The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dreamy0907, 2021-08-01 02:19:37

รามเกียรติ์ ม2

รามเกียรติ์ ม2

สรปุ วรรณคดีอย่างงา่ ย โดย ครูพหี่ นึ่ง

รามเกียรต์ิ

นารายณป์ ราบนนทก

รามเกยี รต์ิ มาจะกล่าวบทไป
ถึงนนทกนา้ ใจกลา้ หาญ
ตังแต่พระสยมภูวญาณ
ประทานใหล้ ้างเทา้ เทวา
อยู่บนั ไดไกรลาสเป็นนจิ
สรุ าฤทธติ์ บหัวแล้วลูบหนา้
บ้างให้ตักนา้ ลางบาทา
บ้างถอนเส้นเกศาวุ่นไป

พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเดจ็ พุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช

ความเปน็ มา

ความเป็นมา

บ ท ล ะ ค ร เ ร่ื อ ง ร า ม เ กี ย ร ต์ิ
เป็นวรรณคดีที่สาคัญและมีอิทธิพล
ต่อความคิดความเชื่อของคนไทย
ซึ่งได้รับเค้าเรื่องมาจากมหากาพย์
“รามายณะ” ของอินเดีย

ปราสาทหนิ พมิ าย

ความเป็นมา

ซง่ึ เผยแพรม่ ายังประเทศไทย
ไ ม่ ต่ า ก ว่ า ๙ ๐ ๐ ปี ดั ง ป ร า ก ฏ
หลักฐานสาคัญท่ีปราสาทหินพิมาย
ซง่ึ มีภาพสลกั ศลิ าเรือ่ งรามเกียรติ์

ปราสาทหนิ พมิ าย



ความเปน็ มา

หลังจากอยุธยาเสียกรุงครั้งท่ีสอง
เร่ืองรามเกียรติ์ก็หายไป แต่พระเจ้าตาก
สินทรงมีดาริท่ีจะฟ้ืนฟูศิลปวัฒนธรรมข้ึน
ใหม่ จึงได้ทรงพระราชนิพนธ์เร่ือง
รามเกียรต์ิข้ึนมาเป็นบทละครร้องด้วย
พระองคเ์ องทัง้ หมด ๔ ตอน ได้แก่

ความเปน็ มา

• ตอนพระมงกฎุ ประลองศร
• ตอนหนมุ านเก้ยี วนางวานริน
• ตอนทา้ วมาลีวราชว่าความ
• ตอนทศกณั ฐต์ ัง้ พธิ ีทรายกรด

จนกระท่ังหลังจากที่รัชกาลท่ี ๑ ความเปน็ มา
ทรงก่อตัง้ กรุงรัตนโกสินทร์แลว้ ก็ไดท้ รงมี
ดาริท่ีจะชาระวรรณกรรมสาคัญของชาติท่ี
หายไปข้ึนมาใหม่ ประกอบไปด้วย
รามเกียรต์ิ สามก๊ก อิเหนา อุณรุท เรื่อง
รามเกียรต์ิได้ถูกเรียบเรียงและแต่งข้ึนมา
ใหม่จนสมบูรณ์กลายเป็นรามเกียรติ์ฉบับ
ที่คนไทยรู้จกั กันในทกุ วนั นี้

พระราชประสงค์ในการทรงพระ ความเปน็ มา
ราชนิพนธ์ คือ เพ่ือให้ความบันเทิง
สาหรับเล่นละครในปลุกใจประชาชน
สอนค่านยิ มและศลี ธรรมแก่ประชาชน

ความเป็นมา

ตอนที่ ๑ เปน็ ตอนกำเนิดตัวละครต่ำงๆ โดยหำกอสรู ทำร้ำย
มนุษย์ พระนำรำยณจ์ ึงอวตำร (แบง่ ภำค) ลงมำเกิด

