The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ละครเรื่องสั้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-10-10 09:56:38

ละครเรื่องสั้น

ละครเรื่องสั้น

48

ตัวอย่างท่ี 1นายบอลลว้ งกระเป๋ าเส้ือนายบา่ วเอาซองบหุ ร่ีไปขณะท่ีนายบา่ วเผลอ นายบอลจึงไมม่ ีความผิดฐาน
วิ่งราวทรัพย์ แตจ่ ะมีความผิดเพยี งฐานลกั ทรพั ย์

องค์ประกอบภายใน

1.เจตนาธรรมดา

เจตนาธรรมดาตามมาตรา 59 ผกู้ ระทาจะตอ้ งรูข้ อ้ เทจ็ จริงอนั เป็นองคป์ ระกอบภายนอกของความผิด คือ
จะตอ้ งรูว้ า่ การกระทาน้นั เป็นการเอาทรัพยข์ องผอู้ ื่นหรือทผ่ี ูอ้ ่ืนเป็นเจา้ ของรวมดว้ ยกนั และจะตอ้ งรูว้ ่าการ
กระทาของตนเป็นการฉกฉวยเอาซ่ึงหนา้ และตอ้ งเป็นการประสงคต์ ่อผลหรือย่อมเล็งเหน็ ผลของการกระทา
ดว้ ย

ยกตวั อย่างเช่นนาย ก เห็นทองวางอยบู่ นโตะ๊ จงึ หยบิ ข้นึ มา โดยไม่รูว้ า่ นาย ข แอบดอู ยู่ กรณีน้ีนาย ก กระทา
ครบองคป์ ระกอบความผิดฐานลกั ทรพั ย์ แมว้ า่ นาย ข จะอยู่ใกลช้ ิดแต่นาย ก กไ็ มไ่ ดร้ ูว้ ่าการกระทาของเป็น
การฉกฉวยเอาทองไปตอ่ หนา้ นาย ข จงึ เป็นกรณีที่ไมร่ ู้ขอ้ เทจ็ จริงอนั เป็นองคป์ ระกอบภายนอกของความผดิ

2.เจตนาพเิ ศษ-โดยทจุ ริต

เจตนาพิเศษเป็นความผิดมาจากฐานลกั ทรัพยเ์ น่ืองจากความผดิ ฐานว่ิงราวทรพั ยเ์ ป็นความผดิ ทมี่ ีพ้นื ฐานมา
จากการลกั ทรัพย์ ดงั น้นั จะตอ้ งปรากฏวา่ ผกู้ ระทาไดก้ ระทาโดยทจุ ริตดว้ ยจงึ จะมีความผดิ ฐานวง่ิ ราวทรัพย์
มฉิ ะน้นั การกระทาจะขาดองคป์ ระกอบภายในตามาตราน้ี

การกระทาโดยสุจริตเป็นองคป์ ระกอบภายในขอ้ สุดทา้ ยในความผิดฐานลกั ทรพั ยน์ อกเหนือจากเจตนา
ธรรมดาตามมาตรา 59 โดยสุจริตเป็นมูลเหตุชกั จูงใจพเิ ศษ

โดยทจุ ริตหมายความวา่ เพอื่ แสวงหาประโยชน์ทีม่ ิควรไดโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมายสาหรบั ตนเองและผูอ้ ื่น
ยกตวั อย่างเช่นนาย ก แยง่ โทรศพั ทข์ องนาย ข ไปขณะที่นาย ข กาลงั ใชโ้ ทรศพั ท์ เพื่อนาย ก จะบงั คบั ให้นาย
ข ชาระหน้ีที่ตนเองคา้ งชาระอยู่ เป็นการใชอ้ านาจบงั คบั ชาระหน้ีโดยมิชอบดว้ ยกฎหมาย เป็นการแสวงหา
ผลประโยชน์ทีม่ คิ วรได้ ซ่ึงเป็นการฉกฉวยเอาทรัพยข์ องผเู้ สียไปซ่ึงหนา้ โดยเจตนาทุจริต กรณีน้ีถือวา่ เป็น
ความผิดฐานว่งิ ราวทรพั ยม์ าตรา 336 วรรคแรก

เหตทุ ท่ี าให้ต้องรับโทษหนักขนึ้

49

1. ถา้ การว่ิงราวทรัพยเ์ ป็นเหตุให้ผอู้ ื่นไดร้ บั อนั ตรายแก่กายและจติ ใจ ผกู้ ระทาตอ้ งรบั โทษตามวรรค
สอง แตห่ ากถึงอนั ตรายสาหัสตอ้ งรบั โทษตามวรรคสาม และหากถงึ แก่ความตายตอ้ งรบั โทษตามวรรคทา้ ย
สาหรบั กรณีที่ผเู้ สียหายบาดเจ็บเพียงเลก็ นอ้ ยไมถ่ งึ กบั เป็นอนั ตรายแกก่ ายหรือจิตใจ ซ่ึงวินิจฉัยโดยทฤษฎีผล
ธรรมดาย่อมเกิดข้นึ ไดต้ ามมาตรา 63 แต่ผกู้ ระทาตอ้ งรบั ผดิ เพียงท่ีบญั ญตั ไิ วม้ าตรา 336 วรรคแรก

2. การว่งิ ราวทรัพยท์ ่ีไดก้ ระทาโดยการแตง่ เครื่องแบบ เชน่ เคร่ืองแบบทหารหรือตารวจ หรือแตง่ กายให้
เขา้ ใจผดิ ว่าเป็นทหารหรือตารวจ และในการกระทาไดม้ ีใชอ้ าวธุ อนั ตรายตา่ งๆหรือการใชย้ านพาหนะเพ่อื
สะดวกในกระทาความผิด ผกู้ ระทาจะตอ้ งรบั โทษหนกั ข้ึนอีกก่ึงหน่ึง ตามมาตรา 366 ทวิ

ผลฉกรรจ์ตามวรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่

มีข้อสังเกตเกย่ี วกับผลฉกรรจ์มีดงั น้ี

1.คาวา่ ผอู้ ่ืน ไม่จาเป็นตอ้ งเฉพาะผถู้ กู ว่งิ ราวทรพั ยเ์ ทา่ น้นั แตอ่ าจหมายถงึ บคุ คลใดบุคคลหน่ึงก็ไดท้ ่ีไดร้ ับ
อนั ตรายแกก่ ายหรือจติ ใจ หรืออนั ตรายสาหสั หรือถงึ แก่ความตายจากการว่ิงราวทรัพยข์ องผกู้ ระทา แต่ตอ้ ง
ไมใ่ ชผ่ รู้ ่วมกระทาความผิดดว้ ยกนั

2.ผลตามวรรคสอง วรรคสาม และวรรคส่ีเป็นผลทท่ี าให้ผูก้ ระทาตอ้ งรับโทษหนกั ข้ึนตามมาตรา 63
เพราะฉะน้นั อนั ตรายแก่กายหรือจติ ใจ อนั ตรายสาหัสหรือความตายเป็นผลธรรมดาย่อมเกิดข้ึนได้ แตห่ ากเป็น
ผลผดิ จากธรรมดา ผกู้ ระทาไมจ่ าตอ้ งรบั โทษหนกั ข้ึน

2.คาอธิบายจากบรรทดั ฐานคาพพิ ากษาศาลฎกี า

คาพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี 919/2503

จาเลยเขา้ ไปในร้านขอซ้ือสุราเจา้ ของร้านบอกวา่ หมดเวลาแลว้ ขายไม่ได้ จาเลยพูดว่าไม่ขายก็จะเอาไป
กินเฉยๆ จะทาอะไรเขา แลว้ จาเลยหยบิ ขวดสุราออกจากร้านไปดว้ ย ดงั น้ีเป็นการลกั ทรพั ยโ์ ดยฉกฉวยเอา
ซ่ึงหนา้

คาอธิบายจากบรรทดั ฐานคาพิพากษาศาลฎีกา

คาพพิ ากษาฎกี าน้ีการที่จาเลยหยิบทรพั ยไ์ ปฉกฉวยเอาซ่ึงหนา้ เป็นการลกั ทรพั ยซ์ ่ึงเขา้ องคป์ ระกอบ
ภายนอกในความผดิ ฐานว่ิงราวทรัพย์ เน่ืองจากจาเลยใชก้ ริ ิยาฉกฉวยเอาทรัพยท์ ี่วางไป ซ่ึงจาเลยไมต่ อ้ ง
จาเป็นตอ้ งวง่ิ หนีก็สามารถเป็นความผดิ ฐานว่ิงราวทรพั ยไ์ ดแ้ ละไมจ่ าเป็นตอ้ งหยิบทรพั ยไ์ ปโดยรวดเร็ว

50

และจาเลยกไ็ ดป้ ระสงคต์ อ่ ผลคอื การเอาทรัพยน์ ้นั ไป ซ่ึงเป็นเจตนาธรรมดา อนั เป็นองคป์ ระกอบภายใน
การกระทาของจาเลยจึงครบองคป์ ระกอบความผดิ จงึ มีความผิดฐานวิ่งราวทรพั ย์

คาพิพากษาศาลฎกี าที่ 1315/2513

จาเลยท่ี 1 กระชากสร้อยคอผูเ้ สียหายไดแ้ ลว้ วง่ิ หนีไปซอ้ นทา้ ยรถจกั รยานยนตท์ ีจ่ าเลยที่ 2 จอดติด
เคร่ืองคอยอย่หู ่างทีเ่ กิดเหตุ 10 วาเศษแลว้ จาเลยท่ี 2 ขบั รถน้นั พาจาเลยที่ 1 หนีไปในทนั ใด พฤตกิ ารณ์
เชน่ น้ีแสดงวา่ จาเลยท่ี 2 เป็นตวั การร่วมกบั จาเลยที่ 1 ในการกระทาผิดฐานวงิ่ ราวทรัพยโ์ ดยแบ่งหนา้ ท่กี นั
ทา

คาอธบิ ายจากบรรทัดฐานคาพพิ ากษาศาลฎีกา

คาพพิ ากษาฎีกาน้ีจาเลยท่ี 1 ไดก้ ระชากสรอ้ ยคอผเู้ สียหายซ่ึงเป็นการฉกฉวยเอาซ่ึงหนา้ ซ่ึงเป็นการลกั ทรพั ย์
อนั เขา้ องคเ์ ป็นองคป์ ระกอบภายนอกในความผิดฐานว่ิงราวทรพั ย์ เน่ืองจากจาเลยไดใ้ ชก้ ิริยาฉกฉวย เอาทรพั ยท์ ่ี
คอของผูเ้ สียหายไป ซ่ึงจาเลยก็ไดป้ ระสงคต์ อ่ ผลคือการเอาสร้อยคอน้นั ไป ซ่ึงเป็นเจตนาธรรมดา อนั เป็น
องคป์ ระกอบภายใน และการที่จาเลยท่ี 2 ไดข้ บั รถพาจาเลยที่ 1 หนีไป ซ่ึงการใชย้ านพาหนะเพื่อสะดวกในการ
กระทาความผิดจะตอ้ งรบั โทษหนกั ข้ึนอกี ก่ึงหน่ึง ตามมาตรา 366 ทวิ และจาเลยท่ี 2 ถือเป็นตวั การร่วมกบั จาเลยท่ี
1 ในการกระทาความผิด การกระทาของจาเลยท้งั สองครบองคป์ ระกอบความผดิ จงึ มีความผิดฐานวง่ิ ราวทรัพย์
โดยแบ่งหน้าท่กี นั ทา

คาพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี 6252/2531

จาเลยกระชากกระเป๋ าถือแบบสะพายทีผ่ เู้ สียหายสะพายอยู่จนสายสะพายหลุดจากไหล่ แต่ผเู้ สียหาย
แยง่ กระเป๋ ากลบั คืนมาไดใ้ นทนั ทที นั ใดกระเป๋ ายงั ไม่หลดุ ไปจากความครอบครองของผเู้ สียหายแม้
กระเป๋ าจะอยู่ท่มี ือของจาเลยตอนกระชากกเ็ ป็นการกระทาในข้นั มุ่งหมายจะใหก้ ระเป๋ าหลดุ จากไหล่
ผเู้ สียหายเท่าน้นั จาเลยยงั มิไดย้ ึดถอื กระเป๋ าของผูเ้ สียหายไวใ้ นความครอบครองของตน การกระทาของ
จาเลยจงึ เป็นเพียงความผดิ ข้นั พยายามวิ่งราวทรพั ย์

คาอธิบายจากบรรทัดฐานคาพพิ ากษาศาลฎีกา

คาพพิ ากษาฎกี าน้ีจาเลยกระชายกระเป๋ าของผเู้ สียหายที่สะพายอยซู่ ่ึงเป็นการฉกฉวยเอาซ่ึงหนา้ ซ่ึงเป็น
การลกั ทรพั ย์ แต่ผเู้ สียหายแยง่ กระเป๋ ากลบั มาไดก้ ระเป๋ ายงั ไม่หลดุ ไปจากการครอบครองของผเู้ สียหายแมว้ ่า
กระเป๋ าจะอยใู่ นมือของจาเลย แตย่ งั จาเลยยงั มไิ ดย้ ดึ ถอื กระเป๋ าไปได้ ซ่ึงเป็นการขาดองคป์ ระกอบของ

51

ความผดิ ภายนอก การกระทาของจาเลยจงึ ขาดองคป์ ระกอบของความผิดจึงมคี วามผิดเพยี งข้นั พยายามวง่ิ ราว
ทรพั ย์

คาพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี 888/2516

จาเลยลกั เอาปื นไปจากโรงเรือน ในขณะมีผอู้ ืน่ อยู่ใตท้ นุ เรือนมองเห็นเมือ่ จาเลยออกมาถึงนอกชาน
แลว้ เจา้ ทรพั ยไ์ มเ่ ห็นจาเลยลกลอบหยบิ ปื น ไมเ่ ป็นการฉกฉวยเอาซ่ึงหนา้ ไมผ่ ดิ ฐานวิง่ ราวทรัพย์

คาอธบิ ายจากบรรทดั ฐานคาพิพากษาศาลฎกี า

คาพิพากษาฎีกาน้ีจาเลยไดล้ กั เอาปื นไป ซ่ึงเป็นการลกั ทรพั ยซ์ ่ึงเจา้ ทรัพยไ์ มไ่ ดอ้ ยู่ทีเ่ กิดเหตุ จงึ ไมไ่ ดเ้ ป็นการ
ฉกฉวยเอาซ่ึงหนา้ ซ่ึงเป็นการขาดองคป์ ระกอบของความผิดภายนอก การกระทาของจาเลยจงึ ไม่มคี วามผดิ
ฐานวิ่งราวทรัพย์

3.สรุปเนื้อหา

ความผดิ ฐานวิง่ ราวทรัพย์

จะตอ้ งมกี ารกระทา ไดแ้ ก่ การลกั ทรพั ย์ โดยฉกฉวยเอาซ่ึงหนา้ เป็นเหตใุ ห้ความผิดน้ีต่างจากลกั ทรพั ย์
เน่ืองจากการเอาไปโดยทเ่ี จา้ ของทรพั ยห์ รือผคู้ รอบครองรูส้ ึกตวั และผกู้ ระทาไมจ่ าเป็นตอ้ งวง่ิ หรือควา้ ไปโดย
พฤติการณ์พิเศษท่ีต่างออกไป และผูก้ ระทาไมจ่ าเป็นตอ้ งกระทาขา้ งหนา้ ทรพั ยก์ ็ถือวา่ เป็นการฉกฉวยเอาซ่ึง
หนา้ ซ่ึงถือวา่ เป็นความผดิ ฐานวิง่ ราวทรพั ย์

เหตทุ ่ีทาให้รับโทษหนักขนึ้

1.หากการวิ่งราวทรัพยเ์ ป็นเหตใุ ห้ผอู้ ่ืนไดร้ บั อนั ตรายแก่กายและตดิ ใจ ผกู้ ระทาตอ้ งรับโทษหนกั ข้ึน และถา้
หากถึงอนั ตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตายจะตอ้ งรับโทษหนกั ข้ึนตามลาดบั ของความผดิ ตามมาตรา 336 และผู้
ท่ีไดร้ ับอนั ตรายจะตอ้ งไม่ใช่ผทู้ ่กี ระทาความผิดหรือผรู้ วมกระทาความผดิ

2.การว่ิงราวทรพั ยท์ ก่ี ระโดยการแต่งเคร่ืองแบบให้เขา้ ใจว่าเป็นทหารหรือตารวจหรือมกี ารใชอ้ าวธุ ปื นหรือใช้
วตั ถุอนั ตรายอ่นื ๆ รวมถึงการใชย้ านพาหนะนะ เพือ่ สะดวกในการกระทาความผดิ หรือเพ่ือให้สะดวกในการ
พน้ การจบั กุม จะตอ้ งรับโทษหนกั ข้นึ อกี ก่งึ หน่ึง ตามมาตรา 336 ทวิ

