โ ร ง เ รี ย น ค ณ ะ ร า ษ ฎ ร บำ รุ ง จั ง ห วั ด ย ะ ล า
คู่มือ ก า ร จัด กิจ ก ร ร ม โ ฮ ม รูม
(HOMEROOM)
ปีก า ร ศึก ษ า ๒ ๕ ๖ ๕
ง า น ร ะ บ บ ดูแ ล ช่ว ย เ ห ลือ นัก เ รีย น
คำนำ
เอกสารคู่มือการจัดกิจกรรมโฮมรูม (Homeroom) เล่มนี้ จัดทำขึ้นโดย มีวัตถุประสงค์เพื่อ ใช้เป็น
แนวทางแก่ครูที่ปรึกษาในการจัดกิจกรรมโฮมรูม เพื่อส่งเสริม สนับสนุนนกั เรียนเป็นรายบุคคล หรือ เป็นกลุม่
ที่ครูที่ปรึกษารับผิดชอบ เป็นการส่งเสริมความสามารถ และป้องกันปัญหาของนักเรียนต่อไป กิจกรรมโฮมรูม
เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนานักเรียน ตามแนวทางระบบการ ดูแลช่วยเหลือนักเรียน การท่ี
นักเรียนจะเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีลักษณะที่พึงประสงค์ต้องได้รับความ ร่วมมือจากทุกฝ่ายและบุคลากร
ทุกคนในโรงเรียน โดยเฉพาะครูประจ าชั้น ซึ่งเป็นบุคลากรหลักที่จะให้การ ดูแล ติดตาม แนะน า ส่งเสริม
พฒั นา พร้อมทง้ั ให้กำลังใจ แลเฝ้าระวังพฤติกรรมของนักเรียนอย่างใกลช้ ิด ซ่งึ ท้ังหลายทั้งปวงเหล่าน้ีจะส่งผล
ให้นักเรียนไว้วางใจ มีความอบอุ่น และมีความสุขในขณะที่อยู่ภายใน โรงเรียนและเป็นคนดีของพ่อแม่ สังคม
ต่อไป งานระบบการดูแลช่วยเหลอื นักเรียนหวังเป็นอย่างย่ิงว่า คู่มือการจัดกิจกรรมโฮมรูม จะเป็น ประโยชน์
แก่ครูที่เปี่ยมล้นด้วยความเมตตาต่อศิษย์ ที่จะนำไปสู่การจดั กิจกรรมท่ีมีประโยชน์ และส่งผลดีถึงตัว นักเรียน
ตอ่ ไป
งานระบบการดแู ลช่วยเหลือนักเรียน
กิจกรรมโฮมรูม
กจิ กรรมโฮมรมู เป็นกจิ กรรมเพือ่ เสริมสรา้ งทกั ษะชวี ิตของนักเรยี นเพ่ือการ ปรับตัวกับส่งิ แวดลอ้ ม ท้ัง
ใน และนอกโรงเรยี น แบง่ เป็น 2 ประเภทคือ
1. กจิ กรรมโฮมรมู ส้ัน
2. กจิ กรรมโฮมรูมยาว
กจิ กรรมโฮมรมู สั้น
โฮมรมู สน้ั มักเป็นการพดู คุยระหว่างครทู ีป่ รึกษากบั นักเรยี นในหวั ขอ้ และวัตถปุ ระสงค์ที่แตกตา่ งกนั
ไป ตามครูทปี่ รึกษาแตล่ ะคน เพอ่ื ใหก้ ารทำโฮมรูมสัน้ มีมาตรฐานอาจทำได้โดย
1. ให้ทีมครูทปี่ รึกษา ( ตามระดับชั้น ) กำหนดหัวข้อและวัตถุประสงค์การทำโฮมรูมร่วมกนั เป็นระยะ
ๆ เช่น ทกุ 2 สัปดาห์ หรอื ทุกเดือน โดยอาจนำมาจากสถานการณ์ความตอ้ งการของนักเรียน ตลอดจน
นโยบายของโรงเรียน
2. ใชก้ ระบวนการกลมุ่ มาจัดกจิ กรรมให้บรรลุวตั ถปุ ระสงค์ โดยอาศยั กลุ่มพื้นฐาน เช่น กลมุ่ 2 คน
และกลมุ่ ละ 3-4 คน
กจิ กรรมโฮมรูมยาว
วตั ถุประสงค์ : กิจกรรมโฮมรูมยาว มุง่ สร้างทักษะชีวิต คือ
องคป์ ระกอบของทกั ษะชีวิตด้านพุทธพิ สิ ัย ทีเ่ ปน็ องค์ประกอบร่วมไดแ้ ก่
- ความคิดวเิ คราะหว์ ิจารณ์ ( Critical Thinking ) เป็นความสามารถท่ีจะวเิ คราะหแ์ ยกแยะข้อมลู
ข่าวสาร ปัญหา และสถานการณต์ ่าง ๆ รอบตวั
- ความคิดสรา้ งสรรค์ ( Creative Thinking ) เป็นความสามารถในการคดิ ออกไปอย่างกวา้ งขวาง โดย
ไม่ยึดตดิ อยใู่ นกรอบ
องค์ประกอบของทกั ษะชีวิตด้านจติ พิสัย หรือเจตคติประกอบด้วยองคป์ ระกอบ 2 คูค่ ือ
คทู่ ่ี 1 ไดแ้ ก่ ความตระหนักรูใ้ นตน และความเห็นใจผู้อนื่
ค่ทู ่ี 2 ไดแ้ ก่ ความภูมใิ จในตนเอง และความรับผิดชอบต่อสังคม
- ความตระหนกั รใู้ นตน ( Self awareness ) เป็นความสามารถในการค้นหา และเข้าใจในจุดดจี ดุ
ดอ้ ย ของตนเอง และความแตกตา่ งทตี่ นมีกบั บุคคลอื่น ไมว่ ่าจะแง่ ในความสามารถ เพศ วัย ระดบั การศกึ ษา
ศาสนา สีผวิ ท้องถ่ิน สขุ ภาพ ฯลฯ
- ความเห็นใจผู้อน่ื ( Emphaty ) เป็นความสามารถในการเขา้ ใจความรู้สกึ และ เหน็ อกเห็นใจบุคคล
ทแ่ี ตกตา่ งกบั เราไมว่ ่าจะ ดา้ นเพศ วยั ระดับการศึกษา ศาสนา สีผิว ทอ้ งถนิ่ วัย สุขภาพ ฯลฯ
- ความภมู ิใจในตนเอง ( Self esteem ) หมายถึง ความรสู้ ึกว่าตนเองมีคุณค่า เช่นความมีนำ้ ใจ ร้จู ัก
ให้ ร้จู ักรับ คน้ พบและภูมใิ จในความสามารถด้านตา่ ง ๆ ( สงั คม ดนตรี กีฬา ศลิ ป ฯลฯ ) ของตนเองโดยมิได้
มุ่งแต่สนใจอยแู่ ต่ในเร่ืองรปู รา่ ง หนา้ ตา เสนห่ ์ หรือความสามารถทางเพศ การเรยี นเก่ง ฯลฯ เท่านั้น
- ความรับผิดชอบต่อสังคม ( Social responsibility ) หมายถงึ ความรูส้ ึกวา่ ตนเองเป็นสว่ นหนง่ึ ของ
สงั คม และมีสว่ นรับผดิ ชอบในความเจรญิ หรอื เส่ือมของสังคม ความรับผิดชอบตอ่ สังคม มสี ่วนสมั พันธ์ใกล้ชดิ
กบั ความภมู ิใจในตน เพราะหากเรามคี วามภูมใิ จในตน คนเหล่านีก้ ม็ แี รงจงู ใจทจ่ี ะทำดี กับผอู้ นื่ และสงั คม
องคป์ ระกอบของทกั ษะชีวิตดา้ นทักษะพสิ ัย หรือทักษะ มีองค์ประกอบ 3 คู่ คือ
คทู่ ่ี 1 การสรา้ งสมั พันธภาพ และการสื่อสาร
คูท่ ี่ 2 การตัดสนิ ใจ และการแก้ไขปัญหา
คู่ท่ี 3 การจัดการกบั อารมณ์ และความเครียด
- ทกั ษะการสรา้ งสัมพนั ธภาพ และการส่อื สาร (Interpersonal relationship and
Communication skill) เป็นความสามารถในการใชค้ ำพดู และภาษาทา่ ทาง เพอื่ สื่อสารความรสู้ กึ นึกคิดของ
ตนเอง และความสามารถในการรบั รูค้ วามร้สู กึ นกึ คดิ ของอีกฝ่าย ไม่วา่ จะแสดงในความ ต้องการ ความชืน่ ชม
การปฏเิ สธ การสรา้ งสัมพันธภาพ
- ทักษะการตดั สนิ ใจ และแก้ไขปญั หา (Decision making and Problem solving skill )เป็น
ความสามารถในการรบั รูป้ ญั หา สาเหตขุ องปญั หา หาทางเลอื ก วิเคราะห์ข้อดขี ้อเสยี ของแต่ละ ทางเลือก
ประเมินทางเลือก ตัดสนิ ใจเลือกทางแก้ปัญหาทเ่ี หมาะสม และลงมือแกป้ ัญหาได้อย่าง ถูกตอ้ งเหมาะสม
- ทักษะการจัดการกบั อารมณ์ และความเครียด (Coping with Eimotion and Stress skill )เป็น
ความสามารถในการประเมนิ อารมณ์ ร้เู ทา่ ทันอารมณ์วา่ มีอทิ ธิพลต่อพฤติกรรมของตน เลอื กใชว้ ธิ ี จดั การกบั
อารมณ์ที่เกิดขนึ้ ไดเ้ หมาะสม และเป็นความสามารถทีจ่ ะรู้สาเหตุของความเครยี ด เรียนรู้ วธิ กี ารทจี่ ะควบคุม
ระดบั ของความเครยี ด รวู้ ธิ ีผ่อนคลาย และหลกี เล่ยี งสาเหตุ พร้อมทงั้ เบยี่ งเบน พฤติกรรมไปในทางทพี่ ึง
ประสงค์
วธิ กี าร : ใช้กระบวนการเรยี นรู้แบบมีสว่ นรว่ ม
การเรียนรู้แบบมีส่วนรว่ ม ( Participatory Learning )
การเรียนรแู้ บบมสี ว่ นร่วม อาศยั หลกั การเรยี นร้ทู ยี่ ึดผู้เรียนเป็นศูนยก์ ลาง โดยพ้นื ฐานสำคัญประการแรก คอื
การเรยี นรเู้ ชงิ ประสบการณ์ และประการที่สอง คอื การเรยี นร้ทู มี่ ปี ระสิทธิภาพ
แนวทางการจดั กจิ กรรมโฮมรูม
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 256๕
ลำดบั ท่ี วนั – เดือน – ปี เรือ่ ง
1 ๑๙-๐๕-6๕ การมรี ะเบยี บวินยั
การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาลกั ษณะทางเพศ
2 ๒๖-๐๕-6๕ การเตรียมตัวก่อนเรียน
แนวปฏิบตั อิ ยา่ งเหมาะสมกบั การเปล่ียนแปลงของวัยร่นุ
3 ๒-๐๖-6๕ การตรงต่อเวลา
สรีระทางเพศ
4 ๙-๐๖-6๕ ความรับผดิ ชอบในการเรยี น
การดูแลสขุ ภาพทางเพศ
5 ๑๖-๐๖-6๕ การทำความสะอาดหอ้ งโฮมรูม
การสรา้ งสมั พนั ธภาพระหว่างทางเพศ
6 ๒๓-๐๖-6๕ การแตง่ กายให้เหมาะสมกับความเปน็ นักเรยี น
วฒั นธรรมไทยในการสรา้ งสัมพนั ธภาพระหวา่ งเพศ
7 ๓๐-๐๖-6๕ วธิ ีการทจี่ ะเรยี นให้เก่ง
สัมพันธภาพในการวางตวั ตอ่ เพศตรงขา้ ม
8 ๗-๐๗-6๕ การรกั ษาทรพั ย์สมบตั ขิ องโรงเรยี น
ความรับผิดชอบทางเพศต่อตนเอง
9 ๑๔-๐๗-6๕ ความซ่ือสัตย์
การแสดงออกทางเพศของวยั รนุ่
10 ๒๑-๐๘-6๕ การใช้เวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์
ทางออกทางเพศของวัยรุ่นที่ปลอดภัย
11 ๔-๐๘-6๕ การประหยดั
ปัจจยั ท่มี ีอิทธิพลต่อการตดั สินใจ
12 ๑๑-๐๘-6๕ ฉนั เก่งและน่ารกั
ทกั ษะการตัดสินใจและการคาดผลจากการตดั สนิ ใจ
13 ๑๘-๐๘-65 สรา้ งเอกลักษณ์อยา่ งไร
ทกั ษะการตัดสนิ ใจในเร่ืองเพศสมั พันธ์ของวัยรนุ่ หนมุ่ สาว
14 2๕-๐๘-65 ทำเชน่ นีเ้ หมาะหรือไม่
วิธีการตดั สินใจเพือ่ หลีกเล่ียงการมเี พศสัมพันธ์
15 ๑-๐๙-65 รู้จังหวะและโอกาส
การตัดสินใจในการแก้ปัญหา
16 ๘-๐๙-65 เข้าใจสักนดิ พิชติ ปัญหา
ทักษะการต่อรอง
ลำดบั ที่ วัน – เดือน – ปี เรือ่ ง
