The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (พิมพ์ครั้งที่ 4) พ.ศ. 2557 สำนักงานขณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aeffeesocial, 2021-07-01 02:29:59

แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (พิมพ์ครั้งที่ 4) พ.ศ. 2557

แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (พิมพ์ครั้งที่ 4) พ.ศ. 2557 สำนักงานขณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

๓.๒ การวัดและประเมินแบบอิงเกณฑ (Criterion-Referenced Assessment) เปนการวัด
และประเมินผลการเรียนรูเพ่ือนําเสนอผลการตัดสินความสามารถหรือผลสัมฤทธิ์ของผูเรียน โดยเปรียบเทียบ
กับเกณฑทก่ี ําหนดขน้ึ

h วิธีการและเครอ่ื งมอื วดั และประเมินผลการเรียนรู

วิธีการและเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู หมายถึง รูปแบบ ยุทธวิธี และเครื่องมือ
ประเภทตาง ๆ ที่ใชใ นการเกบ็ รวบรวมขอ มลู เกย่ี วกับการจัดการเรยี นรู โดยทว่ั ไปมีจดุ มงุ หมาย ๓ ประการ คอื
เพ่ือรูจักผูเรียน เพ่ือประเมินวิธีเรียนของผูเรียน และเพื่อประเมินพัฒนาการของผูเรียน ผูสอนสามารถเลือกใช
หรือคิดคนวิธีการวัดและประเมินผลใหเหมาะสมกับจุดมุงหมายของการนําผลการประเมินไปใชเพื่อตอบสนอง
ความตองการ ๓ ประการ ดงั กลาวขา งตน

วธิ กี ารและเคร่อื งมอื วดั และประเมินผลแบบเปน ทางการ (Formal Assessment) เปนการไดม า
ซงึ่ ขอ มลู ผลการเรยี นรทู น่ี ยิ มใชก นั มาแตด ง้ั เดมิ เชน วดั และประเมนิ โดยการจดั สอบ และใชแ บบสอบหรอื แบบวดั
(Test) ท่ีครูสรางข้ึน โดยการเก็บขอมูลดังกลาว สวนใหญใชในการวัดและประเมินท่ีไดผลเปนคะแนนและ
นําไปใชในการเปรียบเทียบ เชน เปรียบเทียบระหวางกอนเรียนและหลังเรียน เพื่อดูพัฒนาการหรือใชเพื่อ
ประเมินผลสมั ฤทธิ์ เม่อื สน้ิ สดุ การสอนในแตละหนวยการเรยี นรูห รือรายวิชา

วธิ กี ารและเครอื่ งมอื วดั และประเมนิ ผลแบบเปน ทางการเหมาะสาํ หรบั การประเมนิ เพอ่ื ตดั สนิ มากกวา
ที่จะใชเพื่อประเมินพัฒนาการผูเรียน หรือเพื่อหาจุดบกพรองสําหรับนําไปปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน
อยางไรก็ตาม วิธกี ารและเครอ่ื งมือทีใ่ ชเ กบ็ รวบรวมขอ มลู ผลการเรยี นรแู บบเปนทางการ ทีใ่ หข อ มูลสารสนเทศ
ในเชงิ ปรมิ าณมขี อสังเกตทีผ่ สู อนตอ งระมดั ระวังในการนําไปใช เพื่อใหไดผ ลการเรยี นรทู ม่ี ีคุณภาพ เปนตัวแทน
ของระดับความสามารถที่แทจริงของผูเรียน คือขอมูลตองไดมาจากวิธีการวัดที่ถูกตอง เหมาะสมกับลักษณะ
ขอ มลู เคร่ืองมอื วัดและประเมนิ ผลมคี วามเทย่ี งตรง (Validity) หมายถงึ สามารถวดั ไดต รงตามสง่ิ ที่ตองการวัด
และมคี วามเช่ือม่นั (Reliability) หมายถึง ผลการวัดมคี วามคงเสน คงวา เมอ่ื มกี ารวัดซํา้ โดยใชเ คร่ืองมือคขู นาน
หรอื เมอื่ วดั ในระยะเวลาใกลเ คยี งกนั และวธิ กี ารวดั มคี วามโปรง ใสสามารถตรวจสอบและเชอ่ื ถอื ได (Acceptable)

วธิ กี ารและเครอ่ื งมอื วดั และประเมนิ ผลแบบไมเ ปน ทางการ (Informal Assessment) เปน การไดม า
ซึ่งขอมูลผลการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนรายบุคคล จากแหลงขอมูลหลากหลายท่ีผูสอนเก็บรวบรวมตลอดเวลา
วเิ คราะหข อ มลู ศกึ ษาความพรอ มและพฒั นาการของผเู รยี น ปรบั การเรยี นการสอนใหเ หมาะสม และแกไ ขปญ หา
การเรียนรูของผูเรียน ลักษณะของขอมูลท่ีได นอกเหนือจากตัวเลขหรือขอมูลเชิงปริมาณแลว อาจเปนขอมูล
บรรยายลักษณะพฤติกรรมท่ีผูสอนเฝาสังเกต หรือผลการเรียนรูในลักษณะคําอธิบายระดับพัฒนาการ จุดแข็ง
จุดออ น หรือปญ หาของผูเรียนท่พี บจากการสังเกต สมั ภาษณ หรอื วธิ ีการอืน่ ๆ

88 แนวปฏิบัตกิ ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p88 6/10/2558 9:21:45

การวัดและประเมินผลการเรียนรูตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
เปน การประเมนิ ผลการเรยี นรตู ามกลุมสาระ ผลการเรียนรดู า นการอาน คิดวิเคราะห และเขียน ผลการพฒั นา
พฤติกรรมตามคุณลักษณะอันพึงประสงค และผลการเรียนรูที่เกิดจากการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียนน้ัน มี
ความเหมาะสมกับวิธีการและเคร่ืองมือวัดและประเมินผลแบบไมเปนทางการนี้ ขอมูลที่ไดจะเปนประโยชน
ในการพัฒนาการเรียนรูของผูเรียนเปนรายบุคคล ชวยใหผูสอนเขาใจพฤติกรรมของผูเรียนไดอยางลึกซ้ึงกวา
การประเมนิ แบบเปน ทางการ และเปนวธิ ีการท่ยี ืดหยนุ ตามสถานการณแ ละบริบท

วิธกี ารประเมนิ แบบตาง ๆ ที่ผสู อนสามารถเลอื กใชได มีดังตอไปนี้
๑. การสงั เกตพฤตกิ รรม เปน การเกบ็ ขอ มลู จากการดกู ารปฏบิ ตั กิ จิ กรรมของผเู รยี น โดยไมข ดั จงั หวะ
การทํางานหรือการคิดของผูเรียน การสังเกตพฤติกรรมเปนส่ิงท่ีทําไดตลอดเวลา แตควรมีกระบวนการและ
จุดประสงคท่ีชัดเจนวาตองการประเมินอะไร โดยอาจใชเครื่องมือ เชน แบบมาตรประมาณคา แบบตรวจสอบ
รายการ สมุดจดบันทึก เพื่อประเมินผูเรียนตามตัวชี้วัด และควรสังเกตหลายครั้ง หลายสถานการณ
หลายชวงเวลาเพอื่ ขจัดความลาํ เอยี ง
๒. การสอบปากเปลา เปนการใหผูเรียนไดแสดงออกดวยการพูด ตอบประเด็นเกี่ยวกับการเรียนรู
ตามมาตรฐาน ผูสอนเก็บขอมูล จดบันทึก รูปแบบการประเมินน้ีผูสอนและผูเรียนมีปฏิสัมพันธกันโดยตรง
สามารถมีการอภิปราย โตแยง ขยายความ ปรับแกไขความคิดกันได มีขอท่ีพึงระวัง คือ อยาเพ่ิงขัดความคิด
ขณะทีผ่ ูเรียนกาํ ลงั พูด
๓. การพดู คยุ เปนการส่ือสาร ๒ ทางอกี ประเภทหนึง่ ระหวางผสู อนกับผเู รียน สามารถดาํ เนนิ การ
เปนกลุมหรือรายบุคคลก็ได โดยทั่วไปมักใชอยางไมเปนทางการเพื่อติดตามตรวจสอบวาผูเรียนเกิดการเรียนรู
เพียงใด เปนขอ มูลสาํ หรับพฒั นา วธิ ีการน้ีอาจใชเวลา แตม ปี ระโยชนต อการคน หา วนิ จิ ฉยั ขอ ปญ หา ตลอดจน
เรอ่ื งอน่ื ๆ ที่อาจเปนปญ หาอุปสรรคตอ การเรียนรู เชน วิธกี ารเรยี นรูทแ่ี ตกตา งกัน เปนตน
๔. การใชค าํ ถาม การใชค าํ ถามเปน เรอ่ื งปกตมิ ากในการจดั การเรยี นรู แตข อ มลู งานวจิ ยั บง ชวี้ า คาํ ถาม
ทคี่ รูใชเ ปน ดานความจํา และเปน เชิงการจัดการท่วั ๆ ไปเปนสวนใหญ เพราะถามงา ยแตไ มทา ทายใหผเู รยี นตอง
ทําความเขาใจและเรียนรูใหลึกซ้ึง การพัฒนาการใชคําถามใหมีประสิทธิภาพแมจะเปนเรื่องที่ยาก แตสามารถ
ทําไดผลรวดเร็วขึ้น หากผูสอนมีการเปล่ียนแปลงวิธีการประเมินในช้ันเรียน โดยทําการประเมินเพ่ือพัฒนา
ใหแ ข็งขนั (Clarke, 2005) Clarke ยังไดน ําเสนอวธิ กี ารฝกถามใหมปี ระสิทธิภาพ ๕ วิธี ดังน้ี

วิธที ี่ ๑ ใหค าํ ตอบทเ่ี ปน ไปไดห ลากหลาย เปน วธิ ที งี่ า ยทสี่ ดุ ในการเรม่ิ ตน เปลยี่ นการถามแบบ
ความจาํ ใหเ ปน คําถามท่ตี อ งใชการคิดบาง เพราะมคี ําตอบทีเ่ ปนไปไดหลายคาํ ตอบ (แตพ งึ ระวังวาการใชคาํ ถาม
แบบนผี้ เู รยี นตองผานการเรียนรู มคี วามเขา ใจพ้นื ฐานตามตวั ชวี้ ดั ท่ีกําหนดใหเรยี นรมู าแลว) คาํ ถามแบบนี้ทาํ ให
ผูเรียนตองตัดสินใจวา คําตอบใดถูก หรือใกลเคียงที่สุดเพราะเหตุใด และที่ไมถูกเพราะเหตุใด นอกจากนี้
การใชค ําถามแบบนจี้ ะทาํ ใหผ ูเรียนเรียนรยู ิง่ ข้นึ อีก หากมกี จิ กรรมใหผเู รียนทําเพอื่ พสิ จู นคาํ ตอบ

แนวปฏิบัติการวดั และประเมินผลการเรียนรู 89
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p89 6/10/2558 9:21:45

วิธีที่ ๒ เปล่ียนคําถามจําใหเปนประโยคบอกเลา เพ่ือใหผูเรียนระบุวาเห็นดวย ไมเห็นดวย
พรอมเหตุผล การใชวิธีน้ีจะตองใหผูเรียนไดอภิปรายกัน ผูเรียนตองใชการคิดที่สูงขึ้นกวาวิธีแรก เพราะผูเรียน
จะตองยกตัวอยางสนับสนุนความเห็นของตน ประโยคของผูเรียนจะตองสะทอนความคิดเห็น ผูเรียนจะตอง
ปกปองหรืออธิบายทัศนะของตน การฝกดวยวิธีการน้ีบอย ๆ จะเปนการพัฒนาผูเรียนใหเปนผูฟงที่ดี มีจิตใจ
เปดกวางพรอมรับฟงและเปล่ียนแปลงความคิดเห็นผานกระบวนการอภิปราย ครูใชวิธีการน้ีกดดันใหเกิด
การอภปิ รายอยางมีคณุ ภาพสงู ระหวา งเด็กตอเด็ก และใหข อ มลู เพือ่ การพฒั นาแกท ุกคนในชน้ั เรยี น

วธิ ีที่ ๓ หาสิ่งตรงกันขาม หรือส่ิงท่ีใช/ถูก สิ่งที่ไมใช/ผิด และถามเหตุผล วิธีการน้ีใชไดดี
กบั เนอ้ื หาทเี่ ปน ขอ เทจ็ จรงิ เชน จาํ นวนในวชิ าคณติ ศาสตร การสะกดคาํ โครงสรา งไวยากรณใ นวชิ าภาษา เปน ตน
เมื่อไดรบั คาํ ถามวาทาํ ไมทําเชน นี้ถูก แตท ําเชน น้ผี ดิ หรือทําไมผลบวกน้ีถกู แตผลบวกน้ีผดิ หรอื ทาํ ไมประโยคน้ี
ถูกไวยากรณ แตประโยคนผ้ี ดิ ไวยากรณ เปนตน จะเปนโอกาสใหผูเรียนคดิ และอภปิ รายมากกวา เพียงการถาม
วา ทาํ ไมโดยไมม กี ารเปรียบเทียบกนั และวธิ กี ารนจี้ ะใชกบั การทาํ งานคมู ากกวาถามทงั้ หอ ง แลว ใหย กมอื ตอบ

วิธที ี่ ๔ ใหค าํ ตอบประเดน็ สรปุ แลว ตามดว ยคาํ ถามใหค ดิ เปน การใหผ เู รยี นตอ งอธบิ ายเพมิ่ เตมิ
วธิ ที ี่ ๕ ตง้ั คาํ ถามจากจดุ ยนื ทเ่ี หน็ ตา ง เปน วธิ ที ตี่ อ งใชค วามสามารถมากทงั้ ผสู อนและผเู รยี น
เพราะมีประเดน็ ทตี่ อ งอภปิ รายโตแ ยงเชิงลกึ เหมาะท่จี ะใชอ ภิปรายในประเดน็ ทเี่ กย่ี วกบั สภาพเศรษฐกิจ สงั คม
ปญหาสขุ ภาพ ปญหาเชิงจริยธรรม เปนตน
นอกจากน้ี การใช Bloom’s Taxonomy เปนกรอบแนวคิดในการตั้งคําถาม ก็เปนวิธีการท่ีดี
ในการเกบ็ ขอ มูลการเรียนรูจากผเู รียน
๕. การเขียนสะทอนการเรียนรู (Journals) เปนรูปแบบการบันทึกการเขียนอีกรูปแบบหน่ึงท่ีให
ผเู รยี นเขยี นตอบกระทู หรอื คาํ ถามของครู ซ่งึ จะตองสอดคลองกบั ความรู ทักษะท่กี ําหนดในตัวช้วี ัด การเขยี น
สะทอนการเรียนรูนี้ นอกจากทําใหผูสอนทราบความกาวหนาในผลการเรียนรูแลว ยังใชเปนเคร่ืองมือประเมิน
พัฒนาการดา นทกั ษะการเขียนไดอกี ดวย
๖. การประเมนิ การปฏิบัติ (Performance Assessment) เปนวิธกี ารประเมนิ งานหรอื กิจกรรม
ท่ีผูสอนมอบหมายใหผูเรียนปฏิบัติงานเพื่อใหทราบถึงผลการพัฒนาของผูเรียน การประเมินลักษณะนี้ ผูสอน
ตอ งเตรียมส่ิงสําคัญ ๒ ประการ คือ ภาระงาน (Tasks) หรือกจิ กรรมที่จะใหผ เู รยี นปฏิบตั ิ เชน การทาํ โครงการ/
โครงงาน การสํารวจ การนําเสนอ การสรางแบบจําลอง การทอ งปากเปลา การสาธติ การทดลองวิทยาศาสตร
การจัดนิทรรศการ การแสดงละคร เปนตน และเกณฑการใหคะแนน (Scoring Rubrics) การประเมิน
การปฏบิ ัติ อาจจะปรบั เปลยี่ นไปตามลักษณะงานหรือประเภทกจิ กรรม ดงั นี้
☯ ภาระงานหรือกิจกรรมท่ีเนนขั้นตอนการปฏิบัติและผลงาน เชน การทดลองวิทยาศาสตร
การจัดนิทรรศการ การแสดงละคร แสดงการเคลื่อนไหว การประกอบอาหาร การประดิษฐ การสํารวจ
การนําเสนอ การจัดทําแบบจําลอง เปนตน ผูสอนจะตองสังเกตและประเมินวิธีการทํางานท่ีเปนขั้นตอน
และผลงานของผูเ รยี น

90 แนวปฏบิ ตั กิ ารวัดและประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p90 6/10/2558 9:21:45

☯ ภาระงานหรือกิจกรรมที่มุงเนนการสรางลักษณะนิสัย เชน การรักษาความสะอาด
การรักษาสาธารณสมบัติ/สิ่งแวดลอม กิจกรรมหนาเสาธง เปนตน จะประเมินดวยวิธีการสังเกต จดบันทึก
เหตกุ ารณเ กีย่ วกับผเู รยี น

☯ ภาระงานท่ีมีลักษณะเปนโครงการ/โครงงาน เปนกิจกรรมที่เนนขั้นตอนการปฏิบัติและ
ผลงานทตี่ อ งใชเ วลาในการดาํ เนนิ การ จงึ ควรมกี ารประเมนิ เปน ระยะ ๆ เชน ระยะกอ นดาํ เนนิ โครงการ/โครงงาน
โดยประเมินความพรอมการเตรียมการและความเปนไปไดในการปฏิบัติงาน ระยะระหวางดําเนินโครงการ/
โครงงาน จะประเมนิ การปฏบิ ตั จิ รงิ ตามแผน วธิ กี ารและขน้ั ตอนทกี่ าํ หนดไว และการปรบั ปรงุ ระหวา งการปฏบิ ตั ิ
สําหรับระยะสิ้นสุดการดําเนินโครงการ/โครงงาน โดยการประเมินผลงาน ผลกระทบและวิธีการนําเสนอ
ผลการดาํ เนนิ โครงการ/โครงงาน

☯ ภาระงานท่ีเนนผลผลิตมากกวากระบวนการข้ันตอนการทํางาน เชน การจัดทําแผนผัง
แผนที่ แผนภมู ิ กราฟ ตาราง ภาพ แผนผงั ความคดิ เปนตน อาจประเมนิ เฉพาะคณุ ภาพของผลงานกไ็ ด

ในการประเมินการปฏิบัติงาน ผูสอนตองสรางเคร่ืองมือเพื่อใชประกอบการประเมิน เชน แบบ
มาตรประมาณคา แบบบนั ทกึ พฤตกิ รรม แบบตรวจสอบรายงาน แบบบันทกึ ผลการปฏิบัติ เปน ตน

๗. การประเมนิ ดว ยแฟม สะสมงาน (Portfolio Assessment) แฟม สะสมงานเปน การเกบ็ รวบรวม
ชน้ิ งานของผเู รยี นเพอ่ื สะทอ นความกา วหนา และความสาํ เรจ็ ของผเู รยี น เชน แฟม สะสมงานทแ่ี สดงความกา วหนา
ของผูเรียน ตองมีผลงานในชวงเวลาตาง ๆ ที่แสดงถึงความกาวหนาของผูเรียน หากเปนแฟมสะสมงานดีเดน
ตอ งแสดงผลงานทส่ี ะทอ นความสามารถของผเู รยี น โดยผเู รยี นตอ งแสดงความคดิ เหน็ หรอื เหตผุ ลทเ่ี ลอื กผลงานนน้ั
เกบ็ ไวต ามวตั ถุประสงคของแฟมสะสมงาน แนวทางในการจัดทาํ แฟม สะสมงาน มดี งั นี้

☯ กําหนดวัตถุประสงคของแฟมสะสมงาน วาตองการสะทอนเกี่ยวกับความกาวหนา
และความสําเร็จของผูเรยี นในเรอ่ื งใดดา นใด ท้ังน้ี อาจพิจารณาจากตวั ชีว้ ัด/มาตรฐานการเรียนรู

☯ วางแผนการจัดทําแฟมสะสมงานท่ีเนนการจัดทําชิ้นงาน กําหนดเวลาของการจัดทํา
แฟม สะสมงาน และเกณฑการประเมิน

☯ จดั ทาํ แผนแฟมสะสมงานและดําเนนิ การตามแผนที่กําหนด
☯ ใหผเู รียนเก็บรวบรวมชน้ิ งาน
☯ ใหม กี ารประเมนิ ช้นิ งานเพ่ือพัฒนาชิน้ งาน ควรประเมนิ แบบมสี วนรว ม โดยผูประเมนิ ไดแก
ตนเอง เพ่อื น ผูสอน ผปู กครอง บคุ คลทเี่ ก่ยี วขอ ง
☯ ใหผูเรียนคัดเลือกช้ินงาน ประเมินชิ้นงานตามเง่ือนไขที่ผูสอนและผูเรียนรวมกันกําหนด
เชน ชนิ้ งานทย่ี ากทส่ี ดุ ชนิ้ งานทช่ี อบทส่ี ดุ เปน ตน โดยดาํ เนนิ การเปน ระยะ อาจจะเปน เดอื นละครงั้ หรอื บทเรยี น
ละครงั้ ก็ได

แนวปฏิบตั กิ ารวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู 91
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p91 6/10/2558 9:21:45

☯ ใหผูเรียนนําช้ินงานท่ีคัดเลือกแลวจัดทําเปนแฟมที่สมบูรณ ซ่ึงควรประกอบดวย หนาปก
คํานํา สารบัญ ชิ้นงาน แบบประเมินแฟมสะสมงาน และอนื่ ๆ ตามความเหมาะสม

