The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 61100141103, 2022-10-20 05:39:35

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 3 พันธะเคมี

รวมแผนหน่วย 3_merged

43

44

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 16

กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา เคมี รหัสวิชา ว31221
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 พนั ธะเคมี
เวลา 3 ชว่ั โมง
เรื่อง พันธะโคเวเลนต์ ผู้สอน นายวิทยา น่าชม

ภาคเรียนท่ี 1

1. สาระการเรยี นร้แู ละผลการเรยี นรู้
สาระเคมี 1
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร

แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำความรู้
ไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้

14. อธิบายการเกิดพนั ธะโคเวเลนต์แบบพนั ธะเดี่ยวพันธะคู่และพนั ธะสาม ดว้ ยโครงสร้างลิวอสิ
15. เขียนสตู รและเรียกชอ่ื สารโคเวเลนต์
2. สาระสำคัญ
พันธะโคเวเลนต์เป็นการยึดเหนี่ยวที่เกิดขึ้นภายในโมเลกุลจากการใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกันของ
ธาตุซึ่งส่วนใหญ่เป็นธาตุอโลหะ โดยทั่วไปจะเป็นไปตามกฎออกเตต สารที่ยึดเหนี่ยวกันด้วยพันธะ
โคเวเลนตเ์ รียกว่า สารโคเวเลนต์พันธะโคเวเลนต์เกิดได้ทั้งพันธะเดี่ยว พันธะคู่และพันธะสาม ซึ่งสามารถ
เขียนแสดงได้ด้วยโครงสรา้ งลวิ อิส โดยแสดงอิเลก็ ตรอนค่รู ่วมพันธะดว้ ยจุดหรือเส้น และแสดงอิเล็กตรอน
คโู่ ดดเด่ียวของแต่ละอะตอมด้วยจุด
สูตรโมเลกุลของสารโคเวเลนต์โดยทั่วไปเขียนแสดงด้วยสัญลักษณ์ของธาตุเรียงลำดับต ามค่า
อิเล็กโทรเนกาติวิตีจากน้อยไปมากโดยมีตัวเลขแสดงจำนวนอะตอมของธาตุ ที่มีมากกว่า 1 อะตอมใน
โมเลกลุ
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)

1. อธิบายการเกิดพันธะโคเวเลนตแ์ บบพันธะเดี่ยว พันธะคู่ และพันธะสาม ด้วยโครงสร้างลิวอสิ
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

1. เขยี นสตู รและเรยี กช่อื สารโคเวเลนต์ได้

45

3.3 ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. ตัง้ ใจเรียนร้แู ละแสวงหาความรู้ รบั ผิดชอบต่อหนา้ ทีท่ ่ีได้รับมอบมาย

4. สาระการเรียนรู้
4.1 การเกดิ พันธะโคเวเลนต์
4.2 สูตรโมเลกลุ และชอ่ื ของสารโคเวเลนต์

5. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ใชร้ ูปแบบการสืบเสาะหาความรู้ 5E)
1. ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูยกตัวอย่างสารโคเวเลนต์ ได้แก่ โมเลกุลแก๊สออกซิเจน (O2) แลว้ ตัง้ คำถามวา่ การเกิดพันธะ

เคมีระหว่างอะตอมของออกซิเจนมีการเปลี่ยนแปลงของเวเลนซ์อิเล็กตรอนเหมือนหรือต่างจากพันธะ
ไอออนิกหรือไม่ (แนวคำตอบ : ต่างกัน เนื่องจากการเกิดพันธะเคมีของโมเลกุลแก๊สออกซิเจนไม่ได้เกิด
จากการใหห้ รอื รบั อเิ ล็กตรอน แต่เปน็ การใช้อิเลก็ ตรอนร่วมกนั )

2. ขัน้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
2. นักเรียนและครูอภปิ รายรว่ มกันโดยมแี นวทางในการอภปิ ราย ดงั นี้
1) ความหมายของพันธะโคเวเลนต์ โดยอภิปรายได้ว่าเป็นการยึดเหนี่ยวของอะตอมโดยใช้

เวเลนซ์อิเลก็ ตรอนร่วมกนั และเรยี กสารท่เี กดิ จากพันธะโคเวเลนตว์ ่า สารโคเวเลนต์
2) การเกิดพันธะโคเวเลนต์ โดยใช้แผนภาพและสัญลักษณ์แบบจุดของลิวอิสประกอบการ

อภิปราย โดยยกตัวอย่างการเกิดพันธะในโมเลกุลแก๊สคลอรีน (Cl2) แก๊สออกซิเจน (O2) และแก๊ส
ไนโตรเจน (N2) ซึ่งเป็นการเกิดพันธะโคเวเลนต์แบบพันธะเดี่ยว พันธะคู่ และพันธะสามตามลำดับ
จากนั้นให้ความรู้เกี่ยวกับอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะซึ่งเป็นอิเล็กตรอนคู่ที่ใช้ร่วมกันในการเกิดพันธะและ
อิเล็กตรอนคูโ่ ดดเด่ียวซง่ึ เป็นอิเลก็ ตรอนคทู่ ไี่ ม่ได้เกิดพนั ธะ

3. นักเรียนพิจารณาการเขียนโครงสร้างลิวอิสของโมเลกุลโคเวเลนต์บางชนิด ดังรูปที่ 2.1 ได้แก่
CO2 , CH4 และ PF3 จากนั้นชี้ให้เห็นว่า การเขียนแสดงโครงสร้างลิวอิสของโมเลกุลที่ประกอบด้วย
อะตอมมากกว่า 2 อะตอม อะตอมกลางจะเป็นธาตุที่ต้องการจำนวนอิเล็กตรอนมากที่สุดเพื่อให้เป็นไป
ตามกฎออกเตต ในกรณีที่มีธาตุที่ต้องการจำนวนอิเลก็ ตรอนเท่ากัน ธาตุที่มีค่าอิเลก็ โทรเนกาติวิตตี ่ำทีส่ ุด
จะเป็นอะตอมกลาง

รูปที่ 2.1 ตวั อย่างโครงสรา้ งลิวอิสของโมเลกลุ โคเวเลนตบ์ างชนิด

46

4. นกั เรยี นและครูอภปิ รายเกยี่ วกับพันธะโคเวเลนต์ในสารบางชนิดที่อเิ ลก็ ตรอนคูร่ ่วมพันธะมาจาก
อะตอมใดอะตอมหนึ่ง เช่น โมเลกุลแอมโมเนีย (NH3) มีเส้นพันธะ N−H 3 พันธะ แทนอิเล็กตรอนคู่ร่วม
พันธะ 3 คใู่ นขณะที่อิเลก็ ตรอนคโู่ ดดเดี่ยว 1 คู่ แสดงดว้ ยจุดค่บู นอะตอมไนโตรเจน อเิ ล็กตรอนค่โู ดดเดีย่ ว
นี้สามารถสร้างพันธะกับ H+ เกิดเป็นแอมโมเนียมไอออน (NH4+ ) โดยที่จำนวนอิเล็กตรอนรอบอะตอม
กลางยังคงเป็นไปตามกฎออกเตต ซึ่งในกรณนี ีพ้ ันธะโคเวเลนตท์ เ่ี กดิ ขนึ้ มาจากอะตอมไนโตรเจนเทา่ น้ัน

5. นักเรียนและครูอภิปรายเกี่ยวกับสารโคเวเลนต์บางชนิดที่อะตอมกลางมีจำนวนอิเล็กตรอน
ล้อมรอบไม่เป็นไปตามกฎออกเตต โดยยกตัวอย่างโมเลกุลโบรอนไตรฟลูออไรด์ (BF3) ซึ่งเป็นโมเลกุลท่ี
อะตอมกลางมีอิเล็กตรอนล้อมรอบน้อยกว่า 8 และฟอสฟอรัสเพนตะคลอไรด์ (PCl5) ซึ่งเป็นโมเลกุลที่
อะตอมกลางมอี เิ ล็กตรอนล้อมรอบมากกวา่ 8

6. นักเรียนและครูอภิปรายเก่ยี วกับหลักการเขยี นสูตรโมเลกุลและการเรียกชื่อสารโคเวเลนต์ โดยมี
แนวทางในการอภิปรายดงั น้ี

1) สูตรโมเลกุลของสารโคเวเลนต์แสดงสัญลักษณ์ของธาตุเรียงลำดับตามค่าอิเล็กโทร
เนกาตวิ ิตีจากนอ้ ยไปมาก โดยระบุจำนวนอะตอมของธาตทุ ่ีมจี ำนวนมากกว่า 1 อะตอม

2) การเรียกชื่อสารโคเวเลนต์ให้เรียกธาตุตามลำดับจากซ้ายไปขวา ถ้ามีสารโคเวเลนต์ที่เกิด
จากธาตุองค์ประกอบเดียวกันมากกว่า 1 ชนิด ต้องระบุจำนวนอะตอมธาตุองค์ประกอบด้วยคำระบุ
จำนวนในภาษากรกี ตามตาราง 2.2

รูปท่ี 2.2 จำนวนอะตอมในภาษากรีกทใี่ ชเ้ รียกช่ือสารโคเวเลนต์
7. นกั เรยี นตอบคำถามเกยี่ วกบั สูตรโมเลกลุ และชอ่ื ของสารโคเวเลนต์ โดยใช้คำถามดงั น้ี

1) สารประกอบโคเวเลนต์ที่มีสูตรโมเลกุล NO3 , P4H10 และ C2F10 มีชื่อว่าอย่างไร
ตามลำดับ (แนวคำตอบ : ไนโตรเจนไตรออกไซด์ , เตตระฟอสฟอรัสเดคะออกไซด์ และไดซัลเฟอร์เดคะ
ฟลอู อไรด์ ตามลำดับ)

2) สารประกอบโคเวเลนต์ที่มีช่ือวา่ ซีนอลเตตระฟลอู อไรด์ และโบรมีนเพนตะฟลูออไรด์ เขียน
สูตรโมเลกุลได้อย่างไรตามลำดับ (แนวคำตอบ : XeF4 และ BrF5 ตามลำดบั )

47

3. ขัน้ อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
8. นักเรียนและครูอภิปรายร่วมกันเพื่อสรุปความรู้เกี่ยวกับการเกิดพันธะโคเวเลนต์ สูตรโมเลกุล

และชอ่ื ของสารโคเวเลนต์ดังนี้
1) ธาตุอโลหะมีค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีสูง ดังนั้นเมื่อรวมตัวกันจะไม่มีอะตอมใดยอมเสีย