17 ๑๕-๐๙-65 เปิดประตูสู่การเรยี นรู้
การฝกึ ทักษะการปฏเิ สธการมีเพศสัมพันธ์ท่ไี ม่เหมาะสมและไม่
ถูกต้อง
18 ๒๒-๐๙-65 มารยาทในโอกาสต่าง ๆ
องค์ประกอบของการปฏเิ สธ
19 ๒๙-๐๙-65 ร่วมด้วยช่วยกัน
กลไกในการป้องกนั ตวั ทางเพศ
20 ๖-๑๐-65 ความพร้อมในการสอบ
การตระหนักเรื่องเพศทเี่ หมาะสมตอ่ การดำเนินชวี ิต
แนวทางการจดั กิจกรรมโฮมรูม
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 256๕
ลำดบั ที่ วัน – เดือน – ปี เรือ่ ง
1 ๓-๑๑-65
จดุ ยืนของฉนั
2 ๑๐-๑๑-65 ความเสมอภาคทางเพศ
3 ๑๗-๑๑-65 การพัฒนาตนด้านการเรียน
ความตระหนักในตนเองเร่ืองเพศ
4 ๒๔-๑๑-65
การจัดตารางเวลาเพือ่ สรา้ งลักษณะนิสยั ทด่ี ใี นการเรียน
5 ๑-๑๒-65 บทบาทความสัมพนั ธร์ ะหว่างหญงิ ชาย
6 ๘-๑๒-65 สทิ ธิ หน้าที่ ระเบียบวินัย
คณุ คา่ ของความเป็นชายและความเปน็ หญงิ
7 ๑๕-๑๒-65
ในห้องนา่ มอง
8 ๒๒-๑๒-65 การตระหนักในคุณค่าของตนเองตามความคาดหวังของสังคม
9 ๒๙-๑๒-65 จรรยาบรรณของนักเรียน
การเคารพสทิ ธิของตนเองและผู้อ่นื
10 ๕-๐๑-65
ความดใี นอดีต
11 ๑๒-๐๑-65 สิทธิทางเพศ
12 ๑๙-๐๑-65 มารยาทในการอย่รู ว่ มกนั ในสังคม
พฤติกรรมทางเพศ
13 ๒๖-๐๑-65
14 ๒-๐๒-65 การผอ่ นคลายความเครยี ด
15 ๙-๐๒-65 ปจั จยั และสถานการณเ์ สี่ยงต่อการมีเพศสัมพนั ธ์
16 ๑๖-๐๒-65
17 ๒๓-๐๒-65 108 วิธี ทำร้ายตวั เอง
18 ๒-๐๓-65 ความเข้าใจเกย่ี วกับการแสดงออกทางเพศ
19 ๙-๐๓-65
20 ๑๖-๐๓-65 รกั เพ่ือนตอ้ งเตือนใหเ้ ป็น
กฎหมายทางเพศในความผิดทางอาญาท่ีควรรู้
การคบเพื่อน
กฎหมายทางเพศในความผดิ ทางเพ่งทีค่ วรรู้
ความรบั ผดิ ชอบในการเรยี น
ความกตญั ญู
ความรกั สถาบัน
ภยั ของวยั รนุ่
การวางตัวตอ่ เพ่อื นตา่ งเพศ
ทำงานไม่คัง่ ค้าง
ความขยันสคู่ วามสำเรจ็
คุม้ คา่ ทกุ นาที
กิจกรรม การมรี ะเบียบวนิ ยั
-----------------------------------------------
กิจกรรม การมีระเบียบวินัย
สาระสำคัญ
สภาพปจั จุบันและปญั หาของนักเรยี น ไมว่ ่าจะเปน็ เรือ่ ง การแต่งกาย ความประพฤติ การเลา่ เรียน
และการอยูร่ ่วมกนั มีมีปัญหาใหค้ รู-อาจารย์ ต้องแก้ไขตลอดเวลา ท้งั นี้ท้งั นนั้ สาเหตนุ ่าจะมาจากเร่อื งการไมม่ ี
วนิ ัยในตนเองของนักเรยี น การขาดจิตสำนึกในการทีจ่ ะรักษาระเบยี บวนิ ัย ซึ่งเป็นกรอบหรอื ปัจจัยพ้ืนฐาน ท่ี
จะทำให้คนเราอยรู่ ่วมกันในสังคมได้อยา่ งมคี วามสุข
วตั ถุประสงค์
๑ เพ่ือปลูกจติ สำนึกให้นักเรียนมรี ะเบยี บวินยั ในตนเองและควบคุมตนเองได้
๒ เพ่อื ให้นักเรียนได้รู้ถึงระเบียบ วินัย เมือ่ อยูท่ ่บี ้านและสถานท่ีอ่ืน ๆ
๓ เพอ่ื ให้นักเรยี นไดร้ ู้ถงึ ระเบียบวนิ ัยเมือ่ อยู่ในโรงเรยี น
๔ เพ่ือใหน้ ักเรียนไดป้ ระพฤติ ปฏิบตั ติ นได้อย่างถูกต้องตามระเบียบวนิ ัยของโรงเรยี น
๕ เพื่อใหน้ ักเรยี นดำรงชวี ิตอยูร่ ่วมกันอยา่ งมีความสขุ
การดำเนินกจิ กรรม
๑ อบรมชแ้ี จงเรือ่ งการมวี นิ ัยในตนเอง ช้ีแจงคุณและโทษของการมวี ินัยและไม่มีวินยั ในตนเอง
๒ อบรมชแ้ี จงเรอ่ื งระเบยี บวินยั ของนักเรยี น
๓ ชีแ้ จงเก่ยี วกับเรื่องวนิ ัยพ้ืนฐานตลอดจนกฎหมายเบื้องต้นทัว่ ไป เชน่ วินยั จราจร กฎระเบยี บ ตา่ ง ๆ
ท่เี กีย่ วข้องกับการดำเนินชีวิตของประชาชน ฯลฯ
กิจกรรม การเตรียมตัวก่อนเรยี น
.....................................................................................................
กิจกรรม การเตรียมตัวก่อนเรยี น
สาระสำคัญ
บคุ คลท่มี ีการเตรยี มตัง หรอื เตรยี มความพรอ้ ม จะทำไห้บุคคลน้นั ชนะคนอน่ื ไปแลว้ ครึ่งหนึง่ ในวยั
เรยี น ถา้ นักเรยี นรู้จักเตรียมตัวก่อนเรยี น นกั เรียนจะเป็นผู้ทีม่ ีความพรอ้ ม
จดุ ประสงค์
1. ตอ้ งการใหน้ กั เรียนเป็นบุคคลทมี่ ีความพรอ้ มในเร่ืองการเรียน
การทำกิจกรรม
1. สุ่มนักเรียน ผูช้ าย 1 คนผหู้ ญิง 1คน ออกมาเลา่ การเตรียมตวั ก่อนเรยี น
2. ครนู ำเสนอขอ้ ปฏิบตั ิในการเตรยี มตัวกอ่ นเรียน ดังนี้
1) เตรยี มอปุ กรณ์ ได้แก่ เครื่องมือใช้ในการเรยี น เช่น ปากกา สมดุ หนังสอื ยางลบ ไม้
บรรทัด ฯลฯ
2) เตรยี มหนงั สือตำราเรยี น กอ่ นเรยี นทุกครง้ั
3) อ่านหนังสือล่วงหนา้ สมองของคนเราสามารถจุความจำไดม้ าก ถา้ รจู้ ักฝึกฝนความทรง
จำตลอดเวลา การอ่านตำราก่อนลว่ งหน้า เพอื่ ให้รทู้ ิศทางของวชิ าท่จี ะเรยี น
4) ขีดเสน้ ใต้และทำเครื่องหมาย ใหน้ ักเรียนขีดเสน้ ใต้ขอ้ ความสำคญั และถา้ อา่ นแล้วไม่
เขา้ ใจให้ทำเครอ่ื งหมายไวส้ ำหรบั ถามคุณครผู ูส้ อน ซ่งึ จะช่วยทำให้เรามีความเขา้ ใจได้ ตลอดและแม่นยำขนึ้
5) ทำแบบฝกึ หดั ล่วงหนา้ โดยเฉพาะวชิ าคำนวณ นักเรียนอาจลองทำแบบฝึกหัดไว้ ลว่ งหนา้
ตามตัวอย่างในตำรา เม่ือเข้าเรียนจึงฟงั คำอธบิ ายจากครผู ู้สอนแล้วนกั เรียนจะ เขา้ ใจดีย่งิ ขึ้น ถ้าทท่ี ำมาผดิ ก็จะ
ได้เข้าใจถกู ต้อง
กจิ กรรมการตรงต่อเวลา
-----------------------------------------------------
กิจกรรมการตรงต่อเวลา
สาระสำคัญ
สภาพปจั จบุ ัน การมาเรียนของนักเรียนโรงเรียนพบว่า สถิติการมาสายของนักเรยี นมจี ำนวน
เปอร์เซน็ ต์สูง และการมาชา้ ก็มเี ปอรเ์ ซน็ ต์สูงเชน่ กัน สาเหตุนา่ จะมาจากการไมต่ รงต่อเวลาของนักเรยี น
นกั เรียนมองไม่เหน็ ความสำคัญคณุ ค่าของเวลา นกั เรียนขาดจิตสำนกึ ในเรอ่ื งการตรงตอ่ เวลา
วตั ถปุ ระสงค์
๑ เพ่อื ปลกู จติ สำนึกใหน้ กั เรยี นเปน็ คนตรงต่อเวลา
๒ เพอื่ ใหน้ ักเรียนได้เห็นคุณค่าของเวลา
๓ เพอื่ ให้นักเรยี นได้รู่ถงึ คุณประโยชนข์ องการตรงต่อเวลา
๔ เพอื่ ใหน้ ักเรยี นได้เรยี นรู้ถึงโทษของการไม่ตรงต่อเวลา
การดำเนินกจิ กรรม
๑ จดั อภปิ รายเรือ่ งประโยชนข์ องการตรงต่อเวลา และโทษของการไมต่ รงต่อเวลา
๒ จดั กจิ กรรมใดกิจกรรมหน่งึ ให้นักเรยี นปฏบิ ัติ โดยกำหนดเวลาใหแ้ ล้วเสร็จในเวลาท่ี กำหนด
๓ อธบิ ายให้เห็นคณุ ประโยชน์ของการตรงต่อเวลา และโทษของการไมต่ รงต่อเวลา
๔ ช้ีแนะวธิ ีการ การเป็นคนตรงตอ่ เวลา
กจิ กรรมความรับผดิ ชอบในการเรียน
..................................................................................
กิจกรรม ความรับผดิ ชอบในการเรยี น
สาระสำคญั
ความรบั ผิดชอบ หมายถึง ความตั้งใจในการปฏิบัติงานในหนา้ ทจ่ี นกระทัง่ งานนนั้ สำเรจ็ และยอมรับ
ผลการกระทำน้นั ไมว่ า่ จะเกิดผลดหี รอื ไมด่ ีกต็ าม คนที่มีความรบั ผิดชอบนน้ั มผี ลดี คือ ช่วยใหง้ านนนั้ สำเรจ็ ลง
ดว้ ยดี สามารถพฒั นางานให้ก้าวหนา้ ได้ หรือถ้าเกิดความบกพร่องก็พร้อมที่จะแก้ไขให้ดีข้ึน ความ รับผดิ ชอบมี
หลายอยา่ ง เช่น
1. ความรับผดิ ชอบในการศึกษาเล่าเรยี นไดแ้ ก่ ตัง้ ใจเรียน เข้าเรยี นตรงเวลาทุกช่วั โมง สง่ งานตาม
กำหนด ร่วมกจิ กรรม ปฏบิ ัติตามระเบียบข้อบังคบั เปน็ ตน้
2. ความรับผิดชอบต่อโรงเรยี นได้แก่ ชว่ ยกันรักษาความสะอาด รักษาทรัพย์สินของสว่ นรวม แต่ง
กายถูกร้องตามระเบยี บ ชว่ ยสร้างช่อื เสยี งให้โรงเรยี น
3. ความรบั ผิดชอบตอ่ ครอบครัวได้แก่ ช่วยงานบ้า ปฏบิ ตั ิตนไม่ให้ครอบครวั เสื่อมเสยี ช่ือเสยี ง
4. ความรับผิดชอบตอ่ สังคมไดแ้ ก่ ช่วยกันรกั ษาความสะอาด รกั ษาสมบัติของส่วนรวม ร่วมกจิ กรรม
เพอ่ื ส่วนรวม ช่วยสร้างสรรค์ความเจริญใหช้ มุ ชน
จุดประสงค์
1. เพอ่ื ฝึกใหน้ กั เรยี นมคี วามรับผดิ ชอบทง้ั ต่อตนเองและสว่ นรวม
2. ให้นกั เรียนมีทศั นคตทิ ถี่ ูกต้องเกี่ยวกับความรบั ผดิ ชอบ
การจดั กิจกรรม
1. ครใู ห้นกั เรยี นเลา่ ถงึ บคุ คลท่ีนกั เรียนภมู ิใจ ในความสำเร็จของเขา และเหตุท่ีเขาประสบ
ความสำเร็จ ( สมุ่ นกั เรียน 2-3 คน )
2. ครูยกตัวอยา่ งนกั เรยี น และบคุ คลท่ีประสบความสำเร็จในชวี ติ เพราะเขามีความรับผิดชอบ
3. นักเรียนและครรู ว่ มกันสรุปถงึ เร่อื งความรับผดิ ชอบต่อตนเองและสังคม
กจิ กรรมการทำความสะอาดหอ้ งโฮมรูม
........................................................................................
