95
กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม หน่วยกิจกรรมที่ 6
ชื่อหน่วย กิจกรรม กิจกรรม 5 ส. :
อนุรักษ์วิถีธรรมวิถีไทย ส่งเสริมศาสนา
ศิลปะและ
วัฒนธรรม
ฐานที่ 14 งามอย่างไทย ยิ้มไหว้ เวลา 1 ชั่วโมง
ทักทาย
หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของสังคมชนบทสู่สังคมเมือง ประกอบกับการรับวัฒนธรรม
ต่างชาติเข้ามามากขึ้น ทำให้เยาวชนรุ่นหลังละเลยต่อวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีไทยทีดี
่
งาม โดยเฉพาะเรื่องกิริยามารยาทในสังคม และการประพฤติปฏิบัติตนต่อผู้อาวุโสและบุคคลอื่น จึง
ต้องปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกเยาวชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาตนให้มีกิริยามารยาท
และประพฤติปฏิบัติตนถูกต้องตามกาละเทศะ วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีซึ่งเป็น
เอกลักษณ์ของไทย และช่วยกันอนุรักษ์สืบสานให้คงอยู่ตลอดไป
จุดประสงค์ของกิจกรรม
1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกริยามารยาทและการประพฤติปฏิบัติใน
สังคมไทยที่ถูกต้อง
2. เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม
ประเพณี อันดีงามของไทย
3. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนประพฤติปฏิบัติตนในสังคมอย่างถูกต้องตามกาลเทศะ วัฒนธรรม
และขนบธรรมเนียมประเพณีซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไทย
สื่อ วัสดุ อุปกรณ์
1. รูปภาพหรือวิดีทัศน์ เกี่ยวกับมารยาทไทย การประพฤติปฏิบัติตนในสังคมที่ถูกต้อง และ
ไม่ถูกต้องตามกาลเทศะ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไทย
(https://www.youtube.com/watch?v=TUJcxxvPEWE
2. แบบประเมินผลงานกลุ่มและแบบสังเกตพฤติกรรม
96
ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม
1. ผู้สอนนำรูปภาพหรือเปิดวิดีทัศน์ เกี่ยวกับมารยาทไทย การประพฤติปฏิบัติตนในสังคมที่
ถูกต้อง และไม่ถูกต้องตามกาลเทศะ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ
ไทยให้ผู้เรียนดูเพื่อเปรียบเทียบกัน แล้วสุ่มตั้งคำถามผู้เรียนว่า
- นักเรียนรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติตนของบุคคลในรูปภาพหรือวิดีทัศน์
- นักเรียนเคยประพฤติปฏิบัติตนไม่เหมาะสมบ้างหรือไม่
2. แบ่งผู้เรียนเป็น 3 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มเลือกประธานและตั้งชื่อกลุ่ม แล้วส่งตัวแทนออกมา
จับฉลากหัวข้อการฝึกปฏิบัติตนตามมารยาท วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีไทย กลุ่มละ
หัวข้อ คือ
กลุ่มที่ 1 การไหว้บุคคลต่างๆ
กลุ่มที่ 2 การกล่าวทักทาย กล่าวต้อนรับ กล่าวขอบคุณ กล่าวขอโทษในโอกาสต่างๆ
กลุ่มที่ 3 การเดิน ยืน นั่งในสถานการณ์ต่างๆ
3. ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มศึกษาและฝึกปฏิบัติตามภาพหรือวีดิทัศน์ ที่ผู้สอนจัดให้และให้เตรียม
นำเสนอโดยการแสดงบทบาทสมมติ โดยให้สมาชิกกลุ่ม 1 คน ทำหน้าที่บรรยายส่วนสมาชิกที่เหลือ
ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการแสดงบทบาทสมมติ ให้เวลาในการวางแผนเตรียมการ จัดเตรียมวัสดุ
อุปกรณ์การนำเสนอ 20 นาที
4. แต่ละกลุ่มนำเสนอบทบาทสมมติตามหัวข้อที่รับผิดชอบ กลุ่มละ 10 นาที กลุ่มที่ชม
การแสดงประเมินกลุ่มที่นำเสนอตามแบบประเมิน
5. หลังจากนำเสนอบทบาทสมมติครบทุกกลุ่มแล้ว ผู้สอนและผู้เรียนสรุปผลการประเมินและ
มอบรางวัลแก่กลุ่มที่ได้คะแนนมากที่สุด
6. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปผลที่ได้จากการทำกิจกรรม และเน้นย้ำถึงความสำคัญของ
การแสดงกิริยามารยาทและการประพฤติปฏิบัติตนถูกต้องตามกาลเทศะ วัฒนธรรม และ
ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย
ข้อเสนอแนะ
1. กิจกรรมนี้ หากจัดในชั้นเรียนและมีเวลามากพอควรให้ผู้เรียนได้ออกมาแสดงเป็น
รายบุคคล โดยผู้สอนทำฉลากสถานการณ์ต่างๆ ไว้หลายสถานการณ์ ให้ผู้เรียนแต่ละคนออกมาจับ
ฉลากแล้วแสดงกิริยามารยาทตามสถานการณ์ที่ตนจับฉลากได้หน้าชั้นเรียน
ึ
2. ผู้สอนต้องคอยสังเกตพฤติกรรมระหว่างการศกษา ฝึกปฏิบัติและเตรียมการของแต่ละกลุ่ม
เพื่อให้คำแนะนำ และเมื่อสมาชิกกลุ่มออกมาแสดงบทบาทสมมติ หากมีเรื่องใดที่ไม่ถกต้อง ผู้สอนต้อง
ู
แนะนำและปรับแก้ไขทันทีอย่างเป็นกัลยาณมตร ส่วนเรื่องใดที่สมาชิกกลุ่มทำได้ถูกต้อง นำเสนอได้ดี
ิ
ผู้สอนควรยกย่องชมเชยให้เป็นตัวอย่างแก่สมาชิกกลุ่มอื่นๆ
97
3. หากจัดกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมของสถานศึกษาหรือจัดกับผู้เรียนจำนวนมาก ควรเชิญ
วิทยากรภายนอกที่มีประสบการณ์มาบรรยายด้วย
4. การแสดงบทบาทสมมติในกิจกรรมสถานศึกษา อาจจัดให้มีการประกวดโดยรับสมัคร
ผู้เรียนเป็นทีม ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอการแสดงเป็นลักษณะละครสั้นภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งจะเป็น
การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงออก มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ค็ เกิดความรักสามัคคี สามารถทำงาน
ร่วมกัน ทั้งผู้แสดงและผู้ชมได้ทั้งสาระและความสนุกเพลิดเพลิน จดจำได้ดีและได้นาน นำไปใช้ใน
ชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพต่อไป
แนวทางการประเมิน
1. ประเมินจากผลการทำกิจกรรมกลุ่ม
2. ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนโดยการสังเกตหรือใช้แบบสังเกต
พฤติกรรม หลักคุณธรรมที่ประเมิน
- ทำกิจกรรมด้วยความตั้งใจ รอบคอบ ความรับผิดชอบ 30%
- รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
- ใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้าข้อมูล เพื่อความถูกต้อง
- ทำกิจกรรมตามที่ได้รับมอบหมายตามเงื่อนไขและ มีระเบียบวินัย 30%
เวลาที่กำหนด
- เลือกใช้/ประยุกต์ใช้วัสดุอุปกรณ์การแสดงที่มีใน พอเพียง 20%
ท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์
- มุ่งมั่นทำกิจกรรมด้วยตนเอง ซื่อสัตย์สุจริต 10%
- ร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือในการทำงานกลุ่ม มีจิตอาสา 10%
รวม 100%
98
ใบงานที่ 5
การออกแบบแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม (สำหรับครู)
คำชี้แจง
ให้ผู้เข้าประชุมออกแบบการแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม
นักเรียน
1. ชื่อกิจกรรม
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ชื่อหน่วย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. หลัการและเหตุผล
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. จุดประสงค์ของกิจกรรม
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5. สื่อ/วัสดุ/อุปกรณ์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
