รายงานผลการดาเนนิ งาน
ตามโครงการพฒั นาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา
ก่อนแตง่ ต้งั ใหด้ ารงตาแหนง่ รองผูอ้ านวยการสถานศึกษา
สงั กดั สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน
รุ่นท่ี 1 ประจาปีงบประมาณ 2563
หนว่ ยพัฒนาที่ 48
สานักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 1
ณ โรงเรยี นบญุ วาทย์วิทยาลยั จังหวัดลาปาง
ระหว่างวันท่ี 5 – 20 กันยายน 2563
สานักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 1
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ
เอกสารกลุม่ พัฒนาข้าราชการครูและบคุ ลกรทางการศกึ ษา
รายงานผลการดาเนินงานตามโครงการพัฒนาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ก
ก่อนแต่งตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่ รองผู้อานวยการสถานศึกษา สงั กดั สพฐ.
คำนำ
สานกั งาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กา หนดใหม้ กี ารพฒั นาข้าราชการครแู ละ
บุคลากรทางการศึกษากอ่ นแตง่ ตั้งให้ดา รงตา แหนง่ รองผ้อู า นวยการสถานศกึ ษา สังกัด สา นักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน โดยให้สา นกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาลา ปาง เขต 1
เป็นหน่วยพฒั นาที่ ๔๘ ตามหนังสอื สา นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน ดว่ นทีส่ ุด
ที่ ศธ 04009/4946 ลงวนั ที่ 28 สิงหาคม 2563 และดาเนนิ การใหแ้ ล้วเสร็จภายวันท่ี 20 กันยายน
2563 น้ัน
สานักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 1 จงึ ไดด้ าเนิ นการประเมนิ ผลการ
ดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษากอ่ นแต่งตัง้ ให้ดารงตาแหน่ง รอง
ผู้อานวยการสถานศกึ ษา ตามหลกั สตู รทีก่ าหนดขึน้ เพือ่ ใหไ้ ดข้ อ้ มลู แ ละสารสนเทศในการพัฒนาการ
ฝกึ อบรม ซง่ึ สะทอ้ นผลของการพัฒนาตามหลักสตู รทก่ี าหนดข้นึ ท้งั ในดา้ นข องเนื้อหาการพัฒนา
สมรรถนะผูอ้ านวยการสถานศึกษา การฝกึ ประสบการณ์ รองผ้อู านวยการสถานศกึ ษาในสถานศึกษา
ต้นแบบ การจัดทาและนาเสนอผลงาน การวดั และประเมนิ ผล และคณุ ลักษณะที่พึงประสงคท์ สี่ ง่ ผล
ต่อผู้เขา้ รับการพฒั นา สามารถนา ไปสกู่ ารปฏบิ ัตจิ รงิ กอ่ ใหเ้ กิดประสทิ ธิภาพและป ระสิทธผิ ลในการ
ปฏิบัตงิ านในหนา้ ที่ท่รี บั ผดิ ชอบต่อไป
ขอขอบคุณคณะกรรมการอานวยการ คณะกรรมการบริหารโครงการ คณะกรรมการ
บริหารงานวิชาการ คณะวิทยากรพเี่ ลีย้ ง คณะกรรมการตดิ ตามการฝกึ ประสบการณ์ในสถานศึกษา
ตน้ แบบ และคณะกรรมการประเมนิ ผลการพัฒนาข้าราชการครแู ละบุคลาก รทางการศกึ ษากอ่ นแตง่ ตง้ั
ใหด้ ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศึกษา ขอบคุณทุกทา่ นทม่ี ีส่วนเกยี่ วข้องมา ณ โอกาส นี้
หวังอย่างย่งิ ว่ารายงานผลการดาเนนิ การโครงการพัฒนาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการ
ศกึ ษาก่อนแตง่ ตั้งใหด้ ารงตาแหนง่ รอง ผู้อานวยการสถานศกึ ษา สังกัด สานกั ง านคณะกรรมการ
การศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน ฉบับนี้ คงเปน็ ประโยชน์ต่อผู้ทเ่ี กี่ยวขอ้ งและผู้ที่สนใจ คุณค่าควรแกก่ ารนาไปใช้
ประโยชน์ในการพฒั นาในคร้งั ต่อไป
สานกั เขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 1
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพฒั นาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ข
ก่อนแตง่ ต้งั ให้ดารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศึกษา สงั กดั สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษา
ช่อื เรอ่ื ง การประเมนิ ผลการดาเนนิ งานตามโครงการพฒั นาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา
ก่อนแตง่ ต้ังใหด้ ารงตาแหนง่ รองผ้อู านวยการสถานศกึ ษา สังกดั สานกั งานคณะกรรมการ
การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน
หนว่ ยงาน สานกั เขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 1 สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษา
ข้นั พื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ปที พี่ มิ พ์ 2563
บทสรปุ
การประเมิน ครั้งนม้ี ีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการดาเนินงานการพฒั นา ข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษากอ่ นแตง่ ตใ้งั ห้ดารงตาแหน่งผ้อู านวยการสถานศึกษา และเพื่อศึกษาความคิดเห็น
ของการดาเนินง านการพฒั นา ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาก่อนแต่งตัง้ ใหด้ ารงตาแหนง่
ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา กลุ่มเป้าหมายทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ ครัง้ นี้ คือ ผ้เู ขา้ รับการพฒั นาตามหลกั สูตร
การพัฒนาขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาก่อนแตง่ ตั้งให้ดารงตาแหน่ งผอู้ านวยการสถานศกึ ษา
สงั กดั สานกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาและสานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษา รนุ่ ท่ี 1 /
2563 หนว่ ยพัฒนาที่ 48 สานักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 1 สถติ ิทใ่ี ชใ้ นการ
วิเคราะห์ขอ้ มลู ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ คา่ เฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐา น ผลการประเมนิ สรุปได้
ดังน้ี
1. ความคิดเห็น ผเู้ ข้ารบั การพฒั นา ที่มีตอ่ วิทยากรบรรยาย ในเนอ้ื หาการ พัฒนาสมรรถนะ
ผอู้ านวยการสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดบั มากทส่ี ุด
2. ความคดิ เห็นผู้เข้ารับการพัฒนาที่มีต่อการดาเนินงานการพฒั นาข้าราชการครแู ละบคุ ลากร
ทางการศึ กษากอ่ นแตง่ ตง้ั ให้ดารงตาแหนง่ รอง ผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา พบวา่ โดยภาพรวม
มคี วามพงึ พอใจอยู่ในระดบั มากที่สุด
3. การเรียนร้ใู นสภาพจรงิ ผ้เู ข้ารับการพัฒนา มคี วามกระตือรอื ร้น มีความรับผิดชอบและ
มุง่ ม่นั ในการทางาน ใฝ่เรียนรู้ มีการซักถาม แลกเปลีย่ นเ รียนรู้ ในประเด็นทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อตนเอง
และในสถานศึกษา
4. การจัดทาและนาเสนอ แผนกลยทุ ธพ์ ัฒนาการศกึ ษาในสถานศกึ ษา ผเู้ ขา้ ร่วมการพัฒนา
ดาเนินการจัดทาแผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา และการศกึ ษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง ไดเ้ หมาะสมตรง
ประเดน็ เนอื้ หาที่ได้กาหนดและวางแผนร่วมกนั ไว้ นอกจากนยี้ ังมคี วามสอดคลอ้ ง มคี วามเปน็ ไปได้ และ
มีประโยชน์ สามารถนาไปปรบั ประยุกต์ ในสถานศึกษาไดเ้ หมาสมกบั บริบทในแต่ละพื้นท่ี
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพฒั นาขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ค
กอ่ นแตง่ ตงั้ ใหด้ ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศกึ ษา สงั กดั สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษามธั ยมศึกษา
สารบัญ
บทท่ี หน้า
1 บทนา ..................................................................................................................................... 1
ความเปน็ มาและความสาคัญ ............................................................................................... 1
วัตถุประสงค์ของการประเมิน ............................................................................................. 3
ขอบเขตของการประเมนิ .................................................................................................... 3
นยิ ามศัพท์เฉพาะ ............................................................................................................. 4
ผลทค่ี าดวา่ จะไดร้ ับ …....................... ................................................................................. 5
2 เอกสารและงานวจิ ัยทเ่ี กย่ี วข้อง .............................................................................................. 6
การประเมนิ โครงการ ...................................................................................................... 6
หลกั สตู รการพฒั นาขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาก่อนแตง่ ตง้ั ใหด้ ารงตาแหน่ง 28
รองผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา........................................................................................
บทบาทของบคุ ลากรที่มสี ว่ นเก่ยี วข้องกบั การดาเนินการพฒั นา......................................... 34
งานวจิ ยั ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง .......................................................................................................... 37
กรอบแนวคดิ ในการประเมิน ............................................................................................. 42
3 วิธดี าเนนิ การ ......................................................................................................................... 43
กลมุ่ เป้าหมาย …………………............................................................................................ 43
เครอ่ื งมือทใ่ี ช้ในการประเมนิ ........................................................................................... 44
การสร้างและการหาคณุ ภาพเคร่อื งมือ ........................................................................... 44
กิจกรรมดาเนนิ การ ........................................................................................................... 47
การเก็บรวบรวมขอ้ มูล .................................................................................................... 47
การวิเคราะหข์ ้อมลู ............................................................................................................ 48
สถติ ิที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์ข้อมลู .......................................................................................... 49
4 ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ............................................................................................................. 50
สัญลักษณ์ทใี่ ชใ้ นการเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล ............................................................ 50
ลาดับขั้นในการนาเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ............................................................... 50
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู ..................................................................................................... 51
รายงานผลการดาเนินงานตามโครงการพฒั นาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา ง
กอ่ นแต่งตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา สงั กดั สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษามธั ยมศกึ ษา
สารบัญ หนา้
บทท่ี
5 สรปุ ผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ............................................................................... 80
วัตถุประสงค์ของการประเมนิ ................................................................................................ 80
สรุปผลวิจยั .................................................................................................................... 80
อภปิ รายผล ...................................................................................................................... 81
ข้อเสนอแนะ ................................................................................................................... 82
บรรณานุกรม .......................................................................................................................... 83
ภาคผนวก .............................................................................................................................. 86
ภาคผนวก ก คาสัง่ แตง่ ต้ังคณะทางาน .......................................................................... 87
ภาคผนวก ข ตารางการพฒั นา ....................... ............................................................. 91
ภาคผนวก ค รายชอื่ ผเู้ ขา้ รบั การพฒั นา ....................................................................... 95
ภาคผนวก ง ภาพกิจกรรมการดาเนินการพฒั นา ......................................................... 98
ภาคผนวก จ คณะกรรมการจดั ทารายงานผลการประเมิน ........................................... 105
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา จ
กอ่ นแตง่ ตัง้ ใหด้ ารงตาแหน่งผ้อู านวยการสถานศึกษา สงั กัดสานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษา
สารบญั ตาราง หน้า
ตารางท่ี
1 แสดงรายละเอยี ดหลกั สูตรการพฒั นาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา
ก่อนแตง่ ตัง้ ใหด้ ารงตาแหน่งรองผอู้ านวยกาสถานศกึ ษา…………………………………………..… 31
2 แสดงจานวนผ้เู ข้ารบั การพัฒนา จาแนกตามเขตพ้ืนท่กี ารศึกษา....................................... 43
3 กิจกรรมการดาเนินการพฒั นา........................................................................................... 47
4 ข้อมลู ทวั่ ไปของผูเ้ ขา้ รบั การพฒั นา…………………………………………………………………………… 51
5 ผลการสอบถามความคดิ เหน็ ของผูเ้ ขา้ รับการพฒั นาทม่ี ตี อ่ วทิ ยากรบรรยายในเน้อื หา
การพัฒนาสมรรถนะรองผ้อู านวยการสถานศกึ ษา หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 – 3 ................. 52
6 ผลการสอบถามความคดิ เห็นของผูเ้ ขา้ รับการพฒั นาที่มีตอ่ วิทยากรบรรยายในเนื้อหา
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 คณุ ลกั ษณะผ้อู านวยการสถานศึกษาทีพ่ งึ ประสงค์ ......................... 53
7 ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้เข้ารบั การพฒั นาท่ีมีตอ่ วิทยากรบรรยายในเน้อื หา
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 ภาวะผ้นู าทางวชิ าการ .................................................................. 54
8 ผลการสอบถามความคดิ เหน็ ของผ้เู ข้ารับการพัฒนาทม่ี ตี ่อวิทยากรบรรยายในเน้ือหา
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 การบริหารและการจัดการในสถานศึกษา ...................................... 55
9 ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้เข้ารับการพฒั นาทม่ี ตี อ่ วทิ ยากรบรรยายในเนื้อหา
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 คุณลักษณะผอู้ านวยการสถานศึกษาทพ่ี งึ ประสงค์
วิชาการพฒั นาอุดมการณ์และกระบวนทัศนข์ องการเปน็ รองผู้อานวยการสถานศึกษา
วทิ ยากรชอ่ื นายสุวทิ ย์ มกุ ดาภิรมย์ ………………………………………………………………………… 56
10 ผลการสอบถามความคิดเหน็ ของผเู้ ข้ารับการพฒั นาที่มีตอ่ วทิ ยากรบรรยายในเนื้อหา
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 คุณลกั ษณะผู้อานวยการสถานศกึ ษาท่พี งึ ประสงค์
วชิ าการพฒั นาบคุ ลกิ ภาพและสุนทรยี ภาพเหมาะสมกบั รองผ้อู านวยสถานศกึ ษา
วิทยากรชอ่ื นายประจกั ษ์ สหี ราช ………………………………………………………………………… 57
11 ผลการสอบถามความคิดเห็นของผเู้ ข้ารับการพฒั นาทม่ี ตี ่อวทิ ยากรบรรยายในเนือ้ หา
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 คุณลักษณะผอู้ านวยการสถานศกึ ษาท่พี ึงประสงค์
วชิ าการพฒั นาทักษะการพูดทถี่ กู ต้องและเหมาะสมกบั ตาแหน่ง
วทิ ยากรชือ่ นางสาวศริ นิ ารถ หมเู ทพ …………………………………………………………………….. 58
12 ผลการสอบถามความคิดเหน็ ของผเู้ ขา้ รบั การพัฒนาทมี่ ีตอ่ วทิ ยากรบรรยายในเนื้อหา
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 ภาวะผ้นู าทางวิชาการ
วิชาวิสัยทศั นแ์ ละภาวะผ้นู าการเปลย่ี นแปลงทางวิชาการสูค่ วามสาเรจ็
วทิ ยากรช่อื นายสาโรจน์ แก้วอรณุ ………………………………………………………………………… 60
รายงานผลการดาเนินงานตามโครงการพฒั นาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ฉ
กอ่ นแต่งตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่ ผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา สังกัดสานกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษา
สารบญั ตาราง หนา้
ตารางท่ี
13 ผลการสอบถามความคิดเหน็ ของผูเ้ ขา้ รบั การพัฒนาที่มตี ่อวทิ ยากรบรรยายในเนอ้ื หา
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 ภาวะผนู้ าทางวชิ าการ
วิชาผู้นาในการบรหิ ารจดั การหลักสตู ร
วิทยากรช่อื นางสาววชั รี เหลม่ ตระกูล …………………………………………………………………… 61
14 ผลการสอบถามความคิดเห็นของผ้เู ข้ารับการพัฒนาทีม่ ตี อ่ วทิ ยากรบรรยายในเน้อื หา
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 ภาวะผู้นาทางวิชาการ
วชิ าผูน้ าการเปล่ียนแปลง กระบวนการจดั การการเรยี นรทู้ ่ีเน้นผูเ้ รียนเปน็ สาคญั และการ
วดั และประเมนิ ผลตามหลกั สูตร
วทิ ยากรชื่อ นางสาวสุดาภรณ์ สืบสุติน และนางสาวพิชญา คาปนั ……………………………. 62
15 ผลการสอบถามความคดิ เห็นของผเู้ ขา้ รบั การพัฒนาที่มีต่อวทิ ยากรบรรยายในเน้ือหา
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 ภาวะผู้นาทางวิชาการ
วิชาผนู้ าในการนิเทศภายใน พัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ และงานวจิ ยั
มาใชพ้ ฒั นาคณุ ภาพการศึกษา
วิทยากรชอ่ื นายเอกฐสิทธ์ิ กอบกา ………………………………………………………………………… 63
16 ผลการสอบถามความคิดเห็นของผเู้ ข้ารบั การพัฒนาที่มีตอ่ วิทยากรบรรยายในเน้ือหา
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 ภาวะผู้นาทางวิชาการ
วชิ าการพัฒนาทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยดี จิ ทิ ัล (Digital Literacy)
วทิ ยากรชือ่ นายสรวง ศรแี ก้วทุม ……………………………………………………………………………. 65
17 ผลการสอบถามความคดิ เห็นของผเู้ ขา้ รับการพฒั นาทีม่ ีต่อวิทยากรบรรยายในเน้ือหา
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 ภาวะผ้นู าทางวชิ าการ
วชิ าการพัฒนาทกั ษะความรู้ภาษาอังกฤษ (English Literacy)
วิทยากรช่อื นางสาวภัทรมาศ ปินใจ และนายนพชัย สิทธิ ………………………………………. 66
18 ผลการสอบถามความคิดเหน็ ของผู้เขา้ รบั การพัฒนาท่ีมีตอ่ วทิ ยากรบรรยายในเนอ้ื หา
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 3 การบริหารและการจัดการในสถานศกึ ษา
วิชาการขบั เคลอื่ นนโยบายในสถานศกึ ษา
วิทยากรชอ่ื นางนภาพร แสงนลิ และนายเกรียงศกั ดิ์ ยอดสาร ………………………………… 67
19 ผลการสอบถามความคิดเห็นของผเู้ ขา้ รับการพัฒนาทีม่ ตี ่อวทิ ยากรบรรยายในเนอ้ื หา
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 การบริหารและการจัดการในสถานศกึ ษา
วชิ าการบริหารจัดการสถานศึกษาเชงิ กลยทุ ธ์
รายงานผลการดาเนินงานตามโครงการพัฒนาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา ช
กอ่ นแต่งตัง้ ใหด้ ารงตาแหน่งผอู้ านวยการสถานศึกษา สังกัดสานกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษามธั ยมศึกษา
สารบญั ตาราง หนา้
ตารางท่ี
วทิ ยากรช่อื นายชาญ คาภริ ะแปง …………………………………………………………………………. 68
20 ผลการสอบถามความคิดเหน็ ของผเู้ ข้ารับการพฒั นาทม่ี ีต่อวทิ ยากรบรรยายในเนือ้ หา
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 3 การบรหิ ารและการจัดการในสถานศึกษา
วิชาการบริหารงานวิชาการ
วิทยากรชื่อ นายสมพร นาคพิทักษ์, นางวิไลภรณ์ คาภริ ะปาวงศ์
และนางแคทรียา หลักม่นั …………………………………………………………………………………….. 69
21 ผลการสอบถามความคิดเห็นของผเู้ ข้ารับการพัฒนาทมี่ ีตอ่ วทิ ยากรบรรยายในเนื้อหา
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การบรหิ ารและการจัดการในสถานศกึ ษา
วิชา การบรหิ ารงบประมาณ
วิทยากรชื่อ นายสมพร นาคพทิ กั ษ์, นายเดชวทิ ย์ หล้าปาวงศ์
และนายชาญเจรญิ ชื่อชวกรกลุ …………………………………………………………………………….. 70
22 ผลการสอบถามความคดิ เห็นของผเู้ ข้ารับการพัฒนาทมี่ ีต่อวทิ ยากรบรรยายในเนอื้ หา
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 การบรหิ ารและการจัดการในสถานศึกษา
วิชา การบรหิ ารงานทว่ั ไป
วิทยากรชือ่ นายนิรนั ดร หม่นื สขุ ……………………………………………………………………………. 71
23 ผลการสอบถามความคดิ เห็นของผ้เู ข้ารับการพฒั นาทม่ี ีตอ่ วทิ ยากรบรรยายในเน้ือหา
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 การบริหารและการจดั การในสถานศึกษา
วิชาการบรหิ ารงานบคุ คล
วิทยากรชื่อ นายสวาท เกษณา ……………………………………………………………………………… 72
24 ผลการสอบถามความคิดเหน็ ของผู้เข้ารับการพฒั นาท่ีมีตอ่ วิทยากรบรรยายในเนอื้ หา
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 การบริหารและการจดั การในสถานศกึ ษา
วิชาการบรหิ ารจัดการสถานศกึ ษาโดยใชด้ ิจิทลั และเทคโนโลยี
วิทยากรช่ือ นายพลู ศกั ด์ิ จติ สวา่ ง และนายยมนา สุขหอม ………………………………………. 73
25 ผลการสอบถามความคดิ เห็นของผ้เู ข้ารับการพัฒนาทม่ี ีต่อวทิ ยากรบรรยายในเนอ้ื หา
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 การบริหารและการจดั การในสถานศกึ ษา
วชิ าชมุ ชนแหง่ การเรยี นรทู้ างวชิ าชพี (PLC)
วทิ ยากรช่ือ นายถาวร เกษณา ………………………………………………………………………………. 75
26 ผลการสอบถามความคิดเหน็ ของผเู้ ขา้ รบั การพฒั นาทีม่ ีตอ่ วิทยากรบรรยายในเนือ้ หา
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 การบริหารและการจัดการในสถานศกึ ษา
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพฒั นาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซ
กอ่ นแต่งตง้ั ให้ดารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา สงั กดั สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษามัธยมศกึ ษา
สารบญั ตาราง หนา้
ตารางที่
วิชาการบริหารจัดการสถานศกึ ษาส่คู วามเปน็ เลิศ
วิทยากรชื่อ นายวบิ ูลย์ ทานชุ ิต …………………………………………………………………………….. 76
27 ผลการสอบถามความคดิ เห็นของผูเ้ ข้ารับการพฒั นาที่มีตอ่ วทิ ยากรบรรยายในเนอ้ื หา
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การบริหารและการจัดการในสถานศกึ ษา
วิชา พระบรมราโชบายในหลวงรัชการที่ 10
วิทยากรชื่อ นายมานัส นพคณุ ……………………………………………………………………………… 77
28 ผลการสอบถามความคิดเหน็ ของผเู้ ข้ารับการพฒั นาที่มีตอ่ การดาเนนิ การพฒั นา
ขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษากอ่ นแตง่ ต้ังใหด้ ารงตาแหนง่ รองผอู้ านวยการ
สถานศึกษา (ปผ 5) ………………………………………………………………………………………………. 78
29 ผลการประเมนิ ผเู้ ข้ารับการพัฒนาหลักสตู รขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา
กอ่ นแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา ……………………………………………….. 79
รายงานผลการดาเนินงานตามโครงการพฒั นาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ฌ
กอ่ นแต่งตั้งใหด้ ารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศึกษา สงั กัดสานักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา
สารบัญภาพ
ภาพท่ี หน้า
1 โครงสร้างหลกั สูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาก่อนแตง่ ต้งั
ให้ดารงตาแหน่งผ้อู านวยการสถานศึกษา................................................................. 30
2 กรอบแนวคิดในการประเมิน...................................................................................... 42
บทที่ 1
บทนา
ความเป็นมาและความสาคัญ
พระราชบัญญัตริ ะเบยี บขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา พ .ศ. 2547 และท่แี กไ้ ข
เพ่มิ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 มาตรา 80 บัญญัตใิ หม้ ีการพัฒนาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการ
ศึกษาก่อนแตง่ ต้งั ให้ดารงตาแหนง่ บางตาแหน่ง และบางวทิ ยฐานะ เพอ่ื เพิ่มพนู ความรู้ ทักษะ เจตคติ
ทด่ี ี คุณธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณวชิ าชพี ท่เี หมาะสมในอันท่ีจะทาใหก้ ารปฏบิ ัตหิ น้าทร่ี าชการ
เกิดประสทิ ธภิ าพประสิทธผิ ล และความกา้ วหน้าแกร่ าชการ ทงั้ นี้ ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการที่ ก .ค.ศ.
กาหนด ประกอบกบั ก .ค.ศ. ได้กาหนดมาตรฐานตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศึกษา ไว้วา่ ตอ้ งผา่ น
การพฒั นา ก .ค.ศ. จึงกาหนดหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี าร พัฒนาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา
ก่อนแต่งต้งั ใหด้ ารงตาแหน่งผอู้ านวยการสถานศึกษา ตามหนงั สือสานักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ.0206.7/ว18
ลงวนั ท่ี 8 ตุลาคม 2552 ท้ังน้ี ผูเ้ ขา้ รับการพฒั นาต้องผา่ นการคดั เลือกเพอ่ื บรรจแุ ละแตง่ ตั้งใหด้ ารง
ตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศึกษา ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการที่ ก .ค.ศ. กาหนด (สานักพัฒนาครแู ละ
บคุ ลากรการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน. 2557 : คานา)
เพ่ือให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการพั ฒนาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา กอ่ น
แตง่ ตงั้ ใหด้ ารงตาแหน่ง ผอู้ านวยการสถานศึกษา จึงจาเป็นต้องมีการพัฒนาใหผ้ ผู้ ่านการพัฒนา ได้
เพิม่ พูนความรู้ ทกั ษะ เจตคตทิ ี่ดี คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณวชิ าชีพทเี่ หมาะสมในอนั ทจี่ ะ
ทาให้การปฏิบตั ิหนา้ ทรี่ าชการเกดิ ประสทิ ธภิ าพ ประสิทธิผล และความกา้ วหนา้ แก่ราชการมีอดุ มการณ์
วสิ ัยทัศน์ บุคลกิ ภาพความเปน็ ผู้นา สามารถนาการพฒั นาหลักสตู รและการเรยี นรู้ทเ่ี น้นผเู้ รียนเปน็
สาคญั ไดอ้ ย่างเหมาะสม รวมทัง้ สามารถสรา้ งวฒั นธรรมคุณภาพและวฒั นธรรมประชาธปิ ไตยในการ
ปฏิบัตงิ าน ได้อย่างมปี ระสิทธิภาพตามเจตนารมณ์ ของพระราชบัญญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ.2542
และทแี่ กไ้ ขเพิ่มเติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ.2545
สานักงาน คณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน กา หนดใหม้ กี ารพัฒนาข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษากอ่ นแต่งตง้ั ใหด้ า รงตา แหน่งรองผ้อู า นวยการสถานศกึ ษา สงั กดั สา นักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน โดยให้สา นกั งานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาลา ปาง เขต 1
เปน็ หน่วยพัฒนาท่ี ๔๘ ตามหนังสอื สา นักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน ด่วนทสี่ ุด
ที่ ศธ 04009/4946 ลงวันที่ 28 สงิ หาคม 2563 และดาเนินการใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายวันท่ี 20 กันยายน
2563 น้ัน สานกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 1 จึงไดด้ าเนนิ การประเมินผล
การดาเนินงานตามโครงการพฒั นาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาก่อนแตง่ ตัง้ ใหด้ ารงตาแหน่ง
รอง ผ้อู านวยการสถานศกึ ษา ตามหลกั สตู รท่ี กาหนดขึ้น เพื่อใหไ้ ดข้ อ้ มูลแ ละสารสนเทศในการ
รายงานผลการดาเนินงานตามโครงการพฒั นาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา 2
กอ่ นแตง่ ต้งั ให้ดารงตาแหน่งรองผู้อานวยการสถานศกึ ษา สังกัด สพฐ.
พฒั นาการฝกึ อบรม ซึง่ สะทอ้ นผลของการพฒั นาตามหลกั สตู รท่กี าหนดข้นึ ทัง้ ในดา้ นของ เนอื้ หาการ
พฒั นาสมรรถนะผ้อู านวยการสถานศึกษา การฝกึ ประสบการณ์ รอง ผู้อานวยการสถานศึกษาใน
สถานศึกษาต้นแบบ การจัดทาและนาเสนอผลงาน การวดั และ ประเมนิ ผล และคณุ ลกั ษณะทีพ่ ึง
ประสงคท์ ี่สง่ ผลตอ่ ผู้เขา้ รับการพฒั นา สามารถนา ไปสู่การปฏบิ ัติจริงกอ่ ใหเ้ กิดประสทิ ธิภาพและ
ประสทิ ธผิ ลในการปฏิบัติงานในหนา้ ทที่ ี่รับผิดชอบต่อไป
ทางสานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 1 ได้ดาเนนิ การจัดทา รายละเอียด
หลักสูตรการพัฒนาภายใต้กรอบคุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงคข์ องตาแหน่ง รองผู้อานวยการสถานศึกษา
ตามที่ ก.ค.ศ.กาหนด และดาเนนิ การพฒั นาขา้ ราชการครูและบุคลากรกอ่ นแตง่ ตัง้ ให้ดารงตาแหนง่ รอง
ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา สงั กัดสานักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษา มัธยมศกึ ษา โดยมีโครงสร้างของหลกั สูตร
แบ่งเป็น 2 สว่ น 3 ระยะ ดงั นี้ ส่วนที่ 1 การพัฒนาสมรรถนะ รองผูอ้ านวยการสถานศึกษา ไดแ้ ก่
ระยะท่ี 1 การพฒั นาสมรรถนะ รองผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา ระยะท่ี 2 การฝกึ ประสบการณ์ รอง
ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา และส่วนท่ี 2 การจดั ทาและนาเสนอผลงาน ไดแ้ ก่ ระยะท่ี 3 การจดั ทา
และนาเสนอผลงาน เพือ่ ใหผ้ ้เู ขา้ รบั การพัฒนากอ่ นแต่งต้งั ใหด้ ารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา ได้
เพิ่มพนู ความรู้ ทักษะ เจตคตทิ ด่ี ี คณุ ธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวชิ าชีพทีเ่ หมาะสมในอันท่จี ะ
ทาใหก้ ารปฏบิ ตั ิหน้าทรี่ าชการเกดิ ประสทิ ธิภาพ ประสิทธผิ ล และคาวมก้าวหน้าแกร่ าชการ มอี ุดมการณ์
วสิ ัยทศั น์ บคุ ลิกภาพความเปน็ ผนู้ า สามารถนาการพัฒนาหลักสูตรและการเรยี นรู้ที่เนน้ ผเู้ รียนเปน็
สาคญั ได้อยา่ งเหมาะสม รวมท้งั สามารถสรา้ งวัฒนธรรมคุณภาพและวัฒนธรรมประชาธิปไตยในการ
ปฏิบัตงิ าน
ดงั น้นั สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 1 จงึ ได้ดาเนินการประเมนิ ผล
การดาเนินงานตามโครงการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษากอ่ นแตง่ ตั้งให้ดารงตาแหนง่
รองผูอ้ านวยการสถานศึกษา สังกดั สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน ตามหลักสูตรท่ี
กาหนดขึ้น เพ่ือให้ไดข้ อ้ มลู และสารสนเทศในการพฒั นาการฝึกอบรม ซ่งึ สะท้อนผลของการพฒั นาตาม
หลักสตู รท่กี าหนดข้ึน ทัง้ ในด้ านของ เนอ้ื หา การพฒั นาสมรรถนะ รอง ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา
การเรยี นรูใ้ นสภาพจริง การจัดทาและนาเสนอ แผนกลยทุ ธพ์ ัฒนาการศกึ ษาในสถานศกึ ษา การวดั และ
ประเมนิ ผล และคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงคท์ สี่ ง่ ผลตอ่ ผู้เขา้ รับการพั ฒนา สามารถนาไปสู่การปฏิบตั ิจริง
กอ่ ให้เกิดประสทิ ธิภาพและประสทิ ธิผลในการปฏบิ ัตงิ านในหน้าท่ที รี่ บั ผดิ ชอบตอ่ ไป
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา 3
ก่อนแตง่ ตั้งให้ดารงตาแหนง่ รองผอู้ านวยการสถานศกึ ษา สังกัด สพฐ.
วตั ถปุ ระสงค์ของการประเมิน
1. เพ่ือประเมนิ ผลการดาเนนิ งานการพัฒนาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาก่อน
แตง่ ตั้งใหด้ ารงตาแหน่งรองผู้อานวยการสถานศึกษา
2. เพอื่ ศึกษาความคิดเห็นของการดาเนนิ งาน การพฒั นาขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการ
ศกึ ษากอ่ นแตง่ ตงั้ ใหด้ ารงตาแหนง่ รองผอู้ านวยการสถานศกึ ษา
ขอบเขตของการประเมนิ
1. กลมุ่ เป้าหมาย
กลุม่ เปา้ หมาย คือ ผ้เู ขา้ รบั การพัฒน าตามหลักสูตร การพฒั นาข้าราชการครแู ละบคุ ลากร
ทางการศกึ ษา กอ่ นแต่งตัง้ ให้ดารงตาแหน่ง รอง ผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา สังกดั สานัก งานเขตพน้ื ที่
การศึกษาประถมศกึ ษาและ สานักงานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา รุ่นที่ 1 / 2563 หน่วยพัฒนาท่ี
48 สานกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 1 ปีการศกึ ษา 2563 จานวน 61 คน
2. เนอื้ หาการประเมิน
2.1 สว่ นท่ี 1 การพฒั นาสมรรถนะ รองผู้อานวยการสถานศึกษา ประเมนิ ความคดิ เหน็
เกย่ี วกับวิทยากรบรรยายกิจกรรม การพฒั นาสมรรถนะรองผอู้ านวยการสถานศึกษา ใน 3 หนว่ ยการ
เรียนรู้ จานวน 24 เรื่อง
2.2 ส่วนที่ 2 การจดั ทาและนาเสนอผลงาน โดยประเมนิ ความคดิ เหน็ การดาเนนิ การ
จัดทาและนาเสนอผลงาน
2.3 ประเมนิ ผลหลกั สตู รการพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษกา่อนแตง่ ตัง้ ให้
ดารงตาแหนง่ รองผอู้ านวยการสถานศึกษาทง้ั ระบบ
3. ระยะเวลาในการประเมนิ
ระยะที่ 1 การพัฒนาสมรรถนะ ผูอ้ านวยการสถานศึกษา ระหว่างวนั ที่ 5 – 11
กนั ยายน พ.ศ.2563 ณ โรงเรียนบญุ วาทยว์ ทิ ยาลัย จงั หวัดลาปาง
ระยะที่ 2 การเรียนรูใ้ นสภาพจรงิ ระหวา่ งวนั ท่ี 13 – 17 กนั ยายน พ.ศ.2563
ณ สถานศึกษาต้นแบบ
ระยะท่ี 3 การจดั ทาและนาเสนอ แผนกลยทุ ธ์พัฒนาการศกึ ษาในสถานศกึ ษา ระหว่าง
วนั ที่ 18 – 20 กนั ยายน พ.ศ.2563 ณ ณ โรงเรียนบญุ วาทยว์ ิทยาลัย จังหวัดลาปาง
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา 4
กอ่ นแตง่ ต้ังใหด้ ารงตาแหนง่ รองผูอ้ านวยการสถานศึกษา สังกดั สพฐ.
นยิ ามศัพทเ์ ฉพาะ
1. การพัฒนาข้าราชการครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษ ากอ่ นแตง่ ตัง้ ให้ดารงตาแหน่ง
รอผู้อานวยการสถานศกึ ษา หมายถงึ การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษากอ่ นแต่งตงั้
ให้ดารงตาแหน่งรองผอู้ านวยการสถานศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน
2. หลกั สูตรการพฒั นาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาก่อนแตง่ ต้ังใหด้ ารงตาแหน่ง
รองผ้อู านวยการสถานศึกษา หมายถึง หลักสูตรการพฒั นาขา้ ราชการครแู ละบุคลากร ทางการศกึ ษา
กอ่ นแต่งตัง้ ใหด้ ารงตาแหนง่ รองผ้อู านวยการสถานศกึ ษา ประกอบด้วย 3 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 การเสรมิ สรา้ งสมรรถนะของรองผู้อานวยการสถานศกึ ษา ไมน่ ้อยกว่า 7 วัน
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 คุณลักษณะรองผูอ้ านวยการสถานศกึ ษทา่พี ึงประสงค์
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ภาวะผูน้ าทางวชิ าการ
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 การบรหิ ารและการจดั การในสถานศึกษา
ระยะที่ 2 การเรียนรใู้ นสภาพจริง ไมน่ ้อยกวา่ 5 วัน
ระยะที่ 3 การจดั ทาและนาเสนอแผนกลยทุ ธพ์ ฒั นาการศึกษาในสถานศกึ ษา ไมน่ อ้ ยกว่า
3 วัน
3. การเสริมสรา้ งสมรรถนะของรองผอู้ านวยการสถานศึกษา หมายถงึ การพฒั นารอง
ผู้อานวยการสถานศกึ ษา ได้เพมิ่ พูนความรู้ ทักษะ เจตคติทดี่ ี คุณธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณ
วชิ าชพี ทเี่ หมาะสมในอนั ท่ีจะทาให้การปฏบิ ัตหิ นา้ ทรี่ าชการเกดิ ประสทิ ธิภ าพ ประสิทธผิ ล และ
ความกา้ วหน้าแกร่ าชการ มีอดุ มการณ์ วิสัยทศั น์ บุคลกิ ภาพความเป็นผ้นู า สามารถนาการพฒั นา
หลักสตู รและการเรียนรูท้ ่เี นน้ ผูเ้ รยี นเป็นสาคญั ไดอ้ ย่างเหมาะสม รวมทงั้ สามารถสรา้ งวัฒนธรรม
คุณภาพและวฒั นธรรมประชาธปิ ไตยในการปฏบิ ตั งิ าน ประกอบดว้ ย 3 หน่วยการเรียนรู้ คือ
คุณลกั ษณะรองผู้อานวยการสถานศกึ ษาทีพ่ งึ ประสงค์ภาวะผู้นาทางวชิ ากา ร และ การบรหิ ารและการ
จัดการในสถานศกึ ษา
4. การเรียนร้ใู นสภาพจรงิ หมายถึง การใหร้ องผู้อานวยการสถานศึกษาไดเ้ รยี นรตู้ ามสภาพ
จริงการบริหารจัดการในสถานศึกษา ภาครัฐและเอกชน องคก์ รเอกชน แหล่งเรยี นรู้ท่เี ป็นเลศิ ในการบรหิ าร
จัดการ ท่มี ีนวตั กรรมหรือมกี ารปฏิบตั งิ านท่ีเป็นเลิศด้านการบรหิ าร โดยมีผู้ทรงคุณวฒุ ิทมี่ คี วามรอบรู้ มี
ประสบการณ์ ให้คาแนะนา มกี ารกากับติดตามและประเมนิ ผลการเรียนรูใ้ นสภาพจริง
5. การจดั ทาและนาเสนอแผนกลยทุ ธ์พัฒนาการศึกษาในสถานศกึ ษา หมายถึง การจัดทา
แผนกลยทุ ธ์เพื่อพฒั นาการศึกษาในสถานศึกษา โดยการศึกษาวเิ คราะห์และสังเคราะหผ์ ลการเรยี นรู้
ทไี่ ด้จากการเสรมิ สรา้ งสมรรถนะและเรียนรู้ในสภาพจริงแล้วนาเสนอเพ่อื แลกเปล่ียนเรียนรู้
รายงานผลการดาเนินงานตามโครงการพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 5
กอ่ นแตง่ ตัง้ ให้ดารงตาแหนง่ รองผอู้ านวยการสถานศึกษา สังกดั สพฐ.
6. ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา หมายถึง ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการ
ศกึ ษาทผี่ ่านการคัดเลือกให้รบั การบรรจุและแต่งตัง้ ในตาแหนง่ รองอานวยการสถานศกึ ษา สงั กัด
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน
ผลท่คี าดวา่ จะได้รับ
1. ได้ทราบผลการดาเนินงานการ พัฒนาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษากอ่ นแตง่ ตั้ ง
ใหด้ ารงตาแหน่งรองผอู้ านวยการสถานศกึ ษา
2. ไดข้ ้อมูลและสารสนเทศเพอ่ื การจดั กจิ กรรมในหลักสูตรการพฒั นาขา้ ราชการครูและบคุ ลากร
ทางการศึกษากอ่ นแต่งตงั้ ให้ดารงตาแหน่งรองผอู้ านวยการสถานศกึ ษา
บทท่ี 2
เอกสารและงานวจิ ัยท่ีเกี่ยวขอ้ ง
การประเมนิ ผลการดาเนนิ งานตามโครง การพัฒนาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา
กอ่ นแตง่ ต้ังให้ดารงตาแหนง่ ผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา ผูป้ ระเมนิ ได้ศกึ ษาเอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ กยี่ วขอ้ ง
โดยเรยี งลาดบั ดงั ต่อไปนี้
1. การประเมินโครงการ
2. หลกั สูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาก่อน แตง่ ต้งั ให้ ดารง
ตาแหนง่ รองผอู้ านวยการสถานศึกษา
3. งานวจิ ยั ทีเ่ กีย่ วข้อง
4. กรอบแนวคิดในการประเมนิ
การประเมินโครงการ
1. ความหมายของการประเมินโครงการ
มีผใู้ หค้ วามหมายของการประเมนิ โครงการ ไวด้ ังนี้
วอรธ์ (Worthen & Sander. 1973 : 19) ได้ใหค้ วามหมายของการประเมนิ
โครงการวา่ เป็นการพิจารณาคณุ คา่ ของส่ิง ๆ หนง่ึ ประกอบดว้ ยการจดั หาสารสนเทศ เพื่อตัดสิน
คุณค่าของแผนงาน ผลผลติ กระบวนการ หรือการบรรลุวตั ถุประสงค์ หรอื การพจิ ารณาศักยภา พ
ของทางเลือกต่าง ๆ ท่ใี ชใ้ นการดาเนนิ งานเพอ่ื ใหบ้ รรลวุ ัตถปุ ระสงค์
อเี บล (Ebel. 1986 : 14) ไดอ้ ธิบายความหมายของการประเมนิ ผลวา่ เปน็ การตดั สิน
คุณคา่ ของสงิ่ ต่าง ๆ ทตี่ ้องการประเมิน ซึ่งบางคร้งั อาจพจิ ารณาจากผลท่ไี ดจ้ ากการวดั เท่านน้ั เชน่
คะแนนที่ไดจ้ ากการสอบ แตส่ ่วนมากแล้วการตัดสินคุณคา่ ของสงิ่ ตา่ ง ๆ จะพจิ ารณาจากผลทไ่ี ดจ้ ากการ
วัดด้านต่าง ๆ และพิจารณาจากหลักฐานอ่นื ๆ ทเี่ กี่ยวข้องดว้ ย ตลอดจนมกี ารใชว้ จิ ารณญาณและ
ความรู้สกึ นกึ คิดของผ้ปู ระเมินมาประกอบการตัดสนิ ใจดว้ ย
สตัฟเฟลิ บมี (Stufflebeam & Shinkfield. 1990 : 156) กล่าวว่า การประเมนิ
โครงการ เป็นกระบวนการบรรยาย เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ทเี่ ก่ียวกบั เป้าหมาย การวางแผนการ
ดาเนนิ การ และผลกระทบ เพื่อนาไปเป็นแนวทางการตัดสินใจ เพอื่ สรา้ งความน่าเชือ่ ถอื และเพ่ือ
สง่ เสริมให้เกดิ ความเข้าใจในสถานการณ์ของโครงการ
กรอนลันต์ (Gronlund. 1990 : 5 - 8) ไดใ้ หค้ วามหมายของการประเมินผลว่าเป็น
กระบวนการอยา่ งมรี ะบบในการอธิบายถึงผเู้ รยี นวา่ มผี ลสมั ฤทธ์บิ รรลุตามจดุ ประสงค์ของการสอน
อยา่ งไร โดยพจิ ารณาทงั้ ในดา้ นปรมิ าณและคุณภาพประกอบในการตัดสนิ คณุ ค่าของผเู้ รียน
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 7
กอ่ นแตง่ ต้งั ให้ดารงตาแหน่งรองผอู้ านวยการสถานศกึ ษา สังกัด สพฐ.
นิศา ชโู ต (2531 : 9) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถงึ กิจกรรมการเก็บ
รวบรวมขอ้ มลู ในการวเิ คราะหค์ วามหมายข้อเท็จจรงิ เก่ยี วกับความตอ้ งการหาแนวทางวิธีการปรบั ปรงุ
วธิ ีการจัดการเกีย่ วกับโครงการ และหาผลทีแ่ นใ่ จวา่ เกิดจากโครงการ เพ่อื เป็นการเพมิ่ คุณภาพและ
ประสทิ ธภิ าพของโครงการให้ดีย่ิงขนึ้
ไชยยศ เรอื งสุวรรณ (2533 : 1) กล่าวว่า การประเมนิ โครงการเปน็ การประมาณ
คา่ ของกิจกรรมใด ๆ อยา่ งมรี ะบบ เพือ่ ปรบั ปรงุ การดาเนนิ งานทั้งในปจั จบุ นั และอนาคต
ประชมุ รอดประเสริฐ (2537 : 73) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถงึ
กระบวนการเกบ็ รวบรวมข้อมลู และวเิ คราะหข์ อ้ มูลของการดาเนินการโครงการ เพอ่ื พจิ ารณาบง่ ช้ีให้
ทราบถงึ จุดเด่นและจุดด้อยของโครงการนน้ั อย่างมรี ะบบ แล้วตดั สนิ ใจว่าจะปรบั ปรงุ แกไ้ ขโครงการนั้น
เพอ่ื การดาเนินการต่อไป หรือยตุ ิการดาเนินการโครงการนนั้ เสีย
สมคดิ พรมจยุ้ (2542 : 29) ไดใ้ หค้ วามหมายของการประเมนิ ว่า หมายถึง การ
ตรวจสอบความกา้ วหนา้ ของโครงการหรือแผนงาน ตลอดจนการพิจารณาผลสัมฤทธิข์ องโครงการนน้ั ๆ
ว่ามีมากน้อยเพยี งใด ไดผ้ ลตามวตั ถุประสงค์หรือไมเ่ พยี งใด เป็นกระบวนการที่กอ่ ใหเ้ กิดสารสนเทศเพื่อ
ช่วยให้ผบู้ ริหารตดั สนิ ใจอย่างมี ประสทิ ธภิ าพสงู ในลกั ษณะการประเมนิ (Evaluation) = การวดั
(Measurement) + การตดั สนิ ใจ (Judgment)
สมชาย ดุรงค์เดช (2542 : 4) ไดใ้ ห้ความหมายของการประเมนิ ว่า หมายถงึ
กระบวนการในการวิเคราะห์และการใหค้ ุณคา่ อย่างเป็นระบบ เน่ืองจากการประเมนิ ผลจะต้องเป็นส่วน
หนึ่งของการวางแผนและดาเนนิ โครงการ หรอื กิจกรรมต่าง ๆ ซึง่ จะต้องเกี่ยวข้องกับการวัดมตี ัวบ่งช้ี
ชัดเจน มเี กณฑ์เปรยี บเทียบเพื่อการใหค้ ุณค่า
สมหวัง พธิ ยิ านวุ ั ฒน์ (2544 : 20 - 21) ให้ความหมายของการประเมิน โครงการวา่
หมายถึง กระบวนการใช้ดลุ ยพนิ จิ และหรือค่ านยิ มและข้อจากัดตา่ ง ๆ ในการพจิ ารณาตดั สินคุณค่า
ของสง่ิ ใดส่ิงหน่งึ โดยการเปรียบเทยี บผลทีว่ ัดได้ กบั เกณฑ์ทก่ี าหนดไว้ เกณฑ์ท่ีกาหนดไวอ้ าจเปน็
เกณฑ์แบบสัมพทั ธ์ หรอื อิงกลมุ่ หรอื เกณฑ์สมั บรู ณ์ (Absolute criteria) กไ็ ด้ นอกจากความหมาย
พืน้ ฐานของการประเมินดัง กลา่ วแลว้ ยังมีความหมายของการประเมนิ ซง่ึ หมายถงึ กระบวนการท่ี
ก่อใหเ้ กิดสารสนเทศ เพ่ือชว่ ยให้ผูม้ อี านาจตัดสินใจเลือกทางเลือกอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพสูงสดุ
สุวมิ ล ติรกานันท์ (2545 : 2) ได้ให้ความหมายของการประเมนิ ผลวา่ เปน็ กระบวนการ
ทเี่ กดิ ขึ้นทุกขั้นตอนของการดา เนนิ งานเพื่อให้ได้สารสนเทศที่สามารถใชใ้ นการพิจารณาการดาเนนิ งาน
ซ่ึงจะทาใหก้ ารดาเนนิ งานเปน็ ไปไดอ้ ยา่ งทนั ท่วงที
สุพักตร์ พิบลู ย์ (2548 : 7) ได้นยิ ามว่า การประเมนิ เป็นกระบวนการทม่ี ีการเก็บ
รวบรวมขอ้ มูล และตดั สนิ คุณคา่ ของสง่ิ ต่าง ๆ โดยเทยี บกบั เกณฑ์ทีก่ าห นด หากการประเมินใดมคี วาม
ครบถว้ นสมบูรณใ์ นดา้ นการวดั (Measurement) และดา้ นเกณฑก์ ารตดั สินคุณค่า (Criteria for
Judgments) จะส่งผลให้การประเมนิ มคี วามถกู ต้องและน่าเชือ่ ถอื มากขึ้น
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา 8
ก่อนแต่งต้งั ให้ดารงตาแหนง่ รองผ้อู านวยการสถานศกึ ษา สงั กดั สพฐ.
