The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by info_dlict, 2022-07-11 00:35:49

คู่มือการนิเทศ (DLTV)

1

คู่มือการนเิ ทศ

การจดั การศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทียม (DLTV)
โดยใชร้ ูปแบบการนเิ ทศ เอ พี ไอ ซี อี (APICE Model)

กล่มุ นิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจัดการศึกษา
สานกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 1

สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร

เอกสาร ศน. สพป.ลป.1
ที่ 15 /2565



คานา

คู่มือการนิเทศ การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม DLTV โดยใช้รูปแบบการนิเทศ
เอ พี ไอ ซี อี (APICE Model) เลม่ น้ีจดั ทาข้ึนเพื่อนาไปนิเทศตดิ ตามพฒั นาคุณภาพการจัดการศกึ ษา
ทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานเป็นไปตามตัวช้ีวัด
ความสาเร็จ ท้ังในด้านการบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา สานักงานเขตพื้นท่ี
การศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 1

ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนการนิเทศเล่มนี้ คงจะมีประโยชน์ในนาไปนิเทศติดตาม
การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพตามรปู แบบนิเทศ
เอ พี ไอ ซี อี (APICE Model) เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ให้บรรลุตัวชว้ี ัดความสาเรจ็ อันท่ีจะส่งผลต่อ
การพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสังกัด ต่อไป

กลมุ่ นเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจัดการศึกษา
สานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 1



สารบญั

เรื่อง หน้า

คานา ก
สารบญั ข

สว่ นที่ 1 บทนา………………………………………………………………………..…………….………………………. 1
ทีม่ าและความสาคญั ของปญั หา……………………………………………………………………………… 1
สภาพปัจจุบันและปญั หา................................................................................................. 6
วัตถปุ ระสงค์ของการนิเทศ............................................................................................... 7
เป้าหมายของการนิเทศ……………………………………………………………………..………………….. 7
นยิ ามศัพท์เฉพาะ…………………………………………………………………………………………………. 7

สว่ นที่ 2 เอกสารที่เกย่ี วข้อง.......................…………………………………………………………..…………… 8
2.1 ทฤษฎี และแนวคดิ ที่เกย่ี วข้อง............................................................................ 8
2.1.1 การนเิ ทศการสอน…………………………………………………………………………. 8
(1) ความหมายของการนิเทศการสอน………………………………………….. 8
(2) จุดมุง่ หมายของการนิเทศการสอน………………………………………….. 9
(3) ความจาเป็นนิเทศการสอน…………………………………………………….. 11
(4) กจิ กรรมการนิเทศการสอน............................................................ 12
(5) ทกั ษะการนิเทศการสอน……………………………………………………….. 14
(6) กระบวนการการนิเทศการสอน………………………………………………. 15
(7) เทคนิคการสงั เกตการสอน……………………………………………………… 23
2.1.2 แนวคดิ เกีย่ วกับความพงึ พอใจ…………………………………………………………. 27
2.2 การจดั การศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)………………………………………….. 28
2.2.1 ความหมายของการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม……………………………….. 28
2.2.2 แนวคดิ การจดั การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม………………………………… 30
2.2.3 ทฤษฎีการจัดการการศกึ ษาทางไกล………………………………………………… 31
2.2.4 การจัดการศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม……………………………………………. 33
2.2.5 มูลนิธิการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม…………………………………………….. 37
2.2.6 หลักการจดั การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม…………………………………….. 40
2.2.7 การจัดการศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทยี มในระบบโรงเรียน…………………… 42

ส่วนที่ 3 แนวทางการนิเทศ เพือ่ ยกระดับคณุ ภาพการศึกษา………………………………………………. 47
การนเิ ทศ ติดตาม การจดั การศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)…………..…… 49



สารบญั (ต่อ)

เรอ่ื ง หน้า

ส่วนท่ี 4 เครือ่ งมือนิเทศ ตดิ ตาม ประเมินผลการจดั การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม……………. 51
แหลง่ อา้ งอิง............................................................................................................................... 73
ผู้จดั ทา....................................................................................................................................... 74



สารบัญภาพ

ภาพที่ หน้า

1 กระบวนการ PDCA …………………………………………………………………………………………. 20
2 การนเิ ทศ การจัดการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) โดยใชร้ ปู แบบการนเิ ทศ

เอ พี ไอ ซี อี (APICE Model)...................................................................................... 47
3 กรอบแนวคดิ การนิเทศการจดั การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV) โดยใชร้ ูปแบบ

การนเิ ทศ เอ พี ไอ ซี อี (APICE Model)....................................................................... 48

1

สว่ นท่ี 1
บทนา

ท่ีมาและความสาคญั ของปญั หา
การนิเทศการศึกษาถือได้ว่าเป็นงานท่ีมีความสาคัญในการจัดและบริหารสถานศึกษา

เน่ืองจากการนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการบรหิ าร ชี้แนะ ให้ความช่วยเหลือ ให้ความร่วมมือกับ
ครูผู้สอนและบุคคลท่ีเก่ียวข้องกับการจัดการศึกษา เพ่ือปรับปรุงการเรียนการสอนของครู และเพิ่ม
คุณภาพของผู้เรียนให้เป็นไปตามเป้าหมายของการศึกษา เพราะการนิเทศการศึกษามีจุดมุ่งหมาย
คือ พัฒนาคุณภาพการศึกษาของผู้เรยี น โดยปฏบิ ัติการผา่ นครูผู้สอน เพ่ือพัฒนาคนให้มีคุณภาพสงู ข้ึน
ท่เี กิดจากการพฒั นางานให้ได้ผลดแี ละเป็นการพัฒนากระบวนการทางานมีการประสานสัมพนั ธ์อันดี
งามระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ลดความขัดแย้งให้ได้มากที่สุด อีกทั้งยังเป็นการสร้างขวัญและกาลังใจใน
การปฏิบัติงาน นอกจากน้ีการนิเทศการศึกษายังมีความสาคัญ คือ ช่วยปรับปรุงคุณภาพการเรียน
การสอนใหด้ าเนนิ การอย่างราบรืน่ เรยี บรอ้ ยและมผี ลสัมฤทธิส์ ูง

การนาการนิเทศแบบโค้ช (Coaching) มาเป็นขั้นตอนหนึ่งในการขับเคล่ือนให้ครูผู้สอน
มีความรู้ ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน เนื่องจากหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งเน้นให้คนไทยทุกคน คิดเป็น ทาเป็น มีเหตุผล สามารถ
เรียนรู้ได้อย่างต่อเน่ืองตลอดชีวิต ให้นักเรียนมีทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญ
สถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพ่ือปอ้ งกันและแก้ปญั หาในการดาเนนิ ชีวติ ประจาวนั และ
มีความคิดสรรา้ งสรรค์ (สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาต,ิ 2545 : 14 - 15)

ในการนิเทศการสอนเพ่ือใหเ้ กดิ ผลสาเร็จ มีประสทิ ธิภาพและประสิทธผิ ล จาเป็นอย่างยง่ิ ท่ี
จะต้องดาเนินการตามลาดับขั้นตอนอย่างต่อเน่ืองกัน ซ่ึงนักการศึกษาหลายท่านได้นาเสนอ
กระบวนการนิเทศ เช่น สงัด อุทรานันท์ (2530 : 10) ได้เสนอแนะกระบวนการนิเทศการสอนท่ี
สอดคล้องกับสภาพสังคมไทย ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ซึ่งเรียกว่า “PIDRE” คือ การวางแผน (P-
Planning) ให้ความรู้ก่อนดาเนินการนิเทศ (Informing-I) การดาเนินการนิเทศ(Doing-D) การสรา้ งเสริม
ขวัญกาลังใจแก่ผู้ปฏบิ ัตงิ านนิเทศ (Reinforcing-R) การประเมนิ ผลการนิเทศ (Evaluating-E) ในสว่ น
ของวัชรา เล่าเรียนดี (2550 : 18-19) ได้เสนอกระบวนการนิเทศการสอน 7 ขั้นตอน คือ 1. วางแผน
ร่วมกันระหว่างผู้นิเทศและผู้รับนิเทศ 2. เลือกประเด็นหรือเรื่องท่ีสนใจจะปรับปรุงพัฒนา
3. นาเสนอโครงการพัฒนาและข้ันตอนการปฏิบัติให้ผู้บริหารโรงเรียนได้รับทราบเพ่ืออนุมัติ
ดาเนินการ 4. ใหค้ วามรหู้ รือแสวงหาความรู้จากเอกสารต่างๆและจดั ฝึกอบรมเชิงปฏิบัตกิ ารเกีย่ วกับ
เทคนิคการสังเกตการสอนในช้นั เรียน และความรู้เก่ียวกับวิธกี ารสอนและนวัตกรรมใหม่ ๆ ทส่ี นใจ
5. จัดทาแผนการนิเทศ กาหนดวัน เวลา ท่ีจะสังเกตการสอน ประชุมปรึกษาหารือ เพื่อแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นและประสบการณ์ 6. ดาเนนิ การตามแผนโดยครูและผูน้ ิเทศ (แผนการจดั การเรยี นรู้และ
การนิเทศ) 7. สรปุ และประเมินผลการปรับปรงุ และพัฒนา รายงานผลสาเรจ็ นอกจากน้ียังไดม้ กี ารนา
วงจรคุณภาพ (PDCA) หรือโดยท่ัวไปนิยมเรียกกันว่า PDCA มาใช้เป็นกระบวนการนิเทศการสอน ซ่ึง
สมศักด์ิ สินธรุ ะเวชญ์ (2542 : 188) กล่าวถงึ จดุ หมายท่ีแทจ้ ริงของวงจรคณุ ภาพ (PDCA) วา่ เป็น

2

กิจกรรมพื้นฐานในการบริหารคุณภาพนั่นมิใช่เพียงแค่การปรับแก้ผลลัพธ์ที่เบี่ยงเบนออกไปจากเกณฑ์
มาตรฐานให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ท่ีต้องการเท่าน้ัน แต่เพื่อก่อให้เกิดการปรับปรุงในแต่ละรอบของ PDCA
อย่างต่อเนื่องเป็นระบบและมีการวางแผน PDCA ที่ม้วนไต่สูงขึ้นเรื่อย ๆ 4 ขั้นตอน คือ ขั้นท่ี 1 การ
วางแผน (Plan -P) ข้ันที่ 2 การดาเนินตามแผน (Do -D)ขั้นท่ี 3 การตรวจสอบ (Check -C) ข้ันท่ี 4 การแก้ไข
ปัญหา (Act - A)

นอกจากน้ีจากการศึกษาการวิจัยของเกรียงศักด์ิ สังข์ชัย (2552) เก่ียวกับการพัฒนา
รปู แบบการนิเทศครูวิทยาศาสตร์ เพือ่ พัฒนาศักยภาพนกั เรยี นที่มีแววความสามารถทางวิทยาศาสตร์
ซ่งึ ใช้รปู แบบการนิเทศท่ีเรียกว่า APFIE Model มีกระบวนการดาเนินงาน 5 ขั้นตอน คอื ข้ันตอนท่ี 1
การศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการจาเป็น (Assessing needs : A) ขั้นตอนที่ 2 จัดการให้
ความรู้ก่อนการนิเทศ (Providing information : P) ขั้นตอนท่ี 3 การวางแผนการนิเทศ (Formation
Plan : F) ขั้นตอนที่ 4 ปฏิบัติการนิเทศ (Implementation : I) ซึ่งประกอบด้วยกระบวนการนิเทศ
4 ข้ันตอน คือ 1 ข้ันเตรยี มการก่อนสอนและการนิเทศ 2) สังเกตการสอนในช้ันเรยี น 3) ขั้นประชุม
ให้ข้อมูลย้อนกลับ หลังสังเกตการสอน 4) ประเมินผลการนิเทศ ติดตาม ดูแล และข้ันตอนท่ี 5
ประเมินผลการนิเทศตลอดภาคเรียน (Evaluating : E) และวชิรา เครือคาอ้าย (2552) เสนอรูปแบบ
การนิเทศนักศึกษา ฝึกประสบการณ์ วิชาชีพครู เพ่ือพัฒนาสมรรถภาพการจัดการเรียนรู้ท่ีส่งเสริม
การคิดของนักเรียนประถมศึกษา มีช่ือว่า รูปแบบ การนิเทศดับเบ้ิลพีไออี (PPIE) ประกอบด้วย
4 ขั้นตอน คือ 1 ขั้นเตรียมความรู้/เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ 2) ข้ันวางแผนการนิเทศ 3) ข้ัน
ดาเนินการนิเทศการสอน 4) ขั้นประเมินผลการนิเทศ ส่วนยุพิน ยืนยง (2553) เสนอรูปแบบการนิเทศ
แบบหลากหลายวิธีการ เพอ่ื ส่งเสรมิ สมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน มีช่อื วา่ ซีไอพีอี (CIPE Model) ซึ่งมี
4 ข้ันตอน คือ ข้ันตอนที่ 1 Classifying : C การคัดกรองระดับความรู้ ความสามารถ ทักษะท่ีสาคัญ
เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้และการวิจัยในชั้นเรียน เพื่อจัดกลุ่มครูและเลือกวิธีการนิเทศท่ีเหมาะสม
สาหรับครูแต่ละกลุ่ม ขั้นตอนท่ี 2 Informing : I การให้ความร้กู ่อนการนิเทศ ข้ันตอนที่ 3 Proceeding
: P การดาเนนิ งานได้แก่ 3.1 การประชมุ กอ่ นการสังเกตการสอน (Pre conference) 3.2 การสงั เกต
การสอน (Observation) 3.3 การประชุมหลังการสังเกตการสอน (Post conference) ข้ันตอนท่ี 4
Evaluating : E การประเมินผลการนิเทศ และธัญพร ช่นื กลิ่น (2553) ได้เสนอการพฒั นารูปแบบการ
โค้ช เพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของอาจารย์พยาบาลที่ส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมี
วิจารณญาณของนกั ศกึ ษาพยาบาลในสังกดั สถาบันพระบรมราชชนกกระทรวงสาธารณสขุ พบวา่ การ
พัฒนารูปแบบโค้ช พีพีซีอี (PPCE Coaching Model) คือ ระยะท่ี 1 ระยะการเตรียมการ (Preparing
Phase : P) ระยะท่ี 2 ระยะวางแผนการโค้ช (Planning Phase : P) ระยะท่ี 3 ระยะการปฏิบัติการ
โค้ช(Coaching Phase : C) ระยะท่ี 4 ระยะเวลาการประเมินผลการโค้ช (Evaluating Phase : E)

การออกแบบการเรียนการสอนเป็นกระบวนการหนง่ึ ท่ีสาคัญในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ให้แก่ผู้เรียน โดยการนาวิธีการเชิงระบบ (System Approach) มาใช้ในการดาเนินงานให้เกิด
ประสทิ ธิภาพและประสทิ ธิผลสูงสดุ ซ่ึงในการออกแบบนั้น มีนกั การศึกษาหลายท่านได้เสนอคานิยาม
ทีผ่ เู้ กย่ี วข้องกับการออกแบบ สามารถยดึ ถือเป็นหลักการในการปฏิบัติงาน โดยปรับใช้ให้เหมาะสมกับ
ปญั หาและสถานการณ์ซ่งึ ดิกค์ แคเรย์ และแคเรย์ (Dick Carey and Carey, 2005) ได้เสนอข้ันตอน
การออกแบบระบบการเรียนการสอนไว้ 9 ขั้นตอน คือ 1) กาหนดเป้าหมายวัตถุประสงค์การเรียน

3

การสอน 2) วิเคราะห์สภาพการเรียนการสอนวิเคราะห์ผู้เรียนและบริบท 3) กาหนดเป้าหมาย
จุดประสงค์เชิงปฏิบัติ 4) พัฒนาเคร่ืองมือวัดและประเมินผล 5) พัฒนาหรือเลือกยุทธวิธีการเรียน
การสอน 6) พัฒนาเลือกสือ่ วัสดกุ ารเรยี นการสอน 7) ออกแบบและประเมินผล เพอื่ ปรับปรงุ การเรียน
การสอน 8) ออกแบบและ ประเมินสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอน 9) การปรับปรุงการเรียนการ
สอน และครูสซ์ (Kruse 2004) ไดเ้ สนอข้ันตอนการออกแบบระบบการเรียนการสอนให้มีประสิทธผิ ล
และมีความเหมาะสม โดยใช้แนวคิด “ADDIE Model” ประกอบด้วย 5 ขน้ั ตอน คือ 1) ขั้นวิเคราะห์
(Analysis) 2) ขั้นออกแบบ (Design) 3) ข้ันพัฒนา (Development) 4) ข้ันนาไปใช้ (Implement)
และ 5) ข้นั ประเมินผล (Evaluation)

พระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติพ.ศ. 2542 และที่แกไขเพิ่มเติม (ฉบับ ท2่ี ) พ.ศ. 2545
ได้กาหนดบทบัญญัติที่ถือเป็นกรอบและแนวทางในการปฏิรูปการศึกษาท้ังระบบทั้งในเรื่องสิทธิและ
หน้าท่ีทางการศึกษา ระบบการศึกษา แนวทางการจัดการศึกษาการบริหารและการจัดการศึกษา
มาตรฐานและการประกนคุณภาพการศึกษา ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ทรัพยากรและ
การลงทุนเพื่อการศึกษา และเทคโนโลยเี พื่อการศึกษาโดยเฉพาะในหมวดท่ี 2 ว่าดว้ ยสิทธิและหน้าท่ี
ทางการศึกษาที่กาหนดให้การศกึ ษาต้องจัดใหบ้ ุคคลมีสทิ ธแิ ละโอกาสเสมอกันในการรบั การศกึ ษาขั้น
พ้นื ฐานไม่น้อยกว่า สิบสองปีท่ีรัฐจะต้องจัดให้อยา่ งทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บ ค่าใช้จ่ายการจัด
การศึกษาสาหรับบุคคลซ่ึงมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญาอารมณ์ สังคม การส่ือสาร
และการเรียนรู้หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพ หรือบุคคลซ่ึงไม่สามารถ พึ่งตนเองได้หรือไม่มี
ผูด้ ูแลหรอื ด้อยโอกาส ต้องจัดใหบ้ ุคคลดังกลา่ วมีสิทธิและโอกาสได้รบั การศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานเป็นพิเศษ
การศึกษาสาหรับคนพิการให้จัดตั้งแต่แรกเกิด หรือพบความพิการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและให้บุคคล
ดังกลา่ วมีสิทธิได้รบั สิ่งอานวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลอื อื่นใดทางการศึกษา ตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่กาหนดในกฎกระทรวง การจัดการศึกษาสาหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถ
พิเศษ ต้องจัดด้วยรูปแบบท่ีเหมาะสม โดยคานึงถึง ความสามารถของบุคคลน้ัน (สานักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาติ, 2545)

แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับท่ี 11 พ.ศ. 2555-2559 จัดทาข้นึ ภายใต้
กรอบทศิ ทางของแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติฉบับ ท1่ี 1 พ.ศ. 2555-2559 และสอดคล้อง
เช่ือมโยงกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 แผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับ
ปรับปรุง (พ .ศ.2552-2559) ตลอดจนสภาพ ปัญ หาจากการจัดและพัฒ นาการศึกษาของ
กระทรวงศึกษาธิการในระยะที่ผ่านมาซ่ึงพบว่า ยังมีปัญหาท่ีจาเป็นต้องปรับปรุงและพัฒนาทั้งด้าน
การส่งเสรมิ โอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชน ด้านคุณภาพการศึกษาโดยเฉพาะระดบั การศึกษา ขั้น
พื้นฐาน ด้านขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่ยังอยู่ในระดับต่า ตลอดจนสภาพ การ
บริหารและจัดการศึกษาที่ยังต้องเพิ่มเติมในด้านประสิทธิภาพจากกรอบทิศทาง นโยบายและ สภาพ
ดังกลา่ ว นามาสู่การกาหนดเป็นประเด็นยุทธศาสตร์5 ประเด็น ท่ีครอบคลมุ ทั้งการยกระดับคุณภาพ
และมาตรฐานผู้เรียน ครูคณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษาและสถานศึกษา การผลิตและพัฒนา
คุณภาพกาลังคนรองรับที่จะพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพการ
แขง่ ขันของประเทศการสง่ เสรมิ งานวิจยั และพัฒนาถา่ ยทอดองค์ความร้เู ทคโนโลยแี ละนวัตกรรม การ
ขยายโอกาสการเข้าถึงบรกิ ารทางการศึกษาและการเรียนรู้อย่างตอ่ เน่ืองตลอดชีวิต รวมท้ังการพัฒนา

4

ระบบบริหารจัดการและสง่ เสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจดั การศึกษาอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
(สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, 2558)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดต้ังสถานีส่ง
สัญญาณผ่านดาวเทียม โดยให้โรงเรียนวังไกลกังวลเป็นแม่ข่ายถ่ายทอดสัญญาณไปสู่โรงเรียนทั่ว
ประเทศเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครแู ละยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรยี นไมว่ ่าจะอยู่
ในเมืองหรือชนบทให้ใกล้เคียงกันปัจจุบันโรงเรียนไกลกังวลเปน็ ต้นแบบท่ีทรงประสิทธิภาพ และเป็น
ศนู ย์กลางการเรียนการสอนด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียมเป็นสถานศึกษาแห่งแรกท่ีใช้เทคโนโลยี
ถา่ ยทอดกระบวนการเรียนการสอนกิจกรรมการเรียนการสอน ตลอดจนองค์วามรู้ควบคู่คุณธรรมไป
ยงั ผู้เรียนในประเทศและตา่ งประเทศสนองพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู ัวที่เน้น
ให้นักเรยี นได้รู้จกั ชว่ ยเหลือตนเองและยึดหลักแนวปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก้ปัญหา
การขาดแคลนครูและยกระดับความเสมอภาคของผู้เรียนให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาท่ีมีคุณภาพ
ใกล้เคียงกัน โดยการใช้เทคโนโลยีทางการส่ือสารโทรคมนาคมเป็นเคร่ืองมือในการขยายโอกาส เพิ่ม
ประสิทธิภาพและยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบท ในปัจจุบันที่มีการ
เปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารอย่างรวดเร็ว สง่ ผลกระทบต่อการดารงชีวิตของ
คนในสังคมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะคุณภาพของคนที่เป็นกาลังสาคัญ ในการพัฒนาสังคมและ
ประเทศ เทคโนโลยีการสอื่ สารจึงเป็นปัจจัยสาคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยเฉพาะในเร่ือง
การนามาใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้กับผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีทรงมีพระปณิธานอันแน่วแน่ ในการนาเทคโนโลยี
สารสนเทศมาใช้ในการยกระดับคุณภาพชีวิตและเพ่ิมโอกาสทางการศึกษาของประชาชน ทรงเจริญ
รอยตามเบื้องพระยุคลบาทของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่ีได้ทรงใช้เทคโนโลยีสาสนเทศหลายรูปแบบใน
โครงการพัฒนาประเทศเพ่ือนาความร่มเย็นเป็นสุขให้เกิดแก่ประชาชนชาวไทย(มูลนิธิการศึกษา
ทางไกลผ่านดาวเทียม, 2558)

ในการจัดการศึกษาจึงจาเป็นต้องมีการปรบั เปล่ียนและพัฒนารูปแบบให้เหมาะสมกับความ
เจ ริญ ก้ า ว ห น้ า ท า ง เท ค โน โล ยี ที่ จ ะ เข้ าม า มี บ ท บ า ท ใน ก า รด า ร ง ชี วิ ต ข อ ง ม นุ ษ ย์ ซึ่ ง ค ว าม รู้แ ล ะ
ประสบการณ์ท่ีได้รับจากการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนน้ันจัดว่ายังไมเ่ พียงพอกับสถานการณ์
ของสงั คมปัจจบุ ัน ดังนน้ั การปรับเปลยี่ นกระบวนทัศน์ทางการศกึ ษาด้านการจดั การเรยี นการสอนจาก
การท่องจา สู่กระบวนการเรยี นรู้ท่ีผู้เรียนต้องคน้ คว้าหาความรู้และสร้างองค์วามรู้โดยใช้เทคโนโลยีใน
ปจั จุบัน จึงเปน็ เครื่องมอื สาคัญในการนาไปสูโ่ ลกแหง่ การเรยี นรู้ด้วยความกระตอื รือร้นใฝ่หาความรพู้ ึง
พอใจในการเรียนรู้ตลอดจนการมีแรงบันดาลใจต่อการเรียนรู้ท่ีต่อเน่ืองไปตลอดชีวิต (ไชยยศ เรือง
สุวรรณ, 2533)

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (Thailand development research institute:
TDRI)ชีใ้ ห้เห็นถงึ การแก้ปัญหาคุณภาพทางการศึกษาไทย โดยเฉพาะการศกึ ษาระดับขั้นพื้นฐานยังไม่
สามารถทาให้คุณภาพทางการศึกษาของประเทศดีขึ้นได้อย่างท่ัวถึงท้ังหลักสูตรและตาราเรียนของ
ไทยยังไม่สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่21 (21st Century skills) ซ่ึงมีผลทาให้การ
เรียนการสอนตลอดจนการสอบยังคงเน้นการจาเนอื้ หามากกว่าการเรียน เพ่ือใหม้ ีความรู้ความเข้าใจ
อย่างแท้จริง ทั้งน้ีเปน็ ผลมาจากการขาดแคลนครูหรือครไู ม่ครบช้ัน ไมค่ รบสาระการเรยี นรโู้ ดยเฉพาะ

