หน้า ๑ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ สมเด ็ จพระเจ้าอย ู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางก ู ร ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการราชทัณฑ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้ยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ (๒) พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๐ (๓) พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒ (๔) พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๓ (๕) ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑๐/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ว่าด้วยราชทัณฑ์ ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พทธศุักราช ๒๕๕๗
หน้า ๒ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “เรือนจํา” หมายความว่า ที่ซึ่งใช้ควบคุม ขัง หรือจําคุกผู้ต้องขังกับทั้งสิ่งที่ใช้ต่อเนื่องกัน และให้หมายความรวมถึงที่อื่นใดซึ่งรัฐมนตรีได้กําหนดและประกาศในราชกิจจานุเบกษาวางอาณาเขตไว้ โดยชัดเจนด้วย “ผู้ต้องขัง” หมายความรวมถึงนักโทษเด็ดขาด คนต้องขัง และคนฝาก “นักโทษเด็ดขาด” หมายความว่า บุคคลซึ่งถูกขังไว้ตามหมายจําคุกภายหลังคําพิพากษาถึงที่สุด และให้หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งถูกขังไว้ตามคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้ลงโทษด้วย “คนต้องขัง” หมายความว่า บุคคลซึ่งถูกขังไว้ตามหมายขัง “คนฝาก” หมายความว่า บุคคลซึ่งถูกฝากให้ควบคุมไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา หรือกฎหมายอื่นโดยไม่มีหมายอาญา “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการราชทัณฑ์ “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการราชทัณฑ์ “เจ้าพนักงานเรือนจํา” หมายความว่า ผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดและอธิบดี ได้แต่งตั้ง เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมราชทัณฑ์ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๕ พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับกับเรือนจําทหารตามกฎหมายว่าด้วยเรือนจําทหาร มาตรา ๖ กรมราชทัณฑ์อาจดําเนินการให้มีมาตรการบังคับโทษด้วยวิธีการอื่นนอกจาก การควบคุม ขัง หรือจําคุกไว้ในเรือนจํา แต่มาตรการดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา รวมตลอดถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนด ในกฎกระทรวงโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มี อํานาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญตัินี้ กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ หมวด ๑ คณะกรรมการราชทัณฑ์ มาตรา ๘ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการราชทัณฑ์” ประกอบด้วย (๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานกรรมการ
หน้า ๓ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ (๒) ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธานกรรมการ (๓) กรรมการโดยตําแหน่ง จํานวนเก้าคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ เลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม อัยการสูงสุด และเลขาธิการคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวนเจ็ดคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ด้านนิติศาสตร์ ด้านศาสนา ศิลปะ หรือวัฒนธรรม ด้านอาชญาวิทยา ด้านทัณฑวิทยา ด้านสิทธิมนุษยชน ด้านจิตวิทยา และด้านอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อ การราชทัณฑ์ ด้านละหนึ่งคน ให้อธิบดีเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการในกรมราชทัณฑ์จํานวน ไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ มาตรา ๙ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่ต่ํากว่าสามสิบห้าปี (๓) ไม่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการ หรือผู้ดํารงตําแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง (๔) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา เว้นแต่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งอาจารย์ ในมหาวิทยาลัยของรัฐ (๕) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ (๖) ไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก ไม่ว่าจะได้รับโทษจําคุกจริงหรือไม่ เว้นแต่ เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๗) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะกระทําผิดวินัย มาตรา ๑๐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสามปี เมื่อครบกําหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตําแหน่งเพื่อดําเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
หน้า ๔ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดํารงตําแหน่ง ติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ มาตรา ๑๑ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตําแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙ (๔) รัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิแทนได้ และให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งแทนอยู่ในตําแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ ของกรรมการซึ่งตนแทน มาตรา ๑๒ คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) กําหนดนโยบายและทิศทางในการบริหารงานราชทัณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจ ด้านการราชทัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งพิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานราชทัณฑ์ ตามที่คณะรัฐมนตรีขอให้พิจารณา (๒) ให้คําแนะนําหรือคําปรึกษาแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ ตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งให้คําแนะนําแก่อธิบดีในการวางระเบียบกรมราชทัณฑ์ (๓) ให้ความเห็นชอบกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ (๔) กําหนดหรือเสนอแนะแนวทาง กลยุทธ์ และมาตรการในการปรับปรุงและพัฒนา การบริหารงานราชทัณฑ์ หรือการดําเนินการตามแผนการบริหารงานราชทัณฑ์ให้เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ และสัมฤทธิ์ผล รวมทั้งแนวทางในการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้กลับตนเป็นคนดี การเตรียมความพร้อม ก่อนปล่อยผู้ต้องขัง และการดูแลช่วยเหลือผู้ต้องขังหลังปล่อยเพื่อมิให้กลับไปกระทําความผิดซ้ําอีก และเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง และการดูแลช่วยเหลือผู้ต้องขังหลังปล่อยเพื่อพิจารณา (๕) กําหนดมาตรฐานการดําเนินการด้านต่างๆ ของเรือนจําให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัตินี้ (๖) ปฏิบัติการอื่นตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น มาตรา ๑๓ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ จํานวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
หน้า ๕ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ในการประชุมของคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา ๑๔ คณะกรรมการจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยหรือปฏิบัติการ อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ และให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับกับ การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม มาตรา ๑๕ ให้ประธานกรรมการ กรรมการ และอนุกรรมการได้รับเบี้ยประชุม และประโยชน์ ตอบแทนอื่น ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกําหนด มาตรา ๑๖ ให้กรมราชทัณฑ์รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ และประสานงานกับหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง การเตรียมความพร้อม ก่อนปล่อยผู้ต้องขัง และการดูแลช่วยเหลือผู้ต้องขังหลังปล่อย รวมทั้งปฏิบัติงานอื่นใดตามที่คณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการมอบหมาย หมวด ๒ อํานาจหน้าที่เจ้าพนักงานเรือนจํา มาตรา ๑๗ อธิบดีมีอํานาจกําหนดอํานาจและหน้าที่ของเจ้าพนักงานเรือนจําในส่วนที่เกี่ยวแก่ การงานและความรับผิดชอบ ตลอดจนเงื่อนไขที่จะปฏิบัติตามอํานาจและหน้าที่นั้น ในกรณีจําเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ผู้บัญชาการเรือนจําอาจแต่งตั้งให้ข้าราชการหรือบุคลากร จากส่วนราชการอื่นเป็นผู้ช่วยเหลือกรมราชทัณฑ์ในการปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย เป็นครั้งคราวได้ โดยให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งมีอํานาจหน้าที่เช่นเดียวกับเจ้าพนักงานเรือนจํา การดําเนินการตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ มาตรา ๑๘ ให้กรมราชทัณฑ์จัดให้เจ้าพนักงานเรือนจําเข้ารับการฝึกอบรมก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้มีการประเมินและพัฒนาความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะในการปฏิบัติหน้าที่ รวมไปถึง การจัดฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะและความเชี่ยวชาญ ทั้งนี้ ตามหลักสูตรการฝึกอบรมที่ได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการ
หน้า ๖ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ มาตรา ๑๙ ให้เจ้าพนักงานเรือนจําผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรา ๑๘ เป็นตําแหน่งที่มี เหตุพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน และในการกําหนดให้ได้รับเงินเพิ่มสําหรับตําแหน่ง ที่มีเหตุพิเศษให้คํานึงถึงภาระหน้าที่และคุณภาพของงาน โดยเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนของผู้ปฏิบัติงานอื่น ในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมโดยได้รับความเห็นชอบจาก กระทรวงการคลัง มาตรา ๒๐ เจ้าพนักงานเรือนจําจะใช้กําลังบังคับแก่ผู้ต้องขังไม่ได้ เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ (๑) การกระทําเพื่อป้องกันตัว (๒) ผู้ต้องขังพยายามหลบหนี ใช้กําลังกายขัดขืนโดยทางตรงหรือทางอ้อมหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่ง ที่ชอบด้วยกฎหมายของเจ้าพนักงานเรือนจําหรือระเบียบกรมราชทัณฑ์ การดําเนินการตามวรรคหนึ่ง เจ้าพนักงานเรือนจําจะใช้กําลังบังคับได้เพียงเท่าที่จําเป็นและเหมาะสม กับพฤติการณ์ และต้องรายงานเหตุต่อผู้บัญชาการเรือนจําทันที มาตรา ๒๑ ห้ามใช้เครื่องพันธนาการแก่ผู้ต้องขัง เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ต้องขังมีพฤติการณ์ที่จะทําอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายของตนเองหรือผู้อื่น (๒) ผู้ต้องขังมีพฤติกรรมหรืออาการส่อว่าเป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตไม่สมประกอบซึ่งอาจจะทํา อันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายของตนเองหรือผู้อื่น (๓) ผู้ต้องขังมีพฤติการณ์ที่น่าจะหลบหนีการควบคุม (๔) เมื่อผู้ต้องขังถูกคุมตัวไปนอกเรือนจําและเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีหน้าที่ควบคุมเห็นเป็นการสมควร ที่จะต้องใช้เครื่องพันธนาการ (๕) เมื่ออธิบดีสั่งว่าเป็นการจําเป็นต้องใช้เครื่องพันธนาการ เนื่องจากสภาพของเรือนจํา สภาพของท้องถิ่น หรือเหตุจําเป็นอื่น ให้ผู้บัญชาการเรือนจํากําหนดตัวพัศดีผู้มีอํานาจสั่งให้ใช้เครื่องพันธนาการแก่ผู้ต้องขังตาม (๑) (๒) หรือ (๓) และสั่งเพิกถอนคําสั่งให้ใช้เครื่องพันธนาการนั้น การใช้เครื่องพันธนาการตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) กับผู้ต้องขังซึ่งมีอายุต่ํากว่าสิบแปดปี ผู้ต้องขังซึ่งมีอายุเกินหกสิบปี ผู้ต้องขังหญิง หรือผู้ต้องขังซึ่งเจ็บป่วย พัศดีผู้มีอํานาจสั่ง เจ้าพนักงานเรือนจํา หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีหน้าที่ควบคุม แล้วแต่กรณี ต้องเห็นเป็นการจําเป็นที่จะต้องใช้เครื่องพันธนาการนั้นด้วย ให้ผู้สั่งใช้เครื่องพันธนาการบันทึกเหตุผลหรือความจําเป็นที่ต้องใช้เครื่องพันธนาการกับผู้ต้องขัง นั้นไว้ด้วย
หน้า ๗ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ การกําหนดประเภท ชนิด และขนาดของเครื่องพันธนาการ ให้เป็นไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๒ เจ้าพนักงานเรือนจําอาจใช้อาวุธอื่น นอกจากอาวุธปืนแก่ผู้ต้องขังได้ ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ต้องขังกําลังหลบหนีหรือพยายามหลบหนี และไม่มีทางจะป้องกันอย่างอื่นนอกจากใช้อาวุธ (๒) ผู้ต้องขังก่อความไม่สงบขึ้นและไม่เชื่อฟังเจ้าพนักงานเรือนจําห้ามปราม (๓) ผู้ต้องขังใช้กําลังทําร้ายหรือพยายามทําร้ายเจ้าพนักงานเรือนจําหรือผู้อื่น ประเภทหรือชนิดของอาวุธตามวรรคหนึ่งที่เจ้าพนักงานเรือนจําจะพึงมีไว้ในครอบครองหรือใช้ ให้เป็นไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๓ เจ้าพนักงานเรือนจําอาจใช้อาวุธปืนแก่ผู้ต้องขังได้ เฉพาะแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ต้องขังมีอาวุธและขัดขืนไม่ยอมวางอาวุธ อันอาจเกิดอันตรายต่อเจ้าพนักงานเรือนจํา หรือผู้อื่น (๒) ผู้ต้องขังซึ่งกําลังหลบหนีโดยไม่ยอมหยุดเมื่อเจ้าพนักงานเรือนจําสั่งให้หยุดและไม่มีทางอื่น ที่จะจับกุมได้ (๓) ผู้ต้องขังตั้งแต่สามคนขึ้นไปก่อการวุ่นวาย เปิดหรือพยายามเปิดหรือทําลายหรือพยายาม ทําลาย ประตู รั้ว กําแพง หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ภายในเรือนจํา หรือใช้กําลังทําร้ายเจ้าพนักงานเรือนจํา หรือผู้อื่น และไม่ยอมหยุดเมื่อเจ้าพนักงานเรือนจําสั่งให้หยุด (๔) ผู้ต้องขังใช้อาวุธทําร้ายหรือพยายามทําร้ายเจ้าพนักงานเรือนจําหรือผู้อื่น การใช้อาวุธปืนตามวรรคหนึ่ง หากมีเจ้าพนักงานเรือนจําผู้มีอํานาจเหนือตนอยู่ในที่นั้นด้วย และอยู่ในวิสัยที่จะรับคําสั่งได้ การใช้อาวุธปืนนั้นจะกระทําได้ต่อเมื่อได้รับคําสั่งจากเจ้าพนักงานเรือนจํา ผู้นั้นแล้วเท่านั้น มาตรา ๒๔ ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินอันอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัยของผู้ต้องขัง ถ้าเจ้าพนักงานเรือนจําไม่สามารถย้ายผู้ต้องขังไปควบคุมไว้ ณ ที่อื่นได้ทันท่วงที จะปล่อยผู้ต้องขัง ไปชั่วคราวก็ได้ และให้แจ้งผู้ต้องขังที่ถูกปล่อยไปทราบว่าต้องกลับมาเรือนจํา หรือรายงานตนยังสถานีตํารวจ หรือที่ว่าการอําเภอภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับตั้งแต่เวลาที่ได้รับการปล่อยไป และต้องปฏิบัติตามคําสั่งของ เจ้าหน้าที่นั้น ๆ ถ้าผู้ต้องขังที่ถูกปล่อยไปไม่กลับมาเรือนจํา ไม่ไปรายงานตน หรือละเลยไม่ปฏิบัติ ตามคําสั่งดังกล่าว โดยไม่มีเหตุที่อาจรับฟังได้ ให้ถือว่าผู้ต้องขังนั้นมีความผิดฐานหลบหนีที่คุมขังตามประมวล กฎหมายอาญา ในกรณีที่เจ้าพนักงานเรือนจําแจ้งให้ผู้ต้องขังที่ถูกปล่อยไปรายงานตนยังสถานีตํารวจหรือที่ว่าการ อําเภอใด ให้เจ้าพนักงานเรือนจํารีบแจ้งไปยังสถานีตํารวจหรือที่ว่าการอําเภอนั้นโดยเร็ว
