The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วรรณสารเบิกศักราชปีขาล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by goff_2542, 2023-03-15 12:22:25

วรรณสารเบิกศักราช

วรรณสารเบิกศักราชปีขาล

ววรรรรณณสสาารร ฉบับที่ ๖๔ เดือนมกราคม - พฤษภาคม ๒๕๖๕ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทวิยาลัยราชภัฏภูเก็ต สาขาวิช วิ าภาษาไทย เบิกบิศัก ศั ราช


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ บอกกล่าว เล่าเรื่อง ส่งท้ายปีฉลูและต้อนรับเข้าสู่ศักราชใหม่ในปีขาล ๒๕๖๕ โดยมีสัญลักษณ์แทน คือ “เสือ” ทั้งนี้เสือใน วัฒนธรรมไทยแสดงถึงความมีอำนาจ ความมั่งคั่ง และความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งหมายถึงความเป็นสิริมงคลในด้านต่าง ๆ เช่น ความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ความมั่นคงในหน้าที่การงาน ความมีอำนาจในหน้าที่การงาน เป็นต้น สำหรับในศักราชใหม่ปีนี้ทางกองบรรณาธิการก็ขออวยพรให้ทุกท่านพบเจอแต่ความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรือง และความเป็นสิริมงคลในชีวิตตลอดไป เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลาดี ๆ วรรณสารฉบับที่ ๖๔ เดือนมกราคม – พฤษภาคม ๒๕๖๕ “เบิกศักราชใหม่นวกาล” จึงนําเสนอเรื่องราวดี ๆ แก่ผู้อ่านทุกท่าน จัดทำโดยนักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ชั้นปีที่ ๒ เนื้อหาในวรรณสารฉบับนี้มุ่งนําเสนอผลงานของนักศึกษาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวต่าง ๆ ความรู้ที่ หลากหลาย และเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน เช่น คอลัมน์สืบเนื่องจากปก บทสัมภาษณ์พิเศษ เสริมสร้างประสบการณ์ กับโครงการดี ๆ ปลูกกล้านักวิจัย กด like วรรณกรรม มุมคําร้องมองอย่างนักวิจารณ์ศิษย์เก่าเล่าเรื่อง ชวนชิมชวนเที่ยว แค่คนอยากเขียน เกร็ดความรู้บันทึกภาพในความทรงจำ เป็นต้น อย่างไรก็ตามงานเขียนเหล่านี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจของนักศึกษาที่ต้องการนําเสนอผลงานจากการศึกษาค้นคว้า และเรียบเรียงข้อมูลสู่ผู้อ่าน ผู้จัดทําจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านจะได้รับความรู้ความบันเทิงไม่มากก็น้อย และสามารถนําความรู้ที่ได้ไปใช้ให้ เกิดประโยชน์สูงสุด ที่ปรึกษา บรรณาธิการ จัดพิมพ์ ผศ.ดร.รุ่งรัตน์ทองสกุล นางสาวปาณิสรา ยงกิจ นางสาววัชราภรณ์ ทองชู ผศ.ดร.วรพงศ์ไชยฤกษ์ นางสาวอัญชิษฐา ศรีชัย ผศ.จุฬารัตน์เสงี่ยม กองบรรณาธิการ นางสาวชลธิชาชุ่มใจ อ.สุริยา ทองคํา นางสาวขวัญนภา ไกลถิ่น นางสาวสัญจิตา สมานมิตร ผศ.ปรีดา สุวรรณจันทร์ นางสาวพัชฌาภรณ์ เพชรกำเนิด พิสูจน์อักษร ดร.พัชราภรณ์คชินทร์ นางสาวชนกสุดา บุญทวี นางสาวกมลฉัตร จันทรโชติ ศิลปกรรมปก นางสาวนิศารัตน์ นรินทร นางสาวฟาฎีฬา เต๊ะเย็บ นางสาวบัณฑิตา ตวงสิน นางสาวณัฐชา เพ็ชรผจญ นางสาวเสาวลักษณ์ ทับไชย บรรณาธิการ


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ สารบัญ วรรณสารฉบับที่ ๖๔ ฉบับเบิกศักราช เดือนมกราคม - พฤษภาคม ๒๕๖๕ …………………………………………………………………………………………………………………………………………. เรื่อง หน้า สืบเนื่องจากปก สวัสดีปีขาล ๑ เสือ ปีขาล และความเชื่อ ๒ บทความสัมภาษณ์พิเศษ จุดเริ่มต้นของคนที่ไม่กล้าแสดงออก ๗ เสกสรร ครูเลือกเธอ ๙ ฉันได้ชื่อว่า “คนตงห่อ” ๑๑ เส้นทางฝัน…ฟันฝ่าสู่อาชีพ ๑๔ เสริมสร้างประสบการณ์กับโครงการดี ๆ เพชร คมส.รางวัลและความดีสมศักดิ์ศรีนักกิจกรรมราชภัฏ ๑๖ เฟ้นหาดาวเด่นเฟรชชี่ปี ๑ กิจกรรมประกวดดาว-เดือน ๒๕๖๔ ๑๙ มุมคำร้องมองอย่างนักวิจารณ์ เพลง แสงสุดท้าย ๒๒ เพลง คนทางนั้น ๒๕ เพลง บัณฑิตกรีดยาง ๒๘


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า ปลูกกล้านักวิจัย สถานภาพและบทบาทตัวละครสำคัญในนวนิยายเรื่อง เลือดข้นคนจาง ๓๑ กลวิธีทางภาษาและการแสดงภาพลักษณ์จากการแสดงทัศนคติรอบ Key word ๔๑ ในการประกวด Miss universe Thailand กดไลค์วรรณกรรม อาจเป็นบุพเพสันนิวาส ๕๑ บทบาทตัวละครเง็กเซียนฮ่องเต้ ที่ปรากฏในวรรณกรรมเรื่อง ไซอิ๋ว ๕๙ บุคลิกภาพภายนอกซุนหงอคง ที่ปรากฏในวรรณกรรมเรื่อง ไซอิ๋ว ๗๑ ศิษย์เก่าเล่าเรื่อง อุปสรรคก้าวนำสู่ความสำเร็จอาชีพครู ๘๔ ไม่ยาก…ถ้าอยากเป็นครู ๘๖ ชวนกินชวนเที่ยว The chic cafe ๘๘ จะพาพี่ล่องใต้ ไปเที่ยวตะรุเตา ๙๑ สเน่ห์เมืองตรัง : ท่ามะปรางพาราไดซ์ ๙๓ หลีกหนีความวุ่นวาย ไปผ่อนคลายกลางธรรมชาติ ๙๕ เมือง พัทลุง ใกล้บ้าน ความคิดถึง ๙๘


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า แค่อยากเขียน ม.ปลาย กับกระแสนิยม ๑๐๐ รอยยิ้มในวันวาน ๑๐๒ ค่านิยม ๑๐๓ โควิด…กับการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คน ๑๐๕ เกร็ดความรู้ รู้จัก รักพืช ดอกอัญชัน ๑๐๗ ต้นไม้ป่าชายเลน “ต้นจาก” ๑๑๐ ไม่มีแพะรับบาป มีแต่แพะรับทรัพย์ ๑๑๓ น้ำสมุนไพรจากใบกะเพราเพื่อสุขภาพ ๑๑๕ สมุนไพรไทย ใคร ๆ ก็ว่าดี ๑๑๘ มโนราห์โรงครู (มโนราห์ตาศรี) ๑๒๒ หนุกหนาน งานชิงเปรต ๑๒๖ ขนมเปียกปูน ๑๓๑ โรคที่มากับฝน ๑๓๖ บันทึกความทรงจำ เสวนา ประสาไทยศิลปศาสตร์ ๑๓๙ พัฒนาฐานข้อมูลชุมชนเพื่อส่งเสริมสมรรถนะภาคีเครือข่ายการพัฒนาท้องถิ่น ๑๔๑ สำเร็จการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ๑๔๓ การประกวดการอ่านออกเสียงร้อยแก้วภาษาไทย ๑๔๔


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ สารบัญ (ต่อ) ข่าวประชาสัมพันธ์ ๑๔๕ ผู้เรียบเรียง ๑๔๗


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๑ สวัสดีปีขาล ๒๕๖๕ สุขสันต์ฤดูวรดิเรก นวเอกฉลองกาล ปีใหม่ฉนำพยัคฆวาร เสด็จสู่ดิถีจร ขอจงสบายกายมนจิต และสัมฤทธิ์ประดุจพร สมหวังสฤษดิ์ ณ กิจบวร สุขครอง ณ ภพไตร โรคร้ายมลายอันตรธาน ณ ปีขาลสว่างไสว เจิดจ้าจรัสจรุงวิไล ไผทไทยเจริญเรือง สุริยา ทองคำ ประพันธ์


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๒ วัชรา ภรณ์ ทองช วัชราภรณ์ ทองชู เสือ ปีขาล และความเชื่อ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพฝีพระหัตถ์ รูปเสือสีเหลืองมีลายพาดกลอนสีน้ำตาล แก่ร้านภูฟ้า เนื่องในโอกาส ขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2565 และยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพร ส.ค.ส. 2565 สวัสดีปีขาลเสือ “ปีเสือต้องขวนขวายและอดทน” แก่ปวงชนชาวไทยให้มีความสุขใน ปี พ.ศ. 2565 วรรณสารภาษาไทยฉบับ นี้จึงขอนำทุกท่านมารู้จักกับเรื่องราวของเสือในหลากหลายแง่มุม เพื่อเป็นการน้อมสำนึกถึงพระกรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีต่อปวงชน ชาวไทย โดยผู้เขียนได้รวบรวมสีสันเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับเสือมาบอกเล่ากัน สืบเนื่องจากปก เสือ ปีขาล และความเชื่อ


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๓ เสือ คือ สัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ ความมั่นใจ ความน่าเกรงขาม แสดงถึงความมีอำนาจ แข็งแกร่ง ทั้งภายนอกและภายใน อีกทั้งยังมีความงดงามที่มาพร้อมกับความดุร้าย เสือ ได้รับการยกย่องว่าเป็นราชาแห่งสัตว์ป่า เสือขนาดใหญ่สามารถส่งเสียงคำรามได้ เพราะมี เส้นเสียงลักษณะพิเศษเฉพาะ และถือเป็นเอกลักษณ์ที่สัตว์อื่นไม่สามารถทำได้ เสือ เป็นสัตว์นักล่าที่ชาญฉลาด และน่าเกรงขาม โดยเฉพาะเสือขนาดใหญ่ มักทำให้ผู้พบเห็นเป็นครั้ง แรกเกิดความหวาดหวั่น กลัวเกรงในพละกำลังอำนาจ แต่ขณะเดียวกันก็จะรู้สึกประทับใจในความสง่างาม เสือ เป็นสัตว์รักสงบ แต่เมื่อต้องล่าเหยื่อก็จะกลายเป็นสัตว์ที่อันตราย และดุร้ายที่สุดจึงมักถูกใช้เป็น สัญลักษณ์ของพลังอำนาจ


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๔ เสือ “ตรงกับปีนักษัตร ปีขาล จัดเป็นลำดับที่ 3 ของรอบปีนักษัตร โดยมีสัญลักษณ์รูปเสือเป็น เครื่องหมาย พุทธศักราชที่ตรงกับปีขาล เช่น พ.ศ. 2505 พ.ศ. 2517 พ.ศ. 2529 พ.ศ. 2541 พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2577 และ พ.ศ. 2589 เป็นต้น โดยวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดรอบปีนักษัตรไม่แน่นอนเมื่อ เทียบกับปฏิทินสากล การนับปีหรือกำหนดปีโดยมีสัตว์เป็นเครื่องหมายนี้ ส่วนใหญ่จะใช้กันในแถบเอเชีย เช่น ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น ทิเบต ส่วนทางซีกโลกตะวันตกจะใช้ตัวเลขเป็นเครื่องกำหนด ปีขาล ตามที่ทราบหรือรู้จักกันว่าเป็น ปีเสือ คำนี้แม้จะไม่ได้หมายถึง เสือ แต่การที่นำสัตว์มาแทน สัญลักษณ์ปีก็เพื่อให้เกิดการจดจำและหลายชาติต่างก็นำสัตว์มาเป็นตัวแทนของปี และบางครั้งอาจมีการ นำบุคลิก อุปนิสัยของสัตว์ชนิดนั้นมาเป็นตัวแทนเกี่ยวข้องกับเรื่องปีด้วย คนจีนถือว่าเสือมีอำนาจวิเศษ สยบขโมยและภูติผีได้ คนปีเสือเกิดมาเป็นผู้ออกคำสั่ง ไม่ได้เป็นผู้รับ คำสั่งใคร คนปีเสือมีความสามารถพิเศษและคล่องแคล่วมีพลัง เป็นคนกล้าหาญ และเอาใจใส่แม้กระทั่งฝ่าย ตรงข้าม เสือเป็นนักต่อสู้และพร้อมที่จะอยู่ข้างสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง คนไทย เชื่อว่าคนที่เกิดปีเสือ หรือปีขาล เป็นคนที่ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา จนบางครั้ง ทำให้คนรอบข้างไม่ค่อยชอบ แต่เป็นคนมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น รักความท้าทาย ชอบแสวงหาความแปลก ใหม่ รักอิสระ ชอบการผจญภัยมีความเป็นผู้นำสูง กล้าหาญ เชื่อมั่นในตัวเองสูง เป็นคนโผงผาง ใจร้อน การตัดสินใจไม่ค่อยรอบคอบ เป็นคนที่ตื่นตัว แลดูเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา คนไทยนำสัญลักษณ์ของเสือมาทำเป็นเครื่องรางของขลัง หรือแม้แต่สถานที่กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เกี่ยวกับเสือ เช่น ศาลเจ้าพ่อเสือ การสักลายเสือ เป็นต้น


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๕ ศาลเจ้าพ่อเสือ เกิดจากคนไทยเห็นชาวแต้จิ๋วไหว้ตั่วเหล่าเอี้ย เชื่อว่าช่วยเสริมดวงชะตา ทำมาค้าขึ้น ช่วยปัดเป่าอุปสรรค จึงนิยมกราบไหว้และสร้างศาลเจ้าพ่อเสือ ขึ้นบริเวณเสาชิงช้า อัญเชิญตั่วเหล้าเอี้ย รูปปั้นเจ้าพ่อเสือ เจ้าพ่อกวนอู และเจ้าแม่ทับทิม ประดิษฐานไว้ให้ผู้คนมาสักการะ การสักคือการกรีดผิวหนังเป็นลวดลายซึ่งตามความเชื่อของคนไทยนั้นก็นิยมสักเป็นรูปเสือเช่นกัน โดยเฉพาะลายเสือเผ่น ซึ่งมีความเชื่อว่าเสือเป็นสัตว์ที่พลังอำนาจ สักแล้วจะป้องกันอันตรายทั้งหลาย เสือ ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งความดุ ทั้งนี้เพื่อนำมาย้ำเตือนการดำเนินชีวิตไม่ให้ประมาท อย่างในสำนวนไทยไม่ว่าจะเป็น คำสุภาษิตหรือคำพังเพย ล้วนมีเรื่องราวของเสืออยู่ไม่น้อย เช่น เขียนเสือให้วัว กลัว เสือกลับใจ เป็นต้น


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๖ เสือ ยังปรากฏในสำนวนไทย เช่น เสือซ่อนเล็บ หมายถึง ผู้ที่เก่งกล้าสามารถแต่ไม่ยอมแสดงให้ ปรากฏ หนีเสือปะจระเข้ หมายถึง หนีภัยอย่างหนึ่งมา แล้วต้องมาพบภัยอีกอย่างหนึ่ง เสือนอนกิน คนที่ได้รับ ผลประโยชน์โดยไม่ต้องลงทุนลงแรง หน้าเนื้อใจเสือ หมายถึง คนที่มองดูภายนอกเหมือนคนซื่อหรือคนดี แต่ที่จริงแล้วเป็นคนร้าย เสือไว้ลาย คนมีความสามารถ ทำอะไรย่อมแสดงฝีไม้ลายมือ เสือรู้คนที่มีไหวพริบหรือ ฉลาดเอาตัวรอด จับเสือมือเปล่า ทำการใดโดยไม่ต้องลงทุน เป็นต้น อย่างไรก็ตามความเชื่อทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิต เชื่อได้ แต่อย่างม งายมาก เกินไปจนเสียสุขภาพจิต ทั้งนี้ขอให้เราเชื่อมั่นในตัวเอง ทำทุกวันให้ดี แล้วจะมีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามา สวัสดีปีขาล อ้างอิง Depositphotos.(๒๕๕๒). ภาพถ่ายสต็อก หน้าเสือ. [ภาพ], เข้าถึงเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๕. เข้าถึงได้จาก https://th.depositphotos.com/ แม่ฮันเน่ห์. (๒๕๖๒). วิธีการดูปีเกิดของลูกตามนักษัตรที่ถูกต้อง!. [ภาพ], เข้าถึงเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๕. เข้าถึงได้จากhttps://www.amarinbabyandkids.com Bright Today. (๒๕๖๔). เช็กที่นี่! ปีชง 2565 ปีขาล คนเกิดนักษัตรไหนชงตรง-ชงร่วม ต้องระวัง. [ภาพ], เข้าถึงเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๕. เข้าถึงได้จาก https://www.brighttv.co.th/socialnews/horoscope2022-tiger-year Pinterest. เสือเผ่น. [ภาพ], เข้าถึงเมื่อวันที่ วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๕. เข้าถึงได้จาก https://www.pinterest.com/ เขียนเสือให้วัวกลัว. [ภาพ], เข้าถึงเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๕. เข้าถึงได้จากhttps://sites.google.com สำนวนสุภาษิตไทย. (๒๕๖๑). สำนวนสุภาษิตไทย. [ภาพ], เข้าถึงเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๕. เข้าถึงได้จาก https://www.facebook.com/photo/


