The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yodrak pukjira, 2022-02-06 22:03:09

หน่วยที่ 7 ระบบนิเวศ

แผนการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 23

กลุม่ สาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2/2564 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 7 ระบบนเิ วศและความหลากหลายทางชวี ภาพ เวลา 3 คาบ

เรอ่ื ง ปฏสิ ัมพนั ธ์ระหว่างองค์ประกอบของสภาพแวดล้อมในท้องถิน่ เวลา 1 คาบ

ผ้สู อน นางสาวภคั จิรา ยอดรัก โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลยั ราชภฏั อุตรดติ ถ์

วันที่ ……. เดือน ………….. พ.ศ. 2564 ม.3/1

วันที่ ……. เดอื น ………….. พ.ศ. 2564 ม.3/2

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และ

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชวี ิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ
เปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการ
แก้ไขปัญหาสงิ่ แวดล้อม รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

2. ตัวชี้วดั
ว 1.1ม.3/1 อธบิ ายปฏิสมั พนั ธข์ ององคป์ ระกอบของระบบนเิ วศท่ีได้จากการสำรวจ

3. สาระสำคญั
กลมุ่ สง่ิ มชี ีวติ ที่อาศยั อยู่ร่วมกันในแหล่งท่ีอยู่อาศัยหน่ึง ๆ จะมีความสัมพนั ธ์กันอย่างเป็นระบบ และมี

ความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ซึ่งเรียกว่า ระบบนิเวศ (ecosystem) โดยระบบนิเวศประกอบด้วย
องค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต แบ่งออกเป็นสารอนินทรีย์ (น้ำ แร่ธาตุ แก๊ส) สารอินทรีย์ (สารชีวโมเลกุล) และ
สภาพแวดล้อมทางกายภาพ (แสง อุณหภูมิ ดิน ความเป็นกรด-เบสของดินและน้ำ) และองค์ประกอบที่มีชีวิต
ไดแ้ ก่ สิ่งมชี ีวิตตา่ ง ๆ ซึ่งจะมีบทบาทหน้าท่ีแตกต่างกัน ได้แก่ ผผู้ ลิตเปน็ ส่ิงมชี วี ิตท่สี ามารถเปลี่ยนพลังงานแสง
เป็นพลังงานเคมีแล้วสะสมไว้ในรูปของอาหารหรือกล่าวว่าสามารถสร้างอาหารได้เอง ผู้บริโภคเป็นส่ิงมีชีวิตท่ี
ไม่สามารถสรา้ งอาหารได้เอง แต่ต้องบริโภคสงิ่ มชี ีวิตอ่นื เป็นอาหาร และผูย้ อ่ ยสลายสารอนิ ทรีย์เป็นส่ิงมีชีวิตท่ี
ยอ่ ยสลายซากสิ่งมีชวี ิตกลับคนื สูส่ งิ่ แวดลอ้ มซึง่ พชื จะนำมาใช้ได้อีก

4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
(1) นักเรยี นสามารถอธบิ ายความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของสภาพแวดล้อมในท้องถนิ่ ได้ (K)
(2) นักเรียนสามารถทำการสำรวจความสมั พนั ธข์ ององค์ประกอบของสภาพแวดลอ้ มในท้องถิ่นได้ (P)

(3) นกั เรียนใฝ่เรยี นรู้ มีวนิ ัยในการเรยี น (A)

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
(1) ความสามารถในการสือ่ สาร
- การอธิบาย การเขยี น การตอบคำถาม
(2) ความสามารถในการคิด
- การสังเกต การสำรวจ การคดิ วเิ คราะห์ การสรา้ งคำอธิบาย การอภิปราย
การสอ่ื ความหมาย การทำกิจกรรมโดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์
การสบื ค้นโดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
- มวี นิ ยั
- ใฝ่เรียนรู้

7. สาระการเรียนรู้
ระบบนิเวศประกอบด้วยองค์ประกอบที่มีชีวิต เช่น พืช สัตว์ จุลินทรีย์ และองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต

เช่น แสง น้ำ อุณหภูมิ แร่ธาตุ แก๊ส องค์ประกอบเหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์กัน เช่น พืชต้องการแสง น้ำ และแก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ ในการสร้างอาหาร สัตว์ต้องการอาหาร และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการดำรงชีวิต
เช่น อุณหภูมิ ความชื้น องค์ประกอบทั้งสองส่วนนี้จะต้องมีความสัมพันธ์กันอย่างเหมาะสม ระบบนิเวศจึงจะ
สามารถคงอยตู่ ่อไปได้

8. กระบวนการจดั การเรียนรู้
โดยใช้กระบวนการสอนแบบสร้างความรู้ด้วยตนเอง Constructionism จัดลำดับการสอนเป็น

ขัน้ ตอนดงั นี้
8.1 ขั้นจดุ ประกายความคดิ (Sparkling) (10 นาที)
(1) ครูกระตนุ้ ความสนใจของนักเรียนโดยใชค้ ำถามวา่ นักเรยี นคิดว่าสภาพแวดลอ้ มในท้องถ่ิน

ของนักเรียนมีองค์ประกอบอะไรบ้าง และองค์ประกอบเหล่านั้นมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร (นักเรียนตอบตาม
ความเขา้ ใจของตนเอง)

(2) จากนัน้ ครูเชือ่ มโยงเข้าส่กู ิจกรรม องค์ประกอบของสภาพแวดล้อมในท้องถ่นิ มีปฏิสัมพันธ์
กันอยา่ งไร

8.2 ข้ันสะกดิ ใหค้ น้ คว้า (Searching) (60 นาท)ี
(1) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม ครูตรวจสอบความเข้าใจ

จากการอา่ นโดยใชค้ ำถามว่า ดังตอ่ ไปนี้

- กิจกรรมนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร (ปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของสภาพแวดล้อมใน
ทอ้ งถนิ่ )

- กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (สำรวจและอธิบายปฏิสัมพันธ์ขององค์ประกอบของ
สภาพแวดล้อมในท้องถนิ่ )

- วธิ ดี ำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรปุ อยา่ งไร (ระดมความคิด เลือกและกำหนดพน้ื ที่ สำรวจ
พื้นที่ด้วยวิธีการต่าง ๆ สังเกตและบันทึกสภาพแวดล้อมทางกายภาพและทางชีวภาพ สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์
และอภิปรายเกีย่ วกบั ปฏิสมั พันธข์ ององค์ประกอบที่พบในบริเวณทสี่ ำรวจ)

- นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง (เก็บและรวบรวมข้อมูลสิ่งมีชีวิต เช่น
จำนวนและชนิดของสัตว์และพืช ข้อมูลขององค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต เช่น แสง ค่า pH ของน้ำ รวมทั้งสังเกต
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบที่พบในบริเวณที่สำรวจ ซึ่งสามารถสังเกตได้ เช่น พฤติกรรม การเคลื่อนท่ี
การกินอาหาร)

(2) นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 6 กลุ่ม จากนั้นนักเรียนส่งตัวแทนรับใบกิจกรรม เรื่อง
องค์ประกอบของสภาพแวดลอ้ มในท้องถ่ินมีปฏิสมั พันธก์ ันอย่างไร

(3) ครอู ธบิ ายการทดลองใหน้ ักเรียนฟงั นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ รับอปุ กรณก์ ารทดลอง
(4) ขณะที่นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรม ครูเดินสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียนในแต่ละ
กลุ่มและให้คำแนะนำถา้ นักเรียนมีขอ้ สงสัยในประเด็นตา่ ง ๆ เช่น
- การเก็บข้อมูลของสัตว์ที่เป็นอันตราย เช่น แมลงบางชนิด งู หรือสัตว์มีพิษ ควรหลีกเลี่ยง
แต่หากนักเรียนสนใจศึกษาอาจใช้วิธีการถ่ายภาพหรือวาดแผนแทนการสัมผัสโดยตรงรวมทั้งคำนึงถึงความ
ปลอดภัยในการสำรวจ เชน่ ระวังการพลดั ตกลงไปในแหล่งน้ำ ระวงั ความเสียหายที่เกิดจากการใชอ้ ปุ กรณ์และ
เคร่อื งมือสำรวจ
- ครูแนะนำให้นักเรียนเลือกพื้นที่สำรวจที่มีความแตกต่างกันทั้งทางกายภาพ เช่น แหล่งน้ำ
สนามหญ้า ต้นไม้ใหญ่ และทางชีวภาพ เช่น มีสิ่งมีชีวิตแตกต่างกัน เพื่อให้นักเรียนเก็บข้อมูลได้หลากหลาย
และนำมาใชอ้ ภิปรายเกี่ยวกบั ปฏสิ ัมพนั ธข์ ององค์ประกอบของระบบนิเวศในแตล่ ะพ้ืนท่ี
8.3 ขั้นนำพาสูก่ ารปฏบิ ตั ิ (Studying ) (20 นาที)
(1) นกั เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกจิ กรรม ตอบคำถามท้ายกจิ กรรม และรว่ มกันเปรียบเทียบ
ขอ้ มูล อภิปรายและสรปุ ผลของกจิ กรรมโดยใชค้ ำถามท้ายกจิ กรรมเปน็ แนวทาง เพื่อใหไ้ ดข้ ้อสรปุ จาก
กิจกรรมว่า ในสภาพแวดลอ้ มที่แตกตา่ งกันจะพบชนดิ และปรมิ าณของสง่ิ มีชวี ติ และสง่ิ ไม่มชี วี ิตตา่ งกนั ใน
สภาพแวดล้อมเดียวกนั ส่ิงมชี วี ติ ทีอ่ ย่รู ่วมกันจะมปี ฏสิ มั พนั ธก์ นั เช่น กนิ กันเป็นอาหาร นอกจากนส้ี ิง่ มชี ีวติ ยงั มี
ปฏสิ มั พนั ธก์ ับส่งิ ไมม่ ชี วี ติ ดว้ ย เชน่ พชื ใชแ้ สงและนำ้ ในการสรา้ งอาหาร กิง้ กา่ นอนอาบแดดเพื่อเพ่ิมอุณหภูมใิ น
ร่างกาย เปน็ ต้น
(2) นักเรียนอ่านเน้ือหาเพิ่มเติมและตอบคำถามระหว่างเรียนในหนังสือเรียนหน้า 162 ที่
เกีย่ วกบั องคป์ ระกอบทมี่ ีชีวิตและองคป์ ระกอบท่ีไมม่ ชี วี ิตในระบบนเิ วศ ดังน้ี

- ยกตัวอย่างสภาพแวดล้อม ระบุสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต พร้อมทั้งอธิบายปฏิสัมพันธ์
ของสิ่งมีชวี ิตและส่ิงไมม่ ชี ีวิตทพี่ บในแหล่งที่อยนู่ ัน้

แนวคำตอบ คำตอบขน้ึ อย่กู บั ประสบการณ์เดมิ ของนักเรยี น เชน่ ในแปลงผักบุ้ง สามารถพบ
สง่ิ มีชวี ิต ได้แก่ ผักบงุ้ หญา้ ตัก๊ แตน ดว้ งเต่าทอง หนอน ส่งิ ไม่มีชวี ิต ได้แก่ ดิน น้ำ อากาศ แสงแดด โดยผักบุ้ง
ใช้แสง นำ้ อากาศในการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงเพ่อื การเจริญเติบโต หนอนและต๊ักแตนกนิ ผักบุ้งและน้ำเปน็ อาหาร

จากนั้นร่วมกันอภิปราย เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า ในสภาพแวดลอ้ มแต่ละบรเิ วณจะพบชนิดและ
ปริมาณของสิ่งมชี วี ิต ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่มีชีวิต และองค์ประกอบที่ไม่มชี ีวิต โดยที่องค์ประกอบต่าง ๆ จะมี
ปฏิสมั พันธก์ นั

8.4 ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาท)ี
(1) นักเรียนอ่านเนื้อหาและตอบคำถามระหว่างเรียนในหนังสือเรียนหน้า 163 และค้นคว้า

จากนวัตกรรม Augmented Reality หรือ AR คือ เทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแห่งความจริง ที่ครู
เตรียมไว้ให้ ที่เกี่ยวกับความหมายของแหล่งที่อยู่ประชากร กลุ่มสิ่งมีชีวิต และระบบนิเวศ และอาจจะใช้
คำถามเพม่ิ เติมดังน้ี

- บรเิ วณท่ีสิง่ มีชีวิตอาศัยอยเู่ รยี กวา่ อะไร (แหล่งทอ่ี ย)ู่
- คำวา่ ประชากรกบั กลุม่ ส่ิงมีชีวิตเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (แตกตา่ งกนั ประชากร คือ
สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันที่อาศัยอยู่ในแหล่งที่อยู่เดียวกันในช่วงเวลาหนึ่ง ส่วนกลุ่มสิ่งมีชีวิต คือ ประชากรของ
สง่ิ มีชวี ิตหลาย ๆ ชนดิ ที่อาศยั อย่ใู นแหลง่ ท่อี ย่เู ดียวกันและมีความสมั พันธ์กัน)
- ระบบนิเวศคืออะไร เรากำหนดขอบเขตของระบบนิเวศอย่างไร (ระบบนิเวศ คือ ระบบท่ี
กลุ่มสิ่งมีชีวิตอาศัยในแหล่งที่อยู่เดียวกัน มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน และมีความสัมพันธ์กับแหล่งที่อยู่นั้น
การกำหนดขอบเขตของระบบนเิ วศขึน้ อยู่กบั ผู้ทีศ่ ึกษาเปน็ ผกู้ ำหนด) จากนัน้ ร่วมกนั อภิปรายเพื่อให้ได้ข้อสรุป
วา่
- แหลง่ ท่อี ยู่ คอื บริเวณที่สิง่ มีชวี ติ เหล่านอี้ าศัยอยู่
- ประชากร คอื สิง่ มีชวี ติ ชนิดเดยี วกันท่ีอาศยั อย่ใู นแหลง่ ที่อยู่เดยี วกันในช่วงเวลาหนึง่
- กลมุ่ สิง่ มีชีวติ คือ ประชากรของสิ่งมีชวี ติ หลาย ๆ ชนดิ ทีอ่ าศัยอยู่ในแหล่งที่อยู่เดียวกันและ
มีความสัมพันธ์กนั
- ระบบนเิ วศ คอื ระบบทก่ี ลุ่มสิ่งมีชวี ติ อาศยั ในแหล่งท่ีอยู่เดียวกนั มีความสัมพันธ์ซ่ึงกันและ
กัน และมีความสัมพันธ์กับแหล่งที่อยู่นั้น ซึ่งการกำหนดขอบเขตของระบบนิเวศขึ้นอยู่กับผู้ที่ศึกษาเป็นผู้
กำหนด
8.5 ข้ันนำเสนอควบคกู่ ารประเมนิ ( Show and Sharing) (10 นาที)
(1) นกั เรยี นตอบคำถามเพอื่ ทดสอบความเข้าใจของตนเอง ดงั นี้
- จากภาพ 7.2 มสี ง่ิ มีชีวิตก่ีชนิดและแตล่ ะชนิดมจี ำนวนประชากรเท่าใด

