ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง สมบตั ขิ องอากาศ ก
คำนำ
คำนำ
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรูแ้ บบวัฏจกั ร
การเรียนรู้ 5 ขน้ั เรอื่ ง บรรยากาศ สาหรบั นกั เรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 จัดทาขนึ้ เพือ่ ใช้เป็นสอ่ื
ประกอบการจัดการเรยี นการสอน รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ 2 รหัสวิชา ว21102 ซึ่งเปน็ ชุดกิจกรรม
ทีเ่ นน้ ใหน้ ักเรยี นไดล้ งมอื ปฏิบตั ิจรงิ ส่งเสรมิ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการ
สบื เสาะหาความรู้ กระบวนการคดิ อย่างมีเหตุผล ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา เป็นการเสรมิ สร้าง
จติ วิทยาศาสตร์ ประกอบด้วยชุดกจิ กรรมท้ังหมด 7 ชุด ดังน้ี
ชดุ กจิ กรรมการเรียนร้ทู ี่ 1 เรื่อง องค์ประกอบและการแบ่งชั้นบรรยากาศ
ชุดกิจกรรมกำรเรยี นร้ทู ่ี 2 เรือ่ ง สมบัติของอำกำศ
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ที่ 3 เร่ือง ลมและพายุ
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ที่ 4 เรอื่ ง น้าในบรรยากาศ
ชุดกิจกรรมการเรยี นร้ทู ่ี 5 เรอ่ื ง การพยากรณอ์ ากาศ
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรูท้ ่ี 6 เรอ่ื ง การเปลีย่ นแปลงอุณหภูมขิ องโลก
ชดุ กจิ กรรมการเรียนร้ทู ี่ 7 เร่ือง มลพิษทางอากาศ
เอกสำรชดุ นเ้ี ป็นชุดกิจกรรมกำรเรยี นร้ทู ี่ 2 เรอ่ื ง สมบตั ขิ องอำกำศ จดั ทาขึน้ ตามสาระ
และมาตรฐานการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษา
ขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ผูจ้ ัดทาหวังเปน็ อย่างยง่ิ วา่ ชุดกจิ กรรมการเรียนรนู้ ีจ้ ะเปน็ นวตั กรรม
หนึง่ ที่ช่วยใหก้ ารจดั การเรียนการสอนเป็นไปตามความมงุ่ หมาย ชว่ ยให้นักเรียนสามารถเรียนรไู้ ด้
เต็มศักยภาพ เขา้ ใจเนอ้ื หาไดง้ ่ายและชัดเจนยง่ิ ขน้ึ และสง่ ผลใหน้ ักเรยี นมผี ลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น
สงู ขึ้น มเี จตคติท่ีดีต่อการเรยี นวิทยาศาสตร์และชว่ ยให้ครูจัดกจิ กรรมการเรียนรูไ้ ดอ้ ย่างมี
ประสทิ ธิภาพ และเป็นประโยชนต์ อ่ การจดั การศกึ ษาตอ่ ไป
ผูจ้ ัดทาขอขอบพระคุณผ้เู ชย่ี วชาญทุกทา่ นท่กี รณุ าใหค้ าแนะนาและตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ของเน้อื หาวิชาและภาษาท่ีใช้ ขอขอบพระคณุ ผู้อานวยการสุทธวิ นั น์ เททะสังข์ ผอู้ านวยการ
โรงเรียนบ้านแก้งขิงแคง ทใี่ หก้ ารสนับสนุนส่งเสริมในการทางานด้วยดีมาตลอด และขอขอบคุณ
คณะครโู รงเรียนบ้านแก้งขิงแคงทุกท่าน ตลอดจนผู้มสี ่วนเกยี่ วข้องทุกท่าน ทีใ่ ห้กาลังใจใน
การทางาน ให้ความช่วยเหลือในการจัดทาชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้นี้ และขอขอบพระคุณ
เจ้าของเอกสารและตาราต่าง ๆ ทใ่ี ช้เป็นเอกสารอ้างอิง จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสน้ี
กาญจนา หนูผาสุข
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง สมบัตขิ องอากาศ ข
สำรบัญ
เร่อื ง หน้ำ
คานา.......................................................................................................................... ก
สารบัญ....................................................................................................................... ข
สารบัญภาพ............................................................................................................... ง
ผงั มโนทศั น์................................................................................................................ 1
คาแนะนาในการใช้ชดุ กิจกรรมการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์สาหรับนักเรียน………………… 2
ขัน้ ตอนการใชช้ ุดกิจกรรมสาหรับนกั เรียน................................................................. 3
บทบาทนักเรียน………………………………………………………………………………………….... 4
มาตรฐานการเรียนรู้.................................................................................................. 5
ตวั ช้ีวัด……………………...................………………………………………………………………….. 5
จดุ ประสงค์การเรียนรู้.......................................………………………………………………… 5
ขน้ั ตอนกำรดำเนินกิจกรรม อุณหภมู ิของอากาศ..…........................................….... 6
เกม ทายศัพทส์ ลับท.่ี ..ชน้ั บรรยากาศ....................................................................... 7
แบบทดสอบก่อนเรยี น………………………………………………………………………………….. 8
กระดาษคาตอบแบบทดสอบกอ่ นเรียน…………………………………………..………………. 11
กิจกรรมท่ี 2.1 การทดลอง เรื่อง อณุ หภมู ิของอากาศ............................................. 12
ใบความรู้ที่ 3 เร่ือง อณุ หภูมิของอากาศ..............................................……………….. 15
ใบงานท่ี 3 เรือ่ ง อุณหภูมิของอากาศ..............................................………………....... 20
ข้นั ตอนกำรดำเนนิ กจิ กรรม ความดันอากาศ.....…...........………………………………….. 22
เกม ปรศิ นาอักษรซ่อนความ..ความดันอากาศ.…………………………………………………. 23
กิจกรรมที่ 2.2 การทดลอง เรือ่ ง ความดันอากาศ................................................. 25
ใบความรู้ที่ 4 เรือ่ ง ความดันอากาศ....................................................................... 29
ใบงานท่ี 4 เรอื่ ง ความดันอากาศ............................................................................ 33
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรือ่ ง สมบตั ขิ องอากาศ ค
สำรบญั
(ตอ่ )
เรอื่ ง หน้ำ
ขัน้ ตอนกำรดำเนนิ กจิ กรรม ความช้ืนของอากาศ...........………………………………….... 34
เกม หาเหตุผล เร่อื ง รู้สกึ ...สัมพทั ธ์........................................................................... 35
กิจกรรมที่ 2.3 การทดลอง เรือ่ ง การตรวจสอบความชน้ื ของอากาศ.................... 37
กิจกรรมที่ 2.4 การทดลอง เรอื่ ง ความชื้นของอากาศ........................................... 41
ใบความรู้ท่ี 5 เร่ือง ความช้ืนของอากาศ................................................................. 45
ใบงานท่ี 5 เรอ่ื ง ความช้ืนของอากาศ...................................................................... 49
แบบทดสอบหลงั เรียน………………………………………………………………………………….. 51
กระดาษคาตอบแบบทดสอบหลงั เรียน…………………………………………..………………. 54
บรรณานุกรม………………………………………………………………………………………………. 55
ภาคผนวก……………………………………………………………………………………………......… 56
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น…………………………………………………………………………… 57
เฉลยกจิ กรรมท่ี 2.1………………………………………………………………………...............… 58
เฉลยใบงานที่ 3…………………………………………………………………………….................. 59
เฉลยกิจกรรมท่ี 2.2.................................................................................................. 62
เฉลยใบงานที่ 4………………………………………………….....................……………………... 64
เฉลยกจิ กรรมท่ี 2.3.................................................................................................. 65
เฉลยกจิ กรรมท่ี 2.4.................................................................................................. 66
เฉลยใบงานท่ี 5………………………………………………….....................……………………... 67
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น…………………………………………………………………………… 69
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 เร่อื ง สมบตั ิของอากาศ ง
สำรบัญ
ภำพ
ภำพที่ หนำ้
1 เทอร์มอมิเตอรช์ นิดสงู สดุ -ตา่ สุด (Max –min thermometer)................... 16
2 อณุ หภมู ิน้าทะเล........................................................................................... 16
3 ระดบั สูงของพื้นผิวโลก................................................................................. 17
