The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สหวิทยาการในกลอนบทละครเร่อืงรามเกียรติ์ ตอนนารายณ์ปราบนนทก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (IS)

สหวิทยาการในกลอนบทละครเร่อืงรามเกียรติ์ ตอนนารายณ์ปราบนนทก

92

...ตัวพีม่ ไิ ดลวนลาม จะถอื ความส่งิ นนี้ ไี่ มได
สาวสวรรคขวญั ฟา ยาใจ พี่ไรคูจะพ่ึงแตไ มตรี...
...เชญิ เจารําเถิดนะนางฟา ใหส้ินทา ทนี่ างจาํ ได
ตวั พี่จะรําตามไป มิใหผ ิดเพลงนางเทวี...

1.4 คาํ สมาส
จากการวิเคราะหการสรางคําสมาสในกลอนบทละครเร่ืองรามเกียรต์ิ

ตอนนารายณป ราบนนทกพบคาํ สมาส 3 ลักษณะ ดังนี้
1.4.1 คาํ สมาสยืม คือ คําสมาสของภาษาบาลีและสันสกฤตที่ยืมเขามาใชใน

ภาษาไทย มจี าํ นวน 2 คาํ ไดแ ก

บท + บงสุ = บทบงสุ
อัป + สร = อัปสร

คําสมาสดังกลาวปรากฏในคาํ ประพนั ธดังนี้

คร้นั ถึงจ่งึ ประณตบทบงสุ ทูลองคพ ระอศิ วรเรอื งศรี

วาพระองคเ ปน หลักธาตรี ยอมเมตตาปรานที ่วั พักตร…

เปนโฉมนางเทพอัปสร ออนแอนอรชรเฉลมิ ศรี

กรายกรยางเยอ้ื งจรลี ไปอยทู ี่นนทกจะเดินมา…

1.4.2 คาํ สมาสสราง คือ คําสมาสทไ่ี ทยสรางขึน้ เลียนแบบคําสมาสของภาษา
บาลแี ละสนั สกฤต โดยนําคํายมื มาจากภาษาบาลแี ละสันสกฤตมารวมกัน มจี าํ นวน 13 คาํ เชน

กมุ ภ + กรรณ = กุมภกรรณ

เทว + ราช = เทวราช

นาม + กร = นามกร

บท + ศรี = บทศรี

พระ + นารายณ = พระนารายณ

ตัวอยางบทประพันธในกลอนบทละครเรื่องรามเกียรติ์.ตอนนารายณ
ปราบนนทกท่ีปรากฏคาํ สมาสในลกั ษณะขางตน มีดังน้ี

93

...จ่งึ มีเทวราชบรรหาร เอง็ ตองการสิ่งไรจงเรงวา
ตวั กจู ะใหด ง่ั จนิ ดา อยา แสนโศกาอาลัย...
ดูราพระนารายณเ รืองศรี
ตรสั แลวจึ่งมบี ัญชา เปน ท่พี ่งึ แกห มเู ทวัญ...
ตัวเจาผมู ฤี ทธี เสาวภาคยแ นงนอยพิสมัย
นามกรช่ือไรนะเทว.ี ..
โฉมเอยโฉมเฉลา นนทกแกลวหาญชาญสมร
เจา มาแตสวรรคช ้นั ใด เปนสี่กรกร็ ูป ระจกั ษใจ...
ช่ือกมุ ภกรรณชาญสมร
บัดนัน้ มใิ หอ นาทรสักนาที
เห็นพระองคท รงสังขค ทาธร
...อันนองซึ่งถัดมาน้ัน
องคพ ระบติ เุ รศมารดร

1.4.3 คําสมาสซอน คือ คําสมาสท่ีนําคํายืมภาษาบาลีและสันสกฤตที่มี
ความหมายเหมอื นกันหรอื คลายคลงึ กันมารวมกนั มจี าํ นวน 2 คาํ ไดแ ก

กรรม + เวร = กรรมเวร
เกษม + สนั ต = เกษมสนั ต

ตั ว อ ย า ง บ ท ป ร ะ พั น ธ ใ น ก ล อ น บ ท ล ะ ค ร เ ร่ื อ ง ร า ม เ กี ย ร ติ์ . ต อ น น า ร า ย ณ
ปราบนนทกทปี่ รากฏคําสมาสในลกั ษณะขา งตน มีดงั น้ี

...พระองคผทู รงศักดาเดช ไมโปรดเกศแกข า บทศรี
กรรมเวรสงิ่ ใดด่ังนี้ ทูลพลางโศกีรําพัน
...ในการนกั เลงเพลงฟอน จ่งึ จะผอ นดว ยความเกษมสนั ต
ราํ ไดกม็ ารําตามกนั นัน่ แหละจะสมดง่ั จินดา

1.5 คาํ สนธิ

คาํ สนธิระหวางคําบาลีสันสกฤตกับคําบาลีสันสกฤต จากการวิเคราะหการ

สรางคําสนธิในกลอนบทละครเรื่องรามเกียรต์ิ ตอนนารายณปราบนนทก พบคําสนธิ 2 คํา

ไดแก

มห + อิสี = มเหสี

สํ + หาร = สงั หาร

94

ตั ว อ ย า ง บ ท ป ร ะ พั น ธ ใ น ก ล อ น บ ท ล ะ ค ร เ รื่ อ ง ร า ม เ กี ย ร ติ์ . ต อ น น า ร า ย ณ
ปราบนนทกที่ปรากฏคาํ สนธิในลักษณะขางตน มีดังนี้

...ตกใจตะลึงรําพึงคิด ใครประสิทธใิ์ หม ันสังหาร
คิดแลวขนึ้ เฝา พระทรงญาณ ยังพิมานรัตนรูจี
ฝา ยนางรชั ดามเหสี
เม่อื นัน้ เทวมี รี าชบุตรา…
องคท า วลัสเตยี นธิบดี

1.6 คาํ แผลง
คาํ แผลงที่อาศยั หลักในภาษาบาลี เปนการยดื เสียงในคาํ เดิมอยา งเดียว แตไม

เปลีย่ นความหมายของคํา เปน การเปล่ยี นแปลงเสียงเพื่อใหไดเสียงสละสลวย หรือออกเสียงได
สะดวก จากการวิเคราะหการสรางคําแผลงในกลอนบทละครเรื่องรามเกียรต์ิ ตอนนารายณ
ปราบนนทก มจี ํานวน 1 คาํ ไดแ ก เจริญ เปน จําเริญ ดังปรากฏในคาํ ประพันธต อไปนี้

...ดูไหนก็เพลินจําเริญรกั ในองคเ ยาวลักษณสาวสวรรค
ยง่ิ พิศย่ิงคิดผกู พนั ก็เดินกระช้นั เขาไป

2..ประโยค.
ประโยค หมายถึง.หนว ยภาษาที่ส่ือสารไดใจความครบถวนสมบูรณ มักประกอบ

ดว ย ภาคประธานและภาคแสดง หรอื ประกอบดว ยสว นใดสว นหน่งึ เพียงสวนเดียว แตสามารถ
พดู ส่ือสารตอไปได จากการวิเคราะหกลอนบทละครเร่ืองรามเกยี รติ์ ตอนนารายณป ราบนนทก
มกี ารสรางประโยคตามเจตนาในการส่อื สาร 8 ลักษณะ ดงั นี้

2.1 ประโยคบอกใหทราบ
ประโยคบอกใหทราบเปนประโยคที่ผูสงสารตองการบอกกลาวหรืออธิบาย

เรือ่ งราวใหผ รู ับสารทราบ ซ่งึ ปรากฏอยหู ลายตอน ไดแ ก ตอนนนทกถูกเทวดาแกลงดึงเสนผม
เม่อื นนทกสองดูเงาในนํา้ เหน็ หวั ตนเองโลนเกลยี้ งถงึ ใบหู ก็โกรธแคนพรอมกับบนขึน้ มาวา

...เปนชายดูดมู าหมน่ิ ชาย มิตายก็จะไดเหน็ หนา
คดิ แลวก็รบี เดินมา เฝา พระอิศราธบิ ดี

ตอนท่ีนนทกเขา เฝา ขอนิว้ เพชรจากพระอศิ วร พระอิศวรนึกอยใู นใจวา

...อายนมี่ ีชอบมาชานาน จาํ จะประทานพรให
คดิ แลวกป็ ระสิทธพ์ิ รชยั จงไดสาํ เรจ็ มโนรถ

95

ตอนทพ่ี ระอนิ ทรถามถงึ ผปู ระทานนวิ้ เพชรแกนนทก พระอิศวรไดต อบไปวา

...ไอนท่ี าํ ชอบมาชา นาน เราจึ่งประทานพรให
มันกลบั ทรยศกระบถใจ ทําการหยาบใหญถงึ เพยี งนี้

ตอนท่นี างสุวรรณอปั สรตอบคําถามของนนทกไปวา

...พนกั งานฟอ นราํ ระบาํ บนั ช่อื สุวรรณอปั สรเสนหา
มที กุ ขจ ง่ึ เท่ียวลงมา หวงั วาจะใหค ลายรอ น

ตอนที่นนทกกลาวชมความงามของนางสวุ รรณอัปสรไปวา

สดุ เอยสุดสวาท โฉมประหลาดล้ําเทพอปั สร
ทง้ั วาจาจริตก็งามงอน ควรเปน นางฟอ นวไิ ลลักษณ…

ตอนที่นนทกกลาวโตตอบนางสุวรรณอัปสร ไปวา

...ตัวพม่ี ิไดล วนลาม จะถือความส่ิงนี้นไี่ มได
สาวสวรรคขวญั ฟา ยาใจ พ่ีไรคจู ะพ่ึงแตไมตรี

และตอนท่ีนนทกกลาวตอบนางสุวรรณอัปสรทช่ี วนนนทกราํ ตามไปวา

...ยมิ้ แลว จึ่งกลา ววาสุนทร ดูกอ นนางฟา เฉลมิ ศรี
เจา จักปรารมภไปไยมี พ่เี ปน คนเกาพอเขา ใจ
เชญิ เจาราํ เถิดนะนางฟา ใหส้ินทา ท่ีนางจําได
ตวั พ่ีจะราํ ตามไป มใิ หผ ดิ เพลงนางเทวี

2.2 ประโยคสัง่
ประโยคส่ัง คือ ประโยคที่ผูสงสารตองการใหผูรับสารปฏิบัติตาม ไดแก

ตอนท่นี นทกเขาเฝา พระอศิ วรและกลาวออ นวอนขอความเมตตาจากพระองค พระอิศวรจึงส่ัง
ขึน้ วา

...จ่งึ มเี ทวราชบรรหาร เอ็งตอ งการสิ่งไรจงเรงวา
ตวั กูจะใหด ่ังจนิ ดา อยาแสนโศกาอาลัย…

และตอนทพี่ ระอิศวรส่ังใหพระนารายณไปปราบนนทก โดยส่งั วา

96

ตรสั แลวจ่ึงมบี ญั ชา ดรู าพระนารายณเ รอื งศรี
ตวั เจา ผูม ีฤทธี เปน ท่พี ึง่ แกห มูเทวัญ
จงชว ยระงับดับเข็ญ ใหเย็นทั่วพภิ พสรวงสวรรค
เชิญไปสงั หารอายอาธรรม ใหม ันส้ินชพี ชีวา

2.3 ประโยคหาม
ประโยคหา ม คือ ประโยคท่ผี ูสง สารตองการส่ังไมใ หผูร บั สารไมใหทํา ไดแก

ตอนทีพ่ ระอิศวรกลา วหามนนทกไมใ หรองไหนอ ยอกนอยใจวา

...จึง่ มเี ทวราชบรรหาร เอ็งตอ งการส่ิงไรจงเรงวา
ตวั กจู ะใหด ่ังจินดา อยา แสนโศกาอาลัย

