The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kanchana Noopasuk, 2021-07-18 02:29:21

ผลงานทางวิชาการ กาญจนา หนูผาสุข เรื่อง บรรยากาศ

ชุดที่ 2 สมบัติของอากาศ

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เร่ือง สมบตั ขิ องอากาศ 46

วธิ ีกำรบอกคำ่ ควำมชืน้ ของอำกำศ

กำรบอกค่ำควำมชน้ื ของอำกำศ มี 2 แบบ คือ
1. ควำมช้ืนสัมบรู ณ์ คือ อตั ราส่วนระหวา่ งมวลของไอนา้ ในอากาศ

กับปรมิ าตรของอากาศนนั้ ณ อณุ หภมู ิเดยี วกนั มีหน่วยเปน็ กรัมต่อ
ลกู บาศกเ์ มตร หากอากาศมีความช้นื สมั บรู ณ์ 5 กรมั ต่อลูกบาศก์เมตร
หมายความว่า อากาศปริมาตร 1 ลูกบาศกเ์ มตร จะมีไอนา้ ขณะน้ันอยู่ 5 กรัม

ความชน้ื สมั บรู ณ์ (g/m3) = มวลของไอน้าในอากาศ (g)
ปรมิ าตรของไอน้าในอากาศ ณ อุณหภูมเิ ดยี วกัน (m3)

ตวั อยำ่ ง หอ้ งหนง่ึ มปี รมิ าตร 10 ลกู บาศกเ์ มตร มไี อนา้ อยู่ 150 กรมั ความชน้ื สมั บรู ณข์ องอากาศ

ขณะนนั้ มคี า่ เทา่ ใด

วธิ ีคิด จากความชน้ื สัมบรู ณ์ = มวลของไอนา้ ในอากาศ (g)
ปริมาตรของไอน้าในอากาศ ณ อณุ หภูมเิ ดียวกัน (m3)

แทนค่า = 150 (g)
10(m3)

จะได้ ความชน้ื สัมบรู ณ์ = 15 (g/m3)

2. ควำมช้ืนสัมพทั ธ์ คือ อตั ราส่วนระหว่างมวลของไอนา้ ท่ีมอี ยู่จริงในอากาศขณะนั้นกับ
มวลของไอน้าอิม่ ตัวท่อี ุณหภูมแิ ละปริมาตรเดียวกัน (นิยมบอกคา่ ความช้ืนเปน็ ร้อยละ)

ความช้ืนสัมพทั ธ์ (%) = มวลของไอนม้าวอลิม่ขตอัวงไทอ่ีอนุณ้าใหนภอูมาิแกลาะศป(รgิม) าตรเดยี วกันX1(0g0)

ตวั อย่ำง ท่ีอณุ หภมู ิ 25 องศาเซลเซียส อากาศสามารถรบั ไอน้าได้ 140 กรบั ต่อลกู บาศก์เมตรแต่

ในขณะนน้ั ในอากาศมีไอน้ากระจายอยู่เพยี ง 100 กรัมต่อลูกบาศก์เมตร ความชื้อสมั พทั ธ์ ณ

อุณหภมู นิ ี้มีคา่ เทา่ ไร

วธิ ีคิด จากความชน้ื สัมพัทธ์ (%) = มวลของไอน้าในอากาศ (g) (Xg1) 00
มวลของไอน้าอ่มิ ตัวทีอ่ ุณหภมู แิ ละปริมาตรเดียวกัน

แทนค่า = 100 (g) X100
140 (g)

จะได้ ความช้ืนสมั พทั ธ์ = 71.43 %

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 เร่อื ง สมบตั ิของอากาศ 47

เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้วัดควำมชื้นในอำกำศ

1. ไฮกรอมิเตอร์แบบเส้นผม เป็นเครือ่ งมอื วัดความช้นื
แบบง่ายโดยใช้เสน้ ผม ถ้าความชืน้ สัมพทั ธส์ ูง เสน้ ผมจะ
ขยายตวั ยาว ถ้าค่าความช้นื สัมพทั ธ์ต่า เส้นผมจะหดตวั สั้น

ภำพที่ 11 ไฮกรอมเิ ตอร์แบบเสน้ ผม
ที่มำของภำพ : https://yamonpron.wordpress.com

สืบค้นเมอื่ วันท่ี 5 พฤษภาคม 2558

2. ไซโครมเิ ตอร์ (psychrometer)
ประกอบดว้ ยเทอรม์ อมเิ ตอร์ 2 อนั คกู่ ัน โดย
เทอรม์ อมิเตอร์อันหนง่ึ เรียกว่า กระเปาะแหง้
สว่ นเทอร์มอมิเตอร์อกี อนั หน่งึ ที่หมุ้ ดว้ ยผ้าชนื้
เรียกว่า กระเปาะเปียก น้าทอ่ี ยู่ในผา้ ชน้ื จะ
ระเหยโดยการแกว่งหรอื ใช้พดั ลมเป่า เราจะ
ปลอ่ ยใหน้ า้ ระเหยออกจากผ้าชืน้ จนกระท่ัง
อุณหภูมิท่ีเทอรม์ อมิเตอร์กระเปาะเปยี กลดลงถงึ
จุดต่าสดุ เม่อื อ่านค่าอุณหภมู เิ ทอร์มอมิเตอรท์ ้งั
สองต่างกันก็จะนาไปเทียบกบั ตารางหาค่า
ความชื้นสัมพทั ธไ์ ด้

ภำพที่ 12 ไซโครมิเตอร์แบบกระเปำะเปียก-กระเปำะแห้ง
ทีม่ ำของภำพ : https://yamonpron.wordpress.com
สืบค้นเมื่อวันท่ี 5 พฤษภาคม 2558

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง สมบตั ขิ องอากาศ 48

ตำรำง คำ่ ควำมชื้นสมั พัทธ์เปน็ เปอรเ์ ซ็นต์

ภำพท่ี 13 ตำรำง ค่ำควำมชืน้ สมั พัทธ์เป็นเปอรเ์ ซน็ ต์
ที่มำของภำพ : http://km.st.buu.ac.th/external_links.php?links=3125

สบื ค้นเมอ่ื วนั ที่ 5 พฤษภาคม 2558

เมือ่ ตอ้ งการทราบค่าความชืน้ สัมพัทธ์ ทาตามข้ันตอน ดังนี้
1. อา่ นอณุ หภูมขิ องเทอร์มอมเิ ตอร์กระเปาะแห้ง
2. อ่านอุณหภูมขิ องเทอร์มอมเิ ตอรก์ ระเปาะเปยี ก
3. หาค่าผลต่างของอุณหภมู ริ ะหวา่ งกระเปาะแห้งกบั กระเปาะเปียก ไดจ้ ากผลต่าง

ของอุณหภูมกิ ระเปาะแห้งกบั อุณหภูมิของกระเปาะเปียก
4. อ่านคา่ จากตาราง
เชน่ ถ้าอุณหภูมิกระเปาะแห้งอา่ นได้ 35 องศาเซลเซยี ส อณุ หภมู ิกระเปาะเปยี ก

อ่านได้ 26 องศาเซลเซยี ส นาไปดูในชอ่ งตาราง ผลตา่ งคือ 9 จะไดค้ ่าความช้ืนสัมพัทธ์
เท่ากบั 51 องศาเซลเซยี ส

เข้ำใจแล้วใช่ไหมคะนักเรียน
ถำ้ เขำ้ ใจแลว้ ไปทำใบงำนกันเลย

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรอื่ ง สมบัติของอากาศ 49

ใบงำนที่ 5

เรือ่ ง ควำมชืน้ ของอำกำศ

ชือ่ -สกุล..................................................................................ชนั้ .................. เลขท่ี.............

