จังหวัดพัทลุง
อำเภอเขาชัยสน
@พัทลุง
คำนำ
@พัทลุง
e-book เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาวัฒนธรรมสังคมดิจิทัล
ซึ่งเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับมรดกวัฒนธรรมอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ประกอบไปด้วย
หัวข้อเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร และภูมิปัญญาของอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง
ขอขอบคุณอาจารย์พนัชกร พิทธิยะกุลที่ให้คำปรึกษา แนะนำและให้ความช่วยเหลือ
จนทำให้ e-book สำเร็จลุล่วงไปได้ดี หวังเป็นอย่างยิ่งว่า e-book เล่มนี้จะเป็น
ประโยชน์ต่อผู้ศึกษาได้เป็นอย่างดี และเป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอน
ตลอดจนนำไป สู่การสร้างสรรค์ผลงานของผู้เรียนต่อไป
คณะผู้จัดทำ
สารบ
ัญ
เรื่อง
หน้า
1.สถานที่ท่องเที่ยว 1
- ธารน้ำเย็นเขาชัยสน 8
- ถ้ำน้ำเย็นเขาชัยสน 14
18
- บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน 21
-- ตถ้ำำหพนรัะกหลวงปู่เจ้าเขา
2-.อยาาหหานรม 24
27
- ข้าวสังข์หยด
3. ภูมิปัญญา 30
33-34
- หนังตะลุง
4.นวัตกรรม
1.สถานที่ท่องเที่ยว
ธารน้ำเย็นเขาชัยสน #1
@พัทลุง
ธารน้ำเย็นเขาชัยสน #1
@พัทลุง
ลักษณะจุดเด่นของธารน้ำเย็น เป็นเชิงหน้าผา
ภูเขาชัยสน บริเวณด้านล่างมีน้ำไหลลอดผ่านมา
จากในถ้ำ ทำให้น้ำบริเวณดังกล่าวมีความเย็น
กว่าปกติ และบริเวณโดยรอบมีต้นไม้ขึ้นล้อมรอบ
มีความร่มรื่น
ทำให้ อบต.เขาชัยสนได้พัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีความสวยงามเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
มีรูปปั้นที่สื่อถึงวิถีชาวบ้านในชนบทโดยเฉพาะอาชีพการทำนาโดยใช้ควายของชาวนาพัทลุง
แบบดั้งเดิม อีกทั้งยังมีรูปปั้นคนพัทลุงสมัยโบราณที่มีสภาพร่างกายบึกบึนแข็งแรง
ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เซลฟี่เก็บภาพเป็นที่ระลึก #1
ธารน้ำเย็นเขาชัยสน #1
@พัทลุ
ง
#2
ธารน้ำเย็นเขาชัยสน #1
@พัทลุ
ง
#3
ธารน้ำเย็นเขาชัยสน #1
@พัทลุ
ง
#4
ธารน้ำเย็นเขาชัยสน #1
@พัทลุ
ง
#5
ธารน้ำเย็นเขาชัยสน #1
@พัทลุ
ง
#6
แผนที่ธารน้ำเย็นเขาชัยสน #1
@พัทลุง
#7
ถ้ำน้ำเย็นเขาชัยสน #2
@พัทลุง
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ภายในมีหินงอก
หินย้อย มีระยะทาง 500 - 600 เมตร มีทางน้ำไหลผ่าน
จึงต้องใช้เรือล่องตามลำน้ำเข้าไปเพื่อชมความสวยงาม
ของหินงอกหินย้อยภายในถ้ำ
#8
ถ้ำน้ำเย็นเขาชัยสน #2
