ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 101 | P a g e C o n f i d e n t i a l Ferrous: Fe โลหะกลุ่มที่มีธาตุเหล็ก ซึ่งมีปฏิกิริยาต่อแม่เหล็ก (แม่เหล็กดูดติดได้) เช่น เหล็ก เป็นกลุ่ม ที่สามารถตรวจจับได้ง่ายที่สุดในประเภทของโลหะทุกกลุ่มที่ปนเปื้อน Non-Ferrous: Non-Fe โลหะกลุ่มที่มีคุณสมบัติการน าไฟฟ้าแต่ไม่มีปฏิกิริยาต่อแม่เหล็ก เช่น ทองแดง อลูมิเนียม ทองเหลือง เป็นต้น หากท าการตรวจผลิตภัณฑ์ประเภท Dry products ลักษณะของสัญญาณที่เกิดขึ้นจะ เหมือนกับโลหะประเภท Ferrous สามารถตรวจหาโลหะกลุ่มนี้ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสาร ตัวน าที่ดี หากท าการตรวจผลิตภัณฑ์ประเภทกลุ่ม Wet products จะส่งผลให้ ความสามารถของการตรวจสอบมีอัตราการตรวจพบโลหะลดลงอย่างน้อย 50% ท าให้ ตรวจพบได้ยากขึ้น Non-Magnetic Stainless Steel โลหะกลุ่มสแตนเลสที่มีคุณภาพสูง เช่น Type 304, 316 จัดเป็นกลุ่มที่ตรวจจับได้ยากสุด เนื่องจากโลหะกลุ่มนี้จัดเป็ นกลุ่มที่มีคุณสมบัติของตัวน าทางไฟฟ้า (Electrical conductive qualities) ที่ต ่ามาก และยังมีสมบัติทางแม่เหล็กที่ต ่าด้วย หากท าการตรวจ ผลิตภัณฑ์ประเภทกลุ่ม Dry products พบว่าความสามารถในการตรวจหาโลหะกลุ่ม Non-Magnetic stainless steel จะตรวจหาได้ยากกว่า เนื่องจากค่าสัญญาณทางไฟฟ้า ที่วัดได้จากการใช้โลหะทรงกลมที่จากโลหะกลุ่มนี้ ต้องท าให้มีของโลหะทรงกลมขนาด ใหญ่กว่าโลหะกลุ่ม Ferrous ถึง 50% แต่กลับให้ค่าความแรงของสัญญาณไฟฟ้าที่ ใกล้เคียงกันกับสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้จากโลหะทรงกลม Ferrous และหารท าการ ตรวจสอบหาโลหะกลุ่มนี้ในกลุ่ม Wet products แล้วนั้นต้องใช้โลหะสแตนเลสทรงกลม ขนาดใหญ่ขึ้นถึง 200-300% เพื่อน ามาทดสอบโดยเปรียบเทียบกับโลหะทรงกลมกลุ่ม ferrous จึงจะส่งสัญญาณให้เครื่องตรวจจับโลหะตรวจจับสัญญาณการมีอยู่ของโลหะ
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 102 | P a g e C o n f i d e n t i a l รูปทรงและรูปแบบการจัดเรียงตัวของโลหะ (Shapes & Orientation of metal) การทดสอบเครื่องตรวจจับโลหะโดยปกติจะใช้โลหะที่มีรูปทรงกลมในการทดสอบ เครื่องตรวจจับโลหะเพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากการเรียงตัวของรูปทรงโลหะ ในกรณีที่ชิ้น โลหะมีหลายเหลี่ยมมุม เมื่อน าชิ้นโลหะที่ไม่ใช่รูปทรงกลมมาผ่านเครื่องตรวจจับโลหะจะให้สัญญาณทาง ไฟฟ้าที่แตกต่างกันตามลักษณะและรูปทรงของโลหะที่เคลื่อนผ่าน จากผลของรูปทรงโลหะที่ แตกต่างกันนี้หากน ามาเปรียบเทียบรูปทรงของเส้นลวดโลหะและน ามาผ่านเครื่องตรวจจับ โลหะตามแนวยาวและแนวขวางของเส้นลวดโลหะจะพบว่า เส้นลวดกลุ่ม Ferrous wires รูปแบบ A เป็นรูปแบบต าแหน่งของโลหะที่เครื่องสามารถตรวจพบชิ้นโลหะกลุ่ม Ferrous Wires นี้ได้ดีและตรวจสอบได้ง่ายให้ค่าความแรงของสัญญาญสูง รูปแบบ B,C เป็นการจัดเรียงของโลหะในรูปแบบการเรียงตัวของโลหะที่ตรวจพบ สัญญาณได้ไม่ดีและให้ค่าความแรงของสัญญาณต ่า ส่งผลให้ตรวจพบได้ยากกว่า เส้นลวดกลุ่ม Non-ferrous และ Stainless steel wires รูปแบบ B C เป็นรูปแบบต าแหน่งของโลหะที่เครื่องสามารถตรวจพบชิ้นโลหะกลุ่มนี้ได้ ดีและตรวจสอบได้ง่าย ให้ค่าความแรงของสัญญาณไฟฟ้าสูง รูปแบบ A เป็นการจัดเรียงของโลหะในรูปแบบที่ได้ไม่ดี และให้ค่าความแรงของ สัญญาณไฟฟ้าต ่าส่งผลให้ตรวจพบโลหะได้ยากกว่า
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 103 | P a g e C o n f i d e n t i a l Metal Detector : เครื่องตรวจจับโลหะแบบสายพาน การใช้เครื่องตรวจจับโลหะเพื่อการตรวจหาสิ่งแปลกปลอม (Contaminant) ในสินค้า และผลิตภัณฑ์หรือวัตถุดิบ ผู้ควบคุมเครื่องตรวจจับโลหะต้องมีความรู้และความเข้าใจถึง หลักการท างานของเครื่องและแนวทางการควบคุมการท างานให้สามารถเครื่องตรวจจับโลหะ ท างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องตรวจจับโลหะสามารถตรวจจับโลหะได้โดยอาศัยการสร้างความสมดุลของ สนามแม่เหล็กระหว่าง ขดลวดส่งสัญญาณและขดลวดรับสัญญาณโดยจะน ามาพันอยู่ภายใน เครื่องตรวจจับโลหะในต าแหน่ง และจ านวนที่เหมาะสมเพื่อสร้างคลื่นพลังงานเกิดเป็น สนามแม่เหล็กแบบสมดุลโดยรอบบริเวณขดลวดทั้งสอง เมื่อผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนโลหะเคลื่อนที่ผ่านสนามแม่เหล็กที่สมดุลเครื่องตรวจจับโลหะ จะตรวจสัญญาณที่เกิดขึ้นและประมวลผลเพื่อให้ทราบการปนเปื้อนของผลิตภัณฑ์ที่น ามา ตรวจสอบ อุปกรณใ์นการตรวจจับโลหะ ทมี่ีใช้ใน HMC มี 3 ประเภท ➢ เครื่อง Metal detector แบบสายพานล าเลียง เครื่องจะติดตั้งอยู่กับชุดสายพานล าเลียง เพื่อตรวจจับโลหะหลังการบรรจุเสร็จโดยถุงจะ ไหลผ่านเครื่อง ถ้ามีการตรวจพบโลหะเครื่องจะมีสัญญาณเตือนและท าการคัดแยกถุงออก โดยอัตโนมัติ
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 104 | P a g e C o n f i d e n t i a l ➢ เครื่อง Metal detector แบบตกตามแรงโนม ้ ถ่วง เครื่องจะติดตั้งอยู่กับท่อปล่อยผลิตภัณฑ์ จะตรวจจับขณะผลิตภัณฑ์ไหลผ่านท่อ ถ้ามี การตรวจพบโลหะเครื่องจะท าการคัดแยกผลิตภัณฑ์ออกโดยอัตโนมัติ ➢ Magnetic grid เป็นแท่งแม่เหล็กใช้ในการจับเหล็กที่มีขนาดเล็กและผงเหล็ก ชนิดของโลหะ การดูดแม่เหล ็ ก (Magnetic) ความน าไฟฟ้า (Conductive) ความสามารถ ตรวจจับโลหะ Ferrous ดีมาก ดี ดีมาก Non-Ferrous ไม่ดูดแม่เหล็ก ดีมาก ดี SUS 304 ไม่ดูดแม่เหล็ก ปานกลาง ปานกลาง
