คำนำ
การพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามเป้าหมายของการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พุทธศักราช ๒๕๔๒ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๕๓ เน้นให้มีการจัดการ
บริหารที่เป็นระบบและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมให้สถานศึกษามีการวางแผนพัฒนาให้บรรลุ
เป้าประสงค์หลักของสถานศึกษาที่จะสร้างผู้เรยี นที่มีคุณภาพสอดคล้องกบั ความตอ้ งการของผู้ปกครองและชุมชน
โดยให้ความสำคญั กับการใช้ผลการดำเนินงานท่ีผา่ นมาและข้อมูลสารสนเทศเป็นปัจจัยหลักในการวางแผนร่วมกัน
ระหวา่ งบุคลากรทงั้ ภายในและภายนอกทม่ี ีสว่ นเกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน สถานศกึ ษา
จะตอ้ งมกี ารระดมสมองในการวิเคราะห์ความต้องการของผมู้ ีสว่ นเกี่ยวข้อง สภาพแวดลอ้ มทงั้ ภายในและภายนอก
เพื่อให้ได้แนวทางในการพัฒนาหรือปรับปรุงการศึกษาของสถานศึกษาที่ตอบสนองและบรรลุเป้าหมายหลักของ
สถานศกึ ษา ตลอดจนนโยบายท่เี กี่ยวขอ้ ง
โรงเรียนวดั ชินวราราม(เจรญิ ผลวทิ ยาเวศม)์ ได้บริหารงานตามอำนาจหน้าท่ีใน ๔ กล่มุ บรหิ ารงานหลัก ๑)
กลุ่มบริหารวชิ าการ ๒) กลุ่มบริหารงานบุคคล ๓) กลุ่มบริหารงบประมาณ และ ๔) กลุ่มบริหารทั่วไป โดยยึดหลัก
ธรรมาภิบาล การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ความถูกต้องตามกฎหมาย กฎ ระเบียบปฏิบัติ
จรรยาบรรณวิชาชีพ ขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อ
สถานศกึ ษา และผูม้ สี ่วนไดส้ ่วนเสีย (Stakeholders)
ขอขอบคุณคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการบริหารโรงเรียน คณะคุณครู และผู้ท่ี
เกยี่ วข้องทกุ ทา่ นท่ีมีสว่ นได้ร่วมกันจัดทำเอกสาร การบริหารงาน ๔ กล่มุ บริหาร เลม่ น้สี ำเร็จลุล่วง มีความสมบูรณ์
เพอ่ื ให้สถานศกึ ษาไดน้ ำไปใชอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ
โรงเรยี นวัดชนิ วราราม(เจริญผลวทิ ยาเวศม)์
มิถุนายน 2565
สารบญั ๑
๒
ข้อมูลพ้นื ฐานของโรงเรยี น ๓
ประวตั ิโรงเรยี น (History) ๓
สญั ลักษณ์ประจำโรงเรียน ๗
ขอ้ มูลสภาพชมุ ชนโดยรวม (Community) ๘
วสิ ัยทศั นข์ องสถานศึกษา ๘
โครงสร้างการบรหิ ารงานโรงเรยี นวดั ชินวราราม(เจรญิ ผลวทิ ยาเวศม)์ ๙
ข้อมลู นักเรยี น (Student Information) ๙
ขอ้ มูลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (Teacher)
ขอ้ มลู อาคาร / สถานท่ี ๑๔
แหลง่ เรยี นรู้ ภมู ิปัญญาท้องถิ่น ๓๒
๓๓
การบรหิ ารงาน ๔ กล่มุ บริหาร ๓๔
การดำเนินการกล่มุ บรหิ ารวิชาการ
การดำเนนิ งานกล่มุ บรหิ ารงบประมาณ
การดำเนินงานกลุ่มบรหิ ารงานบุคคล
การดำเนินงานกล่มุ บรหิ ารทวั่ ไป
๑
ข้อมูลพืน้ ฐานของโรงเรยี น
โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) เป็นโรงเรียนในโครงการส่วนพระองค์สมเด็จ
พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี “โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน
ในถิ่นทุรกันดาร” สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานีเขต ๑ สำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขัน้ พื้นฐาน กระทรวงศึกษาธกิ ารเปิดสอนต้ังแต่ระดบั ชั้นอนบุ าลปที ี่ ๒ ถึงชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
ประวัตโิ รงเรยี น (History) โดยย่อ
โรงเรียนวัดชินวราราม (เจริญผลวิทยาเวศม์) ตั้งอยู่หมู่ที่ ๒ ตำบลบางขะแยง อำเภอเมืองปทุมธานี
จงั หวัดปทุมธานี รหสั ไปรษณีย์ ๑๒๐๐๐ เปดิ สอนครัง้ แรกเมอื่ วันท่ี ๒๘ กนั ยายน พ.ศ. ๒๔๖๘ โดยอาศยั ศาลา
การเปรียญวัดชินวรารามวรวิหาร โดยหลวงมหาสวัสดิ์ภิบาล นายอำเภอเมืองปทุมธานี เป็นผู้ทำพิธีเปิด
เปน็ โรงเรียนประชาบาลประเภทนายอำเภอจดั ต้ังตามพระราชบญั ญัตปิ ระถมศึกษา พ.ศ. ๒๔๖๔
พ.ศ. ๒๔๗๗ พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดราชบพิธสถิตมหา
สีมาราม ทรงมีพระราชศรัทธาสร้างอาคารเรียนถาวรแบบทรงปั้นหยา ๒ ชั้น สิ้นค่าก่อสร้าง ๕,๓๗๑ บาท
ใหช้ ือ่ ตกึ หลงั น้วี ่า “เจริญผลวิทยาเวศม”์ อุทศิ ถวายแด่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้นสาม กรมขุนเจริญผลพูนสวัสดิ์
พระราชบิดา โรงเรียนสร้างในที่ดินของวัดชินวรารามวรวิหาร ทางด้านทิศเหนือของวัด ทำพิธีเปิดอาคารเรียน
เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๔๗๗ โดยพระสารสาสน์ประพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสมัยน้นั
เป็นประธานกระทำพิธีเปดิ
พ.ศ. ๒๕๖๔ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๔ คณะกรรมการธนารักษ์พื้นที่ปทุมธานี เห็นชอบให้
อาคารเจรญิ ผลวิทยาเวศม์ โรงเรยี นวัดชินวราราม(เจริญผลวทิ ยาเวศม)์ เป็นอาคารทม่ี ีลักษณะยงั ทรงคณุ ค่าทาง
ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม หรือสถาปัตยกรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ โดยสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ปทุมธานี
ได้หมายเหตุความสำคัญของอาคารเจริญผลวิทยาเวศม์ ในทะเบียนที่ราชพัสดุประเภทสิ่งปลูกสร้างของรัฐ ที่
ปลูกอยู่บนที่ดินที่มิใช่ราชพัสดุ หลังลำดับที่ ปท.๓๔๕ ตำบลบางขะแยง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัด
ปทมุ ธานี ซึง่ ใชป้ ระโยชนใ์ นราชการโรงเรยี นวดั ชินวราราม(เจรญิ ผลวิทยาเวศม์)
-
๒
สญั ลักษณ์ประจำโรงเรียน
คตพิ จน์ นตถฺ ิ ปัญญา สมาอาภา แสงสวา่ งเสมอดว้ ยปัญญาไมม่ ี
ปรัชญา ทุม่ เทท้ังแรงกาย แรงใจ แรงความคิด พชิ ิตงานอยา่ งสรา้ งสรรค์
บริหารจดั การบนพื้นฐานธรรมาภบิ าล
คำขวญั เรียนดี มคี ณุ ธรรม จริยธรรม มีวนิ ยั พลานามัยสมบูรณ์
อตั ลักษณ์ “นอบน้อมอย่างไทย วนิ ยั เปน็ เลิศ”
เอกลกั ษณ์ “ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ย่างไทย ใสใ่ จสง่ิ แวดลอ้ ม”
สปี ระจำโรงเรียน ชมพู-ฟ้า
อักษรย่อ วชร.
ปีท่ีก่อต้ังโรงเรียน พ.ศ. ๒๔๖๘
วนั สถาปนาโรงเรียน ๒๘ กนั ยายน พ.ศ. ๒๔๖๘
ขนาดพ้นื ที่ เน้ือที่ที่ ๖ ไร่ ๒ งาน ๘๐ ตารางวา
เขตพน้ื ที่บริการ หมู่ท่ี ๑ , หมทู่ ี่ ๒
โทรศัพท์ ๐๒-๕๘๑๑๔๖๐ โทรสาร ๐๒ – ๐๗๗๔๐๘๖
Website:http://www.watchin.ac.th/watchin/
Email-address: watchin๒๔๖๘@hotmail.com
ทตี่ ั้งและแผนทโ่ี รงเรียน (Location)
ทต่ี ั้ง ๑/๒๖ หมู่ท่ี ๒ ตำบลบางขะแยง อำเภอเมอื งปทมุ ธานี จงั หวดั ปทมุ ธานี
รหัสไปรษณีย์ ๑๒๐๐๐โทรศัพท์ ๐๒-๕๘๑๑๔๖๐ โทรสาร ๐๒ – ๐๗๗๔๐๘๖
๓
ข้อมูลสภาพชุมชนโดยรวม (Community)
๑. สภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนมีลักษณะชุนบท มีประชากรประมาณ ๑,๑๐๐ คน บริเวณ
ใกล้เคียงโดยรอบโรงเรียน ได้แก่ วัดชินวรารามวรวิหาร อาชีพหลักของชุมชน คือ รับจ้าง คิดเป็นร้อยละ
๘๐.๙๘ ส่วนใหญน่ ับถอื ศาสนาพุทธ ประเพณี /ศิลปวฒั นธรรมท้องถน่ิ ทเ่ี ปน็ ทีร่ จู้ กั โดยทวั่ ไป คอื ลอยกระทง
๒. ผู้ปกครองส่วนใหญ่ จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ อาชีพหลัก คือ รับจ้าง ส่วนใหญ่
นับถือศาสนา พุทธ ฐานะทางเศรษฐกิจ/รายไดโ้ ดยเฉลย่ี ต่อครอบครวั ตอ่ ปี ๔๐,๐๐๐ บาท จำนวนคนเฉล่ียต่อ
ครอบครวั ๕ คน
๓. โอกาสและขอ้ จำกดั ของโรงเรยี น
รายการ
โอกาส ขอ้ จำกัด
๑.อยู่ใกล้แหล่งเรียนรู้เชน่ วัด โรงงาน ๑. ผู้ปกครองมอี าชีพรบั จ้าง มีการย้ายนกั เรียน
อุตสาหกรรม บอ่ ย ฐานะ/รายไดค้ ่อนข้างตำ่
๒. บคุ ลากรมคี วามรู้ความสามารถในการจดั ๒. นักเรียนขาดการดูแล เอาใจใสจ่ าก
กจิ กรรมการเรยี นการสอน ผูป้ กครองเท่าท่ีควร บางสว่ นมปี ัญหาครอบครวั
๓. วัดชนิ วรารามวรวหิ าร และ เทศบาล หย่ารา้ ง
ตำบลบางขะแยง สนับสนุนงบประมาณ และ ๓. โรงเรยี นต้ังอยู่รมิ แมน่ ้ำเจ้าพระยา ทำให้
บุคลากร ประสบปัญหามหาอทุ กภยั บอ่ ยครัง้
วิสยั ทัศนข์ องสถานศกึ ษา
โรงเรียนวัดชินวราราม (เจริญผลวิทยาเวศม)์ เป็นแหล่งเรียนรู้ ปลูกฝังการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
ให้ผู้เรียนเป็นคนดีมีคุณธรรม จริยธรรม มีวิชาความรู้ที่ได้มาตรฐานการทันกระแสโลกปัจจุบันสามารถอยู่ใน
สงั คมอยา่ งมีความสขุ และปลอดภัย ภายใตห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
พนั ธกิจ
ดา้ นวิชาการ /คุณภาพนักเรยี น
๑. มีหลักสูตรสถานศึกษาที่เหมาะสมกับผู้เรียนและท้องถิ่น พัฒนาตามการเปลี่ยนแปลงและความ
เจริญกา้ วหนา้ ทางวทิ ยาการต่าง ๆ และสอดคล้องกับการศึกษาของชาติ
๒. ผู้เรยี น ร้อยละ ๗๐ มผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นทกุ กลุ่มสาระการเรียนรฯู้ อยู่ในระดบั ๓–๔
๓. ผู้เรียนประพฤตปิ ฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้มีคุณธรรม จริยธรรม มีคณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์และค่านิยมที่ดีงาม
๔. ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นในการดำเนินชีวิต มีสุขภาพและบุคลิกภาพที่ดี มีสุนทรียภาพ สามารถอยู่
รว่ มกับผอู้ นื่ ได้อยา่ งมีความสขุ
๕. ผู้เรียนสามารถใชเ้ ทคโนโลยเี พอ่ื การศกึ ษาไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
๔
๖. ผ้เู รยี นสามารถใช้ภาษาไทยและภาษาตา่ งประเทศในการส่อื สารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๗. ผู้เรียนสรา้ งสรรคผ์ ลงานอย่างหลากหลาย ตามศักยภาพ ตามความถนัดและความสนใจ
๘. ผูเ้ รยี นเหน็ คุณค่าและภาคภมู ใิ จในขนบธรรมเนียมประเพณีไทยภูมปิ ญั ญาไทยและท้องถนิ่
๙. ผ้เู รียนเห็นคณุ ค่าและร่วมอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติ พลงั งาน และส่งิ แวดลอ้ ม
๑๐. ผูเ้ รียนมีทักษะและความสามารถในการทำงานโดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ดา้ นบุคลากร
๑. บุคลากรมีความรู้ ความสามารถตามมาตรฐานวิชาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม มีจรรยาบรรณและ
ทักษะในการใชเ้ ทคโนโลยีอย่างมีประสทิ ธภิ าพ
๒. บคุ ลากร มคี วามสามัคคี มีขวญั กำลงั ใจ และมีคณุ ภาพชีวติ ทด่ี ี
ด้านการบรหิ ารจดั การและคุณภาพศกึ ษา
๑. โรงเรยี นมีการบรหิ ารจดั การศึกษาอย่างเปน็ ระบบ มีคณุ ภาพ และสามารถตรวจสอบได้
๒. โรงเรียนมีการพัฒนาระบบเครอื ข่ายเทคโนโลยสี ารสนเทศและสามารถนำไปใช้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