คำชี้แจง จงตอบคาถามต่อไปนีโ้ ดยเติมคาหรอื ขอ้ ความ หรือแสดงวิธีทาใหถ้ ูกตอ้ ง
1. ความชน้ื ของอากาศคืออะไร
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
2. อากาศจะมีความช้นื มากหรอื น้อยนนั้ ขึน้ อยกู่ บั สิ่งใด
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
3. เหตุใดในบางวนั นักเรยี นจงึ รู้สกึ ร้อน เหนยี วตวั และอดึ อัด
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
4. ในฤดูฝนการตากผ้าเปียกไว้จะแห้งชา้ กวา่ ในฤดหู นาวเป็นเพราะเหตุใด
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
5. ใหเ้ ปรียบเทยี บความช้ืนอากาศจากภาพในแตล่ ะขอ้ พรอ้ มอธบิ ายเหตุผล
5.1

ภาพ...........มีความชน้ื อากาศสงู กวา่ ภาพ............เนอ่ื งจาก……….......……………..............
.......................................................................................................................................

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรือ่ ง สมบตั ขิ องอากาศ 50

5.2 อณุ หภมู ิอำกำศ 32 ๐C

อณุ หภูมอิ ำกำศ 28๐C

กข

ภาพ...........มคี วามชืน้ อากาศสงู กว่าภาพ............เนือ่ งจาก……….......……………..............
.......................................................................................................................................

5.3

อุณหภมู อิ ำกำศ 30 ๐ อณุ หภมู ิอำกำศ 30 ๐
C C

ก ข

ภาพ...........มีความช้นื อากาศสูงกวา่ ภาพ............เนอ่ื งจาก……….......……………..............
.......................................................................................................................................
6. ท่อี ุณหภูมิ 25 องศาเซลเซยี ส อากาศมีปริมาตร 20 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร มีไอน้า 100 กรัม
จะมคี า่ ความชนื้ สัมบูรณ์ เท่าใด
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
7. อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียสอากาศอ่ิมตวั ดว้ ยไอน้า 180 กรมั ต่อลกู บาศก์เมตร แต่ขณะนนั้ มี
ไอน้าอย่จู ริงเพียง 135 กรัมตอ่ ลกู บาศก์เมตร ความช้ืนสมั พทั ธ์มีคา่ เท่าไร
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง สมบตั ิของอากาศ 51

แบบทดสอบหลังเรยี น
เรือ่ ง สมบัติของอำกำศ

คำชแี้ จง 1. แบบทดสอบน้เี ป็นแบบทดสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลอื ก จานวน 10 ขอ้
ใช้เวลา 10 นาที

2. ใหน้ กั เรียนเลอื กคาตอบที่ถูกต้องที่สดุ เพียงคาตอบเดยี ว แล้วทาเครื่องหมาย 
ลงในกระดาษคาตอบ
...............................................................................................................................................

1. ตารางแสดงความสมั พันธ์ ระหว่างอุณหภูมขิ องอากาศ กบั ระดบั ความสงู ตา่ ง ๆ กนั

ความสงู จากระดับ อุณหภูมขิ อง

นา้ ทะเล อากาศ

(กโิ ลเมตร) (องศาเซลเซียส)

0.1 26.0

1.5 20.1

3.1 8.4

4.4 2.6

5.9 - 6.0

7.3 -18.2

จากตาราง จะสรุปความสัมพนั ธว์ ่าอย่างไร

ก. อุณหภมู ิของอากาศไม่คงท่ี

ข. ความสูงลดลง อณุ หภูมลิ ดลง

ค. ความสูงเพม่ิ ข้ึน อุณหภมู ิลดลง

ง. ความสงู เพิ่มขึน้ อุณหภูมิเพมิ่ ขึ้น

2. ความช้นื ในอากาศหมายถงึ อะไร
ก. ไอนา้ ในอากาศ
ข. อุณหภูมขิ องอากาศ
ค. ความหนาแน่นของอากาศ
ง. ถูกทกุ ข้อ

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรอ่ื ง สมบัตขิ องอากาศ 52

3. ขอ้ ความใดกลา่ วถูกต้องเก่ยี วกับอุณหภูมขิ องอากาศกนั
ก. อุณหภูมิพื้นน้าจะสูงกวา่ อุณหภมู พิ ื้นดิน
ข. ดวงอาทิตย์ขึ้นในตอนเชา้ อุณหภูมิจะสูงข้นึ เร่ือย ๆ
ค. ระดบั ความสงู จากผิวโลกต่างกัน อณุ หภูมิของอากาศต่างกัน
ง. อุณหภมู บิ นพ้ืนดนิ จะเปลี่ยนแปลงได้ชา้ กวา่ อุณหภูมใิ ตผ้ วิ ดิน

4. ข้อความใดกลา่ วถูกต้อง ถา้ อากาศมคี วามช้ืนสมั พทั ธ์ 95%
ก. ตากผ้าแหง้ เร็ว ร่างกายรู้สกึ เยน็ สบาย
ข. ตากผ้าแห้งช้า รา่ งกายรู้สกึ เย็นสบาย
ค. ตากผ้าแหง้ เร็ว ร่างกายรสู้ กึ ร้อนและอึดอัด
ง. ตากผ้าแห้งชา้ รา่ งกายรูส้ ึกอดึ อัดและเหนียวตัว

5. ความดนั อากาศหมายถงึ อะไร
ก. แรงดันท่ีกระทาทั้งหมดในพน้ื ที่
ข. แรงดันอากาศต่อปรมิ าตรของอากาศ
ค. แรงดันอากาศต่อความหนาแนน่ ของอากาศ
ง. แรงดันอากาศตอ่ หนึ่งหนว่ ยพืน้ ท่ีทร่ี องรับแรงดนั