สมนกึ ภทั ทิยธนี (2551 : 4) ไดใ้ ห้ความหมายของการประเมินผลทางการศกึ ษา
หมายถึง การตดั สินใจหรือวินิจฉยั ส่ิงต่าง ๆ ท่ไี ดจ้ ากการวัดผลทางการศกึ ษาโดยอาศยั เกณฑ์การ
พจิ ารณาอยา่ งใดอย่างหนึง่
จากความหมายของการประเมนิ โครงการดงั กล่าวสรุปได้ว่า การประเมินโครงการ เป็น
กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมลู อย่างเปน็ ระบบ แลว้ นาขอ้ มูลมาวเิ คราะหต์ ามกระบวนการขนั้ ต อนทาง
วิทยาศาสตร์ จนสรปุ ผลทเี่ กิดข้ึนจากการบรหิ ารโครงการนัน้ ๆ ซึง่ จะได้ข้อมลู ท่ีเปน็ ประโยชนต์ ่อการ
บรหิ ารจดั การในโอกาสตอ่ ไป
2. ความมุ่งหมายและความสาคัญของการประเมนิ โครงการ
การประเมินโครงการท่ถี กู ตอ้ งอยา่ งมี ระบบนบั วนั จะมีความสาคญั มาก ข้ึน ทง้ั นี้เพราะ
โครงการในระดบั ตา่ ง ๆ ผบู้ ริหารตา่ งก็ใหค้ วามสนใจกบั ข้อเท็จจรงิ เกี่ยวกับปัญหาอปุ สรรคและ
ความสาเร็จของโครงการ ซึ่งตอ้ งอาศยั การประเมินโครงการท่ถี กู ต้องมากกวา่ ความคดิ เหน็ ส่วนบุคคล
การประเมินโครงการเปน็ หนง่ึ ในวธิ กี ารตา่ ง ๆ แก่ผู้ทม่ี บี ทบาทเกย่ี วขอ้ งกบั การตดั สิ นใจเกี่ยวกบั อนาคต
ของโครงการ มีผใู้ หค้ วามคิดเห็นเกี่ยวกบั ความมุ่งหมายและความสาคญั ของโครงการสรปุ ได้ดังนี้
มติ เซล (Mitzel. 1982 : 594 - 595 ) กล่าวว่า การประเมนิ โครงการมคี วามมงุ่ หมายที่
สาคญั 3 ประการ คือ
1. เพื่อแสดงผลการพิจารณาถงึ คุณค่าของโครงการ
2. เพือ่ ช่วยใหผ้ ู้ตัดสินใจมกี ารตดั สินใจท่ีถูกตอ้ งขน้ึ
3. เพ่อื บริหารข้อมูลแกฝ่ ่ายการเมอื งเพอื่ ใช้ในการกาหนดนโยบาย
นอกซ์ (Knox. 1972 : 199) กลา่ ววา่ การประเมนิ โครงการมคี วามมงุ่ หมายเฉพาะดังน้ี
1. เพอื่ แสดงใหเ้ ห็นถึงเหตผุ ลทชี่ ดั เจนของโครงการ อันเปน็ พน้ื ฐานทส่ี าคัญของการ
ตัดสินใจวา่ ลกั ษณะใดของโครงการมคี วามสาคญั มากทส่ี ดุ ซึ่งจะต้องทาการประเมนิ เพอื่ การหา
ประสทิ ธผิ ล และขอ้ มลู ชนดิ ใดทจ่ี ะตอ้ งเก็บรวบรวมไวเ้ พ่อื การวเิ คราะห์
2. เพื่อรวบรวมหลกั ฐานความเปน็ จรงิ และข้อมลู ทจ่ี าเปน็ เพือ่ นาไปส่กู ารพิจารณาถึ ง
ประสทิ ธิผลของโครงการ
3. เพ่ือการวเิ คราะหข์ ้อมลู และขอ้ เท็จจรงิ ต่าง ๆ เพ่อื นาไปสู่การสรุปผลของโครงการ
4. เพอ่ื การตดั สนิ ใจวา่ ขอ้ มูลหรือขอ้ เทจ็ จริงใดท่ีสามารถนาไปใช้ได้
5. เพื่อสนับสนุนการตัดสนิ ใ จในการพัฒนาปรบั ปรุงโครงการให้มี ประสิทธิภาพมา ก
ยิ่งข้นึ
มอร์ชุนต์ (Moursund. 1973 : 9) กลา่ วถงึ ความมุ่งหมายของการประเมินโครงการไว้
ดังน้ี
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 9
ก่อนแต่งต้งั ใหด้ ารงตาแหนง่ รองผู้อานวยการสถานศกึ ษา สงั กดั สพฐ.
1. เพ่อื ทจี่ ะทราบว่าการปฏิบัตงิ านตามโครงการบรรลเุ ปา้ หมายทีก่ าหนดไว้หรือไม่
2. เพอื่ ทีจ่ ะทราบว่า เป้าหมายที่กาหนดไ ว้เปน็ เป้าหมายที่ปฏิบตั ิได้จริง หรอื ไม่ และ
เป็นเป้าหมายทม่ี คี วามเหมาะสมมากน้อยเพยี งใด
รอสซ่ี และฟรแี มน (Rossi & Freeman. 1982 : 15) กล่าววา่ การประเมินโครงการมี
ความมงุ่ หมายตามเหตผุ ลดงั ต่อไปนี้
1. เพอ่ื พจิ ารณาถึงคณุ คา่ และการคาดคะเนคณุ ประโยชน์ของโครงการ
2. เพอ่ื เปน็ การเพิ่มประสทิ ธภิ าพของการบรหิ ารโครงการ
3. เพอื่ เปน็ การตรวจสอบและปรับปรุงแกไ้ ขการดาเนินโครงการ
4. เพื่อเปน็ การวิเคราะหข์ ้อดีและขอ้ เสยี หรอื ขอ้ จากดั ของโครงการ เพอื่ การ ตัดสนิ ใจ
ในการสนับสนุนโครงการ
5. เพื่อการตรวจสอบวา่ การดาเนนิ โครงการบรรลุเปา้ หมายมากน้อยเพยี งใด
ไชยยศ เรืองสวุ รรณ (2533 : 133) กล่าวถึง ความมงุ่ หมายของการประเมินเพือ่ ช่วย
ปรับปรุงโครงการ แสดงถงึ ความรบั ผิดชอบของหน่วยงาน และเปน็ ข้อมูลสาหรบั ผ้บู รหิ ารในการ
ตัดสนิ ใจพิจารณาการดาเนนิ การต่าง ๆ กลา่ วโดยสรุปมีความมุง่ หมายดังน้ี
1. เพ่อื ปรับปรุงคุณภาพของโครงการทีก่ าลังดาเนนิ การ
2. เพือ่ หาแนวทางปรับปรุงการใช้ทรพั ยากรอย่างเหมาะสมและประหยดั
3. เพ่ือประเมนิ คณุ ภาพ ผลิตผลและความตอ้ งการต่าง ๆ
4. เพอ่ื ประเมนิ ประสิทธิภาพของโครงการและการหาแนวทางในการปรบั ปรุง
ใหเ้ หมาะสมยิง่ ขึน้
5. เพ่ือเปน็ แนวทางในการปรับปรงุ วางแผนทางวิชาการและจัดงบประมาณ
ประชมุ รอดประเสริฐ (2537 : 75 - 76) ได้สรุปความสาคัญหรือคุณประโยชน์ของ
การประเมนิ ผลโครงการไว้ดังน้ี
1. การประเมนิ จะชว่ ยใหก้ ารกาหนดวตั ถปุ ระสงค์และมาตรฐานของการดาเนินงานมี
ความชดั เจนขึ้น กลา่ วคือ กอ่ นท่โี ครงการจะไดร้ ับการสนบั สนนุ ใหน้ าเขา้ ไปใช้ ยอ่ มจะไดร้ ับ
การตรวจสอบอย่างละเอียดจากผู้บรหิ ารและผู้ประเมนิ ส่วนใดไม่ชดั เจน เช่น วตั ถุประสงคห์ รอื
มาตรฐานในการดาเนนิ งาน หาความแนน่ อน แจม่ ชดั จะต้องได้รบั การปรับปรงุ แกไ้ ขใหม้ คี วามถกู ตอ้ ง
ชดั เจนเสียกอ่ น ฉะน้ันจึงกลา่ วไดว้ ่า การประเมินโครงการมสี ว่ นช่วยทาใหโ้ ครงการมคี วามชดั เจนและ
สามารถทจี่ ะนาไปปฏิบตั ิได้ผลมากกว่าโครงการที่ไม่ได้รบั การประเมนิ ผล
2. การประเมนิ โครงการชว่ ยให้การใชท้ รพั ยากรเปน็ ไปอยา่ งคมุ้ ค่าหรือเกดิ ประโยชน์
อยา่ งเต็มที่ ท้งั นีเ้ พราะการประเมินโครงการจะตอ้ งวเิ คราะหท์ กุ สว่ นของโครงการ ขอ้ มูลใดหรือปจั จยั ใด
ท่ีเป็นปญั หาจะไดป้ รบั ปรงุ แก้ไข เพอ่ื ให้สามารถปฏบิ ัติงานหรือใช้ในการปฏบิ ตั ิงานอยา่ งเหมาะสมและ
ค้มุ ค่า ทรพั ยากรทุกชนดิ จะไดร้ ับการจดั สรรใหอ้ ยใู่ นจานวนหรือปรมิ าณทีเ่ หมาะสมเพียงพอแกก่ าร
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพฒั นาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา 10
ก่อนแต่งต้ังใหด้ ารงตาแหน่งรองผู้อานวยการสถานศกึ ษา สงั กดั สพฐ.
ดาเนินงาน ทรพั ยากรทมี่ ีมา กเกินไปก็จะได้รับการตัดทอนและทรัพยากรใดท่ขี าดก็จะไ ด้รับการจัดหา
เพ่ิมเตมิ ฉะน้ันการประเมินโครงการจึงมีสว่ นที่ทาให้การใชท้ รัพยากรของโครงการเป็นไปอย่างคมุ้ คา่ และ
มีประสทิ ธิภาพ
3. การประเมินโครงการช่วยใหแ้ ผนงานบรรลุวตั ถปุ ระสงค์ ดงั ท่ีกล่าวแล้ววา่ โครงการ
เป็นส่วนหนึง่ ของแผน ดังน้นั เมื่อโครงการได้รับการตรวจสอบ วเิ คราะหป์ รับปรุงแกไ้ ขใหด้ าเนนิ การไป
ดว้ ยดี ยอ่ มจะทาให้แผนงานดาเนินการไปไดด้ ว้ ยดี และบรรลวุ ัตถุประสงค์ท่ไี ดก้ าหนดไว้ หาก
โครงการใดโครงการหนงึ่ มปี ญั หาในการนาไปปฏิบัตยิ ่อมกระทบกระเทอื นต่อแผนงานทั้งหมดโ ดย
ส่วนรวม ฉะนนั้ จงึ อาจกลา่ วได้วา่ การประเมนิ โครง การมีสว่ นชว่ ยให้แผนงานบรรลุถึงวั ตถปุ ระสงค์
และดาเนินงานไปไดด้ ้วยดีเช่นเดยี วกนั
4. การประเมนิ โครงการมสี ว่ นชว่ ยในการแก้ปญั หาอันเกดิ จากผลกระทบ (Impact)
ของโครงการและทาใหโ้ ครงการมขี ้อท่จี ะทาให้เกิดความเสียหายนอ้ ยลง
5. การประเมินโครงการมสี ่วนช่วยอย่างสาคญั ในการควบคมุ คณุ ภาพของงานดังท่ี
กล่าวมาแลว้ การประเมนิ โครงการเป็นการตรวจสอบและควบคมุ ชนดิ หน่ึง ซง่ึ การดาเนนิ การอย่างมี
ระบบและมคี วามเปน็ วิทยาศาสตรอ์ ยา่ งมาก ทกุ ส่วนของโครงการและปจั จยั ทกุ ชนิดทใ่ี ชใ้ นการ
ดาเนินงาน จะได้รบั การวิเคราะหอ์ ยา่ งละเอียด กล่าวคือ ข้อมูลนาเขา้ (Input) กระบวนการ
(Process) และผลงาน (Output) จะได้รบั การตรวจสอบประเมินทุกขัน้ ตอน ส่วนใดที่ไมม่ ีปัญหา
หรอื ไมม่ ีคณุ ภาพจะได้รับการพจิ ารณาย้อนหลงั (Feedback) เพือ่ ให้มกี ารดาเนินการใหม่ จนกวา่ จะ
เป็นมาตรฐานหรอื ตรงตามเป้าหมายทีต่ ้องการ จึงถอื วา่ การประเมินผลเปน็ การควบคุมคณุ ภาพ
โครงการ
6. การประเมินโครงการมีส่วนในการสร้างขวัญ และกาลงั ใจใหผ้ ู้ปฏบิ ัติงานตาม
โครงการ เพราะการประเมนิ โครงการมิใช่เปน็ การควบคมุ บังคับบัญชาหรอื สัง่ การ แตเ่ ป็นก ารศกึ ษา
วิเคราะห์เพ่ือการปรับปรุงแกไ้ ขและเสนอแนะวธิ ีการใหม่ ๆ เพ่อื ใช้ในการปฏบิ ตั ิโครงการ อันย่อมจะ
นามาซ่งึ ผลงานท่ดี ี เป็นท่ียอมรบั ของผ้ทู ่เี กี่ยวข้องทั้งปวง โดยลักษณะเช่นน้ีย่อมทาใหผ้ ู้ปฏบิ ตั มิ ีกาลังใจ
มีความพงึ พอใจและมีความต้งั ใจกระตอื รือรน้ ทจี่ ะปฏิบั ตงิ านตอ่ ไปและมากข้ึน ฉะนั้นจึงกลา่ วไดว้ ่า
การประเมินโครงการมสี ่วนสาคัญในการสรา้ งขวัญ กาลังใจและความพึงพอใจในการปฏบิ ตั งิ าน
7. การประเมินโครงการช่วยในการตัดสนิ ใจในการบรหิ ารโครงการ กลา่ วคือ การ
ประเมินโครงการจะทาใหผ้ ูบ้ รหิ ารไดท้ ราบอปุ สรรค ขอ้ ดี ข้อเ สีย ความเปน็ ไปได้และแนวทางในการ
ปรับปรงุ แกไ้ ข การดาเนินโครงการ โดยขอ้ มูลดังกลา่ วแลว้ จะชว่ ยให้ผบู้ ริหารตัดสนิ ใจว่าจะดาเนนิ
โครงการนัน้ ตอ่ ไป หรือยตุ โิ ครงการน้นั เสยี นอกจากนนั้ ผลของการประเมินโครงการ อาจเปน็ ข้อมูล
อย่างสาคญั ในการวางแผนหรือกาหนดนโยบายของผู้บริหารและฝา่ ยการเมอื ง
จากแนวคดิ ดังกล่าวขา้ งตน้ ทาให้สรปุ ความมุ่งหมายและความสาคัญของการประเมนิ
โครงการได้วา่ การประเมนิ โครงการอย่างมีระบบสามารถกาหนดวัตถุประสงค์ของการดาเนินงาน
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพฒั นาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 11
กอ่ นแต่งต้งั ใหด้ ารงตาแหนง่ รองผู้อานวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ.
ให้มีความชัดเจนยิง่ ขึ้น กาหนดการใช้ทรพั ยากรอย่างคมุ้ คา่ และเกิดประโยชนส์ งู สุด มีสว่ นสาคัญใน
การควบคมุ คุณภาพของงาน ใช้ในการตัดสนิ ใจในการบรหิ ารโครงการ คงไวซ้ ่ึงคณุ ภาพและมาตรฐาน
ในการดาเนินงาน ตลอดจนความรับผดิ ชอบของหนว่ ยงาน
3. ประเภทของการประเมินโครงการ
การแบ่งประเภทการประเมนิ โครงการคงมใิ ช่เปน็ การกาหนดเกณฑเ์ ดด็ ขาด แตจ่ าเป็น
ตอ้ งอาศยั เกณฑ์หลายชนดิ มาจาแนกประเภท เชน่ ใชเ้ วลา วตั ถปุ ระสงค์ วิธีการ และรูปแบบการ
ประเมินมาบ่งบอกถึงประเภทของการประเมนิ
อนุรักษ์ ปัญญานวุ ฒั น์ (ม.ป.ป.) ได้จาแนกการประเมนิ โครงการออกเป็น 4 ประเภท
ดงั น้ี
1. การประเมินโครงการกอ่ นดาเนนิ การ (Preliminary Evaluation) เปน็ การศึกษา
ประเมนิ ความเป็นไปได้ (Feasibility Study) กอ่ นทเี่ รมิ่ โครงการใด ๆ โดยอาจทาการศกึ ษาถงึ
ประสิทธิภาพของปจั จยั ป้อน ความเหมาะสมของกระบวนการทีค่ าดวา่ จะนามาใช้ในการบรหิ ารจดั การ
โครงการ ปญั หา อปุ สรรค ความเสี่ยงของโครงการ ตลอ ดจนผลลัพธ์ หรอื ประสิทธผิ ลทค่ี าดว่าจะ
ได้รบั ในขณะเดยี วกนั กอ็ าจจะศกึ ษาผลกระทบทคี่ าดว่าจะเกดิ ขึน้ ในด้านต่าง ๆ เช่น
-การประเมินผลกระทบด้านสังคม (Social Impact Assessment - SIA)
- การประเมนิ ผลกระทบดา้ นนิเวศ (Ecological Impact Assessment - EIA)
- การประเมนิ ผลกระทบด้านการเมือง (Political Impact Assessment - PIA)
- การประเมนิ ผลกระทบดา้ นเทคโนโลยี (Technological Impact Assessment - TIA)
- การประเมนิ ผลกระทบดา้ นประชากร (Population Impact Assessment - PIA)
- การประเมนิ ผลกระทบดา้ นนโยบาย (Policy Impact Assessment - POIA)
- การประเมินผลกระทบทางดา้ นเศรษฐกจิ (Economic Impact Assessment - EIA)
การประเมินโครงการก่ อนการดาเนนิ การน้ีมีประโยชนส์ าหรบั นกั ลงทนุ เพื่อศึกษาดวู ่า
ก่อนลงมือโครงการใด ๆ น้ัน จะเกิดความค้มุ ค่าแก่การลงทนุ (Cost effectiveness) หรือจะเกดิ
ผลกระทบตอ่ ระบบสงิ่ แวดล้อมทัง้ ด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ประชากร เทคโนโลยี และระดับ
นโยบายหรือไม่ หาก ไดท้ าการศกึ ษารอบคอบแล้วอาจจะไดผ้ ลการคาดการณ์ลว่ งหนา้ วา่ จะไดเ้ กิด
ประโยชน์หรือโทษอยา่ งไร ปญั หา อุปสรรค เป็นอยา่ งไร เพือ่ ผู้เปน็ เจ้าของโครงการจะไดต้ ัดสิน
ลว่ งหน้าวา่ จะเลิกลม้ โครงการหรือปรบั ปรงุ องค์ประกอบ และกระบวนการบริหารจัดการโครงการ
เพยี งใด เพ่อื ให้เกิดผลดี
2. การประเมินระหว่างดาเนนิ การโครงการ (Formative evaluation) เป็นการ
ประเมินผลเพ่ือการปรบั ปรงุ เป็นสาคัญซ่งึ มักจะใช้ประเมินผลระหว่างแผนหรอื ระหวา่ งพัฒนาโครงการ
ผลทไี่ ดจ้ าก Formative evaluation นนั้ จะช่วยตง้ั วัตถุประสงคข์ องโครงการให้เป็นไป ตาม
เปา้ หมายทแ่ี ท้จริง นอกจากนน้ั Formative evaluation อาจใชใ้ นระหวา่ งดาเนนิ โครงการจะช่วย
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 12
ก่อนแตง่ ตงั้ ใหด้ ารงตาแหนง่ รองผ้อู านวยการสถานศกึ ษา สงั กัด สพฐ.
ตรวจสอบว่า โครงการไดด้ าเนินไปตามแผนของโครงการอยา่ งไร อาจเรียกชื่อเฉพาะว่า
Implementation evaluation หรือ Formative evaluation อาจตรวจสอบความกา้ วหนา้ ของ
โครงการว่าดาเนินไดผ้ ลเพียงไร เรยี กว่า Progress evaluation โดยทว่ั ไปแล้ว Formative
evaluation อาจใช้ประเมนิ สิ่งตอ่ ไปนี้
2.1 ทบทวนแผนของโครงการ
2.2 การสร้างแผนของโครงการ
2.3 การพฒั นาแบบส อบถาม (Questionnaire) หรอื รายการ (Check list)
สาหรบั รวบรวมข้อมลู ตามเร่ืองทต่ี ้องการ
2.4 การคดั เลอื กวิธกี ารวดั ผลทเี่ หมาะสม
2.5 การกาหนดตารางเวลาการประเมนิ ผลให้สอดคลอ้ งกบั การดาเนนิ โครงการ
2.6 การเตรียมขอ้ มูลทจ่ี ะเป็นขา่ วสารสาหรบั การรายงานและเสนอแนะสาหรับ
การตัดสนิ เกย่ี วกบั การดาเนนิ โครงการ
2.7 การแนะนาแนวทางปรบั ปรุง การแกป้ ัญหา และการเปล่ียนแปลงการปฏิบัติ
ของโครงการ
3. การประเมนิ เม่ือส้ินสดุ โครงการหรือประเมนิ ผล ผลติ (Summative Evaluation)
เป็นการประเมินผลรวมสรุป มกั จะใชป้ ระเมินหลงั สิ้นสดุ โครงการ สาหรับโครงการทม่ี กี ารดาเนินระยะ
ยาวก็อาจใช้ Summative Evaluation ในการสรปุ ยอ่ ความระยะยาวต่าง ๆ ข้อมูลท่ไี ดจ้ ากระยะ
ต่าง ๆ จะชว่ ยให้มกี ารประเมินสรุปรวมนัน้ ส่วนใหญ่จะรวบรวมจากผลของ Formative evaluation
เป็น Summative Evaluation ซงึ่ ผลสรปุ ทไี่ ด้จะนาสู่การรายงานว่าโครงการได้บรรลเุ ปา้ หมาย
(Goals) หรอื ไมอ่ ยา่ งไร ตลอดจนการรายงานถึงสถานภาพของโครงการว่าประสบความสาเรจ็ หรือ
ล้มเหลวเพียงไร มีปญั หาหรืออปุ สรรคใดที่ตอ้ ง แก้ไขปรบั ปรงุ ข้อมลู เหล่านจ้ี ะชว่ ยใหผ้ ู้บริหารโครงการ
สามารถนาไปสกู่ ารตัดสินวา่ โครงการนัน้ ควรดาเนินการต่อหรอื ยกเลิก
4. การประเมนิ ประสิทธิภาพ การประเมนิ โครงการโดยท่วั ไป โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ใน
ประเทศไทยที่ผา่ นมา ยังจากัดอยูเ่ พียงการประเมินผ ลผลิต โดยมุ่งที่จะทราบความสาเร็จหรอื ความ
ลม้ เหลวของโครงการเทา่ นนั้ ทั้งน้ีเพื่อประกอบการตัดสินใจของผใู้ หบ้ ริการหรือผู้ใหท้ ุนในการยุติหรือ
ขยายโครงการ แต่ในปัจจบุ ันนักประเมินและผู้บรหิ ารโครงการ ได้ตระหนกั ถงึ ความสาคัญของการ
ประเมนิ ประสทิ ธิภาพของโครงการด้วย โดยถือวา่ เป็นประเภทของการประเมินทจี่ าเป็นสาหรบั
โครงการบรกิ ารทัว่ ไป เพราะจะช่วยเสริมให้โครงการเหลา่ นน้ั สามารถดาเนนิ การอย่างสอดคล้องกับ
สภาวการณ์ของสงั คม โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ โครงการทีเ่ ออื้ อานวยตอ่ การพัฒนาทอ้ งถน่ิ หรอื โครงการที่
เป็นตวั กาหนดเกณฑส์ าคญั สาหรับประกนั โครงการขนาดใหญ่ระดบั ชาติ ทีจ่ ะไมต่ อ้ งสูญเสยี ทรพั ยากรที่
มอี ยอู่ ย่างจากัดโดยไม่จาเป็น การดาเนนิ โครงการบริการสงั คมน้ัน จะไมม่ ่งุ แต่เพียงความสาเรจ็ ของ
โครงการเท่าน้ัน แตจ่ ะตอ้ งให้คุ้มคา่ ในเชงิ ของประสทิ ธิภาพด้วย
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา 13
ก่อนแต่งต้งั ให้ดารงตาแหนง่ รองผ้อู านวยการสถานศกึ ษา สังกดั สพฐ.
