The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ อ่านจับประเด็นเห็นคุณค่า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ อ่านจับประเด็นเห็นคุณค่า

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ อ่านจับประเด็นเห็นคุณค่า

PAGE \* MERGEFORMAT๑


๑ แบบทดสอบก่อนเรียน โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อุดรธานี ภาคเรียนที่ ๑ ปี การศึกษา ๒๕๖๒ วิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์รหสัวิชา ท๓๐๒๑๒ ชนั้มธัยมศึกษาปีที่๖ เวลา ๒๐ นาที ข้อสอบปรนัย จ านวน ๒๐ ข้อ คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน ........................................................................................................................................................................... คำสั่ง ให้นักเรียนทุกคนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดลงในกระดาษคำตอบและห้ามขีดเขียนข้อความใด ๆ ลงในกระดาษคำถาม ๑. “เจ้านกกาเหว่าเอย ไข่ไว้ให้แม่กาฟัก แม่กาก็หลงรัก นึกว่าลูกในอุทร คาบเอาข้าวมาเผื่อ คาบเอาเหยื่อมาป้อน” ค ำประพันธ์ที่ยกมำนี้จัดว่ำเป็นภำษำประเภทใด ? ก. ภำษำช่วยจรรโลงใจ ข. ภำษำช่วยก ำหนดอนำคต ค. ภำษำช่วยธ ำรงสังคม ง. ภำษำช่วยแสดงควำมเป็นปัจเจกบุคคล ๒. ประโยคใดมีลักษณะโครงสร้ำงเป็นภำษำไทยมำกที่สุด ? ก. ล ำไยโดยสำรรถประจ ำทำงไปโรงเรียน ข. ส ำหรับลุงพล ต ำรวจปล่อยตัวไปแล้ว ค. ทอรุ้งจะมำในชุดรำตรีในงำนแฟชั่นไหมไทย ง. ฝนเทียมน ำมำซึ่งประโยชน์อย่ำงใหญ่หลวง ๓. ค ำในข้อใดมิได้เลียนเสียงธรรมชำติ ? ก. น ้ำค้ำงหยดลงเผำะๆ เป็นหยำดน ้ำตำสวรรค์ ข. ขอเป็นเกือกทองรองบำทำ ไปจนกว่ำชีวินจะบรรลัย ค. สำยธำรำดั่งนำฬิกำแก้ว แว่วแว่วจ๊อกจ๊อกเซำะซอกหิน ง. ตะแล้กแต้กแต้กตะแล้กแต้กแต้ก กระเดื่องดังแซกส ำรวลสรวลสันต์ ๔. ข้อใดมีเสียงวรรณยุกต์ครบห้ำเสียง ? ก. ข้อสอบชุดนี้ยำกมำก ข. ยำกกว่ำชุดที่แล้วมำเหรอ ค. ฉันคิดว่ำน่ำจะใช่นะ ง. อ่ำนหนังสือน้อยไปมั้ย ๕. ข้อใดมีเสียงวรรณยุกต์ไม่ครบห้ำเสียง ? ก. ฉันรักภำษำไทยมำกที่สุด ข. ฉันชอบอ่ำนวรรณคดีไทยมำก ค. ฉันภำคภูมิใจในภำษำไทยของเรำ ง. เพื่อนของฉันมักกล่ำวว่ำภำษำไทยค่อนข้ำงยำก ๖. ข้อใดใช้ภำษำต่ำงระดับกับข้ออื่น ? ก. ในระบอบประชำธิปไตย ประชำชนเป็นเจ้ำของอ ำนำจอธิปไตย ข. ศิลปินแห่งชำติเป็นบุคคลผู้สร้ำงสรรค์ผลงำน ศิลปะอันทรงคุณค่ำ ค. ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นสมำชิกแห่งรำชบัณฑิตยสถำน ย่อมถือว่ำได้รับกำรยกย่องอย่ำงสูง ง. พฤติกรรมควำมเชื่อเรื่องฤกษ์ยำม เจ้ำที่เจ้ำทำง และเครื่องตกแต่งบ้ำนในเมืองไทยดูจะเป็นพิธีกำร เพื่อตัวเอง ๗. ข้อใดเป็นภำษำแบบแผน ? ก. คุณก็รู้ดีว่ำเรำต้องร่วมมือกัน ข. เขำเป็นคนมีน ้ำใจคนหนึ่งทีเดียว ค. ข้ำรำชกำรต้องปฏิบัติตำมค ำสั่งเจ้ำนำย ง. บรรดำชำยและหญิงล้วนอุทิศตนเพื่อสังคม ๘. ควำมหมำยของส ำนวนคู่ใดไม่เป็นไปในท ำนอง เดียวกัน? ก. ขิงก็รำข่ำก็แรง – ขนมผสมน ้ำยำ ข. ยุให้ร ำต ำให้รั่ว – เสี้ยวเขำควำยให้ชนกัน ค. ต ำน ้ำพริกละลำยแม่น ้ำ – ต ำข้ำวสำรกรอกหม้อ ง. แกว่งเท้ำหำเสี้ยน – เอำมือซุกหีบ ๙. ข้อใดใช้ส ำนวนผิด ? ก วำรุณีไม่ชอบท ำงำนเพรำะเธอเป็นคนประเภท ถนิมสร้อย ข. ผู้ใหญ่จะสอนเสมอว่ำเวรกรรมนั้นจะส่งผล ต่อผู้ท ำเหมือนกงเกวียนก ำเกวียน ค. เขำเอำใจออกห่ำงโดยไปเข้ำกับศัตรูของเรำ ง. ควำมรู้ที่เธอสอนเขำนั้นยำกเกินที่เขำจะรับ ได้เหมือนกับสีซอให้ควำยฟัง