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 105 | P a g e C o n f i d e n t i a l ปัจจัยที่มีผลกับการตรวจจับของเครื่องตรวจจับโลหะ ➢ ระดับของสัญญาณของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ➢ ชนิดของผลิตภัณฑ์ ➢ ต าแหน่งของโลหะที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ ➢ ขนาดของโลหะ ➢ รูปร่างของโลหะที่ไม่เป็นทรงกลม เช่น เส้นลวดจะจับได้ยาก ➢ สภาพแวดล้อม ➢ ขนาดของอุโมงค์ ขนาดยิ่งเล็กจะสามารถตรวจจับได้ดี
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 106 | P a g e C o n f i d e n t i a l Inkjet printer machine ทฤษฎีการท างานของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบต่อเนื่องคือ หัวฉีดหมึก(Nozzle)ของ หัวพิมพ์ที่จะปล่อยหยดหมึกที่มีประจุไฟฟ้าออกมา ซึ่งต่อมาจะไหลผ่านสนามไฟฟ้า โดยหมึก จะแตกตัวออกเป็นหยดใน Gun bodyจากการสั่นเป็นสัญญาณ Pulsesของ Piezoelectric crystal หยดหมึกที่จ าเป็นส าหรับการพิมพ์จะถูกชาร์จประจุไฟฟ้าโดยอิเล็กโทรด (Charge electrodes) หยดหมึกที่มีประจุจะไหลผ่านสนามไฟฟ้าสถิตระหว่างแผ่นเบี่ยง (Plate defector)และการรวมกันของความเร็วและประจุในหยดหมึก จะก าหนดต าแหน่งที่แน่นอนที่ จะพิมพ์บนพื้นผิวต่างๆ และส่วนหยดหมึกที่ไม่ได้ใช้ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบต่อเนื่องจะ หมุนเวียนหยดที่เหลืออยู่ไปใช้งานได้อีกผ่านท่อดูดกลับ(Gutter) โดยที่ไม่ต้องค านึงถึงชนิด ขนาด รูปร่าง และพื้นผิว ข้อมูลการพิมพ์โจะเป็นชุดโค๊ด, วันที่, ชุดข้อมูลหรือบาร์โค้ด, ชื่อผลิตภัณฑ์และโลโก้ สามารถพิมพ์บนวัสดุส่วนใหญ่ได้อย่าง ง่ายดายด้วยเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตแบบต่อเนื่อง ซึ่งการพิมพ์นี้จะอ านวยความสะดวกในการ ตรวจสอบข้อมูลและช่วยเพิ่มเติมในการปฏิบัติตามนโยบายอุตสาหกรรมภาคการผลิต
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 107 | P a g e C o n f i d e n t i a l ประโยชน์(Benefits) ของเครื่องพมิพอ์ ิงคเ์จ ็ ทแบบต่อเนื่อง 1. ความอเนกประสงค์(Versatility) ข้อดีของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็แบบต่อเนื่องนั้นมาจากความสามารถรอบด้านสูงสุดและ ความสามารถในการปรับตัวที่เพิ่มขึ้น สามารถท างานได้บนพื้นผิวแทบทั้งหมด โดยไม่ค านึงถึง ความเร็วและการวางแนวการพิมพ์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นเพื่อ วัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน เช่น การพิมพ์โค๊ดรหัส,วันที่ รหัสชุด และโลโก้ โดยไม่ค านึงถึงวัสดุ เนื่องจากเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบต่อเนื่องใช้เทคโนโลยีแบบไม่สัมผัส จึงสามารถใช้ พิมพ์บนพื้นผิวประเภทใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นแบบโค้ง พื้นผิว หรือมีรูพรุน เครื่องพิมพ์ยังสามารถ ใช้หมึกได้หลากหลาย การพิมพ์ของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบต่อเนื่องมักจะท าโดยตรงบน ผลิตภัณฑ์ที่มักจะมีรูปทรงไม่สม ่าเสมอ 2. ความน่าเชื่อถือ(Reliability) อิงค์เจ็ทแบบต่อเนื่องใช้ปั๊มแรงดันสูงเพื่อน าหมึกเหลวผ่านหัวฉีด (Nozzle) เพื่อสร้าง หยดหมึกที่รวดเร็วและต่อเนื่อง เนื่องจากหัวพิมพ์ของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบต่อเนื่องไม่ต้อง สัมผัสกับวัสดุพิมพ์ จึงสามารถพิมพ์ได้ชัดเจนและแม่นย า โดยไม่ขึ้นกับวัสดุ ไม่เกิดรอยเปื้อน พิมพ์ผิด และความเสียหายน้อยที่สุด ลดการสูญเสียวัสดุและเวลาที่สูญเสียไปเนื่องจากการ พิมพ์ซ ้า 3. ความเร็วในการพิมพ์(Printing speed) ด้วยความถี่การพ่นหยดหมึกที่รวดเร็วมากของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบต่อเนื่องท าให้ การพิมพ์และการท าเครื่องหมายเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังเหมาะส าหรับการท างานอย่างต่อเนื่อง ตลอด 24ชั่วโมงทุกวัน ท าให้เหมาะส าหรับความต้องการของสายการผลิตที่ต่อเนื่อง 4. หมึกแห้งเร็ว (Fast-drying inks) ในทางปฏิบัติการพิมพ์ในงานอุตสาหกรรมจะด าเนินการด้วยความเร็วสูง โดยผลิตภัณฑ์ จะอยู่ด้านหน้าหัวพิมพ์เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งในระหว่างนั้นเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบต่อเนื่องจะ พิมพ์เครื่องหมายหรือข้อความ จากนั้นผลิตภัณฑ์จะถูกส่งต่อไปยังขั้นตอนถัดไปของ กระบวนการผลิตในสายการผลิตอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องส าคัญที่หมึกที่ใช้จะต้องแห้ง
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 108 | P a g e C o n f i d e n t i a l โดยเร็วที่สุด คราบหมึกอาจส่งผลต่อความสามารถในการอ่าน และผู้ผลิตจ าเป็นต้องทราบว่า ข้อมูลที่พิมพ์ เช่น สัญลักษณ์ เครื่องหมาย บาร์โค้ด และโลโก้ ได้รับการพิมพ์อย่างชัดเจนและ ชัดเจนที่สุด เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบต่อเนื่องใช้หมึกที่แห้งเร็วมาก ช่วยลดโอกาสเกิดรอยเปื้อนหรือ การพิมพ์ผิด เนื่องจากเครื่องพิมพ์มีการใช้งานอยู่เสมอ หัวฉีดจึงไม่เกิดการอุดตัน ท าให้ตัวท า ละลาย เช่น คีโตนและแอลกอฮอล์ยังคงใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ตัวท าละลายเหล่านี้สามารถกัด ลงในพื้นผิวและแห้งเร็ว ไม่เหมือนหมึกประเภทอื่นๆ 1. ประสิทธิภาพต้นทุน (Cost Efficiency) เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบต่อเนื่องช่วยลดต้นทุนการด าเนินงานได้อย่างมาก คุณสมบัติ ทั้งหมดข้างต้นช่วยประหยัดเวลาและเงิน นอกจากนี้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบต่อเนื่องสามารถ ท างานได้อย่างต่อเนื่องโดยมีความต้องการบริการเพียงเล็กน้อย ด้วยประสิทธิภาพการท างานที่ ยาวนาน ความทนทานต่ออุณหภูมิการผลิตที่สูง ฝุ่ น