อิเล็กตรอน อะตอมจึงยึดเหนี่ยวกันโดยใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน เรียกการยึดเหนี่ยวนี้ว่า พันธะ
โคเวเลนตแ์ ละเรยี กสารทอี่ ะตอมยึดเหน่ยี วกันดว้ ยพนั ธะโคเวเลนต์วา่ สารโคเวเลนต์

2) พันธะโคเวเลนต์ที่เกิดจากการใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน 1 คู่ 2 คู่ หรือ 3 คู่ จะเกิดเป็น
พันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสาม ตามลำดับ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปตามกฎออกเตต เขียนแสดงได้ด้วย
โครงสรา้ งลิวอิส ทง้ั น้ีการเกดิ พนั ธะโคเวเลนต์ในโมเลกุล โคเวเลนตบ์ างชนดิ อาจไมเ่ ปน็ ไปตามกฎออกเตต

3) สูตรโมเลกุลของสารโคเวเลนต์แสดงสญั ลักษณ์ของธาตุเรยี งลำดับตามคา่ อิเลก็ โทรเนกาติวิตี
จากน้อยไปมาก โดยระบจุ ำนวนอะตอมของธาตทุ ่ีมจี ำนวนอะตอมมากกวา่ 1 อะตอม

4) ชื่อของสารโคเวเลนต์จะเรียกชื่อธาตตุ ามลำดับจากซ้ายไปขวา ถ้ามีสารโคเวเลนต์ทีเ่ กิดจาก
ธาตอุ งคป์ ระกอบเดียวกนั มากกว่า 1 ชนดิ ตอ้ งระบจุ ำนวนอะตอมธาตุองค์ประกอบด้วยคำระบุจำนวนใน
ภาษากรกี

4. ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
9. นักเรยี นทำแบบฝึกหดั 3.6 และแบบฝึกหดั 3.7 เพือ่ ขยายความรู้ และรว่ มกันเฉลย

5. ข้นั ประเมิน (Evaluation)
10. ประเมินการอธิบายการเกิดพันธะโคเวเลนต์แบบพันธะเดี่ยว พันธะคู่ และพันธะสาม ด้วย

โครงสร้างลิวอิสจากการถามคำถาม ระหว่างการอภิปรายการเกิดพันธะโคเวเลนต์ โดยใช้แผนภาพและ
สัญลกั ษณ์แบบจุดของลิวอิส

11. ประเมินการเขยี นสตู รและเรียกชื่อสารโคเวเลนต์ จากการถามคำถามเกยี่ วกับสูตรโมเลกุลและ
ช่ือของสารโคเวเลนต์ และแบบฝึกหดั

12. ประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ จากความตั้งใจต้ังใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบ
ตอ่ หนา้ ทีท่ ีไ่ ด้รับมอบมาย
6. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้

1. Powerpoint ประกอบการสอน พันธะโคเวเลนต์
2. หนังสอื เรียนรายวิชาเพ่มิ เตมิ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เคมี ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 4 เลม่ 1 (สสวท.)

48

49

50

แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คลชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4/3

เรอ่ื ง พันธะโคเวเลนต์

คำช้ีแจง จงทำเคร่ืองหมาย  ลงในชอ่ งทต่ี รงกับพฤตกิ รรมทีผ่ ู้เรยี นแสดงออก โดยจำแนกระดบั

พฤติกรรมการแสดงออกไวเ้ ป็น 3 คะแนน ดังน้ี

3 คะแนน หมายถึง ผ้เู รียนมีพฤติกรรมในระดบั ดี

2 คะแนน หมายถงึ ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับปานกลาง

1 คะแนน หมายถึง ผเู้ รียนมีพฤติกรรมในระดับปรบั ปรุง

ช่อื -สกลุ รายการประเมิน คะแนน ร้อยละ สรปุ ผลการ
รวม ประเมิน

ความใสใ่ จ การเสนอ ความรว่ มมอื การยอมรบั ฟัง
ในการ ความคิดเหน็ ในการทำงาน คนอื่น
ทำงาน
เลข ่ีท

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12 100 ผา่ น ไม่ผา่ น

1 นายจักรพล บญุ สทิ ธ์ิ
2 นายอชิรา อนิ ทะนู
3 เด็กชายเจษฎาภรณ์ หมทอง

4 นายชลศกั ด์ิ เหล่าภกั ดี
5 นายออมสิน สร้อยธนู
6 นายธนนั ธร พาลาศรี
7 นายอัมรนิ ทร์ กำยาน
8 นายเวโรจน์ ทะโจปะรัง
9 นายจักรแกว้ นามหนิ ลาย
10 นายธนกร ไขบวั
11 นางสาวสภุ าวดี ดมี าก
12 นางสาวฐิตยิ าภรณ์ ไชยบุบผา
13 นางสาววมิ ลณัฐ หาญณรงค์
14 นางสาวรตั นาภรณ์ แกว้ หาดี
15 นางสาวกรรณิการ์ ครุ มิ า
16 นางสาวจรี นนั ท์ ทองหล่อ
17 นางสาวศริ นิ โรจน์ อนุ่ อก
18 นางสาวอรไพลนิ ภมู เิ พ็ง
19 นางสาวกลั ยรัตน์ จนั ทานี
20 นางสาวชวลั นุช เครอื เนตร
21 นางสาวณัชชา ผนั ผอ่ น

51

ชือ่ -สกุล รายการประเมนิ คะแนน ร้อยละ สรปุ ผลการ
รวม ประเมนิ
การเสนอ ความรว่ มมือ
ความใส่ใจ ความคดิ เหน็ ในการทำงาน การยอมรบั ฟงั
ในการ คนอืน่
ทำงาน
เลข ่ีท

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12 100 ผา่ น ไม่ผา่ น

22 นางสาววชริ าภรณร์ าชศรีเมือง
23 นางสาวสธุ าสนิ ี แกว้ วเิ ศษ
24 นางสาวธิดาพร คำสะอ้งิ
25 นางสาวชุตกิ าญจน์ งามหนกั
26 นางสาวณฐั ประภา นกั รอ้ ง
27 นางสาวกชพร ดวงจันทร์
28 นางสาวจรี ะนนั ท์ นาใจคง
29 นางสาวนริศรา ศรีสนุ ทร
30 นางสาวปนดั ดา ภูมไิ ธสง
31 นางสาวปนดิ ตา ประทยั บตุ ร
32 นางสาวพิมพกิ า ทา้ วจนั ทร์
33 นางสาวพยิ ดา เลขกระโทก
34 นางสาวสทุ ธดิ า แกว้ ดวงดี
35 เดก็ หญงิ สภุ านนั ท์ กราบกราน
36 นางสาวสุภาวนิ ี นึกชอบ
37 นางสาวอลิตา ดิษฐนลิ พงษ์

เกณฑ์การประเมิน
รอ้ ยละ 75 ขึน้ ไป ( 9 - 12 คะแนน) ผ่านเกณฑ์
นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 75 ( 0 – 8 คะแนน ) ไม่ผ่านเกณฑ์

ลงชื่อ.........................................ผู้สอน
(นายวิทยา นา่ ชม)

วันที่............เดอื น........................พ.ศ..............

52

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ประเดน็ ท่ปี ระเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

321

ความใส่ใจในการ เมื่อเกิดปัญหาหรือไม่ สว่ นใหญเ่ มอ่ื เกิดปัญหา เมื่อเกิดปัญหาหรือไม่

ทำงาน เข้าใจบทเรียนทุกคร้ัง หรือไม่เข้าใจบทเรียน เข้าใจบทเรียนทุกครั้ง

มักซักถามและมีความ ทกุ ครั้งมกั ซักถามและมี มักซักถามและมีความ

พยายามในการค้นหา ความพยายามในการ พยายามในการค้นหา

คำตอบอยเู่ สมอ คน้ หาคำตอบ คำตอบเป็นบางครง้ั

การเสนอความคิดเหน็ ส่วนใหญ่เสนอความคดิ เสนอความคิดเห็น กล้า ไม่เสนอความคิดเห็น

เห็น กล้าแสดงออกที่ แสดงออกที่จะพูดในสิ่ง กล้าแสดงออกที่จะพูด

จะพดู ในสิง่ ท่ีถูกหรือดี ที่ถกู หรอื ดี บางครัง้ ในสิ่งท่ถี ูกหรอื ดี

ความร่วมมือในการ ใหค้ วามรว่ มมือในการ ส ่ ว น ใ ห ญ ่ ใ ห ้ ค ว า ม ให้ความร่วมมือในการ

ทำงาน ทำงานกลุ่มและ ร่วมมือในการทำงาน ทำงานกลมุ่ และ

ปฏบิ ัติงานทสี่ มาชกิ ใน กลุ่มและปฏิบัติงานที่ ปฏิบัติงานที่สมาชิกใน

กลุ่มมอบหมายด้วย ส ม า ช ิ ก ใ น ก ลุ่ ม กลุ่มมอบหมายได้เป็น

ความเต็มใจทกุ คร้ัง มอบหมายได้ บางคร้ัง

การยอมรับฟังคนอ่ืน ยอมรับฟังความคิดเห็น ยอมรับฟังความคิดเห็น ไม่ยอมรับฟังความ

ที่ดีและมีเหตุผลของ ที่ดีและมีเหตุผลของ คิดเหน็ ท่ดี แี ละมีเหตุผล

ผู้อื่นทุกครั้ง ไม่ยึด ผอู้ น่ื บา้ ง แต่บางครั้งจะ ของผู้อื่น มักยึดความ

ความคิดเห็นของตนแต่ ยึดความคดิ เห็นของตน คิดเห็นของตนแต่ฝ่าย

ฝ่ายเดียว เดียว

53

แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคลชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4/5

เรอื่ ง พันธะโคเวเลนต์

คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย  ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมที่ผู้เรียนแสดงออก โดยจำแนกระดับ

พฤติกรรมการแสดงออกไว้เป็น 3 คะแนน ดงั นี้

3 คะแนน หมายถงึ ผ้เู รยี นมีพฤติกรรมในระดบั ดี

2 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับปานกลาง

1 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับปรับปรุง

ชอ่ื -สกลุ รายการประเมิน คะแนน รอ้ ยละ สรปุ ผลการ
รวม ประเมนิ

ความใสใ่ จ การเสนอ ความร่วมมือ การยอมรับฟัง
ในการ ความคดิ เห็น ในการทำงาน คนอ่นื
ทำงาน
เลข ่ีท