แนวคำตอบ จากภาพ 7.2 จะพบสิ่งมีชีวิตทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ ต้นหญ้า ต้อยติ่ง มด นก
และกระต่าย โดยที่ต้นหญา้ มีประชากรทัง้ หมด 8 ต้น ต้อยติ่งมีประชากรทั้งหมด 3 ต้น มดมีประชากรทั้งหมด
5 ตวั นกมีประชากรทั้งหมด 2 ตัว และกระต่ายมีประชากรท้งั หมด 3 ตวั

(2) ครูสงั เกตความสนใจ ความกระตือรอื รน้ ในการเรียนรู้

9. ส่ือการเรียนรู้
9.1 ใบกจิ กรรม เร่ือง องคป์ ระกอบของสภาพแวดล้อมในท้องถ่ินมปี ฏสิ มั พนั ธ์กนั อย่างไร
9.2 วัสดุและอุปกรณท์ ี่ใช้ในการทดลอง
9.3 หนังสอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 เลม่ 2 สสวท.
9.4 เทคโนโลยโี ลกเสมือนผสานโลกแห่งความจริง Augmented Reality หรือ AR

10. วดั ผลและประเมนิ ผล
1. กรอบการวัดและประเมินผล แตล่ ะจุดประสงคก์ ารเรียนร้นู ำเสนอประเด็นทที่ ำการวดั และ

ประเมนิ ผล วธิ ีการวัด และเครื่องมือวัด ดังตาราง
ตาราง : แสดงกรอบการวดั และประเมินผล

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการวัดผล เครอ่ื งมอื วดั ผล เกณฑก์ ารประเมนิ ผล

1.ดา้ นความรู้ (K) ตรวจสอบความถูก ใบกิจกรรม เร่ือง - ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 70
นักเรียนสามารถอธบิ าย ตอ้ งของเนื้อหาในใบ องคป์ ระกอบของ ขึ้นไป : 7 คะแนน
ความสมั พนั ธ์ขององค์ กิจกรรม สภาพแวดล้อมในท้อง จาก 10 คะแนน
ประกอบของสภาพ แวดลอ้ ม ถนิ่ มีปฏสิ มั พันธก์ นั
ในทอ้ งถน่ิ ได้ สังเกตการใชท้ ักษะ อย่างไร - ไดค้ ะแนนคุณภาพระดับ
2.ด้านทกั ษะ/กระบวนการ ในการสำรวจ แบบประเมนิ การ 2 ขึ้นไป
(P) สังเกตใช้ทักษะในการ
นกั เรยี นสามารถทำการ ประเมินความตงั้ ใจ สำรวจ - ไดค้ ะแนนคณุ ภาพระดับ
สำรวจความสัมพันธข์ อง ในการทำกจิ กรรม 2 ข้ึนไป
องคป์ ระกอบของสภาพ และการมวี นิ ัยในการ แบบประเมนิ
แวดล้อมในท้องถ่นิ ได้ สง่ งาน พฤติกรรมบ่งชี้
3.ดา้ นคุณลักษณะ(A) คุณลักษณะอนั พงึ
นักเรียนใฝเ่ รียนรู้ มวี นิ ัยใน ประสงค์
การเรียน

2. เกณฑ์การใหค้ ะแนนเกณฑ์รูบริคส์ (Rubric Score) ใหค้ ะแนนเป็นรายขอ้ ของเกณฑร์ ูบรคิ ส์ ท่ีสร้าง
ขึ้นสำหรบั การประเมิน (Analytical Rubric Score )
ตาราง : แสดงเกณฑ์การใหค้ ะแนนเกณฑ์รบู ริคส์

ประเดน็ การประเมิน 4 (ดีมาก) ระดับคณุ ภาพ 1 (ปรับปรงุ )
3 (ดี) 2 (พอใช้)

1. อธิบายความสัมพันธร์ ะหวา่ ง ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70 ขนึ้ ไป
ยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซมได้

2. วาดภาพโครงสรา้ งท่ีเห็น - มีคุณสมบตั ิ 4 - มีคุณสมบัติ 3 - มคี ุณสมบตั ิ 2 ใน - มีคณุ สมบตั ิ 1
ภายใต้กลอ้ งจุลทรรศนไ์ ด้ (P) ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดบั
คุณภาพ คุณภาพ 4 ของระดับ ใน 4 ของระดับ
1.สามารถวาดภาพ
โปสเตอร์โครโมโซมของมนุษย์ - มีคณุ สมบตั ิ 4 - มีคุณสมบตั ิ 3 คณุ ภาพ คุณภาพ
ไดถ้ ูกตอ้ ง ใน 4 ของระดับ ใน 4 ของระดับ
คณุ ภาพ คุณภาพ - มีคณุ สมบตั ิ 2 ใน - มีคณุ สมบตั ิ 1
2.ตรงตามรปู แบบความ
เป็นจรงิ มากทส่ี ุด 4 ของระดับ ใน 4 ของระดับ

3.สสี นั สวยงาม คุณภาพ คณุ ภาพ
4.สามารถอภิปราย
ภาพวาดได้
3. มคี วามม่งุ ม่ันในการทำงาน
(A)
1. สมาชิกทกุ คนรว่ มกัน
แสดงความคดิ เหน็
2. ทำงานอย่างเปน็ ระบบ
ทุกคนรูห้ นา้ ทตี่ นเอง
3. สมาชิกทุกคนร่วมกัน
ทำงานตามท่ไี ดร้ ับมอบหมาย
4.สง่ งานตามเวลากำหนด

3. เกณฑป์ ระเมนิ ระดับคุณภาพผลการเรยี นรู้ กำหนดระดบั คณุ ภาพผลการเรยี นรูร้ ่วมกนั ทกุ ดา้ นเป็น

4 ระดับ คือ ดมี าก ดี พอใช้ และปรบั ปรงุ แต่ละระดับกำหนดเกณฑ์ประเมินตามคะแนนเกณฑ์รบู ริคส์ ดงั น้ี

ระดบั คุณภาพดมี าก มีคะแนนตามเกณฑร์ บู รคิ สร์ ้อยละ 80 – 100 ของ

คะแนนเต็ม

ระดับคุณภาพดี มีคะแนนตามเกณฑ์รบู รคิ สร์ อ้ ยละ 70 – 79 ของคะแนนเต็ม

ระดับคุณภาพพอใช้ มคี ะแนนตามเกณฑ์รบู ริคส์ร้อยละ 60 – 69 ของคะแนนเต็ม

ระดับคุณภาพปรบั ปรงุ มีคะแนนตามเกณฑร์ ูบรคิ ส์น้อยกวา่ ร้อยละ 60 ของคะแนนเตม็

4. เกณฑ์การตดั สนิ ระดับคุณภาพนกั เรยี นจากคะแนนรวมทง้ั หมด

ระดบั บคุ คล นักเรยี นมผี ลงานอยู่ในระดับ ดี ถือว่า ผา่ น (ประกนั ผลการเรียนรู้ของนักเรียน)

ระดบั กลุ่ม นักเรยี นมีผลงานอยูใ่ นระดบั ดี ไมต่ ่ำกว่ารอ้ ยละ 70 ของจำนวนนกั เรยี นทงั้ หมด

ถอื วา่ การจดั ประสบการณเ์ รียนร้ตู ามแผนการจัดการเรียนรู้ประสบผลสำเร็จ

5. เกณฑ์การตดั สนิ คะแนนเก็บ จำนวนคะแนนเก็บ.........คะแนน จากคะแนนรวมทงั้ หมด…...คะแนน

กำหนดวิธกี ารคดิ คะแนนเกบ็ ดงั นี้

จำนวนคะแนนเกบ็ = (จำนวนคะแนนทตี่ อ้ งการ × จำนวนคะแนนรวมทกุ กจิ กรรมของนักเรยี นแตล่ ะคน)
คะแนนรวมทุกกจิ กรรมท้งั หมดของทกุ กิจกรรม

บันทกึ ทา้ ยแผนการจดั การเรียนรู้
1. ผลการจดั ประสบการณเ์ รยี นรู้ (ช้ใี ห้เหน็ ถงึ ผลที่เกิดกบั ผเู้ รียนตามจุดประสงค์หรอื ตัวชวี้ ัดทกี่ ำหนดในแผน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปญั หา/อปุ สรรค (คอื ปญั หาที่พบจากการจดั กจิ กรรมการเรยี นร)ู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข (ครูเสนอแนะทางแก้ไขของปญั หาที่พบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู)้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงช่อื ..................................................... ผบู้ นั ทึก
(นางสาวภคั จริ า ยอดรกั )

………/……………………../…………

บันทึกความเหน็ ของครพู ่ีเลยี้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชื่อ ..................................................... ผู้บันทึก
(นางสาวภาณุมาศ จนั ทร)
ครพู ่เี ล้ยี ง

………/……………………../…………



ตารางการประเมินผลการจดั การเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 23 เรอ่ื ง ปฏิสมั พนั ธ์ระหวา่ งองค์ประกอบของสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น

นกั เรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3/1 โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลับราชภฏั อุตรดติ ถ์
คำชแี้ จง ใหผ้ สู้ อนทำเคร่ืองหมาย √ ลงในรายการตามความเปน็ จริง

K P A รวม สรปุ หมาย
(ผา่ น/ เหตุ
(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน ไมผ่ า่ น)

ช่ือ-นามสกุล คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ ผา่ น
ผ่าน
เลขท่ี คะแนนเต็ม ร้อยละ 70 ขึ้นไป ระดบั 2 ขึน้ ไป ระดบั 2 ขึ้นไป ผ่าน
ผ่าน
1 เด็กชายพสิษฐ์ แพรนิมิตร คะแนน ผ่าน/ 4 3 2 1 ผ่าน/ 4 3 2 1 ผ่าน/ คะแนน ผ่าน
2 เด็กหญิงวศินธี รณ์ หะรีเมา ผา่ น
3 เด็กชายศภุ กร มลู คำ 12 ไม่ ไมผ่ ่าน ไมผ่ า่ น 12 ผา่ น
4 เด็กหญิงธมี าพร ทองเจรญิ ผ่าน
5 เด็กชายนฤพนธุ์ สุทธะตั้ง ผา่ น ผ่าน
6 เด็กชายพันธ์ระพี พรี ะพันธ์ ผ่าน
7 เด็กชายนครศกั ดิ์ ศรีทิพย์ 9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผ่าน
8 เดก็ หญงิ ธญั ญากร ทองเพ็ชร์ ผา่ น
9 เด็กชายจิณณวตั ร ศรีขำมี 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผา่ น
10 เด็กชายภัทรศวัฒ โทนโนนแดง ผา่ น
11 เดก็ ชายรวภิ าส ฐติ าคม 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น
12 เด็กชายกฤษฎา ปานแดง ผ่าน
13 เดก็ ชายรณกร บูรณะถาวร 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 10
14 เด็กหญงิ บุญฑริกา ท่าดี ผ่าน
15 เด็กหญิงอนญั ญา แสงพานชิ 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น
16 เดก็ ชายณัฐธพงษ์ ธนเดชสิริ ผ่าน
10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น
พงศ์
17 เดก็ หญงิ ลักษกิ า โชคดี 9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผา่ น
18 เด็กชายฤทธภิ์ บู ดี หะรเี มา
19 เด็กชายอคั รชัย ทับผดงุ 11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 11
20 เดก็ หญงิ ปรุ มิ ปรัชญ์ เจริญเชาว์
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10
วฒั น
21 เด็กหญิงนภสร บุญประเสรฐิ 11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 11

9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9

10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10

11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11

11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11

10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 10
9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9
10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9

22 นายธนภัทธ์ หล่อหลอม 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น
23 เดก็ ชายภูผา นาคหลวง 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน

เกณฑก์ ารให้คะแนน
คะแนน 10 - 12 อย่ใู นระดบั 4 มีระดับคณุ ภาพ ดีมาก คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ ร้อยละ 80 – 100 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 7 - 9 อยู่ในระดับ 3 มีระดบั คณุ ภาพ ดี คะแนนตามรบู ริคสเ์ ป็นร้อยละ 60 – 75 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 4 - 6 อยใู่ นระดบั 2 มีระดบั คุณภาพ พอใช้ คะแนนตามรบู ริคสเ์ ปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 0 - 3 อยู่ในระดบั 1 มรี ะดบั คุณภาพ ปรบั ปรงุ คะแนนตามรูบริคสเ์ ป็นร้อยละ 50 – 59 ของ
คะแนนเต็ม
หมายเหตุ : คะแนนรวมต้องผา่ นระดับ 3 ขน้ึ ไป ถือวา่ ผ่าน

• นกั เรียนท่ไี ม่ผ่าน K จำนวน........คน ครผู สู้ อนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แล้ว

• นกั เรียนที่ไม่ผ่าน P จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรียน.....................................แลว้

• นกั เรียนทีไ่ มผ่ า่ น A จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นกั เรยี น.....................................แล้ว

ลงชอ่ื ..................................................... ผู้สอน
( นางสาวภคั จริ า ยอดรกั )

ตารางการประเมนิ ผลการจดั การเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 23 เรื่อง ปฏิสมั พนั ธร์ ะหว่างองคป์ ระกอบของสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น

นักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3/2 โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลบั ราชภัฏอุตรดติ ถ์
คำชแ้ี จง ให้ผสู้ อนทำเคร่ืองหมาย √ ลงในรายการตามความเป็นจริง

K P A รวม สรปุ หมาย

(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน (ผ่าน/ เหตุ

ชื่อ-นามสกุล คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ ไมผ่ า่ น)

