The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือประวัติศาสตร์ ๕ ทศวรรษ ปริวรรตยโสธร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หนังสือประวัติศาสตร์ ๕ ทศวรรษ ปริวรรตยโสธร

หนังสือประวัติศาสตร์ ๕ ทศวรรษ ปริวรรตยโสธร

~ ๔๖ ~ ภาพพื้นที่เสด็จพระราชด าเนินทรงงานในปัจจุบัน แหลํงอ๎างอิง/บรรณานุกรม กระทรวงวัฒนธรรม.พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช.พิมพ๑ครั้งที่ ๓.กรุงเทพฯ : กรมสํงเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๕๙. หอจดหมายเหตุแหํงชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อุบลราชธานี. สรุปผลการดําเนินงานโครงการ “ยโสธรน๎อมรําลึก ๖๐ ปี ตามรอยพระบาทที่ยาตรา” เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๘ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๘.


~ ๔๗ ~ วันจันทร๑ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2533 เวลา 11.25 น. พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัวภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล๎าโปรดกระหมํอมให๎ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดําเนินแทนพระองค๑ ไปพระราชทานพระพุทธนวราชบพิตรประจํา จังหวัดยโสธร พระพุทธนวราชบพิตรจําลองประจําอําเภอในจังหวัดยโสธร และทรงประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัว ณ บริเวณหน๎าศาลากลางจังหวัดยโสธร ภาพพื้นที่เสด็จพระราชด าเนินทรงงานในปัจจุบัน แหล่งอ้างอิง/บรรณานุกรม หอจดหมายเหตุแหํงชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชกรณียกิจระหวํางเดือนตุลาคม 2532 - กันยายน 2533 วารสารวิชาการหอสมุดแหํงชาติ ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม –ธันวาคม 2557 พระพุทธนวราชบพิตร : พระพุทธรูปสําคัญในรัชกาลที่ 9


~ ๔๘ ~ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 เสด็จพระราชดําเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรบ๎านน้ําสร๎าง ตําบลค๎อเหนือ อําเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร พร๎อมสมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรม ราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งทรงดํารงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ภาพพื้นที่เสด็จพระราชด าเนินทรงงานในปัจจุบัน แหล่งอ้างอิง/บรรณานุกรม สํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ (สํานักงาน กปร.) โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดยโสธร


~ ๔๙ ~ วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2548 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชทาน ธงประจํารุํนลูกเสือชาวบ๎าน และพระบรมฉายาลักษณ๑พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จํานวน 133 รุํน ณ สนามหน๎าศาลากลางจังหวัดยโสธร แหล่งอ้างอิง/บรรณานุกรม ระเบียบคณะกรรมการบริหารลูกเสือแหํงชาติวําด๎วยลูกเสือชาวบ๎าน พ.ศ. 2553 สืบค๎นที่ https://www.scoutthailand.org/file-upload/pdf20200418195401-9D14C.pdf


~ ๕๐ ~ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2537 เสด็จพระราชดําเนินเป็นประธานในพิธีเปิดปูายสํานักงานเหลํากาชาด จังหวัดยโสธร วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ๑ พ.ศ. 2553 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรง ติดตามความก๎าวหน๎าในการดําเนินงาน โครงการสาธิตการเกษตรแบบผสมผสาน มูลนิธิชัยพัฒนา ตําบลกุดแหํ อําเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร


~ ๕๑ ~ วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เสด็จพระราชดําเนินทรงเปิดอาคารศรีพิทยาคม ณ โรงเรียนยโสธรพิทยาคม อําเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร


~ ๕๒ ~ วันอังคารที่ 29 กันยายน 2563 เวลา 09.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ๎า กรมสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินไปทรงตรวจเยี่ยมโรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดน บ๎านศรีสวัสดิ์ หมูํ 5 ตําบลศรีแก๎ว อําเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ข๎อมูลจาก สํานักขําวมณฑลทหารบกที่ ๒๗ และ สํานักงาน กปร.


~ ๕๓ ~ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในวันเสาร๑ที่ 27 มีนาคม 2553 สมเด็จพระเจ๎าน๎องนางเธอ เจ๎าฟูาจุฬาภรณวลัยลักษณ๑ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีได๎เสด็จพระราชทารเพลิงศพพระเทพสังวรญาณ (หลวงตาพวง) ณ วัดศรีธรรมาราม อําเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ในวันพุธที่ 26 พฤษภคม 2553 สมเด็จพระเจ๎าน๎องนางเธอ เจ๎าฟูาจุฬาภรณวลัยลักษณ๑อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีเสด็จเยี่ยมหนํวยแพทย๑เคลื่อนที่ พอ.สว. ณ โรงเรียนชุมชน บ๎านเชียงเพ็ง อําเภอปุาติ้ว จังหวัดยโสธร


~ ๕๔ ~ ในวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน 2554 สมเด็จพระเจ๎าน๎องนางเธอ เจ๎าฟูาจุฬาภรณวลัยลักษณ๑ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีเสด็จเยี่ยมหนํวยแพทย๑เคลื่อนที่ พอ.สว. ณ โรงเรียน ตระกูลประเทืองวิทยาคม อําเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร


~ ๕๕ ~ วันพุธที่ 13 มีนาคม 2556 สมเด็จพระเจ๎าน๎องนางเธอ เจ๎าฟูาจุฬาภรณวลัยลักษณ๑อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีเสด็จเยี่ยมหนํวยแพทย๑เคลื่อนที่ พอ.สว. ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห๑ 28 ตําบลยํอ อําเภอคําเขื่อนแก๎ว จังหวัดยโสธร


~ ๕๖ ~ วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2558 สมเด็จพระเจ๎าน๎องนางเธอ เจ๎าฟูาจุฬาภรณวลัยลักษณ๑ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีเสด็จเยี่ยมหนํวยแพทย๑เคลื่อนที่ พอ.สว. ณ โรงเรียน กุดชุมวิทยาคม อําเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร


~ ๕๗ ~ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2547 ทูลกระหมํอมหญิงอุบลรัตน๑ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเยี่ยมชมนิทรรศการทางวิชาการ และการฟูอนรําพื้นบ๎าน และนอกจากนี้ ทรงเข๎าเยี่ยมชมกิจกรรมและ ผลผลิตตามบู๏ทตําง ๆ ของสํวนราชการทุกสังกัด องค๑การบริหารสํวนตําบล สถานศึกษา และกิจการของชมรม TO BE NUMBER ONE ณ โรงเรียนอนุบาลลุมพุก (วันครู2503) อําเภอคําเขื่อนแก๎ว จังหวัดยโสธร เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2547 รับเสด็จทูลกระหมํอมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค๑ประธานโครงการฯ ที่สวนสาธารณะพญาแถน เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2555 ทูลกระหมํอมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค๑ประธานโครงการฯ เปิดศูนย๑เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE วิทยาลัยเทคนิคยโสธร


~ ๕๘ ~ วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2559 ทูลกระหมํอมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระองค๑ทํานเสด็จเป็นองค๑ประธาน เปิดศูนย๑เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE โรงเรียนเลิงนกทา สพม.28 ตําบลสามเเยก อําเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร วันที่ 18 กุมภาพันธ๑ 2563 เวลา 19.20 น. ทูลกระหมํอมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเยี่ยมสมาชิกและติดตามผลการดําเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ของจังหวัดยโสธร และทรง เปิดชมรมและศูนย๑เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE โรงเรียนยโสธรพิทยาคม อําเภอเมือง จังหวัดยโสธร


~ ๕๙ ~ จังหวัดยโสธร ได๎น๎อมนําพระปณิธานในทูลกระหมํอมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มาดําเนินงานเพื่อให๎ลูกหลานชาวยโสธรไมํเกี่ยวข๎องกับยาเสพติด ภายใต๎วิสัยทัศน๑ พันธกิจ Road map และ การบริหารจัดการตามแบบฉบับของ “Yasothon model” และขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต๎ MOU โดยกําหนด บทบาทและโครงสร๎างสูํการปฏิบัติอยํางชัดเจน ภายใต๎การวางแผนระยะสั้น ระยะยาว ครอบคลุม 3 ยุทธศาสตร๑หลัก ได๎แกํ การขับเคลื่อน การตํอยอด และการขยายผล และได๎ขับเคลื่อนอําเภอ TO BE NUMBER ONE ครบถ๎วนทั้ง 9 อําเภอ ซึ่งทุกภาคสํวนตํางมีความภาคภูมิใจที่ได๎น๎อมนําโครงการ TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหมํอมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในการรณรงค๑ปูองกัน และแก๎ไขป๓ญหายาเสพติด เพื่อมุํงมั่นพัฒนาเด็กและเยาวชนที่เป็นกลุํมเสี่ยงในการใช๎สารเสพติด ให๎มีภูมิคุ๎มกัน ทางจิตใจที่ดี ใช๎เวลาวํางให๎เกิดประโยชน๑ “เป็นหนึ่งไมํพึ่งยาเสพติด ซึ่งที่ผํานมาจังหวัดยโสธรมีชมรม TO BE NUMBER ONE ที่ผํานการประกวด จํานวน 6 ชมรม ได๎แกํ (1) จังหวัดยโสธรรักษามาตรฐานพร๎อม เป็นต๎นแบบระดับยอดเพชร ปีที่ 5 (2) ชมรม TO BE NUMBER ONE บ๎านแคนน๎อย รักษามาตรฐานพร๎อม เป็นต๎นแบบระดับยอดเพชร ปีที่ 3 (3) ชมรม TO BE NUMBER ONE วิทยาลัยเทคนิคยโสธร รักษามาตรฐาน พร๎อมเป็นต๎นแบบระดับทอง ปีที่ 2 (4) ชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนเลิงนกทา รักษามาตรฐาน พร๎อมเป็นต๎นแบบระดับเงิน ปีที่ 2 (5) ชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนยโสธรพิทยาคม กลุํมดีเดํน ประเภทสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ 2 และ(6) อําเภอเมืองยโสธร กลุํมดีเดํน ประเภทอําเภอ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี วันที่ 19 พฤษภาคม 2518 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จมอบธงลูกเสือชาวบ๎าน และอุปกรณ๑การศึกษา เครื่องนุํมหํม ยาชุดตําราหลวงแกํผู๎สูงอายุ ณ พลับพลาที่ประทับชั่วคราว หน๎าที่วําการ อําเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร


~ ๖๐ ~ อนุเคราะห๑ภาพถํายโดย คุณครูประพาฬรัตน๑ บุรีรัตน๑ (ร๎านเกษแก๎ว) เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๑๘ เวลา ๑๔.๐๐ น. สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จจาก โครงการชลประทานโดมน๎อย จังหวัดอุบลราชธานี ไปยังจังหวัดยโสธร โปรดเกล๎าฯ ให๎ผู๎วําราชการจังหวัด ยโสธร ประธานกรรมการแพทย๑อาสา สมเด็จพระบรมราชชนนี จังหวัดยโสธร นําคณะกรรมการและสมาชิก แพทย๑อาสาฯ เฝูาฯ กราบทูลถวายรายงานปฏิบัติงานแพทย๑อาสาฯ ประจําจังหวัด ในโอกาสนี้พระราชทาน เหรียญที่ระลึก เข็มทองลงยาอักษร พอ.สว. แกํนายแพทย๑และสมาชิกด๎วย


~ ๖๑ ~ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2520 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จฯ ไปยังจังหวัดยโสธร โปรดเกล๎าฯ ให๎ผู๎วําราชการจังหวัดยโสธร ประธานกรรมการแพทย๑อาสา จังหวัดยโสธร นําคณะกรรมการและ สมาชิกแพทย๑อาสาฯ เฝูาฯ กราบทูลถวายรายงานปฏิบัติงานแพทย๑อาสาฯ ประจําจังหวัด เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๒๙ เวลา ๑๔.๓๐ น. สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎร บ๎านดงขวาง ตําบลสงยาง อําเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร และได๎พระราชทาน เครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ๑การเรียนแกํนักเรียน เครื่องนุํงหํม ยาชุดตําราหลวงแกํผู๎สูงอายุ ของเลํนแกํเด็ก ๆ ที่มาเฝูารับเสด็จโดยทั่วกัน


~ ๖๒ ~ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ๑ 2547 สมเด็จพระเจ๎าพี่นางเธอ เจ๎าฟูากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธิวาสราชนครินทร๑ทรงเสด็จเยี่ยมหนํวยแพทย๑เคลื่อนที่ พอ.สว. ณ บ๎านโพนดินแดง ตําบลหนองแหน อําเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ วันเสาร๑ที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๐ โรงเรียนสมเด็จพระญาณสังวร ในพระสังฆราชูปถัมภ๑ ตําบลดงแคนใหญํ อําเภอคําเขื่อนแก๎ว จังหวัดยโสธร ได๎จัดให๎มีพิธีเปิดพระรูปเหมือนและหอเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยได๎รับพระกรุณาคุณจาก พระเจ๎าหลานเธอ พระองค๑เจ๎าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จเป็นประธานในงานพิธีดังกลําว ในการนี้ พระเจ๎าหลานเธอ พระองคเจ๎าอทิตยาทรกิติคุณ ได๎ประทานพระเมตตาเสด็จเยี่ยมชมนิทรรศการกิจกรรมการเรียนการสอน ของกลุํมสาระตําง ๆ และผลงานของนักเรียน คณะครูและโรงเรียน และโปรดให๎มีหนํวยแพทย๑พระราชทาน เคลื่อนที่ตรวจรักษาประชาชนผู๎เฝูารับเสด็จอีกด๎วย นับเป็นพระกรุณาคุณที่ ชาว ญสส. และประชาชนในเขต พื้นที่จะประทับไว๎ในความทรงจํามิลืมเลือน


~ ๖๓ ~ พิธีถวายดอกไม้จันท์ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พุทธศักราช 2560 พิธีถวายน้ําสรงพระบรมศพหน๎าพระบรมฉายาลักษณ๑พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผู๎วําราชการจังหวัดยโสธร จุดเครื่องทองน๎อยถวายสักการะเบื้องหน๎า พระบรมฉายาลักษณ๑พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร


~ ๖๔ ~ วันศุกร์ที่ ๑๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ เวลา ๑๓ นาฬิกา ณ วัดมหาธาตุ (พระอารามหลวง) นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายวีระวัฒน์ วงศ์ว่องไว รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นางสาวเพ็ญศรี เจริญสุทธิพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และพสกนิกรชาวจังหวัดยโสธร ร่วมพิธีถวายน้้าสรงพระบรมศพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สักการะ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีพระราชรัตนกวี เจ้าคณะจังหวัดยโสธร พร้อมพระสงฆ์ รวม ๔ รูป สวดพระอภิธรรม บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีผู้ร่วมพิธี จ้านวน ๓๔๐ คน