4 มุมท่ีแสงอาทติ ยต์ กกระทบพนื้ ผวิ โลก........................................................... 17
5 อุณหภมู ิพืน้ ผวิ โลก........................................................................................ 18
6 ปริมาณเมฆ................................................................................................... 19
7 บารอมิเตอร์แบบปรอท................................................................................. 31
8 แอนริ อยด์บารอมเิ ตอร์.................................................................................. 31
9 อัลติมเิ ตอร.์ ................................................................................................... 32
10 บารอกราฟ.................................................................................................... 32
11 ไฮกรอมิเตอร์แบบเส้นผม.............................................................................. 47
12 ไซโครมเิ ตอรแ์ บบกระเปาะเปยี ก-กระเปาะแห้ง............................................ 47
13 ตาราง ค่าความชน้ื สัมพัทธ์เป็นเปอรเ์ ซ็นต์..................................................... 48
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง สมบัตขิ องอากาศ 1
องค์ประกอบและกำร เรำเรียนชุดนี้นะคะ
แบง่ ชั้นบรรยำกำศ
สมบัติของอำกำศ
มลพิษทำงอำกำศ บรรยากาศ ลมและพำยุ
กำรเปลย่ี นแปลงอณุ หภูมขิ องโลก น้ำในบรรยำกำศ
กำรพยำกรณ์อำกำศ
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง สมบัตขิ องอากาศ 2
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ โดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรแู้ บบ
วฏั จกั รการเรียนรู้ 5 ขนั้ เรอ่ื ง บรรยากาศ สาหรบั นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ชดุ น้ี
เปน็ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ทใี่ ชป้ ระกอบการเรยี นและเปน็ ชุดกิจกรรมทนี่ กั เรียน
สามารถศกึ ษาและทาความเข้าใจโดยให้นักเรยี นอา่ นคาแนะนาและปฏิบัตกิ ิจกรรมตามข้ันตอน
ของกิจกรรม รวมท้ังสามารถสอบถามประเดน็ สงสัยจากครผู ูส้ อนโดยตรง ซงึ่ นกั เรยี นจะไดร้ บั
ความรอู้ ย่างครบถว้ น โดยปฏิบัตติ ามขน้ั ตอนดังตอ่ ไปน้ี
1. ชดุ กิจกรรมการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรแู้ บบ
วฏั จกั รการเรียนรู้ 5 ขนั้ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นร้ทู ่ี 2 เรอื่ ง สมบตั ิของอากาศ ใชเ้ วลาเรยี น
5 ชัว่ โมง
2. นกั เรียนแบง่ กลุ่มออกเปน็ กลมุ่ ๆ ละ 3 – 4 คน โดยคละนักเรยี นในกล่มุ เปน็
3 ระดบั คอื เก่ง ปานกลาง และอ่อน แบง่ หนา้ ท่ีรบั ผดิ ชอบภายในกลุ่ม โดยเลอื ก หวั หน้า
และเลขานกุ ารกลุ่ม
3. นักเรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียนจานวน 10 ขอ้ โดยใช้เวลา 10 นาที
เพอื่ ประเมนิ ความรู้เดมิ ของนักเรยี น
4. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ศึกษาตวั ชี้วดั และจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
5. นกั เรยี นลงมอื ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามขนั้ ตอนในชดุ กจิ กรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
โดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรแู้ บบวฏั จกั รการเรยี นรู้ 5 ขนั้ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ี 2
เรื่อง สมบัตขิ องอากาศ
6. เมอื่ นกั เรยี นทากจิ กรรมครบแลว้ นักเรยี นทาแบบทดสอบหลังเรยี น
จานวน 10 ขอ้ โดยใชเ้ วลา 10 นาที เพื่อทราบความกา้ วหนา้ ในการเรยี นของนกั เรยี น
หลังจากทากิจกรรมเสรจ็ เรยี บรอ้ ยในแตล่ ะชุด ซงึ่ นกั เรียนตอ้ งทาแบบทดสอบหลงั เรียนได้
ร้อยละ 80 ขึ้นไป จงึ จะผา่ น
7. หลงั จากทากิจกรรมเสรจ็ เรียบรอ้ ยแล้ว ใหน้ กั เรียนเกบ็ วัสดอุ ปุ กรณป์ ระกอบ
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ให้เรียบร้อย
8. ในการทากจิ กรรมตามชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ทุกชดุ ขอใหน้ กั เรียนทาด้วย
ความตั้งใจ ใหค้ วามร่วมมือ และมีความซ่อื สตั ยต์ อ่ ตนเองใหม้ ากทส่ี ุด
9. หากนักเรียนคนใดเรียนไม่ทันหรอื เรียนยังไมเ่ ข้าใจ ให้รบั ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้
ไปศึกษาเพิม่ เตมิ นอกเวลาเรยี น เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจมากย่งิ ขน้ึ
*** ในขณะทน่ี กั เรยี นดำเนินกำรตำมกิจกรรม หำกมีปัญหำให้ปรกึ ษำกนั ในกลมุ่
เพอื่ แกป้ ัญหำ หำกแกป้ ญั หำไม่ได้ให้ปรึกษำครูผ้สู อน เพื่อรับคำแนะนำ***
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง สมบตั ขิ องอากาศ 3
ขน้ั ตอนกำรใช้ชุดกจิ กรรมสำหรับนักเรยี น
ศึกษำคำแนะนำในกำรใชช้ ดุ กิจกรรม
ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
ศึกษำตวั ช้วี ัด และจดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้
ลงมอื ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตำมข้ันตอนในชดุ กจิ กรรมกำรเรียนรู้
วทิ ยำศำสตร์
ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น
ศกึ ษำชดุ กิจกรรมกำรเรียนร้ชู ุดต่อไป
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง สมบัตขิ องอากาศ 4
แต่ละกลุ่มเลือกประธานกลมุ่ และเลขานกุ ารกลมุ่
ประธำนกล่มุ
มหี นา้ ทคี่ อื
1. ควบคุมการดาเนนิ กิจกรรมภายในกลุม่ ใหเ้ ปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ย
2. เป็นผู้นาในการประกอบกจิ กรรมของกล่มุ กระตุ้นใหส้ มาชิก
ร่วมกจิ กรรม
3. เปน็ ผตู้ ิดตอ่ กับครู เม่ือพบปัญหาหรือข้อสงสัย
4. รายงานหรือแจ้งให้ครูทราบ เมอ่ื ประกอบกจิ กรรมเสร็จ
5. เก็บรวบรวมชดุ กิจกรรมการเรียนร้ใู ห้เรียบร้อยเมื่อเรียนเสร็จ
และนาส่งครู
เลขำนุกำรกลุ่ม
มีหน้าที่คอื
1. จดบันทกึ กจิ กรรมบางกจิ กรรมท่ีต้องทาร่วมกนั
2. สรุปความคดิ เห็นของสมาชกิ ในกลุ่มเพ่อื นาเสนอผลงานทดี่ ี
ทสี่ ุดของกลมุ่
สมำชกิ กลุม่
มหี น้าทค่ี ือ
1. ร่วมกนั อภปิ รายกลมุ่
2. จดบนั ทกึ คาตอบของกจิ กรรมทง้ั หมดลงในชุดกิจกรรม
การเรียนรู้
ทกุ คนชว่ ยกนั เกบ็ วัสดุ อุปกรณ์ ส่ือการเรยี นการสอน สง่ คืนครูเมอื่ ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
เสร็จส้นิ แล้วจดั โตะ๊ เกา้ อ้ีให้อยูใ่ นสภาพเรียบร้อยและทาความสะอาด
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เร่อื ง สมบัติของอากาศ 5
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มำตรฐำน ว 6.1 เข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ทเี่ กิดขน้ึ บนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพนั ธ์
ของกระบวนการต่าง ๆ ที่มผี ลตอ่ การเปล่ียนแปลงภูมอิ ากาศ ภูมิประเทศ และสัณฐานของ
โลก มีกระบวนการสบื เสาะหาความรูและจติ วิทยาศาสตร์ สื่อสารส่ิงที่ เรยี นรู้และนาความรู้
ไปใชป้ ระโยชน์
ตัวช้ีวัด
มฐ. ว 6.1 ม.1/2 ทดลองและอธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่าง อณุ หภูมิ ความช้ืนและ
ความกดอากาศทม่ี ีผลต่อปรากฏการณ์ทางลมฟา้ อากาศ
จุดประสงคก์ ำรเรียนรู้
1. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างอณุ หภมู ิของอากาศกับระดบั ความสูงได้
2. อธบิ ายการเปล่ยี นแปลงอณุ หภมู ขิ องอากาศได้
3. ทาการทดลองเพื่อศึกษาอุณหภมู ขิ องอากาศในแตล่ ะชว่ งเวลาได้
4. บอกความหมายของความดันอากาศ และเคร่อื งมือทใี่ ช้วัดความดนั อากาศได้
5. ทาการทดลองเพ่ือศกึ ษาเกี่ยวกับความดันอากาศทร่ี ะดบั ความสงู เทา่ กนั ได้
6. สามารถคานวณหาความสูงและความดนั ของอากาศได้
7. อธบิ ายความหมายและผลของความชืน้ ในอากาศตอ่ ชีวิตประจาวันได้
8. ทาการทดลองเพื่อศกึ ษาเกย่ี วกับวิธีตรวจสอบความชน้ื ของอากาศได้
9. ระบุเคร่อื งมือและหลักการวัดความช้นื ในอากาศได้
10. ทาการทดลองเพื่อศึกษาเก่ียวกบั ความช้ืนในอากาศกับการระเหยได้
11. อธิบายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งอุณหภมู ิ ความชื้น และความดนั อากาศได้
