“อือ ใช่ๆ คนที่หน้าตาสวยๆ ชื่อว่าลู่เพ่ย ส่วนผู้ชายที่หล่อๆ อีกคน เป็นรุ่นพี่ของเราชื่อว่าอี้ซวนนะ” “สวัสดีค่ะ ทั้งสองคน ยินดีที่ได้พบกันและก็ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” “ค่ะ/ครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะ” หน้าของหยางอิงยิ้มแต่ข้างในใจเธอได้แต่เก็บเงาแค้นเอาไว้เพราะผู้หญิงตรงหน้าที่ชื่อลู่เพ่ยบังอาจมา แย่งคนของใจ ของเธอไป ถึงตอนนี้ทั้งสองยังไม่ได้เป็นอะไรกันก็เถอะ แต่หยางอิงเธอรู้ว่ามู่เฉินชอบเพ่ยเพ่ย เธอก็ร้อนในใจแล้ว อยากจะจัดการคนตรงหน้าให้หายไปซะตอนนี้ แต่ท าได้แค่รอจังหวะ และเธอคิดว่าคน อย่างเธอต้องวางแผนให้ส าเร็จซะก่อน ถึงจะเผยธาตุแท้ออกมาได้ ส่วนจอมขาเผือกต้าเหนิงของเราตอนนี้ เธอก็มองดูหยางอิง และเธอก็นึกออกกับค าที่พี่มู่เฉินบอกว่ามี ใครอยู่ภายในใจแล้ว นั้นก็คือลู่เพ่ย หรือเพ่ยเพ่ยเพื่อนรักของเธอนี่เอง เธอคิดว่ามันไม่ชอบมาพากลแน่ๆ เพราะอยู่ดีๆ หยางอิงคนนี้มาโผล่ที่นี้ได้ไงอีกอย่างจงใจมาชนเข้ากับเพ่ยเพ่ยอีก แสดงว่าหยางอิงคนนี้สืบเรื่อง เพื่อนของเธอมาพอสมควร แหมก็เล่นมาชนไหล่ถูกคนซะด้วย ให้จอมขาเผือกอย่างต้าเหนิงคิดดีไม่ได้หรอกนะ ต้าเหนิงเห็นทั้งสามพูดคุยกันเธอก็เอ่ยแทรกขึ้นมา “เอ่อ ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวไปเรียนก่อนแล้วกันนะ หยางอิง” “อ๋อ ได้สิ เชิญตามสบายนะ โอกาสหน้าเจอกันอีกนะคุณเพ่ยเพ่ย คุณอี้ซวน” ทั้งเพ่ยเพ่ยและอี้ซวนพยักหน้าตอบรับหยางอิง แล้วต้าเหนิง ก็พาเพ่ยเพ่ยและพี่อี้ซวนขึ้นบนอาคาร ในระหว่างที่ทั้งสามเดินขึ้นไปแล้ว คนที่อยู่ใต้อาคารอย่างหยางอิงตอนนี้ก็ก ามือแน่นทั้งสองข้าง แล้ว จ้องมองตามหลังเพ่ยเพ่ยไปอย่างไม่ชอบใจ เธอจึงสบถออกมา “ฮึ! นี่นะเหรอยัยเพ่ยเพ่ยนั้น ฉันก็สวยเหมือนกัน มันมีดีกว่าฉันตรงไหนพี่มู่เฉินถึงได้ชอบมัน ไม่รู้ แหละไม่ว่าใครหน้าไหน ก็ห้ามได้พี่มู่เฉินไปนอกจากฉัน ฉันคนเดียวเท่านั้น!!” หยางอิงพูดเสร็จเธอก็เดินออกไปและขึ้นรถขับออกไปจากที่นี่ทันที โดยใจของเธอร้อนรุ่มไปหมด อยากจะจัดการกับเพ่ยเพ่ยให้รู้แล้วรู้รอด แต่ท าอะไรไม่ได้ในตอนนี้ ต้องวางแผนและแสร้งท าดีตีสนิทให้มาก ที่สุดแล้วค่อยเล่นงานแบบหนักๆ ตอนนี้ต้าเหนิงเมื่อพาทั้งสองคนขึ้นมาบนอาคารแล้วเธอจึงเอ่ยขึ้นกับเพ่ยเพ่ยทันที “นี่เพ่ยเพ่ยเราไปเรียนกันเถอะ ส่วนรุ่นพี่อี้ซวนไว้เจอกันนะคะ เดี๋ยวฉันกับเพ่ยเพ่ยจะเข้าเรียนสายเอา ไปก่อนนะคะ” “อือ ไปสิ ไว้เจอกัน”
“หือ ยัยต้าเหนิงอะไรของเธอ ไม่มีเรียนอะไรสักหน่อยอาจารย์ยกคลาสไปแล้ว เธอไปบอกรุ่นพี่อี้ซวน อย่างนั้นท าไมกัน” “นี่!! ฟังฉันนะเพื่อนรัก ฉันอยากคุยกับเธอสองคนยังไงล่ะ คือฉันนะมีเรื่องจะบอกเธอ” “หือ เรื่องอะไร มีอะไร! ส าคัญขนาดนั้นเลยเหรอ?” “ส าคัญสิ ส าคัญมากๆ คืออย่างนี้ ......” ต้าเหนิงก็อธิบายเรื่องของคืนนั้นที่มู่เฉินและหยางอิงคุยกัน “อ๋อ เรื่องเป็นแบบนี้เอง แล้วเธอคิดว่าหยางอิงคนนั้นเข้ามาเพื่อจะมาตีสนิทฉัน เพื่อเรื่องนี้ใช่ไหม” “ก็ใช่นะสิ จะเรื่องอะไรไปได้อีก ยัยนั้นก็ดูร้ายใช่ย่อยอยู่นะ จากที่สังเกตวันนี้” “ก็ร้ายไม่เบา ไหล่ฉันแทบจะพัง ชนแรงขนาดนั้น แต่ขอบใจมากนะเพื่อนรักที่บอกกับฉันนะ แล้วจะรู้ เองว่าใครร้ายกว่าใครกันแน่” “อุ้ย! ยัยเพ่ยเพ่ย เบาได้เบาหน่อยเรามันนางเอกไม่ใช่เหรอ ฮ่าๆ” “นางเอกก็ร้ายเป็นนะคะ ฮ่าๆ” “ฮ่าๆ จ๊ะฉันเชื่อเธอ” “มันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้ว ล่ะต้าเหนิง ฮ่าๆ” ทังสองสาวพูดคุยกันถึงเรื่องนี้แล้วก็ไปหาที่นั่ง วันนี้อาจารย์ที่สอนยกคลาสพอดี เพ่ยเพ่ยเธอจึงจะติว หนังสือให้กับต้าเหนิงเพราะเหลือเวลาอีกสองอาทิตย์แล้วที่จะสอบปลายภาค ทั้งคู่ก็ติวกันไปจนล่วงเวลาใกล้ เย็นพอดี “โอ๊ย เหนื่อยจังกว่าจะติวหนังสือเสร็จตาฉันลายไปหมดแล้ว หิวก็หิว ร่างกายต้องการของหวานจัง” ต้าเหนิงเมื่อติวหนังสือเสร็จเธอก็บ่นขึ้นมาทันที “นี่ ยัยต้าเหนิงเธอนี่นะขี้บ่นจริงๆ ไปสิ ไปหาอะไรกินที่ห้องสหกรณ์ใต้ตึก ยังพอมีเวลาเดี๋ยวขนมหวาน หมดไม่รู้ด้วยนะ” “เร็วสิ เพ่ยเพ่ย ฉันหิวตาลายไปหมดแล้ว” ต้าเหนิงและเพ่ยเพ่ยก็เดินลงมา ไปยังห้องสหกรณ์ใต้คณะของพวกเธอ และก็เดินเข้าห้องสหกรณ์ไป หาซื้อขนมมากิน เมื่อเลือกขนมได้ ก็หยิบและมาจ่ายเงินตรงเคาน์เตอร์