@พัทลุง
#9
ถ้ำน้ำเย็นเขาชัยสน #2
@พัทลุง
#10
ถ้ำน้ำเย็นเขาชัยสน #2
@พัทลุง
#11
ถ้ำน้ำเย็นเขาชัยสน #2
@พัทลุง
#12
ถ้ำน้ำเย็นเขาชัยสน #2
@พัทลุง
#13
บ่อน้ำร้อน
เขาชัยสน #3
@พัทลุง
#14
บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน #3
@พัทลุง
บ่อน้ำร้อนหรือพุน้ำร้อนตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 3 ตำบล
เขาชัยสน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง เป็นสถานที่
ที่มีน้ำร้อนจากใต้ดินเป็นน้ำพุ่งขึ้นมาผ่านตามช่อง
เปิดใต้ดินที่มีโครงสร้างหลายลักษณะต่างกัน
น้ำพุร้อนนั้น จะมีอุณหภูมิสูงกว่าน้ำที่ไม่มีการพุ่งขึ้นมาแต่ไหลมาขังอยู่ในแอ่ง
พื้นโลกเรียกว่า "บ่อน้ำร้อน" บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน เป็นแอ่งน้ำร้อนประมาณ
60 องศา-เซลเซียส อยู่บริเวณเชิงเขาชัยสน อุณหภูมิของน้ำสูงขึ้นหากได้รับ
แรงสะเทือนมีน้ำร้อนไหลตลอดเวลา #15
บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน #3
@พัทลุง
#16
บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน #3
@พัทลุง
#17
ถ้ำพระ #4
@พัทลุง
#18
ถ้ำพระ #4 #19
@พัทลุง
ถ้ำพระนี้ มีบันไดให้เดินขึ้นไปไม่สูงมากนัก
โดยชั้นแรกจะเจอกับลานกว้างหน้าถ้ำ มีลักษณะเหมือน
ห้องโถงแบบเปิด มองขึ้นไปจะเห็นต้นไม้น้อยใหญ่ห้อย
ย้อยลงมาสวยงาม ข้างในห้องแรกมีบ่อน้ำที่คนที่นี่เชื่อกัน
ว่าศักดิ์สิทธิ์สามารถนำไปต้มยาได้ เข้าไปลึกอีกหน่อย
จะมีเสาไม้ที่ถูกแกะสลักให้คล้ายพระพุทธรูป ให้สักการะ
บูชา พร้อมกับภาพเขียนบนฝาผนังถ้ำ ซึ่งเป็นตอนต่าง ๆ
ที่เกี่ยวกับพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า
ถ้ำพระ#4
@พัทลุง
#20
ตำหนักหลวงปู่เจ้าเขา #5
@พัทลุง
#21
ตำหนักหลวงปู่เจ้าเขา #5 #22
@พัทลุง
ปีพ.ศ 2488 นายวินัย พงษ์ธนานิกร อาชีพขายน้ำชาอยู่ที่ตลาด
บางแก้ว ตำบลท่ามะเดื่อ อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ได้ล้มป่วย
ไอออกมาเป็นเลือด อาการหนักมากรักษาอย่างไรก็ไม่หาย ชาวบ้านต่าง
พูดเป็นเสียงเดียวกันคงไม่รอดแน่ อยู่มาคืนหนึ่งได้เกิดปาฏิหาริย์ ขณะที่
นายวินัยกำลังเคลิ้มหลับ ฝันว่ามีชายรูปร่างสูงใหญ่ หนวดเครายาว
นุ่งโจงกระเบน ตาโต ผิวดำปากแดงคล้ายเคี้ยวหมากมาได้มาอุ้มนายวินัย
ไปวางไว้ที่หน้าเชิงเขาวัดถ้ำพระแห่งนี้ จากนั้นได้เอามีดผ่าท้อง
ควักเอาปอดออกมาล้างน้ำแล้วยัดกลับไปที่เดิมพร้อมกับพูดว่าหายแล้วนะ
ปู่เป็นเจ้าเขาอยู่แถวนี้แหละพอพูดจบก็เดินขึ้นเขาไป