2.4 ประโยคชกั ชวน
ประโยคชกั ชวน หมายถึง ประโยคท่ีผูสงสารมีเจตนาชวนใหผูรับสารทําตาม

ความคิดของตน ไดแก ตอนที่นางสุวรรณอัปสรกลา วชกั ชวนใหนนทกราํ ตามวา

อันซ่ึงจะฝากไมตรขี า ขอ นัน้ อยาวา หารูไม
เราเปน นางราํ ระบาํ ใน จะมีมิตรที่ใจผูกพัน
ในการนักเลงเพลงฟอ น จง่ึ จะผอ นดว ยความเกษมสันต
ราํ ไดก็มารําตามกนั นัน่ แหละจะสมดั่งจินดา

2.5 ประโยคขู
ประโยคขู คือ ประโยคท่ีผูสงสารมีเจตนาชักจูงใหผูรับสารทําตามดวยการ

บอกผลของการไมทาํ ตามไวดว ย ไดแก ตอนท่ีนนทกถกู เหลา เทวดารังแกอีกจนทนไมไดจึงกลาว
ขูอ อกไปดว ยความโกรธวา

บัดนั้น นนทกนาํ้ ใจแกลว กลา
กริ้วโกรธรอ งประกาศตวาดมา อนจิ จาขมเหงเลน ทุกวนั
จนหวั ไมมผี มตดิ สดุ คดิ ทเี่ ราจะอดกลั้น
วนั นจ้ี ะไดเหน็ กนั ขบฟนแลว ชนี้ ิ้วไป

ตอนทพ่ี ระนารายณกลา วถึงความผดิ ของนนทก และขูไ ปวา

...ดวยทําโอหงั บงั เหตุ ไมเกรงเดชพระอิศวรทรงจักร
เอ็งฆา เทวาสรุ ารักษ โทษหนักถึงทบ่ี รรลัย

97

ตวั กูกค็ ิดเมตตา แตจ ะไวช ีวามึงไมได
ตรสั แลว แกวงตรเี กรียงไกร แสงกระจายพรายไปดั่งไฟกาล

และตอนที่พระนารายณตอบคําถาม และขนู นทกไปวา

...ใชว า กลัวฤทธา ศกั ดานว้ิ เพชรนั้นเม่ือไร
ชาตินมี้ ึงมีแตสองหัตถ จงไปอุบตั ิเอาชาตใิ หม
ใหสิบเศียรสิบพักตรเ กรยี งไกร เหาะเหนิ เดินไดในอัมพร
มีมอื ยี่สิบซายขวา ถอื คทาอาวุธธนูศร
กจู ะเปน มนษุ ยแตส องกร ตามไปราญรอนชีวี
ใหสนิ้ วงศพงศม งึ อนั ศักดา ประจักษแกเ ทวาทุกราศ…ี

2.6 ประโยคขอรอง
ประโยคขอรอ ง คอื ประโยคที่ผูสงสารมีเจตนาใหผูรับสารชวยสงเคราะหทํา

สิ่งใดส่งิ หนึ่ง ไดแ ก ตอนทน่ี นทกเขา ไปกลา วออ นวอนพระอศิ วรใหเหน็ ใจตนวา

คร้ันถึงจง่ึ ประณตบทบงสุ ทูลองคพ ระอิศวรเรืองศรี
วา พระองคเปนหลกั ธาตรี ยอมเมตตาปรานที ว่ั พักตร
ผใู ดทาํ ชอบตอ เบอ้ื งบาท กป็ ระสาทท้ังพรแลยศศกั ดิ์
ตวั ขา กม็ ชี อบนกั ลางเทาสุรารักษถงึ โกฏปิ 
พระองคผ ทู รงศักดาเดช ไมโปรดเกศแกข า บทศรี
กรรมเวรสิ่งใดดงั่ น้ี ทูลพลางโศกีรําพนั

และตอนท่ีนนทกกลา วขอพระราชทานนว้ิ เพชรจากพระอศิ วรวา

บดั น้นั นนทกผมู ีอัชฌาสัย
นอ มเศยี รบังคมแลวทูลไป จะขอพรเจา ไตรโลกา
ใหนวิ้ ขาเปนเพชรฤทธี จะชใี้ ครจงมว ยสังขาร
จะไดรองเบื้องบาทา ไปกวา จะส้ินชีวี

2.7 ประโยคคาดคะเน
ประโยคคาดคะเน.คือ.ประโยคที่ผูสงสารมีเจตนาแสดงความคาดหมายวา

สิง่ ใดจะเกดิ ข้นึ หรือเกดิ ขน้ึ แลว ไดแก ตอนทน่ี นทกกลา วกับนางสวุ รรณอปั สรวา

98

...อันซงึ่ ธุระของเจา หนกั เบาจงแจงใหประจักษ
ถา วาสนาเราเคยบํารุงรัก ก็จะเปนภักด์ิผลสบื ไป...

และตอนที่พระนารายณตอบคาํ ถามนนทกโดยกลาววา

เมอื่ น้นั พระนารายณทรงสวัสดิ์รศั มี
ไดฟงจึ่งตอบวาที กนู ้แี ปลงเปน สตรมี า
เพราะมงึ จะถึงแกค วามตาย ฉิบหายดว ยหลงเสนห า
ใชว า กลัวฤทธา ศักดาน้วิ เพชรนั้นเม่ือไร…

2.8 ประโยคถาม
ประโยคถาม คอื ประโยคที่ผสู งสารมีเจตนาถามผูร ับสาร โดยปรากฏคําแสดง

การถามอยูดวย ซ่ึงปรากฏอยูหลายตอน ไดแก ตอนที่พระอินทรเห็นนนทกใชน้ิวเพชรไลช้ี
สงั หารเหลาเทวดา จงึ คิดขึ้นมาวา

...ตกใจตะลึงราํ พึงคิด ใครประสทิ ธ์ใิ หมนั สงั หาร
คดิ แลวขน้ึ เฝาพระทรงญาณ ยงั พิมานรตั นรจู ี

ตอนที่พระอินทรเ ลา เรอ่ื งนนทกใหพ ระอิศวรฟงแลว ถามพระองควา

คร้ันถึงจึ่งประณตบทบงสุ ทลู องคพ ระอศิ วรเรืองศรี
วา นนทกมันทาํ ฤทธี ชหี้ มเู ทวาบรรลยั
อนั ซ่ึงน้ิวเพชรของมัน พระทรงธรรมประทานฤาไฉน
จง่ึ ทําอาจองทะนงใจ ไมเ กรงใตเ บอื้ งบาทา

ตอนทน่ี นทกเก้ยี วพาราสีนางสุวรรณอัปสรโดยถามนางวา

โฉมเอยโฉมเฉลา เสาวภาคยแนง นอยพิสมยั
เจามาแตสวรรคช้นั ใด นามกรชอ่ื ไรนะเทวี
ประสงคสง่ิ ใดจะใครรู ทําไมมาอยทู ีน่ ี่
ขาเหน็ เปนนาปรานี มารศรจี งแจง กิจจา

ตอนทนี่ างสุวรรณอัปสรถามและตอวานนทกไปวา

...ทาํ ไมมาลวงไถถาม ลวนลามบุกรุกเขา มาใกล
ทา นน้ีไมมคี วามเกรงใจ เราเปน ขา ใชเจาโลกา...

99

ตอนท่ีนนทกไมพ อใจทพ่ี ระนารายณมาปราบตนเองจึงถามไปวา

...วา พระหรวิ งศทรงฤทธิ์ ลวงลางชีวิตก็เปนได
จ่ึงมวี าจาถามไป โทษขา เปน ไฉนใหวามา

และตอนท่ีนนทกถามเหตุผลและตัดพอ ตอวา พระนารายณไ ปวา

...เหตุใดมิทาํ ซึง่ หนา มารยาเปนหญิงไมบัดสี
ฤาวา กลัวนวิ้ เพชรน้ี จะช้ีพระองคใหบ รรลยั
ตวั ขา มมี อื แตส องมอื ฤาจะสูท ้งั ส่ีกรได
แมน สมี่ อื เหมอื นพระองคทรงชัย ทไ่ี หนจะทาํ ไดด ัง่ น้ี

3. สมั พันธสาร
สัมพันธสาร หมายถงึ ขอความทางภาษาทมี่ นษุ ยใ ชใ นการปฏิสัมพันธกัน จากการ

วิเคราะหกลอนบทละครเรื่องรามเกียรติ์ ตอนนารายณปราบนนทก มีการสรางสัมพันธสาร
ดานการเช่อื มโยง ดังนี้

3.1 การอา งถึง
จากการวเิ คราะหก ารอางถงึ ในกลอนบทละครเรื่องรามเกียรติ์ ตอนนารายณ

ปราบนนทกพบ 7 ลักษณะ ดังน้ี
3.1.1 การซ้าํ นามวลเี ดิม คอื การใชรปู ภาษาในครง้ั ที่ 2 และ ครั้งที่ 3 หรอื ครัง้

ตอๆ.ไป.เปนรปู เดยี วกนั กับรปู ภาษาที่ใชในครั้งแรก.มจี ํานวน.4.นามวลี.คอื .นนทกผใู จแกลวกลา,
พระอิศวรเรอื งศรี, พระนารายณท รงสวัสดิร์ ัศมี, บนั ไดไกรลาส

ตัวอยางการซา้ํ นามวลีเดิมของนนทกผใู จแกลว กลา มีดังนี้

บัดนน้ั นนทกผูใจแกลวกลา
ส้ินเวลาเฝาเจาโลกา สาํ ราญกายาแลวเทีย่ วไป...
นนทกผใู จแกลวกลา
บดั น้นั ก็โสมนัสสาพันทว.ี ..
ไมรูวา นารายณแปลงมา

ตัวอยางการซํ้านามวลีเดมิ ของพระอศิ วรเรอื่ งศรี มีดงั น้ี

ครัน้ ถึงจงึ่ ประณตบทบงสุ ทูลองคพระอศิ วรเรืองศรี

วา พระองคเปน หลกั ธาตรี ยอมเมตตาปรานที ่วั พักตร…

100

คร้นั ถึงจง่ึ ประณตบทบงสุ ทลู องคพระอิศวรเรอื งศรี

วา นนทกมันทําฤทธี ชหี้ มเู ทวาบรรลัย…

ตัวอยางการซ้าํ นามวลเี ดมิ ของพระนารายณท รงสวสั ด์ิรัศมี มดี ังนี้

เมือ่ นั้น พระนารายณทรงสวัสด์ริ ัศมี
เหน็ นนทกหลงกลก็ยินดี ทาํ ทเี ย้ืองกรายใหยวนยิน…
พระนารายณท รงสวัสด์ริ ัศมี
เมื่อนน้ั กูนแ้ี ปลงเปนสตรีมา…
ไดฟ งจึ่งตอบวาที

ตัวอยา งการซาํ้ นามวลเี ดิมของบนั ไดไกรลาส มีดงั นี้

อยบู ันไดไกรลาสเปนนิจ สุราฤทธ์ิตบหัวแลวลูบหนา
บา งใหต ักน้ําลา งบาทา บา งถอนเสนเกศาวุนไป…
ขดั สมาธนิ ั่งยิ้มริมอางใหญ
ครั้นถึงบันไดไกรลาส ดว ยใจกําเริบอหังการ
คอยหมเู ทวาสรุ าลยั

3.1.2 การใชคําบุรุษสรรพนาม คือ การใชคําแทนชื่อคน สัตว ส่ิงของ ตั้งแต
บรุ ษุ ท่ี 1 ถงึ บรุ ุษที่ 3 การใชคําบุรุษสรรพนามท่ี 1-3 แทนช่อื ตวั ละคร ดังน้ี