99
6. กิจกรรมการเรียนรู้ - บูรณาการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม
ขั้นนำ/ขั้นสอน/ขั้นสรุป
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ตัวอย่าง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
การออกแบบการจัดกิจกรรม
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
7. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้- เน้นคุณธรรม จริยธรรมให้เห็นเด่นชัด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
100
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4
แนวทางการประเมินผลทางจริยธรรม
101
คำชี้แจง
จุดประสงค์
เพื่อให้ผู้บริหารและครูผู้สอนเข้าใจหลักการสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลทางจริยธรรม
ตามแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 โดยเลือกใช้เครื่องมือวัดและประเมินได้อย่างเหมาะสม
เนื้อหา/กิจกรรม
ใบความรู้ที่ 1 การประเมินคุณธรรม จริยธรรม
ใบความรู้ที่ 2 เครื่องมือวัดและประเมินผลคุณธรรม จริยธรรม
ใบงานที่ 6 การออกแบบเครื่องมือวัดและประเมินผลทางจริยธรรม
102
หน่วยการเรียนรที่ 4
ู้
แนวทางการประเมินผลทางจริยธรรม
ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และระเบีบบว่าด้วยหลักการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กําหนดหลัก
เกณฑการวัด และประเมินผลการเรียนรูเพื่อตัดสินผลการเรียนของผูเรียน ดังนี้ 1) ผูเรียนตองมีเวลา
เรียนไมนอยกวารอยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด 2) ผูเรียนตองไดรับการประเมินทุกตัวชี้วัดและ
ผานตามเกณฑที่สถานศึกษากําหนด 3) ผูเรียนตองไดรับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา
4) ผูเรียนตองไดรับการประเมินและมีผลการประเมินผานตามเกณฑที่สถานศึกษากําหนดในการอาน
คิดวิเคราะหและเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค รวมทั้งกิจกรรมพัฒนาผูเรียน
4.1 การประเมินคุณธรรม จริยธรรม
ึ
การประเมินคุณธรรม จริยธรรม เป็นการประเมินคุณลักษณะอันพงประสงคที่ตองการใหเกิด
ื่
ขึ้นกับผูเรียนอันเปนคุณลักษณะที่สังคมตองการเพอสามารถอยูรวมกับผูอื่นในสังคมไดอยางมีความสุข
ทั้งในฐานะพลเมืองไทยและพลเมืองโลก หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
กำหนดคุณลักษณะอนพึงประสงค์ไว้ 8 คุณลักษณะ โดยกำหนดเกณฑ์การประเมินเป็น 4 ระดับ และ
ั
ความหมายของแต่ละระดับ ดังนี้
ดีเยี่ยม หมายถึง ผูเรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป
ื่
นนิสัย และนําไปใชในชีวิตประจําวันเพอ
ประโยชนสุขของตนเองและสังคม โดย
พิจารณาจากผลการประเมินระดับดีเยี่ยม
จํานวน 5-8 คุณลักษณะ และไม่มี
คุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่า
ระดับดี
ดี หมายถึง ผูเรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎ
เกณฑ เพื่อใหเปนการยอมรับของสังคม โดย
พิจารณาจาก 1. ได้ผลการประเมินระดับดี
เยี่ยม จำนวน 1-4 คุณลักษณะ และไมมี
คุณลักษณะใดไดผลการประเมินตํ่ากวา
ระดับดี หรือ 2. ไดผลการประเมินระดับดีทั้ง
8 คุณลักษณะ หรือ 3. ไดผลการประเมินตั้ง
แตระดับดีขึ้นไป จํานวน 5-7 คุณลักษณะ
103
และมีบางคุณลักษณะไดผลการประเมิน
ระดับผาน
ผาน หมายถึง ผูเรียนรับรูและปฏิบัติตามกฎเกณฑและ
เงื่อนไขที่ สถานศึกษากําหนด โดยพิจารณา
จาก 1. ไดผลการประเมินระดับผานทั้ง 8
คุณลักษณะ หรือ 2. ไดผลการประเมินตั้งแต
ระดับดีขึ้นไป จํานวน 1-4คุณลักษณะ และ
คุณลักษณะที่เหลือได้ผลการประเมินระดับ
ผ่าน
ไม่ผาน หมายถึง ผูเรียนรับรูและปฏิบัติได้ไม่ครบตามกฎ
เกณฑและเงื่อนไขที่ สถานศึกษากําหนด
โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับไม่ผ
านตั้งแต่ 1 คุณลักษณะ
ในกรณีที่ผูเรียนไดผลของกิจกรรมเปน “ไม่ผ่าน” สถานศึกษาตองจัดซอมเสริมใหผูเรียน ทํา
กิจกรรมในส่วนที่ผูเรียนไมไดเขารวมหรือไมไดทําจนครบถวน แลวจึงเปลี่ยนผลจาก “ไม่ผ่าน” เปน
“ผ่าน” ได ทั้งนี้ตองดําเนินการใหเสร็จสิ้นภายในปการศึกษานั้นยกเวนมีเหตุสุดวิสัยใหอยูในดุลยพนิจ
ิ
ของสถานศึกษา
การปรเมินผลจริยธรรมซึ่งเป็นพฤติกรรมด้านคุณลักษณะสถานการณ์การจัดการศึกษาใน
สถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นระดับใดก็ตาม จุดประสงค์ก็เป็นไปเช่นเดียวกัน ดังนี้
1. เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงการเรียนการสอน เนื่องจากพฤติกรรมด้านจริยธรรมเป็น
พฤติกรรมที่ต้องการวิธีการอบรมสั่งสอนที่แตกต่างจากพฤติกรรมด้านความรู้ ความคิด ทั้งนี้
หมายความว่าเป็นการวัดเพื่อนำผลไปใช้ในการปรับปรุงการอบรมสั่งสอนให้ผู้เรียน มีพัฒนาการดีขึ้น
เป็นการวัดระหว่างเรียนหรือในภาคเรียน เพื่อดูว่าผู้เรียนมีข้อบกพร่องในพฤติกรรมด้านนี้เป็นประการ
ใด จะปรับปรุงแก้ไขอย่างไรต่อไป
2. เพื่อใช้ผลจากการประเมินผลสรุปตามจุดประสงค์ของหลักสูตร การใช้ผลการวัดตามขอนี้
้
คือ นำผลการวัดไปรวมกับการวัดในด้านความรู้ ความคิด และด้านความคล่องแคล่วทางกาย ตามที่
ระบุไว้ในจุดประสงค์ของหลักสูตร ตามระเบียบวิธีที่กำหนดในระเบียบประเมินผลในการตัดสินผล
การเรียนของผู้เรียนว่าน่าพอใจ หรือไม่น่าพอใจ ต่อไป
ดังนั้นผู้ประเมินควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของการวัดผล เพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนเป็น
อันดับแรก แล้วตามด้วยความพยายามในการปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนตลอดจนการจัด
104
กิจกรรมต่างๆ เพื่อการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องที่ยังปรากฏอยู่ในตัวผู้เรียนตามผลการวัดบ่งชี้ ทั้งนี้
เพื่อแก้ไขให้ผู้เรียนได้พัฒนาคุณลักษณะหรือจริยธรรมไปสู่จุดมุ่งหมายที่หลักสูตรได้กำหนดไว้
4.2 เครื่องมือการวัดและประเมินผลทางจริยธรรม
การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนต้องทำ
ความเข้าใจและศึกษาเรียนรู้ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้และปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม อันเป็นบรรทัดฐาน
ทางสังคมซึ่งประกอบด้วย ความรู้เชิงจริยธรรม การให้เหตุผลเชิงจริยธรรม เจตคติเชิงจริยธรรมและ
พฤติกรรมจริยธรรม โดยนำเสนอรายละเอียดตามองค์ประกอบของจริยธรรม มีดังนี้
4.2.1 ความรู้เชิงจริยธรรม
ความรู้เชิงจริยธรรมมีลักษณะเกี่ยวข้องทั้งจากเนื้อหาสาระ และสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นใน
ชีวิตประจำวัน อันจะทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และสร้างความตระหนักเมื่อเกิดเหตุการณ์นั้นๆ
ขึ้นกับผู้ที่ประสบพบเจอด้วยตนเอง หากผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเชิงจริยธรรมเป็นพื้นฐาน จะเกิด