เวลำทใี่ ช้ 5 ชั่วโมง
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง สมบัติของอากาศ 6
ขัน้ ตอนกำรดำเนนิ กจิ กรรม
อณุ หภูมิของอำกำศ (เวลาที่ใช้ 2 ชวั่ โมง)
ขนั้ สร้ำงควำมสนใจ (Engagement) (15 นำที)
1. นกั เรยี นเล่นเกม เกมทายศพั ทส์ ลับท่ี…ชน้ั บรรยากาศ เพ่อื ทบทวน
ความรู้ เร่ือง ชั้นบรรยากาศ ทเี่ รียนผา่ นมา และเชือ่ มโยงเข้าสูบ้ ทเรียน เรื่อง
อุณหภูมิของบรรยากาศ
2. นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี นจานวน 10 ข้อ
ขัน้ สำรวจและคน้ หำ (Exploration) (45 นำท)ี
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษารายละเอียดกจิ กรรมที่ 2.1 การทดลอง เร่อื ง
อณุ หภูมิของอากาศ
4. แตล่ ะกลมุ่ ปฏบิ ัติกิจกรรมตามขัน้ ตอนในกจิ กรรมท่ี 2.1 โดยแตล่ ะกล่มุ
รว่ มกนั ศึกษาปญั หา อปุ กรณ์การทดลอง ข้ันตอน แลว้ ทากิจกรรม ตลอดจนบันทกึ ผล
การสงั เกต สรุปผลการทดลอง และตอบคาถามหลังทากจิ กรรม
ข้นั อธบิ ำยและลงข้อสรุป (Explanation) (20 นำที)
5. แตล่ ะกล่มุ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอผลการปฏิบัติกจิ กรรมหน้าชนั้ เรียน
6. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั วเิ คราะห์และอภิปรายผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรม
ขั้นขยำยควำมรู้ (Elaboration) (20 นำที)
7. นกั เรยี นรว่ มกนั ศกึ ษาใบความรู้ท่ี 3 เร่อื ง อณุ หภมู ิของอากาศ
ขั้นประเมนิ (Evaluation) (20 นำที)
8. นักเรียนทาใบงานที่ 3 เรอ่ื ง อณุ หภมู ิของอากาศ
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรอื่ ง สมบตั ขิ องอากาศ 7
เกม ทายศพั ทส์ ลบั ท.ี่ ..ช้ันบรรยากาศ
คำช้แี จง
เขียนคาศัพท์ภาษาองั กฤษทถ่ี ูกตอ้ งของช่อื ชัน้ บรรยากาศจากคาศพั ท์ท่ตี วั อักษรเรียง
สลับกนั อยู่ เม่ือไดค้ าศัพท์ช่ือชน้ั บรรยากาศท่ถี ูกตอ้ งแล้วนาคาศัพท์ทไี่ ด้มาเขยี นลงในตาราง
และเขยี นบรรยายปรากฏการณข์ องช้ันบรรยากาศข้างต้น โดยใชภ้ าษาของตนเอง
ตัวชว่ ยใบ้ คำศัพท์ที่ตวั อกั ษร คำศัพทท์ ่ีถกู ตอ้ ง
เรียงสลับ
1. เปน็ บรรยากาศชนั้ ล่างสุดท่เี ราอาศยั
2. เคร่ืองบนิ ไอพ่นนิยมบินในตอนลา่ ง RSOTOPERSPE
ของบรรยากาศชั้นนี้
3. มวลอากาศในช้ันนีอ้ ยูใ่ นสถานะของ TASROTESPEHR
ประจุไฟฟ้า
4. ชั้นบรรยากาศชัน้ นอกสุดทห่ี อ่ หมุ้ โลก REHTSEOMREHP
SHPEOEXER
ตำรำงคำตอบ ปรำกฏกำรณ์/ควำมสำคัญ
ชื่อชน้ั บรรยำกำศ
ลองทำด.ู ..พวกหนูก็ทำได้
สนุกและไดค้ วำมรู้มำก ๆ เลย
ครบั /ค่ะ
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง สมบัติของอากาศ 8
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
เร่ือง สมบตั ิของอำกำศ
คำชแ้ี จง 1. แบบทดสอบนี้เป็นแบบทดสอบแบบปรนัย 4 ตวั เลอื ก จานวน 10 ข้อ ใช้เวลา
10 นาที
2. ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบทีถ่ กู ตอ้ งทส่ี ดุ เพยี งคาตอบเดียว แลว้ ทาเคร่อื งหมาย
ลงในกระดาษคาตอบ
1. ตารางแสดงความสัมพันธ์ ระหว่างอณุ หภมู ิของอากาศ กับระดบั ความสูงต่าง ๆ กัน
ความสูงจากระดบั นา้ ทะเล (กิโลเมตร) อุณหภูมิของอากาศ (องศาเซลเซียส)
0.1 26.0
1.5 20.1
3.1 8.4
4.4 2.6
5.9 - 6.0
7.3 -18.2
จากตาราง จะสรปุ ความสัมพนั ธว์ ่าอย่างไร
ก. อุณหภมู ขิ องอากาศไม่คงที่
ข. ความสงู ลดลง อณุ หภูมิลดลง
ค. ความสูงเพิ่มขนึ้ อณุ หภูมลิ ดลง
ง. ความสูงเพม่ิ ขนึ้ อุณหภมู เิ พม่ิ ขึ้น
2. ข้อความใดกลา่ วถูกต้องเก่ียวกบั อุณหภูมขิ องอากาศ
ก. อุณหภมู ิพน้ื นา้ จะสงู กวา่ อุณหภมู ิพ้นื ดนิ
ข. ดวงอาทติ ย์ขน้ึ ในตอนเช้าอณุ หภมู จิ ะสูงข้นึ เรอื่ ย ๆ
ค. ระดบั ความสงู จากผวิ โลกตา่ งกัน อุณหภูมขิ องอากาศตา่ งกนั
ง. อุณหภูมบิ นพนื้ ดนิ จะเปลย่ี นแปลงไดช้ ้ากว่าอุณหภมู ใิ ตผ้ ิวดิน
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรอ่ื ง สมบตั ิของอากาศ 9
3. ความชื้นในอากาศหมายถึงอะไร
ก. ไอน้าในอากาศ
ข. อุณหภูมขิ องอากาศ
ค. ความหนาแน่นของอากาศ
ง. ถกู ทกุ ขอ้
4. ข้อความใดกล่าวถกู ต้อง ถ้าอากาศมคี วามชน้ื สัมพทั ธ์ 95%
ก. ตากผ้าแห้งเรว็ รา่ งกายรสู้ ึกเย็นสบาย
ข. ตากผา้ แห้งชา้ ร่างกายรู้สึกเยน็ สบาย
ค. ตากผ้าแห้งเรว็ ร่างกายร้สู กึ รอ้ นและอึดอัด
ง. ตากผ้าแห้งชา้ รา่ งกายรูส้ ึกอึดอดั และเหนียวตัว
5. การทางานไฮโกรมิเตอร์แบบเสน้ ผมใชห้ ลกั การใด
ก. เส้นผมแหง้ หดตัว เวลาชื้นจะยดื ตัว
ข. เสน้ ผมแห้งขยายตวั เวลาช้ืนจะหดตัว
ค. เส้นผมมคี วามคงท่ี เม่ือความชน้ื เปลี่ยนแปลง
ง. เสน้ ผมมคี วามคงที่ เมื่ออณุ หภูมเิ ปลยี่ นแปลง
6. ความดันอากาศหมายถงึ อะไร
ก. แรงดนั ทก่ี ระทาทั้งหมดในพ้ืนท่ี
ข. แรงดนั อากาศต่อปริมาตรของอากาศ
ค. แรงดนั อากาศตอ่ ความหนาแน่นของอากาศ
ง. แรงดนั อากาศต่อหน่งึ หน่วยพ้ืนท่ีทร่ี องรับแรงดัน
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรือ่ ง สมบตั ิของอากาศ 10
7. เครอื่ งมือทีใ่ ช้วัดความดันอากาศคือข้อใด
ก. บารอมิเตอร์
ข. อะนิโมมิเตอร์
ค. แอลติมิเตอร์
ง. ไฮกรอมเิ ตอร์
8. ความสัมพนั ธร์ ะหว่างอุณหภูมิ ความหนาแนน่ ของอากาศ และความกดอากาศขอ้ ความใด
ถกู ต้อง
ก. อณุ หภูมิต่า ความหนาแนน่ น้อย ความกดอากาศสงู
ข. อณุ หภมู ิตา่ ความหนาแน่นมาก ความกดอากาศสูง
ค. อณุ หภมู ิสูง ความหนาแนน่ น้อย ความกดอากาศสงู
ง. อุณหภูมสิ งู ความหนาแนน่ มาก ความกดอากาศต่า
9. เครือ่ งบินบินอยใู่ นระดบั สูง 2,200 เมตรเหนอื ระดับนา้ ทะเล ระดับของปรอทใน
บารอมิเตอรจ์ ะอยู่สูงกมี่ ิลลเิ มตร ถ้าความสูงจากระดับนา้ ทะเลข้นึ ไป 11 เมตร ระดับปรอทลดลง
1 มิลลิเมตร
ก. 200 มลิ ลิเมตร
ข. 300 มลิ ลิเมตร
ค. 460 มลิ ลิเมตร
ง. 560 มิลลิเมตร
10. ถ้าอากาศมีไอนา้ มาก ผลท่ีเกิดข้นึ คอื อะไร
ก. อากาศจะมคี วามกดอากาศสูง เพราะไอนา้ เบากว่าอากาศ
ข. อากาศจะมคี วามกดอากาศตา่ เพราะไอน้าเบากว่าอากาศ
ค. อากาศจะมีความกดอากาศสงู เพราะไอนา้ หนักกว่าอากาศ
ง. อากาศจะมีความกดอากาศตา่ เพราะไอน้าหนัก
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เร่อื ง สมบตั ขิ องอากาศ 11
ชุดกิจกรรมกำรเรยี นรวู้ ทิ ยำศำสตร์ เรอื่ ง บรรยำกำศ
ชุดกจิ กรรมกำรเรียนรทู้ ี่ 2 เรอื่ ง สมบตั ิของอำกำศ
รำยวิชำ วทิ ยำศำสตร์ 2 ว21102 ชน้ั มัธยมศกึ ษำปีท่ี 1
ชอื่ ...........................................................สกลุ .....................................................เลขที่.................
คำชีแ้ จง : ใหน้ ักเรียนทาเคร่ืองหมาย ลงในช่องข้อท่ีถกู ตอ้ งท่ีสดุ เพียงขอ้ เดียว
ขอ้ ท่ี ก. คำตอบ ง.
1 ข. ค.
2
3
4
5
6
7
8
9
10
ทำไดก้ ่คี ะแนนคะ
คะแนนเตม็ 10 คะแนน
ทดสอบก่อนเรยี นได้ .............. คะแนน
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรอื่ ง สมบตั ขิ องอากาศ 12
กิจกรรมท่ี 2.1
กำรทดลอง เรื่อง อุณหภูมขิ องอำกำศ
คำช้ีแจง
ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกล่มุ รว่ มกันทากจิ กรรมการทดลอง เรื่อง อณุ หภูมขิ องอากาศ โดยแตล่ ะ
กลมุ่ รว่ มกันศึกษาปัญหา อุปกรณก์ ารทดลอง ขน้ั ตอน แลว้ ทากจิ กรรม ตลอดจนบันทกึ ผลการ
สงั เกต เขยี นกราฟแสดงความสมั พันธร์ ะหวา่ งอุณหภูมิกับเวลา สรุปผลการทดลอง และตอบคาถาม
ปัญหำ
อณุ หภมู ิของอากาศแตล่ ะช่วงเวลาใน 1 วนั มีการเปลย่ี นแปลงในลักษณะใด
อุปกรณ์กำรทดลอง 2. ขาตงั้ 1 อัน / กลุม่
4. นาฬกิ า 1 เรือน / กลุ่ม
1. เทอร์มอมิเตอร์ 1 อนั / กลมุ่
3. ทจ่ี บั 2 อัน / กลมุ่
ขนั้ ตอนกำรทดลอง
1. นาเทอร์มอมิเตอรไ์ ปติดตั้งกับขาตงั้ โดยใช้ท่ีจับหนบี เทอร์มอมเิ ตอร์ยึดไว้กับขา
ดงั ภาพ
2. ตงั้ เทอร์มอมเิ ตอร์ไวใ้ นบริเวณที่จะทาการวดั อุณหภมู ขิ องอากาศ
3. บันทกึ อุณหภูมขิ องอากาศทุก ๆ 2 ชัว่ โมง ตัง้ แต่ 08.00 น. ถงึ 18.00 น.
ลงในตารางบันทึกผลการสารวจ
4. เขยี นกราฟแสดงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอุณหภูมิกับเวลา
ทม่ี ำของภำพ : กาญจนา หนูผาสขุ , 2558
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง สมบตั ิของอากาศ 13
ชอ่ื กลมุ่ .............................................................................