☯ ผูเรยี นตอ งสะทอนความรูสึกและความคิดเหน็ ตอ ชิน้ งานหรือแฟม สะสมงาน
☯ สถานศึกษาควรจัดใหผูเรียนแสดงแฟมสะสมงานและชิ้นงานเมื่อสิ้นภาคเรียน/ปการศึกษา
ตามความเหมาะสม
๘. การวัดและประเมินดวยแบบทดสอบ เปนการประเมินตัวช้ีวัดดานการรับรูขอเท็จจริง
(Knowledge) ผูสอนควรเลือกใชแบบทดสอบใหตรงตามวัตถุประสงคของการวัดและประเมินน้ัน ๆ เชน
แบบทดสอบเลือกตอบ แบบทดสอบถูก-ผิด แบบทดสอบจับคู แบบทดสอบเติมคํา แบบทดสอบความเรียง
เปน ตน ท้งั นี้ แบบทดสอบทีจ่ ะใชต อ งเปนแบบทดสอบทีม่ ีคณุ ภาพ มคี วามเทย่ี งตรง (Validity) และเช่อื มั่นได
(Reliability)
๙. การประเมินดานความรสู ึกนกึ คดิ เปน การประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คณุ ลกั ษณะ และเจตคติ
ทคี่ วรปลกู ฝง ในการจดั การเรยี นรู ซึง่ การวดั และประเมนิ ผลเปนลําดบั ขัน้ จากตํ่าสดุ ไปสูงสุด ดงั น้ี
☯ ขน้ั รับรู เปน การประเมนิ พฤตกิ รรมที่แสดงออกวา รจู กั เต็มใจ สนใจ
☯ ขัน้ ตอบสนอง เปน การประเมนิ พฤติกรรมทแ่ี สดงวา เชือ่ ฟง ทําตาม อาสาทํา พอใจทีจ่ ะทํา
☯ ข้ันเห็นคุณคา (คานิยม) เปนการประเมินพฤติกรรมท่ีแสดงความเชื่อ ซ่ึงแสดงออก
โดยการกระทําหรือปฏิบัติอยางสม่ําเสมอ ยกยองชมเชย สนับสนุน ชวยเหลือ หรือทํากิจกรรมท่ีตรงกับ
ความเชอื่ ของตน ทาํ ดว ยความเช่ือม่นั ศรัทธา และปฏเิ สธทจี่ ะกระทําในส่งิ ที่ขดั แยง กับความเช่อื ของตน
☯ ข้นั จัดระบบคณุ คา เปนการประเมินพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรม อภิปราย เปรียบเทียบ
จนเกิดอดุ มการณใ นความคดิ ของตนเอง
☯ ขั้นสรางคุณลักษณะ เปนการประเมินพฤติกรรมท่ีมีแนวโนมวาจะประพฤติปฏิบัติเชนน้ัน
อยเู สมอในสถานการณเ ดียวกนั หรือเกิดเปนอปุ นิสยั
การวัดและประเมินผลดานจิตพิสัย ควรใชการสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติเปนหลัก และสังเกต
อยา งตอ เนอื่ งโดยมกี ารบนั ทกึ ผลการสงั เกต ทง้ั นี้ อาจใชเ ครอื่ งมอื การวดั และประเมนิ ผล เชน แบบมาตรประมาณคา
แบบตรวจสอบรายการ แบบบันทกึ พฤตกิ รรม แบบรายงานพฤตกิ รรมตนเอง เปนตน
นอกจากน้ี อาจใชแบบวัดความรูและความรูสึกเพื่อรวบรวมขอมูลเพ่ิมเติม เชน แบบวัดความรู
โดยสรา งสถานการณเชิงจริยธรรม แบบวัดเจตคติ แบบวดั เหตผุ ลเชงิ จริยธรรม แบบวัดพฤติกรรมเชงิ จริยธรรม
เปน ตน
๑๐. การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) เปนการประเมินดวยวิธีการท่ี
หลากหลายดงั ทก่ี ลา วมาแลว ขา งตน เพอ่ื ใหไ ดผ ลการประเมนิ ทสี่ ะทอ นความสามารถทแี่ ทจ รงิ ของผเู รยี น จงึ ควร
ใชการประเมินการปฏิบัติ (Performance Assessment) รว มกับการประเมนิ ดวยวิธีการอ่ืน ภาระงาน (Tasks)
ควรสะทอนสภาพความเปนจริงหรือใกลเคียงกับชีวิตจริงมากกวาเปนการปฏิบัติกิจกรรมทั่ว ๆ ไป ดังนั้น

92 แนวปฏิบัตกิ ารวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p92 6/10/2558 9:21:45

การประเมินตามสภาพจริงจะตองออกแบบการจัดการเรียนรูและการประเมินผลไปดวยกัน และกําหนดเกณฑ
การประเมนิ (Rubrics) ใหสอดคลอ งหรือใกลเคยี งกบั ชีวติ จรงิ

๑๑. การประเมินตนเองของผูเรียน (Student Self-assessment) การประเมินตนเองนับเปน
ท้งั เคร่อื งมือประเมนิ และเครื่องมือพฒั นาการเรยี นรู เพราะทาํ ใหผเู รยี นไดคิดใครค รวญวา ไดเ รียนรอู ะไร เรียนรู
อยางไร และผลงานท่ีทํานั้นดีแลวหรือยัง การประเมินตนเองจึงเปนวิธีหน่ึงท่ีจะชวยพัฒนาผูเรียนใหเปน
ผูที่สามารถเรียนรูดวยตนเอง การใชการประเมินตนเองของผูเรียนใหประสบความสําเร็จไดดีจะตองมีเปาหมาย
การเรยี นรูท ่ชี ัดเจน มีเกณฑท ่บี งบอกความสาํ เร็จของช้นิ งาน/ภาระงาน และมาตรการการปรบั ปรุงแกไขตนเอง

เปา หมายการเรียนรูท่ีกาํ หนดชดั เจนและผูเรยี นไดรับทราบหรอื รวมกําหนดดวย จะทาํ ใหผูเรยี น
ทราบวาตนถูกคาดหวังใหรูอะไร ทําอะไร มีหลักฐานใดที่แสดงการเรียนรูตามความคาดหวังน้ัน หลักฐาน
ทมี่ คี ณุ ภาพควรมเี กณฑเ ชน ไรเพอ่ื เปน แนวทางใหผ เู รยี นพจิ ารณาประเมนิ ซง่ึ หากเกณฑเ กดิ จากการทาํ งานรว มกนั
ระหวางผูเรียนกับผูสอนดวยจะเปนการเพิ่มแรงจูงใจในการเรียนรูเพ่ิมมากขึ้น การท่ีผูเรียนไดใชการประเมิน
ตนเองบอย ๆ โดยมีกรอบแนวทางการประเมินท่ีชัดเจนน้ี จะชวยสงเสริมใหผูเรียนประเมินไดคอนขางจริง
และซอื่ สตั ย คาํ วจิ ารณ คาํ แนะนาํ ของผเู รยี นมกั จะจรงิ จงั มากกวา ของครู การประเมนิ ตนเองจะเกดิ ประโยชนย ง่ิ ขน้ึ
หากผเู รยี นทราบสงิ่ ทต่ี อ งปรบั ปรงุ แกไ ขและตง้ั เปา หมายการปรบั ปรงุ แกไ ขของตน แลว ฝก ฝน พฒั นาโดยการดแู ล
สนับสนนุ จากผูสอนและความรว มมือของครอบครัว

เครื่องมือท่ีใชในการประเมินตนเองมีหลายรูปแบบ เชน การอภิปราย การเขียนสะทอนผลงาน
การใชแ บบสาํ รวจ การพูดคุยกับผสู อน เปนตน

๑๒. การประเมินโดยเพอ่ื น (Peer Assessment) เปน เทคนคิ การประเมินอีกรปู แบบหนง่ึ ท่นี า จะ
นํามาใชเพ่ือพัฒนาผูเรียนใหเขาถึงคุณลักษณะของงานท่ีมีคุณภาพ เพราะการท่ีผูเรียนจะบอกไดวาช้ินงานนั้น
เปนเชนไร ผูเรียนตองมีความเขาใจอยางชัดเจนกอนวาเขากําลังตรวจสอบอะไรในงานของเพ่ือน ฉะน้ัน ผูสอน
ตองอธบิ ายผลทค่ี าดหวังใหผเู รียนทราบกอ นท่จี ะลงมอื ประเมิน

การที่จะสรางความม่ันใจวาผูเรียนเขาใจการประเมินรูปแบบน้ีควรมีการฝกผูเรียน โดยผูสอน
อาจหาตัวอยาง เชน งานเขียน ใหนักเรียนเปนกลุมตัดสินใจวาควรประเมินอะไร และควรใหคําอธิบายเกณฑ
ท่ีบง บอกความสําเรจ็ ของภาระงานนน้ั จากนัน้ ใหผ ูเรียนประเมนิ ภาระงานเขยี นทเี่ ปนตัวอยา งนั้นโดยใชเกณฑท ี่
ชวยกนั สรา งข้นึ หลังจากน้นั ครูตรวจสอบการประเมินของผูเรียนและใหขอ มูลยอ นกลบั แกผ ูเรยี นทปี่ ระเมนิ เกินจริง

การใชการประเมินโดยเพ่ือนอยางมีประสิทธิภาพ จําเปนตองสรางส่ิงแวดลอมการเรียนรูที่
สนับสนุนใหเกิดการประเมินรูปแบบนี้ กลาวคือ ผูเรียนตองรูสึกผอนคลาย เช่ือใจกัน และไมอคติ เพ่ือการให
ขอมูลยอนกลับจะไดซื่อตรง เปนเชิงบวกที่ใหประโยชน ผูสอนท่ีใหผูเรียนทํางานกลุมตลอดภาคเรียนแลวใช
เทคนิคเพื่อนประเมินเพ่ือนเปนประจํา จะสามารถพัฒนาผูเรียนใหเกิดความเขาใจซึ่งกันและกัน อันจะนําไปสู
การใหขอมูลยอ นกลบั ท่เี กง ข้ึนได

แนวปฏิบัตกิ ารวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู 93
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p93 6/10/2558 9:21:46

h หลักฐานการเรยี นรูประเภทตา ง ๆ

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เนนการเรียนการสอนเพื่อใหผูเรียน
ไดก ระทํา ลงมอื ปฏบิ ตั ิ แสดงความสามารถมใิ ชเพยี งการบอกความรูในเรอ่ื งที่ไดเ รียนมา การออกแบบกิจกรรม
การเรียนการสอนจึงเปนมากกวาการกําหนดความรูหรือเร่ืองที่จะตองเรียน ดังนั้น เมื่อการเรียนการสอน
ถูกกําหนดดวยกิจกรรม ผลงาน ภาระงานท่ีใหผูเรียนทําเพ่ือแสดงพัฒนาการการเรียนรูตามมาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ในแตล ะสาระการเรยี นรู หลกั ฐานการเรียนรู (Evidence of Learning) จึงเปน สิ่งท่แี สดงใหเ หน็ ผลการเรยี นรู
ของผูเรียนที่เปนรูปธรรมวา มีรองรอย/หลักฐานใดบางที่แสดงถึงผลการเรียนรูของผูเรียนที่สัมพันธโดยตรง
กับมาตรฐาน/ตัวชี้วัด โดยท่ัวไปจาํ แนกหลักฐานการเรยี นรเู ปน ๒ ประเภท คอื

๑. ผลผลติ : รายงานที่เปน รปู เลม ส่ิงประดิษฐ แบบจําลอง แผนภมู ิ แฟม สะสมงาน ผงั มโนทศั น
การเขยี นอนทุ ิน การเขยี นความเรียง คาํ ตอบท่ีผเู รยี นสรา งเอง โครงงาน ฯลฯ

๒. ผลการปฏิบัติ : การรายงานดวยวาจา การสาธิต การทดลอง การปฏิบัติการภาคสนาม
การอภิปราย การจดั นิทรรศการ การสังเกตพฤติกรรมผูเ รียนของครู รายงานการประเมนิ ตนเองของผเู รียน ฯลฯ

h เกณฑการประเมนิ (Rubrics) และตวั อยางชิ้นงาน (Exemplars)

จะประเมินภาระงานที่มีความซับซอนอยางไรดี รูไดอยางไรวาภาระงานนั้นดีเพียงพอแลว เชน
การนําเสนอผลงานหนาชั้นเรียนท่ีจะตองดูท้ังความถูกตองของเน้ือหาสาระ กระบวนการท่ีใชในการทํางาน
ความสามารถในการสอื่ สาร การใชภ าษา การออกเสยี ง เปน ตน คาํ ตอบก็คอื ใชเ กณฑก ารประเมิน เพราะเกณฑ
การประเมินเปน แนวทางใหค ะแนนที่ประกอบดว ยเกณฑดานตา ง ๆ เพ่อื ใชป ระเมนิ คาผลการปฏบิ ตั ิของผูเรยี น
ในภาระงาน/ชิ้นงานท่ีมีความซับซอน เกณฑเหลานี้ คือ ส่ิงสําคัญท่ีผูเรียนควรรูและปฏิบัติได นอกจากน้ี
ยังมีระดับคุณภาพแตละเกณฑและคําอธิบายคุณภาพทุกระดับ ดังตัวอยางตารางท่ี ๔.๑ เปนรูปแบบ
การสรางเกณฑการประเมินแบบแยกประเด็น (Analytic Rubrics) เปนรูปแบบกลางที่ผูสอนสามารถนําไป
ปรับใชไดก บั วิชาตา ง ๆ

94 แนวปฏิบัตกิ ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p94 6/10/2558 9:21:46

ตารางที่ ๔.๑ แสดงตวั อยา งเกณฑการประเมินแบบแยกประเด็น

เกณฑ ๔ ระดับการประเมนิ ๐
๓ ๒๑ ไมม ขี อมูลเพียงพอ
ตอการตดั สนิ
ชอื่ เรื่อง นาสนใจ ทันสมัย นาสนใจ แตไมท นั สมัย ทั่ว ๆ ไปไมนา สนใจ ไมเ กี่ยวของกบั ไมม ีขอ มูลเพยี งพอ
เหมาะสมกับเนือ้ เรื่อง สอดคลอ งกับเนื้อหา ไมส อดคลองกบั สาระที่เรียน ตอการตัดสิน
เน้อื หา ไมมีขอมูลเพยี งพอ
ตอการตดั สิน
เนื้อหา ขอมูลถกู ตอ ง ขอมูลถูกตอง มีขอมูลท่ผี ดิ บาง ขอ มูลสว นใหญ
สมบรู ณ ตรงประเดน็ และยังไมส มบูรณ ไมถกู ตอ งและ ไมมขี อมลู เพียงพอ
ตรงประเดน็ แตข าดรายละเอียด ขาดหาย ตอการตดั สนิ

การลําดบั ใจความ ใจความชดั เจน ใจความสับสนบาง ใจความไมช ดั เจน ไมตอ เนื่อง
ลําดบั เหตุการณ แตย งั สามารถเขาใจได ขาดความสมเหตุ ขาดความสมเหตุ
สมเหตสุ มผล ขาดความสมเหตุ สมผล สมผล
สมผลไปบา ง

หลักเกณฑทางภาษา ประโยคสมบรู ณ เขียนประโยค เขียนประโยคสมบูรณบา ง เขียนประโยค
ถกู ตองตาม ไดส มบูรณแตผิด ไมส มบรู ณบาง ผิดหลกั เกณฑ
หลักเกณฑทางภาษา หลักเกณฑท างภาษา ผดิ หลักเกณฑ ทางภาษา ส่อื ความ
สอื่ ความไดช ัดเจน สอ่ื ความได ทางภาษาอยา งมาก ไมไ ด
ส่ือความไมช ดั

นอกจากเกณฑการประเมินแบบแยกประเด็นแลว ยังมีเกณฑการประเมินแบบภาพรวม (Holistic
Rubric) เชน ตองการประเมินการเขียนเรียงความ แตไมไดพิจารณาแยกแตละประเด็น วาเขียนนําเร่ือง
สรุปเรื่อง การผูกเร่ืองแตละประเด็นเปนอยางไร แตเปนการพิจารณาในภาพรวมและใหคะแนนภาพรวม
ดังตัวอยางในตารางท่ี ๔.๒
ตารางท่ี ๔.๒ แสดงตัวอยา งเกณฑก ารประเมินแบบภาพรวมสําหรับประเมินการเขยี นเรียงความ

คะแนน เกณฑ

๕ เขียนบทนําและบทสรปุ ไดดี ทําใหงานเขียนมใี จความสัมพันธกนั หวั ขอ เรอื่ งมีรายละเอยี ดสนบั สนุน
อยา งชดั เจน การผูกเรือ่ งเปนลําดับข้นั ตอน รูปประโยคถกู ตอ ง มีสะกดคําผิดบา งเล็กนอย สาํ นวนภาษา
สละสลวย

๓ มีบทนาํ บทสรุป เนอ้ื หาสอดคลอ งกบั หวั ขอ เรอ่ื ง รายละเอียดสนับสนุนนอย เนือ้ หาบางสว นไมช ดั เจน
การผกู เร่ืองเปน ลาํ ดบั รูปประโยคถกู ตอ ง มีสะกดคาํ ผดิ อยบู า ง สาํ นวนภาษาสละสลวยบางแหง

๑ ไมมีบทนาํ และ/หรอื บทสรุป เนอ้ื หาออมคอ มไมต รงประเด็นนัก มีรายละเอียดสนบั สนนุ นอ ย
และไมส มเหตสุ มผล เขียนสะกดคําผดิ มาก

แนวปฏิบตั กิ ารวดั และประเมินผลการเรียนรู 95
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p95 6/10/2558 9:21:46

เกณฑการประเมินนอกจากจะใชเพ่ือประเมินช้ินงาน/ภาระงานแลว ยังสามารถใชเปนเคร่ืองมือ
ในการสอนไดอ ยา งดี โดยใหผ ูเ รยี นไดรบั ทราบวา ผูสอนคาดหวงั อะไรบางจากชิน้ งานทมี่ อบหมาย หรอื ใหผเู รยี น
รว มในการสรา งเกณฑก จ็ ะทาํ ใหเ กดิ การมสี ว นรว มและรบั ผดิ ชอบ ผสู อนทใ่ี ชเ กณฑก ารประเมนิ เปน ประจาํ จะพดู
ตรงกันวา เกณฑก ารประเมินใหภ าพท่ชี ัดเจนดกี วาคําส่งั และหากมตี ัวอยา งชิน้ งานประกอบใหผเู รยี นไดชวยกนั
พจิ ารณา อภปิ รายโดยใชเ กณฑท ร่ี ว มกนั สรา งขน้ึ กจ็ ะยง่ิ ทาํ ใหผ เู รยี นสามารถแยกแยะไดว า ชนิ้ งานทด่ี มี คี ณุ ภาพ
เปนอยา งไร

ตัวอยางช้ินงาน (Exemplars) คือ ผลงานของผูเรียน ซ่ึงผูสอนอาจเก็บรวบรวมจากงานที่ผูเรียน
ทาํ สง ในแตล ะปก ารศกึ ษา เพอ่ื เปน แบบอยา งใหเ หน็ วา ลกั ษณะงานแบบใดทดี่ กี วา ตวั อยา งชนิ้ งานควรมหี ลาย ๆ
ระดบั เพอ่ื ผเู รียนจะไดเ หน็ ความแตกตาง

เกณฑก ารประเมนิ ยงั ใชเ ปน เครอ่ื งมอื สอ่ื สารระหวา งผสู อนกบั ผเู รยี น ผสู อนกบั ผปู กครอง และผเู รยี น
กับผูปกครอง การมีภาพความคาดหวังที่ชัดเจนจะชวยใหผูสอนสามารถใหขอมูลยอนกลับท่ีเปนประโยชนแก
ผเู รยี น และเปน ประเดน็ สําหรับพูดคุยเพื่อการพัฒนาการเรยี นรไู ดด ีย่งิ ขึน้

h สมรรถนะสําคญั ของผูเ รียน : ประเมินอยางไร

มักมีคําถามเสมอวาจะประเมินสมรรถนะสําคัญของผูเรียนอยางไร กอนอ่ืนขอใหผูสอนพิจารณา
คาํ ถาม ๒ ขอ น้กี อน

๑. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น อนั ประกอบดว ยความสามารถในการสอ่ื สาร ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการใชเทคโนโลยีนั้น
เปนเปาหมายการเรยี นรทู ่ีมคี วามแตกตางจากตวั ช้วี ัด/มาตรฐานการเรียนรหู รือไม

๒. การประเมินผลการเรียนรูที่ทานใชอยูในปจจุบันเนนการประเมินแบบใด ใชเครื่องมือประเภท
ใหผูเ รยี นเลือกตอบ หรือใชเ ครอ่ื งมือประเภทใหผ เู รียนสรางคําตอบเอง

จากการพจิ ารณาคําถามขอ ที่ ๑ จะเห็นวา สมรรถนะสาํ คัญของผเู รยี น เปนตัวแทนตวั ช้วี ดั /มาตรฐาน
การเรยี นรูท ่ีกําหนดในการพฒั นาผูเรียนน่นั เอง ดังนัน้ จึงอยูท ่ีคําถามขอ ๒ การออกแบบภาระงานการประเมิน
ตอบสนองใหเ กดิ การพฒั นาผเู รยี นตามตวั ชว้ี ดั /มาตรฐานการเรยี นรหู รอื ไม ผเู รยี นไดเ ปน ผลู งมอื ปฏบิ ตั แิ ละสรา ง
ความรหู รอื ไม และในกระบวนการเรยี นการสอนไดม กี ารใหข อ มลู ยอ นกลบั ทจี่ ะนาํ ใหผ เู รยี นไดพ ฒั นาครอบคลมุ
มิติตาง ๆ ของสมรรถนะสําคัญของผูเรียนอยางเพียงพอหรือไม จําเปนตองมีการเปลี่ยนแปลงใดอีก เพื่อให
สามารถพฒั นาผเู รียนใหบ รรลผุ ลตามตวั ชี้วัดและมาตรฐานการเรยี นรู

การประเมินสมรรถนะสําคัญของผูเรียนจึงควรใชวิธีการประเมินท่ีเนนการปฏิบัติ และบูรณาการอยู
ในกระบวนการเรียนการสอนแลว ไมควรแยกประเมินตางหากอีก แตทั้งน้ีสถานศึกษาตองตรวจสอบวาผูเรียน
เกิดสมรรถนะสําคัญตามท่ีหลักสูตรกาํ หนดหรือไม

96 แนวปฏิบัตกิ ารวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p96 6/10/2558 9:21:46

h กระบวนการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรตู ามหลกั สูตร

สง่ิ ทผ่ี สู อนตอ งวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรตู ามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช
๒๕๕๑ คอื (๑) ผลการเรยี นรใู น ๘ กลุมสาระการเรียนรู (๒) ผลการเรยี นรูด า นการอา น คิดวิเคราะห และเขียน
(๓) ผลการเรียนรูดานคุณลักษณะอันพึงประสงคท่ีกําหนดไวในหลักสูตรอยางนอย ๘ ประการ และ
(๔) ผลการเรยี นรูท เ่ี กดิ จากกจิ กรรมพฒั นาผูเ รยี น

ผลการเรียนรูตามหลักสูตร ๔ ประการดังกลาวขางตน มีท่ีมาจากองคประกอบ ๓ ดาน คือ
ดานพุทธิพิสัย ดานจิตพิสัย และดานทักษะพิสัย โดยทั้ง ๓ ดาน มีลักษณะสําคัญที่สามารถนํามาอธิบาย
โดยสังเขปดงั นี้ คือ

๑. ผลการเรยี นรูดา นพทุ ธพิ สิ ัย
ผลการเรยี นรูดา นพุทธพิ ิสยั หมายถึง ขอ มลู สารสนเทศ หลกั ฐานตา ง ๆ ทแี่ สดงถึงความสามารถ

ดานสติปญญา ๖ ดาน คือ ความจํา ความเขาใจ การประยุกตใช การวิเคราะห การประเมินคา และการคิด
สรางสรรค โดยพฤติกรรมทีส่ ะทอนวาผูเรียนเกดิ การเรยี นรูดานพทุ ธพิ ิสยั ไดแก การบอกเลา อธบิ าย หรอื เขียน
แสดงความคิดรวบยอดโดยการตอบคําถาม เขียนแผนภูมิ แผนภาพ นําเสนอแนวคิดขั้นตอนในการแกปญหา
การจัดการ การออกแบบประดิษฐห รือสรา งสรรคช ้ินงาน เปนตน

๒. ผลการเรียนรดู า นจติ พิสยั
ผลการเรียนรูดานจิตพิสัย หมายถึง ขอมูล สารสนเทศที่สะทอนความสามารถดานการเรียนรู

