แผนธุรกิจเพื่อชุมชน
Community Business Model Canvas (CBMC)
ขนมเปีย๊ ะแปง้ นมุ่
ห้องเรียนท่ี 10
แนะนำตวั
ช่ือ นำง เบญจมำศ ใจพรม
สินค้ำ ขนมเป๊ียะแป้งนุม่
กลมุ่ ที่ 10
จังหวดั เชยี งใหม่
“ การเรยี นรู้จากเขา ”
การเรียนรจู้ ากเขา คอื การเปดิ โอกาสให้
ตัวเราไดม้ ีโอกาสเรียนรู้จากผูอ้ นื่ เอาตัวเราเขา้ ไป
ร่วมในงานหรือกิจกรรมเพ่ือเกบ็ เก่ยี วเป็น
ประสบการณ์ของตวั เอง การรับฟังอื่นไม่ว่าจะเป็น
คาแนะนาหรอื คาตชิ ม เมอื่ เรานามาปรับปรงุ ตัวเรา
เองให้ดขี ้ึนและกจ็ ะแนวทางการพฒั นาตวั เองได้อกี
ระดบั หนึ่งเช่นกัน
# แรกเขา้ มา คิดแตเ่ พยี งว่า เข้ามากอ่ น เรียนๆไปกอ่ น ฟงั ๆเขาไปกอ่ น #
“สาหรับผลติ ภณั ฑ์ทน่ี ามาร่วมเรียนคือขนมเป๊ยี ะซ่งึ เปน็ สินคา้ ของคนในครอบครวั คือ
นอ้ งสาวแรกเข้ามาคดิ แต่เพยี งวา่ เข้ามาก่อน เรยี นๆไปกอ่ น ฟังๆเขาไปกอ่ น ไม่มีสนิ คา้ เป็นของ
ตวั เองเม่อื ได้เข้ามาร่วมเรียน อาจารยแ์ ละพี่เลี้ยงให้คาแนะนาว่าใหพ้ ิจารณางานหรือสิ่งที่เราชอบ
เราสนใจและเรามตี น้ ทนุ ในสง่ิ นนั้ ๆอยู่พอสมควร ยงั ไม่เขา้ ใจว่าที่เรียนทกุ เรือ่ งจะมคี วามเกี่ยวข้อง
กันอย่างไร พอค่อยๆเรียนรู้ในแตล่ ะวันกเ็ รม่ิ จะมีความ ออ๋ อันนเ้ี หรอมันเป็นเร่ืองท่ีเราเห็นเราทา
เปน็ ปกตอิ ยู่แล้ว เพียงแตเ่ ราไม่เคยคิดทจี่ ะจดั เรียงเป็นลาดับขนั้ ตอนใหเ้ ป็นระบบแบบแผนการ
เรยี น 9 ขอ้ 5 ชอ่ งหรือ การจบั ยักษ์ใส่ตะเกยี ง ช่ึงเมื่อพิจารณาดูแล้วสามารถนาไปปรับใชไ้ ดก้ ับ
เรือ่ งอน่ื ๆได้อกี ดว้ ย
กำรเตรียมตัวกอ่ นเรียน
1. ศึกษากาหนดการ อย่างละเอียด
2. เตรยี มสินค้า/บริการ หรอื กจิ กรรมที่ทา่ นมหี รือทีท่ าเปน็ ปกติ ทีค่ ดิ วา่ โดดเด่นท่สี ดุ ไว้ประกอบการเรยี น เป็น
กรณศี ึกษา
ส่วนสนิ คา้ ตัวอ่นื ๆทกุ ตวั ของท่านจะถูกนามาใช้ในวันที่ 2 ของการเรียน
3. การเรยี นเนน้ ท่ีการอา่ นคาบรรยาย พรอ้ มโจทย์การบา้ นของแตล่ ะวัน ได้ตั้งแต่ 6 โมงเชา้ ท่หี อ้ งเรียนของเรา
หลังจากน้นั ท่านสะดวกเวลาไหน กเ็ ขยี นคาตอบสง่ เข้าในห้องเรยี นยอ่ ยของเราในห้องเรียนยอ่ ยน้ี ทา่ นจะมี
เพ่ือน 20-30 คน มีครูพ่ีเล้ยี งประจากล่มุ 7-12 ท่านในกลุ่มยอ่ ย ใหท้ าความรู้จักมกั คนุ้ ทาความเข้าใจวธิ เี รยี น
ตารางการเรยี น ให้เสรจ็ อย่างช้า เย็นวนั ท่ี 24 กมุ ภาพนั ธ์ 2565
4. เม่อื ทุกคนเข้ากลมุ่ แลว้ ให้อา่ นกติกา ทาความเข้าใจ หลักสูตร พร้อมเรียนในเช้าวันท่ี 25 กมุ ภาพนั ธ์ 2565
5.วธิ กี ารเรยี น ทกุ 6 โมงเช้าจะมคี าบรรยายและโจทย์การบ้านโดยครใู หญท่ ห่ี ้องเรียนรวม พี่เลย้ี งแต่ละกล่มุ จะ
นาไปลงในกลุ่มไลนห์ ้องเรียนย่อย หอ้ งย่อย 1- 10 จะเป็นหอ้ งเรยี นหลกั ของท่าน
การเรยี นนี้ เรียกวา่ การเรยี นผ่านกระจก 4 บาน คือ
1.อา่ นคาบรรยาย ข้อคิดชวนคยุ และการบ้าน แตล่ ะวนั อย่างละเอียดใหเ้ ขา้ ใจ
2.เขียนตอบการบา้ นสง่ ในกลุ่มหอ้ งเรยี นย่อย
3.อา่ นที่เขยี นตอบของเพื่อนๆให้มากทีส่ ุด
4.หารือกับครูพเ่ี ล้ียงในกลมุ่ เมื่อมคี วามสงสยั หรือไมเ่ ขา้ ใจในทกุ ประเดน็ ท่เี กยี่ วข้องกับการเรียน
5.ปรับปรุง คาตอบที่เคยเขียนส่งในรอบแรกให้ รอบคอบรอบดา้ นขึ้น
6.ครพู ่ีเลีย้ งจะตรวจงานและใหข้ อ้ คดิ เห็น เมอื่ มีคาตอบแต่ละวันในแตล่ ะห้องทโ่ี ดดเด่นจะโยนเขา้
หอ้ งเรียนรวมเพื่อเปน็ กระจกบานท่ี2ให้ห้องอน่ื ๆได้เรยี นรู้
ทงั้ 6 ข้ันตอนน้ี เรยี กว่า กระจก 4 บาน
บานท่ี 1 คือสิ่งที่ท่านเขยี นตอบการบา้ นครั้งแรก เป็นการส่องความคดิ ความเขา้ ใจ ของตัวเราเอง
บานที่ 2 คืออา่ นจากส่ิงท่ีเพ่ือนเขียน เปน็ การส่องความคิดความอ่านของเพ่ือนที่ตอบโจทย์การบ้านข้อนั้นๆ
ช่วยให้เรามองคาตอบไดร้ อบด้านขึ้น เรียกว่า กระจกบานที่ 2
บานที่ 3 คอื การสะท้อนคาตอบของเรา โดยครูพีเ่ ลย้ี ง
บานท่ี 4 คอื ภาพสะท้อนของ 'ครูใหญ่' ผา่ นคาบรรยาย และบทความข้อคิดชวนคยุ ในห้องเรยี นรวม
ดังนัน้ ความร้จู กั มักค้นุ การไดแ้ ลกเปลีย่ นเรยี นรจู้ ากประสบการณ์จริงของกนั และกนั คือ กุญแจของ
ความสาเรจ็ ใครได้มากไดน้ ้อย อย่ทู ่ีตรงนี้ วนั สุดท้าย มีการสอบกอ่ นจบ
พรอ้ มสง่ ตาราง 9 ข้อ และตาราง 5 ช่อง (แผนดาเนินการ 6 เดอื น)
กาหนดการเรยี น หลักสตู ร online 6 วัน "แผนลดรายจ่าย เพ่มิ รายได้ ขยายกิจการ" ทาได้ ใช้เปน็
เหน็ ผล
วนั ที่ 1
บรรยำย 1
กำรตลำด cbmc
"บันได 4 ขัน้ การตลาด"
การบา้ นกลมุ่ ย่อย ข้อที่ 1
จัดทาบนั ได 4 ขัน้ การตลาด เพ่อื ใหล้ ูกคา้ ติดใจ ซ้อื ซ้า บอกตอ่
เร่ิมท่ีข้ึนที่ 1
แนวทำงกำรตลำด ขอ้ ที่ 1 (cbmc 1)
คน้ หาเสน่ห์ของสินคา้ ตวั เอกด้วยการเขียนตอบคาถาม "สินค้าตัวเด็ดที่ท่านนามาใช้เรยี นคร้ังนี้
1.โดดเด่นอย่างไร?
2.แตกต่างจากค่แู ขง่ อย่างไร?
3.โดนใจ 'คนแบบไหน'?"
แนวทำงกำรตลำดข้อที่ 2 (cbmc2)
คน้ หาลกู คา้ เป้าหมายในอนาคตท่ีชัดเจน โดยพิจารณาจาก คาตอบขอ้ ที่ 3 ของข่นั ที่ 1 คือ 'โดนใจคนแบบ
ไหน!' วิธีการ นามาพิจารณาอย่างละเอยี ด วา่ คนลกั ษณะแบบน้แี หละ ถ้า 'เหน็ ปบุ๊ ซอื้ ปบ๊ั '
กำรตลำด ข้ันที่ 3 (cbmc 3)
"ชอ่ งทางการส่ือสาร ถึงลูกคา้ เปา้ หมาย" ด้วยการตอบคาถาม
1.ลกู คา้ เปา้ หมายอยู่ที่ไหนบ้าง?
2.เราจะค้นพวกเขาเจอไดอ้ ย่างไร?
3.เจอแลว้ จะใหเ้ ขารูจ้ กั สินค้าเราได้อย่างไร (เปิดการขาย)
4.ทาอย่างไรให้เขาซือ้ (ปิดการขาย)
แนวทำงกำรตลำด ข้นั ที่ 4 (cbmc 4)
การสร้างความทับใจ ก่อนและหลงั การขาให้ประทบั ใจ
3.บริการหลังการขายอยา่ งไรให้ประทับใจ หรือทาใหล้ ูกคา้ 'ตดิ ใจซ้ือซ้า บอกต่อ'ได้อยา่ งไร
วิธีการ
1.ส่งของอย่างไรใหป้ ระทับใจ
2.จ่ายเงินอยา่ งไรใจ
3.บรกิ ารหลงั การขายอย่างไรให้ประทับใจ
วันท่ี 2
บรรยำย 2
"แนวทางการเพิม่ รายได้ ขยายกจิ การ"
(cbmc ขอ้ ที่ 5)
การบา้ นกลุม่ ย่อย (2)
ตอบ คาถาม
1.สนิ คา้ เราโดดเดน่ แตกต่าง โดนใจดีพอหรือยัง?
2.คแู่ ข่งของเรา เขาจะสร้างความแตกต่าง หนีเราไปอีก เราจะทาอย่างไร!"
3.ทาอย่างไร ถ้าการตลาดดี แตไ่ ม่มีของขาย หรอื ส่งของไม่ทนั "
4.คนตดิ ใจ สินค้าของเรา ซื้อซา้ บอกต่อคึกคักแลว้ เราควรจะใช้โอกาสน้ี เพิม่ รายได้ ขยายกิจการ
อย่างไร?"
4.1 นาสินค้าตัวรองมาขายดีไหม
4.2 ทาสนิ ค้าตัวใหมท่ ่ีลูกคา้ กลมุ่ น้ีซือ้ แน่ๆออกขายดีไหม?
4.3 นาสนิ ค้าของเพื่อนๆในเครอื ขา่ ยที่ลูกคา้ กลมุ่ น้ซี ื้อแนๆ่ มาชวนขายดว้ ยดไี หม?
วนั ที่ 3
บรรยำย 3
"การแปลงบันใด4 ขั้นการตลาด และแนวคดิ การ เพิ่มรายได้ขยายกจิ การให้เปน็ วิธปี ฏบิ ัตใิ ห้ทาได้ใชเ้ ป็น เห็น
ผล"
กิจกรรมสาคัญทีต่ ้องทา
( cbmc ข้อที(่ 6))
การบา้ นกลมุ่ ย่อย (3)
วธิ ีการ
พิจารณา cbmc 1-5 ทีละข้อแล้วเขียนคาตอบ
" แนวคิดบันได 4 ขน้ั การตลาด และแนวคดิ การเพมิ่ รายได้ ขยายกจิ การ ถ้าจะให้ทาได้ ใชเ้ ป็น เราต้องแปลง
แนวคิดเป็นตัวกิจกรรมหลักๆกีห่ มวด อะไรบ้าง?" และแต่ละหมวด แตกเปน็ กิจกรรมยอ่ ยอะไรบา้ ง?
วนั ที่ 4
บรรยำย 4
แนวทางการจัดทาแผน ดาเนินงาน 5 ช่อง
การบ้าน (4)
จัดทา แผนดาเนนิ การ 5 ชอ่ ง
วธิ กี าร
นากจิ กรรมตามข้อ 6 ทลี ะขอ้ ใสล่ งในตาราง 5 ชอ่ ง มีกจิ กรรมย่อยอะไรบ้าง
แตล่ ะกจิ กรรมย่อย ใครรบั ผิดชอบ เสร็จเมอื่ ไร(ระยะเวลา 6 เดือน) ทาเองได้ไหมเพ่ือลดรายจา่ ย (cbmc7)
อะไรที่ต้องร่วมมือกบั หน่วยงานอ่นื เพื่อขยายกิจการ (cbmc8) และอะไรตอ้ งใชเ้ งิน
รวบรวม ชอ่ งท่ี 5 อะไรทที่ าเองได้ ท้ังหมด (cbmc7)
อะไรทร่ี ่วมกบั หนว่ ยงานอืน่ (cbmc8) และอะไรทต่ี ้องใช้เงนิ (cbmc 9) แลว้ นามาใส่ใน ตาราง 9 ช่อง
วันท่ี 5
บรรยำย 5
การจดั ทา ตาราง 9 ข้อ หรือ แบบจาลองธุรกจิ ที่เราทา (Business Model)
การบ้าน 5
วิธกี าร
นาแนวการตลาด ข้อท่ี 1-4 และแนวการเพิ่มรายได้ขยายกิจการ ข้อ 5 และกิจกรรมสาคัญข้อท่ี 6 ใส่
ในตาราง 9 ช่อง
รวบรวม ช่องที่ 5 อะไรทท่ี าเองได้ ทัง้ หมด (cbmc7)
อะไรท่ีร่วมกบั หนว่ ยงานอนื่ (cbmc8) และอะไรทต่ี ้องใชเ้ งนิ (cbmc 9)ใส่ในช่องท่ี 7 8 และ9
วันที่ 6
ข้อสอบ พรอ้ มสง่ ตาราง 9 ข้อ 5 ช่อง
จบหลักสูตร
เปดิ เรียนวันแรก
วันท่ี 25 กุมภำพันธ์ 2565
เราจะเริม่ ตน้ เช้าน้ีด้วยหวั ข้อ แนะนาcbmc คอื อะไร ในบรรยาย 1.1
จากนนั้ แนะนาการทาแนวการตลาด 4 ขัน้ ตอน ดว้ ยบรรยาย 1.2
ตามด้วย โจทย์การบา้ นที่ 1 แผนการตลาด 4 ขัน้
เมอื่ อ่านบรรยาย 1.1 1.2 และโจทย์การบา้ น อยา่ งเข้าใจ ตีโจทย์ให้แตก แล้วนาไปลงมือเขียนแผน
จรงิ ให้สินคา้ ตัวเอกของทา่ น
ข้นั ตอนน้ี ท่านสะดวกเวลาไหน ในวนั นี้ ท่านกเ็ ขยี น เขียนเสร็จเบ้อื งต้นตามทท่ี ่านเข้าใจไมต่ อ้ งกงั วล
เรื่องผิดถูก แลว้ ลอกลงในแบบคาตอบส่งเข้าห้องเรยี นใหเ้ พื่อนๆ และครูพี่เลย้ี งไดส้ ะท้อนความเหน็ เหมือน
ท่านได้ส่องกระจก เหน็ เรื่องแนวการตลาดท่ที า่ นเขียน ว่าดพี อหรือไม่อย่างไร ทา่ นกน็ าย้อนมาปรับปรงุ ให้ดี
ย่ิงขึน้ เพ่ือจะได้นาไปใช้จริงต่อไป
ระหว่างวนั ท่หี อ้ งเรยี นกลางน้ี จะมี "ข้อคิดชวนคยุ " ให้ทา่ นได้อ่านเปน็ ระยะ
เพื่อจดุ ประกาย ความคิดเพมิ่ เติมทา่ นมเี วลาก็อา่ นคาตอบของเพื่อนๆ ในกลุ่มให้มากที่สุดจะช่วยใหท้ า่ น คมชัด
ลกึ ข้ึน คา่ ๆ ทา่ นกเ็ ข้ารว่ มวง สนทนา ว่าดว้ ยการเรียนในวนั นี้ รว่ มกบั ครพู ี่เลีย้ งและเพอ่ื นๆรว่ มห้องเรียนของ
ท่าน
บรรยำย 1.1
ทำควำมรูจ้ ัก
"แผนลดรำยจ่ำย เพิม่ รำยได้ขยำยกจิ กำร"
เรียกง่ายๆว่า แผน 9 ข้อ 5 ชอ่ ง ช่อื จรงิ คือ แผนธุรกจิ เพื่อชมุ ชน ภาษาองั กฤษคือ Community
Business Model Canvas ; ชอ่ื ยอ่ คือ CBMC นนั่ เอง
ดู ภาพ 9 ขอ้ 5 ชอ่ ง
9 ขอ้ ประกอบด้วย
⇨ แนวการตลาด 4 ขอ้ cbmc ข้อท่ี 1-4 หรอื
"ทาอยา่ งไรให้ขายได้ขายดี มีลูกค้าประจาทีต่ ดิ ใจซ้อื ซา้ บอกต่อ แบบแฟนคลับ"
⇨ แนวการเพ่ิมรายไดข้ ยายกิจการ 1 ข้อ คือcbmcข้อที่ 5
หรือ
"จะมีกินมีใช้อยา่ งไรใหผ้ าสกุ ยั่งยืน"
⇨ แนวทางการจดั ทาแผนดาเนินงาน (Operation Plan)
5 ชอ่ ง จานวน 4 ขอ้ คือ ข้อ 6-ขอ้ 9
⇨ 5 ชอ่ ง ได้แก่ ทาอะไร อย่างไร เสรจ็ เมอ่ื ไร ใครรับผดิ ชอบ บริหารทุนอย่างไร
ลักษณะเฉพำะของ cbmc
1.ชาวบา้ น "ทาได้ ใช้เปน็ เหน็ ผล" ผลท่ีวา่ คือ "ลดรายจา่ ย เพิม่ รายได้ ขยายกจิ การ"
2.ใชส้ ่ิงรอบตัวหรอื จดุ แข็งของความเป็นบ้านนอก มาทาเป็นสนิ ค้าและบริการ เพื่อเพ่ิมรายไดข้ ยายกจิ การ
(cbmc ขอ้ 5 ข้อ7 และ 8)
3.ใชโ้ ทรศพั ทม์ ือถือ ใหเ้ กิดประโยชน์ (cbmc ขอ้ 1-4)
4.ใช้หนึง่ สมองสองมอื การร่วมแรงรว่ มใจ เป็นการลดรายจ่าย ขยายกิจการ (cbmc ขอ้ 7 และ 8)
5.มีแผน 5 ชอ่ ง เปน็ ตัวกากับ ใหเ้ กดิ การบริหารแบบมืออาชีพ
6.เหมาะสาหรับคนท่ี เอาจริง ไม่ผลดั วนั ประกันพรงุ่ ไม่ท้อแท้ ไม่กลวั การเปลย่ี นแปลง ใส่ใจความผาสกุ
รว่ มกนั ถงึ รุ่นลกู รุ่นหลาน
7.ทง้ั 9 ข้อ กับ 5 ชอ่ ง ทุกข้อลว้ นสัมพันธก์ นั อยา่ งต่อเน่ือง ถ้าตดิ กระดมุ เม็ดแรกผิด กจ็ ะเหมอื นรถไฟตกราง
แตก่ อ่ นจะถึงบันได 4 ข้ันการตลาด เรามาดูกันก่อนว่า การตลาดสาหรบั การทามาหากนิ ทามาคา้ ขาย
แบบบ้านนอกอย่างเราเราน้ีจะไดต้ ังค์เยอะๆได้อยา่ งไร?
เริ่มที่
⇨ ลูกคา้ คือผ้จู า่ ยตังค์ เราทาของมาขายก็คงอยากขายไดเ้ ยอะๆ ขายได้สมา่ เสมอขายได้ตลอดไปจะขายได้
เยอะๆ กต็ อ้ งมี 'ลกู ค้าเยอะๆ' จะขายไดส้ มา่ เสมอก็ต้องมี 'ลูกคา้ ประจา'
ดงั น้นั ถ้าจะขายได้เยอะๆ ขายไดส้ มา่ เสมอขายไดต้ ลอดไป ก็ต้องมี 'ลกู คา้ ประจาเยอะๆ' ลูกค้าประจา
เยอะๆนี่แหละ คือ หัวใจของการ "เพม่ิ รายได้ ขยายกิจการ"
แลว้ เราจะหาลกู ค้าประจาเยอะๆได้อย่างไร?
วธิ งี า่ ยๆก็คอื ลองยอ้ นดูตัวเราเองเคยไหม(?) เรา"ตดิ ใจ"สินค้า หรอื บริการของร้านใดรา้ นหนึง่ เชน่ รา้ น
ก๋วยเต๋ียว ร้านส้มตา เรากม็ ักกลับไป "ซ้อื ซ้า" รา้ นนี้ประจาแถมยัง 'บอกต่อ' ใหค้ นอน่ื มาซอ้ื อีกด้วย!