๒ ๑๐. ข้อใดสื่อควำมหมำยนัยตรง ? ก. คนที่เข้ำตำมตรอกออกตำมประตูย่อมปลอดภัยเสมอ ข. งำนช้ำงสุรินทร์ปีนี้เป็นงำนช้ำงจริง ๆ ช้ำงก็มำก คนชมก็มำก ค. เรือล ำนี้ขึ้นคำนแล้วเพรำะเจ้ำของใช้เรือที่ เพิ่งต่อมำใหม่แทน ง. บรรดำเพื่อน ๆ มักมำล้มทับเขำ ท ำให้เขำไม่สำมำรถตั้งตัวได้ ๑๑. ข้อใดเรียงล ำดับข้อควำมจำกที่ก ำหนดให้ได้ถูกต้อง ? ๑. หากยังมีความเป็นเหตุเป็นผลระหว่าง มนุษย์กับมนุษย์ ๒. มนุษยเ์ป็ นส่วนหนึ่งของสงัคมที่เกิดมา ๓. ซึ่งมิได้เกิดมาอย่างโดดเดี่ยว ๔. จากกระแสภายในระบบการเปลี่ยนแปลง ของธรรมชาติ ๕. และระหว่างมนุษยก์บัสิ่งต่าง ๆ บนพื้นฐานความจริงอีกด้วย ก. ๑ ๓ ๒ ๕ ๔ ข. ๔ ๕ ๓ ๑ ๒ ค. ๑ ๒ ๕ ๔ ๓ ง. ๒ ๔ ๓ ๑ ๕ ๑๒. ข้อใดใช้ภำษำได้ถูกต้อง ? ก. รสชำติอำหำรที่นี่ถูกคอพวกเรำ ข. ชำวบ้ำนช่วยกันปรับปรุงดินเพื่อสร้ำงศำลำวัด ค. ในที่สุดทุกคนก็ออมชอมกันได้ ง. เขำเป็นคนที่ค ำนึงถึงประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง ๑๓. ข้อใดเป็นกำรใช้ภำษำแบบอนุมำนจำก สำเหตุไปหำผลลัพธ์ ? ก. สมคิดสอบคัดเลือกไม่ได้ทั้ง ๆ ที่เขำเป็นคนช่ำงคิดช่ำงเขียน ข. สมใจขำดสอบ ๑ วิชำ เขำก็ยังสอบเข้ำได้ เนื่องจำกเขำเก่งมำก ค. สมหวังไม่เคยอ่ำนหนังสือมำทั้งปีก็ไม่แปลกเลย ที่กำรสอบของเขำไม่สมหวัง ง. ดิฉันยอมท ำตำมข้อเสนอของคุณด้วยพิจำรณำแล้ว เห็นว่ำโครงกำรนี้ดีจริง ๆ ๑๔. ข้อใดไม่ใช่กำรคิดเชิงโต้แย้ง ? ก. เรียนอะไรก็ได้ที่ชอบ ตรวจสอบตัวเองให้ดี ข. กำรแข่งขันเป็นสิ่งดี แต่คิดอีกทีเหมือนดำบสองคม ค. สำยวิทย์อย่ำคิดว่ำแน่ สำยศิลป์ ที่ร็จริงน่ะเก่งแท้ ง. มหำวิทยำลัยเปิด มหำวิทยำลัยปิด จบเป็นบัณฑิตไม่ต่ำงกัน ๑๕. ข้อใดใช้ภำษำเหมำะสมในกำรโต้แย้ง ? ก. ข้อเสนอที่ว่ำนั้นใช้ไม่ได้เลย เพรำะไม่ได้ตั้งอยู่ บนเหตุและผล ข. ข้อเสนอดังกล่ำวนั้น ผมเองมีควำมเห็นที่ แตกต่ำงไปบ้ำง ค. ผมไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนั้นเพรำะไม่ตรงกับ ข้อเท็จจริง ง. ผมขอให้น ำข้อเสนอนี้กลับไปคิดใหม่เพื่อให้ชัดเจน มำกกว่ำนี้ ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบค าถามข้อ ๑๖-๑๗ ดอกไม้ไทยเป็ นดอกไม้ที่สวยงาม คงทน และมีกลิ่น หอมละมุนรื่นจมูก ช่วยให้อารมณ์ผ่อนคลายได้อย่างดี เยี่ยม ด้วยเหตุนี้ช่างสตรีไทยจึงได้ใช้ดอกไม้สดมา ประดิดประดอยเป็ นงานดอกไม้รปูแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะ เป็นมาลัยดอกไม้สด จัดแจกัน จัดพาน เป็ นต้น” ๑๖. ข้อใดคือใจควำมส ำคัญของข้อควำมข้ำงต้น ? ก. ดอกไม้สำมำรถน ำมำจัดได้หลำยรูปแบบ ข. ดอกไม้ไทยสวย ทน และหอมเหมำะส ำหรับ ช่ำงสตรีไทย ค. ควำมงำมอยู่ได้นำน กลิ่นหอมคือคุณสมบัติ ของดอกไม้ไทย ง. ดอกไม้ไทยมีคุณสมบัติเหมำะส ำหรับกำรน ำมำ จัดให้เป็นรูปสวยงำม ๑๗. ข้อใดคือควำมหมำยของค ำว่ำ “ประดิดประดอย” ? ก. ประดิษฐ์อย่ำงช้ำ ๆ ข. สร้ำงขึ้นใหม่ให้สวยงำม ค. ท ำงำนฝีมืออย่ำงละเอียดลออ ง. ท ำงำนอย่ำงตั้งใจ ช้ำแต่งำม


๓ ข้อ ๑๘ - ๒๐ ข้อใดมีค าที่เขียนสะกดไม่ถูกต้อง ๑๘. ก. กอปร จันทน์กะพ้อ ข. ขะมักเขม้น มอเตอร์ไซค์ ค. คะนอง บิณฑบำตร ง. ไอศกรีม วอลเลย์บอล ๑๙. ก. ฉะนั้น พะเน้ำพะนอ ข. ผำสุข ผัดวันประกันพรุ่ง ค. อำเพศ ลมปรำณ ง. เปอร์เซ็นต์ ผูกพัน ๒๐. ก. ตระเวณ คอนเสิร์ต ข. ปรำมำส มำดหมำย ค. รุ่มร่ำม ก๋วยเตี๋ยว ง. รสชำติ คลินิก เฉลยแบบ ๑. ก ๒. ก ๓. ข ๔. ข ๕. ค ๖. ง ๗. ง ๘. ค ๙. ก ๑๐. ค ๑๑. ง ๑๒. ง ๑๓. ค ๑๔. ก ๑๕. ข ๑๖. ข ๑๗. ค ๑๘. ค ๑๙. ข ๒๐. ก


๔ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ รายวิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ อ่านจับประเด็นเห็นคุณค่า ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา............. เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญ ครูช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช เวลา ๒ คาบ ๑. ผลการเรียนรู้ ๑. จับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่านได้ ๒. แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น และพิจารณาคุณค่างานเขียนได้ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ (K) จับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่านได้ และแยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น และพิจารณาคุณค่างานเขียนได้ ๒.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P) ฝึกการอ่านจับใจความแบบ SQ4R ๒.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) มีมารยาทในการอ่าน ๓. สาระสำคัญ การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ ควรคาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน แยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น และพิจารณาคุณค่างานเขียน ๔. สาระการเรียนรู้ การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ เช่น ข่าวสารจากสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในชุมชน บทความ นิทาน เรื่องสั้น นวนิยาย วรรณกรรมพื้นบ้าน วรรณคดีในบทเรียน บทโฆษณา สารคดี บันเทิงคดี ปาฐกถา พระบรมราโชวาท เทศนา คำบรรยาย คำสอน บทร้อยกรองร่วมสมัย บทเพลง บทอาเศียรวาท คำขวัญ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี


๕ ๖. จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C ๒L) (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) R๑-Reading(อ่านออก) R๒-(W)Riting(เขียนได้) R๓-(A)Rithmetics(คิดเลขเป็น) C-๑ Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ C-๒ Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม C-๓ Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิด ข้ามวัฒนธรรม C-๔ Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะความเป็นผู้นำ C-๕ Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ C-๖ Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี C-๗ Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ C-๘ Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย L-๑ Learning (ทักษะการเรียนรู้) L-๒ Leadership (ทักษะความเป็นผู้นำ) ๗. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class Standard School) IS ๑ การศึกษาค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) IS ๒ การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) IS ๓ การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการกับประชาคมอาเซียน บูรณาการกับค่านิยม ๑๒ ประการ มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่


๖ มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือ ก็แจกจ่ายจำหน่ายและพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความ ละลายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้(ระบุ)……………………. อื่น ๆ (ระบุ)............................................. ๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) การอ่านจับใจความสำคัญแบบ SQ๔R ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ทำแบบทดสอบก่อนเรียนของแผนการจัดการเรียนรู้ทั้งหมด วิธีสอนแบบ SQ๔R ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน คาบที่ ๑ - ๒ ๑. ครูให้นักเรียนนั่งเป็นรูปตัวยู เพื่อสร้างบรรยากาศในห้องเรียนคล้าย กับการสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แล้วให้นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ข้อ ๑ ๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖-๗ คน เลือกประธาน รองประธาน และเลขานุการ อ่านตัวอย่างข่าวที่เตรียมไว้ เมื่อนักเรียนอ่านจบครูถามนักเรียนว่ามีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง ครูควรกระตุ้นให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น เพื่อให้นักเรียนรู้จักการวิพากษ์ วิจารณ์ และกล้าแสดง ความคิดเห็น ๓. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด ๑. นักเรียนคิดว่า การวิพากษ์วิจารณ์งานเขียนของผู้อื่นเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ เพราะเหตุใด (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ๒. นักเรียนอ่านเรื่องหรืองานเขียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วนักเรียนเคยวิพากษ์วิจารณ์งานเขียนนั้นบ้างหรือไม่ เพราะเหตุใด (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)