กจิ กรรม การทำความสะอาดหอ้ งโฮมรมู
วตั ถุประสงค์
1. นักเรยี นมคี วามรบั ผดิ ชอบในการทำความสะอาดห้องโฮมรมู
2. นักเรยี นมีความสามัคคี รักใคร่กัน
สาระสำคัญ
การทำความสะอาดหอ้ งโฮมรูม ถือว่าเปน็ การสรา้ งบรรยากาศในหอ้ งเรียน ใหห้ อ้ งเรยี นน่าเรียนยง่ิ ขึน้
ชว่ ยเสริมในเรื่องการเรยี น
การดำเนนิ กิจกรรม
1. ครูทป่ี รึกษาแต่งต้งั นักเรยี นทุกคน เป็นเวรรกั ษาความสะอาด ตั้งแตว่ ันจันทร์-วันศุกร์ ซ่ึงในแตล่ ะ
วนั จะมเี วรรับผิดชอบประมาณเวรละ 7-8 คน และใน 7-8คนน้ี จะมหี ัวหน้าเวร 1 คน รองหัวหนา้ เวร 1 คน
รว่ มกันรับผิดชอบ
2. ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันและร่วมมอื กนั ทำความสะอาด และจดั บอร์ดตามเวรท่ีไดร้ ับมอบหมาย
กจิ กรรมการแตง่ กายให้เหมาะสมกับความเป็นนักเรียน
......................................................................................................
กจิ กรรม การแตง่ กายให้เหมาะสมกับความเปน็ นักเรยี น
สาระสำคญั
การแตง่ กายทถ่ี ูกต้องเหมาะสมความเปน็ นกั เรยี น คือการสวมเสือ้ นกั เรยี นที่ถกู ต้องตามระเบยี บ ปัก
ช่อื นามสกลุ อกั ษรย่อโรงเรียน นกั เรียนชายใส่เสือ้ เข้าในกางเกงไมว่ ่าจะอยใู่ นหรือนอกโรงเรียน นกั เรยี นหญิง
ใสก่ ระโปรงใหถ้ ูกต้องตามระเยบกระทรวงศกึ ษาธิการกำหนด
จดุ ประสงค์
1. ให้นักเรียนรู้จักระเบยี บการแต่งกายของโรงเรียนและปฏิบตั ิตามได้ถกู ต้อง
การจดั กิจกรรม
1. ให้นักเรยี นคัดเลือกตวั แทนออกมา 2 กล่มุ กลมุ่ หนงึ่ แต่งกายเรียบร้อย อีกกล่มุ หน่ึงแตง่ กายผิด
ระเบียบ
2. ครู สมตเิ หตกุ ารณ์ ถา้ เกดิ ปัญหาข้ึนในโรงเรยี น กลมุ่ ท่ีต้องถูกจับตามอง คือนักเรยี นกล่มุ ใด
3. นกั เรียนร่วมกันอภปิ รายและให้เหตผุ ล
4. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุป ข้อดีและข้อเสียของการแต่งกายทีเ่ หมาะสม และไมเ่ หมาะสม
กิจกรรมวิธกี ารท่จี ะเรียนให้เกง่
-----------------------------------------------------
กิจกรรมวิธีการที่จะเรียนให้เกง่
สาระสำคัญ
ในสังคมปัจจุบนั เปน็ ท่ียอมรับกันวา่ เปน็ สงั คมที่ตอ้ งแข่งขันกนั ในทุกๆดา้ น ไม่วา่ จะเร่ือง การประกอบ
อาชีพ การศกึ ษาต่อในระดับที่สูงขน้ึ ทัง้ นีเ้ พราะการเพ่ิมจำนวนประชากรอย่างรวดเร็ว ความก้าวหน้าทาง
วทิ ยาการและเทคโนโลยี คนทีเ่ กง่ คนที่มีความสามารถเท่านนั้ ทีจ่ ะแข่งขนั เพื่อศกึ ษาต่อ ใน ระดบั สูงข้ึน และ
เมอ่ื สำเร็จการศกึ ษาแล้วกส็ อบแข่งขนั กันเพ่ือเขา้ ทำงานทงั้ ในส่วนราชการและภาคเอกชน คน ทีม่ ผี ลการเรียน
ดีหรอื เรยี นเกง่ จะมีโอกาสและมีทางเลือกมากกว่าคนทมี่ ผี ลการเรียนต่ำ ดังนนั้ การเรยี นเกง่ จึง เปน็ ปัจจัย
สำคญั ในการศกึ ษาต่อและการสมคั รเขา้ ทำงาน จงึ ควรท่ีจะศึกษาวธิ กี าร ทจ่ี ะเรยี นเก่งตง้ั แตร่ ะดับ
ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
วัตถุประสงค์
๑ เพือ่ ให้คำแนะนำแกน่ ักเรียนเกี่ยวกบั วธิ ีการทจ่ี ะเรียนใหเ้ ก่ง
๒ ให้สามารถนำหลักธรรมในพระพุทธศาสนามาใช้ในการเรียนเพอ่ื ใหเ้ รียนเกง่ เชน่ อทิ ธิ บาทสี่ พละ
หา้
๓ เพอ่ื ใหน้ ักเรียนตระหนักถึงความสำคญั และคุณค่าของการเรยี นเก่งและมคี ุณธรรม
.๔ เพื่อให้นักเรียนสามารถนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้
การดำเนินกิจกรรม
๑ ให้นักเรยี นได้ศึกษาประวตั ิของนักเรยี นท่เี รยี นเก่งซง่ึ สามารถสอบเข้าเรยี นตอ่ ใน ระดับอุดมศึกษา
ในคณะวิชาตา่ งๆในปีการศึกษาทีผ่ า่ นมา
๒ ให้นกั เรียนที่มีผลการเรียนสูงสุดในแต่ละแผนการเรียน น าเสนอวิธีการเรียนของตนเองท่ี ประสบ
ผลสำเร็จ
กจิ กรรมการรกั ษาทรัพยส์ มบตั ขิ องโรงเรยี น
......................................................................................
กจิ กรรม การรักษาทรพั ยส์ มบตั ิของโรงเรียน
วตั ถุประสงค์
1. เพ่อื ฝกึ ให้นกั เรียนควบคมุ ตนเองให้อยใู่ นระเบียบวินยั และมีความรับผดิ ชอบตอ่ สถานที่
2. เพอื่ ใหน้ ักเรียนรจู้ ักรกั และรักษาสมบัตขิ องสว่ นรวม
สาระสำคญั
การอยรู่ วมกนั เป็นจำนวนมาก ถ้าขาดความเปน็ ระเบียบต่างคนตา่ งทำอะไรตามอำเภอใจจะทำให้
สงั คมนั้นไม่เจริญ โรงเรยี นเปน็ สถานที่ใหค้ วามรู้และเราต้องรกั ษาสมบัติของ สถาบัน เช่น
- โต๊ะ เกา้ อ้ี ไม่ขดี เขียน นั่งแล้วเกบ็ วางใหเ้ รยี บร้อย
– ไฟฟ้าเปิดใช้แล้วเวลาจำเป็น
- นำ้ ใช้แลว้ ปิดให้สนิท
- ห้องน้ำห้องส้วม เทนำ้ ราดใหส้ ะอาดทุกครั้งทใี่ ช้
- ผนังหอ้ งเรียน หอ้ งน้ำ อย่าขีดเขียน
การดำเนินกิจกรรม
1. ครใู ห้นกั เรยี นเล่าการรกั ษานำ้ ไฟ อ่นื ๆท่ีเปน็ สมบัติของโรงเรยี น
2. ครแู ละนกั เรียน ช่วยกันสรุปวธิ ีการรักษาทรัพยส์ มบัติของโรงเรียนพรอ้ มทัง้ ประโยชนท์ ่ไี ด้รับ 3.
ครเู ลา่ ตวั อย่าง หรอื อทุ าหรณ์เกีย่ วกับความมีนำ้ ใจใหน้ ักเรียนฟัง
กิจกรรมความซ่ือสตั ย์
..........................................................................
กจิ กรรม ความซื่อสตั ย์
สาระสำคัญ ความซื่อสัตย์ เป็นคุณสมบตั ทิ สี่ ังคมต้องการให้บุคคลได้ประพฤติอันจะทำให้สังคมเกดิ
ความ สงบสุข ไม่เอารดั เอาเปรียบกัน มีความเห็นใจ และรับผดิ ชอบตอ่ สังคมทต่ี นอาศยั อยู่ อนั จะทำให้สงั คม
เกิด ความสงบสุข
วตั ถุประสงค์
1. นักเรียนบอกความสำคัญของความซือ่ สตั ย์ได้
2. นกั เรียนบอกพฤติกรรมของผู้ที่มคี วามซ่ือสัตย์ได้
การดำเนินกจิ กรรม
1. แบ่งนกั เรียนเปน็ กลุ่ม กลุ่มละเทา่ ๆกนั
2. ครแู จกใบงานทำอยา่ งไรดี ใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มอา่ น
3. นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ รว่ มกนั อภิปรายตามประเด็นต่อไปน้ี
3.1 ถา้ นกั เรียนเปน็ นำ้ ผง้ึ นักเรียนจะทำอย่างไร
3.2 เพราะเหตใุ ดจึงทำเช่นนนั้
4. ตวั แทนนักเรยี นนำผลการอภิปรายหนา้ ช้ัน
5. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรุปพฤติกรรมของผทู้ ่ีมคี วามซื่อสตั ย์ และความสำคัญของความ ซื่อสตั ยท์ ่ีมี
ต่อครอบครวั ชมุ ชน และสังคม
ใบงานทำอย่างไรดี
---------------------------------------------------------
นำ้ ผ้งึ เปน็ นักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 น้ำผ้งึ เรยี นวิชาภาษาอังกฤษไม่ค่อยเกง่ มักสอบไดร้ ะดับผล
การเรยี นต่ำกวา่ 2 คุณแม่ของน้ำผง้ึ เป็นคนเข้มงวดมาก ถ้าน้ำผึ้งสอบไดร้ ะดบั ผลการเรียนต่ำกว่า 2
ในวิชา ใดก็ตามจะถกู ลงโทษดว้ ยการตีหรอื ไม่อนุญาตให้ไปเลน่ บ้านเพอื่ น หรือใหง้ ดดูทวี ีเปน็ เวลา 2
สปั ดาห์ ใน การสอบปลายภาคน้ำผง้ึ กลวั มากวา่ จะสอบวิชาภาษาอังกฤษได้ระดบั ผลการเรียนตำ่ กวา่
2 และกลวั ถูกทำโทษ เธอจึงไปปรกึ ษาอาจารยผ์ สู้ อนวิชาภาษาอังกฤษตอนพักกลางวนั ท่ีหอ้ งพักครู
ขณะทเี่ ธอเข้าไป ไม่มี อาจารยอ์ ยใู่ นห้องเลย เธอซองสีนำ้ ตาลวางอยบู่ นโต๊ะครูซง่ึ เป็นซองขอ้ สอบ
ปลายภาควชิ าภาษาอังกฤษ นำ้ ผึ้งตัดสนิ ใจไม่ไดว้ า่ ควรจะทำอยา่ งไรดี
กจิ กรรมการใช้เวลาว่างให้เปน็ ประโยชน์
-------------------------------------------------------------------
กิจกรรมการใช้เวลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชน์
สาระสำคัญ
นกั เรียนควรรู้คณุ คา่ ของเวลา ไมป่ ลอ่ ยให้เสียไปโดยไม่เกิดประโยชน์ ถา้ มี เวลาวา่ งควรจะ ท างาน
หรอื ทำกิจกรรมที่ตนชอบและต้องเปน็ งานหรือกิจกรรม ท่ีไม่เกิด ผลเสยี ต่อตนเอง หรอื ส่วนรวม เปน็ การฝึก
นิสยั ในเรอ่ื งเห็นความสำคญั ของเวลา นอกจากนยี้ ังเป็นการผอ่ นคลาย ความเครียดด้วย เช่น การออกก าลงั
กาย การเลน่ กีฬา ปลกู ตน้ ไม้ จดั ทอี่ ยู่อาศยั เยบ็ ปักถักรอ้ ย อา่ นหนังสอื ทช่ี อบ ฟังเพลง วาดภาพ ประดิษฐ์
ส่ิงของ ฯลฯ
วัตถุประสงค์
๑ เพื่อให้นักเรยี นใช้เวลาวา่ งให้เป็นประโยชน์
๒ เพอ่ื ให้นักเรียนร้คู ณุ ค่าและความสำคญั ของเวลา
๓ เพ่อื ใหน้ ักเรียนไดฝ้ ึกและปฏบิ ัติในการใช้เวลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชน์จนเกดิ ความเคยชิน
๔ เพอ่ื ใหน้ ักเรียนเกดิ ความรแู้ ละมแี นวคดิ ในการใช้เวลาว่างใหเ้ ป็นประโยชนม์ ากขนึ้
๕ เพือ่ ใหน้ ักเรยี นสามารถอยใู่ นสงั คมได้อย่างมคี วามสขุ
การดำเนินกจิ กรรม
๑ สมุ่ ตัวอยา่ งนักเรยี นออกมาเลา่ กจิ กรรมของตนเกีย่ วกบั การใช้เวลาวา่ งให้เป็นประโยชน์
๒ จดั กิจกรรมใหน้ ักเรยี นฝกึ ปฏบิ ตั ิ
๑ การทำความสะอาดห้องเรียน โรงเรียน โรงอาหาร
๒ การจดั ป้ายนเิ ทศในห้องเรียน หรือบรเิ วณโรงเรยี น
๓ จัดกลุ่มอภิปรายเรอื่ ง คณุ ค่าของการใชเ้ วลาว่างใหเ้ กิดประโยชน์
๓ จดั ประกวดความสะอาดและความเป็นระเบยี บเรียบรอ้ ยของห้องเรยี น
กจิ กรรมการประหยดั
......................................................................................
