The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by info_dlict, 2020-06-26 02:29:39

เอกสารประกอบการอบรมเชงิปฏิบัติการ เรื่อง แนวทางการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมในสถานศึกษา

45







กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม หน่วยกิจกรรมที่ 1

ชื่อหน่วย กิจกรรม กิจกรรม 5 ส. :

ตามค่านิยมหลัก สนับสนุนการทำดี
ของคนไทย 12 ประการ


ฐานที่ 1 ผ้าป่าความดี เวลา 3 ชั่วโมง


หลักการและเหตุผล

ความดีตามวิถีไทยได้ถูกละเลยและถอยห่างจากเยาวชนออกไปทุกขณะ เนื่องจากการไหลเข้า
มาของการสื่อสารในทุกรูปแบบจากเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เยาวชนถูกกระแส

เหล่านี้หล่อหลอมจนมีพฤติกรรมที่ขาดจริยธรรมมากขึ้น กิจกรรมผ้าป่าความดีเป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เรียน

ที่เป็นเยาวชนทั้งหลายหันมาสร้างความดีตามวิถีและค่านิยมหลักของคนไทย

จุดประสงค์ของกิจกรรม

1. เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมตามวิถีและค่านิยมหลักของคนไทยให้กับผู้เรียน
2. เพื่อส่งเสริมการประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีตามค่านิยมหลักของคนไทย


สื่อ วัสดุ อุปกรณ์

1. พุ่มผ้าป่า ได้แก่ กระถาง/ถัง พร้อมทราย หรือวัสดุอื่นสำหรับปักต้นผ้าป่า กิ่งไม้พร้อม
เชือก/ด้ายสำหรับแขวนความดี ถ้าใช้ต้นกล้วยต้องมีก้านไม้ไผ่สำหรับเสียบ

2. กระดาษสีต่างๆ ขนาด A4 ตัดเป็น 8 ชิ้นต่อแผ่น พร้อมปากกาเคมีคละสี จัดเป็น 12 ชุด
(กำหนดให้ 1 ชุด เป็นกระดาษสีเดียวกันอย่างน้อย 24 แผ่น และปากกาเคมี 1 สี หากกระดาษสีไม่

ครบ 12 สี อาจจัดให้กลุ่มที่ใช้กระดาษสีเดียวกัน ใช้ปากกาเคมีสีต่างกัน)

3. วิดีทัศน์ เพลงค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ เพลงกลองยาว หรืออื่นๆตามท้องถิ่น
4. แบบประเมินผลงานกลุ่มและแบบสังเกตพฤติกรรม


ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม

1. ผู้สอนเปิดวิดีทัศน์ เพลงค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ แล้วตั้งประเด็นคำถามจาก
วิดีทัศน์เพลง เพื่อทบทวนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการว่ามี

อะไรบ้าง
2. แบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็น 12 กลุ่ม จับฉลากค่านิยมหลักของคนไทยกลุ่มละ 1 ประการ

แล้วส่งตัวแทนไปรับกระดาษสี พร้อมปากกาเคมี กลุ่มละ 1 ชุด

46







ุ่
3. ให้สมาชิกกลุ่มช่วยกันคิดพฤติกรรมความดีที่จะทำตามคานิยมที่ได้รับ เขียนแล้วติดบนพม

ผ้าป่าของแต่ละกลุ่มให้สวยงาม
ุ่
4. ให้สมาชิกในกลุ่มประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนชั้นอื่นๆ มาร่วมกันเขียนความดีแขวนบนพม
ผ้าป่าของกลุ่มของตนเอง โดยจัดกระบวนแห่ผ้าป่าความดีตามวิถีไทย ใช้ขบวนแห่กลองยาว/ฟ้อนรำ

อื่นๆ

5. ทำพิธีทอดผ้าป่าโดยนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีตามประเพณีไทย โดยให้ตัวแทนผู้เรียนที่
ได้รับค่านิยมหลักของคนไทยทั้ง 12 ประการ ดำเนินกิจกรรมถวายผ้าป่าตามวิถีไทย โดยผู้สอนคอยให้

คำแนะนำช่วยเหลือ
6. หลังจากรับมอบผ้าป่าคืนจากพระ ให้แต่ละกลุ่มนำมาตั้งปณิธานความดีและสะท้อน

ความคิดเห็น ดังนี้

6.1 รู้สึกอย่างไรเมื่อได้ทำกิจกรรมนี้
6.2 ได้เรียนรู้อะไรจากกิจกรรมนี้

6.3 จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

7. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมสรุปผลที่ได้จากการเรียนรู้ เน้นให้ผู้เรียนตระหนักถึงการประพฤติ
ปฏิบัติตนตามค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ และให้มีการบันทึกความดีที่ทำทุกวัน


ข้อเสนอแนะ
1. กิจกรรมนี้สามารถจัดได้กับผู้เรียนทั้งสถานศึกษา แต่ต้องแบ่งเป็น 12 กลุ่ม และต้องเพม
ิ่
ขนาดของพุ่มผ้าป่า โดยควรประชาสัมพันธ์ให้ผู้เรียนร่วมกิจกรรมเขียนและติดข้อความบนพุ่มผ้าป่า

นอกเวลาเรียน หรืออาจจะตั้งพุ่มผ้าป่าไว้ตลอดภาคเรียน
2. การจัดกิจกรรมในเวลาเรียน ผู้สอนควรควบคุมเวลาเพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนด

3. ควรนิมนต์พระสงฆ์ไว้ล่วงหน้า และถวายปัจจัยโดยการวิธีเรี่ยไรตามศรัทธา

4. ในขั้นตอนแสดงความคิดเห็น ผู้สอนควรเปิดใจรับฟังทุกคำตอบอย่างตั้งใจ แต่หากมีผู้เรียน
จำนวนมาก อาจปรับเป็นแจกกระดาษโพสอิทให้ผู้เรียนแต่ละคนเขียนแล้วนำไปติดที่บอร์ด

5. การจัดทำบันทึกความดี สถานศึกษาสามารถออกแบบฟอร์ม กำหนดวิธีการบันทึก เช่น
บันทึกในสมุด แฟ้มสะสมงาน และกำหนดวันส่งตามความเหมาะสม (เช่น ทุกวันศุกร์ ทุกวันที่ 1 และ

ทุกสิ้นเดือน)


แนวทางการประเมิน
1. ประเมินจากผลการทำกิจกรรมกลุ่ม

2. ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนโดยการสังเกตหรือใช้แบบสังเกต

47







พฤติกรรม หลักคุณธรรมที่ประเมิน
- มุ่งมั่นทำกิจกรรมตามขั้นตอนที่กำหนดจนเกิดผล ความรับผิดชอบ 30%

สำเร็จ

- มีภาวะผู้นำ ผู้ตาม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
- ปฎิบัติตามกฎ กติกาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด มีระเบียบวินัย 30%


- ให้ความร่วมมอในการทำกิจกรรมกลุ่ม
- ปฏิบัติกิจกรรมโดยมีการวางแผน มีความรอบคอบ พอเพียง 20%
- ใช้วัสดุถูกต้อง พอเพียงกับงาน

- ปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ซื่อสัตย์สุจริต 20%

รวม 100%

48







กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม หน่วยกิจกรรมที่ 1

ชื่อหน่วย กิจกรรม กิจกรรม 5 ส. :

ตามค่านิยมหลัก สนับสนุนการทำดี
ของคนไทย 12 ประการ


ฐานที่ 2 My idol เวลา 2 ชั่วโมง


หลักการและเหตุผล

พฤติกรรมที่เกิดจากการเลียนแบบในทางที่ไม่ดีไม่งามของเยาวชนไทยมีเพิ่มมากขึ้น เช่น
การสักตามร่างกาย การแว้นจักรยานยนต์ การแต่งกายไม่สุภาพ การทะเลาะวิวาทกันในที่สาธารณะ

เป็นต้น สาเหตุหลักจากการสื่อสารบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว มีการกดไลค์และแชร์กันไป

อย่างรวดเร็ว ทำให้เยาวชนที่ขาดการบ่มเพาะจากครอบครัวและโรงเรียนมีพฤติกรรมที่ขาดจริยธรรม
มากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมา กิจกรรม My idol เป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนที่เป็นเยาวชน

ทั้งหลายหันมามองหาแบบอย่างที่ดี เพื่อเชิดชูคนทำดี และเลียนแบบสิ่งที่ดีงามต่อไป


จุดประสงค์ของกิจกรรม
1. เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมและการมีจิตสำนึกของการเป็นคนดี

2. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนค้นหาต้นแบบที่เหมาะสมในการดำเนินชีวิตตามค่านิยมหลัก
ของคนไทย 12 ประการ

3. เพื่อส่งเสริมการเชิดชูคนดีตามค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ


สื่อ วัสดุ อุปกรณ์
1. กระดาษฟลิปชาร์ท ตามจำนวนกลุ่ม

2. ปากกาเคมี สีเทียนคละสีตามจำนวนกลุ่ม
3. บอร์ดสำหรับติดผลงานกลุ่ม

4. กระดาษ A4 คละสี มีดคัตเตอร์ กรรไกร เทปกาว สีเมจิกคละสี กลุ่มละ 1 ชุด

5. รูปภาพกิจกรรมของดารา นักร้องและบุคคลอื่นๆ
6. แบบแสดงความคิดเห็นตามจำนวนกลุ่ม

7. แบบประเมินผลงานกลุ่มและแบบสังเกตพฤติกรรม


ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม
1. ผู้สอนนำสนทนาเกี่ยวกับคนที่มีชื่อเสียงในสังคม แล้วถามผู้เรียนว่าชอบใครบ้าง ทำไมจึง

ชอบคนคนนั้น

49







2. แบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็น 4 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มเลือกประธาน เลขานุการ และตั้งชื่อกลุ่ม
3. ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมากลุ่มละ 1 คน เพื่อเขียนภาพ ไอดอลของฉันบนกระดาษ

ฟลิปชาร์ทที่จัดไว้ ดังคำสั่งดังนี้
3.1 ให้คนที่ 1 เขียนรูปหนึ่งรูปบนกระดาษครั้งเดียวโดยไม่ต้องยกปากกา

3.2 ให้คนที่ 2 และคนถัดไปทำแบบเดียวกันโดยเขียนต่อจากรูปแรก เพื่อให้ได้ภาพที่มี

รูปร่างชัดเจน
3.3 คนสุดท้าย เติมสีให้สวยงาม

4. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันวิจารณ์ภาพ จากนั้นผู้สอนสรุปว่าการที่ภาพออกมาเป็นแบบนี้
เพราะ ไอดอลของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

5. ผู้สอนชูภาพดาราหรือบุคคลที่มีชื่อเสียง ขณะที่ทำความดี ให้ผู้เรียนเปรียบเทียบกับ

ภาพเน็ตไอดอล ให้ผู้เรียนช่วยกันตอบว่าถ้าเป็นคนไทยต้องการไอดอลแบบไหน
6. ให้กลุ่มผู้เรียนทั้ง 4 กลุ่ม จับสลากประเภทของไอดอล กลุ่มละ 1 ประเภทคือ ประเภท

ื่
ดารานักแสดง นักร้อง นักกีฬา บุคคลใกล้ตัว (พ่อ แม่ ครู ผู้ปกครอง เพื่อน) แล้วระดมสมองเพอเลือก
ตัวแทนไอดอล ในประเภทนั้นมากลุ่มละ 1 คน

7. สมาชิกในกลุ่มวาดแผนผังความคด (Mind Map) ในกระดาษฟลิปชาร์ท แสดงคุณสมบัติที่
แสดงออกถึงความดีที่เขากระทำ
8. ส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอ สรุปความหมายและความดีของไอดอล

9. ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นตามความเข้าใจของตนเกี่ยวกับประเด็น

คำถามที่แจกให้ แล้วนำไปติดที่บอร์ดเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

ข้อเสนอแนะ

1. ผู้สอนควรชี้แจงขั้นตอนการทำกิจกรรมให้ชัดเจน โดยอาจสาธิตวิธีการวาดภาพให้ผู้เรียนดู

เป็นตัวอย่าง
2. กิจกรรมนี้ไม่จำกัดจำนวนผู้เรียน แต่ให้สามารถแบ่งได้ 4 กลุ่มหรือมากกว่า โดยแต่ละ

ประเภทไอดอล อาจมีประเภทละ 2 กลุ่ม
3. ในการค้นหาไอดอล อาจให้ทุกคนเขียนไอดอลของตัวเองแล้วร่วมกันตัดสินใจเลือก

4. การติดบอร์ดต้องมีภาพและข้อมูลโดยสังเขปของไอดอลด้วย

5. หากเวลาไม่พอสำหรับทำกิจกรรมในขั้นตอนที่ 7 ผู้สอนอาจปรับเป็นให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่ม
หรือรายบุคคลทำเป็นงานมอบหมายได้

6. ครูผู้สอนควรเน้นความปลอดภัยเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์เป็นอันตรายต่อผู้เรียน

50







แนวทางการประเมิน
1. ประเมินจากผลการทำกิจกรรมกลุ่ม

2. ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนโดยการสังเกตหรือใช้แบบสังเกต


พฤติกรรม หลักคุณธรรมที่ประเมิน

- มุ่งมั่นทำกิจกรรมตามขั้นตอนที่กำหนดจนเกิดผล ความรับผิดชอบ 20%
สำเร็จ

- ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

- ปฎิบัติตามกฎ กติกาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด มีระเบียบวินัย 30%
- ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่ม

- ใช้หลักเหตุผลในการตัดสินใจเลือกไอดอล พอเพียง 30%

- ปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ซื่อสัตย์สุจริต 20%
รวม 100%

51







แบบแสดงความคิดเห็น
หน่วยกิจกรรมที่ 1

ฐาน My idol


กลุ่มที่ .................ฃื่อกลุ่ม........................................................วันที่..........................................


