The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดการเรียนรู้เศรศฐกิจพอเพียง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nattawut Kusolwong, 2020-06-25 11:34:36

ชุดการเรียนรู้เศรศฐกิจพอเพียง

ชุดการเรียนรู้เศรศฐกิจพอเพียง

ชุดการเรียนรู้
กจิ กรรมพัฒนาวชิ าการ

วิชาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ตามแนวทางการจดั กิจกรรมพฒั นาคุณภาพผู้เรยี น สงั กัดสานักงาน กศน.

ชื่อ.....................................................................................รหสั นักศึกษา .....................................
กศน.ตาบล/ศรช. ....................................................................ชื่อครทู ป่ี รึกษา.......................................

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอเมืองนครราชสีมา
สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั
จังหวัดนครราชสมี า

ชุดการเรียนรรู้ ายวิชาเศรษฐกจิ พอเพียง 1

ชดุ การเรยี นรู้
กิจกรรมพัฒนาวิชาการ

วชิ าเศรษฐกจิ พอเพียง

ตามแนวทางการจัดกจิ กรรมพฒั นาคุณภาพผู้เรียน สงั กดั สานักงาน กศน.

.....................................................................................รหสั นักศึกษา .....................................
กศน.ตาบล/ศรช. ....................................................................ช่อื ครูที่ปรึกษา.......................................

ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอเมืองนครราชสีมา
สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

ชุดการเรียนรรู้ ายวิชาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2

จังหวัดนครราชสีมา

กาหนดการรบั และสง่ งาน
วิชาเศรษฐกิจพอเพยี ง

เรอ่ื ง รับงานวนั ที่ ลายมอื ชื่อ สง่ งานวนั ที่ ลายมอื ชื่อ หมายเหตุ

เรือ่ งที่ ๑
ความพอเพยี ง

เรือ่ งท่ี ๒
ครอบครวั
พอเพียง

เรื่องที่ ๓
ประกอบอาชีพ
อยางพอเพียง

เรอ่ื งท่ี ๔
การวางแผน
ประกอบอาชีพ
แบบพอเพยี ง

เรอื่ งที่ ๕
การเพาะ
ถ่วั งอกในโอง่

ชุดการเรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพียง 3

คาชแี้ จงสาหรับนกั ศกึ ษา กศน.

ชดุ การเรียนรู้รายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพียง สาหรบั นักศึกษา ประกอบด้วย ชดุ กาเรยี นรู้ท้งั หมด 5 เรอื่ งดังนี้
เรอื่ งท่ี ๑ ความพอเพียง ความเปนมา ความหมายและ หลักแนวคดิ ของปรัชญาเศรษฐกจิ

พอเพยี ง รูเขาใจและวเิ คราะหแนวคดิ หลักการปรชั ญาของเศรษฐกิจ พอเพียง
เร่ืองท่ี ๒ ครอบครวั พอเพยี ง แนวทางในการนาปรชั ญา ของเศรษฐกจิ พอเพยี งไป ประยกุ ตใชในวิถี

ชีวติ ของ ตนเองและครอบครัว 2. การดาเนนิ ชวี ติ ตามปรชั ญา เศรษฐกจิ พอเพยี ง 3.รายรบั – รายจายของตนเอง และ
ครอบครัว การวางแผนการใชจายของ ตนองและครอบครัว การลดรายจาย เพิ่มรายได จากกรณีตาง ๆ เช่น -การ
ประหยัด อดออม -การใชเวลาวางใหเปน ประโยชน -การปฏิบตั ิตนเปนผูผลติ และ

เรื่องท่ี 3 การประกอบอาชีพอยา่ งพอเพยี ง หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ เพยี ง กับการจดั การทรัพยากรท่ี
มอี ยู่ครอบครวั ชมุ ชน หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งกบั การประกอบอาชีพ

เรอ่ื งท่ี 4 การวางแผนประกอบอาชพี แบบพอเพียง การวางแผนประกอบอาชีพ ตามหลักปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียง โครงการและแผนงาน ประกอบอาชีพ ตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

เรอื่ งที่ 5 ชมุ ชนพอเพยี ง ความหมาย ความสาคญั การบรหิ ารจดั การชมุ ชน การบริหารจดั การ
ชมุ ชน ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง กระบวนการ เทคนิคการ บรหิ ารจดั การชุมชน ความหมาย ความสาคัญ
การบรหิ ารจัดการชมุ ชน

ชดุ การเรียนรรู้ ายวชิ าเศรษฐกิจพอเพยี ง 4

คาช้ีแจงในการใช้ชุดการเรียนรู้
1. ในการเรียนดว้ ยชุดการเรยี นรู้รายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาใช้เวลาในการเรยี น 1 หน่วยกิต
2. ให้นักศึกษาเรียนรู้จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้และเนือ้ หาอยา่ งละเอยี ดรอบคอบ
3. การเรียนดว้ ยชดุ การเรยี นรู้เศรษฐกจิ พอเพยี ง จะต้องปฏิบัตติ ามขั้นตอนที่กาหนดไวอ้ ย่างเครง่ ครดั และมี
ความซ่ือสัตย์ต่อตนเอง
4. ถา้ นักศึกษาเกดิ ความสงสัย ไม่เขา้ ใจหรอื มีปัญหา สามารถขอคาแนะนาจาก ครผู ้สู อนได้ตลอดเวลา
5. เมอื่ นกั ศกึ ษาเรยี นรู้และปฏิบัติกิจกรรมจากชดุ การเรยี นรเู้ ศรษฐิจพอเพยี ง จานวน 5 เรอื่ ง จบแลว้
นกั ศึกษาแตล่ ะคนต้องแบบฝึกหดั ท้ายบทสง่ ครทู ป่ี รึกษา ตามวนั เวลาทตี่ กลงรว่ มกนั
๖. ชดุ การเรียนร้เู ศรษฐกิจพอเพยี ง นามาใช้ในการพบกลุ่ม หรือ หากไมม่ เี วลามาพบกลมุ่ สามารถนาไป
เรียนรไู้ ด้ผา่ นทาง QR CODE น้ี

ชุดการเรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกิจพอเพยี ง 5

บทบาทของนักศึกษา กศน.
1. นกั ศกึ ษาอา่ นค่มู ือการใช้ชุดการเรียนรูแ้ ละปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามลาดับขน้ั ตอน
2. นกั ศกึ ษาเรยี นรผู้ ลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง จดุ ประสงค์การเรียนรู้ และสาระการเรยี นรู้ ในชดุ การเรยี น
ทั้งหมดอย่างละเอยี ด พรอ้ มทั้งทาใบงาน
3. นักศกึ ษาควรมกี ารวางแผนการทางาน แบง่ หนา้ ทแี่ ละร่วมกนั ปฏิบัตกิ ิจกรรม หากเกิดขอ้ สงสยั ไม่เขา้ ใจ
หรอื มปี ญั หา นักศกึ ษาควรขอคาแนะนาจากครผู สู้ อน
4. ในการปฏิบตั กิ ิจกรรมการเรียนรู้ นกั ศกึ ษาควรปฏิบัตงิ านให้ทนั กบั เวลาที่กาหนดให้
5. ขัน้ ตอนสดุ ท้ายของการเรยี นด้วยชุดการเรียนรู้ นกั ศกึ ษาทาใบงาน ท้ายบทสง่ ครูท่ีปรกึ ษา ตามวนั เวลาท่ี
ตกลงรว่ มกนั

ชดุ การเรียนรรู้ ายวิชาเศรษฐกิจพอเพยี ง 6

ขน้ั ตอนในการเรยี นด้วยชุดการเรยี นรู้

ศึกษารายละเอียดของชุดการเรยี นร้แู ตล่ ะเร่ือง

ศกึ ษาผลการเรยี นรทู้ ่คี าดหวัง/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

ดาเนนิ การใชช้ ดุ การเรยี นรู้
๑. ข้นั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น

๑.๑ แจง้ จุดประสงค์การเรียนรู้
๑.๒ บอกส่ิงที่นักศกึ ษาต้องปฏิบตั ิ
๑.๓ ทดสอบก่อนเรียน
๒. ข้ันเรยี นรู้
นักศกึ ษาปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามทร่ี ะบไุ ว้ในใบงาน
๓. ขั้นสรปุ

สรปุ อภปิ ราย แลกเปล่ยี นเรยี นรู้

ทดสอบหลังเรยี น ไม่ผา่ น

ผา่ น

ทาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน

หมายเหตุ
ผ่าน หมายถึง ผู้เรยี นทาใบงานครบ ทาแบบทดสอบได้ร้อยละ 70 และแบบฝึกหัดครบ

ชดุ การเรียนรรู้ ายวิชาเศรษฐกจิ พอเพียง 7

เรอ่ื งท่ี ๑ ความพอเพยี ง

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. เพ่ือใหน้ กั ศึกษา อธิบายแนวคิด หลักการ ความหมาย ความสาคญั ของปรชั ญา เศรษฐกจิ พอเพียงได
2. นักศกึ ษาสามารถบอกแนวทางในการ นาปรชั ญาเศรษฐกิจ พอเพียงไปประยุกตใช ในการดาเนินชีวิต
3. เพ่ือให้นกั ศึกษาเหน็ คุณคาและปฏบิ ัติ ตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพียง
4. นกั ศกึ ษาสามารถแนะนาสงเสริมให สมาชกิ ในครอบครัว เห็นคณุ คาและนาไป ปฏบิ ตั ิในการดาเนิน ชวี ติ

ชุดการเรียนรรู้ ายวิชาเศรษฐกจิ พอเพียง 8

ใบความรทู้ ่ี 1

เรอ่ื งที่ 1 ความเป็นมาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษ นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราช

สมบตั บิ รมราชาภิเษก พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายและสตปิ ัญญาร่วมทุกข์รว่ มสขุ กับพสกนิกร
และบาเพ็ญพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ โดยใช้หลักคุณธรรม และความรู้ หลักวิชาการ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา
และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เป็นแนวทางในการพัฒนาเพ่ือให้เกิดประโยชน์ความสุขของพสกนิกรเป็น
ทต่ี งั้

จากพระบรมราโชวาทและพระราชดารัสของพระองค์นับต้ังแต่ ปี 2517 เป็นต้นมา จะพบว่า
พระองค์ได้ทรงเน้นย้าแนวการพัฒนาบนหลักแนวคิดพึ่งตนเอง เพื่อให้เกิดความพอมี พอกินโดยใช้หลักความ
พอประมาณ ความมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันในตัวท่ีดีและทรงเตือนสติคนไทยไม่ให้ประมาทตระหนักถึงการพัฒนา
อย่างเป็นขั้นเป็นตอนท่ีถูกต้องตามหลักวิชาการและการมีคุณธรรมเป็นกรอบในการปฏิบัติและการดารงชีวิต ซ่ึง
ทง้ั หมดเปน็ ทรี่ จู้ กั กันดีภายใตช้ ่ือว่า เศรษฐกจิ พอเพยี ง

เรอื่ งท่ี 2 ความหมายของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เศรษฐกจิ พอเพียงเป็นปรัชญาทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดารัสชี้แนะแนวคิดในการดาเนินชีวิต

การปฏิบัติตน เพือ่ ให้ก้าวทันต่อยคุ โลกาภิวัตน์
เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจาเป็นท่ีจะต้องมีระบบภูมิคุ้มกัน

ในตวั ทด่ี ีพอสมควรตอ่ การกระทบใด ๆ อนั เกิดจากการเปล่ียนแปลงท้งั ภายในและภายนอก
เมอ่ื วนั ที่ 4 ธนั วาคม พ.ศ. 2540 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั ไดพ้ ระราชทานพระบรมราโชวาท

เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง
“...คาวา่ พอเพียง มีความหมายอีกอย่างหนึ่ง มีความหมายกว้างออกไปอีก ไม่ได้หมายถึงการมีพอสาหรับใช้

เองเท่าน้ัน แตม่ ีความหมายว่า พอมี พอกนิ ... พอมีพอกินกแ็ ปลวา่ เศรษฐกิจพอเพยี งนน่ั เอง...”

ชดุ การเรยี นรรู้ ายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง 9

“... ให้พอเพียงนีก้ ็หมายความวา่ มีกนิ มีอยูไ่ ม่ฟุ่มเฟือย ไมห่ รูหราก็ได้ แต่ว่า พอ แม้บางอย่างอาจจะฟุ่มเฟือย
แต่ถ้าทาให้มีความสุขถ้าทาได้ก็สมควรจะทา สมควรท่ีจะปฏิบัติ อันนี้ก็ความหมายอีกอย่างหนึ่งของเศรษฐกิจหรือ
ระบบพอเพยี ง...”

“...มีความคิดว่าทาอะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณไม่สุดโต่ง ไม่โลภ อย่างมากคนเราก็อยู่เป็น
สุข พอเพยี งน้ีอาจจะมีมาก อาจจะมีหรูหรากไ็ ด้ แตต่ ้องไมเ่ บียดเบียนคนอน่ื ตอ้ งใช้พอประมาณตามอัตภาพ...”

“...ฉะน้ัน ความพอเพียงน้กี ็แปลว่าพอประมาณและความมีเหตุมผี ล...”
“...เศรษฐกิจพอเพยี ง เปน็ เสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดินเปรียบเสมือนเสาเข็มที่ถูก
ตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไว้น่ันเอง ส่ิงก่อสร้างจะม่ันคงได้ก็อยู่ที่เสาเข็ม แต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็มและ
ลืมเสาเข็มเสียดว้ ยซ้าไป...”

พระราชดารัสพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว
จากวารสารชยั พฒั นา ประจาเดอื นสิงหาคม 2542
เร่ืองท่ี 3 หลักแนวคิดของเศรษฐกจิ พอเพียง
หลกั แนวคิดเศรษฐกิจพอเพยี ง ประกอบดว้ ย 3 ห่วง กบั 2 เงอื่ นไข ซง่ึ สรุปเป็นแผนภาพ ดงั น้ี

ชดุ การเรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพยี ง 10

หลกั แนวคิดเศรษฐกิจพอเพยี ง คอื หลกั การดาเนนิ ชีวิตท่ีต้ังอยบู่ นทางสายกลางและความไม่
ประมาทควบคไู่ ปกบั การใช้ความร้แู ละคุณธรรม
การปฏบิ ัติบนทางสายกลาง

© ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดี ความไมโ่ ลภมาก หรือขาดแคลนจนเป็นทกุ ข์
© ความมเี หตผุ ล หมายถงึ การตัดสินใจที่เก่ยี วกับระดบั ความพอเพียงของตนเองว่าอยใู่ น
ระดับใด และควรมีความยับย้ังชัง่ ใจ
© การมีภูมิคุ้มกนั ในตัวทดี่ ี หมายถงึ การเตรยี มตัวและเตรียมใจใหพ้ ร้อมรับผลกระทบและ
การเปลย่ี นแปลงด้านตา่ ง ๆ
การใชค้ วามรู้
การตดั สนิ ใจและดาเนนิ กิจกรรมตา่ ง ๆ ใหอ้ ยู่ในระดับพอเพียงต้องอาศัยความรอบรู้
ความรอบคอบทีจ่ ะนาความรู้ต่าง ๆ มาเชื่อมโยงกันและความระมัดระวังในการปฏบิ ตั ิ
การมีคุณธรรม
การดาเนนิ ชวี ติ อย่างพอเพยี ง ผปู้ ฏิบัตจิ ะตอ้ งตระหนักในคุณธรรม มคี วามซื่อสตั ย์สุจรติ
มคี วามอดทน มีความเพียร ใชส้ ติปัญญาในการดาเนินชีวติ ไม่โลภ ไม่ตระหน่ี

เร่อื งที่ 4 ความสาคญั ของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ความสาคัญของเศรษฐกจิ พอเพียงท่ีสง่ ผลตอ่ ประชาชน ดงั น้ี
1. แนวคิดที่มุ่งเน้นพ่ึงตนเองเป็นหลัก เน้นการใช้ศักยภาพของคนเพ่ือนามาพัฒนาเอง นามาใช้ให้เกิด

ประโยชนม์ ากทสี่ ดุ เพือ่ ใหช้ วี ิตของตนเอง ครอบครัวและชุมชนอยู่รอด
2. ทาให้เกิดความเข้มแข็งในจติ ใจ โดยยึดหลักการพ่ึงตนเอง พ่ึงตนเองได้แล้วทาให้จิตใจสงบ เข้มแข็งไม่ต้อง

วติ กกังวล
3. เกิดความรว่ มมอื สามัคคีภายในสังคม ชุมชนและประเทศชาติ
4. แก้ปัญหาเศรษฐกจิ พอมีพอกนิ ลดปัญหาความยากจน

“เมอื่ สังคมไทยเปน็ สังคมเศรษฐกิจพอเพยี ง
คนไทยดารงชีวิตบนทางสายกลาง มีสามหว่ งสาคญั
คล้องใจในการดาเนนิ ชวี ติ ได้แก่ ความพอประมาณ
ความมเี หตุผล การมภี มู คิ ุ้มกนั ในตัวทีด่ ี มีสองเง่อื นไข
กากบั ชีวิตอย่างเคร่งครัด ไดแ้ ก่ เง่ือนไขความรูท้ ป่ี ระกอบด้วย
รอบรู้ รอบคอบ ระมดั ระวงั เง่ือนไขคณุ ธรรม ซึ่งมคี วาม
ซอื่ สัตย์สจุ ริต อดทน เพยี ร มสี ตปิ ัญญา อยใู่ นชวี ิต ชวี ิต
มแี ตค่ วามสุขเศรษฐกิจ สดใส สงั คม อ่นุ ใจ สิง่ แวดลอ้ ม
อดุ มสมบรู ณ์ วฒั นธรรม เข้มแขง็ ยัง่ ยืน”