5

ครูสอนภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ครมู ีประสบการณ์หรือทักษะการจัดการเรียนรู้น้อย
ขาดสื่ออุปกรณ์ท่ีทันสมัยและการเข้าถึงได้ลาบาก ครูมีเวลาจัดการเรียนการสอนน้อยกิจกรรมของ
โรงเรียนมีมาก ทรัพยากรที่มีกระจัดกระจายไม่สามารถนามาใช้ประโยชน์ไดอย่างคุ้มค่าและการแก
ปัญหาต่าง ๆ ก็ทาได้ในวงจากัด โรงเรียนในชนบทและโรงเรียนประจาจังหวัดหรือโรงเรียนในเขต
กรุงเทพมหานคร มคี วามเหล่ือมล้าและแตกตา่ งกัน ในด้านคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาอันเปน็ ส่ิง
ที่บ่ันทอนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต ถือเป็นส่ิงท่ีสะท้อนความมั่นคงของประเทศชาติ
ประการหน่งึ ซ่งึ สถาบนั วิจยั เพอื่ การพฒั นาประเทศไทย ได้เสนอแนะแนวทางการปฏริ ูปการศึกษาด้าน
หลักสูตรสื่อการเรียนการสอนและเทคโนโลยี โดยสนับสนุนให้มีการนาระบบ ICT มาใช้ให้เหมาะสม
กบั การพัฒนาการศกึ ษาในศตวรรษที่21 (สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2558)

ดว้ ยเหตุน้ีสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐานจงึ ไดพัฒนานวัตกรรมทางการศกึ ษา
เพ่ือแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอน โดยได้ดาเนินงานตามโครงการพัฒนา
คุณภาพการศกึ ษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล (Distance learning หรือ DL)ขน้ึ ซึง่ การพัฒนา
คณุ ภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีในการศึกษาทางไกลจัดเป็นการศึกษาที่ใช้เทคโนโลยีในการจัดการ
เรียนการสอนในทุกห้องเรียน เพ่ือแก้ปัญหาการขาดแคลนครใู นโรงเรียนขนาดเล็กครูสามารถจัดการ
เรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักเรียนและครูได้เช้าถึงสื่อเทคโนโลยี
ทันสมัยมเี ครือข่ายในการแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ที่ทุกภาคส่วนเข้ามามีสว่ นร่วมในการจัดการศึกษา โดยมี
การจัดสภาพการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนของครูอย่างครบถ้วนท้ังกระบวนการออกแบบ
กิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการสร้างความรู้จากการลงมือปฏิบัติการนาเสนอเนื้อหา
อย่างทันสมัยและการเรยี นรู้ผ่านเครือข่ายส่ือและอุปกรณ์ที่จาเป็นในการจดั การเรียนการสอนนั้นจะ
เป็นการลดความเหล่ือมล้าทางการศึกษาลดช่องว่างและเพ่ิมโอกาสในการศึกษาที่มีคุณภาพให้กับ
ประชาชนชาวไทยทุกคนเป็นการดาเนินการตามรอยเบื้องพระยุคลบาทและสนองพระราชดาริของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการพัฒนาการศึกษาไทยให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปรูปแบบการนา
เทคโนโลยีทางการศึกษาทางไกลมาใช้ในการยกระดับคุณภาพการศึกษามี 2 รูปแบบ ได้แก่การจัด
การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (Distance learningtelevision หรือ Dltv) เป็นระบบโทรทัศน์เพื่อ
การศึกษาท่ีใช้เทคโนโลยีการถา่ ยทอดสัญญาณภาพและเสยี งส่งจากต้นทางไปยังปลายทางผ่านระบบ
ดาวเทียมและการจัดการศกึ ษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Distance learning information
technology หรือ DLIT) เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีมีการจดจาบันทึกถ่ายทอดและ
เผยแพร่สัญญาณภาพและเสียง ตลอดจนทรัพยากรที่เกี่ยวข้องจากต้นทางไปยังปลายทางผ่าน
เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ่ที่ทันสมัยทุกช่องทาง (สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พ้ืนฐาน, 2558)

การใชส้ ่อื การเรียนรู้จะเป็นไปอย่างปีประสทิ ธิภาพผู้เกยี่ วข้องอาทเิ ช่น ผู้บริหารสถานศกึ ษา
ครูผู้สอน และผู้เรียนต้องมีความรู้ความเข้าใจรวมท้ังทราบบทบาทภารกิจ หน้าที่ ตลอดจนแนวทาง
การปฏิบัติที่ช่วยส่งเสริมสนับสนุนการใช้สื่อการเรียนรู้ เน่ืองจากสื่อการเรียนรู้ทมี่ ีอิทธิพลค่อนข้างสูง
ต่อการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ที่จะแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและสามารถเช่ือมโยงแหล่งความรู้ท่ีอยู่ใน
สังคมรอบตัวมาสู่การเรียนของผู้เรียนอย่างรวดเร็วและไม่จากัด ( กองการวิจยั ทางการศึกษา, 2546 )

6

ปัจจุบันการพัฒนาเทคโนโลยีได้เจริญก้าวหน้าข้ึนเป็นลาดับโดยเฉพาะการส่ือสารผ่าน
ดาวเทียมทาให้การติดต่อสื่อสารข้อมูลและข่าวสารต่างๆถึงกันได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ดังน้ัน
เทคโนโลยีจึงมีบทบาทตอ่ สังคมรวมถึงการศึกษาอย่างไร้พรมแดน ด้วยสาเหตนุ ้ีสถาบนั การศกึ ษาต่างๆ
จาเป็นตอ้ งปรับตัวให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลง มุ่งการจัดการศึกษาในรูปแบบเดิมท่ีมีแบบแผน
เคร่งครัด อาจต้องปรับให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีเข้าไปมีส่วนช่วยพัฒนาการเรียนรู้
ของผู้เรียน และเช่ือมโยงการเรียนการสอนของครูท่ีมีความเช่ียวชาญเฉพาะด้านไปสู่ผู้เรียนในทุก
สถานท่ีให้รวดเร็วและมีมาตรฐานเดียวกัน จงึ เห็นได้วา่ สถานศึกษาทุกระดับ ในปัจจุบัน มีการจัดการ
เรียนการสอนโดยใช้สอื่ การสอนทางไกลผ่านดาวเทียมอยา่ งแพรห่ ลายมากขึน้

สภาพปจั จุบนั และปัญหา
จากรายงานการติดตามผลการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในระบบโรงเรียนต้ังแต่ปี

พ.ศ.2538-2557 ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย พบว่ายังมีปัญหาในด้านการบริหารโครงการและ
ปัญหาด้านการจัดการเรียนการสอน อีกท้ังนโยบายของโรงเรียนที่ยังไม่ชัดเจนในการสนับสนุนการ
ดาเนินงาน จึงทาให้โรงเรียนที่ดาเนินการอยู่มีปัญหาและความต้องการท่ีแตกต่างกันสานักงานเขต
พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 1 มีสถานศึกษาในสังกัดเข้าร่วมโครงการการจัดการศึกษา
ทางไกลผ่านดาวเทียม ในปีการศึกษา 2562ท่ีได้รับพระราชทานการศึกษาด้วยการเรียนการสอน
ทางไกลผ่านดาวเทียม จากโรงเรียนไกลกังวลซึ่งเป็นการช่วยขจัดปัญหาความด้อยโอกาสและความ
เหล่ือมล้า ทางการศึกษา (สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 1, 2562) ดังน้ัน
โครงการนี้จึงเป็นแนวทางหน่ึงท่ีจะช่วยแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการศึกษาและเป็นแนวทางในการ
ปรับปรุงการจัดการเรียนให้ดียิ่งขึ้น ประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมโดย
ใชโ้ ทรทัศน์เพ่ือการศึกษาผ่านดาวเทยี มไม่วา่ จะเป็นระบบการศึกษาในโรงเรียน ระบบการศึกษานอก
โรงเรยี นและการศกึ ษาสามารถใช้การศึกษาทางไกลเปน็ สอื่ ในการเรยี นการสอนท้ังเป็นสื่อโดยตรงและ
ส่งเสริมการเรียนการสอน ฉะน้ันการใช้สื่อการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม ผู้บริหารและครูผู้สอน
จาเป็นต้องปฏบิ ตั ิตามข้ันตอน คือ มกี ารวางแผนการสอน เตรยี มส่อื วสั ดุอุปกรณ์ในการจัดการสอนให้
ครบถว้ นจัดการสอนตามวิธกี ารท่ีกาหนดไว้เพื่อท่ีจะเชือ่ มโยงความรู้ระหวา่ งสื่อต่าง ๆ ให้แกผ่ ู้เรียนได้
มีโอกาสเรียนรู้อย่างทัดเทียมเสมอภาคกัน จากแหล่งความรู้ที่มีความชานาญการและมาตรฐาน
เดียวกันระบบการจดั การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมจาเป็นต้องมีการจัดการท่ีเป็นระบบ มขี ้ัน ตอน
ชัดเจนและมีคุณภาพเป็นที่แน่ใจว่าผู้เรียนจะเกิดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนตามมาตรฐานทางวิชาการ
เช่นเดียวกับการศึกษารูปแบบอื่น (กรมการศึกษานอกโรงเรียน, 2540) จึงจะทาให้การจัดการศึกษา
ทางไกลผ่านดาวเทียมมีประสิทธิภาพ ดังน้ันผู้ศึกษาจึงสนใจที่จะศึกษาว่าในโรงเรียนขนาดเล็กของ
สงั กัดสานักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 1 นั้นคณะครูผู้สอนที่ใชก้ ารจดั การศึกษา
ทางไกลผา่ นดาวเทยี ม รวมถึงผู้บริหารสถานศึกษาไดม้ ีการบริหารงานและการจดั การในด้านนี้อย่างไร
ตลอดจนข้อเสนอแนะเกย่ี วกบั การเรียนการสอนในระบบน้ีซ่ึงการศึกษาครัง้ น้ีจะทาให้ได้ข้อมลู เพื่อนา
ไปพัฒนาครูผู้สอนที่ใช้ระบบการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมให้มีการดาเนินการเก่ียวกับ
กระบวนการเรียนการสอนท่ีมีคุณภาพ และนาไปพัฒนากระบวนการเรียนการสอนภายในองค์กร
ต่อไป

7

ดังน้ันจึงมีแนวทางขับเคลื่อนการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมโดย (DLTV) ของ
ผู้บริหารและครูผู้สอนของโรงเรียนในสังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปางเขต1
โดยใช้รูปแบบการนิเทศ เอ พี ไอ ซี อี (APICE Model) คือ 1. A (Assessing Need) การศกึ ษาสภาพ
และความต้องการ 2. P (Planning) การวางแผนการนิเทศ 3. I (Informing) การให้ความรู้ก่อน
การนิเทศ 4. C (Coaching) การนิเทศแบบโค้ช และ5. E (Evaluating) การประเมินผลการนิเทศเพื่อ
การดาเนินงานของสถานศึกษาเปน็ ไปอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพตอ่ ไป

วัตถปุ ระสงคข์ องการนิเทศ
เพ่ือนิเทศติดตามการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรียนใน สังกัด

สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 1 โดยใช้รูปแบบการนิเทศเอ พี ไอ ซี อี
(APICE Model)

เป้าหมายของการนเิ ทศ
เป้าหมายเชิงปรมิ าณ
เพ่ือนิเทศ ติดตามการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรียนในสังกัด

สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 1
เป้าหมายเชงิ คณุ ภาพ
1. ผบู้ ริหารโรงเรียนบริหารจัดการการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) เป็นไป

ตามบรบิ ทของสถานศกึ ษา และเป็นไปอย่างมปี ระสิทธิภาพ
2. ครูผู้สอนจัดการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) เป็นระบบมีคุณภาพตาม

ตัวชว้ี ัดและมาตรฐานการเรยี นรู้

นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ
โรงเรียนหมายถงึ โรงเรียนในสังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาลาปางเขต1

ที่มีการจัดการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม (DLTV)
ผู้บริหารหมายถึงผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา

ลาปางเขต1 ที่มีการจดั การศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทียม (DLTV)
ครูผู้สอนหมายถึงครูในสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลาปางเขต1ท่ีมี

การจัดการศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทียม (DLTV)
กระบวนการนิเทศหมายถึงรูปแบบการนิเทศ เอ พี ไอ ซี อี (APICE Model) เพื่อนาไป

นิเทศติดตามการบริหารจัดการของผู้บริหารศึกษาและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอน ที่มี
การจัดการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV)

8

ส่วนท่ี 2
เอกสารทีเ่ กย่ี วขอ้ ง

การนิเทศ ติดตามการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) เพ่ือยกระดับคุณภาพ
การศึกษา กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาลาปาง เขต 1 ดาเนินการนิเทศ ติดตาม โดยใช้รูปแบบการนิเทศ เอ พี ไอ ซี อี (APICE
Model) ดงั นี้

2.1 ทฤษฎี และแนวคิดทเ่ี กี่ยวข้อง
2.1.1 การนเิ ทศการสอน
(1) ความหมายของการนิเทศการสอน
(2) จุดมงุ่ หมายของการนิเทศการสอน
(3) ความจาเปน็ นิเทศการสอน
(4) กิจกรรมการนเิ ทศการสอน
(5) ทักษะการนิเทศการสอน
(6) กระบวนการการนิเทศการสอน
(7) เทคนิคการสังเกตการสอน
2.1.2 แนวคดิ เกี่ยวกบั ความพงึ พอใจ

2.2 การจัดการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)

2.2.1 ความหมายของการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทียม

2.2.2 แนวคดิ การจัดการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม

2.2.3 ทฤษฎกี ารจัดการการศึกษาทางไกล
2.2.4 การจัดการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม
2.2.5 มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม
2.2.6 หลกั การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
2.2.7 การจดั การศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี มในระบบโรงเรยี น

2.1 ทฤษฎี และแนวคิดท่ีเกย่ี วขอ้ ง
2.1.1 การนิเทศการสอน
(1) ความหมายของการนิเทศการสอน
การนิเทศการสอน มีความสาคัญเป็นอย่างมาก เนอื่ งจากศาสตร์ในเร่ืองนี้มีสิ่งตา่ งๆ

มากมายที่จะต้องดาเนินการอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนการทางานที่ชัดเจน ซึ่งได้มนี ักการศึกษาต่างๆ
ได้ให้ความหมายของการนเิ ทศการสอนไว้หลายทา่ น สรุปไดด้ ังน้ี

สงัด อุทรานันท์ (2530 : 7), กิติมา ปรีดีดิลก (2532 : 262), วไรรัตน์ บุญสวัสดิ์
(2538 : 3), ปรียาพร วงศอ์ นุตรโรจน์ (2548 : 48), ชาญชัย อาจินสมาจาร (ม.ป.ป), วัชรา เล่าเรียนดี
(2550 : 3) ได้ให้ความหมายเกี่ยวกับการนิเทศการสอนท่ีสอดคล้องกันไว้ว่า การนิเทศการสอน คือ
กระบวนการบริหารจัดการศึกษาที่สร้างสรรคไ์ ม่หยุดนิ่ง เพ่ือช้ีแนะให้ความช่วยเหลือ ให้ความร่วมมือ

9

กบั ครูผู้สอน และบุคลากรต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องกับการศึกษาหรือในเรือ่ งอื่นๆ ท่ีต้องอาศัยการนิเทศจาก
ผรู้ ู้ ผู้ท่มี คี วามสามารถเฉพาะเร่ือง โดยเปน็ กระบวนการดาเนนิ งานท่ีจะต้องทาร่วมกนั ระหว่างผูน้ ิเทศ
กบั ผรู้ ับการนิเทศ ตลอดจนให้การช่วยเหลือ แนะนา และใหค้ วามรว่ มมือกับครูผูส้ อนในการปรับปรุง
และพัฒ นาคุณภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีเน้นนักเรียนเป็นสาคัญ ท้ังในเรื่องของการวิเคราะห์
นักเรียน การวางแผนการทางาน การผลิตส่ือการเรียนการสอน การวิเคราะห์ สรุปผลการปฏิบัติงาน
ตลอดจนการรายงานการปฏิบตั ิงานในภาพรวม และในประเด็นท่ีมีความสาคญั ในแต่ละเร่อื ง

น อ ก จาก นี้ Burton, William H. and Bruecker, Lee J. (1955 : 7), Spears,
Harold (1967 : 16), Harris, Ben M. (1985 : 10, Oliva, Peer F. (1989 : 8), Glickman, Card.
D., Stephen P. Gordon and Jovita M. Ross-Gordon (2004 : 8) ได้ให้ความหมายที่สอดคล้อง
สรุปได้ว่า การนิเทศการสอน หมายถึง เป็นการช่วยเหลือสนับสนุนให้ผู้บริหาร ครู และบุคลากรที่
เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงการเรียนการสอนทั้งในเรื่องหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน สื่อการ
เรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และสง่ิ อานวยความสะดวกตา่ งๆ เพ่ือพัฒนาการทางานของ
ครใู หม้ ปี ระสทิ ธิภาพ และส่งผลตอ่ คุณภาพของนักเรยี น

สรุปการนิเทศการสอนเป็นกระบวนการสร้างสรรค์ท่ีไม่หยุดน่ิงระหว่างผู้นิเทศกับ
ผู้รับการนิเทศ เพ่ือมุ่งเน้นการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้
ของนักเรียน โดยเน้นการให้บริการ การให้ความร่วมมือ และการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนแก่
ผ้บู ริหาร ครู และบุคลากรท่ีเกย่ี วข้องทง้ั ในด้านการพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การวัด
และประเมินผล และการจัดกิจกรรมเสริมอื่นๆ เน้นความร่วมมือกัน ความเป็นประชาธิปไตย
ใหบ้ ริการช่วยเหลอื สนับสนนุ มากกวา่ การบงั คับใหป้ ฏบิ ตั ิตาม

(2) จดุ มุ่งหมายของการนิเทศการสอน
การนิเทศการสอนแต่ละคร้ังจะต้องมีการกาหนดจุดมุ่งหมาย เพ่ือเป็นแนวทางใน
การปฏิบัติและแนวทางในการดาเนินการนิเทศการสอนท่ีชัดเจน เพ่ือจะให้เกิดผลที่ต้องการดังที่
นักการศึกษาหลายท่านได้กาหนดจุดมุ่งหมายของการนิเทศการสอนไว้อย่างสอดคล้องกัน ดังน้ี
วัชรา เล่าเรียนดี (2550 : 8), ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์ (2548 : 20), วไลรัตน์
บุญสวัสดิ์ (2538 : 7) มคี วามเห็นสอดคลอ้ งกนั ว่า จดุ มุ่งหมายของการนเิ ทศการสอนเปน็ การปรับปรุง
กระบวนการสอนและกระบวนการเรยี นรู้ของนักเรียน สร้างขวญั และกาลังใจ และสร้างความสัมพันธ์
ท่ีดีระหว่างบุคคลที่เก่ียวข้องในการทางานร่วมกัน โดยอาศัยการนิเทศช่วยเหลือ แนะนา ให้ความรู้
และการฝึกปฏบิ ัตดิ า้ นการพฒั นาหลกั สตู ร เทคนิควิธีการเรียนการสอนใหม่ ๆ การใช้และการสรา้ งสื่อ
นวัตกรรมด้านการสอนและการทาวิจัยในช้นั เรียน เพื่อให้ครสู ามารถปรับปรุงและพัฒนาการจัดการ
เรียนการสอนหรืองานในวิชาชีพของตนเองอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด
ตามเป้าหมาย ส่วน กิติมา ปรดี ีดิลก (2532 : 264) ไดส้ รุปจุดมุ่งหมายการนิเทศการสอนไว้ เพื่อช่วย
ใหค้ รูคน้ หาและรู้วิธีการทางานด้วยตนเอง ร้จู กั แยกแยะ วเิ คราะห์ปญั หาของตนเองโดยให้ครรู วู้ า่ อะไร
ทเี่ ป็นปัญหาที่กาลังเผชิญอย่แู ละจะแก้ไขปัญหาเหลา่ นนั้ ได้อย่างไร รู้สกึ มนั่ คงในอาชพี และมีความเช่อื ม่ัน
ในความสามารถของตน คุ้นเคยกับแหล่งวิทยาการ และสามารถนาไปใช้ในการเรียนการสอนได้
เผยแพร่ให้ชุมชนเข้าถึงแผนการจัดการศึกษาของโรงเรียนและให้การสนับสนุนโรงเรียน ตลอดจน
เข้าใจปรัชญาและความต้องการทางการศึกษา นอกจากนี้ ยุพิน ยืนยง (2553 : 38) ; เกรียงศักดิ์

10

สังข์ชัย (2552 : 71) ยังกล่าวว่าการนิเทศการสอน มีจุดมุ่งหมาย คือ การช่วยเหลือ แนะนา และ
สนับสนุนให้ครูได้รบั การพัฒนางานในวิชาชีพของตนเองให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันที่จะ
ส่งผลตอ่ การพฒั นาการดา้ นการเรยี นรู้ของนกั เรยี น

สาหรับสานักงานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแห่งชาติ (2547 : 180-181) ได้สรุป
จุดมุ่งหมายของการนิเทศการสอนไว้ว่า 1) เพ่ือให้สถานศึกษามีศักยภาพในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้
ขอ งนั ก เรี ยน ให้ สอดคล้ อ งกั บมาตรฐาน หลั กสู ตรและ ให้ เป็ น ไปตามแน วทางของพ ระราชบั ญ ญั ติ
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2 พ.ศ. 2545) 2) เพ่ือให้สถานศึกษา
สามารถบริหารและจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ 3) เพ่ือพัฒนาหลักสูตรและจัดการเรียนรู้ให้มี
ประสิทธิภาพสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน สังคม ทันต่อการเปล่ียนแปลงทุกด้าน 4) เพื่อให้
บุคลากรสถานศึกษาได้เพิ่มความรู้ ทักษะและประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และ
การปฏิบัติงาน รวมทั้ง ความต้องการในวิชาชีพ 5) เพ่อื ส่งเสรมิ ให้สถาบันการศกึ ษาปฏริ ปู ระบบบรหิ าร
โดยให้ทุกคนมีส่วนร่วมคิด ร่วมทา ร่วมตัดสินใจ และร่วมรับผิดชอบ ชื่นชมในผลงาน 6) เพ่ือให้เกิด
การประสานงานและความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาระหว่างผู้เก่ียวข้อง ได้แก่ ชุมชน
สังคม และวัฒนธรรม 7) เพ่ือพัฒนาบุคลิกภาพที่ดีแก่ครูในด้านความเป็นผู้นาทางวิชาการและ
ความคิด ความมมี นุษยส์ ัมพนั ธ์ ความคิดสรา้ งสรรค์ และความมงุ่ มั่น มอี ุดมการณ์ทจี่ ะอบรมนกั เรียนให้
เป็นผู้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามความต้องการของสังคมประเทศชาติ 8) เพื่อพัฒนาวิชาชีพครูและ
เสรมิ สร้างสมรรถภาพด้านการสอนให้แก่ครใู นด้านการวเิ คราะห์และปรับปรุงจดุ ประสงค์ในการเรียนรู้
วิธีการศึกษาพื้นฐานความรู้ของนักเรียน การเลือกและปรับปรุงเนื้อหาการสอนการดาเนินการจัด
กิจกรรมการเรยี นการสอนเหมาะสม ประเมินผลการเรยี นการสอนและปรับปรุงกระบวนการวดั ผลได้
อย่างมีประสิทธิภาพ 9) เพ่ือพัฒนากระบวนการทางานของครู โดยใช้กระบวนการกลุ่มในด้าน
การร่วมมือกันจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและแก้ปัญหาการสอนการร่วมมือกันทางานอย่างเป็น
ข้ันตอน มีระบบ ระเบียบ การร่วมมือกันทางานด้วยความเข้าใจกัน เห็นอกเห็นใจกัน ยอมรับซ่ึงกัน
และกนั การรว่ มมือกนั ทางานท่ีมเี หตุผลในการพฒั นาหลักสูตร สามารถปฏบิ ตั ิได้ถกู ต้องและกา้ วหน้า
เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นภาระหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษา รองผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าฝ่าย
วิชาการ และคณะครู อาจารย์ ภายในสถานศึกษาที่จะต้องมีหน้าที่ดาเนินการนิเทศกันเอง
มกี ารประสานความร่วมมือระหว่างการนเิ ทศครผู ู้ทาหน้าที่นิเทศและแหล่งวทิ ยาการต่างๆ ให้บรกิ าร
ช่วยเหลอื งานวิชาการของสถานศกึ ษาอย่างมีประสิทธภิ าพและคลอ่ งตัว มีความสมั พันธ์ที่ดีระหวา่ งครู
ด้วยกนั ไดร้ บั ขวัญและกาลงั ใจจากผู้บริหารและการยอมรับในความรู้ ความสามารถของผู้ใหก้ ารนิเทศ
รวมท้ังผูร้ ับการนิเทศจะต้องให้การสนับสนุนด้วย และมีกระบวนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรใน
โรงเรียนทจ่ี ะสง่ ผลให้โรงเรียนพัฒนาตนเอง และ10) เพอ่ื สร้างขวัญและกาลังใจแก่ครูในด้านการสร้าง
ความมั่นใจและความถกู ตอ้ งในการใชห้ ลักสูตรและการสอน สร้างความสบายใจในการทางานร่วมกัน
และความกา้ วหน้าในตาแหนง่ ทางวชิ าชพี ครู