คำสั่ง ให้ตอบคำถามตามความเข้าใจของผู้เรียน

1. “ความมีระเบียบวินัย ความพอเพียง ความซื่อสัตย์สุจริต และความรับผิดชอบ” มีความสำคัญต่อ
ประเทศชาติอย่างไรบ้าง

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2. ผู้เรียนคิดว่า เพราะเหตุใด คนในสังคมจึงให้ความสำคัญต่อ “ความมีระเบียบวินัย ความพอเพียง
ความซื่อสัตย์สุจริต และความรับผิดชอบ” น้อยลง

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

3. ผู้เรียนคิดว่าจะสร้าง“ความมีระเบียบวินัย ความพอเพียง ความซื่อสัตย์สุจริต และ
ความรับผิดชอบ” ของคนในสังคมขึ้นมาได้อย่างไร

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

52


































กิจกรรมที่ 2 (สนับสนุนการทำดี)



กิจกรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

53







กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม หน่วยกิจกรรมที่ 2

ชื่อหน่วย กิจกรรม กิจกรรม 5 ส. :

ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ สนับสนุนทำความดี
พอเพียง


ฐานที่ 3 บิงโก..ใครรู้บ้าง เวลา 1 ชั่วโมง


หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันปัญหาในการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านวัตถุและเทคโนโลยีที่
พัฒนาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ทำให้เกิดกระแสการวิ่งตามสังคม ปัญหาที่ตามมาคือ ขาดความ

สมดุลในการดำเนินชีวิต รายรับไม่พอกับรายจ่าย เมื่อมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นก็ต้องเพม
ิ่
ความสามารถในการเสาะแสวงหาเพื่อให้ได้มาตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นจนเกินความสมดุลใน
การดำเนินชีวิต ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในด้านต่างๆ อาทิ การใช้ทรัพยากรต่างๆที่มีอยู่อย่าง

จำกัด ปัญหาสุขภาพร่างกาย ขาดการพักผ่อน ความเครียด การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ

พอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตจะสามารถสร้างความสมดุลให้กับชีวิตได้อย่างยั่งยืน

จุดประสงค์ของกิจกรรม

1. เพื่อให้ผู้เรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการวางแผนการดำเนิน

ชีวิต


สื่อ วัสดุ อุปกรณ์
1. แบบสอบถาม “บิงโก ใครรู้บ้าง” ตามแบบที่กำหนดสำหรับผู้เรียนทุกคน

2. กระดาษตัดเป็นแผ่นเล็กสำหรับเขียนชื่อผู้เรียนทุกคน ทำเป็นสลาก
3. กล่องใส่รายชื่อผู้เรียนทุกคน

4. แบบประเมินผลงานกลุ่มและแบบสังเกตพฤติกรรม


ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม
1. ผู้สอนกล่าวต้อนรับ แนะนำกิจกรรม และวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของกิจกรรม “บิงโก..ใคร

รู้บ้าง” เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. ผู้สอนแจกแบบสอบถาม “บิงโก..ใครรู้บ้าง” ให้กับผู้เรียนทุกคน ซี่งในแบบสอบถามนั้นมี

ข้อความเกี่ยวกับเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอยู่ทั้งหมด 16 ช่อง (ตามแบบที่กำหนด)

54







3. ให้ผู้เรียนแต่ละคนอ่านข้อความทั้งหมด แล้วพิจารณาว่าช่องไหน “ตรง” กับหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงตามที่ตนเองรู้บ้าง ให้ทำเครื่องหมาย “วงกลม” ล้อมรอบเลขข้อนั้นไว้ ภายใน

เวลา 3 นาที
4. ให้ผู้เรียนแต่ละคนไปสอบถามเพื่อนทีละคนโดยการ “อ่านข้อความ” ในข้อที่ต้องการถาม

เพื่อน หากคำตอบตรงกับข้อความที่ถาม “ให้เขียนชื่อเพื่อนคนนั้นใส่ในช่องใต้ข้อความนั้น” โดยมี

กติกาว่า ต้องมีชื่อเพื่อนทั้ง 16 ช่อง (สามารถซ้ำชื่อเพื่อนได้ ไม่เกิน 3 คน) ในเวลา 10 นาที
5. เมื่อหมดเวลา ผู้สอนอธิบายวิธีเล่น “บิงโก..ใครรู้บ้าง” ดังนี้

5.1 ให้ผู้เรียนทุกคนเขียนชื่อตนเองใส่กระดาษ เพื่อทำสลากใส่ไว้ในกล่อง
5.2 เมื่อจับสลากได้ชื่อของใคร ให้ทุกคนดูว่าในแบบสอบถามของตนเองมีชื่อของเพื่อนคน

นั้นหรือไม่ หากมีให้ทำเครื่องหมาย “กากบาท” ในช่องนั้น

5.3 ใครมีชื่อเพื่อนเรียงกันครบ 4 ช่อง ตามแนวนอน แนวตั้ง แนวทแยง สี่มุมนอก หรือสี่
ช่องในสุดก่อน ตามลักษณะการเล่นบิงโก จะถือเป็นผู้ชนะ

6. ในขณะจับสลากได้ชื่อของใคร ให้คนนั้นเลือกช่องที่ตนอยากจะแลกเปลี่ยนความรู้หรือ

สะท้อน ความคิดเห็นกับเพื่อนๆ โดยผู้สอนชวนคนอื่นๆ ร่วมแสดงความคิดเห็นในข้อนั้นๆ เพิ่มเติม
และสรุปแต่ละข้อให้กระจ่างด้วย จนครบทั้ง 16 ข้อ

7. ให้ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำ ดังนี้
7.1 รู้สึกอย่างไรเมื่อถูกถาม

7.2 เรียนรู้/รับรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจากที่ใด

7.3 ข้อมูลที่เคยรับรู้กับวันนี้ เหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร
7.4 ผู้เรียนจะนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร


ข้อเสนอแนะ

1. ควรให้ผู้เรียนแต่ละคนอ่านข้อความด้วยตนเองก่อน เพื่อสำรวจว่าตนเองรับรู้มาอย่างไร
2. ผู้สอนต้องเน้นการพูดคุย/วิเคราะห์ทุกประเด็นสำคัญของกิจกรรม “บิงโก..ใครรู้บ้าง”

3. ผู้สอนควรควบคุมเวลาให้เป็นไปตามที่กำหนด 50 นาที

แนวทางการประเมิน

1. ประเมินจากผลการทำกิจกรรมกลุ่ม

2. ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนโดยการสังเกตหรือใช้แบบสังเกต

55







พฤติกรรม หลักคุณธรรมที่ประเมิน
- ยอมรับข้อผิดพลาดของตนเองหรือกลุ่ม ความรับผิดชอบ 20%

- ปฏิบัติตามคำสั่ง กฎ กติกา โดยเคร่งครัด มีระเบียบวินัย 30%

- ทำกิจกรรมด้วยหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข พอเพียง 30%
- ทำกิจกรรมด้วยตนเอง ซื่อสัตย์สุจริต 10%

- แสดงความคิดเห็นเสริมเพิ่มเติมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีจิตอาสา 10%

ร่วมกัน
รวม 100%

56







แบบสอบถาม

กิจกรรม “บิงโก..ใครรู้บ้าง”

1. หลักปรัชญาของ 2. ฉันเชื่อมั่นว่า คนเรา 3. โรบินฮู้ดเป็นฮีโร่ 4. การมีภูมิคุ้มกันในตัว

เศรษฐกิจพอเพียง เกิดมาแค่หนเดียว กิน เพราะปล้นคนรวยเพื่อ ที่ดี หมายถึง การ

ประกอบด้วย พอดี มี เที่ยวให้คุ้ม อยากทำอะไร เอาเงินมาช่วยคนจน คำนึงถึงเหตุการณและ
เหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ก็รีบทำ “ชีวิตเป็นของเรา ผลในปัจจุบันเท่านั้น

เอาให้ค้ม”


5. ฟ้าครอบครัวยากจน มี 6. หลักปรัชญาของ 7. ฉันคิดว่าสมศักดิ์เป็น 8. สมบัติทำงานใน

สัมมาคารวะ การเรียนไม่ เศรษฐกิจพอเพียงเป็น พ่อที่ดี อยากให้ลูกมี วันหยุดเพื่อจะซื้อ
ค่อยดีนัก แต่งหน้า ทำเล็บ เรื่องของเกษตรกร หรือผู้ อนาคต จึงไม่ให้ลูก โทรศัพท์มือถือราคาแพง

ทำสีผมตามแฟชั่น ฟ้าทำตัว ประกอบอาชีพเกษตร ทำงานบ้านใดๆเลย ถือว่าส้มปฏิบัติตนตาม
ขัดกับหลักปรัชญาของ เท่านั้น หลักปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง


9. เงื่อนไขความรู้ คือ รู้ 10. คุณธรรม 11. ส้ม นักเรียน ป.6 12. ความรู้

วิชาการต่างๆ ให้พอเอาตัว ประกอบด้วย ขยัน พ่อแม่ร่ำรวย สวม ประกอบด้วย รอบรู้

รอดได้ ไม่ต้องถึงกับนำไป อดทน เสียสละ นาฬิการาคาแพง มา รอบคอบ ระมัดระวัง
วางแผนชีวิต หรือนำความรู้ ช่วยเหลือ เรียนสม่ำเสมอ มีผลการ

มาพิจารณาให้เชื่อมโยง เรียนดี ส้มทำตัว

สัมพันธ์ต่อกัน ฟุ่มเฟือย


13. พอประมาณ หมายถึง 14. ฉันเชื่อว่ากลอยเป็น 15. เงื่อนไข 2 ประการ 16. ประโยชน์จากการ

ไม่น้อยเกินไปจนขัดสน และ ผู้นำที่สุดยอด เพราะให้ ประกอบด้วย ความรู้ นำหลักปรัชญาของ
ไม่มากเกินไปจนฟุ่มเฟือย เพื่อนลอกการบ้านเสมอ และความสามารถ เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้

เกินกำลังของตน และคอยส่งสัญญาณมือ คือ เกิดความสุขส่วนตัว
ให้เพื่อทราบระหว่างสอบ และส่วนรวม

57







กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม หน่วยกิจกรรมที่ 2

ชื่อหน่วย กิจกรรม กิจกรรม 5 ส. :

ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ สนับสนุนทำความดี
พอเพียง


ฐานที่ 4 พอเพียง..มีวินัย เวลา 2 ชั่วโมง


หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันปัญหาในการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลทางด้านวัตถุและเทคโนโลยีที่
พัฒนาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ทำให้เกิดกระแสวิ่งตามสังคม ปัญหาที่ตามมาคือรายรับไม่พอกับ

รายจ่าย โดยเฉพาะถ้าไม่มีวินัยในการใช้จ่ายและเก็บออม ก็อาจจะทำให้มีปัญหาหนี้สิน ปัญหาคดโกง

ทุจริตคอรัปชั่นได้ การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต
นับว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการดำเนินชีวิตที่มั่นคงต่อไป



จุดประสงค์ของกิจกรรม
1. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถปฏิบัติตนแบบพอเพียงอย่างมีระเบียบมีวินัย

2. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนประพฤติปฏิบัติตนด้วยความพอเพียงและความมีระเบียบวินัย
3. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทาง

ในการดำเนินชีวิต


สื่อ/วัสดุ อุปกรณ์

1. วัสดุสำหรับกิจกรรมที่ 1 ประกอบด้วย
1.1 หลอดกาแฟขนาดยาว ห่อละ 100 หลอด 2 ห่อ

1.2 ดินน้ำมัน 10 ก้อน

1.3 เทปใสขนาด 1 เซนติเมตร 2 ม้วน
1.4 เทปกาวขนาดกว้าง 1 นิ้ว ม้วนใหญ่ 1 ม้วน

1.5 กาวน้ำ 1 หลอด

1.6 เชือก 1 ม้วน
1.7 กะละมังพลาสติก (ขนาดพอเหมาะสำหรับทดลองผลงาน) 1 ใบ

1.8 ขวดพลาสติกบรรจุน้ำดื่มขนาด 600 มิลลิลิตร 2 ขวด

58







2. วัสดุสำหรับกิจกรรมที่ 2 ประกอบด้วย
2.1 ผ้าผูกตา จำนวนน้อยกว่าสมาชิกแต่ละกลุ่ม 1 ผืน จำนวน 1 ชุด

2.2 ขวดน้ำพลาสติกผูกโยงด้วยเชือกฟาง วางเป็นระยะคู่ขนานกัน ห่างกันประมาณ 60
เซนติเมตร เพื่อกำหนดให้เป็นเส้นทางเดินที่มีทั้งทางตรงและเลี้ยวซ้าย-ขวา ระยะทางตาม

ความเหมาะสมของขนาดพื้นที่ห้อง รวม 4 เส้นทาง ที่มีระยะทางและจุดเลี้ยวเท่ากัน

3. แบบประเมินผลงานและแบบสังเกตพฤติกรรม


ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม
- ผู้สอนวางแผน เตรียมการ กำหนดเวลาในการจัดกิจกรรมฐานละไม่เกิน 50 นาที พร้อม

จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ โจทย์ และเกณฑ์การประเมิน

- แต่ละกิจกรรมแบ่งผู้เรียนเป็น 5 กลุ่มๆละ 4-5 คน ให้แต่ละกลุ่มเลือกหัวหน้ากลุ่มและตั้ง
ชื่อกลุ่ม

กิจกรรมที่ 1 “พอเพียง ของเที่ยงแท้” เวลาปฏิบัติกิจกรรม 50 นาที

1. ผู้สอนกล่าวต้อนรับ แนะนำกิจกรรมและวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของกิจกรรม “พอเพยง

ของเที่ยงแท้” เพื่อปฏิบัติตนตามหลักพอเพียง

2. ให้หัวหน้าแต่ละกลุ่มรับอุปกรณ์ทำกิจกรรมสร้าง “แพมิตรภาพ” พร้อมตรวจสอบรายการ
และจำนวนให้ครบตามที่กำหนด

3. ผู้สอนชี้แจงการปฏิบัติกิจกรรมและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง คือ ให้สมาชิกกลุ่มช่วยกันสร้าง

“แพ” ที่สามารถรับน้ำหนักขวดบรรจุน้ำดื่มขนาด 600 มิลลิลิตร จำนวน 2 ขวด ได้นานอย่างน้อย 10
วินาที โดยที่แพต้องมีขนาดที่บรรทุกขวดน้ำได้ 1-2 ขวด ภายในระยะเวลาที่กำหนด ตามกติกา ดังนี้

- ให้สร้างแพจากอุปกรณ์ที่จัดให้เท่านั้น
- แพที่สร้างจะต้องสามารถลอยน้ำได้ โดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยพยุงอื่นๆ ห้ามยึดติดกับคนหรือ

สิ่งอื่น เช่น ผนัง โต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ

- เมื่อหมดเวลา ให้ทุกกลุ่มหยุดปฏิบัติกิจกรรม แล้วเคลื่อนย้าย “แพ” ของกลุ่มมาทดลอง
ลอยน้ำในกะละมังที่ผู้สอนเตรียมไว้ ทดลองลอยน้ำโดยแพเปล่า และเพิ่มภาระบรรทุกขวดน้ำจำนวน

1 ขวด และ 2 ขวด ตามลำดับ จับเวลาในการลอยน้ำหรือช่วยกันนับ 1-10 วินาที ต่อการทดลองลอย

ในแต่ละครั้งตามที่กำหนด
4. ให้หัวหน้ากลุ่มและตัวแทนแต่ละกลุ่ม ผลัดกันออกมานำเสนอผลงานกลุ่ม ดังนี้

- แสดงจำนวนของวัสดุที่ใช้ในการสร้างแพและวัสดุที่เหลือ

- อธิบายแนวคิด การออกแบบแพของตนเองให้สามารถปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับ
มอบหมายโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

59







5. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันตัดสินผลงานตามกติกาที่กำหนดและมอบรางวัลแก่กลุ่มที่ชนะ

6. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมแลกเปลี่ยนความคดเห็นสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ในการทำกิจกรรมตาม
หลักความพอเพียง
กิจกรรมที่ 2 “มีวินัย ใจมั่นคง” เวลาปฏิบัติกิจกรรม 50 นาที

1. ผู้สอนกล่าวต้อนรับ แนะนำกิจกรรมและวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของกิจกรรม “มีวินัย

ใจมั่นคง” เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตนอย่างมีวินัย

2. แบ่งผู้เรียนเป็นกลุ่มๆละ 6-8 คน และให้หัวหน้าแต่ละกลุ่มรับอปกรณ์การทำกิจกรรมเกม
“หัวบอด ท้ายใบ้”
3. ผู้สอนชี้แจงการปฏิบัติกิจกรรมและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง โดยให้สมาชิกแต่ละกลุ่มเข้าแถว

ตอนเรียงหนึ่ง เรียงลำดับตามความสูงจากน้อยไปหามาก เพื่อปฏิบัติกิจกรรมดังนี้

- ให้สมาชิกในกลุ่มทุกคนใช้ผ้าปิดตาของตัวเอง ยกเว้นคนสุดท้ายไม่ต้องปิดตา
- กำหนดให้สมาชิกคนแรกที่เป็นหัวแถวเป็นคนตาบอด คนสุดท้ายให้เป็นคนใบ้ ส่วน

คนอื่นๆที่เหลือ ตั้งแต่คนที่สองจนถึงคนรองสุดท้ายเป็นคนตาบอดและเป็นคนใบ้

- แต่ละกลุ่มจะต้องเดินไปตามเส้นทางที่กำหนดกลุ่มละเส้นทาง จนถึงเป้าหมายทั้ง
กลุ่ม โดยห้ามสื่อสารกันด้วยคำพูด

- เวลาในการปรึกษาหารือกันในกลุ่มเพื่อวางแผนและทดลอง 5 นาที ก่อนเริ่ม
กิจกรรม

- กลุ่มที่เดินถึงเป้าหมายก่อน โดยไม่ทำขวดล้ม หรือล้มน้อยที่สุดเป็นกลุ่มที่ชนะ

การเล่นเกม
4. สมาชิกแต่ละกลุ่มเข้าประจำจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินของกลุ่ม เตรียมความพร้อมโดยยืน

เข้าแถวตอนเรียงหนึ่ง ทุกคนผูกผ้าปิดตายกเว้นคนสุดท้ายของกลุ่ม
5. ผู้สอนสั่งเริ่มกิจกรรมพร้อมกัน และคอยติดตามสังเกตพฤติกรรมในการปฏิบัติกิจกรรม

ของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม

6. เมื่อมีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเดินถึงเป้าหมายเป็นกลุ่มแรก หรือหมดเวลาที่กำหนดแล้วผู้สอนให้
สัญญาณหยุดการทำกิจกรรมทุกกลุ่มเพอตัดสินและมอบรางวัลแก่กลุ่มที่ชนะ
ื่
7. ผู้สอนให้ตัวแทนกลุ่มที่ชนะนำเสนอถึงกลยุทธ์ของความสำเร็จให้ตัวแทนกลุ่มที่ประสบ

ความสำเร็จมาเล่าสภาพปัญหาอุปสรรคที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ
8. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นถึงสิ่งที่ได้รับจากการทำกิจกรรม

9. ผู้สอนสรุปภาพรวมที่ได้จากการสังเกตผู้เรียนระหว่างการทำกิจกรรมเกี่ยวกับคุณธรรม

จริยธรรมและพฤติกรรมที่พึงประสงค์

60







ข้อเสนอแนะ
1. พื้นที่ปฏิบัติกิจกรรมแต่ละกิจกรรม ควรเป็นห้องโล่ง พื้นสะอาด สมาชิกแต่ละกลุ่มสามารถ

นั่งกับพื้นเพื่อทำกิจกรรมได้
2. กิจกรรมนี้สามารถใช้ได้กับผู้เรียนจำนวนมาก แต่สมาชิกต่อกลุ่มไม่ควรมากเกินไปเพื่อให้

ผู้เรียนแต่ละคนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมอย่างทั่วถึง

3. ผู้สอนต้องควบคุมกำกับเวลาในการทำกิจกรรม เพื่อให้เป็นไปตามเวลาที่กำหนด
4. ผู้สอนต้องคอยสังเกตพฤติกรรมการทำงานของแต่ละกลุ่มและของสมาชิกกลุ่มเพอ
ื่
เชื่อมโยงสู่การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ด้านความมีวินัยและความรับผิดชอบ

แนวทางการประเมิน
1. ประเมินจากผลการทำกิจกรรมกลุ่ม

2. ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนโดยการสังเกตหรือใช้แบบสังเกต


พฤติกรรม หลักคุณธรรมที่ประเมิน

- ยอมรับข้อผิดพลาดของตนเองหรือกลุ่ม ความรับผิดชอบ 10%
- มีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม

- ปฏิบัติกิจกรรมโดยมีการวางแผน

- ปฏิบัติตามคำสั่ง กฎ กติกาโดยเคร่งครัด มีระเบียบวินัย 30%
- ปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มโดยใช้กระบวนการกลุ่ม ความ

เป็นผู้นำ ผู้ตาม
- ปฏิบัติงานจนแล้วเสร็จในเวลาที่กำหนด

- ปฎิบัติกิจกรรมโดยคำนึงถึงภูมิคุ้มกันด้านคุณธรรม พอเพียง 40%

จริยธรรม ความปลอดภัย ความรัก สามัคค ี
- ปฏิบัติกิจกรรมด้วยความซื่อสัตย์ เช่น ผูกผ้าปิดตา ซื่อสัตย์สุจริต 10%

มิดชิด ไม่แอบดูทาง ไม่พูด

- มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและกระทำ มีจิตอาสา 10%
กิจกรรมกลุ่ม

- ช่วยเหลือเพื่อนในกลุ่ม

รวม 100%

61







กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม หน่วยกิจกรรมที่ 2

ชื่อหน่วย กิจกรรม กิจกรรม 5 ส. :

ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ สนับสนุนทำความดี
พอเพียง


ฐานที่ 5 ลูกโป่งพอเพียง เวลา 1 ชั่วโมง


หลักการและเหตุผล

ความพอเพียงในการดำรงชีวิต เป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ทำให้คนไทยสามารถพึ่งตนเอง และ
ดำเนินชีวิตไปได้อย่างมีความสุข เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริ

ชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25ปี ตั้งแต่ก่อนเกิด

วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และ
สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ


จุดประสงค์ของกิจกรรม

1. เพื่อให้ผู้เรียนรู้ค้นหาความพอเพยงที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับตนเอง ครอบครัว บุคคล
อื่น

2. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมอยู่บนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
3. เพื่อให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญของการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง


สื่อ วัสดุ อุปกรณ์
1. กระดาษครึ่งของ A4 พร้อมปากกาเคมีคละสี จำนวนเท่าผู้เรียน

2. ลูกโป่งสีเดียวกัน จำนวนเท่าผู้เรียน

3. อุปกรณ์ล้อมลูกโป่งขนาดพอใส่ลูกโป่งได้ไม่น้อยกว่า 30 ใบ
4. แบบประเมินผลงานกลุ่มและแบบสังเกตพฤติกรรม


ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม

1. แบ่งผู้เรียนเป็น 3 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มมีสมาชิกจำนวนเท่าๆกัน แล้วให้แต่ละกลุ่มเลือก
หัวหน้ากลุ่ม พร้อมกับตั้งชื่อกลุ่ม แล้วส่งตัวแทนรับกระดาษและปากกาเคมี

2. ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มค้นหาความพอเพียงที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของ
ื่
ตนเอง ครอบครัว หรือคนอื่นๆ โดยเขียนเป็นข้อความสั้นๆ ลงในกระดาษที่ได้รับโดยไม่ให้คนอนรู้แล้ว
เก็บไว้กับตัว

62







3. แจกลูกโป่งให้กับสมาชิกคนละ 1 ใบ เป่าให้ได้ขนาดเท่าๆกันในกลุ่ม ให้แต่ละคนเขียน
ื่
ข้อความเดียวกับที่เขียนในกระดาษลงบนลูกโป่งด้วยปากกาเคมี แล้วนำลูกโป่งไปมอบให้ผู้สอนเพอ
นำไปใส่ในอุปกรณ์ล้อมลูกโป่งที่เตรียมไว้
4. ให้ทุกคนหาลูกโป่งของตัวเองให้พบเร็วที่สุด เมื่อสมาชิกหาลูกโป่งได้ครบแล้วทั้งกลุ่ม ให้มา

ยืนรวมกันพร้อมกับกล่าว “ชื่อกลุ่ม” แล้วร้อง “ฮูเล่” พร้อมๆกัน

5. ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนระหว่างการทำกิจกรรม โดยเน้นเรื่องของความซื่อสัตย์
สุจริต (ในการเขียนข้อความด้วยตนเอง ไม่ลอกเลียนผู้อื่น หรือให้ผู้อื่นเขียนแทน) การตรงต่อเวลา

ความสามัคคี ความเอื้อเฟื้อ ไม่กลั่นแกล้งผู้อื่นระหว่างค้นหาลูกโป่ง
6. เมื่อแต่ละกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมสำเร็จครบทุกกลุ่มแล้ว ให้แต่ละกลุ่มแสดงความคิดเห็น

เกี่ยวกับความสำเร็จในการทำงาน ผู้สอนให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม พร้อมเน้นย้ำเรื่องคุณธรรม

จริยธรรม และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ในการทำกิจกรรม
7. ให้สมาชิกแต่ละคนแสดงข้อความที่เขียนในกระดาษและบนลูกโป่ง พร้อมกับอ่านการ

ประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจำวันทั้งกับตนเอง ครอบครัว หรือบุคคลอื่น ที่เขียนไว้ให้

เพื่อนฟัง ผู้สอนสอบถามเหตุผลเพิ่มเติม เช่น ทำไมจึงทำเช่นนั้น สิ่งที่จะทำนั้นเป็นประโยชน์อย่างไร
8. ผู้สอนและผู้เรียนช่วยกันสรุปถึงความสำคัญของการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพียง

ข้อเสนอแนะ

1. กิจกรรมนี้เหมาะกับผู้เรียนจำนวน 15 คน หากผู้เรียนมีจำนวนมากกว่านี้ อาจจำเป็นต้อง

ใช้อุปกรณ์ล้อมลูกโป่ง 2 วง
2. อุปกรณ์ล้อมลูกโป่ง เช่น สระว่ายน้ำเป่าลม หรือเป็นวัสดุอื่นๆที่ไม่เป็นอันตราย เช่น

ผ้าสแลม


แนวทางการประเมิน
1. ประเมินจากผลการทำกิจกรรมกลุ่ม

2. ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนโดยการสังเกตหรือใช้แบบสังเกต

63







พฤติกรรม หลักคุณธรรมที่ประเมิน
- ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม ความรับผิดชอบ 20%

- ปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนและเวลาที่กำหนด มีระเบียบวินัย 30%

- การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงมีความเป็นไปได้ พอเพียง 30%
และไม่ขัดต่อหลักคุณธรรม จริยธรรม

- ไม่ลอกเลียนคำตอบของเพอนมาเป็นของตน ซื่อสัตย์สุจริต 10%
ื่
- แสดงความคิดเห็นเสริมเพิ่มเติมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีจิตอาสา 10%
ร่วมกัน

รวม 100%

64































กิจกรรมที่ 3 (เสริมประสบการณ์)


กิจกรรมปลูกจิตสำนึกความเป็นคนดี

65







กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม หน่วยกิจกรรมที่ 3

ชื่อหน่วย กิจกรรม กิจกรรม 5 ส. :

ปลูกจิตสำนึก เสริมประสบการณ์
ความเป็นคนดี



ฐานที่ 6 ระเบียบวินัยในชีวิต เวลา 3 ชั่วโมง



หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้เรียนในด้านระเบียบวินัยยังเป็นปัญหากับสถานศึกษาต่างๆ การไร้
ระเบียบวินัยของนักเรียนเป็นไปในหลายลักษณะทั้งแสดงออกทางกายหรือการกระทำไม่เคารพกฎ

กติกา การใช้วาจาไม่เหมาะสม ขาดความรับผิดชอบในการพูด ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อผู้อน
ื่
การฝึกให้ผู้เรียนอยู่ในระเบียบวินัย รู้จักเคารพกฎ กติกาต่างๆ จะเป็นการช่วยให้ผู้เรียนคุ้นเคยต่อ

การอยู่ในกรอบระเบียบวินัย ไม่รู้สึกอึดอัดหรือเครียดเมื่อต้องปรับตัว เพราะสังคมแต่ละสังคมจะมี

วินัยต่างกันออกไป

จุดประสงค์ของกิจกรรม

1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบวินัย

2. เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักและเห็นความสำคัญของการมีวินัย
3. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีวินัย มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี


สื่อ วัสดุ อุปกรณ์

1. เรื่องเล่า พร้อมคำถาม-คำตอบ
2. ภาพนิ่งหรือวีดิทัศน์ เพื่ออภิปรายกลุ่มเกี่ยวกับ

2.1 การเข้าคิว (Queue) เช่น การใช้บริการสาธารณะ การซื้ออาหารในโรงอาหาร
2.2 การปฏิบัติตามกฎจราจร เช่น การใช้รถ การใช้ถนน

2.3 การปฏิบัติตามกฎระเบียบในสถานศึกษา เช่น การแต่งกาย การเข้าร่วมกิจกรรม

2.4 การปฏิบัติตามกฎระเบียบในห้องสมุด เช่น การพูดคุย การขีดเขียนหนังสือ
2.5 การปฏิบัติตามกฎระเบียบในห้องเรียน เช่น การทำความสะอาดห้อง การเข้าเรียน

การพูดจา
3. แบบประเมินผลงานกลุ่มและแบบสังเกตพฤติกรรม

66







ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม
1. ผู้สอนอธิบายให้ผู้เรียนเข้าใจและตระหนักในความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎ กติกาและ

ระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด
2. ผู้สอนยกตัวอย่างการปฏิบัติตามกฎ กติกามารยาทในการถามและตอบ โดยใช้เกม “ใครรู้

ยกมือขึ้น” โดยแบ่งกลุ่มผู้เรียนเป็น 5 กลุ่ม และขออาสาสมัครผู้เรียน 1-2 คน ร่วมเป็นกรรมการ

สังเกตการณ์ และจดบันทึกพฤติกรรมระหว่างการเล่นเกม โดยกำหนดกติกาดังนี้
2.1 สมาชิกกลุ่มใดต้องการถามหรือตอบระหว่างที่ผู้สอนเล่าเรื่อง ให้ยกมือขึ้น และเมื่อ

ได้รับอนุญาตแล้วจึงสามารถถามหรือตอบได้
2.2 กลุ่มใดปฏิบัติตามกติกาทุกครั้งที่จะถามหรือตอบ ได้คะแนนครั้งละ 1 คะแนน กลุ่มที่

ได้คะแนนมากที่สุดเป็นกลุ่มชนะ


3. ผู้สอนเริ่มเล่าเรื่องที่มีเนื้อหาสนุกและน่าสนใจ ซึ่งมีทั้งการเปิดโอกาสให้ผู้ฟงตั้งคำถามและ
ตอบคำถามง่ายๆ เป็นระยะๆ

4. สมาชิกแต่ละกลุ่มจะต้องตั้งใจฟังและรอตั้งคำถามและตอบคำถามของผู้สอน โดยต้อง

ปฏิบัติตามกฎ กติกาในการถามและตอบทุกครั้ง
5. ผู้สอนและผู้เรียนอาสาสมัครช่วยกันสรุปผลการทำกิจกรรม และมอบรางวัลแก่กลุ่มที่ชนะ

6. ผู้สอนให้ตัวแทนกลุ่มจับสลากหัวข้อการอภิปรายเกี่ยวกับระเบียบวินัยในชีวิต กลุ่มละ 1
หัวข้อ ได้แก่ การเข้าคิว การปฏิบัติตามกฎจราจร การปฏิบัติตามกฎระเบียบในสถานศึกษา

การปฏิบัติตามกฎระเบียบในห้องสมุด การปฏิบัติตามกฎระเบียบในห้องเรียน โดยผู้สอนจัดเตรียม

ภาพนิ่งหรือวีดิทัศน์นั้น ๆ ประกอบการอภิปรายให้แต่ละกลุ่ม
7. กลุ่มหรือตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอผลงานกลุ่ม

8. ผู้สอนและผู้เรียนช่วยกันสรุปว่าระเบียบวินัยสำคัญอย่างไร

ข้อเสนอแนะ
1. กิจกรรมนี้เหมาะสมหรับกลุ่มผู้เรียนที่มีจำนวนไม่มาก หากเป็นผู้เรียนกลุ่มใหญ่ ผู้สอนต้อง

ใช้ไมโครโฟนและเครื่องขยายเสียงเพื่อให้ได้ยินกันอย่างทั่วถึง ชัดเจน และจำเป็นต้องมีคณะผู้สอน
หลายคนเพื่อคอยส่งไมคืให้แก่ผู้เรียนที่ต้องการถาม-ตอบ

2. เรื่องที่ผู้สอนนำมาเล่า ควรเป็นเรื่องที่สนุก น่าสนใจและใกล้ตัวผู้เรียน โดยผู้สอนต้องใช้

น้ำเสียงที่น่าฟัง เร้าความสนใจ และเตรียมส่วนที่จะให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการตั้งคำถามและตอบ
คำถามในแต่ละช่วงกิจกรรมเป็นระยะๆ โดยควรเป็นคำถามที่ง่าย ผู้เรียนทุกคนสามารถตอบได้ เพอ
ื่
เร้าใจให้ผู้เรียนสนใจติดตาม ตั้งใจฟัง และโต้ตอบกับผู้สอน
3. ผู้สอนอาจเพิ่มกติกาอื่นๆ ที่ส่งเสริมการพัฒนาพฤติกรรมที่พึงประสงค์เกี่ยวกับระเบียบ

วินัยในชั้นเรียน เช่น

67







3.1 เมื่อผู้เรียนได้รับอนุญาตให้ตอบคำถาม ผู้เรียนต้องลุกขึ้นยืนตอบ ต้องแต่งกายให้
เรียบร้อย ต้องพูดด้วยวาจาสุภาพ

3.2 หากคำตอบที่เพื่อนตอบถูกต้อง ให้ผู้เรียนคนอื่นๆ ปรบมือให้
3.3 หากผู้เรียนชอบใจคำถาม-คำตอบใด ให้ใช้การปรบมือแทนการโห่ฮา


แนวทางการประเมิน

1. ประเมินจากผลการทำกิจกรรมกลุ่ม
2. ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนโดยการสังเกตหรือใช้แบบสังเกต



พฤติกรรม หลักคุณธรรมที่ประเมิน
- ตั้งใจฟังคำอธิบายของผู้สอน ความรับผิดชอบ 20%

- รับผิดชอบต่อคำพูดของตน

- ปฎิบัติตามกฎ กติกาโดยยกมือทุกครั้งที่จะถาม-ตอบ มีระเบียบวินัย 30%
- ลุกขึ้นถาม-ตอบเมื่อได้รับอนุญาต

- พึงพอใจในผลที่ได้จากการประเมิน พอเพียง 30%
- มีภูมิคุ้มกันในการปฏิบัติตามกฎ กติกา

- มีความรอบรู้ในการแสดงเหตุผลเมื่อถาม-ตอบ

- ไม่นำคำถาม-คำตอบของผู้อื่นมาใช้ ซื่อสัตย์สุจริต 10%
- เคารพสิทธของผู้อื่นที่ยกมือก่อน มีมารยาท 10%

- ใช้ภาษาที่เหมาะสมในการถาม-ตอบ

รวม 100%

68








กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม หน่วยกิจกรรมที่ 3

ชื่อหน่วย กิจกรรม กิจกรรม 5 ส. :

ปลูกจิตสำนึก เสริมประสบการณ์

ความเป็นคนดี



ฐานที่ 7 จัดอันดับ...ความสำเร็จ เวลา 2 ชั่วโมง



หลักการและเหตุผล
ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจ ปัญหาบ้านเมือง การปกครอง สังคมโลก การใช้

ื่
ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเพอตอบสนองความต้องการที่ไม่มขอบเขตของมนุษย์ ทำให้เกิดปัญหาทาง

สังคมตามมาอย่างมากมาย อาทิเช่น ความไม่ซื่อสัตย์ ความเห็นแก่ตัว ภาวะอดทนอดกลั้นน้อยลง
ขาดอุดมการณ์และความมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม สถานศึกษาและครูจึงมีส่วนสำคัญ

ในการช่วยให้เยาวชนของชาติ ซึ่งถือเป็นหนึ่งของพลเมืองโลกได้พัฒนาตนเองให้เป็นผู้มีความซื่อสัตย์
สุจริต เสียสละ อดทนและมีอุดการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพอส่วนรวม
ื่

จุดประสงค์ของกิจกรรม

1. เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมด้านความซื่อสัตย์สุจริตให้กับผู้เรียน
2. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักการทำงานเป็นทีม


สื่อ วัสดุ อุปกรณ์

1. เชือกฟาง 4 เส้น ความยาวเส้นละไม่น้อยกว่า 4 เมตร
2. กระดาษกาวย่นหรือเทปผ้าแล็คซีน

3. กระดานไวท์บอร์ดพร้อมปากกาเขียนไวท์บอร์ด หรือกระดาษฟลิปชาร์ทพร้อมปากกาเคมี
4. แบบประเมินผลงานกลุ่มและแบบสังเกตพฤติกรรม


ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม

1. ผู้สอนชวนสนทนาเกี่ยวกับกิจกรรมที่ผ่านมา โดยถามว่า “ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเรียนจำ
ได้ไหมว่าได้ทำกิจกรรมอะไรไปบ้างแล้ว และได้เรียนรู้อะไรจากการทำกิจกรรมเหล่านั้น” ผู้สอนจด

คำตอบของผู้เรียนทุกคนลงบนกระดานแล้วบอกผู้เรียนว่า “ในวันนี้นักเรียนจะได้ทำกิจกรรมที่มีชื่อว่า
“จัดอันดับและความสำเร็จ”” พร้อมทั้งบอกจุดประสงค์ของกิจกรรม

69







2. แบ่งผู้เรียนออกเป็น 4 กลุ่มๆละ 5 คน โดยให้ผู้เรียนจับกลุ่มกันเองตามความสมัครใจ ไม่มี
การแทรกแซงจากผู้สอน (ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมเพื่อสะท้อนในท้ายชั่วโมง)

3. ผู้สอนวางเชือกฟางจากหน้าห้องไปท้ายห้อง 4 เส้นขนานกัน เว้นระยะห่างระหว่างเส้น
ตามความเหมาะสมของสภาพห้องเรียน หรือพื้นที่จัดกิจกรรม แล้วใช้กระดาษกาวย่นหรือเทปผ้า

แล็คซีนแปะหัว-ท้ายของเชือกฟาง เพื่อไม่ให้เชือกฟางหลุด


4. ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มยืนบนเชือกฟางของกลุ่มตนเอง และให้หันหน้ามาทางครูเพื่อรับฟง
คำสั่ง

5. ผู้สอนอธิบายว่า “กิจกรรมนี้ คือ กิจกรรมจัดอันดับ...ความสำเร็จ ซ้ายมือของนักเรียนคือ
ผา ขวามือคือเหว เชือกฟางคือทางเดินแคบๆ ที่กว้างพอให้ฝ่าเท้าเหยียบก้าวไปได้เท่านั้น” แล้ว ให้

นักเรียนทุกคนทำขวาหัน (เพื่อให้เหมือนหลังพิงผา หน้ามองเหว) จากนั้นบอกผู้เรียนว่า “เส้นทางอยู่

ขวามือ เส้นชัยคือซ้ายมือ (ปลายเชือกอยู่หน้าห้อง)” กลุ่มไหนจัดอันดับได้ถูกต้องและเสร็จเร็วกว่า
กลุ่มนั้นชนะเลิศ

กติกา : ห้ามล้ำหน้าผา ห้ามตกเหว เท้าต้องอยู่บนเชือกฟางเท่านั้น ผิดกติกาถือว่าแพ ้

6. รอบที่ 1 ผู้สอนให้คำสั่ง “จัดอันดับ...ตามส่วนสูง” แล้วคอยสังเกตพฤติกรรมของแต่ละ
กลุ่มว่าทำตามกติกาหรือไม่ เมื่อผู้เรียนจัดอันดับเสร็จแล้ว ผู้สอนเช็คส่วนสูงของผู้เรียนว่าเป็นไป

ตามลำดับจากมากไปน้อย หรือน้อยไปมาก เพื่อหากลุ่มที่ชนะเลิศ
ื่

7. รอบที่ 2 ผู้สอนกำชับกติกาการปฏิบัติกิจกรรมเพอให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแกตัว แล้วให้คำสั่ง
“จัดอันดับ...ตามเดือนเกิด” และตรวจสอบการเรียงลำดับ

8. เมื่อทำกิจกรรมเสร็จแล้วให้ผู้เรียนนั่งที่ตามเดิม แต่ละกลุ่มเก็บเชือกฟางใส่ที่กล่องเดิม
ื่
9. ผู้สอนถามผู้เรียนและเขียนคำตอบของทุกคนเพอแสดงถึงการยอมรับความคิดเห็น ดังนี้
9.1 รู้สึกอย่างไรเมื่อได้ทำกิจกรรม “จัดอันดับ...ความสำเร็จ”
9.2 อะไรสำคัญกว่ากันระหว่าง “ชัยชนะ” และ “ความสำเร็จ”

9.3 สิ่งที่ช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จคืออะไร

9.4 นักเรียนได้เรียนรู้อะไรจากกิจกรรมนี้
9.5 จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

10. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปผลที่ได้จากการเรียนรู้ โดยเน้นให้ผู้เรียนตระหนักถึง

ความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ อดทน และมีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม

ข้อเสนอแนะ

ิ่
1. กิจกรรมนี้สามารถจัดได้กับผู้เรียนจำนวนมาก ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ใช้จัดกิจกรรม โดยอาจเพม
จำนวนสมาชิกต่อกลุ่ม แต่ไม่ควรเกิน 15 คนต่อกลุ่ม และต้องจัดในพื้นที่โล่ง เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ

70







กรณีจัดกับผู้เรียนทั้งสถานศึกษาในห้องประชุม อาจให้ผู้เรียนอาสาสมัครมาร่วมทำกิจกรรมกลุ่ม
แข่งขันกัน จำนวนกลุ่มแล้วแต่ขนาดพื้นที่ โดยผู้เรียนที่ไม่ได้เข้าแข่งขันเป็นกรรมการและกองเชียร์

ื่
2. สมาชิกแต่ละกลุ่มมีทั้งเพศหญิงและเพศชายได้ แต่ผู้สอนต้องคอยสังเกตพฤติกรรมเพอ
นำมาสรุปเป็นประเด็นพูดคุยเน้นย้ำเรื่องคุณธรรม จริยธรรม

3. ครูต้องกำชับให้ผู้เรียนรู้สึกว่า ข้างหน้าคือเหว และข้างหลังคือหน้าผาให้ได้ เพื่อให้การเล่น

เกมมีความสนุกและสมจริงมากขึ้น
4. หากมีเวลาพอ สามารถทำกิจกรรม 3-5 รอบได้ โดยเปลี่ยนคำสั่งหรือโจทย์ในแต่ละรอบ

และอาจเพิ่มคำสั่งย่อย เช่น ให้เรียงลำดับตามวันเกิดในรอบสัปดาห์ จากวันอาทิตย์ถึงวันเสาร์ หาก
เกิดวันเดียวกันให้เรียบลำดับตามวันที่เกิดหรือเดือนเกิดมากไปหาน้อย เป็นต้น

5. ในขั้นตอนแสดงความคิดเห็น ผู้สอนควรเปิดใจรับฟังทุกคำตอบอย่างตั้งใจ ไม่เพิกเฉย ไม่

ตำหนิคำตอบ หรือทำกิริยาท่าทางอันเป็นการสกัดกั้นการแสดงความคิดเห็นของผู้เรียน

แนวทางการประเมิน

1. ประเมินจากผลการทำกิจกรรมกลุ่ม
2. ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนโดยการสังเกตหรือใช้แบบสังเกต



พฤติกรรม หลักคุณธรรมที่ประเมิน
- มุ่งมั่นทำกิจกรรมตามขั้นตอนและเวลาที่กำหนดจน ความรับผิดชอบ 30%

เกิดผลสำเร็จ

- ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม
- ปฎิบัติตามกฎ กติกาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด มีระเบียบวินัย 20%

- ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

- วางแผนก่อนการปฏิบัติกิจกรรม พอเพียง 20%
- ทำกิจกรรมด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง

- ปฏิบัติกิจกรรมด้วยความโปร่งใส ไม่ลอกเลียนแบบ ซื่อสัตย์สุจริต 30%

ผู้อื่น
รวม 100%

71


























กิจกรรมที่ 4 (สร้างสรรค์สังคม)



กิจกรรมรวมพลังทำความดีตามรอยพ่อของแผ่นดิน

72







กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม หน่วยกิจกรรมที่ 4

ชื่อหน่วย กิจกรรม กิจกรรม 5 ส.

