The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แฟ้มประเมินครูผู้ช่วย มัณฑนา สกุลคู

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by polly_pink_berry, 2020-11-12 07:51:00

แฟ้มประเมินครูผู้ช่วย มัณฑนา สกุลคู

แฟ้มประเมินครูผู้ช่วย มัณฑนา สกุลคู

2 . 4 ก า ร เ ห็ น ค ว า ม สาํ คั ญ เ ข้ า ร่ ว ม ส่ ง เ ส ริ ม
ส นั บ ส นุ น กิ จ ก ร ร ม ที แ ส ด ง ถึ ง จ า รี ต ป ร ะ เ พ ณี

วั ฒ น ธ ร ร ม ข อ ง ช า ติ

ขาพเจาเคารพธงชาติและรวม
พิธกี รรมหนาเสาธงทุกเชามิได
ขาด จนเป็นทีป่ ระจกั ษแกสายตา
ของนักเรียนและเพ่อื นรวมงาน

แตงกายชดุ พ้นื เมอื งรักษา
ขนบธรรมเนียม ประเพณีไทย

2 . 5 ก า ร มี จิ ต บ ริ ก า ร แ ล ะ จิ ต ส า ธ า ร ณ ะ

ขาพเจาใหมคี วามเต็มใจที่จะให
บริการแกผูปกครองนักเรียนทีม่ า

ติดตอราชการกบั ทางโรงเรยี น
ดวยความเตม็ ใจและมีจติ อาสาใน

การรวมงานกบั ทางชมุ ชน

2 . 6 ก า ร ต่ อ ต้ า น ก า ร ก ร ะ ทํา ข อ ง บุ ค ค ล ห รื อ ก ลุ่ ม
บุ ค ค ล ที ส่ ง ผ ล ต่ อ ค ว า ม มั น ค ง ข อ ง ช า ติ ห รื อ
ผ ล ก ร ะ ท บ เ ชิ ง ล บ ต่ อ สั ง ค ม โ ด ย ร ว ม

ขาพเจายึดมนั่ ในหลกั ธรรมคาํ
สอนของพระพุทธศาสนาและเป็ น

แบบอยางทด่ี ใี หแกศิษย เพ่ือน
รวมงาน และบคุ คลอ่ืนๆ ดํารงชพี

ตามสายกลาง

3. จรรยาบรรณ
วิชาชีพครู

ม า ต ร า ฐ า น ที 1 ก า ร ป ฏิ บั ติ ต น

๓.๑ การพฒั นาวิชาชพี และบคุ ลกิ ภาพอยา่ งตอ่ เนอื ง

ขา พเจาปฏิบัตติ นเหมาะสมกบั ความ
เป็นครู ตามจรรยาบรรณวิชาชีพครู
และมีการพฒั นาตนจนเป็นทีย่ อมรบั ใน
สถานศกึ ษา วาเป็นผทู ี่ประพฤติปฏิบัติ

ตนตามจรรยาบรรณวิชาชพี

3.2 การมวี ิสัยทัศน์ รแู้ ละเขา้ ใจ สนใจ ตดิ ตามความ
เปลยี นแปลงด้านวทิ ยาการ เศรษฐกิจ สงั คม การเมอื ง

ของไทย และนานาชาตใิ นปจจุบนั

มงุ หวงั ความเจรญิ กาวหน าโดยกําหนด
เป าหมายในการปฏบิ ัตงิ าน และการ
ศกึ ษาตอ โดยมีการตดิ ตามขาวการ
เคล่อื นไหวทางการศกึ ษาในเร่อื งความ
กา วหน าในวิชาชพี อยเู สมอ เพ่อื จะได
นํามาวางแผนและปรับตวั เพ่อื ความ
กา วหน าในวิชาชีพ

3.3 การไมอ่ าศยั วิชาชพี แสวงหาผลประโยชน์ทีไมถ่ กู ตอ้ ง

ขา พเจา เหน็ คุณคาและความสาํ คัญของ
การเป็นครทู ่ดี ีอยเู สมอ โดยมคี วามรัก
และศรทั ธาในวชิ าชพี ครู พงึ กระทําตน
ใหเ ป็นแบบอยางทดี่ ตี อศิษยท ัง้ ทางตรง

