40 ช่วยใหบ้รรลุวัตถุประสงคแ์ละแผนงานไดด้ียิÉงขึนÊเพราะการใชว้ัฒนธรรมองคเป็นสื ์Éอกลางของ ขอ้มลูก่อใหเ้กิดบรรทดัฐานทÉีมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของบุคคลและกลมุ่ต่างๆในองคก์ร (Schwartz and Davis, 1981) นอกจากนีมีÊผลการวิจยับางส่วนระบวุ่า โรงแรมในกลมุ่เครือโรงแรมมีมาตรฐาน การปฏิบตัิงานระดับสูง มักจะมีคุณภาพและประสิทธิภาพในการดาํเนินงานทÉีดีขึน ( Ê Tari et al., 2009) ซึÉงสามารถอธิบายไดว้่ามาตรฐานของโรงแรมเกีÉยวข้องกับสิÉงอาํนวยความสะดวก การ จดัการดา้นคณุภาพ การฝึกอบรม เทคโนโลยีสารสนเทศและการจดัการดา้นสิÉงแวดลอ้มคือกญุแจ สาํคัญทีÉทาํ ใหเ้กิดผลการดาํเนินงานทÉีดีจึงเป็นทีÉน่าสนใจว่า ในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 โรงแรมใน กล่มุเครือโรงแรมทÉีมีมาตรฐานการดาํเนินงานกบัโรงแรมอิสระมคีวามจาํเป็นตอ้งใชข้อ้มลูทางการ บัญชีบริหารทีÉต่างกันหรือไม่ ทีÉกล่าวถึงขา้งตน้นาํ ไปสู่การตังสมมติฐานเกีÊ Éยวกับประเภทของการ บริหารงานว่า สมมตุติฐานทÉี H3: ลกัษณะการบริหารงานของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบัติ ทางการบญัชีบรหิารในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉแตกต่างกนั 4. สมมติฐานทีÉ4 ประเภทของกิจการและการใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหาร ประเภทของกิจการเป็นตัวแปรเชิงกลยุทธ์ทีÉมีความสําคัญเกีÉยวข้องโดยตรงกับการ ให้บรกิาร การดาํเนินงานและเป้าหมายดา้นสว่นแบ่งทางการตลาดทาํ ให้ระดบัผลการดาํเนินงานทีÉ ได้แตกต่างกนั (Cserand Ohuchi,2008) W. G. Kim et al., (2013) ไดอธิบายว่ ้ าการแบ่งประเภท ของโรงแรมเป็นการแสดงใหเ้ห็นถึงความแตกต่างดา้นราคา ระดับการใหบริการ และ ้ สิÉงอาํนวย ความสะดวกทีÉมีให้กับลูกค้า งานวิจัยนีศÊึกษาประเภทโรงแรมใน 2 ตัวแปร ไดแ้ก่ (a) ระดับการ ใหบ้ริการ คณุภาพเป็นองคป์ระกอบทางวฒันธรรมทÉีแทรกซึมอยู่ในปรชัญาของการจดัการโรงแรม ระดบัการใหบ้ริการเป็นเครืÉองหมายของการบริการทีÉมีคุณภาพเป็นเลิศในภาพรวม (W. G. Kim et al.,2013) แน่นอนว่าคณุภาพของโรงแรมทีÉมีการรบัรองมีประสิทธิภาพมากกว่าโรงแรมทีÉไม่มีการ รบัรอง (Tari et al., 2009) ระดับดาวทีÉสูงขึน Êความคาดหวังจากลูกคา้ในด้านการใหบริการของ ้ โรงแรมก็สงูขึนÊเช่นกนัสถานการณเช่นนี ์ตÊอ้งการการวางแผนเชิงกลยุทธแ์ละการควบคมุเพืÉอบรรลุ วัตถุประสงค์จากการดาํเนินกิจกรรมเชิงกลยุทธ์นัÊน ความซับซ้อนของโรงแรมทีÉมีระดับดาวสูง สง่ผลต่อการตดัสินใจในเชิงกลยุทธส์งูขึนÊเช่นกนั (W. G. Kim et al.,2013) โดยระดบัการใหบ้ริการ ของโรงแรมสามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มโรงแรมระดับสามดาวหรือตÉากว่า และโรงแรม ํ ระดับสีÉดาวขึนไป ทัÊ ÊงนีเนืÊ ÉองจากโรงแรมระดับสีÉดาวและห้าดาวจะจัดให้มีบริการและสิÉงอาํนวย ความสะดวกใกลเ้คียงกนัแต่จะแตกต่างอย่างเป็นสาระสาํคญักับกลุ่มโรงแรมระดับสามดาวหรือ
41 ตํÉากว่า (Singjai, Winata and Kummer, 2018) (b) โรงแรมและรีสอรท์ (ประเภทของโรงแรมแบ่ง ตามสิÉงอาํนวยความสะดวก) รีสอรท์เป็นสถานทีÉให้บริการทีÉพกัอาหาร เครÉืองดืÉม กิจกรรมสนัทนา การ เป็นการให้บริการทีÉมีความหลากหลายมากกว่าโรงแรมประเภทอืÉนๆ (Morrow, 2021) ซึÉง ความหลากหลายของการบริการเป็นปัจจัยหลกัทÉีทาํ ใหเ้กิดการบิดเบือนตน้ทุนในระบบการบญัชี ตน้ทุนแบบเดิม (Robert S. Kaplan and Cooper, 1998) ความหลากหลายของการบริการตอ้งใช้ ระบบบัญชีต้นทุนทีÉซับซ้อนมากขึนเพืÊ Éอจับความผันแปรของการใช้ทรัพยากรในการให้บริการ (Malmi, 1999) เมืÉอความหลากหลายเพิÉมขึÊน ความต้องการข้อมูลต้นทุนก็เพิÉมขึÊนเช่นกัน (Karmarkar, Lederer, and Zimmerman, 1989) ในสถานการณท์ ีÉขอ้มูลทางบญัชีมีความสาํคญั ต่อความอยู่รอดอย่างเช่นในวิกฤติโคโรน่าไวรัส-19 วจึงเป็นทีÉน่าสนใจว่าประเภทของกิจการทีÉ สะทอ้นผ่านระดบัการใหบ้ริการ และประเภทของโรงแรมส่งผลต่อการใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชี บริหารทีÉต่างกันหรือไหม จากวรรณกรรมทีÉกล่าวถึงข้างต้นนําไปสู่การตัÊงสมมติฐานเกีÉยวกับ ประเภทโรงแรม สมมตุติฐานทÉี H4a: ระดับการใหบ้ริการ มีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบัติทางการบัญชี บรหิารในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉแตกต่างกนั สมมตุติฐานทÉี H4b: ประเภทโรงแรมแบ่งตามสิÉงอํานวนความสะดวกมีผลต่อการ เลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉแตกต่างกนั กรอบแนวคิดของงานวิจยัแสดงไดต้ามภาพทีÉ 1 ภาพทีÉřกรอบแนวคิดงานวิจยั
42 บททีÉ3 ระเบียบวธิีวิจัย การวิจยัในครงนีÊัÊเป็นการวิจยัเชิงสาํรวจทÉีม่งุศึกษาแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารกบัการ ดาํเนินธุรกิจในวิกฤติโคโรน่าไวรัส-19 ของโรงแรมในจังหวัดภูเก็ต โดยได้กําหนดขัÊนตอนใน การศกึษาไวด้งันีÊ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรทีÉใชใ้นการศึกษา คือ โรงแรมทุกประเภทในจงัหวดัภูเก็ตทีÉไดร้บัมาตรฐาน SHA Plus ซึÉงเป็นกลุ่มประชากรทÉีผ่านการรับรองเรืÉองการให้บริการตามมาตรการความสะอาดหรือ ความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ดังนัÊน SHA Plus จึงสาํคัญต่อโครงการ Phuket Sandbox ในแง่ ของเครืÉองหมายรบัรองแสดงความปลอดภัย สรา้งความมÉันใจต่อลูกคา้และพนักงาน จากขอ้มูล ของเว็ปไซด์ https://web.thailandsha.com ณ วันทีÉ 23 ตุลาคม 2564 มีประชากรทัÊงสิน Ê 523 โรงแรม โดยกาํหนดใหผู้ต้อบแบบสอบถามเป็น เจา้ของกิจการ ผูบ้รหิารโรงแรม ผจู้ดัการดา้นบญัชี และการเงิน โดยผู้ทีÉจะตอบแบบสอบถามขึนÊอยู่กับโครงสรา้งการบริหารงานของแต่ละโรงแรม สาเหตุทีÉเลือกโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตเนืÉองจากรฐับาลไดเ้ลือกใหจ้ังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดนาํร่อง ด้านการท่องเทีÉยวในช่วงการผ่อนคลายมาตรการป้องกันการติดเชือÊโคโรน่าไวรสั-řš (Phuket Sandbox) ดังนันÊจึงพิจารณาไดว้่า โรงแรมในจังหวดัภูเก็ตเป็นประชากรทÉีเหมาะสมในการศึกษา การใชแ้นวปฏิบตัิทางบญัชีบรหิารในสถานการณว์ิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 เครืÉองมือทีÉใช้ในการวิจัย เครืÉองมือทีÉใชใ้นการวิจัยครงนี ัÊเป็นแบบสอบถาม ( Ê Questionnaire) เพราะทาํ ใหส้ามารถ เข้าถึงกลุ่มประชากรได้นอกจากนีÊยังมีความยืดหยุ่นในการเก็บข้อมูลเนÉืองจากยังอยู่ใน สถานการณโ์ควิด โดยใชร้ะยะเวลาในการเก็บขอ้มลูประมาณ 83 วนัระหว่างวนัที 10 มิ.ย. 2565 – 31 ส.ค. 2565 ซึÉงแบ่งแบบสอบถามออกเป็น 4 สว่น ไดแ้ก่
43 ส่วนทีÉ 1 ขอ้มูลทÉัวไปของผูต้อบแบบสอบถาม เป็นการรวบรวมขอ้มูลเกÉียวกับลักษณะ ประชากรศาสตร์ไดแ้ก่เพศ อายุระดบัการศึกษา ประสบการณก์ารทาํงาน และตาํแหน่งงาน ซึÉง คาํตอบเป็นแบบเลือกตอบจากตวัเลือก ส่วนทีÉ 2 ขอ้มูลทÉวไปเกี ัÉยวกับธุรกิจโรงแรม เป็นการรวบรวมขอ้มูลเกีÉยวกับลกัษณะของ องคก์ร โดยการสอบถามดว้ยการเติมขอ้มลูและเลือกคาํตอบจากตวัเลือก สว่นทÉี3การใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารในสถานการณก์ารแพรร่ะบาดของโรคโคโร น่าไวรสั-řš โดยแบ่งแนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารออกเป็น 5 กลุ่ม ไดแ้ก่ระบบบัญชีต้นทุน ระบบงบประมาณ ระบบการประเมินผลการปฏิบตัิงาน ระบบสนบัสนุนการตดัสินใจ และการบญัชี เพืÉอการจดัการเชิงกลยทุธ์แบบสอบถามส่วนทีÉ3 แบ่งการสอบถามเป็น 2 สว่น ไดแ้ก่ 3.1 ระดับความสําคัญของการใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหาร โดยแบ่งระดับ ความสาํคญัออกเป็น 3 ระดบัซÉงึกาํหนดเกณฑก์ารใหค้ะแนน ดงันีÊ มีความสาํคญัมาก ใหน้าÊํหนกั 3 มีความสาํคญั ปานกลาง ใหน้าÊํหนกั 2 ไม่สาํคญั ใหน้าÊํหนกั 1 การกาํหนดระดับความสาํคญัของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารโดยประเมินค่าเฉลีÉยทีÉ คาํนวณไดด้งันี Ê อตัรภาคชนัÊ = พิสยั/จาํนวนชนัÊ = (คะแนนสูงสดุ– คะแนนตํÉาสดุ )/จาํนวนชนัÊ = (3 – 1)/3 = 0.67
44 จากคะแนนขา้งตน้ผูว้ิจยันาํมาจัดกลมุ่โดยมีอนัตรภาคชนัÊเท่ากบั 0.67จากสตูรในการจดั ช่วงคะแนนเฉลีÉยจึงสามารถจดัไดด้งันีÊ ค่าเฉลีÉย 2.35 - 3.00 หมายถึง มีความสาํคญัมาก ค่าเฉลีÉย 1.68 - 2.34 หมายถึง มีความสาํคญั ปานกลาง ค่าเฉลีÉย 1.00 - 1.67 หมายถึง ไม่มีความสาํคญั 3.2 ระดับการใช้งานของแนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหาร โดยแบ่งระดับการใช้งาน ออกเป็น 5 ระดับ ซึÉงคาํตอบเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับตามแบบ Likert Scales ซึÉงกาํหนดเกณฑก์ารใหค้ะแนน ดงันี Ê ระดบัการใชง้านเป็นประจาํ ใหน้าÊํหนกั 5 ระดบัการใชง้านบ่อย ใหน้าÊํหนกั 4 ระดบัการใชง้านบางครงัÊ ใหน้าÊํหนกั 3 ระดบัการใชง้านนอ้ย ใหน้าÊํหนกั 2 ระดบัไมใ่ชง้าน ใหน้าÊํหนกั 1 การกาํหนดระดับการใชง้านของแนวปฏิบัติทางการบญัชีบริหารโดยประเมินค่าเฉลีÉยทีÉ คาํนวณไดด้งันีÊ อตัรภาคชนัÊ = พิสยั/จาํนวนชนัÊ = (คะแนนสูงสดุ– คะแนนตํÉาสดุ )/จาํนวนชนัÊ = (5 – 1)/5 = 0.80
45 จากคะแนนขา้งตน้ผูว้ิจัยนาํมาจัดกลุ่มโดยมีอันตรภาคชันนเท่ากับ Ê 0.80 ในการจัดช่วง คะแนนเฉลีÉยจึงสามารถจดัไดด้งันีÊ ค่าเฉลีÉย 4.21 - 5.00 หมายถึง ใชง้านเป็นประจาํ ค่าเฉลีÉย 3.41 - 4.20 หมายถึง ใชง้านบ่อย ค่าเฉลีÉย 2.61 – 3.40 หมายถึง ใชง้านบางครงัÊ ค่าเฉลีÉย 1.81 – 2.60 หมายถึง ใชง้านนอ้ย ค่าเฉลีÉย 1.00 – 1.80 หมายถึง ไมไ่ดใ้ชง้าน ส่วนทีÉ 4 ขอ้เสนอแนะอÉืนๆ เป็นแบบสอบถามปลายเปิด (Open ended question) เพืÉอให้ ผู้ตอบแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกีÉยวกับการใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารใน สถานการณก์ารแพรร่ะบาดของโรคโคโรน่าไวรสั-řš การสร้างและพัฒนาเครืÉองมือ การสรา้งเครืÉองมือและพฒันาเครืÉองมือ ผวู้ิจยัไดด้าํเนินการตามลาํดบัดงันีÊ 1. ศึกษาเอกสารและงานวิจัยทีÉเกีÉยวขอ้งในเรืÉองเกีÉยวกับการใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชี บริหาร ทฤษฎีเชิงสถานการณ์เพÉือเป็นแนวทางในการกาํหนดขอบเขตเนือหาของแบบสอบถามÊ 2. พฒันาแบบสอบถาม โดยใชเ้นือÊหาในเอกสารและงานวิจยัของ (Magdy and Robert, 2006; Pavlatos and Paggios, 2009a) เป็นแนวทางหลกัในการสรา้งแบบสอบถาม
