The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (พิมพ์ครั้งที่ 4) พ.ศ. 2557 สำนักงานขณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aeffeesocial, 2021-07-01 02:29:59

แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (พิมพ์ครั้งที่ 4) พ.ศ. 2557

แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (พิมพ์ครั้งที่ 4) พ.ศ. 2557 สำนักงานขณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

กรอบการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรูตามหลักสตู รสถานศึกษา

๘ กลุมสาระการเรียนรู การอาน คดิ วเิ คราะห และเขียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น

สมรรถนะสาํ คัญของผูเรียน

แนวทางการวดั และประเมินผลการเรยี นรู

การประเมนิ ผลการเรียนรตู าม การประเมิน การประเมนิ การประเมนิ
กลุม สาระการเรียนรู การอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค กจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น

การประเมนิ ผลรายวชิ า/ ผา น ประเมิน ไมผา น ผาน ประเมิน ไมผาน ผา น ประเมนิ ไมผ า น
ตวั ชว้ี ดั
ดีเยย่ี ม
ระหวางเรยี น ปลายป/ ดเี ยี่ยม ดี
ปลายภาค ดี ผาน
ผาน

ประถมฯ มัธยมฯ

- ระดับ - ระดบั ผลการเรยี น
ผลการเรยี น ๘ ระดับ
- ระดับ ประเมิน - เงื่อนไข

คุณภาพ ผลการเรยี น
(ร.มส)

ตัดสนิ ผลการเรยี นและบนั ทกึ ผลการประเมนิ ในเอกสารทสี่ ถานศึกษากําหนด

เลื่อนช้นั ผาน อนุมตั ิ
ผลการเรียน

ผา น ประถมศกึ ษา ไมผ าน มธั ยมศกึ ษา
ซอมเสรมิ /พฒั นา ซ้ําชัน้ ซอ มเสริม/พฒั นา
แกไ ขผลการประเมิน แกไขผลการประเมิน
ผา น ไมผ าน
ไมผา น
ดลุ ยพนิ จิ เรียนซ้าํ รายวชิ า/เรียนซ้าํ ช้นั

แผนภาพที่ ๓.๑ แสดงกรอบการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรตู ามหลกั สตู รสถานศกึ ษา

38 แนวปฏบิ ตั กิ ารวัดและประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p38 6/10/2558 9:21:37

h กรอบการวัดและประเมินผลการเรียนรูต ามหลักสูตรสถานศกึ ษา

เม่ือสถานศึกษาจัดทําหลักสูตรท่ีสอดคลองกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ และเหมาะสมกบั สภาพบรบิ ทของตนเองแลว ภารกจิ ตอ ไป คอื วางแผนการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู
ใหส อดคลอ งกบั หลกั สตู ร เพอ่ื ใชเ ปน แนวทางในการดาํ เนนิ การวดั และประเมนิ ผลในระดบั ชนั้ เรยี นสาํ หรบั ผสู อน
โดยในการประเมินความรแู ละทักษะตาง ๆ ตามกลมุ สาระการเรยี นรู ควรบูรณาการไปพรอม ๆ กบั การประเมนิ
การอาน คดิ วเิ คราะห และเขยี น การประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค และการประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู รยี น

นอกจากน้ี สถานศึกษาตองตรวจสอบเพิ่มเติมเพ่ือใหม่ันใจวาการจัดการเรียนรูและการประเมินผล
การเรียนรูที่ครูผูสอนดําเนินการน้ัน นําไปสูการพัฒนาสมรรถนะสําคัญของผูเรียน ๕ ประการ ตามที่หลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ กาํ หนด ไดแก ความสามารถในการสอ่ื สาร ความสามารถ
ในการคิด ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการ
ใชเทคโนโลยี โดยสมรรถนะสําคัญทั้ง ๕ ประการน้ัน ควรเปนผลการประเมินองคประกอบทั้ง ๔ ดาน
ไปพรอ ม ๆ กบั การประเมินคุณลักษณะอน่ื ๆ

h แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู

สถานศึกษาตองดําเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรูตามหลักสูตรสถานศึกษา โดยมีแนวทาง
การดําเนนิ การ ดังน้ี

๑. สถานศกึ ษาตองดําเนินการวดั และประเมินผลใหครบองคประกอบทง้ั ๔ ดาน ตามแนวทางและ
วธิ กี ารของการวดั และประเมนิ ผลแตล ะองคป ระกอบ และกาํ หนดเอกสารบนั ทกึ ผลการประเมนิ ใหส อดคลอ งกบั
แนวทางการวดั และประเมินผล

๒. ใหครูผูสอนนําผลการประเมินแตละองคประกอบบันทึกลงในเอกสารบันทึกผลการประเมิน
ตามที่สถานศึกษากําหนดและนําเสนอผบู ริหารสถานศึกษา

๓. ผบู ริหารสถานศึกษาเปนผอู นุมัตผิ ลการประเมนิ
๔. ใหมีการรายงานความกาวหนาผลการพัฒนาองคประกอบทั้ง ๔ ดาน ใหผูปกครองทราบ
เปนระยะ ๆ และรายงานสรปุ ผลการเรียนปลายป/ปลายภาค
๕. ผูบริหารสถานศึกษาตองกําหนดวิธีการและมอบหมายผูรับผิดชอบ ปรับปรุง พัฒนาผูเรียนท่ีได
ผลการเรยี นซาํ้ รายวชิ าหรือซาํ้ ชั้น
๖. สถานศึกษากําหนดแนวทางในการกํากับ ติดตามการบันทึกผลการประเมินในเอกสารหลักฐาน
การศกึ ษา ทัง้ แบบท่ีกระทรวงศกึ ษาธกิ ารกําหนด และแบบที่สถานศึกษากําหนด
แนวทางการวดั และประเมินผลองคป ระกอบทั้ง ๔ ดาน มรี ายละเอียดดงั นี้

แนวปฏิบตั กิ ารวดั และประเมินผลการเรียนรู 39
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p39 6/10/2558 9:21:37

การประเมนิ ผลการเรยี นรูตามกลมุ สาระการเรียนรู
การประเมินผลการเรียนรูตามกลุมสาระการเรียนรูทั้ง ๘ กลุมสาระ เปนการประเมินความรู
ความสามารถ ทกั ษะ เจตคติ ทกั ษะการคดิ ทกี่ าํ หนดอยใู นตวั ชว้ี ดั ในหลกั สตู ร ซง่ึ จะนาํ ไปสกู ารสรปุ ผลการเรยี นรู
ของผูเรียนตามมาตรฐานการเรียนรูตอไป ภารกิจของสถานศึกษาในการดําเนินการประเมินผลการเรียนรู
ตามกลมุ สาระการเรียนรู มรี ายละเอยี ดดังน้ี
๑. กาํ หนดสดั สว นคะแนนระหวา งเรยี นกบั คะแนนปลายป/ ปลายภาค โดยใหค วามสาํ คญั ของคะแนน
ระหวางเรยี นมากกวาคะแนนปลายป/ ปลายภาค เชน ๖๐ : ๔๐, ๗๐ : ๓๐, ๘๐ : ๒๐ เปน ตน
๒. กําหนดเกณฑการตัดสินผลการเรียน โดยพิจารณาความเหมาะสมตามระดับชั้นเรียน เชน
ระดบั ประถมศกึ ษาอาจกาํ หนดเปน ระดบั ผลการเรยี น หรอื ระดบั คณุ ภาพการปฏบิ ตั ขิ องผเู รยี น เปน ระบบตวั เลข
ระบบตัวอักษร ระบบรอยละ หรือระบบท่ีใชคําสําคัญสะทอนมาตรฐาน สําหรับระดับมัธยมศึกษากําหนดเปน
ระดบั ผลการเรียน ๘ ระดบั และกําหนดเง่อื นไขตาง ๆ ของผลการเรียน เชน การประเมินทยี่ ังไมส มบรู ณ (ร)
การไมมีสิทธิเขารับการสอบปลายภาค (มส) เปนตน นอกจากนี้ สถานศึกษาอาจกําหนดคุณลักษณะของ
ความสําเร็จตามมาตรฐานการศกึ ษาแตล ะช้นั ปเปนระดบั คณุ ภาพเพิ่มอกี ก็ได
๓. กําหนดแนวปฏิบัติในการสอนซอมเสริมระหวางเรียน กรณีผูเรียนมีผลการประเมินตัวช้ีวัด/
มาตรฐานการเรียนรูไมผา นตามเกณฑท่ีสถานศกึ ษากาํ หนด
๔. กาํ หนดแนวปฏบิ ตั ใิ นการสอนซอ มเสรมิ การสอบแกต วั กรณผี เู รยี นมรี ะดบั ผลการเรยี น “๐” หรอื
มีระดับคณุ ภาพต่ํากวาเกณฑ และแนวดาํ เนนิ การกรณผี ูเรยี นมผี ลการเรียนทม่ี ีเงือ่ นไข คือ “ร” หรือ “มส”
๕. กาํ หนดแนวปฏิบตั ใิ นการอนุมตั ิผลการเรยี น
๖. กาํ หนดแนวทางในการรายงานผลการประเมินตอผูเกีย่ วขอ ง

การประเมนิ การอาน คิดวเิ คราะห และเขียน
การอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี น ถอื เปน ความสามารถหลกั ทส่ี ําคัญซง่ึ จําเปน ตอ งปลกู ฝง และพฒั นา
ใหเ กดิ ขน้ึ กบั ผเู รยี นดว ยกระบวนการจดั การศกึ ษาตามหลกั สตู รในทกุ กลมุ สาระการเรยี นรู ขณะเดยี วกนั กจ็ าํ เปน
ตองตรวจสอบวา ความสามารถดังกลาวเกิดขึ้นแลวหรือยัง เนื่องจากการพัฒนาความสามารถดานการอาน
คดิ วเิ คราะห และเขยี น ผเู รยี นจะไดร บั การพฒั นาตามลาํ ดบั อยา งตอ เนอื่ ง ในกระบวนการจดั การเรยี นรตู ามกลมุ
สาระการเรียนรู หรือกจิ กรรมตาง ๆ กระบวนการตรวจสอบความกา วหนา ทเ่ี กิดขน้ึ ท้งั ความรูค วามเขาใจในการ
ปฏบิ ตั ิ จะดําเนินการไปดว ยกนั ในกระบวนการ
หลักการประเมินการอาน คดิ วิเคราะห และเขียน
๑. เปนการประเมินเพื่อการปรับปรุงพัฒนาผูเรียนและประเมินเพ่ือการตัดสินการเลื่อนชั้นและ
จบการศึกษาระดับตาง ๆ
๒. ใชวิธีการประเมินท่ีหลากหลาย เพื่อใหผูเรียนมีโอกาสไดแสดงออกซ่ึงความสามารถดังกลาว
อยางเต็มตามศกั ยภาพและทําใหผลการประเมินที่ไดมีความเช่อื ม่ัน

40 แนวปฏิบตั กิ ารวัดและประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p40 6/10/2558 9:21:37

๓. การกําหนดภาระงานใหผูเรียนไดปฏิบัติ ควรสอดคลองกับขอบเขตและประเด็นการประเมิน
ทก่ี ําหนด

๔. ใชรปู แบบ วธิ กี ารประเมินและเกณฑการประเมนิ ทไี่ ดจ ากการมีสว นรว มของผูเ ก่ยี วของ
๕. การสรุปผลการประเมินเพื่อรายงาน เนนการรายงานคุณภาพของความสามารถในการอาน
คดิ วิเคราะห และเขียน เปน ๔ ระดบั คือ ดเี ยี่ยม ดี ผา น และไมผา น
แนวดําเนินการพฒั นาและประเมินการอา น คิดวเิ คราะห และเขียน
สถานศกึ ษาควรดาํ เนินการพัฒนาและประเมนิ ความสามารถในการอา น คดิ วเิ คราะห และเขียนเปน
กระบวนการอยา งชดั เจน สามารถตรวจสอบการดาํ เนนิ งานได การพฒั นาและประเมนิ ความสามารถในการอา น
คดิ วเิ คราะห และเขียน สถานศึกษาอาจดาํ เนินการตามกระบวนการตอไปน้ี
๑. แตงต้ังคณะกรรมการการพัฒนาและประเมินความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห และเขียน
ของสถานศึกษา ซ่ึงอาจประกอบดวย ผูบริหารสถานศึกษา ผูแทนคณะกรรมการสถานศึกษา ผูแทนครูผูสอน
ผูแทนผูปกครองนักเรียน และผูแทนนักเรียน เพ่ือกําหนดแนวทางในการพัฒนา ประเมิน ปรับปรุงแกไข และ
ตัดสินผลการประเมินความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห และเขียนรายป (ระดับประถมศึกษา) รายภาค
(ระดับมธั ยมศกึ ษา) และจบการศกึ ษาแตละระดับ
๒. ศึกษานิยามหรือความหมายของความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห และเขียน กําหนด
ขอบเขตและตัวชี้วัดที่แสดงถึงความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห และเขียนใหสอดคลองกับบริบทและ
จดุ เนนของสถานศึกษาในแตละระดบั การศึกษา
๓. ผูมีสวนเกี่ยวของรวมกันศึกษาหลักการประเมิน และพิจารณากําหนดรูปแบบวิธีการพัฒนา
และประเมนิ ความสามารถในการอาน คดิ วิเคราะห และเขยี นของสถานศึกษา
๔. กําหนดแนวทางการพัฒนาและประเมินความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห และเขียน
ใหสอดคลองกับขอบเขตและตวั ช้วี ดั ทก่ี าํ หนดในขอ ๒ และกาํ หนดระดับคุณภาพหรอื เกณฑในการประเมินเปน
๔ ระดับ คือ ดีเย่ียม ดี ผาน และไมผาน เพื่อใชในการตัดสินผลรายป (ระดับประถมศึกษา) รายภาค
(ระดับมัธยมศกึ ษา) และจบการศกึ ษาแตล ะระดับ
๕. ดาํ เนนิ การพัฒนา ประเมนิ และปรับปรงุ แกไขความสามารถในการอา น คดิ วิเคราะห และเขียน
ตามรปู แบบและวธิ กี ารท่กี ําหนดอยางตอเนอื่ ง
๖. สรุปและตัดสินผลการประเมิน บันทึกและรายงานผลการประเมินความสามารถในการอาน
คดิ วเิ คราะห และเขยี น ตอ ผูเ กยี่ วขอ ง
แนวดาํ เนนิ การดังกลา วขางตนสามารถแสดงดังแผนภมู ิท่ี ๓.๒

แนวปฏิบัตกิ ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู 41
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p41 6/10/2558 9:21:37

การประเมนิ การอา น คิดวิเคราะห
และเขยี น

แตง ต้งั คณะกรรมการการพัฒนาและประเมินความสามารถ
ในการอา น คิดวิเคราะห และเขยี น ของสถานศกึ ษา

ศกึ ษานยิ ามหรือความหมายของความสามารถในการอา น
คิดวิเคราะห และเขียน กาํ หนดขอบเขตและตวั ชว้ี ดั แตละระดบั การศึกษา

ผมู สี วนเกี่ยวของรว มกันศึกษาหลักการประเมิน และพจิ ารณากาํ หนด
รปู แบบวธิ กี ารพฒั นาและประเมิน

กาํ หนดแนวทางการพฒั นาและประเมินใหสอดคลองกบั ขอบเขต
และตัวชว้ี ัด

ดาํ เนินการพฒั นา ประเมนิ และปรบั ปรงุ แกไข
ตามรูปแบบและวิธีการท่ีกาํ หนดอยางตอเนอ่ื ง

สรปุ ผลการประเมิน
ตัดสนิ ปรบั ปรุง

ดีเยี่ยม ดี ผา น

บนั ทึกผลการประเมิน
รายงานผลการประเมินตอผูทเ่ี กี่ยวของ

แผนภาพที่ ๓.๒ แสดงกระบวนการดําเนินการพฒั นาและประเมินความสามารถในการอาน คิดวเิ คราะห และเขยี น

42 แนวปฏบิ ตั ิการวดั และประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p42 6/10/2558 9:21:37

เพื่อใหเกิดความชัดเจนตอผูปฏิบัติในการประเมินความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห และ
เขียน จึงไดกําหนดความหมายและขอบเขตการประเมินเปนระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน และ
มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ใหเ ปนกรอบในการประเมินเพ่อื ตดั สินการเลือ่ นช้ันและการจบการศึกษาแตล ะระดับ

ความหมาย
การประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขียน เปนการประเมินศักยภาพของผูเรียนในการอาน
จากหนังสอื ตาํ ราเรียน เอกสาร และสือ่ ตา ง ๆ เพ่อื หาและ/หรือเพิ่มพนู ความรู ประสบการณ ความสนุ ทรยี  และ
ประยกุ ตใช แลวนําเนือ้ หาสาระที่อา นมาคิดวิเคราะห นาํ ไปสกู ารแสดงความคดิ เห็น การสังเคราะห สรา งสรรค
การแกป ญ หาในเรอื่ งตาง ๆ และถา ยทอดความคดิ นั้นดวยการเขยี นทม่ี ีสํานวนภาษาถูกตอง มเี หตผุ ลและลาํ ดับ
ขนั้ ตอนในการนาํ เสนอ สามารถสรา งความเขา ใจแกผ อู า นไดอ ยา งชดั เจนตามระดบั ความสามารถในแตล ะระดบั ชน้ั

ขอบเขตการประเมินและตัวช้ีวดั ทแี่ สดงถงึ ความสามารถในการอา น คดิ วเิ คราะห และเขียน

ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๑ - ๓

ขอบเขตการประเมิน
การอานจากสื่อสิ่งพิมพ และ/หรือสื่อประเภทตาง ๆ ท่ีใหความเพลิดเพลิน ความรู ประสบการณ
และมปี ระเดน็ ใหค ดิ และเขยี นบรรยาย ถา ยทอดประเดน็ ทค่ี ดิ ดว ยภาษาทถี่ กู ตอ งเหมาะสม เชน อา นสาระความรู
ท่ีนาํ เสนออยา งสนใจ นิยาย เรอื่ งส้ัน นทิ าน นยิ ายปรมั ปรา
ตัวชว้ี ัดความสามารถในการอาน คิดวเิ คราะห และเขียน
๑. สามารถอานและหาประสบการณจ ากสื่อที่หลากหลาย
๒. สามารถจบั ประเด็นสาํ คัญ ขอ เท็จจรงิ ความคิดเห็นเรื่องทอี่ าน
๓. สามารถเปรียบเทยี บแงมมุ ตา ง ๆ เชน ขอดี ขอ เสีย ประโยชน โทษ ความเหมาะสม ไมเ หมาะสม
๔. สามารถแสดงความคดิ เหน็ ตอ เรื่องท่ีอาน โดยมเี หตุผลประกอบ
๕. สามารถถายทอดความคดิ เหน็ ความรสู ึกจากเร่ืองท่อี านโดยการเขียน

ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๔ - ๖

ขอบเขตการประเมิน
การอานจากส่ือสิ่งพิมพ และ/หรือส่ือประเภทตาง ๆ ท่ีใหขอมูลสารสนเทศ ความรู ประสบการณ
ที่เอ้ือใหผูอานนําไปคิดวิเคราะห แสดงความคิดเห็น ตัดสินใจ แกปญหา และถายทอดโดยการเขียนเปน
ความเรยี งเชงิ สรา งสรรคด ว ยถอ ยคาํ ภาษาทถี่ กู ตอ ง ชดั เจน เชน อา นหนงั สอื พมิ พ วารสาร หนงั สอื เรยี น บทความ
สุนทรพจน คาํ แนะนํา คาํ เตือน
ตัวชี้วัดความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห และเขียน
๑. สามารถอา นเพอ่ื หาขอ มูลสารสนเทศเสริมประสบการณจ ากสอ่ื ประเภทตาง ๆ
๒. สามารถจับประเดน็ สําคญั เปรียบเทยี บ เชอื่ มโยงความเปนเหตเุ ปนผลจากเร่อื งท่ีอาน

แนวปฏิบัติการวดั และประเมินผลการเรยี นรู 43
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p43 6/10/2558 9:21:38

๓. สามารถเชื่อมโยงความสัมพนั ธของเรอ่ื งราว เหตกุ ารณข องเรอื่ งทีอ่ า น
๔. สามารถแสดงความคิดเหน็ ตอเรื่องท่ีอานโดยมีเหตุผลสนบั สนนุ
๕. สามารถถา ยทอดความเขา ใจ ความคิดเห็น คุณคา จากเร่ืองท่ีอานโดยการเขยี น

ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี ๑ - ๓

ขอบเขตการประเมนิ
การอานจากส่ือสิ่งพิมพและส่ืออิเล็กทรอนิกสท่ีใหขอมูลสารสนเทศ ขอคิด ความรูเกี่ยวกับสังคม
และสิ่งแวดลอมที่เอ้ือใหผูอานนําไปคิดวิเคราะห วิจารณ สรุปแนวคิด คุณคาท่ีได นําไปประยุกตใช
ดวยวิจารณญาณ และถายทอดเปนขอเขียนเชิงสรางสรรคหรือรายงานดวยภาษาที่ถูกตอง เหมาะสม เชน
อานหนังสือพมิ พ วารสาร หนังสือเรยี น บทความ สุนทรพจน คาํ แนะนาํ คําเตอื น แผนภมู ิ ตาราง แผนที่
ตวั ช้วี ัดความสามารถในการอา น คดิ วิเคราะห และเขียน
๑. สามารถคัดสรรส่ือที่ตองการอานเพื่อหาขอมูลสารสนเทศไดตามวัตถุประสงค สามารถสราง
ความเขาใจและประยกุ ตใ ชความรจู ากการอาน
๒. สามารถจับประเด็นสําคัญและประเด็นสนบั สนนุ โตแ ยง
๓. สามารถวิเคราะห วิจารณ ความสมเหตุสมผล ความนาเช่ือถือ ลําดับความและความเปนไปได
ของเรอื่ งที่อา น
๔. สามารถสรปุ คณุ คา แนวคิด แงคิดทไี่ ดจ ากการอา น
๕. สามารถสรปุ อภปิ ราย ขยายความ แสดงความคดิ เห็น โตแ ยง สนบั สนุน โนม นาว โดยการเขยี น
สอื่ สารในรปู แบบตา ง ๆ เชน ผังความคิด เปนตน

ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี ๔ - ๖

ขอบเขตการประเมิน
การอานจากส่ือส่ิงพิมพและส่ืออิเล็กทรอนิกสท่ีใหขอมูลสารสนเทศ ความรู ประสบการณ แนวคิด
ทฤษฎี รวมท้ังความงดงามทางภาษาท่ีเอื้อใหผูอานวิเคราะห วิพากษวิจารณ แสดงความคิดเห็น โตแยง
หรือสนับสนุน ทํานาย คาดการณ ตลอดจนประยุกตใชในการตัดสินใจ แกปญหา และถายทอดเปนขอเขียน
เชิงสรา งสรรค รายงาน บทความทางวชิ าการอยางถูกตอ งตามหลักวชิ า เชน อานบทความวชิ าการ วรรณกรรม
ประเภทตา ง ๆ
ตวั ช้ีวดั ความสามารถในการอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี น
๑. สามารถอา นเพื่อการศึกษาคน ควา เพมิ่ พนู ความรู ประสบการณ และการประยกุ ตใ ชในชีวิตประจําวนั
๒. สามารถจับประเด็นสาํ คัญ ลําดับเหตุการณจ ากการอา นส่อื ทมี่ คี วามซบั ซอ น
๓. สามารถวิเคราะหสิ่งที่ผูเขียนตองการสื่อสารกับผูอาน และสามารถวิพากษ ใหขอเสนอแนะ
ในแงม ุมตา ง ๆ

44 แนวปฏิบัติการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p44 6/10/2558 9:21:38

๔. สามารถประเมนิ ความนา เช่ือถือ คุณคา แนวคิดที่ไดจ ากสง่ิ ทอี่ า นอยา งหลากหลาย
๕. สามารถเขียนแสดงความคิดเห็น โตแยง สรุป โดยมีขอมูลอธิบายสนับสนุนอยางเพียงพอ
และสมเหตุสมผล
รปู แบบการประเมนิ ความสามารถในการอา น คดิ วิเคราะห และเขียน
การประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขียน เปนเง่ือนไขสําคัญประการหน่ึงที่ผูเรียนทุกคนจะตอง
ไดรับการประเมินใหผานตามเกณฑที่สถานศึกษากําหนด จึงจะไดรับการตัดสินใหผานการเลื่อนช้ันและผาน
การศกึ ษาแตล ะระดับการศกึ ษา ถือเปนมาตรการสําคัญอยา งหนง่ึ ในการพฒั นาและยกระดบั คุณภาพการศึกษา
ซึง่ จะชวยผเู รียนทกุ คนใหไ ดรบั การฝก ฝนใหมีความสามารถในการอาน คิดวเิ คราะห และเขียน โดยสถานศกึ ษา
อาจเลือกรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง หรือหลายรูปแบบในการประเมินไปใชใหเหมาะสมกับสภาพและบริบทของ
สถานศกึ ษา ดงั น้ี
รูปแบบที่ ๑ การบูรณาการตัวชี้วัดของการประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขียน รวมกับ

การประเมินผล ๘ กลมุ สาระการเรียนรู
สาํ รวจตรวจสอบวาตัวช้วี ัดของการประเมนิ ความสามารถในการอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี นมอี ยใู น
หนวยการเรียนรูของแตละรายวิชาใดบาง หากยังไมมีหรือมีเล็กนอย ใหนําเขาไปบูรณาการในหนวยการเรียนรู
หรอื แผนการจัดการเรียนรูของรายวิชานั้น เมอื่ นําหนว ยการเรยี นรไู ปจดั กิจกรรมการเรยี นรู ผลการประเมินการเรียนรู
ของผเู รยี นทเ่ี ปน ผลงานในรายวชิ านน้ั นบั เปน ผลการประเมนิ ความสามารถในการอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี นดว ย
หากมีการวางแผนกําหนดหนวยการเรียนรูของแตละรายวิชาในแตละป (ระดับประถมศึกษา) แตละภาคเรียน
(ระดับมัธยมศึกษา) ใหมีการกระจายตัวช้ีวัดลงทุกรายวิชา ในสัดสวนที่เพียงพอและมีผลงานปรากฏชัดเจน
เปน ตวั แทนความสามารถในการประเมนิ การอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี นไดต ามเกณฑก ารประเมนิ ทสี่ ถานศกึ ษา
กําหนด แลว นําผลการประเมินท้งั ๘ กลมุ สาระการเรียนรไู ปสรุปในภาพรวม เปนผลการประเมนิ ความสามารถ
ในการอาน คดิ วิเคราะห และเขียนรายป/ รายภาค โดยอาศยั คา สถิตทิ ่ีเหมาะสม เชน ฐานนยิ ม (Mode) หรือ
คาเฉลี่ย (Mean) รูปแบบนี้มีความเหมาะสมกับสถานศึกษาที่มีความพรอมปานกลาง มีครูที่ครบชั้นเรียนและ
มคี รูพเิ ศษบา ง
รูปแบบที่ ๒ การใชเคร่ืองมือหรือแบบทดสอบประเมินความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห
และเขียน
สถานศึกษาสามารถที่จะสรางและพัฒนาแบบทดสอบตามตัวชี้วัดการประเมินความสามารถในการอาน
คิดวิเคราะห และเขียนได โดยใชกระบวนการสรางและพัฒนาแบบทดสอบที่มีประสิทธิภาพ ซ่ึงตองมั่นใจ
ในความเท่ียงตรง (Validity) ความยุติธรรม (Fair) และความเช่ือถือได (Reliability) ของแบบทดสอบ
นน้ั ๆ ทจ่ี ะนาํ มาประเมนิ กบั ผเู รยี นทกุ คน หรอื ตดิ ตอ ขอใชบ รกิ ารแบบทดสอบมาตรฐานจากหนว ยงานทใี่ หบ รกิ าร
แบบทดสอบมาตรฐานเพื่อประเมินความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห และเขียน เชน สํานักทดสอบ
ทางการศกึ ษา สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน รปู แบบนเี้ หมาะสาํ หรบั โรงเรยี นทมี่ คี วามพรอ มมาก
มขี นาดใหญห รือขนาดใหญพเิ ศษ

แนวปฏิบัติการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู 45
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p45 6/10/2558 9:21:38

รูปแบบที่ ๓ การกาํ หนดโครงการ/กิจกรรมสงเสรมิ ความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห และ
เขียน ใหผูเรยี นปฏบิ ัตโิ ดยเฉพาะ

ศึกษาตัวชี้วัด ขอบเขต เกณฑและแนวการใหคะแนน (Rubric) ของการประเมินความสามารถ
ในการอาน คิดวิเคราะห และเขียน แลวจัดทําโครงการ/กิจกรรมใหผูเรียนปฏิบัติเปนกลุมหรือเปนรายบุคคล
หรอื การมอบหมายใหผ เู รยี นไปศกึ ษาคน ควา แลว เขยี นเปน รายงานเกยี่ วกบั การอา น การคดิ วเิ คราะห และการเขยี น
หรอื รวบรวมและนาํ เสนอในรปู ของแฟม สะสมงาน เพอื่ ประเมนิ ศักยภาพของผูเรียนในการอา นหนังสอื เอกสาร
และส่ือตาง ๆ ไดอ ยางถกู ตอ ง คลอ งแคลว แลว นํามาคิดสรปุ เปนความรคู วามเขาใจ สามารถคิดวเิ คราะหเนือ้ หา
สาระของเรอ่ื งทอ่ี า น นาํ ไปสกู ารสงั เคราะห สรา งสรรค และแสดงความคดิ เหน็ ในเรอ่ื งตา ง ๆ และถา ยทอดความคดิ
เหลานั้นดวยการเขียนสื่อความท่ีสะทอนถึงสติปญญา ความรูความเขาใจ ความสามารถในการคิดวิเคราะห
สังเคราะห แกปญหา และสรางสรรคจินตนาการอยางเหมาะสมและมีคุณคา เชน โครงการรักการอาน
รักการเขยี น เปน ตน รูปแบบนเี้ หมาะสาํ หรับโรงเรียนท่ีมคี วามพรอมมาก มขี นาดใหญห รือขนาดใหญพเิ ศษ

รปู แบบท่ี ๔ การบรู ณาการตวั ชว้ี ดั การประเมนิ ความสามารถในการอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี น
รว มกบั การประเมินกจิ กรรมพฒั นาผเู รียน

ศึกษาตัวช้ีวัด ขอบเขต เกณฑและแนวทางการใหคะแนน (Rubric) ของการประเมินความสามารถ
ในการอาน คิดวิเคราะห และเขียน แลวบูรณาการเขากับแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียน นําแผนการจัด
กิจกรรมไปสูการปฏิบัติ และประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรมตามภาระงานที่ไดเรียนรู ผลงานที่เก่ียวของกับ
การประเมินความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห และเขียนตามกิจกรรม นับเปนการประเมินท่ีนําขอมูล
มาตดั สนิ ผลการประเมนิ การอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี นได โดยนาํ ไปเทยี บกบั เกณฑแ ละแนวทางการใหค ะแนน
(Rubric) ตามท่ีสถานศึกษากําหนด รูปแบบนี้มีความเหมาะสมกับโรงเรียนท่ีมีความพรอมปานกลาง มีครูที่
ครบชัน้ เรยี นและมีครูพเิ ศษบา ง ครคู นหนึ่งอาจรับผิดชอบทง้ั งานสอนและงานพเิ ศษ

วิธีการประเมินการอา น คิดวเิ คราะห และเขียน
วธิ กี ารประเมินความสามารถในการอาน คดิ วิเคราะห และเขียน ควรจดั ในระหวางการเรยี นการสอน
ในหองเรียนตามปกติเปนดีที่สุด ไมควรแยกมาจัดสอบเหมือนการสอบปลายภาคหรือปลายปของการจบ
การศึกษาภาคบงั คบั และการจบการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน ยกเวนถาสถานศกึ ษาไดพฒั นาแบบทดสอบหลาย ๆ ชุด
นํามาใชประเมินเพื่อตรวจสอบพัฒนาการของผูเรียนในการอาน คิดวิเคราะห และเขียน ในระหวางการเรียน
การสอน แลวนํามาสรุปผลเปนระยะ ๆ สําหรับรายงานผลความกาวหนาเมื่อเทียบกับเกณฑการประเมินที่
สถานศึกษากําหนดไว ทั้งนี้ กอนท่ีจะทําการประเมินผลสิ่งใด ผูที่ประเมินควรทําความเขาใจสิ่งท่ีจะประเมิน
ใหช ัดเจนครอบคลุมประเดน็ ตอไปนี้
๑. อะไรคือสิง่ ทจ่ี ะทาํ การประเมิน

ผูป ระเมินตองศึกษาความหมาย ขอบเขต และตัวชี้วดั ของความสามารถในการอา น คิดวิเคราะห
และเขียน ใหเขาใจวาเราตองการใหผูเรียนคิดในส่ิงท่ีอาน อานโดยใชกระบวนการคิดท่ีมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้

46 แนวปฏบิ ตั กิ ารวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p46 6/10/2558 9:21:38

ควรคํานึงถึงการประเมินผลใหเปนการประเมินลักษณะองครวม โดยประเมินผลงานท่ีเปนการเขียนตามเกณฑ
ทคี่ รอบคลมุ ความสามารถในการอา น ความสามารถในการคดิ วิเคราะห และความสามารถในการเขยี นทอ่ี ธบิ าย
ระดับคุณภาพท่ียอมรับไดไวกอน และควรแจงใหพอแม ผูปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษาไดทราบ
ลว งหนากอ นจดั การเรยี นการสอน

๒. อะไรคอื เปา หมายของการประเมนิ การอาน คดิ วิเคราะห และเขยี น
กอ นจะเลอื กวธิ ีการหรอื เครือ่ งมือประเมินผลที่เหมาะสม การกําหนดเปา หมายของการประเมนิ

ความสามารถในการอา น คิดวเิ คราะห และเขียน เปน สิง่ ท่ีตอ งตดั สนิ ใจเปนอนั ดบั แรก มีเปาหมายเพ่ือนาํ ผลการ
ประเมินไปใชในการตัดสินการเลื่อนช้ัน การตัดสินการจบการศึกษาภาคบังคับและการจบการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
รวมท้ังเพื่อนําขอมูลที่ไดจากผลการประเมินไปใชวางแผน ปรับปรุง พัฒนาความสามารถผูเรียนไปสู
เกณฑท ี่สถานศกึ ษากาํ หนด

๓. ขอบเขตและตัวช้ีวัดอะไรบางที่จะทาํ การประเมิน
การเตรียมการประเมินความกาวหนาของผูเรียนเก่ียวกับความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห

และเขยี น ครคู วรพจิ ารณาถงึ ความสามารถผเู รยี นในแตล ะระดบั การศกึ ษาจะสามารถทาํ ได ผลงานจากการเขยี น
สอ่ื สารความรู ความคดิ ความรสู กึ เจตคติ แลว ยงั เปน หลกั ฐานทแ่ี สดงออกถึงความสามารถในการคิดวเิ คราะห
อกี ดวย และถา หากผลงานเขียนชนิ้ เดียวนั้นมาจากการคดิ ในสงิ่ ท่อี าน กเ็ ปนหลักฐานทีใ่ ชประเมนิ ไดท้ังการอาน
คิดวิเคราะห และเขยี น ดงั น้นั ครูตองศกึ ษาขอบเขตและตัวช้วี ดั การประเมนิ กอนจงึ จะชว ยใหเ ลือกวิธีการที่จะ
ใชใ นการประเมนิ การอา น คดิ วเิ คราะห และเขียนไดอยา งเหมาะสม

๔. ผลของการประเมนิ จะรายงานอยา งไร
การรายงานผลการประเมินเปนส่ิงสําคัญ ครูจะตองดําเนินการอยางรวดเร็วและเชื่อถือได

มีความถูกตองครบถวน การรายงานผลการประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขียน ข้ึนอยูกับการออกแบบ
การจัดการเรียนรู การวางแผนรวมกันของผูบริหาร ครู และคณะกรรมการประเมินการอาน คิดวิเคราะห
และเขียน จะจัดใหมีการรายงานกี่คร้ัง ท้ังนี้ ควรจัดใหมีการรายงานผลการประเมินระหวางพัฒนาการและ
ผลการประเมินสรุป แบบรายงานผลการประเมินควรออกแบบอยางงายตอการสื่อความหมายและทําใหเห็น
รองรอยของพัฒนาการ ไมควรเปรียบเทียบกับผูเรียนคนอ่ืน และเปนการรายงานที่รวดเร็ว ใหความยุติธรรม
แกผเู รยี น เทีย่ งตรงและเชอื่ ถือได

๕. วธิ ีการประเมนิ การอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี น ทาํ ไดอยางไร
สถานศึกษาแตงต้ังคณะกรรมการประเมินความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห และเขียน

ตามแนวทางการพัฒนาการอาน คิดวิเคราะห และเขียน แลวรวมกันกําหนดรูปแบบการประเมินที่เหมาะสม
กบั สภาพความพรอ มและบรบิ ทของโรงเรยี นทสี่ ามารถดาํ เนนิ การประเมนิ ความสามารถในการอา น คดิ วเิ คราะห
และเขียนไดอยางมีประสิทธิภาพ สวนมากสถานศึกษามักจะบูรณาการรวมกับกลุมสาระการเรียนรูทั้ง ๘ กลุม
สาระการเรยี นรู หรือใชห ลาย ๆ รปู แบบ เชน การมอบหมายงานใหผูเรยี นปฏบิ ัติ จัดทาํ เปนโครงการ/กิจกรรม
การบูรณาการเขากับกิจกรรมพัฒนาผูเรียน และการใชแบบทดสอบมาตรฐานทดสอบผูเรียนทุกคน ทั้งนี้
ควรเลือกใหเ หมาะสมกับสถานศกึ ษา และไมควรเพิ่มภาระงานและเวลาของครูมากนัก

แนวปฏบิ ตั กิ ารวดั และประเมินผลการเรียนรู 47
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p47 6/10/2558 9:21:38

๖. จะประเมนิ ความสามารถในการอาน คดิ วิเคราะห และเขียนไดท่ีไหน และเวลาใด
การประเมนิ การอาน คิดวเิ คราะห และเขียน ควรประเมนิ ในหองเรยี นตามปกตเิ ปน ดที ่สี ดุ หรือ

ใชเวลานอกหองเรียนจากการมอบหมายใหผูเรียนทํางานกลุมที่สะทอนความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห
และเขยี นเปน พเิ ศษ จดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนและการประเมนิ เปน ครง้ั ๆ แลว นาํ ผลมาสรปุ รวม โดยควรแบง
ระยะเวลาสรุปเปนชวง ๆ ทั้งนี้ คณะกรรมการประเมินควรรวมกันพิจารณาเพ่ือมุงพัฒนาผูเรียนใหไปสูตัวชี้วัด
ความสามารถในการอา น คดิ วเิ คราะห และเขียน

เกณฑการตดั สินคุณภาพการอาน คดิ วเิ คราะห และเขียน
การประเมนิ ความสามารถในการอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี นของผเู รยี นเพอ่ื เลอื่ นชนั้ และจบการศกึ ษา
แตล ะระดบั การศกึ ษา ตามเกณฑท หี่ ลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ และสถานศกึ ษา
กาํ หนด การตัดสนิ ผลการประเมินเพื่อเลอ่ื นช้ันใชผลการประเมนิ ปลายป สวนการตดั สินการจบระดับการศกึ ษา
ใชผลการประเมนิ ปลายปสดุ ทายของระดบั การศึกษา
การประเมินความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห และเขียน กําหนดเกณฑการตัดสินคุณภาพ
การอาน คิดวเิ คราะห และเขียนเปน ๔ ระดบั คอื ดีเยย่ี ม ดี ผา น และไมผ า น
ดเี ย่ยี ม หมายถึง มผี ลงานที่แสดงถงึ ความสามารถในการอาน คิดวเิ คราะห และเขียนทม่ี คี ณุ ภาพ

ดีเลิศอยูเสมอ
ดี หมายถึง มผี ลงานทแ่ี สดงถึงความสามารถในการอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี นทมี่ คี ุณภาพ

เปน ทย่ี อมรับ
ผาน หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห และเขียนที่มี

ขอ บกพรองบางประการ
ไมผาน หมายถงึ ไมมีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห และเขียน หรือ

ถามีผลงาน ผลงานน้ันยงั มีขอ บกพรอ งทต่ี องไดรบั การปรับปรงุ แกไขหลายประการ
นําผลการประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขียนสงนายทะเบียนวัดผลเพ่ือประกาศใหนักเรียน
และรายงานผูทเี่ กีย่ วของไดท ราบ
แนวทางการแกไขผูเ รยี นกรณีไมผานเกณฑ
ในกรณที ี่ผเู รียนมีผลการประเมินการอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี น อยูในระดับไมผา น ครผู สู อนและ
คณะกรรมการประเมินควรเรง ดําเนินการจัดกจิ กรรมเพ่อื สงเสริมและพัฒนาใหผเู รยี นมคี วามกา วหนา ในตวั ชี้วดั
ที่มีจุดบกพรอง สมควรไดรับการแกไขในระยะเวลาพอสมควรที่ผูเรียนจะเกิดการเรียนรู และสรางผลงานที่
สะทอนความสามารถในตัวช้ีวัดท่ีตองปรับปรุงแกไขไดอยางแทจริงดวยวิธีการท่ีหลากหลาย เชน มอบหมาย
งานใหผ เู รยี นไดอ า น ไดค ดิ วเิ คราะหจ ากเรอื่ งทอี่ า น และสามารถสอ่ื สารสาระสาํ คญั จากเรอื่ งทอี่ า นโดยการเขยี น
อยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ แลว นาํ ผลงานไปเทยี บกบั แนวทางการใหค ะแนนและเกณฑก ารตดั สนิ ทสี่ ถานศกึ ษากาํ หนด
ตัง้ แตระดับดเี ย่ียม ดี ผาน

48 แนวปฏิบตั ิการวดั และประเมินผลการเรียนรู
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p48 6/10/2558 9:21:38

ขอแนะนําเก่ยี วกับเคร่อื งมอื และวิธกี ารประเมิน
เพื่อใหไดผลการประเมินความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห และเขียน ที่สะทอนความสามารถ
ทแี่ ทจรงิ ของผเู รียน ผปู ระเมนิ ควรใหความสาํ คญั กบั เครอื่ งมือและวธิ ีการประเมนิ ในประเดน็ ตอไปนี้

☯ ลักษณะภาระงานทีก่ ําหนดใหผ เู รียนปฏิบตั ิ
- ส่ือที่ใหผเู รยี นตองอา นมีความสอดคลอ งกบั ขอบเขตการประเมนิ ในแตล ะระดบั
- การกําหนดเง่ือนไขการปฏิบตั ใิ หเ ปน ไปตามประเดน็ การตรวจสอบ
- ประเด็นคําถาม กระตุนใหผูเรียนไดแสดงออกถึงความรูความเขาใจ ความคิดเก่ียวกับ