52
2.9 นางสาวปานทิพย์ มสุ ิกสินธ์ รหสั นสิ ิต 631081178

1.คาอธบิ ายโครงสร้างรับผดิ ทางอาญา
ความผิดเกี่ยวกับการรับผลประโยชน์
ความผดิ ฐานเจ้าพนกั งานข่มขืนใจหรือจูงใจผ้อู ่นื ตามมาตรา148 ผใู้ ดเป็นเจา้ พนกั งาน ใชอ้ านาจใน
ตาแหน่งโดยมิชอบ ข่มขนื ใจหรือจงู ใจเพื่อใหบ้ ุคคลใดมอบให้หรือหามาใหซ้ ่ึงทรพั ยส์ ินหรือประโยชนอ์ น่ื ใด
แก่ตนเองหรือผอู้ ่ืน ตอ้ งระวางโทษจาคุกต้งั แต่หา้ ปี ถงึ ย่ีสิบปี หรือจาคุกตลอดชีวิต และปรบั ต้งั แต่หน่ึงแสน
บาทถงึ ส่ีแสนบาท หรือประหารชีวติ

องค์ประกอบความผิดมาตรา 148

องค์ประกอบภายนอก

1.ผใู้ ดเป็นเจา้ พนกั งาน

2.ใชอ้ านาจในตาแหน่งโดยมิชอบ

3.ขม่ ขืนใจ หรือจงู ใจ

องค์ประกอบภายใน

1.เจตนาธรรมดา

2.เจตนาพเิ ศษ-เพอื่ ใหบ้ คุ คลใดมอบให้หรือหามาให้ซ่ึงทรพั ยส์ ินหรือประโยชนอ์ ืน่ ใดแก่ตนเองหรือผอู้ ื่น

คาอธบิ าย

(1) เป็นเจา้ พนกั งาน
เจา้ พนกั งานในท่ีน้ีก็มคี วามหมายเช่นเดียวกบั มาตราอ่นื ๆ คือ มกี ฎหมายแตง่ ต้งั ใหเ้ ป็นเจา้ พนกั งานหรือเป็น
ขา้ ราชการไดร้ บั เงินเดือนประเภทงบประมาณแลว้ กม็ หี นา้ ทเ่ี พ่อื การน้นั
(2) ตอ้ งเป็นการใชอ้ านาจในตาแหน่งโดยมิชอบ คอื เริ่มตน้ โดยการใชอ้ านาจมชิ อบ
ถา้ เป็นการใชอ้ านาจนอกตาแหน่งก็ไมเ่ ขา้ องคป์ ระกอบขอ้ น้ี เพราะไม่ใช่การใชอ้ านาจในตาแหน่ง

53

(3) ขม่ ขนื ใจ หรือจงู ใจผอู้ น่ื

ขม่ ขืนใจผอู้ ่นื (Compels the other person) หมายถงึ บงั คบั ใหผ้ อู้ ่ืนตอ้ งกระทาหรือไมก่ ระทา หรือตอ้ งยอมใน
ส่ิงที่เขาไม่ตอ้ งการ ซ่ึงเป็นการริดรอนเสรีภาพของผูอ้ ื่น เชน่ การข่วู ่าใหเ้ ขายกมือข้นึ หรือบอกวา่ อย่าขยบั หรือ
การท่ีเอามีดมาจ้ที ห่ี ลงั แลว้ ให้เดินไปในรถ จะเห็นไดว้ า่ ผูอ้ น่ื น้นั ตอ้ งกระทาในสิ่งทเี่ ขาไม่อยากจะทา ไมไ่ ด้
กระทาในสิ่งท่ีเขาอยากทา หรือตอ้ งยอมในสิ่งทไ่ี ม่อยากจะยอม เป็นการข่มขืนใจ

ความผิดฐานเจ้าพนกั งานเรียกหรือรับประโยชน์ก่อนรับตาแหน่งตามมาตรา150 ผใู้ ดเป็นเจา้ พนกั งาน
กระทาการหรือไมก่ ระทาการอย่างใดในตาแหน่งโดยเห็นแก่ทรัพยส์ ินหรือประโยชนอ์ ืน่ ใด ซ่ึงตนไดเ้ รียก รบั
หรือยอมจะรับไวก้ ่อนที่ตนไดร้ บั แตง่ ต้งั เป็นเจา้ พนกั งานในตาแหน่งน้นั ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ต้งั แตห่ ้าปี ถงึ
ย่ีสิบปี หรือจาคกุ ตลอดชีวิต และปรบั ต้งั แต่หน่ึงแสนบาทถึงส่ีแสนบาท

องค์ประกอบความผิด
1.องคป์ ระกอบภายนอก
1.ผใู้ ดเป็นเจา้ พนกั งาน
2.กระทาการหรือไมก่ ระทาการอยา่ งใดในตาแหน่ง

องค์ประกอบภายใน

1.เจตนาธรรมดา

2.เจตนาพิเศษ-โดยเห็นแก่ทรพั ยส์ ินหรือประโยชน์อน่ื ใดซ่ึงตนได้เรียก รับ หรือยอมจะรับไว้ ก่อนทต่ี นไดร้ ับ
แตง่ ต้งั เป็นเจา้ พนกั งานในตาแหน่งน้นั

คาอธิบาย

มาตราก่อนเป็นการรับสินบนไวใ้ นขณะทตี่ นมีหนา้ ท่ีอยู่ หากตนยงั ไมมีหนา้ ทกี่ ไ็ มผ่ ิดตามมาตรา 149 ความผิด
ตามมาตรา 150 จึงบญั ญตั ใิ หเ้ ป็นความผดิ แมข้ ณะรบั สินบนยงั ไมม่ ีอานาจหนา้ ที่ แตเ่ มือ่ ไดร้ บั การแตง่ ต้งั
ตอ่ มาและไดก้ ระทาการหรือไม่กระทาการในตาแหน่งน้นั โดยเหน็ แกท่ รัพยส์ ินหรือประโยชนทต่ี นเรียก รบั
หรือยอมจะรบั ไวล้ ่วงหนา้ น้นั หากไม่ไดท้ าไปเพราะเหน็ แก่ประโยชน์ดงั กล่าวก็ไม่มีความผิดตามมาตราน้ี
หรือรบั ประโยชน์ไวแ้ ลว้ แตต่ ่อมาไมไ่ ดร้ ับแต่งต้งั ในตาแหน่งน้นั ก็ไมถ่ ือว่าเป็นการลงมอื กระทาความผิดแลว้
จึงไม่เป็นการพยายามกระทาความผดิ ตามมาตราน้ี

54

ความผดิ ตามมาตราน้ีมไิ ดเ้ กิดข้นึ ขณะทเ่ี รียก รับ หรือยอมจะรบั ทรัพยส์ ินหรือประโยชน์อืน่ ใด แตจ่ ะเกดิ ข้ึน
เมือ่ เจา้ พนกั งานกระทาการหรือไม่กระทาการอยา่ งใดในตาแหน่งหนา้ ท่เี น่ืองจากเหน็ แกท่ รัพยส์ ินหรือ
ประโยชน์อื่นใดท่ไี ดร้ ับมาแลว้ ก่อนรับตาแหน่ง แต่ถา้ การกระทาหรือไมก่ ระทาการน้นั เกดิ ข้ึนเพราะเหตอุ น่ื
นอกจากทกี่ ลา่ วมาขา้ งตน้ เชน่ เป็นไปตามกฎหมายหรือโดยชอบดว้ ยเหตุผล ไมเ่ ป็นความผิดตามมาตรา 150

2.คาอธบิ ายจากบรรทัดฐานคาพิพากษาศาลฎกี า

ความผดิ เกย่ี วกบั การรับประโยชน์

1.ความผดิ ฐานเจ้าพนักงานข่มขืนใจหรือจูงใจผ้อู ่ืนตามมาตรา 148

(1) เป็ นเจ้าพนักงาน

คาพิพากษาศาลฎีกาที่ 4512/2536 จาเลยเป็นผใู้ หญ่บา้ น อนั เป็นเจา้ พนกั งานตาม พ.ร.บ.ลกั ษณะปกครอง
ทอ้ งท่ี พ.ศ.2457 และไดร้ บั การแต่งต้งั จากนายอาเภอให้เป็นเจา้ หนา้ ที่สารวจความเสียหายจากอทุ กภยั แลว้ ให้
ทาเร่ืองผ่านคณะกรรมการตรวจสอบการจ่ายเงนิ แมต้ อ่ มาทางราชการไดต้ ้งั คณะกรรมการตรวจสอบ
ขอ้ เท็จจริงเพื่อช่วยเหลอื ผปู้ ระสบสาธารณภยั ท่ไี ดร้ ับความเดอื ดรอ้ นเนื่องจากทอ่ี ยู่อาศยั ไดร้ บั ความเสียหาย
โดยไมม่ ีจาเลยเป็นกรรมการดว้ ยก็ตาม แต่คาส่ังในภายหลงั ก็ไม่มกี ารยกเลกิ เพิกถอนหนา้ ที่ของจาเลยตามที่
นายอาเภอมีคาสงั่ จาเลยจงึ เป็นเจา้ พนกั งานตามประมวลกฎหมายอาญา

แตก่ ารกระทาการนอกหนา้ ทขี่ องเจา้ พนกั งาน ยอ่ มไมใ่ ชเ่ จา้ พนกั งานเพือ่ การน้นั

(2) ต้องเป็ นการใช้อานาจในตาแหน่งโดยมชิ อบ

คาพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี 753/2539 จาเลยที่ 1 กบั พวกอกี หน่ึงคนมาที่บา้ นผเู้ สียหายแนะนาตวั ว่าช่ือร้อยตารวจ
โท อ.มาจากกองปราบปรามมาทางานโดยขอความช่วยเหลือคา่ ใชจ้ ่ายและถามผูเ้ สียหายวา่ จะให้เทา่ ใด
ผเู้ สียหายเป็นนกั การพนนั เขา้ ใจว่าเจา้ พนกั งานตารวจกองปราบปรามมาขอเงินกลวั จะถกู จบั กุม เพราะในบา้ น
ของผเู้ สียหายมีการลกั ลอบเล่นการพนันเป็นประจา จึงบอกว่าจะให้ 10,000 บาท จาเลยท่ี 1 ขอ 15,000 บาท
ผเู้ สียหายจงึ ให้เงนิ จานวนดงั กล่าว จากขอ้ เท็จจริงดงั กลา่ วเห็นไดว้ ่าจาเลยที่ 1 มไิ ดแ้ กลง้ กลา่ วหาผเู้ สียหายใน
ขอ้ หาใด ท้งั จาเลยที่ 1 มิไดใ้ ชอ้ านาจในตาแหน่งโดยมิชอบแตป่ ระการใด จาเลยท่ี 1 เพียงแตพ่ ดู ขอเงิน
คา่ ใชจ้ ่ายเป็นส่วนตวั ซ่ึงผเู้ สียหายจะใหห้ รือไม่กไ็ ดจ้ าเลยที่ 1 มิไดก้ ระทาการอนั ใดอนั เป็นการใชอ้ านาจใน
ตาแหน่งขม่ ขืนใจผเู้ สียหายใหม้ อบเงิน จาเลยที่ 1 ยงั ไมม่ คี วามผดิ ตาม ป.อ.มาตรา 148

55

จาเลยท่ี 1 เรียกร้องเงินจาก ส.และ อ.ผเู้ สียหายแต่ละรายหากไมย่ อมใหเ้ งินจะจบั กมุ จนผเู้ สียหายท้งั
สองรายกลวั จึงยอมใหเ้ งินแกจ่ าเลยที่ 1 แมผ้ เู้ สียหายท้งั สองเป็นเจา้ มอื สลากกินรวบ ซ่ึงเป็นความผิดตาม
พ.ร.บ.การพนนั แตก่ ไ็ ม่ปรากฏวา่ จาเลยท่ี 1 มีหลกั ฐานยนื ยนั การกระทาผิดของผูเ้ สียหายท้งั สองรายน้ีท้งั ตาม
พฤตกิ ารณ์ท่จี าเลยที่ 1 เรียกรอ้ งเงินจากผเู้ สียหายหลายรายในเวลาไลเ่ ลยี่ กนั แสดงวา่ จาเลยมเี จตนามาแตแ่ รกท่ี
จะใชอ้ านาจในตาแหน่งเจา้ พนกั งานผูม้ อี านาจจบั กุมผกู้ ระทาผิด ขม่ ขนื ใจและจูงใจใหผ้ เู้ สียหายท้งั สองมอบ
เงนิ ให้แกจ่ าเลยท่ี 1โดยขวู่ า่ ถา้ ไม่ให้เงนิ กจ็ ะจบั กมุ การกระทาดงั กลา่ วจึงเป็นการแกลง้ กล่าวหาผเู้ สียหายเพอื่
เรียกรอ้ งเอาเงนิ เท่าน้นั ดงั น้นั การท่ีจาเลยที่ 1 เรียกรอ้ งเงนิ จากผูเ้ สียหายท้งั สองราย หากไมย่ อมใหจ้ ะจบั กมุ จงึ
เป็นการใชอ้ านาจในตาแหน่งโดยมชิ อบตามป.อ. มาตรา 148 และเป็นการขม่ ขืนใจผอู้ ื่นให้ยอมใหท้ รัพยส์ ินแก่
จาเลยท่ี 1 ตามป.อ. มาตรา 337

จาเลยท่ี 1 เรียกรอ้ งเงินจาก พ. ผเู้ สียหายโดยกล่าวในทานองวา่ ถา้ ไม่ใหเ้ งินจะทาการจบั กมุ หญิงทร่ี ับจา้ ง
คา้ ประเวณี พ.ตกลงให้เงินแก่จาเลยที่ 1 เพราะ พ.เป็นหวั หนา้ ผอู้ านวยการคุมผูห้ ญิงท่ปี ระกอบอาชีพ
คา้ ประเวณีในเขตอาเภอสุไหงโกลก และ พ.ตกลงใหเ้ งินเพราะไมต่ อ้ งการให้เกิดความวนุ่ วายในพวกสมาชิก
หญิงที่มอี าชีพรบั จา้ งคา้ ประเวณี ดงั น้นั การท่จี าเลยที่ 1 เรียกรอ้ งเงนิ จาก พ.ผูเ้ สียหาย หากไมย่ อมให้จะจบั กมุ
หญงิ ทร่ี ับจา้ งคา้ ประเวณี ซ่ึงอยใู่ นความดแู ลของพ.ผเู้ สียหาย โดยพฤติการณ์ตามที่ไดว้ ินิจฉัยมาแลว้ จาเลยท่ี 1
มีเจตนามาแตแ่ รกที่จะใชอ้ านาจในตาแหน่งเจา้ พนกั งานผมู้ ีอานาจจบั กมุ ผูก้ ระทาความผิด ข่มขนื ใจให้ พ.
ผเู้ สียหายมอบเงินใหแ้ กจ่ าเลยที่ 1 โดยขูว่ า่ ถา้ ไมใ่ ห้เงนิ ก็จะจบั กุมหญงิ คา้ ประเวณีซ่ึงอย่ใู นความดูแลของ พ.
ผูเ้ สียหายท้งั ทไี่ ม่ปรากฏว่าขณะขม่ ขู่ดงั กล่าวมกี ารคา้ ประเวณีกนั จริง กรณีจึงเป็นการแกลง้ กล่าวหาข้ึนเพอื่ จะ
เรียกเอาเงนิ เทา่ น้นั เป็นการใชอ้ านาจในตาแหน่งโดยมิชอบตาม ป.อ.มาตรา 148 และเป็นการข่มขืนใจผอู้ นื่ ให้
ยอมให้ทรัพยส์ ินแก่จาเลยที่ 1 ตาม ป.อ. มาตรา 337

คาพพิ ากษาศาลฎกี าที่ 2389/2547 แมว้ ่าจาเลยจะเป็นเจา้ พนกั งานท่ดี ิน มีหนา้ ที่ในการดาเนินการเร่ือง
การจดทะเบยี นสิทธิและนิติกรรมเก่ยี วกบั ทดี่ นิ แต่การทจ่ี าเลยแนะนาผเู้ สียหายว่าตอ้ งดาเนินการร้องขอเป็น
ผูจ้ ดั การมรดกก่อนและรับตดิ ตอ่ ทนายความเพื่อดาเนินการร้องขอจดั การมรดกน้นั หาใช่เป็นการใชอ้ านาจใน
ตาแหน่งโดยมิชอบ หรือเป็นการปฏิบตั กิ ารหรือละเวน้ การปฏบิ ตั หิ นา้ ทีโ่ ดยมิชอบตาม ป.อ. มาตรา 148 และ
มาตรา 157 ไม่

(3) ข่มขืนใจ หรือจูงใจผ้อู น่ื
คาพิพากษาศาลฎีกาที่ 1085/2536 จาเลยเป็นเจา้ พนกั งานตารวจมีอานาจหนา้ ที่จบั กมุ ผูก้ ระทาผดิ กฎหมายได้

