The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yodrak pukjira, 2022-02-06 22:03:09

หน่วยที่ 7 ระบบนิเวศ

แผนการจัดการเรียนรู้

22 นายธนภัทธ์ หล่อหลอม 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผา่ น
23 เด็กชายภูผา นาคหลวง 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น

เกณฑก์ ารให้คะแนน
คะแนน 10 - 12 อย่ใู นระดับ 4 มรี ะดบั คุณภาพ ดีมาก คะแนนตามรูบริคส์เป็นร้อยละ 80 – 100 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 7 - 9 อยใู่ นระดบั 3 มีระดับคุณภาพ ดี คะแนนตามรบู ริคสเ์ ปน็ รอ้ ยละ 60 – 75 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 4 - 6 อยู่ในระดบั 2 มรี ะดบั คณุ ภาพ พอใช้ คะแนนตามรบู ริคส์เป็นรอ้ ยละ 50 – 59 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 0 - 3 อยใู่ นระดับ 1 มีระดบั คุณภาพ ปรับปรุง คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ ร้อยละ 50 – 59 ของ
คะแนนเต็ม
หมายเหตุ : คะแนนรวมตอ้ งผ่านระดบั 3 ข้ึนไป ถือวา่ ผ่าน

• นักเรียนท่ีไมผ่ า่ น K จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แลว้

• นกั เรยี นทีไ่ มผ่ ่าน P จำนวน........คน ครผู ้สู อนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แลว้

• นกั เรยี นทไี่ ม่ผา่ น A จำนวน........คน ครูผูส้ อนมอบหมายให้นักเรียน.....................................แลว้

ลงชื่อ ..................................................... ผูส้ อน
( นางสาวภัคจิรา ยอดรกั )

ตารางการประเมนิ ผลการจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 26 เร่อื ง การอยู่ร่วมกนั ของสงิ่ มชี วี ติ 1
นักเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3/2 โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลับราชภฏั อุตรดติ ถ์
คำช้แี จง ใหผ้ ู้สอนทำเคร่ืองหมาย √ ลงในรายการตามความเป็นจรงิ

K P A รวม สรปุ หมาย

(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน (ผา่ น/ เหตุ

ชื่อ-นามสกุล คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ ไม่ผา่ น)

เลขท่ี คะแนนเต็ม ร้อยละ 70 ข้นึ ไป ระดบั 2 ขนึ้ ไป ระดบั 2 ข้ึนไป

1 เดก็ ชายสิรภพ วรรณการ คะแนน ผา่ น/ 4 3 2 1 ผา่ น/ 4 3 2 1 ผ่าน/ คะแนน
2 เดก็ หญิงเสาวลักษณ์ ทับทอง
3 เดก็ ชายปิติคุณ มีมา 12 ไม่ ไม่ผา่ น ไมผ่ ่าน 12
4 เดก็ ชายอคั รวนิ ท์ มาดคี าน
5 เด็กหญิงมีนา กอ้ นทับทิม ผา่ น
6 เด็กชายฮามิน คมิ
7 เดก็ ชายภัทรพงศ์ จันทร์นอ้ ย 11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผ่าน
8 เด็กหญิงฑิฆมั พร เขตตบรรพต
9 เดก็ ชายพิทยุตม์ เรืองศรี 11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 11 ผ่าน
10 เดก็ ชายธนพัต ปญั ญา
11 เด็กชายอุกฎษฏ์ ตันตศิ ภุ รกั ษ์ 9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผ่าน
12 เด็กหญิงครองขวญั ทับทิมแสง
13 เดก็ ชายชยั วฒั น์ กุณจ๋า 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน
14 เด็กหญงิ แพรวา ศรีวีระ
15 เดก็ หญิงจิรภา หลา้ รอด 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผ่าน
16 เดก็ หญิงอัญชสิ า บตุ รจัน
17 เดก็ หญิงช่นื นภา สีสอด 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
18 เด็กชายญาณกร รัตนประพิศ
19 เด็กชายคามิน ผอ่ งพุฒ 9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น
20 เด็กหญิงณชิ ชา สุทธริ ส
21 เดก็ หญิงกชพร ย้ิมแย้ม 11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผา่ น
22 เดก็ หญงิ วรรษชล สหี ะนาม
9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น

10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผา่ น

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผา่ น

10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น

10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น

11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผา่ น

11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผา่ น

9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผ่าน

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผ่าน

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผ่าน

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผา่ น

10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น

เกณฑ์การให้คะแนน

คะแนน 10 - 12 อย่ใู นระดับ 4 มีระดับคุณภาพ ดีมาก คะแนนตามรบู ริคสเ์ ปน็ รอ้ ยละ 80 – 100 ของ

คะแนนเต็ม

คะแนน 7 - 9 อย่ใู นระดบั 3 มรี ะดับคณุ ภาพ ดี คะแนนตามรูบริคส์เปน็ ร้อยละ 60 – 75 ของ
คะแนนเต็ม

คะแนน 4 - 6 อยูใ่ นระดับ 2 มรี ะดับคุณภาพ พอใช้ คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของ

คะแนนเต็ม

คะแนน 0 - 3 อยใู่ นระดับ 1 มีระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรุง คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของ

คะแนนเต็ม

หมายเหตุ : คะแนนรวมต้องผา่ นระดับ 3 ขนึ้ ไป ถือว่า ผ่าน

• นกั เรียนทีไ่ มผ่ ่าน K จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แล้ว

• นักเรียนท่ไี ม่ผา่ น P จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แลว้

• นักเรียนทไี่ มผ่ า่ น A จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แลว้

ลงชอ่ื ..................................................... ผสู้ อน
( นางสาวภัคจิรา ยอดรัก )

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 27

กล่มุ สาระวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 2/2564 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 7 ระบบนเิ วศและความหลากหลายทางชีวภาพ เวลา 3 คาบ

เร่อื ง การอย่รู ่วมกันของสิง่ มชี ีวติ 2 เวลา 1 คาบ

ผ้สู อน นางสาวภัคจริ า ยอดรัก โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุตรดติ ถ์

วันที่ ……. เดือน ………….. พ.ศ. 2564 ม.3/1

วันที่ ……. เดอื น ………….. พ.ศ. 2564 ม.3/2

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และ

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ
เปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการ
แกไ้ ขปัญหาส่ิงแวดลอ้ ม รวมทั้งนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

2. ตัวชี้วดั อธิบายรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตรูปแบบต่าง ๆ ในแหล่งที่อยู่
ว 1.1 ม.3/2 เดยี วกัน ทไี่ ดจ้ ากการสำรวจ

3. สาระสำคัญ
ในระบบนิเวศหนึ่ง ๆ อาจพบสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันอาศัยอยู่ร่วมกันในแหล่งที่อยู่เดียวกันและใน

ช่วงเวลาเดียวกัน ซงึ่ เรียกวา่ ประชากร (population) และมักพบประชากรของสงิ่ มีชวี ิตหลายชนิดที่อาศัยอยู่
ร่วมกันในแหล่งที่อยู่เดียวกัน ซึ่งเรียกว่า กลุ่มสิ่งมีชีวิต (community) ซึ่งสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ มีความสัมพันธ์กับ
สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันและมีความสัมพันธ์กับส่ิงมีชีวิตชนิดอื่น ๆ โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวมีหลายรูปแบบ ซ่ึง
ส่งิ มีชวี ติ บางชนดิ อาจได้ประโยชน์ บางชนดิ อาจเสยี ประโยชน์ หรือบางชนดิ ไม่ได้และไม่เสยี ประโยชน์ ไดแ้ ก่

- ภาวะอิงอาศัย (+/0) เช่น ฉลามกบั เหาฉลาม นกทำรงั บนตน้ ไม้ กลว้ ยไมก้ บั ตน้ ไม้
- ภาวะพึ่งพากนั (+/+) เช่น ไลเคน แบคทีเรียในปมรากถัว่ โพรโทซัวในลำไส้ปลวก
- ภาวะการไดร้ ับประโยชนร์ ว่ มกัน (+/+) เชน่ ควายกบั นกเอย้ี ง มดดำกับเพลย้ี แมลงกับดอกไม้
- ภาวะปรสติ (+/-) เช่น ปรสิตในร่างกายมนุษยแ์ ละสัตว์ เพล้ยี กบั ตน้ ไม้ เห็บและหมดั บนตวั สตั ว์
- ภาวะการล่าเหย่ือ (+/-) เชน่ ลงิ โตลา่ ความป่า นกล่าปลา ฉลามล่าแมวนำ้

- ภาวะการแก่งแยง่ แขง่ ขัน (-/-) เชน่ การแก่งแย่งซากสตั วข์ องไฮอีนากับแร้ง
4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

(1) นักเรียนสามารถอธบิ ายรปู แบบความสมั พันธ์ระหวา่ งสงิ่ มชี ีวิตกับสิง่ มชี ีวติ ทอ่ี ยู่ร่วมกนั ได้ (K)
(2) นักเรยี นสามารถสืบคน้ ข้อมูลรปู แบบความสมั พันธร์ ะหว่างสิ่งมีชวี ติ กับส่งิ มชี วี ติ ท่อี ย่รู ว่ มกันได้ (P)
(3) นกั เรยี นใฝ่เรียนรู้ มวี ินัยในการเรียน (A)
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
(1) ความสามารถในการสื่อสาร

- การอธิบาย การเขยี น การตอบคำถาม
(2) ความสามารถในการคิด

- การสงั เกต การสำรวจ การคิดวเิ คราะห์ การสรา้ งคำอธิบาย การอภปิ ราย
การสื่อความหมาย การทำกจิ กรรมโดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
การสบื ค้นโดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
- มีวินัย
- ใฝ่เรียนรู้

7. สาระการเรยี นรู้
- สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์กันในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ภาวะพึ่งพากัน ภาวะอิงอาศัย ภาวะ

เหยอ่ื กบั ผู้ลา่ ภาวะปรสติ
- สิ่งมชี ีวิตชนดิ เดียวกนั ที่อาศัยอยรู่ ่วมกนั ในแหล่งท่อี ยู่เดยี วกนั ในช่วงเวลาเดยี วกัน เรยี กวา่ ประชากร
- กลุ่มสิ่งมีชีวิตประกอบด้วยประชากรของสิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ชนิด อาศัยอยู่ร่วมกันในแหล่งที่อยู่

เดียวกัน

8. กระบวนการจดั การเรียนรู้ (ใชร้ ปู แบบการสอนสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry cycle) (5Es)
8.1 ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement) (5 นาที)
(1) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยใช้คำถามว่าความสัมพันธ์ระหว่างปลากับสาหร่าย

เป็นความสัมพันธ์รูปแบบใด (แนวตอบ ภาวะพึ่งพากัน เนื่องจากสิ่งมีชีวิตทั้ง 2 ชนิด ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์
และต้องอยู่ด้วยกัน ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เนื่องจากปลาต้องใช้แก๊สออกซิเจนที่ได้จากการสังเคราะห์
ด้วยแสงของสาหร่ายมาใช้ในการหายใจ และจะปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาซึ่งเป็นปัจจัยใน
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของสาหรา่ ยเช่นกัน)

(2) จากน้ันครูเชอื่ มโยงเขา้ ส่กู ิจกรรม สง่ิ มีชีวติ อยู่รว่ มกนั อย่างไร 2
8.2 ข้นั สำรวจและคน้ หา (Exploration) (40 นาที)

(1) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม ครูตรวจสอบความเข้าใจ
จากการอา่ นโดยใชค้ ำถามว่า ดงั ต่อไปน้ี

- กจิ กรรมน้ีเก่ียวข้องกบั เรอื่ งอะไร (ปฏสิ มั พันธ์ของสง่ิ มีชวี ิตทอี่ ยูร่ ่วมกัน)
- กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (สืบค้นข้อมูลและอธิบายรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่าง
สิง่ มีชีวิตกบั สง่ิ มีชวี ิตทอี่ ยรู่ ว่ มกัน)
- วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (อภิปรายและสืบค้นข้อมูล เพื่อวิเคราะห์
ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละคู่ จำแนกคู่สิ่งมีชีวิตตามเกณฑ์ และอภิปรายเกี่ยวกับความสัมพันธ์แต่ละ
ลักษณะ)
- นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง (รวบรวมข้อมูลจากการสืบค้นและการ
อภิปรายลกั ษณะความสมั พันธข์ องค่สู ิ่งมชี ีวิตแตล่ ะคู่)

(2) นักเรียนตรวจสอบตนเองเพ่ือสรปุ องคค์ วามรูท้ ่ไี ด้จากบทเรียน โดยการเขยี นบรรยาย วาด
ภาพ หรือเขียนผังมโนทัศน์สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหน่วยการเรียนรู้นี้ ลงในใบกิจกรรม เรื่อง สิ่งมีชีวิตอยู่ร่วมกัน
อย่างไร 2

(3) ครอู ธิบายขั้นตอนในการทำกิจกรรมใหน้ ักเรียนฟงั เพอ่ื ให้นักเรยี นเขา้ ใจมากย่งิ ข้นึ
(4) นกั เรียนแตล่ ะคนลงมือทำใบกิจกรรม
8.3 ขน้ั อภปิ รายและลงขอ้ สรุป (Explain) (5 นาท)ี
(1) ตัวแทนนักเรียนนำเสนอผังมโนทัศน์สรุปความรู้ที่ได้จากบทเรียน หรือจัดแสดงผลงาน
เพอ่ื ให้นักเรยี นพจิ ารณาใหค้ วามเห็น และรว่ มกันอภปิ รายสรุปความรู้ท่ไี ดจ้ ากบทเรียน
8.4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (5 นาที)
(1) ครยู กตัวอยา่ งส่ิงมีชีวิตเปน็ คู่ ๆ ใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มแข่งขันกันตอบว่าสิ่งมีชีวิตคู่น้ันเป็น
ความสัมพันธร์ ูปแบบใดและมีความสัมพันธ์กันอย่างไร โดยครูอาจมีของรางวลั แจกให้กลุ่มท่ีสามารถทำคะแนน
ในการตอบคำถามได้มากท่สี ดุ เช่น ปากกา ดนิ สอ ยางลบ ไม้บรรทัด ตวั อยา่ งคูข่ องสิง่ มีชีวติ เชน่