~ ๖๕ ~ ทําบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล๎ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ๕ ธันวาคม ๒๕๕๙ วันจันทร์ที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ เวลา ๗ นาฬิกา นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยนางวนิดา เลิศสุขีเกษม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร น้าข้าราชการ และประชาชนท้าบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ จ้านวน ๘๙ รูป เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ๕ ธันวาคม ๒๕๕๙ ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดยโสธร ต้าบลในเมือง อ้าเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร มีผู้ร่วมกิจกรรม จ้านวน ๕๐๐ คน พิธีอุปสมบทเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แดํพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สตมวาร (๑๐๐ วัน)


~ ๖๖ ~ วันจันทร์ที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๐ นาฬิกา ๓๐ นาที นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พ่อค้า และประชาชน ร่วมพิธีอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สตมวาร (๑๐๐ วัน) ณ วัดมหาธาตุ (พระอารามหลวง) ต้าบลในเมือง อ้าเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร มีผู้อุปสมบท จ้านวน ๓๕๔ คน และมีผู้ร่วมพิธี จ้านวน ๘๐๐ คน พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 26 ตุลาคม 2560 ณ.พระเมรุมาศจําลอง หน๎าศาลากลางจังหวัด (หลังเกํา) อําเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร


~ ๖๗ ~ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 การจัดพิธีทําน้ําอภิเษกของจังหวัดยโสธร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 นายนิกร สุกใส ผู๎วําราชการจังหวัดยโสธร ประธานประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ําจากแหลํงน้ําศักดิ์สิทธิ์ "ทําคําทอง" เพื่อจัดทําน้ําอภิเษกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จังหวัดยโสธร โดยมีนายสมเพชร สร๎อยสระคู และนางสาวสิริมา วัฒโน รองผู๎วําราชการจังหวัด พร๎อมด๎วยหัวหน๎าสํวนราชการ ข๎าราชการ ทหาร ตํารวจ สถานศึกษา หนํวยงานรัฐวิสาหกิจ หนํวยงานภาคเอกชน และพสกนิกรชาวจังหวัดยโสธร


~ ๖๘ ~ วันจันทร๑ที่ 8 เมษายน 2562 เวลา 15.00 น. ณ พระอุโบสถวัดศรีธรรมาราม (พระอารามหลวง) ตําบลในเมือง อําเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร นายนิกร สุกใส ผู๎วําราชการจังหวัดยโสธร ประธานประกอบพิธี ทําน้ําอภิเษก เพื่อใช๎ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จังหวัดยโสธร โดยมีนายสมเพชร สร๎อยสระคู และนางสาวสิริมา วัฒโน รองผู๎วําราชการจังหวัด พร๎อมด๎วยหัวหน๎าสํวนราชการ ข๎าราชการ ทหาร ตํารวจ สถานศึกษา หนํวยงานรัฐวิสาหกิจ หนํวยงานภาคเอกชน และพสกนิกรชาวจังหวัดยโสธร วันอังคารที่ 9 เมษายน 2562 เวลา 09.00 น. ณ พระอุโบสถวัดศรีธรรมาราม (พระอารามหลวง) ตําบลในเมือง อําเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร นายนิกร สุกใส ผู๎วําราชการจังหวัดยโสธร ประธานประกอบ พิธีเวียนเทียนสมโภชน้ําอภิเษกเพื่อใช๎ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จังหวัดยโสธร โดยมีนายสมเพชร สร๎อยสระคู และนางสาวสิริมา วัฒโน รองผู๎วําราชการจังหวัด พร๎อมด๎วยหัวหน๎าสํวนราชการ ข๎าราชการ ทหาร ตํารวจ สถานศึกษา หนํวยงานรัฐวิสาหกิจ หนํวยงานภาคเอกชน และพสกนิกรชาวจังหวัดยโสธร


~ ๖๙ ~ วันอาทิตย๑ที่ 5 พฤษภาคม 2562 เวลา 08.30 น. นายนิกร สุกใส ผู๎วําราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานประกอบพิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะหน๎าพระฉายาลักษณ๑ สมเด็จพระเจ๎าอยูํหัว พิธีลงนามถวายพระพรฯ และรับชมการถํายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทางโทรทัศน๑รวมการเฉพาะกิจ แหํงประเทศไทย พร๎อมด๎วยจิตอาสาจังหวัดยโสธร รํวมประกอบพิธีดังกลําว ณ บริเวณหอประชุมวิถีอีสาน และหน๎าศาลากลางจังหวัดยโสธร


~ ๗๐ ~ วันจันทร๑ที่ 6 พฤษภาคม 2562 เวลา 15.30 น. นายนิกร สุกใส ผู๎วําราชการจังหวัดยโสธร ประธานประกอบพิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะหน๎าพระฉายาลักษณ๑ สมเด็จพระเจ๎าอยูํหัว พิธีลงนามถวายพระพร และรับชมการถํายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทางโทรทัศน๑รวมการเฉพาะกิจ แหํงประเทศไทย พร๎อมด๎วยนายสมเพชร สร๎อยสระคู และ นางสาวสิริมา วัฒโน รองผู๎วําราชการจังหวัด ยโสธร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ต้ารวจ สถานศึกษา หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หน่วยงาน ภาคเอกชน และจิตอาสาจังหวัดยโสธร ณ สนามหน๎าศาลากลางจังหวัดยโสธร


~ ๗๑ ~ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๘.๓๐ น. นายนิกร สุกใส ผู๎วําราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานพิธีเปิดงานมหรสพสมโภช เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยกิจกรรม ประกอบด๎วย พิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะหน๎าพระบรมฉายาลักษณ๑ พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัว และกลําวราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ พร๎อมด๎วยพสกนิกรชาวจังหวัดยโสธร รํวมร๎องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงสดุดีจอมราชา ณ บริเวณสนามหน๎าศาลากลางจังหวัดยโสธร อําเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร นายนิกร สุกใส ผู๎วําราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานพิธีพร๎อมด๎วย นายสมเพชร สร๎อยสระคู และนางสาวสิริมา วัฒโน รองผู๎วําราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ต้ารวจ สถานศึกษา ภาครัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และพสกนิกรชาวจังหวัดยโสธร รํวมชมมหรสพสมโภชฯ การแสดงที่สะท๎อน ความงดงามของศิลปะพื้นบ๎าน วัฒนธรรมประเพณี และอัตลักษณ๑ของจังหวัด ณ บริเวณสนามหน๎าศาลากลาง จังหวัดยโสธร อําเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ประกอบด๎วย การแสดงรําถวายพระพร การรํา "ยโสธร รวมใจถวายองค๑ราชัน" การแสดงวงโปงลาง การแสดงวงดนตรีลูกทุํง การแสดงหนังประโมทัย การแสดงรําวงย๎อนยุค การแสดงหมอลํา การแสดงกลองยาวพร๎อมริ้วขบวน


~ ๗๒ ~ “พิธีพลีกรรมตักน้ํา” เป็นพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ๑ - ฮินดู เพื่อขออนุญาตเทวดาที่ปกป๓กรักษา แหลํงน้ําศักดิ์สิทธิ์เพื่อตักน้ํามาทําน้ําอภิเษกและน้ําสรงมุรธาภิเษก ตามความเชื่อวําสิ่งตําง ๆ บนโลกล๎วนมี เทวดาปกปูองรักษา การจะทําสิ่งใด ๆ จําเป็นต๎องขออนุญาตเทวดาที่ดูแลรักษาสิ่งนั้นกํอน ซึ่งกําหนดตักน้ํา จากแหลํงน้ําศักดิ์สิทธิ์ 107 แหลํงน้ําทั้ง 76 จังห วัด และน้ําศักดิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคม ในพระบรมมหาราชวัง จํานวน 1 แหลํงน้ํา รวม 108 แหลํงน้ํา “พลีกรรมตักน้ําศักดิ์สิทธิ์” จะใช๎ 2 น้ําศักดิ์สิทธิ์ ได๎แกํ (1) น้ําสรงมุรธาภิเษก ตั้งแตํพระเศียรลงมา ทั่วทั้งพระวรกาย (2) น้ําอภิเษก ใช๎รดพระหัตถ๑ เสมือนผู๎น๎อยรดน้ําอวยพรผู๎ใหญํ หรือเป็นการยอมรับผู๎ที่ขึ้นมา เป็นใหญํ โดยทั้ง 2 น้ําศักดิ์สิทธิ์นี้ ต๎องมีการตักน้ําจากแหลํงน้ําศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศไทย ซึ่งจังหวัดยโสธร มีเฉพาะการตักน้ําอภิเษก ณ ทําทองคํา ในแมํน้ําชี หลังวัดศรีธรรมาราม ตําบลในเมือง อําเภอเมืองยโสธร เทํานั้น “พิธีพลีกรรมตักน้ํา” นับเป็นพระราชพิธีเบื้องต๎นของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่มีความสําคัญยิ่ง และกระทรวงมหาดไทยแจ๎งให๎จังหวัดมอบหมายเจ๎าหน๎าที่เดินทางไปรับภาชนะและอุปกรณ๑สําคัญๆ ในพิธี เพื่อนําไปใช๎ในประกอบพิธีตามกําหนดการพร๎อมกันทั่วประเทศ ประกอบด๎วย 1. ที่ตักน้ํา ลักษณะเป็นที่ตักน้ําทองเหลือง เส๎นผําศูนย๑กลาง 4 นิ้ว และมีด๎ามจับยาว 6 นิ้ว ด๎านก๎น ที่ตักน้ํา ยิงเลเซอร๑ตรากระทรวงมหาดไทย ขนาด 2 นิ้ว 2. ขันน้ําสาคร ลักษณะเป็นเป็นขันทองเหลืองพร๎อมฝาปิด ขนาดเส๎นผําศูนย๑กลาง 12 นิ้ว มีหูจับเป็น หัวสิงห๑ พร๎อมยิงเลเซอร๑ตรากระทรวงมหาดไทยขนาด 4 นิ้ว ขันน้ําสาครบรรจุน้ําได๎ 5 ลิตร มีน้ําหนัก 4.8 กิโลกรัม เป็นภาชนะใช๎บรรจุน้ําศักดิ์สิทธิ์จากแหลํงน้ําศักดิ์สิทธิ์เพื่อทําน้ําอภิเษก โดยจะตักน้ําศักดิ์สิทธิ์ปริมาณ ร๎อยละ 80 ของขันน้ําสาครตามฤกษ๑เวลาใสํในขันน้ําสาคร จากนั้นปิดฝาขันน้ําสาคร หํอด๎วยผ๎าขาว ผูกริบบิ้น สีขาว นําไปเก็บ ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สําคัญของแตํละ 76 จังหวัด (จังหวัดยโสธรกําหนดเก็บที่วัดมหาธาตุ) เพื่อรอทํา "พิธีทําน้ําอภิเษก" พร๎อมกันทั่วประเทศ 3. คนโทน้ําอภิเษก เป็นคนโทเซรามิก ลวดลายกระจังเป็นลายน้ําทอง โดยด๎านหน๎าจะมีตรา สัญลักษณ๑พระราชพิธีบรมราชาภิเษก สํวนด๎านหลังจะมีภาพเครื่องหมายราชการแตํละจังหวัด ขนาด 7 เซนติเมตร ความสูงจากฐานถึงยอด 40 เซนติเมตร เส๎นผํานศูนย๑กลาง 20 เซนติเมตร ปากคนโท กว๎าง 10 เซนติเมตร ฐานกว๎าง 13 เซนติเมตร มีน้ําหนัก 2.5 กิโลกรัม และบรรจุน้ําได๎ 4.5 ลิตร ผลิตโดยโรงงาน “รัตนโกสินทร๑ เซรามิก สาขา 4” จังหวัดราชบุรี 4. เทียน จํานวน 1 ชุด ประกอบด๎วย (1) เทียนชัย หนัก 80 บาท ไส๎ 108 เส๎น สูง 174 เซนติเมตร จํานวน 1 เลํม (2) เทียนมหามงคล หนัก 8 บาท ไส๎ 68 เส๎น สูง 57 เซนติเมตร จํานวน 1 เลํม (3) เทียนพุทธาภิเษก หนัก 32 บาท ไส๎ 56 เส๎น สูง 87 เซนติเมตร จํานวน 2 เลํม


~ ๗๓ ~ ภาพคนโทน้ าอภิเษก


~ ๗๔ ~ หมวด 3 เล่าเรื่องเมืองยศ 7 สิ่งมหัศจรรย์ยโสธร จังหวัดยโสธร มีสิ่งมหัศจรรย๑ที่นับวํามีเพียงสิ่งเดียวในประเทศไทยและสิ่งเดียวในโลก ซึ่งมี ความโดดเดํนซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของคนยโสธร ดังนี้ 1. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองยโสธร ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองยโสธร ตั้งอยู่ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า ซึ่งเป็นย่านการค้าที่ส้าคัญ ในอดีตของเมืองยโสธร ศาลหลักเมืองแห่งนี้ เป็นที่เลื่อมใสและเคารพนับถือ ของพ่อค้าชาวไทยเชื้อสายจีน ชาวยโสธรที่อาศัยอยู่ในย่านการค้าแห่งนี้ศาลเจ้าพ่อศาลหลักเมืองยโสธรมีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะ ของ ๓ วัฒนธรรม คือ จีน ไทย ลาว โดยตัวอาคารก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมจีน มีภาพเขียน ฝาผนังหินขัด เป็นลวดลายจีน และมีรูปปั้นมังกรขนาดใหญ่ ๒ ตัว อยู่หน้าทางเข้า และมีแท่นบูชาฟ้าดินตามความเชื่อของชาวจีน ตั้งอยู่ที่ด้านหน้า ของตัวอาคาร ส่วนหลังคาของอาคารเป็นทรงจั่ว มีช่อฟ้า ใบระกา แบบสถาปัตยกรรมไทย และยอดอาคารมีพระธาตุแบบสถาปัตยกรรมลาวประดิษฐานอยู่