สรุปจุดมุ่งหมายของการนิเทศการสอน คือ การพัฒนาคน พฒั นาครใู หม้ ีความรู้ ความสามารถ
ในการพัฒนางานด้านหลักสูตร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตลอดจนส่งเสริมความเจริญก้าวหน้า
ในวชิ าชพี ครูท่ีส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาคณุ ภาพของนักเรยี น โดยอาศัยการนเิ ทศ ช่วยเหลือ แนะนา

11

อนั จะส่งผลตอ่ การพัฒนาคุณภาพนกั เรียนให้เป็นอย่างมปี ระสิทธิภาพและประสิทธิผล มีคุณลักษณะ
ทพ่ี ึงประสงคต์ ามเป้าหมายของหลักสูตร

(3) ความจาเปน็ ในการนเิ ทศการสอน
การพัฒนาคุณภาพการศึกษาใหป้ ระสบความสาเร็จได้นัน้ จะต้องอาศัยกระบวนการ
นิเทศการสอนเป็นองค์ประกอบด้วย ทั้งน้ีเพราะการนิเทศการสอนเป็นกระบวนการของการทางาน
รว่ มกบั ครเู พอ่ื ปรับปรงุ การเรยี นการสอนในชนั้ เรยี นใหม้ ีประสิทธิผล
ดงั ที่ กิติมา ปรีดีดิลก (2532 : 263) ได้ให้ความเห็นว่าในปัจจุบันการนิเทศการสอน
มคี วามจาเป็นต่อกระบวนการเรียนการสอนเป็นอย่างมากด้วยเหตุผลทวี่ ่า 1) การศึกษาเปน็ กิจกรรม
ท่ีซับซ้อนและยุ่งยาก จาเป็นจะต้องมีการนิเทศ 2) การนิเทศการสอนเป็นงานที่มีความจาเป็นต่อ
ความเจริญงอกงามของครู 3) การนิเทศการสอนมีความจาเป็นต่อการช่วยเหลือครูในการเตรียม
การสอน 4) การนิเทศการสอนมีความจาเป็นต่อการทาให้ครูเป็นบุคคลที่ทันสมัยอยู่เสมอ
อันเนอ่ื งมาจากการเปล่ียนแปลงทางสงั คมทมี่ อี ยตู่ ลอดเวลา ซึ่งแนวคิดดังกลา่ วสอดคลอ้ งกับกรองทอง
จิรเดชากุล (2550 : 4) ที่ได้กล่าวถึงความจาเป็นของการนิเทศการสอนไว้ว่า การนิเทศการสอนเป็น
การปรบั ปรุงคณุ ภาพของการจัดการศึกษา การพัฒนาสถานศึกษา ครู และผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่มาตรฐาน
การศกึ ษา รวมท้ังเปน็ การประสานงานใหเ้ กิดการปฏบิ ตั ิท่ีมีประสทิ ธิภาพในสถานศกึ ษา ทง้ั น้ีเน่อื งจาก
สังคมมกี ารเปล่ยี นแปลงทุกๆ ดา้ นตลอดเวลา นอกจากนี้ ชาญชัย อาจินสมาจาร (ม.ป.ป.) ยังกลา่ วว่า
การนเิ ทศการสอนมคี วามจาเป็น กล่าวคอื
1. การนิเทศการสอนมีความจาเป็นในการให้บริการทางวิชาการ การศึกษาเป็น
กิจกรรมที่ซับซ้อน และยุ่งยาก เพราะมันเกี่ยวข้องกับบุคคล การนิเทศการสอนเป็นการให้บริการ
แก่ครูจานวนมากท่ีมีความสามารถต่าง ๆ กัน อีกประการหนึ่งการศึกษาได้ขยายตัวไปอย่างมาก
เมอื่ ไม่นานมานี้ สิง่ เหลา่ นี้ตา่ ง ๆ กต็ อ้ งอาศยั ความช่วยเหลือจากการนิเทศทงั้ นนั้
2. การนิเทศการสอนมคี วามจาเปน็ ต่อความเจรญิ งอกงามของครู แม้ว่าครูจะได้รับ
การฝึกฝนมาแล้วเป็นอย่างดีก็ตาม แต่ครูจะต้องปรับปรุงการฝึกฝนอยู่เสมอในขณะทางานใน
สถานการณ์จรงิ
3. การนเิ ทศการสอนมีความจาเปน็ ต่อการชว่ ยเหลอื ครใู นการตระหนกั เตรยี มการสอน
เนื่องจากครูต้องปฏิบัติงานในกิจกรรมต่าง ๆ กัน และจะต้องเผชิญกับภาวะท่ีค่อนข้า งหนัก
ครูจึงไม่อาจสละเวลาได้มากเพียงพอต่อการตระเตรียมการสอน การนิเทศการสอนจึงสามารถ
ลดภาระของครูไดใ้ นกรณี ดงั กล่าว
4. การนิเทศการสอนมีความจาเป็นต่อการทาให้ครูเป็นบุคคลท่ีทันสมัยอยู่เสมอ
จากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ทาให้เกิดพัฒนาการทางการศึกษาทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ
ข้อแนะนาที่ได้จากการวิเคราะห์และจากการอภิปราย จากการค้นพบของการวิจัยมีความจาเป็นต่อ
ความเจริญเตบิ โตดงั กล่าว ซึ่งการนเิ ทศการสอนสามารถให้บรกิ ารได้
5. การนิเทศการสอนมีความจาเป็นต่อภาวะผู้นาทางวิชาชีพแบบประชาธิปไตย
การนิเทศการสอน สามารถให้ประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ นอกจากน้ียงั สามารถรวมพลังของทุกคน
รว่ มอยูใ่ นกระบวนการทางการศึกษาดว้ ย

12

สรุปการนิเทศการสอนมีความจาเป็นต่อการจัดการศึกษาอย่างย่ิง เพราะเป็น
การช่วยเหลือสนับสนุน ส่งเสริมให้ครูมีความสามารถในการพัฒนางานในวิชาชีพของตนเองให้มี
ประสิทธิภาพและประสิทธผิ ล อันจะช่วยให้ครูเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ รวมทั้งส่งผลถึงนักเรียนและ
คุณภาพการศึกษาโดยภาพรวมในทส่ี ดุ

(4) กิจกรรมการนเิ ทศการสอน
กิจรรมการนิเทศการสอน เป็นวิธีการนิเทศท่ีผู้นิเทศจะต้องพิจารณาเลือกใช้ให้
เหมาะสมกับสถานการณ์หรอื สภาพปัญหาของสถานศึกษา และให้คานึงถึงหลักเกณฑ์ในการเลอื กใช้
กจิ กรรม แต่ละชนิดอย่างเหมาะสม โดยพิจารณาถึงจุดประสงค์ของการนิเทศ และประโยชน์ที่ผู้รับ
การนเิ ทศจะไดร้ บั เป็นสาคญั
Harris et al. (1985 : 71-86) ; ปรยี าพร วงศอ์ นุตรโรจน์ (2548 : 20) ; วัชรา เล่า
เรียนดี (2550 : 14-16) ไดเ้ สนอกิจกรรมการนเิ ทศ ดังนี้
1. การบรรยาย (Lecturing) เป็นกิจกรรมที่เน้นการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ
ของผ้นู เิ ทศไปสผู่ รู้ ับนเิ ทศ ใช้เพยี งการพดู และการฟงั เท่านัน้
2. การบรรยายโดยใช้ส่ือประกอบ (Visualized lecturing)เป็นการบรรยายที่ใช้สื่อเข้ามาช่วย
เช่น สไลด์ แผนภูมิ แผนภาพ ฯลฯ ซึ่งจะชว่ ยใหผ้ ฟู้ งั มีความสนใจมากยง่ิ ข้ึน
3. การบรรยายเป็นกล่มุ (Panel Presenting) เป็นกิจกรรมการให้ข้อมูลเป็นกลุม่
ท่ีมีจดุ เน้นทก่ี ารให้ข้อมูลตามแนวความคิดหรอื แลกเปลี่ยนความคิดเหน็ ซึง่ กนั และกนั
4. การให้ดูภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ (Viewing filmorTelevision) เป็นการใช้เครื่องมือท่ีเป็น
ส่ือทางสายตา ได้แก่ ภาพยนตร์ โทรทัศน์ วีดีทัศน์ เพื่อทาให้ผู้รับการนิเทศได้รับความรู้และ
เกิดความสนใจมากขึ้น
5. การฟังคาบรรยายจากเทปวิทยุและเคร่ืองบันทึกเสียง (Listening to tape,
Radio recordings) เปน็ การใช้เครื่องบันทึกเสียงเพื่อนาเสนอแนวความคิดของบุคคลหนึ่งไปสู่ผูฟ้ งั อื่น
6. การจดั นทิ รรศการเกี่ยวกบั วสั ดุและเครือ่ งมือตา่ งๆ (Exhibiting Materials and
Equipment’s) เปน็ กิจกรรมทชี่ ว่ ยในการฝกึ อบรมหรือเป็นกิจกรรมสาหรับงานพัฒนาสอ่ื ตา่ งๆ
7. การสังเกตในชั้นเรยี น (Observing in Classroom) เปน็ กิจกรรมที่ทาการสังเกต
การปฏิบัติงานในสถานการณ์จริงของบุคลากร เพ่ือวิเคราะห์สภาพการปฏิบตั ิงานของบุคลากร ซ่งึ จะ
ช่วยให้ทราบจุดดีหรือจุดบกพร่องของบุคลากร เพื่อใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานและใช้ใน
การพัฒนาบุคลากร
8. การสาธิต (Demonstrating)เป็นกิจกรรมการให้ความรู้ที่มุ่งให้ผู้อ่ืนเห็นกระบวนการและ
วิธีดาเนินการ
9. การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured Interviewing)เป็นกิจกรรมสัมภาษณ์ท่ีกาหนด
จดุ ประสงคช์ ัดเจนเพอ่ื ให้ไดข้ อ้ มูลต่าง ๆ ตามตอ้ งการ
10. การสัมภาษณ์เฉพาะเรื่อง (Focused Interview) เป็นกิจกรรมสัมภาษณ์แบบ
ก่ึงโครงสร้างโดยจะทาการสัมภาษณ์เฉพาะโรงเรียนที่ผู้ตอบแบบสอบถามมีความสามารถจะตอบได้
เท่าน้ัน

13

11. การสัมภาษณ์แบบไม่ชี้นา (Non-directive Interview) เป็นการพูดคุยและ
อภปิ รายหรือการแสดงความคดิ ของบคุ คลท่ีสนทนาด้วย ลักษณะของการสมั ภาษณ์จะสนใจกับปัญหา
และความในใจของผรู้ บั การสัมภาษณ์

12. การอภิปราย (Discussing) เป็นกิจกรรมที่ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศปฏิบัติร่วมกัน
ซง่ึ เหมาะสมกับกลุ่มขนาดเลก็ มักใชร้ ว่ มกับกจิ กรรมอนื่ ๆ

13. การอ่าน (Reading) เป็นกิจกรรมที่ใช้มากกิจกรรมหน่ึง สามารถใช้ได้กับคน
จานวนมาก เช่น การอ่านขอ้ ความจากวารสาร มกั ใช้ผสมกับกจิ กรรมอ่นื

14. การวิเคราะห์ข้อมูลและการคิดคานวณ (Analyzing and Calculating) เป็น
กจิ กรรมท่ใี ชใ้ นการติดตามประเมนิ ผล การวจิ ัยเชงิ ปฏิบัตกิ ารและการควบคมุ ประสทิ ธภิ าพการสอน

15. การระดมสมอง (Brainstorming) เป็นกิจกรรมที่เก่ยี วข้องกับการเสนอแนวคิด
วธิ ีแกป้ ญั หาหรอื ใช้ข้อเสนอแนะนาต่างๆ โดยใหส้ มาชกิ แตล่ ะคนแสดงความคิดโดยเสรี ไมม่ กี ารวเิ คราะห์
หรอื วพิ ากษ์วจิ ารณ์แต่อย่างใด

16. การบนั ทกึ วดี ที ศั น์และการถา่ ยภาพ (Videotaping and Photographing)
วดี ที ัศน์เปน็ เครอ่ื งมือทีแ่ สดงให้เห็นรายละเอยี ดทั้งภาพและเสียงส่วนการถ่ายภาพมปี ระโยชน์มากใน
การจดั นิทรรศการ กิจกรรมนม้ี ปี ระโยชน์ในการประเมินผลงานและการประชาสมั พนั ธ์

17. การจดั ทาเคร่อื งมือและข้อทดสอบ (Instrumenting and Testing) เปน็ การใช้
แบบทดสอบและแบบประเมินต่างๆ

18. การประชมุ กล่มุ ย่อย (Buzz Session) เป็นกิจกรรมการประชุมกลุ่ม เพอื่ อภิปราย
ให้หวั ข้อเรือ่ งท่เี ฉพาะเจาะจง มุง่ เน้นการปฏิสัมพนั ธภ์ ายในกลมุ่ มากท่สี ุด

19. การจัดทัศนศึกษา (Field Trip) เป็นกิจกรรมการเดินทางไปสถานท่ีแห่งอื่น
เพ่ือศึกษาและดงู านท่ีสัมพนั ธก์ บั งานทตี่ นปฏบิ ัติ

20. การเยี่ยมเยียน (Intervisiting) เป็นกิจกรรมที่บุคคลหน่ึงไปเยี่ยมและสังเกต
การทางานของอีกบุคคลหนึง่

21. การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) เป็นกิจกรรมที่สะท้อนให้เห็น
ความรสู้ ึกนึกคิดของบุคคล กาหนดสถานการณ์ขนึ้ แล้วให้ผู้ทากิจกรรมตอบสนองหรือปฏบิ ัติตนเองไป
ตามธรรมชาติที่ควรจะเปน็

22. การเขียน (Writing) เป็นกิจกรรมที่ใช้เป็นสื่อกลางในการนิเทศเกือบทุกชนิด
เช่น การเขยี นโครงการนิเทศ การบนั ทกึ ขอ้ มูล การเขยี นรายงาน การเขยี นบันทึก ฯลฯ

23. การปฏิบัติตามคาแนะนา (Guided Practice) เป็นกิจกรรมที่เน้นการปฏิบัติ
ในขณะท่ีปฏิบัตมิ ีการดแู ลชว่ ยเหลือ มกั ใช้กับรายบุคคลหรือกลมุ่ ขนาดเลก็

24. การประชุมปฏิบัตกิ าร (Workshop) เป็นการประชุมท่ีเน้นให้ผู้เข้าประชุมมคี วามรู้
ความเข้าใจและทกั ษะทางดา้ นทฤษฎีและดา้ นปฏิบัตอิ ย่างแทจ้ ริง โดยสามารถนาไปพฒั นางานใหม้ ีคุณภาพ

25. การศึกษาเอกสารทางวิชาการ เป็นการมอบหมายเอกสารให้ผู้รับการนิเทศไป
ศกึ ษาค้นควา้ เรื่องใดเรอ่ื งหนึ่ง แล้วนาความรมู้ าถ่ายทอดให้แก่คณะครู

14

26. การสนทนาทางวชิ าการ เป็นการประชุมครหู รือกลุ่มผู้สนใจในเร่ืองราว ข่าวสาร
เดยี วกัน โดยกาหนดให้มผี ู้นาสนทนาคนหนึ่ง นาสนทนาในเร่ืองท่ีกลมุ่ สนใจ เพ่ือเพ่มิ พูนความรู้ ความเข้าใจ
แนวทางในการปฏิบัติงาน เทคนคิ วธิ กี ารแก่คณะครใู นสถานท่ีศกึ ษา

27. การสัมมนา เป็นการประชุมและเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจ
เพ่ือสรุปข้อคิดเห็น และหาแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกัน

28. การอบรม เป็นการให้ครูเข้าศึกษาหาความรเู้ พม่ิ เติมในวิชาชีพ เพื่อเป็นการกระตุ้น
ให้ครูมีความตื่นตัวทางวิชาการ และนาความรู้ความสามารถทไ่ี ด้จากการอบรมไปใช้พัฒนาการจดั การเรียน
การสอนให้มีคุณภาพ

29. การให้คาปรึกษาแนะนา เป็นการพบปะกันระหว่างผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศ
เพ่ือช่วยแก้ปัญหาทั้งด้านส่วนตัวและการปฏิบัติงาน หรือช่วยแนะนาส่งเสริมให้การปฏิบัติงาน
ประสบความสาเร็จยิ่งขึ้น การให้คาปรึกษาแนะนาสามารถดาเนินการได้ทั้งเป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม

30. การสังเกตการสอน เป็นการจัดให้บุคคลท่ีมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเรียน
การสอนมาสังเกตพฤติกรรมของครูในขณะท่ีทาการสอน เพ่ือให้ครูสามารถพัฒนาหรือปรับปรุงการสอน
ให้มีประสทิ ธิภาพ โดยใชข้ อ้ มูลย้อนกลับจากการสงั เกตการสอนของผูน้ เิ ทศ

สรุปกิจกรรมนิเทศการศึกษาในแต่ละกิจกรรมจะมีจุดเด่น จุดด้อย และลักษณะ
การนาไปใช้ท่ีแตกต่างกัน การเลือกใช้กิจกรรมการนิเทศ จึงมีความสาคัญเป็นอย่างยิ่ง ซ่ึงใน
การเลือกใช้กิจกรรมการนิเทศในแต่ละครั้ง ควรคานึงถึงจุดประสงค์ของการนิเทศ จานวนผู้รับ
การนิเทศ และประโยชนท์ ผ่ี ู้รับการนิเทศจะได้รับ ตลอดจนสอดคล้องกับสภาพปญั หาท่ีพบในโรงเรียน
และความต้องการของผู้รบั การนเิ ทศ

(5) ทักษะการนิเทศการสอน
ในการนิเทศการสอน เพ่ือพัฒนาคุณภาพการศึกษาและปรับปรุงคุณภาพการเรียน
การสอนใหบ้ รรลุผลสาเรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงคน์ ้นั
วัชรา เล่าเรียนดี (2550 : 18-19) ได้กล่าวถึง ทักษะท่ีจาเป็นในการนิเทศไว้
สอดคลอ้ งกนั คือ ทักษะด้านเทคนคิ ทกั ษะด้านมนุษยส์ ัมพนั ธ์ และทกั ษะด้านการจัดการ รายละเอียด
แตล่ ะด้าน ดังน้ี
1. ทักษะด้านเทคนิค (Technical Skills) เป็นความสามารถในการใช้ความรู้ วิธีการ
และเทคนิคท่ีจาเป็นและที่เก่ียวข้องกับการนิเทศ ซ่ึงในการนิเทศแต่ละครั้งผู้นิเทศหรือผู้ทาหนา้ ท่ีนิเทศ
จะต้องมีความรู้ ความสามารถเฉพาะอย่าง ตอ้ งมีความรูค้ วามเข้าใจเทคนคิ วิธี และสามารถใช้เทคนิค
วิธีเหล่านั้นได้ เช่น เทคนิคการนิเทศแบบพัฒนาการ เทคนิคการนิเทศแบบคลินิก เทคนิคการนิเทศ
สังเกตการสอนและการจดั ประชุมใหข้ ้อมลู ยอ้ นกลบั รวมท้งั ต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกับเทคนิค
วธิ สี อนแบบตา่ งๆทีส่ าคญั และสามารถสาธติ แนะนาให้กับครไู ด้
2. ทักษะด้านมนุษย์สัมพันธ์ (Human Relation Skills) เป็นความสามารถใน
การปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลภายในกลุ่ม และสามารถสร้างความร่วมมือให้
เกิดขึ้นระหว่างสมาชิกภายในกลุ่ม รวมถึงความสามารถในการจูงใจและการมีอิทธิพลเหนือคนอ่ืน
การได้รับความร่วมมืออย่างจริงใจ สามารถพัฒนากลุ่มงานให้มีประสิทธิภาพและสร้างการยอมรับ
ในการเปลยี่ นแปลงมากข้ึน

15

3. ทักษะด้านการจัดการ (Managerial Skills) เป็นความสามารถในการท่ีจะจัดให้
และคงไว้ซึ่งสภาพเงื่อนไขที่จะเป็นการสนับสนุนการทางานของหน่วยงาน หรือกลไกในการรักษาไว้
และทาใหอ้ งคก์ รดีมปี ระสิทธภิ าพมากข้ึน ประกอบดว้ ยทักษะในการจดั การต่อไปน้ี

3.1 ความสามารถในการรักษาไว้ซงึ่ ความสัมพันธ์ที่ดรี ะหวา่ งบคุ คลกับหนว่ ยงาน
3.2 ความสามารถในการท่ีจะมองเห็นความสัมพันธ์ของปัจจัยต่างๆท่ีสาคัญ
ท่เี ออ้ื ต่อการปฏบิ ัติงานในองค์กรหรือโรงเรียน
3.3 ความสามารถในการทีจ่ ะสร้างองค์กรท่ีมีคุณภาพ
3.4 ความสามารถในการสรา้ งและคงไวซ้ ง่ึ สมรรถภาพขององคก์ ร
สรุปได้ว่า ทักษะที่จาเป็นในการนิเทศที่สาคัญ ก็คือ 1) ทักษะด้านเทคนิค
(Technical Skills) 2) ทักษะด้านมนุษย์สัมพันธ์ (Human Relation Skills) และ3) ทักษะด้าน
การจัดการ (Managerial Skills) ซ่ึงทักษะทั้งสามด้านจะต้องผสมผสานกันในการนาไปใช้ใน
การปฏบิ ัติการนิเทศ
(6) กระบวนการนเิ ทศการสอน
ในการนิเทศการสอนเพ่ือให้เกิดผลสาเร็จ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จาเป็น
อยา่ งย่ิงทจี่ ะต้องดาเนินการตามลาดับขัน้ ตอนอย่างต่อเนื่องกัน ซ่ึงนกั การศกึ ษาหลายท่านได้นาเสนอ
กระบวนการนิเทศไว้ดงั น้ี
สงัด อุทรานันท์ (2530 : 10) ได้เสนอแนะกระบวนการนิเทศการสอนที่สอดคล้องกับ
สภาพสงั คมไทย ประกอบด้วย 5 ข้ันตอน ซึ่งเรียกว่า “PIDRE” คอื
1. การวางแผน (P-Planning) เป็นข้ันตอนที่ผู้บริหาร ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ
จะทาการประชุม ปรึกษาหารือ เพ่ือให้ได้มาซึ่งปัญหาและความต้องการจาเป็นท่ีต้องมีการนิเทศ
รวมทัง้ วางแผนถงึ ขัน้ ตอนการปฏิบัติเก่ยี วกับการนเิ ทศท่จี ัดข้นึ
2. ให้ความรู้ก่อนดาเนินการนิเทศ (Informing-I) เป็นข้ันตอนของการให้ความรู้
ความเข้าใจถึงสิ่งท่ีจะดาเนินการว่าต้องอาศัยความรู้ ความสามารถอย่างไรบ้าง จะมีข้ันตอนใน
การดาเนินการอย่างไร และจะดาเนินการอย่างไรให้ผลงานออกมาอย่างมีคุณภาพ ข้ันตอนนี้จาเป็น
ทกุ ครั้งสาหรบั เร่ิมการนเิ ทศท่ีจัดขนึ้ ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรอื่ งใดก็ตาม และเมื่อมีความจาเปน็ สาหรับงาน
นิเทศที่ยังเป็นไปไม่ได้ผล หรือได้ผลไม่ถึงขั้นที่พอใจ ซึ่งจาเป็นท่ีจะต้องทบทวนให้ความรู้ใน
การปฏิบัติงานท่ถี ูกตอ้ งอีกครัง้ หนง่ึ
3. การดาเนินการนิเทศ(Doing-D)ปะกอบด้วยการปฏิบัติงาน 3 ลักษณะ คือ การปฏิบัติงาน
ของผู้รับการนิเทศ (ครู) การปฏิบัติงานของผู้ให้การนิเทศ (ผู้นิเทศ) การปฏิบัติงานของผู้สนับสนุนการนิเทศ
(ผบู้ ริหาร)
4. การสร้างเสริมขวัญกาลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานนิเทศ (Reinforcing-R) เป็นข้ันตอน
ของการเสริมแรงของผู้บริหาร ซึ่งให้ผู้รับการนิเทศมีความมั่นใจและบังเกิดความพึงพอใจใน
การปฏิบัติงานขั้นนี้อาจดาเนินไปพรอ้ ม ๆ กับผู้รับการนิเทศท่ีกาลังปฏิบัติงานหรือการปฏิบัติงานได้
เสรจ็ สน้ิ แล้วกไ็ ด้
5. การประเมินผลการนิเทศ (Evaluating-E) เป็นขั้นตอนที่ผู้นิเทศนาการประเมินผล
การดาเนินงานที่ผ่านไปแล้วว่าเป็นอย่างไร หลังจากการประเมินผลการนิเทศ หากพบว่ามีปัญหาหรือ