สมาชกิ ในกลุ่ม 1)…………………………………………………………….. เลขท่ี................ ประธาน
2)…………………………………………………………….. เลขท.ี่ ............... สมาชิก
3)…………………………………………………………….. เลขท.่ี ............... สมาชิก
4)…………………………………………………………….. เลขท.ี่ ............... เลขานุการ
บนั ทกึ ผลกำรสงั เกต
เวลำ (ชว่ั โมง) อุณหภมู ิที่วดั ได้ (๐C) เวลำ (ชวั่ โมง) อณุ หภูมทิ ี่วัดได้ (๐C)
8.00 14.00
10.00 16.00
12.00 18.00
กราฟแสดงความสมั พนั ธ์ระหวา่ งอุณหภูมกิ บั เวลา
สรปุ ผล
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง สมบตั ิของอากาศ 14
คำคถำำถมำหมลหงั ลทงั ำทกำิจกกิจรกรรมรม
1. หน้าท่สี าคัญของเทอรม์ อมิเตอรค์ อื อะไร
2. นักเรยี นคิดวา่ อุณหภูมใิ นแต่ละท้องถนิ่ ในช่วงเวลาเดียวกันมคี ่าเทา่ กันหรอื ไม่
3. อุณหภูมขิ องอากาศมีลักษณะอย่างไร
4. จากการปฏิบัติกิจกรรมอุณหภูมิจะขนึ้ สูงสุดในช่วงเวลาใด
5. ผลสรปุ ของกิจกรรมน้คี ืออะไร
6. นักเรยี นได้ประโยชนอ์ ะไรจากการปฏิบตั ิกิจกรรมนี้
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรอื่ ง สมบตั ขิ องอากาศ 15
ใบควำมร้ทู ี่ 3
เร่อื ง อุณหภูมิของอำกำศ
อุณหภมู ิอำกำศ (Air temperature) คือ คา่ ทีใ่ ชบ้ อกถึงระดับ
ความร้อนหรอื เย็นของอากาศ เป็นปัจจยั พื้นฐานในการศกึ ษา
สภาพอากาศ (weather) เนอื่ งจากอุณหภมู ิอากาศมีเปลีย่ นแปลงใน
แตล่ ะชว่ งเวลา เชน่ ปี ฤดูกาล เดอื น วัน หรือแม้กระท่งั
รายชวั่ โมง นกั อุตุนิยมวทิ ยาจงึ ศึกษาคา่ เฉลยี่ ของอณุ หภมู ิอากาศ
ดงั นี้
- อณุ หภมู ิเฉลี่ยในแตล่ ะวัน (Daily mean temperature)
ใชค้ า่ อณุ หภูมิสงู สุดและอณุ หภูมิต่าสดุ รวมกันหารสอง
- อณุ หภูมิเฉลี่ยของเดือน (Monthly mean temperature)
ใชค้ ่าเฉลยี่ อุณหภูมิของแตล่ ะวันรวมกนั หารดว้ ยจานวนวนั
- อุณหภูมิเฉลย่ี ของปี (Yearly mean temperature)
ใชค้ ่าเฉลี่ยอุณหภูมขิ องแตล่ ะเดอื นรวมกันหารดว้ ยสิบสอง
แหล่งพลงั งานความร้อนท่ีสาคัญของโลก คือ ดวงอาทิตย์ ซง่ึ กอ่ ใหเ้ กิดกระบวนการ
ตา่ ง ๆ มากมาย รวมถงึ การเกิดฤดกู าลบนพืน้ โลกดว้ ย โลกเอยี งทามุม 23.5 องศา
และโคจรรอบดวงอาทิตย์ตลอดเวลาโดยหันขวั้ โลกเหนือและใตเ้ ข้าหาดวงอาทิตย์สลบั กัน
ทาใหแ้ ต่ละพืน้ ทีบ่ นผิวโลกรับพลังงานความรอ้ นจากดวงอาทิตย์ไดไ้ มเ่ ท่ากนั จึงเกดิ
ฤดกู าลทาให้เกดิ ความแตกต่างของอุณหภมู ิ
แนวโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์มอี ทิ ธิพลตอ่ มุมของลาแสงท่ีตกกระทบบน
พ้ืนโลก คือ ถา้ ลาแสงตั้งฉากจะไดร้ ับพลังงานความร้อนสูงกวา่ ลาแสงเฉยี ง
แสงเม่อื ผา่ นชั้นบรรยากาศจะถกู ฝุ่นละอองและไอนา้ ในบรรยากาศดูดกลนื ไว้
บางสว่ น ลาแสงเฉยี งในฤดหู นาวจึงถกู ดูดกลนื ไว้มากกวา่ อากาศจึงเยน็ กว่า
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เร่ือง สมบตั ิของอากาศ 16
กำรวดั อุณหภูมิของอำกำศ
อณุ หภูมอิ ากาศเปลยี่ นแปลงตลอดเวลา ดังน้ัน การวดั
อุณหภูมขิ องอากาศจงึ ต้องทาการวดั ค่าอุณหภมู ติ า่ สุดและ
อณุ หภูมิสูงสุดของแต่ละวนั แล้วหาค่าเฉลย่ี โดยใชเ้ ครื่องมอื ทีใ่ ช้
เฉพาะการวดั อณุ หภูมขิ องอากาศเทา่ นน้ั อุณหภมู ิของอากาศมี
การเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจาเป็นตอ้ งอาศัยเทอร์มอมิเตอร์ท่ี
ทาขึน้ เฉพาะ เพ่ือใช้วัดอณุ หภมู ขิ องอากาศทคี่ ่าอณุ หภูมิสูงสุด
และอณุ หภมู ติ า่ สดุ ทเ่ี รยี กว่า “เทอร์มอมิเตอรช์ นดิ สูงสดุ -
ตา่ สุด” (Max-min thermometer) ซึง่ สามารถวดั ค่าอณุ หภูมิ
สงู สดุ และตา่ สุดในรอบวัน
เทอร์มอมเิ ตอร์ชนดิ สงู สดุ -
ตำ่ สดุ มลี กั ษณะแบบนน้ี ีเ่ อง
ภำพท่ี 1 เทอรม์ อมิเตอร์ชนดิ สงู สุด-ต่ำสุด (Max –min thermometer)
ท่มี ำของภำพ : https://www.google.co.th/search?q=เทอรม์ อมเิ ตอรแ์ บบเกณฑส์ ูง-ตา่
สืบคน้ เม่อื วนั ที่ 3 พฤษภาคม 2558
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง สมบัตขิ องอากาศ 17
ปัจจัยทม่ี ผี ลต่ออณุ หภมู ขิ องอำกำศ
ภำพที่ 2 อุณหภูมินำ้ ทะเล 1. พนื้ ดนิ และพืน้ นำ้
ทม่ี ำของภำพ : http://www.lesa.biz/ พน้ื ดินมคี ณุ สมบัติในการดดู กลนื และคาย
earth/atmosphere/air-temperature
สืบค้นเม่อื วนั ท่ี 3 พฤษภาคม 2558 ความรอ้ นได้ดีกวา่ พนื้ น้า เมือ่ ดวงอาทติ ยข์ ึน้ พื้นดนิ
จะมอี ณุ หภูมิสูงกว่าพนื้ น้า และหลงั จากดวงอาทติ ย์
ตกพื้นดนิ จะเย็นตัวไดร้ วดเรว็ กว่าพื้นน้า ทงั้ น้ี
เน่อื งจากพืน้ นา้ มีความรอ้ นจาเพาะสูงกว่าพ้นื ดิน
ถงึ 3 เท่าตัว (ความร้อนจาเพาะ หมายถึง ปรมิ าณ
ความรอ้ นที่ทาใหส้ สาร 1กรมั มอี ณุ หภมู ิ
สูงขึ้น 1°C)
2. ระดบั สงู ของพืน้ ท่ี (Elevation)
อากาศเปน็ ตวั นาความรอ้ น (Conduction) ท่เี ลว เนื่องจากอากาศมี
ความโปรง่ ใส และมีความหนาแนน่ ตา่ พ้ืนดนิ จึงดดู กลืนพลงั งานจากแสงอาทิตยไ์ ด้
ดีกว่า อากาศถ่ายเทความร้อนจากพน้ื ดนิ ดว้ ยการพาความร้อน (Convection) ไปตาม
การเคล่ือนที่ของอากาศ ในสภาพท่วั ไปเราจะพบว่ายิ่งสงู ข้ึนไป อณุ หภมู ขิ องอากาศจะ
ลดตา่ ลงด้วยอตั รา 6.5°C ตอ่ กิโลเมตร (Environmental lapse rate) ดังนนั้ อุณหภมู ิ
บนยอดเขาสูง 2,000 เมตร จะตา่ กว่าอณุ หภมู ิท่รี ะดับน้าทะเลประมาณ 13°C
ภำพท่ี 3 ระดับสูงของพ้ืนผิวโลก
ทีม่ ำของภำพ : http://www.lesa.biz/earth/atmosphere/air-temperature
สบื ค้นเม่ือวนั ท่ี 3 พฤษภาคม 2558
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง สมบตั ขิ องอากาศ 18
3. ละติจูด
เน่อื งจากโลกเป็นทรงกลม แสงอาทติ ย์จงึ ตกกระทบพื้นโลกเปน็ มุมไมเ่ ท่ากนั
ในเวลาเที่ยงวนั พืน้ ผิวบริเวณศูนย์สูตรไดร้ ับรังสจี ากแสงอาทิตยเ์ ป็นมมุ ชัน แตพ่ ื้นผิวบริเวณ
ขว้ั โลกไดร้ ับรงั สจี ากแสงอาทติ ยเ์ ปน็ มมุ ลาด ส่งผลให้เขตศนู ย์สตู รมอี ุณหภูมิสงู กวา่ เขต
ขั้วโลก ประกอบกบั รังสีที่ตกกระทบพ้นื โลกเป็นมมุ ลาด เดินทางผา่ นความหนา
ช้นั บรรยากาศเปน็ ระยะทางมากกวา่ รงั สที ่ีตกกระทบเป็นมมุ ชนั ความเข้มของแสงจงึ ถูก
บรรยากาศกรองให้ลดนอ้ ยลง
ยังผลให้อุณหภูมิลดตา่ ลงไปอกี
ภำพที่ 4 มุมท่แี สงอำทติ ย์ตกกระทบพ้นื ผิวโลก
ที่มำของภำพ : http://www.lesa.biz/earth/atmosphere/air-temperature
สืบคน้ เมอ่ื วันท่ี 3 พฤษภาคม 2558
4. สภำพภูมิศำสตร์
พื้นผิวโลกมีสภาพภมู ิประเทศแตกตา่ งกนั มที ัง้ ทรี่ าบ ทิวเขา หบุ เขา ทะเล
มหาสมุทร ทะเลสาบ ทะเลทรายที่ราบสูง สภาพภูมิประเทศมอี ทิ ธพิ ลส่งผลกระทบต่อ
สภาพลมฟา้ อากาศโดยตรง เชน่ พื้นที่ทะเลทรายมีอณุ หภูมิกลางวนั กลางคนื แตกต่างกนั
มากกว่าพน้ื ท่ีชายทะเล พ้ืนทรี่ ับลมจะมอี ุณหภูมิตา่ กว่าพื้นทอ่ี บั ลมเน่ืองจากไมม่ ีการถ่ายเท
ความร้อน
ภำพที่ 5 อุณหภมู พิ ื้นผิวโลก
ท่ีมำของภำพ : http://www.lesa.biz/
earth/atmosphere/air-temperature
สืบคน้ เมื่อวนั ท่ี 3 พฤษภาคม 2558
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง สมบัติของอากาศ 19
5. ปรมิ ำณเมฆ และอลั บโี ดของพนื้ ผวิ
เมฆสะทอ้ นรังสีจากอาทิตยบ์ างสว่ นกลบั คนื สู่อวกาศ ขณะเดียวกนั เมฆดดู กลนื รงั สี
คลืน่ สนั้ เอาไว้และแผพ่ ลังงานออกมาในรูปของรังสีอินฟราเรด ในเวลากลางวันเมฆบงั แสงแดด
ทาใหอ้ ุณหภูมอิ ากาศเหนือพ้ืนผิวตา่ ลง แตใ่ นเวลากลางคืนรงั สีอินฟราเรดท่แี ผ่ออกจากเมฆ
ทาใหอ้ ุณหภูมิอากาศอบอุ่น เมฆจึงเป็นปัจจัยสาคัญทีท่ าใหอ้ ณุ หภมู ิอากาศเวลากลางวนั และ
กลางคนื ไม่แตกต่างกันมากนกั พืน้ ผิวของโลกกเ็ ชน่ กัน พ้นื โลกทม่ี อี ลั บโี ดตา่ (สเี ขม้ ) เช่น
ป่าไม้ ดดู กลืนพลงั งานจากดวงอาทิตย์ พ้ืนโลกทม่ี อี ลั บีโดสงู (สีอ่อน) เชน่ ธารน้าแข็ง
ชว่ ยสะท้อนพลงั งานจากดวงอาทิตย์ (อลั บโี ด หมายถงึ ความสามารถในการสะท้อนแสง
ของวตั ถ)ุ
ภำพท่ี 6 ปรมิ ำณเมฆ
ทมี่ ำของภำพ : http://www.lesa.biz/earth/atmosphere/air-temperature
สืบค้นเม่ือวนั ที่ 3 พฤษภาคม 2558
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรือ่ ง สมบตั ขิ องอากาศ 20
ใบงำนท่ี 3
เรอ่ื ง อณุ หภูมิของอำกำศ
ชื่อ-สกุล..................................................................................ชั้น.................. เลขท่ี.............