~ ๗๕ ~ นอกจากความพิเศษของสถาปัตยกรรมแล้ว สิ่งที่พิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองยโสธร มีเสาหลักเมืองถึง ๓ เสา ที่เดียวในประเทศไทย เสาต้นใหญ่ตรงกลางคือเสาหลักเมือง ส่วนเสาที่อยู่ซ้ายขวา คือ ที่สิงสถิตย์ของผี พระละงุมและผีพระละง้า ผู้ปกปักษ์รักษาหลักเมืองแห่งนี้ โดยชาวเมืองยโสธร ได้จัดให้มี การสมโภชเจ้าพ่อหลักเมืองทุกปี ประกอบด้วยพิธีสักการะเจ้าพ่อหลักเมือง และพิธีไปส่งเจ้าท่าเจ้าทุ่งหรือเจ้าโต่ง การแสดงมหรสพ และอุปรากรจีน โดยพิธีสมโภชจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน และทุกปีจะมีพิธีสรงน้้า ในช่วงเดือน ๕ ตามที่ทางเทศบาลก้าหนดตลอดมาจนปัจจุบันนี้ 2. พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก พิพิธภัณฑ๑พญาคันคาก เป็นอาคารสูง 5 ชั้น (19 เมตร) พื้นที่รวม 835 ตารางเมตร งบประมาณ 18.97 ล๎านบาท ดําเนินกรกํอสร๎างในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 กํอสร๎างแล๎วเสร็จในปี 2557


~ ๗๖ ~ ภายในตัวพิพิธภัณฑ๑พญาคันคาก มีการแสดงนิทรรศการแบบถาวร แบํงเป็น 5 ชั้น ดังนี้ ก าหนดเวลาเปิดให้เข้าชม - วันเสาร๑ อาทิตย๑ วันหยุดนักขัตฤกษ๑ และวันหยุดพิเศษ เวลา 09.00 - 17.00 น. - วันปฏิบัติราชการ เวลา 10.00 - 16.00 น. - หยุดทุกวันอังคาร - สอบถามรายละเอียดได๎ที่ สํานักงานจังหวัดยโสธร กลุํมงานยุทธศาสตร๑และข๎อมูล เพื่อการพัฒนาจังหวัด ศาลากลางจังหวัดยโสธร (หลังใหมํ) ชั้น 2 ถนนแจ๎งสนิท ตําบลในเมือง อําเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร โทรศัพท๑/โทรสาร ๐ ๔๕๗๑ ๔๒๑๒ ชั้น 1 เรื่องเลําในตํานาน (โรงภาพยนตร๑ 4 D) “มหายุทธแดนอีสาน” ชั้น 3 ประเพณีฮิต 12 ชั้น 4 อัตลักษณ๑เมืองยโสธร ชั้น 2 ไขปริศนาคางคก ชั้น 5 ชมวิวลําทวน


~ ๗๗ ~ 3. พระพุทธบุษยรัตน์ พระพุทธบุษยรัตน๑หรือพระแก๎วหยดน้ําค๎าง (ภาพ : นางสาวอารีรัตน๑ สร๎อยสิงห๑) พระพุทธบุษยรัตน์เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองยโสธร ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งที่เจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ยังด้ารงต้าแหน่งเป็นเจ้าพระยาราชสุภาวดี ยกทัพไปตีนครเวียงจันทน์ แล้วเจ้าอุปฮาด บุตรของท้าวค้า ท้าวฝ่ายหน้าอีกคนหนึ่ง ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของ เจ้าพระยาวิชัยขัตติยวงศาได้ไปช่วยรบด้วย โดยมีท่านพระครูหลักค้ากุ เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุรูปที่ ๓ ผู้มีภูมิรู้ ในทางโหราศาสตร์ เป็นผู้ให้ฤกษ์ยามและท้าพิธีตัดไม้ข่มนาม ซึ่งเป็นขวัญและก้าลังใจแก่เหล่าทหารเป็นอย่างมาก และได้รับชัยชนะในการรบ ความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงมีรับสั่งให้พาตัวเข้าเฝ้า ซึ่งท้าวฝ่ายหน้าและพระครูหลักค้ากุได้เดินทางมาเข้าเฝ้าที่กรุงเทพมหานคร ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรให้ท้าวฝ่ายหน้าเป็น พระสุนทรราชวงศา และพระครูหลักค้ากุเป็น พระครูวชิรปัญญา จากนั้นทรงพระราชทานปืนนางป้อง ๑ กระบอก และพระพุทธบุษยรัตน์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่เมืองยโสธร พระพุทธบุษยรัตน์หรือพระแก้วหยดน้้าค้าง เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สกุลช่างเชียงแสน ขนาดหน้า ตักกว้าง ๑.๙ นิ้ว สร้างจากแก้วผลึกใส ประทับนั่งบนฐานเขียงและฐานลวดบัวที่ท้าด้วยทองค้าพระเศียร พระกรรณ ขมวดพระเกศา และเปลวรัศมีด้านบนหุ้มทองค้า ป๓จจุบัน วัดได๎ทําฐานขึ้นใหมํมี ๕ ชั้น ทําด๎วยทองคํา ชั้นลํางสุดหรือชั้นที่ ๑ เป็นฐานเขียง ด๎านหน๎า มีข๎อความ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ บนพื้นลงยาสีเขียว ซึ่งเป็นวันที่ทําแทํนฐานนี้สําเร็จ เหนือขึ้นไปตรงกลาง มีอักษร พระพุทธบุษยรัตน์บนพื้นลงยาสีแดง มีลวดลายเป็นรูปกรวย และทําลวดลายประยุกต๑คล๎ายลาย ก๎านขดประดับเป็นกรอบโดยรอบ ถัดไปเป็นแนวลายไขํปลาและลายกระจังฐานพระชั้นที่ ๒ เป็นฐานแข๎งสิงห๑ ตามด๎วยชั้นฐานกลีบบัวคว่ําแบบบัวถลาแซมด๎วยลายกลีบพรรณพฤกษาขนาดเล็ก ตํอไปเป็นแนวลาย ดาวกระจายขนาดเล็ก และกระจังฐานพระโดยลําดับ


~ ๗๘ ~ ชั้นฐานที่ ๓ จากด๎านลํางเริ่มต๎นลายที่กระจังฐานพระ ลายไขํปลา และแนวลายพรรณพฤกษา ประกอบกับลายกระจังขนาดเล็กเป็นแนวลายใหญํตรงกลาง ตํอด๎วยแนวลายไขํปลา กระจังฐานพระ และสํวน บนสุดเป็นลายวงกลมขนาดเล็กมีจุดล๎อมรอบ ชั้นฐานที่ ๔ เป็นแนวลายกลีบบัวคว่ําแบบบัวถลาเป็นแมํลาย ตามด๎วยลายกระจังฐานพระและลายดาวกระจายขนาดเล็ก ชั้นฐานที่ ๕ ซึ่งเป็นชั้นบนสุด เริ่มด๎วยลายบัวหงาย แซมด๎วยกลีบบัวขนาดเล็กคล๎ายลายบัวกลุํมโดยรอบ เหนือขึ้นไปเป็นลายบัวปากฐานสูงชะลูดขึ้นไปรับกับสํวน ขอบบนสุดของฐานองค๑พระ ทั้งนี้ตรงสํวนหน๎าตั้งแตํชั้นบนสุดลงมาถึงชั้นที่ ๓ มีแนวชายผ๎าเรียกวํา ผ้าทิพย์ เป็นผ๎าสมมติแทนชายผ๎ารองนั่ง (สันถัต) ของสงฆ๑ซึ่งทิ้งชายลงหน๎าอาสนะทอดยาวลงมา ทําซ๎อนกัน ๓ ชั้น ประดับลวดลายทองคําลงยาอยํางวิจิตร 4. พระธาตุพระอานนท์


~ ๗๙ ~ ตามตํานานของวัดมหาธาตุ แตํเดิมพระธาตุพระอานนท๑๑ ได๎รับการเรียกขานจากชาวเมือง วําพระธาตุยโสธร เชื่อกันวํา สร๎างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๑๒๑๘ ในบริเวณพระธาตุเจดีย๑ประดิษฐานดังป๓จจุบันนี้ โดยในสมัยนั้น บริเวณวัดยังเป็นปุาใหญํเรียกกันวํา ดงผีสิง อยูํหํางจากหมูํบ๎านราว ๓๐ เส๎น (ประมาณ ๑.๒ กิโลเมตร) สร๎างขึ้นโดยชาวเวียงจันทน๑ ๒ คน นามวํา เจตนานุวิน จินดาชานุ ลูกผู๎น๎องผู๎เป็นบุตร ของน๎าเจตตานุวิน และเอียงเวธา ชาวขอม ผู๎ซึ่งอาศัยในละแวกนั้น ตํานานกลําววํา เจตตานุวินและจินดาชานุ ขณะครองเพศบรรพชิต ได๎ธุดงค๑ไปถึงเมืองเทวหนคร (หรือเมืองโกลิยะ) ในชมพูทวีป ซึ่งใช๎ระยะเวลาเดินทางถึง ๒ ปี เดือน ๑๑ วัน เมื่อถึงเมืองเทวหนคร ชาวเมือง กําลังชํวยกันกํอสร๎างพระเจดีย๑องค๑หนึ่งอยูํ เพื่อจะย๎ายอัฐิธาตุที่บรรจุอยูํในเจดีย๑องค๑เกํา ซึ่งตั้งอยูํในสถานที่ อันไมํเหมาะสมไปบรรจุไว๎ในเจดีย๑องค๑ใหมํ ครั้นกํอสร๎างสําเร็จเรียบร๎อยแล๎ว จึงอัญเชิญอัฐิธาตุไปบรรจุไว๎ใน ผอบหรือหีบใสํอัฐิธาตุซึ่งหีบนั้นมีชั้นนอก ๓ ชั้นเป็นหีบเงิน ชั้นถัดเข๎าไปเป็นหีบทอง ๗ ชั้น ชั้นตํอไปเป็นหีบ แก๎วไพฑูรย๑๒ ชั้น รวมเป็นผอบหรือหีบ ๑๒ ใบ แล๎วหํอด๎วยผ๎ากระจ๐าคํา (เป็นผ๎าดอกคําหรือผ๎าลายทอง) ๕๐๐ ชั้น ถัดเข๎าไปอีกหํอด๎วยผ๎าขาวอํอนดังสําลีเป็นชั้นในสําหรับหํออัฐิธาตุและอังคาร ซึ่งชาวเมืองเทวหนคร กลําวกันวํา เป็นอัฐิของพระอานนท๑เถระ เนื่องจากคราวที่ทํานละสังขารบนอากาศกลางแมํน้ําโรหิณี ซึ่งกั้นระหวํางเมืองเทวหนครและเมืองกบิลพัสดุ๑ในชมพูทวีป ทํานได๎ตั้งอธิษฐานให๎อัฐิธาตุแบํงออกเป็น ๒ ภาค ภาคหนึ่งตกลงที่เมืองเทวหนคร อีกภาคหนึ่งตกลงยังเมืองกบิลพัสดุ๑ เพื่อมิให๎เกิดความบาดหมางแกํงแยํงกัน ระหวํางญาติวงศ๑ เมื่อเจตตานุวินและจินดาชานุทราบเชํนนั้นจึงจัดเตรียมเครื่องสักการบูชา ตั้งอธิษฐานจิตขอให๎ประสบ พบเห็นอภินิหาร บัดนั้น หํอพระอัฐิธาตุก็ลอยสูํอากาศเป็นที่อัศจรรย๑ ทั้งสองได๎อ๎อนวอนขอแบํงอัฐิธาตุ อยูํหลายวัน จึงได๎อัฐิธาตุองค๑หนึ่งขนาดประมาณดอกสังวาล และผงธุลีอังคารประมาณเต็มเปลือกไขํ นกกระเรียน จากนั้นจึงเดินทางกลับนครเวียงจันทน๑ และตกลงใจสร๎างเจดีย๑เพื่อประดิษฐานพระอัฐิธาตุ ที่ดอนปูุปาว นครเวียงจันทน๑ แตํชาวเมืองไมํยินยอมให๎สร๎าง กลําวหาวําทําผิดผีบ๎านผีเมือง จึงออกจาก นครเวียงจันทน๑มาอาศัยอยูํกับเอียงเวธาราว ๓ ปีโดยในชํวงเวลาดังกลําวก็ได๎เก็บพระอัฐิธาตุเอาไว๎อยํางดี จนถึงเวลาอันเหมาะสมและชักชวนเอียงเวธาเป็นกําลังได๎แล๎ว จึงทําการสร๎างพระธาตุพระอานนท๑ในบริเวณ เขตของเอียงเวธา ใช๎เวลาสร๎างทั้งหมด ๘ เดือน ๒๕ วัน จึงแล๎วเสร็จ _________________________________ ๑ ในคติความเชื่อและศิลปกรรมภาคอีสาน ธาตุ หมายถึง ที่บรรจุอัฐิของบรรพบุรุษ บุคคลสําคัญ หรือ พระอริยสงฆ๑ สํวน พระธาตุ เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ๎าหรือพระธาตุของพระอรหันต๑ หากเป็นธาตุของบุคคลในท๎องถิ่นก็อาจทําขึ้นอยํางเรียบงําย สํวนพระธาตุมักจะมีขนาดใหญํ กํออิฐถือปูนอยําง มั่นคงแข็งแรง ด๎วยเชื่อกันวํา เป็นเครื่องบูชาพระศาสนา ทั้งยังสร๎างเพื่อเป็นประธานของวัด และเป็นหลักชัย แกํบ๎านเมืองอีกด๎วย ครั้นกํอสร๎างเสร็จเรียบร๎อยแล๎ว เครื่องมืออุปกรณ๑กํอสร๎างได๎ใสํรวมหีบฝ๓งไว๎ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ของพระองค๑พระธาตุ หํางออกไปราว ๕ เส๎น ๗ วา ทั้งนี้ สิ่งของมีคําที่เป็นครุภัณฑ๑ที่บรรจุไว๎ในพระธาตุ มีเป็น จํานวนมาก ซึ่งตํานานกลําววํา ได๎บันทึกอยูํในแผํนทองแดงจารฝ๓งไว๎ที่มุมพระธาตุทางตะวันตกเฉียงใต๎ อีกอันหนึ่งจารใสํแผํนทองคําไว๎ใต๎พื้นพระธาตุ อนึ่ง ตํานานกลําวเพิ่มเติมวํา หากจะมีการบูรณปฏิสังขรณ๑องค๑ พระธาตุใหมํอยําทําให๎มีความสูงเกินกวํา พระอุรังคธาตุ หรือ พระธาตุพนม จะทําให๎เกิดอสุนีบาต พระธาตุพระอานนท๑ตั้งอยูํในเขตพุทธาวาส ทางตะวันตกของพระอุโบสถ มีลักษณะสถาป๓ตยกรรม และศิลปกรรมแบบธาตุเจดีย๑พื้นถิ่นอีสานที่คงได๎รับการบูรณะซํอมแซม ตกแตํง เพิ่มเติมตํอมาหลายครั้ง