ความสามารถในการคิด ตัดสินใจและคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม เนื่องมาจากความเข้าใจทาง
จริยธรรมพื้นฐานที่ได้รับรู้ และเกิดความตระหนัก
ดวงเดือน พันธุมนาวิน (2550) ได้อธิบายไว้ว่า ความรู้เชิงจริยธรรม หมายถึง การที่บุคคลมี
ความรู้ในสังคมนั้นว่า การกระทำชนิดใดควรทำ ชนิดใดควรงดเว้น พฤติกรรมใดมีความเหมาะสม
หรือไม่เหมาะสมมากน้อยเพียงใด ความรู้เชิงจริยธรรมนี้ขึ้นอยู่กับอายุ ระดับการศึกษา และ
พัฒนาการทางสติปัญญาเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ทางสังคมและศาสนาส่วนใหญ่เด็กจะเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่แรก
เกิดโดยเฉพาะในช่วงอายุ 2-10 ปี จะได้รับการปลูกฝังค่านิยมเหล่านี้
จุรีพร กาญจนการุณ (2552 : 100) ได้อธิบายว่าความรู้เชิงจริยธรรม หมายถึง การรู้ว่าใน
สังคมของตนการกระทำใดถูกผิด ควรทำหรือไม่ควรทำ ซึ่งบุคคลจะมีการเรียนรู้จากแหล่งปลูกฝัง
อบรมของสังคมและเพิ่มระดับขึ้นตามลำดับขั้นของอายุ
นีออน พิณประดิษฐ์ (2555 : 9) ได้อธิบายว่า การมีความรู้ว่าในสังคมของตนนั้นถือว่าการ
กระทำชนิดใดดีควรกระทำ และการกระทำชนิดใดไม่ดีควรงดเว้นลักษณะและพฤติกรรมประเภทใด
เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมมากน้อยเพียงใด ปริมาณความรู้เชิงจริยธรรมหรือความรู้เกี่ยวกับค่านิยม
ทางสังคมที่ขึ้นอยู่กับอายุ ระดับการศึกษาและพัฒนาการทางสติปัญญาของบุคคลด้วย
สรุปได้ว่า ความรู้เชิงจริยธรรม หมายถึง การรับรู้และเข้าใจในเหตุผลของความถูกต้องดีงาม
สามารถตัดสินใจแยกความถูกต้องออกจากความไม่ถูกต้องได้ด้วยความคิด รวมทั้งการใช้เจตคติและ
เหตุผลเชิงจริยธรรมที่มีอยู่ในตัวบุคคลไม่สามารถมองเห็นต้องใช้เครื่องมือวัด เพื่อให้เกิดความ
ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ความเข้าใจในเหตุผลของความถูกต้อง
105
วิธีการสร้างแบบทดสอบ
แบบทดสอบ เป็นแบบทดสอบเกี่ยวกับความรู้ ความเข้าใจเชิงจริยธรรมใช้ในการทดสอบก่อน
เรียนและหลังเรียน โดยมีขั้นตอนการสร้างแบบทดสอบ ดังนี้
1. ศึกษาวิเคราะห์คำอธิบายรายวิชา เนื้อหาสาระการเรียนรู้จากบทเรียน วัตถุประสงค์ และ
ความสอดคล้องของข้อคำถามเกี่ยวกับความรู้ ความเข้าใจเชิงจริยธรรม
ื่
2. สร้างข้อสอบเพอวัดความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา ผู้สอนอาจจะกำหนดจำนวนข้อสอบเป็น
60, 80, หรือ 100 ข้อ
3. นำข้อคำถามที่สร้างขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ จำนวน 5 คน ตรวจสอบความเที่ยงตรง
ความสอดคล้องกับเนื้อหา และสามารถวัดได้ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด โดยศึกษาวิเคราะห์จาก
วัตถุประสงค์ คำอธิบาย เนื้อหา สาระการเรียนรู้ที่ทดสอบด้านความรู้เชิงจริยธรรม
4. นำข้อคำถามมาปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งคัดเลือกข้อคำถามทีมี
่
ค่าดัชนีความสอดคล้องตั้งแต่ .50 ขึ้นไป
การหาคุณภาพของเครื่องมือ
การหาคุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการหาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา
้
คือ การที่เครื่องมือวัดมีขอคำถามตรงตามเรื่องที่ต้องการจะวัด วิธีการวิเคราะห์จะดำเนินการหลังจาก
ได้สร้างเครื่องมือ โดยมีวิธีการดังนี้
1. ให้ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีประสบการณ์ในรายวิชานั้นอย่างน้อย 5 คน ช่วยประเมินเป็น
รายบุคคลว่าข้อคำถามแต่ละข้อสามารถวัดไว้ตรงกับจุดประสงค์ที่กำหนดหรือไม่ โดยให้คะแนนตาม
เกณฑ์ดังนี้
ถ้าแน่ใจในข้อคำถามวัดได้ตรงจุดประสงค์ได้ +1 คะแนน
ถ้าไม่แน่ใจในข้อคำถามวัดได้ตรงจุดประสงค์ได้ 0 คะแนน
ถ้าแน่ใจในข้อคำถามวัดได้ไม่ตรงจุดประสงค์ได้ -1 คะแนน
2. นำคะแนนของผู้เชี่ยวชาญทุกคนที่ประเมินมากรอกลงในแบบวิเคราะห์ความสอดคล้อง
ของข้อคำถามกับจุดประสงค์เพื่อหาค่าเฉลี่ยสำหรับข้อคำถามแต่ละข้อ
3. การหาค่าอำนาจจำแนก คือ การหาประสิทธิภาพของข้อคำถามในการแบ่งกลุ่มผู้ผ่าน
เกณฑ์กับกลุ่มผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ กรณีเป็นข้อสอบที่มีการให้ 0-1 อาจใช้วิธีการคำนวณค่าอำนาจจำแนก
โดยมีขั้นตอนดังนี้
3.1 ตรวจคะแนนของทุกคน แล้วนำกระดาษคำตอบมาเรียงลำดับคะแนนจากมาก
ไปหาน้อย
3.2 แบ่งกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำ
3.3 ในข้อสอบแต่ละข้อให้นับจำนวนคนตอบถูกในกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำ
106
4. การหาค่าความยาก คือ จำนวนร้อยละหรือค่าสัดส่วนของผู้เรียนที่ตอบถูกในข้อนั้น
5. นำแบบทดสอบที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดลองใช้ (Try Out) กับกลุ่มตัวอย่าง/ กลุ่มทดลอง
ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างแต่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกลุ่มตัวอย่าง หลังจากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อ
หาค่าอำนาจจำแนกรายข้อและหาค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอ
นบาค
4.2.2 การให้เหตุผลเชิงจริยธรรม
การให้เหตุผลเชิงจริยธรรม เป็นการเผชิญกับความขัดแย้งทางจริยธรรมที่ต้องเลือกปฏิบัติ
เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาตามวุฒิภาวะและสติปัญญา การสอนจริยธรรมผ่านการให้เหตุผลจาก
สถานการณ์จริงหรือตัวอย่าง ฝึกการคิด ตัดสินใจให้เหตุผลและหาแนวทางในการพัฒนาตนเองไปสู่
จริยธรรมในขั้นสูง ตามแนวคิดทฤษฎีการให้เหตุผลทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก ที่เน้นว่าจะต้องเกิด
การตระหนักรู้ด้านคุณธรรมจริยธรรมเพื่อสร้างประโยชน์ต่อส่วนรวม
โคลเบิร์ก ได้ศึกษาการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมของเยาวชนอเมริกัน อายุ 10 -16 ปี และได้
แบ่งพัฒนาการทางจริยธรรมออกเป็น 3 ระดับ (Levels) แต่ละระดับแบ่งออกเป็น 2 ขั้น
(Stages) ดังนั้น พัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์กมีทั้งหมด 6 ขั้น ดังนี้
ระดับที่ 1 ระดับก่อนกฏเกณฑ์สังคม จะพบในเด็ก 2-10 ปี โคลเบิร์กแบ่งขั้นพัฒนาการ
ระดับนี้เป็น 2 ขั้น คือ
ขั้นที่ 1 ระดับจริยธรรมของผู้อื่น ในขั้นนี้เด็กจะใช้ผลตามของพฤติกรรมเป็นเครื่องชี้
ว่า พฤติกรรมของตน “ถูก” หรือ “ผิด”เป็นต้นว่า ถ้าเด็กถูกทำโทษก็จะคิดว่าสิ่งที่ตนทำ “ผิด” และ
่
จะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ทำสิ่งนั้นอีก พฤติกรรมใดที่มีผลตามด้วยรางวัลหรือคำชม เด็กก็จะคิดว่าสิงที่
ตนทำ “ถูก” และจะทำซ้ำอีกเพื่อหวังรางวัล
ขั้นที่ 2 ระดับจริยธรรมของผู้อื่น ในขั้นนี้เด็กจะสนใจทำตามกฎข้อบังคับ เพื่อประโยชน์หรือ
ความพอใจของตนเอง หรือทำดีเพราอยากได้ของตอบแทน หรือรางวัล พฤติกรรมของเด็กในขั้นนี้ทำ
เพื่อสนองความต้องการของตนเอง แต่มักจะเป็นการแลกเปลี่ยนกับคนอื่น เช่น ประโยค “ถ้าเธอทำให้
ฉัน ฉันจะให้.......”