กจิ กรรม การประหยัด
สาระสำคญั
การประหยดั คือการใช้จา่ ยอย่างรคู้ ณุ ค่า เมอ่ื ตอ้ งการซ้ือสงิ่ ของหรือจ่ายเงนิ นกั เรียนต้อง คำนึงถึงว่า
สิ่งของนนั้ ใช้ประโยชนค์ ุ้มคา่ กับเงินที่จ่ายไปหรือไม่ การใชจ้ ่ายอยา่ งประหยัดจะช่วยให้เรามฐี านะ ม่นั คง หรือมี
ใช้จา่ ยในยามทเ่ี กดิ ความเดอื ดรอ้ น
วตั ถปุ ระสงค์
นักเรยี นร้จู กั ประมาณตนในการใชจ้ า่ ย
การดำเนินกิจกรรม
1. ครซู กั ถามนักเรียนว่าไดร้ ับค่าใช้จา่ ยวนั ละเทา่ ไร และมีแผนการใช้จา่ ยอย่างไร
2. ครูเล่าประวตั ินกั ธุรกิจหรอื บคุ คลที่มฐี านะรำ่ รวยเพราะประหยัด รูจ้ ักใชจ้ า่ ยและเกบ็ ออมให้
นักเรยี นฟงั
3. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปคุณค่าของการประหยัด และสรุปแนวปฏบิ ัติในการ ประหยดั
กิจกรรมฉนั เกง่ และนา่ รัก
...............................................................................................
กจิ กรรม ฉนั เกง่ และนา่ รกั
วัตถปุ ระสงค์
1. เพ่ือใหน้ ักเรียนมองเหน็ คุณคา่ ความดงี ามในตนเองและผ้อู ื่นได้
2. เพ่อื ให้นักเรยี นฝึกยกย่องชมเชยความดีงามของกนั และกันได้
3. เพ่ือใหน้ กั เรียนได้เติมเต็มความรกั ความมีคา่ และมีศักด์ิศรีได้
สาระสำคญั
การทบ่ี คุ คลสามารถมองเห็นความมคี ่า มีศักดิ์ศรขี องตนเอง ย่อมมองเห็นบุคคลอนื่ มีคา่ มีศกั ด์ิศรี เช่นกนั ทำ
ใหน้ ับถอื ไว้วางใจกนั จะทำให้ทกุ คนเต็มไปด้วยความรัก ความมคี ่า มีศักดิ์ศรี มกี ำลงั ใจท่ีทำ ความดีงามนั้น
ตอ่ ไป และอยู่รว่ มกนั อย่างมีความสุข
การดำเนินกิจกรรม
1. นกั เรียนแตล่ ะคนบรรยายถงึ ความเกง่ ความดี ความนา่ รกั ของตนเอง
2. นกั เรียนแบง่ เป็นกล่มุ ย่อย กลมุ่ ละ 5-6 คน ร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับข้อคิด หรอื
ประสบการณ์ทไ่ี ดร้ ับจากกจิ กรรมนี้ ใหไ้ ดข้ ้อสรุปท่เี ปน็ มตขิ องกลุม่ บนั ทึกผลแลว้ ส่งตัวแทนนำเสนอหนา้ ชนั้
เรยี น
3. นักเรียนสามารถสอบถามเพิ่มเตมิ และศกึ ษาแนวสรปุ กจิ กรรมจากครผู ูจ้ ดั กิจกรรม
กจิ กรรม สรา้ งเอกลกั ษณ์อย่างไร
........................................................................................
กิจกรรม สรา้ งเอกลกั ษณ์อย่างไร
วัตถุประสงค์
เพอ่ื ให้นกั เรยี นสรา้ งเอกลกั ษณ์เหมือนคนที่สำคัญที่สดุ และมีอิทธิพลท่ีสดุ ตอ่ ชีวิตได้
สาระสำคัญ
บคุ คลมกั ยึดค่านยิ มทม่ี ีส่วนผสมกลมกลนื ระหวา่ งคา่ นยิ มของตนเองกับค่านิยมของบุคคลอื่นๆท่เี รามี
ความสัมพนั ธด์ ว้ ยวิธีที่เราแสดงความร้สู ึกและการกระทำตอ่ เขาเหล่าน้นั แสดงใหเ้ หน็ ถึงค่านิยมทเ่ี รายดึ วา่ มี
ความสำคญั สำหรับเรา สามารถสรา้ งเอกลกั ษณ์ไดเ้ หมือนกับคนทมี่ ีความสำคญั ที่สดุ และมีอทิ ธิพลทส่ี ุดตอ่
ชีวติ ของเราได้
การดำเนนิ กิจกรรม
1. ให้นักเรยี นบอกถงึ คนทน่ี ักเรยี นเห็นวา่ มีความสำคญั สำหรับนกั เรยี นมากท่สี ดุ 3 คน
2. นกั เรยี นจับค่สู นทนาแลกเปลย่ี นกนั ตอบคำถามกบั เพอ่ื นๆ
3. นักเรยี นแบ่งเป็นกล่มุ ย่อย กลมุ่ ละ 5-6 คน ร่วมกันอภปิ รายแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกับข้อคิด หรอื
ประสบการณ์ที่ไดร้ ับจากกจิ กรรมน้ี ให้ไดข้ ้อสรุปที่เป็นมติของกลุม่ บันทึกผลแลว้ สง่ ตัวแทนนำเสนอ
หน้า ชน้ั เรียน
4. นกั เรยี นสามารถสอบถามเพ่มิ เตมิ และศกึ ษาแนวสรุปกิจกรรมจากครูผจู้ ัดกจิ กรรม
กจิ กรรมทำเช่นน้เี หมาะหรอื ไม่
..................................................................................................
กิจกรรม ทำเช่นนี้เหมาะหรือไม่
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ให้นักเรียนรูจ้ ักและเข้าใจผลที่ได้รบั น้นั มาจากเหตุท่ีไดก้ ระทำ
2. เพ่ือใหน้ กั เรียนรจู้ ักเลอื กกระทำในสิง่ ทีเ่ หมาะสมและดีงาม
สาระสำคญั
การท่บี ุคคลรจู้ กั เออ้ื เฟ้ือเผ่ือแผแ่ ก่บคุ คลอื่นถือว่าเปน็ สงิ่ ท่ีพึงกระทำ ซงึ่ อาจนำผลตอบแทน
ย้อนกลบั มาให้มากกวา่ ท่ีได้กระทำก็ได้
การดำเนนิ กจิ กรรม
1.ให้นักเรียนทุกคนบรรยายถึงการมีนำ้ ใจและผลตอบแทนทีไ่ ด้รบั
2. หลงั จากนนั้ นักเรียนแบง่ กลุม่ ยอ่ ย 6-7 คน รว่ มกนั อภปิ รายแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ
การมี นำ้ ใจ ความเอื้อเฟ้ือเผ่ือแผ่ และข้อคิดหรือประสบการณท์ ่ีไดร้ บั จากกิจกรรมน้ี ให้ไดข้ อ้ สรปุ ท่ี
เป็นมติของกลมุ่ บันทึกผลแล้วสง่ ตวั แทนนำเสนอหนา้ ชั้นเรียน
3. นกั เรียนสามารถสอบถามเพิ่มเติมและศึกษาแนวสรุปกิจกรรมจากครผู ู้จัดกิจกรรม
กจิ กรรมร้จู ังหวะและโอกาส
.............................................................................................
กจิ กรรม รู้จังหวะและโอกาส
วตั ถปุ ระสงค์
เพื่อให้นักเรียนรจู้ ักกระพฤติปฏิบตั ิตนได้เหมาะสมกบั จังหวะและโอกาสได้
สาระสำคัญ
การท่บี คุ คลรูจ้ ักแสดงพฤติกรรมทัง้ แตต่ นเองและผอู้ ื่นได้อย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ เหมาะกบั
สภาพของตนเองและส่ิงแวดล้อมในขณะน้นั จะทำให้ปรับตัวอยู่รว่ มกันได้อยา่ งมีความสขุ
การดำเนินกิจกรรม
1. ให้นักเรยี นทุกคนยกตัวอย่างถึงการแสดงพฤติกรรมทีเ่ หมาะสม เหมาะกับจงั หวะและโอกาส
2. นักเรียนจับคสู่ นทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
3. นักเรียนแบง่ กลมุ่ ย่อย 6-7 คน รว่ มกันอภิปรายแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั การแสดงพฤติกรรม ที่
เหมาะสมในโอกาสตา่ งๆ และข้อคิดหรือประสบการณ์ทไี่ ด้รับจากกิจกรรมน้ี ให้ได้ขอ้ สรปุ ที่เป็นมติของกลุม่
บันทึกผลแล้วส่งตัวแทนนำเสนอหนา้ ชน้ั เรยี น
4. นักเรียนสามารถสอบถามเพิม่ เตมิ และศึกษาแนวสรุปกิจกรรมจากครูผู้จัดกจิ กรรม
กจิ กรรมเข้าใจสกั นดิ พิชิตปัญหา
...............................................................................................
กิจกรรม เข้าใจสกั นดิ พชิ ิตปัญหา
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอื่ ใหน้ ักเรียนเห็นความสำคัญของการรู้จักสงบสติอารมณ์และไม่แสดงอาการโกรธ ไมพ่ อใจ
โต้ตอบเมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์หรอื กลา่ วโทษได้
2. เพอื่ ให้นักเรียนบอกถงึ การแสดงออกทเ่ี หมาะสมเก่ยี วกบั การรจู้ ักสงบสติอารมณ์และมาแสดง
อาการโกรธ ไม่พอใจ โตต้ อบเม่อื ถูกวิพากษ์วิจารณห์ รือกล่าวโทษได้
สาระสำคัญ
การทบี่ คุ คลรู้จกั สงบสติอารมณไ์ ม่แสดงอาการโกรธ ไม่พอใจ โตต้ อบ เมอื่ ถูกวพิ ากษว์ ิจารณห์ รือ
กล่าวโทษ มีนำ้ ใจนกั กฬี าจะทำให้เราปรับตัวอยู่รว่ มกนั อย่างมีความสขุ
การดำเนนิ กจิ กรรม
1. ให้นักเรยี นยกตัวอย่างกรณศี ึกษา “เข้าใจสกั นดิ ”
2. นักเรียนจบั ค่สู นทนาปฏิบตั ิตามกรณีศกึ ษา เรอ่ื ง “เขา้ ใจสักนดิ ”
3. นกั เรยี นแบ่งกลุม่ ย่อย 6-7 คน ร่วมกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เห็นและข้อคิดหรอื ประสบการณ์ ท่ี
ไดร้ ับจากกจิ กรรมนี้ ให้ไดข้ ้อสรุปที่เป็นมตขิ องกลุ่ม บันทกึ ผลแล้วส่งตวั แทนนำเสนอหน้าช้นั เรียน
4. นักเรียนสามารถสอบถามเพม่ิ เตมิ และศึกษาแนวสรปุ กิจกรรมจากครูผู้จดั กจิ กรรม
กจิ กรรมการอ่าน เปดิ ประตูสู่การเรยี นรู้
............................................................................
กิจกรรม การอ่าน เปดิ ประตูสกู่ ารเรยี นรู้
วตั ถุประสงค์
1. เพ่ือใหน้ กั เรยี นได้สำรวจตนเองในดา้ นการอา่ น
2. เพื่อให้นกั เรยี นสามารถบอกวิธกี ารอ่านท่ีเหมาะสมในหนังสอื แตล่ ะประเภท
สาระสำคญั
การอา่ นเปน็ เครื่องมือในการรับขอ้ มลู ข่าวสาร รับความรูใ้ หม่ๆในยคุ ปัจจบุ ัน ซึง่ เป็นยคุ ของข้อมลู
ขา่ วสาร การอา่ นจึงเปน็ สิ่งทีส่ ำคัญอยา่ งย่งิ ท่ีจะชว่ ยให้ผอู้ ่านสามารถทจ่ี ะกา้ วเข้าสู่ประตูของความรู้มหาศาล
ตามความสนใจของผู้อ่าน
การดำเนินกิจกรรม
1. นักเรียนบอกถึงความสำคัญของการอา่ นหนงั สือและสิ่งที่จะต้องพฒั นาในการอ่าน
2. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายถึงการอา่ นหนังสือแตล่ ะประเภท โดยวิเคราะหร์ ่วมกนั ว่า ในการอ่าน
หนังสือแต่ละประเภทน้ัน นกั เรียนใช้วธิ ีการอ่านแบบใด
3. อภิปรายสรปุ ถงึ ความสำคัญของการอ่านด้วยวิธีทเ่ี หมาะสม
4. นกั เรียนรวมกลมุ่ กนั อภปิ รายแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั ข้อคิดหรอื ประสบการณ์ทไ่ี ดร้ ับจาก
กิจกรรมนี้
5. นกั เรียนสามารถสอบถามเพ่มิ เติมและศึกษาแนวสรปุ กิจกรรมจากครูผ้จู ัดกจิ กรรม
กจิ กรรมรว่ มด้วยช่วยกนั
................................................................................................
กจิ กรรม รว่ มดว้ ยช่วยกัน
วตั ถปุ ระสงค์
นกั เรียนสามารถวางแผน จัดการ และทำงานรว่ มกับผู้อ่นื ได้
สาระสำคญั
นักเรียนจะเตบิ โตเป็นผู้ใหญ่ที่มคี ณุ ภาพและประสบความสำเรจ็ ในชวี ติ จะต้องมีการวางแผน จัดการ
และทำงานร่วมกบั ผอู้ ื่น
การดำเนินกจิ กรรม
1. ครใู ห้นกั เรียนรวมกลุม่ กนั กล่มุ ละ 4 – 5 คน แล้วเลอื กโครงการที่นกั เรียนทำและประสบ
ความสำเร็จ ภาคภูมใิ จมากที่สดุ ของกลมุ่ มา 1 โครงการและส่งตวั แทนออกมาน าเสนอหน้าชั้นเรยี น ตาม
หัวข้อ ต่อไปนี้
- ช่ือโครงการ………………………………….
- เหตผุ ลทเ่ี ลอื กโครงการน้ี เพราะ..........................
- กระบวนการท างาน..............................................
- ปัญหา อุปสรรคท่ีพบ และการแกไ้ ข.......................
