ยจงกบั ลกู นอ้ งใหไ้ ด้ โดยทเ่ี สี่ยจงไมร่ ูเ้ ลยว่ามคี นพยายามจอ้ ง
จะเอาผิดตนอยู่

เมอ่ื ถึงเวลาหมวดบอลเเละจา่ นิวไดเ้ เสดงตวั ต่อเจา้ พนกั งาน เเละเปลา่ ประกาศวา่ ตนคอื ตารวจทเ่ี เฝงตวั
เป็นชาวบา้ นเพ่ือตอ้ งการทีจ่ ะหาหลกั ฐาน เอาตวั คนร้ายทสี่ ร้างความว่นุ วายมารับโทษ หมวดบอลไดก้ ล่าววาจา
วา่ ตนไมก่ ลวั อานาจใดๆ ตนจะทาใหท้ ุกอยา่ งถูกตอ้ ง เเละสรา้ งความสงบสุขให้กบั หมู่บา้ นเเห่งน้ี เมื่อพูดจบ
ชาวบา้ นต่างปรบมอื ให้กบั หมวดบอลเเละพรอ้ มร่วมมอื ชว่ ยเหลอื หมวดบอลเเละจา่ นิว ในการเอาผดิ คนรา้ ย
เมอ่ื หลกั ฐานเเละพยานมพี รอ้ มท่จี ะเอาผิดเสี่ยจงกบั ลูกนอ้ ง หมวดบอลจงึ ไดด้ าเนินคดีเสี่ยจงกบั ลูกนอ้ ง

เมื่อเร่ืองน้ีถงึ หูเสี่ยจงว่าตนถกู จบั เส่ียจงโมโหมากเพราะตนไม่คิดว่ามีใครจะกลา้ เอาผดิ ตน เส่ียจงจึง
ไดไ้ ปหาหมวดบอลที่โรงพกั ดว้ ยความท่โี มโหเสี่ยจงจงึ ใชถ้ อ้ ยคาไมส่ ุภาพดา่ หมวดบอลว่า "ตารวจสน้ ตีน
เเมง่ คิดว่าเกง่ หรอ เก่งนกั กจ็ บั กูให้ได้ ไอตารวจอ่อนหดั "ซ่ึงคาพดู ของเส่ียจงเป็นการดหู มนิ่ เจา้ พนกั งานในข
ระทาตามหนา้ ท่ี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 136 เเต่เสี่ยจงหารู้ไม่ว่า ทางเจา้ หนา้ ทีต่ ารวจมหี ลกั ฐาน
เเละพยานพร้อมทจ่ี ะเอาผิดตนเเลว้ เสี่ยจงกบั ลกู นอ้ งจงึ ถกู ดาเนินคดตี ามกฎหมายกบั สิ่งท่ีไดท้ าลงไป

เม่ือหมวดบอลเเละจา่ นิวไดเ้ ขา้ มาทางาน หมวดบอลก็ต้งั ใจทจี่ ะทาใหห้ มูบ่ า้ น "ภพู ระกาฬ"ปราศจาก
ความวุ่นวายและความทุจริต หมวดบอลจึงไดจ้ ดั ให้มกี ารร้องเรียนเกดิ ข้นึ เพอ่ื ใหค้ วามเป็นธรรมกบั ชาวบา้ น
เมือ่ มกี ารรอ้ งเรียนเกดิ ข้ึนจึงสืบไดว้ า่ มีการทุจริตเกิดข้ึนในองคก์ รหน่วยงานภาครัฐในหมบู่ า้ นเเละไดร้ บั เเจง้ วา่
พนกั งานมีการทจุ ริตในหนา้ ท่ี จงึ สืบสวนจนไดร้ ูว้ า่ นายทนิ ไดท้ จุ ริตในหนา้ ทจี่ ริง นายทนิ ไดส้ ารภาพวา่ ตน
เป็นเจา้ พนกั งานเเละเจา้ หนา้ ทีร่ ัฐ มอี านาจหนา้ ท่ใี นการบริหารจดั การเเละรักษางบประมาณต่างๆขององคก์ ร
ซ่ึงตนไดใ้ ชเ้ งนิ เกินงบเเละไดน้ าเงินดงั กล่าวมาเป็นของตน ซ่ึงการกระทาของนายทินเป็นกรณีทนี่ ายทินใช้
อานาจหนา้ ทีท่ ุจริตและไดเ้ บยี ดบงั เอาทรัพยข์ องผอู้ ื่นมาเป็นของตนเป็นอนั เสียหายแกอ่ งค์การ ตามประมวล
กฎหมายอาญามาตรา 147 ประกอบมาตรา 151 หมวดบอลจงึ ไดด้ าเนินคดเี เกน่ ายทนิ ตามข้นั ตอนทางกฎหมาย

ในเวลาต่อมาเมอ่ื หมวดบอลเคลียปัญหาเส่ียจงกบั ลกู นอ้ งเรียบร้อย กวาดลา้ งอทิ ธิพลเถ่อื นและการ
ทจุ ริตตา่ งๆในหมูบ่ า้ นได้ ตนจงึ หันมาจดั ระเบียบการบริหารงานตารวจในหมบู่ า้ นใหม่ เพอื่ ให้ชาวบา้ นเชื่อถือ
เเละทาให้ชาวบา้ นเชื่อวา่ สถานีตารวจคอื ท่ีพ่งึ พาของประชาชน

5
เม่ือเวลาผ่านไปต้งั เเต่หมวดบอลเเละจา่ นิวไดเ้ ขา้ มาทาหนา้ ท่ีในหมู่บา้ นเเห่งน้ี มากาจดั ความวนุ่ วาย
เเละกาจดั อิทธิพลของเส่ียจง ทาให้ "ภูพระกาฬ" หม่บู า้ นเเห่งน้ีเกดิ ความสงบสุข ชาวบา้ นมีแต่ความสุข ไม่อยู่
กบั ความหวาดระเเวงเหมือนที่ผา่ นมา ทกุ คนตา่ งขนานนามหมวดบอลกบั จา่ นิววา่ "อศั วนิ แห่งภพู ระกาฬ"

6

บทท่ี 2

เนื้อหากฎหมาย คาพพิ ากษาศาลฎกี า และบทสรุปเนื้อหาประกอบเร่ืองส้ัน

2.1 นางสาวกษมพร แสงเกตุ รหัสนิสิต 631081016

1.โครงส้รางความผดิ เกี่ยวกับศาสนา

มาตรา 206 ผใู้ ดกระทาดว้ ยประการใด ๆ แกว่ ตั ถหุ รือสถานอนั เป็นท่เี คารพในทางศาสนาของหมู่ชน
ใดอนั เป็นการเหยยี ดหยามศาสนาน้นั ตอ้ งระวางโทษจาคุกต้งั แต่หน่ึงปี ถึงเจด็ ปี หรือปรบั ต้งั แต่สองหมนื่ บาทถึง
หน่ึงแสนสี่หม่ืนบาทหรือท้งั จาท้งั ปรับ

องค์ประกอบภายนอก

1.ผใู้ ด (องคป์ ระกอบ)

2.กระทาดว้ ยประการใดๆ (การกระทา)

3.แกว่ ตั ถุหรือสถานอนั เป็นทีเ่ คารพในทางศาสนาของหม่ชู นใด (วตั ถแุ ห่งการกระทา)

4.อนั เป็นการเหยียดหยามศาสนา (องคป์ ระกอบภายนอกซ่ึงมิใชข่ อ้ เทจ็ จริง หรือพฤติการณป์ ระกอบการ
กระทา)

องค์ประกอบภายใน
เจตนา (ประสงคต์ อ่ ผล หรือเลง็ เหน็ ผล)

คาอธบิ าย
1.1 กระทาดว้ ยประการใดๆมาตราน้ีจะไม่จากดั การกระทาวา่ จะตอ้ งกระทาการอยา่ งใดดงั น้นั จะกระทาอยา่ ง
ใด กไ็ ดไ้ มจ่ าเป็นตอ้ งทาลายหรือทาให้เสียหาย
1.2 วตั ถเุ ป็นอสังหาริมทรพั ยซ์ ่ึงทาไวเ้ พื่อทางศาสนา เชน่ พระพุทธรูป ไมก้ างเขน คมั ภีร์โกหร่าน ไม่ว่าจะเป็น
ของผูก้ ระทาหรือของผอู้ ่ืน ไมจ่ ากดั ขนาดและสถานทตี่ ้งั สิ่งน้นั
1.3 สถานเป็นอสังหาริมทรพั ยซ์ ่ึงทาไวเ้ พ่ือทางศาสนาเช่นโบสถม์ สั ยิดวดั รวมท้งั บริเวณทจี่ ดั เป็นท่ีเคารพ แต

7
ไมห่ มายถงึ กุฏิที่พระอาศยั เวน้ แตก่ ุฏนิ ้นั จะอยใู่ นบริเวณโบสถห์ รือสถานทเ่ี คารพและมกี ารกระทาตอ่ สถานท่ี
น้นั
1.4 อนั เป็นทีเ่ คารพในทางศาสนาของชนหมูใ่ ดวตั ถหุ รือสถานทนี่ ้นั ตอ้ งเป็นวตั ถุหรือสถานอนั เคารพในทาง
ศาสนาของหมชู่ นน้ันซ่ึงไม่จากดั วา่ ศาสนาใดและจะเป็นสาสนาของหมูช่ นจานวนมากหรือนอ้ ยไม่สาคญั
1.5 อนั เป็นการเหยยี ดหยามศาสนาการกระทาแกว่ ตั ถุหรือสถานอนั เป็นทีเ่ คารพในทางศาสนาน้นั กฎหมายไม่
จากดั ว่าจะตอ้ งกระทาดว้ ยประการใดแต่มีสาระสาคญั ของการกระทาอยวุ่ า่ ตอ้ งเป็นการกระทาท่ีมลี กั ษณะ
อนั เป็นการเหยยี ดหยามทางศาสนาถา้ การกระทาไม่มีลกั ษณะเป็นการเหยียดหยามกไ็ มเ่ ป็นความผดิ ตาม
มาตราน้ี ซ่ึงการเหยียดหยามจะตอ้ งพจิ ารณาเป็นเร่ืองๆไป
1.6 เจตนา การรกระทาอนั จะเป็นความผิดจะตอ้ งกระทาโดยเจตนาตามมาตรา 59โดยรูว้ า่ เป็นวตั ถหุ รือ

สถานอนั เป็นท่เี คารพในทางศาสนา

มาตรา 207 ผูใ้ ดก่อให้เกิดการวนุ่ วายข้ึนในที่ประชุมศาสนิกชนเวลาประชมุ กนั นมสั การหรือกระทา

พธิ ีกรรมตามศาสนาใด ๆ โดยชอบดว้ ยกฎหมาย ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกนิ หน่ึงปี หรือปรับไม่เกินสองหมน่ื
บาทหรือท้งั จาท้งั ปรบั

องค์ประกอบภายนอก
1.ผใู้ ด
2.ก่อใหเ้ กิดความวนุ่ วายข้นึ
3.ในทีป่ ระชุมศาสนิกชนเวลาประชุมกนั นมสั การ หรือกระทาพิธีกรรมตามศาสนาใด ๆ โดยชอบดว้ ยกฎหมาย

องค์ประกอบภายใน
เจตนา

คาอธิบาย
1.1 กอ่ ให้เกิดความวุ่นวายข้ึน การกระทามาตราน้ีไดแ้ กก่ ารก่อให้เกิดว่นุ วายข้ึนในทป่ี ระชุมศาสนิกชนเช่น ทา
ใหเ้ กิดแตกตน่ื ตกใจ แมค้ วามวุ่นวายไม่เกิดเพราะทป่ี ระชุมทนต่อการกระทา กต็ อ้ งถอื ว่าก่อให้เกิดความวุ่นวาย

8

1.2 เวลาประชมุ กนั การก่อให้เกดิ การวุ่นวายตอ้ งกระทาในเวลาประชมุ กนั และตอ้ งเป็นการประชมุ กนั
นมสั การหรือประชมุ กนั กระทาพิธีกรรมทางศาสนา มาตราน้ีจากดั เฉพาะการประชุมนมสั การและพธิ ีกรรม
ตามศาสนาโดยชอบดว้ ยกฎหมายเท่าน้นั การประชุมท่ีไม่ชอบดว้ ยกฎหมายยอ่ มไมไ่ ดร้ บั ความคมุ้ ครองตาม
มาตราน้ี

1.3 เจตนา การกระทาตอ้ งประกอบดว้ ยเจตนาตามมาตรา 59ถา้ ผกู้ ระทามิไดเ้ จตนา เชน่ ผกู้ ระทาไม่รูว้ า่ ศาสนิก
ประชุมกนั ส่งเสียงอึกทึกครึกโครมทาให้เกิดความวนุ่ วาย ผูก้ ระทาไม่มีความผิดตามมาตราน้ี เพราะไมม่ ี
เจตนา

2.คาอธบิ ายบรรทดั ฐานฎีกา

เร่ือง ความผดิ เกย่ี วกับศาสนา ตามมาตรา 206และมาตรา 207

มาตรา 206

คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 1807/2550 จาเลยแต่งกายเป็นภกิ ษุแลว้ ใชเ้ ทา้ ขา้ งหน่ึงยนื อยบู่ นฐานพระพทุ ธรูปปาง
หา้ มญาติ โดยเทา้ จาเลยอยู่บนส่วนหน่ึงของพระบาทพระพุทธรูป ยกมอื ขวาข้ึนเลยี นแบบพระพทุ ธรูป แสดง
ทา่ ทางลอ้ เลยี นถลงึ ตาอา้ ปาก นอกจากจะเป็นการไม่เคารพตอ่ พระพทุ ธรูปแลว้ จาเลยยงั ไดแ้ สดงตนเสมอกบั
พระพทุ ธรูป จึงเป็นการกระทาอนั ไมส่ มควรและเป็นการดหู มิ่นเหยียดหยามพุทธศาสนา จาเลยจงึ มคี วามผดิ
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 206

คาอธิบายฎกี า 1807/2550 จาเลยแต่งกายเป็นภกิ ษุแลว้ ใชเ้ ทา้ ขา้ งหน่ึงยืนอยบู่ นฐานพระพุทธรูปปางห้ามญาติ
โดยเทา้ จาเลยอยบู่ นส่วนหน่ึงของพระบาทพระพทุ ธรูปยกมอื ขวาข้ึนเลียนแบบพระพทุ ธรูป แสดงทา่ ทาง
ลอ้ เลยี นถลึงตาอา้ ปาก นอกจากจะเป็นการไมเ่ คารพต่อพระพทุ ธรูปแลว้ จาเลยยงั ไดแ้ สดงตนเสมอกบั
พระพุทธรูป จึงเป็นการกระทาอนั ไม่สมควรและเป็นการดูหม่ินเหยียดหยามพุทธศาสนา จาเลยจงึ มีความผิด
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 206

คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 736/2505 จาเลยขณะเป็นพระภกิ ษุ ไดร้ ่วมประเวณีกบั หญงิ ในกุฏิของจาเลยบนเขาวงั จ.
เพชรบุรี มีกฏุ พิ ระใกลเ้ คียงหลายหลงั มีพระพทุ ธรูปพระฉายบนเขาวงั เป็นสถานทท่ี ี่ประชาชนเคารพนบั ถือ
น้นั เห็นไดว้ า่ เป็นการไม่สมควรอยา่ งย่ิง แตจ่ ะถอื ว่าเป็นการเหยียดหยามศาสนาตามความในมาตรา 206 ยงั ไม่
ถนดั (ประชมุ ใหญ่ คร้งั ท่ี 16/2505)

9

มาตรา 207

คาพพิ ากษาศาลฎีกาที่ 392/2500 ชาวบา้ นประชมุ กนั นมสั การถวายตน้ ดอกไมแ้ ละปราสาทผ้งึ ตอ่ พระภกิ ษุเจา้
อาวาส จาเลยเขา้ ไปด่าพระภกิ ษุ และเอาปราสาทผ้ึงไปเตะเลน่ เป็นความผิดตามกฎหมายลกั ษณะอาญา มาตรา
173 แตใ่ ห้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 207 ซ่ึงมีอตั ราโทษเบากวา่

คาพิพากษาศาลฎกี าท่ี 1100/2516 จาเลยกระทาความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท เป็นท้งั ความผดิ ลหุ
โทษและทม่ี ใิ ช่ลหุโทษแตช่ ้นั สอบสวนพนกั งานสอบสวนต้งั ขอ้ หาในความผิดลหุโทษแต่บทเดยี วแลว้
เปรียบเทยี บ ปรับไป ถือว่าเป็นการเปรียบเทียบทไ่ี มช่ อบดว้ ยกฎหมาย ไมท่ าใหค้ ดเี ลิกกนั อนั เป็นเหตุให้สิทธิ
นาคดีมาฟ้องระงบั ไป พนกั งานอยั การมีสิทธิฟ้องจาเลยในความผดิ ท่ีมิใชล่ หุโทษอกี ไดค้ ืนเกดิ เหตมุ กี ารชุมนุม
กนั กระทาพิธีสวดมนตท์ าบญุ ฉลองกระดูกผูต้ ายตามพทุ ธศาสนาบนหอสวดมนต์ จาเลยข้นึ มาส่งเสียงเอะอะ
อ้อื ฉาวซ้ายงั กลา่ วว่า พระน่ียุ่งจริง พระไม่มีความหมายแลว้ จาเลยนงั่ ลงใชม้ ือตบกระดาน 7-8คร้ัง และชกั ปื น
พกออกจากเอวมาถอื ไว้ หนั ปากกระบอกปื นมาทางพระ แลว้ ปื นตกลงยงั พ้ืนหอสวดมนต์ การกระทาของ
จาเลยดงั กล่าว ถงึ แมผ้ ูท้ ไี่ ปชุมนุมกนั จะไมม่ ปี ฏกิ ริ ิยาว่นุ วายข้ึนกต็ าม กย็ งั ถือไดว้ ่าเป็นความผดิ ตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา 207

3.สรุปความผดิ เก่ียวกับศาสนา

มาตรา 206

มาตราน้ีไดบ้ ญั ญตั ิไวเ้ พื่อลงโทษผูก้ ระทาตอ่ วตั ถหุ รือสถานที่ ถา้ ไดไ้ ปกระทาเช่นน้นั กบั พระพุทธรูป
หรือกระทาในวดั (คดที ศี่ าลเห็นว่าผิดจริงๆ พวกกระทาต่อพระพทุ ธรูปเทา่ น้นั ) หลกั กฎหมายอาญามาตราน้ี
คอื กระทาแกส่ ถานที่ คาว่ากระทาแก่สถานทีต่ อ้ งหมายถึงกาลงั กระทาตอ่ สถานท่นี ้นั ๆโดยตรง โดยยนื หรืออยู่
ในบริเวณพ้นื ทีน่ ้นั ๆเทา่ น้นั ถา้ เป็นการลอ้ ภาพถ่าย กฎหมายอาญาจะไปตีความกวา้ งไมไ่ ดต้ อ้ งตคี วามท่เี ป็นแก่
จาเลยเท่าน้นั สุดทา้ ยแมไ้ มผ่ ดิ การไปลอ้ เลียนความเชื่อของบคุ คลอนื่ กไ็ มค่ วรทีจ่ ะกระทาขอ้ สงั เกตคาว่าศาสนา
ในบทบญั ญตั ใิ นลกั ษณะน้ี หมายถึง ศาสนาทกุ ศาสนาไม่วา่ ศาสนาพทุ ธศาสนาคริสตศ์ าสนาอิสลาม หรือ
ศาสนาอ่ืนใด กฎหมายใหค้ วามคมุ้ ครองแกศ่ าสนาน้นั มไิ ดค้ ุม้ ครองลทั ธิทไ่ี ม่ใช่ศาสนาดว้ ย

มาตรา 207

การกอ่ ความวนุ่ วายในทป่ี ระชมุ ศาสนาจะผดิ สาเร็จทนั ทที ี่มีการกอ่ ความวุ่นวานข้นึ ส่วนจะเกดิ ความ
วนุ่ วายข้นึ หรือไม่ ไม่ใชข่ อ้ สาคญั ในส่วนของพิธีกรรมทางศาสนา จะเป็นศาสนาใดกไ็ ด้ แต่การแห่นาค ไม่ใช่

10
พธิ ีกรรมทางศาสนาพทุ ธโดยชอบดว้ ยกฎหมาย ตอ้ งเป็นพิธีกรรมท่ชี อบดว้ ยกฎหมาย การบวชภกิ ษุณี เป็น
พิธีกรรมทีไ่ ม่ชอบดว้ ยกฎหมายขอ้ สังเกต การกอ่ ให้เกดิ การว่นุ วายไม่จาเป็นตอ้ งกระทาโดยเจตนาเหยียดหยาม
ศาสนาของบุคคลอื่นถา้ กระทาโดยมีเจตนากอ่ ใหเ้ กิดความวุ่นวายก็มคี วามผิดแลว้

11

2.2 นายกษิด์เิ ดช ฤทธิเดช รหสั นิสิต 631081017

1.โครงสร้างความรับผดิ ทางอาญา

1.1ความผดิ ต่อเจ้าพนกั งานมาตรา 136

มาตรา 136 ผใู้ ดดูหม่ินเจา้ พนกั งานซ่ึงกระทาการ ตามหนา้ ทห่ี รือเพราะไดก้ ระทา การตามหนา้ ที่ ตอ้ ง
ระวางโทษจาคุกไม่เกนิ หน่ึงปี หรือปรับไมเ่ กนิ สองหมน่ื บาทหรือท้งั จาท้งั ปรบั