ระดับที่ 2 ระดับจริยธรรมตามกฎเกณฑ์สังคม จะพบในวัยรุ่นอายุ 10 -16 ปี โคลเบิร์กแบ่ง
พัฒนาการ ระดับนี้เป็น 2 ขั้น คือ
ขั้นที่ 3 การยอมรับของกลุ่มหรือสังคม ใช้เหตุผลเลือกทำในสิ่งที่กลุ่มยอมรับโดยเฉพาะ
เพื่อน เพื่อเป็นที่ชื่นชอบและยอมรับของเพื่อน ไม่เป็นตัวของตัวเอง คล้อยตามการชักจูงของ
ผู้อื่น เพื่อต้องการรักษาสัมพันธภาพที่ดี พบในวัยรุ่นอายุ 10 -15 ปี ขั้นนี้แสดงพฤติกรรมเพื่อต้องการ
เป็นที่ยอมรับของหมู่คณะ การช่วยเหลือผู้อื่นเพื่อทำให้เขาพอใจ
107
ขั้นที่ 4 กฎและระเบียบของสังคม จะใช้หลักทำตามหน้าที่ของสังคม โดยปฏิบัติตามระเบียบ
ของสังคมอย่างเคร่งครัด เรียนรู้การเป็นหน่วยหนึ่งของสังคม ปฏิบัติตามหน้าที่ของสังคมเพื่อดำรงไว้
ซึ่งกฎเกณฑ์ในสังคม พบในอายุ13 -16 ปี ขั้นนี้แสดงพฤติกรรมเพื่อทำตามหน้าที่ของสังคม โดยบุคคล
รู้ถึงบทบาทและหน้าที่ของเขาในฐานะเป็นหน่วยหนึ่งของสังคมนั้น จึงมีหน้าที่ทำตามกฎเกณฑ์ต่างๆ
ที่สังคมกำหนดให้ หรือคาดหมายไว้
ระดับท 3 ระดับจริยธรรมอย่างมีวิจารณญาณ
ี่
เป็นหลักจริยธรรมของผู้มีอายุ 20 ปี ขึ้นไป ผู้ทำหรือผู้แสดงพฤติกรรมได้พยายามที่จะ
ตีความหมายของหลักการและมาตรฐานทางจริยธรรมด้วยวิจารณญาณ ก่อนที่จะยึดถือเป็นหลักของ
ความประพฤติที่จะปฏิบัติตามการตัดสินใจ “ถูก” “ผิด” “ไม่ควร” มาจากวิจารณญาณของตนเอง
โคลเบิร์กแบ่งพัฒนาการ ระดับนี้เป็น 2 ขั้น คือ
ขั้นที่ 5 สัญญาสังคมหรือหลักการทำตามคำมั่นสัญญา ขั้นนี้เน้นถึงความสำคัญของมาตรฐาน
ทางจริยธรรมที่ทุกคนหรือคนส่วนใหญ่ในสังคมยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ถูกสมควรที่จะปฏิบัติตาม โดย
พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของบุคคลก่อนที่จะใช้เป็นมาตรฐานทางจริยธรรม ได้ใช้ความคิดและ
เหตุผลเปรียบเทียบว่าสิ่งไหนผิดและสิ่งไหนถูกในขั้นนี้การ “ถูก” และ “ผิด” ขึ้นอยู่กับค่านิยมและ
ความคิดเห็นของบุคคลแต่ละบุคคล
ื่
ขั้นที่ 6 หลักการคุณธรรมสากล ขั้นนี้เป็นหลักการมาตรฐานจริยธรรมสากลเป็นหลักการเพอ
มนุษยธรรมเพื่อความเสมอภาคในสิทธิมนุษยชนและเพื่อความยุติธรรมของมนุษย์ทุกคน ในขั้นนี้สิ่ง
ที่ “ถูก” และ “ผิด” เป็นสิ่งที่ขึ้นมโนธรรมของแต่ละบุคคลที่เลือกยึดถอ
ื
สรุปเหตุผลเชิงจริยธรรม หมายถึง การที่บุคคลใช้เหตุผลในการเลือกที่จะกระทำหรือไม่
กระทำพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง การศึกษาเหตุผลเชิงจริยธรรมจะทำให้ทราบว่าบุคคลมีจริยธรรม
ในระดับที่แตกต่างกัน อาจมีการกระทำที่คล้ายคลึงกันได้ และบุคคลที่มีการกระทำที่เหมือนกัน อาจมี
เบื้องหลังการกระทำและระดับจริยธรรมที่แตกต่างกัน
การวัดและประเมินผลการให้เหตุผลเชิงจริยธรรม
การวัดและประเมินการให้เหตุผลเชิงจริยธรรม แบ่งเป็น 3 วิธี คือ
1. วิธีการตอบโต้อิสระ
2. วิธีวัดแบบมีตัวเลือก วิธีนี้ยังใช้กระตุ้นด้วยเรื่องที่ขัดแย้งทางจริยธรรม แล้วจัด
ั
หารคำตอบไว้ให้ผู้ตอบเลือกข้อที่ใกล้เคียงกบคำตอบของตนเองให้มากที่สุดเพียงคำตอบเดียวในแต่ละ
เรื่อง
3. วิธีประเมินผลและเรียงลำดับความสำคัญของประเด็นปัญหา เป็นวิธีการที่
ปรับปรุงมาจากวิธีการวัดแบบจัดหาคำตอบ ให้เลือกเพราะตัวเลือกมีลักษณะของการชักจูงให้ยอมรับ
เหตุผลในขั้นต่างๆ
108
วิธีการสร้างแบบวัดการให้เหตุผลเชิงจริยธรรม
แบบวัดการให้เหตุผลเชิงจริยธรรม เป็นแบบวัดที่มีคำตอบ 5 ตัวเลือก ตามขั้น
พัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก ตั้งแต่ขั้นที่ 1-5 ดังตัวอย่างสถานการณ์ ดังนี้
ตัวอย่าง สถานการณ์ “ครูสมหมาย เป็นครูที่ดูแลเรื่องผลการเรียนของนักเรียนทั้ง
โรงเรียน อยากให้ลูกชายของตนเอง ได้รับการคัดเลือกเข้าทุนเรียนดี และคุณสมบัติของผู้ขอรับทุน
ต้องได้รับผลการเรียน 3.00 ขึ้นไป แต่ผลการเรียนของลูกชายของครูสมหมายได้ 2.90 ไม่เป็นไปตาม
เงื่อนไขการพิจารณารับทุน หากท่านเป็นครูสมหมายจะไม่เปลี่ยนผลการเรียนของลูกชายเพราะ
........”
..........ก. ครูคนอื่นๆ ในโรงเรียนจะชื่นชมว่าเป็นคนยุติธรรม
..........ข. เป็นหน้าที่ของครูที่ต้องให้ความยุติธรรมกับนักเรียนทุกๆคน
..........ค. การทำงานครั้งนี้เป็นไปด้วยดี ตนเองอาจได้รับการขึ้นเงินเดือน ร้อยละ 3
..........ง. การทำงานอย่างตรงไปตรงมาให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย สร้างความภูมิใจ
ให้ตนเอง
..........จ. ถ้าผู้อำนวยการโรงเรียนรู้ว่าเปลี่ยนผลการเรียน จะไม่ไว้วางใจให้ทำงานนี้
อีกต่อไป
(ที่มา : นีออน พิณประดิษฐ์ และคณะ.2554 : 97)
วิธีการคิดสรุปคะแนน
วิธีการคิดคะแนนการวัดการให้เหตุผลเชิงจริยธรรม ดังนี้
1. คำตอบตรงกับขั้นใด ให้คะแนนตามขั้นนั้นๆ และรวมคะแนนของทุกข้อหารด้วย
จำนวนข้อ จะแสดงขั้นของเหตุผลเชิงจริยธรรมของผู้ตอบ เช่น แบบวัดมี 4 สถานการณ์ คำตอบ ข้อ
1-4 คือ 3 2 3 4 รวมคะแนนเท่ากับ 12 หาร 4 (หารตามจำนวนสถานการณ์) ได้ 3 คือ มีเหตุผลเชิง
จริยธรรมขั้นที่ 3
2. คำตอบตรงกับขั้นใด ให้คะแนนตามขั้นนั้นๆ แต่ดูว่าคำตอบอยู่ในขั้นใดมาก แสดง
ื่
ว่ามีลักษณะเด่นในขั้นนั้น จากตัวอย่างในข้อ 1 คำตอบอยู่ในขั้น 3 มากกว่าขั้นอนๆ จึงถือว่ามีเหตุผล
เชิงจริยธรรมอยู่ในขั้น 3
การตรวจสอบคุณภาพของแบบวัดการให้เหตุผลเชิงจริยธรรม
1. ศึกษาวิธีการประเมินความสอดคล้องของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยด้วยดัชนีความ
สอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับจุดประสงค์ (Item-Objective Congruence Index : IOC) เป็น
เกณฑ์ในการพิจารณาคะแนนความสอดคล้องกำหนดไว้ดังนี้
ให้ +1 เมื่อ แน่ใจว่ารายการประเมินนั้นวัดสอดคล้องหรือตรงประเด็นเกี่ยวกับ
พฤติกรรมที่ต้องการวัดหรือรายการประเมินนั้นวัดตรงตามวัตถุประสงค์การเรียนการสอน
109
ให้ 0 เมื่อ ไม่แน่ใจว่ารายการประเมินนั้นวัดสอดคล้องหรือตรงประเด็นเกี่ยวกับ
พฤติกรรมที่ต้องการวัดหรือรายการประเมินนั้นวัดตรงตามวัตถุประสงค์การเรียนการสอน
ให้ -1 เมื่อ แน่ใจว่ารายการประเมินนั้นวัดไม่สอดคล้องหรือไม่ตรงประเด็นเกี่ยวกับ
พฤติกรรมที่ต้องการวัดหรือรายการประเมินนั้นวัดไม่ตรงตามวัตถุประสงค์การเรียนการสอน
4.2.2.5 การตรวจสอบความสอดคล้องของรายการประเมินนั้นวัดความสอดคล้อง
หรือตรงประเด็นเกี่ยวกับข้อคำถามและความสอดคล้องในรายการประเมินตามนิยามศัพท์ ในกรณีที่
ผลคะแนนได้มากกว่า หรือเท่ากับ .50 ขึ้นไปถือว่ามีความสอดคล้องไม่ต้องปรับปรุง ถ้าได้คะแนนน้อย
้
กว่า .50 ต้องปรับปรุงแกไขตามข้อเสนอแนะ
4.2.3 เจตคติเชิงจริยธรรม
เจตคติเชิงจริยธรรมหรือทัศนคติเชิงจริยธรรม หมายถึง ความรู้สึก ความคิด ความเชื่อของ
บุคคลที่มีต่อประสบการณ์ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่บุคคลได้รับ และมีแนวโน้มที่จะแสดงพฤติกรรมอาจ
เป็นไปในทางที่ดี ขัดแย้ง หรือเป็นกลาง ซึ่งเป็นผลอันเนื่องมาจากการเรียนรู้และประสบการณ ตรงกับ
์
ภาษาอังกฤษว่า Attitude โดยมีรากศัพท์มาจากภาษาละตินว่า Aptus ซึ่งหมายถึง ความเหมาะสม
พอดี แต่เดิมภาษาไทยใช้คำว่า ทัศนคติ แต่ปัจจุบันคณะกรรมการบัญญัติศัพท์การศึกษาได้ให้ใช้คำว่า
“เจคตคติ” แทน
4.2.4 พฤติกรรมเชิงจริยธรรม
พฤติกรรมเชิงจริยธรรม หมายถึง มาตรฐานของความประพฤติปฏิบัติที่สังคม
ต้องการ การกระทำใดๆ ของบุคคลที่สอดคล้องกบมาตรฐานการประพฤติที่ถูกต้องดีงามกจัดว่าบุคคล
็
ั
นั้นมีพฤติกรรมจริยธรรม สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ 1) จริยธรรมส่วนบุคคล ซึ่งหมายถึง
การกระทำที่บุคคลตัดสินใจทำเป็นส่วนตน เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ได้แก่ ความ
ซื่อสัตย์สุจริต ความขยัน ความอดทน 2) จริยธรรมสังคม หมายถึง การกระทำที่ส่งผลดีต่อสังคม
โดยรวม เช่น ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเสียสละ นอกจากนี้แล้ว จริยธรรมยังอยู่ในรูปของศาสนา
เป็นบรรทัดฐานแห่งความประพฤติ เรียกว่า ศีลธรรม และอาจจะอยู่ในรูปแบบของอาชีพ เรียกว่า
จรรยาบรรณ
นอกจากนี้ในการประเมินผลจริยธรมซึ่งเป็นพฤติกรรมด้านคุณลักษณะสถานการณ์การจัด
การศึกษาในสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นระดับใดก็ตาม จุดประสงค์ก็คงเป็นไปเช่นเดียวกัน ดังนี้
1. เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงการเรียนการสอน เนื่องจากพฤติกรรมด้านจริยธรรมเป็น
พฤติกรรมที่ต้องการวิธีการอบรมสั่งสอนที่แตกต่างจากพฤติกรรมด้านความรู้ ความคิด ดังนั้นคำว่า
การสอนในที่นี้มีความหมายกว้างกว่าการสอนในห้องเรียนปกติ กล่าวคือ หมายรวมถึงการจัดกิจกรรม
และวิธีการอื่นๆ อันมีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างจริยธรรมให้แก่ผู้เรียน จะนำไปสู่การพัฒนา
110
ึ
ทางด้านที่เหมาะสมกับวัยและวุฒิภาวะของเขาของเขาในทางที่พงประสงค์ของสังคม ทั้งนี้หมายความ
ว่า เป็นการวัดเพื่อนำผลไปใช้ในการปรับปรุงการอบรมสั่งสอนให้ผู้เรียนมีพัฒนาการดีขึ้นเป็นการวัด
ระหว่างเรียนหรือในภาคเรียน เพื่อดูว่าผู้เรียนมีข้อบกพร่องในพฤติกรรมด้านนี้เป็นประการใด จะ
ปรับปรุงแก้ไขอย่างไรต่อไปในด้านการจัดกระบวนการเรียนการสอน การอบรม หรือการจัดกิจกรรม
ต่างๆ
2. เพื่อใช้ผลการประเมินผลสรุปตามจุดประสงค์ของหลักสูตร การใช้ผลการวัดตามข้อนี้ คือ
นำผลการวัดไปรวมกับการวัดในด้านความรู้ ความคิด และด้านความคล่องแคล่วทางกาย ตามที่ระบุไว้
ในจุดประสงค์ของหลักสูตร ตามระเบียบวิธีที่กำหนดในระเบียบประเมินผลในการตัดสินใจผลการ
เรียนของผู้เรียน ว่าน่าพอใจ หรือไม่น่าพอใจต่อไป
ดังนั้น ผู้สอนหรือผู้ประเมินควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของการวัดผล เพื่อปรับปรุงการเรียน
การสอนเป็นอันดับแรกแล้วตามด้วยความพยายามในการปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอน
ตลอดจนการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อการแก้ไขปรับปรุงความบกพร่องที่ยังปรากฎอยู่ในตัวผู้เรียนตาม
ั
ผลการวัดบ่งชี้ ทั้งนี้เพื่อแก้ไขให้ผู้เรียนได้พฒนาคุณลักษณะ หรือจริยธรรมไปสู่จุดหมายที่หลักสูตรได้
กำหนดไว้ดังรายละเอียดต่อไปนี้
ขั้นที่ 1 การวิเคราะห์พฤติกรรม เป็นการแยกแยะคุณลักษณะจริยธรรมออกเป็นพฤติกรรม
ย่อยที่สามารถตรวจสอบปริมาณได้ ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งทั้งนี้คุณลักษณะจริยธรรมแต่ละคุณลักษณะ
จัดเป็นพฤติกรรม ไม่อาจหาวิธีการตรวจสอบได้โดยตรง จำเป็นจะต้องพิจารณาจากพฤติกรรมย่อยใน
สถานการณ์ต่างๆ แล้วจึงสรุปว่าผู้เรียนมีจริยธรรมนั้นหรือไม่
ขั้นที่ 2 การเลือกวิธีการวัดและสร้างเครื่องมือการวัด เมื่อวิเคราะห์ได้พฤติกรรมย่อยของ
ื่
จริยธรรมแล้ว ครูผู้สอนจะต้องเลือกวิธีการวัดพฤติกรรมย่อยเหล่านั้น ซึ่งอาจต้องสร้างเครื่องมือเพอใช้
ในการวัดด้วยวิธีการวัดอาจมีได้หลายวิธี
