ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสิทธิมนุษยชน
ข้อ 1 มนุษย์ท้งั ปวงเกดิ มำมอี สิ ระและเสมอภำคกนั ในศักด์ิศรีและสิทธิ ต่ำงใน
ตนมีเหตุผลและมโนธรรม และควรปฏบิ ตั ิต่อกนั ด้วยจิตวญิ ญำณแห่งภรำดร
ภำพ
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสิทธมิ นุษยชน
ข้อ 2 ทุกคนย่อมมีสิทธิและอสิ รภำพท้งั ปวงตำมทกี่ ำหนดไว้ในปฏญิ ญำนี้ โดย
ปรำศจำกกำรแบ่งแยกไม่ว่ำชนิดใด อำทิ เชื้อชำติ ผวิ เพศ ภำษำ ศำสนำ ควำม
คดิ เห็นทำงกำรเมืองหรือทำงอื่น พืน้ เพทำงชำตหิ รือสังคม ทรัพย์สิน กำรเกดิ
หรือสถำนะอื่น นอกเหนือจำกนี้ จะไม่มีกำรแบ่งแยกใดบนพืน้ ฐำนของ
สถำนะทำงกำรเมือง ทำงกฎหมำย หรือทำงกำรระหว่ำงประเทศของประเทศ
หรือดนิ แดนทบ่ี ุคคลสังกดั ไม่ว่ำดนิ แดนนีจ้ ะเป็ นเอกรำช อยู่ในควำมพทิ ักษ์
มิได้ปกครองตนเอง หรืออยู่ภำยใต้กำรจำกดั อธิปไตยอ่ืนใด
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสทิ ธมิ นุษยชน
ข้อ 3 ทุกคนมสี ิทธิในกำรมีชีวติ เสรีภำพ และควำมมนั่ คงแห่งบุคคล
ข้อ 4 บุคคลใดจะตกอยู่ในควำมเป็ นทำส หรือสภำวะจำยอมไม่ได้ ท้งั นี้ ห้ำม
ควำมเป็ นทำส และกำรค้ำทำสทุกรูปแบบ
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสทิ ธมิ นุษยชน
ข้อ 5 บุคคลใดจะถูกกระทำกำรทรมำนหรือกำรปฏิบตั หิ รือกำรลงโทษท่ี
โหดร้ำย ไร้มนุษยธรรมหรือยำ่ ยศี ักด์ิศรีไม่ได้
ข้อ 6 ทุกคนมสี ิทธิทจี่ ะได้รับกำรยอมรับทุกแห่งหนว่ำเป็ นบุคคลตำมกฎหมำย
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสทิ ธิมนุษยชน
ข้อ 7 ทุกคนเสมอภำคกนั ตำมกฎหมำยและมีสิทธิทจี่ ะได้รับควำมคุ้มครอง
ของกฎหมำยเท่ำเทยี มกนั โดยปรำศจำกกำรเลือกปฏบิ ตั ใิ ด ทุกคนมีสิทธิทจ่ี ะ
ได้รับควำมคุ้มครองเท่ำเทยี มกนั จำกกำรเลือกปฏบิ ัติใด อนั เป็ นกำรล่วงละเมดิ
ปฏญิ ญำนี้ และจำกกำรยุยงให้มกี ำรเลือกปฏบิ ตั ดิ งั กล่ำว
ข้อ 8 ทุกคนมสี ิทธิทจี่ ะได้รับกำรเยยี วยำอนั มีประสิทธิผลจำกศำลทม่ี ีอำนำจ
แห่งรัฐต่อกำรกระทำอนั ล่วงละเมิดสิทธิข้นั พืน้ ฐำน ซึ่งตนได้รับตำม
รัฐธรรมนูญหรือกฎหมำย
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสิทธมิ นุษยชน
ข้อ 9 บุคคลใดจะถูกจบั กมุ กกั ขงั หรือเนรเทศตำมอำเภอใจไม่ได้
ข้อ 10 ทุกคนย่อมมีสิทธิในควำมเสมอภำคอย่ำงเต็มทใ่ี นกำรได้รับกำร
พจิ ำรณำคดีทเ่ี ป็ นธรรมและเปิ ดเผยจำกศำลทอ่ี สิ ระและไม่ลำเอยี งในกำร