หน้า ๘ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕ ภายในเวลาสี่สิบแปดชั่วโมงนับตั้งแต่ทราบเหตุผู้ต้องขังหลบหนี เพื่อประโยชน์ ในการจัดการจับกุมผู้ต้องขังหลบหนี ให้เจ้าพนักงานเรือนจํามีอํานาจ ดังต่อไปนี้ (๑) เข้าไปในเคหสถานหรือสถานที่ใดๆ เพื่อตรวจค้นหรือจับกุมผู้ต้องขังซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนี เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลดังกล่าวหลบซ่อนอยู่ และมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากเนิ่นช้าไปหรือรอจนกว่า จะได้หมายค้นจากศาลมาได้ ผู้ต้องขังนั้นจะหลบหนีไป หากเจ้าของหรือผู้รักษาสถานที่นั้นไม่ยอมให้เข้าไป เจ้าพนักงานเรือนจํามีอํานาจใช้กําลังเพื่อเข้าไป ในกรณีจําเป็นจะเปิดหรือทําลายประตูบ้าน ประตูเรือน หน้าต่าง รั้ว หรือสิ่งกีดขวางอย่างอื่นทํานองเดียวกันนั้นก็ได้ (๒) ค้นยานพาหนะที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ต้องขังซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนีได้เข้าไปหลบซ่อนอยู่ และหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะไม่สามารถตามหายานพาหนะหรือผู้ต้องขังดังกล่าวได้ เจ้าพนักงานเรือนจําตําแหน่งใดหรือระดับใดจะมีอํานาจหน้าที่ตามวรรคหนึ่งทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือจะต้องได้รับอนุมัติจากบุคคลใดก่อนดําเนินการ ให้เป็นไปตามระเบียบกรมราชทัณฑ์โดยทําเอกสาร และเครื่องหมายแสดงการมอบหมายอํานาจหน้าที่ให้ไว้ประจําตัวเจ้าพนักงานเรือนจําผู้ได้รับอนุมัตินั้น และเจ้าพนักงานเรือนจําผู้น้นตั ้องแสดงเอกสารและเครื่องหมายดังกล่าวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกครั้ง ในการดําเนินการตามมาตรานี้ ให้เจ้าพนักงานเรือนจํามีอํานาจใช้อาวุธหรืออาวุธปืนตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขตามมาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๓ แล้วแต่กรณี กับผู้ต้องขังนั้นได้ มาตรา ๒๖ การใช้อํานาจตามมาตรา ๒๕ นอกจากเจ้าพนักงานเรือนจําต้องดําเนินการ เกี่ยวกับวิธีการค้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ให้เจ้าพนักงานเรือนจําดําเนินการ ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) แสดงความบริสุทธิ์ก่อนการเข้าค้นและต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ (๒) บันทึกเหตุอันควรสงสัยและเหตุอันควรเชื่อที่ทําให้ต้องเข้าค้นเป็นหนังสือให้ไว้แก่เจ้าของ ผู้รักษาหรือผู้ครอบครองเคหสถานหรือสถานที่ค้น แต่ถ้าไม่มีบุคคลดังกล่าวอยู่ ณ ที่นั้น ให้เจ้าพนักงาน เรือนจําผู้ค้นส่งมอบสําเนาหนังสือนั้นให้แก่บุคคลนั้นในโอกาสแรกที่สามารถกระทําได้ (๓) รายงานเหตุผลและผลการตรวจค้นเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปชั้นหนึ่งทราบ ในกรณีที่เป็นการเข้าค้นในเวลากลางคืนภายหลังพระอาทิตย์ตก เจ้าพนักงานเรือนจําผู้เป็นหัวหน้า ในการเข้าค้นต้องเป็นเจ้าพนักงานเรือนจําชั้นพัศดีขึ้นไป มาตรา ๒๗ ให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอํานาจกําหนดอาณาบริเวณ ภายนอกรอบเรือนจําซึ่งเป็นที่สาธารณะเป็นเขตปลอดภัยโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมแสดง แผนที่ของอาณาบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของบุคคลในบรเวณนิ ั้นประกอบด้วย
หน้า ๙ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ในกรณีที่มีพฤติการณ์และเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลหรือยานพาหนะใดอาจส่งยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ สารระเหย อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง สิ่งเทียมอาวุธปืน โทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารอื่น อุปกรณ์ของสิ่งของดังกล่าว รวมทั้งวัตถุอื่นที่เป็นอันตรายหรือกระทบต่อ ความมั่นคงปลอดภัยของเรือนจําเข้าไปในเรือนจํา ให้เจ้าพนักงานเรือนจํามีอํานาจตรวจค้นบุคคล หรือยานพาหนะนั้นในเขตปลอดภัยตามวรรคหนึ่งได้ รวมทั้งมีอํานาจยึด ทําให้เสียหาย ทําให้ใช้การไม่ได้ หรือทําลายสิ่งของและทรัพย์สินที่ใช้เป็นเครื่องมือในการนําส่งสิ่งของดังกล่าวด้วย ในกรณีที่เป็นความผิด ทางอาญาให้มีอํานาจจับกุมและแจ้งให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจแห่งท้องที่ที่ถูกจับ เพื่อดําเนินการต่อไป สิ่งของและทรัพย์สินที่ยึดไว้ตามวรรคสอง หากไม่ได้ใช้เป็นพยานหลักฐานในทางคดีและไม่ใช่ เป็นทรัพย์สินที่ผู้ใดทําหรือมีไว้เป็นความผิด ให้คืนแก่เจ้าของ เว้นแต่กรณีตามหาเจ้าของไม่ได้ หรือ เป็นของสดเสียง่าย ให้จําหน่ายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในระเบียบกรมราชทัณฑ์ มาตรา ๒๘ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานเรือนจําตามมาตรา ๒๕ ถ้าเจ้าพนักงานเรือนจําได้ขอให้บุคคลใดช่วยเหลือ ให้บุคคลนั้นมีอํานาจช่วยการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าพนักงานเรือนจําได้ หากบุคคลนั้นเจ็บป่วย ได้รับบาดเจ็บ หรือตายเพราะเหตุที่ได้เข้าช่วยเหลือ เจ้าพนักงานเรือนจําซึ่งกระทําการตามหน้าที่ ให้บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วย การสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่ มนุษยธรรม มาตรา ๒๙ เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน ให้เจ้าพนักงานเรือนจํามีอํานาจตรวจสอบจดหมาย เอกสาร พัสดุภัณฑ์ หรือสิ่งสื่อสารอื่น หรือสกัดกั้นการติดต่อสื่อสารทางโทรคมนาคมหรือโดยทางใดๆ ซึ่งมีถึงหรือจากผู้ต้องขัง ทั้งนี้ ให้เป็นไป ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ความสงบเรียบร้อยตามวรรคหนึ่งให้หมายความเฉพาะการป้องกันเหตุร้าย และรักษาความสงบ เรียบร้อยของเรือนจํา ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับบรรดาคําร้องทุกข์ หรือเรื่องราวใดๆ ที่ได้ยื่นตามมาตรา ๔๖ และมาตรา ๔๗ และเอกสารโต้ตอบระหว่างผู้ต้องขังกับทนายความของผู้นั้น มาตรา ๓๐ เจ้าพนักงานเรือนจํา ข้าราชการหรือบุคลากรจากส่วนราชการอื่น ตามมาตรา ๑๗ วรรคสอง และบุคคลซึ่งช่วยเหลือเจ้าพนักงานเรือนจําตามมาตรา ๒๘ ไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ หากเป็นการกระทําที่สุจริตไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกินสมควรแก่เหตุหรือไม่เกินกว่ากรณีจําเป็น แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้อง ค่าเสียหายจากทางราชการตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
หน้า ๑๐ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ หมวด ๓ การจําแนก เขตความรับผิดชอบ และมาตรฐานเรือนจํา มาตรา ๓๑ การจําแนกประเภทหรือชั้นของเรือนจํา ให้รัฐมนตรีประกาศกําหนดโดยอาศัย เกณฑ์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) เพศของผู้ต้องขัง (๒) สถานะของผู้ต้องขัง (๓) ความประสงค์ในการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขัง (๔) ความมั่นคงของเรือนจํา (๕) ลักษณะเฉพาะทางของเรือนจํา เพื่อประโยชน์ในการอบรม พัฒนาพฤตินิสัย และควบคุมผู้ต้องขัง อธิบดีจะสั่งให้จัดแบ่งอาณาเขต ภายในเรือนจําออกเป็นส่วน ๆ โดยคํานึงถึงประเภทหรือชั้นของเรือนจําที่ได้จําแนกไว้และความเหมาะสม กับผู้ต้องขังแต่ละประเภทก็ได้ การจัดแบ่งอาณาเขตภายในเรือนจําตามวรรคสอง จะจัดโดยให้มีสิ่งกีดกั้นหรือขอบเขตที่แน่นอน และจัดแยกผู้ต้องขังแต่ละประเภทไว้ในส่วนต่าง ๆ ที่ได้จัดแบ่งนั้นก็ได้ ในกรณีที่เรือนจําใดโดยสภาพ ไม่อาจดําเนินการดังกล่าวได้ ให้แยกการควบคุมให้ใกล้เคียงกับแนวทางดังกล่าว มาตรา ๓๒ ให้กรมราชทัณฑ์กําหนดชื่อเรือนจํา โดยใช้คําว่า “เรือนจํา” เป็นคําขึ้นต้น แล้วต่อด้วยชื่อของเรือนจํา และเขตความรับผิดชอบของเรือนจําโดยอาจกําหนดให้ครอบคลุมพื้นที่ หลายจังหวัด ทั้งนี้ ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และรองรับ การดําเนินการของศาล การดําเนินการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงยุติธรรมและแจ้งให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบด้วย มาตรา ๓๓ การกําหนดอาณาเขตในสถานที่อื่นที่มิใช่เรือนจําให้เป็นสถานที่คุมขังเพื่อ ดําเนินกิจการตามภารกิจของกรมราชทัณฑ์ ให้สามารถทําได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๓๔ เพื่อให้การบริหารงานเรือนจําและสถานที่คุมขังตามมาตรา ๓๓ ทุกแห่ง เป็นไปในแนวทางและมาตรฐานเดียวกัน ให้อธิบดีวางระเบียบเกี่ยวกับการบริหารงานในเรือนจํา และสถานที่คุมขัง การปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานเรือนจําและเจ้าหน้าที่ การแก้ไข บําบัด ฟื้นฟู และพัฒนา
หน้า ๑๑ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ พฤตินิสัยผู้ต้องขัง การปฏิบัติตัวของผู้ต้องขังแต่ละประเภท และการอื่นอันจําเป็นตามที่กําหนด ในพระราชบัญญัตินี้ เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้กรมราชทัณฑ์นําเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้ง ระบบและเครื่องมืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการบริหารจัดการเรือนจําให้มีประสิทธิภาพ หมวด ๔ ผู้ต้องขัง ส่วนที่ ๑ การรับตัวผู้ต้องขัง มาตรา ๓๕ เจ้าพนักงานเรือนจําจะรับบุคคลใดๆ ไว้เป็นผู้ต้องขังในเรือนจําได้ต่อเมื่อได้รับ หมายอาญาหรือเอกสารอันเป็นคําสั่งของผู้มีอํานาจตามกฎหมาย โดยให้ผู้มีอํานาจออกหมายอาญา หรือเอกสารดังกล่าว ระบุเลขประจําตัวประชาชน หรือเอกสารแสดงตนของผู้ต้องขังเท่าที่ทราบด้วย มาตรา ๓๖ ในวันที่รับตัวผู้ต้องขังเข้าไว้ใหม่ในเรือนจํา ให้เจ้าพนักงานเรือนจําจัดทํา ทะเบียนประวัติผู้ต้องขังโดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อและนามสกุลของผู้ต้องขัง เลขประจําตัวประชาชน หรือเอกสารแสดงตนของผู้ต้องขัง เท่าที่ทราบ (๒) ข้อหาหรือฐานความผิดที่ผู้นั้นได้กระทํา (๓) บันทึกลายนิ้วมือหรือสิ่งแสดงลักษณะเฉพาะของบุคคล และตําหนิรูปพรรณ (๔) สภาพของร่างกายและจิตใจ ความรู้และความสามารถ (๕) รายละเอียดอื่นตามที่กําหนดในระเบียบกรมราชทัณฑ์ ให้กรมราชทัณฑ์นําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดทําทะเบียนประวัติผู้ต้องขังตามวรรคหนึ่ง รวมทั้งใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์และประมวลผลด้วย เมื่อเจ้าพนักงานเรือนจําร้องขอ ให้เจ้าพนักงานผู้มีอํานาจสืบสวนหรือสอบสวนคดีอาญาหรือ เจ้าพนักงานผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลประวัติผู้ต้องขังส่งรายงานแสดงประวัติของผู้ต้องขังนั้นให้แก่ เจ้าพนักงานเรือนจํา มาตรา ๓๗ ในวันที่รับตัวผู้ต้องขังเข้าไว้ใหม่ในเรือนจํา ให้แพทย์ พยาบาล หรือเจ้าพนักงาน เรือนจําที่ผ่านการอบรมด้านการพยาบาลทําการตรวจร่างกายของผู้ต้องขัง ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการ
หน้า ๑๒ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ตรวจร่างกายภายในวันที่รับตัวเข้าไว้ได้ ให้เจ้าพนักงานเรือนจําเป็นผู้ตรวจร่างกายของผู้ต้องขังนั้น ในเบื้องต้นก่อนได้แต่ต้องจัดให้มีการตรวจโดยเร็ว ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ มาตรา ๓๘ ในวันที่รับตัวผู้ต้องขังเข้าไว้ใหม่ในเรือนจํา ต้องแจ้งให้ผู้ต้องขังทราบถึง ข้อบังคับเรือนจํา ระเบียบกรมราชทัณฑ์เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวของผู้ต้องขัง และสิทธิ หน้าที่ และประโยชน์ ที่ผู้ต้องขังจะพึงได้รับตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งเรื่องอื่นที่จําเป็น ในกรณีที่ผู้ต้องขังไม่รู้หนังสือ ต้องชี้แจงรายละเอียดในข้อบังคับเรือนจําและระเบียบกรมราชทัณฑ์ และสิทธิ หน้าที่ และประโยชน์ที่ผู้ต้องขังจะพึงได้รับตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งเรื่องอื่น ที่จําเป็นตามวรรคหนึ่งให้ผู้ต้องขังทราบด้วยวาจาหรือด้วยวิธีการอื่นใดเพื่อให้ผู้ต้องขังเข้าใจด้วย การแจ้งตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้เจ้าพนักงานเรือนจําบันทึกไว้ในทะเบียนประวัติผู้ต้องขังด้วย มาตรา ๓๙ ในกรณีที่ผู้ต้องขังมีเด็กอายุต่ํากว่าสามปีซึ่งอยู่ในความดูแลของตนติดมายังเรือนจํา หรือเด็กซึ่งคลอดในระหว่างที่มารดาถูกคุมขังในเรือนจํา หากมีความจําเป็นหรือปรากฏว่าไม่มีผู้ใด จะเลี้ยงดูเด็กนั้น ผู้บัญชาการเรือนจําจะอนุญาตให้เด็กนั้นอยู่ในเรือนจําจนกว่าเด็กอายุครบสามปีก็ได้ หรือให้ส่งเด็กนั้นไปยังหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ให้การสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ หรือพัฒนาฟื้นฟูเด็ก เพื่อดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ต่อไปก็ได้ ทั้งน้ี ให้เป็นไปตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ โดยคํานึงถึง ประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสําคัญ ในกรณีมีเด็กซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในเรือนจําตามวรรคหนึ่ง ให้เรือนจําจัดหาสิ่งจําเป็นพื้นฐาน ในการดํารงชีวิตให้ตามสมควร ส่วนที่ ๒ การจําแนกและการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง มาตรา ๔๐ เพื่อประโยชน์ในการจัดชั้น จัดกลุ่ม ควบคุม แยกคุมขัง แก้ไข บําบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้กลับตนเป็นคนดี และการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัวผู้ต้องขัง ให้อธิบดีจัดให้มีระบบการจําแนกลักษณะของผู้ต้องขัง โดยให้คํานึงถึงโทษและพฤติการณ์ในการกระทําความผิด ลักษณะความผิด ความรุนแรงของคดี การกระทําความผิดที่ได้กระทํามาก่อนแล้ว และความประพฤติ และวินัยในระหว่างคุมขัง ตลอดจนระยะเวลากําหนดโทษคุมขังที่เหลืออยู่ของผู้ต้องขังดังกล่าว และให้อธิบดี มีอํานาจย้ายผู้ต้องขังตามระบบการจําแนกและการแยกคุมขังดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎกระทรวง โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
หน้า ๑๓ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ระบบการจําแนกลักษณะของผู้ต้องขังเกี่ยวกับพฤติการณ์การกระทําความผิด ลักษณะความผิด และความรุนแรงของคดีตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องกําหนดถึงเรื่องการกระทําความผิดโดยบันดาลโทสะ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน หรือความเป็นอาชญากรโดยสันดาน มาตรา ๔๑ ภายใต้บังคับมาตรา ๔๐ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการผู้ต้องขังภายในเรือนจํา ให้อธิบดีจัดให้มีระบบการจัดชั้น การจัดกลุ่มผู้ต้องขัง และการแยกคุมขัง โดยต้องคํานึงถึงประเภท หรือชั้นของเรือนจําที่ได้จําแนกไว้ตามมาตรา ๓๑ และความเหมาะสมกับผู้ต้องขัง แต่ละประเภท แต่ละชั้น การควบคุม แก้ไข บําบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ตลอดจนการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ มาตรา ๔๒ เพื่อประโยชน์ในการแก้ไข บําบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ให้กลับตนเป็นคนดี ให้อธิบดีจัดให้มีระบบการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังด้วยวิธีการและแนวทางที่เหมาะสม เกี่ยวกับการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง โดยให้ผู้ต้องขังได้รับการศึกษา การอบรมทั้งด้านคุณธรรมและจริยธรรม การทํางาน การฝึกวิชาชีพ การปฏิบัติศาสนกิจ การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดีงาม กิจกรรมสันทนาการ กีฬา รวมทั้งจะต้องมีโอกาสได้รับการติดต่อกับครอบครัว ญาติมิตร องค์กรเอกชนที่มีภารกิจเพื่อการแก้ไข บําบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังและรับรู้ถึงข่าวสารและความเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบกรมราชทัณฑ์โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ หมวด ๕ สิทธิ หน้าที่ ประโยชน์ และกิจการอื่น ๆ เกี่ยวกับผู้ต้องขัง ส่วนที่ ๑ สิทธิของผู้ต้องขัง มาตรา ๔๓ ให้เรือนจําจัดให้ผู้ต้องขังได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วย การศึกษาแห่งชาติ โดยต้องดําเนินการให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งต้องมีการฝึกอบรมด้านคุณธรรมและจริยธรรม และการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงาน ให้ผู้ต้องขังทุกคนมีโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาและการฝึกอบรมอย่างเท่าเทียมกัน การกําหนดหลักสูตร หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดการศึกษาและการฝึกอบรม ให้แก่ผู้ต้องขัง ให้เป็นไปตามระเบียบกรมราชทัณฑ์
