43
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
13. กลุ่มยารักษากล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ
Allopurinol 100 mg
สรรพคุณ: เป็นยาที่ใช้สําหรับรักษา โรคเกาต์
(Gout) โรคนิ่วใน ไตบางชนิด
กลไกการออกฤทธิ์: เป็นยาที่ช่วยลดการสร้าง
กรดยูริคในร่างกาย
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : รับประทานปริมาณ เฉลี่ย 600 - 800 มิลลิกรัม/วัน โดย
แบ่งรับประทานวันละหลายครั้ง
อาการข้างเคียง: ปวดตามข้อต่อต่าง ๆ เช่น ข้อมือ ข้อต่อนิ้วเท้า หัวเข่า มีอาการ
ข้อยึด ตึงแข็ง หรือบวม ตามข้อต่อ มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง ง่วงซึม ปวดท้องคลื่นไส้
วิงเวียน ท้องร่วง
ข้อควรระวัง : ระวังการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร
44
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
13. กลุ่มยารักษากล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ
Colchicine 0.6 mg
สรรพคุณ: ใช้เป็นยาที่ใช้ในการลดการอักเสบใน
ผู้ป่วย acute attack gouty arthritis
กลไกการออกฤทธิ์: colchicine ในการรักษา
โรคเกี่ยวกับ autoimmune disease เช่น
scleroderma colchicine ออกฤทธิ์โดยการ
จับกับ tubulin มีผลรบกวนการทํา
งานmitotic spindle
แลทําใหเ้กิดdepolymerization และทําให้
fibrillar microtubules หายไปในเม็ดเลือด
ขาว และ motile cells อื่นๆ จึง เกิด การยับยั้ง
การเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวไปยังบริเวณที่
เกิด inflammation และ ลด metabolic และ
phagocytic activity ของเม็ดเลือดขาว
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : รับประทานครั้งแรก 2 เม็ด จากนั้นลดขนาดรับประทานเป็น
1 เม็ด ทุก ๆ 1 - 2 ชั่วโมง จนกระทั่งอาการปวดบรรเทาลง
อาการข้างเคียง: อาการแพ้รุนแรง เช่น ผื่นคัน ลมพิษ หายใจลําบาก แน่น หน้าอก
ใบหน้าบวม ปากบวม ลิ้นบวม คอบวม ปวดกล้ามเนื้อ อาการกดเจ็บ อ่อนเพลีย
เหน็บชาที่นิ้วมือหรือนิ้วเท้า ปาก ลิ้น หรือมือซีด
ข้อควรระวัง : ผู้ที่กําลังตั้งครรภ์ วางแผนจะตั้งครรภ์ หรือกําลังให้นมบุตร ควร
ปรึกษาแพทย์ผู้รักษาถึงความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยา ซึ่งมักจะใช้ยานี้ในกรณี
ที่จำเป็นเท่านั้น
45
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
13. กลุ่มยารักษากล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ
Baclofen 20 mg
สรรพคุณ: ใช้รักษาและบรรเทาอาการเกร็ง
กล้ามเนื้ออันมีสาเหตุจากพยาธิสภาพของ
ไขสันหลังและสมอง
กลไกการออกฤทธิ์: ออกฤทธิ์ยับยั้ง การตอบ
สนองในการส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาท
ของสมองหรือของไขสันหลังที่ควบคุมการทํา
งานของกล้ามเนื้อ จึงส่งผลให้อาการเกร็งตัว
ของกล้ามเนื้อทุเลาลง
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : รับประทานครั้งละ 5 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้งเป็น เวลา 3 วัน
จากนั้นเพิ่ม การรับประทานเป็น 10 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง ให้ปรับขนาดยาจนกระทั่ง
ขนาดยาที่รับประทานเป็น 20 มิลลิกรัม (ให้ปรับขนาดยาทุกๆ 3วัน)
*maximum dose 100mg/day
อาการข้างเคียง: ง่วงนอน วิงเวียน ปวดศีรษะ รู้สึกสับสน ผื่นคันตามผิวหนัง
ปัสสาวะบ่อย
ข้อควรระวัง :
- ไม่ใช้ในผู้ป่วยไตวาย
- ห้ามใช้ยานี้กับผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหารขั้นรุนแรง
- ระวังการใช้ยานี้กับผู้ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยโรคลมชัก ผู้ที่มีอาการ
ทางจิตประสาท
46
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
13. กลุ่มยารักษากล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ
Mydocalm (Tolperisone) 50 mg
สรรพคุณ: เป็นยาคลายกล้ามเนื้อใช้บรรเทา
อาการปวดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ
กลไกการออกฤทธิ์: ตัวยาจะออกฤทธิ์กับระบบ
ประสาทส่วนกลาง โดยไปลดการรับรู้และยังลด
การทำงานของก้านสมองต่อไขสันหลัง ออก
ฤทธิ์ยับยั้ง Sodium และ Calcium channels
ทำให้ไขสันหลังตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้น้อยลง
กล้ามเนื้อคลายตัวลง โดยยาชนิดนี้จะให้ฤทธิ์ใน
การคลายกล้ามเนื้อเท่านั้น โดยไม่มีผลทำให้หาย
จากอาการอักเสบ และแก้ไขความเหนื่อยล้าได้
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : ขนาดยาที่แนะนำในการรักษา musculoskeletal
disorders
-ผู้ใหญ่: รับประทาน 150-300 mg/วัน แบ่งให้วันละ 3 คร้ัง ขนาดยาที่ให้ได้สูงสุด
450 mg/วัน
-เด็ก: อายุ 3 เดือน ถึง 6 ปีรับประทานขนาด 5 mg/kg แบ่งให้วันละ 3 คร้ัง
อายุ 6-14 ปี รับประทาน 2-4 mg/kg แบ่งให้วันละ 3 คร้ัง
อาการข้างเคียง: ทำให้ระดับความดันโลหิตในเลือดลดลงแต่ไม่ถึงกับเกิดความดัน
โลหิตต่ำ, เกิดอาการคันและผื่นขึ้นได้ในกรณีที่ผู้ป่วยแพ้ยาแต่อาการที่เกิดขึ้นไม่
รุนแรง, อาการปากแห้ง ท้องไส้ปั่นป่วน ท้องเสีย, เกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงแต่มี
รายงานน้อยกว่าร้อยละ 1, เกิดอาการง่วงนอน มึนงง อ่อนเพลีย ซึ่งพบได้บ่อย
ข้อห้ามใช้ยา :
- ผู้ป่วยโรค Myasthenia gravis
- เด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือน
47
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
14. กลุ่มยารักษาพยาธิ
Albendazole 200 mg
สรรพคุณ: ใช้ถ่ายพยาธิไส้เดือน พยาธิเส้นด้าย
พยาธิปากขอ พยาธิแส้ม้า พยาธิตัวตืด พยาธิ
ตัวจี๊ด โรคพยาธิใบไม้ตับ
กลไกการออกฤทธิ์: ออกฤทธิ์ไปยับยั้งการ
เชื่อมต่อโปรตีนทิวบูลินในตัวพยาธิ(Tubulin
เป็นโปรตีนสำคัญที่ใช้ในการทำงานของเซลล์
ของพยาธิ)และไปปิดกั้นการดูดซึมน้ำตาล
กลูโคส ทำให้พยาธิขาดพลังงานในการดำรง
ชีวิตและตายลงในที่สุด
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา :
1.พยาธิไส้เดือน เส้นด้าย ปากขอ แส้ม้า : ผู้ใหญ่และเด็กมากกว่า 2 ปี ให้ครั้งละ 2
เม็ด(2 ช้อนชา)ครั้งเดียว
-เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ให้ครั้งละ 1 ช้อนชา ครั้งเดียว
-ชนิดเม็ด อาจใช้วิธีบดผสมน้ำ หรือเคี้ยวก่อนกลืน หรือกลืนทั้งเม็ดก็ได้
2. พยาธิตัวตืด : ใช้ขนาดเดียวกัน วันละครั้ง 3 วันติดต่อกัน อีก 10-21 วันต่อมา
กินซ้ำอีกชุด
3. พยาธิตัวจี๊ด : ผู้ใหญ่ ครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้าและเย็น
นาน 14-21วัน
4. พยาธิใบไม้ตับ : ผู้ใหญ่ ครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้าและเย็น
นาน 7 วัน
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง : ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ปากแห้ง
ปวดมวนท้อง ท้องเดิน ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ ตับอักเสบ หรืออาจ
แพ้ยา (มีอาการลมพิษ ผื่นคัน)
ข้อห้ามใช้
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ยานี้ หญิงตั้งครรภ์
48
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
14. กลุ่มยารักษาพยาธิ
Mebendazole syr. 100 mg/5 ml 30ml
สรรพคุณ: ใช้ถ่ายพยาธิไส้เดือน พยาธิเส้น
ด้าย พยาธิปากขอ พยาธิแส้ม้า พยาธิตัวตืด
ทริคิโนซิส
กลไกการออกฤทธิ์: โดยเข้าไปทำลายการสร้าง
ท่อลำเลียงอาหารภายในลำไส้ของหนอนพยาธิ
ทำให้ปิดกั้นการดูดกลืนสารอาหารอื่นๆ เช่น
Glucose ด้วยกลไกนี้จึงส่งผลให้พยาธิขาด
สารอาหารและตายในที่สุด
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : สำหรับพยาธิเส้นด้าย ให้ 1 เม็ดหรือ 1 ช้อนชาครั้งเดียว
อีก 1-2 สัปดาห์ต่อมา ควรซ้ำอีกครั้ง พยาธิตัวอื่นๆ ให้ครั้งละ 1 เม็ด (1 ช้อนชา) วัน
ละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้าและเย็น ติดต่อกัน 3-4 ครั้ง ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ใช้ขนาดเท่า
กัน ควรเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
ถ้าใช้ขนาดสูง อาจทำให้แพ้ยา ตับอักเสบ เม็ดเลือดขาวต่ำ หรือผมร่วง
ข้อห้ามใช้ : ผู้ที่มีประวัติแพ้ยานี้ หญิงตั้งครรภ์
49
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
15. กลุ่มยาแก้แพ้
Hydroxyzine HCL 10 mg
สรรพคุณ: ใช้รักษาอาการแพ้ต่างๆ(เช่น ลมพิษ
ผื่นคัน หวัดภูมิแพ้)อาการคันตามผิวหนัง ช่วย
กล่อมประสาท ลดความตึงเครียด คลายกังวล
ใช้แก้คลื่นไส้ อาเจียน เมารถเมาเรือ
กลไกการออกฤทธิ์: ตัวยาจะออกฤทธิ์โดยเข้าไป
ยับยั้งการทำงานของตัวรับ(Receptor)ที่เรียก
ว่า Histamine H1-receptor ซึ่งพบในระบบ
ทางเดินอาหาร หลอดเลือด อวัยวะในระบบทาง
เดินหายใจ นอกจากนี้ยังออกฤทธิ์กล่อม
ประสาท/ลดความตึงเครียด ช่วยให้กล้ามเนื้อ
ผ่อนคลาย ทำให้หลอดลมมีการขยายตัว ลดและ
บรรเทาอาการอาเจียน รวมถึงช่วยบรรเทา
อาการปวด
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา :
1. สำหรับแก้อาการลมพิษ ผื่นแพ้ อาการคัน : ผู้ใหญ่ ให้กินครั้งละ 25 มก. วันละ
3-4 ครั้ง เด็ก อายุต่ำกว่า 6 ปี ให้กินวันละ 50 มก. แบ่งให้วันละ 2-3 ครั้ง
อายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ให้วันละ 50-100 มก. แบ่งให้วันละ 2-3 ครั้ง
2. สำหรับใช้กล่อมประสาท ลดความตึงเครียด คลายกังวล : ผู้ใหญ่ ให้กินครั้งละ
50-100 มก. วันละ 4 ครั้ง เด็ก ให้ขนาดเดียวกับอาการลมพิษ ผื่นแพ้
อาการคัน
สำหรับแก้อาการคลื่นไส้อาเจียนท : ผู้ใหญ่ ฉีดขนาดครั้งละ 25-100 มก. เข้า
กล้ามเนื้อ เด็ก ฉีดขนาดครั้งละ1.1 มก./กก. เข้ากล้าม
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง : มีอาการง่วงนอนตั้งแต่ระดับต่ำๆไปจนถึงระดับ
กลางๆ ตื่นไม่ไหว มึนงง หลงลืม พูดไม่ชัด ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย ตาพร่า
มัว ปาก จมูก และคอแห้ง ปัสสาวะลำบาก
ข้อห้ามใช้ : หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ทารกคลอดก่อนกำหนด หอบหืดกำเริบ
50
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
15. กลุ่มยาแก้แพ้
Hydroxyzine HCL syr. 10 mg/5 ml (60 ml)
สรรพคุณ: ยาแก้แพ้
กลไกการออกฤทธิ์: ออกฤทธิ์ลดการทำงาน
ของ ระบบประสาทส่วนกลาง ทำ ให้ร่างกายหลั่ง
สาร antihistamine ออกมา
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : เด็ก อายุ 6 เดือน - 6 ปี เริ่มต้นรับประทานที่ ปริมาณ 5 -
15 มิลลิกรัม ต่อวัน อาจเพิ่มปริมาณยา ได้เป็น 50 มิลลิกรัมต่อ วัน โดยแบ่งรับ
ประทาน เด็กอายุมากกว่า 6 ปี เริ่มต้นรับประทานที่ ปริมาณ 15 - 25 มิลลิกรัมต่อวัน
อาจเพิ่ม ปริมาณยาได้เป็น 50 - 100 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งรับประทาน
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
ง่วง ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์และ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร
- ห้ามรับประทานยานี้พร้อม แอลกอฮอล์
51
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
15. กลุ่มยาแก้แพ้
Chlorpheniramine 4 mg
สรรพคุณ: บรรเทาอาการไข้หวัด จาม
น้ำมูกไหล อาการคัน จากการแพ้
กลไกการออกฤทธิ์: ยับยั้งการทำงานของ
ตัวรับ สาร histamine
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : รับประทานครั้งละ 1 เม็ดวันละ 3 ครั้งหรือเมื่อ มีอาการ
*maximum dose ไม่ เกิน 32mg/day
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
ง่วงซึม มองเห็นภาพไม่ชัด คอแห้ง
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี
- ระวังการใช้ในหญิงตั้งครรภ์และ ให้นมบุตร
- ควรหลีกเลี่ยงการขับรถทำงาน เครื่องจักร
52
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
15. กลุ่มยาแก้แพ้
Loratadine 10 mg
สรรพคุณ: ลดอาการแพ้ต่างๆที่ทำ ให้เกิด
อาการจาม น้ำมูก ไหล ผื่นคัน ลมพิษ
กลไกการออกฤทธิ์: ออกฤทธิ์เข้าไปจับกับ
Peripheral Histamine H1 Receptors
ทำให้การทำงาน ของสาร Histamine ถูก
ยับยั้ง และส่งผลให้ระงับอาการแพ้ ต่าง ๆ
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : รับประทานครั้งละ 1 เม็ดวันละครั้ง
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
ง่วงนอน ปวดศีรษะ ตาแห้ง ปาก แห้ง คอแห้ง ท้องร่วง
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคตับระยะ รุนแรง
- ห้ามใช้กับผู้ที่มีการทำงานของ ไตบกพร่อง
- ระวังการใช้ยากับหญิงตั้งครรภ์ และหญิงที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร
53
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
15. กลุ่มยาแก้แพ้
Brompheniramine maleate + Phenylephrine
HCL 4 mg + 10 mg
สรรพคุณ: บรรเทาอาการแพ้ที่เกิด
จากแพ้อากาศ ไข้หวัด ผื่น คัน
กลไกการออกฤทธิ์: ยับยั้งการหลั่ง
ของสาร histamineและสาร
cholinergic
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : รับประทานครั้งละ 1 - 2 เม็ด วันละ 3 - 4 ครั้ง
*maximum dose ไม่ ควรเกิน 40 mg/day
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
ง่วงนอน ปวดศีรษะ มือสั่น สับสน
ข้อควรระวัง
- ไม่ควรใช้ในเด็กต่ำกว่า 2 ปี (เด็กอายุ 2-11ปีควรใช้อย่าง ระมัดระวัง )
- ควรหลีกเลี่ยงการขับรถหรือ ทำงานกับเครื่องจักรหลังจาก รับประทานยา
54
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
15. กลุ่มยาแก้แพ้
Chlorpheniramine syr. 2 mg/5 ml 60 ml
สรรพคุณ: บรรเทาอาการไข้หวัด
จาม น้ำมูกไหล อาการคัน จากการแพ้
กลไกการออกฤทธิ์: ยับยั้งการ
ทำงานของตัวรับ สาร histamine
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : เด็กอายุ 2 - 12 ปี รับประทานวันละ 0.35 มก./น้ำหนัก
ตัว 1 กิโลกรัม แบ่งให้วันละ 3 - 4 ครั้ง หรือให้ตามน้ำหนัก
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
ง่วงซึม มองเห็นภาพไม่ชัด คอแห้ง
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2ปี
- ระวังการใช้ในหญิงตั้งครรภ์และ ให้นมบุตร
- ควรหลีกเลี่ยงการขับรถทำงาน เครื่องจักร
55
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
15. กลุ่มยาแก้แพ้
Cyproheptadine 4 mg
สรรพคุณ: บรรเทาอาการแพ้ อากาศ
และลมพิษ บรรเทาอาการคลื่นไส้
อาเจียนและช่วยกระตุ้น ความอยาก
อาหาร
กลไกการออกฤทธิ์: ตัวยาจะไปแย่งจับ
ตัวรับ ของสารserotoninใน กล้าม
เนื้อเรียบของอวัยวะ ต่างๆ และยังแย่ง
จับตัวรับ ของสารhistamine
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : รับประทานครั้งละ 1 เม็ด ทุก 4 - 6 ชั่วโมง
*maximum dose ไม่ เกิน 32mg/day
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
วิงเวียน ง่วง ปากแห้ง คอแก้ง จมูกแห้ง
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้ในผู้สูอายุ
- เด็กอายุต่ำกว่า 2ปี
- มารดาให้นมบุตร
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ 56
15. กลุ่มยาแก้แพ้
Dimenhydrinate 50 mg
สรรพคุณ : บรรเทาอาการวิงเวียน
ศีรษะ คลื่นไส้อาเจียนและ อาการเมารถ-
เมาเรือ
กลไกการออกฤทธิ์ : ออกฤทธิ์ยับยั้ง
histamine ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นอาการแพ้
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง (เช้า, เที่ยง, เย็น)
หลังอาหาร
- หากต้องการบรรเทา อาการเมารถ
- เมาเรือ รับประทานครั้งละ 1 - 2 เม็ดก่อนออกเดินทาง อย่างน้อย 30 นาที
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
ง่วงนอน วิงเวียนศีรษะ ปากแห้ง
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้ในทารกคลอดก่อน กำหนด
- ควรหลีกเลี่ยงการขับรถหรือ ทำงานกับเครื่องจักรหลังจาก รับประทานยา