รวมพลังทำดี สร้างสรรค์สังคม
ตามรอยพ่อของแผ่นดิน


ฐานที่ 8 รู้จัก “พ่อ” เวลา 2 ชั่วโมง


หลักการและเหตุผล

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน คนไทยเราอยู่และคุ้นเคยกับสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างมาก
พระมหากษัตริย์ไทยทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อให้พสกนิกรอยู่เย็นเป็นสุข สถาบัน

พระมหากษัตริย์จึงหมายถึงสถาบันสูงสุด โดยทรงเป็นพระประมุขของชาติ ทรงเป็นศูนย์รวมแห่ง

ความจงรักภักดี ทรงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ ทรงไว้ซึ่งคุณธรรม
อันประเสริฐ และทรงเป็นที่เคารพรักเทิดทูนอย่างสูงยิ่งของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ

ด้วยพระราชจริยวัตรอันงดงามและพระราชอัธยาศัยอันน่าประทับใจของพระบาทสมเด็จ

พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก
พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของคำว่าสุภาพบุรุษ และทรงเป็นเอกบุรุษ หนึ่งเดียวที่คนทั่วโลกต่างถวาย

พระราชสมัญญานามว่า “King of Kings” หรือ “Great King” ยอดพระมหากษัตริย์ของโลกด้วย
พระเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่และพระบารมีอันไพศาลของพระองค์ จึงควรอย่างยิ่งที่อนุชนรุ่นหลังจะได้

ศึกษาและเรียนรู้ “พระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก”

จุดประสงค์ของกิจกรรม
1. เพื่อให้ผู้เรียนรู้และเข้าใจในพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จ

พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9
2. เพื่อเสริมสร้างและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้ผู้เรียน โดยมีพระบาทสมเด็จพระ

ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เป็นองค์ต้นแบบแห่งคุณธรรม

3. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

สื่อ วัสดุ อุปกรณ์

1. วิดีทัศน์ พระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 https://goo.gl/U6wdLf หรือ https://goo.gl/pwu4w8
2. บทความ 11 ตอน เรื่อง “รู้จัก พ่อ” จาก https://goo.gl/j9UfE3

3. กระดาษ A4
4. กระดาษฟลิปชาร์ทพร้อมปากกาเคม ี

73







5. ลูกอม/ขนม เพื่อเป็นรางวัล
6. แบบประเมินผลงานกลุ่มและแบบสังเกตพฤติกรรม


ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม
1. แบ่งผู้เรียนเป็นกลุ่มๆละ 3 คน ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ใช้เวลาไม่มาก เช่น นับเลข จับสลากสี ฯลฯ

2. ผู้สอนชี้แจงจุดประสงค์ ขั้นตอนและกติกาของกิจกรรม “เกมการฟัง” ดังนี้

2.1 ให้แต่ละกลุ่มยืนเรียงแถว กำหนดให้เรียกคนยืนกลางว่า “ผู้ฟัง” และคนยืนขนาบข้าง
ซ้ายและขวาว่า “ผู้พูด”

2.2 กำหนดเวลาให้ 1 นาที ให้ผู้พูดพูดอะไรก็ได้ ส่วนผู้ฟังให้จำเรื่องราวที่ได้ฟังให้ได้มาก

ที่สุด และนับจังหวะไปด้วย (1..2..3..4..5) จนกว่าจะได้ยินสัญญาณหมดเวลา
3. เมื่อหมดเวลา ผู้สอนขออาสาสมัครผู้ฟัง 1-3 กลุ่ม เล่าเรื่องที่ได้ฟังมาในเวลา 1 นาที ที่ผ่าน

มาว่าจำอะไรได้บ้าง และให้ผู้พูดบอกว่า ผู้ฟังสามารถจดจำเรื่องราวที่ตนเองพูดได้กี่เปอร์เซ็นต์จากที่ผู้
พูดเล่าไป (ผู้สอนสามารถซักถามเพิ่มเติมได้ว่า “มีข้อมูลอะไรขาดหายไปบ้าง”) หลังจากนั้นให้ผู้เรียน

ทั้งหมดร่วมกันอภิปรายสรุป ดังนี้
3.1 ผู้พูด รู้สึกอย่างไร

3.2 ผู้ฟัง รู้สึกอย่างไร

3.3 เกมการฟัง เหมือนการปกครองพสกนิกรของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ-
พลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 อย่างไรบ้าง

3.4 การนับตัวเลขไปด้วยขณะที่ฟัง เปรียบได้กับอะไรในชีวิตประจำวันของพระองค์ท่าน

3.5 คิดว่าพระองค์ท่านทรงใช้พระกรรณฟังอย่างเดียวหรือไม่ อย่างไร
4. ผู้สอนแจกบทความ 11 ตอน ให้ทุกกลุ่มและกำหนดเวลาอ่าน 30 นาที เพื่อให้แต่ละกลุ่ม

หาบทความที่ประทับใจที่สุด 1 บทความ แล้วออกไปนำเสนอ กลุ่มละไม่เกิน 5 นาที ดังนี้

4.1 ประทับใจเพราะอะไร
4.2 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงมีบุคลิกลักษณะ

พิเศษอย่างไร
4.3 เป็นเรื่องง่ายหรือไม่ สำหรับผู้เรียนที่จะมีบุคลิกลักษณะเหมือนพระองค์ท่าน และหาก

ผู้เรียนจะพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองให้เหมือนพระองค์ท่าน ผู้เรียนจะพัฒนาด้านใด เลือกเพียง 1

ด้าน โดยให้บอกวิธีการพัฒนาตนเองเป็นข้อๆ ลงบนกระดาษ A4 (แบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็นกลุ่มๆ ละ
4-5 คน ตามความเหมาะสม)

4.4 ให้ผู้เรียนแต่ละคนนำผลงานการพัฒนาตนเองติดลงบนกระดาษฟลิปชาร์ทของแต่ละ
กลุ่ม แล้วออกแบบการนำเสนอในรูป Mind Mapping ระบายสีให้สวยงาม

4.5 แต่ละกลุ่มนำผลงานของตนเองติดตามจุดต่างๆ รอบห้องเรียน

74







4.6 ผู้เรียนคัดเลือกคนนำเสนอผลงานของกลุ่มๆละ 1 คน ยืนประจำจุดที่ติดผลงาน
ื่
4.7 สมาชิกกลุ่มที่เหลือเดินชมผลงานของเพอนกลุ่มอื่นๆ โดยมีผู้นำกลุ่ม 1 คนยืนนำเสนอ
ผลงานของตนเองตามจุดต่างๆ โดยแต่ละกลุ่มเดินชมผลงานของเพื่อนโดยเดินวนขวาหรือตามเข็ม
นาฬิกา

4.8 ให้สมาชิกทุกคนเลือกโหวตกลุ่มที่นำเสนอได้ดีและน่าสนใจ (ใช้วิธีติดตาม/ให้คะแนน

ติดสติกเกอร์ หรืออื่นๆ ตามความเหมาะสมโดยมีกติกาห้ามให้คะแนนกลุ่มของตนเอง)
4.9 ให้รางวัลกลุ่มที่ได้รับการโหวตจากสมาชิกในห้องมากที่สุด

5. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปพระราชจริยวัตร (บุคลิกลักษณะ)ของพระบาทสมเด็จพระ
ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 แล้วร่วมกันอภิปราย ดังนี้

5.1 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงใช้

หลักการปกครองบ้านเมืองอย่างไร
5.2 ผู้เรียนจะทดแทนพระคุณ พระองค์อย่างไร


ข้อเสนอแนะ
1. กิจกรรมนี้เหมาะกับผู้เรียนจำนวน 15 คนขึ้นไป หรือ 1 ชั้นเรียน


2. ในการอภิปราย ผู้ฟัง/ผู้พูด รู้สึกอย่างไรในขั้นตอนที่ 3 นั้น ผู้สอนควรเขียนแยกความรูสึก
เชิงบวกและลบออกจากกันเพื่อให้ง่ายต่อการจำแนกผู้เรียน
3. ผู้สอนต้องสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนในระหว่างการทำกิจกรรมและการอภิปราย

4. กิจกรรมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมกับเวลาที่ม ี


แนวทางการประเมิน
1. ประเมินจากผลการทำกิจกรรมกลุ่ม

2. ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนโดยการสังเกตหรือใช้แบบสังเกต

75







พฤติกรรม หลักคุณธรรมที่ประเมิน
- ทำกิจกรรมตามที่ได้รับมอบหมายด้วยความ ความรับผิดชอบ 20%

รับผิดชอบ และยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

- ทำกิจกรรมตามที่ได้รับมอบหมายจนเกิดผลสำเร็จ มีระเบียบวินัย 30%
ตามเงื่อนไขและเวลาที่กำหนด

- ทำกิจกรรมโดยคำนึงถึงภูมิคุ้มกันด้านคุณธรรม พอเพียง 30%

จริยธรรม
- ทำกิจกรรมโดยมีการวางแผน

- มุ่งมั่นทำกิจกรรมด้วยความซื่อสัตย์ ซื่อสัตย์สุจริต 10%
- ไม่ลอกเลียนคำตอบของผู้อื่น

- ช่วยเหลือเพื่อนในกลุ่ม มีจิตอาสา 10%

- ช่วยจัดเตรียม จัดเก็บวัสดุอุปกรณ์การทำกิจกรรม
รวม 100%

76







กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม หน่วยกิจกรรมที่ 4

ชื่อหน่วย กิจกรรม กิจกรรม 5 ส. :

รวมพลังทำดี สร้างสรรค์สังคม
ตามรอยพ่อของแผ่นดิน


ฐานที่ 9 เกษตรกรน้อย.. เวลา 3 ชั่วโมง
ตามรอยพ่อหลวง


หลักการและเหตุผล

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงเป็น

แบบอย่างที่ดีงามในทุกด้าน สมควรที่จะดำเนินรอบตามพระยุคลบาทด้วยหลักปฏิบัติ 10 ประการ
ได้แก ่

ข้อที่ 1 ทำงานอย่างผู้รู้จริง และมีผลงานเป็นที่ประจักษ ์
ข้อที่ 2 มีความอดทน มุ่งมั่น ยึดธรรมะและความถูกต้อง

ข้อที่ 3 ความอ่อนน้อมถ่อมตน เรียบง่ายและประหยัด

ข้อที่ 4 มุ่งประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นหลัก
ข้อที่ 5 รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และเคารพความคิดที่แตกต่าง

ข้อที่ 6 มีความตั้งใจจริง และขยันหมั่นเพียร

ข้อที่ 7 มีความสุขและความกตัญญู
ข้อที่ 8 พึ่งตนเอง ส่งเสริมคนดีและคนเก่ง

ข้อที่ 9 รักประชาชน

ื้
ข้อที่ 10 การเออเฟื้อซึ่งกันและกัน
หากประชาชนชาวไทยทุกคน ทุกเพศ ทุกวัน ทุกสาขาอาชีพ ได้ทบทวน ยึดถือและน้อมนำไป

ปฏิบัติดังที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช รัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติแล้ว คนในชาติจะ
สามารถดำเนินชีวิตได้ด้วยดี สังคมจะสงบสุข และประเทศชาติเจริญก้าวหน้าได้อย่างหาที่สุดมิได้


จุดประสงค์ของกิจกรรม

1. เพื่อให้ผู้เรียนรู้และเข้าใจในพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9

2. เพื่อเสริมสร้างและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้ผู้เรียน โดยมีพระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เป็นองค์ต้นแบบแห่งคุณธรรม

3. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

77







4. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียน ผู้ปกครอง มีส่วนร่วมในการปลูกหรือบำรุงรักษาต้นไม้


สื่อ วัสดุ อปกรณ์
1. กระดาษคละสี ตัดเป็นรูปหัวใจ พร้อมปากกาเคมีและเทปใส
2. บอร์ดหรือผนังห้องเรียน ติดภาพต้นไม้ใหญ่ที่แตกกิ่งก้านสาขา

3. ขวดเปล่าน้ำอัดลม คนละ 2 ขวด

4. เม็ดพริก (พริกขี้หนู) (ที่ผ่านการแช่น้ำอุ่นแล้ว 1 วัน)
5. กระถางเล็กเพาะต้นกล้า

6. ดินร่วนปนทราย

7. ปุ๋ยหมัก
8. วิดีทัศน์ “ตามรอยพระราชา” http://gg.gg/94d6k

9. เพลง “เดินตามรอยเท้าพ่อ” http://gg.gg/94d02
10. แบบประเมินผลงานกลุ่มและแบบสังเกตพฤติกรรม


ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม

1. ให้ผู้เรียนดู วิดีทัศน์ “ตามรอยพระราชา” แล้วช่วยกันอภิปรายว่า
1.1 เคยเห็นใครทำความดีเพื่อคนอื่น เพื่อสังคม เพื่อประเทศชาติ โดยไม่หวังผลตอบแทน

บ้าง
1.2 รู้สึกอย่างไรต่อบุคคล หรือความดีเหล่านั้น

1.3 ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา นักเรียนได้ทำความดีอะไรบ้าง

2. ผู้สอนแจกกระดาษรูปหัวใจให้ผู้เรียนคนละชิ้น ให้ผู้เรียนแต่ละคนเขียนความดีที่ตั้งใจจะ
ทำเพื่อเดินตามรอยพ่อหลวงลงในกระดาษนั้น แล้วนำไปติดตามกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ที่บอร์ด โดยใน

ระหว่างทำกิจกรรมผู้สอนจะเปิดเพลง “เดินตามรอยเท้าพ่อ” เพื่อใช้เป็นการกำหนดเวลาสำหรับ
การทำกิจกรรมในขั้นตอนนี้

3. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันยืนตรงเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จ

พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เป็นเวลา 89 วินาทีแล้วร่วมกันร้องเพลง
“เดินตามรอยเท้าพ่อ”

4. ผู้สอนให้ผู้เรียน นำเม็ดพริกที่เตรียมมา (ผ่านการแช่น้ำอุ่นมาแล้ว 1 วัน) เพื่อเตรียม

การเพาะต้นกล้าพริก
5. ผู้สอนสาธิตการเพาะเมล็ด ด้วยผสมดินร่วนปนทรายกับปุ๋ยหมักลงในกระถางเพาะเมล็ด

ขุดหลุมดินในกระถางให้ลึกประมาณ ½ นิ้ว แล้วหย่อนเมล็ดพริกที่เตรียมไว้ลงในหลุมประมาณ 3-4

78







เมล็ด กลบดินรดน้ำให้ชุ่มทุกวัน พร้อมกับสังเกตว่าดินระบายน้ำได้ดีหรือไม่ และที่สำคัญต้องวาง
กระถางเพาะไว้ในที่ที่มีแดดส่องถึง

6. ผู้สอนอธิบายหากต้นกล้าสูงประมาณ 6 นิ้วขึ้นไปและออกใบให้เห็น ให้ถอนต้นกล้าที่
อ่อนแอทิ้งไปให้เหลือไว้เฉพาะต้นกล้าที่แข็งแรงเพียง 1 ต้น หลังจากนั้นทำการย้ายต้นกล้าพริกไปปลูก

ในกระถางใหญ่ที่มีดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยหมักเช่นเดียวกับการเพาะต้นกล้าพริก และควรวาง

กระถางปลูกต้นพริกในที่ที่มีแดดส่องถึง รดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าแฉะทุกวันเช้า-เย็น และเมื่อพริกเริ่มติด
ดอกออกผลแข็งแรงแล้ว ให้เปลี่ยนไปรถน้ำแบบวันเว้นวัน