ในการจัดการอารมณ ความรูสึก คานิยม คุณธรรม จริยธรรม และเจตคติ โดยพฤติกรรมท่ีสะทอนวา
ผูเรียนสามารถเกิดการเรียนรูดานจิตพิสัย คือ ผูเรียนมีการแสดงอารมณ ความรูสึกในสถานการณตาง ๆ
อยางเหมาะสมตามบรรทัดฐานของสังคม มีความสามารถในการตัดสินใจเชิงจริยธรรม และมีคานิยมพื้นฐาน
ที่ไดรับการปลูกฝง โดยแสดงพฤติกรรมที่สะทอนใหเห็นคุณลักษณะอันพึงประสงคอยางนอย ๘ ประการ
ตามที่หลักสตู รกําหนด

๓. ผลการเรียนรูดานทกั ษะพสิ ยั
ผลการเรยี นรดู า นทกั ษะพสิ ยั หมายถงึ ขอ มลู สารสนเทศทแี่ สดงถงึ ทกั ษะการปฏบิ ตั งิ านเกยี่ วกบั

การเคลื่อนไหวกลามเนื้อสวนตาง ๆ ของรางกายซ่ึงเกิดจากการประสานงานของสมองและกลามเนื้อที่ใชงาน
อยา งคลองแคลวประสานสมั พันธกัน

ผลการเรียนรูท้ัง ๓ ดาน ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาในกระบวนการจัดการเรียนการสอนตาม
หลักสูตรและกิจกรรมเสริมหลักสูตร ตลอดจนประสบการณตาง ๆ ในชีวิตจริงที่ผูเรียนไดรับการพัฒนา
เปนผลการเรียนรูท่ีเกิดขึ้นพรอมกับการเจริญเติบโตในแตละชวงวัยของผูเรียน ซึ่งเปนพัฒนาการที่ครูตอง
แสวงหาหรือคิดคนเทคนิค วิธีการ และเครื่องมือตาง ๆ เพื่อใชวัดและประเมินผลโดยคํานึงถึงความสอดคลอง
และเหมาะสม เพอื่ ใหไ ดผ ลการวดั และประเมนิ ทม่ี คี ณุ ภาพ สามารถนาํ ไปใชใ นการพฒั นาผเู รยี นและกระบวนการ
จัดการเรียนการสอนของครูไดอยางแทจริง การประเมินผลการเรียนรูที่กําหนดในหลักสูตร ซ่ึงเปนภารกิจ
ของผูส อน มีข้ันตอนการปฏิบตั ิ ดงั แผนภาพที่ ๔.๑

แนวปฏบิ ตั ิการวดั และประเมินผลการเรยี นรู 97
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p97 6/10/2558 9:21:46

ศกึ ษา/วเิ คราะห มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด
จากหลักสูตรสถานศึกษา

- เลือกวิธีการประเมนิ จดั ทําโครงสรา งรายวชิ า
- สรา ง/จดั หาเครอ่ื งมอื / และแผนการประเมนิ
เกณฑก ารประเมิน

การจดั การเรียนรู

ชแ้ี จงรายละเอียดของแผนการประเมินแกผ ูเรยี น

ประเมินวิเคราะหผูเรยี น กลมุ สาระการเรยี นรู
๘ กลุม

สอนซอมเสรมิ ประเมินความกาวหนา ระหวางเรยี น การอาน คดิ วเิ คราะห
ไมผา น และเขยี น

การประเมนิ คุณลักษณะ
อนั พึงประสงค

หนว ยที่ ๑ ประเมนิ ความสําเรจ็ หลงั เรียน การประเมนิ กจิ กรรม
พัฒนาผูเ รียน

หนว ยท่ี ๒ ผาน
หนวยที่... ประเมินผลปลายป/

ปลายภาค ไมผ า น สอบแกต ัวดาํ เนนิ การ
ตดั สนิ ผลการเรียน สอนซอมเสริม ตามระเบยี บ
สถานศกึ ษา

สงผลการเรียนให ผา น
- ครูประจําชั้น/ครทู ปี่ รกึ ษา
- คณะอนุกรรมการกลุมสาระ เรียนซ้ํารายวชิ าตาม
- ฝา ยทะเบยี นวัดผล ระเบยี บสถานศกึ ษา

อนุมตั ผิ ลการเรยี น

รายงานผลการเรยี นตอ ผเู กย่ี วขอ ง

แผนภาพที่ ๔.๑ กระบวนการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู

98 แนวปฏิบตั กิ ารวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p98 6/10/2558 9:21:46

จากแผนภาพกระบวนการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรูท ่ผี สู อนควรปฏบิ ัตมิ ีดงั นี้
๑. ศึกษา วิเคราะหมาตรฐานและตัวชี้วัดจากหลักสูตรสถานศึกษา สัดสวนคะแนนระหวางเรียน
กบั คะแนนปลายป/ ปลายภาค เกณฑต า ง ๆ ทสี่ ถานศกึ ษากาํ หนด ตลอดจนตอ งคาํ นงึ ถงึ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
การอา น คิดวิเคราะห และเขยี น กิจกรรมพัฒนาผเู รียน รวมทง้ั สมรรถนะตา ง ๆ ทต่ี อ งการใหเ กดิ ขึ้นในตวั ผเู รียน
เพื่อนําไปบูรณาการ สอดแทรกในระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยคํานึงถึงธรรมชาติรายวิชา
รวมถงึ จุดเนน ของสถานศกึ ษา
๒. จัดทําโครงสรางรายวชิ าและแผนการประเมิน

๒.๑ วิเคราะหตัวชี้วัดในแตละมาตรฐานการเรียนรูแลวจัดกลุมตัวชี้วัด เนื่องจากการวิเคราะห
ตัวชี้วัดจะชวยผูสอนในการกําหนดกิจกรรมการเรียนรู เพ่ือพัฒนาผูเรียนและประเมินใหครอบคลุมทุกดาน
ทต่ี วั ช้ีวดั กําหนด หากเปน รายวิชาเพิ่มเตมิ ใหว ิเคราะหผ ลการเรียนรตู ามทีส่ ถานศึกษากําหนด

๒.๒ กําหนดหนวยการเรียนรูโดยเลือกมาตรฐานการเรียนรู/ตัวช้ีวัดที่สอดคลองสัมพันธกัน
หรือประเด็นปญหาท่ีอยูในความสนใจของผูเรียน ซึ่งอาจจัดเปนหนวยเฉพาะวิชา (Subject Unit) หรือ
หนวยบูรณาการ (Integrated Unit) แตละหนว ยการเรียนรูอาจนําการอา น คดิ วิเคราะห และเขียน คณุ ลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงคม าพฒั นาในหนว ยการเรยี นรดู ว ยกไ็ ด ในขณะเดยี วกนั ผสู อนควรวางแผนการประเมนิ ทสี่ อดคลอ ง
กับหนวยการเรียนรูดวย กรณีที่ตัวช้ีวัดใดปรากฏอยูหลายหนวยการเรียนรู ควรพัฒนาตัวชี้วัดนั้นในทุก
หนวยการเรียนรู ดวยวิธีการและเครื่องมือที่หลากหลาย กอนบันทึกสรุปผล เพ่ือสามารถประเมินผูเรียนได
อยางครอบคลมุ

๒.๓ กําหนดสัดสวนเวลาเรียนในแตละหนวยการเรียนรูตามโครงสรางรายวิชา โดยคํานึงถึง
ความสําคัญของมาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชีว้ ดั หรอื ผลการเรยี นรู และสาระการเรียนรใู นหนว ยการเรยี นรู

๒.๔ กาํ หนดภาระงานหรอื ชนิ้ งาน หรอื กจิ กรรมทเี่ ปน หลกั ฐานแสดงออกซง่ึ ความรคู วามสามารถ
ที่สะทอนตัวช้ีวดั หรือผลการเรยี นรู การกาํ หนดภาระงานหรือชิน้ งาน อาจมีลกั ษณะดงั น้ี

๒.๔.๑ บูรณาการหลายสาระการเรียนรแู ละครอบคลมุ หลายมาตรฐานการเรยี นรู หรือ
หลายตัวชีว้ ัด

๒.๔.๒ สาระการเรียนรูเดยี วแตค รอบคลุมหลายมาตรฐานการเรียนรู หรอื หลายตัวช้ีวดั
๒.๕ กําหนดเกณฑสําหรับประเมินภาระงาน/ชิ้นงาน/กิจกรรม โดยใชเกณฑการประเมิน
(Rubrics) หรือกําหนดเปนรอ ยละ หรือตามทสี่ ถานศึกษากําหนด
๒.๖ สําหรับตัวชี้วัดท่ียังไมไดรับการประเมินโดยภาระงาน ใหเลือกวิธีการวัดและประเมินผล
ดวยวธิ กี ารและเครอ่ื งมอื ทีเ่ หมาะสม
๓. ชี้แจงรายละเอียดของการวัดและประเมินผลใหผูเรียนเขาใจถึงวัตถุประสงค วิธีการ เคร่ืองมือ
ภาระงาน เกณฑ คะแนน ตามแผนการประเมนิ ท่กี าํ หนดไว

แนวปฏบิ ตั กิ ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู 99
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p99 6/10/2558 9:21:47

๔. การจัดการเรียนรูของแตละหนวยการเรียนรู ควรวัดและประเมินผลการเรียนรูเปน ๓ ระยะ
ไดแก ประเมินวิเคราะหผูเรียนกอนการเรียนการสอน ประเมินความกาวหนาระหวางเรียน และการประเมิน
ความสําเรจ็ หลงั เรยี น โดยมีรายละเอยี ดดงั น้ี

๔.๑ ประเมนิ วเิ คราะหผ เู รยี น
การประเมินวิเคราะหผูเรียน เปนหนาที่ของครูผูสอนในแตละรายวิชา ทุกกลุมสาระ

การเรียนรู เพ่ือตรวจสอบความรู ทักษะและความพรอมดานตาง ๆ ของผูเรียนโดยใชวิธีการที่เหมาะสม แลว
นําผลการประเมินมาปรับปรุง ซอมเสริม หรือเตรียมผูเรียนทุกคนใหมีความพรอมและมีความรูพ้ืนฐาน ซึ่งจะ
ชวยใหการจัดกระบวนการเรียนรูของผูเรียนประสบความสําเร็จในการเรียนไดเปนอยางดี แตจะไมนําผล
การประเมินนไ้ี ปใชในการพจิ ารณาตัดสินผลการเรียน มีแนวปฏบิ ัติดังน้ี

๔.๑.๑ วิเคราะหความรแู ละทักษะทเี่ ปน พน้ื ฐานของเร่อื งท่ีจะเรียนรู
๔.๑.๒ เลือกวิธีการและเคร่ืองมือสําหรับประเมินความรูและทักษะพ้ืนฐานอยาง
เหมาะสม เชน การใชแบบทดสอบ การซกั ถามผเู รียน การสอบถามผทู ี่เคยสอน การพิจารณาผลการเรียนเดมิ
หรอื พจิ ารณาแฟมสะสมงาน (Portfolio) ท่ผี านมา เปน ตน
๔.๑.๓ ดําเนินการประเมินความรแู ละทักษะพ้นื ฐานของผเู รียน
๔.๑.๔ นําผลการประเมินไปพฒั นาผเู รียนใหม คี วามพรอ มท่ีจะเรยี น เชน จัดการเรยี นรู
พื้นฐานสําหรับผูที่ตองการความชวยเหลือ และเตรียมแผนจัดการเรียนรูเพื่อสนับสนุนผูเรียนที่มีความสามารถ
พเิ ศษ เปนตน
๔.๒ การประเมนิ ความกา วหนา ระหวางเรียน
การประเมินความกาวหนาระหวางเรียน เปนการประเมินที่มุงตรวจสอบพัฒนาการของ
ผูเรียนในการบรรลุมาตรฐาน/ตัวช้ีวัด ผลการเรียนรูตามหนวยการเรียนรูที่ผูสอนไดวางแผนไว เพื่อใหไดขอมูล
สารสนเทศไปพัฒนา ปรับปรุงแกไขขอ บกพรอ ง และสง เสริมผูเ รยี นใหม คี วามรคู วามสามารถและเกิดพฒั นาการ
สูงสุดตามศกั ยภาพ นอกจากนยี้ ังใชเ ปน ขอมูลในการปรับปรุงกระบวนการจัดการเรยี นรูของผสู อน การประเมิน
ความกาวหนาระหวางเรียนที่ดําเนินการอยางถูกหลักวิชาและตอเน่ืองจะใหผลการประเมินที่สะทอน
ความกาวหนาในการเรียนรูและศักยภาพของผูเรียนอยางถูกตอง นาเชื่อถือ โดยผูสอนเลือกวิธีการวัดและ
ประเมินผลที่สอดคลองกับภาระงานหรือกิจกรรมท่ีกําหนดใหผูเรียนปฏิบัติ วิธีการประเมินที่เหมาะสมสําหรับ
การประเมินความกาวหนาระหวางเรียน ไดแก การประเมินจากสิ่งที่ผูเรียนไดแสดงใหเห็นวามีการพัฒนา
ดา นความรคู วามสามารถ ทกั ษะ ตลอดจนมคี ณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคท เ่ี ปน ผลจากการเรยี นรู ซง่ึ ผสู อนสามารถ
เลอื กใชว ิธีการวดั และประเมนิ ผลไดหลากหลาย ดังนี้

100 แนวปฏบิ ัติการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p100 6/10/2558 9:21:47

๔.๒.๑ เลือกวิธีและเครื่องมือการประเมินใหสอดคลองกับตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู
เชน การประเมินดวยการสังเกต การซักถาม การตรวจแบบฝกหัด การประเมินตามสภาพจริง การประเมิน
การปฏบิ ตั ิ เปนตน

๔.๒.๒ สรา งเครอื่ งมอื วดั และประเมนิ ผลการเรยี นใหส อดคลอ งกบั วธิ กี ารประเมนิ ทก่ี าํ หนด
๔.๒.๓ ดําเนินการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นควบคไู ปกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู
๔.๒.๔ นําผลไปพฒั นาผเู รยี น
๔.๓ การประเมนิ ความสาํ เรจ็ หลงั เรียน
การประเมนิ ความสาํ เรจ็ หลงั เรยี น เปน การประเมนิ เพอื่ มงุ ตรวจสอบความสาํ เรจ็ ของผเู รยี น
ใน ๒ ลกั ษณะ คอื
๔.๓.๑ การประเมนิ เมอ่ื จบหนว ยการเรยี นรู เปน การประเมนิ ผเู รยี นในหนว ยการเรยี นรู
ท่ีไดเรียนจบแลว เพื่อตรวจสอบผลการเรียนรูของผูเรียนตามตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู พัฒนาการของผูเรียน
เมอื่ นาํ ไปเปรยี บเทยี บกบั ผลการประเมนิ วเิ คราะหผ เู รยี น ทาํ ใหส ามารถประเมนิ ศกั ยภาพในการเรยี นรขู องผเู รยี น
และประสทิ ธภิ าพในการจดั การเรยี นรขู องผสู อน ขอ มลู ทไ่ี ดจ ากการประเมนิ ความสาํ เรจ็ ภายหลงั การเรยี นสามารถ
นําไปใชประโยชนในการปรับปรุงแกไขวิธีการเรียนของผูเรียน การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรูของผูสอน
หรอื ซอมเสริมผเู รยี นใหบ รรลตุ วั ช้วี ดั หรอื ผลการเรยี นรู
การประเมนิ ความสาํ เรจ็ หลงั เรยี นนี้ จะสอดคลอ งกบั การประเมนิ วเิ คราะหผ เู รยี นกอ นการเรยี น
การสอน หากใชว ิธกี ารและเคร่อื งมอื ประเมนิ ชุดเดยี วกันหรอื คขู นานกัน เพือ่ ดูพัฒนาการของผเู รียนไดชัดเจน
๔.๓.๒ การประเมินปลายป/ปลายภาค เปนการประเมินผลเพื่อตรวจสอบผลสัมฤทธิ์
ของผูเรียนในการเรียนรูตามตัวช้ีวัดหรือผลการเรียนรู และใชเปนขอมูลสําหรับปรับปรุงแกไข ซอมเสริมผูเรียน
ที่ไมผานการประเมินตัวชี้วัด การประเมินปลายป/ปลายภาคสามารถใชวิธีการและเครื่องมือประเมินไดอยาง
หลากหลายและเลือกใชใหสอดคลองกับตัวชี้วัด อาจใชแบบทดสอบชนิดตาง ๆ หรือประเมินโดยใชภาระงาน
หรือกิจกรรม โดยมขี ้ันตอนหรอื วิธกี ารดงั นี้

๑) เลือกวธิ กี ารและเคร่อื งมือทจี่ ะใชใ นการวัดและประเมินผล
๒) สรา งเครื่องมือประเมิน
๓) ดาํ เนนิ การประเมิน
๔) นาํ ผลการประเมนิ ไปใชต ดั สนิ ผลการเรยี น สง ผลการเรยี นซอ มเสรมิ แกไ ข
ผลการเรียน

แนวปฏิบัตกิ ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู 101
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p101 6/10/2558 9:21:47

สําหรับกิจกรรมพัฒนาผูเรียนซ่ึงเปนกิจกรรมท่ีสถานศึกษาตองจัดใหผูเรียนทุกระดับชั้นนั้น ผูสอน
ทร่ี บั ผดิ ชอบตอ งดาํ เนนิ การจดั กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี นอยา งมเี ปา หมาย มรี ปู แบบและวธิ กี ารตามบรบิ ททเ่ี หมาะสม
ของสถานศกึ ษานน้ั ๆ ผูเรียนตองผานเกณฑการประเมินกจิ กรรมพัฒนาผเู รียนตามทส่ี ถานศึกษากําหนด จึงจะ
ผานเกณฑการจบแตละระดับการศกึ ษา ซึ่งมีขัน้ ตอนการดาํ เนินการดังนี้

๑. ศกึ ษากจิ กรรมและเกณฑก ารประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี นตามทคี่ ณะกรรมการประเมนิ กจิ กรรม
พัฒนาผูเ รียนของสถานศึกษากําหนด

๒. ออกแบบการจัดกจิ กรรมพฒั นาผูเรยี นตามลกั ษณะของกจิ กรรมนั้น
๓. ดาํ เนนิ การจดั กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี นและพัฒนาตามรปู แบบ วธิ ีการทีก่ าํ หนด
๔. เลอื กวธิ กี าร เครอื่ งมอื ใหส อดคลอ งกบั กจิ กรรมการประเมนิ ใหเ หมาะสมกบั ลกั ษณะของกจิ กรรม
๕. สรางเคร่ืองมือและกาํ หนดวิธกี ารประเมนิ
๖. ดําเนินการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผูเ รียน โดยคาํ นงึ ถงึ ตอ ไปนี้

๖.๑ เวลาในการเขารวมกิจกรรมของผูเรยี นตามเกณฑท่สี ถานศึกษากําหนด
๖.๒ ผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมและผลงานของผูเรยี นใหเ ปนไปตามเกณฑท สี่ ถานศึกษากาํ หนด
๗. สรปุ ผลประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน
๘. สง ผลการประเมิน

102 แนวปฏิบัตกิ ารวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p102 6/10/2558 9:21:47

๕.

เอกสารหลักฐานการศึกษา

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p103 6/10/2558 9:21:47

เอกสารหลักฐานการศึกษาถือเปนเอกสารสําคัญท่ีสถานศึกษาตองจัดทําขึ้นเพื่อใชในการดําเนินงาน
ในดา นตา ง ๆ ของการจัดการศึกษา ดงั น้ี

๑. บนั ทกึ ขอมูลในการดําเนินการจดั การเรียนการสอนและประเมนิ ผลการเรียน ไดแก แบบบนั ทึก
ผลการเรยี นประจํารายวิชา

๒. ติดตอส่อื สาร รายงานขอมูล และผลการเรยี นของผเู รียน ไดแ ก แบบรายงานประจําตวั นักเรียน
ระเบียนสะสม

๓. จัดทําและออกหลักฐานแสดงวุฒิและ/หรือรับรองผลการเรียนของผูเรียน ไดแก ระเบียนแสดง
ผลการเรยี น ประกาศนียบัตร แบบรายงานผสู ําเร็จการศกึ ษา และใบรบั รองผลการเรียน

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กําหนดเอกสารหลักฐานการศึกษา
ที่สถานศึกษาจะตองดําเนนิ การเปน ๒ ประเภท ไดแ ก

๑. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาท่ีกระทรวงศึกษาธิการกําหนด
๒. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาที่สถานศกึ ษากาํ หนด
เอกสารแตละประเภทมีวตั ถปุ ระสงคและรายละเอียดในการดาํ เนินการ ดงั น้ี

h เอกสารหลกั ฐานการศึกษาทกี่ ระทรวงศึกษาธกิ ารกําหนด

เปน เอกสารท่ีกระทรวงศึกษาธิการควบคมุ และบังคบั แบบ เพอ่ื ใชเปน หลกั ฐานสําหรับการตรวจสอบ
ยืนยนั และรบั รองผลการเรียนของผูเรยี น สถานศกึ ษาตองใชแบบพมิ พข องกระทรวงศกึ ษาธิการและดาํ เนนิ การ
จัดทําตามที่กระทรวงศึกษาธิการกําหนดไวใหเปนมาตรฐานเดียวกัน ไดแก ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.๑)
ประกาศนยี บตั ร (ปพ.๒) และแบบรายงานผสู ําเร็จการศกึ ษา (ปพ.๓)

๑. ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.๑)
เปนเอกสารสําหรับบันทึกขอมูลผลการเรียนของผูเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา

ขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ไดแ ก ผลการเรยี นตามกลมุ สาระการเรยี นรู ผลการประเมนิ การอา น คดิ วเิ คราะห
และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียน สถานศึกษา
จะตองจัดทําและออกเอกสารนี้ใหผูเรียนเปนรายบุคคล เม่ือผูเรียนจบการศึกษาแตละระดับหรือเม่ือผูเรียน
ออกจากสถานศึกษาในทุกกรณี เพื่อใชแสดงผลการเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

๒. ประกาศนียบัตร (ปพ.๒)
เปน เอกสารแสดงวฒุ กิ ารศกึ ษาทม่ี อบใหแ กผ จู บการศกึ ษาภาคบงั คบั และผสู าํ เรจ็ การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ เพอ่ื รบั รองศกั ดแ์ิ ละสทิ ธข์ิ องผสู าํ เรจ็ การศกึ ษา
ตามวฒุ แิ หงประกาศนียบัตรน้ัน

104 แนวปฏบิ ัติการวัดและประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p104 6/10/2558 9:21:47

๓. แบบรายงานผสู าํ เร็จการศกึ ษา (ปพ.๓)
เปน เอกสารสาํ หรบั อนมุ ตั กิ ารจบการศกึ ษาตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานของผเู รยี น

ในแตละรุนการศึกษา โดยบันทึกรายชื่อและขอมูลทางการศึกษาของผูจบการศึกษาระดับประถมศึกษา
(ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๖) ผูจบการศึกษาภาคบังคับ (ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี ๓) และผูจบการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
(ช้ันมัธยมศึกษาปที่ ๖) ใชเ ปนเอกสารสําหรบั ตดั สินและอนุมัตผิ ลการเรียนใหผเู รียนเปน ผูสาํ เรจ็ การศกึ ษา และ
ใชใ นการตรวจสอบยืนยนั และรับรองความสําเรจ็ และวฒุ กิ ารศกึ ษาของผูส ําเรจ็ การศึกษาแตล ะคนตลอดไป

h เอกสารหลักฐานการศึกษาทสี่ ถานศึกษากําหนด

เปนเอกสารท่ีสถานศึกษาจัดทําข้ึนเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู และขอมูลสําคัญเกี่ยวกับ
ผูเรียน เชน แบบบันทึกผลการเรียนประจํารายวิชา แบบรายงานประจําตัวนักเรียน ระเบียนสะสม ใบรับรอง
ผลการเรยี น และเอกสารอน่ื ๆ ตามวตั ถปุ ระสงคข องการนําเอกสารไปใช

