กาพย์
พระไชยสรุ ยิ า
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑
วชิ าภาษาไทย
ผู้แตง่ พระสนุ ทรโวหาร (สุนทรภ)ู่
ปีทแ่ี ต่ง ๒๓๘๒-๒๓๘๕ (รชั กาลท่ี ๓)
ลกั ษณะคาประพนั ธ์
กาพยเ์ ร่อื งพระไชยสรุ ยิ า แต่งด้วยคาประพนั ธป์ ระเภทกาพย์
ไดแ้ ก่
- กาพยย์ านี ๑๑ - กาพยฉ์ บัง ๑๖
- กาพย์สรุ างคนางค์ ๒๘
กาพยพ์ ระไชยสรุ ิยา
จดุ ประสงคข์ องการแต่ง
กาพย์พระไชยสุริยาเป็นแบบเรียนท่ีสุนทรภู่แต่ง
ข้ึ น ใ น ส มั ย รั ช ก า ล ที่ ๓ แ ห่ ง ก รุ ง รั ต น โ ก สิ น ท ร์
จุ ด ป ร ะ ส ง ค์ เ พ่ื อ ถ ว า ย พ ร ะ อั ก ษ ร แ ด่ พ ร ะ โ อ ร ส ใ น
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เจ้าฟ้าอาภรณ์
เจา้ ฟา้ กลาง และเจา้ ฟา้ ปว๋ิ
กาพย์พระไชยสรุ ยิ า
จดุ ประสงค์ของการแตง่
ครั้นต่อมาในสมัยรัชสมัยรัชกาลท่ี ๕ พระยาศรีสุนทรโวหาร
(น้อย อาจารยางกูร) ได้รวบรวมกาพย์พระไชยสุริยาไว้ในหนังสือ
มลู บทบรรพกิจ ท่ีสาหรับใชเ้ ป็นแบบเรียนหนังสอื ไทยในโรงเรียนหลวง
เพราะเห็นว่าเป็นบทร้อยกรองที่มีความไพเราะ อ่านเข้าใจง่าย
มคี ตสิ อนใจ
กาพย์พระไชยสุรยิ า
จุดประสงคข์ องการแตง่
โดยแต่งด้วยคาประพันธ์ประเภทกาพย์
ผู้เร่ืองราวเป็นนิทาน สอดแทรกความรู้
เก่ียวกับมาตราตัวสะกด ได้แก่ แม่ก กา
แมก่ น แมก่ ง แม่กก แมก่ ด แม่กบ และแม่เกย
แผนผงั กาพย์ยานี ๑๑
วรรคหนา้ ๕ คา วรรคหลงั ๖ คา รวมเปน็ ๑๑ คา
กาพย์ยานี ๑๑ พระศรีไตรสรณา
เทวดาในราศี
สะธุสะจะขอไหว้ เขา้ มาต่อ ก กา มี
พอ่ แมแ่ ลครบู า ดีมดิ ีอย่าตรชี า
ข้าเจา้ เอา ก ข
แก้ไขในเท่านี้
กาพย์ยานี ๑๑ พระศรีไตรสรณา
เทวดาในราศี
สะธุสะจะขอไหว้ เขา้ มาต่อ ก กา มี
พอ่ แมแ่ ลครบู า ดีมดิ ีอย่าตรชี า
ข้าเจา้ เอา ก ข
แก้ไขในเท่านี้
แผนผงั กาพยฉ์ บงั ๑๖
วรรคแรก ๖ คา วรรคสอง ๔ คา วรรคสาม ๖ คา
รวมเป็น ๑๖ คา
แผนผังกาพย์ฉบัง ๑๖ หนนู ้อยคอ่ ยเพียร
ไม้เรยี วเจียวเหวย
ก ข ก กา วา่ เวียน
อา่ นเขยี นผสมกมเกย
ระวังตัวกลวั ครูหนูเอ๋ย
กูเคยเข็ดหลาบขวาบเขวียว
แผนผังกาพย์ฉบัง ๑๖ หนนู ้อยคอ่ ยเพียร
ไม้เรยี วเจียวเหวย
ก ข ก กา วา่ เวียน
อา่ นเขยี นผสมกมเกย
ระวังตัวกลวั ครูหนูเอ๋ย
กูเคยเข็ดหลาบขวาบเขวียว
แผนผงั กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘
วรรคละ ๔ คา มี ๗ วรรค รวมเปน็ ๒๘ คา
แผนผังกาพย์สรุ างคนางค์ ๒๘
วันน้ันจนั ทร มดี ารากร เปน็ บรวิ าร
เห็นส้ินดินฟา้ ในปา่ ทา่ ธาร มาลคี ลบี่ าน
ใบกา้ นอรชร
กาพยพ์ ระไชยสุริยา
ก า พ ย์ พ ร ะ ไ ช ย สุ ริ ย า เ ร่ิ ม ต้ น ด้ ว ย
บทไหว้ครูโดยใช้คาในมาตรา แม่ ก กา จากน้ัน
เป็นเนื้อเร่ือง แต่งเรียงตามมาตราตัวสะกด คือ
แม่ ก กา แม่กน แม่กก แม่กง แม่กด แม่กบ
แม่กม แม่เกย เม่ือจะข้ึนมาตราใดก็จะบอกไว้
อย่างชัดเจน
เร่อื งย่อ