ชุดการเรยี นรรู้ ายวิชาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 11

ใบความรู้
ใบความรเู้ รอ่ื งประวตั ิ ความเป็นมา ความหมาย แนวคดิ หลักการ ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ทฤษฎีใหม่กบั เศรษฐกจิ พอเพยี ง
“การพัฒนาประเทศจาเปน็ ต้องทาตามลาดบั ขัน้ ต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมีพอกนิ พอใชข้ อง

ประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบ้ืองต้นกอ่ น โดยใชว้ ิธกี ารและใช้อุปกรณท์ ป่ี ระหยัด แต่ถกู ต้องตามหลกั วิชา เม่อื ไดพ้ ื้นฐาน
มน่ั คงพร้อมพอควรและปฏบิ ัติได้แลว้ จงึ ค่อยสรา้ งค่อยเสรมิ ความเจรญิ และฐานะเศรษฐกิจข้นั ทสี่ งู ขน้ึ โดยลาดบั ตอ่ ไป
หากมงุ่ แตจ่ ะทุ่มเทสรา้ งความเจริญ ยกเศรษฐกจิ ข้ึนใหร้ วดเร็วแตป่ ระการเดยี ว โดยไม่ให้แผนปฏิบัตกิ ารสมั พันธก์ ับ
สภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่างๆ ขึ้น ซง่ึ อาจกลายเปน็
ความยงุ่ ยากลม้ เหลวไดใ้ นท่สี ุด” พระบรมราโชวาท ในพธิ ีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ
หอประชุมมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ วนั พฤหัสบดที ี่ 18กรกฎาคม พ.ศ. 2517

ทฤษฎใี หม่ แนวทางการดาเนินชีวติ ตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
เศรษฐกจิ พอเพยี งเปน็ หนึ่งในแนวพระราชดารขิ องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั ฯ ท่ีได้พระราชทานปรัชญา

ในการดารงชวี ติ ทยี่ ดึ หลกั ความพอเหมาะพอดี มีเหตุมีผล และความไม่ประมาท ซง่ึ พระเจ้าอยู่หวั ฯ ทรงถือปฏบิ ัตดิ ้วย
พระองคเ์ องอย่างต่อเน่ืองยาวนาน ดารงชีวติ เปน็ แบบอย่างอยา่ งสมบรู ณ์แบบ และทรงพระราชทานพระราชดาริใหค้ น
ไทยไดน้ าไปปฏบิ ตั ติ ั้งแต่ปี พ.ศ.2517 ดังพระบรมราโชวาทที่ยกมาขา้ งต้น และเม่ือคราววิกฤตเศรษฐกิจ พ.ศ.2540
คนไทยกไ็ ด้ตระหนักถงึ ความสาคัญของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองคท์ ่าน เมือ่ วิกฤตเศรษฐกิจมาเยือน อนั
เกิดจากความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมของสังคมไทยในยุคฟองสบู่ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั ฯ ทรงใช้ปรชั ญาเศรษฐกิจ
พอเพยี งเพอื่ เป็นแนวทางในการแก้ไขใหร้ อดพ้น และสามารถดารงอยู่ได้อย่างมนั่ คงและย่ังยืนภายใตก้ ระแสโลกาภิ
วตั น์ และความเปล่ียนแปลงต่างๆ ทเี่ กิดขึ้นอย่างต่อเน่ือง ทรงเหน็ ความสาคญั ของความ “พออยู่พอกิน” ซงึ่ มผี ลตอ่
ราษฎรและประเทศชาติ ทส่ี าคญั คอื เปน็ แบบอยา่ งที่ดีให้คนไทยดาเนินชวี ติ บนทางสายกลาง มคี วามขยนั หมั่นเพียร
ในการประกอบสัมมาชพี รจู้ ักใช้ทรพั ยากรทม่ี ีอยใู่ หเ้ กิดประโยชน์สงู สุด รู้จักประมาณตน และดารงชีวติ อยา่ งรู้จัก
“คิด อยู่ ใช้ กิน อย่างพอเพียง” และทฤษฎใี หม่กเ็ ป็นหนงึ่ ในแนวทางการดาเนินชีวติ ตามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ท่ี
แปรส่กู ารปฏบิ ตั ใิ หเ้ หมาะสมกับกลมุ่ เกษตรกรไทย หรืออาจกลา่ วได้วา่ คือ เศรษฐกิจพอเพยี งสาหรบั เกษตรกรนั่นเอง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้รบั การตคี วามหมาย ส่กู ารปฏิบัตใิ นหลายแนวทาง เนื่องจากเปน็ ปรัชญาที่

สามารถนาไปประยุกตใ์ ชไ้ ด้กับทุกกลุ่มคน ดังน้ันการตีความ จงึ ขึน้ กับแนวทางทต่ี ้องการนาไปปฏิบัติ ตลอดจน
กลมุ่ เปา้ หมายท้งั ในระดับปัจเจก ในระดับชุมชน และในระดบั ประเทศ

ชดุ การเรียนรรู้ ายวิชาเศรษฐกิจพอเพยี ง 12

1. ความหมายตามแนวเศรษฐศาสตร์
สานักงานคณะกรรมการพิเศษเพ่ือการประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ (กปร.) ได้ให้

ความหมายของเศรษฐกจิ พอเพียงซึง่ ประมวลและกล่ันกรองจากพระราชดารัสในโอกาสต่างๆ รวมทั้งพระราชดาริอื่นๆ
ท่เี กี่ยวขอ้ ง โดยได้รบั พระราชทานพระบรมราชานญุ าตให้นาไปเผยแพรเ่ ม่ือวันที่ 21 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2542
เพ่ือเป็นแนวทางปฏิบตั ขิ องทกุ ฝ่ายและประชาชนทัว่ ไปดังน้ี

ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดารงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ต้ังแต่ระดับ

ครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ท้ังในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดาเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะ
การพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล
รวมถึงความจาเป็นท่จี ะต้องมรี ะบบภมู คิ ุ้มกนั ในตวั ทีด่ ีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปล่ียนแปลง
ทง้ั ภายนอกและภายใน ท้งั นี้ จะตอ้ งอาศยั ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างย่ิงในการนาวิชาการ
ต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดาเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพ้ืนฐานจิตใจของคนใน
ชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรฐั นักทฤษฎี และนกั ธุรกิจในทุกระดบั ให้มีสานกึ ในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต และให้
มีความรอบรู้ท่ีเหมาะสม ดาเนินชวี ติ ดว้ ยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพ่ือให้สมดุล และ
พร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางท้ังด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจา ก
โลกภายนอกได้เป็นอย่างดี

นอกจากน้ัน สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยังได้จัดทาแผนพัฒนา
เศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 9 (พ.ศ. 2545–2549) โดยได้อัญเชิญแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามพระ
ราชดารสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัวฯ มาเป็นปรชั ญานาทางในการพัฒนาและบริหารประเทศ โดยยึดหลักทาง
สายกลาง เพ่ือให้ประเทศรอดพ้นจากวิกฤต สามารถดารงอยู่ได้อย่างม่ันคง และนาไปสู่การพัฒนาที่สมดุล มีคุณภาพ
และยง่ั ยนื ภายใต้กระแสโลกาภวิ ตั น์และสถานการณเ์ ปลี่ยนแปลงตา่ งๆ โดยยดึ ตามความหมายของสานักงาน กปร.

2. ความหมายตามแนวปราชญช์ าวบา้ น
เศรษฐกิจพอเพียง ในความหมายของปราชญช์ าวบา้ น หรือผู้นากล่มุ เกษตรกร จะมคี วามหมายไปใน

แนวทางเดียวกับ “ทฤษฎีใหม่” น่นั คอื แนวทางปฏิบตั เิ พ่ือการพ่ึงตนเอง โดยเริม่ จาก “ปลกู ของทกี่ ิน กินของทีป่ ลูก”
ลดทอนค่าใช้จา่ ย และพยายามพ่ึงตนเองให้ได้มากท่ีสดุ และดาเนนิ ไปใน 3ขั้นตอน ได้แก่

1. การผลิตแบบเศรษฐกจิ พอเพยี งที่เกษตรกรสามารถเลยี้ งตวั เองได้
2. การรวมกลุม่ ในการผลิต การตลาด ความเปน็ อยู่เพื่อสรา้ งชมุ ชนใหเ้ ข้มแขง็ และมสี ่วนร่วมในการพฒั นา
3. การสรา้ งเครอื ขา่ ยโดยการร่วมมอื กบั ภาครฐั ภาคธรุ กจิ และภาคองค์กรพฒั นาเอกชน เพื่อนาไปสกู่ ารลด
ตน้ ทุน การพัฒนาคณุ ภาพชีวิต และสรา้ งความเข้มแข็งในระดับประเทศ

ชดุ การเรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพียง 13

จะเหน็ วา่ เศรษฐกิจพอเพียงในความหมายของปราชญ์ชาวบา้ น ก็คือแนวทางและขนั้ ตอนปฏิบัติของ “ทฤษฎีใหม่” ที่
เป็นเชน่ น้ีกเ็ นอื่ งมาจาก “ทฤษฎใี หม่” คอื แนวทางสาหรบั เกษตรกรเพ่ือใหพ้ ออยู่ พอกิน และเลยี้ งตัวเองไดต้ ามหลกั
ปรชั ญา “เศรษฐกิจพอเพียง”

3. ความหมายตามเครอื ข่ายเศรษฐกจิ พอเพียง
เศรษฐกจิ พอเพยี ง ในความหมายของเครือขา่ ยเศรษฐกิจพอเพยี ง อันประกอบด้วย 5 เครือข่ายหลัก ได้แก่

มูลนิธกิ สิกรรมธรรมชาติ เครือข่ายกสกิ รรมไร้สารพษิ แหง่ ประเทศไทยเครอื ขา่ ยเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่าย
ปราชญช์ าวบา้ นและพหุภาคีภาคอีสาน เครือข่ายเกษตรสมดลุ -ไร่ทกั สม กระจายตวั อยู่ท่วั ประเทศในรปู ของศูนย์
เรียนรู้เศรษฐกจิ พอเพียงกวา่ 120 ศูนย์อบรม โดยนอ้ มนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง และศาสตร์พระราชาสู่การ
ปฏิบตั โิ ดยเนน้ ไปท่ีการใหค้ วามสาคัญกับคน แกป้ ัญหาทีค่ น ทางออกของปัญหา คือ การสร้างปัญญา ใหเ้ กษตรกร
ฉลาดรอบรู้ และไมต่ กเป็นเหยอื่ ของกลไกท่ีไม่ไดม้ ุ่งช่วยเกษตรกรอย่างจริงใจอกี ต่อไป โดยใชป้ รัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี งเปน็ ยุทธศาสตร์หลัก ซงึ่ มอี ยู่ 5 คาหลัก คือ ศรทั ธา กล้าหาญ เอกภาพ ความรู้ คุณธรรม และมีความเช่อื มนั่
อย่างแรงกลา้ วา่ เศรษฐกิจพอเพยี ง ของพระเจา้ อยู่หัวฯ คือยทุ ธศาสตร์ทางรอดของชาติ และทางออกจากปัญหา
วิกฤตการณ์ในปัจจบุ ัน แต่ต้องทาอย่างเปน็ ขนั้ เป็นตอน ดงั คากลา่ วท่ีวา่ “เดนิ ทีละก้าว กินขา้ วทีละคา ทาทีละอยา่ ง”

การปรบั ประยุกตป์ รชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งสู่การปฏบิ ตั ิ ของเครือขา่ ยกสกิ รรมธรรมชาติ ซ่ึงไดด้ าเนินการ
อยา่ งเป็นรปู ธรรม ในรูปแบบของบนั ได 9ขั้น ส่คู วามยง่ั ยนื ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพยี ง

9ขั้นตอนการสูก่ ารพงึ่ ตนเองอย่างยง่ั ยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

ขั้นที่ 9 กองกาลงั เกษตรโยธนิ
ขั้นที่ 8 ขาย
ขั้นที่ 7 เกบ็ รักษา
ขนั้ ที่ 6 ทาน
ขนั้ ที่ 5 บุญ
ข้ันท่ี 4 พอรม่ เยน็
ขนั้ ที่ 3 พออยู่
ขั้นท่ี 2 พอใช้
ขั้นท่ี 1 พอกนิ

ชดุ การเรียนรรู้ ายวิชาเศรษฐกจิ พอเพียง 14

ขนั้ ที่ 1 พอกิน
พน้ื ฐานที่สุดของมนุษย์ คือ ความตอ้ งการปัจจยั 4 และประการสาคัญที่สุดของปจั จยั 4 คือ อาหาร ขน้ั ท่ี 1

ของแนวทางแก้ปัญหาท่ีย่ังยนื คอื ตอบคาถามให้ไดว้ า่ “ทาอย่างไรจึงจะพอกนิ ” โดยให้ความสาคัญกบั ข้าวปลา
อาหาร ไม่ใหค้ วามสาคัญกบั เงิน ซ่ึงเปน็ เพียงแค่ “ตวั กลาง” ในการแลกเปลย่ี นตามมาตรฐานสากล โดยยึดหลกั ว่า
“เงนิ ทองเป็นของมายา ขา้ วปลาสขิ องจรงิ ” เกษตรกรตอ้ งเรม่ิ จากการอยใู่ ห้ไดโ้ ดยไม่ใช้เงิน มอี าหารพอมี พอกนิ ดว้ ย
การปลูกพชื ผกั ผลไม้ ใหพ้ อกิน ชาวนาต้องเก็บขา้ วไวใ้ ห้เพยี งพอสาหรบั การมีกินทง้ั ปี ไม่ขายขา้ วเปลือกเพ่ือนาเงินไป
ซ้อื ขา้ วสาร นอกจากน้นั หัวใจสาคญั ของ “พอกนิ ” ยังมีความหมายรวมไปถงึ ความปลอดภยั ในอาหาร กินอยา่ งไรใหม้ ี
สขุ ภาพดี ไมส่ ะสมเอาความเจ็บไข้ได้ปว่ ยไวใ้ นรา่ งกาย นีค่ ือความหมายของบันไดขั้นที่ 1 ทเ่ี กษตรกรต้องก้าวข้ามให้ได้

ข้ันที่ 2–4 พอใช้ พออยู่ พอรม่ เยน็
บนั ไดข้ันท่ี 2-4 พอใช้ พออยู่ พอร่มเยน็ เกดิ ข้นึ ได้พร้อมกนั ด้วยคาตอบเดยี วคือ “ปลูกปา่ 3 อยา่ ง

ประโยชน์ 4 อย่าง” ซึ่งปา่ 3 อยา่ งจะให้ทง้ั อาหาร เคร่ืองนงุ่ หม่ สมนุ ไพรสาหรบั รักษาโรคทั้งโรคคน โรคพชื โรคสัตว์
ใหไ้ มส้ าหรับทาบ้านพักท่ีอยอู่ าศัย และให้ความร่มเย็นกบั บ้าน กบั ชมุ ชน กบั โลกใบน้ี ซง่ึ เป็นแนวทางในการแกป้ ัญหา
ความยากจนของเกษตรกรไทย ซง่ึ ได้รับการพิสจู นแ์ ลว้ วา่ สามารถแก้ปญั หาไดจ้ ริง และยังสามารถย้อนกลับไปแก้ไข
ปัญหาหนี้สินซง่ึ สะสมพอกพูนจากการทาเกษตรเชงิ เดย่ี ว ปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากร ปญั หาความขาด
แคลนนา้ ภยั แลง้ ทัง้ หมดลว้ นแก้ไขไดจ้ ากแนวคิดป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่างขององค์พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว

ชุดการเรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพยี ง 15

ข้นั ท่ี 5–6 บุญและทาน
เครอื ข่ายเศรษฐกจิ พอเพยี ง เชอ่ื ม่นั วา่ สังคมไทยเปน็ สังคมบญุ สงั คมทาน ไม่เนน้ การแลกเปลย่ี นทางการคา้

แตเ่ น้นการทาบุญ ไม่เนน้ การสะสมเปน็ ของส่วนตัว แต่เน้นการใหท้ านและสะสมโดยมอบให้เป็นทรัพยส์ ินส่วนรว่ มโดย
วดั หรือศาสนสถานตามแต่ละศาสนาเปน็ ศนู ย์กลาง เปน็ การฝกึ จิตใจ ให้ละซง่ึ ความโลภ และกเิ ลสในการอยากได้ ใคร่
มี ลดปญั หาชอ่ งวา่ งระหว่างชนช้ัน ตามความหมายอันลกึ ซึ้งของคา “Our Loss is Our Gain” หรือ “ยิ่งทายงิ่ ได้ ย่ิง
ใหย้ งิ่ มี” การให้ไปคือได้มา และเชื่อมัน่ ในฤทธ์ิของทาน ว่าทานมีฤทธ์ิจรงิ และจะสง่ ผลกลบั มาเป็นเพื่อน เป็น
กัลยาณมิตร เปน็ เครอื ข่ายท่ชี ่วยเหลือกนั ในทุกสถานการณ์ แม้ในวนั ที่โลกนี้ประสบกับวกิ ฤตการณ์

ขัน้ ที่ 7 เก็บรักษา
ขั้นตอ่ ไปหลงั จากสามารถพงึ่ ตนเองได้ พอมี พอเหลอื ทาบญุ ทาทานแล้ว คอื การรู้จกั เก็บรักษา ซึง่ เป็นการ