ตอนท่ี ๒ เป็นตอนเกดิ สงครำม ใจควำมสำคญั อยทู่ ี่กำร
รบระหวำ่ งพระรำมซ่งึ ได้วำนรเปน็ บริวำรกับทศกณั ฐ์

ตอนที่ ๓ เป็นตอนพระรำมกลับเข้ำครอง ความเป็นมา
เมืองและเข้ำใจว่ำนำงสีดำมีใจต่อทศกัณฐ์ นำงสีดำ
จึงจำกเมืองไปอยู่กับฤำษีและกำเนิดพระโอรส เม่ือ
พระรำมรู้ควำมจริงจึงพยำยำมติดต่อรับนำงคืนและ
ทำพิธีรำชำภิเษกเสวยรำชย์ในกรุงศรีอยุธยำ ซ่ึง
ตอนนำรำยณ์ปรำบนนทก ปรำกฏอยู่ในตอนท่ี ๑
กล่ำวถึงสำเหตุทีน่ นทกอบุ ัติมำเกิดเป็นทศกัณฐ์ และ
พระนำรำยณอ์ วตำรมำเปน็ พระรำม

ประวตั ิผ้แู ตง่

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอด พระราชประวตั ิ
ฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีพระนามเดิมว่า
ด้วงหรือทองด้วง เสด็จพระราชสมภพ
เม่ือวันพุธ เดือน ๔ แรม ๔ ค่าปีมะโรง
จุลศักราช ๑๐๙๘ หรือวันท่ี ๒๐
มีนาคม พ .ศ. ๒๒๗๙ ในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั บรมโกศ

หลังเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าได้ ๑ ปี พระราชประวตั ิ
พระองค์ ได้เข้ามารับราชการในกรุง
ธนบุรีในตาแหน่งพระราชวรินทร์ ใน
กรมพระตารวจหลวง ทรงเป็นกาลัง
สาคัญในการกอบกู้บ้านเมืองและทาศึก
สงครามมากมาย

เมื่อถึงปลายรัชสมัยสมเด็จพระเจ้า พระราชประวตั ิ

ตากสินมหาราช ราวปีพ.ศ.๒๓๒๔ ได้เกิด
เหตุการณ์จลาจลขึ้นในกรุงธนบุรี เกิด
ความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ระหว่างฝ่าย
กบฏท่ีต้องการควบคุมองค์สมเด็จพระเจ้า
ตากสินมหาราช แล้วออกว่าราชการแทน
กับฝ่ายต่อต้านกบฏ ก่อความเดือดร้อน
ใหแ้ ก่ประชาชนอย่างมาก

พระราชประวตั ิ

เม่ือถึงปลายรัชสมัยสมเด็จพระเจ้า
ตากสินมหาราช ราวปีพ.ศ.๒๓๒๔ ได้เกิด
เหตุการณ์จลาจลขึ้นในกรุงธนบุรี เกิดความ
ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ระหว่างฝ่ายกบฏท่ี
ต้องการควบคุมองค์สมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราช แล้วออกว่าราชการแทน กับฝ่าย
ต่อต้านกบฏ ก่อความเดือดร้อนให้แก่
ประชาชนอยา่ งมาก

พระราชประวตั ิ

สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์
ศึก (รัชกาลท่ี ๑) จึงยกทัพปราบปราม
ฝ่ า ย ก บ ฏ ไ ด้ ส า เ ร็ จ ร า ษ ฎ ร แ ล ะ
ข้ า ร า ช ก า ร จึ ง ไ ด้ อั ญ เ ชิ ญ พ ร ะ อ ง ค์
ปราบดาภิเษกข้ึนเป็นพระมหากษัตริย์
เมือ่ วนั ที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๓๒๕