- กษตั รยิ เ์ มอื งสาวัตถี พระนามวา่ พระไชยสุรยิ า
และมเหสีพระนามวา่ สุมาลี
- ขา้ ราชการเกิดลมุ่ หลงในอบายมุข ประพฤติชว่ั
- ฟ้าดนิ ลงโทษเกดิ น้าป่าไหลเขา้ น้าทว่ มเมือง
- พระไชยสรุ ยิ า พร้อมมเหสี พร้อมด้วยบริวารขน้ึ เรอื หนี
- เกิดพายลุ มพดั เรือแตก
- พบฤาษี ซ่งึ แนะนาใหบ้ าเพ็ญศลี ภาวนา
เนื้อเรอ่ื ง
กาพย์เรือ่ งพระไชยสุรยิ า เร่มิ ตน้ ด้วยบทไหว้ครโู ดยใช้คาในมาตรา แม่ ก กา
สะธสุ ะจะขอไหว้ พระศรไี ตรสรณา
พอ่ แมแ่ ลครูบา เทวดาในราศี
เข้ามาตอ่ ก กา มี
ขา้ เจา้ เอา ก ข ดมี ิดีอย่าตรชี า
แก้ไขในเท่านี้
สาธจุ ะขอไหว้คณุ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พอ่ แม่
ครู อาจารย์ เทวดาทสี่ ิง่ สถติ ตามที่ต่างๆ ข้าพเจา้ จะเอา ก ข ก กา
มาต่อคากันเท่าท่จี ะหาได้ จะดหี รอื ไมด่ อี ย่างไรกข็ ออยา่ ไดด้ ถู กู กัน
เน้อื เรอ่ื ง
(กาพย์ยานี ๑๑)
จะร่าคาตอ่ ไป พอลอ่ ใจกมุ ารา บรรยายคาต่อไปน้ีเพอ่ื เปน็ สงิ่ ลอ่ ใจเดก็ ๆ
ธรณีมรี าชา เจ้าพาราสาวะถี ว่ามีพระมหากษัตริย์องค์หน่ึงทรงพระนาม
มีสุดามเหสี ว่า พระไชยสุริยา ครองเมืองสาวัตถี
ชื่อพระไชยสุรยิ า อยบู่ รุ ีไม่มภี ัย มีมเหสีนามว่า สุมาลี พระไชยสุริยา
ชื่อว่าสุมาลี มีกิรยิ าอชั ฌาศยั ปกครองบ้านเมืองด้วยความสงบสุข
ได้อาศยั ในพารา เหล่าขุนนางท้ังหลายยึดมั่นอยู่ในครรลอง
ข้าเฝ้าเหล่าเสนา ชาวบรุ กี ป็ รดี า คลองธรรม พ่อค้า ชาวเมือง ชาวไร่ ชาวนา
พ่อค้ามาแต่ไกล ไดข้ า้ วปลาแลสาลี ต่างมคี วามสขุ กันถ้วนหนา้
ไพรฟ่ ้าประชาชี
ทาไรข่ า้ วไถนา
เน้ือเรือ่ ง
อยมู่ าหมู่ข้าเฝ้า ก็หาเยาวนารี ต่อมาเหล่าขุนนางต่างพากันหา
ท่ีหนา้ ตาดีดี ทามโหรที ี่เคหา หญิงสาวหน้าตาดีมาขับกล่อมดนตรีที่
เข้าแตห่ อล่อกามา บ้าน ตกเย็นมีการเล่นดนตรี เข้าห้อง
ค่าเช้าเฝ้าสีซอ โลโภพาใหบ้ ้าใจ เสพกามกับหญิงสาวเหล่าน้ัน ไม่เช่ือคา
หาไดใ้ ห้ภริยา เหไปเขา้ ภาษาไสย พระเจา้ สงั่ สอน หันไปเชือ่ ไสยศาสตร์
ฉ้อแต่ไพรใ่ สข่ อื่ คา
ไม่จาคาพระเจา้
ถอื ดีมีขา้ ไท
เน้อื เรอื่ ง
คดที ีม่ ีคู่ คือไกห่ มูเจ้าสภุ า
ใครเอาขา้ วปลามา ให้สุภากว็ ่าดี
ไม่ถอื พระประเวณี
ที่แพแ้ ก้ชนะ ไลด่ า่ ตีมอี าญา
ขฉ้ี อ้ กไ็ ด้ดี ว่าโง่เง่าเตา่ ปูปลา
วา่ ใบบ้ ้าสาระยา
ที่ซ่อื ถอื พระเจา้
ผเู้ ฒา่ เหล่าเมธา
พวกตลุ าการกม็ ัวแตร่ ับสนิ บน ไม่ปฏบิ ตั หิ น้าท่ตี ามควรของตนเอง
ไมม่ คี วามยุตธิ รรม แถมยงั ดูหมนิ่ ผทู้ น่ี บั ถือพระศาสนา
เน้อื เร่ือง เล่าก็ละพระสธรรม
ไปเรร่ ่าทาเฉโก
ภิกษุสมณะ ศีรษะไม้ใจโยโส
คาถาว่าลานา ข้าขอโมทนาไป
ไม่จาคาผใู้ หญ่
ทด่ี มี อี ะโข
พระภิกษุ ผทู้ รงศลี ต่างพากนั ละท้งิ พระธรรม บทสวดคาถาต่างๆ
ไมจ่ าคาสั่งสอนของผ้ใู หญ่ เปน็ คนหัวดอ้ื ยโสโอหัง สิ่งที่ดกี ย็ งั มีอยูม่ าก ก็