๓. โรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน มีความสัมพันธท์ ดี่ ี และมีสว่ นรว่ มในการพัฒนาการศกึ ษาของโรงเรยี น
๔. โรงเรียนมีการบริหารจัดการตามมาตรฐานคุณภาพการศึกษา มีระบบการประกันคุณภาพภายในที่
มปี ระสิทธภิ าพ
ดา้ นทรพั ยากรเพื่อการศกึ ษา
โรงเรียนมีอาคารสถานที่ แหล่งเรียนรู้และทรัพยากรทางการศึกษาอย่างเพียงพอและใช้ให้เกิด
ประโยชนส์ ูงสุด
เป้าประสงค์
๑. นักเรียนทุกคนในเขตพืน้ ท่ีบริการ ได้เข้าเรยี นจนจบตามหลักสูตรและพัฒนาตามศักยภาพการอา่ น
คิดวเิ คราะห์ เขยี น อย่างมคี ณุ ภาพตามความสามารถของวยั ระดบั ช่วงชั้นตามเกณฑม์ าตรฐานการศกึ ษา
๒.พัฒนาหลักสตู รที่สอดคล้องกบั ความต้องการของ นกั เรยี นและทอ้ งถนิ่
๓. พัฒนาครใู หม้ ที กั ษะการสอน และเป็นครมู อื อาชีพ
๔. ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ อยู่ในเกณฑ์ สูงกว่าที่กำหนด ร้อยละ
๗๐ คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาและวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ สูงกว่า
ร้อยละ ๗๕ คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ กลุ่มสาระ
การเรยี นรู้ศลิ ปะ ดนตรแี ละนาฏศลิ ป์
๕
๕. พัฒนาสือ่ เทคโนโลยี และจดั สภาพแวดล้อม มบี รรยากาศเอื้อตอ่ การเรียนรู้ นักเรียนทุกคนได้รับ
การพัฒนาเต็มตามศักยภาพตามหลักสูตร มีความรู้ความสามารถก้าวทันเทคโนโลยี และสามารถแสวงหา
ความรู้ได้ท้ังในและนอกสถานศกึ ษา
๖. จัดกิจกรรมให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเกณฑ์มาตรฐาน
การศึกษา เรยี นอย่างมคี วามสขุ และอยูใ่ นสงั คมอย่างปลอดภัย
๗. บริหารจัดการอย่างเป็นระบบและมีคุณภาพโดยใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศที่ทันสมัย
๘. สร้างระบบเครอื ข่ายอุปถัมภจ์ ากชมุ ชนและองค์กรท้องถ่ิน ระดมทรพั ยากร และงบประมาณพัฒนา
คณุ ภาพการศกึ ษา
๙. จดั ให้มรี ะบบการประกันคณุ ภาพท้งั ภายในและภายนอกท่ีมีประสิทธภิ าพ
ยทุ ธศาสตร์
๑. พัฒนาคุณภาพผ้เู รยี นทุกระดบั ทุกประเภท
๒. ขยายโอกาสเข้าถึงบริการการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ทั่วถึงครอบคลุมผู้เรียนให้ได้รับโอกาสในการ
พัฒนาเต็มตามศกั ยภาพ และมคี ุณภาพ
๓. พฒั นาคณุ ภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา
๔. พัฒนาระบบการบริหารจัดการในการจัดการศึกษา ประสิทธิภาพระบบบริหารงานตามหลัก
ธรรมาภิบาล และการมีส่วนร่วม
๕. พัฒนาสภาพแวดลอ้ มของโรงเรียนให้พรอ้ มในการจัดการศึกษา
กลยทุ ธ์
๑. ส่งเสริมให้ผู้เรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม ความสำนึกในความเปน็ ชาติไทย และวิถชี วี ติ ตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๒. พฒั นาการจัดการศกึ ษาให้มีคณุ ภาพตามมาตรฐานการศึกษา
๓. พัฒนาสภาพแวดล้อม แหล่งเรียนรู้ ให้เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง และตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี
๔. พัฒนาสอ่ื นวตั กรรม และเทคโนโลยที างการศึกษาใหเ้ อ้ือตอ่ การพฒั นาศกั ยภาพผูเ้ รยี น
๕. พฒั นาประสทิ ธภิ าพระบบบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล และการมสี ว่ นรว่ ม
๖. ส่งเสรมิ ครูและบุคลากรทางการศกึ ษาใหม้ ีจรรยาบรรณวชิ าชีพ และปฏิบัตหิ น้าทีไ่ ดต้ ามมาตรฐาน
การปฏิบัตงิ าน
๗. ส่งเสรมิ สนบั สนนุ ให้ชุมชนมสี ว่ นรว่ มในการจัดการศึกษา และพฒั นาศกั ยภาพผ้เู รยี น
๖
ตวั ช้วี ดั
๑. ร้อยละของผู้เรียนมีคุณธรรม ความสำนึกในความเป็นชาติไทย และวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
๒. ร้อยละของผเู้ รยี นมีผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นตามมาตรฐานการศึกษา
๓. โรงเรียนมีสภาพแวดล้อม แหล่งเรียนรู้ ที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง และตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี
๔. โรงเรียนมีสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีทางการศึกษาให้เอื้อ และเพียงพอต่อการพัฒนาศักยภาพ
ผ้เู รียน
๕. ประสทิ ธิภาพระบบบรหิ ารงานตามหลกั ธรรมาภิบาล และการมีสว่ นร่วม
๖. ร้อยละของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีจรรยาบรรณวิชาชีพ และปฏิบัติหน้าที่ได้ตาม
มาตรฐานการปฏิบัติงานได้มาตรฐานการปฏบิ ัตงิ าน
๗. ชุมชนมีสว่ นรว่ มในการจัดการศึกษา และพัฒนาศักยภาพผเู้ รยี น
๗
โครงสร้างการบริหารงานโรงเรยี นวัดชนิ วราราม(เจรญิ ผลวิทยาเวศม)์
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
คณะกรรมการเครือข่ายผูป้ กครอง คณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน
ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสถานศกึ ษา
กลุม่ บรหิ ารวิชาการ กล่มุ บริหารงบประมาณ กลมุ่ บรหิ ารงานบคุ คล กลมุ่ บริหารทวั่ ไป
๑. งานสำนกั งานและติดตาม ๑. งานสำนักงานและติดตาม ๑. งานสำนักงานและติดตาม ๑. งานสำนักงานและตดิ ตาม
ประเมินผลกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ ประเมนิ ผลกลมุ่ บรหิ าร ประเมินผลกลุ่มบริหารงาน ประเมินผลกลุ่มบริหารท่ัวไป
๒. งานพฒั นาหลกั สูตร งบประมาณ บุคคล ๒. งานปกครองและส่งเสริมกจิ การ
สถานศึกษา ๒. งานบริหารการเงิน ๒. งานวางแผนอัตรากำลัง นกั เรียน
๓. งานพัฒนากลมุ่ สาระการ ๓. งานบริหารพสั ดแุ ละ สรรหา บรรจแุ ตง่ ตั้ง ๓. งานระบบดแู ลช่วยเหลือ
เรยี นรู้กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นและ สินทรัพย์ ๓. งานการรักษาวินัย นักเรยี น
การพัฒนากระบวนการเรยี นรู้ ๔. งานบริหารบัญชี ขา้ ราชการครูและบคุ ลากร ๔. งานประสานเครือขา่ ย
๔. งานวัดผล ประเมินผล และเทียบ ๕. งานตรวจสอบตดิ ตามภายใน ทางการศกึ ษา ผูป้ กครอง
โอนผลการเรยี น สถานศึกษา ๔. งานสง่ เสรมิ ประสิทธิภาพ ๕. งานสง่ เสรมิ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
๕. งานการจดั ทำระเบียบและ ๖. งานจัดระบบการควบคมุ การปฏบิ ัตงิ านขา้ ราชการครู นักเรยี น
แนวปฏิบัติด้านวิชาการ(ทะเบยี น ภายในสถานศกึ ษา และบคุ ลากรทางการศึกษา ๖. งานปอ้ งกันและแก้ไขปัญหา
นกั เรยี น) ๗. งานสวัสดกิ าร ๕. งานจดั ทำระบบและการ ยาเสพติด
๖. งานวจิ ัยพัฒนาคณุ ภาพ ๘. งานนโยบายและแผนงาน จดั ทำทะเบยี นประวตั ิ ๗. งานอาคารสถานท่แี ละ
การศึกษา ๙. งานโครงการพเิ ศษ ขา้ ราชการ ครแู ละบคุ ลากร สิง่ แวดล้อม
๗. งานพัฒนาส่ือ นวัตกรรมทาง ๑๐. งานกจิ กรรมพฒั นา ทางการศึกษา ๘. งานพฒั นาระบบและเครือข่าย
การศกึ ษา คุณภาพผู้เรยี น ๕. งานอ่ืน ๆ ท่ไี ดร้ บั ข้อมูล สารสนเทศ
๘. งานห้องสมุดและพัฒนาแหล่ง ๑๑. งานอ่นื ๆ ทีไ่ ดร้ ับ มอบหมาย ๙. งานเทคโนโลยเี พือ่ การศกึ ษา
เรียนรู้ มอบหมาย ๑๐. งานประชาสัมพันธ์และสัมพนั ธ์
๙. งานแนะแนวการศกึ ษา ชุมชน
๑๐. งานส่งเสริมดา้ นวิชาการแก่ ๑๑. งานโสตทศั นศึกษา
ชุมชน ครอบครวั และ ๑๒. งานโภชนาการ
สถานศกึ ษาอน่ื ๑๓. งานสารบรรณ
๑๑. งานนิเทศการศึกษา ๑๔. งานอนามยั โรงเรยี น
๑๒. งานพัฒนาระบบการประกัน ๑๕. งานรักษาความปลอดภยั
คณุ ภาพภายในสถานศึกษา ๑๖. งานสำมะโนผู้เรียนและการ
๑๓. งานส่งเสริมและพัฒนา รับนักเรียน
นักเรียนท่มี ีความต้องการจำเป็น ๑๗. งานอืน่ ๆ ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
๑๔. งานอน่ื ๆ ท่ไี ด้รบั มอบหมาย
๘
ขอ้ มูลนักเรียน (Student Information)
ขอ้ มลู นักเรียนจากระบบ DMC ณ วนั ท่ี ๑๐ มิถนุ ายน ของปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕
จำนวนนกั เรยี นในโรงเรยี นทัง้ สิ้น ๕๐๐ คน จำแนกตามระดบั ชนั้ ท่ีเปดิ สอน
ระดับชน้ั เรียน ห้อง เพศ รวม เฉล่ยี /หอ้ ง
ชาย หญงิ
อนุบาล ๒ ๒ ๒๑ ๒๐ ๔๑ ๒๑
อนุบาล ๓ ๒ ๒๐ ๒๓ ๔๓ ๒๒
รวมอนุบาล ๒ - ๓ ๔ ๔๑ ๔๓ ๘๔
ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ๒ ๓๒ ๓๓ ๖๕ ๓๒
ประถมศึกษาปที ่ี ๒ ๒ ๓๔ ๔๖ ๘๐ ๔๐
ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ ๒ ๓๒ ๔๑ ๗๓ ๓๖
ประถมศึกษาปที ่ี ๔ ๒ ๔๑ ๓๒ ๗๓ ๓๖
ประถมศึกษาปที ี่ ๕ ๒ ๓๙ ๒๒ ๖๑ ๓๐
ประถมศึกษาปีที่ ๖ ๒ ๓๔ ๓๐ ๖๔ ๓๒
รวมประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ - ๖ ๑๒ ๒๑๒ ๒๐๔ ๔๑๖
รวมอนบุ าล ๒ - ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ ๑๖ ๒๕๓ ๒๔๗ ๕๐๐
ข้อมูลข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา (Teacher)
จำนวนขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา สถติ ิ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕ แยกตามประเภท
ประเภทบคุ ลากร จำนวน
ผู้อำนวยการ ๑
รองผูอ้ ำนวยการ ๑
ข้าราชการครู ๒๓
พนกั งานราชการ ๒
ครอู ัตราจ้าง ๓
ครูการศึกษาพิเศษ ๒
ครูพเ่ี ลยี้ งนักเรียนพิการ ๓
ธรุ การ ๑
นกั การภารโรง ๑
รวม ๓๗
๙
ข้อมูลอาคาร / สถานที่ สถติ ิการใชจ้ ำนวนคร้งั /ปี
อาคารเรยี นจำนวน ๔ หลัง
อาคารประกอบจำนวน ๔ หลงั ตลอดปกี ารศกึ ษา
อาคารโดมอนกประสงค์ ๑ หลัง ตลอดปีการศึกษา
โรงอาหารพระราชทาน ๑ หลงั ตลอดปีการศึกษา
โรงอาหารหลงั ใหม่ ๑ หลัง ตลอดปกี ารศกึ ษา
ส้วม ๔ หลัง ตลอดปีการศึกษา
สนามเด็กเล่น ๑ สนาม ตลอดปีการศกึ ษา
สนามฟตุ บอล ๑ สนาม ตลอดปกี ารศึกษา
แหลง่ เรียนรู้ ภมู ิปญั ญาท้องถ่นิ
๑. หอ้ งสมุดมีขนาด จำนวน ๑ หอ้ ง
๒. ห้องปฏิบัตกิ าร/ห้องศูนยว์ ิชา
หอ้ งปฏบิ ัติการวทิ ยาศาสตร์ จำนวน ๑ หอ้ ง
หอ้ งปฏิบัติการคอมพวิ เตอร์ จำนวน ๑ หอ้ ง
๓. คอมพวิ เตอร์ จำนวน ๖๑ เครื่อง
๔. แหล่งเรียนรภู้ ายในและภายนอกโรงเรียน
๔.๑ แหลง่ เรยี นรูภ้ ายในโรงเรยี น
แหล่งเรียนรภู้ ายใน
ชือ่ แหล่งเรยี นรู้
๑. หอ้ งสมุด
๒. หอ้ งวทิ ยาศาสตร์
๓. ห้องคอมพวิ เตอร์
๔. หอ้ งปฏิบตั กิ ารทางภาษา
๕. ห้องคณติ ศาสตร์
๖. ห้องนาฏศิลป์
๗. หอ้ งดนตรีไทย
๘. แปลงสาธติ เกษตร
๙. ปา้ ยนเิ ทศ
๑๐.หอ้ งสหกรณ์
๑๐
๔.๒ แหล่งเรียนรู้ภายนอกโรงเรียน สถิตกิ ารใช้
แหลง่ เรยี นรภู้ ายนอก จำนวนครั้ง/ปี
ชื่อแหล่งเรยี นรู้
๒๐
๑. วดั ชินวรารามวรวิหาร ๒
๒. เทศบาลตำบลบางขะแยง ๕
๓. บา้ นต้นโพธิ์ ๑
๔. โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตำบลบางขะแยง ๑
๕. พิพธิ ภัณฑเ์ กษตร รชั กาลท่ี ๙ ๑
๖. อพวช. ๑
๗. ศปร.