56

ทวั่ ราชอาณาจกั ร ไดใ้ ชอ้ านาจในตาแหน่งแกลง้ กลา่ วหาผูเ้ สียหายว่ากระทาผดิ ต่อพระราชบญั ญตั ปิ ่ าไมใ้ น
ขณะทีผ่ เู้ สียหายกาลงั เล่ือยไมท้ ่ขี ้ึนอยูใ่ นทดี่ ินทีม่ ี น.ส.3 ของตนเอง ซ่ึงถือว่ามีสิทธิกระทาไดโ้ ดยชอบ ท้งั น้ี
เพ่อื มใิ หผ้ ูเ้ สียหายขดั ขวางในการท่ีจาเลยกบั พวกจะยดึ เอาเลื่อยยนตข์ องผเู้ สียหายไป เป็นการกระทาทีข่ ม่ ขืนใจ
ผเู้ สียหายให้ยอมมอบทรพั ยส์ ินให้แกจ่ าเลยกบั พวก จึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 148

คาพพิ ากษาศาลฎกี าท่ี 2573/2553 จาเลยซ่ึงเป็นเจา้ พนกั งานตารวจกองปราบปรามขใู่ หโ้ จทก์ร่วมนา
เงนิ มามอบใหโ้ ดยอา้ งว่าเพ่อื ลบชื่อโจทกร์ ่วมออกจากบญั ชีผคู้ า้ ยาเสพติดของสานกั งานคณะกรรมการป้องกัน
และปราบปรามยาเสพตดิ และเพอื่ ทีจ่ ะไมจ่ บั กุมโจทกร์ ่วม จงึ เป็นความผิดต่อตาแหน่งหนา้ ท่รี าชการฐานเป็น
เจา้ พนกั งานใชอ้ านาจในตาแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจและจูงใจเพือ่ ใหโ้ จทกร์ ่วมมอบใหซ้ ่ึงทรพั ยส์ ินแก่ตนเอง
แตก่ ารทีโ่ จทกร์ ่วมนาเงินไปมอบใหแ้ กจ่ าเลยกเ็ พือ่ ที่จะใหเ้ จา้ พนกั งานจบั กุม แสดงวา่ โจทกร์ ่วมไม่ไดก้ ลวั คาขู่
ของจาเลย ยงั ถือไม่ไดว้ า่ จาเลยขม่ ขืนใจโจทกร์ ่วมจนโจทก์ร่วมยอมเช่นว่าน้นั การกระทาของจาเลยเป็นเพยี ง
ความผดิ ฐานพยายามกรรโชก

3.กรณีจูงใจ

คาพพิ ากษาศาลฎกี าที่ 3953/2530 จาเลยเป็นขา้ ราชการพลเรือนสงั กดั มหาวิทยาลยั ร. มหี นา้ ที่
ปฏิบตั งิ านช่าง เขยี นแบบและปฏบิ ตั ิหนา้ ทอ่ี ่ืนตามทไ่ี ดร้ ับมอบหมายจาเลยไดร้ บั แตง่ ต้งั จากมหาวทิ ยาลยั ให้มี
หนา้ ทีค่ วบคุมและตรวจงานกอ่ สร้างท่พี กั สาหรับนกั ศึกษา แลว้ รายงานผลใหป้ ระธานกรรมการตรวจการจา้ ง
ทราบ ซ่ึงจาเลยอาจรายงานในทางให้คณุ หรือใหโ้ ทษโดยเกยี่ งงอน วา่ งานงวดสุดทา้ ยทีจ่ าเลยเรียกร้องเงินจาก
พ. ตวั แทนของผูร้ บั จา้ งในการท่จี าเลยจะลงนามตรวจผ่านให้น้นั ยงั ไมแ่ ลว้ เสร็จบริบูรณต์ ามสญั ญาจา้ งก็ไดจ้ ึง
ถอื ไดว้ า่ จาเลยใชอ้ านาจในตาแหน่งโดยมิชอบจงู ใจเพือ่ ให้ พ. ใหเ้ งนิ ดงั กล่าวแก่จาเลย อนั เป็นความผดิ ตาม
ป.อ. มาตรา 148 แลว้ แมจ้ าเลยจะอา้ งว่าเรียกรอ้ งให้ผูอ้ นื่ และไดม้ ีการส่งมอบเงินให้จาเลยหลงั จากที่
คณะกรรมการตรวจการจา้ งตรวจรับงานไวแ้ ลว้ ก็ตาม

(4) เพอื่ ให้บคุ คลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อน่ื ใดแก่ตนเองหรือผ้อู ืน่

คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 1389/2506 (ประชุมใหญ่) จาเลยเป็นตารวจประจาอยู่ในกรุงเทพ ฯ พากนั ไปแกลง้ จบั
ผูเ้ สียหายที่จงั หวดั นครนายก หาว่าเลน่ สลากกินรวบ ขอคน้ บ้าน แลว้ งดั ลิ้นชกั โต๊ะหยบิ เอาเงินและปื นไปเพ่ือ
ประโยชน์แกต่ นดงั น้ี เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 แลว้ แมจ้ าเลยจะหยบิ เอาเงนิ และ
ปื นน้นั ไปเองก็ดี แต่เมอ่ื เป็นเพราะเหตุทจี่ าเลยเป็นเจา้ พนกั งาน ผูเ้ สียหายจึงไม่กลา้ แย่งคืน หรือเพราะผเู้ สียหาย

57

อาจจะเขา้ ใจว่าจาเลยเอาไปเป็นวตั ถุพยาน ดงั น้นั จงึ ถือไดว้ า่ ผเู้ สียหายไดม้ อบให้แกจ่ าเลยตามความหมายของ
มาตราน้ีแลว้ และเม่ือจาเลยมคี วามผิดตามมาตรา 148 แลว้ กไ็ มจ่ าตอ้ งวนิ ิจฉยั ถงึ มาตรา 157 อนั เป็นบทลงโทษ
ทวั่ ไปซ่ึงมอี ตั ราโทษนอ้ ยกวา่ อีก
(5) เจตนา (องค์ประกอบภายใน)

คาพิพากษาศาลฎีกาที่ 1722/2524 จาเลยที่ 1 (ผใู้ หญ่บา้ น) ไดร้ ับแจง้ จากจาเลยท่ี 2 วา่ โจทก์ท้งั ส่ีเป็น
คนร้ายลกั ไก่งวง แลว้ จาเลยท่ี 1 เรียกโจทกท์ ้งั ส่ีมาเพ่ือพดู จาตกลงกนั ถึงเร่ืองความเสียหายฟังไม่ไดว้ ่าเป็นการ
ใชอ้ านาจในตาแหน่งหนา้ ที่โดยมิชอบ และการที่จาเลยที่ 1 เพยี งแตไ่ กลเ่ กลยี่ ใหโ้ จทกท์ ้งั ส่ีกบั จาเลยท่ี 2 ที่ 3 ที่
4 ตกลงกนั เร่ืองค่าเสียหายเพ่อื ใหค้ ดเี ลกิ แลว้ กนั น้ัน ไม่ใชเ่ รื่องจาเลยที่ 1 มเี จตนาทุจริตเพื่อขเู่ อาเงนิ จากโจทก์
ท้งั ส่ี จาเลยที่ 1 จึงไมม่ คี วามผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 (อา้ งคาพพิ ากษาฎีกาที่ 173/2510)

2.ความผิดฐานเจ้าพนกั งานเรียกรับประโยชน์ก่อนรับตาแหน่งตามมาตรา 150

คาพพิ ากษา

คาพิพากษาฎกี าท7่ี 20/2512 จาเลยเป็นเจา้ พนกั งานตารวจ ขณะปฎิบตั หิ นา้ ทเ่ี วรตารวจจราจรไดส้ ่ิงให้ผเู้ สียหาย
ซ่ึงขบั รถยนตบ์ รรทุกฝ่าฝืนกฎจราจรหยุดรถเพอื่ ตรวจใบอนุญาตขบั ขแี่ ลว้ ภายหลงั เรียกเงินจากผเู้ สียหาย เชน่ น้ี
ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 148 เพราะมิไดใ้ ชอ้ านาจในตาแหน่งหนา้ ทีโ่ ดยมชิ อบแตเ่ ป็นความผดิ ตามมาตรา
149 ฐานเจา้ พนกั งานเรียกรับทรพั ยส์ ินโดยมชิ อบและฐานเจา้ พนกั งานทจุ ริตต่อหนา้ ที่ ตามมาตรา 157 ดว้ ย

คาพพิ ากษาฎกี าที่ 3509/2549 ไดว้ นิ ิจนิจฉัยว่า กรณีทก่ี ระทาในตาแหน่งหนา้ ที่ แตไ่ ดก้ ระทาเกินไปกว่า
กฎหมายให้อานาจไวห้ รือนอกเหนือขอบเขตแห่งอานาจ ก็ถือวา่ เป็นการปฏิบตั ิหนา้ ที่ท้งั สิ้น อนั จะเป็น
ความผิดฐานปฏิบตั ิหรือละเวน้ การปฏิบตั หิ นา้ ที่ ดงั เช่นคาพิพากษาฎีกาท่ี7663/2543 ที่ไดอ้ ธิบายถึงลกั ษณะ
การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีของเจา้ พนกั งานโดยมิชอบไว้ 4 ลกั ษณะดงั น้ี

1.การปฏบิ ตั หิ รือละเวน้ การปฏิบตั หิ นา้ ที่เป็นการกระทานอกขอบเขตแห่งอานาจหรือโดยปราศจากอานาจ

2.การปฏบิ ตั ิหรือละเวน้ การปฏิบตั หิ นา้ ที่เป็นการฝ่าฝืนต่อวธิ ีปฏิบตั ิราชการทางปกครองอนั เป็นสาระสาคญั ที่
กาหนดไวส้ าหรับการน้นั

3.การปฏบิ ตั หิ รือละเวน้ การปฏิบตั ิหนา้ ท่เี ป็นการกระทาท่ไี มเ่ ป็นไปตามบทบญั ญตั แิ ห่งกฎหมย

4.การปฏิบตั ิหรือละเวน้ การปฏิบตั หิ นา้ ท่ีเป็นการใชด้ ลุ ยพินิจโดยมิชอบ

58

ในการปฏิบตั หิ นา้ ทข่ี องคณะกรรมการแรงงานสัมพนั ธ์ เกยี่ วกบั การพิจารณาวินิจฉัยช้ีขาดขอ้ พพิ าทแรงงาน้ัน
ตกลงกนั ไม่ได้ หรือการพิจารณาวนิ ิจฉยั และออกคาส่ังเกยี่ วกบั การกระทาอนั ไมเ่ ป็นธรรมน้ัน พระราชบญั ญตั ิ
แรงงานสัมพนั ธ์ พ.ศ.2518 ไดก้ าหนดอานาจ และวิธีปฏิบตั ิในการพจิ ารณาไว้ คณะกรรมการแรงงานสัมพนั ธ์
ตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามมฉิ ะน้นั อาจถูกดาเนินการทางอาญาเกย่ี วกบั การปฏิบตั ิหนา้ ท่หี รือการละเวน้ การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี
ได้ แมจ้ ะไมม่ เี จตนาพิเศษที่จะทาใหเ้ กดิ ความเสียหายแกผ่ หู้ น่ึงผใู้ ดก็ตาม

3.สรุปเนื้อหา

สรุปความผดิ ฐานเจ้าพนกั งานข่มขืนใจหรือจงู ใจผ้อู ่ืนตามมาตรา 148

การใชอ้ านาจในตาแหน่งโดยมิชอบ เป็นการใชอ้ านาจทอ่ี ยู่โดดปกตติ ามตาแหน่งของเจา้ พนกั งานประเภทน้นั
โดยใชต้ าแหน่งหนา้ ทไ่ี ปในทางที่ไม่ถูกตอ้ งหรือไมส่ มควร แตก่ ารใชอ้ านาจนอกตาแหน่งจะไม่เป็นความผิด
ฐานน้ี เป็นเจา้ พนกั งานน้ันเองแต่ไมม่ หี นา้ ที่กไ็ มอ่ าจมีความผิดตามาตรา 148 ได้ จะเป็นไดแ้ ตเ่ พยี งผสู้ นบั สนุน

สรุปความผดิ ฐานเจ้าพนกั งานเรียกหรือรับประโยชน์ก่อนรับตาแหน่งตามมาตรา150

ความผิดตามมาตราน้ีมิไดเ้ กดิ ข้นึ ขณะท่ีเรียก รบั หรือยอมจะรับทรพั ยส์ ินหรือประโยชน์อน่ื ใด แตจ่ ะเกดิ ข้ึน
เมือ่ เจา้ พนกั งานกระทาการหรือไม่กระทาการอย่างใดในตาแหน่งหนา้ ที่เน่ืองจากเห็นแก่ทรพั ยส์ ิน หรือ
ประโยชน์อ่นื ใดทีไ่ ดร้ บั มมาแลว้ ก่อนรับตาแหน่ง แตถ่ า้ การกระทาหรือไม่กระทาการน้นั เกดิ ข้ึนเพราะเหตุอนื่
นอกจากท่ีกล่าวมาขา้ งตน้ เช่น เป็นไปตามกฎหมายหรือโดยชอบดว้ ยเหตุผล ไมเ่ ป็นความผิดตามมาตรา 150

59

2.10 นางสาวปาริฉัตร สงวนศิลป์ รหัสนสิ ิต 631081179

1.คาอธิบายเชิงโครงสร้างความรับผิดทางอาญา

ความผิดฐานลักทรัพย์ ( มาตรา 334 )

1. บทบญั ญตั ิ
มาตรา 334 ผใู้ ดเอาทรัพยข์ องผอู้ ่ืน หรือทผี่ อู้ ่นื เป็นเจา้ ของรวมอยู่ดว้ ยไปโดยทุจริต ผนู้ ้นั กระทา
ความผดิ ฐานลกั ทรพั ย์ ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กินสามปี และปรับไม่เกนิ หกหมนื่ บาท

2. องค์ประกอบความผิด
2.1 องค์ประกอบภายนอก
(1) ผใู้ ด
(2) เอาไป
(3) ทรัพยข์ องผอู้ ืน่ หรือที่ผอู้ ่นื เป็นเจา้ ของรวมอยดู่ ว้ ย
2.2 องค์ประกอบภายใน
(1) เจตนาธรรมดา
(2) เจตนาพเิ ศษ : โดยทุจริต

3. คาอธิบาย
การทบี่ ุคคลใดจะมีความผิดฐานลกั ทรัพยห์ รือไม่ ผูน้ ้นั ตอ้ งไดก้ ระทาการครบองคป์ ระกอบ

ภายนอก ไดแ้ ก่ (1) ผใู้ ด คือ ผกู้ ระทาความผิด
(2) เอาไป คอื การกระทาทมี่ ีลกั ษณะอนั เป็นการตดั กรรมสิทธ์ิและแยง่ การครอบครอง โดย

การเขา้ การครอบครองพาทรัพยน์ ้นั เคลอ่ื นทีอ่ อกไปจากท่ีที่ทรัพยเ์ ดมิ เคยอยู่ แมเ้ พยี งเคลอ่ื นทเ่ี ล็กนอ้ ยก็เป็น
ความผดิ สาเร็จแลว้

(3) ทรพั ยข์ องผอู้ น่ื หรือทผ่ี อู้ น่ื เป็นเจา้ ของ กล่าวคือ ทรพั ยข์ องใครก็ไดท้ ี่มิใชข่ องผกู้ ระทา
ความผดิ เอง มฉิ ะน้นั แมเ้ ขา้ ใจว่าเป็นทรัพยข์ องบุคคลอื่น แต่ความจริงเป็นทรพั ยข์ องผูก้ ระทาความผดิ นนั่ เองก็
ไม่มคี วามผิดเกดิ เพราะขาดองคป์ ระกอบภายนอกน้ี

นอกจากน้ียงั ตอ้ งพิจารณาองคป์ ระกอบภายในไดแ้ ก่

60

(1) เจตนาธรรมดา คอื ผกู้ ระทาตอ้ งรู้ขอ้ เท็จจริงอนั เป็นองคป์ ระกอบภายนอกของความผดิ และ
ผกู้ ระทาย่อมเลง็ เหน็ ผลหรือประสงคต์ ่อผล

(2) เจตนาพเิ ศษ : โดยทุจริต คือ การแสวงหาประโยชน์ทีม่ ไิ ดโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมายสาหรับตนเอง
หรือผอู้ ่นื หากผกู้ ระทาไม่มีเจตนาทีจ่ ะทุจริตทจี่ ะเอาทรัพยเ์ ป็นของตนแลว้ แมค่ รบองคป์ ระกอบภายนอกของ
มาตรา 334 ก็ไมท่ าให้ผูก้ ระทามีความผิด

ความผิดฐานลกั ทรัพย์โดยมีเหตุฉกรรจ์ ( มาตรา 335 )