- เหาฉลามกับฉลาม (ภาวะอิงอาศยั )
- โพรโทซัวในลำไสป้ ลวก (ภาวะพง่ึ พากัน)
- วาฬเพชฌฆาตกบั แมวนำ้ (ภาวะล่าเหยอื่ )
- นกกับต้นไม้ (ภาวะองิ อาศยั )
- ควายกับนกเอ้ียง (ภาวะได้รบั ประโยชน์รว่ มกนั )
- กล้วยไมก้ ับต้นไม้ (ภาวะอิงอาศยั )
- เห็บกับสุนัข (ภาวะปรสิต)
- งูกับกระรอก (ภาวะลา่ เหยอ่ื )
- แมลงกบั ดอกไม้ (ภาวะไดร้ บั ประโยชนร์ ่วมกนั )
- ไลเคน (ภาวะพึ่งพากัน)

- แบคทีเรียในปมรากถ่ัว (ภาวะพ่ึงพากัน)
- เพลยี้ กับต้นไม้ (ภาวะปรสิต)
- มดดำกับเพล้ยี (ภาวะไดร้ บั ประโยชนร์ ่วมกัน)
- พยาธิกับมนษุ ย์ (ภาวะปรสติ )
- ไฮอีนากบั แรง้ (ภาวะแกง่ แยง่ แข่งขัน)
8.5 ข้ันประเมิน (Evaluation) (5 นาที)
(1) นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ โดยมี
แนวการสรุป ดังนี้ “ในระบบนิเวศจะมีสิ่งมีชีวิตหลายชนิดอาศัยอยู่ร่วมกัน ซึ่งสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะมี
ความสัมพันธ์กัน และมีความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ด้วย โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวนั้นมีหลายรูปแบบ
สิ่งมีชีวิตบางชนิดอาจได้ประโยชน์ สิ่งมีชีวิตบางชนิดอาจเสียประโยชน์ สิ่งมีชีวิตบางชนิดอาจไม่ได้และไม่เสีย
ประโยชน์”
(2) ครสู ังเกตความสนใจ ความกระตอื รือรน้ ในการเรยี นรู้

9. สื่อการเรียนรู้
9.1 ใบกิจกรรม เร่อื ง สง่ิ มชี วี ติ อยู่รว่ มกันอยา่ งไร 2
9.2 หนังสอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ระดบั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 เลม่ 2 สสวท.

10. วัดผลและประเมนิ ผล
1. กรอบการวดั และประเมินผล แต่ละจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้นำเสนอประเดน็ ทที่ ำการวดั และ

ประเมินผล วธิ กี ารวดั และเครอื่ งมือวดั ดังตาราง
ตาราง : แสดงกรอบการวัดและประเมินผล

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการวดั ผล เครื่องมอื วัดผล เกณฑก์ ารประเมินผล

1.ด้านความรู้ (K) ตรวจสอบความถูก ใ บ ก ิ จ ก ร ร ม เ ร ื ่ อ ง - ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70

นักเรยี นสามารถอธบิ าย ต้องของเน้ือหาในใบ สิ่งมีชีวิตอยู่ร่วมกัน ข้นึ ไป : 7 คะแนน

รปู แบบความสัมพันธร์ ะหว่าง กิจกรรม อยา่ งไร 2 จาก 10 คะแนน

ส่งิ มีชีวิตกบั ส่งิ มีชีวติ ท่อี ยู่

ร่วมกันได้

2.ด้านทกั ษะ/กระบวนการ สังเกตการใช้ทักษะ แบบประเมนิ การ - ได้คะแนนคุณภาพระดับ
สงั เกตใชท้ กั ษะในการ 2 ข้ึนไป
(P) ในการสบื ค้นข้อมลู สบื ค้นขอ้ มูล

นกั เรียนสามารถสืบค้นข้อมลู

รปู แบบความ สมั พันธร์ ะหว่าง

ส่งิ มีชีวิตกบั ส่งิ มีชีวติ ท่อี ยู่ ประเมนิ ความตัง้ ใจ แบบประเมิน - ได้คะแนนคณุ ภาพระดับ
ร่วมกนั ได้ ในการทำกจิ กรรม พฤติกรรมบง่ ช้ี 2 ขึ้นไป
3.ด้านคณุ ลกั ษณะ(A) และการมีวนิ ัยในการ คณุ ลักษณะอันพงึ
นักเรียนใฝเ่ รยี นรู้ มวี นิ ยั ใน สง่ งาน ประสงค์
การเรยี น

2. เกณฑ์การให้คะแนนเกณฑ์รูบริคส์ (Rubric Score) ให้คะแนนเปน็ รายขอ้ ของเกณฑร์ ูบรคิ ส์ ทีส่ ร้าง
ขน้ึ สำหรับการประเมิน (Analytical Rubric Score )
ตาราง : แสดงเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนเกณฑร์ ูบริคส์

ประเดน็ การประเมิน 4 (ดีมาก) ระดับคุณภาพ 1 (ปรับปรงุ )
3 (ดี) 2 (พอใช้)

1. อธบิ ายความสัมพันธร์ ะหว่าง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึน้ ไป
ยนี ดีเอน็ เอ และโครโมโซมได้

2. วาดภาพโครงสร้างทเ่ี หน็ - มีคณุ สมบตั ิ 4 - มคี ณุ สมบตั ิ 3 - มีคณุ สมบตั ิ 2 ใน - มีคุณสมบัติ 1
ภายใต้กล้องจุลทรรศนไ์ ด้ (P) ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ
คุณภาพ คณุ ภาพ 4 ของระดับ ใน 4 ของระดบั
1.สามารถวาดภาพ
โปสเตอรโ์ ครโมโซมของมนุษย์ คณุ ภาพ คณุ ภาพ
ไดถ้ ูกต้อง

2.ตรงตามรูปแบบความ
เปน็ จรงิ มากท่ีสุด

3.สสี ันสวยงาม
4.สามารถอภิปราย
ภาพวาดได้

3. มคี วามมงุ่ ม่นั ในการทำงาน - มคี ุณสมบัติ 4 - มีคณุ สมบัติ 3 - มคี ณุ สมบตั ิ 2 ใน - มีคณุ สมบตั ิ 1
(A) ใน 4 ของระดับ ใน 4 ของระดบั
คณุ ภาพ คณุ ภาพ 4 ของระดับ ใน 4 ของระดับ
1. สมาชิกทุกคนร่วมกนั
แสดงความคดิ เห็น คณุ ภาพ คณุ ภาพ

2. ทำงานอยา่ งเป็นระบบ
ทกุ คนร้หู น้าทตี่ นเอง

3. สมาชิกทุกคนรว่ มกัน
ทำงานตามทไี่ ด้รบั มอบหมาย

4.สง่ งานตามเวลากำหนด

3. เกณฑ์ประเมินระดับคุณภาพผลการเรียนรู้ กำหนดระดบั คณุ ภาพผลการเรียนร้รู ่วมกนั ทุกดา้ นเป็น

4 ระดับ คือ ดมี าก ดี พอใช้ และปรับปรงุ แต่ละระดบั กำหนดเกณฑ์ประเมินตามคะแนนเกณฑ์

รบู รคิ ส์ ดงั น้ี ระดับคุณภาพดมี าก มคี ะแนนตามเกณฑร์ บู รคิ สร์ ้อยละ 80

– 100 ของคะแนนเตม็

ระดับคุณภาพดี มคี ะแนนตามเกณฑร์ ูบริคส์ร้อยละ 70 – 79 ของคะแนนเต็ม

ระดบั คุณภาพพอใช้ มีคะแนนตามเกณฑ์รูบรคิ ส์ร้อยละ 60 – 69 ของคะแนนเต็ม

ระดบั คุณภาพปรับปรุง มีคะแนนตามเกณฑ์รูบริคสน์ ้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม

4. เกณฑ์การตัดสนิ ระดับคุณภาพนักเรียนจากคะแนนรวมท้ังหมด

ระดบั บคุ คล นักเรยี นมผี ลงานอย่ใู นระดับ ดี ถือว่า ผา่ น (ประกนั ผลการเรียนรู้ของนักเรยี น)

ระดบั กล่มุ นักเรียนมผี ลงานอยใู่ นระดับ ดี ไมต่ ่ำกวา่ ร้อยละ 70 ของจำนวนนกั เรยี นทง้ั หมด

ถอื ว่า การจดั ประสบการณเ์ รียนรู้ตามแผนการจดั การเรียนรู้ประสบผลสำเร็จ

5. เกณฑ์การตัดสินคะแนนเก็บ จำนวนคะแนนเก็บ.........คะแนน จากคะแนนรวมท้ังหมด…...คะแนน

กำหนดวิธกี ารคิดคะแนนเกบ็ ดังน้ี

จำนวนคะแนนเก็บ = (จำนวนคะแนนท่ีตอ้ งการ × จำนวนคะแนนรวมทุกกิจกรรมของนักเรยี นแต่ละคน)
คะแนนรวมทกุ กิจกรรมทง้ั หมดของทุกกจิ กรรม

บันทกึ ทา้ ยแผนการจดั การเรียนรู้
1. ผลการจดั ประสบการณเ์ รยี นรู้ (ช้ใี หเ้ ห็นถึงผลทีเ่ กดิ กบั ผ้เู รียนตามจุดประสงค์หรอื ตัวชว้ี ัดท่ีกำหนดในแผน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปญั หา/อปุ สรรค (คอื ปญั หาที่พบจากการจัดกิจกรรมการเรยี นร)ู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข (ครูเสนอแนะทางแกไ้ ขของปญั หาที่พบในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงช่อื ..................................................... ผู้บันทึก
(นางสาวภัคจริ า ยอดรกั )

………/……………………../…………

บันทึกความเหน็ ของครพู ่ีเลยี้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชื่อ ..................................................... ผู้บนั ทึก
(นางสาวภาณมุ าศ จนั ทร)
ครพู ี่เลี้ยง

………/……………………../…………



ตารางการประเมนิ ผลการจดั การเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 27 เร่ือง การอย่รู ว่ มกันของสง่ิ มีชีวิต 2
นกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลับราชภัฏอตุ รดิตถ์
คำชแ้ี จง ให้ผู้สอนทำเคร่ืองหมาย √ ลงในรายการตามความเปน็ จรงิ

K P A รวม สรปุ หมาย
(ผา่ น/ เหตุ
(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน ไม่ผ่าน)

ช่อื -นามสกุล คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ ผ่าน
ผา่ น
เลขท่ี คะแนนเตม็ ร้อยละ 70 ขน้ึ ไป ระดับ 2 ข้ึนไป ระดับ 2 ขึน้ ไป ผา่ น
ผา่ น
1 เดก็ ชายพสษิ ฐ์ แพรนมิ ิตร คะแนน ผ่าน/ 4 3 2 1 ผา่ น/ 4 3 2 1 ผา่ น/ คะแนน ผา่ น
2 เดก็ หญิงวศินีธรณ์ หะรเี มา ผ่าน
3 เด็กชายศุภกร มูลคำ 12 ไม่ ไมผ่ ่าน ไม่ผา่ น 12 ผ่าน
4 เด็กหญงิ ธีมาพร ทองเจรญิ ผ่าน
5 เดก็ ชายนฤพนธุ์ สุทธะตัง้ ผ่าน ผา่ น
6 เดก็ ชายพันธ์ระพี พรี ะพันธ์ ผา่ น
7 เด็กชายนครศกั ดิ์ ศรีทิพย์ 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
8 เด็กหญงิ ธัญญากร ทองเพ็ชร์ ผา่ น
9 เด็กชายจณิ ณวตั ร ศรีขำมี 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น
10 เด็กชายภัทรศวัฒ โทนโนนแดง ผ่าน
11 เด็กชายรวิภาส ฐิตาคม 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
12 เดก็ ชายกฤษฎา ปานแดง ผ่าน
13 เดก็ ชายรณกร บรู ณะถาวร 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 10
14 เด็กหญิงบญุ ฑรกิ า ท่าดี ผา่ น
15 เด็กหญงิ อนญั ญา แสงพานิช 9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น
16 เด็กชายณัฐธพงษ์ ธนเดชสริ ิ ผา่ น
9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
พงศ์
17 เดก็ หญงิ ลักษกิ า โชคดี 11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผ่าน
18 เด็กชายฤทธภิ์ บู ดี หะรีเมา
19 เดก็ ชายอัครชยั ทบั ผดงุ 9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9
20 เดก็ หญิงปรุ ิมปรัชญ์ เจรญิ เชาว์
9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9
วฒั น
21 เด็กหญงิ นภสร บุญประเสริฐ 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9

9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10

10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10

9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10

10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10
9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 9
9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9
10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10

9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9

22 นายธนภัทธ์ หล่อหลอม 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น
23 เดก็ ชายภูผา นาคหลวง 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
คะแนน 10 - 12 อย่ใู นระดับ 4 มีระดับคณุ ภาพ ดีมาก คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ ร้อยละ 80 – 100 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 7 - 9 อยู่ในระดบั 3 มีระดบั คณุ ภาพ ดี คะแนนตามรบู ริคสเ์ ป็นร้อยละ 60 – 75 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 4 - 6 อยู่ในระดบั 2 มีระดับคุณภาพ พอใช้ คะแนนตามรบู ริคสเ์ ปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 0 - 3 อยใู่ นระดับ 1 มีระดับคุณภาพ ปรบั ปรงุ คะแนนตามรูบริคสเ์ ป็นร้อยละ 50 – 59 ของ
คะแนนเต็ม
หมายเหตุ : คะแนนรวมต้องผา่ นระดับ 3 ขน้ึ ไป ถือวา่ ผ่าน

• นักเรยี นทไ่ี ม่ผ่าน K จำนวน........คน ครผู สู้ อนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แล้ว