๗ ขั้นสอน ขั้นที่ ๑ Survey (S) ๑. ครูอธิบายเพิ่มเติมเรื่อง การอ่านเพื่อคาดคะเนเหตุการณ์โดยยกตัวอย่างจากข่าวที่อ่าน ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกงานเขียนที่ตนเองชื่นชอบมา กลุ่มละ ๑ ชิ้นจากหนังสือเรียน หนังสือคว้าเพิ่มเติม ห้องสมุด และแหล่งข้อมูล สารสนเทศ นำมาอ่านเพื่อคาดคะเนเหตุการณ์ ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านงานเขียนอย่างคร่าวๆ เพื่อจับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่าน และพิจารณารายละเอียดต่างๆ จากเรื่องที่อ่านอย่างละเอียด ขั้นที่ ๒ Question (Q) นักเรียนแต่ละกลุ่มตั้งคำถามจากเรื่องที่อ่าน ซึ่งคำถามครอบคลุม รายละเอียด ดังนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับใคร ทำอะไร ที่ ไหน เมื่อไร มีผลอย่างไร จากเรื่องนี้น่าจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นและมีคุณค่าอย่างไร จดลงในสมุดบันทึกเพื่อทบทวนความ เข้าใจของกลุ่มตนเอง ขั้นที่ ๓ Read (R) นักเรียนอ่านงานเขียนอีกหนึ่งครั้ง โดยอ่านอย่างละเอียด คำถามกระตุ้นความคิด นักเรียนใช้หลักการอ่านเพื่อคาดคะเน เหตุการณ์งานเขียนที่นักเรียนเลือกมาอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ใน ดุลยพินิจของครูผู้สอน) ตอบ คำถามที่ตั้งไว้ในสมุดบันทึก ขั้นที่ ๔ Record (R) นักเรียนบันทึกรายละเอียดและข้อมูลที่สำคัญอย่างสั้นๆ ลงในสมุด บันทึก ตามความเข้าใจของนักเรียนเอง ขั้นที่ ๕ Recite (R) นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่อ่าน โดยเรียบเรียง เป็นภาษาของตนเอง ถ้ายังไม่แน่ใจในบทใด หรือตอนใดของเรื่องที่อ่านให้กลับไปอ่านซ้ำใหม่ ขั้นที่ ๖ Reflect (R) นักเรียนแต่ละกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เพื่อคาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่ อ่านลงในใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน จากนั้นให้นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ขั้นสรุปและประเมิน ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอใบงานที่ ๑.๑ ๒. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานเขียนที่อ่านแล้วร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การอ่านเพื่อคาดคะเนเหตุการณ์


๘ นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด การอ่านเพื่อคาดคะเนเหตุการณ์นักเรียนคิดว่า มีประโยชน์หรือไม่และสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ได้อย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ๑๐. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑๐.๑.๑ หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม ๑๐.๑.๑ แววมยุรา เหมือนนิล. (๒๕๔๑). การอ่านจับใจความ. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก. ๑๐.๑.๒ ศิวกานท์ ปทุมสูติ. (๒๕๔๒). การอ่านเพื่อชีวิต. กรุงเทพฯ : ต้นอ้อ ๑๙๙๙. ๑๐.๑.๓ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (๒๕๔๕). เอกสารการสอนชุดวิชาการอ่านภาษาไทย หน่วยที่ ๑-๑๕. นนทบุรี : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ๑๐.๑.๔ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (๒๕๔๙). ประมวลสาระชุดวิชา ๑๑๑๖๑ ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. พิมพ์ครั้งที่ ๕. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ๑๐.๑.๕ สุพรรณี วราทร. (๒๕๔๕). การอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ : โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ๑๐.๑.๒ ตัวอย่างบทความ เรื่อง วิธีปรับอาหารลดเสี่ยง "อ้วน-หลอดเลือดสมอง-เบาหวาน-ความดัน" ๑๐.๑.๓ ใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน ๑๐.๒ แหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๒.๑ ห้องสมุด ๑๐.๒.๒ แหล่งข้อมูลสารสนเทศ - http://www.mcot.net - http://www.adintrend.com - http://www.thaiwriterassociation.org


๙ ๑๑. การวัดและประเมินผล การวัดผลประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ ตรวจใบงานที่ ๑.๑ ใบงานที่ ๑.๑ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะกระบวนการ - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล -สังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม -แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงานรายบุคคล -แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ด้านคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ สังเกต แบบประเมิน คุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๑๒. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ๑๒.๑ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้................... ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ .................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ ลงชื่อ............................................... (นางจุฬาลักษณ์ บุญไชย) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย


๑๐ ๑๒.๒ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ....................................................................... .................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................... (นายสุรเชษฐ์ ภาคำ) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ


๑๑ ๑๓. บันทึกผลหลังการสอน ๑๓.๑ สรุปผลการเรียนการสอน ๑. นักเรียนจำนวน.....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ไม่ผ่านจุดประสงค์........................................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. นักเรียนมีเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๓ ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................ (นางช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช) ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ


๑๒ ภาคผนวก


๑๓ เอกสารประกอบการสอน วิธีปรับอาหารลดเสี่ยง "อ้วน-หลอดเลือดสมอง-เบาหวาน-ความดัน" รับอาหารที่กินแค่ไม่กี่อย่าง ก็ช่วยลดเสี่ยงโรคอันตรายยอดนิยมอย่าง หลอดเลือดสมอง-เบาหวาน-ความดัน และอื่นๆ ได้อีก โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) มีสาเหตุจากการตีบ อุดตัน หรือแตกของหลอดเลือดสมอง ทำให้เซลล์สมองขาดเลือด และสูญเสียการทำงาน จนส่งผลให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต และเสียชีวิตในที่สุด และมีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำ พญ.อนงนุช ชวลิตธำรง แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น ๒ ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การรับประทานอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสมจะช่วยควบคุมปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหลอด เลือดสมองได้ โดยเฉพาะคนที่มีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ง่าย ได้แก่ โรคอ้วน หรือภาวะน้ำหนักเกิน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง แนวทางการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง คือ ๑. ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยให้มีดัชนีมวลกาย ๑๘.๕ – ๒๒.๙ kg/m๒ ๒. รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค โดยปฏิบัติดังนี้ - หลีกเลี่ยงอาหารที่หวานจัด ควรบริโภคน้ำตาล ไม่เกิน ๖ ช้อนชาต่อวัน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม เบเกอรี่ ขนมไทย - หลีกเลี่ยงอาหารมันจัด ควรบริโภคน้ำมัน ไม่เกิน ๖ ช้อนชาต่อวัน และเลือกรับประทานเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมันและไม่ติดหนัง เช่น เนื้อปลา เนื้อหมูไม่ติดมัน เนื้อเป็ดหรือไก่ไม่ติดหนัง และหลีกเลี่ยงอาหารทอด - หลีกเลี่ยงอาหารที่เค็มจัด ควรบริโภคเกลือ ไม่เกิน ๑ ช้อนชา หรือ ไม่เกิน ๒๐๐๐ มิลลิกรัมต่อวัน หลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งมาก อาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง และอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูป เช่น ไส้กรอก ลูกชิ้น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแช่แข็งทุกชนิด - เน้นการรับประทานอาหารแบบ DASH Diet โดยเน้นการรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว และเลือกรับประทานเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันต่ำ เนื่องจาก Dash Diet มีส่วนช่วยในการลดความดันโลหิตสูง จากงานวิจัย พบว่า Dash Diet สามารถลดการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจได้ - เน้นการรับประทานแบบ Mediterranean Diet โดยเน้นการรับประทานผัก ผลไม้ ถั่วและธัญพืช รวมถึงเนื้อปลา และเลือกรับประทานไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก ลดการบริโภคเนื้อแดง และเนื้อที่ผ่านการแปรรูป เนื่องจากโอเมก้า ๓ มีส่วนช่วยลดค่าไขมันไตรกลีเซอไรด์ และช่วยป้องกันการอักเสบของหลอดเลือด นอกจากการปรับพฤติกรรมแล้ว การออกกำลังกาย งดการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลด ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองด้วย ขอขอบคุณ ข้อมูล :พญ.อนงนุช ชวลิตธำรง แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น ๒ ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ภาพ :iStock