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๗ บทความสัมภาษณ์พิเศษ วิทวัส หนูริง จุดเริ่มต้นของคนที่ไม่กล้าเเสดงออก ในการประกวดดาว - เดือน ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ถือเป็นสิ่งที่ท้าทายกระผมมาก เพราะปกติแล้วกระผมไม่ค่อยกล้าแสดงออก วันแรกที่พี่ ๆ มาพูดมาคุย ให้ลงประกวด ก็รู้สึกลังเลอย่างมาก และในวันแรกที่ซ้อมเดินกระผมแทบจะทำไม่ได้เลย ตอนนั้นรู้สึกท้อมาก แอบคิดว่าทำไมเราต้องประกวด อย่างไรก็ตามในใจลึก ๆ ก็คิดว่าหากเรามุ่งมั่นพยายามความสำเร็จก็คงอยู่ไม่ไกล จากนั้นก็ตั้งใจซ้อม ตั้งใจฝึกฝน และค้นหาเทคนิคต่าง ๆ เพื่อให้เราทำได้ แม้กระผมจะฝึกฝนอย่างหนัก แต่ก็ยังติดปัญหาสำคัญอีกประการ นั่นคือ การพูดภาษากลางไม่ชัดเจน กระผมพยายามฝึกพูด ฝึกออกเสียง โดยใช้ศาสตร์สาขาวิชาภาษาไทยมาเป็นหลักในการฝึกฝน จนพูดได้ชัดเจนขึ้น และแล้วในวันที่รอคอยก็มาถึง วันที่เราต้องลงสนามจริง ต้องลุกขึ้นไปแต่งหน้าทำผม สิ่งแรกที่กระผมทำ คือ ส่องกระจกว่าตัวเองสวยไหม ตอนนั้น คือ ตะลึงในความสวยของตัวเอง ไม่คิดว่าเราจะปรุงแต่งแล้ว ดูสวยขึ้น จากนั้นก็เข้าสู่งานที่จัดได้สวยงามมาก ทั้งแสงสี ดนตรี ทำให้กระผมตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เมื่อถึงเวลา รับประทานอาหาร ทุกเมนูดูหรู ดูแพง แต่น่าเสียดายที่ทานได้น้อย เพราะกังวลกับหน้าท้องที่อาจจะ ปลิ้นออกมา เมื่อถึงเวลาอันสำคัญ กระผมรวบรวมสติตัวเองก่อนขึ้นเวที จากนั้นก็เดินขึ้นไปอย่างมั่นใจ ทุกอย่างจึงผ่านไปได้ด้วยดี เมื่อถึงรอบตอบคำถาม กระผมได้คำถามที่ว่า “คุณคิดว่าปัญหาของการศึกษาไทยมี อะไรบ้างเลือกมา ๑ ปัญหา” จุดเริ่มต้นของคนที่ไม่กล้าเเสดงออก / เสกสรร ครูเลือกเธอ / ฉันได้ชื่อว่า “คนตงห่อ” / เส้นทาง ฝัน...ฟันฝ่าสู่อาชีพครู


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๘ กระผมเลือกตอบเรื่องเด็กยากไร้ ไม่มีโอกาสได้ศึกษา กระผมนำศาสตร์ที่เรียนมามาขยายความจน ทำให้ทุกคนอึ้งในคำตอบของกระผม และปรบมือเสียงดังกึกก้อง เมื่อถึงรอบแสดงความสามารถพิเศษ กระผม ได้นำการแสดงที่มีชื่อว่า โนราห์ยูเนสโก ขึ้นแสดง ผลจากการฝึกฝน และความมุ่งมั่นตั้งใจ ทำให้ผมได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดดาว-เดือน ของคณะ กระผมดีใจจนบอกไม่ถูก และถือว่าผมได้รับโอกาสที่คุ้มค่ามาก เช้าวันถัดมาสโมสรนักศึกษาได้พากระผมไปทำประโยชน์ให้กับสังคม โดยการนั่งเรือไปเก็บขยะในแม่น้ำ ลำคลอง แต่กระผมรู้สึกว่ามันอยู่ในช่วงโควิดระบาดจึงไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก กระผมเลยใช้โซเชียลอย่าง มีประโยชน์ คอยอัพเดตสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถเป็นกระบอกเสียงในเรื่องต่าง ๆ ได้ สุดท้ายนี้กระผมอยากจะบอก ทุกคนว่า “เราอย่าพึ่งด่วนตัดสินในสิ่งที่ไม่เคยทำ หากเรายังไม่เคยลงมือทำ” สัมภาษณ์ : วิทวัส หนูริง ผู้สัมภาษณ์ : ชนกสุดา บุญทวี


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๙ เสกสรร ครูเลือกเธอ เสกสรร แก้วมณี “นักศึกษาชั้นปีที่ ๒ สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต สร้างชื่อคว้ารางวัลชมเชย การประกวดการอ่านออกเสียงร้อยแก้วภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ครั้งที่ ๓” เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๕ หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย ส่งนักศึกษาเข้าร่วม โครงการประกวดการอ่านออกเสียงร้อยแก้วภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ครั้งที่ ๓ หัวข้อ “สนองพระบรมราโชบายด้วยรักและสามัคคี” โดยแบ่งการประกวดออกเป็น ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับ ประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับอุดมศึกษา ก่อนการประกวดในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ได้มีการ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “ประกวดการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว ภาษาไทย” มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ซึ่งได้รับเกียรติจาก วิทยากรผู้ประกาศข่าวชื่อดัง อย่าง “พี่นิว พลวัชร ภู่พิพัฒน์” และพิธีกรผู้มากความสามารถ “พี่ลูกปัทม์ ณัฐชยา สงวนสุข” มาให้ความรู้ในเรื่องของการอ่าน รวมถึงหลักการออกเสียง ก่อนจะมีการประกวดการอ่านออกเสียงร้อยแก้วภาษาไทย ใน วันศุกร์ที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๕


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๑๐ เมื่อจบการแข่งขัน ผลปรากฏว่า นายเสกสรร แก้วมณี นักศึกษาชั้นปีที่ ๒ สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต สามารถคว้ารางวัลชมเชย การประกวด การอ่านออกเสียงร้อยแก้วภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ครั้งที่ ๓ ระดับอุดมศึกษา มาได้เป็นผลสำเร็จ “การเข้าร่วมการประกวดอ่านออกเสียงร้อยแก้วภาษาไทย” ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการประกวดการอ่านครั้ง แรกของผมเลยก็ว่าได้ครับ ผมในฐานะนักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทยคนหนึ่งที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ได้รับประสบการณ์รวมถึงความรู้มากมาย เริ่มตั้งแต่การอบรมก่อนการแข่งขัน ซึ่งได้วิทยากรอย่าง พี่นิว และ พี่ลูกปัทย์ ที่มาถ่ายทอดความรู้ในเรื่องของการอ่าน รวมถึงบอกเคล็ดลับหลักการอ่าน อีกทั้งผู้เข้าร่วมอบรม ทุกคน รวมถึงตัวผมเองยังได้ทดลองอ่านบทที่ผู้ประกาศข่าวใช้อ่านในการทำข่าวจริง ๆ เพื่อที่จะนำไปปรับใช้ใน การประกวดอ่านออกเสียงในครั้งนี้ ผมได้รู้จักเพื่อน ๆ ต่างสถาบันที่เดินทางมาเข้าร่วมการประกวด ผมมองว่า กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ดี เพราะนอกจากจะส่งเสริมให้นักศึกษามีเวทีในการแสดงความสามารถแล้ว ยังเป็น การเปิดโลกทัศน์ให้กับผมเองด้วย ต้องขอขอบพระคุณ ผศ.ดร.รุ่งรัตน์ ทองสกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาไทย ที่เล็งเห็นถึง ความสามารถของผม และอีกหนึ่งท่านที่ลืมไม่ได้เลย ขอขอบพระคุณ ผศ.ดร.วรพงศ ไชยฤกษ์ รองคณบดี ฝ่ายวิชาการในฐานะอาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาไทย ที่คอยฝึกซ้อม และให้คำปรึกษาตลอดการแข่งขัน ในครั้งนี้ ผมจะไม่มีอากาศนี้เลยหากขาดความอนุเคราะห์และความดูแลจากอาจารย์ทั้ง ๒ ท่าน ท้ายที่สุดนี้ ขอบคุณตัวผมเองที่ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองจนสามารถคว้ารางวัลในครั้งนี้ ถึงแม้จะไม่ใช่รางวัลชนะเลิศ แต่ผมมองว่ารางวัลที่ผมได้รับเป็นของแถมจากความตั้งใจ และพยายามของตัวผมเอง แต่สิ่งสำคัญที่ผมได้รับ จากกิจกรรมนี้ คือ “ประสบการณ์จากการประกวดที่สาขาไม่สามารถสอนได้ นอกจากผมต้องประสบพบเจอได้ ด้วยตัวเอง และถือเป็นความรู้ที่ติดตัวผมตลอดไป” สัมภาษณ์ : เสกสรร แก้วมณี ผู้สัมภาษณ์ : ชนกสุดา บุญทวี


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๑๑ ฉันได้ชื่อว่า “คนตงห่อ” เสกสรร แก้วมณี เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๕ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต โดยสำนักศิลปะและวัฒนธรรม ดำเนินการ จัดพิธีไหว้มุทิตาสักการะ “ขุนเลิศโภคารักษ์” และทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ขุนเลิศโภคารักษ์ เพื่อรำลึกถึงคุณงาม ความดีและคุณูปการที่ท่านมีต่อจังหวัดภูเก็ตเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการรำลึกถึง “ขุนเลิศโภคารักษ์” ผู้ที่มีความมานะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร เสียสละ และ ที่สำคัญมีความกตัญญูต่อแผ่นดินไทย เป็นแบบอย่างที่ดีที่ควรนำไปเป็นแบบอย่าง ซึ่งตรงกับคำในภาษาภูเก็ตว่า “คนตงห่อ” ที่หมายถึง การเป็นคนดีในทุก ๆ ด้าน ความเป็นคนตงห่อได้ลดน้อยถอยลงตามสภาพ ความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย โดยเฉพาะสังคมภูเก็ต ซึ่งเป็นสังคมเมืองที่มีความเร่งรีบ มีการแข่งขันสูง ส่งผลให้ คนตงห่อในสังคมภูเก็ตลดน้อยถอยลง ดังนั้น สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จึงจัดกิจกรรมการประกวด “คนตงห่อ” ในหัวข้อ “กตัญญูรู้คุณแผ่นดิน” โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนสังกัดจังหวัดภูเก็ตและนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ทั้งนี้ เพื่อเป็นการปลูกฝัง และส่งเสริมให้เด็กภูเก็ตเป็น “คนตงห่อ” คือ มีคุณธรรม สำนึกรักถิ่นเกิด และสื่อสาร ได้หลายภาษา รวมถึงการยกย่องชูเกียรติเยาวชนเหล่านี้ให้เป็นที่รู้จัก และเป็นแบบอย่างให้กับเยาวชน ในจังหวัดภูเก็ตได้ตระหนักรู้คิดในการทำความดี ที่ได้ชื่อว่าเป็น “คนตงห่อ” ต่อไป ในการนี้สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ได้ส่งตัวแทน นักศึกษาเข้าร่วมประกวดด้วย โดยผลปรากฏว่า...“นาย เสกสรร แก้วมณี นักศึกษาชั้นปีที่ ๒ สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้รับรางวัลรอง ชนะเลิศอันดับ ๒” สวัสดีครับ กระผมนายเสกสรร แก้วมณี นักศึกษาชั้นปีที่ ๒ สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต May I introduce myself. My name is Saksan Kaewmanee I’m a student at Phuket Rajabhat University. หนี่ ห่าว หว่อ ไหล จื้อ หว่อ เจี้ยเส้า. หว่อ เจี้ยว เสกสรร แก้วมณี หว่อ ไจ้ราชภัฏภูเก็ต


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๑๒ ผมเป็นเด็กภูเก็ตโดยกำเนิดครับ จึงไม่แปลกที่ไม่ว่าจะเป็นภาษา หรือ วัฒนธรรมต่าง ๆ จะเป็นสิ่งที่ ผมเองคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะภาษาถิ่นภูเก็ตก็เป็นสิ่งที่ผมเองใช้สื่อสารกับคนรอบตัวอยู่ในชีวิตประจำวัน ส่วนวัฒนธรรมด้วยความที่ผมเกิด และเติบโตที่นี่ ก็ไม่แปลกครับที่วัฒนธรรมของชาวภูเก็ต จะเป็นสิ่งที่ผมคุ้นชิน ความเป็น “คนตงห่อ” ในมุมมองของผม คือ คนที่สามรถนำเอาวิชาความรู้ที่ตนเองได้ร่ำเรียนมากลับมาพัฒนา แผ่นดินถิ่นกำเนิดของตนเอง นี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เลือกเรียนใกล้บ้าน เพื่อเป้าหมายสำคัญ คือ การที่ผมจะสามารถนำความรู้มาพัฒนาท้องถิ่น รวมถึงชุมชมบน เกาะภูเก็ตบ้านเกิดของตัวผมเอง อีกสิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นอีกเหตุผลสำคัญ คือ การที่ผมได้อยู่กับครอบครัว ได้ช่วย พ่อแม่ประหยัดค่าใช้จ่าย ผมว่านี่คือจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แสดงถึงความกตัญญูต่อบุพการีครับ คำว่า “คนตงห่อ” เป็นคำสั้น ๆ แต่กินความหมายที่ลึกซึ้ง มีคุณค่า คนตงห่อคือ คนดีที่สังคมต้องการ หลักการสำคัญสำหรับคนตงห่อ คือ คุณธรรมที่พึงมี พึงปฏิบัติ ทั้งกายวาจา ใจ ส่วนตัวของผม ผมได้แสดง ให้เห็นถึงความเป็นคนตงห่ออยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ๑. ในภาวะของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ การสวมแมสขณะออกไปทำกิจกรรมข้างนอก เป็นการแสดงถึง ความรับผิดชอบต่อตนเอง และไม่เป็นภาระต่อสังคมสังคม ๒. การเข้าร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นในทุก ๆ ปี ไม่ว่าจะเป็น ประเพณีถือศีลกินผัก ประเพณี พ้อต่อ ก็แสดงให้เห็นถึงการมีจิตสำนึกรักบ้านเกิด ยังไม่รวมการมีจิตสาธารณะมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน คือ การที่ผมได้บริจาคเลือดในทุก ๆ ปีด้วยครับ สิ่งสำคัญอีกประการสำหรับคนตงห่อ เป็นคุณลักษณะของเยาวชนยุคใหม่ที่สอดคล้องกับ การเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ คือ การสื่อสารได้หลายภาษา แม้ตัวผมเองยังไม่เก่งภาษาที่สองมากนัก แต่ผมก็ต้องหมั่นฝึกฝนเรียนรู้ ตอนนี้ผมใช้ภาษาถิ่นภูเก็ตเป็นภาษาแม่ เพื่อบอกอัตลักษณ์ความเป็นคนภูเก็ต ใช้ภาษาไทยมาตรฐานเพื่อสื่อสารอย่างเป็นสากลในประเทศไทย ใช้ภาษาอังกฤษเพื่อเป็นสากลในสังคมโลก และใช้ภาษาจีนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างมากมาย อย่างน้อยภาษาทำให้ผมได้ สื่อสาร และแสดงความเป็นคนตงห่อให้เป็นที่ยอมรับ และเป็นแบบอย่างให้แก่สาธารณชนทั้งระดับท้องถิ่น และระดับสากล แม้ในวันนี้ผมจะไม่ใช่คนตงห่อที่สมบูรณ์แบบ แต่ผมพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนา เชื่อว่า ไม่นานผมจะเป็น “คนตงห่อ” ที่สมบูรณ์แบบ เพื่อเป็นต้นแบบของเยาวชนคนรุ่นใหม่ และเป็นกำลังสำคัญใน การพัฒนาสังคมภูเก็ตต่อไป