- ข้อคิดที่ได้ ...............................................................
2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรุปภาพรวมของการทำกิจกรรมทัง้ หมด และอภปิ รายถงึ กระบวนการ
ทำงาน เชน่ การวางแผนงาน ขั้นตอนการทำงาน ปัญหาอปุ สรรคในการทำโครงการ
3. ครูเชือ่ มโยงการทำโครงการ ต่าง ๆ กับการประกอบอาชีพ ซ่ึงจะต้องมีการวางแผน การจดั การ
และการท างานรว่ มกบั ผู้อืน่
........................................................
กจิ กรรมความพร้อมในการสอบ
............................................................................................................................. ....
กิจกรรม ความพรอ้ มในการสอบ
สาระสำคญั
การสอบเป็นการประเมินความสามารถทางการเรยี นของนักเรียนวิธหี นง่ึ หากนักเรียนรู้จัก การเตรยี ม
ตัวสอบทด่ี ี จะชว่ ยใหน้ ักเรยี นประสบผลสำเรจ็ ทางการเรียน
วัตถปุ ระสงค์
นกั เรยี นบอกวิธกี ารเตรียมตวั สอบได้
การดำเนนิ กิจกรรม
1. ครใู หน้ กั เรียนทมี่ ผี ลการเรียนดที ่ีสุด 3 คน เลา่ ถงึ วธิ กี ารดหู นงั สอื การเตรยี มตัวสอบ และเทคนิค
การทำข้อสอบให้เพ่ือน ๆในห้องฟัง
2. เปดิ โอกาสให้เพื่อน ๆ ในห้องได้ซักถาม
3. ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภิปรายการเตรยี มตวั สอบ ทัง้ ในระยะก่อนสอบ ระหวา่ งสอบ และหลงั
สอบ
4. ครูนำตัวอย่างข้อสอบเก่าทั้งแบบปรนัยและแบบอตั นยั มาใหน้ กั เรยี นลองทำ
5. ครอู ธบิ ายวธิ กี ารท าข้อสอบท่ดี ี ทั้งการตอบแบบอัตนัยและปรนัย
6. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปขอ้ คิดท่ีได้จากเร่ืองทเ่ี รยี น
กิจกรรมจุดยนื ของฉนั
...............................................................................
กจิ กรรม จดุ ยนื ของฉัน
วัตถปุ ระสงค์
นักเรยี นได้สำรวจตนเองและกำหนดจดุ ยืนของตนเองได้
สาระสำคญั
คนทรี่ ูจ้ ักตวั เราดีท่ีสุดก็คือตวั เราเอง แมว้ ่าเราจะแตกตา่ งจากคนอ่ืน แต่เราก็สามารถท่จี ะยอมรับได้
และภมู ใิ จในการเปน็ ตัวเราได้
การดำเนนิ กจิ กรรม
1. ครูตง้ั คำถามวา่ ใครคือบคุ คลทร่ี ู้จกั ตัวนกั เรยี นมากทสี่ ุด อภปิ รายซักถาม
2. แบ่งนักเรียนเปน็ 5 กลุม่ กลุ่มละ 6 – 8 คน ยืนเรยี งแถว
3. ให้นกั เรียนเรยี งลำดับตามลักษณะต่อไปนี้
– เรียงลำดบั ตามความสงู
– เรยี งลำดบั ตามนำ้ หนกั
- เรยี งลำดบั ตามอายุ
- เรียงลำดบั ตามความสวย/ ความหล่อ
- เรยี งลำดบั ตามความสุข/ อารมณ์ขัน/ ความฉลาด/ การเคารพกฎเกณฑ์
4. ครูต้ังคำถามถงึ ความรู้สกึ ของนกั เรยี นทยี่ ืนในลำดบั ตา่ ง ๆ
- นกั เรยี นรสู้ กึ อยา่ งไรท่ยี นื ในตำแหน่งนี้ ยอมรับหรือไม่ เพราะอะไร
- พอใจกับการท่สี วย/หล่อน้อยทสี่ ดุ หรอื มีความสุขน้อยหรือไม่ เพราะอะไร
..........................................................
กจิ กรรม การพฒั นาตนดา้ นการเรยี น
...........................................................................
กจิ กรรม การพฒั นาตนดา้ นการเรยี น
วัตถปุ ระสงค์
1. เพ่ือใหน้ ักเรยี นไดป้ ระเมินตนเองในด้านการเรยี น
2. เพือ่ ให้นกั เรยี นสามารถบอกวธิ ที จ่ี ะพฒั นาตนเองในเรื่องการเรยี น
สาระสำคญั
การส่งเสรมิ ให้นักเรียนได้สำรวจและรจู้ ักตนเองในเรื่องการเรียน จะชว่ ยใหน้ กั เรยี นมองเหน็
แนวทาง ในการพฒั นาตนเอง ดา้ นการเรยี นให้ประสบความสำเรจ็
การดำเนนิ กจิ กรรม
1.ครอู ธิบายเกณฑ์การจบหลักสตู ร
2. ให้นกั เรยี นรายงานการแก้ไข 0, ร, มส, มผ สำหรบั นักเรยี นทม่ี ผี ลการเรยี นดังกลา่ ว
3. ให้นกั เรยี นรายงานผลการเรียนเฉลย่ี รายวชิ าแต่ละภาคเรียน โดยเสนอเป็นกราฟแทง่
4. ให้นกั เรียนท่ีไดผ้ ลการเรยี นดใี นแต่ละรายวชิ า เลา่ วิธีการเรียนทท่ี ำให้ประสบความสำเร็จ
5. ครนู ำอภปิ รายเร่อื งการจัดแบง่ เวลาในการ......................
- การทำการบา้ น
- การดหู นงั สือ
- การทำกจิ กรรมนอกหลักสูตร
- การชว่ ยงานผ้ปู กครอง
- การทำโน้ตยอ่ ฯลฯ
..........................................................
กจิ กรรมการจดั ตารางเวลาเพื่อสร้างลักษณะนิสยั ที่ดีในการเรียน
.........................................................................................................
กจิ กรรม การจดั ตารางเวลา เพ่ือสร้างลกั ษณะนสิ ยั ทด่ี ใี นการเรยี น
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรียนตระหนกั ถึงความสำคญั ของการจัดตารางเวลา
2. นักเรยี นสามารถจดั ตารางเวลาได้เหมาะสมตามความพร้อมของตนเอง
กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครแู นะนำตวั เอง และทักทายนกั เรียน
2. ครูนำแผ่นป้ายที่เขียนข้อความวา่ “เวลาและวารี ไม่ยนิ ดีคอยทา่ ใคร”
3. นักเรียนและครูรว่ มกันอภิปรายข้อความน้วี า่ มีความสำคัญและเกยี่ วข้องกบั ตัวนักเรยี นอย่างไร
และนักเรยี นมีปัญหาเก่ยี วกับการใชเ้ วลาอย่างไร
4. สุ่มนกั เรยี น ๒-๓ คน ให้มาเลา่ ถึงการใชเ้ วลาของตนเอง โดยใชเ้ วลาประมาณคนละ๒-๓ นาที
5. รว่ มกนั สรุปให้เห็นวา่ คนเราแตล่ ะคนมคี วามพรอ้ มต่างกัน การจัดตารางเวลาของแต่ละคน ก็
ย่อมขนึ้ อย่กู บั ความพร้อมของคน ๆ นน้ั
6. ครูแจกใบงานและตารางเวลาให้นกั เรยี นแตล่ ะคน เพ่ือใหน้ กั เรียนใช้จัดเวลาสำหรบั ตนเอง
7. ครแู ละนักเรยี นชว่ ยกันสรปุ ว่าตารางเวลามีผลในทางปฏิบตั ิก็ตอ่ เม่อื ผูเ้ ปน็ เจ้าของตารางนน้ั มวี นิ ยั
ในตนเอง และปฏิบตั ติ ามตารางนัน้ อย่างสม่ำเสมอ
8. นกั เรียนตอบคำถามจากใบงานที่ครแู จกให้
กจิ กรรม สิทธิ หน้าท่ี ระเบยี บวินยั
............................................................................................
กิจกรรม สทิ ธิ หน้าที่ ระเบียบวินยั
สาระสำคัญ
สิทธิ คอื ส่งิ ทีน่ ักเรียนควรไดร้ ับ การมีสิทธใ์ิ นการเรียน การไดร้ บั ความรู้ การท างานรว่ มกบั เพื่อน และ
มสี ิทธ์ติ ามท่โี รงเรียนกำหนด
หนา้ ท่ี คือ ความรบั ผดิ ชอบต่อครู-อาจารย์ ตอ่ โรงเรยี น เช่น นักเรียนมีหนา้ ที่เรยี น มหี น้าที่ฟังครู
อธบิ าย มหี นา้ ทีเ่ คารพครู มีหน้าทีท่ ำความสะอาดหอ้ งเรยี น มีหนา้ ทท่ี ำตามกฎระเบียบของโรงเรยี น
วินัย คือ การฝกึ กาย วาจา ใจใหอ้ ยใู่ นทางทีด่ งี าม เหมือนดอกไม้ที่ถูกจดั ใส่แจกันจะดมู ีค่าสวยงามกวา่
ดอกไมท้ ี่กองไว้
จุดประสงค์
1. เพอื่ ให้นักเรยี นบอกถงึ สิทธิ หนา้ ที่ ในการเปน็ นักเรยี น
2. เพื่อใหน้ กั เรยี นบอกถึงระเบยี บวินัยของโรงเรียนได้
3. เพื่อใหน้ ักเรยี นควบคุมตนเองให้อยใู่ นระเบียบวนิ ยั ได้
4. เพ่ือใหน้ กั เรยี นรบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ท่ีและทำตามระเบียบวินยั ของโรงเรยี นได้
การจดั กิจกรรม
1. ให้นักเรียนช่วยกนั นำเสนอสทิ ธิของนกั เรยี น
2. ให้นกั เรียนบอกหน้าท่ีของนักเรยี นต้องทำอะไรบ้าง
3. น าดอกไม้มากองรวมกัน และเปรยี บเทยี บกับดอกไม้ที่ถกู จดั ลงในแจกันแล้วใหน้ กั เรียนวจิ ารณว์ ่า
สวยกว่ากนั เพราะอะไร
4. นักเรียนชว่ ยกนั สรุปวา่ เกี่ยวขอ้ งกับระเบียบวินยั อย่างไร
5. ครูสรุป
กิจกรรมในห้องน่ามอง
.................................................................................
กจิ กรรม ในห้องนา่ มอง
วัตถปุ ระสงค์
นักเรียนได้รว่ มกนั คิดและทำใหห้ อ้ งเรียนสะอาด สวยงาม
สาระสำคัญ
หอ้ งเรยี นเปรียบเหมือนบา้ นแห่งท่ี 2 ของนักเรยี น ซง่ึ จะต้องใช้ชวี ติ ในการศึกษาหาความรใู้ นแตล่ ะวนั
ไม่นอ้ ยกว่าวนั ละ 7 ชั่วโมง การร่วมกันคิดทีจ่ ะสร้างบรรยากาศของห้องเรยี นใหส้ ะอาด สวยงาม จงึ เปน็ ภารกจิ
ของนักเรียนทุกคน
การดำเนินกจิ กรรม
1. ครชู วนนกั เรยี นสนทนาวา่ ห้องเรียนของเราเปรยี บเหมือนบ้านแหง่ ที่ 2 ของนกั เรยี น ห้องเรยี นก็
ควรจะได้รับการดูแลให้มีบรรยากาศทส่ี ะอาด สวยงาม น่าเรยี นรู้
2. อภปิ รายซกั ถามถึงสิ่งทนี่ ักเรยี นคิดว่า ควรจัดทำเพ่ือสร้างบรรยากาศให้นา่ เรียน จดบนกระดาน
3. นกั เรยี นเลือกในสง่ิ ท่ีควรนำไปสกู่ ารปฏบิ ัติ จากส่งิ ทน่ี ำเสนอบนกระดาน
- แบง่ หนา้ ท่คี วามรับผิดชอบ
- กำหนดวัน เวลา
- รายละเอียดการดำเนนิ การ
4. อภิปรายสรุป ให้ร่วมมอื กันทำเพ่ือความสุขของทุกคน
..........................................................
กจิ กรรมจรรยาบรรณของนกั เรยี น
..................................................................................................
