The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับและจัดเก็บสินค้าฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาขั้นตอนกระบวนการทำงานของการรับและจัดเก็บสินค้าและเสนอแนวทางการลดระยะเวลาการรอคอยที่เกิดจากการมีขั้นตอนกระบวนการทำงานที่ไม่จำเป็น กรณีศึกษา บริษัท แวร์สแวป จำกัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการจัดเก็บสินค้าให้องค์กรมีข้อมูลและผลการวิเคราะห์ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการช่วยปรับปรุงกระบวนการจัดเก็บสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ศึกษาได้เลือกใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล การสังเกตขั้นตอน
ในการปฏิบัติงานจริง ซึ่งผู้วิจัยได้ศึกษากระบวนการรับและจัดเก็บสินค้า ทางผู้วิจัยได้ทำการเก็บข้อมูลทางด้านเวลาของขั้นตอนแต่ละกระบวนการการทำงาน มีการวิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุของกระบวนการทำงาน
โดยใช้แนวคิดแผนผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) เพื่อทราบปัญหาจากปัจจัยด้านล่างหลังจากนั้นจึงนำข้อมูลจากกิจกรรมการทำงานมาทำการวิเคราะห์โดยใช้แผนภูมิกระบวนการไหล (Flow Process Chart) ของแต่ละขั้นตอนกระบวนการทำงาน เพื่อเป็นเครื่องมือที่แสดงให้เห็นถึงกิจกรรมต่างๆ ในกระบวนการว่า กิจกรรมใดเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลารอคอย และใช้เครื่องมือพาเรโต (Pareto) เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้
แสดงรายละเอียดเวลาการทำงานของกระบวนการรับและจัดเก็บสินค้าว่ากิจกรรมไหนที่ใช้เวลาทำงานนานที่สุด โดยใช้หลักการ ECRS ช่วยในการแก้ไขปัญหาโดยการกำจัดการรวมกิจกรรม และการทำให้ง่าย เพื่อลดขั้นตอนกระบวนการทำงาน รวมถึงการทำให้เวลาในการทำงานลดลง ผลการศึกษาพบว่าการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้แผนผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) โดยแยกออกเป็น 4 หัวข้อได้ดังนี้ ด้านบุคลากร พนักงานไม่มีความพร้อมในการทำงาน เนื่องจากขาดประสบการณ์ในตำแหน่งนั้นๆ พนักงานขาดความใส่ใจ ในการรับสินค้าและจำนวนพนักงานไม่เพียงพอต่อการทำงาน ส่งผลให้การทำงานใช้เวลามากขึ้น ด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์ ไม่มีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการจัดเก็บ ด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่จัดเก็บไม่มีความเป็นระเบียบและพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้าไม่เพียงพอด้านกระบวนการ ไม่มีการวางระบบการทำงานและการจัดเก็บสินค้าที่ชัดเจนขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อน ใช้ระยะเวลานาน การวิเคราะห์โดยใช้แผนภูมิกระบวนการไหล
(Flow Process Chart) ของแต่ละขั้นตอนกระบวนการทำงาน และใช้หลักการ ECRS ในการนำมาใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงาน การรับสินค้า (Receiving) ก่อนทำการปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้งหมด 7 ขั้นตอน
โดยใช้ระยะเวลาในการทำงานทั้งหมด 137.05 นาที ซึ่งหลังจากการปรับปรุงพบว่าขั้นตอนการทำงานลดลงเหลือ 5 ขั้นตอน และเวลาลดลง เหลือ 129.35 นาที ซึ่งลดลงไป 7.7 นาที การจัดเก็บสินค้า (Storage) ก่อนทำการปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้งหมด 3 ขั้นตอน โดยใช้ระยะเวลาในการทำงานทั้งหมด 33.4 นาที
ซึ่งหลังจากการปรับปรุงพบว่าในขั้นตอนการจัดเก็บสินค้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากทั้ง 3 กิจกรรม เป็นกิจกรรมที่สร้างคุณค่าให้กับสินค้า และกิจกรรมที่ไม่สร้างคุณค่าแต่จำเป็นที่จะต้องทำทั้งหมด จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนการจัดเก็บสินค้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Suthathip Rujichom, 2024-04-04 11:52:22

การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับและจัดเก็บสินค้า กรณีศึกษา บริษัท แวร์สแวป จำกัด

การศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับและจัดเก็บสินค้าฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาขั้นตอนกระบวนการทำงานของการรับและจัดเก็บสินค้าและเสนอแนวทางการลดระยะเวลาการรอคอยที่เกิดจากการมีขั้นตอนกระบวนการทำงานที่ไม่จำเป็น กรณีศึกษา บริษัท แวร์สแวป จำกัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการจัดเก็บสินค้าให้องค์กรมีข้อมูลและผลการวิเคราะห์ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการช่วยปรับปรุงกระบวนการจัดเก็บสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ศึกษาได้เลือกใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล การสังเกตขั้นตอน
ในการปฏิบัติงานจริง ซึ่งผู้วิจัยได้ศึกษากระบวนการรับและจัดเก็บสินค้า ทางผู้วิจัยได้ทำการเก็บข้อมูลทางด้านเวลาของขั้นตอนแต่ละกระบวนการการทำงาน มีการวิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุของกระบวนการทำงาน
โดยใช้แนวคิดแผนผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) เพื่อทราบปัญหาจากปัจจัยด้านล่างหลังจากนั้นจึงนำข้อมูลจากกิจกรรมการทำงานมาทำการวิเคราะห์โดยใช้แผนภูมิกระบวนการไหล (Flow Process Chart) ของแต่ละขั้นตอนกระบวนการทำงาน เพื่อเป็นเครื่องมือที่แสดงให้เห็นถึงกิจกรรมต่างๆ ในกระบวนการว่า กิจกรรมใดเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลารอคอย และใช้เครื่องมือพาเรโต (Pareto) เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้
แสดงรายละเอียดเวลาการทำงานของกระบวนการรับและจัดเก็บสินค้าว่ากิจกรรมไหนที่ใช้เวลาทำงานนานที่สุด โดยใช้หลักการ ECRS ช่วยในการแก้ไขปัญหาโดยการกำจัดการรวมกิจกรรม และการทำให้ง่าย เพื่อลดขั้นตอนกระบวนการทำงาน รวมถึงการทำให้เวลาในการทำงานลดลง ผลการศึกษาพบว่าการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้แผนผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) โดยแยกออกเป็น 4 หัวข้อได้ดังนี้ ด้านบุคลากร พนักงานไม่มีความพร้อมในการทำงาน เนื่องจากขาดประสบการณ์ในตำแหน่งนั้นๆ พนักงานขาดความใส่ใจ ในการรับสินค้าและจำนวนพนักงานไม่เพียงพอต่อการทำงาน ส่งผลให้การทำงานใช้เวลามากขึ้น ด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์ ไม่มีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการจัดเก็บ ด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่จัดเก็บไม่มีความเป็นระเบียบและพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้าไม่เพียงพอด้านกระบวนการ ไม่มีการวางระบบการทำงานและการจัดเก็บสินค้าที่ชัดเจนขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อน ใช้ระยะเวลานาน การวิเคราะห์โดยใช้แผนภูมิกระบวนการไหล
(Flow Process Chart) ของแต่ละขั้นตอนกระบวนการทำงาน และใช้หลักการ ECRS ในการนำมาใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงาน การรับสินค้า (Receiving) ก่อนทำการปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้งหมด 7 ขั้นตอน
โดยใช้ระยะเวลาในการทำงานทั้งหมด 137.05 นาที ซึ่งหลังจากการปรับปรุงพบว่าขั้นตอนการทำงานลดลงเหลือ 5 ขั้นตอน และเวลาลดลง เหลือ 129.35 นาที ซึ่งลดลงไป 7.7 นาที การจัดเก็บสินค้า (Storage) ก่อนทำการปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้งหมด 3 ขั้นตอน โดยใช้ระยะเวลาในการทำงานทั้งหมด 33.4 นาที
ซึ่งหลังจากการปรับปรุงพบว่าในขั้นตอนการจัดเก็บสินค้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากทั้ง 3 กิจกรรม เป็นกิจกรรมที่สร้างคุณค่าให้กับสินค้า และกิจกรรมที่ไม่สร้างคุณค่าแต่จำเป็นที่จะต้องทำทั้งหมด จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนการจัดเก็บสินค้า

Keywords: การรับและจัดเก็บสินค้า,กระบวนการไหล,แผนผังแสดงเหตุและผล

การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับและจัดเก็บสินคา กรณีศึกษา บริษัท แวรสแวป จำกัด Improving the efficiency of the product receiving and storage process Case study of Wearswap Co., Ltd. นางสาวณัฐกานต เกิดสวัสดิ์ 116310509425-9 นางสาววราภรณ แกวเกิด 116310509522-3 นางสาวสุธาทิพย รุจิโฉม 116310509527-2 รายงานวิจัยนี้เปนสวนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรการจัดการโลจิสติกสและชัพพลายเชน คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ปการศึกษา 2566


การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับและจัดเก็บสินคา กรณีศึกษา บริษัท แวรสแวป จำกัด Improving the efficiency of the product receiving and storage process Case study of Wearswap Co., Ltd. นางสาวณัฐกานต เกิดสวัสดิ์ 116310509425-9 นางสาววราภรณ แกวเกิด 116310509522-3 นางสาวสุธาทิพย รุจิโฉม 116310509527-2 รายงานวิจัยนี้เปนสวนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรการจัดการโลจิสติกสและชัพพลายเชน คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ปการศึกษา 2566


ชื่องานวิจัย การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับและจัดเก็บสินคา กรณีศึกษา บริษัท แวรสแวป จำกัด ชื่อนักศึกษา นางสาวณัฐกานต เกิดสวัสดิ์ 116310509425-9 นางสาววราภรณ แกวเกิด 116310509522-3 นางสาวสุธาทิพย รุจิโฉม 116310509527-2 ปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตร การจัดการโลจิสติกสและซัพพลายเชน ปการศึกษา 2566 อาจารยที่ปรึกษา ดร.ชาริณี พลวุฒิ รายงานวิจัยนี้เปนสวนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต โดยผานการพิจารณา จากอาจารยที่ปรึกษาวิจัย ดังมีรายชื่อตอไปนี้ อาจารยที่ปรึกษา ………………………………………………. (ดร.ชาริณี พลวุฒิ) ลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


ก ชื่องานวิจัย การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับและจัดเก็บสินคา กรณีศึกษา บริษัท แวรสแวป จำกัด ชื่อนักศึกษา นางสาวณัฐกานต เกิดสวัสดิ์ 116310509425-9 นางสาววราภรณ แกวเกิด 116310509522-3 นางสาวสุธาทิพย รุจิโฉม 116310509527-2 ปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตร การจัดการโลจิสติกสและซัพพลายเชน ปการศึกษา 2566 อาจารยที่ปรึกษา ดร.ชาริณี พลวุฒิ บทคัดยอ การศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับและจัดเก็บสินคาฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยมีจุดประสงค เพื่อศึกษาขั้นตอนกระบวนการทำงานของการรับและจัดเก็บสินคาและเสนอแนวทางการลดระยะเวลาการรอคอย ที่เกิดจากการมีขั้นตอนกระบวนการทำงานที่ไมจำเปน กรณีศึกษา บริษัท แวรสแวป จำกัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ กระบวนการจัดเก็บสินคาใหองคกรมีขอมูลและผลการวิเคราะห เพื่อใชเปนแนวทางในการชวยปรับปรุง กระบวนการจัดเก็บสินคาอยางมีประสิทธิภาพ ผูศึกษาไดเลือกใชวิธีการเก็บรวบรวมขอมูล การสังเกตขั้นตอน ในการปฏิบัติงานจริง ซึ่งผูวิจัยไดศึกษากระบวนการรับและจัดเก็บสินคา ทางผูวิจัยไดทำการเก็บขอมูลทาง ดานเวลาของขั้นตอนแตละกระบวนการการทำงาน มีการวิเคราะหปญหาและสาเหตุของกระบวนการทำงาน โดยใชแนวคิดแผนผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) เพื่อทราบปญหาจากปจจัยดานลาง หลังจากนั้นจึงนำขอมูลจากกิจกรรมการทำงานมาทำการวิเคราะหโดยใชแผนภูมิกระบวนการไหล (Flow Process Chart) ของแตละขั้นตอนกระบวนการทำงาน เพื่อเปนเครื่องมือที่แสดงใหเห็นถึงกิจกรรมตางๆ ในกระบวนการ วา กิจกรรมใดเปนกิจกรรมที่ใชเวลารอคอย และใชเครื่องมือพาเรโต (Pareto) เปนเครื่องมือหนึ่งที่ใช แสดงรายละเอียดเวลาการทำงานของกระบวนการรับและจัดเก็บสินคาวากิจกรรมไหนที่ใชเวลาทำงานนานที่สุด โดยใชหลักการ ECRS ชวยในการแกไขปญหาโดยการกำจัดการรวมกิจกรรม และการทำใหงาย เพื่อลดขั้นตอน กระบวนการทำงาน รวมถึงการทำใหเวลาในการทำงานลดลง ผลการศึกษาพบวาการวิเคราะหปญหาที่เกิดขึ้น โดยใชแผนผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) โดยแยกออกเปน 4 หัวขอไดดังนี้ ดานบุคลากร พนักงานไมมีความพรอมในการทำงาน เนื่องจากขาดประสบการณในตำแหนงนั้นๆ พนักงานขาดความใสใจ ในการรับสินคาและจำนวนพนักงานไมเพียงพอตอการทำงาน สงผลใหการทำงานใชเวลามากขึ้น ดานเครื่องจักร และอุปกรณ ไมมีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการจัดเก็บ ดานสิ่งแวดลอม พื้นที่จัดเก็บไมมีความเปนระเบียบ และพื้นที่ในการจัดเก็บสินคาไมเพียงพอดานกระบวนการ ไมมีการวางระบบการทำงานและการจัดเก็บสินคา ที่ชัดเจนขั้นตอนการทำงานซ้ำซอน ใชระยะเวลานาน การวิเคราะหโดยใชแผนภูมิกระบวนการไหล (Flow Process Chart) ของแตละขั้นตอนกระบวนการทำงาน และใชหลักการ ECRS ในการนำมาใชปรับปรุง กระบวนการทำงาน การรับสินคา (Receiving) กอนทำการปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้งหมด 7 ขั้นตอน