๑๑
การบริหารงาน ๔ กลุ่มบรหิ าร
การพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามเป้าหมายของการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษา
แห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ ฉบบั แกไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๕๓ เน้นให้มี
การจัดการบริหารที่เป็นระบบและดำเนินการอย่างตอ่ เนื่อง โดยส่งเสริมให้สถานศึกษามีการวางแผนพัฒนาให้
บรรลุเป้าประสงค์หลักของสถานศึกษาที่จะสร้างผู้เรียนที่มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของผู้ปกครอง
และชมุ ชน โดยให้ความสำคัญกับการใชผ้ ลการดำเนินงานทผี่ า่ นมาและข้อมลู สารสนเทศเป็นปัจจัยหลักในการ
วางแผนรว่ มกันระหวา่ งบุคลากรทั้งภายในและภายนอกท่ีมีส่วนเก่ียวข้อง รวมถึงคณะกรรมการสถานศึกษาขั้น
พื้นฐาน สถานศึกษาจะต้องมีการระดมสมองในการวิเคราะห์ความต้องการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
สภาพแวดล้อมทง้ั ภายในและภายนอก เพื่อให้ได้แนวทางในการพฒั นาหรอื ปรับปรุงการศกึ ษาของสถานศึกษาที่
ตอบสนองและบรรลุเป้าหมายหลักของสถานศึกษา ตลอดจนนโยบายที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องวิสัยทัศน์ที่ว่า
“โรงเรียนวัดชินวราราม (เจริญผลวิทยาเวศม์) เป็นแหล่งเรียนรู้ ปลูกฝังการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ให้
ผเู้ รยี นเป็นคนดีมีคุณธรรม จริยธรรม มวี ชิ าความรู้ท่ีได้มาตรฐานการทนั กระแสโลกปัจจุบนั สามารถอยู่ในสังคม
อย่างมีความสุขและปลอดภัย ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และตามบริบทของโรงเรียน
วัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร”
ซง่ึ มีการดำเนินการใน ๕ ดา้ น
ดา้ นท่ี ๑ ด้านโภชนาการและสขุ ภาพอนามัย
ด้านที่ ๒ ดา้ นการศึกษา
ดา้ นที่ ๓ ด้านการส่งเสรมิ อาชีพ
ดา้ นที่ ๔ ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ดา้ นที่ ๕ ด้านการอนรุ กั ษ์วฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ
ทั้งนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) สำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ ตั้งแต่วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ – ปัจจุบัน ได้บริหารงานตาม
อำนาจหน้าที่ใน ๔ กลุ่มบริหารงานหลัก ๑) กลุ่มบริหารวิชาการ ๒) กลุ่มบริหารงานบุคคล ๓) กลุ่มบริหาร
งบประมาณ และ ๔) กลุ่มบริหารทั่วไป โดยยึดหลักธรรมาภิบาล การมีส่วนร่วมจากทุกภาคสว่ น ปฏิบัติหน้าที่
ภายใต้ความถูกต้องตามกฎหมาย กฎ ระเบียบปฏิบัติ จรรยาบรรณวิชาชีพ ขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติเพื่อบรรลุ
เป้าหมายโดยใช้ “Smart W. CHIn. Model : สง่างาม มีปัญญา พัฒนาคุณภาพการศึกษา” ภายใต้กรอบวงจร
PDCA ที่มีการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสถานศึกษา และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
(Stakeholders)
-
๑๒
รูปแบบ“Smart W. CHIn. Model : สง่างาม มีปัญญา พัฒนาคุณภาพการศกึ ษา” มีวัตถุประสงค์
เพื่อพัฒนาให้นักเรียนเป็นคนดี คนเก่ง และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข นำสู่การปฏิบัติตาม
แผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา และแผนปฏิบัติการประจำปี
Smart :สงา่ งาม : งามกาย งามวาจา และงามจิตใจ
W : Wisdom : ความมีปัญญา : ศีลธรรม(โรงเรียนคุณธรรม โรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนสุจริต)
นอ้ มนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และเปน็ มิตรตอ่ สิง่ แวดล้อม
พฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ดว้ ย CHIn
C : มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ : ๓Rs๘Cs
ประกอบดว้ ย ทักษะและคุณลกั ษณะต่อไปนี้
๓Rs ประกอบด้วย
Reading คอื การอา่ นออก
(W) Writing คอื การเขยี นได้
(A) Arithmetic คอื การคิดเลขเปน็
๘Cs ประกอบด้วย
Critical Thinking &Problem Solving คือ ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
และทกั ษะในการแก้ปญั หา
Creativity & Innovation คือ ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์และนวตั กรรม
Cross-cultural Understanding คือ ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม
ต่างกระบวนทัศน์
Collaboration, Teamwork & Leadership คือ ทักษะด้านความร่วมมือ การ
ทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ
๑๓
Communications Information & Media Literacy คือ ทักษะด้านการสื่อสาร
สารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทันสื่อ
Computing & ICT Literacy คือ ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการสื่อสาร
Career & Learning Skills คอื ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู้
Compassion คอื ความมีเมตตา กรณุ า มีวนิ ยั คณุ ธรรม จริยธรรม
H : พฒั นา ๔H โดยการจดั กิจกรรมให้สอดคลอ้ งกับวัยและศกั ยภาพผเู้ รยี น
Head : พัฒนาสมอง จัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาทักษะการคิด เพื่อให้ผู้เรียนมี
ความสามารถในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมนิ คา่ ตัดสินใจ แกป้ ญั หาอยา่ งสร้างสรรค์
Heart : พัฒนาจิตใจ จัดกิจกรรมส่งเสริม พัฒนา และปลูกฝังค่านิยม คุณธรรมจริยธรรม
การทำประโยชน์เพอ่ื สังคม เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นมคี ณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคจ์ นเปน็ ลักษณะนสิ ัย และมีจิตสำนึกที่ดีต่อ
ตนเองและสว่ นรวม
Hand : พัฒนาทักษะการปฏบิ ัติ จัดกิจกรรมสร้างเสริมทักษะการทำงาน ทักษะทางอาชีพท่ี
หลากหลาย เพ่ือใหผ้ ูเ้ รยี นคน้ พบความสามารถ ความถนดั และศักยภาพของตนเอง
Health : พัฒนาสุขภาพ จัดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะทางกายท่ี
สมบรู ณ์ แขง็ แรง มีเจตคติท่ีดีต่อการดูแลสุขภาพ และมีทกั ษะปฏิบตั ิด้านสขุ ภาพจนเป็นนิสัย
In : STEAM ๔ Innovator : ๔ ข้ันตอนสรา้ ง “นวตั กร” พฒั นาคุณภาพการศึกษาไทย
STEAM ประกอบดว้ ย
Science : วทิ ยาศาสตร์
Technology : เทคโนโลยี
Engineering : วศิ วกรรมศาสตร์
Art : ศลิ ปะ
Mathematics : คณติ ศาสตร์
ครูผู้สอนนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน สร้างกระบวนการคิดที่ต่อยอดเป็นนวัตกรรมเพื่อ
ยกระดับคุณภาพการศึกษา และเพิ่มศักยภาพด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้ผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และยั่งยืน ส่งผลให้เกิดห้องเรียนนวัตกรรม : ครู นักเรียน โรงเรียนนวัตกรรม : ผู้บริหาร : “หนึ่งโรงเรียน
หนงึ่ นวตั กรรม”
๑๔
การดำเนินการกลุ่มบริหารวิชาการ
๑. การพัฒนาหลกั สตู รสถานศกึ ษา
๒. การจัดกระบวนการเรียนรทู้ ่ีเน้นผู้เรยี นเปน็ สำคัญ
๓. การผลติ จัดหา และพฒั นาสอื่ เครอื่ งมือ อปุ กรณก์ ารเรียนรู้
๔. การวัด ประเมินผลและนำผลไปใช้ในการปรบั ปรงุ พฒั นาคุณภาพการจัดการศึกษา
๕. การกำกับ ดแู ล ตดิ ตามและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตามระบบประกนั คุณภาพการศึกษา
๖. การวิจยั และนำผลการวิจยั ไปใชพ้ ฒั นางานวชิ าการ
๗. การจัดกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นและระบบการดูแลช่วยเหลอื นกั เรียน
๘. การยกระดบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น
๙. การประสาน ส่งเสรมิ การมีสว่ นรว่ มในการจดั การศกึ ษา
มกี ารดำเนินการโดยสรปุ ดงั นี้
๑. การพฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษา
การขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมคนให้สามารถปรับตัวรองรับผลกระทบจาก
การเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม กระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดเป็นนโยบายสำคัญ และ เร่งด่วนให้มี
การปรับปรุงหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รวมทั้งสาระ
เทคโนโลยี มุ่งเน้นการปรับปรุงเนื้อหาให้มีความทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและความเจริญก้าวหน้า
ทางวิทยาการต่าง ๆ คำนึงถึงการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑
เป็นสำคัญ เตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมที่จะเรยี นรู้สิ่งต่าง ๆ พร้อมที่จะประกอบอาชีพเมื่อจบการศึกษา หรือ
สามารถศึกษาตอ่ ในระดับทส่ี งู ขึน้ สามารถแข่งขนั และอยู่ร่วมกับประชาคมโลกได้
ที่มาของการพัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษา
๑. พระราโชบายด้านการศึกษา ในสมเด็จพระเจ้าอย่หู ัว รัชกาลที่ ๑๐ การศึกษาต้องสร้างให้คนไทย
มคี ุณสมบัติ ดงั น้ี
๑. มีทัศนคตทิ ี่ดแี ละถูกตอ้ ง
๒. มพี น้ื ฐานชวี ติ ทม่ี นั่ คงเขม้ แขง็
๓. มีงานทำ มีอาชีพ
๔. เปน็ พลเมอื งดี มีระเบียบวนิ ัย
๑๕
๒. แนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน) วิชาการป้องกัน
การทุจริตไปปรับใช้ในการจดั การเรยี นการสอนของสถานศึกษา โดยดำเนินการตามบริบทและความความของ
สถานศกึ ษา ดงั นี้
๑. เปดิ รายวิชาเพ่มิ เตมิ
๒. บรู ณาการเรยี นการสอนกลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
๓. บรู ณาการกับการเรยี นการสอนกบั กลุ่มสาระการเรยี นรอู้ นื่ ๆ
๔. จัดในกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
๕. จัดเปน็ กจิ กรรมเสรมิ หลกั สตู ร
๖. บรู ณาการกับวิถีชีวติ ในโรงเรียน
๓. ประกาศ/คำสง่ั สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน
๑. คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑ เรื่อง ให้เปลี่ยนแปลง
มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐)ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
๒. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง การบริหารจัดการหลักสูตร
สถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ประกาศ ณ วันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑
๓. คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ๙๒๑/๒๕๖๑ เรื่องยกเลิก
มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วดั สาระที่ ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี และสาระที่ ๓ เทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ และเปลย่ี นช่อื กลุ่มสาระการเรียนรู้
๔. คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ๙๒๒/๒๕๖๑ เรื่องการปรับปรุง
โครงสร้างเวลาเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
กระบวนการจดั ทำหลักสูตรสถานศึกษา
ในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) มีกระบวนการ
ดำเนินการ ดงั น้ี
๑. แต่งต้ังคณะกรรมการบรหิ ารหลกั สูตรและงานวิชาการของสถานศึกษา และคณะทำงาน
๒. ศึกษา วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กรอบหลักสูตร
ระดับท้องถิ่น และเอกสารประกอบหลักสูตรต่างๆ รวมทั้งข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับสภาพปัญหา จุดเน้น
ความต้องการของสถานศึกษา ผู้เรยี น และชมุ ชน
๓. จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้ ส่วนนำโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา
คำอธบิ ายรายวชิ า เกณฑ์การวดั และประเมินผล และเกณฑ์การจบการศึกษา
๑๖
๔. ตรวจสอบองค์ประกอบหลักสูตรสถานศึกษาโดยพิจารณาคุณภาพ ความถูกต้องและความ
เหมาะสม
๕. นำเสนอคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาให้ความเห็นชอบ หากมีข้อเสนอแนะจาก
คณะกรรมการ จะนำขอ้ เสนอแนะไปพิจารณาปรบั ปรงุ ก่อนการอนุมตั ิใช้หลักสตู ร
๖. จัดทำเป็นประกาศ หรือคำสั่งเรื่องให้ใช้หลักสูตรสถานศึกษา โดยผู้บริหารสถานศึกษา และ
ประธานกรรมการสถานศึกษา ผลู้ งนาม
๗. ใช้หลักสูตรสถานศึกษา ครูผู้สอนนำหลักสูตรสถานศึกษาไปกำหนดโครงสร้างรายวิชา และ
ออกแบบหน่วยการเรยี นรเู้ พ่ือพัฒนาผ้เู รยี นให้มีคุณภาพตามเป้าหมาย
๘. วิจยั และติดตามผลการใชห้ ลักสูตร ดำเนินการติดตามผลการใช้หลักสตู รอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ
เพอ่ื นำผลจากการติดตามมาใช้เปน็ ข้อมูลพิจารณาปรับปรงุ หลักสตู รให้มคี ุณภาพ และมีความเหมาะสมยง่ิ ขึ้น
๒. การจดั กระบวนการเรียนรทู้ เี่ นน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ
งานวิชาการเป็นภารกิจหลักของสถานศึกษาท่ีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และ
แก้ไข เพิ่มเติม ( ฉบับ๒ ) พ.ศ. ๒๕๔๕ มุ่งให้กระจายอำนาจในการบริหารจัดการไปใหส้ ถานศึกษาให้มากที่สุด
ด้วยเจตนารมณ์ที่จะให้สถานศึกษาดำเนินการได้โดยอิสระ คล่องตัวรวดเร็ว สอดคล้องกับความต้องการของ
ผู้เรียน สถานศึกษา ชุมชน ท้องถิ่น และการมีส่วนรว่ มจากผู้ที่มสี ่วนไดเ้ สียทุกฝา่ ย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้
สถานศึกษามีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการสามารถพัฒนาหลักสูตร และกระบวนการเรียนรู้ตลอดจน
การวัดผล ประเมินผล รวมทั้งวัดปัจจัย เกื้อหนุนการพัฒนาคุณภาพนักเรียน ชุมชน ท้องถิ่นได้อย่างมีคุณภาพ
และมีประสิทธิภาพ โดยให้สถานศึกษาประสานความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
และ ของบคุ คล ครอบครวั องค์กร หนว่ ยงาน และ สถาบันอน่ื ๆอย่างกวา้ งขวาง
. การจัดการเรียนรู้
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวดที่ ๔ มาตรา ๒๓ กำหนดไว้ว่า การจัดการ
ศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้
คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการตามความเหมาะสมในแต่ละระดับการศึกษาและใน มาตรา ๒๔
(๔) ไดก้ ำหนดไว้วา่ “ การจัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ดา้ นต่าง ๆ อยา่ งได้สัดส่วนสมดุลกัน
รวมทงั้ ปลูกฝงั คณุ ธรรม ค่านิยมทด่ี งี ามและคณุ ลักษณะอันพึงประสงคใ์ นทุกวิชา”
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน กลา่ วถึง การจัดการเรยี นร้ใู นศตวรรษที่ ๒๑ ผสู้ อน ต้อง
ปรบั เปลี่ยนบทบาทตนเองจากการบรรยายมาเปน็ ผู้นำ ครูผู้สอนและผู้มสี ว่ นเก่ียวข้องรว่ มกันออกแบบกิจกรรม
การจดั กระบวนการเรียนรู้ เพอ่ื ใช้เป็นเคร่ืองมือในการเรียนรู้และผู้เรยี นสารมารถสร้างองคค์ วามรู้ได้ด้วยตนเอง
โดยครูผู้สอนเป็นผู้อำนวยความสะดวก และแนะนำการเข้าถึงองค์ความรู้ด้วยวิธีการต่าง ๆ และนำความรู้ท่ี
ได้มาแลกเปลย่ี นเรียนรู้แลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ บั เพอ่ื นในห้องเรียน
๑๗
การจัดกระบวนการเรียนรู้ในโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) มีการจัดทำแผนการเรียนรู้
ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จัดการเรียนการสอนวัดผลและประเมินผลทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ตามแนวปฏิรูป
การเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม นำความรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติคิดเป็น ทำเป็น รักการอ่า น และ
มีความสนใจใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้สอนใช้สื่อ นวัตกรรมการเรียนการสอน และจัด
บรรยากาศ สภาพแวดล้อม แหล่งเรียนรู้ท่ีเอื้อต่อการเรียนรู้ มีการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาการเรียนการ
สอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาความเป็นเลิศของผู้เรียน ช่วยเหลือผู้เรียนพิการ
ด้อยโอกาส และผเู้ รียนท่มี ีความสามารถพิเศษ โดยนำรปู แบบ“Smart W. CHIn. Model : สงา่ งาม มีปัญญา
พฒั นาคุณภาพการศกึ ษา” สู่ห้องเรยี นเพ่ือพัฒนาคุณภาพการศึกษา : CHIn : ๓Rs , ๘Cs , ๔H, STEAM ๔
Innovator ดงั นี้
๑. บรู ณาการในการจดั การเรยี นการสอนในชัว่ โมงเรียน
๒. STEAM ๔ Innovator ดำเนินการ “One Team One Teacher One Project”
การจัดการเรียนรู้แบบ PBL - การเรยี นรู้โดยใชป้ ัญหาเปน็ ฐาน (Problem Based Learning
- การจดั การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเปน็ ฐาน Project Based Learning
การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบอื่น ๆ ตามความ
เหมาะสมและศกั ยภาพของผู้เรยี น
๓. ศนู ยก์ ารเรยี นหอ้ งเรยี นคุณภาพ ๓Rs ๘Cs ๔H
นำรูปแบบ“Smart W. CHIn. Model : สง่างาม มีปัญญา พัฒนาคุณภาพการศึกษา” สู่การ
ปฏบิ ตั ิในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : CHIn : ๓Rs , ๘Cs , ๔H , STEAM ๔ Innovator ดงั น้ี
๑๘
๑. บูรณาการในการจดั การเรียนการสอนในช่ัวโมงเรียน
๗ นาที ๓Rs - Reading สรปุ ความ
- Writing
- Arithmetic
๓ นาที C - Compassion
๔Hs - ลดเวลาเรียนเพ่มิ เวลารู้
๒. STEAM ๔ Innovator ดำเนนิ การ “One Team One Teacher One Project”
การจดั การเรยี นรู้แบบ PBL - การเรยี นรู้โดยใชป้ ัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning
- การจดั การเรยี นรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน Project Based Learning
๓. ศนู ย์การเรยี นห้องเรียนคุณภาพ ๓Rs ๘Cs ๔H
๓.๑ หอ้ งเรยี นคณุ ภาพภาษาไทย
๒Rs - Reading
- Writing
๓Cs - Critical Thinking &Problem Solving
- Creativity & Innovation
- Collaboration, Teamwork & Leadership