เลขท่ี คะแนนเต็ม รอ้ ยละ 70 ขึน้ ไป ระดบั 2 ข้ึนไป ระดับ 2 ขนึ้ ไป

1 เด็กชายสิรภพ วรรณการ คะแนน ผ่าน/ 4 3 2 1 ผา่ น/ 4 3 2 1 ผ่าน/ คะแนน
2 เดก็ หญงิ เสาวลกั ษณ์ ทับทอง
3 เดก็ ชายปติ ิคุณ มีมา 12 ไม่ ไมผ่ า่ น ไม่ผ่าน 12
4 เดก็ ชายอัครวนิ ท์ มาดคี าน
5 เดก็ หญิงมีนา กอ้ นทับทิม ผา่ น
6 เด็กชายฮามิน คมิ
7 เดก็ ชายภทั รพงศ์ จันทร์นอ้ ย 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผา่ น
8 เดก็ หญงิ ฑิฆมั พร เขตตบรรพต
9 เด็กชายพทิ ยตุ ม์ เรืองศรี 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผ่าน
10 เด็กชายธนพัต ปัญญา
11 เดก็ ชายอกุ ฎษฏ์ ตนั ติศุภรักษ์ 9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น
12 เดก็ หญงิ ครองขวญั ทบั ทมิ แสง
13 เดก็ ชายชยั วัฒน์ กณุ จ๋า 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น
14 เดก็ หญิงแพรวา ศรีวรี ะ
15 เดก็ หญงิ จิรภา หลา้ รอด 11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผา่ น
16 เด็กหญงิ อัญชิสา บตุ รจัน
17 เด็กหญิงชน่ื นภา สสี อด 9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผ่าน
18 เดก็ ชายญาณกร รัตนประพิศ
19 เดก็ ชายคามิน ผอ่ งพุฒ 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผ่าน
20 เด็กหญิงณิชชา สุทธริ ส
21 เด็กหญิงกชพร ยม้ิ แยม้ 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
22 เด็กหญิงวรรษชล สีหะนาม
11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผ่าน

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผา่ น

9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผา่ น

10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผา่ น

9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผา่ น

10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผา่ น

10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น

9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน

10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน

9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน

9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน

เกณฑ์การให้คะแนน

คะแนน 10 - 12 อย่ใู นระดับ 4 มีระดับคุณภาพ ดีมาก คะแนนตามรบู ริคสเ์ ปน็ รอ้ ยละ 80 – 100 ของ

คะแนนเต็ม

คะแนน 7 - 9 อย่ใู นระดบั 3 มรี ะดับคณุ ภาพ ดี คะแนนตามรูบริคส์เปน็ ร้อยละ 60 – 75 ของ
คะแนนเต็ม

คะแนน 4 - 6 อยูใ่ นระดับ 2 มรี ะดับคุณภาพ พอใช้ คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของ

คะแนนเต็ม

คะแนน 0 - 3 อยใู่ นระดับ 1 มีระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรุง คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของ

คะแนนเต็ม

หมายเหตุ : คะแนนรวมต้องผา่ นระดับ 3 ขนึ้ ไป ถือว่า ผ่าน

• นกั เรียนทีไ่ มผ่ ่าน K จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แล้ว

• นักเรียนท่ไี ม่ผา่ น P จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แลว้

• นักเรียนทไี่ มผ่ า่ น A จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แลว้

ลงชอ่ื ..................................................... ผสู้ อน
( นางสาวภัคจิรา ยอดรัก )

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 24

กลุ่มสาระวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 2/2564 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 7 ระบบนเิ วศและความหลากหลายทางชวี ภาพ เวลา 3 คาบ

เรือ่ ง การสร้างแบบจำลองของสายใยอาหาร เวลา 1 คาบ

ผู้สอน นางสาวภัคจริ า ยอดรัก โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดติ ถ์

วันที่ ……. เดอื น ………….. พ.ศ. 2564 ม.3/1

วันที่ ……. เดือน ………….. พ.ศ. 2564 ม.3/2

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และ

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ
เปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการ
แก้ไขปญั หาสง่ิ แวดลอ้ ม รวมท้ังนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์

2. ตัวชี้วัด สรา้ งแบบจำลองในการอธิบายการถ่ายทอดพลงั งานในสายใยอาหาร
ว 1.1 ม.3/3 อธบิ ายความสัมพันธข์ องผผู้ ลิต ผู้บรโิ ภค และผยู้ อ่ ยสลายสารอนิ ทรยี ใ์ นระบบนิเวศ
ว 1.1 ม.3/4 อธบิ ายการสะสมสารพษิ ในสิง่ มีชวี ติ ในโซ่อาหาร
ว 1.1 ม.3/5

3. สาระสำคัญ
องคป์ ระกอบทีม่ ีชวี ติ ในระบบนิเวศจะมบี ทบาทหน้าท่ีแตกตา่ งกนั ผผู้ ลติ เปน็ สิง่ มีชีวิตทสี่ ามารถเปลี่ยน

พลังงานแสงเป็นพลังงานเคมีแล้วสะสมไว้ในรูปของอาหาร ผู้บริโภคเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารได้
เอง แต่ต้องบริโภคสง่ิ มีชีวิตอ่นื เปน็ อาหาร ผูย้ ่อยสลายสารอินทรีย์เป็นสิง่ มชี ีวติ ท่ีย่อยสลายซากของส่ิงมีชีวิตทุก
ชนดิ กลบั คืนส่สู ิ่งแวดล้อมซ่ึงพชื จะนำมาใช้ได้อีก ซ่ึงสิ่งมชี ีวิตจะมีความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตในลักษณะการ
ถา่ ยทอดพลงั งานผา่ นการกนิ ต่อกันเปน็ ทอด ๆ จากผู้ผลิตไปยังผู้บรโิ ภคลำดบั ต่าง ๆ เรียกว่า โซอ่ าหาร (food
chain) โดยพลังงานที่ถ่ายทอดไปในโซ่อาหารจะลดลงตามลำดับขั้นซึ่งมีพลังงานบางส่วนถูกถ่ายโอนไปสู่
สิ่งแวดล้อม โซ่อาหารหลายโซ่อาหารจะสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อนในรูปของสายใยอาหาร (food web) และ
นอกจากพลังงานจะถูกถา่ ยทอดไปตามลำดับขึ้นของโซ่อาหารแล้ว สารพิษตา่ ง ๆ จะถกู ถา่ ยทอดไปเช่นกัน ซ่ึง
หากสะสมอยูใ่ นสิง่ มีชีวิตปรมิ าณมากอาจเกดิ อันตรายต่อสงิ่ มชี ีวติ และทำลายสมดุลในระบบนเิ วศ

4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
(1) นกั เรียนสามารถอธิบายความสัมพนั ธข์ องผผู้ ลิตและผ้บู รโิ ภคได้ (K)
(2) นกั เรยี นสามารถสร้างแบบจำลองสายใยอาหารเพอ่ื อธบิ ายความสมั พนั ธ์ของผู้ผลิตและผ้บู รโิ ภคได้ (P)
(3) นักเรียนใฝเ่ รียนรู้ มวี ินยั ในการเรียน (A)

5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
(1) ความสามารถในการส่อื สาร
- การอธิบาย การเขยี น การตอบคำถาม
(2) ความสามารถในการคิด
- การสงั เกต การสำรวจ การคิดวิเคราะห์ การสรา้ งคำอธิบาย การอภิปราย
การสื่อความหมาย การทำกจิ กรรมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
การสืบคน้ โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
- มีวินัย
- ใฝเ่ รยี นรู้

7. สาระการเรียนรู้
- กลุ่มสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศแบ่งตามหน้าที่ได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลาย

สารอนิ ทรีย์ สิง่ มชี ีวิตทง้ั 3 กลมุ่ นี้ มคี วามสมั พันธ์กัน ผผู้ ลติ เป็นสงิ่ มีชีวิตที่สร้างอาหารได้เอง โดยกระบวนการ
สังเคราะห์ด้วยแสง ผู้บริโภค เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง และต้องกินผู้ผลิตหรือสิ่งมีชีวิตอื่น
เป็นอาหาร เมื่อผู้ผลิตและผู้บริโภคตายลง จะถูกย่อยโดยผู้ย่อยสลายสารอินทรยี ์ซึ่งจะเปลี่ยนสารอินทรยี ์เปน็
สารอนินทรีย์กลบั คืนสูส่ ่ิงแวดล้อม ทำให้เกิดการหมุนเวียนสารเป็นวัฏจักร จำนวนผู้ผลติ ผู้บริโภค และผู้ย่อย
สลายสารอินทรีย์ จะต้องมีความเหมาะสม จงึ ทำใหก้ ลมุ่ สง่ิ มชี วี ิตอยูไ่ ดอ้ ย่างสมดลุ

- พลงั งานถกู ถา่ ยทอดจากผผู้ ลติ ไปยังผ้บู ริโภคลำดับต่าง ๆ รวมทงั้ ผยู้ ่อยสลายสารอินทรีย์ ในรูปแบบ
สายใยอาหาร ที่ประกอบด้วย โซ่อาหารหลายโซ่ที่สัมพันธ์กัน ในการถ่ายทอดพลังงานในโซ่อาหาร พลังงานที่
ถูกถ่ายทอดไปจะลดลงเร่ือย ๆ ตาม ลำดบั ของการบริโภค

- การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ อาจทำให้ มีสารพิษสะสมอยู่ในสิ่งมีชีวิตได้ จนอาจก่อให้เกิด
อันตรายต่อสิ่งมีชีวิต และทำลายสมดุลในระบบนิเวศ ดังนั้นการดูแลรักษาระบบนิเวศให้เกิดความสมดลุ และ
คงอย่ตู ลอดไปจึงเป็นส่ิงสำคัญ

8. กระบวนการจดั การเรียนรู้

โดยใช้กระบวนการสอนแบบสร้างความรู้ด้วยตนเอง Constructionism จัดลำดับการสอนเป็น
ขน้ั ตอนดังน้ี

8.1 ขนั้ จุดประกายความคดิ (Sparkling) (10 นาท)ี
(1) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยใช้คำถามว่าในสภาพธรรมชาติการกิน

กันเป็นทอด ๆ อยู่ในรูปของสายใยอาหารซึ่งประกอบด้วยโซ่อาหารหลายสายที่สัมพันธ์กัน นักเรียนคิดว่า
สายใยอาหารในธรรมชาติเหมือนกันหรือไม่ และจะเขียนสายใยอาหารได้อย่างไร (นักเรียนตอบตามความ
เข้าใจของตนเอง)

(2) จากนั้นครูเชื่อมโยงเข้าสู่กิจกรรมจากนวัตกรรม Augmented Reality หรือ AR คือ
เทคโนโลยีโลกเสมอื นผสานโลกแหง่ ความจริง โดยให้ดภู าพการจำลองความสมั พนั ธ์ของสง่ิ มีชวี ิต

8.2 ขน้ั สะกดิ ให้คน้ คว้า (Searching) (60 นาท)ี
(1) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม ครูตรวจสอบความเข้าใจ

จากการอา่ นโดยใช้คำถามวา่ ดงั ต่อไปน้ี
- กิจกรรมนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร (การสร้างแบบจำลองสายใยอาหารจากสิ่งมีชีวิตที่

กำหนดให้)
- กิจกรรมนม้ี จี ดุ ประสงค์อะไร (สร้างแบบจำลองสายใยอาหาร และอธิบายความสัมพันธ์ของ

ผู้ผลติ และผ้บู รโิ ภคในสายใยอาหาร)
- วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรปุ อย่างไร (เลือกระบบนิเวศ 1 ระบบนิเวศ สืบค้นข้อมูล

เกี่ยวกับอาหารของสิง่ มีชีวิต วิเคราะห์และสร้างแบบจำลองโซ่อาหารและสายใยอาหาร นำเสนอและอภิปราย
เกี่ยวกบั สายใยอาหารท่สี ร้างข้นึ )

- นักเรียนตอ้ งสังเกตหรือรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง (นักเรียนสังเกต สืบคน้ และรวบรวมข้อมูล
เกีย่ วกบั ลักษณะส่งิ มีชีวติ และอาหารของส่ิงมชี ีวติ แต่ละชนิดในระบบนเิ วศที่เลือก)

(2) นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 6 กลุ่ม จากนั้นนักเรียนส่งตัวแทนรับใบกิจกรรม เรื่อง สร้าง
แบบจำลองสายใยอาหารได้อยา่ งไร

(3) ครูอธบิ ายขัน้ ตอนในการทำกจิ กรรมให้นักเรยี นฟัง เพ่ือใหน้ ักเรียนเข้าใจมากยงิ่ ข้นึ
(4) นักเรียนแต่ละกลุ่มเริ่มทำกิจกรรม ครูสังเกตการทำงานของนักเรียน โดยพยายามให้
นักเรยี นสรา้ งโซอ่ าหาร แสดงความสมั พนั ธร์ ะหว่างสิง่ มชี ีวติ ในระบบนิเวศ ในด้านการถา่ ยทอดพลังงานโดยการ
กินกันเป็นทอด ๆ จากนั้นเชื่อมโยงแต่ละโซ่อาหาร โดยสร้างเป็นแบบจำลองสายใยอาหาร ซึ่งมีตัวอย่าง
แนวทางดงั ต่อไปนี้

- การสร้างโซ่อาหารใหเ้ ริ่มต้นจากผูผ้ ลิตไปยงั ผูบ้ รโิ ภคลำดับตา่ ง ๆ ถัดไปทลี ะลำดับ
- เมื่อไดโ้ ซอ่ าหารครบทุกโซอ่ าหารแลว้ จากนั้นพิจารณาโซ่อาหารท่ียาวท่ีสุดมาใช้เป็นหลักใน
การสรา้ งแบบจำลองสายใยอาหาร
- สร้างแบบจำลองสายใยอาหาร โดยนำส่วนของโซอ่ าหารที่มีสง่ิ มีชีวติ ซำ้ กันมาทบั ซอ้ นกนั
8.3 ขน้ั นำพาสู่การปฏบิ ตั ิ (Studying ) (20 นาท)ี
(1) นักเรียนนำเสนอผลการสร้างแบบจำลองสายใยอาหารบนกระดาน เพื่อใช้ประกอบการ
อภิปรายและตอบคำถามท้ายกิจกรรม จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย เพอื่ ใหไ้ ดข้ ้อสรุปจากกิจกรรม
ว่า ในระบบนิเวศหนึ่ง ๆ จะมีสิ่งมีชีวิตหลายชนิดที่มีความสัมพันธ์กันในด้านการถ่ายทอดพลังงานในรูป ของ
สายใยอาหาร ซง่ึ ประกอบด้วยโซ่อาหารหลายโซ่อาหารสัมพนั ธ์กนั ในธรรมชาตสิ ายใยอาหารจะมคี วามซบั ซ้อน
แตกตา่ งกันไปข้นึ อยกู่ บั จำนวนชนดิ ของส่ิงมีชวี ิตทีอ่ ยู่ในระบบนิเวศนั้น
8.4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาท)ี
(1) นักเรียนอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับการถ่ายทอดพลังงานระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศที่มีการ
เปลยี่ นแปลงไปในแตล่ ะลำดบั ข้ันของการบรโิ ภค จากนนั้ อภปิ รายรว่ มกันเพอ่ื ให้ได้ขอ้ สรปุ วา่
- การถ่ายทอดพลงั งานระหว่างสง่ิ มชี ีวิตท่อี ยู่ในระบบนเิ วศ ปริมาณพลงั งานในผู้ผลติ จะมีมาก
ทส่ี ุดและลดลงไปเรือ่ ย ๆ ตามลำดบั ข้นั ของการบรโิ ภค
- การถ่ายทอดพลงั งานลดลงไปตามลำดับข้นั ของการบริโภค เพราะผบู้ ริโภคกนิ ผผู้ ลิตได้เพียง
บางส่วน ซึ่งส่วนที่กนิ ได้นั้นผู้บริโภคจะนำไปใช้ในการเจริญเติบโตและเผาผลาญเพื่อผลิตพลังงานสำหรบั ใช้ใน
การทำกิจกรรมต่าง ๆ ของร่างกาย
- ผู้บริโภคในโซ่อาหารจำเป็นต้องกินสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในปริมาณที่มากเพียงพอจึงจะสามารถ
ดำรงชีวิตและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ เนื่องจากระหว่างที่มีการถ่ายทอดพลังงานตามลำดับขั้นของการบริโภคมี
การสญู เสียพลงั งานไปในปริมาณมาก
8.5 ขน้ั นำเสนอควบคกู่ ารประเมนิ ( Show and Sharing) (10 นาที)
(1) นกั เรียนตอบคำถามเพือ่ ตรวจสอบความเขา้ ใจของตนเอง ดงั น้ี