ข โดยใชระยะเวลาในการทำงานทั้งหมด 137.05 นาที ซึ่งหลังจากการปรับปรุงพบวาขั้นตอนการทำงานลดลงเหลือ 5 ขั้นตอน และเวลาลดลง เหลือ 129.35 นาทีซึ่งลดลงไป 7.7 นาที การจัดเก็บสินคา (Storage) กอนทำการปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้งหมด 3 ขั้นตอน โดยใชระยะเวลาในการทำงานทั้งหมด 33.4 นาที ซึ่งหลังจากการปรับปรุงพบวาในขั้นตอนการจัดเก็บสินคาไมมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากทั้ง 3 กิจกรรม เปนกิจกรรมที่สรางคุณคาใหกับสินคา และกิจกรรมที่ไมสรางคุณคาแตจำเปนที่จะตองทำทั้งหมด จึงไมมี การเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนการจัดเก็บสินคา คำสำคัญ : การรับและจัดเก็บสินคา / กระบวนการไหล / แผนผังแสดงเหตุและผล


ค Title Improving the efficiency of the product receiving and storage process Case study of Wearswap Co., Ltd. Student Name Miss Nattakan Kerdsawat 116310509425-9 Miss Waraporn Kaewkerd 116310509522-3 Miss Suthathip Rujichom 116310509527-2 Degree Bachelor of Business Administration Program Logistics and Supply Chain Management Academic Year 2023 Advisor Mr.Charinee Phonvut Abstract Let you know the receiving and storing of goods and the body rise control system. To study the steps of receiving and storing goods and introducing the cruise duration control system according to your needs. Steps.. . There is no need to do unnecessary work in the research of Wearswap Company Limited to collect product information for the organization to have information and research results to use as variables to help improve product information effectively. The researcher has chosen the method. Observation Observation of the steps in the actual help, in which the researcher studied, viewed and received and stored the goods, the researcher was directed to the time of each work step, there was an analysis of problems and some work. Activity diagram showing cause and effect (Cause and effect diagram) To know the problem from the factors below, work activities were taken to make a laptop and fluid flow (Flow Process Chart) of the system's functionality. Once again, various activities There are many different activities. Where does it take the longest amount of work during ECRS to validate research findings based on simple activities and components? How does this process work, as well as the time it takes to validate research findings? Problems... Please see the diagram showing cause and effect. (Cause and effect diagram) by separating 4 topics so that employees are not effective in their work due to a lack of direct experience, employees' lack of attentiveness in receiving products and quantities. Employees continue to inspect the work for more efficiency to check work performance without facilities in the establishment. There is no convenience in maintaining products that are inside without facilities. The work system functions and product inspections are clearly defined. Redundant work steps take a long time. Computer of fluid concentration levels (Flow Process Chart) specific to the system's work steps and ECRS to improve the system's operation. Receiving goods (receiving) before recording all 7 work steps in detail


ง in time. A total of 137.05 minutes, after which it was found that the work process was reduced to 5 again to see a reduction to 129.35 minutes, which reduced to 7.7 product inspection ovens. (Data storage) Before recording the data, a total of 3 activities were performed in a total time of 33.4 ovens, which will find information in the product inspection process. There is no change due to all 3 activities. Activities that provide value to the product. that does not create value but makes the body perform all the properties in the working process of the product. Keywords : Receiving and storing goods / Flow control / Cause and effect diagram


จ กิตติกรรมประกาศ รายงานวิจัยนี้สำเร็จลุลวงไปไดดวยดี โดยไดรับความกรุณาและความชวยเหลือเปนอยางดีจากบุคคล หลายฝายดวยกัน ผูเขียนจึงขอกราบขอบพระคุณทุกทานไว ณ โอกาสนี้ เริ่มจาก ทานคณะอาจารยที่ปรึกษา ซึ่งกรุณาเสียสละเวลาใหคำปรึกษาและคำแนะนำ รวมถึงการแกไขขอบกพรองเพื่อกอใหเกิดประโยชน ในการดำเนินการศึกษาจนปญหาพิเศษฉบับนี้เสร็จสมบูรณ ขอขอบพระคุณคณาจารยหลักสูตรบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกสและซัพพลายเชนทุกทาน ที่ไดเสียสละเวลาในการเปนคณะกรรมการในการสอบ และตรวจสอบความถูกตอง พรอมทั้งใหคำแนะนำตางๆ เพื่อใหรายงานวิจัยนี้มีความสมบูรณมากยิ่งขึ้น ตลอดจนขอขอบพระคุณ ที่กรุณาใหความรวมมือใหการสัมภาษณสำเร็จลุลวงไปดวยดี พรอมทั้งการแสดง ความคิดเห็นและขอเสนอแนะ อันเปนประโยชนยิ่งตอการจัดทำรายงานวิจัยในครั้งนี้ คณะผูจัดทำ


ฉ สารบัญ หนา บทคัดยอภาษาไทย ก บทคัดยอภาษาอังกฤษ ค กิตติกรรมประกาศ จ สารบัญ ฉ สารบัญภาพ ซ สารบัญตาราง ฌ บทที่ 1. บทนำ 1.1 ที่มาและความสำคัญ 1 1.2 วัตถุประสงคของการศึกษา 1 1.3 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 2 1.4 ขอบเขตการศึกษา 2 1.5 นิยามศัพทเฉพาะ 2 2. ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวของ 4 2.1 แผนภูมิกระบวนการไหลของสินคา (Flow Process Chart) 5 2.2 ทฤษฎีกางปลา 7 2.3 แผนภูมิพาเรโต (Pareto diagram) 9 2.4 การลดความสูญเปลาดวย ECRS 10 2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวของ 11 3. วิธีการดำเนินการศึกษา 15 3.1 ศึกษาสภาพทั่วไปของบริษัทกรณีศึกษา 16 3.2 ขั้นตอนการดําเนินงาน 17 3.3 การเก็บรวบรวมขอมูล 18 3.4 เครื่องมือที่ใชในการศึกษา 18 3.5 การวิเคราะหขอมูล 18 4. ผลการศึกษา 20 4.1 ศึกษากระบวนการทำงานของบริษัทกรณีศึกษา 21 4.2 แผนภูมิกระบวนการไหลและจำแนกกิจกรรม 23 4.3 แผนภูมิแสดงถึงปญหาคอขวดที่เกิดขึ้น 25 4.4 การวิเคราะหสาเหตุที่ทำใหกระบวนการทำงานมีปญหา 26 4.5 แนวทางการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานโดยใชหลัก ECRS 27 4.6 เปรียบเทียบขอมูลกอนและหลังทำการปรับปรุงการทำงาน 28


ช สารบัญ (ตอ) หนา บทที่ 5. สรุปผลการวิจัย การอภิปรายผล และขอเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการวิจัย 30 5.2 การอภิปรายผล 31 5.3 ขอจำกัดในการศึกษา 32 5.4 ขอเสนอแนะ 33 บรรณานุกรม 34 ภาคผนวก ผลอักขราวิสุทธิ์ 36 ประวัติผูเขียน 37


ซ สารบัญภาพ ภาพที่ หนา 2.1 วิธีการสรางแผนภูมิกระบวนการไหลของสินคา 6 2.2 สวนประกอบของแผนผังกางปลา 8 3.1 พื้นที่จัดเก็บสินคาบริษัทกรณีศึกษา 16 3.2 ขั้นตอนการดำเนินงาน 17 3.3 กรอบแนวคิดทฤษฎี(Theoretical Framework) 19 3.4 แผนผังกางปลา (Fish Bone Diagram) 19 4.1 แผนภูมิแสดงถึงปญหาคอขวดที่เกิดขึ้นในกระบวนการรับและจัดเก็บสินคา 25 4.2 แผนผังแสดงเหตุและผลของกระบวนการทำงานในคลังสินคา 26


ฌ สารบัญตาราง ตารางที่ หนา 2.1 สัญลักษณมาตรฐานที่ใชในแผนภาพกระบวนการไหล 5 4.1 ขั้นตอนกระบวนการรับสินคา 22 4.2 ขั้นตอนกระบวนการจัดเก็บสินคา 22 4.3 จำแนกประเภทและเวลารวมของกิจกรรมการรับและจัดเก็บสินคา 23 4.4 เวลาในการดำเนินงานเฉลี่ยรวมของกิจกรรมการรับและจัดเก็บสินคา 24 4.5 การนำหลัก ECRS มาปรับปรุงขั้นตอนการรับและจัดเก็บสินคา 27 4.6 ขั้นตอนการรับและจัดเก็บสินคาหลังปรับปรุง 28 4.7 เวลาในการดำเนินงานเฉลี่ยรวมของกิจกรรมการรับและจัดเก็บสินคา 29 หลังการปรับปรุง 4.8 การเปรียบเทียบขั้นตอนและระยะเวลาการทำงานกอนและหลังการแกไขปญหา 29


1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 ที่มาและความสําคัญ ปจจุบันคลังสินคาถือเปนสวนของกิจกรรมทางโลจิสติกสมีบทบาทสำคัญที่ชวยใหองคการดำเนินงาน อยางมีประสิทธิภาพ ทั้งดานการจัดเก็บสินคาเพื่อรักษาคุณภาพของสินคารวมถึงการจัดเก็บสินคาที่ตอบสนอง ความตองการของลูกคา ดังนั้น บริษัท แวรสแวป จำกัด ซึ่งเปนบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับซื้อขายเสื้อผาสำเร็จรูป สินคาเสื้อผามือสองที่ใหรานขายปลีกเสื้อผา เนื่องจากลักษณะการทำงานอยูในรูปแบบของการจัดเก็บสินคา เปนหลัก เพื่อทำการจัดจำหนาย ดังนั้นจึงมีสวนเกี่ยวของในดาน “การสต็อกสินคา” ซึ่งเปนวิธีการจัดเก็บสินคา นำมาเก็บไวในคลัง เพื่อเตรียมสงออกไปตามออเดอรที่ลูกคาสั่งซื้อ ถาหากไมมีการจัดการสตอกสินคาอยางถูกตอง หรือบริหารระบบสินคาคงคลังไดไมมีประสิทธิภาพมากพอ อาจเกิดปญหาตางๆ ตามมาอยางแนนอน บริษัท แวรสแวป จำกัด กอตั้งเมื่อป พ.ศ.2565 ตั้งอยูที่ 32 ซอย นวมินทร 74 แยก 3-8-24 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร 10230 ซึ่งเปนระยะเวลา 2 ป และบริษัทยังคงดำเนินการ มาจนถึงปจจุบัน ซึ่งจากการศึกษาขอมูลจากบริษัทนั้น พบปญหาในขั้นตอนของการจัดเก็บที่ใชระยะเวลา ในการทำงานมากจนเกินไปและขั้นตอนการทำงานที่มีความซับซอน สงผลใหเกิดความลาชาในการหยิบ และ การสงมอบสินคาใหกับลูกคา ดังนั้น ผูทำการวิจัยจึงมีความสนใจที่จะทำการศึกษาในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับ และจัดเก็บสินคา กรณีศึกษา บริษัท แวรสแวป จำกัด โดยผูวิจัยหวังวา ผลวิจัยในครั้งนี้จะเปนประโยชนตอบริษัท ของผูประกอบการในการปรับปรุงกระบวนการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพของรับบรับวินคามาจัดเก็บในพื้นที่ จัดเก็บสินคาไมมากก็นอย โดยผูศึกษาจะประยุกตใชวิธีการหาสาเหตุของปญหา การวิเคราะหเทคนิคการจัดการ ทำการปรับปรุง แกไขเพื่อลดขอผิดพลาดที่เกิดขึ้นในกระบวนการรับและจัดเก็บสินคาและการบริหารคลังสินคาใหมีประสิทธิภาพ 1.2 วัตถุประสงคของการศึกษา 1. เพื่อศึกษาขั้นตอนกระบวนการทำงานของการรับและจัดเก็บสินคา 2. เพื่อศึกษาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับและจัดเก็บสินคา 3. เพื่อเสนอแนวทางการลดระยะเวลาการรอคอยที่เกิดจากการมีขั้นตอนกระบวนการทำงานที่ไมจำเปน


2 1.3 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 1. ทราบถึงขั้นตอนกระบวนการทำงานของการรับและจัดเก็บสินคา 2. ทราบถึงวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการการรับและจัดเก็บสินคา 3. ทราบถึงแนวทางการลดระยะเวลาการรอคอยที่เกิดจากการมีขั้นตอนกระบวนการทำงานที่ไมจำเปน 1.4 ขอบเขตการศึกษา ศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการจัดเก็บสินคา กรณีศึกษา บริษัท แวรสแวป จำกัด เพื่อใหองคกร มีขอมูลและผลการวิเคราะหเพื่อใชเปนแนวทางในการชวยปรับปรุงกระบวนการจัดเก็บสินคาอยางมีประสิทธิภาพ โดยมีขอบเขตทั้ง 3 ดาน ดังนี้ 1.4.1 ขอบเขตดานเนื้อหา ทำการศึกษาถึง ขั้นตอนกระบวนการทำงานและปญหาอุปสรรคในการรับและจัดเก็บสินคา โดยนำ กิจกรรมทางโลจิสติกสเขามาจัดการการรับและจัดเก็บสินคา ซึ่งมีผลตอการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน 1.4.2 ขอบเขตดานสถานที่ ทำการศึกษาวิจัยที่ บริษัท แวรสแวป จำกัด เลขที่ 32 ซอย นวมินทร 74 แยก 3-8-24 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร 10230 1.4.2 ขอบเขตดานเวลา มีระยะเวลาในการทำการศึกษาประมาณ 4 เดือน คือตั้งแตเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ถึง เดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 1.5 นิยามศัพทเฉพาะ 1.5.1 สินคาคงคลัง (Inventory) หมายถึง สินคาหรือวัตถุดิบที่ถูกเก็บไวเพื่อรอจำหนาย หรือการใช ในอนาคต หรือเปนทรัพยากรที่รอการเปลี่ยนจากสภาพหนึ่งไปเปนอีกสภาพหนึ่ง มักจะเปนทรัพยสิน ที่มีมูลคาสูง ในกลุมของสินทรัพยหมุนเวียนของการผลิต 1.5.2 การเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถึง อัตราสวนที่สะทอนใหเห็นการเปรียบเทียบระหวาง การปฏิบัติงานหนึ่งหนวยตอคาใชจายที่ตองเสียไป สำหรับการปฏิบัติงานหนึ่งหนวยนั้นๆ 1.5.3 การจัดเก็บสินคา (Product storage) หมายถึง การขนยายสินคาจากพื้นที่รับสินคาเขาไปเก็บ ในสถานที่ที่กำหนดไวลวงหนาและจัดวางสินคานั้นอยางมีระเบียบ มีการบันทึกขอมูลสินคากอนการเก็บรักษา เพื่องายตอการตรวจสอบ