16

มีอุปสรรคอย่างใดอย่างหน่ึง ที่ทาให้การดาเนินงานไม่ได้ผล สมควรที่จะต้องปรับปรุง แก้ไข
ซง่ึ การปรับปรุงแก้ไขอาจทาได้โดยการให้ความรเู้ พ่ิมเติมในเร่ืองท่ีปฏิบัติใหม่อีกคร้ัง ในกรณีท่ีผลงานยัง
ไม่ถึงข้ันน่าพอใจ หรือได้ดาเนินการปรับปรุงการดาเนินงานทั้งหมดไปแล้ว ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องการ
สมควรที่จะต้องวางแผนร่วมกนั วิเคราะห์หาจุดท่ีควรพฒั นาหลังใช้นวัตกรรมดา้ นการเรยี นรู้เข้ามานิเทศ

วัชรา เล่าเรยี นดี (2550 : 18-19) ไดเ้ สนอกระบวนการนิเทศการสอน ประกอบดว้ ย
7 ขน้ั ตอน คือ

1. วางแผนร่วมกันระหว่างผ้นู เิ ทศและผู้รับนิเทศ (ครูและคณะครู)
2. เลอื กประเด็นหรือเรอ่ื งทสี่ นใจจะปรับปรงุ พัฒนา
3. นาเสนอโครงการพัฒนาและข้ันตอนการปฏิบัติให้ผู้บริหารโรงเรียนได้รับทราบ
เพอ่ื อนมุ ัตดิ าเนินการ
4. ให้ความรู้หรือแสวงหาความรู้จากเอกสารต่างๆและจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ
เกยี่ วกบั เทคนคิ การสังเกตการสอนในชนั้ เรยี น และความรู้เกีย่ วกับวธิ กี ารสอนและนวตั กรรมใหม่ๆ ที่สนใจ
5. จัดทาแผนการนิเทศ กาหนดวนั เวลา ที่จะสังเกตการสอน ประชุมปรกึ ษาหารือ
เพ่ือแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ และประสบการณ์
6. ดาเนนิ การตามแผนโดยครแู ละผนู้ ิเทศ (แผนการจัดการเรยี นรู้และการนเิ ทศ)
7. สรปุ และประเมนิ ผลการปรับปรุงและพัฒนา รายงานผลสาเร็จ
Harris et al. (1985 : 13-15) ได้เสนอกระบวนการนิเทศการสอนประกอบด้วย
6 ข้ันตอน คอื
1. ประเมินสภาพการทางาน (Assessing) เป็นกระบวนการศึกษาถึงสถานภาพต่างๆ
รวมทั้งขอ้ มลู ทจ่ี าเป็นเพือ่ จะนามาเป็นตัวกาหนดถึงความต้องการจาเปน็ เพ่ือกอ่ ใหเ้ กิดความเปล่ียนแปลง
ซ่งึ ประกอบดว้ ยงานตอ่ ไปนี้คือ

1.1 วิเคราะหข์ ้อมลู โดยการศึกษาหรือพจิ ารณาธรรมชาติ และความสัมพันธ์ของ
ส่ิงต่าง ๆ

1.2 สังเกตสิ่งตา่ ง ๆ ด้วยความรอบคอบถีถ่ ว้ น
1.3 ทบทวนและตรวจสอบส่งิ ต่าง ๆ ด้วยความระมัดระวัง
1.4 วดั พฤตกิ รรมการทางาน
1.5 เปรียบเทยี บพฤตกิ รรมการทางาน
2. จัดลาดับความสาคัญของงาน (Prioritizing) เป็นกระบวนการกาหนด เป้าหมาย
จดุ ประสงค์ และกจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามลาดบั ความสาคัญ ประกอบดว้ ย
2.1 กาหนดเป้าหมาย
2.2 ระบจุ ดุ ประสงคใ์ นการทางาน
2.3 กาหนดทางเลือก
2.4 จดั ลาดบั ความสาคัญ
3. ออกแบบการทางาน (Designing) เป็นกระบวนการวางแผนหรือกาหนด
โครงการตา่ ง ๆ เพ่อื กอ่ ให้เกดิ การเปลย่ี นแปลงโดยประกอบดว้ ย
3.1 จัดสายงานให้สว่ นประกอบต่างๆ มีความสัมพันธ์กัน

17

3.2 หาวิธกี ารนาเอาทฤษฎหี รอื แนวคิดไปสกู่ ารปฏิบัติ
3.3 เตรียมการต่างๆ ใหพ้ รอ้ มทจี่ ะทางาน
3.4 จดั ระบบการทางาน
3.5 กาหนดแผนในการทางาน
4. จัดสรรทรพั ยากร (Allocating Resources) เป็นกระบวนการกาหนดทรัพยากร
ต่างๆ ใหเ้ กิดประโยชน์สงู สุดในการทางาน ซง่ึ ประกอบด้วยงานต่อไปนีค้ ือ
4.1 กาหนดทรพั ยากรทตี่ อ้ งใชต้ ามความตอ้ งการของหน่วยงานต่างๆ
4.2 จัดสรรทรัพยากรไปให้หนว่ ยงานต่างๆ
4.3 กาหนดทรพั ยากรที่จาเป็นจะต้องใช้สาหรบั จดุ มงุ่ หมายบางประการ
4.4 มอบหมายบุคลากรให้ทางานในแต่ละโครงการหรือแต่ละเปา้ หมาย
5. ประสานงาน (Coordinating) เป็นกระบวนการท่ีเกี่ยวข้องกับคน เวลา วัสดุอุปกรณ์
และส่ิงอานวยความสะดวกทุกๆ อย่างเพ่ือจะให้การเปลี่ยนแปลงบรรลุผลสาเร็จงานในกระบวนการ
ประสานงาน ไดแ้ ก่
5.1 ประสานการปฏิบัติงานในฝา่ ยตา่ ง ๆ ให้ดาเนินงานไปด้วยกันดว้ ยความราบร่นื
5.2 สร้างความกลมกลนื และความพร้อมเพียงกนั
5.3 ปรบั การทางานในส่วนตา่ ง ๆ ให้มปี ระสทิ ธิภาพใหม้ ากที่สุด
5.4 กาหนดเวลาในการทางานในแตล่ ะชว่ ง
5.5 สรา้ งความสัมพันธ์ให้เกิดข้ึน
6. การอานวยการหรือการสั่งการ (Directing)เป็นกระบวนการทีมีอิทธิพลต่อการปฏิบัติงาน
เพ่ือให้เกิดสภาพท่ีเหมาะสมอนั จะสามารถบรรลผุ ลแหง่ การเปลยี่ นแปลงให้มากท่ีสุดซึ่งได้แก่
6.1 การแต่งตง้ั บุคลากร
6.2 กาหนดแนวทางหรอื กฎเกณฑใ์ นการทางาน
6.3 กาหนดระเบียบแบบแผนเกย่ี วกบั เวลา ปรมิ าณหรืออตั ราเร็วในการทางาน
6.4 แนะนาและปฏิบตั ิงาน
6.5 ชแ้ี จงกระบวนการทางาน
6.6 ตดั สินใจเกย่ี วกบั ทางเลือกในการปฏิบัตงิ าน
Allen (อ้างในสงัด อุทธานันท์, 2530 : 76-79) กล่าวถึงกระบวนการนิเทศการสอนว่า
ประกอบด้วยกระบวนการหลกั 5 กระบวนการซง่ึ นยิ มเรียกกนั งา่ ย ๆ วา่ “POLCA” โดยยอ่ มาจากคาศัพท์
ตอ่ ไปน้ีคอื
P = Planing Processes (กระบวนการวางแผน)
O = Organizing Processes (กระบวนการจดั สายงาน)
L = Leading Processes (กระบวนการนา)
C = Controlling Processes (กระบวนการควบคมุ )
A = Assessing Processes (กระบวนการประเมินผล)
1. กระบวนการวางแผน (Planing Processes) กระบวนการวางแผนในทัศนะของ
Allen มดี ังนี้

18

1.1 คดิ ถงึ ส่ิงท่ีจะทาวา่ มอี ะไรบ้าง
1.2 กาหนดแผนงานว่าจะทาสิ่งไหน เม่ือไหร่
1.3 กาหนดจุดประสงค์ในการทางาน
1.4 คาดคะเนผลทจี่ ะเกิดจากการทางาน
1.5 พฒั นากระบวนการทางาน
1.6 วางแผนในการทางาน
2. กระบวนการจัดสายงาน (Organizing Processes) กระบวนการจดั สายงานหรือ
จัดบุคลากรตา่ ง ๆ เพือ่ ทางานตามแผนงานทว่ี างไว้มีกระบวนการดงั นี้
2.1 กาหนดเกณฑม์ าตรฐานในการทางาน
2.2 ประสานงานกับบคุ ลากรต่างๆ ที่จะปฏบิ ตั งิ าน
2.3 จดั สรรทรพั ยากรตา่ ง ๆ สาหรับการดาเนินงาน
2.4 มอบหมายงานใหบ้ ุคลากรฝา่ ยต่างๆ
2.5 จดั ใหม้ ีการประสานงานสัมพนั ธก์ นั ระหวา่ งผทู้ างาน
2.6 จัดทาโครงสร้างในการปฏิบัติงาน
2.7 จัดทาภาระหน้าที่ของบุคลากร
2.8 พฒั นานโยบายในการทางาน
3. กระบวนการนา (Leading Processes) กระบวนการนาบุคลากรต่างๆ ให้งานน้ัน
ประกอบด้วยการดาเนนิ งานต่อไปน้ีคือ
3.1 ตัดสินใจเกย่ี วกับสิง่ ต่าง ๆ
3.2 ใหค้ าปรกึ ษาแนะนา
3.3 สรา้ งนวตั กรรมในการทางาน
3.4 ทาการส่ือสารเพ่ือความเข้าใจในคณะทางาน
3.5 สรา้ งแรงจงู ใจในการทางาน
3.6 เรา้ ความสนใจในการทางาน
3.7 กระตุ้นใหท้ างาน
3.8 อานวยความสะดวกในการทางาน
3.9 ริเร่ิมการทางาน
3.10 แนะนาการทางาน
3.11 แสดงตวั อยา่ งในการทางาน
3.12 บอกขนั้ ตอนการทางาน
3.13 สาธติ การทางาน
4. กระบวนการควบคุม (Controlling Processes) กระบวนการควบคุมประกอบด้วย
การดาเนินงานในสิ่งตอ่ ไปน้ี
4.1 นาใหท้ างาน
4.2 แกไ้ ขการทางานที่ไมถ่ ูกตอ้ ง
4.3 ว่ากลา่ วตกั เตอื นในสิ่งที่ผดิ พลาด

19

4.4 เร่งเร้าให้ทางาน
4.5 ปลดคนทไ่ี ม่มีคุณภาพให้ออกจากงาน
4.6 สร้างกฎเกณฑ์ในการทางาน
4.7 ลงโทษผกู้ ระทาผดิ
5. กระบวนการประเมินสภาพการทางาน (Assessing Processes) กระบวนการ
ประเมินสภาพการทางาน ประกอบดว้ ยสิ่งตอ่ ไปนี้
5.1 การพจิ ารณาตดั สนิ เก่ียวกับการปฏบิ ัตงิ าน
5.2 วัดพฤติกรรมในการทางาน
5.3 จดั การวจิ ัยผลงาน
Glickman et al. (1995 : 324-328) ได้นาเสนอกระบวนการนิเทศการสอน
ประกอบด้วย 5 ขัน้ ตอน คือ
1. การประชุมร่วมกับครูก่อนการสังเกตการสอน (Preconference with teacher)
ผู้นิเทศเข้ารว่ มประชุมกบั ครูเพื่อพิจารณารายละเอียดก่อนการสังเกตการสอนของครูเกยี่ วกับจุดมงุ่ หมาย
ของการสังเกตต้องการใหเ้ น้นการสังเกตในประเด็นใดเป็นพิเศษวิธีการและรูปแบบการสังเกตท่ีจะนาไปใช้
เวลาทใี่ ชใ้ นการสงั เกต และกาหนดเวลาทใี่ ช้ในการประชมุ หลังการสังเกต
2. การสังเกตการสอนในชั้นเรียน (Observation of Classroom) เป็นการตดิ ตาม
พฤติกรรมการสอนของครูในช้ันเรียน เพื่อให้เกิดความเข้าใจสอดคล้องกับหลักการและรายละเอียด
ต่างๆท่กี าหนด ผู้สงั เกตอาจใช้วธิ ีสังเกตเพยี งวธิ ใี ดวิธีหนึง่ หรือหลายวิธีกไ็ ด้
3. การวิเคราะห์และติดตามผลการสังเกตการสอน และพิจารณาวางแผนการประชุม
ร่วมกับครู (Analyzing and interpreting observation and determining conference approach)
ผู้นิเทศหลังจากได้สังเกตการสอนและได้รับข้อมูลของครูมาแล้ว ให้วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้การนับ
ความถตี่ ัวแปรบางตวั ท่ีไดก้ าหนดไว้ จาแนกตัวแปรหลกั ท่ีเกิดขน้ึ รวมท้ังค้นหาตัวแปรบางตัวทเ่ี กิดขึ้น
ใหม่จากการปฏิบัติหรือบางตัวที่ไม่เกิดขึ้น ในการวิเคราะห์ข้อมูลให้ผู้นิเทศวางตัวเป็นกลาง และ
ให้ดาเนนิ การแปลความหมายของขอ้ มูล
4. ประชุมรว่ มกับครภู ายหลังการสงั เกตการสอน (Post conference with teacher)
ผ้นู เิ ทศจดั ประชมุ ครเู พอ่ื เป็นการใหข้ ้อมูลย้อนกลบั และรว่ มกันอภปิ ราย ซ่ึงผลทีไ่ ด้รับจากการอภิปราย
รว่ มกนั ครูผสู้ อนสามารถนาไปใช้ในการวางแผนปรบั ปรุงการสอนได้
5. การวิพากษ์วจิ ารณ์ผลท่ีได้รับจากขั้นตอนทงั้ 4 ข้นั ตอน (Critique of previous four
steps) ซ่ึงกระบวนการนิเทศการสอนท่ีสอดคล้องกับกระบวนการนิเทศของ Copeland and Boyan (1978 :
23) ได้เสนอการนิเทศการสอนไว้ 4 ข้ันตอน คือ 1) การประชุมก่อนการสังเกตการสอน 2) การสังเกต
การสอน 3) การวิเคราะหข์ อ้ มูลจากการสังเกตการสอน และ 4) การประชุมหลังการสงั เกตการสอน
การนาวงจรคุณภาพ (PDCA) หรือโดยท่ัวไปนิยมเรียกกันว่า PDCA มาใช้เป็นกระบวนการนิเทศ
การสอน ซ่ึงสมศกั ดิ์ สินธรุ ะเวชญ์ (2542 : 188) กล่าวถึง จุดหมายท่ีแท้จรงิ ของวงจรคุณภาพ (PDCA)
วา่ เป็นกิจกรรมพ้ืนฐานในการบริหารคุณภาพน่ันมิใช่เพียงแค่การปรับแก้ผลลัพธ์ที่เบ่ียงเบนออกไปจาก
เกณฑ์มาตรฐานให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการเท่าน้ัน แต่เพื่อก่อให้เกิดการปรับปรุงในแต่ละรอบของ
PDCA อย่างต่อเน่ืองเป็นระบบและมีการวางแผน PDCA ท่ีม้วนไต่สูงขึ้นเรื่อยๆ 4 ข้ันตอน คือ ข้ันท่ี 1

20

การวางแผน (Plan-P) ข้ันที่ 2 การดาเนินตามแผน (Do-D)ข้ันท่ี 3 การตรวจสอบ (Check-C) ขั้นท่ี 4 การแก้ไข
ปัญหา (Act-A)

ภาพท่ี 1 กระบวนการ PDCA

วางแผน(Plan-P) อะไร กาหนดปญั หา
วิเคราะหป์ ญั หา
ทาไม
อย่างไร หาสาเหตุ
วางแผนร่วมกัน

ปฏิบตั ิ (Do-D) นาไปปฏิบัติ

ตรวจสอบ (Check-C) ยืนยันผลลพั ธ์

แกไ้ ข (Act-A) ทามาตรฐาน

ทม่ี า : สมศกั ด์ิ สนิ ธรุ ะเวชญ์ (2542 : 188)

ข้ันตอนท่ี 1 การวางแผน (Plan)การวางแผนงานจะช่วยพัฒนาความคิดต่าง ๆ เพ่ือนาไปสู่
รูปแบบที่เป็นจริงขึ้นมาในรายละเอียดให้พร้อมในการเริ่มต้นลงมือปฏิบัติ แผนที่ดีควรมีลักษณะ
5 ประการ ซึ่งสรปุ ได้ ดังน้ี

1. อยู่บนพ้ืนฐานของความเป็นจริง (realistic)
2. สามารถเข้าใจได้ (understandable)
3. สามารถวัดได้ (measurable)
4. สามารถปฏิบัติได้ (behavioral)
5. สามารถบรรลุผลสาเร็จได้ (achievable)
วางแผนที่ดีควรมีองค์ประกอบ ดังนี้
1. กาหนดขอบเขตปัญหาให้ชัดเจน
2. กาหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมาย

21

3. กาหนดวิธีการที่จะบรรลุถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายให้ชัดเจนและถูกต้อง
แม่นยาที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

ข้ันตอนที่ 2 ปฏบิ ัติ (Do) ประกอบดว้ ยการทางาน 3 ระยะ
1. การวางแผนกาหนดการ

1.1 การแยกกิจกรรมตา่ งๆ ท่ตี ้องการกระทา
1.2 กาหนดเวลาทีค่ าดว่าตอ้ งใช้ในกิจกรรมแต่ละอย่าง
1.3 การจัดสรรทรัพยากรต่างๆ
2. การจัดการแบบแมทริกซ์ (matrix management) การจัดการแบบน้ีสามารถ
ชว่ ยดงึ เอาผู้เชย่ี วชาญหลายแขนงจากแหลง่ ตา่ ง ๆ มาได้ และเปน็ วิธีช่วยประสานระหว่างฝ่ายตา่ งๆ
3. การพัฒนาขีดความสามารถในการทางานของผู้ร่วมงาน
3.1 ให้ผู้ร่วมงานเข้าใจถึงงานท้ังหมดและทราบเหตุผลที่ต้องกระทา
3.2 ให้ผู้ร่วมงานพร้อมในการใช้ดุลพินิจที่เหมาะสม
3.3 พัฒนาจิตใจให้รักการร่วมมือ
ข้นั ตอนที่ 3 การตรวจสอบ (Check) การตรวจสอบทาให้รบั ร้สู ภาพการณ์ของงานท่ี
เป็นอย่เู ปรยี บเทยี บกับสง่ิ ทีว่ างแผน ซง่ึ มีกระบวนการ ดังนี้
1. กาหนดวัตถุประสงคข์ องการตรวจสอบ
2. รวบรวมขอ้ มลู
3. การทางานเป็นตอนๆ เพื่อแสดงจานวน และคุณภาพของผลงานที่ได้รับในแต่ละ
ขั้นตอนเปรียบเทยี บกับท่ีไดว้ างแผนไว้
4. การรายงานจะเสนอผลการประเมิน รวมทงั้ มาตรการป้องกันความผิดพลาดหรือ
ความล้มเหลว
4.1 รายงานเปน็ ทางการอยา่ งสมบูรณ์
4.2 รายงานแบบอย่างไม่เป็นทางการ

ข้ันตอนท่ี 4 การแก้ไขปญั หา (Act) ผลของการตรวจสอบหากพบว่าเกิดข้อบกพร่อง
ขนึ้ ทาให้งานท่ีได้ไม่ตรงตามเป้าหมายหรือผลงานไม่ได้มาตรฐาน ให้ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาตามลักษณะ
ปญั หาทค่ี น้ พบ

1. ถ้าผลงานเบี่ยงเบนไปจากเป้าหมายตอ้ งแก้ไขทตี่ น้ เหตุ
2. ถ้าพบความผิดปกติใดๆ ให้สอบสวนค้นหาสาเหตุแล้วทาการป้องกัน เพื่อมิให้
ความผดิ ปกตนิ นั้ เกิดข้ึนซา้ อกี
ในการแกไ้ ขปัญหาเพอ่ื ให้ผลงานได้มาตรฐานอาจใชม้ าตรการดงั ต่อไปน้ี
1. การย้านโยบาย
2. การปรบั ปรงุ ระบบหรือวธิ ีการทางาน
3. การประชมุ เกย่ี วกับกระบวนการทางาน
จะเห็นได้ว่าวงจรคุณภาพ (PDCA) ประกอบด้วย การวางแผน (Plan) การดาเนิน
ตามแผน (Do) การตรวจสอบ (Check) และการปรับปรุงแก้ไข (Act) โดยการวางแผน การลงมือ
ปฏิบัติตามแผน การตรวจสอบผลลัพธ์ท่ีได้ และหากไม่ได้ผลลัพธ์ตามท่ีคาดหมายไว้ จะต้องทา

22

การทบทวนแผนการโดยเร่ิมต้นใหม่และทาตามวงจรคุณภาพซ้าอีก เม่ือวงจรคุณภาพหมุนซ้าไป
เรื่อย ๆ จะทาให้เกิดการปรับปรุงงานและระดับผลลัพธ์ทีส่ ูงขึน้ เรื่อยๆ ซึ่งหลักการดังกล่าวหากนามา
ปรบั ใชใ้ หส้ อดคล้องกับบริบทของสถานศกึ ษาจะชว่ ยพัฒนาบุคลากรและนักเรียนใหม้ ีคุณภาพ

จากกระบวนการนิเทศการสอนดังกล่าว สรุปได้ว่า กระบวนการนิเทศที่สาคัญๆ
ประกอบด้วยข้ันตอนการวางแผน ขั้นตอนการดาเนินงานนิเทศ และข้ันตอนการวัดและประเมินผล
การนเิ ทศ ดงั นั้นรปู แบบการนเิ ทศ จึงเรยี กว่า เอ พี ไอ ซี อี (APICE Model) โดยมี 5 ข้ันตอน ดังน้ี

ข้นั ตอนที่ 1 ศกึ ษาสภาพ และความตอ้ งการ (Assessing Need = A)
การศึกษาสภาพ และความต้องการเปน็ ส่งิ ทมี่ ีความสาคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะได้
ทราบสภาพจรงิ และความตอ้ งการในการรับการนิเทศของครูผูส้ อนในเรื่องต่าง ๆ เน่ืองจากบริบทของ
แต่ละโรงเรยี นไม่เหมอื นกัน มีความแตกต่างกนั ท้ังในเรื่องของการจัดการเรียนการสอน ความพร้อม
ของครูและนักเรียน ดังน้ันในขั้นตอนน้ีจึงมีความสาคัญที่ผู้นิเทศจะต้องมีการศึกษาสภาพจริงที่
ครูผู้สอนปฏิบัติ และความต้องการในการช่วยเหลือในการแก้ปัญหาการเรียนการสอน ผู้วิจัยนา
แนวคิดมาจากรูปแบบจาลองการออกแบบการสอน The ADDIE Model ของ : Kevin Kruse
(2007 : 1) ที่กล่าวว่า ข้ันตอนที่ 1 เป็นข้ันของการวิเคราะห์ความต้องการจาเป็น และแนวคิด
แบบจาลองการออกแบบการสอนเชิงระบบของ Dick et al. (2005 : 1-8) ในการวิเคราะห์ ความ
ต้องการจาเป็น การวิเคราะห์การเรียนการสอน การวิเคราะห์นักเรียนและบริบทซึ่งผู้วิจัยได้ศึกษา
กระบวนการนิเทศของ Harris et al. (1985 : 13-15) ที่กล่าวว่า การนิเทศการสอนต้องมีการศึกษา
ข้อมูลเบ้ืองต้น วิเคราะหค์ วามสัมพันธ์ต่าง ๆ ท่มี ีอยู่ในองค์กร เพ่ือพิจารณาถึงการเปลย่ี นแปลง และ
เป็นไปตามแนวคิดของ Acheson, Keith A. and Gall, Meredith D. (1997 : 90), วัชรา เล่าเรยี นดี
(2550 : 527-528) ที่กล่าวว่า ผู้นิเทศต้องวิเคราะห์การสอนของครูผู้สอนและการเรียนของนักเรียน
เปิดโอกาสให้ผู้รับการนิเทศนาเสนอความต้องการ ประเด็นที่สนใจจะปรับปรุงและพัฒนาและ
สอดคลอ้ งรูปแบบการนิเทศของเกรียงศักดิ์ สังข์ชยั (2552 : 37)
ข้นั ตอนที่ 2 วางแผนการนเิ ทศ (Planning = P)
การวางแผนการนิเทศเป็นข้ันของการเตรียมการในการกาหนดตัวช้ีวัดความสาเร็จ
สื่อการนิเทศ เคร่ืองมือการนิเทศ และปฏิทินการนิเทศการจัดกิจกรรมและประเมินการอ่าน
คิดวเิ คราะห์ และเขียน ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการนิเทศของ Harris et al. (1985 :
23 อ้างถงึ ใน วไลรตั น์ บญุ สวัสดิ์, 2538 : 40) ท่ีกล่าวว่าการนเิ ทศภายในโรงเรียนต้องมกี ารวางแผน
(Planning) ได้แก่ การคิดและการตั้งวัตถุประสงค์ ข้ันตอนการดาเนินงาน วางแผนโครงการ และ
สอดคล้องกับแนวคิดของ Lucio, William H., and McNiel, John D (1979 : 24) ท่ีกล่าววา่ ผู้นิเทศ
ต้องรู้จักการวางแผน และต้องมีการวางแผนการปฏิบัติงานของตนเอง นอกจากน้ีในกระบวนการ
นิเทศการสอนของ Glatthorn, Allan A. (1984 : 2), วัชรา เล่าเรียนดี (2550 : 27), สงัด
อทุ รานนั ท์ (2530 : 84-85), เกรียงศักดิ์ สังข์ชัย (2552 : 37), ธญั พร ช่ืนกล่ิน (2553 : 28) ยังได้ให้
ความสาคัญเก่ียวกับการวางแผน และได้นาขั้นตอนการวางแผนการนิเทศ เป็นส่วนหน่ึงของรูปแบบ
การนิเทศ และกระบวนการนิเทศการสอนทไี่ ดพ้ ฒั นาข้ึน