7. ให้ผู้เรียนสังเกตบันทึกผลการเจริญเติบโตของต้นพริกและรักษาจนเติบโต โดยผู้สอนเป็นที่
ปรึกษาและให้คำแนะนำในการปฏิบัติ


ข้อเสนอแนะ

1. กิจกรรมนี้สามารถใช้กับผู้เรียนจำนวนมาก และหากทำได้ ควรจัดสถานที่ที่สามารถ
ควบคุมแสง เสียง เพื่อสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบ ให้ผู้เรียนมีสมาธิในการดูวิดีทัศน์ “ตามรอย

พระราชา” ฟังและร่วมร้องเพลง “เดินตามรอยเท้าพ่อ” ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
หาที่สุดมิได้

2. หากมีผู้เรียนร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ในช่วงอภิปราย ผู้สอนอาจใช้วิธีสุ่มถามผู้เรียน 2-3

คนต่อ1 ประเด็นคำถาม แล้วเปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่มีความเห็นแตกต่างเพิ่มเติมจากที่เพื่อได้นำเสนอ
ไปแล้ว

3. ผู้สอนต้องสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนในระหว่างการทำกิจกรรม

4. กิจกรรมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

แนวทางการประเมิน

1. ประเมินจากผลการทำกิจกรรมกลุ่ม
2. ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนโดยการสังเกตหรือใช้แบบสังเกต

79







พฤติกรรม หลักคุณธรรมที่ประเมิน
- ทำกิจกรรมตามที่ได้รับมอบหมายด้วยความ ความรับผิดชอบ 20%

รับผิดชอบ และตั้งใจ

- เข้าแถวอย่างเป็นระเบียบช่วงนำกระดาษไปติดที่ มีระเบียบวินัย 20%
บอร์ด/ผนังต้นไม้

- ไม่พูดคุยเสียงดังระหว่างทำการทำกิจกรรม


- ใช้วัสดุในการทำกจกรรมด้วยความประหยัด พอเพียง 20%
- มุ่งมั่นทำกิจกรรมด้วยตัวเอง ซื่อสัตย์สุจริต 20%

- ไม่นำผลงานของคนอื่นมาเป็นของตนเอง

- ช่วยเหลือเพื่อนในกลุ่ม มีจิตอาสา 20%
- เอื้อเฟื้อ แบ่งปันการใช้วัสดุ อุปกรณ์

- ช่วยจัดเตรียม จัดเก็บวัสดุอุปกรณ์การทำกิจกรรม
รวม 100%

80
































กิจกรรมที่ 5 (สื่อสารพลังบวก)



กิจกรรมการพัฒนาตน พัฒนาจิต

81







กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม หน่วยกิจกรรมที่ 5

ชื่อหน่วย กิจกรรม กิจกรรม 5 ส. :

การพัฒนาตน พัฒนาจิต สื่อสารพลังบวก



ฐานที่ 10 Body Scan เวลา 5 ชั่วโมง


หลักการและเหตุผล

เป้าหมายระดับต้นคือทำให้เด็กๆ ผ่อนคลายซึ่งความรู้สึกผ่อนคลายจะช่วยในการเรียนรู้ได้
ดีกว่าความรู้สึกเครียดหรือกังวนใจ Body Scan จะทำให้รู้สึกสงบ คลื่นสมองจากความถี่สูงๆ จะ

กลายเป็นความถี่ที่ต่ำลง พอสงบคลื่นสมองต่ำก็ยิ่งเรียนรู้และการใคร่ครวญก็ดียิ่งขึ้น ส่วนเป้าหมาย

ระดับสูงขึ้นมาอีกก็คือการใช้ Body Scan เพื่อเป็นการฝึกฝนสติให้กับเด็กๆ การฝึกฝนสติบ่อยๆ จะ
ทำให้เด็กๆ กลับมารู้ตัวไวหรือ ชำนาญมากขึ้นในการกลับมารู้ตัว

การ Body Scan เป็นการดึงจิตกลับมาอยู่ที่ความรู้สึกทางกาย ไม่ให้ฟุ้งซ่านพอแด็กชำนาญ


การรู้สึกทางกายแล้วก็สามารถฝึกฝนสู่การรู้ให้เท่าทันความคดที่เกิดขึ้นรู้เท่าทันความรู้สึกของอารมณ์
อื่นที่เกิดขึ้น


จุดประสงค์ของกิจกรรม
1. เพื่อให้ผู้เรียนสร้างความตระหนักรู้ภายในตนเอง

2. เพื่อให้ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้กิดขึ้นในตัวผู้เรียน


สื่อ วัสดุ อุปกรณ์
1. บทความสั้นๆ เกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม 1 บทความ

2. แบบประเมินผลงานกลุ่มและแบบสังเกตพฤติกรรม

ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม

กิจกรรมที่ 1 Body Scan แบบยืน

ขั้นเตรียม
1. ให้ผู้เรียนยืนแยกเท้าทั้งสองขางออกพอประมาณช่วงไหล่ เพื่อทำให้การทรงตัวดีขึ้น ปล่อย

มือตามสบาย แนบข้างลำตัว หย่อนหัวไหล่เล็กน้อยให้หัวไหล่ผ่อนคลาย ปิดเปลือกตาลงอย่างผ่อน
คลาย หายใจเข้าออกยาวๆ สักสี่ห้าครั้งเพื่อให้เห็นการเคลื่อนไหวของลมหายใจและรับรู้ความรู้สึก



สัมผัสที่ปลายจมูก จดจ่อ การรับรู้ที่ปลายจมูกขณะลมหายใจเข้าออกอกสักพก

82







ขั้น Scan และใส่ข้อมูล
2. ให้ผู้เรียนจับความรู้สึกไปที่เท้าทั้งสองข้างของตัวเองรับรู้สึกถึงจุดสัมผัสที่มีน้ำหนักกดลงไป

บนฝ่าเท้าทั้งสองข้าง เริ่มรู้สึกจุดสัมผัสไปที่นิ้วโป้ง จับความรู้สึกไล่เรียงไปทีละนิ้วจากนิ้วเท้าซ้ายไป
ขวา รับรู้ถึงน้ำหนักของเราให้กระจายไปจนทั่วฝ่าเท้า จับความรู้สึกที่ข้อเท้า รับรู้ถึงแรงตึงที่ข้อเท้า

แรงกดของน้ำหนักตัวที่กดลงตรงข้อเท้าถัดจากนั้นขยับการรับรู้มาที่กล้ามเนื้อน่องทั้งสองข้าง รู้สึกถึง

ความตึงของกล้ามเนื้อที่น่องทั้งสองข้าง รับรู้สักพักก็ขยับมารับรู้ถึงแรงกดที่หัวเข่าทั้ง สองข้าง มีทั้ง
แรงกดและแรงตึงไล่ขึ้นมาที่กล้ามเนื้อขาท่อนบน รู้สึกถึงแรงตึงของกล้ามเนื้อขาขยับมาที่บั้นเอวรับรู้

แรงกดที่บั้นเอว แรงตึงของกล้ามเนื้อรอบๆ บั้นเอว ขยับขึ้นมารับรู้ที่ต้นคอสัมผัสและรับรู้ถึงแรงตึงที่
กล้ามเนื้อต้นคอ

(ใส่ข้อมูล)ปล่อยให้ไหล่ผ่อนสบายๆ ปล่อยให้ร่างกายของเรายืนอยู่ด้วยความสงบและเบา

สบายเพื่อให้เราได้รู้สึกขอบคุณร่างกายของเรา ขอบคุณเท้าทั้งสองข้างที่นำพาเราไปยังที่ต่างๆ ตั้งแต่
เล็กจนโต ขอบคุณขาทั้งสองข้างที่ทำให้เรายืนขึ้นได้อย่างมั่นคง ขอบคุณมือทั้งสองข้างของเราที่ช่วย

ทำสิ่งต่างๆ ที่ดีงามให้เกิดขึ้นแก่โลกนี้ ขอบคุณทุกลมหายใจที่ยังอยู่กับเรา

ขั้นปลุก
3. ผู้เรียนรับรู้ลมหายใจเข้าออกด้วยความสงบ (ใช้เวลาช่วงนี้สัก2-3นาที) ทุกคนลืมตาขึ้นด้วย

ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายหลังจากนั้นอาจ ทำ Brain Gym หรือ กิจกรรมอื่นสั้นๆ ที่เป็น

การกระตุ้นให้ร่างกายกลับมาใช้ประสาทสัมผัสทุกส่วนได้อย่างเต็มที่อกครั้ง


กิจกรรมที่ 2 Body Scan แบบนั่ง
ขั้นเตรียม

1. ให้ผู้เรียนทุกคนนั่งขัดสมาธิในท่าที่สบาย ปล่อยแขนและมือตามสบาย หย่อนหัวไหล่
เล็กน้อยให้หัวไหล่ผ่อนคลาย จากนั้นปิดเปลือกตาลงเบาๆ อย่างผ่อนคลาย หายใจเข้าออกยาวๆ

สัก 4-5 ครั้งเพื่อให้เห็นการเคลื่อนไหวของลมหายใจและรับรู้ความรู้สึกสัมผัสที่ปลายจมูก จดจ่อการ

รับรู้ที่ปลายจมูกขณะลมหายใจเข้าออกสักพัก
ขั้น Scan และใส่ข้อมูล

2. ผ่อนคลายร่างกายทุกส่วนให้รู้สึกเบาสบายจับความรู้สึกไปที่เท้าทั้งสองข้างของเรารับรู้สึก

ถึงจุดสัมผัสที่มีน้ำหนักกดลงไปบนฝ่าเท้าทั้งสองข้างจากนั้นรับรู้ความรู้สึกที่นิ้วเท้าค่อยๆ ไล่เรียงความ
รู้สึกไปทีละนิ้วเริ่มที่นิ้วโป้งนิ้วชี้นิ้วกลางนิ้วนางนิ้วก้อยรับรู้ถึงน้ำหนักของเราให้กระจายไปจนทั่วฝ่า

เท้าจับความรู้สึกที่ข้อเท้ารับรู้ถึงแรงตึงที่ข้อแรงกดของน้ำหนักตัวที่กดลงตรงข้อเท้าถัดจากนั้นขยับ


การรับรู้มาที่กล้ามเนื้อน่องทั้งสองข้างรู้สึกถึงความตึงของกล้ามเนื้อที่น่องทั้งสองข้างรับรู้สักพกก็ขยับ
มารับรู้ถึงแรงกดที่หัวเข่าทั้งสองข้างที่มีทั้งแรงกดและแรงตึงไล่ขึ้นมาที่กล้ามเนื้อต้นขารู้สึกถึงแรงตึง

83







ของกล้ามเนื้อต้นขาจากนั้นขยับขึ้นมาที่บั้นเอวรับรู้แรงกดที่บั้นเอวแรงตึงของกล้ามเนื้อรอบๆบั้นเอว
สักพัก และขยับขึ้นมารับรู้ที่ต้นคอสัมผัสและรับรู้ถึงแรงตึงที่กล้ามเนื้อต้นคอรับรู้ความรู้สึกปวด รู้สึก

เมื่อยที่ต้นคอ ขยับความรู้สึกมาที่ใบหน้าของเราให้ใบหน้าของเรารู้สึกถึงการผ่อนคลายเบาสบายจับ
ิ่
ความรู้สึกมาที่ศีรษะของเราผ่อนคลายความคิดให้รู้สึกเบาสบายอมเอมและมีความสุข
(ใส่ข้อมูล) ปล่อยให้ไหล่ผ่อนสบายๆ ปล่อยให้ร่างกายของเราทุกๆส่วนอยู่ด้วยความผ่อน

คลาย เบาสบายเพื่อให้เราได้รู้สึกขอบคุณร่างกายของเรา ขอบคุณเท้าและขาของเราที่นำพาเราไปยัง
ที่ต่างๆ ขอบคุณมือทั้งสองข้างของเราที่ช่วยหยิบจับทำสิ่งต่างๆ ที่ดีงาม ขอบคุณสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว

เราที่ทำให้เรามีพลัง มีคุณค่าในตัวเองและเห็นคุณค่าของผู้อื่น ขอบคุณลมหายใจที่ยังอยู่กับเรา
ขั้นปลุก

3. ให้เรากลับมารับรู้ลมหายใจเข้าออกด้วยความสงบสัก 2-3 ลมหายใจ จากนั้นให้ทุกคนใช้

ฝ่ามือถูสัมผัสกันเบาๆ แล้วนามือมาปิดที่ตาเบาๆพร้อมกับกระพริบตาของเราสัก 2-3 ครั้งแล้วเอามือ
ออกทำ Brain Gym แบบนวดกดจุด หรือ กิจกรรมอื่นสั้นๆ ที่เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายกลับมาใช้

ประสาทสัมผัส ทุกส่วนได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง


กิจกรรมที่ 3 Body Scan แบบนอน

ขั้นเตรียม
1. ให้ผู้เรียนนอนหงายในท่าที่ผ่อนสบาย แยกเท้าออกพอประมาณแล้วปล่อยให้เท้าผ่อนใน

ท่าที่สบาย วางมือทั้งสองไว้ข้างลำตัว หงายฝ่ามือขึ้น ปล่อยให้มืออยู่ในลักษณะกึ่งกำกึ่งเหยียดในท่าที่

สบาย เราปิดเปลือกตาลงเบาๆ รู้สึกถึงการผ่อนคลายที่เปลือกตา จากนั้นหายใจเข้าลึกๆ ปล่อยลม
หายใจออกช้า ๆ หายใจเข้ารู้สึกสบาย หายใจออกรู้สึกผ่อนคลาย เราเริ่มผ่อนคลายทุกส่วนของ

ร่างกาย
ขั้น Scan และใส่ข้อมูล

2. ผ่อนคลายกล้ามเนื้อหัวคิ้ว คิ้วที่ขมวดอยู่คลายออก เรารู้สึกกล้ามเนื้อหัวคิ้วได้รับการผ่อน

คลาย เรารู้สึก เบา สบาย อิ่มเอม มีความสุข หลับสบาย หลับลึกลงๆ ทุกที
ผ่อนคลายกล้ามเนื้อแก้มทั้งสองข้าง แก้มทั้งของข้างของเราได้รับการผ่อนคลาย เรารู้สึกเบา

สบาย อิ่มเอม มีความสุข หลับสบาย หลับลึกลง ๆ ทุกที

ผ่อนคลายกล้ามเนื้อคาง คางของเราได้รับการผ่อนคลาย เรารู้สึก เบา สบาย อิ่มเอม
มีความสุข หลับสบาย หลับลึกลง ๆ ทุกที

ิ่
ผ่อนคลายกล้ามเนื้อริมฝีปาก ปากที่เม้มอยู่คลายออกและผ่อนคลายเรารู้สึก เบา สบาย อม
เอม มีความสุข หลับสบาย หลับลึกลง ๆ ทุกที