3 1.5.4 แผนภูมิกระบวนการไหลของสินคา (Flow Process Chart) หมายถึง วัตถุดิบ ชิ้นสวน พนักงาน และอุปกรณ ที่เคลื่อนไปในกระบวนการพรอมกับกิจกรรมตางๆ โดยใชสัญลักษณมาตรฐาน 5 ตัว ดังนี้คือ - วงกลม (Operation) แทน การวางแผน การคำนวน การใหคำสั่ง การรับคำสั่ง - สีเหลี่ยม (Inspection) แทน การตรวจสอบคุณภาพ ปริมาณ คุณลักษณะของวัตถุ - ลูกศร (Transportation) แทน การเคลื่อนที่ พนักงานกำลังเดิน - ครึ่งวงกลม (Delay) แทน การคอยเพื่อใหชิ้นงานตอไปเริ่มตน เก็บวัสดุชั่วคราวระหวางทำงาน - สามเหลี่ยม (Storage) แทน การเก็บวัสดุที่เปนเวลานาน การเก็บถาวร 1.5.5 ทฤษฎีกางปลา (Fish Bone Diagram) หรือ แผนผังสาเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) หมายถึง แผนผังที่แสดงถึงความสัมพันธระหวางปญหา (Problem) กับสาเหตุทั้งหมดที่เปนไปไดที่อาจกอให เกิดปญหานั้น (Possible Cause) 1.5.6 แผนภูมิพาเรโต (Pareto diagram) หมายถึง แผนภูมิผสมระหวางกราฟแทงและกราฟเสน โดยกราฟแทงจะใชบอกปริมาณของขอมูล เรียงลำดับจากมากไปหานอย และกราฟเสนจะบอกปริมาณ ของขอมูลนั้นวา เปนกี่เปอรเซ็นตของขอมูลทั้งหมด ซึ่งกราฟเหลานี้จะเปนตัวบอกวา ปญหาอะไร ในเครื่องจักรที่ตองไดรับการแกไขเปนลำดับแรกๆ แลวจะสงผลใหอัตราการเสียเวลาทั้งหมดลดลง 1.5.7 ECRS หมายถึง ทฤษฎีที่ชวยลดตนทุนที่ไมจำเปนในการทำงาน เพราะ ทุกธุรกิจตองมีตนทุนในการ ดำเนินงาน หากแตปจจัยเหลานี้มีการบุบสลายหรือสูญเสียไป จะกอใหเกิดปญหาตนทุนสูญเปลาตามมาแนวคิด ECRS มาจากการใชตัวอักษรยอ 4 ตัว - Eliminate (การกำจัด) - Combine (การรวมกัน) - Rearrange (การจัดใหม) - Simplify (การทำใหงายขึ้น)


4 บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวของ ในการทำวิจัยเรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับและจัดเก็บสินคา กรณีศึกษา บริษัท แวรสแวป จำกัด ผูวิจัยไดศึกษาคนควาแนวคิด ทฤษฎีจากเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวของ ดังตอไปนี้ 2.1 แผนภูมิกระบวนการไหลของสินคา (Flow Process Chart) 2.2 ทฤษฎีกางปลา 2.3 แผนภูมิพาเรโต (Pareto diagram) 2.4 การลดความสูญเปลาดวย ECRS 2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวของ


5 2.1 แผนภูมิกระบวนการไหลของสินคา (Flow Process Chart) แผนภูมิกระบวนการไหลของสินคา (Flow Process Chart) เปนแผนภูมิที่ใชสำหรับแสดงขั้นตอน การทำงานในกระบวนการผลิตตามลำดับกอนและหลัง โดยจะใชแผนภูมินี้ในการวิเคราะหขั้นตอนการไหล (Flow) ของวัตถุดิบ อุปกรณและพนักงานที่มีการเคลื่อนไหวในกระบวนการไปพรอมกันกับกิจกรรมตาง ๆ ที่เกิดขึ้น ในกระบวนการผลิตสินคาซึ่งขั้นตอนการทำงานในแตละกิจกรรมจะมีการใชสัญลักษณจำนวน 5 กลุมแทนขั้นตอน การทำงานแตละกิจกรรม ไดแก 1. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Operation) 2. ขั้นตอนการเคลื่อนที่และการเคลื่อนยาย (Transportation) 3. ขั้นตอนการรอคอยหรือรองาน (Delay) 4. ขั้นตอนการตรวจสอบกระบวนการ (Inspection) 5. ขั้นตอนการจัดเก็บสินคาหรือวัสดุ (Storage) ตารางที่ 2.1 สัญลักษณมาตรฐานที่ใชในแผนภาพกระบวนการไหล แผนภาพการไหลจะมีการใชแผนภาพจำลองสถานที่หรือผังบริเวณที่ประกอบกิจกรรมพรอมตำแหนง ของแผนกงานที่สำคัญลงในแผนภูมิและแสดงเสนทางการเคลื่อนยายพรอมสัญลักษณลงบนแผนภูมิ ซึ่งจะสามารถ จำแนกกิจกรรมที่มีมูลคาเพิ่มและกิจกรรมที่ไมกอใหเกิดมูลคาตั้งแตตนกระบวนการผลิตไปจนถึงสิ้นสุด กระบวนการผลิต และชวยชี้ใหเห็นถึงจุดที่เกิดการรอคอยและระยะทางเคลื่อนยาย เพื่อนำไปวิเคราะหวา เกิดความสูญเปลาขึ้นในกระบวนการผลิตหรือไม (เกียรติพงษอุดมธนะธีระ, 2551) สัญลักษณ ชื่อ ความหมาย การปฏิบัติงาน (Operation) การเตรียมวัตถุเพื่อใชสําหรับงานขั้นตอไป การวางแผน การคํานวณ การให/รับคําสั่ง การเคลื่อนที่และการเคลื่อนยาย (Transportation) การเคลื่อนยาย/เคลื่อนที่สินคาหรือวัตถุจากจุดหนึ่งไปยัง อีกจุดหนึ่ง เชน พนักงานกําลังเดิน การรองาน (Delay) การรอคอยเพื่อใหงานขั้นตอนตอไปเริ่มขึ้น การเก็บวัสดุ ชั่วคราวระหวางการปฏิบัติงาน การตรวจสอบ (Inspection) การตรวจสอบบคุณภาพ ปริมาณ คุณลักษณะของสินคา หรือวัตถุ การเก็บสินคาหรือวัสดุ (Storage) การเก็บสินคาไวในสถานที่จัดเก็บเปนเวลานาน รอคําสั่ง เคลื่อนยาย


6 วิธีการสรางแผนภูมิกระบวนการไหลของสินคา จะตองมีการเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการทำงานที่ทำกอนเสมอ ซึ่งจะตองเขียนกระบวนการตางๆ โดยละเอียดซึ่งการเขียนแผนภูมิดังกลาวมีองคประกอบตาง ๆ ดังตอไปนี้ 1. ชื่อแผนภูมิกระบวนการไหลของสินคา 2. คำอธิบายหรือรายละเอียดในแตละกิจกรรม 3. สถานที่ 4. ชื่อผูสรางแผนภูมิ 5. หมายเลขแผนภูมิ 6. วันที่บันทึก ภาพที่ 2.1 วิธีการสรางแผนภูมิกระบวนการไหลของสินคา


7 2.2 ทฤษฎีกางปลา แผนผังสาเหตุและผลเปนแผนผังที่แสดงถึงความสัมพันธระหวางปญหา (Problem) กับสาเหตุทั้งหมด ที่เปนไปไดที่อาจกอใหเกิดปญหานั้น (Possible Cause) เราอาจคุนเคยกับแผนผังสาเหตุและผล ในชื่อของ “ผังกางปลา (FishBone Diagram)” เนื่องจากหนาตาแผนภูมิมีลักษณะคลายปลาที่เหลือแตกาง หรือหลายๆคน อาจรูจักในชื่อของแผนผังอิชิกาวา (Ishikawa Diagram) ซึ่งไดรับการพัฒนาครั้งแรกเมื่อป ค.ศ. 1943 โดย ศาสตราจารยคาโอรุ อิชิกาวา แหงมหาวิทยาลัยโตเกียว วิธีการสรางแผนผังสาเหตุและผลหรือผังกางปลา สิ่งสำคัญในการสรางแผนผัง คือ ตองทำเปนทีม เปนกลุม โดยใชขั้นตอน 6 ขั้นตอน ดังตอไปนี้ 1. กำหนดประโยคปญหาที่หัวปลา 2. กำหนดกลุมปจจัยที่จะทำใหเกิดปญหานั้นๆ 3. ระดมสมองเพื่อหาสาเหตุในแตละปจจัย 4. หาสาเหตุหลักของปญหา 5. จัดลำดับความสำคัญของสาเหตุ 6. ใชแนวทางการปรับปรุงที่จำเปน การกำหนดปจจัยบนกางปลา เราสามารถที่จะกำหนดกลุมปจจัยอะไรก็ได แตตองมั่นใจวากลุมที่เรากำหนดไวเปนปจจัยนั้นสามารถ ที่จะชวยใหเราแยกแยะและกำหนดสาเหตุตางๆ ไดอยางเปนระบบ และเปนเหตุเปนผล โดยสวนมาก มักจะใชหลักการ 4M 1E เปนกลุมปจจัย (Factors) เพื่อจะนำไปสูการแยกแยะสาเหตุตางๆ ซึ่ง 4M 1E นี้มาจาก M – Man คนงาน พนักงาน หรือบุคลากร M – Machine เครื่องจักรหรืออุปกรณอำนวยความสะดวก M – Material วัตถุดิบหรืออะไหล อุปกรณอื่นๆ ที่ใชในกระบวนการ M – Method กระบวนการทำงาน E – Environment อากาศ สถานที่ ความสวาง และบรรยากาศการทำงาน ผังกางปลาประกอบดวยสวนตางๆ ดังตอไปนี้ สวนปญหาหรือผลลัพธ (Problem or Effect) ซึ่งจะแสดงอยูที่หัวปลา สวนสาเหตุ (Causes) จะสามารถแยกยอยออกไดอีกเปน ปจจัย (Factors) ที่สงผลกระทบตอปญหา (หัวปลา) • สาเหตุหลัก • สาเหตุยอย


8 ภาพที่ 2.2 สวนประกอบของแผนผังกางปลา ซึ่งสาเหตุของปญหา จะเขียนไวในกางปลาแตละกาง กางยอยเปนสาเหตุของกางรองและกางรองเปนสาเหตุ ของกางหลัก เปนตน ขอดี 1. ไมตองเสียเวลาแยกความคิดตาง ๆ ที่กระจัดกระจายของแตละสมาชิก แผนภูมิกางปลาจะชวยรวบรวม ความคิดของสมาชิกในทีม 2. ทำใหทราบสาเหตุหลัก ๆ และสาเหตุยอย ๆ ของปญหา ทำใหทราบสาเหตุที่แทจริงของปญหา ซึ่งทำให เราสามารถแกปญหาไดถูกวิธี ขอเสีย 1. ความคิดไมอิสระเนื่องจากมีแผนภูมิกางปลาเปนตัวกำหนดซึ่งความคิดของสมาชิกในทีมจะมารวม อยูที่แผนภูมิกางปลา 2. ตองอาศัยผูที่มีความสามารถสูง จึงจะสามารถใชแผนภูมิกางปลาในการระดมความคิด


9 2.3 แผนภูมิพาเรโต (Pareto diagram) แผนภูมิพาเรโต (Pareto diagram) ไดชื่อมาจาก Vilfredo Pareto นักเศรษฐศาสตรและสังคมศาสตร ชาวอิตาลี ซึ่งเปนผูที่คิดวิธีนี้ขึ้นมา และเผยแพรในปลายศตวรรษที่ 19 โดยใชกฎ 80/20 ซึ่งมีที่มาจากการสำรวจ พบวา ในประเทศอิตาลียุคนั้น มีคนรวย 20% คนจน 80% และใน 20% นี้ ครอบครองทรัพยสิน 80% ขณะที่ คน 80% ครอบครองทรัพยสิน 20% แผนภูมิพาเรโต มีลักษณะคลายกับกราฟแทง หรือ histogram แตกตางกันที่แทงของขอมูลตาม แนวแกนนอน มีคาลดลงตามลำดับ หลักการของแผนภูมิพาเรโต ในการปรับปรุงคุณภาพ คือการหาตัวแปร ที่มีอิทธิพลตอคุณภาพ (quality function) ตัวอยางเชน ถาเราหาตัวแปรที่มีผลกระทบตอคุณภาพ และนำมาหา คาตัวเลข หรือรอยละของผลกระทบนั้น จัดลำดับจากมากไปนอย นำมาเขียนกราฟโดยใหแกนตั้งดานซาย เปนคาจริงของผลกระทบของตัวแปร สวนแกนตั้งดานขวา เปนคาสะสมของผลกระทบของตัวแปร ตัวอยางเชน ในการเก็บตัวอยางที่มีปญหาจำนวน 200 ชิ้น จากสายการผลิตในชวงเวลาหนึ่ง มี 40 ชิ้น ที่เกิดจากความรอนสูง 80 ชิ้น เกิดจากชิ้นสวนเสียหาย 20 ชิ้น เกิดจากระบบไฟฟา ตามลำดับ ถานำขอมูลมาจัดลำดับลงในตารางจากมากไปนอย จะไดกราฟความสัมพันธ 2 แบบ คือ กราฟแทง ที่แสดงตัวเลขหรือรอยละของความสัมพันธ (ไดแก 80, 40, 20, 20, 20, 10, 10) และผลรวมสะสม (cumulative sum) ของรอยละ (ไดแก 40, 60, 70, 80, 90, 95, 100) กราฟที่ไดจะแสดงใหเห็นลำดับและขนาดของผลกระทบ ของตัวแปร และแสดงใหเห็นวาการแกไขปญหา ตองแกไขที่ตัวแปรใดกอน แผนภูมิพาเรโต มีประโยชน ในการสรุปรวม และประมาณการณถึงขนาดของปญหา ที่จะแกไขไดจากแตละปจจัย