สิ่งท่อี า นและเขยี น ถายทอดความรู ความคดิ ของตนเอง
☯ ลกั ษณะเครือ่ งมอื /วธิ กี ารประเมิน
- ใหผ ูเ รยี นไดปฏบิ ตั จิ รงิ
- ทดสอบโดยการสอบขอเขยี น
- การใหผเู รยี นประเมนิ ตนเอง/เพอ่ื นประเมนิ
- การพดู คยุ ซกั ถาม ถาม-ตอบปากเปลา
- การตรวจผลงาน
☯ การใชผ ลการประเมนิ ระหวา งการจดั กจิ กรรมการเรยี นรเู พอ่ื เปน ขอ มลู ยอ นกลบั แกผ เู รยี น
สําหรับการปรับปรุง พัฒนา ดูความกาวหนา ปญหาอุปสรรคในการเรียน เนนลักษณะ

การประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู (Assessment for Learning) มากกวาการประเมินเพ่ือสรุปผลการเรียนรู
(Assessment of Learning) มีผลการวิจัยระบุวา การใหข อมูลยอนกลับดวยคําพดู จะกระตนุ ใหเ กิดการพฒั นา

การประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ เปนหลักสตู รองิ มาตรฐาน ซง่ึ กาํ หนด
สิ่งท่ีผูเรียนพึงรูและปฏิบัติไดไวในมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด ซึ่งจะประกอบดวยความรูความสามารถ
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา นยิ มท่ีพึงประสงค เมื่อผเู รียนไดรับการพฒั นาไปแลว นอกจากจะมคี วามรูความสามารถ
ตลอดจนคณุ ธรรม จรยิ ธรรมทก่ี าํ หนดไวใ นมาตรฐานการเรยี นรแู ละตวั ชวี้ ดั แลว จะนาํ ไปสกู ารมสี มรรถนะสาํ คญั
๕ ประการ และมคี ณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ๘ ประการ อกี ดว ย คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคท ห่ี ลกั สตู รกาํ หนดนนั้
ตองไดรับการปลูกฝงและพัฒนา ผานการจัดการเรียนการสอน การปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผูเรียนในลักษณะ
ตาง ๆ จนตกผลึกเปนคุณลักษณะอันพึงประสงคในตัวผูเรียน การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคตองใช
ขอมลู จากการสังเกตพฤติกรรม ซง่ึ ใชเ วลาในการเก็บขอมลู พฤตกิ รรมเพ่อื นาํ มาประเมินและตัดสนิ
คุณลักษณะอันพึงประสงค หมายถึง ลักษณะที่สังคมตองการใหเกิดขึ้นกับผูเรียนในดานคุณธรรม
จริยธรรม คานิยม จิตสํานึก สามารถอยูรวมกับผูอื่นในสังคมไดอยางมีความสุข ท้ังในฐานะพลเมืองไทยและ
พลโลก ตามท่ีหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กําหนด ซึ่งมีอยู ๘ คุณลักษณะ
ไดแก รักชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงมั่นในการทํางาน รักความ
เปนไทย และมจี ติ สาธารณะ

แนวปฏบิ ตั กิ ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู 49
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p49 6/10/2558 9:21:38

ขอ ท่ี ๑ รักชาติ ศาสน กษัตริย

นยิ าม
รักชาติ ศาสน กษัตริย หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการเปนพลเมืองดีของชาติ ธํารงไว

ซง่ึ ความเปนชาตไิ ทย ศรัทธา ยึดมั่นในศาสนา และเคารพเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย
ผูที่รักชาติ ศาสน กษัตริย คือ ผูที่มีลักษณะซ่ึงแสดงออกถึงการเปนพลเมืองดีของชาติ มีความสามัคคี

ปรองดอง ภูมิใจ เชิดชูความเปนชาติไทย ปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ และแสดงความจงรักภักดี
ตอ สถาบนั พระมหากษตั รยิ 

ตวั ชีว้ ดั และพฤตกิ รรมบงชี้

ตวั ช้วี ัด พฤติกรรมบง ช้ี

๑.๑ เปนพลเมอื งดขี องชาติ ๑.๑.๑ ยืนตรงเคารพธงชาติ รองเพลงชาติ และอธบิ ายความหมายของเพลงชาติไดถ กู ตอง
๑.๒ ธาํ รงไวซ่ึงความเปนชาติไทย ๑.๑.๒ ปฏิบัติตนตามสิทธิและหนาทพี่ ลเมอื งดีของชาติ
๑.๓ ศรัทธา ยึดมัน่ และปฏบิ ัตติ น ๑.๑.๓ มคี วามสามัคคีปรองดอง
๑.๒.๑ เขา รวมสงเสริมสนบั สนนุ กิจกรรมที่สรา งความสามัคคีปรองดองทเ่ี ปนประโยชน
ตามหลกั ของศาสนา
๑.๔ เคารพเทดิ ทนู ตอโรงเรียน ชมุ ชน และสงั คม
๑.๒.๒ หวงแหน ปกปอ ง ยกยองความเปนชาติไทย
สถาบันพระมหากษัตรยิ  ๑.๓.๑ เขารวมกจิ กรรมทางศาสนาทีต่ นนับถือ
๑.๓.๒ ปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ของศาสนาทต่ี นนบั ถือ
๑.๓.๓ เปนแบบอยางทดี่ ีของศาสนิกชน
๑.๔.๑ เขารว มและมสี ว นรวมในการจดั กจิ กรรมท่เี กย่ี วกับสถาบนั พระมหากษัตรยิ 
๑.๔.๒ แสดงความสาํ นกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ ของพระมหากษัตริย
๑.๔.๓ แสดงออกซึง่ ความจงรักภกั ดตี อสถาบนั พระมหากษตั ริย

ขอท่ี ๒ ซอื่ สตั ยส ุจรติ

นิยาม
ซื่อสัตยสุจริต หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยึดม่ันในความถูกตอง ประพฤติตรงตาม

ความเปน จริงตอตนเองและผอู นื่ ทง้ั ทางกาย วาจา ใจ
ผูท่ีมีความซ่ือสัตยสุจริต คือ ผูท่ีประพฤติตรงตามความเปนจริงท้ังทางกาย วาจา ใจ และยึด

หลักความจรงิ ความถูกตอ งในการดําเนนิ ชีวิต มคี วามละอายและเกรงกลัวตอ การกระทาํ ผดิ

50 แนวปฏิบตั ิการวัดและประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p50 6/10/2558 9:21:38

ตัวชี้วดั และพฤติกรรมบงช้ี

ตวั ชวี้ ัด พฤติกรรมบง ชี้

๒.๑ ประพฤตติ รงตามความเปนจรงิ ๒.๑.๑ ใหข อ มลู ทีถ่ กู ตอ งและเปนจรงิ
ตอ ตนเองทั้งทางกาย วาจา ใจ ๒.๑.๒ ปฏบิ ัติตนโดยคาํ นงึ ถงึ ความถูกตอง ละอายและเกรงกลวั ตอการกระทาํ ผิด
๒.๑.๓ ปฏบิ ตั ิตามคาํ ม่ันสญั ญา
๒.๒ ประพฤติตรงตามความเปน จริง ๒.๒.๑ ไมถ อื เอาสิง่ ของหรือผลงานของผอู ่นื มาเปนของตนเอง
ตอ ผูอื่นทัง้ ทางกาย วาจา ใจ ๒.๒.๒ ปฏิบัตติ นตอผูอ่ืนดวยความซอื่ ตรง
๒.๒.๓ ไมห าประโยชนใ นทางท่ีไมถกู ตอง

ขอท่ี ๓ มีวินยั

นิยาม
มวี ินยั หมายถงึ คณุ ลกั ษณะท่แี สดงออกถงึ การยดึ มัน่ ในขอ ตกลง กฎเกณฑ และระเบยี บ ขอบังคับ

ของครอบครัว โรงเรียน และสังคม
ผทู ี่มีวนิ ัย คอื ผทู ่ปี ฏบิ ัติตนตามขอตกลง กฎเกณฑ ระเบยี บ ขอบังคบั ของครอบครัว โรงเรยี น และ

สังคมเปนปกติวสิ ัย ไมล ะเมดิ สทิ ธขิ องผอู ่ืน

ตัวช้ีวัดและพฤติกรรมบงช้ี

ตวั ช้ีวัด พฤตกิ รรมบงชี้

๓.๑ ปฏิบัติตามขอตกลง กฎเกณฑ ๓.๑.๑ ปฏิบัตติ นตามขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอ บงั คับของครอบครวั โรงเรยี น
ระเบยี บ ขอ บงั คบั ของครอบครัว และสงั คม ไมล ะเมดิ สทิ ธขิ องผอู น่ื
โรงเรยี น และสังคม ๓.๑.๒ ตรงตอเวลาในการปฏิบตั ิกจิ กรรมตา ง ๆ ในชีวติ ประจาํ วัน และรบั ผิดชอบ
ในการทาํ งาน

ขอ ที่ ๔ ใฝเ รยี นรู

นยิ าม
ใฝเ รียนรู หมายถงึ คุณลกั ษณะทแ่ี สดงออกถึงความตั้งใจ เพยี รพยายามในการเรยี น แสวงหาความรู

จากแหลง เรยี นรทู ั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น
ผูท่ีใฝเรียนรู คือ ผูท่ีมีลักษณะซึ่งแสดงออกถึงความต้ังใจ เพียรพยายามในการเรียน และเขารวม

กิจกรรมการเรียนรู แสวงหาความรูจากแหลงเรียนรูท้ังภายในและภายนอกโรงเรียนอยางสม่ําเสมอ ดวยการ
เลือกใชส อ่ื อยางเหมาะสม บันทกึ ความรู วิเคราะห สรปุ เปน องคค วามรู แลกเปลี่ยนเรียนรู ถายทอด เผยแพร
และนาํ ไปใชใ นชวี ติ ประจําวนั ได

แนวปฏบิ ัติการวดั และประเมินผลการเรียนรู 51
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p51 6/10/2558 9:21:39

ตวั ชีว้ ัดและพฤติกรรมบงช้ี

ตัวช้วี ดั พฤติกรรมบง ช้ี

๔.๑ ตงั้ ใจ เพียรพยายามในการเรียน ๔.๑.๑ ตั้งใจเรียน
และเขารวมกิจกรรมการเรยี นรู ๔.๑.๒ เอาใจใสและมคี วามเพียรพยายามในการเรียนรู
๔.๑.๓ สนใจเขา รว มกจิ กรรมการเรียนรตู า ง ๆ

๔.๒ แสวงหาความรจู ากแหลงเรียนรู ๔.๒.๑ ศึกษาคนควา หาความรูจากหนังสือ เอกสาร ส่งิ พิมพ ส่ือเทคโนโลยีตา ง ๆ
ตาง ๆ ทงั้ ภายในและภายนอก แหลงเรียนรทู ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน และเลือกใชสอื่ ไดอ ยา งเหมาะสม
โรงเรียน ดว ยการเลอื กใชสอื่ ๔.๒.๒ บันทึกความรู วิเคราะหขอมลู จากสง่ิ ทเี่ รยี นรู สรปุ เปนองคความรู
อยางเหมาะสม สรปุ เปน ๔.๒.๓ แลกเปล่ยี นความรดู วยวธิ ีการตาง ๆ และนาํ ไปใชในชวี ติ ประจําวัน
องคค วามรู และสามารถนําไปใช
ในชีวติ ประจาํ วันได

ขอ ที่ ๕ อยอู ยา งพอเพียง

นิยาม
อยอู ยา งพอเพยี ง หมายถงึ คณุ ลกั ษณะทแี่ สดงออกถงึ การดาํ เนนิ ชวี ติ อยา งพอประมาณ มเี หตผุ ล รอบคอบ

มคี ุณธรรม มภี มู ิคุมกนั ในตัวท่ีดี และปรับตวั เพ่อื อยูใ นสงั คมไดอยางมีความสขุ
ผูท ่อี ยอู ยางพอเพียง คือ ผทู ี่ดําเนนิ ชีวติ อยางประมาณตน มีเหตผุ ล รอบคอบ ระมัดระวงั อยรู วมกบั ผูอ่ืน

ดวยความรับผิดชอบ ไมเบียดเบียนผูอื่น เห็นคุณคาของทรัพยากรตาง ๆ มีการวางแผนปองกันความเส่ียงและ
พรอ มรับการเปลย่ี นแปลง

ตวั ชีว้ ดั และพฤตกิ รรมบงชี้

ตวั ชว้ี ดั พฤติกรรมบง ชี้

๕.๑ ดาํ เนนิ ชวี ติ อยา งพอประมาณ ๕.๑.๑ ใชทรพั ยสินของตนเอง เชน เงนิ สิ่งของ เครือ่ งใช ฯลฯ อยางประหยัด คมุ คา และ
มีเหตุผล รอบคอบ มคี ุณธรรม เก็บรกั ษาดูแลอยา งดี รวมทง้ั การใชเวลาอยางเหมาะสม

๕.๑.๒ ใชท รัพยากรของสวนรวมอยา งประหยดั คุม คา และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา งดี
๕.๑.๓ ปฏบิ ัตติ นและตดั สินใจดว ยความรอบคอบ มีเหตผุ ล
๕.๑.๔ ไมเ อาเปรียบผอู ื่นและไมทาํ ใหผูอ น่ื เดอื ดรอน พรอ มใหอ ภัยเมอื่ ผอู ่นื

กระทาํ ผดิ พลาด

๕.๒ มภี ูมคิ ุมกันในตวั ที่ดี ปรบั ตัว ๕.๒.๑ วางแผนการเรยี น การทาํ งาน และการใชชวี ิตประจาํ วนั บนพ้นื ฐานของความรู
เพ่ืออยใู นสงั คมไดอยางมคี วามสุข ขอมลู ขาวสาร
๕.๒.๒ รเู ทาทนั การเปล่ยี นแปลงของสังคมและสภาพแวดลอ ม ยอมรับและปรับตัว
เพ่อื อยรู วมกบั ผอู ื่นไดอยา งมคี วามสขุ

52 แนวปฏบิ ัตกิ ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p52 6/10/2558 9:21:39

ขอท่ี ๖ มุงม่ันในการทํางาน

นยิ าม
มงุ มั่นในการทํางาน หมายถึง คุณลักษณะทีแ่ สดงออกถงึ ความตง้ั ใจและรบั ผิดชอบในการทาํ หนาที่

การงานดวยความเพยี รพยายาม อดทน เพ่ือใหงานสาํ เร็จตามเปา หมาย
ผูท่ีมุงม่ันในการทํางาน คือ ผูที่มีลักษณะซึ่งแสดงออกถึงความต้ังใจปฏิบัติหนาท่ีที่ไดรับมอบหมาย

ดวยความเพียรพยายาม ทุมเทกําลังกาย กําลังใจ ในการปฏิบัติกิจกรรมตาง ๆ ใหสําเร็จลุลวงตามเปาหมาย
ทีก่ ําหนดดวยความรบั ผิดชอบ และมีความภาคภมู ใิ จในผลงาน

ตวั ช้วี ดั และพฤติกรรมบง ช้ี

ตัวชวี้ ดั พฤตกิ รรมบงช้ี

๖.๑ ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบในการ ๖.๑.๑ เอาใจใสต อ การปฏบิ ัติหนาที่ท่ไี ดร บั มอบหมาย
ปฏิบัติหนา ที่การงาน ๖.๑.๒ ต้ังใจและรับผดิ ชอบในการทํางานใหสาํ เรจ็
๖.๑.๓ ปรบั ปรุงและพฒั นาการทาํ งานดวยตนเอง
๖.๒ ทาํ งานดว ยความเพยี รพยายาม
และอดทนเพ่อื ใหงานสําเรจ็ ๖.๒.๑ ทมุ เททํางาน อดทน ไมย อ ทอ ตอปญหาและอปุ สรรคในการทํางาน
ตามเปาหมาย ๖.๒.๒ พยายามแกป ญ หาและอุปสรรคในการทํางานใหสาํ เรจ็
๖.๒.๓ ชืน่ ชมผลงานดว ยความภาคภมู ิใจ

ขอที่ ๗ รักความเปน ไทย

นยิ าม
รักความเปนไทย หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความภาคภูมิใจ เห็นคุณคา รวมอนุรักษ

สืบทอดภูมิปญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ และวัฒนธรรม ใชภาษาไทยในการสื่อสารไดอยาง
ถูกตองและเหมาะสม

ผทู ีร่ ักความเปน ไทย คอื ผทู ่ีมคี วามภาคภูมิใจ เหน็ คณุ คา ชน่ื ชม มีสวนรวมในการอนรุ ักษ สืบทอด
เผยแพรภ มู ปิ ญ ญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศลิ ปะ และวัฒนธรรมไทย มีความกตญั ูกตเวที ใชภาษาไทย
ในการส่อื สารอยางถกู ตอ งเหมาะสม

แนวปฏบิ ตั ิการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู 53
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p53 6/10/2558 9:21:39

ตวั ช้ีวดั และพฤตกิ รรมบงชี้

ตัวชว้ี ดั พฤติกรรมบงช้ี

๗.๑ ภาคภมู ิใจในขนบธรรมเนยี ม ๗.๑.๑ แตง กายและมีมารยาทงดงามแบบไทย มสี ัมมาคารวะ กตัญูกตเวทตี อผูม ีพระคณุ
ประเพณี ศลิ ปะ วัฒนธรรมไทย ๗.๑.๒ รว มกจิ กรรมท่ีเกีย่ วขอ งกับประเพณี ศิลปะ และวฒั นธรรมไทย
และมคี วามกตัญูกตเวที ๗.๑.๓ ชักชวน แนะนาํ ใหผ ูอน่ื ปฏิบตั ิตามขนบธรรมเนยี มประเพณี ศลิ ปะ และวัฒนธรรมไทย

๗.๒ เหน็ คณุ คาและใชภาษาไทย ๗.๒.๑ ใชภาษาไทยและเลขไทยในการสอ่ื สารไดอยางถกู ตอ งเหมาะสม
ในการส่ือสารไดอ ยางถูกตอ ง ๗.๒.๒ ชกั ชวน แนะนาํ ใหผูอื่นเหน็ คณุ คา ของการใชภาษาไทยทีถ่ กู ตอง
เหมาะสม

๗.๓ อนรุ กั ษและสืบทอดภมู ิปญ ญาไทย ๗.๓.๑ นําภมู ิปญ ญาไทยมาใชใหเหมาะสมในวถิ ชี วี ิต
๗.๓.๒ รว มกิจกรรมท่เี กี่ยวของกบั ภูมิปญญาไทย
๗.๓.๓ แนะนํา มสี ว นรว มในการสืบทอดภมู ปิ ญ ญาไทย

ขอ ท่ี ๘ มจี ิตสาธารณะ

นิยาม
มีจิตสาธารณะ หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการมีสวนรวมในกิจกรรมหรือสถานการณท่ีกอ

ใหเกดิ ประโยชนแ กผอู ่ืน ชุมชน และสังคม ดวยความเตม็ ใจ กระตือรอื รน โดยไมห วงั ผลตอบแทน
ผูท่ีมีจิตสาธารณะ คือ ผูท่ีมีลักษณะเปนผูใหและชวยเหลือผูอ่ืน แบงปนความสุขสวนตนเพ่ือ

ทาํ ประโยชนแ กส ว นรวม เขา ใจ เหน็ ใจผทู ม่ี คี วามเดอื ดรอ น อาสาชว ยเหลอื สงั คม อนรุ กั ษส ง่ิ แวดลอ ม ดว ยแรงกาย
สติปญ ญา ลงมอื ปฏิบัตเิ พ่ือแกปญหา หรอื รว มสรา งสรรคสิ่งทด่ี ีงามใหเกดิ ในชมุ ชน โดยไมหวงั สิง่ ตอบแทน

ตวั ช้ีวัดและพฤตกิ รรมบงช้ี

ตัวชวี้ ัด พฤตกิ รรมบง ชี้

๘.๑ ชวยเหลือผอู น่ื ดว ยความเตม็ ใจ ๘.๑.๑ ชวยพอ แม ผปู กครอง และครูทํางานดวยความเตม็ ใจ
โดยไมห วังผลตอบแทน ๘.๑.๒ อาสาทํางานใหผอู ืน่ ดวยกาํ ลังกาย กําลังใจ และกาํ ลังสติปญ ญา ดว ยความสมคั รใจ
๘.๑.๓ แบง ปนสง่ิ ของ ทรัพยส ิน และอ่ืน ๆ และชว ยแกปญ หาหรอื สรางความสขุ ใหกับผูอ นื่
๘.๒ เขารวมกิจกรรมทเี่ ปนประโยชน ๘.๒.๑ ดแู ลรักษาสาธารณสมบัตแิ ละสง่ิ แวดลอ มดวยความเต็มใจ
ตอโรงเรยี น ชุมชน และสงั คม ๘.๒.๒ เขารวมกิจกรรมท่ีเปนประโยชนตอ โรงเรยี น ชุมชน และสังคม
๘.๒.๓ เขารวมกจิ กรรมเพอ่ื แกป ญ หาหรอื รวมสรางสิ่งที่ดีงามของสวนรวมตามสถานการณ

ที่เกิดข้นึ ดว ยความกระตือรือรน

54 แนวปฏิบตั กิ ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p54 6/10/2558 9:21:39