~ ๘๐ ~ ลักษณะฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว๎างด๎านละ ๘ เมตร สํวนยอดทรงดอกบัวมีลักษณะคล๎ายพระธาตุพนม กํออิฐถือปูน มีความสูงรวม ๒๕ เมตร ๓๐ เซนติเมตร ชั้นฐานประกอบด๎วยชั้นฐานเขียงในสํวนลํางสุด และฐาน บัวคว่ําลดหลั่นซ๎อนกัน ๓ ชั้น ไลํระดับขั้นไปถึงสํวนบนของชั้นฐานที่คํอนข๎างคอดเหนือขึ้นไปเป็นฐานบัวหงาย ๓ ชั้นรองรับเรือนธาตุ กํอนถึงชั้นเรือนธาตุประดับลวดลายคล๎ายบัวฟ๓นยักษ๑ ๑ แถว ถัดขึ้นไปเป็นบัวคว่ํา บัวหงายหยักซ๎อนกันขึ้นไป ๕ ชั้น รองรับซุ๎มจระนํา ๔ ทิศ 5. พระพุทธรูปหยกขาว วัดพระพุทธบาทยโสธร วัดพระพุทธบาทยโสธร ตั้งอยูํที่ บ๎านหนอกยาง ตําบลหัวเมือง อําเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร โบราณสถานสําคัญ ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งอยูํบนเนินทรายริมฝ๓่งแมํน้ําชีทัศนียภาพสวยงามสงบรํมเย็น วัดพระพุทธบาทยโสธรแหํงนี้ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท นับเป็นโบราณสถานอันล้ําคําของจังหวัด ภายในวัดโดดเดํนด๎วยพระอุโบสถสีขาวหลังคาสีน้ําเงิน มีความงดงามตามแบบศิลปะประยุกต๑ ทั้งการออกแบบ รั้วและระเบียงที่มีลวดลายปูนป๓้นที่ดูแปลกตา ภายในประดิษฐานพระประธานที่เจียระไนจากหยกขาว ขนาดหน๎าตัก กว๎าง 2.31 เมตร สูง 3.7 เมตร ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปหยกขาวใหญํที่สุดในประเทศไทย ข๎อมูลจาก:เว็บไซต๑ไปด๎วยกัน (paiduaykan.com)


~ ๘๑ ~ 6. โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ ประวัติความเป็นมาโบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ เริ่มจากเมื่อปี พ.ศ. 2451 หมูํบ๎านหนองซํงแย๎ ซึ่งเป็นหมูํบ๎านเล็ก ๆ กลางดงทึบ มีชาวบ๎าน 5 ครอบครัว ได๎อพยพเข๎ามาอยูํใหมํ ตํอมาได๎ถูกกลําวหาวําเป็นครอบครัวผีปอบและถูกรุมทําร๎ายและถูกขับไลํออกจากหมูํบ๎าน ทั้ง 5 ครอบครัวเดือดร๎อนอับจนหนทาง จึงเดินทางไปหาบาทหลวงฝรั่งเศสที่มีชื่อวํา เดชาแนล และ ออมโบรซีโอ ที่บ๎านเซซํง ตําบลเชียงเพ็ง อําเภอปุาติ้ว จังหวัดยโสธร ให๎มาชํวยขับไลํผีปอบที่สิงอยูํกับตนและครอบครัว จนเหตุการณ๑สงบลง ทั้ง 5 ครอบครัว จึงเข๎ารีตเป็นคริสเตียนนิกายโรมันคาทลิค และในตํอมาหมูํบ๎านแหํงนี้ จึงกลายเป็นหมูํบ๎านประชาคมชาวคริสต๑ในปี พ.ศ. 2452 บาทหลวงทั้ง 2 จึงได๎สร๎างวัดหนองซํงแย๎ขึ้นมา โดยใช๎ชื่ออยํางเป็นทางการในภาษาลาตินวํา “วัดอัครเทวดามิคาแอล” ซึ่งเป็นชื่อของนักบุญคนสําคัญ โดยมีบาทหลวงเดชาแนลเป็นอธิการโบสถ๑คนแรก โบสถ๑คริสต๑บ๎านซํงแย๎ อยูํที่บ๎านหนองซํงแย๎ หมูํ 2 ตําบลคําเตย อําเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร เป็นโบสถ๑ไม๎ ของคริสต๑ศาสนาที่มี ขนาดใหญํที่สุดในประเทศไทยและมีอายุถึง 100 ปี โบสถ๑คริสต๑บ๎านซํงแย๎ มีชื่อเต็มๆ วํา “วัดอัครเทวดามีคาแอล” ที่มีโบสถ๑ไม๎หลังใหญํตั้งอยูํอยํางโดดเดํนเป็นสงํา ซึ่งทั้งหมดทํามาจาก ไม๎เนื้อแข็งซึ่งชาวบ๎านพากันรวบรวมไม๎และลงมือกํอสร๎างด๎วยกัน โดยลงมือสร๎างปี ค.ศ. 1947 ตัวโบสถ๑รูปทรงที่สร๎างขึ้นมีลักษณะแบบศิลปะไทย กว๎าง 16 เมตร ยาว 57 เมตร จัดเป็นโบสถ๑ไม๎ที่ใหญํที่สุด ในประเทศไทย โดยใช๎แผํนไม๎เป็นแปูนมุงหลังคา 80,000 แผํน ใช๎เสาขนาดตํางๆกันถึง 360 ต๎น สํวนใหญํ เป็นเสาไม๎เต็งเสาในแถวกลางมีขนาดใหญํยาวที่สุดมี 260 ต๎น สูงจากพื้นดินกวํา 10 เมตร พื้นแผํนกระดาน


~ ๘๒ ~ เป็นไม๎แดงและไม๎ตะเคียนขนาดใหญํ ม๎านั่งไม๎จุคนได๎กวําพันคน ระฆังโบสถ๑มีเส๎นผําศูนย๑กลางเกือบ 2 ฟุต อยูํในหอระฆังสูงที่สร๎างแบบหอระฆังตามวัดไทยทั่วไป แตํแปลกตรงที่แยกตํางหากจากโบสถ๑จากพลังแหํง ศรัทธาอันแรงกล๎าของคริสต๑ชนที่ได๎รํวมแรงรํวมใจกันสร๎างโบสถ๑ไม๎ขนาดใหญํที่สุดนั้น ในป๓จจุบันโบสถ๑แหํงนี้ สามารถบรรจุคนได๎มากกวํา 500 คน โบสถ๑แหํงนี้เป็นโบสถ๑คริสต๑นิกายโรมันคาทอลิก ดูเรียบงํายแตํมีความ สงบและงดงาม ข๎อมูลจาก:เว็บไซต๑ไปด๎วยกัน (paiduaykan.com) 7. ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก มาลัยข๎าวตอก สื่อความหมายแทน “ดอกมณฑารพ” ซึ่งเป็นดอกไม๎แหํงสรวงสรรค๑ที่จะบานเฉพาะ ในวันที่มีเหตุการณ๑สําคัญที่เกี่ยวข๎องกับพระพุทธเจ๎า ได๎แกํ วันประสูติ ตรัสรู๎ ปรินิพพาน และวันที่ทรงแสดง พระธัมมจักกัปปวัตนสูตร การแหํมาลัยข๎าวตอกเป็นประเพณีที่สืบสานกันมาอยํางยาวนาน ในพื้นที่ตําบล ฟูาหยาด อําเภอมหาชนะชัย เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในวันมาฆบูชาของทุกปี ชาวบ๎านจากทั่วทุกหมูบ๎าน จะจัดทํามาลัยข๎าวตอกอยํางสวยงาม ชํวงกลางคืนจะมีการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมเพื่อสมโภชมาลัย จากนั้น ก็จัดขบวนแหํมาลัยข๎าวตอกแหํไปถวายเป็นพุทธบูชา ณ วัดหอกํอง มีการจัดประกวดมาลัยข๎าวตอก หากใคร ชนะเลิศจะถูกนําไปแสดงไว๎บนศาลา ซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวอีสานที่สืบทอดตํอเนื่องกันมา เฉพาะที่ ชุมชนบ๎านฟูาหยาดแหํงนี้เทํานั้น ถือเป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลก ความเป็นมาของประเพณีแหํมาลัยนี้ มีปรากฏในพระไตรปิฎกสํวนที่วําด๎วยพระสุตตันตปิฎก บทปรินิพพานสูตร กลําวคือ ดอกมณฑารพ ซึ่งเป็นดอกไม๎บนสวรรค๑ชั้นดาวดึงส๑ มีความสวยงามและมีกลิ่นหอม


~ ๘๓ ~ เป็นพิเศษ เวลาที่ดอกมณฑารพจะบานหรือรํวงหลํน ก็ต๎องมีเหตุการณ๑สําคัญ ๆ เทํานั้น คือ พระสัมมา สัมพุทธเจ๎า ทรงประสูติ ตรัสรู๎ ปรินิพพาน จตุรงคสันนิบาต และทรงแสดงพระธัมมจักกัปปวัตนสูตร ดอกมณฑารพจึงได๎รํวงหลํนลงมายังโลกมนุษย๑ครั้งเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ๎าเสด็จดับขันธ๑ปรินิพพานที่เมือง กุสินารา ดอกมณฑารพนี้ก็ได๎รํวงหลํนลงมาทั้งก๎านและกิ่ง เปรียบเหมือนความเสียอกเสียใจพิไรรําพันตํอการ เสด็จดับขันธ๑ปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ๎า รวมถึงเหลําพระภิกษุผู๎ได๎ชื่อวําอรหันตขีนาสพทั้งหลายด๎วย หมูํเหลําข๎าราชบริพาร ประชาชนทั้งหลายได๎พากันมาถวายสักการะพระบรมศพ อีกทั้งยังได๎พากันเก็บ นําดอกมณฑารพที่รํวงหลํนลงมาเพื่อไปสักการะบูชา และรําลึกถึงองค๑สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ๎า เมื่อกาลเวลา เปลี่ยนไปดอกมณฑารพ ที่เก็บมาสักการะบูชาเริ่มเหี่ยวแห๎งและหมดไป เพื่อเป็นการรําลึกถึงพระป๓ญญาธิคุณ พระกรุณาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ รวมทั้งเหตุการณ๑ในวันสําคัญตําง ๆ ชาวพุทธจึงได๎พากันนําเอาข๎าวตอก มาสักการะบูชา เพราะถือวําข๎าวเป็นสิ่งที่มีคุณคํา และเป็นของสูงที่มนุษย๑จะขาดไมํได๎ การจัดข๎าวตอกดอกไม๎ ถวายเป็นพุทธบูชามีจุดเริ่มต๎นเมื่อไหรํนั้น ยังไมํเป็นที่แนํชัด แตํเชื่อกันวําแรก ๆ จะใสํพานไว๎โปรยเวลาพระสงฆ๑ เทศนา ตํอมาจึงมีการนํามาประดิษฐ๑ตกแตํงให๎มีความสวยงามสืบทอดกันเรื่อยมาจากนั้นก็พัฒนามาเรื่อยๆ จนกลายเป็น การประกวดประชันกัน เมื่อมาลัยร๎อยได๎สวยงามก็เริ่มมีการจัดงานแหํแหนเพื่อประกอบพิธีจนกลายเป็น งานที่ใหญํขึ้นมีการฟูอนรําประกอบขบวน และกลายเป็นประเพณีแหํมาลัยในป๓จจุบัน และจัดให๎มีขึ้นในวัน มาฆบูชาของทุก ๆ ปี บ๎านฟูาหยาด อําเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เป็นชุมชนเดียวที่มีประเพณีแหํมาลัย ข๎าวตอกทุกปี ซึ่งป๓จจุบันมาลัยข๎าวตอกกลายเป็นสินค๎าโอทอปของชุมชนที่สร๎างรายได๎ให๎กับชาวบ๎านแม๎จะไมํได๎ มากมายนัก แตํเป็นการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของบรรพบุรุษให๎อยูํสืบไป ข้อมูลอ้างอิงจาก https://www.isangate.com/new/31-art-culture/tradition/327-malai-kaotok.html ปืนนางป้อง ภายหลังเสร็จศึกปราบเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์แล้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง อุปฮาด (บุตร) เป็น พระสุนทรราชวงศา เจ้าเมืองยโสธร ทั้งยังได้พระราชทานครอบครัว เชลยเมืองเวียงจันทน์ให้ ๕๐๐ ครอบครัว พระราชทานเจ้านางพรหมให้เป็นภรรยา นอกจากนี้ยังพระราชทาน ปืนใหญ่ไว้ส้าหรับเมืองหนึ่งกระบอกชื่อว่า ปืนนางป้อง และปืนชนวนยาวพร้อมปืนเล็กอีกหลายกระบอก ปัจจุบันปืนนางป้อง (เหลือเพียงส่วนปากกระบอกปืนเท่านั้น) ลักษณะของปืนเป็นปลายกระบอกปืนใหญ่ ชิ้นส่วนปืนใหญ่ทาสีแดง ส่วนปลายกระบอกปืน ลักษณะทรงกระบอก เป็นปล้อง ๙ ปล้องวัสดุเป็นเหล็ก ขนาดยาว ๗๑ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๓ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางล้ากล้อง ๘.๕ เซนติเมตร สมัยรัตนโกสินทร์ (พุทธศตวรรษที่ ๒๔)