สมบัติ สวุ รรณพทิ กั ษ์ (2531 : 45-47) ไดก้ ลา่ วถึงการแบง่ ประเภทโครงการโดยยึดวงจร
ของโครงการเปน็ เกณฑ์ จะแบ่งไดเ้ ปน็ 3 ประเภท คอื
1. การประเมินกอ่ นการดาเนนิ การ เป็นการประเมนิ เพอ่ื การตดั สินใจเก่ียวกบั
การกาหนดและการเลอื กจดั ทาโครงการ พจิ ารณาความเหมาะสมของการจดั ทาโครงการ และ
การวเิ คราะห์ผลตอบแทนของโครงการ
2. การประเมนิ ระหวา่ งการดาเนนิ งาน เป็นการประเมินทเี่ กิ ดขน้ึ ในขณะปฏิบัติงาน
โครงการ เพอื่ ตรวจสอบวา่ การดาเนินงานเปน็ ไปตามแผนทกี่ าหนดหรอื ไม่ มปี ัญหาอุปสรรคอยา่ งไร
เพอ่ื การแก้ไขปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพยง่ิ ขึ้น
3. การประเมินหลั งดาเนินการ ประเมินเม่ือการปฏบิ ตั งิ านโครงการเสรจ็ ส้นิ ลงแลว้
เพ่อื ตรวจสอบการดาเนนิ งานโครงการ สามารถบรรลจุ ดุ มุ่งหมายที่กาหนดไว้เพยี งใด หรือมผี ลพลอยได้
อยา่ งอน่ื นอกเหนือจากท่ีระบไุ วใ้ นจุดมุ่งหมายหรือไม่ และสรปุ ผลรวมของการดาเนนิ งานโครงการ
เยาวดี วิบลู ย์ศรี (2545 : 95 - 96) ไดส้ รปุ ว่า การประเมนิ ผลโครงการโดยท่วั ไปมักใช้
การประเมนิ ผล 2 แบบ คอื
1. Formative Evaluation เปน็ การประเมินผลเพื่อการปรบั ปรงุ ในระหว่างการ
วางแผนหรือระหว่างการพฒั นาโครงการ ผลทไี่ ด้จากการประเมินจะนาไปใชใ้ นการต้ังวัตถุ ประสงค์ขอ ง
โครงการ และถา้ เป็นการประเมินระหวา่ งดาเนนิ การ จะช่วยตรวจสอบโครงการว่าดาเนินไปตามแผน
ของโครงการอย่างไร
2. Summative Evaluation เป็นการประเมินผลรวมสรุปหลงั ส้ินสดุ โครงการ เพื่อ
รายงานวา่ โครงการไ ดบ้ รรลเุ ปา้ หมายหรอื ไม่อย่างไร มปี ัญหา/อปุ สรรคใดทีต่ อ้ ง แก้ไขปรับปรุง ขอ้ มูล
เหล่านจ้ี ะชว่ ยให้ผูบ้ รหิ ารโครงการสามารถนาไปสูก่ ารตดั สนิ ว่าโครงการนคี้ วรดาเนินการตอ่ ไป/ยกเลิก
พสิ ณุ ฟองศรี (2550 : 90 - 101) ได้แบ่งประเภทของการประเมินโครงการออกเป็น
3 ประเภท ดงั นี้
1. การประเมนิ โครงการกอ่ นดาเนินโครงการ
1.1 ลกั ษณะของการประเมนิ ก่อนดาเนินโครงการ
เปน็ การประเมินกอ่ นท่ีโครงการจะดาเนินการ เพอื่ หาข้อมูลมาตดั สนิ ใจว่าจะ
ปรบั เปลย่ี น ดาเนนิ การแบบนารอ่ ง หรอื ดาเนนิ การโครงการเต็ม หรอื ระงบั โครงการ
ลกั ษณะสาคัญของการประเมนิ กอ่ นดาเนนิ โครงการ จงึ เป็นการประเมินเพื่อ
ศึกษาความเหมาะสมทีจ่ ะดาเนนิ โครงการ มุ่งตรวจสอบความจาเป็น ความเปน็ ไปได้ ความพร้อม
หรอื ปัจจัยนาเข้า โดยนาขอ้ มลู มาตัดสินใจวางแผนวา่ ควรดาเนนิ โครงการหรอื ไมอ่ ยา่ งไร เพ่ือใหเ้ กิด
ประโยชนส์ ูงสุดแก่ประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา 14
ก่อนแตง่ ตั้งให้ดารงตาแหน่งรองผอู้ านวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ.
1.1.1 ประเมินในขณะทย่ี งั ไม่ดาเนนิ โครงการ ซ่งึ มั กจะเป็นการเตรยี มดาเนิน
โครงการค ร้ังแรก หรือโครงการทีห่ ยดุ ไปแลว้ ระยะหนง่ึ จะเรม่ิ ดาเนินการใหม่อีกในครงั้ ตอ่ ไป เช่น
โครงการฝกึ อบรมอาชีพสตรีซ่ึงยังไม่เคยทาในพืน้ ทีน่ ้นั ๆ หรือโครงการพฒั นาผบู้ รหิ ารใหไ้ ด้รับวฒุ ติ า่ ง ๆ
เม่อื เหน็ ว่าผบู้ ริหารเกือบทงั้ หมดหรอื ส่วนใหญผ่ า่ นการฝกึ อบรมแล้วก็อาจหยดุ ไปสกั ระยะหนง่ึ เม่อื มี
ผูบ้ รหิ ารรุ่นใหม่เพ่มิ ขึ้นก็อาจประเมนิ วา่ ควรจะเร่ิมโครงการอีกครั้งหรือไม่ เข้าทานองลกู ค้าหมดก็ปิด
แผงก่อน แลว้ คอ่ ยดูว่ายงั มลี กู คา้ จะรับบริการพอจะตง้ั แผงไดห้ รอื ไม่
1.1.2 ประเมินเพอ่ื ศึกษาความเหมาะสมของโครงการ โดยเป็นการตรวจสอบ
วา่ จาเปน็ ต้องจัดทาโครงการหรือไม่ ถ้าจะทา มีความเปน็ ไปได้หรือความพร้อมของทรัพยากรหรือ
ปัจจัยนาเข้าแคไ่ หน สภาพแวดลอ้ มตา่ ง ๆ เอ้ือหรอื เปน็ อุปสรรคหรอื ไม่อยา่ งไร
1.1.3 ประเมินเพื่อหาสารสนเทศในการตัดสินใจวางแผน สารสนเทศท่ีไดจ้ า ก
การประเมินก่อนดา เนนิ โครงการจะมีประโยชนใ์ นการตดั สนิ ใจวางแผนเกยี่ วกับการจดั สรรทรัพยากร
ต่าง ๆ ใหเ้ หมาะสมเพียงพอ อนั จะเออ้ื ตอ่ ความสาเรจ็ ของโครงการถา้ จะนาโครงการไปดาเนินการจริง
1.2 ประโยชน์ของการประเมินกอ่ นดาเนนิ โครงการ
1.2.1 ชว่ ยให้ผูบ้ รหิ ารหรอื ผู้ทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั โครงการตัดสนิ ใจไดถ้ กู ตอ้ ง
สารสนเทศที่ไดอ้ ย่างถกู ต้อง ครอบคลมุ จะเอือ้ ใหต้ ดั สนิ ใจวา่ มีความจาเปน็ ความเป็นไปไดห้ รือความ
พร้อมของทรัพยากรที่จะดาเนนิ โครงการหรือไม่
1.2.2 ชว่ ยใหไ้ ด้สารสนเทศทีเ่ ป็นประโยชน์ตอ่ การดาเนินโครงการ สารสนเทศ
ท่ไี ดจ้ ะเป็นประโยชนใ์ นการวางแผนทั้งดา้ นทรัพยากรตา่ ง ๆ การกาหนดกิจกรรมและขัน้ ตอนที่จะ
ดาเนินโครงการไดอ้ ย่างเหมาะสม
1.2.3 ช่วยเพมิ่ ความมั่นใจใหผ้ ้ทู ่ีเก่ียวข้องกบั โครงการ การประเมนิ กอ่ นดาเนิน
โครงการอา่ งเป็นระบบ ก่อนจะดาเนนิ โครงการจะชว่ ยเพิ่มความมน่ั ใจแก่ผู้เกย่ี วข้องกับโครงการทุกฝา่ ย
ว่าโครงการมโี อกาสจะไดร้ ับความสาเร็จได้
1.3 ประเภทยอ่ ยท่สี าคัญของการประเมนิ กอ่ นดาเนินโครงการ
การประเมนิ กอ่ นดาเนินโครงการอาจแบ่งออกเปน็ ประเภทย่อยที่สาคัญ ๆ ได้
3 ประเภท คอื การประเมินความตอ้ งการจาเป็น การประเมนิ ความพร้อมหรือความเป็นไปได้ หรือ
ปจั จัยนาเขา้ และการประเมินเกยี่ วกบั ต้นทุน ซึ่งมสี าระโดยสรุป ดงั น้ี
1.3.1 การประเมินความตอ้ งการจาเปน็ เป็นการประเมนิ โดยเปรยี บเทยี บขอ้ มูล
ระหว่างสภาพจริงกับสภาพท่ี ควรจะเปน็ วา่ มคี วามแตกต่างหรอื ช่องว่าง เพียงใด ยงิ่ ต่างกันมาก กย็ ่ิงมี
ความต้องการจาเปน็ มาก บางครั้งอาจเรียกช่องวา่ งน้ีวา่ ปัญหาก็ได้ คือ ถา้ ช่องวา่ งมากถือวา่ ยังมี
ปญั หามาก หรอื ยงั ห่างไกลความจริง ขอ้ มูลของชอ่ งวา่ งทีไ่ ด้อาจนามาจัดลาดบั ความสาคัญในการจะ
จดั ทาโครงการได้ โดยเฉพาะโครงการท่จี ะเรมิ่ ใหม่
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา 15
กอ่ นแต่งต้ังใหด้ ารงตาแหน่งรองผู้อานวยการสถานศกึ ษา สงั กัด สพฐ.
1.3.2 การประเมนิ ความพรอ้ มหรือความเป็นไปได้หรือปจั จยั นาเขา้ การ
ประเมนิ ความเป็นไปได้ (Feasibility Evaluation) หรือปัจจยั นาเข้า (Input Evaluation) ในท่นี ้ี
เห็นวา่ โดยรวมแล้วนา่ จะเปน็ การประเมนิ ความพรอ้ ม คื อ มีปัจจยั นาเข้าหรือทรัพยากรเพียงพอ
เหมาะสมต่อการดาเนินโครงการหรอื ไม่ เช่น บคุ ลากรทีร่ ับผิดชอบระดบั ตา่ ง ๆ และปฏิบัตงิ านใน
โครงการมีปริมาณและคุณภาพ ลักษณะทีเ่ อื้อหรอื เหมาะสมตอ่ โครงการเพียงพอหรอื ไม่อย่างไร มี
งบประมาณ เคร่ืองมอื วสั ดุ อปุ กรณ์ ในปรมิ าณและคณุ ภาพท่ีเพยี งพอหรอื ไม่เพียงใด หรอื โครงการ
ทีเ่ ขยี นขึ้นมีความชดั เจน มีกิจกรรมและขัน้ ตอนทเ่ี ออื้ ตอ่ ความสาเร็จตามที่กาหนดไวห้ รือไม่เพยี งใด
เป็นตน้
1.3.3 การประเมนิ เก่ยี วกับตน้ ทุน การประเมินเกี่ยวกบั ตน้ ทุนจะมเี รื่องเงนิ เขา้
มา เกย่ี วข้อง หรืออาจมอ งว่าเปน็ การประเมนิ เชิงประสิทธภิ าพ ส่วนหนึ่ง คือ ความประหยดั ในเรอ่ื ง
เงิน ซ่งึ ถ้าเปน็ โครงการของภาคเอกชนจะคานึงถึงเรื่องนด้ี ้วย แต่ในกรณีโครงการของภาครฐั มักจะเน้น
ประสทิ ธผิ ล (Effectiveness) หรอื ความสาเร็จของโครงการมากกวา่ จะคานึงถึงเรื่องทุนหรือ
งบประมาณ
2. การประเมินระหว่างดาเนินการโครงการ
2.1 ลกั ษณะของการประเมนิ ระหว่างดาเนินโครงการ
การประเมินระหวา่ งดาเนนิ โครงการ เป็นการประเมนิ ในระหวา่ งท่ีโครงการ
ดาเนินการอยู่ เพือ่ หาข้อมูลมาตัดสินใจปรบั ปรงุ เปล่ียนแปลงการปฏิบตั ิการโครงการในระย ะต่อไปให้
บรรลุวัตถปุ ระสงค์และมปี ระสิทธภิ าพสูงสดุ
ลักษณะสาคัญของการของการประเมินระหวา่ งดาเนนิ โครงการ จึงเปน็ การ
ประเมนิ ขณะดาเนินโครงการ เพ่ือศกึ ษากระบวนการดาเนนิ งาน มงุ่ นาข้อมูลมาใช้ประกอบการ
ตัดสินใจ ปรับปรงุ กจิ กรรม และตรวจสอบความก้าวหนา้ ตามวตั ถุประสงคข์ องโครงการ ซง่ึ มีสาระโดย
สรุป ดังนี้ (สุพกั ตร์ พิบลู ย์ และกานดา นาคะเวช. 2537 : 119)
1. ประเมินในขณะทีโ่ ครงการดาเนินอยู่ ซงึ่ อาจเป็นการดาเนนิ โครงการ
ครง้ั แรกหรือโครงการตอ่ เน่ือง หรอื โครงการประจาแตล่ ะปีงบประมาณ ตามระยะเวลาเปน็ ช่วง ๆ เช่น
โครงการฝึกอบรมเปน็ รนุ่ ๆ ตามหลกั สูตรตา่ ง ๆ ซงึ่ มแี นวโน้มจะดาเนนิ การต่ อไปเร่ือย ๆ โอกาสจะ
ยตุ โิ ครงการมนี ้อย การประเมนิ จงึ เปน็ การประเมินความกา้ วหนา้
2. ประเมินเพือ่ ศกึ ษากระบวนการดาเนินงานตามโครงการ ซ่ึงอาจเปน็ การ
ตรวจสอบวา่ กิจกรรมตา่ ง ๆ เป็นไปตามแผนหรือไม่ ทัง้ ในระยะเวลา งบประมาณ เปา้ หมาย ปัญหา
ตา่ ง ๆ เพ่อื นาผลมาปรบั ปรุงกระบวนการดาเนนิ งานในระยะหรือชว่ งตอ่ ๆ ไป
3. ประเมินเพ่ือหาสารสนเทศประกอบการตัดสินใจ สารสนเทศที่ได้จาก
กระบวนการดาเนนิ งาน จะนาไปสกู่ ารปรบั ปรงุ การดาเนนิ งานเอ งและส่วนทีเ่ กย่ี วขอ้ งอืน่ ๆ ได้เชน่
รายละเอยี ดต่าง ๆ ของโครงการ ความพรอ้ มและปัจจยั ที่เกย่ี วข้องกับโครงการ เปน็ ตน้
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพฒั นาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 16
กอ่ นแต่งตงั้ ให้ดารงตาแหนง่ รองผ้อู านวยการสถานศึกษา สงั กดั สพฐ.
4. ประเมนิ เพ่ือเน้นการตรวจสอบความก้าวหนา้ ของผลดาเนินโครงการ
นอกจากจะประเมินตามข้อ 1 - 3 แลว้ จะมกี ารตรวจสอบถึงผลท่ีจะได้วา่ มีแ นวโนม้ เป็นอยา่ งไร โดย
อาจตรวจสอบทง้ั เชิงปรมิ าณและคุณภาพ เพื่อปรบั การดาเนนิ งานให้เอื้อตอ่ ความสาเรจ็ ของโครงการ
2.2 ประโยชนข์ องการประเมินระหวา่ งดาเนนิ โครงการ
การประเมนิ ระหว่างดาเนินโครงการมีบทบาทสาคญั ทจ่ี ะช่วยกระบวนการ
ตดั สินใจแกผ่ ู้เก่ยี วขอ้ งทุกฝา่ ยในการดาเนินโครงการให้ เกิดประโยชน์สูงสดุ โดยสรุปสาระสาคญั ของ
ความสาคัญในการประเมนิ ความก้าวหน้าในการดาเนนิ โครงการได้ดังนี้
2.2.1 ช่วยใหไ้ ดส้ ารสนเทศทเ่ี ปน็ ประโยชน์ สารสนเทศท่ีไดจ้ ะเป็นประโยชน์
ต่อการปรบั ปรงุ กจิ กรรมและวิธปี ฏิบัติอื่น ๆ องค์ประกอบตา่ ง ๆ ในช่วงเวลาท่เี หลอื หรอื การ
ดาเนินการในรนุ่ ตอ่ ไป
2.2.2 ชว่ ยใหผ้ บู้ ริหารหรือผ้เู กยี่ วข้องกบั โครงการตัดสินใจไดท้ ันทว่ งที ภายใต้
ฐานข้อมูลสารสนเทศทีถ่ ูกตอ้ งครอบคลุมเปน็ การเพมิ่ ศักยภาพของโครงการและลดความสญู เสยี
สิ้นเปลอื งทรพั ยากรตา่ ง ๆ ได้
2.2.3 ชว่ ยเพมิ่ ความม่นั ใจแก่ผเู้ ก่ยี วขอ้ งกับโครงการ ผ้เู กี่ยวขอ้ งกับโครงการ
ทงั้ ผูร้ ับผิดชอบ ผู้สนบั สนุน และผู้รับบรกิ าร ฯลฯ จะเกดิ ความมั่นใจได้เพราะเปน็ การดาเนินโครงการ
อยา่ งเป็นระบบ ครบวงจร ตามหลกั การบริหาร โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ถา้ ผลการประเมนิ พบว่า
มีความสาเรจ็ หรือมีแนวโน้มว่าจะสาเรจ็
2.2.4 ชว่ ยแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความโปรง่ ใส ในการดาเนนิ การของผู้รับผดิ ชอบของ
ทกุ ฝา่ ยสามารถตรวจสอบการดาเนินการได้อยา่ งถูกต้อง ชัดเจน เป็นการสนองตอบหลกั การบริการ
จดั การท่ีดีหรอื ธรรมาภิบาลได้
3. การประเมนิ เมอื่ สิน้ สุดโครงการ
3.1 ลกั ษณะของการประเมินเมือ่ สิ้นสดุ โครงการ
ลกั ษณะสาคัญของการประเมนิ ผลโครงการจะเปน็ การประเมนิ หลงั จากโครงการ
สิน้ สดุ แลว้ เพ่ือศกึ ษาผลการดาเนนิ โครงการวา่ มีประสิทธภิ าพประสิทธิผลหรือผลท้ังทางตรงทางออ้ ม
อยา่ งไร สารสนเทศท่ไี ดจ้ งึ เน้นใชต้ ดั สนิ ใจ เลิก หยุ ด หรอื ดาเนนิ การอย่างตอ่ เนอ่ื ง หรือดาเนนิ การ
ใหมใ่ นโอกาสตอ่ ไป ลักษณะสาคัญของการประเมินผลโครงการมีสาระโดยสรปุ ดงั น้ี
3.1.1 ประเมินเมือ่ โครงการสน้ิ สุด ซงึ่ อาจเปน็ สิ้นสุดโครงการตามระยะเวลาท่ี
กาหนดหรอื ส้นิ สุดระยะชว่ งตอ่ ตามปีงบประมาณ
3.1.2 ประเมินเพื่อมุ่งศึกษาผลการดาเนนิ งานของโครงการ ซงึ่ จะตรวจสอบว่า
ผลต่าง ๆ ทไี่ ด้เป็นไปตามวัตถปุ ระสงค์ของโครงการหรอื ไม่ มีผลลพั ธ์ มผี ลกระทบทง้ั ทางบวกทางลบ
อย่างไร มีประสิทธภิ าพหรอื ความคุ้มค่าเพยี งใด เพอ่ื ใหไ้ ดข้ ้อสรุปผลการดาเนนิ งานของโครงการ
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา 17
กอ่ นแต่งตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่ รองผู้อานวยการสถานศึกษา สงั กดั สพฐ.
3.1.3 ประเมนิ เพอ่ื ตัดสินอนาคตของโครงการ โดยพิจารณาวา่ จะเลิก หยดุ
ดาเนนิ การโครงการตอ่ ไป หรอื ขยายโครงการ สารสนเทศที่ได้จากการสรุปจะนามาประกอบการ
ตดั สินใจของผ้บู รหิ ารหรอื ผู้เกยี่ วข้องวา่ จะเลกิ หยดุ ไว้ชั่วคราว ดาเนนิ การตอ่ โดยอาจปรับ ลด เพ่ิม
ขยาย ฯลฯ โครงการ
3.2 ความสาคัญของการประเมนิ เม่อื สิน้ สุดโครงการ
การประเมินเม่ือสน้ิ สุดโครงการ มบี ทบาทสาคญั ที่จะชว่ ยการตัดสินใจเก่ียวกบั
อนาคตโครงการ ภายใตส้ ารสนเทศทีถ่ กู ต้อง ครอบคลมุ และเปน็ ที่สดุ แลว้ ขอ้ สรปุ ทีไ่ ด้จะชัดเจนและ
แสดงถึงความโปร่งใสในการดาเนนิ งานของผรู้ ับผิดชอบทุกฝา่ ยเปน็ การสนองตอบหลกั การบริหารจัดการ
ทด่ี หี รอื ธรรมาภิบาลไดเ้ ช่นเดยี วกบั แนวคิด หลกั การของการประเมนิ ส่งิ อ่ืน ๆ
3.3 ประเภทยอ่ ยของการประเมินเมือ่ สน้ิ สุดโครงการ
3.3.1 การประเมนิ ผลผลิต (Output Evaluation)
3.3.2 การประเมินผลลัพธ์ (Outcomes Evaluation)
3.3.3 การประเมนิ ผลกระทบ (Impacts Evaluation)
3.3.4 การประเมินดว้ ยการติดตามผลหลงั สน้ิ สดุ โครงการไปแลว้ ระยะหน่ึง
(Follow up Evaluation)
3.3.5 การประเมนิ งานประเมินโครงการ (Meta Evaluation)
4. รปู แบบการประเมนิ โครงการ
หลักการประเมินโดยทวั่ ไป คือการพิจารณาเปรียบเทียบส่ิงท่เี ป็นความต้องการกับสงิ่ ท่ี
เกดิ ขน้ึ จรงิ ๆ ถ้าส่งิ ท่ีเป็นจรงิ มคี วามแตกตา่ งจากส่งิ ที่เป็นความตอ้ งการมาก จะต้องหาสาเหตวุ า่ เปน็
เพราะอะไร โครงการมคี วามบกพร่องตรงไหน ดังนั้น การเลือกใช้รูปแบ บในการประเมนิ จงึ มคี วาม
จาเปน็ ต่อการประเมิน (กรมการพัฒนาชมุ ชน. 2545 : ไมม่ เี ลขหนา้ )
4.1 รปู แบบการประเมินของครอนบาค (Cronbach)
เน้นในเรอื่ งประเมินเพ่อื ปรบั ปรุงหลักสูตรและการเรยี นการสอน ครอนบาคเหน็ ว่าการ
ประเมินโดยใชแ้ บบทดสอบวัดผลสัมฤทธข์ิ องผเู้ รี ยน ยังไมเ่ หมาะสมเพยี งพอที่จะนาผลการประเมินน้นั
ไปปรับปรงุ หลกั สูตร รูปแบบของครอนบาคเหมาะที่จะนามาใช้ในการประเมนิ โครงการประเภท
ฝกึ อบรมทมี่ ีจุดมุง่ หมาย 3 ประการ คอื
1.1 เพ่อื ปรับปรุงหลกั สตู ร การประเมนิ โครงการจะนาไปสูก่ ารตัดสินใจวา่ วสั ดุ
การเรียนการสอนของโครงการฝึกอบรมท่ีใชอ้ ยู่น่าพอใจหรอื ไม่ มสี ว่ นใดท่ตี อ้ งแกไ้ ข
1.2 เพอื่ ตดั สนิ เกีย่ วกับตวั บคุ คล การประเมินจะทาใหท้ ราบถงึ ความต้องการของ
ผู้รับการอบรม เพ่อื นามาใชก้ ารประกอบในการวางแผนการสอน การคดั เลือก และการจัดกลมุ่ ผเู้ รยี น
1.3 การจดั ระบบในการบรหิ าร การฝกึ อบรม การประเมินจะทาใหท้ ราบว่า ระบบ
การบรหิ ารงานของฝา่ ยฝึกอบรมดีแล้วหรือยัง วทิ ยากรหรอื ผู้สอนแต่ละคนมีประสทิ ธิภาพหรือไม่
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพฒั นาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา 18
กอ่ นแตง่ ต้ังให้ดารงตาแหนง่ รองผอู้ านวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ.