- จากโซ่อาหารนี้ ปริมาณพลังงานจากสาหร่ายที่ถ่ายทอดไปยังผู้บริโภคลำดับต่าง ๆ
เปลี่ยนไปอยา่ งไร

แนวคำตอบ พลังงานที่ถ่ายทอดไปจะลดลงไปตามลำดับขั้นของการบริโภค โดยผู้ผลิต
(สาหร่าย) จะมีพลังงานสะสมในเนื้อเยื่อมากที่สุด ปลาซิวได้รับพลังงานสะสมในเนื้อเยื่อจากผู้ผลิตมากที่สุด
ในขณะทนี่ กยางไดร้ บั พลงั งานสะสมในเนื้อเยื่อจากผู้ผลิตนอ้ ยทส่ี ดุ

(2) ครสู งั เกตความสนใจ ความกระตือรือร้นในการเรียนรู้

9. ส่อื การเรียนรู้
9.1 ใบกิจกรรม เรอ่ื ง สรา้ งแบบจำลองสายใยอาหารไดอ้ ย่างไร
9.2 หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ระดบั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 เลม่ 2 สสวท.
9.3 เทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแหง่ ความจรงิ Augmented Reality หรือ AR

10. วัดผลและประเมินผล
1. กรอบการวดั และประเมนิ ผล แตล่ ะจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้นำเสนอประเดน็ ท่ที ำการวดั และ

ประเมนิ ผล วิธีการวัด และเครือ่ งมือวดั ดังตาราง
ตาราง : แสดงกรอบการวดั และประเมนิ ผล

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ กี ารวดั ผล เคร่ืองมอื วดั ผล เกณฑ์การประเมนิ ผล

1.ด้านความรู้ (K) ตรวจสอบความถูก ใบกิจกรรม เรื่อง สร้าง - ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70
นกั เรียนสามารถอธิบาย ต้องของเนื้อหาในใบ แบบจำลองสายใย ข้ึนไป : 7 คะแนน
ความสัมพนั ธ์ของผ้ผู ลติ และ กจิ กรรม อาหารได้อยา่ งไร จาก 10 คะแนน
ผบู้ ริโภคได้ - ไดค้ ะแนนคณุ ภาพระดับ
2.ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ สังเกตการใช้ทักษะ แบบประเมนิ การ 2 ขนึ้ ไป
(P) ในการสรา้ ง สังเกตใช้ทักษะในการ
นักเรยี นสามารถสร้าง แบบจำลอง สร้างแบบจำลอง - ไดค้ ะแนนคุณภาพระดับ
แบบจำลองสายใยอาหารเพ่ือ 2 ขน้ึ ไป
อธบิ ายความสมั พนั ธข์ อง ประเมินความตัง้ ใจ แบบประเมนิ
ผผู้ ลิตและผู้บริโภคได้ ในการทำกิจกรรม พฤติกรรมบง่ ชี้
3.ดา้ นคุณลักษณะ(A) และการมีวนิ ัยในการ คุณลักษณะอนั พึง
นักเรียนใฝ่เรยี นรู้ มีวินัยใน ส่งงาน ประสงค์
การเรียน

2. เกณฑ์การให้คะแนนเกณฑ์รูบรคิ ส์ (Rubric Score) ให้คะแนนเป็นรายข้อของเกณฑ์รูบรคิ ส์ ทสี่ รา้ ง
ขึน้ สำหรับการประเมิน (Analytical Rubric Score )
ตาราง : แสดงเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนเกณฑ์รบู ริคส์

ประเดน็ การประเมิน 4 (ดีมาก) ระดบั คุณภาพ 1 (ปรับปรุง)
3 (ดี) 2 (พอใช้)

1. อธิบายความสมั พันธ์ระหว่าง ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ขึ้นไป
ยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซมได้

2. วาดภาพโครงสรา้ งทเี่ หน็ - มคี ณุ สมบัติ 4 - มีคณุ สมบัติ 3 - มคี ณุ สมบตั ิ 2 ใน - มีคุณสมบตั ิ 1
ภายใต้กล้องจุลทรรศนไ์ ด้ (P) ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ
คุณภาพ คุณภาพ 4 ของระดับ ใน 4 ของระดบั
1.สามารถวาดภาพ
โปสเตอรโ์ ครโมโซมของมนุษย์ - มคี ุณสมบัติ 4 - มคี ุณสมบัติ 3 คณุ ภาพ คณุ ภาพ
ไดถ้ ูกตอ้ ง ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ
คณุ ภาพ คณุ ภาพ - มีคุณสมบัติ 2 ใน - มีคุณสมบตั ิ 1
2.ตรงตามรปู แบบความ
เปน็ จรงิ มากท่สี ดุ 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ

3.สสี นั สวยงาม คณุ ภาพ คณุ ภาพ
4.สามารถอภปิ ราย
ภาพวาดได้
3. มีความมุง่ มน่ั ในการทำงาน
(A)
1. สมาชิกทกุ คนร่วมกนั
แสดงความคดิ เห็น
2. ทำงานอย่างเป็นระบบ
ทกุ คนร้หู นา้ ทีต่ นเอง
3. สมาชิกทกุ คนร่วมกนั
ทำงานตามท่ีไดร้ ับมอบหมาย
4.ส่งงานตามเวลากำหนด

3. เกณฑป์ ระเมินระดบั คุณภาพผลการเรียนรู้ กำหนดระดับคณุ ภาพผลการเรียนรรู้ ่วมกันทกุ ด้านเป็น
4 ระดับ คือ ดีมาก ดี พอใช้ และปรบั ปรงุ แตล่ ะระดับกำหนดเกณฑ์ประเมนิ ตามคะแนนเกณฑ์

รบู รคิ ส์ ดงั น้ี ระดบั คุณภาพดมี าก มคี ะแนนตามเกณฑร์ ูบรคิ สร์ อ้ ยละ 80

– 100 ของคะแนนเตม็

ระดบั คุณภาพดี มีคะแนนตามเกณฑร์ บู รคิ ส์รอ้ ยละ 70 – 79 ของคะแนนเต็ม

ระดับคุณภาพพอใช้ มคี ะแนนตามเกณฑร์ ูบริคสร์ อ้ ยละ 60 – 69 ของคะแนนเต็ม

ระดบั คุณภาพปรับปรุง มีคะแนนตามเกณฑ์รบู รคิ ส์น้อยกว่ารอ้ ยละ 60 ของคะแนนเตม็

4. เกณฑ์การตัดสนิ ระดบั คณุ ภาพนักเรียนจากคะแนนรวมทง้ั หมด

ระดบั บคุ คล นกั เรียนมีผลงานอย่ใู นระดบั ดี ถือวา่ ผ่าน (ประกนั ผลการเรียนรู้ของนักเรยี น)

ระดบั กลมุ่ นักเรยี นมีผลงานอยู่ในระดบั ดี ไมต่ ่ำกวา่ ร้อยละ 70 ของจำนวนนักเรียนทงั้ หมด

ถอื ว่า การจัดประสบการณ์เรียนรตู้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ประสบผลสำเรจ็

5. เกณฑ์การตดั สินคะแนนเก็บ จำนวนคะแนนเก็บ.........คะแนน จากคะแนนรวมท้งั หมด…...คะแนน

กำหนดวธิ กี ารคดิ คะแนนเก็บ ดงั น้ี

จำนวนคะแนนเกบ็ = (จำนวนคะแนนทีต่ ้องการ × จำนวนคะแนนรวมทกุ กิจกรรมของนักเรียนแตล่ ะคน)
คะแนนรวมทกุ กจิ กรรมทั้งหมดของทกุ กจิ กรรม

บันทึกทา้ ยแผนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการจดั ประสบการณ์เรียนรู้ (ชีใ้ หเ้ หน็ ถงึ ผลทีเ่ กดิ กับผเู้ รียนตามจดุ ประสงคห์ รอื ตัวชว้ี ดั ท่กี ำหนดในแผน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหา/อุปสรรค (คอื ปัญหาทพี่ บจากการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข (ครเู สนอแนะทางแกไ้ ขของปัญหาท่พี บในการจดั กิจกรรมการเรียนร้)ู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชอื่ ..................................................... ผ้บู ันทกึ

(นางสาวภัคจิรา ยอดรกั )
………/……………………../…………

บันทกึ ความเห็นของครูพีเ่ ล้ยี ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงช่ือ ..................................................... ผู้บนั ทึก
(นางสาวภาณมุ าศ จันทร)
ครูพเี่ ล้ยี ง

………/……………………../…………



ตารางการประเมนิ ผลการจดั การเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 24 เรือ่ ง การสร้างแบบจำลองของสายใยอาหาร
นกั เรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3/1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลับราชภัฏอุตรดติ ถ์
คำชแ้ี จง ใหผ้ สู้ อนทำเครื่องหมาย √ ลงในรายการตามความเป็นจริง

K P A รวม สรุป หมาย
(ผา่ น/ เหตุ
(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน ไม่ผา่ น)

ชอื่ -นามสกุล คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ ผา่ น
ผา่ น
เลขท่ี คะแนนเต็ม รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป ระดบั 2 ขึ้นไป ระดับ 2 ขึน้ ไป ผ่าน
ผ่าน
1 เด็กชายพสิษฐ์ แพรนิมิตร คะแนน ผ่าน/ 4 3 2 1 ผ่าน/ 4 3 2 1 ผ่าน/ คะแนน ผ่าน
2 เด็กหญงิ วศินธี รณ์ หะรีเมา ผา่ น
3 เด็กชายศภุ กร มลู คำ 12 ไม่ ไม่ผ่าน ไม่ผา่ น 12 ผ่าน
4 เดก็ หญิงธมี าพร ทองเจรญิ ผ่าน
5 เดก็ ชายนฤพนธุ์ สุทธะต้ัง ผ่าน ผ่าน
6 เด็กชายพันธ์ระพี พรี ะพนั ธ์ ผา่ น
7 เด็กชายนครศักด์ิ ศรีทพิ ย์ 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน
8 เด็กหญงิ ธัญญากร ทองเพช็ ร์ ผา่ น
9 เดก็ ชายจิณณวัตร ศรขี ำมี 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผา่ น
10 เดก็ ชายภัทรศวัฒ โทนโนนแดง ผา่ น
11 เดก็ ชายรวภิ าส ฐติ าคม 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น
12 เดก็ ชายกฤษฎา ปานแดง ผา่ น
13 เด็กชายรณกร บูรณะถาวร 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10
14 เด็กหญงิ บญุ ฑริกา ท่าดี ผา่ น
15 เดก็ หญิงอนญั ญา แสงพานชิ 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น
16 เด็กชายณัฐธพงษ์ ธนเดชสริ ิ ผ่าน
9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผ่าน
พงศ์
17 เด็กหญงิ ลกั ษกิ า โชคดี 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
18 เดก็ ชายฤทธิภ์ บู ดี หะรีเมา
19 เด็กชายอคั รชยั ทบั ผดงุ 11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11
20 เด็กหญิงปรุ มิ ปรัชญ์ เจริญเชาว์
11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 11
วฒั น
21 เดก็ หญงิ นภสร บุญประเสรฐิ 9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 9

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10

10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 10

11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 11

10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9

10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 10

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10
9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9
10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10

22 นายธนภัทธ์ หล่อหลอม 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น
23 เด็กชายภผู า นาคหลวง 9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผ่าน

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
คะแนน 10 - 12 อยู่ในระดับ 4 มีระดบั คณุ ภาพ ดีมาก คะแนนตามรูบริคสเ์ ป็นร้อยละ 80 – 100 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 7 - 9 อยใู่ นระดบั 3 มรี ะดบั คุณภาพ ดี คะแนนตามรบู ริคสเ์ ป็นร้อยละ 60 – 75 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 4 - 6 อยใู่ นระดบั 2 มีระดบั คณุ ภาพ พอใช้ คะแนนตามรบู ริคส์เป็นรอ้ ยละ 50 – 59 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 0 - 3 อยใู่ นระดับ 1 มรี ะดบั คุณภาพ ปรบั ปรงุ คะแนนตามรบู ริคส์เป็นร้อยละ 50 – 59 ของ
คะแนนเต็ม
หมายเหตุ : คะแนนรวมต้องผา่ นระดบั 3 ขน้ึ ไป ถือว่า ผ่าน

• นกั เรียนที่ไมผ่ ่าน K จำนวน........คน ครผู ูส้ อนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แล้ว

• นกั เรยี นท่ไี ม่ผ่าน P จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แล้ว

• นกั เรยี นท่ีไม่ผา่ น A จำนวน........คน ครูผ้สู อนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แล้ว

ลงชื่อ ..................................................... ผู้สอน
( นางสาวภัคจิรา ยอดรกั )

ตารางการประเมินผลการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 24 เรือ่ ง การสรา้ งแบบจำลองของสายใยอาหาร
นกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3/2 โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลับราชภัฏอตุ รดติ ถ์
คำช้แี จง ใหผ้ ู้สอนทำเคร่ืองหมาย √ ลงในรายการตามความเปน็ จริง

K P A รวม สรปุ หมาย

(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน (ผา่ น/ เหตุ

ชือ่ -นามสกุล คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ ไมผ่ ่าน)