~ ๘๔ ~ อีกหนึ่งเป็นปลายกระบอกปืนใหญ่ มีลักษณะทรงกระบอก ทาสีแดง ส่วนปลายเป็นกระเปาะ ส่วนล่าง มีห่วงเหล็กที่มีปลายยื่นออกมาสองข้าง เหล็กยาว ๑๑๗.๕ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง ๘ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางล้ากล้อง ๕ เซนติเมตร สมัยรัตนโกสินทร์ (พุทธศตวรรษที่ ๒๔) ปัจจุบันปลายกระบอกปืนดังกล่าวอยู่ที่ศาลหลักเมืองยโสธรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่เมืองยโสธร (ภาพจาก: กรมศิลปากร) อนุสาวรีย์พระสุนทรราชวงศา ในปี 2554 จังหวัดยโสธรจึงได๎จัดสร๎างอนุสาวรีย๑พระสุนทรราชวงศาขึ้น ณ บริเวณบุํงน๎อย - บุํงใหญํ บ๎านสิงห๑ทํา ตําบลในเมือง อําเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของเจ๎าเมือง ในอดีต และให๎ประชาชนชาวจังหวัดยโสธรได๎สักการบูชาเพื่อเป็นสิริมงคลตํอตนเองและครอบครัว รูปจําลอง เจ๎าเมืองพระสุนทรราชวงศา (สิงห๑) หลํอด๎วยทองเหลืองสัมฤทธิ์ มีความสูง 3.90 เมตร ลักษณะยืนมือขวา ถือดาบ มือซ๎ายถือฝ๓กดาบ ทําทางเข๎มแข็งสงํางาม ซึ่งบริเวณสวนสาธารณะบุํงน๎อยบุํงใหญํนี้ นอกจากจะมี อนุสาวรีย๑พระสุนทราราชวงศา ให๎ประชาชนทั่วไปได๎ทําความเคารพกราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลแล๎ว บริเวณด๎านหลังของอนุสาวรีย๑แหํงนี้ยังเป็นที่พักผํอนหยํอนใจกับชาวเมืองยโสธร เนื่องจากอยูํติดกับริมแมํน้ําชี จึงสัมผัสได๎ถึงความสดชื่น ปลอดโปรํง เย็นสบาย รวมทั้งมีสนามเด็กเลํนขนาดใหญํ ไว๎คอยบริการผู๎คนที่แวะมา พักผํอน ถํายรูป หรือออกกําลังกายในชํวงยามเย็นอีกด๎วย ปืนนางปูอง ปลายกระบอกปืนใหญ่


~ ๘๕ ~ เหตุการณ์กบฏผีบุญ กบฏโดยทั่วไป หมายถึงกลุํมคนที่คิดและกระทําการตํอต๎านล๎มล๎างอํานาจรัฐด๎วยกําลัง เชํน กบฏเจ๎า อนุวงศ๑ (พ.ศ. ๒๓๖๙ - ๗๑) กบฏป๓ตตานี (พ.ศ. ๒๓๓๒) กบฏไทรบุรี (พ.ศ. ๒๓๖๔, ๒๓๗๓ - ๗๕, ๒๓๘๑ - ๘๒) แตํกบฏผู้มีบุญ หัวหน๎ากบฏหรือกลุํมผู๎นําฝุายกบฏตั้งตัวเป็นผู๎มีบุญหรือผู๎วิเศษ เชํน เป็นพระศรีอริยเมตไตรย หรือพระศรีอาริย๑ ซึ่งตามความเชื่อของศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเชื่อวําเป็นพระพุทธเจ๎าที่จะมาตรัสรู๎ในอนาคต เมื่อมีคนมาเชื่อเข๎าเป็นสมาชิกหรือสานุศิษย๑มากพอก็ใช๎กําลังโจมตียึดเมือง เพื่อตั้งกลุํมของตนเข๎าปกครองแทน แตํหลายกลุํมยังไมํโจมตีเจ๎าหน๎าที่ฝุายรัฐ ก็ถูกปราบปรามเสียกํอน เชํน ในเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๔ (๒๔๔๕) กลุํมพระแสงตั้งตัวเป็นพระโพธิสัตว๑ นายธรรมาตั้งตัวเป็นท๎าวอินแปลง นายสา เป็นท๎าวสีโห นายหลักเป็น พระยาธรรมิกราช นายบัวลาเป็นพระเกตุสัตฐา มีราษฎร ๑๖๐ คน บ๎านบาหาด เมืองมหาสารคาม เข๎ามาเป็นพวก พอเจ๎าหน๎าที่จับกลุํมผู๎นําบางคนไปขัง ผู๎นําที่เหลือพาราษฎร ๑๖๐ คน มาแยํงตัวผู๎ต๎องหา หลบหนีไป กลุํมกบฏก็สลายตัว สาเหตุของกบฏผู้มีบุญอีสาน พ.ศ. ๒๔๔๔ - ๔๕ สาเหตุของกบฏผู๎มีบุญครั้งนี้มิได๎เกิดจากสาเหตุเดียว แตํเกิดจากสาเหตุหลายอยํางประกอบกัน จากเอกสารเป็นจํานวนมาก พอสรุปได๎ดังนี้ ๑. สาเหตุทางการเมือง อาจจําแนกได๎ ๒ ประการ คือ การเมืองภายนอกประเทศ ได๎แกํ การขยาย อํานาจอยํางนํากลัวของจักรวรรดินิยมฝรั่งเศสสูํอินโดจีน ยึดเวียดนามใต๎ไปปกครอง ตํอมาก็เข๎ามายึดเขมร ซึ่งเป็นประเทศราชของไทยในปลายสมัยรัชกาลที่ ๔ (๒๔๑๐) ตํอมาก็ยึดสิบสองจุไทยใน พ.ศ. ๒๔๓๑ สมัยรัชกาลที่ ๕ และที่รุนแรงมากคือ ยึดฝ๓่งซ๎ายแมํน้ําโขง (คือประเทศลาวในป๓จจุบัน) ใน พ.ศ. ๒๔๓๖ หลังจากนั้น จากชํองโหวํของสนธิสัญญาไทย - ฝรั่งเศส ฉบับ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๖ ซึ่งฝรั่งเศสสร๎างขึ้น เพื่อจงใจ ขยายอํานาจเข๎ามาในภาคอีสาน ทําให๎ไทยไมํสามารถมีกําลังทหารในเขตรัศมี ๒๕ กิโลเมตรทางฝ๓่งขวา แม๎กระทั่งจะเก็บภาษีในพื้นที่ดังกลําวก็ไมํได๎นอกจากนี้ข๎าราชการฝรั่งเศสและเอเยํนต๑ฝรั่งเศสยังใช๎กําลังขํมเหง คนไทยและข๎าราชการไทยในภาคอีสานที่อยูํในเขต ๒๕ กิโลเมตรด๎วย ตํอมาก็เกิดขําวลือวํา “ผู๎มีบุญจะมา


~ ๘๖ ~ แตํตะวันออก เจ๎าเกําหมดอํานาจ ศาสนาก็สิ้นแล๎ว… บัดนี้ฝรั่งเศสเข๎าไปเต็มกรุงเทพฯ แล๎วกรุงจะเสียแกํ ฝรั่งเศสแล๎ว” อํานาจที่ถดถอยลงของรัฐบาลไทยในสายตาของชาวอีสานจึงเห็นเป็นโอกาสที่จะรวมพลังกันตํอต๎าน จึงได๎เกิดขึ้น สํวนประเด็นสาเหตุจากภายในก็คือ การปฏิรูปการปกครองของรัชกาลที่ ๕ เพื่อให๎ระบบการ ปกครองกระชับ สํวนกลางสามารถควบคุมหัวเมืองได๎เต็มที่ โดยการสํงข๎าหลวงใหญํและข๎าราชการเป็นจํานวนมาก มาทํางานในภาคอีสาน ทําให๎ขุนนางท๎องถิ่นไมํพอใจ ยิ่งสํวนกลางสํงคนมาเก็บภาษีตําง ๆ โดยตรง ยิ่งทําให๎ ขุนนางท๎องถิ่นไมํพอใจยิ่งขึ้น เพราะผลประโยชน๑ที่เคยได๎รับลดลงมาก เชํน ภาษีสํวย หรือเรียกในตอนนั้นวํา “เงินข๎าราชการ” ซึ่งชายฉกรรจ๑อีสานจะต๎องเสียคนละ ๔ บาท ขุนนางท๎องถิ่น ๗ - ๘ ตําแหนํง ได๎รับรวมกัน เพียง ๕๕ สตางค๑ หรือร๎อยละ ๑๓.๖๗ เทํานั้น สํวนกลาง ได๎รับถึง ๓.๔๕ บาท หรือร๎อยละ ๘๖.๓๓ ๒. สาเหตุด้านสังคมเศรษฐกิจ ประเด็นที่สร๎างความเดือดร๎อนให๎กับชาวอีสานเป็นอันมาก คือ ภาษีสํวย หรือเงินข๎าราชการที่เก็บจากชายฉกรรจ๑คนละ ๔ บาท (มูลคําป๓จจุบันประมาณ ๓,๕๐๐ - ๔,๐๐๐ บาท) ที่เดือดร๎อนเพราะคนอีสานสมัยนั้นเกือบทั้งหมดมีชีวิตอยูํได๎โดยไมํต๎องใช๎เงิน เพราะผลิตป๓จจัยสี่ได๎เอง อยูํใน ระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง มีแตํคนที่อยูํในเมืองซึ่งมีจํานวนน๎อยมากที่ต๎องใช๎เงิน ชายฉกรรจ๑อีสานในชนบท จึงลําบากมากในการหาเงินมาเสียภาษีสํวย ๔ บาท สําหรับคนไมํมีเงินเสียภาษีดังกลําวก็ถูกเกณฑ๑ไปทํางาน โยธา ๑๕ วัน เชํน ขุดสระน้ํา (เชํน บึงผลาญชัย จังหวัดร๎อยเอ็ด) สร๎างถนน สนามบิน ถางหญ๎าข๎างศาล เป็นต๎น ประกอบกับชํวงกํอนเกิดกบฏผู๎มีบุญเกิดฝนแล๎งในมณฑลอีสานติดตํอกัน ๒ - ๓ ปี ยิ่งเป็นการซ้ําเติม ความเดือดร๎อนให๎กับชาวอีสาน เมื่อมีคนมาปลุกระดมในรูปหมอลํา ทําให๎ชาวอีสานเกิดความหวัง วําจะมีชีวิตที่ดีขึ้น จึงมีชาวอีสานเป็นจํานวนมากเชื่อตาม บางสํวนก็เข๎ารํวมกระบวนการด๎วย พระเจ๎าบรมวงศ๑เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค๑ ข๎าหลวงตํางพระองค๑สําเร็จ ราชการมณฑลอีสาน (ภาพจากหอจดหมายเหตุแหํงชาติ)


~ ๘๗ ~ เป้าหมายของฝ่ายกบฏผู้มีบุญ เมื่อพูดถึงเปูาหมายของฝุายกบฏต๎องพิจารณาวําเปูาหมายของใคร เพราะฝุายกบฏมีหลายกลุํมและ หลายระดับ หากพิจารณาในกลุํมผู๎นํา อาจแบํงได๎ ๓ กลุํม กลําวคือ กลุํมองค๑มั่นซึ่งเป็นกลุํมที่มีอํานาจมากที่สุด มีเขตอิทธิพลอยูํในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี อํานาจเจริญ และบางสํวนของมุกดาหารและลาวใต๎ริมแมํน้ําโขง ฝ๓่งซ๎ายในป๓จจุบัน กลุํมนี้มีเปูาหมายชัดเจนมากคือขับไลํอํานาจของไทยออกไป โดยเฉพาะการยึดเมือง อุบลราชธานีศูนย๑กลางอํานาจของไทยในอีสานตะวันออกแล๎วตั้งรัฐขึ้นมาใหมํ โดยจะให๎องค๑มั่นปกครองอยูํที่ เวียงจันทน๑ สมเด็จลุน วัดบานไชยปกครองที่อุบลราชธานี องค๑เล็ก (เหล็ก) บ๎านหนองซําปกครองที่หนองโสน (เมืองอยุธยา) องค๑พระบาทและองค๑คุธปกครองที่พระธาตุพนม สํวนลาวใต๎ด๎านฝ๓่งซ๎ายแมํน้ําโขง ถ๎าขับไลํ ฝรั่งเศสออกไปได๎ องค๑แก๎วและองค๑กมมะดํา (ผู๎นําชาวขํา) จะเป็นผู๎ปกครอง สํวนกลุํมบุญจัน ลูกเจ๎าเมืองขุขันธ๑ คนกํอนและเป็นน๎องชายพระยาขุขันธ๑ภักดีศรีนครลําดวน เจ๎าเมืองขุขันธ๑ในขณะนั้น มีเปูาหมายอยูํที่การยึด เมืองขุขันธ๑ เพื่อตั้งตนจะได๎เป็นเจ๎าเมือง สํวนผู๎นํากบฏกลุํมอื่น ๆ ซึ่งเป็นกลุํมเล็ก ๆ เปูาหมายไมํชัดเจน เชํน กบฏผู๎มีบุญบ๎านมาย เมืองสกลนคร กลุํมจารย๑เข๎มตั้งตัวเป็น “ท๎าววิษณุกรรมเทวบุตร” ไมํมีหลักฐาน วําจะล๎มล๎างหรือตํอต๎านอํานาจรัฐ แตํบทบาทที่เขาทําอยูํคือ รดน้ํามนต๑และรักษาคนปุวย กบฏผู๎มีบุญเมือง กาฬสินธุ๑ กลุํมยายหยํา ยายหยอง อ๎างตัววําเป็นพระศรีอริยเมตไตรยกลับชาติมาเกิด ก็ไมํมีหลักฐานวําตํอต๎าน อํานาจรัฐ หรือเปูาหมายทางการเมืองแตํอยํางใด บทบาทที่ทําอยูํคือ ความสามารถในการทําพิธีเสี่ยงทาย และให๎โชคลาภแกํผู๎ที่มาขอเสี่ยงทายได๎ สํวนในระดับชาวบ๎านเข๎าไปรํวมกับฝุายกบฏด๎วยเหตุผลตําง ๆ กัน เชํน อยากเห็นสังคมใหมํที่อุดม สมบูรณ๑บ๎าง ต๎องการให๎ผู๎มีบุญเสกกรวดให๎เป็นทองบ๎าง บ๎างก็เข๎าไปรํวมเพราะศรัทธาในผู๎มีบุญ โดยไมํทราบวํา เปูาหมายของผู๎มีบุญคืออะไร ผู๎มีบุญจะพาไปไหน คนที่เข๎าไปรํวมกลุํมผู๎มีบุญมีน๎อยกวําคนที่แตกตื่นในคํา พยากรณ๑และขําวลือ ซึ่งในเอกสารชั้นต๎นระบุวํา “มณฑลอีสานกําลังตื่นผู๎มีบุญทุกแหํงทุกตําบล” “ราษฎรทุก เมืองในมณฑลอุดรพากันแตกตื่นฦาวําผู๎มีบุญ” ในอีสานใต๎ขําวลือเรื่องผู๎มีบุญขยายทั่วจากมณฑลอีสานถึง มณฑลนครราชสีมา วิธีการของฝ่ายกบฏผู้มีบุญ สําหรับวิธีการของผู๎มีบุญสํวนใหญํที่ใช๎เพื่อระดมผู๎คนจนหลายแหํงได๎คนมากพอที่จะตํอต๎านอํานาจรัฐ แตํหลายแหํงก็ถูกปราบลงเสียกํอนที่จะตํอต๎านอํานาจรัฐ สรุปได๎ดังนี้ ๑. การปลํอยขําวลือ คําพยากรณ๑ ผู๎ปลํอยขําวคือหมอลําและผู๎ที่ตํอมาประกาศตัวเป็นผู๎มีบุญกับ ชาวบ๎านที่ได๎ฟ๓งแล๎วบอกตํอ หมอลําเป็นผู๎ที่สร๎างความบันเทิงให๎กับชาวอีสานมานานมากเหมือนกับนักร๎อง ในป๓จจุบัน แตํหมอลําทําได๎มากกวํานักร๎อง เพราะเนื้อหาหรือตัวสาระที่ถูกสํงผํานไปถึงผู๎ฟ๓งไมํใชํมีแตํการเกี้ยว พาราสีความรัก หรือนิทานสนุก ๆ เทํานั้น แตํยังมีเรื่องเกี่ยวกับความทุกข๑ยากของชาวอีสาน โจมตีคนไทย วําใจร๎ายและสาปแชํงคนไทยให๎ตาย (“ฝูงไทยใจฮ๎าย ตายสิ้นบํหลอ”) หรือไมํก็ปลุกระดมไลํคนไทย “ไลํไทย เอาดินคืนมา…ฆําไทยเสียให๎หมด” ซึ่งเนื้อหาสาระเหลํานี้ เป็นสิ่งปลุกสํานึกให๎ชาวอีสานบางสํวนตํอต๎าน อํานาจรัฐและเกิดความหวังวําจะมีสังคมใหมํที่ดีกวําสังคมที่เขาเป็นอยูํในขณะนั้น