57
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
16. กลุ่มยาขับปัสสาวะ
Furocemide 40 mg
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : รับประทานวันละ 40 มิลลิกรัม (สามารถลดลง เหลือวันละ
20 มิลลิกรัม) หรือรับประทานวันละ 40 มิลลิกรัมวันเว้นวัน ปรับ ได้ตามความรุนแรง
ของ อาการในผู้สูงอายุ รับประทาน วันละ 20 มิลลิกรัม จากนั้นปรับเพิ่มขนาดยา ได้
หากจำเป็น
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
ไม่สบายในระบบทางเดินอาหาร ก่อให้เกิดความดันโลหิตต่ำ การ มองเห็นภาพไม่
ชัดเจน วิงเวียน และปวดศีรษะ
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์
- ควรระวังการใช้ยากับผู้ที่อยู่ใน ภาวะจำกัดน้ำและเกลือแร่
58
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
17. กลุ่มยารักษาไมเกรน
Ergotamine+Caffeine
สรรพคุณ: บรรเทาอาการปวด ศีรษะ
ไมเกรน
กลไกการออกฤทธิ์: กระตุ้นตัวรับของ
สาร serotonin ชนิด 1B และ 1D ทำให้
หลอดเลือดเกิดการ ขยายตัวส่งผลให้
เลือดไปเลี้ยง สมองได้มากขึ้น
→ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : รับประทานเมื่อมี อาการปวดไมเกรนในครั้ง แรก 1 หรือ
2 เม็ด จากนั้นทุกๆครึ่งชั่วโมง หากอาการไม่ดีขึ้น สามารถรับประทานซ้ำอีก
ครั้งละ 1 เม็ด *maximum dose ไม่ เกิน6เม็ด/วัน และ 10 เม็ด/สัปดาห์
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
คลื่นไส้อาเจียน ความดันโลหิตสูงขึ้น ปลายมือ-เท้าเย็นหรือชา ใจสั่น เจ็บ
หน้าอก
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้ในผู้ป่วยมีประวัติหลอด เลือดแดงส่วนปลายอุดตัน
- ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือด หัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจขาด เลือด
- ห้ามใช้ในผู้ป่วยความดันโลหิตที่ ยังควบคุมไม่ได้
- ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์
59
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
18. กลุ่มยาบำรุง อาหารเสริม เกลือแร่
Vitamin C
สรรพคุณ: บำบัดอาการขาดวิตามิน ซีของร่างกาย รักษาโรค ลักปิดลัก
เปิด/เลือดออก ตามไรฟัน
กลไกการออกฤทธิ์: ตัวยาจะออกฤทธิ์ต่อ ร่างกายโดยช่วยใน
กระบวนการสังเคราะห์ Collagen รวมถึงสร้าง องค์ประกอบต่าง ๆของ
เซลล์ ในร่างกาย
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : 50 - 200 มิลลิกรัม/วัน
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
ท้องเสีย วิงเวียน เป็นลม หน้า แดง ปวดศีรษะ ปัสสาวะบ่อย คลื่นไส้
อาเจียน
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์ สตรี ที่อยู่ในภาวะให้นมบุตรและเด็ก โดย
ไม่ได้มีคำสั่งจากแพทย์
60
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
18. กลุ่มยาบำรุง อาหารเสริม เกลือแร่
Vitamin B
สรรพคุณ: เพื่อบำบัดและรักษา อาการขาดวิตามินบี
กลไกการออกฤทธิ์: กลไกการออกฤทธิ์ของยา วิตามินบีรวมซึ่งคือการ กล่าวถึง
หน้าที่ของวิตามินบี แต่ละชนิดในวิตามินบีรวม
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งทั้งนี้ ขึ้นกับอาการ
ของผู้ป่วย เป็นสำคัญ
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
ปวดท้อง พบอาการท้องเสียได้ บ้าง อุจจาระมีสีคล้ำ มีผื่นคัน หายใจลำบาก
ปัสสาวะมีสีเหลือง
ข้อควรระวัง
- ห้ามปรับขนาดรับประทานด้วย ตนเอง
- ห้ามใช้ยาที่มีสภาพลักษณะ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
61
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
18. กลุ่มยาบำรุง อาหารเสริม เกลือแร่
Triferdine
สรรพคุณ: ป้องกันการขาดไอโอดีน ธาตเุหล็ก และกรดโฟลิกในหญิงตั้งครรภ์
กลไกการออกฤทธิ์: ไม่มีกลไกที่แน่ชัด
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : รับประทานวันละ ๑ เม็ด หรือตามแพทยสั่ง
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
ผื่นแดง ปวดท้องอาเจียน หายใจไม่สะดวก(ควรหยุดยา)และปรึกษาแพทย์ อาจทำให้
ท้องผูก ท้องเสียอุจจาระสีดำและจุกแน่น
ข้อควรระวัง
1. หากเกิดอาการผื่นแดง ปวดท้องอาเจียน หายใจไม่สะดวกให้หยุดยา และปรึกษา
แพทย์
2. ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ iodine, เหล็ก และกรดโฟลิก หรือส่วนประกอบของยานี้
62
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
18. กลุ่มยาบำรุง อาหารเสริม เกลือแร่
Multivitamin
สรรพคุณ: บำรุงร่างกาย ป้องกันการขาด
วิตามิน
กลไกการออกฤทธิ์: ช่วยต่อต้านสารอนุมูล
อิสระ, ช่วยสังเคราะห์และซ่อมแซม DNA,
กระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันโรคของ ร่างกายทำงาน
ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ, ป้องกันและฟื้นฟู
ภาวะข้อ กระดูกเสื่อม และทำงานร่วมและเป็น
ส่วนประกอบเอนไซม์ใน กระบวนการเผา
ผลาญ
→ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : อายุต่ำกว่า 6 ปี รับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา
→อายุระหว่าง 6 - 12 ปี รับประทานครั้งละ 1 - 2 ช้อนชา วันละ 1 ครั้ง หลังอาหาร เช้า
ยานี้อาจจะสะสมใน ร่างกายทำให้เกิดอันตราย ได้ จึงไม่ควรใช้เกินขนาด ที่กำหนดไว้
หรือใช้ ติดต่อกันเป็นระยะ เวลานาน
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
อาหารไม่ย่อย ปวดศีรษะ รู้สึกถึง รสชาติผิดปกติหรือไม่พึงประสงค์ ในปาก
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้วิตามันรวมที่มีองค์ประกอบของธาตุเหล็กกับผู้ที่ มีแผลในกระเพาะ
อาหาร/ผู้ป่วยที่ มีภาวะเม็ดเลือดแดงแตกผู้ป่วย โลหิตจางชนิด Megaloblastic
anemia
63
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
18. กลุ่มยาบำรุง อาหารเสริม เกลือแร่
Ferrus Fumerate 200 mg.
สรรพคุณ: เสริมธาตุเหล็กสำหรับ
ผู้ ที่มีภาวะโลหิตจางจากการ ขาด
ธาตุเหล็กหรือมีความ เสี่ยงจาก
การขาดธาตุเหล็ก
กลไกการออกฤทธิ์: ออกฤทธิ์
โดยตัวยาจะเข้า รวมตัวกับฮีโมโก
ลบินในเซลล์ เม็ดเลือดแดง
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : รับประทานคร้ังละ 1 เม็ด วันละ 1-3 คร้ัง วหลังอาหารเช้า
กลางวันเย็น
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
ปวดทอ้งคลื่นไส้อาเจียน ทอ้งผูก อุจจาระเป็นสีดา นอกจากน้ีอาจมีอาการแสบ
ร้อนยอดอก ท้องเสีย มีคราบที่ฟัน หรือปัสสาวะเปลี่ยนสี
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคโลหิตจางชนิด Megaloblastic ที่ขาดวิตามิน บี12
- ไม่ควรรับประทานร่วมกับยา Tetracycline เพราะจะทำให้การดูดซึมของยา
Tetracycline ลดลง
- ไม่ควรรับประทานร่วมกับยาลดกรด เพราะจะทำให้การดูดซึมธาตุเหล็กลดลง
- รับประทานยาน้ีแล้วอุจจาระเป็นสีดา หรืออาจเกิดอาการท้องผุูก หรือท้องว่าง
- ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่ซีดจากโรคธาลัสซีเมีย เพราะร่างกายของผู้ป่วยจะมีเหล็ก สะสม
มากเกิน
64
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
18. กลุ่มยาบำรุง อาหารเสริม เกลือแร่
Folic acid 5 mg.
สรรพคุณ: โฟเลตเป็นวิตามินที่มี ความ
จำเป็นต่อร่างกาย มี ส่วนช่วยในการ
สังเคราะห์ และซ่อมแซมสาร พันธุกรรม
นอกจากนี้ยังมี ผลในการแบ่งเซลล์ของ
ร่างกายรวมถึงการ เจริญเติบโตของ
ร่างกาย โฟเลตมีส่วนสำคัญในการ สร้าง
เม็ดเลือดแดงและ ป้องกันภาวะโลหิตจาง
กลไกการออกฤทธิ์: กรดโฟลิกมีความ
จำเป็นต่อ กระบวนการเผาผลาญ พลังงาน
ในระบบต่างๆของ ร่างกาย
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : เพศหญิง รับประทาน 150 - 180 ไมโครกรัม/วัน
ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ หรือวางแผนตั้งครรภ์ รับประทาน 400 ไมโครกรัม/วัน
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