คำชีแ้ จง จงตอบคาถามต่อไปน้โี ดยเติมคาหรือข้อความลงในชอ่ งว่างใหถ้ กู ตอ้ ง
1. ในการศึกษาอุณหภูมิของวัตถุชนิดต่างๆ เมื่อได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ โดยการนาดิน
น้า และทราย แยกใส่ภาชนะและนาไปวางรับแสงอาทิตย์ จากนั้นนาเทอร์มอมิเตอร์ไปตรวจวัด
อุณหภมู ขิ องวัตถุท้งั 3 ชนิด ผลการทดลองปรากฏดังตาราง
วตั ถุ อุณหภูมเิ ริ่มต้น (oC) อุณหภูมิของวัตถทุ วี่ ำงรับแสงอำทติ ย์ (oC)
ดนิ 27.0 นำทีที่ 5 นำทที ่ี 10 นำทที ่ี 15
นา้ 27.5 29.0 31.0 32.5
ทราย 26.0 29.0 30.0 31.0
31.0 32.0 36.0
จากผลการทดลองให้นกั เรียนตอบคาถาม ดงั ต่อไปน้ี
1.1 จากการทดลอง
ตวั แปรต้น คืออะไร………………………...………………………………………………………………………
ตวั แปรตาม คอื อะไร……………………………………….………………………………………………………
1.2 นกั เรยี นคิดว่าในการทดลอง มคี วามจาเป็นหรอื ไม่ ทต่ี อ้ งนาดิน นา้ และทราย
วางไว้บริเวณใกล้ ๆ กัน เพราะเหตุใด
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
1.3 นกั เรยี นคดิ วา่ ในการทดลองน้ีได้มีการควบคุมตวั แปรอะไรบ้าง เพ่ือให้ผลการทดลอง
มีความคลาดเคล่อื นน้อยท่ีสดุ
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เร่ือง สมบัติของอากาศ 21
1.4 ใหเ้ รียงลาดบั วตั ถุท่ีสามารถเปลี่ยนรงั สีจากดวงอาทิตยไ์ ปเป็นเป็นพลงั งานความรอ้ น
ได้มากทีส่ ุด ไปหานอ้ ยท่ีสุด
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
1.5 ถ้านักเรียนต้องการทราบว่าระหว่างดิน น้าและทราย วัตถุใดสามารถถ่ายโอนพลังงาน
ความรอ้ นไดร้ วดเร็วทีส่ ดุ หลงั จากทน่ี าไปวางรับแสงอาทิตย์เปน็ ระยะเวลาหนึง่ นักเรียนจะ
ออกแบบการทดลองอย่างไร
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
2. กราฟอุณหภูมิอากาศของวันท่ี 21 ธันวาคม 2556 ณ สถานีตรวจวดั อากาศแห่งหนงึ่
30
25
20
15
10
5
0 04:00น. 07:00น. 10:00น. 13:00น. 16:00น. 19:00น. 22:00น.
01:00น.
2.1 จากกราฟ เวลาใดมอี ุณหภูมิอากาศต่าสดุ และสูงสดุ ตามลาดับ
...................................................................................................................................................
2.2 เหตใุ ด ชว่ งเวลา 10:00-16:00 น.อุณหภมู ิอากาศจึงมแี นวโน้มเพม่ิ ขึ้น
...................................................................................................................................................
2.3 เหตใุ ด ช่วงหลังเวลา 16:00 น.อณุ หภูมอิ ากาศจึงมแี นวโน้มลดลง
...................................................................................................................................................
2.4 ถา้ สถานีตรวจวัดอากาศแห่งนีต้ ้ังอยูใ่ นภาคกลาง ของประเทศไทย นกั เรียนคิดว่า
อณุ หภมู อิ ากาศในเดอื นเมษายน เม่ือเทยี บกับขอ้ มูลอุณหภูมิอากาศในกราฟ จะมลี ักษณะเปน็
อย่างไร และเหตใุ ดจงึ เป็นเช่นนัน้
...................................................................................................................................................
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรอื่ ง สมบัตขิ องอากาศ 22
ขั้นตอนกำรดำเนนิ กจิ กรรม
ควำมดนั อำกำศ (เวลาทใี่ ช้ 1 ชวั่ โมง)
ข้ัน1ส.รน้ำงักคเรวียำนมเสลน่นใเกจม(Eปnรgิศaนgาeอmักษeกรnำซt)่อรนท(5คดวนาลำมทอ(ค)ี งวเารมื่อดันงอาไกอาศน)ำ้ ในอำกำศ
เพื่อเชอ่ื มโยงไปสู่การเรียนรู้ เรอ่ื ง ความดนั อากาศ
ขนั้ สำรวจและคน้ หำ (Exploration) (20 นำที)
2. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มศึกษารายละเอยี ดกจิ กรรมท่ี 2.2 การทดลอง
เรื่อง ความดันอากาศ
3. แตล่ ะกลมุ่ ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามขน้ั ตอนในกจิ กรรมที่ 2.2 โดยแตล่ ะ
กลุ่มรว่ มกนั ศึกษาปัญหา อปุ กรณก์ ารทดลอง ข้ันตอน แล้วทากจิ กรรม ตลอดจน
บันทกึ ผลการสงั เกต สรปุ ผลการทดลอง และตอบคาถามหลังทากิจกรรม
ขั้นอธบิ ำยและลงขอ้ สรปุ (Explanation) (10 นำท)ี
4. แตล่ ะกลมุ่ ส่งตัวแทนออกมานาเสนอผลการปฏิบัตกิ จิ กรรม
หนา้ ช้นั เรียน
5. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั วเิ คราะหแ์ ละอภิปรายผลการปฏิบัตกิ ิจกรรม
ขยำยควำมรู้ (Elaboration) (10 นำท)ี
6. นกั เรยี นรว่ มกันศึกษาใบความรู้ที่ 4 เรือ่ ง ความดันอากาศ
ขน้ั ประเมิน (Evaluation) (15 นำที)
7. นกั เรียนทาใบงานท่ี 4 เรือ่ ง ความดันอากาศ
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรือ่ ง สมบัตขิ องอากาศ 23
เกม ปรศิ นาอักษรซ่อนความ..ความดันอากาศ
วิธีเลน่
1. มีข้อความทซ่ี ่อนอยใู่ นตาราง
2. ข้อความทซี่ อ่ นอย่นู ี้มจี านวนคาตามขดี ท่ีใบไ้ ว้ใน อกั ษรซ่อนความ 1 ขีด 1 คา ใตข้ ีด
แต่ละขดี มตี ัวเลขกากับอยู่ ตวั เลขนค้ี ือจานวนตวั อักษร
3. คาแรกใบใ้ ห้ไวแ้ ลว้ ในตาราง สว่ นคาตอ่ ๆ ไปจะอย่ใู กลอ้ กั ษรตัวสุดทา้ ยของแต่ละคา
และจะอยูใ่ นแนวตรง ท้ังแนวตัง้ แนวนอน และแนวทแยงมุม จะอ่านไปขา้ งหนา้ หรอื ย้อนหลังกไ็ ด้
อ า ค ม ดั ง ม า ก ม า ย ส ว ย
มี ข ว า น อ า ก า ศ ค ว า น 11
สี ข า ว ที่ ส า ร ว จ ง ง ข้ึ ง เ
พรมคน เ ลวละ เมยข ม
ป สู ติ น ข้ึ ม า แ ด เ พ่ิ ง เ ข ต
ล ง ล ด เ พ่ิ ม พ ล เ มื อ ง ก ร
ที่ ต ล า ด เ ท า ง ง สู ม า ว ค
ธ ร ณี น เ ง สู ม โ ด ย เ เ มื่ อ
ต ะ ปู กั มื่ น า ค น มี เ ฉ ท ข ร
ส ดั บ า อ ว า ด ค ร ศ ลี่ อ อ ต
ล บ เ ท่ ค ว า ว ต า ชั ย ร ง ม
เ งิ น เ น ย า เ ก ร็ ด ค ป า เ
บ ดี ต น ดั ม จ า ก ก ว า ด ผ ลิ
ด า ย เ ร็ ว อ า จ า ล ด ล ง ล
ค ร า ว กั น ย า ม ดั น สู ง 1 มิ
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรอื่ ง สมบตั ขิ องอากาศ 24
อักษรซอ่ นควำม
ความ
4 2 14 42 5 14 23
2 34 2 32 42 52 2 2
3 44 2 22 17 34 3 4
2 3 22 4
คำตอบของกลุ่มเรำ
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 เร่อื ง สมบัติของอากาศ 25
กจิ กรรเมรท่ือ่ี ง2.ก2ำรแบง่ ชน้ั บรรยำกำศ
กำรทดลอง เร่อื ง ควำมดันอำกำศ
คำชแ้ี จง
ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันทากจิ กรรมการทดลอง เรื่อง ความดนั อากาศ
โดยแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันศึกษาปัญหา อุปกรณ์การทดลอง ขัน้ ตอน แลว้ ทากจิ กรรม
ตลอดจนบนั ทึกผลการสงั เกต สรุปผลการทดลอง และตอบคาถาม
ปัญหำ
ความดันอากาศมผี ลตอ่ การเปลี่ยนแปลงระดบั นา้ ในสายพลาสติกหรอื ไม่
อุปกรณ์กำรทดลอง
1. สายพลาสติกใสขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลาง 0.6 ซม. 1 เส้น / กลุ่ม
2. ถงั น้าพลาสติกใสน่ ้าประมาณ ถงั 1 ถงั / กล่มุ
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เร่อื ง สมบัตขิ องอากาศ 26
ข้นั ตอนกำรทดลอง
1. นาสายพลาสติกใสทเี่ ตรียมมาจ่มุ ลงในน้าใหน้ า้ เขา้ ไปอยปู่ ระมาณ
ครึ่งสาย
2. จบั ปลายท้งั สองขนึ้ งอเปน็ รูปตัวยู โดยให้ปลายทงั้ สองอยู่ในระดบั
เดียวกนั สงั เกตระดบั นา้ ท้ังสองข้าง ดงั รูป (ก)
3. ยกปลายดา้ นขวามอื ให้สูงกวา่ ปลายด้านซ้ายมอื แลว้ เปลยี่ นให้ปลาย
ดา้ นซา้ ยมอื สงู กวา่ ปลายด้านขวามอื บา้ ง สงั เกตและเปรยี บเทียบระดบั นา้ ในสาย
พลาสติกใสแตล่ ะครง้ั ว่ามีลักษณะใดแล้วบนั ทกึ ผล ดังรปู (ข)
4. เป่าลมเข้าทางปลายด้านใดดา้ นหนึง่ โดยเริม่ เปา่ เบา ๆ กอ่ น
แลว้ คอ่ ย ๆ เพม่ิ แรงเป่าให้มากข้ึนเรอ่ื ย ๆ ดังรปู (ค) ระวังอย่าให้นา้ ลน้ ออกจาก
สายพลาสติกใส สงั เกตระดับนา้ ที่ปลายทงั้ สองข้าง แล้วบนั ทกึ ผล
(ก) แสดงวธิ จี ับสายพลาสตกิ ใส (ข) แสดงการยกสายพลาสตกิ ใส
(ค) แสดงวิธีเป่าลมท่ีสายพลาสติกใส
ท่มี ำของภำพ : กาญจนา หนูผาสขุ , 2558
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรือ่ ง สมบตั ขิ องอากาศ 27
ช่อื กล่มุ .............................................................................