10 2.4 การลดความสูญเปลาดวย ECRS ECRS คือ แนวคิดในการลดความสูญเปลาในการดำเนินงาน (Waste) ซึ่งเปนตนทุนที่ไมสรางผลตอบแทน หรือประโยชนใหกับองคกร ดวย 4 หลักการ ไดแก Eliminate (การกำจัด) Combine (การรวม) Rearrange (การจัดเรียงใหม) และ Simplify (การทำใหงายขึ้น) โดยประโยชนหลักของแนวคิด ECRS คือการลดความสูญเปลา (Waste) ที่ไมสรางผลตอบแทนหรือ ประโยชนใด ๆ เพิ่มเติมใหกับองคกร และในบางกรณีอาจทำใหการดำเนินงานชาลงจากที่ควรจะเปน สงผลให ตนทุนในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากวามสูญเปลาเหลานั้น ซึ่งในสวนของการนำ หลักการ ECRS มาใช ถึงแมวา ECRS จะแบงเปน 4 หลักการ แตผูใชอาจนำทฤษฎี ECRS มาใชเพียงตัวเดียวหรือมากกวาตัวเดียวก็ได ไมไดจำเปนที่จะตองเลือกใชทุกตัวทุกวิธีพรอมกัน จะเห็นวา โดยพื้นฐาน หลักการ ECRS เปนหลักการที่คลายคลึงกันกับ Kaizen และมีเปาหมายเดียวกันกับ Kaizen คือ การลดการดำเนินงานที่สูญเปลาไมเกิดประโยชน (Waste) Eliminateคือ ตัวแรกของ ECRS เปนการตัดสิ่งที่ไมจำเปนในกระบวนการดำเนินงานหรือในระบบออกไป เพื่อลดระยะเวลาในการทำงานใหสั้นลง ตัวอยางขั้นตอนที่ตองกำจัด (Eliminate) เชน การทำรายงานที่บริษัท ไมไดนำขอมูลมาใชเลยหรือเปนรายงานที่มีขอมูลซ้ำซอนกับรายงานอื่นของบริษัท (ทำพอเปนพิธีหรือทำ เพราะ คนรุนกอนทำกันมา) เพราะการดำเนินงานที่มีขั้นตอนมากเกินความจำเปนจะทำใหกระบวนการดำเนินงานยาวขึ้น หรือซับซอนขึ้น ซึ่งจะทำใหใชเวลาในการทำงานมากขึ้น และการที่มีขั้นตอนซับซอนยังทำใหมีโอกาสผิดพลาด มากขึ้นดวยเชนกัน Combineคือ การหาวิธีรวมงานเขาดวยกันเพื่อประหยัดเวลาในการทำงาน (ดวยการรวมขั้นตอน) ซึ่งในบางกรณียังชวยลดจำนวนแรงงานที่ตองใชของงานนั้นอีกดวย ตัวอยางเชนการรวมเอกสารที่มีเนื้อหา เกี่ยวของและใกลเคียงกันเอาไวในแผนเดียว เพื่อลดระยะเวลาทำเอกสารซ้ำซอน อีกหนึ่งตัวอยางของ การ Combine คือ ระบบ Milk Run ที่เปนการรับพรอมกับสงสินคาในรอบเดียวกันแทนที่จะแยกเปน 2 งาน เพื่อลดตนทุนจากการขับรถเปลากลับ Rearrange คือ การจัดเรียงใหม จัดลำดับความสำคัญในการทำงานใหมใหงายขึ้น เพราะบางครั้งขั้นตอน การทำงานที่ใชมาโดยตลอดอาจชากวาขั้นตอนแบบใหมที่สลับขั้นตอนการทำงานเพียงเล็กนอย ตัวอยางเชน การจัดลำดับของชิ้นสวนในไลนการผลิตใหมเพื่อลดความผิดพลาดในการหยิบผิดจนนำไปสูความผิดพลาด ในการผลิต สงผลใหเกิดความผิดพลาดในการผลิตนอยลง (ทำใหไมตองคอยกลับมาแกปญหา) Simplify คือ การปรับปรุงวิธีการทำงานใหงายขึ้น เพื่อลดระยะเวลาในการทำงานใหเสร็จเร็วขึ้น เพราะการทำงานที่ซับซอนนอกจากจะใชเวลานานยังมีโอกาสผิดพลาดจากความซ้ำซอนเชนกัน ตัวอยางเชน การจัดวางเครื่องมือใหสะดวกตอการทำงาน หรือการวางสินคาที่ตองสงมอบใหลูกคาบอยๆ ไวในจุดที่สามารถ ขนยายออกไดงาย เปนตน


11 2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวของ สุริยาพร ปานทอง (2562) งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค เพื่อปรับปรุงกระบวนการและจัดสมดุลสายการผลิต แผนกผลิตทอนำความรอนใหมีประสิทธิภาพสามารถเพิ่มอัตราผลผลิตได เนื่องจากทางแผนกประสบปญหา มีรอบเวลาที่ใชในการผลิตนานและเกิดการไหลที่ไมตอเนื่อง สงผลใหการผลิตงานไมสามารถตอบสนอง ตอความตองการของลูกคาได งานวิจัยนี้จึงไดนำเทคนิค ECRS และการจัดสมดุลสายการผลิตมาประยุกตใช ในการปรับปรุงงานและสายการผลิต นอกจากนั้นยังใชการจำลองสถานการณดวยคอมพิวเตอรในการวิเคราะห และแสดงผลทั้งกอนและหลังทำการปรับปรุง ซึ่งภายหลังการปรับปรุงผลจากการจำลองสถานการณแสดงให เห็นวา การปรับปรุงงานดวยเทคนิค ECRS และการจัดสมดุลสายการผลิต สามารถทำใหสายการผลิต มีอัตราผลผลิตเพิ่มขึ้น 711.45% คาอรรถประโยชนเพิ่มขึ้น 254.86% ประสิทธิภาพของสายการผลิตเพิ่มขึ้น 237.99% และสามารถผลิตงานไดเพียงพอตอความตองการของลูกคา นอกจากนี้ยังสามารถลดจำนวนพนักงาน ในสายการผลิตลงได 26.58% ซึ่งชวยลดตนทุนการผลิตลงและมีมูลคาปจจุบันสุทธิ 4,877,216.30 บาท ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ ปรัชภรณ เศรษฐเสถียร (2562) ไดทำการศึกษาการปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการคลังสินคา เพื่อปรับปรุงระบบการจัดเก็บและเพิ่มประสิทธิภาพการหยิบสินคา กรณีศึกษาของรานน้ำเพชร กลาส แอนด อลูมิเนียม ซึ่งพบปญหาพื้นที่ในการจัดเก็บมีจำกัดและ ไมมีระบบในการบริหารจัดการสินคาสงผล ใหเกิดความลาชาในการหยิบสินคาใหแกลูกคา ผูวิจัยทำการจัดประเภทของกลุมตัวอยาง และเก็บขอมูลเวลาเฉลี่ย ที่ทำการหยิบสินคาตั้งแตที่ลูกคาเขามาซื้อของจนกระทั่งลูกคาไดรับสินคา กอนทำการปรับปรุงคลังสินคาใชเวลา ในการหยิบสินคาคือ 24 นาที 7 วินาทีหลังทำการปรับปรุงคลังสินคาตามทฤษฎี ABC classification พบวา พนักงานใชเวลาในการหยิบสินคาคือ 12 นาที 8 วินาที หรือสามารถลดเวลาในหยิบสินคาลง 11 นาที 9 วินาที คณะผูวิจัยทำการวิเคราะหสาเหตุที่พนักงานใชเวลาในการจัดเก็บสินคาไมถูกตอง และใชเวลา ในการคนหาสินคานาน โดยใชแผนภูมิกางปลา พบวาสาเหตุของปญหา คือสินคาภายในคลังมีการจัดเก็บไมเปน ระเบียบ จึงทำการปรับปรุงคลังสินคาตามทฤษฎี Visual control ในการติดปายสัญลักษณบอกตำแหนง การจัดวางสินคาเพื่อใหพนักงานสามารถแยกประเภทสินคาไดชัดเจน อติกานต มวงเงิน (2562) การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาการประยุกตใชเทคนิคแบบสีน (ECRS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานระบบตูรับคืนหนังสืออัตโนมัติ สำนักบรรณสารการพัฒนาสถาบัน บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร ซึ่งงานวิจัยนี้เปนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) กลุมตัวอยาง ในการวิจัยในครั้งนี้ คือ งานการรับคืนหนังสือของระบบตูรับคืนหนังสืออัตโนมัติ จำนวนทั้งสิ้น 30 ตัวอยาง โดยใชแบบเก็บขอมูล (Book Return Check Sheet) ในการเก็บรวบรวมขอมูล การวิเคราะหขอมูลเชิงปริมาณ โดยใชสถิติพรรณา (Descriptive Statistics) เชน ความถี่ รอยละวิเคราะหเปรียบเทียบผลกอนการปรับปรุง (Pre Lean) และหลังการปรับปรุง (Post Lean) โดยใชการเปรียบเทียบคาเฉลี่ยระหวางกลุมตัวอยางสองกลุม ที่เปนอิสระจากกัน คือ สถิติ t-test ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ผลการวิจัยพบวา การประยุกตใชเทคนิค แบบสีน (ECRS) สามารถลดจำนวนขั้นตอนของกระบวนการทำงานลงคิดเปนรอยละ 58.83 สตรอบเวลาทั้งหมด ของกระบวนการทำงานไดคิดเปนรอยละ 88.63 สตรอบเวลาการรอคอยทั้งหมดของกระบวนการทำงานได คิดเปนรอยละ 89.50 เพิ่มเวลาของขั้นตอนที่มีคุณคาทั้งหมดของกระบวนการทำงานไดคิดเปนรอยละ 96.11 และลดเวลาของขั้นตอนที่ไมมีคุณคาทั้งหมดของกระบวนการทำงานไตคิดเปนรอยละ 100 จากการทดสอบ


12 ความแตกตางกอนและหลังการปรับปรุง พบวามีความแตกตางกันอยางมีนัยสำคัญของสถิติที่ระดับ 0.05 กลาวคือ เวลาของการรอคอยและรอบเวลาการทำงานกอนและหลังการปรับปรุงกระบวนการทำงานลดลง ทำใหกระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำใหผูใชบริการระบบตูรับคืนหนังสืออัตโนมัติ สามารถตรวจสอบขอมูลการรับคืนหนังสือผานเว็บไซตและแอพพลิเคชั่นของหองสมุด รวมถึงไดรับขอมูลแจงเตือน การรับคืนหนังสือที่รวดเร็วขึ้น และควรมีปรับปรุงอยางตอเนื่องเพื่อการใหบริการที่ดี และขยายขอบเขต ไปใชกับกระบวนการอื่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใหบริการของหองสมุด กรกนก วิสมกา (2563) ในปจจุบันโรงงานอุตสาหกรรมกลุมอิเล็กทรอนิกสอยูในสภาวะที่มีการแขงขันสูง และมีการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว โรงงานตองปรับตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตใหสามารถตอบสนอง ตอความตองการของลูกคา หลังจากการศึกษาผลิตภัณฑ A ที่ความตองการสูงสุด 24,000 ชิ้นตอวัน ความเร็ว ในการผลิต (Takt time) อยูที่ 2.85 วินาทีตอชิ้น พบวาสถานีงาน ตัดชิ้นงาน มีรอบเวลาในการผลิตสูงสุด (Cycle time) อยูที่ 3.03 วินาทีตอชิ้น ซึ่งเปนคอขวดของสายการผลิต สงผลใหไมสามารถผลิตสินคาไดทัน ตามความตองการ จึงมีการปรับปรุงสายการผลิตโดยใชเทคนิค ECRS และนำเครื่องจักรอัตโนมัติมาประยุกตใช หลังการปรับปรุง สถานีงาน ติดกาวและบารโคดบนชิ้นงาน มีเวลาในการผลิตสูงสุดอยูที่ 2.79 วินาทีตอชิ้น และสามารถผลิตชิ้นงานไดเทากับ 24,516 ชิ้นตอวัน เมือเปรียบเทียบรอบเวลาในการผลิตสูงสุดกับความเร็ว ในการผลิตหลังการปรับปรุงผลิตภัณฑ A สามารถผลิตไดทันตามความตองการของลูกคา โชติรส แซอึ้ง (2564) การศึกษาเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินคาคงคลังประเภทอะไหลรถยนต เปนกรณีศึกษา โดยมีวัตถุประสงคคือ 1. ลดตนทุนการจัดการสินคาคงคลังโดยการมีตนทุนต่ำที่สุดและมีปริมาณ สินคาที่เพียงพอตอความตองการของลูกคา 2. จัดกลุมสินคาตามลำคับความสำคัญ และวางแผนการจัดสินคา คงคลังในหมวดตางๆใหอยูในระดับที่เหมาะสม 3. ลดปริมาณการจัดเก็บสินคาคงคลังสำรองในรายการสินคา ที่มีมากเกินความตองการและเพื่อหาจุดสั่งซื้อใหม ที่มีความเหมาะสมกับปริมาณการขาย จากผลการศึกษาเรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินคาคงคลังประเภทอะไหลรถยนต การจัดการสินคาคงคลังแบบเดิมของบริษัท มีตนทันที่สูงเนื่องจากมีการเก็บสินคาไวจำนวนมากเกินไปสงผลใหมีคาใชจายในการจัดเก็บสูงตามไปดวย ดังนั้นผูวิจัยไดนำเครื่องมือตางๆมาพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินคาคงคลัง ซึ่งมีวิธีการจัดลำดับ ความสำคัญของสินคาคงคลังโดยใชเทคนิค ABC Classification การพยากรณความตองการ การคำนวณ หาปริมาณการสั่งซื้อประหยัด (Economic Order Quantity) การกำหนดจุดสั่งซื้อใหม (Reorder Point : ROP) และการกำหนดสินคาเพื่อความปลอดภัย (Safety Stock) ทำใหตนทุนรวมของบริษัทกรณีศึกษาทั้ง 5 รายการ ลดลงเทากับ 1,708,849.34 บาทหรือ 15% ธีรวัฒน แกนในเมือง (2564) บทความนี้นำเสนอการพัฒนาระบบการจัดเก็บและการเบิกจายสินคาภายใน คลังของบริษัทกรณีศึกษา ซึ่งเปนธุรกิจเกี่ยวกับขนมขบเคี้ยว เพื่อปรับปรุงกิจกรรมภายในคลังสินคา ใหมีประสิทธิภาพสูงสุด ในการศึกษามีการใชแผนภูมิการไหลของงานเพื่อพิจารณา ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ซ้ำซอน และไมมีประสิทธิภาพ ระบุปญหาโดยใชแผนผังกางปลา (Fishbone analysis) จัดกระบวนการทำงานตามทฤษฎี ECRS เพื่อลดขั้นตอนที่ไมกอใหเกิดประโยชน พรอมทั้งนำหลักการวิเคราะหเอฟเอสเอ็น (FSN Analysis) เพื่อจัดหมวดหมูความเคลื่อนไหวของสินคาแตละประเภท และนำมาออกแบบจัดเรียงสินคา (โดยทำการ แบงประเภทพื้นที่การจัดเก็บสินคาทีละกลุม สีเขียว 20% สินคาที่มีความเคลื่อนไหวสูง สีเหลือง 30%