ขั้นที่ 3 การกำหนดเกณฑ์ในการตัดสิน หมายถึง การกำหนดระดับของพฤติกรรมย่อยและ
พฤติกรรมรวม ซึ่งเป็นระดับที่ผู้สอนคาดว่าเป็นระดับของการมีพฤติกรรมนั้นๆ จริงหรือ กล่าวอีกนัย
หนึ่งได้ว่า หากผู้เรียนแสดงพฤติกรรมถึงระดับที่ครูกำหนดแล้ว ครูจะตัดสินนักเรียนว่านักเรียนมี
พฤติกรรมจริยธรรมอยู่ในขั้นที่น่าพอใจ
ขั้นที่ 4 และขั้นที่ 5 เป็นขั้นที่ผู้สอนใช้เครื่องมือดำเนินการวัดกับผู้เรียนเพื่อให้ได้ปริมาณ
เกี่ยวกับเหตุผล ทัศนคติ และพฤติกรรมจริยธรรมว่านักเรียนมีอยู่มากน้อยเพียงใดและอยู่ในทิศทางใด
ปริมาณที่วัดได้นี้อาจใช้ตัวเลขคะแนนแทนการให้เหตุผล เป็นความถี่ของการแสดงพฤติกรรมหรือ
ระดับคุณภาพตามเกณฑ์ในวิธีการวัดที่ผู้สอนเลือกใช้เมื่อได้รับปริมาณมาแล้ว ผู้สอนต้องนำปริมาณ
นั้นมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดในขั้นที่ 3 เพื่อวินิจฉัยว่าผู้เรียนแต่ละคน หรือแต่ละกลุ่มมี
พฤติกรรมถึงขั้นที่เรียกว่ามีจริยธรรมนั้นอยู่ในระดับใด
111
ื่
ขั้นที่ 6 การลงความเห็นเพอพัฒนาจริยธรรมหลังจากที่ผู้สอนวินิจฉัยจุดดี จุดด้อยของผู้เรียน
แต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มแล้ว ผู้สอนจะต้องพิจารณาต่อไปว่าจะส่งเสริมจุดดีของผู้เรียนได้อย่างไร
เพื่อให้ผู้เรียนขจัดหรือแก้ไขคุณลักษณะที่ไม่ดีนั้นได้ การพิจารณาในขั้นนี้เป็นการคิดถึงกระบวนการ
เรียนการสอนและการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนมีจริยธรรมในขั้นสูงขึ้นเป็นลำดับ
จะเห็นได้ว่า การประเมินผลทางจริยธรรมมี 6 ขั้น เป็นการประเมินคุณลักษณะทางจริยธรรม
ของผู้เรียนว่ามีลักษณะทางจริยธรรมอย่างไร ระดับใด และเพื่อนำผลที่ประเมินได้มาปรับปรุงการ
เรียนการสอนและพัฒนาผู้เรียนให้มีจริยธรรมที่สูงขึ้น เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการ
พัฒนาการให้เหตุผลทางจริยธรรม
วิธีการสร้างแบบวัดระดับพฤติกรรมเชิงจริยธรรม
แบบวัดพฤติกรรมจริยธรรมเป็นแบบมาตรวัด 4 ระดับ เพื่อวัดว่าบุคคลมีการกระทำที่จัดเป็น
พฤติกรรมจริยธรรม มากน้อยเพียงใด มีลักษณะเป็นมาตรวัดระดับพฤติกรรม 4 มาตรวัด ดังตัวอย่าง
ตัวอย่างข้อคำถาม
ข้อคำถามที่ 1 การกระทำ : การหักห้ามใจไม่ซื้อสิ่งของที่อยากได้ แต่ไม่มีความ
จำเป็น
B1 เคยทำหรือไม่ ....เคยทำบ่อยๆ .....เคยทำนานๆครั้ง .....ไม่เคยทำ
B2 จะทำหรือไม่ ถ้ามีโอกาส....จะทำแน่ๆ .....อาจจะทำ .....จะไม่ทำ
B3 เคยเห็นคนอื่นทำหรือไม่....เคยเห็นบ่อยๆ .....เคยเห็นนานๆครั้ง .....ไม่เคยทำ
B4 คิดว่าคนอื่นจะทำหรือไม่....จะทำแน่ๆ .....อาจจะทำ .....จะไม่ทำ
(ที่มา : นีออน พิณประดิษฐ์. 2554 : 103)
วิธีการคิดคะแนน สรุปได้ดังนี้
- คำตอบ เคยทำบ่อยๆ จะทำแน่ๆ และเคยเห็นบ่อยๆ ได้ 2 คะแนน
- คำตอบ เคยทำนานๆครั้ง อาจจะทำ และเคยเห็นนานๆครั้ง ได้ 1 คะแนน
- คำตอบ ไม่เคยทำ จะไม่ทำ และไม่เคยเห็น ได้ 0 คะแนน
้
สรุปได้ว่า คะแนนพฤติกรรมจริยธรรม คือ คะแนนรวมของการกระทำทกขอ และคะแนนสูง
ุ
หมายถึง มีพฤติกรรมจริยธรรมสูง
การตรวจสอบคุณภาพของแบบวัดพฤติกรรมจริยธรรม
วิธีการประเมินความสอดคล้องของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยด้วยดัชนีความสอดคล้องระหว่าง
(
ข้อคำถามกับจุดประสงค์ Item – Objective Congruence Index : IOC) เป็นเกณฑ์ใน
การพิจารณาคะแนนความสอดคล้องกำหนดไว้ดังนี้
ให้ +1 เมื่อแน่ใจว่ารายการประเมินนั้นวัดสอดคล้องหรือตรงประเด็นเกี่ยวกับพฤติกรรมที่
ต้องการวัดหรือรายการประเมินนั้นวัดตรงตามวัตถุประสงค์การเรียนการสอน
112
ให้ 0 เมื่อ ไม่แน่ใจว่ารายการประเมินนั้นวัดสอดคล้องหรือตรงประเด็นเกี่ยวกับพฤติกรรมที่
ต้องการวัดหรือรายการประเมินนั้นวัดตรงตามวัตถุประสงค์การเรียนการสอน
ให้ -1 เมื่อแน่ใจว่าการประเมินนั้นวัดไม่สอดคล้องหรือไม่ตรงประเด็นเกี่ยวกับพฤติกรรมที่
ต้องการวัดหรือรายการประเมินนั้นวัดไม่ตรงตามวัตถุประสงค์การเรียนการสอน
การตรวจสอบความสอดคล้อง
การตรวจสอบความสอดคล้องของรายการประเมินนั้นวัดความสอดคล้องหรือตรงประเด็น
เกี่ยวกับข้อคำถามและความสอดคล้องในรายการประเมินตามนิยามศัพท์ ในกรณีที่ผลคะแนนได้
มากกว่า หรือเท่ากับ .05 ขึ้นไป ถือว่ามีความสอดคล้องไม่ต้องปรับปรุง ถ้าได้คะแนนน้อยกว่า .05
ต้องปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะ
สรุปการสร้างเครื่องมือการวัดและประเมินผลทางจริยธรรม แบ่งตามองค์ประกอบ คือ ด้าน
ความรู้เชิงจริยธรรม การให้เหตุผลเชิงจริยธรรม เจตคติทางจริยธรรม และพฤติกรรมทางจริยธรรม ซึ่ง
การสร้างเครื่องมือในการวัดอาจจำแนกได้เป็นเครื่องมือทั้งเชิงปริมาณ และเครื่องมือเชิงคุณภาพ
เพื่อให้เก็บรวบรวมข้อมูลได้อย่างครบถ้วน และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก นำไปสู่การแก้ปัญหา
หรือพัฒนาทางจริยธรรมต่อไป
113
ใบงานที่ 6
ื
การสร้างเครื่องมอวัดและประเมินผลทางจริยธรรม
คำชี้แจง : ให้ผู้เข้าประชุมตอบคำถามต่อไป
1. วิธีการสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลทางจริยธรรมมีลักษณะอย่างไร จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. การสร้างเครื่องมือการวัดและประเมินผลทางจริยธรรมมีองค์ประกอบวัดอะไรบ้าง จงอธิบาย
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. การสร้างแบบวัดการให้เหตุผลเชิงจริยธรรมมีกี่ลักษณะ ให้ท่านศึกษาพร้อมยกตัวอย่างมา 1 แบบ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
114
4. การออกแบบวัดการให้เหตุผลเชิงจริยธรรม โดยเน้นคุณธรรมเป้าหมาย/คุณธรรมอัตลักษณ์ของ
สถานศึกษา อย่างน้อย 5 ข้อ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
115
บรรณานุกรม
ดุจเดือน พันธุมนาวิน. (2551). การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรมในประเทศไทย
และต่างประเทศ. ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม สำนักงานบริหารและ
พัฒนาองค์ความรู้ (องค์กรมหาชน).
มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยองลกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. (2550). ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท.
พระนครศรีอยุธยา : เทียนวัฒนา.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาประเทศตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยง. (2555). ตามรอยพระราชดำรัส
ี
สู่ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”. กรุงเทพฯ : เพชรรุ่งเรือง.
ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน). (2559). เทิด 9 ปกเกศ 70 คุณธรรมนำประชา. กรุงเทพฯ :
อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน). (2560). การส่งเสริมคุณธรรม “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา”.
กรุงเทพฯ : พิมพ์ดี จำกัด.
ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน). (2561). การส่งเสริมคุณธรรม “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา”
สร้างคนดีสู่สังคม. กรุงเทพฯ : พิมพ์ดี จำกัด.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). การติดตามและประเมินผลการส่งเสริมค่านิยมของคน
ไทย. กระทรวงศึกษาธิการ. นนทบุรี : ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจริญผลกราฟฟิค.
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์. (2560). การศึกษาคุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียนในสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ. รายงานการวิจัย กลุ่มยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนา
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
หอการค้าไทย. (2553). เศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาใหม่ในยุคโลกาภิวัตน์. กรุงเทพฯ : อัมรินทร์
พริ้นติ้งแอด์พับลิชชิ่ง.
116
ภาคผนวก
117
-ตัวอย่าง-
แบบวัดการใช้เหตุผลเชิงคุณธรรม จริยธรรม
การจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมในสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปางเขต 1
(สำหรับผู้เรียน)
คำชี้แจง แบบวัดการใช้เหตุผลเชิงคุณธรรม จริยธรรม ฉบับนี้เป็นสถานการณ์ทั่วๆ ไปเกี่ยวกับเหตุผล
ในการตัดสินใจของบุคคล โดยต้องการทราบเพียงว่า หากนักเรียนต้องพบกับสถานการณ์นั้นๆ
นักเรียนจะปฏิบัติเช่นเดียวกับบุคคลในสถานการณ์นั้นด้วยเหตุผลใด และปฏิบัติดังนี้
1. แบบวัดฉบับนี้มี 40 ข้อ แต่ละข้อมีตัวเลือกให้เลือกตอบ 4 ตัวเลือก เวลา 60 นาที
2. อ่านเรื่องในสถานการณ์ต่างๆ อย่างละเอียด แล้วเลือกคำตอบเพียงตัวเลือกเดียว ซึ่งเป็น
เหตุผลที่ตรงกับความรู้สึกของท่านมากที่สุด
3. หากมีข้อสงสัยใดๆ ให้ถามก่อนตอบ
4. ทำในกระดาษคำตอบและไม่ขีดเขียนในแบบวัด
ตัวอย่าง
(0) ปิยะดาได้รับมอบหมายให้ทำงานที่มีขั้นตอนในการทำงานหลายขั้นตอน ซึ่งงานที่ได้รับ
มอบหมายนั้นสามารถทำลัดขั้นตอนได้ แต่ปิยะดาไม่ทำเช่นนั้นเพราะเหตุใด
ก. เพื่อความมั่นใจทำตามขั้นตอนดีกว่า
ข. ถ้าหัวหน้าเห็นอาจถูกลงโทษ
ค. การทำงานที่ดีควรปฏิบัติตามขั้นตอน
ง. ในการลัดขั้นตอนอาจเกิดอุบัติเหตุได้
วิธีตอบ
ทำเครื่องหมาย ₓ ลงบนอักษรที่ตรงกับข้อที่ท่านต้องการเลือกในกระดาษคำตอบ เช่น
ก ข ค ง ก ข ค ง
ₓ ₓ = ₓ
เมื่อเลือกข้อ ข เมื่อต้องการเปลี่ยนจากข้อ ข เป็นข้อ ค
118
ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ
1. ในวันเปิดภาคเรียนใหม่ เพื่อนๆแต่ละคนใส่ชุดนักเรียนและรองเท้าใหม่ แต่เต้ยยังใส่ชุดนักเรียน
และรองเท้าเก่า เพราะยังใช้ได้อยู่จึงไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ นักเรียนคิดว่าเต้ยทำเช่นนั้นเพราะเหตุใด
ก. ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
ข. ใช้สิ่งของให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด
ค. เป็นแบบอย่างที่ดีของการใช้สิ่งของให้เกิดคุณค่า
ง. เก็บเงินไว้ซื้อของอย่างอื่นที่อยากได้
2. นทีได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้ากลุ่มในการทำรายงาน แต่มีเพื่อนบางคนในกลุ่มไม่ทำงานที่ได้รับ
มอบหมาย นทีจึงทำงานนั้นแทนเพื่อน นักเรียนคิดว่านทีทำเช่นนั้นเพราะเหตุใด
ก. ต้องการให้งานนั้นสำเร็จ
ข. เมื่อครูทราบคงมอบหมายให้ทำหน้าที่หัวหน้าห้องต่อไป
ค. เกรงจะขาดความเชื่อถือจากสมาชิกคนอื่นๆ
ง. ครูเคยบอกเสมอว่าผู้ที่ทำงานจึงมีความรู้
3. มานะต้องนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนในวันพรุ่งนี้ จึงตั้งใจทำงานจนเสร็จโดยไม่ได้นอนในคืนนั้น
มานะคิดอย่างไรจึงทำเช่นนั้น
ก. มุ่งมั่นตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
ข. เพื่อให้งานออกมาดีและได้คะแนนสูงๆ
ค. เพื่อนในชั้นเรียนก็เป็นเหมือนเราทุกคน
ง. ถ้างานไม่เสร็จจะต้องโดนทำโทษ
4. ขณะที่ดาริกานำรายงานไปส่งครูที่ห้องพักครูซึ่งไม่มีผู้ใดอยู่เลย พบว่ามีข้อสอบวิชาที่จะสอบใน
สัปดาห์หน้าวางอยู่บนโต๊ะครู แต่ดาริกาก็ไม่เปิดดูข้อสอบนั้น นักเรียนคิดว่าทำไมดาริกาจึงทำเช่นนั้น
ก. ถ้าครูทราบภายหลังคงถูกตำหนี
ู
ข. การละเมิดสิ่งของคนอื่นเป็นสิ่งที่ไม่ถกต้อง
ค. เพื่อนๆ คงชมเชยว่าเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต
ง. ถูกอบรมสั่งสอนเสมอว่าให้มีความซื่อสัตย์สุจริต
5. ในการสอบกลางภาคเรียนวิภาเตรียมตัวไม่พร้อมและมีความกังวลในการสอบมาก เมื่อมีโอกาสที่ครู
คุมสอบเผลอ วิภาสามารถลอกคำตอบจากเพื่อนที่นั่งข้างเคียงได้ แต่วิภาก็ไม่ลอก นักเรียนคิดว่าเป็น
เพราะเหตุใดวิภาจึงไม่ลอก
ก. ผู้เรียนต้องเตรียมความพร้อมในการสอบ
ข. กลัวถูกจับได้และปรับตกในวิชานั้น
ค. อยากให้เพื่อนเห็นว่าตนเองเป็นคนซื่อตรง
119
ง. ปฏิบัติตามกฎระเบียบของห้องสอบอย่างเคร่งครัด
6. ในวันเปิดภาคเรียนใหม่ เพื่อนๆแต่ละคนใส่ชุดนักเรียนและรองเท้าใหม่ แต่เต้ยยังใส่ชุดนักเรียน
และรองเท้าเก่า เพราะยังใช้ได้อยู่จึงไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ นักเรียนคิดว่าเต้ยทำเช่นนั้นเพราะเหตุใด
ก. ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
ข. ใช้สิ่งของให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด
ค. เป็นแบบอย่างที่ดีของการใช้สิ่งของให้เกิดคุณค่า
ง. เก็บเงินไว้ซื้อของอย่างอื่นที่อยากได้
7. นทีได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้ากลุ่มในการทำรายงาน แต่มีเพื่อนบางคนในกลุ่มไม่ทำงานที่ได้รับ
มอบหมาย นทีจึงทำงานนั้นแทนเพื่อน นักเรียนคิดว่านทีทำเช่นนั้นเพราะเหตุใด
ก. ต้องการให้งานนั้นสำเร็จ
ข. เมื่อครูทราบคงมอบหมายให้ทำหน้าที่หัวหน้าห้องต่อไป
ค. เกรงจะขาดความเชื่อถือจากสมาชิกคนอื่นๆ
ง. ครูเคยบอกเสมอว่าผู้ที่ทำงานจึงมีความรู้
8. มานะต้องนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนในวันพรุ่งนี้ จึงตั้งใจทำงานจนเสร็จโดยไม่ได้นอนในคืนนั้น
มานะคิดอย่างไรจึงทำเช่นนั้น