และทางออม

3.4 การมงุ่ มนั ตอ่ การพัฒนาความรคู้ วามสามารถของผูเ้ รยี น

ขา พเจามุง มนั่ ในการทาํ งาน โดย
ไมม คี วามยอ ทอ ตอปัญหาและอปุ สรรค

ทเี่ กดิ ข้นึ เพ่ือใหบรรลุเป าหมายท่ี
กาํ หนดไว

3.5 การใหค้ วามสาํ คญั ต่อการเขา้ ร่วม ส่งเสริม สนับสนุน
กจิ กรรมทเี กียวข้องกบั วิชาชพี ครอู ยา่ งสมําเสมอ

ขาพเจาเขารวมการประชุม/การอบรม ความรูท่ีเก่ียวขอ งกับการ
ศึกษาอยูเ สมอ เม่อื เสรจ็ สนิ้ การจัดกจิ กรรม ขา พเจา ทําการบนั ทกึ

และสรุปผลการเขารว มกจิ กรรม นําความรทู ไ่ี ดร ับมาพัฒนา
ตนเองและผเู รียน และรายงานผลใหผูบรหิ ารรับทราบอยูเสมอ

3.6 รกั เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนนุ
ใหบ้ รกิ ารผ้เู รียนทกุ คน ดว้ ยความเสมอภาค

ขาพเจา มีความรักและศรัทธาในวชิ าชีพครู พึงกระทําตนให
เป็นแบบอยา งทด่ี ตี อ ศิษยท งั้ ทางตรงและทางออม สงเสริม

สนับสนนุ ชวยเหลอื ศษิ ยเ สมอมา

3.6 รกั เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลอื ส่งเสรมิ สนับสนุน
ให้บริการผูเ้ รียนทกุ คน ด้วยความเสมอภาค

3.7 การประพฤติปฏบิ ัตติ นเปนทียอมรบั ของผ้เู รียน
ผู้บรหิ าร เพือนร่วมงาน ผปู้ กครอง ชมุ ชน

ขาพเจาดาํ รงตนดว ยความสภุ าพออ นน อม สาํ รวม
ในกริ ิยามารยาท และการแสดงออกดวยปิยวาจา

แตง กายสะอาด เรยี บรอ ย และถูกกาลเทศะ

3.8 การไม่ปฏบิ ัติตนทีสง่ ผลเชิงลบตอ่ กายและใจของนักเรียน

ขา พเจาปฏิบตั ติ นตามจรรยาบรรณวชิ าชีพครูอยางเครง ครดั
ไมเ อารดั เอาเปรียบหรือไาผลประโยชนจากนักเรียน มีเหตผุ ลใน
การสอน และไมเคยลงโทษนักเรียนดว ยวิธรี ุนแรง

3.9 การทํางานกบั ผูอ้ นื ไดโ้ ดยยึดหลกั ความสามัคคี
เกอื กลู ซงึ กนั และกนั

ขาพเจา ปฏิบตั งิ านตาง ๆ ทที่ างโรงเรียนมอบหมาย ใหค วาม
รว มมือกับคณะครู ในการทาํ กจิ กรรมตางๆ ทงั้ ในและนอกสถาน
ศึกษาดวยความเตม็ ใจ

3.10 การใชค้ วามรคู้ วามสามารถทีมอี ยู่ นําให้เกิดความเปลียนแปลงใน
ทางพฒั นาให้กบั ผเู้ รียน โรงเรียนหรือชุมชนในดา้ นใดด้านหนึง
(ด้านการอนรุ กั ษ์ศลิ ปวัฒนธรรม ภมู ิปญญา และสงิ แวดล้อม)

ขา พเจา ตัง้ ใจปฏบิ ตั ิหน าทใี่ นการถา ยทอดความรู ทักษะที่
ตนเองมใี หก ับนักเรยี นโดยมิไดปิดบงั พยายามศกึ ษาคน ควา
หาความรูเพิม่ เติมเพ่ือพฒั นาตนเอง ติดตามขาวสาร และเขา
อบรมเทคนิคใหมๆ นํามาชวยพฒั นาการเรยี นการสอน ใหกบั
นักเรยี นเพ่อื ใหน ักเรยี นเป็นบคุ คลที่มีความรู ทักษะ และทนั ตอ
เหตกุ ารณ สามารถนําความรูทไ่ี ดไปพัฒนาชมุ ชนและทองถิ่น

3.11 การยึดมันในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย
อนั มพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเปนประมขุ

ขาพเจา มีความจงรักภักดี ตอสถาบนั ชาติ ศาสนาและพระ
มหากษตั รยิ  ยึดมนั่ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมี
พระมหากษตั ริยเป็นประมขุ ประพฤติตนใหเป็นสมาชกิ ที่ดขี อง
สงั คมและมีจติ สาธารณะมีความรับผิดชอบตอสงั คม โดยชว ยเหลอื
เพ่อื นรว มงานโดยไมห วงั ผลประโยชนและสงิ่ ตอบแทนใด ๆ ทัง้
สิน้



4.1 มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกียวกับหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ขา พเจา ตระหนักถึงคุณคา ของการดาํ เนินชีวติ
ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และพยายาม

น อมนําหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมา
ใชในชีวติ ประจาํ วนั เพ่ือความผาสุกของ
ตนเองในปัจจุบนั และอนาคต

4.2 มกี ารนาํ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไป
ปรบั ประยุกต์ใชก้ ับการจดั การเรยี นรใู้ นหอ้ งเรยี น

ขา พเจานําหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมา
สอดแทรกในใบงานของนักเรียน พบวา
นักเรียนมีความรูความเขาใจในหลกั ปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพียง สามารถนําหลกั ของ
ความพอเพยี ง คอื พอประมาณ มีเหตผุ ล มี
ภูมคิ ุมกนั ทีด่ ีในตัว บนเง่อื นไขของความรคู ู
คุณธรรม นักเรยี นนําไปประยุกตใชใ นชวี ิต

ประจาํ วันได

4.3 มกี ารนาํ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไป
ปรบั ประยุกต์ใชก้ ับภารกิจทีไดร้ บั มอบหมายอืน

ขาพเจา ดาํ เนินชวี ิตโดยยึดหลกั
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาเป็น

แนวทางในการทาํ งานใหม ี
ประสทิ ธภิ าพ โดยการแบง งานเป็น
สวน ๆใหแตละความถนัดของแตล ะ

คน

4.4 มกี ารนาํ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไป
ปรบั ประยุกต์ใชก้ ับการดาํ รงชวี ติ ของตนเอง

ขา พเจาดาํ เนินชีวติ โดย
ยดึ หลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียงของ
ในหลวง เป็นแนวทางใน

การดําเนินชวี ติ

เกบ็ คาอาหารนอก
ออม บา น
23.5%
14.7%

คาไฟ
8.8
%

คา น้ํามัน คาอาหารและ
รถ ของใช
23.5%
11.8%

ซ้ือของ
ฟมุ เฟือย
17.6%

จดั ทําแผนการใชจ าย และ
บันทกึ รายรบั รายจา ยอยา ง
สม่ําเสมอ เพ่อื ป องกนั ไมให
ใชเงนิ เกนิ ตวั จนเกิดหนี้สิน

ในอนาคต

4.5 เปนแบบอยา่ งในการนําหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ไปปรบั ประยุกต์ใชก้ ับภารกิจต่าง ๆ หรอื การดํารงชวี ติ ของตน

ขาพเจาปฏบิ ตั ติ นเป็นแบบอยาง
ท่ีดีแกลกู ศษิ ย ใชชีวติ บนสายกลาง
ยดึ หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอ
เพยี งมาใชใ นการดําเนินชีวิตและ
เป็นผใู ฝรู ใฝเรยี น และใฝพฒั นา

ตนเองอยา งตอ เน่ือง



5.1 การเข้าสอนตรงเวลาและสอนเตม็ เวลา

ขาพเจาปฏบิ ตั หิ น าทที่ ีไ่ ดร ับมอบหมายอยางเตม็
ความสามารถ เตม็ เวลา เอาใจใสตอ การปฏิบตั หิ น าท่ี
อยางสม่าํ เสมอ โดยมกี ารวางแผนการสอนลว งหน า
จดั ทาํ และจดั หาส่อื จัดกิจกรรมโดยเน นผูเรยี นเป็น

สาํ คญั ไมล ะทิง้ การสอนกลางคัน มกี ารปรบั ปรุง
พัฒนางานการสอนอยูเ สมอ

5.2 การตระหนกั ในความรแู้ ละทักษะทีถกู ต้องรวมถงึ สิงที
ดๆี ให้กบั ผ้เู รยี นขา้ พเจา้ รู้และตระหนกั ในหน้าทขี องค