46 ตารางทีÉ1 แนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหาร 5 ดา้น กลุ่มแนวปฏิบัติ แนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหาร 1. ระบบบัญชี ต้นทุน 1.1 ตน้ทนุรวม 1.2 ตน้ทนุผนัแปร 1.3 ตน้ทนุมาตราฐาน 1.4 ตน้ทนุตามฐานกิจกรรม 2. ระบบ งบประมาณ 2.1 เพืÉอการวางแผนการดาํเนินงานประจาํ ปี 2.2 เพืÉอการจดัการและควบคมุตน้ทุน 2.3 เพืÉอใชเ้ป็นเครืÉองมอืในการประเมินผลงานของผจู้ดัการ 2.4 เพืÉอการวางแผนการดาํเนินงานเชิงกลยทุธใ์นระยะยาว 2.5 เพืÉอเป็นสืÉอกลางในการประสานงานระหว่างแผนกต่าง ๆ ทีÉเกีÉยวขอ้ง 2.6 งบประมาณฐานกิจกรรม 2.7 งบประมาณยืดหย่นุ 2.8 งบประมาณฐานศนูย์ 3. ระบบการ ประเมินผลการ ปฏิบัติงาน 3.1 การประเมินผลการปฏิบตัิงานทÉีเกีÉยวขอ้งกบัลกูคา้ 3.2 การประเมินผลการปฏิบตัิงานทÉีเกีÉยวขอ้งกบัพนกังาน 3.3การประเมินผลความสามารถในการทาํกาํ ไร 3.4 การประเมินผลตอบแทนของยอดขาย 3.5การกาํหนดเกณฑเ์ปรียบเทียบสมรรถนะ 3.6การใชม้าตรวดัสมดลุ 4. ระบบสนับสนุน การตัดสนิใจ 4.1 การวิเคราะหค์วามสามารถในการทาํกาํ ไรในแต่ละแผนกทีÉสรา้งรายได้ 4.2การวิเคราะหค์วามสามารถในการทาํกาํ ไรของลกูคา้แต่ละราย 4.3การวิเคราะหต์น้ทนุ-ปรมิาณ-กาํ ไร 5. การบัญชีเพืÉอ การจัดการเชิงกล ยุทธ์ 5.1 การวิเคราะหภ์าวะอุตสาหกรรมการท่องเทีÉยว 5.2การวิเคราะหจ์ดุแข็งและจุดอ่อนของคู่แข่ง 5.3การวิเคราะหค์วามสามารถในการแข่งขนัของกิจการ 5.4การบรหิารงานตามกิจกรรม
47 3. นาํแบบสอบถามทÉีสรา้งขึนÊเสนอใหอ้าจารยท์ÉีปรึกษาตรวจสอบคาํถามและเนือหาของÊ แบบสอบถาม 4. นาํแบบสอบถามทÉีผ่านการตรวจสอบจากอาจารยท์Éีปรึกษาไปทดลองใช้(Pilot Test) กับผูบ้ริหารโรงแรม ผูจ้ัดการดา้นบัญชีและการเงิน จาํนวน 12 ท่าน ทีÉกรุงเทพ อยุธยา สุราษฎร์ ธานี ซึÉงมีคุณลักษณะใกล้เคียงกับประชากรจริง เพืÉอหาความเชืÉอมัÉนโดยใช้ค่าสัมประสิทธิÍ อลัฟารอนบาช (Cronbach Alpha Coefficient)การทดสอบแต่ละหวัขอ้อธิบายไดต้ามตารางทีÉ 2 ว่าค่าสมั ประสิทธิแอลอัลฟารอนบาชอยู่ระหว่าง 0.776 – 0.945 ค่าสมั ประสิทธิÍอลัฟารอนบาชทีÉมี ค่าตังแต่ Ê 0.7 ขึนไปแสดงว่าแบบสอบถามมีความเชืÊ ÉอมัÉนในระดับทีÉยอมรบัได (Cortina, 1993) ้ ตารางทีÉ2 การวดัค่าความเชÉือมัÉนของแบบสอบถามโดยใชค้่าสมั ประสิทธิอลัฟารอนบาช การเก็บรวบรวมข้อมูล ผวู้ิจยัไดก้าํ หนดขันÊตอนในการเก็บรวบรวมขอ้มูล ดงันีÊ 1. ดาํเนินการจดัทาํแบบสอบถามตามจาํ นวนประชากรทีÉใชใ้นการวิจยั 2. ขอรบัการพิจารณารบัรองจริยธรรมการวิจยัในมนุษย์จากคณะกรรมการจริยธรรมการ วิจัยในมนุษย์มหาวิทยาลยัเกษตรศาสตร์โดยโครงการวิจยัไดร้บัการรบัรองเรียบรอ้ย ลงวนัทีÉ10 มิ.ย.2565 หนงัสือรบัรองการพิจารณจริยธรรมการวิจยัเลขทีÉ COA No. COA65/040 N number of Items Cronbach Alpha 1.ระบบบญัชีตน้ทุน 12 4 0.858 2.ระบบงบประมาณ 12 8 0.940 3.ระบบการประเมินผลการปฏิบตัิงาน 12 6 0.907 4.ระบบสนบัสนุนการตัดสินใจ 12 3 0.776 5.การบญัชีเพÉือการจัดการเชิงกลยทุธ 12 4 0.945 ์
48 3.จากจาํนวนประชากรทังหมดÊ 523 โรงแรม ดาํเนินการส่งแบบสอบถามจาํนวน 463 ชุด ทางไปรษณีย์พร้อมจดหมายชีÊแจงและซองจดหมายติดแสตมป์ เพืÉอส่งกลับ ส่วนการสาํรวจ ออนไลน์โดยใช้Google form ทาํการส่งแบบสอบถามจาํนวน 60 ชุด ดว้ยการส่ง link ผ่านอีเมล์ Line Facebook messengerถึงผูต้อบแบบสอบถามโดยตรง และบุคคลอา้งอิงเพÉือส่งต่อใหก้ลุ่ม ตวัอย่าง มีการจดัทาํรายการลงบนัทึกว่าโรงแรมใดส่งแบบสอบถามประเภทไหนเพืÉอป้องการการ ซําÊซอ้นของการตอบแบบสอบถาม 4. ครบกาํหนดระยะเวลาวันทีÉ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565 ไดร้บัแบบสอบถามตอบกลับมา จาํนวน 130ชุด ตรวจสอบความสมบูรณค์วามครบถว้นในเนือหาของแบบสอบถามทีÊ Éไดร้บ พบว่า ั มีความสมบูรณ์109 ชดุแบ่งเป็นทางไปรษณียจ์าํนวน 75ชดุและแบบออนไลน์จาํนวน 34ชุด จาํนวนแบบสอบถามทงหมดัÊ 523 ชุด คิดเป็นร้อยละ 100.00 จาํนวนแบบสอบถามทีÉตอบกลบั 130 ชดุคิดเป็นรอ้ยละ 24.85 จาํนวนแบบสอบถามทีÉมีความสมบูรณ์ 109 ชุด คิดเป็นรอ้ยละ 20.84 จากจาํนวนแบบสอบถามทีÉมีการตอบกลบัถือว่าอย่ใูนระดบัทÉยีอมรบัไดต้าม ขอ้เสนอแนะ ของ Aaker, Kumar, and Day (2001) โดยกาํหนดไวอ้ย่างนอ้ยในอัตรารอ้ยละ 20ของประชากร ทังหมดÊและจากทฤษฎีแนวโนม้เขา้ส่ศูนูยก์ลาง ค่า N ทีÉมีค่ามากกว่า 30 เพียงพอทีÉจะช่วยใหก้าร แจกแจงเป็นแบบโคง้ปกติได้(Bartz, 1999) 5. ทาํการทดสอบความลาํเอียงจากการตอบแบบสอบถาม 2 ประเภท (Non-response bias) โดยการสมุ่เลือกแบบสอบถามทางไปรษณียแ์ละแบบสอบถามออนไลนอ์ย่างละ 34ชดุแลว้ นาํมาทดสอบเปรียบเทียบค่าเฉลีÉย (t-test) -ของตัวแปรระดับการใชแ้นวปฏิบัติทางบญัชีบริหาร พบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติณ ระดับ 0.05 แสดงว่าการวิจัยนีไม่มีปัญหาÊ เกีÉยวกับความลาํเอียงจากการตอบแบบสอบถามระหว่างแบบสอบถามทังสองÊประเภท ผลการ วิเคราะหแ์สดงตามตารางทÉี3
49 ตารางทีÉ3 ผลทดสอบความลาํเอียงจากการตอบแบบสอบถามสองประเภท การเปรียบเทียบ N Mean Std. Dev. t Sig ทางไปรษณีย์ 34 4.1482 0.70651 0.469 0.640 ออนไลน์ 34 4.0553 0.91299 0.469 สถิติทีÉใช้ในการวิเคราะหข์ ้อมูล การวิเคราะหข์อ้มลูจากการศึกษา โดยการนาํขอ้มลูทีÉไดจ้ากการตอบแบบสอบถามมาทาํ การประมวลผลโดยใชโ้ปรแกรมสถิติสาํ เร็จรูปเพืÉอการวิจยั (SPSS) สถิติทีÉใชใ้นการวิเคราะหข์อ้มลู มีดงันีÊ 1. สถิติเชิงพรรณนา ไดแ้ก่ ค่าความถีÉ (Frequency)และค่ารอ้ยละ (Percentage) ใชกับ้ การวิเคราะห์ข้อมูลทัÉวไปเกีÉยวกับผู้ตอบแบบสอบถามและลักษณะของโรงแรม ส่วนค่าเฉลีÉย (Mean) และค่าเบีÉยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) ใชก้ับการวิเคราะหร์ะดับความสาํคญั และระดบัการใชง้านของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิาร 2. สถิติเชิงอนุมาน ไดแ้ก่การทดสอบค่าเฉลีÉยสาํหรบัสองกล่มุตัวอย่างทีÉเป็นอิสระต่อกัน (t-test) ใชก้บัการวิเคราะหเ์ปรียบเทียบการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารขององค์กรทÉีมี ลกัษณะองคก์รทÉีแตกต่างกัน กาํหนดนยัยะสาํคญัทีÉ0.05 และ 0.0
50 บททีÉ4 ผลการศึกษา การวิจยัเรืÉอง แนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารกบัการดาํเนินธุรกิจในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ของโรงแรมในจงัหวัดภูเก็ต ขอ้มลูทÉีเก็บรวบรวมจาํ นวน 109 ชุด ผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้ว มาทาํการวิเคราะหข์อ้มูลโดยใชโ้ปรแกรมสาํเร็จรูป SPSS ดว้ยวิธีการทางสถิติตามวัตถุประสงค์ ของการวิจยั โดยนาํเสนอผลการวิเคราะหไ์ว้2 สว่นดงต่อไปนี ัÊ 1. สถิติเชิงพรรณนา 1.1ขอ้มลูของผูต้อบแบบสอบถาม 1.2ขอ้มลูของกลมุ่ 1.3 ระดบัความสาํคัญของแนวปฏิบตัิทางบญัชีบรหิาร 1.4 ระดบัการใชง้านแนวปฏิบตัิทางบญัชีบรหิาร 2. สถิติเชิงอนมุาน สญัลกัษณท์ีÉใชใ้นการเสนอผลการวิเคราะหข์อ้มลู เพืÉอให้การนําเสนอข้อมูลเป็นทีÉเข้าใจตรงกันในการแปลความหมายผู้วิจัยจึงได้ กาํหนดสญัลกัษณท์Éีใช้ในการเสนอผลการวิเคราะหข์อ้มลูดงนี ัÊ N หมายถึง จาํนวนประชากร ത หมายถึง ค่าเฉลีÉย (Mean) S.D. หมายถึง สว่นเบีÉยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) t หมายถึง ค่าสถิติวิเคราะห์ t-test Sig. หมายถึง ระดบัความมีนยัสาํคญัทางสถิติ df หมายถึง ระดับชันของความเป็นอิสระ (Degree of freedom) Ê
51 1.สถิติเชิงพรรณนา 1.1 ข้อมูลของผู้ตอบแบบสอบถาม ตารางทีÉ4 เป็นการวิเคราะห์ขอ้มลูของผูต้อบแบบสอบถามโดยการแจกแจงหาความถีÉและ รอ้ยละ โดยสรุปผลได้ว่า จากจาํนวนแบบสอบถาม 109 ฉบับ มีผูต้อบแบบสอบถามทÉีเป็นหัว ผูจ้ดัการแผนกบญัชีจาํนวน 72 คน คิดเป็นรอ้ยละ 66.06 รองลงมาเป็นผูจ้ดัการทÉวัไปจาํนวน 24 คน คิดเป็นรอ้ยละ 22.02 ทีÉเหลือเป็นเจา้ของกจิการ และตาํแหน่งอÉนื ตารางที 4Éขอ้มลูทÉวัไปของผูต้อบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถาม ข้อมูลทÉวไป ัจาํนวน (109) ร้อยละ เพศ ชาย 27 24.77 หญิง 82 75.23 อายุ ตํÉากว่า 30 ปี 6 5.50 30-40 ปี 46 42.20 41-50 ปี 37 33.94 มากกว่า 50 ปี 20 18.35 การศึกษา ตํÉากว่าปรญิญาตร 6 5.50 ี ระดบั ปริญญาตรี 83 76.15 ระดบั ปริญญาโท 17 15.60 สงูกว่าปรญิญาโท 3 2.75 ประสบการณ์ ตํÉากว่า 5 ปี 6 5.50 5-10 ปี 25 22.94 11-15 ปี 24 22.02 มากกว่า 15 ปี 54 49.54 ตาํแหน่ง เจา้ของกิจการ 5 4.59 ผจู้ดัการทÉวัไป/ผูช้่วยผจู้ดัการทÉวไป ั 24 22.02 หวัหนา้ฝ่ายบญัชี/ผูช้่วยหวัหนา้ฝ่ายบญัชี 72 66.06 อืÉนๆ 8 7.34
52 1.2 ข้อมูลของกิจการผู้ตอบแบบสอบถาม ตารางทีÉ 5 แสดงขอ้มูลทÉวัไปของลกัษณะโรงแรมตามขอ้มูลในแบบสอบถามก่อนการจัด กลมุ่ ใหม่ซึÉงจะเห็นไดว้่า ประชากรมีระยะเวลาการดาํเนินงานโดยเฉลีÉย 14 ปีจาํนวนพนกังานโดย เฉลีÉยมีจาํนวน 111 คน จาํนวนหอ้งพักโดยเฉลีÉยมีจาํนวน 154 หอ้ง โรงแรมส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม เครือจาํนวน 62 คิดเป็นรอ้ยละ 43.12โรงแรมอยู่ในระดับ 4 – 5 ดาว จาํนวน Şš โรงแรม คิดเป็น รอ้ยละ 63.3 ตารางทีÉ5ขอ้มลูทÉวัไปของลกัษณะโรงแรม ลกัษณะโรงแรม N รอ้ยละ Min Max ത S.D. ระยะเวลาการดาํเนินงาน 109 1.00 40.00 14.19 9.79 จาํนวนพนกังาน 109 3.00 800.00 110.97 124.64 จาํนวนหอ้งพกั 109 9.00 750.00 153.94 143.88 ลกัษณะการบรหิาร โรงแรมอสิระ 44 56.88 โรงแรมในกลมุ่เครือโรงแรม 62 43.12 รวม 109 ประเภทของกิจการ โรงแรม 30 27.52 รีสอรท์ 79 72.48 รวม 109 ระดบัการใหบ้รกิาร No rating 5 4.6 1 – 2 Star 3 2.8 3 Star 32 29.4 4 – 5 Star 69 63.3 รวม 109
53 จากตารางทีÉ ŝ จะเห็นไดว้่าโรงแรมทÉีตอบแบบสอบถามในบางกลมุ่มีจาํนวนไม่มาก จนไม่ สามารถนาํ ไปวิเคราะหเ์ปรียบเทียบทางสถิติได้ผูว้ิจยัจึงไดท้าํการจดักล่มุใหม่ ในตารางทีÉ 6 แสดง ลักษณะของโรงแรมทีÉได้จัดกลุ่มใหม่โดยการแจกแจงหาความถีÉและร้อยละ ซึÉงจะเห็นได้ว่า ประชากรส่วนใหญ่เป็นกิจการทีÉมีจาํนวนหอ้งพกั 1 - 149 หอ้ง คิดเป็นรอ้ยละ 59.63และสว่นใหญ่ ใชพ้นกังานประจาํมากกว่า 50 คน ซึÉงคิดเป็นรอ้ยละ 57.80 ทังนีÊอาจเป็นเพราะÊเป็นกิจการรีสอรท์ ทีÉ เน้นคุณภาพการใหบ้ริการดังจะเห็นไดจ้ากระดับการใหบ้ริการทÉีอยู่ในระดับ 4 - 5 ดาวในสดัส่วน รอ้ยละ 63.7 ตารางทีÉ6ขอ้มลูทÉวัไปของลกัษณะโรงแรมเพÉือการวิเคราะห์และจดัขอ้มลูใหม่ ลักษณะของกลุ่มตัวอย่าง ประเภท จาํนวน (109) ร้อยละ ระยะเวลาการดาํเนินงาน 1 – 10 ปี 48 44.04 มากกว่า 10 ปี 61 55.96 จาํนวนพนกังานประจาํ5 – 50 คน 46 42.20 มากกว่า 50 คน 63 57.80 จาํนวนหอ้งพกั 1 – 149 หอ้ง 65 59.63 150 หอ้งขึนไปÊ 44 40.37 ลกัษณะการบรหิารงาน โรงแรมอิสระ 62 56.88 โรงแรมในกล่มุเครือโรงแรม 47 43.12 ประเภทของกิจการ โรงแรม 30 27.52 รีสอรท์ 79 72.48 ระดบัการใหบ้รกิาร 3 ดาว หรือ ตํÉากว่า 40 36.70 4 – 5 ดาว 69 63.70
54 1.3 ระดับความสาํคัญของแนวปฏิบัติทางบัญชีบริหาร ตารางทีÉ 7 เป็นการวิเคราะห์ระดับความสาํคัญของแนวปฏิบัติทางบัญชีบริหารโดยการ แจกแจงหาความถีÉและรอ้ยละพบว่า ความคิดเห็นเกีÉยวกับระดับความสาํคัญของแนวปฏิบัติ ทางการบญัชีบริหาร มีความสาํคญัอยู่ในระดับสูง โดยรวมมีค่าเฉลีÉย 2.70 เมืÉอพิจารณาเป็นราย กล่มุพบว่า ระบบบญัชีตน้ทุน มีค่าเฉลีÉยสงูสุด 2.79 รองลงมาการบญัชีเพÉือการจดัการเชิงกลยุทธ์ มีค่าเฉลีÉย 2.76 ระบบการประเมินผลการปฏิบตัิงาน มีค่าเฉลีÉย 2.72 ระบบสนับสนุนการตดัสินใจ มีค่าเฉลีÉย 2.64 และระบบงบประมาณไดร้บัความสาํคญัตÉาํสดุมคี่าเฉลีÉย 2.63 ตารางทีÉ7 จาํนวนค่าเฉลีÉยระดบัความสาํคญัของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหาร กลุ่มแนวปฏิบัติทางการบัญชี บริหาร ระดับความคิดเห็น N Min Max ഥ S.D. แปลงผล ลาํดับ 1.ระบบบญัชีตน้ทุน 109 1.00 3.00 2.79 0.34 สาํคญั มาก 1 2.ระบบงบประมาณ 109 1.00 3.00 2.63 0.46 สาํคญั มาก 4 3.ระบบการประเมินผลการ ปฏิบตัิงาน 109 1.33 3.00 2.72 0.37 สาํคญั มาก 3 4.ระบบสนบัสนุนการตัดสินใจ 109 1.00 3.00 2.64 0.47 สาํคญั มาก 5 5.การบญัชีเพÉือการจัดการเชิงกล ยทุธ์ 109 1.00 3.00 2.76 0.41 สาํคญั มาก 2 รวม 109 1.64 3.00 2.70 0.33 สาํคญั มาก
55 ตารางทีÉ 8 แสดงผลการวิเคราะหร์ะดับความสาํคัญของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหาร ระบบบัญชีต้นทุน โดยการแจกแจงหาความถีÉและร้อยละ พบว่าความคิดเห็นเกีÉยวกับระดับ ความสาํคัญของแนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหาร ระบบบัญชีต้นทุน มีความสาํคัญมาก เมÉือ พิจารณาแต่ละแนวปฏิบัติพบว่า ตน้ทุนรวม มีค่าเฉลีÉยมากสุด 2.90 รองลงมาต้นทุนผันแปร มี ค่าเฉลีÉย 2.84 ตน้ทุนมาตราฐาน มีค่าเฉลีÉย 2.83และตน้ทุนตามฐานกิจกรรมไดร้บัความสาํคัญ นอ้ยสดุมีค่าเฉลีÉย 2.59 ตารางทีÉ8จาํนวนค่าเฉลีÉยระดบัความสาํคญัของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารระบบบญัชี ตน้ทนุ ระบบบัญชีต้นทุน ระดับความคิดเห็น N Min Max ഥ S.D. แปลงผล ลําดับ ตน้ทนุรวม 109 1.00 3.00 2.90 0.33 สาํคญัมาก 1 ตน้ทนุผันแปร 109 1.00 3.00 2.84 0.39 สาํคญัมาก 2 ตน้ทนุมาตราฐาน 109 1.00 3.00 2.83 0.40 สาํคญัมาก 3 ตน้ทนุตามฐานกิจกรรม 109 1.00 3.00 2.59 0.63 สาํคญัมาก 4 ตารางทีÉ 9 แสดงผลการวิเคราะหร์ะดับความสาํคัญของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหาร ระบบงบประมาณ โดยการแจกแจงหาความถีÉและร้อยละ พบว่าความคิดเห็นเกีÉยวกับระดับ ความสาํคัญของแนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารระบบงบประมาณ มีความสาํคัญมาก เมÉือ พิจารณาแต่ละแนวปฏิบัติพบว่า งบประมาณเพืÉอการจัดการและควบคุมตน้ทุน มีค่าเฉลีÉยสูงสุด 2.79 รองลงมา งบประมาณเพืÉอการวางแผนการดาํเนินงานประจาํ ปีมีค่าเฉลีÉย2.74 การจัดทาํ งบประมาณเพืÉอการวางแผนการดาํเนินงานเชิงกลยุทธใ์นระยะยาว มีค่าเฉลีÉย 2.70 งบประมาณ ฐานกิจกรรม มีค่าเฉลีÉย 2.68 งบประมาณยืดหยุ่น มีค่าเฉลีÉย 2.66 งบประมาณเพืÉอเป็นสืÉอกลาง ในการประสานงานระหว่างแผนกต่าง ๆ ทีÉเกีÉยวข้อง มีค่าเฉลีÉย 2.65 งบประมาณเพืÉอใช้เป็น เครืÉองมือในการประเมินผลงานของผูจ้ัดการ มีค่าเฉลีÉย 2.57 และ งบประมาณฐานศูนย์ไดร้บั ความสาํคญันอ้ยสุด มีค่าเฉลีÉย 2.22
56 ตารางทีÉ9จาํนวนค่าเฉลีÉยระดบัความสาํคญัของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารระบงบประมาณ ตารางทีÉ10 แสดงผลการวิเคราะหร์ะดบัความสาํคญัของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหาร ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยการแจกแจงหาความถีÉและรอ้ยละ พบว่าความคิดเห็น เกีÉยวกับระดับความสาํคัญของแนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารของระบบการประเมินผลการ ปฏิบตัิงาน มีความสาํคญัมากเมÉือพิจารณาแต่ละแนวปฏิบตัิพบว่าการประเมินผลความสามารถ ในการทาํกาํ ไร ค่าเฉลีÉยสงูสดุ2.88 รองลงมาการประเมินผลการปฏิบตัิงานทีÉเกีÉยวขอ้งกบัลกูคา้มี ค่าเฉลีÉย 2.86 การประเมินผลตอบแทนของยอดขาย มีค่าเฉลีÉย 2.73 การประเมินผลการ ปฏิบัติงานทีÉเกีÉยวข้องกับพนักงาน มีค่าเฉลีÉย 2.70 การกําหนดเกณฑ์เปรียบเทียบสมรรถนะ ค่าเฉลีÉย 2.61 และการใชม้าตรวดัสมดลุไดร้บัความสาํคญันอ้ยทÉสุด มีค่าเฉลี ีÉย 2.54 ระบบงบประมาณ ระดับความคิดเห็น N Min Max ഥ S.D. แปลงผล ลาํดับ เพืÉอการวางแผนการดาํเนินงาน ประจาํ ปี 109 1.00 3.00 2.74 0.55 สาํคญั มาก 2 เพืÉอการจดัการและควบคมุตน้ทนุ109 1.00 3.00 2.79 0.51 สาํคญั มาก 1 เพืÉอใชเ้ป็นเครืÉองมือในการ ประเมนิผลงานของผจู้ดัการ 109 1.00 3.00 2.57 0.66 สาํคญั มาก 7 เพืÉอการวางแผนการดาํเนินงาน เชิงกลยุทธใ์นระยะยาว 109 1.00 3.00 2.70 0.57 สาํคญั มาก 3 เพืÉอเป็นสืÉอกลางในการประสานงาน ระหว่างแผนกต่าง ๆ ทีÉเกีÉยวขอ้ง 109 1.00 3.00 2.65 0.55 สาํคญั มาก 6 งบประมาณฐานกิจกรรม 109 1.00 3.00 2.68 0.54 สาํคญั มาก 4 งบประมาณยืดหยุ่น 109 1.00 3.00 2.66 0.58 สาํคญั มาก 5 งบประมาณฐานศนูย์ 109 1.00 3.00 2.22 0.82 สาํคญั ปานกลาง 8
57 ตารางทีÉ10จาํนวนค่าเฉลีÉยระดบัความสาํคญัของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารระบบการ ประเมินผลการปฏิบตัิงาน ระบบการประเมินผลการ ปฏิบัติงาน ระดับความคิดเห็น N Min Max ഥ S.D. แปลงผล ลาํดับ การประเมินผลการปฏิบตัิงานทÉี เกีÉยวขอ้งกบัลกูคา้ 109 1.00 3.00 2.86 0.42 สาํคญั มาก 2 การประเมินผลการปฏิบตัิงานทÉี เกีÉยวขอ้งกบัพนกังาน 109 1.00 3.00 2.70 0.55 สาํคญั มาก 4 การประเมินผลความสามารถใน การทาํกาํ ไร 109 1.00 3.00 2.88 0.35 สาํคญั มาก 1 การประเมินผลตอบแทนของ ยอดขาย 109 1.00 3.00 2.73 0.50 สาํคญั มาก 3 การกาํหนดเกณฑเ์ปรียบเทียบ สมรรถนะ 109 1.00 3.00 2.61 0.64 สาํคญั มาก 5 การใชม้าตรวดัสมดลุ109 1.00 3.00 2.54 0.65 สาํคญั มาก 6 ตารางทีÉ11 แสดงผลการวิเคราะหร์ะดับความสาํคญัของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหาร ระบบสนบัสนุนการตดัสินใจ โดยการแจกแจงความถีÉและรอ้ยละ พบว่าความคิดเห็นเกีÉยวกบัระดับ ความสาํคัญของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารของระบบสนับสนุนการตัดสินใจ มีความสาํคัญ มาก เมืÉอพิจารณาแต่ละแนวปฏิบัติพบว่า การวิเคราะห์ความสามารถในการทาํกาํ ไรในแต่ละ แผนกทีÉสรา้งรายได้ค่าเฉลีÉยสูงสุด 2.71 รองลงมาการวิเคราะหต์น้ทุน-ปริมาณ-กาํ ไร มีค่าเฉลีÉย 2.70 และการวิเคราะหค์วามสามารถในการทาํกาํ ไรของลูกคา้แต่ละราย ไดร้บัความสาํคัญนอ้ย ทีÉสดุมีค่าเฉลีÉย 2.50
58 ตารางทีÉ11จาํนวนค่าเฉลีÉยระดบัความสาํคญัของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารระบบการ สนบัสนนุการตดัสินใจ ระบบสนับสนุนการตัดสนิใจ ระดับความคิดเหน็ N Min Max ഥ S.D. แปลงผล ลาํดับ การวิเคราะหค์วามสามารถในการทาํ กาํ ไรในแต่ละแผนกทÉีสรา้งรายได้ 109 1.00 3.00 2.71 0.51 สาํคญั มาก 1 การวิเคราะหค์วามสามารถในการทาํ กาํ ไรของลกูคา้แต่ละราย 109 1.00 3.00 2.50 0.69 สาํคญั มาก 3 การวิเคราะหต์น้ทนุ-ปรมิาณ-กาํ ไร 109 1.00 3.00 2.70 0.52 สาํคญั มาก 2 ตารางทีÉ12 แสดงผลการวิเคราะหร์ะดบัความสาํคญัของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหาร ด้านบัญชีเพืÉอการจัดการเชิงกลยุทธ์โดยการแจกแจงความถีÉและรอ้ยละ พบว่าความคิดเห็น เกีÉยวกับระดับความสาํคัญของแนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหาร ระบบการบัญชีเพÉือการจัดการ เชิงกลยุทธ์มีความสาํคัญมาก โดยรวมมีค่าเฉลีÉย 2.76 เมืÉอพิจารณาแต่ละแนวปฏิบตัิพบว่า การ วิเคราะห์ภาวะอุตสาหกรรมการท่องเทีÉยว มีค่าเฉลีÉยสูงสุด 2.84 รองลงมาการวิเคราะห์ ความสามารถในการแข่งขนัของกิจการ มีค่าเฉลีÉย 2.77การวิเคราะหจ์ุดแข็งและจดุอ่อนของคู่แข่ง มีค่าเฉลีÉย 2.74 และการบรหิารงานตามกิจกรรม ไดร้บัความสาํคญันอ้ยทÉีสดุมีค่าเฉลีÉย 2.67
59 ตารางทีÉ12จาํนวนค่าเฉลีÉยระดบัความสาํคญัของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิาร ระบบการ บญัชีเพÉือการจดัการเชิงกลยุทธ์ การบัญชีเพืÉอการจัดการเชิงกล ยุทธ์ ระดับความคิดเห็น N Min Max ഥ S.D. แปลงผล ลําดับ การวิเคราะหภ์าวะอตุสาหกรรมการ ท่องเทีÉยว 109 1.00 3.00 2.84 0.41 สาํคญั มาก 1 การวิเคราะหจ์ุดแข็งและจดุอ่อนของ ค่แูข่ง 109 1.00 3.00 2.74 0.52 สาํคญั มาก 3 การวิเคราะหค์วามสามารถในการ แข่งขนัของกิจการ 109 1.00 3.00 2.77 0.46 สาํคญั มาก 2 การบริหารงานตามกิจกรรม 109 1.00 3.00 2.67 0.59 สาํคญั มาก 4 1.4 ระดับการใช้งานแนวปฏิบัติทางบัญชีบริหาร ตารางทีÉ 13 เป็นการวิเคราะหร์ะดับการใชง้านของแนวปฏิบัติทางบัญชีบริหารโดยการ แจกแจงหาความถีÉและรอ้ยละ พบว่าความคิดเห็นเกีÉยวกบัระดบัการใชง้านของแนวปฏิบตัิทางการ บญัชีบริหาร มีการใชง้านบ่อย โดยรวมมีค่าเฉลีÉย 4.00 เมืÉอพิจารณาแต่ละกล่มุแนวปฏิบตัิพบว่า ระบบบญัชีตน้ทุน มีค่าเฉลีÉยสูงสดุ4.14 รองลงมาการบัญชีเพืÉอการจัดการเชิงกลยุทธ์มีค่าเฉลีÉย 4.07 ระบบการประเมินผลการปฏิบตัิงาน มีค่าเฉลีÉย 3.99 ระบบสนบัสนุนการตัดสินใจ มีค่าเฉลีÉย 3.98 และระบบงบประมาณไดร้บัความสาํคญัตÉาํสดุมีค่าเฉลีÉย 3.92
60 ตารางทีÉ13จาํนวนค่าเฉลีÉยระดบัการใชง้านของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิาร กลุ่มแนวปฏิบัติทางการบัญชี บริหาร ระดับความคิดเห็น N Min Max ഥ S.D. แปลงผล ลาํดับ 1.ระบบบญัชีตน้ทุน 109 1.00 5.00 4.14 0.86 ใชง้าน บ่อย 1 2.ระบบงบประมาณ 109 1.00 5.00 3.92 1.08 ใชง้าน บ่อย 5 3.ระบบการประเมินผลการ ปฏิบตัิงาน 109 1.67 5.00 3.99 0.88 ใชง้าน บ่อย 3 4.ระบบสนบัสนุนการตัดสินใจ 109 1.00 5.00 3.98 1.08 ใชง้าน บ่อย 4 5.การบญัชีเพÉือการจัดการเชิงกล ยทุธ์ 109 1.00 5.00 4.07 0.99 ใชง้าน บ่อย 2 รวม 109 1.92 5.00 4.00 0.83 ใชง้าน บ่อย 3 ตารางทีÉ14 เป็นการวิเคราะหร์ะดับการใชง้านของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบ บัญชีตน้ทุน โดยการแจกแจงหาความถีÉและรอ้ยละ พบว่าความคิดเห็นเกีÉยวกับระดับการใชง้าน ของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารของระบบบญัชีตน้ทุน มีระดบัการงานใชบ้ ่อย เมืÉอพิจารณาแต่ ละแนวปฏิบัติพบว่า ตน้ทุนรวม มีค่าเฉลีÉยสูงสุด 4.36 รองลงมาตน้ทุนผันแปร มีค่าเฉลีÉย 4.22 ต้นทุนมาตราฐาน มีค่าเฉลีÉย 4.20 และต้นทุนตามฐานกิจกรรมมีระดับการใช้งานน้อยสุด มี ค่าเฉลีÉย 3.78