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12 100 ผา่ น ไมผ่ า่ น

1 นายนนท์ปวชิ ท้าวเนาว์
2 นายจติ ตพิ งษ์ อำนาจเจรญิ
3 นายวายุ ลลี า

4 นายกฤษณพงษ์ ฐานวิสยั
5 นายสรวศิ คำสมาน
6 นายสืบพงษ์ วงษห์ นงั สอื
7 นางสาวรงุ่ ทิวา พนั ธส์ วัสด์ิ
8 นางสาวอรจริ า ศรเี มอื งเฮ้า
9 นางสาวศริ นิ ภา ค้าเจริญ
10 นางสาวจารุวรรณ จนั ทะโพธิ์
11 นางสาววรทั ยา งามญาติ
12 นางสาวจริ าพร พนั พนิ จิ
13 นางสาวนฐั ฐกิ า ภาดี
14 นางสาววยิ ะดา บญุ อภยั
15 นางสาวกลั ยารัตน์ หาวเิ ศษ
16 นางสาวขณฐิ า บัวศรี
17 นางสาวจรี นนั ท์ ศรีซองเชษฐ์
18 นางสาวชตุ กิ าญจน์ นามมลู ทวี
19 นางสาวณชั ณชิ า ใสยะปนั
20 นางสาวณฐั ณชิ า ศรีโสดา
21 นางสาวธนญั ญา วงศ์สนทิ

54

ชอ่ื -สกุล รายการประเมนิ คะแนน ร้อยละ สรปุ ผลการ
รวม ประเมนิ
การเสนอ ความรว่ มมือ
ความใสใ่ จ ความคิดเห็น ในการทำงาน การยอมรบั ฟงั
ในการ คนอืน่
ทำงาน
เลข ่ีท

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12 100 ผา่ น ไม่ผา่ น

22 นางสาวนริษา คำสอ้ิง
23 นางสาวประตภิ า นามทวย
24 เด็กหญงิ ปยิ วรรณ เสารด์ ี
25 นางสาวปิยะธดิ า จนั ทรเสนา
26 นางสาวแพรวา ศรีสธุ า
27 นางสาวมลวิ ัลย์ ผนั ผอ่ น
28 นางสาวอรปรยี า ศรเี มอื งเฮา้
29 นางสาวอรสิ า เจรนิ นท์
30 นางสาวไอลดา คำสมุ าลี

เกณฑ์การประเมิน
ร้อยละ 75 ข้นึ ไป ( 9 - 12 คะแนน) ผ่านเกณฑ์
น้อยกวา่ ร้อยละ 75 ( 0 – 8 คะแนน ) ไม่ผ่านเกณฑ์

ลงชื่อ.........................................ผู้สอน
(นายวิทยา นา่ ชม)

วันที่............เดอื น........................พ.ศ..............

55

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ประเดน็ ท่ปี ระเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

321

ความใส่ใจในการ เมื่อเกิดปัญหาหรือไม่ สว่ นใหญเ่ มอ่ื เกิดปัญหา เมื่อเกิดปัญหาหรือไม่

ทำงาน เข้าใจบทเรียนทุกคร้ัง หรือไม่เข้าใจบทเรียน เข้าใจบทเรียนทุกครั้ง

มักซักถามและมีความ ทกุ ครั้งมกั ซักถามและมี มักซักถามและมีความ

พยายามในการค้นหา ความพยายามในการ พยายามในการค้นหา

คำตอบอยเู่ สมอ คน้ หาคำตอบ คำตอบเป็นบางครง้ั

การเสนอความคิดเหน็ ส่วนใหญ่เสนอความคดิ เสนอความคิดเห็น กล้า ไม่เสนอความคิดเห็น

เห็น กล้าแสดงออกที่ แสดงออกที่จะพูดในสิ่ง กล้าแสดงออกที่จะพูด

จะพดู ในสิง่ ท่ีถูกหรือดี ที่ถกู หรอื ดี บางครัง้ ในสิ่งท่ถี ูกหรอื ดี

ความร่วมมือในการ ใหค้ วามรว่ มมือในการ ส ่ ว น ใ ห ญ ่ ใ ห ้ ค ว า ม ให้ความร่วมมือในการ

ทำงาน ทำงานกลุ่มและ ร่วมมือในการทำงาน ทำงานกลมุ่ และ

ปฏบิ ัติงานทสี่ มาชกิ ใน กลุ่มและปฏิบัติงานที่ ปฏิบัติงานที่สมาชิกใน

กลุ่มมอบหมายด้วย ส ม า ช ิ ก ใ น ก ลุ่ ม กลุ่มมอบหมายได้เป็น

ความเต็มใจทกุ คร้ัง มอบหมายได้ บางคร้ัง

การยอมรับฟังคนอ่ืน ยอมรับฟังความคิดเห็น ยอมรับฟังความคิดเห็น ไม่ยอมรับฟังความ

ที่ดีและมีเหตุผลของ ที่ดีและมีเหตุผลของ คิดเหน็ ท่ดี แี ละมีเหตุผล

ผู้อื่นทุกครั้ง ไม่ยึด ผอู้ น่ื บา้ ง แต่บางครั้งจะ ของผู้อื่น มักยึดความ

ความคิดเห็นของตนแต่ ยึดความคดิ เห็นของตน คิดเห็นของตนแต่ฝ่าย

ฝ่ายเดียว เดียว

56

57

58

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา เคมี รหัสวิชา ว31221
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 พนั ธะเคมี
เวลา 3 ชว่ั โมง
เรื่อง พันธะโคเวเลนต์ 2 ผู้สอน นายวิทยา นา่ ชม

ภาคเรยี นท่ี 1

1. สาระการเรยี นร้แู ละผลการเรียนรู้
สาระเคมี 1
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร

แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบตั ิของสารประกอบอินทรียแ์ ละพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำความรู้
ไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้

16. วิเคราะห์และเปรียบเทียบความยาวพันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์รวมทั้งคำนวณ
พลงั งานท่เี ก่ยี วขอ้ งกับปฏกิ ิรยิ าของสารโคเวเลนต์จากพลงั งานพันธะ
2. สาระสำคัญ

ความยาวพันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์ขึ้นกับชนิดของอะตอมคู่ร่วมพันธะและชนิดของ
พันธะ โดยพันธะเดี่ยว พันธะคู่ และพันธะสาม มีความยาวพันธะและพลังงานพันธะแตกต่างกัน
นอกจากนี้โมเลกุลโคเวเลนต์บางชนิดมีค่าความยาวพันธะและพลังงานพันธะแตกตา่ งจากของพันธะเดี่ยว
พันธะคู่และพันธะสามซึ่งสารเหล่านี้สามารถเขียนโครงสร้างลิวอิสที่เหมาะสมได้มากกว่า 1 โครงสร้าง
ท่เี รียกว่าโครงสร้างเรโซแนนซ์

พลังงานพันธะนำมาใช้ในการคำนวณพลังงานของปฏิกิริยา ซึ่งได้จากผลต่างของพลังงานพันธะรวม
ของสารตง้ั ต้นกบั ผลติ ภัณฑ์
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

3.1 ด้านความรู้ (K)
1. วเิ คราะหแ์ ละเปรยี บเทียบความยาวพันธะและพลงั งานพนั ธะในสารโคเวเลนต์ได้

3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. คำนวณพลงั งานท่ีเกี่ยวข้องกับปฏิกริ ิยาของสารโคเวเลนต์จากพลงั งานพันธะได้

3.3 ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. ตงั้ ใจเรียนรูแ้ ละแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหน้าท่ีทีไ่ ด้รับมอบมาย

พ ัลงงาน ัศกย์ (kJ/mol) 59

4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความยาวพนั ธะและพลงั งานพนั ธะของสารโคเวเลนต์

5. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (ใชร้ ูปแบบการสืบเสาะหาความรู้ 5E)
1. ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. นกั เรียนดกู ราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงพลังงานในการเกดิ โมเลกุลแก๊สไฮโดรเจน ในรปู 1.1 แล้ว

อภิปรายร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า ความยาวพันธะเป็นระยะห่างระหว่างนิวเคลียสที่ทำให้พลงั งานศักย์
รวมตำ่ ที่สดุ

-436

รูป 1.1 กราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงพลงั งานในการเกดิ โมเลกุลแกส๊ ไฮโดรเจน
2. ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration)

2. นักเรียนพิจารณาความยาวพันธะ O−H ในโมเลกุลของสารต่างชนิดกัน เช่น H2O CH3OH
และ HNO2 ซึ่งพบว่าพันธะชนิดเดียวกันในโมเลกุลต่างชนิดกันอาจมีความยาวพันธะไม่เท่ากัน ในการ
ประมาณความยาวพันธะระหว่างอะตอมคู่หนง่ึ ๆ โดยทว่ั ไปนิยมใชค้ วามยาวพนั ธะเฉล่ยี

3. นักเรียนและครูอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับความยาวพันธะ โดยได้ข้อสรุปว่า ความยาวพันธะจะ
พิจารณาได้จากธาตุคู่เดียวกัน เช่น ความยาวพันธะระหว่างธาตุ C กับ N ดังรูปที่ 2.1 ซึ่งพบว่า พันธะ
เดีย่ ว จะมคี วามยาวพนั ธะมากกว่าพนั ธะคู่ และพันธะสาม ตามลำดบั

รูป 2.1 ความยาวพนั ธะพิจารณาธาตุค่เู ดยี วกนั : พันธะเดย่ี ว > พันธะคู่ > พนั ธะสาม
4. นักเรยี นเปรยี บเทยี บความยาวพนั ธะ โดยครูถามคำถามดงั นี้

1) จงเปรียบเทยี บความยาวพันธะระหว่าง O กบั O ใน O2 และ H2O2
(แนวคำตอบ : ความยาวพันธะระหว่าง O กบั O ใน O2 สน้ั กวา่ ใน H2O2)

2) จงเปรียบเทียบความยาวพันธะระหว่าง N กบั N ใน N2 และ N2H2
(แนวคำตอบ : ความยาวพนั ธะระหวา่ ง N กับ N ใน N2 ส้ันกวา่ ใน N2H2)

60

5. นกั เรียนเขยี นโครงสรา้ งลิวอิสของโมเลกลุ โอโซน (O3) ซ่งึ พบวา่ สามารถเขียนโครงสร้างลิวอิสได้
2 โครงสร้าง จากนั้นครูถามคำถามว่า พันธะระหว่างออกซิเจนทั้ง 2 พันธะ ในโครงสร้างลิวอิสแต่ละ
โครงสรา้ งมีความยาวพนั ธะเทา่ กนั หรือไม่ (แนวคำตอบ : ไมเ่ ทา่ กนั )

6. นักเรียนและครูอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับผลการศึกษาโครงสร้างเรโซแนนซ์ของโอโซน ซึ่ง
อภิปรายได้ว่า พันธะทั้งสองมีความยาวพันธะเท่ากัน นักวิทยาศาสตร์จึงเสนอว่าโครงสร้างทั้งสองไม่ใช่
โครงสร้างโมเลกุลที่แท้จริงของ O3 แต่เรียกเป็นโครงสร้างเรโซแนนซ์ และใช้ลูกศรสองหัวแสดงการเกิด
เรโซแนนซ์ระหว่าง 2 โครงสร้าง โดยโครงสร้างที่สอดคล้องกับค่าความยาวพันธะที่เท่ากันสามารถเขียน
แทนด้วยโครงสรา้ งเรโซแนนซผ์ สม

7. นักเรียนพิจารณากราฟรูป 1.1 แล้วครูถามคำถามว่า ถ้าต้องการสลายพันธะในโมเลกุลแก๊ส
ไฮโดรเจนต้องใช้พลังงานอย่างน้อยเท่าใด (แนวคำตอบ : 436 กิโลจูลต่อโมล) ซึ่งค่าพลังงานดังกลา่ วเปน็
พลงั งานพนั ธะ H−H จากน้ันครใู ห้ความรูว้ ่า พลงั งานพันธะเปน็ พลังงานปริมาณน้อยที่สุดที่ใช้สลายพันธะ
ระหวา่ งอะตอมคู่รว่ มพนั ธะในโมเลกุลสถานะแก๊สให้เป็นอะตอมเด่ยี วในสถานะแกส๊

8. นักเรียนและครูอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับพลังงานพันธะ โดยได้ข้อสรุปว่า พลังงานพันธะจะ
พิจารณาได้จากธาตุคูเ่ ดยี วกัน เช่น พลังงานพันธะระหวา่ งธาตุ C กับ N ดังรูปที่ 2.2 ซึ่งพบว่า พันธะสาม
จะมพี ลังงานพันธะมากกว่าพนั ธะคู่ และพนั ธะเด่ยี ว ตามลำดบั เพราะพันธะสามแข็งแรงมากกว่า พันธะคู่
และพันธะเดีย่ ว ตามลำดับ

รปู 2.2 พลังงานพนั ธะพิจารณาจากอะตอมคู่เดียวกัน : พันธะสาม > พันธะคู่ > พนั ธะเดยี่ ว
9. นกั เรียนตอบคำถามเพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจ โดยถามคำถาม ดังน้ี

1) จงเรยี งลำดับความยาวพนั ธะและพลงั งานพนั ธะในโมเลกุล Cl2 Br2 และ I2
(แนวคำตอบ : ความยาวพันธะเรียงลำดับได้เป็น Cl2 < Br2 < I2 และพลังงานพันธะเรียงลำดับได้เป็น
Cl2 > Br2 > I2)

2) เพราะเหตุใดพันธะ F−F มีพลังงานพันธะน้อยกว่าพันธะ Cl−Cl ซึ่งไม่เป็นไปตามแนวโน้ม
เดียวกันกับธาตุหมู่ VIIA ชนิดอื่น (แนวคำตอบ : เนื่องจากธาตุฟลูออรีนมีค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีสูงและมี
ขนาดอะตอมเล็กมากเมื่อเกิดพันธะโคเวเลนต์ อะตอมฟลูออรีน 2 อะตอม ต้องเข้ามาอยู่ใกล้กันมากเพ่ือ
ใชอ้ เิ ล็กตรอนรว่ มกนั โดยท่ีมอี เิ ล็กตรอนล้อมรอบจำนวนมากทำใหม้ ีความหนาแนน่ ของอิเล็กตรอนภายใน
โมเลกุลสูง และเกิดการผลักกันระหว่างอิเล็กตรอนภายในโมเลกุล ส่งผลให้พลังงานพันธะ F−F มีค่าต่ำ
และไมเ่ ป็นไปตามแนวโนม้ เดียวกันกับธาตุหมู่ VIIA ชนดิ อนื่ )

61

10. นักเรียนและครูอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับการคำนวณพลังงานของปฏิกิริยาของสารโคเวเลนต์
จากพลงั งานพนั ธะ โดยใช้คำถามดังน้ี

1) การสลายพันธะในโมเลกุลมีเทน CH4 1 โมล ออกเป็นอะตอมเดี่ยวต้องใช้พลังงานเท่าใด
และการเปลีย่ นแปลงนเี้ ป็นแบบดดู พลังงานหรือคายพลงั งานกำหนดให้ CH4(g) C(g) + 4H(g)
(แนวคำตอบ : ตอ้ งใช้พลังงาน 1656 กโิ ลจลู และเปน็ การเปลย่ี นแปลงแบบดูดพลังงาน)

2) ปฏิกิริยาการเผาไหม้แก๊สมีเทน (CH4) ได้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
และไอน้ำ H2O ดังสมการ CH4(g) + 2O2(g) CO2(g) + 2H2O(g) ปฏิกิริยานี้ดูดพลังงานหรือ
คายพลังงานต่อโมลของแก๊สมีเทน (แนวคำตอบ : การเผาไหม้แก๊สมเี ทน 1 โมล คายพลังงานเท่ากบั 808
กิโลจูล หรอื ปฏกิ ริ ยิ าน้คี ายพลงั งาน 808 กโิ ลจลู ต่อโมลของแกส๊ มีเทน)

3. ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)
11. นักเรียนและครูอภิปรายร่วมกันเพื่อสรุปความรู้เกี่ยวกับความยาวพันธะและพลังงานพันธะ

ดงั นี้
1) ความยาวพันธะ คือ ระยะระหว่างนิวเคลียสของอะตอมคู่ร่วมพันธะที่ทำให้พลังงานศักย์

รวมต่ำทีส่ ุด ซง่ึ ขน้ึ อยูก่ ับขนาดอะตอมคูร่ ว่ มพันธะและชนิดของพนั ธะ โดยความยาวพนั ธะระหว่างอะตอม
ค่หู น่ึง ๆ ในโมเลกุลของสารตา่ งชนดิ กันอาจไม่เท่ากันจงึ นิยมใชเ้ ปน็ ความยาวพนั ธะเฉลย่ี

2) พลังงานพันธะ คือ พลังงานปริมาณน้อยที่สุดที่ใช้สลายพันธะระหว่างอะตอมคู่ร่วมพันธะ
ในโมเลกุลสถานะแก๊สให้เป็นอะตอมเดี่ยวในสถานะแก๊ส ซึ่งมีความสัมพันธ์กับความยาวพันธะ โดย
พลังงานพันธะระหว่างอะตอมคู่หนึ่ง ๆ ในโมเลกุลชนิดเดียวกันและต่างชนิดกันอาจไม่เท่ากัน จึงนิยมใช้
เป็นพลังงานพนั ธะเฉลย่ี

3) พลังงานพันธะนำมาใช้ในการคำนวณพลังงานของปฏิกิริยาซึ่งได้จากผลต่างของพลังงาน
พนั ธะรวมของสารต้ังตน้ กับผลติ ภัณฑ์

4. ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
12. นักเรียนทำแบบฝึกหัด ตะลุยโจทย์ “พลังงานพันธะและความยาวพันธะโคเวเลนต์” และ

รว่ มกนั เฉลย
5. ข้นั ประเมิน (Evaluation)
13. ประเมินการวิเคราะห์และเปรียบเทียบความยาวพันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์

จากการถามคำถาม และการทำแบบฝกึ หัด
14. ประเมินการคำนวณพลังงานที่เกย่ี วข้องกับปฏิกิริยาของสารโคเวเลนต์จากพลังงานพันธะ จาก

การถามคำถาม และการทำแบบฝกึ หดั

62

15. ประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ จากความตัง้ ใจต้ังใจเรยี นรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบ
ตอ่ หน้าทท่ี ่ีได้รบั มอบมาย
6. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้

1. Powerpoint ประกอบการสอน พันธะโคเวเลนต์
2. แบบฝึกหัด ตะลยุ โจทย์ “พลงั งานพนั ธะและความยาวพันธะโคเวเลนต์”
3. หนงั สือเรียนรายวิชาเพิม่ เตมิ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เคมี ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 4 เล่ม 1 (สสวท.)

63

64

65

แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คลชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4/3

เรอ่ื ง พันธะโคเวเลนต์ 2

คำชี้แจง จงทำเครอ่ื งหมาย  ลงในช่องที่ตรงกับพฤตกิ รรมทีผ่ ู้เรยี นแสดงออก โดยจำแนกระดบั

พฤติกรรมการแสดงออกไว้เป็น 3 คะแนน ดังน้ี

3 คะแนน หมายถงึ ผ้เู รียนมีพฤติกรรมในระดบั ดี

2 คะแนน หมายถงึ ผู้เรยี นมีพฤติกรรมในระดับปานกลาง

1 คะแนน หมายถงึ ผู้เรยี นมีพฤติกรรมในระดับปรบั ปรุง

ชอื่ -สกลุ รายการประเมนิ คะแนน ร้อยละ สรปุ ผลการ
รวม ประเมิน

ความใสใ่ จ การเสนอ ความรว่ มมอื การยอมรบั ฟัง
ในการ ความคดิ เห็น ในการทำงาน คนอื่น
ทำงาน
เลข ่ีท

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12 100 ผา่ น ไม่ผา่ น

1 นายจกั รพล บุญสทิ ธิ์
2 นายอชิรา อินทะนู
3 เด็กชายเจษฎาภรณ์ หมทอง

4 นายชลศกั ดิ์ เหล่าภกั ดี
5 นายออมสนิ สรอ้ ยธนู
6 นายธนนั ธร พาลาศรี
7 นายอมั รนิ ทร์ กำยาน
8 นายเวโรจน์ ทะโจปะรัง
9 นายจกั รแก้ว นามหนิ ลาย
10 นายธนกร ไขบัว
11 นางสาวสุภาวดี ดีมาก
12 นางสาวฐติ ิยาภรณ์ ไชยบบุ ผา
13 นางสาววมิ ลณัฐ หาญณรงค์
14 นางสาวรตั นาภรณ์ แกว้ หาดี
15 นางสาวกรรณิการ์ ครุ ิมา
16 นางสาวจรี นนั ท์ ทองหลอ่
17 นางสาวศริ นิ โรจน์ อนุ่ อก
18 นางสาวอรไพลิน ภูมิเพง็
19 นางสาวกลั ยรตั น์ จนั ทานี
20 นางสาวชวลั นุช เครอื เนตร
21 นางสาวณัชชา ผนั ผอ่ น