พจิ ำรณำกำหนดสิทธิและหน้ำทข่ี องตนและข้อกล่ำวหำอำญำใดต่อตน
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสทิ ธมิ นุษยชน
ข้อ 11 (1) ทุกคนทถ่ี ูกกล่ำวหำว่ำกระทำผดิ ทำงอำญำ มสี ิทธิทจี่ ะได้รับกำรสันนิษฐำน
ไว้ก่อนว่ำบริสุทธ์ิจนกว่ำจะพสิ ูจน์ได้ว่ำมคี วำมผดิ ตำมกฎหมำยในกำรพจิ ำรณำคดที ่ี
เปิ ดเผย ซ่ึงตนได้รับหลกั ประกนั ทจี่ ำเป็ นท้งั ปวงสำหรับกำรต่อสู้คดี
(2) บุคคลใดจะถูกตดั สินวา่ มีความผดิ ทางอาญาใด อนั เน่ืองจากการกระทาหรือ
ละเวน้ ใด อนั มิไดถ้ ือวา่ เป็นความผดิ ทางอาญาตามกฎหมายแห่งชาติหรือกฎหมาย
ระหวา่ งประเทศ ในขณะที่ไดก้ ระทาการน้นั ไม่ได้ และจะกาหนดโทษที่หนกั กวา่ ท่ีบงั คบั
ใชใ้ นขณะที่ไดก้ ระทาความผดิ ทางอาญาน้นั ไม่ได้
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสิทธมิ นุษยชน
ข้อ 12 บุคคลใดจะถูกแทรกแซงตำมอำเภอใจในควำมเป็ นส่วนตวั ครอบครวั
ทอี่ ยู่อำศัย หรือกำรส่ือสำร หรือจะถูกลบหล่เู กยี รติยศและชื่อเสียงไม่ได้ ทุก
คนมสี ิทธิทจี่ ะได้รับควำมคุ้มครองของกฎหมำยต่อกำรแทรกแซงสิทธิหรือ
กำรลบหลู่ดงั กล่ำวน้ัน
ข้อ 13 (1) ทุกคนมสี ิทธิในอสิ รภำพแห่งกำรเคล่ือนย้ำยและกำรอยู่อำศัย
ภำยในพรมแดนของแต่ละรัฐ
(2) ทุกคนมีสิทธิท่ีจะออกนอกประเทศใด รวมท้งั ประเทศของตนเอง
และสิทธิที่จะกลบั สู่ประเทศตน
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสิทธิมนุษยชน
ข้อ 14 (1) ทุกคนมสี ิทธิทจี่ ะแสวงหำ และทจี่ ะได้ทลี่ ภี้ ยั ในประเทศอื่นจำกกำร
ประหัตประหำร
(2) สิทธิน้ีจะยกข้ึนกล่าวอา้ งกบั กรณีท่ีการดาเนินคดีท่ีเกิดข้ึนโดยแท้ จาก
ความผดิ ที่มิใช่ทางการเมืองหรือจากการกระทาอนั ขดั ตอ่ วตั ถุประสงคแ์ ละหลกั การของ
สหประชาชาติไม่ได้
ข้อ 15 (1) ทุกคนมสี ิทธิในสัญชำตหิ นึ่ง
(2) บุคคลใดจะถูกเพิกถอนสัญชาติของตนตามอาเภอใจ หรือถูกปฏิเสธสิทธิท่ี
จะเปลี่ยนสญั ชาติของตนไม่ได
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสิทธิมนุษยชน
ข้อ 16 (1) บรรดำชำยและหญงิ ทม่ี ีอำยุครบบริบูรณ์แล้ว มสี ิทธิทจ่ี ะสมรส
และก่อร่ำงสร้ำงครอบครัวโดยปรำศจำกกำรจำกดั ใด อนั เนื่องจำกเชื้อชำติ
สัญชำติ หรือศำสนำ ต่ำงย่อมมีสิทธิเท่ำเทียมกนั ในกำรสมรส ระหว่ำงกำร
สมรส และในกำรขำดจำกกำรสมรส
(2) การสมรสจะกระทาโดยความยนิ ยอมอยา่ งอิสระและเตม็ ท่ีของผู้
ที่จะเป็นคูส่ มรสเท่าน้นั
(3) ครอบครัวเป็นหน่วยธรรมชาติและพ้นื ฐานของสงั คม และยอ่ มมี