61 ตารางทีÉ14จาํนวนค่าเฉลีÉยระดบัการใชง้านแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารระบบบญัชีตน้ทุน ระบบบัญชีต้นทุน ระดับความคิดเหน็ N Min Max ഥ S.D. แปลงผล ลาํดับ ตน้ทนุรวม 109 1.00 5.00 4.36 0.91 ใชง้านประจาํ1 ตน้ทนุผันแปร 109 1.00 5.00 4.22 1.04 ใชง้านประจาํ2 ตน้ทนุมาตราฐาน 109 1.00 5.00 4.20 0.96 ใชง้านบ่อย 3 ตน้ทนุตามฐานกิจกรรม 109 1.00 5.00 3.78 1.20 ใชง้านบ่อย 4 ตารางทีÉ15 เป็นการวิเคราะหร์ะดับการใชง้านของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบ งบประมาณ โดยการแจกแจงหาความถีÉและรอ้ยละ พบว่าความคิดเห็นเกีÉยวกับระดับการใชง้าน ของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบงบประมาณ มีระดบัการงานใชบ้ ่อยเมืÉอพิจารณาแต่ละ แนวปฏิบตัิพบว่า งบประมาณเพÉือการจัดการและควบคุมตน้ทุน มีค่าเฉลีÉยสงูสุด 4.14 รองลงมา งบประมาณเพืÉอการวางแผนการดาํเนินงานประจําปีมีค่าเฉลีÉย 4.10 งบประมาณยืดหยุ่นมี ค่าเฉลีÉย 4.02 งบประมาณเพืÉอเป็นสืÉอกลางในการประสานงานระหว่างแผนกต่าง ๆ ทีÉเกีÉยวขอ้ง มี ค่าเฉลีÉย 3.99 การจัดทาํงบประมาณเพÉือการวางแผนการดาํเนินงานเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว มี ค่าเฉลีÉย 3.97 งบประมาณฐานกิจกรรม มีค่าเฉลีÉย 3.96 งบประมาณเพืÉอใชเ้ป็นเครืÉองมือในการ ประเมินผลงานของผูจ้ัดการ มีค่าเฉลีÉย 3.90 และ งบประมาณฐานศูนย์มีระดับการใชง้านน้อย ทีÉสดุมีค่าเฉลีÉย 3.24
62 ตารางทีÉ15จาํนวนค่าเฉลีÉยระดบัการใชง้านแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบงบประมาณ ระบบงบประมาณ ระดับความคดิเหน็ N Min Max ഥ S.D. แปลงผล ลาํ ดับ เพืÉอการวางแผนการดาํเนินงาน ประจาํ ปี 109 1.00 5.00 4.10 1.15 ใชง้าน บ่อย 2 เพืÉอการจดัการและควบคมุตน้ทนุ109 1.00 5.00 4.14 1.13 ใชง้าน บ่อย 1 เพืÉอใชเ้ป็นเครืÉองมือในการ ประเมนิผลงานของผจู้ดัการ 109 1.00 5.00 3.90 1.31 ใชง้าน บ่อย 7 เพืÉอการวางแผนการดาํเนินงาน เชิงกลยุทธใ์นระยะยาว 109 1.00 5.00 3.97 1.28 ใชง้าน บ่อย 5 เพืÉอเป็นสืÉอกลางในการประสานงาน ระหว่างแผนกต่าง ๆ ทีÉเกีÉยวขอ้ง 109 1.00 5.00 3.99 1.20 ใชง้าน บ่อย 4 งบประมาณฐานกิจกรรม 109 1.00 5.00 3.96 1.26 ใชง้าน บ่อย 6 งบประมาณยืดหยุ่น 109 1.00 5.00 4.02 1.19 ใชง้าน บ่อย 3 งบประมาณฐานศนูย์ 109 1.00 5.00 3.24 1.55 ใชง้าน บางครังÊ 8 ตารางทีÉ16 เป็นการวิเคราะหร์ะดับการใชง้านของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบ การประเมินผลการปฏิบตัิงาน โดยการแจกแจงหาความถีÉและรอ้ยละ พบว่าความคิดเห็นเกีÉยวกบั ระดบัการใชง้านของแนวปฏิบัติทางการบญัชีบริหารระบบการประเมินผลการปฏิบตัิงาน มีระดับ การใชง้านบ่อย เมÉือพิจารณาแต่ละแนวปฏิบตัิพบว่า การประเมินผลการปฏิบตัิงานทีÉเกีÉยวขอ้งกับ ลกูคา้ ค่าเฉลีÉยสงูสดุ4.32 รองลงมา การประเมินผลความสามารถในการทาํกาํ ไร มีค่าเฉลีÉย 4.28 การประเมินผลตอบแทนของยอดขาย มีค่าเฉลีÉย 4.02 การประเมินผลการปฏิบตัิงานทÉีเกีÉยวขอ้ง กบัพนกังาน มีค่าเฉลÉีย 3.80การกาํหนดเกณฑเ์ปรียบเทียบสมรรถนะมีค่าเฉลีÉย 3.83 และ การใช้ มาตรวดัสมดลุมีระดบัความสาํคญันอ้ยสดุมีค่าเฉลีÉย 3.68
63 ตารางทีÉ16จาํนวนค่าเฉลีÉยระดบัการใชง้านแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารระบบการประเมินผล การปฏิบตัิ ระบบการประเมินผลการ ปฏิบัติงาน ระดับความคิดเห็น N Min Max ഥ S.D. แปลงผล ลาํดับ การประเมินผลการปฏิบตัิงานทÉี เกีÉยวขอ้งกบัลกูคา้ 109 1.00 5.00 4.32 0.99 ใชง้าน ประจาํ 1 การประเมินผลการปฏิบตัิงานทÉี เกีÉยวขอ้งกบัพนกังาน 109 1.00 5.00 3.80 1.22 ใชง้าน บ่อย 5 การประเมินผลความสามารถในการ ทาํกาํ ไร 109 2.00 5.00 4.28 0.85 ใชง้าน ประจาํ 2 การประเมินผลตอบแทนของ ยอดขาย 109 1.00 5.00 4.02 1.06 ใชง้าน บ่อย 3 การกาํหนดเกณฑเ์ปรียบเทียบ สมรรถนะ 109 1.00 5.00 3.83 1.26 ใชง้าน บ่อย 4 การใชม้าตรวดัสมดลุ109 1.00 5.00 3.68 1.30 ใชง้าน บ่อย 6 ตารางทีÉ17 เป็นการวิเคราะหร์ะดับการใชง้านของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบ การประเมินผลการปฏิบตัิงาน โดยการแจกแจงหาความถีÉและรอ้ยละ พบว่าความคิดเห็นเกีÉยวกบั ระดบัการใชง้านของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารของระบบสนับสนุนการตดัสินใจ มีระดับการ ใชง้านบ่อย เมÉือพิจารณาแต่ละแนวปฏิบตัิพบว่าการวิเคราะหค์วามสามารถในการทาํกาํ ไรในแต่ ละแผนกทีÉสรา้งรายได้ค่าเฉลีÉยสงูสดุ4.16 รองลงมาการวิเคราะหต์น้ทุน-ปรมิาณ-กาํ ไร มีค่าเฉลีÉย 4.03 และการวิเคราะหค์วามสามารถในการทาํกาํ ไรของลกูคา้แต่ละรายไดร้บัความสาํคญัตÉาํสดุมี ค่าเฉลีÉย 3.75
64 ตารางทีÉ17จาํนวนค่าเฉลีÉยระดบัการใชง้านแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารระบบสนบัสนนุการ ตดัสินใจ ระบบสนับสนุนการตัดสนิใจ ระดับความคิดเหน็ N Min Max ഥ S.D. แปลงผล ลําดับ การวิเคราะหค์วามสามารถในการทาํ กาํ ไรในแต่ละแผนกทÉีสรา้งรายได้ 109 1 5 4.16 1.10 ใชง้าน บ่อย 1 การวิเคราะหค์วามสามารถในการทาํ กาํ ไรของลกูคา้แต่ละราย 109 1 5 3.75 1.36 ใชง้าน บ่อย 3 การวิเคราะหต์น้ทนุ-ปรมิาณ-กาํ ไร 109 1 5 4.03 1.20 ใชง้าน บ่อย 2 ตารางทีÉ18 เป็นการวิเคราะหร์ะดับการใชง้านของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบ การบญัชีเพÉือการจัดการเชิงกลยุทธ์โดยการแจกแจงหาความถีÉและรอ้ยละ พบว่าความคิดเห็น เกีÉยวกบัระดบัการใชง้านของแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบการบญัชีเพÉือการจดัการเชิงกล ยุทธ์มีระดบัการใชง้านบ่อยเมืÉอพิจารณาแต่ละแนวปฏิบตัิพบว่าการวิเคราะหภ์าวะอุตสาหกรรม การท่องเทีÉยว มีค่าเฉลีÉยสงูสดุ4.21รองลงมาการวิเคราะหค์วามสามารถในการแข่งขันของกิจการ มีค่าเฉลีÉย 4.10 การวิเคราะหจ์ุดแข็งและจุดอ่อนของคู่แข่ง มีค่าเฉลÉีย 4.01 และการบริหารงาน ตามกิจกรรมมรีะดบัการใชง้านนอ้ยทÉีสดุมีค่าเฉลีÉย 3.95
65 ตารางทีÉ18จาํนวนค่าเฉลีÉยระดบัการใชง้านแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารระบบการบญั ชีเพืÉอ การจดัการเชิงกลยทุธ์ การบัญชีเพืÉอการจัดการเชิงกล ยุทธ์ ระดับความคิดเห็น N Min Max ഥ S.D. แปลงผล ลาํดับ การวิเคราะหภ์าวะอตุสาหกรรมการ ท่องเทีÉยว 109 1.00 5.00 4.21 1.01 ใชง้าน ประจาํ 1 การวิเคราะหจ์ุดแข็งและจดุอ่อนของ ค่แูข่ง 109 1.00 5.00 4.01 1.14 ใชง้าน บ่อย 3 การวิเคราะหค์วามสามารถในการ แข่งขนัของกิจการ 109 1.00 5.00 4.10 1.10 ใชง้าน บ่อย 2 การบริหารงานตามกิจกรรม 109 1.00 5.00 3.95 1.25 ใชง้าน บ่อย 4 2. สถิติเชิงอนุมาน จากการทดสอบทางสถิติเพืÉอเปรียบเทียบระดับการใชแ้นวปฏิบัติทางบัญชีบริหารเมÉือ พิจารณาปัจจยัดา้นลกัษณะขององคก์รไดแ้ก่ขนาดขององคก์ร ระยะเวลาการดาํเนินการ ลกัษณะ ของการบรหิารงาน และประเภทกิจการ โดยพิจารณาจากค่าสถิติทดสอบ t (t-test) ตามสมมติฐาน ในบททีÉ2 ปรากฏผลดงันีÊ สมมุตติฐานที H1a É :จาํนวนหอ้งพกัของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบัติทางการ บญัชีบรหิารในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-řš ทีÉแตกต่างกนั ตารางทีÉ 19 เป็นการเปรียบเทียบการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารจาํแนกตาม จาํนวนหอ้งพกัเป็นรายดา้นแสดงใหเ้ห็นว่า
66 โรงแรมทีÉมีจาํนวนหอ้งพกัแตกต่างกนัเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบบญัชี ตน้ทุนไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับ 0.05 หมายความว่า จาํนวนหอ้งพักของ โรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารระบบบญัชีตน้ทนุในวิกฤติโคโรน่าไวรสั- 19 ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉงึไม่สอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีจาํนวนห้องพักแตกต่างกัน เลือกใชแนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารระบบ ้ งบประมาณไม่แตกต่างกนัอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดบั 0.05 หมายความว่า จาํนวนหอ้งพัก ของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบงบประมาณในวิกฤติโคโรน่า ไวรสั-19 ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉงึไม่สอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีจาํนวนหอ้งพกัแตกต่างกัน เลือกใชแ้นวปฏิบัติทางการบญัชีบริหารระบบการ ประเมินผลการปฏิบัติงานไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับ 0.05 หมายความว่า จํานวนห้องพักของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารระบบการ ประเมินผลการปฏิบตัิงานในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉึงไม่สอดคลอ้งกบัสมมุติฐาน ทีÉตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีจาํนวนห้องพักแตกต่างกัน เลือกใชแนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารระบบ ้ สนับสนุนการตัดสินใจไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับ 0.05 หมายความว่า จาํนวนหอ้งพกัของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบสนับสนุนการ ตดัสินใจในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉงึไมส่อดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีจาํนวนหอ้งพักแตกต่างกัน เลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบัญชีบริหารการบัญชี เพืÉอการจัดการเชิงกลยุทธ์ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับ 0.05 หมายความว่า จาํนวนหอ้งพักของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารการบัญชีเพืÉอการ จดัการเชิงกลยุทธใ์นวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉงึไม่สอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê
67 ตารางทีÉ19การเปรียบเทียบการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารจาํแนกตามจาํนวน หอ้งพกั จาํนวนหอ้งพัก N ഥ S.D. t Sig ระบบการคิดตน้ทุน 1 - 149 หอ้ง 65 4.09 0.90 0.755 0.452 150 หอ้งขึนไปÊ 44 4.22 0.82 รวม 109 ระบบงบประมาณ 1 - 149 หอ้ง 65 3.83 1.07 1.062 0.291 150 หอ้งขึนไปÊ 44 4.05 1.08 รวม 109 ระบบการประเมินผล การปฏิบตัิงาน 1 - 149 หอ้ง 65 3.92 0.89 1.002 0.318 150 หอ้งขึนไปÊ 44 4.09 0.87 รวม 109 ระบบสนับสนนุการ ตดัสินใจ 1 - 149 หอ้ง 65 3.82 1.14 1.940 0.055 150 หอ้งขึนไปÊ 44 4.22 0.94 รวม 109 การบญัชีเพÉือการ จดัการเชิงกลยทุธ์ 1 - 149 หอ้ง 65 3.96 1.02 1.430 0.156 150 หอ้งขึนไปÊ 44 4.23 0.94 รวม 109 *ระดบันยัสาํคญัทางสถติิทีÉระดบั 0.05 **ระดบันยัสาํคญัทางสถติิทÉรีะดบั 0.01 สมมุตติฐานที H1b É :จาํนวนพนกังานของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการ บญัชีบรหิารในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉแตกต่างกนั ตารางทีÉ 20 เป็นการเปรียบเทียบการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารจาํแนกตาม จาํนวนพนกังาน เป็นรายดา้นแสดงใหเ้ห็นว่า โรงแรมทีÉมีจาํนวนพนักงานแตกต่างกัน เลือกใชแนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารระบบ ้ บญัชีตน้ทุนไม่แตกต่างกนัอย่างมีนยัสาํคัญทางสถิติทÉีระดบั 0.05 หมายความว่าจาํนวนพนกังาน