แสดงวา่
เรา 'ตดิ ใจ'
เรา 'ซ้อื ซ้า'
เรา 'บอกต่อ'
= เราเป็นลกู คา้ ประจาของรา้ นนไ้ี ปแลว้
เชน่ กนั เราเป็นผขู้ าย ถ้าเราทาใหล้ กู ค้า "ติดใจ ซ้อื ซ้า บอกตอ่ สนิ ค้าของเราได้ " กเ็ ทา่ กับ เราหาลกู คา้ ประจา
ได้แล้วเชน่ กัน
ลูกค้าประจาคือลูกค้าที่
1.เขาติดใจเราแลว้
2.เชื่อถอื เราแล้ว
เรามสี ินคา้ อนื่ ๆ เขาก็มักจะเลือกซื้อสนิ ค้าอ่ืนๆดังกล่าว จากร้านเราก่อนร้านอนื่
เท่ากับวา่ ถา้ เรามแี ผนท่ดี ีในการทจี่ ะทาให้เกดิ กลุ่มลูกคา้ ประจาเพ่ิมขนึ้ เร่ือยๆ คล้ายๆเป็นแฟนคลบั
นอกจากเราจะขายสนิ ค้าตัวเอกไดม้ ากขน้ึ เรื่อยๆแล้ว สนิ ค้าตัวอื่นๆของเรากย็ งั จะขายให้ลกู ค้าประจากลุ่มนี้ได้
อกี รายไดก้ ็เพิ่ม กจิ การก็ขยาย
บรรยำย 1.2
แนวทำงกำรตลำด บันได 4 ขั้นสู่
"ติดใจ ซ้อื ซ้ำ บอกต่อ"
(cbmc ข้อ 1-4)
เร่อื งเลา่ ก่อนเขา้ เรือ่ ง การเป็นสาวค่แู ฝดหน้าตาดี ไปไหนใครเห็นกโ็ ดดเด่นสะดุดตาคนพ่ีนสิ ยั ออก
หวานๆเรยี บรอ้ ยคนน้องออกไปทางสาวเปร้ียว
⇨ คนพม่ี ี 'ความอ่อนหวาน' เปน็ เสนห่ ์
⇨คนน้องมี 'ความเปรยี้ ว'เปน็ เสนห่ ์
ความมีเสนห่ ท์ ี่ "แตกตา่ ง" กันนเี้ อง ยอ่ ม 'โดนใจ' ชายหนุม่ ท่ีมี'รสนิยมต่างกัน' กล่มุ หนงึ่ ชอบสาว
หวาน อีกกลุ่มชอบสาวเปรีย้ ว ผู้ชายกลุ่มทชี่ อบสาวหวาน ก็มสี เปค (spec) แบบหน่งึ เช่น ทางานoffice ชอบ
อา่ นหนังสือ เป็น familyman อายรุ ุ่นราวคราวเดยี วกันกับสาวหวาน ฯลฯ
ผชู้ ายทช่ี อบสาวเปร้ียวกม็ ีสเปคเป็นอีกแบบหนง่ึ เช่น ชอบเที่ยว ชอบดนตรี
แตง่ ตวั ตามแฟช่นั ออกเจ้าชู้ อายุ 20 - 60 (เฒา่ หวั ง)ู ฯลฯ
จะเหน็ ว่า
1.สองสาวโดดเด่นเหมือนกัน
2.แตเ่ สน่ห์ 'แตกต่าง' กนั ชัดเจน
3.จงึ 'โดนใจ'กลุ่มเป้าหมาย ที่มรี สนยิ ม ตา่ งกนั
ความมเี สนห่ ท์ ี่แตกต่างกาหนด 'ความโดนใจ' ตอ่ กลุ่มชายหน่มุ ท่ีมีรสนิยมแตกตา่ งกนั ตามไปดว้ ย
ถา้ เปน็ สินคา้ กเ็ รียกว่า 'กลุ่มลกู คา้ เป้าหมายคนละกล่มุ กนั 'ถา้ เราคน้ หาจนเจอว่า สินค้าตัวเดน่ หรอื ตวั เอกของ
เรามีเสน่หท์ แี่ ตกตา่ งจากสินค้าแบบเดียวกนั ของร้านอน่ื อย่างไร และเราค้นจนเจอความแตกต่างน้นั อยา่ ง
ละเอยี ด เท่ากบั เราได้ล้าหน้าค่แู ขง่ ไปกา้ วหน่ึง โอกาสทลี่ ูกคา้ จะสนใจเรามากกว่ารา้ นอ่ืนจึงสงู
แต.่ .แต่ !ถ้าลมื นึกว่าเสน่ห์คนละแบบย่อม โดนใจกลุม่ ลกู คา้ คนละกลุ่มถ้าเผลอเอาสินค้าเสน่หส์ าว
หวาน ไปขายให้กลุ่มลูกคา้ ทช่ี อบเสน่หแ์ บบสาวเปรย้ี วแบบน้ีก็คงตกมา้ ตาย แตถ่ า้ เอาสินค้าเสนห่ ส์ าวเปรี้ยว
เสนอขายกลุ่มลกู ค้าทช่ี อบเสนห่ ์สาวเปรี้ยวแบบนี้ เจอปุ๊บ ซ้อื ปับ๊ แนน่ อน
⇨ การค้นหา เสนห่ ์ท่ีแตกต่างของสนิ คา้ 'อย่างละเอยี ด'
⇨ การค้นหารสนยิ มเฉพาะ 'อยา่ งละเอียด'ของกลมุ่ ลกู คา้ เปา้ หมาย
จึงเป็นสองจดุ เร่มิ ต้นของความสาเรจ็ ทส่ี าคญั ของกิจการเล็กๆแบบบา้ นนอกอย่างเราเรา
เข้าเรือ่ ง แนวทางการตลาด cbmc มีบันได 4 ข้ันเพ่อื ผูกใจใหเ้ กดิ กลุ่มลูกค้าประจาเพม่ิ ข้ึนๆๆ
ขน้ั ท่ี 1
ค้นหาเสนห่ ส์ ินคา้ ตวั เอกของเรา
เพอื่ ดึงดูดกล่มุ ลูกค้าเป้าหมายมาเป็นลูกคา้ ประจา
(cbmc ขอ้ ที่ 1)
ข้นั ท่ี 2
คน้ หาสเปคของกลุ่มลูกค้าเปา้ หมาย
เพ่อื เจอปุ๊บซ้ือป๊ับ
(cbmc ข้อที่ 2)
ขนั้ ที่ 3
ชอ่ งทางส่ือสารถงึ กลุ่มลกู คา้ เป้าหมายใหส้ นใจเสน่หส์ ินคา้ ตัวเอก เปิดการขาย ปิดการขาย (cbmc ข้อท3ี่ )
ขนั้ ท่ี 4
บรกิ ารประทับใจ ก่อนและหลังการขาย เพื่อไดใ้ จกลมุ่ ลูกค้าเปา้ หมาย ใหม้ าเปน็ ลูกค้าประจาหรือแฟนคลับ
แบบ 'ติดใจ ซ้อื ซ้า บอกตอ่ '
(cbmc ขอ้ ที่ 4)
ขอ้ คิดชวนคยุ 1
"เรามีของดี ทที่ าให้คนอนื่ รวย"
สินค้าและบริการท่มี ีจาหนา่ ยในโลกนี้ ลว้ นแต่มีจุดตัง้ ตน้ มาจากดนิ นา้ ฟา้ อากาศ ทัง้ ส้ินหรอื จะกล่าว
ว่า ธรรมชาติเป็นแหล่งกาเนิดของกิน ของใช้ สินค้าและบริการท้ังมวลก็น่าจะกล่าวได้ใครที่สามารถนาไป
ดดั แปลงใชไ้ ดม้ ากกวา่ มีประสทิ ธภิ าพกวา่ กไ็ ดป้ ระโยชน์มากกว่าบ้านนอกคือท่ที ่ีมีแหล่งกาเนดิ ของของกินของ
ใช้สินค้าและบริการมากที่สุดของประเทศ ก็คือ คนบ้านนอกมีแหล่งกาเนิดสินค้าและบริการ หรือธรรมชาติ
มหาศาลอยูใ่ นมือ ส่วนนักธรุ กจิ มีแหล่งกาเนิดของกินของใชน้ ้อยกวา่ คนบ้านนอกมากแต่มีความสามารถในการ
ดงึ ดูดและดดั แปลงแหลง่ กาเนดิ ของกนิ ของใชไ้ ปเปน็ สนิ คา้ และบริการไดเ้ กง่ กวา่ จงึ รา่ จงึ รวยกวา่
ด้วยการรู้จักใช้ แหล่งกาเนิดของกินของใช้ท่ีคนบ้านนอกมีน้ีไปหาประโยชน์ "เรามี เขาใช้เป็น เขาได้ประโยชน์
เราจึงจนลงทุกวัน"
วงจรเราเกิดมาพรอ้ มธรรมชาติรอบตวั เราจึงไดเ้ รยี นรู้ในการอยกู่ ับธรรมชาตแิ ละชาวบ้านด้วยกัน น่ัน
คือเรามีภูมิปัญญาเฉพาะถิ่นติดตัวมาตัง้ แต่เกิด เรามีของกินของใชจ้ ากการดัดแปลงธรรมชาติมาใชอ้ ยา่ ง
พอเพยี ง และถา้ มีมากเรากข็ ายตามเท่าท่ีทาไดเ้ ราเก่งในการใช้ชวี ิตอยกู่ บั ธรรมชาติ ด้วยภมู ปิ ัญญาเฉพาะถิ่น
ผปู้ ระกอบการในเมอื งและนอกประเทศ ดงึ ดูด ธรรมชาตอิ อกไปจากเรา นาไปดัดแปลงเป็นสินค้า
และบรกิ ารด้วยปญั ญาสมัยใหม่ แลว้ ส่งกลับมาขายเราในรปู สินค้าและบรกิ ารทท่ี นั สมัยในราคาท่ี สูงกว่า
เทา่ กับ ความสามารถในการดดั แปลงด้วยปญั ญาสมัยใหม่ มีราคาค่างวดสงู กว่า ราคาของแหล่งกาเนิดสินค้าท่ี
ถกู ดัดแปลงเบื้องตน้ ดว้ ยปญั ญาเฉพาะถิน่ ของชาวบ้านหลายเท่า
เรา ธรรมชาต+ิ ปญั ญาเฉพาะถ่นิ +แรงกาย ⇨ วตั ถุดบิ
ธรุ กจิ เอกชน
วตั ถดุ ิบ ⇨ สินคา้ และบรกิ าร
เท่ากับเราเป็นผูซ้ ื้อของกินของใช้ทีเ่ ราเปน็ ผูท้ าวตั ถุดบิ มาใชใ้ นรปู ของสินค้าและบริการในราคาท่สี งู
สว่ นต่าง
ราคาสนิ ค้า ลบดว้ ย ธรรมชาติ+ภมู ปิ ัญญา+แรงงานเราเท่ากับกาไรของผู้ประกอบการภายนอก
กลบั กนั ถ้าวันนี้ เรามีแผนธุรกิจทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพ 9 ข้อ 5 ชอ่ ง ท่ีสามารถใช้ท้ัง ภมู ิปญั ญาเฉพาะถน่ิ
ดดั แปลงแหล่งกาเนดิ สินคา้ และบริการท่ีอย่ขู า้ งตัวเราอยา่ งมีปญั ญาสากล ผ่านมือถือและภาคี(ทนุ ข้อที่ 8 ) มา
เป็นเครื่องมอื เราน่าจะพลกิ ฟื้นคนื ชวี ติ ท่ผี าสุกให้ครอบครวั และชุมชนเราได้ดีขน้ึ ไหม?
ชวนคดิ ชวนคยุ 2
ทาไมต้องมแี ผนทามาหากิน ทามาคา้ ขายแบบลดรายจ่าย เพมิ่ รายได้ ขยายกจิ การหรือทาไมต้องมี
แผนธรุ กจิ เฉพาะสาหรับชาวบ้าน?
ธรุ กจิ ชมุ ชนตา่ งกับธุรกจิ เอกชน อย่างไร?
ธุรกจิ ชุมชนทีม่ แี ผน 9 ขอ้ 5 ช่อง คือการทามาหากินทามาค้าขายแบบเกง่ การใช้ภมู ิปัญญา รู้จกั นา
ปญั ญาสากลโดยเฉพาะ 4G 5G มาเป็นเคร่อื งมอื เกง่ ลงมือทา เกง่ ร่วมมือเปน็ เครือข่าย มี (heart)หวั ใจอยทู่ ี่
รูจ้ กั ใชจ้ ุดแข็งของบา้ นนอกเป็นฐาน สาคัญในการดาเนินการธุรกจิ เพื่อชุมชนมเี ป้าหมาย เพ่อื ความผาสุก
รว่ มกนั ทัง้ ครอบครวั ชุมชน โลก ท่คี านงึ ถงึ ความผาสุกรว่ มกันจนถึงรุ่นลกู รุ่นหลาน (คานึงถงึ ความยั่งยืน)
โดยจาเป็นต้องลดรายจ่าย เพ่ิมรายได้ ขยายกิจการ จงึ จะลืมตาอ้าปากได้
ธรุ กจิ เอกชน มุง่ กาไรสงู สุด ใช้เงินตอ่ เงิน
มีการประกอบการอยา่ งเป็นระบบ มปี ระสิทธิภาพ ใช้เงินเป็นตัวต้งั ต้องใช้เงนิ ซ้ือปัจจัยทางการผลิต 4
M คอื ซอ้ื วัตถดุ ิบ เคร่ืองจกั รเทคโนโลยี จา้ งแรงงาน จ้างมืออาชีพมา บริหารจดั การ กเู้ งินมาลงทนุ
มเี ครือ่ งมอื บริหารทสี่ าคัญทมี่ ีประสทิ ธิภาพสงู เรียกว่า Business Model Canvas เรยี กย่อๆว่า BMC เป็น
อาวธุ เรียกได้วา่ ภาคเอกชนมี BMC เปน็ อาวธุ หรือกระบองของยกั ษ์ก็ได้ BMC ถ้าไม่มเี งนิ ทาไม่ได้
แต่ภาคเอกชน ตอ้ งพ่งึ พา การซือ้ วตั ถุดิบราคาถูก จา้ งแรงงานราคาถูกจากบ้านนอก ไปเขา้ กระบวนการ
ประกอบการ แลว้ เปล่ียนเป็นสินค้าราคาแพงออกมาขายซ่ึงบ้านนอกเรากต็ ้องซื้อสินค้าราคาแพงเท่าคนเมือง
กลายเปน็ ซ้ือของถกู จากบา้ นนอก แล้วก็นากลบั มาขายให้บา้ นนอกในราคาทีแ่ พงเปน็ การดูดเอามลู ค่าส่วนเกิน
จากบ้านนอก ไปเลีย้ งดูความม่ังคั่งให้คนเมือง
จะเหน็ วา่ ถา้ ชาวบา้ นจะทาธุรกิจ แบบเดยี วกับภาคเอกชน คือใชเ้ งนิ ลงทุนทุกอย่าง แลว้ ผลติ แบบ
มากๆ ขายปริมาณมากๆ (mass market) เราไม่มีทางสเู้ ขาได้
⇨ การทีช่ าวบา้ นจะเอากระบองยักษไ์ ปสู้กับยักษ์ แคเ่ ราแบกกระบองกย็ ังแบกไมไ่ หวแล้ว ก็มีแต่แพ้กับแพ้
ดงั นั้นเราหนั มาดูว่าเรามีอะไรจะสกู้ บั ยักษไ์ ด้
ในชนบทมจี ดุ แข็งคือ
⇨มีธรรมชาตทิ มี่ าคูก่ บั ภูมิปัญญาเฉพาะถิน่ คอื คนเกิดริมคลองกม็ ภี ูมปิ ัญญาแบบชาวคลอง เชน่ ว่ายนา้
พายเรอื เกง่ คนเกดิ ในปา่ กม็ ภี ูมิปญั ญาในเร่ืองการใชช้ วี ิตอยู่กบั ปา่ ฯลฯ ธรรมชาตจิ ะฝึกใหเ้ ราเกง่ ในการดารง
ชพี ในบรบิ ทนั้นๆ เรียกว่าเกง่ ในการทามาหากนิ ทามาค้าขายต ามบริบทพ้ืนที่ ความเกง่ นี้นี่แหละ เรยี กว่า ภมู ิ
ปญั ญาเฉพาะถนิ่
ภูมปิ ญั ญาเฉพาะถ่นิ ทาใหเ้ กิด อตั ลกั ษณ์และเปน็ ท่ีมาของอัตลักษณส์ นิ คา้ และบริการเฉพาะถ่นิ ท่โี ดด
เด่น แตกต่างกันไปภาษาการตลาดเรยี กวา่ จุดขาย ภาษา cbmc เรียกวา่ เสนห่ ์
⇨ มมี ือถือให้นาปญั ญา 5 G มาใช้
⇨ มีโครงการของรัฐมากมายมาสนับสนุน
⇨ ท่สี าคัญมวี ิถีความร่วมคิดรว่ มทาของชาวบ้าน
เราคงผลิตสินค้าแบบภาคธรุ กิจเอกชนหรอื เหน็ ช้างขี้ ขี้ตามชา้ งคงไม่ได้ถา้ เราผลิตมากก็ต้องขายผ่าน
พ่อค้าคนกลางเทา่ กบั ผลติ มากกาไรนอ้ ย กจ็ นเหมอื นเดิม
ดงั นัน้ เราจึงตอ้ ง
1.ใชจ้ ดุ แข็งของบา้ นนอกมาทดแทนเงนิ เพ่ือ ลดต้นทุน
2. ผลิตนอ้ ยกาไรมาก ทเี่ รียกวา่ "ตลาดลูกคา้ รสนยิ มเฉพาะ" (niche market -สรา้ งแฟนคลับ) เป็น
การเพ่ิมรายได้ ขยายกจิ การ
3.ดดั แปลง กระบองของยักษ์ คือ BMC มาเป็นอาวุธท่เี หมาะมือชาวบา้ นนอกจึงเกิดขึน้
เรยี กวา่ CBMC ยอ่ มาจาก Community Business Model Canvas หรอื แผนธรุ กจิ เพือ่ ชุมชน
โดยทีมครูพเ่ี ลี้ยงของท่านทีมนีแ้ หละเป็นผรู้ ่วมกันพฒั นา cbmcขนึ้ เมือ่ 5 ปที ่ีแลว้ เราต้ังช่ือพวกเราวา่ "กล่มุ
หน่ึงสมองสองมือ" โดยพัฒนามาตงั้ แต่ 2560 จนมาสอนทางonline 6 วนั นีแ้ ผน 9 ขอ้ 5 ชอ่ ง
กค็ อื แผนการเพิม่ ลกู ค้าประจาการท่เี ราสามารถลดการใชเ้ งินหรือ
"ลงเงนิ ตา่ " แตผ่ ลติ สนิ คา้ คุณภาพดี เป็นอกี หัวใจ(รกั ) ที่ทาใหเ้ ราขายสินค้าคุณภาพดีในราคาทแ่ี ขง่ ขันได้
ของดี ราคาหมาะสมมเี อกลักษณ์เฉพาะถนิ่ บริการดีมีนา้ ใจ เปน็ จุดขายที่ทาให้ใครๆก็อยากซื้อ อยากมาเปน็
ลกู ค้าประจาของเรา แผน 9 ขอ้ 5 ช่องก็จึงเปน็ ทัง้ แผนลดรายจ่าย และแผนเพม่ิ รายได้ ขยายกจิ การ ในแผน
เดยี วกนั
ง้ันมาทาความรจู้ ัก แผน 9 ข้อ กบั 5 ช่องกันดีกวา่ วา่ มนั เป็นอยา่ งไร 9 ข้อ คือ แนวการลดรายจา่ ย
เพิ่มรายไดข้ ยายกิจการ โดยมุ่งลูกคา้ ประจา มอี ยู่ 9 เรอื่ ง เรียกสั้นๆวา่ 9 ขอ้ แบ่งออกเป็น 2 ชดุ 5 ข้อแรก
เรยี กวา่ แนวทางการตลาด บันได4ข้ัน (cbmc ข้อที่ 1-4 ) และแนวทางการเพ่ิมรายได้ ขยายกิจการ (cbmc
ขอ้ ที่ 5) 4 ข้อหลัง เรียกวา่ แนวทางการจดั ทาแผนดาเนนิ งาน 6 เดอื น/1ป/ี 3ปี
ประกอบด้วย cbmc ขอ้ ท่ี 6 คือ กจิ กรรมหมวดสาคัญๆท่ตี ้องทาใหเ้ กิดรายได้ ขยายกจิ การ
และกจิ กรรมย่อย เพือ่ จัดทาแผน 5 ชอ่ ง(แผน 3 เดือน 6 เดอื น.....)
cbmc ขอ้ ที่ 7-9 คือ กิจกรรมการบริหารทุนให้ใช้เงินน้อยท่ีสดุ เพือ่ ลดรายจ่ายอยา่ งไดค้ ุณภาพ
คาว่า "5 ชอ่ ง" คอื ตารางทบ่ี อกวา่ ตอ้ งทาอะไร ใครรับผิดชอบ เสร็จเมอื่ ไร บรหิ ารทนุ อย่างไร เรยี ก
เปน็ ภาษาธุรกิจวา่ แผนดาเนินงาน
ถา้ ชมุ ชนใช้ แผน 9 ข้อ 5 ชอ่ งได้เก่ง นาจุดแขง็ ของชมุ ชนมาใช้เป็น กส็ ามารถพลิกฟื้นเศรษฐกจิ
ครวั เรือน เศรษฐกจิ ชมุ ชน ให้เปน็ ฐานค้ายนั เศรษฐกจิ ประเทศให้มั่นคงยั่งยืนได้ ก็จะเกิดความผาสุกรว่ มกนั ถึง
รุ่นลกู รุ่นหลาน หรือการพัฒนาทมี่ เี ป้าหมายสู่ความยัง่ ยืน ท่ีองค์การสหประชาชาตเิ รยี กว่า Sustainable
Development Goals;SDGs นนั่ เอง
กำรบ้ำน
ข้อท่ี 1
ชื่อ เบญจมาศ ใจพรม
สนิ ค้า ขนมเปีย๊ ะแปง้ นุ่ม
กลมุ่ ที่ 10
จังหวดั เชยี งใหม่
กำรบ้ำน 1.1
เสนห่ ์สนิ คา้ ของเราคือ
- เป็นขนมเปี๊ยะท่ีมีเน้ือแป้งนุ่ม ไส้แน่น แป้งบางไม่ร่วน ไมใ่ สส่ ารกันบดู และสารกันเช้ือรา 100%
- แนวคิดและแรงบนั ดาลใจ เกิดจากความชอบทานขนมเป๊ียะของตวั เอง และคนรอบข้างท่ีไม่ชอบแป้งทหี่ นา
เปน็ จดุ ทีท่ าให้มกี ารปรับเปลย่ี นสว่ นผสม เพอ่ื ให้แป้งมีความบางเนียนนุ่ม จนถูกปากคนท่ีไดช้ ิมจงึ นามา
ประกอบเป็นอาชพี เสริมเพอ่ื เพมิ่ รายได้
กำรบำ้ น 1.2
ลูกค้าแบบไหน ท่เี หน็ สินค้าของเราแลว้ น่าจะมีอาการ "เห็นป๊บุ อยากซื้อปั๊บ"
ตอบ : ลกู คา้ ทช่ี น่ื ชอบรับประทานขนมเป๊ียะ, บคุ คลทางาน และลกู คา้ ทต่ี ้องซอ้ื สนิ คา้ เป็นของฝาก
กำรบำ้ น 1.3
พวกเขาอยู่ท่ีไหนได้บ้าง?