13 สินคาที่มีความเคลื่อนไหวปานกลาง และสีแดง 50% สินคาที่มีความเคลื่อนไหวชา) ผลที่ไดพบวา การจัดวางตำแหนงสินคามีความเหมาะสมกับขนาดของคลังสินคาและงายตอการเบิกจาย โดยพบวาสามารถลด ระยะเวลาในการจัดเก็บได 25 นาทีจาก 55 นาที ถือเปน 45.45% อินทัช ประชานันท, จันทรจิรา สอนดา, วิภาวรรณ แสงสาคร, กนกนิภา เกงกานา นราตรีกุลสอนคง และ อัจฉรา สุทธิประภา (2564) ศึกษาการจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของคลังสินคา และการจัดเก็บสินคา กรณีศึกษาบริษัท เอ็กซเดฟ จำกัด มีวัตถุประสงคเพื่อวิเคราะหปญหาที่เกิดขึ้นจากการจัดการสินคาคงคลัง ขาดประสิทธิภาพและนำเสนอแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินคาคงคลังโดยการศึกษาขอมูล จากสภาพแวดลอมจริง จัดเก็บขอมูลสินคาคงคลัง การสัมภาษณพนักงานผูปฏิบัติงานที่เกี่ยวของกับการจัดการ สินคาคงคลัง จากนั้นทำการวิเคราะหหาปญหา นำผลที่ไดมาวิเคราะหใหเขาใจถึงความหมาย และนำสิ่งที่ผิดพลาด มาแกไขใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผลการวิจัย พบวา 1) สาเหตุของปญหาจากการวิเคราะหกระบวนการทำงาน คือไมมีระบบการจัดการสินคาคงคลังที่เปนมาตรฐานเหมาะสมในการจัดเก็บกระบวนการดูแลระบบการจัดการ คลังสินคายังไมเปนระเบียบเกิดความผิดพลาดในดานจำนวนสินคาจัดเก็บ การเบิกจายหรือการเตรียมของสงลูกคา เกิดความผิดพลาดเกิดการสูญเสียในเรื่องการสงมอบชิ้นงานลาชาไมทันตามกำหนดเวลาเกิดปญหาการดำเนินงาน ผลิตขาดชวงไปในบางผลิตภัณฑทำใหเกิดปญหาความลาชาในการจัดเตรียมผลิตภัณฑสงลูกคาและ 2) แนวทางการแกไขเพื่อการลดความสูญเปลาดวยหลัก ECRS พบวา E=การกำจัด (Eliminate) ในสวนการผลิต ที่มากเกินความจำเปน ลดการเคลื่อนยายที่ไมจำเปน C =การรวมกัน (Combine) สามารถลดการทำงาน ที่ไมจำเปน โดยการรวมขั้นตอนเขาดวยกัน R = การจัดใหม (Rearrange) การจัดหาขั้นตอนใหม เพื่อลดกระบวนการบางอยางที่ไมจำเปน S = การทำใหงาน (Simplify) การปรับปรุงการทำงานใหงาย และสะดวกขึ้น จากการแบงกลุมสินคาคงคลังตามลำดับประเภท ขนาด วัสดุและความสำคัญ การกำหนดความถี่ ในการตรวจนับสินคาคงคลังทำใหขอมูลสินคาคงคลังมีความแมนยำจากเดิม 55%เปน 95% เพิ่มขึ้น 40% ปญหาการดำเนินงานผลิตขาดชวงลดลงเดิม 50% เหลือ 20% รวมถึงประสิทธิภาพในการสงมอบลูกคา จากเดิม 80% เปน 100% สามารถชวยใหคลังสินคาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคลังสินคา และ เพิ่มความพึงพอใจของลูกคา ประชา โสมสิ่ง (2565) งานนำเสนองานวิจัยนี้ศึกษาระหวางประสิทธิผลของอุปกรณโดยรวม (OEE) ระยะเวลาเฉลี่ยกอนการเสียหาย (MTBF) การศึกษาเพื่อหาสาเหตุของการหยุดทำงานของเครื่องทำน้ำเย็น วิเคราะหผลกระทบตอการผลิตและประสิทธิภาพโดยรวมของโรงงาน งานวิจัยเสนอการใชแผนภาพกางปลา เพื่อระบุสาเหตุของปญหาเหลานี้และปรับปรุงกลยุทธการบำรุงรักษา การศึกษานี้อิงตามขอมูลที่รวบรวม จากเครื่องทำน้ำเย็นจำนวน 4 เครื่อง และผลที่ไดแสดงใหเห็นถึงการลดเวลาหยุดทำงานลงและเพิ่มประสิทธิภาพ ของเครื่องจักร กลยุทธการบำรุงรักษาที่นำเสนอสงผลดีตอโรงงาน งานวิจัยนี้ใหขอมูลเชิงลึกในการปรับปรุง ของเครื่องทำน้ำเย็น ผลจากการดำเนินหลังปรับปรุง พบวาเครื่องทำน้ำเย็นมีเวลาสูญเสียลดลงเหลือ 57,600 นาที จากเดิม 138,240 นาทีตอป คิดเปน 58.33% สงผลใหประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักรและระยะเวลาเฉลี่ย กอนการเสียหายแตละครั้งดีขึ้น


14 ชัยรัตน นัยกุล (2564) งานวิจัยนี้เปนงานวิจัยที่ดำเนินการหาคาประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร กรณีศึกษากระบวนการขัดชิ้นสวนตลับลูกปน โดยมีเครื่องจักรรวมทั้งหมด 3 เครื่อง จากการหาคาประสิทธิผล โดยรวมของเครื่องจักรในโรงงานกระบวนการขัดชิ้นงานกอนการปรับปรุงจะไดคา OEE เทากับ 91.71 เปอรเซ็นต เมื่อดำเนินการหาสาเหตุของสูญเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากการใชแผนผังพาเรโต เพื่อแสดงสาเหตุ ขอบกพรอง และปริมาณความสูญเสียที่เกิดขึ้น แลวดำเนินการใชแผนผังกางปลาเพื่อวิเคราะหหาสาเหตุและแนวทางการแกไข ปญหา โดยการตกแตงหินขัดชิ้นงานมีสวนสำคัญที่สุดที่กระทบตอการคำนวณคา OEE ซึ่งการดำเนินการปรับปรุง ไดทำการจัดอบรมใหพนักงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ขั้นตอนการปฏิบัติงาน และการแยกชิ้นงานเวลาติดขัด และการตกแตงหินขัดมีการทดสอบหินขัดที่มีความแข็งมากขึ้นแตการทดลองมีผลตอคุณภาพชิ้นงาน เลยไมไดเปลี่ยนแปลง หลักจากนั้นหาคาประสิทธิผลโดยรวมหลังการปรับปรุงจะไดคา OEE เทากับ 94.99 เปอรเซ็นต ซึ่งสามารถเพิ่มคาประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักรได 3.28 เปอรเซ็นต รุจิรา คูณแกว (2564) การศึกษาปญหาฉบับนี้มีวัตถุประสงคเพื่อลดปริมาณความเสียหายของสินคา ที่เกิดขึ้นซึ่งกอใหเกิดความสูญเปลาจากการมีของเสียภายในกระบวนการจัดเก็บและกระบวนการเบิกสินคา และ ศึกษาถึงปญหาที่เกิดขึ้นภายในกระบวนการทำงาน เพื่อนำมาวิเคราะหกระบวนการทำงานโดยใชไซพอค (SIPOC) และเขียนแผนภูมิการไหลของสินคาซึ่งจะมีการใชแผนผังกางปลาวิเคราะหสาเหตุของปญหารวมกับการนำ แนวคิดแบบลีน (Lean) มาประยุกตใชในการวิเคราะหปญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงานที่ความสูญเปลา (Defect) เกิดขึ้น จากนั้นใชแผนภูมิพาเรโตมาใชสำหรับการวิเคราะหสาเหตุที่กอใหเกิดความสูญเปลา หรือเกิดปญหาที่กอใหเกิดสินคาชำรุดเสียหายมากที่สุดเพื่อหาแนวทางแกไขปญหา และปรับปรุงขอบกพรอง ในกระบวนการทำงานของพนักงานภายในคลังสินคาใหมีเพิ่มประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและลดจำนวนของเสียที่เกิดขึ้น ในกระบวนการผลการศึกษาพบวาเกิดความสูญเปลาขึ้นในกระบวนการจัดเก็บและเบิกสินคา 3 ปญหา โดยสามารถลดความสูญเปลาจากการมีของเสียจากปญหารูปแบบการจัดวางสินคาในกระบวนการจัดเก็บสินคา ลงจากเดิมที่มีมูลคา 1,036,554.77 บาท เหลือเพียง 126,571.03 ลดลงรอยละ 78 สามารถลดความสูญเปลา จากการมีของเสียจากปญหาดานการเคลื่อนยายสินคาระหวางพาเลทในกระบวนการเบิกสินคาลงจากเดิม ที่มีมูลคา 394, 130.91 บาท เหลือเพียง 37,586.80 บาท ลดลงรอยละ 82 และสามารถลดของเสียจากปญหา ดานการไมผูกเชือกหรือพันฟลมใหกับสินคาหลังกระบวนการเบิกสินคาลงจากเดิมที่มีมูลคา 527,460.38 บาท เหลือเพียง 55,360.81 บาท ลดลงรอยละ 82 ซึ่งภาพรวมของมูลคาความเสียลดลงรอยละ 76 มีจำนวนการชำรุด ลดลงรอยละ 80 และเมื่อเปรียบเทียบสินคาที่จายออกตอสินคาชำรุดกอนและหลังการปรับปรุงลดลง 0.193 หรือประมาณรอยละ 62


15 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการศึกษา งานวิจัยเรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับและจัดเก็บสินคา กรณีศึกษา บริษัท แวรสแวป จำกัด ผูวิจัยไดอธิบายถึงวิธีการดําเนินการศึกษาในขั้นตอนตางๆ ดังตอไปนี้ 3.1 ศึกษาสภาพทั่วไปของบริษัทกรณีศึกษา 3.2 ขั้นตอนการดําเนินงาน 3.3 การเก็บรวบรวมขอมูล 3.4 เครื่องมือที่ใชในการศึกษา 3.5 การวิเคราะหขอมูล


16 3.1 ศึกษาสภาพทั่วไปของบริษัทกรณีศึกษา สถานที่เก็บขอมูลเพื่อใชในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้เปนพื้นที่จัดเก็บสินคาคงคลัง โดยมีสินคาที่จัดเก็บ ภายในพื้นที่จัดเก็บที่จำแนกไดดังนี้ 3.1.1 ขอมูลพื้นที่จัดเก็บสินคา พื้นที่จัดเก็บสินคาเปนพื้นที่ชั้นเดียว มีพื้นที่รับสินคาอยูดานหนา โดยจะแยกออกเปน 2 พื้นที่ คือ สวน A และ B ดังนี้ ตามรูปที่ 3.1 ภาพที่ 3.1 พื้นที่จัดเก็บสินคาบริษัทกรณีศึกษา 3.1.2 ขอมูลของสินคา จากการศึกษารวบรวมขอมูลที่ทำการศึกษา ณ บริษัท แวรสแวป จำกัด โดยมีการจำแนกลักษณะของตัว สินคาไว 3 ประเภท ดังนี้ 3.1.2.1 เสื้อ 3.1.2.2 กางเกง 3.1.2.3 ชุดเดรส โดยในการรับสินคาของ บริษัท แวรสแวป จำกัด จะมีการจำกัดจำนวนสินคาตอรอบในการรับอยูที่ 30 ตัว ตอ 1 รายการรับ


17 3.2 ขั้นตอนการดําเนินงาน 3.2.1 ทำความเขาใจกับกระบวนการทำงานภายในบริษัท แวรสแวป จำกัดโดยเริ่มตนจากการเก็บรวบรวม ขอมูลกิจกรรมการทำงาน ขั้นตอนการทำงาน ปญหาตางๆที่พบในการทำงาน ตั้งแตเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ถึง เดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 โดยจากการสังเกต การจดบันทึก การสัมภาษณพนักงานที่เกี่ยวของกับกิจกรรม 3.2.2 ระบุปญหาหลักที่จะเกิดขึ้นกับกรณีศึกษาบริษัทแหงหนึ่งในบริษัท แวรสแวป จำกัด เพื่อหาแนวทาง การแกไข โดยมีการเก็บขอมูล รูปภาพที่แสดงถึงปญหาที่เจอในสถานที่จัดเก็บสินคา โดยใชแผนผังกางปลา (FishBone Diagram) ในการระบุปญหาที่พบเจอ 3.2.3 รวบรวมปญหาและวิเคราะหปญหาเพื่อหาสาเหตุแลวทำการวิเคราะหขอมูลโดยใชทฤษฎีที่เกี่ยวของ เชน กระบวนการทำงานโดยใชแผนภาพกระบวนการไหล (Flow Process Chart) เปรียบเทียบกอน และ หลังระยะเวลาในการทำงานที่รวดเร็วมากเทาใด และหลังจากนั้นจะนำทฤษฎี ECRS มาใชในการปรังปรุง และ แกไขปญหา ซึ่งจะสามารถชวยลดระยะเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และสุดทายคือการนำแผนภูมิ พาเรโต (Poreto Chart) ใชแสดงปญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการจัดเก็บสินคา พรอมกับจัดลำดับความสำคัญ ของปญหาที่เกิดขึ้น และแสดงสัดสวนของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในแตละปญหา 3.2.4 สรุปผลจากผลวิเคราะห ภาพที่ 3.2 ขั้นตอนการดำเนินงาน