มีไข้ อ่อนเพลีย ผื่นคัน หายใจ ลำบาก แน่นหน้าอก
ข้อควรระวัง
ใช้ยาตามปริมาณที่แพทย์กำหนด
65
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
19. กลุ่มยาใช้ภายนอก
Calamine lotion
สรรพคุณ: บรรเทาอาการผื่นคัน ลมพิษ แมลงกัดต่อย อาการแพ้พืชบางชนิด
อาการคันจากโรคงูสวัด อีสุกอีใส และผิวไหม้ เนื่องจากแสงแดด
กลไกการออกฤทธิ์: Zinc oxide ในตัวยาจะ ช่วยลดอาการอักเสบทาง ผิวหนัง
และช่วยสมานผิว รวมถึงช่วยปกป้องผิวหนังจาก แสงยูวีได้
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : ทายาในบริเวณที่มี อาการแพ้ผื่นคัน วันละ 2 - 3 ครั้ง
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
- หากพบว่าหลังการทายาแล้วมี ระคายเคืองบริเวณที่ทายามากขึ้น หรือมีอาการ
ปวดแสบร้อน ควร ต้องรีบล้างยาออกด้วยน้ำสะอาด และไปพบแพทย์
66
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
19. กลุ่มยาใช้ภายนอก
Poly-Oph eye
สรรพคุณ: ใช้รักษาอาการติดเชื้อจาก
แบคทีเรียที่ดวงตา
กลไกการออกฤทธิ์: ออกฤทธิ์ต่อต้าน
แบคทีเรีย โดยตัวยาจะเข้าไปจับกับเยื่อ หุ้ม
เซลล์ของแบคทีเรีย และ ก่อกวนสมดุลของ
น้ำภายใน เซลล์ จนทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ แตก
ออกส่งผลให้แบคทีเรีย ตายลง
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : หยอดตาข้างที่มีอาการ ครั้งละ 1 - 2 หยด ทุก 2 - 4
ชั่วโมง ในระยะ 24 ชั่วโมงแรก ต่อไปหยด 2-4 ครั้ง
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
ระคายเคืองขณะหยอดตา คัน ตา แดง ขอบตาบวม
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้ยากับสตรีตั้งครรภ์
- ห้ามใช้ยานี้กับการติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อรา
67
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
19. กลุ่มยาใช้ภายนอก
Hista Oph drop (Allergis 10 ml)
สรรพคุณ: ลดและบรรเทาอาการแพ้ ระคายเคือง อาการบวมแดงในบริเวณตา
กลไกการออกฤทธิ์: Antazoline จะออกฤทธิ์ ต้านHistamineที่กระตุ้นให้ เกิด
อาการแพ้อาการระคาย เคืองภายในตา
Tetrahydrozolineจะทำให้ หลอดเลือดฝอยภายในตาหด ตัวลงทำให้ลดอาการ
บวม แดง
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : หยอดตาข้างที่มีอาการครั้งละ 1 - 2 หยดวันละ 4 - 6
ครั้ง
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
อาจมีอาการระคายเคืองตา การ มองภาพไม่ชัดเจน
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้ยานี้กับผู้ป่วยที่เป็น ต้อ หิน ประเภท Narrow-angle glaucoma
68
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
19. กลุ่มยาใช้ภายนอก
Opsil tear eye 10 ml
สรรพคุณ: ช่วยให้ตาชุ่มชื้น หล่อลื่น ลูกตา ในผู้ที่มีอาการตา แห้ง (Dry eye)
มีน้ำตา น้อย
กลไกการออกฤทธิ์: การทำตัวเป็นฟิล์มหรือเยื่อ บาง ๆ และมีความหนืดใน
ตัวเอง ทำให้เกิดการจับและ หล่อลื่นที่ผิวของดวงตา จึง ช่วยลดอาการระคาย
เคืองและช่วยให้รู้สึกสบายภายในลูกตา หลังการหยอดน้ำตาเทียมได้
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : ให้ใช้หยดตาครั้งละ 1 - 2 หยด วันละ 3 - 4 ครั้ง
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
อาจทำให้การมองเห็นภาพไม่ค่อย ชัดเจน เกิดการระคายเคืองตา เล็กน้อย
ทำให้เกิดการแพ้แสง สว่าง มีอาการคล้ายกับตาแฉะ ทำให้เปลือกตาบวม
69
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
19. กลุ่มยาใช้ภายนอก
Triamcinolone Acetonide 1.0 mg
สรรพคุณ: ใช้ในการรักษาการ อักเสบ
ของผิวหนังทั้งชนิด เฉียบพลัน และ
เรื้อรังและ ในภาวะแพ้สารเคมี และ สารที่
ทำให้เกิดการระคาย เคืองที่ผิวหนัง
กลไกการออกฤทธิ์: ชะลอการทำงาน
ของเม็ด เลือดขาว และลดการซึมผ่าน
ทางหลอดเลือดฝอยของสาร ต่างๆ จึง
ส่งผลให้ลดภาวะ อักเสบได้ในที่สุด
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : ทาบาง ๆ บริเวณที่เป็น วันละ 2 - 3 ครั้ง หากตัวยามี
ความเข้มข้น น้อยอาจใช้วันละ 4 ครั้ง เมื่ออาการดีขึ้นให้ลด จำนวนครั้งที่ทาลง
และ หยุดยาเมื่อหายดี
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
ผิวแห้ง ผิวบางลง ผิวเปลี่ยนสี สิว ขึ้น
ข้อควรระวัง
ใช้ยาตามความจำเป็นหยุดใช้ยา เมื่อหายดีและไม่ควรใช้ยาเกิน 3 สัปดาห์
70
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
19. กลุ่มยาใช้ภายนอก
Benzoic acid 10 g
สรรพคุณ: รักษาอาการติดเชื้อรา ตามผิวหนัง
เช่น กลาก น้ำ กัดเท้า และสังคัง
กลไกการออกฤทธิ์: Benzoic acid จะยับยั้ง
การ เจริญเติบโต การลุกลามของ เชื้อรา โดย
รบกวน กระบวนการทางชีวภาพของ เชื้อราจน
เสียสมดุลของการ ดำรงชีวิตและตายลง
Salicylic acid จะทำให้ผิวหนังบริเวณทายา
ค่อย ๆ หลุดลอก โดยออกฤทธิ์กัด ทำลาย
เนื้อเยื่อของชั้นผิวหนัง
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : ทายาบริเวณที่มีการติด เชื้อราวันละ 2 - 3 ครั้ง
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
อาจทำให้มีอาการแสบ คันใน บริเวณที่ทายา มีภาวะผิวแห้ง
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้กับบริเวณที่มีแผลเปิด หรือแผลฉีกขาด รวมถึงผิวหนังที่ มีลักษณะเป็น
เนื้อเยื่อที่อ่อนบาง เช่น ริมฝีปาก ช่องปาก ตา อวัยวะเพศ
- หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้เป็น เวลานานๆหรือทาเป็นบริเวณ กว้างบนพื้นที่ผิวของ
ร่างกาย
71
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
19. กลุ่มยาใช้ภายนอก
Chloramphenicol eye ointment
สรรพคุณ: รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียแบบ
เฉียบพลันที่ตา เช่น การติดเชื้อที่เยื่อตา(เยื่อตา
อักเสบ) เป็นตาแดง บำบัดอาการระคายเคืองและ
ภาวะมีน้ำตา-ขี้ตามากอันมีสาเหตุจากการอักเสบ
ติดเชื้อ
กลไกการออกฤทธิ์: ยาคลอแรมเฟนิคอลจะมี
กลไกลการออกฤทธิ์โดยการเข้าไปยับยั้งการ
สังเคราะห์โปรตีนที่เป็นตัวตั้งต้นของสาร
พันธุกรรมที่เรียกว่า ไรโบโซม (Ribosome)
นอกจากนี้ตัวยายังช่วยป้องกันการเชื่อมโยง
ของโปรตีนที่มีการสังเคราะห์ไว้แล้ว ทำให้เชื้อ
แบคทีเรียไม่สามารถเจริญเติบโตได้และตายลงใน
ที่สุด
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : หยอดตาข้างที่มีอาการ ครั้งละ 1 - 2 หยด ทุก 2 - 4
ชั่วโมง ในระยะ 24 ชั่วโมงแรก ต่อไปหยด 2-4 ครั้ง
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
ระคายเคืองขณะหยอดตา คัน ตา แดง ขอบตาบวม
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้ยากับสตรีตั้งครรภ์
- ห้ามใช้ยานี้กับการติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อรา
- ผู้ป่วยที่เป็นต้อหิน เยื่อตาขาวอักเสบจากการติดเชื้อ
72
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
20. กลุ่มยาแก้ปวด/ลดไข้
Paracetamol 325, 500 mg
Paracetamol syr 120 mg/ 5 ml (60 ml)
สรรพคุณ: แก้ปวด, ลดไข้ไม่
มีฤีทธ์ิตา้นการ อักเสบ
กลไกการออกฤทธิ์:
paracetamol เป็นยาในกลุ่ม
analgesics กลไกในการบรรเทา
อาการปวดยังไม่ชัดเจน แต่คาดว่า
ไปยับย้ังกระบวนการสร้าง
prostaglandin ในระบบประสาท
ส่วนกลาง
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา :
1. ใช้บรรเทาปวดทั่วไป ปวดประจำเดือน ปวดไมเกรน ลดไข้
ผู้ใหญ่ ครั้งละ 200-400 มก. ซ้ำได้ทุก 4-6 ชั่วโมง (สูงสุดไม่เกิน 1,200 มก./วัน)
เด็ก อายุ 6 เดือน ถึง 12 ปี ให้ขนาด 4-10 มก./กก./ครั้ง ซ้ำได้ทุก 6-8 ชั่วโมง (สูงสุดไม่เกิน 40
มก./กก./วัน)
2. ใช้แก้ข้ออักเสบ กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นอักเสบ
ผู้ใหญ่ ครั้งละ 400-800 มก. วันละ 3-4 ครั้ง (สูงสุดไม่เกิน 3.2 กรัม/วัน)
เด็ก ให้ขนาด 30-50 มก./กก./วัน แบ่งให้ทุก 8 ชั่วโมง (สูงสุดไม่เกิน 2.4 กรัม/วัน)