สมาชิกในกลมุ่ 1)…………………………………………………………….. เลขท่ี................ ประธาน
2)…………………………………………………………….. เลขท.่ี ............... สมาชกิ
3)…………………………………………………………….. เลขท่ี................ สมาชิก
4)…………………………………………………………….. เลขที่................ เลขานกุ าร
บนั ทึกผลกำรสังเกต
รำยกำร ผลทเี่ กิดขึ้น
1. ระดบั น้าในสายพลาสติกใส
– ปลายท้งั สองข้างอยู่ระดบั เดียวกัน
– ปลายท้ังสองข้างไม่อยรู่ ะดบั เดยี วกนั
2. เมือ่ เป่าลมเขา้ ทางปลายสายพลาสติก
ด้านใดด้านหนง่ึ
สรุปผล
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรอ่ื ง สมบตั ขิ องอากาศ 28
คำถำมหลงั ทำกจิ กรรม
1. การบรรจุนา้ เขา้ ไปในสายพลาสตกิ ใส จะต้องทาอย่างไร
2. เพราะเหตุใดจึงใชส้ ายพลาสตกิ ใสทมี่ ขี นาดเสน้ ผ่านศนู ย์กลางไม่ใหญม่ ากเกินไป
3. ขณะทีบ่ รรจุน้าเขา้ ไปในสายพลาสตกิ ใส เพราะเหตใุ ดนกั เรียนจึงตอ้ งระวังไมใ่ หฟ้ องอากาศ
ค้างอยใู่ นสายพลาสตกิ ใส
4. เพราะเหตุใดจงึ ต้องงอสายพลาสตกิ ใสใหโ้ คง้ พอประมาณก่อนทาการเปา่ ลมเข้าไปใน
สายพลาสตกิ ใส
5. ขณะทากจิ กรรมนักเรียนคิดว่า ถา้ ตอ้ งการใหก้ จิ กรรมนีม้ คี ลาดเคลือ่ นนอ้ ยท่ีสุด การสังเกต
ระดับนา้ ในสายพลาสติกใสควรปฏิบตั ิอยา่ งไร
6. การท่นี ักเรยี นเป่าลมข้างหนง่ึ ของสายพลาสติกใสเป็นการทาใหค้ วามดันอากาศขา้ งนั้น
เปล่ยี นไปในลักษณะใด
7. เมื่อความดนั ของอากาศ 2 ขา้ งของสายพลาสตกิ ใสไม่เทา่ กนั ระดับนา้ อยู่ที่ระดบั เดียวกนั
หรือไม่
8. ผลสรุปของกจิ กรรมนีค้ ืออะไร
9. นกั เรยี นไดป้ ระโยชน์อะไรจากการปฏิบัติกจิ กรรมน้ี
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง สมบตั ขิ องอากาศ 29
ใบควำมรู้ท่ี 4
เร่อื ง ควำมดนั อำกำศ
แรงดนั อากาศ คือ แรงหรือนา้ หนักของอากาศท่กี ดลงบน
พ้ืนท่ีใด ๆ แรงดนั อากาศจะกระทาตอ่ ทุกสิง่ ทุกอย่างท่ีอยู่บนโลก
ความดนั อากาศหรือความดนั บรรยากาศ คือ แรงหรือ
น้าหนกั อากาศทก่ี ระทาต่อหนง่ึ หนว่ ยพนื้ ที่ ในการพยากรณ์อากาศ
เรียกความดันอากาศว่า ควำมกดอำกำศ
กำรวัดควำมดัน
1. วัดเปน็ ควำมสูงของน้ำ
ความดนั 1 บรรยากาศ คือ ความดันทีอ่ ากาศดนั ให้ระดับน้าข้นึ สูงจากน้าทะเลได้
ประมาณ 10 เมตร
2. วัดเปน็ ควำมสูงของปรอท
ความดัน 1 บรรยากาศ คือ ความดนั ทอ่ี ากาศดันให้ปรอทสงู 76 เซนตเิ มตร หรือ
760 มลิ ลิเมตร ทีร่ ะดบั นา้ ทะเล
หน่วยท่ีใชว้ ดั ความดนั อากาศหรอื ความกดอากาศ มอี ยหู่ ลายหน่วย คือ
1. มิลลิเมตรของปรอท โดยกาหนดว่า
1 บรรยากาศ = 760 มิลลิเมตรของปรอท
= 76 เซนติเมตรของปรอท
2. ทอร์ โดยกาหนดวา่
1 ทอร์ = 760 มลิ ลิเมตรของปรอท
760 ทอร์ = 760 บรรยากาศ
3. ระบบ SI กาหนดความดันเป็น Pascal ใช้อักษรย่อ Pa โดยกาหนดวา่
1.01325 × 105 Pa = 1.01325 N/m2
1.01325 × 105 Pa = 1 บรรยากาศ
4. ในทำงอุตนุ ยิ มวทิ ยำกำหนดควำมดันบรรยำกำศเป็นบำรแ์ ละมิลลบิ ำร์ โดยกาหนดวา่
1 บาร์ = 1,000 มลิ ลบิ าร์
1 บรรยากาศ = 1,013.25 มลิ ลิบาร์
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง สมบตั ขิ องอากาศ 30
ตำรำง ควำมดนั อำกำศหรอื ควำมกดอำกำศทร่ี ะดับควำมสูงจำกน้ำทะเลในระดับต่ำง ๆ
ควำมสูงจำกระดับนำ้ ทะเล ควำมดันอำกำศหรอื ควำมกดอำกำศ
กโิ ลเมตร (km) มลิ ลเิ มตรของปรอท นวิ ตนั ต่อตำรำงเมตร
(mm ของปรอท) (N/m2)
0 760 1.01 × 105
1 675 0.90 × 105
2 เร่ือง กำร6แ00บง่ ชนั้ บรรยำกำศ 0.80 × 105
3 530 0.71 × 105
4 470 0.63 × 105
5 410 0.55 × 105
6 360 0.48 × 105
7 320 0.43 × 105
8 280 0.37 × 105
9 245 0.33 × 105
10 210 0.28 × 105
11 185 0.25 × 105
12 160 0.21 × 105
13 140 0.19 × 105
จำกขอ้ มลู ในตำรำงสรปุ ไดว้ ำ่
ท่ีระดบั ความสงู มากขึ้น ความดันอากาศหรือความกดอากาศมคี ่าลดลง โดยเฉล่ยี
ความดันของอากาศจะลดลง 1 มลิ ลเิ มตรของปรอท เมือ่ ความสงู เพ่มิ ข้ึน 11 เมตร
ควำมสูงของยอดเขำ = (760 − ควำมดันของอำกำศบนยอดเขำ) × 11
เมตร
ตัวอยำ่ ง ด.ช.มานะ ใช้บารอมิเตอรป์ รอทวดั ความดนั อากาศที่ยอดเขาแหง่ หนึ่งได้ 720
mmHg จงหาความสงู ของยอดเขานั้นจากระดบั นา้ ทะเล
วิธีทำ ความสงู ของยอดเขา = (760 − ความดนั ของอากาศบนยอดเขา) × 11 เมตร
= (760 − 720) × 11 เมตร
= 40 X 11 เมตร
= 440 เมตร
ตอบ ความสงู ของยอดเขา = 440 เมตร
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง สมบตั ิของอากาศ 31
เครอ่ื งมือวดั ควำมดนั อำกำศ
การวดั ความดันอากาศหรือความกดอากาศ เรานิยมใชเ้ ครื่องมอื
ทเ่ี รียกวา่ บำรอมเิ ตอร์(barometer) ซ่ึงมอี ยหู่ ลายชนิด ดังนี้
1. บำรอมเิ ตอรแ์ บบปรอท (mercury barometer)
บารอมิเตอร์แบบปรอท ประกอบดว้ ยหลอดแก้ว
กลวง ยาว ปลายด้านหน่ึงปิด บรรจปุ รอทเตม็ หลอดแล้ว
ควา่ ปากหลอดแก้วลงในภาชนะทม่ี ีปรอทอยู่จะพบว่า
ปรอทในหลอดแก้วลดลงเลก็ นอ้ ย โดยยงั คงเหลอื ปรอท
ในหลอดแก้วอยู่สงู เหนอื ระดบั ปรอทในภาชนะ 76
เซนตเิ มตร หรอื 760 มิลลิเมตร สว่ นที่วา่ งเหนอื ปรอท
ในหลอดแก้วเปน็ สุญญากาศ
ภำพที่ 7 บำรอมิเตอร์แบบปรอท
ทมี่ ำของภำพ : http://fieldtrip.ipst.ac.th/intro_sub_content.php?