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๑๓ สุดท้ายนี้เพื่อไม่ให้เสียชื่อ “เด็กเอกไทย” ผมจึงของฝากบทกลอนสั้น ๆ เกี่ยวกับคนตงห่อไว้ว่า เป็นคนดีมีสัตย์กตัญญู ร่วมเชิดชูพัฒนารักษาถิ่น เสียสละรับผิดชอบต่อแผ่นดิน ที่ทำกินบรรพบุรุษบุกเบิกมา มีคุณธรรมนำหนุนเจือจุนให้ สื่อสารได้มากมายหลายภาษา ทั้งหมดนี้ที่กล่าวเกริ่นนำมา คือคุณค่า “คนตงห่อ” ภูเก็ตเรา สัมภาษณ์ : เสกสรร แก้วมณี ผู้สัมภาษณ์ : ชนกสุดา บุญทวี


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๑๔ เส้นทางฝัน...ฟันฝ่าสู่อาชีพครู อรนิช ประทุมสุวรรณ์ จากพี่ปี ๔ สาขาวิชาภาษาไทยในวันนั้นสู่การประกอบอาชีพครูในวันนี้ นับได้ว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี มีทั้งประสบการณ์และข้อผิดพลาดที่ต้องเผชิญในการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองให้เห็นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งชี้ให้เห็น ว่าระหว่างการทำงานในช่วงแรก ๆ ต้องพบเจอกับอุปสรรคเหล่านี้เป็นธรรมดา และทำให้รู้ว่ามันคุ้มค่าที่จะต้อง แลกมาด้วยความเหนื่อย และหยาดเหงื่อ ๑. ทำไมถึงได้เลือกมาเรียนสาขาวิชาภาษาไทย เพราะเป็นวิชาที่ชอบ และถนัดมากกว่าวิชาอื่น ๆ ประกอบด้วยแรกเริ่มมาเรียนคิดว่าจบไปอยากจะ ทำงานเกี่ยวกับเอกสาร เช่น งานธุรการ งานเลขานุการ ๒. สาขาวิชาภาษาไทยเป็นสาขาที่เน้นทั้งวิชาการ และกิจกรรมให้แก่นักศึกษา จึงอยากทราบว่า ตลอดระยะเวลา ๔ ปี พี่ได้รับประสบการณ์และความรู้อย่างไรบ้างคะ ความมานะ อดทน ที่หาจากที่ไหนไม่ได้ สาขานี้ฝึกให้เป็นคนที่อดทน ตอนแรกในความคิด พี่คิด อยู่ตลอดเวลาว่าทำไมต้องเรียนหนักกว่าสาขาอื่น คนอื่นได้หยุด ทำไมเราต้องมานั่งทำงาน แต่พอเราเรียนจบ สิ่งที่ได้ติดตัวมา คือ ความอดทน พี่สามารถอดทนกับแรงกดดันของหัวหน้า อดทนแรงกดดันของเพื่อนร่วมงาน เมื่อเอาไปเทียบกับความอดทนในมหาวิทยาลัยนั้นยังไม่ได้ครึ่งของการทำงานในชีวิตจริงเลย สาขานี้สำหรับพี่ คือ ฝึกคนให้แข็งแกร่งเพื่อไปสู้กับการทำงาน และอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิตจริงได้


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๑๕ ๓. ในช่วงเวลาของการทำงานได้นำความรู้ของวิชาไหน หรือสิ่งที่อาจารย์เคยบอกไปปรับใช้ในการทำงาน บ้าง ไหมคะ สาขานี้สอนเรื่องความอดทน การถ่อมตน ฝึกความละเอียดรอบคอบ ทุกอย่างพี่ได้นำไปปรับใช้ในชีวิต ของการทำงานค่ะ สามารถอดทน และใช้ชีวิตในการทำงานได้อย่างมีความสุข ต้องขอบคุณสาขานี้จริง ๆ ค่ะ ๔. พี่มีอะไรจะแนะนำให้น้อง ๆ ที่อยากจะเข้ามาเรียนในสาขาวิชาภาษาไทยบ้างไหมคะ สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังคิดอยู่ว่าอยากจะเรียนสาขาอะไร สาขาภาษาไทยเป็นทางเลือกหนึ่งให้น้อง ๆ พิจารณา เพราะสาขาภาษาไทยสามารถประกอบอาชีพได้หลายอย่าง เช่น เลขานุการ งานเอกสาร ประชาสัมพันธ์ ครู พี่คิดว่าหากน้อง ๆ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวสาขาภาษาไทยแล้ว น้อง ๆ จะได้รับประสบการณ์กลับไปพัฒนาตนเองได้ในหลาย ๆ ด้านแน่นอนค่ะ สัมภาษณ์ : อรนิช ประทุมสุวรรณ์ ผู้สัมภาษณ์ : ชนกสุดา บุญทวี


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๑๖ เสริมสร้างประสบการณ์กับโครงการดี ๆ ปฏิวัติ ทองบุญยัง อนัญญา ชอบงาม เพชร คมส. รางวัลและความดีสมศักดิ์ศรีนักกิจกรรมราชภัฏ เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๓๐ น. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ภูเก็ต จัดโครงการ "เพชร คมส. รางวัลและความดี สมศักดิ์ศรี นักกิจกรรมราชภัฏ" ณ ศาลารัตนภิรมย์ โดยมีอาจารย์ธีรพงษ์ หนูไชยแก้ว คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เป็นประธานในพิธี โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์จัดขึ้น เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ นักศึกษาที่มีจิตอาสา และสร้างคุณประโยชน์เพื่อส่วนรวม ตามอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต คือ “คุณธรรม สู้งาน จิตอาสา” โดยคณะผู้บริหาร และอาจารย์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้มอบโล่เกียรติคุณ พร้อมเกียรติบัตร ให้แก่ นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกวันนี้ผู้เขียนจะมาสัมภาษณ์ความรู้สึกของนักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ที่ได้รับรางวัล "เพชร คมส. รางวัล และความดี สมศักดิ์ศรี นักกิจกรรมราชภัฏ" ให้สัมภาษณ์โดย ๑. นายปฏิวัติ ทองบุญยัง ๒. นางสาวอนัญญา ชอบงาม เพชร คมส. รางวัลและความดีสมศักดิ์ศรีนักกิจกรรม ราชภัฏ / เฟ้นหาดาวเด่นเฟรชชี่ปี ๑ กิจกรรม ประกวดดาว-เดือน ๒๕๖๔


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๑๗ ความรู้สึกที่ได้รับรางวัล ความรู้สึกที่ได้รับรางวัลรู้สึกดีใจ และเป็นเกียรติที่ได้รับรางวัลนี้ เพราะเป็นรางวัลชิ้นใหญ่ที่พี่ได้รับ ก่อนจะจบจากรั่วมหาวิทยาลัย รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก เพราะได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ และสิ่งสำคัญที่สุด ที่ได้รับจากการทำกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัย คือ ทำให้พี่มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตในหลาย ๆ เรื่อง ในบางกิจกรรมเราสามารถนำไปต่อยอดสู่อาชีพของเราในอนาคตได้ ที่มาของการได้รับรางวัล เนื่องจากพี่เป็นคนที่ชอบทำกิจกรรม เลยลองสมัครเป็นสโมสรนักศึกษา พี่ก็ได้ผ่านคัดเลือกเป็นสโมสร นักศึกษา หลังจากนั้นก็ทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัย กิจกรรมของคณะมาเรื่อย ๆ ตลอด 4 ปี มีทั้งกิจกรรม สานสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย กิจกรรมสานสัมพันธ์ของคณะ กิจกรรมสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ และยังเป็นพิธีกรให้กับคณะในหลาย ๆ งาน นอกจากนี้พี่ยังสร้างชื่อเสียงให้กับคณะ เช่น นำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ แข่งขันประกวดการเป็นพิธีกร เป็นต้น พอจบชั้นปีที่ 4 คณะก็ได้เล็งเห็นว่า พี่ทำกิจกรรมให้คณะจึงมอบรางวัลเพชร ค.ม.ส ให้ รางวัลนี้เกี่ยวกับอะไร รางวัลที่ได้รับเป็นรางวัลที่เกี่ยวกับนักศึกษาที่สร้างชื่อเสียงให้กับคณะ และทำกิจกรรมให้กับคณะ ทำไมถึงได้รับรางวัลนี้เพราะพี่เป็นนักกิจกรรม ชอบทำกิจกรรม โดยส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในคณะ และสร้างชื่อเสียงให้กับคณะจึงได้รับรางวัลนี้ สัมภาษณ์ : ปฏิวัติ ทองบุญยัง ผู้สัมภาษณ์ : ฟาฎีฬา เต๊ะเย็บ ให้สัมภาษณ์โดย นายปฏิวัติ ทองบุญยัง ยังบุญยัง


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๑๘ ความรู้สึกที่ได้รับรางวัล รู้สึกดีใจ และเป็นเกียรติมากเลยค่ะที่ได้รับรางวัลนี้ เพราะเป็นรางวัลแรกที่ได้เข้ามาใช้ชีวิตใน มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตค่ะ รู้สึกภูมิใจกับรางวัลนี้มาก ๆ ค่ะ เพราะรู้สึกว่าดิฉันตั้งใจ และทำเต็มที่มาโดย ตลอดกับงานสโมสรนักศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ค่ะ ที่มาของการได้รับรางวัล ที่มาของรางวัลนี้ ก็น่าจะเป็นการที่เราปฏิบัติงานสโมสรอย่างเต็มที่มาโดยตลอด จนอาจารย์ที่ปรึกษาสโมสร รวมไปถึงคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เล็งเห็นการทำงานของสโมสรจึงทำรางวัลนี้มาเพื่อเป็น ขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ที่ปฏิบัติงานงานสโมสรเพื่อคณะ และมหาลัยค่ะ รางวัลนี้เกี่ยวกับอะไร เป็นรางวัล เพชร คมส. คือมอบให้แก่นักศึกษาที่ทำงนให้แก่มหาวิทยาลัย และคณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ค่ะ ซึ่งดิฉันก็ปฏิบัติหน้าที่มาโดยตลอดตั้งแต่ปี 1 ในตอนปี 1 ก็เริ่มจากการเป็นอยู่อนุสโมสร เพื่อเข้าไปศึกษาดูงานจากรุ่นพี่ จน ปี 2 ก็ได้มาทำงานสโมสรจากเต็มรูปแบบค่ะ ทำไมถึงได้รับรางวัลนี้ เพราะเป็นคนชอบทำกิจกรรม และได้ทำหน้าที่เป็นสมสรนักศึกษา คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ จึงได้รับรางวัลนี้ สัมภาษณ์ : อนัญญา ชอบงาม ผู้สัมภาษณ์ : ฟาฎีฬา เต๊ะเย็บ ให้สัมภาษณ์โดย นางสาวอนัญญา ชอบงาม บุญยัง


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๑๙ เฟ้นหาดาวเด่นเฟรชชี่ปี ๑ กิจกรรมประกวดดาว-เดือน ๒๕๖๔ ชาลิสา ภาสกรกุล กามาลุดีน อัสนีย์ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2565 คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ร่วมกับสโมสรนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ จัดกิจกรรม "Huso Star Contest เฟ้นหา คมส. รุ่นใหม่ สร้างแรงบันดาลใจสู่วิศวกรสังคม" โดยมี ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาอัตลักษณ์ นักศึกษาด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม สู่คุณลักษณะ 4 ประการ ตามพระบรมราโชบาย กิจกรรม 'Huso Star Contest เฟ้นหา คมส. รุ่นใหม่ สร้างแรงบันดาลใจสู่วิศวกรสังคม" ณ โรงแรม ป่าตอง รีสอร์ท และผ่านระบบ Live Streaming (ออนไลน์) โดยในกิจกรรมมีแขกรับเชิญพิเศษ นางสาวชมพูนุท พึ่งผล Miss Southeast Asia Tourism Ambassadress 2019 รองอันดับ 4 มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2019 ดารานักแสดง ช่อง 7 (ศิษย์เก่าสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์) เข้าร่วมพูดคุย และ ให้กำลังใจน้อง ๆ ดาว – เดือน ในการประกวด นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัล Popular vote สำหรับคนที่ได้คะเเนนไลค์เยอะที่สุด เเละ มอบสายสะพายพร้อมมงกุฎ แก่คนที่ได้ตำแหน่งดาว-เดือน เเละดาวเทียม วันนี้ผู้เขียนจะมาสัมภาษณ์ความรู้สึกของตัวแทนนักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ที่ได้เข้าร่วมประกวดดาว-เดือนในครั้งนี้ ให้สัมภาษณ์โดย ๑. นางสาวชาลิสา ภาสกรกุล ๒. นายกามาลุดดีน อัสนีย์


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๒๐ ความรู้สึกผู้ที่เข้าร่วมโครงการ เเละได้รับรางวัล รู้สึกเป็นเกียรติเเละดีใจที่ได้รับโอกาสให้เป็นตัวเเทนนักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ในการเข้าร่วม เเข่งขันดาว ในโครงการของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เเละภูมิใจกับ รางวัลที่ได้รับมาก ๆ ค่ะ เพราะดิฉันรู้สึกว่าดิฉันได้ทำมันออกมาอย่างมั่นใจ และเต็มที่มาโดยตลอดใน การเเข่งขันค่ะ ทำไมถึงได้รางวัลนี้ ดิฉันคิดว่าคงได้มาจากความเอ็นดูและการซัพพอร์ต จากคณะครูอาจารย์ รุ่นพี่ เพื่อน ๆ เเละ ครอบครัว รวมไปถึงคนรอบข้าง ที่ช่วยกันกดไลค์กดเเชร์ให้กับดิฉัน จนได้คะเเนน Popular Vote สูงสุด จึง ได้รับรางวัลที่มาของการได้รับรางวัลนี้ก็น่าจะเป็นการที่มียอดไลค์เยอะที่สุด จากคนบนโลกโซเชียล คณะกรรมการทางโครงการจึงตั้งรางวัลนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ที่ร่วมในการเเข่งขัน รางวัลนี้เกี่ยวกับอะไร เป็นรางวัล Popular vote หรือรางวัลขวัญใจมหาชน คือ มอบให้กับนักศึกษาที่เข้าร่วมเเข่งขันในโครงการ ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตที่ได้ยอดไลค์เยอะที่สุด สัมภาษณ์ : ชาลิสา ภาสกรกุล ผู้สัมภาษณ์ : ฟาฎีฬา เต๊ะเย็บ ให้สัมภาษณ์โดย นางสาวชาลิสา ภาสกรกุล


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๒๑ ความรู้สึกที่ได้เข้าร่วม ความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมการประกวดตอนแรกก็ตื่นเต้น บวกกับความประหม่า เพราะไม่มีความมั่นใจ ในตัวเองเลย แต่พอประกวดไป ทำให้ผมรู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้น กล้าพูด กล้าแสดงออกมากขึ้น รู้สึกดีใจ เป็นอย่างมากที่ได้ทำลายกำแพงแห่งความกลัวพังลงได้อีกกำแพงหนึ่ง และรู้สึกประทับใจที่ได้ประกวด เพราะ ทำให้เรามีบุคลิกที่ดีขึ้น บวกกับการกล้าเข้าสังคมมากขึ้นครับ ได้เข้าร่วมเพราะอะไร เหตุผลที่ผมได้เข้าร่วมการประกวดก็เพราะว่า ผมรู้สึกว่าตัวเองมีศักยภาพ มีความสามารถพอที่จะไปสู้กับ คนอื่น ๆ ได้ ผมอยากทำลายกำแพงแห่งความกลัวให้พังลง อยากมีความกล้า ความมั่นใจมากขึ้นจึงตัดสินใจที่จะ ลงประกวดในครั้งนั้น ได้ประโยชน์ไรจากการประกวด การที่ผมได้เข้าร่วมการประกวดนั้น ทำให้ผมมีความกล้าที่จะพูดมากขึ้นมีความมั่นใจที่สูงขึ้น รวมไปถึง บุคลิกต่าง ๆ ที่ได้จากการฝึกซ้อม และเข้าร่วมการประกวดที่ทำให้ผมเป็นคนที่มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม สิ่งได้จากการประกวดนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง อย่างแรกเลยคือ การพูดครับ เมื่อผมกล้าพูด มีความมั่นใจ ทำให้ผมพูดคล่องขึ้น กล้าที่จะพรีเซนต์งาน หน้าชั้นเรียน พูดพรีเซนต์ได้ดีกว่าเดิม รวมไปถึงการเข้าสังคมครับ ทำให้กล้าพูดคุย ทักทายกับคนอื่น ๆ ที่ไม่รู้จัก หรือคนที่ไม่ค่อยสนิทครับผม สัมภาษณ์ : กามารุดดีน อัสนีย์ ผู้สัมภาษณ์ : ฟาฎีฬา เต๊ะเย็บ ให้สัมภาษณ์โดย นายกามารุดดีน อัสนีย์