การกระทาทจี่ ะเป็นความผิดตามมาตรา 136 ไดต้ อ้ งมีองคป์ ระกอบอย่างนอ้ ยสามประการประกอบกนั
คอื

1. ดูหม่ิน
2. เจา้ พนกั งาน
3. ซ่ึงกระทาการตามหนา้ ที่หรือเพราะไดก้ ระทา การตามหนา้ ท่ี

1.1.1 องค์ประกอบข้อท่ี 1 ดหู ม่นิ

ไม่ไดม้ ีกฎหมายใดใหค้ านิยามคาว่า "ดหู ม่ิน" ไวช้ ดั เจน แต่มีตวั อยา่ งคาพิพากษาศาลฎีกา
มากมายที่ตีความความหมายของการดหู มนิ่ เอาไว้ เช่น คาพพิ ากษาศาลฎกี าท่ี 1623/2551 อธิบายวา่ "ดูหมิ่น"
หมายถงึ การดถู กู เหยยี ดหยาม สบประมาท หรือทาใหอ้ บั อาย การวนิ ิจฉัยวา่ การกล่าววาจาอยา่ งไรเป็นการดู
หมน่ิ ผูอ้ ื่นหรือไม่ จงึ ตอ้ งพิจารณาวา่ ถอ้ ยคาทีก่ ลา่ วเป็นการดูถูกเหยียดหยามสบประมาทผทู้ ถ่ี กู ล่าวถึง หรือเป็น
การทาให้ผูท้ ่ีถกู กล่าวถึงอบั อายหรือไม่

ตวั อย่าง ถอ้ ยคาท่ศี าลฎีกาเคยพิพากษาว่าเป็นการดหู มิน่ เช่น เฮงซวย ตอแหล อเี ห้ีย อสี ัตว์ อี
ควาย ไอห้ นา้ โง่ ซ่ึงเห็นไดว้ ่า ถอ้ ยคา ที่จะเขา้ ข่ายการ "ดูหมิน่ " น้นั จะมีลกั ษณะหยาบคาย เหยยี ดหยาม มงุ่
โจมตีดว้ ยบคุ คลทาใหไ้ ดร้ ับความเจบ็ ใจ ทาลายเกียรติยศศกั ด์ศิ รี หรือเป็นการลดทอนคณุ ค่า ลดทอนสถานะ
ของบุคคลทถ่ี ูกกลา่ วหาน้ันๆ

1.1.2 องค์ประกอบข้อท่ี 2 เจ้าพนักงาน

จากคานิยามน้ีจงึ จากดั ว่าบคุ คลทจี่ ะเป็นเจา้ พนกั งานและไดร้ ับความคมุ้ ครองตามมาตรา 136
ตอ้ งไดร้ ับแต่งต้งั ตามกฎหมายใหป้ ฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี "ราชการ" ซ่ึงคณะรฐั มนตรีหรือรัฐบาล หรือ ส.ส. เป็นฝ่าย

12

การเมอื งเมื่อทาหนา้ ที่กาหนดนโยบายออกนโยบาย จงึ ไม่ไดท้ าหนา้ ท่ีของราชการเช่นเดียวกบั ขา้ ราชการทว่ั ไป
จึงไมอ่ ยู่ในความคมุ้ ครองของ มาตรา 136

อยา่ งไรก็ดี หากรฐั มนตรีทางานหรือปฏิบตั ิหนา้ ท่ใี นฐานะเช่นเดยี วกบั หนา้ ทขี่ องขา้ ราชการ
ทวั่ ไป เชน่ การแสวงหาขอ้ เทจ็ จริง การไปร่วมประชุมก็อาจอย่ใู นขอบข่ายท่ีไดร้ ับความคมุ้ ครอง โดยพจิ ารณา
จากการกระทา หรืออานาจหนา้ ทีท่ ่ีใชอ้ นั เป็นเหตุให้ถกู ดูหมนิ่ เป็นหลกั

1.1.3 องค์ประกอบข้อที่ 3 ซงึ่ กระทา การตามหน้าท่ี หรือเพราะได้กระทา การตามหน้าที่

การดูหมนิ่ เจา้ พนกั งานที่จะเป็นความผิดตาม มาตรา 136 จะตอ้ งเป็นการดูหมิน่ ทีเ่ ก่ียวกบั การ
ทางานดว้ ย เช่น ดูหม่นิ ตารวจท่ีต้งั ด่านตรวจ ดหู มน่ิ ครูทส่ี อนหนงั สือดูหมิน่ หมอทีร่ ักษาคนไข้ แตถ่ า้ หาก เป็น
การดหู มิ่นในเรื่องอ่ืน หรือประเด็นส่วนตวั ที่ไมเ่ กีย่ วกบั การทางานตามหนา้ ที่กย็ ่อมไมม่ ีความผดิ ตามมาตรา
136

อยา่ งไรกด็ ีการดหู ม่ินในเรื่องส่วนตวั แมไ้ มผ่ ิดตามมาตรา 136 กอ็ าจเป็นความผดิ ฐานดูหม่ิน
ซ่ึงหนา้ เชน่ เดยี วกบั การดหู มิ่นคนทว่ั ไปไดต้ ามประมวลกฎหมายอาญมาตรา 393 มีโทษจาคกุ ไม่เกินหน่ึง
เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือท้งั จาท้งั ปรบั

2. ตวั อย่างคาพพิ ากษาศาลฎกี า

คาพิพากษาศาลฎีกาที่ 1081/2505 เจา้ พนกั งาน ตา รวจจราจรจบั จาเลยในขอ้ หาฐานขบั รถรบั จา้ งคน
โดยสารเกินจานวน มีรถยนตส์ ่วนบคุ คลคนั หน่ึง บรรทุกคนว่ิงผ่านไป จา เลยกลา่ ววา่ "รถคนั น้ีทาไมไม่ จบั
คนแน่นเหมอื นกันหรือจะแกลง้ จบั เฉพาะผมคนเดยี วเท่าน้นั จราจรลาพนู ไมใ่ หค้ วามยุตธิ รรม" ดงั น้ี แสดงว่า
จา เลยกลา่ วโดยต้งั ใจเป็นการดหู ม่ินเจา้ พนกั งานตาม มาตรา 136

คาพิพากษาศาลฎกี าที่ 1735/2506 จาเลยกล่าว ต่อเจา้ พนกั งานตารวจจราจรขณะกระทาการตาม
หนา้ ท่ีจบั รถยนตจ์ าเลยฐานกีดขวางทางจราจรวา่ "ล้อื ชุย่ มาก" เป็นความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
136 แลว้

13

3.สรุปมาตรา 136

การกระทาที่จะเป็นความผดิ ตามมาตรา 136 จะตอ้ งมอี งคป์ ระกอบที่ครบถว้ นสมบรู ณท์ ้งั สามขอ้ ที่
กล่าวมา หากขาดองคป์ ระกอบขอ้ ใดขอ้ หน่ึงกไ็ ม่มคี วามผิดฐานน้ี มาตรา 136 ถกู เขยี นข้นึ มาเพ่ือคุม้ ครองเจา้
พนกั งานขณะปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ตามกฎหมายใหส้ ามารถทางานไดโ้ ดยราบร่ืนไม่ให้ถูกคกุ คาม กดดนั หรือขดั ขวาง
จนทาใหไ้ มส่ ามารถทาหนา้ ที่ได้ แต่มาตรา 136 ไมไ่ ดม้ วี ตั ถปุ ระสงคท์ ่ีจะหา้ มประชาชนวิพากษว์ จิ ารณ์

1. ความผดิ เกยี่ วกับทรัพย์ (ลกั ทรัพย์)มาตรา 344

มาตรา 334 ผูใ้ ดเอาทรพั ยข์ องผอู้ ่ืน หรือทผ่ี อู้ นื่ เป็นเจา้ ของรวมอยดู่ ว้ ยไปโดยทจุ ริต ผูน้ ้นั กระทา
ความผิดฐานลกั ทรพั ย์ ตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กินสามปี และปรบั ไมเ่ กนิ หกหม่นื บาท

1.2.1 องค์ประกอบภายนอก

1.ผใู้ ด คือ ผูก้ ระทา ความผดิ

2.เอาไป คือ การแย่งการครอบครองในลกั ษณะตดั รอนกรรมสิทธ์ิออกจากเจา้ ของทรพั ยเ์ ดิม
โดยการเขา้ ครอบครองพาทรพั ยน์ ้ันเคล่อื นท่อี อกไปจากทท่ี ี่ทรพั ยเ์ ดมิ เคยอยู่ แมเ้ พยี งเคลอื่ นท่ีเล็กนอ้ ยกเ็ ป็น
ความผิดสาเร็จแลว้

คาพิพากษาศาลฎกี าที่ 3011/2551 จาเลยข้ึนนง่ั คร่อมจกั รยานยนตแ์ ละเขน็ รถของผูเ้ สียหายมาจาก จุด
ทีจ่ อดเดมิ ประมาณ 1 เมตร แตจ่ าเลยยงั ไม่ทนั ติดเคร่ืองรถขบั เอาไปเพราะผเู้ สียหายมาพบเหน็ เสียก่อนจาเลยจึง
ท้ิงรถว่งิ หนีไป ถอื ไดว้ า่ จาเลยเขา้ ยึดถือครอบครองและเอาทรัพยเ์ คลือ่ นไปในลกั ษณะทีพ่ าเอาไปไดเ้ ป็นการ
ลกั ทรัพยส์ าเร็จแลว้

3.ทรพั ยข์ องผอู้ นื่ หรือทผ่ี อู้ น่ื เป็นเจา้ ของรวมอย่ดู ว้ ย กล่าวคอื ทรพั ยข์ องใครก็ไดท้ ่มี ใิ ชข่ องผู้
กระทาความผดิ เอง มิฉะน้นั แมเ้ ขา้ ใจว่าเป็นทรัพยข์ องบุคคลอนื่ แต่ความจริงเป็นทรพั ยข์ องผกู้ ระทาความผดิ
น้นั เองก็ไม่มีความผิดเกดิ เพราะขาดองคป์ ระกอบภายนอกน้ี

1.2.2 องค์ประกอบภายใน

1. เจตนาธรรมดา คอื ผกู้ ระทา ตอ้ งรูข้ อ้ เท็จจริงอนั เป็นองคป์ ระกอบภายนอกของความผิด
และผกู้ ระทาย่อมเลง็ เห็นผลหรือประสงคต์ ่อผล

14

2. เจตนาพิเศษ โดยทจุ ริต คือ เป็นการแสวงหาประโยชนท์ ี่มิควรไดโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมายสา หรับ
ตนเองหรือผูอ้ นื่ หากผูก้ ระทาไมม่ ีเจตนาทจ่ี ะทุจริตที่จะเอาทรพั ยน์ ้นั เป็นของตนแลว้ แมค้ รบองคป์ ระกอบ
ภายนอกของมาตรา 334 ก็ไมท่ าให้ผูก้ ระทามคี วามผิด

2. ตวั อย่างคาพพิ ากษาศาลฎกี า

คาพิพากษาศาลฎกี าที่ 1704/2530 จาเลยขอดูนาฬิกาที่ผเู้ สียหายใส่อยูเ่ มือ่ ผเู้ สียหายถอดใหจ้ าเลย
จาเลยรับนาฬิกามาจากผูเ้ สียหายแลว้ วิ่งหนี การกระทาของจาเลยไม่เป็นการใชก้ ริ ิยาฉกฉวยเอาทรพั ยผ์ ูเ้ สียหาย
ไป แต่เป็นการใชอ้ ุบายใหผ้ เู้ สียหายถอดนาฬิกาจากขอ้ มือส่งใหจ้ าเลยการกระทาของจาเลยไม่เป็นความผดิ
ฐานว่งิ ราวทรัพยแ์ ตเ่ ป็นการลกั ทรัพยด์ ว้ ยการใชอ้ บุ าย จาเลยจงึ มีความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
334 แมโ้ จทกม์ ไิ ดข้ อให้ลงโทษจาเลยฐานลกั ทรัพยต์ ามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 แต่การลกั ทรัพย์
เป็นการกระทาอย่างหน่ึงซ่ึงเป็นความผิดไดอ้ ย่ใู นตวั เองและรวมอยู่ ในความผดิ ฐานว่ิงราวทรพั ย์ ศาลฎีกาจงึ มี
อานาจลงโทษจาเลยฐานลกั ทรัพยต์ ามมาตรา 334

3.สรุปมาตรา 334

การกระทาที่จะเป็นความผดิ ตามมาตรา 334 น้นั จะตอ้ งครบองคป์ ระกอบของความผดิ ดงั ทกี่ ลา่ วมา
ขา้ งตน้ มาตรา 334 ถกู เขยี นข้ึนมาเพือ่ คมุ้ ครองสิทธิการเป็นเจา้ ของและเอาผดิ กบั ผทู้ ่ีแย่งการครอบครองของ
ผอู้ น่ื มาเป็นของตนเอง

15

2.3 นางสาวชลดา โพชสาลี รหสั นิสิต 631081060

1.คาอธบิ ายเชิงโครงสร้างความผดิ ทางอาญา
มาตรา 145 ผใู้ ดแสดงตนเป็นเจา้ พนกั งาน และกระทาการเป็นเจา้ พนกั งาน โดยตนเองมไิ ดเ้ ป็นเจา้
พนกั งานท่ีมีอานาจกระทาการน้นั ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกินหน่ึงปี หรือปรับไมเ่ กนิ สองหมืน่ บาท หรือท้งั
จาท้งั ปรับ
เจา้ พนกั งานผูใ้ ดไดร้ บั คาสั่งมใิ ห้ปฏิบตั ิการตามตาแหน่งหนา้ ท่ีต่อไปแลว้ ยงั ฝ่าฝืนกระทาการใดๆ
ในตาแหน่งหนา้ ทีน่ ้นั ตอ้ งระวางโทษตามทีก่ าหนดไวใ้ นวรรคแรกดุจกนั
องค์ประกอบความผิดทางอาญาตามวรรคแรก
องค์ประกอบภายนอก
ผใู้ ด
-แสดงตนเป็นเจา้ พนกั งาน
-กระทาการเป็นเจา้ พนกั งาน
-โดยตนมไิ ดเ้ ป็นเจา้ พนกั งานทมี่ ีอานาจกระทาการน้นั
องค์ประกอบภายใน
เจตนาธรมดา
องค์ประกอบความผดิ ทางอาญาตามวรรคสอง
องค์ประกอบภายนอก
ผใู้ ด
-เป็นเจา้ พนกั งาน
-ยงั ฝ่าฝืนกระทาการใดในตาแหน่งหนา้ ทีน่ ้นั
-ไดร้ บั คาสัง่ มใิ หป้ ฏบิ ตั ติ ามตาแหน่งหนา้ ทีต่ ่อไปแลว้
องค์ประกอบภายใน
เจตนาธรรมดา

มาตรา 146 ผใู้ ดไม่มสี ิทธิทีจ่ ะสวมเครื่องแบบหรือประดบั เครื่องหมายของเจา้ พนกั งาน สมาชิกสภา
นิติบญั ญตั แิ ห่งรฐั สมาชิกสภาจงั หวดั หรือสมาชิกสภาเทศบาล หรือไม่มีสิทธิใชย้ ศ ตาแหน่ง

16
เครื่องราชอสิ ริยาภรณห์ รือส่ิงทห่ี มายถึงเครื่องราชอสิ ริยาภรณ์ กระทาการเชน่ น้นั เพือ่ ใหบ้ ุคคลอ่ืนเชื่อว่าตนมี
สิทธิ ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินหน่ึงปี หรือปรับไม่เกินสองหมืน่ บาท หรือท้งั จาท้งั ปรบั

องค์ประกอบภายนอก
ผใู้ ด ไม่มีสิทธิกระทาการอย่างหน่ึงอย่างใดตอ่ ไปน้ี
-ไมม่ ีสิทธิท่จี ะสวมเครื่องแบบหรือประดบั เคร่ืองหมายของเจา้ พนกั งานสมาชิกสภานิตบิ ญั ญตั แิ ห่งรัฐ สมาชิก
สภาจงั หวดั หรือสมาชิกสภาเทศบาล
- ไมม่ ีสิทธิใชย้ ศ ตาแหน่ง เครื่องราชอสิ ริยาภรณ์ หรือส่ิงทีห่ มายถงึ เครื่องราชอสิ ริยาภรณ์

องค์ประกอบภายใน

-เจตนาธรรมดา
-เจตนาพเิ ศษ เพือ่ ใหบ้ คุ คลอ่ืนเช่ือวา่ ตนมสี ิทธิ

2.คาอธบิ ายจากบรรทัดฐานคาพพิ ากษาศาลฎีกา
คาอธิบายความผิดฐานแสดงตนและกระทาการเป็ นเจ้าพนกั งานเกี่ยวกบั ความผิดอาญา ตามมาตรา 145

บทบญั ญตั ทิ ่ีวา่ “แสดงตนเป็ นเจ้าพนกั งาน” หมายถงึ ทาให้ปรากฎวา่ ตนเป็นเจา้ พนกั งาน เช่น แสดง
บตั รประจาตวั เจา้ พนกั งาน ถา้ สวมเครื่องแบบหรือประดบั เคร่ืองหมายของเจา้ พนกั งานมาแสดงตน ผกู้ ระทาจะ
มคี วามผิดตามมาตรา 146 ดว้ ย

นอกจากการแสดงตนเป็นเจา้ พนกั งานแลว้ ผกู้ ระทาจะตอ้ งกระทาการเป็ นเจ้าพนกั งาน ซ่ึงหมายถึง
กระทาการเย่ยี งเจา้ พนกั งานซ่ึงปฏบิ ตั ิการตามหนา้ ที่โดยผกู้ ระทามิไดเ้ ป็นเจา้ พนกั งานทม่ี ีอานาจกระทาการน้นั
เช่น แแสดงตนเป็นตารวจและเขา้ ตรวจคน้ บา้ นผเู้ สียหาย เอากุญแจมือของตารวจสวมขอ้ มือผเู้ สียหาย

ผกู้ ระทาจะมคี วามผดิ ตามมาตราน้ีต้องท้งั แสดงตนเป็ นเจ้าพนักงานและกระทาการเป็ นเจ้าพนกั งาน ถ้า
หากขาดข้อใดข้อหนง่ึ ไป ย่อมไม่มคี วามผดิ เช่น แสดงตนวา่ เป็นเจา้ พนกั งานแลว้ เขา้ ปลน้ ในบา้ น โดยไมไ่ ด้
กระทาการเป็นเจา้ พนกั งาน พูดว่า “อว๊ั เป็นนายร้อยตารวจตรี คน้ ไม่ได”้ ไมย่ อมใหต้ ารวจคน้ รถที่จาเลยขบั มา

พงึ สงั เกตวา่ มาตรา 145 บญั ญตั วิ ่า “โดยตนเองมไิ ด้เป็ นเจ้าพนกั งานท่มี ีอานาจกระทาการน้นั ” แสดงวา่
มาตราน้ีไม่ได้เอาผิดเฉพาะผ้ทู ไ่ี ม่ได้เป็ นเจ้าพนกั งานเท่าน้ัน แต่ยังขยายไปถงึ เจ้าพนักงานทไ่ี ม่มอี านาจกระทา
การน้นั ด้วย เช่น จาเลยเป็นพนกั งานตีตราไม้ ไมใ่ ชเ่ จา้ พนกั งานป่ าไมผ้ มู้ ีอานาจจบั กุมผูก้ ระทาผิดตรม
พระราชบญั ญตั ิป่ าไม้ จาเลยไดเ้ เสดงตัวเป็ นเจ้าพนักงานป่ าไม้ผ้มู อี านาจจบั กุมแล้วได้กระทาการจบั กุม
ผ้เู สียหายในเรื่องไมท้ ผ่ี เู้ สียหายมไี วใ้ นครอบครอง แลยงั เรียกเงินจากผเู้ สียหายดว้ ย เป็นความผดิ ตามมาตรา
145

17

คาอธบิ ายความผิดตามวรรคสองผ้กู ระทาตามวรรคสอง
ผกู้ ระทาตามวรรคสองเป็ นเจ้าพนกั งานมอี านาจหน้าท่ี แต่ได้รับคาส่ังมิให้ปฏบิ ัตกิ ารตามตาแหน่งหน้าท่ี

ซ่ึงมใิ ช่คาส่งั เป็นรายคร้งั หรือรายกรณี แต่เป็นการใหห้ ยุดปฏบิ ตั กิ ารไปจนกว่าจะมคี าส่งั ใหก้ ลบั มาปฏิบตั กิ าร
ตามตาแหน่งหนา้ ท่นี ้นั อกี เม่ือถกู สัง่ ห้ามเช่นน้ีก็ไมม่ ีอานาจปฏบิ ตั ิการตามตาแหน่งหนา้ ทีอ่ ีกตอ่ ไป แต่ถา้ ผนู้ ้ัน
ยงั ฝ่าฝืนกระทาการตามตาแหน่งหนา้ ที่ท่ีถูกส่งั หา้ มต่อไปอกี กเ็ ป็นความผิดตามวรรคสองน้ี