ขออนโุ มทนาด้วย
เนอ้ื เรือ่ ง ใครไมม่ ปี รานใี คร ชาวเมืองสาวะถีต่างไม่มีใคร
ท่ใี ครได้ใส่เอาพอ ปรานีต่อใคร ต่างคนเอาแต่ใจตนเอง
พาราสาวะถี ทาดุดอื้ ไมซ่ ้ือขอ ใครมอื ยาวสาวไดส้ าวเอา คนที่มีกาลัง
ดุดอ้ื ถอื แต่ใจ อะไรล่อกเ็ อาไป มากก็ถือเอาส่ิงท่ีตนต้องการโดยไม่มี
มไิ ดว้ ่าหม่ขู ้าไท การซ้ือหรือขอ ทุกคนในเมืองเป็นคน
ผูท้ ม่ี ีฝีมอื แตน่ ้าใจไมน่ าพา เ ห็ น แ ก่ตั วไ ม่มี น้ า ใจ เ หล่ า เ สน า
ไล่คว้าผ้าทค่ี อ ไพรฟ่ า้ เศร้าเปล่าอุรา อ า ม า ต ย์ ป ล่ อ ย ป ล ะ ล ะ เ ล ย ไ ม่ ดู แ ล
ไล่ตีดา่ ไมป่ ราณี ควบคุม ต่างไม่ยึดถือตามคาที่ตนเอง
ข้าเฝ้าเหลา่ เสนา เคยทาพิธีดื่มน้าสาบานตนก่อนรับ
ถอื นา้ รา่ เข้าไป ราชการ คนท่ีมีตาแหน่งต่างพากันไล่
ทารา้ ยผทู้ ่อี อ่ นแอกว่า
หาได้ใครหาเอา
ผทู้ ี่มอี าญา
เน้ือเร่ือง
ผปี ่ามากระทา มรณกรรมชาวบรุ ี ผีป่ามาทาให้ชาวเมืองถึงแก่ความ
น้าป่าเขา้ ธานี กไ็ มม่ ที ่ีอาศัย ตาย โดยมีน้าป่าไหลท่วมเขา้ มาในเมอื งจน
หนีไปหาพาราไกล ชาวเมืองไม่มีที่อยู่อาศัย เหล่าเสนา
ข้าเฝ้าเหล่าเสนา ไมม่ ใี ครในธานี อามาตย์หนีไปอยู่เมืองอื่น นักบวชก็ต่าง
ชบี าล่าลไี้ ป พากันหนีไปจนไมม่ คี นอย่ใู นเมอื ง
เน้อื เรื่อง
(กาพยฉ์ บงั ๑๖)
พระไชยสุรยิ าภูมี พาพระมเหสี
มาทใ่ี นลาสาเภา นารที ี่เยาว์
เสนีเสนา
เข้าปลาหาไปไม่เบา
ก็เอาไปในเภตรา
เถ้าแกช่ าวแม่แซ่มา
ก็มาในลาสาเภา
พระไชยสุรยิ าพาพระมเหสีลงเรือสาเภา พร้อมขา้ วปลาอาหาร รวมถึงเดก็ หญิง
สาววยั รนุ่ คนแก่พรอ้ มหญงิ สูงอายใุ นวงั เหล่าเสนาอามาตย์กม็ าพร้อมกับลาเรือ
เน้ือเรื่อง
ตมี า้ ลอ่ ชอ่ ใบใส่เสา วายุพยุเพลา
สาเภาก็ใช้ใบไป คา่ เช้าเปลา่ ใจ
เภตรามาในนา้ ไหล
ทใ่ี นมหาวารี
ตีเคาะโลหะให้มีเสียงดังแล้วก็ชักใบเรือขึ้นประจวบเวลาท่ีพายุพัดใบเรือ จึงทาให้
เรือแล่นออกไปตามสายน้า ในเวลาค่าเช้า รู้สึกเปล่ียวใจเม่ืออยู่ท่ีในท้องทะเล เพราะไม่มี
พื้นแผน่ ดนิ ให้อย่อู าศัย
เน้อื เรอ่ื ง
พสุธาอาศยั ไมม่ ี ราชานารี
อยูท่ พ่ี ระแกลแลดู
ปลากะโห้โลมาราหู เหราปลาทู
มอี ยใู่ นนา้ คล่าไป
ราชาว้าเหว่หฤทยั วายุพาคลาไคล เม่ืออยู่ท่ีในท้องทะเล พ้ืนแผ่นดินที่
มาในทะเลเอกา จะอาศยั ไมม่ ี พระราชาและมเหสีเฝ้ามองดู
แลไปไม่ปะพสธุ า เปลา่ ใจนยั นา ที่ขอบหน้าต่างเรือ มองเห็นปลากะโห้
โพล้เพล้เวลาราตรี ปลาโลมา ปลาราหู ปลาเหรา ปลาทู มอี ยู่
เต็มท้องน้า พระราชารู้สึกหว้าเหว่ใจ ลม
พายุพาเรอื ลอยลอ่ งไปตามท้องทะเล
เน้อื เรอ่ื ง
ราชาวา่ แกเ่ สนี ใครร้คู ดี
วารีนเ้ี ท่าใดนา ว่าพระมหา
แผ่ไปใหญ่โต
ข้าเฝ้าเลา่ แกร่ าชา
วารนี ้ีไซร้ใหญ่โต
ไหลมาแตใ่ นคอโค
มโหฬาร์ล้านา้ ไหล
พระไชยสรุ ิยาไดต้ รัสกับเหล่าเสนาอามาตย์ว่าใครรู้บ้างว่าทะเลน้ีกว้างใหญเ่ พียงใด