ตอบ : กลมุ่ เพื่อนในเพจ Facebook, เพื่อนท่ีทางาน
จะหาพวกเขาเจอได้อย่างไร?
ตอบ : ติดตอ่ ทาง Facebook หรือเบอรโ์ ทรศัพท์ และมกี ารออกรา้ นบา้ งตามโอกาส มกี ารแนะนา
บอกต่อจากลูกค้าเดิม
เจอแล้ว จะแนะนาใหร้ จู้ กั เสน่หข์ องสินค้าเราได้อยา่ งไร ?
ตอบ : มีหลายไส้ให้เลอื กตามความชอบ และรบั สั่งทาขนาดพิเศษ เพ่ือเปน็ ของฝากในช่วงเทศกาล
กำรบำ้ น 1.4
สง่ ของอยา่ งไรใหป้ ระทับใจ
ตอบ : นัดรบั /ส่งเอง ไมค่ ดิ คา่ บรกิ ารในพื้นทใี่ กลเ้ คียง
จา่ ยเงินอยา่ งไรให้สะดวกสบาย
ตอบ : รบั ทงั้ เงนิ สดและพร้อมเพย์
บริการก่อนและหลงั การขายอยา่ งไรให้ ติดใจ ซื้อซ้า บอกต่อ
ตอบ : ทาตามออเดอรท์ ่ีไดร้ บั จึงรบั ประกันความสดใหม่ของขนม
เปดิ เรยี นวันท่ี 2
วนั ท่ี 26 กุมภำพนั ธ์ 2565
บรรยำย 2
แนวทำงกำรเพม่ิ รำยได้ ขยำยกจิ กำร
กจิ การเล็กๆแบบชาวบา้ นมลี ักษณะเฉพาะถ่ิน ทาให้สนิ คา้ มีความโดดเดน่ แตกต่างตามไปด้วยบา้ น
นอกมีอธั ยาศัยไมตรี ทาให้ เด่นเรอ่ื งการบริการเม่ือนาภูมปิ ัญญาพื้นถิ่น ซึ่งแน่นอนว่าตา่ งจากถิน่ อื่นมาใช้ ก็
สามารถสรา้ งความแตกต่าง เฉพาะลงไปได้อีกมีโทรศัพทม์ ือถือ นาความรสู้ ากลมาเพ่ิมเสนห่ ์ สนิ คา้ พน้ื ถน่ิ ได้ มี
หนว่ ยงานมากมายมาสง่ เสรมิ ดา้ นเทคนิควทิ ยาการท่หี ลากหลาย
เหลา่ นี้ คอื จดุ แข็งของบา้ นนอกตลาดเฉพาะกลุ่มจงึ เป็นช่องทางชนะของธรุ กิจเพอื่ ชุมชน
Cbmc จึงเนน้ "ผลติ สนิ คา้ ทีเ่ ราถนัดขายให้กับกลุ่มลกู ค้าขาประจาเป็นสาคญั " โดยเนน้ เสน่หท์ ี่ตอบ
โจทย์ตอบใจรสนยิ มเฉพาะของกลุม่ ลกู ค้าเปา้ หมาย ทั้งลูกค้าปัจจุบนั และลกู ค้าท่ีจะเพ่ิมเตมิ มาในอนาคต" "เพิ่ม
รายได้ ขยายกิจการ ดว้ ยการ
(#) เพิ่มลกู คา้ ประจาให้มากข้ึนๆ
(#) และลดรายจา่ ยดว้ ยการใชจ้ ุดแขง็ ของบา้ นนอกอยา่ งประสทิ ธภิ าพ"
น่คี อื หัวใจของ cbmc และ การมลี กู ค้าประจาเพิม่ ข้ึนเรื่อยๆ เป็นหัวใจขอผกเงการเพมิ่ รายได้ขยาย
กจิ การ การทาบนั ได 4 ขั้นการตลาด เปน็ การใช้เสนห่ ข์ องสินค้าตวั เอก เพื่อดึงดดู ลูกค้าเป้าหมายใหม้ าตดิ ใจซ้ือ
ซา้ บอกตอ่ เพ่ือเพ่ิมลูกคา้ ประจาขึ้นเร่อื ยๆ รายไดก้ ็จะเพิ่มขึ้นเร่อื ยๆเปน็ เงาตามตวั
การจะมีรายได้เพ่มิ ข้นึ เรอื่ ยๆ
คาถามและคาตอบตอ่ ไปน้ีสาคญั
1."สนิ คา้ เราโดดเด่น แตกต่าง โดนใจดีพอหรือยัง?
คู่แขง่ ของเรา เขาจะสรา้ งความแตกตา่ ง หนเี ราไปอกี เราจะทาอยา่ งไร!"
คาตอบ คอื ต้องพฒั นาสินค้าตัวเอกของเรา ใหย้ ง่ิ โดดเดน่ แตกต่าง โดนใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายย่ิงขน้ึ เพือ่
นาหน้าคู่แข่ง
คาถามต่อมา
2."คนตดิ ใจ สินคา้ ของเรา ซ้ือซา้ บอกต่อคึกคักแล้ว เราควรทาอะไรต่อดี?"
คาตอบ
2.1พฒั นาสนิ ค้าตัวอืน่ ๆทเ่ี รามีอยูม่ าขายลูกค้ากล่มุ น้ี
2.2 ถ้าไม่มสี นิ คา้ แตร่ ู้วา่ ลูกคา้ อยากซ้ืออะไร และเราผลิตได้ เราก็ผลิตสนิ คา้ ตัวใหมข่ ้นึ มาตอบโจทย์
ตอบใจกลุ่มลกู คา้ เป้าหมายกลมุ่ นี้
2.3 หรือถา้ เราผลติ ไมไ่ ด้ เราก็สามารถหาสินคา้ ของเพ่ือนๆทเ่ี รามัน่ ใจว่า เรานามาช่วยขายแล้ว เราจะ
ไมเ่ สียลกู ค้า มาขาย
คาถามตอ่ มา
3."ทาอย่างไร ถ้าการตลาดดี แต่ไม่มขี องขาย หรือส่งของไม่ทัน"
คาตอบคือ จัดระบบหลงั ร้านให้ดี ดว้ ยแผน 5 ชอ่ ง เรยี กว่า แผนดาเนินงาน(จะได้เรยี นวนั ที่ 26)
จะพบว่า
ถ้าเราทาขอ้ 1 ได้ดี รายได้ก็เพิ่มขึ้นถ้าเราทาข้อ 2 รายได้ก็เพมิ่ ขน้ึ อีกถ้าเราทาข้อ 3
รายได้ก็ยิง่ เพม่ิ ถ้าเราทาข้อ 4 รายไดก้ ย็ งิ่ เพ่ิม
ชวนคดิ ชวนคุย 3
"จุดขาย ในสายตาผซู้ ้อื มักจะต่างจาก จดุ ขายท่ีผู้ขายส่วนใหญ่ มักจนิ ตนาการเอาเองว่า ของเราดี
อยา่ งน้ัน ดอี ย่างนี้ แตข่ ายไม่ออก"
เวลาให้บอกถึง เสนห่ ห์ รือจุดขายของสินค้า ผขู้ ายมกั จะอธิบายในส่งิ ที่ "เราร้อู ยู่คนเดียว" หรอื "เราวา่
ของเราดี"
ในโลกแห่งความเป็นจริงเรา เปน็ ผู้ เสนอขายสินค้าและบรกิ าร แต่ผู้ตัดสนิ ใจจา่ ยตงั ค์ซ้ือ คือลูกค้า
แน่นอน เราอยากขายแต่ถ้าผูซ้ อ้ื ไมร่ ู้สึกว่า "โดนใจ" เขากไ็ ม่ซือ้
ดงั นน้ั "การคิดเอง เออเอง" นา่ จะ ไม่รงุ่
การค้นหาเสน่ห์ของสนิ ค้าและบรกิ าร จึงควรมองจากมมุ ผู้ซอ้ื เปน็ สาคญั
คอื มองว่า สินคา้ แบบน้ี
1.ควรโดนใจคนกลมุ่ ไหน?
2.คนกลุ่มน้ี มรี สนยิ มอย่างไร
3.และมอี ะไรท่ีแตกต่างจากสินค้าประเภทเดียวกนั บา้ งที่จะทาใหว้ ินค้าของเราโดนใจกว่า
เอาง่ายๆเวลาเราจะจา่ ยตังค์ซื้อของ เรารสู้ กึ แบบนี้ไหม?
1.อยากได้ อยากกนิ สินค้าและบริการ ตัวนจ้ี ากแม่ค้าเจา้ นี้ คือ รู้สึก "โดน"
2. ราคาคุ้มค่า คือไมจ่ าเป็นต้องราคาถูก packaging เรดิ คือซ้อื แล้วจา่ ยตังค์แลว้ มีความสขุ สบายใจ
ใชด้ ี อยากมาซ้ืออกี จนบางทีอยากบอกให้เพ่ือนๆมาซือ้ เจ้าน้ี ถา้ ใช!่
และกลับไปมองเสน่ห์สินคา้ ตัวเอกทเ่ี ราเขยี นพรรนามาอย่างเริด มนั โดนใจคนรสนิยมแบบไหน มอี ะไรที่
แตกต่างกว่าเจา้ อืน่ จน ผ้ซู ้ือต้องเลอื กซื้อจากเรา และอาจจะเป็น แฟนคลับ หรือลูกคา้ ประจาท่ี ทง้ั ติดใจ
กลบั มาซื้อซา้ และอาจบอกต่อใหค้ นอน่ื มาซื้อด้วย
อันตราย ไม่ควรมองจากผู้ผลิตหรอื ผู้ขายเปน็ สาคัญ เพราอาจจะทาให้"ฝนั ค้าง"
"เราว่าของของเราด้ีดี แล้วทาไมคนไมซ่ ื้อ"
ชวนคิดชวนคยุ 4
กลยุทธก์ ารตลาดสาหรับปลาเลก็ เราลงมอื เขยี นแนวทางการตลาด 4 ข้นั และแนวทางการเพิ่มรายได้
เสร็จไปแลว้ แอบมีคาถามในใจ เลก็ ๆซอ่ นอยูไ่ หมครบั "จะขายไดอ้ ย่างดีตามทค่ี ดิ และเขยี นไวไ้ หมหนอเราลอง
มาทบทวนชวี ติ จรงิ ของเราดกู ันไหมวา่ ทาไมเราขายอะไรมันกไ็ มร่ งุ่
พอหน่วยงานมาสนับสนนุ กพ็ อขายไดพ้ อเขาถอนตัวเราก็'ร่วง'หนงึ่ ในความไมร่ ่งุ ของพวกเรา คือคาวา่ "ตลาด
หรอื เปล่า?"เราคงคุน้ กบั เสียงบ่น "ไมม่ ตี ลาดๆ" หน่วยงานก็ออกเงินออกทองใหเ้ รา ขนของไปขายทโ่ี น่นทนี่ ่ี พอ
กลบั มาบ้านก็ได้ยินเสียงเดิมไมม่ ีตลาดๆ ของก็กองอยู่เต็มบ้าน หรือแทจ้ ริง ตลาดมนั มี แต่ไมใ่ ชต่ ลาดของธรุ กิจ
เพอ่ื ชุมชนอย่างเรา
ตลาดมี 2 แบบ
1.ขายให้กับคนทวั่ ไป เอาปริมาณมากๆไวก้ ่อน เรียกวา่ mass market หรือกล่มุ ลูกค้าทั่วไป
การตลาดแบบนี้ ธุรกจิ เอกชนท่ัวไปเกง่ ชาวบา้ นอยา่ งพวกเรากค็ ้นุ ชิน ถ้านกึ ถงึ คาวา่ 'ตลาด' เราก็จะนึกว่า
ตลาดมีแบบนแ้ี บบเดยี ว ท่ีสาคญั เราก็ถูกสอนใหท้ าตลาดแบบน้มี าตลอด
Mass market ภาคเอกชนใหญ่เขาจะรู้วา่ คนสว่ นใหญ่ต้องการอะไรกผ็ ลติ ทลี ะมากๆมาขาย ตน้ ทุน
เขาก็ถูก ราคาก็จูงใจกว่าพวกเราชาวบ้านเบี้ยน้อยหอยน้อย แต่อยากรวยก็ทาตามผลิตตาม ขายตาม "เห็นชา้ ง
ข้ี ก็ขีต้ ามชา้ ง" อะไรทานองนั้นกแ็ พ้แน่นอน และแพพ้ ังมาตลอด เช่น ทายาสระผม สบู่ น้ายาล้างจาน ฯลฯ
มารจู้ ักตลาดอีกแบบตลาดอีกแบบ เรียกวา่ "ตลาดเฉพาะกลุม่ " เรียกวา่ Niche Market
'ตลาดลกู ค้าเฉพาะกล่มุ ตามรสนิยม' คอื รู้วา่ ลูกค้ากลุ่มนมี้ ีรสนิยมแบบไหน ชอบอะไร เราก็ผลิตสินค้าทีม่ เี สนห่ ์
ตรงกบั ความต้องการตามรสนิยมของกลุ่มลกู คา้ เป้าหมาย เรียกงา่ ยๆวา่ ตลาดแบบ แฟนคลับ
ทาไม cbmc ถงึ เรียกวา่ ตลาดแบบแฟนคลับ ขอยกตวั อย่างคนชอบเพลงลูกทุ่งก็จะเป็นแฟนคลบั ของ
นักรอ้ งลูกท่งุ ท่ีตนชอบบางคนถึงกบั หลงไหล (ติดใจ) นกั ร้องคนน้ที าอะไรที่ไหนอย่างไรรู้หมด(ซื้อซ้า) แถมยัง
ไปบอกไปเล่าไปชวนให้มาเป็นแฟนคลบั เพมิ่ อีก (บอกตอ่ ) แบบน้ภี าษาตลาดเรียกไดว้ ่าลูกค้าคนนี้ "ภกั ดตี ่อ
brand (brand royalty)"
สงั เกตดีดี นักร้องเหลา่ นี้ จะ"ดัง"มาจากเพลงเดียวก่อน (เหมือนสนิ ค้าตวั เอกท่เี รานามาเรียน) เม่ือ
แฟนเพลงติดใจเพลงนั้น ก็จะอยากฟังเพลงอืน่ ๆของนกั ร้องคนน้ี (สินคา้ ตัวรอง) และเมื่อรูว้ า่ แฟนเพลงกลมุ่ นี้
ชอบเพลง styleไหนก็จะผลติ เพลงใหม่ทโ่ี ดนใจออกมา (ทาสินค้าใหม)่ และนาผลงานของนกั รอ้ งในเครือมา
ขายควบไดด้ ว้ ย(เอาของเพื่อนมาชว่ ยขาย) ข้างตน้ คอื การบ้านท่ีเราทาเม่ือวานกจิ การของชาวบา้ นมขี นาดเล็ก
จึงควรคดิ ว่าผลติ น้อย ขายได้ราคาดี จะต้องทาอยา่ งไรไม่ต้องผลิตจานวน มากๆ ไม่ตอ้ งยิงปนื ทา
ตลาดแบบสะเปะสะปะ คือ ยิงนดั เดียวเขา้ เปา้ เลย
กิจการเล็กๆแบบชาวบา้ น
มลี ักษณะเฉพาะถ่นิ ทาให้สินค้ามคี วามโดดเด่นแตกตา่ งตามไปด้วย
♥ บา้ นนอกมอี ธั ยาศยั ไมตรี ทาให้ เด่นเร่ืองการบรกิ าร
♥ เม่อื นาภมู ปิ ัญญาพน้ื ถน่ิ ซงึ่ แน่นอนว่าต่างจากถ่ินอ่นื มาใช้ ก็สามารถสร้างความแตกตา่ ง เฉพาะลงไปได้
อกี
♥ มโี ทรศัพท์มอื ถือ นาความรู้สากลมาเพิ่มเสน่ห์ สินค้าพ้ืนถ่นิ ได้
♥ มีหน่วยงานมากมายมาส่งเสริมดา้ นเทคนิควทิ ยาการท่ีหลากหลายเหลา่ น้ี คอื จุดแขง็ ของบ้านนอก
ตลาดเฉพาะกลุ่มจงึ เป็นช่องทางชนะของธุรกิจเพือ่ ชุมชน Cbmc จงึ เนน้ ผลติ สนิ ค้าที่
"เราถนดั ขายให้กับกลุ่มลูกค้าขาประจาเปน็ สาคญั " โดยเน้นเสน่ห์ท่ตี อบโจทย์ตอบใจรสนิยมเฉพาะของกลุม่
ลูกคา้ เปา้ หมาย ทง้ั ลกู คา้ ปจั จุบันและลูกค้าท่ีจะเพ่ิมเตมิ มาในอนาคต
น่ใี ชท่ างรอด ทางรวยของบา้ นนอกใช่หรือเปล่า
ขา้ งตน้ จะเหน็ ว่า
1.ในตลาดแบบ mass market เราไม่มที างสู้ได้
2. เราต้องสร้างตลาดของเราเอง
2.1 ทาตามการบ้านข้อท่ี 1.3 ของการเรียนวนั แรก
2.2 ตลาดเครือขา่ ย เชน่ การเรยี นครง้ั น้ี มผี ้เู รยี นและพ่เี ล้ยี งรวมๆประมาณ 200
คน ถา้ มาเป็นแฟนคลับสินคา้ เราสัก 5 คน กจ็ ะเกิด ติดใจซื้อซ้าบอกต่อ กันใน 9
หอ้ งเรียนญาติ เพื่อน เครอื ขา่ ย ของแตล่ ะคนใน 5 คน
2.3 ทาแบบการบ้านข้อ 2.4 ของการเรียนเม่ือวาน คือ นาสนิ คา้ ดดี ีของเพ่ือนมาขาย
2.4 ใช้การท่องเท่ียวเปน็ ตวั พาลกู คา้ มาใหเ้ ราจีบทง้ั หมดนีถ้ ้าเรามแี ผนบริหารจดั การทดี่ ี เราก็
จะมี แฟนคลบั ขยายไปเปน็ เครอื ข่ายใยแมงมุม
ข้อคดิ ชวนคยุ 6
ทาฝนั ใหเ้ ปน็ จรงิ
"คดิ ได้ ทาไม่ได้
คดิ ร้อย ทาได้สิบ"
ชวี ติ จริง เราพบกับเร่ืองราวทานองนีบ้ ่อยๆคงมีปจั จยั หลากหลายท่ที าให้ชอ่ งว่างระหวา่ งการคิดกบั
การทาห่างถี่กนั ท่ีนจ้ี ะไปพจิ ารณา เฉพาะเร่ือง การเรยี น 6 วนั น้ี 2 วันที่ผา่ นมา เชื่อว่าแต่ละท่านคงรสู้ ึกว่า
"ความคดิ เรอื่ งการตลาดกบั เร่ืองเพิ่มรายไดข้ ยายกจิ การ" ที่ท่านเขียนการบา้ นมันก็ "ok.นะ" นัน่ ก็สุขใจไปส่วน
หนึง่ ที่คดิ ไดท้ ะลุขน้ึ ถ้าเราจบแค่เม่ือวาน ก็นา่ จะได้ประโยชนแ์ ล้วเรื่องคิดใหัทะลุนน้ั จะวา่ ยากกย็ าก จะวา่ งา่ ยก
งา่ ย แตเ่ รอื่ งท่ยี ากกว่าคือการทาแนวคดิ ของ 2 วันนนั้ ใหเ้ ป็นจรงิ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพคอื แปลงฝนั ใหเ้ ป็นจริง
หรอื จะเรยี กวา่ แปลงความคดิ ให้เป็นตังค์ ก็ได้ นีค่ ือ สง่ิ ท่เี ราจะลงมอื ในวนั พรุง่ นเ้ี ป็นตน้ ไป
ความคดิ มนั ฟุง้ เหมือน 'หมอก'หมอกเราเหน็ ไดจ้ างๆ สัมผัสได้ แต่จับตอ้ งไม่ได้ความคดิ ก็เหมอื นกนั
จับต้องไมไ่ ด้ ถ้าจะทาให้ความคดิ จบั ต้องได้ ต้องแปลงความคิดเปน็ กจิ กรรมใหไ้ ดก้ ่อน คล้ายๆ ทาใหห้ มอก
กล่ันตัวเปน็ หยดนา้ ให้ได้ก่อนเมือ่ เปน็ หยดนา้ แล้ว เราก็จับต้องได้ง่ายข้ึนตักมาใช้ได้ถ้าความคิดเหมือนหมอก
)หยดน้ากเ็ หมือนกจิ กรรมเมื่อเราเอาหยดน้ามาใส่รวมกนั ในตุ่ม
เราก็จะตักน้ามาใช้ได้ง่ายข้ึน
กอ่ นเรยี น ความคิดเร่ืองทามาหากินทามาคา้ ขายน่าจะฟงุ้ กระจาย เมื่อลงมือใช้กระจก4 บานมา2 วนั
ความคิดน่าจะเปน็ กลุ่มกอ้ นคลา้ ยก้อนเมฆแลว้ เพยี งรอตกเปน็ ฝนลงไปอยใู่ นตุ่มน้าในตุ่ม เราใช้ประโยชน์ได้
ดกี ว่าทีเ่ ป็นเมฆหมอกแต่จะใหห้ ยบิ จับไดก้ ็ต้องแปลงใหเ้ ป็นก้อนนา้ แขง็ และถ้าจะเอามาใช้ก็ทุบใหเ้ ป็นกอ้ น
เลก็ ๆตามต้องการ เรากใ็ ชง้ าน เมฆหมอกท่ีเคยฟุ้งๆ ไดง้ ่ายข้ึนเมื่อมนั แปลงเป็นนา้ แขง็ ก้อนเลก็ ๆตามต้องการ
⇨ เอาความคดิ มาเปน็ น้าแข็งก้อน
⇨ มนั ใชง้ า่ ยกว่าตอนทเ่ี ป็นละอองหมอก
เมือ่ เราทาความคิดให้จบั ต้องได้ เราก็ลงมือทาความคิดใหเ้ กิดเปน็ ตงั ค์ไดง้ ่ายข้ึนนนั่ เอง
วันพร่งุ นี้ ทางทีมครูพี่เลีย้ งได้ทาบล๊อค สาหรับบรรจคุ วามคิด ของ 2 วนั แรกมาเป็นบล๊อก 5 บลอ๊ ก
เพอ่ื ใหท้ ่านนาความคิดของ 2 วนั มาใสท่ าให้เปน็ นา้ แข็งหลังจากน้นั ทา่ นก็ทุบนา้ แข็งแตล่ ะก้อนใหเ้ ล็กย่อยพอดี
คาตามต้องการ นา้ แขง็ ทีท่ บุ เป็นกอ้ นย่อยเรยี กว่ากิจกรรมย่อยของแตล่ ะหมวดทนี ี้แหละทา่ นกส็ ามารถหยิบ
ความคิดมาทาทีละก้อนๆอย่างมขี นั้ มตี อนได้ในวนั พรุ่งน้ี ความคดิ ของทา่ นทัง้ สองวันแรก ก็แปลงสกู่ ารปฏิบตั ิ
ไดแ้ บบ ไมต่ กหลน่ ระเหยหายนอ้ ยที่สุด
กำรบำ้ น
ข้อที่ 2
ช่อื เบญจมาศ ใจพรม
ผลติ ภณั ฑ์ตัวเอก ขนมเป๊ียะแปง้ นุม่
กลมุ่ ที่ 10
จังหวัด เชยี งใหม่
ให้ท่านตอบคาถามต่อไปนี้
(1) จะทาสินค้าตัวเอกให้โดดเด่น แตกตา่ ง โดนใจย่งิ ขน้ึ ได้อย่างไร?