การจะถือวา่ มีเจตนาตามวรรคสองตอ้ งปรากฏวา่ ผ้กู ระทารู้ว่าตนได้ทราบคาส่ังมใิ ห้ปฏิบตั กิ ารตามตาแหน่ง
หน้าทน่ี ้นั แล้ว ถา้ ยงั ไมท่ ราบคาส่ังและยงั คงปฏิบตั กิ ารตาแหน่งหนา้ ที่ต่อไป การกระทาดงั กล่าวน้ีก็ไมเ่ ป็น
ความผดิ ตามมาตรา 59 วรรคสาม
คาพพิ ากษาฎกี า
คาพพิ ากษาฎกี าท่ี 1077/2505 ป. กบั ส. ไปหลอกลวงผ้เู สียหายว่าเป็ นเจ้าพนักงานขอค้นบ้านและค้นได้แป้งเชื้อ
สุราแล้วคุมตัวผเู้ สียหายไปมอบให้ ด. ท่ีบา้ นของ ป. โดย ด. หลอกลวงผเู้ สียหายว่าเป็นเจา้ พนกั งาน
สรรพสามติ บอกให้ผูเ้ สียหายเสียคา่ ปรับ ถา้ ไมเ่ อาเงินมาเสียจะจบั ส่งอาเภอ แลว้ ผเู้ สียหายถกู คมุ ไปหายืมเงนิ
พบ ช. ซ่ึงเป็ นกานนั ไดเ้ ล่าเรื่องใหฟ้ ัง ช. พดู ส่งเสริมให้ผ้เู สียหายเสียเงินให้ท่นี นั่ ผเู้ สียหายเอาเงนิ ให้ ช. รบั เงิน
ไวแ้ ลว้ บอกใหผ้ ูเ้ สียหายกลบั ได้ วนั น้นั เอง ช. ไปร่วมรบั ประทานอาหารและแบง่ เงินให้ ป. ส. และ ด. การ
กระทาของ ป. ส. และ ด. เป็นความผดิ ตามมาตรา 145, 310 และ 337 ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา
341 ดว้ ย และการกระทาของ ช. กไ็ มเ่ ป็นความผดิ ตามมาตรา 341 เชน่ เดียวกนั
คาพพิ ากษาฎีกาที่ 5096/2540 คร้งั แรก จาเลยและ ถ. ไปบา้ นผเู้ สียหาย ถ. บอกผ้เู สียหายว่าจาเลยเป็ นเจ้า
พนกั งานตารวจ จาเลยไดย้ ินคาพดู ของ ถ. แต่ก็น่ิงเฉยและมไิ ด้ปฏิเสธเทา่ กบั จาเลยตอ้ งการใหผ้ ูเ้ สียหายเช่ือ
หรือเขา้ ใจตามท่ี ถ. บอก ท้งั จาเลยไดเ้ รียกเงินจานวน 2,000 บาทจากผเู้ สียหาย มิฉะน้นั จะจับผเู้ สียหาย ถอื ได้
ว่าจาเลยไดแ้ สดงตนเป็นเจา้ พนกั งานและกระทาการเป็นเจา้ พนกั งานแลว้ ส่วนการเรียกรับเงินคร้ังท่ีสองแม้
จาเลยไมไ่ ดบ้ อกหรืออา้ งวา่ เป็นเจา้ พนกั งานตารวจ แต่จาเลยเคยไปหาผ้เู สียหายและมพี ฤตกิ ารณ์แสดงให้
ผ้เู สียหายเช่ือว่าจาเลยเป็ นเจ้าพนกั งานตารวจจริง ท้งั ผ้เู สียหายเคยให้เงนิ แก่จาเลยเพอ่ื มใิ ห้ถูกจบั มากอ่ นการที่
จาเลยไปเรียกเงนิ จากผเู้ สียหายอีกโดยขู่วา่ หากไม่ใหจ้ ะจบั ผเู้ สียหายจนผเู้ สียหายยอมให้เงินจานวน 2,000 บาท
แก่จาเลย เช่นน้ีถอื ไดว้ ่าจาเลยไดแ้ สดงตนเป็นเจา้ พนกั งานและกระทาการเป็นเจา้ พนกั งานโดยจาเลยมิไดเ้ ป็เจา้
พนกั งานทม่ี อี านาจกระทาการน้นั และมีความผดิ ฐานกรรโชกผเู้ สียหายตามมาตรา 145 และ 337
คาพิพากษาฎีกาท่ี 1087/2561 การที่จาเลยท่ี 2 และที่ 3 ร่วมกนั แสดงตนเป็นเจา้ พนกั งานตารวจและกระทาการ
เป็นเจา้ พนกั งานตารวจ เขา้ ตรวจคน้ ห้องพกั ของผูเ้ สียหายท้งั ส่ีและรถจกั รยานยนตข์ องผเู้ สียหายท่ี 2 และที่ 3
เม่อื พบเมทแอมเฟตามนี อนั เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จึงทาบนั ทึกการจบั กมุ แลว้ จาเลยท้งั สาม
ร่วมกนั หน่วงเหน่ียวกกั ขงั ผเู้ สียหายท้งั สี่ไวภ้ ายในห้องพกั และข่เู ขญ็ ให้แจง้ ญาตินาเงินไปมอบใหจ้ าเลยท้งั

18
สามมฉิ ะน้นั จะส่งตวั ไปดาเนินคดีเป็นการกระทาโดยมเี จตนาเดียวกนั เพอื่ ให้ไดม้ าซ่ึงเงินจากผเู้ สียหายท้งั สี่
และเป็นการกระทาท่ีตอ่ เน่ืองเชื่อมโยงกัน จึงเป็นการกระทากรรมเดียวเป็นความผดิ ตอ่ กฎหมายหลายบท
คาอธบิ ายความผิดฐานสวมเคร่ืองแบบหรือใช้ยศหรือตาแหน่งโดยไม่มสี ิทธเิ กย่ี วกับความผดิ อาญา ตามมาตรา
146

ความผิดตามมาตราน้ีมี 2 ฐานความผดิ ย่อย ไดแ้ ก่
(1) ความผดิ ฐานสวมเครื่องแบบหรือประดบั เครื่องหมายของเจา้ พนกั งานฯโดยไม่มสี ิทธิ และ
(2) ความผิดฐานใชย้ ศ ตาแหน่ง เครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือสิ่งทีห่ มายถึงเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์โดยไมม่ ีสิทธิ
ความผดิ คร้งั แรกน้นั จากดั เฉพาะเครื่องแบบหรือเคร่ืองหมายของเจา้ พนกั งานเท่าน้นั ส่วนความผิดท่ีสอง ถา้
หากมกี ารใชย้ ศ ตาแหน่ง เครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือสิ่งทหี่ มายถงึ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยไม่มีสิทธิ กเ็ ป็น
ความผดิ ตามมาตราน้ีได้
การสวมเคร่ืองแบบหรือการประดบั เคร่ืองหมายของเจา้ พนกั งานเป็นไปตามกฎหมายกฏหรือระเบยี บของตน้
สังกดั ของเจา้ พนกั งานน้นั ผกู้ ระทาไม่จาตอ้ งสวมเครื่องแบบหรือประดบั เครื่องหมายทกุ ชิน้ ครบตามท่กี าหนด
ก็ได้ การสวมใส่หรือประดบั เครื่องหมายบางชิ้นก็เป็นความผิดตามมาตราน้ีไดเ้ ชน่ กนั เชน่ สวมเครื่องแบบคร่ึง
ท่อน หรือสวมหมวกตารวจเพ่อื ให้เชื่อว่าเป็นเจา้ พนกั งาน
ยศ หมายถงึ เคร่ืองกาหนดฐานนะหรือช้นั ของเจา้ พนกั งานโดยเฉพาะทหารหรือตารวจ
ตาแหน่ง หมายถึง หนา้ ทที่ างราชการ เชน่ พนกั งานสอบสวน เจา้ พนกั งานสรรพสามติ เจา้ พนกั งานป่ าไม้ เป็น
ตน้
เคร่ืองราชอสิ ริยาภรณ์ หมายถงึ เคร่ืองหมายแสดงเกยี รตยิ ศและบาเหน็จความชอบท่พี ระมหากษตั ริยท์ รงสรา้ ง
หรือโปรดใหส้ ร้างข้นึ สาหรบั พระราชทานเป็นบาเหนจ็ ความชอบแกข่ า้ ราชการส่วนพระองค์ หรือ
พระราชทานแก่ผกู้ ระทาประโยชน์ให้แกป่ ระเทศ ศาสนา และประชาชน ตลอดจนเหรียญทีร่ ะลึกท่ี
พระราชทานเป็นบาเหนจ็ ความชอบในโอกาศตา่ งๆ และที่ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหบ้ คุ คลประดบั ได้
อย่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามทท่ี างราชการกาหนด
สิ่งทีห่ มายถึงเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ หมายถงึ ส่ิงทีไ่ ม่ใชต่ วั เครื่องราชอิสริยาภรณแ์ ตเ่ ป็นสญั ลกั ษณ์แทน
เครื่องราชอสิ ริยาภรณ์ เชน่ แพรแถบยอ่ เหรียญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เคร่ืองราชอสิ ริยาภรณจ์ าลองหรืออกั ษร
ยอ่

ผสู้ วมเครื่องแบบหรือประดบั เครื่องหมาย หรือใชย้ ศ ตาแหน่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือส่ิงท่ี
หมายถงึ เคร่ืองราชอสิ ริยาภรณ์น้ันเป็นผูไ้ ม่มสี ิทธิโดยชอบดว้ ยกฎหมายที่จะกระทาได้ ท้งั น้ีโดยมเี จตนาพิเศษ
เพ่ือใหบ้ คุ คลอืน่ เช่ือวา่ ตนมสี ิทธิกระทาการเช่นน้นั ถา้ กระทาโดยไมม่ เี จตนาพเิ ศษน้ีย่อมไม่เป็นความผิด เช่น
สวมเคร่ืองแบบตารวจแสดงละครหรือภาพยนตร์ เป็นตน้
คาพพิ ากษาฎกี า

คาพิพากษาฎกี าท่ี 8621/2553 จาเลยแต่งกายประดบั เคร่ืองราชอสิ ริยาภรณ์ ซ่ึงตนไม่มีสิทธิแลว้ ถา่ ยรูป
ไว้ ถือไดว้ ่าจาเลยเป็นผไู้ มม่ สี ิทธิใชเ้ ครื่องราชอสิ ริยาภรณก์ ระทาเช่นน้นั แลว้ ส่วนเพื่อให้บคุ คลอ่ืนเชื่อวา่ ตนมี

19
สิทธิหรือไม่ เป็นเจตนาภายในจติ ใจของจาเลย การทจี่ าเลยถ่ายรูปขนาดใหญต่ ดิ ไวใ้ นห้องรับแขกซ่ึงไมใ่ ชท่ ่ี
ลบั แสดงวา่ ประสงคใ์ หผ้ ูอ้ ืน่ มาเห็นและตอ้ งการใหผ้ ูอ้ ่ืนเชื่อว่ามสี ิทธิใชเ้ ครื่องราชอสิ ริยาภรณต์ ามรูปถา่ ย
ดงั กล่าว จึงเป็นความผดิ ตามมาตรา 146

20

2.4 นางสาวตรีรัตน์ ไชยพรม รหัสนสิ ิต 631081094

1.โครงสร้างองค์ประกอบความผดิ
มาตรา334 ผูใ้ ดเอาทรพั ยข์ องผูอ้ นื่ หรือท่ีผอู้ ่ืนเป็นเจา้ ของรวมอยู่ดว้ ยไปโดยทจุ ริต ผนู้ ้นั กระทา
ความผิดฐานลกั ทรพั ย์ ตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กนิ สามปี และปรบั ไมเ่ กินหกหม่ืนบาท

องค์ประกอบภายนอก

1.ผใู้ ด คือ ผกู้ ระทาความผิด

2.เอาไป คือ การแย่งการครอบครองในลกั ษณะตดั รอนกรรมสิทธ์ิออกจากเจา้ ของทรัพยเ์ ดิม โดยการเขา้
ครอบครองพาทรัพยน์ ้นั เคล่อื นท่อี อกไปจากทที่ ี่ทรพั ยเ์ ดมิ เคยอยู่ แมเ้ พยี งเคล่ือนทเ่ี ล็กนอ้ ยก็เป็นความผดิ สาเร็จ
แลว้

3.ทรัพยข์ องผอู้ ืน่ หรือที่ผอู้ ืน่ เป็นเจา้ ของรวมอยู่ดว้ ย กลา่ วคอื ทรัพยข์ องใครก็ไดท้ ่ีมิใชข่ องผกู้ ระทาความผิด
เอง มฉิ ะน้นั แมเ้ ขา้ ใจวา่ เป็นทรพั ยข์ องบุคคลอนื่ แตค่ วามจริงเป็นทรพั ยข์ องผกู้ ระทาความผิดน้นั เองก็ไมม่ ี
ความผิดเกดิ เพราะขาดองคป์ ระกอบภายนอกน้ี

องค์ประกอบภายใน

1. เจตนาธรรมดา คือ ผกู้ ระทาตอ้ งรู้ขอ้ เท็จจริงอนั เป็นองคป์ ระกอบภายนอกของความผดิ และผูก้ ระทาย่อม
เล็งเห็นผลหรือประสงคต์ อ่ ผล

2. เจตนาพิเศษ : โดยทุจริต คือ เป็นการแสวงหาประโยชนท์ ม่ี คิ วรไดโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมายสาหรับตนเองหรือ
ผูอ้ น่ื หากผกู้ ระทาไมม่ เี จตนาทีจ่ ะทุจริตทจ่ี ะเอาทรพั ยน์ ้นั เป็นของตนแลว้ แมค้ รบองคป์ ระกอบภายนอกของ
มาตรา 334 กไ็ ม่ทาใหผ้ ูก้ ระทามคี วามผิด

2.คาอธบิ ายมาตราและคาพิพากษาศาลฎีกาทเี่ ก่ียวข้อง มาตรา334

คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 14258/2555 คดนี ้ีโจทก์ฟ้องวา่ จาเลยเขา้ ไปในบริเวณศาลาการเปรียญวดั หนองบวั อนั
เป็นสถานทที่ จี่ ดั ไวเ้ พ่อื ให้บริการสาธารณะโดยไม่ไดร้ บั อนุญาต แลว้ ลกั ประตเู หล็กพบั ยืด 4 บาน ราคา
20,000 บาท ของวดั หนองบวั ซ่ึงอยใู่ นความดแู ลของผรู้ กั ษาการแทนเจา้ อาวาสวดั หนองบวั ผเู้ สียหาย และเกบ็
รกั ษาไวใ้ นสถานทด่ี งั กล่าวไป โดยใชร้ ถจกั รยานยนตพ์ ่วงขา้ งเป็นยานพาหนะเพ่อื สะดวกแกก่ ารกระทาผิด

21

หรือการพาทรพั ยน์ ้นั ไป หรือเพอ่ื ใหพ้ น้ การจบั กุม ซ่ึงความผดิ ฐานลกั ทรัพยใ์ นสถานทที่ ี่จดั ไวเ้ พอื่ ให้บริการ
สาธารณะตาม ป.อ. มาตรา 335 (8) นอกจากองคป์ ระกอบความผดิ ทีว่ ่าสถานทที่ ล่ี กั ทรัพยต์ อ้ งเป็นสถานท่ที ่ีจดั
ไวเ้ พอ่ื ใหบ้ ริการสาธารณะแลว้ ผทู้ ่ีเขา้ ไปลกั ทรพั ยต์ อ้ งเขา้ ในสถานท่ีดงั กล่าวโดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาตดว้ ย เมื่อไม่
ปรากฏขอ้ เท็จจริงจากการนาสืบของโจทกว์ า่ ในช่วงเวลาเกดิ เหตุลกั ทรพั ยว์ ดั หนองบวั ไดห้ วงห้ามหรือปิดก้นั
มิให้ประชาชนซ่ึงเขา้ ไปในวดั หนองบวั เขา้ ไปในบริเวณทเี่ กดิ เหตุการณท์ ่ีจาเลยเขา้ ไปลกั ประตูเหลก็ พบั ยดื ใน
บริเวณทเี่ กิดเหตุจงึ มใิ ชเ่ ป็นการเขา้ ไปลกั ทรพั ยใ์ นสถานทที่ จี่ ดั ไวเ้ พอ่ื ให้บริการสาธารณะทีต่ นไดเ้ ขา้ ไปโดย
ไม่ไดร้ ับอนุญาต จาเลยจงึ ไม่มคี วามผดิ ตาม ป.อ. มาตรา 335 (8) คงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 334

คาอธิบาย
ผใู้ ดเอาทรัพยข์ องผูอ้ ื่นหรือผูอ้ นื่ เป็นเจา้ ของรวมอยูด่ ว้ ยไปโดยทุจริตผูน้ ้นั กระทาความผดิ ฐานลกั
ทรัพยต์ อ้ งระวางโทษ
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334ผใู้ ดลกั ทรัพย์
(1) ในเวลากลางคนื

(2) ในทห่ี รือบริเวณทมี่ ีเหตุเพลงิ ไหมก้ ารระเบดิ อทุ กภยั หรือในท่ีหรือบริเวณท่มี อี ุบตั ิเหตเุ หตุทกุ ขภยั แก่
รถไฟหรือยานพาหนะอนื่ ทปี่ ระชาชนโดยสารหรือภยั พิบตั อิ น่ื ทานองเดียวกนั หรืออาศยั โอกาสทีม่ ีเหตเุ ชน่ ว่า
น้นั หรืออาศยั โอกาสที่ประชาชนกาลงั ต่นื กลวั ภยนั ตรายใดๆ

(3) โดยทาอนั ตรายสิ่งกีดก้นั สาหรบั คมุ้ ครองบุคคลหรือทรพั ยห์ รือโดยผา่ นสิ่งเชน่ ว่าน้นั เขา้ ไปดว้ ย
ประการใดๆ

(4) โดยเขา้ ทางชอ่ งทางซ่ึงไดท้ าข้ึนโดยไมไ่ ดจ้ านงให้เป็นทางคนเขา้ หรือเขา้ ทางช่องทางซ่ึงผูเ้ ป็นใจเปิ ด
ไวใ้ ห้

(5) โดยแปลงตวั หรือปลอมตวั เป็นผอู้ ื่นมอมหนา้ หรือทาดว้ ยประการอน่ื เพอ่ื ไม่ให้เห็นหรือจาหนา้ ได้

(6) โดยลวงว่าเป็นเจา้ พนกั งาน

(7) โดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกระทาความผิดดว้ ยกนั ต้งั แตส่ องคนข้นึ ไป

(8) ในเคหสถานสถานท่รี าชการหรือสถานทท่ี ่ีจดั ไวเ้ พอื่ ใหบ้ ริการสาธารณะทต่ี นไดเ้ ขา้ ไปโดยไม่ไดร้ ับ
อนุญาตหรือซ่อนตวั อยใู่ นสถานที่น้นั ๆ

(9) ในสถานท่ีบชู าสาธารณะสถานีรถไฟท่าอากาศยานทจ่ี อดรถหรือเรือสาธารณะสาธารณสถาน
สาหรบั ขนถ่ายสินคา้ หรือในยวดยานสาธารณะ

22

(10) ทใี่ ชห้ รือมไี วเ้ พอ่ื สาธารณประโยชน์

(11) ที่เป็นของนายจา้ งหรือทีอ่ ยใู่ นความครอบครองของนายจา้ ง

(12) ท่ีเป็นของผมู้ ีอาชีพกสิกรรมบรรดาทเ่ี ป็นผลติ ภณั ฑพ์ ืชพนั ธุส์ ัตวห์ รือเครื่องมอื อนั มีไวส้ าหรับ
ประกอบกสิกรรมหรือไดม้ าจากการกสิกรรมน้นั

ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ต้งั แตห่ น่ึงปี ถงึ หา้ ปี และปรับต้งั แต่สองหมืน่ บาทถึงหน่ึงแสนบาท
ถา้ ความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทาท่ปี ระกอบดว้ ยลกั ษณะดงั ทีบ่ ญั ญตั ิไวใ้ นอนุมาตราดงั กล่าวแลว้
ต้งั แต่สองอนุมาตราข้ึนไปผูก้ ระทาตอ้ งระวางโทษจาคกุ ต้งั แตห่ น่ึงปี ถึงเจด็ ปี และปรับต้งั แตส่ องหมื่นบาทถงึ
หน่ึงแสนส่ีหมื่นบาท

ถา้ ความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทาต่อทรพั ยท์ ีเ่ ป็นโคกระบือเคร่ืองกลหรือเคร่ืองจกั รท่ีผมู้ ีอาชีพ
กสิกรรมมีไวส้ าหรบั ประกอบกสิกรรมผกู้ ระทาตอ้ งระวางโทษจาคกุ ต้งั แตส่ ามปี ถึงสิบปี และปรับต้งั แตห่ ก
หมนื่ บาทถึงสองแสนบาท

3.สรุป

1.ลกั ทรพั ย์ คือ การ “เอาไป” ซ่ึงทรพั ยข์ องผอู้ นื่ หรือท่ีผอู้ ่นื เป็นเจา้ ของรวมอยูด่ ว้ ย โดยทจุ ริต

2. ผกู้ ระทามเี จตนาทจุ ริตก่อนเอาทรัพยไ์ ปจากการ ครอบครองของผอู้ ื่น

3. เป็นความผดิ อาญาแผน่ ดนิ (ยอมความไม่ได)้

4. ผกู้ ระทาเอาไปโดยรูว้ า่ เจา้ ของทรพั ยต์ ิดตามอย่เู ป็นลกั ทรพั ย์

23

2.5 นางสาวตุลยา สังข์ทอง รหสั นสิ ิต 631081095

1.คาอธบิ ายเชิงโครงสร้างความรับผิดทางอาญา
มาตรา 334 ผใู้ ดเอาทรัพยข์ องผูอ้ น่ื หรือทผ่ี อู้ ื่นเป็นเจา้ ของรวมอยู่ดว้ ยไปโดยทุจริตผูน้ ้นั กระทา
ความผิดฐานลกั ทรพั ยต์ อ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กินสามปี และปรบั ไมเ่ กนิ หกหมน่ื บาท