ต้งั อยใู่ นความไม่ประมาท และการรูจ้ ักเก็บรกั ษา ยงั เป็นการสรา้ งรากฐานของการเอาตวั รอดในเวลาเกิดวกิ ฤตการณ์
โดยยึดแนวทางตามวิถีชีวติ ชาวนาสมยั กอ่ นซึง่ เกบ็ รกั ษาข้าวไว้ในยุ้งฉางเพื่อให้พอมีกินข้ามปี คัดเลอื กและเก็บรกั ษา
“ข้าวพนั ธ์ุ” ไวส้ าหรับเป็นพนั ธ์ขุ ้าวในปีต่อไป ซง่ึ ผดิ กับวถิ ีชาวนาในปจั จบุ ันทใ่ี ชว้ ิธกี ารขายขา้ วทัง้ หมดแล้วนาเเงินที่
ขายได้ไปซื้อพนั ธขุ์ ้าวเพื่อปลูกในปีต่อไป ส่งผลใหเ้ กิดการขาดความม่นั คงและเปรยี บเสมือนการใชช้ วี ติ อยูบ่ นเส้นทาง
สายความประมาท เพราะหากเกิดภัยแล้ง น้าท่วม ผลผลติ ไม่ไดต้ ามที่ตง้ั ใจไว้ ย่อมหมายถึงปัญหาหน้ีสนิ และการขาด
แคลนพันธุ์ข้าวสาหรบั ปลูกในปตี ่อไป
นอกจากเกบ็ พันธขุ์ ้าวแล้ว ยังเนน้ ใหร้ ้จู ักวิธกี ารถนอมอาหาร การสะสมอาหารไว้กนิ ในยามหนา้ แล้ง ด้วยการแปรรปู
อาหารหลากชนดิ อาทิ ปลาร้า ปลาแหง้ มะขามเปยี ก พรกิ แหง้ หอม กระเทียม เพื่อเกบ็ ไว้กนิ ในอนาคต

ขน้ั ท่ี 8 ขาย
เน่อื งจากเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใชเ่ ศรษฐกจิ การคา้ แต่ก็ไม่ใชเ่ ศรษฐกจิ หลงั เขา การคา้ ขายสามารถทาได้ แต่

ทาภายใตก้ ารรูจ้ ักตนเอง รจู้ กั พอประมาณ และทาไปตามลาดบั โดยของที่ขาย คือ ของท่ีเหลือจากทุกขน้ั แล้วจึงนามา
ขาย เชน่ ทานาอนิ ทรยี ์ ปลูกข้าวปลอดสารเคมี ไม่ทาลายธรรมชาติ ไดผ้ ลผลติ เก็บไว้พอกิน เกบ็ ไวท้ าพันธุ์ ทาบุญ ทา
ทาน แล้วจงึ นามาขายด้วยความรสู้ กึ ของการ “ให้” อยากที่จะใหส้ ิ่งดีๆ ที่เราปลูกเอง เผอื่ แผใ่ หก้ ับคนอ่นื ๆ ได้รบั สง่ิ ดีๆ
นนั้ ๆ ดว้ ย การคา้ ขายตามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพียง จงึ เป็นการคา้ ที่มองกลบั ด้าน “เพราะรกั คณุ จงึ อยากใหค้ ณุ ไดร้ บั
ในสิ่งดีๆ” พอเพยี งเพื่ออมุ้ ชู เผ่ือแผ่ แบ่งปนั ไปด้วยกัน

ขั้นตอนท่ี 9 กองกาลงั เกษตรโยธิน
ขัน้ ท่ี 9 คือการสรา้ งกองกาลังเกษตรโยธนิ หรือการสรา้ งเครือข่ายเช่อื มโยงทง้ั ประเทศ เพ่ือขยายผล

ความสาเร็จตามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพยี ง สกู่ ารปฏิวตั แิ นวคดิ และวถิ ีการดาเนินชวี ติ ของคนในสังคม ในชมุ ชน เพือ่
การแก้ปัญหาวกิ ฤต 4 ประการ อนั ได้แก่ วกิ ฤตการณ์สงิ่ แวดล้อม ภัยธรรมชาติ (Environmental Crisis) วกิ ฤตการณ์
โรคระบาดทั้งในคน สตั ว์ พืช (Epidemic Crisis) วิกฤตเศรษฐกิจ ข้าวยากหมากแพง (Economic Crisis) วิกฤตความ
ขดั แยง้ ทางสงั คม/สงคราม (Political/Social Crisis)

ชุดการเรียนรรู้ ายวชิ าเศรษฐกิจพอเพยี ง 16

ทฤษฎีใหม่ กระบวนการจดั การอย่างเป็นรูปธรรม
โครงการพัฒนาพ้ืนที่บริเวณวัดมงคลชัยพฒั นา อนั เนอื่ งมาจากพระราชดาริ เป็นโครงการทฤษฎใี หม่แหง่

แรกของประเทศ เรมิ่ ขนึ้ ในปี พ.ศ. 2531 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ฯ ทรงมพี ระราชกระแสใหม้ ูลนิธิชยั พัฒนา
พิจารณาจัดซื้อที่ดินที่ติดกบั วัดมงคล ตาบลห้วยบง อาเภอเมือง จังหวดั สระบรุ ี โดยต่อมาพระบาทสมเด็จพระ
เจา้ อยูห่ วั ฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามจากวัดมงคลเป็นวัดมงคลชยั พัฒนา เมอ่ื วันที่ 3 ตลุ าคม
2535 เป็นตน้ มา

จากพระราชกระแสขา้ งตน้ มูลนิธิชัยพัฒนาจึงได้จดั ซ้ือและมีผ้บู ริจาคท่ดี ินบรเิ วณดังกล่าวรวม 32-0-47 ไร่
เพือ่ นามาพัฒนาการเกษตรตามแนวทฤษฎใี หม่ ในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั โดยใหใ้ ช้สถานท่ดี ังกลา่ ว ดาเนนิ
โครงการพัฒนาพ้นื ทบ่ี ริเวณวัดมงคลชยั พัฒนาอนั เนื่องมาจากพระราชดาริ เพ่ือให้เป็นศูนย์สาธติ การดาเนนิ เกษตร
ทฤษฎใี หม่อยา่ งเปน็ รูปธรรม สามารถให้เกษตรกรนาไปประยุกตใ์ ช้ปฏิบัติในพ้นื ที่ของตนไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ
สามารถพ่ึงพาตนเองได้อย่างพออยู่พอกนิ ซึ่งโครงการดังกล่าวนับเปน็ จดุ กาเนดิ ของ เกษตรทฤษฎใี หม่ แหง่ แรกใน
ประเทศไทย
โครงการพัฒนาพื้นทีบ่ รเิ วณวัดมงคลชยั พฒั นาฯ แบง่ พืน้ ที่ดาเนนิ งานออกเป็น 2 สว่ นคือ

- ส่วนทห่ี น่ึง แปลงสาธติ การเกษตรแบบผสมผสาน จานวน 16-2-23 ไร่ ดาเนินการทดสอบและพฒั นาระบบ
การปลกู พืชผกั สวนครัวในรปู แบบต่างๆ อาทิ สวนพืชตระกูลมะ สวนพชื สมุนไพร สวนผลไม้ในท่ีดอน สวนพรรณไม้
หอมเฉลิมพระเกยี รติ รวมถงึ การขุดสระน้าสาหรบั เล้ียงปลาและปลกู หญา้ แฝกเพื่อป้องกันการชะลา้ งพงั ทลายของดนิ
เปน็ ต้น

- สว่ นท่ีสอง แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎใี หม่ จานวน 15-2-24 ไร่ แบ่งพืน้ ทด่ี าเนนิ งานตามแนวพระราชดาริ
ทฤษฎีใหม่ โดยแบง่ พืน้ ท่ีออกเป็น 4 ส่วน คอื 30-30-30-10 โดยสัดส่วนดงั กลา่ วไดน้ ามาปรับตามความเหมาะสมของ
สภาพพื้นท่ีของวัดมงคลชัยพัฒนา ในสดั ส่วน 16-35.5-24.5-24 โดยแต่ละสว่ นประกอบดว้ ย

• ส่วนที่หน่งึ ร้อยละ 16 พ้ืนท่ีประมาณ 2.5 ไร่ ดาเนนิ การขุดสระกักเกบ็ น้าขนาด 55 เมตร ยาว 71
เมตร ลึก 5 เมตร สามารถเก็บกกั น้าไดป้ ระมาณ 18,000 ลูกบาศกเ์ มตร เพ่ือนาน้ามาไว้ใช้ในฤดูแล้ง นอกจากน้ีในสระ
ยงั ไดเ้ ลย้ี งปลานิลและปลาตะเพยี น เพื่อเป็นรายได้เสรมิ อีกทางหนึ่ง

• สว่ นท่ีสอง รอ้ ยละ 35.5 พ้นื ทีป่ ระมาณ 5.5 ไร่ พัฒนาพ้ืนทีเ่ ป็นแปลงนาข้าว โดยหลังฤดเู ก็บเกย่ี ว
สามารถปรบั สภาพดินเพอ่ื ทาการปลกู พืชไร่ พชื ผกั ชนดิ ตา่ งๆ เช่น ขา้ วโพดหวาน มะระ ถ่วั เขยี ว เป็นต้น

• สว่ นทส่ี าม ร้อยละ 24.5 พ้ืนที่ประมาณ 3.8 ไร่ ทาการเกษตรอื่นๆ เช่น ปลูกพชื ไร่ ไมผ้ ล ไม้ยืนตน้
และพืชสมุนไพร เพื่อใช้เปน็ อาหารประจาวนั หากเหลอื จากการนาบรโิ ภคก็นาไปจาหน่าย โดยเลือกปลกู ใหเ้ หมาะสม
กับสภาพแวดลอ้ มและความต้องการของตลาด ตัวอย่างของพืชที่ปลกู คือ อ้อย กลว้ ย กระถนิ พรกิ ขหี้ นู มะกรดู เป็น
ตน้

• ส่วนทสี่ ี่ รอ้ ยละ 24 พ้นื ท่ปี ระมาณ 3.7 ไร่ เป็นสว่ นของที่อย่อู าศยั ถนนและเลย้ี งสตั ว์ ตลอดจน
การปลกู ผักสารพษิ เพือ่ บริโภคในครัวเรอื นและจาหนา่ ยเป็นการลดคา่ ใชจ้ า่ ยและเสริมรายไดใ้ นครัวเรือน
อาจกลา่ วไดว้ า่ วดั มงคลชัยพัฒนา คอื แหลง่ กาเนิด “เกษตรทฤษฎีใหม่” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวฯ และ
เป็นศูนย์สาธิตการทาเกษตรทฤษฎีใหม่อย่างเปน็ รูปธรรม เพ่อื ใหเ้ กษตรกรนาไปประยุกต์ใชป้ ฏบิ ัติในพ้นื ที่ของตนได้
อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพและพ่ึงพาตนเองไดอ้ ย่างพออยูพ่ อกิน

ชุดการเรยี นรรู้ ายวิชาเศรษฐกิจพอเพยี ง 17

• ความเช่ือมโยงของทฤษฎใี หม่กับเศรษฐกิจพอเพียง
หากกลา่ วว่า วดั มงคลชัยพัฒนา คือ แหลง่ กาเนิด “เกษตรทฤษฎีใหม่” และ ทฤษฎีใหม่ คอื เศรษฐกจิ
พอเพยี งสาหรับเกษตรกร ดังนนั้ ในรปู แบบเดยี วกนั น้ีเราทกุ คนสามารถนาปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงไปประยกุ ต์ใช้ให้
เหมาะสมไดก้ บั ทุกกลุ่มคน และทกุ องค์กร โดยนอ้ มนาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใช้เป็นหลักในการดาเนนิ ชีวิต เพราะ
เศรษฐกจิ พอเพียงเป็นปรชั ญา เป็นแนวปฏบิ ตั ติ นไมว่ ่าจะอยู่ในกจิ กรรมหรืออาชีพใด กต็ อ้ งยึดวถิ ชี ีวติ ไทยที่อย่แู ต่พอดี
ยดึ เส้นทางสายกลาง อยู่กนิ ตามฐานะ ใชส้ ตปิ ญั ญาในการดารงชวี ติ เจริญเตบิ โตอย่างค่อยเปน็ คอ่ ยไป อยา่ ใชห้ ลักการ
ลงทุนเชิงการพนันซง่ึ ต้ังอยูบ่ นความเสย่ี ง กู้เงินมาลงทุนโดยหวังรวยอย่างรวดเรว็ แล้วก็ไปสคู่ วามล้มละลายในท่ีสุด
ควรต้งั อยบู่ นหลักของ “รู้ รกั สามคั คี” ใช้สติปัญญาปกป้องตนเองไม่ให้หลงกระแสโลกาภิวฒั น์โดยไม่รู้ถึงเหตุและผล
ตามสภาพแวดลอ้ มของไทย ใหร้ ูจ้ ักแยกแยะสิ่งดี ส่งิ เลว ส่ิงท่ีเป็นประโยชนต์ ามสภาพความเป็นจริงของบา้ นเมอื งของ
เราเปน็ ท่ีต้งั ให้มีความรัก ความเมตตาทจ่ี ะช่วยเหลือสังคมให้รอดพ้นจากภยั พบิ ัติ และรวมพลงั กันด้วยความสามัคคี
เป็นหมเู่ หลา่ ขจัดข้อขดั แย้งไปส่คู วามประนปี ระนอมรกั ษาผลประโยชนส์ ่วนรวมเป็นท่ีตั้ง
เศรษฐกจิ พอเพียง คือ การดารงชีวติ ในความพอดี มีชวี ติ ใหม่ คอื หวนกลับมาใชว้ ถิ ชี วี ติ ไทยเป็นการสรา้ ง
รากฐาน หรือพ้นื ฐานของระบบเศรษฐกจิ ทั้งหมด ดงั ท่ีพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวฯ ไดพ้ ระราชทานพระราชดารสั
ความตอนหนึง่ วา่
“...อาคารบา้ นเรือน ตง้ั อยู่ได้อยา่ งม่นั คง กเ็ พราะความแขง็ แรงของรากฐาน หรือเสาเขม็ ซึง่ เรามองไม่เห็น
และมกั จะลืมไปว่าเราอยู่ได้บนฐานรากอะไร...”
หากรากฐานของประเทศ คือ เกษตรกร ได้นอ้ มนาปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งสูก่ ารปฏิบัติ ตามแนวทาง “ทฤษฎใี หม่”
ซง่ึ พระองค์ท่านได้แปลงทฤษฎี สู่การปฏบิ ตั อิ ยา่ งเป็นรปู ธรรมทจี่ บั ต้องได้ เดนิ ตามได้ ทาตามได้ ดังตัวอยา่ งโครงการ
ทฤษฎีใหม่ วัดมงคลชยั พัฒนา โครงการทฤษฎีใหมแ่ หง่ แรกของประเทศไทยทป่ี ระสบความสาเร็จ เป็นตน้ แบบ และรอ
คอยใหเ้ กษตรกรในจังหวดั สระบรุ ี และท่วั ประเทศไดน้ ้อมนาแนวทางท่ีพระองค์ทรงพระราชทานให้ไว้ เพ่ือเปน็
เครือ่ งมอื ในการดาเนินชวี ิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ซ่งึ เป็นแนวทางปฏิบตั ิท่ีทาให้ชาตบิ ้านเมืองและตัวเราหลุด
พ้นจากความทกุ ข์ มีความสุขอยา่ งมัน่ คง ย่งั ยนื และพอเพียงการทาเกษตรทฤษฎใี หม่

การผลติ แบบไร่นาสวนผสม หรือการทาเกษตรแบบผสมผสาน
เปน็ วิธที าการเกษตรทมี่ ีการเพาะปลุกหรอื เลี้ยงสัตวห์ ลายๆๆชนดิ อยู่พ้ืนที่เดยี วกนั มีการนาเศษวสั ดุเหลือใช้
จากการผลิตหนึง่ เพือ่ ใชป้ ระโยชน์อย่างครบวงจร โดยทว่ั ไปการผลติ แบบนี้มักเปน็ รปู แบบการเกษตรประเภททา
เพ่อื พอกนิ พอใช้ ทาโดยสมาชิกในครวั เรือน พอมเี หลือจึงขาย ซ่งึ การเกษตรแบบน้ีจัดวา่ เป็นการเกษตรแบบ

ชุดการเรียนรรู้ ายวิชาเศรษฐกจิ พอเพียง 18

ดัง้ เดิม ทเี่ กษตรกรสามารถมีชวี ติ อยู่ได้อยา่ งพอเพียง แต่อาจไม่เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจบุ นั เนื่องจาก
เกษตรกรจาเป็นตอ้ งมรี ายได้หลกั เพอ่ื ใชจ้ ่ายภายในครอบครวั รวมท้งั เพื่อการศกึ ษาของบุตรหลาน ค่าใชจ้ ่ายเพ่ือ
รกั ษาพยาบาลเมื่อยามเจบ็ ปว่ ย หลกั หารสาคัญของการผลิตแบบน้ีคือ การรกั ษาสมดลุ ของระบบนิเวศ ลดการใช้
สารเคมกี ารเกษตรหรือใชแ้ นวทางเลือกอื่นในการป้องกันกาจดั ศัตรพู ืช ซง่ึ การเกษตรแบบนถี้ า้ ไดร้ บั การพฒั นาให้
เหมาะสมจะเกดิ ประโยชนแ์ ก่เกษตรกรทาใหม้ ีงานทาตลอดปี มีรายได้พอเล้ียงครอบครวั และลดปัญหาการ
เคลื่อนยา้ ยแรงงานจากสว่ นภมู ภิ าคเขา้ สู่สว่ นกลางได้

รปู แบบของเกษตรผสมผสาน
สามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็น 3 แบบคอื

1. การผสมผสานโดยยึดพชื เปน็ หลกั รายไดจ้ ากพชื จะเปน็ รายได้หลักของครัวเรอื น สว่ นรายไดจ้ ากกิจกรรม
อ่นื ๆ เช่น ปลา และเล้ียงสัตว์ จะเปน็ รายได้รอง

2. รายไดผ้ สมผสานโดยยึดสตั วเ์ ปน็ หลัก จะได้รายได้หลกั จากสัตวเ์ ลี้ยง สว่ นรายไดจ้ ากพชื และปลาจะเปน็ รายได้รอง