๑. แบบบันทึกผลการเรยี นประจาํ รายวชิ า
เปนเอกสารที่สถานศึกษาจัดทําขึ้นเพื่อใหผูสอนใชบันทึกขอมูลการวัดและประเมินผลการเรียน

ตามแผนการจัดการเรียนการสอนและประเมินผลการเรยี น และใชเปน ขอมูลในการพจิ ารณาตัดสินผลการเรียน
แตล ะรายวิชา เอกสารนคี้ วรจดั ทําเพอ่ื บันทึกขอมูลของผเู รียนเปน รายหอ ง

เอกสารบันทึกผลการเรียนประจาํ รายวชิ า นาํ ไปใชประโยชนด งั นี้
๑.๑ ใชเปนเอกสารเพ่ือการดําเนินงานของผูสอนแตละคนในการวัดและประเมินผลการเรียน
ของผูเ รยี นแตละรายวชิ า รายหอง
๑.๒ ใชเ ปนหลกั ฐานสาํ หรบั ตรวจสอบ รายงาน และรับรองขอมลู เกี่ยวกบั วิธีการและกระบวน
การวดั และประเมนิ ผลการเรยี น
๑.๓ เปน เอกสารทผี่ บู รหิ ารสถานศกึ ษาใชใ นการอนมุ ตั ผิ ลการเรยี นประจาํ ภาคเรยี น/ปก ารศกึ ษา
๒. แบบรายงานประจําตัวนักเรียน
เปนเอกสารท่ีสถานศึกษาจัดทําขึ้นเพื่อบันทึกขอมูลการประเมินผลการเรียนรู และพัฒนาการ
ดานตาง ๆ ของผูเรียนแตละคนตามเกณฑการตัดสินการผานระดับชั้นตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน รวมทั้งขอมูลดานอื่น ๆ ของผูเรียนท้ังท่ีบานและโรงเรียน เปนเอกสารรายบุคคล สําหรับส่ือสาร
ใหผูปกครองของผูเรียนแตละคนไดรับทราบผลการเรียนและพัฒนาการดานตาง ๆ ของผูเรียน และรวมมือ
ในการพัฒนาผูเรยี นอยางตอเนือ่ ง

แนวปฏิบัติการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู 105
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p105 6/10/2558 9:21:47

๓. ใบรบั รองผลการเรยี น
เปนเอกสารท่ีสถานศึกษาจัดทําข้ึนเพื่อรับรองสถานภาพความเปนผูเรียนในสถานศึกษาที่กําลัง

ศึกษาอยูหรอื รับรองผลการเรียน หรือวุฒิของผูเรียนเปนการชั่วคราวตามทผี่ เู รยี นรอ งขอ ท้งั กรณีท่ีผเู รียนกาํ ลงั
ศึกษาอยูในโรงเรียนหรือเม่ือจบการศึกษาไปแลว แตกําลังรอรับหลักฐานการศึกษา ระเบียนแสดงผลการเรียน
เปนตน

ใบรบั รองผลการเรยี นมอี ายกุ ารใชง านชวั่ คราว โดยปกตปิ ระมาณ ๓๐ วนั ซงึ่ ผเู รยี นสามารถนาํ ไป
ใชเปนหลักฐานแสดงคุณสมบัติของผูเรียนในการสมัครเขาศึกษาตอ สมัครเขาทํางาน หรือเม่ือมีกรณีอื่นใด
ท่ีผูเรียนแสดงคุณสมบัตเิ กย่ี วกับวุฒคิ วามรู หรือสถานภาพการเปนผูเรียนของตน

๔. ระเบยี นสะสม
เปนเอกสารท่ีสถานศึกษาจัดทําข้ึนเพื่อบันทึกขอมูลเก่ียวกับพัฒนาการของผูเรียนในดานตาง ๆ

เปน รายบคุ คลอยางตอ เนอ่ื ง ตลอดชว งระยะเวลาการศกึ ษาตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน ๑๒ ป
ระเบยี นสะสมใหข อ มลู ทเี่ ปน ประโยชนใ นการแนะแนวทางการศกึ ษาและการประกอบอาชพี ของผเู รยี น การพฒั นา
ปรบั ปรงุ บคุ ลกิ ภาพ การปรับตวั ของผเู รียน และผลการเรยี น ตลอดจนรายงานกระบวนการพัฒนาคุณภาพของ
ผเู รยี นระหวา งสถานศกึ ษากบั บา น และใชเ ปน หลกั ฐานในการตรวจสอบคณุ สมบตั ขิ องผเู รยี นตามความเหมาะสม

106 แนวปฏบิ ัติการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p106 6/10/2558 9:21:47

ระเบียนแสดงผลการเรยี น

(ปพ.๑)

0675_57.indd p107 6/10/2558 9:21:48

h แนวปฏบิ ตั ใิ นการจัดทาํ ระเบยี นแสดงผลการเรยี น (ปพ.๑)

ระเบยี นแสดงผลการเรยี น (ปพ.๑) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
เปนหลักฐานแสดงผลการเรียนของผูเรียนที่เรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานแตละระดับช้ัน
สถานศึกษาตองออกระเบียนแสดงผลการเรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานใหผูเรียนทุกคน
ทจ่ี บการศกึ ษาแตล ะระดบั ชน้ั หรอื เมอ่ื ออกจากสถานศกึ ษา โดยใชแ บบพมิ พท ก่ี ระทรวงศกึ ษาธกิ ารจดั พมิ พเ ทา นนั้

ลกั ษณะของระเบียนแสดงผลการเรยี น (ปพ.๑)
๑. ระเบยี นแสดงผลการเรียน (ปพ.๑) จาํ แนกเปน ๓ แบบ คือ

๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ระดับประถมศึกษา
(ปพ.๑ : ป)

๑.๒ ระเบียนแสดงผลการเรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษา
ตอนตน (ปพ.๑ : บ)

๑.๓ ระเบียนแสดงผลการเรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ระดับมัธยมศึกษา
ตอนปลาย (ปพ.๑ : พ)

๒. ระเบยี นแสดงผลการเรียน (ปพ.๑) ทุกระดับมี ๒ ประเภท คือ
๒.๑ แบบพิมพปกติ มีลักษณะเปนแบบพิมพสมบูรณครบถวน สําหรับใชกรอกขอมูล

ดวยการเขยี นหรอื พิมพด ีด
๒.๒ แบบพมิ พส าํ หรบั ใชก บั คอมพวิ เตอร มลี กั ษณะเปน กระดาษวา ง มขี อ มลู เฉพาะชอ่ื เอกสาร

แตล ะระดับ และหมายเลขควบคมุ เอกสารเทา นน้ั
การสงั่ ซื้อ ควบคมุ และการจัดเก็บรักษาระเบยี นแสดงผลการเรยี น (ปพ.๑)
ระเบียนแสดงผลการเรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ปพ.๑) เปนเอกสารหลักฐาน

ที่สถานศึกษาทุกแหงทุกสังกัดในระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานจะตองดําเนินการจัดทําใหเปนแนวทางเดียวกัน
โดยผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเปนผูดําเนินการจัดซ้ือใหสถานศึกษาทุกแหงทุกสังกัดในเขตพ้ืนที่
การศึกษาทร่ี ับผดิ ชอบ โดยมีขั้นตอนการดําเนินการ ดงั แผนภาพท่ี ๕.๑

108 แนวปฏิบตั ิการวดั และประเมินผลการเรียนรู
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p108 6/10/2558 9:21:48

สถานศึกษาทําหนงั สือขอซ้อื แบบพิมพต อ สํานกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษา

กรณีท่ี ๑ : สาํ นักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษา กรณีท่ี ๒ : สถานศกึ ษาไดร ับมอบหมาย
เปน ผดู ําเนนิ การจัดซือ้ เปนผูดาํ เนนิ การจัดซื้อเอง*

ผอ.สพท. ทาํ หนังสือสั่งซอื้ แบบพมิ พ ผอ.สพท. ทาํ หนงั สอื ส่งั ซอื้ แบบพมิ พ
ถงึ องคก ารคาของ สกสค. ถึงองคก ารคา ของ สกสค.

โดยระบุชอ่ื -นามสกุลบคุ ลากรของ สพท. โดยระบุชื่อ-นามสกลุ คร/ู บคุ ลากรของสถานศึกษา
ทไ่ี ดร ับมอบฉนั ทะใหเปน ผูดาํ เนินการจดั ซือ้ ท่ไี ดรับมอบหมายใหเ ปน ผูดาํ เนินการจดั ซ้ือรับมอบฉนั ทะ
ทั้งนี้ใหผ ทู ไ่ี ดร ับมอบฉันทะนําบัตรประจาํ ตัวประชาชน/ ท้ังนี้ใหผ ูไดรบั มอบฉนั ทะนาํ บตั รประจาํ ตัวประชาชน/
บตั รขา ราชการไปแสดงตอองคก ารคา ของ
บตั รขา ราชการไปแสดงตอ องคก ารคาของ
สกสค. ดวย สกสค. ดวย

เมอ่ื ไดร บั แบบพมิ พแลว

ผูรบั มอบฉันทะของ สพท. ผูรบั มอบฉนั ทะของสถานศกึ ษา
นาํ แบบพิมพลงบัญชีรับ-จา ย นําแบบพิมพล งบญั ชีรบั -จา ย

แบบพิมพของ สพท. แบบพมิ พข อง สพท.

สพท. แจงใหสถานศกึ ษามารบั เม่ือไดร บั แบบพิมพแลว ผูรับมอบฉนั ทะของสถานศึกษา
แบบพมิ พทไี่ ดสง่ั ซื้อไว นาํ แบบพมิ พลงบัญชีรับแบบพิมพ

สถานศกึ ษานําแบบพิมพลงบัญชี ของสถานศึกษาตอ ไป
รับแบบพมิ พข องสถานศกึ ษาตอไป

แผนภาพที่ ๕.๑ แสดงขั้นตอนการสงั่ ซ้ือ ควบคุม และการจดั เกบ็ รักษาระเบยี นแสดงผลการเรยี น (ปพ.๑)
* ถา สถานศกึ ษาตองการดําเนินการสง่ั ซ้ือเองใหระบชุ ือ่ ครูหรอื บุคลากรทางการศกึ ษาของสถานศึกษาในหนังสอื ขอซอ้ื แบบพมิ พด ว ย

จากแผนภาพที่ ๕.๑ มีรายละเอียดข้ันตอนการส่ังซ้ือ ควบคุม และการจัดเก็บรักษาระเบียนแสดง
ผลการเรียน (ปพ.๑) ดงั ตอไปน้ี

กรณที ่ี ๑ : สาํ นักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาเปนผูดาํ เนนิ การจัดซ้ือ
ข้ันตอนท่ี ๑ ผูบริหารสถานศึกษาทําหนังสือแจงความประสงคขอซื้อแบบพิมพถึงผูอํานวยการ

สาํ นักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษา เพ่ือใหสาํ นักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาเปนผดู ําเนนิ การจัดซอื้ ใหส ถานศกึ ษา

แนวปฏิบตั กิ ารวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู 109
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p109 6/10/2558 9:21:48

กรณสี ถานศกึ ษาสงั กดั กรงุ เทพมหานครและองคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ ใหผ บู รหิ าร
สถานศึกษาทําหนังสือแสดงความประสงคสั่งซื้อไปยังหนวยงานตนสังกัด เพื่อหนวยงานตนสังกัดดําเนินการ
ขอซ้อื แบบพิมพไปยังสํานกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาท่ตี ั้งอยูต อไป

ข้นั ตอนท่ี ๒ ผูอํานวยการสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาทําหนังสือสั่งซื้อแบบพิมพ (ปพ.๑)
ถึงองคการคา ของ สกสค. โดยระบุ

๒.๑ ชอ่ื บคุ คลในสาํ นกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาทไ่ี ดร บั มอบฉนั ทะใหเ ปน ผดู าํ เนนิ การ
จดั ซ้ือ โดยผูทีไ่ ดร บั มอบฉันทะตอ งนําบัตรประจาํ ตัวประชาชนหรือบตั รขาราชการไปแสดงดวย

๒.๒ ชนิดแบบพิมพ (แบบพิมพปกติหรือแบบพิมพสําหรับใชกับคอมพิวเตอร)
จาํ นวนแบบพมิ พ จาํ แนกเปนระดับชัน้ วามีระดับชน้ั ละกี่เลม (๑ เลม มี ๕๐ แผน)

ขน้ั ตอนท่ี ๓ เมื่อผูไดรับมอบฉันทะรับแบบพิมพ (ปพ.๑) แลว ใหนําแบบพิมพน้ันมาควบคุม
หมายเลขชดุ ที่ เลขท่ใี นบัญชรี ับ-จายแบบพิมพข องสาํ นกั งานเขตพื้นที่การศึกษา

ขน้ั ตอนที่ ๔ สํานักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษา แจง ใหสถานศกึ ษามารับแบบพิมพท ไ่ี ดสง่ั ซื้อไว
ข้ันตอนที่ ๕ สถานศึกษานําแบบพิมพดังกลาวมาควบคุมหมายเลขชุดท่ี เลขที่ในบัญชีรับแบบพิมพ
ของสถานศกึ ษา และจดั เกบ็ รกั ษาไวอยา งดตี อ ไป
กรณีท่ี ๒ : สถานศึกษาไดรับมอบหมายเปนผดู าํ เนินการจดั ซ้อื เอง
ข้นั ตอนท่ี ๑ ผบู รหิ ารสถานศกึ ษาทาํ หนงั สอื แจง ความประสงคข อซอ้ื แบบพมิ พ (ปพ.๑) และแจง
ขอดาํ เนนิ การจัดซือ้ เองถงึ ผอู ํานวยการสาํ นักงานเขตพืน้ ที่การศึกษา โดยระบุ

๑.๑ ชอ่ื -นามสกลุ ครหู รอื บคุ ลากรทางการศกึ ษาของสถานศกึ ษาทไี่ ดร บั มอบหมาย
ใหเ ปน ผดู าํ เนนิ การจดั ซอ้ื โดยผทู ไี่ ดร บั มอบฉนั ทะตอ งนาํ บตั รประจาํ ตวั ประชาชนหรอื บตั รขา ราชการไปแสดงดว ย

๑.๒ ชนิดแบบพิมพ (แบบพิมพปกติหรือแบบพิมพสําหรับใชกับคอมพิวเตอร)
จํานวนแบบพิมพ จาํ แนกเปน ระดับชนั้ วา มรี ะดับชั้นละก่เี ลม

ขัน้ ตอนท่ี ๒ ผูอํานวยการสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาทําหนังสือส่ังซื้อแบบพิมพ (ปพ.๑)
ถงึ องคก ารคาของ สกสค. โดยระบุ

๒.๑ ชื่อ-นามสกุลของครูหรือบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาที่ไดรับ
มอบหมายในข้ันตอนที่ ๑ เปน ผไู ดรับมอบฉนั ทะดาํ เนินการจัดซ้อื

๒.๒ ช่ือสถานศึกษา อําเภอ จังหวัด ลักษณะแบบพิมพ จํานวนแบบพิมพ
จําแนกเปนระดับชน้ั วามรี ะดับชั้นละกี่เลม

ขน้ั ตอนท่ี ๓ เม่ือไดรับระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.๑) ครบถวนและถูกตองแลว ใหนํา
แบบพิมพน นั้ มาควบคมุ หมายเลขชดุ ที่ เลขที่ในบญั ชีรบั -จายแบบพมิ พข องสํานักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษากอน

ขัน้ ตอนท่ี ๔ หลังจากนั้นใหสถานศึกษานําแบบพิมพมาควบคุมหมายเลขชุดท่ี เลขท่ีในบัญชีรับ
แบบพิมพข องสถานศึกษา และจัดเก็บรักษาไวอ ยางดีตอไป

110 แนวปฏบิ ตั ิการวัดและประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p110 6/10/2558 9:21:49

การออกเอกสารระเบยี นแสดงผลการเรียน (ปพ.๑) ใหผเู รยี น ใหจดั ทาํ ดังน้ี
๑. ใหโรงเรยี นกรอกขอ ความในระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.๑) อยางชดั เจนและถกู ตองซงึ่ ถอื วา
เปน ตน ฉบับ ตน ฉบบั ของนักเรยี นทุกคนไมต อ งตดิ รูปถาย ไมตองลงนามนายทะเบียนและหวั หนา สถานศึกษา
๒. ใหจัดทําเอกสารคูฉบับของเอกสารตนฉบับข้ึน ๒ ฉบับ โดยใชวิธีการถายสําเนาจากตนฉบับ
หรือนําแบบพิมพเอกสารท่ีใชจัดทําตนฉบับมาคัดลอกขอมูลจากตนฉบับก็ได (กรณีนี้ใหนําเลขชุดท่ี...........
เลขที่............ ของเอกสารตนฉบับไปกรอกที่ชองหมายเหตุของเอกสารที่ลอกใหมท้ัง ๒ ฉบับ โดยกรอกวา
เอกสารฉบบั นี้เปนเอกสารคูฉ บับของเอกสารตน ฉบบั ชดุ ท.่ี ..........เลขท.ี่ ..............)
๓. ตดิ รปู ถา ยของผเู รยี นขนาด ๓ x ๔ ซม. ในชอ งตดิ รปู ถา ย ใหน ายทะเบยี นและผบู รหิ ารสถานศกึ ษา
ลงนามในเอกสารทจ่ี ดั ทาํ ขนึ้ ใหมท ง้ั ๒ ฉบบั พรอ มกบั กรอกวนั ที่ เดอื น พ.ศ. ทล่ี งนามในเอกสาร แลว ประทบั ตรา
สถานศึกษา (ตราดุนหรือสีแดงชาด) ที่รูปถายของผูเรียนและท่ีลายเซ็นของผูบริหารสถานศึกษา สถานศึกษา
มอบเอกสารทีจ่ ดั ทําข้ึนใหผูเรียน ๑ ฉบบั และเก็บรักษาไวเ ปน สําเนารวมกบั ตน ฉบบั ที่สถานศึกษา ๑ ฉบับ
ผเู รยี นทไี่ ดร ับเอกสารระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.๑) ไปแลว เมอ่ื มีความจําเปนตองขอฉบบั ใหม
ใหย น่ื คาํ รอ งขอเอกสารฉบบั ใหมพ รอ มดว ยเหตผุ ลในการขอเอกสารเปน ลายลกั ษณอ กั ษร ใหส ถานศกึ ษาดาํ เนนิ การ
ออกเอกสารใหมจากตนฉบับเดิมท่ีจัดทําไวตามวิธีขางตน และใหนายทะเบียนและผูบริหารสถานศึกษาที่ดํารง
ตาํ แหนงขณะทผี่ เู รียนย่ืนคาํ รอ งขอเอกสาร เปน ผูลงนามในเอกสารทีจ่ ัดทาํ ใหมทง้ั ๒ ฉบับ
สถานศึกษาตองทําบัญชีจายแบบระเบียนแสดงผลการเรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
(ปพ.๑) ในทุกกรณี และบันทึกในสมดุ หมายเหตรุ ายวันของสถานศกึ ษาทกุ คร้ังที่มีการออกเอกสาร
การยกเลิกระเบยี นแสดงผลการเรียนกรณสี ญู หายหรอื เสยี หาย
เนอ่ื งจากระเบยี นแสดงผลการเรยี น (ปพ.๑) เปน เอกสารหลกั ฐานสาํ คญั ทกี่ ระทรวงศกึ ษาธกิ ารจะตอ ง
ดาํ เนินการควบคุม ดงั น้นั ถา ระเบยี นแสดงผลการเรยี น (ปพ.๑) เกดิ การสูญหายหรอื เสยี หาย จะตองดาํ เนนิ การ
สอบสวนขอ เทจ็ จรงิ และประกาศยกเลกิ แบบพมิ พท สี่ ญู หายหรอื เสยี หาย พรอ มทง้ั แจง ใหห นว ยงานทเี่ กยี่ วขอ งทราบ
ดงั รายละเอยี ดขัน้ ตอนการยกเลิกระเบยี นแสดงผลการเรียนกรณตี าง ๆ ดังตอ ไปน้ี
กรณีท่ี ๑ แบบพิมพเกิดการสูญหายท้ังเม่ือขณะทําการขนสง หรือเก็บรักษาอยูที่สถานศึกษา
ควรดําเนินการดงั น้ี
๑. ผทู ําใหเ กดิ การสญู หาย ไดแก สถานศึกษา สาํ นักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา หรอื หนว ยงานทจ่ี ดั สง
แจง ความเอกสารสูญหายตอ เจา หนาที่ตํารวจเพือ่ ลงบนั ทึกรายงานประจาํ วันรบั แจง เอกสารหาย แลว เกบ็ ใบแจง ความ
ไวเ ปน หลกั ฐาน
๒. ทาํ รายงานแจง เรอื่ งแบบพิมพ ปพ.๑ ฉบบั ท่ีสญู หาย (พรอมแนบสาํ เนาเอกสารลงบนั ทกึ รายงาน
ประจําวนั ดวย) ตอ สาํ นักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาทสี่ ังกดั โดยดวน
๓. สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาดําเนินการสอบสวนขอเท็จจริง แลวทํารายงานเพ่ือขอยกเลิก
แบบพมิ พพรอ มแนบรา งประกาศยกเลกิ แบบพมิ พ ตอผูอาํ นวยการสาํ นักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา

แนวปฏิบัตกิ ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู 111
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p111 6/10/2558 9:21:49

๔. ผูอํานวยการสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาพิจารณาและลงนามในประกาศยกเลิกแบบพิมพ
เม่ือมีการลงนามเรียบรอยแลว ใหสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา/สถานศึกษาดําเนินการแจงประกาศยกเลิก
ถงึ กระทรวงทกุ กระทรวง และสาํ นกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาทกุ เขต เพอื่ แจง หนว ยงาน/สถานศกึ ษาในสงั กดั ไมใ ห
รบั พิจารณาระเบยี นแสดงผลการเรยี น (ปพ.๑) ท่ถี ูกยกเลิกตอไป

กรณีที่ ๒ แบบพิมพเกิดการเสียหายเน่ืองจากเขยี นผิดพลาด สกปรก หรอื เกิดการชํารุดเสียหาย
ดวยเหตอุ ื่นใดจนไมอาจใชการได ใหด าํ เนินการดงั น้ี

๑. สถานศกึ ษาทีท่ าํ ใหเ กิดการเสยี หายทาํ รายงานขอยกเลิกแบบพมิ พ ปพ.๑ โดยระบสุ าเหตุ เลขที่
และจาํ นวนแบบพมิ พทีเ่ สยี หาย เสนอตอ สาํ นักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาตนสังกัด/ทีส่ ถานศกึ ษาตงั้ อยู

๒. สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาแตงตั้งคณะกรรมการดําเนินการสอบสวน หากคณะกรรมการ
เหน็ ควรประกาศยกเลกิ แบบพมิ พ ใหส ํานกั งานเขตพื้นที่การศึกษาทาํ รายงานขอยกเลิกแบบพิมพ ปพ.๑ ฉบับที่
เสียหายตอ ผูอ ํานวยการสํานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษา พรอ มแนบประกาศยกเลกิ แบบพมิ พเ พ่อื ใหลงนาม

๓. เม่ือผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาลงนามในประกาศยกเลิกแบบพิมพเรียบรอยแลว
ใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา/สถานศึกษา ดําเนินการแจงประกาศยกเลิกถึงกระทรวงทุกกระทรวง และ
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต เพื่อแจงหนวยงาน/สถานศึกษาในสังกัดไมใหรับพิจารณาระเบียนแสดงผล
การเรียน (ปพ.๑) ท่ถี ูกยกเลกิ ตอ ไป

กรณแี บบพมิ พท ม่ี คี วามเสยี หายเพยี งเลก็ นอ ย หา มลบหรอื ขดู ถา เขยี นผดิ ใหข ดี ฆา แลว เขยี นขอ ความ
ท่ีถูกตองไว และใหนายทะเบียนลงนามกํากับ อาจไมตองประกาศยกเลิก ท้ังนี้ ขึ้นอยูกับดุลยพินิจของ
สถานศึกษา

112 แนวปฏิบตั ิการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p112 6/10/2558 9:21:49

ระเบยี นแสดงผลการเรยี นหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน ระดบั ประถมศกึ ษา (ปพ.๑ : ป)
ประกอบดว ยขอ มูลตอ ไปนี้

ดานหนา ระเบยี นแสดงผลการเรยี นหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับประถมศกึ ษา
ปพ.1 : ป ชดุ ท่ี.............เลขที.่ ............
โรงเรียน.................................................................................................................................................................................. ๑ ขอมลู โรงเรียนและผูเรียน
สงั กดั ......................................................................................................................................................................................
ตาํ บล/แขวง........................................................................................ ชือ่ ............................................................................... 3x4 ซม.
อาํ เภอ/เขต......................................................................................... ช่ือสกุล.......................................................................
จงั หวัด................................................................................................ เลขประจาํ ตัวนักเรียน................................................
สํานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษา..............................................................เลขประจาํ ตัวประชาชน.........................................................................
วันเขาเรียน........................................................................................ เกดิ วนั ท่ี....................เดือน....................................พ.ศ.........................
โรงเรียนเดิม...................................................................................... เพศ.....................สัญชาต.ิ ............................ศาสนา.............................
จงั หวัด............................................................................................... ชื่อ-ชอื่ สกลุ บิดา.....................................................................................
ช้ันเรียนสดุ ทาย....................................................................ผ...ล...ก..า..ร..เ.รยี ชนือ่ ร-ชายื่อวสชิกุลามารดา..................................................................................