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๒๒ มุมคำร้องมองอย่างนักวิจารณ์ ชิษณุชา โต๊ะหลัง เพลินเพลงในดวงใจ หากพูดถึงเพลงที่มีความหมายกินใจ หรือเพลงที่สร้างแรงบันดาลใจ คงต้องนึกถึงเพลงของนักร้อง หลาย ๆ คน และหนึ่งในนั้น คือ เพลงของวง Bodyslam โดยเฉพาะตูน Bodyslam ศิลปินมากความสามารถ กับวงดนตรีร็อกที่เป็นตำนานของประเทศไทย ตลอดเวลาที่ผ่านมา Bodyslam ได้ผลิตบทเพลงหลายแนว ทั้งเพลงที่สะท้อนความเป็นจริงของสังคม และผลักดันให้ไปถึงเป้าหมายของชีวิต เพลงที่ฉุดดึงคนที่กำลัง มีอาการท้อแท้ ดับฝัน ให้กลับลุกขึ้นมาอีกครั้ง เพลงที่ให้ข้อคิด เปลี่ยนมุมมองชีวิตโดยตัวเราเองเป็นคนกำหนด ดังเช่นบทเพลงในดวงใจบทเพลงนี้ “แสงสุดท้าย” เพลง : แสงสุดท้าย ศิลปิน : Bodyslam ชีวิตเริ่มต้นที่คำว่าฝ่าฟัน ขอเพียงใจเราเท่านั้นไม่หวั่นไหว บทชีวิตของเราเราจะทำให้มีความหมาย ในค่ำคืนที่ฟ้านั้นไม่มีดาวอยู่ตรงนี้


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๒๓ ฉันยังคงก้าวไปยังคงมีรักแท้เป็นแสงนำ ไปในคืนที่หลงทาง กับที่ ๆ ความฝันนั้นพร้อมเป็นเพื่อนตาย เส้นทางนี้ฉันยังมีจุดหมาย ตราบใดที่ปลายท้องฟ้ามีแสงรำไร จะไปจนถึงแสงสุดท้ายความเดียวดาย ในคืนเหน็บหนาว แหงนมองฟ้ายังนึกถึงวันเก่า มันคงจริงที่ทางยาวไกลกร่อนหัวใจ ภาวนากับความมืดมิด ขอให้รักยังคุ้มครองเราอยู่ เติมพลังให้ใจดวงนี้ไม่ยอมแพ้ ในค่ำคืนที่ฟ้าท้าทายใจคนอยู่ตรงนี้และฉันยังคงก้าวไป ยังคงมีรักแท้เป็นแสงนำไปในคืนที่หลงทาง กับที่ ๆ ความฝันนั้นพร้อมเป็นเพื่อนตาย เส้นทางนี้ฉันยังมีจุดหมาย ตราบใดที่ปลายท้องฟ้ามีแสงรำไร จะไปจนถึงแสงสุดท้าย ๑. ความหมายของเพลง จากเนื้อหาบทเพลงแสงสุดท้าย กล่าวถึงชีวิตที่เจออุปสรรคต่าง ๆ มากมาย มีความยากลำบาก ที่เกิดขึ้นจนไม่แน่ใจว่าจะรับมือไหวหรือไม่ แต่ด้วยหัวใจที่ยังคงหยัดยืดแม้ว่าหนทางข้างหน้าจะมืดมน ก็จะ ก้าวเดินต่อไป ดังเนื้อเพลงที่ว่า “ในคืนที่ฟ้านั้นไม่มีดาวอยู่ตรงนั้นฉันยังคงก้าวไป ยังคงมีรักแท้เป็นแสงนำไปใน คืนที่หลงทาง” เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเจอกับอุปสรรคแค่ไหนก็ต้องเดินต่อไปให้ได้ด้วยความมุ่งมั่น โดยใช้ ความผิดพลาดนำมาเป็นบทเรียนในชีวิตให้ได้เรียนรู้ และการใช้ความฝันเป็นแรงขับเคลื่อนให้ชีวิตเดินต่อไป ข้างหน้าอย่างมีจุดหมายและความหวัง ๒. คำร้อง ๒.๑ รูปแบบประพันธ์คำร้อง เพลงแสงสุดท้าย เป็นคำประพันธ์ประเภทกลอนตลาด แต่ละวรรคจะมีจำนวนคำตั้งแต่ ๕ - ๑๓ คำ มีการใช้ถ้อยคำที่สละสลวย และใช้ภาษาในการสื่อความหมายได้ดี มีทั้งสัมผัสในที่สัมผัสอักษร - สัมผัสสระ เช่น ตราบใดที่ปลายท้องฟ้ามีแสงรำไร จะไปจนถึงแสงสุดท้ายความเดียวดาย ในคืนเหน็บหนาว แหงนมองฟ้ายังนึกถึงวันเก่า มันคงจริงที่ทางยาวไกลกร่อนหัวใจ ๒.๒ ภาพพจน์ อุปลักษณ์คือ การเปรียบเทียบสิ่งสองสิ่งว่าเป็นสิ่งเดียวกัน ดังตัวอย่างต่อไปนี้ ในค่ำคืนที่ฟ้าท้าทายใจคนอยู่ตรงนี้และฉันยังคงก้าวไป ยังคงมีรักแท้เป็นแสงนำไปในคืนที่หลงทาง กับที่ ๆ ความฝันนั้นพร้อมเป็นเพื่อนตาย เส้นทางนี้ฉันยังมีจุดหมาย เพลงนี้กล่าวเปรียบเทียบความรักว่าเป็นแสงสว่าง และเปรียบเทียบความฝันว่าเป็นเพื่อนตาย โดยที่ เนื้อหาของเพลงข้างต้นได้กล่าวถึงคนที่กำลังสู้ชีวิต แม้ระหว่างเส้นทางจะพบกับปัญหาอุปสรรค แต่ก็มีความรัก เป็นแสงสว่างนำทางคอยให้กำลังใจ แม้ชีวิตจะผิดพลาดไปบ้างแต่ความรักก็เป็นสิ่งนำทางให้กลับมาใช้ชีวิต


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๒๔ ที่มีเป้าหมายอีกครั้ง นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่าความฝันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ชีวิตมีจุดหมาย ซึ่งเปรียบได้กับ เพื่อนตายที่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ไม่เคยทิ้งกันไป ๒.๓ ภาพสะท้อน บทเพลงแสงสุดท้าย แสดงให้เห็นถึงภาพสะท้อนด้านการให้กำลังใจในการดำเนินชีวิต โดยเนื้อหาเพลง เกี่ยวกับชีวิตที่ต้องต่อสู้กับอุปสรรคมากมายจนทำให้ท้อแท้ ชีวิตของคนเราไม่ได้สวยงามไปตลอดมักมีอุปสรรค ต่าง ๆ มาขวางเสมอ มีบ้างที่ต้องท้อแต่ถ้าไม่ถอดใจก็พร้อมที่จะสู้กับมันต่อไป ดังในเนื้อเพลงที่ว่า “ในค่ำคืนที่ ฟ้านั้นไม่มีดาวอยู่ตรงนี้ฉันยังคงก้าวไป ยังคงมีรักแท้เป็นแสงนำไปในคืนที่หลงทาง” เห็นได้ว่า แม้หนทาง ข้างหน้าจะมืดมน หากเราไม่ยอมแพ้ก็จะก้าวเดินต่อไป โดยอาจจะมีทั้งความรักหรือความกล้าหาญ เป็นสิ่งที่ เปรียบเสมือนแสงไฟที่จะส่องให้เดินทางไปในทางที่ถูกต้อง อ้างอิง GMM GRAMMY OFFICIAL. (๒๕๕๗). เพลงแสงสุดท้าย – bodyslam. [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก https://youtu.be/Vu9ZD18LJ5E. เข้าถึงเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๕.


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๒๕ กชวรรณ แสงไพบูลย์ เพลินเพลงในดวงใจ บทเพลงเป็นสื่อประเภทบันเทิงคดีที่ช่วยสร้างความสุข ความเพลิดเพลินให้แก่ผู้ฟัง ผู้ฟังแต่ละคน อาจเลือกฟังเพลงที่แตกต่างกัน เช่น เพลงรัก เพลงเศร้า เพลงสนุกสนาน เป็นต้น ดังเช่นเรื่องราวของการเลือก ฟังเพลง และบทเพลงที่จะนำเสนอต่อไปนี้ ถ้าจะพูดถึงจัดว่าเป็นอีกเพลงฮอตสำหรับปี ๒๕๕๙ เลย สำหรับเพลง คนทางนั้น เพลงฮิตจาก ฝีมือของ กิ๊ฟ วโรดม หรือ Gift my project ศิลปินอิสระ อดีตสมาชิกวงสีดา โดยเพลง คนทางนั้น นั้นได้มี ยอดวิวในเว็บไซต์ YouTube สูง ถึงร้อยล้านวิว ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีการโปรโมทจากตัวคุณกิ๊ฟ หรือแม้กระทั่งเอ็มวี วันนี้ Sanook! Music เลยจะมาวิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จของเพลง คนทางนั้น มาให้ทุกคนได้ชมกัน กิ๊ฟ วโรดม – Gift My Project โดยเพลง คนทางนั้น เป็นเพลงที่มีความหมายเกี่ยวกับการเป็นห่วงคนที่อยู่ไกล หรือคนที่แอบรัก ดังนั้นใครที่ต้องใช้ชีวิต หรือทำงานไกลห่างจากคนรัก หรือแม้กระทั่งมีความรู้สึกแอบรักใคร จะรู้สึกอินกับเนื้อหาเพลงนี้แน่นอน และทุกวันนี้คนที่อยู่ในสถานการณ์แอบ รักหรือคิดถึงคนรักก็มีอยู่มากมาย จึงไม่แปลกที่เพลงนี้จะดังในวงกว้าง ดังเพลงนี้ เพลง : คนทางนั้น ศิลปิน : กิ๊ฟ วโรดม หรือ Gift my project คำร้อง : กิ๊ฟ วโรดม ทำนอง : กิ๊ฟ วโรดม เรียบเรียง : กิ๊ฟ วโรดม หลายครั้งที่มองไปบนฟ้า ทุก ๆ ครั้งฉันเองก็เกิด คำถามขึ้นมาข้างในอยากจะรู้เธอเป็นเช่นไร ไม่พบไม่เจอกันนานแล้วเป็นเวลาเนิ่นนาน จากวันนั้นที่เราต้องไกลอยู่ตรงนั้นเธอเป็นเช่นไร อยากรู้ อยากดูแลใกล้ ๆ เธอในทุกวันแล้วมีระยะทาง ที่มันกั้นเราไว้ ดูแลตัวเองดีดีนะ คนที่อยู่ทางนั้นคนทางนี้ยังคิดถึงกัน เหมือนอย่างเดิมไม่เคยเปลี่ยนอากาศกลางคืนมันหนาว ก็ห่มผ้านอนก่อนหลับฝันหากเธอเหงาให้คิดถึงกัน เหมือนอย่างฉันคิดถึงเธอส่วนคนที่อยู่ทางนี้


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๒๖ ไม่ต้องห่วงฉันดูแลตัวเองอย่างดี เพื่อรอวัน วันที่พบกัน วันที่ฉัน ได้พบเธออยากรู้ อยากดูแลใกล้ ๆ เธอในทุกวัน แล้วมีระยะทาง ที่มันกั้นเราไว้ดูแลตัวเองดีดีนะ คนที่อยู่ทางนั้น คนทางนี้ยังคิดถึงกันเหมือนอย่างเดิมไม่เคยเปลี่ยน อากาศกลางคืนมันหนาวก็ห่มผ้านอนก่อนหลับฝัน หากเธอเหงาให้คิดถึงกันเหมือนอย่างฉันคิดถึงเธอ ส่วนคนที่อยู่ทางนี้ไม่ต้องห่วง ฉันดูแลตัวเองอย่างดี เพื่อรอวัน วันที่พบกัน วันที่ฉัน ได้พบเธอวันที่พบกัน วันที่ฉัน ได้พบเธอ ๑.ลักษณะทั่วไป ๑.๑ ความเป็นมาของเพลง บทเพลง “คนทางนั้น” ผู้แต่ง กิ๊ฟ วโรดม เป็นเพลงที่มีความหมายเกี่ยวกับการ เป็นห่วงคนที่ อยู่ไกล หรือคนที่แอบรัก ดังนั้นใครที่ต้องใช้ชีวิตหรือทำงานไกลห่าง จากคนรัก หรือแม้กระทั่งมีความรู้สึก แอบรักใครบางคน จะรู้สึกอินกับเนื้อหาเพลงนี้แน่นอน และทุกวันนี้คนที่อยู่ในสถานการณ์แอบรัก หรือคิดถึง คนรักก็มีอยู่มากมาย ล่ะนอกจากจะมีเนื้อหาที่โดนใจหลายคนแล้ว เพลงนี้ยังเป็นเพลงที่ร้องง่าย และนำไปคัฟเวอร์ได้สบาย ๆ ด้วย ทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงฮิตที่ถูกนำไปร้องในร้านอาหาร และงานต่าง ๆ ทำให้หลายคนพอได้ฟังก็จะมาตามหากันว่า เพลงนี้เป็นของใคร ทำไมเนื้อหาดีจัง จนเกิดเป็นกระแสความนิยม ขึ้นมา ๑.๒ ความหมายของเพลง เนื้อหาของเพลง “คนทางนั้น” มีเนื้อหาเกี่ยวกับ คนที่อยู่ห่างไกลจากครอบครัว คนรัก หรือเพื่อน ที่สนิทหรือแม้กระทั่งคนที่แอบชอบ แอบรักในบางคน แน่นอนว่าจะรู้สึกอินกับเพลงนี้เป็นพิเศษ ทุกวันนี้คน ที่อยู่ในสถานการณ์แอบรัก หรือคิดถึงคนรักก็มีอยู่มากมายจึงไม่แปลกที่เพลงนี้จะเป็นที่รู้จักแก่ทุกคน ๒. คำร้อง บทเพลงคนทางนั้น เป็นคำประพันธ์ประเภทร่าย ที่มีท่วงทำนองไพเราะ เพราะมีการสัมผัสระหว่างบท อีกทั้งยังสัมผัสใน เช่น วรรคที่ ๔ คำว่า ไกล - ไร วรรคที่ ๕ คำว่า ใกล้ - ใน เป็นต้น ๓. การใช้ภาษา เพลงคนทางนั้น ในบทเพลงคนทางนั้นนี้มีการใช้ภาษาที่สวยงาม สามารถสื่ออารมณ์ คิดถึงได้ และ มีการใช้ท่วงทำนองสบาย ๆ จังหวะช้า ๆ ประกอบด้วยอารมณ์ที่มี ๆ ความคิดถึงคนที่จากลามาต้องการให้คน ที่เราห่างไกลมาไม่ว่าจะเป็น เพื่อน คน รัก ครอบครัว ดูแลตัวเองดี ๆ ในทุก ๆ วัน จนกว่าเราจะพบกันอีก ดัง เนื้อเพลงที่ว่า “ดูแลตัวเองดีดีนะ คนที่อยู่ทางนั้นคนทางนี้ยังคิดถึงกัน เหมือนอย่างเดิมไม่ เคยเปลี่ยน อากาศกลางคืนมัน หนาว