“เพ่ยเพ่ย เราไปหาที่นั่งกินกันก่อน ก่อนจะกลับบ้านเถอะ” “ได้สิ ตรงมุมนั้นว่างพอดี” เมื่อได้ที่นั่งทั้งสองสาวก็นั่งและกินขนมกันเพื่อเพิ่มความหวานให้กับร่างกาย เติมพลังให้สดชื่น นั้งกิน กันไปก็คุยกันไปตามประสาเพื่อนสาว และอยู่ๆ ก็มีเสียงแว่วหนึ่งเข้ามาทักทายโดยทั้งสองไม่รู้จักว่าเธอคือใคร แต่ท าไมถึงมาทักทายพวกเธอ “สวัสดี ขอนั่งด้วยคนได้ไหม สาวๆ เราชื่อว่าถิงถิงนะ เรียนคณะบริหาร เศรษฐกิจทางด้านประเทศจีน นะ” “ได้สิ เชิญนั้งเลยค่ะ” ต้าเหนิงเอ่ยบอกไป “คุณถิงถิง เรียนคณะบริหารแล้วมาที่นี่เพื่อพบใครเหรอคะ” เพ่ยเพ่ยเอ่ยขึ้นบ้าง “อ๋อ ป่าวหรอกคะ พอดีว่าฉันแค่อยากรู้ว่าคนที่ชื่อ หยางอิง มาหาเรื่องอะไรพวกคุณหรือเปล่า” “เอ๊ะ!! ท าไมคุณถิงถิง คิดว่าเธอมาหาเรื่องเราล่ะค่ะ” ต้าเหนิงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ก็คือว่า หยางอิง ชอบหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว แถมที่คณะใครก็ท าอะไรเธอไม่ได้เลย แม้แต่อาจารย์บาง คนก็ต้องยอมให้กับเธอ หยางอิงมีแต่เอาเงินฟาดคนอื่นอย่างเดียว เพื่อแก้ปัญหาให้ทุกอย่างจบ ฉันจึงอยากรู้ว่า เธอมาหาเรื่องพวกคุณหรือเปล่า ถิงถิงเป็นห่วงพวกคุณนะคะ กลัวจะเกิดเรื่องกัน” ถิงถิงรอค าตอบจากสองสาว ไม่ใช่ว่าเธอจะเป็นห่วงทั้งคู่จริงๆ หรอก เพียงแค่เธออยากจะรู้เท่านั้น ว่า ท าไมหยางอิง จึงมาที่สาขาวิชานี้กันแล้วมาหาเรื่องคนที่ชื่อเพ่ยเพ่ยท าไม ท าไมเธอถึงรู้นะเหรอว่าหยางอิงหา เรื่อง ก็เพราะตอนนั้นเธอฝากเพื่อนส่งงานแล้วขับตามรถของหยางอิงมาแล้วก็เห็นเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพ่ยเพ่ยก็ได้เอ่ยบอกขึ้นแทนต้าเหนิงทันที โดยที่ต้าเหนิงก าลังจะอ้าปาก จนต้องหุบปากที่ก าลังจะพูด ออกไป “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณถิงถิง ก็แค่เป็นอุบัติเหตุกันนิดหน่อย เดินชนไหล่กันเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น คุณ หยางอิงไม่ได้มาหาเรื่องอะไรเลยนะคะ” “อ๋อ แค่นั้นหรอกเหรอคะ แล้วไปค่ะ นึกว่าจะมีเรื่องอะไรกันซะอีก ขอบคุณที่ตอบค าถามฉันนะคะ ว่า แต่คุณทั้งสองชื่ออะไรเหรอคะ” “ใช่ค่ะ คุณถิงถิง ค่ะไม่เป็นไรเลย ยินดีตอบค าถามค่ะ ฉันชื่อว่าเพ่ยเพ่ย ส่วนเพื่อนสาวของฉันชื่อ ต้าเหนิงค่ะ ยินดีที่ได้พบและยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” “เช่นกันนะคะ คุณเพ่ยเพ่ย และ คุณต้าเหนิง ถิงถิงต้องกลับก่อนแล้ว โอกาสหน้าถ้ามีอีก ไว้พบกันอีก นะคะ”
ทั้งสองสาวพยักหน้าตอบรับถิงถิง และส่งรอยยิ้มให้กับเธอ สักพักก็มีเสียงของต้าเหนิงเอ่ยขึ้น “นี่เพ่ยเพ่ย ท าไมเธอบอกแบบนั้นไป ว่ายัยหยางอิงอะไรนั้นไม่ได้มาหาเรื่องเธอล่ะ” “นี่ฟังฉันนะต้าเหนิง ฉันว่านะคนที่ชื่อถิงถิงนี่ก็ร้ายไม่เบาหรอก เธอคิดดูสิ อยู่ๆ มาถามพวกเราแล้ว บอกหมดเลยว่า หยางอิงเป็นแบบไหน ใครมันจะมาบอกคนที่พึ่งพบหน้ากันครั้งแรกล่ะ ใส่มาเต็มกราฟมา เชียว” “เอ่อ..ก็จริงอย่างที่เธอว่า บอกหมดเลยว่ายัยหยางอิง ใช้เงินฟาด แต่ไม่แน่นะก็อาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ ที่ ถิงถิงบอกกับเรานะ” “เราก็ต้องฟัง หูไว้ หูก่อน เพราะเรายังไม่รู้จักทั้งคู่ดี แต่ฉันคงต้องระวังแล้วล่ะ สองคนนี้ไม่ชอบมา พากลยังไงไม่รู้” “เพ่ยเพ่ย เธอนี่ก็ฉลาดไม่เบานะ เอาเป็นว่าตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว เรากลับบ้านกันดีกว่า” “ขอบใจส าหรับค าชมนะจ๊ะ^^ อือไปสิ กลับบ้านกันดีกว่า วันนี้เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว” เพ่ยเพ่ยกับต้าเหนิงก็พากันไปที่จอดรถ แล้วต่างคนก็ต่างแยกย้ายขับรถกลับบ้าน
บทที่19 สอบปลายภาคและบอกความรู้สึกกับเพ่ยเพ่ย เวลาได้ผ่านมาสองอาทิตย์วันนี้เป็นวันที่เพ่ยเพ่ยต้องไปสอบปลายภาคที่มหาลัย เธอตื่นแต่เช้าและ อาบน้ าแต่งตัว ทานอาหารเช้าตามปกติเมื่อกิจวัตรประจ าวันของเธอเสร็จ เพ่ยเพ่ยก็ได้เตรียมตัวและเดิน ออกไปยังลานจอดรถ และขึ้นรถขับออกไปยังรั้วบ้านเพื่อมุ่งหน้าไปยังมหาลัยฟู่ ขับรถมาสักพักเธอก็ถึงมหาลัย เธอจอดรถตรงใต้ตึกเรียบร้อยก็ขึ้นไปรอบนอาคารคณะของเธอ เพื่อที่จะรอการสอบ เพ่ยเพ่ยมารอก่อนเวลาเสมอ ในระหว่างที่เธอนั่งรอ เพื่อนจอมแสบของเธอก็เดินขึ้นมา และเห็นเพ่ยเพ่ยนั่งอยู่ ต้าเหนิงเอ่ยขึ้นทันที “โอ้โหว มาไม่เคยทันเธอเลยนะเพ่ยเพ่ย วันนี้ฉันอุส่าออกมาเร็วแล้วแท้ๆ สุดท้ายก็ไม่ทันเธออยู่ดี” “อ้าว มาเร็วก็ดีแล้ว เผื่อเวลานะดีแล้วไม่ใช่รึไง ยัยนี่นิ เดี๋ยวเถอะนะ!” “ก็ใช่ไง ฉันนะเผื่อเวลาแล้ว ตามที่คุณเพ่ยเพ่ยสั่งนั้นแหละคะ” “ฮ่าๆ ว่าแต่สิ่งที่ฉันติวให้เธอไป เข้าใจแล้วใช่ไหม เดี๋ยวพอสอบจริงๆ ฉันช่วยเธอไม่ได้นะ” “นี่ใคร ต้าเหนิงนะคะ ท าได้อยู่แล้ว ได้อาจารย์เพ่ยเพ่ยสอนมากับมือเชียวนะ” “แหม ท ามาเป็นพูดดี ฮ่าๆ ฉันจะรอดูคุณต้าเหนิงนะคะ ว่าจะท าได้ยังปากว่ารึเปล่า” “แน่นอน รอดูเลยค่ะ เพื่อน ><” ทั้งคู่คุยและทวนหนังสือไปด้วยระหว่างรอเวลาในการสอบ และแล้วก็ถึงเวลาสอบปลายภาคของจริง ตอนนี้นักศึกษาทุกคนต่างก็มาเข้าห้องสอบกัน เพื่อท าข้อสอบเป็นวิชาแรกของวันนี้ นักศึกษาในเวลานี้ก็ท า ข้อสอบกันอย่างก้มหน้าก้มตาและตั้งใจเลยทีเดียว เมื่อทุกคนท าข้อสอบผ่านเวลาเป็นหนึ่งชั่วโมงก็หมดเวลา ของวิชานี้ และก็ไปท าข้อสอบของวิชาอื่น จนถึงเวลาเที่ยงก็ปล่อยพักทานอาหาร “เพ่ยเพ่ย ฉันจะตายไหม รู้สึกว่าฉันนะไม่มั่นใจในการท าข้อสอบเลย ข้อสอบหินแบบนี้ใครจะท าได้กัน ล่ะ ฮือๆ ฉันจะสอบผ่านไหมอะ” “นี่ ต้าเหนิง เธอต้องเชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้ เราท าข้อสอบไปแล้ว มันผ่านไปแล้ว ต่อไปก็แค่รอลุ้นตอน คะแนนออก เธออย่าพึ่งคิดมากรอบบ่ายยังมีสอบอีกนะ เพราะฉะนั้นเราไปทานข้าวเพิ่มพลังให้สมองกันเถอะ” “ฮือๆ ฉันจะพยายามปล่อยให้มันผ่านไปแล้วกัน ไปหาไรทานกันเถอะ” ไม่ใช่ว่าเพ่ยเพ่ยไม่เห็นถึงความกังวลในแววตาของต้าเหนิงในการสอบครั้งนี้ แต่เธออยากปลอบให้ เพื่อนของเธอ สบายใจและอย่ากดดันกับตัวเองเกินไป ทั้งสองสาวจึงลงไปทานข้าวที่โรงอาหาร สั่งอาหารเสร็จ ก็เดินมาหาที่นั่ง และรับประทานอาหาร
เมื่อเพ่ยเพ่ยและต้าเหนิง ทานอาหารเสร็จ พักท้องเพื่อให้ย่อยสักหน่อยแล้วก็เดินขึ้นมายังอาคารเพื่อ เตรียมรอสอบวิชาของรอบบ่าย คราวนี้ก็ขึ้นมาก่อนเวลาเช่นเคย เพื่อที่จะอ่านและทบทวนอีกครั้ง พอถึงเวลาที่ จะเข้าห้องสอบ เพ่ยเพ่ยก็ส่งก าลังใจให้กับต้าเหนิง เพ่ยเพ่ยเอ่ยขึ้น “ต้าเหนิง เธอท าได้อยู่แล้วนะ ไม่ต้องกังวล เชื่อฉันสิ และเชื่อตัวเธอเองด้วยนะเข้าใจไหม” “ขอบใจมากนะ เพ่ยเพ่ย ฉันจะต้องท าได้อย่างที่เธอบอก ก าลังใจมาแล้ว ฉันต้องสู้” ทั้งคู่ให้ก าลังใจกันเสร็จก็ต่างแยกย้ายและเดินเข้าห้องสอบวิชาของรอบบ่าย สอบของวิชาทั้งหมดไป จนเย็น และแล้วก็ถึงเวลาที่สอบของปลายภาคนี้เสร็จสิ้น และผ่านไปได้ด้วยดีหลังจากนี้ก็เป็นเวลาที่ปิดเทอม แล้ว พอสอบเสร็จทั้งเพ่ยเพ่ยและต้าเหนิง ต่างก็ยิ้มและหัวเราะมันออกมา ก็เพราะว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ กลัดกลุ้มมากกับการอ่านหนังสืออย่างจริงจังที่สุดแล้ว พอสอบไปจนหมดท าให้ทุกอย่างโล่งไปหมด ต้าเหนิงเอ่ย ขึ้นมา “เย้ๆ เราสอบปลายภาคจบสักทีนะ สมองของฉันมันโล่งมากในตอนนี้ ฉันรู้สึกเหมือนกับว่ายกภูเขา ออกไปจากอกทั้งลูกพ้นตัวแล้วล่ะ เพ่ยเพ่ย สบายใจจังเลยนะ” “ฮ่าๆ ใช่แล้วล่ะ การสอบเสร็จเป็นอะไรที่สบายใจที่สุดแล้ว เราอ่านหนังสือกันมาตลอดสองสัปดาห์ วันนี้มันได้ปลดล็อคทุกอย่างหมดแล้ว จบแล้วกับการสอบปลายภาคในครั้งนี้ ทีนี้ก็ใช้เวลาปิดเทอมอันคุ้มค่า เพื่อพักผ่อนอย่างสุขใจกันเถอะ” “ใช่ๆ ปิดเทอมนี้เธอวางแผนจะไปพักผ่อนที่ไหนเหรอเพ่ยเพ่ย” “ฉันอาจจะไปบ้าน คุณปู่ คุณย่า กับอาลู่เฉิง แล้วก็นะที่นั้นพ่อกับแม่ฉันก็ขายของอยู่ที่ตลาดใหญ่นั้น ด้วย อาจจะไปช่วยคุมคนงาน กับพ่อแม่อีกแรง” “ดีจังเลยนะ ที่นั้นอากาศก็ดีมากด้วย ขอให้เป็นปิดเทอมที่มีความสุข ใช้ช่วงเวลากับครอบครัวให้ เยอะๆ เลยนะ เพ่ยเพ่ย” “ขอบใจมากจ๊ะ เพื่อนรัก เธอก็เช่นกันนะต้าเหนิงใช้เวลาให้มีความสุขกับการปิดเทอมล่ะ ว่าแต่เธอจะ ไปที่ไหนเหรอ ช่วงปิดเทอมนี้” “ฉันว่าจะไปศึกษาดูงานที่สวนในร่มโรงเรือนที่บ้านของพี่อี้ซวนนะ” “ฮะ!! แน่ใจนะว่าไปศึกษาดูงานนะ แน่ใจเหรอ ฉันว่าไม่น่าใช่นะ” “อะไรล่ะ! ก็ศึกษาดูงานจริงๆ ไม่มีอะไรแอบแฝงเลยจริงๆ” “เหรอ ฉันรู้นะแกแอบเล็งพี่รองของบ้านนั้นนะ อย่ามาเนียนบอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“ฮ่าๆ ยัยเพ่ยเพ่ย เธอนี่รู้ใจฉันดีจริงๆ นะ รู้ทุกอย่างเชียวนะว่าฉันคิดอะไร อยากจะบ้าตาย ปิดเรื่อง อะไรกับเธอ นี่ไม่ได้เลยจริงๆ ยอมรับก็ได้ ฉันนะไปเพื่อพี่รองคนนั้นจริงๆ แหละ ท าไงได้ล่ะ ก็ดูพี่เขาสิหล่อมาก เลยนะ ยิ้มทีนึงฉันละลายไปหมดแล้ว จะว่าฉันบ้าคนหล่อก็ได้นะ ก็มันเรื่องจริง ฉันไม่เถียงหรอก” “ว่าแล้ว แค่เธออ้าปากฉันก็เห็นลิ้นไก่เธอแล้วยัยต้าเหนิง ท ามาเป็นศึกษาดูงาน แหม พูดเป็นตุเป็นตะ เชียวนะ เป็นการเป็นงานมาก แต่หน้าตาบ้านนั้นเขางานดีจริงๆ นะ ฮ่าๆ” “เห็นไหมล่ะ เธอยังคิดเหมือนฉันเลยเพ่ยเพ่ย สรุปฉันไม่ได้บ้าคนหล่อคนเดียวแล้ว เธอด้วยอีกคน” “ฮ่าๆ ยัยนี่ เอาเถอะยังไงก็ขอให้มีความสุขกับการไปส่องผู้ชาย เฮ้ย! ผิดๆ การศึกษาดูงานแล้วกันนะ” “ขอบใจนะเพ่ยเพ่ย และก็ขอบใจส าหรับการติวหนังสือสอบให้ฉันด้วย แล้วพบกันวันเปิดเทอมหรือ วันที่อยากเจอฉันนะ” “อือ ไปกันเถอะกลับบ้านกัน” ทั้งสองสาวเดินคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวของเรื่องปิดเทอมกับการพักผ่อนในวันที่หยุดและเมื่อถึงที่จอด รถต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน ตอนนี้เพ่ยเพ่ย ขึ้นรถและขับออกมาเพื่อมุ่งตรงไปยังที่บ้าน เพ่ยเพ่ยขับ รถมาสักพักก็มาถึงที่บ้าน เธอขับรถเข้าบ้านและไปจอดที่ลานจอดรถและเดินเข้าไปในบ้าน ซึ่งแม่บ้านจินก็มา ต้อนรับเธอเหมือนเคย ทุกๆ ครั้งเวลาเธอกลับบ้าน เมื่อเพ่ยเพ่ยนั่งเล่นในห้องนั่งเล่นพักหนึ่ง เธอก็ได้ไปรับประทานอาหารที่โต๊ะอาหารพร้อมทั้งขนม หวานที่แม่บ้านจินเตรียมเอาไว้ให้เธอพร้อมแล้ว เพ่ยเพ่ยนั่งกินเสร็จเธอก็ขึ้นไปข้างบนและเข้าห้องนอนของเธอ มาหยิบชุดนอนแล้วก็เข้าห้องน้ า เพื่อจะไปอาบน้ า อาบน้ าเสร็จก็มานั่งบนโต๊ะเครื่องแป้งและเป่าผมจนแห้งทา ครีมทุกอย่างเสร็จ ก็ไปนั่งบนเตียงนอน ในขณะนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ของเพ่ยเพ่ยดังขึ้น เธอเห็นว่าเบอร์โทรที่ได้ บันทึกชื่อเอาไว้ในโทรศัพท์เป็นใครจึงรับสายทันที “สวัสดีค่ะ คุณมู่เฉิน” “สวัสดีครับ คุณเพ่ยเพ่ย คุณบันทึกเบอร์โทรศัพท์ผมไว้เหรอครับ ถึงรู้ว่าผมเป็นใคร” “ใช่ค่ะ เพ่ยเพ่ยได้บันทึกเบอร์ของคุณมู่เฉินเอาไว้ตั้งแต่วันนั้น ที่คุณโทรมาหาฉันนะคะ” “อ๋อ รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเลยนะครับ ที่คุณเพ่ยเพ่ยบันทึกเบอร์ผมเอาไว้ในโทรศัพท์ของคุณเพ่ยเพ่ย ด้วย” “ขนาดนั้นเลยเหรอคะ ฮ่าๆ ว่าแต่คุณมู่เฉินมีอะไรหรือเปล่าคะ ถึงโทรมาเพ่ยเพ่ย” “เอ่อ..คืออย่างนี้ครับ ต้าเหนิงบอกกับผมว่าตอนนี้ปิดเทอมแล้วผมก็เลยโทรมาหาคุณเพ่ยเพ่ยทันที เพื่อจะนัดเจอคุณเพ่ยเพ่ยตามที่สัญญาไว้ถ้าปิดเทอมจะนัดเจอกันได้นะครับ คุณเพ่ยเพ่ยพอจะว่างไหมครับ”
“อ๋อ เรื่องนัดนั้นเอง ได้สิคะ เพ่ยเพ่ยบอกคุณมู่เฉินเอาไว้ก็ต้องท าตามสัญญาด้วย ระหว่างที่รอคุณอาลู่ เฉิงว่างจากงาน เพ่ยเพ่ยก็ไปนัดเจอกับคุณมู่เฉินได้ก่อนค่ะ เพราะหลังจากนี้อาจจะไปบ้านคุณปู่กับคุณย่า นะคะ” “ขอบคุณนะครับที่ท าตามสัญญา ว่าแต่พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปรับคุณเพ่ยเพ่ยนะครับ คุณเพ่ยเพ่ยสะดวก เวลาไหนครับ?” “อ๋อ เรื่องเวลาก็อาจจะประมาณช่วง 9 โมง ก็ได้นะคะ ปกติเพ่ยเพ่ยก็ตื่นเช้าอยู่แล้ว เวลานี้ก็ พอเหมาะดีค่ะ” “ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เจอกันนะครับคุณเพ่ยเพ่ย” “ค่ะ เจอกันนะคะ” เมื่อวางสายตอนนี้ทั้งมู่เฉินและเพ่ยเพ่ยก็ต่างไม่เก็บอารมณ์นั้นไว้อีก ทางมู่เฉินลุกขึ้นดีใจ พร้อมกับเอ่ย ขึ้นมา “เย้ๆ ส าเร็จแล้วกับการนัดเจอคุณเพ่ยเพ่ย จะได้ท าความรู้จักกันจริงจังสักที ตื่นเต้นจังเลย เตรียมตัว นอนก่อนดีกว่าเรา โอ้ยไม่อยากจะเชื่อ พรุ่งนี้ต้องบอกความรู้สึกคุณเพ่ยเพ่ยด้วย ขอให้รับพิจารณาคนหล่อคน นี้ด้วยเถอะนะครับ นี่เราหลงตัวเองอยู่เหรอ ไม่แหละ ก็เรามันคนหล่อจริงๆ นี่หว่า มาเพ้ออะไรของเราวะเนี้ย ไปนอนดีกว่าเรา” ส่วนทางเพ่ยเพ่ย ตอนนี้เหมือนใจจะเหลวเป็นน้ าไปแล้วมั้ง เพราะตอนที่เธอได้วางสาย เธอก็กรี๊ดใส่ใน ผ้าห่มนอนบิดไปบิดมา แล้วเอ่ยขึ้น “เพ่ยเพ่ย ท าไมเธอใจง่ายจังรีบตอบรับ ผู้ชายแค่เขาขอนัดเจอ อร๊าย! จะบ้าตาย ตื่นเต้นจัง เก็บ อารมณ์อยู่ตั้งนาน ฉันอยากจะกรี๊ด สงบไว้นะเพ่ยเพ่ย พรุ่งนี้เขาจะมารับเรา เตรียมตัวไว้ให้พร้อม เข้านอนจะ ได้ตื่นมาหน้าสดใส แต่งตัวสวยๆ ไปนอนดีกว่าเราหยุดคิดก่อน” ทั้งคู่ในตอนนี้ต่างคนก็ต่างนอนยิ้มและเตรียมเข้านอนและรอเจอกันในวันพรุ่งนี้ เป็นค่ าคืนที่ทั้งมู่เฉิน และเพ่ยเพ่ย ต่างก็ตื่นเต้นที่จะได้เจอกันนั้นเอง ……. เช้าวันต่อมา วันนี้ถือว่าบรรยากาศโดยรอบช่างอากาศดีไม่มีฟ้าฝน ท้องฟ้าโปร่ง ช่างเป็นวันที่เหมาะ แก่การเดทของทั้งคู่เลยที่เดียว วันนี้หนุ่มสาวมีนัดคุยกันข้างนอก เพ่ยเพ่ยวันนี้แต่งตัวโดยการใส่ชุดเดรสสีชมพู ผูกผมด้วยโบว์สีขาว แต่งหน้าแบบเบาๆ อ่อนหวานๆ แน่นหน้าไปทางสีลูกพีช เธอพร้อมแล้วกับการไปคุยกับ มู่เฉินในวันนี้ ส่วนทางมู่เฉินตอนนี้ก็เตรียมตัวออกจากบ้านเพื่อที่จะไปรับเพ่ยเพ่ย