เวลา
( ่ัชวโมง)
ผลการเรียน
เวลา
( ั่ชวโมง)
ผลการเ ีรยน
เวลา
( ั่ชวโมง)
ผลการเรียน
รหสั /รายวิชา รหัส/รายวชิ า รหัส/รายวิชา

๒ ผลการเรยี นรายวิชา

(...........................................................)
นายทะเบียน

ดานหลงั

ปพ.1 : ป ชุดท.่ี ........................เลขท่ี.........................
ผลการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผูเ รยี น

กจิ กรรม
เวลา
( ั่ชวโมง)
ผลการ
ประเมิน

เวลา
( ่ัชวโมง)
ผลการ
ประเ ิมน
เวลา
( ่ชัวโมง)
ผลการ
ประเมิน
กิจกรรม กจิ กรรม

๓ ผลการประเมิน
กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น

สรุปผลการประเมนิ ผลการตดั สิน กลมุ สาระการเรยี นรู/ หนวย ้ํนาหนัก
การศึกษาคนควา ดวยตนเอง รวม (ป.4-6)
1. ผลการประเมินรายวิชาพน้ื ฐาน .................... ............................ ผลการเ ีรยน
2. ผลการประเมินการอาน คดิ วเิ คราะห และเขียน .................... ............................ เฉล่ีย (ป.4-6)
3. ผลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค .................... ............................
๔ สรุปผล/ตัดสนิ /อนมุ ัติ ภาษาไทย ๖ ผลการเรยี นตลอด ๓ ป
ผลการประเมนิ 4. ผลการประเมินกจิ กรรมพฒั นาผูเ รียน คณิตศาสตร (ป. ๔ - ๖)
วทิ ยาศาสตร
.................... ............................ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
สขุ ศึกษาและพลศึกษา
วนั อนมุ ัตกิ ารจบ................................................................................................................. ศลิ ปะ

วนั ออกจากโรงเรยี น........................................................................................................... การงานอาชพี และเทคโนโลยี
ภาษาตา งประเทศ
สาเหตทุ อ่ี อกจากโรงเรียน................................................................................................... การศึกษาคน ควา ดวยตนเอง (IS)

๕ ผลการทดสอบ ผลการทดสอบระดบั ชาติ ผลการเรยี นเฉลย่ี ตลอด 3 ป (ป.4-6)
ระดับชาติ

๗ สดั สว นผลการเรยี น สัดสวนผลการเรียนและผลการทดสอบระดบั ชาติ (...........................................................)
และผลการทดสอบ นายทะเบียน
1. รอ ยละ..........ของผลการเรียนเฉลี่ยตลอด 3 ป (ป.4-6) = ....................
(...........................................................)
ระดับชาติ 2. รอยละ..........ของผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาตขิ ้นั พ้ืนฐาน = .................... ผอู ํานวยการ.........................................
วนั ท่ี.........................................................
3. ผลการเรยี นเฉลีย่ รวม = .................... หมายเหตุ

คําอธบิ ายเกณฑ เกณฑก ารประเมนิ ของสถานศกึ ษา
การประเมินของ


สถานศึกษา

แนวปฏิบัตกิ ารวดั และประเมินผลการเรียนรู 113
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p113 6/10/2558 9:21:49

ระเบยี นแสดงผลการเรียนหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน ระดบั ประถมศึกษา

ปพ.1 : ป ชุดท.ี่ ..................เลขท่ี...................

โรงเรียน.................................................................................................................................................................................. 3x4 ซม.
สงั กัด......................................................................................................................................................................................
ตําบล/แขวง........................................................................................... ช่ือ..........................................................................
อาํ เภอ/เขต.............................................................................................ชือ่ สกลุ ...................................................................
จังหวดั ....................................................................................................เลขประจาํ ตัวนกั เรยี น............................................................................
สํานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษา.................................................................เลขประจาํ ตวั ประชาชน..........................................................................
วนั เขาเรยี น.............................................................................................เกิดวนั ท.่ี ...................เดอื น....................................พ.ศ.........................
โรงเรยี นเดิม............................................................................................เพศ.....................สัญชาติ.............................ศาสนา..............................
จงั หวดั ....................................................................................................ชื่อ-ชอ่ื สกลุ บิดา......................................................................................
ชั้นเรยี นสดุ ทาย...................................................................................... ชื่อ-ชื่อสกุลมารดา..................................................................................

ผลการเรยี นรายวิชา

เวลา
( ั่ชวโมง)
ผลการเ ีรยน
เวลา
( ั่ชวโมง)
ผลการเ ีรยน
เวลา
( ั่ชวโมง)
ผลการเ ีรยน
รหสั /รายวชิ า รหสั /รายวิชา รหสั /รายวิชา

114 แนวปฏบิ ตั ิการวดั และประเมินผลการเรียนรู (...........................................................)
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ นายทะเบยี น

0675_57.indd p114 6/10/2558 9:21:50

ปพ.1 : ป ชุดท่.ี ........................เลขที.่ ........................
ผลการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผเู รยี น

กจิ กรรม
เวลา
( ่ัชวโมง)
ผลการ
ประเ ิมน

เวลา
(ช่ัวโมง)
ผลการ
ประเ ิมน
เวลา
(ชั่วโมง)
ผลการ
ประเมิน
กิจกรรม กจิ กรรม

สรุปผลการประเมิน ผลการตัดสิน กลมุ สาระการเรียนรู/ หนวยนํ้าหนัก
การศกึ ษาคนควา ดวยตนเอง รวม (ป.4-6)
1. ผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน .................... ............................ ผลการเ ีรยน
2. ผลการประเมนิ การอา น คดิ วิเคราะห และเขียน เฉ ่ีลย (ป.4-6)
3. ผลการประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงค
.................... ............................ ภาษาไทย
.................... ............................ คณิตศาสตร
วิทยาศาสตร
4. ผลการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น .................... ............................ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

วันอนุมตั กิ ารจบ................................................................................................................. สุขศกึ ษาและพลศึกษา
ศลิ ปะ
วนั ออกจากโรงเรียน........................................................................................................... การงานอาชพี และเทคโนโลยี
ภาษาตางประเทศ
สาเหตทุ ่อี อกจากโรงเรยี น................................................................................................... การศึกษาคนควา ดว ยตนเอง (IS)

ผลการทดสอบระดบั ชาติ ผลการเรียนเฉล่ยี ตลอด 3 ป (ป.4-6)

สดั สว นผลการเรยี นและผลการทดสอบระดบั ชาติ (...........................................................)

1. รอยละ..........ของผลการเรียนเฉลย่ี ตลอด 3 ป (ป.4-6) = .................... นายทะเบยี น

2. รอ ยละ..........ของผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติข้ันพ้นื ฐาน = ....................

3. ผลการเรยี นเฉลีย่ รวม = ....................
(...........................................................)

เกณฑก ารประเมนิ ของสถานศกึ ษา ผอู ํานวยการ.........................................

วันท่.ี ........................................................

หมายเหตุ

แนวปฏิบัติการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู 115
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p115 6/10/2558 9:21:50

คาํ อธบิ ายการกรอกระเบยี นแสดงผลการเรยี นหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน ระดบั ประถมศกึ ษา (ปพ.๑ : ป)
การกรอกขอมูลในระเบียนแสดงผลการเรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับ

ประถมศึกษา ใหกรอกขอมูลตาง ๆ ดว ยวิธีการเขียนหรือพิมพด วยพิมพดีดหรือคอมพิวเตอรอยางใดอยางหน่ึง
เม่ือเลือกใชวิธีการใดแลวใหใชวิธีการนั้นตลอดทั้งแผน โดยใหใชหมึกสีดําหรือสีนํ้าเงินเทาน้ัน ตัวเลขที่กรอก
ใชต วั เลขฮนิ ดอู ารบกิ หา มลบหรอื ขดู ขอ มลู ทกี่ รอกไปแลว กรณเี ขยี นผดิ หรอื ตอ งการเปลยี่ นแปลงขอ มลู ใหข ดี ฆา
ขอความที่เขียนผิดหรือขอความที่ตองการเปล่ียนแปลง แลวเขียนขอความท่ีถูกตองหรือขอความที่ตองการ
ไวข า งบนดวยหมกึ สีแดงและใหน ายทะเบยี นลงนามกํากับไว วิธกี ารกรอกขอ มลู มีรายละเอียดดงั ตอไปน้ี

ดา นหนา
๑. ขอมูลโรงเรียนและผเู รียน

๑.๑ โรงเรยี น ใหก รอกช่ือเต็มของสถานศึกษาอยางชัดเจน
๑.๒ สงั กดั ใหก รอกชอ่ื หนว ยงานตน สงั กดั ของสถานศกึ ษาระดบั กรม หรอื หนว ยงานจดั การศกึ ษา
ตามการปกครองรูปแบบพิเศษ เชน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานคณะกรรมการ
การอุดมศึกษา สํานักงานพระพุทธศาสนาแหงชาติ สํานักงานคณะกรรมการสงเสริมการศึกษาเอกชน
กรมสงเสรมิ การปกครองทอ งถน่ิ สาํ นักการศกึ ษากรงุ เทพมหานคร และสาํ นกั การศกึ ษาเมอื งพทั ยา เปนตน
๑.๓ ตาํ บล/แขวง, อาํ เภอ/เขต, จงั หวดั ใหก รอกชอ่ื เตม็ ของสถานทอ่ี นั เปน ทตี่ งั้ ของสถานศกึ ษา
อยา งชัดเจน
๑.๔ สาํ นกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา ใหส ถานศกึ ษาทกุ สงั กดั กรอกชอื่ สาํ นกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษา
ทสี่ ถานศึกษาต้ังอยู
๑.๕ วันเขาเรียน ใหกรอกเลขวันท่ี ช่ือเดือน และเลข พ.ศ. ท่ีสถานศึกษารับผูเรียนเขาเรียน
ตามวนั รับเขาในทะเบยี นนักเรยี น เชน ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗
๑.๖ โรงเรียนเดิม ใหกรอกช่ือสถานศึกษาเดิมของผูเรียน ตามที่ระบุในหลักฐานการศึกษา
ของผูเรียนท่ีนาํ มาใชสมัครเขาเรียน

กรณีท่ี ๑ ผูเรียนไมเคยเขาเรียนในสถานศึกษาใดมากอน ไมตองกรอกช่ือโรงเรียนเดิม
ใหขีดดว ยเครือ่ งหมาย “-”

กรณที ่ี ๒ ผูเรียนเคยศึกษาอยูในสถานศึกษาอ่ืนมากอน ใหกรอกชื่อสถานศึกษาลําดับ
สุดทา ยทีผ่ เู รยี นลาออก ตามหลักฐานระเบยี นแสดงผลการเรยี น (ปพ.๑) ทีน่ ํามาแสดง

กรณีที่ ๓ ผูเรียนศึกษาจากการศึกษาตางรูปแบบ ถาศึกษาจากสถานศึกษานอกระบบ
ใหกรอกชอ่ื สถานศกึ ษานอกระบบที่เรียน และถาผูเ รียนศกึ ษาตามอธั ยาศยั ใหก รอก “ศกึ ษาตามอัธยาศัย”

๑.๗ จังหวัด ใหกรอกช่ือจังหวัดท่ีต้ังของสถานศึกษาเดิม กรณีศึกษาตามอัธยาศัย
ใหกรอกช่ือจังหวัดที่ผูเรียนไดรับการเทียบระดับตามท่ีปรากฏในเอกสารการเทียบระดับการศึกษา สวนผูเรียน
ทศ่ี กึ ษาตามอธั ยาศยั แตย งั ไมไ ดร บั เอกสารการเทยี บระดบั การศกึ ษาใด ๆ ใหก รอกชอื่ จงั หวดั ทผ่ี เู รยี นไดล งทะเบยี น
เปนผูศกึ ษาตามอัธยาศยั

116 แนวปฏบิ ัตกิ ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p116 6/10/2558 9:21:50

๑.๘ ช้ันเรียนสุดทาย ใหกรอกระดับชั้นเรียนท่ีผูเรียนกําลังเรียน หรือจบการศึกษาจาก
สถานศกึ ษาเดิมตามท่ีปรากฏในหลักฐานการศกึ ษาท่ผี เู รยี นนํามาแสดงเม่อื สมคั รเขา เรียน ดังนี้

กรณที ี่ ๑ สถานศกึ ษาเดมิ ออกเอกสารเมอ่ื ผเู รยี นจบระดบั การศกึ ษา ใหก รอกชน้ั ปส ดุ ทา ย
ของระดับการศกึ ษานน้ั

กรณีที่ ๒ สถานศึกษาเดิมออกเอกสารเม่ือผูเรียนเรียนจบปการศึกษา (ไมจบระดับ
การศกึ ษา) ใหกรอกช้ันปท ่ีผเู รยี นเรยี นจบปก ารศกึ ษา

กรณที ่ี ๓ สถานศกึ ษาเดมิ ออกเอกสารใหผ เู รยี นทอี่ อกจากสถานศกึ ษาระหวา งปก ารศกึ ษา
ใหกรอก “กําลงั เรยี นช้นั ...............” (ระบุชน้ั ปท ี่กําลังเรียนอยู ขณะท่ีลาออก)

กรณที ่ี ๔ ผเู รียนทไี่ มม ีโรงเรียนเดมิ ใหข ดี เคร่อื งหมาย “-”
๑.๙ ชอื่ ช่ือสกุล ใหก รอกชอ่ื และชอ่ื สกลุ ของผูเ รยี นอยางชัดเจน พรอมคาํ นําหนา ช่อื ทถ่ี ูกตอ ง
ดว ยอกั ษรตวั บรรจง เชน เด็กชายสภุ าพ เรยี บรอ ย, นางสาวมารยาท ดีงาม เปนตน
๑.๑๐ เลขประจําตัวนักเรียน ใหกรอกเลขประจําตัวของผูเรียนที่ระบุในทะเบียนนักเรียน
ของสถานศึกษา
๑.๑๑ เลขประจําตัวประชาชน ใหกรอกเลขประจําตัวประชาชนของผูเรียนจํานวน ๑๓ หลัก
ใหถ กู ตอ งตรงตามสาํ เนาทะเบยี นบา น (ท.ร.๑๔) กรณผี เู รยี นไมม เี ลข ๑๓ หลกั ใหก รอกเลขศนู ย (๐) ทง้ั ๑๓ หลกั
จนกวา จะมกี ารเปลยี่ นแปลง
๑.๑๒ เกิดวันที่.....เดือน................พ.ศ. ........... ใหกรอกเลขวันท่ี ช่ือเดือน และเลข พ.ศ.
ท่ีผเู รียนเกดิ ใหถูกตองตรงตามท่ีระบุในทะเบยี นนักเรียน
๑.๑๓ เพศ ใหก รอก “ชาย” หรอื “หญงิ ” ตามเพศของผเู รยี นใหต รงตามทร่ี ะบใุ นทะเบยี นนกั เรยี น
๑.๑๔ สัญชาติ ใหก รอกสัญชาติของผูเ รยี นท่รี ะบุในทะเบยี นนักเรียน
๑.๑๕ ศาสนา ใหก รอกชอ่ื ศาสนาที่ผูเรียนนับถือ เชน พุทธ อสิ ลาม หรือครสิ ต เปน ตน
๑.๑๖ ชอ่ื -ชอ่ื สกลุ บดิ า, ชอ่ื -ชอ่ื สกลุ มารดา ใหก รอกชอื่ บดิ าและมารดาของผเู รยี นพรอ มนามสกลุ
และคํานําหนาท่ีถูกตองอยางชัดเจนตามหลักฐานในทะเบียนนักเรียน กรณีไมมีชื่อบิดาและ/หรือช่ือมารดา
ในทะเบียนนักเรยี น ใหข ดี เครื่องหมาย “-” หา มกรอกชือ่ บิดาบุญธรรม หรอื มารดาบุญธรรม หรือผทู ี่มิใชบ ดิ า
มารดาผใู หก าํ เนิดผูเ รยี น
๒. ผลการเรียนรายวิชา
การกรอกขอ มลู ในผลการเรยี นรายวชิ า จะกรอกครงั้ เดยี วเมอ่ื ตอ งการออกเอกสารทงั้ กรณผี เู รยี น
จบระดบั ประถมศึกษา (ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๖) หรอื ขอลาออกจากสถานศึกษา ขอมลู ผลการเรียนท่ีนาํ มากรอก
เปนขอมูลปจจุบันในวันจัดทําเอกสารท้ังหมด ในขณะเดียวกันขอมูลในเอกสารที่มอบใหผูเรียนจะตองสมบูรณ
ครบถวน และถูกตอ ง การกรอกขอมูลในชอ งตาราง ใหก รอกดงั น้ี
๒.๑ รหัส/รายวิชา ใหกรอก “ปการศึกษา” ที่เร่ิมเรียนกอนตามดวยชั้นป แลวจึงกรอก
รายวชิ าพนื้ ฐานทผี่ เู รยี นเรยี นในแตล ะป โดยกรอกเลขรหสั กอ นตามดว ยชอ่ื รายวชิ า ใหก รอกเรยี งรายวชิ าพน้ื ฐาน

แนวปฏบิ ตั กิ ารวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู 117
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p117 6/10/2558 9:21:50

ตามกลมุ สาระการเรยี นรแู ละตามดว ยรายวชิ าเพมิ่ เตมิ ทเี่ รยี นในปน นั้ ๆ (กรณที ไี่ มม รี ายวชิ าเพมิ่ เตมิ ใหเ วน วา งไว)
ใหก รอกเรียงตามลําดบั จากสดมภซา ยมอื ไปขวามือ

๒.๒ เวลา (ช่ัวโมง) ใหกรอกจํานวนเวลาเรียนเปนช่ัวโมง ตามโครงสรางหลักสูตรของ
สถานศึกษา

๒.๓ ผลการเรียน ใหกรอกผลการเรียนในสดมภใหตรงกับรหัส/รายวิชาน้ัน ๆ ผลการเรียน
ที่นํามากรอกจะตองเปนขอมูลปจจุบันในวันจัดทําเอกสาร เชน รายวิชาใดท่ีตัดสินผลการเรียนแลวไมผาน
และยังไมไ ดแกไขใหกรอกผลการเรียนเดิม แตถาไดซ อ มเสริมจนผา นแลวใหกรอกผลการเรยี นทีซ่ อมเสริมแลว

ดานหลัง
๓. ผลการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเู รียน

๓.๑ กิจกรรม ใหกรอกปการศึกษาท่ีผูเรียนปฏิบัติกิจกรรม ตามดวยชื่อกิจกรรมพัฒนาผูเรียน
ที่ผูเรียนปฏิบัติกิจกรรมในปน้ันเรียงลงมาตามลําดับ โดยเริ่มจากกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน (ลูกเสือ/
เนตรนารี/ยุวกาชาด/ผูบําเพ็ญประโยชน ตามดวยกิจกรรมชุมนุม/ชมรม โดยระบุช่ือของชุมนุม/ชมรม
ใหชดั เจน) และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน

๓.๒ เวลา (ช่ัวโมง) ใหกรอกจํานวนเวลาเรียน (เปน ช่วั โมง) ของแตล ะกจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น
ตามท่ีสถานศกึ ษากําหนด และตรงกบั ชอ่ื กจิ กรรมนัน้ ๆ

๓.๓ ผลการประเมิน ใหกรอกผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนแตละกิจกรรม โดยกรอก
“ผ” สาํ หรบั กจิ กรรมทไี่ ดร บั การประเมนิ “ผา น” และกรอก “มผ” สาํ หรบั กจิ กรรมทไี่ ดร บั การประเมนิ “ไมผ า น”

๔. สรุปผล/ตัดสิน/อนุมตั ิผลการประเมิน
๔.๑ สรุปผลการประเมนิ
๔.๑.๑ ผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน ใหกรอกผลการประเมินรายวิชาพ้ืนฐาน

“ผานทุกรายวิชา” สําหรับผูเรียนที่มีผลการประเมินรายวิชาพ้ืนฐานผานเกณฑการจบระดับประถมศึกษาของ
สถานศกึ ษา และเวนวางไวสําหรับผูเรียนทย่ี งั ไมจบระดบั ประถมศึกษา

๔.๑.๒ ผลการประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขียน ใหกรอกผลการประเมิน
การอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี นของชน้ั ปส ดุ ทา ย “ดเี ยยี่ ม” หรอื “ด”ี หรอื “ผา น” สาํ หรบั ผเู รยี นทม่ี ผี ลการประเมนิ
การอาน คิดวิเคราะหและเขียนผานเกณฑการจบระดับประถมศึกษาของสถานศึกษา และเวนวางไวสําหรับ
ผเู รียนทยี่ งั ไมจ บระดบั ประถมศึกษา