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๒๗ ก็ห่มผ้านอนก่อนหลับฝันหากเธอเหงาให้ คิดถึงกัน เหมือนอย่างฉันคิดถึงเธอส่วนคนที่อยู่ทางนี้ ไม่ต้องห่วง ฉัน ดูแลตัวเอง อย่างดี เพื่อรอวันวันที่พบกัน วันที่ฉันได้พบเธอ” ๔. ภาพสะท้อน ในบทเพลงคนทางนั้น มีภาพสะท้อนที่น่าสนใจ โดยเน้นเฉพาะภาพสะท้อนถึง ด้านการคิดถึงห่วงใย คนที่เราเคยใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว คนรัก เพื่อนสนิท ที่เราต้องจากลามาเพื่อที่จะทำตามความฝัน หรือ ต้องมาทำงาน เราก็อยากให้เขา ดูแลตัวเองดี ๆ เพื่อรอวันที่เราจะได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง อ้างอิง GiFT CHANNEL . (๒๕๕๙). เพลงคนทางนั้น - วโรดม นรเศรษฐโกศล. [ออนไลน์], เข้าถึงได้จากhttps://www.youtube.com/watch?v=RbQ40oF-VP0. เข้าถึงเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๕


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๒๘ ชนกสุดา บุญทวี เพลินเพลงในดวงใจ บัณฑิตกรีดยาง เพลงเป็นสื่อชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดความไพเราะ และยังเป็นการสร้างความเพลิดเพลิน ให้แก่ผู้ฟังมีคุณค่าด้านวรรณศิลป์ทั้งด้านการเลือกสรรคำที่ใช้ในการแต่ง การเรียบเรียงประโยค และการใช้ โวหาร ซึ่งแต่ละคนอาจจะชอบแนวเพลง หรือสไตล์เพลงที่แตกต่างกันไป เพลง : บัณฑิตกรีดยาง ศิลปิน : นุ้ย สุวีณา ชุดครุยที่นุ้ยได้ใส่ พร้อมใบปริญญาที่ถือ ทั้งช่อดอกไม้เต็มมือ ในวันจบการศึกษา วันที่แม่รอพ่อหวัง สมดังใจปรารถนา จนนุ้ยได้รับปริญญา ให้พ่อแม่มาชื่นใจ เสื้อสูทที่พ่อนั้นสวม หลวมๆแลดูแปลกตา ผ้าไหมที่แม่ใส่มา นุ้ยไม่เคยเห็นที่ไหน รอยยิ้มพ่ออิ่มใบหน้า แววตาของแม่อิ่มใจ วันนี้ที่นุ้ยทำได้ นุ้ยไม่เคยลืมเบื้องหลัง มือพ่อถือมีดกรีดยาง ลุยสวนยางโหม๋เช้า แม่รีดยางส่งเรา ทั้งหนักเบาต้องอดทน ชุดครุยที่นุ้ยได้ใส่ ด้วยความภูมิใจหนักหนา เช็ดเหงื่อปนด้วยน้ำตา ที่มันไหลมาตื้นตัน จะจดจำวันนี้ ตราบชั่วชีวีอีกวัน แล้วจะไม่ลืมวันวาน ที่พ่อแม่นั้นทุ่มใจ มือพ่อถือมีดกรีดยาง…


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๒๙ จากบทเพลงข้างต้น เป็นเพลงของศิลปินสาวใต้ นุ้ย สุวีณา ในบทเพลงมีการถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในชีวิตจริงของนักร้องสาว ที่ต้องพบเจอกับอุปสรรคในระหว่างเรียน และพ่อแม่ของเขาก็ต้องทำงานหนัก ทำให้เขามีแรงผลักดันในการตั้งใจเรียนอยู่ตลอดเวลา เมื่อนึกถึงหน้าคนที่บ้านเขาก็คิดอยู่ตลอดว่าต้องเรียน ให้จบ เพื่อจะได้นำใบปริญญาไปฝากคนที่บ้านเขาเรียนจนจบปริญญา และทำให้ได้ก้าวมาเป็น นุ้ย สุวีณา อาร์สยาม จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้ ๑. ลักษณะทั่วไป ๑.๑ ความเป็นมาของเพลง เพลงนี้ นุ้ย สุวีณา แจ้งเกิดในวงการไปแล้ว ล่าสุดเตรียมเพลงช้าเนื้อหาดี บัณฑิตกรีดยางโดยได้ นักแต่งเพลงฝีมือดีอย่าง “วิทย์ มหาชน” ที่เคยแต่งเพลงจากชีวิตจริงของสาวใต้มหาวิทยาลัยรามคําแหง กับเพลงสาวรามยามเย็นให้ศิลปินสาวสุดฮอต บิว กัลยาณี ขับร้องจนโด่งดังและเพลงนี้ “วิทย์ มหาชน” ได้หยิบเอาชีวิตจริงของ นุ้ย สุวีณา ที่เติบโตมากับอาชีพกรีดยาง และพ่อแม่ต้องทำงานหนักเพื่อจะได้ส่งเสีย ลูก ๆ ให้ได้เรียนหนังสือเพื่อที่จะได้มีอนาคตที่ดี ๑.๒ ความหมายของเนื้อเพลง เพลงนี้สะท้อนชีวิตครอบครัวของนุ้ย ที่เติบโตมาในครอบครัวที่ประกอบอาชีพกรีดยาง พ่อแม่ของนุ้ย ต้องทำงานหนักเพื่อที่จะได้ส่งเสียให้ลูก ๆ ได้มีที่เรียนสูง ๆ ในอนาคต ตอนนั้นตัวนุ้ยเองก็ตระเวนประกวด ร้องเพลงหาเงินด้วย จากชีวิตที่มีแต่ตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสืออย่างเดียว ก็เริ่มคิดว่าจะทํายังไงถึงจะได้เป็น นักร้องถ้าเราโชคดีได้เป็นนักร้องดัง คงจะพลิกชีวิตครอบครัวให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน ๒. คำร้อง ๒.๑ รูปแบบการประพันธ์คำร้อง เพลงบัณฑิตกรีดยาง เป็นคำประพันธ์ประเภทเพลงกลอนตลาด แต่ละ วรรคจะมีจำนวนคำตั้งแต่ ๕-๗ คำ เป็นไปตามหลักการสัมผัสประเภทกลอนตลาด เพลงบัณฑิตกรีดยาง ใช้ถ้อยคำที่มีความไพเราะ มีทั้งสัมผัสนอก ดังนี้ ๒.๑.๑ สัมผัสนอก เช่น สัมผัสสระในวรรคและระหว่างวรรคของกลอนตลาดดังนี้ วรรคที่ ๑ และวรรคที่ ๒ คำว่า ใส่-ใบ “ชุดครุยที่นุ้ยได้ใส่พร้อมใบปริญญาที่ถือ” วรรคที่ ๒ และวรรคที่ ๓ คำว่า ถือ-มือ “พร้อมใบปริญญาที่ถือทั้งช่อดอกไม้เต็มมือ” วรรคที่ ๕-๖ คำว่า หวัง-ดัง “วันที่แม่รอพ่อหวังสมดังใจปรารถนา” ๒.๒ การใช้ภาษา เพลงบัณฑิตกรีดยาง มีการใช้ภาษาที่น่าสนใจ เช่น มีการใช้เนื้อหาทำนองที่สร้าง กำลังใจให้คนที่กำลังท้อให้สู้ต่อ ดังเนื้อเรื่องที่ว่า วันที่แม่รอพ่อหวัง สมดังใจปรารถนา จนนุ้ยได้รับปริญญา ให้พ่อแม่มาชื่นใจ เสื้อสูทที่พ่อนั้นสวม หลวมๆแลดูแปลกตา


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๓๐ ผ้าไหมที่แม่ใส่มา นุ้ยไม่เคยเห็นที่ไหน จากเนื้อเพลงข้างต้น มีการใช้ภาษาที่สื่อความหมายในการถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างลึกซึ้ง โดยภายใน บทเพลงยังทำให้เห็นว่า การที่มีใครสักคนคอยเฝ้ารอดูความสำเร็จของเรามันรู้สึกยินดีมากขนาดไหน ซึ่งถ้าเรา ไม่มีพวกท่านเราอาจไม่มีวันนี้ เป็นวันที่ประสบความสำเร็จเลยก็ได้ ๒.๓ ภาพสะท้อน เพลงนี้สะท้อนให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัว นุ้ย สุวีณา เติบโตมาในครอบครัวที่ประกอบ อาชีพกรีดยาง ซึ่งพ่อแม่ของเขาต้องทำงานหนักเพื่อจะส่งเสียให้ลูกได้เรียนหนังสือสูง ๆ เป็นเจ้าคนนายคน นุ้ยเองก็ช่วยพ่อแม่หาเงินตั้งแต่เด็ก ทั้งรับจ้างร้องเพลงตามงานต่าง ๆ รับจ้างซักผ้า รีดผ้า เก็บลูกปาล์มร่วงเพื่อ นำไปขาย และได้เงินมาเป็นค่าขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งพอแบ่งเบาภาระครอบครัวได้บ้างแล้ว ซึ่งนุ้ยเองก็ ตั้งใจเรียน เพราะอยากมีอนาคตที่ดี จะได้ช่วยครอบครัวให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และในที่สุดนุ้ยก็สอบ เข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่ที่บ้านมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียน เขาเลยต้องหยุดเรียนกะทันหันไป ๑ ภาคเรียน การศึกษา เพื่อไปช่วยพ่อแม่ทำงานเก็บเงินไว้ส่งตัวเองเรียนหนังสือในภายภาคหน้า ซึ่งยังสะท้อนให้เห็นว่า เส้นทางชีวิตของแต่ละคนมันไม่ได้สมบูรณ์แบบเสมอไป กว่าจะมาถึงวันที่เขาประสบความสำเร็จ เขาก็เคยผ่าน อุปสรรคแสนยากลำบากมานับไม่ถ้วนแล้วเหมือนกัน อ้างอิง RSIAM MUSIC. (๒๕๕๑). เพลงบัณฑิตกรีดยาง นุ้ย สุวีณา อาร์ สยาม. [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก https://meemodel.com. (๒๕๖๕, ๓๑ กรกฎาคม).


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๓๑ ปลูกกล้านักวิจัย รวินท์นิภา นิคะ สถานภาพและบทบาทตัวละครสำคัญในนวนิยายเรื่อง เลือดข้นคนจาง The status and roles of important characters in the novel “In Family We Trust” บทคัดย่อ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สถานภาพและบทบาทตัวละครสำคัญในนวนิยายเรื่อง เลือดข้น คนจาง ของฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ สำนักพิมพ์พิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งที่ 2 เมื่อเดือนเมษายน 2562 จำนวน 352 หน้า โดยวิเคราะห์ตัวละครทั้งหมด 10 ตัว ได้แก่ สุกิจ จิระอนันต์ (อากง), ปราณี จิระอนันต์ (อาม่า), ประเสริฐ จิระอนันต์, เมธ จิระอนันต์, ภัสสร สุริยะไพโรจน์, คริส เฉิน, พลตำรวจตรี วิเชียร สุริยะไพโรจน์, อัศวิน สุริยะไพโรจ (อี้), ภูมิภัทร จิระอนันต์ (พีท) และณิชา จิระอนันต์ (เหม่เหม) ผลการวิจัยพบว่า สถานภาพและบทบาทตัวละครสำคัญในนวนิยายเรื่อง เลือดข้นคนจางมี 7 ประเด็น ได้แก่ 1) สถานภาพและบทบาทบิดา 2) สถานภาพและบทบาทมารดา 3) สถานภาพและบทบาทสามี 4) สถานภาพและบทบาทภรรยา 5) สถานภาพและบทบาทบุตรชาย 6) สถานภาพและบทบาทบุตรสาว 7) สถานภาพและบทบาทพี่ชาย คำสำคัญ: นวนิยาย, เลือดข้นคนจาง, สถานภาพ, บทบาท, ตัวละคร 1. บทนำ วรรณกรรมเป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้ภาษา สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสื่อความหมาย เรื่องราวต่าง ๆ สอดคล้องกับที่ ปรีดา สุวรรณจันทร์ (2560, หน้า 1) ได้ให้ความหมายของวรรณกรรมไว้ว่า วรรณกรรม หมายถึง งานเขียนที่ผู้เขียนนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ทั้งแบบร้อยแก้วและร้อยกรอง เนื้อหาอาจเป็น ข้อมูลที่มีลักษณะเป็นข้อเท็จจริงที่เรียกว่า สารคดี และงานเขียนที่นำเสนอผ่านมุมมองความคิด ความรู้สึก และจินตนาการของผู้เขียนเรียกว่า บันเทิงคดี เช่น หนังสั้น นวนิยาย นิทาน เป็นต้น สถานภาพและบทบาทตัวละครสำคัญในนวนิยาย เรื่อง เลือดข้นคนจาง / กลวิธีทางภาษาและการ แสดงภาพลักษณ์จากการแสดงทัศนคติรอบ Key words ในการประกวด Miss universe Thailand


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๓๒ ในส่วนของนวนิยาย อัญชลี เจริญดี และอรจิรา อัจริย ไพบูลย์(2563, หน้า 48) กล่าวถึงนวนิยาย ไว้ว่า นวนิยายเป็นวรรณกรรมประเภทหนึ่งเป็นที่นิยมอ่านกันอย่างแพร่หลายในยุคปัจจุบัน นวนิยายสร้างขึ้น จากประสบการณ์และจินตนาการของผู้ประพันธ์ โดยทำให้ผู้อ่านเกิดความเพลิดเพลินผ่อนคลายอารมณ์ ตลอดจนนำเสนอสาระแนวคิดต่าง ๆ ให้แก่ผู้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ที่ถ่ายทอดผ่านตัววรรณกรรมซึ่งส่งผล ต่อสังคม งานวรรณกรรมจะเป็นกระจกสะท้อนสังคม วรรณกรรมนั้นถูกสร้างขึ้นแต่ภาพที่ออกมาจะชัดเจน หมองหม่น สดใส มุมแคบ มุมกว้าง อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในสังคม เจตนาฝีมือของนักเขียน และการ สื่อสารผ่านตัวละคร ด้วยเหตุนี้ตัวละครในนวนิยายจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญอีกอย่างหนึ่ง เจตนิพิฐ ท้าวแก้ว (2559, หน้า 2) กล่าวถึงตัวละครไว้ว่า ตัวละครในนวนิยายนับว่าเป็นองค์ประกอบ สำคัญ เพราะตัวละครเป็นผู้ดำเนินเรื่องราวของเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้ผู้อ่านได้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน เกิดอารมณ์คล้อยตาม ตัวละครมีหลากหลายแต่ละตัวละครจะมีสถานภาพและบทบาทที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับผู้เขียนว่าต้องการให้ตัวละครแต่ละตัวมีสถานภาพ และบทบาทอย่างไร พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 (2556, หน้า 1158-1159, 648-649) ได้ให้ ความหมายคำว่า สถานภาพ และบทบาท ไว้ว่าสถานภาพ หมายถึง ฐานะตำแหน่งหน้าที่หรือเกียรติของบุคคล ที่ปรากฏในสังคมสิทธิหน้าที่ตามบทบาทของบุคคล บทบาท หมายถึง ฐานะการทำตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ เช่น บทบาทของพ่อแม่ บทบาทของครู บทบาทของภรรยา บทบาทของตัวละคร เป็นต้น จึงกล่าวได้ว่าบทบาท เป็นการปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ของสถานภาพ ซึ่งก็คือตำแหน่งหรือฐานะบทบาทจะช่วยให้บุคคลปฏิบัติตาม สถานภาพอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะบทบาทกำหนดความรับผิดชอบของงานต่าง ๆ ที่ปฏิบัติ สุรีรัตน์ อินทรักษ์ และสายวรุณ สุนทโรทก (2563, หน้า 1) กล่าวถึงสถานภาพและบทบาทตัวละคร ไว้ว่า สถานภาพและบทบาทของตัวละครไม่ได้เป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น แต่การแสดงบทบาทของ ตัวละครจะต้องมีการกำหนดสถานภาพให้ตัวละครมีบทบาทต่าง ๆ เป็นการนำความจริงและจินตนาการมา รวมกัน ตัวละครจึงสะท้อนให้เห็นภาพของบุคคลในสังคมที่มีบทบาทหน้าที่ตามฐานะของตัวละคร นวนิยายเรื่องเลือดข้นคนจาง เป็นนวนิยายที่ผู้เขียน เขียนให้ตัวละครหลักแต่ละตัวมีการแสดงออกถึง สถานภาพและบทบาทของตัวละครได้อย่างเด่นชัด มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับวงศ์ตระกูลจิระอนันต์ เป็นเจ้าของ กิจการโรงแรมจิรานันท์ตา กรุงเทพฯ และพัทยา ก่อตั้งขึ้นโดยอากง สุกิจ กับอาม่า ปราณี ปัจจุบันแยกกัน บริหารโดยลูกชายคนโตคือ ประเสริฐ และลูกสาวคนที่สามคือ ภัสสร ส่วนลูกชายคนที่สองคือ เมธ เป็นคุณ พ่อเลี้ยงเดี่ยว อยู่บ้าน รับส่งลูกหลาน และลูกชายคนสุดท้องคือ กรกันต์ เป็นเพลย์บอยใช้ชีวิตสำราญ และ แต่งงานกับอดีตดาราหนัง น้ำผึ้ง (เก็จมณี พิชัยรณรงค์สงคราม) นี่คือวงศ์ตระกูลใหญ่ที่มั่งคั่ง รวมตัวกันได้เสมอ ในวาระสำคัญ เช่น งานวันเกิดอากง อาม่าและเทศกาลต่าง ๆ และดูเหมือนว่ารักใคร่กลมเกลียวกันดีทั้งรุ่นใหญ่ และรุ่นเล็ก แต่แล้วความรักในวงศ์ตระกูลก็ถูกท้าทายด้วย ประเสริฐถูกยิงตายอย่างมีเงื่อนงำ และการตกเป็นผู้ ต้องสงสัยของ ภัสสร ผู้เป็นน้องสาว และคริส ผู้เป็นภรรยา ทำให้ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก อย่าง อี้ พจ ลูกชายของ ภัสสร กับ พีท ลูกชายของ ประเสริฐ และ คริส ต้องเร่งสืบค้นเพื่อพิสูจน์ว่าแม่ตัวเอง เป็นผู้บริสุทธิ์ และในระหว่างภารกิจสืบค้นแข่งกับเงื่อนเวลาว่า “ใครฆ่า” และ “ฆ่าทำไม” อี้และ พีท พบว่า ลูกพี่ลูกน้องของเขา ทั้งชายและหญิงต่างก็มีส่วนพัวพันในฆาตกรรมนี้ และยิ่งสืบยิ่งค้นก็ยิ่งทำให้พวกเขาไม่