~ ๘๘ ~ พระยาสุรเดชวิเศษฤทธิ์ทศวิไชย (ภาพจากหอจดหมายเหตุแหํงชาติ) เนื่องจากการแตกตื่นตํอคําพยากรณ๑ไปทั้งภาคอีสาน ทางการไทยจึงให๎พระยาสุรเดชวิเศษ ฤทธิ์ทศทิศวิไชย ข๎าหลวงพิเศษชํวยตรวจราชการระงับปราบปรามผู๎ตั้งตัวเป็นผู๎วิเศษหรือผู๎มีบุญใน มณฑลอีสาน รวบรวมขําวลือ หรือคําพยากรณ๑ตําง ๆ โดยสอบถามจากผู๎ใหญํบ๎านและราษฎรตาม ระยะทางจากนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี สรุปขําวเลําลือได๎ดังนี้ ๑. กรวดแรํที่ข๎างวัดหนองเลา หนองซํา แขวงเมืองเสลภูมินั้น ถ๎าใครไปนําเข๎าพิธีกํอพระเจดีย๑ทราย ระฤกถึงผู๎มีบุญบูชาไว๎แล๎ว ถึงวันอาทิตย๑ขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๔ ปีฉลูตรีศก ศักราช ๑๒๖๓ ตรงกับวันที่ ๒๓ มีนาคม ร.ศ. ๑๒๐ (ตรงกับปฏิทินแบบป๓จจุบัน พ.ศ. ๒๔๔๕) กรวดแรํนั้นจะกลายเป็นเงินทอง ๒. ขําวที่ลือวําตัวไหม ๑ หมู ๑ กระบือเขาตู๎ ๑ สามอยํางนี้ ถ๎าแม๎วําผู๎ใดมีไว๎ กรวดแรํของผู๎นั้นจะไมํ กลายเป็นเงินทองให๎ตามประสงค๑ กับทั้งสิ่งของเหลํานั้นจะกลับกลายเป็นโทษด๎วย กลําวคือ ตัวไหม จะกลายเป็นงู แลเงือกถอดเขี้ยวขบกัดเจ๎าของ หมูและกระบือเขาตู๎จะกลายเป็นยักษ๑เที่ยวกินคน ๓. รากไม๎ที่อยูํตามฝ๓่งน้ําซึ่งเป็นฝอยละเอียด ๑ ฟ๓กเขียว ๑ ดอกจาน (ทองกวาว) ๑ ของ ๓ อยํางนี้ จะกลายเป็นของมีประโยชน๑ กลําวคือ รากไม๎ที่อยูํตามฝ๓่งน้ําเป็นฝอยละเอียดนั้นจะกลายเป็นไหมให๎เก็บมาไว๎ จะได๎ไมํต๎องลําบากเลี้ยงไหมตํอไป ฟ๓กเขียวจะกลายเป็นช๎าง ราษฎรพากันตื่นเต๎นซื้อมาเก็บรักษาไว๎เป็นอันมาก ดอกจานจะกลายเป็นครั่งสําหรับย๎อมไหม ราษฎรได๎พากันเก็บรักษาไว๎ทุกบ๎าน ๔. ขําวลือวําถึงวันอาทิตย๑ขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๔ ปีฉลูตรีศก ศักราช ๑๒๖๓ ตรงกับวันที่ ๒๓ มีนาคม ร.ศ. ๑๒๐ จะเกิดลมพายุจัด จนตัวคนก็อาจปลิวไปกับลมได๎ แลจะมืด ๗ วัน ๗ คืน ให๎หาไม๎ลิ้นฟูา (คือไม๎ เพกา) มาไว๎สําหรับจะได๎จุดไฟอาไศรยแสงในเวลาที่จะมืด ๗ วัน ๗ คืน และให๎ปลูกต๎นสิงไค (คือกอตะไคร๎) ไว๎ที่บันไดเรือน เมื่อเวลาลมพายุพัดมาจะได๎ยึดเหนี่ยวกอตะไคร๎ไว๎เพื่อไมํให๎ปลิวตามลม ๕. เงินของราษฎรที่มีอยูํจะกลายเป็นเหล็ก ให๎พากันจัดแจงซื้อของเสียให๎สิ้น เพื่อจะได๎ไมํเป็นการเสียเปลํา ๖. หญิงสาวที่ยังไมํมีสามีให๎ไปเที่ยวหาสามีเสีย และให๎คิดเอาสินสอดแกํชายแตํเพียง ๑ อัฐ ๑ โสฬส (๑ อัฐ = ๑.๕๖ สตางค๑, ๑ โสฬส = ๐.๗๘ สตางค๑, ๑ อัฐ ๑ โสฬส = ๒.๓๔ สตางค๑) เทํานั้น ถ๎าหญิงใดจะหา ชายที่ยังไมํมีภรรยามิได๎ จะยอมเป็นภรรยาชายที่มีภรรยาก็ได๎ แตํต๎องเสียอัฐให๎แกํภรรยาเดิม (คือภรรยาหลวง) ๔ อัฐ เป็นคําซื้อสามีแกํกัน ถ๎ามิฉะนั้นยักษ๑จะกินเสียทั้งสิ้น…


~ ๘๙ ~ ตามความที่เล่ามานี้ราษฎรตื่นเต้นมาก…” คําเลําลือที่กลําวมานี้ ไมํเพียงแตํเลําลือกันตํอ ๆ ไปในวงกว๎างเทํานั้น แตํมีคนจํานวนมากเชื่อคําเหลํานี้ ที่ศรีสะเกษราษฎรตื่นเต๎นในข๎อที่วํา เงินทองจะกลายเป็นเหล็ก จึงเที่ยวซื้อสิ่งของเกือบทั้งเมืองโดยไมํตํอราคา แตํอยํางใด เงินที่เหลือก็โยนทิ้งและให๎พํอค๎าจีนไปทั้งหมด ทําให๎พํอค๎าจีนร่ํารวยไปตาม ๆ กัน เพราะราษฎรพากัน เชื่อวํา “ถ๎าเอาเงินไว๎เมื่อเงินกลายเป็นเหล็กแล๎ว กรวดแรํที่เก็บมาบูชาก็จะกลายเป็นทอง” ความเชื่อเชํนนี้ปรากฏแทบทุกแหํง ราษฎรพากันเก็บกรวดแรํบูชาแทบทุกบ๎านทุกเมือง “จากอุบลฯ ถึงสังฆะ พลอยเป็นบ๎าไปตาม พูดแตํเรื่องผีบุญไมํขาดวัน ไปถึงบ๎านใดตําบลใด ผู๎ใดมาถามไมํวําหญิงชาย เด็กผู๎ใหญํ จนถึงผู๎วําราชการบ๎านเมือง ก็มาถามแตํเรื่องนักบุญ…ทรงทราบขําวถึงมณฑลนครราชสีมา” นี่คือสํวนหนึ่งในรายงานของพระญาณรักขิต บางแหํงนับตั้งแตํราษฎรไปจนถึงข๎าราชการตื่นขําวเรื่องผีบุญมากจนไมํทํางาน บางแหํงข๎าวในนาก็ ไมํเกี่ยว ให๎โคกระบือกินเสียเปลํา ไรํสวนที่อ๎อยพากันละทิ้งโดยมาก เพราะคิดวําจะรวยกันแล๎วด๎วยวิธีงํายกวํา คือ เก็บกรวดมาบูชาให๎กลายเป็นเงินทอง หลายแหํงหญิงสาวที่เชื่อคําเลําลือ ยอมเสียเงินให๎หญิงที่มีสามีเพื่อซื้อสามี เพราะกลัววําหากไมํมีสามี จะถูกยักษ๑กิน หญิงสาวชาวบ๎านอีสานสมัยรัชกาลที่ ๕ (ภาพจากหอจดหมายเหตุแหํงชาติ) จะเห็นวําขําวลือดังกลําวทําให๎ชาวบ๎านเกิดความหวาดกลัวเภทภัยที่จะเกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็มีขําวลือ และกลุํมผู๎มีบุญเกิดขึ้นมากมายหลายกลุํม เพื่อจะชํวยทําให๎ชาวบ๎านเกิดความหวังขึ้นมาวําท๎าวธรรมิกราชหรือ ผู๎มีบุญจะมาชํวยปลดเปลื้องเภทภัยและความทุกข๑ยาก ๒. มีการใช๎พิธีกรรม เพื่อสร๎างความศรัทธาในตัวผู๎มีบุญและชํวยปลดเปลื้องความทุกข๑ของชาวบ๎าน หรือไมํก็สร๎างความหวังให๎กับชาวบ๎าน เชํน การรดน้ํามนต๑พร๎อมเสกเปุาคาถา ทําโดยพระและผู๎มีบุญ ที่เมือง ยโสธร พระครูอิน วัดบ๎านหนองอีตุ๎ม พระครูวิมล วัดอัมพวัน และครูอนันตนิคามเขต วัดสิงห๑ทํา เป็นผู๎ทําพิธี ตัดกรรมจองเวร ด๎วยการรดน้ํามนต๑เสกเปุาล๎างบาปกรรมความชั่วตําง ๆ และเอาเงินที่ชาวบ๎านถวายมาบูชา พระธาตุคําบุ พิธีกรรมดังกลําว ชาวบ๎านเชื่อวําเป็นการล๎างบาป ทําให๎ตัวบริสุทธิ์เพื่อรอคอยเจ๎าผู๎บุญหลายแหํง มีพิธีกรรมเกี่ยวกับหินแฮํ ชาวบ๎านหลายพื้นที่เชื่อวํามีหินแฮํจะกลายเป็นเงินทอง เชํน ที่บ๎านหัวขัว อําเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม กุดแฮํ อําเภอโนนสัง จังหวัดอุดรธานี พระธาตุคําบุ อําเภอเมือง จังหวัด ยโสธร บ๎านหนองซํา อําเภอเสลภูมิ จังหวัดร๎อยเอ็ด ชาวบ๎านพากันไปเก็บหินแฮํในที่ดังกลําวเอามาล๎าง