เลขท่ี คะแนนเต็ม ร้อยละ 70 ขนึ้ ไป ระดับ 2 ข้นึ ไป ระดบั 2 ขึ้นไป

1 เด็กชายสริ ภพ วรรณการ คะแนน ผ่าน/ 4 3 2 1 ผา่ น/ 4 3 2 1 ผา่ น/ คะแนน
2 เด็กหญงิ เสาวลกั ษณ์ ทับทอง
3 เด็กชายปิติคณุ มีมา 12 ไม่ ไมผ่ ่าน ไม่ผ่าน 12
4 เด็กชายอัครวนิ ท์ มาดคี าน
5 เดก็ หญงิ มีนา กอ้ นทับทิม ผา่ น
6 เดก็ ชายฮามิน คิม
7 เด็กชายภัทรพงศ์ จันทร์นอ้ ย 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผา่ น
8 เด็กหญงิ ฑิฆัมพร เขตตบรรพต
9 เดก็ ชายพิทยุตม์ เรืองศรี 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผ่าน
10 เดก็ ชายธนพัต ปญั ญา
11 เด็กชายอุกฎษฏ์ ตันติศภุ รกั ษ์ 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผา่ น
12 เด็กหญิงครองขวัญ ทับทมิ แสง
13 เดก็ ชายชัยวฒั น์ กณุ จา๋ 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผา่ น
14 เดก็ หญิงแพรวา ศรีวรี ะ
15 เดก็ หญงิ จิรภา หลา้ รอด 11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผ่าน
16 เด็กหญิงอัญชิสา บุตรจัน
17 เด็กหญงิ ช่ืนนภา สีสอด 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
18 เด็กชายญาณกร รัตนประพิศ
19 เด็กชายคามิน ผอ่ งพุฒ 9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผ่าน
20 เด็กหญิงณิชชา สุทธิรส
21 เด็กหญิงกชพร ยมิ้ แย้ม 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน
22 เดก็ หญงิ วรรษชล สหี ะนาม
9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผ่าน

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผา่ น

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผา่ น

11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผ่าน

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผ่าน

10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน

11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผา่ น

9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน

9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น

9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น

11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผา่ น

เกณฑ์การให้คะแนน

คะแนน 10 - 12 อย่ใู นระดับ 4 มีระดับคุณภาพ ดีมาก คะแนนตามรบู ริคสเ์ ปน็ รอ้ ยละ 80 – 100 ของ

คะแนนเต็ม

คะแนน 7 - 9 อย่ใู นระดบั 3 มรี ะดับคณุ ภาพ ดี คะแนนตามรูบริคส์เปน็ ร้อยละ 60 – 75 ของ
คะแนนเต็ม

คะแนน 4 - 6 อยูใ่ นระดับ 2 มรี ะดับคุณภาพ พอใช้ คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของ

คะแนนเต็ม

คะแนน 0 - 3 อยใู่ นระดับ 1 มีระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรุง คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของ

คะแนนเต็ม

หมายเหตุ : คะแนนรวมต้องผา่ นระดับ 3 ขนึ้ ไป ถือว่า ผ่าน

• นกั เรียนทีไ่ มผ่ ่าน K จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แล้ว

• นักเรียนท่ไี ม่ผา่ น P จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แลว้

• นักเรียนทไี่ มผ่ า่ น A จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แลว้

ลงชอ่ื ..................................................... ผสู้ อน
( นางสาวภัคจิรา ยอดรัก )

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 25

กลุ่มสาระวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 2/2564 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 7 ระบบนเิ วศและความหลากหลายทางชีวภาพ เวลา 3 คาบ

เรือ่ ง การสะสมสารพิษในสิง่ มีชวี ิต เวลา 1 คาบ

ผู้สอน นางสาวภคั จริ า ยอดรัก โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั อุตรดิตถ์

วันที่ ……. เดือน ………….. พ.ศ. 2564 ม.3/1

วันที่ ……. เดอื น ………….. พ.ศ. 2564 ม.3/2

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และ

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ
เปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการ
แกไ้ ขปญั หาส่ิงแวดลอ้ ม รวมท้ังนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

2. ตัวช้ีวดั สร้างแบบจำลองในการอธิบายการถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหาร
ว 1.1 ม.3/3 อธบิ ายความสมั พนั ธข์ องผผู้ ลิต ผู้บรโิ ภค และผู้ย่อยสลายสารอนิ ทรยี ใ์ นระบบนิเวศ
ว 1.1 ม.3/4 อธิบายการสะสมสารพิษในส่งิ มชี วี ิตในโซอ่ าหาร
ว 1.1 ม.3/5

3. สาระสำคัญ
องค์ประกอบท่ีมีชีวติ ในระบบนิเวศจะมบี ทบาทหนา้ ที่แตกตา่ งกนั ผูผ้ ลิตเปน็ สิ่งมชี วี ติ ทีส่ ามารถเปล่ียน

พลังงานแสงเป็นพลังงานเคมีแล้วสะสมไว้ในรูปของอาหาร ผู้บริโภคเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารได้
เอง แต่ตอ้ งบริโภคสง่ิ มีชวี ิตอืน่ เปน็ อาหาร ผู้ย่อยสลายสารอนิ ทรีย์เปน็ สงิ่ มชี วี ิตท่ียอ่ ยสลายซากของส่ิงมีชีวิตทุก
ชนดิ กลับคนื ส่สู ิ่งแวดล้อมซ่ึงพืชจะนำมาใช้ได้อีก ซง่ึ สิง่ มชี ีวิตจะมีความสัมพันธร์ ะหวา่ งส่ิงมีชีวิตในลักษณะการ
ถา่ ยทอดพลังงานผ่านการกินต่อกันเป็นทอด ๆ จากผู้ผลติ ไปยังผู้บริโภคลำดบั ตา่ ง ๆ เรยี กว่า โซอ่ าหาร (food
chain) โดยพลังงานที่ถ่ายทอดไปในโซ่อาหารจะลดลงตามลำดับขั้นซึ่งมีพลังงานบางส่วนถูกถ่ายโอนไปสู่
สิ่งแวดล้อม โซ่อาหารหลายโซ่อาหารจะสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อนในรูปของสายใยอาหาร (food web) และ
นอกจากพลังงานจะถูกถา่ ยทอดไปตามลำดับขึ้นของโซ่อาหารแลว้ สารพษิ ตา่ ง ๆ จะถูกถา่ ยทอดไปเช่นกัน ซ่ึง
หากสะสมอยใู่ นส่งิ มชี ีวติ ปริมาณมากอาจเกดิ อันตรายตอ่ สิ่งมีชวี ติ และทำลายสมดุลในระบบนเิ วศ

4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
(1) นกั เรียนสามารถอธบิ ายการสะสมสารพิษในโซอ่ าหารได้ (K)
(2) นักเรียนสามารถแสดงบทบาทสมมตเิ พอ่ื อธบิ ายการสะสมสารพษิ ในโซอ่ าหารได้ (P)
(3) นักเรยี นใฝเ่ รยี นรู้ มวี นิ ัยในการเรียน (A)

5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
(1) ความสามารถในการสื่อสาร
- การอธิบาย การเขยี น การตอบคำถาม
(2) ความสามารถในการคิด
- การสงั เกต การสำรวจ การคิดวิเคราะห์ การสรา้ งคำอธบิ าย การอภิปราย
การส่อื ความหมาย การทำกจิ กรรมโดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์
การสืบคน้ โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์

6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
- มวี ินยั
- ใฝ่เรยี นรู้

7. สาระการเรยี นรู้
- กลุ่มสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศแบ่งตามหน้าที่ได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลาย

สารอินทรีย์ ส่งิ มชี ีวิตทัง้ 3 กล่มุ นี้ มีความสมั พันธ์กัน ผู้ผลิตเปน็ สิง่ มชี วี ิตท่ีสร้างอาหารได้เอง โดยกระบวนการ
สังเคราะห์ด้วยแสง ผู้บริโภค เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง และต้องกินผู้ผลิตหรือสิ่งมีชีวิตอ่ืน
เป็นอาหาร เมื่อผู้ผลิตและผู้บริโภคตายลง จะถูกย่อยโดยผู้ย่อยสลายสารอินทรยี ์ซึ่งจะเปลี่ยนสารอินทรยี ์เป็น
สารอนินทรีย์กลับคืนสูส่ ่ิงแวดล้อม ทำให้เกิดการหมุนเวียนสารเป็นวัฏจกั ร จำนวนผู้ผลติ ผู้บริโภค และผู้ย่อย
สลายสารอนิ ทรีย์ จะต้องมีความเหมาะสม จงึ ทำให้กลมุ่ สงิ่ มชี วี ิตอยไู่ ดอ้ ยา่ งสมดลุ

- พลงั งานถูกถา่ ยทอดจากผู้ผลิตไปยงั ผบู้ ริโภคลำดบั ตา่ ง ๆ รวมทั้งผูย้ อ่ ยสลายสารอินทรีย์ ในรูปแบบ
สายใยอาหาร ที่ประกอบด้วย โซ่อาหารหลายโซ่ที่สัมพันธ์กัน ในการถ่ายทอดพลังงานในโซ่อาหาร พลังงานท่ี
ถูกถ่ายทอดไปจะลดลงเรอ่ื ย ๆ ตาม ลำดับของการบรโิ ภค

- การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ อาจทำให้ มีสารพิษสะสมอยู่ในสิ่งมีชีวิตได้ จนอาจก่อให้เกิด
อันตรายต่อสิ่งมีชีวิต และทำลายสมดุลในระบบนิเวศ ดังนั้นการดูแลรักษาระบบนิเวศให้เกิดความสมดุล และ
คงอยู่ตลอดไปจงึ เป็นสงิ่ สำคญั

8. กระบวนการจดั การเรยี นรู้

โดยใช้กระบวนการสอนแบบสร้างความรู้ด้วยตนเอง Constructionism จัดลำดับการสอนเป็น
ขนั้ ตอนดงั น้ี

8.1 ขัน้ จดุ ประกายความคิด (Sparkling) (10 นาที)
(1) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยใช้คำถามว่านักเรียนคิดว่าสารพิษที่สะสมอยู่ใน

ร่างกายของสิ่งมีชีวิตจะถ่ายทอดไปยังสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ได้หรือไม่ อย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของ
ตนเอง)

(2) จากนนั้ ครูเชื่อมโยงเข้าสกู่ จิ กรรม การสะสมสารพษิ ในส่งิ มชี วี ติ เกดิ ข้ึนอยา่ งไร
8.2 ขน้ั สะกิดใหค้ น้ คว้า (Searching) (60 นาท)ี

(1) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม ครูตรวจสอบความเข้าใจ
จากการอา่ นโดยใช้คำถามวา่ ดังตอ่ ไปนี้

- กิจกรรมน้ีเก่ยี วขอ้ งกบั เรอื่ งอะไร (การสะสมสารพิษในโซอ่ าหาร)
- กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (แสดงบทบาทสมมติและอธิบายการสะสมสารพิษในโซ่
อาหาร)
- วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (อ่านและศึกษารายละเอียดในสถานการณ์
แสดงบทบาทสมมติตามวิธีดำเนินกจิ กรรม สังเกต บันทึก และรวบรวมขอ้ มูลของสารพิษในสิ่งมีชีวิต พร้อมท้ัง
อภิปรายผลจากกจิ กรรม)
- นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง (สังเกต บันทึก และรวบรวมข้อมูลของ
ปริมาณสารพิษในสิ่งมีชีวิตแต่ละตัว และค่าเฉลี่ยปริมาณสารพิษในสิ่งมีชีวิตตามลำดับข้ันของการบรโิ ภคในโซ่
อาหาร)
(2) นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 6 กลุ่ม จากนั้นนักเรียนส่งตัวแทนรบั ใบกิจกรรม เรื่อง การสะสม
สารพิษในสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นอย่างไร และใบความรู้จากสื่อเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแห่งความจริง
Augmented Reality หรอื AR
(3) ครอู ธิบายข้นั ตอนในการทำกิจกรรม นกั เรยี นออกมารับอปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในการทำกจิ กรรม
(4) นักเรียนแต่ละกลุ่มเริ่มทำกิจกรรม ครูสังเกตการทำงานของนักเรียน โดยเฉพาะใน
ขั้นตอนของการทำกจิ กรรมบทบาทสมมติควรให้นักเรียนซักซ้อมความเขา้ ใจในบทบาทของตนเอง
(5) นักเรียนบันทึกข้อมูลในลำดับขั้นของการบริโภคอย่างชัดเจนและหาค่าเฉลี่ย เพื่อใช้ใน
การสรุปผลการทำกิจกรรมได้อย่างถูกต้อง ครูอาจจะช่วยเหลือนักเรียนในการออกแบบตารางบันทึกผลก่อน
การบนั ทกึ ผล
8.3 ขัน้ นำพาสกู่ ารปฏิบตั ิ (Studying ) (20 นาท)ี
(1) นักเรียนนำเสนอผลการทำกิจกรรม ตอบคำถามท้ายกิจกรรม และร่วมกันสรุปผลของ
กจิ กรรมโดยใชค้ ำถามทา้ ยกิจกรรมเปน็ แนวทาง เพอื่ ใหไ้ ดข้ ้อสรปุ จากกจิ กรรมว่า สารพษิ จะสะสมในสิ่งมีชีวิต
เพิ่มขึ้นตามลำดับขั้นการบริโภคโดยจะพบค่าเฉลี่ยสารพิษในปลาซิวน้อยที่สุดและพบค่าเฉลี่ยสารพิษในนก
กระสามากที่สุด เนื่องจากผู้บริโภคลำดับที่สูงกว่าจะบริโภคผู้ผลิตหรือผู้บริโภคลำดับต่ำกว่าในปริมาณมาก

เพื่อให้ได้รับพลังงานเพียงพอในการดำรงชีวิต ทำให้มีโอกาสได้รับสารพษิ สะสมมากกว่าผูบ้ รโิ ภคลำดับที่ต่ำลง
ไป

8.4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาที)
(1) นกั เรยี นอ่านเนอื้ หา เกย่ี วกบั การสะสมสารพิษที่มีการปนเปื้อน ตกคา้ ง และสะสมเพ่ิมข้ึน

ในส่งิ มีชวี ติ ในระบบนิเวศ จากน้นั ร่วมกันอภปิ ราย เพือ่ ให้ไดข้ อ้ สรุปว่า
- สารพิษจะสะสมในสงิ่ มชี วี ิตเพิ่มขึน้ ตามลำดับขนั้ การบริโภค
- การสะสมสารพิษก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและอาจทำให้ระบบนิเวศเสียสมดุลได้ ถ้า

สารพิษสะสมในส่งิ มชี ีวติ ในปริมาณมาก แลว้ ทำให้สง่ิ มีชวี ติ นัน้ ตายลงจะส่งผลกระทบต่อส่ิงมีชวี ิตชนิดอ่ืน ๆ ใน
ระบบนเิ วศนนั้