กจิ กรรม จรรยาบรรณของนักเรยี น
จดุ ประสงค์
1. เพอ่ื แจ้งและกลา่ วยำ้ กับนักเรยี นในเรอื่ ง ความประพฤติ และกรยิ ามารยาทท่ีควรปฏบิ ตั ิ
สาระสำคญั
จรรยาบรรณของนักเรยี น คือความประพฤติและกริยามารยาททีค่ วรปฏิบัติ มีดงั น้ี
1. พงึ ใช้เวลาสว่ นใหญ่ในชวี ติ นักเรียน เรียนหนังสอื ศึกษาหาความรูแ้ ละจรยิ ธรรม นกั เรียนต้อง
ประพฤตปิ ฏิบัตติ นให้สมกับไดช้ อ่ื วา่ “ นักเรียน แปลวา่ ผู้มีความยอดเยยี่ มทางการเรียน” การเรียนจะให้
ได้ผลดตี อ้ งอุทิศทุ่มเทใช้เวลาศึกษาหาความรู้และเพ่ิมพูนคุณธรรมความดีใสต่ ัว
2. พึงเป็นผู้ยึดมั่นในคุณธรรม 4 ประการ และค่านยิ ม 5 ประการ
คุณธรรม 4 ประการ
ประการแรก คือ การรกั ษาความสัจ ความจริงใจต่อกนั ที่จะประพฤตปิ ฏิบตั ิแตส่ ง่ิ ที่ เป็น
ประโยชน์และเปน็ ธรรม
ประการท่ีสอง คือ การรู้จักข่มใจตนเอง ฝกึ ใจตนเองให้ประพฤตปิ ฏิบตั ิอยู่ใน ความสจั ความ
ดี
งาม
ประการที่สาม คือ การอดทน อดกลน้ั อดออม ทจี่ ะไม่ประพฤตลิ ว่ งความสจั สุจรติ ไม่วา่ ดว้ ย
เหตผุ ลประการใด
ประการที่สี่คือ การรจู้ กั ละวางความชั่ว ความทุจรติ ความรู้จักสละ ประโยชนส์ ว่ นนอ้ ยของ
ตน
เพอ่ื ประโยชน์สว่ นใหญ่ของสังคม
คา่ นิยม 5 ประการ คอื
1. พ่ึงตนเอง มีความขยนั มน่ั เพยี ร มีความรับผดิ ชอบ
2. ประหยดั อดออม
3. มีระเบยี บวินยั และเคารพกฎหมาย
4. ปฏบิ ตั ิตามคณุ ธรรมของศาสนา
5. มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
3. พึงปลูกฝังคุธรรมทีจ่ ำเป็นตามคำขวัญโรงเรียน และนักเรยี นยอ่ มรักศักด์ิศรีของโรงเรียน คอื
ประพฤตปิ ฏิบตั ิตนตามคำขวัญของโรงเรียน
4. พึงให้เกยี รต์แิ ละเคารพครูอาจารย์ในโรงเรียนทุกคน ด้วยกาย วาจา ใจ ท้ังต่อหนา้ และลบั หลงั
5. พงึ เคารพในเหตุผล และความคดิ ทมี่ เี หตผุ ล รับฟังและพิจารณาความคิดเห็นของผู้อื่น ด้วยความ
เตารพ เป็นทางปฏบิ ตั ิแมต้ ้องเสยี สละประโยชน์สว่ นตนบา้ ง
6. พงึ สรา้ งและสะสมความดีเพอื่ ชีวติ ตง้ั ใจศึกษาและทำงานตามคำสัง่ ของผู้มีพระคุณ ทำความดีเพื่อ
สาธารณชน เช่น ชว่ ยงานโรงเรยี น ทำความดเี พ่ือผดงุ ความถกู ต้อง พึงสร้างและสะสม ประพฤตกิ รรมดี
การทำกจิ กรรม
1. ครูยกตัวอย่างรนุ่ พีทีไ่ ดร้ ับเกยี รตบิ ตั ร โล่จากโรงเรียน หรือจากหนว่ ยงานอื่น ๆเพราะเขา
เหลา่ นนั้ ยดึ มนั่ ในจรรยาบรรณของนักเรียน
2. ให้นกั เรียนเสนอชอ่ื เพื่อนเพ่ือเป็นตัวแทนห้องรบั เกยี รติบตั ร (ผ้ทู ม่ี ีคุณสมบัตติ าม
จรรยาบรรณ นักเรียน)
กิจกรรมความดใี นอดีต
...........................................................................................
กจิ กรรม ความดีในอดตี
วัตถุประสงค์
1. เพอ่ื ให้นักเรยี นหยดุ พจิ ารณาการดำเนนิ ชีวติ ท่ดี ีงามของตนเองทผ่ี ่านมาและหาแนวทางการดำเนิน
ชวี ิตท่ดี ีงามท่แี ตกตา่ งไปจากเดิม
2. เพอื่ ใหน้ ักเรยี นพจิ ารณาวา่ การดำเนนิ ชีวติ ของตนเองนนั้ เปน็ ไปตามคา่ นิยมของตนเองหรือไม่
สาระสำคญั
การทบี่ ุคคลระลกึ ถึงความดงี ามทไ่ี ด้กระทำในอดตี จะได้เรียนรู้การครองชวี ิตทด่ี งี ามเป็นการเตือนให้
บคุ คลหมั่นกระทำความดีงามให้มากท่สี ดุ ในเวลาท่ีเรายังมีชีวติ อยู่
การดำเนนิ กจิ กรรม
1. นกั เรยี นเขยี นบรรยายความดีของตนเองในอดีต
2. นักเรียนจบั คู่สนทนาแลกเปลีย่ นคำตอบกับเพื่อนๆ เกย่ี วกบั ความดีในอดีต
3. นักเรียนแบง่ เป็นกลุ่มย่อย กลุม่ ละ 5-6 คน ร่วมกนั อภปิ รายแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับข้อคิด หรอื
ประสบการณ์ทไ่ี ด้รับจากกจิ กรรมนี้ ให้ไดข้ ้อสรุปท่ีเป็นมตขิ องกล่มุ บันทึกผลแล้วสง่ ตัวแทนนำเสนอหน้า ชน้ั
เรยี น
4. นักเรยี นสามารถสอบถามเพิ่มเติมและศึกษาแนวสรปุ กจิ กรรมจากครูผู้จัดกจิ กรรม
กิจกรรมมารยาทในการอย่รู ่วมกนั ในสงั คม
...........................................................................................
กจิ กรรม มารยาทในการอยรู่ ่วมกันในสังคม
สาระสำคญั
คนเราตอ้ งมกี ารพบปะสมาคมพงึ่ พาอาศัยซงึ่ กันและกัน ไม่มใี ครอยูค่ นเดียวในโลกได้ และคนเราจะ มี
ชือ่ เสยี งดีเดน่ คนร้จู กั รักใครน่ ิยมนับถือกอ็ ยู่ทก่ี ารสงั คม สงั คมก็มที ้ังทางดีและทางไม่ดี สุดแตจ่ ะเปน็ สังคม
ชนดิ ใด ถา้ เรารู้จักเลือกสมาคมกับสงั คมดีก็จะเปน็ ประโยชน์ดงั สุภาษิตท่ีว่า “ คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบ
บัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล”
จุดประสงค์
เพ่อื ให้นักเรียนไดท้ ราบและรู้จกั มารยาทในการอย่รู ว่ มกันในสงั คม ย้ำใหข้ ้อคดิ เตือนใจ นำไปปฏิบัติให้
คิด
เป็นนิสัย มีมารยาทอยู่รว่ มกันในสงั คม
การจัดกิจกรรม
1. ใหน้ ักเรยี นศึกษา เร่ือง มารยาทในสังคมมีหลักสำคัญ ดังนี้
1)รจู้ กั วางตน ตอ้ งเป็นคนมีความอดทนมีความสงบเสงย่ี ม การวางตนตอ้ งมที ่าทาง
ธรรมดาอย่า ฝนื ไม่อวดรู้ อวดฉลาด อวดมั่งอวดมี และไม่ควรตตี นเสมอผู้ใหญ่แม้ว่าจะสนทิ สนมคนุ้ เคยกัน
เพยี งใดก็ตาม
2) รจู้ กั ประมาณตน มธี รรมเนียมคนดี 7 ไดแ้ ก่ ร้จู กั เหตุ ผล ตน ประมาณ กาล เวลา
ชมุ ชน และบุคคล โดยไม่ทำตัวเองใหเ้ ด่นเรยี กร้องให้คนอ่ืนสนใจ หรือสรา้ งจุดสนใจในตัวเองมากเกนิ ไป คำ
เตอื นของ “หลวงวิจิตรวาทการ” น่าจะเปน็ ข้อเตือนใจในเรื่องน้ไี ด้วา่ “ จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภยั ไม่มใี คร
เขาอยากเหน็ เราเด่นเกิน”
3) รจู ักการพูดจา ต้องไม่ทกั ทายปราศรยั กบั คนด้วยคำพูดที่เขาจะได้เกิดความอบั
อายในสงั คม และ ไม่คยุ เสยี งดงั หรอื ยกั คิว้ หล่วิ ตาทำทา่ ประกอบจนทำให้เสยี บุคลกิ ภาพ
4) การรจู้ กั ควบคุมอารมณ์ คือร้จู ักข่มจติ ของตน ไมใ่ ชอ้ ารมณร์ ุนแรง เพื่อไมใ่ หล้ ว่ ง
สง่ิ ทค่ี วรลว่ ง ได้แก่ การขม่ ราคะ โทสะ โมหะไม่ให้กำเรบิ เป็นลกั ษณะท่ีสำคัญอยา่ งหนง่ึ คอื รจู้ ักข่มอารมณ์
ตา่ งๆไม่ทำลาย ขา้ วของ ไมพ่ ูดและแสดงกริยาประชดประชนั หรอื เสยี ดสี
5) การสำรวมกรยิ าเมื่อผา่ นผู้ใหญ่ ขณะเดินผา่ นผู้ใหญ่ให้ก้มตัวพองาม หรือหาก
ผูใ้ หญ่กำลงั เดนิ ไม่ ควรว่ิงตดั หนา้ ควรหยดุ ให้ผู้ใหญ่เดินผ่านก่อน หรอื ไม่ควรเดนิ ผา่ นกลางขณะผใู้ หญ่กำลังพูด
กัน
6) รจู้ ักควบคมุ อิริยาบถ ถอื ว่าเปน็ คณุ สมบตั ิทดี่ ี เชน่ เม่อื เราไดย้ นิ เสียงเพลงก็ไม่ควร
เขย่าตัว กระดิก เทา้ หรือเคาะจงั หวะโดยไม่เลอื กสถานที่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวน้ถี ือว่าเป็นการกระทำของคน
ที่ ไมค่ วบคมุ อริ ยิ าบถ และไมเ่ หมาะสมกับกาลเทศะ
2. ให้นักเรียนอภิปรายเกยี่ วกับขอ้ ดีของการมีมารยาทในสงั คม 3. ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกันสรุปผลดี
ของการมีมารยาทในสังคมที่ส่งผลให้เป็นกัลยาณมติ ร
กิจกรรม การผ่อนคลายความเครียด
...................................................................................................
กจิ กรรม การผ่อนคลายความเครียด
วตั ถุประสงค์
1. เพื่อใหน้ ักเรยี นตระหนกั ถึงความสำคัญของการผ่อนคลายความเครียด
2. เพ่อื ใหน้ กั เรยี นร้วู ธิ ีในการผ่อนคลายความเครียด
สาระสำคญั
ความเครียดเกิดขึน้ ได้กบั คนทุกเพศ ทุกวัย ซ่งึ หากนักเรียนรู้เท่าทนั และขจัดออกไปได้ ย่งิ เรว็ เทา่ ไร ก็
จะทำใหส้ ขุ ภาพจติ ดขี ึ้นเทา่ นั้น แต่หากปล่อยใหส้ ะสมมากขึน้ จะส่งผลให้เกิดความเปล่ยี นแปลงทงั้ ร่างกายและ
จิตใจ ทำให้ขาดความสุขในการดำเนินชีวิตและความสามารถในการเรียนลดลง ตลอดจนสง่ ผลกระทบต่อคน
รอบขา้ งได้อีกดว้ ย
การดำเนินกิจกรรม
1. ขออาสาสมคั รนักเรยี นเล่าถงึ สถานการณท์ ่ีตนเองเกดิ ความเครียด และวิธีการจัดการกับ
ความเครียดนน้ั แล้วอภปิ รายร่วมกนั ถงึ สาเหตุและผลของความเครยี ด รวมท้งั แนวทางการขจัดความเครยี ด
2. ครูนำเสนอเทคนิคการผอ่ นคลายความเครียดเบื้องต้น และให้นักเรียนฝึกปฏิบัติตามครู แลว้
นำไปใช้กับตนเอง เชน่ การผ่อนคลายกลา้ มเนือ้ การฝกึ หายใจเพือ่ คลายเครียด เป็นต้น
---------------------------------------------------------
กิจกรรม108 วธิ ี ทำร้ายตัวเอง
..................................................................................
กจิ กรรม 108 วธิ ี ทำรา้ ยตัวเอง
วตั ถปุ ระสงค์
นักเรยี นตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลรา่ งกายและจิตใจของตน
สาระสำคัญ
ในสภาพปัจจบุ ัน เราต่างทำร้ายรา่ งกายและจิตใจของตนเองทกุ วนั ทั้งโดยตงั้ ใจและไมต่ ง้ั ใจ ถา้ เรารกั
ตนเอง ก็ควรดูแลรา่ งกายและจติ ใจ ไม่ให้ถูกตนเองและส่งิ แวดล้อมทำร้าย เพื่อคุณภาพชีวิตทด่ี ี ของเราเอง
การดำเนินกจิ กรรม
1. แบง่ นักเรียนออกเป็น 10 กลุ่ม แจกกระดาษ กล่มุ ละ 1 แผ่น สเี มจกิ กลุ่มละ 2-3 แท่ง 2. ให้
กลุม่ วาดภาพโครงร่างคนลงบนกระดาษ และชว่ ยกนั ระดมความคิดว่า ในชวี ติ ประจำวนั
ของเรา ไดท้ ำอะไรทีเ่ ปน็ การทำรา้ ยตนเอง เขยี นระบุโยงไปท่โี ครงร่างคนในส่วนต่าง ๆ
3. ตัวแทนกลุ่มออกมารายงานหน้าชั้นเรียน
4. อภิปรายซักถาม
5. อภปิ รายสรุปวา่ ไมม่ ีใครทำรา้ ยร่างกายและจิตใจของเราได้ ถา้ เราไมย่ นิ ยอม แต่ในปัจจุบนั
เรากลบั ทำในส่งิ ท่ีไมเ่ กิดผลดีตอ่ ตนเอง เปน็ การท าร้ายตนเองท้งั ทางตรงและทางอ้อม เปล่ยี นความคดิ และ
หันมาดแู ล ปกป้องรา่ งกายและจิตใจของเรา ไมใ่ ห้ถูกตนเองและผูอ้ ืน่ ทำรา้ ยอีกตอ่ ไป
..........................................................
กจิ กรรมรักเพือ่ นตอ้ งเตือนให้เปน็
............................................................................