1. บทบญั ญัติ
มาตรา 335 ผใู้ ดลกั ทรพั ย์
(1) ในเวลากลางคืน
(2) ในท่ีหรือบริเวณทีม่ เี หตเุ พลิงไหม้ การระเบดิ อุทกภยั หรือในทหี่ รือบริเวณท่มี อี ุบตั เิ หตุ เหตุทกุ ข
ภยั แกร่ ถไฟ หรือยานพาหนะอนื่ ที่ประชาชนโดยสาร หรือภยั พิบตั อิ ื่นทานองเดยี วกนั หรืออาศยั โอกาสทม่ี เี หตุ
เชน่ ว่าน้นั หรืออาศยั โอกาสท่ีประชาชนกาลงั ตืน่ กลวั ภยนั ตรายใดๆ
(3) โดยทาอนั ตรายสิ่งกดี ขวางสาหรบั คุม้ ครองบุคคลหรือทรพั ย์ หรือโดยผ่านสิ่งเชน่ ว่าน้นั เขา้ ไปดว้ ย
ประการใดๆ
(4) โดยเขา้ ทางชอ่ งทางซ่ึงไดท้ าข้นึ โดยไม่ไดจ้ านงให้เป็นคนทางเขา้ หรือเขา้ ทางช่องทางซ่ึงผูเ้ ป็นใจ
เปิ ดไวใ้ ห้
(5) โดยแปลงตวั หรือปลอมตวั เป็นผอู้ น่ื มอมหนา้ หรือทาดว้ ยประการอ่ืนเพอ่ื ไมใ่ ห้เหน็ หรือจาหนา้ ได้
(6) โดยลวงวา่ เป็นเจา้ พนกั งาน
(7) โดยมอี าวุธ หรือโดยร่วมกระทาความผิดดว้ ยกนั ต้งั แต่สองคนข้ึนไป

(8) ในเคหสถาน สถานที่ราชการหรือสถานทีท่ ีจ่ ดั ไวเ้ พ่ือให้บริการสาธารณะท่ตี นไดเ้ ขา้ ไปโดยไมไ่ ด้
รับอนุญาต หรือซ่อนตวั อย่ใู นสถานทนี่ ้นั ๆ

(9) ในสถานที่บชู าสาธารณะ สถานีรถไฟ ทา่ อากาศยาน ทีจ่ อดรถหรือเรือสาธารณะ สาธารณสถาน
สาหรับขนถ่ายสินคา้ หรือในยวดยานสาธารณะ

(10) ที่ใชห้ รือมไี วเ้ พื่อสาธารณประโยชน์
(11) ที่เป็นของนายจา้ งหรือทอ่ี ยใู่ นความครอบครองของนายจา้ ง
(12) ทเ่ี ป็นของผมู้ ีอาชีพกสิกรรม บรรดาทเี่ ป็นผลติ ภณั ฑ์ พืชพนั ธุ์ สตั วห์ รือเครื่องมอื อนั มีไวส้ าหรบั

61

ประกอบกสิกรรมหรือไดม้ าจากการกสิกรรมน้นั
ตอ้ งระวางโทษจาคุกต้งั แต่หน่ึงปี ถึงห้าปี และปรบั ต้งั แต่สองหมน่ื บาทถงึ หน่ึงแสนบาท ถา้ ความผิด

ตามวรรคแรกเป็นการกระทาท่ีประกอบดว้ ยลกั ษณะดงั ท่ีบญั ญตั ไิ วใ้ นอนุมาตราดงั กลา่ วแลว้ ต้งั แตส่ อง
อนุมาตราข้ึนไป ผกู้ ระทาตอ้ งระวางโทษจาคุกต้งั แต่หน่ึงปี ถงึ เจ็ดปี และปรับต้งั แตส่ องหม่ืนบาทถึงหน่ึงแสนส่ี
หมนื่ บาท

ถา้ ความผดิ ตามวรรคแรกเป็นการกระทาตอ่ ทรัพยท์ ี่เป็นโค กระบือ เคร่ืองกลหรือเคร่ืองจกั รทีผ่ มู้ ี
อาชีพ

กสิกรรมมไี วส้ าหรับประกอบกสิกรรมผกู้ ระทาตอ้ งระวางโทษจาคกุ ต้งั แตส่ ามปี ถึงสิบปี และปรบั ต้งั
แต่หกหมน่ื บาทถึงสองแสนบาท

ถา้ การกระทาความผดิ ดงั กลา่ วในมาตราน้ี เป็นการกระทาโดยความจาใจหรือความยากจนเหลือ
ทนทาน และทรัพยน์ ้นั มีราคาเลก็ น้อย ศาลจะลงโทษผกู้ ระทาความผิดดงั ท่ีบญั ญตั ิไวใ้ นมาตรา 334 กไ็ ด้

2. องค์ประกอบความผดิ
2.1 องค์ประกอบภายนอก
(1) ผ้ใู ด
(2) ลกั ทรัพย์
(3) ตามกรณีดังต่อไปน้ี
(3.1) อนุมาตรา 1 ในเวลากลางคืน
(3.2) อนุมาตรา 2
(3.2.1) ในที่หรือบริเวณท่มี เี หตุเพลิงไหม้ การระเบดิ อุทกภยั หรือ
(3.2.2) ในท่ีหรือบริเวณที่มอี บุ ตั เิ หตุ เหตุทุกขภยั
- แก่รถไฟทปี่ ระชาชนโดยสาร หรือ
- แก่ยานพาหนะอื่นทป่ี ระชาชนโดยสาร หรือ
(3.2.3) ในที่หรือบริเวณที่มภี ยั พิบตั อิ ่นื ทานองเดียวกนั หรือ
(3.2.4) โดยอาศยั โอกาสท่ีมีเหตุเชน่ ว่าน้นั หรือ
(3.2.5) โดยอาศยั โอกาสทป่ี ระชาชนกาลงั ตื่นกลวั ภยนั ตรายใดๆ
(3.3) อนุมาตรา 3

หรือ 62
คนเขา้ หรือ
(3.3.1) โดยทาอนั ตรายสิ่งกีดก้นั สาหรบั คุม้ ครองบุคคลหรือทรัพย์
สาธารณะ
- โดยผา่ นสิ่งเช่นวา่ น้นั เขา้ ไปดว้ ยประการใดๆ
(3.4) อนุมาตรา 4

(3.4.1) โดยเขา้ ทางชอ่ งทางซ่ึงไดท้ าข้นึ โดยไมไ่ ดจ้ านงให้เป็นทาง

(3.4.2) โดยเขา้ ทางช่องทางซ่ึงผูเ้ ป็นใจเปิ ดไวใ้ ห้
(3.5) อนุมาตรา 5

(3.5.1) โดยแปลงตวั หรือปลอมตวั เป็นผอู้ ื่น หรือ
(3.5.2) โดยมอมหนา้ หรือทาดว้ ยประการอนื่

(3.6) อนุมาตรา 6 โดยลวงวา่ เป็นพนกั งาน
(3.7) อนุมาตรา 7

(3.7.1) โดยมีอาวุธ หรือ
(3.7.2) โดยร่วมกระทาความผิดดว้ ยกนั ต้งั แต่สองคนข้นึ ไป
(3.8) อนุมาตรา 8

(3.8.1) ในเคหสถาน สถานทรี่ าชการหรือสถานทท่ี ีจ่ ดั ไวเ้ พื่อให้บริการ

(3.8.2) ท่ีตนเขา้ ไปโดยไม่ไดร้ ับอนุญาต หรือซ่อนตวั อยใู่ นสถานทนี่ ้ันๆ
(3.9) อนุมาตรา 9
(3.9.1) ในสถานทบ่ี ูชาสาธารณะ
(3.9.2) ในสถานีรถไฟ
(3.9.3) ในทา่ อากาศยาน
(3.9.4) ในทีจ่ อดรถหรือเรือสาธารณะ
(3.9.5) ในสาธารณสถานสาหรบั ขนถ่ายสินคา้ หรือ
(3.9.6) ในยวดยานสาธารณะ

63

(3.10) อนุมาตรา 10
(3.10.1) ทรพั ยท์ เ่ี ป็นของนายจา้ ง
(3.10.2) ทรัพยท์ ี่อยใู่ นความครอบครองของนายจา้ ง

(3.11) อนุมาตรา 11
(3.11.1) ทรัพยท์ ี่เป็นของนายจา้ ง หรือ
(3.11.2) ทรัพยท์ ี่อย่ใู นความครอบครองของนายจา้ ง

(3.12) อนุมาตรา 12
(3.12.1) ที่เป็นของผมู้ อี าชีพกสิกรรม
(3.12.2) บรรดาทเ่ี ป็น
- ผลิตภณั ฑ์
- พืชพนั ธุ์
- สตั ว์ หรือ

- เคร่ืองมือ
(3.12.3) อนั

- มไี วส้ าหรับประกอบกสิกรรม
- ไดม้ าจากการกสิกรรมน้นั

2.2 องค์ประกอบภายใน
(1) เจตนาธรรมดา
(2) เจตนาพเิ ศษ
(2.1) โดยทจุ ริต (มาจากมาตรา 334)
(2.2) เฉพาะอนุมาตรา 5 เพื่อมใิ ห้เห็นหรือจาหนา้ ได้

3. เหตทุ ่ที าให้รับโทษหนักขนึ้

3.1 วรรคสอง ผูก้ ระทาตอ้ งรับโทษหนกั ข้ึนถา้ ความผดิ ตามวรรคแรกเป็นการกระทาทป่ี ระกอบดว้ ย
3.1 วรรคสอง ผูก้ ระทาตอ้ งรับโทษหนกั ข้ึนถา้ ความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทาท่ีประกอบดว้ ย

64

ลกั ษณะดงั ที่บญั ญตั ิไวใ้ นอนุมาตราดงั กล่าวแลว้ ต้งั แต่สองอนุมาตราข้นึ ไป
3.2 วรรคสาม ผกู้ ระทาตอ้ งรบั โทษหนกั ข้นึ ถา้ ความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทาตอ่ ทรัพย์
(3.2.1) ทีเ่ ป็นโค กระบอื เครื่องกล หรือเคร่ืองจกั ร
(3.2.2) ทผ่ี มู้ อี าชีพกสิกรรมมีไวส้ าหรบั ประกอบกสิกรรม

4. เหตลุ ดโทษ

มาตรา 335 วรรคท้าย ถา้ การกระทาความผดิ ดงั กล่าวในมาตราน้ี
(1) เป็นการกระทาโดยความจาใจหรือความยากจนเหลือทนทาน และ
(2) ทรพั ยน์ ้นั มีราคาน้อย
ศาลจะลงโทษผกู้ ระทาความผิดดงั ทบ่ี ญั ญตั ไิ วใ้ นมาตรา 334 กไ็ ด้

5. คาอธบิ าย

5.1 ลกั ทรัพย์ในเวลากลางคืน ( มาตรา 335 (1) วรรคแรก )
โดยปกติ เวลากลางคืนเป็นเวลาท่ีความมดื ปกคมุ สถานทต่ี ่างๆ ท้งั ยงั เป็นเวลาท่ผี คู้ นตา่ งพกั ผอ่ นนอน
หลบั การลกั ทรพั ยใ์ นเวลากลางคืนเป็นการกระทาซ่ึงฉวยโอกาสทเ่ี จา้ ของทรพั ยไ์ มส่ ามารถจะดแู ลทรัพยส์ ินของ
ตนไดอ้ ยา่ งเต็มท่ี ทาใหก้ ารลกั ทรัพยก์ ระทาไดส้ ะดวกข้นึ และโอกาสทีจ่ ะถกู จบั ไดก้ ม็ นี อ้ ยลง ดงั น้นั ผกู้ ระทาจึง
ตอ้ งรับโทษหนกั กวา่ การลกั ทรพั ยธ์ รรมดา
เวลากลางคืนน้นั เร่ิมตน้ และส้ินสุดเม่อื ใดน้นั ตามมาตรา 1 (11) นิยามวา่ เป็น "เวลาระหว่างพระ
อาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขนึ้ " จากนิยามดงั กล่าวจะเหน็ ว่ากฎหมายถอื เกณฑก์ ลางวนั กลางคืนท่กี ารข้นึ และการ
ตกของดวงอาทติ ยเ์ ป็นสาคญั ซ่ึงมีขอ้ สงั เกต 2 ประการดงั น้ี
(1) การทีจ่ ะเป็ นเวลากลางคนื โดยแท้จริงได้ จะเริ่มต้นต้งั แต่เวลาท่ดี วงอาทติ ย์ทง้ั ดวงตกลับขอบฟ้า
จนถงึ เวลาทด่ี วงอาทิตย์ขนึ้ พ้นขอบฟ้าแม้เพยี งของดวงกล็ ่วงพ้นเวลากลางคืนแล้ว เพราะฉะน้นั การที่ดวง
อาทิตยต์ กลบั ขอบฟ้าไปแลว้ แตท่ อ้ งฟ้ายงั ไมม่ ืดหรือยงั ไม่ทนั มดื สนิทก็เป็นเวลากลางคนื หรือแมท้ อ้ งฟ้าสว่าง
แลว้ แตถ่ า้ ดวงอาทติ ยไ์ ม่ข้ึนพน้ จากขอบฟ้า กย็ งั คงเป็นเวลากลางคืน ดงั น้นั จาเลยกระทาความผดิ ฐานลกั ทรพั ย์
ในช่วงเวลาดงั กล่าวยอ่ มมคี วามผดิ ตามอนุมาตรา 1
(2) ถ้าในระหว่างท่กี ระทาความผดิ ฐานลกั ทรัพย์น้นั เป็ นเวลาคาบเก่ียวกับเวลากลางคืนต้งั แต่เร่ิมลง
มือกระทาจนกระทัง่ ความผิดสาเร็จ เชน่ เริ่มลงมือกระทาความผิดตอนกลางคืน แต่เอาทรัพยไ์ ปสาเร็จตอนดวง

65

อาทิตยข์ ้ึนพน้ ขอบฟ้าไปแลว้ หรือเร่ิมลงมือกระทาความผดิ ตอนกลางวนั แตเ่ อาทรพั ยไ์ ปสาเร็จตอนพระอาทิตย์
ลบั ขอบฟ้าไปแลว้ ผกู้ ระทาย่อมมคี วามผดิ ฐานลกั ทรัพยใ์ นเวลากลางคนื แมจ้ ะไดม้ ีการเคลื่อนยา้ ยทรัพยต์ อ่ ไป
อีกเวลากลางคืน ก็ไมใ่ ชก่ รณีตามอนุมาตรา 1 วรรคแรก

5.2 ลกั ทรัพย์ในบริเวณทีม่ ีภยันตรายหรือมีเหตุคบั ขัน ( มาตรา 335 (2) วรรคแรก )
ท่ซี ่ึงมีภยนั ตรายหรือเหตุตบั ขนั เป็นสถานที่ซ่ึงผกู้ าลงั ประสบภยั ตา่ งอย่ใู นชว่ งเวลาทีเ่ กิดความ
ตระหนกตกใจ จึงมงุ่ ทจี่ ะรกั ษาชีวติ ของตนเองไวเ้ ป็นสาคญั การฉวยโอกาสลกั ทรพั ยใ์ นภาวะเชน่ น้ีย่อมทาได้
อย่างสะดวก ถอื เป็นการกระทาที่ไรศ้ ีลธรรมเพราะเป็นการซ้าเติมผทู้ ไี่ ดป้ ระสบเคราะหภ์ ยั ผูก้ ระทาจึงตอ้ งถูก
ลงโทษหนกั ข้ึน
มาตรา 335 (2) วรรคแรก กาหนดเหตฉุ กรรจ์ในความผิดฐานลกั ทรพั ยไ์ วเ้ ป็น 2 ประเภทใหญ่ๆไดแ้ ก่
1. การลักทรัพย์ในทห่ี รือบริเวณทเ่ี กดิ ภยนั ตรายหรือเหตุคบั ขนั ประกอบดว้ ย

(1) ในทีห่ รือในบริเวณท่มี เี หตุเพลงิ ไหม้ การระเบดิ อุทกภยั
(2) ในทห่ี รือบริเวณท่ีมอี บุ ตั เิ หตุ เหตทุ ุกขภยั แก่รถไฟ หรือยานพาหนะอื่นท่ปี ระชาชนโดยสาร
(3) ในที่หรือบริเวณที่มภี ยั พิบตั อิ น่ื ทานองเดยี วกนั
คาวา่ "ภยั พบิ ตั อิ นื่ ทานองเดยี วกนั " หมายความถึง ภยั หรืออนั ตรายอย่างอนื่ ทม่ี ีลกั ษณะหรือ
ความรุนแรงเทียบเคียงกบั เหตุไฟไหม้ การระเบดิ อุทกภยั อบุ ตั ิเหตุ หรือเหตทุ กุ ขภยั
2.การลกั ทรัพย์โดยอาศยั โอกาสเช่นว่าน้นั ประกอบดว้ ย
(1) โดยอาศัยโอกาสที่มเี หตุเช่นว่าน้นั
คาว่า "เหตุเช่นว่าน้นั " ไดแ้ ก่