๒Hs - Head
- Heart
๓.๒ ห้องเรียนคณุ ภาพวิทยาศาสตร์
๓Rs - Reading
- Writing
- Arithmetic
๓Cs - Critical Thinking &Problem Solving
- Creativity & Innovation
- Collaboration, Teamwork & Leadership
๓Hs - Head
- Heart
- Health
๓.๓ หอ้ งเรยี นคณุ ภาพคณติ ศาสตร์
๓Rs - Reading
- Writing
- Arithmetic
๒Cs - Critical Thinking &Problem Solving
๑๙
- Collaboration, Teamwork & Leadership
๒Hs - Head
- Heart
๓.๔ หอ้ งเรยี นคุณภาพภาษาองั กฤษ
๒Rs - Reading
- Writing
๓Cs - Critical Thinking &Problem Solving
- Creativity & Innovation
- Collaboration, Teamwork & Leadership
๓Hs - Head
- Heart
- Health
๓.๕ หอ้ งเรียนคุณภาพสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
๒Rs - Reading
- Writing
๔Cs - Critical Thinking &Problem Solving
- Collaboration, Teamwork & Leadership
- Cross-cultural Understanding
- Compassion
๒Hs - Head
- Heart
๓.๖ หอ้ งเรยี นคณุ ภาพวิทยาการคำนวณ
๓Rs - Reading
- Writing
- Arithmetic
๓Cs - Creativity & Innovation
- Communications Information & Media Literacy
- Computing & ICT Literacy
๒Hs - Head
- Heart
๓.๗ หอ้ งเรียนคุณภาพศิลปะ ดนตรีไทย นาฏศลิ ป์
๒Rs - Reading
- Writing
๒๐
๓Cs - Creativity & Innovation
- Collaboration, Teamwork & Leadership
- Cross-cultural Understanding
๔Hs - Head
- Heart
- Hand
- Health
๓.๘ ห้องเรียนคุณภาพชีวิตดีมีสุข
๒Rs - Reading
- Writing
๕Cs - Critical Thinking &Problem Solving
- Creativity & Innovation
- Collaboration, Teamwork & Leadership
- Career & Learning Skills
- Compassion
๔Hs - Head
- Heart
- Hand
- Health
๓.๙ หอ้ งเรยี นคณุ ภาพปฐมวยั
๒Rs - Reading
- Writing
๔Cs - Critical Thinking &Problem Solving
- Creativity & Innovation
- Collaboration, Teamwork & Leadership
- Compassion
๔Hs - Head
- Heart
- Hand
- Health
๓.๑๐ หอ้ งเรียนคณุ ภาพหอ้ งเรียนขนาน
๓Rs - Reading
- Writing
๒๑
- Arithmetic
๔Cs - Critical Thinking &Problem Solving
- Creativity & Innovation
- Collaboration, Teamwork & Leadership
- Compassion
๔Hs - Head
- Heart
- Hand
- Health
๓. การผลิต จัดหา และพัฒนาสื่อ เครือ่ งมือ อปุ กรณ์การเรียนรู้
ในยุคแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชใ้ นวงการศึกษาทำให้การบริหาร
สถานศึกษา การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ และเพิ่มผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการ
เปลีย่ นแปลงของความรู้และแหลง่ ความรใู้ นสังคม ทำใหต้ ้องมีทักษะจำเป็นเพอ่ื การดำรงชีวิต ๓ ดา้ น คือ
๑. ทักษะการเรยี นรู้และนวัตกรรม
๒. ทกั ษะด้านสารสนเทศส่ือและเทคโนโลยี
๓. ทกั ษะชีวติ และอาชพี เพ่ือความสำเร็จในการทำงานและการดำเนนิ ชวี ิต
โรงเรียนวดั ชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) จงึ มีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื การเรียน
การสอนให้มีวัสดุอุปกรณ์ใหเ้ พียงพอต่อการใชง้ านในอัตราส่วนที่เหมาะสมและสะดวกในการใช้งาน กระจายสู่
ห้องเรียน มากกว่ารวมอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง และเน้นการใช้สื่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์
และ สื่ออีเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะในการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ ซ่งึ มแี นวทางในการดำเนินการ ดงั น้ี
ดา้ นอุปกรณ์ (Hard ware)โรงเรียนจัดหาวสั ดอุ ปุ กรณ์โดยเฉพาะคอมพวิ เตอร์ให้พอเพยี งตอ่ การใช้
งาน และกระจายลงสูห่ ้องเรยี น ซึ่งจะเอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน สง่ เสรมิ ให้ผู้เรยี นได้มีโอกาสใช้
อุปกรณ์เพ่ือนำเสนอผลงาน และศกึ ษาค้นควา้ จากแหลง่ เรยี นร้ไู ด้สะดวกและรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์
ดา้ นสอื่ การเรียนการสอน (Soft ware) โรงเรยี นจดั หาสื่อการเรียนการสอนทม่ี ีคณุ ภาพและสนับสนุน
ให้ครูใช้สื่อการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับเนื้อหาบทเรียนที่สอน ซึ่งสื่อด้านอีเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันมี
หลากหลายรูปแบบ เช่น สื่อประเภทคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สื่อประเภทสารคดี สื่อประเภทสถานการณ์จำลอง
ส่ือประเภทฝกึ ทักษะตา่ ง ๆ
ส่งเสริมสนบั สนนุ ให้บุคลากร ได้มโี อกาสพัฒนาตนเองในดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศ การเลอื กใช้สอื่ ให้
เหมาะสม การผลติ สือ่ การเรียนการสอนดว้ ยตนเอง ส่งเสริมให้มีการวจิ ยั วเิ คราะห์ การใช้สือ่ ประเภทต่าง ๆ
๒๒
๔. การวดั ประเมนิ ผลและนำผลไปใช้ในการปรบั ปรงุ พัฒนาคุณภาพการจดั การศกึ ษา
การจัดระบบและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) ได้
ดำเนนิ การจัดกระบวนการวัดผล ประเมนิ ผล และดำเนนิ การเทยี บโอนผลการเรียน โดยกำหนดระเบียบการวัด
และและประเมินผลของสถานศึกษาตามหลักสูตรสถานศึกษาสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน และนโยบายระดับประเทศ จัดทำเอกสารหลักฐานการศึกษาให้เป็นไปตามระเบียบการวัดและ
ประเมินผลของสถานศึกษา จัดการวัดผล ประเมินผล เทียบโอนประสบการณ์ผลการเรียนและอนุมัติผลการ
เรียน จัดให้มีการประเมินผลการเรียนรู้และจัดให้มีการซ่อมเสริมกรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านเกณฑ์ มีการประเมิน
พัฒนาเครื่องมือในการวัดและประเมินผลให้ได้มาตรฐานเทียบเคียงระดับสากล พร้อมทั้งจัดระบบสารสนเทศ
ด้านการวัดผล ประเมินผล และการเทียบโอนผลการเรียนเพื่อใช้ในการ อ้างอิง ตรวจสอบ และใช้ประโยชน์ใน
การพัฒนาการเรียนการสอน มีการอนุมัติการประเมินผลการเรียนรายปีและตัดสินผลการเรียน เมื่อมีการย้าย
เข้าเรียนของนักเรียน จะมีกระบวนการเทยี บโอนผลการเรียนโดยแต่งต้ังคณะกรรมการดำเนินการ เพ่ือกำหนด
หลกั เกณฑ์และวธิ กี าร
๕. การกำกบั ดูแล ตดิ ตามและตรวจสอบคณุ ภาพการศึกษาตามระบบประกันคุณภาพการศึกษา
การจัดการระบบการประกนั คุณภาพ
ตามที่มีการประกาศใช้กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๕๓ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และทแ่ี กไ้ ขเพิม่ เติม (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕
มาตรา ๔๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ เรื่อง ประกาศใช้กฎกระทรวง
การประกันคุณภาพการศึกษา และมาตรฐานการศึกษาใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๑ ฉบับลงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาระดับการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน จำนวน ๓ มาตรฐาน ดงั นี้
มาตรฐานท่ี ๑ คุณภาพของผเู้ รยี น
มาตรฐานท่ี ๒ กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
มาตรฐานท่ี ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนทเ่ี น้นผเู้ รียนเป็นสำคญั
ประกาศใช้กฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศึกษา และมาตรฐานการศึกษาใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๑
เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาระดับปฐมวัย เพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา
ตามประกาศ ณ วันที่ ๖ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ จำนวน ๓ มาตรฐาน ดงั นี้
มาตรฐานท่ี ๑ คณุ ภาพของเด็ก
มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ
มาตรฐานท่ี ๓ การจัดประสบการณท่เี น้นเดก็ เปน็ สำคัญ
ตามนโยบายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองที่กำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนา
คณุ ภาพคนไทยและการศึกษาไทยในอนาคตประกอบกบั มนี โยบายให้ปฏริ ปู ระบบการประเมินและการประกัน
คุณภาพทั้งภายในและภายนอกของทุกระดับ การจัดทำมาตรฐานการศึกษาจึงต้องสอดคล้องกันและเพื่อเป็น
๒๓
หลักในการเทียบเคียงสำหรบั สถานศึกษา โรงเรียนวดั ชนิ วราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) มีการดำเนินการประกัน
คุณภาพการศกึ ษา ตามกฎกระทรวงดังกลา่ ว โดยจัดระบบการดำเนินงานอย่างเป็นขน้ั ตอนตามวงจร PDCA
การวางแผน : การดำเนินการประกนั คณุ ภาพการศึกษาของสถานศกึ ษา เร่มิ จากการกำหนดมาตรฐาน
การศึกษาของสถานศึกษา โดยสถานศึกษากำหนดมาตรฐานและเป้าหมายความสำเร็จตามบริบทของ
สถานศึกษา ทั้งนี้ มาตรฐานและเป้าหมายความสำเร็จจะระบุเป็นรูปธรรมชัดเจน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์
พนั ธกิจ รวมทั้ง อัตลกั ษณ์ และเอกลักษณ์ของสถานศึกษา จดั ทำแผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาของสถานศึกษา
ที่มุ่งคุณภาพตามาตรฐานการศึกษา โดยในแต่ละรอบปีจะมีการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี
ซึ่งประกอบดว้ ยโครงการ กจิ กรรม ท่ีเชือ่ มโยงไปสู่เป้าหมายความสำเรจ็ ตามมาตรฐานการศึกษาทกี่ ำหนดไว้
การกำหนด วิสัยทศั น์ พันธกิจ นโยบายและแผนกลยุทธ์
ในการจัดทำแผนพัฒนาพัฒนาคุณภาพการศึกษา ที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของ
สถานศึกษา ดำเนินการโดย มีการศึกษาวิเคราะห์สภาพปัญหา และความต้องการจำเป็นของสถานศึกษา
อย่างเป็นระบบ โดยใช้ข้อมูลตามสภาพจริง กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายด้านต่างๆ โดยมุ่งเน้นที่
คุณภาพผู้เรียนที่สะท้อนคุณภาพความสำเร็จอย่างชัดเจน และเป็นรูปธรรม ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการ
กำหนดวิธีการดำเนินงานโครงการ กิจกรรมที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาโดยใช้
กระบวนการวิจัย หรือผลการวิจัย หรือข้อมูลที่อ้างอิงได้ให้ครอบคลุมการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การจัด
ประสบการณ์การเรียนรู้ กระบวนการเรยี นรู้ การส่งเสริมการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผล การพัฒนาบุคลากร
และการบริหารจดั การเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย มกี ารกำหนดแหล่งเรยี นรแู้ ละภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ จากภายนอกที่ให้
การสนับสนุนทางวิชาการ และกำหนดบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจนให้บุคคลของสถานศึกษา และผู้เรียนร่วม
รับผิดชอบ และดำเนินงานตามที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ
สถานศึกษาผ่านการระดมความคิดจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และ มีการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์อย่างรอบด้านและ
รอบคอบ โดยใชว้ ธิ ี SWOT Analysis , Balanced Scorecard
การดำเนินการ : สถานศึกษาดำเนินการตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาที่กำหนด
นำแผนปฏิบัติการประจำปีแต่ละปีสู่การปฏิบัติตามกรอบระยะเวลา โครงการ กิจกรรมที่กำหนดไว้ โดย
ผู้รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่ได้กำหนดอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพและเกิดประสิทธผิ ลสงู สุด
การตรวจสอบ : ขณะดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ สถานศึกษามีการตรวจสอบ ติดตามผลการ
ดำเนินงานเป็นระยะ ๆ เพื่อปรับปรุง และ แก้ไขปัญหาท่ีเกิดขึ้น มีการประเมินผลการดำเนินงานเมื่อจบ
โครงการ รวบรวมข้อมูล สารสนเทศจากผลการดำเนินงานเพื่อนำไปจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง การ
ตรวจสอบและติดตามการดำเนินโครงการ กิจกรรมช่วยให้งานบรรลุเป้าหมาย ความสำเร็จ ส่งผลให้เกิด
คณุ ภาพตามมาตรฐานการศึกษาตามท่ีสถานศึกษากำหนดไว้
การปรบั ปรงุ พัฒนา : เมื่อสิ้นปีการศึกษาสถานศึกษามีการประเมนิ ผล สรปุ และจดั ทำรายงานผลการ
ประเมินตนเอง(SAR) จัดส่งหน่วยงานต้นสังกัด โดยสถานศึกษาใช้ข้อมูลจากรายงานผลการประเมินตนเอง
๒๔
(SAR) เป็นสารสนเทศในการพัฒนาสถานศึกษาในปีการศึกษาถัดไป และนำสารสนเทศจากรายงานผลการ
ประเมินตนเอง(SAR) ของสถานศึกษาไปสังเคราะห์ สรุปประเด็นสำคัญเพื่อการพัฒนาและส่งให้สำนักงาน
รบั รองมาตรฐานและประเมิน คณุ ภาพการศกึ ษา (องค์การมหาชน) เพ่ือเตรียมรบั การประเมินคณุ ภาพภายนอก
ตอ่ ไป
การดำเนินงานตามวงจร PDCA มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน โดยมีมาตรฐานการศึกษาของ
สถานศึกษาเป็นเปา้ หมาย ในการขบั เคลอื่ น การพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาในสถานศกึ ษา โดยการมสี ่วนร่วมของ
ทุกภาคภาคส่วน ทั้ง ผู้บริหารสถานศึกษา บุคลากรในสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ผู้ปกครอง และชุมชน ในการกำหนดทิศทางการทำงาน ตลอดทั้งสนับสนุนส่งเสริม ให้กำลังใจผู้เกี่ยวข้องทุก
ฝ่ายให้ปฏบิ ตั งิ านอย่างมีประสิทธภิ าพและเกิดประสิทธิผลอยา่ งเตม็ ศักยภาพ
การนำผลการประเมินไปใชพ้ ัฒนาคณุ ภาพสถานศกึ ษา
สถานศึกษาจัดให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดย ส่งเสริมแนวคิดเรื่องการประกัน
คุณภาพการศึกษาที่มุ่งการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องให้เกิดขึ้นกับครูและบุคลากรทุกคนใน
สถานศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ จนเป็นวัฒนธรรมในการทำงานปกติของสถานศึกษา นำผลการ
ประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาจากการประเมินตนเอง(SAR) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์
สังเคราะห์ และเลือกสรรข้อมูลสารสนเทศเพื่อนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
พัฒนาการบริหาร และการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเผยแพร่ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและ
แลกเปลย่ี นเรียนรู้เพือ่ ใหเ้ กดิ การพัฒนา
๖. การวิจยั และนำผลการวิจัยไปใช้พัฒนางานวชิ าการ
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แกไ้ ขเพม่ิ เติมฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๔๕) หมวด ๔
แนวการจดั การศึกษา เปน็ หัวใจของการปฏิรปู การศึกษา โดยเฉพาะมาตรา ๒๒ , ๒๓ , ๒๔ และ มาตรา ๒๕ ท่ี
ผู้สอนทุกคนจะต้องยึดถือและปฏิบัติในการจัดการเรียนรู้ มาตรา ๒๒ ผู้เรียนสำคัญที่สุดสามารถพัฒนาได้เต็ม
ตามศักยภาพ มาตรา ๒๓ การเรียนรู้โดยการบูรณาการความรู้ คุณธรรมจริยธรรม กระบวนการเรียนรู้ และ
ธรรมชาติของผู้เรียน มาตรา ๒๔ (๕) การจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้การวิจัยมาสนับสนุน และมาตรา ๒๖
เป็นเรื่องการประเมินตามสภาพจริง และนําผลมาพัฒนาผู้เรียนมาตรา ๒๔ (๕) คือท่ีมาของการวิจัยปฏิบัติการ
ในชั้นเรียน (classroom action research) และการใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งทำได้
หลายรปู แบบ เช่น
๑. ผสู้ อนนําผลการวจิ ัย ของตนเองมาปรับใช้กบการจัดการเรยี นรู้
๒. ผสู้ อนนําผลการวจิ ัยของคนอื่นมาใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้
๓. ผู้เรียนปฏิบตั กิ ิจกรรม การเรยี นรโู้ ดยกระบวนการวิจัย
๒๕
การวจิ ัย คอื การค้นคว้าหาความรู้ โดยใชก้ ระบวนการที่เชอื่ ถอื ได้ มีข้ันตอนหลัก ๕ ขน้ั ตอน ไดแ้ ก่
๑. การกำหนดปัญหา
๒. การตั้งสมมติฐาน
๓. การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
๔. การวิเคราะหข์ อ้ มลู
๕. การแปลความหมายและสรปุ ผล
โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) ส่งเสริม พัฒนาให้ผู้สอนดำเนินการ การวิจัยควบคู่กับ
การจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพของผ้เู รียน มีการนาํ ผลการวิจัยมาใชป้ ระโยชน์ในการจัด การเรียนรู้อย่าง
ต่อเนื่อง เป็นการวิจัยท่ีทำได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก ปรับประยุกต์ความรู้ให้สอดคล้อง
กับสภาพแวดล้อมหรอื บรบิ ทของตนเอง จากการส่งเสรมิ พัฒนาครดู ้านการวจิ ัย ทำใหผ้ ้สู อนคดิ อย่างเป็นระบบ
(system thinking) ทำให้การจัดการเรียนรู้มีเป้าหมาย และวิธีการจัดการเรียนการสอนเป็นระบบตามไปด้วย
กล่าวคือ ผู้สอนสามารถสร้างนวัตกรรมแก้ปัญหา หรือสร้างแบบประเมินผู้เรียน ทำให้เกิดการพัฒนาตนเอง
ด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ การจัดทำสื่อ นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ และสร้างเคร่ืองมือวัดและ
ประเมินผล อย่างมคี ณุ ภาพ ส่งผลให้ผู้เรียนไดร้ บั การพัฒนาเตม็ ตามศกั ยภาพ
๗. การจัดกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นและระบบการดแู ลช่วยเหลือนกั เรยี น
การบริหารกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เป็นภารกิจที่สำคัญของ
สถานศึกษา มีบทบาทหน้าที่จัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีประสิทธภิ าพ เสริมสร้างคุณลักษณะอนั
พึงประสงค์ของผู้เรียนให้มีคุณธรรมจริยธรรมตามมาตรฐานการศึกษาด้านคุณภาพของผู้เรียน มีระเบียบวินัย
ภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย เกิดการเรียนรู้ระบอบประชาธิปไตยผ่านกระบวนการและกิจกรรมต่างๆ ใน
โรงเรยี น มคี วามจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ มีจติ สาธารณะ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
และปลอดภัยจากยาเสพติดมุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะ
พลเมืองไทยและพลเมอื งโลก
โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) ได้มีการวางแผน กำหนดแนวทางการส่งเสริมการบรหิ าร
กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นและระบบการดแู ลช่วยเหลือนักเรยี น โดยสนบั สนุนให้ผู้เรียนได้มีสว่ นรว่ มในกระบวนการ
วางแผน ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมอย่างหลากหลายตามความถนัดและความ
สนใจ ได้เรยี นร้จู ากประสบการณ์จรงิ ฝึกปฏิบัตใิ หท้ ำได้ ทำเปน็ รกั การอา่ นและเกดิ การใฝ่รอู้ ยา่ งต่อเนื่อง
มีการนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานและนำผลประเมินไปปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
โดยมีการดำเนนิ การงาน/กิจกรรม ท่ีสอดคลอ้ งกับบริบทของโรงเรยี น พอสงั เขปดงั นี้
๒๖
งานแนะแนวเพือ่ การศกึ ษาตอ่ และอาชพี
การจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๔๕ ยึดหลักว่าผูเ้ รียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรยี นมีความสำคัญ
ที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผูเ้ รียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพ โดย
จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน คำนึงถึงความแตกต่าง
ระหว่างบุคคล ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้ใน
การป้องกนั แก้ปญั หาและเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ ริง กอปรกบั มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเรว็ ของสังคมและ
เทคโนโลยี ก่อให้เกิดทั้งผลดีและผลเสียตอ่ การดำเนินชีวติ ในปัจจุบันของบุคคล ทำให้เกิดความยุ่งยากซับซ้อน
มากยิ่งขึ้น จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชวี ติ ใหส้ ามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี
และมีความสุข
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดให้สถานศึกษาจดั กิจกรรม
แนะแนว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมที่จัดให้ผู้เรียนได้
พัฒนาความสามารถของตนเองตามศักยภาพ การเข้าร่วมและปฏิบัติกิจกรรมที่เหมาะสมร่วมกับผู้อื่นอย่างมี
ความสุขกับกิจกรรมที่เลือกด้วยตนเองตามความถนัด และความสนใจอย่างแท้จริง การพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่
การพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ให้ครบทุกด้าน ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม โดยอาจ
จัดเปน็ แนวทางหนึง่ ท่ีจะสนองนโยบายในการสร้างเยาวชนของชาตใิ ห้เปน็ ผูม้ ีศลี ธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย
และมคี ณุ ภาพเพือ่ พฒั นาองค์รวมของความเป็นมนุษยท์ ี่สมบรู ณ์ ปลกู ฝังและสร้างจติ สำนึกของการทำประโยชน์
เพ่ือสงั คม
โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) มีแนวทางการจัดกิจกรรมแนะแนวครอบคลุมขอบข่าย
งานแนะแนวทง้ั ๓ ด้าน ได้แก่
๑. ด้านการศึกษา ใหผ้ ูเ้ รยี นได้พฒั นาตนเองในดา้ นการเรียนอย่างเตม็ ตามศักยภาพร้จู ักแสวงหา และ
ใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีวิธีการ
เรียนรู้ และสามารถวางแผนการเรียนหรอื การศึกษาตอ่ ได้อย่างเหมาะสม
๒. ดา้ นอาชีพ ใหผ้ ู้เรียนได้รูจ้ ักตนเองในทุกดา้ น รแู้ ละเขา้ ใจโลกของงานอาชีพอยา่ งหลากหลายมีเจต
คติทดี่ ตี ่ออาชีพสจุ ริต มกี ารเตรียมตวั สู่อาชีพ สามารถวางแผนเพื่อประกอบอาชีพตามที่ตนเองมีความถนัดและ
สนใจ
๓. ด้านส่วนตัวและสังคม ให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง รักและเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น
รักษส์ ิ่งแวดลอ้ ม มวี ุฒิภาวะทางอารมณ์ มีเจตคตทิ ่ีดตี อ่ การมชี ีวิตท่ดี ีมคี ณุ ภาพ มที กั ษะชวี ติ และสามารถปรับตัว
ดำรงชวี ติ อยู่ในสังคมไดอ้ ย่างมีความสขุ
ในการจัดกิจกรรมแนะแนว โรงเรียนมีการดำเนินการ โดย กำหนดนโยบายการบริหารงานแนะแนว
กำหนดโครงสร้างและบุคลากร มีแผนและโครงการดำเนินงาน ครูประจำชั้นดำเนินการตามแผนและโครงการ
กำกับ ติดตาม ประเมินผล จัดทำรายงานผลการดำเนินการงานกิจกรรมแนะแนว และนำผลการดำเนินการไป
ปรบั ปรุง พฒั นาอยา่ งต่อเน่อื ง
๒๗
งานสง่ เสรมิ คุณธรรม จริยธรรม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้
กล่าวไว้ในมาตราท่ี ๒๓, ๒๔ และ ๒๖ เก่ยี วกับการจดั การศึกษา สรปุ ไดว้ า่ ต้องเน้น ความสำคัญท้ังความรู้และ
คุณธรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้ต้องบูรณาการความรู้ด้านต่างๆ เช่น ความรู้เกี่ยวกับตนเอง ทักษะทาง
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย ทักษะในการประกอบอาชีพและการ
ดำรงชีวิตอย่างมีความสุข โดยต้องผสมผสานสาระความรู้เหล่านั้นให้ ได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝัง
คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ ในทุกวิชา และให้สถานศึกษาจัดการ
ประเมินผู้เรียน โดยพิจารณาพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกต พฤติกรรมการเรียนการร่วม
กจิ กรรมและการทดสอบ ควบคู่ไปในกระบวนการเรยี นการสอน ตามความเหมาะสมในแตล่ ะระดับและรูปแบบ
การศึกษา โดยมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Desired Characteristics) เป็นลักษณะที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับ
ผู้เรียน สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่าง มีความสุข ทั้งในฐานะพลเมืองและพลโลก ซึ่งหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ ๘ ประการ
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย
และมีจิตสาธารณะ
โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) ให้ความสำคัญในการดำเนินการพัฒนาผู้เรียน ด้าน
คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยการสร้างรูปแบบกระบวนการและ
กิจกรรมการการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังและพัฒนาผูเ้ รียนใหเ้ ป็นผู้ท่ีมีความรู้ คู่คุณธรรม มีคุณลักษณะทีด่ ี
สำหรับการดำรงชีวิตในสังคม มีการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้ข้อมูลจากการสังเกตพฤติกรรม
ตามสภาพจริงตามบริบทของโรงเรียน พร้อมทั้งจัดทำคู่มือการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้
ครูประจำชน้ั ได้ใช้เป็นแนวทางในการประเมินที่เป็นรูปแบบและแนวทางอนั เดยี วกัน และส่งผลให้การประเมิน
ที่ได้ตรงตามมาตรฐาน ตามตัวชี้วัดตามที่หลักสูตรฯ กำหนด อีกทั้งได้ดำเนินโครงการส่งเสริมคุณธรรม
จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ได้แก่ โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. โครงการโรงเรียนวิถีพุทธ
และโครงการโรงเรียนสุจรติ อยา่ งตอ่ เนือ่ ง
งานพฒั นาระบบดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรียน
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕
พบว่าการศึกษาในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียน โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญมากขึ้น มุ่งหวังให้
ผู้เรียนมีพัฒนาการแบบองค์รวม กล่าวคือ ให้เป็นคนดี คนเก่ง คนมีความสุข อีกทั้งสภาพสังคมที่มีความเป็น
สากลและสลับซับซ้อนมากขึ้น ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นไปอย่างรวดเร็ว
ฉับพลัน จึงมีเหตุการณ์ที่เป็นปัญหาเข้ามาเกี่ยวข้องกับผู้เรียนอย่างมากมาย โดยเฉพาะเรื่องพฤติกรรม และ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ความปลอดภัยในชีวิต ปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นภัยรอบข้างสำหรับเด็ก
และเยาวชน จึงจำเป็นต้องมีผู้ชี้แนะ ให้คำแนะนำ ให้ความรักความไว้วางใจและความเข้าใจแก่เด็กทุกคนเพื่อ
หวังให้เยาวชนเตบิ โตอยา่ งมคี ุณภาพ และเปน็ คนดมี พี ฤติกรรมทดี่ ีอยใู่ นสังคมอยา่ งปลอดภัย และมคี วามสุข
๒๘
โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) จัดให้มีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งเป็น
กระบวนการดำเนินงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอน มีครูประจำชั้นเป็นบุคลากรหลักใน
การดำเนินงาน โดยการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและนอกสถานศึกษา ได้แก่
คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน ผู้บริหาร และครูทุกคน มีวิธีการและเครื่องมือที่ชัดเจน
มีมาตรฐานคุณภาพ และมีหลักฐานการทำงานท่ีตรวจสอบได้ โดยดำเนนิ การตามกระบวนการและขั้นตอนของ
ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนครบทั้ง ๕ องค์ประกอบ คือ ๑) การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ๒) การคัด
กรองนักเรียน ๓) การป้องกันและแก้ไขปัญหา ๔) การพัฒนาและส่งเสริมนักเรียน และ ๕) การส่งต่อ
ดำเนินการภายใต้กระบวนการ PDCA ได้แก่ วางแผนการดำเนินงานจัดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
ดำเนินการตามแผนที่กำหนด มีการนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผลสรปุ รายงาน และนำผลการดำเนินการไป
ปรบั ปรงุ พัฒนาอยา่ งต่อเน่อื ง
ทั้งนี้ โรงเรียนได้มี การสร้างวินัยเชิงบวก (Positive Discipline) เป็นการสอนหรือการฝึกผู้เรียนให้
เชื่อฟัง ปฏิบัติตนตามกฎระเบียบ แนวทางการปฏิบัติตนตามระเบียบของสังคม ดำเนินการโดยมกี ารสร้างวนิ ยั
เชิงบวกในห้องเรียน ครปู ระจำชัน้ และครูผู้สอนจะอบรมส่ังสอนผเู้ รียนเพื่อให้เขา้ ใจและปฏิบัติ ซ่ึงหมายรวมถึง
การต่อรอง และการสร้างระบบการให้รางวัลมากกว่าการลงโทษด้วยการทำร้าย หรือ ใช้วาจาทำร้ายจิตใจ
ยึดหลัก ๗ ประการของการสร้างวินยั เชิงบวก ได้แก่ ๑) เคารพศักดิ์ศรีของเด็ก ๒) พยายามพัฒนาพฤติกรรมที่
พงึ ประสงค์ การมีวินยั ในตนเองและบุคลิกลักษณะทีด่ ี ๓) พยายามให้เด็กมีส่วนรว่ มมากท่สี ุด ๔) คำนึงถึงความ
ตอ้ งการทางพัฒนาการและคุณภาพชีวิตของเด็ก ๕) คำนึงถึงแรงจูงใจและโลกทัศน์ของเด็ก ๖) พยายามให้เกิด
ความยุติธรรม เท่าเทียมกนั และไมเ่ ลือกการปฏิบตั ิ และ ๗) เสริมสรา้ งความสามัคคีกลมเกลียวในกลมุ่
งานป้องกนั แก้ไขปญั หายาเสพติด
โรงเรียนวัดชินวราราม(เจรญิ ผลวทิ ยาเวศม์) มกี ารดำเนนิ การตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง
นโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข
ประกาศเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ ได้กำหนดมาตรการป้องกันเด็กและเยาวชนก่อนวัยเสี่ยงและในวัยเสี่ยง
ไม่ใหเ้ ขา้ ไปเก่ยี วข้องกับยาเสพติด เรยี นรถู้ ึงโทษและพษิ ภัยของยาเสพตดิ รจู้ ักวธิ ปี ฏเิ สธหลีกเลย่ี งยาเสพตดิ และ
ใชเ้ วลาวา่ งให้เป็นประโยชนเ์ พ่ือหลีกเล่ยี งการหมกมุ่นม่ัวสุมกบั ยาเสพตดิ และอบายมุข ตลอดจนดูแลช่วยเหลือ
นกั เรยี น มกี ารดำเนนิ การ โดย จดั ระบบการดำเนนิ งานยุทธศาสตร์ ๕ มาตรการ ตามโครงการสถานศึกษาสีขาว
ปลอดยาเสพติดและอบายมุข คือ มาตรการป้องกัน มาตรการค้นหา มาตรการรักษา มาตรการเฝ้าระวัง
มาตรการบริหารจัดการ ภายใต้กลยุทธ์ ๔ ต้อง ๒ ไม่ คือ ต้องมีแผนงาน ต้องมีระบบข้อมูล ต้องมีเครือข่าย
ไม่ปกปิดข้อมูล และไม่ไล่ออก มีการกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงาน และนำผลการประเมินไป
ปรับปรุง พฒั นา อย่างตอ่ เน่อื ง
๒๙
งานส่งเสรมิ สุขภาพอนามยั
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (เมื่อครั้งดำรง
พระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี) ทรงห่วงใยปัญหาการขาดอาหารในเด็ก
นักเรียน เพราะจะส่งผลต่อการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ ของเด็ก จึงมีพระราชดำริดำเนิน
โครงการเกษตรเพือ่ อาหารกลางวันต้ังแต่ พ.ศ. ๒๕๒๓ เปน็ ตน้ มา ตอ่ มาทรงเห็นว่าการส่งเสรมิ ภาวะโภชนาการ
ของเด็กควรเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาและเด็กแรกเกดิ ซึง่ เป็นช่วงวิกฤตที่สุดในวงจรชีวิต การขาดสารอาหาร
ของแม่ที่ตั้งครรภ์จะส่งผลทำให้เด็กในครรภ์และเด็กแรกเกิดมีภาวะโภชนาการบกพร่อง และจะส่งผลต่อการ
เจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก จึงมีพระราชดำริดำเนินโครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่
และเด็กในถิ่นทุรกันดารขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๓๙ แม้การดำเนินงานเพื่อพัฒนาภาวะโภชนาการและสุขภาพของเดก็
จะมีความก้าวหนา้ มาโดยลำดับ แต่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรม
ราชกุมารี ยังทรงพบว่า มีเด็กเล็กจำนวนมากที่มีพัฒนาการล่าช้า ทั้งนี้เพราะผู้ปกครองยังขาดความรู้ความ
เข้าใจในการเลี้ยงดูแลเด็ก ซึ่งจะส่งผลต่อการเรียนรู้และการพัฒนาด้านอื่น ๆ ต่อไป จึงมีพระราชกระแสเมื่อ
วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๓ ณ ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านทีวะเบยทะ ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่
ระมาด จังหวัดตาก ให้จัดทำโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีโรงเรียนใน
โครงการตามพระราชดำริตั้งอยู่ นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาของเด็กในชุมชนห่างไกลแล้ว ยังเป็นตัวอย่างแก่
โรงเรียนต่าง ๆ ทวั่ ประเทศ
โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) เป็นโรงเรียนในโครงการส่วนพระองค์สมเด็จ
พระกนิษฐาธิราชเจา้ กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี “โครงการพฒั นาเดก็ และเยาวชน
ในถิ่นทุรกันดาร” โรงเรียนจึงดำเนินการงานส่งเสริมสุขภาพอนามัยของนักเรียน สนองพระราชดำริของ
พระองค์ท่าน โดยมีแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอนามัย นักเรียนและบุคลากรได้รับการตรวจสุขภาพ
อนามยั ประจำปี มีการประสานการดำเนินงานในการจัดกิจกรรม สง่ เสริมสขุ ภาพอนามัยอย่างต่อเน่ือง อีกท้ังมี
การส่งต่อไปยังหน่วยงานทเ่ี กี่ยวข้อง มกี ารประเมนิ ผลการดำเนินงานการส่งเสริมสุขภาพอนามัย และนำผลการ
ประเมนิ ไปปรบั ปรุง พัฒนากระบวนการสง่ เสริมสุขภาพอนามยั ของนกั เรียนอย่างต่อเนือ่ ง
๘. การยกระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น
การบริหารจัดการเพื่อพัฒนายกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน การพัฒนาต้องมีการจดั การ
ความรู้อย่างมีพลัง เพื่อให้ครูและบุคลากรทุกระดับมีความรู้ ความสามารถ มีวิธีคิดในการปฏิบัติงานอย่าง
หลากหลาย และมีความคิดสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ การพัฒนา
สถานศึกษาใหม้ ีคณุ ภาพและมีความยั่งยืน คือคงสภาพให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ยึดหลักการบริหารเชิงระบบ
ของ Deming ผู้เรียนจึงจะมีคุณภาพอยู่เสมอ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นทุกปี มีแนวทางในการพัฒนา
สถานศึกษาเชิงระบบ โดยที่ทุกคนในสถานศึกษา ต้องให้ความร่วมมือกันในการพัฒนาคุณภาพ การยกระดับ
ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนเปน็ ภารกจิ ทสี่ ำคญั ท่ีสดุ ของโรงเรยี น เพือ่ พฒั นาผู้เรยี นทุกคนเตม็ ตามศักยภาพ
๓๐
โรงเรยี นวดั ชนิ วราราม(เจริญผลวทิ ยาเวศม)์ มีวิธีการ และแนวทางการดำเนินงาน ๔ ด้าน ดังน้ี
๑. หลักสูตร
๑) วิเคราะห์มาตรฐาน ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และความ
ต้องการของท้องถิ่น ทิศทางการจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑
เพือ่ พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
๒) จัดทำโครงสร้างรายวิชาให้สอดคล้องกับคำอธิบายรายวิชา และครอบคลุมมาตรฐาน
การ เรยี นรู้ สาระ และตัวช้วี ัด ในแตล่ ะกลุ่มสาระการเรยี นรู้
๓) จัดทำหน่วยการเรียนรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน และตัวชี้วัด
ของแต่ละกลมุ่ สาระการเรียนรู้
๒. การจัดการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เป็นกิจกรรมที่จะนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ ครูผู้สอนจึงเป็นผู้ที่มีบทบาท
สำคญั ในฐานะผู้จัดการเรยี นรู้ โดยยึดผเู้ รยี นเปน็ สำคัญดังนี้
๑) นำผลการทดสอบ RT , NT และ O – NET มาวิเคราะห์เพือ่ นำไปกำหนดเป้าหมายในการ
พัฒนาการจัดการเรยี นรู้
๒) ครูผู้สอน ออกแบบการจัดการเรียนรู้ โดยจัดทำหน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้
ทส่ี อดคลอ้ งกับคำอธบิ ายรายวชิ า และตวั ชี้วดั
๓) ครูผู้สอนจัดเตรียมสื่อการเรียนการสอน เตรียมการวัดผลและประเมินผลโดยออกแบบ
เครื่องมอื ทจ่ี ะประเมิน ตามเนือ้ หาสาระ ตามมาตรฐาน และตัวชว้ี ัด
๔) ครูผู้สอนจัดการเรียนรู้ตามหน่วยการเรียนรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้
รปู แบบเชิงรุก (Active Learning) โดยเน้นการใช้สื่อประกอบการเรียนการสอน ใช้ ICT และเครือขา่ ยออนไลน์
อย่างหลากหลาย
๕) ครูผูส้ อนจดั การเรียนรู้ครอบคลุมการอ่าน เขยี น คิดวเิ คราะห์ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
๖) พัฒนากระบวนการจดั การเรียนรโู้ ดยใชก้ ระบวนการวิจัยในชน้ั เรียน
๗) จดั การสอนซ่อมเสริม
๓. การวดั และประเมนิ ผล
๑) มีการวิเคราะห์ข้อสอบตามมาตรฐาน และตัวชว้ี ัด ตามแนวข้อสอบ ของ สทศ.