• นกั เรียนท่ีไม่ผา่ น P จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรียน.....................................แลว้

• นกั เรียนทไ่ี ม่ผ่าน A จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นกั เรยี น.....................................แล้ว

ลงชอ่ื ..................................................... ผู้สอน
( นางสาวภคั จริ า ยอดรกั )

ตารางการประเมนิ ผลการจดั การเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 27 เรอ่ื ง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวติ 2
นักเรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3/2 โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลบั ราชภัฏอุตรดิตถ์
คำช้แี จง ให้ผ้สู อนทำเครื่องหมาย √ ลงในรายการตามความเป็นจริง

K P A รวม สรปุ หมาย

(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน (ผา่ น/ เหตุ

ชื่อ-นามสกุล คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ ไม่ผ่าน)

เลขท่ี คะแนนเตม็ ร้อยละ 70 ข้ึนไป ระดบั 2 ขึ้นไป ระดับ 2 ข้ึนไป

1 เด็กชายสิรภพ วรรณการ คะแนน ผา่ น/ 4 3 2 1 ผ่าน/ 4 3 2 1 ผา่ น/ คะแนน
2 เดก็ หญงิ เสาวลักษณ์ ทบั ทอง
3 เดก็ ชายปิติคุณ มีมา 12 ไม่ ไมผ่ ่าน ไมผ่ ่าน 12
4 เด็กชายอคั รวนิ ท์ มาดีคาน
5 เดก็ หญิงมีนา ก้อนทับทิม ผ่าน
6 เดก็ ชายฮามิน คิม
7 เด็กชายภัทรพงศ์ จันทร์นอ้ ย 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น
8 เดก็ หญงิ ฑฆิ มั พร เขตตบรรพต
9 เดก็ ชายพทิ ยุตม์ เรืองศรี 9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น
10 เดก็ ชายธนพัต ปัญญา
11 เด็กชายอุกฎษฏ์ ตันตศิ ุภรักษ์ 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผ่าน
12 เด็กหญิงครองขวญั ทับทิมแสง
13 เดก็ ชายชยั วฒั น์ กณุ จา๋ 9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผ่าน
14 เดก็ หญงิ แพรวา ศรีวรี ะ
15 เดก็ หญิงจริ ภา หล้ารอด 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน
16 เด็กหญงิ อญั ชิสา บุตรจัน
17 เด็กหญิงช่ืนนภา สสี อด 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
18 เด็กชายญาณกร รตั นประพิศ
19 เด็กชายคามิน ผอ่ งพุฒ 9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผา่ น
20 เด็กหญิงณิชชา สุทธริ ส
21 เดก็ หญงิ กชพร ยม้ิ แยม้ 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผา่ น
22 เดก็ หญงิ วรรษชล สหี ะนาม
9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผา่ น

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผ่าน

10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น

9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น

10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผ่าน

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผ่าน

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น

11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผ่าน

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น

11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11 ผา่ น

เกณฑ์การให้คะแนน

คะแนน 10 - 12 อย่ใู นระดับ 4 มีระดับคุณภาพ ดีมาก คะแนนตามรบู ริคสเ์ ปน็ รอ้ ยละ 80 – 100 ของ

คะแนนเต็ม

คะแนน 7 - 9 อย่ใู นระดบั 3 มรี ะดับคณุ ภาพ ดี คะแนนตามรูบริคส์เปน็ ร้อยละ 60 – 75 ของ
คะแนนเต็ม

คะแนน 4 - 6 อยูใ่ นระดับ 2 มรี ะดับคุณภาพ พอใช้ คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของ

คะแนนเต็ม

คะแนน 0 - 3 อยใู่ นระดับ 1 มีระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรุง คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของ

คะแนนเต็ม

หมายเหตุ : คะแนนรวมต้องผา่ นระดับ 3 ขนึ้ ไป ถือว่า ผ่าน

• นกั เรียนทีไ่ มผ่ ่าน K จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แล้ว

• นักเรียนท่ไี ม่ผา่ น P จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แลว้

• นักเรียนทไี่ มผ่ า่ น A จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แลว้

ลงชอ่ื ..................................................... ผสู้ อน
( นางสาวภัคจิรา ยอดรัก )

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 28

กลุม่ สาระวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 2/2564 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 7 ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ เวลา 3 คาบ

เรอ่ื ง การดแู ลรักษาระบบนเิ วศในท้องถนิ่ เวลา 1 คาบ

ผ้สู อน นางสาวภคั จริ า ยอดรัก โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลัยราชภฏั อุตรดิตถ์

วันที่ ……. เดอื น ………….. พ.ศ. 2564 ม.3/1

วันที่ ……. เดือน ………….. พ.ศ. 2564 ม.3/2

1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และ

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ
เปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการ
แก้ไขปญั หาสง่ิ แวดล้อม รวมทั้งนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

2. ตัวชี้วดั ตระหนักถึงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศ โดยไม่ทำลายสมดุล
ว 1.1 ม.3/6 ของระบบนเิ วศ

3. สาระสำคัญ
องคป์ ระกอบที่มชี วี ิตในระบบนิเวศจะมีบทบาทหนา้ ทีแ่ ตกต่างกัน ผูผ้ ลติ เป็นสิ่งมีชวี ติ ท่สี ามารถเปล่ียน

พลังงานแสงเป็นพลังงานเคมีแล้วสะสมไว้ในรูปของอาหาร ผู้บริโภคเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารได้
เอง แต่ต้องบรโิ ภคสง่ิ มชี ีวติ อ่ืนเปน็ อาหาร ผู้ย่อยสลายสารอนิ ทรียเ์ ป็นส่งิ มชี วี ิตทย่ี ่อยสลายซากของส่ิงมีชีวิตทุก
ชนดิ กลบั คืนสู่สิ่งแวดล้อมซึง่ พืชจะนำมาใช้ได้อีก ซ่งึ สงิ่ มชี วี ติ จะมีความสัมพันธร์ ะหว่างส่ิงมีชีวิตในลักษณะการ
ถ่ายทอดพลังงานผา่ นการกินต่อกนั เป็นทอด ๆ จากผู้ผลิตไปยงั ผบู้ ริโภคลำดบั ตา่ ง ๆ เรียกวา่ โซอ่ าหาร (food
chain) โดยพลังงานที่ถ่ายทอดไปในโซ่อาหารจะลดลงตามลำดับขั้นซึ่งมีพลังงานบางส่วนถูกถ่ายโอนไปสู่
สิ่งแวดล้อม โซ่อาหารหลายโซ่อาหารจะสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อนในรูปของสายใยอาหาร (food web) และ
นอกจากพลังงานจะถูกถา่ ยทอดไปตามลำดับข้ึนของโซ่อาหารแลว้ สารพิษตา่ ง ๆ จะถูกถ่ายทอดไปเช่นกัน ซ่ึง
หากสะสมอย่ใู นสิง่ มีชีวิตปรมิ าณมากอาจเกิดอันตรายตอ่ สิ่งมชี วี ติ และทำลายสมดุลในระบบนเิ วศ

4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
(1) นกั เรียนสามารถอธบิ ายแนวทางการดแู ลรักษาระบบนเิ วศในท้องถิ่นให้สมดลุ ได้ (K)
(2) นักเรยี นสามารถนำเสนอแนวทางการดูแลรกั ษาระบบนเิ วศในท้องถ่นิ ให้สมดุลได้ (P)
(3) นกั เรยี นใฝ่เรยี นรู้ มวี นิ ยั ในการเรยี น (A)

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
(1) ความสามารถในการส่อื สาร
- การอธิบาย การเขยี น การตอบคำถาม
(2) ความสามารถในการคิด
- การสังเกต การสำรวจ การคิดวิเคราะห์ การสร้างคำอธิบาย การอภิปราย การสื่อความหมาย

การทำกจิ กรรมโดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบค้นโดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

- มวี นิ ัย
- ใฝ่เรยี นรู้

7. สาระการเรยี นรู้
- กลุ่มสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศแบ่งตามหน้าที่ได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลาย

สารอินทรยี ์ ส่งิ มชี ีวิตทัง้ 3 กลมุ่ นี้ มคี วามสัมพันธ์กัน ผผู้ ลติ เปน็ ส่งิ มีชีวิตทส่ี ร้างอาหารได้เอง โดยกระบวนการ
สังเคราะห์ด้วยแสง ผู้บริโภค เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง และต้องกินผู้ผลิตหรือสิ่งมีชีวิตอ่ืน
เป็นอาหาร เมื่อผู้ผลิตและผู้บริโภคตายลง จะถูกย่อยโดยผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ซึ่งจะเปลี่ยนสารอินทรีย์เปน็
สารอนินทรีย์กลบั คืนสู่ส่ิงแวดล้อม ทำให้เกิดการหมุนเวียนสารเป็นวัฏจักร จำนวนผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อย
สลายสารอนิ ทรยี ์ จะต้องมีความเหมาะสม จึงทำให้กลมุ่ สง่ิ มชี วี ิตอยไู่ ดอ้ ย่างสมดลุ

- พลังงานถูกถ่ายทอดจากผ้ผู ลิตไปยงั ผ้บู รโิ ภคลำดบั ตา่ ง ๆ รวมทั้งผ้ยู อ่ ยสลายสารอินทรีย์ ในรูปแบบ
สายใยอาหาร ที่ประกอบด้วย โซ่อาหารหลายโซ่ที่สัมพันธ์กัน ในการถ่ายทอดพลังงานในโซ่อาหาร พลังงานท่ี
ถูกถ่ายทอดไปจะลดลงเรื่อย ๆ ตาม ลำดบั ของการบริโภค

- การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ อาจทำให้ มีสารพิษสะสมอยู่ในสิ่งมีชีวิตได้ จนอาจก่อให้เกิด
อันตรายต่อสิ่งมีชีวิต และทำลายสมดุลในระบบนิเวศ ดังนั้นการดูแลรักษาระบบนิเวศให้เกิดความสมดุล และ
คงอยู่ตลอดไปจงึ เป็นสิง่ สำคัญ

8. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
โดยใช้กระบวนการสอนแบบสร้างความรู้ด้วยตนเอง Constructionism จัดลำดับการสอนเป็น

ขน้ั ตอนดงั นี้
8.1 ขัน้ จุดประกายความคดิ (Sparkling) (10 นาท)ี

(1) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยใช้คำถามว่าในท้องถิ่นของนักเรียนประสบปัญหา
เก่ียวกับระบบนิเวศหรือไม่ (ตอบตามขอ้ มูลของนกั เรียน เช่น แมน่ ้ำมขี ยะและเน่าเสยี เป็นต้น)

(2) จากนน้ั ครเู ช่อื มโยงเขา้ สูก่ จิ กรรม เราจะดแู ลรักษาระบบนิเวศในทอ้ งถนิ่ ได้อย่างไร
8.2 ข้นั สะกิดให้ค้นควา้ (Searching) (60 นาที)

(1) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม ครูตรวจสอบความเข้าใจ
จากการอา่ นโดยใชค้ ำถามวา่ ดังตอ่ ไปนี้

- กิจกรรมนี้เกยี่ วขอ้ งกบั เรอ่ื งอะไร (เราจะดแู ลรักษาระบบนิเวศในท้องถ่นิ ได้อยา่ งไร)
- กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (นำเสนอแนวทางการดูแลรักษาระบบนิเวศในท้องถิ่นให้
สมดลุ )
- นักเรยี นตอ้ งสงั เกตหรือรวบรวมข้อมลู อะไรบา้ ง (สังเกต บนั ทึก และรวบรวมขอ้ มูลของแนว
ทางการดแู ลรักษาระบบนิเวศ)
(2) นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 6 กลุ่ม จากนั้นนักเรียนส่งตัวแทนรับวัสดุและอุปกรณ์ในการทำ
โปสเตอร์รณรงค์การอนุรักษ์สิง่ แวดลอ้ ม
(3) ครอู ธบิ ายขนั้ ตอนในการทำกจิ กรรม เพอื่ ให้นกั เรยี นเขา้ ใจมากยงิ่ ขนึ้
(4) นักเรียนแต่ละกลุ่มเริ่มทำกิจกรรม ครูสังเกตการทำงานของนักเรียน และคอยช่วยเหลือ
นักเรยี นหากมีข้อสงสยั เช่น การแนะนำข้อมลู เวบ็ ไซต์เกย่ี วกับโครงการอนรุ ักษ์และรณรงค์เกยี่ วกับสิ่งแวดล้อม
ต่างๆ ท่อี ยู่ในกระแสสังคม เพือ่ ใหน้ กั เรยี นใช้เปน็ ตวั อยา่ งแนวทางในการรณรงค์หรือเสนอแนวทางแก้ปัญหา

8.3 ขัน้ นำพาสู่การปฏิบตั ิ (Studying ) (20 นาที)
(1) นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มนำเสนอโปสเตอร์รณรงค์การอนรุ ักษส์ ่ิงแวดล้อม
(2) นักเรียนร่วมกันอภิปราย โดยมีแนวการอภิปราย ดังนี้ “ระบบนิเวศที่มีสายใยอาหาร

ซับซ้อนจะรักษาสมดุลได้ดี เพราะระบบนิเวศนั้นประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด สิ่งมีชีวิตชนิดหน่ึง
สามารถกินสง่ิ มีชีวิตอ่นื ๆ หลายชนดิ เป็นอาหารได้ เมอ่ื สงิ่ มชี วี ติ ชนดิ ใดชนิดหนึง่ ท่เี ปน็ อาหารลดจำนวนลงมาก
สง่ิ มชี ีวิตทเ่ี ปน็ ผูบ้ ริโภคก็จะไมไ่ ดร้ ับผลกระทบมากนกั เพราะสามารถกนิ สง่ิ มีชวี ิตอ่นื ทดแทนได้”

8.4 ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาที)
(1) นักเรียนตรวจสอบตนเองด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ได้ทำในบทเรียนน้ี

อ่านสรุปท้ายบท และทำแบบฝกึ หัดท้ายบทลงในสมดุ
(2) นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับการถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ โดยมีแนวการ