เหล่าเสนาอามาตย์ทูลพระราชาว่าท้องทะเลนี้ใหญ่โตย่ิงนัก น้าไหลมาจากคอโคแผ่ไหล
ออกไปลงสแู่ ม่น้าใหญ่
เนื้อเร่อื ง
บาลีมไิ ดแ้ ก้ไข ข้าพเจา้ เข้าใจ
ผู้ใหญ่ผเู้ ฒา่ เล่ามา ใหญโ่ ตมโหฬาร์
ใครร่ ้คู ดี
วา่ มีพญาสกณุ า
กายาเทา่ เขาครี ี
ชอื่ ว่าพญาสาภาที
วารนี ้โี ตเท่าใด
ความเชอ่ื ตามคัมภีรโ์ บราณ ทขี่ ้าพระพทุ ธเจา้ ยึดถือตามคาทผี่ ู้เฒา่ ผู้แกเ่ ล่า
สบื ต่อกนั มา เล่าว่าแต่ก่อนมีพญานก รา่ งกายใหญ่โตเท่าภเู ขา ชื่อว่าพญาสัมพาที
(เปน็ ลกู พญาครฑุ ) ต้องการรู้ข้อเท็จจรงิ วา่ ทอ้ งทะเลนก้ี วา้ งเพียงใด
เน้อื เรื่อง
โยโสโผผาถาไป พอพระสรุ ิใส
จะใกล้โพล้เพล้เวลา ยอ่ ท้อรอรา
สกณุ าถาไป
แลไปไม่ปะพสุธา
ชวี ากจ็ ะประลัย
พอปลามาในนา้ ไหล
อาศยั ทศี่ ีรษะปลา
ความยโสจึงบนิ ออกไปกลางทะเล จนพระอาทิตย์ใกลจ้ ะ
ตกดิน มองไปทางใดกไ็ ม่พบพื้นดิน จนรู้สึกย่อทอ้ เหนื่อยอ่อนใกล้จะ
ส้นิ ใจ พอดีเห็นปลาวา่ ยมาตามนา้ พญานกก็โผไปเกาะที่หวั ปลา
เน้ือเร่อื ง
ชะแง้แลไปไกลตา จาของ้อปลา พญานกมองออกไปจนสุดสายตา
ว่าขอษมาอภัย แล้วกล่าวว่าข้าขออภัยท่านด้วย แม่น้าท่ี
เราอยู่นี้ใกล้หรือไกลออกไปเพียงใด
วารที เ่ี ราจะไป ใกล้หรือวา่ ไกล ข้าขอถามทางท่านด้วยเถิด ปลาตอบว่า
ข้าไหวจ้ ะขอมรคา ข้ายังอายุน้อยอยู่ ไม่ได้ไปมาท่ีอ่ืนเลยไม่
รู้จวบจนกระทั่งมาอยู่ริมฝ่ังไม่ไกลจาก
ปลาวา่ ขา้ เจ้าเยาวภา มไิ ด้ไปมา แผ่นดิน พญานกรู้สึกอาลัยในชีวิตจึง
อาศยั อยตู่ อ่ ธรณี กล่าวลาปลาบิน แล้วบินไปสู่ภูเขาท่ี
ตนเองอาศยั อยู่
สกุณาอาลัยชีวี ลาปลาจรลี
สู่ที่ภผู าอาศัย
เนอ้ื เรอื่ ง
ขา้ เฝ้าเลา่ แกภ่ ูวไนย พระเจา้ เข้าใจ
ฤทัยว้าเหวเ่ อกา
จาไปในทะเลเวรา พายใุ หญม่ า
เภตราก็เหเซไป
เหล่าเสนาอามาตย์ทูลพระราชาจนพระองค์เข้าใจและรู้สึกหว้าเหว่ใจย่ิงนัก
จาใจล่องเรอื ไปในท้องทะเลตามเวรตามกรรม จนพายุใหญพ่ ัดเรอื หันเหออกไป
เน้อื เรอื่ ง
สมอกเ็ กา่ เสาใบ ทะลุปรไุ ป สมอเรือครดู ไปตามพื้นท้องน้าใบเรอื ขาด
น้าไหลเขา้ ลาสาเภา เจ้ากรรมซา้ เอา น้าไหลเข้ามาในเรือ ผีซ้าด้ามพลอยใบเรือ
เอาผา้ สไบ ขาดและเสาหัก จนทาให้เรือล่ม พระราชา
ผนี ้าซ้าไตใ่ บเสา น้าเข้าหตู า คว้าเอาขอ้ มือพระมเหสแี ลว้ เอาผ้าสไบผกู มดั
สาเภาระยาควา่ ไป ไวไ้ มใ่ ห้ไกลตวั คนแกพ่ ร้อม
หญงิ สงู อายใุ นวัง ถกู นา้ พดั
ราชาคว้ามอื อรไท พาไปบ้างถูกจระเข้ เหรา
ตอ่ ไว้ไมไ่ กลกายา (สตั ว์ครึ่งนาคคร่ึงมังกร)
คาบไป
เถา้ แก่ชาวแมเ่ สนา
จระเข้เหราคร่าไป
เน้อื เรอ่ื ง
ราชานารรี ่าไร มีกรรมจาใจ
จาไปพอปะพสธุ า เขา้ ไปไสยา
มไี มไ้ ทรใหญใ่ บหนา
เวลาพอค่าราไร
พระไชสุริยาและพระมเหสีร่าไห้กับเวรกรรมที่ได้รับ จาใจเดินทาง
ต่อไปจนพบพน้ื แผ่นดนิ เจอตน้ ไทรใบหนา เวลาพลบค่า จงึ เขา้ ไปนอน
เนื้อเรอื่ ง