ความชื้น และสภาวะแวดล้อมอื่นๆ เครื่องพิมพ์ยังต้องการการบ ารุงรักษาเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย เนื่องจากเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท แบบต่อเนื่องมีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวน้อยกว่า ปัญหาส่วนใหญ่จึงระบุได้ง่ายและแก้ไขได้ง่าย ความส าคัญของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบต่อเนื่อง คือข้อมูลที่พิมพ์ไม่เพียงท าหน้าที่เป็น แกนของวงจรการกระจายผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังแจ้งให้ผู้ใช้ทราบถึงข้อเท็จจริงที่ส าคัญ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และช่วยให้ปฏิบัติตามข้อก าหนดด้านความปลอดภัย เครื่องพมิพอ์ ิงคเ์จ ็ ทแบบต่อเนื่องสายหรับสายการผลิต สามารถแบ่งออกได้เป็ น 2 แบบ ดังนีค้อื 1. Continuous Inkjet Printer (CIJ) เครื่องพิมพ์แบบ Continuous Inkjet Printer ท างานบนพื้นฐานของการสร้างการไหล ของหมึกอย่างต่อเนื่องและกระบวนการเริ่มต้น เมื่อถังหมึกกับถังเมกอัพทั้งสองถังที่อยู่ ภายในเครื่องพิมพ์ โดยของเหลวทั้งสองนี้จะถูกป้อนไปยังถังหลักหรือถังผสมที่ใหญ่ขึ้น โดย ที่ส่วนผสมของทั้งหมึกและเมกอัพที่อยู่ในถังผสมจะมีส่วนผสมที่เครื่องพิมพ์ก าหนดค่าไว้
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 109 | P a g e C o n f i d e n t i a l แล้วเพื่อให้เหมาะสมกับการพิมพ์ หลังจากนั้นแรงดันจากปั๊มจะป้อนหมึกที่ผสมแล้วไปยัง หัวพิมพ์ 2. Thermal Inkjet Printer (TIJ) เครื่องพิมพ์แบบ Thermal Inkjet Printer ใช้ระบบตลับหมึกแบบใช้แล้วทิ้ง ส าหรับการ ส่งหมึกไปยังหัวพิมพ์ เราสามารถแยกความแตกต่างของทัง้ 2 แบบ ได้ดังนี้ 1. ความเร็วในการพิมพ์ แม้ว่าเครื่องพิมพ์แบบ Thermal Inkjet Printerและ Continuous Inkjet Printerจะ เหมาะส าหรับความต้องการการพิมพ์ที่รวดเร็ว แต่ความเร็วในการพิมพ์ของแบบ Continuous Inkjet Printer ก็ยังสูงกว่าเครื่องพิมพ์ของ Thermal Inkjet Printer 2. การซ่อมบ ารุงของเครื่องพิมพ์ ในทางตรงกันข้าม ระบบเครื่องพิมพ์แบบ Thermal Inkjet Printer นั้นเรียบง่ายกว่า และแทบไม่ต้องบ ารุงรักษาเลย หากมีปัญหาจะต้องเปลี่ยนตลับหมึกเท่านั้น ซึ่งจะใช้เวลา ไม่กี่วินาที คู่มือการใช้งานที่เข้าใจง่ายท าให้สามารถติดตั้งและเริ่มใช้งานได้ในเวลาไม่กี่ นาที ส่วนเครื่องพิมพ์แบบ Continuous Inkjet Printer เป็นเครื่องพิมพ์ที่ซับซ้อนซึ่งมีชิ้นส่วน ที่เคลื่อนไหวได้มากมาย และเครื่องพิมพ์แบบ Continuous Inkjet Printerจ าเป็นต้องท า ความสะอาดบ่อยๆ ดังนั้น จึงต้องได้รับการฝึกอบรมเพื่อใช้งาน และจ าเป็นต้องได้รับการ ฝึกอบรมจากช่างเทคนิคเพื่อติดตั้งและบ ารุงรักษา 3. ความน่าเชื่อถือ เครื่องพิมพ์แบบ Thermal Inkjet Printer สามารถเปิดและปิดได้ในเวลาเพียงไม่กี่ วินาที ดังนั้นสามารถเปิดและปิดเครื่องพิมพ์ได้ตามต้องการ ในการเปรียบเทียบเครื่องพิมพ์ แบบ Continuous Inkjet Printer ใช้เวลาในการเริ่มต้นหลายนาที ดังนั้นมักปล่อยให้
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 110 | P a g e C o n f i d e n t i a l เครื่องพิมพ์ท างานตลอดทั้งวันเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียเวลาในการท างาน เมื่อต้องมีการเปิด ปิดเครื่องพิมพ์ 4. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานของเครื่องพิมพ์แบบ Thermal Inkjet Printer ต ่ากว่า Continuous Inkjet Printer ถึง 80% และเครื่องพิมพ์แบบ Thermal Inkjet Printer ยังใช้ตัวท าละลาย เพียงเล็กน้อย ซึ่งช่วยสร้างสถานที่ท างานที่ปลอดภัย ในทางตรงกันข้าม เครื่องพิมพ์ แบบ Continuous Inkjet Printer ใช้ตัวท าละลาย (Make Up)จ านวนมาก เครื่องพิมพ์แบบ Continuous Inkjet Printerจะปล่อยตัวท าละลาย (Solvent)ออกสู่ บรรยากาศระหว่างการท างาน ในส่วนของกระบวนการผลิตของ Bagging ของบริษัทเอ็ชเอ็มซีใช้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท แบบต่อเนื่องส าหรับสายการผลิตระบบชนิด Thermal Inkjet Printer (TIJ) ของ HP Inkjet printer รุ่น 1050 และ 9040 ด้วยประสิทธิภาพสูงและความเร็วที่รวดเร็ว หลักการท างานของ Thermal Inkjet Printer (TIJ) มีโครงสร้างประกอบด้วย 3 ส่วน 1. กรอบโครงสร้าง (Host) 2.แหล่งจ่ายไฟ (power supply) 3. หัวพิมพ์(Print Head)
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 111 | P a g e C o n f i d e n t i a l หลักการท างานของเครื่องระบบ Thermal Inkjet Printer คือเครื่องพิมพ์ถูกใช้ความร้อน ในการท าให้หมึกที่อยู่ในตลับหมึก (ระบบปิด) เกิดความร้อนและเมื่อหมึกเป็นของเหลวได้รับ ความร้อนจะเกิดแรงดันภายในตลับหมึกขึ้น และจะฉีดหรือพ่นผ่านหัวพ่น (Nozzle plate) ออกมา ความร้อนที่ได้เกิดจากการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับแผ่นความร้อนหน้าบริเวณ Nozzle หมึกที่อยู่ในตลับหมึกมีคุณสมบัติไวต่อความร้อนและสามารถเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็น ไอได้ง่ายกว่าน ้า ขณะที่หมึกถูกพ่น ฉีด หรือ ดันออกมาอยู่บนพื้นผิวของชิ้นงาน ส่วนผสมของหมึกที่เป็น ตัวท าละลายหมึก จะระเหยออกสู่บรรยากาศคงเหลือไว้เพียงหมึกบนพื้นผิวของชิ้นงานหรือ วัสดุนั้นๆ หลักการท างานของการเกิดฟองจากความร้อน นั่นคือการใช้ตัวต้านทานแบบฟิ ล์มบาง ท าความร้อน เมื่อหมึกถูกท าให้ร้อนโดยตัวต้านทานทันทีในบริเวณที่ปล่อยหมึก (โดยให้ความ ร้อนที่สูงกว่า 300 ℃) เพื่อสร้างฟองขนาดใหญ่และขยายตัวด้วยความเร็วที่รวดเร็วมาก แล้ว บังคับให้หยดหมึก ดีดออกจากหัวฉีด (Nozzle) เพื่อสร้างข้อความ ตัวเลขและบาร์โค้ดที่ ต้องการ เมื่อฟองหมึกยังคงขยายตัว ฟองหมึกนั้นจะกลายเป็นอากาศ เมื่อฟองอากาศหายไป หมึกที่อยู่ในหัวฉีดจะหดกลับ จากนั้นแรงดึงพื้นผิวจะสร้างการดูดจึงดึงหมึกใหม่เพื่อเติมพื้นที่ การพ่นหมึกเพื่อเตรียมพร้อมส าหรับการพิมพ์รอบต่อไป ปัญหาเครื่องพมิพท์่ัวไปและการแก้ไขปัญหา ควรอ่านค าแนะน าในการบ ารุงรักษาและการแก้ไขปัญหาจากผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ทุกครั้ง ที่ท าได้ปัญหาการพิมพ์ทั่วไปบางประการที่เกิดขึ้นเมื่อใช้เครื่องพิมพ์Thermal Inkjet Printer เกิดจากการที่ตลับหมึกพิมพ์ไม่สามารถพิมพ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. หัวพิมพ์อุดตัน เกิดจากน ้าหมึกอุดตันหัวพิมพ์หรือมีฝุ่นเกาะบริเวณหัวพิมพ์ 2. ปัญหาเรื่องความเร็วในการพิมพ์ 3. ปัญหาเรื่องเซ็นต์เซอร์ตรวจจับผลิตภัณฑ์ 4. ปัญหาเรื่องคุณภาพการพิมพ์ต ่ากว่ามาตรฐาน
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 112 | P a g e C o n f i d e n t i a l ในขณะที่การป้องกันดีกว่าการรักษา วิธีแก้ปัญหาทั่วไปและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด จะ ช่วยให้เครื่องพิมพ์Thermal Inkjet Printer หลีกเลี่ยงปัญหาการพิมพ์และคุณภาพในการพิมพ์ • คุณภาพการพิมพ์ต ่า (Poor print quality) หมึกแห้งติดหรืออุดตันบริเวณหัวพิมพ์เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ท าให้คุณภาพ การพิมพ์ต ่า สิ่งนี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อไม่มีการใช้งานเครื่องพิมพ์เป็นเวลานาน ป้องกัน โดยท าให้แน่ใจว่าได้ท าการเช็ดบริเวณหัวพิมพ์และมีการล้างหัวพิมพ์(Purge) สม ่าเสมอ • ตลับหมึกและหมึกขัดข้อง การจัดเก็บตลับหมึกพิมพ์ในสภาวะที่ผู้ผลิตแนะน า ช่วยลดโอกาสเกิดความ ล้มเหลวและยืดอายุการเก็บรักษา ทิ้งหมึกที่หมดอายุมิฉะนั้นอาจเสี่ยงที่จะปล่อยให้ หมึกเสื่อมสภาพในตลับหมึกหรือหัวพิมพ์หมึกจ านวนมากมีอายุการเก็บรักษาไม่เกิน 1 ปี • เวลาหยุดท างานมากเกินไป หมึกอาจแห้งบนหัวพิมพ์Thermal Inkjet Printer หรือเรียกหมึกอุดตันหัวพิมพ์ ซึ่งอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์การผลิต หรือการหยุดขบวนการผลิตนานๆ อาจเป็นสาเหตุที่ท าให้หัวพิมพ์อุดตันได้โดยเฉพาะหมึกพิมพ์ที่เป็นโซเว้นท์เบส เวลา ในการอุดตันหัวพิมพ์ก็จะไวขึ้นกว่าหมึกชนิดเบสอื่นๆ • เครื่องพิมพ์ไม่พิมพ์ตามค าสั่งพิมพ์ ตรวจสอบว่าเซ็นเซอร์เครื่องพิมพ์ว่าก าหนดค่าหรือติดตั้งถูกต้องหรือไม่ซึ่งจะ ท าให้เครื่องพิมพ์เริ่มพิมพ์ก่อนหรือหลังชิ้นงานผ่านเซ็นต์เซอร์ • ปัญญาความเร็วในการพิมพ์ บางครั้งความเร็วของเครื่องพิมพ์อาจท าให้การพิมพ์ผิดพลาด ปัญหาคุณภาพ การพิมพ์ความเร็วสายพานล าเลียงและการตั้งค่าความเร็วการพิมพ์ต้องตรงกันเพื่อ ด าเนินงานพิมพ์อย่างสมบูรณ์หากการตั้งค่าทั้งสองนี้ไม่ตรงกัน จะส่งผลให้ภาพพิมพ์ บิดเบี้ยวหรือจัดวางไม่ถูกต้อง ใช้เอ็นโค๊ตเดอร์[Encoder] เพื่อควบคุมความเร็วของ
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 113 | P a g e C o n f i d e n t i a l สายพานและการพิมพ์ให้สัมพันธ์กัน เพื่อให้คุณภาพการพิมพ์และต าแหน่งการพิมพ์ อย่างแม่นย า • ค่าใช้จ่ายหมึกพิมพ์ เครื่องพิมพ์Thermal Inkjet Printer เป็นเครื่องพิมพ์ที่สามารถพิมพ์ได้ทั้งบาร์ โค๊ต คิวอาร์โค๊ต ตัวเลข ตัวอักษร โลโก้เครื่องหมายการค้า เวลาผลิตจริง เลขรหัส ซึ่ง เราสามารถลดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ต่อชิ้นโดยการปรับลดค่าความละเอียดของการ พิมพ์ลง (dpi) • หมึกจางหรือพ่นไม่ถึงวัสดุพิมพ์ ระยะห่างระหว่างหัวพิมพ์กับชิ้นงานควรห่างกัน 2- 5 มิลลิเมตร ปัญหาสิ่งแวดล้อม อุณหภูมิและความชื้น ส่งผลต่อคุณภาพการพิมพ์รวมถึงหมึก และเครื่องพิมพ์การ ค านึงถึงปัจจัยเหล่านี้และเก็บรักษาไว้อย่างเหมาะสมเป็นสิ่งส าคัญในการหลีกเลี่ยงปัญหาใน การผลิต การทา งานในช่วงอุณหภูมิทแี่นะน า ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์และหมึกแนะน าให้ใช้อุปกรณ์การท างานภายในช่วงอุณหภูมิที่ เหมาะสม ซึ่งมักจะอยู่ระหว่าง 60°F ถึง95°F (16°C ถึง35°C) • เย็นเกินไป หากอุณหภูมิเย็นเกินไป หมึกจะข้นหรือหนืด จะท าให้อุณหภูมิของหมึกพิมพ์ไม่ ระเหย มีผลต่อคุณภาพการพิมพ์ • ร้อนเกินไป ในทางกลับกัน อุณหภูมิที่ร้อนกว่าจะท าให้หมึกบางลง ท าให้เกิดการพ่นมาก เกินไปอย่างไม่น่าเชื่อถือ ความร้อนที่มากเกินไปอาจท าให้ตลับหมึกเสียหายได้
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 114 | P a g e C o n f i d e n t i a l การควบคุมความชืน้สัมพัทธ์ ไฟฟ้าสถิตย์ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่สมดุลระหว่างประจุลบและประจุบวก และ เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในฤดูหนาว เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสัมพัทธ์ต ่า การเคลื่อนที่ของวัสดุพิมพ์ผ่านหัวพิมพ์สามารถเพิ่มโอกาสที่ไฟฟ้าสถิตย์ได้ ไฟฟ้าสถิต ที่มากเกินไปอาจน าไปสู่ปัญหามากมาย ปัญหาการพมิพท์เี่กิดจากไฟฟ้าสถิต • ซอฟต์แวร์บกพร่องหรือล้มเหลว • ความเร็วในการท างานช้าลง • ข้อผิดพลาดในการสื่อสาร • หน่วยความล้มเหลว • การจัดเรียงเม็ดหมึกไม่ดี • หัวพิมพ์เสียหาย โซลูช่ันสา หรับการลดการปล่อยไฟฟ้าสถิตให้น้อยทสีุ่ด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ท าปฏิกิริยาได้ไม่ดีต่อไฟฟ้าสถิตย์ไฟฟ้าสถิตย์ยังสร้างสภาวะที่ เป็ นอันตรายได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความไวไฟของหมึกพิมพ์หรือตัวท าละลายที่ใช้สามารถ ด าเนินการหลายขั้นตอนเพื่อลดความเสี่ยงของไฟฟ้าสถิตย์ในสภาพแวดล้อมการพิมพ์อิงค์เจ็ต • ใช้ขั้วต่อสายเคเบิลที่ได้รับอนุมัติสายเคเบิลเหล่านี้หุ้มฉนวนเพื่อป้องกันการรบกวน รวมถึงการอาร์คจากไฟฟ้าสถิตย์ • กราวด์อุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด • รักษาความชื้นสัมพัทธ์40-60% ด้วยระบบท าความชื้นแบบไม่เปียก ดูค าแนะน าของ ผู้ผลิตส าหรับเครื่องพิมพ์และหมึกพิมพ์ของคุณ • เช็ดพื้นผิวชิ้นงานด้วยแอลกอฮอล์หรือสเปรย์สเปรย์ป้องกันไฟฟ้าสถิตย์เพื่อลดไฟฟ้า สถิต