คาอธบิ ายมาตรา 334 ผูใ้ ดเอาทรัพยข์ องผอู้ ่ืนหรือท่ผี ูอ้ ื่นเป็นเจา้ ของรวมอยดู่ ว้ ยไปโดยทจุ ริตผนู้ ้นั
กระทาความผดิ ฐานลกั ทรพั ยต์ อ้ งระวางโทษคาว่าการเอาไป” คอื การแย่งการครอบครอบในลกั ษณะตดั
กรรมสิทธ์ิและตอ้ งเอาไปโดยทุจริตดว้ ยดงั น้นั การกระทาใดทจี่ ะเป็นความผดิ ฐานลกั ทรพั ยต์ ามประมวล
กฎหมายอาญามาตรา 334 ไดจ้ ุดทคี่ อื ตอ้ งมกี ารแยง่ ความครอบครองจากเจา้ ของทรพั ยห์ รือผคู้ รอบครองทรัพย์
น้นั ไปโดยท่ีเจา้ ของหรือผูค้ รอบครองไม่ยนิ ยอมกลา่ วคอื ขณะเอาทรพั ยไ์ ปน้นั ความครอบครองของทรพั ย์
ไมไ่ ดอ้ ยทู่ ต่ี วั ของผกู้ ระทาความผดิ แตผ่ กู้ ระทาความผดิ ไปแยง่ ความครอบครองมา

2.คาอธิบายบรรทัดฐานคาพิพากษาศาลฎกี ามาตรา 334

คาพพิ ากษาฎกี าที่ 3011/2551 จาเลยข้ึนนงั่ คร่อมจกั รยานยนตแ์ ละเข็นรถของผเู้ สียหายมาจากจดุ ทจี่ อด
เติมประมาณ 1 เมตร แตจ่ าเลยยงั ไม่ทนั ตดิ เคร่ืองรถขบั เอาไปเพราะผเู้ สียหายมาพบเห็นเสียกอ่ นจาเลยจึงทงิ้ รถ
วง่ิ หนีไปถอื ไดว้ ่าจาเลยเขา้ ยดึ ถือครอบครองและเอาทรพั ยเ์ คลอ่ื นไปในลกั ษณะท่พี าเอาไปไดเ้ ป็นการลกั ทรัพย์
สาเร็จแลว้

องค์ประกอบภายนอก

1. ผใู้ ดคือผกู้ ระทาความผิด
2. เอาไปคือการแบ่งการครอบครองในลกั ษณะตดั รอนกรรมสิทธ์ิออกจากเจา้ ของทรัพยเ์ ดิมโดยการ
เขา้ ครอบครองพาทรัพยน์ ้นั เคลอื่ นท่อี อกไปจากทท่ี ที่ รัพยเ์ ดมิ เคยอย่แู มเ้ พยี งเคล่ือนท่เี ลก็ นอ้ ยกเ็ ป็นความผดิ
สาเร็จแลว้
3. ทรัพยข์ องผอู้ ่นื หรือทีผ่ อู้ ื่นเป็นเจา้ ของรวมอยดู่ ว้ ยกลา่ วคือทรัพยข์ องใครก็ไดท้ ่ีมิใช่ของผกู้ ระทา
ความผิดเองมฉิ ะน้นั แมเ้ ขา้ ใจวา่ เป็นทรัพยข์ องบคุ คลอ่ืน แต่ความจริงเป็นทรัพยข์ องผูก้ ระทาความผดิ น้นั เองก็
ไม่มคี วามผดิ เกิดเพราะขาดองคป์ ระกอบภายนอก

องค์ประกอบภายใน

24

1. เจตนาธรรมดาคอื ผกู้ ระทาตอ้ งรู้ขอ้ เทจ็ จริงอนั เป็นองคป์ ระกอบภายนอกของความผิดและผูก้ ระทา
ย่อมเล็งเหน็ ผลหรือประสงคต์ ่อผล

2. เจตนาพเิ ศษ: โดยทจุ ริตคือเป็นการแสวงหาประโยชน์ท่ีมคิ วรไดโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมายสาหรบั
ตนเองหรือผอู้ ่ืนหากผูก้ ระทาไมม่ ีเจตนาที่จะทจุ ริตที่จะเอาทรพั ยน์ ้นั เป็นของตนแลว้ แมค้ รบองคป์ ระกอบ
ภายนอกของมาตรา 334 ก็ไมท่ าให้ผูก้ ระทามีความผิด

3.สรุป

ลกั ทรพั ย=์ แย่งการครอบครองทรัพยเ์ บยี ดบงั
1. ลกั ทรัพยค์ ือการ“ เอาไป” ซ่ึงทรพั ยข์ องผอู้ ื่นหรือท่ีผอู้ น่ื เป็นเจา้ ของรวมอยดู่ ว้ ยโดยทุจริต
2. ผกู้ ระทามเี จตนาทจุ ริตกอ่ นเอาทรัพยไ์ ปจากการครอบครองของผอู้ ื่น
3. เป็นความผิดอาญาแผน่ ดนิ (ยอมความไม่ได)้
4. ผกู้ ระทาเอาไปโดยรูว้ า่ เจา้ ของทรัพยต์ ดิ ตามอยู่เป็นลกั ทรัพยค์ วามผิดฐานลกั ทรพั ยเ์ ป็นความผิดอาญา
แผ่นดินยอมความมิไดส้ ่วนความผดิ ฐานยกั ยอกทรัพยเ์ ป็นความผิดต่อส่วนตวั ยอมความกนั ไดต้ วั อยา่ งความผิด
ฐานลกั ทรัพย-์ นายละโมบเกบ็ ถุงเงินนายมงั่ คงั่ ทาดกไวโ้ ดยทุจริตและนายมง่ั คง่ั กลบั มาตามหาถงุ เงนิ ของตน
ทนั ที-นายฉกฉวยไขกุญแจเอาทรัพยข์ องนายร่ารวยท่อี ย่ใู นตโู้ ชวไ์ ปขายเป็นความผดิ ฐานลกั ทรพั ยต์ าม
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 บทลงโทษโทษจาคุกไม่เกิน 3 ปี และปรบั ไมเ่ กนิ 60,000 บาท

1.คาอธิบายเชิงโครงสร้างความรับผิดทางอาญา

มาตรา 337 ผใู้ ดข่มขนื ใจผอู้ ืน่ ให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผอู้ ่นื ไดป้ ระโยชน์ในลกั ษณะที่เป็น
ทรพั ยส์ ินโดยใชก้ าลงั ประทษุ รา้ ยหรือโดยขูเ่ ขญ็ ว่าจะทาอนั ตรายต่อชีวิตร่างกายเสรีภาพชื่อเสียงหรือทรัพยส์ ิน
ของผูถ้ ูกขู่เข็ญหรือของบุคคลท่ีสามจนผถู้ กู ข่มขืนใจยอมเชน่ วา่ น้นั ผูน้ ้ันกระทาความผิดฐานกรรโชกตอ้ ง
ระวางโทษจาคุกไมเ่ กินหา้ ปี และปรับไมเ่ กนิ หน่ึงแสนบาทถา้ ความผดิ ฐานกรรโชกไดก้ ระทาโดย (1) ขู่ว่าจะ
ฆ่าขูว่ ่าจะทารา้ ยร่างกายใหผ้ ูถ้ ูกขม่ ขนื ใจหรือผอู้ นื่ ให้ไดร้ บั อนั ตรายสาหสั หรือขวู่ ่าจะทาใหเ้ กิดเพลิงไหมแ้ ก่
ทรัพยข์ องผถู้ กู ขม่ ขืนใจหรือผอู้ นื่ หรือ (2) มีอาวุธติดตวั มาขเู่ ขญ็ ผูก้ ระทาตอ้ งระวางโทษจาคุกต้งั แตห่ กเดอื นถงึ
เจด็ ปี และปรับต้งั แตห่ น่ึงหม่นื บาทถงึ หน่ึงแสนส่ีหม่ืนบาท

2.คาอธบิ ายบรรทดั ฐานคาพพิ ากษาศาลฎกี ามาตรา 337

คาพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2559 ผูเ้ สียหายท้งั สี่ยินยอมมอบเงินค่าไถ่รถยนตใ์ หแ้ ก่วผรู้ บั จานาซ่ึงรบั
จานารถยนตข์ องผูเ้ สียหายท้งั ส่ีรวม 10 คนั ไวจ้ ากบ. โดยมิชอบว. ผเู้ สียหายท่ี 1 ถงึ ท่ี 3 ผา่ นอ. ภริยาของบ. ทาง

25

โทรศพั ทว์ ่าหากผเู้ สียหายท่ี 1 ถงึ ที่ 3 ไมย่ อมใหเ้ งนิ คา่ ไถร่ ถยนตแ์ ก่ว. จะไมไ่ ดร้ ถยนตค์ ืนและว. ยงั ขูผ่ เู้ สียหาย
ท่ี 4 ทางโทรศพั ทเ์ คลือ่ นทใ่ี นขณะตอ่ รองราคาค่าไถว่ ่าถา้ ผเู้ สียหายที่ 4 ไม่เอาราคาน้ีก็ไมต่ อ้ งเอาโดยจะนารถ
ของผเู้ สียหายท่ี 4 ไปแยกยอ่ ยเองถือเป็นการขเู่ ข็ญวา่ จะทาอนั ตรายตอ่ ทรพั ยส์ ินดงั กลา่ วของผูเ้ สียหายท้งั สี่จน
ผเู้ สียหายท้งั สี่ตอ้ งยินยอมจะใหเ้ งนิ แก่ว. เป็นคา่ ไถร่ ถยนตก์ ารกระทาของว. ครบองคป์ ระกอบความผิดฐาน
กรรโชกแลว้ แมผ้ เู้ สียหายท้งั สี่จะยงั ไมไ่ ดม้ อบเงินคา่ ไถ่รถยนตใ์ ห้แกว่ . ส่วนจาเลยท่ี 1 รบั มอบหมายจากว. ให้
มารับเงินคา่ ไถจ่ งึ มใิ ชเ่ ป็นการช่วยเหลอื การกระทาความผดิ ฐานกรรโชกของว. ไดส้ าเร็จขาดไปแลว้

องค์ประกอบภายนอก

1. ผใู้ ดคอื บุคคลผกู้ ระทาความผิด
2. ขม่ ขืนใจให้หรือยอมจะใหต้ นหรือผอู้ ืน่ ไดป้ ระโยชน์ในลกั ษณะทเี่ ป็นทรัพยส์ ิน) เป็นการบงั คบั
จิตใจซ่ึงการตดั สินใจยงั อยทู่ ตี่ วั ผกู้ ระทาเองแคผ่ กู้ ระทาถกู บงั คบั ใหต้ อ้ งตดั สินใจทจี่ ะกระทาตามทบ่ี งั คบั และ
เป็นการทีท่ าให้เสื่อมเสียเสรีภาพจนผูเ้ สียหายยอมใหห้ รือจะใหซ้ ่ึงความผิดในมาตราน้ีจะผิดมาตรา 309
ความผดิ ฐานทาให้เส่ือมเสียเสรีภาพเสมอเพราะเป็นการกระทากรรมเดียวผดิ กฎหมายหลายบทเพราะ 337 และ
309 ต่างข่มขนื ใจมงุ่ เอาประโยชนใ์ นทรัพยส์ ินดว้ ยกนั แตม่ าตรา 309 จะรวมไปถงึ ถกู ข่มขนื ใจให้กระทาอย่าง
อ่ืนดว้ ยไม่ตอ้ งให้ไดม้ เฉพาะทรพั ยส์ ินเหมอื นดง่ั 337 ซ่ึงในมาตราน้ีเพยี งแค่ผเู้ สียหายยอมจะใหก้ เ็ ป็นความผิด
สาเร็จแลว้ ไม่จาตอ้ งไดท้ รพั ยส์ ินมาเหมอื นดง่ั ความผิดฐานลกั ทรัพย์
3. ผอู้ ื่น
4. โดยใชก้ าลงั ประทษุ ร้ายตามบทนิยามของมาตรา 1 (6) คือการใชก้ าลงั ประทุษร้ายแก่ร่างกายหรือ
จิตใจของบุคคลไมว่ า่ จะทาดว้ ยใชแ้ รงกายภาพหรือดว้ ยวิธีอื่นใดและใหร้ วมถงึ การกระทาใด ๆ ที่ทาให้บุคคล
หน่ึงไมส่ ามารถขดั ขืนไดไ้ ม่ว่าจะโดยใชย้ าทาใหม้ ึนเมาสะกดจติ หรือใชว้ ิธีอืน่ ใดกต็ ามขู่เขญ็ วา่ จะอนั ตรายตอ่
ชีวิตร่างกายเสรีภาพช่ือเสียงทรพั ยส์ ินของผถู้ ูกเข็ญหรือของบุคคลทส่ี ามเป็นการแสดงออกโดยทางวาจาหรือ
โดยทางกริ ิยาหรือทางอนื่ ใหผ้ ูถ้ ูกขู่เข็ญเกิดความกลวั วา่ จะเป็นอนั ตราย
5. จนผถู้ กู ขม่ ขนื ใจยอมเชน่ ว่าน้นั ตอ้ งเป็นการกลวั จากการถูกขม่ ขนื ใจจากตวั ผูก้ ระทาผดิ แลว้ ยอมทา
ตามน้นั หากไมไ่ ดม้ กี ารเกรงกลวั ใหเ้ พราะราคาญกไ็ มผ่ ดิ มาตราน้ี

องค์ประกอบภายใน

โดยเจตนากลา่ วคือผกู้ ระทาตอ้ งรู้ขอ้ เท็จจริงอนั เป็นองค์ประกอบภายนอกของความผิดและผกู้ ระทา
ยอ่ มเล็งเห็นผลหรือประสงคต์ ่อผลมีเจตนาจะข่มขืนใจใหเ้ ขายอมกระทาตามท่ผี ขู้ ่มขตู่ อ้ งการหากเป็นการลอ้
กนั เล่นเพ่ือนแกลง้ เพอ่ื นกจ็ ะเป็นการบาดเจตนาซ่ึงหากขาดเจตนาน้ีจะทาให้ไม่มอี งคป์ ระกอบภายในเทา่ กบั ไม่
เป็นความผดิ ฐานกรรโชกทรัพยห์ รือพยายามกรรโชกทรัพยห์ ากผกู้ ระทาไดม้ ีการดงั ตอ่ ไปน้ีจะตอ้ งรบั โทษ

26

หนกั ข้ึน
1. จะฆ่า
2. จะทาร้ายร่างกาย
3. จะทาใหเ้ กิดเพลงิ ไหมแ้ กท่ รัพย์
4. มีอาวธุ ติดตวั มาขู่เขญ็

3.สรุป

มาตรา 337 ผใู้ ดขม่ ขืนใจผอู้ ื่นให้ยอมให้หรือยอมจะใหต้ นหรือผอู้ น่ื ไดป้ ระโยชนใ์ นลกั ษณะทเ่ี ป็น
ทรัพยส์ ิน“ โดยใชก้ าลงั ประทุษรา้ ย” หรือ“ โดยขเู่ ข็ญวา่ จะทาอนั ตรายตอ่ ชีวติ ร่างกายเสรีภาพชื่อเสียงหรือ
ทรพั ยส์ ินของผถู้ ูกขเู่ ข็ญหรือของบุคคลท่ีสามจนผถู้ ูกข่มขืนใจยอมเชน่ ว่าน้นั ผูน้ ้ันกระทาความผดิ ฐานกรรโชก
ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ หา้ ปี และปรับไมเ่ กนิ หน่ึงหม่ืนบาท ความผิดฐานกรรโชกไดก้ ระทาโดย
(1) ขู่ว่าจะฆ่าขู่วา่ จะทารา้ ยร่างกายให้ผูถ้ ูกขม่ ขืนใจหรือผอู้ ่ืนใหไ้ ดร้ ับอนั ตรายสาหสั หรือว่าจะทาให้เกดิ เพลิง
ไหมแ้ กท่ รัพยข์ องผถู้ กู ข่มขนื ใจหรือผอู้ น่ื หรือ
(2) มีอาวธุ ตดิ ตวั มาขเู่ ข็ญผกู้ ระทาตอ้ งระวางโทษจาคุกต้งั แตห่ กเดอื นถงึ เจด็ ปี และปรบั ต้งั แต่หน่ึงพนั บาทถึง
หน่ึงหมืน่ สี่พนั บาท-ไดป้ ระโยชน์ในลกั ษณะทเี่ ป็นทรัพยส์ ิน” คาพิพากษาศาลฎีกาที่ 2645/2543 จาเลยท่ี 1 ชก
ต่อยทารา้ ยผูเ้ สียหายเพือ่ บงั คบั ขู่เขญ็ ใหผ้ เู้ สียหายจาตอ้ งลงลายมอื ชื่อในสัญญากูเ้ งนิ และสญั ญาซ้ือขายการที่
จาเลยที่ 2 พดู กบั ผูเ้ สียหายวา่ คดิ จะโกงหรืออยา่ มาเลน่ กบั ฉันนะในขณะที่จาเลยที่ 1 กระชากคอเส้ือผเู้ สียหาย
อย่แู ละต่อมาจาเลยท่ี 1 ตอ่ ยทบี่ ริเวณหางค้ิวซา้ ยผเู้ สียหายจนบาดเจบ็ เลือดออกและพูดกบั ผเู้ สียหายวา่ ใหล้ ง
ลายมือชื่อในสญั ญากเู้ งินมิฉะน้ันจะเจบ็ ตวั อกี ถอื ไดว้ ่าจาเลยที่ 2 เป็นตวั การร่วมกนั กบั จาเลยท่ี 1 ทาร้ายร่างกาย
ผเู้ สียหายและร่วมกนั ข่มขืนใจผเู้ สียหายใหย้ อมลงลายมือช่ือว่าเป็นผกู้ ใู้ นสัญญากเู้ งินสัญญากเู้ งินก่อใหเ้ กดิ
สิทธิในหน้ีซ่ึงมวี ตั ถุแห่งหน้ีเป็นเงินแกผ่ ใู้ ห้กจู้ งึ เป็นประโยชนใ์ นลกั ษณะที่เป็นทรัพยส์ ินแก่ผใู้ หก้ ูเ้ มอ่ื จาเลยท้งั
สองไดไ้ ปซ่ึงสัญญากเู้ งินจากการข่มขืนใจโดยทารา้ ยร่างกายผเู้ สียหายใหย้ อมลงลายมอื ชื่อว่าเป็นผกู้ เู้ งนิ จาก
จาเลยที่ 2 อนั เป็นการไดป้ ระโยชนใ์ นลกั ษณะทเี่ ป็นทรพั ยส์ ินแลว้ จึงเป็นการร่วมกนั กระทาผดิ ฐานกรรโชก
และทารา้ ยร่างกายผเู้ สียหาย-“ โดยใชก้ าลงั ประทุษรา้ ย”“ โดยข่เู ข็ญว่าจะทาอนั ตรายตอ่ ชีวิตร่างกาย-คา
พิพากษาฎกี าท่ี 1278/2503 จาเลยเขียนจดหมายไปขู่เขญ็ ผเู้ สียหายใหส้ ่งเงนิ 3,000 บาทไปใหจ้ าเลยมิฉะน้นั
บตุ รผูเ้ สียหายจะเป็นอนั ตรายถึงชีวติ แมจ้ ะไดค้ วามว่าบุตรของผเู้ สียหายเองเป็นคนบอกให้จาเลยเขียนจดหมาย
ไปขู่เข็ญบดิ าเพ่อื หลอกลวงใหบ้ ิดาส่งเงินมาใหก้ ็ยงั ถือวา่ ผเู้ สียหายถูกขม่ ขืนใจจาเลยมคี วามผิดฐานกรรโชก
ตามมาตรา 337-คาพพิ ากษาฎีกาท่ี 3221/2522 ตารวจพระภิกษวุ ่ามผี ูร้ อ้ งเรียนวา่ เป็นพระจรจดั ถา้ ไม่ใหเ้ งนิ จะ