งานสอน

มกี ารเตรียมการ
สอนและวางแผน

การสอน

งานครู

งคาเรนชูตนบอ รงงกิ ราานบั รธผแรุ ิดลกชะาอรงบานงงาอานน่นื ดบๆา รนทหิ ตีท่ าารํางใๆห
องคก รกา วหน า

งานนักศกึ ษา

ใหเวลาในการอบรม สัง่
สอน เม่อื ศษิ ยต อ งการคํา
แนะนํ าหรือการชวยเหลือ

5.3 การสรา้ งความเสมอภาค
เปนธรรมกับผ้เู รียนทกุ คน

ขาพเจา พยายามเรียนรูและศกึ ษาผูเรียนเป็นรายบุคคล
เพ่ือจะไดท ราบความตองการ สภาพสงั คม เศรษฐกิจ
ครอบครัวของนักเรียนเป็นรายบุคคล แลวนําผลท่ีไดไปใชใ น
การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนใหเ หมาะสมกบั ผเู รยี นเป็น
รายบคุ คล ทําใหนักเรียนมผี ลสัมฤทธทิ์ างการเรียนที่ดีข้นึ

5.4 การรูจ้ กั ให้อภัย ปราศจากอคติ ชว่ ยเหลอื
ส่งเสรมิ สนบั สนุนใหผ้ ู้เรยี นประสบความสําเร็จ

ตามศักยภาพ ความสนใจหรือความตงั ใจ

ขาพเจาตัง้ ใจปฏิบัตหิ น าท่ีในการถายทอดความรใู หแ ก
นักเรยี น เพ่อื ใหนักเรยี นประสบความสาํ เรจ็ ตามศักยภาพ

ความสนใจหรอื ความตัง้ ใจ

5.5 การเปนทีพงึ ใหก้ บั ผเู้ รียนไดต้ ลอดเวลา

ขา พเจาเสียสละเวลาตนเอง มีความมงุ มานะและคอยชวย
เหลือ เป็นทีป่ รกึ ษาเกย่ี วกบั ปัญหาของผูเรียนในดานตางๆ

เป็นกาํ ลังใจและใหคําแนะนําเสมอมา

5.6 การจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ การใฝรู้ คน้ หา สรา้ งสรรค์
ถา่ ยทอด ปลูกฝงและเปนแบบอย่างทดี ีของผูเ้ รียน

ขาพเจา ปฏิบตั หิ น าที่ดว ยจิตวญิ ญาณเป็นการทําหน าทด่ี ว ยใจ
ซ่ึงทาํ ใหเกิดความรัก ศรัทธาและยึดมนั่ ในอดุ มการณแหง
วิชาชพี มุงมนั่ ทมุ เทในการทํางาน ประพฤตติ นเป็นแบบอยา ง

ทดี่ ี เอาใจใส ดแู ลและหวงั ดตี อศิษย

5.7 การทุ่มเทเสยี สละในการจดั การเรียนร้ใู หก้ ับผ้เู รียน

ขา พเจา อุทิศเวลาใหกบั ราชการ ไมวาการสอนนัน้ จะอยูใน
เวลาราชการหรอื นอกเวลาราชการ จนกวา นักเรียนจะมีความ
รอู ยา งเต็มเป่ียม เสียสละทงั้ เวลา และทุนทรัพย เพ่อื ผลจะ

เกดิ กบั นักเรยี นและสังคม



6.1 การมีเจตคติเชิงบวกกับวิชาชีพ

ขา พเจา มคี วามตงั้ ใจและความมงุ มัน่ ที่แนว
แน ในการประกอบอาชพี รบั ราชการครู อีก
ทัง้ ยงั มีเจตคตเิ ชิงบวกกบั วชิ าชพี ไมดูถูก

หรอื รงั เกียจในวชิ าชพี ของตนเอง

6.2 การมุ่งมัน ทุ่มเทในการสร้างสรรค์ นวัตกรรมใหม่ๆ
เพือให้เกิดการพัฒนาวิชาชีพและให้สังคมยอมรับ

ขาพเจาพยายามศกึ ษาหาความรเู พม่ิ
เตมิ อยูเสมอ จากแหลงเรียนรูตา งๆ เชน

หนังสือ ส่อื สงิ่ พิมพ โทรทัศน
อนิ เทอรเ น็ต เป็นตน เพ่อื นําความรมู าผลติ
ส่อื การสอนและนํามาพัฒนาวิชาชพี ตอไป