วธิ กี ารประเมนิ ตามแนวคิดของครอนบาคมี 4 ขนั้ ตอน คอื
1. การศกึ ษากระบวนการ (Process Study) เปน็ การศึกษาเกีย่ วกบั เหตกุ ารณท์ ี่
เกดิ ขึ้นในห้องบรรยายหรือหอ้ งฝกึ อบรม ทที่ าให้ความสามารถและเจตคติของผูเ้ ขา้ รับการอบรม
เปลีย่ นแปลงไป โดยมีจุดมงุ่ หมายเพ่ือนาขอ้ มลู ที่ไดร้ ับมาใช้ในการปรบั ปรุงกระบวนการเรยี นการสอน
หรือกระบวนการฝึกอบรมนน่ั เอง
2. การติดตามผ ล (Follow-up Study) เปน็ การเฝา้ ผลผลิตทเ่ี กดิ ข้นึ จากการ
ดาเนินงานตามระบบและหลกั สตู รฝึกอบรม ซ่ึงเป็นวธิ ีทใ่ี ช้เวลานาน ผลการตดิ ตามจึงมคี ณุ คา่ นอ้ ยทจี่ ะ
นามาใช้ในการปรบั ปรุงหลกั สูตร ในการติดตามผลควรจะมีการศึกษาเปรียบเทียบกบั ส่งิ ทเี่ ปน็ ขอ้ มูล
พน้ื ฐานบางอยา่ ง มิฉะนนั้ จะไมส่ ามารถทราบไดว้ า่ ความสาเร็จทเ่ี กิดขนึ้ กับผู้ท่ผี า่ นการอบรม
เปน็ ความสาเรจ็ อนั เกิดจากการผ่านกระบวนการตามหลักสูตรฝึกอบรมทจ่ี ะประเมนิ จรงิ หรือไม่
เพราะผูท้ ไ่ี มผ่ ่านการฝึกอบรมกอ็ าจจะประสบความสาเร็จในเรอื่ งเดยี วกนั ไดเ้ ช่นกนั
3. การวัดเจตคติ (Attitude Measurement) เจตคติ หมายถึง ความเชอ่ื ทมี่ ี
ความหมายมากกว่าการยอมรบั หรอื ไม่ยอมรับในเรอื่ งใดเร่ืองหนึง่ เจตคติทมี่ ตี ่องานพฒั นาชมุ ชน
หมายความรวมถงึ ความคดิ เกี่ยวกับเร่อื งราวต่าง ๆ ทน่ี ักพัฒนาชมุ ชนหรอื ผู้นาท้องถ่นิ ทาข้นึ กจิ กรรม
การฝกึ อบรมดา้ นอาชพี จะเป็นสว่ นหนงึ่ ทาใหช้ าวบา้ นเกดิ เจตคติต่องานชมุ ชน ถ้าชาวบา้ นมเี จตคตทิ ดี่ ี
ต่องานพฒั นาชมุ ชน ผลทตี่ ามมาก็คือเขาอยากเข้ารว่ มในกจิ กรรมการฝกึ อบรมแมว้ า่ จะไมต่ อ้ งการ
เรียนรู้เร่ืองอาชพี นน้ั จรงิ ๆ
4. การวัดความสามารถท่ัวไป (Proficiency Measurement) การวัดความสามารถ
ทวั่ ไปมีเทคนิคการวดั หลายวธิ ี นอกจากการใชแ้ บบทดสอบมาตรฐานแลว้ ยงั อาจใช้การจดั คาถามที่
แตกตา่ งกนั ให้ผู้เรยี นตอบ หรอื ใช้แบบทดสอบอัตนัยและคาถามปลายเปิดในการวัดความสามารถ
เฉพาะเรื่องได้ หรือถ้าต้องการวัดความสามารถในการแกป้ ัญหาก็อาจใช้วธิ ีการสงั เกตจากกา รทางาน
เปน็ กลุ่ม ในการวัดความสามารถทวั่ ไป ครอนบาคเห็นว่าคะแนนแตล่ ะข้อมีความสาคญั มากกวา่
คะแนนรวม เน่อื งจากคะแนนรวมน้อย มากกว่าจะต้องการปรับปรุงหลักสูตรอย่างไร ด้วยเหตุนี้
การใชค้ ะแนนของแตล่ ะขอ้ จะมีประโยชน์มากกวา่ จึงสามารถวัดได้เป็นระยะไม่จาเป็นต้อง รอให้จบ
หลกั สตู รก่อน นอกจากนถี้ า้ ตอ้ งการหลกั สตู รบรรลุตามวตั ถุประสงค์หรอื ไม่ ก็จะตอ้ งสร้างขอ้ สอบ
ให้สอดคล้องกับวตั ถปุ ระสงคข์ องหลักสตู รแล้วจงึ นาไปปล่อย
4.2 รปู แบบการประเมินของสเตค้ (Stake)
นักวชิ าการแต่ละคนจะมองเห็นคุณคา่ ของโครงการหน่ึง ๆ แตกต่ างกนั กล่าวคอื
บางคนมองเหน็ คุณคา่ ของโครงการเฉพาะด้านข องตนเอง แตบ่ างคนมองครอบคลุม ทุกด้าน เขาเสนอ
ว่าเพอ่ื ทาความเข้าใจในส่งิ ท่ีเป็นสาระของโครงการท่ีประเมนิ ได้ตรงกัน อาจพิจารณาใชล้ ักษณะของ
การประเมนิ ตามแนวความคิดของสเตค้ กจ็ ะช่วยใหก้ าหนดกรอบการประเมนิ ได้ง่ายข้ึน สเตค้
แบง่ การประเมนิ ออกเปน็ 2 ลักษณะคือ การประเมินอย่างไม่เป็นทางการและการประเมินอย่างเป็น
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพฒั นาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 19
ก่อนแต่งตง้ั ให้ดารงตาแหน่งรองผอู้ านวยการสถานศกึ ษา สงั กดั สพฐ.
ทางการ เขากลา่ ววา่ การประเมินอยา่ งไมเ่ ปน็ ทางการใหผ้ ลยงั เปน็ ทนี่ ่าเชอื่ ถือไม่ได้ แตก่ ารประเมนิ
อย่างเปน็ ทางการก็ยงั มจี ดุ อ่อนหลายประการเช่นกัน นกั ประเมิ นจึงควรเลอื กใหเ้ หมาะสมกับ
สถานการณ์ของโครงการ
วิธกี ารประเมนิ ของสเตค้ จะเรม่ิ จากการสร้างตารางข้อมลู ซึง่ เกบ็ จากแหล่งตา่ ง ๆ
ด้วยวิธกี ารตา่ ง ๆ กนั โดยมจี ดุ มุ่งหมายเพื่อใชบ้ รรยายสิ่งทเี่ กดิ ขึน้ และตัดสนิ คณุ ค่า ซ่งึ แบ่งลกั ษณะ
ขอ้ มลู ออกเปน็ 3 ประเภท คือ
1. ข้อมลู ของสิ่งท่ีมีอยูก่ อ่ น หมายถงึ เง่ือนไขใด ๆ ท่ีมอี ยกู่ อ่ นท่จี ะมีการดาเนนิ
กิจกรรมตามโครงการ เ ช่น เง่อื นไขท่มี กี ่อนการฝึกอบร มหรอื การเรยี นการสอน ไดแ้ ก่ สถานภาพ
ของผเู้ รียน ความถนดั ประสบการณเ์ ดมิ ความสนใจ และความพอใจ เป็นตน้ หรืออกี ตวั อยา่ งหนง่ึ
เงอ่ื นไขท่มี อี ยู่ก่อนการสง่ เสริมอาชีพ ได้แก่ ทักษะอาชีพ ภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ินเกย่ี วกับการจัดการธรุ กิจ
ความขยนั ขนั แข็ง การมีกรรมสทิ ธ์ใิ นที่ดิน เป็นต้น
2. ข้อมูลของกระบวนการ หมายถึง ปฏสิ มั พันธ์ทเ่ี กิดข้นึ ระหวา่ งวทิ ยากรกบั ผ้เู ข้า
รับการฝึ กอบรม ผ้เู ข้ารับการอบรมกับผู้บรหิ ารโครงการ ผ้บู ริหารโครงการกับผู้นาทอ้ งถน่ิ หรอื
กระบวนการเรยี นการสอนในหอ้ งบรรยาย ซงึ่ ได้แก่ การอภปิ รายของผู้เขา้ รับการฝกึ อบรมการบรหิ าร
การฝึกอบรม เปน็ ต้น
3. ข้อมูลผลผลติ หมายถึง ผลที่เกิดขน้ึ หลงั จากทม่ี กี ารฝึกอบรมไ ปแลว้ เช่น
ความสามารถของผผู้ ่านการฝึกอบรม ผลสัมฤทธิ์ทางการพฒั นาความร้คู วามเข้าใจในเรื่องท่มี ีการ
ฝึกอบรมของผู้เข้ารับการฝกึ อบรม เจตคตขิ องผเู้ ข้ารบั การฝกึ อบรม ผลกระทบจากการบรรยาย ของ
วิทยากร ผูบ้ ริหาร ผนู้ าทอ้ งถน่ิ และคนอ่นื ๆ ในหนว่ ยฝกึ อบรม ตลอดจนกา รเส่ือมสภาพของ
เครื่องมอื สภาพแวดลอ้ มของผ้เู ข้ารับการอบรม และปริมาณการลงทนุ ในการนาความร้ไู ปใช้หลงั
ฝึกอบรม
4.3 รปู แบบการประเมินของสตัฟเฟลิ บมี (Stufflebeam)
สตัฟเฟลิ บมี เส นอรูปแบบการประเมนิ ทเี่ รียกวา่ CIPP Model ย่อมาจากคาว่า
Context Input Process Product Model ซ่ึงเน้นการประเมินเพอื่ ใชใ้ นการตัดสนิ ใจเลือก
ทางเลือกตา่ ง ๆ ทง้ั น้ไี ดจ้ าแนกการตัดสนิ ใจของผบู้ รหิ ารในการบรหิ ารโครงการเป็น 4 ลกั ษณะ คือ
(สมบรู ณ์ ตนั ยะ. 2541 : 104)
1. การตัดสนิ ใจเกี่ยวกับการวางแผน เป็นการตดั สนิ ใจท่ีมวี ตั ถุประสงค์เพอื่ กาหนด
จดุ มงุ่ หมายหรอื เรียกวา่ เปน็ ผลท่คี าดหวงั
2. การตดั สนิ ใจเกี่ยวกับโครงสรา้ ง เป็นการตั ดสนิ ใจที่มีวตั ถุประสงค์ เพอื่ กาหนด
รปู แบบของโครงการ หรือเรียกว่าวิธีการที่คาดหวัง
3. การตดั สินใจเกี่ยวกบั การปฏิบัติ เป็ นการตัดสนิ ใจท่มี ีวัตถุประสงค์ เพื่อควบคุม
การดาเนินโครงการ หรือเรยี กวา่ วิธีการท่เี กดิ ขนึ้ จริง
รายงานผลการดาเนินงานตามโครงการพัฒนาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา 20
ก่อนแตง่ ต้ังใหด้ ารงตาแหนง่ รองผอู้ านวยการสถานศกึ ษา สงั กดั สพฐ.
4. การตดั สนิ ใจเม่อื ส้ินสุดโครงการ เป็ นการตัดสนิ ใจท่มี ีวตั ถุประสงค์ เพ่อื ตัดสิน
และดูความสาเรจ็ ของโครงการ หรือเรียกวา่ ผลทเี่ กิดขึ้นจริง
วธิ กี ารประเมินตามรปู แบบการประเมินโครงการของสตฟั เฟิลบีม จะตอ้ งมกี าร
ประเมิน 4 ด้าน คือ
1. การประเมินสภาวะแวดล้อม (Context Evaluation) เป็นรปู แบบพน้ื ฐาน
ของการประเมินโดยท่วั ไป ทมี่ ีจดุ มุ่งหมายเพอ่ื หาหลักการและเหตุผลท่ี จะนาไปใช้ในการกาหนดวัตถุ
ประสงค์ของโครงการ โดยเน้นสภาพแวดลอ้ ม ความตอ้ งการ และเงอื่ นไขท่ีเปน็ จรงิ ต่าง ๆ เกีย่ วกับ
สภาพแวดล้อม นอกจากนัน้ ยงั ชว่ ยในการวินจิ ฉัยปัญหา เพ่อื ใหไ้ ด้ข้อมลู พื้นฐานท่เี ปน็ ประโยชนต์ อ่ การ
ตดั สินใจ การวนิ จิ ฉยั ปญั หา และการพัฒนาวตั ถุ ประสงค์ เปน็ ผลทาให้เกดิ การปรับปรุงโครงการใหม่
วธิ กี ารประเมนิ สภาวะแวดล้อม เรมิ่ จากการวเิ คราะห์หลัก เพ่ือกาหนดขอบเขตการศึกษาจากข้อมลู เชิง
ประจกั ษ์ เพื่อค้นหาส่งิ ท่ยี งั ขาดอยู่ จากนั้นใช้ทั้งขอ้ มลู เชงิ ประจกั ษ์และความคิดหลักรว่ มกนั ประกอบ
กบั การใชท้ ฤษ ฎีและค วามเหน็ ของผเู้ ชย่ี วชาญ เพ่ือตัดสินปัญหาเบ้ืองต้นที่ต้องได้รบั การแก้ไขมี
อะไรบา้ ง
2. การประเมนิ ปจั จยั เบอ้ื งต้น (Input Evaluation) มีจดุ มุง่ หมายเพ่อื การจดั หา
ข้อมลู เพ่อื ใช้ในการตัดสินวธิ ีการของการใชท้ รัพยากรต่าง ๆ เพ่อื ให้การดาเนินโครงการบรรลุ
จุดม่งุ หมายท่กี าหนดไว้ สิ่งทีท่ าการประเมิน ไดแ้ ก่ ความสามารถของหน่วยงานหรอื ตัวแทนในการจัด
โครงการยุทธวธิ ีท่ใี ช้ เพ่ือให้บรรลุจดุ มงุ่ หมายของโครงการ วธิ ีที่ใช้ในการดาเนินการ ต ลอดจนการ
ได้รบั ความช่วยเหลอื ต่าง ๆ เช่น หน่วยงานทจี่ ะชว่ ยเหลื อ เวลา เงนิ ทนุ อาคาร สถานที่และอุปกรณ์
เครอื่ งมอื เปน็ ตน้ สงิ่ ทีส่ าคญั ของการประเมินปัจจัยเบื้องต้นคอื ผลของการประเมนิ จะตอ้ งให้
ขอ้ สนเทศท่ที าใหท้ ราบวา่ จะตอ้ งอาศยั ความช่วยเหลือจากภายนอกหรือไม่ ในการบรรลุจดุ มงุ่ หมาย
จะตอ้ งใช้วิธีการอะไร จะใช้ของเดมิ ท่ีมีอยแู่ ล้ว หรือใช้วธิ ีที่ คิดคน้ ข้นึ มาใหม่ และจะใชแ้ บบแผนการ
ดาเนินงานอยา่ งไร
3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) มีบทบาทสาคัญในการให้
ขอ้ มลู ยอ้ นกลับแกผ่ ูร้ บั ผดิ ชอบและผู้ดาเนนิ การทุกขนั้ ตอน การประเมนิ กระบวนการนี้ จะเรม่ิ ปฏิบัติ
หลงั จากทโ่ี ครงการไดร้ ับการอนมุ ตั ิและลงมือปฏิบตั ติ ามโครงการแลว้ โดยมีวตั ถปุ ระสงคใ์ นการประเมนิ
3 ประการ คอื เพือ่ หาข้อบกพรอ่ งของโครงการในระหวา่ งที่มีการปฏบิ ตั เิ พอื่ หาขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ท่จี ะ
นามาใชใ้ นการตัดสนิ ใจเก่ยี วกบั การดาเนินงานของโครงการ และเพอ่ื เก็บรวบรวมข้อมูลตา่ ง ๆ ที่ได้
จากการดาเนินโครงการ
4. การประเมินผลผลติ (Product Evaluation) มจี ุดมุ่งหมายไมเ่ พียงแตเ่ พอื่
ตรวจสอบผลทีเ่ กดิ ขึ้นเมอื่ สนิ้ สุดโครงการเท่านัน้ แต่รวมถึงการประเมินผลผลติ ระหว่างดาเนนิ โครงการ
ดว้ ยวธิ กี ารประเมินผลผลติ จะต้องกาหนดจุดม่งุ หมายในลักษณะท่เี ป็นนิยามเชิ งปฏบิ ตั กิ าร กาหนด
รายงานผลการดาเนินงานตามโครงการพัฒนาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา 21
กอ่ นแตง่ ต้ังให้ดารงตาแหนง่ รองผอู้ านวยการสถานศกึ ษา สงั กัด สพฐ.
เกณฑท์ ีใ่ ชใ้ นการวดั ให้สมั พันธ์กับวตั ถุประสงค์ เปรียบเทยี บผลการวดั ท่ไี ดก้ ับเกณฑม์ าตรฐานทก่ี าหนด
ไวก้ อ่ นแล้ว
สรุปได้ว่า การประเมินตามวิธีการของสตฟั เฟิลบมี จะเหน็ ได้วา่ มลี ักษณะความสัมพันธ์
ระหว่างประเดน็ การประเมนิ กบั ประเด็นการตดั สนิ ใจ
นอกจากน้ี สมบูรณ์ ตนั ยะ (2541 : 69 - 76) ไดเ้ สนอรปู แบบการประเมินท่นี า่ พอใจ
กลา่ วคือ แบง่ การประเมนิ เปน็ 3 ระยะ ดงั น้ี
1. ประเมนิ ระยะก่อนการดาเนินโครงการ เป็นการประเมนิ ปจั จยั นาเข้า (Input) แยกเปน็
1.1 ประเมนิ ความจาเปน็ เปน็ การตรวจสอบดวู า่ ปญั หาของงานอยทู่ ใ่ี ด มคี วาม
จาเปน็ ทีต่ อ้ งการหรือพัฒนาเรือ่ งนัน้ ๆ มากน้อยเพยี งใด
1.2 ประเมนิ ความเปน็ ไปได้ เป็นการศกึ ษาความพร้อมด้านต่าง ๆ ในการทาโครงการ
คือการศกึ ษาถงึ ปจั จัยทจี่ าเป็นของการดาเนนิ โครงการ
1.3 ประเมินตวั โครงการ เปน็ การตรวจสอบความเป็นไปไดเ้ หมาะสมของโครงการว่า
มคี วามสมเหตสุ มผล มคี วามเป็นไปได้มากนอ้ ยเพียงใด มุง่ ตรวจสอบความสอดคล้องขององคป์ ระกอบ
2. การประเมนิ ระหว่างการดาเนินโครงการ เปน็ การประเมนิ กระบวนการ (Process)
หรือการปฏบิ ตั ิตามโครงการทท่ี าควบคู่ไปกบั การดาเนินงานของโครงการ เพ่ือการตรวจสอบควบคมุ
กระบวนการทางาน ดูความกา้ วหนา้ ของการดาเนนิ งานตามโครงการ รวบรวมปัญหาและอุปสรรค
สาหรบั การพิจารณาปรบั ปรุงและดาเนนิ การแก้ไข
3. ประเมินหลังการดาเนนิ โครงการ เป็นการประเมนิ ผลผลติ (Product) หรือ
ตรวจสอบวา่ โครงการน้ัน ก่อใหเ้ กิดผลท่ีต้องการ หรือไม่ มีผลกระทบ ผลขา้ งเคยี ง ผลพลอยได้ หรอื
ผลท่ีไมค่ าดหวังอะไรบ้าง เปน็ การประเมิน ผลสดุ ทา้ ยของโครงการ มงุ่ ตรวจสอบความเปน็ ไปไดว้ ่า
บรรลตุ ามจดุ มงุ่ หมายทต่ี ้ังไว้หรอื ไม่เพียงใด
4.4 รปู แบบการประเมินของไทเลอร์ (Tyler)
เป็นรปู แบบการประเมินวตั ถปุ ระสง ค์และจุดมุ่งหมายของโครงการกบั เกณฑ์มาตรฐาน
แลว้ ใชเ้ คร่อื งมือต่าง ๆ วดั ผลการดาเนนิ โครงการนาข้อมูลที่ได้มาเปรยี บเทยี บกบั วตั ถปุ ระสงคแ์ ละ
เกณฑ์ทีไ่ ดก้ าหนดไว้ เพื่อศึกษาวา่ การดาเนนิ โครงการนน้ั สอดคล้องหรือขัดแยง้ กับวตั ถปุ ระสงค์และ
เกณฑ์มาตรฐานทต่ี งั้ ไว้เพยี งใด (ไชยยศ เรืองสุวรรณ . 2533 : 114 – 122) ไดบ้ อกข้ันตอนการ
ประเมนิ ตามรปู แบบของไทเลอร์ ดังน้ี
1. ค้นหาจดุ มงุ่ หมายท่ีแท้จรงิ ของโครงการที่จะประเมนิ
2. นาจดุ มุ่งหมายมาสรา้ งเกณฑห์ รอื ตวั บ่งช้ี
3. จัดกจิ กรรมของโครงการประเมนิ ใหส้ อดคล้องกับจดุ มงุ่ หมายของโครงการ
4. ตรวจสอบก่อนเร่ิมดาเนินงานด้วยเคร่ืองมือทนี่ ่าเชื่อถอื
5. ดาเนนิ กิจกรรมตามโครงการท่ีกาหนดไว้
รายงานผลการดาเนินงานตามโครงการพฒั นาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา 22
ก่อนแต่งต้ังใหด้ ารงตาแหน่งรองผูอ้ านวยการสถานศึกษา สงั กดั สพฐ.
6. เมื่อเสร็จสนิ้ โครงการทาการทดสอบอกี คร้ังหน่งึ
7. ประเมนิ ประสทิ ธิภาพของโครงการโดยการเปรียบเทียบคะแนนจากผลการ
ทดสอบกอ่ นดาเนนิ การและหลงั ดาเนนิ การ
8. นาผลการประเมนิ ไปใช้
รปู แบบการประเมินของไทเลอร์ จงึ เป็นการวัดพฤติกรรมก่อนและหลงั การดาเนนิ การ
หรือวัดพฤติกรรมก่อนและหลังเรยี น หรอื การฝกึ อบรม
4.5 วธิ ีการประเมินของเมทเฟสเชล และไมเคิล (Metfessel & Michael)
เมทเฟสเชล และไมเคิ ล ไดร้ ับอทิ ธิพลจากกระบวนทศั น์การประเมนิ ของ ไทเลอร์ ที่
ระบวุ ่าการประเมนิ ผลเป็นการบ่งบอกถงึ ระดับการบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคท์ ก่ี าหนด และไดเ้ สนอวธิ กี าร
ประเมนิ ผล 8 ขัน้ ตอน ดงั น้ี
1. ให้ชมุ ชนมสี ่วนรว่ ม และมีบทบาทเป็นผู้กระตุน้ ใหเ้ กิดการประเมนิ โครงการหรอื
โปรแกรมต่าง ๆ
2. กาหนดวัตถุประสงคท์ ่วั ไปและวตั ถปุ ระสงค์เฉพาะใหส้ อดคกลนั อ้ ง
3. แปลงวัตถปุ ระสงค์ทั่วไปให้อยใู่ นรูปที่สามารถสือ่ สาร และกระตนุ้ ให้เกดิ การ
เรยี นรู้แก่ผเู้ รียน
4. เลือกสรรหรือสร้างเครือ่ งมอื สาหรบั วัดผลท่เี กิดขน้ึ สามารถจะสรุปโยงใยถึง
ประสิทธิผลของโปรแกรม
5. ให้มกี ารสังเกต และรวบรวมข้อมลู อยา่ งเป็นระบบ โดยใช้แบบสอบมาตรวดั
เชิงพฤติกรรมที่มคี วามตรงและความเท่ียงสงู
6. วเิ คราะห์ขอ้ มลู โดยใช้สถติ ทิ เ่ี หมาะสม
7. แปลความหมายตามมาตรฐานทกี่ าหนดไว้ โดยพิจารณาจากผลการวดั จาก
เครื่องมือทกุ ชนดิ
8. จดั ทาข้อเสนอแนะสาหรบั การดาเนนิ โครงการ หรือโปรแกรมตอ่ ไป ตลอดจน
การปรับปรุงและปรับแก้ไขจดุ หมายและวตั ถปุ ระสงคเ์ ฉพาะตา่ ง ๆ
เฟสเชล และไมเคลิ ได้ขยายขอบเขตวิสัยทัศนข์ องนักประเมินในดา้ นเครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้
ในการประเมนิ ซ่งึ ทาให้การรวบรวมขอ้ มู ล เพอื่ การประเมินมีความรอบคอบ และไดข้ ้อมูลทก่ี ว้างขวาง
ย่ิงขน้ึ
4.6 วธิ กี ารประเมินของแฮมมอนด์ (Hammond)
แฮมมอนดม์ คี วามสนใจไม่เพียงแต่ต้องการทราบวา่ วตั ถปุ ระสงค์บรรลุเพยี งใดยงั สนใจ
ท่จี ะศึกษาจากสาเหตุวา่ นวตั กรรมการศึกษาบางประเภทประสบผลสาเรจ็ แตบ่ างอย่างไม่ประส บ
ผลสาเรจ็ เพอ่ื ชว่ ยนกั ประเมินในการระบุหาตัวประกอบทมี่ อี ิทธพิ ลตอ่ ความสาเรจ็ หรอื ความล้มเหลว
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา 23
กอ่ นแต่งต้ังใหด้ ารงตาแหนง่ รองผ้อู านวยการสถานศึกษา สงั กดั สพฐ.
ของกิจกรรมทางการศกึ ษา แฮมมอนด์ ได้เสนอลูกเต๋า 3 มิติ เพ่ือใชอ้ ธบิ ายโปรแกรมการศึกษา
และการจดั ระบบตัวแปรทางการประเมนิ เรยี กลูกเตา๋ นี้ว่า “โครงสร้างเพ่อื การประเมนิ ” ดังนี้
- มติ ทิ างการสอน
- มิตขิ องสถาบัน
- มติ ขิ องพฤติกรรมการเรยี นรู้
วธิ ีการประเมินของ แฮมมอนด์ ใกลเ้ คียงกับวธิ ีการประเมินของไทเลอร์ โดยแฮม
มอนด์ เสนอกระบวนการประเมนิ ไว้ 6 ขัน้ ตอน คอื
1. กาหนดโปรแกรมทมี่ งุ่ ประเมนิ
2. กาหนดตวั แปรเชงิ บรรยายตามลกู เตา๋ โครงสร้างการประเมิน
3. เขียนวัตถปุ ระสงค์
4. ประเมินผลการปฏิบัติ
5. วเิ คราะห์ผลทไี่ ด้
6. เปรียบเทียบผลการปฏบิ ตั กิ บั วตั ถปุ ระสงค์
4.7 โมเดลการประเมนิ ความไม่สอดคลอ้ งของ โพรวสั
การประเมินความไม่สอดคลอ้ งของ Malcolm M. Provas เป็นการประเมินท่ี
ค้นหาความไม่สอดคล้องระหวา่ งความคาดหวังกบั ผลปฏิบตั ิ โมเดลการประเมินน้ี พัฒนามาจากการ
ประเมินตามวตั ถปุ ระสงคข์ องไทเลอร์ มี 4 ขัน้ ตอน และเสนอขนั้ ตอนท่ี 5 เปน็ ขน้ั ตอนให้เลอื ก
ปฏิบัติ ดงั นี้
1. การกาหนดนิยาม และออกแบบโปรแกรม (Program Definition)
2. การดาเนนิ งานโปรแกรม (Program installation)
3. กระบวนการในโปรแกรม (ผลลพั ธร์ ะหว่างทาง)
4. ผลลัพธ์สุดทา้ ย
5. การวเิ คราะห์ผลประโยชน์และค่าใชจ้ ่าย (เลือก)
4.8 วิธีการประเมนิ ประสทิ ธิผลของการอบรมของเคิรก์ แพททริก (Kirkpatric)
เคิรก์ แพททริก (Kirkpatric. 1975 : 1-18 ; อา้ งถึง เยาวดี วิบูลย์ศรี 2545: 35) ได้
นาเสนอรปู แบบการประเมนิ ทน่ี ิยมใช้มากทส่ี ดุ ในขณะนี้ คือการประเมนิ ประสทิ ธผิ ลของโครงการ
ฝกึ อบรมตามแนวทางดังกลา่ วประกอบด้วย
ระดับที่ 1 การประเมนิ ระดับปฏกิ ิรยิ า (Reaction) หมายถงึ การพจิ ารณาว่า
ผู้เข้าอบรมมีความพงึ พอใจในโครงการฝกึ อบรมเพียงใด การประเมินตามแนวนต้ี อ้ งการท่จี ะรวู้ า่ ผ้เู ขา้
อบรมมคี วามรูส้ กึ อยา่ งไรเก่ยี วกบั โครงการฝกึ อบรม เช่น ผเู้ ขา้ อบรมเหน็ วา่ หลกั สตู รหรอื เน้อื หาสาระ
วชิ าถกู ตอ้ งตรงกบั ทตี่ ้องการและเปน็ ท่นี า่ สนใจหรอื ไม่ ชอบวิธกี ารสอน การอบรมแบบใด สัดส่วนของ
การบรรยายและการอภิปรายเป็นอย่างไร
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 24
กอ่ นแต่งต้งั ใหด้ ารงตาแหน่งรองผูอ้ านวยการสถานศึกษา สงั กัด สพฐ.
ระดับท่ี 2 การประเมินการเรยี นรู้ (Learning) หมายถึง การวดั ปรมิ าณความรู้
ท่ีผูเ้ ขา้ รบั การอบรมได้รบั เชน่ หลักเกณฑ์ ความจริงหรอื เทคนิคต่าง ๆ ทส่ี ามารถนาไปประยุกตใ์ ช้ได้
ระดบั ที่ 3 การประเมนิ พฤตกิ รรม (Behavior) หมายถึง การพิจารณาว่า
ผู้เขา้ อบรมนาความรู้ไปใช้มากน้อยเพียงใด
ระดบั ท่ี 4 การประเมนิ ผลลพั ธท์ เี่ กดิ ตอ่ องคก์ ร (Result) เปน็ การประเมินผลท่ี
ตอ้ งการจะให้เกิดข้นึ เช่น ลดคา่ ใช้จา่ ย การปรบั ปรุงประสทิ ธภิ าพในการทางาน การลดขอ้ เรยี กรอ้ ง
การเพิ่มปรมิ าณการขาย และการผลิต เปน็ ต้น
การประเมนิ ประสทิ ธิภาพประสิทธิผลของโครงการอบรมท้ัง 4 ระดับดงั กล่าว ถา้ เรา
พจิ ารณาวา่ ใครควรจะเป็นผปู้ ระเมินภายใน ห รือภายนอกโครงการอบรม อกี ทัง้ จะประเมินโดยใช้
เกณฑอ์ ะไร เทยี บกับตนเอง เทยี บกับพฤติกรรมของกลุ่ม หรือปกติวิสัย หรอื กาหนดเกณฑท์ ่ีแน่นอน
เราก็จะได้รูปแบบการประเมนิ เฉพาะประสิทธผิ ลของการอบรม
สรุปไดว้ า่ ลักษณะการประเมินโครงการจะเน้นวัตถุประสงค์ในการดาเนินงาน ของ
โครงการเปน็ สาคัญ ทั้งประเมินกอ่ นดาเนินงาน ขณะกาลงั ดาเนินงาน และเม่ือสิน้ สดุ โครงการ ทง้ั น้ี
เพ่อื ติดตามผลการดาเนนิ งานทุกระยะอย่างตอ่ เน่ือง
5. ประโยชนข์ องการประเมนิ
สมคิด พรมจยุ้ (2542 : 30) ได้กล่าวถงึ ประโยชน์ของการประเมิน สรุปได้ดังนี้
1. ช่วยให้ได้ขอ้ มลู และสารสนเทศตา่ ง ๆ เพือ่ นาไปใชใ้ นการตดั สนิ เกยี่ วกับการวางแผน
งานและโครงการ ตรวจสอบความพรอ้ มของทรพั ยากรตา่ ง ๆ ท่ีจาเปน็ ในการดาเนินโครงการ ตลอดจน
การตรวจสอบความเป็นไปไดใ้ นการจัดกจิ กรรมตา่ ง ๆ
2. ชว่ ยทาใหก้ ารกาหนดวัตถุประสงค์ของโครงการมีความชัดเจน (กรณปี ระเมินก่อน
ดาเนินโครงการ)
3. ช่วยในการจัดหาข้อมูลเกี่ยวกบั ความก้าวหนา้ ปัญหาอปุ สรรคของการดาเนินงาน
โครงการ
4. ชว่ ยใหข้ ้อมลู เกย่ี วกับความสาเรจ็ และความล้มเหลวของโครงการเพือ่ นาไปใชใ้ น
การตัดสินใจและวนิ ิจฉยั วา่ จะดาเนนิ โครงการในช่วงต่อไปหรอื ไม่ จะยกเลกิ หรือขยายการดาเนนิ งาน
โครงการตอ่ ไป
5. ชว่ ยให้ได้ขอ้ มลู ท่บี ่งบอกถงึ ประสทิ ธิภาพของการดาเนนิ โครงการว่าเป็นอยา่ งไร
คุ้มค่ากบั การลงทุนหรอื ไม่
6. เปน็ แรงจงู ใจให้ผู้ปฏบิ ตั งิ านโครงการ เพราะการประเมนิ โครงการดว้ ยตนเองจะทา
ใหผ้ ปู้ ฏิบตั งิ านไดท้ ราบผลการดาเนนิ งาน จุดเด่น จุดดอ้ ย และนาข้อมลู ไปใชใ้ นการปรับปรงุ และพฒั นา
โครงการใหม้ ีประสทิ ธิภาพยิง่ ขึ้น
รายงานผลการดาเนินงานตามโครงการพฒั นาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 25
กอ่ นแตง่ ต้งั ให้ดารงตาแหน่งรองผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา สังกัด สพฐ.
สพุ กั ตร์ พบิ ลู ย์ (2548 : 8) ไดก้ ลา่ วถงึ การประเมนิ จะกอ่ ให้เกดิ ประโยชนส์ าคัญ ๆ ใน
ลักษณะต่อไปนี้
1. ทาใหไ้ ดข้ ้อมลู สารสนเทศตา่ ง ๆ ที่เปน็ ประโยชน์ตอ่ การกาหนดนโยบาย หรือ
ทศิ ทางการดาเนนิ งานขององค์กร
2. ได้สารสนเทศทเ่ี ป็นประโยชน์ตอ่ การปรับปรุง สือ่ /ชนิ้ งาน แผนงาน โครงการให้
เหมาะสมกอ่ นนาไปปฏบิ ัติ ลดโอกาสในการเกดิ ปัญหา อุปสรรคทจี่ ะทาใหก้ ิจกรรมหรอื การดาเนินงาน
โครงการใด ๆ ลม้ เหลว
3. การประเมินความกา้ วหนา้ ของงานในความรบั ผิ ดชอบทาใหผ้ ู้รับผดิ ชอบงาน /
โครงการทราบจุดเด่น จุดด้อยของงาน มีโอกาสทจ่ี ะปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขนึ้ เปน็ การ
ลดโอกาสความสูญเปล่าในการปฏิบตั งิ าน
4. การประเมินความสาเรจ็ ของงาน จะทาให้ทราบว่า ปฏบิ ัตกิ ารใด ๆ ที่ไดล้ งทนุ ไป
แล้วเกดิ ประโยชน์ คุ้มค่าหรอื ไม่ ควรจะดาเนนิ การตอ่ ไปหรือไม่ เป็นการลดโอกาสการสญู เปลา่ อกี
ลักษณะหนงึ่
5. กจิ กรรมการประเมิน โดยเฉพาะในกรณขี องการประเมินตนเอง จะทาให้
ผ้รู บั ผดิ ชอบงานเหน็ จุดอ่อนของตน จะเกิดแรงจงู ใจในการพัฒนางานและเกดิ การยกระดับคุณภาพงาน
อย่างต่อเน่อื งเปน็ ระยะ ๆ รวมทงั้ หากบุคคลได้มโี อกาสมองเหน็ ความสาเรจ็ ในการปฏบิ ตั งิ านจะทาให้
เกดิ แรงจงู ใจเปน็ การสร้างขวัญและกาลังใจในการปฏิบัตงิ านไดอ้ กี ลกั ษณะหนึง่
6. สาเหตุท่ีตอ้ งมีการประเมิน
สมหวงั พธิ ิยานวุ ฒั น์ (2544 : 94) กล่าวไวว้ า่ การประเมินเป็นเรื่องท่มี คี วามสาคญั ใน
กระบวนการวางแผนและโ ครงการ เพราะผลจากการประเมนิ ทเี่ ป็นระบบ จะสามารถใช้เปน็ แนว
ทางแกไ้ ขและปรับปรุงงานหรอื โครงการให้เหมาะสม มีประสทิ ธภิ าพ และเปน็ ประโยชน์ตอ่ การ
ปฏบิ ตั งิ านของผทู้ เี่ ก่ยี วขอ้ งกับทุกฝา่ ย สาหรบั สาเหตทุ ตี่ อ้ งมีการประเมิน ประมวลได้ดังน้ี
1. ผู้บังคับบญั ชาสงั่ การใหม้ ีการประเมิน
2. ตอ้ งการทราบสัมฤทธผิ ลของโครงการหรอื หลกั สตู รได้ผลตามเป้าหมายท่ีกาหนดไว้
หรือไม่
3. ต้องการทราบขอ้ ดี ข้อบกพรอ่ ง ความเหมาะสม รวมถึงอุปสรรคตา่ ง ๆ ของการ
ดาเนนิ โครงการหรอื งานต่าง ๆ เพอื่ แกไ้ ขและปรบั ปรุงการดาเนินงานให้ดีย่งิ ขน้ึ
4. เพ่อื ต้องการทราบถึงความเหมาะสม ความคุม้ คา่ ของโครงการ
5. เพอื่ ใช้เปน็ ข้อมลู พืน้ ฐานในการตัดสนิ ใจของผู้บรหิ ารในการปรับปรงุ โครงการ
7. การกาหนดประเด็นในการประเมิน
สวุ ิมล ตริ กานันท์ (2545 : 39-46) กล่าวไวว้ ่า การกาหนดประเดน็ ทตี่ อ้ งการประเมนิ
สามารถพิจารณาโดยสรปุ จากส่งิ ตา่ ง ๆ ดังตอ่ ไปนี้
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพฒั นาขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา 26
กอ่ นแตง่ ต้งั ให้ดารงตาแหน่งรองผู้อานวยการสถานศกึ ษา สังกัด สพฐ.
1. วัตถุประสงค์ของโครงการ เปน็ การนาวตั ถปุ ระสงค์มากาหนดเปน็ ประเด็นในการ
ประเมิน เปน็ การปรบั จากแผนกลยทุ ธม์ าเป็นแผนปฏิบัตกิ าร โดยกาหนดตามกจิ กรรมเป้าประสงค์
เปา้ หมาย และจดุ มุ่งหมาย ซ่ึงจะทาให้การติดตามนโยบายจากระดบั บนไปล่างมีความเปน็ รูปธรรม
2. ความตอ้ งการของผู้ใชผ้ ลการประเมิน ผใู้ ชก้ ารประเมนิ ได้แก่ ผู้ให้ทุน ผู้มหี นา้ ที่
จัดทานโยบาย ผู้บรหิ ารระดับสูง ผูบ้ รหิ ารระดบั ต้น เจ้าหน้าทปี่ ฏิบตั กิ าร ลกั ษณะของสง่ิ ทบ่ี คุ คลแต่ละ
ระดับต้องการทราบจะแตกตา่ งกันออกไป เช่น เจ้าหนา้ ท่ปี ฏบิ ตั กิ ารต้องทราบเ พียงวา่ ผลทไี่ ด้
(Output) เปน็ ไปตามเปา้ หมายหรอื ไม่ ในขณะทผ่ี บู้ ริหารระดบั สูงต้องการทราบมากกวา่ ผลที่ได้ อาจ
ตอ้ งการทราบถึงคุณภาพของการดาเนินโครงการตงั้ แตต่ น้ จนจบ ความพอใจของผู้บรกิ ารงบประมาณที่
ใชต้ ลอดจนผลกระทบทไ่ี มค่ าดหวงั อันเนือ่ งมาจากโครงการ
3. ประสบการณ์ของผปู้ ระเมนิ หากผปู้ ระเมนิ มีประสบการณด์ ้านการประเมนิ มากจะ
ทาใหส้ ามารถระบถุ งึ ประเด็นการประเมินในโครงการแตล่ ะประเภทได้ดว้ ยตนเอง ท้งั น้ีโดยได้รับความ
เหน็ ชอบของผ้ใู ช้ผลการประเมิน
4. อาศัยแบบจาลอง (Model) และแนวคิด แบบจาลองท่ีใชก้ นั ทัว่ ไปมีอยู่ 2 ลกั ษณะ
4.1 Descriptive Model เปน็ แบบจาลองท่สี ร้างขึ้นเพ่ือเปน็ การบรรยาย การ
อธิบายลกั ษณะของสง่ิ ตา่ ง ๆ และอาจมสี ว่ นท่ีแสดงสิ่งท่ีคาดหวังในแบบจาลองนัน้ อีกด้วย
4.2 Prescription Model เป็นแบบจาลองทสี่ รา้ งขน้ึ โดยมีลกั ษณะเป็นกฎ หรือ
เป็นแนวทางไปสู่การปฏิบัติ ผู้ใชแ้ บบจาลองจะอาศยั แบบจาลองน้เี ป็นกรอบแนวคิด เป็นวิธีการในการ
ดาเนนิ งาน ลกั ษณะแบบจาลองท่ใี ช้ในการประเมินแบบ Prescription Model ผู้ประเมนิ จะใช้
แบบจาลองในการกาหนดประเดน็ ที่ต้องการประเมนิ และกาหนดตวั ชี้วัดสาคัญ นอกจากจะมี
แบบจาลองแลว้ ยงั มีแนวคดิ ตา่ ง ๆ ทส่ี ามารถนามาใชไ้ ดใ้ นลกั ษณะเดยี วกัน ซึง่ นักวชิ าการด้านการ
ประเมินคิดคน้ ขน้ึ เพื่ออานวยความสะดวกแก่ผปู้ ระเมิน การสรา้ งแบบจาลองหรือแนวคดิ ใด ๆ ก็ตาม
จะถูกสร้างขน้ึ ภายใต้บริบทของผู้คดิ ซึง่ อาจจะเหมาะสมกับบรบิ ทอ่นื ไมไ่ ดท้ งั้ หมด ซ่งึ ผมู้ ีหนา้ ทป่ี ระเมนิ
จะต้องศกึ ษาบริบท และความเปน็ มาของแบบจาลองและแนวคิดก่อนท่ีจะนามาใช้
5. ส่งิ ที่เกย่ี วข้องทั้งหมด การพิจารณาประเดน็ ของการประเมนิ จากส่งิ ท่เี ก่ียวข้อง
ทัง้ หมดจะเรม่ิ ตน้ จากระบุสิง่ ทเี่ กีย่ วขอ้ ง ดว้ ยการวเิ คราะหโ์ ครงการจากน้ันจงึ กาหนดประเด็นทต่ี ้องการ
คาตอบ โดยแยกตามสว่ นประกอบของโครงการ ดงั น้ี
5.1 ตวั แผนงานหรอื โครงการ
5.1.1 การประเมินความต้องการ (Needs Assessment) เป็นการประเมนิ ถึง
ความตอ้ งการของคนในพ้นื ที่กอ่ นจะกาหนดโครงการ
5.1.2 การศกึ ษาความเปน็ ไปได้ (Feasibility study) เปน็ การประเมินเมือ่
ตัดสินใจเลือกกาหนดโครงการแล้ วจะตอ้ งพจิ ารณาความเป็นไปได้ในการปฏบิ ัติว่าจะประสบผลสาเรจ็
หรือไม่ ทั้งในด้านเศรษฐกจิ สังคม การเมือง การบรหิ าร เทคโนโลยี และดา้ นสง่ิ แวดล้อม
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา 27
กอ่ นแต่งตัง้ ใหด้ ารงตาแหนง่ รองผ้อู านวยการสถานศึกษา สงั กดั สพฐ.
5.1.3 การประเมินบรบิ ท (Context Evaluation) เป็นการประเมนิ สภาพ
สง่ิ แวดล้อมทั้งหมดของโครงการ เชน่ ความสมบรู ณข์ องเนอ้ื หา โครงการ ความชดั เจนของส่วนประกอบ
ความสอดคล้องกับแผนแมบ่ ทหรอื ตรงตามความต้องการของกลมุ่ เปา้ หมาย เปน็ ต้น
5.2 การบรหิ ารโครงการ
5.2.1 การประเมนิ สิ่งทปี่ ้อนเข้าส่โู ครงการ (Input Evaluation) เปน็ การ
ประเมินความพร้อมของสิ่งต่าง ๆ ทีน่ ามารว่ ม เช่น บุคลากร งบประมาณแนวทางการจัดการ วัสดุ
อปุ กรณ์
5.2.2 การประเมนิ กระบวนการ (Process Evaluation) เป็นการดาเนิน
นโยบาย แผน หรือ โครงการ ใน 2 ดา้ น
5.2.2.1 การปฏิบัติงานวา่ มีความถูกต้องเหมาะสมเพยี งใด
5.2.2.2 การตดิ ตามกากบั งาน เพ่ือตรวจสอบวา่ การดาเนินงาน เป็นไปตามที่
กาหนดไว้หรอื ไม่
5.2.3 ประเมินความก้าวหน้า (Formative Evaluation) เปน็ การประเมนิ เม่อื
โครงการไดก้ าหนดการไปไดร้ ะยะหน่ึง เพ่ือนาผลท่ีได้จากการประเมินไปแกไ้ ข ปรับปรงุ โครงการให้มี
ประสทิ ธิภาพยิง่ ขึน้
5.3 ผลของโครงการ
5.3.1 การประเมนิ ผลลั พธ์ (Output Evaluation) เป็นการประเมนิ วา่ ผลท่ี
เกดิ ข้ึนจากการดาเนินการเปน็ ไปตามท่คี าดหวงั หรอื ไมเ่ พียงใด
5.3.2 การประเมินผลสรุป (Summative Evaluation) เป็นการประเมนิ ผลที่
เกิดขน้ึ ทั้งด้านบวกและด้านลบเมอื่ ส้นิ สุดโครงการ เพอื่ นาไปประกอบการตัดสนิ ใจว่าควรจะป รับปรงุ
แกไ้ ข สานตอ่ หรือยตุ ิโครงการ
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา 28
กอ่ นแต่งต้งั ใหด้ ารงตาแหน่งรองผอู้ านวยการสถานศึกษา สังกดั สพฐ.