27

เอาเรื่องรายงานจบั กผเู้ สียหายว่าไมม่ ีเงนิ ใหม้ าเอาใน 7 วนั ตารวจมือลกั ษณะจะทาร้ายผูเ้ สียหายกลวั จงึ ช้ีของใส่
ธนบตั ร 2,000 บาทใหต้ ารวจเอาไปเป็นกรรโชกตาม ป.อ.ม. 337-คาพิพากษาฎีกาท่ี 3656/2527 เลยบอก
ผเู้ สียหายว่ามีคนจา้ งจาเลยฆา่ ผเู้ สียหาย แตไ่ ม่บอกช่ือคนจา้ งพร้อมกนั น้นั จาเลยขอเงนิ ผูเ้ สียหายถา้ หากไม่ให้ก็
จะไม่รับรองความปลอดภยั ผเู้ สียหายตกลงยอมให้และนดั มาเอาเงนิ ในวนั รุ่งข้ึนดงั น้ีคาพดู ของจาเลยเป็นการ
ข่มขู่ผเู้ สียหายให้ยอมใหห้ รือยอมจะใหเ้ งินแก่จาเลยอนั เป็นการข่มขนื ใจผเู้ สียหายครบองคป์ ระกอบความผดิ
ฐานกรรโชกแลว้ แมจ้ ะ 1 "ขอ" และ "เพือ่ บอกช่ือผทู้ ี่จา้ งฆา่ ” ก็เป็นเพียงเหตุผลประกอบการข่มข่เู ท่าน้นั การ
ข่มขู่น้ันกลายเป็นการเรียกร้องเงินเพื่อตอบแทนการบอกชื่อผูว้ ่าจา้ งฆ่าผเู้ สียหายไม“่ โดยเข็ญวา่ จะทาอนั ตราย
ต่อเสรีภาพ"-คาพิพากษาฎกี าท่ี 3861/2528 มผี ูไ้ ปแจง้ ว่าผเู้ สียหายลกั โคสารวตั รใหญ่ใหจ้ าเลยซ่ึงเป็นตารวจไป
จบั ผูเ้ สียหายผูเ้ สียหายว่าซ้ือมาเอาสัญญาซ้ือขายใหด้ จู าเลยไมย่ อมดูพดู วา่ โคอยทู่ ใ่ี ครก็จบั คนน้นั ถา้ ไม่ให้จบั
ตอ้ งเอาเงินมาให้ผูเ้ สียหายกลวั จึงมอบเงนิ ให้จาเลยไปดงั น้ีเป็นการใชอ้ านาจในตาแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจให้
ผเู้ สียหายยอมมอบใหซ้ ่ึงทรพั ยส์ ินโดยขูเ่ ขญ็ วา่ จะจบั กุมผูเ้ สียหายฐานลกั ทรัพยห์ รือรับของโจรอนั ไมเ่ ป็นความ
จริงและผูเ้ สียหายเกรงกลวั ยอมมอบทรัพยใ์ หจ้ าเลยตามทเ่ี รียกรอ้ งจาเลยมีความผิดตาม ป.อ. ม. 148, 337
ลงโทษตามม. 148 อนั เป็นบทหนกั -คาพิพากษาฎกี าท่ี 5096/2540 คร้งั แรกจาเลยและถ. ไปบา้ นผเู้ สียหายถ.
บอกผเู้ สียหายวา่ จาเลยเป็นเจา้ พนกั งานตารวจจาเลยไดย้ นิ คาพูดของถ. แตก่ น็ ิ่งเฉยและมิไดป้ ฏิเสธเท่ากบั จาเลย
ตอ้ งการให้ผเู้ สียหายหายเช่ือหรือเขา้ ใจตามที่ถ. บอกท้งั จาเลยไดเ้ รียกเงินจานวน 2,000 บาทจากผเู้ สียหาย
มฉิ ะน้นั จะจบั ผูเ้ สียหายพฤติการณเ์ ชน่ น้ีถอื ไดว้ ่าจาเลยไดแ้ สดงตนเป็นเจา้ พนกั งานและกระทาการเป็นเจา้
พนกั งานแลว้ ส่วนการเรียกรบั เงินคร้งั ทส่ี องแมจ้ าเลยไม่ไดบ้ อกหรืออา้ งวา่ เป็นเจา้ พนกั งานตารวจ แตจ่ าเลย
เคยไปหาผเู้ สียหายและมพี ฤตกิ ารณ์แสดงให้ผูเ้ สียหายเช่ือวา่ จาเลยเป็นเจา้ พนกั งานตารวจจริงท้งั ผูเ้ สียหายเคย
ใหเ้ งนิ แกจ่ าเลยเพื่อมใิ หถ้ ูกจบั มากอ่ นการทจี่ าเลยไปเรียกเงนิ จากผเู้ สียหายอีกโดยขู่ว่าหากไมใ่ หจ้ ะจบั
ผูเ้ สียหายจนผูเ้ สียหายยอมให้เงนิ จานวน 2,000 บาทแก่จาเลยเช่นน้ีถอื ไดว้ า่ จาเลยไดแ้ สดงตนเป็นเจา้ พนกั งาน
และกระทาการเป็นเจา้ พนกั งานโดยจาเลยมิไดเ้ ป็นเจา้ พนกั งานที่มีอาานาจกระทาการน้นั และมีความผดิ ฐาน
กรรโชกทรพั ยผ์ เู้ สียหายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 145, 337

28

2.6 นายธนวัฒน์ ช่วยอนันต์ รหสั นิสิต 631081111

1.คาอธบิ ายโครงสร้างรับผิดทางอาญา

ความผดิ เกี่ยวกบั การซื้อ ทา จัดการ หรือรักษาทรัพย์

1.ความผดิ ฐานเจ้าพนกั งานยกั ยอกทรัพย์(มาตรา 147)

องค์ประกอบความผดิ
องค์ประกอบภายนอก
(1) ผูใ้ ดเป็นเจา้ พนกั งานมหี นา้ ทีซ่ ้ือ ทา จดั การหรือ
รักษาทรัพยใ์ ด
(2) เบียดบงั ทรพั ยน์ ้นั เป็นของตนหรือเป็นของผูอ้ ื่น หรือยอมใหผ้ อู้ นื่ เอาทรัพยน์ ้นั เสีย
องคป์ ระกอบภายใน
(1) เจตนาธรรมดา
(2) เจตนาพเิ ศษ – โดยทจุ ริต

บทบัญญตั ิ
มาตรา 147 "ผูใ้ ดเป็นเจา้ พนกั งาน มหี นา้ ทซ่ี ้ือ ทา จดั การหรือรักษาทรัพยใ์ ด เบยี ดบงั ทรพั ยน์ ้นั เป็น
ของตน หรือเป็นของผูอ้ น่ื โดยทจุ ริต หรือโดยทุจริตยอมใหผ้ อู้ ่นื เอาทรพั ยน์ ้นั เสีย ตอ้ งระวางโทษจา คกุ ต้งั แต่
ห้าปี ถงึ ยี่สิบปี หรือจา คุกตลอดชีวิต และปรับต้งั แตส่ องพนั บาทถึงสี่หมนื่ บาท"

องค์ประกอบความผิดฐานเจ้าพนกั งานยักยอก

(1) เป็นเจา้ พนกั งาน ถา้ ไมเ่ ป็นเจา้ พนกั งานก็จะเป็นตวั การในการกระทา ความผิดไมไ่ ด้ คงลงโทษไดเ้ พียงฐาน
สนบั สนุนเจา้ พนกั งานกระทา ความผิดตามมาตรา 147 ประกอบมาตรา 86 ซ่ึงความผดิ ตามมาตรา 147 น้ีเป็น
บทเฉพาะ หากผดิ มาตราน้ีแลว้ ก็จะไมป่ รบั บทมาตรา 157 ซ่ึงเป็นบททว่ั ไปอีก

(2) มีหนา้ ทีซ่ ้ือ ทา จดั การ หรือรกั ษาทรัพยใ์ ดหนา้ ทข่ี องเจา้ พนกั งานอาจเกิดจากฎหมายกาหนดไวโ้ ดยเฉพาะ
หรืออาจเกดิ ข้นึ โดยคา สงั่ หรือการมอบหมายของผมู้ ีอานาจส่ังการ

29

(3) เบียดบงั ทรพั ยน์ ้นั เป็นของตน หรือเป็นของผูอ้ น่ื หรือยอมให้ผอู้ ื่นเอาทรพั ยน์ ้นั เสียทานองเดยี วกบั ยกั ยอก
คือ ตอ้ งครอบครองทรัพยน์ ้ันอยูแ่ ลว้ เบียดบงั เอาทรัพยน์ ้นั ไปในลกั ษณะตดั กรรมสิทธ์ิ ไมใ่ ช่เอาไป
เพียงชวั่ คราวแลว้ เอามาคนื ซ่ึงไมใ่ ชก่ ารเบยี ดบงั

2.ความผดิ ฐานเจ้าพนักงานท่ีมีหน้าทเ่ี กยี่ วกับทรัพย์ใช้อานาจในตาแหน่งโดยทจุ ริต ตามมาตรา 151 (ใช้
ประโยชน์จากของหลวง)

มาตรา 151 "ผูใ้ ดเป็นเจา้ พนกั งาน มหี นา้ ที่ซ้ือ ทา จดั การหรือรักษาทรัพยใ์ ด ๆ ใชอ้ า นาจในตาแหน่ง
โดยทจุ ริต อนั เป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาลหรือเจา้ ของทรัพยน์ ้นั ตอ้ งระวางโทษจา คุกต้งั แตห่ า้ ปี
ถึงย่ีสิบปี หรือจา คกุ ตลอดชีวติ และปรบั ต้งั แตส่ องพนั บาทถึงสี่หมืน่ บาท"

องค์ประกอบความผิด

องค์ประกอบภายนอก
(1) ผใู้ ดเป็นเจา้ พนกั งาน มหี นา้ ท่ีซ้ือ ทา จดั การ
หรือรักษาทรัพยใ์ ด ๆ (2) ใชอ้ านาจในตาแหน่ง
(3) อนั เป็นการเสียหายแกร่ ัฐ เทศบาล สุขาภิบาล

หรือเจา้ ของทรพั ย์
องคป์ ระกอบภายใน
(1) เจตนาธรรมดา

(2) เจตนาพิเศษ – โดยทจุ ริต

2.คาอธิบายจากบรรทัดฐานคาพพิ ากษาศาลฎกี า

1.ความผดิ ฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์(มาตรา 147)

(1) เป็นเจา้ พนกั งาน
เจา้ อาวาสเป็นเจา้ พนกั งานตาม พ.ร.บ.คณะสงฆค์ า พิพากษาศาลฎีกาที่ 11340/2556 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505
มาตรา 45 บญั ญตั วิ า่ “ใหถ้ อื ว่าพระภิกษซุ ่ึงไดร้ บั แต่งต้งั ให้ดารงตาแหน่งในการปกครองคณะสงฆแ์ ละ
ไวยาวจั กรเป็นเจา้ พนกั งานตามความในประมวลกฎหมายอาญา” และตามกฎกระทรวงฉบบั ท่ี 3 (พ.ศ.2520)

30

ออกตามความในพระราชบญั ญตั ิคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยกฎกระทรวง ฉบบั ที่ 4 (พ.ศ.2536)
ออกตามความในพระราชบญั ญตั ดิ งั กลา่ วขอ้ 4 กาหนดว่า "การปกครองคณะสงฆแ์ ตล่ ะคณะใหม้ บี รรพชิตเป็น
ผูป้ กครองตามตาแหน่ง ดงั น้ี (11) เจา้ อาวาส"ดงั น้ี เมอื่ ขณะเกิดเหตจุ า เลยซ่ึงเป็นพระภกิ ษแุ ละไดร้ บั แต่งต้งั ให้
ดารงตาแหน่งเจา้ อาวาส ซ่ึงเป็นตาแหน่งในการปกครองคณะสงฆต์ ามกฎกระทรวง จงึ ถือว่าจา เลยเป็นเจา้
พนกั งานตามประมวลกฎหมายอาญาตามบทบญั ญตั ดิ งั กลา่ ว
(2) มีหนา้ ท่ซี ้ือทา จดั การ หรือรักษาทรัพยใ์ ดหนา้ ทข่ี องเจา้ พนกั งานอาจเกิดจากกฎหมายกาหนดไวโ้ ดยเฉพาะ
หรืออาจเกิดข้ึนโดยคาสง่ั หรือการมอบหมายของผมู้ ีอานาจส่ังการ

คา พิพากษาศาลฎีกาท่ี 635/2507 (ประชุมใหญ่) จา เลยเป็นปลดั อาเภอมีหนา้ ทีร่ บั คา ขอและสอบสวน

เรื่องราวเก่ียวกบั การขออนุญาตใหแ้ ละมอี าวธุ ปื นแลว้ ทาความเห็นเสนอต่อนายอาเภอเมอื่ นายอาเภออนุญาต

จาเลยก็มหี นา้ ที่กรอกขอ้ ความในใบอนุญาตใหม้ ีและใชอ้ าวธุ ปื นเสนอนายอาเภอลงลายมอื ช่ือในฐานะนาย

ทะเบียนทอ้ งทจ่ี าเลยไมม่ ีอานาจทีจ่ ะลงลายมือช่ือได้ ดงั น้ี หากจาเลยลงลายมือชื่อของจาเลยเองในใบอนุญาต

ให้มีและใชอ้ าวธุ ปื นแลว้ ประทบั ตราตาแหน่งนายอาเภอเป็นการปลอมตนวา่ เป็นเจา้ พนกั งานผมู้ ีอานาจลงนาม

ในใบอนุญาตแลว้ ใบอนุญาตน้ีกไ็ มใ่ ช่ใบอนุญาตอนั แทจ้ ริง เพราะไม่ไดล้ งนามพนกั งานเจา้ หนา้ ทีผ่ มู้ ีอานาจ

ออกใบอนุญาตจาเลยจงึ มคี วามผดิ ฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 และจา เลยเบียด

บงั ยกั ยอกเงนิ คา่ ธรรมเนียม 100 บาท ทีจ่ า เลยรับไวต้ ามหนา้ ท่ี จงึ เป็นความผิดตามมาตรา 147 (ประชมุ ใหญ่

คร้ังที่ 10/2507) (3) เบียดบงั ทรัพยน์ ้นั เป็นของ

ตน หรือเป็นของผูอ้ นื่ หรือยอมใหผ้ อู้ ่ืนเอาทรัพยน์ ้นั เสียคา พิพากษาศาลฎกี าที่ 2330/2534จา เลยเป็นเจา้

พนกั งานประจา โรงพยาบาล มหี นา้ ทจ่ี ดั ซ้ือจดั การซ่อมแซม และดูแลรักษาพสั ดุครุภณั ฑแ์ ละไดร้ บั มอบหมาย

ให้ทา หนา้ ที่เกยี่ วกบั ดา้ นการเงนิ ดว้ ยจาเลยไดล้ งช่ือคูก่ บั ผอู้ านวยการโรงพยาบาลในฐานะเจา้ ของบญั ชีและผู้

มอบฉันทะในแบบถอนเงนิ จานวน 14,000 บาท จากบญั ชีเงนิ บารุงโรงพยาบาลพรหมพิรามมาสา รองจา่ ย

ค่าพสั ดคุ รุภณั ฑ์ ซ่ึงจา เลยมีหนา้ ที่จัดซ้ือแลว้ มอบให้ ส.นา ไปถอนเงินจานวนดงั กล่าวจากธนาคารมาใหต้ น

จาเลยไดร้ บั แลว้ มิไดจ้ ดั ซ้ือพสั ดคุ รุภณั ฑแ์ ตอ่ ย่างใดและปรากฏว่าเงนิ จานวนน้ีไดข้ าดหายไปจากบญั ชี การ

กระทา ของจา เลยเป็นการเบียดบงั เงินจานวน 14,000บาท ทอ่ี ยู่ในความครอบครองตามหนา้ ที่ของตนไปเป็น

ประโยชน์ส่วนตวั ซ่ึงเป็นความผดิ ตาม ป.อ. มาตรา 147

(4) โดยทุจริตรบั เงินไวไ้ ม่ยอมส่งคลงั นานถงึ 5เดือน ถอื วา่ มเี จตนาทุจริต

คา พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี 1507/2530จาเลยเป็นเจา้ พนกั งานมีหนา้ ท่รี บั เงินรายไดข้ องหน่วยราชการท่ตี น
สงั กดั และไดร้ บั เงินรายไดไ้ วแ้ ตม่ ิไดน้ าเงินน้นั สั่งคลงั ตามระเบยี บซ่ึงตามปกตจิ ะตอ้ งนา ส่งคลงั ในวนั เดยี วกนั

31

กบั วนั ทีไ่ ดร้ บั เงินไว้ เวน้ แต่มเี หตจุ าเป็นกใ็ ห้นาส่งคลงั ในวนั รุ่งข้นึ ถดั ไปที่เป็นวนั ทาการท้งั จาเลยมิไดล้ งบญั ชี
รับเงนิ ไวเ้ ป็นหลกั ฐานจนกระทงั่ เจา้ หนา้ ทีต่ รวจสอบภายในของกรมเจา้ สงั กดั ตรวจพบการกระทาของจาเลย
เป็นเวลาถงึ 5เดอื นเศษจาเลยจงึ ไดน้ าเงนิ ส่งคลงั นบั ว่าจาเลยมีเจตนาทจุ ริตเบียดบงั ไปเป็นประโยชนส์ ่วนตวั
แลว้

2.ความผดิ ฐานเจ้าพนักงานหาประโยชน์จากตาแหน่งหน้าที่ (มาตรา 151)

(1) เป็นเจา้ พนกั งาน

คาพิพากษาศาลฎกี าที่ 1478/2525 การแบ่งส่วนราชการภายในกรมน้นั ตอ้ งตราเป็นพระราชกฤษฎกี า
เมือ่ ไมเ่ คยมพี ระราชกฤษฎกี าแบ่งส่วนราชการของกรมการปกครองใหโ้ รงพมิ พส์ ่วนทอ้ งถน่ิ เป็นส่วนราชการ
ของกรมการปกครองคงมีแต่คาสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้กองบญั ชาการตารวจตระเวน
ชายแดนมอบอาคารโรงพิมพแ์ ละอุปกรณ์ท้งั สิ้นแก่กรมการปกครอง โรงพมิ พส์ ่วนทอ้ งถ่ินจึงหาเป็นส่วน
ราชการของกรมการปกครองไม่ส่วนที่พระราชบญั ญตั ิวธิ ีการงบประมาณฯ บญั ญตั ิความหมายของส่วน
ราชการใหร้ วมถงึ สานกั งานหรือหน่วยงานอ่ืนใดของรัฐดว้ ยน้นั กเ็ พอ่ื ประโยชน์ในการท่สี า นกั งบประมาณจะ
จดั ทาและควบคมุ งบประมาณแผ่นดินของส่วนราชการแต่โรงพิมพส์ ่วนทอ้ งถน่ิ ไมเ่ คยเสนอประมาณการ
รายรับรายจ่ายต่อสานกั งบประมาณ ท้งั ไมเ่ คยมีการต้งั งบประมาณแผน่ ดินไวด้ าเนินกจิ การของโรงพิมพโ์ รง
พิมพส์ ่วนทอ้ งถ่นิ จึงไม่เป็นส่วนราชการของกรมการปกครองตามความหมายของพระราชบญั ญตั ิดงั กลา่ วเมอื่
ความผิดตามบทมาตราทีโ่ จทก์ฟ้องใหล้ งโทษจาเลยน้นั ในเบ้ืองตน้ ผกู้ ระทา ความผิดจะตอ้ งเป็นเจา้ พนกั งาน
เสียก่อนและเมอื่ ไดค้ วามว่าโรงพิมพส์ ่วนทอ้ งถิ่นไมเ่ ป็นส่วนราชการของกรมการปกครองแลว้ จาเลยซ่ึงเป็น
คณะกรรมการดาเนินงานของโรงพิมพโ์ ดยตาแหน่งตามคาสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจงึ ไม่
เป็นเจา้ พนกั งานไม่อาจกระทาผดิ ตามมาตรา 151 ตามฟ้องโจทยใ์ ด

(2) มีหนา้ ที่ซ้ือทาจดั การหรือรักษาทรัพยใ์ ด ๆ

คาพพิ ากษาศาลฎกี าท่ี 565/2558 จาเลยทราบดีวา่ นาง ล. ตกลงขายทีด่ นิ แก่นาย พ. บุตรเขยจา เลยใน
ราคาเพยี ง 220,000 บาทแต่มกี ารปลอมแปลงลายมอื ชื่อนาง ล.ในใบเสนอราคาขายทดี่ นิ ดงั กลา่ วเป็นเงิน
594,800 บาท แลว้ นาไปยนื่ ต่อองคก์ ารบริหารส่วนตาบลตูมใตพ้ ร้อมกบั ใบเสนอราคาของเจา้ ของทด่ี นิ อีกสอง
แปลงซ่ึงเสนอราคาสูงกวา่ และเมื่อคณะกรรมการจดั ซ้ือเหน็ สมควรซ้ือท่ดี นิ ของนาง ล. ทีเ่ สนอราคาต่า สุด จา
เลยในฐานะนายกองคก์ ารบริหารส่วนตาบลตูมใตก้ ไ็ ดอ้ นุมตั ใิ ห้จดั ซ้ือทีด่ นิ ดงั กล่าวในราคาภายหลงั การ

32

ต่อรองแลว้ 594,000 บาท สูงกว่าราคาทีน่ าง ล. ตอ้ งการขาย374,000 บาท และเม่อื หักเงินทจ่ี าเลยตอ้ งนาไป
ชาระเป็นคา่ ภาษี 5,940 บาท คงมสี ่วนต่างท่เี ป็นประโยชนแ์ ก่บตุ รเขยของจาเลย 368,060 บาท การกระทาของ
จาเลยจงึ เป็นการเอ้ือประโยชนแ์ กบ่ ตุ รเขยของจาเลยอนั ถอื ได้ว่าเป็นการแสวงประโยชนโ์ ดยมชิ อบ เป็นเหตุให้
องคก์ ารบริหารส่วนตาบลตูมใตไ้ ดร้ บั ความเสียหายตอ้ งซ้ือทดี่ นิ ในราคาสูงเกินกวา่ ที่ควรจะเป็นจาเลยจึงมี
ความผดิ ฐานเจา้ พนกั งานมหี นา้ ที่ซ้ือทรพั ย์ ใชอ้ านาจในตาแหน่งโดยทุจริตอนั เป็นการเสียหายแก่รัฐมหี นา้ ที่
ทาหมายถึงเจา้ พนกั งานทม่ี หี นา้ ท่ีผลิตทรพั ยใ์ หแ้ กท่ างราชการหรือหน่วยงานของรฐั โดยอาจใชแ้ รงงาน
โดยตรงหรือควบคุมดูแลก็ไดม้ หี นา้ ทจี่ ดั การ หมายถงึ มที รพั ยข์ องทางราชการอยูแ่ ลว้ มีหนา้ ทจ่ี ดั การทรัพย์
เหลา่ น้นั