๒) ครูผู้สอนออกข้อสอบ โดยวิเคราะห์สร้างข้อสอบตามแนวการทดสอบ RT , NT และ
O – NET เพื่อน ามาใชป้ ระเมนิ นักเรียน เม่อื สอนจบแตล่ ะหนว่ ยการเรยี นรู้
๓) การวดั ผลและประเมนิ ผล เน้นการประเมนิ ตามสภาพจรงิ ใชห้ ลัก Pre-Pro-Post Test
๓๑
๔. การจัดระบบและนิเทศการจัดการเรียนรู้
โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) ได้ดำเนินการจัดการนิเทศการศึกษาแบบกัลยาณมิตร
เพื่อสร้างความตระหนักให้แก่ครูและผู้เกี่ยวข้องได้เข้าใจกระบวนการนิเทศภายในว่า เป็นกระบวนการทำงาน
ร่วมกันที่ใช้เหตุผลการนิเทศเป็นการพัฒนาปรับปรุงวธิ ีการทำงานของแต่ละบุคคลให้มีคุณภาพ การนิเทศเป็น
สว่ นหน่ึงของกระบวนการบริหาร เพ่ือใหท้ กุ คนเกดิ ความเชื่อมัน่ ว่าไดป้ ฏิบัติถูกต้อง ก้าวหน้า และเกดิ ประโยชน์
สูงสุดต่อผู้เรียนและตัวครูเอง โดยจัดการนิเทศภายในสถานศึกษาให้มีคุณภาพทั่วถึง ต่อเนื่องเป็นระบบ และ
กระบวนการใหเ้ ชื่อมโยงกับระบบนิเทศการศกึ ษาของสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
๙. การประสาน ส่งเสรมิ การมสี ่วนรว่ มในการจดั การศกึ ษา
การจัดการศึกษาให้เกิดผลดี มีประสิทธิภาพ ตรงตามความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะ
ผู้ปกครอง ต้องอาศัยกระบวนการนำกระบวนการมีส่วนร่วมมาใช้ ซึ่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.
๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ กล่าวถึงการมีส่วนร่วมไว้ในมาตรา ๘ (๒) ให้สังคมมี
ส่วนร่วมในการจัดการศึกษาซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๕๘ ได้
บัญญัติเรื่องการมีส่วนร่วมไว้ว่า บุคคลย่อมมีสิทธิ มีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ของรัฐใน
การปฏิบัติราชการทางปกครองอันมีผล หรืออาจมีผลกระทบต่อสิทธิ และเสรีภาพของตน พระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ สถานศึกษาที่จัดการศึกษาทุกระดับจึงต้องปฏิบัติตาม โดยการเปิดโอกาสให้ประชาชน
ชมุ ชนเขา้ มามีสว่ นรว่ มในการจดั การศึกษา ทั้งน้ี เพราะเม่ือผปู้ กครองมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาย่อมจะช่วย
ขบั เคลือ่ นใหก้ ารบริหารจัดการศึกษาดำเนินไปตามความต้องการของผู้ปกครอง และชมุ ชน ชว่ ยให้สถานศึกษา
ได้รับการยอมรับจากชุมชน ชุมชนรักและหวงแหนสถานศึกษา ซึ่งส่งผลให้ผู้ปกครอง และชุมชนสนับสนุน
ทรัพยากรการศึกษา และใหค้ วามร่วมกบั สถานศึกษาในการดำเนินกิจกรรมตา่ ง ๆ ดว้ ยความเต็มใจ
โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) มีการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย(Stakeholder)
เข้ามาร่วมดำเนินกิจกรรม ตั้งแต่การศึกษาปัญหา การวางแผนดำเนินการ การตัดสินใจ การแก้ไขปัญหา และ
การประเมินร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษาดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดย
ยึดหลกั การมีสว่ นร่วม “หลักรว่ มคดิ รว่ มทำ ร่วมตรวจสอบ รว่ มรับผดิ ชอบ”
๓๒
การดำเนินงานกลุ่มบริหารงบประมาณ
๑. การวางแผนการใช้งบประมาณอย่างเปน็ ระบบ สอดคล้องกบั นโยบาย ปัญหาและความตอ้ งการ
๒. การจัดระบบบรหิ ารการเงิน บญั ชี และพสั ดุ
๓. การควบคุมการใช้งบประมาณอยา่ งเปน็ ระบบ
๔. การตรวจสอบภายในอย่างเปน็ ระบบ
๕. การตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการใช้เงนิ และผลการดำเนินงาน
มกี ารดำเนนิ การโดยสรุป ดังน้ี
โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) มีการบริหารงานกลุ่มบริหารงบประมาณ ซึ่งถือเป็น
ภารกิจสำคัญที่มุ่งส่งเสริม ให้สามารถปฏิบัติงานเพื่อตอบสนองภารกิจของโรงเรียน โดยดำเนินการภายใต้
หลักธรรมาภิบาล (good governance) ๖ ประการ คือ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส
หลักการมีส่วนร่วม หลักสำนึกรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า มุ่งเน้นความเป็นอิสระ ในการบริหารจัดการ
มีความคล่องตวั โปรง่ ใส ตรวจสอบได้ ยดึ หลกั การบรหิ ารมงุ่ เน้นผลสัมฤทธ์ิ และบรหิ ารงบประมาณแบบมุ่งเน้น
ผลงาน รวมทั้งมีการจัดหาผลประโยชนจ์ ากทรัพย์สินของสถานศึกษา จัดหารายได้จากการบริการมาใช้บริหาร
จดั การเพ่อื ประโยชน์ทางการศึกษา สง่ ผลให้เกิดคุณภาพที่ดขี ึ้นต่อผ้เู รียน
ในการจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของโรงเรียนโดยส่วนรวม เช่น ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง วัสดุครุภัณฑ์
ต่างๆ โรงเรียนวัดชินวราราม(เจรญิ ผลวิทยาเวศม์) มีการดำเนินการตรวจสอบพัสดุประปีจำ การจำหน่าย และ
การ ลงจ่ายออกจากบัญชีหรือทะเบียน ตามระเบียบฯ มีการตรวจสอบพสั ดุประจำปี ตามระเบียบฯ ข้อ ๒๑๓
ภายในเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีงบประมาณของทุกปี โดยแต่งตั้งผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบพัสดุซึ่งมิใช่เป็น
เจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบการรับจ่ายพัสดุในงวด ๑ ปี ที่ผ่านมา และตรวจนับพัสดุประเภทที่คงเหลืออยู่เพียง
วันส้ินงวดน้นั ในการตรวจสอบจะเริ่มดำเนินการตรวจสอบพสั ดุในวันเปิดทำการวันแรกของปีงบประมาณ เป็น
ต้นไป ว่าการรับจ่ายถูกต้องหรือไม่ พัสดุคงเหลือมีตัวอยู่ตรงตามบัญชีหรือทะเบียนหรือไม่ มีพัสดุใดชำรุด
เสื่อมสภาพ หรือสูญไป เพราะเหตุใด หรือพัสดุใดไม่จำเป็นต้องใช้ในโรงเรียนต่อไป และรายงานผลการ
ตรวจสอบดงั กล่าวภายใน ๓๐ วนั ทำการ นับแต่วันเริ่มดำเนนิ การตรวจสอบพสั ดุ
สำหรับการควบคุมการดำเนินงานด้านการเงิน เพื่อให้มีประสิทธิภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานและ
กฎหมาย และกฎเกณฑ์เกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบไปด้วยระบบบัญชี และวิธีการต่าง ๆ ในการตรวจสอบเงินและ
ทรัพย์สินของโรงเรียน มีการจัดการเกี่ยวกับการรับและจ่ายเงินของโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพเป็นไปตาม
ระเบยี บกระทรวงการคลงั
ส่วนด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) ปฏิบัติ
ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งมีผลบังคับใช้ อย่างเป็น
๓๓
ทางการเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๐ อย่างเคร่งครัด ทั้งน้ีการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พัสดุ และผู้ที่ได้รับ
แต่งตั้ง เป็นคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง สอดคล้องกับกฎหมาย กฎกระทรวง ประกาศ
ระเบยี บ และ หนังสอื เวียนท่ีเกย่ี วข้อง สง่ ผลใหก้ ารดำเนินการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุ มีมาตรฐานใน
การปฏบิ ัติงาน
การดำเนินงานกลมุ่ บริหารงานบุคคล
๑. การวางแผนอตั รากำลังครแู ละบุคลากรทางการศึกษา
๒. การพฒั นาส่งเสริม ยกย่องเชิดชูเกียรตคิ รูและบคุ ลากรทางการศึกษาสคู่ วามเปน็ มืออาชีพ
๓. การเสริมสรา้ งวินัย คณุ ธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชพี
๔. การเสริมสรา้ งประสทิ ธภิ าพในการปฏบิ ตั ริ าชการ
มีการดำเนนิ การโดยสรุป ดังนี้
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ หมวด ๕ การ
เสริมสร้าง ประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ มาตรา ๗๙ ให้ผู้บังคับบัญชาปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้อยู่
ใต้บังคับบัญชา และมีหน้าที่พัฒนาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม
และจรรยาบรรณ วิชาชีพที่เหมาะสมในอันที่จะทำให้การปฏิบัติหน้าที่ราชการเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
และความก้าวหน้าแก่ราชการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด และ มาตรา ๘๐ ให้มี
การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางวิทยฐานะ เพื่อเพิ่มพูน
ความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพที่เหมาะสมในอันที่จะทำให้การปฏิบัติ
หน้าที่ราชการเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความเจริญก้าวหน้าแก่ราชการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และ
วิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด รวมถึงกรอบ ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙) กำหนดวิสัยทัศน์
เป้าหมายและยุทธศาสตร์ ทเี่ ก่ียวข้องกับ สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน ๖ ยุทธศาสตร์ ทมี่ ุ่งเนน้
การสร้างความมั่นคง การพัฒนา ด้านพลังงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การวิจัยและพัฒนา
ตลอดจนการพัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิตให้สนับสนุนการเจริญเติบโตของประเทศ
ประการสำคัญ คือ การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรูใ้ ห้มีคุณภาพเท่าเทียมและทั่วถึง และมุ่งเนน้
การปลูกฝงั ระเบียบวนิ ยั จริยธรรม คา่ นิยม ทพ่ี งึ ประสงค์รวมไปถึงการต่อต้านการทุจรติ และประพฤติมชิ อบ ซ่ึง
มีความสอดคล้องกับยทุ ธศาสตร์สำนักงาน คณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน ยทุ ธศาสตร์ท่ี ๓ การพฒั นาและ
เสริมสร้างศักยภาพคนลงสู่นโยบาย เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ
ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙) นโยบายที่ ๓ ด้านการส่งเสริม พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
ทมี่ ุง่ เนน้ พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถจัดการเรยี นรู้อยา่ งมีคณุ ภาพรูปแบบทีห่ ลากหลาย เช่น
๓๔
ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการ
ปฏบิ ัตจิ ริง (Active Learning) การพฒั นาครูทั้งระบบท่ีเช่ือมโยงกบั การเลอ่ื นวิทยาฐานะ
โรงเรยี นวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) ได้มกี ารกำหนดกรอบ ทศิ ทางในการวางแผนการพัฒนา
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งได้สำรวจและรวบรวมข้อมูลความต้องการจำเป็นในการพัฒนา
ตนเองรายบุคคล (Individual Development Plan : ID PLAN) ของขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
เนื่องด้วยตระหนักและเห็นความสำคัญของการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งถือเป็น
ทรัพยากรบุคคลที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนการบริหารจัดการศึกษาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และ
เกิดประสิทธิผล และบรรลุวัตถุประสงค์ ส่งผลให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นผู้มีสมรรถนะ
ตามมาตรฐานวิชาชีพ และสามารถพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพ สู่การบริหารจัดการสถานศึกษาได้อย่างมี
คุณภาพ เกดิ ประโยชนส์ งู สุดต่อการบรหิ ารจดั การศึกษา อนั จะนำไปสูค่ ณุ ภาพผเู้ รยี นต่อไป
การดำเนินงานกลุ่มบรหิ ารท่วั ไป
๑. การพฒั นาระบบเครือขา่ ยขอ้ มลู สารสนเทศ
๒. การจดั ทำสำมะโนนกั เรยี นและการรบั นกั เรยี น
๓. การดแู ลอาคารสถานที่ ระบบสาธารณูปโภคและสภาพแวดลอ้ ม
๔. การพัฒนามาตรฐานการปฏบิ ตั งิ าน
๕. การจัดวางระบบการควบคมุ ภายในหนว่ ยงาน
๖. การระดมทรพั ยากรเพื่อการศกึ ษา
๗. การสร้างความสัมพนั ธ์ระหวา่ งโรงเรยี นกับชุมชนและภาคเี ครือขา่ ยทางการศึกษา
มกี ารดำเนนิ การโดยสรปุ ดงั นี้
๑. การพัฒนาระบบเครือข่ายขอ้ มลู สารสนเทศ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีนโยบายส่งเสริมให้สถานศึกษานำระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology : ICT) มาประยุกต์ใช้เพ่ือ
เสริมประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และการเรียนการสอน โดยให้การสนับสนุน วัสดุ ครุภัณฑ์ด้าน
คอมพวิ เตอร์ ระบบสือ่ สารโทรคมนาคม การพฒั นาบุคลากรด้าน ICT ใหก้ บั โรงเรยี น ตลอดจนการสนับสนุนอ่ืน
ที่เกี่ยวข้อง อย่างต่อเนื่อง งานระบบข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์)
ดำเนนิ การตามนโยบายข้างต้น โดยแต่ละปีการศึกษา สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน ได้กำหนด
ปฏิทินสารสนเทศที่ให้โรงเรียนดำเนินการผ่านระบบ ได้แก่ DMC EMIS B-OBEC M-OBEC MOE การ
ดำเนินการคัดกรองนักเรียนยากจน พิการเรียนร่วม EMES ฯลฯ และการดำเนินการสารสนเทศเพื่อใช้ใน
๓๕
โรงเรียน สำหรับระบบของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานบางระบบกeหนดระเวลาการจัดเก็บ
และดำเนินการกับสารสนเทศค่อนข้างจำกัดโดยกำหนดการเปิด-ปิดระบบ กำหนดรปู แบบรายงานท่ีเป็นเฉพาะ
ทำให้โรงเรียนไม่สามารถนำสารสนเทศที่มอี ยูม่ าใช้ประโยชน์ได้เท่าที่ควร ส่วนการใหบ้ ริการสารสนเทศภายใน
โรงเรียน หรือ หน่วยงานภายนอกส่วนใหญผ่ า่ นสื่อสิ่งพิมพ์ เอกสารเผยแพร่ ผ่านเว็บไซต์โรงเรียนทีพ่ ัฒนาและ
ปรับปรุงตามที่หน่วยงานที่โรงเรียนส่งข้อมูลให้เผยแพร่ ซึ่งยังพบข้อมูล / สารสนเทศทีไ่ ด้ยงั ไม่เป็นไปตามหลกั
สารสนเทศที่ดี กล่าวคือ ขาดความถูกต้อง แม่นยำ ไม่เป็นปัจจุบัน มีการทำงานซ้ำซ้อน หรือเกิดความล่าช้า
ทำให้เกิดความไมค่ ุ้มค่าเมื่อเปรยี บเทียบกับการลงทุน
๒. การจดั ทำสำมะโนนกั เรียนและการรบั นักเรยี น
เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง และได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพสอดคล้องกับ
เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ พระราชบัญญัติการศึกษาภาค
บังคับ พ.ศ. ๒๕๔๕ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี๒) พ.ศ.