18 3.3 การเก็บรวบรวมขอมูล 3.3.1 ขอมูลปฐมภูมิ (Primary Data) ขอมูลที่รวบรวมจากสถานณจริงโดยอาศัยกระบวนการขั้นตอน การปฏิบัติงาน และการสังเกตจากพฤติกรรมการทำงานของพนักงาน และยังมีการสัมภาษณหัวหนางานที่เกี่ยวของ ในขั้นตอนการดำเนินงานนี้ 3.3.2 ขอมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) การศึกษาขอมูลจากเอกสารที่เกี่ยวของ ทั้งวิจัย และ เอกสารอางอิง เพื่อนำขอมูลมาอางอิงกับผลงานวิจัยใหมีความนาเชื่อถือมากยิ่งขึ้น 3.4 เครื่องมือที่ใชในการศึกษา 3.4.1 เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวมรวมขอมูล เครื่องมือที่ใชในการศึกษา ไดทำการศึกษาเก็บขอมูลโดยการสัมภาษณเชิงลึก และการสังเกตพฤติกรรม การทำงานของพนักงาน จากหัวหนางานและผูที่เกี่ยวของในการทำงาน เพื่อใหทราบปญหาตางๆ ที่เกิดขึ้น ในพื้นที่จัดเก็บสินคา ตั้งแตเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ถึง เดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 เปนระยะเวลา 4 เดือน 3.4.2 เครื่องมือที่ใชในการวิเคราะหขอมูล แผนภาพกระบวนการไหล (Flow Process Chart) จะแสดงถึงขั้นตอนหรือกระบวนการทำงาน ซึ่งการวิจัยในครั้งนี้ จะแสดงถึงขั้นตอนจัดเก็บสินคา เพื่อชวยใหสามารถมองเห็นขั้นตอนการทำงาน เพื่อปรับปรุง กระบวนการทำงานใหดีขึ้น 3.4.3 เครื่องมือที่ใชในการวิเคราะหปญหา แผนผังกางปลา (Fish Bone Diagram) จะชวยในการระบุสาเหตุตางๆ เพื่อนำมาใชในการปรับปรุง และ แกไขปญหาที่เกิดขึ้น แผนภูมิพาเรโต (Pareto Chart) ใชแสดงปญหาที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการจัดเก็บสินคา และจัดลำดับ ความสำคัญของปญหาที่เกิดขึ้น และแสดงสัดสวนของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในแตละปญหา 3.4.4 เครื่องมือที่ใชในการแกไขปญหา การลดความสูญเปลาดวยหลักการ ECRS คือ การกำจัด(Eliminate) การรวมกัน (Combine) การจัดใหม (Rearrange) และการทำใหงาย (Simplify) มาใชในการปรับปรุงและแกไขปญหาตางๆที่เกิดขึ้น ซึ่งเปนแนวคิด ที่จะชวยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานภายในพื้นที่จัดเก็บสินคา 3.5 การวิเคราะหขอมูล กรอบแนวคิดทฤษฎี (Theoretical Framework)ผูวิจัยไดทำการศึกษาและวิเคราะหกระบวนการจัดเก็บ สินคา เพื่อใหเขาใจปญหาและคนหาแนวทางในการปรับปรุงการทำงาน โดยดำเนินการภายใตกรอบแนวความคิด ของการจัดการแบบ Lean ซึ่งจะมีการใชแผนภาพกระบวนการไหล (Flow Process Chart) ที่จะแสดงถึง กระบวนการทำงานในแตละขั้นตอน และใชแผนผังกางปลา (Fish Bone Diagram) เพื่อเขาใจปญหาที่เกิดขึ้น ในแตละขั้นตอน จากนั้นจึงนำหลัก ECRS มาใชในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน และสุดทายใชแผนภูมิพาเรโต (Pareto Chart) เพื่อแสดงผลการเปรียบเทียบของกระบวนการทำงานกอนและหลังการปรับปรุง โดยผลของ การศึกษาจะสามารถวัดไดจากขั้นตอนการทำงาน และระยะเวลาที่ลดลง


19 ภาพที่ 3.3 กรอบแนวคิดทฤษฎี(Theoretical Framework) ภาพที่ 3.4 แผนผังกางปลา (Fish Bone Diagram) กระบวนการ จัดเก็บเกิดความ ลาชา 1. ระยะเวลาใน การทำงานลดลง 2. ขั้นตอนในการ ทำงานลดลง ทฤษฎีและแนวคิด 1. แผนภูมิกระบวนการไหลของ สินคา (Flow Process Chart) 2. ทฤษฎีกางปลา 3. แผนภูมิพาเรโต (Pareto diagram) ป  การบวนการจัดเก็บ เกิดการลาชา Process Output


20 บทที่ 4 ผลการศึกษา จากการศึกษาวิจัยเรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับและจัดเก็บสินคา กรณีศึกษา บริษัท แวรสแวป จำกัด จากวัตถุประสงคผูวิจัย จึงไดศึกษาขั้นตอนกระบวนการทำงานของการรับและจัดเก็บ สินคา ศึกษาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับและจัดเก็บสินคา และเสนอแนวทางการลดระยะเวลา การรอคอยที่เกิดจากการมีขั้นตอนกระบวนการทำงานที่ไมจำเปน ดังนั้นผูวิจัยจึงไดอธิบายถึงผลการศึกษา ตามลำดับ ดังตอไปนี้ 4.1 ศึกษากระบวนการทำงานของบริษัทกรณีศึกษา 4.2 แผนภูมิกระบวนการไหลและจำแนกกิจกรรม 4.3 แผนภูมิแสดงถึงปญหาคอขวดที่เกิดขึ้น 4.4 การวิเคราะหสาเหตุที่ทำใหกระบวนการทำงานมีปญหา 4.5 แนวทางการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานโดยใชหลัก ECRS 4.6 เปรียบเทียบขอมูลกอนและหลังทำการปรับปรุงการทำงาน


21 4.1 ศึกษากระบวนการทำงานของบริษัทกรณีศึกษา งานวิจัยนี้ไดทำการศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการทำงานของบริษัทกรณีศึกษา ซึ่งขั้นตอนในการทำงาน ถือเปนสิ่งสำคัญในการทำงาน เพื่อตอนสนองความตองการของลูกคา โดยกระบวนการทำงานจำเปนที่จะตอง คำนึงถึงระยะเวลาในการทำงานเพื่อไมใหเกิดระยะเวลาในการรอคอยที่มากจนเกินไป 4.1.1 ขั้นตอนการรับสินคา (ดังตารางที่ 4.1) 1. รับเอกสารขอตกลงจากลูกคา 2. ตรวจสอบความถูกตองของเอกสาร 3. ตรวจสอบรายการของสินคา 4. ตรวจเช็คสภาพของสินคา 5. เซ็นรับสินคา 6. คัดแยกหมวดหมูของสินคา 7. ทำความสะอาดสินคา (ซัก/อบ) 4.1.2 ขั้นตอนการจัดเก็บสินคา (ดังตารางที่ 4.2) 1. นำสินคามาตรวจสอบความเสียหายหลังซักกอนเขาพื้นที่จัดเก็บ 2. นำสินคาเขาพื้นที่จัดเก็บ 3. คียสินคาเขาระบบ


22 ตารางที่ 4.1 ขั้นตอนกระบวนการรับสินคา ลำดับ ขั้นตอน แผนกที่รับผิดชอบ เวลาเฉลี่ย (นาที) กิจกรรมการรับสินคา 1 รับเอกสารขอตกลงจากลูกคา พนักงานรับสินคา 1.95 2 ตรวจสอบความถูกตองของเอกสาร พนักงานรับสินคา 3.5 3 ตรวจสอบรายการของสินคา พนักงานรับสินคา 4 4 ตรวจเช็คสภาพของสินคา พนักงานรับสินคา 24.6 5 เซ็นรับสินคา เจาหนาที่รับสินคา 2.4 6 คัดแยกหมวดหมูของสินคา พนักงานรับสินคา 10.6 7 ทำความสะอาดสินคา (ซัก/อบ) พนักงานรับสินคา 90 เวลาในการทำงานรวม 137.05 ตารางที่ 4.2 ขั้นตอนกระบวนการจัดเก็บสินคา ลำดับ ขั้นตอน แผนกที่รับผิดชอบ เวลาเฉลี่ย (นาที) กิจกรรมการจัดเก็บสินคา 1 นำสินคามาตรวจสอบความเสียหายหลังซักกอนเขาพื้นที่ จัดเก็บ พนักงาน จัดเก็บสินคา 10 2 นำสินคาเขาพื้นที่จัดเก็บ พนักงาน จัดเก็บสินคา 9.7 3 คียสินคาเขาระบบ พนักงาน จัดเก็บสินคา 13.7 เวลาในการทำงานรวม 33.4


23 4.2 แผนภูมิกระบวนการไหลและจำแนกกิจกรรม ผูวิจัยไดนำขอมูลที่เก็บรวบรวมจากการสังเกตการณปฏิบัติงานจริงมาจัดทำแผนภูมิกระบวนการไหล (Flow Process Chart) โดยทำการแยกประเภทของกิจกรรมในกระบวนการทำงาน ทำใหเห็นจุดเนนย้ำ ในการวิเคราะหไดอยางชัดเจน โดยสัญลักษณมาตราฐานของแผนภูมิกระบวนการไหล 5 สัญลักษณ ไดแก 1. การปฏิบัติงาน (Operation : ) 2. การเคลื่อนยาย (Transportation : ) 3. การตรวจสอบ (Inspection : ) 4. การรอคอย (Waiting : ) 5. การจัดเก็บ (Storage : ) การจัดประเภทของกิจกรรมนี้ชวยใหสามารถทำการวิเคราะหการจำแนกคุณคาของกิจกรรม ประกอบดวย 1. กิจกรรมที่เพิ่มคุณคา (Value Added Activities : VA) คือ กิจกรรมที่ทำใหเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปราง ของวัตถุดิบ หรือการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของวัตถุ หรือสิ่งที่ทำแลวเพิ่มมูลคาใหกับสินคา 2. กิจกรรมที่ไมกอใหเกิดคุณคาแตจำเปนตองมี(Necessary but Non Value Added Activities : NNVA) ความสูญเปลาที่เกิดจากกิจกรรมที่ไมจำเปน แตตองปฏิบัติ 3. กิจกรรมที่ไมกอใหเกิดคุณคาเพิ่ม (Non Value Addrd Activitie : NVA) กิจกรรมที่ไมทำให กระบวนการผลิตเกิดคุณคาเพิ่ม โดยผลจากการวิเคราะหเพื่อแยกประเภทของกิจกรรมในแผนภูมิกระบวนการไหล (Flow Process Chart) และการวิเคราะหการจำแนกคุณคาของกระบวนการทำงาน ไดดังตารางที่ 4.3 ตารางที่ 4.3 จำแนกประเภทและเวลารวมของกิจกรรมการรับและจัดเก็บสินคา กิจกรรมที่ 1 รับเอกสารขอตกลงจากลูกคา 1.95 NNVA กิจกรรมที่ 2 ตรวจสอบความถูกตองของเอกสาร 3.5 NVA กิจกรรมที่ 3 ตรวจสอบรายการของสินคา 4 NVA กิจกรรมที่ 4 ตรวจเช็คสภาพของสินคา 24.6 VA กิจกรรมที่ 5 เซ็นรับสินคา 2.4 NNVA กิจกรรมที่ 6 คัดแยกหมวดหมูของสินคา 10.6 NNVA กิจกรรมที่ 7 ทําความสะอาดสินคา(ซัก/อบ) 90 VA กิจกรรมที่ 8 นําสินคามาตรวจสอบความเสียหายหลังซักกอนเขาพื้นที่จัดเก็บ 10 NNVA กิจกรรมที่ 9 นําสินคาเขาพื้นที่จัดเก็บ 9.7 VA กิจกรรมที่ 10 คียสินคาเขาระบบ 13.7 VA รวมเวลาเวลากระบวนการทํางาน 170.45 ประเภทกิจกรรม กิจกรรมที่ ขั้นตอนการทํางาน เวลาเฉลี่ย (นาที) วิเคราะหคุณคา การรับและจัดเก็บสินคา


24 จากตารางที่ 4.3ผูวิจัยไดทำการแยกประเภทกิจกรรมตามประเภทของกิจกรรมมาตรฐานของ กระบวนการไหล และไดทำกี่วิเคราะหคุณคาของกิจกรรม เพื่อนำมาสรุปไดดังตารางที่ 4.4 ตารางที่ 4.4 เวลาในการดำเนินงานเฉลี่ยรวมของกิจกรรมการรับและจัดเก็บสินคา กิจกรรม จำนวน เวลา(นาที) สัดสวน(%) VA 4 138 81% NNVA 4 24.95 15% NVA 2 7.5 4% รวม 10 170.45 100% จากตารางที่ 4.4 แสดงใหเห็นการจำแนกประเภทของขั้นตอนการทำงานที่สงผลตอเวลาระยะเวลา ของกระบวนการ พบวากิจกรรมการดำเนินงานในการรับและจัดเก็บสินคามีทั้งหมด 3 ประเภท โดยแบงออกเปน กิจกรรมที่เพิ่มคุณคา (VA) 4 กิจกรรม ระยะเวลาเฉลี่ย 138 นาทีคิดเปนรอยละ 81% กิจกรรมที่ไมเพื่อคุณคา แตจำเปนตองมี(NNVA) 4 กิจกรรม ระยะเวลาเฉลี่ย 24.95 นาทีคิดเปนรอยละ 15 % กิจกรรมที่ไมกอให เกิดคุณคาเพิ่ม (NVA) 2 กิจกรรม ระยะเวลาเฉลี่ย 7.5 นาที คิดเปนรอยละ 4% โดยระยะเวลารวมทั้งหมดของ กระบวนการ คือ 170.45 นาที


25 4.3 แผนภูมิแสดงถึงปญหาคอขวดที่เกิดขึ้น จากการเก็บรวบรวมขอมูลทางขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงานของกระบวนการรับสินคา และการจัดเก็บสินคารวมทั้งหมด 9 กิจกรรม จากนั้นไดนำขอมูลเรื่องเวลามาทำแผนภูมิเพื่อวิเคราะหสาเหตุ ของปญหาที่ทำใหเกิดคอขวดในกระบวนการทำงาน (Pareto Chart) โดยเครื่องมือที่ใชทำแผนภูมิไดแก Microsoft Excel ในการแสดงลำดับความสำคัญของปญหาเพื่อนำไปปรับปรุง ดังภาพที่ 4.1 ภาพที่ 4.1 แผนภูมิแสดงถึงปญหาคอขวดที่เกิดขึ้นในกระบวนการรับและจัดเก็บสินคา จากภาพที่ 4.1 เปนกราฟแทงที่แสดงระยะเวลาและกิจกรรมการทำงานในแตละขั้นตอนของการรับ และจัดเก็บสินคา ซึ่งแสดงใหเห็นวา กิจกรรมที่ 7 ทำความสะอาดสินคา(ซัก/อบ) ใชเวลาในการปฏิบัติงานมากที่ สุดแตกิจกรรมที่ 7 นั้นเปนกิจกรรมที่เพิ่มคุณคาใหกับตัวสินคา เนื่องจากเปนการทำความสะอาดสินคาที่ไดรับมา จากผูใชบริการฝากขายกับทางบริษัท และทำความสะอาดสินคา(ซัก/อบ)นั้นตองใชเวลาในการทำงานตาม มาตรฐานของอุปกรณในการทำงาน ทางผูวิจัยจึงมีความเห็นวาควรแกไขขั้นตอนอื่นที่ไมกอใหเกิดคุณคาขึ้นกับตัว สินคาและไมจำเปนตองปฏิบัติโดยใชหลัก ECRS เขามาชวยในการแกไขปญหาในครั้งนี้