ตำหนักหลวงปู่เจ้าเขา #5 #23
@พัทลุง
วันรุ่งขึ้น นายวินัยตื่นนอนแต่เช้าอาการไอออกมาเป็นเลือดก็หายเป็น
ปลิดทิ้ง สร้างความประหลาดใจต่อผู้คนทั้งหมู่บ้าน นายวินัยจึงได้ตั้งจิตอธิษฐาน
ว่าครั้งนี้หลวงปู่เจ้าเขาได้มาช่วยชีวิตไว้หากวันข้างหน้ามีฐานะ
ดีขึ้นจะขอสร้างรูปปั้นหลวงปู่เจ้าเขาเพื่อสักการะบูชา เพื่อเป็นสิริมงคลต่อ
ลูกหลานและชาวบ้านที่มากราบไหว้ 29 ปีผ่านไปตรงกับวันที่ 17 มีนาคม 2517
รูปปั้นของหลวงปู่เจ้าเขาได้สร้างสำเร็จดังปณิธานของนายวินัย พงษ์ธนานิกร
จึงได้ทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญหลวงปู่เจ้าเขามาประดิษฐาน ณ หน้าวัดถ้ำพระ
แห่งนี้ตามที่นิมิตไว้เป็นที่เหตุบังเอิญหรือเป็นอภินิหารของหลวงปู่เจ้าเขา
2.อาหาร
ยาหนม #6
@พัทลุง
#24
ยาหนม #6 #25
@พัทลุง
การทำขนมกาละแมในสมัยก่อนกวนกินกันเวลามีเทศกาล
ทำบุญพิธีต่าง ๆ ในหมู่บ้าน เช่น แต่งงาน บวชนาค ทอดกฐิน
ขึ้นบ้านใหม่ ทำกันในหมู่ญาติ ในสมัย ราว พ.ศ. 2470 – 2480
เรียกว่า “ยาหนม หรือ กะยาหนม”
แต่ในภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเรียกเป็น “กาละแม” เดิมกาละแม
นิยมทำกันอยู่ 3 รส คือรสธรรมดา(รสดั้งเดิม) รสกะทิ และ
รสใบเตย แต่ในปัจจุบันได้มีการประยุกต์รสชาติตามสูตรของ
แต่ละร้าน
ยาหนม #6
@พัทลุง
สำหรับส่วนผสมของ ยาหนม 1 กระทะใบบัว จะประกอบไปด้วย
1.แป้งข้าวเหนียว
2.น้ำตาลปี๊บ
3.น้ำกะทิสด ซึ่งคั้นจากมะพร้าว หรือมะพร้าวที่ขูดแล้ว คั้นเอาน้ำกะทิได้
4.แป้งข้าวเหนียว
5.ผสมกันลงในกระทะใบบัว ขยำแป้ง และน้ำตาลให้เข้ากันอย่าให้เป็นก้อน
6.ตั้งบนเตาไฟ ซึ่งมีช่องใส่ฟืน 3 ด้าน ตรงกลางเป็นที่ตั้งกระทะ ใช้ไฟอ่อน
7.วัสดุที่กวน จะใช้ไม้พาย มีด้ามยาวประมาณ 1 เมตรครึ่ง โดยในการกวน ถ้าไฟแรงขนมจะไหม้
8.ใช้เวลากวนประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง จนขนมสีน้ำตาลแก่ปนดำ ก็ใช้ได้
9.ก่อนตักขนมใส่ภาชนะที่ต้องการ เช่น ปี๊บ ถาด หม้อ กะละมัง หรือใส่ถั่วลิสงคั่วลงไปด้วย ทำให้หอม และอร่อย #26
ข้าวสังข์หยด #7
@พัทลุง
#27
ข้าวสังข์หยด #7
@พัทลุง
ข้าวสังข์หยดเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองจังหวัดพัทลุงที่มี
การปลูกและเป็นที่นิยมในท้องถิ่นมานานหลายชั่วอายุคน
แล้ว โดยเป็นข้าวนาสวนที่มีคุณภาพ ต้านทานต่อโรค และ
แมลงศัตรูพืช สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดี
และที่สำคัญเมื่อหุงสุกแล้ว ข้าวสังข์หยด จะมีความอ่อนนุ่ม
ค่อนข้างเหนียว