~ ๙๐ ~ เอาของหอมลงใสํหม๎อมีผ๎าขาวปิดเอาไว๎บนหิ้ง กํอนบูชาทําพิธีบายศรีสูํขวัญหินแฮํเสียกํอน ทําพิธีสูํขวัญเสร็จ ก็ต๎องวําคาถาสําหรับบูชาหินแฮํอีก นอกจากนั้นยังมีข๎อห๎ามมิให๎นําควายเขาตู๎เข๎ามาไว๎ใต๎ถุนเรือน ห๎ามกลําว คําหยาบทั้งเวลาที่ไปเก็บหินแฮํและเวลาเอาหินแฮํมาเก็บไว๎ในเรือน มิฉะนั้นหินแฮํก็จะไมํกลายเป็นเงินทอง ๓. การขยายความเชื่อ และเพิ่มจํานวนคนที่เชื่อเรื่องผู๎มีบุญด๎วยการคัดลอกคําพยากรณ๑ซึ่งปรากฏ ในรูปของหนังสือผู๎มีบุญ หนังสือท๎าวพระยาธรรมิกราช หนังสือพระยาอินทร๑ และตํานานพื้นเมืองกรุง ซึ่งการ คัดลอกคําพยากรณ๑ดังกลําวนี้ก็คือวิธีการของจดหมายลูกโซ่ ในป๓จจุบันนั่นเอง จึงขอสรุปคําพยากรณ๑ ซึ่งเรียกชื่อแตกตํางกันเป็น ๔ แบบ ดังนี้ หนังสือผู้มีบุญ มีลักษณะเป็นคําพยากรณ๑วําแตํละเดือนจะเกิดอะไรขึ้น เชํน เดือน ๙ เลือดจะทํวม เล็บช๎าง ผัวเมียจะพลัดพรากจากกัน แตํลูกที่ตายไปแล๎วจะได๎กลับคืน เดือน ๕ ขึ้น ๖ ค่ํา พระอินทร๑จะมา ตรวจวําใครทําบาปแล๎วลงโทษผู๎นั้น ในหนังสือยังสั่งสอนให๎คนรีบทําบุญ ยึดมั่นในศีล ๕ เคารพพํอแมํ ครูบาอาจารย๑ แล๎วพระอินทร๑จะบันดาลให๎มีแก๎วแหวนเงินทองให๎ ให๎คัดลอกหรือบอกตํอเรื่องที่ปรากฏใน หนังสือนี้ ถ๎าบ๎านใดไมํมีหนังสือนี้ในบ๎าน ผู๎คนในบ๎านนั้นจะต๎องตายหมด ในท๎ายหนังสือนั้นระบุคาถาปูองกัน ตัวและคาถาเรียกเงินเข๎าไหด๎วย หนังสือท้าวพระยาธรรมิกราช คล๎ายปูมโหร กลําวถึงผู๎มีบุญ สิ่งประหลาดมหัศจรรย๑ตามที่ตําง ๆ เชํน ท๎าวหมายุย อยูํบ๎านหนองยาง พระยาลิ้นกํานอยูํบ๎านหนองซํา พระเกตสัตฐาวิหาเจ๎าฟูาธรรมิกราช อยูํบ๎านนาเลา ท๎าวหูระมาน ท๎าวบุญรอด อยูํบ๎านเสียว กล๎วยมีผลเป็นทองอยูํบ๎านเสียว ควายมีเขาเป็นแก๎วอยูํ บ๎านหัวดง กาเผือกกาลายอยูํบ๎านหนองไฮ ตาลเจ็ดยอดอยูํบ๎านเม็กน๎อย จะเกิดไฟไหม๎ครั้งใหญํ มีการปล๎นสะดม ทุกข๑ยากกันไปทั่ว ในตอนท๎ายมีคําสอนให๎ทําความดี อยําเห็นแกํเงินทอง ให๎เคารพครูบาอาจารย๑พํอแมํ คนแกํคนเฒํา ให๎ยึดมั่นในศีล ๕ ศีล ๘ ให๎ฟ๓งธรรมและเขียนหนังสือนี้ บอกตํอๆ กันไปจะได๎อายุยืนและได๎พบผู๎มีบุญ ในวัน ๑๕ ค่ํา ท๎ายหนังสือระบุคาถาปูองกันตัวให๎พ๎นจากมารยักษ๑ทั้งปวง หนังสือพระยาอินทร์ในหนังสือมีเนื้อหาอบรมสั่งสอนให๎คนทําบุญทําทาน รักษาศีล ๕ ศีล ๘ เคารพ คนแกํพํอแมํครูบาอาจารย๑แล๎วจะร่ํารวย ให๎คัดลอกหนังสือเลํมนี้ไว๎ หากบ๎านใดไมํมีหนังสือนี้คนในบ๎านจะต๎องตาย เนื้อหายังกลําวถึงยักษ๑ชื่อตําง ๆ ที่จะบันดาลให๎เกิดความวิบัติตําง ๆ เชํน เรยายักษ๑จะลงมาทําให๎คนตายด๎วย ความอดอยาก จักร๑พายักษ๑จะลงมาเป็นเหตุยุยงให๎คนฆําฟ๓นกันตาย ในตอนท๎ายจะมีคําทํานายวํา ปีกุนจะเกิด แผํนดินไหว ฟูาร๎องฟูาผํา จะมียักษ๑มากิน ท๎าวพระยาเสนาอํามาตย๑และไพรํที่ไมํตั้งในศีลธรรม เป็นต๎น ในหนังสือเลํมนี้มีคาถาให๎ไว๎ปูองกันตัวด๎วย ต านานพื้นเมืองกรุง มีเนื้อหาเลําถึงความเป็นมาของกรุงศรีอยุธยาซึ่งตํางไปจากพงศาวดาร กรุงศรีอยุธยามาก ตอนท๎ายมีคําพยากรณ๑ตําง ๆ เชํน ปีมะโรงคนจะหลบหนีไปอยูํตามปุา กินเนื้อสัตว๑ เป็นอาหาร ปีมะแมพํอลูกจะพลัดพรากจากกัน ปีระกาและปีจอจะเกิดฟูามืดมองไมํเห็นดวงอาทิตย๑ ถ๎าหาก ต๎องการพ๎นภัยจะต๎องรักษาศีล ทําบุญทําทาน พระยาธรรมิกราชจะให๎คาถาไว๎ปูองกันตัว ใครไมํเชื่อจะตาย ภายใน ๗ วัน ใครเชื่อจะอายุยืน จะได๎พบผู๎มีบุญในเดือน ๑๐ ขึ้น ๕ ค่ํา ปีกุน


~ ๙๑ ~ ต๎นฉบับสําเนาพิมพ๑ดีด “หนังสือผู๎มีบุญ” (ซ๎าย) และ “ตํานานพื้นเมืองกรุง” (ขวา) ที่มีการคัดลอกสํง มายังสมเด็จกรมพระยาดํารงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย (ภาพจากหอจดหมาย เหตุแหํงชาติ)จะเห็นวําจดหมายลูกโซ่ที่เรียกวําหนังสือพยากรณ๑ของผู๎มีบุญที่กลําวมานี้ มีลักษณะคล๎ายกันคือ ทํานายวําจะเกิดภัยพิบัติตําง ๆ แตํถ๎าคนอยูํในศีลในธรรม เชื่อในผู๎มีบุญ ทํองคาถาของผู๎มีบุญก็จะไมํเป็น อันตรายจากภัยพิบัติ ผลของจดหมายลูกโซํดังกลําวทําให๎ขําวลือของผู๎มีบุญกระจายไปอยํางรวดเร็ว เพราะเชื่อวํา ถ๎าไมํคัดลอกหนังสือดังกลําว ไมํบอกตํอแล๎วจะเกิดภัยพิบัติตําง ๆ การคัดลอกและการบอกตํอเป็นการกระทํา ที่ไมํต๎องลงทุนลงแรงมาก ในขณะที่ถ๎าไมํทําก็เสี่ยงตํอชีวิตของตนและคนในครอบครัวจะเป็นอันตราย การแพรํ ของขําวลือมีอยํางกว๎างขวาง นับวําเป็นความฉลาดมากของคนที่คิดวิธีการกระจายข๎อมูลขําวสารแบบนี้ซึ่งเป็น วิธีที่ผู๎คิดไมํต๎องลงทุน แตํได๎ผลมาก ๆ ถือได๎วําเป็นนวัตกรรม (Innovation) ที่ล้ําสมัยมาก ยังไมํพบหลักฐานวํา ใครเป็นคนแรกที่คิด “จดหมายลูกโซํ” ที่วํานี้ เข๎าใจวําเป็นไอเดียของกลุํมผู๎นําของกบฏผู๎มีบุญที่คิดวิธีนี้ขึ้น นับเป็น “จดหมายลูกโซํ” ฉบับแรกของเมืองไทย การปราบปรามกบฏของรัฐบาล เนื่องจากมีกบฏผู๎มีบุญเกิดขึ้นหลายแหํงในภาคอีสาน ในที่นี้จะกลําวเฉพาะกลุํมที่สําคัญ ๆ เพียง ๓ กลุํมโดยสังเขป ๑. กบฏกลุ่มบุญจันเมืองขุขันธ์กลุํมนี้เป็นกบฏผู๎มีบุญอีสานที่ใหญํที่สุด มีสมาชิกที่มาเข๎ารํวมถึง ๖,๐๐๐ คน หัวหน๎ากบฏชื่อบุญจัน เป็นบุตรเจ๎าเมืองขุขันธ๑คนกํอนและเป็นน๎องชายของผู๎วําราชการ เมืองขุขันธ๑ในขณะนั้น เขาไมํถูกกับพี่ชายในเรื่องตําแหนํงเจ๎าเมืองมากกวําสาเหตุอื่น ได๎ตั้งตัวเป็นผู๎มีบุญซํองสุม กําลังอยูํที่ภูฝูาย ตําบลพราน อําเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษในป๓จจุบัน การกํอตัวของกบฏกลุํมนี้ทําให๎ กรมขุนสรรพสิทธิประสงค๑ข๎าหลวงตํางพระองค๑สําเร็จราชการมณฑลอีสานทรงวิตกกังวลมาก เพราะขําวการกํอตัว


~ ๙๒ ~ ของกบฏผู๎มีบุญที่รายงานเข๎ามามีหลายที่ แตํกลุํมนี้ดูจะนําเกรงขามกวํากลุํมอื่น เพราะมีกําลังมาก พระองค๑ ทรงรีบโทรเลขถวายรายงานให๎รัชกาลที่ ๕ ทรงทราบโดยในทางกรมหลวงดํารงราชานุภาพ เสนาบดี กระทรวงมหาดไทย โทรเลขฉบับนั้นทําให๎รัชกาลที่ ๕ ทรงเรียกประชุมเสนาบดีเป็นการดํวนและประชุม เพื่อพิจารณาเรื่องกบฏผู๎มีบุญอีสานถึง ๒ วัน คือ ในวันที่ ๒๗ และ ๒๙ กุมภาพันธ๑ พ.ศ. ๒๔๔๔ (นับอยํางป๓จจุบัน ๒๔๔๕) ที่ประชุมมีมติให๎กรมยุทธนาธิการสั่งทหารพร๎อมอาวุธครบมือ ๑๐๐ คนไปปราบกบฏผู๎มีบุญเมืองขุขันธ๑ และให๎ทหารโคราชอีก ๒๐๐ คน เตรียมพร๎อม แตํกํอนที่กองทหารจากโคราชจะไปถึง กองทหารลาดตระเวนสํวนหน๎าที่กรมขุนสรรพสิทธิประสงค๑ ทรงสํงไปสมทบกับกําลังจากเมืองขุขันธ๑รวมกันไมํเกิน ๕๐ คน มีร๎อยเอกสาย ธรรมานนท๑ (ตํอมาได๎เลื่อนยศ เป็นพลโท พระยาฤทธิเกรียงไกรหาญ) เป็นผู๎บังคับบัญชา ได๎เกิดปะทะกับกองระวังหน๎าของฝุายกบฏ ในวันที่ ๑๑ และ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๔ (๒๔๔๕) ผลการปะทะกัน บุญจันและลูกน๎องถูกยิงตายประมาณ ๑๐ คน ที่เหลือพากันแตกหนีไป บุญจันและลูกน๎องถูกตัดศีรษะเอามาเสียบประจานที่เมืองขุขันธ๑ เพื่อให๎คนทั้งหลาย เห็นวําบุญจันไมํใชํผู๎วิเศษและเป็นการปรามมิให๎ราษฎรกํอการกบฏขึ้นมาอีก ปืนใหญํสมัยรัชกาลที่ ๕ (ภาพจากหอจดหมายเหตุแหํงชาติ) ๒. กบฏกลุ่มองค์มั่น เป็นกบฏผู๎มีบุญอีสานที่โดํงดังที่สุด เพราะมีความเข๎มแข็งมากที่สุดถึงขนาด เคลื่อนทัพหมายจะเข๎ายึดเมืองอุบลราชธานีซึ่งเป็นกองบัญชาการมณฑลอีสานจนเกิดปะทะกัน ฝุายกบฏ ล๎มตายมากมาย หัวหน๎ากบฏคือองค๑มั่น บ๎านกะจีน แขวงโขงเจียม ตอนนั้นขึ้นกับเมืองเขมราฐ เขาได๎ตั้งตัว เป็นองค๑ปราสาททองหรือพระยาธรรมิกราชมีคนนับถือมากทั้ง ๒ ฝ๓่งโขง เขาได๎รํวมมือกับองค๑แก๎วผู๎นํากบฏ ผู๎มีบุญด๎านฝ๓่งซ๎ายที่ตั้งตัวตํอต๎านอํานาจฝรั่งเศสรํวมกับองค๑ยี่หรือพํอกระดวด ผู๎นํากบฏที่สําคัญมาก ในพื้นที่ลาวใต๎ของฝรั่งเศส นอกจากองค๑มั่นแล๎วยังมีผู๎นํารองๆ อีก ๕ คน เป็นแกนนํา คือ องค๑เขียว องค๑ลิ้นกําน องค๑พระบาท องค๑พระเมตไตร และองค๑เหลือง ฝุายกบฏได๎ปลุกระดมราษฎรทั้ง ๒ ฝ๓่งโขง ในฝ๓่งขวา (คือฝ๓่งอีสาน) ได๎กําลัง จากอําเภอโขงเจียม อําเภอตระการพืชผล ในที่สุด ในวันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๔ (๒๔๔๕) ฝุายกบฏได๎ เข๎ายึดเมืองเขมราฐ จับเจ๎าเมืองไว๎เป็นตัวประกันและเป็นเครื่องมือแหํแหนให๎คนเข๎าเป็นพวก แตํฆําท๎าวกุลบุตร ท๎าวโพธิสาร กรมการเมืองที่ไมํยอมเข๎ากับฝุายกบฏ ตอนนี้กําลังของกลุํมองค๑มั่น เพิ่มจาก ๒๐๐ เป็น ๕๐๐ คน และได๎เผาเมืองเขมราฐ ปลํอยนักโทษจากคุก แล๎วเคลื่อนกําลังมุํงตรงมายังเมือง อุบลราชธานี มาตั้งทัพระดมพลอีกครั้งที่บ๎านสะพือใหญํ อําเภอตระการพืชผล ถึงตอนนี้มีคนมาเข๎า