พระราชประวตั ิ

ใ น ด้ า น ว ร ร ณ ค ดี ซึ่ ง ไ ด้ ถู ก
ทาลายสูญหายไปมากจากการเสียกรุง
พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมและ
ฟื้นฟูวรรณคดขี ึ้นมาใหม่ นอกจากท่ีทรง
พระราชนิพนธ์ด้วยพระองค์เองแล้วยัง
ทรงเป็นประธานในการชาระวรรณคดี
เก่าอกี ดว้ ย

ลกั ษณะการแตง่

รัชกาลที่ ๑ ทรงพระราชนพิ นธ์ดว้ ยคาประพนั ธ์ ลกั ษณะการแต่ง
หลายชนิดใหเ้ หมาะสมกบั เนอ้ื เรอื่ ง

๓.๑ ร่ายดั้น “...กวีวธิ หลายหลาก รมู้ ลากหลายฉนั ท์
มี ก า ร ใ ช้ ร่ า ย ดั้ น ใ น ก า ร เ ปิ ด เ ร่ื อ ง นพิ ันธ์คาโคลงกลอน ภูธรดาริดารัส
จัดจองทพนองนุก ไตรดายุคนทิ าน
พรรณนาถึงความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง ตานานเร่อื งรามเกยี รต์ิ เบยี นบรปกั ษ์
และพระราชกรณียกิจต่างๆ และสาเหตุท่ีทรง ยกั ษพินาศ ดว้ ยพระราชโวหาร...”
พระราชนพิ นธ์เรอ่ื ง
รามเกียรติ์วา่

รัชกาลที่ ๑ ทรงพระราชนพิ นธด์ ้วยคาประพนั ธ์ ลักษณะการแตง่
หลายชนดิ ใหเ้ หมาะสมกับเนอื้ เรอื่ ง

๓.๒ กลอนบทละคร
การดาเนินเนื้อเร่ืองเป็นกลอนบท

ละคร มีลักษณะบังคับเหมือนกลอนสุภาพ
วรรคแรก มักขึ้นต้นด้วย เมื่อน้ัน บัดนั้น มา
จะกลา่ วบทไป เป็นตน้

รชั กาลท่ี ๑ ทรงพระราชนพิ นธด์ ้วยคาประพันธ์ ลกั ษณะการแตง่
หลายชนดิ ให้เหมาะสมกับเนอ้ื เรอ่ื ง

เม่ือนนั้
ใช้กบั ตวั เอกของเรอื่ งหรอื ตัวละครกษัตริย์
บดั นั้น
ใช้กับตวั บทละครสามัญ หรือไม่สาคญั
มาจะกล่าวบทไป
ใช้เม่อื ข้นึ ตอนใหม่ หรือความใหม่

รัชกาลท่ี ๑ ทรงพระราชนิพนธด์ ้วยคาประพันธ์ ลกั ษณะการแตง่
หลายชนิดให้เหมาะสมกบั เน้อื เรอ่ื ง

๓.๓ โคลง
เมื่อจบเร่ืองแล้วจะทรงพระราชนิพนธ์

เปน็ โคลงกระทู้ ๑ บท เพอื่ บอกวัตถปุ ระสงคใ์ น
การแต่ง และต่อด้วยโคลงส่ีสุภาพ ๑ บท เพื่อ
บอกระยะเวลาเมอ่ื เร่มิ พระราชนพิ นธ์

โคลงกระทู้ ลกั ษณะการแต่ง

จบ เรือ่ งรำเมศลำ้ ง อสรู พงศ์
บ พติ รธรรมทรง แต่งไว้
ริ ร่ำพร่ำประสงค์ สมโภช พระนำ
บูรณ์ บำเรอรมย์ไท้ อ่ำนรอ้ ง รำเกษม

โคลงส่ีสภุ าพ ลกั ษณะการแต่ง

เดอื นอ้ายสองค่าขนึ้ จนั ทรวาร
บพิตรผู้ทรงญาณ ย่ิงหล้า
แรกรนิ ิพนธ์สาร รามราพณ์ น้แี ฮ
ศกั ราชพนั รอ้ ยหา้ สิบเกา้ ปมี ะเส็ง