(กาพยส์ ุรางคนางค์ ๒๘)
ขนึ้ ใหม่ในกน ก กา ว่าปน ระคนกันไป
เอ็นดูภธู ร มานอนในไพร มณฑลต้นไทร แทนไพชยนต์สถาน
ส่วนสุมาลี วนั ทาสามี เทวอี ยู่งาน
เฝ้าอยู่ดแู ล เหมอื นแตก่ ่อนกาล ให้พระภูบาล สาราญวญิ ญา
พระชวนนวลนอน เขญ็ ใจไม้ขอน เหมือนหมอนแม่นา
ภธู รสอนมนต์ ใหบ้ ่นภาวนา เย็นค่าร่าวา่ กันปา่ ภัยพาล
ขึ้นบทใหม่ในแม่กน ปนกับแม่ ก กา สงสารพระราชาท่ีต้องมานอนในป่าใต้ต้นไทร
แทนท่ีจะได้นอนที่ปราสาทราชวงั สว่ นพระมเหสีอย่ปู รนนิบตั พิ ระสวามเี หมือนดงั่ เดมิ เพื่อให้
พระองค์คลายทุกข์ พระองคช์ วนพระมเหสนี อนโดยใช้ขอนไมแ้ ทนหมอน
เนือ้ เรื่อง
(กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘)
วันน้ันจนั ทร มีดารากร เป็นบริวาร
เห็นสิน้ ดนิ ฟ้า ในป่าท่าธาร มาลคี ลบ่ี าน ใบก้านอรชร
เย็นฉ่าน้าฟา้ ชื่นชะผกา วายุพาขจร
สารพันจนั ทรอ์ นิ รนื่ กลิน่ เกสร แตนตอ่ คลอรอ่ น วา้ ว่อนเวยี นระวัน
วนั นน้ั ดวงจนั ทร์ มดี วงดาวห้อมลอ้ มเป็นบริวาร มองเห็นพื้นดนิ ดอกไม้
แผ่กิ่งก้านสวยงาม ภายใต้แสงจันทร์เย็นช่ืนฉ่าละอองหมอก ความสดช่ืนของ
ดอกไม้ ลมพดั พากล่นิ หอมหลากหลายกลนิ่ ตวั แตน ต่อ บินตอมกนั วอ่ นไปทั่ว
เนอ้ื เรื่อง
(กาพย์สรุ างคนางค์ ๒๘)
จนั ทราคลาเคลือ่ น กระเวนไพรไกเ่ ถอื่ น เตอื นเพือ่ นขานขัน
ปเู่ จ้าเขาเขนิ กู่เกร่ินหากัน สินธุพุลน่ั คร้ืนครน่ั หวน่ั ไหว
พระฟื้นตื่นนอน ไกลพระนคร สะท้อนถอนทยั
เชา้ ตรู่สุริยัน ข้นึ พ้นเมรุไกร มกี รรมจาไป ในป่าอารญั
พระจันทร์เคลื่อนขยับ ไก่ป่าขันเตือน พร้อมกับ
เสียงขานรับจากตัวอื่น ๆ ท่ัวท้งั ขุนเขาพระราชาตื่นนอน
เม่ือยามห่างไกลพระนครก็ทอดถอนใจ บรรยากาศตอน
เช้าเมื่อพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบเขา จาเป็นต้องเดินทาง
ในป่าตามเวรกรรม
เนอ้ื เรือ่ ง
ข้นึ กงจงจาสาคญั ท้ังกนปนกัน
ราพันมิง่ ไม้ในดง
ไกรกรา่ งยางยงู สูงระหง ตลงิ ปลงิ ปรงิ ประยงค์
คนั ทรงสง่ กลิน่ ฝิน่ ฝาง
มะมว่ งพวงพลองช้องนาง หล่นเกลื่อนเถอ่ื นทาง
กินพลางเดนิ พลางหวา่ งเนิน
ขึ้นแม่กง และแม่กน จงจาไว้ให้ดี จะพรรณนาเรื่องในป่าดง ต้นไกร ต้นกร่าง ยาง ยูง
มีลาต้นสูงเรียวระหง ต้นตลิงปลิง ปริง ประยงค์ คันทรง ฝิ่น ฝาง ต่างส่งกลิ่นท่ัว ต้นมะม่วง
พลวง พลอง ชอ้ งนาง ใบหลน่ เกลื่อนเต็มตามทาง กินผลไมพ้ ลางเดินไปพลางระหวา่ งเนินเขา
เน้ือเรอื่ ง เหน็ กวางย่างเย้อื งชาเลอื งเดิน เหมือนอย่างนางเชิญ
พระแสงสาอางขา้ งเคยี ง
เขาสงู ฝูงหงสล์ งเรียง เรงิ รอ้ งซ้องเสียง
สาเนยี งน่าฟังวงั เวง
กลางไพรไกข่ ันบรรเลง ฟังเสยี งเพียงเพลง
ซอเจ้งจาเรียงเวียงวัง
ยูงทองร้องกะโต้งโห่งดัง เพยี งฆอ้ งกลองระฆัง
แตรสงั ข์กังสดาลขานเสียง
มองเห็นกวางกาลังเยื้องย่างเดิน พร้อมกับชาเลืองมองดูเหมือนกับเชิญชวนให้มองดูความสวยงาม