6.3 ประพฤติปฏิบัติตนในการรักษาภาพลักษณ์ในวิชาชีพ

ขาพเจาประพฤตติ นใหเป็นสมาชิกท่ดี ีของสังคม
และมีจิตสาธารณะมีความรับผดิ ชอบตอ สงั คม โดย
ชว ยเหลือเพ่อื นรวมงานโดยไมห วงั ผลประโยชน

และส่งิ ตอบแทนใดๆทงั้ สิน้ ยดึ หลักคณุ ธรรมและ
จรรยาบรรณวชิ าชีพในการยึดเหน่ียวจติ ใจในการ

ปฏิบตั ิงาน

6.4 การปกปอง ปองกันมิให้ผู้ร่วมวิชาชีพประพฤติ
ปฏิบัติในทางทีจะเกิดภาพลักษณ์เชิงลบต่อวิชาชีพ

ขาพเจาคอยใหค าํ ปรึกษาแนะนําผูรวมวชิ าชพี ให
ประพฤตปิ ฏิบตั ติ นเป็นแบบอยางทด่ี ีและยดึ มัน่

ปฏบิ ัตติ นตามจรรยาบรรณวชิ าชพี ครอู ยาง
เครงครัด



1.1 การนาํ ผลการวเคราะหห์ ลักสูตร มาตรฐานการเรยนรู้ และตัวชวี ัด
หรอผลการเรยนรู้ มาใช้ในการจดั ทํารายวชาและออกแบบหน่วยการ
เรยนรู้การวเคราะห์มาตรฐานการเรยนรู้และตัวชีวัดตามหลักสูตรการ

ศึกษาและหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขันพืนฐาน

เคจใครั หดรี ยร้อขเกอนกเเ้ บาาตรบิ ดพรคีโยรคผเดเลีนยรจลุลยมี ยมเ้กุามสไปเไนกาดเันมดนรนร้าืจ้อฤศเสูื้รแอั ดรหึาํทกสบหี ยคทาธอษบาัํานญิ ทนทแาแมเุาใแกลุผ่ งพหงละหนเื้ อกเนะนกพา้ น่ วาืรอผยรู้

1.1 การนําผลการวเคราะหห์ ลักสูตร มาตรฐานการเรยนรู้ และตวั ชีวัด
หรอผลการเรยนรู้ มาใช้ในการจดั ทาํ รายวชาและออกแบบหนว่ ยการ
เรยนรู้การวเคราะห์มาตรฐานการเรยนรู้และตัวชีวัดตามหลักสูตรการ

ศึกษาและหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั พืนฐาน

1.2 การออกแบบการจัดการเรยนรู้โดยเน้นผเู้ รยนเปนสาํ คญั
เพือใหผ้ ู้เรยนมคี วามรู้ ทกั ษะ คุณลกั ษณะประจําวชา
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสมรรถนะทีสาํ คัญตาม
หลักสตู ร การออกแบบการจดั การเรยนรู้

" ข้ า พ เ จ้ า ไ ด้ ศึ ก ษ า ม า ต ร ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ แ ล ะ
ตั ว ชี วั ด เ พื อ เ ต รี ย ม ก า ร ส อ น ใ ห้ ค ร อ บ ค ลุ ม
เ นื อ ห า แ ล ะ เ พื อ ใ ห้ เ กิ ด ผ ล สั ม ฤ ท ธิ ท า ง ก า ร
เ รี ย น โ ด ย ไ ด้ จั ด ทํา แ ผ น ก า ร เ รี ย น แ บ บ มุ่ ง
เ น้ น ส ม ร ร ถ น ะ ค ร บ แ ล ะ ค ร อ บ ค ลุ ม เ นื อ ห า ทุ ก

ห น่ ว ย ก า ร เ รี ย น "

1.2 การออกแบบการจดั การเรยนรู้โดยเน้นผู้เรยนเปนสาํ คญั เพอื ใหผ้ ู้
เรยนมคี วามรู้ ทกั ษะ คณุ ลักษณะประจาํ วชา คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

และสมรรถนะทีสําคญั ตามหลกั สตู ร การออกแบบการจดั การเรยนรู้

1.3 การจัดกิจกรรมการเรยนรู้ อํานวยความสะดวกในการเรยนรู้ และ
ส่งเสรมการเรยนรู้ ด้วยวธีการทหี ลากหลายโดยเนน้ ผู้เรยนเปนสําคญั