หลกั สูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแตง่ ตั้งใหด้ ารงตาแหน่ง
รองผู้อานวยการสถานศึกษา
ความเป็นมา
พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา พ .ศ. 2547 และท่ีแกไ้ ข
เพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2551 มาตรา 80 บัญญัติใหม้ ีการพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการ
ศกึ ษากอ่ นแต่งต้ังใหด้ ารงตาแหนง่ บางตาแหน่งและบางวิทยฐานะ เพ่ือเพิม่ พูนความรู้ ทักษะ เจตคตทิ ี่ดี
คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวชิ าชพี ท่เี หมาะสมในอนั ท่ีจะทาใหก้ ารปฏิบตั ิหน้าที่ราชการ เกิด
ประสิทธภิ าพ ประสิทธิผล และความก้าวหนา้ แกร่ าชการ ทั้งนี้ ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์และวธิ ีการที่
ก.ค.ศ. กาหนด ประกอบกับ ก .ค.ศ. ไดก้ าหนดมาตรฐานตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศกึ ษา ไว้วา่ ตอ้ ง
ผ่านการพฒั นาตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการท่ี ก.ค.ศ. กาหนด
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐ าน กบั สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และ
บุคลากรทางการศกึ ษา เปน็ หน่วยงานทรี่ บั ผิดชอบในการพฒั นาโดยรว่ มมอื กับสถาบนั อดุ มศกึ ษาหรอื
หนว่ ยงานอน่ื และจดั ทารายละเอยี ดหลักสตู รเสนอ ก .ค.ศ.เพื่อทราบ โดยให้หน่วยงานต้นสังกดั
ท่ีรับผดิ ชอบการพฒั นา ต้องดาเนนิ การพัฒนาใหไ้ ด้มาตรฐานใน ด้านการบรหิ ารจดั การ วิทยากรและ
วทิ ยากรพี่เลยี้ ง สอ่ื และนวตั กรรมในการพัฒนา สถานที่ทีใ่ ชใ้ นการพฒั นา และการประเมนิ ผลการ
พฒั นา เพื่อให้บรรลุผลตามหลักการและวัตถุประสงคข์ องการพัฒนาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทาง
การศกึ ษาก่อนแตง่ ตัง้ ให้ดารงตาแหน่งรองผอู้ านวยการสถานศึกษา
จากหลักเกณฑ์และวิธกี ารที่ ก.ค.ศ. กาหนดไวข้ า้ งต้น สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษา
ข้นั พ้ืนฐาน กับสถาบนั พัฒนาครู คณาจารย์ และบคุ ลากรทางการศกึ ษา ไดจ้ ดั ทารายละเอยี ดหลกั สูตร
การพฒั นาให้ไดม้ าตรฐานดา้ นการบรหิ ารจดั การ และโดยเฉพาะมาตรฐานด้านหลักสูตรมคี วามชัดเจน
ในเร่ืองหลกั การ วัตถปุ ระสงค์ โครงสร้างหลกั สูตร แนวทางการพฒั นา กระบวนการพฒั นา ระยะเวลา
วิทยากร สถานที่ สื่อและแหล่งเรียนรู้ทเี่ หมาะสม ตลอดจนการประเมินผล เพ่อื ใหบ้ รรลผุ ลตาม
หลกั การและวตั ถปุ ระสงค์ของการพฒั นาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาก่อนแต่งตั้งใหด้ ารง
ตาแหนง่ รองผู้อานวยการสถานศึกษา
จากการจดั ทารายละเอยี ดหลักสตู รการพฒั นาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา
กอ่ นแต่งตง้ั ใหด้ ารงตาแหน่ง รองผอู้ านวยการสถานศกึ ษาตามหลักเกณฑท์ ี่ ก .ค.ศ. กาหนด ยังขาด
รายละเอยี ดการกาหนดขอบเขตเน้ือหา ขน้ั ตอนการดาเนินการ บทบาทของผู้เกี่ยวข้อง วิธกี ารประเมิน
ท่ีจะทาให้การจัดการพัฒนาเกดิ ประสิทธิภาพ จงึ ไดจ้ ัดทาคู่มือการพฒั นาขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากร
ทางการศกึ ษากอ่ นแตง่ ตัง้ ให้ดารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการ ดาเนนิ การ
พฒั นาของผเู้ กี่ยวข้องใหส้ ามารถดาเนินการตามบทบาทหน้าท่ีและเวลา ตลอ ดจนการประเมนิ ผล
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพฒั นาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา 29
ก่อนแตง่ ตงั้ ใหด้ ารงตาแหน่งรองผ้อู านวยการสถานศึกษา สงั กดั สพฐ.
และการตัดสินการผา่ นการพัฒนาตามเกณฑท์ ่ี ก .ค.ศ. กาหนด และได้จดั ทา รวบรวมเครอ่ื งมือ ส่ือ
ไว้ใชป้ ระกอบการดาเนนิ การพฒั นาด้วย
วตั ถปุ ระสงค์
เพอ่ื เป็นแนวทางการดาเนินการให้ผเู้ ข้ารบั การพัฒนาได้เพมิ่ พนู ความรู้ ทกั ษะ เจตคตทิ ด่ี ี
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณวชิ าชพี ทเ่ี หมาะสมในอันท่จี ะทาใหก้ ารปฏบิ ัตหิ น้าท่ีราชการเกิด
ประสิทธิภาพ ประสทิ ธิผล และความก้าวหนา้ แก่ราชการมอี ดุ มการณ์ วสิ ัยทศั น์ บุคลกิ ภาพความเป็น
ผู้นา สามารถนาการพฒั นาหลักสตู รและการเรยี นร้ทู ี่เนน้ ผูเ้ รียนเปน็ สาคัญไดอ้ ยา่ งเหมาะสม รวมท้ัง
สามารถสร้างวัฒนธรรมคุณภาพและวฒั นธรรมประชาธิปไตยในการปฏิบตั งิ าน
โครงสรา้ งหลักสตู ร
หลกั สตู รการพัฒนาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาก่อนแต่งตัง้ ใหด้ ารงตาแหนง่
รองผู้อานวยการสถานศึกษา ประกอบดว้ ย 3 ระยะ โดยมโี ครงสร้างหลักสูตร ดงั นี้
ระยะที่ 1 การเสรมิ สร้างสมรรถนะของรองผอู้ านวยการสถานศกึ ษา ไมน่ ้อยกวา่ 7 วนั
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 คณุ ลกั ษณะรองผู้อานวยการสถานศกึ ษาท่ีพึงประสงค์
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 ภาวะผนู้ าทางวิชาการ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 การบรหิ ารและการจดั การในสถานศกึ ษา
ระยะที่ 2 การเรยี นรใู้ นสภาพจรงิ ไมน่ ้อยกว่า 5 วัน
ระยะที่ 3 การจัดทาและนาเสนอแผนกลยทุ ธพ์ ัฒนาการศกึ ษาในสถานศกึ ษา ไมน่ ้อยกวา่ 3
วัน
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา 30
กอ่ นแตง่ ต้งั ใหด้ ารงตาแหน่งรองผู้อานวยการสถานศกึ ษา สังกัด สพฐ.
ส่วนท่ี 1 การพัฒนาสมรรถนะ ส่วนท่ี 2 การจัดทาและ
ผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา นาเสนอผลงาน
(228 ช่ัวโมง) (20 ชัว่ โมง)
ศกึ ษาจากเอกสาร ระยะท่ี 1 ระยะที่ 2 ระยะท่ี 3
และเวบ็ ไซต์ที่ การเรียนรูใ้ นสภาพจรงิ
เก่ยี วขอ้ งกบั การ การพัฒนาสมรรถนะ การจดั ทาและ
พัฒนาตาม รอง นาเสนอแผนกลยทุ ธพ์ ฒั นา
หลกั สูตร การศึกษาในสถานศกึ ษา
(กอ่ นการพัฒนา ผูอ้ านวยกาสถานศกึ ษา
15 วัน)
องค์ประกอบ องค์ประกอบ องคป์ ระกอบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 บรู ณาการท้ัง สัมมนา จัดทารายงาน
คณุ ลกั ษณะผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา 3 หนว่ ยการเรียนรู้ การวิเคราะห์ผลการ
ทพ่ี ึงประสงค์ ฝึกประสบการณใ์ น เรียนรจู้ ากการพฒั นา
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 สถานศึกษาต้นแบบ สมรรถนะผู้อานวยการ
ภาวะผู้นาทางวชิ าการ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สถานศกึ ษาแล้ว
การบริหารและการจดั การในสถานศกึ ษา นาเสนอผลงาน
(51 ชว่ั โมง) เพอ่ื แลกเปล่ยี นเรยี นรู้
(20 ชว่ั โมง)
ภาพประกอบ 1 โครงสรา้ งหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา
กอ่ นแตง่ ต้ังใหด้ ารงตาแหนง่ รองผ้อู านวยการสถานศึกษา
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 31
ก่อนแตง่ ตัง้ ให้ดารงตาแหน่งรองผอู้ านวยการสถานศกึ ษา สังกัด สพฐ.
รายละเอยี ดหลกั สตู รการพฒั นาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษากอ่ นแต่งตัง้ ให้
ดารงตาแหนง่ รองผอู้ านวยการสถานศึกษา
หลกั สตู รพัฒนาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาก่อนแตง่ ต้งั ใหด้ ารงตาแหน่งรอง
ผู้อานวยการสถานศึกษา ประกอบด้วย 3 ระยะ ใชเ้ วลาในการพฒั นาไมน่ อ้ ยกวา่ 15 วนั โดยมโี ครงสร้าง
หลกั สูตร ดังนี้
ระยะท่ี 1 การเสรมิ สรา้ งสมรรถนะของรองผอู้ านวยการสถานศกึ ษา จานวน 7 วัน
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 คณุ ลกั ษณะรองผ้อู านวยการสถานศกึ ษาท่ีพงึ ประสงค์ (12
ชวั่ โมง)
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 ผ้นู าทางวชิ าการ (21 ช่ัวโมง)
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 การบรหิ ารจดั การและการจดั การในสถานศกึ ษา (30 ช่ัวโมง)
ตาราง 1 แสดงรายละเอียดหลักสูตรการพฒั นาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาก่อนแตง่ ตั้งให้
ดารงตาแหน่งรองผู้อานวยการสถานศึกษา
หน่วยการ รายละเอียดหลกั สตู ร เวลา
เรียนรทู้ ่ี (ช.ม.)
1 คณุ ลักษณะผ้อู านวยการสถานศึกษาทพ่ี งึ ประสงค์ (12 ชม.) 3
3
1.1 การพัฒนาอดุ มการณ์และกระบวนทศั น์ของการเปน็ รองผูอ้ านวยการสถานศึกษา 3
3
1.2 การพัฒนาบคุ ลกิ ภาพและสุนทรียภาพเหมาะสมกบั รองผู้อานวยสถานศึกษา
3
1.3 การพฒั นาทกั ษะการพูดท่ถี กู ต้องและเหมาะสมกับตาแหนง่ 6
3
1.4 การพฒั นาวนิ ยั ในตนเอง มคี ณุ ธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชพี และ 3
3
ธรรมาภบิ าลในการบรหิ ารของสถานศกึ ษา
3
2 ภาวะผู้นาทางวชิ าการ (21 ชม.) 3
2.1 วสิ ยั ทัศน์และภาวะผนู้ าการเปลยี่ นแปลงทางวิชาการส่คู วามสาเรจ็ 3
2.2 ผู้นาในการบรหิ ารจดั การหลักสูตร
2.3 ผนู้ าการเปลี่ยนแปลง กระบวนการจดั การการเรียนรู้ที่เน้นผเู้ รยี นเป็นสาคัญ
2.4 ผนู้ าแหง่ ศรทั ธาและทกั ษะการตัดสินใจ
2.5 ผู้นาในการนเิ ทศภายใน พฒั นานวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ และงานวิจยั
มาใชพ้ ฒั นาคณุ ภาพการศึกษา
2.6 การพัฒนาทกั ษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจทิ ัล (Digital Literacy)
2.7 การพัฒนาทักษะความรู้ภาษาอังกฤษ (English Literacy)
3 การบรหิ ารและการจดั การในสถานศึกษา (30 ชม.)
3.1 การขับเคลือ่ นนโยบายในสถานศึกษา
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 32
กอ่ นแตง่ ตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่ รองผ้อู านวยการสถานศกึ ษา สังกัด สพฐ.
3.2 การบริหารจดั การสถานศึกษาเชงิ กลยุทธ์ 3
3.3 การบรหิ ารงานวชิ าการ 3
3.4 การบรหิ ารงบประมาณ 3
3.5 การบริหารงานทว่ั ไป 6
3.6 การบรหิ ารงานบคุ คล 6
3.7 การบริหารจัดการสถานศกึ ษาโดยใชด้ ิจทิ ลั และเทคโนโลยี 6
3.8 ชมุ ชนแหง่ การเรยี นร้ทู างวิชาชพี (PLC) 6
3.9 การบริหารจัดการสถานศกึ ษาสูค่ วามเปน็ เลศิ 3
3.10 พระบรมราโชบายในหลวงรัชการท่ี 10 3
ระยะที่ 2 การเรยี นรู้ในสภาพจริง (5 วัน)
ผเู้ ขา้ รับการพัฒนาเรียนรตู้ ามสภาพจริงการบริหารจดั การในสถานศึกษา ภาครัฐและ
เอกชน องคก์ รเอกชน แหลง่ เรียนรู้ทเ่ี ป็นเลิศในการบรหิ ารจัดการ ทีม่ ีนวัตกรรมหรือมกี ารปฏิบตั งิ านท่เี ป็น
เลศิ ด้านการบริหาร โดยมีผู้ทรงคุณวฒุ ิทมี่ ีความรู้ มีประสบการณ์ ให้คาแนะนา มกี ารกากบั ติดตามและ
ประเมนิ ผลการเรียนรู้ในสภาพจริง
ระยะที่ 3 การจดั ทาและนาเสนอแผนกลยุทธ์พัฒนาการศกึ ษาในถานศึกษา (3 วัน)
ผู้เข้ารับการพฒั นาจดั ทาแผนกลยทุ ธเ์ พือ่ พฒั นาการศึกษาในสถานศกึ ษา โดยการศึกษา
วิเคราะห์และสังเคราะห์ผลการเรียนรทู้ ี่ได้จาการเสริมสร้างสมรรถนะและการเรียนรู้ในสภาพจริงแลว้
นาเสนอเพ่อื แลกเปล่ยี นเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
1. การศกึ ษาด้วยตนเองจากเอกสารประกอบการพัฒนาและแหลง่ เรยี นรู้
2. การศกึ ษาจากวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิ
3. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยกระบวนการกลุ่ม
4. การฝกึ ประสบการณ์จากสภาพจรงิ
5. การสังเคราะห์ความรู้จากกิจกรรมการเสริมสรา้ งสมรรถนะและการฝึกประสบการณ์
6. การนาเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
กระบวนการพฒั นา
1. ก่อนเขา้ รบั การพฒั นา
ผู้เข้ารับการพฒั นา ศึกษา คน้ ควา้ ด้วยตนเองจากเอกสาร ตารา บทความ งานวจิ ยั สอื่
อิเลก็ ทรอนิกส์ และแหล่งเรยี นรู้ทห่ี ลากหลาย แลว้ จัดทารายงานผลการศกึ ษา ซง่ึ ประกอบด้วย
- คุณลกั ษณะผู้อานวยการสถานศกึ ษาที่พึงประสงค์
รายงานผลการดาเนินงานตามโครงการพฒั นาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 33
ก่อนแตง่ ตงั้ ให้ดารงตาแหน่งรองผ้อู านวยการสถานศึกษา สงั กัด สพฐ.
- ภาวะผูน้ าทางวชิ าการ
- การบริหารและการจดั การในสถานศกึ ษา
- การพฒั นาตามแนวนโยบายของกระทรวงศกึ ษาธิการ ประกอบดว้ ย
1. การพัฒนาทกั ษะความเขา้ ใจและใชเ้ ทคโนโลยีดจิ ทิ ัล (Digital Literacy)
2. การพฒั นาทักษะความรภู้ าษาองั กฤษ (English Literacy)
3. การพฒั นาความเป็นผู้นาทางการบรหิ าร (Leadership)
2. ระหว่างการพฒั นา
2.1 ผูเ้ ข้ารับการพัฒนาเรยี นรดู้ ้วยวธิ กี ารท่หี ลากหลายและมกี ารแลกเปล่ยี นเรยี นรู้
ทงั้ ระหว่างผ้เู ข้ารับการพฒั นากบั วิทยากร วิทยากรพี่เล้ยี ง ผ้บู รหิ ารโครงการ และระหวา่ งผู้เขา้ รบั
การพฒั นาด้วยกนั โดยใช้กระบวนการท่หี ลากหลายในการดาเนนิ กิจกรรม เช่น ฟังการบรรยาย
การสบื คน้ จากแหล่งเรียนร้ตู า่ ง ๆ การฝกึ ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามใบงาน และการนาเสนอผลงาน เปน็ ตน้
2.2 ประเมินผลการพัฒนา ก่อนการพัฒนา ระหว่างพฒั นา และสนิ้ สดุ การพฒั นา
3. หลังการพฒั นา
มีการตดิ ตามและประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ านผผู้ ่านการพัฒนาที่ไดร้ ับการแต่งตั้งแลว้
จากหนว่ ยงานตน้ สงั กัด และหน่วยงานท่เี กย่ี วข้อง
สือ่ และแหลง่ เรียนรู้
1. ค่มู อื และเอกสารประกอบการพฒั นา
2. แบบฝกึ ปฏิบตั ิ ใบงาน ใบความรู้
3. สอ่ื เทคโนโลยี เช่น โปรแกรมนาเสนอ วดิ ทิ ัศน์ เวบ็ ไซต์ที่เก่ียวขอ้ ง
4. สถานทีศ่ ึกษาดงู านและฝกึ ประสบการณ์
5. ชุดการเรียนรู้
วิทยากร
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐานคัดเลอื กวิทยากรและวทิ ยากรพเ่ี ลย้ี ง ทม่ี ี
บุคลิกภาพท่เี หมาะสม มคี วามรอบรู้ มคี วามสามารถ มีประสบการณ์ และประสบความสาเร็จเป็นที่
ยอมรบั ในทางวชิ าการ ทางการบรหิ ารการศึกษา มคี วามรบั ผดิ ชอบก ารพฒั นาและสามารถสรา้ ง
บรรยากาศท่ีดใี นการพัฒนา สามารถจดั กิจกรรมการพัฒนาโดยเนน้ ผ้เู ข้ารับการพัฒนาเปน็ สาคัญ
การประเมินผลการพัฒนา
การประเมนิ ผลการพัฒนาเปน็ กระบวนการเพอ่ื ปรบั ปรุง พฒั นา โดยกาหนด ให้มีการ
ประเมนิ ผลกอ่ นเข้ารบั การพัฒนา ระหว่างการพัฒนา และเมอ่ื สิ้นสุ ดการพัฒนา มุง่ เนน้ การประเมนิ ตาม
สภาพจริง ดว้ ยวธิ กี ารทห่ี ลากหลาย โดยยดึ วตั ถปุ ระสงค์ที่ ก.ค.ศ.กาหนด ดังนี้
1. ผ้เู ขา้ รบั การพฒั นาเอกสารและคน้ ควา้ จัดทาเอกสารสรปุ รายงานการศกึ ษาค้นคว้าด้วย
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา 34
กอ่ นแตง่ ต้ังใหด้ ารงตาแหน่งรองผู้อานวยการสถานศึกษา สงั กดั สพฐ.
ตนเองส่งพร้อมวนั รายงานตัว
2. ผเู้ ข้ารบั การพฒั นา ต้องเข้ารับการประเมิน ความรกู้ อ่ นและหลงั การพัฒนาด้วยการ
ทดสอบความร้ทู ีเ่ ก่ยี วข้องกบั การเสริมสรา้ ง สมรรถนะสาหรบั ตาแหน่งรองผอู้ านวยการสถานศกึ ษา
จานวน 30 ข้อ
3. การประเมินระหวา่ งการพฒั นา (500 คะแนน)
ส่วนที่ 1 การเสริมสรา้ งสมรรถนะของรองผอู้ านวยการสถานศึกษา (Competency)
(150 คะแนน)
ส่วนที่ 2 การเรียนร้ใู นสภาพจริง (200 คะแนน)
สว่ นที่ 3 การจัดทาและนาเสนอแผนกลยทุ ธพ์ ฒั นาการศกึ ษาในสถานศกึ ษา (150
คะแนน)
4. เกณฑ์การผ่านการพฒั นากอ่ นแตง่ ต้ังใหด้ ารงตาแหน่งรองผอู้ านวยการสถานศกึ ษา ผู้
เข้ารับการพัฒนาตอ้ งมคี ะแนนการประเมินตามเกณฑท์ ก่ี าหนด ดังนี้
4.1 มรี ะยะเวลาในการเขา้ รบั การพฒั นาไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 90 ของระยะเวลาการ
พัฒนาทัง้ หมด
4.2 ได้คะแนนการประเมนิ ผลระหว่างพัฒนาไมต่ ่ากว่าร้อยละ 80
4.3 ผ่านการประเมินความรู้หลังการพัฒนาด้วยการทดสอบความรูเ้ มื่อสนิ้ สุดการพฒั นา
ไมต่ า่ กว่าร้อยละ 80
บทบาทของบคุ ลากรที่มสี ่วนเกยี่ วข้องกบั การดาเนนิ การพฒั นา
1. บทบาทผู้บริหารโครงการ
1.1 ประสานกบั ส่วนราชการและบคุ ลากรท่ีเกยี่ วขอ้ งเพือ่ เตรียมดาเนนิ การพัฒนา เช่น
รายช่อื ผเู้ ข้ารบั การพัฒนา กาหนดระยะเวลา งบประมาณ อาคารสถานที่ ฯลฯ
1.2 ศกึ ษาและทาความเข้าใจเกย่ี วกบั หลกั สูตร คูม่ อื หลกั เกณฑ์ และวิธกี ารดาเนินการ
พัฒนา
1.3 ดาเนนิ การพัฒนาตามกระบสนการและข้ันตอนอยา่ งเป็นระบบใหบ้ รรลุจุดประสงค์
ของหลักสตู รท่ีกาหนด
1.4 อานวยความสะดวกแกว่ ทิ ยากร วทิ ยากรพีเ่ ล้ยี ง ผ้เู ขา้ รบั การพฒั นา และ
ผู้เกี่ยวขอ้ งตลอดโครงการ
1.5 ใหค้ าปรกึ ษาแนะนาและแกไ้ ขปญั หาอุปสรรคทเ่ี กดิ ขึน้ ในการดาเนนิ การพฒั นา
1.6 กากบั และควบคมุ เวลาการเข้ารับการพฒั นาของผเู้ ข้ารับการพัฒนา
1.7 รายงานผลการดาเนนิ การพฒั นาใหผ้ อู้ านวยการหน่วยดาเนินการพฒั นาเพ่ือ
ดาเนินการต่อไป
รายงานผลการดาเนินงานตามโครงการพฒั นาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 35
ก่อนแต่งตัง้ ให้ดารงตาแหนง่ รองผู้อานวยการสถานศกึ ษา สงั กัด สพฐ.
2. บทบาทคณะกรรมการวิชาการ
2.1 ศกึ ษาและทาความเข้าใจเก่ียวกบั หลักสูตร คมู่ อื หลักเกณฑ์ และวิธีดาเนินการ
พฒั นา
2.2 พจิ ารณาคัดเลือกวิทยากรตามคุณสมบตั ทิ ีก่ าหนดไวใ้ นค่มู อื
2.3 ใหค้ าปรกึ ษา แนะนาดา้ นวชิ าการ แกว่ ทิ ยากรและผูเ้ ก่ยี วขอ้ ง
3. บทบาทคณะกรรมการวดั และประเมินผล
3.1 ศึกษารายละเอยี ดการวดั และประเมนิ ผลตามหลักเกณฑ์ท่กี าหนดไวใ้ นหลักสตู ร
และแบบประเมินต่างๆทกี่ าหนดไว้ในค่มู อื
3.2 จดั เตรยี มเอกสารแบบประเมนิ ต่าง ๆ ทกี่ าหนดไวใ้ นค่มู ือให้แก่ผู้บริหารโครงการ
วทิ ยากร หรอื วิทยากรพเี่ ล้ยี งและผเู้ ก่ยี วข้อง
3.3 ชี้แจงและทา ความเขา้ ใจรายละเอยี ดการวัดและประเมนิ ผลตามหลักเกณฑ์ที่
กาหนดไวใ้ นหลักสตู รและแบบประเมนิ ต่าง ๆ ท่ีกาหนดไว้ในค่มู ือใหแ้ ก่ผู้บริหารโครงการ วทิ ยากร
หรือวิทยากรพ่เี ลย้ี งและผเู้ ก่ยี วข้อง
3.4 รวบรวมแบบประเมนิ ตา่ ง ๆ จากผบู้ ริหารโครงการ วิทยากรหรอื วทิ ยากรพ่ีเล้ยี ง
และผ้เู กี่ยวขอ้ ง เพื่อประมวลผล
3.5 วิเคราะหแ์ ละสรุปผลการประเมนิ วิทยากรเป็นรายบุคคล
3.6 วิเคราะหแ์ ละสรปุ ผลการประเมินโครงการ
3.7 สรุปผลการประเมินผเู้ ขา้ รบั การพัฒนาตามแบบกรอกคะแนนและสรปุ ผลการ
พฒั นาตามแบบประเมนิ ท่กี าหนดไว้ในคูม่ ือ ท้งั น้ี ผู้ลงนามในแบ บประเมนิ ประกอบดว้ ย ประธานฝา่ ย
อานวยการหนว่ ยพัฒนา เปน็ ประธานกรรมการ กรรมการวชิ าการ กรรมการวดั และประเมนิ ผล ผ้บู ริหาร
โครงการและผ้ปู ระสานงานของสถาบันพัฒนาครู คณาจารยแ์ ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา รวม 5 คน
4. บทบาทวทิ ยากร
4.1 ศกึ ษาหลักสูตร ทาความเข้าใจสาระของหน่วยการเรยี นรู้และรายวชิ าทรี่ บั ผดิ ชอบ
ให้ชดั เจน
4.2 ดาเนนิ การจัดกจิ กรรมตามขอบข่ายสาระและแนวทางการจดั กจิ กรรมของ หน่วย
การเรยี นรู้ ตามทหี่ ลักสูตรกาหนด
4.3 วางแผนการจดั กจิ กรรมรว่ มกนั ในหน่วยการเรียนรู้กรณที ีม่ วี ิทยากรเป็นทีม
4.4 ใหค้ าปรึกษา แนะนาเชงิ วิชาการแกผ่ เู้ ขา้ รับการพัฒนาในสาระหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี
รับผิดชอบ
4.5 ส่งเสริมการมีสว่ นร่วมและใหข้ วัญกาลังใจในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการเรยี นรู้แก่
ผเู้ ขา้ รับการพัฒนา
รายงานผลการดาเนินงานตามโครงการพฒั นาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา 36
กอ่ นแตง่ ตงั้ ใหด้ ารงตาแหน่งรองผูอ้ านวยการสถานศึกษา สังกดั สพฐ.