66

ชือ่ -สกุล รายการประเมนิ คะแนน ร้อยละ สรปุ ผลการ
รวม ประเมนิ
การเสนอ ความรว่ มมือ
ความใส่ใจ ความคดิ เหน็ ในการทำงาน การยอมรบั ฟงั
ในการ คนอืน่
ทำงาน
เลข ่ีท

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12 100 ผา่ น ไม่ผา่ น

22 นางสาววชริ าภรณร์ าชศรีเมือง
23 นางสาวสธุ าสนิ ี แกว้ วเิ ศษ
24 นางสาวธิดาพร คำสะอ้งิ
25 นางสาวชุตกิ าญจน์ งามหนกั
26 นางสาวณฐั ประภา นกั รอ้ ง
27 นางสาวกชพร ดวงจันทร์
28 นางสาวจรี ะนนั ท์ นาใจคง
29 นางสาวนริศรา ศรีสนุ ทร
30 นางสาวปนดั ดา ภูมไิ ธสง
31 นางสาวปนดิ ตา ประทยั บตุ ร
32 นางสาวพิมพกิ า ทา้ วจนั ทร์
33 นางสาวพยิ ดา เลขกระโทก
34 นางสาวสทุ ธดิ า แกว้ ดวงดี
35 เดก็ หญงิ สภุ านนั ท์ กราบกราน
36 นางสาวสุภาวนิ ี นึกชอบ
37 นางสาวอลิตา ดิษฐนลิ พงษ์

เกณฑ์การประเมิน
รอ้ ยละ 75 ขึน้ ไป ( 9 - 12 คะแนน) ผ่านเกณฑ์
นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 75 ( 0 – 8 คะแนน ) ไม่ผ่านเกณฑ์

ลงชื่อ.........................................ผู้สอน
(นายวิทยา นา่ ชม)

วันที่............เดอื น........................พ.ศ..............

67

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ประเดน็ ท่ปี ระเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

321

ความใส่ใจในการ เมื่อเกิดปัญหาหรือไม่ สว่ นใหญเ่ มอ่ื เกิดปัญหา เมื่อเกิดปัญหาหรือไม่

ทำงาน เข้าใจบทเรียนทุกคร้ัง หรือไม่เข้าใจบทเรียน เข้าใจบทเรียนทุกครั้ง

มักซักถามและมีความ ทกุ ครั้งมกั ซักถามและมี มักซักถามและมีความ

พยายามในการค้นหา ความพยายามในการ พยายามในการค้นหา

คำตอบอยเู่ สมอ คน้ หาคำตอบ คำตอบเป็นบางครง้ั

การเสนอความคิดเหน็ ส่วนใหญ่เสนอความคดิ เสนอความคิดเห็น กล้า ไม่เสนอความคิดเห็น

เห็น กล้าแสดงออกที่ แสดงออกที่จะพูดในสิ่ง กล้าแสดงออกที่จะพูด

จะพดู ในสิง่ ท่ีถูกหรือดี ที่ถกู หรอื ดี บางครัง้ ในสิ่งท่ถี ูกหรอื ดี

ความร่วมมือในการ ใหค้ วามรว่ มมือในการ ส ่ ว น ใ ห ญ ่ ใ ห ้ ค ว า ม ให้ความร่วมมือในการ

ทำงาน ทำงานกลุ่มและ ร่วมมือในการทำงาน ทำงานกลมุ่ และ

ปฏบิ ัติงานทสี่ มาชกิ ใน กลุ่มและปฏิบัติงานที่ ปฏิบัติงานที่สมาชิกใน

กลุ่มมอบหมายด้วย ส ม า ช ิ ก ใ น ก ลุ่ ม กลุ่มมอบหมายได้เป็น

ความเต็มใจทกุ คร้ัง มอบหมายได้ บางคร้ัง

การยอมรับฟังคนอ่ืน ยอมรับฟังความคิดเห็น ยอมรับฟังความคิดเห็น ไม่ยอมรับฟังความ

ที่ดีและมีเหตุผลของ ที่ดีและมีเหตุผลของ คิดเหน็ ท่ดี แี ละมีเหตุผล

ผู้อื่นทุกครั้ง ไม่ยึด ผอู้ น่ื บา้ ง แต่บางครั้งจะ ของผู้อื่น มักยึดความ

ความคิดเห็นของตนแต่ ยึดความคดิ เห็นของตน คิดเห็นของตนแต่ฝ่าย

ฝ่ายเดียว เดียว

68

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคลชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4/5

เรอ่ื ง พนั ธะโคเวเลนต์ 2

คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย  ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมที่ผู้เรียนแสดงออก โดยจำแนกระดับ

พฤตกิ รรมการแสดงออกไว้เป็น 3 คะแนน ดังน้ี

3 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดบั ดี

2 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับปานกลาง

1 คะแนน หมายถึง ผเู้ รยี นมีพฤติกรรมในระดับปรับปรงุ

ช่อื -สกุล รายการประเมนิ คะแนน รอ้ ยละ สรปุ ผลการ
รวม ประเมนิ

ความใส่ใจ การเสนอ ความร่วมมือ การยอมรับฟัง
ในการ ความคดิ เหน็ ในการทำงาน คนอ่ืน
ทำงาน
เลข ่ีท

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12 100 ผา่ น ไมผ่ า่ น

1 นายนนทป์ วิช ท้าวเนาว์
2 นายจิตตพิ งษ์ อำนาจเจรญิ
3 นายวายุ ลลี า

4 นายกฤษณพงษ์ ฐานวสิ ยั
5 นายสรวศิ คำสมาน
6 นายสบื พงษ์ วงษห์ นังสือ
7 นางสาวรงุ่ ทิวา พนั ธส์ วสั ด์ิ
8 นางสาวอรจริ า ศรเี มอื งเฮา้
9 นางสาวศริ นิ ภา คา้ เจรญิ
10 นางสาวจารุวรรณ จนั ทะโพธ์ิ
11 นางสาววรทั ยา งามญาติ
12 นางสาวจริ าพร พนั พนิ จิ
13 นางสาวนฐั ฐกิ า ภาดี
14 นางสาววยิ ะดา บุญอภัย
15 นางสาวกลั ยารัตน์ หาวเิ ศษ
16 นางสาวขณฐิ า บัวศรี
17 นางสาวจรี นนั ท์ ศรีซองเชษฐ์
18 นางสาวชุตกิ าญจน์ นามมลู ทวี
19 นางสาวณัชณิชา ใสยะปนั
20 นางสาวณฐั ณิชา ศรีโสดา
21 นางสาวธนัญญา วงศส์ นทิ

69

ชอ่ื -สกุล รายการประเมนิ คะแนน ร้อยละ สรปุ ผลการ
รวม ประเมนิ
การเสนอ ความรว่ มมือ
ความใสใ่ จ ความคิดเห็น ในการทำงาน การยอมรบั ฟงั
ในการ คนอืน่
ทำงาน
เลข ่ีท

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12 100 ผา่ น ไม่ผา่ น

22 นางสาวนริษา คำสอ้ิง
23 นางสาวประตภิ า นามทวย
24 เด็กหญงิ ปยิ วรรณ เสารด์ ี
25 นางสาวปิยะธดิ า จนั ทรเสนา
26 นางสาวแพรวา ศรีสธุ า
27 นางสาวมลวิ ัลย์ ผนั ผอ่ น
28 นางสาวอรปรยี า ศรเี มอื งเฮา้
29 นางสาวอรสิ า เจรนิ นท์
30 นางสาวไอลดา คำสมุ าลี

เกณฑ์การประเมิน
ร้อยละ 75 ข้นึ ไป ( 9 - 12 คะแนน) ผ่านเกณฑ์
น้อยกวา่ ร้อยละ 75 ( 0 – 8 คะแนน ) ไม่ผ่านเกณฑ์

ลงชื่อ.........................................ผู้สอน
(นายวิทยา นา่ ชม)

วันที่............เดอื น........................พ.ศ..............

70

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ประเดน็ ท่ปี ระเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

321

ความใส่ใจในการ เมื่อเกิดปัญหาหรือไม่ สว่ นใหญเ่ มอ่ื เกิดปัญหา เมื่อเกิดปัญหาหรือไม่

ทำงาน เข้าใจบทเรียนทุกคร้ัง หรือไม่เข้าใจบทเรียน เข้าใจบทเรียนทุกครั้ง

มักซักถามและมีความ ทกุ ครั้งมกั ซักถามและมี มักซักถามและมีความ

พยายามในการค้นหา ความพยายามในการ พยายามในการค้นหา

คำตอบอยเู่ สมอ คน้ หาคำตอบ คำตอบเป็นบางครง้ั

การเสนอความคิดเหน็ ส่วนใหญ่เสนอความคดิ เสนอความคิดเห็น กล้า ไม่เสนอความคิดเห็น

เห็น กล้าแสดงออกที่ แสดงออกที่จะพูดในสิ่ง กล้าแสดงออกที่จะพูด

จะพดู ในสิง่ ท่ีถูกหรือดี ที่ถกู หรอื ดี บางครัง้ ในสิ่งท่ถี ูกหรอื ดี

ความร่วมมือในการ ใหค้ วามรว่ มมือในการ ส ่ ว น ใ ห ญ ่ ใ ห ้ ค ว า ม ให้ความร่วมมือในการ

ทำงาน ทำงานกลุ่มและ ร่วมมือในการทำงาน ทำงานกลมุ่ และ

ปฏบิ ัติงานทสี่ มาชกิ ใน กลุ่มและปฏิบัติงานที่ ปฏิบัติงานที่สมาชิกใน

กลุ่มมอบหมายด้วย ส ม า ช ิ ก ใ น ก ลุ่ ม กลุ่มมอบหมายได้เป็น

ความเต็มใจทกุ คร้ัง มอบหมายได้ บางคร้ัง

การยอมรับฟังคนอ่ืน ยอมรับฟังความคิดเห็น ยอมรับฟังความคิดเห็น ไม่ยอมรับฟังความ

ที่ดีและมีเหตุผลของ ที่ดีและมีเหตุผลของ คิดเหน็ ท่ดี แี ละมีเหตุผล

ผู้อื่นทุกครั้ง ไม่ยึด ผอู้ น่ื บา้ ง แต่บางครั้งจะ ของผู้อื่น มักยึดความ

ความคิดเห็นของตนแต่ ยึดความคดิ เห็นของตน คิดเห็นของตนแต่ฝ่าย

ฝ่ายเดียว เดียว

71

72

73

ชื่อ-สกุล...........................................ชั้น...........เลขที่...........