3.1.2.1 พระอิศวร มีบุรุษสรรพนามอางถึง จํานวน 4 คํา คือ กู, เรา,
พระองค,.เบื้องบาท.ตัวอยางบทประพันธในกลอนบทละครเรื่องรามเกียรต์ิ.ตอนนารายณ
ปราบนนทกท่ีปรากฏการอางถงึ ลักษณะขางตน มีดังนี้

...ผูใดทาํ ชอบตอ เบื้องบาท ก็ประสาทท้ังพรแลยศศกั ด์ิ
ตัวขา กม็ ชี อบนัก ลางเทา สุรารกั ษถึงโกฏิป. ..
...พระองคผ ทู รงศักดาเดช ไมโปรดเกศแกขา บทศรี
กรรมเวรสิ่งใดดง่ั น้ี ทูลพลางโศกีรําพนั …
...ไอนี่ทาํ ชอบมาชา นาน เราจงึ่ ประทานพรให
มันกลับทรยศกระบถใจ ทําการหยาบใหญถงึ เพยี งน.้ี ..
...ตวั กกู ค็ ิดเมตตา แตจะไวช วี ามึงไมไ ด
ตรัสแลว แกวงตรีเกรียงไกร แสงกระจายพรายไปดงั่ ไฟกาล

101

3.1.2.2 นนทก มีบรุ ุษสรรพนามอา งถึง จํานวน 6 คํา คือ ขา, เรา, มึง,
เ อ็ ง , .ท า น , .มั น .ตั ว อ ย า ง บ ท ป ร ะ พั น ธ ใ น ก ล อ น บ ท ล ะ ค ร เ ร่ื อ ง ร า ม เ กี ย ร ติ์ .ต อ น น า ร า ย ณ
ปราบนนทกที่ปรากฏการอางถึงลกั ษณะขางตน มดี งั นี้

...ผูใ ดทําชอบตอ เบ้อื งบาท กป็ ระสาทท้ังพรแลยศศกั ด์ิ
ตัวขา กม็ ีชอบนัก ลางเทาสรุ ารกั ษถงึ โกฏปิ …
…ทาํ ไมมาลว งไถถ าม ลวนลามบุกรุกเขามาใกล
ทา นนไี้ มม ีความเกรงใจ เราเปนขาใชเจาโลกา...

3.1.2.3 พระนารายณ มีบรุ ษุ สรรพนามอางถึง จาํ นวน 2 คํา คือ กู และ
พระองค ตวั อยางบทประพันธในกลอนบทละครเร่ืองรามเกียรต์ิ ตอนนารายณปราบนนทกที่
ปรากฏการอา งถึงลักษณะขา งตน มดี ังน้ี

...เหตใุ ดมทิ าํ ซึง่ หนา มารยาเปน หญิงไมบ ัดสี
ฤาวา กลัวนว้ิ เพชรน้ี จะชพี้ ระองคใ หบ รรลัย…
...มมี อื ยี่สิบซา ยขวา ถอื คทาอาวุธธนศู ร
กจู ะเปนมนษุ ยแตส องกร ตามไปราญรอนชวี …ี

3.1.2.4 นางสุวรรณอัปสร มีบุรุษสรรพนามอางถึง จํานวน 2 คํา คือ
ขา และเรา ตวั อยา งบทประพนั ธใ นกลอนบทละครเร่ืองรามเกียรต์ิ ตอนนารายณปราบนนทก
ท่ีปรากฏการอางถึงลักษณะขา งตน มดี ังน้ี

...อนั ซ่งึ จะฝากไมตรีขา ขอ น้ันอยา วาหารไู ม
เราเปน นางรําระบาํ ใน จะมีมิตรที่ใจผกู พัน...

3.1.3 การใชคําสรรพนามช้ีเฉพาะ คือ คําท่ีใชแทนคํานามเพื่อแสดงการ
เจาะจงไมตองกลาวซํา้ มีจาํ นวน 3 คํา คอื น่ี นี้ นนั้ ซง่ึ ปรากฏในหลายตอน ดงั น้ี

ตัวอยางตอนท่พี ระอิศวรกลาวถงึ นนทก ทีใ่ ชน้ิวเพชรไลช้ฆี าเหลาเทวดาวา

...ไอน ่ีทําชอบมาชานาน เราจง่ึ ประทานพรให
มนั กลบั ทรยศกระบถใจ ทําการหยาบใหญถึงเพียงน้ี

นี้ เปน สรรพนามชี้เฉพาะอา งถงึ ทําการหยาบใหญ

102

ตอนที่นนทกถามนางสุวรรณอัปสรวา

...ประสงคส ิ่งใดจะใครรู ทาํ ไมมาอยทู น่ี ่ี
ขาเห็นเปน นาปรานี มารศรจี งแจง กิจจา

น่ี เปน สรรพนามช้ีเฉพาะอา งถงึ ทาํ ไมมาอยทู ี่

และตอนทน่ี างสวุ รรณอปั สรชวนนนทกราํ ตามวา

...ในการนักเลงเพลงฟอ น จ่งึ จะผอนดวยความเกษมสันต
ราํ ไดก็มารําตามกัน นัน่ แหละจะสมด่ังจนิ ดา

นั่น เปนสรรพนามชีเ้ ฉพาะอา งถึง ราํ ไดก ็มารําตามกนั

3.1.4 การใชคําบอกกาํ หนดชเ้ี ฉพาะ คอื คําทใ่ี ชต ามหลังตดิ กันกบั คํานามหรือ
ลักษณะนาม ใชระบเุ จาะจงส่งิ ที่กลา วมาแลวหรือกําลังจะกลาวตอไป มีจํานวน 3 คํา คือ น่ี น้ี
น้ัน ซ่งึ ปรากฏในหลายตอน ดังน้ี

ตอนทน่ี นทกขอพระราชทานน้วิ เพชรจากพระอศิ วร พระอิศวรคิดในใจวา

...อายน่ีมีชอบมาชานาน จาํ จะประทานพรให
คดิ แลว ก็ประสทิ ธพ์ิ รชัย จงไดสาํ เร็จมโนรถ

น่ี เปน สรรพนามชี้เฉพาะอา งถึง อาย (นนทก)

ตอนท่ีนนทกถูกเหลา เทวดาแกลงจึงเกิดความโกรธไดพูดข้ึนมาวา

...จนหวั ไมมีผมตดิ สุดคดิ ที่เราจะอดกล้ัน
วันน้ีจะไดเ ห็นกนั ขบฟน แลวชี้นิ้วไป

น้ี เปนสรรพนามชเ้ี ฉพาะอางถึง วัน

ตอนที่พระอนิ ทรเลา เรือ่ งนนทกใหพ ระอศิ วรฟง วา

เมอ่ื นัน้ หสั นยั นเ จาตรัยตรงึ ศา
เหน็ นนทกนัน้ ทําฤทธา ชีห้ มูเทวาวายปราณ…

น้ัน เปน สรรพนามช้ีเฉพาะอา งถึง นนทก

103

และตอนที่พระอิศวรตอบคาํ ถามของพระอนิ ทร โดยกลาวถงึ นนทกวา

...ไอน่ีทําชอบมาชานาน เราจงึ่ ประทานพรให
มันกลับทรยศกระบถใจ ทาํ การหยาบใหญถ งึ เพยี งน้ี

น่ี เปน สรรพนามช้ีเฉพาะอา งถึง ไอ (นนทก)

3.1.5 การใชคําท่ีเก่ียวกับจํานวน คือ คําพวกท่ีบอกจํานวนหรือลําดับ
มีจํานวน 2 คํา คือ สองมอื อางถึง ส่ีกร, สม่ี ือ และ สองกร อางถงึ มือย่สี บิ ไดแ ก ตอนท่ีนนทก
ตัดพอ ตอ วา พระนารายณไปวา

...ตัวขา มีมอื แตส องมือ ฤาจะสทู ั้งสี่กรได

แมนส่ีมือเหมือนพระองคท รงชัย ทไี่ หนจะทําไดด งั่ น้ี

และตอนที่พระนารายณพูดทา ทายนนทกวา

...มมี ือยี่สบิ ซา ยขวา ถือคทาอาวธุ ธนูศร
กจู ะเปน มนษุ ยแตสองกร ตามไปราญรอนชวี …ี

3.1.6 การใชตัวบง บอก คอื คาํ หรือวลีที่บงเฉพาะเจาะจงวา ส่ิงท่ผี ูพูดกลาวถึง
คอื ส่ิงทไ่ี ดก ลาวถึงมาแลวหรอื สง่ิ ทจ่ี ะกลา วถงึ ตอไป มจี าํ นวน 6 คาํ ไดแก ครั้นแลว, ตรัสแลว,
จะกลา วบทไป, ถามไป, ทูลไป และวาแลว ดังน้ี

มาจะกลาวบทไป ถึงนนทกนาํ้ ใจกลาหาญ
ตงั้ แตพ ระสยมภูวญาณ ประทานใหลา งเทา เทวา...

จะกลาวบทไป เปน ตัวบง บอกสงิ่ ทจี่ ะกลาวถงึ นนทก

เมือ่ น้นั พระอศิ วรบรมนาถา
ไดฟง องคอมรินทรา จงึ่ มบี ัญชาตอบไป
ไอนี่ทาํ ชอบมาชานาน เราจง่ึ ประทานพรให
มนั กลับทรยศกระบถใจ ทําการหยาบใหญถ ึงเพยี งน้ี
ดรู าพระนารายณเ รืองศรี
ตรสั แลว จ่ึงมบี ัญชา เปนทพ่ี งึ่ แกห มูเทวัญ…
ตวั เจาผมู ีฤทธี

104

ตอบไป เปนตัวบง บอกสง่ิ ทจ่ี ะกลาวถึง ไอน ี่ (นนทก)
ตรัสแลว เปน ตวั บงบอกส่ิงที่ไดกลา วถึงมาแลวคือ ไอน ่ี (นนทก)

3.1.7 การใชคําแทนท่ี คือ คําที่ใชแทนคําหรือขอความอื่น ใชแทนนามวลี
กริยาวลี หรือประโยคที่มาขางหนา คําแทนที่มักจะเปนคํานามหรือคํากริยา ซ่ึงมีความหมาย
เปรยี บเทยี บ เก่ียวเนอ่ื ง หรือขยายความของคําหรือขอความทแ่ี ทน มีดังน้ี

มาจะกลาวบทไป ถงึ นนทกน้ําใจกลาหาญ
ต้ังแตพระสยมภวู ญาณ ประทานใหล างเทาเทวา
อยบู ันไดไกรลาสเปนนจิ สุราฤทธ์ิตบหวั แลวลูบหนา …
คิดแลว ก็รบี เดนิ มา เฝา พระอศิ ราธิบดี

พระอศิ ราธิบดี เปน คําทใี่ ชแทนคาํ ขา งหนาคอื พระสยมภวู ญาณ

มาจะกลาวบทไป ถึงนนทกน้าํ ใจกลาหาญ
ตงั้ แตพระสยมภูวญาณ ประทานใหลา งเทาเทวา
อยบู นั ไดไกรลาสเปนนิจ สรุ าฤทธต์ิ บหัวแลว ลูบหนา…
...เปนชายดดู ูมาหมิน่ ชาย มติ ายก็จะไดเ หน็ หนา
คิดแลวกร็ บี เดนิ มา เฝาพระอิศราธบิ ดี

ชาย (คาํ แรก) เปน คําทีใ่ ชแทนคําขา งหนาคือ สุราฤทธ์ิ
ชาย (คาํ หลงั ) เปน คําท่ใี ชแทนคําขา งหนา คือ นนทก

เมือ่ น้ัน พระอิศวรบรมรังสวรรค
เหน็ นนทกโศกาจาบัลย พระทรงธรรมใ หค ิดเมตตา…

พระทรงธรรม เปน คําท่ใี ชแทนคาํ ขางหนา คอื พระอศิ วร

บัดนั้น นนทกผูใ จแกลว กลา
ไมรูวา นารายณแ ปลงมา กโ็ สมนัสสาพันทวี
ยม้ิ แลว จ่งึ กลา ววาสุนทร ดูกอนนางฟา เฉลิมศรี
เจา จกั ปรารมภไ ปไยมี พเ่ี ปนคนเกา พอเขาใจ…