๒๕๔๕ ได้บัญญัติไว้ในหมวด ๔ มาตรา ๒๒ การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถ
เรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้
ผูเ้ รียนสามารถพัฒนาได้ตามธรรมชาติและเตม็ ตามศกั ยภาพ
นโยบายการจัดการศกึ ษาตามหลักสตู รการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งส่งเสริมให้โรงเรียนจัดการศึกษาให้กบั
นักเรียนได้มีโอกาสเขา้ เรียน และจบการศึกษาภาคบังคับทุกคนโรงเรียนวัดชนิ วราราม(เจริญผลวทิ ยาเวศม์) ได้
จัดการศึกษาในระดับปฐมวัย และชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๖ ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับ โดยดำเนินการ
จัดทำสำมะโนนักเรียน เพื่อดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการรับนักเรียน และติดตามนักเรียนที่อยู่ในวัยการศึกษา
ภาคบังคับให้เข้าในสถานศึกษา โดยประชาสัมพันธ์แจ้งให้ผู้ปกครอง นักเรียน ประชาชน ท้องถิ่นทราบ
กำหนดการรบั เด็กเข้าเรยี นอยา่ งทว่ั ถึง และดำเนินการจัดเก็บข้อมูลประชากร เพ่ือจัดทำฐานข้อมูลนักเรียนเข้า
ศึกษาต่อในระดับปฐมวัย และชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และวางแผนการรับนักเรียน
เข้าเรียนทุกปีการศึกษา สอดคล้องกับนโยบายของแผนการรับนักเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน สำนักการเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาปทมุ ธานี เขต ๑ และตามบริบท
ของโรงเรยี นท่ีสามารถรับนักเรยี นได้ เพอ่ื ให้เด็กที่อยู่ในวยั เรยี นได้เขา้ รบั การศึกษาต่อเน่ืองในสถานศึกษา ด้วย
ความถูกต้องตามระเบียบการรับนักเรียน โปร่งใส และยุติธรรม ตามนโยบาย กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐานกำหนดไว้
๓. การดูแลอาคารสถานท่ี ระบบสาธารณปู โภคและสภาพแวดล้อม
กลุ่มบริหารทั่วไปเป็นภารกิจหนึ่งของโรงเรยี นในการสนับสนุน ส่งเสริมการปฏิบตั ิงาน ของโรงเรียน
ให้บรรลตุ ามนโยบาย และมาตรฐานการศกึ ษาทโี่ รงเรียนกำหนดให้มีประสิทธิภาพ และ ประสทิ ธิผล โดยเฉพาะ
การดูแลอาคารสถานท่ี สภาพแวดล้อม ให้สะอาด ปลอดภัย พร้อมใช้ตลอดเวลา และการจัดบรรยากาศให้เอ้อื
๓๖
ต่อการเรียนรู้ เพอ่ื ชว่ ยส่งเสรมิ ให้กระบวนการเรียนการสอนดำเนินไปอยา่ งมีประสิทธิภาพ และช่วยสร้างความ
สนใจใฝ่รู้ ใฝศ่ กึ ษา ตลอดจนชว่ ยสรา้ งเสริมความมรี ะเบยี บวนิ ัยใหแ้ กผ่ เู้ รยี น
โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) ได้มีการกำหนดกรอบ ทิศทางในบริหารจัดการอาคาร
สถานท่ี สภาพแวดล้อม และบรรยากาศใหเ้ อ้อื ตอ่ การเรยี นรู้ ในสว่ นตา่ ง ๆ ตามมาตรฐาน โดยสังเขป ดังน้ี
การพฒั นาอาคารสถานที่ และสภาพแวดลอ้ ม
มีการกำหนดแนวทาง วางแผนการบริหารจัดการอาคารสถานที่ และสภาพแวดล้อมของโรงเรียน
จัดทำผังบริเวณโรงเรียน มีการดูแลและพัฒนาอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมของโรงเรียนให้อยู่ในสภาพ
มั่นคง ปลอดภัย เหมาะสม พร้อมที่จะใช้ประโยชน์ มีการติดตาม ตรวจสอบการใช้อาคารสถานที่ และ
สภาพแวดล้อมของโรงเรียน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและเอื้อประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และมีการสำรวจความพึง
พอใจจากผเู้ กี่ยวขอ้ งและผู้รบั ผิดชอบ และนำผลไปปรบั ปรงุ และพฒั นาการใช้อาคารสถานท่ีและสภาพแวดล้อม
ของโรงเรยี น
การจดั บรรยากาศบรเิ วณโรงเรียน
จัดบรรยากาศในบริเวณโรงเรียนด้านความสะอาด ความร่มรื่น ความสวยงาม ความปลอดภัย ความ
สะดวก และพอเพียงสำหรับผู้รับบริการ โดย มีการจัดบริเวณเป็นสัดส่วน มีความร่มรื่น การตกแต่งบริเวณ
สวยงาม มีสถานที่เล่น ออกกำลังกาย และพักผ่อน มีอากาศปลอดโปร่งไม่เป็นแหล่งมลพิษ มีทางสัญจรเป็น
ระเบียบ มีรั้วและเครื่องหมายแสดงแนวเขต พร้อมทั้งมีการใช้และบำรุงรักษาให้มีความเป็นระเบียบและ
ปลอดภยั
การจัดบรรยากาศอาคารเรยี น
จัดบรรยากาศภายในอาคารเรียนดา้ นความสะอาด ความร่มร่นื ความสวยงาม ความปลอดภยั ความ
สะดวก และเพยี งพอสำหรับผรู้ บั บรกิ าร โดย มีการตกแต่งท่ีสวยงาม มีแสงสว่างเพยี งพอ โครงสร้างอาคารเรียน
อยู่ในสภาพดี มีส่วนประกอบ เช่น หน้าต่าง ประตู บันไดมีความแข็งแรง ระบบไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์อยู่ใน
สภาพเรยี บร้อยและใชก้ ารดี การดแู ลสภาพอาคารเรียนมคี วามเปน็ ระเบียบอยู่ในสภาพเรียบร้อย มีปา้ ยช่ือบอก
อาคารและหอ้ งตา่ งๆ
การดูแลบำรุงรกั ษาอาคารเรยี น และการรักษาความปลอดภัยอาคารเรยี น
ในการดแู ลบำรุงรักษาอาคารเรียน และการรักษาความปลอดภัยอาคารเรียน มกี ารดำเนนิ การ โดย มี
การแต่งตั้งผู้รับผิดชอบในการดูแลเป็นลายลักษณ์อักษร มีการบำรุงรักษาให้คงสภาพ มีระเบียบ สวยงาม ใช้
การได้ เอื้อต่อการเรียนรู้ มีการซ่อมแซม ปรับปรุงให้ดีขึ้น มีการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรงและ
สะอาดสวยงาม มีการรักษาความปลอดภัยอาคารเรียน มีผู้รับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยเป็นลาย
ลักษณ์อักษร มีเครื่องมือและอุปกรณ์ในการป้องกันและรักษาความปลอดภัยอาคารเรียน มีการกำกับ ติดตาม
การรกั ษาความปลอดภยั อาคารเรียน
การจดั บรรยากาศในหอ้ งเรียน
การจัดบรรยากาศในห้องเรียนให้เกิดความสะอาด ร่มรื่น สวยงาม มีความปลอดภัย และความ
สะดวก ดังนี้ มีแสงสว่างเพียงพอ อากาศถ่ายเทสะดวก มีการตกแต่งที่สวยงาม และมีบรรยากาศทางวิชาการ
๓๗
โต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ประจำห้องมีสภาพดี และเพียงพอไม่แออัด มีสื่อและอุปกรณ์การสอนที่จำเป็นประจำ
ห้องเรยี น พรอ้ มทง้ั มเี ครือ่ งอำนวยความสะดวกตามความจำเป็น เช่น พดั ลม คอมพิวเตอร์ ทวี ี ฯลฯ
การจัดอาคารโรงอาหาร
จัดให้มีอาคารโรงอาหารที่สะอาด ถูกหลักอนามัย มีจำนวนโรงอาหารเพียงพอตามเกณฑ์ โต๊ะ เก้าอี้
สำหรับรับประทานอาหารสะอาด ถูกหลักอนามยั มีบุคลากรดูแลรับผดิ ชอบความสะอาด และจัดการในการเข้า
รบั ประทานอาหารทัง้ ชว่ งเวลาเชา้ และกลางวนั อยา่ งเหมาะสม
อาคารหอ้ งนำ้ -ห้องสว้ ม
จดั ให้มอี าคารห้องนำ้ -ห้องสว้ มท่ีสะอาด ถกู สุขลักษณะ มจี ำนวนหอ้ งนำ้ -หอ้ งส้วมเพียงพอตามเกณฑ์
ในการดูแลรักษาห้องน้ำ-ห้องส้วมจะมีคำแนะนำการใช้ห้องน้ำ-ห้องส้วม มีผู้รับผิดชอบดูแลทำความสะอาด
ตลอดเวลา มีแผนการบำรุงรักษาให้สามารถใช้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมีการกำกับควบคุมดูแล
อยา่ งเปน็ ระบบ
๔. การพฒั นามาตรฐานการปฏบิ ตั งิ าน
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๔๕
ได้กล่าวถึงความมุ่งหมาย และการจัดการศึกษาตอ้ งเพือ่ พัฒนาคนไทยใหเ้ ปน็ มนุษยท์ ีส่ มบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ
สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมี
ความสุข เป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข มีกระบวนการเรียนรู้มุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุข รูจ้ ักรกั ษาและสง่ เสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ
เคารพกฎหมายความเสมอภาค รู้จักรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติ ส่งเสริมศาสนา
ศิลปะวัฒนธรรมของชาติ การกีฬา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และความรู้อันเป็นสากล รู้จักอนุรักษ์
ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีความสามารถในการประกอบอาชีพ พึ่งตนเอง และเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีการ
กระจายอำนาจสู่เขตพื้นที่การศกึ ษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ มีการกำหนดมาตรฐานและ
การประกันคุณภาพการศึกษารวมทั้งส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู และบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
หนังสือคู่มือประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ได้ระบุถึงข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและ
จรรยาบรรณของวชิ าชีพ พ.ศ. ๒๕๔๘ โดยไดร้ วบรวม คำจำกดั ความทางการศึกษาไว้อย่างหลากหลาย ซึ่งล้วน
เป็นประโยชน์ตอ่ การเรยี นรู้ และการศึกษาเป็นอยา่ งยง่ิ เช่น
"วิชาชพี " หมายความว่า วิชาชีพทางการศึกษาท่ีทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอน และส่งเสรมิ
การเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ รวมทั้งการรับผิดชอบ การบริหารสถานศึกษา ในสถานศึกษาปฐมวัย
ชั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งภาครฐั และเอกชน การบริหารการศึกษาตลอดจนการสนับสนุน
การศกึ ษาใหบ้ ริการหรือการปฏบิ ัตงิ านเกย่ี วเน่ืองกบั การจดั กระบวนการเรียนการสอนการนิเทศและการบริหาร
การศึกษาในหนว่ ยงานการศกึ ษาต่างๆ
๓๘
"ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา" หมายความว่า ครู ผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา
อ่นื ซงึ่ ได้รับใบอนญุ าตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศกึ ษา พทุ ธศกั ราช
๒๕๔๖
"ครูและบุคลากรทางการศึกษา" หมายความว่า บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพหลักทางการเรียนการสอน
และการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ ในสถานศึกษาปฐมวัยขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำ
กว่าปรญิ ญา ทัง้ ของรัฐและเอกชน
"ผู้บริหารศึกษา" หมายความว่า บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารศึกษาภายในเขตพื้นท่ี
การศึกษา และสถานศึกษาอนื่ ทจ่ี ัดการศึกษาปฐมวยั ข้นั พ้ืนฐาน และอดุ มศกึ ษาที่ตำ่ กวา่ ปรญิ ญาทงั้ ภาครัฐและ
เอกชน
"มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา" หมายความว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะและคุณภาพที่พึง
ประสงค์ในการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องประพฤติปฏิบัติตาม
ประกอบดว้ ยมาตรฐานความร้แู ละประสบการณ์วิชาชพี มาตรฐานการปฏบิ ตั ิงาน และมาตรฐานการปฏิบตั ิตน
"มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ" หมายความว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับความรู้และ
ประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ หรือ การจัดการศึกษาซึ่งผู้ต้องการประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องมี
เพยี งพอ ที่สามารถนำไปใชใ้ นการประกอบอาชีพได้
"มาตรฐานการปฏิบัติงาน" หมายความว่า ขอ้ กำหนดเกยี่ วกับคุณลักษณะหรือการแสดงพฤติกรรมการ
ปฏิบัติงานและการพัฒนางาน ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้เกิดผลตาม
วัตถุประสงค์และเป้าหมายการเรียนรู้ หรือการจัดการศึกษารวมทั้งต้องฝึกฝน ให้มีทักษะหรือความชำนาญ
สงู ขึ้นอยา่ งต่อเน่ือง
"มาตรฐานการปฏิบัติตน" หมายความว่า จรรยาบรรณวิชาชีพที่กำหนดขึ้นเป็นแบบแผนในการ
ประพฤติตน ซึ่งผู้ประกอบวิชาชพี ทางการศึกษาต้องปฏบิ ัติตาม เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียง และ
ฐานะของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธา และผู้รับบริการและสังคม อันจะนำมาซึ่ง
เกยี รตแิ ละศกั ดิ์ศรีแหง่ วิชาชีพ
โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) ตระหนักถึงหลักการบริหารกิจการของสถานศึกษาให้
เปน็ ไปตามกฎหมาย และระเบยี บของทางราชการ ใชห้ ลกั การบริหารดว้ ยแผนกลยทุ ธโ์ ดยเน้นการมีส่วนร่วมให้
สอดคล้องความต้องการของชุมชน และท้องถิ่น โดยกำหนดวิสัยทัศน์ พันธ์กิจเป้าหมายของสถานศึกษา จัดทำ
โครงสร้าง และระบบบริหารงานด้านวิชาการ ด้านแผนงานและงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และ
ด้านการบริหารงานทั่วไป โดยให้บุคคลทั้งภายใน และภายนอกมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ มีคำสั่ง
มอบหมายงาน มีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน ยึดในหลักกฎหมาย กฎ ระเบียบ นโยบาย ของสถานศึกษา
ปฏิบัติงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขต
พ้ืนที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาปทุมธานี เขต ๑ สู่การปฏบิ ตั ิ
ทั้งนี้การบริหารงานบุคคลเป็นภาระงานที่สำคัญด้านหนึ่ง ที่มีส่วนทำให้การจัดการศึกษาสำเร็จมี
คุณภาพประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสอดคล้องสนองเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การ
๓๙
ที่จะบริหารให้บุคลากรส่วนใหญ่ในโรงเรียนได้มีความตั้งใจ ศรัทธา อุทิศเวลาด้วยการปฏิบัติงานอย่างเต็ม
ศักยภาพนั้น ผู้บริหารสถานศึกษาตอ้ งพัฒนามาตรฐาน ในการควบคมุ ดูแล อำนวยความช่วยเหลือให้บคุ ลากร
ทำงานอยา่ งมคี วามสุข และเตม็ ศักยภาพ