ตะลุยโจทย์ “พลังงานพันธะ

และความยาวพันธะโคเวเลนต์”

ตอบ....................................................................................................................................................
ตอบ....................................................................................................................................................

ตอบ....................................................................................................................................................

ตอบ....................................................................................................................................................

74
ตอบ....................................................................................................................................................
ตอบ....................................................................................................................................................

75

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 18

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า เคมี รหัสวิชา ว31221
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 พันธะเคมี
เวลา 3 ชั่วโมง
เร่ือง พนั ธะโคเวเลนต์ 3 ผู้สอน นายวิทยา น่าชม

ภาคเรยี นที่ 1

1. สาระการเรียนรแู้ ละผลการเรียนรู้
สาระเคมี 1
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร

แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบตั ิของสารประกอบอินทรยี ์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำความรู้
ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้

17. คาดคะเนรปู รา่ งโมเลกุลโคเวเลนตโ์ ดยใช้ทฤษฎกี ารผลกั ระหว่างคู่อิเลก็ ตรอนในวงเวเลนซ์และระบุ
สภาพขวั้ ของโมเลกุลโคเวเลนต์

18. ระบุชนิดของแรงยึดเหนีย่ ระหว่างโมเลกุลโคเวเลนตแ์ ละเปรยี บเทียบจุดหลอมเหลวจุดเดือด และ
การละลายนำ้ ของสารโคเวเลนต์

19. สืบคน้ ขอ้ มลู และอธิบายสมบตั ิของสารโคเวเลนตโ์ ครงรา่ งตาขา่ ยชนดิ ต่าง ๆ
2. สาระสำคัญ

รูปร่างของโมเลกุลโคเวเลนต์อาจพิจารณาโดยใช้ทฤษฎีการผลักระหว่างคู่อิเล็กตรอนในวงเวเลนซ์
(VSEPR) ซึง่ ขนึ้ อยกู่ ับจำนวนพันธะและจำนวนอิเลก็ ตรอนคูโ่ ดดเดี่ยวรอบอะตอมกลางโมเลกุลโคเวเลนต์มี
ทง้ั โมเลกุลมขี ้ัวและไม่มขี ัว้ สภาพขั้วของโมเลกลุ โคเวเลนต์เป็นผลรวมปรมิ าณเวกเตอรส์ ภาพขั้วของแต่ละ
พนั ธะตามรูปรา่ งโมเลกลุ

แรงยดึ เหน่ยี วระหว่างโมเลกลุ ซึ่งอาจเป็นแรงแผ่กระจายลอนดอน แรงระหวา่ งขั้วและพันธะไฮโดรเจน
มีผลต่อจุดหลอมเหลว จุดเดือด และการละลายน้ำของสาร นอกจากนี้สารโคเวเลนต์ส่วนใหญ่ยังมีจุด
หลอมเหลวและจุดเดอื ดตำ่ กว่าสารประกอบไอออนิก เนื่องจากแรงยดึ เหนี่ยวระหวา่ งโมเลกลุ มคี ่าน้อยกว่า
พนั ธะไอออนกิ

สารโคเวเลนต์ส่วนใหญ่มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดต่ำ และไม่ละลายในน้ำ สำหรับสารโคเวเลนต์ท่ี
ละลายน้ำมีทั้งแตกตัวและไม่แตกตัวเป็นไอออน สารละลายที่ได้จากสารที่ไม่แตกตัวเป็นไอออนจะไม่นำ

76

ไฟฟ้า เรียกว่า สารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์ส่วนสารละลายที่ได้จากสารที่แตกตัวเป็นไอออนจะนำไฟฟ้า
เรยี กว่าสารละลายอิเล็กโทรไลตส์ ารละลายของสารประกอบคลอไรด์และออกไซดจ์ ะมสี มบตั ิเปน็ กรด

สารโคเวเลนต์บางชนิดที่มีโครงสร้างโมเลกุลขนาดใหญ่และมีพันธะโคเวเลนต์ต่อเนื่องเป็นโครงร่าง
ตาข่าย จะมีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูง สารโคเวเลนต์โครงร่างตาข่ายที่มีธาตุองค์ประกอบเหมือนกัน
แตม่ อี ัญรูปตา่ งกนั จะมสี มบัติต่างกัน เชน่ เพชร แกรไฟต์
3. จุดประสงค์การเรียนรู้

3.1 ด้านความรู้ (K)
1. ระบุชนิดของแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกลุ โคเวเลนต์และเปรยี บเทียบจุดหลอมเหลว จุดเดือด

และการละลายนำ้ ของสารโคเวเลนต์ได้
2. อธบิ ายสมบัติของสารโคเวเลนตโ์ ครงร่างตาข่ายชนดิ ต่าง ๆ ได้

3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
1. คาดคะเนรปู ร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์โดยใช้ทฤษฎีการผลกั ระหว่างคูอ่ ิเลก็ ตรอนในวงเวเลนซ์ได้
2. เขียนแสดงทิศทางขั้วพันธะและทิศทางขั้วของโมเลกุล รวมทั้งระบุสภาพขั้วของโมเลกุล

โคเวเลนต์ได้
3.3 ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1. ตง้ั ใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ที ไ่ี ดร้ บั มอบมาย

4. สาระการเรยี นรู้
4.1 รูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์
4.2 สภาพขวั้ ของโมเลกุลโคเวเลนต์
4.3 แรงยึดเหนยี่ วระหว่างโมเลกุลและสมบตั ิของสารโคเวเลนต์
4.4 สารโคเวเลนต์โครงร่างตาขา่ ย

5. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ใช้รูปแบบการสบื เสาะหาความรู้ 5E)
1. ขนั้ สร้างความสนใจ (Engagement)
1. นักเรียนพิจารณาแบบจำลองโครงสร้างสามมิติที่ใช้ในการศึกษารูปร่างโมเลกุลของโมเลกุล

โคเวเลนต์ที่มีรูปร่างโมเลกุลต่างกัน เช่น โมเลกุลน้ำ (H2O) คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) แอมโมเนีย
(NH3) โบรอนไตรฟลูออไรด์ (BF3) แล้วถามคำถามว่า รูปร่างโมเลกุลของสารเหล่านี้เหมือนหรือต่างกัน
หรือไม่ เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ : รูปร่างโมเลกุลของสารต่างกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนอะตอมและจำนวน
อเิ ล็กตรอนคโู่ ดดเดย่ี วรอบอะตอมกลาง)

77

2. ข้นั สำรวจและค้นหา (Exploration)
2. นักเรียนและครูอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับทฤษฎีการผลักระหว่างคู่อิเล็กตรอนในวงเวเลนซ์

(VSEPR theory) เพือ่ เชอ่ื มโยงไปสูก่ ารคาดคะเนรูปรา่ งโมเลกลุ ซ่งึ มีหลักการวา่ อิเล็กตรอนคโู่ ดดเด่ียวอยู่
ใกล้นวิ เคลียสมากกว่าอิเล็กตรอนคูร่ ว่ มพันธะ ดงั นัน้ แรงผลกั ระหว่างอิเล็กตรอนคู่โดดเด่ียวด้วยกันจึงมีค่า
มากกว่าแรงผลักระหว่างอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะกับอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว และมากกว่าแรงผลักระหว่าง
อิเลก็ ตรอนค่รู ว่ มพันธะด้วยกนั

3. นักเรียนและครูอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับรูปร่างโมเลกุลและมุมระหว่างพันธะของโมเลกุล
โคเวเลนต์ที่อะตอมกลางไม่มีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวและที่อะตอมกลางมีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว โดยให้
นักเรยี นพิจารณาตวั อยา่ งรปู รา่ งโมเลกลุ โคเวเลนต์ ดงั รูป 2.1

รูป 2.1 ตัวอย่างรปู ร่างโมเลกุลโคเวเลนต์
4. นกั เรียนทำกิจกรรมสร้างแบบจำลองรปู ร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์ โดยมขี นั้ ตอนการทำกจิ กรรมดงั นี้

1) แบ่งนักเรียนออกเป็น 6 กลุ่มและนักเรียนเลือกชื่อกลุ่มตามที่ชอบ โดยครูกำหนดชื่อให้
นกั เรยี นเลอื ก ดงั น้ี Zombie , Monster , Alien , Cleopatra , Genie และ The Witches

78

2) แจกการ์ดสูตรโมเลกุลตามชื่อกลุ่มที่นักเรียนเลือก และให้นักเรียนเขียนรูปร่างโมเลกุลลงใน
การ์ดนัน้ ซง่ึ แตล่ ะกลมุ่ จะไดก้ ารด์ 4 ใบ