ตอบ :
- ในตัวขนมมคี วามโดดเด่นในระดบั ทน่ี ่าพงึ พอใจแล้ว สว่ นต่อไปที่อยากเพ่มิ จากเดมิ ที่มีแต่ไส้ถ่ัว, ฝอยทอง
และไขเ่ คม็ อาจนาผลติ ผลทางการเกษตรในพน้ื ทเ่ี ข้ามาเป็นส่วนผสมหลักในการทาไส้ขนม เพื่อเพม่ิ ความ
หลากหลายย่งิ ข้นึ เช่น มนั มว่ ง ฟกั ทอง เผือก เพ่ือให้ได้รสชาติใหมๆ่
- สว่ นบรรจุภณั ฑอ์ าจปรบั เปลี่ยนเปน็ ถงุ กระดาษในกรณีทล่ี ูกค้าต้องการนาไปเปน็ ของฝากชว่ งเทศกาลเพื่อ
เพม่ิ ความสวยงามและเพิม่ มลู ค่าใหข้ นมได้อกี ระดับ
(2) เม่ือลูกค้าเชอ่ื ถือสนิ คา้ ตวั เอกและบริการของเราแลว้
เราจะทาให้ลูกคา้ กลุ่มนี้ ซอ้ื สินคา้ ตวั อื่นของเราที่มีอยไู่ ด้อย่างไร ?
(ระบชุ ่อื สนิ ค้าถา้ มี )
ตอบ : จากการไดร้ บั ความเช่ือมน่ั ในรสชาตขิ องขนมเปยี๊ ะแลว้ น้นั การทาขนมประเภทอื่นๆเสริม เพอื่ เพม่ิ
ตัวเลอื กใหก้ บั ลูกค้าไดส้ ัมผสั รสชาติของขนมทแ่ี ตกตา่ งกนั จึงเป็นส่วนท่สี ามารถทาไดจ้ ริง
(3) เรารู้รสนยิ มของลูกคา้ กลุ่มนีแ้ ลว้ วา่ ชอบสินคา้ แบบไหน เราควรจะ "ทาสินคา้ ตวั ใหม"่ มาขายดี
ไหม?อย่างไร?
(ระบชุ ่ือสนิ ค้าถ้ามีในใจ)
ตอบ : ด้วยความชอบของลกู คา้ ทมี่ ีความแตกต่างในการทานขนม เพื่อไมใ่ หเ้ กิดความจาเจในรสชาติของขนม
อยปู่ ระเภทเดยี ว การเพ่ิมประเภทของขนมชนดิ ตา่ งๆ เข้ามาสลับปรับเปล่ยี น อยา่ งเชน่ ว้นุ กะทิ สงั ขยาฟักทอง
ขนมหม้อแกง จึงเปน็ อีกตวั เลอื กหนงึ่ ทีส่ ามารถนามาเพิม่ จุดขาย
(4) เราจะเอาสนิ ค้าดดี ที โ่ี ดนใจลกู ค้ากลุม่ นี้ จากเพ่ือนๆมาขายดว้ ยจะดีไหม? อยา่ งไร?
ตอบ : การจับกลุม่ แลกเปลย่ี นสนิ ค้า การนาผลติ ภณั ฑ์ของกลุม่ เพ่ือนสมาชิกมาแนะนาหรือมาร่วมขาย ทาให้
เกิดกลั ยาณมิตรระหวา่ งเพ่ือนสมาชิกในกลมุ่ รวมถึงตวั ลูกค้าเองทจี่ ะไดม้ โี อกาสเขา้ ถึงสนิ คา้ ทีด่ ีมีคณุ ภาพ และ
ตรงกับความต้องการ เปน็ การเพิ่มฐานความเชื่อม่ันให้ตัวเราอกี ทางหนึ่งด้วย
ปดิ เรยี นวันที่ 3
วนั ที่ 27 กุมภำพนั ธ์ 2565
บรรยำย 3
แปลงแนวคิด 2 วันท่ผี ำ่ นมำเป็นกิจกรรมย่อยเพอ่ื จัดทำแผนปฏบิ ตั งิ ำน 5 ช่อง
(cbmcข้อที่ 6)
ชวนทา่ นลองทบทวนความคดิ เรอ่ื งการทามาหากนิ ทามาค้าขาย 2 วันท่ผี ่านมาของตวั ทา่ น เปน็
คลา้ ยๆแบบนไ้ี หม?
กอ่ นมาเรียน cbmc "คิด"อะไรไดก้ ท็ าไปตามนัน้ แบบมวยวัดจบเรียนวันแรก เร่ิม"คิด"เป็นข้นั เปน็ ตอน
จับตน้ ชนปลายเรื่องบนั ได 4 ขน้ั การตลาดไดเ้ รียนวันท่ี สอง กไ็ ด้คดิ เป็นข้ันเป็นตอนย่ิงข้ึนว่า จะคา้ จะขายมี
รายไดเ้ พ่ิม มกี ิจการท่ีขยายตัวออกไป ต้อง"คดิ " 4 เรอ่ื ง จะสังเกตเหน็ การ "คิด"ของตวั เรา
กอ่ นเรียน ⇨ "คดิ " แบบหนงึ่
เรียนวนั แรก ⇨ "คดิ " เป็นขั้นเปน็ ตอน
เรยี นวันท่ี สอง ⇨ "คดิ "เปน็ ข้นั เปน็ ตอนย่งิ ขนึ้
ถา้ ทา่ นสงั เกต ท่ลี ูกศร สฟี ้า จะพบวา่
วนั ที่ 1 กเ็ ป็น"ความคดิ "
วนั ที 2 กเ็ ปน็ "ความคิด"
ความคดิ นัน้ เปน็ นามธรรม จึงตอ้ งแปลงความคิดเปน็ รปู ธรรมกอ่ นถึงจะนาไปลงมือทาได้ แปลง
ความคิดซึง่ เป็นนามธรรมให้เป็นกจิ กรรม(ลูกศร)ซึ่งเปน็ รูปธรรม
วนั นี้ แต่ละท่านจะไดม้ าแปลง(ลกู ศร)ความคดิ ท่ีเรียนมา2 วันให้ออกมาเปน็ ตัวกจิ กรรมเพอื่ ท่ีเรานาไป
ปฏิบัติไดจ้ ากความคดิ วนั แรกและวันทส่ี อง เราจัดเปน็ หมวดหมกู่ จิ กรรมได้ 5 หมวดคือ
⇨ กิจกรรมการตลาด บันได 4 ข้นั "ใชเ้ สนห่ ด์ ึงดดู ใจให้เกิดลูกค้าประจาเพ่ิม"
⇨ กจิ กรรมการเพิม่ เสน่ห์สนิ ค้าตัวเอก "ให้ลูกค้ายงิ่ เป็นแฟนคลบั ท่ีเหนียวแนน่ ยิง่ ตดิ ใจซ้อื ซ้าบอกต่อ"
⇨ กิจกรรมการขายสินค้าตวั รอง "ใหก้ ับลกู คา้ ประจา"
⇨ กิจกรรมการทาสินคา้ ใหม่มาขาย "ตามรสนิยมของลูกค้าประจา"
⇨ กิจกรรมการนาสนิ ค้าดีดีของเพ่ือนมาขาย"ตามรสนิยมของลกู คา้ ประจา
ถงึ ตอนนี้ เรากไ็ ด้กจิ กรรมสาคัญ 5 หมวดแล้วลองจินตนาการตามนะครบั นา้ มี 3 สถานะ หรอื 3
หมวดคือ
- ไอนา้
- นา้
- น้าแข็ง
คดิ ก่อนเรยี น "เหมือนเมฆหมอกละอองนา้ " สาผสั ได้แตจ่ ับตอ้ งไมไ่ ด้
เรียนวันท่ี 1 เร่มิ จบั ตอ้ งได้เหมอื นหยดน้า
เรยี นวันที่ 2 จบั ต้องได้มากข้ึน เหมือนนา้ ใน โอง่
วนั นี้ น้าจาก 5 โอง่ (ลูกศร)ถูกทาเปน็ นา้ แขง็ 5 ก้อนไดแ้ ล้วขา้ งต้น
และทา่ นกาลังจะนาน้าแข็งแต่กอ้ น มาทบุ ย่อยให้พอดคี า เพื่อกนิ ไดง้ า่ ยขึ้นตอ่ ไปน้ี เชิญแต่ละทา่ นมา
ทานา้ แข็ง พอดคี ากนั ครบั
ทาอยา่ งไร
เพยี งตอบคาถามวา่
กิจกรรมหมวดท่ี 1 ต้องทากิจกรรมย่อยอะไรบ้าง
กิจกรรมหมวดที่ 2-5 ต้องทากจิ กรรมย่อยอะไรบ้าง
ตามการบา้ น 3 ตอ่ ไปน้ี
ข้อคดิ ชวนคยุ 7
เรยี นอยา่ งไร ได้ตังค์จริง
การเรียนจากชวี ิตจรงิ ทามาหากนิ จรงิ ดว้ ยการ มแี ผนการเพิม่ รายได้ท่ที าได้จรงิ และลงมือทาตาม
แผนน้ันอยา่ งจรงิ จงั สตางคก์ ็เพมื่ พนู แตแ่ ผนการทามาหากินท่ที าให้ได้ตังค์ ต้องเกิดจากการไตรต่ รองท่ี
รอบคอบรอบด้านและมีขน้ั มีตอนท่ีทาได้จรงิ ข้ันตอนท่ีทาไดจ้ ริง กค็ อื ข้ันตอนท่ีเราลงมือเขยี นแผนดว้ ยตวั เอง
การเขียนแผนด้วยตัวเอง จะเป็นแผนทีต่ รงใจเรา เพราะเรารู้จักความรคู้ วามสามารถของเรา เราร้จู กั สนิ ค้าของ
เรา เรารจู้ ักบริบทหรอื ความเปน็ จริงรอบบา้ นเราแต่จะรอบคอบรอบด้านไหม ?
อนั น้ีถ้ามี กัลยาณมิตรมาเปน็ เพ่อื นคู่คดิ มิตรคูใ่ จ เราก็จะมีความรอบดา้ นข้ึน ดังคากล่าว "หลายหัว
ดกี วา่ หวั เดยี ว"
การจดั ให้เพื่อนมาเรยี นทาแผนคร้ังนี้ จงึ ใช้ กระจก 4 บาน มาเปน็ เพื่อนคู่คดิ มิตรคใู่ จ ให้ไตร่ตรอง
รอบคอบรอบด้านขนึ้ รอบคอบรอบด้านอยา่ งไร มาดกู ัน
ครูใหญ่ แนะนาหลักสตู ร 6 วนั วา่ เรยี นอะไร อย่างไร แล้วทุก 6 โมงเช้าทหี่ อ้ งกลางนี้ ครูใหญก่ จ็ ะมา
เขยี นคาบรรยายตามหวั ขอ้ ท่จี ะเรยี นในแตล่ ะวันพร้อมให้โจทยก์ ารบ้าน และจะเขียนข้อติดชวนคยุ เป็นระยะๆ
ตามทีค่ รูใหญไ่ ด้เขา้ ไปดูบรรยากาศการเรียนของท้ัง 10 หอ้ งว่า ขณะน้ันๆ ควรเพม่ิ เติม ขอ้ คิดชวนคยุ อะไรที่
จะช่วยให้บรรยากาศของผเู้ รียน ป๊งิ ! และเดินไปข้างหน้าไดด้ ี คอื ครใู หญ่ต้องเดนิ ไปแอบดทู ุกห้องท้ังวนั จงึ จะรู้
วา่ ควรเตมิ อะไร เม่ือไร จงึ จะถูกเรอ่ื ง ถูกท่ี ถูกเวลา และทุก 2 ทุ่มครง่ึ ครใู หญ่ และครูพ่ีเล้ียงทง้ั 60 กวา่ ชวี ติ
จาก 10 หอ้ งเรียนกจ็ ะมาประเมินร่วมกันว่าตอ้ งปรบั ปรุงอะไรเพื่อให้ ผ้เู รียนเขียนแผนทน่ี าไปใชไ้ ด้จริงและเห็น
ผลนี่เป็นบทบาทของ เพื่อนคู่คิดที่ เรียกว่า กระจกบานท่ี 4 ขณะท่ีในห้องเรยี นครูพเี่ ลย้ี งอาสา กลุ่มละ 7-10
คนจะมีห้องพักครูของแต่ละห้องคอยหารือกันเพื่อทาใหบ้ รรยากาศการเรียนเอื้อต่อ การให้แต่ละคนทาแผนท่ี
รอบคอบรอบด้านทสี่ ดุ มกุ ท่านคงสัมผัสได้จากในห้องเรียนของทา่ นแลว้
ครพู ีเ่ ลยี้ งตนื่ แตเ่ ชา้ มาเปิดห้อง เตรียมพร้อมสาหรัยผเู้ รียน แตะมือกัน ดูแลผู้เรียนทัง้ หน้าห้อง
หลงั ห้อง โทรตามผเู้ รยี น คอยแนะนาในข้อติดขดั ตา่ งๆ ฯลฯ ขณะเดยี วกนั ครูพเ่ี ลี้ยงแต่ละคนกต็ ้องแบ่งเวลาไป
ทามาหากนิ เล้ียงปากเลี้ยงทอ้ ง ที่สาคญั แตล่ ะคนก็ มีงานกิจกรรมสาธารณะในหมูบ่ า้ นในชมุ ชนเยอะอีกตะหาก
ตอนค่า ก็เปดิ เวทีพดู คุยกับผเู้ รยี นในหอ้ ง 1-2 ชม.สองทุ่มครง่ึ กส็ รปุ งานร่วมกนั ท้ัง 60 กวา่ คน ท่หี อ้ งครูพเ่ี ลีย้ ง
รวมการจัดระบบกันเองของครูพเ่ี ล้ยี งแตล่ ะห้อง จึงมสี ว่ นช่วยใหผ้ ูเ้ รียนเรียนรู้อย่างไมส่ ะดุดน่ีคือ กระจกบานท่ี
3 ทั้งบานที่ 3 และ 4 เปน็ คนนอก มภี ารกจิ คอยช่วยประคับประคองใหผ้ เู้ รียนเขยี นแผนชวี ิตจรงิ ท่ีดที ส่ี ุดเทา่ ท่ี
ทาได้
✴ บทสาคญั อยู่ที่คนเรียน คือ กระจกบานที่ 1
ถา้ กระจกบานท่ี 1 เปน็ นกระจกบานทใ่ี ส ไม่หลอกตวั เอง คือเขียนแผนตามขัน้ ตามตอนตามจริง กจ็ ะ
บรรลุความสาเรจ็ แน่นอนจะเป็นกระจกทใ่ี สก็ต้อง
1. ทาความเขา้ ใจ ว่า 6 วนั เราจะเรียนเขียนแผนแบบไตรต่ รองรอบคอบรอบด้านใชไ้ ดจ้ ริง ไดต้ งั ค์ ต้องทา
อะไร อย่างไร
2. อา่ นบรรยาย
ตโี จทยก์ ารบา้ นใหแ้ ตก
• อ่านชวนคิดชวนคุยประกอบ
• อา่ นการบา้ นของเพื่อนท่สี ง่ เขา้ มาในกล่มุ ใหม้ ากๆ
• ลงมอื เขียนแบบสบายๆตามจรงิ
ส่งเขา้ หอี งเรียนให้เพื่อนและครูพเี่ ล้ยี งอา่ นนามาปรบั แก้เมื่อปิ๊ง! ไอดียจากการได้อ่านของเพือ่ นๆ
ค่าๆ เขา้ วงคุยมาทบทวนและเขยี นคาตอบทดี่ ีทสี่ ดุ ไวใ้ ชก้ บั ตัวเองนี่คือกระจกบานสาคัญท่สี ดุ คอื บานที่ 1
สว่ นกระจกบานท่ี 2 ก็คือ ข้อเขยี นคาตอบของเพ่อื นๆทัง้ หมดในกลุ่ม รวมท้ัง วงคยุ ตอนค่าถา้ ทาได้
ตามน้ี 6 วันทา่ นก็จะได้แผนทน่ี าไปทาได้ในชีวิตจริง และทาตงั ค์ให้ครอบครวั ชุมชน มเี ศรษฐกิจที่พึง่ ตนเองได้
ยัง่ ยนื ผาสุกร่วมกนั ถึงรุน่ ลูกรุ่นหลาน หรือที่ องคก์ ารสหประชาชาตเิ รยี กว่า การพัฒนาที่มเี ป้าหมายสู่ความ
ยง่ั ยนื น่นั เอง
เอาละ!..ไดร้ ู้แล้ววา่
ทาไม เรียนทาแผนต้องใชก้ ารไตรต่ รองสงู ทนี ม้ี าดู ทาไม ถงึ ใช้การเรียน 6 วันทาง กลุ่ม line
1.ทกุ คนเรยี นไดพ้ ร้อมกัน โดยใชเ้ วลาชว่ งไหนของวันก็ไดใ้ นการเรยี น เพราะข้อความต่างๆจะอยูร่ อให้
เราหาอ่านได้ตลอดวัน
2.มีเวลาไตรต่ รอง แกไ้ ข อ่านเพิม่ เติมไดต้ ลอด ปญั ญาจงึ บรรเจิด
3. ฝกึ การใช้ 5 g หรือ social mediaในการทามาหากนิ ไปในตวั เรียกว่า เกิดการผสาน ภูมปิ ญั ญาท่ี
ตดิ ตัวเรามากบั ปัญญาสากลไปในตวั
ขอแถมดว้ ยอีก นดิ ว่า การอา่ น การเขยี น สาคญั ต่อการทาแผนที่ รอบคอบรอบด้าน ใชไ้ ด้จรงิ ได้ตังค์
อยา่ งไร (?)