68 ของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบบญัชีตน้ทุนในวิกฤติโคโรน่า ไวรสั-19 ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉงึไม่สอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีจาํนวนพนักงานแตกต่างกัน เลือกใชแนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารระบบ ้ งบประมาณไม่แตกต่างกนัอย่างมนีัยสาํคญัทางสถิติทีÉระดับ 0.05 หมายความว่า จาํนวนพนักงาน ของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบงบประมาณในวิกฤติโคโรน่า ไวรสั-19 ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉงึไม่สอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีจาํนวนพนกังานแตกต่างกนัเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบการ ประเมินผลการปฏิบัติงานไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับ 0.05 หมายความว่า จํานวนพนักงานของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารระบบการ ประเมินผลการปฏิบตัิงานในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉึงไม่สอดคลอ้งกบัสมมุติฐาน ทีÉตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีจาํนวนพนักงานแตกต่างกัน เลือกใชแนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารระบบ ้ สนบัสนุนการตัดสินใจแตกต่างกันอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับ 0.01 หมายความว่า จาํนวน พนักงานของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารระบบสนับสนุนการ ตดัสินใจในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉแตกต่างกนัซÉงึสอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีจาํนวนพนกังานแตกต่างกนัเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารการบัญชี เพืÉอการจัดการเชิงกลยุทธ์ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทีÉระดับ 0.05 หมายความว่า จาํนวนพนกังานของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารการบญัชีเพÉือการ จดัการเชิงกลยุทธใ์นวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉงึไม่สอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê
69 ตารางทีÉ20 การเปรียบเทียบการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารจาํแนกตามจาํนวน พนกังาน จาํนวนพนักงาน N ഥ S.D. t Sig ระบบการคิด ตน้ทนุ 1- 50 คน 46 4.08 0.96 0.602 0.549 51 คนขึนไปÊ 63 4.18 0.79 รวม 109 ระบบ งบประมาณ 1 - 50 คน 46 3.73 1.14 1.581 0.117 51 คนขึนไปÊ 63 4.05 1.01 รวม 109 ระบบการ ประเมนิผลการ ปฏิบตัิงาน 1 - 50 คน 46 3.86 0.92 1.307 0.194 51 คนขึนไปÊ 63 4.08 0.85 รวม 109 ระบบสนับสนนุ การตดัสินใจ 1 - 50 คน 46 3.64 1.21 2.719 0.008** 51 คนขึนไปÊ 63 4.22 0.91 รวม 109 การบญัชีเพÉือ การจดัการ เชิงกลยุทธ์ 1- 50 คน 46 3.89 1.05 1.661 0.100 51 คนขึนไปÊ 63 4.20 0.93 รวม 109 *ระดบันยัสาํคญัทางสถติิทีÉระดบั 0.05 **ระดบันยัสาํคญัทางสถติิทีÉระดบั 0.01 สมมุตติฐานที H2: Éระยะเวลาการดาํเนินงานของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิ ทางการบญัชีบรหิารในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉแตกต่างกนั ตารางทีÉ 21 เป็นการเปรียบเทียบการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารจาํแนกตาม ระยะเวลาการดาํเนินงาน เป็นรายดา้นแสดงใหเ้ห็นว่า โรงแรมทีÉมีระยะเวลาในการดาํเนินงานแตกต่างกัน เลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชี บริหารระบบบญัชีตน้ทุนไม่แตกต่างกันอย่างมีนยัสาํคญัทางสถิติทีÉระดบั มีค่า 0.05 หมายความว่า
70 ระยะเวลาดาํเนินงานของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบบญัชี ตน้ทนุในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-řš ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉงึไม่สอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีระยะเวลาในการดาํเนินงานแตกต่างกัน เลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชี บริหารระบบงบประมาณไม่แตกต่างกนัอย่างมีนยัสาํคญัทางสถิติทÉีระดบัมีค่า 0.05 หมายความว่า ระยะเวลาดาํเนินงานของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารระบบ งบประมาณในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-řš ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉงึไม่สอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีระยะเวลาในการดาํเนินงานแตกต่างกัน เลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชี บริหารระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานไม่แตกต่างกนัอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทีÉระดับ 0.05 หมายความว่า ระยะเวลาดาํเนินงานของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชี บริหารระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานในวิกฤติโคโรน่าไวรัส-řš ทีÉไม่แตกต่างกันซึÉงไม่ สอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีระยะเวลาในการดาํเนินงานแตกต่างกัน เลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชี บริหารระบบสนับสนุนการตัดสินใจไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติทีÉระดับ 0.05 หมายความว่า ระยะเวลาดาํเนินงานของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชี บริหารในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-řš ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉงึไมส่อดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีระยะเวลาในการดาํเนินงานแตกต่างกัน เลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชี บริหารการบัญชีเพืÉอการจัดการเชิงกลยุทธ์ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับ 0.05 หมายความว่า ระยะเวลาดาํเนินงานของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชี บริหารการบัญชีเพืÉอการจัดการเชิงกลยุทธ์ในวิกฤติโคโรน่าไวรัส-řš ทีÉไม่แตกต่างกันซึÉงไม่ สอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê
71 ตารางทีÉ21การเปรียบเทียบการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารจาํแนกตามระยะเวลา การดาํเนินงาน ระยะเวลาการ ดาํเนินงาน N ഥ S.D. t Sig ระบบการคิด ตน้ทนุ 1 - 10 ปี 48 4.18 0.89 0.397 0.692 11 ปีขึนไปÊ 61 4.11 0.85 รวม 109 ระบบ งบประมาณ 1 - 10 ปี 48 4.09 0.93 1.516 0.132 11 ปีขึนไปÊ 61 3.78 1.17 รวม 109 ระบบการ ประเมนิผลการ ปฏิบตัิงาน 1 - 10 ปี 48 4.06 0.81 0.745 0.458 11 ปีขึนไปÊ 61 3.93 0.94 รวม 109 ระบบสนบัสนนุ การตัดสินใจ 1 - 10 ปี 48 4.14 0.99 1.379 0.171 11 ปีขึนไปÊ 61 3.85 1.14 รวม 109 การบญัชีเพÉือ การจดัการ เชิงกลยทุธ์ 1 - 10 ปี 48 4.24 0.85 1.659 0.100 11 ปีขึนไปÊ 61 3.93 1.07 รวม 109 *ระดบันยัสาํคญัทางสถติิทีÉระดบั 0.05 **ระดบันยัสาํคญัทางสถติิทีÉระดบั 0.01 สมมุตติฐานที H3: Éลกัษณะของการบริหารงานมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการ บญัชีบรหิารในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉแตกต่างกนั ตารางทีÉ 22 เป็นการเปรียบเทียบการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารจาํแนกตาม ลกัษณะของการบรหิารงาน พบว่า เป็นรายดา้นแสดงใหเ้ห็นว่า โรงแรมทีÉมีลักษณะของการบริหารงานทีÉแตกต่างกัน เลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชี บริหารระบบบัญชีต้นทุนไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับ 0.05 หมายความว่า
72 ลกัษณะของการบริหารงานของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบัติทางการบญัชีบริหารระบบ บญัชีตน้ทุนในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉงึไม่สอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทีÉตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีลักษณะของการบริหารงานทีÉแตกต่างกัน เลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชี บริหารระบบงบประมาณแตกต่างกันอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับ 0.01 หมายความว่า ลกัษณะของการบริหารงานของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบัติทางการบญัชีบริหารระบบ งบประมาณในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉแตกต่างกนัซÉงึสอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีลักษณะของการบริหารงานทีÉแตกต่างกัน เลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชี บริหารระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานแตกต่างกันอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับ 0.01 หมายความว่า ลกัษณะของการบริหารงานระยะเวลาดาํเนินงานของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใช้ แนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉ แตกต่างกนัซึÉงสอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีลักษณะของการบริหารงานทีÉแตกต่างกัน เลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชี บริหารระบบสนบัสนุนการตัดสินใจแตกต่างกนัอย่างมีนัยสาํคญัทางสถิติทÉีระดบั 0.01 หมายความ ว่า ลักษณะของการบริหารงานระยะเวลาดาํเนินงานของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบัติ ทางการบัญชีบริหารระบบสนับสนุนการตัดสินใจในวิกฤติโคโรน่าไวรัส-19 ทีÉแตกต่างกันซึÉง สอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีลักษณะของการบริหารงานทีÉแตกต่างกัน เลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชี บริหารการบัญชีเพืÉอการจัดการเชิงกลยุทธ์แตกต่างกันอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทีÉระดับ 0.01 หมายความว่า ลกัษณะของการบริหารงานระยะเวลาดาํเนินงานของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใช้ แนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารการบัญชีเพืÉอการจัดการเชิงกลยุทธ์ในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉ แตกต่างกันซึÉงสอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê
73 ตารางทีÉ22การเปรียบเทียบการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารจาํแนกตามประเภทของ ลกัษณะการบรหิาร ประเภทการบริหารงาน N ഥ S.D. t Sig ระบบการคิด ตน้ทนุ โรงแรมอิสระ 62 4.00 0.93 1.911 0.059 โรงแรมในกล่มุเครือโรงแรม 47 4.32 0.73 รวม 109 ระบบ งบประมาณ โรงแรมอิสระ 62 3.50 1.19 5.609 0.000** โรงแรมในกล่มุเครือโรงแรม 47 4.46 0.56 รวม 109 ระบบการ ประเมนิผลการ ปฏิบตัิงาน โรงแรมอิสระ 62 3.76 0.96 3.454 0.001** โรงแรมในกล่มุเครือโรงแรม 47 4.29 0.67 รวม 109 ระบบสนับสนนุ การตดัสินใจ โรงแรมอิสระ 62 3.66 1.22 4.087 0.000** โรงแรมในกล่มุเครือโรงแรม 47 4.40 0.67 รวม 109 การบญัชีเพÉือการ จดัการเชิงกล ยทุธ์ โรงแรมอิสระ 62 3.81 1.11 3.411 0.001** โรงแรมในกล่มุเครือโรงแรม 47 4.40 0.69 รวม 109 *ระดบันยัสาํคญัทางสถติิทีÉระดบั 0.05 **ระดบันัยสาํคญัทางสถิติทีÉระดบั 0.01 สมมุตติฐานที H4a: Éระดับการใหบ้ริการ มีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบัติทางการบัญชี บริหารในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉแตกต่างกนั ตารางทีÉ 23 เป็นการเปรียบเทียบการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารจาํแนกตาม ระดบัการใหบ้ริการ เป็นรายดา้นแสดงใหเ้ห็นว่า โรงแรมทีÉมีระดบัการใหบ้รกิารทีÉแตกต่างกนัเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบ บัญชีต้นทุนไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติทีÉระดับ 0.05 หมายความว่า ระดับการ
74 ใหบ้ริการของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารระบบบัญชีตน้ทุนใน วิกฤติโคโรน่าไวรสั-řš ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉงึไม่สอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทีÉตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีระดับการใหบ้รกิารทÉีแตกต่างกนัเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบ งบประมาณแตกต่างกนัอย่างมีนยัสาํคญัทางสถิติทÉีระดบั 0.01 หมายความว่า ระดับการใหบ้ริการ ของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบงบประมาณในวิกฤติโคโรน่า ไวรสั-řš ทีÉแตกต่างกนัซÉงึสอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทีÉตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีระดับการใหบ้รกิารทÉีแตกต่างกนัเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบ การประเมินผลการปฏิบตัิงานแตกต่างกันอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับ 0.01 หมายความว่า ระดับการให้บริการของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารระบบการ ประเมินผลการปฏิบตัิงานในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-řš ทีÉแตกต่างกนัซÉงึสอดคลอ้งกับสมมุติฐานทีÉตังÊ ไว้ โรงแรมทีÉมีระดับการใหบ้รกิารทÉีแตกต่างกนัเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบ สนบัสนนุการตดัสินใจแตกต่างกนัอย่างมีนยัสาํคญัทางสถิติทีÉระดบั 0.01 หมายความว่าระดับการ ใหบ้ริการของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-řš ทีÉแตกต่างกนัซÉงึสอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีระดบัการใหบ้ริการทÉีแตกต่างกนัเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารการ บญัชีเพÉือการจดัการเชิงกลยุทธแ์ตกต่างกนัอย่างมีนยัสาํคญัทางสถิติทÉีระดบั 0.01 หมายความว่า ระดับการใหบ้ริการของโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารการบญัชีเพืÉอ การจดัการเชิงกลยทุธใ์นวิกฤติโคโรน่าไวรสั-řš ทีÉแตกต่างกนัซึÉงสอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê
75 ตารางทีÉ23การเปรียบเทียบการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารจาํแนกตามระดบัการ ใหบ้รกิาร ระดับการให้บรกิาร N ഥ S.D. t Sig ระบบการคิด ตน้ทนุ No rating - 3 Star 40 3.94 1.05 1.712 0.092 4 - 5 Star 69 4.26 0.72 รวม 109 ระบบ งบประมาณ No rating - 3 Star 40 3.41 1.21 3.680 0.000** 4 - 5 Star 69 4.21 0.87 รวม 109 ระบบการ ประเมนิผลการ ปฏิบตัิงาน No rating - 3 Star 40 3.68 0.97 2.908 0.004** 4 - 5 Star 69 4.17 0.78 รวม 109 ระบบสนับสนนุ การตดัสินใจ No rating - 3 Star 40 3.44 1.18 3.935 0.000** 4 - 5 Star 69 4.29 0.89 รวม 109 การบญัชีเพÉือ การจดัการ เชิงกลยุทธ์ No rating - 3 Star 40 3.69 1.12 2.902 0.005** 4 - 5 Star 69 4.29 0.84 รวม 109 *ระดบันยัสาํคญัทางสถติิทีÉระดบั 0.05 **ระดบันยัสาํคญัทางสถติิทีÉระดบั 0.01 สมมุตติฐานที H4b: É ประเภทของกิจการแบ่งตามสิÉงอาํนวนความสะดวกมีผลต่อการ เลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉแตกต่างกนั ตารางทีÉ 24 การเปรียบเทียบการเลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารจาํแนกตาม ประเภทของกิจการแบ่งตามสิÉงอาํนวยความสะดวก เป็นรายดา้นแสดงใหเ้ห็นว่า โรงแรมทีÉมีประเภทของกิจการทีÉแตกต่างกนัเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบ บัญชีต้นทุนไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับมีค่า 0.05 หมายความว่า ประเภท
76 โรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารระบบบญัชีตน้ทนุในวิกฤติโคโรน่าไวรสั- 19 ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉงึไม่สอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีประเภทของกิจการทีÉแตกต่างกนัเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบ งบประมาณไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับมีค่า 0.05 หมายความว่า ประเภท โรงแรมมีผลต่อการเลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารระบบงบประมาณในวิกฤติโคโรน่า ไวรสั-19 ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉงึไม่สอดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีประเภทของกิจการทีÉแตกต่างกนัเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบ การประเมินผลการปฏิบัติงานไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติทีÉระดับมีค่า 0.05 หมายความว่า ประเภทโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารระบบการ ประเมินผลการปฏิบตัิงานในวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉึงไม่สอดคลอ้งกบัสมมุติฐาน ทีÉตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีประเภทของกิจการทีÉแตกต่างกนัเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบ สนับสนุนการตัดสินใจไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับมีค่า 0.05 หมายความว่า ประเภทโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบสนบัสนุนการตดัสินใจใน วิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉงึไมส่อดคลอ้งกบัสมมตุิฐานทÉีตังไว้Ê โรงแรมทีÉมีประเภทของกิจการทีÉแตกต่างกัน เลือกใช้แนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารการ บัญชีเพืÉอการจัดการเชิงกลยุทธ์ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติทีÉระดับมีค่า 0.05 หมายความว่า ประเภทโรงแรมมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารการบัญชีเพืÉอ การจดัการเชิงกลยุทธใ์นวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ทีÉไม่แตกต่างกนัซÉงึไม่สอดคลอ้งกับสมมตุิฐานทีÉตังÊ ไว้
77 ตารางทีÉ24การเปรียบเทียบการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารจาํแนกตามประเภทของ กิจการแบ่งตามสิÉงอาํนวยความสะดวก ประเภทของกิจการ N ഥ S.D. t Sig ระบบการคิดตน้ทนุโรงแรม 30 4.05 0.89 0.669 0.505 รสีอรท์ 79 4.17 0.86 รวม 109 ระบบงบประมาณ โรงแรม 30 3.93 1.00 0.059 0.953 รสีอรท์ 79 3.91 1.11 รวม 109 ระบบการประเมินผลการ ปฏิบตัิงาน โรงแรม 30 3.92 0.79 0.475 0.635 รสีอรท์ 79 4.01 0.92 รวม 109 ระบบสนบัสนนุการ ตดัสินใจ โรงแรม 30 3.76 0.93 1.332 0.186 รสีอรท์ 79 4.06 1.13 รวม 109 การบญัชีเพÉือการจัดการ เชิงกลยทุธ์ โรงแรม 30 4.02 0.83 0.337 0.737 รสีอรท์ 79 4.09 1.05 รวม 109 *ระดบันยัสาํคญัทางสถติิทีÉระดบั 0.05 **ระดบันยัสาํคญัทางสถิติทีÉระดบั 0.01 อภิปรายผล จากการวิเคราะห์ระดับความสาํคัญและระดับการใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหาร ในช่วงวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ดว้ยค่าเฉลีÉยและส่วนเบีÉยงเบนมาตรฐาน พบว่าแนวปฏิบตัิทง ัÊ 5กล่มุ มีระดับความสาํคัญและการใชง้านทÉีไกล้เคียงกัน เมืÉอเปรียบเทียบระดับค่าเฉลีÉยรายกลุ่มแนว ปฏิบตัิพบว่าระบบบญัชีตน้ทุนและการบญัชีเพÉือการจัดการเชิงกลยุทธ์มีค่าเฉลีÉยเป็นอันดับหนึÉง และสองตามลาํดบัดงัแสดงตามภาพทีÉ2 ซึÉงผลการวิเคราะหแ์ตกต่างจากงานวิจยัในอดีตทÉีศึกษา ระดับการใชแ้นวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารในสภาวการณ์ปกติพบว่าระบบงบประมาณและ
78 ระบบการประเมินผลการปฏิบตัิงานจะมีระดับการใชง้านทีÉสูงทีÉสุด (Pavlatos at el., 2009) หาก พิจารณาดา้นโครงสรา้งของธุรกิจโรงแรม พบว่าผลการศึกษามีความสอดคลอ้งกบัลกัษณะเฉพาะ ของธุรกิจโรงแรมทีÉโครงสรา้งหลักเป็นตน้ทุนคงทÉี(Kotas,2014) ในช่วงเวลาวิกฤติจึงตอ้งใชแ้นว ปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิาระบบบญัชีตน้ทนุเขา้มาใชใ้นการบรหิารจัดการเป็นส่วนใหญ่นอกจากนีÊ สภาพตลาดทีÉมีความผนัผวนจากวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 ดว้ยจาํนวนลกูคา้ทÉีมีจาํกัดทาํ ใหเ้กิดการ แข่งขันสูงมากกว่าปกติส่งผลใหแ้ต่ละโรงแรมใหค้วามสาํคัญกับการบัญชีเพÉือการจัดการเชิงกล ยทุธเ์พÉมขึ ิน Ê (Mia at el., 2001) ระดบัความสาํคญั (การวดัř-ś) ระดบัการใชง้าน (การวดัř-ŝ) ภาพทีÉŚกราฟเปรียบเทียบระดบัความสาํคญัและระดบัการใชง้านของแนวปฏิบตัิทางการบญัชี บริหาร เมืÉอพิจารณาระดับการใชแ้นวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารในช่วงวิกฤติโคโรน่าไวรสั-řš ดว้ยการวิเคราะหค์ ่าเฉลีÉยและสว่นเบีÉยงเบนมาตรฐานพบขอ้มลูดงันีÊ 2.79 2.63 2.72 2.64 2.764.14 3.92 3.99 3.98 4.0700.511.522.533.544.550 0.5 1 1.5 2 2.5 3 กราฟเปรียบเทียบระดับความสาํคัญและระดับการใช้งานของแนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหาร ระดบัความสาํคญัระดบัการใชง้าน