พ่ี เปนคําทใี่ ชแทนคาํ ขางหนาคอื นนทก

105

เม่อื นั้น พระนารายณท รงสวสั ดิร์ ัศมี
ไดฟง จ่ึงตอบวาที กนู แี้ ปลงเปน สตรมี า
เพราะมงึ จะถึงแกความตาย ฉิบหายดว ยหลงเสนหา
ใชว า กลัวฤทธา ศกั ดาน้ิวเพชรนั้นเมือ่ ไร...
...ใหส ิน้ วงศพงศมึงอันศักดา ประจกั ษแกเ ทวาทกุ ราศี
วาแลวกวัดแกวงพระแสงตรี ภมู ีตัดเศยี รกระเด็นไป

ภูมี เปน คําท่ีใชแทนคําขางหนา คอื พระนารายณ

3.2 การละ
การละเปนการตัดหรือการละคํา.วลี.ประโยค.หรือขอความที่.ผูสงสารกับ

ผูรับสารรูกันดีอยูแลวออกซึ่งจะชวยใหภาษากระชับ.รัดกุมหรือไมเยิ่นเยอ.จากการวิเคราะห
กลอนบทละครเร่อื งรามเกียรติ์ ตอนนารายณปราบนนทกในประเด็นการละก็พบวา มีการละ
อยางชดั เจน ดังตัวอยางตอไปน้ี

มาจะกลาวบทไป ถึงนนทกนาํ้ ใจกลาหาญ

ต้งั แตพระสยมภวู ญาณ ประทานให  ลางเทาเทวา

 อยบู นั ไดไกรลาสเปน นิจ สรุ าฤทธ์ิตบหวั แลว ลูบหนา 

บา งให  ตกั นา้ํ ลางบาทา บางถอนเสน เกศา  วนุ ไป

จนผม  โกรนโลนเกลีย้ งถึงเพยี งหู  ดเู งาในนาํ้ แลว รอ งไห

 ฮดึ ฮัดขัดแคนแนนใจ ตา  แดงดั่งแสงไฟฟา

เปนชายดดู ูม าหม่นิ ชาย มิตายกจ็ ะไดเ หน็ หนา

 คดิ แลวก็รีบเดินมา เฝา พระอศิ ราธบิ ดี

 คอื การละคําของคาํ วา นนทก

เมอ่ื น้ัน พระสยมภวู ญาณเรอื งศรี
 ไดฟง นนทกพาที ภูมนี ่งิ นกึ ตรึกไป
อายนีม่ ีชอบมาชา นาน  จาํ จะประทานพรให
คดิ แลว  กป็ ระสทิ ธิพ์ รชยั จงไดสาํ เรจ็ มโนรถ

 คือการละคําของคาํ วา พระสยมภูวญาณ

106

คร้นั ถึงซงึ่ เชงิ ไกรลาส คนธรรพเ ทวราชฤๅษี
ก็ชวนกันยางเยื้องจรลี  เขา ไปยังทีอ่ ฒั จันทร
เม่ือ  จะไปกจ็ ับหัวสนั่
นนทกก็ลา งเทา ให  สรวลสันตเยาะเยย เฮฮา
 สัพยอกหยอกเลน เหมือนทุกวัน

 คือการละคําของคาํ วา คนธรรพเ ทวราชฤๅษี

บดั น้นั นนทกน้ําใจแกลวกลา
 กริว้ โกรธรองประกาศตวาดมา อนจิ จาขมเหงเลนทุกวัน
จนหวั  ไมมีผมติด สุดคดิ ท่เี ราจะอดกล้ัน
วันนจี้ ะไดเห็นกัน  ขบฟน แลวชน้ี ว้ิ ไป

 คือการละคําของคําวา นนทก

เม่ือนน้ั นางนารายณเยาวลักษณเสนหา
 ไดฟ งย่งิ ทาํ มารยา  ชาํ เลืองนัยนาแลวตอบไป

 คอื การละคําของคาํ วา นางนารายณ

3.3 การใชคาํ ศพั ท
จากการวิเคราะหกลอนบทละครเรื่องรามเกียรติ์.ตอนนารายณปราบนนทก

ในดานการใชศัพทเปนการทําใหเกิดการเช่ือมโยงความโดยใชคําศัพทท่ีสัมพันธกันทาง
ความหมาย ความขดั แยง เปน คาํ ยอ ยของกนั อธบิ ายลักษณะอาการของสิง่ น้นั และเปนคําที่อยู
ในทาํ เนยี บภาษาเดียวกัน ตวั อยางเชน

เหลอื บเห็นสตรีวไิ ลลักษณ พิศพกั ตรผ อ งเพียงแขไข

งามโอษฐงามแกมงามจไุ ร งามนัยนเ นตรงามกร

งามถนั งามกรรณงามขนง งามองคย ิ่งเทพอัปสร

งามจรติ กริ ิยางามงอน งามเอวงามออ นท้งั กายา

คําที่พมิ พตัวเนน ทงั้ หมดเปนคาํ ที่อธิบายลกั ษณะของ นางสวุ รรณอปั สร

เทพนมปฐมพรหมสี่หนา สอดสรอยมาลาเฉดิ ฉนิ

ทง้ั กวางเดินหงส กินรนิ เลียบถ้าํ อาํ ไพ

107

อีกชา นางนอนภมรเคลา ทัง้ แขกเตา ผาลาเพียงไหล
เมขลาโยนแกวแววไว มยุเรศฟอนในอมั พร
ลมพัดยอดตองพรหมนมิ ติ ทง้ั พิสมยั เรียงหมอน
ยา ยทา มัจฉาชมสาคร พระสีก่ รขวา งจักรฤทธริ งค
ฝา ยวา นนทกกร็ ําตาม ดวยความพสิ มัยไหลหลง
ถงึ ทานาคามวนหางวง ชตี้ รงถกู เพลาทนั ใด

คําที่พิมพต วั เนนทง้ั หมดเปนคาํ ทอี่ ธบิ ายลักษณะของ ทาราํ ไทย

...ชาตนิ ้ีมงึ มีแตส องหตั ถ จงไปอุบัติเอาชาติใหม
ใหสบิ เศยี รสิบพกั ตรเ กรียงไกร เหาะเหนิ เดินไดในอัมพร
มีมอื ยีส่ บิ ซายขวา ถอื คทาอาวธุ ธนูศร
กูจะเปน มนุษยแตสองกร ตามไปราญรอนชวี .ี ..

คําที่พิมพต ัวเนน ทง้ั หมดเปน คําทอี่ ธิบายลักษณะของ ทศกณั ฐ

3.4 การใชค ําเชอ่ื ม
การใชคําเชื่อมเปนคําท่ีใชเช่ือมระหวางประโยคเพื่อใหขอความ มีความ

ตอเนื่องและสัมพันธกัน.จากการวิเคราะหกลอนบทละครเร่ืองรามเกียรต์ิ.ตอนนารายณ
ปราบนนทกในดานการใชค าํ เชอ่ื มเพื่อเชอ่ื มโยงความ พบ 3 ลกั ษณะ ดงั น้ี

3.4.1 เช่ือมความขัดแยง เปนคําเชื่อมท่ีทําหนาท่ีเชื่อมขอความท่ีแยงกับ
ขอ ความท่กี ลา วมาขา งหนา ตัวอยางเชน

...ตวั กูกค็ ิดเมตตา แตจ ะไวชีวามึงไมได
ตรสั แลวแกวง ตรเี กรียงไกร แสงกระจายพรายไปดง่ั ไฟกาล

แต เปน คาํ เช่อื มความขดั แยง กบั ขอความที่กลาวมาขา งหนา

3.4.2 เชื่อมลําดับเวลา เปนคําเชื่อมที่ทําหนาท่ีเชื่อมขอความที่แสดงลําดับ
เวลากอ นหลัง ตวั อยางเชน

ครนั้ ถงึ จึ่งประณตบทบงสุ ทลู องคพระอิศวรเรืองศรี

วาพระองคเปนหลกั ธาตรี ยอมเมตตาปรานที ่วั พักตร. ..

108

เม่ือน้ัน พระอิศวรบรมรงั สวรรค
เห็นนนทกโศกาจาบลั ย พระทรงธรรมใ หคิดเมตตา…
นนทกนา้ํ ใจแกลวกลา
บดั นัน้ อนิจจาขม เหงเลนทุกวนั …
กริ้วโกรธรอ งประกาศตวาดมา ถึงนนทกนา้ํ ใจกลา หาญ
ประทานใหลา งเทา เทวา
มาจะกลา วบทไป สุราฤทธิ์ตบหวั แลวลูบหนา
ตั้งแตพ ระสยมภวู ญาณ บา งถอนเสนเกศาวนุ ไป…
อยูบ ันไดไกรลาสเปนนจิ ชอื่ กุมภกรรณชาญสมร
บางใหต ักนํา้ ลางบาทา มใิ หอ นาทรสักนาที
...อนั นอ งซง่ึ ถัดมานนั้
องคพระบติ ุเรศมารดร

คาํ เชอื่ มลําดับเวลากอ นหลัง คอื คําทพ่ี มิ พดวยตวั เนน

3.4.3 เชอ่ื มความเปน เหตเุ ปนผล เปนคําเชื่อมท่ีทําหนาที่เช่ือมขอความที่เปน
เหตเุ ปน ผล หรือผลของขอความที่กลา วมาขา งหนา ตวั อยางเชน

เมอ่ื นั้น องคพระนารายณน าถา
รับสง่ั ถวายบังคมลา ออกมาแปลงกายดวยฤทธี…
...ฝา ยวา นนทกก็รําตาม ดวยความพสิ มยั ไหลหลง
ถึงทา นาคามวนหางวง ชี้ตรงถูกเพลาทันใด
ขาหกั ลม ลงไมทนได
ดว ยเดชนว้ิ เพชรสิทธิศกั ด์ิ เหยยี บไวจะสังหารราญรอน…
นางกลายเปนองคนารายณไป พระนารายณบ รมนาถา
โทษามงึ ใหญหลวงนัก
เมื่อน้นั ไมเ กรงเดชพระอิศวรทรงจักร
ไดฟงจึ่งมีบัญชา โทษหนักถึงทบ่ี รรลยั …
ดวยทําโอหงั บังเหตุ พระนารายณทรงสวัสดิ์รศั มี
เอง็ ฆาเทวาสรุ ารักษ กูน้ีแปลงเปนสตรมี า
ฉบิ หายดวยหลงเสนหา
เมื่อนนั้ ศักดานว้ิ เพชรนั้นเมอ่ื ไร
ไดฟง จ่ึงตอบวาที
เพราะมึงจะถึงแกความตาย
ใชวา กลัวฤทธา