เน้อื หา



มาจะกลา่ วบทไป ถงึ นนทกนา้ ใจกลา้ หาญ
ตง้ั แต่พระสยมภูวญาณ ประทานให้ลา้ งเท้าเทวา
อยู่บนั ไดไกรลาสเปน็ นจิ สุราฤทธ์ิตบหวั แล้วลูบหนา้
บ้างให้ตกั นา้ ลางบาทา บ้างถอนเส้นเกศาว่นุ ไป

จนผมโกร๋นโลน้ เกลีย้ งถึงเพยี งหู ดูเงาในนา้ แลว้ รอ้ งไห้

ฮึดฮดั ขัดแคน้ แน่นใจ ตาแดงดัง่ แสงไฟฟ้า

เป็นชายดูดู๋มาหม่นิ ชาย มติ ายจะได้มาเห็นหนา้

คิดแลว้ ก็รบี เดนิ มา เฝา้ พระอิศราธบิ ดี ฯ

ฯ ๘ คา ฯ เสมอ

ครน้ั ถงึ จึ่งประณตบทบงสุ์ ทูลองคพ์ ระอิศวรเรอื งศรี

ว่าพระองค์เป็นหลกั ธาตรี ย่อมเมตตาปรานีทั่วพกั ตร์

ผู้ใดทาชอบต่อเบอื้ งบาท กป็ ระสาททัง้ พรแลยศศักด์ิ

ตัวขา้ น้มี ีชอบนกั ล้างเทา้ สุรารกั ษ์ถงึ โกฏปิ ี

พระองค์ผูท้ รงศกั ดาเดช ไม่โปรดเกศแก่ข้าบทศรี

กรรมเวรส่ิงใดด่ังน้ี ทลู พลางโกศีราพัน ฯ

ฯ ๖ คา ฯ โอด

เม่อื น้นั พระอศิ วรบรมรังสรรค์

เหน็ นนทกโศกาจาบลั ย์ พระทรงธรรม์ใหค้ ดิ เมตตา

จึ่งมีเทวราชบรรหาร เอง็ ตอ้ งการสงิ่ ไรจงเรง่ วา่

ตัวกจู ะใหด้ ั่งจนิ ดา อย่าแสนโศกาอาลัย

ฯ ๔ คา ฯ

บัดนน้ั นนทกผมู้ อี ัชฌาสัย

นอ้ มเศยี รบังคมแล้วทูลไป จะขอพรเจ้าไตรโลกา

ให้นิ้วข้าเปน็ เพชรฤทธี จะช้ใี ครจงม้วยสังขาร์

จะได้รองเบอ้ื งบาทา ไปกว่าจะสนิ้ ชีวี ฯ

ฯ ๔ คา ฯ

เม่ือนั้น พระสยมภวู ญาณเรืองศรี

ได้ฟงั นนทกพาที ภมู ีนิ่งนกึ ตรกึ ไป

ไอน้ ี่มชี อบมาชา้ นอน จาจะประทานพรให้

คิดแล้วก็ประสิทธิพ์ รชยั จงไดส้ าเรจ็ มโนรถ ฯ

ฯ ๔ คา ฯ

บัดนน้ั นนทกผูใ้ จสาหส
รบั พรพระศุลมี ียศ บงั คมลาแลว้ บทจรไป ฯ

ฯ ๒ คา ฯ เสมอ

ครั้นถึงบนั ไดไกรลาส ขดั สมาธิน่งั ยมิ้ ริมอา่ งใหญ่

คอยหมูเ่ ทวาสรุ าลัย ด้วยใจกาเรบิ อหังการ์ ฯ

ฯ ๒ คา ฯ

เมอ่ื นัน้ เทวาสรุ าฤทธ์ทิ กุ ทิศา

สุบรรณคนธรรพว์ ทิ ยา ตา่ งมาเฝ้าองคพ์ ระศุลี ฯ

ฯ ๒ คา ฯ เหาะ

ครน้ั ถงึ ซ่งึ เซิงไกรลาส คนธรรพ์เทวาราชฤาษี
ก็ชวนกนั ยา่ งเยอ้ื งจรลี เข้าไปยังทอ่ี ัฒจนั ทร์ ฯ