(1.1) เหตุเพลิงไหม้ การระเบดิ อทุ กภยั
(1.2) อุบตั ิเหตุ เหตุทกุ ขภยั แกร่ ถไฟหรือยานพาหนะอน่ื ท่ปี ระชาชนโดยสาร
(1.3) ภยั พบิ ตั ิอ่นื ทานองเดยี วกนั
(2) โดยอาศัยโอกาสที่ประชาชนกาลังตื่นกลวั ภยันตรายใดๆ
เป็นการฉวยโอกาสทีป่ ระชาชนกาลงั ตนื่ กลวั ภยนั ตรายตา่ งๆ ซ่ึงภยนั ตรายอาจจะเกิดข้ึนหรือไม่
เกดิ ข้นึ ก็ได้

66

5.3 ลกั ทรัพย์โดยทาอันตรายส่ิงกีดก้นั สาหรับคุ้มครองบคุ คลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่าน้นั เข้า
ไปด้วยประการใดๆ ( มาตรา 335 (3) วรรคแรก )

"ส่ิงกีดก้นั " ในท่นี ้ีหมายถึง ส่ิงท่ขี ดั ขวางไวไ้ มใ่ ห้เกนิ อนั ตรายตอ่ บุคคลหรือเกิดความเสียหายต่อ
ทรัพยไ์ ดโ้ ดยงา่ ย เมื่อบคุ คลกาหนดเขตเพือ่ คุม้ ครองชีวติ ร่างกายหรือทรัพยข์ องตนไวโ้ ดยใชส้ ิ่งกีดก้นั บคุ คลอน่ื
ตอ้ งไมเ่ ขา้ ไปขอ้ งเกี่ยวภายในสิ่งกดี ก้นั น้นั เพราะบคุ คลไดแ้ สดงความหวงกนั เอาไวโ้ ดยชดั แจง้ แลว้

การกระทาตอ่ สิ่งกดี ก้นั ซ่ึงจะเป็นความผดิ ตามมาตรา 335 (3) วรรคแรก สามารถจาแนกไดเ้ ป็น 2
กรณีไดแ้ ก่

(1) การลกั ทรัพย์โดยทาอนั ตรายส่ิงกดี ก้นั สาหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์
คาวา่ "ทาอนั ตราย" หมายความวา่ ทาใหเ้ สียหาย ท้งั ที่เสียหายเพยี งเล็กนอ้ ยหรือเสียหายถงึ ขนาดถูก
ทาลายก็ได้ เชน่ เจาะประตู งดั หนา้ ต่าง หรือทาลายสายโซ่ทร่ี อ้ ยทรพั ยไ์ ว้ การทาอนั ตรายส่ิงกีดก้นั ดงั กล่าวทาให้
สามารถเอาทรัพย์ ไปได้ ผูก้ ระทาอาจจะไมไ่ ดเ้ ขา้ ไปท้งั ตวั ไมไ่ ดย้ นื่ มือเขา้ ไปหยบิ ทรัพย์ หรือแมไ้ มต่ อ้ งหยิบ
ฉวย

แต่ทรัพยเ์ ลอ่ื นไหลลงมาเองก็เป็นความผิดตามอนุมาตรา 3 วรรคแรก เช่น ทาลายกุญแจตนู้ ิรภยั แลว้ ธนบตั รไหล
ออกมาเอง และผูก้ ระทาเอาเงินน้ันไป เป็นตน้

(2) ลกั ทรัพย์โดยผ่านส่ิงกีดก้นั สาหรับคุ้มครองบคุ คลหรือทรัพย์เข้าไปด้วยประการใดๆ
สาหรบั กรณีท่ี 2 ผกู้ ระทาไมไ่ ดท้ าอนั ตรายส่ิงกดี ก้นั แต่อย่างใด เพียงแต่ "ผา่ น" สิ่งกดี ก้นั น้นั เขา้ ไป
ดว้ ยประการใดๆ ความหมายของคาวา่ "ผ่าน" จงึ กวา้ งขวางมากไม่จากดั เฉพาะกรณีทผ่ี ูก้ ระทาเขา้ ไปท้งั ตวั
เพียงแตย่ ื่นอวยั วะส่วนหน่ึงส่วนใดเขา้ ไปหยิบทรัพยน์ ้นั โดยทีต่ วั ไม่ตอ้ งเขา้ ไป หรือใชไ้ มส้ อยทรพั ยเ์ ขา้ ไปใน
บา้ นโดยผา่ นส่ิงกดี ก้นั กย็ งั มีความผิดตามอนุมาตรา 3 วรรคแรก

5.4 ลกั ทรัพย์โดยเข้าทางช่องทางซ่ึงได้ทาขนึ้ โดยไม่ได้จานงให้เป็ นทางคนเข้าหรือเข้าทางช่องทางซ่ึง
ผ้เู ป็ นใจเปิ ดไว้ให้ ( มาตรา 335 (4) วรรคแรก )

การลกั ทรัพยต์ ามอนุมาตรา 4 จาแนกเป็น 2 กรณี ไดแ้ ก่
(1) การลกั ทรัพย์โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทาขนึ้ โดยไม่ได้จานงให้เป็ นทางคนเข้า
อาคารบา้ นเรือนแต่ละหลงั จาตอ้ งมชี อ่ งทางอน่ื ๆ นอกจากทางคนเขา้ ออกปกตเิ พ่อื ความสะดวกสบาย
และสวสั ดภิ าพในการใชอ้ าคารบา้ นเรือนน้นั การลกั ทรัพยโ์ ดยเขา้ ทางชอ่ งทางท่ีว่าน้ีเป็นการกระทาท่ีอาศยั

67

โอกาสทีบ่ คุ คลใชค้ วามระแวดระวงั โจรภยั นอ้ ยกว่าทางเขา้ ออกปกติ จงึ ตอ้ งรับโทษหนกั ข้ึน
(2) ลกั ทรัพย์โดยเข้าทางช่องทางซึ่งผ้เู ป็ นใจเปิ ดไว้ให้
คาว่า "ชอ่ งทาง" ตามกรณีที่ 2 กนิ ความกวา้ งกว่ากรณีแรก เพราะหมายรวมท้งั ชอ่ งทางที่เป็นทางคน

เขา้ ออกปกติ เชน่ ประตู และทางเขา้ ที่ไม่จานงให้เป็นทางคนเขา้ เชน่ หนา้ ต่าง ช่องลม
คาวา่ "ซ่ึงผเู้ ป็นใจเปิ ดไวใ้ ห"้ แสดงวา่ มีผูอ้ ่นื ให้การช่วยเหลือหรือให้ความร่วมมือแก่การลกั ทรพั ยซ์ ่ึง

อาจจะเป็นคนทีอ่ าศยั ในอาคารบา้ นเรือนน้ันหรือผอู้ น่ื ก็ได้ และตวั ผูก้ ระทาความผิดเองกจ็ ะรูด้ ว้ ยวา่ มผี ูร้ ูเ้ ห็นเป็น
ใจเปิดชอ่ งทางน้นั ไว้ จงึ จะมีความผดิ ตามอนุมาตรา 4 น้ี เพราะเป็นขอ้ เทจ็ จริงทท่ี าใหผ้ กู้ ระทาตอ้ งรับโทษหนกั
ข้ึน ถา้ ความผิดเกดิ ข้ึนจากช่องทางท่ผี ูเ้ ป็นใจเปิ ดไวใ้ ห้ ผูเ้ ป็นใจก็อาจมีความผดิ ฐานเป็นผสู้ นบั สนุนในความผิด
ฐานลกั ทรพั ยต์ ามอนุมาตรา 4 วรรคแรก

5.5 ลักทรัพย์โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็ นผ้อู น่ื มอมหน้าหรือทาด้วยประการอืน่ เพือ่ ไม่ให้เห็นหรือ
จาหน้าได้ ( มาตรา 335 (5) วรรคแรก )

เหตฉุ กรรจต์ ามอนุมาตรา 5 เป็นกรณีท่ผี กู้ ระทามงุ่ หมายใหผ้ ูเ้ สียหายไมส่ ามารถจาไดว้ ่าตนเป็น
ผกู้ ระทาความผดิ ว่งิ ทาใหก้ ารติดตามตวั มาดาเนินคดยี ากลาบากมากข้นึ เหตุฉกรรจด์ งั กล่าวสามารถจาแนก
ออกเป็น 2 กรณี ไดแ้ ก่

(1) ลกั ทรัพย์โดยแปลงตัวหรือปลอมตวั เป็ นผ้อู ่นื
คาว่า "แปลงตวั " หมายถึงทาใหร้ ูปร่างหนา้ ตาแตกตา่ งไปจากปกติจนยากทีจ่ ะจาไดว้ ่าเป็นผกู้ ระทา
ความผิด เชน่ สวมเส้ือหลายๆช้นั จนตวั พองข้ึน หรือแต่งหนา้ ทาผมและสวมชุดให้เหมอื นชาวต่างชาติ เป็นตน้
ส่วนคาว่า "ปลอมตวั " หมายถึง ทาให้รูปร่างหรือหนา้ ตาเหมอื นหรือคลา้ ยกบั บคุ คลอ่ืน ทาใหเ้ ขา้ ใจว่าบคุ คลอื่น
น้นั เป็นผกู้ ระทาความผิด เชน่ ลกั ทรพั ยโ์ ดยทาศลั ยกรรมให้ใบหนา้ เหมือนนายดา เป็นตน้

(2) ลักทรัพย์โดยมอมหน้าหรือทาด้วยประการอน่ื เพือ่ ไม่ให้เหน็ หรือจาหน้าได้
กรณีท่ี 2 เป็นการกาหนดความผดิ แก่ผกู้ ระทาอย่างใดอยา่ งหน่ึงกบั ดวงหนา้ โดยมีเจตนาพเิ ศษเพ่อื
ไมใ่ ห้เห็นหรือจาหนา้ ได้
คาวา่ "มอมหนา้ " หมายถึง เอาสิ่งใดสิ่งหน่ึงมาทาบบริเวณหนา้ เช่น ดนิ หมอ้ แป้ง สี โดยผกู้ ระทามงุ่
หมายไม่ให้คนอ่ืนจาหนา้ ของตนได้ ส่วนคาว่า "ทาดว้ ยประการอืน่ " อาจแบ่งเป็น 2 กรณียอ่ ย ไดแ้ ก่
- การกระทาแก่ตัวผ้กู ระทาเอง เชน่ การใชผ้ า้ หรือวสั ดุอืน่ ปิดบงั ใบหนา้ ใส่หมวกคลุมศรี ษะ สวม
หนา้ กาก

68
- การกระทาแก่บคุ คลอน่ื หรือสิ่งอน่ื เชน่ เอาผา้ มาปิ ดตาผเู้ สียหายมใิ หเ้ หน็ หนา้ ผกู้ ระทาความผดิ หรือ
ปิ ดสวติ ซไ์ ฟในหอ้ งทผ่ี เู้ สียหายอยู่ ใหม้ ดื ไม่สามารถมองเหน็ ไดว้ ่าผใู้ ดมาลกั ทรพั ย์
กรณีตามอนุมาตรา 5 ถึงแมว้ า่ ผกู้ ระทาไดพ้ ยายามแปลงตวั ปลอมตวั มอมหนา้ หรือกระทาดว้ ย
ประการดๆ เพือ่ มใิ ห้เหน็ หรือจาหนา้ ไดแ้ ลว้ แต่ผเู้ สียหายยงั คงมองเห็นหรือจาหนา้ ไดอ้ ยู่ ผกู้ ระทาก็ยงั คงตอ้ งรบั
โทษหนกั ข้นึ อยู่ ท้งั น้ีเพราะผกู้ ระทาไดล้ งมอื กระทาตามท่กี ฎหมายบญั ญตั ิให้เป็นความผดิ ไปแลว้ แมผ้ ลจะไม่
เกดิ ก็ตาม

5.6 ลกั ทรัพย์โดยลวงว่าเป็ นเจ้าพนักงาน (มาตรา 335 (6) วรรคแรก )
เจา้ พนกั งานเป็นเจา้ หนา้ ที่ไดร้ บั มอบหมายให้ปฏิบตั ิราชการซ่ึงโดยปกติยอ่ มเป็นทไี่ วว้ างใจของ
ประชาชน และการปฏิบตั ิตามอานาจหนา้ ทสี่ ามารถให้คุณใหโ้ ทษแกป่ ระชาชนได้ การทผ่ี กู้ ระทาลกั ทรัพยโ์ ดย
ลวงวา่ ตนเป็นเจา้ พนกั งานยอ่ มทาให้การลกั ทรพั ยส์ ะดวกย่ิงข้ึน ดงั น้นั จงึ ควรไดร้ ับโทษหนกั ข้ึน
การลวงว่าเป็นเจา้ พนกั งาน หมายถงึ การหลอกใหผ้ ูเ้ สียหายหลงเช่ือวา่ ตนเป็นเจา้ พนกั งาน ไมว่ ่าจะ
แสดงออกทางร่างกายหรือทางวาจาก็ตาม เชน่ การสวมเคร่ืองแบบตารวจ การบอกว่าเป็นเจา้ พนกั งาน หรือการ
แดสงบตั รประจาตวั ขา้ ราชการในฐานะเป็นเจา้ พนกั งาน ผกู้ ระทาเพียงแต่ลงมือลวงว่าเป็นเจา้ พนกั งานกเ็ ป็น
ความผิดแลว้ โดยไม่จาตอ้ งคานึงวา่ ผเู้ สียหายจะเช่ือตามทีล่ วงหรือไม่

5.7 ลกั ทรัพย์โดยมอิ าวุธ หรือโดยร่วมกระทาความผิดด้วยกันต้งั แต่สองคนขนึ้ ไป ( มาตรา 335 (7)
วรรคแรก )

การลกั ทรัพยโ์ ดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกนั กระทาความผดิ หลายคนมีแนวโนม้ ท่จี ะก่อใหเ้ กดิ อนั ตราย
แกช่ ีวิตและร่างกายของบคุ คลได้ นอกจากน้ียงั ทาให้การลกั ทรพั ยส์ ะดวกยงิ่ ข้นึ กฎหมายจงึ กาหนดใหเ้ ป็นเหตุ
ฉกรรจ์ซ่ึงตอ้ งรับโทษหนกั ข้ึน

(1) ลกั ทรัพย์โดยมีอาวธุ
มาตรา 1 (5) นิยามความหายของคาวา่ "อาวุธ" ซ่ึง "หมายความรวมถึงส่ิงซ่ึงไมเ่ ป็นอาวุธโดยสภาพ
แต่ซ่ึงไดใ้ ชห้ รือเจตนาจะใชป้ ระทุษรา้ ยร่างกายถึงอนั ตรายสาหัสอย่างอาวุธ" นิยามดงั กลา่ วสามารถแยกอธิบาย
ไดเ้ ป็น 2 ส่วน ไดแ้ ก่

(1.1) อาวุธโดยสภาพ หมายถงึ สิ่งทสี่ ามารถทาให้เกิดอนั ตรายสาหัสแกบ่ คุ คล ซ่ึงเป็นลกั ษณะ
ปกติ ของสิ่งน้นั เชน่ ปื น ดาบ หอก หรือระเบดิ ไมว่ า่ อาวธุ โดยสภาพน้นั จะใชง้ านไดต้ ามปกตหิ รือไม่ เช่น มีดท่ี
ข้นึ สนิม ปื นที่ชารุดใชย้ ิงไมไ่ ด้

(1.2) ส่ิงซึ่งไม่เป็ นอาวุธโดยสภาพ แต่ซ่ึงไดใ้ ชห้ รือเจตนาจะใชป้ ระทษุ ร้ายร่างกายถึงอนั ตราย

69

สาหัสอยา่ งอาวธุ หมายถงึ ส่ิงของอย่างอน่ื ท่ีไม่ใช่อาวธุ โดยสภาพ เช่น ทอ่ นไม้ กรรไกร เป็นตน้
(2) ลกั ทรัพย์โดยร่วมกระทาความผดิ ต้งั แต่สองคนขนึ้ ไป
คาว่า "ร่วมกระทาความผดิ " ในทน่ี ้ีจะนบั เฉพาะกรณีเป็นตวั การร่วมตามมาตรา 83 เทา่ น้นั ไม่รวมถึง

ผใู้ ช้ ผสู้ นบั สนุน ผทู้ ช่ี ว่ ยเหลอื หลงั จากความผดิ สาเร็จแลว้ หรือผทู้ ีถ่ กู ใชเ้ ป็นเคร่ืองมือ เพราะกฎหมายถือเอา
เจตนาร่วมกนั กนั ทาความผดิ และได้กระทาร่วมกนั เป็นสาคญั

5.8 ลกั ทรัพย์ในเคหสถาน สถานทร่ี าชการหรือสถานทีท่ จี่ ดั ไว้เพ่ือให้บริการสาธารณทตี่ นได้เข้าไป
โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือซ่อนตวั อย่ใู นสถานที่น้นั ๆ (มาตรา 335 (8) วรรคแรก )