8.5 ขั้นนำเสนอควบคูก่ ารประเมนิ ( Show and Sharing) (10 นาที)
(1) นกั เรียนตอบคำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของตนเอง ดังนี้
- เหตุใดผู้บริโภคลำดับที่สูงกว่าจึงมีปริมาณสารพิษสะสมในร่างกายมากกว่าผู้บริโภค

ลำดับทีต่ ่ำกว่า
แนวคำตอบ เนื่องจากผู้บริโภคลำดับที่สูงกว่ากินผู้บริโภคที่ต่ำกว่าในจำนวนและปริมาณท่ี

มาก ทำใหม้ ีโอกาสทสี่ ารพิษสะสมในเนื้อเยื่อมากกวา่
- ปริมาณพลังงานที่ถ่ายทอดไปตามลำดับขั้นของการบริโภคแตกต่างจากปริมาณสารพษิ

ท่ีสะสมในโซ่อาหารหรือไม่ อยา่ งไร
แนวคำตอบ แตกต่าง เพราะในการถ่ายทอดพลังงาน พลังงานที่ได้จะลดลงไปเรื่อย ๆ

ตามลำดับขั้นของการบริโภค ในทางตรงกันข้าม สารพิษจะสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในสิ่งมีชีวิตที่มีลำดับขั้นการ
บริโภคสูงกว่า

(2) ครสู งั เกตความสนใจ ความกระตือรอื ร้นในการเรียนรู้

9. สอื่ การเรียนรู้
9.1 ใบกจิ กรรม เรอื่ ง การสะสมสารพิษในส่ิงมชี ีวติ เกิดขึน้ อย่างไร
9.2 วัสดุและอปุ กรณท์ ใ่ี ชใ้ นการทดลอง
9.3 หนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 เล่ม 2 สสวท.
9.4 ใบความรเู้ ทคโนโลยโี ลกเสมือนผสานโลกแหง่ ความจริง Augmented Reality หรือ AR

10. วัดผลและประเมนิ ผล
1. กรอบการวัดและประเมินผล แตล่ ะจุดประสงคก์ ารเรียนร้นู ำเสนอประเด็นทีท่ ำการวัด และ

ประเมนิ ผล วิธกี ารวดั และเครื่องมือวดั ดังตาราง
ตาราง : แสดงกรอบการวดั และประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วิธีการวัดผล เครอ่ื งมอื วัดผล เกณฑ์การประเมินผล

1.ดา้ นความรู้ (K) ตรวจสอบความถูก ใบกจิ กรรม เรื่อง การ - ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 70
สะสมสารพิษใน ข้ึนไป : 7 คะแนน
นกั เรียนสามารถอธิบายการ ต้องของเนื้อหาในใบ สิง่ มชี ีวติ เกดิ ขึ้นอย่างไร จาก 10 คะแนน
แบบประเมนิ การ - ได้คะแนนคณุ ภาพระดับ
สะสมสารพิษในโซ่อาหารได้ กิจกรรม สังเกตใชท้ ักษะในการ 2 ข้ึนไป
แสดงบทบาทสมมติ
2.ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ สังเกตการใชท้ ักษะ - ไดค้ ะแนนคุณภาพระดับ
แบบประเมนิ 2 ขึ้นไป
(P) ในการแสดงบทบาท พฤติกรรมบง่ ชี้
คณุ ลักษณะอนั พงึ
นกั เรียนสามารถแสดงบทบาท สมมติ ประสงค์

สมมติเพ่ืออธิบายการสะสม

สารพษิ ในโซ่อาหารได้

3.ด้านคณุ ลักษณะ(A) ประเมินความต้ังใจ

นกั เรียนใฝ่เรยี นรู้ มีวนิ ยั ใน ในการทำกจิ กรรม

การเรยี น และการมวี นิ ยั ในการ

สง่ งาน

2. เกณฑ์การให้คะแนนเกณฑ์รูบรคิ ส์ (Rubric Score) ให้คะแนนเป็นรายข้อของเกณฑ์รูบรคิ ส์ ทสี่ รา้ ง
ขึน้ สำหรับการประเมิน (Analytical Rubric Score )
ตาราง : แสดงเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนเกณฑ์รบู ริคส์

ประเดน็ การประเมิน 4 (ดีมาก) ระดบั คุณภาพ 1 (ปรับปรุง)
3 (ดี) 2 (พอใช้)

1. อธิบายความสมั พันธ์ระหว่าง ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ขึ้นไป
ยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซมได้

2. วาดภาพโครงสรา้ งทเี่ หน็ - มคี ณุ สมบัติ 4 - มีคณุ สมบัติ 3 - มคี ณุ สมบตั ิ 2 ใน - มีคุณสมบตั ิ 1
ภายใต้กล้องจุลทรรศนไ์ ด้ (P) ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ
คุณภาพ คุณภาพ 4 ของระดับ ใน 4 ของระดบั
1.สามารถวาดภาพ
โปสเตอรโ์ ครโมโซมของมนุษย์ - มคี ุณสมบัติ 4 - มคี ุณสมบัติ 3 คณุ ภาพ คณุ ภาพ
ไดถ้ ูกตอ้ ง ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ
คณุ ภาพ คณุ ภาพ - มีคุณสมบัติ 2 ใน - มีคุณสมบตั ิ 1
2.ตรงตามรปู แบบความ
เปน็ จรงิ มากท่สี ดุ 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ

3.สสี นั สวยงาม คณุ ภาพ คณุ ภาพ
4.สามารถอภปิ ราย
ภาพวาดได้
3. มีความมุง่ มน่ั ในการทำงาน
(A)
1. สมาชิกทกุ คนร่วมกนั
แสดงความคดิ เห็น
2. ทำงานอย่างเป็นระบบ
ทกุ คนร้หู นา้ ทีต่ นเอง
3. สมาชิกทกุ คนร่วมกนั
ทำงานตามท่ีไดร้ ับมอบหมาย
4.ส่งงานตามเวลากำหนด

3. เกณฑป์ ระเมินระดบั คุณภาพผลการเรียนรู้ กำหนดระดับคณุ ภาพผลการเรียนรรู้ ่วมกันทกุ ด้านเป็น
4 ระดับ คือ ดีมาก ดี พอใช้ และปรบั ปรงุ แตล่ ะระดับกำหนดเกณฑ์ประเมนิ ตามคะแนนเกณฑ์

รบู รคิ ส์ ดงั น้ี ระดบั คุณภาพดมี าก มคี ะแนนตามเกณฑร์ ูบรคิ สร์ อ้ ยละ 80

– 100 ของคะแนนเตม็

ระดบั คุณภาพดี มีคะแนนตามเกณฑร์ บู รคิ ส์รอ้ ยละ 70 – 79 ของคะแนนเต็ม

ระดับคุณภาพพอใช้ มคี ะแนนตามเกณฑร์ ูบริคสร์ อ้ ยละ 60 – 69 ของคะแนนเต็ม

ระดบั คุณภาพปรับปรุง มีคะแนนตามเกณฑ์รบู รคิ ส์น้อยกว่ารอ้ ยละ 60 ของคะแนนเตม็

4. เกณฑ์การตัดสนิ ระดบั คณุ ภาพนักเรียนจากคะแนนรวมทง้ั หมด

ระดบั บคุ คล นกั เรียนมีผลงานอย่ใู นระดบั ดี ถือวา่ ผ่าน (ประกนั ผลการเรียนรู้ของนักเรยี น)

ระดบั กลมุ่ นักเรยี นมีผลงานอยู่ในระดบั ดี ไมต่ ่ำกวา่ ร้อยละ 70 ของจำนวนนักเรียนทงั้ หมด

ถอื ว่า การจัดประสบการณ์เรียนรตู้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ประสบผลสำเรจ็

5. เกณฑ์การตดั สินคะแนนเก็บ จำนวนคะแนนเก็บ.........คะแนน จากคะแนนรวมท้งั หมด…...คะแนน

กำหนดวธิ กี ารคดิ คะแนนเก็บ ดงั น้ี

จำนวนคะแนนเกบ็ = (จำนวนคะแนนทีต่ ้องการ × จำนวนคะแนนรวมทกุ กิจกรรมของนักเรียนแตล่ ะคน)
คะแนนรวมทกุ กจิ กรรมทั้งหมดของทกุ กจิ กรรม

บนั ทึกท้ายแผนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการจัดประสบการณเ์ รยี นรู้ (ชใ้ี หเ้ ห็นถงึ ผลท่เี กิดกบั ผ้เู รียนตามจุดประสงค์หรอื ตวั ช้ีวัดทก่ี ำหนดในแผน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหา/อปุ สรรค (คอื ปัญหาที่พบจากการจดั กิจกรรมการเรียนร)ู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข (ครเู สนอแนะทางแก้ไขของปัญหาที่พบในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู)้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงช่อื ..................................................... ผู้บันทึก
(นางสาวภคั จริ า ยอดรัก)

………/……………………../…………

บันทึกความเห็นของครูพเี่ ลย้ี ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชื่อ ..................................................... ผู้บนั ทกึ
(นางสาวภาณมุ าศ จนั ทร)
ครพู ่เี ลี้ยง

………/……………………../…………



ตารางการประเมินผลการจดั การเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 25 เรื่อง การสะสมสารพิษในสิ่งมีชีวิต
นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3/1 โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลบั ราชภฏั อตุ รดิตถ์
คำช้แี จง ใหผ้ ู้สอนทำเคร่ืองหมาย √ ลงในรายการตามความเป็นจริง

K P A รวม สรปุ หมาย
(ผ่าน/ เหตุ
(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน ไมผ่ า่ น)

ชอื่ -นามสกุล คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ ผา่ น
ผา่ น
เลขท่ี คะแนนเต็ม ร้อยละ 70 ขน้ึ ไป ระดับ 2 ขึน้ ไป ระดับ 2 ข้นึ ไป ผ่าน
ผา่ น
1 เด็กชายพสษิ ฐ์ แพรนิมิตร คะแนน ผา่ น/ 4 3 2 1 ผ่าน/ 4 3 2 1 ผ่าน/ คะแนน ผ่าน
2 เด็กหญิงวศินธี รณ์ หะรีเมา ผ่าน
3 เดก็ ชายศุภกร มูลคำ 12 ไม่ ไม่ผา่ น ไมผ่ ่าน 12 ผา่ น
4 เดก็ หญงิ ธีมาพร ทองเจรญิ ผ่าน
5 เด็กชายนฤพนธ์ุ สุทธะตง้ั ผ่าน ผ่าน
6 เด็กชายพนั ธ์ระพี พรี ะพันธ์ ผา่ น
7 เด็กชายนครศกั ดิ์ ศรีทพิ ย์ 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผา่ น
8 เดก็ หญิงธญั ญากร ทองเพช็ ร์ ผา่ น
9 เดก็ ชายจิณณวัตร ศรขี ำมี 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผา่ น
10 เด็กชายภทั รศวฒั โทนโนนแดง ผา่ น
11 เดก็ ชายรวิภาส ฐติ าคม 11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11 ผ่าน
12 เด็กชายกฤษฎา ปานแดง ผ่าน
13 เดก็ ชายรณกร บรู ณะถาวร 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10
14 เด็กหญิงบญุ ฑรกิ า ท่าดี ผ่าน
15 เด็กหญงิ อนญั ญา แสงพานชิ 9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผ่าน
16 เด็กชายณฐั ธพงษ์ ธนเดชสริ ิ ผ่าน
9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผ่าน
พงศ์
17 เดก็ หญิงลกั ษิกา โชคดี 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
18 เดก็ ชายฤทธิภ์ ูบดี หะรเี มา
19 เด็กชายอัครชยั ทบั ผดุง 9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9
20 เด็กหญิงปรุ ิมปรัชญ์ เจริญเชาว์
11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 11
วัฒน
21 เด็กหญิงนภสร บุญประเสริฐ 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10

9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9

9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9

11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11

10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 10

10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10
10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10
9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9

22 นายธนภัทธ์ หล่อหลอม 11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 11 ผา่ น
23 เด็กชายภูผา นาคหลวง 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น

เกณฑก์ ารให้คะแนน
คะแนน 10 - 12 อย่ใู นระดับ 4 มรี ะดบั คุณภาพ ดีมาก คะแนนตามรูบริคส์เป็นร้อยละ 80 – 100 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 7 - 9 อยใู่ นระดบั 3 มีระดับคุณภาพ ดี คะแนนตามรบู ริคสเ์ ปน็ รอ้ ยละ 60 – 75 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 4 - 6 อยู่ในระดบั 2 มรี ะดบั คณุ ภาพ พอใช้ คะแนนตามรบู ริคส์เป็นรอ้ ยละ 50 – 59 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 0 - 3 อยใู่ นระดับ 1 มีระดบั คุณภาพ ปรับปรุง คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ ร้อยละ 50 – 59 ของ
คะแนนเต็ม
หมายเหตุ : คะแนนรวมตอ้ งผ่านระดบั 3 ข้ึนไป ถือวา่ ผ่าน

• นักเรียนท่ีไมผ่ า่ น K จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แลว้

• นกั เรยี นทีไ่ มผ่ ่าน P จำนวน........คน ครผู ้สู อนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แลว้

• นกั เรยี นทไี่ ม่ผา่ น A จำนวน........คน ครูผูส้ อนมอบหมายให้นักเรียน.....................................แลว้

ลงชื่อ ..................................................... ผูส้ อน
( นางสาวภัคจิรา ยอดรกั )

ตารางการประเมนิ ผลการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 25 เรอ่ื ง การสะสมสารพิษในส่ิงมีชวี ติ
นักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 3/2 โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลบั ราชภัฏอุตรดติ ถ์
คำช้แี จง ให้ผูส้ อนทำเครื่องหมาย √ ลงในรายการตามความเป็นจรงิ

K P A รวม สรปุ หมาย

(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน (ผา่ น/ เหตุ

ชอ่ื -นามสกุล คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ ไมผ่ า่ น)