ฯ ๒ คา ฯ

นนทกก็ล้างเทา้ ให้ เมื่อจะไปก็จับหวั สนั่

สพั ยอกหยอกเล่นเหมอื นทกุ วัน สรวลสันตเ์ ยาะเย้ยเฮฮา ฯ

ฯ ๒ คา ฯ เจรจา

บดั นัน้ นนทกน้าใจแกล้วกลา้

กรว้ิ โกรธรอ้ งประกาศตวาดมา อนจิ จาขม่ เหงเลน่ ทุกวนั

จนหัวไมม่ ีผมติด ขบฟันแล้วชน้ี วิ้ ไป ฯ

ฯ ๔ คา ฯ

ตอ้ งสบุ รรณเทวานาคี ดั่งพษิ อสุนีไมท่ นได้
ลมั ฟาดกลาดเกลื่อนลงทนั ใด บรรลยั ไมท่ ันพริบตา ฯ

ฯ ๒ คา ฯ โอด

เม่ือน้ัน หสั นยั นเ์ จ้าตรัยตรงึ ศา

เห็นนนทกนน้ั ทาฤทธา ชี้หมู่เทวาวายปราณ

ตกใจตะลึกราพึงคิด ใครประสิทธใิ์ หม้ นั มาสงั หาร

คดิ แลว้ เข้าเฝ้าพระทรงญาณ ยงั พมิ านทพิ รตั นร์ ูจี ฯ

ฯ ๔ คา ฯ เสมอ

ครน้ั ถึงจงึ่ ประณตบทบงสุ์ ทลู องค์พระอศิ วรเรืองศรี

วา่ นนทกมันทาฤทธี ชหี้ มเู่ ทวานัน้ บรรลัย

อันซงึ้ นวิ้ เพชรของมนั พระทรงธรรม์ประสทิ ธห์ิ รอื ไฉน

จง่ึ ทาอาจองทะนงใจ ไมเ่ กรงใต้เบ้อื งบาทา ฯ

ฯ ๔ คา ฯ

เมอ่ื นนั้ พระอศิ วรบรมนาถา

ได้ฟังองค์อมรินทรา จึ่งมีบญั ชาตอบไป

ไอ้น่ีทาชอบมาชา้ นาน เราจึ่งประทานพรให้

มันกลับทรยศกบฏใจ ทาการหยาบใหญถ่ งึ เพียงนี้ ฯ

ฯ ๔ คา ฯ

ตรัสแลว้ จง่ึ มีบัญชา ดูราพระนารายณเ์ รอื งศรี

ตวั เจา้ ผู้มฤี ทธี เป็นทพ่ี งึ่ แก่หม่เู ทวัญ

จงช่วยระงับดบั เขญ็ ให้เย็นทวั่ พิภพสรวงสวรรค์

เชิญไปสงั หารอ้ายอาธรรม์ ให้มันส้นิ ชีพชวี า ฯ

ฯ ๔ คา ฯ

เมื่อนน้ั องคน์ ารายณ์นาถา

รับสงั่ ถวายบังคมลา ออกมาแปลงกายดว้ ยฤทธี ฯ

ฯ ๒ คา ฯ ตระ

เปน็ โฉมนางเทพอปั สร อ้อนแอ้นอรชรเฉลมิ ศรี

กรายกรยา่ งเย่ืองจรลี ไปสทู่ ่ีนนทกจะเดินมา ฯ

ฯ ๒ คา ฯ เชิด เพลง

บัดนั้น นนทกผูใ้ จแกล้วกลา้
ส้นิ เวลาเฝา้ เจ้าโลกา สาราญกายาแลว้ เดนิ มา ฯ

ฯ ๒ คา ฯ เชดิ

เหลือบเหน็ สตรวี ิไลลกั ษณ์ พศิ พกั ตร์ผอ่ งเพยี งแขไข