คําเชอ่ื มทที่ าํ หนาทเี่ ชอ่ื มขอความทเี่ ปนเหตุเปนผล คอื คําทพี่ ิมพดวยตวั เนน

109

โดยสรุป การวจิ ัยครงั้ น้เี ปน การศึกษาวเิ คราะหเฉพาะกลอนบทละคร เร่อื งรามเกียรต์ิ
ตอนนารายณป ราบนนทก พระราชนิพนธใ นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช
โดยดําเนนิ การศกึ ษาวเิ คราะหเกี่ยวกบั ศาสตรใ น 3 สาขา ไดแ ก สาขาสนุ ทรียศาสตร วิเคราะห
4 ดาน คอื ดานรสวรรณคดี วิเคราะห 2 แนวคดิ ไดแก รสวรรณคดสี ันสกฤต และรสวรรณคดี
ไทย ดา นโวหารภาพพจน วเิ คราะห 19 ชนิด ไดแก อุปมา อปุ ลักษณ สญั ลกั ษณ บคุ คลวตั หรอื
บุคลาธิษฐาน สมมุติภาวะ อติพจน หรืออธิพจน อวพจน อุปนิเษท นามนัย สัมพจนัย อุปมา
นิทัศน การอางถึง การแฝงนัย ปฏิพจน หรือวิภาษ ปฏิทรรศน หรืออรรถวิภาษ แนวเทียบ
สัทพจน ปฏิปุจฉา และอาวัตพากย สําหรับดานศิลปะการใชคํา วิเคราะห 3 ดาน ไดแก
คําสัมผัส คาํ ไวพจน และการซ้ําคํา และดานการสรางสรรคเน้ือเร่ือง วิเคราะห 6 ดาน ไดแก
ฉันทลักษณ.แกนเร่ือง.โครงเรื่อง.ตัวละคร.บทสนทนา.และฉาก.สําหรับสาขาสังคมศาสตร
วิเคราะหใ นแงวฒั นธรรม 4 ดา น ไดแ ก คตธิ รรม เนติธรรม วัตถุธรรม และสหธรรม และสาขา
ภาษาศาสตร วเิ คราะห 3 ดา น ไดแกดา นการสรางคํา ตามวิธีของไทย คือ คําประสม คําซอน
คาํ ซํ้า.และโดยการยมื วธิ กี ารสรางคํา.คือ.คําสมาส.คําสนธิ และคําแผลง.สําหรับดานประโยค
วเิ คราะหประโยคตามเจตนาในการส่ือสาร 9 ชนิด คือ ประโยคบอกใหท ราบ ประโยคเสนอแนะ
ประโยคสั่ง.ประโยคหาม.ประโยคชักชวน.ประโยคขู.ประโยคขอรอง.ประโยคคาดคะเน
และประโยคถาม.สวนดานสัมพันธสาร.วิเคราะหการเชื่อมโยงความ.4.ชนิด.คือ.การอางถึง
การละ การใชค าํ ศพั ท และการใชคําเช่อื ม

ผ ล ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห ใ น ค รั้ ง น้ี ทํ า ใ ห เ กิ ด ค ว า ม รู แ ล ะ เ ข า ใ จ เ กี่ ย ว กั บ . ส ห วิ ท ย า ก า ร
ดา นสนุ ทรียศาสตร ดา นสงั คมศาสตร และดานภาษาศาสตร ในกลอนบทละครเร่ืองรามเกียรติ์
ตอนนารายณปราบนนทกลกึ ซึ้งยง่ิ ขน้ึ และไดแนวทางที่จะศึกษาสหวทิ ยาการในกลอนบทละคร
เรอื่ งรามเกียรติ์ในตอนอื่นๆ ตอไป

บทที่ 5

สรปุ ผล อภิปรายผล และขอเสนอแนะ

วิจยั เรื่อง.“สหวทิ ยาการในกลอนบทละครเร่ืองรามเกียรติ์ ตอนนารายณป ราบนนทก”
ฉบับนี้ ไดแบงการนําเสนอออกเปน 5 บท ไดแก บทนํา เอกสารและงานวิจัยท่ีเกี่ยวของ
วธิ ีดําเนินการวิจัย.สหวิทยาการในกลอนบทละครเรื่องรามเกียรติ์.ตอนนารายณปราบนนทก
และสรุปผล อภิปรายผล และขอเสนอแนะ สําหรับการนําเสนอผลการวิจัยในบทนี้ ผูวิจัยแบง
ประเดน็ สาํ คญั ออกเปน 3 ประเด็นหลัก ดงั นี้

1. สรุปผล
2. อภปิ รายผล
3. ขอเสนอแนะ

สรุปผล
ผวู จิ ัยตั้งวัตถปุ ระสงคใ นการวิจยั เพ่ือศึกษาวิเคราะหสหวิทยาการในกลอนบทละคร

เร่ืองรามเกียรติ์.ตอนนารายณปราบนนทก.ไดแก.1).สุนทรียศาสตร,.2).สังคมศาสตร.
และ 3) ภาษาศาสตร โดยใชข อมลู ภาษาท่เี ปน ตัวบทวรรณคดรี อ ยกรองไทย คือ กลอนบทละคร
เรื่องรามเกียรติ์.ตอนนารายณปราบนนทก.วรรณคดีไทย.ในรายวิชา.ท22101.ภาษาไทย
ช้ั น มั ธ ย มศึ ก ษ า ป ที่ . 2 . ต า มห ลั ก สู ต ร แ ก น ก ล าง ก า ร ศึ ก ษ า ข้ั น พ้ืน ฐ าน . พุ ท ธ ศั ก ร าช . 2 5 5 1
พระราชนิพนธในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช.แนวคิดและทฤษฎีท่ีใช
เปนหลักในการวิเคราะห คือ สหวิทยาการเรื่องรามเกียรต์ิ ในกลอนบทละครตอนนารายณ
ปราบนนทก โดยจะดําเนินการศึกษาวิเคราะหเก่ียวกับศาสตรใน 3 สาขา คือ สุนทรียศาสตร
สังคมศาสตร และภาษาศาสตร ผลการวิจยั ทําใหเกิดความรูความเขาใจเก่ียวกับสหวิทยาการ
ดา นสนุ ทรยี ศาสตร ดานสังคมศาสตร และดานภาษาศาสตร ในกลอนบทละครเร่ืองรามเกียรต์ิ
ตอนนารายณป ราบนนทก ไดแนวทางทีจ่ ะศกึ ษาสหวิทยาการในกลอนบทละครเรือ่ งรามเกียรต์ิ
พระราชนิพนธในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราชฉบับเต็ม และสามารถใช
ผลการวจิ ัยครัง้ นี้ไปใชประกอบการเรยี นการสอนในวชิ าภาษาไทยทกุ ระดับช้ัน ผลการวิจัยสรุป
ได 3 ประเดน็ หลักๆ ไดแก

1..สุนทรียศาสตร.ไดแบงสาระสําคัญออกเปน.4.ดาน.ไดแก.ดานรสวรรณคดี
ไดวิเคราะหรสวรรณคดีสันสกฤตที่ สะทอนใหเห็นถึง รสความรัก.รสความขบขัน
รสความโศกเศรา.รสความโกรธแคน.รสความกลาหาญ.รสความกลัว.รสความแปลก

111

ประหลาดใจ.และไดวิเคราะหรสวรรณคดีไทยที่สะทอนใหเห็นถึงรสการชมโฉมชมความงาม
รสความรัก.รสความไมพอใจ.และรสความโศกเศรา.สําหรับดานโวหารภาพพจน.ไดสะทอน
ใหเห็นถึงโวหารอุปมา.อุปลักษณ.อติพจน.และนามนัย.สําหรับดานศิลปะการใชคําไดสะทอน
ใหเ หน็ ถงึ การใชคาํ สมั ผสั คาํ ไวพจน และการซาํ้ คาํ และดานการสรางสรรคเนื้อเรื่องไดสะทอน
ใหเ หน็ ถงึ ฉันทลกั ษณ แกนเรือ่ ง โครงเรอ่ื ง ตวั ละคร บทสนทนา และฉาก

2. สังคมศาสตร ไดแ บงสาระสาํ คัญออกเปน 4 สาขา ไดแ ก สาขาคตธิ รรมไดสะทอน
ใหเห็นคติธรรม ในเร่ืองการขาดคุณธรรมดานความเมตตากรุณา ความประมาท กิเลสพวก
โทสะ รปู ตณั หา และความเช่อื ในเรอื่ งการกลับชาตมิ าเกดิ ใหม สาขาเนติธรรม ไดสะทอนใหเ หน็
เนตธิ รรมทเ่ี ปนกฎระเบยี บในการลงโทษผูฝาฝน เพื่อใหคนในสังคมอยูรวมกันไดอยางปกติสุข
สาขาวัตถุธรรม ไดสะทอนใหเห็นวัตถุธรรมตางๆ ไดแก บันได อางน้ํา ขันน้ํา บาน กระจกเงา
และอาวธุ และสาขาสหธรรม สะทอนใหเหน็ สหธรรมทเ่ี ปนแบบแผนความประพฤติที่ยอมรับกัน
ดวี า มีความเหมาะสม ไดแก การทําความสะอาดเทาหรือการถอดรองเทากอนเขาบาน การไป
ลามาไหว และทารําไทยหรอื รําแมบท

3..ภาษาศาสตร.ไดแบงสาระสําคัญออกเปน.3.ดาน.ไดแก.ดานการสรางคํา
ไดสะทอนใหเห็นภาษาศาสตรที่เปนคําประสม.คําซอน.คําซํ้า.คําสมาส.คําสนธิ.และคําแผลง
ดา นประโยค.ไดส ะทอ นใหเหน็ ภาษาศาสตรทีเ่ ปน ประโยคบอกใหท ราบ.ประโยคสั่ง.ประโยคหาม
ประโยคชักชวน.ประโยคขู.ประโยคขอรอง.ประโยคคาดคะเน.และประโยคถาม.และดาน
สัมพนั ธสาร.ไดส ะทอนใหเห็นภาษาศาสตรท่ีเปนการอางถึง.การละ.การใชคําศัพท.และการใช
คําเชือ่ ม

อภิปรายผล
การวิจัยครั้งน้ีผูวิจัยไดแนวคิดและทฤษฎีสหวิทยาการจากผลงานการศึกษาคนควา

และการวิจัยของนักการศึกษาหลายทาน โดยไดเลือกใชความรูสาขาสุนทรียศาสตร
สงั คมศาสตร และภาษาศาสตร ในการวเิ คราะหกลอนบทละครเร่ืองรามเกียรติ์ ตอนนารายณ
ปราบนนทกในหลายแงมมุ โดยสาขาสนุ ทรยี ศาสตร ไดกาํ หนดขอบเขตของการศึกษาวิเคราะห
ไว 4 ดา น ไดแ ก รสวรรณคดี ไดวิเคราะหร สของวรรณคดสี ันสกฤตและวรรณคดีบาลีออกเปน
9.รสและวรรณคดีไทยอีก.4.รส.ตามแนวคิดของ.เสาวภา.ธานีรัตน.(2553).โวหารภาพพจน
ไดวิเคราะหโวหารภาพพจนชนิดตางๆ จํานวน 19 ชนิด ตามแนวคิดของ สมเกียรติ รักษมณี
(2551) ศิลปะการใชค ํา ไดว ิเคราะหคําสมั ผสั ตามแนวคดิ ของ สมเกียรติ รักษมณี (2551) สวน
คําไวพจน.ไดวิเคราะหตามแนวคิดของ.ปยะฤกษ.บุญโกศล.(ส่ือออนไลน).และการซ้ําคํา

112

ไดวิเคราะหตามแนวคิดของ กัลยาณี ถนอมแกว (ส่ือออนไลน) และการสรางสรรคเน้ือเร่ือง
ไดสังเคราะหการสรางสรรคเน้ือเรื่อง ในดาน ฉันทลักษณ แกนเรื่อง.โครงเร่ือง ตัวละคร
บทสนทนา และฉาก ตามแนวคิดของนักการศึกษาหลายทาน.สําหรับสาขาสังคมศาสตร
ไดวิเคราะหวัฒนธรรมออกเปน 4 สาขา ไดแก คติธรรม เนติธรรม วัตถุธรรม และสหธรรม
ตามแนวคิดของ เสาวภา ธานีรัตน (2553) และสาขาภาษาศาสตร ไดกําหนดขอบเขตของ
การศึกษาวิเคราะหไว 3 ดาน ไดแก การสรางคํา ประโยค และสัมพันธสาร ตามแนวคิดของ
วรวรรธน ศรยี าภัย (2556)