6. การทางานไฮโกรมิเตอร์แบบเส้นผมใช้หลักการใด
ก. เส้นผมแห้งหดตวั เวลาชืน้ จะยดื ตวั
ข. เส้นผมแห้งขยายตวั เวลาช้ืนจะหดตัว
ค. เส้นผมมคี วามคงที่ เมื่อความชน้ื เปล่ียนแปลง
ง. เสน้ ผมมคี วามคงที่ เมอ่ื อณุ หภูมเิ ปล่ียนแปลง

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง สมบตั ิของอากาศ 53

7. ความสัมพนั ธ์ระหว่างอุณหภมู ิ ความหนาแนน่ ของอากาศ และความกดอากาศขอ้ ความใด
ถกู ต้อง

ก. อณุ หภูมติ ่า ความหนาแนน่ มาก ความกดอากาศสูง
ข. อณุ หภูมติ ่า ความหนาแนน่ น้อย ความกดอากาศสงู
ค. อณุ หภมู ิสงู ความหนาแนน่ นอ้ ย ความกดอากาศสูง
ง. อุณหภูมิสูง ความหนาแน่นมาก ความกดอากาศต่า

8. เคร่ืองมอื ที่ใชว้ ดั ความดนั อากาศคอื ข้อใด
ก. บารอมเิ ตอร์
ข. อะนิโมมเิ ตอร์
ค. แอลติมิเตอร์
ง. ไฮกรอมเิ ตอร์

9. ถ้าอากาศมไี อน้ามาก ผลที่เกิดขึน้ คอื อะไร
ก. อากาศจะมีความกดอากาศสูง เพราะไอนา้ เบากว่าอากาศ
ข. อากาศจะมคี วามกดอากาศต่า เพราะไอน้าเบากว่าอากาศ
ค. อากาศจะมีความกดอากาศสงู เพราะไอน้าหนักกว่าอากาศ
ง. อากาศจะมีความกดอากาศตา่ เพราะไอนา้ หนัก

10. เครอ่ื งบินบนิ อยู่ในระดบั สูง 2,200 เมตรเหนอื ระดับน้าทะเล ระดบั ของปรอทใน
บารอมเิ ตอรจ์ ะอยสู่ ูงกม่ี ลิ ลิเมตร ถ้าความสูงจากระดบั นา้ ทะเลข้ึนไป 11 เมตร
ระดบั ปรอทลดลง 1 มลิ ลิเมตร

ก. 200 มลิ ลเิ มตร
ข. 300 มลิ ลิเมตร
ค. 460 มลิ ลเิ มตร
ง. 560 มลิ ลเิ มตร

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง สมบัติของอากาศ 54

ชุดกจิ กรรมกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตร์ เร่ือง บรรยำกำศ
ชุดกิจกรรมกำรเรยี นรทู้ ่ี 2 เร่อื ง สมบัติของอำกำศ
รำยวชิ ำ วิทยำศำสตร์ 2 ว21102 ช้ันมธั ยมศกึ ษำปีที่ 1

ช่ือ...........................................................สกุล.....................................................เลขท่.ี ................

คำช้แี จง : ให้นกั เรียนทาเครือ่ งหมาย  ลงในชอ่ งข้อท่ีถกู ตอ้ งทีส่ ุดเพยี งข้อเดียว

ขอ้ ท่ี ก. คำตอบ ง.
1 ข. ค.
2
3
4
5
6
7
8
9
10

ทำคะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน
หลังเรยี นได้ก่ี ทดสอบหลงั เรยี นได้ .............. คะแนน
คะแนนคะ ทดสอบก่อนเรยี นได้ .............. คะแนน
พัฒนำขนึ้ .............. คะแนน

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง สมบัตขิ องอากาศ 55

กระทรวงศึกษาธิการ. ตัวช้วี ัดและสำระกำรเรยี นรู้แกนกลำง กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้
วิทยำศำสตร์ ตำมหลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำข้ันพนื้ ฐำน พทุ ธศกั รำช 2551.
กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ ชมุ นมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย, 2551.

ถนดั ศรีบุญเรอื ง และคณะ. วิทยำศำสตร์ ม.1 เล่ม 2. พิมพค์ ร้ังท่ี 5. กรุงเทพฯ :
อักษรเจรญิ ทัศน์, 2549.

บัญชา แสนทวี และคณะ. แบบฝึกทกั ษะ รำยวชิ ำพืน้ ฐำน วิทยำศำสตร์ ม.1 เล่ม 2.
กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์วันนาพานิช จากดั , 2557.

บญั ชา แสนทวี และลดั ดา อนิ ทร์พมิ พ์. หนงั สอื เรยี น รำยวชิ ำวิทยำศำสตร์พน้ื ฐำน
วิทยำศำสตร์ ม.1 เล่ม 2. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์วันนาพานชิ จากดั , 2557.

พมิ พพ์ นั ธ์ เตชะคปุ ต์ และคณะ. ชุดกจิ กรรมกำรเรียนรูพ้ ัฒนำกำรคิด วิทยำศำสตร์
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตร์ ชน้ั มัธยมศกึ ษำปที ่ี 1 เลม่ 2. กรุงเทพฯ :
บรษิ ทั พันนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จากดั , 2558.

ศรลี กั ษณ์ ผลวนั นา และเจยี มจิต กลุ มาลา. หนังสอื เรียน รำยวชิ ำวทิ ยำศำสตร์พนื้ ฐำน
วทิ ยำศำสตร์ ชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 1. กรุงเทพฯ : แมค็ เอด็ ดูเคช่นั , 2558.

สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. หนงั สือเรยี น
วทิ ยำศำสตร 2 ชัน้ มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 1 เลม่ 2. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค.
ลาดพราว, 2553.

สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. คมู่ ือครู
รำยวชิ ำวิทยำศำสตร์ 2 ช้นั มธั ยมศกึ ษำปีที่ 1 เลม่ 2. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค.
ลาดพราว, 2553.

สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. แบบฝกึ หดั
รำยวชิ ำ พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ 2 ชัน้ มัธยมศึกษำปที ่ี 1 บทที่ 2 บรรยำกำศของเรำ.
กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพราว, 2557.

ศนู ย์การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร.์ อุณหภูมิของบรรยำกำศ (ออนไลน)์ .
เข้าถึงจาก http://portal.edu.chula.ac.th/lesa_cd/assets/document/
lesa212/6/temperature_atmos/air_temp/air_temp.html
สบื คน้ วนั ท่ี 3 พฤษภาคม 2558.