สุ จิ ปุ ลิ
ฟงั คิด
อา่ น เขียน
"พูดไม่คิด"
เรามักจะไดย้ นิ คานบ้ี ่อยมากฟังไม่คิด นี่กบ็ ่อยอา่ นไม่คดิ นนี่ ่าจะน้อยกว่าเขยี นไม่คดิ น่าจะน้อยท่สี ุด
การอา่ น มีเวลาอยู่กับตวั เองมากกวา่ การฟงั จงึ มีเวลาคิดและไตรต่ รองมากกวา่ การเขียนก็เช่นเดียวกบั
การอ่านคือมเี วลาคดิ เวลาไตรต่ รองมากกว่าการพูด
การอ่านและการเขียนจงึ ให้อิสระ ปลดปลอ่ ยมากกว่า การฟงั บรรยายและการพูด
Cbmc เป็นกระบวนการเรยี นรูเ้ พ่อื ใหช้ าวบ้านนอกไดป้ รบั เปลี่ยนความคิด และพฤติกรรม (mindset) การทา
มาหากินทามาค้าขายทีเ่ คยทาแบบมวยวดั ใหม้ าเปน็ แบบมวยอาชพี
การคดิ
การไตร่ตรอง
จึงสาคัญดังนัน้ การอา่ นและการเขยี น จงึ เป็นเคร่ืองมือที่ เอ้ือต่อผู้เรียนให้ทา แผน9ขอ้ 5ชอ่ งได้ใน 6
วันการไดค้ ดิ ได้ไตรต่ รองเอง การได้มีโอกาสเลือกหยิบจบั ประสบการณ์ของเพ่ือนๆที่เหมาะกบั ตนเองมาปรบั ใช้
การได้เขียนเองจากสนิ ค้าของตวั เอง ยอ่ มนาไปใช้ได้จริงเพราะเปน็ เรอื่ งปากเร่ืองท้องทดี่ กี วา่ เดมิ ของครอบครัว
ของกลุม่ ตนเอง ของยน้ เกิดเมืองนอนของตนเองเรียกว่า เรียนครง้ั นมี้ งุ่ ทาได้ ใช้เป็น เห็นผล
Cbmc จงึ เขยี นบรรยายใหอ้ า่ นตอน 6 โมงเช้า และฝากคาถามเปน็ การบา้ นไวแ้ ตเ่ ชา้ ผูเ้ รียนสะดวก
เวลาไหน ก็คดิ ก็ไตร่ตรอง ได้ทงั้ วันเมอ่ื ไดค้ าตอบที่พอใจกล็ งมอื เขยี น ส่งิ ทีไ่ ดผ้ ่านการไตร่ตรองนน้ั ส่งให้เพื่อน
อา่ นในกลุ่มเขียนแลว้ กย็ ังมีโอกาสได้เลือกอา่ น กระจกบานท่ี 2 ของเพื่อนๆ อา่ นขอ้ แนะนาของครพู เี่ ลีย้ ง (บาน
ที่ 3) อา่ นขอ้ คิดชวนคยุ (บานท่ี 4) กย็ ่งิ ได้ไตร่ตรองใหร้ อบครอบรอบด้านขึ้นอกี คา่ ๆ กใ็ ห้มาคุยความรู้สึก นึก
คดิ กันสกั ครึ่ง- หนึ่งชัว่ โมง เพอื่ คลายใจ
นี่คอื คาตอบว่า ทาไม cbmc จงึ ใช้
♥ 'หัวใจนกั ปราชญ์ ' ในการสรา้ งกระบวนการเรยี นรู้ ให้ชาวบา้ นนอกทาแผนลดรายจ่ายเพิม่ รายไดข้ ยาย
กจิ การด้วยตวั คนบา้ นนอกเอง
กำรบำ้ น
ขอ้ ท่ี 3
ชือ่ เบญจมาศ ใจพรม
สินค้า ขนมเป๊ียะแป้งนุ่ม
จังหวดั เชียงใหม่
แปลงแนวคิด เป็นกจิ กรรม เพื่อทาแผน
(เขยี นกจิ กรรมย่อยใหม้ ากข้อ เพ่ือให้ครอบคลมุ มากทสี่ ดุ )
1. กิจกรรมการตลาด
ต้องทากิจกรรมย่อยๆ อะไรบ้าง?
ตอบ :
1.1 จดั ตารางการผลติ สินคา้ ในแตล่ ะรอบวัน ไวล้ ว่ งหนา้ เพื่อนาเสนอลูกคา้
1.2 รบั สั่งทาสนิ ค้า ตามเทศกาลหรอื คาสงั่ พเิ ศษตามท่ีลูกค้าต้องการ
1.3 ราคาเหมาะสมกับคุณภาพของสินค้า
1.4 มสี นิ ค้าหรอื ขนมประเภทใหมๆ่ ใหล้ ูกค้าได้ตัดสนิ ใจเลือกซือ้
2. กจิ กรรมการเพิม่ เสน่ห์สินค้าตัวเอก ต้องทากิจกรรมย่อยๆอะไรบ้าง?
ตอบ :
2.1 รักษารสชาติ คณุ ภาพ ความสะอาด ความสดใหมข่ องขนมใหไ้ ด้มาตรฐาน
2.2 เพิม่ ความหลากหลายของไสข้ นมใหด้ ึงดูดใจลูกค้า ได้มโี อกาสเปลยี่ นรสชาติ
2.3 ปรบั ปรุงบรรจุภณั ฑข์ องสินคา้ ให้มีรปู แบบทีส่ วยงามทนั สมัย
2.4 รับฟังคาติชมท่ีเปน็ ประโยชน์ของลกู ค้า นามาปรับปรงุ แกไ้ ข เพือ่ มาพัฒนาท้ังตัวสนิ คา้ และบริการ
ของเรา
3. กิจกรรมการนาสนิ ค้าตัวรองๆทเี่ ราทาขายอยแู่ ลว้ มาเสนอขายกบั กลมุ่ ลูกคา้ ประจา
ตอ้ งทากจิ กรรมย่อยๆอะไรบ้าง?
ตอบ :
3.1 แนะนาสินคา้ ตัวรอง ไปพร้อมๆกับสินค้าตัวเอก
3.2 อธิบายท่ีมาที่ไปของสนิ ค้าตวั ใหมใ่ หล้ ูกคา้ ได้เขา้ ใจ
3.3 ความแตกต่างของรสชาติ/รปู แบบทีต่ า่ งชนดิ ตา่ งประเภทกัน จะทาใหล้ ูกคา้ มคี วามสนใจเพ่มิ ข้นึ
4. กิจกรรม ผลติ สนิ ค้าตวั ใหม่ทเี่ ราร้ใู จลกู ค้าขาประจาว่า ถ้าทาขน้ึ มาแลว้ ซ้อื แน่ๆ
ต้องทากจิ กรรมย่อย ๆ อะไรบา้ ง?
ตอบ :
4.1 รบั ออเดอร์หรอื คาสงั่ ท่ีลูกคา้ ต้องการ
4.2 นาเสนอตัวขนมหรือสินค้าทอี่ ยูใ่ นความสนใจของลกู ค้า
4.3 ราคาสนิ คา้ อยู่ในเกณฑ์ท่ีลกู คา้ พึงพอใจ
5. กจิ กรรม หาสนิ คา้ ดดี จี ากเพ่อื นเครอื ขา่ ยมาขายลกู ค้าประจาของเรา ต้องทาอะไรบ้าง?
ตอบ :
5.1 แนะนาถึงท่ีมาทีไ่ ปของตัวสินค้า เพ่อื ใหล้ ูกค้าไดม้ น่ั ใจถึงคุณภาพและประโยชน์ทีจ่ ะได้รับ
5.2 แนะนาชอ่ งทางติดตอ่ ให้ลูกคา้ ได้หาข้อมูลของสินค้าจากเพื่อนสมาชิกในเครอื ข่าย
เนอื่ งจากสนิ คา้ ตวั เอกของเราเป็นขนม เราจงึ ไมค่ วรยดึ ติดกับสนิ ค้าตัวหลกั แต่เพียงอยา่ งเดียว อาหาร
หรอื ขนมเมือ่ ทานซา้ ๆกนั บ่อยๆ ก็จะทาให้เกิดความเบื่อหน่าย ดงั นนั้ เม่อื มีโอกาสเราจึงควรคดิ ค้นตัวขนมหรือ
สนิ คา้ ใหมๆ่ มานาเสนอ
เปดิ เรียนวนั ที่ 4
วันที 28 ก.พ. 2565
บรรยำย 4
กำรจดั ทำตำรำงแผนดำเนินงำน 5 ชอ่ ง
(Operation Plan)
เมอ่ื วาน เราได้ย่อยักษ์ ลงมาเป็นก้อนน้าแข็งไดแ้ ล้ว
⇨ ยักษ์คือ การบา้ นที่ท่านทาในวนั ที่ 1 และ 2 ของการเรยี นได้แก่แนวทางการตลาดกับแนวทางการเพมิ่
รายได้ขยายกิจการ มี 5 ข้อ
ข้อ 1.คน้ หาเสน่หส์ นิ คา้
ขอ้ 2.คน้ หากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
ขอ้ 3.สรา้ งช่องทางการสื่อสาร
ข้อ 4.บรกิ ารก่อนและหลงั การขาย
ข้อ 5.ทาแนวทางการเพ่ิมรายไดข้ ยายกจิ การ
⇨ ก้อนนา้ แข็งคือ การบา้ นท่ีท่านทาเม่ือวาน เรยี กว่า กจิ กรรมสาคัญที่ต้องทา (cbmc ข้อ 6) มี 5 ก้อนหรือ5
หมวดไดแ้ ก่
กจิ กรรมการตลาด
กจิ กรรมเพิม่ เสนห่ ์
กิจกรรมขายตวั รอง
กิจกรรมทาตัวใหม่
กจิ กรรมนาของดีจากเพ่อื นมาขาย
⇨ และเมอ่ื วานก็ได้ย่อยกจิ กรรมสาคัญทง้ั 5 หมวดเปน็ กิจกรรมย่อยๆเพื่อพร้อมให้นาไปใสใ่ นตะเกียงวิเศษ
แลว้ #
⇨ วนั น้ี เราจะนายกั ษ์ที่ย่อลงมาเปน็ นา้ แขง็ ใส่ลงในตะเกียงวิเศษ
ตะเกยี งวิเศษ มี 2 ชน้ื ส่วน หรือ 2 ตาราง
1.ตารางแผนดาเนนิ งาน มี 5 ช่อง คือการบ้านวนั นี้ (Operation Plan)
2.ตารางแบบจาลองธรุ กิจที่เราทา (Business Model) มี 9 ข้อ ท่านจะได้ทาพรุ่งนีเ้ ราจงึ มักเรยี ก
ตะเกียงวเิ ศษนีว้ ่า 9 ขอ้ 5 ช่อง หรือแผนลดรายจา่ ย เพมิ่ รายไดข้ ยายกจิ การชอื่ จริงคือ แผนธรุ กิจเพ่อื ชมุ ชน
ชอ่ื ฝรง่ั คือ Community Business Model Canvas เรียกย่อๆวา่ cbmc น่ันเอง
⇨ ตาราง 5 ช่อง เปน็ เหมือนเลขาสว่ นตวั ของท่านหรือเลขาประจากลุ่มของท่าน คอยเตือนว่า วนั นต้ี ้องทา
อะไรให้เสรจ็ ถ้าไมเ่ สรจ็ จะต้องแก้ไขอย่างไร ใครรับผิดชอบ อันไหนเราทาเอง ใช้เงนิ เทา่ ไร รว่ มมือกบั
หนว่ ยงานไหนอย่างไร ถ้าทา่ นทาตามแผน 5 ชอ่ งน้อี ยา่ งมีวินยั กเ็ หมือนขน้ึ บนั ไดไปถงึ เป้าหมายใน 3 เดือน 6
เดอื น 1 ปี 3 ปตี ามทต่ี งั้ ไว้
⇨ ตาราง 9 ข้อเปน็ เหมือนแผนทล่ี ายแทงและเขม็ ทิศของกิจการของท่านถา้ ท่านเดินตามแผน 5 ชอ่ งแลว้ หลง
ทาง ทา่ นก็ดูลายแทง 9 ขอ้ วา่ ตรงไหนทมี่ ันเพ้ยี นไม่สอดคล้องกบั เส้นทาง ท่านก็ปรับเสน้ ทางใน 5 ชอ่ งทา่ นก็
จะเดนิ ต่อไปสูเ่ ปา้ หมายได้อย่างไม่หลงทาง
♥ ตะเกียงวิเศษ เป็นแผนท่ีรายแทงการทาธุรกจิ ที่มขี ้นั มีตอนกากับจนบรรลเุ ป้าหมายนั่นเอง ถงึ เวลาน้ี ท่าน
เหน็ หรือยังวา่ ท่านกาลังจะมียักษ์ในตะเกยี งวิเศษคอยชว่ ยทา่ นทามาหากนิ ทามาคา้ ขาย ลดรายจา่ ย เพม่ิ
รายไดข้ ยายกิจการ ในวันนี้และพรงุ่ น้ี
ทา่ นอยากเหน็ ตะเกียงวิเศษของท่านหรือยัง!เรามาทาตะเกียงวเิ ศษเร่ิมจากตาราง5 ช่องกันวันนีเ้ ลย
บรรยำย 4.1
กำรบริหำรทุน
เพ่ือประกอบการจัดทา แผน 5 ช่อง
Cbmc แบง่ ทุนเปน็ 3 หมวด
⇨ 1.ทุนทเ่ี ราทาเองไดด้ ้วย
♥ หน่งึ สมองสองมอื เราหรือการรว่ มแรงร่วมใจกันของคนในชุมชน ไม่ตอ้ งจา่ ยตงั ค์
♥ เปน็ การลดรายจา่ ยดว้ ยการใชจ้ ุดแข็งของบ้านนอกเราใหเ้ กดิ ความผาสกุ ร่วมกนั
ในการลงตาราง แทนทนุ นี้ด้วยเลข 7
⇨ 2.ทนุ ทเ่ี รียกว่า ทนุ ความรว่ มมอื กับหน่วยงานภาคี รฐั วิชาการ เอกชน NGOs"นีก่ ไ็ ม่ตอ้ งจ่ายตงั ค์
ทนุ ความรว่ มมือนี้ จะชว่ ยให้เราขยายกิจการไดง้ ่ายข้ึน เช่นงานวิจัยสินค้า เครอ่ื งจักร อุปกรณ์ วิชาความรู้
เฉพาะเร่อื งทเ่ี กยี่ วกบั สินค้าของเราฯลฯ แทนด้วยเลข 8 การมีตาราง 9 ข้อ 5 ช่องช่วยให้เราใชบ้ รกิ ารของรฐั
วิชาการ เอกชน NGOs ได้อย่างถูกเรื่อง ถูกที่ ถูกเวลา
⇨ 3.ทุนที่เปน็ ตวั เงนิ แทนด้วยเลข 9
กอ่ นหน้านเี้ ราลงตาราง 5 ช่องไปได้เอง 4 ชอ่ งแลว้ เหลือชอ่ งที่ 5 ท่ีเขียนวา่ 'ทุนที่ใช้'
วธิ ใี ส่ทุนในตาราง
ดูชอ่ งท่ี 2 "กิจกรรมย่อย" ว่าต้องใชท้ ุน เลข 7 หรือ 8 หรือ 9 เรากใ๋ สเ่ ลขน้นั ๆล้อไปกบั ตารางช่องท่ี 2จนครบ
เรากจ็ ะรู้ทนั ทีว่า ใน 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี เราต้องใช้ตงั ค์เมา่ ไร ต้องรว่ มมือกบั ใคร และอะไรท่ีเราทาเอง
เพอื่ ลดรายจา่ ย
ข้อคิดชวนคยุ 8
"จับยกั ษใ์ ส่ตะเกียงวเิ ศษ"
เมอื่ วาน หลายทา่ นไดท้ า กจิ กรรมยอ่ ย 5 หมวด เพือ่ เตรียมลงตาราง 5 ช่องหรือแผนดาเนินการ
operation plan เสรจ็ แล้ว มี 5 หมวดไดแ้ ก่
• กิจกรรมการตลาด
• กิจกรรมการเพ่มิ เสนห่ ส์ นิ ค้าตัวเอก
• กจิ กรรมขายสินค้าตวั รอง
• กิจกรรมทาสนิ ค้าตัวใหม่
• กิจกรรมนาสนิ ค้าจากเพื่อนมาขาย
กล่าวคือไดเ้ กิดการปรบั ความคิดสว่ นลึก (mindset)ทเ่ี คยเปน็ แบบเมฆหมอกละอองน้ามา เปน็ นา้ ใน
ตุ่มจนเป็นนา้ แข็งก้อนเล็กๆพรอ้ มใชง้ าน
1. แนวทางเปรยี บไปกเ็ หมอื น แสงไฟฉายท่ีสอ่ งไปยงั ทห่ี มาย (เรียน2วันแรก)
2. แนวปฏบิ ัตเิ ปรยี บเหมอื น หมอนรถไฟที่ทาให้เราก้าวไปทลี ะขั้นจนถึงเป้าหมาย (เรียนเมอ่ื วานนี)้
3. แผนดาเนนิ งาน (5 ชอ่ ง) เป็นแผนการทจี่ ะช่วยใหเ้ ราเดินไปถึงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(เรยี นวันน)ี้
จากวันน้เี ป็นตน้ ไปเราจะแปลง 1 เป็น 2 ⇨ 3
เพ่ือให้ง่ายท่านลองนกึ ถึงนทิ านเร่อื ง อลาดนิ กับตะเกียงวเิ ศษ การบ้านท่ีทา่ นทาไว้ 2 วนั แรก คือแนว
การตลาด 4 ข้อ และแนวทางเพ่ิมรายได้ขยายกิจการ ท่ีทา่ นเขียนไวท้ ้งั หมด เปรียบได้วา่ เปน็ ยักษ์(นึกถึง
จนิ ตนาการตอนเด็กๆทเี่ รามองกอ้ นเมฆแล้วเปน็ รูปยกั ษ์ )
บดั น้ี ยกั ษ์ได้ถกู เรายอ่ มาเป็นกอ้ นน้าแขง็ เรยี บร้อยแลว้ ในเมื่อวานวนั นเ้ี ราจะย่อยักษเ์ พ่ือนาเข้าไป
บรรจุในตะเกียงวเิ ศษ
⇨ ตะเกียงวเิ ศษ
ในทีน่ คี้ ือ ตาราง 9 ข้อ 1 แผ่น ทาในวนั พรงุ่ นแ้ี ละ ตาราง 5 ช่องอีก 1 แผน่ ทาวันน้ีเรายอ่ ยกั ษ์มาเป็นนา้ แข็ง
กอ้ นแลว้ แต่ก็ยังใส่ในตะเกียงวิเศษไม่ได้ เราต้องมาปรบั แต่ง ก้อนน้าแข็งให้กะทัดรัด พอดีกับที่จะใสใ่ นตะเกยี ง
วเิ ศษอีกนดิ หน่อยเสยี กอ่ น นั่นคอื ปรับแตง่ ภาษาทบ่ี รรยายในแตล่ ะการบา้ น ใหเ้ ป็นคาส้นั ๆแต่ได้ใจความ เช่น
ถ้าทา่ นได้ยิน
'หวิ เม่ือไรก็แวะมา' ทา่ นจะนึกถงึ 7-11
'ความสขุ ทดี่ ื่มได้' นกึ ถงึ เบียร์ย่ีห้อหนง่ึ
'รเี จนซี่บรนั่ ดไี ทย' นึกถึงบร่ันดี ย่หี อ้ หนึง่ ฯลฯ
ท่านลองย่อ หรอื ขมวด เสนห่ ์สินค้าตัวเอกของทา่ นให้ สั้นกระชับ ใหค้ นอน่ื อ่านแลว้ นกึ ถึงเสน่ห์สนิ ค้า
ของทา่ นได้อยา่ งติดปาก เหมือน หิวเมือ่ ไรก็แวะมาทาเสรจ็ ก็พรอ้ มจะนาไปใส่ในตะเกียงวิเศษได้ในวนั พรงุ่ นี้
การจะย่อ เพื่อให้ยักษเ์ ขา้ ไปอยใู่ นตะเกยี งวิเศษเพื่อเปน็ ผู้ช่วยท่าน ทาการลดรายจ่ายเพิม่ รายได้ ขยายกจิ การ
อยใู่ กล้แคเ่ อื้อมแลว้ ครบั
ชวนคิดชวนคุย 9
เรยี นแบบไหน ได้กาไร แบบไหนขาดทนุ
6 วนั นเี้ หมือนทา่ นไดร้ ับตัว๋ เข้าดหู นัง คนละใบถา้ ทา่ นเข้าโรงหนังชา้ หนงั ฉายไปแลว้ เขา้ ไปกน็ อนหลบั
เขา้ ไปกม็ ัวแตค่ ยุ เลน่ กันเข้าไปแล้วไมส่ นใจดู หนงั จบทา่ นย่อมได้ประโยชนน์ ้อยกว่า คนท่ีตั้งใจดู
การเรยี น 6 วนั ดว้ ยกระบวนการ
⇨ กระจก 4 บาน ก็เหมือนหนงั รอบนท้ี ที่ ่านไดต้ ๋วั ฟรนี ีม้ าถา้ ทา่ น เขา้ ห้องเรียน ไม่อ่านบรรยาย ไม่ส่ง
การบ้าน ไม่อา่ นของเพ่ือน
ลองเทยี บดูกับคนที่
1 อา่ นบรรยายทุกเช้า และทาความเข้าใจโจทย์การบา้ นอย่างดี (ส่องกระจกบานที่ 4)
2.ลงมือเขยี น (กระจกบานที่ 1)
3.อา่ นทเ่ี พอื่ นๆเขยี นเพ่ือหาเกบ็ ideaดีดีจากเพื่อนๆ (บานที่ 2) มาปรับแกข้ องเราใหม่(บานที่ 1)
ส่งใหค้ รูพเ่ี ล้ียงให้ข้อคดิ เหน็ (บานท่ี 3) ปรบั แก้ (บานที่ 1) อ่านข้อคิดชวนคยุ จากห้องกลาง(บานที่ 4) นามา
เขียนปรับใหมใ่ ห้ดีทส่ี ุด (บานที่ 1)
หนงั จบใครจะทาแผนธุรกิจเพ่ือ ลดรายจา่ ย เพ่มิ รายได้ ขยายกิจการได้ดีกวา่ กัน ? 250 กว่าคน ไดต้ วั๋
คนละใบเทา่ กัน เวลา 6 วนั เท่ากนั ทมี ครู พีเ่ ลยี้ ง 60 กว่าคนชุดเดยี วกนั ครพู ่เี ลยี้ งระดมมาจากภาคใต้ อีสาน
กลาง เหนอื อาสามาร่วมด้วยชว่ ยกันแบบไม่มีคา่ ตอบแทน ตัว๋ ใบนี้ในมือท่าน เรียกวา่ ตว๋ั VIPจะเรยี นแบบ
ขาดทุน หรอื กาไร จงึ อยู่ที่ความมุ่งมั่นตั้งใจของท่านแต่ละคนใครจะทาได้ ใชเ้ ปน็ เหน็ ผลใน 3 เดือน 6 เดือน
ใครจะเกง่ คดิ เก่งเคร่ืองมือ เก่งทา เก่งเพอ่ื นอยทู่ ่ีทา่ นใชต้ ๋ัว vip ใบนไี้ ด้คุ้มคา่ แค่ไหน!