79 ระบบบัญชีต้นทุน เป็นกลุ่มแนวปฏิบตัิทÉีไดร้บัการยอมรบัว่ามีความสาํคญัมากทÉีสุดและ มีระดบัการใชง้านบ่อยทÉีสดุโดยผตู้อบแบบสอบถามไดร้ะบุขอ้เสนอแนะดงันีÊ การนาํWorkforce Occupancy มาใชใ้นการควบคมุค่าใชจ้่ายดา้นเงินเดือนในการบริหาร ค่าใชจ้่ายเพีÉอลดตน้ทุนและใช้Job Enhancement เช่น พนกังาน 1 คนทาํ ไดม้ากกว่า1 งาน การ จดัการบรหิารทรพัยากรบคุคลอย่างเหมาะสม ตามฤดกูาลท่องเทีÉยวเพืÉอลดตน้ทุนคงทีÉ ช่วงการบริหาร Covid-19 บางครัง Ê Standard อาจจะใชไ้ม่ไดเ้นÉืองจากตอ้งลดต้นทุนใน การบรหิารเพราะมีการลดราคาหอ้งพกัเนÉืองจากต่างชาติเขา้มาในประเทศไทยไม่ได้จึงตอ้งใหค้น ไทยเทีÉยวกนัเองทาํ ใหต้อ้งลดราคา ดงันันÊจึงตอ้งลด Fixed cost เช่น เงินเดือนและลดกาํลงัคนลง และลดของใชใ้นหอ้ง ทาํ ให้Standard ทีÉวางไวล้ดลง การนาํ ไตรมาสมาวิเคราะหเ์ปรียบเทียบปีทÉี แลว้หรือปีนีคÊ่อนขา้งยาก บุคคลากรควรตอ้งสามารถทาํงานไดห้ลายอย่างนอกเหนือจากความรูด้า้นงานทีÉทาํ ในตÉาํ แหน่งทีÉไดร้บัมอบหมาย เพÉือเป็นการประหยดัตน้ทนุบุคคลากร ลดผลการขาดทนุในช่วง Covid-19 จากความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามข้างต้นจะมีความสอดคลอ้งกับการทบทวน วรรณกรรมทีÉผ่านมา เกีÉยวกบัโครงสรา้งตน้ทุนของธุรกิจโรงแรมมีองคป์ระกอบหลกัเป็นตน้ทุนคงทีÉ (T. Brignall et al., 1991; Kotas, 2014) คิดเป็นสามในสีÉส่วนของตน้ทุนทังหมด ธุรกิจโรงแรมนัÊนÊ เป็นธุรกิจทีÉมีปัจจัยการผลิตส่วนใหญ่เป็นแรงงาน (Labor intensive) โดยมีค่าใชจ้่ายพนักงาน ตัÊงแต่ 30%-40% ของค่าใช้จ่ายในการดาํเนินงาน (Dittman et al., 2009) ดังนัÊนโรงแรมจึงให้ ความสาํคญั ในการใชง้านระบบบญัชีตน้ทุน ระบบการบัญชีเพืÉอการจัดการเชิงกลยุทธ์เป็นกลมุ่แนวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารทีÉมี ค่าเฉลีÉยรองลงมา จากสภาพแวดลอ้มภายนอกทÉีเกิดการระบาดของโรคโคโรน่าไวรสั-19 ประเทศ ไทยระงับการเดินทางเขา้ประเทศของชาวต่างชาติทาํ ใหเ้กิดผลกระทบต่อการท่องเทีÉยว ธุรกิจ โรงแรมจึงต้องพึÉงพากลุ่มลูกค้าภายในประเทศเป็ นหลัก โดยผู้ตอบแบบสอบถามได้ระบุ ขอ้เสนอแนะดงันีÊ
80 การวิเคราะหข์อ้มลูทางบญัชีในช่วงสถานการณโ์ควิดทาํ ไดย้ากมาก เนÉืองจากกิจการยงัไม่ เปิดใหบ้ริการแบบเต็มจาํนวนของหอ้งพกัทงัÊหมด และดว้ยสภาวการณแ์ข่งขนัทีÉสงูมาก ตวัเลือกใน การบรกิารทÉสีงูขึนÊจึงทาํ ใหม้ีผลต่อกิจการเพิÉมขึน Ê จากสภาวะปกติในตลาดของธุรกิจโรงแรมทีÉมีการแข่งขันสงูเมÉอืกลมุ่ลกูคา้ลดลงทาํ ใหเ้กิด การแข่งขนัสงูมากขึนกว่าปกติÊการแข่งขนัในธุรกิจโรงแรมตอ้งการการจดัการอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารงานในภาวะวิกฤติผูบ้ริหารจาํเป็นตอ้งไดข้อ้มลูทÉีรวดเร็วและเชืÉอถือได้เพืÉอกาํหนดการ ตัดสินใจทางธุรกิจและนโยบายทีÉเหมาะสม ดว้ยเหตุนี หนึÊ Éงในหน้าทีÉทีÉมีบทบาทสาํคัญ คือหนา้ทÉี การใหข้อ้มลูของแผนกบญัชีสอดคลอ้งกบัการทบทวนวรรณกรรมก่อนหนา้ว่า ในช่วงเวลาทีÉสภาพ ตลาดมีความผันผวน ดว้ยจาํนวนลูกคา้ทÉีมีจาํกัดทาํ ใหเ้กิดการแข่งขันสูงมากกว่าปกติ ส่งผลให้ ธุรกิจโรงแรมใหค้วามสาํคัญกบัการบญัชีเพÉือการจดัการเชิงกลยทุธเ์พิÉมขึน Ê (Mia at el., 2001) ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงาน เป็นกลมุ่แนวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารทÉีมีระดับ การใช้งานเป็นอันดับทีÉสาม โดยการประเมินผลเกีÉยวกับลูกค้ามีระดับการใช้งานมากทีÉสุด เนืÉองจากกลุ่มลูกค้าทÉีมีอยู่อย่างจํากัด ทาํ ให้มีการมุ่งเน้นด้านคุณภาพของบริการและความ ยืดหยุ่นของการใหบ้ริการ เพÉือให้ตอบสนองความต้องการของลูกคา้แต่ละคนมากทีÉสุด (Seal & Mattimoe, 2011) แนวปฏิบตัิทีÉมีระดับการใชง้านรองลงมา คือการประเมินผลความสามารถใน การทาํกาํ ไร ซึÉงแตกต่างจากการวดัผลกาํ ไรจากปีทÉีผ่านมาทีÉจะใชร้ะบบงบประมาณในการวัดกาํ ไร (Harter et al., 2002) ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ เป็นกลุ่มแนวปฏิบตัิทางการบัญชีบริหารทÉีมีระดบัการใช้ งานเป็นอนัดบัทÉีสีÉโดยผูต้อบแบบสอบถามไดร้ะบุขอ้เสนอแนะดงันี Ê ขอ้มูลทางบญัชีบริหารนนัÊมีความสาํคัญอย่างยิÉงในช่วงวิกฤตโคโรน่าไวรสั-19 เพืÉอใชเ้ป็น ขอ้มลูประกอบการตดัสินใจ กาํหนดราคาและโปรโมชÉน ั จากขอ้เสนอแนะขา้งตน้ สอดคลอ้งกับการทบทวนวรรณกรรมทีÉผ่านมาว่า การวิเคราะห์ ความสามารถในการทาํกาํ ไรในแต่ละแผนกทÉีสรา้งรายได้ในการขายสินคา้ต้องตัดสินใจว่าควร ขายหรือจัดลาํดับความสาํคัญของสินคา้ประเภทใด การวิเคราะหค์วามสามารถในการทาํกาํ ไรมี
81 บทบาทในการกําหนดลําดับความสําคัญเพืÉอการกําหนดกลยุทธ์ทางการตลาด (Erawati & Krisnadewi, 2018) ระบบงบประมาณ เป็นกลมุ่แนวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารทÉีมีค่าเฉลีÉยเป็นลาํดบัสุดทา้ย เนืÉองจากปัจจัยภายนอกทีÉมีความผันผวน ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด นโยบายของรัฐ ซึÉงผู้ตอบ แบบสอบถามไดใ้หค้วามคิดเห็นว่า ในช่วงวิกฤตโคโรน่าไวรสั-19 นโยบายของภาครัฐมีผลบงัคับการดาํเนินงานของบริษัท เป็นอย่างมาก การจดัทาํงบประมาณตามหลกัเกณฑม์าตราฐานอาจใชไ้ม่ไดก้ับการปฏิบตัิงานจริง ตอ้งมีการปรบั ปรุงตวัเลขประมาณการทุกเดือน วิกฤติโคโรน่าไวรัส-19 ทําให้การทํา Budget ในปีถัดไปอาจไม่ตรงกับความเป็นจริง เนืÉองจากรายไดจ้รงิๆขึนÊอย่กูบัสภาพเศรษฐกิจ จากสถานการณโ์ควิดทาํ ใหต้วัเลขทÉีเกิดขึนÊไม่แน่นนอนทาํ ใหไ้ม่สามารถใชต้ ัวเลขในงวด ก่อนมาทาํงบประมาณการณใ์นการบริหารงานได้เกิดการไม่แม่นยาํ ในขอ้มูลเพÉือการบริหาร ซึÉง แสดงใหเ้ห็นว่าปัจจัยภายนอก ถือไดว้่าเป็นตัวแปรเกÉียวขอ้งทÉีทรงพลังมากทีÉสุด และเป็นปัจจัย หลกัของการศึกษาทฤษฎีเชิงสถานการณ์(Chenhall, 2006) สรุปผลการเปรียบเทียบระดับการใชแ้นวปฏิบตัิทางบญัชีบริหารในแต่ละดา้นแสดงตาม ภาพทีÉ3 พบว่า ตน้ทุนรวม และการประเมินผลทีÉเกีÉยวขอ้งกบัลูกคา้มีระดบัการใชง้านบ่อยลาํดับทีÉ 1 และ 2 ตามลาํดบัส่วนแนวปฏิบตัิทÉีมีการใชน้อ้ยทÉีสดุ คือ งบประมาณฐานศูนย์
82 ภาพทีÉ3กราฟแสดงการเปรียบเทียบระดบัการใชง้านแนวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิาร จากการทดสอบสมมุติฐานปัจจัยดา้นลกัษณะขององค์กร ไดแ้ก่จาํนวนหอ้งพัก จาํนวน พนกังาน ระยะเวลาการดาํเนินงาน ลกัษณะของการบรหิารงาน ระดบัการบรหิารงาน และประเภท กิจการ มีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารทีÉแตกต่างกัน โดยพิจารณาจากค่า ttest ไดผ้ลการศึกษาดงันีÊ 4.36 4.32 4.28 4.22 4.21 4.20 4.16 4.14 4.10 4.10 4.03 4.02 4.02 4.01 3.99 3.97 3.96 3.95 3.90 3.83 3.80 3.78 3.75 3.68 3.24 - 1.00 2.00 3.00 4.00 5.00ตน้ทนุรวม การประเมินผลการปฏิบตัิงานทÉีเกีÉยวขอ้งกบัลกูคา้การประเมินผลความสามารถในการทาํกาํ ไรตน้ทนุผนัแปรการวิเคราะหภ์าวะอตุสาหกรรมการท่องเทÉยว ีตน้ทนุมาตราฐาน การวิเคราะหค์วามสามารถในการทาํกาํ ไรในแต่ละแผนกทÉสีรา้งรายได้ งบประมาณเพืÉอการจดัการและควบคมุตน้ทนุ งบประมาณเพืÉอการวางแผนการดาํเนินงานประจาํ ปีการวิเคราะหค์วามสามารถในการแข่งขนัของกิจการการวิเคราะหต์น้ทนุ-ปริมาณ-กาํ ไร การประเมินผลตอบแทนของยอดขาย งบประมาณยืดหย่นุการวิเคราะหจ์ดุแข็งและจดุอ่อนของค่แูข่ง งบประมาณเพืÉอเป็นสืÉอกลางในการประสานงานระหว่างแผนกต่าง ๆ ทีÉ… งบประมาณเพืÉอการวางแผนการดาํเนินงานเชิงกลยทุธใ์นระยะยาว งบประมาณฐานกิจกรรม การบริหารงานตามกิจกรรม งบประมาณเพืÉอใชเ้ป็นเครÉืองมือในการประเมินผลงานของผจู้ดัการการกาํหนดเกณฑเ์ปรียบเทียบสมรรถนะการประเมินผลการปฏิบตัิงานทÉเกี ีÉยวขอ้งกบัพนกังาน ตน้ทนุตามฐานกิจกรรม การวิเคราะหค์วามสามารถในการทาํกาํ ไรของลกูคา้แต่ละราย การใชม้าตรวดัสมดุล งบประมาณฐานศูนย์ กราฟแสดงการเปรียบเทียบระดับการใช้งานแนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหาร ระดบัการใชง้าน
83 ขนาดขององคก์รวดัจาก จาํนวนหอ้งพกัพบว่าไม่มีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบัติทางการ บัญชีบริหารทีÉแตกต่างกัน (Urquidi at el., 2013; Chand & Ambardar, 2013) เนืÉองจากธุรกิจ โรงแรมเป็นธุรกิจทีÉมีการพึÉงพาตลาดสูง เน้นให้ความสาํคัญแก่ผู้บริโภค รวมถึงมีเงินลงทุนสูง โรงแรมไม่ว่าจะมีขนาดใดก็มีความจาํเป็นตอ้งใชข้อ้มลูทางการบญัชีบรหิารในการบรหิารงานทังในÊ สถานการปกติหรือแมแ้ต่ในช่วงวิกฤติโคโรน่าไวรสั-19 จาํนวนพนักงานซÉึงอยู่ในกลุ่มขนาดของ องคก์รก็มีความสอดคลอ้งกนัยกเวน้จาํนวนพนกังานมีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชี บริหารระบบการตดัสินใจทีÉแตกต่างกนัจากการแสดงความคิดของผูต้อบแบบสอบถามจะเห็นได้ ว่าโดยส่วนใหญ่จะแสดงความคิดเห็นทีÉเกีÉยวขอ้งกบัการบริหารจดัการดา้นค่าใชจ้่ายของพนกังาน ซึÉงถือเป็นตน้ทุนการบรหิารงานหลกัของธุรกิจโรงแรม ระยะเวลาการดาํเนินงานไม่มีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารทีÉแตกต่าง กัน Kallunki and Silvola (2008) พบว่าลกัษณะขององคก์รทÉีมีผลต่อการใช้ระบบบญัชีตน้ทุนขนัÊ สูงจะแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงของวงจรชีวิตขององคก์ร แต่เนÉืองจากอยู่ในสภาวการณ์ฉุกเฉิน ลูกค้ามีจาํนวนจาํกัดและตลาดมีการแข่งขันสูงทาํ ให้ไม่ว่าองค์กรจะอยู่ในช่วงระยะเวลาการ ดาํเนินงานใด ก็ตอ้งเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารทีÉเหมือนกนั ลักษณะของการบริหารงาน ส่งผลต่อการเลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารด้าน ระบบงบประมาณ ระบบการประเมินผลการปฏิบตัิงาน ระบบสนบัสนุนการตัดสินใจและการบญัชี เพืÉอการจัดการเชิงกลยุทธ์ทีÉแตกต่างกัน เนืÉองจากโรงแรมทีÉบริหารงานอยู่ในกลุ่มเครือโรงแรม มี โรงแรมทีÉกระจายอยู่ในสภาพแวดลอ้มทÉีแตกต่างกัน ดังนัÊนจึงเลือกใชแ้นวปฏิบัติทางการบญัชี บริหารแบบเดียวกนัเพÉือเป็นตวับ่งชปีÊระสิทธิภาพในระดบัองคก์ร ทาํ ใหส้ามารถเปรียบเทียบผลการ ดาํเนินงานของแต่ละหน่วยธุรกิจได (Setiawan, 2020) ้ ระดับการใหบ้ริการ เป็นปัจจัยทีÉสะท้อนการเลือกกลยุทธ์และการเลือกกลุ่มลูกค้าของ กิจการ ระดับดาวทีÉสูงขึนÊจะทาํ ให้ความคาดหวังจากลูกคา้ในด้านการใหบ้ริการและสิÉงอาํนวย ความสะดวกของโรงแรมก็จะสงูขึนÊดว้ยเช่นกนัความซบัซอนของการบริหารโรงแรมที ้Éมีระดับดาว สูง ส่งผลต่อการตัดสินใจในเชิงกลยุทธ์สูงขึนÊดว้ย สอดคลอ้งกับการทบทวนวรรณกรรมทÉีผ่านมา (Almeida et al., 2020; Lamminmaki, 2008; Setiawan, 2020)