content_id=9&content_folder_id=115
สืบค้นเมอ่ื วันที่ 4 พฤษภาคม 2558
2. แอนริ อยด์บำรอมเิ ตอร์ (aneroid barometer)
แอนริ อยด์บารอมิเตอร์ ประกอบด้วยกลอ่ งโลหะท่สี ูบอากาศออกเกอื บหมด
ความดนั อากาศภายนอกจะทาใหต้ ลับยดื หรอื หดได้ มีผลทาให้เข็มที่หน้าปัดเปลยี่ น
ตาแหน่งด้วย เราสามารถอ่านค่าความดนั อากาศได้จากเขม็ ช้บี นหนา้ ปัดซึง่ มีตัวเลขแสดง
ความดันอากาศ
ภำพท่ี 8 แอนิรอยด์บำรอมเิ ตอร์
ท่มี ำของภำพ : http://fieldtrip.ipst.ac.th/intro_sub_content.php?content_id=9&content_folder_id=115
สืบคน้ เมื่อวนั ที่ 4 พฤษภาคม 2558
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เร่อื ง สมบัติของอากาศ 32
3. อลั ตมิ ิเตอร์ (altimeter)
อัลตมิ ิเตอร์ ดัดแปลงมาจากแอนริ อยดบ์ ารอมิเตอร์
ใช้สาหรับวดั ความสูง โดยใชต้ ิดไวบ้ นเครอ่ื งบนิ และตดิ ตัว
นักกระโดดร่มเพ่อื บอกความสูง
ภำพท่ี 9 อัลติมิเตอร์
ทม่ี ำของภำพ : http://www.scimath.org/socialnetwork/groups/viewbulletin/
สบื คน้ เม่อื วันที่ 4 พฤษภาคม 2558
4. บำรอกรำฟ (barograph)
บารอกราฟ ดัดแปลงมาจากแอนิรอยด์บารอมิเตอร์ ใช้บนั ทกึ ความดนั อากาศได้
ตอ่ เนอื่ ง โดยแกนท่ีขน้ึ ลงตามการบุบของตลบั โลหะจะดนั เข็มชใ้ี ห้เล่ือนข้ึนลงบน
กระดาษกราฟทีห่ มนุ อยตู่ ลอดเวลา
ภำพท่ี 10 บำรอกรำฟ
ที่มำของภำพ : http://kanchanapisek.or.th/
kp6/sub/book/book.php?book=2&chap=
4&page=t2-4-infodetail01.html
สืบคน้ เมื่อวนั ท่ี 4 พฤษภาคม 2558
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรอ่ื ง สมบตั ขิ องอากาศ 33
ใบงำนท่ี 4
เรื่อง ควำมดนั อำกำศ
ช่ือ-สกุล..................................................................................ช้ัน.................. เลขที่.............
คำชี้แจง จงตอบคาถามต่อไปนโ้ี ดยเติมคาหรือขอ้ ความ เคร่อื งหมายลงในช่องวา่ ง หรือแสดงวธิ ที า
ใหถ้ กู ตอ้ ง
1. ในการพยากรณอ์ ากาศเรยี กความดันอากาศว่า......................................................................
2. บารอกราฟ มคี วามพิเศษมากกวา่ บารอมิเตอร์ท่ัวไปคือ........................................................
................................................................................................................................................................
3. อลั ติมิเตอร์ ดดั แปลงมาจากแอนริ อยดบ์ ารอมิเตอร์ ใช้สาหรบั วัด........................... โดยใช้
ตดิ ไวบ้ นเครื่องบนิ และตดิ ตัวนกั กระโดดร่ม
4. เขียนเครอ่ื งหมาย ในช่องท่สี อดคลอ้ งกบั สถานการณ์ทีก่ าหนด
สภำพแวดลอ้ ม สภำพแวดลอ้ ม
สถำนกำรณ์ มีควำมดนั อำกำศ มีควำมดนั อำกำศ
สงู ขึ้น ต่ำลง
1. หอู อ้ื เมือ่ อยู่ในลฟิ ทท์ ่ีเคลื่อนท่ี
ขึ้นในอาคารสงู
2. ถุงขนมแฟบลง (ยงั ไมไ่ ด้เปดิ ถงุ )
3. ถงุ ขนมพองขึ้น(ยงั ไม่ไดเ้ ปดิ ถุง)
4. ลูกโปง่ ขยายตัวใหญ่ข้นึ
5. ยอดเขา B สงู จากระดับน้าทะเล 2,200 เมตรบนยอดเขานีจ้ ะมีความดันอากาศก่ี mmHg
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
6. ภูเขาแหง่ หนึ่งสงู 2,244 เมตร จากระดับน้าทะเลจงคานวณหา ความดันอากาศบนยอดเขา
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรือ่ ง สมบตั ขิ องอากาศ 34
ขน้ั ตอนกำรดำเนนิ กิจกรรม
ควำมช้ืนของอำกำศ (เวลาทใ่ี ช้ 2 ชว่ั โมง)
ขัน้ สรำ้ งควำมสนใจ (Engagement) (15 นำที)
1. นักเรียนเล่นเกม เกมหาเหตผุ ล เร่ือง ร้สู ึก…สมั พัทธ์ เพ่ือเช่ือมโยง
ไปสูก่ ารเรียนรู้ เร่ือง ความชื้นของอากาศ
ข้นั สำรวจและคน้ หำ (Exploration) (45 นำที)
2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ศกึ ษารายละเอยี ดกจิ กรรมท่ี 2.3 การทดลอง
เรอ่ื ง การตรวจสอบความช้ืนของอากาศ
3. แตล่ ะกลุ่มปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามขั้นตอนในกจิ กรรมท่ี 2.3 โดยแต่ละ
กลุม่ รว่ มกันศึกษาปญั หา อปุ กรณก์ ารทดลอง ขัน้ ตอน แล้วทากจิ กรรม ตลอดจน
บันทกึ ผลการสังเกต สรปุ ผลการทดลอง และตอบคาถามหลังทากิจกรรม
4. นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ศกึ ษารายละเอยี ดกิจกรรมท่ี 2.4 การทดลอง
เรื่อง ความช้นื ของอากาศ
5. แต่ละกล่มุ ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามขน้ั ตอนในกจิ กรรมท่ี 2.4 โดยแต่ละ
กลุ่มร่วมกันศึกษาปัญหา อุปกรณก์ ารทดลอง ข้ันตอน แลว้ ทากจิ กรรม ตลอดจน
บนั ทึกผลการสงั เกต สรุปผลการทดลอง และตอบคาถามหลังทากจิ กรรม
ข้นั อธบิ ำยและลงข้อสรปุ (Explanation) (20 นำท)ี
6. แต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมานาเสนอผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
หนา้ ช้นั เรยี น
7. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั วิเคราะหแ์ ละอภิปรายผลการปฏบิ ัติกิจกรรม
ขั้นขยำยควำมรู้ (Elaboration) (20 นำท)ี
8. นกั เรยี นร่วมกันศึกษาใบความรู้ที่ 5 เร่อื ง ความชน้ื ของอากาศ
9. นักเรยี นฝกึ คานวณหาความชน้ื สมั บูรณแ์ ละความช้ืนสมั พัทธจ์ ากโจทย์
ทค่ี รูกาหนดให้
ขั้นประเมนิ (Evaluation) (20 นำท)ี
10. นกั เรยี นทาใบงานที่ 5 เรอ่ื ง ความช้ืนของอากาศ
11. นักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรียน
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง สมบตั ิของอากาศ 35
เกม หาเหตุผล เร่อื ง รู้สกึ ...สมั พทั ธ์
วิธเี ล่น
1. อ่านขอ้ มูลที่ให้มาแล้วพิจารณาหาคาตอบ ซึ่งตอ้ งเป็นไปตามหลกั การของเหตุและผล
คาตอบจากขอ้ มูลทีถ่ ูกตอ้ งใหก้ า ส่วนคาตอบท่ีไม่ตรงกบั ขอ้ มลู ใหก้ า ในแผนผงั ตารางหา
เหตผุ ล
2. เมื่อกา และ เต็มผังตารางแลว้ จะสามารถหาคาตอบโดยรวบรวมจากชอ่ งท่ีมี
เขียนคาตอบในตารางคาตอบ
ขอ้ มูล
นกั ท่องเที่ยว 5 คนไปทอ่ งเทย่ี วในสถานทีต่ ่างๆ แตล่ ะสถานทที่ าให้รู้สึกต่างกัน
เพราะแต่ละสถานท่ีมคี วามชืน้ ในอากาศแตกต่างกัน นกั ทอ่ งเที่ยวคนใด ไปเที่ยว
สถานท่ีใด มคี วามชน้ื สมั พัทธเ์ ทา่ ไหร่และร้สู กึ อยา่ งไร ชว่ ยหาคาตอบที
1. ท้งั เวสลยี ์ ซ่ึงไปทอ่ งทงุ่ นา และสถานทม่ี ีความชืน้ สมั พัทธ์ 100 % (ซงึ่ ไม่ใช่
ทุง่ นาและทะเลทราย) ไม่ได้ทาใหร้ ้สู ึกเหนียวตวั หรอื หนาว
2. เควนิ ไมร่ ู้สึกสดชนื่ หรอื หนาว สว่ นคนท่อี ยู่ในทีม่ คี วามชนื้ สมั พทั ธ์ 60 %
ไม่ใชจ่ อห์นหรือทอมม่ี
3. จอหน์ รสู้ กึ ผิวแหง้ แตก แต่ทั้งทอมม่ซี ึง่ ไปเท่ียวดอยและเควนิ ตา่ งก็ไมไ่ ด้รสู้ กึ
เหนียวตวั แต่อย่างใด
4. ความชืน้ สัมพทั ธ์ 30 % ก่อให้เกิดความรู้สกึ หนาว แตค่ นท่ีรู้สกึ หนาวไมใ่ ช่
เวสลยี ห์ รอื เควนิ
5. จอหน์ ไม่ไดอ้ ยใู่ นทม่ี คี วามช้ืนสมั พัทธ์ 100 % หรือ 30 % ส่วนความช้ืน
สัมพทั ธ์ 0% ไม่ได้ทาให้รสู้ กึ สดชนื่ หรอื เหนยี วตวั ซง่ึ เปน็ ความรสู้ ึกของไมเคลิ เม่อื ไป
เทยี่ วถ้า และมีความชื้น 90 %
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เร่อื ง สมบัตขิ องอากาศ 36
ตำรำง 0%
หำเหตุผล 30 %
60 %
เวสลีย์ 90 %
ทอมมี่ 100 %
เควิน หนาว
ไมเคิล สดช่ืน
จอหน์ อบ ้อาว
ถ้า ิผวแตก
ทุ่งนา เห ีนยว ัตว
ป่าดงดิบ ้ถา
ยอดดอย ทุ่งนา
ทะเลทราย ่ปาดงดิบ
ยอดดอย
หนาว ทะเลทราย
สดช่ืน
อบอ้าว
ผิวแตก
เหนียวตัว
ตำรำงคำตอบ
นกั ท่องเทยี่ ว ควำมช้ืนสัมพทั ธ์ ควำมรสู้ กึ สถำนท่ี
(%)
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรือ่ ง สมบัตขิ องอากาศ 37
กิจกรรมที่ 2.3
กำรทดลองเรื่อง กำรตรวจสอบควำมชน้ื ของอำกำศ
คำช้ีแจง
ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ทากจิ กรรมการทดลอง เรือ่ ง การตรวจสอบ
ความชืน้ ของอากาศ โดยแต่ละกล่มุ รว่ มกนั ศึกษาปญั หา อปุ กรณ์การทดลอง ขน้ั ตอน
แลว้ ทากจิ กรรม ตลอดจนบันทึกผลการสงั เกต สรุปผลการทดลอง และตอบคาถาม
ปญั หำ
ความชื้นของอากาศสามารถตรวจสอบไดอ้ ย่างไร
อุปกรณ์กำรทดลอง
1. กระดาษกรองขนาด 1 cm × 5 cm 1 แผ่น / กล่มุ
2. โคบอลต์ (II) คลอไรด์ 5 g / กลุ่ม
3. บกี เกอร์ขนาด 250 cm3 1 ใบ / กลุ่ม
4. บีกเกอร์ขนาด 50 cm3 1 ใบ / กลุ่ม
5. แทง่ แกว้ คนสาร 1 แท่ง / กลุม่
6. กระจกนาฬกิ า 3 อัน / กลุ่ม
7. ไดรเ์ ปา่ ผม 1 เครื่อง / กลุม่
8. คมี คบี 1 อนั / กลมุ่
9. นา้ กล่ัน 100 cm3 / กล่มุ
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรอ่ื ง สมบัตขิ องอากาศ 38
ขน้ั ตอนกำรทดลอง
1. ตดั กระดาษกรองขนาด 1 cm × 5 cm จานวน 1 แผ่น
2. ชง่ั โคบอลต์ (II) คลอไรด์ปริมาณ 5 g ใส่ลงในบีกเกอร์ขนาด 250
cm3 เตมิ น้ากลน่ั เล็กน้อย คนให้สารละลาย แล้วเติมน้ากลั่นลงไปอกี จนครบ
100 cm3
3. นาสารละลายโคบอลต์ (II) คลอไรดใ์ นข้อ 2 ปริมาณ 10 cm3 ใส่ลงใน
บกี เกอร์ขนาด 50 cm3
4. ใชค้ มี คบี กระดาษกรอง จุ่มกระดาษกรองลงในสารละลายในข้อ 3
สงั เกตสกี ระดาษกรอง บันทึกผล
5. ใช้ไดร์เป่าผมเป่ากระดาษกรองในข้อ 4 ให้แหง้ สังเกตสีกระดาษ
กรอง บนั ทกึ ผล
6. นากระดาษกรองในข้อ 5 วางบนกระจกนาฬิกา นาไปวางบริเวณ
ท่ีตอ้ งการตรวจสอบเป็นเวลา 10 นาที สงั เกตสีของกระดาษกรอง บันทึกผล
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เร่อื ง สมบัตขิ องอากาศ 39
ช่อื กลุ่ม.............................................................................