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 115 | P a g e C o n f i d e n t i a l บาร์โค้ด คืออะไร บาร์โค้ด (Barcode) หมายถึง เลขหมายประจ าตัวสินค้า ใช้แทนด้วยแท่งบาร์ขาว-ด า ประกอบด้วยตัวเลข8-13 หลัก สามารถอ่านได้ด้วยเครื่องสแกนเนอร์ บารโ์ค้ดบอกข้อมูลอะไร ประเทศไทยไทยเริ่มใช้บาร์โค้ดอย่างจริงจังในปี2536โดยมีสถาบันสัญลักษณ์รหัสแท่ง ไทย “Thai Article Numbering Council” หรือ “TANC” เป็นองค์กรตัวแทนของ”EAN” ดังนั้น ผู้ผลิตจะใส่ตัวเลข 13 หลักเองไม่ได้ต้องยื่นขอจดจากสถาบันสัญลักษณ์รหัสแท่งไทย เสียก่อน ทั้งนี้ระบบ EAN ที่ประเทศไทยใช้นั้นจะมีลักษณะเป็ นเลขชุด 13 หลัก ซึ่งมี ความหมายดังนี้
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 116 | P a g e C o n f i d e n t i a l ประเภทของบาร์โค้ด บาร์โค้ด 1 มิติ(Barcode 1D) บาร์โค้ด 1 มิติมีลักษณะเป็นแถบประกอบด้วยเส้นสีด าสลับกับเส้นสีขาว ใช้แทนรหัส ตัวเลขหรือตัวอักษรโดยสามารถบรรจุข้อมูลได้ประมาณ 20 ตัวอักษร บาร์โค้ด 2 มิติ(Barcode 2D) บาร์โค้ด 2 มิติเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาเพิ่มเติมจากบาร์โค้ด 1 มิติโดยออกแบบให้บรรจุได้ทั้งใน แนวตั้งและแนวนอน ท าให้สามารถบรรจุข้อมูลมากได้ประมาณ 4,000 ตัวอักษรหรือประมาณ 200เท่าของบาร์โค้ด 1 มิติในพื้นที่เท่ากันหรือเล็กกว่า ข้อมูลที่บรรจุสามารถใช้ภาษาอื่นนอกจากภาษาอังกฤษได้เช่น ภาษาญี่ปุ่ น จีน หรือ เกาหลีเป็นต้น และบาร์โค้ด 2 มิติสามารถถอดรหัสได้แม้ภาพบาร์โค้ดบางส่วนมีการเสียหาย บาร์โค้ด 3 มิติ(Barcode 3D) บาร์โค้ด 3 มิติเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาเพิ่มเติมจากบาร์โค้ด 2 มิติเพื่อบาร์โค้ดติดบน วัตถุได้นาน ทนต่อสภาพสิ่งแวดล้อม โดยการยิงเลเซอร์หรือท าการสลักตัวบาร์โค้ดลงไปบน เนื้อวัตถุโดยตรง ท าให้บาร์โค้ดมีลักษณะสูงหรือต ่ากว่าพื้นผิวขึ้นมา โดยเราจะพบลักษณะ บาร์โค้ดดังกล่าว ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เครื่องมือแพทย์แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 117 | P a g e C o n f i d e n t i a l Vision camera Machine vision คือ เครื่องจักรที่ถูกเพิ่มความสามารถในการ “มองเห็น” เป็นระบบที่ ใช้ส าหรับงานตรวจสอบทางกายภาพของผลิตภัณฑ์เนื่องจากมีความแม่นย าและเที่ยงตรง กว่าใช้คนในการตรวจสอบข้อผิดพลาดของชิ้นงาน ระบบที่สามารถประมวลผลที่ใกล้เคียงกับ การท างานงานของมนุษย์ เปรียบเสมือนติดตั้งดวงตาให้กับหุ่นยนต์ใช้ในการตรวจสอบ สามารถท างานได้สม ่าเสมอและไม่มีความเหนื่อยล้าเหมือนกับมนุษย์ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ของ ความผิดพลาด นอกจากนี้ระบบยังสามารถตรวจสอบชิ้นงานได้ทุกกระบวนการผลิตตั้งแต่ เริ่มแรกหรือบางกระบวนการผลิตที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ ท าให้สามารถ ป้องกันความเสียหายได้แน่เนิ่นๆโดยน าภาพที่ได้ส่งสัญญาณไปยังอุปกรณ์อื่นเพื่อตรวจสอบ คุณภาพ ➢ ข้อดีของการตรวจสอบด้วยสายตา o มีความละเอียดสูง o สามารถพัฒนาความสามารถได้จากการฝึกฝนและอบรม ➢ ข้อจ ากัดของการตรวจสอบด้วยสายตา o ไม่มีเสถียรภาพและความสม ่าเสมอ o มีข้อผิดพลาดจากอารมณ์และความรู้สึก o ไม่สามารถตรวจจับวัตถุชิ้นเล็ก ๆ ได้ o ไม่สามารภตรวจสอบวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงได้ ประเภทของ Machine Vision ในตลาด 1. Machine vision 2. Vision sensor 3. Vision system 4. PC Base machine vision 5. Smart camera 6. Compact machine vision
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 118 | P a g e C o n f i d e n t i a l Vision system ระบบ Machine vision คือ อุปกรณ์ที่ใช้จับภาพและวิเคราะห์ข้อมูลจากภาพที่ บันทึกได้ โดยถูกน ามาใช้ในระบบการผลิตแบบออโตเมชั่นที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ช่วยในการ มองเห็น เลนส์กล้อง และอิมเมจเซ็นเซอร์ จะท าการจับภาพ ในขณะที่วิชั่นซอฟท์แวร์จะท า หน้าที่วิเคราะห์ภาพที่เห็น และสื่อสารข้อมูลดังกล่าวไปยังอุปกรณ์อื่นๆ โดยวิชั่นซิสเต็มส์ ต้องการแสงสว่างในการท างาน และสามารถปรับแต่งค่าโดยเชื่อมต่อกับอุปกรณ์แสดงผล หลักการท างานของ Vision system คือ การน าภาพที่ตรวจจับได้มาประมวลผลเพื่อ เปรียบเทียบกับข้อมูลที่มีอยู่ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร แล้วท าการแสดงผล ออกมาตามเงื่อนไขที่ผู้ใช้งานก าหนด เช่น ผู้ใช้งานก าหนดว่า ไม่ถูกต้องหากพบความเหมือน น้อยกว่า 60%
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 119 | P a g e C o n f i d e n t i a l การท างานของ Vision system ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก 1. Controller คอนโทรลเลอร์ท าหน้าที่ประมวลผล ตัดสินใจ และการสื่อสารกับ อุปกรณ์อื่นๆ 2. Camera กล้อง หรือ ตัวรับภาพ เพื่อส่งต่อให้คอนโทรลเลอร์น าไปประมวลผล 3.Lens เลนส์เป็นตัวปรับแต่งภาพให้มีความชัดเจน ตามเงื่อนไขของสภาพแวดล้อม และระยะห่างระหว่างภาพกับกล้อง 4.Lighting อุปกรณ์ระบบแสงท าให้ภาพที่จะท าการตรวจสอบมีความคมชัดเพื่อช่วย ให้ภาพที่เลนส์และกล้อง ซึ่งส่งต่อไปยังคอนโทรลเลอร์มีความคมชัด ท าให้การประมวลนั้น ถูกต้องแม่นย า