๔.๑.๓ ผลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ใหก รอกผลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงคข องชน้ั ปสุดทาย “ดีเยยี่ ม” หรือ “ด”ี หรอื “ผาน” สาํ หรบั ผเู รียนท่ีมีผลการประเมินคณุ ลักษณะ
อันพึงประสงคผานเกณฑการจบระดับประถมศึกษาของสถานศึกษา และเวนวางไวสําหรับผูเรียนที่ยังไมจบ
ระดับประถมศกึ ษา

๔.๑.๔ ผลการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น ใหกรอกผลการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นา
ผูเรียน “ผาน” สําหรับผูเรียนท่ีมีผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนผานเกณฑการจบระดับประถมศึกษา
ของสถานศึกษา และเวน วางไวส ําหรับผเู รยี นทยี่ งั ไมจบระดับประถมศกึ ษา

118 แนวปฏิบัติการวดั และประเมินผลการเรียนรู
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p118 6/10/2558 9:21:50

๔.๒ ผลการตดั สนิ ใหก รอกผลการตดั สนิ ตามเกณฑก ารจบระดบั ประถมศกึ ษาแตล ะเกณฑ ดงั นี้
ก. กรอก “ผาน” เม่ือเกณฑน ัน้ ไดร บั การตดั สนิ แลว ได “ผา น”
ข. กรอก “ไมผ า น” เมอื่ เกณฑนัน้ ไดร ับการตดั สินแลว ได “ไมผ า น”
ค. เวน วา งไวเมอื่ เกณฑน ้นั ยงั ไมม กี ารตัดสิน

๔.๓ วันอนุมัติการจบ ใหกรอกเลขวันท่ี ช่ือเดือน และเลข พ.ศ. ท่ีสถานศึกษาอนุมัติให
ผเู รยี นจบการศกึ ษา ไดแ ก วนั ทผี่ บู รหิ ารสถานศกึ ษาลงนามตดั สนิ และอนมุ ตั ผิ ลการเรยี นในแบบรายงานผสู าํ เรจ็
การศกึ ษา (ปพ.๓) กรณผี เู รยี นออกจากสถานศกึ ษากอ นจบการศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา ใหข ดี เครอื่ งหมาย “-”

๔.๔ วันออกจากโรงเรียน ใหกรอกเลขวันที่ ชื่อเดือน และเลข พ.ศ. ที่ผูเรียนออกจาก
สถานศึกษาตาม “วันจาํ หนา ย” ที่ระบใุ นทะเบียนนักเรยี น

๔.๕ สาเหตทุ ่อี อกจากโรงเรยี น ใหก รอกดงั นี้
ก. กรณีผูเรียนจบการศึกษาระดับประถมศึกษา ใหกรอก “จบการศึกษาระดับ

ประถมศึกษา”
ข. ผูเ รียนทีอ่ อกจากสถานศึกษาในกรณอี นื่ ๆ ใหก รอก “ศึกษาตอ สถานศึกษาอนื่ ”

๕. ผลการทดสอบระดับชาติ
ใหกรอกผลการทดสอบระดับชาติของกระทรวงศึกษาธิการ หรือสถาบันทดสอบทางการศึกษา

แหงชาติ (องคการมหาชน) หรือหนวยงานระดับชาติอื่น ๆ โดยกรอกชื่อแบบทดสอบ ชั้นท่ีสอบ รายวิชา
และผลการทดสอบ ใหครบทุกรายวิชาท่ีเขา สอบอยางชดั เจน

๖. ผลการเรยี นเฉล่ยี ตลอด ๓ ป (ป.๔-๖)
๖.๑ ชอ ง “หนว ยนา้ํ หนกั รวม (ป.๔-๖)” ใหส ถานศกึ ษาแปลงเวลาเรยี นจากจาํ นวนชว่ั โมงทเ่ี รยี น

ในแตล ะรายวชิ าใหเ ปน หนว ยนาํ้ หนกั โดย ๔๐ ชว่ั โมงเทา กบั ๑ หนว ยนา้ํ หนกั แลว กรอกจาํ นวนหนว ยนาํ้ หนกั รวม
ของทกุ รายวชิ าทผี่ เู รยี นไดเ รยี นในชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๔-๖ โดยจาํ แนกเปน กลมุ สาระการเรยี นร/ู การศกึ ษาคน ควา
ดวยตนเอง (IS)

สาํ หรับ รายวชิ าเพิม่ เติม การศึกษาคน ควาดว ยตนเอง (IS) ถาโรงเรียนใดไมไดเ ปดสอน
ในรายวชิ าน้ี ใหขดี เคร่ืองหมาย “-”

แนวการคิดคาํ นวณ

๑) แปลงเวลาเรียนจากช่ัวโมงเปนหนว ยน้ําหนัก (๔๐ ชว่ั โมง = ๑ หนวยน้ําหนัก)

จํานวนหนว ยนาํ้ หนัก = จํานวนเวลาเรยี นของรายวชิ า
๔๐ ชว่ั โมง

๒) หนวยน้ําหนักรวม (ป.๔-๖) = ผลรวมของจาํ นวนหนว ยน้าํ หนักของทกุ รายวชิ าในกลุมสาระการเรยี นรู/

การศกึ ษาคนควาดว ยตนเอง (IS) ตง้ั แตชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๔-๖

แนวปฏิบตั กิ ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู 119
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p119 6/10/2558 9:21:50

๖.๒ ชอง “ผลการเรียนเฉล่ีย (ป.๔-๖)” ใหกรอกผลการเรียนเฉลี่ยของทุกรายวิชาท่ีผูเรียน
ไดเรยี นแลว โดยจําแนกการเฉลี่ยเปนกลุมสาระการเรยี นร/ู การศึกษาคน ควา ดวยตนเอง (IS)

สําหรับ รายวิชาเพมิ่ เติม การศึกษาคนควา ดวยตนเอง (IS) ถา โรงเรียนใดไมไ ดเปด สอน
ในรายวชิ านี้ ใหขดี เครื่องหมาย “-”

แนวการคดิ คาํ นวณ

ผลรวมของผลคณู ระหวางหนว ยนํา้ หนกั รายวิชากับผลการเรียนรายวชิ าของทุกรายวชิ า

ผลการเรียนเฉลีย่ (ป.๔-๖) = ของกลุม สาระการเรยี นรู/ การศึกษาคนควาดว ยตนเอง (IS)

ผลรวมของจาํ นวนหนวยนํ้าหนักรายวิชาของกลุมสาระการเรยี นร/ู การศกึ ษาคนควา ดว ยตนเอง (IS)

๖.๓ ชอ ง “หนว ยนํ้าหนักรวมตลอด ๓ ป (ป.๔-๖)” ใหกรอกจํานวนหนว ยนา้ํ หนกั รวมของ
ทุกรายวิชาท่ผี เู รยี นไดเรียนในชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๔-๖

แนวการคดิ คาํ นวณ

หนวยนํ้าหนักรวมตลอด ๓ ป (ป.๔-๖) = ผลรวมของจาํ นวนหนวยน้ําหนักของทุกรายวชิ าท่เี รียนของชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๔-๖

๖.๔ ชอ ง “ผลการเรยี นเฉลยี่ ตลอด ๓ ป (ป.๔-๖)” ใหก รอกผลการเรียนเฉลี่ยของทกุ ราชวชิ าท่ี
ผเู รียนไดเรียนแลว โดยรวมเฉลีย่ ทุกรายวิชาท่เี รยี น

แนวการคิดคํานวณ

ผลรวมของผลคูณระหวา งหนว ยนํ้าหนกั รายวิชากับผลการเรียนรายวิชา

ผลการเรียนเฉลี่ยตลอด ๓ ป (ป.๔-๖) = ของทุกรายวชิ าทเ่ี รยี น (ป.๔-๖)

ผลรวมของจาํ นวนหนว ยนํา้ หนกั ของทุกรายวิชาทเี่ รียน (ป.๔-๖)

๗. ชอง “สัดสว นผลการเรยี นและผลการทดสอบระดับชาติ”
๗.๑ หัวขอ “รอยละ.....ของผลการเรียนเฉลี่ยตลอด ๓ ป (ป.๔-๖)” ใหกรอกสัดสวนของ

ผลการเรียนเฉล่ียตลอด ๓ ป (ป.๔-๖) ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการการใชผลการทดสอบทางการศึกษา
ระดบั ชาตขิ น้ั พน้ื ฐานเปน องคป ระกอบหนงึ่ ในการตดั สนิ ผลการเรยี นของผเู รยี นทจี่ บการศกึ ษาตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พน้ื ฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ แลว คดิ ผลการเรียนทีไ่ ดตามสัดสว นนน้ั

แนวการคดิ คาํ นวณ (ในปการศกึ ษา ๒๕๕๗ ใหใ ชผลการเรียนของผูเรียนทป่ี ระเมนิ โดยสถานศึกษา
และผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตขิ ั้นพ้ืนฐาน (O-NET)
ในสดั สวน ๗๐ : ๓๐)

รอ ยละ ๗๐ ของผลการเรียนเฉลี่ยตลอด ๓ ป (ป.๔-๖) = ผลการเรียนเฉลย่ี ตลอด ๓ ป (ป.๔-๖) x ๐.๗

120 แนวปฏบิ ตั ิการวัดและประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p120 6/10/2558 9:21:50

๗.๒ หัวขอ “รอยละ.....ของผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน” ใหกรอก
สัดสวนของผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพ้ืนฐาน ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการการใช
ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพื้นฐานเปนองคประกอบหน่ึงในการตัดสินผลการเรียนของผูเรียน
ทจ่ี บการศกึ ษาตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ แลว คิดคํานวณผลการทดสอบ
ท่ไี ดต ามสัดสวนน้นั

แนวการคดิ คํานวณ (ในปการศกึ ษา ๒๕๕๗ ใหใ ชผ ลการเรียนของผูเ รยี นทปี่ ระเมนิ โดยสถานศกึ ษา
และผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติข้ันพนื้ ฐาน (O-NET)
ในสดั สว น ๗๐ : ๓๐)

รอ ยละ ๓๐ ของผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติข้นั พ้ืนฐาน = ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตขิ ้นั พื้นฐาน x ๐.๓

๗.๓ หัวขอ “ผลการเรียนเฉล่ียรวม” ใหกรอกผลรวมจากการคิดสัดสวนระหวางผลการเรียน
ของผเู รยี นทีป่ ระเมินโดยสถานศกึ ษาและผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตขิ ัน้ พ้นื ฐาน

ผลการเรยี นเฉลีย่ รวม = ผลการคํานวณรอ ยละ ๗๐ ของผลการเรยี นเฉลีย่ ตลอด ๓ ป (ป.๔-๖) บวกกบั ผลการคํานวณรอยละ ๓๐
ของผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาตขิ นั้ พื้นฐาน

= (ขอ ๗.๑ + ๗.๒)

๘. คําอธบิ ายเกณฑการประเมนิ ของสถานศึกษา
ใหก รอกเกณฑก ารจบระดบั ประถมศกึ ษา และคาํ อธบิ ายระดบั ผลการเรยี น หรอื รปู แบบการตดั สนิ

ที่สถานศึกษาใชในการตัดสินผลการเรียนรายวชิ า การอา น คดิ วเิ คราะห และเขียน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
และกจิ กรรมพฒั นาผูเรียน

แนวปฏิบัติการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู 121
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p121 6/10/2558 9:21:50

ตัวอยาง

เกณฑการจบระดับประถมศึกษา

๑) ผเู รยี นเรียนรายวิชาพนื้ ฐาน จาํ นวน........ชวั่ โมง และรายวิชาเพ่ิมเติม/กิจกรรมเพ่ิม

เติมจํานวน........ชวั่ โมง

๒) ผเู รยี นตอ งมีผลการประเมินรายวชิ าพนื้ ฐาน ผา นทกุ รายวิชา

๓) ผเู รยี นมผี ลการประเมนิ การอาน คิดวเิ คราะห และเขยี น ระดบั “ผาน” ขึ้นไป

๔) ผเู รียนมผี ลการประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค ระดับ “ผา น” ขนึ้ ไป

๕) ผเู รียนเขารวมกจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น และมีผลการประเมนิ “ผา น” ทกุ กจิ กรรม

คําอธบิ ายระดับผลการประเมนิ รายวชิ า

คะแนน ระดบั ผลการเรยี น ความหมาย คะแนน ระดบั ผลการเรยี น ความหมาย

๘๐-๑๐๐ ๔ ดีเยย่ี ม ๖๐-๖๔ ๒ ปานกลาง

๗๕-๗๙ ๓.๕ ดีมาก ๕๕-๕๙ ๑.๕ พอใช

๗๐-๗๔ ๓ ดี ๕๐-๕๔ ๑ ผา นเกณฑข้ันต่ํา

๖๕-๖๙ ๒.๕ คอนขา งดี ๐-๔๙ ๐ ต่าํ กวาเกณฑ

๙. ชอ ง “หมายเหต”ุ
๙.๑ กรอกขอ มลู ทเี่ ปนประโยชนต อ ผูเ รียนโดยใหอยูในดุลพนิ จิ ของสถานศึกษา
๙.๒ สําหรบั โรงเรยี นมาตรฐานสากล ใหระบขุ อ ความลงในชองหมายเหตุ ดังนี้
“เปนโรงเรยี นมาตรฐานสากลตามประกาศ สพฐ.”
กรณีโรงเรียนท่ัวไปที่จัดการเรียนการสอนรายวิชาเพิ่มเติม การศึกษาคนควาดวยตนเอง

(IS) ใหระบุขอ ความลงในชองหมายเหตุ ดงั นี้
“เปน โรงเรียนท่ีจดั การเรยี นการสอนวชิ าเพิ่มเตมิ การศึกษาคน ควา ดวยตนเอง (IS)”

๙.๓ กรณีท่ีนักเรียนยายจากโรงเรียนมาตรฐานสากลหรือโรงเรียนท่ัวไปท่ีจัดการเรียนการสอน
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ การศกึ ษาคน ควา ดว ยตนเอง (IS) มาเรยี นโรงเรยี นทว่ั ไปทไ่ี มไ ดจ ดั การเรยี นการสอนรายวชิ าเพม่ิ
เตมิ การศึกษาคนควา ดวยตนเอง (IS) ใหระบขุ อความลงในชอ งหมายเหตุ ดงั น้ี

“ยา ยมาจากโรงเรยี นมาตรฐานสากลตามประกาศ สพฐ.” หรือ
“ยา ยมาจากโรงเรยี นทจ่ี ดั การเรยี นการสอนรายวชิ าเพมิ่ เตมิ การศกึ ษาคน ควา ดว ยตนเอง
(IS)”

122 แนวปฏบิ ตั ิการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p122 6/10/2558 9:21:50

ระเบยี นแสดงผลการเรยี นหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน (ปพ.๑ : บ)
ประกอบดวยขอ มลู ตอไปน้ี

ดา นหนา ระเบียนแสดงผลการเรียนหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ระดับมัธยมศึกษาตอนตน

ปพ.1 : บ ชดุ ท.่ี ..................เลขท.่ี .................. 3x4 ซม.

โรงเรียน.................................................................................................................................................................................. ๑ ขอมลู โรงเรียนและผูเ รียน
สังกดั ......................................................................................................................................................................................
ตาํ บล/แขวง........................................................................................... ชอ่ื ..........................................................................
อาํ เภอ/เขต.............................................................................................ช่อื สกุล...................................................................
จังหวัด....................................................................................................เลขประจาํ ตวั นักเรยี น............................................................................
สาํ นกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษา.................................................................เลขประจําตวั ประชาชน..........................................................................
วันเขา เรียน.............................................................................................เกดิ วนั ท่ี....................เดือน....................................พ.ศ.........................
โรงเรยี นเดมิ ............................................................................................เพศ.....................สญั ชาติ.............................ศาสนา..............................
จงั หวดั ....................................................................................................ช่ือ-ช่ือสกลุ บดิ า......................................................................................
ชน้ั เรียนสุดทาย...................................................................................... ชอ่ื -ชอื่ สกุลมารดา..................................................................................

ผลการเรยี นรายวิชา

หนวยกิต
ผลการเ ีรยน
หนวยกิต
ผลการเ ีรยน
หนวยกิต
ผลการเ ีรยน
รหสั /รายวชิ า รหัส/รายวชิ า รหัส/รายวชิ า

๒ ผลการเรยี นรายวชิ า

(...................น...า..ย...ท..ะ..เ..บ..ยี...น.....................)

ดานหลัง

ปพ.1 : บ ชดุ ที.่ ........................เลขที่.........................
ผลการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น

กิจกรรม
เวลา
( ่ัชวโมง)
ผลการ
ประเมิน

เวลา
(ช่ัวโมง)
ผลการ
ประเมิน
เวลา
( ่ัชวโมง)
ผลการ
ประเ ิมน
กจิ กรรม กจิ กรรม

๓ ผลการประเมิน
กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น

สรปุ ผลการประเมิน ผลการตัดสิน กลมุ สาระการเรยี นรู/ ห นวย ิกต
1. จาํ นวนหนวยกติ รายวชิ าพื้นฐานท่ีเรยี น.................. ได. ............... ............................ การศกึ ษาคนควาดวยตนเอง รวม
๔ สรปุ ผล/ตดั สิน/อนุมัติ
ผลการประเมนิ ผลการเ ีรยน
เฉล่ีย

2. จํานวนหนว ยกติ รายวชิ าเพิ่มเติมที่เรยี น..................ได................ ............................ ภาษาไทย ๖ ผลการเรยี นเฉลี่ย
3. ผลการประเมินการอา น คดิ วิเคราะห และเขยี น ได. ............... ............................ คณิตศาสตร ตลอดหลกั สูตร
ผลการประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค ได. ............... ............................ วทิ ยาศาสตร
สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
4. ผลการประเมินกจิ กรรมพฒั นาผเู รียน ได. ............... ............................ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ศิลปะ
๕ ผลการทดสอบ วันอนมุ ตั ิการจบ................................................................................................................. การงานอาชพี และเทคโนโลยี
ระดับชาติ วนั ออกจากโรงเรียน........................................................................................................... ภาษาตา งประเทศ
สาเหตทุ อ่ี อกจากโรงเรียน................................................................................................... การศกึ ษาคนควาดวยตนเอง (IS)

ผลการทดสอบระดับชาติ ผลการเรียนเฉลยี่ ตลอดหลกั สตู ร

๗ สดั สว นผลการเรยี น สดั สว นผลการเรียนและผลการทดสอบระดบั ชาติ (...........................................................)
และผลการทดสอบ นายทะเบยี น
ระดับชาติ 1. รอยละ..........ของผลการเรยี นเฉลีย่ ตลอดหลักสตู ร = ....................
(...........................................................)
2. รอ ยละ..........ของผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติข้ันพนื้ ฐาน = .................... ผอู ํานวยการ.........................................
วนั ท.่ี ........................................................
3. ผลการเรียนเฉล่ยี รวม = ....................

๘ คําอธบิ ายเกณฑ เกณฑก ารประเมินของสถานศึกษา
การประเมินของ
สถานศึกษา หมายเหตุ

แนวปฏิบตั ิการวัดและประเมินผลการเรยี นรู 123
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p123 6/10/2558 9:21:51

ระเบยี นแสดงผลการเรยี นหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน

ปพ.1 : บ ชุดที.่ ..................เลขท.ี่ ..................

โรงเรยี น.................................................................................................................................................................................. 3x4 ซม.
สังกดั ......................................................................................................................................................................................
ตาํ บล/แขวง........................................................................................... ช่ือ..........................................................................
อาํ เภอ/เขต.............................................................................................ชอ่ื สกลุ ...................................................................
จังหวัด....................................................................................................เลขประจาํ ตวั นักเรียน............................................................................
สํานกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษา.................................................................เลขประจําตัวประชาชน..........................................................................
วันเขาเรียน.............................................................................................เกดิ วนั ที.่ ...................เดือน....................................พ.ศ.........................
โรงเรยี นเดมิ ............................................................................................เพศ.....................สัญชาต.ิ ............................ศาสนา..............................
จังหวัด....................................................................................................ช่อื -ชอ่ื สกุลบิดา......................................................................................
ช้นั เรยี นสุดทา ย...................................................................................... ชือ่ -ชอื่ สกุลมารดา..................................................................................

ผลการเรียนรายวิชา

ห นวยกิต
ผลการเ ีรยน
หนวย ิกต
ผลการเ ีรยน
ห นวยกิต
ผลการเ ีรยน
รหสั /รายวิชา รหัส/รายวิชา รหัส/รายวชิ า

124 แนวปฏิบัตกิ ารวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู (...........................................................)
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ นายทะเบยี น

0675_57.indd p124 6/10/2558 9:21:51

ปพ.1 : บ ชุดท.ี่ ........................เลขท่ี.........................
ผลการประเมินกจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น

กจิ กรรม
เวลา
( ั่ชวโมง)
ผลการ
ประเมิน

เวลา
(ช่ัวโมง)
ผลการ
ประเมิน
เวลา
(ชั่วโมง)
ผลการ
ประเมิน
กิจกรรม กจิ กรรม

สรปุ ผลการประเมนิ ผลการตัดสนิ กลุมสาระการเรยี นร/ู หนวยกิต
การศกึ ษาคน ควาดว ยตนเอง รวม
1. จํานวนหนว ยกิตรายวิชาพน้ื ฐานที่เรียน.................. ได................ ............................
ผลการเ ีรยน
เฉ ่ลีย

2. จาํ นวนหนว ยกิตรายวชิ าเพิม่ เติมทเ่ี รียน..................ได. ............... ............................ ภาษาไทย
ผลการประเมนิ การอาน คิดวเิ คราะห และเขยี น ได. ............... ............................ คณติ ศาสตร
วทิ ยาศาสตร
3. ผลการประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค ได. ............... ............................ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ได. ............... ............................ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
4. ผลการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน ศลิ ปะ
การงานอาชีพและเทคโนโลยี
วนั อนุมตั กิ ารจบ................................................................................................................. ภาษาตางประเทศ
วนั ออกจากโรงเรียน...........................................................................................................

สาเหตุที่ออกจากโรงเรยี น................................................................................................... การศกึ ษาคนควาดวยตนเอง (IS)
ผลการเรยี นเฉลยี่ ตลอดหลกั สูตร
ผลการทดสอบระดบั ชาติ

(...........................................................)

สัดสว นผลการเรียนและผลการทดสอบระดบั ชาติ นายทะเบียน

1. รอยละ..........ของผลการเรยี นเฉลยี่ ตลอดหลกั สูตร = ....................

2. รอ ยละ..........ของผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้นั พื้นฐาน = ....................

3. ผลการเรียนเฉล่ียรวม = .................... (...........................................................)

เกณฑก ารประเมินของสถานศกึ ษา ผอู ํานวยการ.........................................
วนั ท.่ี ........................................................