3. การผสมผสานโดยยดึ ปลาเป็นหลัก รายได้หลกั มากจากการเลีย้ งปลา สว่ นรายได้จากพืชและสตั วจ์ ะเป็น
รายไดร้ อง

จดุ เด่นของการเกษตรผสมผสาน
1. การลดความเสีย่ ง และความไม่แน่นอนของรายได้

ชดุ การเรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกิจพอเพยี ง 19

2. รายได้สม่าเสมอ
3. การประหยัดทางขอบข่าย ค่าใช้จา่ ยในไรน่ าลดลง มีรายได้สุทธิเพม่ิ มากขึ้น

การทาน้าหมกั ชีวภาพ

น้าหมกั ชวี ภาพ หรือ นา้ สกัดชีวภาพ หรือ ปุ๋ยนา้ จลุ ินทรีย์ ตามแตจ่ ะเรยี ก เปน็ สารละลายเข้มขน้ ท่ไี ดจ้ ากการ
หมกั เศษพชื หรือสัตว์ กับสารที่ให้ความหวาน จนถูกยอ่ ยสลายโดยจุลนิ ทรีย์ ซ่งึ เมอ่ื ผา่ นกระบวนการแล้วจะได้
สารละลายเข้มข้นสนี ้าตาล ประกอบไปด้วยจลุ ินทรีย์ และสารอินทรยี ห์ ลายชนิด

เดมิ ทนี ้นั จุดประสงค์ของการคดิ คน้ "น้าหมักชวี ภาพ" ขนึ้ มา เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตรโดยเฉพาะ แต่
ชว่ งหลงั ก็มีการนานา้ หมักชวี ภาพ มาประยุกตใ์ ชป้ ระโยชน์ในดา้ นอืน่ เช่นกนั คือ

ดา้ นการเกษตร นา้ หมกั ชวี ภาพ มีธาตอุ าหารสาคัญ ทง้ั ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปแตสเซยี ม แคลเซยี ม
กามะถนั ฯลฯ จงึ สามารถนาไปเปน็ ปยุ๋ เรง่ อัตราการเจรญิ เติบโตของพืช เพิ่มคุณภาพของผลผลิตให้ดขี น้ึ และยัง
สามารถใช้ไล่แมลงศตั รูพืชได้ด้วย

ดา้ นปศสุ ัตว์ สามารถชว่ ยกาจัดกล่ินเหม็น น้าเสียจากฟาร์มสตั วไ์ ด้ ชว่ ยป้องกันโรคระบาดตา่ ง ๆ ในสตั ว์
แทนการให้ยาปฏชิ วี นะ ทาให้สัตวแ์ ข็งแรง มคี วามต้านทานโรค ชว่ ยกาจัดแมลงวัน ฯลฯ

ด้านการประมง ช่วยควบคมุ คุณภาพน้าในบ่อเล้ียงสตั วน์ ้า ชว่ ยแก้ปญั หาโรคพยาธใิ นน้า ชว่ ยรกั ษาโรคแผล
ต่าง ๆ ในปลา กบ จระเข้ได้ ชว่ ยลดปริมาณขี้เลนในบอ่ ชว่ ยให้เลนไม่เนา่ เหม็น สามารถนาไปผสมเป็นปุ๋ยหมักใชก้ ับ
พชื ต่าง ๆ ได้ดี

ดา้ นสงิ่ แวดล้อม น้าหมกั ชวี ภาพ สามารถช่วยบาบัดนา้ เสียจากการเกษตร ปศุสัตว์ การประมง โรงงาน
อตุ สาหกรรม ชุมชน และสถานประกอบการท่ัวไป แถมยงั ช่วยกาจัดกลิน่ เหมน็ จากกองขยะ การเล้ยี งสตั ว์ โรงงาน
อตุ สาหกรรม และชุมชนตา่ ง ๆ นอกจากนี้ยงั ช่วยปรับสภาพอากาศท่เี สียให้สดชนื่ และมีสภาพดีขึน้

ประโยชน์ในครวั เรอื น เราสามารถนาน้าหมักชีวภาพ มาใช้ในการซักลา้ งทาความสะอาด แทนสบู่ ผงซักฟอก
แชมพู นา้ ยาลา้ งจาน รวมทั้งใช้ดบั กลิ่นในห้องนา้ โถสว้ ม ท่อระบายน้า ฯลฯ ได้ดว้ ย

เห็นประโยชนใ์ ชส้ อยของ นา้ หมักชีวภาพ มากมายขนาดนี้ ชกั อยากลองทานา้ หมักชวี ภาพดูเองแลว้ ใช่ไหมละ่
จรงิ ๆ แล้ว น้าหมกั ชวี ภาพ มหี ลายสตู รตามแตท่ ผี่ ้คู ดิ ค้นข้นึ เพ่ือประโยชนใ์ ช้สอยตา่ ง ๆ กัน วนั นเ้ี ราก็มี วิธีทา นา้

ชดุ การเรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกิจพอเพียง 20

หมักชีวภาพ แบบง่าย ๆ มาฝากกันด้วย

วิธีทา นา้ หมักชวี ภาพ เพ่ือการเกษตร
เราสามารถเลือกสว่ นผสมจาก พืช ผลไมส้ ุก หรือสัตว์ อยา่ งหอยเชอรี่ ในการทานา้ หมักชีวภาพ ได้
สว่ นผสม : เราสามารถเลือกสว่ นผสมจาก พชื ผลไม้สกุ หรือสัตว์ อย่างหอยเชอร่ี อยา่ งใดอยา่ งหนึง่ ในการ

ทาน้าหมกั ชีวภาพ โดยสบั เป็นช้ินเล็ก 3 ส่วน, กากน้าตาล 1 สว่ น (อาจใชน้ า้ ตาลทรายแดง หรือน้าตาลทรายขาว ผสม
น้ามะพรา้ ว 1 ส่วนแทนได้) น้าเปลา่ 10 สว่ น

วิธีทา : นาสว่ นผสมทัง้ หมดมาคลกุ เคลา้ กนั แล้วบรรจุลงในถังหมักพลาสตกิ หรือขวดปดิ ฝาเก็บไวใ้ นทร่ี ่ม
นานประมาณ 3 เดือน แลว้ จงึ สามารถนาไปใส่เปน็ ปยุ๋ ให้พืชผกั ผลไมไ้ ด้ โดย

ใชน้ ้าหมักชวี ภาพ อัตราส่วน 10 ซซี ี ตอ่ นา้ 20 ลติ ร เพ่ือบารงุ ใบพืชผกั ผลไม้
ใชน้ า้ หมกั ชีวภาพอตั ราส่วน 15-20 ซีซี ตอ่ นา้ 20 ลิตร เพือ่ ปรับปรุงบารุงดนิ ให้ดินร่วนซุย
ใช้น้าหมกั ชีวภาพ อัตราสว่ น 1 สว่ น น้า 1 สว่ น เพอ่ื กาจดั วชั พชื
ท้ังน้ี มเี ทคนคิ แนะนาว่า หากต้องการบารงุ สว่ นใบพืช ก็ใหใ้ ชส้ ่วนใบยอดพืชมาหมกั หากต้องการบารุงผล ให้
ใชส้ ว่ นผล เชน่ กล้วยน้าวา้ สุก มะละกอสกุ เปลือกสับปะรด ฟกั ทองมาหมกั หรือหากต้องการใช้กาจดั ศัตรพู ืข ควร
หมกั สะเดา ตะไครห้ อม ขา่ แยกตา่ งหากด้วย เม่อื จะใช้ก็นามาผสมฉดี พ่นพืชผักผลไม้
นอกจากน้ี หากใช้สายยางดูดเฉพาะน้าใส ๆ จากน้าหมักชีวภาพทห่ี มักได้ 3 เดอื นแลว้ ออกมา จะเรยี กส่วนนี้
ว่า "หัวเช้ือนา้ หมักชีวภาพ" เม่อื นาไปผสมอีกคร้งั แล้วหมักไว้ 2 เดือน จะไดห้ วั เชือ้ น้าหมักชวี ภาพอายุ 5 เดอื น ซง่ึ
หากขยายต่ออายุทกุ ๆ 2 เดือน จะไดห้ ัวเชือ้ ท่ีอายุมากข้นึ เรื่อย ๆ และประสทิ ธภิ าพสูงมากข้ึน

วธิ ีทา นา้ หมกั ชีวภาพ เพื่อการซกั ลา้ ง
นา้ หมกั ชีวภาพ สามารถนามาใชป้ ระโยชน์ในการซักลา้ งได้ โดยมีสตู รให้นาผลไม้ เปลอื กผลไม้ (ฝักสม้ ป่อย ,

มะคาดคี วาย , มะนาว ฯลฯ) 3 สว่ น นา้ ตาลทรายแดงหรอื นา้ ตาลออ้ ย 1 ส่วน และน้า 10 ส่วน ใสร่ วมกันในภาชนะที่
มฝี าปิดสนทิ โดยใหเ้ หลือช่องว่างไวป้ ระมาณ 1 ใน 5 ของขวด/ถงั แล้วหมนั่ เปิดฝาคลายแกส๊ ออก โดยต้องวางไวใ้ นท่ี
รม่ อยา่ ใหถ้ ูกแสงแดด หมกั ไว้นาน 3 เดอื น กจ็ ะไดน้ า้ หมักชีวภาพ สาหรบั ซกั ผา้ หรอื ล้างจานได้ ซ่งึ สตู รนีแ้ มว้ ่าผ้าจะ
มีราขนึ้ หากนาผา้ ไปแช่ทิ้งไวใ้ นน้าหมกั ชีวภาพก็จะสามารถซกั ออกได้

ชุดการเรยี นรรู้ ายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง 21

วิธีทา นา้ หมกั ชวี ภาพ
วธิ ีทา นา้ หมักชวี ภาพ เพื่อดับกลน่ิ

สูตรหนึ่งของการทาน้าหมักชีวภาพมาดบั กลิ่น คอื ใชเ้ ศษอาหาร พืชผกั ผลไม้ทเ่ี หลอื ท้ิง 3 สว่ น กากนา้ ตาล
หรอื โมลาส 1 ส่วน และน้า 10 ส่วน ใสร่ วมกันในภาชนะท่ีมฝี าปิดสนิท โดยให้เหลือช่องว่างไวป้ ระมาณ 1 ใน 5 ของ
ขวด/ถัง หมักไวน้ าน 3 เดอื น ก็จะได้นา้ หมักชีวภาพใชด้ บั กล่นิ ในหอ้ งนา้ โถส้วม ทอ่ ระบายนา้ กลิ่นปัสสาวะสุนัข ฯลฯ
ได้อย่างดี
ขอ้ ควรระวังในการใช้ นา้ หมักชวี ภาพ

1. หากใช้น้าหมักชีวภาพกับพชื ตอ้ งใชป้ ริมาณเจือจาง เพราะหากความเข้มข้นสงู เกินไป อาจทาให้พืชชะงัก
การเจรญิ เตบิ โต และตายได้

2. ระหว่างหมัก จะเกดิ ก๊าซต่าง ๆ ในภาชนะ ดงั น้ันตอ้ งหมน่ั เปิดฝาออก เพอ่ื ระบายแกส๊ แล้วปดิ ฝากลับให้
สนิททนั ที

3. หากใชน้ ้าประปาในการหมัก ตอ้ งต้มให้สกุ เพ่ือไลค่ ลอรีนออกไปกอ่ น เพราะคลอรีนอาจเป็นอนั ตรายต่อ
จุลนิ ทรียท์ ใี่ ชใ้ นการหมัก

4. พชื บางชนดิ เช่น เปลือกส้ม ไมเ่ หมาะในการทานา้ หมกั ชวี ภาพ เพราะนา้ มนั ทเี่ คลือบผวิ เปลอื กสม้ เป็นพิษ
ตอ่ จุลนิ ทรยี ์

ชดุ การเรยี นรรู้ ายวิชาเศรษฐกจิ พอเพียง 22

ใบงานท่ี 1
เรอื่ ง ประวตั คิ วามเป็นมา ความหมาย แนวคดิ หลักการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

จงตอบคาถามต่อไปน้ี
1. จงบอกความหมายของเศรษฐกจิ พอเพียง

....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................

2. จงอธิบายแนวคดิ ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................

3. จงบอกหลกั การปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

ชุดการเรียนรรู้ ายวิชาเศรษฐกจิ พอเพียง 23

ใบความรู้เรอ่ื ง การดาเนินชีวติ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

พระราชดารัสเรื่องเศรษฐกจิ พอเพยี ง
“ เศรษฐกิจพอเพยี ง เปน็ เสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมน่ั คงของ แผ่นดินเปรียบเสมอื นเสาเข็ม

ที่ถูกตรอกรองรับบ้านเรือนตวั อาคารไวน้ น่ั เอง ส่ิงก่อสร้างจะมนั่ คงได้ก็อยู่ที่เสาเขม็ แต่คนส่วนมากมองไม่เห็น
เสาเข็ม และลืมเสาเขม็ เสยี ด้วยซา้ ไป..”

พระราชดารสั พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั จากวารสารชัยพัฒนา
เศรษฐกจิ พอเพียง

“เศรษฐกจิ พอเพียง” เป็นปรัชญาท่ีพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ทรงมีพระราชดารัสชแี้ นะแนวทางการ
ดาเนินชวี ิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี ต้งั แตก่ ่อนเกดิ วิกฤติการณ์ทางเศรษฐกจิ และเม่ือภายหลัง
ได้ทรงเนน้ ยา้ แนวทางการแก้ไข เพอ่ื ใหร้ อดพน้ และสามารถดารงอยู่ได้อย่างมั่นคง และยงั่ ยนื ภายใตก้ ระแสโลกาภิ
วตั น์ และความเปล่ยี นแปลงต่างๆ

ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
“เศรษฐกิจพอพียง” เป็นปรชั ญาชถ้ี ึงแนวทางการดารงอยู่และปฏิบัตติ นของประชาชนในทกุ

ระดับ ต้ังแต่ ครอบครัว ระดับชุมชนจนถงึ ระดับรัฐ ในการพัฒนาและบรหิ ารประเทศให้ดาเนนิ ไปในทางสาย
กลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกจิ เพ่ือให้ก้าวทนั ต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์

ความพอเพยี ง หมายถงึ ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล รวมถึงความจาเป็นท่ีจะต้องมีระบบภูมคิ ุ้มกนั
ในตวั ท่ีดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกดิ จากความเปลยี่ นแปลงท้ังภายนอกและภายใน ทง้ั น้จี ะตอ้ งอาศัย
ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างย่ิงในการนาวชิ าการตา่ งๆมาใชใ้ นการวางแผน และการ
ดาเนนิ การทุกขัน้ ตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสรมิ สรา้ งพน้ื ฐานจติ ใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจา้ หนา้ ท่ีของรัฐ นกั
ทฤษฏี และนกั ธรุ กิจในทุกระดบั ให้มคี วามสานึกใน คุณธรรม ความซ่อื สตั ย์สจุ รติ และให้มคี วามรอบรู้ท่ี
เหมาะสม ดาเนนิ ชีวิตดว้ ยความอดทน ความเพยี ร

มสี ตปิ ัญญา และความรอบคอบ เพอื่ ใหส้ มดลุ และพรอ้ มตอ่ การรองรบั การเปลี่ยนแปลงอยา่ งรวดเรว็

และกวา้ งขวางท้งั ดา้ นวตั ถุ สงั คม สง่ิ แวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้อย่างดี

หลกั แนวคิดของเศรษฐกิจพอเพยี ง
การพัฒนาตามหลักเศรษฐกจิ พอเพยี ง คือ การพฒั นาทีต่ ัง้ อยบู่ นพน้ื ฐานของทางสายกลาง และความไม่

ชดุ การเรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพยี ง 24

ประมาท โดยคานงึ ถงึ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคมุ้ กนั ทด่ี ีในตัว ตลอดจนใชค้ วามรู้ ความ
รอบคอบ คุณธรรมประกอบการวางแผนการตัดสินใจ และการกระทา

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง มีหลักพจิ ารณาปรชั ญาอยู่ 5 สว่ น ดงั นี้
1.กรอบแนวคิด

เป็นปรัชญาทช่ี ้แี นะแนวทางการดารงอยู่และปฏบิ ัติตนในทางท่คี วรจะเนน้ โดยมีพนื้ ฐานมาจากวถิ ีชีวิตด้ังเดิมของ
สงั คมไทย สามารถนามาประยุกตใ์ ชไ้ ด้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชงิ ระบบท่มี กี ารเปล่ียนแปลงอยู่
ตลอดเวลา มงุ่ เนน้ การรอดพ้นจากภยั และวกิ ฤต เพื่อความมัน่ คงและความยัง่ ยนื ของการพฒั นา

2.คณุ ลกั ษณะ
เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนามาประยุกต์ใชไ้ ด้กับการปฏบิ ัตติ นได้ในทุกระดับ โดยเนน้ การปฏบิ ตั บิ นทางสายกลางและ
การพัฒนาอยา่ งเปน็ ข้ันตอน

3.คานยิ ามความพอเพียงจะต้องประกอบดว้ ย 3 ลักษณะพร้อมๆกัน ดังน้ี
• ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่นอ้ ยเกนิ ไปและไม่มากเกินไปโดยไมเ่ บียดเบยี นตนเองและผ้อู ืน่ เชน่ การ
ผลิตและการบรโิ ภคที่อยูใ่ นระดบั พอประมาณ
• ความมีเหตผุ ล หมายถงึ การตัดสินใจเก่ยี วกับระดบั ของความเพียงพอนัน้ จะต้องเปน็ ไปอย่างมีเหตผุ ล โดยพิจารณา
จากเหตุปจั จัยท่ีเกี่ยวขอ้ งตลอดจนคานึงถงึ ผลที่คาดวา่ จะเกิดขึน้ จากการกระทาน้นั ๆอยา่ งรอบคอบ
• การมภี ูมิคมุ้ กันที่ดใี นตัว หมายถึงการเตรยี มตัวใหพ้ ร้อมรับผลกระทบและการเปลยี่ น แปลงด้านตา่ งๆทจ่ี ะ
เกิดขึ้น โดยคานึงถงึ ความเปน็ ไปได้ของสถานการณ์ตา่ งๆท่ีคาดว่าจะเกิดขนึ้ ในอนาคตท้งั ใกลไ้ กล