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 120 | P a g e C o n f i d e n t i a l เราสามารถแบ่งได้เป็ นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภท ตามลักษณะโครงสร้างของระบบ ระบบที่ 1 เราจะเรียกว่าเป็นระบบแบบ Smart camera ระบบที่ 2 เราจะเรียกว่าระบบ Embedded machine vision ระบบที่ 1 แบบระบบ Smart camera ระบบนี้จะประกอบด้วยอุปกรณ์แสง อุปกรณ์เลนส์ อุปกรณ์ในส่วนของ CPU ที่รวมกัน อยู่ในชิ้นเดียว สามารถท าการตรวจสอบชิ้นงาน สามารถตรวจสอบความผิดปกติต่าง ๆ ด้วย อุปกรณ์แค่เพียงชิ้นเดียว แต่ข้อจ ากัดของแบบนี้ก็คือ สามารถตรวจสอบชิ้นงานแบบง่าย ๆ ได้ ไม่มีความซับซ้อนมาก ไม่สามารถตรวจสอบอะไรที่ซับซ้อนหรือเร็วมากได้ ระบบที่ 2 คือแบบ Embeded machine vision แบบนี้ส่วนประกอบจะเหมือนส่วนแรก แต่ละส่วนจะแยกส่วนกันทั้งหมด มีแสง CPU มีโปรแกรม แยกส่วนกันอย่างชัดเจน เราสามารถท างานที่ซับซ้อนและรวดเร็วมาก
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 121 | P a g e C o n f i d e n t i a l Machine vision แมชชนีวิช่ันสามารถทา อะไรได้บ้าง 1. การตรวจสอบ Presence / Absence detection o การตรวจสถานะมี / ไม่มี o ตรวจสอบเพื่อหาจุดบกพร่องของชิ้นงาน o ตรวจจสอบองค์ประกอบและสี o ตรวจสอบการประกอบว่าถูกต้องหรือไม่ 2. การหาต าแหน่ง Locate position ค้นหาต าแหน่งขนาดชิ้นงานด้วยภาพพื้นที่ 2D และ 3D ให้พิกัดในโลกจริงให้ตรงกับ อัตราส่วนภาพที่คอมพิวเตอร์เข้าใจและท างานร่วมกับการควบคุมการคลื่อนไหวหุ่นยนต์ได้ 3. การวัดขนาด Measurement วัดขนาดของชิ้นงานด้วยความแม่นย าทั้งระบบ 2D และ 3D 4. Identification ID / Code reader o การอ่าน ตัวอักษร ต่างๆ Optical characteristic recognition o การอ่านรหัส Barcode 2D code and Matrix code ต่าง ๆ
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 122 | P a g e C o n f i d e n t i a l ประโยชนท์จี่ะได้รับจากการใช้Vision system การใช้ Vision system นอกจากตรวจสอบผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องและแม่นย าใน กระบวนการผลิตแล้ว ยังสามารถท าการตรวจสอบย้อนกลับได้จากข้อมูลที่บันทึกไว้ ท าให้ สามารถลดความผิดพลาดในระบบการผลิต ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ในการรักษา คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 123 | P a g e C o n f i d e n t i a l Stretch hood machine เครื่องหุ้มพาเลทที่ช่วยปกป้องสินค้าไม่ให้เสียหายจากการขนย้าย ด้วยการคลุมฟิ ล์ม จากบนลงล่าง 1 Hood applicator head 2 Maintenance platform 3 Film releasing trestle 4 Stretch frame 5 Crimping and stretching unit 6 Hoist
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 124 | P a g e C o n f i d e n t i a l ขั้นตอนการทา งานของเครื่องด้วยระบบอัตโนมัติ 1. เมื่อ Product เรียงจากเครื่อง Palletizer จากนั้นจะเคลื่อนออกมาตาม Conveyor จนมาถึง Centering conveyor 2. Pusher ที่ Centering conveyor จะท าการผลักปรับแต่ง Pallet ตามค่าก าหนด ให้ อยู่กลาง Conveyor ในขณะเดียวกัน ด้านบนจะมี Ultrasonic switch ตรวจจับความสูงของ Product 3. เมื่อรู้ความสูงของ Product แล้ว เครื่องจะท าการเตรียม Film ด้วยระบบ Automatic ท าการตัดถุงด้วยใบมีด และ Seal ก้นถุงด้วยระบบความร้อน 4. เมื่อ Pallet ไหลเข้ามาเครื่องจักรจะท าการคลุม Product ด้วยระบบ Automatic จน เรียบร้อยและไหลออกไปตาม Discharge conveyor ท้าย Line Stretch hood film คืออะไร คุณสมบัติของ Stretch hood film จะมีความยืดหยุ่น และมีโปร่งใสสูง เมื่อท าการ ห่อหุ้มสินค้าบนพาเลทแล้ว เราจะสามารถเห็นสินค้าได้อย่างชัดเจน และฟิ ล์มยังสามารถถูก ตัดให้เหมาะสมกับขนาดของสินค้าบนพาเลทนั้น ช่วยลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ได้ถึง 40 % เมื่อ เทียบกับฟิ ล์มหด นอกจากนี้ Stretch hood film ยังมีคุณสมบัติที่เป็นลักษะเฉพาะ โดยประกอบด้วย ฟิ ล์มหลายชั้น และแต่ละชั้นช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น และเพิ่มความต้านทานในการฉีก ขาด รวมถึงมีสารป้องกันรังสียูวี จากคุณสมบัติของลักษะเฉพาะตัวดังกล่าว การเลือกใช้ Stretch hood film ช่วยตอบ โจทย์ ในการโหลด ขนส่งและจัดการ สินค้าได้อย่างดี
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 125 | P a g e C o n f i d e n t i a l ประโยชน์ของการเลือกใช้ Stretch hood film 1. สะดวก ใช้งานได้หลากหลาย และประหยัดเวลา ความยืดหยุ่นซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวของ Stretch hood film ท าให้สามารถปรับ ขนาดให้เหมาะสมกับการ โหลดสินค้าแต่ละชนิด ที่มีขนาด และลักษณะแตกต่างกันได้โดย เครื่อง Stretch hood จะกางออกเป็น 4 มุม แล้วดึงฟิ ล์มลงจนกระทั่งคลุมสินค้าทั้งหมดบน พาเลท ด้วยกระบวนการดังกล่าว ท าให้สะดวกต่อการจัดเก็บ และง่ายต่อการเคลื่อนย้าย สินค้ารวมถึงสามารถประหยัดเวลาและก าลังคน 2.ช่วยในเรื่องความแข็งแรงในการขนส่ง Stretch hood film เพิ่มความเสถียรและความแข็งแรงให้กับการขนส่งสินค้า ด้วย คุณสมบัติเชิงกลของตัวฟิ ล์มที่ช่วยรองรับและให้ความหนาแน่นในทุกทิศทางเมื่อห่อหุ้มสินค้า สามารถป้องกันสินค้าได้ถึง 5 ด้าน