แนวดําเนนิ การพัฒนาและประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
การพฒั นาคณุ ลักษณะอันพึงประสงคข องสถานศกึ ษาจะบรรลผุ ลไดน น้ั ตองอาศัยการบริหารจดั การ
และการมีสว นรวมจากทุกฝา ย ไดแ ก ผบู รหิ ารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน ครทู ่ีปรึกษา
ครผู สู อน ผปู กครอง และชมุ ชน ทตี่ อ งมงุ ขดั เกลา บม เพาะ ปลกู ฝง คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคใ หเ กดิ ขน้ึ แกผ เู รยี น
ในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงคสามารถกระทําไดโดยนําพฤติกรรมบงชี้ หรือพฤติกรรม
ที่แสดงออกของคุณลักษณะแตละดานท่ีวิเคราะหไว บูรณาการในการจัดกิจกรรมการเรียนรูของกลุมสาระ
การเรยี นรตู าง ๆ ในกิจกรรมพฒั นาผูเรียน โครงการพเิ ศษตาง ๆ ทีส่ ถานศกึ ษาจัดทําขึ้น เชน โครงการวันพอ
วันแมแหงชาติ โครงการลดภาวะโลกรอน วันรักษสิ่งแวดลอม แหเทียนพรรษา ตามรอยคนดี หรือกิจกรรม
ท่ีองคกรในทองถ่ินจัดข้ึน รวมท้ังสอดแทรกในกิจวัตรประจําวันของสถานศึกษา เชน การเขาแถวซ้ืออาหาร
กลางวนั เปน ตน
การประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค ไมใชเปน สว นหนงึ่ ของสดั สว นการใหคะแนนระหวางเรยี น
กับคะแนนปลายป/ปลายภาค เพราะในตัวช้ีวัดชั้นประบุคุณลักษณะที่ตองการอยูแลว สําหรับคุณลักษณะ
อันพึงประสงค ๘ ประการนี้ เปนเปาหมายการพัฒนาท่ีตัดสินและรายงานแยกเฉพาะ แตพฤติกรรมท่ีผูเรียน
แสดงออกถึงคุณลักษณะตาง ๆ ท่ีเกิดข้ึนขณะจัดกิจกรรมการเรียนรู กิจกรรมพัฒนาผูเรียน กิจกรรม/
โครงการตาง ๆ และในกิจวัตรประจําวันของผูเรียนนั้น ครูสามารถประเมินดวยการสังเกตแลวบันทึกไว
และรายงานผลเฉพาะ ไมรวมอยูในการตัดสินรายวิชาตามกลุมสาระการเรียนรู สวนหลักฐาน/รองรอย
การแสดงออกถึงคุณลักษณะอันพึงประสงค สามารถเปนแหลงที่มาท่ีเดียวกันกับการประเมินในรายวิชา
แตไ มใ ชสวนหนง่ึ ของคะแนนในรายวชิ า
ในการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคน้ัน สถานศึกษาควรจัดใหมีการประเมินเปนระยะ ๆ โดย
อาจประเมินผลเปนรายสปั ดาห รายเดอื น รายภาค หรือรายป เพอ่ื ใหม กี ารส่ังสมและการพัฒนาอยา งตอเน่ือง
โดยเฉพาะการนําไปใชใ นชีวิตประจําวัน และสรุปประเมินผลเม่ือจบปส ุดทายของแตละระดบั การศึกษา
สถานศึกษาควรดําเนินการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคอยางเปนระบบ ชัดเจน
และสามารถตรวจสอบได ซ่งึ อาจใชแ นวทางในแผนภาพที่ ๓.๓ ตอไปนี้

แนวปฏิบัตกิ ารวดั และประเมินผลการเรียนรู 55
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p55 6/10/2558 9:21:40

ประชุมช้แี จงแนวทางการประเมิน คณะกรรมการพฒั นาและประเมิน
การเก็บรวบรวมการรายงานความกาวหนา คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค

การรายงานผล และสรุปผล ครูผสู อน ครทู ่ีปรึกษา
ครปู ระจาํ ชัน้ หรือผทู ี่ไดร ับ
ไมผานเกณฑ พฒั นา บนั ทกึ วิเคราะห แปลผล
ประเมนิ ผลและสงผลการประเมนิ มอบหมาย
พัฒนาผเู รยี น
ใหผเู ก่ยี วของ ทะเบียน-วัดผล
และผูทร่ี ับผดิ ชอบ
- รบั ผลการประเมิน
- ประมวลผล
- สรุปผล
- บนั ทึกขอมูลใน ปพ.๑

รายงานผลการประเมินตอผเู กี่ยวของ ครูทปี่ รึกษา/ครปู ระจําชัน้

นาํ ขอมูลท่ีไดมาวางแผน คณะกรรมการ

แผนภาพท่ี ๓.๓ แสดงขั้นตอนการดําเนินการวัดและประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคข องสถานศึกษา

จากแผนภาพดังกลาว สถานศึกษาสามารถนาํ ไปปรับใชตามบรบิ ทของสถานศกึ ษา โดย
๑) แตงต้ังคณะกรรมการการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคของสถานศึกษา เพื่อ
ดําเนนิ การดงั นี้

๑.๑ กําหนดแนวทางในการพัฒนา แนวทางการประเมิน เกณฑการประเมิน และแนวทาง
การปรบั ปรุงแกไข ปรับพฤตกิ รรม

๑.๒ พิจารณาตัดสินผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงครายป (ระดับประถมศึกษา)
รายภาค (ระดบั มัธยมศึกษา) และการจบการศึกษาแตละระดับ

๑.๓ จัดระบบการปรับปรุงแกไข หรือปรับพฤติกรรมดวยวิธีการที่เหมาะสม และสงตอขอมูล
ของผเู รยี นเพ่อื การพฒั นาอยา งตอเนือ่ ง

๒) พิจารณานิยามหรือความหมายของแตละคุณลักษณะ พรอมท้ังกําหนดตัวชี้วัดหรือพฤติกรรม
บง ช้ี หรอื พฤตกิ รรมทแ่ี สดงออกของแตล ะคณุ ลกั ษณะ และหากสถานศกึ ษาไดก าํ หนดคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
เพิม่ เติม สถานศึกษาตอ งจัดทํานยิ าม พรอมทง้ั ตัวชีว้ ดั เพม่ิ เตมิ ดว ย

56 แนวปฏบิ ตั กิ ารวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p56 6/10/2558 9:21:40

๓) กําหนดเกณฑและแนวทางการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค ใหสอดคลองกับบริบทและ
จุดเนนของสถานศึกษา กําหนดระดับคุณภาพ หรือเกณฑในการประเมินตามท่ีหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ กาํ หนดไว ๔ ระดับ คือ ดีเย่ียม ดี ผาน และไมผา น กําหนดประเดน็ การประเมนิ
ใหสอดคลองกบั ตัวชีว้ ัดของคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค

๔) แจง ใหค รผู สู อน ครทู ปี่ รกึ ษา ครปู ระจาํ ชน้ั หรอื ผทู ไ่ี ดร บั มอบหมาย ดาํ เนนิ การพฒั นาคณุ ลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงค ประเมินและสงผลการประเมนิ ใหผูเก่ียวของ โดยเฉพาะอยา งยิง่ ฝา ยทะเบียนวัดผล

กรณีท่ีนักเรียนไมผานเกณฑการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค ใหผูที่รับผิดชอบดําเนินการ
ปรบั ปรุงพัฒนา และประเมินตามเกณฑทสี่ ถานศกึ ษากําหนด

๕) ฝา ยทะเบยี นและวดั ผลประมวลผลตามเกณฑท คี่ ณะกรรมการฯ กาํ หนด สรปุ ผลการประเมนิ และ
บนั ทึกขอมลู ลงใน ปพ.๑ แลว สงครทู ีป่ รกึ ษาหรอื ครปู ระจําช้นั

๖) ครูท่ีปรกึ ษาหรอื ครปู ระจําชน้ั แจงผลการประเมินตอ ผเู รยี นและผูเกีย่ วของ
๗) คณะกรรมการฯ นําขอมูลตา ง ๆ มาพิจารณาวางแผนงานตอ ไป
แนวทางการพฒั นาและประเมนิ ทน่ี าํ เสนอในตวั อยา งแตล ะรปู แบบตอ ไปน้ี สถานศกึ ษาสามารถเลอื ก
นาํ ไปใชไดตามความเหมาะสม
ตัวอยางรูปแบบท่ี ๑ กลุมสาระการเรยี นรแู ละผูทร่ี บั ผิดชอบพฒั นาและประเมนิ ทกุ คุณลกั ษณะ

กระบวนการ รูปแบบที่ ๑ครูผูสอน/ค ูรที่รับผิดชอบโครงการ/ ิกจกรรม สงระดับการประเ ิมน ครวู ดั ผล
ปลกู ฝงผานกลุมสาระ ตามเกณฑ ่ีทสถาน ึศกษา ํกาหนด ประมวลผล
คุณลักษณะอันพึงประสงค
และกิจกรรม อนุมตั ิ
๑ ๒ ๓๔ ๕๖ ๗๘
ภาษาไทย ๑ ๒ ๓๔ ๕๖ ๗๘
คณิตศาสตร ๑ ๒ ๓๔ ๕๖ ๗๘
วทิ ยาศาสตร ๑ ๒ ๓๔ ๕๖ ๗๘
สงั คมศึกษาฯ ๑ ๒ ๓๔ ๕๖ ๗๘
สุขศกึ ษาฯ ๑ ๒ ๓๔ ๕๖ ๗๘
๑ ๒ ๓๔ ๕๖ ๗๘
ศลิ ปะ ๑ ๒ ๓๔ ๕๖ ๗๘
การงานอาชพี ฯ ๑ ๒ ๓๔ ๕๖ ๗๘
ภาษาตา งประเทศ ๑ ๒ ๓๔ ๕๖ ๗๘
ชมรม/ชุมนุม
โครงการ/กิจกรรม

แนวปฏบิ ตั ิการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู 57
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p57 6/10/2558 9:21:40

รปู แบบนเี้ หมาะสาํ หรบั สถานศกึ ษาทม่ี คี วามพรอ มในดา นทรพั ยากรตา ง ๆ คอ นขา งสงู ถงึ สงู มาก และ
เหมาะสําหรับสถานศึกษาที่ตองการเนนดานการพัฒนาผูเรียนใหมีคุณลักษณะอันพึงประสงคสูความเปนเลิศ
โดยมีนโยบายท่ีจะใหบุคลากรครูทุกคนไดมีสวนรวมในการพัฒนาผูเรียนใหมีคุณลักษณะอันพึงประสงคทุกขอ
ตามที่สถานศึกษากําหนด โดยมีคณะกรรมการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคของสถานศึกษา
เปนองคคณะบุคคลที่คอยชวยเหลือคณะครู ในกรณีที่พบวาผูเรียนบางคนมีปญหาท่ีซับซอนและไมสามารถ
จะพัฒนาดวยกระบวนการธรรมดาได จําเปนตองทํากรณีศึกษา คณะกรรมการชุดนี้จะทํางานรวมกับ
ครูประจําช้ัน หรือครูที่ปรึกษา หรือครูทานอ่ืนที่สนใจทํากรณีศึกษารวมกัน นอกจากนี้ อาจนําสภานักเรียน
เขามามีสวนรวมในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงคดวย โดยสถานศึกษารับฟงความคิดเห็นของ
สภานักเรยี นถึงวิธีการทเ่ี หมาะสมกับวัยของผูเ รยี น

สถานศึกษาที่มีความพรอมสูงสามารถเลือกใชรูปแบบการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคที่
สอดแทรกการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค ทั้งในชั่วโมงการเรียนของผูเรียน และการเชิญผูเรียนมาทํา
ความเขา ใจเปน รายบคุ คลหรอื กลมุ ยอ ย เมอื่ พบวา ผเู รยี นคนใดคนหนงึ่ หรอื กลมุ เลก็ ๆ มคี ณุ ลกั ษณะบางประการ
อยูในระดบั ที่ไมนาพงึ พอใจ เปนการอบรมสงั่ สอนในลักษณะกลั ยาณมติ ร แบบพอแมสอนลกู ทม่ี ีบรรยากาศของ
ความรักและหวงใย นอกจากนี้ สถานศึกษายังอาจจัดกิจกรรมเสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงคของผูเรียน
เพม่ิ เตมิ ในรปู ของกจิ กรรมพฒั นาผูเรียน หรอื เปนกิจกรรมเสริมจดุ เนนของสถานศกึ ษาก็ได เชน โครงการฟนฟู
ศีลธรรมโลกของชมรมพุทธศาสตรสากล โครงการเขาคายธรรมะ โครงการเรียนรูตามปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง เปนตน โดยที่ทุกกิจกรรมไมวาจะเปนกิจกรรมการเรียนหรือกิจกรรมเสริม จะเนนการพัฒนาและ
ตรวจสอบคุณลักษณะอันพึงประสงคทุกขอตลอดเวลา ไมไดคํานึงวาจะสอดคลองกับมาตรฐานหรือตัวชี้วัด
ในบทเรียนหรือไม ทั้งนี้ สถานศึกษาอาจมีเปา หมายวา ผเู รยี นรอ ยละ ๙๐ ขน้ึ ไป จะตอ งมีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
อยใู นระดบั “ดี” เปนอยางนอ ย

การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคจะแยกจากการประเมินของกลุมสาระการเรียนรู โดย
ดําเนินการดงั น้ี

๑. คณะกรรมการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคของสถานศึกษาทําความเขาใจ
กับคณะครูผูสอนทุกกลุมสาระการเรียนรู/รายวิชา ครูท่ีปรึกษา ครูผูดูแลกิจกรรมพัฒนาผูเรียนถึงนโยบาย
ของสถานศึกษา ในการพัฒนาคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคของผูเรยี น โดยขอใหครทู ี่ปรึกษา ครูประจาํ สาระวิชา
ครูผูรับผิดชอบโครงการตาง ๆ ไดใหความสนใจรวมกันพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงคของผูเรียนทุกขอ
และรว มกาํ หนดตวั ชวี้ ดั หรอื พฤตกิ รรมบง ชห้ี รอื พฤตกิ รรมทแี่ สดงออกของแตล ะคณุ ลกั ษณะตามทค่ี ณะกรรมการ
พัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคของสถานศึกษาไดวิเคราะหไว ใหเหมาะสมกับธรรมชาติ
ของวยั และวุฒภิ าวะของผูเรยี น

๒. กาํ หนดเกณฑแ ละคาํ อธบิ ายระดบั คณุ ภาพ ใหส อดคลอ งกบั เกณฑก ารประเมนิ ทห่ี ลกั สตู รแกนกลาง
การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ กาํ หนด

๓. กําหนดวิธีการและเครอ่ื งมอื การประเมินใหเหมาะสมกบั ตวั ชว้ี ัด

58 แนวปฏิบัตกิ ารวัดและประเมินผลการเรียนรู
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p58 6/10/2558 9:21:40

๔. ดาํ เนนิ การประเมนิ ผเู รียนอยางตอเนอื่ งและรายงานผลการประเมินเปนระยะ ๆ
๕. กาํ หนดระดบั ของพฤติกรรมบงช้ีวา พฤติกรรมผเู รยี นอยูใ นระดบั “เสย่ี ง” กลา วคือ การพัฒนา
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคของผเู รียนดว ยวิธธี รรมดา อาจจะไมสามารถทําใหผ ูเ รยี นบรรลุตามเกณฑไ ด ครทู ป่ี รึกษา
หรือครูผูสอน รวมกับคณะกรรมการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคของสถานศึกษา ตองใช
กระบวนการวิจยั เขา มาชวยในการแกป ญ หา โดยอาจทาํ กรณศี ึกษา
๖. เม่ือสิ้นภาคเรียน/สิ้นป ครูผูสอนแตละคนสงผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคของ
ผเู รยี นทกุ คนทร่ี บั ผดิ ชอบใหค ณะกรรมการพฒั นาและประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข องสถานศกึ ษา โดยมี
ครวู ัดผลเปน เลขานกุ าร
๗. ครูวดั ผลดาํ เนินการประมวลผลตามเกณฑท ส่ี ถานศึกษากําหนด
๘. เสนอผบู ริหารสถานศกึ ษาเพอ่ื พิจารณาอนุมัติ

ตัวอยางรูปแบบที่ ๒ กลุมสาระการเรียนรูและผูที่รับผิดชอบเลือกพัฒนาและประเมินเฉพาะ
คณุ ลักษณะที่เหมาะสม

รูปแบบที่ ๒

กระบวนการ เลอื กคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ค ูรผูสอนแ ตละก ลุมสาระ สงผลการประเ ิมน ครูวดั ผล
ปลกู ฝง ผานกลมุ สาระ ที่สอดคลองกบั กลมุ สาระการเรยี นร/ู ประมวลผล

และกจิ กรรม ตวั ช้ีวัด อนุมตั ิ

ภาษาไทย ๑ ๒ ๓๔ ๕๖ ๗๘
คณติ ศาสตร ๒ ๓๔ ๕๖ ๗๘
วทิ ยาศาสตร ๒๓๔๕๖ ๘
สงั คมศึกษาฯ ๒๓๔ ๖๗๘
สุขศกึ ษาฯ
๑ ๒ ๓๔ ๕๖ ๗๘
ศิลปะ ๒ ๓๔ ๕๖ ๗๘
การงานอาชีพฯ
ภาษาตา งประเทศ ๑ ๒ ๓๔ ๕๖ ๗๘
ชมรม/ชมุ นุม ๒๓๔ ๖ ๘
โครงการ/กิจกรรม
๑ ๒ ๓๔ ๕๖ ๗๘
๑ ๒ ๓๔ ๕๖ ๗๘

เปนรูปแบบท่ีเหมาะสมกับโรงเรียนท่ีมีความพรอมปานกลาง กลาวคือ มีจํานวนบุคลากรครูที่ครบ
ชั้นเรียน มีครูพิเศษบางแตไมมากนัก ครูคนหน่ึงอาจตองทํางานทั้งเปนผูสอนและทํางานสงเสริม รวมทั้ง

แนวปฏิบตั ิการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู 59
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p59 6/10/2558 9:21:40

รับผิดชอบกิจกรรมพัฒนาผูเรียนดวย สถานศึกษาประเภทดังกลาวสามารถเลือกใชรูปแบบการประเมิน
คุณลักษณะอันพึงประสงครูปแบบนี้ โดยการเลือกคุณลักษณะอันพึงประสงคเฉพาะขอที่มีเนื้อหาใกลเคียงกับ
มาตรฐานหรือตัวช้ีวัดในกลุมสาระนั้น ๆ ท่ีครูแตละคนรับผิดชอบ เพ่ือบูรณาการและจัดทําแผนการจัด
การเรยี นรู และแผนการพฒั นาคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคใ นขอ นน้ั ๆ ดว ยในคราวเดยี วกนั การประเมนิ คณุ ลกั ษณะ
อันพงึ ประสงคก ด็ าํ เนนิ การรว มกับการประเมินตัวช้ีวดั ในแตละกลุมสาระการเรยี นรู โดยสถานศึกษาคาดหวังวา
เมอื่ ไดด าํ เนนิ การในภาพรวมแลว การพัฒนาคณุ ลักษณะอนั พึงประสงคจ ะครบทุกขอตามท่ีสถานศึกษากาํ หนด
โดยดาํ เนินการดงั น้ี

๑. คณะกรรมการการพฒั นาและประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงคของสถานศึกษา และครูผูสอน
รวมกันวิเคราะหมาตรฐาน/ตัวช้วี ัดเนือ้ หาในกลมุ สาระการเรยี นรู และพิจารณาเลอื กคุณลักษณะอันพึงประสงค
ที่สอดคลองกับธรรมชาติวิชาท่ีครูแตละคนรับผิดชอบ รวมท้ังสอดคลองกับวัตถุประสงคของกิจกรรมพัฒนา
ผูเรียนดวย

๒. ครูผูสอนนําคุณลักษณะอันพึงประสงคท่ีคัดเลือกไวไปบูรณาการกับตัวช้ีวัดของกลุมสาระ
การเรียนรู ดําเนนิ การพฒั นาและประเมนิ รว มกนั

๓. ครผู ูส อนสง ผลการประเมินใหค รูวดั ผล เพ่อื สรปุ ผลการประเมนิ ตามเกณฑท ี่สถานศึกษากาํ หนด
และนําเสนอผูบริหารเพ่ือพิจารณาอนมุ ตั ติ อ ไป

ตวั อยา งรปู แบบท่ี ๓ ครปู ระจาํ ชน้ั หรอื ครปู ระจาํ วชิ าพฒั นาและประเมนิ หรอื รว มพฒั นาและประเมนิ

รูปแบบท่ี ๓

กระบวนการ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
ปลูกฝงผานกลมุ สาระ ๑ ๒ ๓๔ ๕๖ ๗ ๘

และกิจกรรม ครปู ระจาํ ช้นั หรอื ค ูรประ ํจาชั้นส ุรประดับ ุคณภาพตามสภาพจ ิรง

ภาษาไทย ครปู ระจําวชิ า
คณติ ศาสตร
วทิ ยาศาสตร ประเมินหรือ D D อนมุ ตั ิ
สังคมศกึ ษาฯ รว มประเมินนักเรียนทุกคน
สุขศกึ ษาฯ
ทกุ คณุ ลักษณะ
ศลิ ปะ
การงานอาชพี ฯ ครูผรู ับผิดชอบ
ภาษาตา งประเทศ พัฒนาและประเมิน
ชมรม/ชุมนุม
โครงการ/กิจกรรม

60 แนวปฏิบตั กิ ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p60 6/10/2558 9:21:41

รูปแบบท่ี ๓ เปนรปู แบบทีเ่ หมาะสําหรบั โรงเรยี นขนาดเลก็ ท่ีมีครูไมค รบชัน้ หรอื ครบชนั้ พอดี แตครู
คนหน่งึ ตองทาํ งานหลายหนา ที่ อีกท้ังความพรอมของทรัพยากรดา นอ่ืน ๆ มนี อ ย ดงั น้ัน การดําเนนิ การพัฒนา
และประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคของผูเรียน ควรเปดโอกาสใหชุมชน อันไดแก พอแม ผูปกครอง
ผูนําชุมชน ปราชญชาวบาน เขามามีสวนรวมในการประเมินดวย ซึ่งจะทําใหผลการประเมินมีความเท่ียงตรง
มากข้ึน

การพฒั นาและการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคต ามรปู แบบน้ี ครปู ระจาํ ชนั้ และครปู ระจาํ วชิ า
รว มกันพัฒนาและประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงคของผเู รียนทุกคน ทกุ ขอ โดยดําเนนิ การดงั นี้