ก. มุ่งมั่นตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
ข. เพื่อให้งานออกมาดีและได้คะแนนสูงๆ
ค. เพื่อนในชั้นเรียนก็เป็นเหมือนเราทุกคน
ง. ถ้างานไม่เสร็จจะต้องโดนทำโทษ
9. ขณะที่ดาริกานำรายงานไปส่งครูที่ห้องพักครูซึ่งไม่มีผู้ใดอยู่เลย พบว่ามีข้อสอบวิชาที่จะสอบใน
สัปดาห์หน้าวางอยู่บนโต๊ะครู แต่ดาริกาก็ไม่เปิดดูข้อสอบนั้น นักเรียนคิดว่าทำไมดาริกาจึงทำเช่นนั้น
ก. ถ้าครูทราบภายหลังคงถูกตำหนี
ู
ข. การละเมิดสิ่งของคนอื่นเป็นสิ่งที่ไม่ถกต้อง
ค. เพื่อนๆ คงชมเชยว่าเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต
ง. ถูกอบรมสั่งสอนเสมอว่าให้มีความซื่อสัตย์สุจริต
10. ร้านขายรองเท้าแห่งหนึ่งจำหน่ายทั้งรองเท้าที่เป็นของแท้และทำเลียนแบบ ถ้านักเรียนเป็น
เจ้าของร้าน นักเรียนจะแจ้งแก่ผู้มาซื่อว่ารองเท้าคใดเป็นของแท้และคู่ใดทำเลียนแบบ เพื่อให้ผู้ซื้อเป็น
ู่
ผู้ตัดสินใจในการเลือกซื้อเองเพราะเหตุใด
ก. ไม่ต้องการแสดงข้อมูลเท็จ
ข. ไม่ต้องการให้ผู้ซื้อเข้าใจผิด
ค. ต้องการรักษาชื่อเสียงของทางร้าน
120
ง. เป็นสิทธิ์ของผู้ซื้อที่จะตัดสินใจ
11. วันนี้ในหมู่บ้านมีงานประจำปี ทุกคนในหมู่บ้านจะมาร่วมงานกันและสมศักดิ์ตัดสินใจไปร่วมงาน
นักเรียนคิดว่าเหตุผลใดที่สมศักดิ์ไปร่วมงาน
ก. เป็นสมาชิกในหมู่บ้านควรทำตามประเพณี
ข. เห็นคนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ไป
ค. คนในหมู่บ้านจะได้เห็นว่าเราให้ความร่วมมือ
ง. กลัวคนในหมู่บ้านตำหนิ
่
12. ชิดชนกและเพื่อนนั่งอานหนังสืออยู่ในห้องสมุดของวิทยาลัย แต่มีเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งคุยกันเสียงดัง
จนขาดสมาธิในการอ่านหนังสือ ชิดชนกจึงไปแจ้งบรรณารักษ์ทราบ นักเรียนคิดว่าชิดชนกทำเช่นนั้น
เพราะเหตุใด
ก. ถ้าชิดชนกเตือนด้วยตนเองเพื่อนๆอาจจะโกรธ
ข. เพื่อนให้เป็นตัวแทนไปบอกบรรณารักษ์
ค. ผู้ใช้ห้องสมุดที่ดีพึงปฏิบัติตามกฎระเบียบของห้องสมุด
ง. เพื่อนคนอื่นๆ จะได้มีสมาธิในการศึกษาค้นคว้า
13. วสันต์ยืมหนังสือจากครูเพื่อใช้ประกอบการเรียน แต่น้องของวสันต์ได้ทำหนังสือขาดไปหนึ่งหน้า
และไม่สามารถซ่อมได้ เพื่อนของวสันต์แนะนำว่าไม่ต้องบอกครูให้ทราบ แต่วสันต์ก็บอกครูตามความ
จริง นักเรียนคิดว่าทำไมวสันต์จึงบอกความจริงแก่ครู
ก. เราควรรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองกระทำลงไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ข. เกรงครูจะเข้าใจผิดคิดว่าผู้อื่นเป็นผู้ทำ
ค. ได้รับการอบรมเป็นประจำว่าต้องมีความซื่อสัตย์
ง. ครูคงไม่โกรธหรือยกโทษให้เมื่อบอกความจริง
14. แม่ให้เงินปวีณาเป็นค่าอาหารกลางวันและค่าใช้จ่ายสิ่งของที่จำเป็นเป็นรายสัปดาห์ๆ ละ 250
บาท ปวีณามักจะนำเงินไปซื้อของตามใจที่ตนชอบ จนบางครั้งเงินไม่พอจ่ายตลอดสัปดาห์ จึงต้องขอ
ยืมเพื่อน ถ้านักเรียนเป็นปวีณาจะไม่ปฏิบัติตนเช่นนั้นเพราะอะไร
ก. ต้องไม่ใช้จ่ายมากกว่าเงินที่มี
ข. เป็นตัวอย่างแก่เพื่อน
ค. ไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ
ง. กลัวเพื่อนดูถูก
121
15. เพื่อนของวราภรณ์บางคนสวมรองเท้าผิดระเบียบมาโรงเรียน และชักชวนให้วราภรณ์หาซื้อมาสวมบ้าง แต่วรา
ภรณ์ไม่ทำตาม นักเรียนคิดว่าวราภรณ์มีเหตุผลอะไรที่ทำเช่นนั้น
ก. กลัวโดนครูดุ
ข. ไม่ต้องการทำผิดระเบียบ
ค. ไม่ต้องการแตกต่างจากเพื่อนส่วนใหญ่
ง. การแต่งกายถูกระเบียบเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติ
์
16. ที่บ้านของสุพรรษามีเศษผ้าเหลือจำนวนหนึ่ง แม่จึงแนะนำให้สุพรรษานำเศษผ้าที่เหลือนำมาประดิษฐทำเป็นผ้า
ห่มหรือพรมเช็ดเท้า ถ้านักเรียนเป็นสุพรรษาจะทำตามที่แม่แนะนำเพราะเหตุใด
ก. ช่วยแม่ประหยัดรายจ่าย
ข. สวยแปลกตาไม่เหมือนใคร
ค. กลัวแม่เสียใจ
ง. ประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ
17. วิไลวัลย์ไปล้างมือพบว่าก๊อกน้ำเปิดทิ้งไว้ จึงเดินเข้าไปปิดก๊อกน้ำที่เปิดทิ้งไว้ นักเรียนคิดว่าวิไลวัลย์ทำเช่นนั้น
เพราะเหตุใด
ก. กลัวน้ำหมดไม่มีใช ้
ข. เป็นแบบอย่างให้แก่คนอื่นๆ
ค. จะได้มีน้ำไว้ให้คนอื่นใช ้
ง. ประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ
18. ในชั่วโมงเรียนวิชาภาษาไทย ครูมีประชุมด่วนจึงให้นักเรียนทำงานที่มอบหมาย และส่งเมื่อหมดชั่วโมง แต่สุนทร
ได้นิงานวิชาอื่นมาทำจนเกือบหมดเวลา จึงขอลอกงานจากเพื่อน ถ้านักเรียนเป็นสุนทรนักเรียนจะไม่ทำเช่นนั้น
เพราะเหตุใด
ก. เป็นการเอาเปรียบเพื่อน
ข. ไม่ได้ความรู้จากการทำเอง
ค. ถ้าครูทราบจะถูกลงโทษ
ง. ควรทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย
ุ
ิ
19. ครูมอบหมายให้หัวหน้าชนเป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยและตรวจสอบจำนวนเพื่อนในทกวชาที่เข้าเรียน ปรากฏว่า
ั้
ในวิชาวิทยาศาสตร์ เพื่อนมาเข้าเรียนไม่ครบจำนวน จึงได้แจ้งให้ครูทราบ นักเรียนคิดว่าหัวหน้าชั้นมีเหตุผลใด
ก. ครูจะได้ทราบความจริง
ข. ปฏิบัติให้สมกับที่ครูไว้วางใจ
ค. ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
ง. ถ้าไม่แจ้งให้ครูทราบอาจถูกตำหนีได้
20. ประชันเห็นน้องล้างจานเสร็จก็เทน้ำลงท่อ ถ้านักเรียนเป็นประชันจะให้น้องนำน้ำไปรถน้ำต้นไม้เพราะเหตุใด
ก. คุณครูเคยสอนไว้
ข. น้ำเป็นสิ่งที่ควรใช้ให้คุ้มค่า
ค. คนอื่นจะได้มองว่าเรารู้จักใช้น้ำอย่างประหยัด
ง. น้องจะได้ร็จักน้ำอย่างประหยัด
122
คณะทำงาน
ที่ปรึกษา
นางวรางคณา ไชยเรือน รองผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปางเขต 1
รักษาราชการแทน ผอ.สพป.ลำปางเขต 1
นายเอกฐสิทธิ์ กอบกำ ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1
ึ
นางเขมจิรา เศวตรัตนเสถียร ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกษาลำปาง เขต 1
รวบรวมโดย
ื้
นางสาววิมล ปวนปันวงค์ ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพนที่การศึกษาประถมศกษาลำปาง เขต 1
ึ
พิมพ์และจัดทำรูปเล่ม
นางสาววิมล ปวนปันวงค์ ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพนที่การศึกษาประถมศกษาลำปาง เขต 1
ึ
ื้