5. บทบาทวิทยากรพ่เี ลย้ี ง
วทิ ยากระพเ่ี ลยี้ ง หมายถึง ผ้ทู าหนา้ ทช่ี ่วยวิทยากรในการจัด กจิ กรรมการพฒั นา
อานวยความสะดวกใหแ้ กผ่ ู้เขา้ รบั การพฒั นา โดยมีบทบาท ดงั นี้
5.1 ศึกษาหลกั สตู รและทาความเข้าใจสาระของหน่วยการเรียนรู้ ทรี่ บั ผดิ ชอบ ให้
ชัดเจน
5.2 รว่ มวางแผนการจัดกจิ กรรมการพฒั นาและอานวยความสะดวกใหแ้ ก่วิทยากร
5.3 เสรมิ ประสบการณ์การบรหิ าร จัดการเขตพืน้ ที่การศกึ ษา ใหค้ าปรึกษาแนะนา
แกผ่ ู้เขา้ รบั การพฒั นา
5.4 สง่ เสรมิ การมสี ่วนรว่ มและให้ขวญั กาลงั ใจในการปฏิบตั กิ ิจกรรมการเรยี นรแู้ ก่
ผู้เขา้ รบั การพฒั นา
5.5 ประเมินผลผ้เู ข้ารับการพฒั นาตามแบบประเมินทีก่ าหนด
6. แนวปฏบิ ตั สิ าหรับผูเ้ ข้ารับการพัฒนา
1. ศึกษาเนอื้ หาทีเ่ กี่ยวขอ้ งตามหลกั สูตรการพัฒนาท้ัง 3 หนว่ ยการเรียนรู้ แลว้ จัดทา
รายงานผลการศึกษาคน้ คว้า โดยสรุปองคค์ วามรู้ จานวนไมเ่ กิน5 หน้า นาสง่ ในวันรายงานตวั เข้ารบั การ
พัฒนา
2. เตรยี มเอกสารประกอบการศกึ ษาในแต่ละรายวิชาหรอื ในแตล่ ะหน่วยการเรียนรู้
3. เขา้ รบั การพฒั นาตามระยะเวลาที่หลกั สูตรกาหนด
4. ในกรณที ่จี าเป็นตอ้ งลากิจ ลาป่วย ในระหวา่ งการพฒั นาให้ยื่นใบลาต่อประธาน
กรรมการบริหารโครงการ โดยผา่ นผ้บู ริหารโครงการหรือวิทยากรพ่เี ลยี้ ง
5. ตรงต่อเวลา ใหค้ วามสนใจและต้ังใจเข้ารว่ มกิจกรรมตามหลักสูตรทกุ กจิ กรรม
6. สรปุ องค์ความรใู้ นแตล่ ะหนว่ ยการเรยี นรู้ หลังเสรจ็ สิ้นการเรยี นรูข้ องแต่ละหน่วย
ส่งวทิ ยากรพีเ่ ลี้ยง
7. แต่งกายสภุ าพเรยี บรอ้ ย ใช้วาจาท่ีสุภาพ ปฏบิ ตั ติ นเหมาะสม ให้เกยี รติซ่ึงกันและกนั
8. ละเวน้ อบายมุขทุกชนิด ตลอดระยะเวลาการเขา้ รับการพฒั นา
9. ปฏบิ ตั ติ นตามระเบียบของหนว่ ยดาเนินการพัฒนา
10. ปฏิบัตกิ จิ กรรมอืน่ ๆ ตามทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพฒั นาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา 37
ก่อนแตง่ ตัง้ ให้ดารงตาแหนง่ รองผอู้ านวยการสถานศกึ ษา สงั กดั สพฐ.
งานวจิ ัยทเี่ กย่ี วข้อง
สมนกึ ภัททยิ ธนี (2546 : บทคดั ยอ่ ) ไดป้ ระเมินหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบณั ฑิต
(ต่อเนอ่ื ง 2 ปี) ของคณะเภสัชศาสตร์และ วทิ ยาศาสตร์สขุ ภาพ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม โดย
ประเมินเกี่ยวกับจดุ ม่งุ หมายของหลักสตู ร คุณภาพ สภาวะการทางาน และการปฏิบตั ิหนา้ ที่ของ
บัณฑติ กลุม่ ตวั อยา่ ง ได้แก่ บัณฑติ ท่ีสาเร็จการศึกษาตามหลักสตู รสาธารณสขุ ศาสตรบัณฑิต
(ตอ่ เนื่อง 2 ปี 2542) ผลการวิจัยพบว่า
1. ความคดิ เห็นของบณั ฑิตท่ีเป็นกลุ่มตวั อยา่ งเก่ียวกับหลกั สตู รดา้ นจดุ มุ่งหมายด้านกลุ่ม
วชิ าหรือหมวดวิชาต่าง ๆ และเก่ียวกับการสอนของอาจารย์ ทง้ั ในภาพรวมและรายขอ้ ทุกขอ้ อยูใ่ น
ระดับมาก นอกจากนี้ บณั ฑติ ส่วนหน่ึงยังมีข้อเสนอแนะในสาระต่าง ๆ ทน่ี า่ สนใจอี กหลายประการ
และยังเสนอแนะใหเ้ พิ่มเน้อื หาในกลมุ่ วชิ าหรอื หมวดวชิ าต่าง ๆ มากกวา่ การตดั เน้ือหาออก
2. ความคิดเห็นของอาจารย์ผู้สอนท่ีเป็นกลุ่มตัวอย่างเก่ียวกบั หลกั สูตร โดยรวมอยใู่ น
ระดบั มาก เม่อื พิจารณาเปน็ รายขอ้ พบวา่ มคี ณุ ภาพ /เหมาะสม อยู่ในระดบั มาก สว่ นความคิดเหน็
เกยี่ วกบั คุณภาพของบณั ฑิตโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง
3. ความคดิ เห็นของผบู้ ังคบั บัญชาของบณั ฑติ ที่เปน็ กลุม่ ตัวอยา่ งเกยี่ วกับการปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ี
ของบณั ฑติ ดา้ นความรู้ ความสามารถ ดา้ นมนษุ ยสมั พันธ์ ด้านคณุ ธรรม และด้านความรู้
ความสามารถพเิ ศษทุกดา้ น ทัง้ ในภาพรวมและรายขอ้ ทุกขอ้ อยใู่ นระดับมาก นอกจากน้ผี บู้ ังคบั
บญั ชาส่วนหนง่ึ ยังมคี วามคิดเห็นหรือขอ้ เสนอแนะที่น่าสนใจ ดังน้ี
3.1 เก่ยี วกบั ลกั ษณะของบณั ฑิตท่ีหน่วยงานไมพ่ ึงประสงค์ คอื การขาดภาวะผ้นู า
และการนาความร้มู าใช้ประยกุ ต์กับงาน ทาตัวเด่น ยกตนข่มทา่ น ไม่มรี ะเบียบวนิ ยั ไม่มีความซอ่ื สัตย์
ไม่รกั และศรัทธาในอาชีพ
3.2 เก่ยี วกับรายวิชาท่มี ีความจาเป็นต่อหน่วยงานและตอ้ งการใหท้ างคณะเปดิ สอน
คือ การบริหารงานสาธารณสุข และการบรหิ ารเชงิ กลยุทธ์ การวจิ ยั การพฒั นาจิตธรรมของผู้
ประกอบอาชีพ ระบาดวทิ ยา และภาวะผนู้ า
สวุ มิ ล ว่องวาณชิ (2546 : บทคัดยอ่ ) ได้วิจยั เรื่องคุณลกั ษณะและทักษะของบุคลากรทาง
การศึกษาที่เอ้อื ตอ่ การปฏริ ูปการศกึ ษา ในปี พ.ศ.2546 โดยมวี ัตถปุ ระสงคเ์ พื่อสร้างและพัฒนาตัวบ่งชี้
คณุ ลกั ษณะและทักษะของบุคลากรท่ีเออ้ื ต่อการป ฏริ ูปการศึกษา ประก อบด้วย 1) ความเป็น
ผู้ประกอบการ 2) ความเปน็ ผมู้ วี ิสัยทศั น์ 3) ผ้สู รรค์สร้างความเ ปน็ วิชาชพี 4) ความเปน็ ผู้เสริม พลัง
อานาจ 5) ผู้แกป้ ัญหาเชิงสร้างสรรค์ 6) ความใฝ่รแู้ ละพัฒนาตนเอง 7) การเคารพในคณุ คา่ ของผ้อู ืน่
8) ทักษะการส่ือสารในการทางานเป็นทีม และ 9) ทกั ษะการจดั การความขัดแยง้ และ เพอื่ เปรียบเทยี บ
ความแตกต่างของคณุ ลกั ษณะและทักษะของบุคลากรทเี่ ออื้ ต่อการปฏิรปู การศกึ ษา จาแนกตามปัจจัย
ส่วนบุคคล ผลการวิจัย พบว่า ระดบั ของคุณลกั ษณะและทักษะทเ่ี อ้อื ตอ่ การปฏิรูปการศกึ ษาทั้ง 9 ด้าน
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 38
ก่อนแต่งตง้ั ให้ดารงตาแหน่งรองผู้อานวยการสถานศกึ ษา สงั กัด สพฐ.
ของบุคลากรทางการศึกษามคี ณุ ลกั ษณะ และทกั ษะสูงในทกุ ๆ ดา้ น (คา่ เฉลย่ี คะแนนคุณลกั ษณะและ
ทักษะอยูร่ ะหวา่ ง 3.91-4.26) โดยมีค่าเฉลยี่ คุณลักษณะด้านการเคารพในคณุ คา่ ของผูอ้ น่ื สูงท่สี ุด
รองลงมาไดแ้ กค่ วามใฝร่ ้แู ละพัฒนาตนเอง ความเป็นผ้เู สริมพลังอานาจ ความเป็นผู้ประกอบการทักษะ
การสื่อสารในการทางานเป็ นทีม ความเป็นผู้แกป้ ัญหาเชิงสรา้ งสรรค์ ทกั ษะการจัดการความขดั แย้ง
และความเปน็ ผู้สร้างสรรคค์ วามเปน็ วชิ าชพี ตามลาดบั โดยที่คณุ ลักษณะความเปน็ ผู้มวี สิ ยั ทศั น์มีค่าเฉล่ีย
นอ้ ยทส่ี ุด
อนนั ต์ พันนกึ (2554 : บทคดั ย่อ ) ไดว้ จิ ัย เรอื่ ง การวิจยั และพัฒนาโปรแกรมพัฒนา
สมรรถนะผบู้ ริหารสถานศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน โดยกลุม่ เปา้ หมายของการวิจัย คอื ผบู้ รหิ ารสถานศึกษาขนั้
พื้นฐาน ในสังกัดสานกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมหนองคาย เขต 2 แบ่งเปน็ กลุ่มทดลอง และกลมุ่
ควบคุม กลุ่มละ 30 คน ได้มาโดยวธิ กี ารสุ่มอย่างง่าย มีวธิ ีการดาเนนิ การวจิ ยั และพฒั นา 5 ขั้นตอน คือ
1) การตรวจสอบแนวคิดเชงิ ทฤษฎขี องโปรแกรมเปน็ การตรวจสอบกรอบแนวคดิ เชิงทฤษฎี 2) การรา้ ง
รายละเอยี ดโปรแกรม 3) การตรวจสอบและปรับปรุงโปรแกรม 4) การสรา้ งเครื่องมอื ประเมิน
ประสทิ ธิภาพของโปรแกรม ไดแ้ ก่ แบบประเมนิ ปฏิกิริยาตอบสนอง แบบประเมนิ ความรู้ แบบปร ะเมิน
ทกั ษะตามสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐาน แบบประเมนิ การนาความร้ทู ักษะใหม่ไปสู่การ
ปฏบิ ัตงิ าน และแบบประเมินผลทเ่ี กิดจากการปฏบิ ัติหนา้ ทแี่ ละ 5) การทดลองโปรแกรมในภาคสนาม
โดยใช้ระเบยี บวิธวี จิ ัยแบบก่ึงทดลอง ซ่ึงผลการวจิ ัยสรปุ ได้ดังนี้
1. โปรแกรมพัฒนาส มรรถนะผบู้ ริหารสถานศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน ประกอบด้วย 4 สว่ น
สว่ นที่ 1 ความนา สว่ นที่รายละเอียดโปรแกรมพฒั นาสมรรถนะผบู้ รหิ ารสถานศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน
ส่วนที่ 3 เครอ่ื งมอื ประเมินประสิทธภิ าพโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะผบู้ ริหารสถานศกึ ษาขั้นพนื้ ฐานใน
ภาคสนาม และ สว่ นที่ 4 แนวทาง เง่ือนไข ตัวชี้ ความสาเรจ็ ในการนาโปรแกรมพฒั นาสมรรถนะ
ผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษาขั้นพ้นื ฐานไปใช้
2. โปรแกรมพัฒนาสมรรถนะผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาข้ันพืน้ ฐานมปี ระสิทธิภาพ เห็นไดจ้ าก
1) กลุ่มทดลองมปี ฏิกิรยิ าตอบสนองต่อโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาข้ั นพน้ื ฐาน
โดยรวมและทกุ ดา้ นอยูใ่ นระดบั มาก 2) หลงั การพัฒนาตามโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะผูบ้ ริหาร
สถานศึกษาข้ันพน้ื ฐานกลุ่มทดลอง มคี วามรแู้ ละทักษะตามสมรรถนะผู้บรหิ ารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
มีการนาความร้ทู ักษะใหมส่ กู่ ารปฏบิ ตั แิ ละผลงานที่เกดิ จากการปฏิบตั ิหน้าทีส่ ูงกว่าก่ อนการพฒั นาอย่าง
มีนยั สาคญั ทางสถติ ทิ ี่ระดบั .01 และ .05 3) หลังการพัฒนาตามโปรแกรมพฒั นาสมรรถนะผ้บู ริหาร
สถานศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐานกลุ่มทดลอง มคี วามรู้ และทักษะตามสมรรถนะผบู้ ริหารตามสมรรถนะผู้บรหิ าร
สถานศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน ผลงานท่ีเกิดจาการปฏิบัติหน้าทสี่ ูงกว่ากลุ่มคว บคมุ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถติ ิ
ทร่ี ะดับ .01
สานกั พัฒนาครแู ละบคุ ลากรการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน (2555 : 134 – 141) ได้ดาเนนิ การ
ประเมนิ การพัฒนาข้ าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ก่อนแต่งตง้ั ให้ดารงตาแหนง่ รอง
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพฒั นาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา 39
ก่อนแตง่ ตั้งใหด้ ารงตาแหน่งรองผอู้ านวยการสถานศึกษา สังกดั สพฐ.
ผ้อู านวยการสถานศกึ ษา โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์ 1) เพอ่ื ประเมนิ กิจกรรมการพัฒนารองผอู้ านวยการ
สถานศกึ ษา ทง้ั ส่วนท่ี 1 การพัฒนาสมรรถนะผู้อานวยการและสว่ นท่ี 2 การจัดทาและนาเสนอ
ผลงานและ 2) เพอื่ ประเมินผลความคิดเห็นของการดาเนนิ งานในสว่ นท่ี 1 และ ส่วนท่ี 2
กลมุ่ เป้าหมายคอื ข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษากอ่ นแตง่ ตั้งใหด้ ารงตาแหน่งรองผู้อานวยการ
สถานศึกษา สังกัดสานกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษาเขตพืน้ ท่ปี กติและเขตพฒั นาพิเศษเฉพาะกจิ
จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ร่นุ ท่ี 3 – 9 จานวน 307 คน ผลการประเมนิ พบว่า
1. การพัฒนาสมรรถนะรองผู้อานวยการสถานศกึ ษา
1.1 ผลการสอบถามคว ามคดิ เห็นความพึงพอใจของผเู้ ข้ารับการพฒั นาเกี่ยวกับ
วทิ ยากรบรรยาย โดยภาพรวม ผู้เขา้ รบั การพฒั นามคี วามพึงพอใจในระดบั มากทส่ี ุด
1.2 ผลการสอบถามความคดิ เห็นการดาเนนิ งานในการพัฒนาสมรรถนะของผเู้ ข้ารบั
การพัฒนา โดยภาพรวม ผู้เขา้ รับการพฒั นาพงึ พอใจอย่ใู นระดับมากที่สดุ
2. การพัฒนาสมรรถนะรองผู้อานวยการสถานศกึ ษาในชว่ งการฝึกประสบการณ์ ผลการ
สอบถามความคิดเห็นเกย่ี วกบั การดา เนนิ การจดั ฝึกประสบการณ์ผู้ รองผู้อานวยการ สถานศึกษาใน
สถานศึกษา ความเห็นของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา โดยภาพรวม ผ้เู ข้ารบั การพัฒนามคี วามพงึ พอใจอยใู่ น
ระดับมากท่ีสุด
3. กิจกรรม การจดั ทาและนาเสนอผลงาน ผลการสอบถามความคดิ เห็นเกีย่ วกบั การ
ดาเนินการจดั สมั มนาของผู้รบั การพฒั นา โดยภาพรวม ผเู้ ข้ารับการพฒั นามีความพงึ พอใจ อยใู่ นระดับ
มากทสี่ ุด
4. ผลการประเมินของผูเ้ ข้ารบั การพัฒนาตามเกณฑ์การประเมนิ หลักสูตรการพัฒนา
ขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษากอ่ นแตง่ ตั้งให้ดารงตาแหน่งรองผอู้ านวยการสถานศึกษา
คะแนนสว่ นที่ 1 คิดเป็นรอ้ ยละ 94.44 สว่ นที่ 2 คดิ เปน็ ร้อยละ 98.12 รวมทัง้ สองสว่ น คิดเปน็
ร้อยละ 94.81 สว่ นเวลาการพัฒนา คิดเปน็ รอ้ ยละ 99.97
สานกั พัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน (2555 : 129) ไดด้ าเนนิ การประเมินการ
พฒั นาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา กอ่ นแตง่ ตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่ ผ้อู านวยการสถานศึกษา
โดยมีวตั ถปุ ระสงค์ 1) เพือ่ ประเมินกิจกรรมการพฒั นาผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา ทั้งสว่ นท่ี 1 การพฒั นา
สมรรถนะผู้อานวยการและส่วนที่ 2 การจัดทาและนาเสนอผลงาน และ 2) เพื่อประเมนิ ผลความ
คิดเห็นของการดาเนนิ งานในส่วนท่ี 1 และ ส่วนท่ี 2 กลุม่ เป้าหมายคอื ขา้ ราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษาก่อนแต่งตงั้ ให้ดารงตาแหน่งผู้อานวยการสถานศกึ ษา สงั กดั สานกั งานเขตพ้นื ที่ก ารศึกษา
ประถมศึกษา รนุ่ ท่ี 19 – 24 จานวน 261 คน ผลการประเมินพบวา่
1. การพัฒนาสมรรถนะผู้อานวยการสถานศึกษา
1.1 ผลการสอบถามความคดิ เหน็ ความพึงพอใจของผเู้ ข้ารับการพฒั นาเกี่ยวกบั
วิทยากรบรรยายภาพรวม หมวดท่ี 1 - 3 พบว่า โดยภาพรวม ผเู้ ข้ารับการพฒั นามีความพึงพอใจ
รายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการพัฒนาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 40
ก่อนแตง่ ตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่ รองผอู้ านวยการสถานศกึ ษา สังกัด สพฐ.
ในระดับมากทส่ี ดุ ทกุ หมวด หมวดท่มี ีคา่ เฉลยี่ สงู ท่ีสดุ คือ หมวดท่ี 3 การบริหารและการจัดการใน
สถานศึกษา รองลงมา คอื หมวดที่ 1 คุณลักษณะผ้อู านวยการสถานศึกษาที่พงึ ประสงค์ หมวดที่มี
ค่าเฉลี่ยต่าสุด คือ หมวดที่ 2 ภาวะผูน้ าทางวชิ าการ
1.2 ผลการสอบถามความคิดเห็นเกยี่ วกบั การดาเนนิ การจดั การพัฒนาสมรรถนะ ของ
ผู้เข้ารบั การพัฒนา พบวา่ โดยภาพรวม ผูเ้ ข้ารับการพัฒนาพึงพอใจอยใู่ นระดบั มากทส่ี ุด ถา้ พจิ ารณา
เปน็ รายข้อ พบวา่ ผูเ้ ข้ารับการพฒั นาพงึ พอใจระดบั มากเกือบทกุ ข้อ ยกเว้นเร่อื งความชัดเจนของการ
ตดิ ต่อสอื่ สารระหวา่ งหน่วยจดั อบรมกับผ้เู ขา้ รับการพัฒนา ความเขา้ ใจจากการศึกษาเนื้อหาหลักสูตร
กอ่ นการพัฒนา ความเหมาะสมของเอกสารประกอบการพฒั นา และการอานวยความสะดวกของ
เจา้ หนา้ ทใ่ี นการพัฒนา ผูเ้ ข้ารับการพฒั นาพงึ พอใจอยู่ในระดบั มาก
2. การพัฒนาสมรรถนะผอู้ านวยการสถานศกึ ษาในชว่ งการฝึกประสบการณ์
2.1 ผลการสอบถามความคดิ เห็นเกีย่ วกบั การดาเนินการจดั ฝกึ ประสบการณข์ อง
ผอู้ านวยการสถานศึกษาในสถานศกึ ษาต้นแบบขนาดใหญ่ ตามความเห็นของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา
พบว่า โดยภาพรวม ผู้เขา้ รับการพัฒนาพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มากทีส่ ุด
2.2 ผลการสอบถามความคิดเหน็ เกย่ี วกับการดาเนนิ การจดั ฝกึ ประสบการณ์ของ
ผ้อู านวยการสถานศึกษาในสถานศกึ ษาตน้ แบบขนาดเลก็ ตามความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา
พบวา่ โดยภาพรวม ผเู้ ข้ารบั การพัฒนาพงึ พอใจอยูใ่ นระดับมากทส่ี ุด
3. กจิ กรรม การจดั ทาและนาเสนอผลงาน ผลการสอบถามความคิ ดเหน็ เกย่ี วกับการ
ดาเนินการจดั กิจกรรมการ จดั ทาและนาเสนอผลงาน ของผรู้ ับการพฒั นาโดยภาพรวม พบวา่ ผเู้ ขา้ รับ
การพฒั นามคี วามพึงพอใจอยูใ่ นระดบั มากท่สี ดุ
4. ผลการประเมินของผู้เขา้ รบั การพฒั นาตามเกณฑก์ ารประเมนิ พบวา่ ผลการประเมนิ
ผเู้ ขา้ รบั การพัฒนาหลักสูตรข้า ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาก่อนแตง่ ตั้งให้ดารงตาแหน่ง
ผู้อานวยการสถานศึกษา พบว่า คะแนนสว่ นที่ 1 คิดเป็นรอ้ ยละ 93.79 ส่วนท่ี 2 คิดเป็นร้อยละ
99.18 รวมท้ังสองสว่ น คิดเปน็ ร้อยละ 94.32 สว่ นเวลาการพัฒนา คิดเป็นรอ้ ยละ 99.96
สานกั พัฒนาครแู ละบคุ ลากรการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน (2557 : 91 - 92) ได้ดาเนินการประเมิน
การพฒั นาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาก่อนแตง่ ต้ังให้ดารงตาแหน่งผูอ้ านวยการสถานศึกษา
สังกดั สานกั บริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ โดยมวี ตั ถุประสงค์ เพ่ือประเมนิ ผลการดาเนนิ งาน การพฒั นา
ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษากอ่ นแตง่ ตง้ั ใหด้ ารงตาแหน่งผอู้ านวยการสถานศกึ ษา และเพอื่
ศกึ ษาความคิดเหน็ ของการดาเนินงานการพัฒนา ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาก่อนแตง่ ต้งั ให้
ดารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศึกษา กลมุ่ เปา้ หมายท่ใี ชใ้ นการประเมินคร้งั น้ี คือ ผเู้ ขา้ รับการพฒั นา
ตามหลักสูตรการพฒั นาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษากอ่ นแต่งตใงั้หด้ ารงตาแหน่งผอู้ านวยการ
สถานศึกษา สงั กดั สานักบรหิ ารงานการศึกษาพเิ ศษ รุ่นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2557 จานวน 11 คน
เครื่องมอื ท่ใี ชใ้ นการวจิ ยั มี 3 ชนิด ประกอบดว้ ย 1. แบบทดสอบวัดความรคู้ วามเข้ าใจ เรื่อง การ