หมายเหตุผู้ทใ่ี ช้ Cbmc ได้ผลมกั ไม่เปน็ แบบนช้ี าล้นถ้วยผลัดวันประกันพรุ่งท้อกลวั การเปลีย่ นแปลง
ขเ้ี กียจ
กำรบำ้ น
ข้อท่ี 4
ทาตาราง 5 ช่อง กิจการของทา่ น
วิธกี าร
⇨ ดูตัวอยา่ งตาราง 5 ช่องตามทสี่ ่งมา
⇨ ทาตาราง 5 ชอ่ งตามตวั อย่างด้านลา่ ง เพ่ือนามา กรอกข้อความ
⇨ กรอกคาว่า กจิ กรรมการตลาดในช่องที่ 1
⇨ กรอกกิจกรรมย่อย การตลาดจากการบา้ นทที่ า่ นทาไวเ้ มอื่ วาน ลงในช่องท่ี 2 เรยี งทีละข้อๆ จน
ครบ
⇨ ใสช่ ื่อผ้รู ับผิดชอบในช่องท่ี 3 ล้อกบั กจิ กรรมย่อยจนครบ
⇨ ใส่ วนั ที่ เดอื น ปี ท่ีกาหนดเสรจ็ ล้อกบั กจิ กรรมยอ่ ยจนครบ
⇨ อ่านบรรยาย 4.1เพ่ือทาความเข้าใจ เรื่องทุน และใสเ่ ลข 7 8 หรอื 9 ในชอ่ งที่ 5 ล้อกับกิจกรรม
ย่อยจนครบ
⇨ ย้อนกลบั มาชอ่ งที่ 1 ดาเนนิ การกิจกรรมหมวดที่ 2 ถึง 5 ตามขนั้ ตอนจนครบ
\
เปดิ เรยี นวนั ที่ 5
วันท่ี 1 มีนำคม 2565
บรรยำย 5
"กำรจัดทำแบบจำลองธรุ กิจ (Business Model) " หรือกำรทำตำรำง 9 ข้อ
เป็นการย่อการบา้ นตง้ั แตว่ ันแรกถงึ เม่ือวานทงั้ หมดมาใส่ในตาราง 9 ขอ้ หรือพายักษ์ใจดีอกี ตนหนึง่
เขา้ ตะเกยี งวิเศษ เมื่อวาน แต่ละทา่ นได้นากิจการของท่านท้งั หมดทัง้ ทท่ี าอยูแ่ ล้วและกาลงั จะทาใหม่ มาบรรจุ
ไว้ในตาราง 5 ชอ่ ง ตาราง 5 ช่องน้ีคอื แผนดาเนนิ งาน (business plan)
แผนดาเนินงานจะช่วยใหท้ า่ นจัดการการทามาหากนิ ทามาค้าขายใหเ้ ปน็ แบบมืออาชีพย่ิงข้นึ หรอื จะ
เรียกว่าเป็นผู้ประกอบการกน็ ่าจะได้ลองย้อนไปดูทีเ่ ราเรียนมาตั้งแตว่ นั แรกกนั ก่อน เพื่อเตรยี มการทาตาราง 9
ข้อการเรม่ิ จากร้เู สน่ห์ของสินคา้ ตัวเอกของเรา นาเราให้คน้ หากลุ่มลกู ค้าเป้าหมายที่ชดั เจนขึน้ ไปสกู่ ารสรา้ ง
แฟนคลับ การมแี ฟนคลับชว่ ยใหเ้ ราสามารถขายสนิ คา้ ตวั อื่นๆได้ท้งั ตวั เอก ตวั รอง ตวั ใหม่ และสินคา้ จาก
เพื่อนนอกจากน้ี แฟนคลับและการมีสนิ ค้าที่หลากหลายทาให้ภาพลกั ษณ์กิจการเราดีข้ึนน่าเชอื่ ถอื ยิ่งขน้ึ เปน็
ทีม่ าของการเพ่ิมรายได้ ขยายกิจการของเราท่ีเราเคยทาอยู่แล้วแบบมวยวัด ให้มาเป็นแบบมวยอาชพี สองวนั
แรกของการเรยี น เราได้คิดครบจบแล้ว เหมอื นปีนบันไดข้ึนไปควา้ ดาวแต่จะใหค้ วามฝนั ที่เราคิดครบจบแล้ว
นั้นให้เปน็ จรงิ ได้ เราจงึ ต้องแปลงความคิดเป็นกิจกรรม คือเปลยี่ นจากไอน้ามาเปน็ ก้อนน้าแขง็ เพื่อนาไปใช้
จดั ทาแผนดาเนนิ งานเมอ่ื เราได้กอ้ นนา้ แขง็ กอ้ นพอดีคา เรากจ็ ับยักษ์ใส่ตะเกยี งวิเศษสาเร็จเมอ่ื วานยกั ษ์ใจดีใน
ตะเกียงวิเศษก็จะคอยช่วยทา่ นเหมอื นเป็นเลขาคใู่ จท่าน ติดขัดอะไรท่านก็ถตู ะเกียงวิเศษหรอื เปิดตาราง 5
ช่อง ท่านกจ็ ะเดนิ หน้าไดอ้ ยา่ งมืออาชพี จะพบว่า 4 วันที่ผา่ นมาทา่ นสามารถนาพาเรอ่ื งราวการทามาหากินทา
มาค้าขายทง้ั หมด มาบรรจไุ วใ้ นกระดาษแผน่ เดียวไดส้ าเร็จ ต่อไปทา่ นก็จะเหน็ วา่ แตล่ ะวันเราตอ้ งทาอะไร
เสร็จเมอื่ ไร ใครรับผิดชอบ ถ้าไม่เสร็จเพราะอะไร จะต้องแก้ไขจดุ ไหน กิจกรรมนจี้ ะใช้ทุนแบบไหน ร่วมมือกบั
ใคร ใช้เงนิ เทา่ ไร
เห็นไหมครับ !เสน่หข์ องบ้านนอกเรามีธรรมชาติท่ีนอกจากมอบของกนิ ของใช้ใหเ้ ราโดยการสอนใหเ้ รา
ร้จู ักมีภูมิปัญญาเฉพาะถิ่นใหเ้ ราอยกู่ ับธรรมชาติอยูก่ บั เพอื่ นบ้านได้อย่างผาสุกจน มีอัธยาศัยไมตรีอนั เปน็ เสนห่ ์
แบบสยามเมืองยม้ิ ดึงดูดใจให้คนอยากมาคบมาหา
ขณะเดียวกันเราก็สามารถตดิ ตามความเป็นไปของโลกได้ทันผ่านทาง มอื ถือ เห็นโลกไดก้ ว้างไกล ทา
ใหเ้ กดิ ฝนั ใหม่ๆเกดิ ขนึ้ ในใจอีกมากมาย
⇨ แค่ปรบั วธิ คี ดิ ชวี ิตก็เปลี่ยน
เรากย็ ืนอยู่ที่เดมิ เพียงปรับการคดิ จากมวยวดั ให้เป็นมวยอาชีพ 4 วันจับยักษใ์ จดมี าเป็นเพือ่ นอยู่ใน
ตะเกียงวิเศษ เรากจ็ ะพบวา่ รอบตัวเรามี โอกาสมากมายที่เราจะทามาหากนิ ทามาค้าขายแบบใช้เงนิ นอ้ ย
รายได้ดี มีอนาคตได้แลว้
เอาละ! ดงั ทเ่ี ขียนไวข้ ้างต้นจะพบว่า
1.เรามฝี ันใหมๆ่ จากการอย่ใู นโลกยุคดิจิตอล
2.เรามีธรรมชาต+ิ ภูมิปญั ญาท้องถ่นิ เป็นทุนเดิม มีวถิ ีชุมชนอันเป็นเสน่ห
3.เรามเี ครือข่าย มีภาคี
4.เรามสี ินคา้ ตวั เอกท่ีเรยี กแขกมาติดใจซอื้ ซ้าบอกตอ่ และจะมแี ฟนคลบั ใหเ้ ราขายสินคา้ ตวั เอกตวั รอง
ตวั ใหม่ และของดีดจี ากเครือขา่ ยมาขาย เรียกวา่ เรามแี ผนท่ี จะมี brand ทีด่ แี ล้ว
จะเห็นวา่ มอี ะไรใหเ้ ราทาไดอ้ ีกมากมาย เหมือนท่องไปในป่าใหญ่ทส่ี มบูรณ์การมี "แผนที่" สาหรบั การ
เดนิ ทางไปในโลกการทามาหากินยคุ ใหม่แบบ "ตามองดาวเทา้ ตดิ ดนิ " คืออยู่กบั จุดแข็งของบ้านนอกและรู้จกั
นาปัญญาสากลมาเปน็ เครื่องมอื จะช่วยใหเ้ ราบรรลุเป้าหมายที่ดขี น้ึ ๆเป็นลาดับๆ แผนทีท่ ี่กล่าวนกี้ ค็ ือ
Business Model หรือแบบจาลองทาง ธรุ กิจ 9 ข้อ นั่นเอง
วนั นี้เรามาชวนยักษใ์ จดีอีกตนหน่งึ เข้ามาอยูใ่ นตะเกียงวเิ ศษกนั ครับยักษต์ นทส่ี องน้ี ใจดีเช่นกันมาลงมือจับ
ยักษ์ตัวที่ 2 ใสต่ ะเกยี ง ตาราง 9 ขอ้ กันครับ
ข้อคิดชวนคุย 10
เรามีของดี ท่ีทาใหค้ นอ่ืนรวย
สินคา้ และบรกิ าร ท่ีมีจาหนา่ ยในโลกนี้ ลว้ นแตม่ ีจดุ ตงั้ ตน้ มาจาก ดนิ นา้ ฟ้า อากาศ ทงั้ สนิ้
หรอื จะกล่าววา่ ธรรมชาตเิ ป็นแหลง่ กาเนิดของกิน ของใช้ สนิ คา้ และบรกิ ารทงั้ มวลก็นา่ จะกลา่ วไดใ้ ครท่ี
สามารถนาไปดดั แปลงใชไ้ ดม้ ากกวา่ มีประสิทธิภาพกวา่ ก็ไดป้ ระโยชนม์ ากกวา่ บา้ นนอก คือ ท่ีท่ีมี
แหลง่ กาเนดิ ของของกินของใชส้ นิ คา้ และบรกิ ารมากท่ีสดุ ของประเทศ ก็คอื คนบา้ นนอกมีแหลง่ กาเนิด
สนิ คา้ และบรกิ าร หรือ ธรรมชาติ มหาศาลอยใู่ นมือ สว่ นนกั ธุรกิจมีแหลง่ กาเนิดของกินของใชน้ อ้ ยกวา่ คน
บา้ นนอกมาก แตม่ ีความสามารถในการดงึ ดดู และดดั แปลงแหลง่ กาเนิดของกินของใชไ้ ปเป็นสนิ คา้ และ
บรกิ ารไดเ้ กง่ กวา่ จงึ ร่าจงึ รวยกวา่ & ดว้ ยการรูจ้ กั ใช้ แหล่งกาเนิดของกินของใชท้ ่ีคนบา้ นนอกมีนีไ้ ปหา
ประโยชนเ์ รามี เขาใชเ้ ป็น เขาไดป้ ระโยชน์ เราจงึ จนลงทกุ วนั "
วงจรเราเกิดมาพรอ้ มธรรมชาตริ อบตวั เราจงึ ไดเ้ รียนรูใ้ นการอยกู่ บั ธรรมชาติ และชาวบา้ นดว้ ยกนั
น่นั คือเรามีภมู ิปัญญาเฉพาะถ่ินตดิ ตวั มาตงั้ แตเ่ กิดเรามีของกินของใชจ้ ากการดดั แปลงธรรมชาตมิ าใช้
อยา่ งพอเพียง และถา้ มีมากเราก็ขายตามเทา่ ท่ีทาไดเ้ ราเก่งในการใชช้ ีวิตอยกู่ บั ธรรมชาติ ดว้ ยภมู ิปัญญา
เฉพาะถ่ินผปู้ ระกอบการในเมืองและนอกประเทศ ดงึ ดดู ธรรมชาติออกไปจากเรา นาไปดดั แปลงเป็น
สนิ คา้ และบรกิ ารดว้ ยปัญญาสมยั ใหม่ แลว้ สง่ กลบั มาขายเราในรูปสนิ คา้ และบรกิ ารท่ีทนั สมยั ในราคาท่ี สงู
กวา่ เทา่ กบั ความสามารถในการดดั แปลงดว้ ยปัญญาสมยั ใหม่ มีราคาคา่ งวดสงู กวา่ ราคาของ
แหลง่ กาเนิดสินคา้ ท่ีถกู ดดั แปลงเบอื้ งตน้ ดว้ ยปัญญาเฉพาะถ่ินของชาวบา้ นหลายเท่า
เรา ธรรมชาต+ิ ปัญญาเฉพาะถ่ิน +แรงกาย ⇨ วตั ถดุ ิบธุรกิจเอกชน
วตั ถดุ บิ =>สินคา้ และบรกิ าร เทา่ กบั
เราเป็นผซู้ ือ้ ของกินของใชท้ ่ีเราเป็นผทู้ าวตั ถดุ ิบ มาใชใ้ นรูปของสนิ คา้ และบรกิ ารในราคาท่ีสงู สว่ นตา่ ง
ราคาสินคา้ ดว้ ย ธรรมชาต+ิ ภมู ปิ ัญญา+แรงงานเรา เทา่ กบั กาไรของผปู้ ระกอบการภายนอก
กลบั กนั ถา้ วนั นี้ เรามีแผนธุรกิจท่ีมีประสทิ ธิภาพ 9 ขอ้ 5 ชอ่ ง ท่ีสามารถใชท้ งั้ ภมู ปิ ัญญาเฉพาะถ่ิน
ดดั แปลงแหลง่ กาเนิดสนิ คา้ และบรกิ ารท่ีอยขู่ า้ งตวั เราอย่างมีปัญญาสากล ผ่านมือถือ และภาคี (ทนุ ขอ้ ท่ี 8
) มาเป็นเคร่อื งมือเรานา่ จะพลิกฟื้นคนื ชีวิตท่ีผาสกุ ใหค้ รอบครวั และชมุ ชนเราไดด้ ีขนึ้ ไหม
เปา้ หมายชุมชนเขม้ แขง็ อนั เนื่องจากสามารถจัดการตนเองได้ อย่างครอบคลุม จะนามาซึ่งความ
ผาสกุ รว่ มกนั ถึงรนุ่ ลกู รุ่นหลาน คือความฝันที่อยู่ในใจของพวกเรานน่ี ่าจะเปน็ โจทยใ์ นใจท่ีเราตอ้ งการจะพากนั
ไปให้ถึงถ้ากอดคอกันไปยง่ิ เดินย่งิ ใกล้ ก็เรยี กไดว้ ่า ย่งิ ลงมือทายงิ่ "ตอบโจทย์ตอบใจ"
ชุมชนจะจดั การตนเองได้ คนจติ สาธารณะ ประมาณ 5 % ในแต่ละชุมชนต้องจัดการตนเองได้ก่อน
การจดั การปากท้องหรือการทามาหากินทามาคา้ ขาย จงึ เป็น กระดมุ เม็ดแรกหลักสตู ร 6 วัน ท่ีเรยี ก 9 ข้อ 5
ชอ่ ง จงึ เรม่ิ ท่ี จากมวยวัดให้เริ่มเป็นมวยอาชีพถา้ ผูเ้ ขา้ เรียน สามารถจับยกั ษ์ใสต่ ะเกยี งวิเศษได้ใน 6 วนั นี้
จงึ ถอื ได้วา่ ผู้เรยี นไดก้ า้ วข้ามเสน้ จากมวยวดั เป็นมวยอาชีพแล้ว สว่ นเมอ่ื ขา้ มเสน้ แลว้ จะไปต่อได้ไกลแค่ไหน
กข็ น้ึ กบั การลงมือปฏบิ ตั ิตามที่ได้เรยี นรู้
เท่ากบั วา่ การจับยักษใ์ ส่ตะเกียง เปน็ แผนดาเนินงาน 5 ชอ่ งหนึง่ แผน่ และแบบจาลองธุรกิจ 9 ข้อ อีก
1 แผน่ เปน็ จุด start ของการเป็นมวยอาชีพ
9 ขอ้ 5 ช่อง เปรยี บเหมือนพาหนะ เมื่อเราขบั พาหนะน้ีไป ประสบการณ์ก็เพิ่มขน้ึ เป็นเงาตามตวั
ในประสบการณ์ที่เพ่ิมขึ้นทุกขณะน้นั เม่ือเรานามากรอง จะพบ 2 สิง่ ผสมกันอยคู่ ือความคิดที่เพม่ิ ขึ้น และ
ทักษะที่เพ่มิ ข้ึนทกุ ขณะ
แตด่ ้วย 9 ข้อ 5 ช่อง เป็นเคร่ืองมือหรือพาหนะท่ีช่วยให้เราคดิ อย่างเปน็ ระบบ และทาอย่างเปน็ ระบบ
ทง้ั ความคิดและทักษะจงึ เป็นระบบตามไปด้วยเรียกวา่ ชดุ ความคดิ และชดุ ประสบการณเ์ รยี กสน้ั ๆวา่ ชุดคิด
ชุดประสบการณ์ mindset และskillset
ดงั นัน้ การที่ผู้เรียนไม่ว่าจะเรียนสงู เรยี นต่าแค่ไหน สามารถจับยักษ์ใส่ตะเกียงได้ พรอ้ มกันในการ
เรยี นวันที่ 4 และ 5 จงึ นับวา่ ได้เร่มิ ต้นพรอ้ มกันท่ีจุด start น้ี ตาสตี าสา อาจารย์ นายพล คนเก่งธุรกิจ ก็ลว้ น
เรม่ิ start จากจดุ นี้ดว้ ยกนั ทัง้ สิ้น
หลังจากนั้นใครสะสม ประสบการณ์ อะไรมาก่อน กเ็ ทา่ กบั มเี ชือ้ เพลิงที่สะสมสาหรบั การพงุ่ ไป
ข้างหนา้ หรือเดนิ ไปข้างหนา้ อนั น้กี ็ เปน็ ไปตามจริงของแต่ละคนที่สะสมมาดังได้กล่าวไวแ้ ล้ววา่ ใน
ประสบการณ์นั้น มคี วามคิดและทกั ษะผสมกนั อยู่ การจบั ยักษ์ใสต่ ะเกียงได้ ความคิด และประสบการณท์ ่ีเคย
สะเปะสะปะ ก็เรม่ิ ปรับเป็น ชุดคดิ ชุดทกั ษะ ชุดคิด( mindset)ชุดทกั ษะ(skillset)หลงั เส้นstartนีก้ จ็ ะล่มุ ลกึ
ชดั เจนแตกต่างกนั ไปตามจรงิ ที่สะสมมา
ดงั น้ัน เม่อื พน้ จดุ start เราจึงเรว็ ลึกไม่เทา่ กนั เช่น ตาสีตาสา เก่งข้อ 7 จงึ เร็วและลกึ ด้านนี้ กว่า ครู
บาอาจารย์ พ่อค้าพ่อขายขณะเดยี วกันครูบาอาจารย์พอ่ คา้ พอ่ ขาย ก็จะเรว็ ลึกทุนข้อ 8 และ 9 ณ จดุ start นี้
เราหันหน้ามุง่ สู่ธง ชมุ ชนจดั การตนเอง
เสน้ ทางนี้ ตาสตี าสา หรอื คนจติ สาธารณะ 5 %จากชมุ ชนจงึ เชีย่ วชาญถนดั จดั เจนเรยี กว่าเสน้ ทางทนุ ข้อท่ี 7
กว่า จงึ เป็นตวั ตั้ง
ส่วนครูบาอาจารณ์ ปัญญาชนพ่อคา้ พ่อขาย ทีเ่ ช่ียวชาญถนัดจัดเจน ถนนอกี เสน้ ทางหน่ึงที่เรียกวา่
เสน้ ทางทุนข้อท่ี 8 เม่ือมีจติ อาสาย้ายมาร่วมเสน้ ทางท่มี ่งุ สู่ การสนบั สนนุ ใหต้ าสีตาสาจดั การตนเองได้ ซึ่งเปน็
ทางเสน้ ที่ 7 ทต่ี นเองไมค่ ุ้นชนิ ไมถ่ นัด เหมือนเส้นท่ี 8 ถ้า มานาทาง กน็ า่ จะพาหลงไปเดินบนถนนเส้นทางที่
ขอ้ 8 ถนดั ถา้ หลงไปเชน่ น้ี ชุมชนจะถกู จดั การเชน่ เดิม จงึ ไม่ใชช่ มุ ชนจดั การตนเอง ตามธงทเ่ี ราต้งั ไว้
ดงั นนั้ หนทางทด่ี สี ชู่ ุมชนจัดการตนเองจึงควรให้ ตาสีตาสานาไป บนเสน้ ทางสายที่ 7 แล้วทนุ ข้อที่ 8
เดินตามไปเปน็ เพ่ือนคอยเตมิ เต็ม