จดั การเรยี นรูท้ ีเน้นผเู้ รยี นเปนสาํ คัญ ผเู้ รยี นจะต้อง
อาศัยกระบวนการเรยี นรู้ ทีหลากหลาย กระบวนการ
เรยี นรูท้ ีจาํ เปนสาํ หรบั ผเู้ รยี น อาทิ กระบวนการเรยี นรู้

แบบบูรณาการ เรยี นรูจ้ ากประสบการณ์จรงิ
กระบวนการปฏิบตั ิ ลงมอื ทําจรงิ

1.4 การเลอื กและใช้สือ เทคโนโลยีและแหล่งเรยนรู้
ทสี อดคล้องกับกิจกรรมการเรยนรู้

เทคโนโลยกี ารศึกษาทําใหก้ ารเรยี นการสอน มคี วาม
หมายมากขนึ ทําใหผ้ เู้ รยี นสามารถเรยี นไดก้ วา้ งขวาง

เรยี นได้เรว็ ขนึ ทําใหผ้ สู้ อนมเี วลาใหผ้ เู้ รยี นมากขนึ

1.5 การวัดและประเมนิ ผลการเรยนรู้ ด้วยวธีการที
หลากหลายการวัดและประเมนิ ผล

หลังจากทีขา้ พเจา้ ในจดั การเรยี นรูใ้ นหนว่ ยการเรยี นรูแ้ ต่ละ
หน่วยเสรจ็ สนิ แล้ว ขา้ พเจา้ ไดท้ ําการบนั ทึกผลการจดั การเรยี น
รูใ้ นแต่ละหน่วยไวท้ ้ายแผนการจดั การเรยี นรู้ และทําการศึกษา
หาสาเหตแุ ละปญหาทีเกิดขนึ ในหนว่ ยนัน ๆ เพอื นํามาปรบั ปรงุ

พฒั นาการจดั การเรยี นการสอนครงั ต่อไป

1.6 คณุ ภาพของผเู้ รยน

๑. ผลสมั ฤทธิทาง ๒. คุณลกั ษณะทีพึง
วชาการของผูเ้ รยน ประสงค์ของผเู้ รยน

การเรยี นรูข้ องผเู้ รยี นทีแสดงออกถึง ความรู้
ความสามารถ ทักษะตามหลักสตู รสถานศึกษา
และมพี ฒั นาการ ตามวยั มสี มรรถนะทีสาํ คัญ และ

คณุ ลักษณะทีพงึ ประสงค์



2.1 การจดั บรรยากาศทีสง่ เสรมิ การเรยี นรู้
กระบวนการคิด ทักษะชวี ติ และพฒั นาผเู้ รยี น

บรรยากาศในชนั เรยี นเปนสว่ นหนงึ ทสี ง่ เสรมิ ให้
นกั เรยี นเกดิ ความสนใจในบทเรยี นและเกดิ แรงจงู ใจใน
การเรยี นรเู้ พมิ มากขนึ การสรา้ งบรรยากาศทอี บอุน่ ที

ครใู หค้ วามเออื อาทรตอ่ นกั เรยี น

2.1 การจดั บรรยากาศทีสง่ เสรมิ การเรยี นรู้
กระบวนการคิด ทักษะชวี ติ และพฒั นาผเู้ รยี น

2.2 การดาํ เนนิ การตามระบบดแู ลชว่ ยเหลือผเู้ รยี น
โดยมกี ารศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลผเู้ รยี นราย
บุคคลเพอื แก้ปญหาและพฒั นาผเู้ รยี น

ขา้ พเจา้ จดั กจิ กรรมดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น โดยการศกึ ษา
และสาํ รวจตดิ ตามพฤตกิ รรมของผเู้ รยี นเปนรายบคุ คล โดย
การศกึ ษาแบบบนั ทกึ การออกเยยี มบา้ นนกั เรยี น และดาํ เนนิ

การชว่ ยเหลอื นกั เรยี นตามสภาพจรงิ

2.2 การดาํ เนนิ การตามระบบดแู ลชว่ ยเหลือผเู้ รยี น
โดยมกี ารศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลผเู้ รยี นราย
บุคคลเพอื แก้ปญหาและพฒั นาผเู้ รยี น


Click to View FlipBook Version