จากการวิเคราะหกลอนบทละครเรื่องรามเกียรต์ิ ตอนนารายณปราบนนทก
ตามแนวคิดของนักการศึกษาหลายทาน ทําใหทราบวาเปนบทวรรณคดีท่ีศึกษา ไดรวบรวม
ความรูสาขาสุนทรียศาสตร สังคมศาสตร และภาษาศาสตร เขาไวดวยกัน ทําใหเห็นมิติของ
ความรูที่แฝงอยูในวรรณคดีกับชีวิตจริงในหลายแงมุม ซึ่งสอดคลองกับแนวคิดและทฤษฎี
สหวิทยาการดังท่ีกลาวมาขางตน การศึกษาวรรณคดีแบบสหวิทยาการ ถือไดวาเปนปจจัย
สําคัญปจ จัยหน่ึงที่สงผลใหวรรณคดีไทยมคี ณุ คา เพมิ่ มากขน้ึ นอกจากนน้ั ยังพบประเด็นสําคัญ
ท่ยี ังไมไดกลา วไวในผลการวิจยั ดงั น้ี

1. จากการวิเคราะหสหวิทยาการในกลอนบทละครเรื่องรามเกียรต์ิ ตอนนารายณ
ปราบนนทก พบวา ผูประพันธไดรวบรวมความรูสหวิทยาการหลากหลายสาขาวิชาเขาไว
ดวยกัน ทัง้ สนุ ทรยี ศาสตร สงั คมศาสตร และภาษาศาสตร ทําใหผูที่ไดศึกษาเกิดความรูความ
เขาใจทงั้ ในสว นขององคประกอบยอยและองครวม เห็นความเช่ือมโยงสัมพันธกันของศาสตร
สาขาตา งๆ

2..จากการศึกษาและสืบคนขอมูลดานสหวิทยาการจากเอกสารและงานวิจัย
ท่ีเกี่ยวของทั้งทางอินเทอรเน็ต และจากสํานักหองสมุดของสถาบันตางๆ ในประเทศไทย
พบวา เอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวของสวนใหญจะมีการศึกษาความรูเฉพาะดานหรือเฉพาะ
สาขาใดสาขาหนึง่ เทา น้ัน ยงั ไมเ คยมใี ครศกึ ษาสหวิทยาการในลักษณะเดียวกับผวู ิจัยทาํ มากอ น

3. จากการวิเคราะหภาษาศาสตรในกลอนบทละครเรื่องรามเกียรติ์ ตอนนารายณ
ปราบนนทก โดยเฉพาะสัมพันธสาร เปนการวิเคราะหการเชื่อมโยงความ ตามแนวคิดของ
วรวรรธน ศรียาภัย (2556) พบวา มีลักษณะของการอานคิดวิเคราะหและเช่ือมโยง
ความสมั พันธระหวางขอความตางๆ เชนเดียวกับแนวขอสอบของระบบสอบเขามหาวิทยาลัย
วิชาขอสอบความถนัดทั่วไป.(General.Aptitude.Test.หรือ.GAT).สวนท่ีเปนภาษาไทย.และ
เ ช น เ ดี ย ว กั บ แ น ว ข อ ส อ บ ข อ ง โ ค ร ง ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล นั ก เ รี ย น น า น า ช า ติ .( Programme.for
International Student Assessment หรอื PISA)

113

ขอ เสนอแนะ
1. ครูผูสอนวิชาภาษาไทยควรจัดกิจกรรมการเรียนการสอนใหนักเรียนไดทํางาน

รว มกนั ฝกทกั ษะการวเิ คราะหสหวิทยาการจากบทวรรณคดี หรอื บทความตางๆ ใหนักเรียนได
เห็นถึงการเชื่อมโยงของแตละสาขาวิชา กอใหเกิดความคิดสรางสรรคทางภาษา ทั้งดานคิด
คลอง คิดยดื หยุน และคิดรเิ รมิ่ .สามารถแกไ ขปญ หาตา งๆ ไดโดยใชค วามรูจากหลายสาขาวชิ า

2..ควรมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสหวิทยาการในกลอนบทละครเร่ืองรามเกียรติ์
ฉบับเต็ม หรือวรรณคดีเร่ืองอื่นๆ ในวงกวาง เพ่ือสงเสริมใหวรรณคดีไทยมีคุณคาควรแก
การศึกษาเพ่ิมมากข้ึน

3. ครูผูสอนทุกกลุมสาระการเรียนรูที่รับผิดชอบนักเรียนที่จะสอบวิชาขอสอบ
ความถนัดทั่วไป.(GAT).และโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ.(PISA).ควรไดศึกษา
สัมพันธสารกอนท่ีจะวางแผนหรือออกแบบการเรียนรูใหนักเรียนไดฝกทักษะในการอาน
จับใจความ การคิดวิเคราะห และสังเคราะหความเช่ือมโยงสัมพันธของประเด็นและสาระ
สาํ คัญตางๆ เพ่อื ยกระดับผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนของนักเรียนใหสูงข้ึนและมีความพรอมท่ีจะ
เขา สอบ GAT และ PISA ตอ ไป

บรรณานกุ รม

115

บรรณานกุ รม

กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2544). บูรณาการขามวิชา: การวางแผนและการจัดการเรียนใน
ชัน้ เรยี น. กรุงเทพ ฯ: โรงพมิ พค ุรุสภาลาดพราว.

________. (2554). หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 2 (พมิ พคร้ังท่ี 2). กรุงเทพ ฯ: สกสค. ลาดพรา ว.

กัลยา พลายชุม. (2538). วิเคราะหอุเทนคําฉันทของพระสมุหหนู ฉบับศูนยวัฒนธรรม
ภาคใต. ปริญญานพิ นธ กศ.ม., มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒภาคใต, สงขลา.

กัลยาณี.ถนอมแกว. (2553)..การซํ้าคํา..สืบคนเมื่อ.10.มกราคม.2556,.จาก.http://www.
gotoknow.org/posts/343068

กาญจนา เรืองทงุ และธรี าพร ขวญั คง. (2548). รสวรรณคดไี ทยจากเนื้อรองเพลงไทยเดิม
ทม่ี าจากวรรณคดีไทยเรอ่ื งขุนชางขนุ แผน อเิ หนา และพระอภัยมณี. การศึกษา
คนควา ดวยตนเอง, ศศ.ม., มหาวทิ ยาลยั นเรศวร, พิษณโุ ลก.

กิตติ.รตั นราษี..(2550)..การจัดการเรียนรแู บบบูรณาการ..กรงุ เทพ.ฯ:.ฝายวชิ าการ โรงเรียน
เทคโนโลยีสยาม.

กรี ติ บุญเจอื . (2522). ปรชั ญาศลิ ปะ. กรงุ เทพ ฯ: ไทยวฒั นพานิช.
จงกล ชาญประเสริฐ. (2542). การเปล่ียนแปลงทางเสียงของคําและการสรางคําใน

รามเกยี รต.์ิ วทิ ยานิพนธ, กศ.ม., มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม, มหาสารคาม.
จรัลวิไล.จรูญโรจน..(2548)..ภาษาศาสตรเบื้องตน..กรุงเทพมหานคร:.มหาวิทยาลัย

เกษตรศาสตร
จนิ ดา เฮงสมบูรณ. (2542). ภาษาศาสตรเบื้องตน. กรงุ เทพ ฯ: สุวีรยิ าสาสน .
จุมพล.สวัสดิยากร..(2520)..หลักและวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร..กรุงเทพ.ฯ:.โรงพิมพ

สวุ รรณภมู ิ.
ฉัตรชัย วองกสิกรณ. (2529). การวิเคราะหบทละครเรื่องรามเกียรต์ิพระราชนิพนธใน

พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟาจุฬาโลก. ปริญญานิพนธ กศ.ม., มหาวิทยาลัย
ศรนี ครินทรวโิ รฒประสานมิตร, กรงุ เทพ ฯ.
ฑติ ยา สุวรรณะชฎ. (2527). สงั คมวทิ ยา. กรงุ เทพ ฯ: ไทยวัฒนาพานชิ .
ธนันต พิสัยสวัสดิ์. (2531). การวิเคราะหวรรณคดีอีสาน เร่ือง ขุนทึง. ปริญญานิพนธ
กศ.ม., มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒพษิ ณโุ ลก, พิษณโุ ลก.

116

ธวัช ปุณโณทก. (2547). แนวทางการศึกษาวรรณกรรมปจ จุบัน. กรุงเทพ ฯ: ไทยวัฒนา-
พานชิ .

นงลักษณ.แชมโชติ..(2521)..หาสยรสในวรรณกรรมรอยกรองของไทยสมัยรัตนโกสินทร
พ.ศ..2325.–.พ.ศ..2475..ปริญญานิพนธ.กศ.ม.,.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,
กรงุ เทพ ฯ.

นราธิปพงศประพันธ,.พระเจาวรวงศเธอ.กรมหม่ืน..(2529).."สังคมศาสตรคืออะไร".ใน
สงั คมศาสตร ปรทิ ัศน ฉบบั ครบรอบ 30 ป. ภูวดล ทองประเสริฐ,บรรณาธิการ.
กรงุ เทพ ฯ: สมาคมสงั คมศาสตรแ หง ประเทศไทย.

นิยะดา เหลาสุนทร. (2526). รามเกียรต.ิ์ ศิลปวฒั นธรรม, 5(2), 84-97.
บุญธรรม.กิจปรีดาบริสุทธ์ิ..(2540)..ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร..นครปฐม:.คณะ

สงั คมศาสตรและมนษุ ยศาสตร มหาวทิ ยาลยั มหิดล.
ปยะฤกษ.บุญโกศล..(2554)..คําไวพจน..สืบคนเมื่อ.15.มกราคม.2556,.จาก.krupiyarerk.

wordpress.com/category/เรยี นภาษาไทยนา รกู ับค/คาํ ไวพจน-คอื /
เปลื้อง.ณ.นคร..(2541)..ศิลปะแหงการประพันธ.(พิมพครั้งที่.3)..กรุเทพ.ฯ:.สํานักพิมพ

ขา วฟา ง.
พดุงศักดิ์.คชสําโรง..(มปป.)..การตัดสินทางสุนทรียศาสตร..สืบคนเม่ือ.5.มกราคม.2556,

จาก www1.finearts.cmu.ac.th/FOFAnew/e_learn/aesthetics/109115_05.doc
พนมไพร เทพจิตรและคณะ. (2548). วิเคราะหโ วหารภาพพจน ในพระอภัยมณีของสุนทร

ภ.ู การศกึ ษาคนควา ดว ยตนเอง, ศศ.ม., มหาวทิ ยาลยั นเรศวร, พษิ ณุโลก.
พรรณี กมั มสุทธ์ิ. (2544). บทบาทความเปนผูนําของพระรามในรามเกียรติ์. วิทยานิพนธ

ศศ.ม., มหาวิทยาลัยรามคาํ แหง, กรุงเทพ ฯ.
พระราชวรมุนี.(ประยูร.ธมฺมจิตฺโต)..(2540)..ปรัชญากรีก:.บอเกิดภูมิปญญาตะวันตก

(พมิ พครงั้ ที่ 3). กรงุ เทพ ฯ: สาํ นกั พิมพส ยาม.
พิศมัย รตั นวรรณ. (มปป.). สุนทรียศาสตรและสุนทรียภาพ. สบื คนเม่ือ 15 มกราคม 2556.

จาก http://www.gotoknow.org/posts/292695.
พิศวง ธรรมพนั ทา. (2523). สงั คมวิทยาเบื้องตน (สังคม 101). กรุงเทพฯ: โอเดยี นสโตร.
พูนพงษ งามเกษม. (มปป.). หลักภาษาไทย (เอกสารอัดสําเนา). พิษณุโลก: คณะมนุษย-

ศาสตรแ ละสังคมศาสตร มหาวทิ ยาลยั นเรศวร.