หมายเหตุ

แนวปฏิบตั กิ ารวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู 125
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p125 6/10/2558 9:21:51

คาํ อธบิ ายการกรอกระเบยี นแสดงผลการเรยี นหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน
(ปพ.๑ : บ)

การกรอกขอมูลในระเบียนแสดงผลการเรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ระดับ

มัธยมศึกษาตอนตน ใหกรอกขอมูลตาง ๆ ดวยวิธีการเขียนหรือพิมพดวยพิมพดีด หรือคอมพิวเตอรอยางใด
อยางหนึ่ง เมอ่ื เลือกใชวิธีการใดแลวใหใชว ธิ ีการนั้นตลอดท้งั แผน โดยใหใ ชห มกึ สดี าํ หรือสีนํ้าเงินเทา นน้ั ตัวเลข
ทก่ี รอกใชต วั เลขฮนิ ดอู ารบกิ หา มลบ หรอื ขดู ขอ มลู ทกี่ รอกไปแลว กรณเี ขยี นผดิ หรอื ตอ งการเปลย่ี นแปลงขอ มลู
ใหขีดฆาขอความท่ีเขียนผิดหรือขอความที่ตองการเปล่ียนแปลง แลวเขียนขอความท่ีถูกตองหรือขอความ
ท่ีตองการไวขางบนดวยหมึกสีแดง และใหนายทะเบียนลงนามกํากับไว วิธีการกรอกขอมูลมีรายละเอียด
ดังตอไปน้ี

ดานหนา
๑. ขอมูลโรงเรียนและผเู รยี น

๑.๑ โรงเรยี น ใหกรอกชือ่ เต็มของสถานศกึ ษาอยางชดั เจน
๑.๒ สงั กดั ใหก รอกชอื่ หนว ยงานตน สงั กดั ของสถานศกึ ษาระดบั กรม หรอื หนว ยงานจดั การศกึ ษา
ตามการปกครองรูปแบบพิเศษ เชน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานคณะกรรมการ

การอุดมศึกษา สํานักงานพระพุทธศาสนาแหงชาติ สํานักงานคณะกรรมการสงเสริมการศึกษาเอกชน

กรมสงเสรมิ การปกครองทอ งถ่ิน สํานักการศกึ ษากรุงเทพมหานคร และสํานกั การศกึ ษาเมืองพทั ยา เปน ตน
๑.๓ ตาํ บล/แขวง, อาํ เภอ/เขต, จงั หวดั ใหก รอกชอ่ื เตม็ ของสถานทอ่ี นั เปน ทต่ี งั้ ของสถานศกึ ษา

อยา งชัดเจน
๑.๔ สาํ นกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษา ใหส ถานศกึ ษาทกุ สงั กดั กรอกชอ่ื สาํ นกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษา

ทีส่ ถานศึกษาต้ังอยู

๑.๕ วันเขาเรียน ใหกรอกเลขวันท่ี ช่ือเดือน และเลข พ.ศ. ที่สถานศึกษารับผูเรียนเขาเรียน

ตามวนั รับเขาในทะเบียนนกั เรียน เชน ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗
๑.๖ โรงเรียนเดิม ใหกรอกชื่อสถานศึกษาเดิมของผูเรียน ตามที่ระบุในหลักฐานการศึกษา

ของผูเรียนที่นํามาใชส มัครเขาเรียน
กรณที ่ี ๑ ผูเรียนไมเคยเขาเรียนในสถานศึกษาใดมากอน ไมตองกรอกชื่อโรงเรียนเดิม

ใหขีดดวยเครื่องหมาย “-”

กรณที ี่ ๒ ผูเรียนเคยศึกษาอยูในสถานศึกษาอ่ืนมากอน ใหกรอกช่ือสถานศึกษาลําดับ
สดุ ทา ยทผี่ เู รียนลาออก ตามหลกั ฐานระเบยี นแสดงผลการเรยี น (ปพ.๑) ท่นี าํ มาแสดง

กรณีท่ี ๓ ผูเรียนศึกษาจากการศึกษาตางรูปแบบ ถาศึกษาจากสถานศึกษานอกระบบ
ใหกรอกชอ่ื สถานศึกษานอกระบบทีเ่ รียน และถา ผูเรยี นศึกษาตามอธั ยาศยั ใหก รอก “ศกึ ษาตามอธั ยาศัย”

๑.๗ จังหวัด ใหกรอกช่ือจังหวัดที่ต้ังของสถานศึกษาเดิม กรณีศึกษาตามอัธยาศัย
ใหกรอกช่ือจังหวัดท่ีผูเรียนไดรับการเทียบระดับตามที่ปรากฏในเอกสารการเทียบระดับการศึกษา สวนผูเรียน

ที่ศกึ ษาตามอธั ยาศัยแตยังไมไดรับเอกสารเทียบระดบั การศึกษาใด ๆ ใหก รอกชอ่ื จงั หวดั ทีผ่ ูเรียนไดลงทะเบยี น
เปน ผศู ึกษาตามอธั ยาศัย

126 แนวปฏิบัติการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p126 6/10/2558 9:21:51

๑.๘ ช้ันเรียนสุดทาย ใหกรอกระดับช้ันเรียนที่ผูเรียนกําลังเรียน หรือจบการศึกษาจาก
สถานศึกษาเดมิ ตามทีป่ รากฏในหลกั ฐานการศึกษาท่ผี เู รยี นนํามาแสดงเมอื่ สมัครเขา เรยี น ดังนี้

กรณที ่ี ๑ สถานศกึ ษาเดมิ ออกเอกสารเมอ่ื ผเู รยี นจบระดบั การศกึ ษา ใหก รอกชนั้ ปส ดุ ทา ย
ของระดับการศึกษานน้ั

กรณที ่ี ๒ สถานศึกษาเดิมออกเอกสาร เมื่อผูเรียนเรียนจบปการศึกษา (ไมจบระดับ
การศึกษา) ใหก รอกช้ันปท ผ่ี เู รยี นเรยี นจบปการศกึ ษา

กรณีท่ี ๓ สถานศกึ ษาเดมิ ออกเอกสารใหผ เู รยี นทอ่ี อกจากสถานศกึ ษาระหวา งปก ารศกึ ษา
ใหกรอก “กาํ ลังเรียนช้ัน...............” (ระบุชน้ั ปท่กี าํ ลงั เรยี นอยู ขณะท่ีลาออก)

กรณที ่ี ๔ ผเู รยี นทไ่ี มม ีโรงเรยี นเดิม ใหขีดเครอื่ งหมาย “-”
๑.๙ ชอื่ ช่อื สกลุ ใหก รอกชอ่ื และชอ่ื สกลุ ของผูเรยี นอยางชดั เจน พรอมคาํ นําหนาชอื่ ทีถ่ ูกตอ ง
ดว ยอักษรตัวบรรจง เชน เด็กชายสภุ าพ เรียบรอ ย, นางสาวมารยาท ดงี าม เปน ตน
๑.๑๐ เลขประจําตัวนักเรียน ใหกรอกเลขประจําตัวของผูเรียนท่ีระบุในทะเบียนนักเรียน
ของสถานศกึ ษา
๑.๑๑ เลขประจําตัวประชาชน ใหกรอกเลขประจําตัวประชาชนของผูเรียนจํานวน ๑๓ หลัก
ใหถูกตองตรงตามสําเนาทะเบียนบาน (ท.ร.๑๔) กรณีผูเรียนไมมีเลข ๑๓ หลัก ใหกรอกเลขศูนย (๐)
ทัง้ ๑๓ หลกั จนกวาจะมีการเปลย่ี นแปลง
๑.๑๒ เกิดวันที่.....เดือน................พ.ศ. ........... ใหกรอกเลขวันที่ ชื่อเดือน และเลข พ.ศ.
ที่ผูเรียนเกดิ ใหถูกตอ งตรงตามท่รี ะบใุ นทะเบยี นนกั เรียน
๑.๑๓ เพศ ใหก รอก “ชาย” หรอื “หญงิ ” ตามเพศของผเู รยี นใหต รงตามทรี่ ะบใุ นทะเบยี นนกั เรยี น
๑.๑๔ สัญชาติ ใหกรอกสญั ชาตขิ องผูเรยี นที่ระบุในทะเบยี นนักเรียน
๑.๑๕ ศาสนา ใหกรอกช่ือศาสนาทผ่ี เู รียนนบั ถือ เชน พทุ ธ อสิ ลาม หรอื ครสิ ต เปนตน
๑.๑๖ ชอ่ื -ชอื่ สกลุ บดิ า, ชอื่ -ชอื่ สกลุ มารดา ใหก รอกชอื่ บดิ าและมารดาของผเู รยี นพรอ มนามสกลุ
และคํานําหนาที่ถูกตองอยางชัดเจนตามหลักฐานในทะเบียนนักเรียน กรณีไมมีช่ือบิดาและ/หรือช่ือมารดา
ในทะเบียนนักเรียน ใหขีดเครอื่ งหมาย “-” หามกรอกชื่อบดิ าบญุ ธรรม หรอื มารดาบุญธรรม หรอื ผทู ีม่ ใิ ชบ ิดา
มารดาผูใ หก ําเนิดผเู รยี น
๒. ผลการเรยี นรายวิชา
การกรอกขอ มลู ในผลการเรยี นรายวชิ า จะกรอกครงั้ เดยี วเมอื่ ตอ งการออกเอกสารทงั้ กรณผี เู รยี น
จบการศึกษาภาคบังคับ (ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี ๓) หรือขอลาออกจากสถานศึกษา ขอ มลู ผลการเรียนทนี่ ํามากรอก
เปนขอมูลปจจุบันในวันจัดทําเอกสารทั้งหมด ในขณะเดียวกันขอมูลในเอกสารท่ีมอบใหผูเรียนจะตองสมบูรณ
ครบถว น และถูกตอ ง การกรอกขอ มลู ในชอ งตาราง ใหกรอกดงั นี้

แนวปฏบิ ตั ิการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู 127
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p127 6/10/2558 9:21:51

๒.๑ รหัส/รายวิชา ใหก รอก “ปการศกึ ษา” ตามดวยชน้ั ป และ “ภาคเรยี นท”ี่ ที่เร่มิ เรยี นกอน
แลวจึงกรอกรหัสและชื่อรายวิชาพ้ืนฐาน/รายวิชาเพิ่มเติมที่ผูเรียนเรียนในแตละภาคเรียน เรียงตามลําดับลงมา
การกรอกใหกรอกเรียงตามกลุม สาระการเรยี นรู และเรยี งตามลําดับจากสดมภซ ายมือไปขวามอื

๒.๒ หนวยกิต ใหกรอกตวั เลขจาํ นวนหนว ยกิตใหตรงกับรายวชิ านน้ั

หนวยกิต เปนหนวยตัวเลขบอกคาปริมาณภาระงานในการเรียนแตละรายวิชา ซึ่งสะทอนถึง
ปริมาณของมาตรฐานการเรียนรูและกิจกรรมตาง ๆ ท่ีผูเรียนตองปฏิบัติในแตละรายวิชา หนวยกิต
คํานวณไดจากการนําจํานวนเวลาเรียนของรายวิชาหารดวยจํานวนเวลา ๔๐ ช่ัวโมง (๑ หนวยกิต
มีคาเทา กบั ๔๐ ช่วั โมง) ดังนี้

จํานวนหนวยกติ = จาํ นวนเวลาเรยี นของรายวิชา (นบั เปน ชวั่ โมง)
๔๐ ช่ัวโมง

๒.๓ ผลการเรียน ใหกรอกผลการเรียนในสดมภใหตรงกับรหัส/รายวิชานั้น ๆ ผลการเรียน
ที่นํามากรอกจะตองเปนขอมูลปจจุบันในวันจัดทําเอกสาร เชน รายวิชาใดที่ตัดสินผลการเรียนแลวไมผาน
และยังไมไดแกไข ใหกรอกผลการเรียนเดิม แตถาไดซอมเสริมจนผานแลวใหกรอกดวยผลการเรียนท่ีซอมเสริม
แลว หรอื รายวชิ าใดตอ งเรยี นซา้ํ และผเู รยี นไดเ รยี นซาํ้ แลว ใหน าํ ผลการเรยี นซา้ํ นนั้ มากรอก สาํ หรบั รายวชิ าทผ่ี า น
ใหก รอกดวยผลการเรยี นทไ่ี ดต ามปกติ

ดา นหลงั
๓. ผลการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น

๓.๑ กจิ กรรม ใหก รอกปการศึกษาและภาคเรยี นทีผ่ ูเ รียนปฏบิ ัติกิจกรรม ตามดว ยชื่อกิจกรรม
พัฒนาผูเรียนที่ผูเรียนปฏิบัติกิจกรรมในปนั้นเรียงลงมาตามลําดับ โดยเริ่มจากกิจกรรมแนะแนว กิจกรรม
นกั เรยี น (ลกู เสอื /เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด/ผบู าํ เพญ็ ประโยชน ตามดว ยกจิ กรรมชมุ นมุ /ชมรม โดยระบชุ อื่ ของชมุ นมุ /
ชมรมใหช ัดเจน) และกิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน

๓.๒ เวลา (ชั่วโมง) ใหกรอกจํานวนเวลาเรียนเปนช่ัวโมงของแตละกิจกรรมพัฒนาผูเรียน
ตามที่สถานศึกษากําหนด และตรงกับชอื่ กจิ กรรมน้นั ๆ

๓.๓ ผลการประเมิน ใหกรอกผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนแตละกิจกรรม โดยกรอก
“ผ” สําหรับกิจกรรมท่ีไดรับการประเมิน “ผาน” และกรอก “มผ” สําหรับกิจกรรมที่ไดรับการประเมิน
“ไมผาน”

๔. สรุปผล/ตดั สนิ /อนุมตั ผิ ลการประเมิน
๔.๑ สรุปผลการประเมิน
๔.๑.๑ จํานวนหนวยกิตรายวิชาพื้นฐานท่ีเรียน.........ได........ ใหกรอกตัวเลขจํานวน

หนวยกิตรวมทุกรายวิชาพ้ืนฐานท่ีเรียนมาแลวกับจํานวนหนวยกิตรวมของรายวิชาพ้ืนฐานที่มีผลการประเมิน
ผา นเกณฑของสถานศึกษา ตามขอ มลู ปจจบุ ันในวนั จดั ทําเอกสาร

128 แนวปฏบิ ัตกิ ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p128 6/10/2558 9:21:51

๔.๑.๒ จํานวนหนวยกิตรายวิชาเพ่ิมเติมท่ีเรียน..........ได......... ใหกรอกตัวเลขจํานวน
หนวยกิตรวมทุกรายวิชาเพิ่มเติมท่ีเรียนมาแลวกับจํานวนหนวยกิตรวมของรายวิชาเพ่ิมเติมท่ีมีผลการประเมิน
ผา นเกณฑของสถานศกึ ษา ตามขอ มลู ปจจุบันในวนั จัดทําเอกสาร

๔.๑.๓ ผลการประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขียน ใหกรอกผลการประเมิน
การอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี นของชน้ั ปส ดุ ทา ย “ดเี ยยี่ ม” หรอื “ด”ี หรอื “ผา น” สาํ หรบั ผเู รยี นทม่ี ผี ลการประเมนิ
การอาน คิดวิเคราะห และเขียน ผานเกณฑการจบระดับมัธยมศึกษาตอนตนของสถานศึกษา และเวนวาง
ไวส ําหรบั ผูเ รียนทีย่ งั ไมจบการศึกษาระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน

๔.๑.๔ ผลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ใหก รอกผลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะ
อันพงึ ประสงคของชัน้ ปส ดุ ทา ย “ดเี ย่ียม” หรือ “ด”ี หรือ “ผาน” สําหรับผเู รยี นทมี่ ผี ลการประเมินคุณลกั ษณะ
อันพึงประสงคผานเกณฑการจบระดับมัธยมศึกษาตอนตนของสถานศึกษา และเวนวางไวสําหรับผูเรียนท่ียัง
ไมจบการศึกษาระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน

๔.๑.๕ ผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียน ใหกรอกผลการประเมินกิจกรรมพัฒนา
ผูเรียน “ผาน” สําหรับผูเรียนที่มีผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนผานเกณฑการจบระดับมัธยมศึกษา
ตอนตน ของสถานศึกษา และเวน วางไวสําหรบั ผเู รียนทย่ี ังไมจบการศกึ ษาระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน

๔.๒ ผลการตัดสิน ใหกรอกผลการตัดสินตามเกณฑการจบระดับมัธยมศึกษาตอนตน
แตละเกณฑ ดงั น้ี

ก. กรอก “ผา น” เม่อื เกณฑน้นั ไดร ับการตัดสนิ แลว ได “ผาน”
ข. กรอก “ไมผาน” เมื่อเกณฑนนั้ ไดรบั การตัดสินแลว ได “ไมผ าน”
ค. เวน วา งไวเม่ือเกณฑนั้นยงั ไมม ีการตดั สนิ
๔.๓ วนั อนมุ ัติการจบ ใหก รอกเลขวนั ท่ี ชือ่ เดอื น และเลข พ.ศ. ทส่ี ถานศกึ ษาอนุมตั ิใหผ เู รียน
จบการศึกษา ไดแก วันที่ผูบริหารสถานศึกษาลงนามตัดสินและอนุมัติผลการเรียนในแบบรายงานผูสําเร็จ
การศึกษา (ปพ.๓) กรณีผูเรียนออกจากสถานศึกษากอนจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนตน ใหขีด
เครื่องหมาย “-”
๔.๔ วันออกจากโรงเรียน ใหกรอกเลขวันที่ ชื่อเดือน และเลข พ.ศ. ที่ผูเรียนออกจาก
สถานศึกษาตาม “วนั จาํ หนาย” ทร่ี ะบใุ นทะเบียนนกั เรียน
๔.๕ สาเหตุที่ออกจากโรงเรยี น ใหก รอกดังนี้
ก. กรณีผูเรียนจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนตน ใหกรอก “จบการศึกษา
ภาคบังคับ”
ข. ผเู รียนทอี่ อกจากสถานศึกษาในกรณอี ่นื ๆ ใหกรอก “ศกึ ษาตอ สถานศกึ ษาอืน่ ”
๕. ผลการทดสอบระดับชาติ
ใหกรอกผลการทดสอบระดับชาติของกระทรวงศึกษาธิการหรือสถาบันทดสอบทางการศึกษา
แหง ชาติ (องคการมหาชน) หรอื หนวยงานระดบั ชาติอืน่ ๆ โดยกรอกช่อื แบบทดสอบ ชน้ั ทสี่ อบ รายวชิ า และ
ผลการทดสอบใหครบทกุ รายวชิ าทเ่ี ขา สอบอยางชัดเจน

แนวปฏิบัติการวดั และประเมินผลการเรียนรู 129
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p129 6/10/2558 9:21:51

๖. ผลการเรียนเฉลีย่ ตลอดหลกั สูตร
๖.๑ ชอง “หนวยกิตรวม” ใหกรอกจํานวนหนวยกิตรวมของทุกรายวิชาที่ผูเรียนไดเรียนแลว

โดยจําแนกเปนกลุมสาระการเรยี นร/ู การศกึ ษาคน ควาดวยตนเอง (IS)
สําหรบั รายวชิ าเพมิ่ เติม การศกึ ษาคนควาดว ยตนเอง (IS) ถา โรงเรยี นใดไมไ ดเปด สอน

ในรายวิชาน้ี ใหขีดเคร่อื งหมาย “-”

แนวการคิดคํานวณ

หนวยกิตรวม = ผลรวมของจาํ นวนหนว ยกิตของทุกรายวชิ าในกลมุ สาระการเรยี นรู/ การศกึ ษาคนควา ดวยตนเอง (IS)

๖.๒ ชอง “ผลการเรยี นเฉลยี่ ” ใหกรอกผลการเรียนเฉล่ยี ของทุกรายวชิ าที่ผูเรียนไดเรียนแลว
โดยจาํ แนกการเฉล่ยี เปน กลุม สาระการเรยี นร/ู การศึกษาคนควา ดวยตนเอง (IS)

สาํ หรบั รายวชิ าเพม่ิ เตมิ การศกึ ษาคน ควา ดว ยตนเอง (IS) ถา โรงเรียนใดไมไดเปด สอน
ในรายวิชานี้ ใหข ดี เครื่องหมาย “-”

แนวการคิดคํานวณ

ผลรวมของผลคูณระหวา งหนวยกิตรายวชิ ากบั ผลการเรียนรายวชิ าของทุกรายวชิ า

ผลการเรยี นเฉลย่ี = ของกลุมสาระการเรยี นรู/ การศกึ ษาคน ควา ดว ยตนเอง (IS)

ผลรวมของจํานวนหนวยกิตรายวชิ าของกลมุ สาระการเรียนรู

๖.๓ ชอ ง “หนว ยกติ รวมตลอดหลกั สตู ร” ใหก รอกจาํ นวนหนว ยกติ รวมของทกุ รายวชิ าทผ่ี เู รยี น
ไดเ รียนแลว โดยรวมทุกกลุมสาระการเรยี นร/ู การศึกษาคนควา ดวยตนเอง (IS)

แนวการคดิ คํานวณ

หนวยกติ รวมตลอดหลกั สูตร = ผลรวมของจาํ นวนหนว ยกิตของทกุ รายวิชาทีเ่ รยี น

๖.๔ ชอ ง “ผลการเรยี นเฉลยี่ ตลอดหลกั สตู ร” ใหก รอกผลการเรยี นเฉลยี่ ของทกุ รายวชิ าทผ่ี เู รยี น
ไดเ รียนแลว โดยรวมเฉลย่ี ทุกรายวิชาทเ่ี รยี น

แนวการคิดคาํ นวณ

ผลการเรยี นเฉลยี่ ตลอดหลกั สตู ร = ผลรวมของผลคณู ระหวางหนวยกติ รายวชิ ากับผลการเรียนรายวชิ าของทุกรายวชิ าที่เรยี น
ผลรวมของจาํ นวนหนวยกิตของทุกรายวชิ าทเ่ี รยี น

130 แนวปฏิบัตกิ ารวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p130 6/10/2558 9:21:51

๗. ชอ ง “สดั สว นผลการเรียนและผลการทดสอบระดบั ชาต”ิ
๗.๑ หวั ขอ “รอ ยละ.....ของผลการเรยี นเฉลยี่ ตลอดหลกั สตู ร” ใหก รอกสดั สว นของผลการเรยี น

เฉลี่ยตลอดหลักสูตร ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการการใชผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ
ขั้นพื้นฐานเปนองคประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียนของผูเรียนท่ีจบการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ แลว คดิ คาํ นวณผลการเรยี นท่ไี ดต ามสดั สวนนน้ั

แนวการคดิ คาํ นวณ (ในปก ารศึกษา ๒๕๕๗ ใหใ ชผลการเรยี นของผเู รยี นท่ปี ระเมนิ โดยสถานศกึ ษา
และผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติขนั้ พนื้ ฐาน (O-NET)
ในสัดสว น ๗๐ : ๓๐)

รอยละ ๗๐ ของผลการเรยี นเฉลย่ี ตลอดหลกั สตู ร = ผลการเรียนเฉล่ยี ตลอดหลักสูตร x ๐.๗

๗.๒ หัวขอ “รอยละ.....ของผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพ้ืนฐาน” ใหกรอก
สัดสวนของผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ การใช
ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานเปนองคประกอบหน่ึงในการตัดสินผลการเรียนของผูเรียน
ทจ่ี บการศกึ ษาตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ แลว คดิ คํานวณผลการทดสอบ
ทไี่ ดต ามสดั สว นนน้ั