84 ประเภทกิจการไม่มีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหาร รีสอรท์เป็นสถานทÉี ใหบ้ริการทÉีพัก อาหาร เครืÉองดืÉม กิจกรรมสันทนาการ เป็นการใหบ้ริการทÉีมีความหลากหลาย มากกว่าโรงแรมประเภทอืÉนๆ (Morrow, 2021) ความหลากหลายของการบริการต้องใช้ระบบ ตน้ทุนทÉีซบัซอ้นมากขึนเพืÊ Éอจบัความผนัแปรของการใชท้รพัยากรในการใหบ้ริการ แต่เนืÉองจากอยู่ ในสภาวการณฉ์ุกเฉิน ลูกคา้มีจาํนวนจาํกัดและตลาดมีการแข่งขนัสูง ทาํ ใหผู้บ้ริหารเลือกทÉีหยุด ใหบ้ริการบางกิจกรรมชÉวคราว เพื ัÉอเป็นการลดตน้ทุน ทาํ ใหค้วามซบัซอ้นของระบบลดลง ทาํ ใหร้ี สอรท์มีการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารทÉีซบัซอ้นนอ้ยลง ในสภาวการณ์ฉุกเฉินนีÊจาํนวนลูกคา้ในตลาดมีจาํกัด การแข่งขันสูงทาํ ใหโ้รงแรมทุก ประเภทมีการเลือกใชแ้นวปฏิบัติทางการบญัชีบริหารทÉีเป็นไปในทางเดียวกัน ซึÉง ปัจจัยภายนอก ถือไดว้่าเป็นตัวแปรเกÉียวข้องทีÉทรงพลังมากทีÉสุด และเป็นปัจจัยหลักของการศึกษาทฤษฎีเชิง สถานการณ์(Chenhall,2006) ตารางทีÉ25 สรุปผลการทดสอบสมมตุิฐานระบบการคิ ด ต้น ทุน ระบบงบประมาณ ระบบการ ประเมินผลการระบบสนับสนุนการตัดสินใจการบัญชีเพืÉอการจัดการเชิงกลยุทธ์H1aจาํนวนหอ้งพกั X X X X X H1b จาํนวนพนกังาน X X X √ X H2 ระยะเวลาการดาํเนินงาน X X X X X H3 ลกัษณะของการบริหารงาน X √ √ √ √ H4a ระดบัการใหบ้ริการ X √ √ √ √ H4b ประเภทกิจการ X X X X X √ = มีผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารทีÉแตกต่างกนั
85 บททีÉŝ สรุปผล และขอ้เสนอแนะ สรุปผล งานวิจัยนีมÊีวัตถุประสงคเ์พÉือศึกษาการใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารและปัจจัยการ บริหารงานเชิงสถานการณ์อันประกอบด้วย ขนาดขององค์กร ระยะเวลาของการดาํเนินงาน ลกัษณะการบริหารงาน และประเภทของกิจการ ทีÉส่งผลต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชี บริหารทีÉแตกต่างกันของโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตในช่วงการระบาดของโรคโคโรน่าไวรัส-19 แบบสอบถามทังÊหมดถกูจดัส่งทางไปรษณียจ์าํนวน 463 ชดุและจดัสง่แบบออนไลนจ์าํนวน 60ชดุ เมืÉอครบกาํหนดระยะเวลา ไดร้บัแบบสอบถามตอบกลบัมาจาํนวน 130 ฉบบัมีความสมบูรณ์109 ฉบับ ซึÉงคิดเป็นรอ้ยละ 20.84 ของประชากรทัÊงหมด โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็น หัวหน้าหรือผู้ช่วยผู้จัดการแผนกบัญชี ผู้จัดการหรือผู้ช่วยผู้จัดการทัÉวไป และเจ้าของกิจการ ตามลาํดบั งานวิจัยนีไÊดศ้ึกษาโดยอาศัยแนวความคิดของทฤษฎีเชิงสถานการณเ์พÉือมาอธิบายแนว ปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิาร การศกึษาตวัแปรอิสระทÉีเกีÉยวขอ้งกบัทฤษฎีเชิงสถานการณเ์พÉืออธิบาย การออกแบบและการใชร้ะบบการบัญชีบริหารสมัยใหม่ (Otley, 2016) โดยทัÉวไปการออกแบบ ระบบการบัญชีบริหารและการออกแบบโครงสรา้งองค์กรเป็นสิÉงทีÉแยกออกจากกันไม่ไดเ้พราะ ระบบการบญัชีบริหารเป็นสิÉงทีÉเชืÉอมโยงส่วนต่างๆ ของโครงสรา้งองคก์รเขา้ดว้ยกัน (Chenhall, ŚŘŘŞ) จากบริบทของทฤษฎีเชิงสถานการณอ์าจกล่าวไดว้่าลกัษณะของระบบการบญัชีบริหารทÉี เหมาะสมขึนÊอย่กูบัสถานการณเ์ฉพาะขององคก์ร และประสิทธิผลของระบบการบญัชีบรหิารขึนÊอยู่ กบัความสามารถในการปรบัตวัใหเ้ขา้กับการเปลีÉยนแปลงของปัจจัยเชิงสถานการณ์(Haldma & Lääts, 2002) จากการศึกษาพบว่า ระดับความสาํคัญและระดับการใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหาร ในช่วงวิกฤติโคโรน่าไวรัส-19 ดว้ยการวิเคราะหค์ ่าเฉลีÉยและส่วนเบีÉยงเบนมาตรฐานพบว่าแนว
86 ปฏิบตัทีิÉผตู้อบแบบสอบถามเห็นว่ามีความสาํคญัมาก จะมีระดบัการใชง้านบ่อยเช่นเดียว สามารถ สรุปได้ตามตารางทีÉ26 ดงันี Ê ตารางทีÉ 26 เปรียบเทียบระดบัความสาํคญัและระดับการใชงานที ้Éมีค่าเฉลีÉยสงูสุดของแต่ละกลุ่ม แนวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิาร แนวปฏิบัติทางการ บัญชีบริหาร ระดับความสาํคัญมาก ระดับการใช้งานบ่อย ระบบบัญชีต้นทนุ ตน้ทุนรวม ตน้ทุนรวม ระบบงบประมาณ เพืÉอการจดัการและควบคมุตน้ทุน เพืÉอการจดัการและควบคมุตน้ทนุ ระบบการ ประเมินผล การประเมินผลการปฏิบตัิงานทÉี เกีÉยวขอ้งกบัลกูคา้ การประเมินความสามารถในการ ทาํกาํ ไร ระบบสนับสนุนการ ตัดสินใจ การวิเคราะหค์วามสามารถในการ ทาํกาํ ไรในแต่ละแผนกทีÉสรา้ง รายได้ การวิเคราะหค์วามสามารถในการ ทาํกาํ ไรในแต่ละแผนกทÉีสรา้ง รายได้ การบัญชีเพืÉอการ จัดการเชิงกลยุทธ์ การวิเคราะหภ์าวะอตุสาหกรรม การท่องเทีÉยว การวิเคราะหภ์าวะอตุสาหกรรม การท่องเทีÉยว จากการทดสอบสมมุติฐานปัจจัยด้านลักษณะขององค์กร ทีÉมีผลต่อการเลือกใช้แนว ปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารทÉีแตกต่างกนั โดยพิจารณาจากค่า t-test ไดผ้ลการศึกษาดงันี Ê 1) การเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารจาํแนกตามจาํนวนหอ้งพัก ไม่พบความ แตกต่างอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับ 0.05 ของการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการ บัญชีทางการบัญชีบริหารในระบบบัญชีต้นทุน ระบบงบประมาณ ระบบการ ประเมินผลการปฏิบัติงานและระบบสนับสนุนการตัดสินใจและการบัญชีเพืÉอการ จดัการเชิงกลยุทธ์ 2) การเลือกใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารจาํแนกตามจาํนวนพนักงาน พบว่ามี ความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติทีÉระดับ 0.01 ในการเลือกใช้แนวปฏิบัติ
87 ทางการบญัชีบริหารในระบบสนับสนุนการตัดสินใจ แต่ไม่พบความแตกต่างในการ เลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารระบบการคิดตน้ทุน ระบบงบประมาณ ระบบ การประเมินผลการปฏิบตัิงาน และการบญัชีเพÉือการจดัการเชิงกลยุทธ์ 3) การเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารจาํแนกตามระยะเวลาการดาํเนินงาน ไม่ พบความแตกต่างอย่างมีนยัสาํคญัทางสถิติทีÉระดับ 0.05ของการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิ ทางการบญัชีบรหิารในระบบบญัชีตน้ทนุระบบงบประมาณ ระบบการประเมินผลการ ปฏิบตัิงาน ระบบสนบัสนุนการตดัสินใจและการบญัชีเพืÉอการจดัการเชิงกลยุทธ์ 4) การเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารจาํแนกตามลกัษณะของการบริหารงาน พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับ 0.01 กันในการเลือกใชแ้นว ปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารในระบบงบประมาณ ระบบการประเมินผลการปฏิบตัิงาน ระบบสนบัสนุนการตดัสินใจและการบญัชีเพÉือการจดัการเชิงกลยุทธ์ สว่นระบบบญัชี ตน้ทนุไมพ่บความแตกต่างในการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหาร 5) การเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหารจาํแนกตามระดับการใหบ้ริการ พบว่ามี ความแตกต่างอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับ 0.01 กันในการเลือกใช้แนวปฏิบัติ ทางการบญัชีบริหารในระบบงบประมาณ ระบบการประเมินผลการปฏิบตัิงาน ระบบ สนับสนุนการตัดสินใจและการบัญชีเพืÉอการจัดการเชิงกลยุทธ์ ส่วนระบบบัญชี ตน้ทนุไมพ่บความแตกต่างในการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหาร 6) การเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบัญชีบริหารจาํแนกตามประเภทของกิจการแบ่งตาม สิÉงอาํนวยความสะดวกไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสาํคัญทางสถิติทÉีระดับ 0.05 ของการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีทางการบญัชีบริหารในกล่มุระบบการบญัชี ตน้ทุน ระบบงบประมาณ ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงาน ระบบสนับสนุนการ ตดัสินใจและการบญัชีเพÉือการจดัการเชิงกลยทุธ์
88 ข้อจาํกัด แมว้่าการวิจัยครงนี ัÊไÊดร้บัแบบสอบถามตอบกลับมาในเกณฑท์Éียอมรบัไดด้งัทÉีไดก้ล่าวไป แลว้ในบททÉี3 อย่างไรก็ตาม จาํนวนแบบสอบถามทีÉไดร้บัยงัมีปริมาณไม่มากนกัทาํ ใหไ้ม่สามารถ จัดกลุ่มประชากรตามวรรณกรรมในอดีต นอกจากนีงานวิจัยครัÊงนีÊยÊังมีขอ้จาํกัดดา้นเวลาจึงไม่ สามารถทําการศึกษาวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางสถิติอืÉนเพืÉอหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเชิง สถานการณต์ ่าง ๆ ข้อเสนอแนะงานวิจัยในอนาคต 1.ข้อเสนอแนะสาํหรับการนําผลการศึกษาไปใช้ ผลทีÉไดจ้ากการศึกษานีอÊาจใชเ้ป็นแหล่งขอ้มลูสาํหรบัผูป้ระกอบการธุรกิจโรงแรม ในการ นาํแนวทางปฏิบัติดังกล่าวมาปรบั ใชใ้นการบริหารงานเชิงสถานการณ์ทÉีอาจเกิดขึนในอนาคต Ê รวมถึงผูท้Éีสนใจในงานดา้นวิชาการไดน้าํขอ้มลูไปต่อยอดการคน้ควา้เกีÉยวกับการบญัชีบริหารใน ธุรกิจการท่องเทีÉยวต่อไป 2.ข้อเสนอแนะสาํหรับการศึกษาครัÊงต่อไป งานวิจัยในอนาคตอาจพิจารณาเพิÉมปัจจัยเชิงสถานการณ์อืÉน ๆ ทีÉอาจส่งผลต่อพัฒนา และใชแ้นวปฏิบตัิทางการบญัชีบริหาร อาจขยายขอบเขตการศึกษาเพืÉอพิจารณาว่ากิจการมีการ ปรบัเปลีÉยนระดับการใชแ้นวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารภายหลังจากวิกฤติโคโรน่าไวรัส-19 ได้ คลีÉคลายลงแล้วหรือไม่ หรือนาํผลการศึกษาระดับการใชแ้นวปฏิบัติทางการบัญชีบริหารทัง Ê 25 แนวปฏิบัติมาทาํFactor analysis เพืÉอจัดกลุ่มแนวปฏิบัติทางการบญัชีบริหารใหม่อาจทาํ ใหไ้ด้ กลมุ่แนวปฏิบตัิทางการบญัชีบรหิารทÉีใชก้ับโรงแรมโดยเฉพาะ การศึกษาในอนาคตอาจทาํการวิเคราะหโดยพิจารณาอิทธิพลของปฏิสัมพันธ์ของปัจจัย ์ เชิงสถานการณ์มากกว่าหนึÉงปัจจัยต่อการเลือกใชแ้นวปฏิบตัิทางการบัญชีบริหาร เช่นพิจารณา กิจการขนาดใหญ่ทีÉเป็นโรมแรมอิสระและมีระดบัการใหบ้ริหารตงแต่สี ัÊ ÉดาวขึนÊไป เป็นตน้ทงนี ัÊเพืÊ Éอ ใหผ้ลการศึกษาสะทอ้นความสมัพันธ์ของอิทธิพลของทุกปัจจัยต่อการนาํเอาแนวปฏิบตัิมาใชใ้น เวลาเดียวกนั
89 เอกสารอ้างอิง กรมควบคมุโรค. 2564. รายงานผลการทบทวนสถานการณโ์รคโควิด-19 และมาตราควบคุมป้องกันในระดับโลก และในประเทศไทย. รายงานผลการ ทบทวนสถานการณโ์ควิด-19 (Online). http://www.thaincd.com/document/file/download/knowledge/COVID19.65.pdf, ธันวาคม 2564. กลมุ่พฒันาวิชาการโรคติดต่อ. 2564. สถานการณโ์รคติดเชือไวรัสโคโรนา Ê 2019 (COVID-19): มาตรการสาธารณสุข และปัญหาอุปสรรคการป้องกันควบคุมโรคใน ผู้เดิน (Online). https://ddc.moph.go.th/uploads/files/2017420210820025238.pdf, 18 สิงหาคม 2564. กองทนุสง่เสรมิวิทยาศาสตรว์ิจยัและนวตักรรม. 2564. COVID-19 ต่อภาคการท่องเทียวไทยÉ ผลกระทบและแนวทางการแก้ปัญหา. Policy Brief Tourism, ปีทีÉ1(ฉบบั 1/2564). กฤษฎา เสกตระกลู. 2563. โลกหลังวิกฤติCovid-19 (ตอนที4) É (Online). https://www.set.or.th/th/education-research/education/enterprise. จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย). 2557. บริษัทเล็ก VS บริษัทใหญ่ เลือกอย่างไรดี (Online). https://th.jobsdb.com/th-th/, 11 August 2557. จิรัชญา ศีลสัตยาวงศ์ และชฎาพร ฑีฆาอุตมากร และประยงค์มีใจซืÉอ 2563. ผลกระทบของ คณุภาพขอ้มลูบญัชีบริหารและสารสนเทศทางการบญัชีบริหารต่อผลการดาํเนินงานของ โรงแรม ในพืนทีÊ Éเขตชะอาํและหัวหิน. วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์, 10(2), 464-474. จลุศกัดิÍชาญณรงค.์2547. การศึกษาโครงสร้างองคก์รธุรกิจชุมชน: จังหวัดนนทบุรี. สทุธิ ปริทศัน, ์ ปีทีÉ18 (ฉบบัทÉี56กนัยายน - ธันวาคม).