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง สมบตั ิของอากาศ 56

ภำคผนวก

เรือ่ ง กำรแบง่ ชนั้ บรรยำกำศ

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เร่ือง สมบตั ิของอากาศ 57

เฉลย

แบบทดสอบก่อนเรียน

ชุดกิจกรรมกำรเรยี นรวู้ ทิ ยำศำสตร์ เรอ่ื ง บรรยำกำศ
ชดุ กจิ กรรมกำรเรียนรทู้ ี่ 2 เรอื่ ง สมบตั ิของอำกำศ
รำยวิชำ วทิ ยำศำสตร์ 2 ว21102 ชั้นมัธยมศกึ ษำปที ี่ 1

1. ค
2. ค
3. ก
4. ง
5. ก
6. ง
7. ก
8. ข
9. ง
10. ข

ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรอ่ื ง สมบตั ขิ องอากาศ 58

บนั ทึกผลกำรสำรวจ เวลำ (ชั่วโมง) อุณหภูมทิ ่ีวดั ได ๐C)
14.00 34.0
เวลำ (ชัว่ โมง) อณุ หภมู ทิ ี่วัดได้ ( ๐C) 16.00 32.0
8.00 27.0 18.00 28.0
10.00 30.0
12.00 32.0

กราฟแสดงความสัมพนั ธ์ระหวา่ งอณุ หภมู กิ ับเวลา

สรปุ ผล
อณุ หภูมิของอากาศจะเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาใน 1 วนั โดยในตอนเช้าอณุ หภมู จิ ะค่อย ๆ

สูงขน้ึ จนกระทั่งขน้ึ สงู สุดในตอนบ่าย และจะคอ่ ย ๆ ลดตา่ ลงในตอนเย็น
คำถำมหลังทำกจิ กรรม
1. หนา้ ทส่ี าคญั ของเทอรม์ อมิเตอร์คอื อะไร

วัดอุณหภูมขิ องอากาศ
2. นกั เรยี นคดิ ว่าอุณหภูมใิ นแตล่ ะทอ้ งถ่ินในชว่ งเวลาเดยี วกันมคี า่ เทา่ กนั หรือไม่

ไมเ่ ทา่ กัน ในช่วงเวลาเดียวกนั อุณหภูมขิ องอากาศจะแตกตา่ งกันไปตามสภาพอากาศของแตล่ ะ
ทอ้ งถิ่น
3. อุณหภูมิของอากาศมลี ักษณะอย่างไร

เปล่ียนแปลงไปตามชว่ งเวลาใน 1 วนั
4. จากการปฏิบัติกิจกรรมอุณหภูมิจะขนึ้ สงู สุดในช่วงเวลาใด

ช่วงเวลาบ่าย
5. ผลสรปุ ของกจิ กรรมนีค้ อื อะไร
ใน 1 วนั ตอนเชา้ อุณหภมู ิจะค่อย ๆ สงู ขนึ้ จนกระทงั่ ขึ้นสงู สดุ ในตอนบ่าย และจะคอ่ ย ๆ ลดตา่ ลง
ในตอนเย็น
6. นกั เรยี นได้ประโยชน์อะไรจากการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมนี้
พยากรณอ์ ากาศลว่ งหน้าได้

ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เร่อื ง สมบตั ิของอากาศ 59

เฉลยใบงำนท่ี 3

เรื่อง อณุ หภมู ิของอำกำศ

คำชี้แจง จงเติมคาหรือข้อความลงในช่องว่างใหถ้ ูกต้อง
1. ในการศึกษาอุณหภูมิของวัตถุชนิดต่างๆ เมื่อได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ โดยการนาดิน น้า
และทราย แยกใส่ภาชนะและนาไปวางรับแสงอาทิตย์ จากน้ันนาเทอร์มอมิเตอร์ไปตรวจวัด
อณุ หภมู ิของวตั ถุท้ัง 3 ชนิด ผลการทดลองปรากฏดังตาราง

วตั ถุ อุณหภูมิเริม่ ต้น (oC) อณุ หภมู ขิ องวตั ถุทวี่ ำงรับแสงอำทิตย์ (oC)
ดิน 27.0 นำทีท่ี 5 นำทที ี่ 10 นำทที ี่ 15
น้า 27.5 29.0 31.0 32.5
ทราย 26.0 29.0 30.0 31.0
31.0 32.0 36.0

จากผลการทดลองใหน้ ักเรียนตอบคาถาม ดังต่อไปน้ี
1.1 จากการทดลอง

ตัวแปรต้น คืออะไร ชนดิ ของวตั ถุ
ตัวแปรตาม คอื อะไร อุณหภูมขิ องวตั ถุแต่ละชนดิ

1.2 นกั เรยี นคิดวา่ ในการทดลอง มคี วามจาเปน็ หรือไม่ ท่ตี ้องนาดิน น้าและทราย วางไว้บริเวณ
ใกล้ ๆ กัน เพราะเหตใุ ด

ตอบ การทดลองจาเปน็ ต้องนาดิน นา้ และทราย วางไวบ้ ริเวณใกลๆ้ กนั เพือ่ ให้อยู่ใน
สงิ่ แวดล้อมเดียวกัน และทาการทดลองในช่วงเวลาเดียวกนั เพอื่ ควบคมุ การได้รับปรมิ าณความเขม้

รงั สีจากดวงอาทติ ย์ ความช้ืน อณุ หภูมิอากาศ เป็นตน้
1.3 นักเรยี นคิดวา่ ในการทดลองน้ไี ด้มกี ารควบคมุ ตวั แปรอะไรบา้ ง เพือ่ ให้ผลการทดลองมี

ความคลาดเคลอ่ื นน้อยท่ีสุด
ตอบ ในการทดลองน้ี จาเปน็ ตอ้ งควบคุมตัวแปรตา่ ง ๆ คอื
- มวลของวัตถทุ ้งั 3 ชนดิ
- ระยะเวลาท่ีวตั ถุทั้ง 3 ชนิด ไดร้ ับแสงอาทิตย์
- ปริมาณความเขม้ รังสีจากดวงอาทติ ย์ท่ีวัตถุท้ัง 3 ชนิดไดร้ บั
- ลักษณะและชนดิ ของภาชนะที่ใสว่ ัตถุ

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง สมบตั ิของอากาศ 60

1.4 ให้เรียงลาดบั วัตถทุ ่สี ามารถเปล่ยี นรังสจี ากดวงอาทติ ย์ไปเป็นเป็นพลังงานความร้อน ไดม้ าก
ที่สุด ไปหานอ้ ยท่สี ุด

ตอบ จากการทดลองในเวลาท่เี ท่ากัน วัตถุใดท่มี ีอณุ หภมู เิ ปลย่ี นแปลงไปจากอณุ หภมู เิ ริ่มตน้ ได้มากทสี่ ดุ
วตั ถนุ ้นั สามารถเปลย่ี นรังสีจากดวงอาทิตย์ไปเป็นพลังงานความรอ้ นได้มากที่สุด
จากตารางข้อมูล เม่ือเวลาผ่านไป 15 นาที ทรายมอี ุณหภมู ิสงู ขึ้นกว่าอุณหภมู ิเริ่มต้นมากที่สุด รองลงมา คือ ดนิ
และนา้ ตามลาดบั