ความผาสกุ ร่วมกนั อนั เร่ิมและเกิดจากตาสตี าสาจติ สาธารณะ 5%ท่ีไดป้ ลดปลอ่ ยตนเองจนสามารถนา
พลังแฝงของตนและจุดแขง็ ของบ้านนอกมาก่อใหเ้ กิดความผาสุกตน้ ทางได้ โดยมีกัลยาณมิตรทุนข้อ 8 คอยเตมิ
เต็มอยา่ งถูกเรื่องถกู ท่ีถูกทาง หรอื ถกู จริตถกู บรบิ ท จงึ จะเกิดขน้ึ และขยายตวั สู่ ชมุ ชนจัดการตนเอง ด้วย แผน
เครอื ข่ายcBMC ระดับตาบลท่ีเรียกว่า TBMC ต่อไป
ทุน 7 เปน็ ตัวตงั้ ทุน 8 เป็นตัวเติม ทุน 9 เปน็ ตัวเสรมิ ชมุ ชนจะเขม้ แข็งจดั การตนเองได้
ขอ้ คดิ ชวนคุย 11
ความสาเรจ็ ความไม่สาเร็จ
ความสาเร็จ มกั เกดิ จากปัจจัยสาคัญ 3 ประการ
1.คดิ ดี
2.มฝี มี ือ
3.มีเครอ่ื งมือทด่ี ี
คิดดี หมายถงึ การมรี ะบบคิด กระบวนการคดิ หรอื วธิ ตี ดิ คดิ ทีม่ ปี ระสิทธิภาพ ท่นี ิยมเรียกกนั ว่า
Growth mindset คาวา่ mindset นา่ จะหมายถึง "ทศั นคติ วิธีคดิ และความเชือ่ ของคนแตล่ ะคน ที่ส่งผล
โดยตรงตอ่ พฤตกิ รรมและการตัดสนิ ใจของคนผ้นู ัน้ " แบ่งใหญ่ๆเป็น 2 แบบ แบบ Growth Mindset คอื
กระบวนการคดิ ที่ม่งุ ไปข้างหนา้ ไมว่ า่ จะเผชญิ กบั เรื่องบวกหรอื ลบFixed mindset คอื กระบวนการคิดแบบ
กลวั การเปลีย่ นแปลงผู้ทป่ี ระสบความสาเรจ็ ส่วนใหญ่ มกี ระบวนการคิด แบบมุ่งหนา้ ท้าทายยอมรับการ
เปล่ียนแปลงมีฝมี อื (ภาษาอังกฤษใช้คาว่า skillset) คือเป็นผูท้ ีม่ ีการฝกึ ฝนทักษะจนชานาญเช่ียวชาญ มี
เครื่องมือดี (toolset)คนทม่ี ีทัศนคติ ความเชื่อ กระบวนคิดท่มี ุ่งหนา้ ทา้ ทายการเปล่ยี นแปลง มที กั ษะความ
ชานาญในสงิ่ ทีท่ า มีเคร่ืองมือทสี่ อดคล้องและมีประสทิ ธภิ าพ ย่อมกา้ วสู่ความสาเร็จได้สงู Cbmc เป็น
เครอ่ื งมือ(toolset)ท่จี ะช่วยใหช้ าวบา้ นเพ่มิ ความสามารถในการทามาหากนิ ทามาค้าขายแบบใชเ้ งนิ น้อย ขาย
สินคา้ ราคาดี มีคณุ ภาพลูกค้าติดใจซ้ือซ้าบอกต่อกระบวนการเรียนรู้ cbmc 6 วนั เป็นกระบวนการ ใหผ้ ูเ้ รยี น
ปรับกระบวนการคดิ (mindset) จากมวยวัดเป็นมวยอาชีพด้วยตนเอง จากการส่องกระจก 4 บาน ส่วนskillset
หรือชดุ ทกั ษะ ในการทามาหากินทามาค้าขายของผ้เู รยี นแต่ละคน แต่ละคน ตา่ งก็มที ักษะเดมิ อยูช่ ุดหนงึ่ เชน่
เคยคา้ ขายแบบมวยวัด แต่เมื่อมาใชเ้ ครื่องมือ cbmc ชดุ ทกั ษะเดมิ กจ็ ะถูกต่อยอดเปน็ ทักษะแบบมวยอาชพี
เชน่ การใชต้ าราง 5 ชอ่ ง (แผนดาเนินงาน)ซ่งึ เปน็ ทกั ษะชุดใหม่แตส่ ามารถตอ่ ยอดจากชุดทักษะเดิมได้โดย
ทกั ษะเดมิ บางสว่ นอาจ หรอื บางส่วนตอ้ งถอดทิ้ง
ดังน้นั จะสาเรจ็ หรือไม่ อยทู่ ีท่ ่านจะถอดรี้อ mindset เดิม แล้วประกอบกลบั ใหม่ด้วย 9 ข้อ 5 ชอ่ งได้
หรอื ไม่ ถา้ ใช่ ทา่ นก็เพียงลงมือตามตาราง ท้ัง 9 ข้อ 5 ชอ่ ง ทา่ นทามากบั มือ กน็ ่าจะบรรลเุ ป้าหมายตามท่ีตง้ั
ไวส้ ว่ นปจั จยั ที่มักจะทาให้ไมเ่ กิดความสาเร็จน่าจะได้แก่ ความขเี้ กยี จ ผลดั วันประกนั พรุ่ง ทอ้ กลวั การ
เปลี่ยนแปลง
ขอ้ คิดชวนคุย 12
จับยกั ษใ์ สต่ ะเกียงไดแ้ ลว้ เกิดอะไร
ชุมชนเขม้ แข็งอันเน่ืองจากสามารถจัดการตนเองได้ อยา่ งครอบคลุม จะนามาซ่ึงความผาสกุ ร่วมกัน
ถึงรนุ่ ลกู รนุ่ หลาน คือ ความฝันที่อยู่ในใจของพวกเราร่วมกันนีน่ ่าจะเปน็ โจทยใ์ นใจหรือเป้าหมายทีเ่ ราต้องการ
จะพากันไปให้ถึงถ้ากอดคอกันไป ย่งิ เดินย่งิ ใกล้ก็เรยี กไดว้ ่า ย่งิ ลงมือทาย่ิงเหน็ ผล
'ตอบโจทย์ตอบใจ'
ชมุ ชนจะจดั การตนเองได้
คนจิตสาธารณะ ประมาณ 5 % ในแต่ละชมุ ชน
ตอ้ งจัดการตนเองได้กอ่ นการจัดการปากท้องหรือการทามาหากินทามาคา้ ขาย จงึ เป็นกระดุมเม็ดแรก
หลกั สูตร 6 วนั ทเ่ี รยี ก 9 ขอ้ 5 ช่องจึงเร่มิ จากมวยวดั ให้เร่ิมเปน็ มวยอาชีพถา้ ผ้เู ข้าเรยี น สามารถจบั ยักษใ์ ส่
ตะเกียงวเิ ศษไดใ้ น 6 วนั นี้ จงึ ถอื ได้ว่า ผู้เรียนได้ก้าวข้ามเส้นจากมวยวดั เปน็ มวยอาชีพแลว้ สว่ นเม่อื ข้ามเส้น
แลว้ จะไปตอ่ ได้ไกลแคไ่ หน ก็ขน้ึ กบั การลงมอื ปฏบิ ัติตามที่ไดเ้ รียนรูข้ องแต่ละคนเท่ากับว่า การจบั ยักษ์ใส่
ตะเกียงได้เปน็ แผนดาเนินงาน 5 ช่องหนึง่ แผน่ (operation plan) และแบบจาลองธุรกิจ 9 ข้อ อีก 1 แผน่
(business model) เป็นจุด start ของการเป็นมวยอาชีพ 9 ขอ้ 5 ชอ่ ง เปรยี บเหมอื นพาหนะ ขณะขับพาหนะ
น้ีไป ประสบการณ์ก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตวั ในประสบการณท์ ี่เพ่มิ ขน้ึ ทกุ ขณะน้นั เมื่อเรานามากรอง จะพบ 2
ส่งิ ผสมกันอยูค่ ือความคิดที่เพิ่มขน้ึ และทกั ษะทเี่ พ่มิ ขึ้นทุกขณะ
แต่ดว้ ย 9 ขอ้ 5 ช่อง เปน็ เครื่องมือหรอื พาหนะท่ชี ่วยให้เราคดิ อย่างเป็นระบบ และทาอย่างเปน็ ระบบ
ทั้งความคิดและทกั ษะจงึ เป็นระบบตามไปดว้ ยเรยี กว่า ชุดความคิด และชุดทักษะเรียกสน้ั ๆวา่ ชุดคิดชุดทกั ษะ
mindset และskillset ดังนน้ั การทผี่ เู้ รียนไม่ว่าพืน้ ฐานก่อนเรยี นจะเรยี นสูงเรยี นต่าแคไ่ หน ถา้ สามารถจับ
ยักษใ์ ส่ตะเกยี งได้พรอ้ มกนั ในการเรียนวันท่ี 4 และ 5 ก็นับวา่ ไดเ้ ร่มิ ตน้ พร้อมกันทจี่ ุด start น้ี ทงั้ ส้ิน ตาสตี า
สา อาจารย์ นายพล คนเกง่ ธรุ กจิ กล็ ว้ นเร่ิมstart จากจุดนี้ดว้ ยกันท้ังสนิ้
หลังจากนั้นใครสะสม ประสบการณ์ อะไรมากน้อย มากอ่ นหนา้ น้ี ก็เท่ากับมีเชอื้ เพลงิ ทีส่ ะสมสาหรับ
การพงุ่ ไปข้างหนา้ หรอื เดนิ ไปขา้ งหนา้ ก็อาจต่างกนั ไป อนั นก้ี เ็ ป็นไปตามจริงของแตล่ ะคนทส่ี ะสมมาดังได้
กล่าวไวแ้ ล้ววา่ ในประสบการณน์ ้ัน มคี วามคิดและทักษะผสมกันอยู่การจับยักษ์ใส่ตะเกียงได้ ความคดิ และ
ประสบการณ์ที่เคยสะเปะสะปะ ก็เริม่ ปรับเปน็ ชดุ คิด ชุดทักษะ ชุดคิด( mindset) ชุดทักษะ(skillset) หลัง
เสน้ startนกี้ ็จะลุ่มลึกชัดเจนแตกต่างกันไปตามจรงิ ท่ีแต่ละคนสะสมมา
ดงั นนั้ เมื่อพน้ จดุ start เราจึงเรว็ ลึกไมเ่ ท่ากนั เชน่ ตาสตี าสา เกง่ ข้อ 7 จึงเร็วและลึกด้านน้ี กว่าครบู า
อาจารย์ พ่อค้าพ่อขายขณะเดียวกนั ครูบาอาจารยพ์ ่อคา้ พ่อขาย กจ็ ะเรว็ ลึกทุนข้อ 8 และ 9
ณ จุดstart นีเ้ ราจึงกอดคอกัน หันหนา้ มุง่ สธู่ ง "ชมุ ชนจัดการตนเอง" บนถนนท่ชี ่ือว่า ทุนขอ้ ที่ 7
เสน้ ทางนี้ ตาสีตาสา หรอื คนจติ สาธารณะ 5 %จากชมุ ชนจึง เช่ียวชาญถนัดจดั เจนกว่า จงึ ตอ้ งใหต้ าสตี าสา
เป็นตัวตง้ั
ส่วนครบู าอาจารณ์ ปญั ญาชนพอ่ คา้ พ่อขาย ท่เี ชย่ี วชาญถนดั จัดเจน ถนนอกี เส้นทางหนง่ึ ท่ีเรยี กว่า
เสน้ ทางทนุ ข้อท่ี 8 เมอ่ื มจี ิตอาสามาร่วมเสน้ ทางท่ีมุ่งสู่ การสนับสนนุ ใหต้ าสตี าสาจัดการตนเองได้ ในเสน้ ทาง
สายท่ี 7 ท่ตี นเองไม่คุ้นชนิ ไม่ถนัดถ้าคนถนดั เส้นทางสายที่ 8 มานาทาง ถนนสายที่ 7 ก็น่าจะพา หลงวน
กลับไปเดนิ บนถนนเสน้ ทางที่ข้อ 8 ถา้ หลงไปเชน่ นี้ ชมุ ชนจะถูกจัดการเช่นเดิม จงึ ไม่ใช่ชุมชนจัดการตนเอง
ตามธงท่ีเราต้ังไว้
ดังน้ันหนทางท่ีดสี ู่ชมุ ชนจดั การตนเองหรอื เส้นทางสายทนุ ข้อท่ี 7 จงึ ควรให้ ตาสตี าสานาไปแล้วทนุ
ข้อท่ี 8 เดนิ ตามไปเปน็ เพื่อนคอยเติมเต็มความผาสกุ รว่ มกันอนั เรม่ิ และเกิดจากตาสีตาสาจติ สาธารณะ
จานวน 5%ท่ไี ดป้ ลดปล่อยตนเองจนสามารถนาพลงั แฝงของตนและจุดแข็งของบา้ นนอกมาก่อให้เกิดความ
ผาสกุ ตน้ ทางได้ โดยท่มี กี ัลยาณมิตรทุนขอ้ 8 คอยเติมเตม็ อย่างถูกเร่ืองถูกท่ีถูกทาง หรอื ถกู จรติ ถูกบรบิ ท ก็จะ
เกิดขนึ้ และขยายตัวจากการจัดการตนเองได้ของแกนนา cbmc 5% ในพื้นทนี่ ้ันๆ ขยายสู่ชมุ ชนจัดการตนเอง
ต่อไปชุมชนจดั การตนเอง จึงเกิดได้จาก คนจิตสาธารณะ 5% ท่ีมชี ดุ คดิ ชุดทกั ษะ 9 ข้อ 5 ชอ่ ง มาจับมือกนั
เปน็ เครอื ขา่ ยในชมุ ชนนนั้ ๆ แล้วมาสุมหัวกัน ร่วมกนั ทาแผน 9 ข้อ 5 ช่องสาหรับพัฒนากลุม่ หรือชุมชนนั้น
โดยเลือกจดั ใหก้ ับคนท่ีสนใจทีจ่ ะเปลี่ยนแปลงตนเอง เปล่ียนจากท่เี คยเห็นแกนนา เคยเป็นมวยวัดแตไ่ ด้มวย
อาชีพ ลดรายจา่ ย เพ่ิมรายได้ ขยายกิจการได้จรงิ คนที่ใส่ใจเปลี่ยนแปลงนี้ จะมปี ระมาณ 10-20 % ในแตล่ ะ
กลุ่มชมุ ชนนัน้ ๆ แผนเครือข่ายของชาว CBMC ในระดบั ตาบลนเี้ รยี กว่า TBMC ซ่ึงจะเป็นหลกั สูตรทจ่ี ะเปิดให้
เรียนในลาดับตอ่ ไปถนนสายที่มุ่งสู่ ความผาสุกรว่ มกนั จนถงึ รุ่นลกู รุ่นหลาน ( sustainable development
goals)น่ีคอื ถนนที่ตอบโจทยต์ อบใจพวกเราเส้นทางนนั่ คอื
ทนุ 7 เปน็ ตัวตงั้ ทุน 8 เปน็ ตัวเตมิ ทนุ 9 เปน็ ตัวเสรมิ ชุมชนก็จะค่อยๆ เข้มแข็งจัดการตนเองไดต้ าม
ฝัน
กำรบ้ำน
ขอ้ ที่ 5
วธิ ีการทาตาราง 9 ขอ้
อา่ นทบทวน การบ้านของทา่ นแต่ละข้อแลว้ คิดให้คมชดั ลกึ แล้วเขียนส้นั ๆได้ใจความครอบคลุม ลง
ในตาราง 9 ข้อ ทท่ี ีมงานพี่เลย้ี งเตรียมไว้
เชน่ ข้อท่ี 1 เสน่ห์สนิ คา้ ใหท้ ่านคิด ประโยคหรือวลสี น้ั ๆ ท่ีคนอ่านปบุ๊ รูป้ ับ๊ ว่า นแี่ หละเสนห่ ส์ นิ ค้า
ของเรา เช่น หิวเมอ่ื ไรก็แวะมา เราจะนึกถึง 7-11 ความสขุ ที่ดม่ื ได้ จะนึกถึงเบยี ร์ยห่ี ้อหนึง่ รเี จนซบ่ี ร่ันดีไทย
จะนึกถึง บรั่นดีไทยยหี่ ้อหนง่ึ ทุเรยี นภเู ขาไฟ ค้มุ คา่ ..ทกุ นาที...ดูทวี ี ชอ่ งไหนครับ ฯลฯ
สรา้ งคาสั้นๆกระชับจับใสล่ งในตารางข้อท่ี 1
สว่ น ชอ่ งที่ 7 8 และ 9 ใหน้ าทนุ ทใ่ี ชจ้ ากตาราง ชอ่ งที่ 5 ซง่ึ
ข้อ 7 คอื ทุนทาเอง
ขอ้ 8 คือ ทุนร่วมมือภาคี
ขอ้ 9 คอื ทุนเงนิ
่่ ⇨ โดยรวบรวมกิจกรรมทีเ่ ป็นเลข 7 ท้ังหมดมาใสช่ ่องตารางนี้
⇨ รวบรวมกจิ กรรมที่เปน็ เลข 8 ท้ังหมดมาใสช่ อ่ งตาราง "ร่วมมือภาคี" พร้อมชือ่ ย่อ หน่วยงาน
⇨ ดูเลข 9 รวบรวมกิจกรรมและตวั เงินท่ีใชท้ ั้งหมด มาใส่ช่องตาราง "ใช้เงินลงทุน"
ทา่ นกจ็ ะเหน็
1.กิจกรรมทง้ั หมดท่ีเราทาเอง
2.กจิ กรรมท่ตี ้องร่วมมือกับหน่วยงาน และรว่ มมอื กับหนว่ ยงานไหนบ้าง
3.ใช้ตงั คท์ ั้งหมดเทา่ ไร
น่ีคอื การบริหารทนุ เพื่อลดรายจ่าย ใชเ้ งินน้อย คือจุดเด่นทามาหากินทามาคา้ ขายแบบ 9 ขอ้ 5 ชอ่ ง
ใช้เงินนอ้ ย ความเสย่ี งก็น้อย ใช้เงนิ น้อย เรากข็ ายของคุณภาพดี ราคาสู้คู่แขง่ ได้ ของดรี าคาถูกใจ บรกิ าร
ประทบั ใจ เรากจ็ ะมี แฟนคลับ หรือลกู คา้ ประจาที่ติดใจ ซื้อซา้ บอกต่อ เม่อื มีแฟนคลับเรากข็ ายไดต้ ลอด ขาย
สนิ คา้ รองได้ ขายสินคา้ ตวั ใหมถ่ ูกใจลูกค้าได้ ขายสินค้าดดี ีของเพอื่ นได้ แบบน้ีแหละ "ขายน้อยได้มาก" แบบนี้
แหละ ความผาสุกของครอบครวั ชุมชนบา้ นนอกเราจะอย่คู ู่ลูกคหู่ ลาน แบบน้แี หละท่ี เรียกวา่ ธรุ กจิ เพือ่ ชมุ ชน
ลงตารางเสร็จ ท่านก็จะได้ Community Business Model Canvas cbmc คล้ายๆได้โฉนด หรอื
แผนท่ี บอกขอบเขต ขนาดของกิจการของเรา ใช้สาหรับกากบั ทิศทางการทามาหากนิ ทามาค้าขายของเรา ให้
ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายกิจการไดจ้ รงิ
ไมต่ ้องหลงทางเข้าสู่วงจรอุบาท ขายมากได้เงนิ น้อย มีของแตข่ ายไมไ่ ด้ เหนื่อยแทบตายได้หนี้ท่วมตวั
การไดต้ าราง 9 ข้อและตาราง 5 ช่องกเ็ หมือนวา่ ท่านไดส้ ร้างตะเกียงวิเศษท่ีมยี ักษใ์ จดีแอบอยู่ใน
ตะเกียง คอยชว่ ยท่านทามาหากินทามาคา้ ขายแบบมืออาชพี ได้ด้วยตัวท่านเอง นัน่ เอง แบบนแี้ หละทแ่ี ผน
ธุรกจิ เพือ่ ชมุ ชน 9 ข้อ 5 ชอ่ ง ชว่ ยใหบ้ ้านนอกยังคงเปน็ สวรรค์บนดนิ ได้ต่อไป เรามาสรา้ งตะเกยี งวิเศษต่อจาก
เมอ่ื วานกันเถอะ
ข้อสอบ มี 3 ข้อ
ใหท้ า่ นตอบจากใจ♥ ตรงไปตรงมา เขียนออกมาใหม้ ากท่ีสดุ ไมม่ ีถกู ไมม่ ีผดิ
ช่ือ. เบญจมาศ ใจพรม
หอ้ ง. 10
ขอ้ ท่ี 1
ทา่ นรูส้ กึ ไดอ้ ะไรจากการเรยี น 5 วนั ท่ีผา่ นมาบา้ ง (?)