สรปุ ดงั น้ี “พลงั งานถกู ถ่ายทอดจากผผู้ ลติ ไปยังผ้บู รโิ ภคลำดับต่าง ๆ รวมทั้งผู้ยอ่ ยสลายสารอินทรีย์ในรูปแบบ
สายใยอาหาร ที่ประกอบด้วยโซ่อาหารหลายโซ่ที่สัมพันธ์กัน การถ่ายทอดพลังงานในโซ่อาหาร พลังงานที่ถูก
ถ่ายทอดไปจะลดลงเรื่อย ๆ ตามลำดบั ของการบรโิ ภค การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ อาจทำให้มีสารพิษ
สะสมอยู่ในสิ่งมีชีวิตได้ จนอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต และทำลายสมดุลในระบบนิเวศ ดังนั้นการดูแล
รักษาระบบนิเวศให้เกิดความสมดลุ และคงอยูต่ ลอดไปจึงเป็นสิง่ สำคญั ”

8.5 ข้ันนำเสนอควบคู่การประเมนิ ( Show and Sharing) (10 นาที)
(1) ครูตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความคิดต่อยอดของนักเรียนว่า “นักเรียนจะเสนอแนะวิธีการ

รักษาสมดุลของระบบนิเวศอย่างไร” (คำตอบขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครผู ู้สอน เช่น การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
ในระบบนิเวศอย่างคุ้มค่า ไม่ทำลายแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคุม ป้องกัน และแก้ไข
ปัญหาสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันการสะสมสารพิษในโซ่อาหาร ฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรมเพื่อให้กลับเข้าสู่
ภาวะสมดลุ อีกครงั้ และสร้างจติ สำนึกในการอนรุ กั ษ์ระบบนิเวศใหแ้ กป่ ระชาชน)

(2) ครูสังเกตความสนใจ ความกระตอื รือร้นในการเรียนรู้

9. สื่อการเรียนรู้
9.1 วัสดุและอปุ กรณ์ในการทำโปสเตอร์รณรงค์การอนรุ ักษส์ ่งิ แวดล้อม
9.2 หนังสอื เรยี นรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 สสวท.

10. วัดผลและประเมินผล
1. กรอบการวดั และประเมนิ ผล แตล่ ะจุดประสงคก์ ารเรียนร้นู ำเสนอประเดน็ ท่ีทำการวัด และ

ประเมนิ ผล วิธีการวดั และเครอ่ื งมือวดั ดังตาราง
ตาราง : แสดงกรอบการวัดและประเมินผล

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการวดั ผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์การประเมินผล

1.ดา้ นความรู้ (K) ตรวจสอบความถูก โปสเตอรร์ ณรงค์การ - ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 70
ขึ้นไป : 7 คะแนน
นกั เรยี นสามารถอธบิ ายแนว ตอ้ งของเนื้อหาในใบ อนรุ ักษส์ ่ิงแวดลอ้ ม จาก 10 คะแนน

ทางการดูแลรักษาระบบนิเวศ กจิ กรรม - ได้คะแนนคุณภาพระดับ
2 ขึ้นไป
ในท้องถิน่ ใหส้ มดุลได้
- ได้คะแนนคุณภาพระดับ
2.ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ สังเกตการใชท้ ักษะ แบบประเมนิ การ 2 ขึน้ ไป

(P) ในการนำเสนอขอ้ มูล สังเกตใช้ทักษะในการ

นกั เรยี นสามารถนำเสนอแนว นำเสนอข้อมลู

ทางการดูแลรักษาระบบนิเวศ

ในทอ้ งถ่นิ ให้สมดลุ ได้

3.ด้านคณุ ลักษณะ(A) ประเมนิ ความต้งั ใจ แบบประเมนิ

นักเรียนใฝ่เรยี นรู้ มวี ินัยใน ในการทำกจิ กรรม พฤติกรรมบง่ ชี้

การเรยี น และการมวี นิ ัยในการ คุณลักษณะอันพึง

สง่ งาน ประสงค์

2. เกณฑ์การให้คะแนนเกณฑ์รูบรคิ ส์ (Rubric Score) ให้คะแนนเป็นรายข้อของเกณฑ์รูบรคิ ส์ ทสี่ รา้ ง
ขึน้ สำหรับการประเมิน (Analytical Rubric Score )
ตาราง : แสดงเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนเกณฑ์รบู ริคส์

ประเดน็ การประเมิน 4 (ดีมาก) ระดบั คุณภาพ 1 (ปรับปรุง)
3 (ดี) 2 (พอใช้)

1. อธิบายความสมั พันธ์ระหว่าง ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ขึ้นไป
ยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซมได้

2. วาดภาพโครงสรา้ งทเี่ หน็ - มคี ณุ สมบัติ 4 - มีคณุ สมบัติ 3 - มคี ณุ สมบตั ิ 2 ใน - มีคุณสมบตั ิ 1
ภายใต้กล้องจุลทรรศนไ์ ด้ (P) ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ
คุณภาพ คุณภาพ 4 ของระดับ ใน 4 ของระดบั
1.สามารถวาดภาพ
โปสเตอรโ์ ครโมโซมของมนุษย์ - มคี ุณสมบัติ 4 - มคี ุณสมบัติ 3 คณุ ภาพ คณุ ภาพ
ไดถ้ ูกตอ้ ง ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ
คณุ ภาพ คณุ ภาพ - มีคุณสมบัติ 2 ใน - มีคุณสมบตั ิ 1
2.ตรงตามรปู แบบความ
เปน็ จรงิ มากท่สี ดุ 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ

3.สสี นั สวยงาม คณุ ภาพ คณุ ภาพ
4.สามารถอภปิ ราย
ภาพวาดได้
3. มีความมุง่ มน่ั ในการทำงาน
(A)
1. สมาชิกทกุ คนร่วมกนั
แสดงความคดิ เห็น
2. ทำงานอย่างเป็นระบบ
ทกุ คนร้หู นา้ ทีต่ นเอง
3. สมาชิกทกุ คนร่วมกนั
ทำงานตามท่ีไดร้ ับมอบหมาย
4.ส่งงานตามเวลากำหนด

3. เกณฑป์ ระเมินระดบั คุณภาพผลการเรียนรู้ กำหนดระดับคณุ ภาพผลการเรียนรรู้ ่วมกันทกุ ด้านเป็น
4 ระดับ คือ ดีมาก ดี พอใช้ และปรบั ปรงุ แตล่ ะระดับกำหนดเกณฑ์ประเมนิ ตามคะแนนเกณฑ์

รบู รคิ ส์ ดงั น้ี ระดบั คุณภาพดมี าก มคี ะแนนตามเกณฑร์ ูบรคิ สร์ อ้ ยละ 80

– 100 ของคะแนนเตม็

ระดบั คุณภาพดี มีคะแนนตามเกณฑร์ บู รคิ ส์รอ้ ยละ 70 – 79 ของคะแนนเต็ม

ระดับคุณภาพพอใช้ มคี ะแนนตามเกณฑร์ ูบริคสร์ อ้ ยละ 60 – 69 ของคะแนนเต็ม

ระดบั คุณภาพปรับปรุง มีคะแนนตามเกณฑ์รบู รคิ ส์น้อยกว่ารอ้ ยละ 60 ของคะแนนเตม็

4. เกณฑ์การตัดสนิ ระดบั คณุ ภาพนักเรียนจากคะแนนรวมทง้ั หมด

ระดบั บคุ คล นกั เรียนมีผลงานอย่ใู นระดบั ดี ถือวา่ ผ่าน (ประกนั ผลการเรียนรู้ของนักเรยี น)

ระดบั กลมุ่ นักเรยี นมีผลงานอยู่ในระดบั ดี ไมต่ ่ำกวา่ ร้อยละ 70 ของจำนวนนักเรียนทงั้ หมด

ถอื ว่า การจัดประสบการณ์เรียนรตู้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ประสบผลสำเรจ็

5. เกณฑ์การตดั สินคะแนนเก็บ จำนวนคะแนนเก็บ.........คะแนน จากคะแนนรวมท้งั หมด…...คะแนน

กำหนดวธิ กี ารคดิ คะแนนเก็บ ดงั น้ี

จำนวนคะแนนเกบ็ = (จำนวนคะแนนทีต่ ้องการ × จำนวนคะแนนรวมทกุ กิจกรรมของนักเรียนแตล่ ะคน)
คะแนนรวมทกุ กจิ กรรมทั้งหมดของทกุ กจิ กรรม

บนั ทึกทา้ ยแผนการจดั การเรยี นรู้
1. ผลการจดั ประสบการณเ์ รียนรู้ (ช้ใี หเ้ ห็นถงึ ผลท่ีเกดิ กับผู้เรยี นตามจุดประสงค์หรือตัวช้ีวดั ทก่ี ำหนดในแผน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปญั หา/อปุ สรรค (คอื ปัญหาทีพ่ บจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแก้ไข (ครเู สนอแนะทางแกไ้ ขของปญั หาทพี่ บในการจัดกิจกรรมการเรียนร)ู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชอ่ื ..................................................... ผู้บันทกึ
(นางสาวภคั จริ า ยอดรกั )

………/……………………../…………

บนั ทกึ ความเหน็ ของครูพเ่ี ลีย้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชือ่ ..................................................... ผู้บันทกึ
(นางสาวภาณุมาส จนั ทร)
ครพู เ่ี ลี้ยง
………/……………………../…………



ตารางการประเมินผลการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 28 เร่อื ง การดูแลรักษาระบบนเิ วศในท้องถิน่
นกั เรียนชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลบั ราชภัฏอุตรดติ ถ์
คำชแ้ี จง ให้ผูส้ อนทำเคร่ืองหมาย √ ลงในรายการตามความเปน็ จรงิ

K P A รวม สรปุ หมาย
(ผ่าน/ เหตุ
(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน ไมผ่ ่าน)

ชอ่ื -นามสกุล คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ ผา่ น
ผา่ น
เลขท่ี คะแนนเต็ม รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป ระดับ 2 ขนึ้ ไป ระดบั 2 ขนึ้ ไป ผ่าน
ผ่าน
1 เดก็ ชายพสษิ ฐ์ แพรนิมิตร คะแนน ผ่าน/ 4 3 2 1 ผ่าน/ 4 3 2 1 ผา่ น/ คะแนน ผา่ น
2 เด็กหญงิ วศินีธรณ์ หะรีเมา ผ่าน
3 เด็กชายศภุ กร มูลคำ 12 ไม่ ไมผ่ ่าน ไม่ผา่ น 12 ผ่าน
4 เด็กหญงิ ธมี าพร ทองเจริญ ผ่าน
5 เดก็ ชายนฤพนธุ์ สุทธะตั้ง ผา่ น ผ่าน
6 เดก็ ชายพันธ์ระพี พรี ะพนั ธ์ ผ่าน
7 เดก็ ชายนครศักด์ิ ศรีทพิ ย์ 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผา่ น
8 เดก็ หญงิ ธญั ญากร ทองเพ็ชร์ ผ่าน
9 เด็กชายจณิ ณวัตร ศรีขำมี 11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผา่ น
10 เด็กชายภทั รศวฒั โทนโนนแดง ผ่าน
11 เด็กชายรวภิ าส ฐติ าคม 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผ่าน
12 เด็กชายกฤษฎา ปานแดง ผา่ น
13 เดก็ ชายรณกร บรู ณะถาวร 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10
14 เดก็ หญิงบุญฑริกา ท่าดี ผ่าน
15 เดก็ หญงิ อนัญญา แสงพานชิ 9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผ่าน
16 เด็กชายณฐั ธพงษ์ ธนเดชสิริ ผ่าน
10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผา่ น
พงศ์
17 เดก็ หญิงลกั ษิกา โชคดี 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผา่ น
18 เดก็ ชายฤทธภิ์ บู ดี หะรเี มา
19 เด็กชายอคั รชัย ทับผดงุ 11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 11
20 เดก็ หญิงปุรมิ ปรัชญ์ เจรญิ เชาว์
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 10
วัฒน
21 เด็กหญงิ นภสร บุญประเสริฐ 11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 11

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9

10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 10

11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 11

10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10

11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11

11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10
11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11
9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9
11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 11

10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10

22 นายธนภัทธ์ หล่อหลอม 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผา่ น
23 เดก็ ชายภูผา นาคหลวง 9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผ่าน

เกณฑก์ ารให้คะแนน
คะแนน 10 - 12 อยใู่ นระดับ 4 มีระดบั คุณภาพ ดีมาก คะแนนตามรบู ริคสเ์ ป็นรอ้ ยละ 80 – 100 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 7 - 9 อยู่ในระดับ 3 มรี ะดบั คุณภาพ ดี คะแนนตามรูบริคส์เป็นร้อยละ 60 – 75 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 4 - 6 อยใู่ นระดบั 2 มรี ะดบั คณุ ภาพ พอใช้ คะแนนตามรบู ริคส์เป็นร้อยละ 50 – 59 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 0 - 3 อยใู่ นระดับ 1 มีระดบั คุณภาพ ปรบั ปรงุ คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ ร้อยละ 50 – 59 ของ
คะแนนเต็ม
หมายเหตุ : คะแนนรวมตอ้ งผา่ นระดบั 3 ข้ึนไป ถือว่า ผ่าน

• นักเรียนทไ่ี ม่ผา่ น K จำนวน........คน ครผู ้สู อนมอบหมายให้นักเรียน.....................................แล้ว

• นักเรียนทไ่ี มผ่ า่ น P จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แลว้

• นกั เรยี นทไ่ี ม่ผา่ น A จำนวน........คน ครผู ู้สอนมอบหมายให้นักเรียน.....................................แล้ว

ลงช่ือ ..................................................... ผ้สู อน
( นางสาวภัคจิรา ยอดรกั )

ตารางการประเมนิ ผลการจดั การเรยี นรู้
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 28 เร่ือง การดูแลรักษาระบบนิเวศในท้องถ่นิ
นักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3/2 โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลบั ราชภัฏอุตรดิตถ์
คำช้แี จง ใหผ้ ู้สอนทำเครื่องหมาย √ ลงในรายการตามความเปน็ จริง