ดงั นัน้ วตั ถุที่สามารถเปลีย่ นรังสีจากดวงอาทิตย์ไปเปน็ พลงั งานความรอ้ นไดม้ ากท่ีสุดไปหานอ้ ยที่สดุ
ตามลาดบั คือ ทราย ดิน และน้า

1.5 ถ้านักเรียนต้องการทราบว่าระหวา่ งดนิ น้าและทราย วัตถุใดสามารถถา่ ยโอนพลังงานความ
รอ้ นได้รวดเร็วทส่ี ุด หลังจากทน่ี าไปวางรบั แสงอาทิตยเ์ ปน็ ระยะเวลาหน่ึง นักเรยี นจะออกแบบการทดลองอยา่ งไร

ตอบ 1. ทราย ดนิ และน้า มวลเทา่ กนั แยกใส่ภาชนะและไปวางรบั แสงอาทิตย์ จนวตั ถุแต่ละชนดิ มี
อณุ หภมู ิสงู ถึงคา่ หน่งึ ทกี่ าหนดไว้เทา่ กัน

2. จากนน้ั ยา้ ยวัตถุที่มีอุณหภูมิสงู ถึงค่าหน่ึงทก่ี าหนดไว้ ไปไว้ในทีร่ ม่ ที่มีลมสงบ
3. สงั เกตการเปล่ียนแปลงอุณหภมู ิของวตั ถุและบนั ทกึ ช่วงเวลาทว่ี ตั ถุเรม่ิ มีการเปลยี่ นแปลง
อุณหภมู ิ
4. ทาซา้ ข้อ 2-3 จนครบท้งั 3 วตั ถุ
5. เปรียบเทียบ ว่าวัตถใุ ดเริม่ มีการเปลีย่ นแปลงอณุ หภูมิได้รวดเร็วทส่ี ุดก่อนวัตถุอื่น ๆ
โดยในการทดลองน้ี

- ตวั แปรต้น คือ ชนิดของวตั ถุที่นามาทดลอง ไดแ้ ก่ ทราย ดนิ และน้า
- ตัวแปรตาม คอื คา่ อณุ หภมู ิของวัตถุ
- ตวั แปรควบคุม คือ

- สถานที่วางวัตถุ (สถานท่ีรับแสงอาทิตย์และบริเวณที่มีลมสงบ) ต้องเป็นท่ี
เดยี วกนั

- มวลของวตั ถุท้งั 3 ชนดิ ทน่ี ามาทดลอง
- ลกั ษณะและชนดิ ของภาชนะทใ่ี สว่ ัตถุ
- ช่วงเวลาที่วตั ถไุ ดร้ ับแสงอาทิตย์
- ระยะเวลาทว่ี ัตถไุ ด้รบั แสงอาทิตย์
- อุณหภมู ิเริ่มตน้ ทจี่ ะเร่ิมวัดคา่

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรือ่ ง สมบัติของอากาศ 61

2. กราฟอุณหภมู ิอากาศของวนั ที่ 21 ธันวาคม 2556 ณ สถานีตรวจวัดอากาศแหง่ หนง่ึ

30

25

20

15
10

5

0 04:00น. 07:00น. 10:00น. 13:00น. 16:00น. 19:00น. 22:00น.
01:00น.

2.1 จากกราฟ เวลาใดมอี ุณหภมู อิ ากาศตา่ สดุ และสูงสดุ ตามลาดบั
ตอบ อุณหภมู อิ ากาศต่าสุด เวลา 7.00 น. อุณหภมู ิอากาศสูงสดุ เวลา 16.00 น.

2.2 เหตใุ ด ช่วงเวลา 10:00-16:00 น.อุณหภูมอิ ากาศจงึ มแี นวโนม้ เพ่มิ ข้ึน

ตอบ โลกได้รบั พลังงานจากดวงอาทิตย์เพ่ิมมากขึ้นตอ่ เนื่องตงั้ แตช่ ว่ งเชา้ และไดร้ ับพลังงาน
มากทส่ี ดุ ในชว่ งเท่ียง ในขณะเดียวกันผวิ โลกมีการสะสมพลังงานจากดวงอาทิตยแ์ ละคายเปน็ พลังงาน
ความรอ้ นสอู่ ากาศ แตก่ ารสะสมพลงั งานและคายเป็นความร้อนดังกล่าวต้องอาศัยเวลาสกั ระยะ
ดงั น้นั แม้โลกไดร้ ับพลังงานสูงสุดในช่วงเท่ยี ง แต่มีการคายความร้อนสูงสดุ ในช่วงบ่าย อณุ หภมู ิอากาศ
ในชว่ ง 10:00น.-16:00น. จึงมีแนวโน้มสูงขึ้น

2.3 เหตุใด ชว่ งหลังเวลา 16:00 น.อุณหภูมิอากาศจึงมีแนวโนม้ ลดลง
ตอบ ในช่วงบ่ายโลกได้รับพลงั งานจากดวงอาทติ ย์ลดลง และคายเปน็ พลงั งานความรอ้ นสู่

อากาศลดลง อุณหภมู ิอากาศจึงมีแนวโนม้ ลดลง
2.4 ถ้าสถานีตรวจวดั อากาศแหง่ นต้ี งั้ อยูใ่ นภาคกลาง ของประเทศไทย นกั เรียนคิดวา่ อณุ หภูมิ

อากาศในเดือนเมษายน เมอ่ื เทยี บกับขอ้ มลู อณุ หภมู ิอากาศในกราฟ จะมีลกั ษณะเป็นอยา่ งไร
และเหตุใดจงึ เปน็ เช่นน้ัน

ตอบ อุณหภูมิอากาศมแี นวโน้มสงู กวา่ ขอ้ มูลในกราฟ แตล่ กั ษณะกราฟยงั คงเดิมคืออุณหภูมิ
ลดลงตา่ สดุ ในช่วงเชา้ มดื และเพม่ิ สงู ขนึ้ จนสูงสดุ ช่วงบ่าย แล้วจงึ คอ่ ย ๆ ลดลง

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง สมบัตขิ องอากาศ 62

บนั ทกึ ผลกำรสังเกต ผลทีเ่ กดิ ขนึ้

รำยกำร ระดับน้าเทา่ กนั
ระดับน้าเท่ากนั
1. ระดบั น้าในสายพลาสติกใส ระดบั นา้ ท่ปี ลายข้างที่เปา่ จะอยูต่ ่ากวา่ ปลาย
– ปลายทงั้ สองขา้ งอยู่ระดับเดยี วกนั อีกขา้ งหน่ึง
– ปลายทง้ั สองขา้ งไม่อย่รู ะดบั เดยี วกัน