เลขท่ี คะแนนเตม็ ร้อยละ 70 ข้นึ ไป ระดับ 2 ขนึ้ ไป ระดบั 2 ขึน้ ไป

1 เดก็ ชายสิรภพ วรรณการ คะแนน ผา่ น/ 4 3 2 1 ผา่ น/ 4 3 2 1 ผ่าน/ คะแนน
2 เดก็ หญงิ เสาวลกั ษณ์ ทบั ทอง
3 เดก็ ชายปติ ิคุณ มีมา 12 ไม่ ไม่ผ่าน ไม่ผ่าน 12
4 เดก็ ชายอคั รวนิ ท์ มาดคี าน
5 เดก็ หญิงมนี า ก้อนทับทิม ผ่าน
6 เด็กชายฮามิน คมิ
7 เด็กชายภทั รพงศ์ จันทร์น้อย 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผา่ น
8 เดก็ หญงิ ฑิฆัมพร เขตตบรรพต
9 เดก็ ชายพิทยตุ ม์ เรืองศรี 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
10 เดก็ ชายธนพัต ปญั ญา
11 เด็กชายอกุ ฎษฏ์ ตนั ตศิ ุภรักษ์ 9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น
12 เด็กหญงิ ครองขวัญ ทบั ทิมแสง
13 เดก็ ชายชัยวฒั น์ กณุ จา๋ 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน
14 เด็กหญงิ แพรวา ศรวี ีระ
15 เดก็ หญงิ จิรภา หล้ารอด 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
16 เด็กหญงิ อัญชิสา บตุ รจัน
17 เดก็ หญิงชน่ื นภา สีสอด 11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผ่าน
18 เด็กชายญาณกร รัตนประพิศ
19 เด็กชายคามิน ผอ่ งพุฒ 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
20 เด็กหญงิ ณชิ ชา สุทธริ ส
21 เดก็ หญงิ กชพร ยิ้มแยม้ 11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11 ผา่ น
22 เด็กหญงิ วรรษชล สีหะนาม
9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น

10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน

9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผา่ น

10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผ่าน

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน

11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 11 ผา่ น

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผ่าน

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น

9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผ่าน

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผ่าน

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น

11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผ่าน

เกณฑ์การให้คะแนน

คะแนน 10 - 12 อย่ใู นระดับ 4 มีระดับคุณภาพ ดีมาก คะแนนตามรบู ริคสเ์ ปน็ รอ้ ยละ 80 – 100 ของ

คะแนนเต็ม

คะแนน 7 - 9 อย่ใู นระดบั 3 มรี ะดับคณุ ภาพ ดี คะแนนตามรูบริคส์เปน็ ร้อยละ 60 – 75 ของ
คะแนนเต็ม

คะแนน 4 - 6 อยูใ่ นระดับ 2 มรี ะดับคุณภาพ พอใช้ คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของ

คะแนนเต็ม

คะแนน 0 - 3 อยใู่ นระดับ 1 มีระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรุง คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของ

คะแนนเต็ม

หมายเหตุ : คะแนนรวมต้องผา่ นระดับ 3 ขนึ้ ไป ถือว่า ผ่าน

• นกั เรียนทีไ่ มผ่ ่าน K จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แล้ว

• นักเรียนท่ไี ม่ผา่ น P จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แลว้

• นักเรียนทไี่ มผ่ า่ น A จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แลว้

ลงชอ่ื ..................................................... ผสู้ อน
( นางสาวภัคจิรา ยอดรัก )

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 26

กลุม่ สาระวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 2/2564 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 7 ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชวี ภาพ เวลา 3 คาบ

เรื่อง การอยูร่ ่วมกนั ของสิง่ มชี ีวิต 1 เวลา 1 คาบ

ผูส้ อน นางสาวภคั จิรา ยอดรัก โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลยั ราชภัฏอุตรดิตถ์

วันท่ี ……. เดือน ………….. พ.ศ. 2564 ม.3/1

วันท่ี ……. เดือน ………….. พ.ศ. 2564 ม.3/2

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และ

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับส่ิงมีชวี ิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ
เปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการ
แกไ้ ขปญั หาสิง่ แวดล้อม รวมท้ังนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์

2. ตัวช้ีวัด อธิบายรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตรูปแบบต่าง ๆ ในแหล่งที่อยู่
ว 1.1 ม.3/2 เดยี วกนั ที่ได้จากการสำรวจ

3. สาระสำคญั
ในระบบนิเวศหนึ่ง ๆ อาจพบสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันอาศัยอยู่ร่วมกันในแหล่งที่อยู่เดียวกันและใน

ช่วงเวลาเดยี วกัน ซง่ึ เรยี กว่า ประชากร (population) และมกั พบประชากรของสง่ิ มีชีวิตหลายชนิดท่ีอาศัยอยู่
ร่วมกันในแหล่งที่อยู่เดียวกัน ซึ่งเรียกว่า กลุ่มสิ่งมีชีวิต (community) ซึ่งสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ มีความสัมพันธ์กับ
สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันและมีความสัมพันธ์กับส่ิงมีชีวิตชนิดอื่น ๆ โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวมีหลายรูปแบบ ซ่ึง
สิง่ มีชวี ติ บางชนิดอาจไดป้ ระโยชน์ บางชนิดอาจเสยี ประโยชน์ หรอื บางชนิดไมไ่ ดแ้ ละไม่เสยี ประโยชน์ ไดแ้ ก่

- ภาวะองิ อาศัย (+/0) เชน่ ฉลามกับเหาฉลาม นกทำรงั บนต้นไม้ กลว้ ยไม้กับต้นไม้
- ภาวะพง่ึ พากัน (+/+) เช่น ไลเคน แบคทเี รยี ในปมรากถัว่ โพรโทซวั ในลำไสป้ ลวก
- ภาวะการได้รบั ประโยชน์รว่ มกนั (+/+) เช่น ควายกบั นกเอยี้ ง มดดำกับเพลี้ย แมลงกบั ดอกไม้
- ภาวะปรสติ (+/-) เชน่ ปรสติ ในรา่ งกายมนษุ ย์และสตั ว์ เพลย้ี กับต้นไม้ เหบ็ และหมดั บนตัวสตั ว์
- ภาวะการล่าเหย่ือ (+/-) เช่น ลิงโตล่าความป่า นกล่าปลา ฉลามล่าแมวน้ำ
- ภาวะการแก่งแย่งแข่งขนั (-/-) เชน่ การแกง่ แย่งซากสตั วข์ องไฮอีนากบั แร้ง

4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
(1) นกั เรยี นสามารถอธบิ ายรปู แบบความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสิง่ มีชีวติ กับส่งิ มีชวี ิตท่อี ยูร่ ่วมกันได้ (K)
(2) นักเรียนสามารถสืบคน้ ข้อมูลรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสิง่ มชี วี ิตกับสงิ่ มีชวี ิตท่อี ย่รู ว่ มกนั ได้ (P)
(3) นักเรียนใฝเ่ รียนรู้ มวี นิ ยั ในการเรียน (A)

5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
(1) ความสามารถในการสื่อสาร
- การอธิบาย การเขียน การตอบคำถาม
(2) ความสามารถในการคิด
- การสงั เกต การสำรวจ การคิดวิเคราะห์ การสร้างคำอธิบาย การอภปิ ราย
การสือ่ ความหมาย การทำกิจกรรมโดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์
การสบื คน้ โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
- มีวนิ ัย
- ใฝเ่ รียนรู้

7. สาระการเรียนรู้
- สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์กันในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ภาวะพึ่งพากัน ภาวะอิงอาศัย ภาวะ

เหย่ือกบั ผูล้ า่ ภาวะปรสติ
- ส่ิงมีชีวติ ชนิดเดยี วกันท่อี าศัยอยรู่ ่วมกนั ในแหลง่ ทอี่ ย่เู ดยี วกนั ในชว่ งเวลาเดียวกนั เรียกว่า ประชากร
- กลุ่มสิ่งมีชีวิตประกอบด้วยประชากรของสิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ชนิด อาศัยอยู่ร่วมกันในแหล่งที่อยู่

เดยี วกนั

8. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
โดยใช้กระบวนการสอนแบบสร้างความรู้ด้วยตนเอง Constructionism จัดลำดับการสอนเป็น

ขนั้ ตอนดงั นี้
8.1 ข้ันจุดประกายความคิด (Sparkling) (10 นาท)ี
(1) ครูกระตุ้นความสนใจของนกั เรียนโดยใช้คำถามว่าในระบบนิเวศหนึ่ง ๆ สิ่งมีชีวิตที่อาศยั

อยู่ร่วมกัน นอกจากจะมีปฏิสัมพันธ์กันในด้านการกินต่อกันเป็นทอด ๆ แล้ว นักเรียนคิดว่าสิ่งมีชีวิตจะมี
ความสัมพันธก์ ันในรูปแบบใดอกี บ้าง และมีปฏิสมั พันธต์ ่อกนั อย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง)

(2) จากนัน้ ครเู ชื่อมโยงเข้าสกู่ ิจกรรม สิ่งมชี ีวิตอยรู่ ่วมกนั อยา่ งไร 1
8.2 ขัน้ สะกดิ ให้คน้ ควา้ (Searching) (60 นาที)

(1) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม ครูตรวจสอบความเข้าใจ
จากการอา่ นโดยใช้คำถามว่า ดงั ต่อไปน้ี

- กิจกรรมนีเ้ กย่ี วข้องกบั เร่ืองอะไร (ปฏสิ มั พนั ธข์ องสิง่ มีชีวิตทอ่ี ยูร่ ่วมกัน)
- กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (สืบค้นข้อมูลและอธิบายรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่าง
ส่ิงมีชวี ิตกบั ส่ิงมชี ีวิตท่ีอยรู่ ว่ มกัน)
- วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (อภิปรายและสืบค้นข้อมูล เพื่อวิเคราะห์
ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละคู่ จำแนกคู่สิ่งมีชีวิตตามเกณฑ์ และอภิปรายเกี่ยวกับความสั มพันธ์แต่ละ
ลักษณะ)
- นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง (รวบรวมข้อมูลจากการสืบค้นและการ
อภปิ รายลักษณะความสมั พันธ์ของคูส่ ง่ิ มีชีวติ แตล่ ะค่)ู
(2) นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 6 กลุ่ม จากนั้นนักเรียนส่งตัวแทนรับใบกิจกรรม เรื่อง สิ่งมีชีวิต
อยรู่ ว่ มกันอยา่ งไร 1
(3) ครูอธบิ ายข้ันตอนในการทำกจิ กรรมให้นักเรยี นฟงั เพอ่ื ให้นักเรยี นเขา้ ใจมากย่งิ ข้ึน
(4) นักเรียนแต่ละกลุ่มเริ่มทำกิจกรรม ครูสังเกตการทำงานของนักเรียน ช่วยเหลือในการหา
คำตอบความสัมพนั ธแ์ ต่ละแบบเมื่อนกั เรยี นมีขอ้ สงสัย
(5) เน้นให้นักเรียนสืบค้นเพิ่มเติม วิเคราะห์ และหาหลักฐาน เพื่อสนับสนุนแนวความคิด
เกี่ยวกบั ความสัมพันธ์ของส่ิงมชี ีวิตในรูปแบบตา่ ง ๆ เพิม่ เติม
8.3 ข้ันนำพาส่กู ารปฏบิ ตั ิ (Studying ) (20 นาที)
(1) นักเรียนนำเสนอผลการทำกิจกรรม ตอบคำถามท้ายกิจกรรม และร่วมกันสรุปผลของ
กจิ กรรมโดยใชค้ ำถามทา้ ยกิจกรรมเปน็ แนวทาง เพือ่ ใหไ้ ด้ขอ้ สรุปจากกิจกรรมวา่ ในธรรมชาติสิ่งมชี วี ิตต่าง ๆ
ทีอ่ ยู่ร่วมกนั มีความสัมพนั ธ์กนั ในลักษณะต่าง ๆ สง่ิ มีชวี ิตบางชนดิ ไดป้ ระโยชน์ บางชนดิ เสยี ประโยชน์ และบาง
ชนดิ ไม่ได้และไมเ่ สยี ประโยชน์
(2) นักเรียนอ่านเน้ือหา เกี่ยวกับรปู แบบของความสมั พันธ์ระหว่างสิ่งมชี ีวิตกบั สิ่งมีชีวิต และ
ครูอาจจะใช้คำถามเพิ่มเติมดังน้ี
- ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตแบบใดที่เป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศ เพราะเหตุใด (นักเรียน
ตอบตามความเข้าใจและประสบการณ์เดิม ครพู ยายามกระตนุ้ ให้นกั เรยี นตอบให้ครบทุกแบบ เช่น ภาวะปรสิต
และการล่าเหยื่อจะช่วยควบคุมจำนวนประชากรของสิ่งมีชีวิตบางชนิดให้มีจำนวนเหมาะสมไม่มากหรือน้อย
เกนิ ไปในธรรมชาติ ภาวะองิ อาศัยและภาวะพง่ึ พากนั สามารถทำให้ประชากรของสิ่งมชี วี ติ เพ่ิมจำนวนประชากร
ไดด้ ี ทำให้เพ่มิ แหลง่ อาหารใหก้ ับส่ิงมีชีวิตทบ่ี รโิ ภคสง่ิ มีชีวิตเหลา่ นัน้ เป็นอาหาร)
- ยกตัวอย่างคู่สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันในรูปแบบต่าง ๆ (คำตอบขึ้นอยู่กับข้อมูล
ที่มาจากการสืบคน้ หรอื จากประสบการณ์เดิมของนักเรียน)

จากนั้นร่วมกันอภิปราย เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า สิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกันจะมีปฏิสัมพันธ์กันใน
รูปแบบต่าง ๆโดยใช้เทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแห่งความจริง Augmented Reality หรือ AR
ตวั อยา่ งเช่น

- ภาวะพึ่งพากัน เป็นภาวะที่สิ่งมีชีวิตสองชนิดมาอยู่ร่วมกันแล้ว สิ่งมีชีวิตทั้งสองชนิดมาอยู่
ร่วมกันจะได้ประโยชน์

- ภาวะอิงอาศัย เป็นภาวะที่สิ่งมีชีวิตสองชนิดมาอยู่ร่วมกันแล้ว สิ่งมีชีวิตหนึ่งได้ประโยชน์
โดยท่ีสง่ิ มีชวี ติ หนึง่ ไมเ่ สยี ประโยชนแ์ ละไมไ่ ดป้ ระโยชน์

- ภาวะปรสิต เป็นภาวะที่สิ่งมีชีวิตสองชนิดมาอยู่ร่วมกันแล้ว สิ่งมีชีวิตหนึ่งได้ประโยชน์
(ปรสติ ) ส่งิ มีชวี ติ หนง่ึ เสยี ประโยชน์ (ผู้ถกู อาศยั )

- การล่าเหยื่อ เป็นภาวะที่สิ่งมีชีวิตสองชนิดมาอยู่ร่วมกันแล้ว สิ่งมีชีวิตหนึ่งได้ประโยชน์ (ผู้
ลา่ ) ส่งิ มีชวี ติ หน่งึ เสียประโยชน์ (เหยือ่ )

8.4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาท)ี
(1) นักเรยี นอ่านเน้ือหาและตอบคำถามระหว่างเรียนในหนังสือเรียนหน้า 177-178 เกี่ยวกับ

ความสัมพนั ธ์ในรูปแบบการล่าเหยื่อ ดังน้ี
- ในช่วงปี ค.ศ. 1925-1935 ประชากรของแมวป่าลิงซ์ลดลง นักเรียนคิดว่าเกิดจาก