ตอบ :
- ไดม้ ิตรภาพ เครือขา่ ย ไดก้ าลงั ใจ มองเห็นแนวทางการพฒั นาท่ีสามารถเกิดไดจั รงิ และรูส้ กึ
อยา่ งไรหลงั จบั ยกั ษใ์ ส่ตะเกียงวเิ ศษไดแ้ ลว้
- ไดแ้ ยกแยะ ลาดบั ขนั้ ตอน ใหเ้ ป็นภาพท่ีชดั เจนขนึ้
ขอ้ ท่ี 2
ทา่ นรูส้ กึ อยา่ งไรกบั การคา้ ขายแบบ มีแฟนคลบั (เอ๊ะ)
ตอบ : ลกู คา้ /แฟนคลบั คอื ตวั ชีว้ ดั สนิ คา้ เราได้
ซง่ึ เป็นผลดกี บั สนิ คา้ ของเราถา้ ดีจรงิ ก็บอกตอ่ ซือ้ ซา้
เป็นการขยายตลาดไดท้ างหน่งึ
ขอ้ ท่ี 3
อา่ นบรรยาย
โลกกาลงั ใสใจการพฒั นาเศรษฐกิจแนวใหมไ่ ดแ้ ก่
เศรษฐกิจชีวภาพ Bioeconomy (B)
คือ การตอ่ ยอดทรพั ยากรพืช และสตั วด์ ว้ ยเทคโนโลยีท่ีชว่ ยใหเ้ กิดการพฒั นาผลผลิตทางการเกษตรใหม้ ี
มลู คา่ สงู ขนึ้
เศรษฐกิจหมนุ เวียน Circular Economy (C)
คือ การใชท้ รพั ยากรใหเ้ กิดความคมุ้ คา่ มากท่ีสดุ มีการหมนุ เวียนใชซ้ า้ นากลบั มาใชใ้ หม่ เพ่ือไมใ่ หเ้ กิดของ
เหลือทงิ้ ไมเ่ กิดขยะทกุ กระบวนการ ลดปรมิ าณของเสียใหเ้ ป็นศนู ย์
เศรษฐกิจสีเขียว Green Economy (G)
คอื การพฒั นาเศรษฐกิจท่ีไมไ่ ดส้ นใจเพียงรายไดเ้ ท่านนั้ แต่ ยงั ตอ้ งใสใ่ จส่ิงแวดลอ้ ม มลพษิ และความ
ย่งั ยืน อาทิ การไมใ่ ชส้ ารเคมี
เรียกยอ่ ๆรวมกนั วา่ BCG
BCG เป็นแนวทางการพฒั นาท่ีสอดรบั กบั เปา้ หมายการพฒั นาท่ีย่งั ยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ 5
เปา้ หมาย ไดแ้ ก่
การผลติ และบรโิ ภคท่ีย่งั ยืน
- การรบั มือการเปล่ียนแปลงสภาพภมู อิ ากาศ
- การอนรุ กั ษค์ วามหลากหลาย
- ความรว่ มมือการพฒั นาท่ีย่งั ยืน
- การลดความเหล่ีอมลา้
อีกทงั้ สอดรบั กบั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงซง่ึ เป็นหลกั สาคญั ของการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คม
ของประเทศไทย
BCG เป็นการเปล่ียนรูปแบบจากการ "ผลิตมากแตส่ รา้ งรายไดน้ อ้ ย (More for Less)"
ไปสกู่ ารผลิตท่ี "ผลิตสินคา้ นอ้ ย แตส่ รา้ งรายไดม้ าก (Less for More)"
ขอ้ สอบ 3
ทา่ นรูส้ กึ วา่ CBMC มีสว่ นคลา้ ยกบั BCG บา้ งหรอื ไม่ อยา่ งไร
ตอบ : CBMC และ BCG เป็นการนาทรพั ยากรท่ีมีมาหมนุ เวียนใช้ ใหเ้ กิดประโยชน์ โดยใหค้ วามสาคญั กบั
ความเป็นอยใู่ นสภาพเศรษฐกิจ สงั คม ส่ิงแวดลอ้ มก่อใหเ้ กิดการพฒั นาสคู่ วามย่งั ยืนในอนาคต
บรรยำย 1
เป้ำหมำย cbmc
ปลดปลอ่ ยพลังแฝงของคนและจุดแข็งของบ้านนอก เพ่ือเพิ่มแรงพฒั นาสู่ความผาสกุ ยั่งยืน
พลงั งานจรงิ = พลงั งานที่แสดงออกแล้ว + พลังงานทีย่ ังแฝงฝังอยู่พร้อมท่ีจะแสดงออก (ศักยภาพ)
พลงั แฝง คือ พลงั ท่สี ะสมอยใู่ นตวั เราและรอบๆตวั เราแต่เรายังไม่ได้นามาใช้
ทั้งแบบที่รตู้ วั ว่ามีพลังแฝงอยู่ในตัวและไม่รู้ตัววา่ มีอยู่
ขอ้ ความของคุณอดุ ร อุทยั บุรม ผู้เรียนcbmc ห้อง 3 อสี าน 25 พค.64 อาจช่วยใหเ้ ข้าใจคาว่า พลงั
แฝงได้ "ทุกสิ่งทุกอย่างมีอย่ใู นเนื้อในตัวเราแล้วครบั เป็นส่งิ ทเ่ี ราทาเป็นประจาเพียงแตเ่ รานึกไม่ถึง ไมเ่ คยไดส้ ่อื
ออกมา พอได้คดิ ได้เขียนได้อ่านของเพ่ือน มคี นคอยเสรมิ ให้ ดว้ ยกระบวนการกระจก 4 บาน เหมือนยืนอยู่
หน้ากระจก ถ้าไมม่ ีกระจกเราก็ไมร่ ู้ว่าเราสวยเราหล่อแค่ไหน ทาใหเ้ ราไดเ้ หน็ พลงั แฝงในความคดิ เราในตัวเรา
ทาใหเ้ รานาออกมาใช้ได้อีกมากมาย" ถา้ ย้อนนึกทบทวนตง้ั แต่เรยี นวันแรก จนถงึ วันนี้ ดีดี เป็นไปได้ไหมวา่
ตลอด6วนั แทบจะไมม่ ีอะไรเลยที่เราไมเ่ คยรมู้ ากอ่ นเพียงแตเ่ รายงั คดิ ไมถ่ ึง ยังไม่ได้จัดให้มนั เปน็ ระบบ การ
เรียน 6 วนั เปน็ การค่อยๆนาประสบการณเ์ ดมิ ของเรามาจดั เปน็ ระบบ จนออกมาอยู่ในตาราง 9 ขอ้ และ 5
ช่อง จบั ยกั ษ์ใสตะเกยี งวิเศษ
นน่ั แสดงวา่ พลังความคิดเรื่องการทามาค้าขายเดมิ ท่ีเราเคยทาแบบมวยวดั ก่อนมาเรยี น จึงไม่เท่ากับ
พลงั ทางความคดิ ท่ีเกิดขึน้ หลังเรียนจบ ทีเ่ ป็นแบบมวยอาชพี จากฟ้งุ ๆ สูย่ กั ษใ์ นตะเกยี งวิเศษ
มวยวดั +พลังแฝงที่ถูกปลดปล่อย = มวยอาชีพ
=กระบวนการกระจก 4 บานชว่ ยให้ทา่ นนาพลังแฝงออกมาใชไ้ ดแ้ ลว้ ส่วนหนง่ึ ในขั้น "ทาแผนได้ หรอื จับยักษ์
ใสต่ ะเกียงวิเศษ"
และเม่ือท่านลงมอื ทาตามแผน "ใช้เปน็ จนเหน็ ผล"ก็รดี พลงั แฝงในตัวทา่ นออกมาเป็นพลงั งานจรงิ ได้อกี หนึ่งขั้น
หรอื ปลกุ ให้ยกั ษอ์ อกมาทางานชว่ ยท่านได้น่นั เอง
⇨ จากมวยวัด+พลังแฝง "ทาแผนได"้ (1) +พลังแฝง"ใชเ้ ป็น"(2)+พลังแฝง"เหน็ ผล"(3)+......
จะเห็นวา่ พลงั งานแฝงในตวั ท่านได้ถูกปลดปล่อยเปน็ พลงั จรงิ เพม่ิ ขน้ึ เรือ่ ยๆๆๆด้วยเครื่องมือ 9 ขอ้ 5 ชอ่ งและ
ยังไดอ้ ีกอย่างไมม่ ที ีส่ น้ิ สุด
เม่ือกระจก 4 บาน ทาใหท้ ่านร้วู า่ ทา่ นมพี ลังแฝง และชว่ ยปลดปล่อยพลงั แฝงของท่านออกมาได้แลว้
ทา่ นก็จะพบวา่ รอบๆตวั ท่าน ที่เราเรยี กว่า"จดุ แขง็ ของบา้ นนอก" ก็มีพลงั แฝงอยู่มหาศาล ในรปู ของทุนทาเอง
ข้อ7 และทนุ ร่วมมือภาคีขอ้ 8เม่อื ท่านปลดปล่อยความคิดทเ่ี คยเปน็ พลังแฝงออกมาเป็นพลงั จริง พลงั จรงิ ของ
ทา่ นกไ็ ป
⇨ ปลดปลอ่ ยพลังแฝงของจุดแขง็ บา้ นนอกออกมาเปน็ ของกิน ของใช้ สินคา้ และบรกิ าร
⇨ ปลดปล่อยพลงั แฝงของมือถือที่เคยใช้แต่ ดหู นังเล่นเกมส์ มาเปน็ การชว่ ยคน้ ควา้ มาช่วย
ค้าขาย แทน
⇨ ปลดปล่อยโครงการของรัฐทีเ่ คยถูกเรียกเปรียบเปรยว่า"เป็นเหมือนอนุสาวรีย์ในหมบู่ ้าน" ใช้
งบประมาณแบบ ท้ิงๆขวา้ งๆ ไม่ถูกเรอื่ ง ไม่ถูกท่ี ไม่ถกู เวลา กจ็ ะถกู นามาใช้อย่าง ถูกเรื่อง ถกู ที่ ให้ถูกเวลา
ตามcbmc ขอ้ ที่ 8 กเ็ ป็นการนาอนสุ าวรยี ์การพฒั นา ฟน้ื กลับมาใช้ประโยชน์ใหเ้ กดิ มรรคเกิดผลได้ อย่าง
จรงิ จงั เปน็ ตน้
สรปุ cbmc 9 ขอ้ 5 ชอ่ ง ปลดปล่อยพลงั แฝงเราให้เราไปปลดปล่อยพลงั แฝงรอบตวั มาเป็นพลังจริงท่ี
สรา้ งสรรค์นนั่ เองแลว้ ทาไมพลงั แฝงขณะเปน็ มวยวัดจงึ ไมแ่ สดงออกมาได้มากเท่าตอนเร่ิมเปน็ มวยอาชีพวนั นี้
เหตุเกิดจากการ "ถกู กดทับทางสงั คม" ทาใหเ้ ราคดิ วา่ "เราไม่เกง่ เราทาไม่ได้ เราไมม่ ีโอกาสเหมือนเขาไม่มบี ญุ
วาสนา เราเรยี นน้อยฯลฯ" (อ่านเพมิ่ เติมในข้อติดชวนคยุ (1))
เราจึง "ยอมจานน" กลวั การเปลย่ี นแปลงท้อแท้ผลดั วันประกันพรุ่งขเ้ึ กียจขาดความมัน่ ใจทจี่ ะทาสิ่งท่ี'
ไม่คุ้นเคย' เรียกวา่ หลบอยู่ใน comfort zone จะทาเฉพาะทีค่ ุ้นเคยมน่ั ใจแสดงว่าพลังถูกแสดงออกมาแค่
เท่าที่ "มน่ั ใจ" แต่ยังมีพลังแฝงอกี มากมายท่ที า่ นทาได้แตไ่ ม่รู้วา่ ตนทาได้ จึงยงั ไม่ไดท้ า =ยงั มี พลังแฝงหรือ
ศกั ยภาพในตัวท่านและรอบๆตัวทา่ นอีกมากมายทยี่ งั ไม่ถูกปลดปล่อยนามาใชน้ ั่นเองยกั ษ์ในตะเกียงวเิ ศษชว่ ย
ทา่ นปลดปลอ่ ยพลงั แฝงเหล่านน้ั ได้Cbmc มุ่งปลดปล่อยพลังแฝงของคนจิตสาธารณะ เพอ่ื มงุ่ ให้คนจิต
สาธารณะ ปลดปล่อย
1.พลงั แฝงคนจิตสาธารณะรอบตวั
2.ปลดปลอ่ ยพลังแฝงของจุดแขง็ ความเป็นบ้านนอก ให้ออกมาเป็นพลังงานท่ีสร้างสรรค์เพอ่ื ความ
ผาสกุ ร่วมกันถงึ รุน่ ลกู ร่นุ หลาน
บรรยำย 2
บทความประกอบการบา้ น ข้อท่ี 4
กระบวนการพฒั นาที่มุ่งสคู่ วามย่ังยืนคนเป็นศูนยก์ ลางพน้ื ที่เป็นตัวตงั้ (Buttom up process) ปี พ.ศ. 2510 ดร.
ป๋วย อึง้ ภากรณ์ ได้รว่ มกับเพอื่ นนกั ธุรกิจ นักการเงนิ นกั การเมือง และเชือ้ พระวงศร์ ่วมกอ่ ต้งั มลู นธิ ิบรู ณะชนบทแหง่ ประเทศ
ไทย ซ่ึงถอื วา่ เปน็ โครงการพัฒนาชนบทแห่งแรกขององคก์ รพัฒนาเอกชน โดยไดแ้ นวคดิ จาก ดร. วาย เยน ท่มี ีแนวคิดวา่ การ
พฒั นาชนบทและการพฒั นาคณุ ภาพของคน จะเป็นรากฐานสาคัญของการพฒั นาประเทศ โดยการส่งเสริม การพง่ึ ตนเอง การ
ร่วมมอื กนั ของชาวบ้าน การศกึ ษา การอนามยั การอาชพี แนวทางของมลู นธิ บิ ูรณะชนบทฯ ในการทางานกับชาวบา้ นคือ "ไป
หาชาวบา้ น อยกู่ ับเขา เรยี นรจู้ ากเขา วางแผนกบั เขา ทางานกบั เขา เร่มิ จากสง่ิ ทเี่ ขารู้ สรา้ งจากส่ิงท่เี ขามี สอนโดยชี้ใหเ้ หน็
เรียนจากการทา
• ไม่ใช่เพื่ออวด แตเ่ พื่อเปน็ แบบแผน
• ไมใ่ ชส่ ิ่งละอนั พนั ละนอ้ ย แตเ่ ป็นระบบ
• ไม่ใช่ทาทีละอย่าง แตใ่ ชห้ ลกั ผสมผสาน
• ไมใ่ ชต่ ามใจ แตช่ ว่ ยให้เปลี่ยนแปลง
• ไม่ใช่โอบอุ้ม แต่ชว่ ยสร้างพลัง”
อ.ไพบลู ย์ วฒั นศริ ิธรรม อดตี รองนายกรมต.ไดร้ ว่ มก่อต้งั มลู นธิ บิ ูรณชนบทในสมัยนนั้ และไดส้ ืบสานตอ่ มา จนถงึ ปี
2543 ไดน้ าแนวทางดงั กลา่ วมาจดั ตั้งสถาบนั พฒั นาองค์กรชมุ ชนองคก์ ารมหาชน (พอช )และพอช.ก็ได้สานตอ่ แนวทางน้ี
เรอ่ื ยมา
ข้อคิดชวนคุยหลักสูตรพีเ่ ลี้ยง
่ทาไมต้องเรียนหลักสูตร นักจัดกระบวนการเรียนรู้ CBMC หรือ เรยี กวา่ หลักสตู รพเี่ ลี้ยง เปน็ การตอ่
ยอดหลักสตู ร cbmc online 6 วนั เพอื่ ให้ผู้ทส่ี นใจจะไปต่อ
ไปตอ่ คือ เขา้ ใจ เขา้ ถึง พฒั นา
เข้าใจ คือ ทาได้
เข้าถงึ คือใช้เปน็
พัฒนา คือ เห็นผล
Cbmc เป็นทงั้ การปรับ mindset (ชดุ ความคดิ ) เป็นท้ังชดุ เครือ่ งมือในการบรหิ ารจัดการ (toolset)
และต้องพัฒนาชุดทักษะ (skillset) ให้สอดรบั กับ การยกเครือ่ ง ชุดคดิ และ ชุดเคร่ืองมือขา้ งตน้ การพฒั นาชดุ
ทักษะ นี้ เราจะได้ยนิ บ่อยมากในยคุ น้ี คือคาว่า reskill และ upskill ทาไมได้ยนิ บ่อยก็เพราะ โลกทุกวันนี้
เปลีย่ นแปลงไวมากๆ ไวจน ถ้าใครตามไม่ทนั ก็จะเหมือนคนหลงทางแม้ mindset จะตามทัน แต่ toolset ไม่
สอดคลอ้ งก็ตามไมท่ ันอยู่ดแี ม้มี mimdset แบบ cbmc มี ชุดเครือ่ งมือ 9 ข้อ 5 ชอ่ ง แบบมียักษ์ใจดีอยใู่ น
ตะเกยี งวเิ ศษ แล้วก็ตาม หากขาด ชดุ ทักษะในการใช้ เคร่ืองมือ (skillset) ทีส่ อดคลอ้ ง ก็ยังคงหลงทางอยู่ดี
แตก่ ารได้มาของทักษะน้นั จะตา่ งกับการได้มาของ mindset และ toolset ท่ีวา่ ตา่ งกบั สองอย่างขา้ งต้นก็
เพราะว่า ทักษะน้ันเกิดจากการสะสมประสบการณ์ หรือการลงมอื ทาเช่นนักกีฬาทีเ่ กง่ ก็เกดิ จากการฝกึ ซ้อม
ชาว cbmc ท่ีเกง่ ย่อมต้องเกิดจากการลงมือ การได้ลงมือ "เป็นพ่เี ลย้ี ง" เป็นท้งั การ reskill คอื การปรับทักษะ
ชดุ ใหม่ทสี่ อดคลอ้ งกบั การพัฒนาแบบ "จัดการตนเอง"ดังทเี่ ราได้ความแปลกใหม่จากวิธกี ารเรยี น แผนธุรกิจ
cbmc 6 วนั ท่ีผ่านมา จะพบว่า 6 วัน เราต้องถอดรื้อ ความค้นุ ชินท่ีเราเคยเชื่อ เคยเข้าใจ เคยปฏบิ ตั ิ มาเกือบ
ทง้ั ชีวิตไม่ว่าจะเปน็ วิธีการเรยี น ทางกลุม่ line การใช้กระจก 4 บานสะท้อน ตัวเองไม่วา่ จะเปน็ การใชท้ นุ 3
แบบ คือ ข้อ 7 8 และ 9ไม่ว่าจะเป็นการเรยี นท่ตี วั เราเปน็ ศูนย์กลางการเรยี นแบบจรงิ จงั พเ่ี ลีย้ ง และครูใหญ่
เป็นแค่ สภาพแวดลอ้ มทเ่ี อท้อต่อการเรยี นรเู้ ทา่ นัน้ เป็นตน้ เหลา่ น้ี เป็นการ reskill หรือ ถอดร้ือประสบการเดิม
ทั้งส้ินแล้วเราก็ได้รับประสบการณ์ชุดใหมห่ รอื "ประกอบข้ึนใหม่" ชุดประสบการณ์ใหม่นต้ี ้องการยกระดับอีก
มากน่ันคือชุดประสบการณ์ การจดั กระบวนการเรียนรู้ท่สี อดรบั กบั การเอ้ือให้ ตรงจรติ ของผเู้ รยี นแตล่ ะคน
บนบรบิ ททเ่ี ป็นจริงของแตล่ ะคนการถอดร้ือ และประกอบใหม่ ท้ังชดุ คิด(mindset) ชุดเครื่องมือ(toolset)
โดยเฉพาะชดุ ประสบการณ์ (skillset) คอื คาเดยี วกับคาว่า disruption เราจะได้ยนิ คาว่า disruption นี้
บ่อยๆ แต่ เป็น technology disruptiom คอื การ ดสิ รัปช่ันทางเทคโนโลยี เช่น โทรศัพท์มอื ถือ disrupt
โทรศพั ทบ์ ้าน ฯลฯ ถา้ พจิ ารณา การเรียน 6 วนั ที่ผา่ นมาดีดี จะพบวา่ cbmc เป็น กระบวนการถอดร้ือ การ
ทามาหากินแบบมวยวดั และประกอบใหม่ให้ เราทามาหากินแบบมวยอาชีพ
ดังนัน้ การยกระดับทักษะ cbmc หรือภาษาธุรกจิ เรยี กว่า upskill จึงเปน็ ส่งิ จาเป็นสาหรับ ผทู้ ่ี
ต้องการไปต่อ เพ่ือใหไ้ ม่หลงทาง นั่นเองในการ upskill นี้ หนงึ่ ในเรือ่ งสาคัญคือ skill ในการทางานแบบ
เครอื ข่าย การเรยี น 6 วนั แตล่ ะท่านคงได้ กลั ยาณมติ ร และ ไดร้ ูแ้ ละ สัมผัสได้ว่า กลั ยาณมติ ร สาคัญต่อตวั
ทา่ นอยา่ งไร และ ขา้ งหน้า เครอื ขา่ ยกัลยาณมติ รจะย่ิงสาคัญในกา้ วตอ่ ไปข้างหนา้ ของท่านอยา่ งไร
หลักสตู รพเ่ี ลีย้ ง นา่ จะเป็นกญุ แจดอกสาคัญของทา่ นในการพากันไปสู่ความสาเร็จทจี่ ะผาสุกรว่ มกันถึงรุ่นลูกรุ่น
หลานไดห้ รือไม่ อยู่ท่ที ่านจะเลอื กเดิน
กำรบ้ำนขอ้ ท่ี 1
ชอ่ื เบญจมาศ ใจพรม
จงั หวัด เชียงใหม่
หอ้ ง 10
พเี่ ลย้ี งมีบทบาทต่อความสาเร็จในการเรียนของทา่ น 6 วัน 25 ก.พ.- 2 ม.ี ค.2565 ทผ่ี า่ นมาอย่างไร?
ตอบ : สิ่งที่ไดร้ ับจากพเ่ี ลี้ยงคือกาลังใจที่คอยส่งให้ แนะนาแนวทางสนบั สนนุ แชร์ประสบการณ์
ผลกั ดัน กระตนุ้ ใหเ้ กิดความอยากเรียนรู้ เพ่ือพฒั นาตนเอง
กำรบ้ำนขอ้ ที่ 2
ชื่อ เบญจมาศ ใจพรม.
จังหวัด เชยี งใหม่
หอ้ ง 10
"โครงการเชงิ พฒั นาจานวนไม่นอ้ ย ชาวบ้านทาตามท่โี ครงการบอกให้
ทาอะไรก็ทา
จบโครงการชาวบา้ นก็เลกิ ทา
หลงั จากน้ันชาวบ้านกห็ ันไปปฏิบัตติ ามรูปแบบเดิมที่ตนคุ้นเคย เหมือนไม่เคยมอี ะไรเกดิ ข้ึน
เทา่ กับว่าโครงการน้นั ไม่ได้กอ่ ผลเชงิ พฒั นาอยา่ งจริงจัง"
เคยมเี หตกุ ารณแ์ บบน้ีในหมบู่ ้าน หรือเคยพบในชุมชนของท่านหรือไม่?
แลว้ ทา่ นรสู้ ึกอย่างไร?
จะเรยี กวา่ เปน็ การพฒั นาที่ไมย่ งั่ ยืนได้หรือไม่ อย่างไร
ตอบ : มีจรงิ
เกดิ ความรสู้ กึ เสียดายเวลา เสียดายโอกาส เรยี กว่าไมม่ ีความยง่ั ยืน
จากท่ผี า่ นมาพอจบโครงการไมม่ ีงบ ไม่มเี งนิ เดือนต่างคนก็ต่างไป ไม่มีคนดาเนนิ งานต่อ
รอแต่โครงใหม่ เริม่ ต้นใหม่ คนใหมเ่ ร่ืองใหมจ่ บโครงการ งานฉนั กจ็ บวนเวียนอย่แู บบนี้