หน้า ๑๔ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ มาตรา ๔๔ ให้เรือนจํารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการศึกษาขั้นพื้นฐานและการฝึกอบรมให้แก่ ผู้ต้องขัง รวมทั้งต้องจัดหาบรรดาเครื่องอุปกรณ์ในการศึกษาขั้นพื้นฐานและการอบรมให้แก่ผู้ต้องขัง เว้นแต่ผู้ต้องขังจะนําอุปกรณ์ในการศึกษาของตนเองมาใช้และได้รับอนุญาตแล้ว ในกรณีที่ผู้ต้องขังต้องการศึกษาขั้นสูงกว่าการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ต้องขังต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายในการศึกษาดังกล่าวเอง โดยให้เรือนจําอํานวยความสะดวกตามสมควร มาตรา ๔๕ ในกรณีที่เรือนจําใด มีผู้ต้องขังที่นับถือศาสนาเดียวกันเป็นจํานวนมากพอสมควร ให้เรือนจํานั้นจัดหาภิกษุ นักบวช หรือผู้มีความรู้หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่อนุศาสนาจารย์หรือผู้นําทางศาสนา แห่งศาสนาที่ผู้ต้องขังนับถือ เพื่อสอนธรรมะ ให้คําแนะนําทางจิตใจ หรือประกอบศาสนกิจในเรือนจํานั้นได้ โดยผู้ต้องขังทุกคนมีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว และมีสิทธิที่จะมีหนังสือธรรมะ หรือคู่มือพิธีกรรม ของศาสนาที่ตนนับถือไว้ในครอบครองได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ มาตรา ๔๖ ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ว่าด้วยการอภัยโทษ การเปลี่ยนโทษหนักเป็นเบา และลดโทษ ผู้ต้องขังมีสิทธิที่จะยื่นคําร้องทุกข์ หรือเรื่องราวใดๆ ต่อเจ้าพนักงานเรือนจํา ผู้บัญชาการเรือนจํา อธิบดี รัฐมนตรี หรือหน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้อง หรือทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาต่อพระมหากษัตริย์ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๔๗ ผู้ต้องขังมีสิทธิร้องเรียนเกี่ยวกับการถูกล่วงละเมิดทางเพศจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบของเจ้าพนักงานของเรือนจําได้ โดยให้ได้รับความคุ้มครองและให้คําปรึกษาในทันที รวมทั้ง คําร้องดังกล่าวต้องรักษาเป็นความลับและได้รับการไต่สวนชี้ขาดโดยพนักงานอัยการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง ในกรณีตามวรรคหนึ่ง หากผู้ต้องขังซึ่งเป็นหญิงและตั้งครรภ์ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๕๙ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม ส่วนที่ ๒ หน้าที่และการงานของผู้ต้องขัง มาตรา ๔๘ ผู้ต้องขังมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคําสั่งของเจ้าพนักงานเรือนจํา ข้อบังคับเรือนจํา และระเบียบกรมราชทัณฑ์ เจ้าพนักงานเรือนจํามีอํานาจสั่งให้ผู้ต้องขังทํางานอย่างหนึ่งอย่างใดในเรือนจํา ดังต่อไปนี้
หน้า ๑๕ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ (๑) ทํางานสาธารณะ (๒) ทํางานรักษาความสะอาดหรืองานสุขาภิบาลของเรือนจํา (๓) ทํางานบํารุงรักษาเรือนจํา (๔) ทํางานอื่นใดเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การทํางานของผู้ต้องขังตามวรรคสองต้องสอดคล้องกับการจําแนกลักษณะและการจัดแยกคุมขัง ผู้ต้องขังตามมาตรา ๓๑ โดยให้เรือนจําจัดงานให้เหมาะสมกับความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ กําหนดเวลาทํางานและวันหยุดประจําสัปดาห์ กําหนดมาตรการเพื่อคุ้มครองรักษาความปลอดภัยและสุขภาพ ให้แก่ผู้ต้องขัง และลักษณะของงานสาธารณะ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามที่กําหนดในระเบียบกรมราชทัณฑ์ มาตรา ๔๙ เจ้าพนักงานเรือนจําอาจสั่งให้นักโทษเด็ดขาดออกไปทํางานสาธารณะ หรือทํางานอื่นใดเพื่อประโยชน์ของทางราชการตามมาตรา ๔๘ นอกเรือนจําได้ โดยให้เป็นไปตาม ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาคัดเลือกนักโทษเด็ดขาดที่จะสั่งให้ออกไป ทํางานสาธารณะหรือทํางานอื่นใดเพื่อประโยชน์ของทางราชการตามมาตรา ๔๘ นอกเรือนจํา มาตรา ๕๐ ผู้ต้องขังไม่มีสิทธิได้ค่าจ้างจากการงานที่ได้ทํา แต่ในกรณีที่การงานที่ได้ทําไปนั้น ก่อให้เกิดรายได้ซึ่งคํานวณเป็นราคาเงินได้ ผู้ต้องขังอาจได้รับเงินรางวัลตอบแทนจากการงานนั้นได้ การคํานวณรายได้เป็นราคาเงินและการจ่ายเงินรางวัล ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๕๑ ผู้ต้องขังซึ่งได้รับบาดเจ็บ เจ็บป่วย หรือตาย เนื่องจากการงานตามมาตรา ๔๘ หรือมาตรา ๔๙ มีสิทธิได้รับเงินทําขวัญตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ผู้ต้องขังซึ่งมีสิทธิได้รับเงินทําขวัญตามวรรคหนึ่งตาย ให้จ่ายเงินทําขวัญนั้นแก่ทายาท ส่วนที่ ๓ ประโยชน์ของผู้ต้องขัง มาตรา ๕๒ นักโทษเด็ดขาดคนใดแสดงให้เห็นว่ามีความประพฤติดี มีความอุตสาหะ ความก้าวหน้าในการศึกษา และทําการงานเกิดผลดี หรือทําความชอบแก่ทางราชการเป็นพิเศษ อาจได้รับประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
หน้า ๑๖ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ (๑) ได้รับความสะดวกในเรือนจําตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ (๒) เลื่อนชั้น (๓) ได้รับแต่งตั้งให้มีตําแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าพนักงานเรือนจํา (๔) ลาไม่เกินเจ็ดวันในคราวหนึ่ง โดยไม่นับรวมเวลาที่ต้องใช้ในการเดินทางเข้าด้วย เมื่อมีความจําเป็น เห็นประจักษ์เกี่ยวด้วยกิจธุระสําคัญหรือกิจการในครอบครัว แต่ห้ามมิให้ออกไปนอกราชอาณาจักร และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในระเบียบกรมราชทัณฑ์ ระยะเวลาที่อนุญาตให้ลานี้ มิให้หักออก จากการคํานวณกําหนดโทษ ถ้านักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับอนุญาตให้ลาออกไปไม่กลับเข้าเรือนจําภายในเวลา ที่กําหนดเกินกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง ให้ถอวื ่านักโทษเด็ดขาดผู้นั้นหลบหนีที่คุมขังตามประมวลกฎหมายอาญา (๕) ลดวันต้องโทษจําคุกให้เดือนละไม่เกินห้าวัน แต่การลดวันต้องโทษจําคุกจะพึงกระทําได้ ต่อเมื่อนักโทษเด็ดขาดได้รับโทษจําคุกตามคําพิพากษาถึงที่สุดมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือนหรือหนึ่งในสาม ของกําหนดโทษตามหมายศาลในขณะนั้นแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า หรือไม่น้อยกว่าสิบปีในกรณีที่ต้องโทษ จําคุกตลอดชีวิตที่มีการเปลี่ยนโทษจําคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจําคุกมีกําหนดเวลา ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยลดวันต้องโทษจําคุก (๖) ลดวันต้องโทษจําคุกลงอีกไม่เกินจํานวนวันที่ทํางานสาธารณะหรือทํางานอื่นใดเพื่อประโยชน์ ของทางราชการนอกเรือนจําตามมาตรา ๔๙ และอาจได้รับเงินรางวัลด้วยก็ได้ (๗) พักการลงโทษเมื่อนักโทษเด็ดขาดได้รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือนหรือหนึ่งในสามของ กําหนดโทษตามหมายศาลในขณะนั้นแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า หรือไม่น้อยกว่าสิบปีในกรณีที่ต้องโทษ จําคุกตลอดชีวิตที่มีการเปลี่ยนโทษจําคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจําคุกมีกําหนดเวลา และกําหนดระยะเวลา ที่จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขให้กําหนดเท่ากับกําหนดโทษที่ยังเหลืออยู่ ทั้งนี้ ในการคํานวณระยะเวลาการพัก การลงโทษ ถ้ามีวันลดวันต้องโทษจําคุกตาม (๖) ให้นํามารวมกับระยะเวลาในการพักการลงโทษด้วย โดยในการพักการลงโทษ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ (๘) ได้รับการพิจารณาอนุญาตให้ออกไปฝึกวิชาชีพในสถานประกอบการหรือรับการศึกษาอบรม นอกเรือนจําโดยมีหรือไม่มีผู้ควบคุมก็ได้ แต่การอนุญาตให้ออกไปฝึกวิชาชีพหรือรับการศึกษาอบรม นอกเรือนจําจะพึงกระทําได้ต่อเมื่อนักโทษเด็ดขาดได้รับโทษจําคุกตามคําพิพากษาถึงที่สุดมาแล้วไม่น้อยกว่า หนึ่งในสามของกําหนดโทษตามหมายจําคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในขณะนั้น และเหลือโทษจําคุกไม่เกินสามปีหกเดือน ทั้งนี้ ให้คํานึงถึงประโยชน์ในการศึกษาอบรมและแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยของนักโทษเด็ดขาด และความปลอดภัย ของสังคมประกอบกัน แต่ถ้านักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับอนุญาตให้ออกไปฝึกวิชาชีพในสถานประกอบการ
หน้า ๑๗ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ หรือรับการศึกษาอบรมนอกเรือนจําโดยไม่มีผู้ควบคุมไม่กลับเข้าเรือนจําภายในเวลาที่กําหนดเกินกว่า ยี่สิบสี่ชั่วโมง ให้ถือว่านักโทษเด็ดขาดผู้นั้นหลบหนีที่คุมขังตามประมวลกฎหมายอาญา การดําเนินการตาม (๒) (๓) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กําหนดในกฎกระทรวงโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ และต้องนําพฤติการณ์การกระทําความผิด ลักษณะความผิด และความรุนแรงของคดี รวมตลอดทั้งการกระทําความผิดที่ได้กระทํามาก่อนแล้ว ตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๔๐ มาประกอบการพิจารณาด้วย มาตรา ๕๓ นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจําคุกตามมาตรา ๕๒ (๕) หรือ (๖) หรือได้รบการพั ักการลงโทษตามมาตรา ๕๒ (๗) และได้รับการปล่อยตัวไปก่อนครบกําหนดโทษตามหมายศาล ในขณะนั้น ห้ามมิให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรก่อนครบกําหนดโทษตามหมายศาลในขณะนั้น และต้องปฏิบัติตนโดยเคร่งครัดตามเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่นักโทษเด็ดขาดผู้ใดพยายามหรือได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานเรือนจําหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจซึ่งเจ้าพนักงานเรือนจํา ร้องขอในกรณีจําเป็นมีอํานาจจับนักโทษเด็ดขาดผู้นั้นได้โดยมิต้องมีหมายจับ และนํากลับเข้าจําคุกต่อไป ตามกําหนดโทษที่ยังเหลืออยู่โดยไม่ต้องมีหมายจําคุกอีก โดยให้คณะอนุกรรมการตามมาตรา ๕๒ (๕) หรือ (๗) พิจารณาตรวจสอบว่านักโทษเด็ดขาดได้พยายามหรือได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรหรือได้ปฏิบัติ ถูกต้องตามเงื่อนไขหรือไม่ หากปรากฏว่านักโทษเด็ดขาดไม่ได้กระทําการดังกล่าว ให้มีคําสั่งให้มีการลด วันต้องโทษจําคุกหรือพักการลงโทษต่อไป แต่หากได้กระทําการนั้น ให้มีอํานาจสั่งเพิกถอนการลด วันต้องโทษจําคุกหรือการพักการลงโทษ แล้วแต่กรณี และอาจถูกพิจารณาลงโทษทางวินัยอีกด้วยก็ได้ ส่วนที่ ๔ สุขอนามัยของผู้ต้องขัง มาตรา ๕๔ ให้เรือนจําทุกแห่งจัดให้มีสถานพยาบาล เพื่อเป็นที่ทําการรักษาพยาบาล ผู้ต้องขังที่ป่วย จัดให้มีแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าพนักงานเรือนจําที่ผ่านการอบรมด้านการพยาบาล ซึ่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่เป็นประจําที่สถานพยาบาลนั้นด้วย อย่างน้อยหนึ่งคน และให้ดําเนินการอ่ืนใดเกี่ยวกับ การตรวจร่างกายตามมาตรา ๓๗ การดูแลสุขอนามัย การสุขาภิบาล และการตรวจสุขภาพ ตามความจําเป็น รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ต้องขังได้รับโอกาสในการออกกําลังกายตามสมควร และจัดให้ผู้ต้องขังได้รับอุปกรณ์ช่วย เกี่ยวกับสายตาและการได้ยิน การบริการทันตกรรม รวมถึงอุปกรณ์สําหรับผู้มีกายพิการตามความจําเป็น และเหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบกรมราชทัณฑ์
หน้า ๑๘ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ มาตรา ๕๕ ในกรณีที่ผู้ต้องขังป่วย มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต หรือเป็นโรคติดต่อ ให้ผู้บัญชาการเรือนจําดําเนินการให้ผู้ต้องขังได้รับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว หากผู้ต้องขังนั้นต้องได้รับการบําบัดรักษาเฉพาะด้านหรือถ้าคงรักษาพยาบาลอยู่ในเรือนจํา จะไม่ทุเลาดีขึ้น ให้ส่งตัวผู้ต้องขังดังกล่าวไปยังสถานบําบัดรักษาสําหรับโรคชนิดนั้นโดยเฉพาะ โรงพยาบาล หรือสถานบําบัดรักษาทางสุขภาพจิต นอกเรือนจําต่อไป ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการส่งตัวผู้ต้องขัง ไปรักษาตัวนอกเรือนจํา ระยะเวลาการรักษาตัว รวมทั้งผู้มีอํานาจอนุญาต ให้เป็นไปตามกฎกระทรวง โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ในกรณีที่ส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจําตามวรรคสอง มิให้ถือว่าผู้ต้องขังนั้นพ้นจาก การคุมขัง และถ้าผู้ต้องขังไปเสียจากสถานที่ที่รับผู้ต้องขังไว้รักษาตัว ให้ถือว่ามีความผิดฐานหลบหนี ที่คุมขังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ในกรณีที่ผู้ต้องขังตาย ป่วยหนัก บาดเจ็บสาหัส วิกลจริต หรือจิตไม่ปกติ ให้ผู้บัญชาการเรือนจําแจ้งเรื่องดังกล่าวให้คู่สมรสของผู้ต้องขังนั้น ญาติ หรือบุคคลที่ผู้ต้องขังระบุไว้ทราบ โดยไม่ชักช้า มาตรา ๕๗ ให้เรือนจําจัดให้ผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรได้รับคําแนะนําทาง ด้านสุขภาพและโภชนาการจากแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าพนักงานเรือนจําที่ผ่านการอบรมด้านการพยาบาล และต้องจัดอาหารที่เพียงพอและในเวลาที่เหมาะสมให้แก่ผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์ ทารก เด็กและมารดา ที่ให้นมบุตร และต้องไม่ขัดขวางผู้ต้องขังหญิงในการให้นมบุตรและการดูแลบุตร เว้นแต่มีปัญหาด้านสุขภาพ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ มาตรา ๕๘ ให้เรือนจําจัดเตรียมให้ผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์ได้คลอดบุตรในโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลนอกเรือนจํา ณ ท้องที่ที่เรือนจํานั้นตั้งอยู่ หากเด็กคลอดในเรือนจํา ห้ามมิให้บันทึกว่า เด็กเกิดในเรือนจํา โดยให้ระบุเฉพาะท้องที่ที่เรือนจํานั้นตั้งอยู่ เมื่อผู้ต้องขังหญิงคลอดบุตรแล้ว ให้ผู้ต้องขังหญิงนั้นอยู่พักรักษาตัวต่อไปภายหลังการคลอดได้ ไม่เกินเจ็ดวันนับแต่วันคลอด ในกรณีที่จําเป็นต้องพักรักษาตัวนานกว่านี้ ให้เสนอความเห็นของแพทย์ ผู้ทําการคลอดเพื่อขออนุญาตต่อผู้บัญชาการเรือนจํา ให้เด็กที่อยู่ร่วมกับมารดาในเรือนจําได้รับการตรวจสุขภาพร่างกายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเด็ก เพื่อวินิจฉัยและให้การรักษาตามความจําเป็น รวมทั้งการตรวจป้องกันโรค และการบริการด้านสุขอนามัย การดําเนินการตามวรรคสองและวรรคสามให้เป็นไปตามระเบียบกรมราชทัณฑ์