23

ข้นั ตอนท่ี 3 การให้ความรกู้ อ่ นการนเิ ทศ (Informing = I)
การให้ความรู้ก่อนการนิเทศ เป็นขั้นการให้ความรู้เก่ียวกับการจัดกิจกรรมและ
ประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิดเก่ียวกับรูปแบบและกระบวนการ
นเิ ทศการสอนของนกั วิชาการในศาสตรก์ ารนิเทศ เชน่ Glatthorn et al. (1984 : 2),วชั รา เลา่ เรียนดี
(2550 : 27), สงัด อุทรานันท์ (2530 : 86) พบว่า นักวิชาการดังกล่าวมีความคิดเห็นสอดคล้อง
ตรงกันว่าในการนิเทศการสอนนั้นมคี วามจาเป็นต้องให้ความรู้ท่ีสาคัญ เพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนา
ด้วยการประชมุ สัมมนาเชงิ ปฏบิ ตั ิการตา่ งๆ การส่อื สารทัง้ การพูดและการเขียน ตลอดจนการแสวงหา
ความรู้จากเอกสาร
ขนั้ ตอนท่ี 4 ปฏบิ ตั ิการโค้ช (Coaching = C)
การปฏิบัติการนิเทศแบบโค้ช (Coaching) ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิด รูปแบบและ
กระบวนการนิเทศของวัชรา เล่าเรียนดี (2556 : 313-317), Sandvold, A (2008 อ้างถึงใน วัชรา
เล่าเรียนดี, 2556 : 314), Sweeney, Diane (2011 : 9) ธัญพร ช่ืนกลิ่น (2553 : 28-29) เนื่องจาก
แนวคิดของนักวิชาการท่ีกล่าวถึงมุ่งเน้น การแก้ปัญหาการรู้หนังสือและการอ่านการคิดอย่างเป็น
ระบบ เนน้ ให้ครูผู้สอนนาความรูแ้ ละทักษะท่สี าคัญของการจัดการเรียนการสอนไปจัดกิจกรรมท่ีเน้น
นักเรียนเป็นสาคัญ มีขั้นตอนท่ีสาคัญ คือ 1) ระบุจุดประสงค์การเรียนรู้ของนักเรียนที่สัมพันธ์กับ
มาตรฐานการเรียนรู้ 2) วัดและประเมินผลนักเรียนก่อนเรียน 3) จัดการเรียนการสอนที่ตอบสนอง
ความต้องการของนักเรียน 4) วดั และประเมินผลหลงั เรียน นอกจากน้ีการนเิ ทศแบบโค้ช ผู้นเิ ทศและ
ผรู้ ับการนิเทศมีความใกล้ชิดกัน ร่วมกนั คิดใน เชิงสร้างสรรค์ และแลกเปลยี่ นเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็น
ระบบและต่อเนอ่ื ง
ขั้นตอน ที่ 5 การประเมินผลการนเิ ทศ (Evaluating = E)
การประเมินผลการนิเทศ เป็นขั้นที่ผู้วิจัยนามาใช้เป็นขั้นตอนสุดท้าย เพ่ือสรุปผล
การนิเทศในแต่ละข้ันตอนที่ไดด้ าเนินการไป เพื่อใหเ้ ห็นผลการดาเนินงานทุกข้ันตอนอย่างเป็นระบบ
ซ่ึงสอดคล้องกับกระบวนการนเิ ทศของสงัด อทุ รานนั ท์ (2530 : 87-88) , วัชรา เลา่ เรียนดี (2550 : 28)
เกรยี งศักดิ์ สงั ขช์ ยั (2552 : 37-38), ยพุ นิ ยืนยง (2553 : 25-26), ธัญพร ช่ืนกล่ิน (2553 : 29)
(7) เทคนคิ การสังเกตการสอน
เนื่องจากการสงั เกตการสอนเป็นเคร่อื งมอื สาคัญในการนิเทศการสอน ผลจากการสังเกต
การสอนชว่ ยในการวิเคราะห์การสอนของครู ดังน้นั การสงั เกตการสอนจะต้องสังเกตและบันทกึ ข้อมูล
ตรงตามความจริงและให้ตรงตามจดุ มุ่งหมายมากที่สุด
Acheson et al. (199 7 : 23) ได้ ให้ ข้ อ เส น อ แ น ะ ใน ก าร นิ เท ศ ก าร ส อ น
ซึง่ ประกอบดว้ ย เทคนิควธิ กี าร การกาหนดวัตถุประสงค์ และการวางแผนการสงั เกตการสอน เทคนิค
วิธีการสังเกตการสอนในชั้นเรียน เทคนิคการบันทึกการสังเกตการสอนโดยใช้เคร่ืองมือแบบต่างๆ
เทคนิคการประชุมเพื่อให้ข้อมูลย้อนกลับ และเทคนิคการนิเทศชี้แนะ แนะนาเพ่ือช่วยเหลือครู
ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา เทคนิคการสังเกตการสอนน้ันประกอบด้วย วิธีการสังเกตและ
การบันทึกโดยเลือกใช้เครื่องมือท่ีเหมาะสม (ผู้สังเกตและครูร่วมกันเลือก) เพราะก่อนมีการสังเกต
การสอนทุกคร้ังจะต้องมีการตกลงร่วมกันก่อนระหว่างครูกับผู้นิเทศหรือผู้สังเกต และหลังจาก
การสังเกตการสอนอาจจะร่วมกันวิเคราะห์ขอ้ มลู จากการสังเกตการสอนก่อนท่ีจะให้ข้อมูลย้อนกลับ

24

แก่ครู เพ่ือร่วมกันในการพิจารณาหาแนวทางในการปรับปรุงหรือพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป
ดังนั้น ผู้นิเทศ ผู้ทาหน้าท่ีนิเทศ หรือผู้ที่ทาหน้าที่นิเทศการสอนจะต้องมีความรู้ มีความเข้าใจ
พอสมควรเก่ียวกับวิธีการสังเกตการสอน เทคนิควิธีการสังเกตการสอน และการบันทึกเครื่องมือ
สังเกตการสอน การสรา้ งและการประยุกต์ใช้เครือ่ งมือสังเกตการสอนจึงจะช่วยให้การนิเทศการสอน
ประสบผลสาเร็จตามเปา้ หมาย

การสังเกตการสอนและการบันทึกการสอนจาแนกได้หลายลักษณะ เช่น Oliva,
Peer F. and Pawlas, George E. (1997 : 26-28) ไดจ้ าแนกการสงั เกตเปน็ 2 ประเภท

1. การสังเกตแบบกว้าง ๆ ท่ัวไป (Global Observation) เป็นการสังเกตในภาพรวม
ไม่เฉพาะเจาะจงในพฤติกรรมประเภทใดประเภทหน่ึง โดยปกติจะเป็นการสังเกตหรือวิธีการสงั เกตที่
ผบู้ ริหารหรอื ผู้นิเทศนิยมใช้ เม่ือตอ้ งการสังเกตพฤติกรรมการสอนทั่ว ๆ ไป เป็นการสังเกตโดยภาพรวม
ของการปฏิบัติการสอนของครู และมักจะใช้ผลการสังเกตและการบันทึก ด้วยวิธีการดังกล่าวใน
การประเมินประสิทธิภาพการสอนของครูด้วย เช่น แบบสังเกตและบันทึกแบบตรวจสอบรายการ
(Checklist) และแบบมาตราส่วนประมาณคา่ (Rating scale) เป็นต้น

2. การสังเกตแบบเฉพาะเจาะจง (Specific Observation) เป็นการสังเกตและบันทึก
เฉพาะพฤตกิ รรม เฉพาะเหตกุ ารณ์ เฉพาะเร่ือง หรือเฉพาะประเดน็ เช่น การสังเกตบันทึกพฤติกรรม
ปฏสิ ัมพนั ธ์ทางวาจาระหวา่ งครกู บั นกั เรียนเป็นตน้

นอกจากนี้ Glickman et al. (1995 : 36 ) ได้จาแนกการสังเกตการสอนเป็น
2 ประเภท คอื

1. การสังเกตเชิงปริมาณ (Quantitative Observation) เป็นวิธีการวัดเหตุการณ์
และพฤติกรรมต่างๆ และส่ิงต่างๆ ในห้องเรียน ท่ีสามารถสังเกตเห็นได้ วัดได้ เป็นจานวนครั้งหรือ
ความถีข่ องเหตกุ ารณ์ หรอื พฤติกรรมต่างๆ ท่ีทาการสังเกตและบันทึกดว้ ยเคร่อื งมือหรือวิธกี ารสังเกต
ด้วยปรมิ าณ เชน่

1.1 เครอื่ งมือสงั เกตการสอนแบบนับจานวนความถี่ (Categorical Frequency
Instrument)

1.2 เคร่ืองมือสังเกตการสอนแบบระบุพฤติกรรมตามกระบวนการจัดการเรียน
การสอนในรปู แบบต่างๆ (Performance Indicator Instrument)

1.3 เครอ่ื งมือสงั เกตการสอนท่ีจดั เตรียมฟอร์มท่เี ป็นแผนผงั (Diagram)
1.4 เครือ่ งมอื สงั เกตและบนั ทกึ ตรวจสอบรายการ (Check list)
1.5 เคร่ืองมือสังเกตและบันทึก แบบเลอื กประเภทของคาพูดหรอื การพูด จด และ
บันทึกขอ้ มูลคาพดู นั้น คาต่อคาตามเวลาทกี่ าหนด (Selective Verbatim Recording)
1.6 เครอ่ื งมือสังเกตและบันทึกปฏิสมั พันธ์ทางวาจาระหว่างครูกับนักเรียนของ
Ned Flanders FIAC (Flanders’s Interaction Analysis Category)
2. การสังเกตเชิงคุณภาพ (Qualitative Observation) การสังเกตด้วยวิธีน้ีเป็น
วิธีสังเกตและบันทึกที่จะใช้เม่ือผู้สังเกตหรือผู้นิเทศไม่ทราบว่าจะสังเกตหรือบั นทึกอะไรบ้าง
ในชั้นเรียน หรือผู้นิเทศสงั เกตรายละเอียดพฤติกรรมในการจัดการเรยี นการสอนของครแู ละนักเรียน
การสังเกตเชิงคุณภาพ การสังเกตเหตุการณ์และพฤติกรรมต่าง ๆ ตลอดจนสภาพทางกายภาพ

25

ในชั้นเรียน เช่น การจดบันทึก การจัดบอร์ด สือ่ อปุ กรณ์ต่าง ๆ โดยทาการบันทึกแบบพรรณนาความ
โดยไม่ใสอ่ ารมณ์ความรูส้ กึ ของตนเองลงไปดว้ ย ประกอบดว้ ยเครอื่ งมือหรอื วธิ กี ารสงั เกตดังต่อไปนี้

2.1 การสังเกตแบบไม่มสี ่วนรว่ ม (Detached-open Narrative)
2.2 การสงั เกตบันทึกขอ้ มลู การพูดเฉพาะอยา่ ง (Save Verbatim Recording)
2.3 การสงั เกตบนั ทกึ โดยใช้ V.D.O. (Audio record)
2.4 การสงั เกตและบนั ทึกแบบสนั้ ๆ (Anecdotal Record)
2.5 การสงั เกตและบันทึกแบบมสี ่วนรว่ ม (Participant Observation)
2.6 การสงั เกตบนั ทึกตามประเด็นคาถาม (Focused Questionnaire Observation)
2.7 การสงั เกตและบนั ทกึ แบบบนั ทึกการปฏบิ ัติงานของตนเอง (Journal Writing)
2.8 การวิจารณ์ทางการศกึ ษา (Educational Criticism)
2.9 การสงั เกตบนั ทึกแบบเฉพาะเหตุการณ์ (Tailored Observation System)
การสังเกตการสอนต้องมีเคร่อื งมือสงั เกตการสอน (Observation Instrument) ซ่ึง
เครือ่ งมือสงั เกตการสอนหมายถึง เคร่อื งมือทใี่ ช้ในการสังเกตและบนั ทึกการเรยี นการสอน เช่น ดนิ สอ
ปากกา กระดาษ เคร่ืองใช้อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น เทปบันทึกเสียง กล้องถ่ายวีดีโอ คอมพิวเตอร์
ขนาดเล็ก รวมถึงแบบฟอร์มการสงั เกตและบันทึกท่ีผู้นเิ ทศและผู้รบั การนิเทศสร้างข้ึนเองหรอื มีผู้อื่น
สร้างข้ึน และเป็นที่ยอมรับและรู้จักแพร่หลาย เช่น แบบฟอร์มการสังเกต – บันทึกของ Acheson
et al. (1997 : 69-71) ซง่ึ เปน็ เคร่ืองมือการสังเกตการสอนทีไ่ ด้จากการสรา้ งและพัฒนาทดลองใช้จน
แน่ใจว่าสามารถนาไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล แต่มักจะเป็นเครื่องมือที่สร้างข้ึน
โดยเฉพาะงานวิจัยที่เก่ียวกับพฤติกรรมการสอนของครูท่ีมีประสิทธิภาพหรือเพ่ือใช้ในการประเมิน
ประสิทธิภาพการสอนของครู เพื่อจุดประสงค์อน่ื ที่ไมใ่ ช่เพ่ือการปรบั ปรงุ และพัฒนาการเรยี นการสอน
โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเคร่ืองมือที่ค่อนข้างจะละเอียดซับซ้อน ผู้ท่ีจะนาไปใช้ต้องมี
ความสามารถ ความคุ้นเคยและความชานาญในการใช้มากพอสมควร จึงขอแนะนาว่า ควรจะ
ประยกุ ต์และปรับใช้เป็นเครือ่ งมอื สังเกตการสอนอยา่ งง่าย สะดวกต่อการฝึกและการใช้ในสถานการณ์
จริงจะเหมาะสมกว่า ดังที่กล่าวมาแล้ว และใช้วิธีการสังเกตให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการสอนท่ีมี
ประสิทธภิ าพของ Acheson et al. (1997 : 69-71)
ในการนเิ ทศการสอนเพื่อปรับปรุงและพฒั นาการสอนนั้น ครูควรจะไดม้ ีการส่งเสริม
และพัฒนาใหม้ ีความสามารถในการวิเคราะห์การสอนของตนเองได้ ซ่ึงมีการสังเกตและการวิเคราะห์
ตนเองอย่างง่าย ๆ คอื
1. การวเิ คราะห์ตนเองโดยใช้เคร่อื งมอื ช่วย เชน่ การฟังเสียงการพดู ของตนเองจาก
เทปบันทึกเสยี ง การสงั เกตตนเองจากการดูวดี ีโอเทปท่ีบันทึกการปฏิบัติงานของตนเองไว้ และการรับ
ฟังข้อมูลย้อนกลับจากการสังเกตพฤติกรรมการสอนของผู้นิเทศ หรือผู้ทาหน้าที่นิเทศ หรือจากเพื่อน
หรือจากนกั เรยี น
2. การเย่ียมช้นั เรียนซึ่งกันและกัน เพ่ือแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นซึง่ กันและ
กัน อาจทาการเยีย่ มชนั้ เรียนเปน็ กลุ่ม หรือคณะ เพื่อสังเกตการสอนและใหส้ มาชกิ ภายในกลุ่มชว่ ยกัน
ให้ข้อมูลย้อนกลับ ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นการสอนของผู้อ่ืนและการสอนของตนเองชัดเจนยิ่งข้ึน
ดว้ ยการเปรยี บเทยี บกบั การสอนของตนเอง

26

3. ใหจ้ ับคเู่ พื่อนที่สนิทสนมและผลัดกันสงั เกตการสอนซึ่งกันและกันให้ข้อมูลย้อนกลับ
จากการสงั เกตการสอนในด้านต่าง ๆ ที่กาหนด ช่วยกันคิดและวิเคราะห์จุดที่เป็นปัญหา เพื่อหาทาง
แก้ไขปรบั ปรงุ ตอ่ ไป

4. ใช้เทคนิคแบบคลินิก (Clinical Supervision) ซึ่งเปน็ กระบวนการท่ีต้องมีการวางแผน
การสังเกตการสอน มีการบันทึกข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ แล้วให้ข้อมูลย้อนกลับ จะช่วย
ให้ทราบปัญหาข้อบกพร่องต่างๆท่ีจะต้องแก้ไขปรับปรุง ซ่ึงการนิเทศแบบคลินิกเป็นการนิเทศท่ีมี
จุดมงุ่ หมายเพ่ือพฒั นาปรับปรุงการสอนและทักษะการสอนโดยเฉพาะ และท่ีสาคญั ท่ีสุดจะต้องดาเนินการ
โดยการมีการร่วมมือกนั อย่างจรงิ จังระหว่างผูน้ ิเทศกับครู หรอื ผู้ทาหน้าทน่ี เิ ทศกับครู

ในการสังเกตการสอนต้องมีวิธีการบันทึกการสังเกตการสอนท่ีดี จะบันทึกอย่างไร
ด้วยวิธีใด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการสังเกต ประเภทของการสังเกตการสอน และการเลือกใช้
เครื่องมือที่เหมาะสม เช่น เป็น การสังเกตการสอนเชิงปริมาณ (Qualitative Observation) จะต้องระบุ
วัตถุประสงค์ชัดเจนว่า จะสังเกตพฤติกรรมอะไรบ้าง อย่างไร ใช้เครื่องมือแบบใดจึงเหมาะสม
เช่นเดียวกับการสังเกตการสอนเชิงคุณภาพ (Qualitative Observation) จะต้องระบุวัตถุประสงค์
ชัดเจน วิธีการบันทึกและเคร่ืองมือที่เหมาะสม ดังน้ัน เครื่องมือสังเกตการสอน นอกจากจะเป็น
แบบฟอร์มลักษณะต่าง ๆ ที่มีผู้สร้างและพัฒนาขึ้น และเผยแพร่ให้ใช้แล้ว ซ่ึงอาจจะเป็นการจดหรือ
เขียนบันทึกเหตุการณ์หรือพฤติกรรมด้วยกระดาษ ดินสอ ปากกา (Written record) ใช้การบันทึกเสียง
(Audio record) หรือด้วยการบันทึกภาพ (Videotaping) ประกอบการสังเกตและบันทึกด้วยวิธีการอ่ืนๆ
ด้วยดงั ตวั อย่างวิธกี ารสงั เกตบนั ทึกการสอน ดงั นี้

1. การบันทึกแบบพรรณนาความ (Descriptive of Narrative Record)
2. การบันทึกสั้นๆ ไม่เป็นความคิดหรือการประเมินผลใดๆ (Anecdotal Record
or Note king)
3. การบันทึกเสียงและการบันทึกภาพเหตุการณ์ทุกอย่างในห้องเรยี น (Audio taping
Videotaping)
4. การจดบนั ทกึ คาพูด คาต่อคา ประโยคตอ่ ประโยค ทกี่ าหนด หรือคาพูดท่เี ลือกจะ
บันทึก (Selective Verbatim Recording)
5. การบันทึกแบบบนั ทึกการปฏบิ ตั ิงานของตนเอง (Journal Writing)
6. การบันทกึ ตามประเด็นคาถามท่กี าหนด (Focused Questionnaire)
7. การบนั ทึกโดยทาตารางบนั ทกึ ความถ่ี (Frequency Tabulation)
8. การบันทึกโดยใช้แผนผงั ท่ีน่งั เตรยี มไว้ (Seating Chart)
9. การบนั ทกึ พฤติกรรมภาพทป่ี รากฏโดยใช้แบบตรวจสอบรายการ (Check list)
10. การบันทกึ พฤตกิ รรมทเ่ี ป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale)
11. การบนั ทกึ พฤติกรรมโดยใชแ้ บบบันทกึ ที่ระบพุ ฤตกิ รรมบง่ ช้ี (Performance
Indicator Recording)
อย่างไรก็ตาม การสังเกตการสอนจะบนั ทึกดว้ ยเคร่ืองมอื หรือวิธกี ารใดก็ตาม การนา
เครื่องมือประเภทเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น เครื่องบันทึกเสียง บันทึกภาพ และฟิล์มต่างๆ
มาใช้ประกอบ จะช่วยให้การบันทึกต่างๆในห้องเรียนมีความเที่ยงตรง ครบถ้วนและชัดเจนมากข้ึน

27

เพราะภาพที่บันทึกจะแสดงการเคล่ือนไหว และการใช้ภาษาท่ีสังเกตและบันทึกด้วยวิธีอ่ืนๆ
ที่ได้บันทึกไว้ด้วย ซึ่งข้อมูลต่างๆ ดังกล่าวจะมีประโยชน์ต่อการนาไปช่วยในการวิเคราะห์ผล
การสังเกตการสอนได้ละเอียดย่ิงข้ึน ที่สาคัญการสังเกตการสอนน้ัน เป็นการสังเกตท่ีมีจุดมุ่งหมาย
ดังนั้น ผู้ทาการสังเกตหรือผู้นิเทศจะต้องรู้ว่าจะสังเกตการสอนครูในเรื่องใด ด้านใด หรือพฤติกรรม
อะไร ดังนั้น นอกเหนือจากเทคนิควิธีการ และทักษะในการสังเกตการสอนแล้ว ผู้นิเทศหรือผู้สังเกต
การสอนจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับเร่ืองท่ีจะสังเกตการสอนเป็นอย่างดี เช่น เทคนิควิธีการสอนต่างๆ
ทักษะการสอน รูปแบบการสอนที่มีประสิทธิภาพ นวัตกรรมต่างๆรวมทั้งพฤติกรรมการสอนท่ีมี
ประสิทธิภาพในดา้ นตา่ ง ๆ ของครดู ว้ ย (วชั รา เลา่ เรยี นดี, 2544 : 24)

การวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยได้มีการสังเกตการสอนและบันทึกผลการนิเทศ เช่น บันทึก
ขอ้ มูลท่พี บระหว่างการนิเทศ การถ่ายภาพการจัดกิจกรรมของครผู ู้สอน การเรียนรู้และสืบข้อมูลของ
นกั เรียน แล้วนาข้อมลู มาตรวจสอบสรปุ ผลการนเิ ทศทั้งในภาพรวม และผลการสงั เกตตามตวั ชีว้ ัดของ
การอ่านคิดวิเคราะห์ และเขียน คือ 1) การอ่าน และการหาประสบการณ์จากสื่อที่หลากหลาย
2) การอ่าน และการจับประเด็นสาคัญ ข้อเท็จจริง ความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน 3) การอ่าน และ
การเปรียบเทียบแง่มุมต่างๆ 4) การอ่าน และการแสดงความคิดเห็นต่อเร่ืองท่ีอ่าน โดยมีเหตุผล
ประกอบ 5) การอา่ น และการถ่ายทอดความคิดเหน็ ความรู้สกึ จากเรือ่ งที่อา่ น โดยการเขียน

2.1.2 แนวคดิ เกย่ี วกบั ความพงึ พอใจ
มนี ักวชิ าการหลายทา่ นได้ใหค้ วามหมายเกย่ี วกบั ความพงึ พอใจ ดงั นี้
ศุภสิริ โสมเกตุ (2544 : 49) ; สุพจน์ ศรนารายณ์ (2548 : 5) กล่าวว่า ความพึงพอใจ

หมายถึง ความรู้สึกนึกคิดหรือเจตคติส่วนบุคคลที่มีต่อการทางานหรือการปฏิบัติกิจกรรมในเชิงบวก
ดังน้ันความพอใจในการเรียนรู้ จึงหมายถึง ความรู้สึกพอใจ ชอบใจในการร่วมปฏิบัติกิจกรรม
การเรียนการสอนและต้องการดาเนินกิจกรรมน้ันๆ จนบรรลุผลสาเร็จ อันมีผลสืบเน่ืองมาจาก
องค์ประกอบหรือปัจจัยอ่ืน ๆ ในการปฏิบัติงาน เช่น ลักษณะงาน สภาพแวดล้อมในการทางาน
ประโยชน์ คา่ ตอบแทนและอน่ื ๆ ถา้ องค์ประกอบต่างๆ สามารถตอบสนองตอ่ ความต้องการของบุคคล
ได้เหมาะสมก็จะมีผลให้เกิดความพึงพอใจ บุคคลจะมีความพึ งพอใจมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ
ความตอ้ งการของแตล่ ะบคุ คล และองคป์ ระกอบที่เป็นส่ิงจูงใจในทีม่ อี ยู่ในงานนั้นด้วย นอกจากน้ีแลว้
Applewhite P.B. (1965 : 6), Good C.V. (1973 : 13), Wolman B.B. (1973 : 384) กล่าวว่า
ความพึงพอใจ หมายถึง ความพึงพอใจท่ีเป็นผลมาจากความสนใจ และเป็นความสุขที่ได้รับจาก
สภาพแวดล้อมทางกายภาพในการทางาน ความสุขในการทางานร่วมกับเพ่ือน การมีทัศนคติท่ีดีต่อ
งานและความพอใจเก่ียวกับรายไดซ้ ึง่ เป็นเจตคติของบคุ คล