๑๔ ใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน รายวิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ รหัสท๓๐๒๑๒ (๑๐ คะแนน) คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกบทความหรืองานเขียนที่สนใจ แล้วเขียนคาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน (นักเรียนคิดว่าเรื่องที่อ่าน มีประโยชน์หรือไม่และสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ?) บทความ หรืองานเขียนที่นักเรียนเลือก ชื่อเรื่อง...................................................................................... ขั้นที่ ๑ Survey (S สำรวจ) อ่านงานเขียนอย่างคร่าวๆ เพื่อจับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่าน ขั้นที่ ๒ Question (Q คำถาม) นักเรียนแต่ละกลุ่มตั้งคำถามจากเรื่องที่อ่าน เกี่ยวกับใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร มีผลอย่างไร จากเรื่องนี้น่าจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นและมีคุณค่าอย่างไรจดลงในสมุดบันทึกเพื่อทบทวนความเข้าใจของกลุ่มตนเอง ขั้นที่ ๓ Read (R๑ อ่าน) นักเรียนอ่านงานเขียนอีกหนึ่งครั้ง โดยอ่านอย่างละเอียด คำถามกระตุ้นความคิด นักเรียนใช้หลักการอ่านเพื่อคาดคะเนเหตุการณ์งานเขียนที่นักเรียนเลือกมาอย่างไร ตอบคำถามที่ตั้งไว้ในสมุดบันทึก ขั้นที่ ๔ Record (R๒ บันทึก) นักเรียนบันทึกรายละเอียดและข้อมูลที่สำคัญอย่างสั้นๆ ลงในสมุดบันทึก ตามความเข้าใจของนักเรียนเอง ขั้นที่ ๕ Recite (R๓ ทบทวน) นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่อ่าน โดยเรียบเรียงเป็นภาษาของตนเอง ถ้ายังไม่แน่ใจในบทใด หรือตอนใดของเรื่องที่อ่านให้กลับไปอ่านซ้ำใหม่ ขั้นที่ ๖ Reflect (R๔ สะท้อนกลับ) นักเรียนแต่ละกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เพื่อคาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่านลงใน ใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน


๑๕ กลุ่มชื่อ………………………………………………ม.๖/......... วิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ ครูผู้สอน คุณครูช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช ๑. นางสาว........................................................................เลขที่..................... ประธาน ๒. นางสาว........................................................................เลขที่..................... รองประธาน ๓. นางสาว........................................................................เลขที่..................... กรรมการ ๔. นางสาว........................................................................เลขที่..................... กรรมการ ๕. นางสาว........................................................................เลขที่..................... กรรมการ ๖. นางสาว........................................................................เลขที่..................... กรรมการ ๗. นางสาว........................................................................เลขที่..................... กรรมการ ๘. นางสาว........................................................................เลขที่..................... กรรมการ ๙. นางสาว.........................................................................เลขที่..................... กรรมการและเขานุการ (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) เฉลย


๑๖ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับ การ ประเมิน ความมีวินัย ความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ เสียสละ การรับฟัง ความคิดเห็น การแสดงความ คิดเห็น การตรงต่อ เวลา รวม ๒๑ คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๑ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๑ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๑ ปรับปรุง


๑๗ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการ ประเมิน ความร่วมมือ กันทำกิจกรรม การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การตั้งใจ ทำงาน การแก้ไข ปัญหา/หรือ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม ๒๑ คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๑ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๑ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๑ ปรับปรุง


๑๘ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบายความหมาย ของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนและชักชวนผู้อื่นปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง ๑.๓ ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำกิจกรรมกับสมาชิกในโรงเรียน ชุมชนและสังคม ๑.๔ เป็นผู้นำหรือเป็นแบบอย่างในการจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม ชื่นชม ปกป้องความเป็นชาติไทย ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของ ศาสนาและเป็นตัวอย่างที่ดีของศาสนิกชน ๑.๖ เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ สถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้น ชื่นชมในพระราชกรณียกิจพระปรีชาสามารถของ พระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวที่จะกระทำความผิด ทำตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู เป็นแบบอย่างที่ดีด้านความซื่อสัตย์ ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ ถูกต้องและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนด้านความซื่อสัตย์ ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ตรงต่อเวลา ในการปฏิบัติ กิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบในการทำงาน ปฏิบัติเป็นปกติวิสัยและเป็นแบบอย่างที่ดี ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ๔.๒ มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ ๔.๓ สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล


๑๙ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม ๕.๒ ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษา ดูแลอย่างดี ๕.๓ ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล ๕.๔ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่น กระทำผิดพลาด ๕.๕ วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐาน ของความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ๕.๖ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับ และปรับตัว อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ๖. มุ่งมั่น ในการทำงาน ๖.๑ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๓ ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างรอบคอบ ๖.๔ ทุ่มเท ทำงาน อดทน ไม่ท้อต่อปัญหาและอุปสรรค ๖.๕ พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๖ ชื่นชมผลงานความสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจ ๗. รักความเป็นไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ แบ่งปันสิ่งของ ทรัพย์สิน และอื่นๆ พร้อมช่วยแก้ปัญหา ๘.๓ ดูแล รักษาทรัพย์สินของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน ๘.๔ เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ชุมชนเพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................


๒๐ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน


๒๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ รายวิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ อ่านจับประเด็นเห็นคุณค่า ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา............. เรื่องการอ่านแปลความ ตีความ และขยายความ ช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช เวลา ๒ คาบ ................................................................................................................................................................................................. ๑. ผลการเรียนรู้ อ่านแปลความ ตีความ และขยายความ ได้ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ (K) - อธิบายการอ่านแปลความ ตีความ และขยายความ - อ่านแปลความ ตีความ และขยายความจากเรื่องที่อ่านได้ถูกต้อง ๒.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P) ฝึกอ่านแปลความ ตีความ และขยายความ ๒.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) มีความตั้งใจและเอาใจใส่ในอ่านแปลความ ตีความ และขยายความ ๓. สาระสำคัญ การอ่านเรื่องต่างๆ นั้น ต้องมีการตีความ แปลความ ขยายความ และตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน ๔. สาระการเรียนรู้ การอ่านแปลความ ตีความ และขยายความเรื่องต่างๆ เช่น ข่าวสารจากสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และแหล่ง เรียนรู้ต่างๆ ในชุมชน บทความ นิทาน เรื่องสั้น นวนิยาย วรรณกรรมพื้นบ้าน วรรณคดีในบทเรียน บทโฆษณา สารคดี บันเทิงคดี ปาฐกถา พระบรมราโชวาท เทศนา คำบรรยาย คำสอน บทร้อยกรองร่วมสมัย บทเพลง บทอาเศียรวาท คำขวัญ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C ๒L) (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) R๑-Reading(อ่านออก) R๒-(W)Riting(เขียนได้) R๓-(A)Rithmetics(คิดเลขเป็น)