4.เงอ่ื นไข
การตดั สินใจและดาเนนิ กิจกรรมตา่ งๆให้อยู่ระดับพอเพียงน้ัน ตอ้ งอาศยั ท้ัง ความรู้ และคุณธรรมเป็น
พน้ื ฐาน กลา่ วคอื
• เงือ่ นไขความรู้ ประกอบด้วย ความ รอบรู้ เน้นเกยี่ วกบั วิชาการต่างๆทีเ่ กยี่ วข้อง อยา่ งรอบด้าน ความ รอบคอบ ท่ี
จะนาความร้เู หล่าน้ันมาพจิ ารณาให้เช่ือมโยงกนั เพ่ือประกอบการวางแผน และความระมดั ระวงั ในขน้ั ปฏิบัติ
• เงือ่ นไขคุณธรรม ท่จี ะต้องเสริมสรา้ งประกอบด้วย มคี วามตระหนกั ในคุณธรรม มีความซอื่ สตั ย์สุจริต มคี วาม
อดทน และมคี วามเพียร ใช้สติปญั ญาในการดาเนินชวี ติ

5.แนวทางปฏบิ ัติ/ผลท่คี าดว่าจะได้รับ
จากการนาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยกุ ต์ใช้ คือการพฒั นาทส่ี มดุลและย่ังยืน พร้อมรับการเปล่ียนแปลงใน
ทุกดา้ น ทงั้ ด้านเศรษฐกิจ สงั คม สิง่ แวดล้อม ความรูแ้ ละเทคโนโลยี

ชุดการเรียนรรู้ ายวชิ าเศรษฐกิจพอเพยี ง 25

การดารงชีวติ ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลัก : การพึง่ ตนเอง

 ใชเ้ งนิ ทนุ ตวั เอง
 ใชแ้ รงตวั เอง
 ใชอ้ ปุ กรณเ์ คร่ืองมือตวั เอง
 ทาบัญชีครัวเรือนและใชบ้ ญั ชีประเมนิ ผลปรับปรุงตนเอง
 วเิ คราะหป์ ญั หาและแกไ้ ขปัญหาตัวเอง

หลัก : ความพอมพี อกิน

 เรยี นรู้ (ฝึก) อาชพี ทางการเกษตรอยา่ งหลากหลาย
 ปลกู – เล้ยี งทุกอย่างที่กินได้
 กินทุกอย่างท่ีปลกู หรือเลี้ยงได้
 เผื่อแผเ่ ก้ือกูลต่อเพ่ือนบ้าน

หลัก : พอมีพอใช้ (เงนิ )

 ลดรายจา่ ยดว้ ยการปลูก – เลยี้ ง กินเอง (ประหยดั เงนิ )
 เพม่ิ รายไดด้ ้วยการปลกู – เลยี้ ง สิง่ ที่ขายได้งา่ ย
 ไม่เลน่ การพนัน – หวยเบอร์
 ไมใ่ ชจ้ า่ ยกับสิ่งทฟี่ ุ่มเฟือย (สรุ า – เบยี ร์ – บหุ รี่ – เครือ่ งดื่มราคาแพง ฯลฯ)
 ออมเงนิ อย่างต่อเนือ่ ง

หลัก : ความร้จู ักพอประมาณ (นกน้อยทารังน้อยแต่พอตวั )

 ทาสิ่งต่างๆ ให้พอเหมาะกบั เงินทุน/แรงงาน หรือ ศักยภาพของตวั เอง (อยา่ ทาเกินตวั )
 ไมจ่ ัดงานบุญแข่งขันกนั (แตง่ งาน – บวช ฯลฯ)
 ไม่สร้างบ้านแขง่ ขันกนั
 ไม่ซ้ือรถ/ซื้อสง่ิ ของอวดร่าอวดรวยแข่งขันกัน
 พอใจในสง่ิ ท่ตี ัวเองมีอยู่ (สันโดษ)

หลกั : ความมภี ูมคิ มุ้ กนั

ชุดการเรียนรรู้ ายวิชาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 26

 พจิ ารณาเร่ืองของเหตุและผลในทุกเร่ืองจนเปน็ พ้ืนฐานของจิต
 ปฏเิ สธคาชกั ชวนไปในทางท่ีเส่ยี ง/เสยี หนุ่มนวล
 ทาอาชพี การเกษตรแบบผสมผสานเชิงเกษตรอนิ ทรยี ์
 ฝกึ ไม่ตามใจตวั เอง
 ตอ้ งออมเงิน ออมดนิ (ปรับปรุงดนิ ) ออมนา้ (เกบ็ น้า) ออมมติ ร (ผกู มิตร)
หลกั : ความมคี ุณธรรม
 ไมโ่ ลภเอาแตป่ ระโยชนส์ ่วนตวั
 ไมล่ ักขโมย
 ปลูกเมตตาจติ ให้กับตัวเอง (ไม่พยาบาทจองเวร/ไมเ่ บียดเบียน/ใหอ้ ภยั )
 รบั ผลประโยชนต์ ามสิทธขิ องตวั เอง
 ความนอบน้อมถ่อมตน
 สารวมตนอย่ใู นกรอบของศีล 5 หรอื คาสอนในศาสนาต่างๆ (เหตดุ ี)

ชุดการเรยี นรรู้ ายวิชาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 27

ใบงานที่ 2
เรอื่ ง การดาเนินชวี ิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

1. แนวคดิ และหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง มีท่ีมาอยา่ งไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………............……….………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………............……….………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….……………

2.นกั เรียนนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพของตนเองได้อยา่ งไรบ้าง
จงอธบิ าย

………………………………………………………………………………………………………………………………………..................................
..............................................……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………................................................................………………………………………………………………………………
……………………………………………….....................................................................………….……………………………………………
……………………………………..………………………………………………………………………..............................................................
...................................................................…………………………………………………………………………………………………………
……………………............................................................................………….………………………………………..………………………
…………………………………………………………………………………………................................................................…………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..…

3. นกั เรยี นนาหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงไปใช้ในการจัดการทรัพยากรทีมอี ยู่ในครอบครัวอยา่ งไรบ้างจงอธิบาย

……………………………………………………………………………………………………………………………………….................................
...............................................………………………………………..…………………………………………………………………………………
………………………………..................................................................…………………………………………………………………………
…………………………………………………….....................................................................………….………………………………………
………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………….........................

ชดุ การเรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพยี ง 28

ใบความรู้เรอื่ ง "15 วิธีหน่ั ค่าใช้จ่าย-เพิ่มรายได"้

เพราะการดาเนนิ ชีวิตประจาวันแบบซา้ ๆ เดมิ ๆ จนกลายเป็นความ "คนุ้ เคย" อาจทาใหค้ ุณนึกไมถ่ ึงว่า มี
พฤติกรรมการจับจา่ ยใชเ้ งนิ บางอยา่ งเปน็ เร่ืองไมจ่ าเป็นเอาซะเลย แตท่ ่ีคณุ ยังทาอยเู่ ปน็ กิจวตั ร ก็เพราะความเคยชนิ
น่นั เอง เมื่อตวั แปรทางเศรษฐกิจไม่เอื้อใหค้ ุณใช้ชวี ติ แบบเดิมๆ ได้เงินเดือนที่บริษทั เพงิ่ ปรบั เพ่มิ ให้ เมื่อคิดเปน็ สดั สว่ น
ยงั น้อยกว่าอตั ราเงินเฟ้อเสียอีก เชน่ เงนิ เดือนเดิมของคุณอยู่ท่ี 20,000 บาท บรษิ ัทปรับเพ่ิม 4% คดิ เป็นเม็ดเงนิ ก็
เพิ่มข้นึ แค่ 800 บาท ขณะที่คุณมคี า่ นา้ มนั รถในแตล่ ะเดือนประมาณ 5,000 บาท แตพ่ อราคานา้ มันข้ึนค่านา้ มันว่ิงขนึ้
ไปเป็นเดือนละ 7,000 บาท แค่ส่วนเพิ่มของค่านา้ มันเพยี งอยา่ งเดยี ว เงนิ เดือนท่ีเพิ่งปรบั เพ่ิมก็ดทู า่ วา่ จะไม่พอซะแล้ว
แบบน้ี กถ็ งึ เวลาท่ีคุณต้องมานงั่ ทบทวนพฤตกิ รรมการใช้เงินในแบบของคุณ วา่ มอี ะไรบ้างท่พี อจะปรับเปลี่ยน เพ่อื ลด
คา่ ใชจ้ ่าย และเป็นการเพิ่มเงินออมไปในตวั ยังไม่ทนั เรมิ่ ต้นขยับอะไร หลายคนกบ็ อกวา่ ตอนนีอ้ ะไรก็แพงไปหมด นกึ
ไม่ออกวา่ จะตัดค่าใช้จ่ายตรงไหนทิ้ง เช่ือเถอะว่าต้องมีค่าใช้จา่ ยบางอยา่ งท่ีคุณกาจัดได้ แต่อาจจะคาดไมถ่ ึงไม่วา่ จะ
เรือ่ งกนิ ชอปปิง ไปจนถึงไลฟ์สไตลท์ ท่ี าให้เงนิ ร่วั ไหลออกนอกกระเป๋าไดบ้ ่อยๆ
@เบรกซื้อแบรนด์เนม....ขอ้ แรกยงั ไม่ยากจนเกินไป แต่อาจจะขดั ใจสาวนักช้อปไปหน่อย พดู ก็พูดเถอะ ยามท่ี
เงนิ เดอื นฝืด เงนิ เฟอ้ พุ่งแบบน้ี เงนิ เดือนทั้งเดือนของคณุ อาจยงั ไม่พอซื้อกระเป๋าแบรนดเ์ นมใบหนง่ึ เลย ชว่ งนก้ี ็ลองใช้
ของโนเนมไปพลางๆ ก่อน อาจจะคนั ไม้คนั มือเลก็ น้อยสาหรบั คนทีเ่ คยใช้เสื้อผา้ และรองเท้าแบรนด์เนมอยู่เปน็
ประจา แตถ่ า้ ตดั ใจจากขา้ วของแบรนด์เนมไวส้ ักพัก คุณจะมีเงินออมโผล่มาอีกเพียบ
@เลือกโปรโมช่นั มือถือทีเ่ หมาะและประหยัด....กลายเป็นเฟอร์นเิ จอร์ไปเสยี แล้วสาหรบั โทรศพั ท์มือถือ ภาวะฝืดเคอื ง
แบบนี้ นอกจากเพลาๆ การเกาะตดิ เทรนด์แฟชัน่ มอื ถอื แล้ว โปรโมชน่ั มือถอื เป็นอีกอย่างหนงึ่ ที่คุณอาจต้องทบทวน
เพราะเดี๋ยวน้ผี ู้ให้บรกิ ารค่ายต่างๆ แขง่ ขนั กันปรบั เปลี่ยนโปรโมช่นั แบบท่ีคุณไดป้ ระโยชน์มากขน้ึ เยอะ แต่บางคนยงั
ใช้โปรโมช่นั แบบเกา่ ๆ ทยี่ งั ต้องจ่ายแพงอยู่
ลองปรบั เปลยี่ นโปรโมชัน่ ดู ใหเ้ หมาะกับการใชง้ านจริง หรือให้เขา้ กบั โปรโมช่นั ในปจั จุบนั ที่มักลดราคาจนน่าใจหาย
เชน่ คุณใชโ้ ปรโมชนั่ โทร 1,000 บาทเหมาจา่ ย 300 บาทมา 5 ปแี ล้ว ทัง้ ทจี่ รงิ คณุ โทรไมถ่ ึง 1,000 บาทสกั เดอื น
ปจั จบุ ันมีโปรโมชนั่ ใหม่โทร 700 บาทจา่ ย 200 บาท ทางท่ีดีคุณนา่ จะปรบั โปรโมช่นั มาเปน็ อยา่ งหลังจะเหมาะกว่า
อยา่ งน้อยกป็ ระหยัดเงนิ ไปอีกนิด
@โละของเก่าขาย....กก็ ระเป๋าท้ังแบรนด์เนม โนเนมท่ีวางอยูเ่ กลอ่ื นบา้ นคุณน่นั แหละ ลองโกยออกมาวางขายดบู า้ ง
ไหนจะรองเทา้ หลากสีหลายสไตล์ท่วี างเปน็ ตัง้ เส้ือผา้ ทย่ี ัดอยู่ลน้ ตู้ อันไหนไม่ใช้แลว้ กค็ ดั ออกมาขายจะดีกวา่ มองหา
ตลาดนัดขายของมือสอง ซง่ึ เดี๋ยวนมี้ ีอยูเ่ กล่ือนกลาดโละของเก่าออกมาขายแบบน้ี จะชว่ ยใหเ้ งินคุณมเี งินออมขน้ึ มา
อกี ไมน่ ้อย ลองดสู ิ แล้วคุณจะร้วู ่านอกจากไดเ้ งินออมเพมิ่ แลว้ คุณยังได้ความสนกุ และความภมู ใิ จเล็กๆ น้อยๆ ติดไม้
ตดิ มือกลับบ้าน ไม่แนน่ ะ คณุ อาจจะมีอาชีพท่ี 2 คือ ขายของเป็นงานอดิเรกเลยก็ได้
@เขยา่ ค่าฟิตเนส....มหี นุ่มสาวออฟฟิศจานวนไมน่ ้อย ท่มี ีไลฟส์ ไตลร์ ว่ มสมัย ด้วยการไปฟติ เนสก่อนหรือหลังเลกิ งาน
โดยตอ้ งจา่ ยเงนิ เป็นหลกั หมื่นต่อปี ซงึ่ พอเอาเข้าจรงิ ๆ แลว้ เมอื่ วนิ ยั เกดิ หย่อนยานข้นึ มา คณุ แทบจะได้ไปแคส่ ัปดาห์
ละคร้ัง หรือเผลอๆ อาจจะเป็นเดอื นละคร้ัง

ชดุ การเรยี นรรู้ ายวิชาเศรษฐกจิ พอเพียง 29

กรณีนี้มหี ลายแบบ แบบแรกคอื ถ้าคุณมีบทเรยี นแบบน้ีซ้าแล้วซา้ เลา่ คือจ่ายแล้วไปบ้างไมไ่ ปบ้าง ลักษณะน้ีใหค้ ณุ

เปล่ยี นมาเปน็ ไปวงิ่ หรือเอ็กเซอรไ์ ซส์ตามสวนสาธารณะใกลบ้ ้านดีกว่า หรอื ไม่กเ็ ปลี่ยนเป็นจ่ายรายวัน ฟติ เนส หลาย

แหง่ เปิดให้คนทัว่ ไปเข้ามาเล่นฟติ เนสโดยการจ่ายเปน็ คร้งั หรอื เป็นรายวนั ได้ คิดเป็นวันอาจจะแพงนดิ หนอ่ ยเมอ่ื เทยี บ

กบั ราคารายปี แต่คมุ้ กว่าทคี่ ุณต้องจา่ ยเงนิ เปน็ รายปีแล้วไมไ่ ด้ไปเล่นอีกกรณหี น่ึงคือ ยอมจ่ายเงนิ ค่าฟิตเนสแพงๆ

เพราะอยากเลน่ กจิ กรรมแค่อย่างเดียว เช่น คุณอยากเล่นโยคะแต่ตอ้ งยอมจา่ ยค่าสมาชิกรายปีเพื่อเขา้ ไปเลน่ โยคะใน

สถานออกกาลังกาย ทาไมไม่ลองเปลี่ยนมาเป็นมองหาสถานทม่ี ีไว้สาหรับเล่นโยคะเพียงอย่างเดียว ถูกกวา่ ตัง้ เยอะการ

ออกกาลงั กายเปน็ เรื่องดีต่อสุขภาพกาย และใจของคุณ แต่ถา้ ตอ้ งแบกคา่ ใชจ้ า่ ยแพงๆ เอาไว้ สุขภาพทางการเงินของ

คณุ น่นั แหละจะแย่

@เปล่ยี นบรรยากาศมาใชร้ ะบบขนสง่ มวลชน....ยุคข้าวยากหมากแพงแบบน้ี ใครๆ ก็สะกดคาว่าประหยัดกันคล่องปาก

กนั ทง้ั นั้น นา้ มันพุ่งซะขนาดนี้ ถา้ คุณยังพอใจท่จี ะซง่ิ รถไปทางานหรอื ไปไหนกไ็ หน ก็คงต้องยอมแบกคา่ ใชจ้ ่ายท่ีแพง

ขึน้ แตถ่ ้าหากใครทเ่ี ร่ิมบน่ และเหน่อื ยหนา่ ยกบั ราคาน้ามันท่ีพ่งุ เอาพงุ่ เอา คณุ อาจจะหนั มาปฏิวัตริ ะบบการ

สญั จรของตัวเองการเดินทางดว้ ยระบบขนสง่ มวลชนในบ้านเรา กไ็ ม่ไดล้ าบากลาบนตรงไหน เด๋ยี วน้ที ง้ั รถไฟฟ้าบีทีเอส

และรถไฟฟา้ ใตด้ นิ ต่างกใ็ ห้ความสะดวกสบายไม่นอ้ ย รถตกู้ ็มีให้บริการท่วั ทุกหัวมมุ เมือง แตถ่ ้าหากยงั ยืนยนั ทีจ่ ะใช้

รถยนตต์ อ่ ไป คงต้องวางแผนการเดินทางทร่ี อบคอบข้ึน หันมาใชร้ ะบบคาร์พูล หรอื ไม่ก็ลองเปลี่ยนมาใชแ้ กส๊ โซฮอล์