~ ๙๓ ~ กับองค๑มั่น ๒,๕๐๐ คน แตํอาวุธไมํทันสมัย มีปืนคาบศิลา ปืนแก๏ป มีดพร๎า ฝุายกบฏได๎สะสมเสบียงอาหารด๎วย ฝุายกบฏได๎ฆํานายอําเภอพนานิคมซึ่งไมํยอมเข๎ากับฝุายกบฏด๎วย กรมขุนสรรพสิทธิประสงค๑ ทรงได๎รับขําวการกํอกบฏหลายแหํง จึงทรงแบํงกําลังเป็น ๕ สาย สายละ ๖ - ๑๕ คน ออกไปลาดตระเวน ปรากฏวํา ๒ ใน ๕ สาย ได๎เกิดการปะทะกับกองลาดตระเวนของ กลุํมองค๑มั่น โดยสายที่ ๔ ซึ่งมีร๎อยตรีหลี กับทหาร รวม ๑๕ คน ถูกฝุายกบฏฆําตาย ๑๑ คน ที่หนองขุหลุ ตําบลขุหลุ ทางใต๎ของอําเภอตระการพืชผล สายที่ ๕ มีทหาร ๑๒ คน นําโดยร๎อยเอก หมํอมราชวงศ๑ร๎าย ปะทะกับฝุายกบฏที่บ๎านนาสมัย ตําบลนาสะไม ทางตะวันตกของอําเภอตระการพืชผล สู๎กําลังฝุายกบฏไมํได๎ แตกหนีมา ความพํายแพ๎ ๒ ครั้งติด ๆ กัน ทําให๎ฝุายกบฏมีกําลังใจดีขึ้นมาก มีคนเข๎ามารํวมเพิ่มอีก ความพํายแพ๎ของกองลาดตระเวนทําให๎กรมขุนสรรพสิทธิประสงค๑ทรงตัดสินพระทัยสํงกองกําลังขนาด ใหญํพร๎อมอาวุธหนักคือ ปืนใหญํสมัยใหมํ ๒ กระบอก มีร๎อยเอก หลวงชิตสรการ (จิตร มัธยมจันทร๑) ผู๎บังคับ กองทหารปืนใหญํกับทหาร ๑๐๐ คน และมีกําลังจากขุนนางเมืองอุบลอีกหลายร๎อยคน กําลังของฝุายรัฐบาล ยกไปถึงชายเขตของบ๎านสะพือใหญํ ในเย็นวันที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๔๕ แล๎วนําปืนใหญํซุํมไว๎ในปุา กับแบํง กําลังซุํมไว๎ในปุา ๒ ด๎าน เปิดตรงกลางเอาไว๎ การรบเกิดขึ้นในตอน ๙ โมง ของวันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๔๕ ฝุายกบฏได๎เคลื่อนเข๎าตีฝุายรัฐบาล ทหารฝุายรัฐบาลใช๎ทหารปืนเล็ก ๑ หมวดทําทีเป็นยิงตํอต๎านเล็กน๎อย แล๎วแกล๎งถอย แล๎วยิงปืนใหญํข๎ามกําลังของฝุายกบฏไป ๑ นัด ฝุายกบฏดีใจที่กระสุนปืนใหญํมิได๎ทําอันตรายฝุายตน จึงเคลื่อนทัพตรงมาข๎างหน๎า คราวนี้ปืนใหญํ ยิงนัดที่ ๒ - ๓ ตกตรงกลางกลุํมกบฏล๎มตายเป็นอันมากที่เหลือแตกหนีไป ๒ ข๎างก็ถูกทหารปืนเล็กระดมยิง ฝุายกบฏตายไป ๒๐๐ - ๓๐๐ คน บาดเจ็บ ๕๐๐ กวําคน องค๑มั่นปลอมตัวเป็นชาวบ๎านหนีข๎ามไปฝ๓่งซ๎าย ได๎สําเร็จ แตํลูกน๎องประมาณ ๔๐๐ คน ถูกจับมาขังไว๎ที่เมืองอุบลราชธานี ฝุายกบฏถูกศาลตัดสินลงโทษ แตกตํางกันไปตามบทบาท พวกที่ถูกเรียกวํา “องค์” ถูกประหารชีวิต ที่เหลือก็ถูกจําคุกตั้งแตํ ๑ ปีถึงตลอด ชีวิต


~ ๙๔ ~ ๓ กบฏกลุ่มจารย์เข้ม บ๎านมาย อําเภอบ๎านมํวง จังหวัดสกลนคร ผู๎นํากบฏกลุํมน๎อย ๆ นี้ ชื่อจารย๑เข๎ม เป็นคนอุบล แตํมาบวชเรียนเป็นพระที่วัดเจริญบํารุง บ๎านมาย และยังธุดงค๑ไปเรียนวิชาจากพระที่หนองคาย และเพชรบูรณ๑อีกหลายสํานัก แล๎วกลับมาจําพรรษาที่วัดเจริญบํารุง ชาวบ๎านเคารพนับถือทํานมาก เมื่อมีขําวเรื่องผู๎มีบุญ จารย๑เข๎มได๎เดินทางไปที่บ๎านหนองซํา เมืองเสลภูมิ ซึ่งชาวบ๎านเชื่อกันวํามีหินแฮํ เป็นหินพิเศษ หากใครนําไปบูชา เมื่อผู๎มีบุญมาโปรด จะเสกหินเหลํานี้ให๎เป็นเงินเป็นทองได๎ หลังจากกลับจาก บ๎านหนองซํา จารย๑เข๎มได๎ลาสิกขาเป็นฆราวาส รับประทานอาหารมื้อเดียว รับประทานแตํผัก นุํงขาวหํมขาว ตั้งตัวเป็นท๎าววิษณุกรรมเทวบุตร มีชาวบ๎านนับถือมาก มาขอน้ํามนต๑บ๎าง ให๎เปุาหัว ป๓ดเปุาความเจ็บไข๎บ๎าง กลางวันมีคนขอให๎เปุา วันละประมาณ ๑๐๐ คน กลางคืนประมาณ ๗๐๐ คน มีผู๎คนจากอุดรธานี หนองคาย และสกลนคร หลายอําเภอเดินทางมาหาจารย๑เข๎ม ตํอมาในหมูํบ๎านก็เกิดผู๎ตั้งตัวเป็นผู๎วิเศษอีกคน ชื่อ ทิดรัน ตั้งตัวเป็นฤาษีตาไฟ ทิดรันประกาศวํา เขาฝ๓งไม๎เท๎ากายสิทธิ์ไว๎ในที่ของตน ไม๎เท๎านี้กกชี้ตาย ปลายชี้เป็น จารย๑เข๎มไมํเชื่อ จึงเกิดการท๎าทายกันขึ้น ระหวํางผู๎วิเศษทั้งสองวํา ถ๎าทิดรันหาไม๎เท๎ากายสิทธิ์ไมํพบจะให๎จารย๑เข๎มตัดคอ ถ๎าพบจารย๑เข๎มจะยอมให๎ ทิดรันตัดคอเชํนเดียวกัน เมื่อถึงเวลานัดทิดรันไมํสามารถหาไม๎เท๎ากายสิทธิ์มาได๎ จารย๑เข๎มจึงตัดคอทิดรันตรงที่นา ริมวัด โดยบอกชาวบ๎านวําถ๎าไมํตัดคอ ทิดรันจะกลายเป็นยักษ๑เที่ยวกินชาวบ๎าน เมื่อทางการทราบเรื่องการฆําทิดรันจึงสํงกําลังเจ๎าหน๎าที่มาจับจารย๑เข๎มกับสานุศิษย๑ ในวันที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๕ เจ๎าหน๎าที่ได๎ยิงจารย๑เข๎ม สานุศิษย๑และชาวบ๎านราว ๑๐๐ คน ขณะที่จารย๑เข๎มนั่ง ภาวนาแกวํงเทียนไปมา และบอกกับชาวบ๎านวํา อาวุธของเจ๎าหน๎าที่จะไมํเป็นอันตราย แตํจะกลับไปถูก เจ๎าหน๎าที่เอง แตํปรากฏวําเจ๎าหน๎าที่ได๎ยิงจารย๑เข๎มกับชาวบ๎านตายถึง ๔๘ คน แล๎วเอาศพโยนลงบํอน้ําแล๎ว กลบบํอนั้นเสีย สํวนลูกศิษย๑ที่จับไปขังไว๎ที่มณฑลอุดร ก็ถูกปลํอยตัวในเวลาตํอมา เพราะไมํได๎ตั้งตัวเป็นผู๎วิเศษ ผลของกบฏผู้มีบุญ ๑. การตั้งกองตํารวจขึ้นในภาคอีสาน : เนื่องจากเดิมการจับโจรผู๎ร๎ายเป็นหน๎าที่ของจําเมือง กํานัน ผู๎ใหญํบ๎าน รํวมกันจับบางทีผู๎ใหญํบ๎าน กํานันก็เกณฑ๑ชาวบ๎านตามจับโจรขโมยวัวควายชาวบ๎าน แตํเกิดกบฏ ผู๎มีบุญ ๒๔๔๔-๔๕ รัฐบาลเห็นวํากลไกเดิมไมํพอจึงมีนโยบายจัดตั้งตํารวจอาชีพในสํวนภูมิภาคขึ้น โดยจ๎างร๎อยเอก ปาทูว๑ลิน ชาวเดนมาร๑ก มาเป็นครูฝึกชายฉกรรจ๑ในอีสาน ให๎เป็นตํารวจและสร๎างสถานีตํารวจขึ้นด๎วย นับเป็น ตํารวจภูธรชุดแรกของประเทศไทย จํานวนของตํารวจที่ผลิตรุํนแรกมี ๘๐๐ คน สํงไปประจํา ๒๗ เมืองกับ ๕ ตําบล การฝึกตํารวจรุํนแรกเริ่มในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๕ ซึ่งเป็นเวลาหลังรบชนะกบฏ ที่บ๎านสะพือใหญํเพียงเดือนเดียว ๒. การสร๎างระบบการศึกษาแบบกรุงเทพฯ : การที่ชาวบ๎านหลงเชื่อตามคําเลําลือตามหมอลํา และตาม “จดหมายลูกโซํ” มากมาย เพราะชาวบ๎านไมํมีการศึกษาจึงเชื่อเรื่องเหลํานี้ การเข๎ามาจัดตั้งโรงเรียน แบบกรุงเทพฯ สอนภาษาไทยทั้งพระภิกษุ สามเณร และเด็ก ๆ ไมํให๎พระเณรเรียนอักขระธรรมและตัวไทย น๎อยแบบอีสานที่เคยเรียนแตํกํอน การศึกษาแบบกรุงเทพฯ นี้ได๎ขยายไปทั่วประเทศ ผลก็คือคนไทยมีตัวเขียน แบบเดียวกันทั้งประเทศ ซึ่งก็มีผลดีด๎านการสื่อสาร แตํมีผลเสียคือวําทําให๎คนรุํนหลังอํานคัมภีร๑ และเอกสาร ด๎วยอักษรแบบเกําไมํออก ภูมิป๓ญญาดั้งเดิมก็ถูกละทิ้งไปอยํางนําเสียดาย ๓. ทําให๎รัฐบาลสนใจภาคอีสานมากขึ้น มีการสํงเจ๎านาย ข๎าราชการชั้นผู๎ใหญํมาตรวจราชการ ภาคอีสานบํอยขึ้น มีการสํงข๎าราชการมาชํวยพัฒนาภาคอีสานเป็นครั้งแรก คือ พนักงานเกษตรมาให๎คําแนะนํา ด๎านการเกษตรทั่วไป การระดมราษฎรเพื่อสร๎างทํานบ มีเจ๎าหน๎าที่ปศุสัตว๑มาปูองกันและรักษาโรคระบาด ในปศุสัตว๑ ความสนใจที่จะพัฒนาภาคอีสานของรัฐบาลก็เกิดขึ้นนับตั้งแตํเกิดกบฏผู๎มีบุญครั้งนั้นเป็นต๎น


~ ๙๕ ~ เครื่องทรงประกอบของเจ้าเมือง เครื่องทรงเจ้าเมือง ( จังหวัดยโสธร 30 ปี หน้าที่ 18 - 19 ) ฝุายพระเจ๎าสิริบุญสาร เจ๎ากรุงเวียงจันทน๑ ไมํลดละความพยาบาท ปองร๎ายทําร๎ายเผําพันธุ๑ พระเจ๎าตา พระเจ๎าวอ ได๎แตํงตั้งให๎พญาสุโพยกทัพติดตามมาแอบซุํมเข๎าจูํโจมบ๎านเวียงดอนกลาง ซึ้งเจ๎าพระวอ ไมํทันรู๎มากํอน และไมํสามารถขําวคราวให๎เมืองพี่เมืองน๎องมาชํวยเหลือได๎ทันและไมํกล๎า ที่จะกําลังไปยังเจ๎านครจําปาศักดิ์ เพราะเป็นญาติวงศากับเจ๎ากรุงเวียงจันทน๑ ต๎องเผชิญศึกอยํางหนัก และสู๎เต็มกําลังสามารถจนสุดท๎ายทานกําลังข๎าศึกไมํไหว ตกอยูํในวงล๎อมถูกทหารเจ๎าพญาโพแทง แก๎วท๎ายช๎าง ได๎แบกเอารํางเจ๎าพระวอหลบหนีเข๎าเมือง โดยมีเชียงสือเป็นผู๎รบกันพลางถอยพลางถึงประตูเมือง เจ๎าพระยาวอ ทนพาบาดแผลไมํไหวก็สิ้นใจ เจ๎าคําผงผู๎เป็นน๎องวางกําลังรักษาประตูเมืองอยํางกวดขัน และซุํมตัวไมํออกรบ ข๎าสึกเวียงจันทน๑ล๎อมคํายไว๎หลายวัน แตํไมํกล๎าโจมตีจนกองทัพประสบป๓ญหาเสบียงรํอยหลอไมํพอเพียงจึงได๎ แตํคุมเชิงอยูํโดยรอบ เจ๎าคําผงเมื่อสูญเสียเจ๎าพระวอไป ตํางพากันเศร๎าโศกไมํออกรบและปรึกษากันวางแผนหาทางตํอสู๎ กับทัพเวียงจันทน๑ ที่ประชุมมีหนังสือไปขอกองทัพพระเจ๎ากรุงธนบุรีชํวยเหลือ โดยใช๎ม๎าเร็วคือ เพี้ยพรหมโลก เพี้ยบํอหน พลอาสานําหนังสือแหกคํายปลอมตัวไปยังเมืองนครราชสีมา เมื่อพระเจ๎ากรุงธนบุรีทรงทราบ ได๎โปรดให๎เจ๎าพระยาจักรีกับเจ๎าสุรสีห๑ (พระพุทธยอดฟูาจุฬาโลกกับสมเด็จบรมราชเจ๎ามหาสุรสิงหนาท) ยกทัพไปชํวยเจ๎าคําผง ขับไลํข๎าสึกเวียงจันทน๑ เจ๎าพญาสุโพทราบขําวเกิดวิตกกังวลจะเป็นศึกใหญํ จึงรีบยกพล เดินทัพกลับเวียงจันทน๑ กองทัพเจ๎าพระยาจักรีมาถึง เจ๎าคําผงกราบบังคมทูลถวายรายงานให๎ทรงทราบ ถึงพฤติกรรมของ เจ๎ากรุงเวียงจันทน๑และขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารสืบไป เจ๎าพระยาทั้งสองให๎เจ๎าคําผงเชิญเจ๎าไชยกุมารกับ เจ๎านครจําปาศักดิ์มาสอบสวน แล๎วเกณฑ๑เอากําลังทั้งหมดไปปราบเจ๎ากรุงวียงจันทน๑ พระเจ๎าสิริบุญสารเจ๎า กรุงเวียงจันทน๑ไมํสามารถทัดทานเจ๎าพระยาจักรี เจ๎าคําผง เจ๎าลานช๎างหลวงพระบางได๎ พาเชื้อพระวงศ๑ หลบหนีจากเมืองไปทางเมืองอยูํดอนมอแดงและตั้งชื่อเมืองวํา “อุบล” ซึ่งแปลวํา บัว เพื่อระลึกถึงเมืองเดิม คือ หนองบัวลุํมภู เครื่องประกอบยศของเจ๎าเมืองยโสธร ที่ได๎รับ พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัว รัชการที่ 5 เครื่องใช๎ของเจ๎าผู๎ครองนคร ในการออกรบ แบบหมวกนี้สืบทอดมาตั้งแตํสมัยเชียงรุ๎ง


Click to View FlipBook Version