และระวงั อันตรายรอบข้างไปในตัว มองไปท่เี ขาสูงเหน็ ฝูงหงส์กาลังโฉบลงเรียงกนั ต่างพากันร้องอยา่ งรื่นเริง
สาเนียงเสนาะไพเราะวังเวงยงิ่ นัก กลางป่ามีไก่ขันแข่งกันฟังเหมือนเสียงซอที่บรรเลงมาจากในวัง นกยงู ทอง
รอ้ งเสียงดงั เหมอื นเสียงฆ้อง กลอง ระฆัง แตร สังข์ ดังควบคู่ขานเสียง
เนื้อเรอื่ ง กะลิงกะลางนางนวลนอนเรยี ง พระยาลอคลอเคยี ง
แอ่นเอ้ียงอีโกง้ โทงเทง
ค้อนทองเสยี งร้องป๋องเป๋ง เพลินฟังวงั เวง
อเี ก้งเรงิ รอ้ งลองเชิง
ฝงู ละม่งั ฝงั ดนิ กินเพลงิ คา่ งแข็งแรงเริง
ยืนเบ่งิ บงึ้ หน้าตาโพลง
ป่าสงู ยูงยางช้างโขลง อึงคะนึงผึงโผง
โยงกันเล่นน้าคลา่ ไป
นกกะลิง นกกะลาง นกนางนวล นอนเคียงกัน นกไก่ฟ้าพญาลอ คลอเคียงคู่กัน พร้อมนกนางแอ่น
นกเอ้ยี ง นกอโี กง้ และนกโทงเทง นกคอ้ นทองรอ้ งเสยี งดงั ป๋องเป๋ง ฟังเสียงเพลิดเพลิน นกอีเก้งเริงรอ้ งลอง
เชิงกัน ฝูงละม่ังพากันมากินดิน นอนผึ่งแดด ดูบึกบึนแข็งแรงและรน่ื เรงิ ยืนมองทาหน้าตาโพลงบริเวณป่า
ต้นยงู ต้นยางทส่ี ูง มีช้างอยู่โขลงใหญก่ าลงั ส่งเสียง และลงเล่นนา้
เนือ้ เรื่อง ขนึ้ กกตกทุกขย์ าก แสนลาบากจากเวียงไชย
มันเผือกเลือกเผาไฟ กินผลไม้ได้เป็นแรง
รอนรอนอ่อนอสั ดง พระสรุ ิยงเยน็ ยอแสง
ชว่ งดังนา้ ครง่ั แดง แฝงเมฆเขาเงาเมรุธร
ลงิ ค่างครางโครกครอก ฝงู จิง้ จอกออกเห่าหอน
ชะนีวเิ วกวอน นกหกรอ่ นนอนรงั เรียง
ลูกนกยกปกี ป้อง อา้ ปากร้องซ้องแซเ่ สยี ง
แม่นกปกปีกเคยี ง เลยี้ งลกู ออ่ นปอ้ นอาหาร
ขึ้นแม่กก ตกทุกข์ได้ยาก มีความลาบากเมื่อพลัดพรากจากวังได้อาศัยกินเผือก มัน และผลไม้ เพื่อให้ได้มี
กาลัง เม่ือพระอาทิตย์ใกล้จะหมดแสงลงเป็นเวลาท่ีมองดูแล้วเหมือนกับน้าครั่งที่กาลังแดง แฝงเข้าไปในเมฆ
ระหว่างขนุ เขา ฝงู ลงิ คา่ ง ตา่ งพากนั สง่ เสยี งครางโครกครอก ฝูงสนุ ขั จิ้งจอกออกมาเห่าหอน ชะนีส่งเสียงดังวิเวก
นกต่างโผเข้าสู่รังนอนเรียงกันเป็นแถว ลูกนกอ้าปากรอรับอาหารจากแม่เสียงดังเซ็งแซ่ แม่นกยกปีกป้องเอาไว้
พรอ้ มกบั ป้อนอาหารใหล้ กู
เน้ือเรื่อง ภูธรนอนเนินเขา เคียงคลงึ เคล้าเยาวมาลย์
ตกยากจากศฤงคาร สงสารนอ้ งหมองพกั ตรา
สร่างโศกเศร้าเจา้ พ่ีอา
ยากเยน็ เห็นหน้าเจ้า มาหม่นหมองละอองนวล
อยู่วงั ดังจนั ทรา จะรักเจ้าเฝ้าสงวน
นวลพักตร์น้องจะหมองศรี
เพอื่ ทุกข์สุขโศกเศร้า มริ ู้สิ้นกล่นิ มาลี
มง่ิ ขวัญอยา่ รัญจวน ท่ที ุกขร์ ้อนหยอ่ นเยน็ ทรวง
ชวนชื่นกลนื กล้ากลนิ่
คลงึ เคลา้ เย้ายวนยี
พระไชยสุริยานอนอยูบ่ นเขา อยู่เคยี งข้างแนบชิดกับนางสุมาลี สงสารนางสุมาลีที่ต้องมาตกระกาลาบาก
แม้จะลาบากแต่เมื่อได้เห็นหน้าน้องพี่ก็คลายโศกเศร้า ตอนอยู่ในวังสุขสบายกลับต้องมาลาบาก น้องอย่าได้ทุกข์
ร้อนใจ ใบหนา้ จะหมองคล้า ทั้งสองหยอกล้อคลึงเคลา้ กันทท่ี กุ ใจกจ็ ะเยน็ ลง