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๓๓ เพียงฉีกทิ้งความไว้ใจที่เคยมีต่อกัน พวกเขายังค้นพบความลับดำมืดในครอบครัวที่จบลงไปนานแล้ว แต่กว่าปม สังหารจะคลี่คลาย ครอบครัวที่เคยรักจะแตกร้าว จนกลับมารวมกันเหมือนเดิมได้หรือไม่ “มันคือความโลภ หรือความริษยากันแน่ที่ทำลายสายสัมพันธ์พี่น้องและวงศ์ตระกูล” 2. วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาสถานภาพและบทบาทตัวละครสำคัญในนวนิยายเรื่อง เลือดข้นคนจาง 3. วิธีดำเนินการวิจัย การศึกษาสถานภาพและบทบาทของตัวละครในนวนิยายเรื่อง เลือดข้นคนจาง ผู้วิจัยกำหนด วิธีดำเนินการวิจัย ดังนี้ แหล่งข้อมูล ผู้วิจัยศึกษาสถานภาพและบทบาทตัวละครสำคัญในวนิยายเรื่อง เลือดข้นคนจาง โดยมีเกณฑ์การ คัดเลือกข้อมูล คือ ศึกษาเฉพาะตัวละครที่สำคัญทั้งหมด 10 ตัวละคร 4. ผลการวิจัย การศึกษา “สถานภาพและบทบาทตัวละครสำคัญในนวนิยายเรื่อง เลือดข้นคนจาง” ผู้วิจัยนำเสนอ ผลการวิจัยดังต่อไปนี้ 1. สถานภาพและบทบาทบิดา พลตำรวจตรีวิเชียร สุริยไพโรจน์ เป็นพ่อของ อี้ เอิร์ธ เต๋า และเต้ย วิเชียรนายตำรวจน้ำดี เชื่อมั่นใน ความถูกต้อง มีศักดิ์ศรีรักในความยุติธรรม เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี เป็นสามีที่สนับสนุนภรรยาและเป็นพ่อที่ น่าสงสาร คอยให้คำปรึกษาทุกคนในบ้าน นำไปสู่การแสดงสถานภาพและบทบาทของตัวละคร อธิบายได้ดังนี้ บิดามีหน้าที่อบรมดูแลและเลี้ยงดูบุตรให้เจริญเติบโต สมวัยทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และ สังคม เป็นแบบอย่างที่ดีของลูก ให้ความรัก ความอบอุ่นและความเข้าใจลูกอย่างสม่ำเสมอ สร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรมและความมีระเบียบวินัยแก่ลูกตั้งแต่เล็ก เวลาลูกมีปัญหาคนเป็นพ่อจะต้องเป็นที่พึ่งพาให้กับลูกได้ เช่น ตอนที่วิเชียรต้องจับเต้ยเข้าห้องขัง ดังข้อความ “ผมไม่ได้ยิงกู๋เสริฐนะพ่อ ผมแค่ช่วยเหม่เหมจริง ๆ” วิเชียรมองหน้าลูก ฉันรู้ว่าเขาเศร้าใจแต่จำต้องล็อกแขนลูกพาเข้าห้องขัง (หน้า 209) จะเห็นได้ว่า พลตำรวจตรีวิเชียร สุริยไพโรจน์ มีสถานภาพบิดาจึงมีบทบาทในการดูแลทุกข์สุขของลูก ให้ความรัก ความอบอุ่น เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก เป็นที่พึ่งที่ปรึกษากับลูกได้ในทุก ๆ เรื่อง ทำให้เห็นถึง ความรัก และความผูกพันที่บิดามีต่อลูก


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๓๔ 2 . สถานภาพและบทบาทมารดา คริส เฉิน เป็นแม่ของภูมิภัทร จิระอนันต์ (พีท) คริสเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ที่ฮ่องกง เธอได้แต่งงานกับ ประเสริฐจึงมาอยู่ที่ไทย หลังจากที่มาอยู่ที่ไทย มีอยู่ช่วงนึ่งที่เธอทำผิดต่อคนในครอบครัวของประเสริฐ จึงเป็น เหตุจำเป็นให้เธอต้องหย่ากับประเสริฐตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อนแต่เธอตั้งท้องพีท และเมื่อคลอดพีทออกมาพีทเป็น เด็กที่ติดแม่มาก จึงเป็นเหตุจำเป็นที่ทำให้คริสต้องอาศัยอยู่กับประเสริฐทั้งที่ประเสริฐไม่ได้รักเธอแล้ว คริสจึงต้องอยู่เพื่อลูก เธอทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะได้อยู่กับลูก เธอทำหน้าที่แม่ที่ดีไม่เคยขาดตกบกพร่อง มารดามีหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่ของสมาชิกในครอบครัว ในเรื่องอาหารการกิน ความสะอาดของบ้าน อบรมสั่งสอนให้ลูกเป็นคนดี ดูแลทุกข์สุขของลูก ให้ความรัก ความเมตตา และความอบอุ่นแก่ลูก เช่นตอนที่ พีทพึ่งมารู้ว่าคริสหย่ากับประเสริฐตั้งแต่ 20 ปีก่อนจึงเข้าไปถามและคริสก็ให้เหตุผล ดังข้อวาม “ที่เราอยู่ด้วยกันมาจนถึงทุกวันนี้มันไม่ใช่ความรักระหว่างป๊ากับม้า แต่เป็นความรักที่ป๊ากับม้ามีให้พีท ป๊าเป็นสามีที่ดี ให้เกียรติม้า ดูแลลูกอย่างดี นั่นก็พอแล้ว…เนอะ” (หน้า 80) จะเห็นได้ว่า คริส เฉิน มีสถานภาพมารดาจึงมีบทบาทในการดูแลทุกข์สุขของลูก ให้ความรัก ความเมตตา ความอบอุ่นแก่ลูก เป็นที่พึ่งที่ปรึกษากับลูกได้ในทุก ๆ เรื่อง ทำให้เห็นถึงความรักละความผูกพันที่ มารดามีต่อลูก 3. สถานภาพและบทบาทสามี พลตำรวจตรีวิเชียร สุริยไพโรจน์ เป็นสามีของภัสสร สุริยไพโรจน์ เป็นนายตำรวจน้ำดี เชื่อมั่นใน ความถูกต้อง มีศักดิ์ศรีรักในความยุติธรรม เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี เป็นสามีที่สนับสนุนภรรยาและเป็นพ่อที่ น่าสงสาร คอยให้คำปรึกษาทุกคนในบ้าน นำไปสู่การแสดงสถานภาพและบทบาทของตัวละคร อธิบายได้ดังนี้ สามีมีหน้าที่ต้องดูแลรับผิดชอบ และให้เกียรติยกย่องภรรยาทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่ประพฤตินอกใจ ที่เป็นสาเหตุทำให้มีปากเสียงและครอบครัวแตกแยก สามีควรมอบความเป็นใหญ่ในบ้านให้ภรรยาดูแล โดยเฉพาะ เรื่องเกี่ยวกับการครัว การดูแลทำความสะอาด โดยตนจะต้อง เป็นผู้คอยให้ความช่วยเหลือ ตามสมควรไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภรรยาแต่เพียงผู้เดียว มีหน้าที่สนับสนุนภรรยาและให้คำปรึกษาเมื่อ ภรรยาต้องการที่พึ่ง เช่น ตอนที่วิเชียรฟังสารจากตำรวจเล่า ก็คิดว่าผู้ฆ่าอาจจะเป็นคนใน แต่ไม่คิดว่าเป็นภัสสร แน่ ๆ เพราะเขารู้จักภรรยาของเขาดี ดังข้อความ “แต่ผมเชื่อเสมอมาว่าภัสสรปิดบังความจริงบางส่วนไว้ นั้นคือเหตุผลที่ทำให้เธอดูกังวล จนถึงค่ำที่ผ่าน ในสตูดิโออัดรายการชัดทุกกระแส ผมถูกกระแทกหน้าด้วยความจริงส่วนนั้นผมยอมรับว่าผมโกรธเธอ แต่ผมไม่ ต้องการแสดงออก ช่วงเวลาเช่นนี้ผมควรเป็นที่พึ่งของเธอมากกว่า” (หน้า 182) สามีอยู่ตลอด อีกทั้งยังคอยอยู่เคียงข้างภรรยาในวันที่ลำบาก ทำให้เห็นถึงความรักความผูกพันที่สามีมี ต่อภรรยา


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๓๕ 4. สถานภาพและบทบาทของภรรยา ปราณี จิระอนันต์ เป็นสตรีจีนที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองไทยพร้อมกับครอบครัวตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อโตขึ้นได้พบรักกับสุกิจ ทั้งคู่ช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัว โดยเริ่มจากการเป็นลูกจ้างในร้านอาหารและโรงแรม อยู่หลายปี ด้วยความมานะอุสาหะ ทั้งสองช่วยกันสร้างธุรกิจโรงแรมจนประสบความสำเร็จ แสดงให้เห็นถึงว่า ปราณีถูกเลี้ยงดูมาในสภาพคนจีนแท้ จึงยึดมั่นในขนบธรรมเนียมจีนอย่างเคร่งครัด นำไปสู่การแสดงสถานภาพ และบทบาทของตัวละคร อธิบายได้ดังนี้ ภรรยามีหน้าที่ในการดูแลงานบ้านและเชื่อฟังสามี เคารพการตัดสินใจของสามีตามระบบของ วัฒนธรรมโดยส่วนใหญ่หน้าที่ของผู้ชายคือการหาเงิน เช่น เหตุการณ์ในงานวันเกิดของอากง ลูกหลานมากัน ครบถ้วน ทำให้อากงมีความสุข อาม่าในฐานะภรรยาจึงมีความสุขไปด้วย ดังข้อความ “ทุกคนต่างมองภาพนั้น อากงวาดเป็นภาพวาด 2 มิติ ลงสีสวยงามรายละเอียดในภาพประกอบไป ด้วย สมาชิกทั้งหมดของแต่ละครอบครัว ทุกคนต่างชื่นชมภาพวาดนั้น ขณะที่ฉันเข้าไปหอมแก้มอากงด้วย ความภูมิใจ” (หน้า 21) จะเห็นได้ว่า ปราณี จิระอนันต์ มีสถานภาพภรรยาจึงมีบทบาทในการดูแลสามี คอยให้การสนับสนุน สามีอยู่ตลอด อีกทั้งยังชื่นชมเคารพและจงรักภักดีต่อสุกิจ ทำให้เห็นถึงความรักความผูกพันที่ภรรยามีต่อสามี 5. สถานภาพและบทบาทบุตรชาย อัศวิน สุริยะไพโรจ (อี้) เป็นลูกชายของภัสสร สุริยไพโรจน์ และพลตำรวจตรีวิเชียร สุริยไพโรจน์ เป็นพี่คนโต มีน้อง 3 คน คือ เอิร์ท เต๋า และเต้ย อี้เป็นคนที่เป็นห่วงคนในบ้านมาก ไม่ว่าจะเป็นในตอนที่แม่ และเต้ยโดนกล่าวหาว่าเป็นคนฆ่าประเสริฐ อี้ก็ดิ้นร้นหาหลักฐานมาเพื่อที่จะให้แม่และเต้ยหลุดจากข้อกล่าวหา นำไปสู่การแสดงสถานภาพและบทบาทของตัวละคร อธิบายได้ดังนี้ บุตรชายมีหน้าที่ในการดูแลพ่อแม่และคนในครอบครัวเคารพและกตัญญูต่อพ่อแม่ แบ่งเบาภาระใน ครอบครัว เป็นที่พึ่งให้กับคนในครอบครัวให้ได้ในทุก ๆ เรื่อง เช่นในตอนที่อี้ดิ้นรนหาหลักฐานมาช่วยแม่ ดังข้อความ ก่อนเปิดประตูเข้าห้องนอน ฉันได้ยินวิเชียรบอกลูก ๆ “คดีนี้ สิ่งที่ตำรวจกำลังมองหาอยู่คือพยานหลักฐาน กับแรงจูงใจ ม้าเป็นคนแรกที่พบศพ เพราะม้า เพิ่งทะเลาะกับตั่วกู๋ไปมันเลยดูเป็นแรงจูงใจ…” และได้ยินถ้อยคำที่ทำให้ฉันไม่รู้สึกโดดเดี่ยวจากอี้ “งั้นตอนนี้เราต้องหาหลักฐานยืนยันว่าม้าไม่ได้ทำใช่ไหมครับ” คุณจะอิจฉาฉันก็ได้นะที่มีลูกชายอย่างอี้


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๓๖ จะเห็นได้ว่า อัศวิน สุริยะไพโรจ (อี้) มีสถานภาพบุตรชาย จึงมีบทบาทในการดูแลคนในครอบครัวรัก ใคร่ คอยให้ความช่วยเหลือคนในครอบครัว จึงทำให้เห็นถึงความผูกพันและความห่วงใยของบุตรชายที่มีต่อแม่ และคนในครอบครัว 6. สถานภาพและบทบาทบุตรสาว ณิชา จิระอนันต์ (เหม่เหม) เป็นลูกของ เมธ จิระอนันต์ เหม่เหมเป็นเด็กผู้หญิงฉลาด เรียนเก่ง ตอน เด็ก ๆ เธอเคยได้รับความรักจากทั้งพ่อและแม่ แต่แล้ววันหนึ่งแม่หายออกไปจากบ้าน ทำให้เธอต้องอาศัยอยู่ กับพ่อเพียง 2 คนตลอดมา จากภูมิหลังของตัวละคร คือ ณิชา จิระอนันต์ (เหม่เหม) เธอถูกเลี้ยงดูมาโดยพ่อ เพียงคนเดียวตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่นั้นมาเธอจึงคิดว่าต้องปกป้องและดูแลพ่อ นำไปสู่การแสดงสถานภาพและ บทบาทของตัวละคร อธิบายได้ดังนี้ ลูกมีบทบาทในการเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อ เหม่เหมต้องคอยดูแลและปกป้องพ่อมาตลอดโดยตลอด เนื่องจากเมธมีโรคประจำตัวและดื่มเหล้าอย่างหนัก ดังตอนที่เมธดื่มเหล้าหนักจนอาเจียน เหม่เหมต้องคอยลูบ หลังให้เมธอยู่ตลอด เมื่อเมธเมาก็จะร้องไห้ทุกครั้ง เธอทำหน้าที่ลูกและอยู่เคียงข้างพ่อ เธอไม่เคยดูว่าเมธที่กิน เหล้า ไม่เคยคิดน้อยใจที่มีพ่ออ่อนแอ ทุกครั้งที่เหม่เหมบอกรักก็จะทำให้เมธยิ้มขึ้นมาได้ แสดงให้เห็นถึงความ รัก ความกตัญญูที่เหม่เหมมีต่อพ่อ ดังข้อความ “หลังจากนั้นเราสองคนพ่อลูกก็ไม่พูดถึงแม่อีกเลย หนูรู้ว่าหนูโชคดีพอแล้ว แม้ว่ามีบ้างบางวันวันที่หนู ต้องเฝ้าป๊าเมาหลับอยู่ที่โซฟา หรือไปลูบหลังให้ป๊าเวลาเขาอ้วก หรือบางทีที่เขาเมาแล้วร้องไห้หนูก็จะพูดว่า “หนูรักป๊า” แล้วเขาจะยิ้มได้” (หน้า 246) จะเห็นได้ว่า ณิชา จิระอนันต์ มีสถานภาพลูกจึงมีบทบาทในการเชื่อฟังคำสั่งสอน รักและเคารพ ตอบแทนพระคุณโดยการดูแลพ่อ ตั้งใจเรียนเพื่อทำให้พ่อภูมิใจในตัวเองมีความผูกพันกับพ่อมาก 7. สถานภาพและบทบาทพี่ชาย อัศวิน สุริยะไพโรจ (อี้) เป็นลูกชายของภัสสร สุริยไพโรจน์ และพลตำรวจตรีวิเชียร สุริยไพโรจน์ เป็น พี่คนโต มีน้อง 3 คน คือ เอิร์ท เต๋า และเต้ย อี้เป็นคนที่เป็นห่วงคนในบ้านมาก ไม่ว่าจะเป็นในตอนที่แม่ และเต้ยโดนกล่าวหาว่าเป็นคนฆ่าประเสริฐ อี้ก็ดิ้นร้นหาหลักฐานมาเพื่อที่จะให้แม่และเต้ยหลุดจากข้อกล่าวหา นำไปสู่การแสดงสถานภาพและบทบาทของตัวละคร อธิบายได้ดังนี้ พี่ชายมีบทบาทในการดูแลน้องรักใคร่ ห่วงใย ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกับน้อง คอยให้ความช่วยเหลือน้อง คอยตักเตือน ไม่ให้น้องประพฤติตนไม่ดี ดังตอนที่อี้มาเยี่ยมเต้ยที่เรือนจำและพูดกับเต้ย ดังข้อความ “มึงเป็นไงบ้าง” ผมทักทายอย่างไม่รู้จะสรรหาคำอะไรที่ดีว่าเฮีย ... ผมไม่ได้ทำผมได้ปืนมาจากเหม่ เหมจริง ๆ ผมไม่ได้เป็นคนยิงกู๋เสริฐนะเฮีย มันทำให้ผมหงุดหงิดจนตะคอกกลับไป “ถ้ามึงพูดจริงอะไรทำให้มึงไปเชื่อเหม่เหมวะ กู๋เสริฐเนี่ยนะจะข่มขืนเหม่เหมจริง ๆ ” “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันเฮีย ก็กู๋เสริฐตบม้าเราได้ ก็ต้องทำเหี้ยกับคนอื่นได้เหมือนกันดิ


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๓๗ โอยผมอยากจะบ้าไม่น่าเลยมึง “มึงโดนผู้หญิงหลอกแล้วทีนี้พอมึงไปพูดคําโกหกของเขาซ้ำ มันก็กลายเป็นว่า มึงเป็นคนสร้างเรื่องโกหกทั้งหมดนี้เอง” “แต่เฮียเชื่อผมใช่มั้ย ... ” น้ำตาน้องไหลเป็นสายเสียงสั่นอีกแล้ว “กูเชื่อมึง” (หน้า 262 – 263) จะเห็นได้ว่า อัศวิน สุริยะไพโรจ (อี้) มีสถานภาพพี่ชายจึงมีบทบาทในการดูแลน้องรักใคร่ ห่วงใย ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกับน้อง คอยให้ความช่วยเหลือน้อง คอยตักเตือน ไม่ให้น้องประพฤติตนไม่ดี จึงทำให้เห็น ถึงความผูกพันและความห่วงใยของพี่ชายที่มีต่อน้อง 5. สรุปและอภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการวิจัย จาการศึกษา เรื่อง “สถานภาพและบทบาทตัวละครสำคัญในนวนิยายเรื่อง เลือดข้นคนจาง” ผู้วิจัย พบสถานภาพและบทบาทของตัวละครสำคัญในนวนิยายเรื่อง เลือดข้นคนจาง มี 7 สถานภาพ ดังนี้ 1. สถานภาพและบทบาทบิดา พบว่ามีจำนวน ๔ ตัวละคร คือ สุกิจ จิระอนันต์ (อากง) ประเสริฐ จิระอนันต์เมธ จิระอนันต์ และพลตำรวจตรี วิเชียร สุริยะไพโรจน์จะเป็นบิดาที่คอยอบรมดูแลและเลี้ยงดูบุตร ให้เจริญเติบโต สมวัยทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม เป็นแบบอย่างที่ดีของลูก ให้ความรัก ความอบอุ่นและความเข้าใจลูกอย่างสม่ำเสมอ สร้างเสริมคุณธรรมจริยธรรมและความมีระเบียบวินัยแก่ลูก ตั้งแต่เล็ก เวลาลูกมีปัญหาคนเป็นพ่อจะต้องเป็นที่พึงพาให้กับลูกได้ โดยพบจำนวน 11 ข้อความ 2. สถานภาพและบทบาทมารดา พบว่ามีจำนวน ๓ ตัวละคร คือ ปราณี จิระอนันต์ (อาม่า) ภัสสร สุริยะไพโรจน์ และคริส เฉิน จะเป็นมารดาที่มีหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่ของสมาชิกในครอบครัว ในเรื่องอาหาร การกิน ความสะอาดของบ้าน อบรมสั่งสอนให้ลูกเป็นคนดี ดูแลทุกข์สุขของลูก ให้ความรัก ความเมตตา และ ความอบอุ่นแก่ลูก โดยพบจำน 15 ข้อความ 3. สถานภาพและบทบาทสามี พบว่ามีจำนวน ๑ ตัวละคร คือ พลตำรวจตรี วิเชียร สุริยะไพโรจน์ จะเป็นสามีมีหน้าที่ต้องดูแลรับผิดชอบ และให้เกียรติยกย่องภรรยาทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่ประพฤตินอกใจ ที่เป็นสาเหตุทำให้มีปากเสียงและครอบครัวแตกแยก สามีควรมอบความเป็นใหญ่ในบ้านให้ภรรยาดูแล โดยเฉพาะ เรื่องเกี่ยวกับการครัว การดูแลทำความสะอาด โดยตนจะต้อง เป็นผู้คอยให้ความช่วยเหลือ ตาม สมควรไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภรรยาแต่เพียงผู้เดียว มีหน้าที่สนับสนุนภรรยาและให้คำปรึกษาเมื่อภรรยา ต้องการที่พึ่ง โดยพบจำนวน ๘ ข้อความ 4. สถานภาพและบทบาทของภรรยา พบจำนวน ๓ ตัวละคร คือ ปราณี จิระอนันต์ (อาม่า) ภัสสร สุริยะไพโรจน์ และคริส เฉิน เป็นภรรยามีหน้าที่ในการดูแลงานบ้านและเชื่อฟังสามี เคารพการตัดสินใจ ของสามีตามระบบของวัฒนธรรมโดยส่วนใหญ่หน้าที่ของผู้ชายคือการหาเงิน โดยพบจำ ๑๒ ข้อความ


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๓๘ 5. สถานภาพและบทบาทบุตรชาย พบจำนวน ๒ ตัวละคร คือ อัศวิน สุริยะไพโรจ (อี้) กับ ภูมิภัทร จิระอนันต์ (พีท) บุตรชายมีหน้าที่ในการดูแลพ่อแม่และคนในครอบครัวเคารพและกตัญญูต่อพ่อแม่ แบ่งเบา ภาระในครอบครัว เป็นที่พึ่งให้กับคนในครอบครัวให้ได้ในทุก ๆ เรื่อง โดยพบจำนวน ๙ ข้อความ 6. สถานภาพและบทบาทบุตรสาว พบจำนวน 1 ตัวละคร คือ ณิชา จิระอนันต์ (เหม่เหม) ลูกสาวมี หน้าที่ในการเคารพเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ และจะต้องตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ ช่วยพ่อแม่แบ่งเบา ภาระงานบ้าน เป็นที่พึ่งให้กับพ่อและแม่ได้ โดยพบจำนวน ๑๒ ข้อความ 7. สถานภาพและบทบาทพี่ชาย พบจำนวน 2 ตัวละคร คือ ศวิน สุริยะไพโรจ (อี้) กับ ภูมิภัทร จิระอนันต์ (พีท) พี่ชายมีบทบาทในการดูแลน้องรักใคร่ ห่วงใย ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกับน้อง คอยให้ความ ช่วยเหลือน้อง คอยตักเตือน ไม่ให้น้องประพฤติตนไม่ดี โดยพบจำนวน 16 ข้อความ 5.2 อภิปรายผล จากผลการวิจัยเรื่องสถานภาพและบทบาทตัวละครสำคัญในนวนิยายเรื่อง เลือดข้นคนจาง แต่งโดย ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ เพื่อวิเคราะห์สถานภาพและบทบาท สามารถอภิปรายผลได้ดังต่อไปนี้ สถานภาพและบทบาท คือ เมื่อบุคคลดำรงตำแหน่งในสังคมหรือกลุ่มคน บุคคลนั้นย่อมแสดงบทบาท ตามตำแหน่งนั้น ๆ เพราะฉะนั้นโดยปกติวิสัยแล้ว พบทั้งหมด 7 ประเด็นซึ่งผลการวิจัยที่ได้นำไปเปรียบเทียบ กับงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่าคล้ายคลึงกัน เช่น อัญชลี เจริญดี และ อรจิรา อัจฉริยไพบูลย์ (2563) ศึกษา เรื่อง สถานภาพและบทบาทตัวละครสำคัญที่ปรากฏในนวนิยายเรื่องบุพเพสันนิวาสและพรหมลิขิต ของรอม แพง ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวพบสถานภาพและบทบาททั้งหมด 10 ประเด็น คือ สถานภาพและบทบาทบุตรชาย สถานภาพและบทบาทบุตรสาว สถานภาพและบทบาทคู่รัก สถานภาพและบทบาทสามี สถานภาพและ บทบาทบิดา สถานภาพและบทบาทพี่ชาย สถานภาพและบทบาทภรรยา สถานภาพและบทบาทมารดา สถานภาพและบทบาทขุนนาง และสถานภาพและบทบาทไพร่ ณัฐรดา เบ้าคำ (2559) ศึกษาเรื่อง “สถานภาพและบทบาทของตัวละครเอกชายในนวนิยายชุด สุภาพบุรุษจุฑาเทพ” ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวพบสถานภาพและบทบาททั้งหมดแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ สถานภาพที่ติดตัวมาแต่กำเนิด และสถานภาพที่ได้มาด้วยความสามารถ โดยสถานภาพที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ได้แก่ สถานภาพด้านชาติกำเนิด แบ่งได้เป็นสถานภาพทางวงศาคณาญาติ ได้แก่ สถานภาพหลานชาย สถานภาพการเป็นพี่น้อง และสถานภาพของชนชั้นทางสังคม ได้แก่ สถานภาพคุณชาย (หม่อมราชวงศ์) นอกจากนี้สถานภาพที่ได้มาด้วยความสามารถ จำแนกได้เป็นสถานภาพด้านการประกอบอาชีพ ได้แก่ นัก โบราณคดี อาจารย์มหาวิทยาลัย นักการทูต นายแพทย์ อาจารย์หมอ วิศวกรโยธา และทหารอากาศ ความเป็น ปัจเจกที่สัมพันธ์ต่อสถานภาพและบทบาทของตัวละครเอกชายที่ปรากฏในนวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพ พบว่า ปรากฏความเป็นปัจเจกของตัวละครเอกชาย ๒ ลักษณะ ได้แก่ ความเป็นปัจเจกของตัวละครชาย โดย พิจารณาจากการแสดงบทบาทตามสถานภาพที่ปรากฏ และการเลือกคู่ครองโดยมีบทบาทที่ขัดแย้งกับ สถานภาพและการต่อรอง ได้แก่ แนวคิดในการเลือกคู่ครองแบ่งได้เป็น การเลือกคู่ครองตามหลักพุทธศาสนา


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๓๙ และการเลือกคู่ครองจากนักวิชาการทั่วไป นอกจากนี้ยังปรากฏความเป็นปัจเจกที่แสดงออกผ่านการเลือก คู่ครอง และข้อกำหนดจากชาติกำเนิดเรื่องคู่ครอง เป็นต้น 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.3.1 ข้อเสนอแนะสำหรับนำผลการวิจัยไปใช้ 1.1 ผลการวิจัย สามารถนำเอาองค์ความรู้ที่ได้รับศึกษาในครั้งนี้ไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติตนได้ ใน เรื่องของสถานภาพและบทบาทของตัวละครสำคัญในนวนิยายเรื่อง เลือดข้นคนจาง เพื่อให้เข้าใจถึงสถานภาพ และบทบาทของแต่ละบทบาทในการอยู่ร่วมกันในสังคม 1.2 ผลการวิจัยเรื่อง สถานภาพและบทบาทของตัวละครสำคัญในนวนิยายเรื่อง เลือดข้นคนจาง สามารถนำความรู้เกี่ยวกับบสถานภาพและบทบาทต่าง ๆ ของตัวละครไปใช้วิเคราะห์ในนวนิยายหรือละครใน เรื่องอื่น ๆ ได้ 5.3.2 ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการศึกษาลักษณะตัวละครของงานเขียนท่านอื่น ๆ เพื่อเปรียบเทียบว่าสถานภาพและ บทบาทของตัวละคร ในนวนิยายของตัวละครแต่ละท่านมีความลักษณะเหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร 2.2 ควรศึกษาสถานภาพและบทบาทของตัวละครในด้านอื่น ๆ เช่น สภานภาพและบทบาทของง ผู้หญิงในสังคมจีน 2.3 ควรศึกษานวนิยายเรื่อง เลือดข้นคนจาง ในประเด็นอื่น ๆ เช่น กลวิธีการประพันธุ์ สถานภาพ และบทบาทของผู้หญิง เป็นต้น 6. กิตติกรรมประกาศ การศึกษางานวิจัยเรื่อง สถานภาพและบทบาทตัวละครสำคัญในนวนิยายเรื่อง เลือดข้นคนจาง เป็น ส่วนหนึ่งของการศึกษารายวิชาการวิจัยเบื้องต้นทางภาษาไทย จัดทำขึ้นเพื่อนศึกษาสถานภาพและบทบาทของ ตัวละครสำคัญในนวนิยายเรื่องเลือดข้นคนจางจำนวน 352 หน้า งานวิจัยเล่มนี้เสร็จสมบูรณ์ได้ เพราะผู้วิจัยได้รับความกรุณาจาก ผศ. จุฬารัตน์ เสงี่ยม อาจารย์ผู้เป็นที่ ปรึกษาหลัก และ ผศ. รุ่งรัตน์ ทองสกุล อาจารย์ผู้เป็นที่ปรึกษาร่วม และเป็นอาจารย์ประจำรายวิชาการวิจัย เบื้องต้นทางภาษาไทยที่สละเวลาอันมีค่าเพื่อตรวจทาน แก้ไขข้อบกพร่อง และให้คำแนะนำต่าง ๆ จนทำให้ วิจัยเล่มนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และขอขอบคุณผู้แต่งตำรา และเอกสารประกอบอื่น ๆ ที่ผู้วิจัยได้นำข้อมูลมาใช้ ประกอบการศึกษาค้นคว้าตามที่ปรากฎในวิจัยฉบับนี้สุดท้ายนี้ขอขอบคุณครอบครัว ขอบคุณเพื่อน และ ผู้เกี่ยวข้องที่คอยให้กำลังใจ สนับสนุนการศึกษางานวิจัยครั้งนี้จนสำเร็จ ผู้วิจัยขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เนื้อหาในงานวิจัยฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีความสนใจจะศึกษา คุณลักษณะการศึกษาสถานภาพและบทบาทของตัวละครในนวนิยายต่อไป


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๔๐ 7. บรรณานุกรม เจตนิพิฐ ท้าวแก้ว. (2559). สถานภาพและบทบาทตัวละครหญิงในนวนิยายของพงศกร. วิทยานิพนธ์ศิลป ศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. 1(1), 1.[ออนไลน์], เข้าถึง ได้จาก: http://www.graduate.cmru.ac.th/core/km_file/437.pdf. (2564, 14 ธันวาคม). ณัฐรดา เบ้าคำ. (2559).สถานภาพและบทบาทของตัวละครเอกชายในนวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพ. 1.[ ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก: http://www.sure.su.ac.th/xmlui/bitstream/id/dcb26110-bdff41a4-b137ae9d748feb8b/MA_%E0%B8%93%E 0%B8%B1%E0%B8%90%E0% %A3%E0%B8%94%E0%B8%B2_%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8 %B2% E0%B8%84%E0%B8%B3.pdf?attempt=2. (ธันวาคม, 2564 28) ปรีดา สุวรรณจันทร์. (2560). วรรณกรรมศึกษา. ภูเก็ต: มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. กรุงเทพมหานคร : นานมีบุ๊คส์ พับลิเคชั่นส์. อัญชลี เจริญดี และอรจิรา อัจริยไพบูลย์. (2563). สถานภาพและบทบาทตัวละครสำคัญที่ปรากฏในนวนิยาย เรื่องบุพเพสันนิวาส และพรหมลิขิต ของรอมแพง. วารสารมังรายสาร. 8(2), 1.[ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก: https://so04.tci-thaijo.org/index.php/mrsj/index. (2564, 14 ธันวาคม).