3. เกาต์ (ระยะที่มีข้ออักเสบเฉียบพลัน)
ผู้ใหญ่ ครั้งละ 800 มก. ทุก 8 ชั่วโมงจนกว่าอาการจะทุเลา
อาการข้างเคียง : คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง เหงื่อออก ง่วงซึม สับสน ความดันต่ำหัวใจเต้นผิด
จังหวะ
ข้อควรระวัง :
- คนไข้ที่มีประวัติแพ้ยา Paracetamol
- ถ้าใช้ยาน้ีเกินขนาดจะทำ ให้เป็นพิษต่อตับได้ และไม่ควรใช้ยาน้ีติดต่อกันเกิน 5 วัน
- ผู้ที่เป็นโรคตับ โรคไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาน้ี
73
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
20. กลุ่มยาแก้ปวด/ลดไข้
Ibuprofen 200 mg
Ibuprofen syr 100 mg/5 ml 60 ml
สรรพคุณ: ใช้แก้อาการข้ออักเสบ โรคปวดข้อ
รูมาตอยด์ ข้อเสื่อมชนิดรุนแรง ข้อสันหลัง
อักเสบเรื้อรัง เกาต์ ระยะเฉียบพลัน ลดการ
อักเสบของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ เช่น ข้อเคล็ด
ข้อแพลง เส้นเอ็นอักเสบ เป็นต้น ลดไข้ แก้ปวดที่
มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง และบรรเทาอาการ
ปวดประจำเดือน ไมเกรน
กลไกการออกฤทธิ์: เป็นยาต้านการอักเสบที่ไม่
ใช่กลุ่มสเตียรอยด์ จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของ
เอนไซม์ Cyclooxygenase ทั้งชนิด COX-I
และ COX-II และยังช่วยลดการสังเคราะห์
Prostaglandins ในร่างกายให้ลดน้อยลง ทำให้
ร่างกายได้รับการบรรเทาอาการปวดและอักเสบ
จนกลับสู่ภาวะปกติได้
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : ใช้บรรเทาปวดทั่วไป ปวดประจำเดือน ปวดไมเกรน ลดไข้
ผู้ใหญ่ ครั้งละ 200-400 มก. ซ้ำได้ทุก 4-6 ชั่วโมง (สูงสุดไม่เกิน 1,200 มก./วัน)
เด็ก อายุ 6 เดือน ถึง 12 ปี ให้ขนาด 4-10 มก./กก./ครั้ง ซ้ำได้ทุก 6-8 ชั่วโมง (สูงสุด
ไม่เกิน 40 มก./กก./วัน) ใช้แก้ข้ออักเสบ กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นอักเสบ ผู้ใหญ่ ครั้งละ
400-800 มก. วันละ 3-4 ครั้ง (สูงสุดไม่เกิน 3.2 กรัม/วัน) เด็ก ให้ขนาด 30-50
มก./กก./วัน แบ่งให้ทุก 8 ชั่วโมง (สูงสุดไม่เกิน 2.4 กรัม/วัน) และโรคเกาต์ (ระยะที่มี
ข้ออักเสบเฉียบพลัน) ผู้ใหญ่ ครั้งละ 800 มก. ทุก 8 ชั่วโมงจนกว่าอาการจะทุเลา
อาการข้างเคียง : มีแผลและเลือดออกในทางเดินอาหาร คลื่นไส้อาเจียน เยื่ิอบุช่อง
ปากอักเสบ อุจจาระเป็นสีดำ
ข้อควรระวัง : การใช้ยานี้ในผู้ป่วยตับแข็ง ไตวาย และหัวใจวาย โรคกระเพาะอาหาร ลำไส้
อักเสบ, โรคหอบ หืด, โรคหัวใจ
74
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
20. กลุ่มยาแก้ปวด/ลดไข้
Aspirine 81 mg
สรรพคุณ: ลดไข้ แก้ตัวร้อน, แก้อาการปวดทุก
ชนิด เช่น ปวดศีรษะ ปวดหู ปวดตา ปวดกล้ามเนื้อ
ปวดหลัง ปวดข้อ ปวเประจำเดือน ปวดแผล
เป็นต้น, มีฤทธิ์เป็นยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์
ใช้แก้อาการปวดข้อ ข้ออักเสบ ป้องกันและบรรเทา
อาการปวดประจำเดือน และมีฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือด
ใช้ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด
สมองและหัวใจ
กลไกการออกฤทธิ์: ออกฤทธ์ิขัดขวางการทำงานของ cyclooxygenase (COX) เอนไซม์ซึ่ง ทำหน้าที่
เปลี่ยน arachidonic acid ไปเป็น prostaglandin GB2B (PGGB2B) อันเป็นข้ันตอนแรกของการ
สังเคราะห์ prostaglandins (เช่นชนิด E และF) เอนไซม์ cyclooxygenase (COX) มีอยา่งน้อย 2
ชนิด (2 isozymes) ไดแ้ก่ cyclooxygenase-1 (COX-1) และ cyclooxygenase-2 (COX-2)
COX-1 มีผลต่อการอักเสบ ควบคุมการทำงานของไตให้เป็นปรกติเสริมสร้างความทนทานของเยื่อบุก
ระเพาะอาหารตลอดจนการจับตัวเป็นลิ่มของเลือด COX-2 ถูกสร้างข้ึนเมื่อเซลล์ถูกกระตุ้นด้วยสาร
ตัวกลาง (mediators) ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบหลายชนิด เช่น interleukin-1, tumor necrosis
factor, lipopolysaccharide, mitogens, reactive oxygen intermediates เป็นต้น แอสไพริน
ยับย้ัง COX เอนไซมอ์ยา่งถาวร (irreversible) โดยมีความแรงในการยับย้ัง COX-1 เป็น 170 เท่า
ของ COX-2
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : ลดไข้ ผู้ใหญ่ ครั้งละ 2 เม็ด (ขนาด 300 หรือ 325 มก.) กินเวลามีอาการ ซ้ำได้
ทุก 4-6 ชั่วโมง ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 19 ปี ไม่แนะนำให้ใช้, แก้ปวด ผู้ใหญ่และผู้ที่มีอายุมากกว่า 12 ปี ครั้งละ 2
เม็ด (ขนาด 300 หรือ 325 มก.) กินเวลามีอาการ ซ้ำได้ทุก 4-6 ชั่วโมง, แก้ข้ออักเสบ หรือออกฤทธิ์แบบ
ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สตีรอยด์ ผู้ใหญ่ ให้ขนาด 3-6 กรัม/วัน แบ่งให้วันละ 3-4 ครั้ง เช่น ครั้งละ 3-5 เม็ด
(ขนาด 300 หรือ 325 มก.) วันละ 3-4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน และป้องกันการเกิดลิ่มเลือดใน
หลอดเลือดสมองและหัวใจ ผู้ใหญ่ ให้ครั้งละ 75-325 มก. วันละครั้ง หลังอาหารเช้าเป็นประจำทุกวัน
(ในกรณีที่ไม่มีแอสไพริน ขนาด 75 มก. ให้ใช้แอสไพรินขนาด 81 มก. 1 เม็ด หรือ ขนาด 60 มก. 12 - 2 เม็ด
แทนก็ได้)
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง : ผื่นคัน ลมพิษ บวมที่ตา ใบหน้าริมฝีปากลิ้น หรือช่องคอ หายใจลำบาก
หรือหายใจมีเสียงหวีด เสียงแหบ ตัวเย็น มีเสียงในหูหรือไม่ได้ยินเสียงอาเจียนเป็นเลือด อุจจาระเป็นสีแดง
สด หรือสีดำ คล้ำ
75
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
21. กลุ่มยากันชัก
Gabapentin 100,300 mg
สรรพคุณ: เพื่อใช้ร่วมกับยาอื่น ในการรักษา
อาการชัก และเพื่อบรรเทาอาการปวด ปลาย
ประสาท
กลไกการออกฤทธฺ์:
ยากลุ่มกาบาเพนตินอยด์ถูกสังเคราะห์ให้มี
โครงสร้างคล้ายสารสื่อประสาทของสมอง
มนุษย์ที่เรียกว่า GABA (gamma-
Aminobutyric acid) ซึ่งลดความตื่นตัวของ
เซลล์ประสาททั้งในสมองและส่วนที่ได้รับบาดเจ็บ
โดยเข้าไปรบกวนการแลกเปลี่ยนแคลเซียมที่
เซลล์ประสาทก่อนประสาน ( Presynaptic
neuron) ทำให้สามารถบรรเทาความรู้สึกปวด
และลดอาการชักได้ ซึ่งยากลุ่มนี้ก็ใช้เสริมยากัน
ชักเพื่อรักษาโรคลมชักด้วย
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา :
ผู้ใหญ่ การรักษาช่วง เริ่มแรก แพทย์จะให้ผู้ป่วยรับประทานยา Gabapentin แบบ
3 ขั้น คือ วันที่ 1: รับประทานยา ครั้งละ 300 มิลลิกรัม 1 ครั้ง วันที่ 2: รับประทานยา
ครั้งละ 300 มิลลิกรัม 2 ครั้ง แบ่งเป็นเช้า เย็น วันที่ 3: รับประทานยา ครั้งละ 300
มิลลิกรัม 3 ครั้ง แบ่งเป็นเช้า กลางวัน เย็น หลังจากนั้นแพทย์จะ ประเมินปรับขนาด
ปริมาณยาที่เหมาะสม เพื่อช่วยควบคุมอาการได้ ดีที่สุด ขนาดสูงสุดไม่เกิน 3,600
มิลลิกรัม/วัน
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
ระวังความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกดการหายใจ
76
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
21. กลุ่มยากันชัก
Dilantin 100 mg
สรรพคุณ: ป้องกันและควบคุมอาการชัก
กลไกการออกฤทธฺ์: ออกฤทธิ์ที่ motor cortex
เพื่อยับยั้ง Seizure activity โดยการเพิ่ม
sodium efflux จาก neuron และเชื่อว่ามีฤทธิ์
ในการคงระดับ Seizure threshold และจํากัด
การแพร่ขยายของ Seizure activity
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา :
ผู้ใหญ่
- รับประทานยาให้มีความเข้มข้นของยาในเลือด 10-20 mcg/ml
- เริ่มต้นให้รับประทานยาครั้งละ 100 mg วันละ 3 ครั้ง และค่อย ๆ เพิ่มขนาดยาจนได้
ระดับถึง 600 mg/วัน โดยมีช่วงเวลาการเพิ่มได้ ตั้งแต่ 1 สัปดาห์ถึง 1 เดือน
-ขนาดยาที่เป็น maintenance dose คือ วันละ 300-400 mg
เด็ก
-เริ่มต้นให้รับประทานยาวันละ 5 mg/นํ้ำหนักตัว 1 กก. โดยแบ่งให้วันละ 2-3 ครั้ง
-ขนาดยาที่เป็น maintenance dose คือ วันละ 4-8 mg/น้ำหนักตัว 1 กก.