๑. ครูประจําช้ันและ/หรือครูประจําวิชา ซ่ึงรับผิดชอบการสอนมากกวาหนึ่งช้ันหรือหนึ่งกลุมสาระ
บูรณาการทุกกลุมสาระและคุณลักษณะอันพึงประสงคเขาดวยกัน รวมกันพัฒนาและประเมิน โดยอาจใช
การสังเกตพฤตกิ รรมตามสภาพจรงิ เปดโอกาสใหช ุมชน ไดแก พอ แม ผปู กครอง ผนู ําชมุ ชน ปราชญชาวบา น
รวมประเมินดวย ท้ังนี้ กรณีท่ีมีผูเรียนบางคนไมผานการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคขอใด ครูรวมกับ
ชุมชนดําเนินการพัฒนาจนกระทั่งทั้งสองฝายมีความเห็นตรงกันวาผูเรียนมีคุณสมบัติตามเกณฑแลว จึงใหผาน
การประเมนิ

๒. ครปู ระจาํ ชน้ั และ/หรอื ครปู ระจาํ วชิ ารว มกนั สรปุ ผลการประเมนิ ตามเกณฑท สี่ ถานศกึ ษากาํ หนด
และนําเสนอผูบ ริหารสถานศึกษาเพอ่ื อนมุ ัติ

การออกแบบการวดั และประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
เมอ่ื ทาํ ความเขา ใจเกย่ี วกบั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค เครอ่ื งมอื ทจ่ี ะใชใ นการวดั และประเมนิ และวธิ ี
การหาคณุ ภาพของเครอื่ งมอื แลว ครผู สู อนสามารถออกแบบการวดั และประเมนิ ผลคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคใ น
ช้นั เรยี นไดด ังนี้
๑. กําหนดคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค/ตัวช้ีวดั /พฤตกิ รรมบง ช้ที จ่ี ะประเมนิ
๒. วเิ คราะหพฤติกรรมสําคัญจากพฤตกิ รรมบงชท้ี จี่ ะประเมิน
๓. เลือกใชว ิธกี าร เครอ่ื งมอื ใหเหมาะสมกับคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคท จ่ี ะประเมนิ
๔. กําหนดเกณฑก ารใหค ะแนน (Scoring Rubrics)
ดงั ตัวอยา งการออกแบบการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคดา นมวี นิ ัยในตารางท่ี ๓.๑

แนวปฏบิ ัติการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู 61
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p61 6/10/2558 9:21:41

0675_57.indd p62 62 ตารางท่ี ๓.๑ แสดงตัวอยา งการออกแบบการวัดและประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
ขอ ๓ มีวนิ ยั
แนวปฏิบัตกิ ารวัดและประเมินผลการเรียนรู ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน (ม.๑-ม.๓)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
ตัวชี้วดั พฤตกิ รรมบงช้ี พฤตกิ รรมสาํ คัญ วธิ ีการ/เครือ่ งมอื ประเมิน เกณฑก ารใหค ะแนน

ผา น (๑) ดี (๒) ดเี ยยี่ ม (๓)

๓.๑ ปฏบิ ตั ิตาม ๓.๑.๑ ปฏิบตั ติ ามขอตกลง - ชว ยทํางานบา น - แบบมาตรประมาณคา ปฏิบตั ติ ามขอตกลง ปฏิบตั ติ ามขอตกลง ปฏิบัติตามขอตกลง
กฎเกณฑ ระเบยี บ - แตงกายถกู ระเบียบ หรอื กฎเกณฑ ระเบียบ กฎเกณฑ ระเบียบ กฎเกณฑ ระเบยี บ
ขอตกลง ขอ บังคับของครอบครวั - เคารพกฎจราจร - แบบตรวจรายการ ขอบงั คับของครอบครวั ขอบังคับของครอบครัว ขอบังคบั ของครอบครัว

กฎเกณฑ - ไมหยบิ ของของผูอน่ื หรือ และโรงเรียน ตรงตอ เวลา และโรงเรยี น ตรงตอเวลา โรงเรยี น และสังคม
- โดยไมข ออนญุ าต - แบบสาํ รวจ ในการปฏิบัตกิ จิ กรรม ในการปฏิบตั ิกจิ กรรม ไมละเมิดสทิ ธิของผูอนื่
ระเบียบ โรงเรยี น และสงั คม - สง งานตามกาํ หนด ตาง ๆ ในชีวิตประจําวนั ตาง ๆ ในชีวติ ประจาํ วนั ตรงตอเวลาในการปฏิบตั ิ
ขอ บังคับ ไมล ะเมดิ สิทธิของผูอ่ืน เขา รว มกจิ กรรมตาม พฤตกิ รรม หรอื
ของครอบครวั ๓.๑.๒ ตรงตอเวลาในการปฏิบัติ เวลา - แบบวดั สถานการณ และรบั ผดิ ชอบในการ กจิ กรรมตา ง ๆ ในชวี ติ
โรงเรียน กิจกรรมตา ง ๆ ในชวี ิต ทํางาน ประจาํ วัน และรับผิดชอบ
และสังคม ประจําวนั และ
ในการทํางาน

รบั ผดิ ชอบในการ

ทํางาน

6/10/2558 9:21:41

การสรา งเครือ่ งมือประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
เครื่องมือวัดและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคท่ีนิยมใชในสถานศึกษา เนื่องจากใชงาย
และสะดวก ไดแก แบบสังเกต แบบสัมภาษณ แบบตรวจสอบรายการ แบบมาตรประมาณคา แบบวัด
สถานการณ แบบบันทึกพฤติกรรม และแบบรายงานตนเอง ครูผูสอนควรใชเคร่ืองมือและวิธีการ ตลอดจน
แหลงขอมูลและผูประเมินที่หลากหลาย เพ่ือใหขอมูลท่ีไดนาเช่ือถือ และเลือกเคร่ืองมือที่เหมาะสมกับ
พฤตกิ รรมบงช้ี
การสรางเคร่ืองมือประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค ควรคํานึงถึงการเขียนขอความหรือรายการ
ทีจ่ ะวดั วามีความชัดเจน และเปน พฤตกิ รรม/รายการทค่ี รอบคลุมตวั ช้ีวดั โดยพิจารณาพฤติกรรมบงช้ที ่ีกาํ หนด
ไวแลวในคุณลักษณะอันพึงประสงค ถาเปนขอความท่ีแสดงพฤติกรรมสําคัญและยังไมสามารถประเมินได
ครูผูสอนตองวิเคราะหเปนพฤติกรรมสําคัญยอย ๆ เชน คุณลักษณะการมีวินัย พฤติกรรมบงช้ีมี ๑ ขอ คือ
ปฏิบัติตามขอตกลง กฎเกณฑ ระเบยี บ ขอบังคบั ของครอบครัว โรงเรยี นและสงั คม
เม่ือพิจารณาจากตัวบงชี้จะพบวา บางพฤติกรรมไมสามารถดูรายละเอียดและประเมินได ดังนั้น
จาํ เปน ตองวิเคราะหพฤติกรรมดังกลา วใหเปนพฤตกิ รรมทส่ี ังเกตและวัดได ดงั นี้
๑) จัดเกบ็ สง่ิ ของเปนทีเ่ ปน ทาง
๒) แตง กายถูกตอ งตามระเบยี บของโรงเรยี น
๓) มีมารยาทในการเขา ประชุม
๔) เขาแถวซอ้ื อาหารตามลําดบั
๕) ท้ิงขยะในท่ีท่ีจดั เตรียมไว
๖) ทาํ กิจวัตรของตนตามเวลา
๗) ไปโรงเรียนทันเวลา
๘) เมื่อถึงชัว่ โมงเรียน เขาเรียนตามเวลา
๙) ทํางานเสร็จตามเวลาท่ีกาํ หนด
๑๐) เขารว มกจิ กรรมตามเวลาท่ีนัดหมาย
เมอ่ื กาํ หนดขอ ความหรอื รายการทจ่ี ะวดั แลว กส็ ามารถนาํ ไปไวใ นเครอ่ื งมอื ประเมนิ ได ดงั ตารางที่ ๓.๒
แสดงตัวอยางแบบสํารวจรายการพฤติกรรมของนักเรียนเพื่อประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค ตารางที่ ๓.๓
แสดงตัวอยางแบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมเพ่ือประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค และตารางที่ ๓.๔
แสดงตัวอยา งแบบมาตรประมาณคา เพ่ือประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค ตอไปน้ี

แนวปฏิบตั กิ ารวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู 63
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p63 6/10/2558 9:21:41

ตารางท่ี ๓.๒ แสดงตัวอยางแบบสํารวจรายการพฤติกรรมของนักเรียนเพ่ือประเมินคุณลักษณะ
อันพงึ ประสงค

ขอ ๓ มีวนิ ัย

ชอ่ื -สกุล...................................................................ชัน้ .............ภาคเรยี นที.่ ...........ปการศึกษา.......................

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค ขอ ๓ มวี นิ ยั

คําชี้แจง ใหก าเครอื่ งหมาย 3 ที่ตรงกับพฤตกิ รรมนักเรยี น

.......................๑. จัดเกบ็ สิ่งของเปนท่ีเปน ทาง
.......................๒. แตง กายถูกตอ งตามระเบยี บของโรงเรยี น
.......................๓. มมี ารยาทในการเขาประชุม
.......................๔. เขาแถวซ้อื อาหารตามลําดบั
.......................๕. ทิง้ ขยะในที่ทจ่ี ดั เตรียมไว
.......................๖. ทํากิจวตั รของตนตามเวลา
.......................๗. ไปโรงเรียนทันเวลา
.......................๘. เมือ่ ถงึ ชั่วโมงเรียนเขาเรยี นตามเวลา
.......................๙. ทํางานเสรจ็ ตามเวลาทีก่ ําหนด
.......................๑๐. เขารว มกจิ กรรมตามเวลาที่นดั หมาย

ลงชอื่ ......................................................ผูประเมนิ
(.....................................................)

สถานภาพของผปู ระเมนิ ตนเอง เพอ่ื น พอแม/ผูปกครอง

ครู

เกณฑก ารประเมนิ แสดงพฤตกิ รรม ๙ - ๑๐ พฤตกิ รรม หมายถงึ ดีเยยี่ ม (๓)

แสดงพฤติกรรม ๗ - ๘ พฤติกรรม หมายถงึ ดี (๒)

แสดงพฤตกิ รรม ๕ - ๖ พฤตกิ รรม หมายถงึ ผาน (๑)

แสดงพฤติกรรม ๑ - ๔ พฤตกิ รรม หมายถงึ ไมผ า น (๐)

สรุปผลการประเมิน ผาน มพี ฤติกรรม ๕ - ๑๐ ขอ

ไมผาน มีพฤติกรรมนอยกวา ๕ ขอ

64 แนวปฏบิ ัตกิ ารวัดและประเมินผลการเรียนรู
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p64 6/10/2558 9:21:41

ตารางที่ ๓.๓ แสดงตัวอยางแบบบนั ทึกการสังเกตพฤติกรรมเพอื่ ประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค

ขอ ๓ มีวนิ ยั

ชอื่ -สกุล...................................................................ชั้น.............ภาคเรียนที่............ปก ารศกึ ษา........................
คําชี้แจง ใหพิจารณาพฤตกิ รรมตอไปนี้ แลว ทําเครอ่ื งหมาย 3 ในแตล ะคร้ังเมือ่ นกั เรียนแสดงพฤติกรรม

รายการพฤตกิ รรม ๑ ๒ ๓ ครั้งท่สี ังเกต ๘ ๙ ๑๐ รวม
๑. จัดเก็บสงิ่ ของเปนท่เี ปนทาง ๔๕๖๗

๒. แตง กายถูกตองตามระเบียบของโรงเรียน

๓. มีมารยาทในการเขา ประชมุ

๔. เขา แถวซอ้ื อาหารตามลาํ ดบั

๕. ทิ้งขยะในท่ีที่จดั เตรยี มไว

๖. ทํากิจวัตรของตนตามเวลา

๗. ไปโรงเรียนทันเวลา

๘. เม่ือถงึ ชว่ั โมงเรยี นเขา เรียนตามเวลา

๙. ทํางานเสรจ็ ตามเวลาทก่ี าํ หนด

๑๐. เขารว มกิจกรรมตามเวลาทนี่ ดั หมาย

รวมทง้ั หมด

ลงช่ือ......................................................ผปู ระเมิน
(.....................................................)

สถานภาพของผูป ระเมิน ตนเอง เพอื่ น พอแม/ผปู กครอง

ครู
เกณฑการประเมิน แสดงพฤตกิ รรม ๙ - ๑๐ คร้งั หมายถึง ดีเย่ียม (๓)

แสดงพฤตกิ รรม ๗ - ๘ ครัง้ หมายถึง ดี (๒)
แสดงพฤติกรรม ๕ - ๖ ครัง้ หมายถึง ผา น (๑)
แสดงพฤติกรรม ต่ํากวา ๕ คร้ัง หมายถึง ไมผ า น (๐)
สรปุ ผลการประเมิน หาคาเฉลย่ี รวมของพฤติกรรมท่ีแสดงและเทยี บกับเกณฑการประเมนิ

แนวปฏิบัติการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู 65
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p65 6/10/2558 9:21:42

ตารางท่ี ๓.๔ แสดงตัวอยา งแบบมาตรประมาณคาเพอ่ื ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค

ขอ ๓ มวี นิ ัย

ชื่อ-สกุล......................................................................ชนั้ .............ภาคเรยี นที่............ปการศกึ ษา........................
คําชีแ้ จง ใหพ ิจารณาพฤตกิ รรมตอ ไปน้ี แลว ใหระดับคะแนนทต่ี รงกบั การปฏบิ ตั ิของนกั เรียนตามความเปน จรงิ

ระดบั คะแนน ๓ หมายถงึ ปฏิบตั เิ ปนประจํา
๒ หมายถงึ ปฏบิ ัตเิ ปนบางครัง้
๑ หมายถึง ปฏบิ ตั ินอย
๐ หมายถึง มพี ฤตกิ รรมไมชัดเจน หรอื ไมมหี ลกั ฐานทีน่ าเช่อื ถอื

รายการพฤติกรรม คะแนน
๓๒๑๐
๑. จัดเกบ็ ส่งิ ของเปน ทเ่ี ปนทาง
๒. แตง กายถูกตองตามระเบียบของโรงเรียน
๓. มีมารยาทในการเขาประชมุ
๔. เขา แถวซื้ออาหารตามลําดับ
๕. ทงิ้ ขยะในท่ที จี่ ัดเตรียมไว
๖. ทํากิจวตั รของตนตามเวลา
๗. ไปโรงเรยี นทันเวลา
๘. เมอ่ื ถึงช่วั โมงเรยี นเขา เรียนตามเวลา
๙. ทํางานเสรจ็ ตามเวลาทีก่ ําหนด
๑๐. เขา รวมกจิ กรรมตามเวลาทีน่ ดั หมาย

รวมคะแนน
คะแนนเฉลี่ย

ลงช่ือ......................................................ผูประเมิน
(.....................................................)

สถานภาพของผูประเมนิ ตนเอง เพ่อื น พอแม/ ผูป กครอง ครู

เกณฑก ารประเมิน คะแนน ๒.๕ - ๓ ระดบั คณุ ภาพ ดเี ยย่ี ม (๓)

คะแนน ๑.๕ - ๒.๔ ระดบั คณุ ภาพ ดี (๒)

คะแนน ๑ - ๑.๔ ระดบั คณุ ภาพ ผาน (๑)

คะแนน ๐ - ๐.๙ ระดับคุณภาพ ไมผาน (๐)

สรุปผลการประเมนิ ดเี ยี่ยม ดี ผาน ไมผาน

66 แนวปฏบิ ัตกิ ารวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p66 6/10/2558 9:21:42

การสรา งเกณฑก ารประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคจะตองกําหนดเกณฑการประเมินใหชัดเจนเหมาะสม
เพราะเกณฑการประเมินเปนแนวทางในการใหคะแนนท่ีประกอบดวยเกณฑดานตาง ๆ เพื่อใชประเมินคาผล
การประพฤติปฏิบัติของผูเรียน เกณฑเหลาน้ี คือส่ิงสําคัญท่ีผูเรียนควรประพฤติจนกลายเปนลักษณะนิสัย
เกณฑก ารประเมนิ มี ๒ ลกั ษณะ คือ
๑. เกณฑการประเมินแบบภาพรวม (Holistic Rubrics) คือแนวทางการใหคะแนน โดยพิจารณา
จากภาพรวมการปฏิบตั ิ โดยจะมคี าํ อธิบายลกั ษณะของการปฏิบตั ิในแตล ะระดบั ไวอ ยางชดั เจน เชน มวี นิ ยั

ระดับ ๓ ปฏิบัติตามขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบังคับของครอบครัวและโรงเรียน
ปฏิบตั ิกจิ กรรม หรือทํางานทีไ่ ดรับมอบหมายเสร็จทันเวลาไดดว ยตนเอง

ระดับ ๒ ปฏิบัติตามขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบังคับของครอบครัวและโรงเรียน
โดยตอ งมีการเตอื นเปนบางครั้ง

ระดบั ๑ ปฏิบัติตามขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบังคับของครอบครัวและโรงเรียน
โดยตองมกี ารเตอื นเปนสว นใหญ

๒. เกณฑการประเมินแบบแยกประเด็น (Analytic Rubrics) คือแนวทางการใหคะแนน
โดยพจิ ารณาแตล ะสว นของการปฏบิ ตั ิ ซงึ่ แตล ะสว นจะตอ งกาํ หนดคาํ อธบิ ายลกั ษณะของการปฏบิ ตั ใิ นสว นนน้ั ๆ
ไวอยา งชัดเจน เชน มีวนิ ยั

รายการประเมิน ๑ คะแนน ๓
๒ ปฏิบตั ิตามขอ ตกลง กฎเกณฑ
ปฏบิ ตั ติ ามขอ ตกลง ปฏิบัตติ ามขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบขอบังคบั ของครอบครัว
กฎเกณฑ ระเบียบ ระเบยี บ ขอ บังคบั ของครอบครัว ปฏบิ ัตติ ามขอตกลง กฎเกณฑ และโรงเรยี น โดยไมม ีการเตอื น
ขอบงั คบั ของครอบครัว และโรงเรยี น โดยมีการเตือน ระเบยี บขอบงั คับของครอบครวั
และโรงเรยี น เปนสว นใหญ และโรงเรียน โดยมีการเตือน
บางคร้งั

การตรงตอ เวลา ปฏบิ ัติกิจกรรมหรอื ทํางานท่ไี ดร บั ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมหรือทาํ งานทีไ่ ดรับ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมหรอื ทาํ งานทไี่ ดรบั
มอบหมายเสรจ็ ทนั เวลาไดดว ยตนเอง มอบหมายเสร็จทันเวลาไดดว ยตนเอง มอบหมายเสรจ็ ทนั เวลาไดดว ยตนเอง
โดยตอ งมีการเตอื นเปนสวนใหญ โดยมกี ารเตือนเปนบางครง้ั

สรุปผลการประเมนิ ๕ - ๖ คะแนน หมายถึง ดีเย่ยี ม
๓ - ๔ คะแนน หมายถึง ดี
๑ - ๒ คะแนน หมายถึง ผา น

การสรุปผลการประเมนิ
การวัดและประเมินผลดานคุณลักษณะอันพึงประสงคนั้น มีความละเอียดออน เพราะเปนเร่ือง
ของการพัฒนาคุณลักษณะท่ีตองการปลูกฝงใหเกิดในตัวผูเรียน การวัดและประเมินผลจึงตองคํานึงถึงผลที่

แนวปฏบิ ัติการวัดและประเมินผลการเรยี นรู 67
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p67 6/10/2558 9:21:42

เกิดขึ้นในตัวผูเรียนเม่ือไดรับการพัฒนาเปนระยะ หรือเม่ือส้ินปการศึกษา ดังน้ัน เพื่อใหมีแนวทางการสรุปผล
การประเมนิ ทช่ี ดั เจน เปน ธรรมสาํ หรบั ผเู รยี น จงึ ขอเสนอแนวทางการกาํ หนดเกณฑพ จิ ารณาสรปุ ผลการประเมนิ
ในแตละขนั้ ตอน ดังน้ี

๑. เกณฑพ จิ ารณาสรปุ ผลการประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคแ ตล ะคุณลกั ษณะ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคข อที่ ๑ รกั ชาติ ศาสน กษัตริย

ตวั ชีว้ ัด ๑.๑ เปนพลเมืองดีของชาติ
๑.๒ ธาํ รงไวซง่ึ ความเปนชาตไิ ทย
๑.๓ ศรัทธา ยึดม่ันและปฏิบัติตนตามหลักศาสนา
๑.๔ เคารพเทิดทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย

ระดับ เกณฑก ารพิจารณา
ดเี ยย่ี ม (๓) ๑. ไดผ ลการประเมนิ ระดบั ดเี ยยี่ ม จาํ นวน ๓ - ๔ ตวั ชี้วัด และไมมตี ัวชวี้ ดั ใดไดผลการประเมิน

ดี (๒) ตํ่ากวา ระดบั ดี
๑. ไดผ ลการประเมนิ ระดับดเี ย่ยี ม จํานวน ๑ - ๒ ตวั ชวี้ ดั และไมมตี ัวชี้วดั ใดไดผลการประเมิน
ผาน (๑)
ไมผาน (๐) ตํ่ากวาระดบั ดี หรอื
๒. ไดผลการประเมินระดับดที ุกตวั ชวี้ ดั หรือ
๓. ไดผลการประเมินตง้ั แตร ะดับดขี ึน้ ไป จาํ นวน ๓ ตัวชีว้ ดั และระดบั ผา น จํานวน ๑ ตัวชี้วดั
๑. ไดผ ลการประเมนิ ระดับผา น ทุกตัวชีว้ ดั หรอื
๒. ไดผ ลการประเมนิ ตัง้ แตร ะดบั ดขี นึ้ ไป จํานวน ๑ - ๒ ตัวช้วี ดั และตวั ช้ีวัดท่เี หลอื