๒๒ C-๑ Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณและ สามารถแก้ไขปัญหาได้ C-๒ Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม C-๓ Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการ คิดข้ามวัฒนธรรม C-๔ Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และ ภาวะความเป็นผู้นำ C-๕ Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ C-๖ Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี C-๗ Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ C-๘ Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย L-๑ Learning (ทักษะการเรียนรู้) L-๒ Leadership (ทักษะความเป็นผู้นำ) ๗. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class Standard School) IS ๑ การศึกษาค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) IS ๒ การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) IS ๓ การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการกับประชาคมอาเซียน บูรณาการกับค่านิยม ๑๒ ประการ มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือ


๒๓ ก็แจกจ่ายจำหน่ายและพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความ ละลายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้(ระบุ)……………………. อื่น ๆ (ระบุ)............................................. ๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) ผลงานการแปลความ ตีความ และขยายความ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ ๑ - ๒ วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้(Inquiry Method : 5E) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ ๑. ครูนำบัตรภาพสัญลักษณ์ มาแสดงให้นักเรียนดูที่หน้าชั้นเรียนแล้วให้นักเรียนร่วมกันทายความหมายของ สัญลักษณ์ ๒. ครูถามนักเรียนว่า ทราบได้อย่างไรว่า สัญลักษณ์ที่เห็นในภาพหมายถึงอะไร และสื่อความว่าอย่างไร นักเรียน สามารถตอบได้อย่างหลากหลาย ๓. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า การที่จะเข้าใจงานต่างๆ ได้นั้นส่วนหนึ่งต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์เดิม ของนักเรียนประกอบ แล้วให้นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ข้อ ๑-๓ คำถามกระตุ้นความคิด ๑. นักเรียนประสบปัญหาในการอ่านงานเขียนหรือไม่ อย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ๒. ในชีวิตประจำวันนักเรียนคิดว่า การอ่าน แปลความ ตีความ และขยายความมีความจำเป็นหรือไม่ อย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ๓. นักเรียนคิดว่า การอ่านวินิจสารมีลักษณะอย่างไร (การอ่านวินิจสาร เป็นการอ่านที่พิจารณาถึงคุณค่าของงานเขียน รู้จักวิเคราะห์พิจารณางานเขียนครอบคลุมทุกด้าน ซึ่งควรมีทักษะของการอ่านแปลความ ตีความ และขยายความเพื่อช่วยให้การอ่านครั้งนั้นๆ มีประสิทธิภาพ)


๒๔ ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๗-๘ คน คละกันตามความสามารถคือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลาง ค่อนข้างอ่อน และอ่อนแล้วให้แต่ละกลุ่มแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการ อ่านในชีวิตประจำวัน จากหนังสือเรียนหนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม ห้องสมุด และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ในหัวข้อต่อไปนี้ ๑) การอ่านแปลความ ๒) การอ่านตีความ ๓) การอ่านขยายความ ๑. นักเรียนนำความรู้ที่ได้ศึกษามาบันทึกลงในแบบบันทึกการอ่าน ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ ๑.สมาชิกแต่ละคนนำความรู้ที่ได้ศึกษาค้นคว้ามาเป็นพื้นฐานใน การทำใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง อ่านเอาเรื่อง ๒. สมาชิกในกลุ่มร่วมกันอธิบายคำตอบจากใบงานที่ ๒.๑ และสรุปผลจากนั้นตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบในใบงาน ๓.นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ข้อ ๑-๒ คำถามกระตุ้นความคิด ๑. นักเรียนคิดว่าการอ่านงานแต่ละประเภทต้องใช้ทักษะการอ่านทั้งสามประเภทหรือไม่ (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ๒. การอ่านงานเขียนแต่ละประเภทควรมีวิธีการ อ่านเหมือนหรือต่างกันอย่างไรบ้าง (งานเขียนแต่ละประเภทมีวิธีการอ่านทั้งเหมือนและต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเด็นที่ผู้เขียนต้องการนำเสนอ และการอ่าน ให้เข้าใจได้ลึกซึ้งส่วนหนึ่ง ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความรู้เดิมที่มีอยู่ประกอบ) ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกงานเขียนที่สนใจ กลุ่มละ ๑ ชิ้น แล้วอ่าน งานเขียนอย่างละเอียด จากนั้นเขียนแปลความ ตีความ และ ขยายความลงในใบงานที่ ๒.๒ เรื่อง อ่านสำรวจตรวจความเข้าใจ ๒. เมื่อนักเรียนแต่ละกลุ่มทำใบงานเสร็จแล้ว แลกใบงานกลุ่มตนเองให้เพื่อนกลุ่มอื่นอ่านเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ๓. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด การอ่านงานเขียนโดยใช้ทักษะการอ่านเพียงอย่างเดียวเพียงพอกับการอ่านงานเขียนเรื่องนั้นหรือไม่ เพราะเหตุใด (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล ๑. ครูตรวจสอบผลงานจากใบงานที่ ๒.๒ และเลือกผลงานที่มีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดติดป้ายนิเทศหน้าชั้นเรียน ๒. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด การอ่านแต่ละประเภทสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้หรือไม่ อย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)


๒๕ ๑๐. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑๐.๑.๑ หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม ๑๐.๑.๑.๑ แววมยุรา เหมือนนิล. (๒๕๔๑). การอ่านจับใจความ. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก. ๑๐.๑.๑.๒ ศิวกานท์ ปทุมสูติ. (๒๕๔๒). การอ่านเพื่อชีวิต. กรุงเทพฯ : บริษัทต้นอ้อ ๑๙๙๙. ๑๐.๑.๑.๓ สมบัติ จำปาเงิน. (๒๕๔๘). กลเม็ดการอ่านให้เก่ง. กรุงเทพฯ : สถาพรบุ๊คส์. ๑๐.๑.๑.๔ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (๒๕๔๕). เอกสารการสอนชุดวิชาการอ่านภาษาไทย หน่วยที่ ๑-๑๕. นนทบุรี : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ๑๐.๑.๑.๑ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (๒๕๔๙). ประมวลสาระชุดวิชา ๑๐๑๖๑ ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. พิมพ์ครั้งที่ ๕. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ๑๐.๑.๑.๑ สุพรรณี วราทร. (๒๕๔๕). การอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ : โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ๑๐.๑.๒ บัตรภาพ สัญลักษณ์ ๑๐.๑.๓ ใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง อ่านเอาเรื่อง ๑๐.๑.๔ ใบงานที่ ๒.๒ เรื่อง อ่านสำรวจตรวจความเข้าใจ ๑๐.๒ แหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๒.๑ ห้องสมุด ๑๐.๒.๒ แหล่งข้อมูลสารสนเทศ - http://www.mcot.net - http://www.adintrend.com - http://www.thaiwriterassociation.org - http://www.ohmpps.go.th/prabrmbrachowat.php?id_head=๔ ๑๑. การวัดและประเมินผล การวัดผลประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ ตรวจใบงานที่ ๒.๑ ตรวจใบงานที่ ๒.๒ ใบงานที่ ๒.๑ ใบงานที่ ๒.๒ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะกระบวนการ สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์


๒๖ ๑๒. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ๑๒.๑ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้................... ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ .................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................... (นางจุฬาลักษณ์ บุญไชย) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๑๒.๒ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ...................................................................................................................... .............................................................................. .................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................... (นายสุรเชษฐ์ ภาคำ) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ


๒๗ ๑๓. บันทึกผลหลังการสอน ๑๓.๑ สรุปผลการเรียนการสอน ๑. นักเรียนจำนวน.....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ไม่ผ่านจุดประสงค์........................................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. นักเรียนมีเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๓ ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................ (นางช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช) ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ


๒๘ ภาคผนวก


๒๙ บัตรสัญลักษณ์ ภาพที่ ๑ ภาพที่ ๒ ภาพที่ ๓ ภาพที่ ๔ ภาพที่ ๕ ภาพที่ ๖ หมายเหตุ ภาพที่ ๑ ป้ายเตือนทางลื่น ภาพที่ ๒ เครื่องหมายกาชาด ภาพที่ ๓ สัญลักษณ์หยินหยาง .