๕. การจัดวางระบบการควบคุมภายในหน่วยงาน
ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงนิ แผ่นดิน ว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ. ๒๕๔๔
ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๑๕ (๓) (ก) (ค) ตามระเบยี บฯ ขอ้ ๕ กาํ หนดใหห้ วั หน้าหนว่ ยงานภาครัฐ (ผู้รับตรวจ) นาํ มาตรฐานการ
ควบคมุ ภายในที่ออกตามระเบียบนี้ไปใชเ้ ป็นแนวทางในการจดั วางระบบควบคุมภายใน ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่ง
ปี นับแตว่ ันทรี่ ะเบียบฯ มีผลใช้บงั คบั และขอ้ ๖ ให้จัดทำรายงานการประเมินผล การควบคมุ ภายในต่อผู้กำกับ
ดูแล และคณะกรรมการตรวจสอบ ภายใน ๙๐ วัน นับจากวันสิ้นปีงบประมาณ ประกอบกับ สำนัก
นายกรัฐมนตรีไดอ้ อกระเบียบว่าดว้ ยการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งคณะกรรมการ
ตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ กําหนดให้การปฏิบัติตามระเบียบ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่า
ด้วยการกำหนดมาตรฐานการควบคมุ ภายใน พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นตัวชี้วัดหนึ่ง ในการติดตามและประเมินผลส่วน
ราชการ
จากระเบียบดังกล่าวทำให้หน่วยงานภาครัฐ ให้ความสำคัญ กับการจัดให้มีระบบการควบคุมภายใน
ตามแนวทางของคณะกรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดิน และแมห้ นว่ ยงานภาครฐั จะได้จัดระบบควบคมุ ภายในไว้ดีแล้ว
แต่ความมีประสิทธิผล และประสิทธิภาพของมาตรการควบคุม ต่าง ๆ ที่ได้กำหนดไว้อาจแปรเปลี่ยนได้
ตลอดเวลา อันเนื่องมาจากปัจจัยแวดล้อมทั้งภายใน และภายนอกองค์กรที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น มีการ
เปลี่ยนแปลงคณะผูบ้ รหิ าร เปลยี่ นนโยบายบรหิ าร วตั ถุประสงค์ เป้าหมาย และกระบวนวิธีปฏบิ ตั งิ าน หรอื การ
เปลี่ยนแปลง ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ระเบียบ กฎหมาย ข้อบังคับ ภาวการณ์แข่งขัน และพัฒนาการ
ดา้ นเทคโนโลยที ี่มผี ลกระทบตอ่ การดําเนินงาน และระบบการควบคุมภายในขององค์กร เม่อื มีการเปล่ยี นแปลง
ดังกล่าวข้างต้น วิธีการควบคุมแก้ไข ปัญหา หรือตอบสนองความเสี่ยงที่เคยใช้ได้ผลดีในระยะเวลาที่ผ่านมา
อาจกลายเป็นวิธีการที่ไม่ได้ผล ไม่มีประสิทธิภาพ ล้าสมัยหรือไม่จําเป็นก็ได้ กิจกรรมควบคุมที่เคยได้รับการ
ปฏิบตั ติ ามอย่างเครง่ ครดั อาจถกู ละเลยหรอื ฝ่าฝนื ไม่ปฏิบัตติ ามเมอ่ื เวลาผา่ นไป
โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) ตระหนักถึงความจําเป็นอย่างยิ่งที่ต้องจัดให้มีระบบการ
ตดิ ตามประเมินผล การควบคมุ ภายในอย่างต่อเน่ือง และโดยเฉพาะเม่ือมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่มีผลกระทบ
ก่อให้เกิด สถานการณ์ใหม่ และความเสี่ยงใหม่แก่โรงเรียน การติดตามประเมินผลการควบคุมภายในจะทำให้
ทราบวา่ ระบบการควบคุมภายในที่มีอยู่เดมิ ยงั คงสามารถป้องกันหรือลดความเส่ียงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
และส่งผลให้โรงเรียนประสบความสำเรจ็ ในระดับท่คี าดหวงั ไวห้ รอื ไม่
๔๐
โรงเรียนวัดชินวราราม(เจรญิ ผลวทิ ยาเวศม)์ ได้ประเมินผลการควบคมุ ภายในสำหรับปีสิ้นสุด วันที่ 30
เดือน กันยายน ของทุกปี ด้วยวิธีการที่โรงเรียน กำหนด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความ มั่นใจอย่าง
สมเหตสุ มผลว่าการดำเนินงานจะบรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ของการควบคมุ ภายในด้านประสทิ ธผิ ล และ ประสทิ ธิภาพ
ของการดำเนนิ งาน และการใชท้ รัพยากร ซึง่ รวมถงึ การดูแลรักษาทรัพยส์ ิน การปอ้ งกนั หรอื ลดความผิดพลาด
ความเสียหาย การรั่วไหล การสิ้นเปลือง หรือการทุจริต ด้านความเชื่อถือได้ของรายงานทางการเงิน และการ
ดำเนินงาน และด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรีและนโยบาย ซึ่งรวมถึง
ระเบียบ ปฏิบัติของฝ่ายบริหาร จากผลการประเมินดังกล่าวเห็นว่าการควบคุมภายในของโรงเรียนวัดชินวรา
ราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) เห็นว่าการ ควบคุมภายในของหน่วยงานมีความเพียงพอ ปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่อง
และเป็นไปตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติควบคุมภายในสำหรับ
หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ภายใต้การกำกับดูแลของ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ โดยโรงเรยี นมีกระบวนการดำเนนิ งาน ดังนี้
๑. จัดทำแผนโครงการ สำหรับงานควบคมุ ภายใน
๒. วิเคราะห์ สภาพปจั จบุ นั ปัญหาตามโครงสร้างและภารกจิ สถานศึกษา
๓. วเิ คราะหค์ วามเส่ียงของการดำเนินงาน กำหนดปัจจัยเส่ียง และจดั ลำดบั ความเสย่ี ง
๔. กำหนดมาตรฐานในการปอ้ งกันความเสยี่ งในการดำเนนิ งานของสถานศึกษา
๕. วางแผนการจัดระบบการควบคุมภายในสถานศกึ ษา
๖. ให้ความรกู้ บั บคุ ลากรทเ่ี ก่ียวข้องทุกฝา่ ย เกี่ยวกับระบบการควบคุมภายในหน่วยงาน
๗. ประสานกับบุคลากรท่เี ก่ียวข้องทุกฝ่ายจดั ทำมาตรการป้องกันความเสยี่ งไปใช้ในการควบคุม การ
ดำเนนิ งานตามภารกิจ
๘. ดำเนนิ การควบคมุ ตามเหลักเกณฑ์มาตรการและวิธกี าร ท่สี ำนกั งานตรวจเงินแผน่ ดินกำหนด
๙. ประเมินผลการดำเนนิ การควบคุมภายใน ตามมาตรการท่ีกำหนดและปรบั ปรุงใหเ้ หมาะสม
๑๐. รายงานผลการประเมนิ การควบคุมภายใน
๑๑. ตดิ ตามรวบรวมข้อมลู สรุปผลและประเมินผลการปฏบิ ตั ิงาน รายงานผลงานประจำปี
๑๒. รายการเอกสารที่จดั ทำ
แบบ ปค.๑ หนังสอื รับรองการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน (ระดับหน่วยงานของรฐั )
แบบ ปค. ๔ รายงานการประเมนิ องค์ประกอบของการควบคมุ ภายใน
แบบ ปค. ๕ รายงานการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน
แบบตดิ ตาม ปค. ๕ รายงานการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน
๔๑
๖. การระดมทรพั ยากรเพ่อื การศกึ ษา
พระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ ไดร้ ะบวุ ่า การระดมทรัพยากรเพ่ือใชใ้ นการจัด
การศึกษาตามพระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาติน้ี หมวด ๑ มาตรา ๙(๕) ระดมทรพั ยากรจากแหล่งตา่ งๆมาใช้
ในการจัดการศึกษา หมวด ๗ มาตรา ๕๗ ให้หน่วยงานทางการศึกษาระดมทรัพยากรบุคคลในชุมชนให้มีส่วน
ร่วมในการจัดการศึกษา โดยนำประสบการณ์ ความรอบรู้ ความชำนาญ และภูมิปัญญาท้องถิ่นของบุคคล
ดังกล่าว มาใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการศึกษา และยกย่องเชิดชูผู้ที่ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษา
หมวด ๘ ทรัพยากรและการลงทนุ เพือ่ การจัดการศึกษา มาตรา ๕๘ ใหม้ ีการระดมทรัพยากรและการลงทุนด้าน
งบประมาณ การเงินและทรัพย์สินจากทัง้ ของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กร
ชุมชน เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ สถาบันสังคมอื่น และ
ต่างประเทศมา ใชใ้ นการจดั การศึกษา ในการดำเนนิ การตามนโยบายดงั กล่าวสถานศึกษาจำเป็นต้องมีแนวทาง
ในการพัฒนาและประสาน ความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนมาใช้ในการ
บรหิ ารจดั การ และพัฒนา การศึกษาไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ และประสิทธิผล
ทรัพยากรการศึกษา ก็คือ คน (Man) เงิน (Money) วัสดุสิ่งของ (Materials) และ การจัดการ
(Management) ทน่ี ำมาใช้ในการจดั การศกึ ษา
ความสำคญั ของทรัพยากรการศกึ ษา
๑. ทำให้สถานศกึ ษาดำเนินการเรียนการสอนหรือพัฒนาคนใหม้ ีคุณภาพ และไดผ้ ลตามความมุ่งหมาย
ของการจัดการศกึ ษา
๒. เปน็ การชว่ ยสง่ เสริมงานวิชาการให้มคี ณุ ภาพ
๓. เปน็ การช่วยส่งเสรมิ การดำเนนิ งานดา้ นอน่ื ๆในสถานศึกษา
๔. เปน็ ตัวกลางหรือตัวกระตุน้ ที่ทำให้กิจกรรมของสถานศึกษาดำเนินไปได้
๕. มบี ทบาทตอ่ กิจกรรมหรอื การดำเนนิ ภารกจิ ของสถานศกึ ษาทัง้ ดา้ นของปริมาณและคุณภาพ
โดยสรุปแล้วในการบริหารทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรการเงิน ทรัพยากร
กายภาพ หรือทรัพยากรข้อสนเทศก็ตามสิ่งที่ผู้บริหารจะต้องยึดถือเป็นหลักหรือเป็นแนวทางสำคัญ คือ
ความเสมอภาคด้านคุณภาพของทรัพยากร ความมีประสิทธิภาพ และความมีประสิทธิผลของสถานศึกษาโดย
จะตอ้ งถือหลักสำคญั ว่า สถานศกึ ษาทจ่ี ะประสบความสำเรจ็ ได้นนั้ จะต้องมีการลงทุน และการลงทุนน้ันจะต้อง
ได้รับผลตอบแทนทค่ี ุ้มค่า และความค้มุ ค่านั้นอาจจะมผี ลในรปู แบบของผลตอบแทนท่วี ัดได้ หรือที่วัดไม่ได้ก็ได้
เช่น ความมเี กยี รติ ความมชี ือ่ เสยี งและการยอม
โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) มีการดำเนินงานการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา โดย
ดำเนินงานตามขนั้ ตอน ดงั นี้
๑. ประสานและรวบรวมข้อมลู ท่ีเกย่ี วข้องกบั แหล่งทรัพยากรที่พร้อมให้การสนับสนุนการจดั การศึกษา
ทงั้ ภาครัฐ เอกชน และประชาชนในทอ้ งถ่ินให้เปน็ ระบบ
๔๒
๒. ศึกษาแนวทางหรือระเบียบที่จะขอรับการสจากแหล่งทรัพยากรทุกประเภท ตลอดจนเงื่อนไขการ
ขอรบั สนับสนนุ
๓. แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อวางแผนก าหนดแนวทางการด าเนินงาน ระดมทรัพยากรจากแหล่ง
สนับสนุน
๔. กำหนดแนวทางการประชาสัมพันธ์เพื่อจูงใจ ชักชวนประชาชน เอกชนหรือหน่วยงานต่างๆ ให้
เข้าใจ สนใจให้ความช่วยเหลอื สนบั สนนุ การศึกษา
๕. ระดมทรัพยากรเพื่อศึกษาของสถานศึกษาในทุกด้านซึ่งครอบคลุมถึงการประสานความร่วมมือกับ
บุคคล ชุมชน องค์กร เอกชน องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ หนว่ ยงาน สถานประกอบการ สถาบันสงั คม อน่ื และ
สถานศึกษาในการใช้ทรัพยากรเพอ่ื การศกึ ษาร่วมกัน
๖. ติดตาม ประเมินผล และสรุปรายงานผลการด าเนินงานอย่างต่อเนอ่ื ง
๗. การสร้างความสัมพนั ธ์ระหว่างโรงเรยี นกับชุมชนและภาคีเครอื ขา่ ยทางการศกึ ษา
การจัดการศึกษาให้เกิดผลดี มีประสิทธิภาพ ตรงตามความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะ
ผู้ปกครอง ต้องอาศัยกระบวนการนำกระบวนการมีส่วนร่วมมาใช้ ซึ่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.
๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ กล่าวถึงการมีส่วนร่วมไว้ในมาตรา ๘ (๒) ให้สังคมมี
ส่วนร่วมในการจัดการศึกษาซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๕๘ ได้
บัญญัติเรื่องการมีส่วนร่วมไว้ว่า บุคคลย่อมมีสิทธิ มีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ของรัฐใน
การปฏิบัติราชการทางปกครองอันมีผล หรืออาจมีผลกระทบต่อสิทธิ และเสรีภาพของตน พระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ สถานศึกษาที่จัดการศึกษาทุกระดับจึงต้องปฏิบัติตาม โดยการเปิดโอกาสให้ประชาชน
ชุมชนเข้ามามีสว่ นรว่ มในการจดั การศึกษา ทง้ั น้ี เพราะเม่อื ผ้ปู กครองมีสว่ นรว่ มในการจัดการศึกษาย่อมจะช่วย
ขบั เคลื่อนใหก้ ารบริหารจัดการศึกษาดำเนินไปตามความต้องการของผปู้ กครอง และชุมชน ชว่ ยให้สถานศึกษา
ได้รับการยอมรับจากชุมชน ชุมชนรักและหวงแหนสถานศึกษา ซึ่งส่งผลให้ผู้ปกครอง และชุมชนสนับสนุน
ทรพั ยากรการศึกษา และให้ความร่วมกับสถานศึกษาในการดำเนินกิจกรรมตา่ ง ๆ ดว้ ยความเตม็ ใจ
โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) มีการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย(Stakeholder)
เข้ามาร่วมดำเนินกิจกรรม ตั้งแต่การศึกษาปัญหา การวางแผนดำเนินการ การตัดสินใจ การแก้ไขปัญหา และ
การประเมินร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษาดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดย
ยึดหลักการมสี ว่ นรว่ ม “หลักรว่ มคดิ ร่วมทำ รว่ มตรวจสอบ ร่วมรบั ผดิ ชอบ”
ภาคผ
ผนวก
กลุ่มบริหาร
วชิ าการ
๑. การพฒั นา
หลกั สูตรสถานศึกษา
• การขบั เคล่ือน ยทุ ธศาสตร์ชาติ เพ่อื เตรียมความ
พร้อมคนใหส้ ามารถปรับตวั รองรับผลกระทบจากการ
เปลี่ยนแปลงไดอ้ ยา่ งเหมาะสม กระทรวงศึกษาธิการจึง
กาหนดเป็นนโยบายสาคญั และ เร่งด่วนใหม้ ี การ
ปรับปรุงหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่ม
สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
รวมท้งั สาระเทคโนโลยี มุ่งเนน้ การปรับปรุงเน้ือหาใหม้ ี
ความทนั สมยั ทนั ต่อการเปล่ียนแปลงและความ
เจริญกา้ วหนา้ ทางวทิ ยาการต่าง ๆ คานึงถึงการส่งเสริม
ใหผ้ เู้ รียนมีทกั ษะท่ีจาเป็นสาหรับการเรียนรู้ในศตวรรษ
ที่ ๒๑ เป็นสาคญั เตรียมผเู้ รียนใหม้ ีความพร้อมท่ีจะ
เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ พร้อมท่ีจะประกอบอาชีพเม่ือจบ
การศึกษา หรือสามารถศกึ ษาต่อในระดบั ท่ีสูงข้ึน
สามารถแข่งขนั และอยรู่ ่วมกบั ประชาคมโลกได้