เนอ้ื เร่อื ง ข้ึนกดบทอัศจรรย์ เสยี งครื้นครนั่ ชั้นเขาหลวง
นกหกตกรังรวง สตั วท์ งั้ ปวงง่วงงนุ โงง
เสยี งดงั ดุจพระเพลงิ โพลง
แดนดินถนิ่ มนษุ ย์ โคลงคลอนเคลอ่ื นเขยื้อนโยน
ตึกกวา้ นบ้านเรือนโรง บา้ งต่ืนไฟตกใจโจน
ลกุ โลดโผนโดนกนั เอง
บา้ นช่องคลองเล็กใหญ่ ตะโพนกลองร้องเป็นเพลง
ปลุกเพอ่ื นเตือนตะโกน โหงง่ หงา่ งเหงง่ เก่งกา่ งดงั
พณิ พาทยร์ ะนาดฆ้อง
ระฆังดงั วงั เวง
ขน้ึ แมก่ ด บทนเ้ี ป็นที่น่าอัศจรรย์ เสียงครืน้ ครัน่ ชน้ั เขาหลวง นกตกออกจากรัง ฝงู สัตว์ท้ังปวงต่าง
งว่ งงันในดนิ แดนของมนษุ ย์ เสยี งดังเหมอื นไฟไหม้ ตึก บา้ นเรอื นตา่ งไหวเคลอื่ นบ้านชอ่ งใหญน่ อ้ ย ตา่ งต่นื
ตกใจ ร้องเรียกเพ่ือนบ้าน ลุกว่ิงหนีชนกันชุลมุนวุ่นวายเคร่ืองดนตรี ระนาด ฆ้อง ตะโพน กลอง ร้องเป็น
เพลง เสียงระฆงั ดังโหงง่ หง่างเหง่ง ฟงั น่าวังเวงย่ิงนัก
เนอ้ื เรื่อง
ขน้ึ กบ จบ แม่ กด พระดาบสบชู ากูณฑ์
ผาสกุ รกุ ขมูล พูนสวสั ดิ์สัตถาวร
เององคอ์ ิงพงิ สิงขร
ระงบั หลบั เนตรนงิ่ สังวรศลี อภญิ ญาณ
เหมือนกับหลบั สนิทนอน พืน้ พิภพจบจักรวาล
ทา่ นเหน็ แจ้งแหล่งโลกา
บาเพง็ เลง็ เห็นจบ
สวรรค์ช้นั วมิ าน
ขึ้นแม่กบ และจบท่ีแม่กด มีฤๅษีบูชาไฟอยู่ตนหน่ึง บาเพ็ญตนอย่างสุขสงบอยู่ในป่า
มาชา้ นาน ได้หลบั ตาเอนตวั พิงกบั ต้นไม้เหมอื นกับกาลงั นอนหลับ โดยบาเพญ็ ศีลเข้าญาณอยู่
บาเพญ็ พรตจนรเู้ หน็ ทัว่ พ้นื ดินท้องฟา้ และจกั รวาล สรวงสวรรคท์ ่านรเู้ ห็นหมดทั้งส้นิ ทัว่ โลก
เน้ือเร่อื ง
เข้าฌานนานนบั เดือน ไม่เขยอื้ นเคลอ่ื นกายา
จาศลี กินวาตา เป็นผาสกุ ทกุ เดอื นปี
เกิดเหตใุ หญใ่ นปฐพี
วันน้นั ครัน้ ดนิ ไหว กาลกิณสี ป่ี ระการ
เล็งดูร้คู ดี กลับจริตผิดโบราณ
ผลาญคนซ่ือถอื สตั ย์ธรรม์
ประกอบชอบเปน็ ผดิ
สามัญอนั ธพาล
เข้าฌานเป็นเวลาแรมเดอื น ไม่ขยบั เขยื้อนกาย จาศลี ไม่กินอาหาร อย่อู ย่างมี
ความสุขนับเดือนนับปี ในวันน้ันเกิดแผ่นดินไหว จึงได้เล็งดแู ละรู้วา่ มีเหตุ กาลกิณีอยู่
สอ่ี ย่าง คือ การเหน็ ผดิ เปน็ ชอบ คนอนั ธพาล ทารา้ ยคนซ่อื สัตย์
เนื้อเรอื่ ง
ลกู ศิษยค์ ิดลา้ งครู ลูกไม่รคู้ ณุ พ่อมนั
ส่อเสียดเบยี ดเบยี นกัน ลอบฆ่าฟนั คอื ตัณหา
โจทย์จับผิดรษิ ยา
โลภลาภบาปบค่ ดิ ปว่ นเป็นบ้าฟา้ บดบงั
อรุ ะพสุธา เกดิ วิบตั ิปตั ตปิ าปัง
สงั วัจฉระอวสาน
บรรดาสามญั สตั ย์
ไตรยคุ ทุกขตรัง
ศิษย์คิดล้างครู ลูกไม่รู้คุณพ่อแม่ พูดจาส่อเสียดกนั เบียดเบียนฆ่าฟันกัน ความโลภ
ไม่คิดเร่ืองบาป จนพื้นดินเกิดป่ันป่วน ท้องฟ้ามืดมิดบรรดาสัตว์ต่าง ๆ เกิดมีบาปข้ึน
มีทุกขม์ ากข้นึ ถงึ เวลาแหง่ การอวสาน
เน้อื เร่ือง
ขึ้นกมสมเด็จจอมอารย์ เอน็ ดภู บู าล
ผผู้ า่ นพาราสาวะถี กลอกกลบั อัปรยี ์
นง่ิ นั่งต้งั ใจ
ซอื่ ตรงหลงเล่ห์เสนี