สมาชิกในกลุ่ม 1)…………………………………………………………….. เลขที่................ ประธาน
2)…………………………………………………………….. เลขท.ี่ ............... สมาชิก
3)…………………………………………………………….. เลขท่ี................ สมาชิก
4)…………………………………………………………….. เลขท่.ี ............... เลขานุการ
บนั ทกึ ผลกำรสงั เกต
สถำนท่ี สีกระดำษกรอง
บริเวณที่มอี ากาศแหง้ หรือมคี วามชนื้ น้อย
บรเิ วณท่อี ากาศมคี วามชน้ื มาก
สรุปผล
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง สมบัตขิ องอากาศ 40
คำถำมหลงั ทำกจิ กรรม
1. สารละลายโคบอลต์ (II) คลอไรด์ ทยี่ ังไม่ไดล้ ะลายน้า มีสีอะไร
2. สารละลายโคบอลต์ (II) คลอไรด์ ที่ละลายน้า มีสีอะไร
3. เมื่อนากระดาษกรองจุ่มลงในสารละลายโคบอลต์ (II) คลอไรด์ กระดาษกรองดังกล่าวจะมีสี
อะไร
4. เมื่อใช้ไดรเ์ ปา่ ผม เป่ากระดาษกรองทจี่ ุ่มสารละลายโคบอลต์ (II) คลอไรด์ จนแหง้
กระดาษกรองดงั กล่าว จะมสี อี ะไร
5. เม่ือสารละลายโคบอลต์ (II) คลอไรด์ อยู่ในท่ีทมี่ ีความชน้ื อากาศสูง จะมกี ารเปล่ียนแปลง
อยา่ งไร
6. สรปุ ผลการทดลองนไ้ี ดอ้ ย่างไร
7. ความชนื้ ของอากาศมผี ลต่อสง่ิ ต่าง ๆ บนโลกอยา่ งไร
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เร่ือง สมบัตขิ องอากาศ 41
กจิ กรรมที่ 2.4
กำรทดลองเรอื่ ง ควำมชน้ื ของอำกำศ
คำชแ้ี จง
ใหน้ ักเรยี นแต่ละกล่มุ รว่ มกนั ทากิจกรรมการทดลอง เร่ือง ความชื้นของอากาศ
โดยแตล่ ะกล่มุ รว่ มกันศกึ ษาปัญหา อุปกรณ์การทดลอง ข้ันตอน แล้วทากจิ กรรม
ตลอดจนบนั ทึกผลการสังเกต สรุปผลการทดลอง และตอบคาถาม
ปญั หำ
การระเหยของนา้ ในธรรมชาติมีผลต่อความชนื้ ของอากาศหรือไม่ เพราะเหตุใด
อปุ กรณ์กำรทดลอง
1. สาลี 2 ก้อน / กล่มุ
2. กล่องพลาสตกิ เบอร์ 3 1 กล่อง / กลมุ่
3. ดา้ ยหรือยางรัด 2 เสน้ / กลมุ่
4. เทอรม์ อมิเตอร์ 2 อนั / กล่มุ
5. ขาต้ัง 1 อนั / กลุ่ม
6. ท่ีจับ 2 อนั / กลุม่
7. นาฬิกาจบั เวลา 1 เรือน / กลุม่
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง สมบัตขิ องอากาศ 42
ขนั้ ตอนกำรทดลอง
1. ใช้สาลชี ุบน้าแล้วหมุ้ กระเปาะเทอรม์ อมิเตอร์ทั้ง 2 อนั เพ่อื ให้
เทอร์มอมิเตอรเ์ ปียก บนั ทกึ อุณหภูมขิ องเทอรม์ อมิเตอร์ท้งั 2 อนั
2. ใสน่ ้าลงในกล่องพลาสติกเบอร์ 3 ประมาณครึ่งหน่ึง แล้วเสยี บ
เทอร์มอมิเตอรอ์ ันหน่ึงลงกลางฝากล่อง จากนน้ั นาไปปิดทกี่ ล่องพลาสตกิ
แล้วจดั ให้กระเปาะของเทอร์มอมิเตอร์ท่ีหุ้มด้วยสาลีอย่เู หนอื ผิวน้าเลก็ นอ้ ย
นาเทอรม์ อมิเตอร์ทง้ั 2 อนั ไปติดตัง้ กบั ขาตัง้ ดังรูป
3. ตัง้ เทอรม์ อมิเตอร์ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วบันทึกอุณหภูมิ
ที่อ่านไดจ้ ากเทอร์มอมิเตอร์ท้งั 2 อนั
ที่มำของภำพ : กาญจนา หนผู าสขุ , 2558.
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง สมบัติของอากาศ 43
ช่อื กล่มุ .............................................................................
สมาชกิ ในกลมุ่ 1)…………………………………………………………….. เลขที่................ ประธาน
2)…………………………………………………………….. เลขท.ี่ ............... สมาชกิ
3)…………………………………………………………….. เลขท.่ี ............... สมาชิก
4)…………………………………………………………….. เลขท่ี................ เลขานกุ าร
บันทึกผลกำรสงั เกต อุณหภูมทิ ี่อำ่ นได้ ( C)
กำรวดั อุณหภูมิ อันที่ 1 (ในกลอ่ ง) อนั ท่ี 2
กอ่ นการสังเกต
หลังจากตัง้ ทง้ิ ไว้ 5 นาที
สรุปผล
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรอื่ ง สมบัตขิ องอากาศ 44
คำถำมหลังทำกิจกรรม
1. การวัดอณุ หภูมิของเทอร์มอมิเตอร์หุ้มสาลชี บุ นา้ ท้ังสองกอ่ นการทดลองเพอื่ อะไร
2. อณุ หภมู ิกอ่ นการทดลองของเทอรม์ อมิเตอร์ทั้งสองเหมือนหรอื แตกตา่ งกัน
3. การใชส้ าลชี บุ นา้ หุ้มเทอรม์ อมิเตอร์ ถา้ สาลีเปยี กน้าไมเ่ ทา่ กนั จะมผี ลต่อการทดลองหรอื ไม่
เพราะเหตใุ ด
4. เพราะเหตุใดเทอร์มอมเิ ตอร์กระเปาะเปยี กทอ่ี ย่ใู นกลอ่ งทีม่ นี ้า อุณหภมู จิ ึงไม่ลดลง
5. ผลสรปุ ของการทดลองน้ีคืออะไร
6. นักเรยี นได้ประโยชน์อะไรจากการปฏิบัตกิ ิจกรรมนี้
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง สมบตั ิของอากาศ 45
ใบควำมรทู้ ี่ 5
เรื่อง ควำมช้ืนของอำกำศ
ควำมชนื้ ของอำกำศ
คือ สภาวะทอี่ ากาศมีไอน้าลอยปะปนอยู่ และปรมิ าณไอนา้ ท่ีอากาศ
สามารถรบั ไดข้ ้นึ อยู่กับอณุ หภูมิ ถ้าอณุ หภูมสิ ูงอากาศจะรบั ไอน้าได้
มากกว่าอากาศทม่ี ีอุณหภมู ติ า่
อำกำศอ่ิมตัว คือ สภาพอากาศ ณ อุณหภูมหิ นง่ึ ที่อากาศ
รับไอน้าได้เตม็ ท่ี ไมส่ ามารถจะรับไอน้าได้อีกแลว้
อำกำศชื้น คือ อากาศที่มีปริมาณไอน้าในอากาศมาก
และสามารถจะรับไอนา้ ไดเ้ พยี งเล็กน้อย
อำกำศแห้ง คือ อากาศที่มปี รมิ าณไอนา้ ในอากาศนอ้ ย
และสามารถจะรบั ไอนา้ ได้อีกจานวนมาก
เหงอื่ ระเหยไดน้ ้อยทำให้เหนียวตัว อดึ อัด
ผ้ำท่ีตำกไว้แหง้ ช้ำ น้ำจำกแหลง่ ต่ำง ๆ
ระเหยไดน้ ้อย
ผลของอำกำศช้นื มำก ควำมชื้นในอำกำศพอเหมำะ คือ
ควำมชืน้ สัมพทั ธ์ 60% เหมำะทจ่ี ะ
ทำให้เรำร้สู กึ สบำย
เหง่อื ระเหยได้มำกทำใหร้ สู้ ึกเยน็ นำ้ จำกแหลง่ ต่ำง ๆ
ผำ้ ทีต่ ำกไว้แหง้ เร็ว ระเหยได้มำก
ผลของอำกำศแห้ง