(3) ใชอ้ านาจในตาแหน่งอนั เป็นการเสียหายแก่รฐั เทศบาล สุขาภบิ าลหรือเจา้ ของทรพั ยน์ ้นั ตอ้ งเป็นการใช้
อานาจในตาแหน่งโดยทจุ ริตลกั ษณะของการแสวงหาประโยชนจ์ ากทรพั ยข์ องทางราชการทต่ี นเองเป็นเจา้
พนกั งานมีหนา้ ท่ซี ้ือทาจดั การหรือรักษาทรพั ยน์ ้ันแต่หากเป็นการเบียดบงั ทรัพยน์ ้นั ไปกไ็ มเ่ ป็นความผดิ ตาม
มาตราน้ี แต่จะผดิ ตามมาตรา 147

คาพิพากษาศาลฎกี าท่ี 1682/2516 การกระทาทจ่ี ะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา151
กต็ ่อเม่ือ ผกู้ ระทาผิดมหี นา้ ทซี่ ้ือทาจดั การหรือรักษาทรพั ยแ์ ลว้ ใชอ้ านาจในตาแหน่งแสวงหาประโยชน์ที่มคิ วร
ไดโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมายจากตวั ทรพั ยน์ ้นั โดยมไิ ดเ้ อาตวั ทรพั ยไ์ ป ไม่ใชเ่ พียงแต่มีหนา้ ทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั ทรพั ยน์ ้นั
เทา่ น้นั จาเลยไดร้ ับแต่งต้งั ใหด้ าเนินงานควบคมุ จดั การกจิ การประปาของเทศบาล ไดต้ ิดต้งั การใชน้ ้า ประปา
ให้ ส. กบั พวก แลว้ ไมล่ งทะเบียนผูใ้ ชน้ ้า ประปาเรียกเก็บคา่ ใชน้ ้า ประปาทกุ เดือน และออกหลกั ฐานจานวน
ก๊อกน้า ประปาของผูต้ ดิ ต้งั นอ้ ยกว่าความจริงแลว้ เกบ็ เงินมากกว่าจานวนค่าธรรมเนียมท่ีเทศบาลกาหนดและ
โจทกบ์ รรยายฟ้องเจาะจงว่าจา เลยเบียดบงั ยกั ยอกเอาเงินรายได้ 3,955 บาท จากกจิ การประปาของเทศบาลท่ี
จาเลยรับไวจ้ าก ส. กบั พวก ไวเ้ ป็นประโยชนส์ ่วนตวั โดยทุจริต ดงั น้ี เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 147 เท่าน้นั จาเลยไม่มีความผิดตามมาตรา 151ดว้ ย

3.สรุปเนือ้ หาสรุปความผดิ ฐานเจ้าพนักงานยกั ยอกทรัพย์(มาตรา 147)

เปรียบเทียบบทบญั ญตั ิมาตรา 147กบั มาตรา 151
มาตรา 147 มาตรา 151เบยี ดบงั ตวั ทรัพยท์ ่อี ยใู่ นหนา้ ที่ คือเอาทรัพยน์ ้นั เองเป็นประโยชน
มาตรา 151มิใชเ่ อาตวั ทรพั ยน์ ้นั เองไวเ้ ป็นประโยชน์เเต่โดยอาศยั ตาแหน่งท่ีมอี าศยั อย่ใู นทรัพยน์ ้นั

33
2.7 นางสาวนัสรี แนะนวน รหัสนิสิต 631081144

1.ความผิดฐานทาให้เสียทรัพย์
มาตรา358ผใู้ ดทาใหเ้ สียหาย ทาลาย ทาใหเ้ ส่ือมค่าหรือทาให้ไร้ประโยชน์ ซ่ึงทรพั ยข์ องผอู้ ่ืนหรือผอู้ ืน่ เป็น
เจา้ ของรวมอยูด่ ว้ ย ผูน้ ้นั กระทาความผดิ ฐานทาใหเ้ สียทรพั ย์ ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กินสามปี หรือปรบั ไม่
เกินหกหมนื่ บาท หรือท้งั จาท้งั ปรบั
ก. องค์ประกอบความผดิ
ก.1 องค์ประกอบภายนอก
(1) ผใู้ ด

(2) ทาใหเ้ สียหาย ทาลาย ทาให้เส่ือมค่าหรือทาให้ไร้ประโยชน์
(3) ซ่ึงทรัพยข์ องผอู้ นื่ หรือทผ่ี อู้ ืน่ เป็นเจา้ ของรวมอย่ดู ว้ ย
ก.2 องค์ประกอบภายใน
เจตนาธรรมดา
ข. คาอธบิ าย
ข. 1 ผ้ใู ด
ผูใ้ ดตามมาตราน้ี หมายความวา่ ผทู้ ่ที าใหท้ รพั ยน์ ้นั เสียหาย ทาลาย ทาให้เส่ือมค่า หรือทาใหไ้ รป้ ระโยชน์
ข.2 ทาให้เสียหาย ทาลาย ทาให้เส่ือมค่าหรือทาให้ไร้ประโยชน์
ความผดิ ฐานทาให้เสียทรัพยน์ ้นั จาแนกออกเป็น 2 ลกั ษณะ ดงั น้ี
(1) การทาใหเ้ สียทรัพยใ์ นลกั ษณะทีท่ าใหค้ ณุ คา่ ในตวั ทรัพยล์ ดน้อยลง ซ่ึงไดแ้ ก่ การทาใหเ้ สียหาย การ
ทาลายหรือทาให้เส่ือมค่า และ
(2)การทาใหเ้ สียทรัพยใ์ นลกั ษณะทท่ี าใหป้ ระโยชนใ์ สตวั ทรพั ยล์ ดนอ้ ยลง ซ่ึงไดแ้ ก่ การทาใหไ้ ร้
ประโยชนโ์ ดยแยกการกระทาความผดิ ไว้ 4 ประการ ดงั น้ี

34

(1) ทาให้เสียหาย หมายถึง ทาให้ทรพั ยช์ ารุด บบุ สลาย หรือสภาพของทรัพย์น้นั เปลี่ยนแปลงไปในทางทตี่ า่
กว่าที่เป็ นอย่กู ่อนถูกกระทาเช่น ฉีกหนา้ หนงั สือผูอ้ ื่น เติมน้าลงไปในเบยี ร์

อยา่ งไรก็ตามการทาให้เสียหายน้นั ไมจ่ าเป็นตอ้ งถงึ ขนาดทาใหท้ รพั ยน์ ้นั เสียประโยชน์ไปเลยทเี ดียว
เพียงแต่คณุ คา่ ของทรพั ยน์ ้นั ลดลง และหากความเสียหายน้นั เพยี งเลก็ น้อยไม่ถือว่าเป็ นความเสียหายท่ีจะมี
ความผดิ ฐานทาให้เสียทรัพย์ เชน่ ยืมหนงั สือไปอ่านแลว้ ทาให้หนงั สือยบั เลก็ นอ้ ย เพราะการอา่ นหนงั สือเป็น
ธรรมดาทย่ี อ่ มทาให้หนงั สือยบั บา้ งเล็กนอ้ ย

(2) ทาลาย หมายถึง การทาให้ทรัพย์สิ้นสภาพไปเลย หรือทาให้ใชไ้ ม่ได้ ทาใหห้ มดไป เชน่ การฆ่าสัตว์ การ
เผาหนงั สือ จะทาลายท้งั หมดหรือบางส่วนก็เรียกว่าทาลาย และหมายความรวมถงึ การทาให้สูญหายดว้ ย

ตวั อย่าง แดงถอนทาลายขา้ วทปี่ ลกู ของดาออก แลว้ แชน่ ้าทง้ิ ไว้ ยอ่ มแสดงให้เหน็ วา่ ขา้ วทีป่ ลกู น้นั เสียหาย จึงมี
ความผดิ ตามมาตราน้ี

(3)ทาให้เส่ือมค่า หมายถึง การทาให้คณุ ค่าทรัพย์ราคาลดลง แตไ่ มถ่ งึ ขนาดเกดิ ความเสียหายของทรัพยน์ ้นั
โดยตรง เชน่ การหยิบหนงั สือพิมพร์ ายวนั ล่าสุดไป แลว้ นามาคนื ในวนั รุ่งข้นึ แมต้ วั ทรัพยไ์ ม่เสียหายแต่อาจจะ
ขายไดใ้ นราคาทต่ี ่ากวา่ เพราะเวลาล่วงเลยไปอีกวนั แลว้

(4) ทาให้ไร้ประโยชน์ หมายถงึ ทาให้ทรัพย์น้นั หมดประโยชน์ไปหรือไม่อาจใช้งานได้ตามปกติ แม้
เพยี งชวั่ คราวหรือแค่บางส่วนกต็ าม แตไ่ ม่จาเป็นตอ้ งใหท้ รัพยน์ ้นั เสียหายโดยตรง เช่น การร้ือบา้ นของผอู้ ่ืนแม้
วสั ดทุ ่ีร้ือจะไมเ่ สียหายกต็ าม กไ็ มอ่ าจใชเ้ ป็นท่อี ยไู่ ดอ้ ีก

มาตราน้ีเป็นความผดิ ทต่ี อ้ งการผล ความผิดฐานทาให้เสียทรพั ยส์ าเร็จลงเมื่อทรัพยน์ ้นั เสียหา ถูกทาลาย
เส่ือมค่า หรือไรป้ ระโยชน์ ถ้าหากผ้นู ้นั กระทาลงไปแล้วแต่ไม่เกิดผลดังกล่าว จึงทาให้ผ้นู ้นั มีความผิดฐาน
พยายามทาให้เสียทรัพย์

ข. 3 ทรัพย์ของผ้อู ่นื หรือทผ่ี ้อู น่ื เป็ นเจ้าของรวมอย่ดู ้วย

องคป์ ระกอบความผิดซ่ึงเป็นวตั ถุแห่งการกระทา ไดแ้ ก่ ทรพั ยผ์ อู้ ื่นหรือทรพั ยท์ ี่ผอู้ ืน่ เป็นเจา้ ของ
รวมอยู่ดว้ ย โดยพจิ ารณาดงั น้ี

35

(1)ทรัพย์ โดยสภาพตอ้ งหมายถึงทรพั ยท์ ่มี รี ูปร่างเท่าน้นั ซ่ึงจะเป็นอสังหาริมทรพั ย์ หรือสังหาริมทรัพยก์ ไ็ ด้
และอาจหมายความรวมถึงพลงั งานไฟฟ้าหรือพลงั งานอื่นๆ ทีส่ ามารถนามาใชป้ ระโยชนไ์ ดด้ ว้ ย เช่น เจตนา
เปิ ดเคร่ืองปรบั อากาศทิ้งไวเ้ พอื่ ให้สูญเสียกระแสไฟฟ้า

(2) ทรัพย์ของผ้อู ืน่ คอื ทรพั ยท์ ผ่ี อู้ น่ื เป็นเจา้ ของ และยงั หมายความรวมถงึ ผทู้ ี่ไดร้ บั มอบหมายจาก
เจา้ ของใหด้ ูแลรักษาทรพั ยน์ ้นั ดว้ ย และอย่ใู นฐานะเป็นผูเ้ สียหาย

(3) ทรัพย์ทผ่ี ้อู ่ืนเป็ นเจ้าของรวมอยู่ เป็นกรณีทผี่ กู้ ระกบั กบั ผเู้ สียหายเป็นเจา้ ของรวมกนั ผกู้ ระทาซ่ึง
เป็นเจา้ ของรวมคนหน่ึงไดก้ ระทาให้เสียหาย ทาลาย เสื่อมคา่ หรือทาให้ไร้ประโยชน์ในทรพั ยน์ ้นั ก็มคี วามผิด
ฐานทาให้เสียทรัพยไ์ ด้

ตวั อย่าง นายเขยี วเป็นเจา้ ของชา้ งเชือกหน่ึงร่วมกบั นายแหลอื งวนั หน่ึงนายเขียวยงิ ชา้ งเชือกน้นั ลม้ ลงโดย
เจตนา นายเขียวมคี วามผดิ ฐานทาใหเ้ สียทรพั ยท์ ่ผี อู้ ่ืนครอบครองอยูด่ ว้ ย

(4) เมอื่ ทรัพยอ์ นั เป็นวตั ถแุ ห่งการกระทาของความผดิ น้ีตอ้ งเป็นผอู้ ื่นหรือเจา้ ของรวมอยูด่ ว้ ย ดงั น้นั การทาลาย
ทรัพย์ทไ่ี ม่มีเจ้าของหรือทรัพย์ทผี่ ้กู ระทามีกรรมสิทธ์เิ พียงคนเดยี ว ก็ไม่มคี วามผดิ ตามมาตราน้ี เช่น การเผา
หนงั สือทมี่ ผี ูม้ าทิ้งไว้ การโค่นตน้ ไมข้ องตนเอง อย่างไรก็ตามถา้ หากกรรมสิทธ์ิเป็นของผอู้ ่ืนไปแลว้ แต่ยงั มี
การครอบครองอยู่ กไ็ ม่มสี ิทธ์ิไปทาลายทรัพยน์ ้นั ผกู้ ระทาอาจมีความผดิ ฐานทาใหเ้ สียทรัพยไ์ ด้

ตัวอย่าง โจทยเ์ ชา่ ทดี่ ินซ่ึงมีบ่อเล้ยี งปลา แตโ่ จทยไ์ ดป้ ิ ดก้นั บ่อ ปลกู ตม้ ไมล้ ม้ ร้วั ลวดหนามเอาไว้ ต่อมาจาเลย
ขายท่ดี นิ แปลงน้ัน แต่โจทยย์ งั ครอบครองอยู่ในฐานะผเู้ ช่า แลว้ จาเลยไปตดั ตน้ ไมแ้ ละร้ือลวดหนามเหล่าน้นั
จาเลยย่อมมคี วามผดิ ฐานทาใหเ้ สียทรัพย์

ข. 4 เจตนาธรรมดา

ผกู้ ระทารู้ขอ้ เทจ็ จริงอนั เป็นองคป์ ระกอบของความผิด และในขณะเดยี วกนั ผกู้ ระทาประสงคต์ ่อผลหรือ
ย่อมเลง็ เห็นผลของการกระทาน้นั ดว้ ย

(1) การรู้ข้อเทจ็ จริงอนั เป็ นองค์ประกอบของความผิด ผกู้ ระทาตอ้ งรู้

(1.1)ตนเองเป็นผทู้ าให้เสียหาย ทาลาย ทาใหเ้ ส่ือมค่า หรือทาให้ไร้ประโยชน์ และ

(1.2) จะตอ้ งเป็นทรพั ยข์ องผอู้ ่นื หรือผอู้ ื่นเป็นเจา้ ของรวม

36

ถา้ หากขาดขอ้ ใดขอ้ หน่ึงไปจะไม่ถอื ว่ามีเจตนากระทาความผิด

ตวั อย่าง นายสม้ เหน็ กระดาษวางอยู่ ไม่แน่ใจวา่ มอี ะไรอยใู่ นกล่อง จงึ เปิ ดกล่องออกมา ปรากฏว่านกนายมว่ ง
อยใู่ นกล่องบนิ หนีไป การท่นี ายสม้ ไม่รู้ว่านกของนายม่วงอย่ใู นกล่อง ทาใหไ้ มม่ คี วามผดิ ฐานทาใหเ้ สียทรพั ย์

(2) กระทาโดยประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเหน็ ผลน้นั

(2.1) เจตนาประสงคต์ ่อผล เป็นกรณีที่ผกู้ ระทามเี จตนาใหผ้ ล ( การทาใหเ้ สียทรัพย์ ถูกทาลาย เส่ือม
คา่ หรือไร้ประโยชน์ ) เกิดข้ึน เช่น ต้งั ใจใหก้ ระจกรถหลุด เลยใชไ้ มท้ บุ ไปที่กระจกรถ

(2.2) เจตนาเลง็ เห็นผล เป็นกรณีที่ผูก้ ระทาไมไ่ ดม้ ีเจตนาเช่นน้นั เพยี งแต่กระทาไปโดยไม่ใยดตี อ่
ความเสียหายท่ีเกดิ ข้ึน

ตัวอย่าง แดงเห็นดาคุยโทรศพั ทอ์ ยู่ เลยต้งั ใจจะแกลง้ ผลกั ดาให้หล่นสระน้า การกระทาของแดงยอ่ มเลง็ เหน็
ผลไดว้ า่ ถา้ แดงตกน้าไปโทรศพั ทแ์ ดงอาจจะเสียหายได้ แตแ่ ดงยงั คงผลกั เมอ่ื โทรศพั ทด์ าเสียหาย แดงจึง
เจตนาเล็งเห็นผลทาใหเ้ สียทรัพย์

(3) ความสาคญั ผดิ ในข้อเทจ็ จริง

ความสาคญั ผิดในขอ้ เทจ็ จริงในกรณีทาให้เสียทรพั ยเ์ กิดข้นึ ไดห้ ลายทาง เชน่ เขา้ ใจวา่ มอี านาจ เขา้ ใจวา่ การ
กระทาของตนเป็นการกระทาโดยจาเป็นผกู้ ระทาสามารถอา้ งความสาคญั ผิดเพ่อื ไมใ่ ห้รับโทษ หรือเพอื่ ลด
โทษไดแ้ ลว้ แตก่ รณี

(4)การกระทาตามสิทธโิ ดยชอบด้วยกฎหมาย

ถา้ ผกู้ ระทามีสิทธิชอบดว้ ยกฎหมายเพอ่ื ป้องกนั สิทธิของตนเอง แมจ้ ะทาใหท้ รพั ยส์ ินของผอู้ ่ืนเสียหายแต่
พอสมควร ก็ไม่เป็นความผิดฐานทาให้เสียทรพั ย์

(5) การกระทาของเจ้าพนกั งานตามอานาจหน้าท่ี

การท่ีเจา้ พนกั งานทกี่ ระทาตามหนา้ ที่ยอ่ มไดร้ บั ความคมุ้ ครองตามกฎหมาย หากเจา้ หนา้ ท่ีทาทรพั ยผ์ ใู้ ด
เสียหายโดยไมเ่ กนิ แกเ่ หตุ กจ็ ะไม่มคี วามผิดฐานทาให้เสียทรพั ย์

37

ตวั อย่าง จาเลยเป็นพนกั งานป่ าไม้ บอกให้รถบรรทกุ ไมผ้ ดิ กฎหมายหยุด แตร่ ถไมห่ ยดุ จาเลยจึงยิงไปท่ยี างลอ้
รถเพือ่ ให้รถหยดุ จะไดจ้ บั คนที่กระทาผิดกฎหมาย การกระทาของจาเลยไม่ควรแก่เหตจุ ึงไม่มีความผดิ ฐานทา
ใหเ้ สียทรัพย์

ความผดิ ฐานทาให้เสียทรัพย์ทท่ี าให้รับโทษหนักขนึ้

มาตรา359ถา้ การกระทาความผดิ ตามมาตรา ๓๕๘ ไดก้ ระทาต่อ

(๑) เครื่องกลหรือเครื่องจกั รท่ีใชใ้ นการประกอบกสิกรรมหรืออตุ สาหกรรม
(๒) ปศุสตั ว์
(๓) ยวดยานหรือสตั วพ์ าหนะทีใ่ ชใ้ นการขนส่งสาธารณะหรือในการประกอบกสิกรรมหรืออตุ สาหกรรม
หรือ
(๔) พืชหรือพชื ผลของกสิกร
ผกู้ ระทาตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกินหา้ ปี หรือปรับไมเ่ กินหน่ึงแสนบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ
ก. องค์ประกอบความผิด

ก.1 องค์ประกอบภายนอก

(1) เป็นการกระทาความผิดตามมาตรา 358

(2) ไดก้ ระทาต่อ

(2.1) เคร่ืองกลหรือเครื่องจกั รทใ่ี ชใ้ นการประกอบกสิกรรมหรืออตุ สาหกรรม

(2.2) ปศุสตั ว์

(2.3) ยวดยานหรือสัตวพ์ าหนะทใี่ ชใ้ นการขนส่งสาธารณะหรือในการประกอบกสิกรรมหรืออุตสาหกรรม
หรือ

(2.4) พืชหรือพชื ผลของกสิกร

ก.2 องค์ประกอบภายใน

38

เจตนาธรรมดา

ก. 3 ผล

ผูก้ ระทาตอ้ งไดร้ บั โทษหนกั ข้ึน

ข. คาอธบิ าย

ข. 1 เป็ นการกระทาความผิดตามมาตรา 358

การทจ่ี ะตอ้ งรบั โทษหนกั ข้ึนตามมาตราน้ี จะตอ้ งกระทาความผิดครบองคป์ ระกอบตามมาตรา 358 เสียกอ่ น
มิฉะน้นั จะไม่ผิดตามมาตราน้ี

ข. 2 เคร่ืองกลหรือเคร่ืองจกั รทใ่ี ช้ในการประกอบกสิกรรมหรืออตุ สาหกรรม

(1) เครื่องกล หมายถึง เครื่องมือทใี่ ชส้ ่งถ่ายพลงั งานกลจากจุดหน่ึงไปยงั อกี จุดหน่ึงเพือ่ ช่วยผ่อนแรง
เชน่ ลิ่ม รอก คาน