2. เมื่อเป่าลมเข้าทางปลายสายพลาสตกิ
ด้านใดดา้ นหน่ึง

สรุปผล
1) ระดบั นา้ ในปลายสายพลาสติกใสสองขา้ งจะเทา่ กันเมือ่ ความกดอากาศท่ีปลายท้งั สอง

เทา่ กัน
2) ระดับน้าในปลายสายพลาสตกิ ใสสองข้างไมเ่ ท่ากัน เมอ่ื ความกดอากาศที่ปลายทั้งสองไม่

เทา่ กนั สามารถอธิบายไดด้ ว้ ยเหตผุ ลต่อไปน้ี
ไม่วา่ ปลายทั้งสองข้างของสายพลาสติกใสจะอยู่ ณ ตาแหน่งใด ระดับนา้ ทง้ั สองขา้ งจะเท่ากนั

เสมอแต่เม่ือเราเป่าลมเพ่ิมเขา้ ไปทางปลายข้างหนึ่ง จะสงั เกตไดว้ ่าระดบั นา้ ไม่เท่ากนั เป็นเพราะดา้ นที่
เป่าจะมีความกดอากาศมากกวา่ ความกดอากาศปกติ จึงสามารถดันนา้ ให้ขึ้นไปสงู ไดม้ ากกว่าปกติ

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง สมบัตขิ องอากาศ 63

คำถำมหลังทำกจิ กรรม
1. การบรรจนุ ้าเข้าไปในสายพลาสตกิ ใส จะต้องทาอย่างไร

ตอบ นาสายพลาสตกิ ใสจุ่มลงในถังนา้ สงั เกตดูวา่ มีนา้ เข้าไปในสายพลาสตกิ ใสเองหรอื ใช้
ปากดูดจากปลายขา้ งหน่ึงกไ็ ด้ แล้วจึงนามาทาการทดลอง
2. เพราะเหตุใดจึงใช้สายพลาสตกิ ใสทีม่ ีขนาดเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางไมใ่ หญม่ ากเกนิ ไป

ตอบ ทาให้สามารถมองเห็นการเปล่ียนแปลงของน้าในสายพลาสตกิ ใสและสะดวกตอ่
การยกขน้ึ ลงตลอดจนทนุ่ แรงเมอ่ื ต้องการเปา่ ลมเขา้ ไปในสายพลาสติกใส
3. ขณะท่ีบรรจุนา้ เขา้ ไปในสายพลาสตกิ ใส เพราะเหตุใดนักเรียนจึงตอ้ งระวังไมใ่ ห้ฟองอากาศ
คา้ งอยู่ในสายพลาสติกใส

ตอบ การทฟี่ องอากาศคา้ งอย่ใู นสายพลาสติกใส จะทาใหก้ ารทดลองมคี วามคลาดเคลอื่ น
4. เพราะเหตุใดจึงต้องงอสายพลาสตกิ ใสใหโ้ ค้งพอประมาณกอ่ นทาการเป่าลมเข้าไปในสายพลาสตกิ
ใส

ตอบ เพราะถา้ งอสายพลาสติกให้โคง้ มากจะตอ้ งออกแรงเป่ามากกว่าปกติ
5. ขณะทากิจกรรมนักเรยี นคดิ วา่ ถา้ ต้องการให้กจิ กรรมนี้มีคลาดเคล่ือนนอ้ ยทสี่ ุด การสังเกตระดบั
นา้ ในสายพลาสตกิ ใสควรปฏบิ ตั ิอย่างไร

ตอบ มอื ท่จี บั สายพลาสตกิ ใสจะตอ้ งแน่นและน่ิง เพอ่ื ดรู ะดบั นา้ ทัง้ สองข้าง ถ้าจะให้แนน่ อน
ควรใหเ้ พอื่ นนักเรยี นช่วยสังเกต
6. การทีน่ กั เรียนเป่าลมข้างหนึง่ ของสายพลาสติกใสเป็นการทาให้ความดันอากาศข้างนน้ั เปล่ียนไปใน
ลักษณะใด

ตอบ มคี วามดนั ของอากาศเพม่ิ ขึน้
7. เมอื่ ความดันของอากาศ 2 ขา้ งของสายพลาสตกิ ใสไม่เท่ากนั ระดบั น้าอยู่ที่ระดบั เดยี วกนั หรอื ไม่

ตอบ ไมอ่ ยูร่ ะดบั เดยี วกนั
8. ผลสรปุ ของกิจกรรมน้คี ืออะไร

ตอบ ระดับน้าที่ปลายสายพลาสติกใส 2 ขา้ งจะเทา่ กันเมอ่ื ความดนั ของอากาศทีป่ ลายทง้ั 2
เท่ากัน และระดับน้าทป่ี ลายสายพลาสติกใสสองขา้ งไม่เท่ากนั เมื่อความดันของอากาศที่ปลายทั้ง 2
ไม่เทา่ กัน
9. นักเรยี นได้ประโยชน์อะไรจากการปฏบิ ตั ิกิจกรรมนี้

ตอบ ใชเ้ ป็นเครอ่ื งมอื วดั ระดบั (ความเทา่ กนั ของระดบั ณ จดุ ต่าง ๆ )

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรอื่ ง สมบัตขิ องอากาศ 64

เฉลยใบงำนท่ี 4

เรอ่ื ง ควำมดันอำกำศ

คำชี้แจง จงเตมิ คาหรอื ข้อความ เคร่อื งหมายลงในชอ่ งว่าง และแสดงวธิ ีทาใหถ้ ูกต้อง
1. ในการพยากรณ์อากาศเรียกความดนั อากาศวา่ ความกดอากาศ

2. บารอกราฟ มคี วามพิเศษมากกวา่ บารอมิเตอร์ท่ัวไปคอื สามารถบนั ทึกข้อมลู ของ
ความกดอากาศต่อเนอ่ื ง และบอกเวลาไดด้ ้วย

3. อลั ตมิ เิ ตอร์ ดดั แปลงมาจากแอนิรอยดบ์ ารอมิเตอร์ ใชส้ าหรบั วัด ความสูง โดยใช้
ติดไวบ้ นเครอ่ื งบนิ และตดิ ตวั นกั กระโดดรม่

4. เขียนเครอื่ งหมาย ในชอ่ งทส่ี อดคลอ้ งกบั สถานการณ์ที่กาหนด

สถำนกำรณ์ สภำพแวดล้อม สภำพแวดล้อม

มีควำมดันอำกำศสงู ข้ึน มีควำมดันอำกำศต่ำลง

5. หอู อ้ื เม่ืออยูใ่ นลฟิ ท์ทเี่ คล่ือนที่ 
ขึ้นในอาคารสูง

6. ถุงขนมแฟบลง (ยังไมไ่ ดเ้ ปิดถุง) 