หน้า ๑๙ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ มาตรา ๕๙ ผู้ต้องขังหญิงซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยเฉพาะผู้ที่ตั้งครรภ์จากการถูกล่วงละเมิด ดังกล่าว ต้องได้รับคําแนะนําหรือคําปรึกษาทางการแพทย์ที่เหมาะสม และต้องได้รับการสนับสนุน การดูแลสุขภาพทางกายและทางจิตตามความจําเป็น รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายด้วย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง ส่วนที่ ๕ การติดต่อผู้ต้องขัง มาตรา ๖๐ ผู้ต้องขังพึงได้รับการอนุญาตให้ติดต่อกับบุคคลภายนอกตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ บุคคลภายนอกซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าไปในเรือนจําเพื่อกิจธุระ เยี่ยมผู้ต้องขังหรือเพื่อประโยชน์ อย่างอื่น จะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ที่ประกาศไว้โดยเปิดเผย มาตรา ๖๑ ให้เรือนจําจัดสถานที่ให้ผู้ต้องขังได้พบและปรึกษากับทนายความหรือผู้ซึ่ง จะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัวได้ตามที่กําหนดในระเบียบกรมราชทัณฑ์ ส่วนที่ ๖ ทรัพย์สินของผู้ต้องขัง มาตรา ๖๒ ทรัพย์สินชนิดใดจะเป็นสิ่งของที่อนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เก็บรักษาไว้ในเรือนจํา ให้เป็นไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ทรัพย์สินที่เป็นสิ่งของอนุญาตให้เก็บรักษาไว้ในเรือนจําแต่มีปริมาณหรือจํานวนเกินกว่าที่ อธิบดีอนุญาต หรือเป็นสิ่งของที่ไม่อนุญาตให้เก็บรักษาไว้ในเรือนจํา ให้แจ้งญาติมารับคืนจากเจ้าพนักงานเรือนจํา แต่ถ้าไม่มีผู้มารับภายในเวลาที่เรือนจํากําหนด อาจจําหน่ายแล้วมอบเงินให้แก่ผู้ต้องขังภายหลังหักค่าใช้จ่าย ในการจําหน่าย แต่ถ้าของนั้นมีสภาพเป็นของสดเสียง่าย ของอันตรายหรือโสโครกให้เจ้าพนักงานเรือนจํา ทําลายเสีย การจําหน่ายและการทําลายสิ่งของตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ มาตรา ๖๓ ทรัพย์สินของผู้ต้องขังที่ตกค้างอยู่ในเรือนจํา ในกรณีต่อไปนี้ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน (๑) ผู้ต้องขังหลบหนีพ้นกําหนดสามเดือนนับแต่วันที่หลบหนี (๒) ผู้ต้องขังถูกปล่อยตัวไปแล้วและไม่มารับทรัพย์สิน เงินรางวัล หรือเงินทําขวัญของตนไป ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัว
หน้า ๒๐ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ หมวด ๖ การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยและการพ้นจากเรือนจํา มาตรา ๖๔ ให้เรือนจําเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย โดยริเริ่มเตรียมการตั้งแต่ได้รับตัว ผู้ต้องขังไว้ในเรือนจํา เพื่อให้มีกระบวนการในการส่งเสริมและช่วยเหลือผู้ต้องขังได้อย่างถูกวิธีและเหมาะสม เพื่อให้ผู้ต้องขังแต่ละคนกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้ รวมทั้งต้องให้คําแนะนําเกี่ยวกับการจัดการเรื่องส่วนตัว เศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวและชุมชน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ มาตรา ๖๕ ผู้ต้องขังที่จําคุกมาแล้วจนเหลือโทษที่ต้องจําคุกตามระเบียบที่กรมราชทัณฑ์ กําหนด ให้เรือนจําจัดให้พักการทํางาน และในกรณีที่เห็นสมควรให้จัดแยกคุมขังไว้ต่างหากจากผู้ต้องขังอื่น แล้วจัดให้ได้รับการอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย มาตรา ๖๖ ในกรณีที่ผู้ต้องขังซึ่งถึงกําหนดปล่อยป่วยหนัก ไม่สามารถไปจากเรือนจําได้ และขออนุญาตอยู่รักษาตัวในเรือนจําต่อไป ให้ผู้บัญชาการเรือนจําพิจารณาอนุญาตตามที่เห็นสมควร แต่ต้องรายงานให้อธิบดีทราบ มาตรา ๖๗ เมื่อจะปล่อยตัวผู้ต้องขัง ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้ (๑) เรียกคืนทรัพย์สินที่เป็นของทางราชการ (๒) จ่ายเครื่องแต่งกายให้ตามที่กรมราชทัณฑ์กําหนด สําหรับผู้ต้องขังที่ไม่มีเครื่องแต่งกาย จะแต่งออกไปจากเรือนจํา (๓) ทําหลักฐานการปล่อยตัว (๔) คืนทรัพย์สินของผู้ต้องขังให้แก่ผู้ต้องขัง รวมทั้งเงินรางวัลและเงินทําขวัญ (๕) ออกใบสําคัญการปล่อยนักโทษเด็ดขาดที่พ้นโทษ หมวด ๗ วินัยและบทลงโทษ มาตรา ๖๘ ผู้ต้องขังผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของเจ้าพนักงานเรือนจํา ข้อบังคับเรือนจํา หรือระเบียบกรมราชทัณฑ์ ให้ถือว่าผู้ต้องขังผู้นั้นกระทําผิดวินัย มาตรา ๖๙ เมื่อผู้ต้องขังกระทําผิดวินัย จะถูกลงโทษสถานหนึ่งสถานใด ดังต่อไปนี้ (๑) ภาคทัณฑ์ (๒) งดการเลื่อนชั้นโดยมีกําหนดเวลา
หน้า ๒๑ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ (๓) ลดชั้น (๔) ตัดการอนุญาตให้ได้รับการเยี่ยมเยียนหรือติดต่อไม่เกินสามเดือน เว้นแต่เป็นกรณี การติดต่อกับทนายความตามที่กฎหมายกําหนด หรือเป็นการติดต่อของผู้ต้องขังหญิงกับบุตรผู้เยาว์ (๕) ลดหรืองดประโยชน์และรางวัลทั้งหมดหรือแต่บางส่วนหรือบางอย่าง (๖) ขังเดี่ยวไม่เกินหนึ่งเดือน (๗) ตัดจํานวนวันที่ได้รบการลดวั ันต้องโทษ ในกรณีและเงื่อนไขอย่างใดจะลงโทษดังระบุไว้ในวรรคหนึ่ง การดําเนินการพิจารณาลงโทษ การลงโทษ การเพิกถอน เปลี่ยนแปลง งด หรือรอการลงโทษ และการอุทธรณ์ รวมทั้งผู้มีอํานาจ ในการดําเนินการดังกล่าว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗๐ ในกรณีที่ผู้ต้องขังได้กระทําความผิดอาญาข้ึนภายในเรือนจําและความผิดนั้น เป็นความผิดลหุโทษ ความผิดฐานทําให้เสียทรัพย์ของเรือนจํา ความผิดตามมาตรา ๗๓ หรือความผิด ฐานพยายามหลบหนีที่คุมขัง ให้ผู้บัญชาการเรือนจํามีอํานาจวินิจฉัยลงโทษฐานผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้ และจะนําเรื่องขึ้นเสนอต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดําเนินการสอบสวนหรือฟ้องร้องตามกฎหมายด้วยก็ได้ ความผิดตามวรรคหนึ่งที่ผู้บัญชาการเรือนจําจะใช้อํานาจวินิจฉัยลงโทษทางวินัย ให้เป็นไป ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ความในมาตรานี้ไม่ตัดสิทธิของเอกชนที่จะเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญาหรือคดีแพ่งตามกฎหมาย หมวด ๘ ความผิดเกี่ยวกับเรือนจํา มาตรา ๗๑ ผู้ใดเข้าไปในเรือนจําโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเรือนจําต้องระวางโทษ จําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๗๒ ผู้ใดกระทําด้วยประการใดให้เข้ามาหรือให้ออกไปจากเรือนจํา หรือครอบครอง หรือใช้ในเรือนจํา หรือรับจากหรือส่งมอบแก่ผู้ต้องขัง ซึ่งสิ่งของต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจําคุก ไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ (๑) ยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ และสารระเหย รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการเสพ (๒) สุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น (๓) เครื่องมืออันเป็นอุปกรณ์ในการหลบหนี
หน้า ๒๒ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ (๔) อาวุธ เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (๕) น้ํามันเชื้อเพลิงหรือวัตถุอื่นใดที่ก่อให้เกิดเพลิงได้ (๖) เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือเครื่องมือสื่อสารอื่น รวมทั้งอุปกรณ์สําหรับสิ่งของดังกล่าว (๗) สิ่งของอื่นที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเรือนจําหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม อันดีของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗๓ ผู้ใดกระทําด้วยประการใดให้เข้ามาหรือให้ออกไปจากเรือนจํา หรือครอบครอง หรือใช้ในเรือนจํา หรือรับจากหรือส่งมอบแก่ผู้ต้องขัง ซึ่งสิ่งของต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจําคุก ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ (๑) อุปกรณ์สําหรับเล่นการพนัน (๒) ของเน่าเสียหรือของมีพิษต่อร่างกาย (๓) เงินตรา (๔) เครื่องมือและอุปกรณ์สําหรับสักร่างกาย (๕) สิ่งของอื่นที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเรือนจําหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม อันดีของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗๔ สิ่งของต้องห้ามตามความในมาตรา ๗๒ และมาตรา ๗๓ ไม่หมายความรวมถึง สิ่งของซึ่งมีไว้เพื่อใช้ในราชการ สิ่งของต้องห้ามที่มีการฝ่าฝืนมาตรา ๗๒ หรือมาตรา ๗๓ ให้ริบเสียทั้งสิ้น ในกรณีสิ่งของต้องห้ามตามมาตรา ๗๓ หากไม่มีการดําเนินการฟ้องร้องตามกฎหมาย ให้ผู้บัญชาการเรือนจํามีอํานาจดําเนินการกับสิ่งของต้องห้ามดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗๕ ถ้าผู้กระทําความผิดตามมาตรา ๗๒ หรือมาตรา ๗๓ เป็นเจ้าพนักงานเรือนจํา หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเรือนจํา ต้องระวางโทษเป็นสามเท่า ของโทษที่กําหนดไว้สําหรับความผิดนั้น บทเฉพาะกาล มาตรา ๗๖ บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คําสั่ง และมติคณะรัฐมนตรี ที่ได้ออกตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้
หน้า ๒๓ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคําสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การดําเนินการออกกฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคําสั่ง ตามวรรคหนึ่ง ให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ หากไม่สามารถ ดําเนินการได้ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดําเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ มาตรา ๗๗ ให้เจ้าพนักงานเรือนจําตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ และยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นเจ้าพนักงานเรือนจําตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๗๘ ในวาระเริ่มแรกที่ยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๘ (๔) ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการโดยตําแหน่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ต้องไม่เกิน เก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หน้า ๒๔ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ หมายเหต ุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานและมีบทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับนโยบายทางอาญาของประเทศ ประกอบกับ มีกฎหมายและกฎเกณฑ์ในระดับสากลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังประเภทต่างๆ และการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมิได้มีการบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าว ส่งผลให้การดําเนินงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่สอดคล้องตามมาตรฐานสากล อาทิ ข้อกําหนดมาตรฐานขั้นต่ําสําหรับปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners / SMR) หรือข้อกําหนดของสหประชาชาติ สําหรับการปฏิบัติต่อ ผู้ต้องขังหญิงในเรือนจําและมาตรการที่มิใช่การควบคุมขังสําหรับผู้กระทําผิดหญิง (United Nations Rules for the Treatment of Women Prisoners and Non - Custodial Measures for Women Offenders) หรือข้อกําหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules) รวมทั้งยังไม่สามารถจัดการหรือบริหารโทษของผู้ต้องขังเฉพาะราย หรือเฉพาะคดีได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากไม่มีบทบัญญัติให้อํานาจในการดําเนินการ และไม่สามารถดําเนินการ ให้มีสถานที่ควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องขังประเภทอื่น นอกจากการคุมขังไว้ในเรือนจํา ซึ่งทําให้ระบบการพัฒนาพฤตินิสัย และการบริหารงานเรือนจําไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กําหนดไว้ สมควรกําหนดให้มีคณะกรรมการราชทัณฑ์ เพื่อกําหนดนโยบายและทิศทางในการบริหารงานราชทัณฑ์และปรับปรุงกฎหมายให้สามารถแก้ไข บําบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขัง กับทั้งเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาอื่นในการบริหารจัดการกระบวนงานของ กรมราชทัณฑ์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวง ก ำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขำด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขำด ซึ่งได้รับกำรลดวันต้องโทษจ ำคุกหรือกำรพักกำรลงโทษและได้รับกำรปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562 อำศัยอ ำนำจตำมควำมในมำตรำ ๗ วรรคหนึ่ง มำตรำ ๕๒ วรรคสอง และมำตรำ ๕๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระรำชบัญญัติรำชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงยุติธรรมโดยได้รับควำมเห็นชอบ จำกคณะกรรมกำรรำชทัณฑ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ หมวด ๑ บททั่วไป ข้อ ๑ นักโทษเด็ดขำดซึ่งแสดงให้เห็นว่ำมีควำมประพฤติดี มีควำมอุตสำหะ มีควำมก้ำวหน้ำ ในกำรศึกษำ และท ำกำรงำนเกิดผลดี หรือท ำควำมชอบแก่ทำงรำชกำรเป็นพิเศษ อำจได้รับ กำรพิจำรณำเลื่อนชั้น กำรแต่งตั้งให้มีต ำแหน่งหน้ำที่ผู้ช่วยเหลือเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำ กำรลดวันต้องโทษ จ ำคุก กำรลดวันต้องโทษจ ำคุกลงอีกไม่เกินจ ำนวนวันที่ท ำงำนสำธำรณะ หรือท ำงำนอื่นใดเพื่อประโยชน์ ของทำงรำชกำรนอกเรือนจ ำ กำรพักกำรลงโทษ กำรฝึกวิชำชีพในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจ ำ หรือ กำรรับกำรศึกษำอบรมนอกเรือนจ ำ โดยให้น ำพฤติกำรณ์กำรกระท ำควำมผิด ลักษณะควำมผิด ควำมรุนแรงของคดี และกำรกระท ำควำมผิดที่ได้กระท ำมำก่อนแล้ว มำประกอบกำรพิจำรณำ ให้ประโยชน์ในแต่ละกรณีด้วย ข้อ ๒ กำรแบ่งชั้นนักโทษเด็ดขำดมีดังต่อไปนี้ (๑) ชั้นเยี่ยม (๒) ชั้นดีมำก (๓) ชั้นดี (๔) ชั้นกลำง (๕) ชั้นต้องปรับปรุง (๖) ชั้นต้องปรับปรุงมำก หนา ๑้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ข้อ ๓ นักโทษเด็ดขำดเข้ำใหม่ ให้จัดอยู่ในชั้นกลำง เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ (๑) นักโทษเด็ดขำดสัญชำติไทยซึ่งถูกคุมขังนอกรำชอำณำจักรมำแล้วไม่เกินสำมปี เมื่อรับ โอนตัวมำคุมขังในรำชอำณำจักร ให้จัดอยู่ในชั้นกลำง หำกถูกคุมขังมำแล้วมำกกว่ำสำมปี ให้จัดอยู่ใน ชั้นดี โดยให้จัดชั้นนักโทษเด็ดขำดตั้งแต่วันที่รับตัวเข้ำมำคุมขังในเรือนจ ำ (๒) ศำลมีค ำพิพำกษำถึงที่สุดให้เพิ่มโทษฐำนกระท ำควำมผิดซ้ ำตำมมำตรำ ๙๒ หรือ มำตรำ ๙๓ แห่งประมวลกฎหมำยอำญำ หรือตำมกฎหมำยอื่น ให้จัดอยู่ในชั้นต้องปรับปรุง (๓) กรณีปรำกฏข้อเท็จจริงว่ำนักโทษเด็ดขำดซึ่งเคยต้องโทษจ ำคุกและพ้นโทษแล้ว กลับมำ กระท ำควำมผิดอีกภำยในห้ำปีนับแต่วันที่พ้นโทษจ ำคุกครำวก่อน โดยควำมผิดทั้งสองครำวนั้น ไม่ใช่ควำมผิดที่กระท ำโดยประมำทหรือควำมผิดลหุโทษ ให้จัดอยู่ในชั้นต้องปรับปรุง (๔) กรณีปรำกฏข้อเท็จจริงว่ำนักโทษเด็ดขำดซึ่งเคยต้องโทษจ ำคุกและพ้นโทษแล้ว กลับมำ กระท ำควำมผิดและต้องโทษจ ำคุกในครำวนี้อีกเป็นครั้งที่สำมหรือมำกกว่ำ โดยควำมผิดนั้นไม่ใช่ควำมผิด ที่กระท ำโดยประมำทหรือควำมผิดลหุโทษ ให้จัดอยู่ในชั้นต้องปรับปรุงมำก (๕) นักโทษเด็ดขำดซึ่งกระท ำควำมผิดในคดีอุกฉกรรจ์ คดีสะเทือนขวัญ หรือคดีที่เป็นที่สนใจ ของประชำชน ตำมที่รัฐมนตรีประกำศก ำหนด ให้จัดอยู่ในชั้นต้องปรับปรุงมำก ข้อ ๔ นักโทษเด็ดขำดซึ่งกระท ำควำมผิดหลำยคดี ให้จัดชั้นดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อคดีใดคดีหนึ่งมีค ำพิพำกษำถึงที่สุด ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำพิจำรณำจัดชั้นตำมข้อ ๓ และอำจได้รับกำรพิจำรณำเลื่อนชั้น แม้คดีอื่นยังไม่ถึงที่สุด (๒) คดีที่นักโทษเด็ดขำดได้รับกำรพิจำรณำจัดชั้นและอำจได้รับกำรพิจำรณำเลื่อนชั้นตำม (๑) แม้จะครบก ำหนดโทษแล้ว แต่ถ้ำนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจ ำในคดีอื่นที่ยังไม่ถึงที่สุด ให้คงชั้นนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นไว้จนกว่ำคดีอื่นถึงที่สุด และให้จัดชั้นตำมชั้นเดิมที่คงไว้ ข้อ ๕ คดีตำมข้อ ๔ เมื่อศำลได้มีค ำพิพำกษำถึงที่สุดในภำยหลังและเป็นกรณีที่จะต้องมี กำรจัดชั้นตำมข้อ ๓ (๒) หรือ (๕) ให้ด ำเนินกำรจัดชั้นนักโทษเด็ดขำดผู้นั้น โดยถือเสมือนเป็นนักโทษ เด็ดขำดเข้ำใหม่ตำมข้อ ๓ (๒) หรือ (๕) แล้วแต่กรณี เว้นแต่เป็นนักโทษเด็ดขำดซึ่งอยู่ใน ชั้นต้องปรับปรุงมำก ให้คงชั้นต้องปรับปรุงมำกไว้ตำมเดิม หมวด ๒ กำรเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำด ส่วนที่ ๑ กำรเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำดกรณีปกติ ข้อ ๖ กำรเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำดกรณีปกติ ให้เลื่อนตำมล ำดับชั้น ครั้งละหนึ่งชั้น หนา ๒้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ข้อ ๗ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำด ำเนินกำรเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำดกรณีปกติตำมก ำหนดเวลำ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (๑) นักโทษเด็ดขำดซึ่งมีก ำหนดโทษจ ำคุกไม่เกินสำมปีและต้องโทษจ ำคุกเพียงคดีเดียว ให้เลื่อนชั้นได้ปีละสำมครั้ง คือ ในวันสิ้นเดือนเมษำยนครั้งหนึ่ง ในวันสิ้นเดือนสิงหำคมครั้งหนึ่ง และในวันสิ้นเดือนธันวำคมอีกครั้งหนึ่ง (๒) นักโทษเด็ดขำดซึ่งมีก ำหนดโทษจ ำคุกเกินกว่ำสำมปีหรือต้องโทษจ ำคุกหลำยคดี ให้เลื่อนชั้นได้ปีละสองครั้ง คือ ในวันสิ้นเดือนมิถุนำยนครั้งหนึ่งและในวันสิ้นเดือนธันวำคมอีกครั้งหนึ่ง ข้อ ๘ กำรพิจำรณำเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำดตำมข้อ ๗ (๑) ให้ด ำเนินกำร ดังต่อไปนี้ (๑) นักโทษเด็ดขำดเข้ำใหม่ซึ่งถูกจัดอยู่ในชั้น ดังต่อไปนี้ (ก) ชั้นกลำง จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจ ำมำแล้ว ไม่น้อยกว่ำสี่เดือนนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด หรือเป็นนักโทษเด็ดขำดมำแล้วน้อยกว่ำสี่เดือนนับแต่วันที่ คดีถึงที่สุด แต่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจ ำมำแล้วไม่น้อยกว่ำแปดเดือน (ข) ชั้นต่ ำกว่ำชั้นกลำง จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจ ำ มำแล้วไม่น้อยกว่ำแปดเดือนนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด หรือเป็นนักโทษเด็ดขำดมำแล้วน้อยกว่ำแปดเดือน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด แต่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจ ำมำแล้วไม่น้อยกว่ำหนึ่งปีสี่เดือน (๒) นักโทษเด็ดขำดกรณีอื่นนอกจำก (๑) ซึ่งถูกจัดอยู่ในชั้น ดังต่อไปนี้ (ก) ชั้นกลำงขึ้นไป จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดในชั้นเดิมมำแล้วไม่น้อยกว่ำ สี่เดือน (ข) ชั้นต่ ำกว่ำชั้นกลำง จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดในชั้นเดิมมำแล้ว ไม่น้อยกว่ำแปดเดือน ข้อ ๙ กำรพิจำรณำเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำดตำมข้อ ๗ (๒) ให้ด ำเนินกำร ดังต่อไปนี้ (๑) นักโทษเด็ดขำดเข้ำใหม่ซึ่งถูกจัดอยู่ในชั้น ดังต่อไปนี้ (ก) ชั้นกลำง จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจ ำมำแล้ว ไม่น้อยกว่ำหกเดือนนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด หรือเป็นนักโทษเด็ดขำดน้อยกว่ำหกเดือนนับแต่วันที่ คดีถึงที่สุด แต่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจ ำมำแล้วไม่น้อยกว่ำหนึ่งปี (ข) ชั้นต้องปรับปรุง จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจ ำ มำแล้วไม่น้อยกว่ำหนึ่งปีนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด หรือเป็นนักโทษเด็ดขำดน้อยกว่ำหนึ่งปีนับแต่วันที่ คดีถึงที่สุด แต่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจ ำมำแล้วไม่น้อยกว่ำสองปี (ค) ชั้นต้องปรับปรุงมำกตำมข้อ ๓ (๔) จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดซึ่งถูกคุมขัง อยู่ในเรือนจ ำมำแล้วไม่น้อยกว่ำสองปีนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด หรือเป็นนักโทษเด็ดขำดน้อยกว่ำสองปี นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด แต่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจ ำมำแล้วไม่น้อยกว่ำสำมปี หนา ๓้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
(ง) ชั้นต้องปรับปรุงมำกตำมข้อ ๓ (๕) จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดซึ่งถูก คุมขังอยู่ในเรือนจ ำมำแล้วไม่น้อยกว่ำสำมปีนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด หรือเป็นนักโทษเด็ดขำดน้อยกว่ำ สำมปีนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด แต่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจ ำมำแล้วไม่น้อยกว่ำสี่ปี (๒) นักโทษเด็ดขำดกรณีอื่นนอกจำก (๑) ซึ่งถูกจัดอยู่ในชั้น ดังต่อไปนี้ (ก) ชั้นกลำงขึ้นไป จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดในชั้นเดิมมำแล้วไม่น้อยกว่ำ หกเดือน (ข) ชั้นต้องปรับปรุง จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดในชั้นเดิมมำแล้วไม่น้อยกว่ำ หนึ่งปี (ค) ชั้นต้องปรับปรุงมำก จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดในชั้นเดิมมำแล้ว ไม่น้อยกว่ำสองปี ข้อ ๑๐ กำรพิจำรณำเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำด ให้ค ำนึงถึงผลดีต่อกำรปกครองบังคับบัญชำ และกำรรักษำวินัยของเรือนจ ำ ประโยชน์ต่อกำรพัฒนำพฤตินิสัยของนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นให้กลับตน เป็นคนดี กำรเสียสละท ำงำนเพื่อส่วนรวม มีควำมวิริยะอุตสำหะ มีควำมขยันหมั่นเพียร มีควำมมำนะ อดทน หรือท ำกำรงำนให้เกิดผลดีแก่ทำงรำชกำรและส่วนรวม ในกำรพิจำรณำเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำดนอกจำกจะค ำนึงถึงเหตุตำมวรรคหนึ่งแล้ว ต้องพิจำรณำปัจจัยดังต่อไปนี้ด้วย (๑) ผ่ำนกำรจ ำแนกลักษณะของผู้ต้องขังตำมที่กรมรำชทัณฑ์ก ำหนด (๒) ผ่ำนกำรประเมินพฤติกรรม กำรพัฒนำพฤตินิสัย หรือหลักสูตรกำรศึกษำอบรมและ กำรฝึกวิชำชีพ กำรฝึกทักษะกำรท ำงำน กำรท ำงำนสำธำรณะ หรือกำรท ำงำนอื่นใดตำมที่ได้รับ มอบหมำย ทั้งนี้ ตำมเกณฑ์กำรประเมินที่อธิบดีก ำหนด (๓) ไม่อยู่ในระหว่ำงถูกด ำเนินกำรทำงวินัยหรือถูกลงโทษทำงวินัยในระหว่ำงกำรพิจำรณำเลื่อนชั้น ข้อ ๑๑ นักโทษเด็ดขำดซึ่งเจ็บป่วยหรือพิกำร หรือโดยสภำพแห่งร่ำงกำยไม่สำมำรถเข้ำรับ กำรศึกษำอบรม กำรฝึกวิชำชีพ หรือกำรฝึกทักษะกำรท ำงำน หรือได้รับกำรพัฒนำพฤตินิสัย อำจได้รับ กำรพิจำรณำเลื่อนชั้นกรณีปกติได้ โดยให้เสนอใบรับรองแพทย์ของทำงรำชกำรเพื่อประกอบกำรพิจำรณำ ของคณะท ำงำนเพื่อตรวจสอบกำรเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำดประจ ำเรือนจ ำ ข้อ ๑๒ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำแต่งตั้งคณะท ำงำนเพื่อตรวจสอบกำรเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำด ประจ ำเรือนจ ำ ประกอบด้วยผู้บัญชำกำรเรือนจ ำเป็นประธำน และเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำจ ำนวนไม่น้อยกว่ำ ห้ำคนเป็นคณะท ำงำน และให้เจ้ำพนักงำนเรือนจ ำคนหนึ่งเป็นเลขำนุกำร กำรแต่งตั้งคณะท ำงำนตำมวรรคหนึ่ง อำจมีผู้แทนจำกหน่วยงำนหรือบุคคลภำยนอกร่วมเป็น คณะท ำงำนด้วยก็ได้ ข้อ ๑๓ ให้คณะท ำงำนตำมข้อ ๑๒ ด ำเนินกำรตรวจสอบบัญชีรำยชื่อนักโทษเด็ดขำด ซึ่งสมควรได้รับกำรเลื่อนชั้นและเอกสำรหลักฐำนที่เกี่ยวข้อง แล้วเสนอควำมเห็นต่อผู้บัญชำกำรเรือนจ ำ หนา ๔้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ข้อ ๑๔ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำเสนอบัญชีกำรเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำด พร้อมทั้งเอกสำร หลักฐำนที่เกี่ยวข้อง และรำยงำนขอควำมเห็นชอบต่ออธิบดีตำมก ำหนดเวลำ ดังต่อไปนี้ (๑) กำรเลื่อนชั้นในวันสิ้นเดือนเมษำยน ให้รำยงำนขอควำมเห็นชอบภำยในเดือนพฤษภำคม (๒) กำรเลื่อนชั้นในวันสิ้นเดือนมิถุนำยน ให้รำยงำนขอควำมเห็นชอบภำยในเดือนกรกฎำคม (๓) กำรเลื่อนชั้นในวันสิ้นเดือนสิงหำคม ให้รำยงำนขอควำมเห็นชอบภำยในเดือนกันยำยน (๔) กำรเลื่อนชั้นในวันสิ้นเดือนธันวำคม ให้รำยงำนขอควำมเห็นชอบภำยในเดือนมกรำคม ของปีถัดไป ข้อ ๑๕ เมื่ออธิบดีให้ควำมเห็นชอบในกำรเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำดแล้ว ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำ ออกค ำสั่งและแจ้งให้นักโทษเด็ดขำดทรำบผลกำรเลื่อนชั้น และปิดประกำศรำยชื่อนักโทษเด็ดขำด ซึ่งได้รับกำรเลื่อนชั้นในที่เปิดเผยตำมที่ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำเห็นสมควร ในกรณีที่นักโทษเด็ดขำดไม่ได้รับ กำรเลื่อนชั้น ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำแจ้งให้นักโทษเด็ดขำดผู้นั้นทรำบ พร้อมทั้งเหตุผลที่ไม่ได้รับ กำรเลื่อนชั้น ผลของค ำสั่งเห็นชอบตำมวรรคหนึ่ง ให้ถือว่ำนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นได้รับกำรเลื่อนชั้น ดังต่อไปนี้ (๑) ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภำคม ส ำหรับกำรเลื่อนชั้นในวันสิ้นเดือนเมษำยน (๒) ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎำคม ส ำหรับกำรเลื่อนชั้นในวันสิ้นเดือนมิถุนำยน (๓) ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยำยน ส ำหรับกำรเลื่อนชั้นในวันสิ้นเดือนสิงหำคม (๔) ตั้งแต่วันที่ ๑ มกรำคมของปีถัดไป ส ำหรับกำรเลื่อนชั้นในวันสิ้นเดือนธันวำคม ข้อ ๑๖ กำรนับระยะเวลำกำรเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำดกรณีศำลมีค ำพิพำกษำถึงที่สุดแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัวมำคุมขังในเรือนจ ำ ให้เริ่มนับแต่วันที่รับตัวนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นเข้ำมำคุมขังในเรือนจ ำ ส่วนที่ ๒ กำรเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำดกรณีมีเหตุพิเศษ ข้อ ๑๗ กำรพิจำรณำเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำดกรณีมีเหตุพิเศษนอกจำกจะเป็นผู้มีควำมประพฤติดี มีควำมอุตสำหะ มีควำมก้ำวหน้ำในกำรศึกษำ และท ำกำรงำนเกิดผลดี หรือท ำควำมชอบแก่ทำงรำชกำร เป็นพิเศษแล้ว จะต้องปรำกฏข้อเท็จจริงว่ำนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นมีควำมเสียสละอุทิศตนช่วยเหลือ ทำงรำชกำร โดยกำรเข้ำต่อสู้ ขัดขวำง หรือป้องกันกำรหลบหนีของผู้ต้องขังจำกเรือนจ ำ ช่วยเหลือ เจ้ำพนักงำนเรือนจ ำหรือผู้อื่นในขณะที่ตกอยู่ในภำวะอันตรำย หรือเสี่ยงอันตรำย เข้ำท ำกำรป้องกัน จับกุมผู้ต้องขังที่ก่อกำรจลำจลหรือก่อเหตุร้ำยขึ้นภำยในเรือนจ ำ หรือท ำกำรดับเพลิงในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้ อำคำรสถำนที่ของเรือนจ ำ นอกจำกข้อเท็จจริงตำมวรรคหนึ่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรมอำจพิจำรณำอนุมัติให้นักโทษ เด็ดขำดเลื่อนชั้นเป็นกรณีพิเศษ เพื่อประโยชน์ด้ำนควำมมั่นคงปลอดภัยของรัฐหรือควำมสัมพันธ์อันดี ระหว่ำงประเทศก็ได้ หนา ๕้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ข้อ ๑๘ กำรเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำดกรณีมีเหตุพิเศษ อำจเลื่อนชั้นก่อนเวลำหรือ เลื่อนข้ำมชั้นก็ได้ กำรพิจำรณำเลื่อนชั้นตำมวรรคหนึ่ง ให้คณะท ำงำนตำมข้อ ๑๒ ด ำเนินกำรตำมข้อ ๑๓ และให้เลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำดเมื่อได้รับอนุมัติจำกปลัดกระทรวงยุติธรรม ผลกำรเลื่อนชั้นตำมวรรคหนึ่ง ให้ถือว่ำนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นได้รับกำรเลื่อนชั้น นับแต่วันที่ ปลัดกระทรวงยุติธรรมอนุมัติ และให้น ำควำมในข้อ ๑๕ วรรคหนึ่ง มำใช้บังคับกับกำรแจ้งผลกำรเลื่อนชั้น โดยอนุโลม หมวด ๓ กำรแต่งตั้งนักโทษเด็ดขำดให้มีต ำแหน่งหน้ำที่ผู้ช่วยเหลือเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำ ข้อ ๑๙ กรณีมีควำมจ ำเป็นต้องแต่งตั้งนักโทษเด็ดขำดให้มีต ำแหน่งหน้ำที่ผู้ช่วยเหลือ เจ้ำพนักงำนเรือนจ ำในกิจกำรเรือนจ ำ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำแต่งตั้งคณะท ำงำนเพื่อคัดเลือกนักโทษ เด็ดขำดให้มีต ำแหน่งหน้ำที่ผู้ช่วยเหลือเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำประจ ำเรือนจ ำประกอบด้วย ผู้บัญชำกำร เรือนจ ำเป็นประธำน และเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำจ ำนวนไม่น้อยกว่ำห้ำคนเป็นคณะท ำงำน และ ให้เจ้ำพนักงำนเรือนจ ำคนหนึ่งเป็นเลขำนุกำร ข้อ ๒๐ กำรคัดเลือกนักโทษเด็ดขำดซึ่งจะได้รับกำรแต่งตั้งให้มีต ำแหน่งหน้ำที่ผู้ช่วยเหลือ เจ้ำพนักงำนเรือนจ ำ ต้องด ำเนินกำรตำมหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) อัตรำส่วนของนักโทษเด็ดขำดซึ่งผู้บัญชำกำรเรือนจ ำจะแต่งตั้งให้มีต ำแหน่งหน้ำที่ ผู้ช่วยเหลือเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำต้องไม่เกินร้อยละสำมของจ ำนวนผู้ต้องขังในเรือนจ ำ (๒) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ำม ดังต่อไปนี้ (ก) เป็นนักโทษเด็ดขำดชั้นเยี่ยม เว้นแต่มีนักโทษเด็ดขำดชั้นเยี่ยมไม่เพียงพอ ให้แต่งตั้ง จำกนักโทษเด็ดขำดชั้นดีมำกหรือชั้นดีตำมล ำดับ (ข) เป็นผู้ได้รับมอบหมำยให้ท ำหน้ำที่ผู้ช่วยงำนเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำเป็นระยะเวลำ ไม่น้อยกว่ำหนึ่งปี ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่อธิบดีก ำหนด (ค) ไม่อยู่ในระหว่ำงถูกด ำเนินกำรทำงวินัยหรือมีประวัติถูกลงโทษทำงวินัย หรือเคยถูก ถอดถอนจำกต ำแหน่งหน้ำที่ผู้ช่วยเหลือเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำหรือผู้ช่วยงำนเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำ (ง) ไม่เป็นนักโทษเด็ดขำดซึ่งกระท ำควำมผิดในคดีอุกฉกรรจ์ หรือเป็นอำชญำกร โดยอำชีพ หรือเป็นผู้กระท ำควำมผิดในคดียำเสพติดให้โทษที่เข้ำข่ำยรำยส ำคัญและมีอิทธิพล ตำมที่อธิบดีประกำศก ำหนด ข้อ ๒๑ ให้คณะท ำงำนตำมข้อ ๑๙ ด ำเนินกำรคัดเลือกนักโทษเด็ดขำดซึ่งมีคุณสมบัติและ ไม่มีลักษณะต้องห้ำมตำมข้อ ๒๐ และจัดท ำแบบรำยงำนกำรแต่งตั้งนักโทษเด็ดขำดให้มีต ำแหน่งหน้ำที่ ผู้ช่วยเหลือเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำ และเสนอขออนุมัติต่ออธิบดี หนา ๖้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ข้อ ๒๒ เมื่ออธิบดีอนุมัติแล้ว ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำออกค ำสั่งแต่งตั้งนักโทษเด็ดขำดผู้นั้น ให้มีต ำแหน่งหน้ำที่ผู้ช่วยเหลือเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำ และให้ค ำสั่งดังกล่ำวมีผลนับแต่วันที่อธิบดีอนุมัติ ข้อ ๒๓ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำจัดฝึกอบรมนักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรแต่งตั้งให้มีต ำแหน่ง หน้ำที่ผู้ช่วยเหลือเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำก่อนท ำหน้ำที่ โดยให้ควำมรู้ควำมเข้ำใจในหน้ำที่และควำมรับผิดชอบ ระเบียบวินัย และข้อบังคับของเรือนจ ำ ข้อ ๒๔ นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรแต่งตั้งให้มีต ำแหน่งหน้ำที่ผู้ช่วยเหลือเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำ ผู้ใดประพฤติตนเสียหำยหรือมีพฤติกำรณ์ไม่เหมำะสม ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำสั่งระงับกำรปฏิบัติหน้ำที่ แล้วสอบสวนและรำยงำนไปยังอธิบดีเพื่อพิจำรณำอนุมัติถอดถอนโดยทันที เมื่ออธิบดีอนุมัติแล้ว ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำออกค ำสั่งถอดถอน และให้ค ำสั่งดังกล่ำวมีผล นับแต่วันที่ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำสั่งระงับกำรปฏิบัติหน้ำที่ ข้อ ๒๕ เครื่องแต่งกำยผู้มีต ำแหน่งหน้ำที่ผู้ช่วยเหลือเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำ ให้เป็นไปตำมระเบียบ ที่อธิบดีก ำหนด หมวด ๔ กำรลดวันต้องโทษจ ำคุกและกำรปล่อยตัว ข้อ ๒๖ นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับโทษจ ำคุกตำมค ำพิพำกษำถึงที่สุดมำแล้วไม่น้อยกว่ำ หกเดือนหรือหนึ่งในสำมของก ำหนดโทษตำมหมำยศำลในขณะนั้นแล้วแต่อย่ำงใดจะมำกกว่ำ หรือ ไม่น้อยกว่ำสิบปีในกรณีที่ต้องโทษจ ำคุกตลอดชีวิตที่มีกำรเปลี่ยนโทษจ ำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจ ำคุก มีก ำหนดเวลำ อำจได้รับกำรลดวันต้องโทษจ ำคุกตำมชั้นและตำมจ ำนวนวัน ดังต่อไปนี้ (๑) ชั้นเยี่ยม เดือนละห้ำวัน (๒) ชั้นดีมำก เดือนละสี่วัน (๓) ชั้นดี เดือนละสำมวัน นักโทษเด็ดขำดซึ่งกระท ำผิดวินัยจะไม่ได้รับประโยชน์จำกกำรสะสมวันลดวันต้องโทษจ ำคุก ตำมชั้นเฉพำะเดือนที่กระท ำผิดวินัย ข้อ ๒๗ นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรลดวันต้องโทษจ ำคุกตำมข้อ ๒๖ จะได้รับกำรพิจำรณำ ปล่อยตัว ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นนักโทษเด็ดขำดตั้งแต่ชั้นดีขึ้นไป (๒) เหลือโทษจ ำคุกเท่ำกับจ ำนวนวันที่ได้รับกำรสะสมลดวันต้องโทษจ ำคุกตำมข้อ ๒๖ และหำกมีวันลดวันต้องโทษจ ำคุกตำมมำตรำ ๕๒ (๖) ให้น ำมำรวมด้วย (๓) ได้รับกำรแก้ไข บ ำบัด ฟื้นฟู และพัฒนำพฤตินิสัยตำมที่อธิบดีก ำหนด (๔) มีผู้อุปกำระ (๕) ผ่ำนกำรคัดเลือกจำกคณะท ำงำนเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยลดวันต้องโทษจ ำคุกประจ ำเรือนจ ำ หนา ๗้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ข้อ ๒๘ กำรพิจำรณำปล่อยตัวนักโทษเด็ดขำดจำกกำรลดวันต้องโทษจ ำคุก ให้น ำเหตุปัจจัย ดังต่อไปนี้มำพิจำรณำด้วย (๑) ระยะเวลำกำรคุมประพฤติ (๒) ควำมน่ำเชื่อถือและควำมเหมำะสมของผู้อุปกำระในกำรควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขำด ให้ปฏิบัติตำมเงื่อนไขจนกว่ำจะพ้นโทษ (๓) ผลกระทบด้ำนควำมปลอดภัยของสังคม (๔) มีพฤติกำรณ์ในระหว่ำงถูกคุมขังจนน่ำเชื่อว่ำได้กลับตนเป็นคนดี ข้อ ๒๙ ให้มีคณะท ำงำนเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยลดวันต้องโทษจ ำคุกประจ ำเรือนจ ำ ประกอบด้วยผู้บัญชำกำรเรือนจ ำเป็นประธำน ผู้แทนกรมกำรปกครอง ผู้แทนกรมคุมประพฤติ ผู้แทนส ำนักงำนคณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมยำเสพติด ผู้แทนส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ และ เจ้ำพนักงำนเรือนจ ำซึ่งผู้บัญชำกำรเรือนจ ำแต่งตั้งจ ำนวนสองคน เป็นคณะท ำงำน และให้เจ้ำพนักงำน เรือนจ ำคนหนึ่งเป็นเลขำนุกำร ข้อ ๓๐ กำรประชุมของคณะท ำงำนตำมข้อ ๒๙ ต้องมีคณะท ำงำนมำประชุมไม่น้อยกว่ำ กึ่งหนึ่งของจ ำนวนคณะท ำงำนทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในกำรประชุมของคณะท ำงำนตำมวรรคหนึ่ง ห้ำมมิให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำมอบหมำยให้ผู้อื่น ท ำหน้ำที่เป็นประธำนแทน หำกผู้บัญชำกำรเรือนจ ำไม่สำมำรถท ำหน้ำที่เป็นประธำนได้ ให้เลื่อน กำรประชุมครำวนั้นออกไป โดยให้ค ำนึงถึงประโยชน์ของนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นเป็นส ำคัญ กำรวินิจฉัยชี้ขำดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้ำงมำก คณะท ำงำนคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในกำรลง คะแนน ถ้ำคะแนนเสียงเท่ำกัน ให้ประธำนในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขำด ข้อ ๓๑ ให้คณะท ำงำนตำมข้อ ๒๙ ด ำเนินกำรตรวจสอบบัญชีรำยชื่อนักโทษเด็ดขำด ซึ่งสมควรได้รับกำรลดวันต้องโทษจ ำคุกตำมมำตรำ ๕๒ (๕) และเอกสำรหลักฐำนที่เกี่ยวข้อง แล้วเสนอควำมเห็นต่ออธิบดี ข้อ ๓๒ เมื่ออธิบดีได้รับควำมเห็นของคณะท ำงำนแล้ว ให้เสนอคณะอนุกรรมกำร เพื่อพิจำรณำวินิจฉัยลดวันต้องโทษจ ำคุกพิจำรณำอนุมัติให้ปล่อยตัว อธิบดีอำจตั้งคณะท ำงำนเพื่อพิจำรณำกลั่นกรองก่อนเสนอควำมเห็นตำมวรรคหนึ่งก็ได้ กำรพิจำรณำของคณะอนุกรรมกำรตำมวรรคหนึ่ง ให้น ำเหตุปัจจัยตำมข้อ ๒๘ มำพิจำรณำด้วย ควำมเห็นของคณะอนุกรรมกำรตำมวรรคหนึ่ง ให้เป็นที่สุด ข้อ ๓๓ เมื่อคณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยลดวันต้องโทษจ ำคุกอนุมัติให้ปล่อยตัว นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรลดวันต้องโทษจ ำคุกแล้ว ให้อธิบดีแจ้งผลกำรอนุมัติให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำทรำบ ในกำรนี้ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำออกหนังสือส ำคัญให้แก่นักโทษเด็ดขำดผู้นั้นและมีหนังสือ แจ้งพนักงำนคุมประพฤติในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรปล่อยตัวเข้ำไปพักอำศัยทรำบภำยใน หนา ๘้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
เวลำอันสมควร โดยนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นต้องไปรำยงำนตัวต่อพนักงำนคุมประพฤติในท้องที่ที่ไปพักอำศัย ภำยในสำมวันนับแต่วันที่ได้รับกำรปล่อยตัว หนังสือส ำคัญตำมวรรคหนึ่ง ต้องระบุเงื่อนไขตำมหมวด ๙ เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับ กำรปล่อยตัวก่อนครบก ำหนดโทษต้องปฏิบัติ ในกรณีที่หนังสือส ำคัญสูญหำย ให้รีบแจ้งต่อพนักงำน คุมประพฤติและขอรับใบแทนหนังสือส ำคัญ เมื่อเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำหรือพนักงำนฝ่ำยปกครองหรือต ำรวจเรียกให้นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับ กำรปล่อยตัวแสดงหนังสือส ำคัญ ให้นักโทษเด็ดขำดผู้นั้นแสดงหนังสือส ำคัญต่อบุคคลดังกล่ำว ถ้ำไม่แสดงหนังสือส ำคัญ พนักงำนฝ่ำยปกครองหรือต ำรวจจะจับนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นส่งเรือนจ ำก็ได้ ข้อ ๓๔ กรณีที่นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรลดวันต้องโทษจ ำคุกและปล่อยตัวไป ฝ่ำฝืนหรือ ไม่ปฏิบัติตำมเงื่อนไขที่ก ำหนดในหมวด ๙ เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรปล่อยตัวก่อนครบ ก ำหนดโทษต้องปฏิบัติ ให้พนักงำนคุมประพฤติรำยงำนให้อธิบดีทรำบโดยเร็ว เพื่อให้คณะอนุกรรมกำร เพื่อพิจำรณำวินิจฉัยลดวันต้องโทษจ ำคุกพิจำรณำสั่งเพิกถอนกำรลดวันต้องโทษจ ำคุก หมวด ๕ กำรลดวันต้องโทษจ ำคุกลงอีกไม่เกินจ ำนวนวันที่ท ำงำนสำธำรณะหรือท ำงำนอื่นใด เพื่อประโยชน์ของทำงรำชกำรนอกเรือนจ ำ ข้อ ๓๕ นักโทษเด็ดขำดซึ่งถูกส่งออกไปท ำงำนสำธำรณะหรือท ำงำนอื่นใดเพื่อประโยชน์ของ ทำงรำชกำรนอกเรือนจ ำ ให้ได้รับกำรลดวันต้องโทษจ ำคุกลงเท่ำจ ำนวนวันที่ท ำงำนนั้น วันท ำงำนตำมวรรคหนึ่ง ต้องไม่น้อยกว่ำแปดชั่วโมง โดยให้นับรวมเวลำเดินทำงทั้งไปและกลับด้วย ข้อ ๓๖ งำนสำธำรณะตำมหมวดนี้ ได้แก่ (๑) งำนที่ต้องใช้งบประมำณแผ่นดิน เงินของรำชกำรบริหำรส่วนท้องถิ่น เงินของรัฐวิสำหกิจ หรือเงินของหน่วยงำนอื่นของรัฐ (๒) งำนนอกเหนือจำก (๑) ซึ่งมีลักษณะเป็นกำรก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชำชนทั่วไป กำรจัดท ำบริกำรสำธำรณะ กำรช่วยเหลือบรรเทำสำธำรณภัย หรือกำรอื่นใดที่มีลักษณะเป็นกำรบริกำรสังคม ทั้งนี้ ไม่ว่ำงำนนั้นจะมีผลประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ งำนสำธำรณะที่จะจัดให้นักโทษเด็ดขำดออกไปท ำนอกเรือนจ ำตำมวรรคหนึ่ง ต้องเสนอให้ อธิบดีพิจำรณำให้ควำมเห็นชอบก่อน ข้อ ๓๗ งำนอื่นใดเพื่อประโยชน์ของทำงรำชกำรตำมหมวดนี้ ได้แก่ (๑) งำนรักษำควำมสะอำด งำนสุขำภิบำล หรืองำนบ ำรุงรักษำสถำนที่หรือหน่วยงำน ของรำชกำรนอกเรือนจ ำ (๒) งำนอื่นใดตำมที่ก ำหนดในระเบียบกรมรำชทัณฑ์ หนา ๙้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ข้อ ๓๘ นักโทษเด็ดขำดผู้ใดมีวันลดวันต้องโทษจ ำคุกสะสมจำกกำรออกไปท ำงำนสำธำรณะ หรือท ำงำนอื่นใดเพื่อประโยชน์ของทำงรำชกำรนอกเรือนจ ำเท่ำกับโทษจ ำคุกที่เหลืออยู่ ให้ผู้บัญชำกำร เรือนจ ำเสนออธิบดีเพื่อพิจำรณำสั่งปล่อยตัวจำกกำรลดวันต้องโทษจ ำคุกสะสมนั้น ให้น ำควำมในข้อ ๓๓ ข้อ ๓๔ ข้อ ๗๒ ข้อ ๗๓ และข้อ ๗๔ มำใช้บังคับโดยอนุโลม ข้อ ๓๙ กำรส่งนักโทษเด็ดขำดผู้ใดออกไปท ำงำนสำธำรณะหรือท ำงำนอื่นใดเพื่อประโยชน์ ของทำงรำชกำรนอกเรือนจ ำ คณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำคัดเลือกนักโทษเด็ดขำดที่จะสั่งให้ออกไป ท ำงำนสำธำรณะหรือท ำงำนอื่นใดเพื่อประโยชน์ของทำงรำชกำรนอกเรือนจ ำ อำจก ำหนดให้ใช้อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดเพื่อสนับสนุนกำรควบคุมตัวนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นก็ได้ หมวด ๖ กำรพักกำรลงโทษ ข้อ ๔๐ นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับโทษจ ำคุกตำมค ำพิพำกษำถึงที่สุดมำแล้วไม่น้อยกว่ำหกเดือน หรือหนึ่งในสำมของก ำหนดโทษตำมหมำยศำลในขณะนั้นแล้วแต่อย่ำงใดจะมำกกว่ำ หรือไม่น้อยกว่ำสิบปี ในกรณีที่ต้องโทษจ ำคุกตลอดชีวิตที่มีกำรเปลี่ยนโทษจ ำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจ ำคุกมีก ำหนดเวลำ อำจได้รับกำรพักกำรลงโทษ ข้อ ๔๑ นักโทษเด็ดขำดซึ่งจะได้รับพิจำรณำกำรพักกำรลงโทษกรณีปกติ จะต้องเป็นนักโทษ เด็ดขำดซึ่งต้องโทษจ ำคุกเป็นครั้งแรก เว้นแต่โทษจ ำคุกในครั้งก่อนนั้นเป็นควำมผิดที่กระท ำ โดยประมำทหรือควำมผิดลหุโทษ นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรล้ำงมลทินตำมกฎหมำยล้ำงมลทิน ไม่ถือเป็นกำรต้องโทษจ ำคุกครั้งแรก ข้อ ๔๒ ในกรณีปกติ นักโทษเด็ดขำดอำจได้รับกำรพักกำรลงโทษ ดังต่อไปนี้ (๑) ชั้นเยี่ยม ไม่เกินหนึ่งในสำมของก ำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมำยแจ้งโทษเด็ดขำด (๒) ชั้นดีมำก ไม่เกินหนึ่งในสี่ของก ำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมำยแจ้งโทษเด็ดขำด (๓) ชั้นดี ไม่เกินหนึ่งในห้ำของก ำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมำยแจ้งโทษเด็ดขำด กรณีตำม (๑) (๒) หรือ (๓) หำกมีกำรพระรำชทำนอภัยโทษ ให้ถือก ำหนดโทษตำมหมำย แจ้งโทษเด็ดขำดฉบับหลังสุด ในกรณีที่นักโทษเด็ดขำดมีวันลดวันต้องโทษจ ำคุกตำมมำตรำ ๕๒ (๖) ให้น ำมำรวมกับ ระยะเวลำพักกำรลงโทษตำมวรรคหนึ่งด้วย ข้อ ๔๓ ในกรณีที่อธิบดีพิจำรณำแล้วเห็นว่ำมีเหตุพิเศษที่จะพักกำรลงโทษนักโทษเด็ดขำด มำกกว่ำที่ก ำหนดในข้อ ๔๒ ให้เสนอคณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยกำรพักกำรลงโทษพิจำรณำ ให้ควำมเห็นชอบและเสนอรัฐมนตรีพิจำรณำอนุมัติ ข้อ ๔๔ กำรพิจำรณำกำรพักกำรลงโทษให้กับนักโทษเด็ดขำด ให้น ำเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้ มำพิจำรณำด้วย หนา ๑๐้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
(๑) พฤติกำรณ์แห่งคดีที่ได้กระท ำและกำรกระท ำควำมผิดที่ได้กระท ำมำก่อนแล้ว (๒) ระยะเวลำกำรคุมประพฤติ (๓) ควำมน่ำเชื่อถือและควำมเหมำะสมของผู้อุปกำระในกำรควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขำด ให้ปฏิบัติตำมเงื่อนไขจนกว่ำจะพ้นโทษ (๔) ผลกระทบด้ำนควำมปลอดภัยของสังคม (๕) มีพฤติกำรณ์ในระหว่ำงถูกคุมขังจนน่ำเชื่อว่ำได้กลับตนเป็นคนดี (๖) ผ่ำนกำรแก้ไข บ ำบัด ฟื้นฟู และพัฒนำพฤตินิสัย ข้อ ๔๕ ให้มีคณะท ำงำนเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยกำรพักกำรลงโทษประจ ำเรือนจ ำ ประกอบด้วย ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำเป็นประธำน ผู้แทนกรมกำรปกครอง ผู้แทนกรมคุมประพฤติ ผู้แทนส ำนักงำน คณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมยำเสพติด ผู้แทนส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ และเจ้ำพนักงำน เรือนจ ำซึ่งผู้บัญชำกำรเรือนจ ำแต่งตั้งจ ำนวนสองคน เป็นคณะท ำงำน และให้เจ้ำพนักงำนเรือนจ ำ คนหนึ่งเป็นเลขำนุกำร ให้น ำควำมในข้อ ๓๐ มำใช้บังคับกับกำรประชุมของคณะท ำงำนตำมวรรคหนึ่ง โดยอนุโลม ข้อ ๔๖ ให้คณะท ำงำนตำมข้อ ๔๕ ด ำเนินกำรตรวจสอบบัญชีรำยชื่อนักโทษเด็ดขำด ซึ่งสมควรได้รับกำรพักกำรลงโทษและเอกสำรหลักฐำนที่เกี่ยวข้อง แล้วเสนอควำมเห็นต่อผู้บัญชำกำร เรือนจ ำ ข้อ ๔๗ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำเสนอรำยชื่อนักโทษเด็ดขำดซึ่งสมควรได้รับกำรพักกำรลงโทษ พร้อมควำมเห็นต่ออธิบดีเพื่อพิจำรณำให้ควำมเห็นชอบ อธิบดีอำจตั้งคณะท ำงำนเพื่อพิจำรณำกลั่นกรองก่อนเสนอควำมเห็นตำมวรรคหนึ่งก็ได้ ในกรณีที่อธิบดีไม่เห็นด้วยกับควำมเห็นของคณะท ำงำนตำมข้อ ๔๕ ให้ท ำควำมเห็นแย้งแล้ว ส่งเรื่องกลับไปให้คณะท ำงำนพิจำรณำให้แล้วเสร็จภำยในสำมสิบวันนับแต่วันที่ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำได้รับเรื่อง หำกไม่สำมำรถด ำเนินกำรภำยในก ำหนดเวลำดังกล่ำวได้ ให้ขยำยระยะเวลำได้อีกไม่เกินสิบห้ำวัน เมื่อคณะท ำงำนตำมข้อ ๔๕ พิจำรณำเสร็จแล้ว ให้ท ำควำมเห็นแจ้งอธิบดีทรำบ เพื่อเสนอ ควำมเห็นต่อคณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยกำรพักกำรลงโทษพิจำรณำ ข้อ ๔๘ ให้อธิบดีก ำกับดูแลกำรคัดเลือกนักโทษเด็ดขำดซึ่งจะได้รับกำรพักกำรลงโทษ ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ก ำหนดในกฎกระทรวงนี้ โดยนักโทษเด็ดขำดซึ่งจะได้รับกำรพักกำรลงโทษ จะต้องเป็นผู้ที่สำมำรถปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมไปในทำงที่ดีขึ้นได้ ข้อ ๔๙ เมื่ออธิบดีพิจำรณำควำมเห็นของคณะท ำงำนตำมข้อ ๔๕ และเห็นชอบด้วย ให้เสนอควำมเห็นต่อคณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยกำรพักกำรลงโทษพิจำรณำอนุมัติ พักกำรลงโทษ กำรพิจำรณำของคณะอนุกรรมกำรตำมวรรคหนึ่ง ให้น ำเหตุปัจจัยตำมข้อ ๔๔ มำพิจำรณำด้วย ควำมเห็นของคณะอนุกรรมกำรตำมวรรคหนึ่ง ให้เป็นที่สุด หนา ๑๑้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ข้อ ๕๐ เมื่อคณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยกำรพักกำรลงโทษหรือรัฐมนตรีอนุมัติ พักกำรลงโทษและให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรพักกำรลงโทษแล้ว ให้อธิบดีแจ้งผลกำรอนุมัติ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำทรำบ ในกำรนี้ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำออกหนังสือส ำคัญให้แก่นักโทษเด็ดขำด ผู้นั้นและมีหนังสือแจ้งพนักงำนคุมประพฤติและพนักงำนฝ่ำยปกครองหรือต ำรวจในท้องที่ที่นักโทษ เด็ดขำดซึ่งได้รับกำรปล่อยตัวเข้ำไปพักอำศัยทรำบภำยในเวลำอันสมควร โดยนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นต้องไป รำยงำนตัวต่อพนักงำนคุมประพฤติในท้องที่ที่ไปพักอำศัยภำยในสำมวันนับแต่วันที่ได้รับกำรปล่อยตัว ถ้ำนักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรพักกำรลงโทษและปล่อยตัวตำมวรรคหนึ่ง ย้ำยที่อยู่หรือเข้ำไป ท ำงำนในท้องที่อื่นที่มิใช่สถำนที่หรือท้องที่ตำมข้อ ๗๓ (๒) หรือ (๕) ให้พนักงำนคุมประพฤติ แห่งท้องที่ที่มีกำรย้ำยเข้ำไปมีหนังสือแจ้งพนักงำนฝ่ำยปกครอง หรือต ำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขำด ผู้นั้นได้ย้ำยที่อยู่หรือเข้ำไปท ำงำนในท้องที่นั้นทรำบภำยในเวลำอันสมควร ข้อ ๕๑ หนังสือส ำคัญตำมข้อ ๕๐ ต้องระบุเงื่อนไขตำมหมวด ๙ เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขำด ซึ่งได้รับกำรปล่อยตัวก่อนครบก ำหนดโทษต้องปฏิบัติ ในกรณีที่หนังสือส ำคัญสูญหำย ให้รีบแจ้ง ต่อพนักงำนคุมประพฤติและขอรับใบแทนหนังสือส ำคัญ เมื่อเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำหรือพนักงำนฝ่ำยปกครองหรือต ำรวจเรียกให้นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับ กำรปล่อยตัวแสดงหนังสือส ำคัญ ให้นักโทษเด็ดขำดผู้นั้นแสดงหนังสือส ำคัญต่อบุคคลดังกล่ำว ถ้ำไม่แสดงหนังสือส ำคัญ พนักงำนฝ่ำยปกครองหรือต ำรวจจะจับนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นส่งเรือนจ ำก็ได้ ข้อ ๕๒ กรณีที่นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรพักกำรลงโทษและปล่อยตัวไปฝ่ำฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตำมเงื่อนไขที่ก ำหนดในหมวด ๙ เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรปล่อยตัวก่อนครบก ำหนดโทษ ต้องปฏิบัติ ให้พนักงำนคุมประพฤติรำยงำนให้อธิบดีทรำบโดยเร็ว เพื่อให้คณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำ วินิจฉัยกำรพักกำรลงโทษพิจำรณำสั่งเพิกถอนกำรพักกำรลงโทษ หมวด ๗ กำรฝึกวิชำชีพในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจ ำ ข้อ ๕๓ นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับโทษจ ำคุกตำมค ำพิพำกษำถึงที่สุดมำแล้วไม่น้อยกว่ำ หนึ่งในสำมของก ำหนดโทษตำมหมำยจ ำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในขณะนั้น และเหลือโทษจ ำคุกไม่เกินสำมปี หกเดือน อำจได้รับอนุญำตให้ออกไปฝึกวิชำชีพในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจ ำ ค ำว่ำ “สถำนประกอบกำร” ให้หมำยควำมรวมถึงสถำนที่ของทำงรำชกำร รัฐวิสำหกิจ วิสำหกิจชุมชน หรือหน่วยงำนอื่นของรัฐด้วย ข้อ ๕๔ นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับอนุญำตให้ออกไปฝึกวิชำชีพในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจ ำ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ำม ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นนักโทษเด็ดขำดตั้งแต่ชั้นดีขึ้นไป (๒) ได้รับกำรฝึกอบรมและผ่ำนกำรทดสอบควำมรู้จำกผู้ให้กำรฝึกอบรมแล้ว หนา ๑๒้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