ไดผลการประเมินระดับผา น
ไดผลการประเมนิ ระดบั ไมผาน ตัง้ แต ๑ ตวั ช้ีวัดขึ้นไป

คุณลกั ษณะอันพึงประสงคขอท่ี ๒ ซ่ือสตั ยส ุจริต
ตัวชี้วดั ๒.๑ ประพฤติตรงตามความเปน จริงตอตนเองท้ังทางกาย วาจา ใจ
๒.๒ ประพฤติตรงตามความเปน จรงิ ตอผูอ่ืนท้งั ทางกาย วาจา ใจ

ระดบั เกณฑการพิจารณา
ดีเยี่ยม (๓) ๑. ไดผ ลการประเมนิ ระดับดีเยย่ี มทกุ ตวั ชวี้ ัด
๑. ไดผลการประเมินระดบั ดีเยย่ี ม จาํ นวน ๑ ตวั ช้ีวัด และระดบั ดี จาํ นวน ๑ ตัวช้วี ัด หรอื
ดี (๒) ๒. ไดผ ลการประเมินระดบั ดที กุ ตวั ช้ีวัด
๑. ไดผลการประเมนิ ระดับผานทกุ ตัวช้วี ัด หรอื
ผาน (๑) ๒. ไดผลการประเมินต้ังแตร ะดับดีขน้ึ ไป จาํ นวน ๑ ตัวชี้วดั และระดับผาน จํานวน ๑ ตัวช้วี ัด
ไมผาน (๐) ไดผลการประเมนิ ระดบั ไมผ าน ต้งั แต ๑ ตัวชว้ี ดั ขึน้ ไป

68 แนวปฏบิ ตั ิการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p68 6/10/2558 9:21:42

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคขอ ที่ ๓ มีวนิ ยั
ตวั ชวี้ ัด ๓.๑ ปฏบิ ตั ิตามขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบขอ บงั คบั ของครอบครวั โรงเรยี น และสังคม

ระดบั เกณฑการพจิ ารณา

ดีเยย่ี ม (๓) ไดผลการประเมินตวั ชี้วดั ระดบั ดีเยี่ยม
ดี (๒) ไดผ ลการประเมนิ ตัวชี้วดั ระดับดี
ผา น (๑) ไดผลการประเมินตวั ชวี้ ดั ระดับผาน
ไดผ ลการประเมนิ ตัวชี้วดั ระดบั ไมผาน
ไมผ า น (๐)

คุณลกั ษณะอันพึงประสงคข อ ที่ ๔ ใฝเ รยี นรู
ตัวชี้วัด ๔.๑ ตงั้ ใจ เพียรพยายามในการเรยี นและเขา รวมกจิ กรรม
๔.๒ แสวงหาความรจู ากแหลง เรยี นรตู า ง ๆ ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี นดว ยการเลอื ก
ใชส่ืออยา งเหมาะสม บันทกึ ความรู วิเคราะห สรปุ เปน องคค วามรู สามารถนาํ ไปใช
ในชวี ติ ประจาํ วนั ได

ระดบั เกณฑการพิจารณา

ดเี ยยี่ ม (๓) ๑. ไดผ ลการประเมินระดบั ดีเยี่ยมทกุ ตัวช้ีวดั

ดี (๒) ๑. ไดผ ลการประเมินระดบั ดเี ยย่ี ม จาํ นวน ๑ ตวั ชว้ี ัด และระดบั ดี จํานวน ๑ ตัวชวี้ ัด หรือ
๒. ไดผ ลการประเมนิ ระดบั ดีทุกตัวชวี้ ัด

ผา น (๑) ๑. ไดผลการประเมนิ ระดับผา นทกุ ตวั ช้วี ดั หรอื
ไมผาน (๐) ๒. ไดผ ลการประเมินตงั้ แตระดับดีข้นึ ไป จาํ นวน ๑ ตัวช้วี ัด และระดับผา น จาํ นวน ๑ ตัวชี้วดั
ไดผ ลการประเมนิ ระดบั ไมผ าน ตง้ั แต ๑ ตวั ชี้วดั ข้ึนไป

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคข อ ที่ ๕ อยูอยา งพอเพยี ง
ตวั ชี้วัด ๕.๑ ดาํ เนินชีวิตอยา งพอประมาณ มีเหตผุ ล รอบคอบ มีคุณธรรม
๕.๒ มภี ูมคิ มุ กนั ในตัวทดี่ ี ปรับตวั เพอ่ื อยใู นสงั คมไดอ ยา งมคี วามสขุ

ระดับ เกณฑก ารพิจารณา
ดีเยยี่ ม (๓)
๑. ไดผลการประเมนิ ระดบั ดีเยีย่ มทกุ ตวั ชวี้ ัด
ดี (๒) ๑. ไดผลการประเมินระดับดีเย่ยี ม จาํ นวน ๑ ตวั ช้ีวดั และระดบั ดี จํานวน ๑ ตัวชว้ี ดั หรอื
๒. ไดผลการประเมินระดับดีทุกตัวช้วี ดั
ผา น (๑) ๑. ไดผลการประเมินระดับผานทุกตวั ช้วี ัด หรือ
ไมผ าน (๐) ๒. ไดผลการประเมินตงั้ แตระดับดขี น้ึ ไป จํานวน ๑ ตัวชีว้ ัด และระดบั ผา น จํานวน ๑ ตัวช้ีวดั
ไดผ ลการประเมนิ ระดับไมผาน ตัง้ แต ๑ ตัวชีว้ ดั ขึ้นไป

แนวปฏบิ ัตกิ ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู 69
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p69 6/10/2558 9:21:42

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคข อท่ี ๖ มุงมัน่ ในการทาํ งาน
ตวั ชีว้ ดั ๖.๑ ตง้ั ใจและรบั ผิดชอบในหนา ทกี่ ารงาน
๖.๒ ทาํ งานดว ยความเพียรพยายาม และอดทนเพ่ือใหงานสาํ เรจ็ ตามเปาหมาย

ระดับ เกณฑก ารพิจารณา
ดเี ยีย่ ม (๓)
๑. ไดผ ลการประเมินระดบั ดเี ย่ยี มทุกตัวชว้ี ัด
ดี (๒) ๑. ไดผ ลการประเมนิ ระดบั ดีเย่ยี ม จาํ นวน ๑ ตัวชีว้ ัด และระดบั ดี จํานวน ๑ ตัวช้วี ัด หรือ
๒. ไดผลการประเมนิ ระดับดีทุกตัวชวี้ ดั
ผา น (๑) ๑. ไดผลการประเมินระดับผา นทกุ ตวั ชี้วัด หรอื
ไมผ า น (๐) ๒. ไดผลการประเมินต้ังแตร ะดับดขี ้ึนไป จํานวน ๑ ตัวชว้ี ัด และระดบั ผาน จํานวน ๑ ตวั ช้วี ัด
ไดผ ลการประเมนิ ระดบั ไมผ าน ตัง้ แต ๑ ตัวช้ีวัดขึน้ ไป

คุณลักษณะอันพงึ ประสงคขอ ที่ ๗ รักความเปน ไทย
ตวั ชีว้ ัด ๗.๑ ภาคภมู ใิ จในขนบธรรมเนยี มประเพณี ศลิ ปะ วฒั นธรรมไทย และมคี วามกตญั กู ตเวที
๗.๒ เหน็ คุณคา และใชภาษาไทยในการสือ่ สารไดอ ยางถกู ตองเหมาะสม
๗.๓ อนุรักษแ ละสืบทอดภมู ปิ ญ ญาไทย

ระดบั เกณฑก ารพจิ ารณา
ดเี ยย่ี ม (๓)
๑. ไดผลการประเมนิ ระดบั ดีเยย่ี ม จํานวน ๒ - ๓ ตวั ชวี้ ดั และไมม ตี วั ชี้วดั ใดไดผ ลการประเมนิ
ดี (๒) ตาํ่ กวาระดบั ดี

ผาน (๑) ๑. ไดผลการประเมนิ ระดับดเี ยีย่ ม จาํ นวน ๑ ตวั ชีว้ ดั และระดับดี จาํ นวน ๒ ตัวชี้วดั หรือ
ไมผา น (๐) ๒. ไดผ ลการประเมนิ ระดับดที กุ ตวั ชวี้ ดั หรือ
๓. ไดผ ลการประเมินตง้ั แตระดบั ดีขึ้นไป จาํ นวน ๒ ตวั ช้วี ัด และระดับผาน จาํ นวน ๑ ตวั ชี้วดั
๑. ไดผ ลการประเมินระดบั ผานทกุ ตัวช้วี ัด หรือ
๒. ไดผลการประเมนิ ตั้งแตร ะดับดขี ึน้ ไป จํานวน ๑ ตัวชีว้ ัด และระดบั ผา น จาํ นวน ๒ ตัวชีว้ ัด
ไดผลการประเมินระดบั ไมผา น ตัง้ แต ๑ ตวั ชีว้ ัดข้นึ ไป

70 แนวปฏบิ ัตกิ ารวัดและประเมินผลการเรียนรู
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p70 6/10/2558 9:21:42

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคขอที่ ๘ มจี ติ สาธารณะ
ตัวช้ีวดั ๘.๑ ชว ยเหลือผูอื่นดวยความเตม็ ใจและพึงพอใจ
๘.๒ เขา รว มกจิ กรรมทเี่ ปน ประโยชนต อโรงเรยี น ชมุ ชน และสังคม

ระดบั เกณฑก ารพิจารณา
ดีเยี่ยม (๓)
๑. ไดผลการประเมนิ ระดับดเี ยี่ยมทุกตวั ชวี้ ดั
ดี (๒) ๑. ไดผลการประเมนิ ระดับดีเย่ียม จาํ นวน ๑ ตวั ช้วี ดั และระดบั ดี จาํ นวน ๑ ตัวชว้ี ัด หรอื
๒. ไดผ ลการประเมินระดบั ดีทุกตวั ชว้ี ัด
ผาน (๑) ๑. ไดผลการประเมินระดบั ผานทกุ ตัวชวี้ ัด หรอื
ไมผา น (๐) ๒. ไดผ ลการประเมนิ ต้ังแตระดบั ดีขน้ึ ไป จาํ นวน ๑ ตวั ช้วี ดั และระดับผา น จาํ นวน ๑ ตัวช้วี ัด
ไดผลการประเมนิ ระดบั ไมผ า น ตงั้ แต ๑ ตวั ชวี้ ดั ขน้ึ ไป

๒. เกณฑพ จิ ารณาสรปุ ผลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ ตล ะคณุ ลกั ษณะของผเู รยี น
จากคณะกรรมการ

ระดบั เกณฑก ารพจิ ารณา
ดีเย่ยี ม (๓)
ไดผลการประเมินระดบั ดเี ยีย่ มมากกวา หรอื เทา กบั รอ ยละ ๖๐ ของจํานวนผูประเมนิ และ
ดี (๒) ไมม ผี ลการประเมินตํ่ากวาระดบั ดี
๑. ไดผ ลการประเมนิ ระดบั ดเี ย่ยี มนอยกวา รอยละ ๖๐ ของจาํ นวนผปู ระเมิน และ
ผา น (๑)
ไมผา น (๐) ไมม ผี ลการประเมินตา่ํ กวา ระดบั ดี หรอื
๒. ไดผ ลการประเมนิ ระดบั ดีขน้ึ ไปมากกวา หรือเทา กับรอ ยละ ๖๐ ของจาํ นวนผูป ระเมนิ และ

มผี ลการประเมนิ สว นที่เหลืออยูใ นระดับผาน
๑. ไดผลการประเมนิ ระดบั ผานมากกวารอยละ ๖๐ ของจํานวนผปู ระเมนิ และไมมีผลการประเมิน

ต่าํ กวาระดับผาน
มผี ลการประเมินระดบั ไมผ า น จากผปู ระเมนิ ตง้ั แต ๑ คนขึน้ ไป

แนวปฏิบตั กิ ารวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู 71
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p71 6/10/2558 9:21:42

๓. เกณฑพ จิ ารณาสรปุ ผลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค รายป/ รายภาค ของผเู รยี น
รายบุคคล

ระดับ เกณฑการพจิ ารณา
ดีเย่ยี ม (๓)
๑. ไดผลการประเมินระดบั ดเี ย่ียม จาํ นวน ๕ - ๘ คุณลักษณะ และไมม คี ุณลักษณะใด
ดี (๒) ไดผลการประเมนิ ตาํ่ กวา ระดับดี

ผา น (๑) ๑. ไดผลการประเมินระดับดเี ย่ียม จํานวน ๑ - ๔ คณุ ลกั ษณะ และไมม คี ุณลกั ษณะใด
ไมผา น (๐) ไดผลการประเมนิ ตาํ่ กวา ระดบั ดี หรอื

๒. ไดผลการประเมินระดับดี ท้ัง ๘ คณุ ลกั ษณะ หรือ
๓. ไดผลการประเมนิ ตงั้ แตระดบั ดขี ึ้นไป จาํ นวน ๕ - ๗ คุณลกั ษณะ และมบี างคุณลกั ษณะ

ไดผ ลการประเมินระดบั ผา น
๑. ไดผ ลการประเมินระดบั ผา น ทงั้ ๘ คณุ ลกั ษณะ หรอื
๒. ไดผ ลการประเมนิ ต้งั แตระดับดีขนึ้ ไป จาํ นวน ๑ - ๔ คุณลักษณะ และคณุ ลักษณะทีเ่ หลอื

ไดผลการประเมนิ ระดบั ผา น
ไดผลการประเมนิ ระดบั ไมผ าน ต้ังแต ๑ คณุ ลกั ษณะขีน้ ไป

๔. เกณฑพ จิ ารณาสรปุ ผลการประเมนิ รวมทกุ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ ตล ะระดบั การศกึ ษา

ระดับ เกณฑก ารพิจารณา
ดเี ยย่ี ม (๓)
๑. ไดผ ลการประเมินระดับดีเยี่ยม จาํ นวน ๕ - ๘ คณุ ลกั ษณะ และไมม คี ุณลักษณะใด
ดี (๒) ไดผ ลการประเมนิ ตํ่ากวาระดบั ดี

ผา น (๑) ๑. ไดผลการประเมนิ ระดบั ดเี ยย่ี ม จํานวน ๑ - ๔ คุณลกั ษณะ และไมมคี ุณลกั ษณะใด
ไมผาน (๐) ไดผ ลการประเมนิ ตํ่ากวา ระดับดี หรือ

๒. ไดผลการประเมินระดับดี ทง้ั ๘ คณุ ลักษณะ หรอื
๓. ไดผ ลการประเมนิ ตง้ั แตร ะดับดีข้ึนไป จํานวน ๕ - ๗ คณุ ลกั ษณะ และมบี างคุณลักษณะ

ไดผลการประเมินระดบั ผา น
๑. ไดผลการประเมินระดบั ผาน ทง้ั ๘ คณุ ลักษณะ หรือ
๒. ไดผลการประเมนิ ต้ังแตร ะดับดขี ้นึ ไป จาํ นวน ๑ - ๔ คณุ ลกั ษณะ และคุณลักษณะที่เหลอื

ไดผ ลการประเมนิ ระดับผา น
ไดผลการประเมินระดับไมผา น ต้ังแต ๑ คุณลักษณะข้นึ ไป

72 แนวปฏิบตั กิ ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p72 6/10/2558 9:21:42

กรณที ผ่ี เู รยี นไมผ า นเกณฑค ณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ใหผ ทู ร่ี บั ผดิ ชอบดาํ เนนิ การปรบั ปรงุ พฒั นา
และประเมินตามเกณฑท ่ีสถานศกึ ษากาํ หนด

การรายงานผล
การรายงานมงุ เนน ใหเ หน็ พฒั นาการของผเู รยี นเปน รายคณุ ลกั ษณะ ในการนไี้ ดจ ดั ทาํ เอกสารแนวทาง
การพัฒนา การวัดและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ขน้ึ ซง่ึ สถานศึกษาสามารถใชศ ึกษาและอางอิง เอกสารดงั กลา วไดนาํ เสนอแบบการบนั ทึก
การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงคไวหลายรูปแบบท่ีเนนดูพัฒนาการความกาวหนา ในท่ีนี้จักไดนําเสนอ
ตัวอยา งแบบรายงานผลการประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค ซง่ึ มวี ธิ ีการดําเนินการ ดงั น้ี
๑. นําผลการประเมินที่สรุปจากคณะกรรมการประเมินมาบันทึกลงในแตละภาคเรียนของแตละ
ปก ารศกึ ษา
๒. ในชอ งสรุปของแตละปก ารศึกษา ใหน ําผลการประเมนิ ที่แสดงพฒั นาการสุดทา ยนน่ั คอื ผลจาก
ภาคเรยี นที่ ๒ บนั ทึกลงในชอ งสรปุ ของปก ารศึกษานนั้ ๆ
๓. เม่ือเสร็จส้ินการบันทึกในแตละปการศึกษา ใหนําผลในชองสรุปไปบันทึกลงในแบบบันทึก
การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค (แบบที่ ๓.๑ - ๓.๓) ของแตละระดับช้ัน คือ ระดับประถมศึกษา
มธั ยมศกึ ษาตอนตน และมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
๔. การพจิ ารณาตดั สนิ ผลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค (แบบท่ี ๓.๑ - ๓.๓) ของแตล ะระดบั
การศกึ ษา เชน ระดบั ประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนตน ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย มีแนวดาํ เนินการ
ดังน้ี

๔.๑ คณะกรรมการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคพิจารณาผลการตัดสินในแตละชั้นป
ถาผลการประเมินในปสุดทายไดระดับใดใหถือวาผูเรียนไดคุณลักษณะอันพึงประสงคระดับนั้น เชน เด็กชายดี
มคี ณุ ธรรม ไดร ับการประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคของชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ ไดระดับดีเย่ียม การสรุปผล
ในระดับประถมศึกษาถอื วา ไดร ะดับดเี ยีย่ ม

๔.๒ ถามีกรณีท่ีผลการประเมินในปกอน ๆ ไดระดับดี หรือดีเยี่ยม แตปสุดทายของระดับ
การศกึ ษาไดร ะดบั ผา น/หรอื ไมผ า น ใหค ณะกรรมการประเมนิ คณุ ลกั ษณะใชด ลุ ยพนิ จิ อยา งรอบคอบและเปน ไป
ตามสภาพจริง โดยนําขอมูลจากประวัติทผี่ านมาประกอบการพจิ ารณาวาจะใหระดบั ใด

๕. นําผลการประเมนิ ปส ุดทายของแตล ะระดับการศกึ ษาไปบันทกึ ลงใน ปพ.๑

แนวปฏบิ ัติการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู 73
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p73 6/10/2558 9:21:42

(แบบท่ี ๓.๑)

แบบบันทกึ การพัฒนาคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค

ระดบั ประถมศึกษา ปก ารศกึ ษา.................................ถงึ ปก ารศกึ ษา.................................
ชือ่ นกั เรยี น...........................................................ชน้ั ........................โรงเรยี น.................................................

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ระดบั ความกาวหนา การพัฒนาคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค สรปุ
คณุ ภาพ ระดับคุณภาพ

๑. รกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ  ๓ ( ) ดเี ยยี่ ม
๒ ( ) ดี
๑ ( ) ผา น
๐ ( ) ไมผาน
( ) ดเี ยย่ี ม
๒. ซอ่ื สัตยสจุ รติ ๓ ( ) ดี
๒ ( ) ผา น
๑ ( ) ไมผ า น

( ) ดีเยีย่ ม
๓. มีวินยั ๓ ( ) ดี
๒ ( ) ผา น
๑ ( ) ไมผา น

( ) ดีเยี่ยม
๔. ใฝเรียนรู ๓ ( ) ดี
๒ ( ) ผาน
๑ ( ) ไมผา น
๐ ( ) ดีเย่ียม
( ) ดี
๕. อยอู ยางพอเพยี ง ๓ ( ) ผาน
๖. มุง ม่นั ในการทาํ งาน ๒ ( ) ไมผ าน
๗. รกั ความเปนไทย ๑ ( ) ดเี ยย่ี ม
๐ ( ) ดี
๓ ( ) ผา น
๒ ( ) ไมผา น
๑ ( ) ดเี ยย่ี ม
๐ ( ) ดี
๓ ( ) ผาน
๒ ( ) ไมผา น
๑ ( ) ดเี ยีย่ ม
๐ ( ) ดี
( ) ผาน
๘. มีจติ สาธารณะ ๓ ( ) ไมผ าน




ภาคเรยี นที่ ๑๒ ๑๒ ๑๒ ๑๒ ๑๒ ๑๒
( ) ดีเย่ยี ม ( ) ดเี ย่ยี ม ( ) ดเี ยี่ยม ( ) ดเี ยี่ยม ( ) ดีเย่ียม
สรุปผลการประเมนิ รายป ( ) ดีเย่ียม ( ) ดี ( ) ดี ( ) ดี ( ) ดี ( ) ดี
( ) ดี ( ) ผาน ( ) ผาน ( ) ผาน ( ) ผา น ( ) ผา น
( ) ผา น ( ) ไมผาน ( ) ไมผ า น ( ) ไมผาน ( ) ไมผ า น ( ) ไมผาน
( ) ไมผา น
๒ ๓ ๔ ๕ ๖
ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๑

สรุปผลการประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค ระดบั ประถมศึกษา

( ) ดเี ยย่ี ม ( ) ดี ( ) ผา น ( ) ไมผา น

(ลงชื่อ) ................................................................กรรมการผูประเมิน
(..............................................................)