26 4.4 การวิเคราะหสาเหตุที่ทำใหกระบวนการทำงานมีปญหา 4.4.1 ระบุปญหาโดยการใชแนวคิดแผนผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) ผูวิจัยไดทำการศึกษาถึงปญหาและสาเหตุในกระบวนการทำงาน โดยการเก็บรวบรวมขอมูลจากการสังเกต กระบวนการในการทำงานในสถานที่ปฏิบัติงานจริง เพื่อศึกษาปญหาและอุปสรรคในกระบวนการทำงาน และทำการระบุสาเหตุของปญหา โดยใชแผนผังแสดงเหตุและผลในการวิเคราะหสาเหตุของปญหา หัวปลาดานขวา หมายถึง ผลที่เกิดจากการปฏิบัติงานและกางปลาหมายถึงสาเหตุของปญหาที่เกิดขึ้น สามารถแบงการวิเคราะห ออกเปน 4 ปจจัย ไดแก ดังภาพที่ 4.2 ภาพที่ 4.2 แผนผังแสดงเหตุและผลของกระบวนการทำงานในคลังสินคา จากการศึกษาแผนผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) ดังภาพที่4.2 เปนการหาสาเหตุ ของปญหาของกระบวนการรับและจัดเก็บสินคามีความลาชา ทางผูวิจัยจึงสรุปได 4 ปจจัย ไดแก ปจจัย ดานบุคลากรปจจัยดานเครื่องจักรและอุปกรณปจจัยดานสิ่งแวดลอม และ ปจจัยดานกระบวนการ ดังนี้ 1. ปจจัยดานบุคลากร 1.1 พนักงานไมมีความพรอมในการทำงาน เนื่องจากยังขาดประสบการณในตำแหนงนั้นๆ 1.2 พนักงานขาดความใสใจในการรับสินคา 1.3 จำนวนพนักงานไมเพียงพอตอการทำงาน 2. ปจจัยดานเครื่องจักรและอุปกรณ 2.1 ไมมีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการจัดเก็บ 3. ปจจัยดานสิ่งแวดลอม 3.1 พื้นที่จัดเก็บไมมีความเปนระเบียบ 3.2 พื้นที่ในการจัดเก็บสินคาไมเพียงพอ 4. ปจจัยดานกระบวนการ 4.1 ไมมีการวางระบบการทำงานและการจัดเก็บสินคาที่ชัดเจน 4.2 ขั้นตอนการทำงานซ้ำซอน ใชระยะเวลานาน


27 4.5แนวทางการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานโดยใชหลัก ECRS หลังจากผูวิจัยไดใชแผนภูมิพาเรโตเพื่อวิเคราะหถึงกิจกรรมที่ทำใหเกิดคอขวดและพบวาขั้นตอน ที่ทำใหเกิดคอขวดเปนขั้นตอนที่สรางคุณคาใหกับสินคา ทางผูวิจัยจึงมีความเห็นวาควรที่จะแกไขขั้นตอนอื่นที่ไม กอใหเกิดคุณคาขึ้นกับตัวสินคาและไมจำเปนตองปฏิบัติ โดยใชหลัก ECRS เขามาชวยในการแกไขปญหาในครั้งนี้ ในงานวิจัยนี้ ผูวิจัยประยุกตใชหลักการ ECRS ในการนำมาปรับปรุงกระบวนการทำงาน โดยมีวิธีการ คือ การกำจัด (Eliminate) ตัดขั้นตอนที่ทำใหเกิดความสูญเปลา ขั้นตอนที่ไมทำใหเกิดคุณคาออกไป การรวมกัน (Combine) ขั้นตอนที่สามารถรวมกันไดแลวทำใหขั้นตอนการทำงานลดลง การทำใหงาย (Simplify) เปนการปรับปรุงวิธีการทำงานหรือสรางอุปกรณชวยใหการทำงานเกิดความงายขึ้น การจัดใหม (Rearrange) การจัดขั้นตอนในกระบวนการใหมใหเกิดความเหมาะสมโดยผูวิจัยทำการเลือกวิธีการในการปรับปรุงมาแกไข เพื่อใหสอดคลองกับปญหาที่เกิดขึ้นมากที่สุด ดังตารางตอไปนี้ ตารางที่ 4.5 การนำหลัก ECRS มาปรับปรุงขั้นตอนการรับและจัดเก็บสินคา จากตารางที่ 4.5 ผูวิจัยไดทำการศึกษาขั้นตอนการรับและจัดเก็บสินคา จึงพบวา กิจกรรมที่ 2 ตรวจสอบ ความถูกตองของเอกสาร เปนกิจกรรมที่ไมกอใหเกิดคุณคาเพิ่ม (NVA) และสามารถที่จะทำการตรวจสอบ ความถูกตองของเอกสารรวมกับการตรวจสอบรายการสินคาได จึงเลือกที่จะใชการกำจัดหรือ Eliminate ในกิจกรรมที่ 2 กิจกรรมที่ 3 การตรวจสอบรายการของสินคา เปนกิจกรรมที่ไมกอใหเกิดคุณคาเพิ่ม (NVA) เนื่องจากการตรวจสอบรายการของสินคา สามารถทำควบคูไปกับกิจกรรมที่ 4 การตรวจเช็คสภาพของสินคา ที่เปนกิจกรรมที่กอใหเกิดคุณคา (VA) ได จึงใชการควบรวมขั้นตอนในการทำงานหรือ Combine ในกิจกรรม ที่ กิจกรรมที่ 3 และ 4 จากเดิมหลังจากรับสินคาและเอกสารมาแลว จะนำเอกสารไปตรวจสอบรายการสินคา เสร็จแลวจึงตรวจเช็คสภาพของสินคา เปลี่ยนเปนใหตรวจสอบรายการสินคาและตรวจเช็คสภาพสินคา ไปพรอมๆกัน ซึ่งการใชหลัก ECRS มาชวยปรับปรุงการทำงานก็จะสามารถลดขั้นตอนการทำงานและระยะเวลา ในการทำงานได กิจกรรมที่ 1 รับเอกสารขอตกลงจากลูกคา 1.95 NNVA กิจกรรมที่ 2 ตรวจสอบความถูกตองของเอกสาร 3.5 NVA กิจกรรมที่ 3 ตรวจสอบรายการของสินคา 4 NVA กิจกรรมที่ 4 ตรวจเช็คสภาพของสินคา 24.6 VA กิจกรรมที่ 5 เซ็นรับสินคา 2.4 NNVA กิจกรรมที่ 6 คัดแยกหมวดหมูของสินคา 10.6 NNVA กิจกรรมที่ 7 ทําความสะอาดสินคา(ซัก/อบ) 90 VA กิจกรรมที่ 8 นําสินคามาตรวจสอบความเสียหายหลังซักกอนเขาพื้นที่จัดเก็บ 10 NNVA กิจกรรมที่ 9 นําสินคาเขาพื้นที่จัดเก็บ 9.7 VA กิจกรรมที่ 10 คียสินคาเขาระบบ 13.7 VA รวมเวลาเวลากระบวนการทํางาน 170.45 กิจกรรมที่ ขั้นตอนการทํางาน เวลาเฉลี่ย (นาที) ประเภทกิจกรรม วิเคราะหคุณคา การรับและจัดเก็บสินคา


28 4.6 เปรียบเทียบขอมูลกอนและหลังทำการปรับปรุงการทำงาน 4.6.1 ขั้นตอนการทำงานของกระบวนการรับและการจัดเก็บสินคาหลังการปรับปรุง หลังจากทำการวิเคราะหโดยใชเครื่องมือ ECRS เพื่อหาแนวทางลดความสูญเปลาที่เกิดขึ้นในกระบวน การรับและการจัดเก็บสินคา ซางจะสามารถสรุปเปนกิจกรรมกรรมภายหลังการปรับปรุงไดดังนี้ ตารางที่ 4.6 ขั้นตอนการรับและจัดเก็บสินคาหลังปรับปรุง ผูวิจัยไดทำการศึกษาขั้นตอนและกระบวนการรับและจัดเก็บสินคา โดยใชหลักการ ESRS จึงพบวา หลังจากการปรับปรุงฝนกนะบวนการรับและจัดเก็บ ใชการกำจัด(Eliminate)หรือตัดขั้นตอนที่ทับซอน ในการทำงานออกไปเปนจำนวน 1 กิจกรรม คือ การตรวจสอบความถูกตองของเอกสารและใชการการควบรวม (Combine) ขั้นตอนในการทำงานเขาดวยกัน 2 กิจกรรม คือ การตรวจสอบรายการของสินคาและการตรวจเช็ค สภาพของสินคา ทำใหสามารถลดขั้นตอนการทำงานที่ทับซอนและลดระยะเวลาในการทำงานลงได กิจกรรมที่ 1 รับเอกสารขอตกลงจากลูกคา 1.95 NNVA กิจกรรมที่ 2 ตรวจสอบรายการและเช็คสภาพของสินคา 25.8 VA กิจกรรมที่ 3 เซ็นรับสินคา 1 NNVA กิจกรรมที่ 4 คัดแยกหมวดหมูของสินคา 10.6 NNVA กิจกรรมที่ 5 ทําความสะอาดสินคา(ซัก/อบ) 90 VA กิจกรรมที่ 6 นําสินคามาตรวจสอบความเสียหายหลังซักกอนเขาพื้นที่จัดเก็บ 10.0 NNVA กิจกรรมที่ 7 นําสินคาเขาพื้นที่จัดเก็บ 9.7 VA กิจกรรมที่ 8 คียสินคาเขาระบบ 13.7 VA รวมเวลาเวลากระบวนการทํางาน 162.75 กิจกรรมที่ ขั้นตอนการทํางาน เวลาเฉลี่ย (นาที) ประเภทกิจกรรม วิเคราะหคุณคา การรับและจัดเก็บสินคา


29 ตารางที่ 4.7 เวลาในการดำเนินงานเฉลี่ยรวมของกิจกรรมการรับและจัดเก็บสินคาหลังการปรับปรุง กิจกรรม จำนวน เวลา(นาที) สัดสวน(%) VA 4 139.2 86% NNVA 4 23.6 14% NVA 0 0 0% รวม 8 162.75 100% จากตารางที่ 4.7 พบวากิจกรรมการรับและจัดเก็บสินคามีขั้นตอนการทำงานที่ลดลง จาก 10 ขั้นตอน เหลือ 8 ขั้นตอน โดยกิจกรรมที่เพิ่มคุณคา (VA) 4 ขั้นตอน ระยะเวลาเฉลี่ย 139.2 นาที คิดเปนรอยละ 86% กิจกรรมที่ไมเพื่อคุณคาแตจำเปนตองมี(NNVA) 4 ขั้นตอน ระยะเวลาเฉลี่ย 23.6 นาที คิดเปนรอยละ 14% กิจกรรมที่ไมกอใหเกิดคุณคาเพิ่ม (NVA) ไมมีกิจกรรมที่ไมกอใหเกิดคุณคา โดยระยะเวลาในการทำงานรวม ลดลงเหลือ 162.75 นาที 4.6.2 การเปรียบเทียบการทำงานของกระบวนการรับและจัดเก็บสินคาหลังการปรังปรุง ตารางที่ 4.8 การเปรียบเทียบขั้นตอนและระยะเวลาการทำงานกอนและหลังการแกไขปญหา กิจกรรม กอนปรับปรุง หลังปรับปรุง ผลลัพธ การรับสินคา 7 5 ขั้นตอนการทำงานลดลง 2 ขั้นตอน เวลาในการดำเนินงาน (นาที) 137.05 129.35 เวลาลดลง 7.7 นาที การจัดเก็บสินคา 3 3 ไมมีการเปลี่ยนแปลง เวลาในการดำเนินงาน (นาที) 33.4 33.4 ไมมีการเปลี่ยนแปลง จากตารางที่4.8 พบวาหลังจากปรับปรุงขั้นตอนการรับสินคาโดยขั้นตอนการทำงานลดลงจาก 7 ขั้นตอน เหลือ 5 ขั้นตอน และเวลาลดลงจาก 137.05 นาที เหลือ 129.35 นาที ซึ่งลดลงไป 7.7 นาทีและขั้นตอนการ จัดเก็บสินคา ไมมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากกิจกรรมในขั้นตอนการจัดเก็บสินคา เปนกิจกรรมที่สรางคุณคาใหกับ สินคา และกิจกรรมที่ไมสรางคุณคาแตจำเปนที่จะตองทำทั้งหมด จึงไมมีการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนการจัดเก็บ สินคาซึ่ง จะมีขั้นตอนการทำงานอยู 3 ขั้นตอน ใชระยะเวลาทั้งหมด 33.4 นาที