(๓) ไม่อยู่ในระหว่ำงถูกด ำเนินกำรทำงวินัยหรือถูกลงโทษทำงวินัยในรอบหกเดือนก่อนออกไป ฝึกวิชำชีพ (๔) ไม่อยู่ในระหว่ำงถูกด ำเนินคดีอำญำในคดีอื่นหรือถูกอำยัดตัวเพื่อด ำเนินคดีอำญำอื่น (๕) ไม่มีพฤติกำรณ์ที่แสดงให้เห็นว่ำเมื่อได้รับอนุญำตให้ออกไปแล้วอำจจะหลบหนีหรือ ก่อให้เกิดควำมเสียหำยแก่ทำงรำชกำร ข้อ ๕๕ นักโทษเด็ดขำดซึ่งกระท ำควำมผิดดังต่อไปนี้ไม่ได้รับกำรพิจำรณำคัดเลือกให้ออกไป ฝึกวิชำชีพในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจ ำ (๑) ควำมผิดเกี่ยวกับควำมมั่นคงแห่งรำชอำณำจักรตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๑๐๗ ถึงมำตรำ ๑๓๕ (๒) ควำมผิดเกี่ยวกับกำรก่อกำรร้ำยตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๑๓๕/๑ ถึง มำตรำ ๑๓๕/๔ (๓) ควำมผิดเกี่ยวกับเพศตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๒๗๖ วรรคสำม มำตรำ ๒๗๗ มำตรำ ๒๗๗ ทวิ มำตรำ ๒๗๗ ตรี มำตรำ ๒๘๐ มำตรำ ๒๘๒ หรือมำตรำ ๒๘๓ (๔) ควำมผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่ำงกำยตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๒๘๙ มำตรำ ๒๙๗ หรือมำตรำ ๒๙๘ ข้อ ๕๖ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำแต่งตั้งคณะท ำงำนเพื่อพิจำรณำคัดเลือกนักโทษเด็ดขำด ให้ออกไปฝึกวิชำชีพในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจ ำ ประกอบด้วยผู้บัญชำกำรเรือนจ ำเป็นประธำน และเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำจ ำนวนไม่น้อยกว่ำสำมคนเป็นคณะท ำงำน และให้เจ้ำพนักงำนเรือนจ ำคนหนึ่ง เป็นเลขำนุกำร ข้อ ๕๗ ให้คณะท ำงำนตำมข้อ ๕๖ ด ำเนินกำรคัดเลือกนักโทษเด็ดขำดซึ่งสมควรให้ออกไป ฝึกวิชำชีพในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจ ำ แล้วเสนอผู้บัญชำกำรเรือนจ ำให้ควำมเห็นชอบ ข้อ ๕๘ กำรฝึกวิชำชีพในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจ ำตำมลักษณะงำนดังต่อไปนี้ต้องได้รับ ควำมเห็นชอบจำกอธิบดีก่อน โดยให้ค ำนึงถึงควำมปลอดภัยของนักโทษเด็ดขำดประกอบด้วย (๑) งำนที่ต้องท ำใต้ดิน ใต้น้ ำ ในถ้ ำ ในอุโมงค์ หรือในที่อับอำกำศ (๒) งำนที่ท ำบนที่สูง (๓) งำนเกี่ยวกับกัมมันตภำพรังสี (๔) งำนเชื่อมโลหะ (๕) งำนขนส่งวัตถุอันตรำย (๖) งำนผลิตสำรเคมีอันตรำย (๗) งำนที่ต้องท ำด้วยเครื่องมือหรือเครื่องจักรซึ่งผู้ท ำได้รับควำมสั่นสะเทือนอันอำจเป็นอันตรำย และงำนที่มีเสียงดังเกินเกณฑ์ที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภำพของผู้ต้องขัง (๘) งำนที่ต้องห้ำมเกี่ยวกับควำมร้อนจัดหรือเย็นจัดอันอำจเป็นอันตรำย หนา ๑๓้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
(๙) งำนอื่นตำมที่อธิบดีก ำหนด ข้อ ๕๙ กำรให้นักโทษเด็ดขำดหญิงออกไปฝึกวิชำชีพในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจ ำ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำพิจำรณำลักษณะงำนและสถำนประกอบกำรด้วยควำมรอบคอบ และเสนออธิบดี พิจำรณำให้ควำมเห็นชอบก่อนอนุญำตให้ออกไปฝึกวิชำชีพ ข้อ ๖๐ ในกรณีที่ปรำกฏในภำยหลังว่ำนักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับอนุญำตให้ออกไปฝึกวิชำชีพ ในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจ ำขำดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ำม หรือฝ่ำฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตำมระเบียบของสถำนประกอบกำรหรือกรมรำชทัณฑ์ ตลอดจนข้อตกลงที่กรมรำชทัณฑ์ท ำกับ สถำนประกอบกำร ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำเพิกถอนกำรอนุญำตและน ำตัวนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นกลับเข้ำเรือนจ ำ พร้อมทั้งรำยงำนให้อธิบดีทรำบเพื่อด ำเนินกำรต่อไป ข้อ ๖๑ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำรำยงำนผลกำรอนุญำตให้นักโทษเด็ดขำดออกไปฝึกวิชำชีพ ในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจ ำต่ออธิบดีตำมระยะเวลำและรูปแบบที่อธิบดีก ำหนด และผู้บัญชำกำร เรือนจ ำอำจก ำหนดให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดเพื่อสนับสนุนกำรควบคุมตัวนักโทษ เด็ดขำดผู้นั้นก็ได้ หมวด ๘ กำรรับกำรศึกษำอบรมนอกเรือนจ ำ ข้อ ๖๒ นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับโทษจ ำคุกตำมค ำพิพำกษำถึงที่สุดมำแล้วไม่น้อยกว่ำหนึ่งในสำม ของก ำหนดโทษตำมหมำยจ ำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในขณะนั้น และเหลือโทษจ ำคุกไม่เกินสำมปีหกเดือน อำจได้รับอนุญำตให้ออกไปศึกษำอบรมนอกเรือนจ ำ ข้อ ๖๓ นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับอนุญำตให้ออกไปศึกษำอบรมนอกเรือนจ ำในหลักสูตร กำรศึกษำอบรมที่กรมรำชทัณฑ์หรือเรือนจ ำท ำควำมตกลงกับสถำนศึกษำ ต้องมีคุณสมบัติและ ไม่มีลักษณะต้องห้ำม ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องโทษจ ำคุกเป็นครั้งแรก (๒) เป็นนักโทษเด็ดขำดตั้งแต่ชั้นดีขึ้นไป (๓) อยู่ระหว่ำงกำรศึกษำอบรมก่อนต้องโทษ และยังสำมำรถศึกษำอบรมต่อเนื่องเพื่อให้ จบหลักสูตรได้ (๔) ได้รับกำรศึกษำอบรมในเรือนจ ำและจ ำเป็นต้องได้รับกำรศึกษำอบรมต่อเนื่องนอกเรือนจ ำ (๕) ไม่อยู่ในระหว่ำงถูกด ำเนินกำรทำงวินัยหรือถูกลงโทษทำงวินัยในรอบหกเดือนก่อนออกไป ศึกษำอบรมนอกเรือนจ ำ (๖) ไม่อยู่ในระหว่ำงถูกด ำเนินคดีอำญำในคดีอื่นหรือถูกอำยัดตัวเพื่อด ำเนินคดีอำญำอื่น (๗) ไม่มีพฤติกำรณ์ที่แสดงให้เห็นว่ำเมื่อได้รับอนุญำตให้ออกไปแล้วอำจจะหลบหนีหรือ ก่อให้เกิดควำมเสียหำยแก่ทำงรำชกำร หนา ๑๔้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
หลักสูตรกำรศึกษำอบรมที่อนุญำตให้นักโทษเด็ดขำดออกไปศึกษำอบรมนอกเรือนจ ำตำมวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตำมที่อธิบดีประกำศก ำหนด ข้อ ๖๔ นักโทษเด็ดขำดซึ่งกระท ำควำมผิดดังต่อไปนี้ไม่ได้รับกำรพิจำรณำคัดเลือกให้ออกไป ศึกษำอบรมนอกเรือนจ ำ (๑) ควำมผิดเกี่ยวกับควำมมั่นคงแห่งรำชอำณำจักรตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๑๐๗ ถึงมำตรำ ๑๓๕ (๒) ควำมผิดเกี่ยวกับกำรก่อกำรร้ำยตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๑๓๕/๑ ถึงมำตรำ ๑๓๕/๔ (๓) ควำมผิดเกี่ยวกับเพศตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๒๗๖ วรรคสำม มำตรำ ๒๗๗ มำตรำ ๒๗๗ ทวิ มำตรำ ๒๗๗ ตรี มำตรำ ๒๘๐ มำตรำ ๒๘๒ หรือมำตรำ ๒๘๓ (๔) ควำมผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่ำงกำยตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๒๘๙ มำตรำ ๒๙๗ หรือมำตรำ ๒๙๘ ข้อ ๖๕ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำแต่งตั้งคณะท ำงำนเพื่อพิจำรณำคัดเลือกนักโทษเด็ดขำด ให้ออกไปรับกำรศึกษำอบรมนอกเรือนจ ำ ประกอบด้วยผู้บัญชำกำรเรือนจ ำเป็นประธำน และ เจ้ำพนักงำนเรือนจ ำจ ำนวนไม่น้อยกว่ำสำมคนเป็นคณะท ำงำน และให้เจ้ำพนักงำนเรือนจ ำคนหนึ่ง เป็นเลขำนุกำร ข้อ ๖๖ ให้คณะท ำงำนตำมข้อ ๖๕ ด ำเนินกำรคัดเลือกนักโทษเด็ดขำดซึ่งสมควรให้ออกไปรับ กำรศึกษำอบรมนอกเรือนจ ำ แล้วเสนอผู้บัญชำกำรเรือนจ ำให้ควำมเห็นชอบก่อนเสนออธิบดีพิจำรณำอนุมัติ ข้อ ๖๗ ให้นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับอนุญำตให้ออกไปศึกษำอบรมนอกเรือนจ ำปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) แต่งกำยตำมที่สถำนศึกษำหรือผู้บัญชำกำรเรือนจ ำก ำหนด (๒) กลับเข้ำเรือนจ ำไม่เกินเวลำ ๑๗.๐๐ นำฬิกำในวันเดียวกัน ข้อ ๖๘ ในกรณีที่นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับอนุญำตให้ออกไปศึกษำอบรมนอกเรือนจ ำไม่มี ผู้ควบคุมในเวลำที่ออกไปศึกษำอบรม ให้นักโทษเด็ดขำดผู้นั้นปฏิบัติตำมเงื่อนไขที่สถำนศึกษำหรือ ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำก ำหนด ข้อ ๖๙ กรณีที่มีค่ำใช้จ่ำยอื่นนอกจำกที่สถำนศึกษำหรือผู้บัญชำกำรเรือนจ ำจัดให้ ให้นักโทษ เด็ดขำดซึ่งได้รับอนุญำตให้ออกไปศึกษำอบรมนอกเรือนจ ำรับผิดชอบค่ำใช้จ่ำยดังกล่ำว ข้อ ๗๐ ในกรณีที่ปรำกฏในภำยหลังว่ำนักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับอนุญำตให้ออกไปศึกษำอบรม นอกเรือนจ ำขำดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ำม หรือฝ่ำฝืนหรือไม่ปฏิบัติตำมระเบียบของสถำนศึกษำ หรือกรมรำชทัณฑ์ ตลอดจนข้อตกลงที่กรมรำชทัณฑ์ท ำกับสถำนศึกษำ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำเพิกถอน กำรอนุญำตและน ำตัวนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นกลับเข้ำเรือนจ ำ พร้อมทั้งรำยงำนให้อธิบดีทรำบ เพื่อด ำเนินกำรต่อไป หนา ๑๕้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ข้อ ๗๑ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจ ำรำยงำนผลกำรอนุญำตให้นักโทษเด็ดขำดออกไปศึกษำอบรม นอกเรือนจ ำต่ออธิบดีตำมระยะเวลำและรูปแบบที่อธิบดีก ำหนด และผู้บัญชำกำรเรือนจ ำอำจก ำหนดให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใด เพื่อสนับสนุนกำรควบคุมตัวนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นก็ได้ หมวด ๙ เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรปล่อยตัวก่อนครบก ำหนดโทษต้องปฏิบัติ ข้อ ๗๒ เงื่อนไขที่เป็นข้อห้ำมมิให้นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรปล่อยตัวก่อนครบก ำหนดโทษ กระท ำกำร มีดังต่อไปนี้ (๑) ห้ำมเข้ำไปในเขตท้องที่ สถำนที่ หรือตำมเวลำที่ก ำหนด (๒) ห้ำมคบหำสมำคมกับบุคคลที่อำจน ำไปสู่กำรกระท ำควำมผิดอีก (๓) ห้ำมเกี่ยวข้องกับสำรระเหย วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท หรือยำเสพติดให้โทษ ทุกประเภท รวมทั้งอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดทุกชนิด (๔) ห้ำมประพฤติตนในทำงเสื่อมเสีย โดยกำรเสพสุรำหรือเล่นกำรพนันที่อำจน ำไปสู่ กำรกระท ำผิดกฎหมำยอีก (๕) ห้ำมเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักขัง หรือผู้ต้องกักกันอื่นที่ไม่ใช่ญำติ ซึ่งถูกคุมขัง อยู่ในเรือนจ ำ สถำนกักขัง สถำนกักกัน หรือสถำนคุมขังอื่นใด (๖) ห้ำมเดินทำงออกนอกเขตท้องที่จังหวัด เว้นแต่มีธุระส ำคัญเป็นครั้งครำว ให้ขออนุญำต พนักงำนคุมประพฤติ หำกจะย้ำยที่อยู่หรือเปลี่ยนแปลงผู้อุปกำระ ให้ยื่นค ำร้องต่อพนักงำนคุมประพฤติ ในท้องที่เดิมและต้องได้รับอนุญำตก่อน (๗) เงื่อนไขอื่นตำมที่คณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยลดวันต้องโทษจ ำคุกหรือ คณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยกำรพักกำรลงโทษก ำหนด ข้อ ๗๓ เงื่อนไขให้นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรปล่อยตัวก่อนครบก ำหนดโทษกระท ำกำร มีดังต่อไปนี้ (๑) รำยงำนตัวต่อพนักงำนคุมประพฤติ (๒) พักอำศัยอยู่กับผู้อุปกำระตำมสถำนที่ที่แจ้ง เว้นแต่มีเหตุจ ำเป็นให้ยื่นค ำร้องต่อพนักงำน คุมประพฤติในท้องที่เดิมและต้องได้รับอนุญำตก่อน (๓) ปฏิบัติตำมค ำแนะน ำและค ำตักเตือนของพนักงำนคุมประพฤติและเข้ำร่วมกิจกรรมเพื่อ กำรแก้ไขฟื้นฟูตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่อธิบดีกรมคุมประพฤติก ำหนด (๔) ปฏิบัติตำมกฎหมำย ระเบียบ และข้อบังคับ หำกมีกำรฝ่ำฝืนและถูกลงโทษ โดยเจ้ำพนักงำนผู้มีหน้ำที่และอ ำนำจตำมกฎหมำย ระเบียบ หรือข้อบังคับนั้น ไม่ว่ำจะเป็นโทษสถำนใด นักโทษเด็ดขำดหรือผู้อุปกำระนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นต้องแจ้งให้พนักงำนคุมประพฤติทรำบทุกครั้ง หนา ๑๖้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
(๕) ประกอบอำชีพสุจริต หำกจะเปลี่ยนสถำนที่ท ำงำนหรือย้ำยงำนใหม่ ต้องแจ้งให้พนักงำน คุมประพฤติทรำบทุกครั้ง เว้นแต่มีเหตุจ ำเป็น ให้แจ้งพนักงำนคุมประพฤติทรำบภำยในก ำหนด ระยะเวลำกำรรำยงำนตัวครั้งต่อไป (๖) เงื่อนไขอื่นตำมที่คณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยลดวันต้องโทษจ ำคุกหรือ คณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยกำรพักกำรลงโทษก ำหนด ข้อ ๗๔ กำรก ำหนดเงื่อนไขตำมข้อ ๗๒ หรือข้อ ๗๓ จะก ำหนดข้อเดียว หรือหลำยข้อก็ได้ แล้วแต่ควำมเหมำะสมแก่ลักษณะของนักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรปล่อยตัวก่อนครบก ำหนดโทษและ พฤติกำรณ์ของนักโทษเด็ดขำดผู้นั้น กำรด ำเนินกำรตำมเงื่อนไขตำมวรรคหนึ่ง คณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยลดวันต้องโทษ จ ำคุกหรือคณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยกำรพักกำรลงโทษอำจก ำหนดให้ใช้อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดในกำรติดตำมตัวนักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรปล่อยตัวก่อนครบก ำหนด โทษก็ได้ ให้ไว้ ณ วันที่ 27 ธันวำคม พ.ศ. ๒๕๖2 สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงยุติธรรม หนา ๑๗้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มำตรำ ๕๒ แห่งพระรำชบัญญัติ รำชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้กำรด ำเนินกำรเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำด กำรแต่งตั้งให้มีต ำแหน่งหน้ำที่ ผู้ช่วยเหลือเจ้ำพนักงำนเรือนจ ำ กำรลดวันต้องโทษจ ำคุก กำรลดวันต้องโทษจ ำคุกลงอีกไม่เกินจ ำนวนวันที่ ท ำงำนสำธำรณะหรือท ำงำนอื่นใดเพื่อประโยชน์ของทำงรำชกำรนอกเรือนจ ำ กำรพักกำรลงโทษ และ กำรฝึกวิชำชีพในสถำนประกอบกำรหรือรับกำรศึกษำอบรมนอกเรือนจ ำ ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์ วิธีกำร และเงื่อนไขที่ก ำหนดในกฎกระทรวงโดยได้รับควำมเห็นชอบจำกคณะกรรมกำรรำชทัณฑ์ และมำตรำ ๕๓ แห่งพระรำชบัญญัติดังกล่ำว บัญญัติให้นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรลดวันต้องโทษจ ำคุกตำมมำตรำ ๕๒ (๕) หรือ (๖) หรือได้รับกำรพักกำรลงโทษตำมมำตรำ ๕๒ (๗) และได้รับกำรปล่อยตัวไปก่อนครบก ำหนดโทษ ตำมหมำยศำลในขณะนั้น ต้องปฏิบัติตนโดยเคร่งครัดตำมเงื่อนไขที่ก ำหนดในกฎกระทรวง จึงจ ำเป็น ต้องออกกฎกระทรวงนี้ หนา ๑๘้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