กิจกรรม รกั เพอ่ื นต้องเตือนให้เปน็
วัตถุประสงค์
นกั เรียนสามารถเตือนเพือ่ นหรือผูใ้ กล้ชิดท่ีมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือเส่ียงต่อการใช้สาร เสพติด ให้
หลกี เลี่ยงหรือเปล่ยี นแปลงพฤตกิ รรมไปในทางที่ถกู ต้อง
สาระสำคัญ
กลุม่ เพ่ือนมีอทิ ธิพลต่อพฤติกรรมวัยรุน่ อย่างมาก การทนี่ ักเรยี นสามารถเตือนเพื่อนหรือผู้ใกลช้ ิดให้
หลีกเลี่ยงหรอื เปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรมเสยี่ งดว้ ยวธิ ีที่เหมาะสม จะชว่ ยปอ้ งกนั เพ่ือนใหป้ ลอดภยั จากสารเสพติด
การดำเนนิ กิจกรรม
1. นำเข้าสู่บทเรยี น โดยครถู ามนักเรยี นว่า “เคยเตือนเพอื่ นบา้ งหรอื ไม่ และในสถานการณใ์ ดบ้าง”
และสมุ่ ถาม 4 -5 คน
2. ให้นักเรียนจับคู่ 2 คน และปรึกษากันวา่ สถานการณใ์ ดบ้าง ทค่ี วรเตอื นเพื่อนใหห้ ลกี เล่ยี งการ
กระทำท่ีไม่ถูกตอ้ ง ครสู ่มุ ถาม 4 – 5 คู่
3. ครูช่วยสรปุ ถึงสถานการณ์ท่ีควรเตือนเพอ่ื น
4. แบ่งนกั เรยี นเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 3 คน ฝึกทกั ษะเตือนเพ่อื นตามสถานการณ์ท่ีกำหนดให้ ดงั นี้
- สถานการณ์ที่ 1 เตือนเพื่อนที่สบู บหุ รี่
- สถานการณ์ท่ี 2 เตือนเพื่อนท่ีดื่มสุราหรือเบยี ร์
- สถานการณท์ ่ี 3 เตือนเพ่ือนทีใ่ ช้ยาบ้า
- สถานการณท์ ่ี 4 เตือนเพ่ือนท่เี ที่ยวกลางคืน
- สถานการณ์ท่ี 5 เตือนเพื่อนทชี่ วนหนีเรยี น 5. ครสู มุ่ แสดงบทบาทสมมตหิ นา้ ชน้ั 2 – 3
กลมุ่ 6. ประเมนิ การฝึก โดยนักเรียนในกลุ่มประเมินกนั เอง ครชู ว่ ยสรปุ ผลการประเมนิ
..........................................................
กจิ กรรมการคบเพ่อื น
.............................................................................................................
กจิ กรรม การคบเพอื่ น
สาระสำคัญ
ในวยั ของนักเรียน “เพ่ือน” นบั ว่ามีอิทธพิ ลต่อนกั เรียนในหลาย ๆดา้ น ถ้านักเรยี นไม่มเี พื่อน หรือไม่
มคี นคบหาสมาคมดว้ ย ก็ต้องพจิ ารณาว่าตนเองมีความบกพรอ่ งหรือสงิ่ ท่ีไมด่ ีอะไรบ้าง เราตอ้ งปรบปรงุ
ข้อบกพร่องหรอื สง่ิ ท่ไี มด่ ีตา่ ง ๆใหห้ มดหรือลดน้อยลง
จุดประสงค์
1. เพ่อื อธบิ ายชแ้ี จงแนวปฏบิ ัตติ นท่ีเหมาะสมในการคบเพือ่ น สามารถนำไปใชใ้ นการปรับตัวให้เขา้
กับผอู้ ืน่ ไดเ้ ปน็ อย่างดี
การจดั กิจกรรม
ครูนำขอ้ เสนอแนะการปฏบิ ัติตนในการคบเพื่อน
1. การพูดคุย
1.1 การพดู คุยเรอ่ื งใดกต็ ามให้พจิ ารณาเร่ืองใดควรพูดเร่ืองใดไม่ควรพูดและถ้าจะพูดควรพดู
ในเวลาใด
1.2 ใช้คำพดู ทสี่ ุภาพ ไมล่ ่วงเกินด้วยคำพูด ไม่พดู ลามปาม ไม่พูดตะโกนหรือพดู กระโชกโฮก
ฮาก
1.3 ไมพ่ ูดลอ้ เลียน ไม่นำช่อื บิดา –มารดา หรอื สิ่งท่ีเคารพนับถอื ไปพูดล้อเลยี น หรือลบหลู่
ดูหม่นิ
1.4 หลกี เลย่ี งการใช้คำพูดท่รี นุ แรง ไม่พูดเหน็บแนม ไม่พูดเสียดสี ไมน่ นิ ทาใหร้ า้ ยปา้ ยสี
2. การแสดงกิริยาทา่ ทาง
2.1 แสดงกิริยาทา่ ทางเหมาะสมกับกาลเทศะ
2.2 ไม่ใชอ้ วยั วะทไี่ มเ่ หมาะสมหยอกล้อกนั หรือเล่นกันด้วยความรุนแรง เช่นใช้เท่าเตะ ใช้
มือตบ ศรี ษะ เปน็ ต้น
3. การแตง่ กาย แตง่ กายใหเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ เชน่ ไมใ่ ส่ชุดนอนไปเดนิ เลน่ กบั เพ่ือนต่าง
เพศ เป็นต้น
4. การนัดหมาย
4.1 กำหนดเวลานัดหมายทแ่ี นน่ อน และต้องไปใหต้ รงเวลานัดหมาย ถ้าไม่ได้ไปหรือมี
เหตุขดั ข้องต้อง แจ้งให้เพ่ือนทราบลว่ งหนา้
4.2 เวลานดั หมายท่ีเหมาะสมต้องไมน่ ัดหมายกนั ในเวลากลางคืน ถ้ามีความจำเปน็ ไมค่ วร
นัดหมายกันในเวลาดึก และควรมญี าตพิ ีน่ ้องไปเป็นเพื่อนด้วย
5. การให้ความช่วยเหลือ – การมนี ้ำใจซึ่งกันและกนั การช่วยเหลือเพื่อนจะต้องช่วยเหลอื ใน
ส่ิงที่ถกู ต้องและเหมาะสม ไม่ช่วยเหลอื ในทางทีผ่ ิด ไมเ่ อาเปรยี บเพ่ือน
ครสู รุป ใหข้ อ้ คดิ ในเรื่องการคบเพื่อน
การคบเพอ่ื นนนั้ ในบางคร้งั อาจมกี ารกระทบกระท่งั กนั บ้างในเร่ืองของคำพูด กิริยาทา่ ทาง
การกระทำ อารมณต์ ่าง ๆ ดงั นน้ั การคบหาสมาคมกับเพื่อนตอ้ งมีใจหนกั แนน่ มั่นคงยอมรับฟังเหตผุ ล
ร้จู ัก ให้อภยั และมนี ำ้ ใจซึ่งกันและกนั จึงจะทำให้มิตรภาพหรือความเป็นเพอ่ื นยืนยาว
กิจกรรม ความรับผิดชอบในการเรยี น
........................................................................
กจิ กรรม ความรับผิดชอบในการเรียน
วัตถุประสงค์
1. เพ่ือใหน้ กั เรียนได้ประเมนิ ตนเอง เรื่อง ความรบั ผดิ ชอบในการศึกษาเลา่ เรียน
2. เพ่อื ใหน้ ักเรยี นสามารถบอกแนวปฏบิ ัติและผลดขี องการมีความรบั ผิดชอบในการศึกษา เล่าเรยี น
สาระสำคัญ
ความรับผดิ ชอบในการศึกษาเลา่ เรยี น หมายถึง การทน่ี ักเรียนศึกษาเล่าเรยี นจนประสบความสำเร็จ
ตามความมุ่งหมายดว้ ยความขยันหมน่ั เพียร อดทน เข้าหอ้ งเรยี น และทำงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมายตรงตามเวลา
เม่อื มปี ัญหาหรอื ไม่เข้าใจบทเรียนก็พยายามศึกษาค้นควา้ ซักถามครูอาจารย์หรอื ปรึกาหารอื ในกลุ่มเพ่ือน มี
ความพยายามแก้ไขปรับปรงุ และพัฒนาตนเองอยเู่ สมอ
การดำเนินกจิ กรรม
1. นกั เรยี นบรรยายถงึ พฤตกิ รรมท่นี กั เรียนควรปรับปรงุ และแก้ไข
2. นกั เรียนเขยี นบนั ทึกพฤติกรรมที่นกั เรยี นเคยทำจริงในชีวิตประจำวนั
3. นักเรยี นรวมกลุ่ม 5-6 คน อภปิ รายถึงความหมาย แนวปฏิบตั แิ ละผลดีของการรบั ผิดชอบใน
การศกึ ษาเลา่ เรียน บันทึกลงในใบงาน ตวั แทนกลุ่มออกมารายงานหนา้ ชนั้ เรยี น
4. อภปิ รายซักถามถงึ แนวปฏิบัติ เพอื่ แสดงถงึ ความรับผดิ ชอบในการศึกษาเลา่ เรยี น
5. อภปิ รายสรปุ ถงึ ความสำคัญของการมีความรับผิดชอบในการศกึ ษาเล่าเรยี น
6. นกั เรียนสามารถสอบถามเพ่มิ เตมิ และศกึ ษาแนวสรปุ กจิ กรรมจากครูผู้จัดกจิ กรรม
กิจกรรมความกตัญญู
...............................................................................
กจิ กรรม ความกตญั ญู
สาระสำคัญ
กตญั ญู หมายถงึ การร้จู กั บุญคูณ อะไรก็ตามทเ่ี ปน็ บญุ หรอื มีคณุ ต่อเราแลว้ ไมว่ า่ จะมาหรือนอ้ ยกต็ าม
เราจะระลกึ นึกถึงดว้ ยความซาบซ้งึ ไม่ลืม สิ่งทคี่ วรกตัญญู
1. กตัญญตู อ่ บุคคล เช่น พระสงฆ์ พระมหากษัตรยิ ์ บิดามารดา ครู – อาจารย์ โดยการเปน็ ลกู ทีด่ ี
เปน็ ศิษยท์ ดี่ ี และเป็นพลเมืองดี
2. กตัญญูต่อสิง่ ของ เช่น สถานศกึ ษา วดั ตน้ ไม้ ป่าไม้ วสั ดุอุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการหาเลี้ยวชพี จะต้อง
ดแู ลรกั ษาปฏิบตั ิต่อสิง่ น้ันด้วยดี ไมล่ บหลู่ดแู คลน ไมท่ ำลาย
3. กตญั ญตู อ่ ตนเอง เพราะร่างกายเปน็ อุปกรณ์สำคัญที่เราไดใ้ ชอ้ าศัยในการทำความดี สร้าง ความสขุ
ความเจริญจงึ ต้องดูแลรักษา ไม่นำพาตนเองไปเกย่ี วข้องกับความชวั่ เป็นต้น
จดุ ประสงค์
1. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนเป็นคนมีความกตญั ญกู ตเวที
2. เพ่ือใหน้ ักเรียนมีจติ ใจผ่องใสมองโลกในแง่ดี
3. เพื่อให้นักเรียนเปน็ ทส่ี รรเสริญของผู้พบเหน็
การจดั กิจกรรม
1. ครูนำนทิ านหรอื ขา่ วเกี่ยวกับความกตญั ญูกตเวทีของดาราศิลปนิ เลา่ ใหน้ ักเรียนฟัง
2. นกั เรียนชว่ ยกนั อภปิ รายถึงผลทีไ่ ด้รับจากการเปน็ คนมีความกตัญญูกตเวที
3. นักเรยี นและครรู ่วมกนั สรุปถึงความกตัญญู และสิง่ ท่ีควรกตัญญู
สอ่ื / อุปกรณ์
1. ภาพขาวจากหนังสอื พิมพ์
2. ภาพบรรยากาศและส่ิงของที่เปน็ บญุ คุณ ท่ีเก็บบูชาไว้เพราะมบี ญุ คุณ
กจิ กรรมความรักสถาบัน
...................................................................................................
กิจกรรม ความรักสถาบัน
เนื้อหาสาระ
สถาบนั การศึกษาเป็นแหลง่ ให้ความรแู้ ละการศึกษาอบรม กลอ่ มเกลาให้นักเรยี นเป็นคนดีของ สังคม
สถานศึกษานบั เปน็ สถานท่ีแห่งหนงึ่ ทีม่ บี ญุ คูณแก่นกั เรยี น นักเรยี นควรรักและแสดงความกตัญญู กตเวที สิ่งที่
นกั เรียนสามารถแสดงออกซึ่งความรกั สถาบัน เชน่
1. แตง่ กายให้ถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียน สะอาด เรียบร้อย เป็นทช่ี นื่ ชม และศรัทธาของผู้พบ
เหน็
2. มกี ริยามารยาทเรียบร้อยพูดจาไพเราะประทับใจผู้ฟงั
3. มีนำ้ ใจเอือ้ เฟอ้ื ใหค้ วามร่วมมอื กบั สถาบนั
4. รักและดแู ลสถาบัน ให้สะอาดร่มร่ืน สวยงาม ตลอดจนรักษาสาธารณสมบตั ิใหใ้ ชไ้ ด้คงทนถาวร ไม่
ขดี เขียนทำลาย
5. ตั้งใจศึกษาเลา่ เรียน พยายามสร้างชอ่ื เสียงในทกุ ๆดา้ น
6. สอดสอ่ งดูแลสิ่งที่ทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสยี งแลว้ แจง้ ให้ครอู าจารยท์ ราบจะได้รว่ มมอื กันแก้ไข
7. ไม่ทะเลาะวิวาทหรอื มีพฤตกิ รรมไมเ่ หมาะสมซ่ึงเปน็ การท าลายชอื่ เสยี งของสถาบนั
8. ชอ่ื ฟงั คำสั่งสอนของครู-อาจารย์
จดุ ประสงค์
1. เพอ่ื ปลกู ฟังใหน้ กั เรียนรักและภาคภูมิใจในสถาบันของตนเอง
2. เพ่ือใหน้ ักเรียนช่วยกนั พฒั นา รกั ษาชือ่ เสยี งของสถาบนั ตนเอง
การจดั กิจกรรม
1. ครูให้นักเรยี นอภิปรายถึงความสำคัญของโรงเรียน สง่ิ ท่ีนักเรียนไดร้ ับจากโรงเรียนมีอะไรบา้ งแล้ว
ชว่ ยกันสรปุ เป็นขอ้ ๆ
2. ให้นักเรียนชว่ ยกนั ตอบในสิ่งทนี่ ักเรยี นควรทำเพ่ือเปน็ การแสดงความรกั ความกตัญญูต่อโรงเรยี น
และสรปุ เป็นข้อ ๆพิมพต์ ดิ ไว้ทีป่ า้ ยนิเทศเพื่อเตอื นใจนักเรียน
สือ่ / อุปกรณ์
ภาพสวนหย่อมท่สี วยงาม รม่ รนื่ ( จากหนงั สือสวนรวยโรงเรียนงาม ) ภาพโรงเรยี นขณะที่นักเรียน
ปฏิบัตกิ จิ กรรมหน้าเสาธง / กิจกรรมวันปัจฉมิ นเิ ทศ
กิจกรรมภัยของวัยร่นุ
......................................................................................