3) ใหน้ ักเรยี นต่อรปู ร่างโมเลกลุ ตามท่ไี ดจ้ ากการด์ โดยใช้ชุดแบบจำลองโมเลกุลทางเคมี
5. นักเรียนและครูอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับพันธะมีขั้วและพันธะไม่มีขั้ว ซึ่งอภิปรายได้ว่า พันธะมี
ขั้ว เป็นพันธะที่เกิดจากอะตอมต่างชนิดกันและมีค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีต่างกัน เช่น ไฮโดรเจนคลอไรด์
(HCl) ส่วนพนั ธะไมม่ ขี ว้ั เปน็ พันธะทีเ่ กดิ จากอะตอมชนดิ เดยี วกัน เชน่ แกส๊ ไฮโดรเจน (H2)
6. นกั เรยี นและครูอภิปรายรว่ มกนั เกย่ี วกบั โมเลกุลมีข้วั และโมเลกุลไม่มีขว้ั ซงึ่ อภปิ รายไดว้ ่า สภาพ
ขั้วของพันธะเป็นปรมิ าณเวกเตอร์การรวมกันของเวกเตอร์ของแตล่ ะพันธะจะได้เป็นสภาพขั้วของโมเลกลุ
ดังนั้นถ้าเวกเตอร์หักล้างกันหมดจะเป็นโมเลกุลไม่มีขั้ว แต่ถ้าหักล้างกันไม่หมดจะเป็นโมเลกุลมีขั้ว และ
โมเลกลุ ท่ีอะตอมกลางไมม่ ีอิเล็กตรอนคโู่ ดดเดี่ยวและอะตอมล้อมรอบเหมือนกันทุกอะตอมจะเป็นโมเลกุล
ไม่มีขั้ว แม้ว่าพันธะภายในโมเลกุลจะเปน็ พันธะทีม่ ีข้ัว เนื่องจากรูปร่างโมเลกุลมีสมมาตรทีท่ ำใหเ้ วกเตอร์
สภาพข้ัวของพนั ธะหักลา้ งกนั หมด
7. นักเรียนพิจารณาจุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารโคเวเลนต์บางชนิดและอภิปรายร่วมกัน
เกี่ยวกับความสัมพันธร์ ะหวา่ งจุดหลอมเหลวและจุดเดอื ดกับสภาพขั้วและขนาดของโมเลกุล ซึ่งสรุปได้ว่า
สารโคเวเลนต์ไม่มีขั้วมีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดต่ำกว่าสารโคเวเลนต์มีขั้ว และจุดเดือดของสารจะ
เพ่มิ ขึน้ ตามขนาดโมเลกลุ
8. นักเรียนและครูอภิปรายเกี่ยวกับแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลชนิดต่าง ๆ โดยเริ่มจากแรง
แผก่ ระจายลอนดอนซ่งึ เปน็ แรงยดึ เหน่ียวระหว่างโมเลกุลไม่มีข้ัวหรืออะตอมแก๊สมสี กลุ ซงึ่ เปน็ แรงอ่อน ๆ
จากนั้นครูอธิบายแรงระหว่างขั้วว่าเป็นแรงดึงดูดที่เกิดจากสภาพขั้วของโมเลกุล โดยโมเลกุลที่อยู่ใกล้กัน
จะหันส่วนของโมเลกลุ ท่ีมขี ั้วตรงขา้ มกันเข้าหากันเกิดเปน็ แรงดงึ ดดู ทางไฟฟ้าจากสภาพขั้วนี้
9. นักเรียนและครอู ภิปรายร่วมกันเกี่ยวกบั พันธะไฮโดรเจน ซึ่งอภิปรายได้วา่ พันธะไฮโดรเจนเปน็
แรงดึงดูดระหวา่ งโมเลกลุ ท่เี กิดจากอะตอมไฮโดรเจนของโมเลกุลหนึง่ กับอิเล็กตรอนคู่โดดเด่ียวบนอะตอม
ของธาตทุ ม่ี ีขนาดเลก็ และมีอเิ ลก็ โทรเนกาติวิตีสูงของอีกโมเลกลุ หนึง่
10. นักเรียนตอบคำถามว่า เพราะเหตุใด H2O จึงมีจุดเดือดสูงกว่า HF และ NH3 ที่เกิดพันธะ
ไฮโดรเจนเหมอื นกนั (แนวคำตอบ : โมเลกลุ H2O มอี เิ ลก็ ตรอนค่โู ดดเด่ียว 2 คู่ บน O ทำให้ H2O แต่ละ
โมเลกุลสามารถเกดิ พันธะไฮโดรเจนกับโมเลกุลข้างเคียง 4 โมเลกลุ อยา่ งต่อเน่ืองเป็นโครงร่างตาข่าย หรือ
คิดเป็น 2 พันธะไฮโดรเจนต่อ H2O 1 โมเลกุล จึงทำให้น้ำ มีจุดเดือดสูงกว่า HF ซึ่งมีพันธะไฮโดรเจน 1
พนั ธะต่อ HF 1 โมเลกุล ทงั้ ที่พนั ธะ H−O มสี ภาพข้วั น้อยกว่าพันธะ H−F จึงทำใหน้ ำ้ มีจุดเดอื ดสงู กว่า HF
และ NH3 )

79

11. นักเรียนตอบคำถามว่า แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลนอกจากมีผลต่อจุดหลอมเหลวและจุด
เดอื ดแล้ว ยังมผี ลต่อการละลายน้ำของสารโคเวเลนต์หรือไม่อย่างไร (แนวคำตอบ : แรงยดึ เหน่ียวระหว่าง
โมเลกุลมีผลต่อการละลายน้ำของสาร โดยสารโคเวเลนต์ที่ไม่มีขั้วส่วนใหญ่ไม่ละลายหรือละลายน้ำ
ได้น้อย ส่วนสารโคเวเลนตท์ ี่มีขั้วบางชนิดอาจละลายน้ำได้ข้ึนอยู่กบั สภาพขั้วและการเกิดพนั ธะไฮโดรเจน
กับนำ้ )

12. นักเรียนและครูอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับสารโคเวเลนต์โครงร่างตาข่ายว่า เป็นสารที่มีพันธะ
โคเวเลนต์เชื่อมต่อกันเป็นโครงร่างตาข่าย โดยให้นักเรียนพิจารณาตัวอย่างโครงสร้างของสารโคเวเลนต์
โครงรา่ งตาข่ายโดยใช้แบบจำลองสามมติ หิ รือภาพประกอบ ดังรูป 2.2

รูป 2.2 โครงสรา้ งของเพชรและแกรไฟต์
3. ขน้ั อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation)

13. นักเรียนและครูอภิปรายร่วมกันเพื่อสรุปความรู้เกี่ยวกับรูปร่างโมเลกุลและสภาพขั้วของ
โมเลกลุ โคเวเลนตด์ ังนี้

1) รูปร่างโมเลกุลสามารถอธิบายได้ด้วยทฤษฎีการผลักระหว่างคู่อิเล็กตรอนในวงเวเลนซ์
(VSEPR) ซึ่งพจิ ารณาจากจำนวนพนั ธะและจำนวนอเิ ล็กตรอนคู่โดดเด่ียวรอบอะตอมกลาง

2) สภาพข้ัวของโมเลกลุ เป็นการรวมเวกเตอร์สภาพขวั้ ของแต่ละพันธะในรปู ร่างโมเลกุลซึ่งทำ
ใหโ้ มเลกลุ โคเวเลนตม์ ที ง้ั โมเลกุลมขี ้ัวและโมเลกุลไมม่ ขี วั้

14. นักเรียนและครูอภิปรายร่วมกันเพื่อสรปุ ความรูเ้ ก่ียวกับแรงยึดเหน่ียวระหว่างโมเลกุลของสาร
โคเวเลนต์ ดังนี้ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลโคเวเลนตม์ ีหลายชนิด ซึ่งอาจเป็นแรงแผ่กระจายลอนดอน
แรงระหว่างขัว้ หรอื พันธะไฮโดรเจน ซึ่งมีผลตอ่ จุดหลอมเหลว จุดเดอื ด และการละลายน้ำของสาร

15. นักเรียนและครูอภิปรายร่วมกันเพื่อสรุปความรู้เกี่ยวกับสารโคเวเลนต์โครงร่างตาข่าย ดังนี้
สารโคเวเลนต์โครงรา่ งตาข่ายที่มธี าตุองค์ประกอบเหมอื นกัน แต่มอี ญั รูปต่างกันจะมีสมบัติต่างกนั

80

4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
16. นักเรียนขยายความเข้าใจโดยการทำแบบฝึกหัด 3.10 และแบบฝึกหัด 3.11 และร่วมกันเฉลย

คำตอบ
5. ข้นั ประเมิน (Evaluation)
17. ประเมินการระบุชนิดของแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลโคเวเลนต์และเปรียบเทียบจุด

หลอมเหลว จุดเดือด และการละลายน้ำของสารโคเวเลนต์จากการทำแบบฝกึ หดั
18. ประเมินการอธิบายสมบัติของสารโคเวเลนต์โครงร่างตาข่ายชนิดต่าง ๆ จากการถามคำถาม

ระหว่างอภิปรายรว่ มกนั เกี่ยวกับสารโคเวเลนตโ์ ครงร่างตาขา่ ย
19. ประเมินการคาดคะเนรูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์โดยใช้ทฤษฎีการผลักระหว่างคู่อิเล็กตรอนใน

วงเวเลนซ์จากการทำกิจกรรมสรา้ งแบบจำลองรูปรา่ งโมเลกุลโคเวเลนต์
20. ประเมินการเขียนแสดงทิศทางขั้วพันธะและทิศทางขั้วของโมเลกุล รวมทั้งระบุสภาพขั้วของ

โมเลกลุ โคเวเลนต์จากการทำแบบฝึกหัด
21. ประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ จากความตัง้ ใจต้ังใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบ

ตอ่ หนา้ ทที่ ่ไี ดร้ ับมอบมาย
6. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้

1. Powerpoint ประกอบการสอน พันธะโคเวเลนต์
2. การ์ดโมเลกลุ โคเวเลนต์
3. ชดุ แบบจำลองโมเลกลุ ทางเคมี
4. หนงั สือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี เคมี ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 เล่ม 1 (สสวท.)

81

82

83

แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคลช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4/3

เร่อื ง พันธะโคเวเลนต์ 3

คำชี้แจง จงทำเครอ่ื งหมาย  ลงในช่องท่ีตรงกับพฤตกิ รรมที่ผเู้ รยี นแสดงออก โดยจำแนกระดบั

พฤติกรรมการแสดงออกไว้เป็น 3 คะแนน ดงั น้ี

3 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับดี

2 คะแนน หมายถงึ ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดบั ปานกลาง

1 คะแนน หมายถงึ ผเู้ รียนมีพฤติกรรมในระดบั ปรบั ปรุง

ชอื่ -สกลุ รายการประเมิน คะแนน ร้อยละ สรปุ ผลการ
รวม ประเมิน

ความใส่ใจ การเสนอ ความร่วมมอื การยอมรับฟัง
ในการ ความคิดเหน็ ในการทำงาน คนอ่นื
ทำงาน
เลข ่ีท

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12 100 ผา่ น ไม่ผา่ น

1 นายจกั รพล บุญสทิ ธิ์
2 นายอชิรา อินทะนู
3 เด็กชายเจษฎาภรณ์ หมทอง

4 นายชลศกั ดิ์ เหล่าภกั ดี
5 นายออมสนิ สรอ้ ยธนู
6 นายธนนั ธร พาลาศรี
7 นายอมั รนิ ทร์ กำยาน
8 นายเวโรจน์ ทะโจปะรัง
9 นายจกั รแก้ว นามหนิ ลาย
10 นายธนกร ไขบัว
11 นางสาวสุภาวดี ดีมาก
12 นางสาวฐติ ิยาภรณ์ ไชยบบุ ผา
13 นางสาววมิ ลณัฐ หาญณรงค์
14 นางสาวรตั นาภรณ์ แกว้ หาดี
15 นางสาวกรรณิการ์ ครุ ิมา
16 นางสาวจรี นนั ท์ ทองหลอ่
17 นางสาวศริ นิ โรจน์ อนุ่ อก
18 นางสาวอรไพลิน ภูมิเพง็
19 นางสาวกลั ยรตั น์ จนั ทานี
20 นางสาวชวลั นุช เครอื เนตร
21 นางสาวณัชชา ผนั ผอ่ น