สิทธิที่จะไดร้ ับความคุม้ ครองจากสงั คมและรัฐ
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสทิ ธิมนุษยชน
ข้อ 17 (1) ทุกคนมสี ิทธิทจี่ ะเป็ นเจ้ำของทรัพย์สินโดยตนเอง และโดย
ร่วมกบั ผู้อื่น
(2) บุคคลใดจะถูกเอาทรัพยส์ ินไปจากตนตามอาเภอใจไม่ได
ข้อ 18 ทุกคนมีสิทธิในอสิ รภำพแห่งควำมคดิ มโนธรรม และศำสนำ ท้งั นี้
สิทธินีร้ วมถึงอสิ รภำพในกำรเปลยี่ นศำสนำหรือควำมเชื่อ และอสิ รภำพใน
กำรแสดงออกทำงศำสนำหรือควำมเช่ือถือของตนในกำรสอน กำรปฏิบัติ กำร
สักกำรบูชำ และกำรประกอบพธิ ีกรรม ไม่ว่ำจะโดยลำพงั หรือในชุมชนร่วมกบั
ผู้อื่น และในทส่ี ำธำรณะหรือส่วนบุคคล
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสิทธมิ นุษยชน
ข้อ 19 ทุกคนมีสิทธิในอสิ รภำพแห่งควำมเห็นและกำรแสดงออก ท้งั นี้ สิทธินี้
รวมถึงอสิ รภำพทจี่ ะถือเอาความเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง และที่จะ
แสวงหา รับ และส่งขอ้ มูลขา่ วสารและขอ้ คิดผา่ นสื่อใด และโดยไม่คานึงถึง
พรมแดน
ข้อ 20 (1) ทุกคนมีสิทธิในอสิ รภำพแห่งกำรชุมนุมและกำรสมำคมโดยสันติ
(2) บุคคลใดไม่อาจถูกบงั คบั ใหส้ งั กดั สมาคมหน่ึงได
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสทิ ธิมนุษยชน
ข้อ 21 (1) ทุกคนมีสิทธิทจี่ ะมสี ่วนร่วมในกำรปกครองประเทศตนโดยตรง
หรือผ่ำนผู้แทนซึ่งได้รับเลือกต้ังโดยอสิ ระ
(2) ทุกคนมีสิทธิท่ีจะเขา้ ถึงบริการสาธารณะในประเทศตนโดยเสมอ
ภาค
(3) เจตจานงของประชาชนจะตอ้ งเป็นพ้นื ฐานแห่งอานาจการ
ปกครอง ท้งั น้ี เจตจานงน้ีจะตอ้ งแสดงออกทางการเลือกต้งั ตามกาหนดเวลา
และอยา่ งแทจ้ ริง ซ่ึงตอ้ งเป็นการออกเสียงอยา่ งทวั่ ถึงและเสมอภาค และตอ้ ง
เป็นการลงคะแนนลบั หรือวธิ ีการลงคะแนนโดยอิสระในทานองเดียวกนั
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสทิ ธมิ นุษยชน
ข้อ 22 ทุกคนในฐำนะสมำชิกของสังคม มีสิทธิในหลกั ประกนั ทำงสังคม และ
ย่อมมีสิทธิในกำรบรรลุสิทธิทำงเศรษฐกจิ สังคม และวฒั นธรรม อนั จำเป็ นยงิ่
สำหรับศักด์ิศรีของตน และกำรพฒั นำบุคลกิ ภำพของตนอย่ำงอสิ ระ ผ่ำน
ควำมพยำยำมของรัฐและควำมร่วมมือระหว่ำงประเทศ และตำมกำรจดั กำร
และทรัพยำกรของแต่ละรัฐ
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสทิ ธิมนุษยชน
ข้อ 23 (1) ทุกคนมสี ิทธิในกำรทำงำน ในกำรเลือกงานโดยอิสระ ในเงื่อนไขที่ยตุ ิธรรม
และเอ้ืออานวยต่อการทางาน และในการคุม้ ครองต่อการวา่ งงาน