กจิ กรรม ภยั ของวัยรุ่น
วัตถุประสงค์
1.ให้นักเรยี นเขา้ ใจสภาพของวยั รนุ่ โดยท่ัวๆไป
2. ให้นกั เรียนรู้จกั ภยั ของวัยรุ่นวา่ มีอะไรบ้าง
3. ใหร้ ูจ้ ักป้องกันตนเองจากภัยเหล่านั้น
สาระสำคญั
วยั รุน่ คือ วยั ที่กำลงั เปล่ยี นแปลงจากสถานภาพของเดก็ เป็นผู้ใหญ่ ซ่ึงมกี ารเปล่ยี นแปลงทาง
สถานภาพทางร่างกาย และมีผลทำให้สภาพทางดา้ นจิตใจเปล่ียนแปลงไปด้วย เชน่ อารมณร์ นุ แรง ขาดความ
ยงั้ คดิ ชอบทดลอง อยากรู้ อยากเหน็ ยึดเพื่อเปน็ แบบอย่าง ภัยที่วัยรุ่นควรระมัดระวัง คือ การคบเพ่ือน ยา
เสพติด โจรผรู้ า้ ย อุบัตเิ หตตุ า่ งๆ สถานเริงรมย์ต่างๆ เปน็ ต้น
การดำเนนิ กิจกรรม
1. ให้นักเรียนศกึ ษาจากขา่ วหนังสอื พมิ พ์หรือแหลง่ สบื ค้นอื่นๆและใหน้ กั เรียนชว่ ยกันวิเคราะหข์ ่าว
2. นกั เรียนนำเสนอ แนวทางในการปอ้ งกันภยั เหลา่ นั้น
กิจกรรมการวางตัวต่อเพื่อนต่างเพศ
...................................................................................................
กจิ กรรม การวางตัวตอ่ เพื่อนตา่ งเพศ
วัตถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ใหน้ ักเรียนมีความรู้เรื่องการคบเพื่อนต่างเพศ
2. เพื่อใหแ้ นวทางในการนำไปประพฤตปิ ฏิบัติดถุ ูกต้องเหมาะสม
3. เปน็ การช่วยรกั ษาขนบธรรมเนยี มของวฒั นธรรมไทย
4. เพ่อื รกั ษาเกียรติ ชื่อเสียง วงศ์ตระกลู ของตวั เองและสถาบัน
สาระสำคญั
การคบเพอื่ นต่างเพศนน้ั เปน็ ส่งิ ทีจ่ ะแนะแนวทางกนั ได้ การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์กจ็ ะเป็นแนวทางหนง่ึ
ที่จะขจัดปัญหาเรอ่ื งเพศ ซงึ่ อาจจะเกดิ ขึ้นได้ สงั คมไทยเราถือวา่ หญิงยงั ควรรักนวลสงวนตวั และสภุ าพ
ประพฤตใิ นสงิ่ ท่ีดงี ามทห่ี ญงิ ไทยควรกระทำให้เปน็ นิสัยความเคยชิน สว่ นชายกจ็ ะต้องมีความเป็นสภุ าพบรุ ษุ
เสียสละ และให้เกยี รตผิ ้หู ญิง
การดำเนนิ กจิ กรรม
1. ครูพดู ถึงธรรมชาติของเพศและวยั
2. ครยู กตวั อยา่ งข้อปฏบิ ตั ทิ ี่ไมเ่ หมาะสม ไม่ดีของคนในสงั คมปัจจบุ ัน
3. ครแู ละนักเรียนร่วมกันยกตวั อยา่ งข้อปฏิบตั ิท่ดี ีในสังคม
กจิ กรรมทำงานไมค่ ั่งคา้ ง
.............................................................................................
กจิ กรรม ทำงานไมค่ งั่ ค้าง
วตั ถุประสงค์
1. เพื่อให้นกั เรยี นมคี วามขยันหม่นั เพยี รในการทำงาน
2. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนร้จู ักวธิ ีปฏบิ ัตติ นไม่ให้งานค่งั คา้ ง
3. เพ่อื ใหน้ กั เรยี นมีความสขุ ในการทำงาน
สาระสำคัญ
วิริยะ คอื ความพากเพยี ร ความไม่ท้อถอย คนทีม่ ีความวิริยะจะไมเ่ กยี จครา้ นการงานจะไมค่ ่งั ค้าง
งานคง่ั ค้าง เพราะ
- ทำงานไม่ถูกกาล เช่น เม่ือถึงวัยเรียนกลบั ไม่ตง้ั ใจศึกษาเล่าเรยี น
– ไม่ยอมทำงาน คือ ชอบผดั วันประกันพรงุ่ หรือสาเหตตุ ่างๆมาอ้าง วธิ ีทำงานให้เสรจ็ การทำงานให้
เสรจ็ ควรใชห้ ลักอิทธบิ าท 4 คอื
1. ฉันทะ คอื ความรักงาน
2. วริ ิยะ คอื ความพากเพยี ร ความไม่ทอ้ ถอย
3. จติ ตะ คือ ความเอาใจใส่ ไมป่ ลอ่ ยปละละเลยกับงานของตน
4. วิมงั สา คอื ท างานด้วยปัญญาใช้ปัญญาพิจารณางาน เพื่อให้งานนั้นสำเร็จลุลว่ งตามที่คาดหวัง
การดำเนนิ กิจกรรม
1. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันอภปิ รายสาเหตขุ องงานที่คงั่ คา้ งแลว้ สรปุ เปน็ ข้อๆ
2.ใหน้ กั เรียนช่วยกนั หาวธิ แี กก้ ารท างานท่ีคง่ั ค้างใหส้ ำเรจ็ ลลุ ว่ ง
3.ครสู รุปเพม่ิ เตมิ ใหน้ ักเรียนนำไปปฏิบัติ และติดตามผล
กจิ กรรมความขยนั สคู่ วามสำเร็จ
.....................................................................................................
กจิ กรรม ความขยนั สู่ความสำเรจ็
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เพื่อใหน้ ักเรียนตระหนกั ถึงความสำคัญและผลดขี องความขยนั
2. เพอ่ื ให้นักเรียนมที กั ษะท่ีดีในเรอ่ื งความขยนั โดยเฉพาะอย่างย่ิงด้านการเรียน
3. เพอื่ ให้นกั เรียนไดร้ ูจ้ ักตนเอง และสำรวจตนเอง พร้อมที่จะปรับปรุงหรือพฒั นาให้ตนเองมีความ
ขยันเพ่มิ ขนึ้ ต่อไป
สาระการเรยี นรู้
ความขยันเป็นสิ่งที่ดี และสามารถจะนำบุคคลให้ประสบความสำเร็จในส่ิงทต่ี นเองหวงั ไว้ โดยเฉพาะ
อยา่ งในเร่ืองการเรยี น หากนักเรียนเกียจคร้าน ไม่มีความขยันศกึ ษาเล่าเรยี น กจ็ ะทำให้นกั เรยี นเรยี นได้ไม่ดี
เทา่ ทีค่ วร
กิจกรรมการเรยี นรู้
1. นักเรียนร่วมกนั อภปิ รายตามความเข้าใจของตนเองว่า “ความขยนั คืออะไร” และ “ความขยนั มี
ความสำคญั หรือมีประโยชนอ์ ยา่ งไร”
2. นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปราย การปฏิบัตติ นเกย่ี วกบั ความขยันกบั การเรียน ความขยนั กบั การทำงาน
กลุม่ และ ความขยันกบั อาชพี
3. ให้นักเรยี นทำแบบทดสอบ “ความขยันสูค่ วามสำเรจ็ ” พรอ้ มแปลผลแบบทดสอบ
4. นกั เรียนดแู ลของแบบทดสอบ แล้วนำมาปรบั ปรงุ หรอื พัฒนาตนเอง หากระดับของความขยันมี
น้อย
5. นักเรียนบนั ทกึ การวเิ คราะห์ตนเองในใบงาน “ความขยันสคู่ วามสำเรจ็ ”
การวัดและการประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการทำแบบทดสอบ
2. สงั เกตจากการมีส่วนร่วมในการอภิปราย
แบบทดสอบความขยันส่คู วามสำเรจ็
ใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบเกี่ยวกับความขยันของตนเองโดยขดี เครอ่ื งหมาย ว่ามลี ักษณะเชน่ ใด โดย
ตอบใหต้ รงกบั ความคิดหรอื ความรูส้ ึกของตนเองมากท่สี ุด ดงั ต่อไปน่ี
ขอ้ ข้อความ ใช่ ไมใ่ ช่ บางคร้ัง
32 1
1 ข้าพเจา้ อยากเรียนหนงั สือมากกว่าทำอยา่ งอน่ื
2 ขา้ พเจ้าทำการบ้านทกุ วิชาท่คี รูใหโ้ ดยสมำ่ เสมอ
3 ข้าพเจ้าตั้งเปา้ หมายชวี ติ ไวแ้ ล้ว และจะดำเนนิ การตามนั้น
4 ข้าพเจา้ ชอบคน้ คว้าบทเรยี นในเรอื่ งทสี่ นใจเปน็ พิเศษ
5 ข้าพเจ้าชอบอธบิ ายบทเรยี นยากๆ ใหเ้ พื่อนฟังเสมอ
6 ข้าพเจา้ มกั จะดหู นงั สือโดยพยายามทำความเขา้ ใจบทเรยี นอยู่
เสมอ
7 ขา้ พเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าชอบเรียนหนงั สอื มากกวา่ บริการผู้อ่นื
8 ขา้ พเจา้ ชอบมาโรงเรียนทุกวัน
9 ข้าพเจ้าเหน็ ว่าการน่ังเรียนในหอ้ งเรียนเปน็ เรอื่ งที่น่าเบื่อหนา่ ย
10 ข้าพเจ้ามคี วามสุขทกุ ครั้งที่ให้บรกิ ารเพื่อนหรือครู
11 เมือ่ ครสู ั่งใหเ้ ขยี นรายงานส่งข้าพเจ้ามักจะสง่ ทนั ตาม
กำหนดเวลาเสมอ
12 ถ้าขา้ พเจา้ ไดร้ บั มอบหมายใหท้ ำกจิ กรรมอน่ื ๆ นอกบทเรียน ขา้ พเจา้ จะ
มีความรสู้ กึ ต่ืนเตน้ และสนใจ
13 เมื่อข้าพเจา้ ไดร้ ับมอบหมายใหท้ ำงานใด ๆ ข้าพเจา้ จะทำงาน
นน้ั ได้สำเร็จ
14 ถ้ามีใครมาขอความรว่ มมือจากขา้ พเจ้าในเรื่องที่ไม่ใช่การเรียน
ข้าพเจ้ามกั จะใหค้ วามรว่ มมอื
15 เมือ่ มวี ันเวลาว่าง ข้าพเจ้าชอบทำงานอดเิ รกมากกวา่ นั่งท่อง
หนงั สอื
การแปลผลคะแนน
31-45 คะแนน หมายถงึ นักเรียนเปน็ คนขยนั ในการเลา่ เรยี น มีความมานะพยายาม สนใจศึกษาหา
ความรใู้ นเรอื่ งบริการ หรือชว่ ยเหลอื ผอู้ ืน่ นักเรียนคดิ วา่ เป็นสง่ิ ท่ีนา่ ภมู ใิ จ ฉะนน้ั นักเรยี นควรจะฝกึ ให้มีนิสัยรัก
การทeงาน แล้วจะเปน็ คนทน่ี ่าคบมาก
16-30 คะแนน หมายถึง นกั เรียนเป็นคนทำตามอารมณ์ของตนเอง นกั เรียนพอใจจะทำสิง่ ใดก็ทำสงิ่
นัน้ ถ้าไม่ชอบก็ไม่อยากทำ ควรปรับปรงุ ตนเองให้มนี สิ ยั รักความขยัน แล้วนักเรียนจะประสบความสำเรจ็ ในทุก
ดา้ น
1-15 คะแนน หมายถึง นกั เรยี นเป็นคนค่อนข้างจะไม่ขยันในการเล่าเรยี น แต่มีความสุขในการ
ท างานบริการผู้อนื่ มจี ิตใจโอบอ้อมอารี เปน็ คนท่ีน่ารักมาก ๆ สามารถดำเนนิ ชีวติ อย่างมีความสุข