K P A รวม สรปุ หมาย

(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน (ผา่ น/ เหตุ

ชื่อ-นามสกุล คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ ไม่ผา่ น)

เลขท่ี คะแนนเตม็ รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป ระดบั 2 ขึ้นไป ระดับ 2 ข้นึ ไป

1 เดก็ ชายสิรภพ วรรณการ คะแนน ผ่าน/ 4 3 2 1 ผา่ น/ 4 3 2 1 ผ่าน/ คะแนน
2 เดก็ หญงิ เสาวลักษณ์ ทบั ทอง
3 เดก็ ชายปิติคุณ มีมา 12 ไม่ ไมผ่ ่าน ไมผ่ ่าน 12
4 เดก็ ชายอคั รวนิ ท์ มาดคี าน
5 เด็กหญิงมีนา กอ้ นทับทิม ผา่ น
6 เด็กชายฮามิน คิม
7 เด็กชายภัทรพงศ์ จันทร์น้อย 11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 11 ผ่าน
8 เดก็ หญงิ ฑิฆัมพร เขตตบรรพต
9 เดก็ ชายพิทยุตม์ เรอื งศรี 11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 11 ผ่าน
10 เดก็ ชายธนพัต ปญั ญา
11 เด็กชายอุกฎษฏ์ ตนั ติศุภรักษ์ 9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผ่าน
12 เด็กหญงิ ครองขวัญ ทบั ทิมแสง
13 เด็กชายชยั วฒั น์ กุณจ๋า 11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผ่าน
14 เด็กหญงิ แพรวา ศรีวีระ
15 เด็กหญิงจิรภา หลา้ รอด 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผ่าน
16 เดก็ หญงิ อัญชสิ า บุตรจัน
17 เดก็ หญิงช่ืนนภา สสี อด 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน
18 เดก็ ชายญาณกร รัตนประพิศ
19 เด็กชายคามิน ผอ่ งพุฒ 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น
20 เด็กหญงิ ณชิ ชา สุทธริ ส
21 เดก็ หญงิ กชพร ย้มิ แยม้ 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น
22 เด็กหญงิ วรรษชล สีหะนาม
9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผา่ น

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น

11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผา่ น

10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผา่ น

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น

10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผา่ น

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น

9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน

10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผ่าน

11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11 ผ่าน

9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น

9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น

10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น

เกณฑ์การให้คะแนน

คะแนน 10 - 12 อย่ใู นระดับ 4 มีระดับคุณภาพ ดีมาก คะแนนตามรบู ริคสเ์ ปน็ รอ้ ยละ 80 – 100 ของ

คะแนนเต็ม

คะแนน 7 - 9 อย่ใู นระดบั 3 มรี ะดับคุณภาพ ดี คะแนนตามรูบริคส์เปน็ ร้อยละ 60 – 75 ของ
คะแนนเต็ม

คะแนน 4 - 6 อยูใ่ นระดับ 2 มรี ะดับคณุ ภาพ พอใช้ คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ ร้อยละ 50 – 59 ของ

คะแนนเต็ม

คะแนน 0 - 3 อยใู่ นระดับ 1 มีระดับคุณภาพ ปรบั ปรุง คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของ

คะแนนเต็ม

หมายเหตุ : คะแนนรวมต้องผา่ นระดับ 3 ขนึ้ ไป ถือว่า ผ่าน

• นกั เรียนทีไ่ มผ่ ่าน K จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แล้ว

• นักเรียนท่ไี ม่ผา่ น P จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แลว้

• นักเรียนทไี่ มผ่ า่ น A จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แลว้

ลงชอ่ื ..................................................... ผสู้ อน
( นางสาวภัคจิรา ยอดรัก )

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 29

กล่มุ สาระวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 2/2564 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 7 ระบบนเิ วศและความหลากหลายทางชวี ภาพ เวลา 3 คาบ

เรื่อง ความแตกต่างของชนิดสิง่ มชี ีวติ ในแต่ละระบบนเิ วศ เวลา 1 คาบ

ผสู้ อน นางสาวภัคจริ า ยอดรัก โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อตุ รดิตถ์

วันท่ี ……. เดอื น ………….. พ.ศ. 2564 ม.3/1

วันท่ี ……. เดือน ………….. พ.ศ. 2564 ม.3/2

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสารพันธุกรรม

การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและ
ววิ ัฒนาการของสิง่ มชี วี ติ รวมทง้ั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
2. ตัวชี้วัด
ว 1.3ม.3/9 เปรียบเทยี บความหลากหลายทางชวี ภาพในระดับชนิดส่ิงมีชีวิตในระบบนเิ วศต่าง ๆ

3. สาระสำคัญ
ความหลากหลายทางชวี ภาพมีอยู่ 3 ระดบั ได้แก่ ความหลากหลายของระบบนิเวศ ความหลากหลาย

ของชนิดสิ่งมีชีวิต และความหลากหลายทางพันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพมีความสำคัญ
ต่อการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ โดยระบบนิเวศทีม่ ีความหลากหลายทางชีวภาพสูง จะรักษาสมดุลได้ดกี ว่า
ระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพต่ำ เนื่องจากระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
เนื่องจากมีสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด ทำให้สายใยอาหารมีความซับซ้อน เมื่อสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งตายลง จะไม่
สง่ ผลกระทบต่อส่ิงมีชีวติ อื่นในสายใยอาหาร เพราะสิ่งมชี วี ติ ชนิดนั้นสามารถเลือกกินสง่ิ มีชีวิตอื่นได้หลายชนิด
จึงไม่กระทบต่อระบบนิเวศนั้นมากนัก แต่ระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพต่ำเนื่องจากความ
หลากหลายชนิดของสิ่งมีชีวิตน้อย เมื่อสิ่งมีชีวิตที่เป็นอาหารของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งตายลง จะส่งผลกระทบต่อ
สิ่งมีชีวิตชนิดนั้นโดยตรง ทำให้สิ่งมีชีวิตนั้นลดจำนวนลง หรือสูญพันธุ์ไปจากระบบนิเวศ ซึ่งจะส่งผลกระทบ
ตอ่ ไปยงั สิง่ มชี วี ติ อน่ื ในสายใยอาหารด้วย ระบบนเิ วศจงึ ไม่สามารถรักษาสมดลุ ไว้ได้

มนษุ ยเ์ ป็นสง่ิ มีชีวติ ทใี่ ชป้ ระโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพในด้านตา่ ง ๆ มากทส่ี ดุ เชน่ ใช้เปน็
อาหาร ยารักษาโรค ใชเ้ ปน็ วัตถุดบิ ในอตุ สาหกรรมต่าง ๆ สร้างรายได้ให้กับประเทศ

4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
(1) นักเรียนสามารถวิเคราะห์ข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพในระดับชนิดของสิ่งมีชีวิตในระบบ

นิเวศตา่ งๆ ได้ (K)
(2) นักเรยี นสามารถเปรียบเทียบความหลากหลายทางชวี ภาพในระดบั ชนดิ ของสิ่งมีชวี ติ ในระบบนิเวศ

ต่างๆ ได้ (P)
(3) นักเรียนใฝ่เรียนรู้ มีวินัยในการเรียน (A)

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
(1) ความสามารถในการสือ่ สาร
- การอธิบาย การเขยี น การตอบคำถาม
(2) ความสามารถในการคดิ
- การสงั เกต การสำรวจ การคิดวเิ คราะห์ การสรา้ งคำอธบิ าย การอภิปราย
การสอ่ื ความหมาย การทำกิจกรรมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
การสบื ค้นโดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
- มีวนิ ัย
- ใฝ่เรยี นรู้

7. สาระการเรยี นรู้
ความหลากหลายทางชีวภาพ มี 3 ระดับ ได้แก่ ความหลากหลายของระบบนิเวศ ความหลากหลาย

ของชนิดสิ่งมีชีวิต และความหลากหลายทางพันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพนี้มีความสำคัญต่อการ
รักษาสมดลุ ของระบบนเิ วศ ระบบนิเวศท่ีมีความหลากหลายทางชวี ภาพสงู จะรักษาสมดุลได้ดีกว่าระบบนิเวศ
ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพต่ำกว่า นอกจากนี้ความหลากหลายทางชีวภาพยังมีความสำคัญต่อมนุษย์ใน
ด้านต่าง ๆ เช่น ใช้เป็นอาหาร ยารักษาโรค วัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนใน
การดแู ลรกั ษา ความหลากหลายทางชีวภาพใหค้ งอยู่

8. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
โดยใช้กระบวนการสอนแบบสร้างความรู้ด้วยตนเอง Constructionism จัดลำดับการสอนเป็น

ข้ันตอนดงั นี้
8.1 ขน้ั จุดประกายความคดิ (Sparkling) (10 นาท)ี

(1) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยใช้คำถามว่าระบบนิเวศแต่ละระบบนิเวศจะประกอบด้วย
องค์ประกอบที่ไม่มีชวี ติ และองค์ประกอบที่มีชวี ิต ถ้าองค์ประกอบท่ีไม่มีชวี ติ ของระบบนเิ วศมีความแตกต่างกัน
นักเรียนคิดว่าชนิดของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศนั้นจะแตกต่างกันอย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของ
ตนเอง)

(2) จากนัน้ ครเู ช่ือมโยงเขา้ สู่กิจกรรม ชนดิ ของสิง่ มชี วี ิตในแต่ละระบบนเิ วศแตกตา่ งกันอยา่ งไร
8.2 ข้ันสะกดิ ใหค้ ้นควา้ (Searching) (60 นาท)ี

(1) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม ครูตรวจสอบความเข้าใจ
จากการอา่ นโดยใชค้ ำถามว่า ดงั ต่อไปน้ี

- กิจกรรมนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร (ชนิดของสิ่งมีชีวิตในแต่ละระบบนิเวศที่มีความแตกต่าง
กนั )

- กจิ กรรมนมี้ จี ดุ ประสงคอ์ ะไร (วิเคราะห์ขอ้ มูลและเปรียบเทยี บความหลากหลายทางชีวภาพ
ในระดับชนิดของสิ่งมชี ีวติ ในระบบนเิ วศต่าง ๆ)

- วิธีดำเนินกจิ กรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (อ่านสถานการณ์ข้อมูลเกี่ยวกับระบบนเิ วศป่า
เบญจพรรณปา่ เต็งรงั และปา่ ดบิ เขา ร่วมกนั อภปิ รายชนิดของสง่ิ มีชวี ิตในแตล่ ะระบบนิเวศ เปรียบเทียบความ
หลากหลายของชนิดพืชในระบบนเิ วศต่าง ๆ)

- นกั เรยี นตอ้ งสงั เกตหรือรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง (รวบรวมข้อมลู ขององคป์ ระกอบที่ไม่มีชีวิต
และสิ่งมีชวี ติ ความหลากหลายของชนิดพืชในแตล่ ะระบบนเิ วศ วเิ คราะหค์ วามสัมพันธร์ ะหว่างองค์ประกอบท่ี
ไมม่ ีชวี ติ และชนดิ สิง่ มีชวี ิตทพี่ บในระบบนเิ วศนน้ั ๆ)

(2) นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 6 กลุ่ม จากนั้นนักเรียนส่งตัวแทนรับใบกิจกรรม เรื่อง ชนิดของ
ส่งิ มีชีวติ ในแต่ละระบบนิเวศแตกตา่ งกนั อย่างไร

(3) ครูอธิบายขนั้ ตอนในการทำกิจกรรมให้นกั เรยี นฟงั เพอ่ื ใหน้ กั เรียนเข้าใจมากยิ่งข้ึน
(4) นักเรียนแต่ละกลุ่มเริ่มทำกิจกรรม ครูสังเกตการทำงานของนักเรียน ให้ความช่วยเหลือ
เมื่อนักเรียนมีข้อสงสัยเช่น การจัดการข้อมูลที่ให้มา โดยให้นักเรียนแยกข้อมูลขององค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต
ข้อมูลของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายของชนิดพืชในแต่ละระบบนิเวศ เป็นต้น โดยครูเน้นให้นักเรียนอธิบาย
เชอ่ื มโยงความสัมพันธร์ ะหวา่ งองค์ประกอบท่ไี ม่มชี ีวิตกับส่ิงมชี วี ิต โดยสามารถสบื ค้นเพ่มิ เตมิ เพอ่ื หาข้อมูลของ
สิ่งมีชีวติ ได้
8.3 ขน้ั นำพาสู่การปฏิบัติ (Studying ) (20 นาที)
(1) นักเรียนนำเสนอผลการทำกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ เช่น นำเสนอหน้าชั้นเรียนโดยครู
รวบรวมและบันทึกบนกระดาน หรือเขียนอธิบายและติดแสดงไว้รอบห้องเพื่อให้เพือ่ นร่วมชั้นชมผลงาน ตอบ
คำถามท้ายกิจกรรม และร่วมกนั สรุปผลของกิจกรรมโดยใช้คำถามทา้ ยกิจกรรมเป็นแนวทาง เพอ่ื ให้ได้ข้อสรุป
จากกิจกรรมว่า ระบบนิเวศป่าทั้ง 3 ระบบนิเวศมีองค์ประกอบที่ไม่มีชวี ติ แตกต่างกัน ส่งผลทำให้พบสิ่งมีชีวิต
ในระบบนิเวศป่าทั้ง 3 ระบบนิเวศแตกต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบความหลากหลายของชนิดพืชที่พบในระบบ

นิเวศทั้ง 3 ระบบนิเวศ พบว่าระบบนิเวศป่าดิบเขามคี วามหลากหลายของพืชมากที่สุด รองลงมาเป็นป่าเบญจ
พรรณ และปา่ เต็งรงั ตามลำดบั

(2) นักเรียนอ่านเนื้อหาในหนังสือเรียนหน้า 188 และตอบคำถามระหว่างเรียนหน้า 189 ท่ี
เก่ียวกบั ระดับของความหลากหลายของระบบนเิ วศ ดังน้ี