ปัจจัยใด
แนวคำตอบ หากวเิ คราะห์จากกราฟข้อมลู อาจจะมีความเป็นไปได้วา่ จำนวนของกระต่ายป่า

ลดลง ทำให้แมวปา่ ลิงซ์ขาดแคลนอาหารและลดจำนวนลงเช่นเดียวกัน ซึ่งอาจจะเกิดจากสาเหตุได้หลายอย่าง
เช่น ขาดแคลนอาหาร เกดิ โรคระบาด หรอื จำนวนประชากรผ้ลู ่าชนดิ อ่นื ๆ เพมิ่ จำนวนประชากรมากขึ้น

- ความสมั พันธ์ของจำนวนประชากรสง่ิ มชี วี ิตทง้ั สองชนดิ น้เี ป็นอยา่ งไร
แนวคำตอบ จำนวนของประชากรสิ่งมีชีวิตทั้งสองชนิดแปรผันตามกัน นั่นคือ เมื่อจำนวน
กระต่ายป่าเพิ่มขึ้นจำนวนแมวป่าลิงซ์ก็จะเพิ่มขึ้น ถึงจุดหนึ่งจำนวนกระต่ายป่าจะลดลง ทำให้จำนวนแมวป่า
ลิงซ์ลดลงตาม
- ปัจจัยใดทมี่ ผี ลตอ่ การเปลย่ี นแปลงของประชากรของเหย่ือกับผู้ล่า
แนวคำตอบ จำนวนของประชากรของสิ่งมีชีวติ ทั้งสองชนิด นอกจากนั้นยังมปี ัจจัยอืน่ ๆ อีก
เช่น ภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติที่ส่งผลโดยตรง หรือส่งผลทางอ้อมต่ออาหารของกระต่ายป่า เช่น ภัยแล้งทำให้
พืชที่เป็นอาหารของกระต่ายป่าลดลง ส่งผลให้จำนวนประชากรกระต่ายป่าอาจจะลดลงโดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับ
จำนวนของแมวป่าลงิ ซแ์ ต่อยา่ งใด
เพื่อให้ไดข้ ้อสรุปว่า เมื่อผู้ลา่ เพ่ิมจำนวนมากขึ้นจะทำให้เหยือ่ ซึ่งเป็นอาหารลดลง หากผู้ล่า
กินเหยื่อชนดิ เดียวที่มีความจำเพาะจะส่งผลทำใหผ้ ูล้ ่าขาดแคลนอาหารและเกดิ การแข่งขันระหว่างกันเพ่ือแย่ง
อาหาร ทำให้จำนวนผลู้ า่ ลดลง ดังนัน้ จำนวนของผู้ล่าและเหย่ือในระบบนเิ วศหน่ึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงทำให้
เกิดความสมดลุ ของจำนวนประชากรทงั้ ผู้ลา่ และเหย่อื
8.5 ข้นั นำเสนอควบค่กู ารประเมิน ( Show and Sharing) (10 นาที)

(1) นักเรยี นตอบคำถามเพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจของตนเอง ดงั น้ี
- ภาวะปรสติ กบั การล่าเหยอ่ื เหมือนหรอื แตกต่างกันอย่างไร
แนวคำตอบ การล่าเหย่ือ คอื การทสี่ ่งิ มีชวี ิตหนึ่งกินสิ่งมีชีวิตหนึ่งโดยตรง ซึ่งทำให้สิ่งมีชีวิตท่ี
เปน็ เหยือ่ ตายลงส่วนภาวะปรสิต ส่ิงมีชวี ติ ที่เปน็ ปรสิตจะเบียดเบยี นเอาอาหารหรือสารอาหารจากเจ้าบา้ น โดย
ไม่ได้ทำให้สิ่งมีชีวิตเจ้าบ้านตายลงในทันที แต่ความสัมพันธ์ทั้งสองแบบก็เหมือนกันตรงที่สิ่งมีชีวิตหนึ่งได้
ประโยชนข์ ณะทสี่ งิ่ มชี ีวิตอีกชนดิ หนงึ่ เสยี ประโยชน์
(2) ครสู งั เกตความสนใจ ความกระตอื รือร้นในการเรยี นรู้

9. ส่ือการเรียนรู้
9.1 ใบกจิ กรรม เร่ือง ส่งิ มีชีวิตอยรู่ ว่ มกันอย่างไร 1
9.2 หนังสือเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 เลม่ 2 สสวท.
9.3 เทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแหง่ ความจรงิ Augmented Reality หรอื AR

10. วดั ผลและประเมนิ ผล
1. กรอบการวัดและประเมินผล แตล่ ะจุดประสงคก์ ารเรียนรู้นำเสนอประเดน็ ที่ทำการวัด และ

ประเมนิ ผล วิธีการวัด และเครอ่ื งมือวดั ดังตาราง
ตาราง : แสดงกรอบการวัดและประเมินผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั ผล เครอ่ื งมอื วัดผล เกณฑก์ ารประเมินผล

1.ด้านความรู้ (K) ตรวจสอบความถูก ใ บ ก ิ จ ก ร ร ม เ ร ื ่ อ ง - ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 70

นักเรยี นสามารถอธบิ าย ตอ้ งของเน้ือหาในใบ สิ่งมีชีวิตอยู่ร่วมกัน ข้นึ ไป : 7 คะแนน

รูปแบบความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง กิจกรรม อย่างไร 1 จาก 10 คะแนน

สิง่ มชี ีวิตกับส่ิงมีชีวติ ทอี่ ยู่

ร่วมกันได้

2.ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ สังเกตการใชท้ ักษะ แบบประเมนิ การ - ได้คะแนนคณุ ภาพระดับ
สงั เกตใช้ทักษะในการ 2 ข้นึ ไป
(P) ในการสืบคน้ ข้อมลู สืบค้นขอ้ มูล

นกั เรยี นสามารถสบื ค้นข้อมลู

รปู แบบความ สัมพนั ธร์ ะหวา่ ง

สิ่งมชี วี ติ กับสิ่งมีชีวิตทอี่ ยู่

ร่วมกันได้

3.ด้านคุณลักษณะ(A) ประเมินความตง้ั ใจ แบบประเมนิ - ได้คะแนนคุณภาพระดับ
พฤติกรรมบ่งช้ี 2 ขึน้ ไป
ในการทำกิจกรรม

นกั เรยี นใฝเ่ รียนรู้ มวี ินยั ใน และการมีวินัยในการ คุณลักษณะอนั พงึ

การเรยี น ส่งงาน ประสงค์

2. เกณฑ์การให้คะแนนเกณฑ์รบู รคิ ส์ (Rubric Score) ให้คะแนนเป็นรายขอ้ ของเกณฑร์ ูบรคิ ส์ ทสี่ รา้ ง
ข้ึนสำหรบั การประเมิน (Analytical Rubric Score )
ตาราง : แสดงเกณฑก์ ารให้คะแนนเกณฑ์รูบริคส์

ประเดน็ การประเมิน 4 (ดีมาก) ระดับคณุ ภาพ 1 (ปรับปรุง)
3 (ดี) 2 (พอใช้)

1. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ขึ้นไป
ยนี ดีเอน็ เอ และโครโมโซมได้

2. วาดภาพโครงสรา้ งท่ีเห็น - มีคุณสมบตั ิ 4 - มีคณุ สมบตั ิ 3 - มคี ณุ สมบตั ิ 2 ใน - มีคณุ สมบตั ิ 1
ภายใต้กล้องจุลทรรศนไ์ ด้ (P) ใน 4 ของระดับ ใน 4 ของระดับ
คณุ ภาพ คณุ ภาพ 4 ของระดับ ใน 4 ของระดบั
1.สามารถวาดภาพ
โปสเตอร์โครโมโซมของมนษุ ย์ - มีคณุ สมบัติ 4 - มีคุณสมบัติ 3 คณุ ภาพ คณุ ภาพ
ไดถ้ ูกต้อง ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ
คณุ ภาพ คณุ ภาพ - มคี ุณสมบัติ 2 ใน - มคี ณุ สมบัติ 1
2.ตรงตามรูปแบบความ
เป็นจริงมากที่สุด 4 ของระดับ ใน 4 ของระดบั

3.สสี นั สวยงาม คณุ ภาพ คุณภาพ
4.สามารถอภิปราย
ภาพวาดได้
3. มคี วามม่งุ ม่นั ในการทำงาน
(A)
1. สมาชกิ ทุกคนร่วมกัน
แสดงความคดิ เห็น
2. ทำงานอย่างเปน็ ระบบ
ทกุ คนร้หู น้าทต่ี นเอง
3. สมาชิกทุกคนร่วมกัน
ทำงานตามทไี่ ด้รบั มอบหมาย
4.สง่ งานตามเวลากำหนด

3. เกณฑป์ ระเมินระดบั คุณภาพผลการเรยี นรู้ กำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรรู้ ่วมกันทกุ ดา้ นเป็น

4 ระดับ คือ ดมี าก ดี พอใช้ และปรบั ปรุง แต่ละระดับกำหนดเกณฑ์ประเมนิ ตามคะแนนเกณฑ์

รูบรคิ ส์ ดังน้ี ระดบั คุณภาพดีมาก มีคะแนนตามเกณฑ์รูบริคสร์ ้อยละ 80

– 100 ของคะแนนเตม็

ระดบั คุณภาพดี มีคะแนนตามเกณฑร์ บู รคิ สร์ ้อยละ 70 – 79 ของคะแนนเต็ม

ระดบั คุณภาพพอใช้ มีคะแนนตามเกณฑร์ บู ริคสร์ อ้ ยละ 60 – 69 ของคะแนนเต็ม

ระดับคุณภาพปรับปรงุ มคี ะแนนตามเกณฑร์ บู ริคส์น้อยกวา่ รอ้ ยละ 60 ของคะแนนเตม็

4. เกณฑ์การตดั สนิ ระดบั คณุ ภาพนกั เรยี นจากคะแนนรวมทั้งหมด

ระดบั บุคคล นักเรยี นมีผลงานอยใู่ นระดับ ดี ถอื ว่า ผ่าน (ประกันผลการเรียนรู้ของนักเรียน)

ระดบั กลมุ่ นักเรยี นมผี ลงานอยใู่ นระดบั ดี ไม่ต่ำกว่ารอ้ ยละ 70 ของจำนวนนกั เรยี นท้งั หมด

ถือว่า การจัดประสบการณเ์ รียนรตู้ ามแผนการจัดการเรยี นร้ปู ระสบผลสำเร็จ

5. เกณฑ์การตัดสนิ คะแนนเก็บ จำนวนคะแนนเก็บ.........คะแนน จากคะแนนรวมท้งั หมด…...คะแนน

กำหนดวิธกี ารคิดคะแนนเกบ็ ดังนี้

จำนวนคะแนนเก็บ = (จำนวนคะแนนทต่ี อ้ งการ × จำนวนคะแนนรวมทกุ กจิ กรรมของนักเรยี นแต่ละคน)
คะแนนรวมทกุ กจิ กรรมท้งั หมดของทกุ กิจกรรม

บันทกึ ทา้ ยแผนการจดั การเรียนรู้
1. ผลการจดั ประสบการณเ์ รยี นรู้ (ช้ใี ห้เหน็ ถงึ ผลที่เกิดกบั ผเู้ รียนตามจุดประสงค์หรอื ตวั ช้ีวัดทกี่ ำหนดในแผน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปญั หา/อปุ สรรค (คอื ปญั หาที่พบจากการจดั กจิ กรรมการเรยี นร)ู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข (ครูเสนอแนะทางแก้ไขของปญั หาที่พบในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู)้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงช่อื ..................................................... ผู้บันทึก
(นางสาวภคั จริ า ยอดรกั )

………/……………………../…………

บันทึกความเหน็ ของครพู ่ีเลยี้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชื่อ ..................................................... ผู้บันทึก
(นางสาวภาณุมาศ จนั ทร)
ครพู ี่เล้ยี ง

………/……………………../…………



ตารางการประเมินผลการจดั การเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 26 เรอื่ ง การอย่รู ว่ มกันของสงิ่ มีชีวิต 1
นักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3/1 โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลับราชภัฏอุตรดิตถ์
คำชีแ้ จง ใหผ้ สู้ อนทำเคร่ืองหมาย √ ลงในรายการตามความเปน็ จริง

K P A รวม สรุป หมาย
(ผ่าน/ เหตุ
(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน ไม่ผ่าน)

ชื่อ-นามสกุล คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ ผา่ น
ผ่าน
เลขท่ี คะแนนเต็ม ร้อยละ 70 ขนึ้ ไป ระดบั 2 ขึ้นไป ระดบั 2 ข้นึ ไป ผ่าน
ผา่ น
1 เดก็ ชายพสิษฐ์ แพรนมิ ิตร คะแนน ผา่ น/ 4 3 2 1 ผา่ น/ 4 3 2 1 ผา่ น/ คะแนน ผ่าน
2 เด็กหญิงวศินธี รณ์ หะรเี มา ผ่าน
3 เดก็ ชายศภุ กร มูลคำ 12 ไม่ ไม่ผ่าน ไม่ผา่ น 12 ผ่าน
4 เดก็ หญิงธมี าพร ทองเจริญ ผ่าน
5 เด็กชายนฤพนธุ์ สุทธะต้ัง ผา่ น ผ่าน
6 เดก็ ชายพันธ์ระพี พีระพนั ธ์ ผ่าน
7 เด็กชายนครศกั ดิ์ ศรีทิพย์ 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น
8 เดก็ หญิงธัญญากร ทองเพช็ ร์ ผ่าน
9 เด็กชายจณิ ณวัตร ศรีขำมี 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน
10 เด็กชายภทั รศวัฒ โทนโนนแดง ผ่าน
11 เด็กชายรวิภาส ฐติ าคม 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น
12 เดก็ ชายกฤษฎา ปานแดง ผา่ น
13 เด็กชายรณกร บูรณะถาวร 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10
14 เด็กหญงิ บุญฑรกิ า ท่าดี ผา่ น
15 เด็กหญิงอนญั ญา แสงพานชิ 9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น
16 เด็กชายณฐั ธพงษ์ ธนเดชสริ ิ ผ่าน
10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
พงศ์
17 เดก็ หญิงลักษิกา โชคดี 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผ่าน
18 เดก็ ชายฤทธิ์ภบู ดี หะรเี มา
19 เด็กชายอัครชัย ทับผดุง 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10
20 เด็กหญงิ ปรุ มิ ปรัชญ์ เจรญิ เชาว์
10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10
วฒั น
21 เด็กหญิงนภสร บุญประเสริฐ 11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10

10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10

11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9

10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10
11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 11
11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11
9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9

10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10


Click to View FlipBook Version