๓๐ ภาพที่ ๔ สัญลักษณ์วิชาชีพเภสัชกรรมพบตามร้านขายยา ภาพที่ ๕ เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนอย่างถูกต้องแล้ว ภาพที่ ๖ เครื่องหมายจราจร หมายถึง บนทางเท้า (ที่มีขนาดกว้าง) ให้จักรยานวิ่งด้านซ้ายของทางเดิน ใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง อ่านเอาเรื่อง คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม หลับ ขึ้นรถโดยสาร มันคลานโคลงเคลง คำรามคร่ำเคร่ง ครวญครางครืนครืน เหงื่อไคลคร่ำเครียด โหย่งเหยียดตีนยืน หลับหลับตื่นตื่น ผงกฟื้นสลับซบ ท้องแก่แย่เปรียบ ท้องเรียบนั่งจอง คนแก่เหลือบมอง คนหนุ่มแกล้งเมิน เสียงตะโกนเดินหน้า เสียงด่าเดินหลัง คนนั่งแกล้งฟุบ คนยืนโยกย้าย... คนจะลงป้ายหน้า รถบ้าไม่ยอมจอด อ้ายจ๊อดคุยจ้อ อ้ายจ๋อคุยฟุ้ง อ้ายจุ๋งคุยทับ อ้ายจ๊อดอ้ายจุ๋ง ถองพุงอ้ายจ๋อ ฝนก็อึมครึม ฟ้าครึ้มครืนครืน อากาศอึนอึน คนจะขึ้นป้ายหน้า เหลืองเหลืองปลิวมา


๓๑ พระนี่หว่า...เฮ้ยหลับ. (ที่มา : ศักดิ์สิริ มีสมสืบ. (๒๕๓๕). มือนั้นสีขาว. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพฯ : กะทิกะลา, หน้า ๖๐-๖๑.) จากบทประพันธ์ข้างต้น นักเรียนสามารถแปลความ ตีความ และขยายความได้อย่างไร


๓๒ เฉลย ใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง อ่านเอาเรื่อง คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม หลับ ขึ้นรถโดยสาร มันคลานโคลงเคลง คำรามคร่ำเคร่ง ครวญครางครืนครืน เหงื่อไคลคร่ำเครียด โหย่งเหยียดตีนยืน หลับหลับตื่นตื่น ผงกฟื้นสลับซบ ท้องแก่แย่เปรียบ ท้องเรียบนั่งจอง คนแก่เหลือบมอง คนหนุ่มแกล้งเมิน เสียงตะโกนเดินหน้า เสียงด่าเดินหลัง คนนั่งแกล้งฟุบ คนยืนโยกย้าย... คนจะลงป้ายหน้า รถบ้าไม่ยอมจอด อ้ายจ๊อดคุยจ้อ อ้ายจ๋อคุยฟุ้ง อ้ายจุ๋งคุยทับ อ้ายจ๊อดอ้ายจุ๋ง ถองพุงอ้ายจ๋อ ฝนก็อึมครึม ฟ้าครึ้มครืนครืน อากาศอึนอึน คนจะขึ้นป้ายหน้า เหลืองเหลืองปลิวมา พระนี่หว่า...เฮ้ยหลับ. (ที่มา : ศักดิ์สิริ มีสมสืบ. (๒๕๓๕). มือนั้นสีขาว. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพฯ : กะทิกะลา, หน้า ๖๐-๖๑.)


๓๓ จากบทประพันธ์ข้างต้น นักเรียนสามารถแปลความ ตีความ และขยายความได้อย่างไร (ตัวอย่าง) กวีนิพนธ์นี้กล่าวถึงสภาพบนรถโดยสารที่ฝนกำลังจะตกว่า บนรถโดยสารมีทั้งคนยืนที่ยืนเบียดกัน และคนนั่งแบบ หลับๆ ตื่นๆ พอมีผู้หญิงมีครรภ์ขึ้นมาก็ไม่มีใครลุกให้นั่งไม่ว่าจะเป็นคนแก่ที่ได้แค่มอง คนหนุ่มก็เมินไปทางอื่น คนนั่งที่ไม่ หลับก็ แกล้งหลับคนยืนก็โยกย้ายไปที่อื่น พอจะมีคนลงรถ รถโดยสารก็ไม่ยอมจอดให้ลง อ้ายจ๊อด อ้ายจุ๋ง และอ้ายจ๋อ ก็คุยและเล่น กันโดยไม่สนใจใครพอมีพระภิกษุขึ้นมาก็ไม่มีใครสนใจโดนแกล้งทำเป็นหลับ กวีต้องการสะท้อนให้เห็นภาพสังคมเมืองใน ปัจจุบัน ถึงความแล้งน้ำใจหรือความไม่มีน้ำใจของคนในสังคม โดยยกตัวอย่างบนรถโดยสารประจำทางที่เบียดเสียดและบรรยากาศที่ ปรากฏในบทกวีแสดงถึงความไม่มีมิตรไมตรีต่อกัน สังเกตจากคำที่ใช้ที่บ่งบอกถึงความรู้สึกที่อึดอัด เช่น คำราม คร่ำเคร่ง คร่ำเครียด เมื่อสังคมมีความเจริญขึ้นโหนรถโดยสารประจำทางโดยไม่มีใครลุกให้นั่ง และเน้นย้ำให้เห็นความไม่มีน้ำใจมากขึ้น โดยนำเสนอภาพพระภิกษุซึ่งบุคคล ที่สังคมควรเคารพก็ไม่มีใครสนใจเช่นกันสะท้อนให้เห็นว่าพระภิกษุก็ไม่ต่างกับคนทั่วไปหรือไม่ต่างกับคนท้อง ความมีน้ำใจ หายไปจากสังคมเมืองหลวง สังคมชนบทก็ควรยังคงสิ่งนี้ไว้ ความเจริญเป็นสิ่งที่แต่ไม่ควรทำให้สิ่งที่ดีและมีอยู่ในสังคมเลือน หายไปด้วย การมีน้ำใจเอื้ออารีต่อกันแม้เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่ควรเปลี่ยนตัวเองไปตามกระแสของสังคมที่เปลี่ยนไป (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)


๓๔ ใบงานที่ ๒.๒ เรื่อง อ่านสำรวจตรวจความเข้าใจ คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกอ่านงานเขียนที่สนใจ แล้วเขียนแปลความ ตีความ และขยายความ ๑. แปลความ ๒. ตีความ ๓. ขยายความ บทความ/งานอ่านที่นักเรียนเลือก