7. ถุงขนมพองข้นึ (ยังไม่ไดเ้ ปิดถุง) 

8. ลกู โป่งขยายตวั ใหญ่ขน้ึ 

5. ยอดเขา B สูงจากระดบั น้าทะเล 2,200 เมตรบนยอดเขานี้จะมีความดนั อากาศก่ี mmHg

วธิ ีทา จากสตู ร ความสงู ของยอดเขา = (760 – ความดันบนยอดเขา) X 11 เมตร

2,200 = (760 - ความดนั บนยอดเขา) X 11 เมตร

2,200 = 8,360 - 11ความดันบนยอดเขา

11ความดันบนยอดเขา = 8,360 – 2,200

ความดันบนยอดเขา = 6160/11 =560 mmHg

ตอบ บนยอดเขามคี วามดัน 560 mmHg

6. ภเู ขาแห่งหนึง่ สูง 2,244 เมตร จากระดับนา้ ทะเลจงคานวณหา ความดนั อากาศบนยอดเขา

วิธที า จากสตู ร ความสูงของยอดเขา = (760 – ความดนั บนยอดเขา) X 11 เมตร

2,244 = (760 - ความดนั บนยอดเขา) X 11 เมตร

2,244 = 8,360 - 11ความดนั บนยอดเขา

11ความดันบนยอดเขา = 8,360 – 2,244

ความดนั บนยอดเขา = 6116/11 =556 mmHg

ตอบ บนยอดเขามีความดนั 556 mmHg

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรือ่ ง สมบตั ิของอากาศ 65

บนั ทกึ ผลกำรสงั เกต

สถำนท่ี สกี ระดำษกรอง

บริเวณทีม่ อี ากาศแหง้ หรือมคี วามชื้นนอ้ ย นา้ เงิน

บริเวณทีอ่ ากาศมีความชืน้ มาก ชมพู

สรุปผล

บริเวณทีอ่ ากาศแห้งไมม่ ีความช้ืน สีกระดาษกรองท่ีชุบสารละลายโคบอลต์ (II) คลอไรด์ 5% จะให้

สนี า้ เงนิ แตใ่ นบรเิ วณทอี ากาศมคี วามช้ืนมาก สกี ระดาษกรองท่ชี ุบสารละลายโคบอลต์ (II) คลอไรด์

5% จะเปล่ียนจากสีนา้ เงนิ เปน็ สชี มพู

คำถำมหลังทำกิจกรรม

1. สารละลายโคบอลต์ (II) คลอไรด์ ทย่ี ังไม่ได้ละลายนา้ มีสอี ะไร

ตอบ สนี า้ เงนิ

2. สารละลายโคบอลต์ (II) คลอไรด์ ทลี่ ะลายนา้ มีสีอะไร

ตอบ สชี มพู

3. เมื่อนากระดาษกรองจุ่มลงในสารละลายโคบอลต์ (II) คลอไรด์ กระดาษกรองดังกล่าวจะมสี อี ะไร

ตอบ สีชมพู

4. เมื่อใช้ไดรเ์ ป่าผม เป่ากระดาษกรองท่ีจุ่มสารละลายโคบอลต์ (II) คลอไรด์ จนแหง้ กระดาษกรอง

ดังกล่าว จะมสี ีอะไร

ตอบ สีน้าเงิน

5. เมื่อสารละลายโคบอลต์ (II) คลอไรด์ อยู่ในที่ทีม่ ีความช้ืนอากาศสูง จะมกี ารเปลยี่ นแปลงอย่างไร

ตอบ สารละลายโคบอลต์ (II) คลอไรด์ จะมีสีชมพู

6. สรปุ ผลการทดลองนีไ้ ดอ้ ย่างไร

ตอบ บริเวณตา่ ง ๆ ในโรงเรียนมคี วามชื้นหรอื มีไอน้าในอากาศแตกต่างกนั โดยบรเิ วณที่มี

ความชื้นมาก กระดาษกรองชุบสารละลายโคบอลต์ (II) คลอไรด์ เปลยี่ นจากสีนา้ เงินเปน็ สชี มพู

สว่ นบรเิ วณทีอ่ ากาศมีความชนื้ นอ้ ย กระดาษกรองทีช่ ุบสารละลายโคบอลต์ (II) คลอไรด์จะมีสีนา้ เงนิ

เชน่ เดิม

7. ความชืน้ ของอากาศมีผลต่อส่ิงต่าง ๆ บนโลกอยา่ งไร

ตอบ ตวั อย่างคาตอบ มผี ลทัง้ เชิงบวกและลบ เชน่ ความชน้ื ของอากาศที่พอเหมาะชว่ ยให้

เมลด็ พชื งอกและเจรญิ เติบโต แต่ความชน้ื กท็ าให้เหลก็ เกดิ สนิมได้

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง สมบัติของอากาศ 66

บันทกึ ผลกำรสงั เกต

อณุ หภมู ทิ ี่อำ่ นได้ ( C)

กำรวัดอณุ หภมู ิ อันท่ี 1 (ในกลอ่ ง) อนั ท่ี 2

กอ่ นการสงั เกต ตามผลการทดลองของนักเรียน ตามผลการทดลองของนักเรยี น

หลงั จากต้งั ทิ้งไว้ 5 นาที ตามผลการทดลองของนักเรียน ตามผลการทดลองของนักเรียน

สรุปผล

ความชน้ื ของอากาศ ขึน้ อยกู่ บั ปรมิ าณไอน้าในอากาศและสามารถวัดได้โดยใชเ้ คร่อื งมอื

ไฮกรอมเิ ตอร์

คำถำมหลงั ทำกิจกรรม

1. การวัดอุณหภมู ขิ องเทอรม์ อมิเตอรห์ ุ้มสาลีชบุ นา้ ท้ังสองก่อนการทดลองเพื่ออะไร

ตอบ เพ่อื ทราบอุณหภมู เิ ริ่มต้น

2. อณุ หภมู กิ อ่ นการทดลองของเทอรม์ อมิเตอรท์ ้ังสองเหมอื นหรอื แตกตา่ งกนั

ตอบ เหมือนกนั

3. การใช้สาลชี บุ นา้ หุ้มเทอร์มอมเิ ตอร์ ถ้าสาลีเปยี กนา้ ไมเ่ ทา่ กันจะมผี ลตอ่ การทดลองหรือไม่

เพราะเหตใุ ด

ตอบ อุณหภูมิท่ีวดั ไดจ้ ากเทอรม์ อมิเตอรแ์ มว้ า่ จะเป็นสาลชี บุ น้าเหมอื นกนั ถ้านาไปตั้งไวใ้ น

ท่ีตา่ ง ๆ กนั อุณหภูมิทวี่ ดั ได้ก็จะมคี ่าแตกตา่ งกนั เพราะการระเหยของน้าต้องใชค้ วามรอ้ น ถ้ามี