บุรีจงึ ล่มจมไป
ประโยชนจ์ ะโปรดภูวไนย
เลื่อมใสสาเรจ็ เมตตา
ขึ้นแม่กมพระฤๅษี รู้สึกสงสารพระราชาผู้ครองเมืองสาวะถี ซึ่งซ่ือตรงแต่
หลงเล่ห์เหล่ียมเสนาอามาตย์ท่ีชั่วร้ายจึงทาให้บ้านเมืองล่มจม จึงคิดท่ีจะโปรด
พระราชาใหเ้ ลอ่ื มใสศรัทธาในการบาเพ็ญตนให้สาเร็จ
เนอื้ เรื่อง
เปล่งเสียงเพยี งพณิ อินทรา บอกขอ้ มรณา
คงมาวนั หน่งึ ถึงตน
เบียนเบียดเสยี ดส่อฉ้อฉล บาปกรรมนาตน
ไปทนทกุ ข์นับกปั กัลป์
เมตตากรณุ าสามญั จะไดไ้ ปสวรรค์
เปน็ สขุ ทุกวนั หรรษา
จงึ บอกเล่าด้วยเสียงอันไพเราะเหมือนเสยี งพิณของพระอินทร์ว่าวันหนึ่งเราต้องตาย
การเบียดเบียนกันมีแต่จะนาทุกข์มาให้ทาให้มีบาปติดตัวไปนาน ความเมตตากรุณาจะ
นาไปสสู่ รวงสวรรค์ ทาให้มีแตค่ วามสขุ ในทกุ วนั
เนอื้ เรือ่ ง
สมบตั ิสตั วม์ นุษย์ครฑุ า กลอกกลบั อปั รา
เทวาสมบัตชิ ัชวาล อมิ่ หนาสาราญ
ขับราจาเรียง
สุขเกษมเปรมปรีดว์ิ ิมาน
ศฤงคารหอ้ มลอ้ มพร้อมเพรยี ง
กระจับป่สี ีซอทอ่ เสียง
สาเนยี งนางฟ้าน่าฟัง
สมบัติของสัตว์ มนุษย์ ครุฑ มีการกลับเปล่ียนไปมา ไม่เหมือนสมบัติของเทวดา
มีความสุขในวิมาน อิ่มหนาสาราญพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ กระจับ ปี่ ซอ ประสาน
สาเนียงกัน ดังเหมือนกบั มนี างฟ้ามาขับกลอ่ ม
เนือ้ เรอ่ื ง
เดชะพระกศุ ลหนหลงั สิง่ ใดใจหวงั
ไดด้ ังมุ่งมาตรปรารถนา สวดมนตภ์ าวนา
พระองคท์ รงธรรม
จรงิ นะประสกสกี า
เบ้ืองน่าจะไดไ้ ปสวรรค์
จบเทศนเ์ สรจ็ คาราพนั
ด้นดั้นเมฆาคลาไคล
ด้วยเดชแห่งบุญกุศลแต่ปางหลังทาให้ได้สมหวังในส่ิงที่ต้องการ ถ้าสวดมนต์
ภาวนา ต่อไปจะได้เกิดบนสวรรค์ เมื่อเทศนาจบ พระราชาก็หลุดพ้นจากความคิดท่ีปก
คลุมด้วยเงาเมฆ
เนอ้ื เรอ่ื ง
ข้นึ เกยเลยกล่าวท้าวไทย ฟังธรรมนา้ ใจ
เลื่อมใสศรทั ธากลา้ หาญ ตดั ห่วงบ่วงมาร
จัดจีบกลีบชฎา
เห็นภัยในขันธสันดาน
สาราญสาเร็จเมตตา
สององคท์ รงหนงั พยัคฆา
รกั ษาศลี ถอื ฤๅษี
ขึ้นแม่เกย กล่าวถึงพระไชยสุริยาเม่ือได้รับฟังธรรมคาส่ังสอนแล้วเกิดเลื่อมใส
ศรัทธา เห็นเหตุท่ีเกิดในนิสัยของมนุษย์ จึงตัดขาดจากบ่วงความทุกข์ พบกับความสาเร็จ
ท้ังสองพระองค์จงึ สวมใส่ชุดและหมวกจากหนังเสอื รักษาศลี เป็นฤๅษี
เนอื้ เร่อื ง
เชา้ คา่ ทากจิ พธิ ี กองกณู ฑอ์ คั คี ทุกเช้า ค่าทาพิธีบูชาไฟ
เป็นทบี่ ูชาถาวร เอนองคล์ งนอน เป็นกิจประจาด้วยความเพียร
เหนื่อยยากพากเพียร มีพื้นดินเป็นท่ีนอน มีขอนเป็น
ปถพีเป็นท่บี รรจถรณ์ เสวยสขุ ทุกวนั ห ม อ น ห นุ น หั ว เ อ า ไ ม้ ก ว า ด
เหนือขอนเขนยเกยเศียร กวาดพน้ื จนสะอาดทุกเชา้ คา่ จน
สาเร็จได้เสด็จสู่สวรรค์ เสวย
ค่าเช้าเอากราดกวาดเตยี น แต่ความสุขทุกวันเป็นเวลานาน
เรยี นธรรมบาเพ็ญเคร่งครนั ช่วั กปั กลั ป์
สาเรจ็ เสร็จได้ไปสวรรค์
นานนบั กปั กลั ปพ์ ุทธนั ดร