อาจจะชว่ ยคณุ ประหยัดข้นึ ได้บา้ ง

@มองหาชอ่ งทางสรา้ งรายได้พเิ ศษ....ยามท่คี า่ ใช้จ่ายพร้อมใจกนั ขึ้น จนตน้ ทนุ การจบั จ่ายใชส้ อยของคณุ บานปลาย

หนักขึน้ ทุกวนั การหารายได้พเิ ศษเพม่ิ เป็นอีกช่องทางหน่ึงท่ีจะช่วยคณุ ปลดเปลื้องภาระอนั หนักอ้งึ มาถึงตอนน้ี คุณ

ลองสารวจตวั เองดซู วิ า่ คุณมคี วามสามารถพิเศษอะไรบา้ งร้อยลูกปดั ทาเทยี นหอม เพ้นท์เล็บ ทาขนมเค้กและคกุ ก้ี

แปลงาน พมิ พ์งาน ทาเวบไซต์ ทาอาหาร ซ่อมคอมพิวเตอร์ ถา่ ยภาพ ถ้าทว่ี ่ามาท้งั หมดนย้ี งั ไมม่ ีอะไรสกั อย่างทค่ี ณุ ทา

ได้ ก็ลองมองหาคอร์สฝึกอาชีพ ท่อี าจจะต้องลงทุนด้วยเงนิ นดิ หน่อย แตใ่ นอนาคตอาจจะสร้างอาชีพและทาเงนิ ให้คุณ

ก็ได้

@เลอื กเป็นสมาชิกหนงั สือ-เคเบิลทวี ี.....คุณรึเปลา่ ที่เป็นสมาชิกแมกกาซนี แฟชัน่ เดือนละ 3 ฉบับ หนังสือพิมพ์ 2

ฉบับ คิดเปน็ เงนิ รวมๆ แลว้ เดือนละหลายตังคท์ ีเดียว อา่ นทันบา้ งไม่ทนั บ้าง จนบางครงั้ คุณเองก็ยอมรบั ว่าไม่ค่อยคมุ้

เทา่ ไหร่ เพราะเนื้อหาของแมกกาซนี น้นั ไม่คอ่ ยแตกตา่ งกันเทา่ ไหร่ ถา้ อยา่ งน้นั ถ้าตอ้ งอัพเดทแฟชนั่ อยูต่ ลอดเวลาจะ

บอกเลยก็ใช่ท่ี ทาไมไม่ลองลดการเป็นสมาชิกลงเหลือเลม่ เดียวก็พอยังมบี างคนที่นอกจากจะเปน็ สมาชิกหนังสือหลาย

เลม่ แลว้ ยังเป็นสมาชกิ เคเบลิ ทวี ีอกี ท้ังทใี่ นความเปน็ จรงิ ไมค่ ่อยไดด้ ูเท่าไหร่ เพราะกวา่ จะก้าวเข้าประตบู า้ นกด็ กึ ดื่น

เข้าไปแลว้ ถา้ เป็นอยา่ งนบ้ี อกเลิกเถอะ เปลืองสตางค์เปล่าๆเบ็ดเสร็จแลว้ ทง้ั ค่าแมกกาซีน และเคเบิลทีวีพอบอกเลิก

สมาชิกแลว้ มีเงนิ เหลืออกี หลายพันเลย

@ประหยัดนา้ ไฟ.....ไมว่ ่ายุคไหนสมยั ไหน ก็ได้ยินเสียงพูดกรอกหูอยตู่ ลอดว่าใหป้ ระหยัด คุณอาจจะทาจริงจังบา้ ง

เล่นๆ บ้าง แตใ่ นสถานการณ์ทเี่ งนิ เดือนกเ็ พ่มิ น้อย แต่คา่ ใช้จ่ายแพงขนึ้ เรื่อยๆ คราวน้เี ห็นทีคณุ ต้องจรงิ จังกบั การ

ประหยดั พลังงาน ท้ังค่านา้ ค่าไฟ ต้องหน่ั ให้ได้ ส่วนแบบแผนการประหยัดค่าน้าค่าไฟนั้น เช่อื ว่าเปน็ เรอ่ื งทหี่ ลายคนรู้

กันดีอยู่แลว้ วา่ ควรปฏบิ ตั ิกนั อย่างไร

ชดุ การเรยี นรรู้ ายวิชาเศรษฐกิจพอเพยี ง 30

@เดินทางทอ่ งเทีย่ วใหน้ อ้ ยลง.......อาจจะเป็นข้อที่ขัดใจคณุ เล็กนอ้ ย แต่ไม่ได้บอกให้หยดุ เดนิ ทางท่องเท่ียวไปเลย
เพียงแต่ให้จานวนทรปิ นอ้ ยลงหน่อย เช่น เคยเทยี่ วปีละ 3-4 ทรปิ ก็อาจจะเหลอื สักปีละ1-2 คร้ังพอ หรอื อาจจะปรบั
มาเป็นเทีย่ วใกล้ๆ แทน บางคนอาจจะปรับลดคา่ ใช้จ่ายในการเดนิ ทางดว้ ยการพกั และกินใชใ้ นแบบทป่ี ระหยดั ข้นึ
@ต้ังลมิ ติ ชอปปิง...สาหรับสาวนกั ช้อปมือทองทั้งหลาย จะชอ้ ปแบบสนกุ มือเหมือนเดมิ ไมไ่ ดแ้ ลว้ ใครที่บอกว่าถ้าให้
เลกิ ชอ้ ปขอตายซะดีกวา่ ประเภทน้ีแนะว่า ใหต้ ้งั ลมิ ติ ไวเ้ ลยว่า ในแตล่ ะเดือนคุณมีโควตาชอปปิงไม่เกินเดือนละ 10%
ของรายได้ ไมว่ า่ จะอยากไดเ้ ส้ือผ้า รองเท้า กระเป๋า เคร่ืองประดับ ใหข้ ีดเส้นไวเ้ ลย ถา้ ถึงกรอบเมือ่ ไหรก่ ห็ ยุด อยากได้
อะไรค่อยไปช้อปเดอื นถดั ไป
@ใจแข็งไม่ให้คนอ่นื ยืมเงนิ ...การช่วยเหลือญาตพิ น่ี ้องและเพ่ือนฝงู เป็นเรื่องดี แตถ่ ้ายืมสตางคก์ ันบ่อยๆ คุณน่นั แหละ
คอื คนท่ีต้องมาน่ังทกุ ข์ เพราะจดั การเร่ืองเงินทองไม่ลงตวั ถา้ หากสถานการณ์การเงนิ ของคุณเองกย็ ่าแย่และร่อแร่
เต็มที ก็อย่าเพ่ิงรไิ ปโอบอุ้มคนอ่นื เดยี๋ วจะเขา้ ตาราเตย้ี อุ้มค่อมไปเสียเปล่าๆ
ถา้ ถูกคนใกล้ตวั ออกปากยมื สตางค์บ่อยๆ คุณตอ้ งรูจ้ ักปฏิเสธ ไม่ว่าจะแบบตรงไปตรงมาหรืออ้อมๆ ก็ต้องทาใจแขง็
เขา้ ไว้ เพราะถ้าไมร่ จู้ ักปฏิเสธ กระเปา๋ สตางคข์ องคุณบาดเจ็บแน่
@ลดใชบ้ ตั รเครดติ ....ในยามสถานการณ์ปกติ กฎเกณฑก์ ารใช้บัตรเครดิตโดยทว่ั ไปในแต่ละเดอื นควรจะอยู่ในราว 10-
20% ใครท่ีคมุ การรดู บัตรไมใ่ หเ้ กนิ เดือนละ 10% และชาระเต็มจานวนทุกเดือน ถอื ว่าคุณเป็นคนใช้บตั รเครดิตทมี่ ี
วนิ ัย แต่ในยามที่ต้นทุนชวี ิตแพงขน้ึ แบบน้ี คณุ อาจต้องคุมการใชบ้ ัตรเครดิตไมใ่ หเ้ กินเดอื นละ 5% ของรายได้ ถ้าคุณมี
รายไดเ้ ดือนละ 20,000 บาท เคยใชบ้ ตั รเครดติ เดือนละ 10% หรอื 2,000 บาท แลว้ ลดมาเหลอื 5% เทา่ กับว่าคุณ
ประหยดั เงนิ ไดต้ ั้ง 1,000 บาท
@ปารต์ ้ีสงั สรรคใ์ ห้น้อยลง...เขา้ ใจอยหู่ รอกว่าไลฟ์สไตล์ของหนุ่มสาวสมยั ใหม่ มักตอ้ งออกไปปาร์ตส้ี งั สรรคห์ ลังเลิก
งาน ถา้ เดือนหนึ่งคุณปาร์ตส้ี ัปดาห์ละ 2 วนั เท่ากับเดอื นละ 8 วนั จานวนเงนิ ใช้สาหรบั ปรนเปรอความสนุกสนานอาจ
ไมเ่ ทา่ กนั แต่แนน่ อนวา่ ถา้ คุณยงั ขนื ไปสงั สรรคเ์ ดือนละ 8 วันเหมือนเดมิ แทบไม่มที างลดค่าใช้ได้เลย แต่ถ้าคุณลด
งานปารต์ ีส้ งั สรรคใ์ ห้น้อยลงบ้าง ไมต่ ้องถึงกับหยุด แคล่ ดเหลอื เดือนละ 4 วนั หรอื สัปดาห์ละครง้ั แค่นี้คณุ อาจจะ
ประหยดั เงนิ ไปได้คร่ึงหน่ึง เช่น เคยจ่ายเพื่อสงั สรรค์เดือนละ 4,000 บาท ก็เหลอื แค่ 2,000 บาท เอาเงนิ ก้อนนเ้ี กบ็ ไว้
เตมิ น้ามันดีกวา่
@ทาอาหารกินเอง....ใครทีเ่ คยใช้ชีวิตแบบชิล..ชิล ดินเนอรน์ อกบา้ ง มอื้ กลางวนั ฟาสต์ฟู้ด แตเ่ มื่อคดิ จะประหยัดอาจ
ต้องปรับเปลีย่ นแบบอย่างของความเปน็ อยู่ ลองหนั มาทาอาหารกินเองภายในครอบครัวดกี ว่า นอกจากชว่ ยคณุ
ประหยดั เงินแลว้ ยงั เป็นโอกาสทีค่ ุณจะไดม้ ชี ีวิตอยู่กับครอบครวั อยา่ งอบอ่นุ
@ซ้อื ของช่วงเซลล์.....ไม่ว่าคณุ จะเป็นแม่บ้านหรือสาวออฟฟิศ ก็ย่อมต้องซ้ือของใชป้ ระจาบา้ นแทบทุกเดือน ท้ังสบู่
ยาสีฟัน ยาสระผม ไปจนถึงขนมนมเนย เพ่ือเป็นการสานต่อนโยบายประหยัดของคณุ กอ็ าจจะต้องหดั สังเกต
และหไู วตาไว ว่าช่วงไหนหา้ งลดราคาสินค้าขา้ วของเคร่อื งใช้ แลว้ ค่อยไปจบั จา่ ยในช่วงน้ัน

ชดุ การเรียนรรู้ ายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพียง 31

ใบงานที่ 3 เร่ือง การประหยัด อดออม

คาช้ีแจง : ใหน้ กั ศึกษาอ่านสถานการณ์ตัวอย่าง แล้วตอบคาถามจากการอา่ น

สันตเ์ ปน็ พนักงานบริษทั เอกชน เขาได้ทาบัตรเครดิตไว้กับธนาคารแหง่ หนง่ึ ซง่ึ เขาสามารถเบิกเงินไดม้ ากกว่า
เงนิ เดือนถึง 3 เท่า สันต์จงึ มีเงนิ จับจ่ายใชส้ อยเท่ียวกินและเสี่ยงเล่นการพนนั สันตม์ เี พ่อื นมากขึน้ และมสี ิ่งของตามแต่
ใจต้องการ อยูม่ าวนั หนง่ึ มโี ทรเลขจากทางบ้านมาบอกว่าพ่อปว่ ยหนกั ต้องเข้ารักษาตวั ในโรงพยาบาลด่วน สันต์ตอ้ ง
กลบั ไปเยีย่ มพ่อและคดิ ว่าจะนาเงินค่ารกั ษาพยาบาลไปให้พ่อใชจ้ ่ายในการรกั ษาตัว แตเ่ มอื่ สนั ตไ์ ปตรวจสอบบญั ชกี ับ
ธนาคาร ปรากฏว่ามีเงนิ เหลือในบัญชีอยูเ่ พียง 500 บาท ที่ผา่ นมาสนั ต์ไมเ่ คย ตรวจสอบยอดเงินในบัญชเี ลยเมือ่ ถงึ
คราวจาเป็นที่จะต้องใช้เงนิ ไม่มีเงินให้สนั ต์ได้ใชจ้ ่ายอีก แล้วสนั ตจ์ ะทาอยา่ งไรดี

ตอบคาถามจากการอา่ นสถานการณต์ วั อย่าง

1. นักศกึ ษาคดิ ว่าสนั ต์เป็นคนอย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ถ้าหากว่าพ่อของสันต์ไม่ปว่ ยเหตกุ ารณจ์ ะเป็นอย่างไร

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. เพราะอะไรสันต์จงึ มีเงินใชจ้ ่ายเกินตวั และเกินความจาเป็น

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นกั ศึกษาเห็นดว้ ยหรอื ไมท่ ่ีสันต์ทาบัตรเครดิตเพราะเหตุใด

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

5. นกั ศกึ ษาคิดว่าสันต์ควรจะแก้ปญั หาหนีอ้ ย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ชุดการเรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพยี ง 32

ใบความรเู้ รือ่ ง ประโยชน์ของขยะ รีไซเคลิ

ขยะ รไี ซเคลิ ชว่ ยปกปอ้ งส่ิงแวดลอ้ ม
- การรีไซเคลิ ขยะ ไม่วา่ จะเป็นการนาขยะกลับมาใช้ใหม่ การบาบดั น้าเสีย การลดการปลอ่ ยก๊าซคารบ์ อนไดอ็

อกไซด์ มีส่วนช่วยลดสภาวะเรอื นกระจก ทีท่ าใหโ้ ลกรอ้ นขึ้นด้วย

ขยะ รไี ซเคลิ ชว่ ยสง่ เสรมิ การอนุรักษ์พลังงาน
- การรไี ซเคลิ ขยะที่มีประสิทธภิ าพยงั มสี ่วนดีในแง่ของการใชพ้ ลังงาน ดังเช่นการผลติ วัตถดุ ิบใหมๆ่ ลดลงทาให้

ลดการใชพ้ ลังงานในกระบวนการผลิตไปใน ตวั การรีไซเคิลขยะบางชนดิ ยังสามารถสกัดออกมาเปน็ พลังงานเชื้อเพลิง
ได้ ทาให้ประเทศลดการนาเข้าพลังงานไดอ้ ีกทาง

ขยะ รไี ซเคลิ ชว่ ยสรา้ งเศรษฐกิจทแ่ี ข็งแกร่ง
- การรไี ซเคิลยงั นามาซง่ึ การลดคา่ ใชจ้ า่ ยลดดา้ นใช้พลังงานทตี่ ้องนาเขา้ จาก ตา่ งประเทศ, การนาขยะมารี

ไซเคิล ยังนามาซึ่งส่ิงประดษิ ฐ์ใหม่ๆท่ีไม่มีในโลก สามารถสร้างเปน็ ธรุ กิจทช่ี ่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจทีแ่ ข็งแกร่งสาหรับ
ประเทศ

ขยะ รไี ซเคลิ ยังนามาซงึ่ รายได้
- การคัดแยกขยะแต่ละประเภทไม่วา่ จะกระดาษ,พลาสติก,ขวด หรอื ขยะอื่นๆ รวมๆกันแล้วนาไปขายยังร้าน

รบั ซอ้ื ของเกา่ นอกจากเป็นการสรา้ งรายไดใ้ ห้ตวั คุณและครอบครวั แล้ว ยงั ชว่ ยขยะเหล่าน้นั ถกู นาไปใช้ให้เกิด
ประโยชน์ต่อไปได้

นอกจากประโยชนข์ า้ งต้นแลว้ ขยะหรือวัสดเุ หลือใช้ยงั นาไปประดิษฐส์ ่งิ ของได้ดังนี้

- ส่งิ ประดิษฐ์จากขยะรีไซเคลิ ตอน ทาถาดใส่ของจากขวดนา้ พลาสติก
๑) หาขวดพลาสติกเปล่าทใ่ี ส่น้าดื่ม หรอื ทีใ่ ส่น้าอดั ลม ขนาดเทา่ ๆกันมาหลายๆใบ หากต้องการถาด

ใหญ่ๆก็เอาขวดต้ังแต่ ๑.๕ ลิตรขึ้นไป หากตอ้ งการถาดเล็กๆกเ็ ลือกขวดขนาด ๐.๕ ลติ ร
๒) จากนั้นก็ตัดก้นขวดออกเหนือบรเิ วณจบี ของก้นขวดเล็กนอ้ ย เจียนให้เสมอกัน
๓) จากน้นั หาเศษผ้ายาวๆสตี ่างกนั ตามแต่จะชอบมาเย็บกุ้นทีข่ อบก้นขวดทีต่ ัดไว้ จากนัน้ เอาก้นขวดที่

กุ้นผ้าแลว้ หลายๆอันมาเยบ็ ติดกัน เปน็ รปู ทรงต่างๆ แลว้ แต่ชอบ เชน่ ทาเป็นรปู หา้ ห่วงโอลิมปกิ หรือเป็นรูป
ดาวกระจาย หรือรปู ต่างแลว้ แต่ชอบ

- สิง่ ประดิษฐจ์ ากขยะรไี ซเคลิ ตอน ทาไมก้ วาดลานบ้านจากขวดพลาสตกิ
๑) เอาขวดพลาสตกิ ท่หี มดแล้วมาหา้ ใบ ขนาดเดียวกนั ทงั้ ห้าใบ ควรจะใชข้ วดขนาด ๑.๐ ลิตรขึ้นไป ยิ่ง