ความร้อนต่างกนั อุณหภูมกิ ็จะตา่ งกนั ด้วย

4. เพราะเหตุใดเทอร์มอมิเตอรก์ ระเปาะเปยี กทีอ่ ยู่ในกล่องทม่ี ีน้า อุณหภมู จิ ึงไมล่ ดลง

ตอบ เนือ่ งจากท่ีว่างของกล่องมีไอนา้ ที่อ่ิมตัว นา้ ในสาลีไมร่ ะเหย อณุ หภมู ิจึงไม่ลดลง

5. ผลสรปุ ของกิจกรรมนค้ี ืออะไร

ตอบ กระเปาะเทอรม์ อมิเตอรอ์ ันที่อยู่ในกลอ่ งอุณหภมู ไิ ม่เปลย่ี นเนือ่ งจากน้าท่ีอยู่ในกลอ่ ง

ระเหยเปน็ ไออยู่ในท่วี ่างภายในกล่องเต็มไปหมด ทาใหน้ ้าจากสาลีที่หุ้มกระเปาะเทอรม์ อมิเตอร์

ระเหยเข้าสู่ทว่ี ่างดงั กล่าวไม่ได้หรอื ไดก้ เ็ พยี งเล็กนอ้ ยเท่านัน้ เรียกสภาวะอากาศเหนอื น้าในกลอ่ งวา่

อากาศอมิ่ ตัว

6. นกั เรียนได้ประโยชนอ์ ะไรจากการปฏบิ ัติกจิ กรรมนี้

ตอบ ถ้าวนั ใดมคี วามชื้นของอากาศมาก ผา้ ทซ่ี กั ไวจ้ ะแหง้ ชา้

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรือ่ ง สมบัติของอากาศ 67

เฉลยใบงำนที่ 5

เรื่อง ควำมช้ืนของอำกำศ

คำช้ีแจง จงตอบคาถามต่อไปนโ้ี ดยเติมคาหรอื ขอ้ ความ หรือแสดงวธิ ีทาใหถ้ ูกต้อง
1. ความชืน้ ของอากาศคอื อะไร
ตอบ ควำมชน้ื ของอำกำศ คือ สภาวะทอี่ ากาศมไี อน้าลอยปะปนอยู่ และปริมาณไอน้า

ที่อากาศสามารถรับไดข้ ้นึ อยกู่ ับอณุ หภูมิ ถา้ อุณหภูมสิ ูงอากาศจะรับไอน้าได้มากกวา่ อากาศท่ีมี
อุณหภมู ติ ่า

2. อากาศจะมคี วามชื้นมากหรอื น้อยนนั้ ขึน้ อยกู่ ับสิง่ ใด
ตอบ อากาศจะมีความช้ืนมากหรือน้อยนัน้ ข้นึ อย่กู ับปรมิ าณไอน้าในอากาศ
3. เหตใุ ดในบางวนั นักเรียนจึงรู้สึกรอ้ น เหนยี วตัว และอดึ อัด
ตอบ เพราะในอากาศมีความชื้นมาก เหงอ่ื ระเหยไดน้ ้อย
4. ในฤดูฝนการตากผ้าเปียกไว้จะแห้งช้ากว่าในฤดหู นาวเปน็ เพราะเหตุใด
ตอบ เพราะในฤดูฝนอากาศอิ่มตวั ด้วยไอนา้
5. ให้เปรียบเทยี บความช้ืนอากาศจากภาพในแต่ละข้อ พร้อมอธิบายเหตผุ ล

5.1

ตอบ ภาพ ก มีความชืน้ อากาศสงู กว่าภาพ ข เน่ืองจากมแี หลง่ นา้ ซึ่งเป็นแหล่งกาเนดิ ไอน้า
อยมู่ าก

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรอ่ื ง สมบัตขิ องอากาศ 68

5.2 อณุ หภมู ิอำกำศ 32 ๐C

อุณหภมู อิ ำกำศ 28๐C

กข

ตอบ ภาพ ข มีความชน้ื อากาศสงู กว่าภาพ ก เนื่องจาก พ้ืนท่ีเดยี วกัน และมีแหลง่ กาเนดิ
ไอน้า เมอ่ื อณุ หภูมิสูงกวา่ จะทาให้น้าระเหยเป็นไอได้มากกว่า

5.3

อุณหภมู อิ ำกำศ 30 ๐ อุณหภมู อิ ำกำศ 30 ๐
C C

ก ข

ตอบ ภาพ ข มีความชืน้ อากาศสงู กว่าภาพ ก เนอ่ื งจากมีแหลง่ กาเนิดไอนา้ มากกวา่

มีอุณหภูมิอากาศเท่ากัน และอยใู่ นพืน้ ท่คี ่อนข้างปิดมากกว่า

6. ที่อุณหภมู ิ 25 องศาเซลเซยี ส อากาศมีปริมาตร 20 ลูกบาศก์เซนติเมตร มีไอน้า 100 กรัม

จะมคี ่าความช้นื สัมบรู ณ์ เทา่ ใด

วธิ ที ำ จากความชื้นสมั บูรณ์ = มวลของไอนา้ ในอากาศ (g)

ปริมาตรของไอน้าในอากาศ ณ อณุ หภมู เิ ดยี วกัน (m3)

แทนคา่ = 100 (g)

20(m3)

จะได้ ความช้นื สมั บูรณ์ = 5 (g/m3)

7. อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียสอากาศอม่ิ ตวั ดว้ ยไอน้า 180 กรัมต่อลกู บาศก์เมตร แตข่ ณะนน้ั มี

ไอน้าอย่จู ริงเพียง 135 กรัมตอ่ ลกู บาศกเ์ มตร ความชนื้ สมั พัทธ์มีค่าเท่าไร

วิธที ำ จากความชืน้ สัมพทั ธ์ (%) = มวลของไอน้าในอากาศ (g) X100

มวลของไอนา้ อ่มิ ตวั ที่อุณหภมู ิและปรมิ าตรเดยี วกนั (g)

แทนคา่ = 135 (g) X100
180 (g)

จะได้ ความชน้ื สมั พทั ธ์ = 75 %

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง สมบตั ขิ องอากาศ 69

เฉลย

แบบทดสอบหลังเรียน

ชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรวู้ ทิ ยำศำสตร์ เรื่อง บรรยำกำศ
ชุดกิจกรรมกำรเรยี นรทู้ ่ี 2 เรอ่ื ง สมบตั ขิ องอำกำศ
รำยวชิ ำ วทิ ยำศำสตร์ 2 ว21102 ช้นั มธั ยมศึกษำปีท่ี 1

1. ค
2. ก
3. ค
4. ง
5. ง
6. ก
7. ก
8. ก
9. ข
10. ง


Click to View FlipBook Version