สรปุ ความพึงพอใจ คือ สภาพความรู้สึกนึกคิดหรือเจตคติในทางท่ีดีของบุคคลท่ีมี
ต่อการให้บริการด้านใดด้านหนึ่ง เป็นพฤติกรรมทางด้านอารมณ์ของมนุษย์ท่ีเกิดขึ้นจากภายในจติ ใจ
ของบุคคล ได้แก่ ความชอบ ความสบายใจ ความสุขใจต่อการได้รับส่ิงท่ีต้องการ มีความพอใจ
มคี วามกระตอื รือรน้ ท่จี ะปฏบิ ัตกิ ิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพือ่ ให้การดาเนินกจิ กรรมนั้นบรรลุผลสาเร็จ

28

2.2 การจดั การศึกษาด้วยเทคโนโลยกี ารศึกษาทางไกลโดยใช้ DLTV
2.2.1ความหมายของการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
ระบบการศึกษาทางไกล เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่เกิดข้ึนเพื่อตอบสนองความ

ต้องการของระบบการศึกษาปัจจุบัน ซ่ึงเป็นยุคของข้อมูลข่าวสารรวมถึงเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้
นอกจากนั้นยังเป็นการลดช่องว่างและเป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษาได้มีผู้ให้ความหมายของ
การศึกษาทางไกลไว้มากมายหลายท่าน ท้ังนักการศึกษาในประเทศไทยและต่างประเทศจึงขอนา
นยิ ามที่นักการศึกษาบางทา่ นได้ให้ไว้มานาเสนอให้เห็นความหมาย ดงั น้ี

วิจิตร ศรีสอ้าน (2529) ได้ให้ความหมายของการเรียนการสอนทางไกล
(Distancelearning) ว่าหมายถึงระบบการเรียนการสอนที่ไม่มชี ้ันเรียน แต่อาศัยสื่อประสม อันได้แก่
สื่อทางไปรษณีย์วิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และการสอนเสริมรวมทั้งศูนย์บริการการศึกษาเป็น
หลักโดยมุ่งใหผู้เรียน เรียนได้ด้วยตนเองอยู่กับบ้าน ไม่ต้องมาเข้าชั้นเรียนตามปกตินอกจากนี้ยังให้
ความหมายของ“การสอนทางไกล”ว่าหมายถึงการสอนท่ีผู้เรียนผู้สอนไกลกันแต่สามารถมีกิจกรรม
การเรียนการสอนรวมกนัได้โดยอาศยัส่ือประสมเป็นส่อื การเรียนการสอนโดยผู้เรียนผู้สอนมีโอกาสพบ
กนั อย่บู ้าง ณ ศูนย์บริการการศึกษาเท่าทจ่ี าเป็นการเรยี นรู้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากสื่อประสมท่ีผู้เรียนใช้
เรยี นดว้ ยตนเองในเวลาและสถานทที่ สี่ ะดวก

การศึกษาทางไกล มีคาท่ีใช้เรียกอย่างแพร่หลายอยู่ 3 คา คือ การศึกษาทางไกล
(Distanceeducation) การสอนทางไกล (Distance teaching) และ การเรียนทางไกล (Distance
learning)ซง่ึ ไม่ว่าจะใช้คาเรียกใดก็จะมคี วามหมายใกลเ้ คยี งกัน แต่มีรายละเอียดปลีกยอ่ ยท่ีแตกต่าง
กันดังนี้

1. การศึกษาทางไกล (Distance education) หมายถึง ระบบของการจัดการศึกษา
แบบหน่ึงท่ีผู้สอนและผู้เรียนไม่ต้องมานั่งอยู่ในห้องเรียน คืออยู่ห่างไกลจากกันการจัดการเรียนได้
อาศัยสื่อประเภทต่าง ๆ ท่ีช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เช่น ส่ิงพิมพ์เครื่องมือจักรกลและอุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ความหมายของการศึกษาทางไกลจึงมองความสาคัญหรือมีจุดเน้นท่ีระบบของ
การใหก้ ารศกึ ษาที่เนน้ ปฏิสมั พนั ธร์ ะหว่างผ้สู อนกับผเู้ รยี น

2. การสอนทางไกล (Distance teaching) หมายถึง กระบวนการเรียนการสอนท่ีมี
ความยืดหยุ่นในเรื่องของสถานที่ เวลา โดยถือเอาความสะดวกและความพร้อมของผู้เรียนเป็นหลัก
ลักษณะการสอนที่สาคัญ คือเปิดโอกาสในการเลือกวิธีการเรียนการสอนได้อย่างกว้างขวางไม่ ว่า
ผ้เู รียนจะอย่ทู ี่ใด มกี ารใช้สื่อการเรียนหลายๆ อย่างผู้เรียนไมต่ ้องมาน่ังเรียนในห้องเรียนและไม่ตองมี
ครูสอนประจา

3. การเรียนทางไกล (Distance learning) หมายถึง รูปแบบทางการเรียนรู้ท่ีผู้เรียน
ได้รับความรู้และประสบการณ์จากสอื่ การเรียนประเภทต่าง ๆ ผา่ นทางระบบการสือ่ สารมวลชนโดยมิ

29

ต้องเข้าไปน่ังเรียนในห้องใดห้องหนึ่งหรือท่ีใดที่หน่ึงการเรียนรู้ทางไกลจึงมีจุดเน้นที่บุคคลแสวงหา
ความรดู้ ว้ ยตนเองจากส่อื สารมวลชนประเภทตา่ ง ๆ นนั้ เอง

Kay (1985 อ้างถึงใน สุรัตน์ สุทธิชัชวาล, 2555) ให้ความหมายของการศึกษา
ทางไกลโดยทั่วไปว่า หมายถึงการศึกษาซึ่งครูผู้สอนมิได้ปรากฏตัวในสถานท่ีท่ีการศึกษานั้นเกิดข้ึน
หรือเป็นการศึกษาท่ีครูผู้สอนอาจปรากฏตัวเป็นบางครั้งหรือเพ่ือทางานบางอย่างตามความหมาย
ดังกลา่ วมีปจั จยั สาคญั 2 ประการคือการอย่หู า่ งกันระหว่างผูเ้ รียนและผสู้ อนและเปน็ การเปลีย่ นแปลง
บทบาทของครูผู้สอนซึ่งอาจจะมาพบปะกับผู้เรียนเป็นคร้ังคราวเพ่ือปฏิบัติงานหรือการแก้ปัญหา
เกย่ี วกบั การเรยี นเปน็ ต้น

Burge andFrewin (1985อ้างถึงใน สุรัตน์ สุทธิชัชวาล, 2555) ให้ความหมายของ
การเรยี นทางไกลไวว่าหมายถึงกจิ กรรมการเรียนท่สี ถาบันการศึกษาไดจัดทาให้กบั ผู้เรยี นซ่ึงไมไ่ ด้เลอื ก
เข้าเรียนหรือไม่สามารถเข้าเรยี นในการสอนแบบช้นั เรยี นปกติได้กิจกรรมการเรยี นที่จัดข้ึนใหม่นี้เป็น
การผสมผสานวิธีการที่สมั พันธ์กับธรรมชาติการกาหนดให้มีระบบการจดั ส่งสื่อการสอนและมีการวาง
แผนการดาเนินการรูปแบบของธรรมชาติประกอบด้วย เอกสารสิ่ งพิมพ์โสตทัศนูปกรณ์
สอ่ื คอมพิวเตอร์ ซ่ึงผู้เรียนอาจเลือกใช้ส่อื เฉพาะตนหรือเฉพาะกลุ่มได้มีการวางแผนการดาเนินการมี
ระบบการจัดส่งส่ือการสอนด้วยเทคโนโลยีต่างๆ สาหรับระบบบริการก็มีการจักต้ังสถาบนัการศึกษา
ทางไกลขึน้ เพอ่ื รบั ผิดชอบจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน

กิดานันท์ มลิทอง (2543) ได้กล่าวว่าการศึกษาทางไกล(Distance education)
หมายถึงระบบการศึกษาท่ีผูเ้ รยี นและผู้สอนอยู่ไกลกันแต่สามารถทาให้เกิดการเรียนรู้ได้โดยอาศัยสื่อ
การสอนในลักษณะของส่ือประสม โดยการใช้ส่ือตา่ ง ๆ รวมกัน อาทิเชน่ ตาราเรยี น เทปเสียงแผนภูมิ
คอมพิวเตอรห์ รอื โดยการใช้อปุ กรณ์โทรคมนาคมและสื่อมวลชนประเภทวิทยุและโทรทัศน์เข้ามาช่วย
ในการแพรก่ ระจายการศึกษาไปยงั ผ้ทู ่ปี รารถนาจะเรียนรู้ไดอ้ ย่างกว้างขวางทัว่ ทกุ ท้องถิ่นการศกึ ษาน้ี
มที ั้งในระดับต้นจนถึงระดับสูงขั้นปริญญาการศึกษาทางไกลเป็นการศึกษาวิธีหน่ึงในการศึกษาท้ังใน
ระบบและนอกระบบโรงเรียนท่ีอาศัยส่ือสิ่งพิมพ์สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่อบุคคลรวมทั้งระบบ
โทรคมนาคมรูปแบบต่างๆเป็นหลักในการเรียนการสอน เพ่อื ให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอจาก
ส่ือเหล่านแี้ ละอาจมีการสอนเสรมิ ควบคูไ่ ปดว้ ยเพื่อใหผ้ ู้เรียนสามารถซักถามปัญหาจากผู้สอนเองหรือ
ผู้สอนเสริม โดยที่การศึกษานี้อาจจะอยู่ในรูปแบบของการศึกษาอิสระการศึกษารายบุคคล หรือ
รูปแบบของมหาวทิ ยาลัยเปดิ กไ็ ด้

Holmberg (1985)การสอนทางไกล หมายถึง การสอนที่ผู้เรียนและผู้สอนไม่ได้มา
เรียนหรือสอนกันซึ่งๆหน้าแต่เป็นการจัดโดยใช้ระบบการสื่อสารแ บบสองทางถึงแม้ว่าผู้เรียนและ
ผูส้ อนจะไมอ่ ยู่ในห้องเดยี วกนั กต็ าม

30

Eiserman and Williams (1987) ที่ระบุว่าการสอน ทางไก ล หมายถึงก าร
ติดตอ่ สอื่ สารทางการศกึ ษาโดยไมต่ อ้ งมาเผชญิ หนา้ กนั ซงึ่ ทาได้หลายรูปแบบ

พงศ์ประเสรฐิ หกสุวรรณ (2540) ได้ใหค้ วามหมายว่าการสอนทางไกล หมายถงึ
การสอนที่ ผู้เรียนและผู้สอนไม่จาเป็นต้องอยู่เผชิญ หน้ากันแต่ใช้การจัดระบบเพ่ือช่วยให้ ผู้เรียน
สามารถเรยี นรไู้ ด้ด้วยตนเองจากสือ่ ตา่ งๆทจี่ ัดให้

ผวู้ ิจัยสรปุ ได้วา่ การศึกษาทางไกล หมายถึง วิธีการจัดการศึกษาที่ผู้เรียนและผู้สอน ่
ไม่ได้พบกันโดยตรงเป็นส่วนใหญ่แต่ผู้สอนจะถ่ายทอดเนื้อหาวิชาความรู้มวลประสบการณ์ต่าง ๆไป
ทางสอ่ื อาจจะเปน็ สื่อสง่ิ พมิ พว์ ทิ ยโุ ทรทัศนเ์ ทปเสียง วีดที ัศน์และสอื่ คอมพิวเตอร์ทกุ ประเภท

2.2.2 แนวคดิ การจดั การศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม
อนุรักษ์ ปัยญานุวัฒน์ (2540)ได้กล่าวถึงแนวคิดด้านปัจจัยที่สาคัญในการจัด

การศึกษาทางไกล ดังนี้การศึกษาทางไกลเป็นเคร่ืองมือที่สาคญั ท้ังผู้เรยี นและผสู้ อน สามารถสร้างคน
ให้ปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุขตามอัตภาพและสามารถพัฒนาท้ังด้านเศรษฐกิจและสังคม
การเมอื งวัฒนธรรม ใหส้ มดุลสอดคลอ้ งกับสภาพแวดล้อมทางสงั คมไดอ้ ย่างดี

1. ความจาเป็นและปัจจัยที่ก่อให้เกิดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม มีอยู่หลาย
ประการเช่น การเพิ่มจานวนของประชากรการเหลื่อมล้าทางแหล่งท่ีอยู่การศึกษายากแก่การเข้าถึง
โดยวิธีปกติการด้อยโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้การเร่งพัฒนาทรัพยากรของรัฐและองค์กร
เอกชนความกา้ วหน้าทางวทิ ยาการและเทคโนโลยสี ารสนเทศ และความขาดแคลนทางทรัพยากร

2. การศึกษาทางไกลพิจารณาได้สองมิติ คือ ประเภทของการศึกษา ได้แก่การศึกษา
ในระบบโรงเรียน การศึกษานอกโรงเรยี นและการศกึ ษาอย่างไม่เป็นทางการ ซึง่ แต่ละประเภทต่างก็มี
รูปแบบที่หลากหลายแตกต่างกันไปด้านกรมการศึกษานอกโรงเรียน (2539) ได้มีแนวคิดและแนว
ทางการจัดการศึกษาทางไกลสายสามัญเพื่อให้เกิดความเสมอภาคแก่ประชาชนท่ีอยู่นอกระบบ
โรงเรยี น แก้ปญั หาการไม่รู้หนงั สือเพ่อื ยกระดับการศึกษา ส่งเสริมให้ประชาชนมคี วามเลื่อมใสในการ
ปก คร อ ง ร ะ บอ บ ปร ะ ชาธิป ไตย อั น มี พ ร ะ ม ห าก ษั ตริ ย์ เป็น ปร ะ มุ ขโด ย มี วั ตถุป ระ ส งค์ ขอ งก ารจั ด
การศึกษาทางไกล คือ

1. เพื่อใชร้ ูปแบบการเรียนการสอนทางไกลในการจดัการศึกษาใหกบั ประชาชนทีข่ าด
โอกาสเพอื่ เพ่มิ พนู ความร้ทู กั ษะและเจตคตทิ ีถ่ กู ตอ้ง

2. เพ่อื เสริมสรา้ งการร้หู นงั สอื และยกระดับการศึกษาของประชาชน
3. เพอ่ื ส่งเสรมิ ให้เกดิ กระบนการการเรยี นรูใ้ นกล่มุ การเรยี นการสอนทป่ี ฏบิ ัตกิ จิ กรรม
ต่าง ๆ ในชมุ ชน
4. เพ่ือให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาท่ีต้องการใน
ท้องถ่ิน

31

เกษม สวุ รรณกุล (2555) ได้ให้แนวคิดเก่ียวกับระบบการศึกษาทางไกลนับวา่ เป็นส่ิง
ใหม่ในระบบการศึกษาข้ันสูงของประเทศและย่ิงในปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการติดต่อส่ือสารมีความ
เจริญกาวหน้าด้วยย่ิงทาให้เกิดเทคนิคใหม่ๆท่ีเขามาประยุกต์ใช้กับระบบการศึกษาน้ีซึ่งจะทาให้เกิด
ประสิทธภิ าพในการทางานมากย่งิ ข้ึน

สมุ าลี สงั ขศ์ รี (2539) กล่าวถงึ แนวคดิ ทางการศกึ ษาทางไกลวา่ เปน็ วิธีการในการจัด
การศึกษาวิธีการหนึ่ง ซึ่งเป็นการเรียนรู้ด้วยการพัฒาตนเองจึงได้สรุปหลักการสาคัญของการศึกษา
ทางไกลไวด้ ังนี้

1. เปน็ การเรียนการสอนทผ่ี ูเ้ รยี นและผู้สอนอยหู่ า่ งกัน
2. เปน็ การเรยี นการสอนทเี่ นน้ การศกึ ษาด้วยตนเอง
3. มกี ารใชส้ ื่อประเภทตา่ ง ๆ เปน็ เครื่องมือในการจัดการศกึ ษา
4. มกี ารจดั เตรยี มสอื่ อย่างเป็นระบบกอ่ นเรม่ิ การเรยี นการสอน
5. เป็นการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ผู้สอนผู้เช่ียวชาญเป็นทีมในการผลิตเนื้อหา
ของวิชาหนง่ึ ๆ เพ่ือถา่ ยทอดลงสสู่ ื่อประเภทตา่ ง ๆ
6. เปน็ การเรียนการสอนท่จี ัดแกผ่ ู้เรยี นเปน็ จานวนมาก
7. มกี ารจัดเครอื ข่ายเพื่อให้บรกิ ารการสนบั สนุนการศกึ ษา
มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (2557) การศึกษาทางไกล (Distance
education)หรอื การเรียนทางไกล(Distance learning) หมายถึง ระบบการศึกษาที่ผู้เรียนและผู้สอน
อยู่ไกลกันท้ังสถานที่และเวลาแต่สามารถทาใหเ้ กิดการเรียนรไู้ ดโ้ ดยใช้เทคโนโลยีเป็นตวั เช่ือมโยงการ
เรียนการสอน ทั้งส่ือสอนในลักษณะของสือ่ ประสม โดยการใช้ส่ือต่าง ๆ ร่วมกัน เช่น ตาราเรียนเทป
เสียง แผนภูมิ กราฟ ภาพกราฟิก หรือโดยใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมและสื่อมวลชนประเภทวิทยุและ
โทรทัศนเ์ ข้ามาช่วยในการแพรก่ ระจายการศกึ ษาไปยังผู้ที่ปรารถนาจะเรียนรู้ไดอ้ ย่างกว้างขวางท่ัวทุก
ทอ้ งถน่ิ การศึกษานี้มที งั้ ในระดบั ต้นจนถงึ ระดับสูงขนึ้ ปริญญา
ผู้จัดทาจึงสรปุ ได้ว่าแนวคิดการจัดการศึกษาทางไกล หมายถึงการจัดการศึกษาที่เอื้อ
ประโยชน์ต่อประชาชนท่ีดอ้ ยโอกาสหรือพลาดโอกาสทางการศกึ ษา ใหไ้ ดร้ ับการศึกษาท่ีเท่าเทียมกัน
เพอื่ ยกระดับการศึกษาและระดับคุณภาพชีวติ เพม่ิ พนู ทกั ษะเสริมสรา้ งการเรียนรใู้ ห้สอดคลอ้ งกับการ
เปลยี่ นแปลงทางเศรษฐกิจสงั คม สิง่ แวดลอ้ มและเทคโนโลยีสมยั ใหมใ่ นศตวรรษท่ี21
2.2.3 ทฤษฎกี ารจัดการศกึ ษาทางไกล
ในระหว่างค.ศ. 1972-1986 Gmur (n.d. อา้ งถงึ ในอนรุ ักษ์ปัญญานวุ ฒั น์, 2540)
ไดพ้ ัฒนาทฤษฎกี ารสอนอย่างเปน็ อิสระขน้ึ ทฤษฎหี นงึ่ ซงึ่ ประกอบด้วยสองมิติคือการจดั การเรยี น
ทางไกล และการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองของผเู้ รยี น มติ ิแรกอาจรวมไปถงึ การอยหา่ งไกลทางกายภาพ
และภมู ิศาสตร์ของผ้เู รียนและผสู้ อน ภายใต้ข้อจากัดของส่ิงแวดลอ้ มทีแ่ ยกท้ังสองออกจากกัน

32

แต่มีกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่งทาให้เกิดช่องว่างทางการส่ือสารแม้แต่อาจเกิดความไม่เข้าใจกัน
ระหว่างผู้เรียนและผู้สอนในเนื้อหาท่ีเรียนน้ัน Moor เชื่อว่าเราสามารถประยุกต์การศึกษาการเรยี น
การสอนทางไกลเข้ากับการเรียนการสอนแบบดั้งเดิมได้เพียงแต่มีวิธีคิดท่ีต้องปฏิบัติและกาหนดให้
อยา่ งชดั เจน

อกี มิติหนึง่ ท่ี Moor กล่าวถึงก็คอื การเรยี นรู้ของผ้เู รยี นนั้นยอ่ มเกิดขึ้นอยู่กับระดบั วุฒิ
ภาวะของบุคคลในแต่ละคนท่ีจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการเรียนรซู้ ่ึงทฤษฎีการจัดการศึกษาทางไกล
และการเกดิ การเรยี นรูด้ ้วยตนเองของผูเ้ รยี นที่Moor ใชค้ ิดคน้ ขน้ึ มหี ลักการสาคัญ4 ประการคือ

1. โครงสร้างการจดั การเรยี นการสอน
2. การเรยี นร้ดู ้วยตนเอง
3. การอยห่างไกลกนั ทางกายภาพทีป่ ระยุกตร์ ะหวา่ งผู้สอนกับผเู้ รียน
4. การเรยี นการสอนทางไกลทีป่ ระยุกต์เข้ากบั การเรยี นการสอนแบบด้งั เดิมได้
ด้านการจดั การศึกษาทางไกลของไทยเป็นไปตามหลักการของการจดั การศึกษานอก
โรงเรยี น ซ่ึงประกอบดว้ ยหลกั การ 6 ประการ ดังน้ี
1. หลักการเสมอภาคและความเป็นธรรม มุ่งบริการการศึกษาอย่างกว้างขวางและ
ทั่วถึงโดยเฉพาะอย่างย่ิงกลุ่มเป้าหมายที่ขาดโอกาสที่จะได้รับการศึกษาเป็นอันดับแรกโดยที่ไม่
คานึงถึงผลตอบแทนเศรษฐกิจ
2. หลักการมีส่วนร่วมของประชาชนกับชุมชน มุ่งให้ประชาชน ชุมชน หน่วยงาน
รฐั บาลและองค์กรเอกชนมีสว่ นร่วมในการจัดการศึกษานอกโรงเรยี นเพอื่ การศกึ ษาท่ีเขา้ ถงึ ได้
3. หลักการมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ที่ยึดหลักให้ผู้เรียน องค์กรและชุมชนมี
สว่ นร่วมกาหนดปัญหาและความต้องการในการเรียนรู้เช่น กาหนดแผนและกิจกรรมการเรียนรู้ร่วม
ดาเนินการวางแผนและร่วมประเมินผลเป็นต้น โดยให้ผู้เรียนสามารถแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง
ตอ่ ไปได้นั่นคอื ผู้เรียนสามารถถ่ายทอดท้งั ความรแู้ ละกระบวนการเรยี นรู้ควบคู่กันไป
4. หลักการสอดคล้องและบูรณาการ หลกั สูตรการเรยี นร้กู ารสอน โดยยึดหลกั ใหก้ าร
เรียนรู้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและตัวผเู้ รยี น โดยบูรณาการเข้าดว้ ยกัน ในเฉพาะเรือ่ งที่สามารถ
เชื่อมโยงกันได้การพัฒนาไม่มุ่งเน้น พัฒนาเฉพาะในด้านของการพัฒนาคนเท่าน้ันแต่ต้องมุ่งเน้น
พัฒนาในด้านของร่างกายอารมณ์สังคม จริยธรรมและสติปัญญา โดยให้ศึกษาทฤษฎีเช่ือมโยงใน
ภาคปฏิบตั ิ
5. หลักความหลากหลายและยืดหยุ่นนั้น คือ มีรูปแบบวิธีท่ีหลากหลายยืดหยุ่น
สอดคลอ้ งกบั สภาพปญั หาวิถชี วี ิตและความต้องการของแต่ละกลุม่ เปา้ หมาย

33

6. หลักการกระจายอานาจ การบริหารและการจัดการศึกษานอกโรงเรียนท่ียึด
หลักการกระจายอานาจเพื่อใหอ้ งค์กรท่ีอยู่ในพื้นท่ีสามารถตัดสินใจในกระบวนการการจัดการศึกษา
ได้ อยา่ งรวดเร็ว ตอบสนองความต้องการของประชาชน

ผู้จัดทาจึงสรุปไดว่าทฤษฎีการการจัดการศึกษาทางไกล หมายถึง ทฤษฎีการสอน
อย่างเป็นอิสระการจัดการศึกษาทางไกลท่ีเกิดจากการเรียนรู้ด้วยตนเองของผู้เรียน โดยการจัดการ
เรียนการสอนนั้น ผู้สอนและผู้เรียนมีความห่างไกลกัน ทางกายภาพและพ้ืนท่ีแต่สามารถบริหารการ
จดั การเรียนการสอนได้เปน็ อย่างดีโดยมุ่งเน้น ไปท่ผี ู้ดอ้ ยโอกาสทางการศึกษาใหไ้ ด้โอกาสที่เสมอภาค
กนั เพือ่ ยกระดับการศกึ ษาใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ

2.2.4 การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
ความเป็นมาของการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมใน ประ เทศไทยเริ่มมีข้ึน ต้ังแต่ปี