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 126 | P a g e C o n f i d e n t i a l 3. ป้องกันสินค้าจากสภาพอากาศภายนอก ด้วยคุณสมบัติแบบ barrier film ท าให้ Stretch hood film สามารถช่วยป้องกันสินค้า จากสภาพอากาศภายนอก แม้ต้องเก็บไว้ภายนอกเป็ นเวลานานได้ เช่น ฝุ่ นหรือ ฝน นอกจากนี้ในฟิ ล์ม ยังมี UV filter ช่วยปกป้องสินค้าจากรังสี UV จากแสงอาทิตย์ ท าให้สินค้า ไม่แปรสภาพเมื่อถูกวางอยู่กลางแจ้ง 4. ความโปร่งใส คุณสมบัติความโปร่งใสของ Stretch hood film ช่วยในเรื่องของการมองเห็นสินค้าบน พาเลทได้อย่างชัดเจน ท าให้สามารถท าการตรวจ รายละเอียดของสินค้าได้ง่าย นอกจากนี้ ด้วยคุณสมบัติโปร่งใส่ของ Stretch hood film ยังสามารถท าให้ผู้ตรวจรับ สแกน Barcode ของ สินค้าที่อยู่ในพาเพลทได้อีกด้วย เพื่อที่จะรู้ว่าสินค้านั้นมีจ านวนเท่าไร หรือส่งมาครบ หรือไม่
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 127 | P a g e C o n f i d e n t i a l 5. ท าให้สินค้ามีคุณภาพคงเดิม Stretch hood film มีคุณสมบัติต่างจาก Shrink film , โดย Stretch hood film ไม่ จ าเป็นต้องใช้ความร้อน ดังนั้น จึงสามารถหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการติดตั้ง แก๊ส ไม่ส่งผลต่อสินค้าที่ถูกห่อหุ้ม และไม่มีอันตรายจากการเกาะติดของฟิ ล์ม คุณสมบัติของ Stretch hood Film เทยีบกับฟิลม์ชนิดอื่น คุณสมบัติ Stretch hood Shrink hood Stretch wrap ความแข็งแรง สูงมาก สูง สูง การใช้พลังงาน น้อย มาก น้อย การใช้ฟิ ล์ม น้อย มาก น้อย การเปลี่ยนม้วนฟิ ล์ม น้อยมาก น้อย มาก ความโปร่งแสง สูง สูง ต ่า แรงงานคน X คุณสมบัติการกันน ้า X คุณสมบัติด้านการพิมพ์ สูง สูง ต ่า ความหลากหลายในการหุ้มสินค้า ปานกลาง ต ่า สูง
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 128 | P a g e C o n f i d e n t i a l ข ้ อกา หนดและมาตรฐานการทา งานเก ี่ยวกับจักรเย ็ บ DS-9 ปัญหาการใช้งานจักรเย ็ บ ทเี่กิดจากวิธีการใช้งาน การปรับแต่งทไี่ม่ถูกต้อง 1. การปรับตั้งอุปกรณ์จักร 2. การปรับระยะ Photo senser 3. ปัญหาการที่เกี่ยวกับเย็บถุง และการแก้ไข 4. การบริหารจัดการจักร ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1. การปรับตั้งที่เกี่ยวกับตัวจักร รายการ จุดที่ท าการปรับตั้ง รูปภาพ วิธีการปรับตั้ง 1 การร้อยด้ายผ่านชุด Senser เช็คด้ายขาด ที่เครื่อง Statec Binder 1.ร้อยด้ายให้ผ่านรูปรับความ ตึงด้านหลังก่อนเข้า Senser 2.ร้อยด้ายให้ผ่านรู senser 3.ร้อยด้ายให้ผ่านรูปรับความ ตึงด้านหน้าก่อนร้อยเข้าจักร หมายเหตุ: ไม่สามารถปรับ ค่าการตรวจเช็คด้ายขาด ด้วยตัวเองได้ต้องท าการ ปรับใน PLC 2 การร้อยด้ายผ่านชุด Senser เช็คด้ายขาด ที่เครื่อง NAGASAKI 1.ร้อยผ่านรู Frame thread eyelet 2.ร้อยผ่านแผ่น Tension disc 3.หมุนด้ายที่ Roller 1-2 รอบ 4.ร้อยผ่านรู Frame Thread Eyelet
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 129 | P a g e C o n f i d e n t i a l รายการ จุดที่ท าการปรับตั้ง รูปภาพ วิธีการปรับตั้ง 5.การตั้งค่าเช็ครอบเพื่อ ตรวจสอบด้ายและการเย็บ 5.1ตัวเลขสีขาวพื้นแดงคือค่า จริงที่เช็คได้จากการหมุน ของ Roller ปรับแน่นจะช้า ปรับหลวมจะเร็ว ค่าที่ ก าหนดปรับรอบคือ - ด้ายหน้า ประมาณ 80-85 - ด้ายหลัง ประมาณ 20-25 5.2ตัวเลขสีเขียวคือค่าที่ตั้งไว้ ส าหรับตรวจสอบ ถ้า ตัวเลขสีขาวอ่านได้ต ่ากว่า ตัวเลขสีเขียวเครื่องจะหยุด การตั้งค่าก าหนดให้ตั้งไว้ที่ -ด้ายหน้า 70 -ด้ายหลัง 15 3 การร้อยด้ายหน้า (Needle thread) 1.ร้อยผ่านรู Frame thread eyelet 2.ร้อยผ่านแผ่น Tension disc เข้ารู Thread guide 3.ร้อยผ่าน Needle thread controller B 4.ร้อยผ่าน Needle thread take-up แล้วไปร้อยเข้ารูเข็ม
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 130 | P a g e C o n f i d e n t i a l รายการ จุดที่ท าการปรับตั้ง รูปภาพ วิธีการปรับตั้ง 4 การร้อยด้ายหลัง (Looper thread) 3.ร้อยผ่านรู Frame thread eyelet 4.ร้อยผ่านแผ่น Tension disc เข้ารู Thread guide 5.ร้ อ ย ผ่ า น รู ข อ ง Looper thread take-up โดยร้อยรูที่ สอง ร้อยจากด้านนอกเข้า ด้านในแล้วไปผ่านรูล่าง 6.ร้อยผ่าน Needle thread controller A แล้วร้อยเข้า Looper 5 การปรับความตึงของ ด้าย ทั้งด้ายหน้าและ ด้ายหลัง การปรับความตึงของด้ายให้ ปรับที่ชุดThread tension โดยการกดสปริงเข้าแล้ว หมุนน็อต - หมุนน็อตเข้า เป็นการการ ปรับให้แน่นด้ายจะตึงเพิ่มขึ้น การปรับต้องไม่แน่น จนเกินไปเพราะจะท าให้ถุง Feed ไม่ดีเย็บย่น - หมุนน็อตคลายออกเป็นการ ปรับลดความตึง การปรับ ต้องไม่หลวมเกินไปการเย็บ จะไม่แน่นด้ายเย็บจะแตก q
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 131 | P a g e C o n f i d e n t i a l รายการ จุดที่ท าการปรับตั้ง รูปภาพ วิธีการปรับตั้ง 6 ปรับการดึงถุงเย็บ การปรับการดึงถุงเย็บคือการ ปรับให้ Presser foot กดกับ Feed dog เพื่อให้ถุงเลื่อยนอ อกหลังจากเย็บเสร็จ - การปรับให้ปรับที่ Presser spring regulator Screw โดยการหมุน เข้า -ออก ต้อง ให้สัมพันธ์กับรอบมอเตอร์ - ไม่ปรับแน่นจนเกินไป ให้ดู ที่ถุงถ้าแน่นมากถุงจะเป็น รอยฟันของ Feed dog ปรับเสร็จท าการล็อคให้ แน่นกันคลายตัว 7. การเย็บถุง 1.การพับปากถุง ให้ปรับการ พับให้ได้ประมาณ 5 –8 เซนติเมตร และจะต้องพับ เสมอกันทั้งถุง 2.การปรับแนวการเย็บถุง ให้ ปรับแนวเย็บต ่ากว่าขอบพับ ด้านบนของถุงลงมา ประมาณ 2 –2.5 เซนติเมตร