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
- คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก เดินโซโซ พูดไม่ชัด อ่อนแรง มึนงง สับสน ปวดหัว
กระวนกระวาย และนอนไม่หลับ ทำให้ความเข้มข้นของ protein-bound iodine
ลดลง จึงรบกวนต่อผลการตรวจ thyroid function และทําให้ค่าของ
dexamethasone และ metyrapone test ตํ่ำกวาปกติ
- ไม่ควรขับขี่ยานยนต์หรือทํางานกับเครื่องจักรกลระหว่างการใช้ยา
- หญิงมีครรภ์ไม่ควรให้ยาเพราะอาจทําให้เกิดความผิดปกติในทารก
77
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
22. กลุ่มรักษาระดับฮอร์โมน
Medroxyprogesterone acetate (ENAF-150)
สรรพคุณ: ใช้กับผู้ที่ประสงค์จะคุมกำเนิดเป็นเวลานาน และเหมาะกับผู้ที่มีบุตรแล้ว
มากกว่าผู้ที่ยังไม่เคยมีบุตร เนื่องจากต้องรอนานหลายเดือนหลังฉีดยาครั้งสุดท้าย
กว่าจะตั้งครรภ์ได้ บางรายอาจรอเกือบ 1 ปีหรือนานกว่านี้
กลไกการออกฤทธิ์: เมื่อตัวยาหรือฮอร์โมนถูกฉีดเข้าสู่ร่างกายจะถูกดูดซึมเข้าสู่
กระแสเลือดอย่างช้า ๆ และจะออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ ทำให้ปากมดลูกเหนียวและ
ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางจนไม่เหมาะกับการฝังตัวและเจริญของไข่ที่ปฏิสนธิแล้ว
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา: 150mg/3ml ฉีดทุก 12 สัปดาห์
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง: ยานี้ทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติ ช่วงแรกมาไม่
สม่ำเสมอหรือมากะปริบกะปรอย ต่อมาจะน้อยลงและหายไป โดยไม่มีอีกเลยตลอด
ช่วงที่ใช้ยา จึงทำให้ผู้ใช้เป็นกังวลว่าอาจตั้งครรภ์โดยไม่รู้ตัว และเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้
ผู้หญิงหลายคนเลิกใช้
78
22. กลุ่มรักษาระดับฮอร์โมน
Ethinylestradiol + Levonorgestrel (R-den)
สรรพคุณ: ป้องกันการตั้งครรภ์
กลไกการออกฤทธิ์: ออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญและมี
ประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการตั้งครรภ์ แม้ว่าอาจมีการออกฤทธิ์อย่างอื่นได้
บ้าง เช่น ลดการสร้างเมือกและเพิ่มความหนืดของเมือกปากมดลูกซึ่งทำให้ตัวอสุจิ
ไม่อาจเดินทางไปปฏิสนธิกับไข่ เพิ่มการบีบตัวของท่อนำไข่ เพิ่มการบีบตัวของ
มดลูกซึ่งทำให้ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วมาถึงโพรงมดลูกในเวลาที่ไม่เหมาะสมในการฝังตัว
ตลอดจนทำให้เยื่อบุมดลูกไม่พร้อมที่จะรับการฝังตัวของตัวอ่อน การออกฤทธิ์
ของยาเริ่มต้นตั้งแต่รับประทานยาเม็ดแรกและต้องรับประทานต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จน
หมดแผง จึงมีฤทธิ์คุมกำเนิดได้อย่างต่อเนื่อง
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา: levonorgestrel 0.15 mg + ethinylestradiol 0.03
mg ชนิด 28 เม็ดให้รับประทานต่อเนื่องไม่มีการหยุดยา
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :เต้านมมีขนาดใหญ่ขึ้นและเจ็บ คลื่นไส้อาเจียน เกิดนิ่ว
ในถุงน้ำดี ดีซ่าน ปวดศีรษะ ซึมเศร้า บวม น้ำหนักเปลี่ยนแปลง
79
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
22. กลุ่มรักษาระดับฮอร์โมน
Eltroxin 100 mg
สรรพคุณ: รักษาภาวะไทรอยด์ ฮอร์โมนต่ำ
จากการที่ต่อม ไทรอยด์ไม่สามารถผลิต
ฮอร์โมนได้เพียงพอ
กลไกการออกฤทธิ์: ไทรอยด์ฮอร์โมน
สังเคราะห์
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : ยานี้อยู่ในรูปแบบยา เม็ดใช้สำหรับรับประทาน โดยทั่วไปรับ
ประทานวัน ละ 1 ครั้ง ตอนท้องว่าง (ก่อนอาหารเช้า 30 นาที หรือ หลังอาหาร 2 ชม.)
หรือให้ใช้ยานี้ตามวิธีใช้ที่ ระบุบนฉลากยาอย่าง เคร่งครัด โดยห้ามใช้ยาในขนาดที่มาก
หรือน้อย กว่าที่ระบุ
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง : อาการข้างเคียงที่พบบ่อย น้ำหนักลด มือสั่น ปวด
หัว คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง กระสับกระส่าย วิตกกังวล นอนไม่หลับ เหงื่อ
ออกมาก อยากอาหาร มากกว่าปกติ มีไข้ประจำเดือน เปลี่ยนแปลง ขี้ร้อน ผมร่วง
ชั่วคราวโดยเฉาพะในเด็กที่ เพิ่งเริ่มรับการรักษา
80
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
22. กลุ่มรักษาระดับฮอร์โมน
Methimazol 5 mg
สรรพคุณ: ใช้ในการรักษาภาวะ ไทรอยด์เป็น
พิษ รวมถึงใช้ ในผู้ป่วยก่อนการผ่าตัด ต่อม
ไทรอยด์ หรือใช้รักษา ร่วมกับผู้ที่ทำการรักษา
ด้วยการกลืนแร่ไอโอดีน (Radioactive
Iodine)
กลไกการออกฤทธิ์: ยับยั้งการสังเคราะห์
ไทรอยด์ฮอร์โมน โดยทำ หน้าที่เป็นสารตั้งต้น
(substrate) สำหรับ iodination
intermediate ของเอนไซม์ thyroid
peroxidase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ ทำหน้าที่เร่งการ
เกิดปฏิกิริยา iodination ของ tyrosine ใน
thyroglobulin
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา :
ผู้ใหญ่ ขนาดเริ่มต้น 15 - 60 มิลลิกรัมต่อวัน แบ่งรับประทานขนาดเท่า ๆ กัน 3 ครั้ง
ทุก 8 ชั่วโมง หรืออาจรับประทานวัน ละครั้ง จากนั้นปรับขนาด เป็น 5 - 15 มิลลิกรัม
ต่อ วัน เด็ก ขนาดเริ่มต้น 0.4 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน แบ่ง
รับประทานขนาดเท่า ๆ กัน 3 ครั้งทุก 8 ชั่วโมง จากนั้นปรับขนาดเป็น 0.2 มิลลิกรัม
ต่อน้ำหนัก ตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวด กล้ามเนื้อ
81
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
22. กลุ่มรักษาระดับฮอร์โมน
Propylthiouracil 50 mg (PTU)
สรรพคุณ: รักษาภาวะ hyperthyroidism
กลไกการออกฤทธิ์ : ยับยั้งการสังเคราะห์
ไทรอยด์ฮอร์โมน โดยทำ หน้าที่เป็นสารตั้งต้น
(substrate) สำหรับ iodination
intermediate ของเอนไซม์ thyroid
peroxidase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ ทำหน้าที่เร่งการ
เกิดปฏิกิริยา iodination ของ tyrosine ใน
thyroglobulin
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา :
การเริ่มให้ยาจะ พิจารณาจากขนาดของ ต่อมไทรอยด์ และอาการ โดยทั่วไปเริ่ม
300 มก ต่อวันโดยแบ่งให้วันละ 3 ครั้ง หลังจากควบคุม อาการได้แล้วก็ลดขนาด ยา
เหลือวันละ 100-150 มก ต่อวัน
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
ไข้ เจ็บคอ ปวดตามตัว ซีด มีจุดเลือดออกตามตัว มีจ้ำ เลือดตามตัว ไอ หายใจ
ลำบาก มี ผื่นแดง หรือผื่นเป็นตุ่มน้ำ ปัสสาวะสีเข้ม ตัวเหลืองตาเหลือง ยานี้อาจจะ
ทำให้เกิดตับอักเสบได้ ดังนั้น ควรจะใช้ยานี้ในรายที่ไม่ สามารถผ่าตัด หรือไม่สามารถ
ให้ น้ำแร่ หรือให้ยา methimazole
82
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
23. กลุ่มยาขยายหลอดลม
Salbutamol Inhaler 100 mcg
Salbutamol syr 2 mg/5 ml (60 ml)
สรรพคุณ: ช่วยขยายหลอดลม ใช้บรรเทา
อาการในผู้ป่วยโรคหืด ถุงลมปอดโป่งพอง หรือ
หลอดลมอักเสบเรื้อรัง หลอดลมอักเสบที่มีภาวะ
หลอดลมตีบตัวร่วมด้วย
กลไกการออกฤทธิ์: ตัวยาจะไปกระตุ้นตัวรับใน
ระดับเซลล์ของผนังหลอดลมที่เรียกว่า Beta-2
receptor ทำให้หลอดลมคลายตัวและเกิดฤทธิ์
การรักษาตามสรรพคุณดังกล่าว
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา :
- ชนิดสูด สูดครั้งละ 1-2 หน(puff) เวลามีอาการ หรือทุก4-6 ชั่วโมง
- ชนิดกิน ผู้ใหญ่ กินครั้งละ 2-4 มก. (1-2 เม็ด) ทุก 6-8 ชั่วโมง เด็ก กินครั้งละ 0.1
มก./กก. ทุก 6-8 ชั่วโมง
- ชนิดฉีด ผู้ใหญ่ ครั้งละ 0.25 มก. (0.5 มล.) เด็ก ครั้งละ 0.01 มก./กก. (สูงสุดไม่
เกิน 0.25 มก.) ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ถ้าฉีดครั้งแรกไม่ได้ผล ซ้ำได้อีก 1-2 ครั้ง ทุก 20
นาที
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง : ควรระมัดระวังการใช้ยานี้ในผู้ที่เป็นโรคความดัน