๓๕ ใบงานที่ ๒.๒ เรื่อง อ่านสำรวจตรวจความเข้าใจ คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกอ่านงานเขียนที่สนใจ แล้วเขียนแปลความ ตีความ และขยายความ ๑. แปลความ ๒. ตีความ ๓. ขยายความ (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) เฉลย บทความ/งานอ่านที่นักเรียนเลือก


๓๖ แบบบันทึกการอ่าน ชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่ง นามปากกา สำนักพิมพ์ สถานที่พิมพ์ ปีที่พิมพ์ จำนวนหน้า ราคา บาท อ่านวันที่ เดือน พ.ศ. เวลา ๑.สาระสำคัญของเรื่อง ๒. วิเคราะห์ข้อคิด/ประโยชน์ที่ได้จากเรื่องที่อ่าน ๓. สิ่งที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ๔. ข้อเสนอแนะของครู ลงชื่อ นักเรียน ลงชื่อ ผู้ปกครอง ( ) ( ) ลงชื่อ ครูผู้สอน ( ) เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานมีความสมบูรณ์ชัดเจน ให้ ๔ คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย ให้ ๓ คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องมาก ให้ ๑ คะแนน


๓๗ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการ ประเมิน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับฟัง คนอื่น การทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ำใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม ๒๐ คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง


๓๘ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง: ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียนแล้วขีด ✓ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบายความหมาย ของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนและชักชวนผู้อื่นปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง ๑.๓ ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำกิจกรรมกับสมาชิกในโรงเรียน ชุมชน และสังคม ๑.๔ เป็นผู้นำหรือเป็นแบบอย่างในการจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม ชื่นชม ปกป้อง ความเป็นชาติไทย ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา และเป็นตัวอย่างที่ดีของศาสนิกชน ๑.๖ เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้น ชื่นชมในพระราชกรณียกิจ พระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวที่จะกระทำความผิด ทำตาม สัญญาที่ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู เป็นแบบอย่าง ที่ดีด้านความซื่อสัตย์ ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนด้านความซื่อสัตย์ ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบในการทำงาน ปฏิบัติ เป็นปกติวิสัยและเป็นแบบอย่างที่ดี ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ๔.๒ มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ ๔.๓ สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม ๕.๒ ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี ๕.๓ ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล ๕.๔ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่น กระทำผิดพลาด


๓๙ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๕.๕ วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐาน ของความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ๕.๖ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับ และปรับตัว อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ๖. มุ่งมั่น ในการทำงาน ๖.๑ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๓ ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างรอบคอบ ๖.๔ ทุ่มเท ทำงาน อดทน ไม่ท้อต่อปัญหาและอุปสรรค ๖.๕ พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๖ ชื่นชมผลงานความสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจ ๗. รักความเป็นไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ แบ่งปันสิ่งของ ทรัพย์สิน และอื่นๆ พร้อมช่วยแก้ปัญหา ๘.๓ ดูแล รักษาทรัพย์สินของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน ๘.๔ เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ชุมชนเพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน


๔๐ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ รายวิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ อ่านจับประเด็นเห็นคุณค่า ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา............. เรื่องการพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน ช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช เวลา ๒ คาบ ......................................................................................................................................................................................... ๒. ผลการเรียนรู้ ๑. เก็บสาระจากเรื่องที่อ่านได้ ๒. แสดงทรรศนะในการอ่านโดยการวิเคราะห์และประเมินได้ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ (K) เก็บสาระจากเรื่องที่อ่านได้ ๒.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P) ฝึกแสดงทรรศนะในการอ่านโดยการวิเคราะห์และประเมิน ๒.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) มีความตั้งใจและเอาใจใส่ในการเก็บสาระและแสดงทรรศนะ ๓. สาระสำคัญ การจะฝึกอ่านหนังสือให้เกิดประสิทธิภาพนั้น ต้องมีการพัฒนาสมรรถภาพการอ่านอยู่เสมอ ช่างสังเกต และเก็บ สาระสำคัญ รวมทั้งประเมินคุณค่าของเรื่องราวนั้นๆ ได้อย่างสมเหตุสมผล สามารถ วิเคราะห์วิจารณ์สิ่งที่อ่านอย่างมีหลักการ การอ่านหนังสือมิใช่แค่เพียงอ่านให้ผ่านไปเท่านั้น แต่ต้องรักและใส่ใจที่จะเก็บเกี่ยวเรื่องราวอันเปี่ยมไปด้วยประโยชน์ไว้ เพื่อ นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป ๔. สาระการเรียนรู้ การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ เช่น ข่าวสารจากสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรียนรู้ต่างๆในชุมชน บทความ นิทาน เรื่องสั้น นวนิยาย วรรณกรรมพื้นบ้าน วรรณคดีในบทเรียน บทโฆษณา สารคดี บันเทิงคดี ปาฐกถา พระบรม ราโชวาท เทศนา คำบรรยาย คำสอน บทร้อยกรองร่วมสมัย บทเพลง บทอาเศียรวาท คำขวัญ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C ๒L) (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้)


๔๑ R๑-Reading(อ่านออก) R๒-(W)Riting(เขียนได้) R๓-(A)Rithmetics(คิดเลขเป็น) C-๑ Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ C-๒ Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม C-๓ Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิด ข้ามวัฒนธรรม C-๔ Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะความเป็นผู้นำ C-๕ Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ C-๖ Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี C-๗ Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ C-๘ Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย L-๑ Learning (ทักษะการเรียนรู้) L-๒ Leadership (ทักษะความเป็นผู้นำ) ๗. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class Standard School) IS ๑ การศึกษาค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) IS ๒ การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) IS ๓ การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการกับประชาคมอาเซียน บูรณาการกับค่านิยม ๑๒ ประการ มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


๔๒ รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือ ก็แจกจ่ายจำหน่ายและพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความละลายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้(ระบุ)……………………. อื่น ๆ (ระบุ)............................................. ๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) การอ่านจับใจความสำคัญแบบ SQ4R ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ ๑ - ๒ ๑. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๒. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ๓. อ่านข้อความบนกระดานดำ แล้วร่วมกันทำกิจกรรมตามที่กำหนดไว้ นายเกิ้งนำช้างพังแป้นน้อย เดินทางจากสุรินทร์มากรุงเทพฯ ตะลอนขอเงินซื้ออาหาร เลี้ยงชีวิตทั้งควาญและช้าง ครูตั้งคำถามว่า “สาระสำคัญของเรื่องนี้คืออะไร” แนวการตอบ : คนนำช้างจากป่าสู่กรุง มุ่งหากินเลี้ยงชีวิตคนและชีวิตช้าง ให้นักเรียนสังเกตการตอบของตนและเพื่อนว่าเรียงตามลำดับหรือไม่ ครูตั้งคำถามว่า “การวิเคราะห์คืออะไร” แนวการตอบ : การวิเคราะห์ คือการใคร่ครวญ แยกออกเป็นส่วนๆ จากนั้นครูให้นักเรียนแยกประเด็นออกเป็นส่วนๆ ตัวอย่าง เช่น นายเกิ้งนำช้างพังแป้นน้อยเดินทางจากสุรินทร์เข้ามากรุงเทพฯ ➢ ทำไมนายเกิ้งจึงต้องนำช้างพังแป้นน้อยเข้ามากรุงเทพฯ นายเกิ้งนำพังแป้นน้อยออกขอเงินเพื่อนำไปซื้ออาหาร ➢ ทำไมจึงต้องขอเขากิน นายเกิ้งไม่ทำงาน ช้างไม่ทำงานหารายได้ นายเกิ้งและช้างจะพักที่ไหน บ้านอันอบอุ่นของคน และป่า (บ้านอันอบอุ่นของช้าง มีอยู่ที่กรุงเทพฯ หรือไม่)