อนุมาตราน้ีประสงคจ์ ะคุม้ ครองทรัพยท์ ี่อยู่ในสถานทซี่ ่ึงไม่ควรเขา้ ไปลกั ทรัพยเ์ ป็นอย่างยิง่ เพราะ
อาจทาลายความเป็นส่วนตวั ของบุคคลรวมท้งั ความปลอดภยั ในชีวติ และทรัพยส์ ิน หรือมิฉะน้นั ก็อาจทาลาย
ประโยชนส์ าธารณะของทรัพยน์ ้นั จึงบญั ญตั ิเป็นเหตุฉกรรจท์ ท่ี าใหต้ อ้ งรับโทษหนกั ข้ึน

การลกั ทรัพยโ์ ดยมเี หตฉุ กรรจต์ ามอนุมาตรา 8 มีองคป์ ระกอบ 2 ประการ ไดแ้ ก่
(1) ในเคหสถาน สถานที่ราชการ หรือสถานท่ที จี่ ดั ไว้เพื่อให้บริการสาธารณะ
องคป์ ระกอบตามขอ้ (1) แยกพจิ ารณาตามสถานทไ่ี ด้ 3 แห่ง ไดแ้ ก่

- ในเคหสถาน
- ในสถานทรี่ าชการ
- ในสถานทที่ จ่ี ดั ไวเ้ พื่อใหบ้ ริการสาธารณะ
(1.1) ลักทรัพย์ในเคหสถาน
คาว่า "เคหสถาน" ตามาตรา 1 (4) หมายถงึ "ทซี่ ่ึงใชเ้ ป็นที่อยอู่ าศยั เชน่ เรือง โรง เรือ หรือแพ
ซ่ึงคนอยู่อาศยั และให้หมายความรวมถึงบริเวณของที่ซ่ึงใชเ้ ป็นท่อี ย่อู าศยั น้นั ดว้ ย จะร้ัวลอ้ มหรือไมก่ ็ตาม"
(1.2) ลกั ทรัพย์ในสถานทีร่ าชการ
ประมวลกฎหมายอาญามไิ ดน้ ิยามคาวา่ "สถานท่รี าชการ" ไว้ แต่คนทวั่ ไปเขา้ ใจวา่ หมายถงึ
พ้ืนทท่ี ้งั หมดของสถานที่ซ่ึงเป็นทที่ าการของหน่วยงานของรัฐ หลายพ้ืนท่อี าจะกวา้ งขวางมากและอาจ
หมายความรวมถงึ ท่ซี ่ึงเป็นของทางราชการที่ไมไ่ ดใ้ ชป้ ระโยชนด์ ว้ ย หากตคี วามตามความเขา้ ใจทว่ั ไปกจ็ ะเห็น
ว่าครอบคลมุ พ้นื ท่ีมากเกินสมควร และอาจจะไมเ่ ป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เมอื่ เทยี บเคยี งกบั
เคหสถานตามทไ่ี ดอ้ ธิบายไปในขอ้ (1.1) แลว้ สถานที่ราชการควรจะกนิ ความเฉพาะสถานท่ซี ่ึงใชป้ ฏิบตั ริ าชการ
โดยตรงและอาจหมายความถึงปริมณฑลท่ใี ชส้ าหรบั การปฏิบตั ริ าชการเท่าน้นั ไม่น่าจะรวมไปถงึ พ้ืนท่ีท้งั หมด
ของทางราชการดว้ ย นอกจากน้ีเม่ือคานึงถึงการปฏบิ ตั งิ านราชการเป็นสาคญั แมส้ ถานการณจ์ ะมใิ ช่ของทาง

70

ราชการ แต่รัฐไดใ้ ชป้ ฏิบตั ริ าชการ ไมว่ ่าจะเป็นการถาวรหรือชว่ั คราว กย็ งั อยใู่ นขอบเขตของสถานทร่ี าชการ
(1.3) ลกั ทรัพย์ในสถานท่ีทีจ่ ัดไว้เพือ่ บริการสาธารณะ
สถานทที่ ่ีจดั ไวเ้ พื่อใหบ้ ริการสาธารณะ หมายถงึ สถานทีไ่ มว่ า่ ทางราชการหรือเอกชนไดจ้ ดั ทา

หรือสร้างข้นึ เพอ่ื เป็นที่ใชส้ าหรบั ประชาชนท้งั หลาย ไม่ว่าจะเป็นกจิ ธุระทางดา้ ยการงานอาชีพ ความจาเป็นใน
การดารงชีวติ ทางดา้ นร่างกาย จติ ใจ หรือการพกั ผ่อนหย่อนใจ และไมว่ า่ จะเป็นการถาวรหรือชว่ั คราวก็ตาม เช่น
วดั ท่าเรือสาหรับขนถ่ายสินคา้ สวนสาธารณะ หอ้ งสมดุ ประชาชน ถา้ ไดม้ กี ารลกั ทรพั ยไ์ ม่วา่ จะเป็นของผิ
เกดิ ข้นึ ในสถานทเี่ หลา่ น้ีก็เป็นความผิดตามอนุมาตรา 8

(2) ทตี่ นได้เข้าไปโดยไม่ได้รับอนญุ าต หรือซ่อนตวั อย่ใู นสถานทนี่ ้ันๆ
การที่จะเป็นความผดิ ฐานลกั ทรัพยใ์ นเคหสถาน สถานที่ราชการ หรือสถานทีท่ ่จี ดั ไวเ้ พือ่ ใหบ้ ริการ
สาธารณะตามมาตรา 335 (8) วรรคแรกไดน้ ้นั จาเป็นจะตอ้ งเขา้ เงอ่ื นไขอยา่ งใดอย่างหน่ึงดงั ตอ่ ไปน้ี

- ทต่ี นไดเ้ ขา้ ไปโดยไม่ไดร้ ับอนุญาต หรือ
- ทีต่ นไดซ้ ่อนตวั อยูใ่ นสถานทีน่ ้นั ๆ
(2.1) ทีต่ นได้เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต
กรณีน้ีผูก้ ระทาไดเ้ ขา้ ไปในเคหสถาน สถานท่ีราชการ หรือสถานท่ีที่จดั ไวเ้ พ่ือใหบ้ ริการ
สาธารณะโดยไม่ไดร้ บั อนุญาต คาวา่ "เขา้ ไป" แสดงว่าจะตอ้ งเขา้ ไปท้งั ตวั และเม่อื ไดเ้ ขา้ ไปแลว้ ไดก้ ระทาครบ
องคป์ ระกอบความผิดฐานลกั ทรพั ย์ ความผิดจึงจะสาเร็จ ดงั น้นั ถา้ ลกั ทรพั ยใ์ นเคหสถาน สถานทีร่ าชการหรือ
สถานทีท่ ่ีจดั ไวเ้ พ่ือบริการสาธารณะน้นั โดยท่ไี ม่ไดเ้ ขา้ ไปท้งั ตวั ผกู้ ระทาไมม่ คี วามผิดตามอนุมาตรา 8 แตอ่ าจมี
ความผดิ ตามมาตรา 334 หรือมาตรา 335 อนุมาตราอนื่ แลว้ แต่กรณี
(2.2) ท่ตี นได้ซ่อนตวั อย่ใู นสถานท่ีน้นั ๆ
คาวา่ "ซ่อนตวั " หมายถงึ หลบหรือแอบอยใู่ นทีห่ น่ึงโดยมใิ หผ้ อู้ น่ื เห็นวา่ ตนอยใู่ นสถานท่ีน้นั
โดยปกตกิ ่อนทบี่ ุคคลจะซ่อนตวั ไดก้ ็ตอ้ ง "เขา้ ไป" ในสถานที่น้นั เสียก่อน แตก่ ารท่เี ขา้ ไปโดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต
ต้งั แต่ตน้ น้นั แมจ้ ะไดล้ กั ทรพั ย์ ณ ขณะหรือหลงั จากทีซ่ ่อนตวั อยู่ ผกู้ ระทาจะตอ้ งมีความผดิ ตามขอ้ (2.1)ดว้ ยเหตุ
น้ี "ซ่อนตวั " จึงหมายความเฉพาะกรณีท่ผี ูก้ ระทาไดร้ ับอนุญาตหรือถือวา่ ไดร้ บั อนุญาตให้เขา้ ไป แต่ไดห้ ลบอยู่
ในที่ลบั ตาและไมย่ อมออกไป และไดล้ กั ทรพั ยใ์ นช่วงเวลาน้นั เอง

5.9 ลกั ทรัพย์ในสถานทบี่ ชู าสาธารณ สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน ท่ีจอดรถหรือเรือสาธารณ
สาธารณสถานสาหรับขนถ่ายสินค้า หรือในยวดยานสาธารณ ( มาตรา 335 (9) วรรคแรก )

เหตทุ ีก่ าหนดให้การลกั ทรัพยใ์ นสถานที่ซ่ึงระบุไวใ้ นมาตรา 335 (9) วรรคแรก เป็นเหตฉุ กรรจเ์ พราะ

71

เป็นสถานทีซ่ ่ึงคบั คง่ั และพลุกพลา่ นไปดว้ ยประชาชนทก่ี าลงั สัญจร จึงเป็นช่องทางใหผ้ กู้ ระทาสบโอกาสลกั
ทรัพยไ์ ดม้ ากข้นึ และสะดวกข้ึน ตลอดจนหลบหนีไดง้ ่ายข้ึน ดงั น้นั จึงสมควรรับโทษหนกั ข้ึนตามไปดว้ ย
สถานทต่ี ามอนุมาตรา 9 เป็นที่สาธารณะซ่ึงน่าจะหมายความถงึ สาธารณสถานทซ่ี ่ึงประชาชนมคี วามชอบธรรม
จะเขา้ ไปตามมาตรา 1 (3) แต่กฎหมายจากดั เฉพาะสถานที่ดงั ตอ่ ไปน้ีเป็นเหตฉุ กรรจ์

(1) ลกั ทรัพย์ในสถานทบ่ี ูชาสาธารณะ
สถานท่บี ูชาสาธารณะ หมายถึง สถานที่ซ่ึงประชาชนเขา้ ไปกราบไหว้ หรือเคารพส่ิงศกั ด์สิ ิทธ์ิท่ตี น
นบั ถือตามความเชื่อหรือความศรัทธาของตน ไมจ่ ากดั เฉพาะความเชื่อหรือลิทธิทางศาสนาเท่าน้นั
(2) ลกั ทรัพย์ในสถานรี ถไฟ
สถานีรถไฟ หมายถึง สถานท่ซี ่ึงจดั ไวส้ าหรบั รับส่งผโู้ ดยสาร สัมภาระหรือสินคา้ ทางรถไฟ สถานที่
ดงั กลา่ วน้ีเป็นแห่งท่ีมปี ระชาชนคบั คงั่ และพลกุ พล่าน การประกอบอาชญากรรมเกีย่ วกบั ทรัพยก์ ย็ อ่ มเกิดข้ึนได้
ง่าย
อน่ึง การลกั ทรัพยใ์ นสถานีรถไฟ ไมว่ ่าทรพั ยน์ ้นั จะเป็นของใครย่อมเป็นเหตฉุ กรรจ์ตามอนุมาตราน้ี
(3) ลกั ทรัพย์ในท่าอากาศยาน
ทา่ อากาศยาน หมายถงึ สถานที่ซ่ึงจดั ไวส้ าหรับรบั ส่งผโู้ ดยสาร สมั ภาระ หรือสินคา้ โดยอากาศยาน
(4) ลกั ทรัพย์ในที่จอดรถหรือเรือสาธารณะ
คาว่า "ที่จอดรถหรือเรือสาธารณะ" หมายถึง สถานที่ซ่ึงใชส้ าหรับใหป้ ระชาชนใชข้ ้ึนลงหรือรอรถ
หรือเรือสาธารณะ
(5) ลกั ทรัพย์ในสาธารณสถานสาหรับขนถ่ายสินค้า
สาธารสถานสาหรับขนถ่ายสินคา้ ในที่น้ีไมจ่ ากดั ว่าจะเป็นสินคา้ ที่ขนส่งโดยทางใด จะเป็นทางบก
ทางน้า หรือทางอากาศกไ็ ด้ และเป็นสถานท่ซี ่ึงประชาชนมคี วามชอบธรรมท่ีจะเขา้ ไปได้ นอกจากน้ียงั รวมถึง
โรงเกบ็ สินคา้ สาหรบั ขนถ่ายในบริเวณท่าเรือดว้ ย เพราะเป็นทซ่ี ่ึงเกยี่ วขอ้ งกบั การขนถ่ายสินคา้ โดยตรง
(6) ลกั ทรัพย์ในยวดยานสาธารณะ
คาว่า "ยวดยานสาธารณะ" เป็นคาทใ่ี ชส้ าหรบั รถ เรือ หรืออากาศยานซ่ึงใชส้ าหรบั ขนส่งสาธารณะ
ไมว่ ่า
14จะเป็นการขนคนโดยสารหรือขนสินคา้ หรือส่ิงอื่นใดก็ตาม แตต่ อ้ งเป็นไปเพอ่ื ใหบ้ ริการแก่
ประชาชนเป็นสาคญั เมือ่ การลกั ทรัพยเ์ กดิ ข้ึนในยวดยานดงั กลา่ ว ผูก้ ระทาตอ้ งรับโทษหนกั ข้นึ เพราะเหตฉุ กรรจ์
ตามอนุมาตรา 9 เชน่ การลกั ทรัพยใ์ นรถโดยสารประจาทาง

72

5.10 ลักทรัพย์ทใ่ี ช้หรือมไี ว้เพื่อสาธารณประโยชน์ (มาตรา 335 (10) วรรคแรก )
อนุมาตรา 10 จาแนกออกเป็น 2 ส่วน ไดแ้ ก่

(1) การลกั ทรัพย์ทใ่ี ช้เพือ่ สาธารณประโยชน์
(2) การลกั ทรัพย์ท่ีมไี ว้เพอื่ สาธารณประโยชน์
คาวา่ "ทีใ่ ช"้ หมายถึง ทรัพยน์ ้นั ไดอ้ อกให้บริการแกส่ าธารณะแลว้ ถูกลกั ไป ส่วนคาวา่ "มีไว"้
หมายความรวมถึงทรพั ยน์ ้นั อาจจะยงั ไม่ทนั ไดใ้ ชแ้ ต่ถูกลกั ไปเสียก่อน ส่วนคาวา่ "สาธารณประโยชน์" หมายถึง
เป็นประโยชนแ์ ก่ประชาชนโดยทวั่ ไป ไมจ่ ากดั ว่าจะเป็นของราชการหรือเอกชน เช่น ตกู้ ดน้าดมื่ สาหรับ
ให้บริการแกป่ ระชาชน เครื่องคอมพวิ เตอร์ที่หอ้ งสมุดนามาวางเพอ่ื ให้ประชาชนใชส้ ืบคน้ ขอ้ มูล ถึงกระน้ันก็
มิไดห้ มายความรวมถงึ ทรัพยท์ ใ่ี ชห้ รือมีไวส้ าหรับงานราชการโดยเฉพาะซ่ึงมิไดเ้ ป็นประโยชนโ์ ดยตรงแก่
ประชาชน เช่น รถยนตป์ ระจาตาแหน่งของอธิบดี แมจ้ ะเป็นทรัพยข์ องราชการก็จริง แตก่ ม็ ิใชท่ รัพยท์ ี่ใชห้ รือมี
ไวเ้ พอ่ื สาธารณประโยชน์

5.11 ลกั ทรัพย์ทเ่ี ป็ นของนายจ้างหรือท่ีอย่ใู นความครอบครองของนายจ้าง ( มาตรา 335 (11) วรรค
แรก )

ตามธรรมดานายจา้ งกบั ลูกจา้ งยอ่ มมคี วามสัมพนั ธพ์ ิเศษซ่ึงตอ้ งอาศยั ความไวเ้ น้ือเช่ือใจกนั และ
นายจา้ งย่อมคาดหวงั วา่ ลูกจา้ งจะประพฤติตนซื่อสตั ยส์ ุจริตอยา่ งยงิ่ ตอ่ นายจา้ ง เมอ่ื ตอ้ งทางานใกลช้ ิดกบั นายจา้ ง
และทรัพยข์ องนายจา้ ง การหยิบฉวยทรพั ยข์ องนายจา้ งจงึ ทาไดส้ ะดวก การลกั ทรัพยป์ ระเภทน้ีจงึ เป็นเหตุฉกรรจ์
ที่ทาให้ผูก้ ระทาตอ้ งรบั โทษหนกั ข้ึน

เง่อื นไขสาคญั ประการหน่ึงท่ที าใหผ้ ูก้ ระทาตอ้ งรบั ผดิ ตามอนุมาตรา 11 ก็คอื ผเู้ สียหายตอ้ งมีสถานะ
เป็นนายจา้ งและผูก้ ระทาตอ้ งมีสถานะเป็นลูกจา้ ง กล่าวคือ ท้งั สองฝ่ายจะตอ้ งผกู พนั กันตามสญั ญาจา้ งแรงงาน
มฉิ ะน้นั จะเป็นความผดิ ตามอนุมาตราน้ีหาไดไ้ ม่