(2) ทุกคนมีสิทธิที่จะไดร้ ับคา่ จา้ งท่ีเท่าเทียมกนั สาหรับงานท่ีเท่าเทียมกนั โดย
ปราศจากการเลือกปฏิบตั ิใด
(3) ทุกคนที่ทางานมีสิทธิที่จะไดร้ ับค่าตอบแทนท่ียตุ ิธรรมและเอ้ืออานวยต่อ
การประกนั ความเป็นอยอู่ นั ควรคา่ แก่ศกั ด์ิศรีของมนุษยส์ าหรับตนเองและครอบครัว
และหากจาเป็นกจ็ ะไดร้ ับการคุม้ ครองทางสังคมในรูปแบบอ่ืนเพิ่มเติมดว้ ย
(4) ทุกคนมีสิทธิที่จะจดั ต้งั และที่จะเขา้ ร่วมสหภาพแรงงานเพื่อความคุม้ ครอง
ผลประโยชนข์ องตน
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสิทธมิ นุษยชน
ข้อ 24 ทุกคนมีสิทธิในกำรพกั ผ่อนและกำรผ่อนคลำยยำมว่ำง รวมท้งั จำกดั
เวลำทำงำนตำมสมควร และวนั หยุดเป็ นคร้ังครำวโดยได้รับค่ำจ้ำง
ข้อ 25 (1) ทุกคนมสี ิทธิในมำตรฐำนกำรครองชีพอนั เพยี งพอสำหรับสุขภำพและ
ควำมอย่ดู ขี องตนและของครอบครัว รวมท้งั อำหำร เครื่องนุ่งห่ม ทอ่ี ยู่อำศัย และกำรดูแล
รักษำทำงกำรแพทย์ และบริกำรสังคมทจี่ ำเป็ น และมสี ิทธิในหลกั ประกนั ยำมว่ำงงำน
เจ็บป่ วย พกิ ำร หม้ำย วยั ชรำ หรือปรำศจำกกำรดำรงชีพอื่นในสภำวะแวดล้อมนอกเหนือ
กำรควบคุมของตน
(2) มารดาและเดก็ ยอ่ มมีสิทธิท่ีจะรับการดูแลรักษาและการช่วยเหลือเป็นพิเศษ
เดก็ ท้งั ปวงไม่วา่ จะเกิดในหรือนอกสมรส จะตอ้ งไดร้ ับการคุม้ ครองทางสังคม
เช่นเดียวกนั
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสทิ ธิมนุษยชน
ข้อ 26 (1) ทุกคนมสี ิทธิในกำรศึกษำ กำรศึกษำจะต้องให้เปล่ำอย่ำงน้อยในข้ัน
ประถมศึกษำและข้ันพืน้ ฐำน กำรศึกษำระดบั ประถมจะต้องเป็ นภำคบังคับ กำรศึกษำด้ำน
วชิ ำกำรและวชิ ำชีพจะต้องเปิ ดเป็ นกำรทั่วไป และกำรศึกษำระดบั สูงขึน้ ไปจะต้องเข้ำถึงได้
อย่ำงเสมอภำคสำหรับทุกคนบนพืน้ ฐำนของคุณสมบัตคิ วำมเหมำะสม
(2) การศึกษาจะตอ้ งมุ่งไปสู่การพฒั นาบุคลิกภาพของมนุษยอ์ ยา่ งเตม็ ที่ และการ
เสริมสร้างความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและอิสรภาพข้นั พ้นื ฐาน การศึกษาจะตอ้ งส่งเสริม
ความเขา้ ใจ ขนั ติธรรม และมิตรภาพระหวา่ งประชาชาติ กลุม่ เช้ือชาติ หรือศาสนาท้งั มวล
และจะตอ้ งส่งเสริมกิจกรรมของสหประชาชาติ เพ่ือการธารงไวซ้ ่ึงสันติภาพ
(3) ผปู้ กครองมีสิทธิเบ้ืองแรกท่ีจะเลือกประเภทการศึกษาที่จะใหแ้ ก่บุตรของตน
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสิทธมิ นุษยชน
ข้อ 27 (1) ทุกคนมสี ิทธิทจ่ี ะเข้ำร่วมโดยอสิ ระในชีวติ ทำงวฒั นธรรมของชุมชน ทจี่ ะ