117

เพลินตา.[นามแฝง]..(2539)..โรงเรียนนักเขียน.(พิมพคร้ังท่ี.4)..กรุงเทพ.ฯ:.สํานักพิมพ
ไรเตอร.

ไพโรจน.บุญประกอบ..(2539)..การเขียนสรางสรรค.เรื่องส้ัน-นวนิยาย..กรุงเทพฯ:
สาํ นกั พมิ พดอกหญา

มณีปน พรหมสุทธิรักษ. (2530). นารายณ 20 ปางเปนตนเร่ืองรามเกียรต์ิแนหรือ?.
ศลิ ปวฒั นธรรม, 8(8), 32-38.

ยุพร.แสงทักษิณ..(2538)..วรรณกรรมปจจุบัน.(พิมพค ร้ังท่ี.8)..กรุงเทพ ฯ:.โรงพิมพคุรุสภา
ลาดพราว.

ราชบณั ฑิตยสถาน..(2546)..พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน.พ.ศ..2542..กรุงเทพ.ฯ:
นานมีบคุ สพ บั ลเิ คชน่ั ส.

________. . ( 2 5 3 0 ) . . ห นั ง สื อ พ จ น า นุ ก ร ม ศั พ ท ศิ ล ป . ฉ บั บ ไ ท ย -อั ง ก ฤ ษ . . ก รุ ง เ ท พ . ฯ :
ราชบณั ฑิตยสถาน.

เรวัตร แมน ผล. (2547). การพฒั นาบุคลากรในการจัดการเรียนการสอนบูรณาการแบบ
สหวทิ ยาการ โรงเรยี นบานขนาดมอญ อําเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร. การศึกษา
คนควา อิสระ กศ.ม., มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม, 2547, มหาสารคาม.

ลักษณะวัติ.ปาละรัตน..(2553)..สุนทรียศาสตร.(พิมพคร้ังที่.2)..กรุงเทพ.ฯ:.มหาวิทยาลัย
รามคาํ แหง.

วงเดอื น สขุ บาง. (2542). การศกึ ษาพระปฐมสมโพธิกถาในแนวสุนทรียะ. ปริญญานิพนธ
กศ.ม., มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ, กรงุ เทพ ฯ.

วรวรรธน ศรียาภัย. (2556). การวิเคราะหภาษาไทยตามแนวภาษาศาสตร. นนทบุรี:
สมั ปชัญญะ.

________. (2554). ภาษาเพื่อการประยุกตใ ช. นนทบรุ ี: สมั ปชญั ญะ.
วัฒนพร ระงับทุกข. (2542). แผนการสอนที่เนนผูเรียนเปนศูนยกลาง (พิมพคร้ังท่ี 2).

กรุงเทพ ฯ : เลฟิ แอนลพิ เพรส.
วาสนา เกตุภาค. (มปป.). การเขยี น. กรุงเทพ ฯ: โอเดียนสโตร.
วิกิพีเดีย.สารานุกรมเสรี..(2556)..กลอน..สืบคนเมื่อ.5.มกราคม.2556,.จาก.th.wikipedia.

org/wiki/กลอน
________..(2556)..ภาษาศาสตร..เขาถึงเมื่อวันท่ี.8.มกราคม.2556,.จาก.th.wikipedia.org/

wiki/ภาษาศาสตร

118

________..(2552)..องคประกอบของการเขียนบทภาพยนตร..สืบคนเมื่อ.15.มกราคม
2556,.จาก th.wikipedia.org/wiki/บทภาพยนตร

วิทยาลัยทองสุข..(2554)..งานวิจัยแบบสหวิทยาการ..สืบคนเมื่อ.20.มีนาคม.2555,.จาก
http://www.thongsook.ac.th/download/Research1.pdf

วิ ไ ล ว ร ร ณ . ข นิ ษ ฐ า นั น ท . . ( 2 5 2 4 ) . . ภ า ษ า แ ล ะ ภ า ษ า ศ า ส ต ร . . ก รุ ง เ ท พ ฯ : . สํ า นั ก พิ ม พ
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.

ศรวี ไิ ล พลมณี. (2545). ภาษาและการสอน. กรงุ เทพ ฯ: เคลด็ ไทย.
ศรีสรุ างค พูลทรพั ย และสุมาลย บานกลวย. (2525). ลักษณะความเปนมาและพฤติกรรม

ของตัวละครในบทละครรามเกียรติ์.พระราชนิพนธรัชกาลที่.1..กรุงเทพ.ฯ:
สถาบันไทยคดศี ึกษา มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.
ศิริพร.มณีชูเกตุ..(2542)..เอกสารประกอบการสอน.ภาษาศาสตรเบื้องตน.(209201).
พษิ ณุโลก: คณะมนุษยศาสตรแ ละสังคมศาสตร มหาวทิ ยาลยั นเรศวร.
สมเกยี รติ รักษม ณี. (2551). ภาษาวรรณศิลป (พมิ พครั้งท่ี 3). กรุงเทพ ฯ: สายนา้ํ ใจ.
สมเกียรติ แสงอรณุ เฉลิมสุข. (มปป.). การเขียนบันเทิงคดี. สืบคนเม่ือ 15 มกราคม 2556,
จาก http://203.172.198.146/other_web/Thai/Thai03/write7.html
สายทิพย.นุกูลกิจ..(2537)..วรรณกรรมไทยปจจุบัน..กรุงเทพ.ฯ:.คณะมนุษยศาสตร
มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ.
สุ ช า ติ . สุ ท ธิ . . ( 2 5 3 5 ) . . ก า ร เ รี ย น รู ท า ง ก า ร เ ห็ น . พ้ื น ฐ า น ก า ร วิ จ า ร ณ ท า ง ทั ศ น ศิ ล ป .
กรงุ เทพ ฯ: สาํ นักพิมพโ อเดียนสโตร.
สุพรรณี.โกศัลวัฒน. .(2530)..วรรณกรรม:.หลักและวิธีการ..เชียงใหม: .คณะมนุษยศาสตร
มหาวิทยาลยั เชียงใหม.
สํานักงานสภาสถาบันราชภัฏ..(2546)..เอกสารประกอบการสอนหมวดวิชาการศึกษาทัว่ ไป
รายวชิ า.2000102.สนุ ทรียภาพของชีวติ ..กรุงเทพ.ฯ: สาํ นักงานสภาสถาบนั ราชภัฏ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.
สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา..(2549)..หนังสืออุเทศภาษาไทย.ชุด.บรรทัดฐาน
ภาษาไทย.เลม.2:.คํา.การสรางคําและการยืมคํา..กรุงเทพ.ฯ:.โรงพิมพคุรุสภา
ลาดพราว.
สาํ ลี.รกั สุทธแิ ละคณะ..(2544)..เทคนคิ วิธีการพัฒนาหลักสูตรแบบบูรณาการ..กรุงเทพ.ฯ:
พฒั นาศึกษา.

119

เสาวภา.ธานรี ัตน..(2553)..วรรณกรรมศึกษา.ตอน.การศึกษาวรรณคดี..นครศรีธรรมราช:
คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.

หนว ยศึกษานิเทศก กรมสามัญศึกษา. (2543). ยุทธศาสตรการเรียนรูแบบบูรณาการสูครู
มืออาชีพ แกนนําปฏิรูปการเรียนรูตาม พ.ร.บ. การศึกษาแหงชาติ 2542.
กรุงเทพ ฯ: อบุ ลออฟเซทการพมิ พ.

อรทัย มลู คาํ และคณะ. (2542). CHILD CENTERED: STORYLINE METHOD: การบูรณาการ
หลักสูตรและการเรียนการสอน.โดยเนนผูเรียนเปนศูนยกลาง..กรุงเทพ.ฯ:
ดวงกมลสมัย.

ภาคผนวก

121

กลอนบทละครเรื่องรามเกยี รต์ิ ตอนนารายณปราบนนทก

มาจะกลาวบทไป ถงึ นนทกนา้ํ ใจกลาหาญ

ต้ังแตพระสยมภูวญาณ ประทานใหล างเทาเทวา

อยูบันไดไกรลาสเปนนิจ สุราฤทธต์ิ บหัวแลว ลบู หนา

บางใหต ักนา้ํ ลางบาทา บา งถอนเสนเกศาวุนไป

จนผมโกรนโลนเกลีย้ งถงึ เพยี งหู ดูเงาในนา้ํ แลว รองไห

ฮึดฮดั ขัดแคนแนน ใจ ตาแดงดงั่ แสงไฟฟา

เปน ชายดดู มู าหมนิ่ ชาย มติ ายก็จะไดเ ห็นหนา

คิดแลวกร็ ีบเดนิ มา เฝา พระอศิ ราธบิ ดี

ฯ 8 คาํ ฯ เสมอ

ครั้นถึงจ่ึงประณตบทบงสุ ทลู องคพ ระอศิ วรเรอื งศรี
วา พระองคเ ปน หลกั ธาตรี ยอมเมตตาปรานที ั่วพกั ตร
ผูใ ดทําชอบตอ เบื้องบาท กป็ ระสาททั้งพรแลยศศกั ดิ์
ตวั ขา ก็มีชอบนัก ลางเทาสรุ ารกั ษถ งึ โกฏปิ 
พระองคผ ทู รงศักดาเดช ไมโปรดเกศแกขาบทศรี
กรรมเวรสิง่ ใดด่ังนี้ ทลู พลางโศกีรําพัน

ฯ 6 คํา ฯ โอด

เม่ือน้นั พระอศิ วรบรมรงั สวรรค
เห็นนนทกโศกาจาบลั ย พระทรงธรรมใหคิดเมตตา
จึง่ มีเทวราชบรรหาร เอง็ ตอ งการสิ่งไรจงเรงวา
ตัวกจู ะใหด ่งั จนิ ดา อยา แสนโศกาอาลยั

ฯ 4 คํา ฯ

บัดนัน้ นนทกผมู อี ัชฌาสัย
นอ มเศียรบังคมแลว ทูลไป จะขอพรเจาไตรโลกา
ใหนิว้ ขา เปน เพชรฤทธี จะชใ้ี ครจงมวยสังขาร
จะไดร องเบอื้ งบาทา ไปกวา จะสนิ้ ชวี ี

ฯ 4 คาํ ฯ

122

เมื่อนน้ั พระสยมภูวญาณเรืองศรี
ไดฟง นนทกพาที ภมู นี ิ่งนึกตรึกไป
อายนม่ี ีชอบมาชานาน จาํ จะประทานพรให
คดิ แลวกป็ ระสทิ ธิ์พรชัย จงไดส าํ เร็จมโนรถ

ฯ 4 คํา ฯ

บดั นั้น นนทกผใู จสาหส
รับพรพระศุลมี ยี ศ บังคมแลวบทจรไป
ฯ 2 คํา ฯ เสมอ

ครั้นถึงบนั ไดไกรลาส ขัดสมาธนิ ง่ั ยมิ้ ริมอางใหญ
คอยหมูเทวาสรุ าลยั ดวยใจกําเรบิ อหงั การ

ฯ 2 คํา ฯ

เม่ือนนั้ เทวาสุราฤทธิท์ กุ ทิศา
สุบรรณคนธรรพว ทิ ยา ตา งมาเฝาองคพ ระศลุ ี
ฯ 2 คํา ฯ เหาะ

ครน้ั ถงึ ซึ่งเชงิ ไกรลาส คนธรรพเ ทวราชฤๅษี
ก็ชวนกันยา งเยอ้ื งจรลี เขา ไปยังทอี่ ฒั จนั ทร