#28
ข้าวสังข์หยด #7 #29
@พัทลุง
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2549 ข้าวสังข์หยดพัทลุงยังได้รับ
คำประกาศรับรองให้เป็น "สินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์" หรือข้าว จีไอ
(GI) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ.2546
โดยใช้ชื่อว่า "ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง
"นับเป็นข้าวจีไอพันธุ์แรกของประเทศไทยซึ่งชาวนาพัทลุงต่าง
ภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รักษามรดก ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไว้ได้จนถึง
วันนี้ และได้รับการคุ้มครองสิทธิให้แก่ชุมชนผู้ผลิต ข้าวสังข์หยดใน
จังหวัดพัทลุง
3. ภูมิปัญญา
หนังตะลุง #8
@พัทลุง
#30
หนังตะลุง #8
@พัทลุง
กลุ่มผู้ผลิต กลุ่มแกะรูปหนังตะลุงหน้าถ้ำพระ
บ้านเลขที่ 427 หมู่ที่ 3 ตำบลเขาชัยสน อำเภอเขาชัยสน
จังหวัดพัทลุง
ประวัติ “หนังตะลุง”เป็นคำเรียกขานการแสดงพื้นบ้านที่นิยมแพร่หลายทั่วไปในภาคใต้
แสดงโดยการเชิดตัวหนังให้เคลื่อนไหวกิริยาให้เข้ารับบทพากย์ ผูกเรื่องให้สนุกสนาน
สะท้อนสังคม การเมือง เดิมการแกะหนังตะลุงเป็นการแกะเพื่อใช้สำหรับการแสดงมหรสพ
พื้นบ้านโดยเฉพาะ รูปที่แกะส่วนมาก คือตัวที่ใช้ในการแสดงเช่น ตัวฤาษี ตัวพระ
ตัวนาง หนูนุ้ย เท่ง ทอง เป็นต้น #31
หนังตะลุง #8
@พัทลุง
ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้เหมาะกับ
การนำเป็นของขวัญของฝากที่ ใช้สำหรับแขวนผนัง
รูปที่ใช้จึงเปลี่ยนไป ส่วนใหญ่นิยมใช้รูปในวรรณคดี
เช่น พระราม นางสีดา หนุมาน นางฟ้า ภาพทิวทัศน์ บุคคลสำคัญ เชื่อกันว่าหนังตะลุงเกิดขึ้น
ครั้งแรกที่บ้านควนมะพร้าว อำเภอเมืองฯ จังหวัดพัทลุง โดยมีตาหนูนุ้ย และตาหนักทอง
ได้เป็นผู้คิดนำหนังวัวมาแกะเป็นรูปและเชิดเล่าเรื่องราวพูดคุยกันโดยใช้เสาหลัก ซึ่งใช้ล่ามช้างที่
เรียกว่า “ตะลุง” เป็นเสาโรงหนัง จึงได้เรียกว่า“หนังตะลุง”มาจนทุกวันนี้ บางตำนานก็เรียกว่า
หนังตา หนังลุง เพราะเกิดจากการเล่นหนังของตาหนูนุ้ย และตาหนักทอง #32
นวัต
กรรม
อำเภอเขาชัยสน จ.พัทลุง
ไดอ
า
รี่
#33
นวัต
กรรม
โปสเตอร์
เว็บไ
ซ
ต์
#34
คณะผู้จัดทำ
@พัทลุง
นางสาว ซัยยานี นกเกษม
รหัสนักศึกษา 6241104011
นางสาวจิรัชญา ดวงมุสิก
รหัสนักศึกษา 6241104019
คณะผู้จัดทำ
@พัทลุง
นางสาวชนัสนันท์ อำลอย
รหัสนักศึกษา 6241104029
นางสาวสุวนันท์ เมืองกลิ่น
รหัสนักศึกษา 6241104032
จังหวัดพัทลุง
อำเภอเขาชัยสน
@พัทลุง