5.12 ลักทรัพย์ที่เป็ นของผ้มู อี าชีพกสิกรรม บรรดาทีเ่ ป็ นผลติ ภัณฑ์ พชื พนั ธ์ุ สัตว์ หรือเครื่องมอื อนั มี
ไว้สาหรับประกอบกสิกรรมหรือได้มาจากการกสิกรรมน้นั ( มาตรา 335 (12) วรรคแรก )

คาวา่ "กสิกรรม" หมายถึง การไถ การเพาะปลกู ตรงกบั ภาษาองั กฤษวา่ "Farming" โดยนยั น้ี กสิ
กรรมจงึ หมายถึงกิจกรรมท่เี ก่ียวขอ้ งกบั การทาไร่ไถนาเป็นสาคญั

อนุมาตรา 12 ระบุประเภทของทรัพยท์ ีไ่ ดร้ บั การคมุ้ ครองไวด้ งั น้ี

73

(1) ผลติ ภัณฑ์
(2) พชื พนั ธ์ุ
(3) สัตว์
(4) เครื่องมือ ซึ่งเป็ นของผ้มู ีอาชพี กสิกรรม
และทรพั ยท์ ้งั 4 ประเภทน้ี จะตอ้ ง "มีไว"้ สาหรบั ประกอบอาชีพกสิกรรม หรือ "ไดม้ า" จากการกสิกรรมน้นั ดว้ ย
ดงั น้นั การจะมีความผิดตามอนุมาตราน้ี จะตอ้ งประกอบดว้ ยหลกั เกณฑ์ 3 ประการ ไดแ้ ก่
(1) เป็ นทรัพย์ของผ้มู ีอาชีพกสิกรรม
ทรัพยท์ ถี่ ูกลกั จะตอ้ งเป็นของผอู้ าชีพกสิกรรม ซ่ึงหมายถงึ ผทู้ มี่ รี ายไดจ้ ากการทาไร่ไถนาโดยกระทา
เป็นอาชีพ การท่ผี มู้ ีอาชีพกสิกรรมยืมเคร่ืองมือของผอู้ นื่ ซ่ึงแมม้ ิใช่ของผมู้ ีอาชีพกสิกรรมมาใชเ้ พอื่ ประกอบ
อาชีพกสิกรรมแลว้ เคร่ืองมอื น้นั ถูกลกั ไป ผกู้ ระทาก็ตอ้ งรบั ผิดตามอนุมาตรา 12
นอกจากน้ี ทรัพยท์ ถี่ ูกลกั ตอ้ งเก่ียวขอ้ งกบั การงานอาชีพกสิกรรมเท่าน้นั จึงจะไดร้ ับความคุม้ ครอง
ตามอนุมาตรา 12 ถา้ การประกอบอาชีพน้นั ไม่ไดอ้ ยใู่ นขอบเขตของการประกอบอาชีพกสิกรรม แมท้ รพั ยน์ ้นั จะ
ถกู ลกั ไป ก็ไม่เป็นความผิดตามมาตราน้ี
(2) จากดั เฉพาะทรัพย์ทีเ่ ป็ นผลติ ภณั ฑ์ พชื พันธ์ุ สัตว์ หรือเคร่ืองมือ
เฉพาะทรพั ย์ 4 ประเภทน้ีเท่าน้นั ทก่ี ฎหมายกาหนดใหผ้ กู้ ระทาตอ้ งรับโทษหนกั ข้ึน ไดแ้ ก่
(2.1) ผลิตภณั ฑ์ เชน่ น้ายางพาราซ่ึงเป็นผลิตภณั ฑจ์ ากตน้ ยางพาราทเี่ พราะปลกู เป็นอาชีพ ลาไผท่ ต่ี ดั
มาจากการเพราะปลูกไผ่เป็ นอาชีพ
(2.2) พชื พนั ธุ์ เชน่ เมล็ดแตงโมทเี่ ตรียมสาหรับทาไร่แตงโม ก่ิงตอนของตน้ มะม่วงสาหรบั ปลูกใน
สวนมะม่วง เมล็ดพริกทีเ่ ตรียมสาหรบั ทาแปลงผกั สวนครวั
(2.3) สัตว์ เชน่ สุนขั สาหรบั เฝา้ นาขา้ ว
(2.4) เคร่ืองมอื เช่น เคยี ว กรรไกรตดั หญา้ เครื่องสูบน้า เคร่ืองนวดขา้ ว รถลาเลยี งน้า ไม่ว่าเครื่องมอ
น้นั จะยงั ใชก้ ารไดห้ รือไม่ไดก้ ็ตาม กย็ งั คงอยู่ในขอบเขตของเครื่องมอื ตามอนุมาตรา 12 เพราะถา้ เสียกย็ งั มี
โอกาสซ่อมแซมให้ดไี ด้
นอกเหนือจากทรัพย์ 4 ประเภททีก่ ลา่ วมาขา้ งตน้ ย่อมไม่องคป์ ระกอบความผดิ ตามอนุมาตรา 12 เชน่
วิทยทุ ผี่ มู้ อี าชีพกสิกรรมใชฟ้ ังขณะทานา
(3) อันมไี ว้สาหรับประกอบกสิกรรมหรือได้มาจากการกสิกรรมน้นั
ทรพั ยต์ ามอนุมาตราน้ีนอกจากจะตอ้ งเป็นของผูม้ าชีพกสิกรรมและตอ้ งเป็นทรพั ย์ 4 ประเภทดงั ได้

74

กลา่ วมาแลว้ ยงั จะตอ้ ง "มีไว"้ สาหรบั ประกอบชีพกสิกรรม หรือ "ไดม้ า" จากการกสิกรรมน้นั ดว้ ย
คาวา่ "มไี วส้ าหรบั ประกอบกสิกรรม" แสดงวา่ ตอ้ งเป็นสิ่งที่มีไวส้ าหรบั การประกอบอาชีพกสิกรรม

โดยตรง เชน่ คนั ไถ เมลด็ ขา้ วเปลอื กทจี่ ะใชห้ ว่านเพอื่ ทานา เป็นตน้
คาว่า "ไดม้ าจากการกสิกรรม" หมายถึง ทรพั ยท์ เ่ี ป็นผลจากการท่ีไดป้ ระกอบกสิกรรม เชน่

ขา้ วเปลอื กจากการเก็บเกีย่ ว น้ายางพารา เมล็ดพริกไทยจากการเกบ็ เกี่ยว

5.13 เหตุทท่ี าให้ต้องรับโทษหนกั ขนึ้ ตามวรรคสอง
ถา้ ไดก้ ระทาความผดิ ซ่ึงเขา้ องคป์ ระกอบความผิดของอนุมาตราตา่ งๆ ต้งั แตส่ องอนุมาตราข้นึ ไป
ผูก้ ระทาจะตอ้ งรับโทษหนกั ข้นึ เชน่ ลกั คนั ไถของผูท้ ีอาชีพกสิกรรมทีผ่ ูกอยู่ใตถ้ ุนบา้ นในเวลากลางคืน ผกู้ ระทา
จะมคี วามผดิ ฐานลกั ทรัพย์ ตามมาตรา 335 (1) (8) และ (12) วรรคแรก จึงเป็นเหตุให้ผูก้ ระทาตอ้ งรับโทษหนกั
ข้นึ ตามวรรคสอง
อย่างไรก็ตาม ถา้ หากเป็นการกระทาท่ีอยู่มรอนุมาตราเดยี วกนั ไม่เป็นเหตุเพมิ่ โทษตามาตรา 335
วรรคสอง เช่น ร่วมกนั ลกั ทรัพยข์ องผอู้ ื่นโดยมีอาวธุ ผกู้ ระทามคี วามผดิ ฐานลกั ทรัพยโ์ ดยมีอาวธุ และโดยร่วม
กระทาความผิดร่วมกนั ต้งั แต่สองคนข้ึนไป ตามมาตรา 335 (7) วรรคแรก เทา่ น้นั ไมต่ อ้ งเพม่ิ โทษตามวรรคสอง

5.14 เหตทุ ท่ี าให้ต้องรับโทษหนกั ขนึ้ ตามวรรคสาม
วรรคสามน้ีเป็นเหตฉุ กรรจ์ของอนุมาตรา 12 วรรคแรก โดยระบุชนิดของทรพั ยใ์ หเ้ ฉพาะข้ึนไปอีก
ไดแ้ ก่ โค กระบือ ซ่ึงเป็นสตั วท์ ผี่ มู้ อี าชีพกสิกรรมมีไวส้ าหรบั ประกอบกสิกรรมและเคร่ืองกล เคร่ืองจกั ร ซ่ึงเป็น
เครื่องมอื ท่ผี ูม้ ีอาชีพกสิกรรมมีไวส้ าหรับประกอบกสิกรรม เนื่องจากทรัพยท์ ้งั 4 ชนิดมีความสาคญั อย่างยิ่งยวด
ต่อการประกอบอาชีพกสิกรรม ท้งั ยงั ปรากฏว่ากสิกรไดร้ ับความเดือดรอ้ นอยา่ งยิ่งจากการท่ีถูกลกั ทรพั ยโ์ ค
กระบอื เคร่ืองกล หรือเคร่ืองจกั รในฐานะที่เป็นเคร่ืองทนุ่ แรงสาคญั ในการประกอบกสิกรรม กฎหมายจงึ
กาหนดโทษให้สูงกวา่ การลกั สตั วห์ รือลกั เคร่ืองมืออย่างอ่ืน

5.15 เหตุลดโทษ
มาตรา 335 วรรคทา้ ยเป็นเหตุลดโทษให้แก่ผกู้ ระทาความผิดซ่ึงกระทาโดยความจาใจหรือความยากจน
เหลือทนทาน และทรพั ยน์ ้นั มรี าคาเลก็ น้อย แมว้ ่าทรัพยท์ ีล่ กั จะเชา้ องคป์ ระกอบตามาตรา 335 วรรคแรก วรรค
สอง หรือวรรคสามกต็ าม ใหศ้ าลใชด้ ุลพนิ ิจลงโทษเพยี งระวางโทษตามท่บี ญั ญตั ิไวใ้ นความผิดฐานลกั ทรพั ย์
ตามมาตรา 334 เงอื่ นไขหรือองคป์ ระกอบความผดิ ตามวรรคส่ีซ่ึงใหอ้ านาจศาลลงโทษตามมาตรา 334 ไดแ้ ก่

75

(1) เป็ นการกระทาโดยความจาใจหรือยากจนเหลอื ทนทาน
(1.1) ทวี่ า่ "กระทาโดยความจาใจ" น้นั หมายความวา่ จาตอ้ งกระทาความผิดฐานลกั ทรพั ยโ์ ดย
มเี หตฉุ กรรจน์ ้นั เพราะไม่มีทางเลอื กอนื่ เช่น นายเหลอื งถกู คนรา้ ยตีทศี่ ีรษะสลบอยูใ่ ตต้ น้ ชมพู่ในสวนของนาย
แดง เมอื่ ฟ้ืนข้ึนมายงั ไม่มีแรงลกุ ไปไหน นายเหลอื งจึงเก็บชมพทู่ ี่หล่นอยใู่ ตต้ น้ มารบั ประทายเพอื่ บรรเทาความ
หิวกระหายและจะไดม้ แี รงลกุ ข้ึนยนื ได้ เขา้ กรณีลกั ทรพั ยข์ องนายแดงซ่ึงเป็นผูม้ ีอาชีพกสิกรรมอนั เป็นพืชพนั ธุ์
ทีไ่ ดม้ าจากการประกอบกสิกรรม ตามมาตรา 335 (12) แต่เนื่องจากนายเหลอื งจาใจเหลือทนทานที่จะตอ้ ง
กระทาเช่นน้นั และชมพ่หู น่ึงผลกม็ ีราคานอ้ ย ศาลอาจใชด้ ลุ พินิจที่จะลงโทษนายเหลืองไดต้ ามระวางโทษที่
กาหนดไวใ้ นมาตรา 334
(1.2) ส่วนทว่ี า่ "กระทาโดยความยากจนเหลอื ทนทาน" น้นั หมายความวา่ ผกู้ ระทายากจน
จนถึงขนาดท่ไี ม่มที รพั ยส์ ินเงินทองในจานวนเพียงพอสาหรับเล้ยี งชีวิตได้ จึงไดก้ ระทาความผิดตามทบี่ ญั ญตั ไิ ว้
ในมาตรา 335 เช่น นางขาวเป็นหญงิ ยากจนมาก ไมม่ เี งินซ้ือนมให้ทารกกนิ จึงเขา้ ไปลกั เงิน 200 บาท จากบา้ น
ของนางดาโดยเปิ ดประตูที่ปิ ดไวเ้ ขา้ ไป นางขาวมคี วามผดิ ฐานลกั ทรัพยใ์ นเคหสถานโดยผ่านสิ่งกดี ก้ันสาหรบั
คมุ้ ครองบคุ คลหรือทรัพย์ ตามมาตรา 335 (3) และ (8) แต่เน่ืองจากนางขาวยากจนเหลอื ทนทาน และเป็นเงิน
จานวนนอ้ ย ศาลมอี านาจลงโทษตามท่บี ญั ญตั ไิ วใ้ นมาตรา 334
(2) ทรัพย์น้นั มรี าคาเล็กน้อย
อยา่ งไรเป็นทรพั ยม์ ีราคาเล็กนอ้ ยน้นั ไม่มีหลกั เกณฑใ์ นการประเมนิ ไวอ้ ย่างชดั เจน แตใ่ น
บางประเทศจะกาหนดเกณฑแ์ ละวธิ ีการคานวณเอาไวด้ ว้ ย ดังน้นั จะตอ้ งใชม้ าตรฐานของวิญญชู นเป็นเกณฑใ์ น
การวดั วา่ ทรพั ยท์ ่ถี กู ลกั ไปมีราคาเลก็ นอ้ ยหรือไม่ ตวั อยา่ งเช่น พิจารณาจากอตั ราคา่ แรงข้นั ต่า เงินเดือนข้นั ต่า
ความรูส้ ึกนึกคดิ ของคนทว่ั ไป เป็นตน้
ถา้ มิไดก้ ระทาโดยความจาใจหรือยากเหลือทนทาน แมท้ รพั ยท์ ีถ่ กู ลกั จะมีราคานอ้ ย แต่ผกู้ ระทาไมส่ ามารค
อา้ งเหตุลดโทษตามมาตรา 335 วรรคทา้ ยน้ีได้
ผลของการกระทาตามวรรคทา้ ย คือ ศาลอาจใชด้ ลุ พินิจลดโทษให้แกผ่ กู้ ระทาหรือไมก่ ็ได้ กล่าวคอื ถา้ เหน็
วา่ สมควรลดโทษใหแ้ กจ่ าเลย ก็ใหใ้ ชร้ ะวางโทษตามที่บญั ญตั ิไวใ้ นมาตรา 34 แต่ถา้ ศาลเหน็ วา่ ไม่สมควรลด
โทษให้ ก็ใชร้ ะวางโทษตามที่บญั ญตั ไิ วใ้ นมาตรา 335

2.คาอธิบายจากบรรทัดฐานคาพพิ ากษาศาลฎกี า

คาพิพากษาศาลฎีกาความผิดเก่ียวกบั ทรัพย์

76

1.ความผิดฐานลักทรัพย์ ตามมาตรา 334

คาพพิ ากษาศาลฎกี าที่ 2402/2529 ในวนั เกดิ เหตผุ เู้ สียหายทาธนบตั รของกลางตกที่หนา้ แผงลอยของ
นางสาวพ.ขณะทล่ี ว้ งกระเป๋ าหยิบเงนิ มาชาระคา่ ปลาหมึกให้แก่นางสาวพ.จาเลยท1ี่ มาพบกม้ ลงหยิบธนบตั ร
ดงั กลา่ วไปหลงั จากท่ีจาเลยที่1เดนิ จากไปแลว้ ผเู้ สียหายจึงรูต้ วั ว่าธนบตั รของกลางหายไปสอบถามนางสาวพ.ได้
ความว่าจาเลยท่ี1เก็บเอาไปดงั น้ีการท่ีจาเลยที1่ เอาธนบตั รของกลางไปในขณะท่ผี เู้ สียหายยงั ยืนอยใู่ นบริเวณทที่ า
ธนบตั รตกและในเวลาใกลเ้ คียงกนั น้ันเองผเู้ สียหายกร็ ูท้ นั ทีว่าธนบตั รของตนหายไปถือไดว้ า่ นบั แตเ่ วลาท่ี
ธนบตั รของกลางหล่นลงไปทพี่ ้ืนจนถึงเวลาทจ่ี าเลยท1่ี หยบิ เอาไปผูเ้ สียหายยงั คงยึดถือธนบตั รน้นั อยู่การ
ครอบครองธนบตั รยงั อยูก่ บั ผเู้ สียหายเมื่อจาเลยที่1เอาธนบตั รของกลางไปจากความครอบครองของผเู้ สียหาย
เพ่อื จะเอาไปเป็นของตนเองจงึ มคี วามผิดฐานลกั ทรพั ย.์