ฯ 2 คาํ ฯ

นนทกกล็ างเทาให เมื่อจะไปกจ็ บั หวั ส่ัน

สพั ยอกหยอกเลนเหมือนทกุ วัน สรวลสันตเ ยาะเยยเฮฮา

ฯ 2 คาํ ฯ เจรจา

บดั นั้น นนทกนาํ้ ใจแกลว กลา
กริ้วโกรธรอ งประกาศตวาดมา อนิจจาขมเหงเลน ทุกวนั
จนหวั ไมมผี มติด สดุ คิดทเ่ี ราจะอดกล้ัน
วันนีจ้ ะไดเห็นกัน ขบฟนแลว ช้นี ว้ิ ไป

ฯ 4 คํา ฯ

123

ตองสบุ รรณเทวานาคี ดงั่ พษิ อสุนีไมทนได
ลมฟาดกลาดเกล่อื นลงทันใด บรรลยั ไมท ันพริบตา
ฯ 2 คํา ฯ โอด

เมอ่ื นั้น หสั นยั นเ จาตรยั ตรึงศา
เหน็ นนทกนนั้ ทําฤทธา ชี้หมเู ทวาวายปราณ
ตกใจตะลึงรําพงึ คิด ใครประสทิ ธใ์ิ หม นั สงั หาร
คิดแลว ขน้ึ เฝาพระทรงญาณ ยังพมิ านรตั นรจู ี

ฯ 4 คํา ฯ เสมอ

ครน้ั ถึงจึง่ ประณตบทบงสุ ทลู องคพ ระอิศวรเรอื งศรี
วานนทกมันทําฤทธี ชีห้ มูเทวาบรรลยั
อันซ่ึงน้วิ เพชรของมนั พระทรงธรรมป ระทานฤาไฉน
จึง่ ทําอาจองทะนงใจ ไมเ กรงใตเ บ้ืองบาทา

ฯ 4 คาํ ฯ

เมอื่ นนั้ พระอิศวรบรมนาถา
ไดฟ ง องคอมรินทรา จึง่ มบี ญั ชาตอบไป
ไอนีท่ าํ ชอบมาชานาน เราจงึ่ ประทานพรให
มันกลบั ทรยศกระบถใจ ทําการหยาบใหญถึงเพียงน้ี

ฯ 4 คาํ ฯ

ตรัสแลว จึ่งมีบัญชา ดรู าพระนารายณเรอื งศรี
ตัวเจา ผมู ีฤทธี เปนทพ่ี ึ่งแกห มเู ทวัญ
จงชวยระงับดับเขญ็ ใหเย็นทวั่ พิภพสรวงสวรรค
เชิญไปสังหารอายอาธรรม ใหมันส้ินชพี ชวี า

ฯ 4 คาํ ฯ

เมือ่ นน้ั องคพระนารายณนาถา
รบั สัง่ ถวายบังคมลา ออกมาแปลงกายดว ยฤทธี
ฯ 2 คํา ฯ ตระ

124

เปน โฉมนางเทพอัปสร ออนแอนอรชรเฉลิมศรี

กรายกรยางเยอ้ื งจรลี ไปอยทู นี่ นทกจะเดินมา

ฯ 2 คาํ ฯ เชิด เพลง

บัดนน้ั นนทกผใู จแกลว กลา
สน้ิ เวลาเฝา เจา โลกา สําราญกายาแลว เที่ยวไป
ฯ 2 คาํ ฯ เชิด

เหลอื บเหน็ สตรีวิไลลักษณ พิศพักตรผองเพยี งแขไข

งามโอษฐง ามแกมงามจุไร งามนัยนเนตรงามกร

งามถนั งามกรรณงามขนง งามองคย ง่ิ เทพอัปสร

งามจริตกริ ยิ างามงอน งามเอวงามออ นท้ังกายา

ถงึ โฉมองคอคั รลักษมี พระสรุ ัสวดเี สนหา

สนิ้ ทงั้ ไตรภพจบโลกา จะเอามาเปรยี บไมเทยี บทนั

ดไู หนก็เพลินจาํ เริญรัก ในองคเ ยาวลักษณสาวสวรรค

ยิ่งพศิ ยง่ิ คิดผูกพัน ก็เดินกระชั้นเขา ไป

ฯ 8 คํา ฯ เขา มา น

โฉมเอยโฉมเฉลา เสาวภาคยแ นงนอ ยพิสมยั
เจา มาแตสวรรคช ้นั ใด นามกรชือ่ ไรนะเทวี
ประสงคสงิ่ ใดจะใครรู ทําไมมาอยทู น่ี ี่
ขา เหน็ เปน นาปรานี มารศรจี งแจง กจิ จา

ฯ 4 คํา ฯ

เม่ือนน้ั นางนารายณเยาวลักษณเ สนหา
ไดฟงย่ิงทาํ มารยา ชาํ เลืองนยั นาแลวตอบไป
ทาํ ไมมาลวงไถถาม ลวนลามบุกรุกเขา มาใกล
ทานน้ไี มม คี วามเกรงใจ เราเปน ขา ใชเ จา โลกา
พนกั งานฟอ นรําระบําบัน ชื่อสวุ รรณอปั สรเสนหา
มีทกุ ขจ ึ่งเที่ยวลงมา หวงั วาจะใหค ลายรอ น

ฯ 6 คํา ฯ

125

สุดเอยสุดสวาท โฉมประหลาดล้าํ เทพอัปสร
ทัง้ วาจาจริตกง็ ามงอน ควรเปน นางฟอนวิไลลักษณ
อันซ่งึ ธรุ ะของเจา หนกั เบาจงแจงใหประจักษ
ถา วาสนาเราเคยบาํ รุงรัก ก็จะเปนภักดิ์ผลสืบไป
ตัวพี่มิไดล วนลาม จะถือความสง่ิ นี้น่ีไมได
สาวสวรรคขวัญฟา ยาใจ พ่ไี รค จู ะพึ่งแตไมตรี

ฯ 6 คํา ฯ

เมอื่ นน้ั นางเทพนิมติ โฉมศรี
คอนแลว จงึ่ ตอบวาที วาน้ไี พเราะเปน พน ไป
อันซ่ึงจะฝากไมตรีขา ขอน้ันอยา วา หารูไม
เราเปน นางราํ ระบําใน จะมีมิตรท่ีใจผูกพนั
ในการนักเลงเพลงฟอน จึ่งจะผอนดว ยความเกษมสันต
ราํ ไดก ็มาราํ ตามกนั นั่นแหละจะสมด่งั จินดา

ฯ 6 คํา ฯ

บดั นัน้ นนทกผูใจแกลวกลา
ไมร ูวา นารายณแปลงมา กโ็ สมนัสสาพันทวี
ยิ้มแลวจ่งึ กลา ววา สุนทร ดูกอนนางฟา เฉลมิ ศรี
เจาจกั ปรารมภไปไยมี พเ่ี ปน คนเกา พอเขา ใจ
เชิญเจารําเถดิ นะนางฟา ใหส ิ้นทาท่ีนางจําได
ตัวพ่จี ะรําตามไป มิใหผ ิดเพลงนางเทวี

ฯ 6 คํา ฯ

เม่ือนั้น พระนารายณท รงสวัสด์ิรศั มี
เหน็ นนทกหลงกลกย็ ินดี ทาํ ทเี ย้อื งกรายใหย วนยิน
ฯ 2 คาํ ฯ เจรจา

เทพนมปฐมพรหมสีห่ นา สอดสรอยมาลาเฉิดฉิน
ท้ังกวางเดินหงสบิน กนิ รินเลียบถ้ําอําไพ
อีกชา นางนอนภมรเคลา ทง้ั แขกเตาผาลาเพียงไหล
เมขลาโยนแกวแววไว มยุเรศฟอ นในอัมพร

126

ลมพัดยอดตองพรหมนิมิต ทง้ั พสิ มยั เรยี งหมอน
ยายทา มัจฉาชมสาคร พระสก่ี รขวา งจักรฤทธิรงค
ฝา ยวา นนทกก็รําตาม ดวยความพิสมยั ไหลหลง
ถงึ ทานาคามว นหางวง ชี้ตรงถูกเพลาทันใด

ฯ 8 คาํ ฯ เพลง

ดว ยเดชนวิ้ เพชรสทิ ธิศักด์ิ ขาหักลม ลงไมท นได

นางกลายเปนองคนารายณไป เหยียบไวจะสังหารราญรอน

ฯ 2 คํา ฯ เชิด

บดั นนั้ นนทกแกลว หาญชาญสมร
เห็นพระองคท รงสงั ขค ทาธร เปน ส่ีกรกร็ ปู ระจกั ษใจ
วาพระหริวงศทรงฤทธิ์ ลวงลางชีวิตก็เปนได
จึง่ มวี าจาถามไป โทษขาเปน ไฉนใหว ามา

ฯ 4 คาํ ฯ

เม่ือน้ัน พระนารายณบ รมนาถา
ไดฟง จ่ึงมบี ัญชา โทษามึงใหญห ลวงนัก
ดว ยทาํ โอหังบังเหตุ ไมเ กรงเดชพระอิศวรทรงจักร
เอง็ ฆา เทวาสรุ ารักษ โทษหนักถึงท่บี รรลยั
ตัวกูก็คดิ เมตตา แตจะไวชีวามึงไมไ ด
ตรสั แลว แกวงตรีเกรยี งไกร แสงกระจายพรายไปด่งั ไฟกาล

ฯ 6 คาํ ฯ

บดั น้ัน นนทกผูใจแกลวหาญ
ไดฟงจึ่งตอบพจมาน ซ่งึ พระองคจ ะผลาญชวี ี
เหตใุ ดมทิ ําซึ่งหนา มารยาเปน หญิงไมบัดสี
ฤาวา กลวั นว้ิ เพชรน้ี จะชพี้ ระองคใหบรรลัย
ตวั ขา มมี ือแตส องมอื ฤาจะสทู ง้ั สี่กรได
แมนสม่ี อื เหมอื นพระองคท รงชัย ทไี่ หนจะทาํ ไดดั่งนี้

ฯ 6 คาํ ฯ

127

เมอ่ื นัน้ พระนารายณทรงสวัสดิ์รศั มี

ไดฟ ง จ่ึงตอบวาที กนู ้ีแปลงเปนสตรมี า

เพราะมงึ จะถึงแกค วามตาย ฉบิ หายดวยหลงเสนหา

ใชว า กลวั ฤทธา ศกั ดาน้วิ เพชรนั้นเมอ่ื ไร

ชาติน้ีมึงมแี ตสองหัตถ จงไปอบุ ัติเอาชาตใิ หม

ใหส บิ เศียรสิบพักตรเกรยี งไกร เหาะเหนิ เดินไดในอัมพร

มีมอื ยี่สบิ ซายขวา ถือคทาอาวธุ ธนศู ร

กจู ะเปน มนุษยแตสองกร ตามไปราญรอนชวี ี

ใหสิ้นวงศพงศมงึ อันศักดา ประจกั ษแกเทวาทกุ ราศี

วา แลวกวัดแกวง พระแสงตรี ภูมตี ัดเศยี รกระเดน็ ไป

ฯ 10 คาํ ฯ เชิด โอด

ครั้นแลวนนทกมรณา พระจักราผูม อี ชั ฌาสัย

เหาะระเหจ็ เตร็ดฟาดวยวอ งไว ไปยงั เกษียรวารี

ฯ 2 คาํ ฯ เชิด

เม่ือนนั้ ฝา ยนางรชั ดามเหสี
องคท าวลสั เตยี นธบิ ดี เทวีมรี าชบตุ รา
คอื วานนทกมากําเนดิ เกดิ เปนพระโอรสา
ชอื่ ทศกณั ฐกุมารา สบิ เศียรสบิ หนาย่สี ิบกร
อนั นองซ่งึ ถดั มานั้น ช่อื กุมภกรรณชาญสมร
องคพระบติ ุเรศมารดร มใิ หอนาทรสักนาที

ฯ 6 คาํ ฯ

ประวัตผิ ศู ึกษาคน ควา


Click to View FlipBook Version