84







(จากนั้นก็ Scan ต่อไป ที่ไหล่ แขนทั้งสองข้าง มือ กล้ามเนื้อหน้าอก สีข้าง แผ่นหลัง ขาทั้ง
สองข้าง ฝ่าเท้า)

(ใส่ข้อมูล) ปล่อยร่างกายของเราได้หลับอย่างสบายเพื่อให้เราได้รู้สึกขอบคุณร่างกายของเรา
ขอบคุณเท้าทั้งสองข้างที่นำพาเราไปยังที่ต่างๆ ตั้งแต่เล็กจนโต ขอบคุณขาทั้งสองข้างที่ทำให้เรายืนขึ้น

ได้อย่างมั่นคง ขอบคุณมือทั้งสองข้างของเราที่ช่วยทำสิ่งต่างๆ ที่ดีงามให้เกิดขึ้นแก่โลกนี้ ขอบคุณทุก

ลมหายใจที่ยังอยู่กับเราขอบคุณทุกสรรพสิ่งที่เกื้อกูลเราอยู่ หายใจเข้าลึกๆ และผ่อนลมหายใจออก
ช้าๆ บอกตัวเองว่าเราเป็นคนที่น่ารัก เป็นคนที่ยอดเยี่ยม เป็นคนที่รู้เวลา เป็นคนที่มีความรักที่ยิ่งใหญ่

บอกตัวเองว่าเราเป็นคนที่อดทน มุ่งมั่น เสียสละ และกล้าหาญที่จะทำในสิ่งที่ดีงาม
ขั้นปลุก

3. เราจะได้ยินการนับ 1 - 3 เพื่อให้เราเริ่มรู้สึกตัว นับ 1 เรารู้สึกที่มือทั้งสองข้างของเรา นับ

2 เรารู้สึกที่ฝ่าเท้าทั้งสองข้างของเรา นับ 3 เราค่อยๆลืมตา ค่อยๆ กระพริบตา เพื่อปรับสายตาเราเข้า
กับแสงสว่าง เราจะบอกตัวเองว่าเราจะตื่นมาพร้อมกบความสดชื่น ความกระปี้กระเป่า แล้วเราค่อยๆ

เอียงตัวลุกขึ้นนั่ง เราช่วยดูแลเพื่อนข้างๆ แล้วเราค่อยๆ สะกิดคนข้างเรา อย่างเบาๆ เพื่อเป็นการรู้ตัว

ื่
4. หลังจากนั้นอาจ ทำ Brain Gym หรือ กิจกรรมอนสั้นๆ ที่เป็นการกระตุ้นให้ร่างกาย
กลับมาใช้ประสาทสัมผัสทุกส่วนได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง


กิจกรรมที่ 4 Body Scan จากการฟังการอ่าน

ขั้นเตรียม

1. ให้ผู้เรียนนอนในท่าที่สบาย ปิดเปลือกตาลง ให้หายใจเข้าออกยาวๆ สี่ถึงห้าครั้งเพื่อจับ
ความรู้สึก ที่ปลายจมูกที่ปรากฏชัด แล้วจดจ่อเพื่อรับรู้ความรู้สึกที่ปลายจมูกอย่างต่อเนื่อง

ขั้น Scan และใส่ข้อมูล
2. ผู้สอนอ่านวรรณกรรม ที่เรื่องมีความยาวสักสิบนาที หรือถ้าเป็นเรื่องยาวมากก็อ่านเป็น

ตอนๆ

ขั้นปลุก
3. ทำ Brain Gym หรือ กิจกรรมอื่นสั้นๆ ที่เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายกลับมาใช้ประสาท

สัมผัสทุกส่วนได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง


กิจกรรมที่ 5 Body Scan จากการฟังเรื่องเล่า

ขั้นเตรียม

1. ให้ผู้เรียนนอนในท่าที่สบาย ปิดเปลือกตาลง ให้หายใจเข้าออกยาวๆ สี่ถึงห้าครั้งเพื่อจับ
ความรู้สึก ที่ปลายจมูกที่ปรากฏชัด แล้วจดจ่อเพื่อรับรู้ความรู้สึกที่ปลายจมูกอย่างต่อเนื่อง

85







ขั้น Scan และใส่ข้อมูล
2. จินตนาการว่ามีลูกโป่งอยู่ที่ท้องของเรา หายใจเข้าลูกโป่งที่ท้องของเราพองออก หายใจ

ออกลูกโป่งแฟบลง เราตามดูการพองและแฟบของลูกโป่งที่อยูตรงท้องเราสักระยะ (ฝึกให้หายใจด้วย
ท้องเพื่อให้ปอดได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด) ผู้เรียนรู้สึกผ่อนคลายทุกส่วนของร่างกาย

ร่างกายของเรารู้สึกผ่อนคลาย จินตนาการว่าเรากำลังเดินทางไปเที่ยว ซึ่งตอนนี้รถไฟขบวนยาวจอด

รอเราอยู่ รถไฟมีตู้สีเขียว ตู้สีแดง ตู้สีเหลือง และสีอื่นๆ อีกมากมาย ขอให้เด็กๆ เลือกขึ้นตู้รถไฟตามสี
ที่เด็กๆ ชอบ เมื่อขึ้นไปแล้ว เราก็จะเห็นเก้าอ สีเดียวกับตู้รถไฟ เด็กๆ เลือกที่นั่งตามชอบใจ จะเป็นริม
ี้
หน้าต่างด้านซ้าย หรือริมหน้าต่างด้านขวา รถไฟค่อยๆ เคลื่อนตัวช้าๆ จากนั้นก็เร็วขึ้นๆ รถไฟวิ่งผ่าน
ทุ่งนา ลมเย็นๆ โชยมาปะทะใบหน้าเราทำให้เรารู้สึกเย็นสบาย เด็กๆ มองออกไปนอกหน้าต่างจะเห็น

ทุ่งนากว้างยาวสุดสายตา เห็นต้นไม้วิ่งสวนทางกับกับเราเห็น ทิวเขาที่อยู่ไกลๆ เห็นฝูงวัวกำลังตั้งใจ

กินหญ้าที่กลางทุ่งนา ..(แล้วแต่จะให้เห็น) รถไฟวิ่งผ่านภูเขา เด็กๆ เห็นต้นไม้หนาแน่นขึ้น บางต้นก็สูง
ใหญ่มาก เห็นฝูงลิงกำลังปีนป่ายห้อยโหนอยู่บนกิ่งไม้..(แล้วแต่จะให้เห็นแต่ต้องไม่เยอะเกินไปเพราะ

จะอยากต่อการจดจำจนสับสน) รถไฟวิ่งผ่านน้ำตก น้ำที่ตกลงมากระเด็นมาโดนใบหน้าของเรา ทำให้

รู้สึกเย็นสดชื่นที่ใบหน้า รถไฟวิ่งผ่านทะเล เด็กๆ เห็นคลื่นทะเลกำลังม้วนตัวเล่นไล่จับกันขึ้นมาบนฝั่ง
เด็กๆ ได้ยินเสียงคลื่นเวลาที่วิ่งขึ้นมาบนฝั่ง เด็กๆ เห็นหาดทรายที่ขาวสะอาด เห็นปูกำลังวิ่งเล่นบน

หาดทราย รถไฟวิ่งผ่านทุ่งหญ้าที่มีสีเขียว เห็นยอดหญ้ากำลังเต้นระบำกำสายลมอย่างมีความสุข แล้ว
รถไฟพาเด็กๆ กลับมายังโรงเรียนลงจากรถไฟตู้อย่างมีความสุขเราบอกตัวเองว่าเราเป็นคนที่น่ารัก

เป็นคนที่ยอดเยี่ยม หายใจเข้ารับเอาความรักความอบอุ่นจากจักรวาลเข้าไปในร่างกายของเรา หายใจ

ออกนำความรู้สึกที่แห่งความปรารถนาดีและนำความรักเผื่อแผ่ให้กับคนที่อยู่รอบข้างเรา ให้กับทุก
สรรพสิ่งในโลกนี้ เราบอกตัวเองว่าเรารักตัวเอง รักทุกๆ คน และทุกๆ คนก็รักเรา เราบอกตัวเองว่าเรา

เป็นคนที่ตั้งใจเรียนรู้เวลา มีความรับผิดชอบ
ขั้นปลุก

3. นับ 1 บอกตัวเองว่าเราน่ารัก นับ 2 บอกว่าเราเป็นคนที่รู้เวลา นับ 3 บอกว่าเราเป็นคนที่

รักคุณพ่อ รักคุณแม่ นับ 4 บอกว่าเรารักเพื่อนๆ รักคุณครู รักทุกๆ คน นับ 5 ทุกๆ คน ก็รักเรา นับ 6
เราเป็นคนที่ตั้งใจเรียน นับ 7 เราจะเล่นกับเพื่อนทุกคน นับ 8 เราเป็นคนที่มีน้ำใจแบ่งของเล่นให้กับ

เพื่อน นับ 9 บอกตัวเองว่าเราเป็นคนที่มีความสุขที่สุดที่ได้มาโรงเรียนในวันนี้ นับ 10 บอกให้ตัวเองลุก

ขึ้นนั่งช้าๆ

ข้อเสนอแนะ

1. การทำ Body Scan สามารถทำได้ด้วยตนเอง ผู้ปกครอง ญาติพี่น้อง
2. การทำ Body Scan อาจใช้เวลาในการทำ 15-20 นาที ในช่วงก่อนเข้าเรียนช่วงเช้าหรือ

ช่วงบ่าย

86







3. การทำ Body Scan อาจเริ่มด้วยการเปิดเพลงบรรเลง ฟังสบายๆ คลอเบาๆ

แนวทางการประเมิน

1. ประเมินจากผลการทำกิจกรรมกลุ่ม
2. ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนโดยการสังเกตหรือใช้แบบสังเกต



พฤติกรรม หลักคุณธรรมที่ประเมิน
- ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม ความรับผิดชอบ 30%

- ปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนและเวลาที่กำหนด มีระเบียบวินัย 30%

- ใช้หลักเหตุและผลในการดำเนินชีวิต พอเพียง 10%
- ทำกิจกรรมด้วยตนเอง ซื่อสัตย์สุจริต 30%

รวม 100%

87







กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม หน่วยกิจกรรมที่ 5

ชื่อหน่วย กิจกรรม กิจกรรม 5 ส. :

พัฒนาตน พัฒนาจิต สื่อสารพลังบวก



ฐานที่ 11 สิ่งที่ฉันเป็น เวลา 1 ชั่วโมง


หลักการและเหตุผล

การเข้าใจตนเอง การยอมรับในข้อดี ข้อเสียของตนเอง เป็นภูมิคุ้มกนตัวเองที่ดีอย่างมาก จะ

นำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงตนเอง โดยเฉพาะการควบคุมตนเองให้เป็นคนมีวินัย สามารถนำมาใช้

ในการวางแผนการดำเนินชีวิต การทำงาน ได้อย่างเหมาะสมกับความถนัด บุคลิกภาพ

ตามความสามารถของตนเอง นอกจากนั้นการรู้จักและยอมรับตนเอง ยังเป็นส่วนช่วยให้เกิด
การยอมรับผู้อื่น มีความไว้วางใจ และมีความเป็นมิตรที่ดีต่อกัน สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมี

ความสุข


จุดประสงค์ของกิจกรรม
1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ และเกิดความเข้าใจตนเองในการพัฒนาตนเองด้านต่างๆ ได้อย่าง

เป็นระบบ
2. เพื่อฝึกเปิดใจต่อด้านดี ด้านเสียและสำรวจความพร้อมในการพัฒนาตนเอง

3. เพื่อให้มีทัศนคติที่เปิดกว้าง เพื่อเข้าใจธรรมชาติบุคคลและยอมรับผู้อื่น


สื่อ วัสดุ อุปกรณ์
1. กระดาษครึ่งของ A4 ดินสอ ยางลบ เท่าจำนวนผู้เรียน

2. วีดิทัศน์ การรู้จักตนเองและยอมรับตนเอง
https://www.youtube.com/watch?v=ajXPYEShjAw

3. แบบประเมินผลงานกลุ่มและแบบสังเกตพฤติกรรม


ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม
1. ผู้สอนแจกกระดาษ A4 ดินสอ และยางลบ ให้ผู้เรียนคนละ 1 ชุด แล้วให้ผู้เรียนทำ

กิจกรรม “สิ่งที่ฉันเป็น” ดังนี้
1.1 เปรียบเทียบตนเองกับดอกไม้ที่ตนเองชอบ 1 ชนิด สัตว์ที่ชอบ 1 ชนิด พร้อมทั้งให้

เหตุผลว่าชอบดอกไม้และสัตว์ชนิดนั้นเพราะอะไร

1.2 ผู้เรียนจับคู่เพื่อแลกเปลี่ยนกัน (เพื่อเรียนรู้สิ่งที่ตนชอบ และเพื่อนชอบ)

88







1.3 ผู้เรียนสำรวจตนเองว่ามีข้อดี ข้อเสียอย่างไร และมีวิธีการใดที่จะปรับปรุงข้อเสียของ
ตนเอง

1.4 ให้ผู้เรียนจับคู่กัน (โดยต้องไม่เป็นคู่เดิม) แลกเปลี่ยนกันว่าแต่ละคนมีข้อดี ข้อเสีย
อย่างไร และ มีวิธีการใดที่จะปรับปรุงข้อเสียของตนเอง (เพื่อเรียนรู้ ยอมรับตนเองทั้งด้านดี ไม่ดี และ

การปรับปรุงตนเอง และยอมรับในตัวตนของเพื่อน)

2. ผู้สอนและผู้เรียนช่วยกันสรุปสิ่งที่ได้รับจากกิจกรรม “สิ่งที่ฉันเป็น” จากคำตอบและ
แนวคิดของผู้เรียน

3. ให้ผู้เรียนดูวีดิทัศน์ จากนั้นผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันถอดบทเรียนจากการดำเนินกิจกรรม

ข้อเสนอแนะ
1. ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดกิจกรรม

2. ผู้สอนต้องให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษา แนะนำ ผู้เรียน รวมทั้งให้กำลังใจ
3. การถอดบทเรียนเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการที่จะทำให้การปฏิบัติกิจกรรมมีความสมบูรณ์

และช่วยส่งเสริมพฤติกรรมลักษณะนิสัยที่ดีให้มีความยั่งยืนต่อไป
4. กิจกรรมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม


แนวทางการประเมิน

1. ประเมินจากผลการทำกิจกรรมกลุ่ม
2. ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนโดยการสังเกตหรือใช้แบบสังเกต



พฤติกรรม หลักคุณธรรมที่ประเมิน
- ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม ความรับผิดชอบ 30%

- ปฏิบัติกิจกรรมโดยมีการวางแผน

- ปฏิบัติกิจกรรมตามคำสั่ง กฎ กติกา โดยเคร่งครัด มีระเบียบวินัย 30%
- ปฏิบัติงานจนแล้วเสร็จในเวลาที่กำหนด