84

ชือ่ -สกุล รายการประเมนิ คะแนน ร้อยละ สรปุ ผลการ
รวม ประเมนิ
การเสนอ ความรว่ มมือ
ความใส่ใจ ความคดิ เหน็ ในการทำงาน การยอมรบั ฟงั
ในการ คนอืน่
ทำงาน
เลข ่ีท

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12 100 ผา่ น ไม่ผา่ น

22 นางสาววชริ าภรณร์ าชศรีเมือง
23 นางสาวสธุ าสนิ ี แกว้ วเิ ศษ
24 นางสาวธิดาพร คำสะอ้งิ
25 นางสาวชุตกิ าญจน์ งามหนกั
26 นางสาวณฐั ประภา นกั รอ้ ง
27 นางสาวกชพร ดวงจันทร์
28 นางสาวจรี ะนนั ท์ นาใจคง
29 นางสาวนริศรา ศรีสนุ ทร
30 นางสาวปนดั ดา ภูมไิ ธสง
31 นางสาวปนดิ ตา ประทยั บตุ ร
32 นางสาวพิมพกิ า ทา้ วจนั ทร์
33 นางสาวพยิ ดา เลขกระโทก
34 นางสาวสทุ ธดิ า แกว้ ดวงดี
35 เดก็ หญงิ สภุ านนั ท์ กราบกราน
36 นางสาวสุภาวนิ ี นึกชอบ
37 นางสาวอลิตา ดิษฐนลิ พงษ์

เกณฑ์การประเมิน
รอ้ ยละ 75 ขึน้ ไป ( 9 - 12 คะแนน) ผ่านเกณฑ์
นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 75 ( 0 – 8 คะแนน ) ไม่ผ่านเกณฑ์

ลงชื่อ.........................................ผู้สอน
(นายวิทยา นา่ ชม)

วันที่............เดอื น........................พ.ศ..............

85

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ประเดน็ ท่ปี ระเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

321

ความใส่ใจในการ เมื่อเกิดปัญหาหรือไม่ สว่ นใหญเ่ มอ่ื เกิดปัญหา เมื่อเกิดปัญหาหรือไม่

ทำงาน เข้าใจบทเรียนทุกคร้ัง หรือไม่เข้าใจบทเรียน เข้าใจบทเรียนทุกครั้ง

มักซักถามและมีความ ทกุ ครั้งมกั ซักถามและมี มักซักถามและมีความ

พยายามในการค้นหา ความพยายามในการ พยายามในการค้นหา

คำตอบอยเู่ สมอ คน้ หาคำตอบ คำตอบเป็นบางครง้ั

การเสนอความคิดเหน็ ส่วนใหญ่เสนอความคดิ เสนอความคิดเห็น กล้า ไม่เสนอความคิดเห็น

เห็น กล้าแสดงออกที่ แสดงออกที่จะพูดในสิ่ง กล้าแสดงออกที่จะพูด

จะพดู ในสิง่ ท่ีถูกหรือดี ที่ถกู หรอื ดี บางครัง้ ในสิ่งท่ถี ูกหรอื ดี

ความร่วมมือในการ ใหค้ วามรว่ มมือในการ ส ่ ว น ใ ห ญ ่ ใ ห ้ ค ว า ม ให้ความร่วมมือในการ

ทำงาน ทำงานกลุ่มและ ร่วมมือในการทำงาน ทำงานกลมุ่ และ

ปฏบิ ัติงานทสี่ มาชกิ ใน กลุ่มและปฏิบัติงานที่ ปฏิบัติงานที่สมาชิกใน

กลุ่มมอบหมายด้วย ส ม า ช ิ ก ใ น ก ลุ่ ม กลุ่มมอบหมายได้เป็น

ความเต็มใจทกุ คร้ัง มอบหมายได้ บางคร้ัง

การยอมรับฟังคนอ่ืน ยอมรับฟังความคิดเห็น ยอมรับฟังความคิดเห็น ไม่ยอมรับฟังความ

ที่ดีและมีเหตุผลของ ที่ดีและมีเหตุผลของ คิดเหน็ ท่ดี แี ละมีเหตุผล

ผู้อื่นทุกครั้ง ไม่ยึด ผอู้ น่ื บา้ ง แต่บางครั้งจะ ของผู้อื่น มักยึดความ

ความคิดเห็นของตนแต่ ยึดความคดิ เห็นของตน คิดเห็นของตนแต่ฝ่าย

ฝ่ายเดียว เดียว

86

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคลชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4/5

เรื่อง พนั ธะโคเวเลนต์ 3

คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย  ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมที่ผู้เรียนแสดงออก โดยจำแนกระดับ

พฤตกิ รรมการแสดงออกไว้เป็น 3 คะแนน ดังน้ี

3 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดบั ดี

2 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมในระดับปานกลาง

1 คะแนน หมายถึง ผเู้ รยี นมีพฤติกรรมในระดบั ปรบั ปรงุ

ช่อื -สกุล รายการประเมิน คะแนน รอ้ ยละ สรปุ ผลการ
รวม ประเมนิ

ความใส่ใจ การเสนอ ความรว่ มมอื การยอมรับฟัง
ในการ ความคิดเหน็ ในการทำงาน คนอ่ืน
ทำงาน
เลข ่ีท

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12 100 ผา่ น ไมผ่ า่ น

1 นายนนทป์ วิช ท้าวเนาว์
2 นายจิตตพิ งษ์ อำนาจเจรญิ
3 นายวายุ ลลี า

4 นายกฤษณพงษ์ ฐานวสิ ยั
5 นายสรวศิ คำสมาน
6 นายสบื พงษ์ วงษห์ นังสือ
7 นางสาวรงุ่ ทิวา พนั ธส์ วสั ด์ิ
8 นางสาวอรจริ า ศรเี มอื งเฮา้
9 นางสาวศริ นิ ภา คา้ เจรญิ
10 นางสาวจารุวรรณ จนั ทะโพธ์ิ
11 นางสาววรทั ยา งามญาติ
12 นางสาวจริ าพร พนั พนิ จิ
13 นางสาวนฐั ฐกิ า ภาดี
14 นางสาววยิ ะดา บุญอภัย
15 นางสาวกลั ยารัตน์ หาวเิ ศษ
16 นางสาวขณฐิ า บัวศรี
17 นางสาวจรี นนั ท์ ศรีซองเชษฐ์
18 นางสาวชุตกิ าญจน์ นามมลู ทวี
19 นางสาวณัชณิชา ใสยะปนั
20 นางสาวณฐั ณิชา ศรีโสดา
21 นางสาวธนัญญา วงศส์ นทิ

87

ชอ่ื -สกุล รายการประเมนิ คะแนน ร้อยละ สรปุ ผลการ
รวม ประเมนิ
การเสนอ ความรว่ มมือ
ความใสใ่ จ ความคิดเห็น ในการทำงาน การยอมรบั ฟงั
ในการ คนอืน่
ทำงาน
เลข ่ีท

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12 100 ผา่ น ไม่ผา่ น

22 นางสาวนริษา คำสอ้ิง
23 นางสาวประตภิ า นามทวย
24 เด็กหญงิ ปยิ วรรณ เสารด์ ี
25 นางสาวปิยะธดิ า จนั ทรเสนา
26 นางสาวแพรวา ศรีสธุ า
27 นางสาวมลวิ ัลย์ ผนั ผอ่ น
28 นางสาวอรปรยี า ศรเี มอื งเฮา้
29 นางสาวอรสิ า เจรนิ นท์
30 นางสาวไอลดา คำสมุ าลี

เกณฑ์การประเมิน
ร้อยละ 75 ข้นึ ไป ( 9 - 12 คะแนน) ผ่านเกณฑ์
น้อยกวา่ ร้อยละ 75 ( 0 – 8 คะแนน ) ไม่ผ่านเกณฑ์

ลงชื่อ.........................................ผู้สอน
(นายวิทยา นา่ ชม)

วันที่............เดอื น........................พ.ศ..............

88

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ประเดน็ ท่ปี ระเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

321

ความใส่ใจในการ เมื่อเกิดปัญหาหรือไม่ สว่ นใหญเ่ มอ่ื เกิดปัญหา เมื่อเกิดปัญหาหรือไม่

ทำงาน เข้าใจบทเรียนทุกคร้ัง หรือไม่เข้าใจบทเรียน เข้าใจบทเรียนทุกครั้ง

มักซักถามและมีความ ทกุ ครั้งมกั ซักถามและมี มักซักถามและมีความ

พยายามในการค้นหา ความพยายามในการ พยายามในการค้นหา

คำตอบอยเู่ สมอ คน้ หาคำตอบ คำตอบเป็นบางครง้ั

การเสนอความคิดเหน็ ส่วนใหญ่เสนอความคดิ เสนอความคิดเห็น กล้า ไม่เสนอความคิดเห็น

เห็น กล้าแสดงออกที่ แสดงออกที่จะพูดในสิ่ง กล้าแสดงออกที่จะพูด

จะพดู ในสิง่ ท่ีถูกหรือดี ที่ถกู หรอื ดี บางครัง้ ในสิ่งท่ถี ูกหรอื ดี

ความร่วมมือในการ ใหค้ วามรว่ มมือในการ ส ่ ว น ใ ห ญ ่ ใ ห ้ ค ว า ม ให้ความร่วมมือในการ

ทำงาน ทำงานกลุ่มและ ร่วมมือในการทำงาน ทำงานกลมุ่ และ

ปฏบิ ัติงานทสี่ มาชกิ ใน กลุ่มและปฏิบัติงานที่ ปฏิบัติงานที่สมาชิกใน

กลุ่มมอบหมายด้วย ส ม า ช ิ ก ใ น ก ลุ่ ม กลุ่มมอบหมายได้เป็น

ความเต็มใจทกุ คร้ัง มอบหมายได้ บางคร้ัง

การยอมรับฟังคนอ่ืน ยอมรับฟังความคิดเห็น ยอมรับฟังความคิดเห็น ไม่ยอมรับฟังความ

ที่ดีและมีเหตุผลของ ที่ดีและมีเหตุผลของ คิดเหน็ ท่ดี แี ละมีเหตุผล

ผู้อื่นทุกครั้ง ไม่ยึด ผอู้ น่ื บา้ ง แต่บางครั้งจะ ของผู้อื่น มักยึดความ

ความคิดเห็นของตนแต่ ยึดความคดิ เห็นของตน คิดเห็นของตนแต่ฝ่าย

ฝ่ายเดียว เดียว

89

90

91

92


Click to View FlipBook Version