เพลดิ เพลนิ กบั ศิลปะ และมสี ่วนในควำมรุดหน้ำ และคุณประโยชน์ทำงวทิ ยำศำสตร์
(2) ทุกคนมีสิทธิที่จะไดร้ ับการคุม้ ครองผลประโยชน์ทางจิตใจและทางวตั ถุ
อนั เป็นผลจากประดิษฐกรรมใดทางวทิ ยาศาสตร์ วรรณกรรม และศิลปกรรมซ่ึงตนเป็ น
ผสู้ ร้าง
ข้อ 28 ทุกคนย่อมมสี ิทธิในระเบียบทำงสังคมและระหว่ำงประเทศ ซึ่งจะเป็ นกรอบให้
บรรลุสิทธิและอสิ รภำพทก่ี ำหนดไว้ในปฏญิ ญำนีอ้ ย่ำงเตม็ ท่ี
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสทิ ธิมนุษยชน
ข้อ 29 (1) ทุกคนมหี น้ำทต่ี ่อชุมชน ซึ่งกำรพฒั นำบุคลกิ ภำพของตนโดยอสิ ระและ
เตม็ ท่ี จะกระทำได้กแ็ ต่ในชุมชนเท่ำน้ัน
(2) ในการใชส้ ิทธิและอิสรภาพของตน ทุกคนจะตอ้ งอยภู่ ายใตข้ อ้ จากดั เพียง
เท่าท่ีมีกาหนดไวต้ ามกฎหมายเท่าน้นั เพือ่ วตั ถุประสงคข์ องการไดม้ าซ่ึงการยอมรับและ
การเคารพสิทธิและอิสรภาพอนั ควรของผอู้ ื่น และเพอ่ื ใหส้ อดรับกบั ความตอ้ งการอนั
สมควรทางดา้ นศีลธรรม ความสงบเรียบร้อยของประชาชน และสวสั ดิการทว่ั ไปใน
สังคมประชาธิปไตย
(3) สิทธิและอิสรภาพเหล่าน้ีไม่อาจใชข้ ดั ต่อวตั ถุประสงค์ และหลกั การของ
สหประชาชาติไม่วา่ ในกรณีใด
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสิทธิมนุษยชน
ข้อ 30 ไม่มีบทใดในปฏิญญำนี้ ทอี่ ำจตคี วำมได้ว่ำ เป็ นกำรให้สิทธิใดแก่รัฐ
กลุ่มคน หรือบุคคลใด ในกำรดำเนินกจิ กรรมใด หรือกระทำกำรใด อนั มุ่งต่อ
กำรทำลำยสิทธิและอสิ รภำพใดทก่ี ำหนดไว้ ณ ทน่ี ี้
ปฏิญญาสากลวา่ ดว้ ยสิทธิมนุษยชนน้ ี
ประเทศสมาชิกของสหประชาชาติไดล้ งคะแนนเสียง
รบั รองใหป้ ระกาศใชเ้ พื่อเป็ นมาตรฐานร่วมกนั
ในการปกป้องและคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน
ในการประชุมสมชั ชาแหง่ สหประชาชาติ สมยั สามญั
สมยั ที่ 3 ที่กรุงปารสี ประเทศฝรงั่ เศส
เมอ่ื ปี พ.ศ. 2491 (ค.ศ. 1948)
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสิทธมิ นุษยชน
การที่บุคคลจะมีคุณธรรม มีจิตสานึกที่ดีน้นั ตอ้ งทาในสองส่วนคือ
“การปลุก” และ “การปลกู ”
การปลุกน้นั ใชก้ บั ผใู้ หญ่ที่บางคร้ังไดห้ ลงลืมหรือละเลยการนา
คุณธรรมและจริยธรรมมาใชใ้ นการประพฤติปฏิบตั ิ
การปลูกน้นั ใชส้ าหรับเดก็ และเยาวชนท่ีเปรียบดงั ผา้ ขาว และจะเป็น
พลงั สาคญั ที่จะขบั เคล่ือนสังคมไทยในอนาคต
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสทิ ธมิ นุษยชน