ขวดใหญ่ๆยิ่งดี
๒) ตัดกน้ ขวดใบท่หี นึง่ ออก ตรงเหนือรอยหยักเล็กน้อย

ชุดการเรียนรรู้ ายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพยี ง 33

๓) จากนัน้ ใชก้ รรไกรมาตัดตามความยาวของขวดใหเ้ ปน็ เสน้ ยาวๆ จากกน้ ขวดมาปากขวด และหยดุ
บรเิ วณท่นี ว้ิ ชใ้ี นรปู ตดั ไปเร่อื ยๆจนรอบขวด แต่ละเส้นควรมีขนาดประมาณไม่เกนิ ๑ ซม. และพยายามใหม้ ขี นาด
เท่าๆกัน ให้มากทสี่ ุดเทา่ ทีจ่ ะทาได้

๔) เอาขวดใบท่ี ๒-๔ มาตัดกน้ ขวดออกเหมอื นใบแรกและใชก้ รรไกรตัดขวดออกเป็นเสน้ ๆตามยาว
เหมอื นกบั ใบแรก เสรจ็ แลว้ ตัดปากขวดออกตรงถึงคอขวดท้ังสามใบ ดูรูปท่ี ๕

๕) จากนัน้ เอาขวดที่ ๒ มาสวมกับขวดที่ ๓ และ ๔ เสรจ็ แล้วจงึ เอาท้งั หมดมาสวมกับขวดใบทหี นึ่ง ดรู ูปที่
๖ ก็จะไดร้ ูปทรงตามรปู ท่ี๗

๖) เอาขวดใบท่ี ๕ มาตดั ที่ประมาณ ๑/๓ ของความยาวขวด (วัดจากปากขวด ) จากนัน้ เอาไปสวมกับ
ขวดทง้ั ส่ีใบ ท่ีสวมทับกันอยู่แลว้ ปากขวดใบท่ีหน่ึงจะชนกับขอขวดใบทหี่ ้า ความยาวของขวดใบท่หี า้ จะคลุมลงมาปดิ
บริเวณทขี่ วดทงั้ สี่ใบตดั แยกเป็นเส้นๆ (ดรู ปู ที่ ๙ และ ๑๐)

๗) จากน้นั เอาเหลก็ แหลมๆ เจาะรูให้ทะลุขวดท้ังหา้ ใบแล้วใช้เข็มเล่มใหญ่ๆ ดา้ ยขนาดใหญห่ รือเอน็ ไน
ลอ่ น เย็บขวดท้ังห้าใบให้ติดกันให้แนน่ ตลอดความกวา้ งของขวด ระหว่างเย็บใหเ้ อามือกดให้ขวดทง้ั หมดแบนใหม้ าก
ท่สี ุด (ดูรปู ๑๐ ๑๑ และ ๑๒ )

๘) จากนัน้ ให้หาไมไ้ ผข่ นาดใหญแ่ ละยาวกาลังพอเหมาะ หรือด้ามไมม้ ็อบท่ีไม่ใช้แลว้ มาเหลาใหเ้ ล็กกวา่
ปากขวด แล้วสอดเข้าไปทางปากขวดใหล้ กึ มากทส่ี ุด จากนน้ั เอาตะปูตัวเลก็ ๆมาตอกให้ขวดติดกับดา้ มไม้ ใหแ้ นน่
ระวังอย่าใช้ตะปูตวั ใหญ่ เพราะด้ามไมจ้ ะแตก ตรงนใ้ี ครมเี ทคนิคอะไรดีๆ ในการยดึ ดา้ มใหต้ ดิ กบั ขวดได้แนน่ ท่สี ดุ
คงทนที่สดุ สามารถนามาใช้ได้ตามถนัด เพราะไม้กวาดทีท่ าจากขวดน้จี ะคงทนแค่ไหนกอ็ ยู่ทีก่ ารติดด้ามนี้ค่ะ

ชดุ การเรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกิจพอเพยี ง 34

ใบงานที่ 1 เร่อื ง เศรษฐกจิ พอเพยี ง คอื อะไร

จงตอบคาถามต่อไปน้ี
1. เศรษฐกิจพอเพียงมคี วามเปน็ มาอย่างไร

....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................

2. ให้อธบิ ายความหมายของ “ความพอเพยี ง”

....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................

3. ให้ยกตัวอยา่ งหลักการปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมา 5 ขอ้

....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................

ชุดการเรียนรรู้ ายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพียง 35

ใบงานที่ 2 เรื่อง พอเพียง....ตามรอยพ่อ

ให้ผู้เรยี นสรปุ ความร้ทู ไ่ี ด้รับจากการชมวีดที ัศน์ เร่อื ง พอเพียง....ตามรอยพ่อ

....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................

ชุดการเรียนรรู้ ายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพยี ง 36

ใบงานท่ี 3 เร่อื ง เพ่อื นบา้ น....พอเพยี ง

ใหผ้ ู้เรียนเลือกเพือ่ นในห้องหรือเพอ่ื นบา้ น ท่ีนาหลักเศรษฐกจิ พอเพียงมาใชใ้ นการดาเนินชวี ิต พร้อมตอบ
คาถามที่กาหนดให้ต่อไปน้ี

1. ชื่อ..............................................................................นามสกลุ .......................................................................
อายุ..............................ปี เพศ................................................ อาชพี ....................................................................
ทอ่ี ยู่.....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................

2. วธิ ปี ฏบิ ตั ิตนในการดาเนนิ ชวี ติ แบบพอเพยี งของเพื่อนบ้าน....พอเพยี งเปน็ อย่างไร

............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ...............................................
....................................................................................................................................................................... .....
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................................................... .............

3. ผู้เรยี นคดิ ว่า การดาเนนิ ชีวติ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งของเพื่อนบา้ น...พอเพียง

........................................................................................................................................................... .............
..................................................................................................................... ...................................................
............................................................................................................................. ...........................................
................................................................................................................................................................ ........
.......................................................................................................................... ..............................................
............................................................................................................................. ...........................................
..................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. ...........................................
............................................................................................................................. ...........................................

ชุดการเรียนรรู้ ายวชิ าเศรษฐกิจพอเพยี ง 37

นกั ศึกษาสามารถเรยี นรู้เพม่ิ เติมจากส่ือเรยี นรู้
https://tinyurl.com/ycr8r2xk
หนังสอื แบบเรียนรายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพยี ง ทช11001

https://tinyurl.com/y8osspsj
หนังสอื แบบเรียนรายวิชาเศรษฐกิจพอเพยี ง ทช21001

https://tinyurl.com/yat4xaxb
หนงั สือแบบเรยี นรายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพยี ง ทช31001

ชุดการเรียนรรู้ ายวิชาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 38

เรอ่ื งที่ ๒
ครอบครวั พอเพียง
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นักศึกษาสามารถอธิบายแนวทางในการนาปรชั ญา ของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช ในวถิ ีชวี ติ ของ
ตนเองครอบครวั
2. นักศึกษาสามารถ ปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง
3. นักศึกษาสามารถวเิ คราะห์รายรบั รายจ่ายของ ครอบครัวได
4. นกั ศึกษาสามารถวางแผนการจดั ทาบันทกึ รายรบั รายจ่ายของตนเองและครอบครัวอยา่ งเป็นระบบ
5. นกั ศกึ ษาสามารถอธิบายวิธีการลดรายจ่ายและเพ่ิม รายได้ของครอบครัว

ชุดการเรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพยี ง 39

ใบความรู้

ใบความรเู้ รอ่ื งการนาหลกั เศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ นชีวิตประจาวัน

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
จากแนวพระราชดารขิ องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู ัวภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช (รัชกาลที่ 9) ท่ที รงให้แนว

ทางการดาเนินชีวติ แกพ่ สกนิกรชาวไทยตลอดนานกวา่ 30 ปี คอื ใช้จา่ ย 3 สว่ น และเก็บออม 1 ส่วน ฉนั และ
ครอบครวั ไดน้ ามาปฏิบัติทาให้มคี วามเปน็ อยู่ดีขึน้ ภายใตป้ รัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง คือ

การนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน
ครอบครัวของฉันอยูแ่ บบเศรษฐกจิ พอเพยี งตามแนวพระราชดาริทพ่ี ระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั ทรง ดังนี้
1.พอมีพอกนิ ปลูกพชื สวนครวั ไวก้ ินเองบ้าง ปลกู ไมผ้ ลไว้หลังบา้ น 2-3 ต้น พอท่ีจะมไี วก้ ินเองในครัวเรอื น

แบง่ ใหเ้ พื่อนบ้านบ้าง เหลือจึงขายไป
2.พออย่พู อใช้ ทาให้บ้านน่าอยู่ ปราศจากสารเคมี กลิ่นเหม็น ใชแ้ ตข่ องท่เี ป็นธรรมชาติ รายจ่ายลดลง

สขุ ภาพจะดีขนึ้ (ประหยัดค่ารักษาพยาบาล) คุณพ่อของฉนั และฉันมักเน้นเกยี่ วกับเรื่องไฟฟา้ และนา้ ประปา ทา่ นให้
พวกเราช่วยกนั ประหยดั ไมว่ ่าจะอยู่ท่บี า้ นหรอื โรงเรียน ก็ควรปิดนา้ ปดิ ไฟ เม่ือเลิกใชง้ านทุกครั้ง

3.พออกพอใจ เราตอ้ งรู้จักพอ รจู้ กั ประมาณตน ไม่ใคร่อยากใคร่มเี ชน่ ผู้อื่น เพราะเราจะหลงติดกบั วตั ถุ ชีวิต
โดยจะอย่ใู นกิจกรรม “ออมวันนี้ เศรษฐีวนั หนา้ ”

4.เม่อื มรี ายไดแ้ ต่ละเดือน จะแบ่งไวใ้ ช้จา่ ย 3 สว่ น เปน็ คา่ นา้ คา่ ไฟ ค่าโทรศพั ท์ คา่ จปิ าถะ ท่ีใช้ในครวั เรอื น
รวมทงั้ ค่าเสอ้ื ผ้า เครอื่ งใช้บางอยา่ งที่ชารดุ เป็นต้น

5.ฉนั จะยึดความประหยัด ตัดทอนรายจา่ ยในทุกๆ วันท่ีไม่จาเป็น ลดละความฟุ่มเฟือย

การปฏิบตั ติ ามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
1. ยดึ หลกั พออยู่ พอกิน พอใช้
2. ยึดความประหยดั ตดั ทอนค่าใช้จ่าย ลดความฟมุ่ เฟือย ในการดารงชพี
3. ความเป็นอยู่ที่ต้องไม่ฟงุ้ เฟ้อต้องประหยัดไปในทางที่ถกู ต้อง"
4. ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกตอ้ งและสุจริต
5. ความเจริญของคนทงั้ หลายย่อมเกิดมาจากการประพฤตชิ อบ และการหาเลีย้ งชีพชอบเป็นสาคญั "
6. ละเลกิ การแก่งแยง่ ผลประโยชน์และแข่งขันในการค้าขาย ประกอบอาชีพแบบต่อสกู้ ันอยา่ งรนุ แรง

เศรษฐกจิ พอเพียงกับ การประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวัน การนาแนวทางเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกต์ใชใ้ น
การดาเนนิ ชีวติ ประจาวัน สามารถกระทาไดด้ งั ต่อไปนี้

ชดุ การเรียนรรู้ ายวิชาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 40

ที่เรยี กว่า “การเกษตรทฤษฎใี หม่” เพ่อื สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ เกษตรกรใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจ ตลอดจน
สามารถนาไปประยุกต์ ใช้ในการประกอบอาชพี โดยจะต้องตงั้ อยบู่ นพืน้ ฐานหลักการทฤษฎีใหม่ สาหรับเกษตรกรน้นั
แนวคิดระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียงตามแนวพระราชดารจิ ะตัง้ อยู่บนพืน้ ฐานหลักการ “ทฤษฎใี หม่” 3 ข้นั คือ

ขัน้ ท่ี 1. มีความพอเพยี งเลีย้ งตวั เองได้บนพ้นื ฐานของความประหยดั ขจัดการใช้จา่ ย
ขั้นที่ 2. รวมพลงั กนั ในรปู กลุ่ม เพอื่ ทาการผลิต การตลาด การจัดการ รวมทง้ั ดา้ นสวัสดกิ าร การศึกษา และ
การพัฒนาสังคม
ข้ันที่ 3. สรา้ งเครือข่ายกลุ่มอาชพี และขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้หลากหลาย โดยประสานความร่วมมือ
กับภาคธรุ กจิ ภาคองคก์ รพฒั นา ภาคเอกชน และภาครัฐ ในด้านเงินทนุ การตลาด การผลติ การจดั การและข่าวสาร
ขอ้ มลู
กรณศี กึ ษาเศรษฐกจิ พอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว ได้พระราชทานแนวการพัฒนาการเกษตรใน
เขตพนื้ ที่ ตามแนวพระราชดารินไี้ ด้เรมิ่ ต้นดว้ ยที่ดินจานวน 15 ไร่ ใกล้วัดมงคล (ภายหลงั พระราชทานช่ือนี้วา่
วดั มงคลชยั พัฒนา) จัดทาเป็นศูนยบ์ รกิ ารและมกี ารขดุ บ่อน้า เพื่อใช้ในการเพาะปลูก ทาใหส้ ามารถปลูกข้าว ผัก และ
ไมผ้ ลได้ ต่อมาไดข้ ยายพนื้ ทเี่ พิม่ อีก 30 ไร่ เปน็ ศนู ย์พัฒนาและได้แยง่ ท่ีดินเปน็ 3 สว่ น กลา่ วคอื สว่ นหนงึ่ จัดสรรไว้
สาหรบั ปลูกข้าว อกี ส่วนหนงึ่ จัดสรรสาหรับการปลกู พชื สวน พืชไร่ และอกี สว่ นทีเ่ หลอื เปน็ ที่สาหรับบุคคล การ
ดาเนินการไดผ้ ลดมี าก สามารถสรา้ งกาไรได้ ต่อมาไดข้ ยายโครงการมาใชท้ อ่ี าเภอเขาวง จังหวดั กาฬสนิ ธ์ุ ช่วยให้
เกษตรกร ในพืน้ ท่ีตอ้ งประสบกับภาวะแหง้ แล้ง การเกษตรตอ้ งพ่ึงพาน้าฝน ก็สามารถมีเศรษฐกจิ ท่ีพอเพยี ง ไดจ้ าก
เดมิ ซึ่งไม่สามารถผลิตขา้ วได้พอกบั ความต้องการ เกษตรกรหลายรายทเ่ี ข้าร่วมโครงการประสบผลสาเร็จในพืน้ ที่ของ
ตนเป็นอยา่ งดี จากแนวคิดของระบบเศรษฐกจิ พอเพียงดังกล่าวขา้ งตน้ จึงนาไปสูน่ โยบายตามระเบยี บสานัก
นายกรัฐมนตรีวา่ ด้วยคณะกรรมการอานวยการ หน่งึ ตาบลหนง่ึ ผลติ ภัณฑ์แหง่ ชาติ พ.ศ. 2544 เพอื่ ส่งเสรมิ สนับสนุน
กระบวนการพฒั นาท้องถิ่น สรา้ งชมุ ชนให้เข้มแข็งเพื่อพึ่งตนเองได้ ให้ประชาชนมสี ว่ นรว่ มในการสร้างงาน สร้าง
รายได้ ด้วยการนาทรัพยากรและภูมิปญั ญาในท้องถิน่ มาพัฒนาเป็นผลติ ภณั ฑท์ ี่มจี ุดเดน่ และมมี ลู คา่ เป็นทตี่ ้องการ
ของตลาดท้ังในและต่างประเทศ และสอดคล้องกบั วัฒนธรรมและวถิ ชี ีวิตของท้องถิ่น ปรัชญาหรอื แนวคิดเศรษฐกิจ
พอเพยี งจงึ เป็นของประชาชนในทกุ ระดับ ต้งั แตร่ ะดบั ครอบครัว ระดบั ชมุ ชน จนถึงระดบั ประเทศ แนวพระราชดาริ
เศรษฐกิจพอเพียง เปน็ ทางเลือกใหมข่ องประชาชนชาวไทยเพอ่ื ที่จะสามารถดารงชวี ติ แบบพออยู่พอกิน และสามารถ
พ่ึงพาตนเองได้ เศรษฐกิจพอเพยี งจงึ มีความสาคญั ต่อการพัฒนาประเทศ อันจะนาไปสสู่ งั คมทม่ี ีคณุ ภาพท้ังทางด้าน
เศรษฐกิจและสงั คม
หลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง อาจประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวันได้ มีดงั นี้
1.การไม่ใชจ้ ่ายฟ่มุ เฟือย - ไมใ่ ช้จา่ ยเงินเกนิ ความจาเป็น ไมใ่ ชจ้ า่ ยสิน้ เปลือง เช่น การซือ้ ของท่ีไม่จาเปน็ พวก
สง่ิ ของทไ่ี ร้ประโยชน์ หาคุณค่าไม่ได้ เม่อื เราไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยแล้ว เงนิ ที่เหลอื ฉันกเ็ ก็บ หยอดใสก่ ระปกุ เพ่อื เป็นการ
ประหยัดภายในครอบครวั ไม่นาเงินไปใช้เกินวยั ของตนเอง
2.การใชน้ า-ไฟ อยา่ งประหยัด - ใช้นาใหร้ ูค้ ณุ คา่ ไม่เปดิ นาท้ิงไว้ หรือ ปดิ นาใหส้ นิท นาทเี่ หลอื จากการล้าง
ผลไม้ อาหาร จะนาไปรดต้นไม้ และไฟ ไม่เปดิ ไฟนอน และปิดเครอ่ื งใช้ไฟฟ้าให้สนิท ดว้ ยการถอดปลั๊ก และเม่ือไม่อยู่
บา้ น สารวจว่ามีเครื่องใชไ้ ฟฟ้าใดบา้ งท่ียงั ไม่ได้ปดิ จะปดิ ให้สนทิ