30 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย การอภิปรายผล และขอเสนอแนะ การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับและจัดเก็บสินคา กรณีศึกษา บริษัท แวรสแวป จำกัด เพื่อศึกษาปญหาและสาเหตุที่ทำใหกระบวนการรับและจัดเก็บสินคาเกิดความลาชาจากการใชระยะเวลา ในกระบวนการมาจนเกินไป โดยเริ่มจากการสังเกตกระบวนการทำงานภายในบริษัทและสัมภาษณพนักงาน ที่เกี่ยวของ เพื่อรวบรวมขอมูลในการรับและจัดเก็บสินคา จากนั้นจึงนำขอมูลมาวิเคราะหถึงปญหาที่เกิดขึ้น ในขั้นตอนการทำงาน โดยใชเครื่องมือและแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวของเขามาชวย เพื่อเสนอแนวทางการแกไขปญหา และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน 5.1 สรุปผลการวิจัย ในการศึกษาขอมูลเบื้องตนและปญหาในการรับและจัดเก็บสินคา กรณีศึกษา บริษัท แวรสแวป จำกัด ดวยวิธีการเก็บรวบรวมขอมูล การสังเกตขั้นตอนในการปฏิบัติงานจริง ซึ่งผูวิจัยไดศึกษากระบวนการรับ และจัดเก็บสินคา ทางผูวิจัยไดทำการเก็บขอมูลทางดานเวลาของขั้นตอนแตละกระบวนการการทำงาน มีการวิเคราะหปญหาและสาเหตุของกระบวนการทำงานโดยใชแนวคิดแผนผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) เพื่อทราบปญหาจากปจจัยดานลางหลังจากนั้นจึงนำขอมูลจากกิจกรรมการทำงาน มาทำการวิเคราะหโดยใชแผนภูมิกระบวนการไหล (Flow Process Chart) ของแตละขั้นตอนกระบวนการทำงาน เพื่อเปนเครื่องมือที่แสดงใหเห็นถึงกิจกรรมตางๆ ในกระบวนการวากิจกรรมใดเปนกิจกรรมที่ใชเวลารอคอย และใชเครื่องมือพาเรโต (Pareto) เปนเครื่องมือหนึ่งที่ใชแสดงรายละเอียดเวลาการทำงานของกระบวนการรับ และจัดเก็บสินคาวากิจกรรมไหนที่ใชเวลาทำงานนานที่สุด โดยใชหลักการ ECRS ชวยในการแกไขปญหา โดยการกำจัดการรวมกิจกรรม และการทำใหงาย เพื่อลดขั้นตอนกระบวนการทำงาน รวมถึงการทำใหเวลา ในการทำงานลดลง 1. การวิเคราะหปญหาที่เกิดขึ้นโดยใชแผนผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) โดยแยกออกเปน 4 หัวขอไดดังนี้ 1.1 ดานบุคลากร พนักงานไมมีความพรอมในการทำงาน เนื่องจากขาดประสบการณในตำแหนงนั้น พนักงานขาดความใสใจในการรับสินคาและจำนวนพนักงานไมเพียงพอตอการทำงาน สงผลใหการทำงาน ใชเวลามากขึ้น 1.2 ดานเครื่องจักรและอุปกรณ ไมมีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการจัดเก็บ 1.3 ดานสิ่งแวดลอม พื้นที่จัดเก็บไมมีความเปนระเบียบและพื้นที่ในการจัดเก็บสินคาไมเพียงพอ 1.4 ดานกระบวนการ ไมมีการวางระบบการทำงานและการจัดเก็บสินคาที่ชัดเจนขั้นตอนการทำงาน ซ้ำซอน ใชระยะเวลานาน


31 2. การวิเคราะหโดยใชแผนภูมิกระบวนการไหล (Flow Process Chart) ของแตละขั้นตอนกระบวน การทำงาน และใชหลักการ ECRS ในการนำมาใชปรับปรุงกระบวนการทำงาน 2.1 การรับสินคา (Receiving) กอนทำการปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้งหมด 7 ขั้นตอน โดยใช ระยะเวลาในการทำงานทั้งหมด 137.05 นาทีซึ่งหลังจากการปรับปรุงพบวาขั้นตอนการทำงานลดลงเหลือ 5 ขั้นตอน และเวลาลดลงเหลือ 129.35 นาที ซึ่งลดลงไป 7.7 นาที 2.2 การจัดเก็บสินคา (Storage) กอนทำการปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้งหมด 3 ขั้นตอน โดยใช ระยะเวลาในการทำงานทั้งหมด 33.4 นาที ซึ่งหลังจากการปรับปรุงพบวาในขั้นตอนการจัดเก็บสินคาไมมี การเปลี่ยนแปลงเนื่องจากทั้ง 3 กิจกรรม เปนกิจกรรมที่สรางคุณคาใหกับสินคา และกิจกรรมที่ไมสรางคุณคา แตจำเปนที่จะตองทำทั้งหมด จึงไมมีการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนการจัดเก็บสินคา 5.2 การอภิปรายผล จากการวิจัย เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับและจัดเก็บสินคา กรณีศึกษา บริษัท แวรสแวป จำกัด เพื่อหาขั้นตอนและสาเหตุที่ทำใหกระบวนการรับและจัดเก็บสินคาเกิดความลาชาและการหาแนวทาง ในการลดระยะเวลาการรอคอยที่เกิดขึ้นในขั้นตอนกระบวนการทำงาน พบวาขั้นตอนที่ทำใหการทำงาน เกิดความลาชา คือขั้นตอนการรับสินคา จากการวิเคราะหปญหาที่เกิดขึ้นโดย แผนผังกางปลา (Fishbone Diagram) สามารถจำแนกหัวขอไดดังนี้ 1. ดานพนักงาน ประกอบดวย - พนักงานไมมีความพรอมในการทำงาน - พนักงานขาดความใสใจในการรับสินคา - พนักงานไมเพียงพอตอการทำงาน 2. ดานเครื่องมือ ประกอบดวย - ไมมีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกดานการจัดเก็บ 3. ดานสถานที่ ประกอบดวย - พื้นที่จัดเก็บไมมีความเปนระเบียบ - พื้นที่จัดเก็บสินคาไมเพียงพอ 4. ดานวิธีการปฏิบัติการ ประกอบดวย - ไมมีการวางระบบการทำงานและการจัดเก็บสินคามีความลาชา และผูวิจัยไดหลังจากที่ผูวิจัยทราบปญหาที่เกิดขึ้นในขั้นตอนของการรับและจัดเก็บสินคาจึง ไดนำหลัก ECRS มาแกไขและปรับปรุงกระบวนการทำงานในครั้งนี้ พบวาการทำงานในบริษัทใชระยะเวลา ในการปฏิบัติงานนอยลง จากเดิม 7 ขั้นตอน เหลือ 5 ขั้นตอน และเวลาลดลงจาก 137.05 นาที เหลือ 129.35 นาที ซึ่งลดลงไป 7.7 นาที และขั้นตอนการจัดเก็บสินคา ไมมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากกิจกรรมใน ขั้นตอนการจัดเก็บสินคา เปนกิจกรรมที่สรางคุณคาใหกับสินคา และกิจกรรมที่ไมสรางคุณคาแตจำเปนที่จะ


32 ตองทำทั้งหมด จึงไมมีการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนการจัดเก็บสินคาซึ่ง จะมีขั้นตอนการทำงานอยู 3 ขั้นตอน ใชระยะเวลาทั้งหมด 33.4 นาทีและจากการนำหลัก ECRS มาชวยในการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานและลด ระยะเวลาในการทำงานไดแลว ยังลดแรงงานคนในกิจกรรมที่ไดทำการกำจัดออกไปไดอีกดวย ซึ่งจะสอดคลองกับ งานวิจัยของอินทัช ประชานันท, จันทรจิรา สอนดา, วิภาวรรณ แสงสาคร, กนกนิภา เกงกานา นราตรีกุลสอนคง และอัจฉรา สุทธิประภา (2564) ศึกษาการจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของคลังสินคา และการจัดเก็บสินคา กรณีศึกษาบริษัท เอ็กซเดฟ จำกัด มีวัตถุประสงคเพื่อวิเคราะหปญหาที่เกิดขึ้นจากการจัดการสินคาคงคลังขาด ประสิทธิภาพและนำเสนอแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินคาคงคลังโดยการศึกษาขอมูลจาก สภาพแวดลอมจริง จัดเก็บขอมูลสินคาคงคลัง การสัมภาษณพนักงานผูปฏิบัติงานที่เกี่ยวของกับการจัดการสินคา คงคลัง จากนั้นทำการวิเคราะหหาปญหา นำผลที่ไดมาวิเคราะหใหเขาใจถึงความหมาย และนำสิ่งที่ผิดพลาดมา แกไขใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผลการวิจัย พบวา 1) สาเหตุของปญหาจากการวิเคราะหกระบวนการทำงาน คือ ไมมีระบบการจัดการสินคาคงคลังที่เปนมาตรฐานเหมาะสมในการจัดเก็บกระบวนการดูแลระบบการจัดการ คลังสินคายังไมเปนระเบียบเกิดความผิดพลาดในดานจำนวนสินคาจัดเก็บ การเบิกจายหรือการเตรียมของสงลูกคา เกิดความผิดพลาดเกิดการสูญเสียในเรื่องการสงมอบชิ้นงานลาชาไมทันตามกำหนดเวลาเกิดปญหาการดำเนินงาน ผลิตขาดชวงไปในบางผลิตภัณฑทำใหเกิดปญหาความลาชาในการจัดเตรียมผลิตภัณฑสงลูกคา 2) แนวทางการ แกไขเพื่อการลดความสูญเปลาดวยหลัก ECRS พบวา E=การกำจัด (Eliminate) ในสวนการผลิตที่มากเกินความ จำเปน ลดการเคลื่อนยายที่ไมจำเปน C =การรวมกัน (Combine) สามารถลดการทำงานที่ไมจำเปน โดยการรวม ขั้นตอนเขาดวยกัน R = การจัดใหม (Rearrange) การจัดหาขั้นตอนใหมเพื่อลดกระบวนการบางอยางที่ไมจำเปน S = การทำใหงาน (Simplify) การปรับปรุงการทำงานใหงาย และสะดวกขึ้น จากการแบงกลุมสินคาคงคลัง ตามลำดับประเภท ขนาด วัสดุและความสำคัญ การกำหนดความถี่ในการตรวจนับสินคาคงคลังทำใหขอมูลสินคา คงคลังมีความแมนยำจากเดิม 55%เปน 95% เพิ่มขึ้น 40% ปญหาการดำเนินงานผลิตขาดชวงลดลงเดิม 50% เหลือ 20% รวมถึงประสิทธิภาพในการสงมอบลูกคาจากเดิม 80% เปน 100% สามารถชวยใหคลังสินคา สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคลังสินคา และเพิ่มความพึงพอใจของลูกคา 5.3 ขอจำกัดในการศึกษา 1. มีระยะเวลาในการเก็บขอมูลในการศึกษารายงานวิจัยนอย โดยมีระยะเวลา 4 เดือน คือ ตั้งแต เดือนกรกฎาคม ปพ.ศ. 2566 ถึง เดือนตุลาคม ปพ.ศ. 2566 2. การเก็บขอมูลนั้นสามารถขอขอมูลไดยาก เนื่องจากขอมูลบางอยางไมสามารถเปดเผยได 3. บริษัทที่นักศึกษาไดเขาไปฝกสหกิจศึกษาเปนบริษัทที่มีขนาดเล็กและยังอยูในชวงปรับปรุงระบบ ทำใหรูปแบบการทำงานยังไมมีความเปนระบบที่ชัดเจน


33 5.4 ขอเสนอแนะ ในการศึกษาขอมูลเบื้องตนและสภาพปญหากระบวนการรับและจัดเก็บสินคา กรณีศึกษา บริษัท แวรสแวป จำกัด เปนงานวิจัยในการนำเสนอแนวทางการแกไขปญหา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวน การทำงาน การที่จะทำใหงานวิจัยฉบับนี้มีความสมบูรณและครบถวน มากยิ่งขึ้น สามารถเพิ่มเติมดวยสิ่งตางๆ ดังตอไปนี้ 1. การลดความสูญเปลาที่เกิดขึ้นที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงาน จะตองมีการทำความเขาใจเกี่ยวกับ ขั้นตอนแตละขั้นตอนในกระบวนการทำงานอยางละเอียด เพื่อใหสามารถทำการปรับปรุงแกไข ไดอยางถูกตอง 2. ควรมีการนำเทคนิค (LEAN) มาศึกษาตอในขั้นตอนการทำงานเพื่อหาแนวทางในการปรับปรุง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานใหมีมากยิ่งขึ้น


34 บรรณานุกรม สุริยาพร ปานทอง. (2562). กระบวนการและจัดสมดุลสายการผลิตแผนกผลิตทอนำความรอน. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร จังหวัดปทุมธานี. ปรัชภรณ เศรษฐเสถียร. (2562). การเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการคลังสินคา. มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี อติกานต มวงเงิน. (2562). การประยุกตใชเทคนิคแบบลีน (ECRS+IT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ ทำงานระบบตูรับคืนหนังสืออัตโนมัติ สำนักบรรณสารการพัฒนาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร. สำนักบรรณสารการพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร. กรกนก วิสมกา. (2563). การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตในการผลิตเสนลายวงจรที่กระบวนการผลิตขั้นตอน สุดทาย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร. โชติรส แซอึ้ง. (2564). การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินคาคงคลังประเภทอะไหลรถยนต. จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. ธีรวัฒน แกนในเมือง. (2564) การใชวิธีวิเคราะหเอฟเอสเอ็นและอีซีอารเอสสำหรับการปรับปรุงประสิทธิภาพการ จัดการคลังสินคา: กรณีศึกษาบริษัท AAA. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร. อินทัช ประชานันท, จันทรจิรา สอนดา, วิภาวรรณ แสงสาคร, กนกนิภา เกงกานา นราตรีกุลสอนคง และอัจฉรา สุทธิประภา. (2564). การศึกษาการจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของคลังสินคา และการจัดเก็บสินคา กรณีศึกษา บริษัท เอ็กซเดฟ จำกัด. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.


35 ภาคผนวก


36 ผลอักขราวิสุทธิ์


37 ประวัติผูเขียน ชื่อ-นามสกุล นางสาวสุธาทิพย รุจิโฉม วัน เดือน ป เกิด 4 ตุลาคม 2544 รหัสนักศึกษา 116310509527-2 ภูมิลำเนา 41 ม.12 ต.เชียงรากนอย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา 13180 ประวัติการศึกษา : มัธยมศึกษาตอนตน โรงเรียนยอแซฟอยุธยา มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ ในพระบรมราชูปถัมภ ระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ชื่อ-นามสกุล นางสาวณัฐกานต เกิดสวัสดิ์ วัน เดือน ป เกิด 13 มกราคม 2545 รหัสนักศึกษา 116310509425-9 ภูมิลำเนา 28/2 ม.2 ต.ไชยมนตรี อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช 80000 ประวัติการศึกษา : มัธยมศึกษาตอนตน โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย ระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ชื่อ-นามสกุล นางสาววราภรณ แกวเกิด วัน เดือน ป เกิด 22 กรกฎาคม 2544 รหัสนักศึกษา 116310509522-3 ภูมิลำเนา 100/558 ม.1 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130 ประวัติการศึกษา : มัธยมศึกษาตอนตน โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


Click to View FlipBook Version