สงั คมในปัจจุบนั ผใู้ หญ่ไม่เพียงจะละเลยการปลูกฝังจิตสานึกท่ีดี ๆ
ใหก้ บั เยาวชนแต่ยงั สร้างจิตสานึกท่ีผดิ ๆ ใหก้ บั เยาวชนอีกดว้ ยท้งั
โดยต้งั ใจและไม่ต้งั ใจ การมองเห็นภาพการกระทาที่ไม่ดีงามของ
ผใู้ หญ่ซ้าแลว้ ซ้าอีก เช่น การทุจริต การละเมิดกฎหมาย การใชแ้ ละ
ทาลายทรัพยากรธรรมชาติอยา่ งไม่รู้คุณคา่ การเห็นแก่ประโยชน์
ส่วนตวั มากกวา่ ประโยชนส์ ่วนรวม การบูชาเงินทองมากกวา่ ความดี
งาม
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสิทธมิ นุษยชน
การที่บุคคลจะมีคุณธรรม มีจิตสานึกที่ดีน้นั ตอ้ งทาในสองส่วนคือ
“การปลุก” และ “การปลกู ”
การปลุกน้นั ใชก้ บั ผใู้ หญ่ที่บางคร้ังไดห้ ลงลืมหรือละเลยการนา
คุณธรรมและจริยธรรมมาใชใ้ นการประพฤติปฏิบตั ิ
การปลูกน้นั ใชส้ าหรับเดก็ และเยาวชนท่ีเปรียบดงั ผา้ ขาว และจะเป็น
พลงั สาคญั ที่จะขบั เคล่ือนสังคมไทยในอนาคต
7.4 ปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสิทธิมนุษยชน
การปลกุ ฝังจิตสานึกในเรื่องดี ๆ และลดเงื่อนไขท่ีจะนาไปสู่การ
ปลูกฝังส่ิงผดิ ๆ ใหก้ บั เดก็ ๆ จึงเป็นเรื่องท่ีสงั คมตอ้ งช่วยกนั เร่งแกไ้ ข
บวชป่ า “จติ สานึกรกั สิ่งแวดลอ้ ม”
จติ สานึกของพลเมือง
จิตสานึก เป็นสภาพที่รู้ตวั วา่ คือใคร อยทู่ ี่ไหน ตอ้ งการอะไร หรือกาลงั รู้สึก
อยา่ งไร ต่อสิ่งใด เม่ือแสดงพฤติกรรมอะไรออกไปกแ็ สดงไปตามหลกั เหตุและผล แสดง
ตามแรงผลกั ดนั จากภายนอก สอดคลอ้ งกบั หลกั แห่งความเป็นจริง จิตสานึกเป็นระดบั
เหตุผลภายในใจท่ีส่งผลต่อการแสดงออกในพฤติกรรมต่าง ๆ โดยเลือกแลว้ วา่ จะทา
หรือไม่ทาอะไร ดงั ที่เราไดย้ นิ บ่อย ๆ วา่
“จิตสานึกแห่งความเป็ นครู ”
“จิตสานึกของพลเมือง”
“จิตสานึกสาธารณะ”
“จิตสานึกของการเป็ นพลเมืองดี”
“จิตสานึกรักสิ่งแวดลอ้ ม”
จิตสานึกจึงเก่ียวโยงกบั คุณธรรมและจริยธรรมของบุคคลนน่ั เอง
สรุป
การทาความเขา้ ใจถึงสิทธิเสรีภาพน้นั จะช่วยใหร้ ูจ้ กั หนา้ ท่ี
ของตนและสามารถใชส้ ิทธิเสรีภาพไดต้ ามท่ีมีอยแู่ ละไม่
ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผอู้ ื่น รู้จกั และเคารพในศกั ด์ิความ
เป็นมนุษยท์ ี่ทุกคนมีอยอู่ ยา่ งเท่าเทียมกนั ตระหนกั ในหนา้ ท่ี
ของตนเองและปฏิบตั ิหนา้ ท่ีของตนเองใหเ้ หมาะสมกบั
สถานภาพท่ีมีอยใู่ นสงั คมเพื่อใหส้ ามารถดาเนินชีวติ ในสังคม
ไดอ้ ยา่ งมีความสุข
End…
หอ้ งเรยี นพลเมืองประชาธิปไตย
ครกู รี ะติกาญน์ มาอยวู่ งั