งามโอษฐ์งามแก้มงามจุไร งามนัยนเ์ นตรงามกร

งามถันงามกรรณงามขนง งามองค์ยิ่งเทพอปั สร

งามจรติ กิรยิ างามงอน งามเอวงามออ่ นทัง้ กายา

ถึงโฉมองค์อัครลกั ษมี พระสุรัสวดีเสน่หา

สน้ิ ท้ังไตรภพจบโลกา จะเอามาเปรยี บไม่เทียบทัน

ดไู หนก็เพลนิ จาเริญรกั ในองคเ์ ยาวลกั ษณส์ าวสวรรค์

ย่ิงพิศยงิ่ คดิ ผูกพนั ก็เดินกระช้นั เขา้ ไป ฯ

ฯ ๘ คา ฯ เขา้ ม่าน

โฉมเอยโฉมเฉลา เสาวภาค์แน่งนอ้ ยพิสมัย

เจา้ มาแตส่ วรรคช์ นั้ ใด นามกรชื่อไรนะเทวี

ประสงค์สง่ิ อนั ใดจะใครร่ ู้ ทาไมมาอยู่ทีน่ ี่

ข้าเห็นเปน็ นา่ ปรานี มารศรจี งแจ้งกจิ จา ฯ

ฯ ๔ คา ฯ

เม่ือนน้ั นางนารายณ์เยาวลกั ษณ์เสน่หา

ได้ฟังย่ิงทามารยา ชาเลืองนัยนาแลว้ ตอบไป

ทาไมมาลว่ งไถ่ถาม ลวนลามบุกรกุ เขา้ มาใกล้

ท่านนไี้ ม่มีความเกรงใจ เราเปน็ ขา้ ใชเ้ จา้ โลกา

พนักงานฟ้อนราระบาบัน ชื่อสุวรรณอปั สรเสนห่ า

มที กุ ขจ์ ่ึงเท่ยี วลงมา หวงั วา่ จะใหค้ ลายรอ้ น ฯ

ฯ ๖ คา ฯ

สดุ เอยสุดสวาท โฉมประหลาดล้าเทพอัปสร

ทั้งวาจาจริตก็งามงอน ควรเปน็ นางฟ้อนวิไลลักษณ์

อันซง่ึ ธรุ ะของเจ้า หนกั เบาจงแจง้ ใหป้ ระจักษ์

ถ้าวาสนาเราเคยบารงุ รัก ก็จะเป็นภกั ด์ิผลสืบไป

ตัวพมี่ ิไดล้ วนลาม จะถอื ความส่ิงน้ีนีไ่ มไ่ ด้

สาวสรรค์ขวญั ฟ้ายาใจ พ่ีไรค้ ู่จะพ่งึ แตไ่ มตรี ฯ

ฯ ๖ คา ฯ

เมื่อนัน้ นางเทพนิมิตโฉมศรี
คอ้ นแลว้ จ่ึงตอบวาที วา่ นไ้ี พเราะเป็นพน้ ไป
อนั ซ่ึงฝากไมตรขี า้ ข้อน้ันไพเราะเปน็ พ้นไป
อันซ่งึ จะฝากไมตรขี ้า ขอ้ น้นั อยา่ วา่ หาร้ไู ม่
เราเป็นนางราระบาใน จะมีมิตรทใ่ี จผกู พนั
ในการนักเลงเพลงฟอ้ น จ่งึ จะผอ่ นดว้ ยความเกษมสันต์
ราไดก้ ็มาราตามกัน น่ันแหละจะสมดงั่ จนิ ดา ฯ
ฯ ๖ คา ฯ


Click to View FlipBook Version