(2) เครื่องจักร หมายถึง ส่ิงท่ปี ระกอบกนั จากส่ิงส่วนหลายๆชิ้น สาหรับก่อกาเกิด พลงั งานเปลย่ี นหรือ
แปรสภาพพลงั งาน หรือส่งพลงั งานซ่ึงเดนิ ดว้ ยพลงั งาน เช่น เคร่ืองยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า

อยา่ งไรก็ตามจากขอ้ (1) และ (2)จะตอ้ งใชใ้ นการประกอบกสิกรรมหรืออตุ สาหกรรม กลา่ วคอื จะตอ้ ง
เป็นอุปกรณ์ท่อี านวยความสะดวกในการประกอบอาชีพ หากไม่เก่ยี วกบั การประกอบอาชีพกสิกรรมหรือ
อุตสาหกรรมไมม่ ีความผิดตามมาตราน้ี

ข. 3 ปศุสัตว์

ปศสุ ตั วต์ ามาตราน้ีกาหนดเฉพาะกรณีปศุสตั วเ์ ป็นเหตุฉกรรจ์ หมายถึง สัตวส์ ี่เทา้ ทเ่ี ล้ยี งเพ่อื เป็นอาหาร ไม่ใช่
สตั วท์ ่ีตอ้ งใชท้ ้งั งานและไวเ้ พ่อื เป็นอาหาร และไม่รวมถงึ สตั วป์ ี กสัตวน์ ้า

ข.4 ยวดยานหรือสัตว์พาหนะท่ใี ช้ในการขนส่งสาธารณะ หรือการประกอบกสิกรรมหรืออตุ สาหกรรม

ยานพาหนะหรือสตั วพ์ าหนะจะตอ้ งใชใ้ นการขนส่งสาธารณะ ไดแ้ ก่ การขนส่งประชาชนหรือขนส่งสัมภาระ
สาหรบั ประชาชนทวั่ ไปเชน่ รถโดยสารประจาทาง การประกอบกสิกรรม ไดแ้ ก่ การทาไร่ไถนา เช่น รถไถ
อตุ สาหกรรม ไดแ้ ก่ การผลิตสินคา้ และบริการตา่ งๆ เช่น รถชนส่งวตั ถุดิบ

39

ข. 5 พชื หรือผลของกสิกร

(1) พชื ของกสิกร หมายถึง สิ่งเพาะปลูกเพือ่ ประกอบกสิกรรม เช่น ตน้ ขา้ ว ตน้ กหุ ลาบ

(2)พชื ผลของกสิกร หมายถงึ ผลผลิตทีไ่ ดจ้ ากการประกอบกสิกรรม เชน่ เมลด็ ขา้ ว ดอกกหุ ลาบ

ถา้ หากไม่ปรากฏวา่ เจา้ ของพืชน้นั มอี าชีพอะไร หรือไม่ปรากฏว่าไดป้ ระกอบกสิกรรมในพืชชนิดใด
โดยเฉพาะ แมจ้ ะปลกู ในพ้ืนทนี่ ้นั กต็ าม กไ็ ม่ถือว่าเป็นพชื หรือผลของกสิกรรม เชน่ ชาวนาปลกู มะมว่ งหิม
พานตเ์ พ่อื เป็นแนวคนั นา

อยา่ งไรก็ตามความผดิ ตามมาตราน้ีเป็นเหตใุ หผ้ ูก้ ระทาตอ้ งรบั โทษหนกั ข้นึ จงึ จะตอ้ งทราบข้อเทจ็ จริง
อันเป็ นองค์ประกอบของความผิด เป็นไปตามมาตรา 62 วรรคทา้ ยน้นั ดว้ ย มิฉะน้นั จะลงโทษตามมาตราน้ี
ไม่ได้

ตัวอย่าง แดงไดท้ บุ รถยนตโ์ ดยไมร่ ูว้ ่ารถคนน้นั ไดเ้ อาไวเ้ พ่อื ขนวตั ถุดิบในอุตสาหกรรม แดงจงึ ไม่มคี วามผิด
ตามมาตรา 259(3) แต่ยงั คงมีความผดิ ฐานทาใหเ้ สียทรัพยต์ ามมาตรา 258

2.คาอธิบายจากบรรทัดฐานคาพพิ ากษาฎีกา

คาพพิ ากษาศาลฎกี าที่ 35/2503จาเลยเจตนาฆา่ เป็ดของผเู้ สียหาย โดยโปรยขา้ วเปลือกผสมยาพษิ ให้เป็ดกิน
เป็ดตาย เพราะเหตุน้ี 33 ตวั การกระทาของจาเลยเป็นความผิดตาม มาตรา 358 ไม่ผิดตามมาตรา 259 เพราะ
เป็ดไม่ใชป่ ศสุ ตั วต์ าม มาตรา 359(2)

จากคาพพิ ากษาฎีกาจาเลยน้ันฆ่าเป็ดผูเ้ สียหายโดยการโรยขา้ วเปลือกผสมยาพษิ ทาใหเ้ ป็ดตาย เป็ดถือเป็น
ทรัพย์ เมือ่ เป็ดของผเู้ สียหายตายน้นั เป็นการทาลายให้หมดไป ดงั น้นั การกระทาของจาเลยครบองคป์ ระกอบ
ความผดิ ฐานทาใหเ้ สียทรพั ย์ จงึ ตอ้ งรบั ผดิ ตามมาตรา 258 เมอื่ เป็ดเป็นสตั วจ์ ึงตอ้ งพจิ ารณาต่อวา่ เป็นปศสุ ตั ว์
ตามมาตราน้ีและจาเลยจะตอ้ งรับโทษหนกั ข้นึ ตามารตรา 359(2) หรือไม่ เห็นว่าเป็ ดน้นั ไม่ได้เป็ นสัตว์สี่เท้า
เพ่อื เลยี้ งเป็ นหาร จงึ ไม่เป็ นปศุสัตว์ตามมาตรา 359(2) ท่จี ะทาให้จาเลยตอ้ งรับโทษหนกั ข้นึ การกระทาของ
จาเลยจึงไม่มคี ดิ ผิดตามาตรา 259(2) รบั ผดิ เพียงแต่ฐานทาใหเ้ สียทรัพยม์ าตรา 258

คาพิพากษาศาลฎกี าที่ 701/2505 คาว่าพชื หรือ พชื ผลของกสิการซ่ึงบญั ญตั ไิ วใ้ น ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 359 (4) น้นั หมายถึงพชื หรือพืชผลทปี่ ลูกในการกสิกรรมของกสิกร ฉะน้นั ตน้ นุ่นและตน้ มะม่วงหิม

40

พานตซ์ ่ึงผูเ้ สียหายผูเ้ ป็นกสิกร ดว้ ยการทานาปลกู ไว้ เฉย ๆ ตามแนวเขต และจาเลยถอนทาลายเสียน้นั จะฟังวา่
เป็นพืชหรือพชื ผลในการกสิกรรมของผเู้ สียหายตามกฎหมายดงั กลา่ วยงั ไมไ่ ด้

จากคาพิพากษาฎีกา การทจี่ าเลยปลกู นาน้นั เป็นสิ่งเพาะปลูกเพื่อประกอบกสิกรรม แลว้ ปลกู ตน้ นุ่นและตน้
มะม่วงหิมพานตไ์ วเ้ ฉยๆ ตามแนวเขตน้นั ถือว่าตน้ นุ่นและตน้ มะมว่ งหิมพานตไ์ มถ่ อื เป็นพืชผลของกสิกร แม้
จะปลูกไว้ในพ้นื ทก่ี สิกรรมกต็ ามจึงฟังไม่ไดว้ า่ ตน้ นุ่นและตน้ มะมว่ งหิมพานตท์ ี่ถกู ถอนทาลายน้นั เป็นพชื ผล
ของกสิกรตามมาตรา 259(4)

คาพิพากษาฎกี าท่ี 1355/2508 ตน้ พลูเป็นตน้ ไมย้ ืนตน้ จึงเป็นส่วนควบของท่ดี นิ โจทกเ์ ป็นผปู้ ลกู ตน้ พลู แตต่ น้
พลูไดต้ กเป็นกรรมสิทธ์ิของจาเลยที่ 4 ซ่ึงเป็นเจา้ ของทด่ี นิ ทโี่ จทกป์ ลูกตน้ พลเู สียแลว้ แมจ้ าเลยจะร่วมกนั ตดั
ตน้ พลู ก็ยอ่ มไม่มีความผดิ ฐานทาให้เสียทรัพย์ โจทกจ์ งึ ไม่ใชผ่ เู้ สียหาย ไม่มีอานาจฟ้อง

จากคาพิพากษาฎีกาตน้ พลูเป็นไมย้ ืนตน้ จึงเป็นส่วนควบของทด่ี ินน้นั ไดต้ กเป็นกรรมสิทธ์ิของจาเลยที่ 4 ซ่ึง
เป็นเจา้ ของท่ีดินที่โจทยไ์ ดป้ ลกู ตน้ พลู โจทยจ์ ึงไม่มกี รรมสิทธ์ิในตน้ พลู กลา่ วคอื โจทย์ไม่ได้เป็ นเจ้าของต้น
พลู เมอื่ จาเลยไดต้ ดั ตน้ พลทู ่ีตนเป็นกรรมสิทธิจึงไมม่ ีความผดิ โจทย์ไม่ใช่ผ้เู สียหายองคป์ ระกอบความผดิ ซ่ึง
เป็นวตั ถุแห่งการกระทาในมารตราน้ี ไดแ้ ก่ ทรพั ยผ์ อู้ ื่นหรือทรพั ยท์ ผ่ี อู้ ื่นเป็นเจา้ ของรวมอยดู่ งั น้นั โจทย์ไม่ได้
อย่ใู นฐานะวัตถแุ ห่งการกระทาขององค์ประกอบของความผดิ ตามมาตราน้ี เมือ่ ขาดองคป์ ระกอบของผดิ
จาเลยจงึ ไมม่ ีความผดิ ฐานทาให้เสียทรพั ย์

คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 1660/2511 มผี ูน้ าชา้ งไปลา่ มไวใ้ กลก้ บั สวนของจาเลยโดยจาเลยไมร่ ู้ กลางคืนชา้ งหลดุ
จากโซ่ พงั ร้วั ลวดหนามเขา้ ไปในสวนของจาเลย ซ่ึงมบี า้ นพกั ของจาเลยกบั คนงานปลกู อยู่คนงานไดย้ นิ เสียง
หกั ขา้ วโพดจึงบอกจาเลย จาเลยถือปื นเดินไปดกู บั คนงาน จาเลยโผลจ่ ากไร่ขา้ วโพดพบชา้ งอยกู่ ลางไร่
ขา้ วโพดห่างประมาณ 4 วา โดยไม่ทนั รู้ตวั และกาลงั เดินเขา้ มาหาจาเลย จาเลยเขา้ ใจวา่ เป็นชา้ งป่ า ซ่ึงยงั มอี ยู่ใน
ป่ าบริเวณไร่ของจาเลย จงึ ผลกั คนงานใหห้ ลบแลว้ เอาปื นยงิ ช้างไป 2 นดั แลว้ ว่งิ หนี ดงั น้ี ถอื วา่ การที่จาเลยยิง
ชา้ งของผเู้ สียหาย เป็นการตดั สินใจโดยกระทนั หนั ดว้ ยความจาเป็นเพ่อื ใหพ้ น้ จากภยนั ตรายท่ใี กลจ้ ะถึงตวั
จาเลยกบั คนงาน โดยจาเลยไมส่ ามารถหลีกเลย่ี งให้พน้ โดยวธิ ีอน่ื ได้ และการกระทาของจาเลยไม่เกนิ สมควร
แกเ่ หตุจาเลยจงึ ไม่ตอ้ งรับโทษฐานทาให้เสียทรพั ย์

จากคาพพิ ากษาฎีกาการทีจ่ าเลยยิงชา้ งเป็นการทาลายให้ส้ิน ชา้ งถอื เป็นทรพั ยจ์ ึงมีความผิดฐานทาใหเ้ สียทรัพย์
แตเ่ มอื่ ปรากฏวา่ จาเลยยิงเพอื่ ป้องกนั ภยนั ตรายของตนเองและของผูอ้ ่ืน โดยไม่สามารถหลีกเล้ยี งโดยวิธีอ่ืนได้

41

และกระทาโดยไมเ่ กินแกเ่ หตุ จาเลยมีสิทธิทท่ี จี่ ะป้องกนั ตวั เองและคนงาน ถือเป็นการกระทาตามสิทธิโดย
ชอบด้วยกฎหมายกท็ าใหจ้ าเลยไมม่ คี วามผิดฐานทาใหเ้ สียทรพั ยต์ ามมาตรา 258

คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 1155/2520 การทจ่ี าเลยถ่อเรือเขา้ ไปตดั ใบบวั ในหนองสาธารณะซ่ึงผเู้ สียหายปลูกตน้
ขา้ วไวโ้ ดยตน้ ขา้ วข้นึ ปะปนอยู่กบั กอบวั จนเป็นเหตุใหต้ น้ ขา้ วเน่าตายไปจานวนหน่ึง เช่นน้ีจาเลยยอ่ มเลง็ เหน็
อยู่วา่ การถอ่ เรือเขา้ ไปในป่ าขา้ วทาความเสียหายแกต่ น้ ขา้ วได้ การกระทาของจาเลยจงึ เป็นการเจตนาทาให้เสีย
ทรพั ย์

จากคาพพิ ากษาฎีกา การทีจ่ าเลยถ่อเรือเขา้ ไปตดั บวั ในหนองสาธารณะซ่ึงผเู้ สียหายปลูกตน้ ขา้ วไวโ้ ดยตน้ ขา้ ว
ข้นึ ปะปนอยู่กบั กอบวั จนเป็นเหตใุ หต้ น้ ขา้ วเน่าตายไปจานวนหน่ึงต้นข้าวของผ้เู สียหายถือเป็ นทรัพย์ และการ
ทจ่ี าเลยจะไปเก็บกอบวั ทีม่ ีขา้ วปะปนอยทู่ าใหต้ น้ ขา้ วเน่าตายจานวนหน่ึงเป็นการทาให้ทรัพย์น้นั อย่ใู นสภาพที่
ไม่อาจใช้งานได้ได้ตามปกตแิ ม้จะเป็ นแค่บางส่วนก็ตาม อยา่ งไรกต็ ามแมเ้ จตนาของจาเลยกระทาเพือ่ เพียงเก็บ
กอบวั แต่จาเลยก็เลง็ เห็นผลได้ว่าการกระทาของจาเลยอาจทาให้ทรัพย์ของผ้อู ื่นคอื ต้นข้าวที่ปะปนอย่เู สียหาย
ได้ เมื่อครบองคป์ ระกอบความผิดจาเลยจงึ มคี วามผดิ ฐานทาใหเ้ สียทรพั ยโ์ ดยเจตนาเล็งเหน็ ผล ตามมาตรา 358

คาพิพากษาศาลฎกี าท่ี 2560/2527ตน้ มะพรา้ วของผเู้ สียหายท่ถี กู จาเลยฟันปลกู อยู่ในสวนตามแนวเขตทด่ี ินของ
ผเู้ สียหายรวมกบั ตน้ มะพร้าวอ่ืนเป็นแนวเดยี วกนั เม่ือไม่ปรากฏวา่ ผเู้ สียหายมอี าชีพอะไรและสวนดงั กล่าวของ
ผเู้ สียหายเป็นสวนมะพรา้ วโดยเฉพาะหรือสวนไมเ้ บญจพรรณ จงึ ฟังไมไ่ ดว้ า่ ตน้ มะพรา้ วทถ่ี กู ฟันน้นั เป็นพืชที่
ปลูกในการกสิกรรมของผเู้ สียหาย

จากคาพิพากษาฎีกาจาเลยไดฟ้ ันตน้ มะพร้าวของผเู้ สียหาย มะพร้าวถือเป็ นทรัพย์ เม่ือจาเลยฟันมะพร้าวของ
ผ้เู สียหายเป็ นการทาลายทรัพย์ของผ้อู น่ื จึงมีความผดิ ฐานทาใหเ้ สียทรพั ย์ เมื่อเป็นทรัพยเ์ ป็นตน้ มะพร้าวจึง
ตอ้ งพิจารณาว่าเป็นพืชหรือผลของกสิกรท่ที าใหจ้ าเลยตอ้ งโทษเพมิ่ ข้ึนหรือไม่ เห็นวา่ เม่ือไม่ปรากฎว่า
ผ้เู สียหายน้นั ประกอบอาชีพอะไรและสวนน้นั เป็ นสวนมะพร้าวโดยเฉพาะหรือไม่ จึงไม่ถือว่าต้นมะพร้าวน้นั
เป็ นพชื กสิกรรมของผ้เู สียหาย จึงไมต่ อ้ งรับโทษหนกั ข้ึนตามมาตรา 259(4)

คาพิพากษาศาลฎกี าที่ 2291/2545 ตามบนั ทกึ การหย่าในเร่ืองทรัพยส์ ินระบวุ ่า บา้ นที่เกดิ เหตุพร้อมทดี่ ินท่มี ีช่ือ
ร่วมกนั จาเลยยอมยกใหเ้ ป็นกรรมสิทธ์ิของผเู้ สียหายเพียงผเู้ ดียว จาเลยจึงยอ่ มรู้แก่ใจดวี ่าบา้ นเกิดเหตพุ รอ้ ม
ที่ดินเป็นของผเู้ สียหายไปแลว้ จาเลยหามีสิทธิกระทาการใดอนั จะกอ่ ใหเ้ กิดความเสียหายต่อบา้ นดงั กล่าวไม่
การทีจ่ าเลยตะโกนเรียกให้ผูเ้ สียหายเปิ ดประตูรบั จาเลยในยามวิกาลท้งั ทีค่ วามสมั พนั ธ์ฉันสามีภริยาระหว่าง

42

ผเู้ สียหายกบั จาเลยหมดส้ินไปแลว้ แต่ผูเ้ สียหายไม่ยอมเปิดประตจู าเลยจงึ ข้ึนไปช้นั บนของบา้ นแลว้ ใชข้ วาน
ทบุ และฟันลูกบิดประตหู อ้ งนอนของผเู้ สียหายจนชารุดใชก้ ารไม่ได้ และยงั ใชม้ ดี ฟันวงกบและงดั บานประตู
ไมช้ ้นั ล่างและกลอนประตจู นหลดุ จงึ เป็นการกระทาโดยเจตนาทาลายวงกบบานประตู กลอนและลูกบดิ ประตู
เพอ่ื ให้จาเลยผ่านเขา้ ไปในบา้ นและห้องนอนของผูเ้ สียหายได้ ความเสียหายดงั กล่าวเกิดข้ึนจากการกระทาโดย
รู้สานึกและประสงคต์ อ่ ผลตามเจตนาของจาเลย จาเลยจึงมีความผดิ ฐานทาให้เสียทรพั ย์

จากคาพพิ ากษาศาลฎกี าบา้ นทเี่ กดิ เหตพุ รอ้ มที่ดินทม่ี ีชื่อร่วมกนั จาเลยยอมยกใหเ้ ป็นกรรมสิทธ์ิของผเู้ สียหาย
เพยี งผเู้ ดยี ว จาเลยจึงย่อมรูแ้ กใ่ จดีวา่ บา้ นเกิดเหตพุ รอ้ มทด่ี ินเป็นของผูเ้ สียหายไปแลว้ ดงั น้นั บ้านจงึ ถือเป็ น
ทรัพย์ของผ้อู น่ื แล้ว เม่ือจาเลยได้ใช้ขวานทบุ และฟันลกู บดิ ประตูห้องนอนของผ้เู สียหายจนชารุดใช้การไม่ได้
เป็ นการทาให้ทรัพย์ของผ้อู น่ื ใช้งานไม่ได้กลา่ วคอื เป็นการทาลาย และยงั ใช้มดี ฟันวงกบและงัดบานประตไู ม้
ช้ันล่างและกลอนประตจู นหลุดน้นั เป็ นการทาให้ทรัพย์น้นั อย่ใู นสภาพท่ีไม่อาจใช้งานได้กล่าวคือเป็นการทา
ใหไ้ ร้ประโยชนถ์ อื วา่ จาเลยมีเจตนาประสงคต์ ่อผลทาให้เสียทรัพย์ เมือ่ ครบองคป์ ระกอบความผดิ จาเลยจงึ
ตอ้ งรบั ผิดฐานทาใหเ้ สียทรัพยต์ ามมารตรา 258

คาพพิ ากษาศาลฎีกาที่ 112/2554 การท่ีจาเลยโยนโทรศพั ทเ์ คล่ือนท่ีของผเู้ สียหายลงไปทชี่ านพกั บนั ได จาเลย
ยอ่ มเลง็ เห็นไดว้ า่ โทรศพั ทเ์ คลือ่ นทขี่ องผเู้ สียหายอาจจะเกิดความเสียหายได้ เมอ่ื ไมป่ รากฏว่า
โทรศพั ทเ์ คลือ่ นท่ีของผเู้ สียหายไดร้ ับความเสียหาย การกระทาของจาเลยจงึ เป็นความผิดฐานพยายามทาใหเ้ สีย
ทรพั ย์ และแมโ้ จทก์จะมิไดฟ้ ้องขอใหล้ งโทษจาเลยในความผดิ ฐานน้ี แต่ความผดิ ฐานวง่ิ ราวทรัพยก์ ม็ คี วามผิด
ฐานลกั ทรัพยซ์ ่ึงเป็นความผดิ เกี่ยวกบั ทรัพยร์ วมอยดู่ ว้ ย จึงถือไมไ่ ดว้ ่าขอ้ เท็จจริงตามทป่ี รากฏในทางพจิ ารณา
แตกตา่ งกบั ขอ้ เท็จจริงดงั ท่ีกล่าวในฟ้อง เมือ่ ไมป่ รากฏวา่ จาเลยหลงต่อสู้ ศาลจงึ มอี านาจลงโทษจาเลยใน
ความผิดฐานพยายามทาให้เสียทรพั ย์