คาพพิ ากษาฎีกาท่ี 3011/2551 จาเลยข้นึ นง่ั คร่อมจกั รยานยนต์ และเข็นรถของผเู้ สียหายมาจากจดุ ท่ี
จอดเดิมประมาณ 1 เมตร แตจ่ าเลยยงั ไมท่ นั ติดเคร่ืองรถขบั เอาไปเพราะผูเ้ สียหายมาพบเหน็ เสียกอ่ น จาเลยจงึ ท้งิ
รถวิง่ หนีไป ถือไดว้ า่ จาเลยเขา้ ยดึ ถอื ครอบครอง และเอาทรัพยเ์ คลอ่ื นไปในลกั ษณะทพี่ าเอาไปไดเ้ ป็นการลกั
ทรัพยส์ าเร็จแลว้

คาพพิ ากษาฎีกาท่ี 1704/2530 จาเลยขอดนู าฬกิ าท่ผี เู้ สียหายใส่อยู่ เมอื่ ผเู้ สียหายถอดให้จาเลย จาเลยรบั
นาฬิกามาจากผเู้ สียหายแลว้ วิง่ หนี การกระทาของจาเลยไม่เป็นการใชก้ ริ ิยาฉกฉวยเอาทรัพยผ์ เู้ สียหายไป แต่เป็น
การใชอ้ บุ ายใหผ้ ูเ้ สียหายถอดนาฬิกาจากขอ้ มอื ส่งให้จาเลย การกระทาของจาเลยไมเ่ ป็นความผิดฐานวง่ิ ราว
ทรัพยแ์ ต่เป็นการลกั ทรพั ยด์ ว้ ยการใชอ้ บุ าย จาเลยจงึ มคี วามผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 แมโ้ จทก์
มิไดข้ อใหล้ งโทษจาเลยฐานลกั ทรัพยต์ ามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 แตก่ ารลกั ทรพั ยเ์ ป็นการกระทา
อย่างหน่ึงซ่ึงเป็นความผิดไดอ้ ยู่ในตวั เองและรวมอยใู่ นความผดิ ฐานวง่ิ ราวทรพั ย์ ศาลฎีกาจงึ มอี านาจลงโทษ
จาเลยฐานลกั ทรัพยต์ ามมาตรา 334 ไดต้ ามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192วรรคสุดทา้ ย

คาพิพากษาศาลฎกี าที่ 624/2553 การกระทาท่ีจะครบองคป์ ระกอบความผิดฐานลกั ทรพั ยต์ าม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 น้นั จะตอ้ งเป็นการเอาทรพั ยข์ องผูอ้ ืน่ หรือทผ่ี อู้ ื่นเป็นเจา้ ของรวมอยู่ดว้ ยไป
โดยทุจริตแต่กรณีตามฟ้องของโจทกท์ ้งั สองในคดีน้ี ปรากฏว่าเงินจานวนที่จาเลยท้งั สองเบกิ ถอนไปน้ันเป็นเงนิ
ท่ีอยู่ในบญั ชีเงินฝากของโจทกท์ ่ี 1 ทฝี่ ากไวก้ บั จาเลยท้งั สองเงนิ จานวนดงั กล่าวจงึ ตกเป็นกรรมสิทธ์ิและอย่ใู น
ความครอบครองของจาเลยท้งั สอง จาเลยท้งั สองซ่ึงเป็นผรู้ ับฝากย่อมมสี ิทธิท่ีจะบริหารจดั การเงินฝากจานวน
ดงั กล่าวน้นั ประการใดก็ได้ จาเลยท้งั สองคงมหี นา้ ทเี่ พียงตอ้ งคืนเงนิ ฝากตามจานวนทโ่ี จทกท์ ้งั สองซ่ึงเป็นลกู คา้
นาเขา้ ฝากไวเ้ ทา่ น้นั โดยจาเลยท้งั สองไม่จาตอ้ งส่งคืนเป็นเงนิ จานวนอนั เดียวกบั ท่ีฝากไว้ ดงั น้นั การทจ่ี าเลยท้งั

77

สองเบกิ ถอนเงินออกจากบญั ชีเงินฝากของโจทก์ที่ 1 จึงมิใช่เป็นการเอาทรพั ยข์ องโจทกท์ ้งั สองไป การกระทา
ของจาเลยท้งั สองจึงไม่ครบองคป์ ระกอบความผิดฐานลกั ทรัพย์

2.ความผดิ ฐานลักทรัพย์โดยมเี หตุฉกรรจ์ ตามมาตรา 335

คาพพิ ากษาศาลฎีกาที่ 8993/2550 พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ.2542 ให้ความหมายคาว่า
"กดี ก้นั " ว่า ขดั ขวางไว้ การทผ่ี เู้ สียหายใชโ้ ซ่คลอ้ งยดึ กลอ้ งวิดีโอของกลางกบั ตโู้ ชว์ จึงเป็นการขดั ขวางไม่ใหม้ ี
การนากลอ้ งวิดีโอของกลางไปอนั มลี กั ษณะเป็นส่ิงกีดก้ันสาหรบั คุม้ ครองกลอ้ งวิดีโอของกลางเหมอื นเช่นร้วั
หรือลกู กรงหน้าตา่ ง ประตูบา้ น การทจี่ าเลยตดั โซ่คลอ้ งท่ยี ดึ กลอ้ งวิดโี อของกลางกบั ตโู้ ชวจ์ นขาดออกแลว้ ลกั
กลอ้ งวดิ โี อของกลางไปจงึ เป็นการลกั ทรัพยโ์ ดยทาอนั ตรายส่ิงกีดก้นั สาหรบั คมุ้ ครองทรพั ย์ การกระทาของ
จาเลยจึงเป็นความผดิ ตามประมวลกฎหมายมาตรา 335 (3)

คาพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี 2385/2534 จาเลยเขา้ ไปในบา้ นผเู้ สียหายเพื่อจะลกั ทรัพยแ์ ตผ่ ูเ้ สียหายตนื่ ข้ึนมา
พบจาเลยเสียกอ่ น จาเลยจงึ ทาการลกั ทรพั ยไ์ ปไม่ตลอดการกระทาของจาเลยเป็นความผิดฐานพยายามลกั ทรัพย์
ในเคหสถานเวลากลางคืน โดยเขา้ ทางชอ่ งทางท่ีไดท้ าข้ึนโดยไมไ่ ดจ้ านงใหเ้ ป็นทางคนเขา้ และเป็นการเขา้ ไป
ในเคหสถานในความครอบครองของผูอ้ ื่นโดยไม่มีเหตุอนั สมควร ความผดิ ตามฟ้องรวมการกระทาหลายอยา่ ง
แต่ละอยา่ งอาจเป็นความผิดไดอ้ ยใู่ นตวั คอื ความผิดฐานลกั ทรัพยแ์ ละบุกรุก ศาลย่อมพพิ ากษาลงโทษจาเลยใน
ความผดิ ฐานบุกรุกตามท่ีพจิ ารณาไดค้ วาม (ในคดนี ้ีจาเลย จาเลยปี นเขา้ ทางหน้าตา่ งบา้ นซ่ึงเป็นชอ่ งทางทไี่ ดท้ า
ข้ึนโดยไมไ่ ดจ้ านงให้เป็นทางคนเขา้ )

คาพพิ ากษาศาลฎกี าท่ี 8209/2559 พฤติการณข์ องจาเลยท่เี พยี งแต่แสดงตวั ว่าเป็นเจา้ พนกั งานตารวจ
และสอบถามว่า เสพยาเสพตดิ หรือไม่แลว้ ขอตรวจคน้ ตวั ผูเ้ สียหายท้งั สองก่อนทจี่ ะลว้ งเอากระเป๋ าสตางคข์ อง
ผเู้ สียหายท่ี 1 เอาบุหร่ีของผเู้ สียหายที่ 2 ไปและบอกว่าจะพาไปตรวจปัสสาวะ หากไมพ่ บสารเสพตดิ ก็จะปลอ่ ย
ตวั ไปน้นั ไมป่ รากฏวา่ มกี ารใชก้ าลงั ประทษุ รา้ ยหรือขเู่ ข็ญว่าในทนั ใดน้นั จะใชก้ าลงั ประทุษร้ายแตอ่ ย่างใด จึง
ไมเ่ ป็นความผดิ ฐานร่วมกนั ชิงทรัพยต์ ามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 คดีคงฟังไดเ้ พยี งว่า จาเลยร่วมกบั
พวกท่ียงั หลบหนีกระทาความผดิ ฐานลกั ทรัพยต์ ามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (6) (7) วรรคสอง

คาพพิ ากษาศาลฎกี าท่ี 11225/2555 จาเลยท้งั สามเอาทรพั ยข์ องกลางของผูเ้ สียหายไปเพือ่ ใหผ้ ูเ้ สียหาย
ไปตดิ ตอ่ ชาระหน้ีเงนิ กูท้ ่ีคา้ งชาระจาเลยท่ี 1 แต่การกระทาของจาเลยท้งั สามเป็นการบงั คบั ให้ผเู้ สียหายชาระหน้ี
โดยพลการ ซ่ึงไม่มอี านาจจะกระทาไดต้ ามกฎหมาย การกระทาของจาเลยท้งั สามถือเป็นการกระทาโดยมีเจตนา
ทจุ ริตแลว้ จงึ เป็นความผิดฐานร่วมกนั ลกั ทรัพย์

78
คาพพิ ากษาฎีกาที่ 393/2509 เลา้ ไก่ อยูห่ ่างจากเรือนผเู้ สียหายประมาณ 1 เมตร แมแ้ ยกออกไปตา่ งหาก
จากตวั เรือนแลว้ ก็ยงั อยใู่ นที่ดนิ อนั เป็นบริเวณของโรงเรือนซ่ึงมีร้ัวอยู่ดว้ ย มใิ ชอ่ ยู่ในที่ ซ่ึงเป็นบริเวณต่างหาก
จากโรงเรือนซ่ึงใชเ้ ป็นท่คี นอยู่อาศยั จาเลยลกั ไกใ่ นเลา้ ซ่ึงอยู่ในบริเวณท่อี ยู่อาศยั จึงเป็นการลกั ทรัพยใ์ น
เคหสถานทจ่ี าเลยไดเ้ ขา้ ไปโดยไม่ไดร้ ับอนุญาต ผิดมาตรา 335 (8)
คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 3153/2557 โจทกฟ์ ้องและนาสืบวา่ จาเลยบกุ รุกเขา้ ไปในบา้ นของผเู้ สียหาย
แลว้ ลกั เงิน 20,000 บาท ซ่ึงอยใู่ นกระเป๋ าสะพายของผเู้ สียหายไป ขอ้ เทจ็ จริงไดค้ วามว่า จาเลยเขา้ ไปในบา้ นของ
ผเู้ สียหายโดยไม่ไดร้ บั อนุญาต แลว้ ร้ือคน้ ลนิ้ ชกั พลาสตกิ ทเ่ี ชิงบนั ได โดยเมือ่ คน้ ในลน้ิ ชกั อนั บนสุดพบกระเป๋ า
สะพายและกระเป๋ าสตางคใ์ บเลก็ จาเลยกด็ ึงออกมาจากล้ินชกั แลว้ คน้ หาสิ่งของในกระเป๋ าสะพายและกระเป๋ า
สตางคด์ งั กลา่ ว จากน้ันจาเลยเดินข้ึนบนั ไดไปบนระเบียงช้นั บนของบา้ นและคน้ หาสิ่งของท่ีกองเครื่องมอื ของ
ใชท้ ี่วางอยบู่ นระเบียงเป็นเวลานาน แลว้ กลบั ลงไปร้ือคน้ หาสิ่งของทลี่ ิ้นชกั พลาสติกช้ันอนื่ ทุกล้ินชกั เหน็ ไดว้ ่า
จาเลยมีเจตนาคน้ หาเงินและของมีค่าอน่ื ในจุดท่ีจาเลยคาดวา่ ผเู้ สียหายหรือบุคคลในครอบครวั ผเู้ สียหายน่าจะ
เก็บหรือซุกซ่อนไว้ ฟังไดว้ ่ามเี จตนาคน้ หาและประสงคจ์ ะลกั เงินของผเู้ สียหายไปนนั่ เอง ถือว่าจาเลยไดล้ งมอื
กระทาความผิดและกระทาไปตลอดแลว้ แต่การกระทาไม่บรรลุผลเพราะไมม่ ีเงินที่จะลกั อยู่ในกระเป๋ าสะพาย
และจุดร้ือคน้ การกระทาของจาเลยจงึ เป็นการพยายามลกั เงนิ ของผูเ้ สียหาย แต่การกระทาไมอ่ าจบรรลุผลได้
อย่างแน่แทเ้ พราะเหตุวตั ถทุ ่ีมุ่งหมายกระทาต่อ เป็นการพยายามกระทาความผิดฐานลกั ทรพั ยใ์ นเคหสถานตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (8) วรรคแรก ประกอบมาตรา 81

3.สรุปเนื้อหา

สรุปความผดิ ฐานลักทรัพย์ ( มาตรา 334 )

ความผดิ ฐานลกั ทรัพยเ์ ป็นการกระทาท่ีมงุ่ ตอ่ ส่ิงทก่ี ฎหมายมุง่ ประสงคจ์ ะคุม้ ครอง คือ กรรมสิทธ์ิใน
ทรพั ยส์ ินน้นั และการครอบครอง ซ่ึงหากทรัพยน์ ้ันไม่มีใครเป็นเจา้ ของ หรือไมไ่ ดอ้ ยู่ในความครอบครองของ
ผใู้ ด แมจ้ ะมีการเอาไปกไ็ มอ่ าจจะเป็นความผดิ ฐานลกั ทรพั ยไ์ ด้ ซ่ึงความทม่ี ีพ้นื ฐานมาจากความผิดฐานลกั
ทรัพยน์ ้นั เป็นความผดิ ท่ีตอ้ งเขา้ องคป์ ระกอบความผิดฐานลกั ทรัพยม์ าเสียก่อนจึงจะเป็นความผดิ ฐานน้นั ได้
ซ่ึงความผิดฐานวง่ิ ราวทรพั ย์ ชิงทรพั ย์ และปลน้ ทรพั ย์ เป็นความผดิ ท่มี ีพ้นื ฐานมาจากความผดิ ฐานลกั
ทรัพย์ โดยเพมิ่ องคป์ ระกอบความผดิ ข้นึ และมีผลทาให้ผกู้ ระทาตอ้ งรับโทษหนกั ข้ึนตามความผดิ น้ัน ๆ
พิจารณาความแตกตา่ งของความผดิ ท่ีมีพ้นื ฐานมาจากความผดิ ฐานลกั ทรัพย์

79

สรุปความผิดฐานลกั ทรัพย์โดยมีเหตฉุ กรรจ์ ( มาตรา 335 )

การกาหนดโทษผกู้ ระทาความผิดให้เหมาะสมกบั ความรา้ ยแรงของความผดิ เป็นภารกจิ สาคญั ของรฐั
ในอนั ทีจ่ ะธารงไวซ้ ่ึงความยุตธิ รรมแก่ทกุ ฝ่าย ในความผดิ ฐานลกั ทรัพยก์ เ็ ชน่ กัน บางคร้งั ผกู้ ระทาความผดิ
อาศยั โอกาสเขา้ ลกั ทรพั ยใ์ นเวลาท่ีผเู้ สียหายอาจจะไมท่ นั ระแวดระวงั ทรพั ยส์ ินของตนเองไดเ้ ทา่ กบั เวลาปกติ
บางกรณีผกู้ ระทากอ็ าจใชว้ ิธีการอนั แตกต่างจากการลกั ทรพั ยท์ ว่ั ไปดว้ ยเหตุผลต่างๆกนั เชน่ เพอ่ื ไมใ่ ห้เจา้
ทรัพยจ์ าหนา้ ได้ หลายคร้งั ผูก้ ระทากเ็ ขา้ ไปลกั ทรัพยใ์ นสถานที่อนั เป็นส่วนตวั ของบุคคลหรือเป็นทส่ี าคญั ของ
ราชการซ่ึงเป็นการกระทาอนั ไม่สมควรอย่างย่งิ หรือในบางกรณีผูก้ ระทาก็ลกั ทรัพยบ์ างประเภทท่ีรฐั ประสงค์
จะคุม้ ครองเป็นพิเศษ ซ่ึงผกู้ ระทาความผิดฐานลกั ทรพั ยต์ ามท่กี ลา่ วขา้ งตน้ กค็ วรไดร้ บั โทษหนกั ย่ิงข้ึนกวา่ โทษ
ทบี่ ญั ญตั ิไวใ้ นความผดิ ฐานลกั ทรัพย์ ตามมาตรา 334


Click to View FlipBook Version