กฎกระทรวง การค านวณรายได้เป็นราคาเงินและการจ่ายเงินรางวัลให้แก่ผู้ต้องขัง ซึ่งการงานที่ได้ท านั้นก่อให้เกิดรายได้ซึ่งค านวณเป็นราคาเงินได้ พ.ศ. ๒๕๖๓ อ าศัยอ าน าจต ามค ว ามในมาต รา ๗ ว ร รคหนึ่ง และม าต ร า ๕๐ ว ร รคสอง แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ให้ยกเลิก (๑) หมวด ๑ การจัดให้ท างาน และหมวด ๒ รางวัล ของส่วนที่ ๕ การงาน ข้อ ๕๐ ถึงข้อ ๖๕ แห่งกฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความในมาตรา ๕๘ แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ (๒) กฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความในมาตรา ๕๘ แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ (ฉบับที่ ๒) (๓) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ (๔) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๒๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ (๕) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๒๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ (๖) ข้อ ๗ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ (๗) ข้อ ๒ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๕๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้ หนา ๓๙้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
“ทุน” หมายความว่า บรรดาเงิน ทรัพย์สิน และแรงงานที่ใช้ในการท างานนั้น“ค่าใช้จ่าย” หมายความว่า บรรดาเงินที่จ่ายเพื่อให้งานนั้นบรรลุวัตถุประสงค์“ก าไร” หมายความว่า รายได้ซึ่งเกิดจากผลของการงานเมื่อได้หักทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดออกแล้ว ข้อ ๓ ในกรณีที่การงานที่ได้จัดให้ผู้ต้องขังท านั้นก่อให้เกิดรายได้ซึ่งค านวณเป็นราคาเงินได้ ผู้ต้องขังอาจได้รับเงินรางวัลตอบแทนจากการงานนั้น การค านวณรายได้เป็นราคาเงินตามวรรคหนึ่ง ให้ค านวณราคาของงานเป็นทุน ค่าใช้จ่าย และก าไร ข้อ ๔ ให้ผู้บัญชาการเรือนจ าจ่ายเงินรางวัลให้แก่ผู้ต้องขังร้อยละเจ็ดสิบของก าไรทั้งหมด โดยผู้ต้องขังจะได้รับส่วนแบ่งต่อวันคนละเท่า ๆ กัน ส่วนที่เหลือให้น าส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ข้อ ๕ ในการค านวณจ่ายเงินรางวัลให้แก่ผู้ต้องขัง หากมีเศษเหลืออยู่ไม่สามารถเฉลี่ยจ่าย ให้แก่ผู้รับได้ ให้น าส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ให้ไว้ ณ วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. ๒๕๖3 สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หนา ๔๐้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้การค านวณรายได้เป็นราคาเงินและการจ่ายเงินรางวัลให้แก่ผู้ต้องขัง ซึ่งการงานที่ได้ท านั้น ก่อให้เกิดรายได้ซึ่งค านวณเป็นราคาเงินได้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่ก าหนดในกฎกระทรวง จึงจ าเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ หนา ๔๑้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
กฎกระทรวง การด าเนินการทางวินัยผู้ต้องขัง พ.ศ. ๒๕๖๓ อ าศัยอ าน าจต ามค ว ามในมาต รา ๗ ว ร รคหนึ่ง และม าต ร า ๖๙ ว ร รคสอง แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ให้ยกเลิก (๑) หมวด ๕ การลงโทษฐานผิดวินัย ของส่วนที่ ๗ วินัยของผู้ต้องขัง ข้อ ๙๙ ถึงข้อ ๑๑๙ แห่งกฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความในมาตรา ๕๘ แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ (๒) ข้อ ๔ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๒๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ (๓) ข้อ ๔ และข้อ ๕ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๔ (พ.ศ. ๒๕๕๓) ออกตามความใน พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ข้อ ๒ เมื่อเจ้าพนักงานเรือนจ าพบเห็นหรือทราบว่าผู้ต้องขังกระท าผิดวินัย ให้ท าบันทึก รายงานพฤติการณ์แห่งการกระท าที่กล่าวหา หรือเป็นที่สงสัยว่ากระท าผิด ชื่อตัว และชื่อสกุล ของผู้กระท าผิด วัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเท่าที่มี หรือรวบรวมได้ เสนอผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปทราบ และเสนอผู้บัญชาการเรือนจ าพิจารณา ข้อ ๓ เมื่อผู้บัญชาการเรือนจ าได้รับบันทึกรายงานพฤติการณ์ตามข้อ ๒ แล้ว ให้แต่งตั้ง เจ้าพนักงานเรือนจ าจ านวนไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินห้าคน เพื่อสอบสวนการกระท าผิดวินัย เว้นแต่ การกระท าผิดนั้นมีกระบวนการในการพิจารณาลงโทษเป็นการเฉพาะ ข้อ ๔ ให้เจ้าพนักงานเรือนจ าซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามข้อ ๓ แจ้งข้อกล่าวหา ให้ผู้ต้องขัง ซึ่งถูกกล่าวหาทราบ พร้อมทั้งสอบถามว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ และให้จัดท าบันทึกค าให้การ ดังกล่าวไว้ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และน าพยานหลักฐานมาแสดง เพื่อประกอบค าให้การต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ หนา ๕๓้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ข้อ ๕ เจ้าพนักงานเรือนจ าซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามข้อ ๓ ต้องด าเนินการสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จโดยไม่ชักช้า แล้วเสนอความเห็นต่อผู้บัญชาการเรือนจ า ถึงพฤติการณ์แห่งการกระท าผิดวินัย รวมทั้งโทษที่จะลงแก่ผู้ต้องขัง การด าเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานเรือนจ าด าเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ที่อธิบดีก าหนด ข้อ ๖ ผู้บัญชาการเรือนจ ามีอ านาจลงโทษทางวินัยผู้ต้องขังซึ่งกระท าผิดวินัยตามที่บัญญัติ ไว้ในมาตรา ๖๙ ค าสั่งลงโทษทางวินัยให้มีผลนับแต่วันที่ผู้ต้องขังได้รับแจ้งค าสั่ง ข้อ ๗ ในกรณีที่เจ้าพนักงานเรือนจ าเห็นว่า ผู้ต้องขังซึ่งจะได้รับโทษหรืออยู่ระหว่าง การลงโทษทางวินัยตามมาตรา ๖๙ เจ็บป่วยหรือมีเหตุจ าเป็นอื่นใดที่สมควรเพิกถอน เปลี่ยนแปลง งด หรือรอการลงโทษ ให้รายงานไปยังผู้บัญชาการเรือนจ า เมื่อผู้บัญชาการเรือนจ าได้รับรายงานตามวรรคหนึ่ง อาจเรียกเจ้าพนักงานเรือนจ า หรือ ผู้ต้องขังมาชี้แจงเพื่อประกอบการพิจารณาเพิกถอน เปลี่ยนแปลง งด หรือรอการลงโทษก็ได้ และเมื่อผู้บัญชาการเรือนจ าได้พิจารณาและมีค าสั่งประการใดแล้ว ให้เจ้าพนักงานเรือนจ าปฏิบัติ ตามค าสั่งและบันทึกเหตุแห่งการเพิกถอน เปลี่ยนแปลง งด หรือรอการลงโทษ ค าสั่งของผู้บัญชาการเรือนจ าตามวรรคสอง ให้เป็นที่สุด ข้อ ๘ ให้ผู้บัญชาการเรือนจ าภาคทัณฑ์ผู้ต้องขังซึ่งกระท าผิดวินัยไม่ร้ายแรง และได้ส านึกถึง ความผิดที่ได้กระท าไปแล้ว การภาคทัณฑ์ตามวรรคหนึ่ง ให้กระท าโดยวิธีเรียกตัวผู้ต้องขังมาว่ากล่าวสั่งสอน ให้ประพฤติตัว อยู่ในวินัย ข้อ ๙ ให้ผู้บัญชาการเรือนจ างดการเลื่อนชั้นผู้ต้องขังซึ่งกระท าผิด ดังต่อไปนี้ (๑) ประพฤติผิดระเบียบหรือข้อบังคับอันมีไว้ส าหรับการเยี่ยมเยียนหรือติดต่อกับ บุคคลภายนอก (๒) น าสิ่งของซึ่งมิใช่ของตนเข้าหรือออกจากเรือนจ าโดยไม่ได้รับอนุญาต (๓) ท าให้เกิดเหตุติดขัดในการงานของผู้ต้องขังคนอื่นโดยประมาท (๔) ท าให้ทรัพย์สินของทางราชการหรือของผู้อื่นเสียหาย (๕) กระท าผิดเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้ามตามมาตรา ๗๒ หรือมาตรา ๗๓ ข้อ ๑๐ ให้ผู้บัญชาการเรือนจ าลดชั้นผู้ต้องขังซึ่งกระท าผิด ดังต่อไปนี้ (๑) จงใจท าให้เกิดเหตุติดขัดในการงานของผู้ต้องขังคนอื่น (๒) จงใจท าให้ทรัพย์สินของทางราชการหรือของผู้อื่นเสียหาย (๓) กระด้างกระเดื่องต่อเจ้าพนักงานเรือนจ า หนา ๕๔้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
(๔) พยายามหลบหนี (๕) ท าร้ายหรือพยายามท าร้ายร่างกายผู้อื่น (๖) ก่อการทะเลาะวิวาท (๗) เล่นการพนัน (๘) เสพของมึนเมา (๙) กระท าผิดเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้ามตามมาตรา ๗๒ หรือมาตรา ๗๓ ข้อ ๑๑ การลดชั้นผู้ต้องขังตามข้อ ๑๐ ให้ลดตามล าดับครั้งละหนึ่งชั้น เว้นแต่กรณี ดังต่อไปนี้ (๑) ประพฤติผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติและได้ตัวกลับคืนมา ไม่ว่าขณะที่ปล่อยตัวนักโทษ เด็ดขาดคนนั้นเพื่อคุมประพฤติจะเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นใด ให้ลดชั้นเป็นชั้นต้องปรับปรุง (๒) เสพยาเสพติด ให้ลดชั้นเป็นชั้นต้องปรับปรุงมาก (๓) กระท าผิดเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้ามตามมาตรา ๗๒ (๑) หรือ (๖) หรือร่วมกันกระท าผิด ทั้งในฐานะตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน หรือผู้ได้รับประโยชน์จากสิ่งของดังกล่าว ให้ลดชั้นเป็น ชั้นต้องปรับปรุงมาก (๔) หลบหนีไปและได้ตัวกลับคืนมา ไม่ว่าก่อนหลบหนีนักโทษเด็ดขาดคนนั้นจะเป็นนักโทษ เด็ดขาดชั้นใด ให้ลดชั้นเป็นชั้นต้องปรับปรุงมาก (๕) ท าร้ายร่างกายเจ้าพนักงานเรือนจ า เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติ หน้าที่อยู่ในเรือนจ า ให้ลดชั้นเป็นชั้นต้องปรับปรุงมาก (๖) ฆ่าผู้อื่น ก่อการทะเลาะวิวาท หรือท าร้ายร่างกายผู้อื่น ให้ลดชั้นนักโทษเด็ดขาด ดังต่อไปนี้ (ก) ฆ่าผู้อื่น ก่อการทะเลาะวิวาท หรือท าร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ให้ลดชั้นเป็นชั้นต้องปรับปรุงมาก (ข) ก่อการทะเลาะวิวาทหรือท าร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ให้ลดชั้นสองชั้น เว้นแต่นักโทษเด็ดขาดคนนั้นเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นต้องปรับปรุง ให้ลดชั้นเป็น ชั้นต้องปรับปรุงมาก (๗) กรณีอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศก าหนด ข้อ ๑๒ ให้ผู้บัญชาการเรือนจ าตัดการอนุญ าตให้ได้รับการเยี่ยมเยียนหรือติดต่อ กับบุคคลภายนอกแก่ผู้ต้องขังซึ่งกระท าผิด ดังต่อไปนี้ (๑) ป ระพฤติผิด ระเบียบห รือข้อบังคับอันมีไ ว้ส าห รับก า รเยี่ยมเยียนห รือติดต่อ กับบุคคลภายนอก (๒) น าสิ่งของซึ่งมิใช่ของตนเข้าหรือออกจากเรือนจ าโดยไม่ได้รับอนุญาต หนา ๕๕้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
(๓) กระท าผิดเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้ามตามมาตรา ๗๒ หรือมาตรา ๗๓ (๔) พยายามหลบหนีหรือหลบหนีไปแล้วแต่ได้ตัวกลับคืนมา ข้อ ๑๓ ให้ผู้บัญชาการเรือนจ าลดประโยชน์และรางวัลแก่ผู้ต้องขังซึ่งกระท าผิด ดังต่อไปนี้ (๑) ละทิ้งหรือเพิกเฉยต่อการงานอันเป็นหน้าที่ (๒) ท าให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย (๓) ก่อการทะเลาะวิวาทในขณะท าการงาน การลดประโยชน์และรางวัลตามวรรคหนึ่ง ให้พึงลดเพียงอย่างเดียวตามที่เห็นสมควร ข้อ ๑๔ ให้ผู้บัญชาการเรือนจ างดประโยชน์และรางวัลแก่ผู้ต้องขังซึ่งกระท าผิดตามข้อ ๑๓ โดยเจตนาและมีความเสียหายเกิดขึ้น และจะงดเพียงอย่างเดียวก็ได้ ข้อ ๑๕ ให้ผู้บัญชาการเรือนจ าขังเดี่ยวผู้ต้องขังซึ่งกระท าผิด ดังต่อไปนี้ (๑) เล่นการพนันโดยเป็นเจ้ามือหรือสมคบกับผู้อื่นเล่นการพนันตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป (๒) ทะเลาะวิวาทตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป (๓) เสพยาเสพติด (๔) กระท าผิดเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้ามตามมาตรา ๗๒ (๑) หรือ (๖) หรือร่วมกันกระท าผิด ทั้งในฐานะตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน หรือผู้ได้รับประโยชน์จากสิ่งของดังกล่าว (๕) พยายามหลบหนีหรือหลบหนีไปแล้วแต่ได้ตัวกลับคืนมา (๖) ท าร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย (๗) กระด้างกระเดื่องต่อเจ้าพนักงานเรือนจ าซึ่งมีต าแหน่งตั้งแต่ชั้นพัศดีขึ้นไป การขังเดี่ยวตามวรรคหนึ่ง ให้กระท าโดยวิธีแยกผู้ต้องขังซึ่งกระท าผิดจากผู้ต้องขังอื่นและคุมขัง ไว้ในที่ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ และห้ามการติดต่อหรือพูดจากับผู้อื่น เว้นแต่เป็นสิทธิตามที่กฎหมายก าหนด ให้พัศดีจัดให้มีผู้คอยตรวจการขังเดี่ยวให้เป็นไปตามวรรคสอง ในกรณีที่ผู้ต้องขังมีอาการ เจ็บป่วย ให้มีการรักษาพยาบาล หากการกระท าผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นความผิดที่จะต้องถูกลงโทษตามข้ออื่นด้วย ให้ลงโทษ ตามข้อนั้นก่อน แล้วจึงลงโทษขังเดี่ยวอีกสถานหนึ่ง การลงโทษขังเดี่ยวให้กระท าได้ไม่เกินหนึ่งเดือน ถ้าขังเดี่ยวเกินกว่าสิบห้าวัน ให้กระท า ต่อเนื่องได้ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน โดยมีระยะเวลาเว้นช่วงในแต่ละครั้งไม่น้อยกว่าห้าวัน ข้อ ๑๖ นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจ าคุกแล้ว ให้ผู้บัญชาการเรือนจ า ตัดจ านวนวันที่ได้รับการลดวันต้องโทษจ าคุกในกรณีที่กระท าผิด ดังต่อไปนี้ (๑) ไม่เกินสิบห้าวัน (ก) ฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับของเรือนจ า (ข) เล่นการพนัน หนา ๕๖้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
(ค) ก่อการทะเลาะวิวาทกับผู้ต้องขัง (ง) กระด้างกระเดื่องต่อเจ้าพนักงานเรือนจ า (๒) ตั้งแต่สิบห้าวันแต่ไม่เกินสามสิบวัน (ก) ละทิ้งหรือเพิกเฉยต่อการงานอันเป็นหน้าที่ (ข) พยายามท าให้ผู้อื่นหรือกิจการของเรือนจ าเสียหาย (ค) ทะเลาะวิวาทตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป (ง) ท าร้ายหรือพยายามท าร้ายผู้อื่น (๓) ตั้งแต่สามสิบวันแต่ไม่เกินหกสิบวัน (ก) ไม่ปฏิบัติตามค าสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายของเจ้าพนักงานเรือนจ า (ข) กระท าผิดเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้ามตามมาตรา ๗๒ หรือมาตรา ๗๓ (ค) สมคบกับผู้อื่นก่อความไม่สงบเรียบร้อยขึ้น (ง) จงใจท าให้ผู้อื่นหรือกิจการของเรือนจ าเสียหาย (จ) พยายามหลบหนีหรือหลบหนีไปแล้วแต่ได้ตัวกลับคืนมา (ฉ) ท าร้ายหรือพยายามท าร้ายเจ้าพนักงานเรือนจ า เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเข้าไปปฏิบัติ หน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเรือนจ า ในกรณีที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งกระท าผิดวินัยมีวันที่ได้รับการลดวันต้องโทษจ าคุกน้อยกว่าที่จะถูกตัด ให้ตัดจ านวนวันที่ได้รับการลดวันต้องโทษจ าคุกที่มีอยู่ทั้งหมด การตัดจ านวนวันที่ได้รับการลดวันต้องโทษจ าคุกตามข้อนี้ ไม่ให้ใช้บังคับแก่กรณีการได้รับ การลดวันต้องโทษจ าคุกตามมาตรา ๕๒ (๖) ข้อ ๑๗ ถ้ามีการกระท าผิดอย่างอื่นนอกจากที่ก าหนดในกฎกระทรวงนี้ ให้ผู้บัญชาการ เรือนจ าพิจารณาลงโทษทางวินัยตามที่เห็นสมควร ข้อ ๑๘ กรณีผู้ต้องขังครอบครองหรือใช้สิ่งของต้องห้ามตามมาตรา ๗๒ หรือมาตรา ๗๓ ในขณะที่อยู่นอกเรือนจ า ให้ผู้บัญชาการเรือนจ าลงโทษทางวินัยเช่นเดียวกับการกระท าผิดวินัย ในเรือนจ า ข้อ ๑๙ กรณีที่ผู้ต้องขังกระท าผิดวินัยและความผิดนั้นมีโทษหลายสถาน ห้ามลงโทษเกินกว่า สามสถาน ข้อ ๒๐ กรณีที่ผู้ต้องขังกระท าผิดวินัยและไม่อยู่ในสถานะที่จะลงโทษตามที่กฎหมายก าหนดได้ ให้ผู้บัญชาการเรือนจ าลงโทษทางวินัยสถานอื่นตามความเหมาะสม ข้อ ๒๑ เมื่อผู้ต้องขังได้รับค าสั่งลงโทษทางวินัยแล้ว ไม่พอใจค าสั่งนั้น ให้มีสิทธิอุทธรณ์ค าสั่ง โดยยื่นหนังสือต่อผู้ออกค าสั่งภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้ต้องขังได้รับแจ้งค าสั่ง หนา ๕๗้่ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