- เพราะเหตุใดระบบนิเวศท่ตี ่างกันจงึ พบชนิดของสิง่ มชี วี ติ แตกต่างกัน
แนวคำตอบ ระบบนเิ วศต่างกนั เป็นผลมาจาก
การมีองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิตแตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อชนิดสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศ
น้นั ๆ ตา่ งกันดว้ ยเพอ่ื ให้ได้ข้อสรปุ ว่า การท่แี ตล่ ะระบบนเิ วศมีองคป์ ระกอบทไี่ มม่ ชี ีวิตและชนิดของสิ่งมีชีวิตท่ี
แตกต่างกัน ทำให้มีระบบนิเวศหลายแบบซึ่งแต่ละระบบนิเวศมีลักษณะเฉพาะและมีความแตกต่างไปจาก
ระบบนิเวศอน่ื ๆ จนเกิดความหลากหลายของระบบนิเวศ
8.4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาที)
(1) นักเรียนเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกบั ความหลากหลายของชนิดส่ิงมชี วี ติ และความหลากหลาย
ทางพนั ธกุ รรม โดยอา่ นเนื้อหาในหนังสือเรยี นหนา้ 189-191 และตอบคำถามระหวา่ งเรยี น ดังน้ี
- จากภาพ 7.18 ประเทศใดมคี วามหลากหลายของสิ่งมีชีวติ มากกว่ากนั เพราะเหตใุ ด
แนวคำตอบ ประเทศไทยมีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตมากกว่า เพราะประเทศไทยมี
จำนวนชนดิ ของสิ่งมีชีวติ มากกว่า
- การเปลี่ยนแปลงทางพนั ธุกรรมส่งผลต่อความหลากหลายทางพันธกุ รรมของส่งิ มีชีวิตได้
อย่างไร
แนวคำตอบ การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมทำให้สิ่งมีชีวิตรุ่นลูกมีสารพนั ธุกรรมแตกตา่ งไป
จากรุ่นพ่อแม่ถึงแม้ว่าสารพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงนั้นจะแสดงลักษณะออกมาหรือไม่ก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป
สารพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นจะทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะแตกต่างกันไป จนทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตชนิด
ใหม่ขนึ้ มา
เพือ่ ให้ไดข้ อ้ สรปุ วา่
- แต่ละระบบนเิ วศมสี ิ่งมชี วี ติ หลายชนดิ เกิดเปน็ ความหลากหลายของชนิดสง่ิ มีชีวติ
- ส่ิงมีชวี ิตแตล่ ะชนิดมกี ารเปลีย่ นแปลงทางพนั ธุกรรม จนทำให้สงิ่ มีชวี ิตชนิดน้ันมีหลายพันธ์ุ
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือเกิดจากการที่มนุษย์ปรับปรุงพันธุ์ ส่งผลให้เกิด
ความหลากหลายทางพันธุกรรม
8.5 ขัน้ นำเสนอควบค่กู ารประเมนิ ( Show and Sharing) (10 นาที)
(1) นักเรียนเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพในระดับต่าง ๆ โดยอ่าน
เน้อื หาในหนงั สอื เรยี นหน้า 191 เพอื่ ให้ได้ขอ้ สรุปว่า การท่ีส่ิงมีชีวิตมีหลายชนิดและในแตล่ ะชนิดมีหลายพันธ์ุ
ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมต่างกัน อาศัยอยู่ในระบบนิเวศแบบต่าง ๆ ทั่วโลกทำให้มีความหลากหลายทาง
ชีวภาพ ซึ่งมี 3 ระดับ ได้แก่ ความหลากหลายของระบบนิเวศ ความหลากหลายของชนิดสิ่งมีชีวิต และความ
หลากหลายทางพนั ธุกรรม

(2) ครูสังเกตความสนใจ ความกระตอื รอื รน้ ในการเรยี นรู้

9. สอื่ การเรยี นรู้
9.1 ใบกจิ กรรม เร่อื ง ชนิดของสิง่ มีชวี ติ ในแตล่ ะระบบนิเวศแตกต่างกนั อย่างไร
9.2 หนังสือเรยี นรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 เลม่ 2 สสวท.

10. วัดผลและประเมนิ ผล
1. กรอบการวดั และประเมนิ ผล แตล่ ะจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูน้ ำเสนอประเดน็ ทีท่ ำการวัด และ

ประเมนิ ผล วธิ กี ารวัด และเคร่ืองมือวดั ดังตาราง
ตาราง : แสดงกรอบการวัดและประเมินผล

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการวดั ผล เคร่ืองมือวดั ผล เกณฑ์การประเมินผล

1.ดา้ นความรู้ (K) ตรวจสอบความถูก ใบกิจกรรม เรื่อง ชนิด - ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70
นักเรียนสามารถวเิ คราะห์ ตอ้ งของเน้ือหาในใบ ของส่งิ มีชีวติ ในแตล่ ะ ขน้ึ ไป : 7 คะแนน
ข้อมูลความหลากหลายทาง กิจกรรม ระบบนเิ วศแตกต่างกัน จาก 10 คะแนน
ชีวภาพในระดับชนิดของ อยา่ งไร
ส่งิ มีชวี ติ ในระบบนเิ วศต่างๆ สงั เกตการใชท้ ักษะ - ไดค้ ะแนนคณุ ภาพระดับ
ได้ ในการเปรียบเทยี บ แบบประเมนิ การ 2 ข้ึนไป
2.ดา้ นทักษะ/กระบวนการ ข้อมลู สงั เกตใชท้ ักษะในการ
(P) เปรยี บ เทยี บขอ้ มลู - ได้คะแนนคณุ ภาพระดับ
นกั เรยี นสามารถเปรียบ เทียบ ประเมินความตง้ั ใจ 2 ขน้ึ ไป
ความหลากหลายทางชวี ภาพ ในการทำกิจกรรม แบบประเมิน
ในระดับชนิดของสง่ิ มชี วี ิตใน และการมีวินยั ในการ พฤติกรรมบ่งชี้
ระบบนเิ วศต่างๆ ได้ สง่ งาน คุณลกั ษณะอันพงึ
3.ดา้ นคุณลกั ษณะ(A) ประสงค์
นกั เรียนใฝเ่ รยี นรู้ มีวนิ ัยใน
การเรยี น

2. เกณฑ์การให้คะแนนเกณฑ์รูบรคิ ส์ (Rubric Score) ให้คะแนนเป็นรายข้อของเกณฑ์รูบรคิ ส์ ทสี่ รา้ ง
ขึน้ สำหรับการประเมิน (Analytical Rubric Score )
ตาราง : แสดงเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนเกณฑ์รบู ริคส์

ประเดน็ การประเมิน 4 (ดีมาก) ระดบั คุณภาพ 1 (ปรับปรุง)
3 (ดี) 2 (พอใช้)

1. อธิบายความสมั พันธ์ระหว่าง ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ขึ้นไป
ยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซมได้

2. วาดภาพโครงสรา้ งทเี่ หน็ - มคี ณุ สมบัติ 4 - มีคณุ สมบัติ 3 - มคี ณุ สมบตั ิ 2 ใน - มีคุณสมบตั ิ 1
ภายใต้กล้องจุลทรรศนไ์ ด้ (P) ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ
คุณภาพ คุณภาพ 4 ของระดับ ใน 4 ของระดบั
1.สามารถวาดภาพ
โปสเตอรโ์ ครโมโซมของมนุษย์ - มคี ุณสมบัติ 4 - มคี ุณสมบัติ 3 คณุ ภาพ คณุ ภาพ
ไดถ้ ูกตอ้ ง ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ
คณุ ภาพ คณุ ภาพ - มีคุณสมบัติ 2 ใน - มีคุณสมบตั ิ 1
2.ตรงตามรปู แบบความ
เปน็ จรงิ มากท่สี ดุ 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ

3.สสี นั สวยงาม คณุ ภาพ คณุ ภาพ
4.สามารถอภปิ ราย
ภาพวาดได้
3. มีความมุง่ มน่ั ในการทำงาน
(A)
1. สมาชิกทกุ คนร่วมกนั
แสดงความคดิ เห็น
2. ทำงานอย่างเป็นระบบ
ทกุ คนร้หู นา้ ทีต่ นเอง
3. สมาชิกทกุ คนร่วมกนั
ทำงานตามท่ีไดร้ ับมอบหมาย
4.ส่งงานตามเวลากำหนด

3. เกณฑป์ ระเมินระดบั คุณภาพผลการเรียนรู้ กำหนดระดับคณุ ภาพผลการเรียนรรู้ ่วมกันทกุ ด้านเป็น
4 ระดับ คือ ดีมาก ดี พอใช้ และปรบั ปรงุ แตล่ ะระดับกำหนดเกณฑ์ประเมนิ ตามคะแนนเกณฑ์

รบู รคิ ส์ ดงั น้ี ระดบั คุณภาพดมี าก มคี ะแนนตามเกณฑร์ ูบรคิ สร์ อ้ ยละ 80

– 100 ของคะแนนเต็ม

ระดับคุณภาพดี มีคะแนนตามเกณฑร์ บู รคิ ส์รอ้ ยละ 70 – 79 ของคะแนนเต็ม

ระดับคุณภาพพอใช้ มคี ะแนนตามเกณฑร์ ูบริคสร์ อ้ ยละ 60 – 69 ของคะแนนเต็ม

ระดับคุณภาพปรับปรุง มีคะแนนตามเกณฑ์รบู รคิ ส์น้อยกว่ารอ้ ยละ 60 ของคะแนนเตม็

4. เกณฑ์การตัดสนิ ระดบั คณุ ภาพนักเรียนจากคะแนนรวมทง้ั หมด

ระดบั บคุ คล นกั เรียนมีผลงานอย่ใู นระดบั ดี ถือวา่ ผ่าน (ประกนั ผลการเรียนรู้ของนักเรยี น)

ระดับกลมุ่ นักเรยี นมีผลงานอยู่ในระดบั ดี ไมต่ ่ำกวา่ ร้อยละ 70 ของจำนวนนักเรียนทงั้ หมด

ถอื ว่า การจัดประสบการณ์เรียนรตู้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ประสบผลสำเรจ็

5. เกณฑ์การตดั สินคะแนนเก็บ จำนวนคะแนนเก็บ.........คะแนน จากคะแนนรวมท้งั หมด…...คะแนน

กำหนดวธิ ีการคิดคะแนนเก็บ ดงั น้ี

จำนวนคะแนนเกบ็ = (จำนวนคะแนนทีต่ ้องการ × จำนวนคะแนนรวมทกุ กิจกรรมของนักเรียนแตล่ ะคน)
คะแนนรวมทกุ กจิ กรรมทั้งหมดของทกุ กจิ กรรม

บนั ทึกทา้ ยแผนการจดั การเรียนรู้
1. ผลการจัดประสบการณ์เรียนรู้ (ช้ีใหเ้ หน็ ถึงผลทีเ่ กดิ กับผู้เรยี นตามจุดประสงคห์ รือตวั ชว้ี ดั ทกี่ ำหนดในแผน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปญั หา/อปุ สรรค (คือปัญหาทีพ่ บจากการจดั กจิ กรรมการเรียนร)ู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแก้ไข (ครูเสนอแนะทางแกไ้ ขของปญั หาทพี่ บในการจัดกิจกรรมการเรยี นร)ู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชอ่ื ..................................................... ผ้บู ันทกึ
(นางสาวภคั จริ า ยอดรัก)

………/……………………../…………

บันทกึ ความเห็นของครพู ่เี ล้ยี ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชอ่ื ..................................................... ผบู้ ันทกึ
(นางสาวภาณุมาส จันทร)
ครูพ่ีเลี้ยง
………/……………………../…………



ตารางการประเมนิ ผลการจดั การเรยี นรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 29 เรอ่ื ง ความแตกต่างของชนดิ สิง่ มีชวี ิตในแตล่ ะระบบนเิ วศ

นกั เรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3/1 โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลบั ราชภฏั อตุ รดติ ถ์
คำชแี้ จง ให้ผสู้ อนทำเครื่องหมาย √ ลงในรายการตามความเปน็ จริง

K P A รวม สรปุ หมาย
(ผ่าน/ เหตุ
(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน ไมผ่ า่ น)

ชือ่ -นามสกุล คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ ผา่ น
ผา่ น
เลขท่ี คะแนนเต็ม รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป ระดบั 2 ข้นึ ไป ระดับ 2 ข้ึนไป ผ่าน
ผ่าน
1 เด็กชายพสษิ ฐ์ แพรนมิ ิตร คะแนน ผา่ น/ 4 3 2 1 ผ่าน/ 4 3 2 1 ผ่าน/ คะแนน ผ่าน
2 เดก็ หญงิ วศินธี รณ์ หะรีเมา ผ่าน
3 เดก็ ชายศภุ กร มูลคำ 12 ไม่ ไม่ผา่ น ไม่ผ่าน 12 ผา่ น
4 เดก็ หญงิ ธมี าพร ทองเจริญ ผา่ น
5 เดก็ ชายนฤพนธุ์ สุทธะตง้ั ผา่ น ผา่ น
6 เดก็ ชายพันธร์ ะพี พีระพันธ์ ผา่ น
7 เดก็ ชายนครศักด์ิ ศรีทิพย์ 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผา่ น
8 เดก็ หญงิ ธญั ญากร ทองเพ็ชร์ ผ่าน
9 เด็กชายจิณณวัตร ศรีขำมี 11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 11 ผา่ น
10 เด็กชายภัทรศวฒั โทนโนนแดง ผา่ น
11 เด็กชายรวภิ าส ฐิตาคม 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
12 เด็กชายกฤษฎา ปานแดง ผ่าน
13 เด็กชายรณกร บูรณะถาวร 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10
14 เด็กหญงิ บุญฑรกิ า ท่าดี ผา่ น
15 เดก็ หญิงอนญั ญา แสงพานิช 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
16 เด็กชายณัฐธพงษ์ ธนเดชสริ ิ ผ่าน
10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผา่ น
พงศ์
17 เดก็ หญิงลกั ษิกา โชคดี 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
18 เดก็ ชายฤทธ์ิภบู ดี หะรีเมา
19 เดก็ ชายอคั รชัย ทับผดุง 11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 11
20 เด็กหญงิ ปุรมิ ปรัชญ์ เจริญเชาว์
10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10
วฒั น
21 เด็กหญิงนภสร บุญประเสริฐ 11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 11

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9

10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10

11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 11

10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10

11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 11

11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10
11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11
9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9
11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 11

10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10

22 นายธนภัทธ์ หล่อหลอม 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น
23 เดก็ ชายภูผา นาคหลวง 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
คะแนน 10 - 12 อย่ใู นระดับ 4 มีระดับคณุ ภาพ ดีมาก คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ ร้อยละ 80 – 100 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 7 - 9 อยู่ในระดบั 3 มีระดบั คณุ ภาพ ดี คะแนนตามรบู ริคสเ์ ป็นร้อยละ 60 – 75 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 4 - 6 อยู่ในระดบั 2 มีระดับคุณภาพ พอใช้ คะแนนตามรบู ริคสเ์ ปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 0 - 3 อยใู่ นระดับ 1 มีระดับคุณภาพ ปรบั ปรงุ คะแนนตามรูบริคสเ์ ป็นร้อยละ 50 – 59 ของ
คะแนนเต็ม
หมายเหตุ : คะแนนรวมต้องผา่ นระดับ 3 ขน้ึ ไป ถือวา่ ผ่าน

• นักเรยี นทไ่ี ม่ผ่าน K จำนวน........คน ครผู สู้ อนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แล้ว

• นกั เรียนท่ีไม่ผา่ น P จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรียน.....................................แลว้

• นกั เรียนทไ่ี ม่ผ่าน A จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นกั เรยี น.....................................แล้ว

ลงชอ่ื ..................................................... ผู้สอน
( นางสาวภคั จริ า ยอดรกั )

ตารางการประเมนิ ผลการจัดการเรยี นรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 29 เรอ่ื ง ความแตกตา่ งของชนิดสง่ิ มีชวี ิตในแตล่ ะระบบนเิ วศ

นกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3/2 โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลบั ราชภฏั อตุ รดิตถ์
คำช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนทำเครื่องหมาย √ ลงในรายการตามความเป็นจริง

K P A รวม สรปุ หมาย

(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน (ผ่าน/ เหตุ

ชื่อ-นามสกุล คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ ไมผ่ ่าน)

เลขท่ี คะแนนเตม็ ร้อยละ 70 ข้ึนไป ระดบั 2 ขน้ึ ไป ระดับ 2 ข้นึ ไป

1 เด็กชายสิรภพ วรรณการ คะแนน ผ่าน/ 4 3 2 1 ผ่าน/ 4 3 2 1 ผ่าน/ คะแนน
2 เด็กหญงิ เสาวลักษณ์ ทับทอง
3 เด็กชายปิติคณุ มีมา 12 ไม่ ไม่ผา่ น ไมผ่ า่ น 12
4 เดก็ ชายอัครวนิ ท์ มาดคี าน
5 เด็กหญงิ มีนา กอ้ นทับทิม ผ่าน
6 เด็กชายฮามิน คมิ
7 เด็กชายภัทรพงศ์ จันทร์นอ้ ย 11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 11 ผ่าน
8 เดก็ หญงิ ฑิฆมั พร เขตตบรรพต
9 เด็กชายพทิ ยตุ ม์ เรอื งศรี 11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 11 ผ่าน
10 เด็กชายธนพัต ปัญญา
11 เดก็ ชายอกุ ฎษฏ์ ตันติศภุ รักษ์ 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น
12 เดก็ หญิงครองขวัญ ทับทิมแสง
13 เดก็ ชายชยั วฒั น์ กณุ จ๋า 11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11 ผา่ น
14 เดก็ หญงิ แพรวา ศรีวรี ะ
15 เดก็ หญิงจิรภา หล้ารอด 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
16 เด็กหญิงอัญชิสา บตุ รจัน
17 เด็กหญงิ ชื่นนภา สีสอด 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผา่ น
18 เด็กชายญาณกร รัตนประพิศ
19 เดก็ ชายคามิน ผ่องพุฒ 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น
20 เด็กหญิงณิชชา สุทธิรส
21 เด็กหญงิ กชพร ยิม้ แยม้ 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผ่าน
22 เดก็ หญิงวรรษชล สีหะนาม
9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผ่าน

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น

9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น

11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผา่ น

10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผา่ น

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น

10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผ่าน

9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผ่าน

9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผ่าน

10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผ่าน

11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผ่าน

9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผ่าน

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผ่าน

10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน

เกณฑ์การให้คะแนน

คะแนน 10 - 12 อย่ใู นระดับ 4 มีระดับคุณภาพ ดีมาก คะแนนตามรบู ริคสเ์ ปน็ รอ้ ยละ 80 – 100 ของ

คะแนนเต็ม

คะแนน 7 - 9 อย่ใู นระดบั 3 มรี ะดับคณุ ภาพ ดี คะแนนตามรูบริคส์เปน็ ร้อยละ 60 – 75 ของ
คะแนนเต็ม

คะแนน 4 - 6 อยูใ่ นระดับ 2 มรี ะดับคุณภาพ พอใช้ คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของ

คะแนนเต็ม

คะแนน 0 - 3 อยใู่ นระดับ 1 มีระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรุง คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของ

คะแนนเต็ม

หมายเหตุ : คะแนนรวมต้องผา่ นระดับ 3 ขนึ้ ไป ถือว่า ผ่าน

• นกั เรียนทีไ่ มผ่ ่าน K จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แล้ว

• นักเรียนท่ไี ม่ผา่ น P จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แลว้

• นักเรียนทไี่ มผ่ า่ น A จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แลว้

ลงชอ่ื ..................................................... ผสู้ อน
( นางสาวภัคจิรา ยอดรัก )

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 30

กล่มุ สาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 2/2564 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 3

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 7 ระบบนเิ วศและความหลากหลายทางชีวภาพ เวลา 3 คาบ

เร่ือง ความสำคัญของความหลากหลายทางชวี ภาพ เวลา 1 คาบ

ผู้สอน นางสาวภคั จิรา ยอดรัก โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏอตุ รดิตถ์

วันท่ี ……. เดือน ………….. พ.ศ. 2564 ม.3/1

วันที่ ……. เดือน ………….. พ.ศ. 2564 ม.3/2

1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสารพันธุกรรม

การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและ
วิวัฒนาการของสิง่ มชี วี ิต รวมทัง้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
2. ตัวชี้วัด
ว 1.3ม.3/11 แสดงความตระหนกั ในคณุ ค่าและความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีสว่ นร่วม
ในการดูแลรกั ษาความหลากหลายทางชีวภาพ

3. สาระสำคัญ
ความหลากหลายทางชวี ภาพมีอยู่ 3 ระดบั ได้แก่ ความหลากหลายของระบบนิเวศ ความหลากหลาย

ของชนิดสิ่งมีชีวิต และความหลากหลายทางพันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพมีความสำคัญ
ต่อการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ โดยระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง จะรักษาสมดุลได้ดกี ว่า
ระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพต่ำ เนื่องจากระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
เนื่องจากมีสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด ทำให้สายใยอาหารมีความซับซ้อน เมื่อสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งตายลง จะไม่
สง่ ผลกระทบต่อส่ิงมีชวี ติ อ่ืนในสายใยอาหาร เพราะสิง่ มีชวี ิตชนิดน้ันสามารถเลือกกนิ สิง่ มีชีวิตอ่ืนได้หลายชนิด
จึงไม่กระทบต่อระบบนิเวศนั้นมากนัก แต่ระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพต่ำเนื่องจากความ
หลากหลายชนิดของสิ่งมีชีวิตน้อย เมื่อสิ่งมีชีวิตที่เป็นอาหารของสิ่งมีชีวิตชนดิ หน่ึงตายลง จะส่งผลกระทบต่อ
สิ่งมีชีวิตชนิดนั้นโดยตรง ทำให้สิ่งมีชีวิตนั้นลดจำนวนลง หรือสูญพันธุ์ไปจากระบบนิเวศ ซึ่งจะส่งผลกระทบ
ต่อไปยังสิ่งมชี ีวิตอน่ื ในสายใยอาหารด้วย ระบบนเิ วศจงึ ไมส่ ามารถรักษาสมดุลไวไ้ ด้

มนษุ ยเ์ ป็นส่งิ มีชีวติ ท่ีใชป้ ระโยชนจ์ ากความหลากหลายทางชีวภาพในด้านต่าง ๆ มากท่ีสุด เช่น ใชเ้ ปน็
อาหาร ยารกั ษาโรค ใชเ้ ป็นวตั ถุดิบในอตุ สาหกรรมต่าง ๆ สร้างรายไดใ้ หก้ ับประเทศ

4. จุดประสงค์การเรียนรู้
(1) นักเรยี นสามารถอธบิ ายความสำคญั ของความหลากหลายทางชวี ภาพได้ (K)
(2) นกั เรยี นสามารถวิเคราะหส์ ถานการณข์ องความหลากหลายทางชวี ภาพได้ (P)
(3) นักเรยี นใฝเ่ รียนรู้ มวี ินัยในการเรยี น (A)

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
(1) ความสามารถในการส่ือสาร
- การอธบิ าย การเขียน การตอบคำถาม
(2) ความสามารถในการคดิ
- การสังเกต การสำรวจ การคดิ วิเคราะห์ การสรา้ งคำอธิบาย การอภิปราย
การสื่อความหมาย การทำกจิ กรรมโดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์
การสืบค้นโดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
- มีวินัย
- ใฝเ่ รยี นรู้

7. สาระการเรียนรู้
ความหลากหลายทางชีวภาพ มี 3 ระดับ ได้แก่ ความหลากหลายของระบบนิเวศ ความหลากหลาย

ของชนิดสิ่งมีชีวิต และความหลากหลายทางพันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพนี้มีความสำคัญต่อการ
รกั ษาสมดุลของระบบนิเวศ ระบบนเิ วศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสงู จะรกั ษาสมดุลได้ดีกว่าระบบนิเวศ
ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพต่ำกว่า นอกจากนี้ความหลากหลายทางชีวภาพยังมีความสำคัญต่อมนุษย์ใน
ด้านต่าง ๆ เช่น ใช้เป็นอาหาร ยารักษาโรค วัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนใน
การดูแลรกั ษา ความหลากหลายทางชีวภาพใหค้ งอยู่

8. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
โดยใช้กระบวนการสอนแบบสร้างความรู้ด้วยตนเอง Constructionism จัดลำดับการสอนเป็น

ขั้นตอนดังน้ี
8.1 ขน้ั จุดประกายความคิด (Sparkling) (10 นาที)

(1) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยใช้คำถามว่าความหลากหลายทางชีวภาพ
เก่ียวข้องกบั สมดุลในระบบนิเวศอยา่ งไร

แนวคำตอบ ความหลากหลายทางชวี ภาพเกี่ยวข้องกับสมดุลในระบบนเิ วศ โดยระบบนเิ วศที่
มีความหลากหลายของชนิดส่งิ มชี ีวิตแตกต่างกัน จะสง่ ผลต่อการรักษาสมดุลของระบบนิเวศแตกต่างกัน ระบบ
นิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมักจะมีสายใยอาหารที่ซับซ้อนมากกว่าระบบนิเวศที่มีความ
หลากหลายทางชีวภาพต่ำกว่า เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ จึงสามารถ
รักษาสมดลุ ไวไ้ ดด้ ีกวา่ ระบบนเิ วศท่ีมคี วามหลากหลายทางชวี ภาพต่ำกวา่

(2) จากนนั้ ครูเชื่อมโยงเข้าสกู่ ิจกรรม ความหลากหลายทางชวี ภาพมคี วามสำคญั อยา่ งไร
8.2 ข้ันสะกดิ ใหค้ น้ คว้า (Searching) (60 นาท)ี

(1) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม ครูตรวจสอบความเข้าใจ
จากการอา่ นโดยใชค้ ำถามว่า ดังตอ่ ไปนี้

- กิจกรรมน้เี กย่ี วกับเร่ืองอะไร (ความหลากหลายทางชีวภาพมีความสำคัญอยา่ งไร)
- กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (วิเคราะห์สถานการณ์และอธิบายความสำคัญของความ
หลากหลายทางชีวภาพ)
(2) นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 6 กลุ่ม จากนั้นนักเรียนส่งตัวแทนรับใบกิจกรรม เรื่อง ความ
หลากหลายทางชีวภาพมคี วามสำคญั อยา่ งไร
(3) ครอู ธิบายขนั้ ตอนในการทำกจิ กรรมใหน้ ักเรียนฟงั เพ่อื ใหน้ กั เรียนเข้าใจมากยงิ่ ข้ึน
(4) นักเรียนแต่ละกลุ่มเริ่มทำกิจกรรม ครูสังเกตการทำงานของนักเรียน คอยช่วยเหลือ ให้
คำแนะนำ หรอื ตอบคำถามเม่ือนักเรียนมีข้อสงสัย
8.3 ข้นั นำพาสกู่ ารปฏิบตั ิ (Studying ) (20 นาท)ี
(1) นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอผลการทำกจิ กรรมหนา้ ช้นั เรียน
(2) นักเรียนตอบคำถามระหวา่ งเรียน ดังนี้
- องคป์ ระกอบต่าง ๆ ในระบบนิเวศ มีปฏิสมั พันธก์ ันอยา่ งไร
แนวคำตอบ องค์ประกอบในระบบนิเวศแบ่งออกเป็นองค์ประกอบที่มีชีวิต ได้แก่ สัตว์ พืช
จุลินทรีย์ และองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต ได้แก่ แสง อากาศ น้ำ ดิน ธาตุอาหาร โดยองค์ประกอบทั้ง 2 ชนิดมี
ปฏิสัมพันธ์กัน เช่น สิ่งมีชีวิตต้องการน้ำเพื่อใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ใช้แก๊สออกซิเจนในการหายใจ พืชและ
สาหร่ายใช้คาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และแสงในการสังเคราะห์ด้วยแสงและปล่อยแก๊สออกซิเจนออกสู่อากาศ
พชื และส่งิ มีชวี ติ บางชนดิ ใชด้ ินเปน็ ท่อี ย่อู าศยั และแหลง่ ธาตอุ าหาร
- ความหลากหลายทางชวี ภาพมคี วามสำคญั อย่างไร
แนวคำตอบ ความหลากหลายทางชีวภาพมีประโยชน์ต่อมนุษย์ในหลายดา้ น เชน่ เป็นปัจจัย
4 ในการดำรงชีวิต หรือใช้เป็นวตั ถุดบิ ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ นอกจากมีประโยชน์ต่อมนุษย์แลว้ ยังมีประโยชน์
ต่อสง่ิ แวดลอ้ ม ช่วยรักษาสมดุลของระบบนเิ วศ
8.4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาที)