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๔๑ วัฒธชัย ดำเดช Miss Universe Thailand: กลวิธีทางภาษาและการแสดงภาพลักษณ์จากการแสดงทัศนคติรอบ Key words Miss Universe Thailand: Linguistic Devices and The image of Thai beauty pageants through their expressing attitude in Key words round บทคัดย่อ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีทางภาษาและการแสดงภาพลักษณ์นางงาม จากการแสดง ทัศนคติรอบ Key words ในการประกวด Miss Universe Thailand ซึ่งผู้วิจัยประยุกต์ใช้กรอบแนวคิดกลวิธี ทางภาษาเพื่อแสดงภาพลักษณ์นางงาม ของภัทรพงษ์ เลิศทัศนวนิช (2559) และเก็บข้อมูลจากการแสดง ทัศนคติ ในรอบ Key words จากการประกวด Miss universe Thailand 2020 โดยการศึกษาย้อนหลัง จากเพจ https://www.youtube.com/c/MissUniverseThailandbyTPN รวม Key words ที่ศึกษาทั้งหมด จำนวน 84 คำ ผลการศึกษาพบว่า นางงามสร้างภาพลักษณ์โดยใช้กลวิธีทางภาษาในการแสดงทัศนคติ รอบ Key words จากการประกวด Miss universe Thailand 2020 จำนวน 4 กลวิธี ดังนี้ 1) การอ้างถึง ได้แก่ การ อ้างถึงผู้มีพระคุณ และอ้างถึงกฎหมาย 2) การใช้คำกริยากลุ่มที่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาตนเอง ได้แก่การ ฝึกซ้อม การอบรม และการเรียน 3) การใช้วัจนกรรมกลุ่มชี้นำ 3 ประเภท ได้แก่ 3.1) การถาม ได้แก่ การ ถามตัวเองเพื่อให้คนอื่นคิดตาม และการถามผู้ชมโดยไม่ต้องการคำตอบ 3.2) การจูงใจ ได้แก่ การจูงใจให้ทำ ความดีด้วยการช่วยเหลือสังคม การจูงใจให้รักตนเอง และผู้อื่น 3.3) การเปรียบเทียบ ได้แก่ การเปรียบเทียบ แฟนนางงามว่าเป็นกำลังใจสำคัญในการประกวด และการเปรียบเทียบการทำดี และทำชั่ว 4) การใช้วัจนกรรม กลุ่มผูกมัด 2 ประเภท ได้แก่ 4.1) การยื่นข้อเสนอ ได้แก่ การยื่นข้อเสนอไปยังผู้นำประเทศ และยื่นข้อเสนอ ด้านนโยบายไปยังหน่วยงาน 4.2) การเสนอตัว ได้แก่ การเสนอตัวไปเผยแพร่วัฒนธรรม และเสนอตัวเป็นผู้ที่มี คุณสมบัติเเหมาะสมเป็นผู้ชนะการประกวด ด้านผลการศึกษาการแสดงภาพลักษณ์นางงาม พบจำนวน 3 ภาพลักษณ์ ได้แก่ 1) ภาพลักษณ์การสร้างสรรค์สังคม 2) ภาพลักษณ์การธำรงวัฒนธรรม และ 3) ภาพลักษณ์ การมีทัศนคติเชิงบวก คำสำคัญ : กลวิธีทางภาษา, ภาพลักษณ์, ทัศนคติ, Miss universe Thailand


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๔๒ 1 นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 2 อาจารย์สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต * Corresponding author, E-mail: [email protected] ของผู้แต่งหลัก 1.บทนำ ภาพลักษณ์ มีความจำเป็น และสำคัญมากในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถสะท้อนให้เห็นถึง ภาพที่ เกิดขึ้นในจิตใจของบุคคลตามความรู้สึกนึกคิดที่มีต่อองค์การ สถาบัน บุคคล หรือการดำเนินงาน ซึ่งมีความ แตกต่างกันไป ภาพลักษณ์ที่ปรากฏในปัจจุบันคือ ภาพลักษณ์ที่ดี และภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ขึ้นอยู่กับว่าบุคคล หน่วยงานหรือองค์กรเหล่านั้นได้สร้าง หรือปฏิบัติกันมาจนเป็นที่ปรากฏ ในปี 2563 ที่ผ่านมาเวที Miss Universe Thailand ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการประกวด โดยมีการเพิ่ม รอบการแสดงทัศนคติที่เรียกว่า รอบ Key word ซึ่งเป็นรอบที่เป็นการสุ่มคำสำคัญที่ได้รับความสนใจ และ กำลังกลายเป็นกระแสทางสังคมอยู่ในขณะนั้น ให้ผู้เข้าประกวดทุกคนได้แสดงทัศนคติจากคำเหล่านั้นภายใน เวลา 30 วินาที ทั้งนี้เพื่อต้องการวัดปฏิภาณไหวพริบ และทัศนคติของนางงามผู้เข้าประกวด ซึ่งในการ ประกวดรอบ Key words ที่กล่าวมานี้ ในแต่ละปีนางงามจะต้องแสดงทัศนคติ 2 รอบด้วยกัน คือ รอบคัดลือก ผู้เข้าประกวด และรอบ 30 คนสุดท้าย เมื่อพิจารณาถึงนิยามของคำว่า “ทัศนคติ” พบว่า เสฏฐวุฒิ หนุ่มคํา (2559, หน้า 73) ได้ให้ ความหมายของคำว่าทัศนคติว่า “ทัศนคติ” คือ ความเชื่อ และความรู้สึกของบุคคลที่มีต่อความคิด สถานการณ์ บุคคลหรือสิ่งอื่นในลักษณะของการประเมินคำในแง่บวก (Positive) หรือลบ (Negative) ต่อสิ่งนั้น ๆ ทัศนคติ มีความสำคัญเพราะเป็นกลไกที่คนส่วนใหญ่ใช่แสดงความรู้สึก เช่น การที่พนักงานคนหนึ่งกล่าวว่า เขารู้สึกว่า ได้รับเงินเดือนตํ่าเกินไป สะท้อนให้เห็นทัศนคติของเขาต่อเงินเดือนที่ได้รับ การเข้าใจทัศนคติจะช่วยให้เข้าใจ พฤติกรรมของบุคคลในการทำงานและการดำเนินชีวิตได้ดียิ่งขึ้น จากความหมายข้างต้นจะเห็นได้ว่า การแสดงทัศนคติต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนางงาม เนื่องจากสามารถจะสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของผู้หญิง รวมถึงเป็นการ เปิดพื้นที่ให้สังคมภายนอกได้รู้จักผู้หญิงมากขึ้น อันจะสะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของผู้หญิงในฐานะผู้เข้า ประกวดนางงามมากขึ้น ดังแนวคิดของ รุ้งนภา ยรรยงเกษมสุข (2557, หน้า 83) ได้กล่าวถึงการประกวด นางงามไว้ว่า “การประกวดนางงามเป็นพื้นที่ที่สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างสังคมที่ได้เปิดโอกาสให้ผู้หญิง และการมีบทบาทในพื้นที่สาธารณะ อันจะนำไปสู่การยอมรับ และยกย่องในคุณสมบัติ รวมทั้งความรู้ และความสามารถ” จากความสำคัญข้างต้นแสดงให้เห็นว่า การแสดงทัศนคติรอบ Key words ในการประกวด Miss Universe Thailand มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการกล่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคม และ ยังเป็นการวัดทัศนติของนางงาม สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของนางงาม รวมถึงกลวิธีในการใช้ภาษาในการ แสดงทัศนคติของผู้เข้าประกวดด้วย


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๔๓ 2. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 2.1 เพื่อศึกษากลวิธีทางภาษาที่นางงามใช้ในการแสดงทัศนคติเพื่อแสดงภาพลักษณ์ของนางงาม ในการประกวด Miss Universe Thailand 2.2 เพื่อศึกษาภาพลักษณ์ของนางงามที่พบจากการแสดงทัศนคติในรอบ Key words ในการประกวด Miss Universe Thailand 3. วิธีการดำเนินงานวิจัย ผู้วิจัยเก็บรวบรวมเอกสารที่ให้ความรู้พื้นฐานในการวิเคราะห์ ได้แก่ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับภาษา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จากนั้นรวบรวมข้อมูล และศึกษาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ แหล่งข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ได้แก่ เทปบันทึกการถ่ายทอดสดการประกวด Miss universe thailand 2020 ในรอบ Key words โดยเลือกศึกษาเฉพาะผู้ที่ใช้ภาษาไทยในการแสดงทัศนคติเท่านั้น จากนั้นถอดเทป บันทึกเสียง พร้อมตรวจสอบความถูกต้อง และนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ตามประเด็นที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้ 1. กลวิธีทางภาษา 1.1 การอ้างถึง 1.2 การใช้คำกริยา 1.3 การใช้วัจนกรรมกลุ่มชี้นำ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท 1.3.1 การถาม 1.3.2 การจูงใจ 1.3.3 การเปรียบเทียบ 1.4 การใช้วัจนกรรมกลุ่มผูกมัด แบ่ง ออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.4.1 การยื่นข้อเสนอ 1.4.2 การเสนอตัว 2. การสร้างภาพลักษณ์ 3 ประเภท ได้แก่ 2.1 ภาพลักษณ์การสร้างสรรค์สังคม 2.2 ภาพลักษณ์การธำรงวัฒนธรรม 2.3 ภาพลักษณ์การมีทัศนคติ 4. สรุปผลการวิจัย ผลการศึกษาเรื่อง “กลวิธีทางภาษาและการแสดงภาพลักษณ์จากการแสดงทัศนคติรอบ Key words ใน การประกวด Miss universe Thailand” ผลการศึกษาวิเคราะห์ในรูปแบบพรรณนาวิเคราะห์ ตามประเด็นที่ กำหนดไว้ดังต่อไปนี้ 1. กลวิธีทางภาษา กลวิธีทางภาษา หมายถึง กลวิธี หรือวิธีการที่ผู้ใช้ภาษาใช้ในการสื่อสาร ซึ่งการศึกษาเรื่อง “กลวิธีทาง ภาษา และการแสดงภาพลักษณ์จากการแสดงทัศนคติรอบ Key words ในการประกวด Miss universe Thailand.” ผู้วิจัยจะกล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับกลวิธีทางภาษา ในประเด็นต่อไปนี้ 1.1 การอ้างถึง เป็นความสัมพันธ์ที่เกิดจากส่วนประกอบในตัวบทกับส่วนอื่นที่ถูกอ้างถึง ซึ่งจะต้อง ใช้การตีความจากบริบทหรือสถานการณ์นั้น ๆ ปรากฏดังตัวอย่างต่อไปนี้ Key word : การชุมนุม “การชุมนุมนะคะเป็นการที่ทำให้เรานะคะ มีสิทธิ์ที่จะออกเสียงในแต่ละอย่างที่เราอยากจะออกเสียงมานะคะ ให้เราบอกว่าได้มีการออกเสียงทำให้เราได้สิ่งที่เราต้องการค่ะ ขอบคุณค่ะ” (โสภิตา คงเอียด) จากการแสดงทัศนคติของผู้เข้าประกวดเห็นได้ว่า ผู้เข้าประกวดใช้กลวิธีทางภาษาในการอ้างถึงอ้างถึง “สิทธิ์” ซึ่งมีความสอดคล้องกับคำว่า “ชุมนุม” เพราะเรื่องของการชุมนุมมันคือสิทธิ์อย่างหนึ่งของประชาชน


วรรณสารฉบับที่ ๖๔ หน้า ๔๔ หรือกลุ่มที่พบปัญหาต้องการเรียกร้องอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้หน่วยงาน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องนำมาซึ่ง การแก้ไขปัญหาให้ได้ 1.2 การใช้คำกริยา คือคำที่แสดงอาการหรือแสดงการกระทำ หรือแสดงสภาพของนามหรือสรรพ นาม ปรากฏดังตัวอย่างต่อไปนี้ Key word : จุดยืน “จุดยืนนะคะ บิวเชื่อว่าการที่คนนึงมีจุดยืนเป็นสิ่งที่ดีค่ะ รู้ว่าเรามีจุดมุ่งหมายอะไรแล้วก็ต้องการที่จะทำอะไร เหมือนกับบิวที่มีความฝันที่อยากจะเป็น Miss Universe Thailand ค่ะ บิวจึงเลือกที่จะมาประกวด ตลอดเวลา ที่ผ่านมาบิวได้ฝึกซ้อม พัฒนาศักยภาพของตนเอง เพื่อที่จะพร้อม แล้วก็มายืนอยู่วันนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ” (ธิดารัตน์ ทองมหา) จากการแสดงทัศนคติของผู้เข้าประกวดเห็นได้ว่า ผู้เข้าประกวดยังใช้กลวิธีทางภาษาด้านการใช้ คำกริยา สังเกตได้จาก “ประกวด ตลอดเวลาที่ผ่านมาบิวได้ฝึกซ้อม พัฒนาศักยภาพของตนเอง” และ “มายืน อยู่วันนี้” ซึ่งเป็นคำกริยาที่สามารถบอกได้ว่าผู้เข้าประกวดทำอะไรมาบ้าง นอกจากนี้ยังสามารถสะท้อนให้เห็น ถึงความตั้งใจ และความพยายามของผู้เข้าประกวด ที่พัฒนาศักยภาพของตนเองเพื่อพร้อมที่จะเป็น Miss universe Thailand ในอนาคต 1.3 การใช้วัจนกรรมกลุ่มชี้นำ เป็นวัจนกรรมที่แสดงถึงความพยายามของผู้พูดที่ต้องการให้ผู้ฟัง กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้ฟังจะกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในอนาคตวัจนกรรมที่อยู่ในกลุ่ม ชี้นำนี้อาจมีพลังวัจนกรรม ต่างกันไปเป็นระดับจากมากไปหาน้อย เช่น การสั่ง การขอร้อง การวิงวอนไปจนถึง การเชื้อเชิญ การอนุญาต และการแนะนำ โดยผู้วิจัยพบการใช้วัจนกรรมกลุ่มชี้นำ 3 ประเภท ได้แก่ 1.3.1 การถาม คือ เนื้อหาข้อความเป็นสิ่งที่ผู้พูดไม่ทราบเกี่ยวกับความรู้พื้นฐานเป็นสิ่งที่ผู้เขียน ต้องการทราบเงื่อนไขความจริงใจ และเงื่อนไขบอกสาระสำคัญ ปรากฏดังตัวอย่างต่อไปนี้ Key word : ความสุขที่แท้จริง “ความสุขที่แท้จริงนะคะคือสิ่งที่เราเลือกจะมองค่ะ ว่าตรงนี้นะช่วงเวลานี้ เรามีความพึงพอใจกับสิ่งที่เรา เป็นอยู่หรือเปล่า สำหรับหญิงแล้วนะคะการที่ได้มีชีวิตอยู่ และได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ และได้มาพบทุกคนใน วันนี้คือความสุขที่แท้จริงของหญิงค่ะ ขอบคุณค่ะ” (สุมินตรา ชุดชนบท ) จากการแสดงทัศนคติของผู้เข้าประกวดเห็นได้ว่า ผู้เข้าประกวดใช้วัจนกรรมการถาม สังเกตได้จาก “เรามีความพึงพอใจกับสิ่งที่เราเป็นอยู่หรือเปล่า” เป็นการนำวัจนกรรมการถามมาใช้เพื่อทำให้ผู้ฟังคิดตาม และตอบคำถามได้ว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร การถามเช่นนี้เป็นกลวิธีการใช้ภาษาอย่างหนึ่งที่ชวนให้ผู้ฟังคิด และเกิดประโยชน์ต่อผู้ฟังเอง เพราะวัตถุประสงค์ของผู้เข้าประกวดไม่ใช่แค่ถามเพื่อให้พ้นผ่าน แต่เป็นการถาม เพื่อให้ผู้ฟังทบทวนตัวเอง


Click to View FlipBook Version