โลหิตสูง ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน โรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
83
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
23. กลุ่มยาขยายหลอดลม
Nuelin SR 200 Mg (Theophylline)
สรรพคุณ: ใช้ควบคุมโรคหืด (controller)
ซึ่งนิยมใช้ร่วมกับยาสตีรอยด์ชนิดสูด
กลไกการออกฤทธิ์: ยับยั้ง
phosphodiesterase ลดการสลาย cyclic
AMP ภายในเซลล์ ส่งผลให้เกิดการคลายตัว
ของกล้ามเนื้อเรียบที่หลอดลม
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : ให้ขนาด 10 มก./กก./วัน (สูงสุดไม่เกิน 800 มก./
วัน) แบ่งให้กินวันละ 1-2 ครั้ง
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง : ใจสั่น มือสั่น ปัสสาวะบ่อย เวียนศีรษะ ผื่น
คัน(แพ้ยา)
ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง
ข้อควรระวัง
- ควรระมัดระวังการใช้ยานี้ในผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงรุนแรง ภาวะต่อม
ไทรอยด์
ทำงานเกิน โรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคพิษสุราเรื้อรัง ภาวะ
ไตวาย โรคกระเพาะ โรคตับ ผู้สูงอายุ ทารกแรกเกิด หญิงที่ให้นมบุตร
84
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
23. กลุ่มยาขยายหลอดลม
Budesonide Inhaler 200 mcg
สรรพคุณ: เป็นยาขยายหลอดลมใน ผู้ป่วยโรค
ปอดอุดกั้นเรื้อรัง
กลไกการออกฤทธิ์: ออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อเรียบ
ของผนังหลอดลมในตำแหน่ง
Parasympathetic site โดย ตัวยาจะยับยั้ง
การทำงานของ Acetylcholine มีผลทำให้
หลอดลมเกิดการคลายตัว
→ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา :
ขณะมีอาการ เฉียบพลัน ให้พ่นยา 2 - 4 ครั้ง สำหรับการบำบัดเพื่อคง ระดับ
การรักษาให้พ่นยา 1 - 8 ครั้ง/วัน
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาการข้างเคียง
ตาพร่า รูม่านตาขยาย ปวดตา อย่างเฉียบพลัน กระสับกระส่าย เวียนศีรษะหัวใจ
เต้นเร็วและใจสั่น
ข้อควรระวัง
- การใช้ยานี้กับผู้ป่วยต่อม ลูกหมากโตและผู้ป่วยด้วยโรคต้อ หินจะทำให้มีอาการ
โรครุนแรงมากขึ้น
85
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
24. กลุ่มยาลดความดันโลหิต
Hydralazine HCl 10,25 mg
สรรพคุณ: ยาที่มีคุณสมบัติในการ ขยายหลอดเลือด มีกลไก การออกฤทธิ์โดยทำให้ กล้าม
เนื้อของหลอดเลือด เกิดการคลายตัว จึงช่วย ลดแรงต้านทานภายใน หลอดเลือดและส่งผล
ให้ ความดันโลหิตลดลงเลือด ไหลผ่านหลอดเลือดได้ดี ขึ้น ยาไฮดราลาซีน นำมาใช้ในการรักษา
โรค ความดันโลหิตสูง และ ภาวะหัวใจวาย
กลไกการออกฤทธิ์: ยาออกฤทธิ์โดยตรงต่อ กล้ามเนื้อเรียบของหลอด เลือด มีผลต่อหล
อดเลือดดํา น้อยลดความ ต้านทานของ หลอดเลือดส่วนปลาย และลด ความดันโลหิตค่าล่าง
มากกว่า ความดันโลหิต ค่าบน เพิ่ม อัตราการไหลของเลือดผ่านไต สมอง แต่การกรองที่
Glumerulus และการทํางาน ของท่อไตไม่เปลี่ยนแปลง ยา มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ ทําให้หัว ใจเต้น
เร็วและบีบตัวแรงขึ้น เป็นผลให้เลือดออกจากหัวใจ ใน 1 นาทีเพิ่มขึ้น จึงมักให้ ร่วมกับยาตัวอื่น
เช่น β -blocker, Clonidine, Methyldopa เป็นต้น จะ ได้ผลดีในการรักษา
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา :
Hypertension ผู้ใหญ่ : รับประทาน ขนาด 40 - 50 มิลลิกรัม ต่อวัน อาจแบ่ง รับประทาน 3 -
4 ครั้งต่อ วัน โดยอาจเพิ่มขนาด ตามการตอบสนองต่อยา ของผู้ป่วย และใช้ยา ขนาดสูงสุดไม่เกิน
200 มิลลิกรัมต่อวัน ความดันโลหิตสูงวิกฤติ (Hypertensive Crisis) ผู้ใหญ่: ให้ทางหลอดเลือด
ขนาด 5 - 10 มิลลิกรัม อาจจำเป็นต้อง ให้ซ้ำอีกครั้งหลังจากให้ ยาไปแล้ว 20 - 30 นาที หรือให้ทาง
หลอดเลือด แบบต่อเนื่อง ขนาด เริ่มต้น 200 - 300 ไมโครกรัมต่อนาทีหรือ ขนาดปกติ50 - 150
ไมโครกรัมต่อนาทีใน ระหว่างให้ยาควรมีการวัด ความดันเป็นระยะ
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง :
อาจก่อให้เกิดอาการเจ็บเค้า หน้าอก อาการบวม ใจสั่น หัว ใจเต้นเร็ว ท้องเสีย ไม่อยาก อาหาร
คลื่นไส้อาเจียน ปวด ศีรษะ ผลข้างเคียงอันไม่พึง ประสงค์ที่รุนแรง ได้แก่ agranulocytosis เม็ด
เลือดขาว สูง พิษต่อตับ SLE ข้อมูลการใช้ยา Hydralazine ใน สตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร
สำหรับการใช้ยาในสตรีมีครรภ์ ตัวยาจัดอยู่ในกลุ่ม category C คือ ควรระมัดระวังการใช้ยาใน สตรี
มีครรภ์ สำหรับสตรีให้นม บุตร ควรระวังการใช้ยา
86
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
24. กลุ่มยาลดความดันโลหิต
Doxazosin 2 mg
สรรพคุณ: เป็นยาขยายหลอดเลือด ทำให้
ความดันเลือดลดลง และยังสามารถช่วยคลาย
กล้ามเนื้อบริเวณต่อม ลูกหมากและกระเพาะ
ปัสสาวะ จึงนำมาใช้เป็นยา รักษาภาวะความดัน
โลหิต สูง และอาการปัสสาวะขัด จากภาวะต่อม
ลูกหมากโต
กลไกการออกฤทธิ์: ยับยั้งตัวรับอัลฟ่า - 1
อะด รีโนเซปเตอร์ (alpha - 1
adrenoceptor) แบบแข่งขัน บนเซลล์
ประสาทหลัง ไซแนปส์ในโครงข่ายเลือด ฝอย
และหลอดเลือดดำ เป็น ผลให้เกิดการขยายตัว
ของ หลอดเลือดดำและหลอดเลือด ฝอย ลด
แรงต้านของหลอด เลือดและละความดันโลหิต
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : ผู้ใหญ่ ขนาดเริ่มต้น 1 มิลลิกรัม ก่อนนอน ผู้สูงอายุ: เริ่ม
ต้น รับประทานวันละ 0.5 มิลลิกรัม
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง : อาการมึนงง และวิงเวียนศีรษะได้ จึงไม่ควรขับรถ
หรือทำกิจกรรมที่ ต้องใช้เครื่องจักรหลังจาก รับประทานยา
87
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
24. กลุ่มยาลดความดันโลหิต
Enalapril 5,20 mg สรรพคุณ: ยาต้านเอนไซม์เอซีอี
(Angiotensin Converting
Enzyme Inhibitors : ACE
Inhibitors) ใช้รักษาความดันโลหิตสูง
ในผู้ใหญ่และ เด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไป ภาวะ
หัวใจล้มเหลวใน ผู้ใหญ่ ทั้งยังใช้ในการ
รักษาความผิดปกติของ หัวใจห้อง
ล่างซ้ายซึ่งทำ หน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยง
ส่วน ต่าง ๆ ของร่างกายด้วย เช่นกัน
กลไกการออกฤทธิ์: กลไกการออกฤทธิ์ของยา คือ อีนาลาพริลเข้ายับยั้ง เอนไซม์
angiotensin converting enzyme (ACE) หลังจากที่ตัวยาถูกไฮโดรไลซิสเป็นอีนาลา
พริแลท กลไกหลัก ที่อีนาลาพริลสามารถลด ระดับความดันโลหิตได้ คาด ว่าเกิดจากการกด
ระบบเรน นิน – แองจิโอเทนซิน - อัล โดสเตอโรน ของร่างกาย (renin – angiotensin -
aldosterone system; RAAS) โดยการยับยั้งเอนไซม์ ACE จะทำให้แองจิโอเทนซิน 1 ไม่
สามารถเปลี่ยนไปอยู่ใน รูปพร้อมทำงาน คือแองจิ โอเทนซิน 2 ได้ เป็นผลให้เกิด การลดการก
ระตุ้นความดัน โลหิต และลดการหลั่งของอัล โดสเตอโรน นอกจากนี้ยาใน กลุ่ม ACE
inhibitor ยัง สามารถฟื้นฟูอาการหัวใจ ล้มเหลวได้ ผ่านการลดแรง ต้านของหลอดเลือด
ใน ขณะเดียวกันยาสามารถเพิ่ม cardiac output และลด ขนาดของหัวใจได้
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : ผู้ใหญ่ 5 มิลลิกรัม รับประทาน 1 ครั้งต่อวัน รับประทาน 1 ครั้งต่อ
วัน หรือแบ่งเป็น 2 ครั้งต่อวัน
▪ ▪ ▪อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง : อาการข้างเคียง มึนงงหรือหน้ามืด รู้สึกเหนื่อย
▪ไอ หัวใจเต้นแรง เวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม อาจ ก่อให้เกิดภาวะโพแทสเซียมใน เลือดสูง
มึนงง ค่า BUN สูงขึ้น ค่าครีอะทินินในเลือดสูงขึ้น (creatinine) อ่อนแรง ผลข้างเคียงอัน
▪ไม่พึงประสงค์ที่ รุนแรง ได้แก่ความดันโลหิต ต่ำ ภาวะ agranulocytosis พา ต่อตับ ไตวาย
เฉียบพลัน ข้อมูลการใช้ยาในสตรีมีครรภ์และ สตรีให้นมบุตร สำหรับการใช้ยาในสตรีมี
ครรภ์ ตัวยาจัดอยู่ในกลุ่ม category D คือไม่แนะในการใช้ยาในสตรีมี ครรภ์ เว้นแต่ในกรณี