ชดุ การเรียนรรู้ ายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง 41

3.การหารายไดเ้ ขา้ ครอบครวั - ช่วยพ่อแมท่ างาน เพื่อนาไปขาย และปลูกผักนาไปขาย เพื่อหารายไดเ้ ข้า
ครอบครัว และเมื่อหารายได้มาแล้ว จะไมน่ าเงนิ ไปใช้จ่ายในสง่ิ ทส่ี ุรุ่ยสรุ า่ ย พร้อมทง้ั ทาบัญชรี ายรบั -รายจา่ ย เพอื่ รู้
การใชจ้ า่ ยภายในครอบครัว เปน็ การรูว้ า่ ภาวะทางการเงินภายในครอบครัวของฉนั นั้น เปน็ อยา่ งไรบา้ งอะไรท่มี นั ไม่
จาเป็นหรอื เปน็ ส่ิงที่ทาให้ครอบครัวต้องมาส้นิ เปลือง

ใบความรู้
ใบความรเู้ รือ่ งการบันทกึ รายรบั -รายจ่าย

ความหมายของการทาบญั ชีรายรับ-รายจ่าย
การทาบญั ชีรายรบั -รายจ่าย หมายถงึ การจดบนั ทึกรายการข้อมลู ด้านการเงนิ ของการปฏบิ ัตงิ าน ทง้ั ที่

เกี่ยวกับรายการท่รี ับเขา้ มาและรายการท่ีต้องจ่ายออกไป เพือ่ ให้มีข้อมูลท่ีเก่ียวขอ้ งทางด้านการเงนิ ตลอดจนผลของ
การดาเนนิ งานนน้ั ไวว้ ่าคงเหลือเงนิ หรอื ไม่ จานวนเท่าไร และเปรียบเทยี บผลการดาเนนิ กิจการว่าได้กาไร หรอื
ขาดทุนเพียงไร

ตน้ ทนุ หมายถงึ ทรัพยส์ ินท้งั หลายทน่ี ามาลงไวข้ ณะทีแ่ รกเริม่ ดาเนนิ การ และนามาลงเพิ่มเตมิ ภายหลัง ตน้ ทุน
ไม่จาเป็นต้องเป็นเงินสดอยา่ งเดยี ว อาจเปน็ ส่ิงของอย่างอ่นื ด้วยก็ได้ เช่น วัสดุ อุปกรณ์ แรงงาน สนิ ค้า ยานพาหนะ
ความคดิ รเิ ร่ิมสร้างสรรค์ เวลาในการปฏบิ ัติงาน คา่ เสื่อมราคาของอปุ กรณ์

ราคาขาย หมายถงึ ราคาสนิ ค้าหรือบริการที่กาหนดข้ึน ซ่งึ อาจได้เงินมากกวา่ หรือนอ้ ยกวา่ ต้นทนุ ก็ไดใ้ นการ
กาหนดราคาน้ันมกั จะยดึ ปจั จัยเกยี่ วข้องหลายประการ เชน่ ตน้ ทนุ ของผลติ ภณั ฑ์ สภาวะการแขง่ ขัน ความต้องการ
ของตลาดราคาทัว่ ไป เปน็ ต้น

ประโยชนข์ องการทาบัญชรี ายรบั -รายจ่าย
1. ทาใหท้ ราบฐานะทางการเงนิ ในการปฏิบัตงิ าน
2. ใชป้ ระกอบการวางแผนในการทางานหรอื ในการใช้จา่ ยเงนิ
3. ใช้ในการตดิ ตามการทางานดา้ นต่าง ๆ
4. ทาใหท้ ราบปญั หาในการทางานและแก้ไขทัน
5. ใชร้ ายงานผลการดาเนินงาน
6. ใชเ้ ป็นข้อมูลรายจ่ายปรับลดคา่ ใช้จา่ ยเพ่ือให้เหลือเงนิ หรือได้กาไรเพ่ิมข้ึน
7. นาวิธกี ารจดั ทาบัญชีไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั

หลักการจดั ทาบญั ชรี ายรับ-รายจา่ ย
หลักการทาบัญชีรายรบั รายจา่ ย มดี ังน้ี
1. รายรบั เปน็ ขอ้ มลู ทั้งหมดที่ได้รบั เงินเขา้ มา เชน่ คา่ หนุ้ เงนิ กู้ คา่ ขายของ คา่ ขายผลผลติ
2. รายจา่ ย เปน็ ข้อมูลราจ่ายทั้งหมดในการประกอบกิจการน้นั ๆ เช่น ค่าขนส่ง คา่ ซ้อื วตั ถดุ ิบ คา่ จา้ งแรงงาน
3. เงนิ คงเหลือ ไดผ้ ลต่างระหวา่ งรายรบั กบั รายจา่ ยทั้งหมด

ชุดการเรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกิจพอเพยี ง 42

สว่ นประกอบของการทาบัญชีรายรบั -รายจ่าย

วัน เดือน ปี รายการ รายรบั รายจ่าย คงเหลอื

การสรปุ บญั ชรี ายรับ-รายจ่าย
การจดั ทาบัญชีรายรับ-รายจ่าย ต้องมีการสรุปบัญชีเป็นข้นั ตอนสุดทา้ ย ดังนี้

1. รายรับมากกว่ารายจ่าย ซ่ึงหกั เงนิ ค่าหุ้น เงนิ กู้ ทีใ่ ช้ในการลงทุนแล้ว คือ กาไร

กาไร หมายถงึ ราคาสินคา้ หรือบริการท่ขี ายไดเ้ งนิ มากกว่าท่ีซอ้ื มาหรอื มากกวา่ ต้นทนุ ท่ีลงไว้
กาไร = ราคาขาย – ต้นทนุ

2. รายรับน้อยกวา่ รายจ่าย ซึ่งหกั เงนิ ค่าหนุ้ เงนิ กู้ท่ีใช้ในการลงทนุ แลว้ คือ ขาดทุน

ขาดทุน หมายถงึ ราคาสินคา้ หรือบริการท่ีได้เงนิ น้อยกว่าท่ีซือ้ มาหรือน้อยกวา่ ต้นทุนท่ลี งไว้
ขาดทนุ = ตน้ ทนุ – ราคาขาย

ตวั อย่างแบบบันทกึ บญั ชรี ายรบั -รายจ่าย

แบบที่ 1 รายการ รายรับ รายจา่ ย คงเหลือ
วัน เดือน ปี

แบบท่ี 2 รายการ รายรบั รายจ่าย
วัน เดือน ปี

รวม
กาไร (ขาดทุน)

ชุดการเรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพียง 43

ใบงานที่ 1

วิเคราะห์สภาพรายรับ-รายจา่ ย ของครอบครวั

จงตอบคาถามต่อไปน้ี
1.ใหน้ ักศึกษาบอกถึงความหมายของหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง

............................................................................................................................. ..........................................................
.........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. ............................................................
.......................................................................................................................................................... ...............................

2.นักศึกษาสามารถนาหลกั ปรัชญามาประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้อยา่ งไร จงบอกมาเป็นขอ้ ๆ

.............................................................................................................................. ...................................................
........................................................................................... .......................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................

3. “ 3หว่ ง 2 เงื่อนไข” จากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ประกอบดว้ ยอะไรบ้าง

............................................................................................................................. ............................................
...................................................................................... ...................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. ............................................................
........................................................................................................................................................................ .................

ชุดการเรียนรรู้ ายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง 44

ใบงานท่ี 2
วเิ คราะห์สภาพรายรบั -รายจ่าย ของครอบครวั

จงตอบคาถามต่อไปน้ี

1. นักศกึ ษาสามารถนาหลกั เศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจาวันได้ อยา่ งไรบ้าง
............................................................................................................................. ..............................................
...........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................................
............................................................................................................................. ..............................................
.................................................................................... .......................................................................................
...........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................................
.................................................................................. ........................................................................................

2. ใหน้ กั ศึกษาอธิบายการนาเง่อื นไขคุณธรรมและเงอื่ นไขความรู้ไปปรบั ใช้ในชีวิตประจาวันได้ อยา่ งไรบา้ ง
...........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................................
............................................................................................................................. ..............................................
...........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ชดุ การเรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกิจพอเพียง 45

นกั ศึกษาสามารถเรยี นรเู้ พิม่ เตมิ จากส่ือเรยี นรู้

https://tinyurl.com/y9yw3784
สรุปเนือ้ หารายวิชาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ระดบั ประถมศกึ ษา

https://tinyurl.com/y9pn4yu4
สรุปเนือ้ หารายวิชาเศรษฐกจิ พอเพียง
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้

https://tinyurl.com/y8cdd2fy
สรุปเนอื้ หารายวิชาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย

ชดุ การเรียนรรู้ ายวชิ าเศรษฐกิจพอเพยี ง 46

เรอ่ื งที่ 3
ประกอบอาชีพ อย่างพอเพียง
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1.นักศึกษาสามารถนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้ในการจดั การทรัพยากรท่ี มีอยู่ของตนเอง
ครอบครัว ชมุ ชน
2.กาหนดแนวทางและปฏิบัติตนในการ นาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ไปประยุกต์ใชในการประกอบ
อาชีพ

ชุดการเรยี นรรู้ ายวิชาเศรษฐกจิ พอเพียง 47

ใบความรู้
แนวทางในการวางแผนประกอบอาชพี

ใบความรแู้ นวทางในการวางแผนประกอบอาชีพมีเกณฑ์และแนวทางดงั นี้

1. ต้องรูจ้ ักข้อมลู ตนเองวา่ มีความชอบความถนัด ความสามารถดา้ นใด
2. ต้องศึกษารายละเอยี ดของอาชพี ท่ีเลือก
3. พิจารณาองค์ประกอบอ่ืนที่เกี่ยวข้องเช่น ทาเลท่ีต้ัง การผลิต การจาหน่าย การบริการ สภาพแวดล้อม

เพอ่ื นร่วมงาน เงนิ ทุน และแหล่งเงินทุน เพื่อใช้ในการวางแผนการทางานเพื่อให้ได้ทางเลือกท่ีดีที่สุดมีความเหมาะสม
กบั ตนเอง

การวางแผนการประกอบอาชพี ทเี่ ป็นไปตามปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ตัวอยา่ งการวางแผนทาการเกษตรผสมผสาน
เน้นการมีอยู่มีกินก่อนขายเป็นรายได้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทาอะไร(งานที่ต้องทา) ทาทาไม(ทราบ
จดุ มงุ่ หมาย)ทาท่ไี หน (สถานที่จัด) ทาเม่ือไหร่(กาหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด)ทาอย่างไร(วิธีการท่ีจะทา) ใครเป็นผู้ทา
(ผู้รบั ผดิ ชอบ)และทารว่ มกับใคร(ผ้รู ่วมทางาน)เพ่ือให้วตั ถุประสงค์
ความพอประมาณ
ทาอะไรปลกู พืชผสมผสานตามเกษตรทฤษฏีใหม่แทนการปลูกยางพาราอย่างเดียว ปลูกผักพ้ืนบ้าน ไม้ผลทุก
อยา่ ง ปลูกปา่ ยางนา ประดู่ และเลย้ี งสัตว์ พืชผัก ข่งิ ข่า ตระไคร้ พริก จนถึงไม้ผลมะม่วง มะขาม ละมุด อย่างละ 20
ตน้ 10 ตน้ 5 ต้น และปลูกสวนปา่ รักษาสิ่งแวดลอ้ ม บนพื้นที่ 10 ไร่ พื้นท่ีเหมาะสม มีทุน มีความรู้ มีทุน มีแรงงาน รู้
ชว่ งเวลาดาเนินการเมอื่ ไหร่ กาหนดเวลาได้
ความมีเหตผุ ล
ทาไมการปลูกพืชหลายชนิดท่ีตลาดต้องการไม่ต้องเสียเงินซื้อจากตลาดทุกอย่างมีกิน มีใช้ เหลือขายได้ เช่น
ผักสวนครัว ผลไม้ ใช้ปุ๋ยธรรมชาติ มีเงินออม มีผลตอบแทนคุ้มทุน ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เห็นช่องทางในการ
ประกอบอาชพี (หนงั สอื เรียนวิชาเศรษฐกิจพอเพยี ง ม.ตน้ บรษิ ัทไผม่ ิดเี ดีย)
การมีภมู ิคมุ้ กันในตวั ทด่ี ี ใครทา ผูต้ ดั สนิ ใจเลอื กอาชีพและครอบครัวมีความมุ่งมั่น ขยันและอดทนท่ามกลาง
ความไม่เชื่อม่ันของคนอ่ืน มีงาน มีเงิน มีอาชีพ มีความมั่นคงในชีวิตใช้แรงงานในครอบครัว ครอบครัวอบอุ่น จาก
คณุ ลกั ษณะ ทง้ั 3 ประการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง จะต้องมีเงอื่ นไข 2 ประการ คือ
เง่ือนไขความรู้
ทาอยา่ งไร ผู้ตัดสนิ ใจเรื่องอาชีพรู้วิธีวางแผนในการประกอบอาชีพ มีความรู้ในการปลูกพืช สร้างความสมดุล
ของพืชแตล่ ะชนดิ รคู้ วามต้องการของตลาด ทาบัญชีรบั จ่าย วิเคราะห์ความต้องการของตลาดท่ีขยายผลผลิตของตน
ได้
เงอ่ื นไขคุณภาพและคณุ ธรรม

ชดุ การเรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพยี ง 48

ทาอย่างไรมีความซ่ือสัตย์ สุจริต ไม่ผิดกฎหมาย และไมขัดศีลธรรม ไม่ทาลายส่ิงแวดล้อม มีจรรยาบรรณใน
การประกอบอาชีพ

การขยายพันธพ์ุ ืช หมายถึง กระบวนการเพิ่มจานวนต้นพชื ใหม้ ากขึ้นเพ่อื นาไปใช้ประโยชนใ์ นด้าน
ต่างๆ และอนุรักษ์ลกั ษณะท่ดี ีไว้ไม่ให้สญู พนั ธ์ุ

ความสาคัญการขยายพันธุ์พชื
1. การอนุรักษ์ไว้ซึง่ พนั ธุพ์ ืชน้ันไมใ่ ห้สูญพันธ์และกลายพันธ์ุ
2. เพื่อหาพันธใุ์ หม่ทีด่ กี ว่าเดิม ซึง่ อาจจะได้มาจากการกลายพันธุ์
3. สรา้ งอาชีพเกษตรกรรมและอาชีพทเ่ี กีย่ วข้อง เชน่ การเพาะถั่วงอกในโอ่ง เป็นต้น
4. เป็นแหลง่ ปัจจัย 4 สาหรบั มนุษย์ (อาหาร , เครื่องนงุ่ ห่ม , ท่ีอยอู่ าศยั , ยารกั ษาโรค)
5. สร้างความร่มรน่ื ชว่ ยทาใหอ้ ากาศบริสทุ ธิ์ และยงั ช่วยยึดเกาะหนา้ ดินไม่ให้พังทลาย
ประเภทของการขยายพนั ธพ์ุ ืชแบ่งได้ 2 แบบ คอื 1. การ
ขยายพนั ธพ์ุ ืชแบบอาศัยเพศ

1.1 การขยายพันธุพ์ ชื โดยการใช้เมล็ด
2. การขยายพันธุพ์ ชื แบบไม่อาศยั เพศ

2.1 การปกั ชา
2.2 การตอนกิ่ง
2.3 การตดิ ตา
2.4 การตอ่ ก่ิง
2.5 การทาบกงิ่
2.6 การแบ่งแยก
2.7 การเพาะเลย้ี งเน้ือเย่ือ

ชุดการเรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกิจพอเพยี ง 49

การขยายพันธพุ์ ืชโดยการใช้เมล็ด

การขยายพันธพ์ุ ืชโดยการใชเ้ มลด็ หมายถงึ การนาเมล็ดพันธต์ุ า่ ง ๆ ทค่ี ดั เลอื กแลว้ วา่ เป็นสายพนั ธ์ุดี
มาทาการเพาะในวัสดุเพาะจนได้ต้นพชื ใหม่

ข้อดีของการขยายพนั ธพ์ุ ืชโดยการใช้เมล็ด 1.
สะดวกในการขนสง่ ระยะทางไกล ๆ
2. ได้ต้นพืชทีม่ ีระบบรากดี เพราะมรี ากแกว้
3. ทาได้ง่ายและไดป้ ริมาณมาก เพราะสะดวกในการปฏบิ ัติ
4. เสยี คา่ ใช้จา่ ยน้อยเพราะไม่ต้องใชเ้ คร่อื งมอื หรืออุปกรณ์มากนัก
5. เกบ็ รักษาได้นาน เพราะไม่ตอ้ งการสิ่งแวดล้อมในการดารงชีวิตมาก

ข้อเสียของการขยายพันธ์พุ ชื โดยการใชเ้ มล็ด
1. ใหผ้ ลผลติ ชา้ ต้องใช้เวลาในการเลีย้ งดนู าน
2. ปลกู ไดน้ ้อยต้นในเน้อื ที่เท่ากนั เพราะทรงพุม่ ใหญ่
3. กลายพันธุ์ไดง้ ่าย เพราะต้นที่ได้เกิดจากการผสมพนั ธุ์
4. ลาต้นสงู ใหญ่ ไม่สะดวกในการเกบ็ เกีย่ วและดแู ลรักษา
5. ต้นมีโอกาสรับแรงปะทะลมได้มาก ทาให้ดอกและผลร่วงหล่นเสยี หายมาก

การคัดเลือกเมล็ดพันธ์ุพืช

ชดุ การเรียนรรู้ ายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพียง 50


Click to View FlipBook Version