(1) นักเรียนตรวจสอบตนเองด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ได้ทำในบทเรียนนี้
อา่ นสรุปท้ายบท และทำแบบฝึกหัดท้ายบทลงในสมุด อา่ นเนือ้ หาวิทยาศาสตร์กับชวี ิต เพ่อื ร่วมกันสรุปความรู้
เกี่ยวกับระบบนเิ วศและความหลากหลายทางชีวภาพ

8.5 ขั้นนำเสนอควบค่กู ารประเมิน ( Show and Sharing) (10 นาที)
(1) นกั เรียนตอบคำถามเพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจของตนเอง ดงั นี้
- ความหลากหลายทางชวี ภาพมีประโยชน์อย่างไร
แนวคำตอบ ความหลากหลายทางชวี ภาพมีประโยชนต์ ่อมนุษยห์ ลายอย่าง เชน่ เป็นปัจจัย 4

ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหรรมต่าง ๆ นอกจากมีประโยชน์ต่อมนุษย์แล้วยังมีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม คือช่วย
รกั ษาสมดลุ ของระบบนิเวศ

(2) ครูสังเกตความสนใจ ความกระตือรอื ร้นในการเรียนรู้

9. สอ่ื การเรียนรู้
9.1 ใบกิจกรรม เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชีวภาพมีความสำคัญอย่างไร
9.2 หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 เล่ม 2 สสวท.

10. วดั ผลและประเมนิ ผล
1. กรอบการวัดและประเมนิ ผล แต่ละจุดประสงค์การเรยี นร้นู ำเสนอประเดน็ ที่ทำการวดั และ

ประเมินผล วธิ กี ารวดั และเครอ่ื งมือวัด ดังตาราง
ตาราง : แสดงกรอบการวดั และประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เคร่อื งมอื วัดผล เกณฑ์การประเมนิ ผล

1.ด้านความรู้ (K) ตรวจสอบความถูก ใบกจิ กรรม เรอ่ื ง ความ - ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70
นกั เรียนสามารถอธบิ าย
ความสำคญั ของความ ตอ้ งของเนื้อหาในใบ หลากหลายทางชวี ภาพ ข้นึ ไป : 7 คะแนน
หลากหลายทางชวี ภาพได้
กิจกรรม มีความสำคญั อย่างไร จาก 10 คะแนน

2.ด้านทักษะ/กระบวนการ สังเกตการใชท้ ักษะ แบบประเมินการ - ไดค้ ะแนนคุณภาพระดับ
(P) ในการวิเคราะห์ สงั เกตใช้ทกั ษะในการ 2 ข้นึ ไป
นักเรยี นสามารถวิเคราะห์ ข้อมูล วิเคราะหข์ ้อมูล
สถานการณ์ของความ
หลากหลายทางชวี ภาพได้ ประเมินความตงั้ ใจ แบบประเมนิ - ไดค้ ะแนนคณุ ภาพระดับ
3.ด้านคุณลกั ษณะ(A) ในการทำกจิ กรรม พฤติกรรมบง่ ชี้ 2 ขนึ้ ไป
นกั เรยี นใฝเ่ รยี นรู้ มีวนิ ยั ใน และการมวี นิ ยั ในการ คุณลกั ษณะอนั พงึ
การเรยี น สง่ งาน ประสงค์

2. เกณฑ์การให้คะแนนเกณฑ์รูบริคส์ (Rubric Score) ให้คะแนนเปน็ รายข้อของเกณฑ์รูบรคิ ส์ ทส่ี ร้าง
ขน้ึ สำหรับการประเมนิ (Analytical Rubric Score )
ตาราง : แสดงเกณฑ์การใหค้ ะแนนเกณฑร์ ูบริคส์

ประเด็นการประเมิน 4 (ดีมาก) ระดบั คณุ ภาพ 1 (ปรับปรงุ )
3 (ดี) 2 (พอใช้)

1. อธิบายความสมั พันธ์ระหว่าง ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70 ขนึ้ ไป
ยีน ดเี อน็ เอ และโครโมโซมได้

2. วาดภาพโครงสร้างท่ีเหน็ - มีคุณสมบัติ 4 - มีคุณสมบัติ 3 - มีคณุ สมบัติ 2 ใน - มคี ุณสมบตั ิ 1
ภายใตก้ ล้องจุลทรรศนไ์ ด้ (P) ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ
คุณภาพ คณุ ภาพ 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ
1.สามารถวาดภาพ
โปสเตอร์โครโมโซมของมนษุ ย์ - มคี ณุ สมบตั ิ 4 - มคี ณุ สมบัติ 3 คุณภาพ คุณภาพ
ไดถ้ ูกตอ้ ง ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ
คณุ ภาพ คุณภาพ - มคี ณุ สมบัติ 2 ใน - มคี ณุ สมบตั ิ 1
2.ตรงตามรปู แบบความ
เป็นจริงมากท่สี ดุ 4 ของระดบั ใน 4 ของระดบั

3.สสี นั สวยงาม คณุ ภาพ คุณภาพ
4.สามารถอภปิ ราย
ภาพวาดได้
3. มคี วามมุ่งมนั่ ในการทำงาน
(A)
1. สมาชกิ ทกุ คนร่วมกนั
แสดงความคิดเห็น

2. ทำงานอย่างเปน็ ระบบ
ทกุ คนรหู้ น้าท่ตี นเอง

3. สมาชิกทุกคนรว่ มกัน
ทำงานตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย

4.สง่ งานตามเวลากำหนด

3. เกณฑ์ประเมินระดบั คุณภาพผลการเรยี นรู้ กำหนดระดบั คุณภาพผลการเรยี นร้รู ว่ มกันทุกดา้ นเปน็

4 ระดับ คือ ดมี าก ดี พอใช้ และปรบั ปรุง แต่ละระดับกำหนดเกณฑป์ ระเมนิ ตามคะแนนเกณฑ์

รบู ริคส์ ดงั นี้ ระดบั คุณภาพดีมาก มีคะแนนตามเกณฑ์รูบรคิ สร์ อ้ ยละ 80

– 100 ของคะแนนเตม็

ระดบั คุณภาพดี มคี ะแนนตามเกณฑร์ ูบรคิ ส์รอ้ ยละ 70 – 79 ของคะแนนเต็ม

ระดับคุณภาพพอใช้ มคี ะแนนตามเกณฑร์ ูบริคส์ร้อยละ 60 – 69 ของคะแนนเต็ม

ระดบั คุณภาพปรับปรุง มีคะแนนตามเกณฑร์ ูบริคสน์ ้อยกว่ารอ้ ยละ 60 ของคะแนนเต็ม

4. เกณฑ์การตดั สนิ ระดบั คณุ ภาพนกั เรยี นจากคะแนนรวมทัง้ หมด

ระดับบุคคล นกั เรียนมผี ลงานอยใู่ นระดบั ดี ถือว่า ผา่ น (ประกันผลการเรียนรู้ของนักเรียน)

ระดบั กลมุ่ นักเรยี นมีผลงานอยูใ่ นระดบั ดี ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของจำนวนนักเรยี นทัง้ หมด

ถอื วา่ การจัดประสบการณ์เรียนร้ตู ามแผนการจัดการเรียนรู้ประสบผลสำเร็จ

5. เกณฑ์การตดั สนิ คะแนนเก็บ จำนวนคะแนนเก็บ.........คะแนน จากคะแนนรวมทงั้ หมด…...คะแนน

กำหนดวธิ ีการคิดคะแนนเกบ็ ดังน้ี

จำนวนคะแนนเกบ็ = (จำนวนคะแนนท่ตี ้องการ × จำนวนคะแนนรวมทกุ กิจกรรมของนักเรยี นแตล่ ะคน)
คะแนนรวมทกุ กิจกรรมท้งั หมดของทกุ กจิ กรรม

บนั ทึกทา้ ยแผนการจดั การเรยี นรู้
1. ผลการจดั ประสบการณเ์ รียนรู้ (ช้ใี หเ้ ห็นถงึ ผลท่ีเกดิ กับผู้เรยี นตามจุดประสงค์หรือตัวช้ีวดั ทก่ี ำหนดในแผน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปญั หา/อปุ สรรค (คอื ปัญหาทีพ่ บจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแก้ไข (ครเู สนอแนะทางแกไ้ ขของปญั หาทพี่ บในการจัดกิจกรรมการเรียนร)ู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชอ่ื ..................................................... ผู้บันทกึ
(นางสาวภคั จริ า ยอดรกั )

………/……………………../…………

บนั ทกึ ความเหน็ ของครูพเ่ี ลีย้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชือ่ ..................................................... ผู้บันทกึ
(นางสาวภาณุมาส จนั ทร)
ครพู เ่ี ลี้ยง
………/……………………../…………



ตารางการประเมนิ ผลการจัดการเรยี นรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 30 เรื่อง ความสำคัญของความหลากหลายทางชวี ภาพ
นักเรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3/1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลับราชภฏั อตุ รดติ ถ์
คำช้ีแจง ใหผ้ ูส้ อนทำเครื่องหมาย √ ลงในรายการตามความเปน็ จรงิ

K P A รวม สรปุ หมาย
(ผา่ น/ เหตุ
(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน ไมผ่ า่ น)

ช่ือ-นามสกุล คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ ผ่าน
ผ่าน
เลขท่ี คะแนนเตม็ ร้อยละ 70 ขน้ึ ไป ระดับ 2 ข้นึ ไป ระดบั 2 ข้ึนไป ผา่ น
ผา่ น
1 เด็กชายพสิษฐ์ แพรนิมิตร คะแนน ผา่ น/ 4 3 2 1 ผา่ น/ 4 3 2 1 ผา่ น/ คะแนน ผ่าน
2 เด็กหญิงวศินธี รณ์ หะรเี มา ผา่ น
3 เด็กชายศุภกร มูลคำ 12 ไม่ ไมผ่ า่ น ไม่ผ่าน 12 ผา่ น
4 เดก็ หญิงธีมาพร ทองเจริญ ผา่ น
5 เด็กชายนฤพนธุ์ สุทธะต้ัง ผ่าน ผ่าน
6 เดก็ ชายพันธร์ ะพี พีระพนั ธ์ ผา่ น
7 เดก็ ชายนครศักดิ์ ศรีทพิ ย์ 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น
8 เดก็ หญิงธัญญากร ทองเพ็ชร์ ผ่าน
9 เด็กชายจิณณวตั ร ศรขี ำมี 11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผ่าน
10 เด็กชายภทั รศวัฒ โทนโนนแดง ผา่ น
11 เด็กชายรวภิ าส ฐติ าคม 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผ่าน
12 เด็กชายกฤษฎา ปานแดง ผา่ น
13 เดก็ ชายรณกร บูรณะถาวร 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10
14 เดก็ หญิงบญุ ฑริกา ท่าดี ผ่าน
15 เดก็ หญงิ อนญั ญา แสงพานิช 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น
16 เด็กชายณัฐธพงษ์ ธนเดชสริ ิ ผา่ น
10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น
พงศ์
17 เดก็ หญงิ ลกั ษกิ า โชคดี 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผา่ น
18 เดก็ ชายฤทธิภ์ ูบดี หะรีเมา
19 เด็กชายอคั รชยั ทับผดงุ 11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 11
20 เดก็ หญงิ ปุรมิ ปรัชญ์ เจริญเชาว์
10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10
วัฒน
21 เดก็ หญิงนภสร บุญประเสริฐ 11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 11

9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9

10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10

11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11

10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10

11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11

11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 11

10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 10
11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11
9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9
11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 11

10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10

22 นายธนภัทธ์ หล่อหลอม 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น
23 เดก็ ชายภูผา นาคหลวง 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
คะแนน 10 - 12 อย่ใู นระดับ 4 มีระดับคณุ ภาพ ดีมาก คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ ร้อยละ 80 – 100 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 7 - 9 อยู่ในระดบั 3 มีระดบั คณุ ภาพ ดี คะแนนตามรบู ริคสเ์ ป็นร้อยละ 60 – 75 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 4 - 6 อยู่ในระดบั 2 มีระดับคุณภาพ พอใช้ คะแนนตามรบู ริคสเ์ ปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของ
คะแนนเต็ม
คะแนน 0 - 3 อยใู่ นระดับ 1 มีระดับคุณภาพ ปรบั ปรงุ คะแนนตามรูบริคสเ์ ป็นร้อยละ 50 – 59 ของ
คะแนนเต็ม
หมายเหตุ : คะแนนรวมต้องผา่ นระดับ 3 ขน้ึ ไป ถือวา่ ผ่าน

• นักเรยี นทไ่ี ม่ผ่าน K จำนวน........คน ครผู สู้ อนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แล้ว

• นกั เรียนท่ีไม่ผา่ น P จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรียน.....................................แลว้

• นกั เรียนทไ่ี ม่ผ่าน A จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นกั เรยี น.....................................แล้ว

ลงชอ่ื ..................................................... ผู้สอน
( นางสาวภคั จริ า ยอดรกั )


Click to View FlipBook Version