74 แนวปฏิบตั กิ ารวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p74 6/10/2558 9:21:42

แบบบนั ทึกการพฒั นาคุณลักษณะอันพงึ ประสงค (แบบที่ ๓.๒)

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน ปก ารศึกษา.................................ถึง ปก ารศึกษา................................. สรปุ
ช่ือนกั เรยี น...........................................................ชน้ั ........................โรงเรยี น................................................. ระดบั คณุ ภาพ
( ) ดีเย่ียม
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค ระดับ ความกาวหนาการพฒั นาคุณลกั ษณะอันพึงประสงค ( ) ดี
คณุ ภาพ ๒ ๑๒๑ ( ) ผา น
( ) ไมผ าน
๑. รักชาติ ศาสน กษัตริย ๓ ( ) ดีเยย่ี ม
๒ ( ) ดี
๑ ( ) ผาน
๐ ( ) ไมผ าน
( ) ดีเยยี่ ม
๒. ซอ่ื สตั ยส ุจรติ ๓ ( ) ดี
๒ ( ) ผาน
๑ ( ) ไมผา น
๐ ( ) ดเี ยยี่ ม
( ) ดี
๓. มีวินัย ๓ ( ) ผา น
๒ ( ) ไมผาน
๑ ( ) ดเี ยยี่ ม
๐ ( ) ดี
( ) ผา น
๔. ใฝเ รยี นรู ๓ ( ) ไมผาน
๒ ( ) ดีเยีย่ ม
๑ ( ) ดี
๐ ( ) ผา น
( ) ไมผ าน
๕. อยูอ ยา งพอเพยี ง ๓ ( ) ดีเยี่ยม
๖. มงุ มนั่ ในการทํางาน ๒ ( ) ดี
๗. รักความเปนไทย ๑ ( ) ผา น
๐ ( ) ไมผา น
๓ ( ) ดีเยี่ยม
๒ ( ) ดี
๑ ( ) ผา น
๐ ( ) ไมผ าน





๘. มีจติ สาธารณะ ๓




ภาคเรยี นท่ี ๑ ๒

สรุปผลการประเมนิ รายป ( ) ดีเยยี่ ม ( ) ดี ( ) ดเี ยี่ยม ( ) ดี ( ) ดเี ยีย่ ม ( ) ดี
ชน้ั ( ) ผาน ( ) ไมผ าน ( ) ผา น ( ) ไมผาน ( ) ผา น ( ) ไมผ า น

มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๑ มัธยมศึกษาปท่ี ๒ มัธยมศกึ ษาปท ่ี ๓

สรุปผลการประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงค ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน

( ) ดีเยี่ยม ( ) ดี ( ) ผาน ( ) ไมผา น

(ลงชอื่ ) ................................................................กรรมการผูประเมิน
(..............................................................)

แนวปฏิบตั ิการวดั และประเมินผลการเรียนรู 75
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p75 6/10/2558 9:21:43

แบบบันทึกการพัฒนาคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค (แบบท่ี ๓.๓)

ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ปการศกึ ษา.................................ถึง ปการศกึ ษา................................. สรุป
ช่ือนกั เรียน...........................................................ช้ัน........................โรงเรียน................................................. ระดับคณุ ภาพ
( ) ดเี ยยี่ ม
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค ระดบั ความกาวหนาการพฒั นาคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค ( ) ดี
คณุ ภาพ ๒ ๑๒๑ ( ) ผาน
( ) ไมผ า น
๑. รกั ชาติ ศาสน กษัตรยิ  ๓ ( ) ดีเยย่ี ม
๒ ( ) ดี
๑ ( ) ผาน
๐ ( ) ไมผาน
( ) ดเี ยย่ี ม
๒. ซือ่ สัตยสุจริต ๓ ( ) ดี
๒ ( ) ผาน
๑ ( ) ไมผ า น
๐ ( ) ดเี ยี่ยม
( ) ดี
๓. มีวินัย ๓ ( ) ผา น
๒ ( ) ไมผา น
๑ ( ) ดีเยยี่ ม
๐ ( ) ดี
( ) ผา น
๔. ใฝเรียนรู ๓ ( ) ไมผาน
๒ ( ) ดเี ยย่ี ม
๑ ( ) ดี
๐ ( ) ผาน
( ) ไมผ า น
๕. อยอู ยางพอเพยี ง ๓ ( ) ดีเยยี่ ม
๖. มงุ มัน่ ในการทํางาน ๒ ( ) ดี
๗. รกั ความเปน ไทย ๑ ( ) ผา น
๐ ( ) ไมผ า น
๓ ( ) ดเี ย่ียม
๒ ( ) ดี
๑ ( ) ผา น
๐ ( ) ไมผ าน





๘. มีจติ สาธารณะ ๓




ภาคเรียนท่ี ๑ ๒

สรุปผลการประเมนิ รายป ( ) ดเี ยย่ี ม ( ) ดี ( ) ดเี ยีย่ ม ( ) ดี ( ) ดเี ย่ียม ( ) ดี
ชน้ั ( ) ผา น ( ) ไมผาน ( ) ผา น ( ) ไมผาน ( ) ผา น ( ) ไมผาน

มัธยมศกึ ษาปท ่ี ๔ มัธยมศกึ ษาปท่ี ๕ มัธยมศกึ ษาปท่ี ๖

สรปุ ผลการประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

( ) ดเี ยย่ี ม ( ) ดี ( ) ผา น ( ) ไมผ าน

–– (ลงช่อื ) ................................................................กรรมการผูประเมิน
(..............................................................)

76 แนวปฏบิ ตั กิ ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p76 6/10/2558 9:21:43

การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผูเรียน
นิยาม
กิจกรรมพัฒนาผูเรียน เปนกิจกรรมที่สถานศึกษาตองจัดใหผูเรียนทุกระดับช้ัน เพ่ือสงเสริมพัฒนา
ความสามารถของตนเองตามความถนัด ความสนใจ ใหเต็มศักยภาพ โดยมุงเนนการพัฒนาองครวมของ
ความเปน มนษุ ยท ง้ั ดา นรา งกาย สตปิ ญ ญา อารมณ และสงั คม สรา งเยาวชนของชาตใิ หเ ปน ผมู ศี ลี ธรรมจรยิ ธรรม
มีระเบียบวนิ ยั ปลกู ฝง และสรางจิตสํานกึ ของการทาํ ประโยชนเพื่อสังคม และสามารถบริหารจดั การตนเองได
แนวการจัดกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น
สถานศึกษาควรดาํ เนินการในการจดั กจิ กรรมพฒั นาผูเ รียน ดังนี้
๑. กําหนดวัตถุประสงคของการจัดกิจกรรม โดยมุงเนนใหผูเรียนไดพัฒนาตนเองตามศักยภาพ
ความถนดั ความสนใจ วุฒภิ าวะของผูเรยี น สอดคลอ งกบั ลักษณะของกจิ กรรมนัน้ ๆ
๒. กําหนดเวลาใหสอดคลองกับโครงสรางของหลักสูตรสถานศึกษาและเหมาะสมกับลักษณะของ
กิจกรรม ท้ังนี้ เวลาเรียนสําหรับกิจกรรมพัฒนาผูเรียนท่ีกําหนดไวในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ในระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๑ ถึงมธั ยมศึกษาปท่ี ๓ ปละ ๑๒๐ ชวั่ โมง และช้นั มัธยมศึกษา
ปท่ี ๔ - ๖ จํานวน ๓๖๐ ชว่ั โมง เปน เวลาสาํ หรบั ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรยี น และกิจกรรมเพอ่ื
สังคมและสาธารณประโยชน
๓. ออกแบบแผนการดําเนนิ กจิ กรรมใหส อดคลอ งกบั วัตถปุ ระสงค
๔. จัดกิจกรรมการพัฒนาใหสอดคลองกับวัตถุประสงคอยางหลากหลาย นาสนใจ โดยเนนเวลา
การเขารวมกิจกรรม พฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิ และผลงาน/ชิน้ งาน
สถานศึกษาตองสงเสริมการพัฒนาความสามารถของผูเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ดว ยกจิ กรรม ๓ ลักษณะ ดงั น้ี
๑. กิจกรรมแนะแนว เปนกิจกรรมที่สงเสริมและพัฒนาผูเรียนใหรูจักตนเอง รูรักษสิ่งแวดลอม
สามารถคิดตัดสินใจ คิดแกปญ หา กําหนดเปาหมาย วางแผนชวี ิตท้ังดานการเรียนและอาชีพ สามารถปรับตน
ไดอ ยางเหมาะสม นอกจากนีย้ งั ชวยใหค รูรจู กั และเขาใจผูเรียน ท้งั ยังเปน กจิ กรรมที่ชว ยเหลอื และใหค าํ ปรึกษา
แกผูปกครองในการมีสวนรวมพัฒนาผูเรียน เชน กิจกรรมการรูจัก เขาใจ และเห็นคุณคาในตนเองและผูอ่ืน
กจิ กรรมการปรบั ตวั และดาํ รงชวี ติ กจิ กรรมแสวงหาและใชข อ มลู สารสนเทศ กจิ กรรมการตดั สนิ ใจและแกป ญ หา
เปน ตน
๒. กิจกรรมนักเรียน เปนกิจกรรมท่ีมุงพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเปนผูนําผูตามท่ีดี
ความรับผิดชอบ การทํางานรวมกนั การรจู กั แกป ญหา การตดั สนิ ใจทเี่ หมาะสม ความมีเหตุผล การชวยเหลอื
แบงปนกัน เอื้ออาทรและสมานฉันท โดยจัดใหสอดคลองกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของ
ผเู รยี น ใหผ เู รียนไดปฏิบัติดวยตนเองในทกุ ขัน้ ตอน ไดแก การศึกษาวิเคราะห วางแผน ปฏิบัตติ ามแผน ประเมนิ
และปรบั ปรงุ การทาํ งาน เนน การทาํ งานรว มกนั เปน กลมุ ตามความเหมาะสม และสอดคลอ งกบั วฒุ ภิ าวะของผเู รยี น
บริบทของสถานศกึ ษาและทอ งถิ่น กิจกรรมนกั เรยี น ประกอบดวย

แนวปฏิบัตกิ ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู 77
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p77 6/10/2558 9:21:43

๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผูบําเพ็ญประโยชน และนักศึกษาวิชาทหาร
เปนกิจกรรมที่มุงพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเปนผูนําผูตามที่ดี ความรับผิดชอบ การทํางานรวมกัน
การรูจักแกปญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล การชวยเหลือแบงปนกัน การประนีประนอม
เพ่ือสงเสริมใหผูเรียนเจริญเติบโตเปนผูใหญที่มีความสมบูรณพรอมท้ังดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม
และสตปิ ญญา เปนตน

๒.๒ กิจกรรมชุมนุม ชมรม เปนกิจกรรมท่ีสงเสริมและพัฒนาผูเรียนใหสอดคลองกับ
ความสามารถ ความถนดั และความสนใจ โดยเนน ใหผ เู รยี นปฏบิ ตั ดิ ว ยตนเอง ตง้ั แตก ารศกึ ษาวเิ คราะห วางแผน
ปฏบิ ตั ิตามแผน ประเมินและปรับปรงุ การทํางาน เนน การทาํ งานรวมกันเปนกลุม กิจกรรมสําคัญในการพัฒนา
ไดแ ก ชมุ นมุ หรอื ชมรมตา ง ๆ ทส่ี ถานศกึ ษากาํ หนดขน้ึ ตามความเหมาะสมและสอดคลอ งกบั วฒุ ภิ าวะของผเู รยี น
และบริบทของสถานศึกษาและทอ งถิ่น

๓. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน เปนกิจกรรมที่สงเสริมใหผูเรียนบําเพ็ญตนใหเปน
ประโยชนตอสังคม ชุมชน และทองถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความรับผิดชอบ
ความดงี าม ความเสยี สละตอ สังคม มจี ิตสาธารณะ เชน กจิ กรรมอาสาพฒั นาตา ง ๆ กจิ กรรมสรา งสรรคสงั คม
เปน ตน

การจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน สามารถนําไปสอดแทรกหรือบูรณาการ
ในกลุมสาระการเรียนรู กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผูบําเพ็ญประโยชน และนักศึกษาวิชาทหาร
ไดตามความเหมาะสม ทั้งน้ี การทํากิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน ใหผูเรียนรายงานแสดงการ
เขา รว มกิจกรรมและมีผรู ับรองผลการเขา รว มกจิ กรรมดว ย โดยสถานศึกษาจัดเวลาเรียนใหผูเรียน ดังนี้

ระดบั ประถมศกึ ษาปท่ี ๑ - ๖ รวม ๖ ป จาํ นวน ๖๐ ชว่ั โมง
ระดับมัธยมศกึ ษาปท ี่ ๑ - ๓ รวม ๓ ป จาํ นวน ๔๕ ช่วั โมง
ระดบั มัธยมศึกษาปท ่ี ๔ - ๖ รวม ๓ ป จาํ นวน ๖๐ ชั่วโมง

ตัวอยา ง รูปแบบการจัดกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน

รปู แบบท่ี ๑ จดั ทาํ โครงการทใี่ หผ ูเ รยี นเขารว มกิจกรรมนอกเหนอื จากการเรยี นปกติ
ซ่งึ เปน กิจกรรมทอ่ี ยใู นลักษณะเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน

รปู แบบท่ี ๒ จัดทาํ เปนกจิ กรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณี วฒั นธรรม วนั สาํ คัญ
ทางราชการหรือกิจกรรมทีน่ าํ นักเรยี นออกทําประโยชนร ว มกบั ชุมชน
หนวยงานราชการ หรอื องคกรอื่น ๆ

รูปแบบที่ ๓ จัดใหผ เู รียนทาํ กิจกรรมตามความตองการ โดยมคี รูเปน ทีป่ รกึ ษา
กิจกรรม เชน รวมกลุมอนุรกั ษศ ลิ ปวฒั นธรรม พัฒนาชุมชน/ทองถน่ิ
เปน ตน

78 แนวปฏิบตั ิการวัดและประเมินผลการเรียนรู
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p78 6/10/2558 9:21:43

สถานศึกษาสามารถเลือกจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนตามรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
หรือรปู แบบอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

แผนภูมกิ ารประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู รียน
การประเมินผลการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียน เปนเง่ือนไขสําคัญประการหนึ่งสําหรับการเลื่อนชั้น
และการจบระดบั การศกึ ษา ผเู รยี นตอ งมเี วลาเขา รว มและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมพฒั นาผเู รยี น ตลอดจนผา นการประเมนิ
ตามเกณฑท่ีสถานศึกษากําหนด โดยแนวทางการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนมีรายละเอียด ดังแผนภาพ
ที่ ๓.๔

กจิ กรรมแนะแนว

เวลาการเขา รวมกจิ กรรม กิจกรรมพัฒนาผเู รยี น กจิ กรรมนักเรียน
การปฏบิ ตั กิ ิจกรรม เกณฑก ารประเมนิ ลกู เสือ/เนตรนารี/ ชุมนมุ
ผลงาน/ชนิ้ งาน ผูบาํ เพ็ญฯ/รด. ชมรม

กจิ กรรมเพ่ือสังคมและ
สาธารณประโยชน

ไมเปน ไปตามเกณฑ ประเมนิ ตามเกณฑ

ไมผ า น ผา น

ซอมเสริม สง ผลการประเมนิ

แผนภาพท่ี ๓.๔ แสดงขัน้ ตอนการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผูเรียน

แนวดําเนินการประเมินกจิ กรรมพฒั นาผูเ รียน
หลักการประเมนิ
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู รียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
เปนกระบวนการประเมินจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผูเรียนดวยวิธีการที่หลากหลาย และ
ประเมนิ ตามสภาพจริง โดย

แนวปฏิบัติการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู 79
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p79 6/10/2558 9:21:44

- ใหผ เู รยี นไดค น หาศกั ยภาพของตนเอง การทาํ งานกลมุ ทกั ษะการอยรู ว มกนั และการมจี ติ สาธารณะ
- ทุกฝายมสี ว นรวมในการประเมิน เชน ครู ผูปกครอง เพื่อนนักเรียน
- สถานศกึ ษามกี ารประเมนิ ผลเปนระยะ ๆ เพอื่ รวบรวมขอมูลและพฒั นาอยา งตอเน่ือง
แนวทางการประเมิน
สถานศึกษาควรมีแนวทางในการดาํ เนินการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผูเ รียนท่ชี ัดเจน
๑. การประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู รียนรายกิจกรรม มีแนวปฏิบตั ิ ดังนี้

๑.๑ ตรวจสอบเวลาเขา รว มกิจกรรมของผูเ รียนใหเปน ไปตามเกณฑทสี่ ถานศกึ ษากําหนด
๑.๒ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ช้ินงานของผูเรียน
ตามเกณฑท ี่สถานศกึ ษากาํ หนดดวยวธิ ีการท่ีหลากหลาย และใชการประเมนิ ตามสภาพจริง
๑.๓ ผูเรียนท่ีมีเวลาการเขารวมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ช้ินงานของผูเรียน
ตามเกณฑท ่ีสถานศกึ ษากาํ หนด เปนผูผานการประเมนิ รายกจิ กรรมและนาํ ผลการประเมนิ ไปบนั ทึกในระเบยี น
แสดงผลการเรียน
๑.๔ ผเู รยี นทมี่ ผี ลการประเมนิ ไมผ า นตามเกณฑเ วลาการเขา รว มกจิ กรรม หรอื เกณฑก ารปฏบิ ตั ิ
กิจกรรมและผลงาน/ช้ินงานของผูเรียนหรือทั้งสองเกณฑ ถือวาไมผานการประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผูเรียน
ผูสอนตองดําเนินการซอมเสริมและประเมินจนผาน ท้ังนี้ ควรดําเนินการใหเสร็จส้ินในปการศึกษาน้ัน ยกเวน
มเี หตุสดุ วสิ ยั ใหอ ยูในดุลยพินจิ ของสถานศึกษา
๒. การประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผเู รียนเพื่อการตดั สิน
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียน เปนการประเมินการผานกิจกรรมพัฒนาผูเรียนเปนรายป/
รายภาค เพื่อสรุปผลการผานในแตละกิจกรรม สรุปผลรวมเพื่อเลื่อนชั้นและประมวลผลรวมในปสุดทาย
เพอื่ การจบแตล ะระดบั การศึกษา โดยการดาํ เนินการดงั กลาวมีแนวปฏิบตั ิ ดังน้ี
๒.๑ กําหนดใหมีผูรับผิดชอบในการรวบรวมขอมูลเก่ียวกับการรวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียนของ
ผูเรียนทกุ คนตลอดระดับการศึกษา
๒.๒ ผูรับผิดชอบสรุปและตัดสินผลการรวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียนของผูเรียนเปนรายบุคคล
ตามเกณฑท ส่ี ถานศกึ ษากาํ หนด เกณฑก ารจบแตล ะระดบั การศกึ ษาทสี่ ถานศกึ ษากาํ หนดนน้ั ผเู รยี นจะตอ งผา น
กิจกรรม ๓ กจิ กรรมสาํ คัญ ดงั น้ี

๑) กิจกรรมแนะแนว
๒) กิจกรรมนกั เรียน ไดแก (๑) กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผบู ําเพญ็ ประโยชน
และนกั ศึกษาวชิ าทหาร (๒) กจิ กรรมชมุ นุม ชมรม
๓) กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน
๒.๓ นาํ เสนอผลการประเมนิ ตอ คณะอนกุ รรมการกลมุ สาระการเรยี นรแู ละกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น
เพอื่ ใหค วามเหน็ ชอบ
๒.๔ เสนอผบู รหิ ารสถานศกึ ษา พจิ ารณาอนมุ ตั ผิ ลการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี นผา นเกณฑ
การจบแตละระดบั การศึกษา

80 แนวปฏบิ ัตกิ ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p80 6/10/2558 9:21:44

เกณฑการตดั สนิ
ผูเรียนจะตองไดรับการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนและผานเกณฑตามท่ีสถานศึกษากําหนด
โดยกําหนดเกณฑใ นการประเมนิ อยา งเหมาะสม ดังนี้
๑. กําหนดคุณภาพหรือเกณฑในการประเมินตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน กําหนด
ไว ๒ ระดบั คือ ผาน (ผ) และไมผ าน (มผ)
๒. กําหนดประเด็นการประเมินใหสอดคลองตามวัตถุประสงคในแตละกิจกรรมและกําหนดเกณฑ
การผานการประเมิน ดังน้ี

๒.๑ เกณฑก ารตัดสนิ ผลการประเมินรายกิจกรรม
ผา น หมายถงึ ผูเรียนมีเวลาเขารวมกิจกรรมครบตามเกณฑ ปฏิบัติกิจกรรม และ
มผี ลงาน/ชนิ้ งาน/คุณลักษณะตามเกณฑท่สี ถานศกึ ษากาํ หนด
ไมผาน หมายถงึ ผูเรียนมีเวลาเขารวมไมครบตามเกณฑ ไมผานการปฏิบัติกิจกรรม
หรอื มผี ลงานชน้ิ งาน/คณุ ลกั ษณะไมเ ปน ไปตามเกณฑท สี่ ถานศกึ ษา
กาํ หนด

๒.๒ เกณฑการตดั สินผลการประเมินกจิ กรรมพัฒนาผเู รยี นรายป/ รายภาค
ผา น หมายถึง ผเู รยี นมผี ลการประเมนิ ระดบั “ผ” ในกจิ กรรมสาํ คญั ทง้ั ๓ กจิ กรรม
คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมเพื่อสังคม
และสาธารณประโยชน
ไมผ า น หมายถึง ผูเรียนมีผลการประเมินระดับ “มผ” ในกิจกรรมสําคัญกิจกรรมใด
กิจกรรมหน่ึงจาก ๓ กิจกรรม คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรม
นักเรยี น กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน

๒.๓ เกณฑการตดั สินผลการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผเู รียนเพ่อื จบระดบั การศกึ ษา
ผาน หมายถงึ ผเู รียนมผี ลการประเมนิ ระดับ “ผ” ทุกช้นั ปใ นระดบั การศึกษานัน้
ไมผ า น หมายถงึ ผเู รยี นมผี ลการประเมนิ ระดบั “มผ” บางชน้ั ปใ นระดบั การศกึ ษานนั้

แนวทางการแกไ ขนกั เรียนกรณไี มผานเกณฑ
กรณีทผ่ี เู รียนไมผ านกจิ กรรม ใหเ ปน หนาท่ขี องครูหรอื ผูร บั ผดิ ชอบกจิ กรรมนน้ั ๆ ท่ีจะตอ งซอมเสรมิ
โดยใหผ เู รยี นดาํ เนนิ กจิ กรรมจนครบตามเวลาทข่ี าดหรอื ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมใหบ รรลตุ ามวตั ถปุ ระสงคข องกจิ กรรมนน้ั
แลว จงึ ประเมนิ ใหผ า นกจิ กรรม เพอ่ื บนั ทกึ ในระเบยี นแสดงผลการเรยี น ยกเวน มเี หตสุ ดุ วสิ ยั ใหร ายงานผบู รหิ าร
สถานศึกษาทราบ เพอ่ื ดาํ เนนิ การชวยเหลอื ผูเรียนอยางเหมาะสมเปนรายกรณีไป

แนวปฏิบตั ิการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู 81
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p81 6/10/2558 9:21:44

ขอเสนอแนะ
การประเมนิ ผลการเขา รวมกิจกรรมพัฒนาผูเรยี นนนั้ จะตองคาํ นึงถงึ สิง่ ตอไปนี้
๑. เวลาการเขา รว มกจิ กรรมของผเู รยี นตามเกณฑท ส่ี ถานศกึ ษากาํ หนด สถานศกึ ษาควรกาํ หนดเวลา
ไมนอยกวารอยละ ๘๐ ของเวลาเรียนแตละกิจกรรม สําหรับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนผูเรียน
ตองปฏิบตั ิกิจกรรมครบตามโครงสรางเวลาเรียน
๒. ผลการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ช้ินงาน/คุณลักษณะของผูเรียนใหเปนไปตามเกณฑที่
สถานศึกษากาํ หนด โดยอาจจัดใหผ ูเ รยี นแสดงผลงาน แฟม สะสมงาน หรอื จัดนิทรรศการ
๓. การจดั กิจกรรมพัฒนาผูเรียน หากสถานศกึ ษามบี ุคลากรไมเ พียงพอ หรือไมสามารถจดั กจิ กรรม
ไดอ ยางหลากหลาย สถานศึกษาอาจจัดกิจกรรมในลกั ษณะบูรณาการ หรอื สอดแทรกในกิจกรรมหรือโครงการ
ตาง ๆ เชน กิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมวันสําคัญ กิจกรรมบําเพ็ญประโยชน เปนตน ซ่ึงสถานศึกษาสามารถ
ประเมนิ ผลการเขารว มกจิ กรรมดงั กลาว และนํามาเปน สว นหน่ึงในการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผเู รียนได
๔. การจัดกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น ควรมอี งคประกอบในการดําเนินการ ดงั น้ี

๔.๑ มคี รูทีป่ รึกษา/และแผนการดําเนนิ กิจกรรม
๔.๒ มหี ลักฐาน/ภาพถา ย/แฟม สะสมงาน
๔.๓ มีผูรบั รองผลการเขา รวมกิจกรรม
๔.๔ มรี ายงานแสดงการเขา รวมกิจกรรม

82 แนวปฏบิ ตั กิ ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p82 6/10/2558 9:21:44

๔.

ภารกิจของผสู อน
ดานการวดั และประเมินผลการเรียนรู

0675_57.indd p83 6/10/2558 9:21:44

กระบวนทัศนใหมในการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

บรรยากาศในชัน้ เรยี น : แนวคดิ ท่ตี อ งเปลี่ยนแปลง
หากประสงคใ หผเู รียนเกิดการเรียนรทู ค่ี งทน เรยี นรดู ว ยความเขาใจอยางถองแท สามารถอธิบาย

ตีความ นําความรูไปใชได มีมุมมองที่ถูกตอง มีความเขาใจผูอื่น ตลอดจนเขาใจและรูจักตัวเอง การจัด
การเรียนการสอน การวดั และประเมินผลจะตองมีการเปลี่ยนแปลง ซง่ึ จะสาํ เร็จไดบ รรยากาศในชนั้ เรียน
จะตองเปลยี่ นแปลงจาก

หองเรยี นท่ียดึ การเปรยี บเทียบ หองเรยี นท่ีมกี ารเรยี นรูเปน หวั ใจ
ผลการเรียนเปนหลัก โดยเปา หมาย โดยเปาหมายหลกั ของการวดั
ของการวัดและประเมินผล คือ และประเมนิ ผล คอื การปรับปรงุ
การสอบใหค ะแนน คณุ ภาพการสอนและการเรียนรู

การสรา งบรรยากาศหอ งเรยี นทม่ี กี ารเรยี นรเู ปน หวั ใจ และมกี ารวดั และประเมนิ ผลเพอื่ การปรบั ปรงุ
คุณภาพการสอนและการเรียนรูเปนเปาหมายหลัก ตองมกี ารปรบั เปล่ยี นแนวคิดสาํ คัญ ดงั น้ี

๑. มีความเชื่อมั่นวาผูเรียนทุกคนสามารถเรียนรูและบรรลุผลสําเร็จตามเปาหมายที่หลักสูตร
กําหนดได ผูเ รยี นทง้ั ท่มี ผี ลการเรียนดีและผลการเรยี นออนไดรบั ความเอาใจใสเ ทา เทยี มกัน

๒. ยดึ หลกั การเรยี นรูที่เนนผูเรียนเปน สาํ คญั ผเู รยี นเปนผขู บั เคลอื่ นการเรียนรูและไดแ สดงออก
ถึงความรับผิดชอบตอความสําเร็จในการเรียนรูของตนและเพ่ือนรวมหอง มิใชผูสอนเปนผูขับเคลื่อน
การสอนโดยไมแนใ จวาผเู รียนเกิดการเรียนรหู รือไม

๓. การสอบและการใหคะแนนเปนเพียงแนวปฏิบัติหนึ่งของการวัดและประเมินผลการเรียนรู
ในช้ันเรียน ผูสอนและผูเรียนตองมีแนวคิดรวมกันวา การวัดและประเมินผลเปนเคร่ืองมือในการคนหา
หลกั ฐานรอ งรอยของการเรยี นรู โดยมีเปา หมายเพอ่ื เปนขอมูลในการปรบั ปรงุ พัฒนาการเรยี นรู มากกวา
การเปน เครอื่ งมอื เพอ่ื จดั ลาํ ดับและเปรยี บเทยี บผูเรียน

84 แนวปฏบิ ัตกิ ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p84 6/10/2558 9:21:45

h ความหมายและความสําคญั ของการวดั และประเมินผลการเรยี นรใู นช้ันเรยี น

การวัดและประเมินผลการเรียนรูตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
กาํ หนดระดบั ของการดาํ เนนิ งานไวเ ปน ๔ ระดบั คอื การวดั และประเมนิ ระดบั ชน้ั เรยี น การวดั และประเมนิ ระดบั
สถานศกึ ษา การวดั และประเมนิ ระดบั เขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษา การวดั และประเมนิ ระดบั ชาติ ระดบั ทม่ี คี วามเกยี่ วขอ ง
กบั ผสู อนมากท่ีสดุ และเปน หวั ใจของการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรผู เู รยี น คือ การวัดและประเมินผลระดับ
ชัน้ เรียน

คาํ ศพั ทท ี่ใชในการวดั และประเมินผลการเรียนรใู นช้นั เรียนมีความหมายแตกตา งกัน แตบ างคนนํามา
ใชในความหมายเดยี วกนั ดังนั้น เพ่อื ใหเกดิ ความเขาใจท่ตี รงกันจึงใหน ิยามคําศัพทตาง ๆ ไวด งั นี้

การวดั (Measurement) หมายถงึ การกาํ หนดตวั เลขใหกบั วัตถุ สง่ิ ของ เหตุการณ ปรากฏการณ
หรอื พฤตกิ รรมตา ง ๆ ของผเู รยี น การจะไดมาซงึ่ ตวั เลขน้นั อาจตองใชเครอื่ งมือวัด เพอ่ื ใหไ ดตัวเลขท่สี ามารถ
แทนคุณลักษณะตาง ๆ ที่ตองการวัด เชน ไมบรรทัดวัดความกวางของหนังสือได ๓.๕ น้ิว ใชเครื่องชั่งวัด
นํ้าหนักของเน้ือหมูได ๐.๕ กิโลกรัม ใชแบบทดสอบวัดความรอบรูในวิชาภาษาไทยของเด็กชายแดงได ๔๒
คะแนน เปน ตน

การประเมิน (Assessment) หมายถึง กระบวนการเก็บขอมูล ตคี วาม บนั ทึก และใชข อมูลเกีย่ วกบั
คําตอบของผูเรียน ท่ีทําในภาระงาน/ชิ้นงาน วาผูเรียนรูอะไร สามารถทําอะไรได และจะทําตอไปอยางไร
ดว ยวิธีการและเครอื่ งมอื ทหี่ ลากหลาย

การประเมนิ คา /การตดั สนิ (Evaluation)หมายถงึ การนาํ เอาขอ มลู ตา งๆทไ่ี ดจ ากการวดั หลายๆอยา ง
มาเปนขอมูลในการตัดสินผลการเรียน โดยการเปรียบเทียบกับเกณฑ (Criteria) ท่ีสถานศึกษากําหนด
เพอ่ื ประเมนิ การเรยี นรขู องผเู รยี นวา ผเู รยี นมคี วามเกง หรอื ออ นเพยี งใด บรรลเุ ปา หมายทต่ี อ งการมากนอ ยเพยี งใด
ซง่ึ คอื การสรปุ ผลการเรยี นน่ันเอง

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรใู นช้นั เรยี น (Classroom Assessment) หมายถึง กระบวนการ
เก็บรวบรวม วิเคราะห ตีความ บันทึกขอมูลที่ไดจากการวัดและประเมินท้ังท่ีเปนทางการและไมเปนทางการ
โดยการดาํ เนนิ การดงั กลา วเกดิ ขน้ึ ตลอดระยะเวลาของการจดั การเรยี นการสอน นบั ตง้ั แตก อ นการเรยี นการสอน
ระหวา งการเรยี นการสอน และหลงั การเรียนการสอน โดยใชเครื่องมือทีห่ ลากหลาย เหมาะสมกบั วัยของผเู รียน
มีความสอดคลองและเหมาะสมกับพฤติกรรมที่ตองการวัด นําผลท่ีไดมาตีคาเปรียบเทียบกับเกณฑที่กําหนด
ในตัวช้ีวัดของมาตรฐานสาระการเรียนรูของหลักสูตร ขอมูลท่ีไดนี้นําไปใชในการใหขอมูลยอนกลับเก่ียวกับ
ความกา วหนา จดุ เดน จดุ ทตี่ อ งปรบั ปรงุ ใหแ กผ เู รยี น การตดั สนิ ผลการเรยี นรรู วบยอดในเรอื่ ง หรอื หนว ยการเรยี นรู
หรอื ในรายวชิ า และการวางแผน ออกแบบการจดั การเรียนการสอนของครู

โดยผลท่ีไดจากการวัดและประเมินผลการเรียนรูในชั้นเรียนจะเปนขอมูลสะทอนใหผูสอนทราบถึง
ผลการจัดการเรียนการสอนของตนและพัฒนาการของผูเรียน ดังน้ัน ขอมูลที่เกิดจากการวัดและประเมินท่ีมี
คณุ ภาพเทา นน้ั จงึ จะสามารถนาํ ไปใชไ ดอ ยา งเปน ประโยชน ตรงตามเปา หมาย และคมุ คา ตอ การปฏบิ ตั งิ าน ผสู อน

แนวปฏิบัติการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู 85
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p85 6/10/2558 9:21:45

ตองดําเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรูเพ่ือใหไดขอมูลท่ีสะทอนสภาพจริง จะไดนําไปกําหนดเปาหมาย
และวธิ กี ารพฒั นาผเู รยี น ผสู อนจงึ จาํ เปน ตอ งมคี วามรคู วามเขา ใจอยา งถอ งแทใ นหลกั การ แนวคดิ วธิ ดี าํ เนนิ งาน
ในสวนตาง ๆ ที่เก่ียวของกับหลักสูตรและการจัดการเรียนรู เพื่อสามารถนําไปใชในการวางแผนและออกแบบ
การวัดและประเมินผลไดอยางมีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานการประเมินผลการเรียนรูในช้ันเรียนที่มีความถูกตอง
ยุติธรรม เชื่อถือได มีความสมบูรณ ครอบคลุมตามจุดมุงหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

หากการวัดและประเมินการเรียนรูไมมีคุณภาพ จะทําใหผูมีสวนเก่ียวของขาดขอมูลสําคัญในการ
สะทอ นผลการดาํ เนนิ การจดั การศกึ ษาทง้ั ในระดบั นโยบายและระดบั ปฏบิ ตั กิ าร ผมู สี ว นเกยี่ วขอ ง ไดแ ก ตน สงั กดั
สวนกลาง สํานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา สถานศึกษา ผปู กครอง หนวยงานท่เี กี่ยวขอ ง ขาดขอมูลสําคญั ในการ
สะทอนผลและสภาพความสําเร็จเมื่อเปรียบเทียบกับเปาหมาย สงผลใหการวางแผนกําหนดทิศทางการพัฒนา
ผเู รยี นระยะตอ ไป ไมส ามารถสรา งความมน่ั ใจไดว า จะสอดคลอ งกบั สภาพปญ หา และมคี วามเหมาะสมกบั ระดบั
ความสําเรจ็ ของการพฒั นาผูเรยี นในระยะท่ผี า นมา

h ประเภทของการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู

การทราบวาการวัดและประเมินผลการเรียนรูแบงประเภทเปนอยางไรบางจะชวยใหผูสอนออกแบบ
การวัดและประเมินผลการเรียนรูไดตรงตามวัตถุประสงค และเปนประโยชนตอการพัฒนาผูเรียนย่ิงขึ้น ในที่นี้
ไดนาํ เสนอประเภทของการวัดและประเมินผลการเรยี นรู ดังน้ี

๑. การวัดและประเมินผลการเรียนรูจําแนกตามขั้นตอนการจัดการเรียนการสอน กอนเรียน
ระหวางเรียนและหลังเรียน มี ๔ ประเภท ซึ่งมีความแตกตางกันตามบทบาท จุดมุงหมาย และวิธีการวัด
และประเมิน ดงั น้ี

๑.๑ การประเมินเพ่ือจัดวางตําแหนง (Placement Assessment) เปนการประเมินกอน
เร่มิ เรียนเพื่อตอ งการขอ มูลที่แสดงความพรอ ม ความสนใจ ระดับความรแู ละทักษะพ้นื ฐานทจ่ี ําเปนตอการเรียน
เพ่ือใหผูสอนนําไปใชกําหนดวัตถุประสงคของการเรียนรู วางแผน และออกแบบกระบวนการเรียนการสอน
ทเ่ี หมาะสมกบั ผูเ รียนทั้งรายบุคคล รายกลมุ และรายช้นั เรยี น

๑.๒ การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) เปน การเก็บขอ มลู เพ่อื คนหาวา
ผูเรียนรูอะไรมาบางเกี่ยวกับส่ิงที่จะเรียน สิ่งท่ีรูมากอนนี้ถูกตองหรือไม จึงเปนการใชในลักษณะประเมิน
กอนเรียน นอกจากนี้ยังใชเพ่ือหาสาเหตุของปญหาหรืออุปสรรคตอการเรียนรูของผูเรียนเปนรายบุคคลท่ีมักจะ
เปนเฉพาะเร่ือง เชน ปญหาการออกเสียงไมชัด แลวหาวิธีปรับปรุงเพ่ือใหผูเรียนสามารถพัฒนาและเรียนรู
ขน้ั ตอไป วธิ ีการประเมนิ ใชไ ดทั้งการสงั เกต การพดู คุย สอบถาม หรอื การใชแ บบทดสอบก็ได

๑.๓ การประเมินเพ่ือการพัฒนา (Formative Assessment) เปนการประเมินเพ่ือพัฒนา
การเรียนรู (Assessment for Learning) ที่ดําเนินการอยางตอเน่ืองตลอดการเรียนการสอน โดยมิใช
ใชแตการทดสอบระหวางเรียนเปนระยะ ๆ อยางเดียว แตเปนการท่ีครูเก็บขอมูลการเรียนรูของผูเรียนอยาง

86 แนวปฏบิ ตั ิการวัดและประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p86 6/10/2558 9:21:45

ไมเ ปน ทางการดว ย ขณะทใ่ี หผ เู รยี นทาํ ภาระงานตามทกี่ าํ หนด ครสู งั เกต ซกั ถาม จดบนั ทกึ แลว วเิ คราะหข อ มลู วา
ผเู รยี นเกดิ การเรยี นรหู รอื ไม จะตองใหผูเรียนปรับปรุงอะไร หรอื ผสู อนปรับปรงุ อะไร เพอื่ ใหเ กิดความกา วหนา
ในการเรียนรตู ามมาตรฐาน/ตัวชี้วัด การประเมนิ ระหวา งเรียนดําเนินการไดหลายรูปแบบ เชน การใหข อแนะนาํ
ขอสังเกตในการนําเสนอผลงาน การพูดคุยระหวางผูสอนกับผูเรียนเปนกลุมหรือรายบุคคล การสัมภาษณ
ตลอดจนการวิเคราะหผ ลการสอบ เปนตน

๑.๔ การประเมินเพ่ือสรุปผลการเรียนรู (Summative Assessment) มักเกิดขึ้นเม่ือจบ
หนวยการเรียนรูเพื่อตรวจสอบผลการเรียนรูของผูเรียนตามตัวชี้วัด และยังใชเปนขอมูลในการเปรียบเทียบกับ
การประเมินกอนเรียน ทําใหทราบพัฒนาการของผูเรียน การประเมินสรุปผลการเรียนรูยังเปนการตรวจสอบ
ผลสัมฤทธิ์ของผูเรียนตอนปลายป/ปลายภาคอีกดวย การประเมินสรุปผลการเรียนรูใชวิธีการและเครื่องมือ
ประเมินไดอยา งหลากหลาย โดยปกตมิ กั ดาํ เนนิ การอยา งเปนทางการมากกวา การประเมนิ ระหวางเรียน

๒. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู จาํ แนกตามวตั ถปุ ระสงคของการประเมนิ ดังน้ี
๒.๑ การประเมินขณะเรียนรู (Assessment as Learning : Aal) เปนกระบวนการรวบรวม

หลักฐานขอมูลเชิงประจักษเกี่ยวกับการเรียนรูของผูเรียนขณะเรียนรู เพื่อชวยใหผูเรียนตระหนักในการเรียนรู
ของตน สามารถวางแผนการเรียนรู กํากบั การเรียนรู วินิจฉัย ประเมนิ และปรบั ปรงุ การเรียนรขู องตน การให
ผูเรียนออกแบบแผนการเรียนรู ฝกใหผูเรียนคิดทบทวนเกี่ยวกับการเรียนรูและกลยุทธในการเรียนรูจะชวยให
ผูเรยี นพฒั นาการเรยี นรขู องตนเองตลอดเวลา

๒.๒ การประเมินเพือ่ เรียนรู (Assessment for Learning : AfL) เปน กระบวนการรวบรวม
หลักฐานขอมูลเชิงประจักษตาง ๆ ตามสภาพจริงเกี่ยวกับการเรียนรูของผูเรียน เพ่ือระบุและวินิจฉัยปญหา
การเรยี นรู และใหข อ ตชิ มทมี่ คี ณุ ภาพแกผ เู รยี นเพอ่ื ปรบั ปรงุ การเรยี นรใู หด ขี นึ้ โดยใชว ธิ กี ารประเมนิ หลากหลาย
และเพ่ือใหเขาใจการเรียนรขู องผูเ รยี นในแงมมุ ตาง ๆ อยา งรอบดา น อันจะนําไปสกู ารปรบั การเรยี นและเปลยี่ น
การสอนใหม ีประสทิ ธภิ าพย่งิ ขึ้น

๒.๓ การประเมนิ ผลการเรยี นรู (Assessment of Learning : AoL) เปน กระบวนการรวบรวม
หลักฐานขอมูลเชิงประจักษตาง ๆ เมื่อสิ้นสุดกระบวนการเรียนรู เพื่อตัดสินคุณคาในการบรรลุวัตถุประสงค
หรอื ผลลพั ธก ารเรยี นรู เปน การประเมนิ ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น ซง่ึ แสดงถงึ มาตรฐานทางวชิ าการในเชงิ สมรรถนะ
และคุณลักษณะที่พึงประสงค สารสนเทศดังกลาวนําไปใชในการกําหนดระดับคะแนนใหผูเรียน รวมท้ังใช
ในการปรับปรุงหลักสูตรและการเรียนการสอน

๓. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรจู าํ แนกตามวธิ กี ารแปลความหมายผลการเรยี นรู มี ๒ ประเภท
ทีแ่ ตกตา งกันตามลกั ษณะการแปลผลคะแนน ดงั นี้

๓.๑ การวัดและประเมินแบบอิงกลุม (Norm-Referenced Assessment) เปนการวัดและ
ประเมนิ ผลการเรยี นรเู พอื่ นาํ เสนอผลการตดั สนิ ความสามารถหรอื ผลสมั ฤทธิข์ องผเู รยี น โดยเปรยี บเทยี บกนั เอง
ภายในกลมุ หรือในชั้นเรียน

แนวปฏบิ ตั กิ ารวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู 87
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p87 6/10/2558 9:21:45


Click to View FlipBook Version