ช่วยชีวิตหรือ รักษาอาการรุนแรงที่ยาที่ ปลอดภัยกว่ารักษาไม่ได้ผล
88
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
24. กลุ่มยาลดความดันโลหิต
Propranolol 10,40 mg
สรรพคุณ: รักษาโรคความดันโลหิตสูง ภาวะ
หัวใจเต้นผิดจังหวะ บรรเทาอาการทางกายเช่น
อาการสั่นจากอาการกังวล และใช้ป้องกันอาการ
เจ็บหน้าอก ภาวะหัวใจวาย และอาการศีรษะข้าง
เดียวหรือปวดไมเกรน นอกจากนี้ยังใช้บรรเทา
อาการที่เกิดจากภาวะไทรอย์เกิน เช่น อาการ
หัวใจเต้นเร็ว ตัวสั่น
กลไกการออกฤทธิ์: เป็นยาเบต้าบล็อกเกอร์
(Beta-blocker) กลไกการออกฤทธิ์ของยาจะ
ช่วยยับยั้งการทำงานของสารเคมีบางชนิดใน
ร่างกาย ซึ่งมีผลกระทบหรือเกี่ยวข้องกับหัวใจ
และหลอดเลือด โดยจะช่วยลดจังหวะการเต้น
ของหัวใจ ความดันโลหิต และความตึงเครียด
ของหัวใจ
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา:
ผู้ใหญ่: ยารับประทานชนิดเม็ดหรือสารละลาย ขนาดเริ่มต้น 40-80 มิลลิกรัม วันละ 2
ครั้ง ขนาดปกติ 160-320 มิลลิกรัมต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 640 มิลลิกรัมต่อวัน
แคปซูลชนิดออกฤทธิ์นาน ขนาดเริ่มต้น 80 มิลลิกรัม วันละครั้ง ขนาดปกติ
120-160 มิลลิกรัมต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 640 มิลลิกรัมต่อวัน เด็ก: ยารับประทานชนิด
เม็ด ขนาดเริ่มต้น 1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน แบ่งใช้ 2 ครั้ง ขนาดปกติ 2-4
มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน แบ่งใช้ 2 ครั้ง สูงสุดไม่เกิน 4 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน
แบ่งใช้ 2-3 ครั้ง
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง:
คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก ท้องเสีย ปวดท้อง ความต้องการทางเพศลดลง เสื่อม
สมรรถภาพทางเพศ นอนไม่หลับ หรืออ่อนเพลีย
89
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
24. กลุ่มยาลดความดันโลหิต
HCTZ 25 mg สรรพคุณ: เป็นยากลุ่มยาขับ ปัสสาวะใช้ในการ
รักษา โรคความดันโลหิตสูงและ อาการบวม
เนื่องมาจาก การสะสมของน้ำใน ร่างกาย ข้อล่ง
ใช้อื่น ได้แก่ โรคเบาจืด (diabetes inspidus)
ภาวะเลือดเป็น กรดจากหลอดไตฝอย (renal
tubular acidosis) และสำหรับลดความเสี่ยง
ของการเกิดนิ่วในไต ในผู้ที่มีระดับแคลเซียมใน
ปัสสาวะสูง สำหรับผู้ที่มี ความดันโลหิตสูง ยาก
ลุ่มนี้ มักใช้เป็นยาทางเลือกกลุ่ม แรกๆในการ
รักษา ยา ไฮโดรคลอโรไธอะไซด์ บริหารผ่านการ
รับประทาน และอาจใช้ ร่วมกับยาลดความดัน
โลหิตอื่น
กลไกการออกฤทธิ์: กลไกการออกฤทธิ์ของยา คือ ไฮโดรคลอโรไธอะไซด์ เป็นยา
กลุ่มยาขับปัสสาวะและ ยาลดความดันโลหิต ออกฤทธิ์ โดยยับยั้งการดูดกลับของ
โซเดียมที่บริเวณดิทัล ทูบูล (distal tubule) ซึ่งจะเพิ่ม การขับออกของโซเดียม
คลอ ไรด์ในปริมาณที่เท่ากัน และ น้ำ ร่วมกับการขับ โพแทสเซียมและไฮโดรเจน ไอออน
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : รับประทานครั้งละ 25 - 100 mg/day OD หรือ bid วัน
เว้นวัน หรือ 3 - 5 วัน
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง : อ่อนเพลีย ความดันโลหิตต่ำ ตับ อ่อนอักเสบ ดี
ซ่าน ท้องเสีย อาเจียน เกร็ง ท้อง ท้องผูก ระคายเคือง กระเพาะอาหาร คลื่นไส้ส่งผล
ต่อการมองเห็นทำให้มองเห็นภาพ ไม่ชัด
90
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
24. กลุ่มยาลดความดันโลหิต
Amiloride + HCTZ
สรรพคุณ: เป็นยาขับปัสสาวะที่มี ส่วนผสม
ของยาขับ ปัสสาวะสองชนิดรวมกัน ได้แก่
Amiloride และ Hydrochlorothiazide ทั้งนี้
เพื่อลดการเกิดภาวะ โปแทสเซี่ยมในเลือดต่ำ ทำให้
ไตขับน้ำส่วนเกิน ออกมา ใช้ลดความดัน โลหิต
และภาวะบวมน้ำที่ เกิดจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น โรค
หัวใจ โรคตับ
กลไกการออกฤทธิ์: ออกฤทธิ์เพิ่มการขับออก ของโซเดียม และลดการขับ ออกของ
โพแทสเซียมที่บริเวณ ท่อหน่วยไตส่วนปลาย ทำให้ ยาลดผลข้างเคียงการสูญเสีย
โพแทสเซียมในกระแสเลือด ไปกับปัสสาวะ แต่ก็มีฤทธิ์ขับ ปัสสาวะอ่อน เมื่อเทียบกับยา
ขับปัสสาวะในกลุ่มอื่น จึงมัก ใช้Amiloride ร่วมกับยาขับ ปัสสาวะกลุ่มอื่น เช่น ยา
ขับปัสาวะกลุ่มไทอะไซด์ (Thiazide) เพื่อเสริมประสิทธิภาพ และลด ผลข้างเคียงการ
สูญเสีย โพแทสเซียมดังกล่าว
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : OD PC 25 - 50 mg/day
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง : อาการข้างเคียง ระดับโพแทสเซียมในกระแสเลือด สูง
เนื่องจากยาลดการขับออก ของโพแทสเซียม เป็นผลข้างเคียง หลักของยานี้ ผล
ข้างเคียงอื่น ได้แก่ ปวด ท้อง เลือดออกในกระทางเดิน อาหาร ไม่อยากอาหาร การ
แพ้ยา เกิดผื่น ปากแห้ง กระหายน้ำ ถ่าย ท้องหรือ ท้องผูก คลื่นไส้อาเจียน หัว ใจเต้น
ผิดจังหวะ หัวใจเต้น ระรัว ดีซ่าน หายใจ ลำบาก ไอ ปวดศีรษะ มึน งง อ่อนเพลีย สั่น
ปัสสาวะบ่อย การมองเห็นและการได้ยิน ผิดปกติ
91
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
24. กลุ่มยาลดความดันโลหิต
Methyldopa 250 mg
สรรพคุณ: ยาลดความดันโลหิตสูง ข้อบ่งใช้
รักษา Hypertensive crisis
กลไกการออกฤทธิ์: α-Methyldopa ผ่านเข้า
สู่ สมองได้ดีและจะถูก เปลี่ยนเป็น α - Methyl
noradrenaline เป็น False
neurotransmitter ซึ่ง กระตุ้น α2 -
adrenergic receptors ทําให้ขัดขวางการ
หลั่งกระแส ประสาทซิมพาเธ ติค ทําให้
Sympathetic tone ที่ควบคุมระบบ ไหลเวียน
เลือดลดลง ลดความ ดันโลหิตโดยลดการกระ
ตุ้นซิม พาเธติคที่หัวใจและระบบ ประสาทส่วน
ปลาย
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : เริ่มต้นรับประทานครั้ง ละ 250 มิลลิกรัมวันละ 2 - 3 ครั้ง
เป็นเวลา 2 วัน จากนั้นแพทย์อาจค่อยๆ ปรับขนาดรับประทานยา ตามการตอบสนอง
ของ ผู้ป่วย โดยขนาดคงการ รักษาของยานี้มักเป็นการ รับประทาน 0.5 - 2 กรัม/
วัน ขนาด รับประทานสูงสุดไม่เกิน 3 กรัม/วัน และหากใช้ ร่วมกับยาลดความดัน โลหิต
ตัวอื่นควรใช้เมทิล โดปาไม่เกิน 500 มิลลิกรัม/วันโดยแบ่ง รับประทาน
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง : อาการข้างเคียง ที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ ง่วงนอน
ปากแห้ง คัดจมูก ซึมเศร้า ปวด ศีรษะ อ่อนเพลีย ความดันโลหิต ลดต่ำเมื่อ เปลี่ยน
อิริยาบถ มีการ คั่งของโซเดียมและน้ำ เกิดอาการ บวมน้ำ มีพิษต่อตับ เช่น ตับ
อักเสบเฉียบพลัน ตับแข็ง เม็ด เลือดแดงแตก ทําให้เกิดโลหิตจาง ผล Coomb's
test ให้ผลบวก เป็นต้น
92
รายการยา แยกตามการรักษาอาการ
24. กลุ่มยาลดความดันโลหิต
Losartan 50 mg
สรรพคุณ: ใช้สำหรับรักษาโรค ความดันโลหิต
สูง (Hypertension) และใช้ ช่วยปกป้องไตไม่ให้
ถูก ทำลายจากโรคเบาหวาน และยังใช้เพื่อลด
ความ เสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอด เลือดสมอง
(Strokes) ใน ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง และผู้
ป่วยที่มีหัวใจโต
กลไกการออกฤทธิ์: ยา Losartan เป็นยาใน
กลุ่ม Angiotensin receptor blockers
(ARBs) ที่ออกฤทธิ์ ขยายหลอดเลือด ทำให้
เลือด ไหลเวียนได้ง่ายขึ้น ต้านการ ทำงานที่
บริเวณตัวรับแองจิ โอเทนซิน 2 ลอซาร์แทน
ยับยั้งการหดตัวของหลอด เลือดและการหลั่ง
อัลโดสเตอ โรน แบบแข่งขันและจำเพาะ เจาะจง
จากฤทธิ์ของแองจิ โอเทนซิน 2 โดยการแย่งจับ
กับตัวรับ AT1
ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา : รับประทานยา วันละ ครั้ง ครั้งละ 50 มิลลิกรัม หรือแพทย์
อาจเพิ่มเป็น 100 มิลลิกรัม วันละครั้ง หรือ แบ่งเป็น 2 ครั้ง/วัน
อาการข้างเคียง/ข้อควรระวัง : เวียนศีรษะ หรือหน้ามืด ซึ่งเกิด จากการที่ร่างกาย
กำลังปรับตัวกับ การใช้ยาอยู่ หากอาการเหล่านี้ไม่ ดีขึ้นหรือมีอาการแย่ลง ให้แจ้ง
แพทย์หรือเภสัชกรทันที