จากคาพิพากษาฎีกา การท่จี าเลยโยนโทรศพั ทเ์ คลื่อนท่ขี องผเู้ สียหายซ่ึงเป็นทรพั ยข์ องผอู้ ื่นลงไปท่ีชานพกั
บนั ได โทรศัพท์เป็ นทรัพย์ของผ้อู ่นื จาเลยย่อมเล็งเหน็ ไดว้ ่าโทรศพั ทเ์ คลอื่ นทขี่ องผเู้ สียหายอาจจะเกดิ ความ
เสียหายไดแ้ ม้จาเลยมไิ ด้มคี วามปรารถนาเช่นน้นั แต่ก็กระทาไปโดยไม่ใยดีต่อทรัพย์น้นั เม่อื ปรากฏวา่
โทรศัพท์ของผ้เู สียหายไม่ได้ได้รับความเสียหายแต่อย่างใดจงึ เป็นการกระทาไปตลอดแตไ่ มบ่ รรลผุ ล ดงั น้นั
จาเลยยอ่ มมคี วามผดิ ฐานพยายามทาให้เสียทรพั ย์

43

3.สรุปเนื้อหา

ความผดิ ฐานทาให้เสียทรพั ย์ตามมาตรา 358จะตอ้ งรับผดิ เม่ือครบองคป์ ระกอบของความผิดท้งั
องคป์ ระกอบภายนอกคอื ผใู้ ด ทาให้เสียหาย ทาลาย ทาใหเ้ สื่อมคา่ หรือไร้ประโยชน์ ในทรพั ยข์ องผอู้ น่ื หรือ
ทรัพยท์ ี่ผอู้ ่นื เป็นเจา้ ของรวมอยูด่ ว้ ยและองคป์ ระกอบภายในคอื เจตนาธรรมดา

การทาใหเ้ สียหาย ทาลาย ทาให้เสื่อมคา่ หรือไร้ประโยชนน์ ้นั คอื เป็นการทาใหเ้ สียทรพั ยใ์ นลกั ษณะที่
ทาให้คุณคา่ ในตวั ทรพั ยห์ รือทาใหป้ ระโยชนใ์ นตวั ทรพั ยล์ ดนอ้ ยลง บางกรณีเป็นการทาใหเ้ สียทรพั ย์ท้งั สอง
ลกั ษณะ บางกรณีเป็นเพยี งลกั ษณะเดยี ว ประมวลกฎหมายอาญาไทยจาแนกการกระทาความผดิ ฐานทาให้เสีย
ทรัพยไ์ ว้ 4 ประการ ดงั น้ี

1. ทาให้เสียหาย หมายถงึ ทาให้สภาพของทรพั ยน์ ้นั เปลี่ยนแปลงไปในทางทแ่ี ย่กวา่ เดิมท่ีเป็นอยู่ ซ่ึงการทาให้
เสียหายตามกรณีน้ีไม่จาเป็นตอ้ งเสียหายถงึ ขนาดทรัพยน์ ้นั ไร้ประโยชน์ไปเลยทีเดียว เพยี งแคค่ ุณค่าในทรัพย์
น้นั แย่ลงกถ็ อื เป็นการทาให้เสียหายแลว้

2. ทาลาย หมายถึง ทาใหห้ มดไป ทาใหใ้ ชไ้ มไ่ ด้ จะทาลายท้งั หมดหรือบางส่วนกถ็ อื วา่ เป็นการทาลาย และการ
สูญหายถอื เป็นการทาลายดว้ ยเช่นกนั

3. ทาใหเ้ ส่ือมคา่ หมายถงึ ทาใหค้ ณุ ค่าน้นั ลดลง แตไ่ มถ่ งึ ขนาดเสียหายตอ่ ทรัพยน์ ้นั

4. ทาใหไ้ รป้ ระโยชน์ หมายถึง ทาให้ทรัพยน์ ้นั อยใู่ นสภาพทไี่ มอ่ าจใชง้ านไดอ้ ีกตอ่ ไป จะท้งั หมดหรือ
บางส่วน จะถาวรหรือชวั่ คราว ก็เป็นการทาให้ไร้ประโยชน์ตามมาตราน้ี

การจะเป็นความผิดตามาตราน้ีทรพั ยน์ ้นั จะตอ้ งเป็นของผูอ้ ื่นหรือทรพั ยท์ ผี่ ูอ้ น่ื เป็นเจา้ ของรวมอย่ดู ว้ ย
ซ่ึงเป็นวตั ถุแห่งการกระทา ทรัพยข์ องผอู้ ื่นน้นั ไม่ไดห้ มายความรวมถงึ ทรัพยท์ ีม่ ีผเู้ ป็นเจา้ ของกรรมสิทธิอย่าง
เดียว แต่รวมถงึ ผทู้ ี่ไดร้ บั มอบหมายโดยตรงจากเจา้ ของใหค้ รอบครองดแู ลรกั ษาทรัพยน์ ้นั ดว้ ย และจะตอ้ งอยู่
ในฐานะผเู้ สียหาย ส่วนทรพั ยท์ ม่ี ีผูอ้ นื่ เป็นเจา้ ของรวมอยดู่ ว้ ย เป็นกรณีที่ผกู้ ระทาความผดิ และผอู้ ่ืนเป็นเจา้ ของ
รวมในทรัพยเ์ ดียวกนั ผกู้ ระทาความผดิ คนใดคนหน่ึงไดท้ าใหท้ รพั ยเ์ สียหาย ทาลาย เส่ือมคา่ หรือไร้
ประโยชน์ กม็ ีความผดิ ฐานทาใหเ้ สียทรพั ยด์ ว้ ย ดงั น้นั เมอื่ ทรัพยใ์ ดท่ีไมม่ เี จา้ ของหรือกระทาต่อทรพั ยต์ วั เอง
ผูก้ ระทาก็จะไม่มคี วามผิดตามมาตราน้ี

44

เจตนาตามมาตราน้ีอาศยั เจตนาธรรมดา ไดแ้ ก่ การรูข้ อ้ เทจ็ จริงอนั เป็นองคป์ ระกอบของความผิด
กลา่ วคือ ผกู้ ระทาจะตอ้ งรู้วา่ ตนกระทาให้เสียหาย เส่ือมคา่ ทาลาย หรือทาใหไ้ ร้ประโยชนใ์ นทรพั ยข์ องผอู้ น่ื
หรือท่ผี อู้ ่นื เป็นเจา้ ของรวมอยู่ดว้ ยหากไม่รูข้ อ้ เท็จจริงอนั เป็นองคป์ ระกอของความผดิ กไ็ ม่มคี วามผดิ ตาม
มาตราน้ี และในขณะเดียวกนั ผูก้ ระทาประสงคต์ อ่ ผลหรือย่อมเล็งเห็นของของการกระทาน้นั ดว้ ย ซ่ึงบางกรณี
ผกู้ ระอาจมไิ ดม้ ีความปรารถนาในทรัพยเ์ ช่นน้นั แตก่ ระทาไปไมไ่ ยดตี ่อความเสียหายที่จะเกิดข้นึ กรณีน้ีเป็น
การกระทาโดยเลง็ เหน็ ผลเช่นเดยี วกบั ความสาคญั ผดิ ในขอ้ เท็จจริง ซ่ึงกรณีน้ีอาจเกดิ ไดห้ ลายทาง เชน่ เขา้ ใจ
ว่ามอี านาจป้องกันตามกฎหมาย

หากผกู้ ระทากระทาไปโดยตามสิทธิโดยชอบดว้ ยกฎหมายกจ็ ะไมม่ คี วามผดิ ตามมาตราน้ี กลา่ วคอื
ผกู้ ระทากระทาโดยชอบดว้ ยกฎหมายเพ่อื ปกป้องสิทธิของตนเอง แมท้ าใหท้ รัพยข์ องผอู้ ่นื เสียหายแต่ไม่
สมควรแกเ่ หตุ กไ็ ม่มีความผิดฐานทาใหเ้ สียทรพั ย์ เช่นเดยี วกบั การกระทาของเจา้ พนกั งานที่กระทาตามอานาจ
หนา้ ท่ีย่อมไดร้ บั ความคมุ้ ครองตามกฎหมายหากกระทาไปโดยวิธีทไี่ ม่เกินแกเ่ หตุ เจา้ พนกั งานผกู้ ระทากจ็ ะไม่
มีความผิดฐานทาใหเ้ สียทรพั ย์

อย่างไรก็ตามเม่ือผกู้ ระทาความผดิ ประสงคต์ อ่ ผลหรือเลง็ เห็นผลท่ที าใหท้ รพั ยข์ องผอู้ ื่นหรือทรัพยท์ ่ี
ผูอ้ ืน่ เป็นเจา้ ของรวมอยู่น้นั ไดเ้ สียหาย ทาลาย ทาให้เส่ือมคา่ หรือทาใหไ้ รป้ ระโยชน์ แตป่ รากฎวา่ ทรพั ยน์ ้นั ไม่
เกิดความเสียหายแต่อย่างใดเป็นการกระทาไปตลอดแตไ่ ม่บรรุผล ผกู้ ระทายงั คงตอ้ งรบั ผดิ ฐานพยายามทาให้
เสียทรัพย์

ความผดิ ฐานทาให้เสียทรัพย์จะต้องรับโทษหนกั ขนึ้ ตาม มาตรา358 หากผกู้ ระทาไดก้ ระทาตอ่

(1) เคร่ืองกลหรือจกั รท่ีใชใ้ นการประกอบกสิกรรมหรืออุตสาหกรรม เคร่ืองกลน้นั หมายถงึ เคร่ืองมอื ทใี่ ชส้ ่ง
ถา่ ยพลงั งานกลจากจดุ หน่ึงไปอีกจุดหน่ึงเพือ่ ช่วยผ่อนแรง ส่วนหน่ึงอยกู่ บั ที่ส่วนหน่ึงเครื่องที่ได้ เช่น รอก
คาน ลมิ่ ส่วนเครื่องจกั รหมายถึงส่ิงที่ประกอบข้ึนจากสิ้นส่วนหลายชิน้ สาหรบั กอ่ เกิดพลงั งานเปลย่ี นหรือ
แปรสภาพพลงั งาน ซ่ึงท้งั สองอย่างดงั กลา่ วจะตอ้ งเป็นอุปกรณท์ ่ีใชใ้ นการอานวยความสะดวกในการทาไร่ไถ
นา หากไมเ่ ก่ยี วกบั การประกอบอาชีพกสิกรรมหรืออตุ สาหกรรมกไ็ มเ่ ป็นความผิดมาตราน้ี แต่อาจเป็น
ความผดิ ตามมาตรา358

(2) ปศุสตั ว์ ไดม้ ีการกาหนดไวโ้ ดยเฉพาะว่า จะตอ้ งเป็นสตั วส์ ี่เทา้ ทีเ่ ล้ียงเพือ่ เป็นอาหาร ไม่ใช่สัตวท์ ่ตี อ้ งใชง้
ท้งั งานและไวเ้ พือ่ อาหาร และไมใ่ ช่สตั วป์ ี กและสัตวน์ ้า

45

(3) ยวดยานหรือสตั วพ์ าหนะท่ใี ชใ้ นการขนส่งหรือในการประหอบกสิกรรมหรืออตุ สาหกรรม

ยวดยาน หมายความวา่ ยานพาหนะทใี่ ชใ้ นการขนส่ง ท้งั ทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ส่วนสัตว์
พาหนะ หมายถงึ สัตวท์ ่ีใชง้ านบรรทุกเพื่อการขนส่ง ซ่ึงท้งั สองประเภทดงั กล่าวดากดั เฉาพะใชใ้ น การขนส่ง
สาธารณะ นน่ั คอื การขนส่งประชาชนหรือขนส่งสัมภาระสาหรบั ประชาชนทวั่ ไป การประกอบกสิกรรม การ
ทาไร่ไถนา และอุตสาหกรรมเป็นการผลิตสินคา้ และบริการต่างๆ เชน่ การขนส่งวตั ถดุ ิบตา่ งๆ

(4)พืชหรือพืชผลของกสิกรรม หายถึง ตน้ ไมท้ เี่ ป็นส่ิงเพาะปลกู เพื่อประกอบกสิกรรมและผลของกสิกรรม
หมายถงึ ผลผลิตท่เี กดิ จากพชื ทไ่ี ดจ้ ากการประกอบกสิกรรม หากพืชชนิดใดไมไ่ ดป้ ระกอบกสิกรรมในพืช
ชนิดในโดยเฉพาะ ไมถ่ อื วา่ เป็นพืชกสิกรรมหากปลูกไวใ้ นพ้ืนที่กสิกรรมกต็ าม

การทีจ่ ะตอ้ งพิจารณารบั โทษหนกั ข้ึนตามมาตราน้ีจะตอ้ งมคี วามผดิ ครบองคป์ ระกอบความผดิ ตามมารตรา
358 เสียก่อน มิฉะน้นั ก็ไมอ่ าจเป็นความผิดมาตราน้ี และความผิดตามมาตราน้ีผกู้ ระทาจะตอ้ งรู้ขอ้ เทจ็ จริงอนั
เป็นองคป์ ระกอบของความผดิ ดว้ ย ซ่ึงเป็นไปตามมารตรา 62 วรรคทา้ ย มิฉะน้นั ผกู้ ระทาก็ไมม่ คี วามผดิ ตาม
มาตราน้ี

46

2.8 นางสาวปาณิศา แสงทอง รหสั นิสิต 631081177

1.คาอธิบายโครงสร้างความรับผิดทางอาญา

ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ มาตรา 336

บทบญั ญัติ

มาตรา 336 ผูใ้ ดลกั ทรัพยโ์ ดยฉกฉวยเอาซ่ึงหนา้ ผนู้ ้นั กระทาความผดิ ฐานวิ่งราวทรัพย์ ตอ้ งระวาง
โทษจาคุกไม่เกินหา้ ปี และปรบั ไม่เกินหน่ึงแสนบาท

ถา้ การว่งิ ราวทรพั ยเ์ ป็นเหตุให้ผอู้ ่ืนรบั อนั ตรายแกก่ ายหรือจิตใจ ผกู้ ระทาตอ้ งระวางโทษจาคกุ ต้งั แต่
สองปี ถงึ เจด็ ปี และปรบั ต้งั แตส่ ่ีหมื่นบาทถึงหน่ึงแสนสี่หม่ืนบาท

ถา้ การว่งิ ราวทรพั ยเ์ ป็นเหตุให้ผูอ้ น่ื รับอนั ตรายสาหัส ผกู้ ระทาตอ้ งระวางโทษจาคกุ ต้งั แต่สามปี ถงึ สิบ
ปี และปรับต้งั แต่หกหมนื่ บาทถงึ สองแสนบาท

ถา้ การวิ่งราวทรพั ยเ์ ป็นเหตใุ หผ้ ูอ้ ื่นถึงแกค่ วามตาย ผูก้ ระทาตอ้ งระวางโทษจาคกุ ต้งั แต่หา้ ปี ถึงสิบห้าปี
และปรับต้งั แต่หน่ึงแสนบาทถึงสามแสนบาท

องค์ประกอบความผดิ

องค์ประกอบภายนอก

1.ผ้ใู ด

บคุ คลทุกคนทกี่ ระทาความผิดหรือบคุ คลธรรมดาท่สี ามารถกระทาความผิดได้

2.ลกั ทรัพย์

การเอาทรพั ยข์ องผูอ้ น่ื หรือทรพั ยท์ ีผ่ อู้ นื่ เป็นเจา้ ของรวม โดยตอ้ งการจะครอบครองทรพั ยน์ ้นั ไวเ้ พ่ือตนเอง
หรือตอ้ งการนาเอาไปขายหรือใหก้ บั บคุ คลอนื่

3.โดยฉกฉวยเอาซ่ึงหน้า

คาวา่ “ ฉกฉวย ” หมายความวา่ ย้อื แย่งไปตอ่ หนา้ ซ่ึงโดยปกติจะตอ้ งไดก้ ระทาดว้ ยการเอาไปหรือหยบิ ไป
โดยเร็ว

47

แต่หากไดก้ ระชากทรัพยน์ ้นั ไปแลว้ แตผ่ กู้ ระทายงั คงยืนอย่ทู ่เี ดมิ หรือคอ่ ยๆ เดนิ จากไป ความผดิ ฐานวิง่ ราว
ทรพั ยก์ ส็ าเร็จลง เชน่ จาเลยเขา้ ไปในรา้ นคา้ ตอ้ งการซ้ือบุหรี่ แต่จาเลยเงนิ ไม่พอจาเลยจึงหยบิ บหุ รี่ แลว้ เดิน
ออกไปจากร้านดว้ ย

นอกจากน้ี คาวา่ “ ฉกฉวย ”ยงั หมายถึงการเอาทรัพยน์ ้นั ไปโดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาตดว้ ย

แต่หากผกู้ ระทาเอาทรัพยน์ ้นั ว่งิ หนีไปหลงั จากทเี่ จา้ ของทรัพยย์ ื่นใหถ้ อื ชว่ั คราว ย่อมไม่เป็นความผิดฐาน
วิง่ ราวทรพั ย์ แต่ผกู้ ระทายงั คงมคี วามผดิ ฐานลกั ทรพั ย์ เชน่ จาเลยขอดูทองในรา้ น เจา้ ของร้านส่งทองให้จาเลย
ดู จาเลยพาทองหนีออกไปจากร้าน กรณีเช่นน้ีไมถ่ ือเป็นการว่ิงราวทรัพย์

แตห่ ากไดว้ างทรัพยใ์ ห้ดโู ดยไมไ่ ดย้ นื่ ให้ แลว้ จาเลยไดใ้ ชก้ ริ ิยาฉกฉวยเอาทรัพยน์ ้นั ไปถือว่าเป็นการวงิ่ ราว
ทรัพย์ เชน่ จาเลยไดข้ อดูทรัพย์ เจา้ ของทรัพยไ์ ดห้ ยบิ วางทรัพยอ์ อกมาใหด้ ู แลว้ จาเลยไดพ้ าทรพั ย์ น้นั หนี
ออกไปต่อหนา้ เจา้ ของทรพั ย์ กรณีเชน่ น้ีถือวา่ เป็นการว่งิ ราวทรพั ย์

ส่วนคาวา่ “ ซ่ึงหน้า ” หมายความว่า การเอาทรพั ยไ์ ปต่อหนา้ และลบั หลงั โดยผูเ้ สียหายรูต้ วั ในขณะท่จี าเลย
กระทา

ข้อสังเกตเก่ยี วกับการกระทาโดยซ่ึงหน้ามดี งั ตอ่ ไปน้ี

1. การกระทาโดยซ่ึงหนา้ จะตอ้ งเกิดข้นึ ใกลช้ ิดกบั ตวั ผูเ้ สียหายและผเู้ สียหายรู้ตวั วา่ ตนเองกาลงั จะถกู เอา
ทรพั ยไ์ ป แมว้ า่ ผูเ้ สียหายจะรู้ตวั ว่ากาลงั จะถูกเอาทรพั ยไ์ ปแตห่ ากอยู่ห่างไกลเกนิ กว่าทจี่ ะยอ้ื แยง่ เอาทรพั ย์
กลบั มาคนื มาไดโ้ ดยทนั ที กรณีน้ีไม่ถือวา่ เป็นการว่งิ ราวทรัพย์

ตัวอย่างท่ี 1นางนสั ทาสร้อยขอ้ มือตกลงพ้นื และกาลงั จะก้มลงเก็บ แตใ่ นทนั ใดน้นั นางมะปรางก็หยิบ เอา
สร้อยขอ้ มือน้ันแลว้ พาหน้ีไป กรณีน้ีถอื เป็นการกระทาความผิดฐานวง่ิ ราวทรพั ย์

ตวั อย่างท่ี 2การท่ีนางหยกดึงเอากระเป๋ าเงนิ จากกระเป๋ ากางเกงของนางแกม้ แลว้ นางแกม้ รูส้ ึกถึงการถูกดึง
จึงใชม้ อื จบั มือของนางหยก แต่นางหยกก็เอากระเป๋ าเงินไปได้ ซ่ึงเป็นการลกั ทรพั ยโ์ ดยฉกฉวยเอาซ่ึงหนา้
กรณีน้ีจึงถอื เป็นการกระทาความผดิ ฐานวิ่งราวทรัพย์

2. การเอาทรัพยไ์ ปในขณะทเ่ี ผลอ แมว้ ่าจะใกลช้ ิดกบั ผเู้ สียหาย แต่เมื่อผเู้ สียหายไม่รู้ตวั กไ็ ม่อาจถอื ว่าเป็นการ
กระทาโดยซ่ึงหนา้ จึงไม่ถือว่าเป็นการวงิ่ ราวทรพั ยไ์ ด้ จึงมีความผดิ เพียงฐานลกั ทรพั ยเ์ ทา่ น้นั


Click to View FlipBook Version