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 132 | P a g e C o n f i d e n t i a l 2. การปรับระยะ Photo senser รายการ จุดที่ท าการปรับตั้ง รูปภาพ วิธีการปรับตั้ง 1 Photo senser ที่จักรเย็บ Statec binder NAGASAKI 1.การตั้งระยะ Photo senser ตัวที่ 1 ต้องปรับให้แสงตรง กับแผ่นสะท้อน เป็นการสั่ง ให้จักรเริ่มเย็บ วิธีการปรับ ต าแหน่งให้ดูที่ความยาวของ การเย็บด้ายเปล่าก่อนเย็บถุง ต้องให้ได้ความยาวประมาณ 4 –7 เซนติเมตร 2.การตั้งระยะ Photo senser ตัวที่ 2 ต้องปรับให้แสงตรง กับแผ่นสะท้อน เป็นการสั่ง ให้จักรหยุดเย็บ และใบมีดจะ ตัดด้าย วิธีการปรับต าแหน่ง ให้ดูที่ระยะการตัดด้ายเปล่า ของใบมีดหลังการเย็บถุง ต้องมีความยาวประมาณ 4 –7 เซนติเมตร หมายเหตุ: ถ้าความยาวของ ด้ายเปล่าไม่ได้ตามที่ก าหนด แสดงว่าเครื่องจักรหรือ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมีปัญหา ให้ตรวจสอบและแจ้งซ่อม
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 133 | P a g e C o n f i d e n t i a l 3. ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเย็บถุง รายการ จุดที่ท าการปรับตั้ง รูปภาพ วิธีการปรับตั้ง 1 ถุงพับไม่ดี 7.เครื่อง Statec binder จะต้อง ท าการปรับการส่งถุงที่ชุด ISAS ให้ปากถุงตรงที่สุดและ ไม่บิดเบี้ยว เวลาที่เข้า Bag top folder ถุงจะไม่ย่น 2.เครื่อง NAGASAKI จะต้อง ท าการปรับการส่งถุงที่ชุด Bag Press และชุดอุ้มถุง ส่ง เข้า Guide Belt ต้องให้ปาก ถุงตรงที่สุดและเรียบไม่บิด เบี้ยว เวลาที่เข้า Bag top folder ถุงจะไม่ย่น 2 ถุงพับไม่เสมอกัน เครื่อง Statec binder 1.ปรับความเร็วของ Sewing infeed speed ปรับความเร็ว ของสายพาน Bag top folder ค่าที่ก าหนด 1500 - 1900 - ถ้าพับแหลมด้านหน้าให้เพิ่ม ความเร็ว - ถ้าพับแหลมด้านหลังให้ลด ความเร็วลง 2.ปรับความเร็วของ Bag closing conveyor SP-1 ค่าที่ก าหนด 1000 - 1200 -ถ้าพับแหลมด้านหน้าให้เพิ่ม ความเร็ว -ถ้าพับแหลมด้านหลังให้ลด ความเร็วลง
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 134 | P a g e C o n f i d e n t i a l รายการ จุดที่ท าการปรับตั้ง รูปภาพ วิธีการปรับตั้ง เครื่อง NAGASAKI Bagging-2 1.ปรับความเร็วของ Guide belt ที่ Inverter INV3 ค่าที่ ก าหนด 53 - 54 - ถ้าพับแหลมด้านหน้าให้ลด ความเร็ว - ถ้าพับแหลมด้านหลังให้ เพิ่มความเร็ว 2.ปรับความเร็วของ Bag top folder ที่ Inverter INV4 ค่าที่ก าหนด 50 - 52 - ถ้าพับแหลมด้านหน้าให้ลด ความเร็ว - ถ้าพับแหลมด้านหลังให้ เพิ่มความเร็ว 3.ปรับความเร็วของ Main conveyor ที่ Inverter INV2 ค่าที่ก าหนด 47 - 48 - ถ้าพับแหลมด้านหน้าให้ เพิ่มความเร็ว - ถ้าพับแหลมด้านหลังให้ลด ความเร็วลง
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 135 | P a g e C o n f i d e n t i a l รายการ จุดที่ท าการปรับตั้ง รูปภาพ วิธีการปรับตั้ง Bagging-3 1.ปรับความเร็วของ Guide belt ที่ Inverter INV4 ค่าที่ ก าหนด 53 - 54 - ถ้าพับแหลมด้านหน้าให้ ลดความเร็ว - ถ้าพับแหลมด้านหลังให้ เพิ่มความเร็ว 2.ปรับความเร็วของ Bag top folder ที่ Inverter INV3 ค่าที่ก าหนด 50 - 52 - ถ้าพับแหลมด้านหน้าให้ ลดความเร็ว - ถ้าพับแหลมด้านหลังให้ เพิ่มความเร็ว 3.ปรับความเร็วของ Main conveyor ที่ Inverter INV2 ค่าที่ก าหนด 47 - 48 - ถ้าพับแหลมด้านหน้าให้ เพิ่มความเร็ว - ถ้าพับแหลมด้านหลังให้ ลดความเร็วลง
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 136 | P a g e C o n f i d e n t i a l รายการ จุดที่ท าการปรับตั้ง รูปภาพ วิธีการปรับตั้ง 3 จักรดึงถุงเย็บไม่ดี 1.ให้ปรับที่ Presser spring regulator screw โดยการ หมุนเข้าเรื่อย ๆ จนเริ่มแน่น แต่ยังไม่หายแสดงว่ามี ปัญหาที่จุดอื่นด้วย สังเกตุถ้า ถุงเป็นรอยขาดจากฟันของ Feed dog แสดงว่าปรับเพิ่ม ไม่ได้ ให้ตรวจสอบจุดอื่นเพิ่ม 2.ตรวจสอบที่ Feed dog ว่ามี เม็ดพลาสติกติดหรือไม่ หรือ ตรวจสอบการหลวมของ อุปกรณ์ 3.สายสานจักรเสื่อมสภาพ 4.เครื่อง Statec binder ให้ ปรับเพิ่มรอบความเร็วของ มอเตอร์จักรที่ Sewing head speed ค่าที่ก าหนด 2000 – 2200 rpm 5.ตรวจสอบสภาพของถุงว่ามี ปัญหา ถุงหนา ถุงบาง ถุง แข็ง ถุงนิ่ม การเคลือบผิวถุง เหนียว
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 137 | P a g e C o n f i d e n t i a l รายการ จุดที่ท าการปรับตั้ง รูปภาพ วิธีการปรับตั้ง 4 Knife ตัดด้ายไม่ขาด (ใบมีดตัดด้าย) 1.การตั้งระยะ Photo senser ไม่ถูกต้อง ตั้งชิดกันหรือห่าง กันเกินไป 2.ปรับความเร็วของกระบอก สูบ ใบมีด แรงหรือเบาเกินไป 3.ตรวจสอบความคมและระยะ Upper knife กับ Lower knife ต้องหยุดเครื่องทดสอบ การตัดโดยใช้ด้ายที่เย็บจาก จักรมือมาวางตามแนวการ เย็บแล้วกดปุ่ ม Manual ที่ Solenoid valve ให้ใบมีด ท างาน ถ้าตัดแล้วขาดแสดง ว่าปกติ ถ้าตัดไม่ขาดให้แจ้ง ซ่อม หมายเหตุ กรณีที่ปฏิบัติตามขั้นตอนการท างานที่ก าหนดให้ทั้งหมดแล้วแต่พบปัญหาการเย็บที่ไม่ เป็นไปตามที่ก าหนด ให้ติดต่อหัวหน้างานเพื่อตรวจสอบความผิดปกติ เนื่องจากอาจจะมี ปัญหากับเครื่องจักร
ความรู้พนื้ฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน Bagging, Logistic 138 | P a g e C o n f i d e n t i a l ข้อก าหนดในการบริหารจัดการจักรเย็บ 1. จักรตัวที่ใช้งาน ณ ปัจจุบัน ห้ามมีการปรับ แก้ไขอุปกรณ์ เด็ดขาด ยกเว้นการปรับ ความตึงของด้ายที่ Thread tension และการปรับ Presser spring regulator screw การกด ของ Feed dog 2. จักรส ารองจะน ามาใช้ในกรณีที่จักรตัวที่ใช้งานเสียเท่านั้น จักรตัวที่เสียให้ออก Notification แจ้งซ่อม 3. ในวันที่มาท าการ PM จักร ( ทุกๆ 3 เดือน ) ให้น าจักรส ารองขึ้นใช้งานเพื่อดูว่าที่ท า PM ไว้สามารถใช้งานได้จริง 4. ส่วนจักรที่เปลี่ยนออกให้ท าการ PM และจะเป็นตัวจักรส ารองและสามารถใช้งาน จริงเพราะก่อนเปลี่ยนยังใช้งานได้ปกติ