พุทธศักราช 2509 โดยใช้ผ่านดาวเทียมอินเทลแซต หรือการเช่าดาวเทียมของประเทศอ่ืน เช่น
ดาวเทียมปาลาปาของอินโดนีเซียและดาวเทียมเอเชยี แซตของฮ่องกงและเนอื่ งจากเทคโนโลยีเพ่ือการ
ส่ือสารในปัจจุบันได้รับการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วเป็นการสื่อสารโดยใช้ดาวเทียมทาให้การติดต่อ
เชื่อมโยงเพื่อแลกเปล่ียนข่าวสารข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว หลายประเทศในโลกประสบผลสาเร็จใน
การนาเทคโนโลยีการสอ่ื สารผา่ นดาวเทียมมาใชใ้ นการจัดการศึกษา ประเทศไทยไดม้ ีการสง่ ดาวเทยี ม
ส่ือสารดวงแรกขึ้นสู่วงโคจรของโลกเม่ือ พ.ศ. 2536 โดยได้รับพระราชทานช่ือจากพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวว่า “ดาวเทียมไทยคม” ซึ่งสามารถให้บริการได้ทั้งด้านวิทยุโทรทัศน์โทรศัพท์และการ
สื่อสารข้อมูล นอกจากน้ันยังสามารถพัฒนาระบบแพร่ภาพทางโทรทัศน์แบบใหม่ที่เรียกว่าระบบส่ง
ตรงถึงบ้าน หรือระบบ Direct to home (DTH) ทาให้ สามารถส่งรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมไป
ยังทกุ พื้นท่ขี องประเทศไทยกระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดต้ ระหนักถงึ การนาเทคโนโลยีสอ่ื สารผ่านดาวเทยี ม
มาใช้ในการขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชนในทุกกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนพัฒนาคณุ ภาพ
และมาตรฐานการศึกษาให้เท่าเทียมกัน จึงมอบหมายให้ กรมการศึกษานอกโรงเรียนพัฒนาแนว
ทางการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมเพ่ือขยายบริการทางการศึกษาให้แก่กลุ่มเป้าหมายอย่าง
ทว่ั ถึงรวมทัง้ การเร่งรัดการขยายโอกาสทางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน จาก 6 ปี เป็น 9 ปี ตามนโยบายของ
รัฐบาล โดยเน้นการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เม่ือขยายโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและ
แรงงานท่มี ีความร้ตู งั้ อยู่ในสถานประกอบการและแหล่งโรงงานอตุ สาหกรรมท่ัวประเทศ นอกจากน้ัน
การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ยังมุ่งเน้นท่ีจะพัฒนาความเสมอภาคในคุณภาพรายการและ
มาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนในเมืองและโรงเรียนในชนบท โดยการจัดการศึกษาทางไกลผ่าน
ดาวเทียมเสริมการสอนในวิชาเน้ือหาท่ียากและขาดแคลนครูอาจารย์ หรอื ผู้ชานาญเฉพาะด้านท่ีทา
การสอนคณะรัฐมนตรีได้มีมติในการประชุมเมื่อวันท่ี29 มีนาคม พ.ศ.2537 ให้กระทรวงศึกษาธิการ
ความร่วมมือกับ มูลนธิ ิไทยคมในการจัดการศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม โดยทางมลู นิธิไทยคมให้การ

34

สนับสนุนกระทรวงศึกษาธิการในการเช่าช่องสัญญาณผ่านดาวเทียมในย่านความถี่KU band ซ่ึง
สามารถออกอากาศรายการโทรทัศน์ในระบบส่งตรงถึงบ้าน เป็นเวลา 24 ช่ัวโมงต่อวัน และจัดหา
อุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียมอย่างน้อยปีละ600 ชุด เพื่อติดต้ังตามสถานศึกษาท่ีสมัครเข้าร่วม
โครงการ นอกจากน้ันยังให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิคเกยี่ วกับการส่ือสารผา่ นดาวเทียมโดยความ
ร่วมมือในระยะแรกคลุมเวลา 5 ปีตั้งแต่ปีพ.ศ. 2537-2541 ดาวเทียมไทยคม เป็นดาวเทียมที่เอื้อ
ประโยชน์ในการสื่อสารด้านต่าง ๆ แก่ประเทศไทยเป็นอย่างยง่ิ ซ่งึ ปัจจุบันการจัดการศึกษาทางไกล
ผา่ นดาวเทียมได้มคี วามสืบเน่ืองจากขอ้ ส่ังการของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแหง่ ชาตเิ ก่ยี วกบั เร่ือง
ที่ตอ้ งเร่งรดั ดาเนนิ การในประเด็นด้านการศึกษาเร่ืองการขาดแคลนครูในโรงเรียนพนื้ ทหี่ ่างไกลรวมท้ัง
การเพ่ิมโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กจึงได้พิจารณาให้มีการศึกษาและขยายผลโครงการการศึกษา
ทางไกลผ่านดาวเทียมไปยังพ้ืนที่อ่ืนๆโดยกาหนดให้ใช้การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)ใน
โรงเรียนขนาดเลก็ ทว่ั ประเทศจานวน 15,369 โรงเรยี น นอกเหนือจากท่สี านกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษา
ประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1 ท่ีดาเนินการมาอย่างต่อเนื่องและได้ผลการดาเนินการจัดการศึกษา
ทางไกลผ่านดาวเทียมในโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศจะบรรลุวัตถุประสงค์มีประสิทธิภาพได้น้ัน มี
ความจา เปน็ ตอ้ งมีการพัฒนาการศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทียมอยา่ งต่อเนื่องและย่งั ยืนมีการขับเคล่อื น
ไปสู่การปฏิบัติทั้งในระดับ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ระดับ สานักงานเขตพื้นที่
การศกึ ษาและระดับโรงเรยี น(ศนู ย์พัฒนาคณุ ภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยกี ารศกึ ษาทางไกล, 2557)

ท่ีมาของโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกลการ
เปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยีการสื่อสารเกิดขึ้นค่อนข้างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อการดารงชีวิตเป็น
อยา่ งมากโดยเฉพาะคณุ ภาพของคนท่ีเปน็ กาลงั สาคัญในการพฒั นาสงั คมและประเทศ เทคโนโลยีการ
สื่อสารจึงเป็นปัจจัยสาคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะในเรื่องการนามาใช้ในการ
จดั การเรียนการสอนให้กับผู้เรียนเกิดการเรียนรอู้ ย่างมีคุณภาพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม
บรมราชกุมารีทรงมีพระปณิธานอันแนว่ แน่ในการที่จะนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการยกระดับ
คุณภาพชีวิตและเพิ่มโอกาสทางการศึกษาของประชาชน ทรงเจริญรอยตามเบ้ืองพระยุคลบาทของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรงใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหลายรูปแบบในโครงการพัฒนา
ประเทศเพื่อนาความรม่ เย็นเปน็ สุขให้เกิดแก่ประชาชนชาวไทย

งานวิจัยของสถาบันวิจัยเพ่ือการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) ช้ีให้เห็นว่าสาเหตุ
หลักส่วนหนง่ึ ของปัญหาคุณภาพการศกึ ษาไทยคือการทีร่ ะบบการศึกษาของไทยในปจั จุบันเป็นระบบ
ท่ไี ม่เอ้ือตอ่ การสร้างความรับผดิ ชอบ (Accountability) หลักสูตรและตาราเรียนของไทยไมส่ อดคลอ้ ง
กับการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษท่ี21 (21st Century skills) ซึ่งมีผลทาให้การเรียนการสอน
ตลอดไปจนถึงการทดสอบยังคงเน้น การจดจา เน้ือหามากกวา่ การเรยี นเพ่ือให้มีความรูค้ วามเข้าใจ
อย่างแท้จริง อีกทั้งสภาพการจัดการศึกษาของ ประเทศไทยในปัจจุบัน กาลังประสบปัญหาในด้าน

35

คุณภาพของนักเรียน ปรากฏอยู่ในหลายพ้ืนที่ ซ่ึงมีสาเหตุจาก การขาดครูหรือครูไม่ครบช้ันไม่ครบ
สาระการเรยี นรู้ ครูมปี ระสบการณ์หรอื ทักษะการจดั การเรยี นรู้นอ้ ยขาดสอ่ื อุปกรณ์ท่ที ันสมัยและการ
เขา้ ถึงไดล้ าบาก ครมู ีเวลาในการจดั การเรียนการสอนนอ้ ย กิจกรรมของโรงเรยี นมีมาก ทรัพยากรท่ีมี
กระจัดกระจายไม่สามารถนา มาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าและการแก้ปัญหาต่าง ๆ ก็ทา ได้ใน
วงจากดั

คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ได้แจ้ง
ข้อเสนอแนะในการดา เนินการต่อโครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์แบบพกพา
(แท็บเล็ต)โดยเห็นสมควรให้ทบทวนการจัดหาตามแผนงานประจาปี งบประมาณ 2556โซนที่4และ
การจดั หาตามแผนประจาปี งบประมาณ พ.ศ. 2557และใหเ้ สนอโครงการใหม่ทดแทน ตอ่ หัวหน้าฝ่าย
สังคมจิตวิทยาพิจารณาให้ความเห็นก่อนดาเนินการ ท้ังนี้จะต้องดาเนินการให้สามารถผูกพัน
งบประมาณได้ภายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2557 ในการน้ีกระทรวงศึกษาธิการ โดยสานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ไดเ้ สนอหัวหน้าฝ่ายสังคมจติ วิทยาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
พิจารณาให้ความเห็นชอบการปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ซ่ึงได้ขอ
เปล่ียนแปลงรายการงบประมาณและการขอใช้เงินเหลือจ่ายเพ่ิมเติมเพื่อใช้ในการดาเนินการตาม
โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยใช้งบประมาณตามแผนงาน
ประจาปีงบประมาณ 2556โซนท่ี4แผนงานสร้างและกระจายโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึงและเป็น
ธรรมโครงการพฒั นาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา กิจกรรมจัดหาระบบคอมพวิ เตอรแ์ ละเครอื ข่าย
อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพ่ือการศึกษางบลงทุนรายการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง
ตามโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศวงเงินงบ 774,385,056 บาทและ
แผนงานประจาปี งบประมาณ 2557 แผนงานขยายโอกาสและพัฒนาคุณภาพการศึกษาโครงการ
พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากิจกรรมจัดหาระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ความเรว็ สงู เพือ่ การศกึ ษาจาแนกตามงบรายจ่าย ดงั น้ี

1. งบลงทุนรายการจดั หาระบบคอมพิวเตอรแ์ ละอุปกรณต์ ่อพ่วงจานวน
3,834,561,724 บาท

2. งบดาเนินงานรายการพัฒนาบคุ ลากรด้าน ICT จานวน 352,215,000 บาทและงบ
รายจ่ายอน่ื รายการพัฒนาสื่อบทเรียนอเิ ล็กทรอนิกส์เพือ่ การเรยี นการสอน จานวน400,000,000 บาท
ซ่ึงในงบประมาณประจาปี งบประมาณ พ.ศ. 2558 สพฐ.จะดาเนินการเปล่ียนแปลงรายการ
งบประมาณเพ่ือขออนมุ ัติโดยใช้งบประมาณประจาปี พ.ศ. 2558จากแผนงานขยายโอกาสและพัฒนา
คุณภาพการศึกษาโครงการพฒั นาคณุ ภาพและมาตรฐานการศกึ ษากิจกรรมจัดหาระบบคอมพิวเตอร์
และเครือข่ายอนิ เทอรเ์ นต็ ความเรว็ สูงเพ่ือการศกึ ษางบลงทุนรายการจดั หาระบบคอมพวิ เตอรเ์ พือ่ การ
เรียนการสอนของสถานศึกษา วงเงิน 1,264,525,800 บาทสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน

36

พืน้ ฐานได้ แตง่ ต้ังคณะทางานกาหนดแนวทางการดาเนินงานโครงการพฒั นาคุณภาพการศึกษาโดยใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศมีหน้าที่เตรียมการวางแผนงาน และกาหนดแนวทางการดาเนินงานโครงการ
พัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ซ่ึงได้จัดการประชุมคณะทางานกาหนดแนว
ทางการดาเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เม่ือวันพุธที่24
ธนั วาคม พ.ศ. 2557 เวลา09.00-16.00 น. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 สานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ท่ีประชุ ม
เห็นชอบให้ดาเนินการตามโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมีกิจกรรม
หลัก คือการพัฒนาคุณภาพการศึกษาดว้ ยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกลโดยแบง่ เป็น 2กิจกรรมย่อยคือ
การพฒั นาคุณภาพการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม (DLTV)และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกล
ผา่ นเทคโนโลยีสารสนเทศ(DLIT)

การพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีทางไกล(Distance learning) เป็นการ
จัดการศึกษาทีใ่ ช้เทคโนโลยี ในการจัดการเรยี นการสอนในทกุ ห้องเรยี น แกปญั หาการขาดแคลนครใู น
โรงเรียนขนาดเล็กครูสามารถจัดการเรียนรู้ในทุกสาระได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักเรียนและครูได้
เข้าถึงส่ือเทคโนโลยที ันสมัย นักเรียนและครูมีเครือข่ายในการแลกเปล่ียนเรียนรู้และทุกภาคส่วนเข้า
มามีส่วนร่วม ในการจัดการศึกษาการนาเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล (Distance learning) มา
ยกระดับคุณภาพการศึกษา เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม(Distance
learning television; DLTV)และการจัดการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ(Distance
learning via information technology; DLIT) มาดาเนินงานโดยเร่งด่วนเพ่ือแก้ปัญหาคุณภาพ
การศึกษาโดยมีการจัดสภาพการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน ของครูอย่างครบถ้วนทั้ง
กระบวนการออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีเนน้ กระบวนการสร้างความรู้จากการลงมือปฏบิ ัติ
เน้ือหา ตลอดจนส่ือและอุปกรณ์ที่จาเป็นในการจัดเรียนการสอน อันจะเป็นการลดความเหล่ือมล้า
ทางการศกึ ษาลดชอ่ งว่างและเพิ่มโอกาสในการเขา้ ถึงการศึกษาที่มคี ุณภาพใหก้ ับประชาชนไทยทุกคน
อันเป็นการดาเนินการตามรอยเบ้ืองพระยุคลบาทและสนองพระราชดาริในการทจี่ ะพฒั นาการศึกษา
ไทยใหเ้ จรญิ ก้าวหนา้

จากข้อความดังกล่าวสรุปได้ว่าการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมเป็นการนา
เทคโนโลยีสื่อสารผ่านดาวเทียมมาใช้ในการขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชนในทุก
กลมุ่ เป้าหมายตลอดจนพัฒนาคณุ ภาพและมาตรฐานการศึกษาให้เท่าเทยี มกัน นอกจากนย้ี ังม่งุ เนน้ ที่
จะพัฒนาความเสมอภาคในคุณภาพรายการและมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนในเมือง และ
โรงเรียนในชนบท ช่วยเสริมการสอนในวิชาเน้ือหาท่ียากและขาดแคลนครูอาจารย์หรือผู้ชานาญ
เฉพาะด้านท่ีทาการสอนและช่วยแก้ปัญหาเรอ่ื งการขาดแคลนครใู นโรงเรียนพื้นท่ีห่างไกลรวมทั้งการ
เพ่ิมโอกาสทางการศึกษาให้แกเ่ ด็กอีกท้ังยังเปน็ การจดั การศกึ ษาทใี่ ช้เทคโนโลยใี นการจัดการเรียนการ

37

สอนในทุกห้องเรียน แก้ปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็กครูสามารถจัดการเรียนรู้ในทุก
สาระได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักเรียนและครูได้เข้าถึง สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย นักเรียนและครูมี
เครือข่ายในการแลกเปล่ียนเรียนรู้และทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ในการจัดการศึกษาการนา
เทคโนโลยีการศึกษาทางไกล (Distance learning) มายกระดับคุณภาพการศึกษา โดยกาหนดให้ใช้
การศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทียม (DLTV) ในโรงเรยี นขนาดเลก็ ท่วั ประเทศ

2.2.5 มูลนิธกิ ารศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม
มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (2558)ก่อต้ังเมื่อ พ.ศ. 2538 และได้

ถา่ ยทอดสดออกอากาศเปน็ ปฐมฤกษ์ ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2538 ในหลกั สูตรมัธยมศกึ ษา 6 ช้ัน 6
ช่องและเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 ได้ออกอากาศการเรียนการสอนในระดับชั้น
ประถมศึกษาปี ที่ 1-6 ท้ังน้ีก็เพ่ือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในมหามงคล
วโรกาสท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในปี กาญจนาภิเษก พ.ศ.
2539โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือแก้ปัญหาการขาดแคลนครูโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้
พระราชทานทุนประเดิม 50 ล้านบาท ท่ีบริษัท ทีโอทีจากัด (มหาชน) หรือองค์การโทรศัพท์แห่ง
ประเทศไทยในขณะน้ัน ทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อตั้งมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม และทรงพระ
กรุณาพระราชทานตรงสัญลักษณ์เฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ 50 ปี ให้เป็นตราของมูลนิธิฯเป็นการ
พระราชทานการศึกษาไปสู่ปวงชน โดยมีนายขวัญแก้ว วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวังฝ่าย
กจิ กรรมพิเศษ ดารงตาแหน่งประธานมูลนธิ ิการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม ปัจจบุ ันสานักงานมูลนิธิ
การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ต้ังอยู่เลขท่1ี 39 กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดาเนินนอกเขตดุสิต
กรุงเทพฯ 10300 โทรศัพท์ 0 282 6734 โทรสาร 0 2282 6735 และสถานีวิทยุโทรทศั น์การศึกษา
ทางไกลผ่านดาวเทียม ซึ่งทาหน้าท่ีถ่ายทอดออกอากาศการเรียนการสอนจากโรงเรียนวังไกลกังวล
ต้งั อยู่ท่ีโรงเรียนวังไกลกังวลอาเภอหัวหิน จังหวดั ประจวบคีรีขนั ธ์ 77110 โทรศัพท์032 515 457-8
โทรสาร 032 515 951

ถ่ายทอดสด 1 ชอ่ ง 1 ช้ัน ป.1-ม.6 การศึกษาทางไกลครบวงจร ตลอดระยะเวลา 17
ปีที่ผ่านมามูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมได้จัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม โดยการ
ถ่ายทอดการเรียนการสอนหลักสูตรขั้นพ้ืนฐานจากโรงเรียนวังไกลกังวลโรงเรียนราษฎร์ของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัวในรูปแบบ “ถ่ายทอดสด 1 ช่อง 1 ช้ัน ” ตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่1 ถึง
มัธยมศึกษาปี ที่ 6รวม 12 ช่อง 12 ช้ัน สอนโดยครูคนเดียวกัน เวลาเดียวกัน คุณภาพเดียวกัน
ถ่ายทอดโดยตรงจากโรงเรียนวังไกลกังวลเพ่ือเป็นการเปิดโอกาสให้โรงเรียนต่าง ๆ ที่ขาดแคลนครู
โดยเฉพาะครปู ระจาวิชา สามารถดาเนินกจิ กรรมการเรยี นการสอนไดเ้ ท่าเทียมกันนอกจากนี้ยังมีการ
ออกอากาศชอ่ งการอาชีพ ช่องอดุ มศกึ ษา และรายการนานาชาตอิ ีกอย่างละ1 ช่องรวมท้ังสนิ้ 15 ช่อง
ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง เป็นประจาทุกวัน ซ่ึงนอกจากการถ่ายทอดและเทปการเรียนการสอน

38

หลักสูตรข้ันพ้ืนฐานแล้ว ยังมีรายการสอนภาษาต่างประเทศอาทิภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส
เยอรมัน รายการสารคดีพระราชทาน “ศึกษาทัศน์” และสารคดีต่างประเทศ ทาให้สถานีวิทยุ
โทรทัศน์การศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทียม สามารถใหบ้ ริการทางการศกึ ษาครบวงจรโดยไม่คดิ มูลค่าถึง
15 สถานีจากทั้งโรงเรียนวังไกลกังวล วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล ซึ่งเปิดสอนวิชาชีพ อาทิ
ทากับข้าว ตัดเย็บ เสื้อผ้า เสริมสวย คอมพิวเตอร์ซ่อมเคร่ืองยนต์ฯลฯ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
ราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวลท้ัง 3 สถาบัน ให้บริการการศึกษาครบวงจร ท้ัง
การศึกษาข้ัน พื้นฐาน การศึกษาชุมชนและอุดมศึกษา การออกอากาศผ่านดาวเทียม ผู้ที่มีจาน KU
Band หรือเป็นสมาชิก True Visionจะสามารถชมไดทั้ง 15 ช่อง ตั้งแต่ช่อง True 186 ถึง 199 ซ่ึง
เปน็ ระบบ DTH (Direct to home)

ระบบ eLearningของมูลนิธกิ ารศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม
เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนการสอนได้กว้างขวางและ

งา่ ยดายขึน้ มูลนิธิฯ ได้เพ่มิ ช่องทางให้ สามารถรบั ชมการเรียนการเรียนการสอนไดอ้ ีก 2 ชอ่ งทางคือ
1) ระบบ e-Learning ผ่านเว็บไซต์ www.dlf.ac.th ซง่ึ ถ่ายทอดการเรยี นการสอนจากโรงเรยี นวังไกล
กังวลทุกช้ันเรียนผ่านทางอินเทอร์เน็ต (Internet) โดยเลือกเข้าชมไดทั้งการถ่ายทอดสด(Live
broadcast) เช่นเดียวกับท่ีออกอากาศทางโทรทัศน์ในช่วงเปิดภาคการศึกษา หรือเลือกชมรายการ
ย้อนหลัง (On demand) ได้ตามอัธยาศัย โดยบริษัท ทีโอทีจากัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนหลักใน
โครงการ DLF eLearning เฉลิมพระเกียรติ 2) Application “DLTV on Mobile” สามารถดาวน์
โหลดแอพพลเิ คชนั่ เพอ่ื รับชมบนมือถือหรอื อุปกรณ์พกพาอ่นื ๆ ไดทัง้ ระบบปฏบิ ัตกิ ารAndroid หรือ
IOS

ระบบ eDLTV (Distance learning television)
นอกจาก eLearning บนเว็บไซต์ของมูลนิธิฯ และ Application บนอุปกรณ์พกพา

แล้วมูลนิธิฯ ยังมีระบบ ระบบ eDLTV ซึ่งเป็นผลงานความร่วมมือระหว่างมูลนิธิการศึกษาทางไกล
ผ่านดาวเทียม โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดาริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยาม
บรมราชกุมารีสานักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติโดยในปี พ.ศ. 2550จัดทาโครงการ
ระบบ eLearning ของการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหา
มงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550 นาเนื้อหาการศึกษาทางไกลผา่ นดาว
เทียและคู่มือครูปลายทางที่มูลนิธิฯ จัดทา เช่น วีดีทัศน์ สไลด์บรรยายใบความรู้ใบงาน เป็นต้นมา
แปลงเป็นเน้ือหา eLearning เรียกว่า “eDLTV ระดับมัธยมศึกษา” สามารถเรียนonline ได้ท่ี
http://edltv.thai.net ต่อมาในปีพ.ศ. 2552 กระทรวงศึกษาธิการสนับสนุนงบประมาณให้จัดทา
โครงการระบบ eLearning เพื่อพัฒนาอาชีพตามพระราชดาริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรม
ราชกุมารีเรียกว่า “eDLTV เพ่ือพฒั นาอาชพี ” ที่นาเนอ้ื หาทส่ี อนออกอากาศจากวิทยาลยั การอาชีพวัง

39

ไกลกังวล มาแปลงเป็น eLearning สามารถเรียน online ได้ท่ี http://edltv.vec.go.thและในปี
พ.ศ. 2554 มูลนิธิฯ ร่วมกับโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศฯ จัดทาโครงการระบบeLearning ของ
มูลนธิ ิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม เฉลิมพระเกียรตเิ นื่องในโอกาสมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา
7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 “eDLTV ระดับประถมศึกษา” โดยกระทรวงศึกษาธิการให้การสนับสนุน
งบประมาณ สามารถเรียน online ได้ที่ http://edltv.dlf.ac.th โดยทั้งหมดสามารถเรียนแบบ
ออฟไลน์ (Off line) ไดโ้ ดยโรงเรียนบันทึกข้อมลู ในเคร่ืองคอมพิวเตอร์แม่ข่าย(Server)หรือ External
Hard drive และนา ไปเชื่อมต่อใช้งานบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล(Personalcomputer) หรือ
คอมพิวเตอร์แบบพกพา (Laptop)และพัฒ นาครูด้วยระบบประชุมทางไกล ผ่านวีดีทัศน์
(Videoconference)

มูลนิธิฯ ได้ดาเนินการด้านการส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพครู ทั้งครูภาษาอังกฤษ
วิทยาศาสตรค์ ณติ ศาสตรเ์ พราะครูนอกจากจะเป็นผู้ถา่ ยทอดวิชาความรู้แก่นกั เรียนซึ่งเป็นเยาวชนของ
ชาติโดยตรงแล้ว ยงั เปน็ แบบอย่างในการประพฤติปฏิบตั ิของนักเรียนอีกด้วย ซ่ึงอุปสรรคสาคัญของ
ครูสอนภาษาอังกฤษในพื้นที่ชนบทห่างไกลทุรกันดารคือข้อจากัดในเรื่องของงบประมาณ เวลา และ
การเดินทางเข้ารับการอบรมพัฒนาตนเอง ดังนั้น เพ่ือเป็นการขจัดอุปสรรคและข้อจากัดต่าง ๆ ใน
การพัฒนาครูมูลนิธิฯ จึงได้จัดโครงการฝึกอบรมครูผ่านระบบวีดิทัศน์(Videoconference) และ
ถา่ ยทอดออกอากาศสดทางสถานวี ิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทียมขึน้ อยา่ งต่อเนอ่ื งหลาย
โครงการ นับต้ังแต่ปีพ.ศ. 2546 เป็นต้นมา โดยมีความร่วมมือกับองค์การ หน่วยงาน และ
สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศอาทิ เช่น สถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจากรุงเทพฯ
University of Oregon รัฐโอเรกอน Soka University of Americaรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศ
สหรัฐอเมริกา โดยบรษิ ัท ทีโอทีจากัด มหาชน ให้การสนับสนุนด้านโครงข่ายท้ังหมด รวมท้ังสถานท่ี
ในการจัดอบรม

ความสาเร็จของการดาเนนิ งาน
ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ท่ีเป็นผลจากการเรียนกับระบบการศึกษาทางไกลผ่าน

ดาวเทียมหรือ “ครูตู้” เป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง และมีสถิติสูงข้ึนทุกปีขณะนี้มีผู้สาเร็จการศึกษาจาก
การศึกษาด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียม จากทุกภาคของประเทศไทยและสามารถเขา้ ศึกษาต่อใน
ระดับอุดมศึกษาและประสบความสาเร็จเป็นจานวนมากและมีแนวโน้ม เพ่ิมข้ึนในทุก ๆ ปีปัจจุบัน
มูลนิธิฯ ได้มอบชุดอุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียมและติดต้ังระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
ให้แก่โรงเรียนในสังกัดสพฐ. ท่ัวประเทศแล้วจานวน 35,215 โรงเรียนเป็นโรงเรียนในจังหวัดภาคใต้
โดยได้รบั งบประมาณจานวน 45 ล้านบาท ติดตั้งได9้ 00 โรงเรียนรวมจากเดมิ เปน็ 1,200 โรงเรยี นท้ัง
ภาคใต้ปัจจุบัน นักเรียนในโรงเรยี นปอเนาะ ที่มีนักเรยี นประมาณ 1,000 คน ศึกษาชน้ั มัธยมศึกษาปี
ที่ 6 ประมาณ 100 คน สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้70 คน หมายความว่า มีนักเรียนประสบ

40

ความสาเร็จในการเรียนคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว มีมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ตัวอย่างเช่น โรงเรียนพัฒนา
วิทยา อ.เมอื ง จ.ยะลา เปน็ ต้น สว่ นในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนอื มีนักเรียนทเ่ี รียนจบจาก “ครู
ตู้”และเรียนจบถึงระดับปริญญาโทเข้าทางานเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
หรือแม้แต่นักเรียนจากภาคเหนอื ชาวเขาเผ่าลีซอกส็ ามารถเรียนกับ “ครตู ู้” และประสบความสาเร็จ
ได้ (มลู นิธิการศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทียม, 2558)

จากข้อความดังกล่าวสรุปได้ว่ามูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมก่อต้ังเมื่อพ.ศ.
2538 เพือ่ เฉลิมพระเกียรตพิ ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเน่อื งในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัตคิ รบ 50 ปีโดยมีวตัถุประสงค์เพ่ือแก้ปัญหาการขาดแคลนครูซึ่ง
ทาหน้าที่ถ่ายทอดออกอากาศการเรียนการสอนจากโรงเรยี นวังไกลกงั วลต้งั อยู่ที่โรงเรียนวังไกลกังวล
อาเภอหวั หนิ จังหวัดประจวบคีรขี ันธ์นอกจากจะเป็นผถู้ ่ายทอดวชิ าความรู้แก่นักเรียนซ่ึงเป็นเยาวชน
ของชาติโดยตรงแล้วยงั เป็นแบบอย่างในการประพฤตปิ ฏิบัติของนักเรียนอีกด้วย

2.2.6 หลักการจดั การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
เป้าหมายการจัดการศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทยี มของประเทศไทย
1. บคุ ลากรสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน มีโอกาสถวายงานสง่ เสรมิ

การใช้เทคโนโลยีเพ่ือการพัฒนาประเทศ ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท เผยแพร่พระราชกรณียกิจให้
ขจรกระจายไกลและสนองพระราชดาริของทั้งสองพระองค์ในการท่ีจะพัฒนาการศึกษาไทยให้
เจริญก้าวหน้า

2. ครูและนักเรียนทุกคนได้เข้าถึงเทคโนโลยี และ ส่ือในการจัดการเรียนรู้ท่ีทันสมัย
สอดคลอ้ งกบั ความต้องการ

3. ครูท่ีสอนไม่ตรงกับวิชาเอกสามารถจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียนได้อย่างมี
ประสิทธิภาพและเหมาะสม

4. สรา้ งเครอื ข่ายแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ในการจดั การเรียนรขู้ องครไู ด้อย่างกวา้ งขวางและ
ทั่วถึง

5. มีการระดมสรรพกาลังและบูรณาการทรัพยากรจากภาครัฐและเอกชนช่วย
สนบั สนุนการจดั การศึกษาอยา่ งเป็นระบบ

วัตถุประสงค์
1. เพ่ือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีในโอกาส
ฉลองพระชนมายุ5รอบ 2 เมษายน พ.ศ. 2558
2. เพ่ือสร้างโอกาสให้ครูและนักเรียนได้เข้าถึงส่ือเทคโนโลยีการจัดการเรียนรู้ที่
ทันสมัย
3. เพื่อใหค้ รูสามารถพฒั นาทกั ษะการจดั การเรยี นร้สู ง่ ผลต่อคณุ ภาพการจดั การเรียน

41

การสอนใหส้ ูงข้ึน
4. เพื่อสร้างเครือข่ายการแลกเปล่ียนเรียนรู้ในการจัดการเรียนการสอนของครูได้

อยา่ งกว้างขวางและทัว่ ถึง
5. เพ่ือระดมสรรพกาลังและทรัพยากรจากทุกภาคส่วนมาช่วยสนับสนุนการจัด

การศึกษาผลประโยชน์ที่จะได้รับการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมจะเกิดประโยชน์อย่าง
มากมายโดยมปี ระเด็นสาคญั สรุปได้ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. เพื่อจัดการศึกษาในระบบโรงเรยี น ตั้งแต่ระดบั ประถมศึกษาไปจนถึงอดุ มศกึ ษา
2. เพ่อื ขยายโอกาสทางการศกึ ษาสาหรบั ผูอ้ าศยั ในท้องถ่ินห่างไกลและในสถานศึกษา
ทข่ี าดแคลนวสั ดุอุปกรณ์การเรยี น ตลอดจนทรพั ยากรบคุ คล
3. ชว่ ยพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ให้กบั ผขู้ าดโอกาสทางการศึกษาได้ศกึ ษาต่อดว้ ยตนเอง
4. เป็นพัฒนาการของการจัดการศึกษาโดยการจัดกิจกรรมการเรียนต่าง ๆ ให้กับ
ผูเ้ รียนที่อยหู่ ่างไกลเกิดการเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันกับผู้ท่ีเรียนอยู่ท่ีส่วนกลาง เป็นการเสริมความรู้แก่
ผู้เรยี นทัว่ ไปให้มโี ลกทัศนท์ ีก่ ว้างขวางมากข้นึ
5. ช่วยเพ่มิ ทักษะและประสบการณก์ ารเรยี นการสอนแก่ครูผ้สู อน ซง่ึ ได้เรียนร้เู ทคนคิ
วธิ ีการและนาไปพัฒนาตนเองเพื่อจัดการเรยี นการสอนให้มีประสิทธิภาพตามแนวทางที่ได้รับชมจาก
โทรทัศน์ทางไกลซ่ึงสอนโดยผ้เู ชี่ยวชาญ
6. ช่วยเพ่ิมคุณภาพการเรียนการสอน ซึ่งมีทั้งการนามาใช้ประกอบเสริม สรุป
บทเรียนรวมท้ังทบทวนบทเรยี นให้กับผู้เรียนดาวเทยี มสอ่ื สารห้องเรยี นสตดู ิโอ หอ้ งเรียนทางไกล
7. เป็นการฝึกหัดด้านอาชีพและเทคนิคการทางานต่าง ๆ เป็นการพัฒนาด้านแบบ
แผนการศึกษาท่ีสามารถนามาเสริมนอกเหนือจากการศกึ ษาตามปกติสรุปได้วา่ การเรียนทางไกลผ่าน
ดาวเทียมจะเป็นประโยชน์ตอ่ การจัดการศกึ ษาทุกระดับและหลายรปู แบบท่ีครูสามารถนาไปปรบั ใช้ได้
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพมากทส่ี ุด (ศนู ยพ์ ัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยกี ารศกึ ษาทางไกล, 2557)
ผู้จัดทาจึงสรุปได้ว่า หลักการของการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม คือเพ่ือให้
บุคลากรสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน มโี อกาสถวายงานสง่ เสรมิ การใช้เทคโนโลยีเพื่อ
การพัฒนาประเทศ ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท เผยแพร่พระราชกรณียกิจให้ขจรกระจายไกลและ
สนองพระราชดาริของทั้งสองพระองค์ในการที่จะพัฒนาการศึกษาไทยให้เจริญก้าวหน้าครูและ
นกั เรียนทุกคนไดเ้ ข้าถงึ เทคโนโลยีและสอ่ื ในการจดัการเรยี นรูท้ ่ีทนั สมัยสอดคล้องกบั ความต้องการครู
ท่ีสอนไม่ตรงกับวิชาเอกสามารถจัดการเรียนรู้ใหกับ นักเรียนไดอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม
สร้างเครือข่ายแลกเปล่ียนเรียนรู้ในการจัดการเรียนรู้ของครูได้อย่ากว้างขวางและท่ัวถึงมีการระดม
สรรพกาลังและบูรณาการทรัพยากรจากภาครัฐและเอกชนช่วยสนับสนุนการจัดการศึกษาอย่างเป็น
ระบบ

42

2.2.7 การจัดการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียมในระบบโรงเรยี น
การบริหารการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมหมายถึงกระบวนการจัดการประสานการใช้

ทรัพยากรคน เงิน ส่ืออปุ กรณ์และเวลาเพ่ือจัดกิจกรรมการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี มให้แก่นักเรยี น
โดยใช้สื่อที่เป็นรายการโทรทัศน์เสริมให้เกิดการเรียนรู้การจัดการศึกษาทางไกล ผ่านดาวเทียมเป็น
กิจกรรมการศึกษาท่ีนาเอาเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านดาวเทียมมาใช้รวมกับส่ืออ่ืน ๆ ในลักษณะสื่อ
เสริมไม่วา่ จะเป็นส่ิงพมิ พ์วทิ ยกุ ระจายเสียงโทรทัศนห์ รือส่ืออ่ืน ๆเพ่ือท่ีจะเช่ือมโยงความรู้ระหว่างส่ือ
ต่าง ๆ ให้แก่ผู้เรยี นไดม้ โี อกาสเรียนรู้อยา่ งทัดเทยี มเสมอภาคกันจากแหลง่ ความรทู้ ี่มคี วามชานาญการ
และมาตรฐานเดียวกนั ดังนนั้ ระบบการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี มจาเป็นต้องมีการจัดการที่
เป็นระบบ มีข้ันตอนชัดเจนและมีคุณภาพเป็นที่แน่ใจว่าผู้เรียนจะเกิดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนตาม
มาตรฐานทางวิชาการเช่นเดียวกับการศึกษารูปแบบอื่นการบริหารงานทีม่ ีประสทิ ธิภาพจา เป็นต้องใช้
กระบวนการและกลไกท่ีส่งผลใหง้ านบรรลุเป้าหมายที่กาหนดไว้การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมเป็น
เรื่องใหม่ ดังน้ันจาเป็นที่ผู้บริหารโรงเรียนจะต้องเข้าใจกระบวนการบริหารและสามารถนามา
ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพและทรัพยากรที่มีอยู่กระบวนการบริหารที่มีประสิทธิภาพ
ประกอบด้วยขั้นตอนสาคัญๆ อย่างน้อย4 ข้ันตอน คือ 1) การศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและความ
ตอ้ งการ การใชก้ ารศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม 2) การวางแผนการจัดการเรยี นการสอนทางไกลผา่ น
ดาวเทียม 3) การดาเนินการจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม 4)การประเมินผลการจัด
การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมขน้ั ตอนท่ี1การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการการใช้
การศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทียม การศกึ ษาสภาพปจั จบุ ันปัญหาและความต้องการหมายถงึ การศกึ ษา
ถึงสภาพความเป็นจรงิ ของโรงเรียนในปจั จุบนั เป็นอย่างไรอะไรคอื ปัญหาและอะไรคอื ความต้องการ
เพื่อที่จะนา ข้อมูลดังกล่าวมาใช้เปรียบเทียบกับมาตรฐานหรือสิ่งท่ีคาดหวังหรือสิ่งที่ควรจะเป็นและ
นามากาหนดเป้าหมายในอนาคตของโรงเรียน ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าขั้นตอนน้ีเป็นขั้นตอนท่ีมี
ความสาคัญ และจาเป็นอย่างย่ิง เพราะเป็นพื้นฐานในการวางแผนต่อไปเพื่อให้การบริหารและการ
ดาเนินงานการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมบรรลุผลตามเจตนารมณ์ของโครงการผู้บริหารโรงเรียน
จะต้องศึกษาสภาพปจั จบุ ัน ความพร้อมและความต้องการทแ่ี ทจ้ รงิ ของโรงเรยี นซงึ่ จาแนกได้ดังน้ี

1. ความพร้อม
1.1 ความพรอ้ มดา้ นอาคารสถานที่ ประกอบดว้ ย หอ้ งขนาดจุผใู้ ชบ้ ริการการศึกษา

ทางไกลผ่านดาวเทียมอยา่ งนอ้ ย 20 คนข้นึ ไป และมแี หล่งเกบ็ สอ่ื อปุ กรณ์ทีส่ ะดวกและปลอดภัย
1.2 ความพรอ้ มด้านบคุ ลากรทม่ี คี วามสามารถในการใช้อปุ กรณ์ทางด้านเทคนคิ และ

สามารถให้คาปรึกษาในดา้ นวิชาการตลอดจนการบรกิ ารได้
1.3 ความพรอ้ มด้านครภุ ณั ฑ์ อุปกรณ์ ประกอบดว้ ยเคร่อื งรบั โทรทัศนส์ ี และอุปกรณ์

43

รับสัญญาณจากดาวเทียมรวมท้ังบทเรียนที่ใช้ควบคู่กับรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมและตาราง
ออกอากาศ

2. ความต้องการ
2.1 หนังสืออา่ นประกอบรายการโทรทัศน์ท่จี ะเรียนเพ่ือเสริมกจิ กรรมนอกเหนอื จาก

ตาราเรียน
2.2 ส่ือ วัสดุอุปกรณ์ โรงเรียนจะต้องมีเครื่องรับโทรทัศน์อย่างน้อยหนึ่งเคร่ืองและ

อุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียมอย่างน้อยหน่ึงชุดรวมทั้งต้องมีตารางการออกอากาศและคู่มือรั บชม
รายการจากศูนย์การศึกษาทางไกลไทยคม

ข้ันตอนที่ 2 การวางแผน การวางแผนเป็นข้ันตอนการใช้ข้อมูลจากสภาพปัจจุบัน
ปัญหาและความตอ้ งการมากาหนดแนวทางและวธิ ีการดาเนินงานเพือ่ ให้บรรลตุ ามวัตถุประสงค์และ
เป้าหมายของโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ การวางแผนเป็นการคิดและกาหนดสิ่งท่ีต้องปฏิบัติเป็น
การตัดสนิ ใจล่วงหน้าว่าจะทาอะไร ทาทาไม จะทาอยา่ งไรจะใหใ้ ครทา จะทา ท่ไี หนและจะทา เมอ่ื ใด
การวางแผนเพือ่ เตรยี มความพรอ้ มมีขนั้ ตอน ดงั น้ี

1. ดา้ นอาคารสถานท่ีควรจะ
1.1 กาหนดห้องที่จะใช้สาหรับจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมและส่ิง

อานวยความสะดวกตา่ ง ๆ
1.2 การบริการการใช้หอ้ งสมุด
1.3 สถานที่ที่จะประกอบกจิ กรรมเสรมิ เชน่ ห้องปฏิบัติการห้องสมุดเป็นต้น
1.4 กาหนดจดุ ตดิ ตง้ั อุปกรณส์ ญั ญาณดาวเทยี ม

2. บุคลากร
2.1 สร้างความเข้าใจแก่ครู
2.2 กาหนดตวั บคุ คลทีม่ คี วามชานาญและรับผิดชอบ
2.3 กาหนดบทบาทหน้าทแี่ ละความรับผิดชอบของครผู ้เู ข้ารว่ มโครงการ
ข้ันตอนที่ 3 การดาเนินการตามแผนเป็นข้ันตอนการลงมือปฏิบัติตามกิจกรรมท่ี

กาหนดไว้ในแผนขั้นตอนน้ีต้องมีการกากับ ติดตาม ดูแลจากผู้บริหารเพ่ือให้ผู้รับผิดชอบแต่ละ
กจิ กรรมได้ดาเนินการให้สาเร็จตามวัตถุประสงคท์ ี่วางไว้ การดาเนินงานตามแผนมีข้ันตอนดังน้ี

1. การลงมอื ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามหน้าท่ขี องผูร้ บั ผิดชอบ
2. การกากบั ติดตาม ดูแลจากผู้บรหิ ารโรงเรยี น
3. การนเิ ทศใหค้ าแนะนา ชีแ้ นะแนวทางการดาเนนิ งาน
4. ใหก้ ารสนบั สนุนสง่ เสรมิ อานวยความสะดวก

44

ข้ันตอนที่ 4 การประเมินผลเป็นการวัดและประเมินผลความก้าวหน้าหรือความ
สาเรจ็ ของการปฏบิ ตั ิวา่ เป็นไปตามวัตถุประสงคแ์ ละเปา้ หมายมากนอ้ ยเพียงใดการประเมินผลระหว่าง
ดาเนินการเพ่ือทราบผลการปฏิบัตแิ ละนาไปปรบั ปรุงการดาเนนิ การให้สมบูรณ์ย่ิงข้นึ การประเมินผล
หลงั ดาเนนิ การเปน็ การประเมินผลดูผลสาเรจ็ ของโครงการเพื่อเปรียบเทียบกับวัตถปุ ระสงคท์ ่ีต้งั ไว้

การจดั การเรยี นการสอนทางไกลผา่ นดาวเทียมสาหรับการศึกษาในระบบโรงเรยี น
1. วิธีดาเนินการจัดการสอนการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม การจัดการศึกษา
ทางไกลผ่านดาวเทียมเป็นการจัดการสอนที่ใชส้ ่ือรายการโทรทัศน์เปน็ ส่อื เสริมในการเรยี นการสอน
ซ่ึงครูจาเป็นต้องรู้วิธีดาเนินการกระบวนการเรียนการสอนและบทบาทในการดาเนินการสอนของ
โครงการ สื่อการเรียนการสอนท่ีใชใ้ นการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมเป็นสื่อเสริมการใช้สื่อให้
เหมาะสมกับเนื้อหาและกิจกรรมตามหลักสูตรจะช่วยให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพและมี
คณุ ภาพยิ่งขึ้นโดยสอื่ ที่ใช้ในการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี มเปน็ สอื่ เสริม คอื รายการโทรทัศน์รายการ
โทรทัศน์คือ สื่อท่ีจัดทาข้ึนเป็นส่วนหนึ่งของเน้ือหาเป็นสื่อเสริมให้สามารถเข้าใจเนื้อหาได้ดีย่ิงข้ึน
เน้ือหาสาระท่ีนามาทาเป็นรายการโทรทัศน์จะเป็นเน้ือหาในเรื่องท่ีเข้าใจยากมีขั้นตอนซับซ้อนต้อง
สาธิตหรือทดลองให้เห็นหรือวิชาที่ต้องแสดงตัวอย่างให้เห็นจึงจะสามารถเข้าใจได้ชัดเจนรายการ
โทรทัศน์ดังกล่าวจะออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ช่อง
การศึกษาหนึ่งโดยรายการโทรทัศน์สาหรับวิชาทั่วไปจะมีความยาวประมาณ 15-20 นาทีรายการ
โทรทัศน์สาหรับวิชาภาษาต่างประเทศจะมีความยาวประมาณ 30 นาทีสื่อการสอนทางไกลผ่าน
ดาวเทียมเป็นส่ือท่ีเสรมิ เนอื้ หาของรายวิชาในบางรายวิชาอาจมีสื่อเอกสารประกอบรายการโทรทัศน์
เพ่อื ความเข้าใจท่ีชัดเจนพร้อมทั้งกิจกรรมหลักการชมรายการโทรทศั น์หากครผู ู้สอนสามารถจดั หาได้
และใช้ในการเรยี นการสอนจาเป็นตอ้ งปฏิบัติตามขั้นตอนต่าง ๆ ดงั นี้1) วางแผนการสอนและเตรียม
สอ่ื วสั ดุอปุ กรณใ์ นการจัดการสอนให้ครบถ้วน 2) จัดการสอนตามวิธีการที่กาหนดไว้ในชดุ วชิ า
2. กระบวนการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม การเรยี นการสอนโดยการใช้ส่ือ
การสอนทางไกลผา่ นดาวเทียมเป็นการเรียนการสอนตามกระบวนการซ่ึงอาจใช้ส่ือรายการโทรทัศน์ใน
การนาเข้าสู่บทเรียนหรืออาจใช้เป็นการสรุปบทเรียนก็ได้จึงจาเป็นที่ครูจะต้องศึกษาบทบาทหน้าที่
ของตนให้เขา้ ใจเพอื่ ให้สามารถนาไปปฏบิ ัตไิ ด้ทั้งนีค้ รูจะตอ้ งใชก้ ระบวนการสอนแบบสือ่ ประสมโดยใช้
สอื่ สง่ิ พมิ พ์รายการโทรทัศน์และสื่อประกอบรวมทั้งอุปกรณ์อานวยความสะดวกตา่ ง ๆ เพอ่ื ใหเ้ กิดการ
เรียนร้ตู ามจุดประสงคก์ ระบวนการเรียนการสอนการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทียมมดี งั นี้
2.1 ขนั้ เตรยี มความพร้อมก่อนชมรายการ(ประมาณ 10 นาที)

2.1.1 เตรียมเครื่องรับโทรทศั น์และอุปกรณท์ ใ่ี ช้ประกอบบทเรยี นใหเ้ รียบรอ้ ย
2.1.2 สนทนา เรา้ ความสนใจเกย่ี วกับรายการท่ีจะนา เสนอ
2.1.3 บอกจุดม่งุ หมายในการเรียน การชมรายการ

45

ต้งั ใจ 2.1.4 ยา้ ประเด็นสาคญั ทีน่ ักเรยี นต้องเรยี นรู้
โทรทัศน์ 2.1.5 สนทนาซกั ถามประเดน็ ที่สงสัย
2.2 ขน้ั การศกึ ษาจากรายการโทรทัศน์(ประมาณ 15-20 นาที)
2.2.1 ผเู้ รยี นและครูต้องชมรายการไปพรอ้ ม ๆ กนั
2.2.2 ขณะท่ีบทเรียนออกอากาศผู้เรียนต้องติดตามรายการโทรทัศน์อย่าง

2.2.3 จดบันทึกประเด็นสาคัญๆหรือทากิจกรรมตามท่ีระบุไว้ในรายการ

2.3 ข้ันหลังจากชมรายการ(ประมาณ 10-15 นาที)
2.3.1 สรุปบทเรยี นจากรายการโทรทศั น์
2.3.2 ทบทวนสิง่ ที่ยังไมเ่ ขา้ ใจนาประเดน็ ที่สงสัยหรอื มปี ญั หามาอภิปราย
2.2.3 ใหผ้ ้เู รยี นค้นคว้าหาความรเู้ พิ่มเติมจากแหลง่ วทิ ยาการต่าง ๆ
2.2.4 ทาแบบฝกึ หดั ประเมนิ ผล

3. บทบาทหนา้ ท่ขี องครูสอนการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม
3.1 การเตรยี มการสอน

3.1.1 เตรียมคร(ู ความพรอ้ มในด้านเนือ้ หา/วิธสี อน)
- วิเคราะห์ความสอดคลอ้ งของรายการโทรทศั นก์ ับหลักสตู ร
- ศึกษาตารางออกอากาศ
- ศึกษาสรุปรายการโทรทศั น์
- รว่ มจัดตารางสอนและกาหนดการจะใช้ส่อื เสริมหรือสรุปบทเรียน

3.1.2 เตรยี มอปุ กรณ์ ความพรอ้ มของสือ่ ทีใ่ ช้ประกอบ
3.1.3 เตรยี มนักเรียน

- มอบหมายให้ศกึ ษาเน้ือหาตาราเรยี นมาลว่ งหน้า
- เตรียมอปุ กรณ์การเรียนมาตามทกี่ าหนด
- แนะนาชีแ้ จง ใหก้ าลังใจ กระตนุ้ ให้เหน็ ความสาคัญ
3.2 การศกึ ษาจากรายการโทรทัศน์
3.2.1 ชมรายการโทรทัศน์พร้อมกบั ผู้เรียน
3.2.2 ขณะชมรายการครูไมท่ ากจิ กรรมอน่ื นอกเหนือจากชมรายการโทรทัศน์
3.2.3 สรปุ และบนั ทึกประเด็นสาคญั ของเน้ือหา


Click to View FlipBook Version