ขณะนี้รถของมู่เฉินก็มาถึงยังหน้าบ้านของตระกูลลู่ เขารอสักพักก็มีคนงานมาเปิดประตูรั้ว มู่เฉินจึงขับ มายังข้างหน้าบ้านที่เตรียมให้คนขึ้นรถได้ทันที มู่เฉินเปิดประตูรถแล้วเดินลงเพื่อไปรับเพ่ยเพ่ย พอลงจากรถได้ ก็ไปเจอกับแม่บ้านจินเข้า มู่เฉินจึงเอ่ยขึ้น “สวัสดีครับ ผมมู่เฉินมารับคุณเพ่ยเพ่ยออกไปข้างนอกนะครับ” “สวัสดีค่ะ คุณมู่เฉิน เดี๋ยวรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวป้าจะไปตามหนูเพ่ยเพ่ยมาให้ค่ะ” “ขอบคุณมากครับ” มู่เฉินพยักหน้าขอบคุณแม่บ้านจินพร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ไปให้ แม่บ้านจินจึงเดินไปตามเพ่ยเพ่ยในบ้าน ซึ่งตอนนี้นั่งรออยู่ที่ห้องนั่งเล่น แม่บ้านจินเมื่อมาถึงที่ห้องนั่งเล่นก็เอ่ยขึ้น “หนูเพ่ยเพ่ย คุณมู่เฉินมาแล้วล่ะค่ะ” “อ๋อ มาแล้วเหรอคะ ขอบคุณมากนะคะป้าจิน” “ค่ะ แต่เอ๊ะว่าแต่คุณมู่เฉินเขาเป็นใครเหรอคะ ป้าขอถามได้ไหมคะ” “อ๋อ ถามได้ค่ะ คุณมู่เฉินเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของต้าเหนิงนะคะ” “แบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อยนะคะ เป็นญาติกับคุณต้าเหนิงนี่เอง” “ขอบคุณนะคะป้าจินที่เป็นห่วงเพ่ยเพ่ย ถ้าอย่างนั้นเพ่ยเพ่ยขอตัวก่อนนะคะ” “ได้ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ” เพ่ยเพ่ยพยักหน้าตอบรับพร้อมกับเดินออกไปที่หน้าบ้าน ซึ่งตอนนี้มู่เฉินเขาได้ยืนรอเธออยู่ เมื่อ เพ่ยเพ่ยมาถึง เขาก็ตะลึงกับความสวยของเธอ แต่งตัวมัดผมแล้วรูปหน้านั้นอีก มันช่างเข้ากันเหลือเกิน ท าไม เป็นคนสวยขนาดนี้นะ “เอ่อ..คุณมู่เฉินคะ คุณมู่เฉิน...” เพ่ยเพ่ยปรบมือดึงสติคนตรงหน้า “คะ..ครับ คุณลู่เพ่ย” “เป็นอะไรไปค่ะ คิดอะไรอยู่ยืนเงียบเลย เพ่ยเพ่ยยืนเรียกอยู่พักหนึ่งถ้าไม่ปรบมือส่งเสียง คงไม่ได้ยิน จริงๆ สินะคะ ฮ่า” “ขอโทษทีครับ ผมเหม่อไปหน่อย ^^” “ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่เราไปกันได้ยังค่ะ ยืนมองอะไรขนาดนั้นคะ ฮ่าๆ”
“เอ่อ...ไปสิครับ เชิญคุณเพ่ยเพ่ยขึ้นรถเลยนะครับ” เพ่ยเพ่ยเธอเดินลงมาพร้อมกับเปิดประตูรถและขึ้นรถทันที เมื่อทั้งสองพร้อมแล้วก็ออกเดินทางกัน มายังห้างแห่งหนึ่งในตัวเมือง ซึ่งเป็นห้างของตระกูลหวัง ชื่อห้างว่า หวังสโตร์ มู่เฉินได้ขับรถมาถึงที่ห้างเขาก็ได้ บอกกล่าวกับเพ่ยเพ่ยขึ้น “ถึงแล้วนะครับ ที่ ที่เราจะคุยกัน ที่จริงผมนะอยากไปที่ธรรมชาติกว่านี้แต่ผมว่าผมอยากจัดบางอย่าง ขึ้นมาเองเพื่อให้คุณเพ่ยเพ่ยประทับใจมากกว่านะครับ” “โหว ต้องขนาดนี้เลยเหรอคะ อยากเห็นแล้วสิคะ ถ้าอย่างนั้นเราก็ลงจากรถกันไปเถอะคะ” “ครับ ลงมาครับ แล้วเดินไปกับผม” ทั้งสองคนก็เดินพูดคุยกันจนเข้ามาถึงห้าง พนักงานก็ต่างยิ้มต้อนรับเจ้านายเป็นอย่างดี และต่างเห็น ด้วยว่ามู่เฉินพาผู้หญิงเข้ามายังห้างคนแรก ท าเอาพนักงานอึ้งกันเลยทีเดียวก็เพราะว่าเขาไม่เคยพาใครมาแล้ว อีกอย่างมีแต่ผู้หญิงตามเกาะแกะจนเข้าร าคาญ และไม่เคยเข้าห้างมานานมากๆ ปกติจะเข้ามาแค่ตรวจของใน คลังสินค้า และประชุมเท่านั้น ขณะนั้นเองก็มีเลขาประจ าห้างของหวังสโตร์แห่งนี้ เห็นมู่เฉินเข้ามาเขาจึงรีบเข้าไปหาโดยทันทีแล้ว เอ่ยขึ้น “สวัสดีครับ คุณมู่เฉิน ตอนนี้ห้องที่คุณได้เตรียมไว้พร้อมใช้งานแล้ว” “ขอบคุณมาก เล่อเทียน” “ครับ เชิญทางนี้เลยครับ” เขาก็ได้พาทั้งสองคนไปยังห้องที่เป็นดาดฟ้าของตึก เพ่ยเพ่ยได้แต่แอบคิดในใจ เขาจะพาเราไปท าไม ถึงดาดฟ้ากันนะ เอาเหอะไหนๆ ก็มาแล้วขึ้นไปพร้อมกันนี่แหละ เรามันเลือดนักสู้ เพื่อผู้ชายท าได้ “ถึงแล้วครับ เชิญทั้งสองเลยนะ ผมลงไปข้างล่างแล้ว ถ้ามีอะไรติดขัดหรือต้องการอะไรคุณมู่เฉินเรียก ผมได้เลยนะครับ” มู่เฉินพยักหน้าตอบรับกับเล่อเทียน แล้วเขาก็หันไปบอกกับเพ่ยเพ่ย “คุณเพ่ยเพ่ย พร้อมเข้าไปหรือยังครับ” “พร้อมแล้วค่ะ”
สิ้นเสียงของเพ่ยเพ่ย มู่เฉินก็เปิดประตูห้องแล้วให้เพ่ยเพ่ยเข้าไปทันที ตอนนี้หน้าเพ่ยเพ่ยอึ้งมาก เพราะดาดฟ้าชั้นนี้เป็นกระจกใสทั้งชั้น พร้อมตกแต่งแบบสวนในเรือนกระจก มีทั้งดอกไม้ ต้นไม้ หลายชนิด สวยงามมากๆ เหมือนหลุดเข้ามาในทุ่งดอกไม้ และเมื่อหันไปเห็นก็จะมีโต๊ะสีขาว เก้าอ้สีขาว ดูสะอาดตา พร้อมอาหาร และมีไวน์ตั้งอยู่ที่โต๊ะ ดูโรแมนติกมากๆ เธออึ้งในความสวยของห้องนี้อยู่พักหนึ่ง ก็ได้ยินเสียง ของมู่เฉินเอ่ยขึ้น “เป็นยังไงครับ คุณเพ่ยเพ่ยชอบไหม” “โอ้โหว ไม่ได้แค่ชอบนะคะ แต่ชอบมากๆ เลยล่ะค่ะ นี่คุณมู่เฉินท าเองหมดเลยเหรอคะ” “ใช่ครับ ก็กว่าจะได้นัดเจอกัน ผมค่อยๆ มาท าสวนเรือนกระจกที่นี้รอคุณเพ่ยเพ่ยยังไงล่ะครับ” “ขอบคุณนะคะ สวยมากจริงๆ ถือว่าคุณมู่เฉินก็ใส่ใจด้วยนะคะ เพ่ยเพ่ยชอบพวกต้นไม้ ดอกไม้มากๆ ว่าแต่คุณมู่เฉินไม่ได้ปลูกต้นไม้เก่งไม่ใช่เหรอคะ แล้วท าไมถึงออกมาได้ดีแบบนี้ล่ะค่ะ” “คือว่า ผมไปปรึกษาต้าเหนิงนะครับ เรื่องปลูกต้นไม้ ดอกไม้ พวกนี้” “ก็ว่าอยู่นะคะ แต่แค่นี้คุณก็ท าเต็มที่เลยนะคะ สวยมากค่ะ ขอชื่นชมเลย เพ่ยเพ่ยตอนเดินเข้ามาพอ เห็นยังอึ้งเลยค่ะ” “ผมดีใจจังเลยที่คุณเพ่ยเพ่ยชอบ ถือว่าประทับใจไหมครับแบบนี้” “ประทับใจแน่นอนค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณมู่เฉินที่ท าให้ถึงขนาดนี้” “ถ้าอย่างนั้น เราไปนั่งตรงโต๊ะอาหารกันเถอะครับ” “ได้สิคะ ^^” ทั้งสองคนก็ต่างเดินกันมานั่งยังโต๊ะอาหาร มู่เฉินดีดนิ้วเพื่อเป็นการสั่งให้พนักงานมาส่งอาหารจานแรก ให้กับเขา นั้นก็คือเนื้อวัวย่างกับสลัด พร้อมกับมู่เฉินที่ตอนนี้นั่งรินไวน์ใส่แก้วให้กับเพ่ยเพ่ย เมื่อทุกอย่างมา ครบ และทั้งสองก็ได้ทานเสร็จ ตอนนี้ในใจของมู่เฉินก็รอโอกาสที่จะเปิดใจคุยกับเพ่ยเพ่ย ส่วนทางด้านเพ่ย เพ่ยตอนนี้เริ่มใจสั่นๆ เพราะรู้สึกได้ว่ามู่เฉินเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่างกับเธอเป็นแน่ “อาหารอร่อยถูกปากไหมครับคุณเพ่ยเพ่ย” “อาหารอร่อยดีนะคะ เยี่ยมเลยค่ะ ถูกปากเพ่ยเพ่ย” “ดีจังเลยที่คุณเพ่ยเพ่ยชอบ” “ขอบคุณส าหรับอาหารมื้อนี้นะคะ” “ครับ ... เอ่อ คุณเพ่ยเพ่ยครับผมมีเรื่องจะบอกกับคุณนะครับ”
“หือ มีเรื่องอะไรเหรอคะ บอกเพ่ยเพ่ยมาได้เลย” “เอ่อ..คือ..คือว่าผมอยากบอกความรู้สึกกับคุณเพ่ยเพ่ยนะครับ” เพ่ยเพ่ยเมื่อได้ยินค านี้ออกมา แข็งค้างสิ แต่ในใจ กรี๊ด! บ้าจริงผู้ชายอยากบอกความรู้สึกกับเรา โอ๊ยเอาไงดีเพ่ยเพ่ย เธอจะเล่นตัวหน่อยไหมล่ะ เดี๋ยวถ้ารีบตอบตกลงไป ผู้ชายจะหาว่าเราไม่เบาแน่ๆ ควรท า ตัวแบบไหน ว้าย! ฉันนี่ท าตัวไม่ถูกแล้วนะ สติๆ มาๆ เดี๋ยวนี้ เอาล่ะตอนนี้ต้องจัดการก่อนตอบเขาก่อน “บอกความรู้สึกอะไรเหรอคะ คุณมู่เฉิน” “คือว่าผมชอบคุณเพ่ยเพ่ยนะครับ แต่ๆ ไม่ต้องรีบร้อนหรืออะไรนะครับ ขอพัฒนาความสัมพันธ์กันไป ก่อนก็ได้ คุณจะให้โอกาสผมได้คุยต่อกับคุณเพ่ยเพ่ยได้หรือไม่” “ก่อนอื่นเลยเพ่ยเพ่ยต้องขอบคุณนะคะที่ ชอบเพ่ยเพ่ย ได้ค่ะ เพ่ยเพ่ยจะให้โอกาสต่อคุณมู่เฉินในการ คุยกันต่อได้ค่ะ” “ขอบคุณมากเลยนะครับคุณเพ่ยเพ่ย ที่ให้โอกาสกับผม ผมจะพัฒนาความสัมพันธ์ครั้งนี้จนเป็นแฟน กับคุณเพ่ยเพ่ยให้ได้เลย” “ฮ่าๆ ฉันเขินนะคะ แต่เพ่ยเพ่ยไม่ดูคนจากค าพูดหรอกนะคะ แต่จะดูจากการกระท ามากกว่า ถ้าคุณ มู่เฉินแสดงให้เห็นการกระท าจริงๆ สักวันหนึ่งเราอาจจะพัฒนาความสัมพันธ์ไปถึงขั้นนั้นก็ได้นะคะ” “แน่นอนครับ ผมจะพิสูจน์ให้คุณเพ่ยเพ่ยได้เห็นด้วยตาตัวเอง และท าให้คุณเพ่ยเพ่ยมีความรู้สึกที่ดีกับ ผมให้ได้เลย” “ได้ค่ะ เพ่ยเพ่ยจะรอดูนะคะ คุณมู่เฉิน” “ครับคุณเพ่ยเพ่ยคนสวย” ทั้งสองต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนานและจิตใจของทั้งคู่ตอนนี้ช่างอิ่มเอมใจ มีความรู้สึกเหมือนใจพอง โต ตัวลอยๆ ความสุขแทบจะล้นออกมา ที่จริงแล้วเพ่ยเพ่ยก็ชอบมู่เฉินเพียงแค่รอให้มู่เฉินเป็นฝ่ายบอกเธอ ก่อน เพราะเพ่ยเพ่ยก็รู้แล้วตั้งแต่ร้านต้นไม้ที่ท่าตลาดใหญ่ว่าเขาชอบเธอ เพียงแค่รอโอกาส แล้ววันนี้ โอกาสนี้ ก็มาถึงแล้ว การรอคอยช่างคุ้มค่าจริงๆ พอพูดคุยกันเสร็จทั้งคู่ก็ต่างเดินออกกันไปจากห้องชั้นดาดฟ้า หรือสวนเรือนกระจกแห่งนี้ เพื่อลงไปยัง ชั้นที่จอดรถของห้าง แล้วมู่เฉินก็ได้พาเพ่ยเพ่ยไปส่งที่บ้าน เมื่อส่งเพ่ยเพ่ยที่บ้านเรียบร้อย ต่างคนก็ต่างแยก ย้ายกันกลับบ้าน และต่อไปเขาทั้งสองก็อาจจะนัดเจอพูดคุยกันครั้งต่อไปอีก
บทที่20 วันแรกของการปิดเทอมกับการรอคอยอาลู่เฉิง เช้าวันนี้เป็นวันที่เพ่ยเพ่ยไม่ต้องไปมหาลัยเพราะวันนี้เป็นวันปิดเทอมวันแรกของเพ่ยเพ่ย เธอตื่นเช้า เสมอไม่ว่าจะ มีเรียนหรือไม่มีเรียน เป็นเรื่องปกติของเธอไปแล้ว เช้าวันนี้เธอจึงเดินไปยังสวนหลังบ้าน เดินไป ชื่นชมดอกไม้ ต้นไม้ ของเธอที่ได้ปลูกเอาไว้ “หือ ต้นไม้ ดอกไม้ พวกนี้ใครเป็นคนปลูกกันนะ สวยงามเหมือนเจ้าของเลย” เพ่ยเพ่ยเธอเดินมาถึงสวนหลังบ้านก็กล่าวค าพูดยกยอปอปั้น ต้นไม้ ดอกไม้ พร้อมกับชมตัวเองทันที “รดน้ าใส่ปุ๋ยสักหน่อยเดี๋ยวก็โต ขึ้นอีกเยอะแล้ว เอ๊ะ ดอกกล้วยไม้ยังเป็นพวงสวยเหมือนเดิมเลย คิดถึงพ่อกับแม่จัง เมื่อไหร่นะอาลู่เฉิงจะว่างจากงานสักที จะได้ไปช่วยพ่อกับแม่และไปบ้านคุณปู่กับคุณย่า ด้วย” เพ่ยเพ่ยบ่นพึมพ าอยู่คนเดียวและรดน้ าต้นไม้ไปด้วย ชมต้นนั้นที ต้นนี้ที เธอดูมีความสุขกับการที่ได้อยู่ กับไม้ดอก พืชพันธ์ไม้ประดับพวกนี้ แต่ยังไงก็ยังครุ่นคิดถึงเรื่องอาลู่เฉิงของเธออยู่ดี “อ้าว ผมก็นึกว่าใครอยู่ตรงนี้คุณเพ่ยเพ่ยนี่เอง” เพ่ยเพ่ยหันไปพร้อมกับเสียงที่แว่วดังขึ้น เธอจึงทักทายตอบกลับออกไป “สวัสดีค่ะ ลุงตงหยาง มาตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ เพ่ยเพ่ยคิดนู้นคิดนี่ไปไม่ทันได้มองเลยนะคะ” “มาอยู่ตรงนี้สักพักแล้วล่ะครับ ตั้งแต่คุณเพ่ยเพ่ยบ่นถึงท่านนายพลเฉิง ฮ่าๆ” “อุ้ย! ได้ยินหมดเลย ฮ่าๆ ว่าแต่แล้วท าไมลุงตงหยาง ถึงกลับมาแล้วล่ะค่ะ คุณอาลู่เฉิงล่ะค่ะ ได้ กลับมาที่บ้านด้วยหรือเปล่า” “อ๋อ ที่ผมมาที่บ้านก่อนเพราะว่าต้องมาเอาข้าวห่อที่ภรรยาท าให้นะครับ และก็เอาอาหารไปให้ท่าน นายพลลู่เฉิงด้วยครับ ท่านยังไม่กลับมาครับแต่เห็นว่าจะเคลียร์งานราชการให้เสร็จภายในวันนี้ สงสัยคงจะ ดึกๆ ล่ะครับ” “โหว คุณอาท างานหนักจังเลย งั้นเพ่ยเพ่ยฝากบอกคุณอาด้วยนะคะ ว่าพักผ่อนบ้างอย่ารีบร้อนจน ไม่ได้ทานอะไร แล้วก็อาหารที่คุณแม่บ้านจินท าไปให้ต้องให้คุณอาลู่เฉิงทานในทันทีนะคะ แล้วค่อยท างานต่อ” “รับทราบครับ คุณเพ่ยเพ่ย เดี๋ยวผมจะบอกกับท่านนายพลลู่เฉิงให้นะครับ” “ขอบคุณมากเลยนะคะ คุณลุงตงหยาง”
ตงหยางพยักหน้าตอบรับเพ่ยเพ่ย แล้วเขาก็เดินออกไป เพื่อไปรับอาหารจากภรรยาของเขา ที่ตอนนี้ เตรียมข้าวห่อ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เพ่ยเพ่ยยืนมองที่ตงหยางขึ้นรถแล้วขับออกไป และในใจของ เพ่ยเพ่ยตอนนี้ก็เป็นห่วงอาของเธอที่ท างานอย่างหนักเธอกลัวอาของเธอจะไม่ได้พักผ่อนเลย เธออยากให้เขา อยู่กับเธอไปนานๆ แค่คิดใจดวงน้อยก็เจ็บแปลบขึ้นมาทันที ทุกครั้งที่เห็นภาพ นั้นในชาติที่แล้วที่อาของเธอ ท างานจนเป็นลมและเสียชีวิตในที่สุด ….. ณ กรมทหาร.... ตอนนี้ นายพลลู่เฉิงก็ก าลังเร่งปฎิบัติหน้าที่ในการเคลียร์เอกสารที่โต๊ะท างานของเขา อย่างเร่งรีบ เพื่อที่จะได้ลายาวและไปเที่ยวที่บ้านพ่อแม่ของเขากับหลานสาว ลู่เฉิงก็รู้แล้วว่าในตอนนี้ เพ่ยเพ่ย หลานสาวของเขาได้ปิดเทอมแล้ว และเขาก็ได้บอกกับเพ่ยเพ่ยเองว่าจะไปที่นั้นกัน ลู่เฉิงจึงเลือกที่จะเคลียร์งาน ให้เสร็จภายในวันนี้ เพื่อพรุ่งนี้จะได้ออกเดินทาง “ท่านนายพลลู่เฉิงครับ ตรงนี้ต้องมีเอกสารที่จะต้องเซ็นนะครับ” “ไหนเอามาให้ฉันดูสิ หวังเหว่ย” ในระหว่างที่ทั้งคู่ก าลังท างานกันอยู่นั้น ตงหยางก็ได้เข้ามา แล้วเขาจึงเอ่ยขึ้น “ขอโทษครับที่รบกวนในการท างาน แต่ตอนนี้ท่านนายพลลู่เฉิงและท่านนายพันหวังเหว่ย มาทานข้าว กันก่อนเถอะครับ ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้ทานอะไรกันเลยนะครับ นี่ครับผมเอาข้าวที่ภรรยาผมห่อมาให้ทั้งสองท่าน ด้วยนะครับ” “ขอบใจมากนะ ตงหยาง ก็จริงอย่างที่พูด จนป่านนี้ยังไม่ได้ทานข้าวเลย มาๆ หวังเหว่ย ถ้าอย่างนั้น เราไปทานข้าวกันก่อน” “ครับ ท่านนายพลลู่เฉิง” แล้วทั้งสามก็ได้มานั่งทานอาหารร่วมกัน พอเสร็จจากการทานข้าวก็เร่งท างานกันต่อ เพื่อที่จะให้งาน ได้เสร็จ เพราะลู่เฉิงเขาเป็นคนที่รับผิดชอบต่อหน้าที่มาก เวลาที่ลาแทบจะไม่เคยมี แต่ครั้งนี้นับได้ว่าเป็นแค่ ครั้งที่สอง ที่เขาได้ลางานเพื่อที่จะไปพักผ่อนบ้าง และที่จะต้องเร่งงานแบบนี้ก็เพราะเขาไม่อยากให้มีภารกิจ ของราชการล้าช้า เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็น ตอนนี้งานเอกสารที่กองบนโต๊ะของลู่เฉิงก็เริ่มใกล้จะหมดแล้ว ลู่เฉิงเร่งท า เพื่อเย็นนี้จะได้กลับบ้านไปบอกกับเพ่ยเพ่ย ว่าพรุ่งนี้เตรียมออกเดินทางกัน ในใจตอนนี้ก็คิดว่าหลานสาวของ เขาก็คงรอให้เขากลับบ้านอยู่เหมือนกัน
........ ด้านของเพ่ยเพ่ย ตอนนี้ก็ดูพวกต้นไม้อยู่สวนหลังบ้าน พลางก็คิดว่าเมื่อไหร่อาของเธอจะกลับบ้าน แล้วพรุ่งนี้จะได้ไปบ้านคุณปู่ คุณย่าหรือเปล่านะ อาจะเคลียร์งานทันไหมนะ รดน้ าต้นไม้ไป เธอก็คิดไป จน เวลาผ่านไปสักพัก ก็มีเสียงรถขับเข้ามายังรั้วบ้าน เพ่ยเพ่ยหันไปดูแล้วเห็นว่าเป็นรถอาของเธอ เธอจึงรีบ จัดการ เก็บของที่ใช้ท าสวน รวมทั้งสายยางรดน้ าต้นไม้ของเธอให้เรียบร้อย แล้วจึงปั่นจักรยานไปบ้านฝั่งอา ของเธอทันที รถของลู่เฉิงเตรียมจอดหน้าบ้านของเขา ซึ่งคนที่ขับรถให้กับลู่เฉิงก็คือตงหยางนั้นเอง เมือจอดรถและ ลงจากรถเสร็จ เพ่ยเพ่ยก็ปั่นจักรยานมาถึงพอดี เธอลงจากรถจักรยานแล้วเอ่ยขึ้นทันที “อาค่ะ อาลู่เฉิง มาแล้วเหรอคะ ท างานเป็นไงบ้าง เหนื่อยไหมคะ” ลู่เฉิงได้ยินดังนั้น เขาก็หันไปหาเสียงตามที่เรียกทันที เขายกยิ้มและพูดขึ้น “แหม เรานินะ ถามอาเป็นชุดเลย มานี่สิ เข้าบ้านอาก่อน เดี๋ยวเราไปคุยกันในบ้าน” “รับทราบค่ะ ท่านนายพลลู่เฉิง ฮ่าๆ” เพ่ยเพ่ย หยอกล้ออาของเธอ แบบข าขัน ลู่เฉิงเขาก็ยิ้มด้วยความเอ็นดูกับหลานสาวจอมแสบคนนี้ สอง คนอาหลานก็ได้เดินเข้าไปในบ้าน พร้อมกับไปที่ห้องโถงนั่งเล่น “ที่จริงอาว่าจะอาบน้ าแล้วไป หาหลานพอดี เพื่อที่จะไปบอกเรื่องการเดินทางไปบ้านปู่กับย่าพรุ่งนี้ แต่หลานของอาก็แวะมาหาเสียก่อน” “ก็เพ่ยเพ่ยนะ รออาลู่เฉิงทั้งวันเลยค่ะ พอเห็นอากลับมาเลยรีบปั่นจักรยานมาที่นี่เลย แต่ดีใจจังเลย ในที่สุดอาก็เคลียร์งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว และพรุ่งนี้จะได้ไปบ้านคุณปู่และคุณย่าด้วย เอ่อ แต่ว่าวันนี้อาคง เหนื่อยแย่เลยสิคะ รีบมากใช่ไหมคะ” “อาไม่เหนื่อยเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้พักแล้ว นานๆ ทีจะได้ลาพักผ่อนยาวๆ แบบนี้ และได้พาหลานไปหา ปู่กับย่า พ่อแม่ของหลานด้วย พรุ่งนี้เตรียมตัว จัดเสื้อผ้าให้พร้อม เราจะได้ออกเดินทางกันตอนเช้า” “อาลู่เฉิงน่ะ ได้ลางานยาวๆ แบบนี้ ก็ต้องพักผ่อนให้เต็มที่ไปเลยนะคะ ไปสูดอากาศที่บ้าน คุณปู่ คุณย่ากัน เพ่ยเพ่ยอยากให้อานะ สุขภาพแข็งแรง อยู่กับเพ่ยเพ่ยไปนานๆ รู้ไหมคะ ว่าเพ่ยเพ่ยรักคุณอา มากๆ พรุ่งนี้เช้าเพ่ยเพ่ยจะมารอคุณอาที่หน้าบ้านนะคะ” “รับทราบครับ คุณเพ่ยเพ่ย ฮ่าๆ พรุ่งนี้รออาที่หน้าบ้านนั้นแหละ เตรียมของใส่รถเราก็ไปกันได้เลย” “ค่ะ ว่าแต่อาลู่เฉิงทานข้าวหรือยังคะ” “ทานมาแล้วล่ะ พอดีแม่บ้านจินท าฝากตงหยางไปให้อาที่ท างานนะ”
“อ๋อ ดีเลยค่ะ นึกว่ายังไม่ได้กินอะไร เพ่ยเพ่ยจะได้ไปเอาอาหารมาให้คุณอาทาน” “อาทานเรียบร้อยแล้วล่ะ เอาล่ะสาวน้อยเตรียมตัวไปจัดเสื้อผ้าเถอะ พรุ่งนี้เช้าเราจะได้ไปกัน” “ค่ะ ถ้าอย่างนั้นเพ่ยเพ่ย ไปก่อนนะคะ คุณอาก็พักผ่อนนะคะ” “ ได้ๆ เจอกันพรุ่งนี้นะหลานอา” เมื่อพูดเสร็จเพ่ยเพ่ยก็เดินออกมา พร้อมกับปั่นจักรยานไปยังที่บ้าน เธอยิ้มยกใหญ่เพราะพรุ่งนี้จะได้ เดินทางไปเที่ยว พักผ่อนในวันปิดเทอม ที่บ้านปู่และย่าของเธอ และได้เจอพ่อกับแม่ที่นั้นด้วย เธอรีบเตรียมตัว ไปจัดเสื้อผ้า ใส่กระเป๋าเดินทางทันที สักพักก็มีเสียงโทรศัพ์ของเธอเข้ามา เพ่ยเพ่ยจึงเดินไปหยิบโทรศัพท์ของเธอที่บนโต๊ะข้างเตียงนอน แล้วรับสาย “เพ่ยเพ่ย พรุ่งนี้ลูกจะมาที่นี้กับอาลู่เฉิงเหรอ” “ใช่แล้วค่ะ พ่อ พรุ่งนี้จะเดินทางไปกันนะคะ” “ว้าว พรุ่งนี้ก็ได้เจอลูกสาวคนสวยของพ่อแล้วนะสิ” “ฮ่าๆ พ่อค่ะ พรุ่งนี้จะได้เจอกันแล้ว คิดถึงพ่อกับแม่นะคะ” “พ่อกับแม่นะ ก็คิดถึงลูกเหมือนกัน เทอมหน้าลูกก็ขึ้นปีสี่แล้วสินะ ใกล้จะจบแล้ว” “ใช่แล้วค่ะ เทอมหน้าก็ใกล้จะจบแล้ว” “เร็วมากเลย แป๊ปๆ ลูกสาวพ่อก็โตได้ขนาดนี้แล้ว” “เหรอคะ แต่หนูยังอยากเป็นเด็กน้อยอยู่เลยค่ะ พ่อ ฮ่าๆ” “ในสายตาพ่อลูกก็ยังเป็นเด็กน้อยอยู่เสมอ พ่อรักลูกนะ พรุ่งนี้เจอกัน เดินทางปลอดภัยนะลูก พ่อรัก ลูกนะ” “ค่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะคะ หนูก็รักพ่อ รักแม่ด้วย รักมากๆ” “จ๊ะ พ่อวางสายก่อนนะลูก มีงานเข้ามา” “ค่ะ พ่อ” บทสนทนาสองพ่อลูกก็จบลง คราวนี้เพ่ยเพ่ยเธอก็ไปอาบน้ าและเตรียมตัวเข้านอนเพื่อที่จะได้เตรียม ตัวเดินทางในวันพรุ่งนี้
บทที่21 การเดินทางไปบ้านคุณปู่และคุณย่า เช้านี้เป็นวันที่เพ่ยเพ่ยและลู่เฉิงจะต้องเดินทางไป ไปยัง ต าบลโต่วหนาน เมืองคุณหมิง มณฑลหยุน หนาน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของลู่ฉีและลู่เฉิงนั้นเอง เวลาของเช้านี้เพ่ยเพ่ยรีบแต่งตัวและขนของลงมา เพื่อรออา ลู่เฉิงของเธอที่หน้าบ้าน เธอตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะนานๆ ที จะได้ไปกับอาลู่เฉิง ก็อาของเธอลางาน แบบนับ ครั้งได้ เข้าใจได้เพราะหน้าที่ของชาติก็ส าคัญ เธอนั่งรออยู่พักหนึ่ง ลู่เฉิงก็ได้ขับรถมาจอดหน้าบ้าน แม่บ้านจินจึงรีบออกมาช่วยขนของขึ้นท้ายรถ “มาค่ะ หนูเพ่ยเพ่ย เดี๋ยวป้าช่วยขนกระเป๋านะคะ” “ขอบคุณนะคะ ป้าแม่บ้านจิน” แม่บ้านจินพยักหน้าตอบรับกับเธอ พร้อมกับขนสัมภาระขึ้นท้ายรถ ลู่เฉิงตอนนี้ก็เช็คของ เช็ครถ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ลู่เฉิงก็เอ่ยขึ้น “ไปกันเถอะหลานสาวของอา” “ค่ะ” “เดินทางปลอดภัยกันนะคะ คุณลู่เฉิง หนูเพ่ยเพ่ย” แม่บ้านจินเอ่ย ทั้งสองอาหลานก็พยักหน้าตอบรับแล้ว ก็ขับรถกันออกไปเพื่อที่จะเดินทางอย่างไม่เสียเวลา และให้ถึง ที่หมาย ที่ก าลังจะไป “เอ่อ อาลู่เฉิงค่ะ เพ่ยเพ่ยตื่นเต้นจังเลยค่ะ” “ตื่นเต้นเหรอ ท าไมล่ะ” “ก็เพราะว่าวันนี้ได้ออกไปต่างจังหวัดกับอานะสิคะ กว่าจะได้ไปพักผ่อนกับอามันเป็นเวลาที่ยาวนาน มากๆ เลยแหละค่ะ นานๆ ที จะได้อยู่เที่ยวกับอา เพราะว่าเห็นอายุ่งกับงานตลอด แต่เพ่ยเพ่ยเข้าใจนะคะ ว่า หน้าที่ ที่อาท าก็ส าคัญมากๆ เพราะฉะนั้นมาใช้เวลาที่ได้พักผ่อนนี้ให้คุ้มค่ากันเลยนะคะอา” “ฮ่าๆ ขอบใจนะที่เพ่ยเพ่ยเข้าใจอา ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเลย มุ่งกันไปบ้านปู่และย่าและพ่อแม่ของ หลานกันเลย” “ไปกันเลยค่ะ เดินทางไปบ้านคุณปู่และคุณย่ากัน”