- ปฏิบัติกิจกรรมโดยใช้หลักเหตุผล ความเป็นประโยชน์ พอเพียง 20%

ในเวลาที่กำหนด
- ปฏิบัติกิจกรรมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ซื่อสัตย์สุจริต 10%

- ปฏิบัติกิจกรรมเพื่อส่วนรวมด้วยความเต็มใจและ มีจิตอาสา 10%

เสียสละ
- มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น

รวม 100%

89




























กิจกรรมที่ 6 (ส่งเสริมศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม)





กิจกรรมอนุรักษ์วิถีธรรมวิถีไทย

90







กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม หน่วยกิจกรรมที่ 6

ชื่อหน่วย กิจกรรม กิจกรรม 5 ส. :

อนุรักษ์วิถีธรรมวิถีไทย ส่งเสริมศาสนา
ศิลปะ และ

วัฒนธรรม

ฐานที่ 12 การละเล่นพื้นบ้าน เวลา 2 ชั่วโมง



หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันความเจริญและการขยายตัวของสังคมเมืองสู่สังคมชนบท ทำให้วิถีชีวิตความเป็นอยู่
ของคนในสังคมชนบทเกิดการเปลี่ยนแปลง การับวัฒนธรรมต่างชาติทำให้เยาวชนรุ่นหลังขาด

จิตสำนึกที่มีต่อการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมและประเพณีไทยให้คงอยู่คู่กับสังคมไทย จึงต้องปลูกฝัง
และสร้างจิตสำนึกเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้เกิดความรักและศรัทธาต่อประเพณีและวัฒนธรรมไทยที่เป็น

เอกลักษณ์ของท้องถิ่นให้ดำรงสืบต่อไปโดยเฉพาะศิลปวัฒนะรรม “การละเล่นพื้นบ้าน” ที่แสดงถึง

ความเป็นชุมชน สังคม และท้องถิ่น ทำให้เกิดสำนึกรักบ้านเกิด และอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรม

จุดประสงค์ของกิจกรรม

1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการละเล่นพื้นบ้านในท้องถิ่น

2. เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณคาของการละเล่นพื้นบ้านในท้องถิ่น

3. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมการละเล่นพื้นบ้านในท้องถิ่น


สื่อ วัสดุ อุปกรณ์

1. กระดาษฟลิปชาร์ท ตามจำนวนกลุ่ม และปากกาเคม ี
2. วัสดุอุปกรณ์ตามการละเล่นของแต่ละกลุ่ม เช่น ผ้าถุง เสื้อ หมวก ก้านกล้วย ลูกหิน

3. แบบประเมินผลงานกลุ่มและแบบสังเกตพฤติกรรม

ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม

1. ผู้สอนแจ้งกิจกรรมและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม “การละเล่นพื้นบ้าน”

2. แบ่งกลุ่มผู้เรียนเป็น 5 กลุ่มๆ โดยให้ผู้เรียนแต่ละคนเลือกนิ้วมือที่ชอบ คนที่ชอบนิ้ว
เหมือนกันมารวมเป็นกลุ่มเดียวกัน แล้วให้แต่ละกลุ่มเลือกหัวหน้ากลุ่ม พร้อมกับตั้งชื่อกลุ่ม แล้วส่ง

ตัวแทนรับกระดาษและปากกาเคมี
3. ระดมสมองเกี่ยวกับ การละเล่นพื้นบ้านในท้องถิ่น/ชุมชนของตนเอง และวิธีการเล่น ตาม

เวลาที่กำหนด

91







4. ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการละเล่นพื้นบ้านของสมาชิกแต่ละคน และเลือก
ื้
การละเล่นพื้นบ้านที่ทุกคนในกลุ่มชอบมากที่สุด 1 การละเล่น จากนั้นเขียนชื่อการละเล่นพนบ้านนั้น
พร้อมทั้งวิธีการเล่นลงบนกระดาษที่แจกให้
5. นำเสนอ “การละเล่นพื้นบ้าน” ของกลุ่ม ตามลำดับขั้นตอน (โดยกำหนดให้แต่ละกลุ่มต้อง

ื่
มีผู้ทำหน้าที่พิธีกรบรรยายเกี่ยวกับชื่อของการละเล่นพื้นบ้าน จำนวนผู้เล่น วิธีการเล่น กติกาและอนๆ
โดยต้องกำหนดเวลาในการนำเสนอการละเล่นพื้นบ้านให้ชัดเจน เช่น กลุ่มละ 15 นาที)
6. ผู้สอนให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการละเล่นพื้นบ้านแต่ละรูปแบบตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

แล้วร่วมกันสรุปผลการดำเนินกิจกรรม “การละเล่นพื้นบ้าน”

ข้อเสนอแนะ
1. กิจกรรมนี้ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่สมัครใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นกลุ่ม ซึ่งไม่จำเป็นต้องมี

จำนวนสมาชิกเท่ากันในแต่ละกลุ่ม ขึ้นอยู่กับการละเล่นพื้นบ้านที่ผู้เรียนจะนำเสนอ
2. การละเล่นพื้นบ้าน ได้แก่ มอญซ่อนผ้า ขี่ม้าส่งเมือง งูกินหาง รีรีข้าวสาร ม้าก้านกล้วย ชัก

เย่อ หมากเก็บ เป่ากบ เป็นต้น
3. ในระหว่างการนำเสนอกิจกรรม “การละเล่นพื้นบ้าน” ผู้สอนอาจเพิ่มความสนุก ตื่นเต้น

เร้าใจ ด้วยการตีกลอง ฉาบ ฉิ่ง ฯลฯ


แนวทางการประเมิน
1. ประเมินจากผลการทำกิจกรรมกลุ่ม

2. ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนโดยการสังเกตหรือใช้แบบสังเกต


พฤติกรรม หลักคุณธรรมที่ประเมิน

- ทำกิจกรรมด้วยความตั้งใจ รอบคอบ ความรับผิดชอบ 30%

- รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
- ใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้าข้อมูล เพื่อความถูกต้อง

- ทำกิจกรรมตามที่ได้รับมอบหมายตามเงื่อนไขและ มีระเบียบวินัย 30%
เวลาที่กำหนด

- เลือกใช้/ประยุกต์ใช้วัสดุอุปกรณ์การแสดงที่มีใน พอเพียง 20%

ท้องถิ่น
- ทำกิจกรรมด้วยตนเอง ซื่อสัตย์สุจริต 10%

- ร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือในการทำงานกลุ่ม มีจิตอาสา 10%

รวม 100%

92







กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม หน่วยกิจกรรมที่ 6

ชื่อหน่วย กิจกรรม กิจกรรม 5 ส. :

อนุรักษ์วิถีธรรมวิถีไทย ส่งเสริมศาสนา
ศิลปะและ

วัฒนธรรม

ฐานที่ 13 สวย-หล่อ แบบไทย เวลา 2 ชั่วโมง



หลักการและเหตุผล


การใช้ชีวิตในสังคมเมองปัจจุบันต้องการเครื่องแต่งกายที่มีความคล่องตัว ประกอบกับการรับ
เอาวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามา ทำให้คนไทยส่วนใหญ่โดยเฉพาะวัยรุ่น นิยมแต่งกายตามแฟชั่น

ตามสังคมนิยม หรือเลียนแบบดารานักร้องที่ตนชื่นชอบมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็มองว่าการแต่งกาย
แบบไทยๆนั้นล้าสมัย ทำให้เกิดการละเลยต่อวัฒนธรรมที่ดีงามของไทย ทั้งด้านการแต่งกายและกิริยา

วาจา จึงจำเป็นต้องปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกให้เกิดความรักและศรัทธาต่อวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์

ของไทยและของท้องถิ่น โดยเริ่มจาก “การแต่งกายแบบไทย” และการแสดงออกซึ่งกริยาวาจาที่
แสดงถึงความเป็นชุมชน สังคมและท้องถิ่น เพอให้เกิดสำนึกรักบ้านเกิดและร่วมกันอนุรักษ์สืบสาน
ื่
วัฒนธรรมที่ดีงาม


จุดประสงค์ของกิจกรรม
1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น

2. เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณค่าของการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ของ
ท้องถิ่น

3. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมแต่งกายที่เป็นเอกลักษณของท้องถิ่น


สื่อ วัสดุ อุปกรณ์
1. วิดีทัศน์เกี่ยวกับการแต่งกายของนักเรียนที่ไม่ถูกระเบียบ และการแต่งกายของเยาวชน

หญิงที่นุ่งสั้น รัดรูป และเยาวชนชายที่แต่งตัวและแสดงกริยามารยาทไม่สุภาพ

2. วิดีทัศน์เกี่ยวกับการแต่งกายของนักเรียนที่ถูกระเบียบ สุภาพ เรียบร้อย ถูกกาลเทศะ
https://www.youtube.com/watch?v=oq8mZZEFvzA

3. ภาพนักเรียนชาย-หญิง ที่แต่งกายถูกต้องและไม่ถกต้องตามระเบียบ

4. ภาพชาย-หญิง ที่แต่งกายเฉพาะถิ่น แต่งชุดสุภาพตามสมัยนิยม และแต่งชุดไม่สุภาพ

5. กระดาษฟลิปชาร์ท พร้อมปากกาเคม ี

93







6. แบบประเมินผลงานกลุ่มและแบบสังเกตพฤติกรรม

ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม

1. ผู้สอนนำสนทนา โดยถามผู้เรียนว่า “การแต่งกายชุดนักเรียนแบบไหนที่ถูกต้อง” (ให้ตอบ
ตามความรู้สึกของผู้เรียน) ผู้สอนเขียนคำตอบลงในกระดาษฟลิปชาร์ท

2. ผู้สอนถามต่อว่า “ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการแต่งกายของนักเรียนในทางลบและทางบวกมี

อะไรบ้าง”ให้ผู้เรียนร่วมกันตอบ โดยผู้สอนเขียนคำตอบลงในกระดาษฟลิปชาร์ท แยกคำตอบเป็นด้าน
ลบและด้านบวก

3. ผู้สอนเปิดวิดีทัศน์ เกี่ยวกับการแต่งกายของนักเรียนที่ผิดระเบียบและถูกระเบียบ แล้วสุ่ม

ถามความคิดเห็นของผู้เรียน 5-7 คน ว่ารู้สึกอย่างไร
4. แบ่งผู้เรียนเป็น 4 กลุ่ม ตามความสมัครใจ แล้วให้ส่งตัวแทนกลุ่มออกมาจับสลากเพอจับคู่
ื่
ื่
ทำกิจกรรมการโต้วาที หลังจากนั้นให้แต่ละกลุ่มจับไม้สั้นไม้ยาว หรือเป่ายิ้งฉุบ เพอกำหนดให้เป็นฝ่าย
เสนอและฝ่ายค้าน ในการโต้วาที 2 คู่ 2 ประเด็น คือ

4.1 คู่ที่ 1 หัวข้อเรื่อง “แต่งกายถูกระเบียบ เนี๊ยบกว่าแฟชั่น”
4.2 คู่ที่ 2 หัวข้อเรื่อง “สวย-หล่อ แบบไทย ไฉไลกว่าแบบนอก”

5. ผู้สอนแนะนำขั้นตอนการทำกิจกรรม ดังนี้

5.1 ให้แต่ละกลุ่มร่วมประชุมเตรียมการโต้วาที โดยเลือกตัวแทนฝ่ายละ 3 คนเป็นผู้โต้วาที
5.2 ในการโต้วาทีแต่ละคู่ จะให้เวลาลูกทีมฝ่ายเสนอและฝ่ายค้านนำเสนอได้คนละ 2 นาที

และให้เวลาหัวหน้าทีมของแต่ละทีมสรุปอีกคนละ 3 นาที

5.3 แต่ละทีมสามารถนำภาพที่ผู้สอนจัดให้มาประกอบการนำเสนอได้ หรือให้เพื่อนในทีม
ที่ไม่ได้นำเสนอเป็นผู้แสดงประกอบการนำเสนอ

5.4 ผู้เรียนที่เหลือเป็นผู้ชมและร่วมประเมินผลการโต้วาทีด้วยมารยาทที่ดี

6. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปผลการแข่งขันโต้วาที และมอบรางวัลแก่กลุ่มที่ชนะ
7. ผู้สอนและผู้เรี่ยนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับแนวทางการอนุรักษ์และสืบสานการแต่งกายที่เป็น

เอกลักษณ์ของท้องถิ่น

ข้อเสนอแนะ

1. กิจกรรมนี้สามารถจัดได้ทั้งชั้นเรียน และจัดเป็นกิจกรรมของสถานศึกษาเพอกระตุ้นผู้เรียน
ื่

ให้เห็นความสำคัญของการแต่งกายที่ถูกระเบียบและการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณของท้องถิ่น
2. การจัดกิจกรรมในชั้นเรียน ผู้สอนต้องควบคุมเวลาในทุกขั้นตอนเพอให้แล้วเสร็จในเวลาที่
ื่
กำหนดและบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนด หากเวลาไม่มากพอ ผู้สอนอาจเลือกทำกิจกรรมเพียง

ประเด็นเดียว

94







3. เนื่องจากกิจกรรมโต้วาทีตามที่เสนอแนะ มีผู้ที่ร่วมทำหน้าที่โต้วาทีทีมละ 3 คน รวม 4 ทีม
จำนวน 12 คน ผู้สอนต้องควบคุมดูแลและคอยกระตุ้นให้ผู้เรียนที่เหลือทำหน้าที่เป็นผู้ชมที่ดี ให้

ความสนใจและมีส่วนร่วมในกิจกรรมวางแผนเตรียมการของทีม และอาจกำหนดให้ทำหน้าที่ประเมิน
ทีมโต้วาทีตามแบบประเมินที่กำหนด


4. การแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมโดยความสมัครใจมีขอได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างกลุ่ม หากหลุ่ม
ใดมีผู้เรียนที่พูดเก่งกว่าหลายคนก็มีโอกาสชนะมาก ดังนั้นผู้สอนอาจจำเป็นต้องช่วยเหลือแนะนำ
กระตุ้นและให้กำลังใจกลุ่มที่อ่อนกว่า


แนวทางการประเมิน

1. ประเมินจากผลการทำกิจกรรมกลุ่ม
2. ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนโดยการสังเกตหรือใช้แบบสังเกต


พฤติกรรม หลักคุณธรรมที่ประเมิน

- ทำกิจกรรมด้วยความตั้งใจ รอบคอบ ความรับผิดชอบ 30%

- รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
- ใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้าข้อมูล เพื่อความถูกต้อง

- ทำกิจกรรมตามที่ได้รับมอบหมายตามเงื่อนไขและ มีระเบียบวินัย 20%

เวลาที่กำหนด
- การใช้เหตุและผลตามหลักความพอเพียงในการ พอเพียง 20%

โต้วาที

- ทำกิจกรรมด้วยตนเอง ซื่อสัตย์สุจริต 20%
- ร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือในการทำงานกลุ่ม มีจิตอาสา 10%

รวม 100%


Click to View FlipBook Version