แนวการคดิ คาํ นวณ (ในปก ารศกึ ษาการศึกษา ๒๕๕๗ ใหใชผ ลการเรยี นของผเู รียนทป่ี ระเมนิ โดย
สถานศึกษาและผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติขัน้ พ้นื ฐาน (O-NET)
ในสดั สวน ๗๐ : ๓๐)

รอ ยละ ๓๐ ของผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาตขิ นั้ พื้นฐาน = ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาตขิ น้ั พืน้ ฐาน x ๐.๓

๗.๓ หัวขอ “ผลการเรียนเฉลี่ยรวม” ใหกรอกผลรวมจากการคิดสัดสวนระหวางผลการเรียน
ของผเู รยี นทป่ี ระเมนิ โดยสถานศกึ ษาและผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาตขิ น้ั พื้นฐาน

ผลการเรียนเฉล่ยี รวม = ผลการคาํ นวณรอ ยละ ๗๐ ของผลการเรยี นเฉลีย่ ตลอดหลกั สูตร บวกกับผลการคํานวณรอยละ ๓๐
ของผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาตขิ นั้ พนื้ ฐาน

= (ขอ ๗.๑ + ๗.๒)

๘. คาํ อธิบายเกณฑก ารประเมนิ ของสถานศกึ ษา
ใหกรอกเกณฑการจบระดับมัธยมศึกษาตอนตน และคําอธิบายระดับผลการเรียน หรือรูปแบบ

การตัดสินที่สถานศึกษาใชในการตัดสินผลการเรียนรายวิชา การอาน คิดวิเคราะห และเขียน คุณลักษณะ
อนั พึงประสงค และกิจกรรมพัฒนาผเู รยี น

แนวปฏบิ ัติการวัดและประเมินผลการเรยี นรู 131
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p131 6/10/2558 9:21:52

ตวั อยาง

เกณฑการจบระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน

๑) ผูเรียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐานและรายวิชาเพิ่มเติม...........หนวยกิต โดยเปนรายวิชา

พ้ืนฐาน ๖๖ หนว ยกติ และรายวชิ าเพิ่มเตมิ ..........หนว ยกิต

๒) ผูเรียนตองไดหนวยกิตตลอดหลักสูตรไมนอยกวา ๗๗ หนวยกิต โดยเปนรายวิชา

พื้นฐาน ๖๖ หนว ยกติ และรายวิชาเพิม่ เติมไมนอยกวา ๑๑ หนวยกิต

๓) ผูเ รยี นมีผลการประเมนิ การอาน คิดวเิ คราะห และเขยี น ระดับ “ผา น” ขน้ึ ไป

๔) ผเู รยี นมีผลการประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค ระดับ “ผา น” ข้ึนไป

๕) ผูเรยี นเขา รวมกจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น และมีผลการประเมิน “ผาน” ทุกกิจกรรม

คําอธบิ ายระดับผลการประเมนิ รายวชิ า

คะแนน ระดับผลการเรยี น ความหมาย คะแนน ระดับผลการเรยี น ความหมาย

๘๐-๑๐๐ ๔ ดเี ยย่ี ม ๖๐-๖๔ ๒ ปานกลาง

๗๕-๗๙ ๓.๕ ดีมาก ๕๕-๕๙ ๑.๕ พอใช

๗๐-๗๔ ๓ ดี ๕๐-๕๔ ๑ ผา นเกณฑข นั้ ตา่ํ

๖๕-๖๙ ๒.๕ คอนขางดี ๐-๔๙ ๐ ตา่ํ กวา เกณฑ

๙. ชอ ง “หมายเหต”ุ
๙.๑ กรอกขอ มลู ท่เี ปน ประโยชนต อ ผเู รยี น โดยใหอยใู นดลุ พนิ ิจของสถานศกึ ษา
๙.๒ สําหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล ใหระบขุ อความลงในชองหมายเหตุ ดังน้ี
“เปน โรงเรยี นมาตรฐานสากลตามประกาศ สพฐ.”
กรณีโรงเรียนทั่วไปที่จัดการเรียนการสอนรายวิชาเพิ่มเติม การศึกษาคนควาดวยตนเอง

(IS) ใหระบขุ อความลงในชอ งหมายเหตุ ดังน้ี
“เปน โรงเรียนทีจ่ ัดการเรียนการสอนวิชาเพ่มิ เติม การศกึ ษาคน ควา ดวยตนเอง (IS)”

๙.๓ กรณีที่นักเรียนยายจากโรงเรียนมาตรฐานสากลหรือโรงเรียนทั่วไปที่จัดการเรียนการสอน
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ การศกึ ษาคน ควา ดว ยตนเอง (IS) มาเรยี นโรงเรยี นทว่ั ไปทไี่ มไ ดจ ดั การเรยี นการสอนรายวชิ าเพมิ่
เติม การศกึ ษาคนควา ดวยตนเอง (IS) ใหร ะบขุ อ ความลงในชอ งหมายเหตุ ดงั นี้

“ยายมาจากโรงเรยี นมาตรฐานสากลตามประกาศ สพฐ.” หรอื
“ยา ยมาจากโรงเรยี นทจี่ ดั การเรยี นการสอนรายวชิ าเพม่ิ เตมิ การศกึ ษาคน ควา ดว ยตนเอง
(IS)”

132 แนวปฏบิ ตั กิ ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p132 6/10/2558 9:21:52

ระเบียนแสดงผลการเรยี นหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย (ปพ.๑ : พ)
ประกอบดวย ขอ มูลตอ ไปน้ี

ดา นหนา ระเบียนแสดงผลการเรียนหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย

ปพ.1 : พ ชดุ ท.่ี ..................เลขที.่ .................. 3x4 ซม.

โรงเรียน.................................................................................................................................................................................. ๑ ขอมูลโรงเรยี นและผูเรยี น
สังกดั ......................................................................................................................................................................................
ตําบล/แขวง........................................................................................... ชอ่ื ..........................................................................
อาํ เภอ/เขต.............................................................................................ชื่อสกลุ ...................................................................
จงั หวดั ....................................................................................................เลขประจําตวั นักเรยี น............................................................................
สาํ นักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา.................................................................เลขประจาํ ตัวประชาชน..........................................................................
วนั เขา เรียน.............................................................................................เกิดวนั ท่ี....................เดือน....................................พ.ศ.........................
โรงเรียนเดิม............................................................................................เพศ.....................สญั ชาติ.............................ศาสนา..............................
จงั หวดั ....................................................................................................ชอ่ื -ช่ือสกลุ บิดา......................................................................................
ชั้นเรียนสุดทา ย...................................................................................... ชอ่ื -ชื่อสกลุ มารดา..................................................................................

ผลการเรียนรายวชิ า

หนวยกิต
ผลการเ ีรยน
หนวยกิต
ผลการเ ีรยน
หนวยกิต
ผลการเ ีรยน
รหสั /รายวิชา รหัส/รายวชิ า รหัส/รายวชิ า

๒ ผลการเรียนรายวิชา

(...................น...า..ย...ท..ะ..เ..บ..ยี...น.....................)

ดา นหลัง

ปพ.1 : พ ชดุ ท่.ี ........................เลขท.่ี ........................
ผลการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน

กจิ กรรม
เวลา
( ่ัชวโมง)
ผลการ
ประเมิน

เวลา
(ช่ัวโมง)
ผลการ
ประเมิน
เวลา
( ่ัชวโมง)
ผลการ
ประเ ิมน
กิจกรรม กิจกรรม

๓ ผลการประเมนิ
กิจกรรมพฒั นาผเู รียน

สรปุ ผลการประเมนิ ผลการตดั สนิ กลุม สาระการเรยี นรู/ ห นวย ิกต
1. จาํ นวนหนว ยกิตรายวิชาพ้นื ฐานท่เี รยี น.................. ได................ ............................ การศึกษาคนควาดว ยตนเอง รวม
๔ สรปุ ผล/ตัดสิน/อนุมตั ิ
ผลการประเมิน ผลการเ ีรยน
เฉล่ีย

2. จํานวนหนวยกิตรายวิชาเพิม่ เติมที่เรยี น..................ได................ ............................ ภาษาไทย ๖ ผลการเรียนเฉล่ีย
3. ผลการประเมนิ การอาน คิดวเิ คราะห และเขยี น ได................ ............................ คณติ ศาสตร ตลอดหลกั สูตร
ผลการประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค ได................ ............................ วทิ ยาศาสตร
สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
4. ผลการประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู รยี น ได................ ............................ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ศลิ ปะ
๕ ผลการทดสอบ วนั อนุมัติการจบ................................................................................................................. การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ระดับชาติ วนั ออกจากโรงเรยี น........................................................................................................... ภาษาตา งประเทศ
สาเหตุทอ่ี อกจากโรงเรยี น................................................................................................... การศึกษาคน ควา ดว ยตนเอง (IS)

ผลการทดสอบระดับชาติ ผลการเรียนเฉลย่ี ตลอดหลักสตู ร

๗ สดั สว นผลการเรยี น สดั สวนผลการเรยี นและผลการทดสอบระดบั ชาติ (...........................................................)
และผลการทดสอบ นายทะเบยี น
ระดบั ชาติ 1. รอ ยละ..........ของผลการเรียนเฉล่ยี ตลอดหลกั สตู ร = ....................
(...........................................................)
2. รอ ยละ..........ของผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติข้นั พน้ื ฐาน = .................... ผูอํานวยการ.........................................
วนั ที.่ ........................................................
3. ผลการเรียนเฉล่ยี รวม = ....................

๘ คาํ อธิบายเกณฑ เกณฑก ารประเมนิ ของสถานศึกษา
การประเมินของ
สถานศกึ ษา หมายเหตุ

แนวปฏิบตั กิ ารวัดและประเมินผลการเรยี นรู 133
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p133 6/10/2558 9:21:52

ระเบยี นแสดงผลการเรียนหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

ปพ.1 : พ ชุดท.ี่ ..................เลขท.ี่ ..................

โรงเรียน.................................................................................................................................................................................. 3x4 ซม.
สงั กัด......................................................................................................................................................................................
ตําบล/แขวง........................................................................................... ชือ่ ..........................................................................
อําเภอ/เขต.............................................................................................ชือ่ สกลุ ...................................................................
จังหวัด....................................................................................................เลขประจาํ ตัวนกั เรยี น............................................................................
สาํ นกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษา.................................................................เลขประจาํ ตัวประชาชน..........................................................................
วนั เขา เรยี น.............................................................................................เกิดวนั ท่.ี ...................เดอื น....................................พ.ศ.........................
โรงเรยี นเดมิ ............................................................................................เพศ.....................สญั ชาติ.............................ศาสนา..............................
จงั หวดั ....................................................................................................ชือ่ -ชอ่ื สกุลบดิ า......................................................................................
ช้นั เรียนสดุ ทาย...................................................................................... ชอ่ื -ชอื่ สกุลมารดา..................................................................................

ผลการเรยี นรายวชิ า

ห นวยกิต
ผลการเ ีรยน
หนวย ิกต
ผลการเ ีรยน
ห นวยกิต
ผลการเ ีรยน
รหสั /รายวชิ า รหัส/รายวชิ า รหสั /รายวิชา

134 แนวปฏบิ ตั ิการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู (...........................................................)
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ นายทะเบยี น

0675_57.indd p134 6/10/2558 9:21:52

ปพ.1 : พ ชดุ ท.ี่ ........................เลขท.ี่ ........................
ผลการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น

กจิ กรรม
เวลา
( ั่ชวโมง)
ผลการ
ประเมิน

เวลา
(ช่ัวโมง)
ผลการ
ประเมิน
เวลา
(ชั่วโมง)
ผลการ
ประเมิน
กิจกรรม กจิ กรรม

สรปุ ผลการประเมนิ ผลการตัดสนิ กลุมสาระการเรยี นร/ู หนวยกิต
การศกึ ษาคน ควาดว ยตนเอง รวม
1. จํานวนหนว ยกิตรายวิชาพน้ื ฐานที่เรียน.................. ได................ ............................
ผลการเ ีรยน
เฉ ่ลีย

2. จาํ นวนหนว ยกิตรายวชิ าเพิม่ เติมทเ่ี รียน..................ได. ............... ............................ ภาษาไทย
ผลการประเมนิ การอาน คิดวเิ คราะห และเขยี น ได. ............... ............................ คณติ ศาสตร
วทิ ยาศาสตร
3. ผลการประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค ได. ............... ............................ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ได. ............... ............................ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
4. ผลการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน ศิลปะ
การงานอาชีพและเทคโนโลยี
วนั อนุมตั กิ ารจบ................................................................................................................. ภาษาตางประเทศ
วนั ออกจากโรงเรียน...........................................................................................................

สาเหตุที่ออกจากโรงเรยี น................................................................................................... การศกึ ษาคนควาดวยตนเอง (IS)
ผลการเรยี นเฉลยี่ ตลอดหลกั สูตร
ผลการทดสอบระดบั ชาติ

(...........................................................)

สัดสว นผลการเรียนและผลการทดสอบระดับชาติ นายทะเบียน

1. รอยละ..........ของผลการเรยี นเฉลยี่ ตลอดหลกั สูตร = ....................

2. รอ ยละ..........ของผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาตขิ ้ันพนื้ ฐาน = ....................

3. ผลการเรียนเฉล่ียรวม = .................... (...........................................................)

เกณฑก ารประเมินของสถานศกึ ษา ผอู ํานวยการ.........................................
วนั ท.่ี ........................................................

หมายเหตุ

แนวปฏิบตั กิ ารวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู 135
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p135 6/10/2558 9:21:52

คาํ อธิบายการกรอกระเบียนแสดงผลการเรยี นหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
(ปพ.๑ : พ)

การกรอกขอมูลในระเบียนแสดงผลการเรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน ระดับ

มัธยมศึกษาตอนปลาย (ปพ.๑ : พ) ใหกรอกขอมูลตาง ๆ ดวยวิธีการเขียนหรือพิมพดวยพิมพดีด หรือ
คอมพิวเตอรอยางใดอยางหนึ่ง เมื่อเลือกใชวิธีการใดแลวใหใชวิธีการนั้นตลอดท้ังแผน โดยใหใชหมึกสีดํา
หรือสีนํ้าเงินเทาน้ัน ตัวเลขที่กรอกใชตัวเลขฮินดูอารบิก หามลบ หรือขูดขอมูลที่กรอกไปแลว กรณีเขียนผิด
หรือตองการเปล่ียนแปลงขอมูล ใหขีดฆาขอความที่เขียนผิดหรือขอความท่ีตองการเปลี่ยนแปลง แลวเขียน
ขอ ความท่ถี ูกตอ ง หรอื ขอความที่ตอ งการไวขา งบนดว ยหมึกสีแดง และใหน ายทะเบียนลงนามกาํ กับไว วิธีการ
กรอกขอ มูลมีรายละเอียดดงั ตอไปนี้

ดา นหนา
๑. ขอ มลู โรงเรียนและผูเรยี น

๑.๑ โรงเรยี น ใหกรอกชอ่ื เตม็ ของสถานศึกษาอยา งชัดเจน
๑.๒ สงั กดั ใหก รอกชอื่ หนว ยงานตน สงั กดั ของสถานศกึ ษาระดบั กรม หรอื หนว ยงานจดั การศกึ ษา
ตามการปกครองรูปแบบพิเศษ เชน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน สํานักงานคณะกรรมการ

การอุดมศึกษา สํานักงานพระพุทธศาสนาแหงชาติ สํานักงานคณะกรรมการสงเสริมการศึกษาเอกชน

กรมสง เสริมการปกครองทองถิ่น สํานักการศึกษากรงุ เทพมหานคร และสาํ นักการศึกษาเมืองพัทยา เปนตน
๑.๓ ตาํ บล/แขวง, อาํ เภอ/เขต, จงั หวดั ใหก รอกชอ่ื เตม็ ของสถานทอ่ี นั เปน ทตี่ ง้ั ของสถานศกึ ษา

อยางชัดเจน
๑.๔ สาํ นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา ใหส ถานศกึ ษาทกุ สงั กดั กรอกชอ่ื สาํ นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา

ที่สถานศึกษาต้งั อยู

๑.๕ วันเขาเรียน ใหกรอกเลขวันท่ี ช่ือเดือน และเลข พ.ศ. ที่สถานศึกษารับผูเรียนเขาเรียน

ตามวนั รบั เขา ในทะเบยี นนักเรียน เชน ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒
๑.๖ โรงเรียนเดิม ใหกรอกช่ือสถานศึกษาเดิมของผูเรียน ตามที่ระบุในหลักฐานการศึกษา

ของผเู รียนท่นี าํ มาใชส มัครเขา เรยี น
กรณีท่ี ๑ ผูเรียนไมเคยเขาเรียนในสถานศึกษาใดมากอน ไมตองกรอกชื่อโรงเรียนเดิม

ใหขีดเคร่อื งหมาย “-”

กรณีท่ี ๒ ผูเรียนเคยศึกษาอยูในสถานศึกษาอ่ืนมากอน ใหกรอกชื่อสถานศึกษาลําดับ
สดุ ทายท่ีผูเ รียนลาออก ตามหลักฐานระเบยี นแสดงผลการเรียน (ปพ.๑) ทน่ี าํ มาแสดง

กรณีท่ี ๓ ผูเรียนศึกษาจากการศึกษาตางรูปแบบ ถาศึกษาจากสถานศึกษานอกระบบ
ใหกรอกช่ือสถานศกึ ษานอกระบบท่เี รียน และถาผูเรยี นศกึ ษาตามอธั ยาศัย ใหก รอก “ศึกษาตามอัธยาศัย”

๑.๗ จังหวัด ใหกรอกช่ือจังหวัดที่ต้ังของสถานศึกษาเดิม กรณีศึกษาตามอัธยาศัย
ใหกรอกชื่อจังหวัดท่ีผูเรียนไดรับการเทียบระดับตามท่ีปรากฏในเอกสารการเทียบระดับการศึกษา สวนผูเรียน

ท่ศี ึกษาตามอัธยาศัยแตยงั ไมไดร บั เอกสารเทียบระดบั การศึกษาใด ๆ ใหกรอกชื่อจงั หวดั ที่ผูเ รยี นไดล งทะเบยี น
เปน ผศู ึกษาตามอธั ยาศัย

136 แนวปฏิบตั กิ ารวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p136 6/10/2558 9:21:52

๑.๘ ชั้นเรียนสุดทาย ใหกรอกระดับช้ันเรียนที่ผูเรียนกําลังเรียน หรือจบการศึกษาจาก
สถานศกึ ษาเดมิ ตามท่ีปรากฏในหลักฐานการศกึ ษาท่ผี เู รยี นนาํ มาแสดงเมื่อสมัครเขา เรยี น ดังนี้

กรณีท่ี ๑ สถานศกึ ษาเดมิ ออกเอกสารเมอ่ื ผเู รยี นจบระดบั การศกึ ษา ใหก รอกชน้ั ปส ดุ ทา ย
ของระดบั การศึกษาน้ัน

กรณีท่ี ๒ สถานศึกษาเดิมออกเอกสารเม่ือผูเรียนเรียนจบปการศึกษา (ไมจบระดับ
การศึกษา) ใหก รอกชนั้ ปท่ีผูเรยี นเรยี นจบปก ารศกึ ษา

กรณที ่ี ๓ สถานศกึ ษาเดมิ ออกเอกสารใหผ เู รยี นทอี่ อกจากสถานศกึ ษาระหวา งปก ารศกึ ษา
ใหกรอก “กําลงั เรยี นชน้ั ...............” (ระบุช้ันปท่กี ําลงั เรยี นอยู ขณะท่ีลาออก)

กรณีท่ี ๔ ผเู รียนที่ไมมโี รงเรยี นเดมิ ใหขีดเคร่ืองหมาย “-”
๑.๙ ช่อื ช่ือสกุล ใหกรอกชอื่ และชอื่ สกลุ ของผูเรยี นอยางชดั เจน พรอ มคํานําหนาชื่อทถี่ กู ตอ ง
ดว ยอกั ษรตวั บรรจง เชน เดก็ ชายสุภาพ เรยี บรอย, นางสาวมารยาท ดงี าม เปนตน
๑.๑๐ เลขประจําตัวนักเรียน ใหกรอกเลขประจําตัวของผูเรียนที่ระบุในทะเบียนนักเรียน
ของสถานศึกษา
๑.๑๑ เลขประจําตัวประชาชน ใหกรอกเลขประจําตัวประชาชนของผูเรียนจํานวน ๑๓ หลัก
ใหถ กู ตอ งตรงตามสาํ เนาทะเบยี นบา น (ท.ร.๑๔) กรณผี เู รยี นไมม เี ลข ๑๓ หลกั ใหก รอกเลขศนู ย (๐) ทง้ั ๑๓ หลกั
จนกวาจะมีการเปล่ียนแปลง
๑.๑๒ เกิดวันที่.....เดือน................พ.ศ. ........... ใหกรอกเลขวันที่ ชื่อเดือน และเลข พ.ศ.
ทผ่ี เู รียนเกิดใหถูกตองตรงตามทรี่ ะบใุ นทะเบียนนกั เรยี น
๑.๑๓ เพศ ใหก รอก “ชาย” หรอื “หญงิ ” ตามเพศของผเู รยี นใหต รงตามทร่ี ะบใุ นทะเบยี นนกั เรยี น
๑.๑๔ สญั ชาติ ใหกรอกสัญชาตขิ องผูเรียนท่รี ะบุในทะเบยี นนักเรยี น
๑.๑๕ ศาสนา ใหกรอกชอ่ื ศาสนาทีผ่ เู รียนนับถอื เชน พุทธ อิสลาม หรอื คริสต เปนตน
๑.๑๖ ชอ่ื -ชอ่ื สกลุ บดิ า, ชอ่ื -ชอ่ื สกลุ มารดา ใหก รอกชอื่ บดิ าและมารดาของผเู รยี นพรอ มนามสกลุ
และคํานําหนาที่ถูกตองอยางชัดเจนตามหลักฐานในทะเบียนนักเรียน กรณีไมมีชื่อบิดาและ/หรือช่ือมารดา
ในทะเบียนนักเรยี น ใหข ีดเครอื่ งหมาย “-” หา มกรอกชอื่ บิดาบญุ ธรรม หรือมารดาบุญธรรม หรอื ผทู ี่มใิ ชบิดา
มารดาผูใหก าํ เนิดผูเ รยี น
๒. ผลการเรยี นรายวิชา
การกรอกขอ มลู ในผลการเรยี นรายวชิ า จะกรอกครงั้ เดยี วเมอื่ ตอ งการออกเอกสารทง้ั กรณผี เู รยี น
จบการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน (ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี ๖) หรือขอลาออกจากสถานศกึ ษา ขอ มลู ผลการเรยี นท่นี ํามากรอก
เปนขอมูลปจจุบันในวันจัดทําเอกสารทั้งหมด ในขณะเดียวกันขอมูลในเอกสารท่ีมอบใหผูเรียนจะตองสมบูรณ
ครบถวน และถกู ตอง การกรอกขอมูลในชอ งตาราง ใหกรอกดังนี้

แนวปฏิบตั กิ ารวดั และประเมินผลการเรียนรู 137
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

0675_57.indd p137 6/10/2558 9:21:52


Click to View FlipBook Version