๔๓ ➢ สภาพถนนหนทาง คอนกรีต รถ ควันพิษ ฯลฯ เหมาะสมกับช้าง ซึ่งเป็นสัตว์ต้องอยู่ในป่าใหญ่หรือไม่ (รายได้ที่ขอเขากินนี้ จะมากพอเลี้ยงช้างได้หรือ เพราะช้างเป็นสัตว์กินจุมาก) ครูตั้งคำถามให้นักเรียนแสดงทรรศนะและประเมินค่า เช่น ➢ เรื่องที่อ่านมีจุดประสงค์ในการเขียนอย่างไร ➢ ผู้เขียนมีจุดประสงค์ในการเสนอสารอย่างไร ➢ เรื่องที่อ่านมีคุณค่าในด้านใด แนวการตอบ : จุดประสงค์ในการเขียน-เพื่อนำเสนอข่าวสาร : จุดประสงค์ในการเสนอสาร - เพื่อเสนอให้รับทราบปัญหาสังคมอีกแง่มุมหนึ่ง : มีคุณค่าในด้าน - การช่วยกันแก้ไขปัญหาสังคมด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง ๔. นักเรียนช่วยกันตั้งประเด็นและร่วมอภิปราย ครูช่วยสรุปคำสำคัญที่ได้ศึกษาไป โดยเปิดคำท้ายประโยคให้ นักเรียนช่วยกันตอบดังนี้ ➢ การเล่าเรื่องตามลำดับเฉพาะประเด็นสำคัญนั้นเรียกว่า “การอ่านเก็บสาระ” ➢ การแยกแยะปัญหาเป็นส่วนๆ แล้วนำมาใคร่ครวญเพื่อหาเหตุผลในการแก้ปัญหานั้น เรียกว่า “การวิเคราะห์” ➢ การมองภาพรวมของสาร ผลลัพธ์ที่จะเกิด และจุดประสงค์การนำเสนอสาร เพื่อประมวล ความคิดรวบยอดให้เกิด เรียกว่า “การแสดงทรรศนะและประเมินค่า” ๕. นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มละ ๕ คน ศึกษาใบความรู้ที่ ๙.๑ เรื่องการอ่านเชิงวิเคราะห์และประเมินค่า ๖. แต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ๗. ให้นักเรียนจับสลากทำใบงานที่ ๓.๑ กลุ่มละ ๑ เรื่อง โดยให้มีใบงานเพียงพอกับจำนวน นักเรียน แล้วทำกิจกรรม ดังนี้ ➢ เรื่องที่ ๑ หญิงงามเมือง ➢ เรื่องที่ ๒ หม้อดินใบร้าว ➢ เรื่องที่ ๓ ใครผิด ➢ เรื่องที่ ๔ ลูกช้าง ➢ เรื่องที่ ๕ นัสรูดินกับปัญหามุสตาฟา เก็บสาระสำคัญของเรื่องที่อ่าน แสดงทรรศนะ วิเคราะห์และประเมินค่า นำผลงานมาพูดคุยแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายมุมมอง ๘. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้แล้วให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน ๑๐. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑.๑ ใบความรู้ที่ ๓.๑ เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน ๑๐.๑.๒ ใบงานที่ ๓.๑ เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน


๔๔ ๑๑. การวัดและประเมินผล การวัดผลประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ ศึกษาใบความรู้ที่ ๓.๑ เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน ใบความรู้ที่ ๓.๑ เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน เข้าใจการพัฒนา สมรรถภาพ การอ่านร้อยละ ๙๐ ด้านทักษะกระบวนการ ทำใบงานที่ ๓.๑ เรื่อง การพัฒนา สมรรถภาพการอ่าน ใบงานที่ ๓.๑ เรื่อง การพัฒนา สมรรถภาพการอ่าน ทำใบงานผ่าน เกณฑ์ ร้อยละ ๗๐ ด้านคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ความเอาใจใส่และตั้งใจใน การศึกษาใบความรู้และทำใบงาน สังเกตพฤติกรรม มีความเอาใจใส่ ร้อยละ ๘๐ ๑๒. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ๑๒.๑ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ....................................................................... ............................................................................................................................ ........................................................................ ลงชื่อ............................................... (นางจุฬาลักษณ์ บุญไชย) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย


๔๕ ๑๒.๒ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ....................................................................... .................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................... (นายสุรเชษฐ์ ภาคำ) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ


๔๖ ๑๓. บันทึกผลหลังการสอน ๑๓.๑ สรุปผลการเรียนการสอน ๑. นักเรียนจำนวน.....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ไม่ผ่านจุดประสงค์........................................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. นักเรียนมีเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๓ ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................ (นางช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช) ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ


๔๗ ภาคผนวก


๔๘ ใบความรู้ที่ ๓.๑ เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน การอ่านในชีวิตประจำวัน มีหลักสำคัญ ๒ ประการคือ ๑. อ่านเก็บสาระ เป็นการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญของเรื่องผู้อ่านจะต้องเรียงลำดับเรื่องที่ อ่านได้อย่างถูกต้อง สามารถเล่าเรื่องได้ อธิบายขยายความได้ สรุปย่อได้ ๒. อ่านวิเคราะห์ประเมินค่า เป็นการอ่านอย่างละเอียด ใคร่ครวญ แยกแยะเรื่องออกเป็นส่วนๆ พิจารณาหา เหตุผล โต้แย้ง สนับสนุน ๒.๑ วิธีอ่านเชิงวิเคราะห์และประเมินค่า ➢ เพื่อให้ข้อเท็จจริง ➢ เพื่อให้ความรู้ ➢ เพื่อกระตุ้นให้ติดตาม ➢ เพื่อให้เสียดสีสังคม ➢ เพื่อให้จูงใจให้คล้อยตาม ➢ เพื่อให้ความบันเทิง ➢ เพื่อให้แง่คิดหรือแสดงทรรศนะ ๒.๒ รูปแบบการนำเสนอสาร พิจารณาว่าแต่งเป็นร้อยแก้ว หรือร้อยกรอง ๒.๓ ทรรศนะในการแต่ง วิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้เขียน ๒.๔ วิธีการเสนอสารของผู้เขียน เช่น ➢ แบบอธิบายตรงๆ ➢ แบบแก้ปัญหาด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ ➢ แบบอุปมาอุปไมย ➢ แบบอารมณ์และความรู้สึกของผู้เขียน ๒.๕ เทคนิคในการนำเสนอสาร ๒.๖ การใช้ภาษาในการเขียน ๒.๗ การประเมินคุณค่าที่ได้จากการอ่าน ➢ คุณค่าด้านความรู้ ➢ คุณค่าด้านความคิด ➢ คุณค่าด้านอารมณ์ รู้แนวทางของการ พัฒนา สมรรถภาพการอ่าน แล้ว เพื่อนๆอย่าลืมน าไปใช้ นะครับ


๔๙ ใบงานที่ ๓.๑ เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน คำชี้แจง ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านเรื่องราวที่กำหนดให้ในใบงานที่ ๙.๑ กลุ่มละ ๑ เรื่อง แล้วตอบคำถามต่อไปนี้ เรื่องที่.................................................... ๑. เก็บสาระสำคัญของเรื่องที่อ่าน ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................................. ๒. แสดงทรรศนะ วิเคราะห์และประเมินค่า ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. ........................................................................................................................ ..................... รายชื่อผู้ร่วมงาน ...................................................................................................... ....................................... ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ........... ................................................................................................................................. ............ ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. (เฉลยตามความคิดเห็นของนักเรียน และอยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)


Click to View FlipBook Version