การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับและจัดเก็บสินค้า กรณีศึกษา บริษัท แวร์สแวป จำกัด
การศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับและจัดเก็บสินค้าฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาขั้นตอนกระบวนการทำงานของการรับและจัดเก็บสินค้าและเสนอแนวทางการลดระยะเวลาการรอคอยที่เกิดจากการมีขั้นตอนกระบวนการทำงานที่ไม่จำเป็น กรณีศึกษา บริษัท แวร์สแวป จำกัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการจัดเก็บสินค้าให้องค์กรมีข้อมูลและผลการวิเคราะห์ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการช่วยปรับปรุงกระบวนการจัดเก็บสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ศึกษาได้เลือกใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล การสังเกตขั้นตอน
ในการปฏิบัติงานจริง ซึ่งผู้วิจัยได้ศึกษากระบวนการรับและจัดเก็บสินค้า ทางผู้วิจัยได้ทำการเก็บข้อมูลทางด้านเวลาของขั้นตอนแต่ละกระบวนการการทำงาน มีการวิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุของกระบวนการทำงาน
โดยใช้แนวคิดแผนผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) เพื่อทราบปัญหาจากปัจจัยด้านล่างหลังจากนั้นจึงนำข้อมูลจากกิจกรรมการทำงานมาทำการวิเคราะห์โดยใช้แผนภูมิกระบวนการไหล (Flow Process Chart) ของแต่ละขั้นตอนกระบวนการทำงาน เพื่อเป็นเครื่องมือที่แสดงให้เห็นถึงกิจกรรมต่างๆ ในกระบวนการว่า กิจกรรมใดเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลารอคอย และใช้เครื่องมือพาเรโต (Pareto) เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้
แสดงรายละเอียดเวลาการทำงานของกระบวนการรับและจัดเก็บสินค้าว่ากิจกรรมไหนที่ใช้เวลาทำงานนานที่สุด โดยใช้หลักการ ECRS ช่วยในการแก้ไขปัญหาโดยการกำจัดการรวมกิจกรรม และการทำให้ง่าย เพื่อลดขั้นตอนกระบวนการทำงาน รวมถึงการทำให้เวลาในการทำงานลดลง ผลการศึกษาพบว่าการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้แผนผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) โดยแยกออกเป็น 4 หัวข้อได้ดังนี้ ด้านบุคลากร พนักงานไม่มีความพร้อมในการทำงาน เนื่องจากขาดประสบการณ์ในตำแหน่งนั้นๆ พนักงานขาดความใส่ใจ ในการรับสินค้าและจำนวนพนักงานไม่เพียงพอต่อการทำงาน ส่งผลให้การทำงานใช้เวลามากขึ้น ด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์ ไม่มีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการจัดเก็บ ด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่จัดเก็บไม่มีความเป็นระเบียบและพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้าไม่เพียงพอด้านกระบวนการ ไม่มีการวางระบบการทำงานและการจัดเก็บสินค้าที่ชัดเจนขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อน ใช้ระยะเวลานาน การวิเคราะห์โดยใช้แผนภูมิกระบวนการไหล
(Flow Process Chart) ของแต่ละขั้นตอนกระบวนการทำงาน และใช้หลักการ ECRS ในการนำมาใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงาน การรับสินค้า (Receiving) ก่อนทำการปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้งหมด 7 ขั้นตอน
โดยใช้ระยะเวลาในการทำงานทั้งหมด 137.05 นาที ซึ่งหลังจากการปรับปรุงพบว่าขั้นตอนการทำงานลดลงเหลือ 5 ขั้นตอน และเวลาลดลง เหลือ 129.35 นาที ซึ่งลดลงไป 7.7 นาที การจัดเก็บสินค้า (Storage) ก่อนทำการปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้งหมด 3 ขั้นตอน โดยใช้ระยะเวลาในการทำงานทั้งหมด 33.4 นาที
ซึ่งหลังจากการปรับปรุงพบว่าในขั้นตอนการจัดเก็บสินค้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากทั้ง 3 กิจกรรม เป็นกิจกรรมที่สร้างคุณค่าให้กับสินค้า และกิจกรรมที่ไม่สร้างคุณค่าแต่จำเป็นที่จะต้องทำทั้งหมด จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนการจัดเก็บสินค้า
-
Follow
-
0
-
Embed
-
Share
-
Upload